คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับมาตรการเข้ม! ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยานศรีน่าน ฯ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับป้องกันไฟป่า ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยาน หากฝ่าฝืน ปรับจริงโทษสูงสุด 2 ล้าน หรือ จำคุก 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
วันที่ 27 มีนาคม 2568 จังหวัดน่านยกระดับมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยจัดตั้งด่านสกัดเข้า-ออกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ครอบคลุมอำเภอเวียงสา นาน้อย และนาหมื่น ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการลักลอบเผา หลังพบจุดความร้อนสะสมแล้ว 1,698 จุด ครอบคลุม ทั้ง 15 อำเภอ

โดยกำหนดมาตรการเข้มข้น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ นโยบาย “เคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือประชาชนงดเผา, ประกาศ “ปิดป่า” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด และ ตั้ง “ด่านสกัด” ควบคุมพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าอุทยานและเขตป่า เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่พบการลักลอบเผามากที่สุดใน 3 อำเภอ คืออำเภอเวียงสา นาน้อย นาหมื่น และจากสั่งปิดอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พบมีผู้ฝ่าฝืนถูกจับดำเนินคดีแล้วรวม 8 ราย แยกเป็นอำเภอเวียงสา 5 ราย และอำเภอนาน้อย 3 ราย

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ทิศทางลม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ดันค่าฝุ่น PM 2.5 จังหวัดน่านพุ่งสูง แต่ไม่สอดคล้องกับจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัด ซึ่งน้อยกว่าบางจังหวัดในภาคเหนือ โดยอยู่อันดับ 6 จาก 17 จังหวัด แต่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กลับพุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ อย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากทิศทางลมที่พัดจากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออก พัดหมอกควันจากจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เข้ามาสะสมในพื้นที่ ประกอบกับจังหวัดน่าน ลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงล้อมรอบและแอ่งกระทะของจังหวัดน่าน ยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ เนื่องจากอากาศที่ลอยตัวต่ำทำให้ฝุ่นถูกกักเก็บไว้ในพื้นที่

โดยไม่มีการระบายออก หากไม่มีฝนตกลงมาช่วยชะล้าง ฝุ่นเหล่านี้อาจสะสมตัวและก่อปัญหาต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนยังมีผลสำคัญ โดยอากาศที่เย็นลงในช่วงกลางคืนทำให้ฝุ่นละอองจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เช่น การเผาในชุมชน ไม่สามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ ส่งผลให้ฝุ่นสะสมในชั้นอากาศต่ำและส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่เป็นวงกว้าง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหยุดเผาทุกชนิดในช่วงนี้เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหากพบเห็นไฟป่าหรือการเผาป่า สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อร่วมกันลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวศุภลักษณ์ ฤทธิแผลง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสองแคว จัดการศึกษาดูงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การดูแลรักษา รวมถึงการแปรรูปกาแฟ แก่เกษตรกรแปลงใหญ่กาแฟตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน จำนวน 30 ราย

ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ สวนกาเเฟโรบัสต้านาน้อย นายภาพ แก้วภิรมย์ บ้านหัวเมือง หมู่ที่ 1 ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่่น รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ บึงกาฬแถลงข่าวยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (26 มีนาคม 2568) ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ แถลงข่าวถึงมาตรการที่จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยมีการสั่งการและประกาศมาตรการต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่

ทางหลวงและโยธา: สั่งการให้มีการควบคุมการก่อสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ หน่วยงานกระทรวงเกษตร: เข้มงวดในการห้ามเผาป่าและเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมทั้งจะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์หากพบการกระทำผิด ขนส่ง: เพิ่มการตรวจเข้มงวดควันดำจากยานพาหนะและตั้งด่านตรวจเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ตำรวจภูธร: ใช้มาตรการเข้มงวดในการตรวจจับการเผาและการละเมิดกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): ดำเนินการพ่นน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนหน่วยงานปกครอง: การแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นและการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านโดยการขอความช่วยเหลือจาก แขวงบอลิคำไซ ในการจัดการไฟไหม้ป่าในเขตของประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีผลกระทบต่ออำเภอบุ่งคล้า โดยตรง และฝนหลวง ได้ให้ความช่วยเหลือสำคัญในการบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยการใช้เทคนิคก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ทางจังหวัดบึงกาฬยังได้พยายามแก้ไขเครื่องวัดค่าฝุ่นที่ชำรุด และกำลังเร่งดำเนินการให้ใช้งานได้ภายในวันนี้ ขณะเดียวกัน สสจ. ได้ส่ง อสม. ไปตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงและแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนเพื่อป้องกันฝุ่นละออง สำหรับผู้ที่พบเห็นการเผาในพื้นที่สามารถแจ้งเหตุได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมเบอร์ 1567 หรือท้องถิ่นใกล้บ้าน

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวในตอนท้ายว่า “ทุกภาคส่วนพร้อมร่วมมือและกำกับดูแลสถานการณ์นี้อย่างเต็มที่ และจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าให้กับชาวจังหวัดบึงกาฬ” พร้อมทั้งขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง , ตำรวจ สภ.ชุมแพ, รพ.ชุมแพ สสอ. รพ.สต.ทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ อสม. และ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พื้นที่ 6 ตำบล ในอำเภอชุมแพ

พร้อมกันค้นหาผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2568 ในพื้นที่ 6 ตำบล ซึ่งได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะ เป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงวัยรุ่น/วัยแรงงานในหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดในระบบ (บสต.) ของกระทรวงสาธารณสุข ผลการปฏิบัติ สามารถค้นหาผู้เสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัด มีรายละเอียด ดังนี้
1.ตำบลหนองเขียด เข้ารับการตรวจจำนวน 9 ราย ผลเป็นบวก 5 ราย
2.ตำบลชุมแพ เข้ารับการตรวจ จำนวน 3 ราย ผลเป็นบวก 2 ราย
3.ตำบลนาหนองทุ่ม เข้ารับการตรวจ จำนวน 3 ราย ผลเป็นบวก 3 ราย
4.ตำบลวังหินลาด เข้ารับการตรวจ จำนวน 25 ราย ผลเป็นบวก 11 ราย
5.ตำบลโนนหัน เข้ารับการตรวจ จำนวน 10 ราย ผลเป็นบวก 10 ราย
6.ตำบลโนนสะอาด เข้ารับการตรวจ จำนวน 7 ราย ผลเป็นบวก 7 ราย

  1. ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง ร่วมกับ จนท.ตร.ชุดสืบสวน สภ.ชุมแพ และชุดปฏิบัติการ ต.โนนสะอาด / ต.หนองเขียด จับกุมผู้กระทำผิด 3 ราย
  2. รวมผลตรวจปัสสาวะ พบผู้มีสารเสพติด จำนวน 38 ราย โดยผู้เสพทั้งหมดสมัครใจเข้ารับการบำบัด นำรายชื่อเข้าระบบ บสต. เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกข้อมูลประวัติและนำตัวเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลชุมแพ ตามลำดับต่อไปทั้งนี้ ภารกิจค้นหาผู้เสพเข้าสู่การบำบัด “ภายใต้ภาระกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568 ” ได้สร้างการรับรู้ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความอุ่นใจ ในแนวทางการแก้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม สนับสนุน จิตอาสาพระราชทานภาค 1 ช่วยพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง

แชร์เนื้อหานี้

“ สร้างรอยยิ้ม ปันน้ำใจ ให้ความสุข ” เมื่อ 24 มี.ค. 68 พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1/ผบ.กองกำลังจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 ร่วมกับ อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม , มวลชนกองทัพภาคที่ 1 ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครบรอบ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 ณ พื้นที่ชุมชนเคหสถานบ้านมั่นคงกัลยาณมิตร เขตบางซื่อ

โดยมอบเครื่องปรุงอาหารสำหรับประกอบอาหาร มอบขนมให้กับเยาวชนในชุมชน มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วยมอบของ มอบพลังใจ และส่งพลังบุญอธิษฐาน ให้มีความสุข … และขอส่งผลบุญทั้งปวง จงสำเร็จแด่กัลยาณมิตรทุกท่าน ให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 เปิดงานวันสถาปนาครบรอบ 14 ปี จังหวัดบึงกาฬ อย่างยิ่งใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬได้จัดพิธีเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดครบรอบ 14 ปี ณ อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี โดยมี ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางแว่นฟ้า ทองศรี

นอกจากนี้ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนางวีณา วรรณฉัตรสิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ก็ได้เข้าร่วมงานด้วย รวมถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัด

รองนายกเหล่ากาชาด หัวหน้าส่วนราชการ นายอุดม วงไกลสอน สมาชิกสภาแห่งชาติลาว หัวหน้าแผนกการต่างประเทศ แขวงบอลิคำไซ ผู้แทนเจ้าแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ร่วมกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 14 ปีแห่งการก่อตั้งจังหวัดบึงกาฬ และประชาชนทั่วไปร่วมพิธี

งานสถาปนาจังหวัดบึงกาฬในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 30 มีนาคม 2568 เพื่อเฉลิมฉลองและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรกว่า 500 ลำ ประกอบดนตรีแสงสีเสียง การรำบวงสรวงศาลเจ้าแม่สองนาง การแสดงพลุดอกไม้ไฟ และการแสดงของศิลปินที่มีชื่อเสียง

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความเป็นมาของจังหวัด แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการนำเสนอศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นในรูปแบบที่ทันสมัยและน่าสนใจ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถเข้าชมกิจกรรมต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2568 ณ บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง และอุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี” สตรีเมืองย่าโม 7,272 คน ร่วมรำบวงสรวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่( 23 มีนาคม 2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรืองานย่าโม ประจำปี 2568 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 นี้ เพื่อเทิดทูนวีรกรรมอันกล้าหาญของท้าวสุนารี และวีรสตรีผู้กล้าของเมืองโคราชและประเทศไทย และปลุกจิตสำนึกให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ตระหนักถึงวีรกรรมอันกล้าหาญ เสียสละ และดำรงไว้ซึ่งความรักชาติ รวมทั้ง เป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งดงามของชาวจังหวัดนครราชสีมา

ให้คงไว้ซึ่งความเป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของดีของเมืองโคราช ซึ่งงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ถือเป็นเทศกาลการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดฯ ที่จะได้แสดงศักยภาพการพัฒนาจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งบรรยากาศภายในพิธีเปิดงานได้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีสตรีชาวจังหวัดนครราชสีมาจำนวน7,272 คน ร่วมประกอบพิธีรำบวงสรวงถวายคุณย่าโม เพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมของคุณย่าโม นอกจากนี้ยังมีการจุดพลุ 4 มุมเมือง ในพิธีเปิดงาน และที่ได้รับความสนใจจากประชาชน คือการแสดงโดรนแปลอักษร กว่า 500 ลำ ในชื่อชุดวีรสตรีหญิงกล้า สู่มหานครแห่งอีสาน และการประกาศชัยชนะ ท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารี หรือย่าโม เป็นผู้กอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทร์ โดยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2369 คุณหญิงโมได้นำทัพชาวนครราชสีมาต่อสู้กับทหารลาว บริเวณทุ่งสำริด เมืองนครราชสีมา และสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมาได้สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมขึ้นเป็นท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมาจึงได้กำหนดให้วันที่ 23 มีนาคมของทุกปี เป็นวันฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จังหวัดแพร่จัดกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 /ผบช.ภ.5 ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคู่รักก่อเหตุคดีฉ้อโกงและฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.นครปฐม สุดท้ายจนมุมที่สันติธรรมเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 22 มีนาคม 2568 ณ. ลานข่วงวัฒนธรรมเมืองแป้ (กาดสามวัย) เทศบาลเมืองแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ผู้อำนวยการศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดแพร่ เป็นประธานจัดกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 จังหวัดแพร่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนนายอำเภอทุกอำเภอ และผู้บริหารศูนย์ อปพร.เทศบาล/อบต. และ อปพร.

เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวัน อปพร. 22 มีนาคม 2568 จำนวน 400 คนในการนี้ นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่/ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ อปพร. จังหวัดแพร่ เป็นผู้กล่าวรายงาน

วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน โดยศูนย์ อปพร.กลาง กำหนดให้เป็น “วัน อปพร.” เพื่อเชิดชูความสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่วไป อปพร. เป็นอาสมัครที่เกิดขึ้นถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนภาคราชการ

ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเป็นผู้เสียสละ อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ความสามารถ และอาสาเข้ามาช่วยเหลือประชาชนโดยทั่วไป มิได้หวังผลตอบแทนใด ๆ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนทุกคน ได้เข้ามาเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดแพร่ มาโดยตลอด ภายใต้อุดมการณ์ “เมตตา กล้าหาญ”

สำหรับกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 จังหวัดแพร่ มีดังนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ ผอ.ศูนย์ อปพร.จ.แพร่ ได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกลาง เนื่องในวันอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน วันที่ 22 มีนาคม 2568 พร้อมทั้ง มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารศูนย์ อปพร. เทศบาล/อบต. และ อปพร.

มอบโล่ พร้อมเงินรางวัล ให้แก่ศูนย์ อปพร. ดีเด่น ประจำปี 2568 ประเภทองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ ศูนย์ อปพร. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น มอบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเข็มเชิดชูเกียรติ ให้แก่ อปพร. ดีเด่น ประจำปี 2568 นายมังกร ไชยวุฒิ สังกัดศูนย์ อปพร. องค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่

รับฟังคำปฏิญาณตนเพื่อเป็นพลังของแผ่นดินของอปพรและประธานเดินตรวจแถวทักทายปปร. e ที่มาร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมนิทรรศการของภปรจังหวัดแพร่และหน่วยงานอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยต่างๆซึ่งได้มาร่วมสาธิตและแสดงนิทรรศการในการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆด้วย

สมจิตรแสงบัลลังก์ ผู้อำนวยการ ทีมข่าวภาคเหนือ รายงาน

ขอบคุณ ปชส.จ แพร่ ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

ผบช.ภ.5 ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคู่รักก่อเหตุคดีฉ้อโกงและฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.นครปฐม สุดท้ายจนมุมที่สันติธรรมเชียงใหม่

22 มีนาคม 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้สั่งการทุกหน่วยในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อมาได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ แจ้งว่าได้รับการประสานจากตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กรณี สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันฆ่าผู้อื่นพื้นที่ จ.นครปฐม และหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้สั่งการ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินการ สืบสวนและเร่งระดมกวาดล้างบุคคลหลบหนีหมายจับในพื้นที่รับผิดชอบ ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้รับประสานจากชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ว่ามีผู้ต้องหา 2 คน คือนายณรงค์ชัย และ น.ส.ภัทราภรณ์ ได้หลบหนีเข้ามายังพื้นที่ จ.เชียงใหม่

โดยในวันนี้( 22 มี.ค.68) เวลา 03.00 น.ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่จึงได้ทำการสืบสวนติดตามบุคคลดังกล่าว โดยได้เข้าตรวจค้นห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสันติธรรม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ ดังนี้
1.นายณรงค์ชัย อายุ 26 ปี 2.น.ส.ภัทราภรณ์ อายุ 21 ปี

ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น อีกทั้งยังน่าเชื่อว่าทั้ง 2 ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่าผู้อื่น เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับและควบคุมตัวทั้งสองมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ และได้ประสานการปฏิบัติกับชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ร่วมกันสอบสวนปากคำนายณรงค์ชัย และน.ส.ภัทราภรณ์ เพิ่มเติม ทั้งสองให้การว่าเมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่า น.ส.เอ(นามสมมุติ)ในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จริง

จากนั้นได้นำศพไปซุกซ่อนและได้หลบหนีไปตามจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้น เมื่อเวลา 14.30 น. ชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ได้เดินทางมารับตัวผู้ต้องหาไปยังสภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นต่อไป ทั้งนี้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้บริหาร OJ Primus รับรางวัลยอดจำหน่ายสูงสุด ปี 2024 / พัทยาสุดปัง! ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดินหน้าเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ให้เกียรติขึ้นรับรางวัล “Best Retail Sales of Greater BKK 2024” จากนายพิชณุตย์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ในงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน “OMODA & JAECOO Dealer Conference 2568” จัดขึ้นโดย บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน

สำหรับการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประกาศกลยุทธ์การสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมตอกย้ำความพร้อมในการตอบสนองต่อตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ ภายใต้แนวคิด One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future ของบริษัทแม่ เฌอรี่ ออโต้โมบิลส์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับชั้นแนวหน้าจากประเทศจีน

ล่าสุด “โอแอนด์เจ ไพรม์มัส” ได้เปิดจองรถยนต์รุ่นใหม่ JAECOO 7 SHS เป็นรถเอนกประสงค์ SUV ที่ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5L GDI Turbo ทำงานร่วมกับระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด ในแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle ทำให้มีกำลังรวมสูงสุด 347 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.5 วินาที วิ่งไกลกว่า 1,300 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งยานยนต์ที่วิ่งไกลสุดในขณะนี้

ด้านรูปลักษณ์ภายนอกเน้นความหรูหรา แข็งแกร่ง ที่มาพร้อมกับห้องโดยสารภายในที่ออกแบบและเลือกสรรอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ล้ำสมัยในระดับพรีเมี่ยม ทำให้ทุกการขับขี่สนุกสนานในทุกเส้นทางทั้งในแบบออนโรดและออฟโรด

พัทยาสุดปัง! ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดินหน้าเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติระดับโลก

มีรายงานว่า เมืองพัทยาไมซ์ซิตี้ภาคตะวันออกประสบความสำเร็จ หลังงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา (Pattaya International Fireworks) คว้ารางวัล Asia Beach Festival 2025 จากสมาคมเทศกาลและงานอีเวนต์นานาชาติ แห่งภูมิภาคเอเชีย (International Festival & Events Association Asia – IFEA Asia) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2568 ที่ Gyeongju Hwabaek International Convention Center (HICO) ตอกย้ำเมืองไมซ์ระดับเอเชีย เดินหน้าต่อระดับโลก

ซึ่งนอกจากเมืองพัทยาแล้ว งานเทศกาลต่างๆ ในภาคกลางและภาคตะวันออกยังได้รับรางวัลอีกมากมาย อาทิ กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัล Asia Culture and Heritage Night including Night Market จากงานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (Night at the Museum )

จังหวัดเพชรบุรีได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival (Tangible Heritage) จากงานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง (Phetchaburi Harmony Puppet Festival) การรับรางวัลในครี้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการยกระดับงานในประเทศสู่การยอมรับการจัดงานที่ได้มาตรฐานงานเทศกาลระดับเอเชีย

สื่อรัฐนิวส์ -สื่อรัฐนิวส์ / การประชุม ปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม ระดับอ.สีชมพูจ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 09.00-12.00 ณ หอประชุมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 0910 นายไพศาล วงษ์ชีวะสกุล นายอำเภอสีชมพู มอบหมายให้นายชัยยศ บึงอำพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

ดร สมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมระดับอำเภอสีชมพู และตำบล โดยมี ผอ.ศรีสมร ศรีวิชา ผอ.กลุ่มกิจการพิเศษ

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น นายประณต มิ่งขวัญ กรรมการ/เลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะสังเกตการณ์จาคองค์กรต่างๆ
ในที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบ นายอิสระ บุตรโพธิ์ เป็นประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น

นายอิสระ บุตรโพธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมภู กล่าวขอบคุณองค์กรต่างๆ พร้อมประสานการทำงานวัฒนธรรมในท้องถิ่นอำเภอสีชมพูบ้านเฮา ตนเชื่อมั่นในการประสานงานได้กับทุกภาคส่วน

สมมาตร แอ่มไร่ /วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี และ สื่อรัฐนิวส์ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรม ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ.วัดห้วยยางบ้านห้วยยาง หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ท่านชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาเป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยว ด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) กิจกรรมย่อยที่ 2จัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ซึ่งบ้านห้วยยางตำบลเมืองหลวง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว พัฒนาต่อยอดสู่ชุมชนท่องเที่ยว

เชิงสร้างสรรค์ที่มีการค้นหาผู้ประกอบการชุมชน 10 ผู้ประกอบการ เพื่อนำสู่การดึงเสน่ห์ชุมชนนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวในรูปแบบการจัดนิทรรศการแบบกระจาย ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการปฏิบัติและลงมือทำ อาทิเช่น การทำทำพริกปลาตอง การทำน้ำพริกกุ้งฝอย

การทำปลาส้มปลาอีไท การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น การทำแยมกระเจี๊ยบฃ กบยัดไส้ไม้มะดัน การศึกษาวิถีชีวิต คนดักกุ้ง คนหาปลา รวมถึงการเรียนรู้ทักษะการทำกระเข้าเถาวัลย์ และการเลี้ยงโคเงินล้าน เป็นต้น วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแบบกิจกรรมแบบส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติดีโฮป ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยุมชน
  2. เพื่อรองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้ และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการชุมชน บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ไม่น้อยกว่า 10 ราย/10และผู้แทนจากหน่วยราชการ ภาคีการพัฒนา ภาคเอกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ