คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี- สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรฯ นำเดินแบบผ้าไทย ‘ตระการตาผ้าไทย สไตล์พริบพรี’ ในงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 24 ก.พ.68 ร้อยตำรวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพชรบุรี เขต 3 พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ปลัดจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชน ร่วมกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยการกุศล “ตระการตาผ้าไทย สไตล์พริบพรี ธีมมนต์เสน่ห์แห่งสีสัน” ที่เวทีกลางในงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38

โดยจังหวัดเพชรบุรี สานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมีพระราชดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย และเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน ตลอดจนส่งเสริมกระตุ้นผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันหารายได้ผ่านการเดินแบบผ้าไทย โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผ่านสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี และสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเพชรบุรี อีกด้วย

สำหรับการจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ได้เห็น หัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ ผู้แทนภาคเอกชนในจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยเดินแบบ

พร้อมกับเด็กๆ และยังสามารถปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนที่มาร่วมเดินแบบรวมถึงที่ติดตามผู้ปกครองมาร่วมชมงานได้ชื่นชอบผ้าไทย และรักในอัตลักษณ์ความเป็นไทย.


นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่เผาหยุดสร้างหมอกควัน ลดฝุ่นPM 2.5 ในเขต สปก.

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ (25 ก.พ. 68) ที่วัดสามัคคีประชาสงเคราะห์ บ้านโสกพอก ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่เผาหยุดสร้างหมอกควัน ลดฝุ่นPM 2.5 ในเขต ส.ป.ก.และมอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับประชาชน โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธี มีนางสาวสงกรานต์ ตะนนท์

ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ นายสัตวแพทย์ ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ นายกฤษฎา พลสิทธิ์ เกษตรจังหวัดบึงกาฬ นายพงษ์เทพ จันทร์ชิต ประมงจังหวัดบึงกาฬ นางจีรสุดา ศรีกุล หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์บึงกาฬ นายทวี ชินณรงค์ นายอำเภอบึงโขงหลง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนทั่วไป ให้การต้อนรับ

นางสงกรานต์ ตะนันท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า อำเภอบึงโขงหลง มีพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน 4 ตำบล ตำบลบึงโขงหลง ตำบลดงบัง ตำบลท่าดอกคำ และตำบลโพธิ์หมากแข้ง มีประชากร จำนวน 37,000 คน มีพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน 79,627 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา ทั้งนี้ยังการทำนา ปศุสัตว์ ประมง อำเภอบึงโขงหลง ตระหนักรู้ถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมากมาย

แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก เช่น ปู่อือลือถ้ำนาคา ชายหาดคำสมบูรณ์ น้ำตก ซึ่งสามารถยกระดับรายได้ของคนในพื้นที่ ทำให้มีความอยู่ดีกินดีสมกับคำขวัญจังหวัดบึงกาฬที่ว่า ภูทอกแหล่งพระธรรม ค่าล้ำยางพารางามตาแก่งอาฮง บึงโขงหลงเพลินใจ น้ำตกใสเจ็ดสี ประเพณีแข่งเรือ เหนือสุดแดนอีสาน นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ศูนย์รวมใจศาลสองนาง จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่เผา ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของมลพิษทางอากาศ หยุดสร้างหมอกควัน ลดฝุ่นละอองมลพิษ PM 2.5 พื้นที่เกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดิน

นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และได้กำหนดให้การลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ โดยมีเป้าหมาย ที่จะลดปริมาณการเผาอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดบึงกาฬ ได้มีประกาศ เรื่อง ห้ามการเผาในที่โล่งทุกประเภทเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ ประจำปี พ.ศ.2568 รวมทั้งดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ

เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหยุดการเผาและหันมาใช้เทคโนโลยี และวิธีการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน และท้าทายอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหา จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน การที่ ส.ป.ก.บึงกาฬ ได้จัดงานในวันนี้ถือว่าเป็นการให้คำสัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่มีการเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นรูปแบบกิจกรรมที่เป็นการสร้างการมีส่วนร่วม และเพิ่มประสิทธิภาพ

ด้านนางนิตยา โคตทาริน เกษตรกรบ้านคำสมบูรณ์ หมู่ 3 ตำบลบึงโขงหลง หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับโฉนดที่ดิน ส.ป.ก. กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้โฉนด ส.ป.ก. มีที่ทำกินเกษตรทั้งหมด 14 ไร่ ได้มาแล้วก็ทำนาปลูกข้าว ปลูกยางพารา พืชผักสวนครัว จึงขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับเกษตรกร ชาวบ้านจะได้สร้างชีวิตที่ดีขึ้นเพิ่มมูลค่าในที่ดินผืนนี้ได้

นอกจากนี้ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ ได้มอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.ที่ทำกินให้เกษตรกรชาวอำเภอบึงโขงหลง ทั้ง 4 ตำบล จำนวน 340 ราย สร้างความดีใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยให้เกษตรกรที่ได้รับโฉนดที่ดิน สปก.ได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของมลพิษจากการเผา พร้อมเน้นย้ำว่า “ท่านเผา ส.ป.ก. ยึดที่ดินคืน”

นายณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พัทยาขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยสู่ Smart Senior /เซ็นทรัลพัทยารวบรวมร้านอร่อยในงาน Pattaya Street Food 2025 x Pattaya International Kite On The Beach 2025

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 ก.พ.68 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุเมืองพัทยา ในกิจกรรมนันทนากาีและกีฬาสัมพันธ์สร้างสุขผู้สูงวัย โดยมี นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ว่าที่ร้อยตรี ชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายกรณ์ พัฒนสิน ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ร่วมพิธีที่อาคารอเนกประสงค์ โรงยอม โรงเรียนเมืองพัทยา 2 (เจริญราษฎร์อุทิศ)

ดร.ศิวัช บุญเกิด ปลัดเมืองพัทยา กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป็นตามนโยบาย Better Pattaya ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยเป็น “Smart Seniorior” ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาคนในทุกช่วงวัยให้มีสุขภาวะที่ดี มีความพร้อมด้านกาย ใจ สติปัญญา มีจิตสาธารณะ โดยส่งเสริมให้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดี เพื่อเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวัยสุงอายที่มีคุณภาพ

ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ ส่วนส่งเสริมสุขภาพ สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยาจึงจัดกิจกรรมนันทนาการและกีฬาสัมทันธ์สร้างสูงวัย” ขึ้น เพื่อส่งสริมการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาที่เหมาะสมกับวัย ช่วยเสริมสร้างให้ผู้สูงอายุมีสมรรถนะร่างกายแข็งแรง เกิดการผ่อนคลาย ลดความจ็บป่วย และมีความเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน โดยกิจกรรมประกอบด้วย การอบรมหลักการส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายและกีฬาสัมพันธ์ ดังคำขวัญที่ว่า “สร้างสุข สุขภาพดี สานสัมพันธไมตรี Smart Senior พัทยา”

ทั้งนี้กีฬาสัมพันธ์ผู้สูงอายุเมืองพัทยาได้แบ่งออกเป็น 2 สี ได้แก่ สีชมพู และสีเขียว สีละ 50 คน แข่งขันในกีฬา 2 ประเภท คือ กีฬาสากล ได้แก่ แชร์บอล และกีฬามหาสนุก 7 ชนิด รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้แสดงถึงศักยภาพในการรวมกลุ่มแสดงโชว์กองเชียร์ และโชว์ขบวนพาเหรด ซึ่งบรรยากาษเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง

เซ็นทรัลพัทยารวบรวมร้านอร่อยในงาน Pattaya Street Food 2025 x Pattaya International Kite On The Beach 2025 ชวนมาชิมเมนูเด็ดสตรีทฟู้ดไทยกว่า 500 รายกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมสร้างสีสันการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้การจัดงาน Pattaya Street Food 2025 x Pattaya International Kite On The Beach 2025 ระหว่างวันที่ 23 ก.พ.- 9 มี.ค.68 นี้ ที่ลานกิจกรรมซันเคน ฝั่งทะเล

ด้วยการรวบรวมร้านเด็ดเมนูดังสตรีทฟู้ดที่ขึ้นชื่อกว่า 500 เมนู มากกว่า 30 ร้านค้ามาบริการ ด้วยบรรยายกาศ Outdoor ชิม ชิลล์ ริมทะเล พร้อมฟังดนตรีสด รับชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นของเมืองพัทยา อาทิ ร้าน Talaythai รวมเด็ดซีฟู๊ด หอยนางรม หอยเชลล์อบชีส กุ้งแม่น้ำ, ร้านซี่โครงหมูสุพรรณ ที่หอม นุ่ม อร่อยเข้าเนื้อ,

ร้านมาดามหมูกรอบ ที่พร้อมเสิร์ฟกับน้ำจิ้มสุดแซ่บ, ร้าน Grilled thai fish อาหารทะเลนึ่ง แจงรอน (ปลาจับไม้) เมนูเด็ดชลบุรี, ร้านเต็ง 1 ปลาหมึกทาโกะ ทอดซอสและไข่ปลาหมึกแสนอร่อย และร้านอื่นๆ อีกมากมาย

สื่อรัฐนิวส์-สื่อรัฐนิวส์ /นักธุรกิจชาวสวิส” สัญญาใจเพื่อนรัก “เสก โลโซ” จัดแถลงข่าวงานคอนเสิร์ตการกุศล “คำสัญญาลูกผู้ชาย” The Promise of The Man Charity Concert in Pattaya หารายได้ให้การกุศล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ก.พ.68 ที่ บจก.สวิสสยาม เทรดดิ้ง 78/27 ม.10 หมู่บ้านสยามรอยัลวิว ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีการแถลงข่าวเตรียมจัดกิจกรรมการกุศลภายใต้งานคอนเสิร์ตการกุศล “คำสัญญาลูกผู้ชาย” The Promise of The Man Charity Concert in Pattaya โดยมี คุณชนิลทร เอเกอร์เทอร์ ผู้จัดงาน นายอรรถชยา โทนุศิษย์ ผู้จัดการเสก โลโซ และศิลปิน MMY Maxim ร่วมแถลงข่าวท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ นำโดย นายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา และนายสามารถ ทองรอด อุปนายกสมาคมนักข่าวพัทยา

นายเอเดรี้ยน เคิร์ท เอเกอร์เทอร์ นักธุรกิจชาวสวิสเซอร์แลนด์ ในฐานะประธานจัดงาน เปิดเผยว่า งานคอนเสิร์ตการกุศล “คำสัญญาลูกผู้ชาย” The Promise of The Man Charity Concert in Pattaya จัดขึ้นตามคำสัญญาลูกผู้ชายของตนเองและเสก โลโซ ซึ่งเป็นเพื่อนรักที่สนิทสนมกัน และเคยทำงานร่วมกันที่เกาะช้าง จ.ตราด ก่อนจะสัญญาใจกันว่าจะมาจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลที่พัทยาเพื่อตอบแทนบุญคุณประเทศไทยที่ตนเองได้อยู่อาศัยมานานกว่า 50 ปี โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศลในพื้นที่

งานคอนเสิร์ตการกุศล “คำสัญญาลูกผู้ชาย” The Promise of The Man Charity Concert in Pattaya กำหนดจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 3 พ.ค.68 นี้ ที่อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยจะมีศิลปินชื่อดังมากมาย นำโดย เสก โลโซ, คาราบาว, หินเหล็กไฟ,หมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ,TG Tiger, Luster, MMY Maxim และ Sek Swiss

สนใจจองบัตรได้ที่ Allticket เค้าน์เตอร์เซอร์วิส เซเว่นอิเลฟเว่นทุกสาขา บัตร Early Bird ราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ 1-28 ก.พ.68 จากบัตร 1,800 บาท เหลือ 1,500 บาท, บัตร 1,500 บาท เหลือ 1,200 บาท, บัตร 1,000 บาท เหลือ 800 บาท และบัตร 800 บาท เหลือ 650 บาทจากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.68 จำหน่ายราคาปกติ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ – ปัญหาย้าย บ้านบานปลาย3 ชุมชน รวมตัว จวกเทศบาลผิดพลาดตั้งแต่ต้น 3,579 คนยันไม่ย้ายจากเทศบาลนครเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เชียงรายเผือกร้อน ปัญหาย้ายทะเบียนบ้านบานปลาย3 ชุมชนรวมตัว จวกเทศบาลผิดพลาดตั้งแต่ต้น 3,579 คนยันไม่ย้ายจากเทศบาลนครเชียงราย หมายศาลลงผิดบ้านสร้างความเดือนร้อนให้ประชาชน เทศบาลนครเชียงรายไม่ร่วมเสวนา รองผู้ว่าเชียงราย อึ้ง! ไม่ขอตอบคำถามขอเป็นผู้รับฟังแทน หลังบรรยากาศการประชุมเสีย ส่อรุนแรงสส.พรรคประชนชน ย้ำต้องฟังเสียงประชาชน รับเรื่องผ่านกรรมาธิการฯเข้าสู่สภา ให้มท.ชี้แจง กำนันตำบลแม่ยาวจ้อที่ประชุมยันไม่เอาประชาการเพิ่มปกครองไม่ไหว หลังกรมทะเบียนกลางโอนย้ายประชากรไปสองตำบล แม่ยาว-บ้านดู่ กกต.เชียงรายยันชัดประชาชนสามารถใช้สิทธิ์สมัครและลงคะแนนเลือกตั้งท้องถิ่นได้ตามปกติ ไม่ขัดต่อระเบียบการย้ายตามเงื่อนไข

ที่ห้องประชุมพบโชคคอมเพล็กซ์ บ้านห้วยกั้ง เวลา13.00 น.วันทีา23ก.พ2568ที่ผ่านมา ประชาชน3ชุมชน ห้วยกั้ง ชุมชนทวีรัตน์ ชุมบ้านดอย จำนวนนับพันคนได้รวมตัวลงลายมือชื่อเข้าร่วมประชุมและยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการการเมืองการปกครองพรรคประชาชนที่ได้เข้าร่วมรับฟังเนื่องคำสั่งทางปกครอง กรณีการย้ายประชากรของเทศบาลนครเชียงราย 3,579 คนไปยังตำบลบ้านดู่และตำบลแม่ยาวทำให้ประชากรที่ถูกย้ายโดยฐานทะเบียนกลาง เกิดความไม่พอใจและได้คัดค้านกรณีดังกล่าวได้เรียกร้องและยื่นหนังสือคัดค้านผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาดำเนินการตามกระบวนการไปก่อนหน้านี้

ในวันดังกล่าวมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย นายบุญญพันธ์ พุทธิโชติอนันต์ ปลัดเทศบาลตำบลบ้านดู่ ชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้ถูกเชิญร่วมเวทีเสวนาหาทางออก โดยมีนายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ หรือสส.ปั๋น สส.พรรคประชาชนจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ยังมีว่าที่ร้อยตรีสมชาติ เตชถาวรเจริญ กรรมาธิการการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นและการบริหารรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎรเข้ามารับเรื่อง เพื่อบรรจุปัญหาเรื่องเรื่องดังกล่าวอย่สงเร่งด่วนเพื่อให้ทันปิดสมัยประชุมก่อน วันที่10เมษายน2568

บรรยากาศการชุมชุมโดยภาพรวมช่วงแรกทางผู้ได้รับเชิญได้ขึ้นนั่งรับฟังตอบข้อซักถามโดยทางแกนนำผู้นำรายการ ทางนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผ้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้กล่าวทักทายประชาชนที่มาร่วมประชุม โดยมอบหมายให้นายเขตณรงค์ อินกัน ท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เป็นผู้ตอบปัญหาที่มาทีาไปของการย้ายฐานทะเบียนราษฎร์ ของประชากรชุมชนห้วยปลากั้ง ชุมชนทวีรัตน์ ชุมชนบ้านดอย เนื่องจากปัจจุบันราชกฤษฎีกา การเปลี่ยนแปลงเทศบาลเมืองเชียงรายฉบับที่3 พ.ศ.2538 ลงวันที่23 ก.ย.2538ฉบับ ล่าสุดแนวเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงรายที่ประกาศ ขอบเขตการบริหารงานปกครองท้องถิ่น ไม่ตรงกับแนวเขตที่ประกาศไว้ โดยเกิดความผิดพลาดด้านการออกออกเอกสารทะเบียนราษฎรมาตั้งแต่ต้น และเมื่อปัจจุบันมีการตรวจสอบแนวเขตอย่างชัดเจนปรากฎว่า ชุมชนทั้งสามชุมชนอยู่ในเขตปกครองของตำบลแม่ยาว แบะตำบลบ้านดู่ จึงเป็นที่มาของการดำเนินการย้ายทะเบียนราษฎร์ประชากรเพื่อใหตรงกับข้อเท็จจริงกับแนวเขตถือเป็นการปรับปรุงข้อมูลปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ประชุมดำเนินไปชั่วระยะหนึ่งด้านนายบุญญพันธ์ พุทธิโชติอนันต์ ในฐานะนายทะเบียนท้องถิ่นตำบลบ้านดู่ได้กล่าวถึงเรื่องการย้ายข้อมูลประชากรของเทศบาลครั้งนี้ว่าเทศบาลตำบลบ้านดู่ได้รับการโอนย้ายประชากร1,500กว่าคนเข้ามาอยู่เขตปกครองหมู่ที่14 ต.บ้านดู่ จึงทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นมากเท่าตัวจากเดิม โดยทางด้านนายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ได้ตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมประชุมประเด็นการรับสมัครลงเลือกตั้งสท.ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค 2568ว่าจะลงสมัครในเขตเทศบาลนครเชียงรายได้หรือไม่ โดยทางผอ.กกต.ตอบว่าผู้สมัครสามารถลงสมัครได้ในเขตทะเบียนบ้านปรากฏอยู่และอยู่ในระเบียบของคุณสมบัติคุณสมบัติของผู้สมัคร ส่วนเรื่องของสิทธิของการเลือกตั้ง ยังเหมือนเดิมคือสามารถใช้สิทธิตามปกติ ไม่ขัดเงื่อนไขการย้ายถิ่นฐานที่อยู่ เป็นเพียงการปรับปรุงข้อมูลให้ตรงกับแนวเขตการปกครองเป็นปัจจุบัน

ในเวลาการดำเนินรายการไปประมาณ1ชั่วโมงตัวแทนจากประชาชนได้จับไมค์ถามรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับการขอระงับยับยั้งการย้ายทะเบียนราษฎร์ ครั้งนี้ได้หรือไม่?และรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาได้หรือไม่? โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้พูดสั้นๆว่าเรื่องราวดังกล่าวตนได้รับเรื่องได้เจอประชาชนที่เข้าไปเรียกร้อง2ครั้งแล้ว ระหว่างรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพูด มีเสียงตะโกนเสียงดังจากชายคนหนึ่ง ในห้องประชุมว่าไม่ย้ายปฏิเสธการไม่ย้าย โดยมีเสียงผู้หญิงตะโกนจากนอกหน้าต่างเป็นระยะๆ เหมือนจะปูกม็อบ ทำให้สถานการณ์การประชุมส่อแววไม่สงบ เนื่องจากเริ่มมีประชาชนเริ่ม ออกมาถือไมค์พูดหน้าเวทีปฏิเสธการไม่ย้ายด้วยเหตุผล ความยุ่งยากกับเอกสารอันมีพาสปอร์ตและเอกสารทางราชการ ด้านสาธารณสุข เป็นต้น รวมถึงต่อว่าทางราชการกระทำโดยไม่ผ่านความคิดเห็นของประชาชน ปราศจากความยินยอม
ด้วยสาเหตุนี้รองผู้ว่าราชการเชียงรายจึงอึ้ง! ชั่วหนึ่งและพูดต่อที่ประชุมว่าวันนี้

ไม่ขอตอบแต่”ขอเป็นรับฟังแทน” ประเด็นนี้ผู้สื่อข่าวสังเกตุบรรยากาศเริ่มปะทุความดุเดือด โดยภายนอกห้องประชุมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังเกตุการณ์ด้านนอกห้องประชุม โดยที่ประชุม นายปรัฐกร การเร็ว กำนันตำบลแม่ยาวได้ออกมาถือไมค์พูดแนวปฏิเสธว่าตำบลแม่ยาวไม่ขอรับประชากรเพิ่มเนื่องจาก ตำบลแม่ยาวมีประชากรมากพอแล้วอาจปกครองไม่ทั่วถึง ขอให้อยู่ที่เดิมเมื่อบรรยากาศการประชุม ดำเนินด้วยอุณหภูมิที่เริ่มร้อนแรง ทางด้านผู้ดำเนินรายงานจึงสรุปขอให้ประชาชนลงมติ ไม่ย้ายฐานะเบียนราษฎร์และขอให้ทางราชการไปขอมติที่ประชุม ตำบลแม่ยาว และตำบลบ้านดู่ และร่วมกันลงรายชื่อยื่นหนังสือไปถึงกรรมาธิการกระจายอำนาจปกครองท้องถิ่น โดยสิ้นสุดกันอยู่ที่ประชาชนที่ร่วมประชุม ร่วมกันยื่นหนังสือ ภายหลังจากปิดประชุมหวั่นเกรงบานปลาย โดยมีว่าที่ร้อยตรีสมชาติ เตชถาวรเจริญ กรรมาธิการฯ พรรคประชาชน ที่เชิญมารับเรื่องดังกล่าวไว้และจะนำไปบรรจุเป็นวาระเข้าที่ประชุมกรรมาธิการฯให้ทันสมัยปิดประชุมวันที่10เมษายน2568

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางอัมพร ฟองคำ ชาวบ้านชุมชนห้วยปลากั้งที่มาประชุมว่าได้รับความเดือนร้อน เนื่องจาก มีหมายศาลส่งถึงหน้าบ้านระบุที่อยู่เลขที่บ้าน เดียวกันของผู้ถูกฟ้องคดี แต่บ้านที่ส่งเอกสาร ไม่ใช่คู่กรณีผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด จึงเดือดร้อนต้องวิ่งไปติดต่อศาล เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย อันเป็นส่วนหนึ่งของการออกเลขที่บ้านซ้ำซ้อนหรือไม่ ? โดยเรื่องดังกล่าวผู้สื่อข่าวจะได้ติดตามกับสำนักทะเบียนราษฎร์ที่ออกเอกสารทะเบียนบ้านต่อไป .

ทีมข่าวเชียงราย รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กิจกรรมออกหน่วยบริการ “อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” ประจำปีงบประมาณ 2568

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียง นางธนพร ดีอุด เกษตรอำเภอภูเพียง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียง เข้าร่วมกิจกรรมออกหน่วยบริการ “อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่

โดยมีหน่วยงานราชการต่าง ๆ ร่วมให้บริการด้านข้อมูล ข่าวสาร และการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียงได้ให้บริการ ให้คำปรึกษาด้านการเกษตร การส่งเสริมอาชีพเกษตรกร แจกจ่ายเอกสารความรู้ทางการเกษตรและ

แจกจ่ายน้ำหมักชีวภาพและสาร พด. สูตรต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพัฒนาและปรับปรุงการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายอำเภอภูเพียง นายพงษ์ศิลป์ ผาลา เป็นประธานในงาน ณ หอประชุมบ้านดงป่าสัก ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

เรื่องและเรียบเรียง /นายวิศิษฐ์ คงขำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียง
/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2” ธีม “สีสันน่านนคร”อ.วังผา จัดกิจกรรม Kick Off เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา ชาวน่าน“

แชร์เนื้อหานี้

น่าน จัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2” ธีม “สีสันน่านนคร” นำเสนอความสนุก ผ่านเทศกาลอาหารส่งท้ายฤดูหนาวเพื่อต้อนรับความสนุกของสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน

ที่ข่วงน้อย อ.เมืองน่าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ชมรมร้านอาหารจังหวัดน่าน ชมรมที่พักจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ทั้งภาครัฐและเอกชน

จัดอีเว้นท์ “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2” โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งมีนายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานน่าน ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดน่านในช่วงวันธรรมดาห้วงปลายฤดูหนาว (High Season) ที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน (Summer) ให้คึกคักผ่านการจัดกิจกรรมอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่มาร่วมจำหน่ายอาหารเป็นอย่างดี และ

ในปีนี้ทาง ททท.สำนักงานน่าน ได้กำหนดจัดงานดังกล่าวในระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ข่วงน้อย อ.เมือง จ.น่าน ตั้งแต่เวลา 15.00 – 21.00 น. ซึ่งมาในธีม “สีสันน่านนคร” นำเสนอความสนุก ผ่านเทศกาลอาหารส่งท้ายฤดูหนาวเพื่อต้อนรับความสนุกของสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน

อ่านเพิ่มเติมในคอมเม้นต์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน จัดกิจกรรม Kick Off ลุยเคาะประตูบ้าน รณรงค์ไม่เผาในพื้นที่การเกษตร “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา ชาวน่าน“

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นำโดย นายสุทัศน์ จินตเวชศาสตร์ นายอำเภอท่าวังผา นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

ลงพื้นที่รณรงค์สร้างการรับรู้การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่โล่งแจ้ง ผ่านกิจกรรม Kick Off “เคาะประตูบ้าน หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา ชาวน่าน” ณ บ้านนาฝ่า หมู่ที่ 2 บ้านใหม่ หมู่ที่ 3 บ้านนาเผือก หมู่ที่ 4 และบ้านสลี หมู่ที่ 6 ตำบลจอมพระ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการห้ามเผาในพื้นที่การเกษตร และกระตุ้นให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบจากการเผา ซึ่งทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน การเผายังส่งผลทำให้สภาพดินเสื่อมโทรม พื้นที่เพาะปลูกขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ผลผลิตลดลง

นอกจากนี้ยังได้แนะนำแนวทางการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรแบบปลอดการเผาให้แก่เกษตรกร ภายใต้ 9 ทางเลือกจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ได้แก่ การไถกลบทดแทนการเผา การผลิตปุ๋ยหมัก การนำเศษวัสดุมาทำอาหารเลี้ยงสัตว์ ผลิตพลังงานทดแทนเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่งหรืออัดก้อน ผลิตฟางอัดก้อนเพื่อจำหน่าย การใช้เป็นวัสดุคลุมดิน เป็นต้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พุทธศาสนิกชนคนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแห่ร่วมเวียนเทียนคืนมาฆบูชา ปี 68 แน่นวัดชัยมงคลพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 12 ก.พ.68 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ประจำปี 2568 ตามวัดต่างๆ ในเขตเมืองพัทยา มีพุทธศาสนิกชน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากทยอยเข้าร่วมพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3

บริเวณวัดชัยมงคล (พระอารามหลวง) พัทยาใต้ พบว่า มีประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ทางวัดจัดขึ้นตลอดทั้งคืน ส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

อนึ่ง วันมาฆบูชา ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีพระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และพระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ จึงมีครบทั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เดิมเรียกว่า “วันมาฆปุณณมี” หมายถึง วันที่พระจันทร์เพ็ญเต็มดวงในเดือนมาฆะ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานกาชาดของดี เมืองน่าน จัดหารายได้สมทบทุนเหล่ากาชาดจ.น่าน เพื่อสาธารณกุศล ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 20.00 น. ที่ร้านกาชาดน่าน ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดร้านกาชาดน่าน โดยมีนางนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยมีสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีเปิดร้านกาชาดน่าน ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

สำหรับการเปิดร้าน “ร้านกาชาดน่าน” ประจำปี 2568 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหารายได้สมทบทุนเหล่ากาชาดจังหวัดนาน ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดน่านเป็นองค์กรการกุศล ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสภากาชาดไทยในส่วนภูมิภาค มีภารกิจหลัก 8 ด้าน ได้แก่ การช่วยเหลือผู้ประสบทุกข์ภัย การจัดหาและบริการโลหิต ดวงตาและอวัยวะ ให้การสังคมสงเคราะห์ การส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ผู้ด้อยโอกาส การดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในพื้นที่จังหวัดน่าน

โดยในปีนี้เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน จัดจำหน่ายสลากกาชาดการกุศลฯ เพื่อนำรายได้ เพื่อใช้ประโยชน์สาธารณกุศลตามพันธกิจของเหล่ากาขาดต่อไป โดยจัดจำหน่ายสลาก ราคา 50 บาท จำนวน 200,000 ฉบับ โดยมีรางวัล ดังนี้ รางวัลที่ 1 รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 รถยนต์กระบะแค๊ป โตโยต้า รีโว่ จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 3 รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า Fazzio จำนวน 10 รางวัล รางวัลที่ 4 ตู้เย็น 2 ประตู จำนวน 15 รางวัล รางวัลที่ 5

ทีวีจอแบน สมาร์ททีวี 43 นิ้ว จำนวน 15 รางวัล รางวันที่ 6 เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ 10 กิโลกรัม จำนวน 15 รางวัล และรางวัลเลขท้าย 3 ตัว พัดลมสไลตด์ 18 นิ้ว จำนวน 200 รางวัล โดยในทุกวันที่เวทีร้านกาชาดจังหวัดน่านจะได้จัดให้มีการจับรางวัลนาทีทอง มินินาทีทอง และรางวัลชุดพิเศษ เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานสามารถร่วมลุ้นรางวัลต่างๆมากมายกับกาชาดอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ชัชชาติ”ผู้ว่า กทม.ลงพื้นที่สวนสาน เขตคลองสาน สำรวจวางแผนพัฒนาเพื่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยสำนักงานเขตคลองสาน โดยนายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน

มอบหมายให้ นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ และคณะกรรมการชุมชนช่างนาค – สะพานยาว ร่วมลงพื้นที่สวนสาน บริเวณซอยโรงเกลือ เพื่อวางแผนแนวทางในการพัฒนาสวนสาน ให้เป็นสวนสาธารณะและลานกีฬาอเนกประสงค์ให้ประชาชนได้ใช้สวนสาธารณะในการผ่อนคลายและได้ใช้ในการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน

แนวความคิดในการออกแบบเป็นการเชื่อมโยงคนในชุมชนให้เข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกัน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบโจทย์โดนใจคนในพื้นที่ และยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของย่านเชื่อมต่อประวัติศาสตร์ในอดีตสู่ปัจจุบัน จากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ โดย ภายใต้แนวคิดสวนชุมชนขนาดเล็ก เพื่อใช้จัดกิจกรรมในชุมชน พื้นที่ภายในสวน ประกอบด้วยทางเดินวิ่ง สนามเด็กเล่น พื้นที่ออกกำลังกาย สวนสุขภาพ ลานกีฬา รวมถึงอนุรักษ์ต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในสวน อาทิ ต้นไทร ต้นจามจุรี

ซึ่งเดิมเป็นที่ดินรกร้างและมีการลักลอบทิ้งขยะ สำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตคลองสาน จึงมีแผนดำเนินการปรับปรุงที่ดินรกร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาข้างโกดังโรงเกลือแหลมทอง ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 5 พลิกฟื้นคืนสู่พื้นที่สาธารณะ โดยได้แนวคิดจากการดึงข้อดีของพื้นที่ย่านคลองสาน

ซึ่งในอดีตพื้นที่ฝั่งธนบุรีจะมีคลองที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาหลายคลองสานต่อกัน มีเรือสินค้ามาจอดเทียบท่าขนถ่ายสินค้าเข้าโกดังในบริเวณนี้ นับว่าเป็นการเปลี่ยนจากพื้นที่รกร้างเดิม ซึ่งชุมชนขาดปฏิสัมพันธ์กัน ให้กลายเป็นพื้นที่สวนสาธารณะสำหรับทุกคน

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ ​โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​