เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์-ผวจ.ลพบุรี นำคณะเยี่ยมนักเรียนทุนการศึกษา มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์รายใหม่ จำนวน 2 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี และคณะกรรมการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการศึกษา สภาพครอบครัว ความเป็นอยู่ ความประพฤติ ปัญหาอุปสรรค พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ มอบทุนการศึกษา และเป็นกำลังใจแก่เยาวชนผู้ได้รับทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปีการศึกษา 2567 ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอเมืองลพบุรี จำนวน 2 ราย

ในการนี้เมื่อครั้ง พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรจังหวัดลพบุรี ได้มอบทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ให้กับจังหวัดลพบุรี 2 ราย ให้แก่ นางสาวขวัญฤดี กระเป๋าทอง บ้านเลขที่ 51/1 ม.4 ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ และเด็กหญิงเทียนฉาย เชาว์วันดี บ้านเลขที่ 37/4 ม.14 ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี โดยจังหวัดลพบุรี มีนักเรียนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมทั้งสิ้น 35 ราย

ซึ่งจากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ได้ให้โอวาทแก่เยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ทุกคน เป็นเด็กดี เป็นเยาวชนที่ดี มีความซื่อสัตย์ มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กตัญญูต่อบรรพบุรุษ บุพการี และผู้มีพระคุณผู้ที่ได้สนับสนุนทุนการศึกษา

ผ่านมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ อีกทั้งขอให้ตระหนักถึงความจำเป็นและใช้ทุนการศึกษาที่ได้รับ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขอให้เยาวชนทุกคนหลีกหนีห่างไกลจากอบายมุข ตลอดจนสิ่งเสพติดต่างๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหากับครอบครัวและสังคมอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เต้ มงคลกิตติ์ นำความห่วงใย เฉลิมชัยหน.ปชป. แจกข้าวกล่อง-น้ำดิ่มผู้ประสบภัยชาวเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ได้นำคณะลงพื้นที่บ้านท่าต้นกว๋าว หมู่ 4 บ้านพญาชมภู หมู่ 2 บ้านหนองป่าแระ หมู่ 1 ต. ขมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เพื่อแจกข้าวกล่อง 1,000 กล่อง น้ำดื่ม 2,400 ขวด แก่ผู้ประสบอุทก
ภัย หลังลำน้ำปิงและลำน้ำสาขาล้นเอ่อไหลท่วมบ้านเรือน ซึ่งบาง
จุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร

โดยมี นางสาวภคอร จันทรคณา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสรกฤช จันทรคณา คณะทำงานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประสิทธิ์ คลังสีดา อดีต ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 นายสุรกิจ ศิริวาท อดีต ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1นายจักรวาลธวัฒน์ วรรณาวงศ์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 1 นายวิชิต กลิ่นทอง อดีต
ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 นายบุญยงค์ สดสอาด อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.น่าน เขต 1 นายธนิตศักดิ์ ทวีพรจิรภาคย์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 1 และนายสุรพล เต็มสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 1 ร่วม คณะดังกล่าว เพื่อสำรวจความ
เสียหายเบื้องต้น

ต่อมานายมงคลกิตติ์ ได้นำคณะ ลงพื้นที่พบปะแกนนำชุมชนและ ประชาชนที่ ต.ป่าบง และพบกับ นางมาลี สิงห์ด้วง นายกเทศมนตรี ตำบลหนองผึ้ง และผู้บริหารท้องถิ่น อ.สารภี เพื่อสอบถาม ถึงความเดือดร้อนและให้กำลังใจผู้ประสบภัยดังกล่าว โดยฝากความห่วงใยจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป.
ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาถึงผู้ประสบภัยด้วย

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เชียงใหม่ประสบอุทกภัยน้ำระดับน้ำปิงสูงสุดในรอบ 100 ปี มีพื้นที่ประสบภัย 15-16 อำเภอ หรือ70% ของ 25 อำเภอ ขณะนี้น้ำลด1.5เมตรแล้ว แต่ส่งผลต่อพื้นที่เศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ก่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลได้ แม้ว่าเขื่อนปล่อยน้ำน้อยลง แต่ปริมาณน้ำอาจเท่ากับปี 54 ทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยุ่ในโซนอันตรายได้ เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นตามลำดัย

ดังนั้นปีนี้การคาดการณ์น้ำท่วมไม่เหมือนเดิม เนื่องจากมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศอุณหภูมิโลกสูงขึ้น และแผ่นดินทรุดปีละ 4.88 มิลลิเมตร ส่งผล
ให้พื้นที่ต่ำลง ดังนั้นต้องบริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ ปลูกป่าถาวร แก้น้ำท่วมและน้ำแล้งพร้อมกัน เนื่องจากในสมัยรัตน โกสินทร์ มีพื้นที่ป่ากว่า 270 ล้าน
ไร่ ปัจจุบันเหลือ 140 ล้านไร่หายไปกว่า 50 % เนื่องจากมีข้าราช
การ นักการเมือง ทุจริตประพฤติมิชอบ ร่วมกับนายทุนบุกรุกทำ ลายป่า จนส่งผลเสียหายดังกล่าว

“หลังน้ำลดต้องเร่งฟื้นฟูป่าธรรม ชาติ และสร้างระบบนิเวศน์แบบสมดุล ไม่ทำลายป่าต้นน้ำ เพราะช่วงพฤศจิกายนนี้ เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง ต้องคิกออฟเรื่อง pm2.5 แล้ว พร้อมผลักดัน พ.ร.บ อากาศสะอาด เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฏหมายโดยเร็ว” นายมงคลกิตต์ กล่าว
บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานไหลเรือไฟ แห่ปราสาทผึ้ง กฐินน้ำบูชาพญานาค ออกพรรษานี้ 17 ตุลาคม 2567

แชร์เนื้อหานี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม เปิดเทศกาลท่องเที่ยวออกพรรษา ประจำปี 2567 เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสงานบุญใหญ่ประจำปี ประเพณีออกพรรษาในพื้นที่กลุ่มจังหวัดสนุก (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) ในครั้งนี้ ททท.สำนักงานนครพนม ได้จัดกิจกรรม TAT Nakhonphanom Open House #9 เปิดสำนักงาน ททท. ตึกเหลืองสไตล์โคโลเนียลติดริมแม่น้ำโขง ประดับประดาสำนักงานด้วยแสงสีระยิบระยับจากดวงไฟและเรือไฟโบราณจำลองสวยงาม ให้เป็นอีก 1 แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยนักท่องเที่ยวสามารถมาถ่ายรูปได้ ระหว่างวันที่ 4 – 20 ตุลาคม 2567 มาสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบายในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เมืองน่าเที่ยวทั้ง 3 จังหวัด การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในพื้นที่ 3 จังหวัด อาทิ

1.งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ และแข่งขันเรือยาว จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 17 ตุลาคม 2567 ณ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร, หนองหาร และวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อ.เมือง จ.สกลนคร ชม Highlight ขบวนแห่ปราสาทผึ้งยิ่งใหญ่ตระการตา สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม และสักการะพระธาตุเชิงชุม หลวงพ่อพระองค์แสน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในวันที่ 16 ตุลาคม 2567

2.งานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2567 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 18 ตุลาคม 2567 ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม ชม Highlight การประกวดเรือไฟ 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ในจังหวัดนครพนม วันที่ 17 ตุลาคม 2567 ตื่นตากับแสงไฟนับหมื่นดวงทอแสงสว่างไสว งดงามตามลำแม่น้ำโขง พิเศษสุด “แสงแห่งศรัทธาสู่เวทีโลก” ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการจัดงาน โดยเชิญสื่อต่างประเทศ (Influencers-Nas Daily) เดินทางมาร่วมทำข่าวประชาสัมพันธ์ เพื่อยกระดับให้เป็นงานประเพณีระดับสากลให้ก้าวไกลสู่สายตาชาวโลก ด้วยการนำเสนอ “8 เรือไฟพระธาตุประจำวันเกิด” ผสมผสานนวัตกรรมแสง สี เสียง และความร่วมสมัย ออกแบบและตกแต่งเรือไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด “เรือไฟพระธาตุประจำวันเกิด” ได้รับการออกแบบอย่างประณีตและมีความหมายแฝงถึงความเป็นมงคล ตั้งแต่ชื่อของเรือไฟไล่มาจาก “รุ่งสุริยัน” ที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ไปจนถึง “มิ่งเมืองนคร” ที่เป็นตัวแทนของความรุ่งเรืองของจังหวัดนครพนม โดยจะไหลโชว์ตลอดงานทั้ง 11 วัน

3.งานจุดเทียนขึ้นภูบูชาพระใหญ่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแสงเทียนแห่งศรัทธา ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลังจากออกพรรษา 1 วัน บูชาแด่ องค์พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร ในวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

4.งานกฐินน้ำบูชาพญานาค ครั้งที่ 17 ร่วมสืบสานตำนานพญานาคลุ่มแม่น้ำโขงหลังออกพรรษา ในวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ณ ท่าทรายอัญเชิญสถิต สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 เป็นงานวัฒนธรรมที่จัดต่อเนื่องกันมานาน ของประชาชนที่หากินในลุ่มแม่น้ำโขง ทุกปีจะมีประชาชนทั้งสองฝั่งโขงมุกดาหาร – สะหวันนะเขต อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มาร่วมลงแพเรือบั๊ค (เรือบรรทุกรถขนทรายรับน้ำหนักมากกว่า 50 ตัน) พร้อมคณะสงฆ์และผู้ว่าราชการจังหวัด พุทธศาสนิกชนกว่า 200 คน ลงแพเพื่อร่วมลอยกระทงบูชาพญานาค ณ กลางแม่น้ำโขงพื้นที่เชื่อกันว่าเป็นถ้ำพญานาค

นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนสายบุญ พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวมาร่วมรับบุญใหญ่ประจำปี 2567 ในเทศกาลออกพรรษา ร่วมกิจกรรมตามกำหนดเวลาทั้ง 4 งาน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ท่องเที่ยว ที่สัมผัสได้ด้วยตัวเองจากความเชื่อความศรัทธาของคนในท้องถิ่นจนกลายเป็นงานประเพณีวัฒนธรรม สุดยิ่งใหญ่สืบทอดกันมานาน ที่ไม่ได้มีบ่อยครั้ง ใน 1 ปี จะจัดเพียงครั้งเดียวเชื่อมต่อกัน ในพื้นที่ 3 จังหวัดสนุก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อำลา 3 นายตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา เกษียณก่อนอายุราชการ ในปี 67/ รองสารวัตรสืบบางละมุงใจดี มอบเงินสนับสนุนฟุตซอล

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้จัดงานเลี้ยงเนื่องในโอกาสเกษียณและเกษียณก่อนอายุราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด ประจำปี 2567 ที่เดอะ ลีลา รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา จ.ชลบุรี

สำหรับงานเลี้ยงเนื่องในโอกาสเกษียณและเกษียณก่อนอายุราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ประจำปี 2567 มีเจ้าหน้าที่ 1 นาย ที่เกษียณอายุราชการ และอีก 2 นาย เกษียณก่อนอายุราชการ ประกอบด้วย ร.ต.อ.ธนา ศรีนครา, ร.ต.อ.สุจิน คุ้มปั้น และ ร.ต.อ.วิรุฬ ธาตุวิสัย

ทั้งนี้ ได้มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ส่งนายกิตติคม ธีวรางกูล ผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมมอบกระเช้าเพื่อร่วมอำลานายตำรวจท่องเที่ยวในโอกาสดังกล่าวด้วย

รองสารวัตรสืบบางละมุงใจดี มอบชุดฟุตซอลและเงินสนับสนุนทีมฟุตซอล นร. สู้ศึกกีฬานักเรียน อปท.ที่สระแก้ว

มีรายงานว่า ร.ต.ต.ชัยนาม ไวยณางค์ รอง สว.สส. สภ.บางละมุง หรือ หมวดมอส ได้นำชุดกีฬาฟุตซอลมาสนับสนุนเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมให้กับเด็กนักเรียนนักกีฬาทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมมอบเงินสนันสนุนและให้กำลังใจนักกีฬาฟุตซอลรุ่นอายุ 12 ปี 14 ปี ทั้งชายและหญิง เพื่อไปสู้ศึกในการแข่งขันอีกสองรายการที่กำลังจะมาถึงในช่วงเดือนตุลาคมนี้
โดยรายการแรกจะเดินทางไปการแข่งขันฟุตซอลในรายการ Program first round Terminal21 Korat Futsal FA CUP2024 ในระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคม 2567 และรายการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก วังน้ำเย็นเกมส์ จ.สระแก้ว ในระหว่างวันที่ 17-27 ตุลาคม 2567 นี้ด้วยเช่นกัน  ผลงานล่าสุดของทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ในรายการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับภาคตะวันออกปีที่แล้ว สามารถคว้าอันดับ 2 ส่วนระดับประเทศสามารถคว้าอันดับ 3 ร่วมกับเมืองพัทยาในรุ่น 12 ปีหญิง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.มุกดาหาร ซ้อนแผนรวบฆาตกรโหด ฆ่าเพื่อนถ่วงน้ำโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ร.ต.อ.อุทัย ศรีแนน ร้อยเวร สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากนายสมศักดิ์ แตงงาม อายุ 42 ปี ว่ามีเพื่อนถูกฆ่าตายในบ้านเช่าในชุมชนตาดแคน ซอย 8 เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร แล้วนำศพไปทิ้งที่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านสงเปือย ตำบล บางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ลงมือฆ่า คือ นายบาส เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบศพนายกิตติศักดิ์ บางเพชร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ส่งสินค้า สภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแล้วถูกนำร่างใส่ไว้ในกระสอบแล้วหุ้มทับด้วยถุงดำ

ต่อมาเนื่องจากยังไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้วิธีเชิญตัวนายกิตติพงศ์ หรือบาส เงินงาม อายุ 46 ปี มาที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขอสอบถามข้อมูล ปรากฏว่าเมื่อนายบาส มาถึงก็ได้เข้าไปนั่งสั่งอาหารรับประทานอยู่ในร้านอาหารตามสั่งของ สภ.เมืองมุกดาหาร โดยยังไม่เข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อทราบว่านายบาส นั่งอยู่ในร้านอาหารก็ได้เข้าไปควบคุมตัวแล้วนำไปสอบสวน ซึ่งต่อมา นายบาสได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่านายกิตติศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกันจริงเพราะเมาและและเกิดอารมณ์โมโหจากการโต้เถียงกันเรื่องยาเสพติด

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายบาส ไปชี้จุดที่เกิดเหตุบริเวณบ้านเช่า โดยนายบาสได้เปิดเผยเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ตนเอง กับนายสมศักดิ์ และผู้ตาย ได้นั่งกินเหล้าด้วยกันที่บริเวณด้านหลังบ้านพักภายใน ซ.ตาดแคน จากนั้นมีเรื่องทะเลาะกันกับผู้ตาย ทำให้เกิดความโมโหจึงได้ทำร้ายผู้ตายโดยใช้เอาน้ำร้อนนาฬิกาต้มน้ำสาดใส่ผู้ตายแล้วเข้าไปชกต่อยและใช้เท้ากระทืบจนถึงแก่ความตาย

จากนั้นในเวลาประมาณ 00.30 น. ก็ได้นำศพผู้ตายใส่ในกระสอบ หุ้มทับด้วยถุงดำ แล้วมัดด้วยลวดและถ่วงก้อนหิน ก่อนที่จะนำศพขึ้นรถบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71 – 1176 นนทบุรี ไปทิ้งลงในแม่น้ำโขง ที่บริเวณท่าทราย บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ//ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เมืองพัทยาเตรียมจัดงานวิ่งบิกินี่ริมทะเล Pattaya International Bikini Beach Race 2024

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ต.ค.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยมีตัวแทนองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ

ทั้งนี้ เมืองพัทยาได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา กำหนดจัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024 ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2567 ที่บริเวณชายหาดพัทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้าร่วม ผ่านกิจกรรมวิ่งชายหาดระยะทาง 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นกิจกรรมวิ่งที่มีผู้เข้าร่วมมานติดอันดับโลก เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาในด้านการเป็น Sports City และ Sports Tourism

ในที่ประชุมมีการนำเสนอรายละเอียดการจัดงาน การพิจารณา
การขอความอนุเคราะห์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การขอใช้พื้นที่ชายหาดพัทยา และพื้นที่ทางเท้าจัดกิจกรรม อีกทั้งยังได้วางแผนจัดอุปกรณ์จัดสถานที่จัดงาน และกระแสไฟฟ้า รวมทั้งการติดตั้งไฟส่องสว่าง การรักษาความสะอาด การจราจร และการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนขอความร่วมมือผู้ประกอบการร่มเตียงร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วย

นายกพัทยาปิ๊งไอเดีย! จัดระบบ Pattaya City Live CCTV ตรวจเช็กรถติด​-ฝนตก​-น้ำท่วม​ ผ่านกล้องแบบ Real Time กว่า​ 200​ ตัว

ด้วยความเจริญเติบโตของเมืองท่องเที่ยวส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาโดยเฉพาะปัญหาด้านการจราจรในเมืองท่องเที่ยวที่หลักเลี่ยงไม่ได้ แต่เมืองพัทยามีความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เบาบางลงอย่างต่อเนื่องนั้นผู้สื่อข่าวเปิดเผยว่า ล่าสุด นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ดำเนินการจัดระบบ Pattaya City Live CCTV ให้บริการตรวจเช็กรถติด​-ฝนตก​-น้ำท่วม​ ผ่านกล้องแบบ Real Time ที่ติดตั้งในเมืองพัทยากว่า​ 200​ ตัว โดยสามารถใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น LINE เพื่อความสะดวกของประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการรับทราบข้อมูลและสถานการณ์ต่างๆ แบบเรียลไทม์อำนวยความสะดวกในการเดินทางและการท่องเที่ยว โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เผยว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถใช้ตรวจเช็กสภาพการจราจร สภาพอากาศ ได้แบบสดๆ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อนุทิน รองนายกฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เตรียมชง ครม.เยียวยา 9,000 บาท ค่าล้างโคลนครัวเรือน ละ 1 หมื่นบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(5ตค67) ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนากยรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและติดตามผลการฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนัก ของ อ.แม่สาย โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และผลการฟื้นฟูจาก นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ซึ่งจากภาพจะเห็นว่าระดับน้ำในแม่น้ำสายที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1

ได้ลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด หลังรับฟังการบรรยายสรุป นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้จะเร่งฟื้นฟู โดยฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน และภาคเอกชน เชียงรายตอนนี้ไม่น่าห่วงแล้ว กระทรวงได้ส่งรองปลัดมาทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและตั้งรองผู้ว่ามาใหม่ เร็วๆนี้จะได้เร่งแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอแม่สายแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการ ตลาดสายลมจอยทราบว่าสินค้าของผู้ประกอบการเสียหายมาก

จะนำไปเสนอ ครม. พิจารณาว่าจะช่วยเหลือเยียวยาได้ยังไงบ้าง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มส่วนหน้า หรือ ศปช.ส่วนหน้าจังหวัดเชียงราย ที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน สามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี มีการประสานขอรับการสนับสนุนจนสามารถส่งความช่วยเหลือมาได้เร็วขึ้น (มีเสียงสัมภาษณ์)

ส่วนกรณีน้ำที่มารอบที่ 2 อาจจะส่งผลกระทบทำให้การฟื้นฟูล่าช้าออกไป นายอนุทิน บอกว่า ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบแน่ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในพื้นที่ก็ไม่ได้ไปไหน ยังสามารถวางแผนรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีกว่ารอบแรก จึงเชื่อว่าการฟื้นฟูต่างๆ น่าจะสามาราถทำได้ตามแผนเดิม ซึ่งทุกฝ่ายตั้งใจว่าจะทำให้แม่สายกลับมาปกติให้เร็วที่สุด ส่วนอนาคตจะเกิดอุทกภัยอีกไหม ยังบอกไม่ได้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ แต่เท่าที่ได้รับรายงานการระบายน้ำสามารถทำได้ดีขึ้น ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเกิดอุทกภัยรุนแรงอีกแล้ว ภารกิจหลักจึงมุงเน้นไปที่การฟื้นฟูซึ่งตอนนี้ก็ทำไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้แม่สายกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุด (มีเสียงสัมภาษณ์)

นอกจากนั้นนายอนุทินพร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมขังและดินโคลนตกค้างอยู่หนักมากคือที่เหมืองแดง ซอย 8 หรือชุมชนบ้านผามควาย เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูอยู่ในพื้นที่จำนวน 2 จุด คือที่บ้านเหมืองแดง หมู่ 2 และบ้านปิยะพร หมู่ที่ 13 ต.แม่สาย พร้อมทั้งได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่วัดปิยะพร อีกด้วย

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดที่ อ.แม่สาย หลังระดับน้ำในแม่น้ำสายได้ลดระดับลงจนต่ำกว่า 5 เมตร ทำให้น้ำที่เคยท่วมขังในหลายพื้นที่ได้ค่อยๆ ลดลง ที่ตลาดสายลมจอยซึ่งเมื่อวานน้ำท่วมขังสูง หลังมีการนำท่อสูบน้ำซิ่งลงไปสูบน้ำออกทำให้พื้นที่น้ำลดลงเร็วขึ้น ภารกิจหลังน้ำลดคือต้องรีบตักดินโคลนอก เพื่อดำเนินการในส่วนของการฟื้นฟูต่อไป ส่วนชุมชนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านถ้ำผาจม บ้านเกาะทราย บ้านไม้ลุงขน และบ้านเหมืองแดง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะได้เริ่มการฟื้นฟูอีกครั้ง หลังจากต้องหยุดไปตอนที่น้ำมาขึ้นมาระลอกล่าสุด

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน” ชื่นชม อนุรักษ์พุทธศิลป์ไทยยิ่งใหญ่ ! สถาบันพระปกเกล้า จัดมหกรรมประกวดอนุรักษ์พระบูชา-พระเครื่อง

แชร์เนื้อหานี้

โดยมี นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ดร.ถวิลวดี บุรีกุล รองเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พลเอก นักรบ บุญบัวทอง ประธานดำเนินงาน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน พระปลัดสุรเชษฐ์ สุรเชฏฺโฐ เจ้าอาวาสวัดโตนด นายพิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์)อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมพระเครื่อง พระบูชาไทย คณะนักศึกษา หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่น 1-14 สถาบันพระปกเกล้า ตลอดจน แขกผู้มีเกียรติร่วมในงานอย่างคับคั่ง

นายอนุทิน กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้า ถือเป็นเสาหลักของภูมิปัญญาทางการเมืองของประเทศไทย เป็นเรื่องน่าชื่นชม ที่ทางสถาบันฯ ได้จัดกิจกรรม “มหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่อง” ขึ้น เพื่อหารายได้สนับสนุนโครงการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ในฐานะที่ตนเป็นนักการเมือง ทำงานการเมืองมาเกินครึ่งของชีวิตการทำงานแล้ว ก็ดีใจที่การเมืองภาคพลเมืองจะได้รับการสนับสนุน เพราะนั่นหมายถึง การมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพของประชาชนต่อไป อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาทางการเมืองและการบริหารประเทศอย่างยั่งยืน

“การที่ทุกท่านมาร่วมงานมหกรรมประกวดพระเครื่องฯครั้งนี้ ขอยืนยันว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เพราะไม่มีพระเครื่ององค์ใดที่เป็นแชมป์ตลอดไป แต่อยู่ที่ใจของเรา หากเราคิดว่าพระองค์ใด ถูกใจ หรือถูกโฉลกกับเรา พระองค์นั้นคือองค์ที่สวยที่สุด มีมูลค่ามากที่สุด หรืออาจจะประเมินค่าไม่ได้” รมว.มหาดไทย กล่าว

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มว่า ขอให้ทุกคนใช้โอกาสนี้ในการชื่นชมพุทธศิลป์ ศิลปะของไทย ที่ล้วนแล้วแต่มีคุณค่า มีความเป็นสิริมงคล และได้ร่วมกันถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา อันเป็นที่พึ่งทางใจ
การมีพระเครื่องอยู่ที่คอ อย่างน้อยจะทำให้เรายับยั้ง และมีจิตสำนึกที่ดี ในการจะทำสิ่งที่สุ่มเสี่ยง หรือปฏิบัติสิ่งที่ไม่ดี

ด้าน พลเอกนักรบ บุญบัวทอง ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อนำรายได้สนับสนุน โครงการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ของสถาบันพระปกเกล้า เพื่อเป็นการสนับสนุนการอบรมให้ความรู้ประชาธิปไตย แก่ภาคพลเมืองเยาวชนทั่วประเทศ

สำหรับกิจกรรมประกวดอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่องฯ ดำเนินการขึ้นระหว่าง วันที่ 5-6 ตุลาคม โดยมีรางวัลประเภทโต๊ะต่างๆ 78 รางวัล และมี รางวัลชนะเลิศ 3 รางวัล ได้แก่รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมสูงสุด รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระยอดนิยม และรางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระทั่วไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากพิธีเปิดงาน รมว.มหาดไทย นำคณะผู้จัดงาน เดินเยี่ยมชมบูธการจัดแสดงพระเครื่องพระบูชาที่มาจากทั่วประเทศ พร้อมเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดพระอีกด้วย

“สว.อังกูร” ผนึกกำลัง 20 องค์กร แบ่งปันความสุข รวมพลังฟื้นฟูสวัสดิภาพสัตว์ที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

เวลา 10.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2567 ที่วิทยาลัยการตำรวจ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จิน ผบช.ศ. และ รศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร อุปนายกสมาคมป้องกันกาทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย นายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย ร่วมกับ 20 องค์กรเครือข่าย ร่วมปล่อยคาราวานรถสิ่งของ อาหาร เวชภัณฑ์ วัคซีนที่จำเป็นต่อสัตว์ ในโครงการช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูสวัสดิภาพสัตว์ หลังประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย ส่งไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่

พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง เปิดเผยว่า อุทกภัยที่เกิดครั้งนี้ ส่งผลให้คนและสัตว์ได้รับความเดือดร้อนทุกข์ยาก ลำบากค่อการใช้ชีวิตตามปกติ ด้วยความห่วงใย จึงได้หารือคณะทำงาน โดยเฉพาะสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ในการให้ความช่วยเหลือผผุ้ประสบภัยทั้งสรรพสัตว์น้อยใหญ่ที่เดิอดร้อน จึงนำมาซึ่งการร่วมกับองค์กรเครือข่ายต่างๆเพื่อเยียวยาฟื้นฟูสวัสดิภาพสัตว์หลังประสบอุทกภัย เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายซื้อยา อาหาร และเวชภัณฑ์ในการดูแลสัตว์ ป้องกันโรคที่จะเกิดจากสัตว์ รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยด้วย

ด้านนายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนกรมปศุสัตว์ ขอบพระคุณทุกท่าน ทุกองค์กร ทุกเครือข่าย ที่ระดมสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร เวชภัณฑ์ต่างๆส่งไปช่วยเหลือสัตว์และพี่น้องชาวเชียงใหม่ เชียงราย ที่ได้รับผลกระทบ คุณประโยชน์ครั้งนี้ เป็นการช่วยเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างมีเมตตาธรรม ให้โลกใบนี้มีความรัก ความสงบสุขร่วมเย็น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ราชภัฏเทพสตรี ตีฆ้องชัย โหมโรงเปิดเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียงฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 13.30 น. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 โรบิสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี ผศ.ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี นายสมมาส มั่งคั่ง นายกเทศมนตรีตําบลป่าตาล และ ผศ.ดร.มยุรี รัตนเสริมพงศ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลโคมลม ครั้งที่ 1 “เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล” ณ บริเวณเทศบาลตําบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

หลังจากการแถลงข่าวเสร็จมีการโชว์เดินแบบเสื้อผ้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรงของชาวลาวเวียงบ้านป่าตาล เป็นผลงานการออกแบบของนักศึกษาสาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี อีกทั้งภายในงานยังมีกิจกรรมการสาธิตทำโคมลมและพวงมโหตร การแสดงสินค้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรง และอาหารพื้นถิ่นของชาวลาวเวียง โดยมีนางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี สื่อมวลชน ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย โดยมี ผศ.ดร.มยุรี รัตนเสริมพงศ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็น หัวหน้าโครงการวิจัย ภายใต้ชื่อโครงการ “การฟื้นวิถีชีวิตทุนทางวัฒนธรรมลาวเวียงผ่านการสร้าง เทศกาลวัฒนธรรมลาวเวียงบ้านป่าตาล อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี”
สำหรับความเป็นมาของเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 “เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล” โดยอดีตในช่วงวันออกพรรษา ขึ้น14-15 ค่ำ เดือน 11 และแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ( เดือนตุลาคมของ ทุกปี )

ชาวลาวเวียงบ้านป่าตาลจะมีประเพณีการไหว้ม้าประทีปหรือการได้หางประทีป ที่วัดใน พื้นที่ตำบล ป่าตาล 4 วัด ได้แก่ วัดห้วยเปี่ยม, วัดป่าตาล, วัดป่าหวายเก่า และวัดป่าหวายทุ่ง ซึ่งม้าประทีปเป็นสัตว์พาหนะของพระพุทธเจ้า เมื่อถึงวันออกพรรษาม้าประทีปจะลงมาจากสวรรค์เพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้บูชา และขอพรให้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันทำโคมลมและการปล่อยโคมลมเกิดขึ้น ระหว่างวัดในพื้นที่บ้านป่าตาล เมื่อบูชาพระพุทธเจ้าบนสวรรค์ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้เลื่อนหายไปจากชุมชนลาวเวียงบ้านป่าตาลจึงนำไปสู่การหารือและมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะรื้อฟื้นสิ่งประดิษฐ์ภูมิปัญญา

บรรพบุรุษการทำโคมลมและการปล่อยโคมลม ที่หายไปกว่า 50 ปี จากประเพณีการไต้หางประทีปในช่วง วันออกพรรษาของลาวเวียงบ้านป่าตาล กลับคืนมาอีกครั้ง จึงได้มีการจัดงานเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 ” บิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล ” ขึ้นมา โดยกำหนดการจัดงานในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2567 เวลา 16.00 – 22.30 น. ณ เทศบาลตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

โดยกิจกรรมในวันที่ 18 ต.ค.2567 ประกอบไปด้วย ขบวนแห่โคมลม การแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดลพบุรี ได้แก่ลาวเวียงบ้านป่าตาล, ลาวเวียงหนองแขม, ลาวแง้วพุคา, ไทพวนถนนใหญ่, ไทยวนหนองกระเบียน, ไทพวนโคกกระเทียม, มอญบางขันหมาก นอกจากนั้นมี การแสดงดนตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จำลองหมู่บ้านลาวเวียง ชมหนังกลางแปลง ชิม ช็อป อาหารพื้นถิ่น และสินค้า OTOP และในวันที่ 19 ต.ค. 2567 มีการประกวดส้มตำปลาร้าต่อน, การแสดงวิถีชีวิตลาวเวียงบ้านป่าตาล, การเดินแบบเสื้อผ้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรง, รำวงย้อนยุค-บาสโลบ

โดยทั้ง 2 วัน มีการแสดงดนตรี”วงลวนรินทร์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี กิจกรรมพิธีไหว้ใต้หางประทีป, กิจกรรมชมวิถีลาวเวียงบ้านป่าตาล, สาธิตการทำโคมลมและพวงมโหตร ทั้งยังมี หนังกลางแปลง ชิม ช็อปอาหารพื้นถิ่น และสินค้า OTOP สำหรับจุดไฮไลท์ : โคมลมยักษ์ และ อุโมงค์โคมลม อีกด้วย ซึ่งทางเทศบาลตำบลป่าตาล ขอเชิญชวนชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มาเที่ยวชม สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมลาวเวียงบ้านป่าตาลในครั้งนี้ด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนณ ลานประตูท่าแพ น้ำท่วมเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

(5 ต.ค.67) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ฐากูร นิ่มสมบุญ ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.อัมรินทร์ อัมพรมหา รอง ผบก.ทท.2 และ พ.ต.ท.มกรา  ศรีสกุลพิสุทธิ์  สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.2 ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชน โดยมีศูนย์ช่วยเเหลือส่วนหน้าที่ ณ ลานประตูท่าแพ  บริเวณชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง (S.T.C.) เชียงใหม่

และภายหลังปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยใช้สำนักงาน ททท.จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดประสานงาน เพื่อช่วยเหลือแบบบูรณาการกับทุกหน่วยงาน โดยมีท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ และมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นรองหัวหน้าศูนย์



โดยได้จัดให้มีบริการ รับ-ส่ง นักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ปลอดภัย ,สนามบิน และที่พัก ทั้งทางรถยนต์ และทางเรือ พร้อมทั้งบริการแจกอาหาร และน้ำดื่ม รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวสามารถขอความช่วยเหลือผ่านช่องทาง 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีข้าราชการตำรวจ 
เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด กก.2 บก.ทท.2 และอาสาสมัครช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ร่วมปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ทางศูนย์ปฏิบัติการร่วมฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไปได้แล้วกว่า 500 ราย ....

สมจิตร แสงบันลังค์ แมวคาบข่าว รายงาน