คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ สมาชิกกรุงเทพฯ ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “เปิดบ้านสานสัมพันธ์ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์กรสมาชิกกรุงเทพมหานคร”

ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสมาชิกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โอกาสนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้กล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมแถลง ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประจำปี 2569

โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ การยกระดับการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์สังคมปัจจุบัน ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทขององค์กรภาคประชาสังคมในการร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ขณะเดียวกัน ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้บรรยายแนวทาง การมีส่วนร่วมขององค์กรสมาชิกกับกิจกรรมและโครงการสำคัญของ

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรเครือข่ายเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนงานสาธารณประโยชน์และงานสังคมสงเคราะห์ร่วมกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นอกจากนี้ ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ยังได้บรรยายในหัวข้อ สิทธิประโยชน์ขององค์กรสมาชิก ที่จะได้รับจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาองค์กรสมาชิกให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย ดร.ณกรณ์ ไกรรณภูมิ ประธานกรรมการประสานงานกรุงเทพมหานคร สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ซึ่งได้จัดให้มี Relationship Building Workshop เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างองค์กรสมาชิก โดยทีม

วิทยากร Rocket Mind (RM) รวมถึงกิจกรรม ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียงกันของเครือข่ายองค์กรสมาชิกกรุงเทพมหานคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรี ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษาและเอกชน ลงนาม MOU ยกระดับการท่องเที่ยวบนรากฐานวัฒนธรรมที่เข้มแข็งมุ่งสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมนางสาวเมธินี นิชรัตน์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสิงห์บุรี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทาง

วิชาการ (MOU) ครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่างจังหวัดสิงห์บุรี กับภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษา และองค์กรภาคเอกชน รวมกว่า 18 หน่วยงาน เพื่อขยายฐานการท่องเที่ยวของจังหวัดโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เป็นตัวขับเคลื่อน

ณ ห้องจัดเลี้ยงเกษรา ร้านเกษราเบเกอรี่ จังหวัดสิงห์บุรีผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ “เพื่อขยายฐานการท่องเที่ยวของจังหวัดสิงห์บุรีบนรากฐานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง” โดยมีผู้บริหาร

จากสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร (คณะโบราณคดี), มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนอย่าง หอการค้าจังหวัด, สภาอุตสาหกรรม, และกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) ร่วมลงนามอย่างพร้อมเพรียง
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีกำหนดระยะเวลา 5 ปี โดยมีพันธกิจสำคัญ 3 ด้าน ดังนี้:

  1. ด้านวิชาการ: ร่วมกันศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรมของสิงห์บุรีให้เป็นที่ประจักษ์
  2. ด้านการมีส่วนร่วม: สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาชน ในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
  3. ด้านการสร้างมูลค่า: นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
  4. “การลงนามในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่กระดาษแผ่นเดียว แต่คือการหลอมรวมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย และพลังขับเคลื่อนจากภาคเอกชน เพื่อทำให้ประวัติศาสตร์ของสิงห์บุรีมีชีวิต และสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวสิงห์บุรีได้อย่างยั่งยืน”

กองบรรณาธิการ/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านจัดโครงการ “รวมพลังสตรีน่าน เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569” แสดงพลังสตรี ส่งเสริมบทบาทสตรีพัฒนาชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่หอประชุมนันทพัฒน์ ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการ “รวมพลังสตรีน่าน เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี พ.ศ. 2569”

โดยมี นางพวงแก้ว พรมมิ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำสตรี และคณะกรรมการพัฒนาสตรีจากทั้ง 15 อำเภอ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดน่าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสำคัญของวันสตรีสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี อันมีจุดเริ่มต้นจาก

การต่อสู้เรียกร้องสิทธิของแรงงานหญิงในอดีต และเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมบทบาทสตรีให้มีความเสมอภาคและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ปัจจุบันสตรีมีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความสามารถทัดเทียมบุรุษ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ รวมถึงการดูแลครอบครัวและสังคมให้เข้มแข็ง จึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพให้สตรีมีความรู้ ความสามารถ และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงพลังสตรีน่านจากกลุ่มสตรีทั้ง 15 อำเภอ การมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่สตรีดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชนระดับจังหวัด ประจำปี 2569 จำนวน 5 ราย การแสดงแบบ “8 ชุดไทยพระราชนิยม” และกิจกรรม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

เพื่อรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองน่าน การสาธิตการทำบายศรี การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรีและสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี รวมถึงนิทรรศการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ตลอดจนการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม “พลังชุมชน เติมสุขทั่วไทย Give and Share Happiness” โดยองค์กรสตรีร่วมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส จำนวน 15 ราย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ภายหลังพิธีเปิด ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรีและสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและพลังของสตรีจังหวัดน่านในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คนไทยในอิหร่าน 23 คน กลุ่มแรก เซ็ต 2 ถึงไทยแล้ว เตรียมรับกลุ่ม 2 กลับอีก 69 คน และยังมีคนไทยที่ยังไม่กลับ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 10 มี.ค.2569 ที่ อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 โซน ซี คนไทย 23 คนที่พำนักอยู่ที่ประเทศอิหร่าน กลุ่มแรก เซ็ต 2 ที่ได้อพยพออกจากประเทศอิหร่าน ตั้งแต่เย็นวันที่ 7 มี.ค.69 ไปยังประเทศตุรกี ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทย ด้วยสายการบินตุรกีแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 64 โดยเดินทางจากท่าอากาศยานอิสตันบูล ประเทศตุรกี มาถึงที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในเวลา 08.20 น. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ที่ไปศึกษาอยู่ที่ประเทศอิหร่าน หลังจากเมื่อวานนี้ได้เดินกลับมาถึงไทยแล้วส่วนหนึ่ง 29 คน โดยมี นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยให้การต้อนรับ

นายวิชาวัฒน์ เปิดเผยว่า คนไทยที่อพยพออกจากประเทศอิหร่านเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วเป็นกลุ่มแรก รวม 52 คน โดยทยอยเดินทางกลับ 2 เที่ยวบิน ซึ่งเมื่อวานนี้มีคนไทยเดินทางถึงก่อน 29 คน และวันนี้เดินทางถึงเพิ่มเติมอีก 23 คน โดยส่วนใหญ่มีสภาพจิตใจที่ดี แม้จะมีอาการอ่อนล้าจากการเดินทาง เนื่องจากต้องเดินทางด้วยรถยนต์เป็นระยะทางไกล แต่ทุกคนได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งนี้ ตลอดการเดินทางกลับ ทางเราก็มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดจากกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งกรมการกงสุล กรมภูมิภาค รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศตะวันออกกลางและที่กรุงเตหะราน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย

นายวิชาวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีคนไทยอีกประมาณ 69 คน ที่เตรียมเดินทางออกจากอิหร่านในลักษณะเดียวกัน โดยจะเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเตหะรานไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี ก่อนต่อเครื่องบินกลับประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับรัฐบาลอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เพื่อแจ้งเส้นทางการเดินทางของคณะคนไทย และขอความร่วมมือให้การเดินทางมีความปลอดภัย ขณะที่ยังมีคนไทยในอิหร่านอีกอย่างน้อย 130 คน ซึ่งสถานทูตไทยยังคงติดต่อดูแล และชักชวนให้ออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ ในประเทศอื่นของภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน ก็มีคนไทยบางส่วนแสดงความประสงค์เดินทางกลับเช่นกัน โดยบางประเทศยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการตามปกติ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในภูมิภาคได้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ยอมรับว่าสถานการณ์ในอิหร่านยังคงมีการโจมตีเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้จะไม่รุนแรงเท่าระลอกแรก แต่ยังคงมีการโจมตีเกิดขึ้นทุกวัน ทำให้สถานการณ์ยังน่ากังวล และคาดว่ายังไม่ยุติลงในเร็ว ๆ นี้

นาย อาดิล สุขศาสน์กวิน อายุ 28 ปี นักศึกษาไทยในอิหร่าน กล่าวว่า นักศึกษาไทยรู้สึกขอบคุณรัฐบาล ที่ประสานงานตั้งแต่เริ่มมีการโจมตี และรู้สึกอุ่นใจที่คนไทยได้ช่วยเหลือกัน สำหรับการเดินทางจากกรุงเตหะรานไปตุรกีก็มีความลำบากอยู่บ้าง เนื่องจากระยะเวลาในการเดินทางค่อนข้างไกล โดยที่ตัดสินใจเดินทางกลับนั้น

ก็เป็นเรื่องความปลอดภัย เพราะก่อนหน้านี้ได้รับคำแนะนำจากสถานทูต ให้ลงไปอยู่ชั้นใต้ดินเพราะสถานการณ์รุ่นแรงมากยิ่งขึ้น รวมถึงนักศึกษาประเทศอื่นๆ ก็ได้เดินทางกลับประเทศตัวเอง นอกจากนี้ขณะที่มีการโจมตีกันนั้น ทางมหาวิทยาลัยก็ได้มีการปิดการเรียนชั่วคราว แต่สถานการณ์ในพื้นที่จริงไม่ได้น่ากลัวตามที่ปรากฏในข่าว เพราะมีการโจมตีกันแค่บางจุดเท่านั้น โดยเฉพาะสถานที่ราชการ

เบื้องต้น ตนยังไม่มีข้อมูลว่ามีคนไทยที่อยู่ในอิหร่านไม่ประสงค์เดินทางกลับ แต่จากการสอบถาม ส่วนมากก็ประสงค์จะเดินทางกลับไทย รวมถึงเพื่อนของตนที่จะเดินทางกลับในกลุ่มถัดไป (69คน) อย่างไรก็ตามนายอาดิล กล่าวทิ้งท้ายว่า “การปกป้อง ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การปกป้องอธิปไตยก็เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ซึ่งชาวอิหร่านตอนนี้ก็ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอยู่”
ด้าน น.ส.ญาเซมัญ สินารา อายุ 28 ปี คนไทยในอิหร่าน กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ประเทศไทยเป็นหลัก แต่ว่า มีครอบครัวอยู่ที่อิหร่าน ซึ่งตั้งใจจะไปเยี่ยมญาติ

โดยได้ไปอยู่ที่อิหร่านได้ประมาณ 10 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งตนเองมีแผนที่จะบินกลับไทยอยู่แล้ว แต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อน ยอมรับว่า รู้สึกกลัวมาก และรู้สึกกลัวตาย เพราะในชีวิตไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ และไม่คิดว่าจะใกล้ตัวมาก เพราะบางที ระเบิดลงใกล้บ้าน จนทำให้ตัวบ้านสะเทือน เพราะไม่รู้ว่า ระเบิดจะมาลงที่บ้านเราหรือไม่ แม้ว่า ส่วนใหญ่ระเบิดจะลงตามสถานที่ราชการ โดยคนในครอบครัวที่อยู่อิหร่าน แม้เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง ก็มีความกังวลอยู่บ้าง เพราะในประเทศอิหร่านจะไม่มีหลุมหลบภายใต้ไต้ดิน แต่การใช้ชีวิต

ส่วนใหญ่คนอิหร่านจะใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไป น.ส.ญาเซมัญ กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ ตนไม่ได้รับสัญญาณเตือนอะไร จากประเทศอิหร่านมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต โทรออกก็ไม่ได้ แต่สามารถโทรออกภายในประเทศได้ จึงทำให้ตนสามารถโทรติดต่อสถานทูตไทยได้ แต่โทรออกนอกประเทศไม่ได้ ด้าน นายอะเดล ทาบิอิ พ่อชาวอิหร่าน ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 35 ปี จนได้สัญชาติไทย กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุการณ์ตนอยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งลูกสาวได้โทรหาตนเองตอนประมาณ 01.30 น.

ซึ่งเวลานั้นมีระเบิดลงห่างจากบ้านเพียง 500 เมตร แต่ว่า บ้านไม่ได้รับความเสียหายน.ส.ญาเซมัญ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์วันนั้นคาดว่า จะเกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เพราะตอนอยู่บ้านคนเดียว และจำได้ว่า วันนั้นระเบิดลงทั้งวันในช่วงเวลากลางคืน จนบ้านสั่น ซึ่งเวลานั้นเราไม่รู้เลยว่า จะมีความปลอดภัยจริงไหม ตามที่คนพูดให้มีความสบายใจ โดยคนอิหร่านส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น มารู้พร้อมกันตอนประเทศอิสราเอลยิงแล้ว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ “วันนักข่าว” ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 มีนาคม 2569 สมาคมสื่อมวลชนจังหวัด น่าน จัดกิจกรรมเนื่องใน วันนักข่าว หรือวันสื่อสารมวลชนอหางชาติ ประจำปี 2569 โดย นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นำทีมสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมทำ

กิจกรรมทำความดีและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นักข่าวที่ล่วงลับช่วงเช้า คณะสื่อมวลชนได้ร่วมถวายสังฆทาน เนื่องในวันนักข่าว ณ วัดมิ่งเมือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่นักข่าวผู้ล่วงลับจากวงการสื่อมวลชน

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย โดยมี พระสุนทรมุณี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคีของคณะสื่อมวลชนในจังหวัดน่าน

หลังจากนั้น คณะสมาคมสื่อมวลชนได้ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โดยจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดน่าน สังกัดสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแบ่งปันกำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กนักเรียน

ต่อมา สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้ลงทะเบียนคงสภาพสมาชิกประจำปี และเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมร้าน ฮั้วเลิศรส อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยที่ประชุมได้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เนื่องจากคณะกรรมการชุดเดิมครบวาระ 2 ปี

ผลการประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ เสนอชื่อและเลือก นายบุญยงค์ สดสอาด ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านอีกวาระหนึ่ง ในช่วงปี พ.ศ. 2569 – 2570 พร้อมทั้งได้พิจารณาเรื่องสวัสดิการของสมาชิกสมาคมฯ เพื่อพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรต่อไป

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างอบอุ่น ก่อนเสร็จสิ้นกิจกรรมในวันนักข่าวประจำปี 2569

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่​ ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา​ และขสป.สาละวิน ติดตามความคืบหน้าการตัดถนนและทำลายต้นไม้

แชร์เนื้อหานี้

(23 ก.พ.69) พล.ต.ต.นันนทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายณัฐ โก่งเกษร ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายชัยชาญ ศรียงค์ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า​ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เพื่อขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับรายงานว่ามีการตัดถนนใหม่ระยะทาง 6.6 กิโลเมตร ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินอีก 1.278 กิโลเมตร ซึ่งนายอรรถพล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และสั่งการให้เร่งดำเนินการทำลายเส้นทางตัดใหม่และฟื้นฟูสภาพป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายอย่างถึงที่สุด

โดยวันนี้ 23 ก.พ.69 เวลา 09.30 น. ได้มีการประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามข้อสั่งการนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีการทําถนนในพื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จ. แม่ฮ่องสอน ณ สภ.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ กอ.รมน. แม่ฮ่องสอน ตำรวจชุดทีมสอบสวน ทหารพรานในพื้นที่ ฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้ในที่ประชุมผู้นำท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชนยืนยันว่า “พร้อมให้ความร่วมมือในทุกด้านกับทุกฝ่าย” และมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี​ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่

ต่อมา เวลา 12.30 น. คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน เพื่อติดตามสถานการณ์การตัดถนนและตัดไม้ พล.ต.ต.นันนทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารมว.ทส.กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ได้รับคำสั่งจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทส.ให้ลงพื้นที่ร่วมกับนายอรรถพล เจริญชันษา ออส.เพื่อติดตามข้อเท็จจริงว่ามีการตัดถนนตามที่มีการนำเสนอข่าวหรือไม่ ก็พบว่ามีการตัดถนนจริง เห็นทั้งถนนเส้นเดิมและถนนเส้นใหม่ ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ให้มาดูแลความเป็นธรรมกับราษฎรในพื้นที่และให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเมื่อมาเห็นแล้วก็พบว่ามีการกระทำผิดจริง พยานหลักฐานต่างๆก็จะอยู่ที่พนักงานสอบสวนจ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเจ้าหน้าที่คนใดที่กระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกคน ไม่มีละเว้น ขณะที่ทางกรมอุทยานฯก็ได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า วันนี้มาดูพื้นที่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการพิสูจน์ทราบว่าบางพื้นที่ก็จะเป็นร่องรอยเดิม บางส่วนก็จะมีขนาดใหญ่พอที่รถจะวิ่งได้ บางส่วนก็เป็นร่องรอยรถจักรยานยนต์และคนเดิน เพราะฉะนั้นก็จะมีร่องรอยทั้งใหม่และเก่า แต่โดยรวมแล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อตัดใหม่ ซึ่งไม่ได้ผ่านกระบวนการการขออนุญาตตามระเบียบของทางราชการ อันนี้ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินการเอาผิดทางวินัยและกระบวนการตามกฏหมาย แต่อย่างไรก็ตามการรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นก็มีส่วนสำคัญว่ามีความต้องการอย่างไรกับถนนเส้นนี้ ซึ่งจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น คงต้องมีการพูดคุยกันตลอดจนต้องผ่านขั้นตอนต่างๆเพื่อให้ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าว ได้สั่งปิดและฟื้นฟูสภาพป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา​ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายอย่างถึงที่สุด และให้เร่งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง​ทั้งหมดด้วย…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี เปิดงาน “ถนนสายวัฒนธรรม” ในเทศกาลกินปลาครั้งที่ 31 ชูนโยบายปีทองแห่งการท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดสิงห์บุรีเปิดพื้นที่โชว์อัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “กิจกรรมถนนสายวัฒนธรรม” ภายใต้เทศกาลกินปลาและของดีเมืองสิงห์ ครั้งที่ 31 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งเน้นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 น. ณ บริเวณสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมี นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายทางวัฒนธรรมเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมผลักดันนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ปี 2569 เป็นปีทองแห่งการท่องเที่ยว

นายประสิทธิ์ พุ่มไม้ชัยพฤกษ์ วัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี ชมรมสิงห์นุรักษ์ ชมรมศิลปินร่วมสมัยสิงห์บุรี และสภาวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อสร้างพื้นที่ให้เครือข่ายวัฒนธรรมได้นำทุนทางปัญญามาถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนกิจกรรมเด่นภายในงาน (21 – 28 กุมภาพันธ์ 2569) ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของเมืองสิงห์ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ:

ศิลปะเทิดพระเกียรติ: การวาดภาพน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงStreet Art & Crafts: ชมการเพ้นท์สตรีทอาร์ท และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์งานฝีมือจากศิลปินจังหวัดสิงห์บุรีโดยตรงการแสดงทางวัฒนธรรม: ชมการแสดงดนตรีไทย การแสดงหนังใหญ่ และศิลปะการแสดงที่สะท้อนอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดสิงห์บุรี

นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวชื่นชมคณะกรรมการจัดงานและผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานจนประสบความสำเร็จ ซึ่งนอกจากจะเป็นการบำรุงรักษาวัฒนธรรมสิงห์บุรีให้ยั่งยืนแล้ว ยังเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
จังหวัดสิงห์บุรีจึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าชมงานถนนสายวัฒนธรรมในเทศกาลกินปลาและของดีเมืองสิงห์ ณ บริเวณสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี ต.บางมัญ อ.เมืองสิงห์บุรี ได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ, ท้องถิ่น อ.ชุมแพ ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด.ครั้งแรก

แชร์เนื้อหานี้

ในวันศุกร์ ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา๑๐.๐๐ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมครั้งแรก ประจำปี 2569 นายอดิศักดิ์ สละ ท้องถิ่นอำเภอชุมแพ

ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม โดยพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่นฯ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพประธานในพิธี กล่าวเปิดการประชุมสภาอย่างเป็นทางการ จากนั้น
นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ทำหน้าที่ เลขานุการสภาชั่วคราว อ่านประกาศเรื่องเรียก

ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก และให้สมาชิกเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว ที่ประชุมเลือก นายสมพร โสกันทัต ผู้อาวุโสสูงสุดของสภา ทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ดังนี้-นายสุรศักดิ์ บุญเฮ้า ส.อบต.หมู่ 1-นายสมาน แก้วดวงตา ส.อบต.หมู่2-นายสวาท อ่อนอภัย ส.อบต.หมู่3-นายพิศิษฐ์ สีแก้ว ส.อบต หมู่ 4
-นายยุทธการณ์ ปาสาตัง ส.อบต.หมู่ 5-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ส.อบต.หมู่6-นายเนียม บุดดาดวง ส.อบต.หมู่ 7-นายธีรภัทร ทานาม ส.อบต.หมู่ 8-นายสมพร โสกันทัต ส.อบต.หมู่ 9
-นายตรี ลุนอุดม ส.อบต.หมู่ 10

กล่าวคำปฏิญาณตนในที่ประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ลงมติเสนอชื่อ-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นายตรี ลุนอุดม รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

จากนั้นนายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ได้กำหนดวันประชุมสภา ครั้งต่อไป
ให้อยู่ในห้วงวันที่ 2 มีนาคม พ .ศ.2569 เพื่อให้การดำเนินงานของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดเป็นไปอย่างมีระเบียบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายฯ

โดยคณะผู้บริหารชุดใหม่ นำโดย นายสำราญ ลุนอุดม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด จะได้แถลงนโยบายต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในสมัยใหม่ของสภา ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2569 วินฅนชนข่าวสื่อรัฐทีวี

สี่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพเป็นประธานฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 10.45 นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานฯการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนบลโนนหันเป็นครั้งแรกตามบทบัญญัติและการปฏิบัติหน้าที่ในการบริหาร

เพื่อความสงบสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อแสดงความยินดีและเป็นกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ สืบเนื่องมาจากเมื่อ 11 มกราคม 2569ได้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ ผลปรากฎว่านายคำพอง ยะวร

ได้รัการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหันอีกสมัย และสมาชิกอีกจำนวน 7 ท่าน 7 หมู่บ้าน คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความราบรื่นตามข้อบังคับได้จัดการเปิดประชุมเป็นครั้งแรกใน 20 กพ.2569 หลังจากมีการรับรองผลการเลือกตั้ง

ส่วนของสภาฯเปิดให้มีการเลือกตั้งประธานสภาฯและรองประธาน ผลการเลือกตั้งประองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกเป็นเอกฉันท์ไร้คู่แข่งยกมือให้นายณรงค์ ตุ้มทอง เป็นประธาน

โดยมีผู้เสนอชื่อและผู้รับรองครบถูกต้องตามจำนวน ต่อมาได้มีนายวิศรุต ปู่เพ็ง ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 ขอนแก่น ร่วมแสดงความยินดีกับนายคำพอง ยะวร ที่ได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหันด้วย ณ.องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ภาพข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุตสาหกรรมน่าน จับมือภาคีเครือข่าย คลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 เชื่อมโยงตลาด ท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน จับมือภาคีเครือข่าย แถลงข่าวจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 ซึ่งได้จัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ เป็นประธานการแถลงข่าว นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ นายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และนางวราภณ์ ลำจวน

ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เครื่องเงินและผ้าทอน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้น

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีผลิตภัณฑ์เครื่องเงินและผ้าทอที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย เป็นที่ยอมรับของคนไทยและชาวต่างประเทศ ปัจจุบันมีการประยุกต์โดยการนำลวดลายต่างๆ พัฒนารูปแบบเครื่องประดับเงินและผ้าทอให้เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นสินค้าที่มีดีไซน์ทันสมัย ปรับเปลี่ยนตามทิศทางแฟชั่นและเป็นสากล เพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าให้แก่ผู้บริโภคสามารถซื้อและเลือกใช้หรือสวมใส่ เนื่องในโอกาสใดๆ ได้ตลอดทั้งปี

รวมถึงยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานแนวคิด “ต่อยอดอดีต” “ปรับปัจจุบัน” และ “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” จึงมอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่านจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 ขึ้น ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 256๙ ณ ข่วงเมืองน่าน(ข่วงน้อย) อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ตั้งแต่เวลา 09.00–21.00 น.

นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่าน่านมีทุนที่ล้ำค่า ทั้งธรรมชาติ และภูมิปัญญา ที่ส่งต่อกันมา ที่ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ มีภูมิปัญญาในการรังสรรค์งานหัตถศิลป์ที่สวยงาม เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากมายที่แสดงถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งผ้าทอ เครื่องเงิน ของที่ระลึกของใช้ต่างๆ สินค้าเมืองน่านไม่ใช่แค่ของที่ระลึก แต่คือ “Soft Power ที่มีมูลค่าสูง” ที่เชื่อมโยง “อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต”

การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอน่าน ครั้งที่ 10 เป็นการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่าเป็น “ทศวรรษแห่งความสำเร็จ” โดยการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการจัดภายใต้แนวคิดที่ต้องการโชว์ให้เห็นว่า เครื่องเงินและผ้าทอน่าน “ไม่ได้มีดีแค่ความดั้งเดิม แต่มีความร่วมสมัย” (Contemporary) ที่คนทั่วโลกสวมใส่และใช้งานได้จริง ในชีวิตประจำวัน” บนพื้นฐานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นอายของเมืองน่าน (NAN Silver & Textile Signature) ในงานจะประกอบด้วย นิทรรศการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ //

นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง// แฟชั่นโชว์ โดยคุณกานต์ ชนนิกานต์ (Miss Thailand 2023) พร้อมกับเหล่านายแบบ นางแบบ มืออาชีพ กว่า 20 คน การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ผ้าทอจำนวน 60 คูหา กิจกรรม Workshop ที่เกี่ยวกับเครื่องเงินและผ้าทอ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ผู้แทนการค้า Buyers และ Trader

ที่มีเครือข่ายด้านการตลาดทั้งใน และต่างประเทศซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการที่จะได้ “ยกระดับสินค้าชุมชนสู่ห้างหรูและตลาดโลก” กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมคืนกำไรที่จัดหนักกว่าทุกปี โดยเฉพาะรางวัลทองคำแท่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน และผ้าทอ ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท กิจกรรมบันเทิงบนเวที พบกับศิลปิน บิว กัลยาณี อาร์สยาม 1 มีนาคม 2569 เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ 2 มีนาคม 2569 และการแสดงดนตรี และศิลปวัฒนธรรมเป็นประจำทุกวัน

ด้านนายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงิน และนางและนางวราภณ์ ลำจวน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ได้กล่าวสนับสนุนการจัดงาน โดย คลัสเตอร์เครื่องเงินได้จัดช่างทำการสาธิตการทำเครื่องเงิน การตอก การสร้างลาย กิจกรรม Workshop เช่นการลงสีในเครื่องเงิน และบริการขัดล้างเครื่องเงินฟรี เป็นประจำทุกวัน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอ ได้

สนับสนุนการจัดนิทรรศการผลิตภัณฑ์ผ้าทอภายในงาน รวมถึงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดแสดง ชุดไทยราชนิยม จำนวน 8 แบบ ตัดเย็บโดยใช้ผ้าทอเมืองน่าน กิจกรรม Workshop โดยการจัดทำพวงกุญแจผ้าเป็นของที่ระลึก พร้อมแจกแก่ผู้ที่รวมกิจกรรม เป็นประจำทุกวัน รวมถึงจัดหาช่างเย็บผ้า เพื่อให้บริการแก้ไขขนาดของผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่จำหน่ายภายในงาน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ทั้งนี้คลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน ให้ความเห็นพ้องกันว่า การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดของทางกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ที่จะสามารถรวมกลุ่มกันจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงินและผ้าทอในงานนี้ ซึ่ง

เป็นการง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานรับรองจากทั่วจังหวัดน่านได้ ณจุดเดียวในงานนี้ และยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้น
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ สกลนคร เยี่ยมให้กำลังใจเด็ก ป.4 หลังถูกรุ่นพี่แกล้ง จนต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้าง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เยี่ยมให้กำลังใจเด็ก ป.4 หลังถูกรุ่นพี่แกล้ง จนต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้าง พร้อมกำชับหน่วยงานเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งและใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. ณ บ้านเลขที่ 227 หมู่ 10 บ้านพาน ตำบลขมิ้น อำเภอเมืองสกลนคร นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยทีมแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมอาการและให้กำลังใจนักเรียนชายชั้น ป.4 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ถูกรุ่นพี่แกล้งภายในค่ายลูกเสือ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ต้องรับการผ่าตัดเอาอัณฑะออก 1 ข้าง

นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อมาให้กำลังใจและดูแนวทางช่วยเหลือในทุกมิติ ทั้งสภาพจิตใจและการดูแลของทางโรงเรียน โดยได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัด เพื่อนำเงินจากกองทุนยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัด,

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), บ้านพักเด็กและครอบครัว และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เข้ามาดูแลครอบครัวน้องอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังขอให้คุณแม่พยายามลดความกังวล เพื่อร่วมกันโฟกัสไปที่การดูแลสภาพจิตใจของน้องให้กลับมาเข้มแข็งและใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบอาการล่าสุด ทีมแพทย์ระบุว่าน้องนักเรียนมีความเข้มแข็งและอดทนสูงมาก เนื่องจากมีพื้นฐานเป็นนักกีฬาฟุตบอล อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางการแพทย์ได้มีการชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องตัดอัณฑะทิ้ง 1 ข้างว่า เกิดจากภาวะ “อัณฑะบิดหมุนอย่างรุนแรง” (Testicular Torsion)

จนเกิดอาการขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่เนื่องจากน้องไม่ได้บอกใครในตอนแรก ทำให้แผลลุกลามจนเกินเยียวยา ทั้งนี้ ทีมแพทย์ยืนยันว่าจะให้การดูแลฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่ต่อเนื่อง

ทางด้านนางสาวปรียะนันท์ ศรีรักษา มารดาของเด็กชายวัย 10 ขวบ ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและกังวลถึงอนาคตของบุตรชาย โดยคุณแม่ระบุว่าอยากให้ลูกย้ายโรงเรียนเนื่องจากที่ผ่านมาลูกมักจะถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเป็นประจำทุกปี และรู้สึกว่ายังไม่

ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ตัวน้องนักเรียนเองกลับยืนยันกับผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ว่า “ไม่อยากย้ายโรงเรียน” โดยให้เหตุผลว่ายังรักโรงเรียนและมีเพื่อนสนิทที่รักน้องอยู่ น้องมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเล่นกันที่แรงเกินไปในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น หน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามอบเงินเยียวยาและสวัสดิการคุ้มครอง โดยเฉพาะจากกองทุนยุติธรรมจังหวัดที่จะเข้ามาดูแลในส่วนของคดีความและการชดเชย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้โรงเรียนและหน่วยงานทางการศึกษาดูแลความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

-สราวุต อ่อนทรวง ข่าวภูมิภาค 01 รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน “รักและศรัทธา” สุดอบอุ่น ศิลปิน–อินฟลูเอนเซอร์ร่วมงานคับคั่ง เสริมพลังใจรับปีแห่งความสำเร็จ

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและแรงศรัทธาในงาน “รักและศรัทธา” ซึ่งจัดโดย คุณผ่องสิริ วงศ์เจริญชัยชนะ หรือ คุณหน่อย ประธานกรรมการบริหารบริษัท คเณชาแกลอรี่ จำกัด ณ ศูนย์อาหารไลฟ์พาร์คพันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร ซึ่งจะเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ของเมืองสมุทรสาคร เพราะเป็นที่ประดิษฐาน “องค์พ่อพิฆเนศ คเณชา มรรคา” ซึ่งคาดว่าจะมีผู้คนหลั่งใหลเข้ามากราบสักการะกันเป็นจำนวนมาก

โดยได้รับเกียรติจาก นายนิรุจน์ แก้วนิล รองนายกเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์ แขกผู้มีเกียรติ ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักพิธีเปิดเริ่มขึ้นอย่างเป็น ทางการ พร้อมคำกล่าวต้อนรับจากผู้บริหารถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ที่ต้องการส่งต่อพลังบวก ความรัก ความสามัคคี และสร้างกำลังใจให้ทุกคนก้าวสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าศิลปินและนักแสดงจากซีรีส์ “ปานดวงใจ Signature” ได้แก่ เล้ง ณัฐพล, แสตมป์ พรวศิน , พรีเมียร์ ศรัญญา, ปิ๊งปิ๊ง รภัทร, ออย เพชลดา จาก “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” ช่อง 7HD และ ฟองเบียร์ ศศิธร พิธีกรคนเก่ง รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์และแขกรับเชิญจากหลากหลายวงการ มาร่วมพบปะทักทายแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจตลอดทั้งงาน

นอกจากนี้ยังได้รับได้เกียรติจาก อาจารย์ทัตตะ ขันติชนะบำเพ็ญ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และการทำนายไพ่พิฆเนศร์ ที่ได้มาทำพิธีบวงสรวง “องค์พ่อพิฆเนศ คเณชา มรรคา” องค์ประธาน และองค์ปฐมฤกษ์ เนื่องดาวราหูทับพระเสาร์ ที่เรียกได้ว่าเข้มขลังที่สุดถึง 38 องค์ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเป็นเจ้าของได้ที่ คเณชาแกลอรี่ ได้เลย

ไฮไลท์สำคัญอีกช่วงคือกิจกรรมดูดวงและทำนายไพ่ยิบซี โดย “แม่หมอกระแต” ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้รับคำแนะนำในการเสริมสิริมงคลด้านการงาน การเงิน และชีวิต สอดคล้องกับแนวคิดของงานที่มุ่งหวังให้ทุกคนเริ่มต้นสิ่งดีๆ ไปพร้อมกัน และถ้าใครสนใจดูไพ่กะ “แม่หมอกระแต” ก็สามารถติดต่อจองคิวได้ที่ คเณชาแกลอรี่ เช่นกัน

ตบท้ายด้วยการบรรเลงเพลงเพราะๆ จาก 3 อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรี ได้แก่ อาจารย์ณัฐพัชร์ วรวงศ์จิตติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอสไซน เรย์ มิวสิค กรุ๊ป จำกัด, อาจารย์จักรกฤษ วิบูลเจริญ อาจารย์ภาควิชาเปียโน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล และอาจารย์วิรุณ ทัศน์ทอง อาจารย์ภาควิชากีตาร์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

งาน “รักและศรัทธา” ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมมงคล แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งรอยยิ้ม ความหวัง และการรวมพลังของผู้คนที่เชื่อในความดีและความสำเร็จร่วมกัน ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยบรรยากาศแห่งความประทับใจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฮือฮา!! วัดจุฬามณี จัดพิธีใหญ่บวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ ๘ ทิศ พร้อมจุดธูปเสี่ยงทายเลข ขอเลขเด็ดใกล้วันหวยออก

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (7 ก.พ.69) ที่ วัดจุฬามณี ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม อาจารย์ฤทธิชัย มุ้ยแก้ว ได้จัดพิธีกรรมบวงสรวงใหญ่ องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ 8 ทิศ วาระที่ 1 เพื่อเปิดทิศเปิดทางเปิดโชคเปิดลาถเปิดเงินเปิดทองไหลมาเทมาเปิดอำนาจบารมี โดยมี อาจารย์ฤทธิชัยโอม เวทย์ เฮง ปัง ดัง รวย เป็นพราหมณ์โหราเจ้าพิธีและ (ผู้จัดพิธี) ในการบวงสรวงองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ ในบริเวณลานบุญ วัดจุฬามณี มีพิธีกรทั้งหล่อและสวย คุณศิริวรรณ สองนาค และ อ.กรณ์รักษ์ จิรัชภาบริรักษ์

ภายในพิธียังมีคณะโหราอาจารย์มาเกือบ 40 ชีวิต เช่น..อ.แม่ เฮงปังดังรวย ,อ.สุรศักดิ์ เวทไชยยันต์ตรี ,อ.เณรแอร์ จอมขมังเวทย์ ,อ.เอส มหานิยม ,อ.โอม มนต์ขลัง ,อ.ประสิทธิ์ ลิ้นทอง , อ.ชาญชัย อ่านจิตทายชีวิต ,อ.มโหภส ,อ.นัจฑินี พลสินพยัคฆ์ ,อ.ณัฐศมล สุวรรณประภา ,อ.อุบล มงคล ,อ.ธนดล (อ.ไก่) ,อ.ย่าเดือน เฮงปังดังรวย ,อ.เจ บ้านพยากรณ์ศรีราชา ,อ.ธนังกร สุมามาลย์ ,อ.ประสิทธิ์ กุรเวชเวชสุวรรณ ,อ.สมชาย นิลบลย์ ,อ.กนกอร แสงไกร ,อ.พรหมปกรณ์ ไวยจรี ,อ.วัชระพงษ์ ทิพย์สมบัติ ,อ.บุญยิ่ง ผมพันธ์ ,อ.สายชล สุมมาตย์(คุณฝนสักคิ้วเศรษฐี 159)

,อ.วรินทร บำรุงกิจ(อ.อุ๊ ฤกษ์มหาเศรษฐี) ,อ.พิไลวรรณ โรจนะ(อ.เชียร์ฤกษ์มหาเศรษฐี) ,อ.พรวรินทร์ พันธ์สมศรี ,อ.พงษ์สิทธิ์ ปู่เจ้าสมิงพราย ,อ.อิน บ้านยุพราพ ,อ.เบนซ์ จิตสัมผัสญาณ ,อ.กัญญาโหรานาคาพยากรณ์ ,อ.สุวัฒน์ ธวัชชัยวัตร ,อ.นิด จิตรอาสา ,อ.ปู่ฤาษีโยคีเทพรัญจวนมงคลเทวะ ,อ.ปู่ฤาษีพยัคฆ์เมฆาบรมครูแห่งสรรพวิชา ,อ.บรรจง ,อ.นุ่น ,อ.โช๊ค ลูกพ่อแก่ พร้อมด้วย คณะศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศมาเข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก

ภายในงานได้จัดให้มีการบวงสรวงองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ จากนั้นเป็นเป็นการรำถวาย องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณและมีการ แสดงคณะสิงห์โต-มังกรทอง ศิษย์หลวงปู่อ๋อยวัดไทร และโปรยดอกไม้ลงบนสิ่งของที่นำมาบวงสรวงไหว้องค์พ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ

จากนั้นเป็นการจุดธูปเสี่ยงเลข เพื่อขอเลขเด็ดองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุววณที่ทุกคนรอคอย ได้เลข ( ๓ ๙ ๑ ) เพื่อนำไปเสี่ยงดวงรับโชครับทรัพย์ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นี้ วาระที่ 2 จัดขึ้นที่ วัดเขาช่องลม ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เป็นวาระที่ 2 ที่ จ.ชลบุรี อย่าลืมไปมูเตลูกันเพื่อ ความเป็นสิริมงคลต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านจัดประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569 เพื่อสืบสานประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัด

การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมี พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน การอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และการจัดกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

สำหรับงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 ณ วัดพระธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง พระอารามหลวง และพื้นที่ใกล้เคียง ภายในงานประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ อาทิ พิธีบวงสรวง พิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง สวดมนต์ตั้นฉบับเมืองน่าน พิธีเวียนเทียน และพิธีทำบุญตักบาตร

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างหลากหลาย อาทิ การประกวดประดิษฐ์ตุง 12 ราศี การประกวดโคม การประกวดบายศรี ต้นกุ่มต้นดอก การประกวดอาหารพื้นบ้านและศิลปหัตถกรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากทั้ง 15 อำเภอ การจัดพื้นที่สร้างสรรค์ “ขัวศิลปหัตถกรรมละอ่อนน่าน” และกาดมั้วคัวฮอมถนนคนเดิน

ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การแสดงแสง สี เสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์เมืองน่านอย่างงดงาม พร้อมขบวนแห่คัวตาน ขบวนเครื่องราชสักการะ พิธีถวายน้ำสรงพระราชทานแด่องค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง รวมถึง การแข่งขันเรือ 12 ฝีพาย ณ บริเวณหนองน้ำครก ตำบลม่วงตื๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

จังหวัดน่านจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีสำคัญ เพื่อร่วมสืบสานศรัทธา เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และสัมผัสเสน่ห์เมืองน่านอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงการจัดงาน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ฐกำภู พุ่มทิพย์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.มุกดาหาร สั่งลุย! สนธิกำลัง ตร.-ตชด. ตั้ง “ชุดเคลื่อนที่เร็ว” ล่าทุจริตเลือกตั้ง 8 กุมภาฯ นี้—เปิดเกณฑ์จ่ายรางวัลนำจับสูงสุด 1 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดแถลงมาตรการคุมเข้มการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยประกาศยกระดับการปราบปรามการทุจริตเชิงรุก เพื่อรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมสูงสุด
สนธิกำลัง 3 ฝ่าย “ตรวจการณ์-ป้องปราม-ระงับเหตุ”

นายจักรินทร์ ระบุว่า กกต.มุกดาหาร ได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และกองร้อย ตชด. 234 จัดตั้ง “ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว” ซึ่งมีภารกิจหลักในการลงพื้นที่หาข่าว เฝ้าระวัง และเข้าไประงับเหตุการณ์กระทำความผิดในทันที โดยชุดเคลื่อนที่เร็วนี้จะทำงานควบคู่กับ “ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด” ที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง เพื่อตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้สมัครและหัวคะแนนอย่างละเอียดแบบเกาะติดพื้นที่

หนึ่งในมาตรการที่เน้นย้ำคือ รางวัลสนับสนุนแก่ผู้แจ้งเบาะแสทุจริต ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ 100,000 บาท ถึงสูงสุด 1,000,000 บาท โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้ เกณฑ์การจ่าย: พิจารณาจากความสำคัญของพยานหลักฐาน ข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม หรือพยานหลักฐานที่เพียงพอต่อการดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง

ทั้งนี้ กกต. จะปกปิดข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับระดับสูงสุด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชนที่ให้ความร่วมมือ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ข้อมูลต้องเป็นความจริง ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งหรือมีเจตนาทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง

“เรามีบทเรียนจากการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ซึ่งชาวมุกดาหารตื่นตัวไปใช้สิทธิ์จนเป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน ครั้งนี้ผมเชื่อมั่นว่าคนในพื้นที่จะร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ไม่เพียงแค่มาใช้สิทธิ์กันมาก แต่จะเป็นการเลือกตั้งที่สะอาดที่สุด” นายจักรินทร์ กล่าวเสริม

นอกจากนี้ ผอ.กกต.มุกดาหาร ยังได้ขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ให้ช่วยส่งต่อข้อมูลเรื่องการออกเสียงประชามติ ซึ่ง กกต. ได้ส่งเอกสารข้อมูลไปยังทุกบ้านแล้ว หากใครไม่สะดวกอ่านก็สามารถสอบถามลูกหลานหรือเจ้าหน้าที่เพื่อให้การตัดสินใจในคูหาเป็นไปอย่างถูกต้องที่สุด

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

เลือกตั้ง69 #กกตมุกดาหาร #ปราบทุจริตเลือกตั้ง #รางวัลนำจับ1ล้าน #ชุดเคลื่อนที่เร็ว #มุกดาหารอันดับ1 #ไม่ซื้อสิทธิ์ไม่ขายเสียง #ประชาธิปไตยในมือคุณ #เมืองมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / Benz Primus ยอดขายอันดับ 1 ตอกย้ำ ผู้นำตลาดรถพรีเมี่ยม จากเวที ARPC 2026 / แม่ติดใจ ลูกสาวพริตตี้เสียชีวิตปริศนาคาคอนโดดัง แต่คดีไม่คืบกว่า 2 ปี

แชร์เนื้อหานี้

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group และ TOAVH ขึ้นรับมอบรางวัลผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ยอดเยี่ยม อันดับ 1 ในระดับองค์กร เขตพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง นายมาร์ติน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในงานประชุมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ประจำปี 2026 ภายใต้ชื่องาน Annual Retail Partner Conference 2026 (ARPC 2026) จัดขึ้นโดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ที่โรงแรมลาบาริส เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

สำหรับรางวัลทรงเกียรติสูงสุด ที่ได้รับมีทั้งหมด 4 รางวัล แบ่งเป็นระดับองค์กร 2 รางวัล และระดับบุคคล 2 รางวัล ได้แก่ 1. Primus Autohaus: รางวัลอันดับ 1 Star Pilot Showroom Performance 2025 (Bangkok) 2. Primus Pattaya: รางวัลอันดับ1 Star Pilot Showroom Performance 2025 (Up Country) 3. ชนม์สิตา สร้อยสิงห์คำ (ปุ้ย) จาก Primus Autohaus : รางวัล Best of C-Class (ยอดจำหน่าย C-Class สูงสุด) จากงาน Motor Expo 2025 และ4. สาวิตรี พุ่มเกื้อ (อุ๊) จาก Primus Autohaus : รางวัล The Winner of Smile Award – Excellence in Sales Customer Satisfaction 2025

ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในเครือ Primus Group ทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารเครือข่าย การให้บริการลูกค้า และการพัฒนาศักยภาพของทีมงานที่มีระบบและประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Primus Group ก้าวเป็นผู้นำในธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในระดับพรีเมี่ยม ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ด้านนายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายหลักของ Primus Group ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานของเครือข่ายธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การขาย การส่งมอบรถยนต์ จวบจนการบริการหลังการขาย ส่งผลทำให้ Benz Primus ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากลูกค้าด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทแม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านต่างๆ เป็นอย่างดี ทำให้ Benz Primus สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและก้าวขึ้นครองตำแหน่งผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Benz ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ในระดับองค์กร และระดับบุคคล ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงรางวัลการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และพร้อมเดินหน้าพัฒนาและยกระดับการบริหารงาน ในการดูแลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วนในทุกมิติต่อไป

แม่ติดใจ ลูกสาวพริตตี้เสียชีวิตปริศนาคาคอนโดดังแต่คดีไม่คืบกว่า 2 ปี

น.ส.กมลพัฒน์ สหัสธัชพงศ์ ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนหลังจากลูกสาว น.ส.พราวรวี สหัสธัชพงศ์ หรือโยโกะ พริตตี้สาว เสียชีวิตปริศนาภายในห้องพักคอนโดมิเนียมในเมืองหลวง เมื่อเดือน พ.ย.2566 ที่ผ่านมา โดย จนท.ตรวจพบสารไซยาไนด์ในร่างกาย และพบข้อมูลการสั่งซื้อในโทรศัพท์ของลูกสาวที่เสียชีวิต ก่อน จนท. แจ้งว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

โดยครอบครัวได้ต่อสู้คดีความมานานกว่า2 ปี ทางอัยการมีความเห็นเชื่อว่าเป็นฆาตกรรม ก่อนส่งสำนวนกลับให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนใหม่ จนขณะนี้ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อให้ความเป็นธรรม

ทั้งนี้ ทางครอบครัวเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมตั้งแต่ต้น แต่ตำรวจสรุปสำนวนว่าญาติไม่ติดใจ จึงแจ้งดำเนินคดีพนักงานสอบสวนไปแล้ว ปัจจุบันก็ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน อยากขอความเป็นธรรมจาก ผบ.ตร.ผ่านสื่อมวลชน อย่างให้มีความชัดเจนและรวดเร็วในการทำคดีของลูกสาวตนเองด้วย โดยได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปแล้ว แต่ทราบว่าจะถึงมือ ผบ.ตร.หรือไม่ จึงต้องฝากสื่อมวลชนเป็นกระบอกเสียง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ นครปฐม รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และ นาย โชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ที่ซุ้มพุทธมามกะ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า

ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเดินทางกลับไปทำงานต่างจังหวัด

โอกาสนี้ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทย และชาวจังหวัดนครปฐมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีชื่ออยู่ ซึ่งในครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่

สำหรับจังหวัดนครปฐม แบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 6 เขต มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 1,274 หน่วย ในส่วนผู้มาลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง 37,380 คน ในเขตเลือกตั้ง 985 คน รวมทั้งสิ้น 38,365 คน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รองผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.30 น. นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ณ บริเวณข้างหอประชุมอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขตเลือกตั้งที่ 5 ของจังหวัดนครปฐม

โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธาน กกต.เขต 5 นครปฐม พร้อมด้วย นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผอ.กกต.เขต 5 นครปฐม และอนุกรรมการฯ ให้การต้อนรับการตรวจเยี่ยม/การสังเกตการณ์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว

โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีและอำเภอพุทธมณฑล แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้า
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สะ-ตะ-มะ-วาน) อุทิศถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล “สะ-ตะ-มะ-วาน” ครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะสงฆ์ ข้าราชการ และพสกนิกรเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ ศาลาหลังใหม่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล สะ-ตะ-มะ-วาน100 วัน แห่งการสวรรคตเพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นายแพทย์ประภาส ผูกดวง

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จุดเครื่องทองน้อย หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ 12 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ กรวดน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

โดยมีนายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี นายชัยยันต์ กองอรรถ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ นายธนิต ปานรอด รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบางพลี ถวายผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง 9 รูป สวดพระอภิธรรมและพิจารณาผ้าบังสุกุล กรวดน้ำ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี สภ.บางปู สภ.บางแก้ว สภ.บางเสาธง โรงพยาบาลบางพลีสมุทรปราการ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง กู้ชีพฉุกเฉิน รพ.บางพลี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต 2 กศน.อำเภอบางพลี รพ.สต.โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนราษฏร์บำรุง โรงเรียนปริญาญานุสรณ์ บางพลี คณะไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง และพสกนิกรชาวอำเภอบางพลีหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ยังได้มอบเงินสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในด้านสาธารณประโยชน์ ทั้งเรื่องการแพทย์ การศึกษา ตำรวจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับพิธี สะ-ตะ-มะ-

เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วันการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขแห่งแผ่นดิน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธีบวงสรวงลานเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี”

แชร์เนื้อหานี้

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ – ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (เสื้อขาว-กลาง) และ คุณณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีอำเภอแสนสุข (เสื้อดำ-กลาง)

พร้อมด้วย คุณสันติ ปรีชาว่องไวกุล (คนแรกจากขวามือ) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บูรพาบางแสน เรสซิเดนท์ ผู้บริหารโรงแรม ONPA Hotel & Residence และผู้บริหารบริษัท ออนป้า จำกัด ประกอบด้วย คุณวิโรจน์ ปรีชาว่องไวกุล – ประธาน

กรรมการ (คนที่ 2 จากขวามือ), คุณสุภาพร ปรีชาว่องไวกุล รองประธานกรรมการ (คนแรกจากซ้ายมือ) และ คุณอัยย์ชิตา ปรีชาว่องไวกุล (คนที่ 2 จากซ้ายมือ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร้ท์ บิยอนด์ จำกัด เข้าร่วมประกอบพิธีบวงสรวง🙏🏻เบิกเนตร พระแม่

ทั้งห้า เบญจเทวี ได้แก่ พระแม่ธรณี🪨, พระแม่คงคา🌊, พระแม่โพสพ🌾, พระแม่วาโย💨 และ พระแม่อัคคี🔥ที่ลานสักการะเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี บริเวณใกล้กับหาดวอนนภา บางแสน เมื่อวันก่อน

ลานเบญจเทวีแลนด์มาร์คใหม่จังหวัดชลบุรี

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บจก.ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม Work Shop ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ โครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ อาคารหอประชุมวัดดอนมูล ตำบลดูได้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม Work Shop ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ ถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง

ภายใต้โครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี รวมทั้ง แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรมาตลอดพระชนม์ชีพ โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นบุคลากรจากหน่วยงานในจังหวัดน่านประกอบด้วย ส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน กิ่งกาชาดอำเภอทุกแห่ง สถานศึกษาในจังหวัดน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน

สภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และสภาวัฒนธรรมอำเภอทุกแห่ง จำนวน 80 คนด้วยกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดโครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี รวมทั้ง แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรมาตลอดพระชนม์ชีพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตของราษฎรในถิ่นทุรกันดารผ่านการก่อตั้งและส่งเสริม “โครงการศิลปาชีพ” ซึ่งเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยมีวิทยากรทำกิจกรรม Work Shop จากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดน่าน สอนการประดิษฐ์ ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ เพื่อให้ประชาชน

ได้ร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ จะได้นำไปแจกจ่ายให้กับพสกนิกรชาวจังหวัดน่าน และประชาชนทั่วไป ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งกายด้วยชุดสีดำล้วน เช่น พนักงานที่มีชุดยูนิฟอร์ม สามารถใช้การติดริบบิ้น หรือโบว์สีดำบริเวณหน้าอก แทนการสวมชุดสีดำได้/ภาพ/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว เชิญเที่ยวงาน นมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ จัดอย่างยิ่งใหญ่ 22 มค. – 2 กพ.นี้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณมณฑลพิธีด้านหน้าพระวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พระวินัยสาทร

เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ (ธ) เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานฝ่ายฆราวาส และนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายสุระวุธ จันทร์งาม นายอำเภอลับแล พ.ต.อ.ชาญวุธ ไชยรุ่งเรือง ผู้กำกับ สภ.ด่านแม่คำมัน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และสื่อมวลชน ได้เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้จำนวนมาก ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569

บริเวณวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง เชื่อมโยงไปถึงวัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระนอน เพื่อเป็นการสืบสาน รักษาประเพณีการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ในวันเพ็ญเดือนสามของทุกปี เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชน ชุมชน ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด

นมัสการพระท่านศิลาอาสน์ เชื่อกันว่า หากได้มากราบไหว้ครบสามครั้ง จะได้ไปสวรรค์ เป็นพุทธบูชาที่สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี พิธีกวนพุทราแขวนบาตร เป็นเอกลักษณ์ของงานนี้ โดยนำพุทรากวนมาใส่ในบาตรพระตลาดนัดพื้นบ้าน

มีร้านค้าชุมชน 2,000 กว่าร้าน ให้เลือก ชิม ช็อปใช้ ชมสามวัดสำคัญในพื้นที่ติดต่อกัน คือ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระนอนพุทธไสยาสน์ ซึ่งท่านสามารถเดินสายทำบุญได้ถึง 3 วัด ในที่เดียวกัน

นอกจากนี้ชมขบวนแห่ทางศิลปวัฒนธรรม และขบวนเทิดพระเกียรติฯ อันยิ่งใหญ่ และที่น่าตื่นตา ประทับใจ ในศรัทธาของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็คือจะมีสาวงาม 300 กว่าคน รำบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ เต็มลานหน้าพระวิหารหลวง

และพื้นผิวทางขึ้นพระแท่นศิลาอาสน์ ด้วยบทเพลง “ยอหัตถาบูชาพระแท่นศิลาอาสน์” และรำถวายความอาลัยพระพันปีหลวง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มสตรีแม่บ้าน อสม. นักเรียนนักศึกษา แต่งกายนุ่งซิ่นลับแล เสื้อแขนกระบอกสีขาว

ห่มสไบสีดำ ร่ายรำเป็นการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ และในปีนี้มีกิจกรรมกระตุ้นส่งเสริมการตลาด ภายใต้โครงการอุตรดิตถ์เที่ยวได้เท่ด้วย ได้จัด แคมเปญ “เที่ยวเติมบุญ หนุนบารมี ปีมะเมีย โดย 100 ท่านแรกที่มาพักในจังหวัดอุตรดิตถ์ และมาเที่ยวงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์

จะได้รับขนมสแนกพื้นบ้านเป็นชุดเฒ่าแก่น้อย 1 ชุด ไปทานฟรี – โดยกำหนดพิธีเปิดงาน ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น จึงขอเชิญชวนมาเที่ยวงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ในปีนี้ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / HBD บก.นก เนชั่น ครบ 62 ปี มวลมิตรร่วมฉลองข่าวเด็ดออนไลน์ก้าวสู่ปีที่ 29

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 18 ม.ค.69 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิด บก.นก กิตติคม ธีวรางกูล บรรณาธิการบริหารข่าวเด็ดออนไลน์ และผู้สื่อข่าวเนชั่นภาคตะวันออก อายุครบ 62 ปีบริบูรณ์ โดยได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมฉลองในโอกาสก้าวย่างสู่ปีที่ 29 “ข่าวเด็ดออนไลน์”ที่ร้านอาหารมุมอร่อย นาเกลือ พัทยา จ.ชลบุรี

โดยในพิธีได้รับเกียรติจากนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นประธานกล่าวอวยพรและแสดงความยินดี ท่ามกลางมวลมิตรแทบทุกสาขาอาชีพในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ทั้งภาคข้าราชการ ภาคเอกชน กลุ่มการเมือง และสื่อมวลชน อาทิ

นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ หรือ เสี่ยสม ผู้บริหารโครงการเอสพีกรุ๊ป พัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีต สส.ชลบุรี

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นายบันลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา คณอนา วงศ์สิงห์ ผู้บริหารโครงการ The Bay

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ว่าที่ร้อยตรี ชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ป๋าสัก สีชัง สุรศักดิ์ ทุมมานนท์ บก.นสพ.สยาม ป๋าทัศน์ สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวอาวุโสไทยรัฐ กลุ่มวิหค

สายฟ้า ป๋าเนี้ยว อนันต์ กิ่งสร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวช่อง 3 ภาคตะวันออก นาวบุณรดา เศรษฐา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมขาวอีสานพัทยา ดร.ดิโอ้ กูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม จัดการประชุม คณะกรรมการบริหาร และมอประกาศนียบัตร ให้กับแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่ไปช่วยอุทกภัยภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. โรงพยาบาลนครปฐม จัดการประชุม คณะกรรมการบริหารครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานพร้อมด้วย แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ นายแพทย์ณัฐพงศ์ กาญจนะโกมล รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เข้าร่วมประชุม เพื่อมอบนโยบาย และติดตามการดำเนินงาน ต่างๆ ในปีงบประมาณ 2569 พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตร ให้กับ ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ที่เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่หาดใหญ่ ประกอบด้วย ทีม Mini Mert ทีมปฏิบัติการนิติเวช และทีมช่าง ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 โรงพยาบาลนครปฐม
น.ส. ลาวัลย์ แสงสว่าง ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.ชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้าลัย จำนวนหลายท่ าน อาทิ

นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิขย์ ประธานสภา

เมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด

ชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8

พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

นายเรวัติ ผลลูกอินทร์ อดีตรอง นายกอบจ.ชลบุรี นายสกล ผลลูกอินทร์ รองนายก อบจ.ชลบุรี

นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายไพโรจน์ ประวัติเลิศอุดม ประธานที่ปรึกษากต.ตร.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยผู้นำ

องค์กรปกครองท้องถิ่น คณะผู้บริหารเมืองพัทยา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน เข้าร่วมพิธีฯ เป็นจำนวนมาก

“ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ” ได้ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาธรรมสังเวช 2 วัดบุญสัมพันธ์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯนครปฐม สั่งเปิดปฏิบัติการ ตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่ย้าน ใน อ.นครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 11.30 น. อำเภอนครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ ตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่ย้าน ในสังกัดอำเภอนครชัยศรีภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ

หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ” ของอำเภอนครชัยศรี บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ในสังกัดอำเภอนครชัยศรี จำนวน 403 ราย ผลการปฏิบัติ “ไม่พบสารเสพติด” ในผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด

ปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายจังหวัดนครปฐม กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย อย่างเคร่งครัด
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม จัดโครงการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

แชร์เนื้อหานี้

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้ แพทย์หญิงบุญเพ็ญ จงเสรีจิตต์ รองผู้อำนวยการด้านตรวจอบภายใน

เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบอรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) ภายใต้กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี้พันปีหลวง โดยมี คุณสุรักขณา คงคา

เพชร รองหัวหน้าพยาบาลด้านยุทธศาสตร์และสารสนเทศ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพ ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

สำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลนครปฐมให้ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตได้เหมาะสมกับผู้รับบริการ เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ทั้งในและ

นอกโรงพยาบาล สมารถนำไปใช้ได้ ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้ข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.นครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ”

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร/ผู้แทน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 25 แห่ง

ธรรมาภิบาลอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ” ของอำเภอนครชัยศรี บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติดตรวจหาสารเสพติดในบุคลากร หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. และ ลูกจ้าง

ในสังกัดอำเภอนครชัยศรี จำนวน 100 ราย ผลการปฏิบัติ “ไม่พบสารเสพติด” ในผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด ปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายจังหวัดนครปฐม กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย อย่างเคร่งครัด
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสี่ย เฮงๆ รวยๆ เฮงสมชื่อ ขายบ้านหลายหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นางภานุลักษณ์ เทพวงศ์ษา ขายบ้านให้ นางสาวภานุมาศ จอมคำสิงห์ และนางสาวปฬาณี เสตสิงห์ ทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว หมูบ้านเจษฏา 3 บ้านเลขที่ 139/22 หมู่ 2 ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โอนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ แถวศรีราชา เสี่ย ( เฮง เฮง ) ( บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ) นายภูวดล พุทธ์เทศน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม มอบเกียรติบัตรยกย่อง อ.คุณธรรม ระดับคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานมอบเกียรติบัตร

ให้กับ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี รับมอบเกียรติบัตร อำเภอคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ทั้งนี้ นางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม

กล่าวถึงการดำเนินงานการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอคุณธรรม ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ ในการมอบเกียรติบัตร

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ

ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทย มีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรม อยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลัก

ธรรมคำสอนทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทย และคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู

ผลการประเมินมีชุมชนคุณธรรม จำนวน 305 ชุมชน องค์กรคุณธรรม จำนวน 65 องค์กร และอำเภอคุณธรรม จำนวน 7 อำเภอ

นอกจากนี้ ยังมีชุมชน องค์กร และอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ซึ่งจะได้รับโล่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในโอกาสต่อไป

สำหรับการมอบเกียรติบัตรยกย่องอำเภอคุณธรรม ระดับคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 7 อำเภอได้แก่ อำเภอนครชัยศรี ซึ่งในปีนี้ได้รับคัดเลือกเป็นอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น

และมีนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน และยังมีอำเภอเมืองนครปฐม อำเภอสามพราน อำเภอดอนตูม อำเภอบางเลน และอำเภอพุทธมณฑล เข้ารับมอบ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม จัดกิจกรรมจิตอาสา “เรารักษ์องค์พระปฐมเจดีย์”

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมจิตอาสา “เรารักษ์องค์พระปฐมเจดีย์” เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครปฐม ได้มีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงพุทธศาสนโบราณสถาน

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เรารักษ์องค์พระปฐมเจดีย์” ณ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยมี พระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมข้าราชการเจ้าหน้าที่ตำรวจหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวนครปฐม เข้าร่วมกิจกรรม โดยร่วมทำความสะอาดบริเวณชั้นบนโดยรอบองค์พระปฐมเจดีย์ และภายในคตพระระเบียง

องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นศูนย์รวมของสถาบันทั้ง 3 คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นดินแดนพระพุทธศาสนาแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งการจัดกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครปฐม

ได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความรักษ์ในพุทธศาสนโบราณสถานที่สำคัญ อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์และรักษาโบราณสถานให้มั่นคงยังยืนสืบไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรจังหวัดน่าน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) ครั้งที่ 1/69

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) โครงการพัฒนาเครือข่ายงานส่งเสริมการเกษตร (ระบบส่งเสริมการเกษตร) ขับเคลื่อนการทำงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีหัวหน้ากลุ่ม เกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประกอบด้วยหัวข้อ ดังนี้

1. การส่งเสริมระบบเกษตรที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : เกษตรไม่เผา 3R Model ผลักดันการทำการเกษตรแบบ Re-Habit, Replace with High value crops, Replace with Alternate crop ส่งเสริมปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และจัดการฟางข้าวอย่างยั่งยืน
2. การจัดทำข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นรายอำเภอ
3. กระบวนการพัฒนานักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสู่ MR.พืช น่าน/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น.องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568
โดยมีนายสุนทร สมัยนิยมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางเป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารนายพุธิชัย หนุ่มกันนารองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางสาววรรณภา คำดีรองนายองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางสาวอำพร อินทร์คงเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนายจอมใจ กองเกตุใหญ่ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางแสงเทียน

เศรษฐวิทยารองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวางผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, ตำรวจชุมชน, เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งขวาง, ตัวแทน อสม., ตัวเเทนสตรีแม่บ้าน, ตัวแทนคุณครู, ตัวแทนผู้สูงอายุ,กศน.ตำบลทุ่งขวาง,หัวหน้าส่วนราชการ
เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส กราบสักการะและไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์​ เนื่องในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่ง นายอำเภอกำแพงแสน คนที่ 44

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน กราบสักการะและไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์​อำเภอกำแพงแสน โดยสักการะศาลพระภูมิหน้าที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน

สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ค่ายลูกเสือเมืองเก๋ากำแพงแสน สักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในห้องปฏิบัติราชการ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ในตำแหน่งนายอำเภอกำแพงแสน คนที่ 44 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ อำเภอกำแพงแสน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่อำเภอกำแพงแสน

เข้ามอบของที่ระลึกและดอกไม้แสดงความยินดี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ดังกล่าว สมคิด พรมมี ผู้สืื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ อ.ละแม จ.ชุมพร จัดพิธีบวงสรวงและอัญเชิญพระรูป “เสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ประดิษฐาน ศูนย์รวมจิตใจแห่งใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 9 ธันวาคม 2568 จังหวัดชุมพรจัดพิธีบวงสรวง อัญเชิญ และประดิษฐานพระรูปพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ

พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) ณ มณฑลพิธีหน้าที่ว่าการอำเภอละแม โดยมีนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วยนายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร นายนรินทร์ พันธ์เจริญ กำนันตำบลละแม หัวหน้าส่วนราชการ และชาวอำเภอละแมที่

เดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พิธีการช่วงเช้าเริ่มด้วยการทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่นายสุพล จุลใส ประธานในพิธีช่วงเช้า จะจุดธูปเทียนบูชา

พระรัตนตรัย โดยมีพระครูปริยัติกิจวิธาน เจ้าคณะอำเภอละแม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ผู้มาร่วม

งานได้เขียนรายชื่อบนแผ่นทองเพื่อนำไปบรรจุใต้ฐานพระรูป
ต่อจากนั้น นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยนางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์

และนายสุพล จุลใส ร่วมประกอบพิธีวางแผ่นทอง ซึ่งได้รับประทานจากสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้

ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง ลงในฐานพระรูป ท่ามกลางบรรยากาศอันสง่างามและเปี่ยมด้วยสิริมงคลช่วงบ่าย ข้าราชการและผู้มีเกียรติได้ตั้งแถวเกียรติยศรอรับขบวนอัญเชิญพระรูป โดยเจ้าหน้าที่ทหารเรือเป็นผู้ทำการอัญเชิญขึ้นสู่แท่นประดิษฐานในฤกษ์มงคล

ท่ามกลางเสียงสวดชยันโต เสียงฆ้อง และเสียงประทัดดังกึกก้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้คล้องมาลัยพระกร และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร ถวายช่อกุหลาบแดงสักการะ ก่อนที่

พระสงฆ์จะประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชน์อนุสาวรีย์ และประธานพิธีพร้อมผู้มีเกียรติถวายจตุปัจจัยไทยธรรม กรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จพิธีอย่างสมบูรณ์

การประดิษฐานอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ย ณ หน้าที่ว่าการอำเภอละแมครั้งนี้ ถือเป็นการยกย่องเชิดชูพระเกียรติของ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และเป็นศูนย์รวมศรัทธาแห่งใหม่ของชาวละแมและจังหวัดชุมพร

นายนรินทร์ พันธ์เจริญ กำนันตำบลละแม ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอละแม และประธานการจัดสร้างอนุสาวรีย์ฯ กล่าวว่าการสร้างอนุสาวรีย์ในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในอำเภอละแมและพื้นที่ใกล้เคียง โดยไม่ใช้งบประมาณจากภาครัฐ

ทุกขั้นตอนเกิดจากการหารือร่วมกันของผู้นำท้องที่–ท้องถิ่น และการสนับสนุนจากประชาชนที่ต้องการมีสถานที่สักการะเสด็จเตี่ยอย่างเป็นทางการ เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจและสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชนเขากล่าวเพิ่มเติมว่า “พี่

น้องชาวละแนมาทั้งแรงกายแรงใจร่วมกันสร้าง เพราะศูนย์รวมจิตใจจะสำเร็จได้ ต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนอย่างแท้จริง” การจัดสร้างอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ยครั้งนี้จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนพลังความศรัทธา ความสามัคคี และความรักต่อบ้านเกิดของชาวอำเภอละแมอย่างงดงาม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว..งานวันพริก ของดี อ.ขามสะแกแสง พริกเผ็ดที่สุดในโลก ประกวดธิดาพริก แข่งขันส้มตำลีลา แข่งขันผัดหมี่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ที่บริเวณหน้าอำเภอขามสะแกแสง ว่าที่ร้อยตรีพรสรร อุ่นบรรเทิง นายอำเภอขามสะแกแสง พร้อมด้วย นางสาวกนกอร รวมกลาง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอขามสะแกแสง, นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ดำรงศิลป์ ดวงกลาง นายกเทศมนตรีตำบลขามสะแกแสง นายบัญชา กันหาสินธุ์
ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมาร่วมแถลงข่าวจัดงาน “วันพริกและของดีอำเภอขามสะแกแสง ประจำปี 2568” ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16–20 ธันวาคม 2568 รวม 5 วัน ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอขามสะแกแสง

นายอำเภอขามสะแกแสงเปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกพริกสำคัญของจังหวัด มีเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจรวม 6,997 ครัวเรือน บนพื้นที่กว่า 197,680 ไร่ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกพริกกว่า 200 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูกรวม 418.50 ไร่ ให้ผลผลิตพริกสดเฉลี่ย 1,200 กิโลกรัมต่อไร่ นอกจากนี้ยังมีสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจำนวนมาก ทั้งเส้นหมี่ ข้าวแตน กล้วยน้ำว้า มะละกอ มะพร้าว มะขามเทศ ฝรั่ง ข้าวโพด อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด

นางสาวกนกอร รวมกลาง สมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ได้เปิดเผยว่า“งานวันพริกถือเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันสินค้าเกษตรของชาวขามสะแกแสงให้ก้าวสู่ตลาดใหญ่ ทั้งระดับจังหวัดและภูมิภาค อบจ.นครราชสีมาพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ปีนี้เราตั้งใจทำให้เป็นงานเชิงเศรษฐกิจที่เห็นผลได้จริงในพื้นที่”

ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลายดึงดูดนักท่องเที่ยว อาทิ การประกวดริ้วขบวน การประกวดรถธิดาพริก , การแข่งขันส้มตำลีลา , การแข่งขันผัดหมี่, การแข่งขันขนมจีนน้ำยาไก่ , การประกวดผลผลิตทางการเกษตร , การประกวดไก่พื้นเมือง , การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง , การประกวดเต้นไลน์แดนซ์ , การแข่งขันตำน้ำพริกแจ่วปลาร้าพริกสด , การประกวดบูธกิจกรรมงานวันพริกผู้จัดคาดการณ์ว่าตลอด 5 วันของการจัดงานจะมีผู้ร่วมงานไม่ต่ำกว่า 50,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนให้พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร และผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ของดีอำเภอขามสะแกแสงให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

“งานนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งอำเภอ อปท. เกษตรกร และชุมชน เราตั้งใจให้เป็นเวทีแสดงอัตลักษณ์ของดีในพื้นที่ และกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีอย่างเต็มที่”งานวันพริกปีนี้จึงนับเป็นกิจกรรมใหญ่ที่มุ่งผลักดันสินค้าเกษตรและของดีท้องถิ่นสู่ตลาดระดับจังหวัดและภูมิภาค พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปลายปีที่กำลังมาถึงอย่างคึกคัก

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว นายกันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเตรียมจัดศึกตะกร้อ “Sepak akraw T20 Super Match” ชิงถ้วยผู้ว่าฯน่าน รางวัล 1 แสนบาท 12-13 ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ- ห้องประชุมสุริยานุเคราะห์ โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน จังหวัดน่าน
โดยสมาคมกีฬาจังหวัดน่าน ร่วมกับ ร้าน T 20 น่าน แถลงข่าวเตรียมจัดศึกตะกร้อ “Sepak Takraw T20 Super Match” ชิง
ถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท ระหว่างวันที่12-13 ธันวาคม 2568 ณ สนามแข่งขัน หน้าห้างไฮเปอร์มาร์ท จังหวัดน่าน

โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการแถลงข่าวในครั้งนี้นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่จังหวัดให้ความสำคัญกับการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมสุขภาพ และเป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และเชิญชวนพี่น้องชาวน่าน

มาร่วมชม ร่วมเชียร์และเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักกีฬาที่เดินทางเข้ามาเยือนเมืองน่านนายสาธิต บุญทอง นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน กล่าวถึงการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนากีฬากีฬาเชปักตะกร้อโดยตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนานักกีฬาเซปักตะกร้อของจังหวัดน่านให้ก้าวสู่ระดับชาติ และเป็นการสร้างกระแสการตื่นตัวของการกีฬาในจังหวัดน่าน

“เต้ย”ธีระพล ปะโปตินัง อดีตนักตะกร้อโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจ T20 น่าน เปิดเผยว่า
วัตถุประสงค์ที่ทาง T20 น่าน และ สมาคมกีฬาจังหวัดน่าน เตรียมจัดการแข่งขันตะกร้อรายการนี้ เพื่อต้องช่วยปลุกกระแส
วงการตะกร้อในจังหวัดน่าน และอยาก-เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการตะกร้อเมืองไทยในทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ก็เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในการเปิดธุรกิจ “T20 น่าน สปอร์ตคอมเพล็กซ์” ซึ่งจะเป็นศูนย์ร่วมพื้นที่ในการออกกำลัง
กายของผู้ที่ชื่นชอบกีฬา และรักสุขภาพ ซึ่งจะมีทั้ง สนามมวย สนามตะกร้อ สนามเทคบอล สนามเทควันโด สนุกอร์คลับ
ยิมฟิตเนส

อยู่ในพื้นที่ “T20 น่าน สปอร์ดคอมเพล็กซ์” และจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในราวเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วย โดยจะที่ม
ทีมตะกร้อ 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน ดังนี้ 1.โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี 2.โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา 3.โรงเรียนสวน
กุหลาบวิทยาลัย รังสิต 4.สปป ลาว 5.โรงเรียนพันดอนวิทยา 6.โรงเรีบนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 7.โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง

8.โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร 9.โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม 10.โรงเรียนท่าขอนยางพิทยาคม 11.โรงเรียนกีฬานคร
นนท์วิทยา 6 12.โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2 (สมาน สุเมโธ) 13.โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม 14.โรงเรียนกีฬาเทศบาลนคร
นครราชสีมา 15.โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี 16. ทีมจังหวัดน่าน

และยังมีนางสาวดารารัตน์ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน นายเสริฐ โชยยานันตา ท่องเที่ยว
และกีหาจังหวัดน่าน นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานน่าน และนายพรเทพ เสนนันตา
ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ร่วมขึ้นเวทีแถลงข่าวในการสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยกเครื่องระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model”“นายกหน่อย” หัวเรือใหญ่ ตั้งโต๊ะ!! Brainstormเปิดเวที ถกทิศทางออกแบบงานด้านสาธารณสุขอย่างมีส่วนร่วม

แชร์เนื้อหานี้

อบจ.โคราช – หน่วยงานสาธารณสุข ร่วมเวทีถกทิศทางเดินหน้าระบบสุขภาพปฐมภูมิ ด้าน “นายกหน่อย – ยลดาฯ” นั่งหัวโต๊ะ เปิดประเด็นการมีส่วนร่วมแบบ “บัดดี้” ยก สสจ.โคราช เป็นพี่เลี้ยง พร้อม โรงพยาบาลอำเภอ ร่วมออกแบบงานด้านสาธารณสุข เพื่อขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model” ที่จะส่งผลให้ประชาชนคนโคราชมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ย้ำ!! อบจ. จะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้ถือเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย!!

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ โรงแรมเดอะริช นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา, นพ.วิชาญ คิดเห็น นพ.สสจ.นครราชสีมา นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายก อบจ. นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ ปลัด อบจ. และ นพ.สุผล ตติยนันทพร ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข พร้อมด้วย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจำอำเภอ(รพช.) 32 แห่ง, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ หน่วยงานสาธารณสุข ใน จ.นครราชสีมา ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model”

เพื่อหารือการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนามาตรฐานบริการ การจัดบริการระบบสุขภาพ การจัดการทรัพยากรในระบบสุขภาพ ระดมแนวคิดออกแบบงานด้านสาธารณสุขอย่างมีส่วนร่วม โดยเฉพาะด้านงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) งานสุขภาพช่องปาก รวมถึงการพัฒนาและแลกเปลี่ยนระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสาธารณสุข นำมาสู่การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดและคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับอำเภอ เพื่อเกิดการขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

ซึ่งกว่า 3 ปี ที่ อบจ.นครราชสีมา ได้มีการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) จำนวน 182 แห่ง และต้องดูแลงานด้านสาธารณสุข พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ในภาพรวมของจังหวัดทั้งหมด โดยที่ทุกภาคส่วนต้องดูแลและรับผิดชอบร่วมกัน ทำให้เกิด Model ความร่วมมือ ที่จะส่งผลให้ประชาชนคนโคราชมีสุขภาพกายและใจแข็งแรง ห่างไกลภาวะซึมเศร้าและโรคจิตเวช อบจ. จะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้ถือเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย แต่เพื่อประชาชน เราจะตกผลึกและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สิ่งสำคัญคือการร่วมมือกัน อบจ. เป็นท้องถิ่น สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางที่ดี ภายใต้การทำงานเป็นทีม เราจะนำเสียงสะท้อนของประชาชนมาขับเคลื่อนการทำงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพที่ต้องทำร่วมกัน การป้องกันโรค การรักษาระดับปฐมภูมิ การฟื้นฟู และ End-of-Life Care

นอกจากนี้ อบจ.นครราชสีมา ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ สุขใจใกล้บ้าน ปัจจุบันมีทั้งหมด 44 แห่ง มีการทำงานเติมเต็มระบบฟื้นฟูสุขภาพประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลด้วยมาตรฐาน การจัดบริการดูแลในเขตบริการของ รพ.สต. ในสังกัด อบจ. การฟื้นฟูชุมชน นอกจากนี้ อบจ. ยังมีนโยบายที่จะจัดส่งรถโมบายเคลื่อนที่ให้บริการด้านสาธารณสุขในชุมชน ประชาชนได้เข้าถึงการบริการของรัฐ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล ภายใต้การดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขแบบบูรณาการ เพราะ “สุขภาพคนโคราชต้องดีไปด้วยกัน”

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลชุมแพ จัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอล”ชุมแพคัพ”ครั้งที่ 33 ชิงถ้วยพระราชทานฯ 9-29 ธค. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 09.45 น. นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองชุมแพ เป็นประธานพิธีจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล ” ชุมแพคัพ,” ครั้งที่ 33

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทอายุไม่เกิน 12 ปีและประเภทประชาชนทั่วไป การแข่งขันเริ่มขึ้นระหว่าง 9-29 ธันวาคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1(สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการกีฬา เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชน

ได้ออกกำลังกายโดยใช้กีฬาเป็นสื่อการกีฬาทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เป็นการส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจให้เจริญยั่งยืน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันจึงมีการจับฉลากแบ่งสาย

โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวเป็นสักขีพยาน พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ นางสาวรติมา สิริวรพิทักษ์ รองนายกฯ นายราชันย์ ดาวังปา ประธานกรรมการตัดสิน นายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกฯ ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ หัวหน้าส่วนราชการและคณะสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน เสร็จภาระกิจจึงได้ปิดการแถลงข่าว

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดกระทรวงคมนาคม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ที่ ด่านตรวจพรมแดนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 ร่วมกับอธิบดีกรมทางหลวง

และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ก่อสร้างสมบูรณ์แล้ว 100 % ทั้ง 2 ฝั่งโขง ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำในเรื่องความพร้อมของพิธีเปิดงาน ไฟส่องสว่าง และจุดให้บริการประชาชนที่มาร่วมในพิธีเปิด

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ มีจุดก่อสร้างฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม หมู่ที่ 5 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ที่บ้านกล้วย แขวงบอลิคำไซ มูลค่าการลงทุน 3,930,000,000 บาท

โดยแยกเป็นฝั่งประเทศไทยวงเงิน 2,630,000,000 บาท และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วงเงิน 1,300,000,000 บาท โดยหากเปิดใช้งาน จะสามารถเชื่อมโยงการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เป็นอย่างด
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่สำรวจยุทธศาสตร์แก่งผาได-บ้านดอนที่ แนวชายแดนเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจากวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ได้ลงพื้นที่ สปป.ลาว เพื่อประสานความร่วมมืิอกับคณะผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาว ในการร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติด และตรวจเยี่ยมด่านน้ำเกิ๋ง และด่านปากทา ซึ่งเป็นด่านสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดในเส้นทางคมนาคมของ สปป.ลาว.

ในวันนี้ (22 พฤศจิกายน 2568) เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ แก่งผาได ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านปากทา สปป.ลาว เพื่อสำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือกับหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผบ.กกล.ผาเมือง พ.อ.ธนพันธ์ ขำทวี รอง ผอ.รมน.ภาค3 สย.2 พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผบ.ฉก.ทพ.31 และ พ.ต.ณรงค์เวทย์ รัศมี หน.ฝขว. ให้การต้อนรับ และร่วมให้ข้อมูล

สำหรับ แก่งผาได มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางน้ำ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเพื่อเข้าสู่ประเทศไทย โดยหากกลุ่มขบวนการสามารถขึ้นฝั่งไทยได้แล้วจะเชืี่อมต่อถนนสายหลักที่มุ่งสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้ ที่ผ่านจึงพบกลุ่มขบวนการพยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่องผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยอาศัยความเอื้ออำนวยของสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบริมฝั่ง และในลำน้ำมีเกาะแก่ง โขดหิน ที่สามารถซ่อนเร้นจากการเฝ้าตรวจของเจ้าหน้าที่

จากนั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ บ้านดอนที่ ม.3 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านน้ำเกิ๋ง สปป.ลาว โดยได้สำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือร่วมกับ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอุดม ปกป้อง นายอำเภอเชียงของ พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 31 นายเกษม ปันทะยม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง และนายเดชดำรง แก้วดำ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนที่

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ปัจจุบัน สปป.ลาว ได้ดำเนินการตามข้อตกลงในความร่วมมือสกัดกั้นยาเสพติด โดยตั้งจุดตรวจจุดสกัดเรียบร้อยแล้ว และมีผลปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพมาก จึงมีข้อกังวลว่ากลุ่มขบวนการจะหลบเลี่ยงโดยลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงแม่น้ำโขงก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดเพื่อข้ามมาฝั่งไทย จึงผลักดันการดำเนินการ ดังนี้

  1. ให้องค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุน ป.ป.ส. เพื่อทำการติดตั้งไฟส่องสว่างตามแนวลำน้ำโขงฝั่งตรงข้ามด่านน้ำเก๋ง เสริมประสิทธิภาพการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย
  2. ให้หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ส. เพื่อก่อสร้างจุดตรวจจุดสกัดบริเวณดังกล่าว คู่ขนานกับ สปป.ลาว
  3. ให้ ปปส.ภาค 5 ร่วมกับจังหวัดเชียงรายและอำเภอเชียงของ สนับสนุนกิจกรรมการเดินเวรยามของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อเสริมการดำเนินงานของหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน
    .
    ทั้งนี้ หากการดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ การสกัดกั้นยาเสพติดตามลำน้ำโขงชายแดนภาคเหนือจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น