คลังเก็บหมวดหมู่: ตำรวจ(ตร.)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 7 รวบโจรควงปืนชิงทองห้างนครปฐม ทอง 23 เส้น หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีกบดาน ย่านบ้านแพ้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก. สส.ภ.7 พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดม ผกก.กก.1 บก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.บก.กค.ภ.7

พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก. สส.สภ.เมืองนครปฐม,ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวนกก.สส.ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทอง

ภายในห้างดังนครปฐม คือนายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ที่อยู่ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.278/2569โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลา กลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการ ใด ๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมพร้อมของกลางใน

คดี อาวุธปืน แบลงค์กัน ยี่ห้อ โซรากิ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกล่องใส่อาวุธปืน หมวกกันน็อก แบบเต็มใบ สีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค สีดำ คันหมายเลขทะเบียน ขลน 428 ราชบุรี เสื้อผ้า-เครื่องแต่งกาย ที่ผู้ต้องหาใช้ในวันก่อเหตุ สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น มูลค่า 3,680,000 บาท โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.27 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 1 คน ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างดังนครปฐม โดยคนร้ายได้ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าและแต่งกายเพื่ออำพรางตัว ก่อนเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งนครปฐม จากนั้นได้ใช้อาวุธปืน ยิงข่มขู่พนักงานร้านทอง แล้วปีนเข้าไปทุบกระจกตู้แสดงสินค้า ก่อน นำเอาสร้อยคอทองคำ น้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น น้ำหนักรวม 46 บาท มูลค่าประมาณ 3,680,000 บาท แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ภายหลังจากก่อเหตุ คนร้ายได้ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนี ออกจากบริเวณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี นครปฐม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานสอบสวนจึง ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อ ศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อขออนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมี คำสั่ง ออกหมายจับเลขที่ จ.278/2569 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2569

ทางชุดสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุ อยู่ภายในบ้านพักหลัง ดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ทราบ ก่อนทำการจับกุมตัวจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุได้มาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุ 1วันเพื่อหาจังหวะลงมือก่อเหตุ และ

หลังก่อเหตุ ระหว่างหลบหนีได้เปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดเส้นทาง และขี่รถจยย.วนไปวนมาเพื่อหลอกเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่สืบสวนออกหาเบาะแสจนสามารถจับกุมตัวได้ในชั้นจับกุม ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมเขี้ยวเล็บ ตร.สายตรวจ!!ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร มอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ 125 คัน พร้อมหมวกและกล้อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่บริเวณหน้าอาคารศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ประจำรถ ให้แก่สถานีตำรวจภูธรในสังกัดทั้ง 5 แห่ง เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ โดยมี พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.อ.ทินกร รังรื่น ผกก.ฝอ.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป.สภ.กระทุ่มแบน,พ.ต.ท.สุพจน์ จันทร์หอม รอง

ผกก.ป.สภ.บ้านแพ้ว,พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.ป.สภ.โคกขาม,พ.ต.ท.อภิวิทย์ แจ่มแจ้ง รอง ผกก.สภ.บางโทรัด,พ.ต.ท.สำเริง ศรีนามบุรี สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ในการนี้ ผู้บังคับการฯ และคณะ ก็ได้ร่วมกันมอบหมวกกันนิรภัยให้แก่สายตรวจ ก่อนที่จะทำการปล่อยรถจักรยานยนต์สายตรวจของแต่ละสถานีฯพล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) และ พล.ต.ท.พิสิฐ ตัน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) ที่ต้องการจัดสรรยานพาหนะและอุปกรณ์สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครได้รับการจัดสรรรถจักรยานยนต์สายตรวจ ทดแทนจำนวนทั้งสิ้น 125 คัน พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ได้แก่ หมวกนิรภัย

กล้องบันทึกภาพ และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งจำแนกเป็น 1. สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 50 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 100 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 100 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง, 2. สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 34 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 68 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 68 ชุด และ อุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,3.สถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 14 คัน

หมวกนิรภัย จำนวน 28 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 28 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,4.สถานีตำรวจภูธรโคกขาม ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 15 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 30 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 30 ชุด และ อุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,5.สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 12 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 24 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 24 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง

พล.ต.ต.ธีระเดช กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า การมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการออกตรวจพื้นที่ การเข้าถึงเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครยังคงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ทล. ให้ข้าราชการตำรวจ หมั่นฝึกฝนอาวุธและยุทธวิธี อย่างสม่ำเสมอ

แชร์เนื้อหานี้

เพราะความปลอดภัยของประชาชน เริ่มต้นที่ความพร้อม
​ ตามนโยบายของ ผบก.ทล. ที่เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจหมั่นฝึกฝนอาวุธและยุทธวิธีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มทักษะและความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่

พ.ต.ท. ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. นำทีมข้าราชการตำรวจในสังกัด ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เข้ารับการฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืน แบบฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และยุทธวิธีตำรวจทางหลวง ณ ลานหน้าสถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม

โดยมี จ.ส.ต.จักรกฤษณ์ ยินดี และ ส.ต.ท.นันทวัฒน์ สมบูรณ์บดีบุตร ร่วมเป็นครูฝึกถ่ายทอดทักษะในครั้งนี้ ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมสร้างขวัญกำลังใจ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ตร.ทางหลวงนครปฐม จัดประชุมประจำเดือน ณ ห้องประชุม ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.

แชร์เนื้อหานี้

ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. (ตำรวจทางหลวงนครปฐม) จัดประชุมประจำเดือน ณ ห้องประชุม ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. นำโดย
​ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
พ.ต.ต.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.

ร.ต.อ.ชูศักดิ์ สุนทรแสง รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
ร.ต.อ.อักฤทธิ์ สมพร รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
กำชับการปฏิบัติหน้าที่ให้ยึดแนวทางตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

พร้อมมอบรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้มีผลงานดีเด่น ประจำเดือน ก.พ. 69 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจพิธีมอบเข็มและประดับยศให้แก่ ว่าที่ ร.ต.ต. (หมวดใหม่) จำนวน 4 นาย ในโอกาสเลื่อนตำแหน่ง
ตำรวจทางหลวง

พร้อมมุ่งมั่นทำงานเพื่อความปลอดภัยของประชาชนบนท้องถนนอย่างเต็มความสามารถทำทุกอย่างด้วยสำนึก เพราะเราคือตำรวจทางหลวง
​ สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดตำนาน แก๊ง จี5 วัยรุ่นโคราชยิงปืนกลางเมือง ยึดปืน 5 กระบอก มีด 3 เล่ม หลังไล่ล่ายิงกันเจ็บ 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นม ,พ.ต.อ. อโณทัย จินดามณี รอง.ผบก.ภ.จว.นม ,

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก สภ.เมืองนครราชสีมา , พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง.ผกก.สส.ภ.จว.นม ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมแก๊ง g5 วัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันกลางเมืองโคราช พร้อมของกลาง ปืน ไทยประดิษฐ์ 5 กระบอก มีดยาว 3 เล่ม มอเตอร์ไซค์ 5 คัน

ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันในเขตตัวเมือง หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณซอยลำปรุ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.ภ.3 และ สภ.เมืองนครราชสีมา เร่งติดตามผู้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนและหลังเกิดเหตุ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม ซึ่งมีทั้งนักเรียนมัธยมปลายและนักเรียนอาชีวะ เคยมีปัญหากันมาก่อน ก่อนจะมาพบกันบนถนนและเกิดการไล่ยิงกัน

เจ้าหน้าที่จึงขอศาลอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย 5 จุด พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนรวม 5 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนปากกา ขนาด .39 จำนวน 4 กระบอก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 อีก 1 กระบอก พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย

มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และหากประชาชนพบเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โคราช จับยาเสพติดรวม 5 คดี พร้อมของกลางยาบ้า 3 แสนเม็ด มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1.5 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและร่วมแถลงการจับกุมและกวาดล้าง ขบวนการภายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์จากผู้ให้การสนับสนุน
หรือเกี่ยวข้องในทุกระดับ

โดยปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดฯ ได้บูรณาการ สนธิกำลังตรวจยึด/จับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด สภ.ห้วยแถลง เมื่อ 27 ม.ค.69 จึงขยายผลไปจับ ผู้ต้องหา 3 คนพร้อมยาบ้า 10,000 เม็ด สภ.บัวใหญ่ เมื่อ 28 ม.ค.69 และขยายผลยึดยาบ้า 20,000 เม็ด สภ.กระสัง

เมื่อ 30 ม.ค.69 นั้น ได้ขยายผลต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดชาวลาวเพิ่มอีก 5 คดี ซึ่งการจับกุมได้ตรวจพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน รวมประมาณ 326,222 เม็ด ยึดทรัพย์สินเป็นประเภทรถที่ใช้ก่อเหตุและผู้ต้องหาอีก 6 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดเราราว 1.5 ล้านบาท

แจ้งดำเนินคดี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)หรือยาบ้า โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาตฯพล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับ 5 คดีนี้มีการจับกุมยาเสพติด มีการขยายผลจากคดีเก่า ซึ่งนำไปสู่การจับกุม ทั้งนี้ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้อง

ประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ
ผู้ค้า ในสถานประกอบการและอาศัยสถานประกอบการในการกระทำความผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 , สายด่วน 191, Application Police I lert U และ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

นครราชสีมา สายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปราบปรามจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นเพื่อให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด และลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมคดียาเสพติด ของ ภ.จว.ลำปาง จับกุมผู้ต้องหา 5 คน ยาบ้า 2,800,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.ลำปาง กรณีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สภ.เวียงมอก จ.ลำปาง ร่วมกับ ศูนย์สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมผู้ต้องหา 5 คนพร้อมด้วย รถยนต์ 3 คัน และยาเสพติดของกลางยาบ้า 2,800,000 เม็ด

โดยมี นายพัชระ สิมะเสถียร รอง ผวจ.ลำปาง, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง , พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผอ.ปปส.ภาค 5,
นายวุฒิพงษ์ แก้วปาเฟือย นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง และฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ลานแถลงข่าวตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ถ.ลำปาง – แจ้ห่ม ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ซักซ้อมแผนเผชิญใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส

เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ได้เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

อำเภอกำแพงแสนตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน จึงกำหนดจัดการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และทางด้าน พันตำรวจเอก ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน

พร้อมด้วย พันตำรวจโท ยศพงศ์ พันธุ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ได้ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบช.ภ.3 เป็นประธานเปิดป้าย “สภ.คง” มอบโล่–ใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรคง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสถานีตำรวจภูธรคง ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อยและอบอุ่น

ภายในงาน พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ อนันต์ดิลกฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคง พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ก่อนเข้าสู่พิธีการตามลำดับขั้นตอน อาทิ การกล่าวรายงาน

การเปิดป้ายสถานี และพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีอุปการคุณและภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการจัดทำป้ายสถานีตำรวจ อาทิ คุณกุสุมาวดี อัดทวีคูณ”ประธานกรรมการ บริษัท อินฟินิตี้ดีไซน์ จำกัด และ ชมรมมิตรภาพ 44

การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความพร้อมและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหน่วยงาน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่

รวมทั้งเป็นการขอบคุณภาคเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของพื้นที่อีกด้วย.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.7 ตรวจหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ที่ 70 ที่ 74 ณ สมาคมตั้งศรี ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 8 ก.พ.69 เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ
ผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม
พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม
พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม

ออกตรวจหน่วยเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 70 และหน่วยเลือกตั้งที่ 74 ณ สมาคมตั้งศรี ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อย รายงานเหตุการณ์ปกติ

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยในการจัดการเลือกตั้ง ต้อง สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐมตรวจร้านค้าทองเพื่อป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขากำแพงแสน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 5 ก.พ.69เวลา 17.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.ท.ยศพงศ์ พันธุรอง ผกก.ป.สภ.กำแพงแสนพ.ต.ท.อุทัย สุมาลัยรองผกก.ป.สภ.บางเลนพ.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญสวป.สภ.กำแพงแสนตรวจร้านค้าทองภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขากำแพงแสนพบสาย

ตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เขต 1 อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยได้ให้คำแนะนำผู้ประกอบการร้านค้าทองเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ โดยเฉพาะในปัจจุบันเป็นห้วงที่ทองคำมีราคาสูงขึ้น

โดยได้กำชับและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย และพร้อมเข้าระงับเหตุทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงให้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าทองอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันเหตุร้านค้าทองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ เหตุการณ์ทั่วไปอยู่ในภาวะปกติ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐม เปิดยุทธการ พิทักษ์เลือกตั้งนครปฐม 69 จับปืน ยาเสพติดเพียบ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ก.พ.2569 ที่ ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองนครปฐม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐมพล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ฐ.(ท.) พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา

พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มินเสน ผกก.สภ.สามควายเผือก พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม ชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

ได้ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ ”พิทักษ์เลือกตั้งนครปฐม 69 ” ระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีผลปฏิบัติดังนี้จับกุมอาวุธปืน ผู้ต้องหา จำนวน 30 ราย 31 คน พร้อมของกลาง อาวุธปืน จำนวน 30 กระบอก แบ่งเป็น อาวุธปืนมีทะเบียน จำนวน 11 กระบอก อาวุธปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 19 กระบอ กระสุนปืน จำนวน 21 นัด จับกุมวัตถุระเบิด จำนวน 1 ลูก

และแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) จำนวน 5 ราย โดยแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา ได้แก่ 1.จำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในประชาชน

2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติด (ยาบ้า) รวมจำนวน 22,022 เม็ด และยาเสพติด (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 5.58 กิโลกรัมพร้อมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มูลค่ารวมประมาณ 1,875,000 บาท

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากการขยายผลคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวและการประสานงานจาก สภ.ดอนตูม จนนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่

จังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ตามสถานที่ต่าง ๆ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
ภายหลังการจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 79

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 15.15 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 79

ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 280 นาย ณ ห้องเตมียเวส โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

พร้อมด้วย พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย

ผบ.ตร., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธี โดยมี พล.ต.ท.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคณะผู้บังคับบัญชา และมี

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อรองผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดชผกก.สภ.สามพรานร่วมให้การต้อนรับผู้บังคับบัญชาและเข้าร่วมในพิธีให้การต้อนรับผบ.ตร.กล่าวให้โอวาทกับ

นายร้อยตำรวจผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2568 ว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 79 ทุกท่าน ที่สำเร็จการศึกษาและได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรในวันนี้

สถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ผลิต หล่อหลอม ปลูกฝังจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจให้แก่ทุกท่าน ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญไปสู่การรับราชการตำรวจ จึงขอให้ทุกท่านได้พึงระลึกเสมอว่า ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูง

มาก การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรติ แต่ทุกท่านจะต้องสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจ ใช้สติปัญญาในการทำงานและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยยึดหลักกฎหมาย นิติรัฐ นิติธรรม และหลักการครองตน ครองคน และครองงาน

ตำรวจเป็นอาชีพที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน จึงขอให้ทุกท่านอย่าได้เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และภัยคุกคามของชาติบ้านเมือง ตลอดจนสำนึกในภารกิจการพิทักษ์ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และพี่น้องประชาชน ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ขอให้ทุกท่านทำหน้าที่ของตนได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ มีเกียรติและศักดิ์ศรี ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นความภาคภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค.5.แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลายราย/สภ.เมืองเชียงใหม่ เพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น.​ตามนโยบายของ รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ​มทภ.3ฝ่ายปกครอง โดย
นายชูชีพ พงษ์ไชย​​ผวจ.เชียงรายนายรัฐพล นราดิศร​​ผวจ.เชียงใหม่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์​ ผวจ.แพร่
​สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ​ผอ.ปปส.ภาค 5
แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี รวมผู้ต้องหา 5 คน ของกลางยาบ้ารวม จำนวน 3,262,000 เม็ด

บก.สส.ภ.5, สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 1,220,000 เม็ดสภ.แม่สาย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกมุผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 972,000 เม็ดบก.สส.ภ.5, สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,070,000 เม็ดคดีที่ 1หน่วยที่ตรวจยึด กก.ปพ., กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 และ สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 24 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 00.30 น.สถานที่เกิดเหตุ ​บริเวณจุดกลับรถบ้านประทุม ถนนสายแพร่-น่าน ต่อเนื่อง บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน
ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 และ กก.ปพ.ฯ บก.สส.ภ.5 ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดมาพักไว้ที่บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและสังเกตการณ์ บริเวณใกล้บ้านหลังดังกล่าวเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 23.00 น. ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน กน 467 แพร่ ขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว จากนั้นได้มีชายรูปร่างอ้วนลงมาจากรถเปิดฝากระโปรงหลังแล้วยกกระสอบยาเสพติดลงมาไว้บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวแล้วขับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปและเรียกให้หยุดทำการควบคุมตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งซึ่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน สังเกตเห็นชาย 2 คน ออกมาขนกระสอบเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด วางอยู่ภายในห้องหลังบ้าน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 2หน่วยที่จับกุม สภ.แม่สาย จว.เชียงราย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​

26 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 13.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณลานจอดรถโรงแรมเชนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ที่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย ​พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด บริเวณบ้านผาแตก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยจะมีการนัดรับ-ส่ง ยาบ้าใกล้พื้นที่ชายแดนเพื่อลำเลียงไปยังประเทศตอนใน โดยแจ้งว่าจะใช้รถยนต์เก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 5727 เชียงราย เพื่อใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เมื่อได้รับแจ้ง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและได้รับคำสั่งให้ทำการเฝ้าติดตามตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ โรงแรมเซนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย จึงได้ร่วมกันเฝ้าระวังติดตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ได้มีชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินออกจากห้องพักมายังที่บริเวณรถยนต์ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เปิดประตูรถยนต์เข้าไปทางประตูคนขับ และหญิงคนดังกล่าวก็ได้ขึ้นรถยนต์ฝั่งโดยสารข้างคนขับด้านข้างซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้น จึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบ นายธวัตชัย ผู้ขับขี่ และ น.ส.สุวจี ผู้โดยสาร จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 972,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 3หน่วยที่จับกุม กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 และ สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่

ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​26 ม.ค.69 เวลาประมาณ 22.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณบ่อขยะในหมู่บ้านหนองโค้ง หมู่ 4 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่พฤติการณ์แห่งคดี​เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการรับส่งมอบยาเสพติดบริเวณพื้นที่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคําสั่งจาก ผบก.สส.ภ.๕ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.5 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการสืบสวนหาข่าว และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ เวลา 20.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด ในบริเวณบ่อขยะ ของหมู่บ้านปางเปา จึงได้ทำการไปยังจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ เมื่อไปถึงบ่อขยะในหมู่บ้านและได้ขับรถผ่านไป ได้สังเกตเห็นแผ่นโฟมสีขาววางอยู่ริมถนนข้างขวา ซึ่งตรงกับข้อมูลที่สายลับได้แจ้งไว้ จึงได้ลงจากรถเพื่อไปทําการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 5 ถุง ตรวจสอบภายในพบยาบ้า จํานวน 1,070,000 เม็ด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..

สภ.เมืองเชียงใหม่ #ออกมาตราการเพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองในพื้นที่ อัพเดทกล้อง cctv ทั้งภาครัฐและเอกชนให้พร้อมใช้งาน
นับ 1,000 ตัว สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

สืบเนื่องในภาวะตลาดทองคำที่มีราคาสูงขึ้นทุกวัน ราคาทองคำ ประมาณ 80,000 บาท ต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท
ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับอาชญากรรมตามมาเช่นกันโดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชัยงใหม่

ได้มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มมาตราการในการป้องกันเหตุ เกี่ยวกับร้านทองและออกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นวันนี้ 30 ม.ค. 69พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่

พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ร่วมปล่อยแถวชุดปฏิบัติการสายตรวจ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองบริเวณ ตลาดวโรรส ซึ่งมีร้านทองและประชาชนนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอย
เป็นจำนวนมาก จากนั้นออกตรวจดูแลความปลอดภัย ร้านทองภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการป้องกันเหตุอาชญากรรม
ดังนี้

-การอัพเดทกล้อง cctv ให้พร้อมใช้งาน 100%
-การติดสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-แนะนำ วิธีการสังเกตุผู้มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
-การติดตั้ง ระบบล็อคประตู
-การติดตั้งลูกกรงเหล็ก
-เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร จนท.ตร. ทุกช่องทาง
ซึ่งได้รับการตอบรับและให้ความร่วมมือจากร้านทางทองเป็นอย่างดี

จากนั้นได้เข้าพบ นายสุรพล โอวิทยากุลประธานชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่และเป็นเจ้าของร้านทอง ย่งเชียงล้ง
เพื่อประสานความร่วมมือและให้มีความพร้อมในการประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยแจ้งข่าวให้กับเพื่อนสมาชิกร้านทองหากมีเหตุเกิดขึ้น สามารถกระจ่ายข่าวได้ทันที ซึ่งนาย สรุพลฯ ยินดีเป็นสื่อกลางประสานข้อมูลให้ระหว่างร้านทองและ เจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่กล่าวว่า ในภาวะทองคำราคาสูงเช่นนี้ต้องมีมาตราการป้องกันที่เข้มข้นเพิ่มความถี่ให้สายตรวจหมั่นออกตรวจตราStop walk talk ร้านทองอย่างสม่ำเสมอและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานให้มากที่สุด และแนะนำช่องทางการแจ้งเหตุหรือแจ้งเบาะแสอาชญากรรม ทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-327191

หรือ สายด่วน 191 แนะนำประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชั่น ตำรวจห่วงใยประชาชน (POLICE CARE) รวมทั้งหาความร่วมมือกับชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคงการสื่อสาร และแจ้งเบาะแสกันได้ตลอดเวลาทั้งนี้ จนท.ตร. ต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้อยู่อย่างปกติสุข

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้เดินทาง สภ.โพรงมะเดื่อได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช สนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 29 ม.ค.69เวลา 11.00 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โพรงมะเดื่อพบ
พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียมผกก.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อลงกรณ์ กาญจนนฤนาทรอง ผกก.ป.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.มณฑล สุขศุภชัย
รอง ผกก.(สอบสวน)

สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อภิชาติ หงส์ไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สภ.โพรงมะเดื่อว่าที่ พ.ต.ท.บุญสร้าง จิ๋วน้อย
สว.อก.สภ.โพรงมะเดื่อพร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.โพรงมะเดื่อ

ตรวจสอบการให้บริการบนสถานีตำรวจและการดำเนินการตามนโยบาย ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.7 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุ่มตรวจการโหลดแอปพลิเคชั่น police care ของข้าราชการตำรวจในสังกัด ได้ทำการโหลดครบทุกนาย

ได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของ สภ.โพรงมะเดื่อ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดอาหารกลางวันแก่ข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด อันเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ได้จัดเลี้ยงอาหารเสริมกลางวันข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบน้ำตก และร่วมกิจกรรมทำอาหารพร้อมรับประทานอาหารกลางวันกับข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความเข้าใจอันดี และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการ

ณ สภ.โพรงมะเดื่อ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐมแถลงตมารวบแก๊งนักเลงขาสั้น ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง ไล่ฟันกัน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ม.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.สามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน พ.ต.ท.สิทธิพร ไชยสิทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน แถลงผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์นครปฐม “สยบราชาย่านสามพราน ปราบอันธพาลนักเลงขาสั้น”
สืบเนื่องจากกรณี มีผู้ใช้แอพพลิเคชัน TIKTOK

โดยใช้ชื่อ “ราชาย่านสามพราน”มีการโพสต์คลิปโดยมีลักษณะกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยใช้อาวุธมีดและวัตถุระเบิด ไล่ทำร้ายกันบริเวณถนนสาธารณะ (ถนนนายอำเภอ) หมู่ที่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ได้ทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวตนของบุคคลในคลิปดังกล่าว จนสามารถสืบสวนติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กและเยาวชนกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมต้นและอดีตนักเรียนมัธยมต้นที่ถูกออกจากการเรียน ระหว่างแก๊ง “ราชาย่านสามพราน” กับ “แก๊งนักเลงขาสั้น”

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มรวม 19 ราย ดังนี้ แก๊งราชาย่านสามพราน จำนวน 8 ราย กระทำผิดฐาน “ ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ดังนี้ 1.วัตถุระเบิดแบบประกอบขึ้นเองจำนวน 1 ลูก 2.อาวุธมีดพร้ายาวและอาวุธดาบยาวจำนวน 9 เล่ม 3.ด้ามอาวุธปืนยิงปลา จำนวน 1 อัน 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แก๊งนักเลงขาสั้น จำนวน 11 ราย กระทำผิดฐาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และนำส่งไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายต่อไป โดยได้พบปะพูดคุยสังเกตการณ์สอบสวน สอบถามกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ปกครองถึงสาเหตุปัญหาการทะเลาะวิวาท รวมถึงอบรมแนะนำผู้ต้องหา
จากนั้นประชุมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ให้ดำเนินคดีในทุกมิติเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.สวรรคโลกจ.สุโขทัยเข้มผู้การสั่งเน้นย้ำตำรวจปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดช่วงเลือกตั้ง ส.ส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 22.มค.2569 ณ.ห้องประชุมห้อง ศปก.สภ.สวรรคโลก อ.สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย
พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย
พ.ต.อ.ฉัตรชัย คำยิ่ง รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย

ได้มาตรวจเยี่ยมและมอบหมายนโยบายเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ สภ.สวรรคโลก สภ.ศรีนคร และ สภ.เมืองบางขลัง และ ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง

โดยมี พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.สวรรคโลก
พ.ต.อ.วิษณุ นิพิฐปัญญา ผกก.สภ.ศรีนคร
พ.ต.ท.ธนพงศ์ พึ่งศักดิ์ สว.สภ.เมืองบางขลัง
พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรขึ้นไป ของ สภ.สวรรคโลก สภ.ศรีนคร และ สภ.เมืองบางขลัง
โดยกำชับ ดังนี้

1.ให้ข้าราชการตำรวจวางตัวเป็นการในการเลือกตั้ง
2.หากมีสถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้รายงานโดยด่วน
3.ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด
4.การขยายผลยาเสพติด
5.การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง
พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติงานข้าราชการตำรวจ สภ.สวรรคโลกให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและพร้อมร่วมรับประทานอาหารให้ขวัญกำลังใจตำรวจในการปฏิบัติงานด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผงะยาบ้าล็อตใหม่ “SARA” ทะลักชายแดนอีสาน ตชด.234 บูรณาการจับ 2 ชาวลาว ของกลางกว่า 8 แสนเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 พร้อมด้วย นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผู้กำกับการ ตชด.23

พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รองผู้กำกับการ ตชด.23 พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รองผู้กำกับการหัวหน้ากองร้อย ตชด.234 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผู้บังคับกองร้อย ตชด.234 ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหาชาว สปป.ลาว 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 820,000 เม็ด

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและพื้นที่รอยต่อใกล้เคียง โดยชุดปฏิบัติการด้านการข่าว กองร้อย ตชด.234 ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มขบวนการอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าฝั่งประเทศไทย บริเวณอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ในช่วงคืนวันที่ 19–20 มกราคม 2569

ต่อมาได้รับรายงานว่ากลุ่มขบวนการไหวตัวทันและเปลี่ยนจุดลำเลียงเป็นพื้นที่บ้านปากกะหลาง ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ ตชด.234 จึงประสานกำลังร่วมกับ ตชด.227 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ วางกำลังซุ่มตรวจตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 00.30 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลเดินแบกกระสอบต้องสงสัยเป็นขบวน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้กลุ่มคนร้ายทิ้งกระสอบแล้ววิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ทราบว่าเป็นชาวแขวงสาละวัน สปป.ลาว ส่วนผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบของกลาง พบยาบ้าบรรจุในกระสอบรวม 4 กระสอบ จำนวนประมาณ 820,000 เม็ด ซึ่งห่อด้วยกระดาษไขพิมพ์โลโก้สีแดงคำว่า “SARA” นับเป็นการตรวจยึดโลโก้ลักษณะนี้เป็นครั้งแรกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายเพื่อการค้า เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ใช้เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นทางผ่านหลัก พร้อมย้ำว่าความร่วมมือจากประชาชนคือหัวใจสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด โดยข้อมูลจากชาวบ้านจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภาค 7 แถลงรวบแก๊งขนยาบ้าคาด่าน เกือบ 4 แสนเม็ดจะไปส่งภาคใต้ พบผู้ต้องหาถูกจับมาหลายครั้ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติด ผู้ต้องหา คือ นายรีดูวัน เจ๊ะเลาะ (ผู้ต้องหาที่ 1) อายุ 41 ปี และ นางสาวนูรอัยนี การียา อายุ 20 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน โดยทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ตั้งข้อหาเพิ่มเติม เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพ

พร้อมของกลางในคดี ได้แก่ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ทั้งหมด จำนวน 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และ รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กญ 4601 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจับกุมได้ที่บริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ถนนเพชรเกษม ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น.

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยถึง พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ว่า วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม พบรถยนต์ต้องสงสัย TOYOTA VIOS สีขาว เมื่อเข้าตรวจค้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเห็นด่านตรวจพยายามเลี่ยงหลบหนี จึงเรียกให้หยุด พบภายในรถมี ผู้ต้องหา 2 ราย จึงขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบยาบ้า รวม 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

โดยนายรีดูวันผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดเป็นของตน รับจ้างลำเลียงจากพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท และมีการโอนเงินมัดจำแล้ว ผลตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน

ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ เมื่อตรวจสารเสพติด ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหาที่ 1 เคยก่อเหตุในคดีในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถาน ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2559 ข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2561 และถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2565 ส่วนนางสาวนูรอัยนี ผู้ต้องหาที่ 2 ตรวจไม่พบประวัติการกระทำความผิด ……………………….

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โพธิ์กลาง บุกมหาวิทยาลัย เตือนภัยไซเบอร์ 1,000 นศ. หลังสถิติถูกโกงออนไลน์พุ่ง

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – สถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาเริ่มน่าเป็นห่วง หลังพบว่านักศึกษาถูกหลอกลวงทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุด สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ผนึกกำลังภาคการศึกษา เดินหน้าเชิงรุกจัดกิจกรรมให้ความรู้ ปิดช่องโหว่อาชญากรรมไซเบอร์ถึงรั้วมหาวิทยาลัย

พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.มารุต สันติเศรษฐสิน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) และ พ.ต.ท.อนนท์ สาจันทึก สารวัตร (สอบสวน) นำข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าบรรยายให้ความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จำนวนกว่า 1,000 คน ณ อาคารเรียนรวม 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถิติการแจ้งความของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พบการตกเป็นเหยื่อ คดีฉ้อโกงออนไลน์ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนเงิน การชักชวนลงทุน หลอกซื้อ–ขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงภัยจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการ แฮกบัญชีโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อีเมล แอปพลิเคชันธนาคาร ตลอดจนกลโกงการหลอกให้กดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแฝง ที่อาจนำไปสู่การดูดข้อมูลส่วนตัวหรือควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง ระบุว่า การสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับนักศึกษา ถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมยุคดิจิทัล พร้อมย้ำให้นักศึกษาตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน ไม่หลงเชื่อข้อความหรือสายโทรศัพท์ที่สร้างความตื่นตระหนก และหากพบความผิดปกติสามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เพื่อหยุดยั้งความเสียหายก่อนจะสายเกินไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าวจ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.ป. – สวป. 16 สภ. ยึดหลักกฎหมาย ไม่รับเคลียร์ เพื่อภาพลักษณ์ ตร.ยุคใหม่ / ตม. จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบคำขอบคุญ แทนกำลังใจเจ้าหน้าที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มกราคม 2569 พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดประจวบฯ (ประจวบ 2) ส่งสารถึงผู้บริหารงานป้องกันปราบปราม (รอง ผกก.ป. และ สวป.) ทั้ง 16 สถานีตำรวจในสังกัด เน้นย้ำนโยบายการปรากฏกายอย่างเข้มแข็ง ยึดถือระเบียบกฎหมายเป็นที่ตั้ง พร้อมประกาศกร้าว “หัวหน้าชุดต้องกล้าปกป้องลูกน้อง”

เพื่อเรียกคืนศรัทธาจากประชาชน
โดยมี กลยุทธ์ 3 ประสาน: ตรวจเข้ม – มีเป้าหมาย – ไร้เคลียร์
ซึ่งในข้อความสื่อสารถึงผู้ใต้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าชุด มีใจความสำคัญ 3 ด้านที่ต้องเร่งดำเนินการทันทีเพื่อยกระดับการตรวจการณ์ให้สายตรวจปรากฏกาย (Show of Force) อย่างเข้มแข็งครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงต้องเพิ่มความถี่และมีเป้าหมายในการตรวจที่ชัดเจน ไม่ใช่การตรวจไปตามวงรอบเพียงอย่างเดียว

ให้ยึดมั่นหลักการ “หัวหน้าชุด” ที่พึ่งได้ เมื่อมีการจับกุมผู้กระทำผิด มักมีการเจรจาขอผ่อนปรนหรือ “ขอเคลียร์” หัวหน้าชุดต้องมีหลักการที่มั่นคง อ้างอิงข้อกฎหมายและคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างชัดเจน เพื่อเป็นเกราะป้องกันทีมงานสร้างศักดิ์สิทธิ์ให้กฎหมายยุติค่านิยม “นายสั่งจับ แต่จับแล้วนายขอให้ปล่อย” เพราะจะทำให้ลูกน้องเสียกำลังใจและกฎหมายเสื่อมความขลังหากมีหลักในการตอบและการเจรจาที่ชัดเจน คนผิดจะไม่กล้าขอ ผลที่ตามมาคือลูกน้องจะเชื่อมั่น ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เขาจะกล้าทำ กล้าจับ และผลงานฝ่ายป้องกันปราบปรามจะประจักษ์แก่สายตาประชาชน” – ประจวบ (2) กล่าว

นโยบายนี้มุ่งหวังให้ทั้ง 16 สภ. ดำเนินการเป็นต้นแบบ (Model) เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้และทำให้เป็นนิสัยปกติ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตำรวจให้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ตรงไปตรงมา โดยเชื่อมั่นว่าหากผู้นำเริ่มเปลี่ยน ลูกทีมจะเปลี่ยนตาม และศรัทธาของประชาชนจะกลับมาอย่างแน่นอน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตม. รวมใจจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบคำขอบคุญ แทนของขวัญสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา18.00น.ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ประจวบ จัดกิจกรรมสังสรรค์และขอบคุณเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อสร้างความรักความสามัคคีและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
ภายในกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานได้กล่าวถ้อยคำขอบคุณและให้โอวาทแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้มีการมอบกระเช้าของขวัญและของที่ระลึก เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและแทนคำขอบคุณในความ

ร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรทุกระดับ
เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมนำพลังใจจากกิจกรรมครั้งนี้ ไปต่อยอดในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและบริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับ “ทรัพยากรบุคคล” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมืองให้ประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากสังคมสืบไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว Top news ทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ม.ค.2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม

พร้อมด้วยพ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณีรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพรานพ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน

พ.ต.ท.ฉัตรธวัชร์ ศักดิ์ดรินทร์รอง ผกก.สส.สภ.สามพรานพ.ต.ท.พนม ประทุมแสง สวป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.มานะ ศิริเขตรกรณ์ สวป.(ชส.) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ไพรัตน์ เกษตรศรี สว.(สอบสวน)หน.

ห้องคดี สภ.สามพรานพ.ต.ต.สมเกียรติ บูชาวงศ์ภิวัฒน์ สว.อก.สภ.สามพราน พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยม ได้ตรวจแถวข้าราชการตำรวจ

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบนโยบายให้ยึดมั่นในความมีวินัย ความสุภาพเรียบร้อย และการให้บริการประชาชนด้วยความจริงใจ

จากนั้นได้ตรวจจุดให้บริการประชาชน One Stop Service ซึ่งจัดให้มีการให้บริการหลายด้านในจุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ และตรวจสอบ ห้องควบคุมผู้ต้องหา

ซึ่งมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย พร้อม มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งในสภาพใช้งานได้ดี สามารถดูภาพได้ทั้งปัจจุบันและย้อนหลังจากข้อมูลที่บันทึกไว้ เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยในการควบคุมดูแล

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยม บ้านพักข้าราชการตำรวจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสะอาด ปลอดภัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเน้นการปรับปรุงและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.3 เยี่ยมจุดบริการประชาชน สภ.มะเริง กำชับเข้มจัดการจราจร–ดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา เมื่อวันที่ (30 ธันวาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 บริเวณตู้ยามบ้านใหม่ สังกัดสถานีตำรวจภูธรมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และกำชับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ
ในการนี้ มี พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมะเริง พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการตำรวจในสังกัด อาทิ พ.ต.ท.สุทธิรักษ์ ลัคนาลิขิต รอง ผกก.ป.สภ.มะเริง,

พ.ต.ท.ชีวิน กสิกรรม รอง ผกก.สส.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.สุพีร์ ชัยสูงเนิน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.มะเริง, พ.ต.ท.บรรลือศักดิ์ โพธิ์นวลศรี สวป.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.โสวัฒน์ สุระเสน สว.สส.สภ.มะเริง และ พ.ต.ท.จักรา พรหมดีสาร สว.อก.สภ.มะเริง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จิตอาสา ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำรวจอาสา และภาคีเครือ

ข่ายในพื้นที่ สภ.มะเริง ร่วมบูรณาการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่
โอกาสนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีเกิดเหตุทางการจราจรที่อาจส่งผลให้การจราจรติดขัดหรือมีรถสะสม ขอให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาในทันที เพื่อเร่งระบายรถและทำให้การจราจรกลับสู่สภาพคล่องตัวโดยเร็ว ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หมั่นประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง และสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์และช่องทางประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุอาชญากรรม การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอด

จนการให้บริการด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำนโยบายของตำรวจภูธรภาค 3 ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และอุ่นใจตลอดการเดินทาง

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.บางพลีห่วงใยประชาชน แจกมวกกันน็อก 100 ใบ ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

ปีใหม่นี้ตำรวจบางพลีห่วงใยประชาชน โบกแจกมวกกันน็อก 100 ใบ
ถือว่าเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง และเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่ 7 วันระวังอันตรายจากอุบัติเหตุ หลายภาคส่วนในจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้ความห่วงใยและข้อกำชับ ของ

นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้อำนวยการความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันเป็นประธานในการขับเคลื่อนโครงการ เมาไม่ขับ และต้องสวมหมวกกันน็อก 100 %

เพื่อความปลอดภัยและหวังลดตัวเลขของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์บนถนนสายหลักและสายลอง เพื่อปราบปรามผู้ที่ดื่มแล้วขับ จับกุมอย่างจริงจัง ไม่มีข้อยกเว้น

โดยล่าสุด เมื่อช่วงสายวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ตำรวจ สภ.บางพลี สนองนโยบาย จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี พ.ต.ท.เถลิงเกียรติ มณีอิทนร์ รองผกก.ป.สภ.บางพลี พ.ต.ท.ภาวัต รัตนาภรณ์ รองผกก.สส.สภ.บางพลี พ.ต.ท.ยุทธชัย สุดเสน่ห์ สว.จราจร.สภ.บางพลี

พร้อมด้วย ตำรวจสายตรวจป้องกันและปราบปราม ตำรวจฝ่ายสืบสวน และตำรวจงานจราจร ร่วมกันปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเฝ้าระวัง 7 วันอันตราย พร้อมกำชับการดูแลทรัพย์สินและบ้านพักรวมถึงโรงงานที่เข้าร่วมโครงการ เที่ยวอุ่นใจ ปีใหม่นี้ปลอดภัย ฝากบ้านไว้กับตำรวจ

โดยนอกจากการขานรับนโยบายหลักของทางผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการแล้ว ยังได้ร่วมกัน รณรงค์ให้ผู้ขับขี่รถทุกชนิด ต้องไม่ดื่มแล้วขับ อีกทั้งยังต้องสวมหมวกกันน็อกทั้งคนขับและคนซ้อนสำหรับรถจักรยานยนต์

โดยได้มอบหมวกกันน็อกจำนวน 100 ให้กับผู้ที่ขับขี่และซ้อนท้ายผ่านจุดตรวจไม่ได้สวมหมวกกันน็อก ซึ่งหลังจากนี้จะบังคับใช้กำหมายอย่างเคร่งครัด

จึงฝากประชาชนสัมพันธ์ประชาชนให้เครารพกฎหมาย โดยมีทางด้าน นายเลิศศักดิ์ เลิศอริยานันท์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของตำรวจ สภ.บางพลี พร้อมคณะกรรมการร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้นมา


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ประจวบฯ รวบ 3 ผู้ต้องหา เมียและลูกน้องคนสนิท ร่วมกันฆาตกรรมอำพราง สามีชาวต่างชาติ หมกบ้านพักที่ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งพบศพชายชาวต่างชาติเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำภายในบ้านพัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ยกแก๊ง หลังผลชันสูตรชี้ชัดถูกทำร้ายด้วยของแข็งจนเสียชีวิต

โดยได้พบศพ MR. MARKS SOREN (นายมาร์ค โซเรน) อายุ 65 ปี สัญชาติเยอรมัน เสียชีวิตภายในห้องนอนของบ้านพักเลขที่ 392/1 หมู่ 10 ตำบลห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมา วันที่ 20 ธันวาคม 2568: ผลการผ่าชันสูตรจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า ถูกของแข็งไม่มีคมตีเข้าที่ศีรษะและแขนหลายครั้ง จนเสียชีวิต เชื่อได้ว่าเป็นการฆาตกรรม

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกุล รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ให้ใย รอง ผบก.ก.จว.ประจวบคีรีขันธ์.พ.ต.อ.พงษ์ศิริ เก่งนอก รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.สทธิพงษ์ อ่อนลออ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ 7 พ.ต.อ.จอม
สิงห์น้อย ผกก.สืบสวน.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และ ว่าที่ พ.ต.อ.ปัญจพัฒน์ อรรถรักษ์โภดิน ผกก.สภ. คลองวาฬ

ได้สั่งการให้ ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และชุดสืบสวน สภ.คลองวาฬ เจ้าหน้าที่ พฐ.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เร่งสืบสวน หาหลักฐานเพื่อตามรวบตัวคนร้ายโดยกำลังชุดสืบสวน ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ประกอบไปด้วย

น.ส.นิตทยา สุขใส อายุ 45 ปี (ภรรยาผู้ตาย ) นายทองใบ อัมมา อายุ 43 ปี ( ลูกจ้าง ) และ น.ส.เนาวรัตน์ ปาวรีย์ อายุ 50 ปี ( เมียนายทองใบ ) จากการสอบสวน โดยทราบว่า น.ส.นิตทยา ได้แต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปี จนมาซื้อบ้านหลังเกิดเหตุอาศัยอยู่ ซึ่งภรรยาผู้ตายอ้างว่าถูกทำร้ายประจำจึงวางแผนลงมือฆ่าอำพราง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งยัง ตรวจยึดรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวน 2 คัน

ประกอบไปด้วย รถกระบะตอนครึ่ง Toyota Revo สีเทาดำ ทะเบียน บม 2692 ภูเก็ต และ Isuzu d-max 4 ประตู สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ษก 5866 กทม ยึดไว้เป็นหลักฐานและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมา สอบสวน กลุ่มผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ได้ลงมือฆ่าผู้ตาย เมื่อคืน วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวเตรียมฝากขัง พร้อมเตรียมส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บิ้ก เปีย ผู้ช่วย ผบ.ตร.บินตรงโคราช พร้อมจุดบริการประชาชน รับปีใหม่ 2569 เน้นลดอุบัติเหตุ ดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (26 ธันวาคม 2568) ที่จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และ

มาตรการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569โดยมี พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช ภ.3 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล.พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ นนทะโชติ สวป.สภ.โพธิ์กลางและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของ จุดบริการประชาชนบนเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 และเส้นทางหลักเข้า–ออกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฟังบรรยายสรุปการจัดการจราจร การเปิดใช้เส้นทางพิเศษ มาตรการลดอุบัติเหตุ รวมถึงแผนการช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด แต่เป็นมิตรกับประชาชนนอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

ย้ำชัด เป้าหมายสำคัญคือ ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ดูแลความปลอดภัยประชาชนทุกเส้นทาง ให้เดินทางอุ่นใจตลอดเทศกาล ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 30 ธันวาคม 68 ถึง 5 มกราคม 69 ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ตร.ภูธร จ.เชียงใหม่ จัดพิธีส่งมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ เสริมศักยภาพงานป้องกันปราบปราม เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานส่งมอบรถจักรยานยนต์งานสายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน) จำนวน 374 คัน

ให้แก่หน่วยในสังกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยมี พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.สุรชัย ศุภยศอมร รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,

พ.ต.อ.อัครารัฐ สุพานิชวรภาชน์ รอง ผบก.พธ.(3) และ หน.สภ.ในสังกัด พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำรถสายตรวจ เข้าร่วม

โดยการส่งมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการพัฒนาศักยภาพด้านงานสายตรวจ

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีความพร้อมในการให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการปฏิบัติงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่น ความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปีใหม่อีสานเดือด ภ.3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ / ตร.เขาใหญ่โฉมใหม่ โผล่หัวช้างน้อยสุดน่ารัก ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานการประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ได้วางมาตรการดูแลการเดินทางของประชาชนอย่างเข้มข้น ครอบคลุมเส้นทางหลักเชื่อมกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และจังหวัดสระบุรี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ก่อนกระจายสู่ภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่าง พร้อมตั้งจุดบริการและจุดพักรถเพื่อลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและลดปัญหาการจราจรติดขัด ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่
สำหรับการบริหารจัดการจราจรปีใหม่นี้ การเปิดใช้ มอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา ตลอดแนว จะช่วยระบายรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดทิศทางขาออกจากกรุงเทพฯ

ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม–2 มกราคม และขาเข้าระหว่างวันที่ 2–6 มกราคมด้านความมั่นคงในพื้นที่อีสานตอนล่างซึ่งติดแนวชายแดน มีการตั้งด่านตรวจควบคู่จุดบริการประชาชน ประสานงานหน่วยงานความมั่นคงทุกมิติ รวมถึงการเดินทางทางถนน รถไฟ และอากาศ เพื่อป้องกันการแอบแฝงของบุคคลไม่หวังดี พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการอพยพในพื้นที่แนวชายแดน ครอบคลุม 16–18 สถานีตำรวจใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังให้การเดินทางช่วงปีใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ฮือฮา ป้อมตำรวจเขาใหญ่โฉมใหม่ โผล่หัวช้างน้อยสุดน่ารัก ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยว กลายเป็นแลนด์มาร์คเช็กอินใหม่ถนนธนะรัชต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ที่สัญจรผ่านถนนธนะรัชต์–เขาใหญ่ บริเวณแยกบ้านไร่ 2 ต่างพากันชะลอรถและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ หลังพบ “ป้อมตำรวจหัวช้าง” ดีไซน์แปลกตาและน่ารัก ตั้งตระหง่านอยู่ที่ป้อมตำรวจแยกบ้านไร่ 2 ในพื้นที่ เขาใหญ่ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง

ป้อมตำรวจดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ สถานีตำรวจภูธรหมูสี โดยมีการตกแต่งป้อมในรูปแบบ “หัวช้าง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผืนป่าและธรรมชาติของเขาใหญ่ ให้ดูเป็นมิตร อบอุ่น และเข้าถึงง่าย แตกต่างจากภาพจำของป้อมตำรวจแบบเดิม ๆ จนกลายเป็นจุดสนใจบนเส้นทางท่องเที่ยวสายหลักการปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ ภายใต้การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีหลายภาคส่วน ที่มีแนวคิดยกระดับป้อมตำรวจให้เป็น “จุดบริการประชาชน” ไม่เพียงทำหน้าที่ด้านความปลอดภัย แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สะท้อนความเป็นมิตรของเจ้าหน้าที่ต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชื่นชมว่า ป้อมตำรวจหัวช้างแห่งนี้ ไม่เพียงเพิ่มสีสันให้กับเส้นทางท่องเที่ยวเขาใหญ่ แต่ยังช่วยสร้างความอุ่นใจในการเดินทาง หลายคนถึงกับแวะจอดรถถ่ายรูปเช็กอิน แชร์ลงโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็กป้อมตำรวจที่สวยที่สุดในเขาใหญ่จนกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ใครผ่านมาก็ไม่ควรพลาดแวะชมและเก็บภาพความประทับใจกลับไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน/ จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก ภ.จว.นครปฐมประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงการ“นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ธ.ค. 2568เวลา 10.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม
(ประธานการประชุม)พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พร้อมด้วยพ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.ธนากฤติ เนตรเกื้อกูลรอง ผกก.จร.สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.อุทัย สุมาลัยรองผกก.ป.สภ.บางเลนพ.ต.ท.อิสรภาพ แก้วชลครามรอง ผกก.ป.สภ.นครชัยศรี
พ.ต.ท.หญิง เบญญาภา เภสัชชารอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.ท.พนม ประทุมแสงสวป.สภ.สามพรานพ.ต.ต.วีระพล ขาวซูริจันทร์สว.(สอบสวน)ฯ

ปฏิบัติหน้าที่ หน.จร.สภ.โพธิ์แก้วสว.ฝอ.ภ.จว.นครปฐมและข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง ในสังกัด ภ.จว.นครปฐมประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงการ
“นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ สร้างจิตสำนึกด้านวินัยจราจร ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และปลูกฝังน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัย

ในการประชุมได้มีการหารือแนวทางการดำเนินโครงการ แผนการประชาสัมพันธ์ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่ และมุ่งหวังให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้ สามารถลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้อย่างยั่งยืน

ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.นครปฐม
ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ท่องเที่ยวโคราชจับมือเอกชน เดินหน้า “ชุมชนท่องเที่ยวสีขาว” ปลอดยาเสพติด / “ผู้กองมายด์” ตำรวจหญิงจราจรโคราช กับบทบาทจริงบนท้องถนน

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 10.40 น. สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้เข้าปฏิบัติภารกิจตาม “โครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว” ในพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง (S.T.C.) เขาใหญ่ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก โรงแรม Maison De Joy Villa Khao Yai เลขที่ 99/9หมู่ 2 บ้านใหม่สามัคคี ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่เอื้อเฟื้อสถานที่สำหรับการดำเนินกิจกรรมโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้ปลอดภัย ปลอดยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติฃ

พันตำรวจโท จิรพัฒน์ เขียวศิริ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว เป็นการทำงานเชิงรุกในการป้องกันปัญหายาเสพติดในภาคการท่องเที่ยว โดยเน้นความร่วมมือจากผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมาในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ได้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานและลูกจ้างของสถานประกอบการในภาคการท่องเที่ยว จำนวน 3 แห่ง รวมประมาณ 15 คน ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและพนักงานเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความตื่นตัวและความรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพื้นที่เขาใหญ่

ทั้งนี้ สถานีตำรวจท่องเที่ยวฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารและบุคลากรของ Maison De Joy Villa Khao Yai ที่ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาอย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ / ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

“ผู้กองมายด์” ตำรวจหญิงจราจรโคราช กับบทบาทจริงบนท้องถนน เสน่ห์จากความตั้งใจ และหัวใจของตำรวจยุคใหม่

นครราชสีมา – ท่ามกลางกระแสโซเชียลมีเดียที่มักหยิบยกภาพลักษณ์ “ตำรวจหญิงคนสวย” มาเป็นจุดสนใจ ชื่อของ ร.ต.อ.พัชรมณฑ์ ทองนำ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “ผู้กองมายด์” รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา คือหนึ่งในนายตำรวจหญิงที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง แต่เบื้องหลังรอยยิ้มและความน่าชื่นชมบนโลกออนไลน์ คือบทบาทหน้าที่ที่หนักหน่วงและความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนนับแสนคนในเมืองใหญ่แห่งอีสานบทบาทจริงของตำรวจจราจรหญิงในเมืองใหญ่

ผู้กองมายด์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองสารวัตรจราจร สภ.เมืองนครราชสีมา รับผิดชอบทั้งงานอำนวยการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุ รวมถึงการลงพื้นที่ภาคสนาม ดูแลความเรียบร้อยบนท้องถนนและให้บริการประชาชนในชีวิตประจำวัน
เธอเล่าว่า งานจราจรในเมืองใหญ่อย่างโคราชมีความท้าทายสูง ทั้งปริมาณรถที่หนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน รวมถึงพฤติกรรมผู้ขับขี่ที่หลากหลาย สิ่งสำคัญคือความอดทน การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และการสื่อสารที่เข้าใจประชาชนควบคู่กันไปตำรวจหญิงกับภารกิจที่ต้องใช้ทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนโยนในฐานะตำรวจหญิง งานภาคสนามย่อมต้องใช้ความรอบคอบเป็นพิเศษ ทั้งด้านความปลอดภัยและการจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ผู้กองมายด์มองว่านี่ไม่ใช่อุปสรรค กลับเป็นจุดแข็งที่สามารถใช้ความสุภาพ ความใจเย็น และการสื่อสารอย่างนุ่มนวลเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
หลายครั้ง เพียงการรับฟังด้วยความเข้าใจ ก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด และทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น

ขวัญใจโซเชียล กับความคาดหวังที่ต้องแบกรับกระแสในโลกออนไลน์ที่ทำให้เธอถูกยกให้เป็น “ตำรวจสวย ขวัญใจโซเชียล” ผู้กองมายด์มองในแง่บวกว่าเป็นกำลังใจในการทำงาน และเป็นโอกาสให้ประชาชนได้เห็นมุมการทำงานของตำรวจที่ใกล้ชิดมากขึ้นแม้จะยอมรับว่ามีความกดดันอยู่บ้าง เพราะต้องระมัดระวังทั้งการทำงานและการวางตัว แต่เธอก็ถือว่านี่คือแรงผลักดันให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สมกับเครื่องแบบที่สวมใส่โซเชียลมีเดีย เครื่องมือสร้างความเข้าใจสำหรับผู้กองมายด์ โซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่พื้นที่แสดงตัวตน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานของตำรวจจราจร ทั้งการแจ้งข่าวสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และการให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจร
สิ่งที่เธออยากสื่อสารกับประชาชนมากที่สุด คือการใช้ถนนอย่างมีวินัย เคารพกฎจราจร และตระหนักถึงความปลอดภัย เพราะอุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ หากทุกคนร่วมมือกัน

ภาพจราจรโคราช กับปัญหาที่ต้องร่วมแก้ปัญหาที่พบได้บ่อยในเขตเมืองนครราชสีมา คือการจอดรถกีดขวางทาง การฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และการขับขี่ด้วยความประมาท โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ผู้กองมายด์ฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนว่า ขอให้เคารพกฎจราจร มีน้ำใจต่อกัน และไม่ประมาท เพราะความสูญเสียจากอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาทีตำรวจยุคใหม่ ในมุมมองของผู้กองมายด์เธอให้นิยาม “ตำรวจยุคใหม่” ว่าคือผู้ที่ทำงานอย่างโปร่งใส ทันสมัย เข้าใจประชาชน และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น คือความจริงใจ การปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม และทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจอยู่เคียงข้างเขาอย่างแท้จริงแรงบันดาลใจจากครอบครัว สู่เส้นทางชีวิตราชการแรงบันดาลใจในการเลือกอาชีพตำรวจของผู้กองมายด์ เริ่มต้นจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่อยากให้ลูกสาวมีอาชีพมั่นคง และเติบโตเป็นคนเข้มแข็งขณะเดียวกัน เธอเองก็มีความตั้งใจอยากเป็นผู้ให้

อยากดูแลความปลอดภัยของสังคม หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอยืนยันว่าจะเลือกเส้นทางนี้เหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เลือกคือสิ่งที่ดีที่สุดในจังหวะชีวิตนั้น และทุกวันที่ได้ช่วยเหลือประชาชน คือความภูมิใจของชีวิตราชการฝากถึงเยาวชนและผู้หญิงรุ่นใหม่ผู้กองมายด์ฝากถึงเยาวชนและผู้หญิงที่ใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจว่า ขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง ความสามารถไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ แต่อยู่ที่ความตั้งใจและความรับผิดชอบ
ตำรวจหญิงในยุคปัจจุบันต้องมีทั้งความเข้มแข็งทางจิตใจ วินัย ความเมตตา และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพื่อก้าวให้ทันโลกและยืนหยัดในอาชีพอย่างภาคภูมิ

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองโคราช ประชุมขับเคลื่อนงานมั่นคง–ย้ำตำรวจทำงานเชิงรุก ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมโคราชโฮเต็ล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมข้าราชการตำรวจประจำเดือน

เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ด้านความมั่นคง และขับเคลื่อนนโยบายการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้มีคณะผู้บังคับบัญชาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย พ.ต.ท.หญิง วิสาสิริ เกียรติวิลัย (สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา, พ.ต.ท.ไพศาล ปันเร็ว รองผู้กำกับการ (สอบสวน), พ.ต.ท.อธิสรรค์ โพธิ์ศรี รองผู้กำกับการจราจร, พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ โคขุนทด รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม และ พ.ต.ท.ณพสรรค์ เพชรสมพานต์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) พร้อมด้วยหัวหน้างานฝ่ายต่าง ๆ อาทิ งานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน งานสอบสวน งานจราจร และงานธุรการ

ในที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานในรอบเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์อาชญากรรม ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำตัวข้าราชการตำรวจที่มาดำรงตำแหน่งใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจและความพร้อมในการทำงานร่วมกัน

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกนายปฏิบัติงานตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา

ตอนท้ายของการประชุม ประธานได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจทุกนายยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการทำงาน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้ทำงานเป็นทีม เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การประจวบฯ ทำพิธีปล่อยแถวระดมควาดล้างอาชญากรรมเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่หน้าสถานี ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทองบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2569

โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ผกก.สภ.ต่างๆในจังหวัดประจวบฯ ตร.ตชด 14 หน่วยปฐิบัติการพิเศษ ภ.จว.ประจวบฯ ฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบฯ อาสามูลนิธิฯ และส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี

ตามที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 ได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569 นั้นตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อย และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวดังกล่าว จึงได้จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้าง อาชญากรรมขึ้นในวันนี้

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความพร้อมของกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทั่วไป รวมถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่น
ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ

//////////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

“เคาะแล้ว” ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ส่ง “นายกเดียร์” นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก ลงสู้สึกเลือกตั้งครั้งนี้ “นายกเดียร์” ดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก มา 15 ปี ลูกหม้อ ภูมิใจไทย ที่รับอาสาดูแลพี่น้องประชาชน เขต 3 ในครั้งนี้ สำหรับ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีเขตเลือกตั้ง ต.ห้วยทราย อ.เมืองจ.ประจวบ อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย โดย กกต.กำหนดเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สมุทรปราการ กวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ 2569 /ตร.น้ำ คุมเข้มทะเลชายแดนสกัดลอบขนเชื้อเพลิงไปกัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและก่อนเทศกาลปีใหม่ประจำปี 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ระดมกำลังปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมช่วงวันคริสต์มาสและก่อนเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ ลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้าเมกา บางนา ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จ.ว.สมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและก่อนเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569

โดยมี พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ชาติ อาจเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.จารุวัตร สิงหศรีชัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.กริชนันท์ อินชู ผกก.ฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ

ผกก.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร เข้าร่วมในการปฏิบัติ จำนวน 400 นาย รถยนต์ จำนวน 40 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 90 คัน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการระดมกวาดล้าง อาชญากรรม ในคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ยาเสพติด หมายจับค้างเก่า

คดีความผิดเกี่ยวกับแหล่งอบายมุข และสถานบริการทุกประเภท ที่เป็นภัยต่อสังคมและความสงบสุขเรียบร้อย
สืบเนื่องมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 1 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด

ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงวันคริสต์มาส และก่อนเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569 ระหว่าง วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ถึง วันที่ 26 ธันวาคม 2568 รวม 9 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ตำรวจน้ำคุมเข้มทะเลชายแดน ปล่อยเรือตรวจการณ์สกัดลอบขนเชื้อเพลิง หนุนมาตรการรัฐรับมือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ตำรวจน้ำปล่อยเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนแนวชายแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา สกัดการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธภัณฑ์ หลังรัฐบาลมีคำสั่งงดนำเข้า–ส่งออกเชื้อเพลิง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่กองบังคับการตำรวจน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ผู้บังคับบัญชาตำรวจน้ำได้สั่งการระดมกำลังเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธภัณฑ์ และสิ่งของต้องห้าม ภายหลังเกิดสถานการณ์การปะทะบริเวณแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีคำสั่งงดการนำเข้า–ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อควบคุมและรักษาความมั่นคงของประเทศ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่ายังคงมีกลุ่มผู้ประกอบการบางส่วนพยายามลักลอบลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เส้นทางอ้อมผ่านประเทศเพื่อนบ้าน และการลักลอบขนส่งทางทะเลโดยใช้เรือประมงดัดแปลงหรือเรือผิดกฎหมาย

จากการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจน้ำจึงสั่งการให้เรือตรวจการณ์หมายเลข 1301 “ชัยจินดา” พร้อมกำลังพล ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ตรวจสอบ และสกัดกั้นเรือที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยตลอดแนวชายแดนทางทะเล โดยมุ่งเน้นการป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธภัณฑ์ และสิ่งของต้องห้ามที่อาจถูกนำไปสนับสนุนประเทศกัมพูชา ซึ่งการปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสนับสนุนด้านความมั่นคงของรัฐ

พ.ต.อ.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจาก ผู้บังคับบัญชา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปนม.ตร. ,พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบบริเวณชายแดนเพื่อนบ้าน ซึ่งทางตำรวจน้ำ ได้มีภารกิจในการสกัดกั้นและป้องปราม ไม่ให้เรือหรือยานพาหนะที่จะลำเลียงทรัพยากร โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้าน ตามนโยบายที่รัฐบาลสั่งการมา ซึ่งวันนี้เป็นนิมิตรหมายที่ดีได้รวบรวมกำลังพลตำรวจน้ำทั้งประเทศ โดยใช้เรือตรวจการณ์ชัยจินดา เป็นเรือที่ออกปฏิบัติภารกิจ

โดยจะมุ่งหน้าออกไปไปยังชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งเป้าหมายจะรู้อยู่แล้วว่าเรือที่ประกอบกิจการน้ำมันอยู่จุดไหนบ้าง โดยจะได้เข้าไปตรวจสอบ ว่าทำธุรกิจอยู่ในกรอบหรือไม่ โดยจะตรวจสอบ 3 อย่าง คือ 1.คน 2.เรือง 3.สิ่งของ โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะศรชล เพื่อให้ภาพการทำงาน มาในรูปแบบหน่วยราชการที่ทำงานทางทะเล ซึ่งในเรือจะมีอุปกรณ์พิเศษ ทั้งเรดาร์ และโซดาร์ รวมถึง GPS โดยจะรู้ถึงกลุ่มเรือเหล่านั้น ที่เป็นเรือสถานีบรรทุกน้ำมัน ว่าอยู่ตามพิกัด และเรือที่ขนถ่ายน้ำมันจะมีข้อมูลชื่อเรือ ว่า GPS

ขึ้นอยู่บริเวณไหน โดยท่าเรือลำไหนวิ่งนอกเหนือเส้นทางที่เขาขอ ก็จะเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งทางทะเลจะไม่เหมือนถนนที่จะมีกล้องวงจรปิด จึงจำเป็นต้องมีการข่าวนำ อาจจะไม่สามารถสกรีนได้ 100% แต่ก็จะผนึกกำลังเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ถ้าหากเจอเหลือที่ขนน้ำมันให้ทางกัมพูชาจริงอันดับแรก จะต้องตรวจสอบก่อนเพราะไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าเรือลำนั้นจะไปส่งที่กัมพูชาจริง ซึ่งจะตรวจสอบจากใบข้อมูล ว่าปลายทางอยู่ที่ไหน ซึ่งความผิดอาจจะยังไม่สำเร็จ ก็ต้องป้องปราม และสกัดกั้น

ซึ่งการทำงานทางทะเลจะทำได้ประมาณนี้ แต่จะให้จับกุมจะต้องเป็นความผิดซึ่งหน้า ในกรณีที่อยู่นอกราชอาณาจักรจะต้องแจ้งไปยังบริษัทอย่างเดียว หากเขามีเหตุผลรองรับ การดำเนินคดีหากหลักฐานไม่เพียงพอก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ อยากฝากให้ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางตำรวจน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบ้านเมือง โดยจะต้องไปอยู่บนเรืออย่างต่ำ 4-5 วัน แล้วแต่ภารกิจ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร..ปะทิว ไล่ล่ารวบ “โจรนกขมิ้นเหลืองอ่อน” งัดตู้หยอดเหรียญ ยึดปืนเถื่อน–จับเสพยา / สนง.อัยการในพื้นที่จ.ชุมพร ภาค 8 / สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถว “กวาดล้างอาชญากรรม”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะทิว ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธเนศ มีทอง ผกก.สภ.ปะทิว และ พ.ต.ท.ณรงค์ธรรม พันธ์พฤกษ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปะทิว สนธิกำลังชุดสืบสวน เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมเชิงรุก ไล่ล่าคนร้ายก่อเหตุงัดตู้หยอดเหรียญในพื้นที่อย่างอุกอาจ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการจำนวนมากการจับกุมครั้งนี้นำโดย พ.ต.ต.ธรรมรักษ์ ศรีสังข์ สว.สส.สภ.ปะทิว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายนัทธพล หรือเอก ( สงวนนามสกุล ) อายุ 25 ปี ชาวตำบลชุมโค อำเภอปะทิวตรวจยึดของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1นายอาทร หรือ ต่าย ( สงวนนามสกุล )อายุ 31 ปี ชาวตำบลชุมโค อำเภอปะทิวตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน

แจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า นายนัทธพล เป็นตัวการสำคัญ ขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 แล้วนำรถที่ได้มาใช้ตระเวนก่อเหตุ งัดตู้ซักผ้า ตู้เติมเงิน ตู้เติมน้ำมัน และตู้หยอดเหรียญ ในพื้นที่ สภ.ปะทิว ไม่น้อยกว่า 8 จุด รวมถึงในเขตเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเลือกก่อเหตุในจุดเปลี่ยว ไม่มีคนสัญจร และไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด หากพบกล้องภายหลังก็จะรีบลงมือก่อเหตุแล้วหลบหนีทันที
ตำรวจระบุพฤติกรรมผู้ต้องหา ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง ทำตัวเป็น “นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำไหนนอนนั่น” อาศัยศาลาริมทาง ใต้สะพาน หรือพื้นที่รกร้างเป็นที่ซ่อนตัว ก่อนตระเวนก่อเหตุซ้ำซาก สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างนางสุจิตรภัณฑ์ เพชรคีรี ผู้เสียหาย ชาวหมู่ 6 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว หลังทราบว่าผู้ก่อเหตุรายดังกล่าวได้ตระเวนก่อเหตุงัดตู้หยอดเหรียญในพื้นที่ใกล้เคียงบ้านตนเป็นจำนวนมาก

แม้ตู้หยอดเหรียญของตนจะได้รับความเสียหายไม่มาก เนื่องจากก่อนเกิดเหตุได้เปิดตู้เก็บเงินออกไปแล้ว แต่ก็ถือเป็นการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนและหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่งผู้เสียหายระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีตู้หยอดเหรียญของชาวบ้านและผู้ประกอบการรายย่อยถูกงัดโจรกรรมหลายจุด มีผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเข้าแจ้งความ ทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด และหวังว่าจะเป็นอุทาหรณ์ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกในพื้นที่ พ.ต.อ.ธเนศ มีทอง ผกก.สภ.ปะทิว เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคดีงัดตู้หยอดเหรียญมาตั้งแต่ปลายปี หลังมีผู้ประกอบการร้องเรียนจำนวนมาก จนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด พร้อมย้ำชัดว่า ตำรวจจะไม่ปล่อยให้กลุ่มอาชญากรฉวยโอกาสสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน และจะขยายผลดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดี ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ทำอันตรายสิ่งกีดกั้น และลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมย้ำเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมเข้มข้น เพื่อคืนความสงบสุขให้ประชาชนในพื้นที่ต่อไป.

    ผู้ตรวจการอัยการลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ สำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดชุมพร ภาค 8

    วันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 8 ประกอบด้วย สำนักงานอัยการจังหวัดชุมพร สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชุมพร และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดชุมพร

    ในการนี้ มีนายณัฐพงษ์ บุญทอง อัยการจังหวัดชุมพร นายขวัญชัย ขุมไชยรักษ์ อัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชุมพร และนายยศสรัล พัศระ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยข้าราชการและบุคลากรในสังกัด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมร่วม

    รายงานผลการปฏิบัติราชการและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการพัฒนางานด้านกระบวนการยุติธรรม ผู้ตรวจการอัยการได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2569 พร้อมกำชับให้ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำการบันทึกข้อมูลในระบบ e-survey และระบบสารบบคดีอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

    นอกจากนี้ ยังได้รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ เรื่องอัตรากำลังบุคลากร อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาคารสถานที่ ยานพาหนะราชการ รวมถึงประเด็นข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ซึ่งจะได้นำข้อมูลดังกล่าวสรุปเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของ

    โครงการก่อสร้างในความรับผิดชอบของสำนักงานอัยการโอกาสนี้ นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจแก่บุคลากรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานอัยการสูงสุด ภายใต้แนวคิด “ซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม สร้างความยุติธรรมแก่ประชาชน”

    ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถว “กวาดล้างอาชญากรรม” พร้อมรับเทศกาลคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมอย่างเข้มข้น ก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยกำหนดปฏิบัติการต่อเนื่องในห้วงวันที่ 17 – 25 ธันวาคม 2568 รวม 9 วันเต็ม เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

    ในการนี้มี พ.ต.ท.สุรศักดิ์ พนัสนาชี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร, พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชุมพร, พ.ต.ท.ปฏินันท์ จันทร์หนองไทร สว.จร.สภ.เมืองชุมพร และ พ.ต.ท.ประคอง แก้วประสม สวป.(ชส.)สภ.เมืองชุมพร พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อส. และ อส.ตร.สภ.เมืองชุมพร เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าที่ทำการ สภ.เมืองชุมพร

    พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ได้ชี้แจงภารกิจและข้อสั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด โดยมุ่งเป้ากวาดล้างความผิดเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด การกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 อาชญากรรมทั่วไป รวมถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

    นอกจากนี้ยังเน้นปราบปรามการจำหน่ายอาวุธปืน วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมาย ทั้งในพื้นที่ (On Ground) และผ่านระบบออนไลน์ (Online) การติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ กลุ่มผู้มีอิทธิพล ผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ตลอดจนคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ การแข่งรถในทาง และการตรวจแหล่งมั่วสุมต่าง ๆ โดยเพิ่มวงรอบการตรวจตรา กำชับสถานบริการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

    ขณะเดียวกัน ได้สั่งการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บนถนนสายหลักและสายรอง ตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะอย่างเข้มงวด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และหลักยุทธวิธีตำรวจ (SOP) อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสำคัญ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.นครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดนครปฐม ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

    วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ภายในศูนย์ราชการจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นครปฐม ปลัดจังหวัด นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล

    ผกก.สภ.ดอนตูม อ.ดอนตูม จ .นครปฐมร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

    ระหว่างวันที่ 8 – 15 ธันวาคม 2568 เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งการดำเนินการมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกมิติ ได้แก่ การปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย

    การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การกวดขันรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่มีการดัดแปลงสภาพ ท่อไอเสียเสียงดัง การป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง รวมถึงการปราบปรามขบวนการใช้ บัญชีม้า ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของ

    อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฉ้อโกงประชาชนเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด คดีอาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง อันเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีผลการปฏิบัติ ดังนี้

    1. สรุปผลการตรวจค้นตามหมายค้น จำนวน 38 เป้าหมาย พบการกระทำผิด 18 เป้าหมาย
    2. ผลการจับกุมอาวุธปืน ผู้ต้องหา จำนวน 10 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน จำนวน 8 กระบอก แบ่งเป็น อาวุธปืนที่มีทะเบียน 4 กระบอก และอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 4 กระบอก กระสุนปืน 106 นัด
    3. ผลการจับกุมยาเสพติด ผู้ต้องหา จำนวน 96 ราย 97 คน แบ่งเป็น
    • ข้อหาจำหน่าย 10 ราย 11 คน
    • ข้อหาเพื่อจำหน่าย 4 ราย 4 คน
    • ข้อหาเพื่อครอบครอง 32 ราย 32 คน
    • ข้อหาเพื่อครอบครองเพื่อเสพ 5 ราย 5 คน
    • ข้อหาเสพ 29 ราย 29 คน
    • ข้อหาขับเสพ 16 ราย 16 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 96,958 เม็ด ยาไอซ์ 14.61 กรัม เคตามีน 15.14 กรัม ยาอี 2.0 กรัม และยึดทรัพย์มูลค่าทั้งสิ้น 2,923,500 บาท
    1. ผลการจับป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง แบ่งเป็น
    • การตรวจร้านขายอะไหล่ 17 แห่ง
    • การตรวจร้านอู่ซ่อมรถ 53 แห่ง
    • การยึดรถดัดแปลงสภาพ 37 คัน
    • การยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน 40 อัน

    โดยแถลงผลการปฏิบัติคดีสำคัญ 4 ราย ดังนี้
    เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 สภ. ดอนตูม เข้าตรวจสอบพบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถยนต์เก๋ง toyota cross หมายเลขทะเบียน 5 ขถ 5936 กรุงเทพมหานคร บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลดอนรวก อำเภอดอนตูม

    จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว แต่ผู้ต้องสงสัยขับขี่หลบหนีการตรวจค้นมุ่งหน้าเส้นทาง ไปยังดอนรวก- พะเนียงแตก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดตามเข้าคู่ขนานมอเตอร์เวย์ m81 รถผู้ต้องหาพลิกคว่ำ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ดอนตูม สภ.สามควายเผือก และสภ. เมืองนครปฐม

    ได้เข้าทำการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 95,400 เม็ดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ได้ดำเนินยุทธการ “ปิดเมืองสยบแว้นนครปฐม” โดยได้จับกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย บริเวณถนนสาธารณะเส้นทางหน้าศาลากลางจังหวัดนครปฐม

    ในข้อหาร่วมกันพยายามแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานจราจร และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ศาลแขวงนครปฐม ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 7 คน จำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 2,500 บาท ทั้งนี้โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และริบรถจักรยานยนต์ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน

    เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 19.54 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน ได้รับแจ้งจากกำลังตำบลนราภิรมย์ นึกว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด “ปะ ฉะ ดะ” สภ.บางเลน ถึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหา และได้ตรวจสอบพบของกลางเป็นหัวก๊อกน้ำยี่ห้อ Sanwa 12 อัน มีดปลายแหลม 20 ซม. ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมพาไปชี้จุดที่หลักทรัพย์ จึงทำการควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเลน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 17:00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน ตั้งจุดตรวจเส้นทางบางเลน-ไทรน้อย ตรวจค้นรถกระบะต้องสงสัยพบผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารหลายรายการ ผู้ต้องหารับสารภาพมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้าเพื่อส่งต่อให้

    กระบวนการอาชญากรรมทางการเงิน ตรวจปัสสาวะผู้โดยสาร 2 ราย พบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ. บางเลน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ สภ.บางเลนได้ตรวจประวัติไม่พบประวัติการต้องโทษหรือหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

    ………………………………………………………..
    สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผบช.สตม.ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายที่ ตม.นครราชสีมา เน้นย้ำการบริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสุข

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่(16ธ.ค.68) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ และมอบนโยบายที่ ตม.จว.นครราชสีมา โดยมี
    พ.ต.อ.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมรับมอบนโยบาย

    ในการนี้ รอง ผบช.สตม. ได้รับทราบข้อมูลของตม.นครราชสีมาพร้อมกับมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยกำชับให้มีการบริการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่จ.นครราชสีมาอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานมีเหตุฉุกเฉินหรือได้รับความเดือด

    ร้อนขอให้ตม.นครราชสีมาบูรณาการกับตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาทำงานให้ได้รับการดูแลและท่องเที่ยวหรือพักอาศัยในประเทศไทย และที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างมีความสุข เพื่อที่เขากลับไปแล้วจะได้บอกต่อนักท่องเที่ยวคนอื่นถึงความประทับใจต่อบริการของตำรวจไทยต่อไป

    กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา / รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี ประชุมข้าราชการตำรวจประจำเดือนพร้อมมอบนโยบายฯ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 10.00 น.พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิตผกก.สภ.โคกสำโรง,พ.ต.ท.พุฒิพงศ์ พุฒฤทธิ์ รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.คุณวุฒิ เมธีพิตตินันท์ รอง ผกก.สส.ฯ,

    พ.ต.ท.ธนพล นาถนิติธาดา รอง ผกก.(สอบสวน )ฯ , พ.ต.ท.เสริญราษฎร์ แก้วปนทอง สว.อก.ฯ , พ.ต.ท.อิทธิพันธ์ รัตนพรม สว.สส.ฯ , พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.ฯ , พ.ต.ท.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.( ชส.) ฯ ร่วมประชุมข้าราชการตำรวจประจำเดือน

    วัตถุประสงค์หลักเพื่อรับนโยบายและข้อสั่งการ ผู้บังคับบัญชาจะแจ้งข้อราชการ นโยบาย และข้อสั่งการจากหน่วยเหนือลงมายังผู้ใต้บังคับบัญชา ติดตามผลการดำเนินงาน รวมถึงสรุปผลการปฏิบัติงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของแต่ละฝ่ายงานในรอบเดือนที่ผ่านมาของตำรวจ สภ.โคกสำโรง

    และ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง ยังกำชับการปฏิบัติหน้าที่ เน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัย สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ กิจกรรมเสริมสร้างวินัย การเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ และตรวจเครื่องแต่งกายก่อนเริ่มประชุม เสร็จแล้วเลี้ยงอาหารกลางวันข้าราชการตำรวจทุกนาย

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 7กวาดล้างอิทธิพล!คดีอุกฉกรรจ์/สะเทือนขวัญ หลายคดี และด่านสามร้อยยอดยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    🚨 กวาดล้างอิทธิพล! ตำรวจภูธรภาค 7 จับกุม 2 คดีสะเทือนขวัญที่ประจวบคีรีขันธ์ สังเวยความหึงหวง ดับ 1 เจ็บ 2
    ประจวบคีรีขันธ์ – ตำรวจภูธรภาค 7 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 และคณะผู้บริหารระดับสูง ได้แถลงความคืบหน้าการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์/สะเทือนขวัญ และคดีน่าสนใจในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในห้วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 ซึ่งมีการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

    💥 คดีที่ 1: ยิงรถยนต์หน้าร้าน “อู่ประจวบมอเตอร์”

    เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 02.37 น. ณ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 35/2 ถ.เพชรเกษม ต.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ (อู่ประจวบมอเตอร์) คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์กระบะ 4 ประตู สีดำ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก ทะเบียน กจ 5555 ประจวบคีรีขันธ์ จนทรัพย์สินเสียหาย กระจกหลังและกระจกข้างฝั่งซ้าย (ข้างคนขับ) เป็นรูทะลุ โดยขณะนั้นมี นายชญานนท์ หรือแบงค์ จวบนก อายุ 26 ปี เป็นคนขับ และ นายศุภโชค หรือฟอร์ด ขอดประณาม นั่งเป็นผู้โดยสาร แม้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่คนร้ายได้ขับรถหลบหนีไป

    ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนและจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 ราย คือ นายฐิติพงษ์ หรือตาม กิจหงวน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/1 ม.2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.290/2568 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนฯ” และ นายอานุภาพ หรือนิว เรืองโรจน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/9 ม.11 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยได้ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บพ 9888 ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คัน และกุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก ซึ่งตรวจยึดจากนายวิชัย หรือ น้อย เรืองโรจน์ (บิดานายอานุภาพ) ณ บ้านเลขที่ 92/2 หมู่ที่ 11 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จว.ประจวบคีรีขันธ์

    สาเหตุของการก่อเหตุมาจาก ความหึงหวง เนื่องจากนายชญานนท์ (ผู้เสียหาย) ไปคบหาแฟนเก่าของนายฐิติพงษ์ (ผู้ต้องหา)

    🔫 คดีที่ 2: ยิงบนสะพานข้ามทางรถไฟ ดับ 1 เจ็บ 1

    เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 01.10 นาฬิกา บนสะพานข้ามทางรถไฟ ต.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 2 ราย คือ นายสหรัฐ บุญช่วย (เสียชีวิต รพ.ประจวบฯ) และ นายอำนาจ กวดลวด (บาดเจ็บที่แขนซ้าย) คนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปทันที ส่วนผู้บาดเจ็บได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

    จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายฐิติพงษ์ หรือตาม กิจหงวน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/1 ม.2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.291/2568 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนฯ” และ นายอดิศรณ์ หรือเขต วารีล้อม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109/4 ม.2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.292/2568 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ในข้อหาเดียวกัน

    โดยได้ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก เช่น รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX160 สีขาว-ดำ ทะเบียน 1กธ 3637 ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คัน ที่ใช้ก่อเหตุ, กางเกงชายาวสีเขียวลายพราง 1 ตัว, หมวกปีกผ้าคลุมปิดหน้าลายพรางทหาร 1 ใบ, เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า และเสื้อกีฬาแขนสั้นสีแดง ที่ผู้ต้องหาสวมใส่วันเกิดเหตุ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi สีเทา 1 เครื่อง และซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือระบบ AIS 2 ซิม และระบบ Dtac 1 ซิม ที่ตรวจยึดจากพยาน (นายธีระพงษ์ ปิ่นทอง)

    สาเหตุของคดีที่ 2 นี้ สืบเนื่องมาจาก ความหึงหวง เช่นกัน เนื่องจากนายสหรัฐ หรือโซน บุญช่วย (ผู้เสียชีวิต) ไปคบหากับแฟนเก่าของนายฐิติพงษ์ หรือตาม กิจหงวน ผู้ต้องหาคนเดียวกันกับคดีแรก

    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    ตำรวจยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ดพร้อมรถยนต์ของกลาง คนขับหนี

    เมื่อเวลา 21.00น.วันที่ 9 ธันวาคม 2568 บนถนนเพชรเกษม ขาขึ้นกรุงเทพ หมู่ 6 บ้านศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนถึงด่านตรวจถาวรสามร้อยยอด ประมาณ 800 เมตร ตำรวจสายตรวจรถยนต์ กำลังปฎิบัติหน้าที่ตรวจตรา พบรถเก๋งมาสด้าเอสยูวี สีฟ้า รุ่นซีเอ็กซ์ 5 ทะเบียน 5 กย 4045 กรุงเทพมหานคร คาดว่าหน้าเห็นแสงไฟสว่างจากจุดตั้งด่านตรวจ หยุดรถไม่ยอมขับเข้าด่าน พยายามขับถอยหลัง

    เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่มาเห็นความผิดปกติ จึงเขามาสอบถามว่ารถมีปัญหาอะไรรึเปล่า แต่คนขับไม่พูดและพยายามถอยหลังหนี เจ้าหน้าที่พบว่ามีพิรุธจึงสั่งให้หยุดเพื่อตรวจค้นแต่คนขับรถกลับขับหนี หนีมาได้ไม่ไกลก่อนถึงด่านประมาณ 400 เมตร คนขับได้จอดรถทิ้งไว้ข้างทาง อาศัยความมืดหลบหนีเข้าไปในป่า ตำรวจวิ่งตามไปแต่ก็ไม่เจอ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเปิดประตูหลังก็พบกล่องกระดาษ จำนวน 4 กล่องและในห้องโดยสารที่วางเท้าเบาะผู้โดยสารเบาะหลัง ภายในรถก็พบกล่องถุงปุ๋ย จำนวน 2 ภายในปิดบังของภายใน

    จากนั้นจึงรายงาน พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงศ์เวียงจันทร์ รองผบก.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผกก.สภ.สามร้อยยอด ตำรวจชุดสืบสวน รุดมาที่เกิดเหตุพร้อมประสานพิสูจน์หลักฐานตำรวจประจวบฯ ให้มาตรวจสอบ เก็บลายนิ้วมือ เก็บดีเอ็นเอ พร้อมตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในกล่องด้วนสารเคมีก็พบว่าเป็นสาร Metamphetamine (ยาบ้า ) จึงได้อายัดไว้

    จากนั้นจึงรถยนต์ของกลางนำไป สภ.สามร้อยยอดตรวจสอบอย่างละเอียด กล่องทั้งหมดที่พบ มี 6 กล่อง รวมพบยาบ้าทั้งหมด 1,200,000 เม็ด

    สำหรับการที่ตำรวจสามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้ จากตรวจสอบยาเสพติดชุดนี้หหน้าทางภาคเหนือ แต่ที่มาพบว่ารถคันดังกล่าวขับมาทางภาคใต้ ก็เพราะว่าคนขับไม่ชำนาณทาง ระหว่างที่กำลังขนยาบ้าลงสู่ภาคใต้ ก็มาด่านตรวจเสียก่อนจึงได้หลบหนีเข้าไปในซอยก่อนถึงด่าน

    แต่ด้วยไม่รู้เส้นทาง เมื่อขับขึ้นมาบนถนนใหญ่ก็ต้องไปหาที่กลับรถแต่มาถึงก็มาเจอด่านตรวจที่ผ่านมา ทำให้ต้องพยายามขับถอยหลัง และต้องมาเจอรถสายตรวจเสียก่อน จึงทิ้งรถและหลบหนีไปดังกล่าว
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐมเป็นประธานเปิดโครงการ “สานต่อความห่วงใยขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง ”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 3 ธ.ค. 2568เวลา 15.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม(ประธานในพิธี)โดยมีนายจำนงค์ ภักดี

    ผู้อำนวยการโรงเรียนบางเลนวิทยาพร้อมด้วย กำนันยงยุทธ เพชรดีประธาน กต.ตร.สภ.บางเลนนายอาคม ใจแจ้ง กต.ตร.สภ.บางเลนmr.Lee Ah baa กต.ตร.สภ.บางเลน

    พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผกก.สภ.บางเลน พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย
    รอง ผกก.ป.สภ.บางเลน พ.ต.ท.รวิพงศ์ เลิศพันธุ์ สวป.สภ.บางเลน
    คณะ กต.ตร.สภ.บางเลน ข้าราชการตำรวจ สภ.บางเลน

    ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานต่อความห่วงใย ขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง” เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกและวินัยจราจร

    ให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

    โดยมีกิจกรรมมอบหมวกนิรภัยตามโครงการ “สานต่อความห่วงใย ขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง” เน้นการสวมหมวกนิรภัย เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรทางบก

    ให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางในพื้นที่ ให้แก่ นักเรียน 3 โรงเรียน (บ้านบางเลน, วัดผาสุการาม, บางเลนวิทยา) ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์

    ในพื้นที่ ประชาชนผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ รวม จำนวน 325 ใบ ณ โรงเรียนบางเลนวิทยาคม ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมชี้แจงแผนฝึกสอบสวน รุ่นที่14 ขับเคลื่อนกำลัง 9 นาย ลงพื้นที่ฝึกงาน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 3 ธ.ค.2568เวลา 11.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ
    รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอผก(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯหน.งานสอบสวน และครูพี่เลี้ยง สภ.เมืองนครปฐม,สภ.กำแพงแสน,สภ.โพธิ์แก้ว,สภ.พุทธมณฑล
    และผู้เข้ารับการฝึกปฏิบัติงานสอบสวนหลักสูตรประกาศนียบัตร

    ด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญารุ่นที่ 14 (กอต.(สอบสวน))
    เข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการส่งตัวผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 14 (กอต.(สอบสวน)) ประจำปึงบประมาณ พ.ศ.2568 ฝึกภาคปฏิบัติงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.68 – 23 ม.ค.69 จำนวน 9 นายณ ห้องประชุม ชั้น 3 ภ.จว.นครปฐมต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม