คลังเก็บหมวดหมู่: ท่องเที่ยว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สทท.ระดมสมองเตรียมจัดโครงการการท่องเที่ยววัฒนธรรมหลากหลายระดับโลก RAINBOW OF EQUALITY

แชร์เนื้อหานี้

นายยุพราช วงศ์ดาวกูล ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุมหารือโครงการการท่องเที่ยววัฒนธรรมหลากหลายระดับโลก RAINBOW OF EQUALITY ที่ห้องประชุมสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมี นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมหารือ

สำหรับโครงการเทศกาลการท่องเที่ยววัฒนธรรมหลากหลายระดับโลก RAINBOW OF EQUALITY และมหกรรมกิจกรรมต่อเนื่อง เป็นโครงการเทศกาลการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ที่มุ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความหลากหลายทางสังคม โดยเชื่อมโยงกิจกรรมทางวัฒนธรรม ศิลปะ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

การจัดงานครั้งนี้จัดโดย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ โดยมีสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียนร่วมเป็นภาคีในโครงการ เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงเครือข่ายด้านวัฒนธรรม ศิลปะ และความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนร่วมผลักดันกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

การจัดงานกำหนดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเพณีสำคัญและเป็นช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาในประเทศจำนวนมาก โดยภายในงานจะประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การนำเสนอวัฒนธรรมและประเพณีไทย, การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและนานาชาติ, การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, กิจกรรมสร้างสรรค์และมหกรรมเทศกาลที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้มีส่วนร่วมโดยโครงการ RAINBOW OF EQUALITY จึงเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับสากล พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เมืองโบราณจัด TikTok Challenge แจก 2 แสนบาท กิจกรรม “THAI STREET – ANCIENT CITY CHALLENGE” เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์คลิป

แชร์เนื้อหานี้

สายครีเอทีฟห้ามพลาด! เมืองโบราณจัด TikTok Challenge แจกกว่า 2 แสนบาท เมืองโบราณ สมุทรปราการ ชวนสายครีเอทีฟและผู้ใช้งาน TikTok

ร่วมปล่อยของในกิจกรรม “THAI STREET – ANCIENT CITY CHALLENGE” เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์คลิปวิดีโอ

ท่ามกลางบรรยากาศสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไทยภายในเมืองโบราณ พร้อมลุ้นชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมถ่ายทำคอนเทนต์ในมุมมองสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การเล่าเรื่อง หรือการนำ

เสนอวัฒนธรรมไทยในสไตล์ของตนเอง ก่อนเผยแพร่ลงบนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อร่วมลุ้นรับรางวัลจากกิจกรรม

นอกจากนี้ เมืองโบราณยังจัด กิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่แต่งกายสไตล์ไทยร่วมสมัย โดยผู้ที่ ห่มสไบ ใส่ยีนส์ หรือแต่งชุดไทยใน

แบบของตัวเอง มาถ่ายภาพเช็กอินบริเวณหน้าเมืองโบราณ และแสดงภาพต่อเจ้าหน้าที่จำหน่ายบัตร จะได้รับ สิทธิ์เข้าชมเมืองโบราณฟรี

เพื่อเข้าไปสร้างคอนเทนต์และเก็บภาพบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายในพื้นที่อย่างเต็มที่กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านสื่อโซเชียลในรูปแบบที่สร้างสรรค์และเข้าถึงผู้ชมได้อย่างกว้างขวาง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / Right Beyond ร่วมกับ Major Cineplex และ SF Cinema เปิดรอบพิเศษ “Gezhi Town – เมืองนักสู้” พร้อมของที่ระลึกแบบจัดเต็มเพื่อ FC เซียวจ้าน

แชร์เนื้อหานี้

Right Beyond ร่วมกับ Major Cineplex และ SF Cinema เปิดรอบพิเศษ “Gezhi Town – เมืองนักสู้” พร้อมของที่ระลึกแบบจัดเต็มเพื่อ FC เซียวจ้าน โดยเฉพาะRight Beyond ร่วมกับ Major Cineplex และ SF Cinema เปิดรอบพิเศษ “Gezhi Town – เมืองนักสู้” พร้อมของที่ระลึกแบบ “จัดเต็ม” เพื่อ FC “เซียวจ้าน” โดยเฉพาะFC “พี่จ้าน” ห้ามพลาด!!!Right Beyond ร่วมกับ Major Cineplex และ SF Cinema ชวนดู “Gezhi Town – เมืองนักสู้” ก่อนใครในรอบพิเศษ

Major Cineplex รอบSpecial Fan Screeningพร้อมรับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แบบจัดเต็มวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ รอบ 19.00 น.โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เฉพาะรอบพิเศษ ทุกที่นั่งจะได้รับT-Shirt / Paper Bag / Handbillเตรียมกดซื้อรอบพิเศษวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น. ทาง www.majorcineplex.com และ Major Appวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ รอบ 17.00 น.โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เฉพาะรอบพิเศษ ทุกที่นั่งจะได้รับ
Photo Booklet / Poster A3เตรียมซื้อรอบพิเศษ 5 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 น. ทาง www.majorcineplex.com และ Major App

** งดใช้โปรโมชั่น, ส่วนลด, Voucher, บัตรฟรีทุกประเภท รวมถึงสิทธิ์ M GEN และ M Pass ไม่ร่วมรายการ **SF Cinema รอบ
🎬SPECIAL SCREENING #GezhiTown🗓วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 | รอบเวลา 19.00 น.ที่ SFW เซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์ 15บัตรราคา 950 บาท / ที่นั่ง (PREMIUM / PRIME)
✨พิเศษ! ทุกที่นั่งรับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์
📌HANDBILL 1 เล่มขนาด A4 (มูลค่า 70 บาท)
📌เสื้อ T-SHIRT 1 ตัว (มูลค่า 350 บาท) (ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกขนาด) โดยใช้หลักการ FIRST COMES, FIRST SERVES มาก่อนมีสิทธิ์เลือกก่อน📌SPECIAL BAG 1 ใบขนาด 28×20 cm. (มูลค่า 90 บาท)📌SF+ COLLECTIBLE TICKET 1 ใบ
ขนาด 3×6.5 นิ้ว (มูลค่า 159 บาท)ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกแบบ
รายละเอียด 👉

🔊เปิดจำหน่ายบัตร 4 กุมภาพันธ์ 2569 – 17 กุมภาพันธ์ 2569
เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป📲ผ่านทาง● เว็บไซต์ sfcinema.com
● แอปพลิเคชัน SF Cinema● ตู้จำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์อัตโนมัติสาขาที่เข้าฉายรอบFANSCREENING#GezhiTownเอาใจเหล่านักสู้🗓วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 | รอบเวลา 17.00 น.
ที่ SFW เซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์ 15🔊บัตรราคา 1,000 บาท / ที่นั่ง (PREMIUM / PRIME)✨พิเศษ! ทุกที่นั่งรับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์📌PHOTOBOOK 1 เล่ม
ขนาด 21×28.5 cm. (มูลค่า 450 บาท)📌POSTER 1 ใบ
ขนาด A3 (มูลค่า 90 บาท)📌SF+ COLLECTIBLE TICKET 1 ใบขนาด 3×6.5 นิ้ว (มูลค่า 159 บาท)
ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกแบบรายละเอียด 👉

🔊เปิดจำหน่ายบัตร 5 กุมภาพันธ์ 2569 – 22 กุมภาพันธ์ 2569
เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป📲ผ่านทาง● เว็บไซต์ sfcinema.com
● แอปพลิเคชัน SF Cinema● ตู้จำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์อัตโนมัติสาขาที่เข้าฉาย**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดGezhiTownSpecialFanขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไร้ท์ บิยอนด์สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์
โทร 095-4924241

“The Mortuary Assistant – คืนสยองห้องดับจิต” ความสยองที่สร้างจากวิดีโอเกมยอดฮิต“The Mortuary Assistant – คืนสยองห้องดับจิต” ความสยองที่สร้างจากวิดีโอเกมยอดฮิตเตรียมรับมือความน่าสะพรึงกลัวที่สร้างจากวิดีโอเกมยอดนิยมของปี 2022 โดย DreadXP

เรื่องราวของ “รีเบคก้า โอเวนส์” บัณฑิตสาวสาขาวิทยาการจัดการศพที่รับงานกลางคืน ณ โรงเก็บศพริเวอร์ฟิลด์ส ซึ่งเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า การทำงานที่เหมือนเป็นงานธรรมดาๆ ต้องกลายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังลึกลับเหนือธรรมชาติอันหาที่มาไม่ได้

ผลงานการกำกับฯ ของเจเรไมอาห์ คิปป์ นำแสดงโดย วิลลา ฮอลแลนด์ และ พอล สปาร์คส์ร่วมเปิดประสบการณ์สยองขวัญครั้งใหม่ไปกับ “The Mortuary Assistant – คืนสยองห้องดับจิต“ โดย Movie Copyright (Thailand)12 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!!

TheMortuaryAssistantThailand

ขอได้รับความขอบพระคุณจากฝ่ายประชาสัมพันธ์พิเศษ
Movie Copyright (Thailand) สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮม วัฒนธรรม” สานต่อภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮมวัฒนธรรม”

ณ วัดชัยภูมิบ้านค้อ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอคำชะอีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน สถานศึกษา ผู้นำชุมชน ชาวตำบลบ้านค้อ และประชาชนเข้าร่วมงาน

เพื่อสืบสานประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังช่วยความสามัคคีในชุมชน ในการสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการสานต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า

นอกจากนี้ ยังเป็นการนำวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นมาส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และของจังหวัดมุกดาหารให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าทางสังคม สร้างรายได้แก่ประชาชน และเกิดประโยชน์โดยรวมร่วมกันต่อไป

ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นการบูรณาการจัดงานโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร อำเภอคำชะอี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านค้อ

ผู้นำชุมชน และชาวตำบลบ้านค้อ ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2569 มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรข้าวจี่ การประกวดขบวนแห่ข้าวจี่ประยุกต์ 15 คุ้ม บูธแสดงวิถีชีวิต และการสาธิตทำข้าวจี่

ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแต่ละคุ้ม การประกวดร้องเพลง การประกวดพาแลง การแสดงแสงสีเสียงตำนานบุญข้าวจี่ “นางปุณณาทาสี” การแสดงศิลปวัฒนธรรม รำวงชาวบ้าน และเปิดตลาดวัฒนธรรม ถนนข้าวจี่ จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน

📌รายงานโดย : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยว แห่ชม พุทราน้ำอ้อย ลับแลพุทราแดงอินเดียของดีของเด็ดต้องบอกต่อ 1 ปีมีครั้งเดียว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประทีป เตชัย หนุ่มใหญ่เกษตรกรตัวจริง เจ้าของ PTF ฟาร์ม หมู่ที่ 13 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวและเกษตรกรที่สนใจ เข้าชม ไร่พุทราพันธุ์น้ำอ้อยและพันธุ์อินเดียแดง พื้นกว่าที่ 14 ไร่

ซึ่งมีทั้งพุทรากางมุ้ง และ พุทรากลางแจ้ง หลังศึกษาเพื่อหาพืชทดแทนการทำนา เหตุราคาข้าวไม่ค่อยสู้ดี ที่สำคัญต้องเป็นพืชใช้น้ำน้อย ทนแล้ง และเน้นเรื่องของพืชผลไม้ปลอดภัยที่ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับที่นา 2 ไร่ หันมาปลูกพุทรากางมุ้ง ด้วยการนำพุทราป่าเป็นต้นกล้า

เนื่องจากทนโรคทนแล้งและอายุยืนยาว แล้วนำกิ่งพุทราพันธุ์น้ำอ้อยและพุทราพันธุ์แดงอินเดียมาเสียบ ใน 1 ต้นมี 2 สาย พันธุ์ เมื่อติดดอกจะอาศัยพุทราพันธุ์แดงอินเดียเป็นตัวช่วยในการผสมเกสรให้กับพุทราพันธุ์น้ำอ้อย โดยอาศัยลม ซึ่งเป็น เทคนิคเฉพาะทางการเกษตร ผลผลิตพุทราจะลูกใหญ่ รูปทรงเหมือนแอปเปิลเขียว เปลือกบางกรอบ เฉลี่ย 10 ผลต่อ1 กิโลกรัม รสชาติหวานฉ่ำ กรอบอร่อย

เริ่มต้นปลูกพุทราแบบกางมุ้ง ปี 2562 ใครเห็นก็ว่า “บ้า” พยายามศึกษาและเน้นรูปแบบเกษตรแนวใหม่ ข้อดีของการกางมุ้ง กันแมลงรบกวน ควบคุมเรื่องอากาศร้อนและแสงแดด ประหยัดน้ำ ให้น้ำเพียงสัปดาห์ละ 2 รอบ ขยันสำรวจดูแลแปลงให้โล่ง กำจัดศัตรูพืช พุทราให้ผลผลิตเต็มปีเมื่อปลูกได้ 1 ปี ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 7

ไม่เพียงจะเก็บผลผลิตในส่วนของพุทรากางมุ้งขายแล้ว ยังได้ขยายปลูกพุทรากลางแจ้ง เพิ่มอีก 12 ไร่ เป็นลักษณะห่อผลกันแมลงแทน การกางมุ้ง กลายเป็น “สวนพุทราน้ำอ้อยและอินเดียงแดงที่ใหญ่สุดภาคเหนือ” นายประทีป กล่าวว่า พุทรากว่า 1500 ต้น ในพื้นที่นาดอนกว่า 14 ไร่ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจของครอบครัว ผลผลิตปีนี้ประมาณ 4 ตัน ออเดอร์เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม

ราคาขั้นต่ำกิโลกรัมละ 150 บาท รายได้ก็สมน้ำสมเนื้อกับการดูแลเอาใจใส่ ที่สำคัญพุทรามีอายุยาวนานกว่า 50 ปี ขอเพียงดูแล บำรุง ก็จะให้ผลผลิตตลอด ติดผลดกพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว และ เป็นเกษตรทางเลือกให้ผู้ที่สนใจ ตนเปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สามารถเข้ามาชม สอบถาม ร่วมเรียนรู้ และเลือก

ซื้อผลผลิต สดๆได้ที่สวน เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. และยังมีกล้าพันธุจำหน่าย ปัจจุบัน นอกจากจะเก็บผลผลิตส่งขายแล้ว ยังมีกล้าพันธุ์จำหน่าย พร้อมให้คำแนะนำ หากสนใจที่จะปลูก สอบถามผ่านเฟสบุ๊ค ชื่อ Pt Tc หรือโทร 091-8406113 เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้าชมและศึกษา ไม่ได้หวงความรู้ เพื่ออนาคตจะเป็นอีกหนึ่งผลไม้ทางเลือกทดแทนผลไม้อื่นๆ ที่ปลูกแล้วราคาตกต่ำ

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ บึงกาฬ เป็นประธานปล่อยคาราวานท่องเที่ยว “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว Bueng Kan One Day Trip” ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “8 ดี” อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ดีที่ 1 ท่องเที่ยวดี เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่หน้าลานพระบรมอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว Bueng Kan One Day Trip” ครั้งที่ 1

โดยมี สุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานปล่อยคาราวานนักท่องเที่ยว พร้อมด้วย นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และนักท่องเที่ยว ร่วมขบวนคาราวาน พร้อมเพรียงกัน

กิจกรรมดังกล่าวพานักท่องเที่ยวเดินทางสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอบึงโขงหลง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา (ถ้ำนาคา) และ ตำหนักปู่อือลือนาคราช

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวศักยภาพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

จังหวัดบึงกาฬมุ่งผลักดันพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพของลุ่มน้ำโขง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “มาจังหวัดบึงกาฬ พบพานแต่เรื่องดี” ตลอดทั้งปี
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาจัดกิจกรรม Thank You Party ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 13 ม.ค.69 ที่ลานซันเคน ศูนย์การค้าเซ็นทรัชพัทยา จ.ชลบุรี สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา (PNBA) โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดปัจจุบันได้จัดกิจกรรม PBN Thank You Party เพื่อขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนภารกิจขอบสมาคมฯ ส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานพร้อมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทุกภาคส่วนในเมืองพัทยาและใกล้เคียง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มการเมือง ธุรกิจการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

อาทิ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นายประมวล ทองใบ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงค์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) จังหวัดชลบุรี และอื่นๆ

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันส่งเสริมภารกิจของสมาคมตลอดรอบปีที่ผ่านมา ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองพัทยาแม้ผ่านวิกฤตต่างๆ ก็สามารถผ่านมาได้ด้วยดี และทางสมาคมสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาจะได้ดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาท่องเที่ยวเมืองพัทยาในทุกรูปแบบเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ประกอบการเมืองพัทยาต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์-มีเดีย ลิงค์” เอาใจคุณหนู ๆ ต้อนรับวันหยุดยาวดึง “Dream Animals The Movie” ฉาย 25 ธ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์

แชร์เนื้อหานี้

“ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ร่วมกับ “มีเดีย ลิงค์” เปิดตัวรอบปฐมทัศน์ “Dream Animals The Movie” ภาพยนตร์อนิเมชัน 3D CG จาก “Studio Marza Animation Planet” ที่สร้างขึ้นจากขนมสุดฮอตที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นมากว่า 47 ปี ภายใต้โปรเจกต์ “เมะ”

โดยมี คุณจิรสิน จารุพรชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จาก บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด, คุณอุรัสยา อากรสกุล ผู้จัดการฝ่ายลิขสิทธิ์ จาก มีเดียลิงค์ อนิเมชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด และ Mr. Shun Kobaysahi (Ginbis licensor, The brand owner of Dream Animals biscuit in Japan) ร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ และ สื่อมวลชน ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีเนเพล็กซ์

งานนี้ได้ 4 หนุ่ม “แก็งทดลองเป็นแฟนเพื่อน” UltimateTroop ได้แก่ โดม-ภีมเดช, ลาโฟล์ค-รัชนนท์, ออมสติน-ธกฤตและ ฟอร์ด โปษัณ ร่วมงานเปิดตัวพร้อมขึ้นเวทีพูดคุยถึงความผูกพันที่มีต่อขนมยอดฮิตดังกล่าวและความรู้สึกเมื่อรู้ว่าขนมที่เขาชื่นชอบในวัยเด็กได้ถูกเติมเต็มจิตวิญญาณนำมาสร้างเป็นอนิเมชั่นด้วย ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกับทีมผู้บริหารเป็นที่ระลึกก่อนจะไปร่วมชมภาพยนตร์

“Dream Animals The Movie” เล่าถึง “Sweets Land” ดินแดนแห่งขนมหวานที่มนุษย์และขนมอยู่ร่วมกันอย่างสันติ กลุ่มไอดอลชื่อดัง “Dream Animals” นำโดยสิงโต ไลอ้อน (เสียงโดย Genta Matsuda จาก Travis Japan) กำลังทำเวิลด์ทัวร์ แต่เกิดความขัดแย้งภายในกลุ่มระหว่าง ไลอ้อน กับสมาชิกใหม่ ปีกาซัส (เสียงโดย Akari Takaishi) ที่ได้รับความนิยมจากการแสดงร้องเพลงและบินได้ เมื่อพวกเขากลับมายัง Sweets Land

หลังจากทัวร์นาน 1 ปี พบว่าเมืองถูกปกคลุมด้วย “Gotton” (วัตตา- สายไหม) ผู้ชั่วร้าย และมีการเผชิญหน้ากับ King Gotton (เสียงโดย Hochu Otsuka) ที่มีเป้าหมายกำจัดขนมชนิดอื่นนอกจาก Gotton เพื่อครองโลก Dream Animals ต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือเพื่อน Pegasus ที่ถูกจับไป และหยุดแผนการของ King Gottonชมตัวอย่างเต็มของ “Dream Animals The Movie” ได้ทาง https://youtu.be/w9dPwrEpl2w และติดตามชมเรื่องราววุ่น ๆ ของเจ้าขนมรูปสัตว์ในตำนานได้วันที่ 25 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกนก เชิญชวนมาชม มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

แชร์เนื้อหานี้

🗓️18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569
📍ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อบจ.เชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย
💫ภายในงานพบกับ💫
✅สวนดอกไม้ 4 ฤดู — Summer / Rainy / Winter / Spring
✅นิทรรศการพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

✅งานศิลปะ–วัฒนธรรมล้านนา
✅ถนนคนเดินริมกก / โซน Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย
✅วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์
✅ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์

มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย2025 #ChiangRaiFlowerAndArtFestival #สายนทีแห่งศรัทธา #เชียงราย #เที่ยวเชียงราย #เทศกาลไม้ดอก #งานศิลปะ #4ฤดูมหัศจรรย์ #อบจเชียงราย #RiverOfFaith #ทททเชียงราย #คนเก็บภาพแม่สาย #ชวนเที่ยวทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยวแห่ชม-ให้อาหาร นกนางนวล ที่ ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ใกล้กรุงเทพ

แชร์เนื้อหานี้

ก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวแห่ชม-ให้อาหารนกนางนวลที่ตากอากาศบางปู เที่ยวบางปูใกล้กรุงเทพ
ภาพบรรยากาศในช่วงเย็นของก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่มีนักท่องเที่ยว ทุกเพศ ทุกวัย ที่เดินทางมาชมและให้อาหาร / นกนางนวล / ที่อพยพบินหนีหนาวมาจาก

แถบมองโกเลีย ทิเบต ไซบีเรีย และประเทศจีน มาหากินอยู่บริเวณชายทะเลอ่าวบางปู โดยพบนกนางนวลมากที่สุดอยู่ที่ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่ง / นกนางนวล / จะบินหนีหนาวมาอย่างนี้ทุกปี ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน ก่อนที่จะบินกลับในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม

โดยช่วงเย็นวันนี้ ( 19 ธันวาคม 68 ) ก่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์ อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวที่อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ และ จังหวัดใกล้เคียง พาครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก โดยที่บริเวณ / สะพานสุขตา /

มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก บางคนมาถ่ายรูปนก บางคนมาให้อาหารนก ท่ามกลางนกนางนวลกว่าหมื่นตัว ที่บินอวดโฉมไปมา ในยามที่พระอาทิตย์ใกล้จะพ้นขอบฟ้า โดยบริเวณกลางสะพานจะมีอาหารนกจำหน่ายในราคาย่อมเยา แต่ที่แปลกกว่าที่อื่น คือ นกที่นี้กินกากหมู

สำหรับการเดินทางมาที่ตากอากาศบางปู สามารถมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้โดยปักหมุดที่ 164 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีที่จอดรถให้บริการ หรือ จะมาด้วยรถสาธารณะ

ก็มีให้เลือก 2 วิธี คือ ขึ้นรถเมล์สาย 145, 511 หรือ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเคหะสมุทรปราการ แล้วต่อรถสองแถวใต้สถานี สาย 36 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีก็จะถึง โดยข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่งจะพบกับสถานตากอากาศบางปู


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท.และกีฬาเชียงราย เปิดเส้นทางเดินตามรอยบ้านศิลปิน ร่วมกิจกรรม Chiangrai Life Artist Studio for Tourism Media FamTrip ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16-17 ธันวาคม พ.ศ.2568 นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวการต้อนรับและชี้แจงถึงวัตถุประสงค์การจัดทริปนี้

ให้แก่คณะสื่อมวลชนจังหวัดชียงรายเชียงใหม่ ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว สถานที่แรก คณะได้ไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ศิลปะ

ร่วมสมัยเมืองเชียงรำย จุดหมำยแรกแห่งโลกศิลป์ร่วมสมัยของจังหวัดเป็นที่ชมรวมศิลปและมีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมตลอดทั้งวัน

ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางด้านศิลปะร่วมสมัยของภาคเหนือ ชม นิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งคัดสรรผลงานศิลปะจากทั้งศิลปินเชียงรายผู้มีบทบาทสำคัญในวงการศิลป์ และศิลปินระดับประเทศที่สร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยในหลากหลายแนวทางเดินทางกันต่อที่

บ้านศิลปิน คุณพุทธรักษ์ ดาษดา ศิลปิน ภาพวาดพฤกษาศาสตร์ คุณเอกพงษ์ ใจบุญ ศิลปินแนวนามธรรมและงานไม้นำคณะร่วมกิจกรรม Workshop สร้างสร้างสรรค์ ผลงานศิลปะจากเศษไม้เปิดประสบการณ์ความคิดสร้างสรรค์ผ่านวัสดุธรรรมชาติของเชียงราย

วันที่ 17 ธนวาคม พ.ศ.256 คณะสื่อมวลชนได้ออกเดินทางสู่ Emor Smith คาเฟ่-อาร์ตสเปชสุดเท่ของเชียงราย คุณรัชรินทร์ อินธุระ กล่าวต้อนรับ ชมนิทรรศการ ศิลปะที่จัดแสดงทั้งผลงานถาวรและหมุนเวียน อาทิ ภาพวาด

งานปั้น งานคราฟต์ งานเครื่องเงิน และแฟชั่นร่วมสมัย เป็นพื้นที่ที่ผสมงานศิลป์เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีเอกลักษณ์ เดินทาง

กันต่อที่ ที่ก่อตั้งโดย อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนงานเครื่องปั้นร่วมสมัยของล้านนาอย่างแท้จริง

ภายในพื้นที่เต็มไปด้วยผลงานที่เกิดจาก “ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ” ซึ่งถูกยกระดับสู่ศิลปะที่ทรงเอกลักษณ์ ผ่านกระบวนการปั้น เผา และเคลือบ

ที่อาจารย์ถ่ายทอดด้วยความปราณีต งานแต่ละชิ้นจึงเปี่ยมด้วยพลัง ความสงบ และสุนทรียภาพแบบเซน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสผลงานร่วมสมัยตั้งแต่ภาชนะดินเผา ประติมากรรม

ไปจนถึง ถ้วยชาวิถีเซน อันโด่งดังที่สะท้อนความงดงามของความเรียบง่าย ความไม่สมบูรณ์แบบที่งดงาม (Wabi-Sabi) และความลึกซึ้งในปรัชญาแห่งงานฝีมือ

พื้นที่ดอยดินแดงยังโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ทำให้การเดินชมศิลปะที่นี่ป็นประสบการณ์ที่เชื่อมผู้มาเยือนกับความนิ่งสงบของงานดินเผาและจิตวิญญาณแห่งล้านนาได้อย่างกลมกลืน

หลังจากนั้นเดินทางสู่ หนึ่งในชุมชนศิลปะสำคัญของเชียงราย
ศิลปินซอย 8 บ้านป้าห้า ตำบลนางแล ชุนชนศิลปะซึ่งเป็นที่พำนักและสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินเชียงรายหลายท่าน บรรยากาศของ

ซอยนี้เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และแวดล้อมด้วยพลังสร้างสรรค์ของผู้คนที่รักในงานศิลปะอย่างแท้จริง คณะได้รับการต้อนรับโดย อาจารย์ชาญศิลป์ ใจคำ ศิลปินผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนศิลปะร่วมสมัยของเชียงราย ก่อนนำชมบ้านศิลปินทั้ง 3 หลัง

ซึ่งตั้งเรียงรายภายในพื้นที่เดียวกันราวกับ “หมู่บ้านศิลปินขนาดย่อม” ที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนของศิลปินแต่ละท่านได้อย่าง

เด่นชัด ถ่ายทอดความสงบ ความงาม และความเรียบง่ายในแบบล้านนาร่วมสมัย พื้นที่ของ ศิลปินซอย 8 จึงเป็นเสมือนจุดรวมตัวของศิลปะหลายแขนง

ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือน ได้สัมผัสตัวตนของศิลปินอย่างใกล้ชิด และห็นถึงความหลากหลายของานศิลปะเชียงราย ได้ให้ประชาชนหลายๆพื้นที่ได้มาเยือนและชมศิลปะที่หลากหลาย และให้มาเยือนเชียงรายอีกครั้ง

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์วิจัยฯ ทางทะเลติดตามอนุบาลปะการังเกาะง่ามใหญ่ พบปะการังรอดกว่า 90% เตรียมต่อยอดฟื้นฟูแนวปะการังสร้างสมดุลระบบนิเวศ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมรกต โจวรรณถะ หัวหน้าศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ลงพื้นที่ดำเนินโครงการสำรวจ ติดตาม และประเมินสถานภาพทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล ประจำปี 2568

โดยมีกิจกรรมสำรวจสถานภาพพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพรสำหรับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร)

มีภารกิจสำรวจ ศึกษา วิจัย และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ครอบคลุมพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล 7 แห่ง ได้แก่

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
อุทยานแห่งชาติหาดวนกร
อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (อยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้ง)
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง
อุทยานแห่งชาติแหลมสน
อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี

โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้ลงพื้นที่เกาะง่ามใหญ่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เพื่อติดตามวัดขนาดการเจริญเติบโตของปะการังในแปลงอนุบาลปะการัง (Coral Nurseries)

ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยการฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการัง ผลการติดตามเบื้องต้นพบว่า แปลงอนุบาลปะการังยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ปะการังมีอัตราการรอดสูงถึงร้อยละ 90 และมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1–2 เซนติเมตร
นายมรกตกล่าวว่า

ปรากฏการณ์น้ำทะเลอุณหภูมิสูงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้แนวปะการังหลายแห่งเกิดภาวะฟอกขาวและได้รับความเสียหาย การดำเนินโครงการอนุบาลปะการังจึงเป็นแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรแนวปะการังให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ตอนบน นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของแนวปะการัง ปลาทะเลสีสันสวยงาม และธรรมชาติทางทะเลที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี
คำแนะนำประชาชน:

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปดำน้ำหรือท่องเที่ยวทางทะเล ควรช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเหยียบปะการัง ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง เพื่อร่วมรักษาความงดงามของท้องทะเลชุมพรให้คงอยู่คู่กับชุมชนและคนรุ่นต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผุดแคมเปญ “วิ่งไป เที่ยวไป เชิญชวนปชช.ทุกทิศทั่วไทยมาท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ – ล่องเรืออุโมงค์ป่าโกงกาง ที่ ต.บางปู อ.ยะหริ่ง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่ แหล่งชุมชนท่องเที่ยวตำบลบางปู (จุดลงเรือAmazing Bangpu) หมู่ที่ 3 ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี นายอภินันท์ หมวดแก้ว นายอำเภอยะหริ่ง เป็นประธานเปิด กิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี พ.ศ. 2568

โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ลุกมาน สะอะ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู, นายซาพีอีย์ กอเนาะ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง, ปลัดอำเภอยะหริ่ง, ปลัดเทศบาลตำบลบางปู, เจ้าหน้าที่ปกครอง, พัฒนากรตำบลบางปู, กำนันผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ตำบลบางปู, และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

สำหรับบรรยากาศในกิจกรรม START เริ่มต้นจาก นายอภินันท์ หมวดแก้ว นายอำเภอยะหริ่ง ได้วิ่งเปิดนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งผ่านเส้นทางชุมชนท่องเที่ยว และถ่ายรูป ณ จุดเช็คอิน พร้อมทั้งล่องเรือไปตามเส้นทางเพื่อชมความสวยงามของอุโมงค์ป่าโกงกางบางปู

ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน ผู้ร่วมกิจกรรมร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันงดงามของชุมชนท่องเที่ยวบางปู ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างพลังบวกและความสามัคคีในชุมชนได้เป็นอย่างดี

นายอภินันท์ หมวดแก้ว นายอำเภอยะหริ่ง กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ในวันนี้ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยและประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอำเภอยะหริ่ง กระตุ้นให้ประชาชนรู้จักแหล่งท่องเที่ยว

อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีความสวยงาม และเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ตลอดจนสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดปัตตานีในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่น่าประทับใจ อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนและชุมชน ส่งเสริมรายได้อย่างยั่งยืน

ตอริก สหสันติวรกุล
รายงานจาก จังหวัดปัตาานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ เปิดการท่องเที่ยวฤดูหนาว นำขบวนรถคาราวานท่องเที่ยว พิชิต 7 น้ำตก ล่าตราประทับ “Waterfalls Buengkan Car Rally”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นำขบวนรถคาราวานท่องเที่ยว เปิดเทศกาลการท่องเที่ยวฤดูหนาว ภายใต้กิจกรรม “วันวาฬพาเที่ยวล่าตราประทับ พิชิต 7 น้ำตกบึงกาฬ – Waterfalls Buengkan Car Rally” เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่จังหวัดบึงกาฬให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

จัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบึงกาฬ, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีขบวนรถคาราวานเข้าร่วมกว่า 50 คัน ร่วมเดินทางไปที่น้ำตกตาดนกเขียน และน้ำตกเจ็ดสี ส่วนน้ำตกอื่น ๆ นักท่องเที่ยวสามารถไปเช็กอินรับตราประทับ และแลกรับรางวัลได้ ถึง 19 ธันวาคม 2568 นี้

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า กิจกรรม “วันวาฬพาเที่ยวล่าตราประทับ พิชิต 7 น้ำตกบึงกาฬ” หรือทริป 7 น้ำตก มีวัตถุประสงค์ต้องการที่จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนในจังหวัดบึงกาฬมาท่องเที่ยวในพื้นที่ตัวเอง ซึ่งจุดแรกที่มาคือ น้ำตกตาดนกเขียน เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม ได้พบอะไรหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติที่มีความสวยงาม ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของจังหวัดบึงกาฬ เราไม่ต้องการแข่งความเจริญกับจังหวัดอื่น ๆ แต่เราต้องการแข่งเรื่องธรรมชาติที่มีความกรีน ความเขียว จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ที่ยังไม่ได้มาในวันนี้ ขอให้ได้มาเที่ยวในวันหลัง หรือวันต่อ ๆ ไป ที่จังหวัดบึงกาฬของเรา

สำหรับกิจกรรม “วันวาฬพาเที่ยวล่าตราประทับ พิชิต 7 น้ำตกบึงกาฬ – Waterfalls Buengkan Car Rally” เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยมาสคอตประจำจังหวัดบึงกาฬ “น้องวันวาฬ” (เป็นวาฬ) เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาพิชิต 7 น้ำตกของจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ของไทย ได้แก่ น้ำตกถ้ำพระ, น้ำตกเจ็ดสี, น้ำตกตาดวิมานทิพย์, น้ำตกกินรี, น้ำตกถ้วยถ้ำน้อย, น้ำตกถ้ำฝุ่น และน้ำตกตาดนกเขียน

โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับตราประทับลงบนหนังสือเดินทางของกิจกรรมทุกครั้งที่ไปน้ำตก 7 แห่งดังกล่าว โดยหากสะสมครบตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป จะมีรางวัลมอบให้นักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถรับหนังสือเดินทาง 7 Waterfalls ได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่น้ำตกทั้ง 7 แห่ง โดยมีระยะเวลาของกิจกรรม ตั้งแต่บัดนี้ – 19 ธันวาคม 2568 นี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 042-492-471

นางสาวปิยอร ทับทอง นักท่องเที่ยว กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าจะมีน้ำตกที่สวยขนาดนี้ ระหว่างเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงน้ำตกตลอดทาง พอถึงน้ำตกแล้วก็รู้สึกอะเมซิงมาก นอกจากนี้การเดินทางเข้ามาก็ไม่ไกล และค่อนข้างสะดวก รถเล็ก รถเก๋ง สามารถเข้ามาได้ บรรยากาศก็ร่มรื่นด้วย

นางสาวบุณยวีร์ อุเทศพรรัตนกุล นักท่องเที่ยว กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่มีกิจกรรมพาเที่ยว ที่สำคัญคือมีพาสปอร์ต หรือหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ประทับตรา ว่า เราได้มาถึงที่น้ำตกแห่งนี้แล้ว พร้อมกับสะสมตราประทับเพื่อแลกของรางวัล วันนี้ได้มาน้ำตกตาดนกเขียน บรรยากาศดีมาก ส่วนตัวเป็นคนบึงกาฬจึงมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าน้ำตกสวยงามทุกฤดูกาลจริง ๆ

ขณะที่ นักท่องเที่ยวอีกราย ระบุว่า ดีใจมากที่มีกิจกรรมนี้ ตนมาครั้งแรก ก่อนหน้านี้ไม่เคยมาเลย ตอนแรกยังสงสัยอยู่ว่า จะสวยไหม แต่พอมาถึงแล้วรู้สึกประทับใจมาก สุดยอด น่าเที่ยว ใครว่างก็เดินทางมาได้เลยที่นี่ สวยมาก น้ำตกตาดนกเขียน ถือว่าเป็นโครงการที่ดีมาก สะสมตราประทับครบ 7 แห่ง จะได้ที่พักฟรีด้วย

สำหรับการรับรางวัลสะสมตราประทับครบ 2 แห่ง แลกรับของที่ระลึก กล่องจุ่ม จำนวน 1 ขึ้น ที่จุดบริการนักท่องเที่ยว ณ น้ำตกที่ร่วมแคมเปญแห่งใดแห่งหนึ่ง จ้านวน 77 รางวัล/แห่งสะสมครบ 4 แห่ง แลกรับของที่ระลึก ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เช่น แก้วเก็บความเย็น, ตุ๊กตา, หมอน, ผ้าห่ม, หรือผ้าเช็ดตัว จำนวน 77 รางวัล

สะสมครบ 6 แห่ง แลกรับของที่ระลึก ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ WAN WAL Premium set (วันวาฬพรีเมียมเซ็ต) จ๋านวน 7 รางวัล/ UDRU Premium set (ม.ราชภัฏอุดรธานี) จำนวน 7 รางวัล/ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก จำนวน 7 รางวัล/ ชุดเครื่องนอน จำนวน 7 รางวัล

สะสมครบ 7 แห่ง แลกรับของที่ระลึก กระเป๋าเดินทาง จำนวน 7 รางวัล ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขึงกาฬ หรือ แลกรับสิทธิ์ที่พักฟรี 1 คืน (1 ห้อง) จำนวน 7 สิทธิ์ (จำกัดสิทธิ์แลกรับของที่ระลึกเพียง 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ท่าน เท่านั้น และขอสงวนสิทธิ์ให้กับผู้ที่มาติดต่อรับของรางวัลก่อน จนกว่าของรางวัลจะหมด)

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จ.สุโขทัยขอเชิญชวนเที่ยวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ เวลา 18.00 น. ของวันที่9ตุลาคม.2568ณ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการแถลงข่าวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 โดยมีนางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พ.อ.พงศธร นิพภยะ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชนและผู้มีเกียรติร่วมในพิธี

การแถลงข่าวในครั้งนี้มีผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ดร.เกษร เอมโอด ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย ว่าที่ร้อยเอก

ดร.เทียนชัย ทองวินิชศิลป รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย นางฐิติญา จั่นเอี่ยม วัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย พ.อ.นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ อพท.สุโขทัย นายศักดิ์เกษม ตันติยวรงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สุโขทัยพัฒนาเมือง จำกัด โดยหลังจากการแถลงข่าวได้แสดงการจุดพลุ บริเวณหลังวัดมหาธาตุอย่างสวยงามสร้างประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน

จังหวัดสุโขทัย กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยสำนักงานจังหวัดสุโขทัย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ กิจกรรมหลักเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในด้านการท่องเที่ยวมรดกโลก กิจกรรมย่อย จ้างเหมาประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งได้ว่าจ้างให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี ดี ดีไซน์ 189 เป็นผู้ดำเนินงานจัดกิจกรรมแถลงข่าวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่าจังหวัดสุโขทัยจัดงานอย่างยิ่งใหญ่จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยปีนี้เน้นเรื่องการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการคัดแยกขยะ กำหนดสัดส่วนการใช้พื้นที่ไม่ให้แออัดจนเกินไป การจัดการเรื่องฝุ่น รวมทั้งโทนสีที่ใช้ในบริเวณงานสวยงามเข้ากับโบราณสถาน จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความประทับใจดังคำกล่าว “สุโข สุขี ที่สุโขทัย” ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
กิตติ พรดวงจันทร์สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สานสัมพันธ์สองฝั่งโขง 🇹🇭🤝🇱🇦 ผู้ว่าฯมุกดาหาร นำคณะร่วมงานบุญประเพณีออกพรรษา–ซ่วงเฮือ ณ สะหวันนะเขต สปป.ลาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางไปร่วมงาน บุญประเพณีออกพรรษา–ส่วงเฮือประเพณี ณ นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

โดยมี นายบุนโจม อุบนปะเสิด เจ้าแขวงสะหวันนะเขต พร้อมผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสานสัมพันธ์ไมตรีระหว่างแขวงสะหวันนะเขตกับจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน

ภายในงาน มีการจัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งขบวนแห่บุญออกพรรษา การจัดแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน และการออกร้าน จำหน่ายสินค้า “หนึ่งเมือง หนึ่งผลิตภัณฑ์” (ODOP) ของแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีการจัด การแข่งขันเรือยาวในแม่น้ำโขง เพื่อสืบสานประเพณีส่วงเฮือของชาวลาว สร้างสีสันและความคึกคักให้กับงาน โดยมีทีมเรือจากจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมแข่งขันประชันฝีพายกับทีมเรือแขวงสะหวันนะเขตด้วย

ผู้ว่ามุกดาหาร #เจ้าแขวงสะหวันนะเขต #ออกพรรษาสะหวันนะเขต #ส่วงเฮือสองฝั่งโขง #แข่งเรือยาวแม่น้ำโขง #นะคอนไกสอ

นพมวิหาน #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #สปปลาว #ODOP #สายใยไทยลาว #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ. ส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชนขยายธุรกิจสู่ท้องถิ่น ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคีเครือข่าย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 18.00 น วันที่ 30 ส.ค 68 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ชุมพร เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ณ พรผู้สร้าง ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมีนายพิศิษฐ์ ฤทธิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดระดับอำเภอ ฝ่ายปกครองท้องที่ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน และพี่น้องประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

นายชนะ นาคภู่ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนอำเภอท่าแซะ กล่าวว่า ต้องขอบคุณ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ที่ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม
การท่องเที่ยวเชิงการเกษตร และผลักดันให้เกิดการจัดงาน”โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร”

ขึ้นเพราะ อำเภอท่าแซะพรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรท่องเที่ยวหลักที่มีความโดดเด่นด้านการเกษตรเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ผลผลิตทางการเกษตร ปัจจุบันมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่เป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยว ชนบท การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงเล็งเห็นถึงจุดเด่นจากภาคการเกษตรนำมาผสมผสานให้เกิดการท่องเที่ยวเที่ยวเชิงเกษตร

จึงร่วมกันจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแชะ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวชุมชน กระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการ

เกษตร เพิ่มกิจกรรมการมีส่วนร่วมให้ประชาชนได้รู้จักการ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการเรียนรู้ การทำการเกษตรที่หลากหลาย การทำการเกษตรที่ปลอดภัย และสร้างความเข้มแข็ง ให้กับท้องถิ่นชุมชน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม

โดยจัดให้มีกิจกรรมทั้งหมด 10 กิจกรรม ประกอบด้วย บูธ ร้าน อาหารจากเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน 2. กิจกรรมพาชมสวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน 3. กิจกรรมสาธิตการดำนา 4. กิจกรรมการติดตาทุเรียน 5. กิจกรรมสาธิตการทำขนมไทย 6. กิจกรรมสาธิตการคั่วกาแฟ

7. กิจกรรมสาธิตกางเต็นท์ 8. การแสดงศิลปวัฒนธรรมชุมชน และการแสดงดนตรี 9. กิจกรรมเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยว 10. กิจกรรมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการขยายตัวของการท่องเที่ยวโดยชุมชน นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้ติดภารกิจสำคัญ

จึงได้มอบหมายให้ ตนเองมาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานซึ่งขอชื่นชม เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรท่าแซะ หม่อนไหมชุมพร

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรชุมพร อำเภอท่าแซะ
สำนักงานพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอท่าแชะ ภาคีเครือข่าย และผู้นำชมชนในอำเภอท่าแซะ ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ในการผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ

เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ของอำเภอท่าแซะ สำหรับการจัดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะครั้งนี้โดยคาดหวังว่า จะสามารถสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ได้รู้จักการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของอำเภอท่าแชะ และจังหวัดชุมพร เพิ่มมากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก”จาก “ญดา นริลญา”

แชร์เนื้อหานี้

“นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” จาก “ญดา นริลญา” ที่อยากบอกว่ารักม๊ากมาก แต่กลัวจะเสียเธอไปนี่คือเพลงที่เป็นตัวแทนของความรักม๊ากมาก แต่ไม่อาจพูดออกมาให้เธอได้ยิน “นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” ที่ได้นางเอกสาวมากฝีมืออย่าง ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร

นอกจากจะมาเป็นแม่นากเวอร์ชันใหม่และยังมารับหน้าที่เป็นคนขับร้องด้วยตนเอง ถ่ายทอดความรู้สึกของนากที่มีต่ออ้ายมาก ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรักนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนไป ซึ่งญดาได้ให้สัมภาษณ์ถึงเพลงนี้ไว้ว่า “จริง ๆ เรื่องราวและเนื้อหาเพลงนี้ค่อนข้างเศร้า แต่ญดาอยากตีความให้น้ำเสียงร้องเพลงนี้ออกมาไม่เศร้ามาก อยากให้ยังฟังและรับรู้ได้ถึงความรักที่สวยงามและมีความผูกพันอยู่”

“นากรักมาก ม๊ากมาก” ภาพยนตร์รวมตัวในรอบ 15 ปี ของแก๊งตลกตัวพ่อ “หม่ำ, เท่ง, โหน่ง” ฝีมือการกำกับครั้งแรกของ โหน่ง ชะชะช่า เมื่อผู้กำกับหน้าเก่าไฟแร๊ง (โหน่ง ชะชะช่า) ร่วมมือกับผู้ช่วยผู้กำกับคู่มือคู่เท้า (เท่ง เถิดเทิง) ลุยสร้างหนังรีเมคจากตำนานรักอมตะ นางนาก

หวังเขย่าวงการให้สะเทือน! แต่เรื่องกลับหลุดบทไปไกล เมื่อ นางนากตัวจริง (ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร) โผล่มาเล่นเอง! พร้อมภารกิจตามหารักแท้ ที่กลับชาติมาเกิดเป็นซุปตาร์ขวัญใจมหาชน! (คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์) มื่อกองถ่ายมีผีจริงร่วมจอ โปรเจกต์นี้จะปังจนเป็นตำนาน หรือพังจนเป็นตำนานกันแน่!?

แฟน ๆ เตรียมตัวไปพิสูจน์ความโรแมนติกม๊ากมากและคอมเมดี้ม๊ากมาก ใน “นากรักมาก ม๊ากมาก” เข้าฉายวันที่ 24 กรกฏาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ นากรักมาก เพลงประกอบภาพยนตร์ นากรักมาก ม๊ากมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรนาน้อย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกมะขาม ในพื้นที่ต.เชียงของ อ.นาน้อย จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกมะขาม ในพื้นที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เพื่อให้คำแนะนำตามหลักการทางวิชาการ เกี่ยวกับการดูแลรักษาไม้ผล

เช่น มะขาม เนื่องด้วยสถานการณ์สภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงนี้ อาจส่งผลต่อการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชในมะขาม ทั้งนี้ผลผลิต มะขามส่วนใหญ่อยู่ในระยะสำคัญคือช่วง

กำลังออกดอกและเริ่มติดฝักอ่อน (ระยะฝักดาบ) จึงได้เน้นย้ำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลง และเฝ้าระวังการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชที่อาจเข้าทำลายผลผลิตในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

เรื่องและเรียบเรียง /นางสาวบัณฑิตา เผือทะนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย
/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี /สกทม. จัดกิจกรรมเสวนาการค้า “ทิศทางการส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงและแขวงสะหวันนะเขต”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 น.​ นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร​ เป็นประธานพิธีเปิดและร่วมเสวนาการค้า “ทิศทางด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหารอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงและแขวงสะหวันนะเขต” ณ​ ห้องประชุมโรงแรมเคียงโขง เรสซิเดนซ์

โดยมีนางสาวอรกัญญา สะภา นายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร กล่าวรายงาน และมีนายปัฐม์ ปัทมจิตร​ กงสุลใหญ่​ ณ​ แขวงสะหวันนะเขต, นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อํานวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สํานักงานนครพนม, ท่านมงกุดเพด วงพะจัน​ รองหัวหน้าแผนก

แถลงข่าว ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเสวนา โดยภายในงานมีสมาชิกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วมงาน

โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อกำหนด แผนปฏิบัติการกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง วิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสการค้า ยกระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ ผ่านมุมมอง ผู้บริหาร

องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตลุ่มน้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือสร้างความสัมพันธ์ไมตรีอันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่งเสริมความร่วมมือสร้างความสัมพันธ์ไมตรีอันดีด้านวัฒนธรรมเมืองคู่แฝดสองฝั่งโขง

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ย้ำว่าทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวมุกดาหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมมุมมอง แนวคิดจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่บริบทสำคัญจัดทำแผนปฏิบัติการ จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง วิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสการค้า ยกระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนา

บุคลากรด้านการท่องเที่ยวอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มจังหวัดอนุภาคลุ่มน้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยภาคเอกชน เตรียมความพร้อมตั้งรับ การขยายการรองรับ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวชีวิตลุ่มน้ำโขง พื้นที่ส่งเสริมภาคการค้า ภาคการลงทุน และภาคบริการ ด้านอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ทั้งด้านศิลปะวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร เชื่อมโยงมิตรภาพเครือข่ายจังหวัดท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นางสาวอรกัญญา สะภา ได้เข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร(คนใหม่)​ พร้อมกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในฐานะนายกสมาคมการค้า คือ“ร่วมมือ ร่วมใจ ยกระดับการท่องเที่ยวมุกดาหารสู่ความยั่งยืน ด้วยการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ เชื่อมโยงภูมิภาค

สร้างมาตรฐาน และส่งเสริมการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ”โดยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สร้างกิจกรรมใหม่ๆ รองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พร้อมแข่งขันในเวทีที่กว้างขึ้น

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงาน สืบสานวัฒนธรรมไตลื้อโลก ประจำปี 2568 ณ จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ที่สนามที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน เปิดงานสืบสานวัฒนธรรมไตลื้อโลก ประจำปี 2568 โดยมีนายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายกสมาคมไตลื้อต่างประเทศทั้ง 3 ประเทศ นายกสมาคมไตลื้อจาก 7 จังหวัดภาคเหนือ และจาก 7 อำเภอของจังหวัดน่าน

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ให้การต้อนรับ โดยมี ร้อยเอกอดุลย์ อานุภาพบรรเจิด ประธานชมรมไตลื้ออำเภอปัว รักษาการประธานชมรมไตลื้อจังหวัดน่าน กล่าวรายงาน

งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้โอกาสแก่เด็กและเยาวชนศึกษาประวัติชาติพันธุ์ไตลื้อ อนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมไตลื้อ ให้คงไว้กับสังคมหมู่บ้านอย่างเข้มแข็ง ส่งเสริมพัฒนาความเป็นอยู่คุณภาพชีวิตของคนไตลื้อให้ดีขึ้น สานสัมพันธ์ชาติพันธุ์ไตลื้อ ระหว่าง ตำบล ต่างอำเภอ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอปัว จังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

กลุ่มชาติพันธุ์ไตลื้อกระจายอยู่ใน 7 จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดน่าน มีชาติพันธุ์ ชาวไตลื้อกระจายอยู่ ทั้งหมด 33 หมู่บ้าน นับเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง มีความหลากหลายของวัฒนธรรมประเพณีไตลื้อ โดยในปีนี้ ได้มีการสืบสานสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องไตลื้อ จากต่างประเทศ ต่างจังหวัด และต่างอำเภอ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อสืบสานให้เข้มแข็งคู่กับจังหวัด และประเทศไทยต่อไป

ด้านนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในปีนี้ รัฐบาลได้มีนโยบาย “ปีทองแห่งการท่องเที่ยว” ปรับรูปแบบเมืองรองการท่องเที่ยวเป็น “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วไทย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเป็นเรือใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และการจัดงานไตลื้อโลก ในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่ง ที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างดี

ในการนี้ได้มีการเชื่อมสายสัมพันธ์กับพี่น้องไตลื้อจากสิบสองปันนา ประเทศจีน, ประเทศเมียนมาร์ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งพี่น้องไตลื้อจาก 7 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, พะเยา, ลำพูน, ลำปาง, แพร่ และน่าน ได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่นในรูปแบบขบวนแห่วิถีชีวิต การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมของประเพณีไตลื้อ

สำหรับการจัดงานไตลื้อโลก ได้รับสนับสนุนงบประมาณจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นระหว่าง 16-18 พ.ค.นี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์โคราช เร่งพ่นน้ำคลายร้อน ลดความเคลียดของสัตว์จากสภาพอากาศร้อนจัด

แชร์เนื้อหานี้

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาแล้วหลายวัน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา ในช่วงเวลากลางวัน วัดอุณหภูมิเฉลี่ยได้ประมาณ 36-38 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์ชนิดต่างๆ อาจจะทำให้เกิดอาการหงุดหงิด ไม่ยอมกินอาการ และอาจจะเจ็บป่วยได้ ดังนั้นทางสวนสัตว์นครราชสีมาจึงมีการพ่นน้ำและติดสปริงเกอร์ฉีดน้ำ คลายร้อนให้กับสัตว์ โดยให้เจ้าหน้าที่ ดูแลสุขภาพของสัตว์ทุกตัวอย่างใกล้ชิด ทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาทิ เต่ายักษ์อัลดาบรา งูเห่า งูทับสมิงคลา นกเงือก พญาแร้ง แรดขาว ฮายีนา และสัตว์อื่นๆ ที่ชอบอาศัยอยู่กลางแจ้ง อีกทั้ง มีการทำซุ้มบังแดดเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัตว์เข้าไปหลบแดดในร่มเงาคลายร้อนได้

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมสืบสานประเพณีไทย เล่นน้ำกับสัตว์ป่าน่ารัก 12-16 เมษายน ศกนี้ /อธิบดีอัยการ สนง.คดีปกครอง นำคณะร่วมรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส

แชร์เนื้อหานี้

ชมการแสดงแมวน้ำแสนรู้ทุกรอบ ฟรี!!! ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา จัดกิจกรรมวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 เมษายน 2565 เพื่อร่วมสืบสานประเพณีไทย กับกิจกรรมสรงน้ำพระเสริมสร้างสิริมงคล ทำบุญพระประจำวันเกิด เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย

กิจกรมร่วมรณรงค์การแต่งกายแบบไทย กิจกรรมกองทุนอุปถัมภ์สัตว์ป่า สนุกสนานรื่นเริงกับขบวนมาสคอทเริงร่า ยกทัพสร้างสีสันตลอดทั้งวัน กิจกรรมชุ่มฉ่ำกับเส้นทางอุโมงค์น้ำ, กิจกรรมภายในห้องสมุดมีชีวิต, นิทรรศการข้อมูลความรู้สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม, กิจกรรม DIY ศิลปะเพื่อการอนุรักษ์, กิจกรรมเกมบิงโก สัตว์ป่าและธรรมชาติ การละเล่นพื้นบ้านสืนสานวัฒนธรรมไทย

ชมการแสดงความสามารถของสัตว์นานาชนิด ร่วมสนุกเล่นน้ำสงกรานต์กับสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ฮิปโปแคระ, ส่วนแสดง Mini Zoo, ช้างแอฟริกา, คาปิบาร่า, แรดขาว, และฮิปโปโปเตมัส พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ เข้าชมการแสดงแมวน้ำแสนรู้ 12-16 เมษายน 2568 ฟรี ทุกรอบการแสดง

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ กับสมาชิกใหม่ 3 สายพันธุ์และพร้อมที่จะให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ม้าแคระ สายพันธุ์เชตแลนด์ เพศเมีย ชื่อน้องใบเฟิร์น เกิดวันที่ 1 เมษายน 2568 / อีแลนด์ เพศผู้ ชื่อน้องสงกรานต์ เกิด วัน 5 เมษายน 2568 และ แพะจิ๋ว เพศผู้ ชื่อน้องเมษา เกิด วันที่ 4 เมษายน 2568

จึงขอเชิญชวน ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ส่งเสริม อนุรักษ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย พร้อมทั้งร่วมกิจรรมและรับโปรโมชั่นอีกมากมาย ที่สวนสัตว์นครราชสีมา
สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายรายได้ ธุรกิจและสารสนเทศ 083-3720404 หรือทางแฟนเพจ สวนสัตว์นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

อธิบดีอัยการ สนง.คดีปกครองนครราชสีมา นำคณะข้าราชการในสังกัดร่วมรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส

เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ น. นายเอกคม ด้วงชะเอม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา นำคณะข้าราชการฝ่ายอัยการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา ร่วมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส (อดีตอธิบดีอัยการภาค ๓ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค ๓ และอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค ๓ )

จากนั้นข้าราชการฝ่ายอัยการและเจ้าหน้าที่ร่วมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา และรองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ๒๕๖๘ กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วัฒนธรรมอุตรดิตถ์ ร่วมชูจุดขาย “เที่ยวอุตรดิตถ์ ติดใจ” ชวนสัมผัสความมหัศจรรย์หลากหลายมิติตามแนวคิด 5 must do in Uttaradit หวังดันสู่เมืองน่าเที่ยวศักยภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 มีนาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดกิจกรรมข่าว “เที่ยวอุตรดิตถ์ ติดใจ” ณ เวทีหมู่บ้านภาคเหนือ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ครั้งที่ 43 ภายใต้แนวคิดเสน่ห์ไทย

ชูจุดขาย อุตรดิตถ์เป็นเมืองมหัศจรรย์ผลไม้และเสน่ห์แห่งธรรมชาติที่ผสมผสาน 3 วัฒนธรรม หลากหลายลงตัว (ล้านนา ล้านช้าง ไทยกลาง) พร้อมเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตอกย้ำกระแสทุเรียนฟีเว่อร์ โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ (วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ) นายกรรชกร ประเสริฐ (ประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์)

และนายสมชาย ชมภูน้อย (ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท.) ร่วมแถลงทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ เชิญชวนออกเดินทางท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ มาสัมผัสวิถีวัฒนธรรมเมืองเล็กๆ ที่ สงบ มีเสน่ห์ ชวนหลงใหล ให้ติดใจอยากอยู่นานๆ โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว จาก จ.อุตรดิตถ์ ร้านลมเย็น ร้านลำลำลับแล ร้าน เม็ดมะม่วงหิมพานต์หาดไก่ต้อย พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไทยวนลับแล ชมรมที่พักอุตรดิตถ์

(โรงแรมสีหราช) และสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือร่วมออกบูธเป็นส่วนหนึ่งในงานของ จ.อุตรดิตถ์ ในการนี้ วัฒนธรรมจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวงานในจังหวัดอุตรดิตถ์ช่วงเทศกาลประเพณีสงกรานต์และช่วงทุเรียนหลงหลินอุตรดิตถ์ออกผลผลิต ดังนี้ 11-12 เมษายน งานหลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์ มหกรรมมรดกภูมิปัญญา ณ จวนผู้ว่าฯ หลังเก่าเชื่อมโยงหอวัฒนธรรม

13-15 เมษายน งานอุตรดิตถ์สงกรานต์ Music Festival ณ ถนนหลงหลิน
13-16 เมษายน งานไหลเล่นน้ำสงกรานต์ถนนเส้นท่าเสา-คลองโพ-เกาะกลาง
14-16 เมษายน งานสงกรานต์ปี๋ใหม่เมืองลับแลงไชย ณ วัดท้องลับแล อ.ลับแล
14-16 เมษายน งานสงกรานต์ไท-ยวนน้ำอ่าง ณ วัดไชยมงคล อ.ตรอน
และมาทานทุเรียน

1-4 พฤษภาคม งานอุตรดิตถ์เรชชิ่งคาร์ ไทยแลนด์ ปิดเมืองแข่งรถ เก็บคะแนนครั้งที่ 1 ตัวแทนภาคเหนือ ณ บริเวณรอบสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก
11-19 พฤษภาคม งานประเพณีอัฐมีบูชา ณ วัดพระบรมธาตุ ทุ่งยั้ง อ.ลับแล
30-31 พฤษภาคม งานนุ่งซิ่นกินทุเรียน ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวนลับแล อ.ลับแล

6-8 มิถุนายน งานมหัศจรรย์ทุเรียนหลงหลินอุตรดิตถ์ ณ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อ.เมืองอุตรดิตถ์ ปลายเดือนมิถุนายน งาน 110 ปี มหกรรมอาหารดีวิถีอุตรดิตถ์ ณ จวนผู้ว่าฯ หลังเก่าเชื่อมโยงหอวัฒนธรรม

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายก.อบจ.ขอนแก่น เปิดงานพาแลง และงานเดินแบบการกุศล ในงานการประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดงานพาแลงและงานเดินแบบการกุศล ในงานการประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568 โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ

กล่าวรายงาน ในโอกาสนี้มี นายนาวิน คำเวียง รองนายก อบจ.ขอนแก่น, นายนิรุตติ์ ปานนาค (ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 1) รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น คนที่ 1 นายสำราญ ศรีภา ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นางกฤษดาพร ปติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายบุญแสง พรนิคม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสะอาด นายวิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายสมชาย อ้วนพรมมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชุมแพ นายสุทธิรักษ์ เมืองสอน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน นางอำนวย หงษ์ชุมแพ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองไผ่ นางสาวนัยนา บรรดาศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไชยสอ

นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.บ้านหนองคองผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตพื้นที่อำเภอชุมแพ เข้าร่วมเป้นเกียรติในพิธี ณ ลานหน้าหอประชุมอำเภอชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ ขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดเต็ม “เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568” Songkran Fastival Buengkan 2025

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มี.ค.2568เวลา 18.00 น. ที่บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ และเทศบาลเมืองบึงกาฬ จัดแถลงข่าว “เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568” Songkran Fastival Buengkan 2025 โดยมีนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน

พร้อมด้วย นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มีนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจัดหวัดบึงกาฬ นางสุมิตรา จารุกำเนิดกนก สมาชิกวุฒิสภา นายวาปี เณระสุระ ประธานสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายประชุม จตุเทน ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬนพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ และ พ.ต.อ.อารักษ์ มะสาธานัง รองผบก.ภจว.บึงกาฬ ผู้แทน ผบก.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าว และหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนแขกผู้มีเกียรติร่วมงานแถลงข่าว

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการประกาศจากองค์การ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ดังนั้นงาน “Songkran Festival Buengkan 2025 เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568”
ในปีนี้จังหวัดบึงกาฬ จะมีขบวนแห่สงกรานต์ยิ่งใหญ่ นำเสนอวิจิตรตระการตา สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรม Soft Power ของจังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย.นี้ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติรับรู้ถึงคุณค่าสาระของประเพณีสงกรานต์ไทย หนุนสร้างพลังสร้างสรรค์ Soft Power ให้สร้างมูลค่าและรายได้กับจังหวัดบึงกาฬ

ด้านนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้เป็นปีที่2 ที่จัดงานครั้งนี้เพื่อรองรับการกลับบ้านของชาวบึงกาฬ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดบึงกาฬมากยิ่งขึ้น มีกิจกรรมทางประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในจังหวัดบึงกาฬ รวมถึงกิจกรรมริ่นเริงมากมาย อาทิ คอนเสริต์หมอลำคณะ “รำไพ แสงทอง” คอนเสิร์ต “ธีร์ เร็กซ์” และคอนเสิร์ต “วงฮันแนว” กลองยาว ชุด “ชุดม่วนซื่นสงกรานต์ เครื่องเล่น สไลเดอร์ สระน้ำ

บ้านลม ปาร์ตี้โฟม อุโมงค์น้ำ เป็นต้น เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ไทยซึ่งทางรัฐบาลให้ความสำคัญในการต่อยอดเพื่อผลักดันไปสู่งานเทศกาลระดับโลก จังหวัดบึงกาฬจึงได้จัดงาน Songkran Festival BuengKan 2025 เย็นทั่วหล้ารื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568 อย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีขบวนรถแห่สงกรานต์ทั้ง 24 ชุมชน ในเทศบาลเมืองบึงกาฬ Soft Power ที่จะมานำเสนอเอกลักษณ์ ท้องถิ่นของจังหวัดบึงกาฬ

วันที่ 13 เม.ย. 2568 ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์. ระหว่างวันที่ 13 – 16 เม.ย. 2568 จะมีการเดินทางอย่างคึกคักมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดและจังหวัดอื่น คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนจังหวัดบึงกาฬเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 10,000 คน-และใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนมากกว่า 100 ล้านบาท

ขณะที่นายณรงค์ศักดิ์ สุระพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ คาดว่าประชาชนจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ ร่วมหมื่นกว่าคน การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น ค รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดบึงกาฬอีกด้วย

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล///บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวหัวหิน เซ็ง! รูปปั้น “คนสู้ฉลาม” ประติมากรรมริมหาดมูลค่าเกือบ 4 แสนบาท ตั้งแค่ 2 สัปดาห์ ถูกมือดีทำลาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.68 จากที่ทางเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ ร่วมกับ มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน นำรูปปูนปั้น “คนสู้ฉลาม” ขนาดความสูง 1.90 เมตร มูลค่า 359,000 บาท ที่ถอดแบบมาจากรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่สัญลักษณ์ในอดีตของหัวหินเกือบ 70 ปี ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาและนำกลับมาปั้นตั้งใหม่บนโขดหินริมทะเล

บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมหัวหิน ทางลงชายหาดหัวหิน เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ได้ถ่ายภาพและเป็นจุดเชคอินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ขณะที่เทศบาลเมืองหัวหินเตรียมแนวทางในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมธรรมชาติทะเลอันสวยงาม และได้ทราบเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหิน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า รูปปั้น “คนสู้ฉลาม” ที่ตั้งบริเวณชายหาดหัวหินดังกล่าว ถูกคนทำลายได้รับความเสียเสียหาย จึงไปตรวจสอบพบว่าที่บริเวณฟันฉลามทั้งบนและล่างถูกมือดีทุบหักหายไปทั้งแถบ กลายเป็นฉลามฟันหลอดูแล้วไม่สวยงาม และวาดสัญลักษณ์รูปตาไว้ที่บริเวณช่องปากฉลามแทน
จากการสอบถามชาวหัวหินหลายคนต่างให้ความเห็นว่าดูแล้วไม่สวยงาม อีกทั้ง

รูปปั้นดังกล่าวต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ชายหาดหัวหินเวลานักท่องเที่ยวมาเยือนได้ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกไม่น่าทำลาย สำหรับสัญลักษณ์รูปตาดังกล่าว ที่ผ่านมาหลายปีเห็นมีวาดไว้ทั่วตามที่สาธารณในเมืองหัวหิน ดูแล้วสกปรกตาไม่สมเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับเฉย เมื่อเกิดเรื่องนี้อยากให้ดำเนินการอย่างจริงจังเสียที.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรบุรี ชวนเที่ยวงาน “พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38” ตระการตากับพลุหลากสีบนยอดเขาวัง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.68 ที่บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระนครคีรี) อ.เมือง จ.เพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานพระนครคีรี–เมืองเพชร ครั้งที่ 38 ประจำปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” พร้อมด้วย จ่าสิบเอก ประภาส อินทนู รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ร่วมแถลงข่าว โดยมี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ YEC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานต่างๆ ในชุดไทยอย่างสวยงามร่วมรับฟัง

ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า งาน “พระนครคีรี–เมืองเพชร” เป็นงานประจำปีของจังหวัดเพชรบุรี ที่จัดติดต่อกันมาอย่างยาวนานซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ก.พ. – 2 มี.ค.68 ณ บริเวณพระนครคีรี(เขาวัง) บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และบริเวณโดยรอบ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 9

และเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้ต่อ จ.เพชรบุรี ตลอดจนเพื่อสืบสานศิลปะวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรี โดยจะมีพิธีเปิดในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.68 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมชมขบวนแห่เทิดพระเกียรติ และขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่สวยงามหลากหลายจากทุกภาคส่วน

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ มีการสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร 14 งานช่าง ทั้งงานปูนปั้น งานจำหลักหนังใหญ่ งานฉลุยฝังลายไม้มูก งานแกะสลักไม้ งานตอกกระดาษ งานประดับกระจก งานเขียนลายรดน้ำ งานแทงหยวก ฯลฯ นิทรรศการจัดแสดงและสาธิตวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ 8 ชาติพันธุ์ กิจกรรม DIY งานหัตถกรรมพื้นบ้านหรือผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย(CPOT) นิทรรศการและสาธิตงานศิลปะร่วมสมัย การแสดงศิลปะวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านที่เวทีโรงโขนบนเขาวัง การแสดงเทิดพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ชีวิตเสียงสะท้อนแห่งความทรงจำ “ร่วมย้อนจิรกาล…สู่วิมานพระนครคีรี” ทุกคืน ชมฟรี 200 ที่นั่งต่อวันเท่านั้น พร้อมทั้งได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมสาธิต ภายใต้แนวคิด “เพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO (Phetchaburi City of Gastronomy)”

มีทั้งอาหารชาติพันธุ์ อาหารพื้นบ้าน – พื้นถิ่น ของชุมชน 8 อำเภอ อาหารเชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมอื่นๆ พร้อมทั้งตระการตากับการประดับไฟสีและไฟย้อมแสงโบราณสถานบนพระนครคีรี มีการจุดพลุหลากสีอย่างสวยงามทุกคืน มากกว่า 3,000 ลูก ภายใต้มาตรการป้องกันผลกระทบจากการจุดพลุบนพระนครคีรี

ตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษนอกจากอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายเมนู และได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขทุกรสชาติทั่วบริเวณบนพระนครคีรีหรือเขาวัง และรอบอุทยานฯ ร.4 แล้ว ยังได้มาร่วมทำบุญกับสำนักงานกาชาดจังหวัดเพชรบุรี สลากกาชาดใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย และอย่าพลาด มากดชัตเตอร์ เช็คอิน ชมไฟสีสัน แสง สี เสียง ชมความอลังการจากการจุดพลุ ทุกค่ำคืน พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารแปรรูป และกิจกรรมมากมายจากทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ได้ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ชมรมถ่ายภาพจังหวัดเพชรบุรี จัดนิทรรศการภาพถ่าย และนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainable Tourism และพิเศษสุดกับกิจกรรม Studio ถ่ายภาพกับชุดไทยในคอนเซปต์ “แต่งไทยสไตล์พริบพรี” และจัดทำจุดเช็คอินถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมงาน

โดยเน้นทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์เป็นแบ็คกราวน์ รวมไปถึงการจัดหาร้านชุดไทยในพื้นที่เพชรบุรีมาร่วมกิจกรรมให้เช่าชุดไทยในราคาพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมชมงานได้มีประสบการณ์แต่งไทยสไตล์พริบพรี เที่ยวงานพระนครคีรียามค่ำคืนอีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวเพชรบุรีและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวงานพระนครคีรี -เมืองเพชร ครั้งที่ 38 “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม”ได้ตามวันดังกล่าว.


สลด! สาวทับสะแกผูกคอดับใต้ต้นมะม่วง เหตุเครียดติดหนี้ปั่นสล็อตออนไลน์        วันที่ 13  ก.พ. 2568 พ.ต.ท. สุชาติ รุ่งเรือง รอง ผกก. สส. สภ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์รับแจ้งว่า มีเหตุคนผูกคอตายใต้ต้นมะม่วง หมู่ 2 ต.นาหูกวาง  จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพ น.ส.ณัฐพร ยอดอิน อายุ 22 ปี ที่อยู่ 22/3 หมู่ที่ 10 ต.นาหูกวาง  ในที่เกิดเหตุมีนายสุกิจ เผ่าพัฒน์ สามีแจ้งว่าผู้ตายเครียดจากการเล่นการพนันสล็อตอนไลน์ในโทรศัพท์มือถือ  ทราบว่ามีการยืมเงินผู้อื่นมาเล่น โดยออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 12:00 ของวันนี้ แต่พบผู้เสียชีวิตประมาณ 17:15 น. สอบถาม นายจตุรงณ์ ยอดอิน บิดาและ นายสุกิจฯ สามี ไม่ติดใจใจสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นได้ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลทับสะแกทำการชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือบาดแผลแต่อย่างใด จึงมอบร่างให้ญาติไปดำเนินการตามประเพณี  สำหรับปัญหาจากการปั่นสล็อตออนไลน์ พบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตแล้วหลายรายจากหลายท้องที่จากการผูกคอตาย เนื่องจากมีความเครียดเรื่องหนี้สิน บางรายนำเงิน 10,000 บาทที่ได้รับโอนจากรัฐบาลไปเติมเงินเพื่อเล่นการพนันออนไลน์จนหมดภายในวันเดียว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้องปิยธิดา สาวงามเผ่าถิ่น คว้ามงกุฎธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เวทีกลาง งานงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 จังหวัดน่าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่าที่อยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งจัดประกวด 4 ชนเผ่า คือ ถิ่น/ลัวะ ม้ง เมี่ยน และขมุ

โดยปีนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวด 22 คน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ร่วมมอบรางวัล สำหรับผลการประกวดธิดาดอยในปีนี้ สาวงามชนเผ่าถิ่น หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่านส่งเข้าประกวด

คว้ามงกุฎธิดาดอยประจำปีนี้ไปครอง ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมที่นอนสปริงยางพารา 6 ฟุต มูลค่า 15,900 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัล และสายสะพาย รางวัลรองชนะเลิศธิดาดอย อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง อำเภอปัว ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด12,000 บาท

Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอย อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 10,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอยอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอ

โครงการบ้านสันติภาพและ หจก.ชนากานต์พร็อพเพอร์ตี้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลขวัญใจชาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ส่วนรางวัลธิดาประจำชนเผ่า ธิดาชนเผ่าเมี้ยนได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าม้งได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าถิ่น/ลัวะได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และธิดาชนเผ่าขมุได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจัวหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผช.รมต.กระทรวงทรัพยฯ.สิ่งแวดล้อมเข้าร่วมเวทีประชาคม รับฟังปัญหาฯพื้นที่ต.ท่าแฝก/ททท.น่านหารือประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 นายนราพัฒน์ แก้วทอง (ผู้ช่วยรัฐมนตรี)ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมตรีว่าการกระพรวงพรัพยากรรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมเวทีประชาคมรับฟังปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลท่าแฝกโดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกอบต.กำนันผู้ใหญ่บ้าน สอบต.แกนนำชุมชนและชาวบ้านเข้าร่วมเวที

ด้วยโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ตำบลท่าแฝก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่อยู่บริเวณเหนือเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ห่างจาก
วัดอุตรดิตถ์ ๑๒๘ กิโลเมตร พื้นที่เป็นภูเขาปกคลุมด้วยป่าไม้มีลักษณะสูงชัน สลับชับชับช้อนกันไป ทิศ (ทิศตะวันตกและทิศตะวันออก)

โดยมีพื้นที่รวมทั้งหมด ๔๐๘,๘๗๔ ไร่ เป็นพื้นที่ป่า ๘,๖๒๐ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๘๓ ของพื้นพื้นที่ มีเขตการปกครอง ๙ หมู่บ้าน ประกอบด้วย ม.๑ บ้าน งอมมด ม.๓ บ้านงอมสัก ม.๔ บ้านห้วยผึ้ง ม.๕ บ้านป่าทั้ง ม.๖ บ้านเด่นยาว ม.๗ บ้านวังน้ำต้น ห้วยไผ่ และ ม.๙ บ้านผาผึ้งน้อย มีราษฎรอยู่อาศัยรวม ๑,๕๐๙ ครัวเรือน ประชากร รวม ๔,๕๐๐ คน ราษฎร

ได้รับความเดือดร้อนไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินอยู่อาศัยและที่ทำกิน อยู่ในเขตที่ดินของรัฐ อาทิ ป่าสงวนฯ,อุทยานแห่งชาติ อนุรักษ์ฯ และมีที่ดิน สค.1 บางส่วนที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ หน่วยงานในพื้นที่ประสบปัญหา พัฒนาด้านสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐานได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชนในพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงการ พัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก อันมีผลกระทบต่อการดำรงชีพ และความเป็นอยู่ของราษฎรในตำบลท่าแฝกเป็นอย่างมาก

ผู้นำชุมชนท้องที่ท้องถิ่นตำบลท่าแฝก เครือข่ายชุมชน และประชาชนตำบลท่าแฝกในการ ตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมเวทีประชาคมรับฟังปัญหาสิ่งแวดล้อม
พื้นที่ตำบลท่าแฝก โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านอำภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการยกระดับ

คุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบล ท่าแฝก ได้อย่างถาวรและยั่งยืนซึ่งนายนราพัฒน์ แก้วทองได้เปิดโอกาสให้แกนนำเสนอข้อมูลต่างๆเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ใขปัญหาต่อไป/

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานน่าน ร่วมหารือแนวทางการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน

27 มกราคม 2568 ที่ร้านเฮือนรินน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานน่าน ร่วมกับสื่อมวลชนจังหวัดน่านหารือแนวทางประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่านประจำปี 2568 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน มีแผนดำเนินการส่งเสริมการตลาด

ด้านการท่องเที่ยวร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม ในพื้นที่ และยังเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในจังหวัดน่าน

ดังนั้นเพื่อให้การวางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวปี 2568 รวมถึงการรับฟังข้อคิดที่เป็นประโยชน์เพื่อกำหนด ทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดน่านเป็นเมืองน่านน่าอยู่น่าเที่ยวน่าสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน

มุ่งมั่นการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพพร้อมกับประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยวแน่นขึ้นห่มพระเขาช่องกระจก ขอพรวันปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

DCIM\100MEDIA\DJI_0794.JPG


เมื่อวันที่ 1 ม.ค.68 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในกิจกรรม “ขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพร ประจำปีพุทธศักราช 2568” มี นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมกันเขียนชื่อของตนเองและคนในครอบครัวลงบนผืนผ้าเหลือง

พร้อมอัญเชิญผืนผ้าขึ้นสู่เขาช่องกระจก อ.เมืองประจวบฯ ผ่านบันได 396 ขั้น ห่มองค์พระเจดีย์ที่ประดิษฐานบนยอดเขา และกราบสักการะขอพรพระพุทธมงคลคีรีขันธ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวในวันขึ้นปีใหม่
สำหรับกิจกรรม “ขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพรปีใหม่” เทศบาลเมืองประจวบฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ครั้งแรกในปี พ.ศ.2548 โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 19 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้บรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของ จ.ประจวบฯ

เพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จพระราชดำเนินบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก พร้อมส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเมืองประจวบฯ สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ได้ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาช่องกระจก ได้สัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของเมืองสามอ่าว ตลอดจนเพื่อปลูกจิตสำนึกในการบำรุงพระพุทธศาสนาในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีการห่มผ้าพระบรมสารีริกธาตุให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี เปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมดูแลรักษาความปลอดภัย “ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568”

แชร์เนื้อหานี้

 วันที่ 26 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมดูแลรักษาความปลอดภัย "ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568" และวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานกิจกรรมพัทยากลาง ถนนเลียบชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี

ด้วยศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนได้กำหนดให้ทุกจังหวัดดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยให้ดำเนินการช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2567 ถึง 5 ม.ค. 2568 (จำนวน 10 วัน) เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตทรัพย์สินของประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา และมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ประกอบกับคณะรัฐมนตรี ได้มีมติกำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ

 จังหวัดชลบุรี จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ แสดงถึงความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อาสาสมัคร มูลนิธิ ในการส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

นอกจากการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ยังมีอีกกิจกรรม คือการปล่อยขบวนรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ การกวาดล้างอาชญากรรม และดูแลรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 เนื่องจากจังหวัดชลบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองพัทยา ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และอาจมีมิจฉาชีพแฝงเข้ามาก่ออาชญากรรมจำนวนมาก ทั้งยาเสพติด อบายมุข และการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ จึงต้องบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุร้าย อันตรายต่างๆ และรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่พี่น้องประชาชน

การกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การอ่านสารนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 การมอบนโยบาย การปล่อยขบวนรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ และการกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้ง พลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ องค์การสาธารณกุศล จิตอาสาพระราชทาน และภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนสัมผัสธรรมชาติบ้านโป่งลึก-บางกลอย ดินแดนปกาเกอะญอ ม.ต้นน้ำเพชรบุรี/“หัวหิน” จัดใหญ่ “113 ปี ถิ่นมนต์ขลัง” พานักท่องเที่ยวย้อนยุค สถานีหัวหิน 

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.67 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนและช่างภาพ เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ณ บ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ที่นี่จะได้พบกับหมู่บ้านแห่งแรกของต้นแม่น้ำเพชรบุรี สองชุมชนบ้านบางกลอย-บ้านโป่งลึก ที่มีลำน้ำเพชรแยกออกเป็นสองฝากฝั่งและเชื่อมต่อกันด้วยสะพานแขวนที่ข้ามได้เฉพาะคนกับรถจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เท่านั้น รถยนต์ไม่สามารถข้ามผ่านสะพานแห่งนี้ได้

นางดวงใจ คุ้มสอาด กล่าวว่า หากนักท่องเที่ยวมีเวลาสัก 2 วัน 1 คืน ใช้ชีวิตสไตล์แค้มป์ปิ้ง กับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ low carbon เส้นทางสาย green และชมวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอ สองหมู่บ้านที่นับถือศาสนาพุทธกับศาสนาคริสต์ ยังคงวิถีชีวิตและป่าไว้อย่างแน่นหนา ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสงบ รวมถึงการทานอาหารขันโตกที่มีเมนูน้ำพริกตาละเว ผักต้ม ปลาทอด และอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ต้องมาสัมผัสกับประสบการณ์ Adventure ล่องแพไม้ไผ่บนลำน้ำเพชรบุรี เพียงแค่ 30 นาทีกับแก่งหินและสายน้ำใสจนอดใจไม่กระโจนลงน้ำไม่ได้ ค่าใช้จ่ายล่องแพไม้ไผ่ 1 ลำ/ 3 คน

พร้อมคนถ่อแพ เพียง 550 บาทเท่านั้น
การเดินทางสู่โป่งลึก-บางกลอย ขอให้มาลงทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก่อน และเดินทางจากศูนย์ฯ สู่ที่ทำการหน่วยด่านมะเร็ว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถนนราดยางเพียง 20 กม.และเดินทางต่อบนถนนภูเขาสลับลูกรัง 30 กม.จะถึงหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ใช้เวลาเดินทางรวม 3 ชั่วโมง แนะนำให้ใช้พาหนะรถยนต์ท้องถิ่นหรือรถกระบะยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ ความน่ามาสัมผัสกับประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก สักครั้งในชีวิตที่ต้องมาค้นหา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทรศัพท์ 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” จัดใหญ่ “113 ปี ถิ่นมนต์ขลัง” พานักท่องเที่ยวย้อนยุคในบรรยากาศแสงสีเสียงตระการตาสถานีหัวหิน 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.67 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” พร้อมด้วย นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา

นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมการแถลงข่าว มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นางสาวกิรดา ลำโครัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมรับฟังพร้อมชมการแสดงแสง สี เสียงและสื่อผสม “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” อย่างสวยงามตระการตา

เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ บริษัทบุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด และหน่วยงานต่างๆ กำหนดจัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” ขึ้น ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีชีวิตความเป็นเมืองหัวหินอันเก่าแก่จากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวประวัติของหัวหินในอดีต เช่น วังไกลกังวล สถานีรถไฟหัวหิน สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ตลาดฉัตร์ไชย เป็นต้น รวมถึงการประกอบอาชีพ วิถีชีวิตการกินอยู่ของชาวหัวหินที่มีมายาวนานถึง 113 ปี ให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนรุ่นหลังได้รับทราบ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ความสุขแก่ประชาชน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ แบ่งเป็น 6 โซน โซนที่ 1 “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” การแสดงแสงสีเสียงและสื่อผสม 113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง ชุด “มนต์เสน่ห์จากสมอเรียงสู่หัวหิน” การแสดงที่จะพาคุณไปพบเรื่องราวแห่งมนต์เสน่ห์และปลุกความสว่างไสวแห่งเรื่องเล่าประวัติศาสตร์อันมีความงดงามจากสถาปัตยกรรมสมัยวิกตอเรียนของสถานีรถไฟหัวหินเป็นฉากหลัง / โซนที่ 2 “มนต์กาลแห่งล้นเกล้า” นิทรรศการที่จะพาคุณย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและความผูกพันอันลึกซึ้งของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” กับ “หัวหิน” เมืองเล็กๆ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย / โซน 3 “มนตราแห่งราตรี” นิทรรศการแสงไฟ (Lighting Show) เพลิดเพลินไปกับการประดับประดาดวงไฟที่จะเนรมิตค่ำคืนแห่งลมหนาวให้กลายเป็นค่ำคืนอันอันสุกสกาวท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายอันอบอวลอดีตวันวานของ “สถานีรถไฟหัวหิน” 

โซน 4 “มนต์วิถีแห่งหัตถศิลป์” กิจกรรมสาธิต Art and Craft Workshop ที่คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ และสนุกสนานไปกับการประดิษฐ์งานฝีมือระดับภูมิปัญญาจากศิลปินพื้นถิ่นที่พร้อมจะถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าผ่านงานหัตถศิลป์ อาทิ การสาธิตทำขนมลูกชุบ การสาธิตจากร้านผ้าโขมพัสตร์หัวหิน / โซน 5 “มนต์มหัศจรรย์แห่งแดนดิน” โชว์การเดินแบบย้อนยุคการกุศลชุด “มนต์สมัยแห่งอาภรณ์” ในธีมชุดไทย รัชกาลที่ 7, ชุดแกสบี้ วนิดา และปริศนา จากนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้คลินิกทะเลใจ โรงพยาบาลหัวหิน และ โซน 6 “มนต์จวักพื้นถิ่นแห่งภูมิปัญญา”

การออกบูธอาหารและสินค้าพื้นถิ่นที่จะมาสำแดงรสชาติอันเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชม นอกจากนี้พบกับการประกวดมนต์มหัศจรรย์หนูน้อยหัวหินชิงเงินรางวัล 3 หมื่นบาท วาดลีลาลีลาศไปพบกับวงโฟร์ซิงเกิ้ลและวงค่ายธนะรัชต์ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านแต่งชุดไทยร่วมชมงานดังกล่าวได้ ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตลาดน้ำ4 พัทยา เปิดตัวให้บริการ “เรือสะเทินน้ำสะเทิ้นบก” / The Riviera Santa Monica Jomtien เปิดจอง ลูกค้าไทย-เทศเข้าคิวจองทะลุ 60%

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ตลาดน้ำภาค พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังจังหวัดชลบุรี ได้เปิดให้บริการ “เรือสะเทินน้ำ สะเทินบก” หนึ่งเดียวในประเทศไทย โดย นายมนัส มีพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา จำกัด พร้อมทีมบริหาร พนักงาน และผู้ประกอบการร้านค้า ร่วมเปิดตัวการกลับมาให้บริการของ “เรือสะเทินน้ำ สะเทินบก” ภายใต้แนวคิด “ย้อนอดีตกับเรือเอี้ยมจุ๊นโบราณ”

นายมนัส ประธานฯ ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา เล่าว่า เรือสะเทินสะเทินบก ของตลาดน้ำ 4 ภาค (ฝพัทยา เป็นเรือเอี้ยมจุ๊นโบราณที่ในอดีตเป็นพาหนะที่ใช้นงานขนส่งสินค้าทางการเกษตรจากหัวเมืองภาคกลางตอนเหนือ เพื่อลำเลียงลงมาค้าขายที่พระนคร (หรือกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน) ที่ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา ได้เก็บรักษาและดูแลหมู่เรือเอี้ยมจุ๊นโบราณจำนวน 4 ลำมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

เนื่องจากหมู่เรือเอี้ยมจุ๊นเป็นเรือที่ถือได้ว่าคู่บุญมากับครอบครัว เพราะในสงครามครั้งนั้น ครอบครัวได้ล่องเรือเอี้ยมจุ๊นขนส่งสินค้ามาจากพระนครศรีอยุธยา และมาจอดเรือพักอยู่ที่เชิงสะพานพุทธ ช่วงเวลานั้นมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ทางครอบครัวได้ตัดสินใจถอยเรือออกมาจากสะพาน ทำให้รอดพ้นจากการโดนทิ้งระเบิดของข้าศึกได้ เหตุการณ์ในครั้งนั้นจึงเป็นต้นเหตุของความเชื่อในเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย และเจริญรุ่งเรือง

ดังนั้นตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา จึงได้นำเรือเอี้ยมจุ๊นโบราณที่เก็บรักษาไว้อย่างดี มาดัดแปลงเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน ให้สามารถวิ่งในน้ำเป็นเรือ และขึ้นวิ่งบนบกเหมือนรถยนต์ได้อีกด้วย โดยเรียกขานใหม่ว่า “เรือสะเทินน้ำสะเทินบก” เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส พร้อมนั่งชมทัศนียภาพย้อนอดีตวันวานมาแล้ว ก่อนจะเปิดตัว ให้บริการอีกครั้งพร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ การแสดงมวยทะเล การดวลระนาดเอก และวงดนตรีพื้นบ้าน ได้ตลอดทั้งวัน และทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ Riviera Group ผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ห้องพักที่อยู่อาศัยในเมืองพัทยา โดย คุณเอ๋ สุกัญญา เกล ผู้บริหารฯ ได้เปิดรับจองโครงการลำดับที่ 7 ของ Riviera Group ภายใต้ชื่อโครงการ The Riviera Santa Monica Jomtien ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท

The Riviera Santa Monica Jomtien เปิดจองวันแรก ลูกค้าไทย-เทศเข้าคิวจองทะลุ 60%

The Riviera Santa Monica Jomtien เป็นโครงการอาคารห้องพักความสูง 34 ชั้น รวม 446 ยูนิต เป็นแบบห้องชุด เพนท์เฮ้าส์ 4 ห้องนอน และ 1 ห้องเมด ขนาด 325 ตร.ม. ห้องชุด 3 และ 4 ห้องนอน ขนาด 180 ตร.ม. ห้องชุด 2 ห้องนอน ขนาด 50-73 ตร.ม. และ 1 ห้องนอน ขนาด 29-38 ตร.ม. สนนราคาเริ่มต้นที่ 2.1 ล้านบาท พร้อมเฟอร์นิเจอร์

The Riviera Santa Monica Jomtien ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดระหว่างถนนพัทยา-จอมเทียนสาย 2 (ซ.ชัยพฤกษ์ 1) และถนนสุขุมวิท (ซ.สุขุมวิท-พัทยา 68) บนพื้นที่รวม 3.7 ไร่ มีเส้นทางเข้าออกรวม 4 เส้นทาง เริ่มต้นการก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2568 และจะมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2571

สำหรับในวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับจองห้องพัก The Riviera Santa Monica Jomtien พบว่ามีลูกค้า-เอเยนซี่ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ให้ความสนใจในโครงการนี้ทยอยเข้ารับบัตรคิวในการรับจองห้องพักกันอย่างคึกคัก ซึ่งทีมขายคาดว่าในวันแรกยอดจองจะมีสูงกว่า 60%

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานฤดูหนาวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วาระ 100 ปี ตลอดเดือน ธ.ค.นี้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.67 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า ด้วยพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ค่ายพระรามหก) อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานฤดูหนาว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วาระ 100 ปี ณ สโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ทุกวันเสาร์ตลอดเดือนธันวาคม 67

เริ่มวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.67 เวลา 16.00 น.-18.00 น. ขอเชิญชมการแสดงกีต้าร์ Magical Melodies โดยศิลปิน ฮัคกี้ ไอเคิ้ลมานน์ (Hucky Eichelmann) มาบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และท่วงทำนองของไทยอื่นๆ พร้อมกับการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา จากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบดนตรี (Madanabadha Suite) โดยศิลปินรับเชิญ ภัทราวดี มีชูธน (ศิลปินแห่งชาติ) อานันท์ นาคคง (ศิลปินศิลปาธร) อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

วันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.67 เชิญชมการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ราชนาวี 25 ชิ้น (วง Light Music) กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยการสนับสนุนของกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ร่วมด้วยกรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / เวลา 13.30 น. เปิดหน้าม่านโดยการแสดงลำตัดคณะลำตัดวงรากไทย โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี / เวลา 15.00 น.- 17.00 น. วงดุริยางค์ราชนาวี วันเสาร์ที่ 21 ธ.ค.และวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.67 ชมการแสดงของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา บทเพลงจากคีตนิพนธ์ร่วมสมัย รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง การขับเสภาและการอ่านทำนองเสนาะบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย กวินภพ ทองนาค (นิสิตปริญญามหาบัณฑิต จุฬาฯ) บทเสภาสามัคคีเสวก โคลงอารัมภกถาพระนลคำหลวง มงคลสูตรคำฉันท์ สยามานุสสติ สลับกับการอธิบายที่มาและความหมายของแต่ละบทโดย รศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ)

วันเสาร์ที่ 28 ธ.ค.67 ชมการแสดงของมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง วงดนตรีผู้หญิงล้วนแห่งเมืองเพชรบุรี ทั้งนี้การเข้าพื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน บริจาคค่าเข้าชมตามอัตราปกติ ร่วมชมการแสดงไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสนับสนุนกิจกรรมโดยบริจาคสมทบทุนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี (ด้านดนตรีและการแสดง) มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตามจิตศรัทธา ติดต่อจองที่นั่งในท้องพระโรงในกล่องข้อความเพจ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / Mrigadayavan Palace
ททท.สำนักงานเพชรบุรี จึงขอเชิญผู้ที่สนใจและนักท่องเที่ยวมาร่วมฟังดนตรีทุกบ่ายวันเสาร์ของเดือนธันวาคม 67 แล้วมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากร้านค้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน รายได้เพื่อการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้คงอยู่สืบไป.

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน Colorful Korat

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมกับ จ.นครราชสีมา จัดงาน Colorful Korat ระหว่างวันที่ 20 – 24 พฤศจิกายน 2567 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยกานฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ สวนรัก อ.เมือง จ.นครราชสีมา

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ททท. ขานรับนโยบาย IGNITE THAILAND’s TOURISM : Soft Power & Sustainability โดยนำเสนอควบคู่กับ อัตลักษณ์ความเป็นไทย การผ่านกิจกรรมและเทศกาล Events & Festivals เปิดท่องเที่ยวได้ตลอดปี

เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้วัฒนธรรมไทย เปฺนจุดแข็ง ผ่านการร้อยเรียงเรื่องเราวในมุมมองใหม่ ที่ทันสมัยของภาคอิสาน อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวใน จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถสร้างรายได้และ กระจายสู่ท้องถิ่น ตลอดจนระยะเวลาจัดงาน

นักท่องเที่ยวสามารถสำผัสสีสันในแบบอีสานที่ไม่ควรพลาด ระหว่างวันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 – 22.30น ณ สวนรัก จังหวัดนครราชสีมา ภายในงานพบกับไฮไลต์สุดพิเศษ สัมผัสเอกลักษณ์ชองภาคอิสานในทุกมิติ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็น”ศูนย์” สร้างภาพลักษณ์ “เมืองไทยปลอดภัย” ให้นักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (ด้านความปลอดภัย) เปิดเผยถึงอุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็นศูนย์ว่า จากศูนย์ปฏิบัติการควบคุมความปลอดภัยและการจราจรทางน้ำ กรมเจ้าท่า (ศปก.จท.) สรุปรายงานสถิติอุบัติเหตุทางน้ำ วันลอยกระทง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ไม่พบมีอุบัติเหตุทางน้ำ เหตุการณ์โดยรวมปกติ

จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางทางน้ำ “เทศกาลวันลอยกระทง” โดยแบ่งเป็นส่วนกลาง แม่น้ำเจ้าพระยา เรือด่วนเจ้าพระยา ให้บริการ 46 เที่ยว ผู้โดยสาร 5,547 คน เรือทัวริสต์โบ๊ทให้บริการ 60 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,126 คน เรือไฟฟ้าเจ้าพระยา ให้บริการ 82 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,620 คน เรือโดยสารข้ามฟาก ให้บริการ 924 เที่ยว ผู้โดยสาร 24,351 คน เรือภัตตาคาร ให้บริการ 36 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,100 คน คลองแสนแสบ เรือโดยสารคลองแสนแสบ ให้บริการ 87 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,141 คน ส่วนภูมิภาค เรือโดยสาร ให้บริการ 3,503 เที่ยว ผู้โดยสาร 162,811 คน รวมเรือโดยสารทั้งประเทศ ให้บริการ 4,738 เที่ยว ผู้โดยสาร 213,696 คน

ทั้งนี้ จากมาตรการด้านความปลอดภัยทางน้ำ กรมเจ้าท่า ในช่วงวันลอยกระทง ได้จัดเรือตรวจการณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราความปลอดภัย ทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบ พบว่ามีผู้ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา เรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry เรือโดยสารข้ามฟาก มีปริมาณบางเบา เรือโดยสารให้บริการตามรอบการเดินเรือ สามารถระบายผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเรือตรวจการณ์และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัยที่กรมเจ้าท่ากำหนด

ในส่วนภูมิภาคเขต 1–7 มีการจัดตั้งจุดอำนวยความสะดวก พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ควบคุมเรือคอยติดตามรายงานสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ด้าน พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ประธานอนุกรรมาธิการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวถึงอุบัติเหตุทางน้ำช่วงวันลอยกระทงปีนี้เป็นศูนย์ เกิดจากหลักการที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ นำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้ทุกกิจกรรมความปลอดภัยไร้ซึ่งอุบัติเหตุ หรือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเลย เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบตามมาหลายอย่าง ตั้งแต่บาดเจ็บไปจนถึงการสูญเสียชีวิต แล้วยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศที่พึ่งพิงภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ขอขอบคุณ ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ที่มุ่งมั่นป้องกันภาพลักษณ์ของประเทศ ผ่านการวางแผนและบริหารจัดการความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นศูนย์ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์์เพ็ชร ผบ.ตร. ที่ท่านสั่งการให้ตำรวจน้ำ ตำรวจท้องที่ รวมทั้งกรมเจ้าท่า ช่วยเฝ้าระวังป้องกันเหตุไม่ให้เกิดกับนักท่องเที่ยว

เข้าสู่เทศกาล. ลองกองเมืองลับแล หัวดง อุตรดิตถ์ ตั้งคณะกรรมการเข้มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพลองกอง

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 24 ก.ย.67 จ่าสิบเอกธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง อำเภอลับแล ได้ลงพื้นที่ตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตำบลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อประชาสัมพันธ์การเพิ่มประสิทธิภาพยกระดับลองกอง ที่เกษตกรชาวสวนได้นำมาจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อเพื่อไปจำหน่าย ซึ่งภายในตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตำบลหัวดง ได้มีเกษตกรชาวสวนนำลองกองจากสวนที่คัดช่ออย่างสวยงามนำมาจำหน่ายจำนวนมาก


จ่าสิบเอกธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูกาลของการให้ผลผลิตลองกอง ได้มีเกษตรกรชาวสวนนำลองกองมาจำหน่ายภายในตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตับลหัวดงกันต่อเนื่อง ทางเทศบาลฯจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการในการตรวตสอบมาตรฐานของลองขึ้นมา โดยย้ำ


1.เกษตกรชาวสวนก่อนจะนำมาจำหน่ายให้คัดลองกองก่อน อย่าให้มีลองกองที่มีลูกแตก ลูกเน่า ลูกเขียว และหากพบว่าเจอเม็ดรีบเม็ดเล็กให้เด็ดออก
2.เน้นย้ำไม่ให้มีการนำลองกองที่ร่วงใส่ผสมกับลองกองช่อ ยกเว้นที่ใส่ในเข่งเป็นช่อมาแล้วเกิดการร่วงในระหว่างเดินทางซึ่งไม่เกิน 1 กิโลกรัม



“นอกจากนี้ทางเทศบาลตำบลหัวดง ยังได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับลองกองกองกันอย่างต่อเนื่องภายในตลาดด้วย ดังนั้น จึงอยากจะขอเชิญชวนร่วมสนับสนุนผลผลิตลองกองของเกษตรกร ซึ่งออกสู่ตลาดมากในเดือนกันยายนและตุลาคมนี้ นอกจากช่วยสนับสนุนเกษตรกรแล้วยังเป็นกำลังใจให้กับเกษตรกรในการผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพและยังช่วยกันร่วมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนอีกด้วย” จ่าสิบเอกธวัชชัย กล่าว



นาคา คะเลิศรัมย์ /รายงาน