คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ว่าราชฯจ.นครปฐม เป็นประธานกิจกรรม “ปั่นเลาะรั้ว ทัวร์รอบฐานบิน” เต้นแอโรบิค จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานกิจกรรม ผู้ว่าฯ พาออกกำลังกาย ครั้งที่ 3 “ปั่นเลาะรั้ว ทัวร์รอบฐานบิน” และกิจกรรม เต้นแอโรบิค ณ อาคารแสนเมือง โรงเรียนการบิน กำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

โดยมีนายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล ปลัดจังหวัดนครปฐม พลอากาศตรี ดิษฐพล ชูวงษ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เรือ

อากาศเอกหญิง นาตยา ชูวงษ์ ประธานชมรมคู่สมรสทหารอากาศโรงเรียนการบิน นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน ปลัดอำเภอกำแพงแสน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรมรวมกว่า 300 คน

โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วนเข้าถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัย ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายจนเป็นวิถีชีวิต

เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยใช้กิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นสื่อ ในการปลูกฝังความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รวมถึงพัฒนาเครือข่ายด้านการกีฬา ร่วมกับทุกระดับและทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “ผู้ว่าฯนครปฐม พาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า”

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก หมู่ที่ 2 ตําบลดอนแฝก อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี กล่าวต้อนรับประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า” โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ พร้อมกันนี้ นางพลัศริญญา อมรพันธุ์ศักดิ์ เกษตรจังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานฯ นายจำลอง ชัยชะนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแฝก เป็นผู้กล่าวข้อมูลพื้นที่ตำบลดอนแฝก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดนครปฐม ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดนครปฐม

ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดนครปฐม ผู้แทนศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครปฐม ผู้แทนสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำนักงานประมงจังหวัดนครปฐม ผู้แทนสำงานตรวจบัญชีสหกรณ์นครปฐม ผู้แทนสหกรณ์จังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี นายอาทร สูญจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยพลู นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี สรรพากรอำเภอนครชัยศรี ปศุสัตว์อำเภอนครชัยศรี ประมงอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอนครชัยศรี ผู้แทนบริษัทผู้ส่งออกส้มโอนครชัยศรี เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อสม. ส่วนราชการ บุคลากร เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม

ด้วยอําเภอนครชัยศรี ร่วมกับสํานักงานเกษตรอําเภอนครชัยศรี และสํานักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม ตลอดจนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้ ร่วมกันจัดกิจกรรม “ผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรี ของดีมีเรื่องเล่า” ขึ้นในวันนี้ ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก หมู่ที่ 2 ตําบลดอนแฝก อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ส้มโอ นครชัยศรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถ เข้าถึงแหล่งผลิตส้มโอคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรของจังหวัดนครปฐม ส้มโอนครชัยศรี ถือเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของ จังหวัดนครปฐม มีความโดดเด่นทั้งด้านพันธุ์ คุณภาพ รสชาติ และภูมิปัญญา การผลิตของเกษตรกร

ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI อันเป็นการสะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของผลผลิตที่เชื่อมโยงกับพื้นที่และวิถีชีวิตของชุมชนชาวสวน ส้มโอ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่ง กลไกสําคัญในการนําเสนอเรื่องราวของ ส้มโอนครชัยศรี ตั้งแต่ภูมิปัญญาและ ประวัติสายพันธุ์ การผลิตและการคัดคุณภาพ ตลอดจนการแปรรูปและการ เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และเปิด โอกาสให้เกษตรกรได้พบกับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวโดยตรง อันจะนําไปสู่การ สร้างรายได้และการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม สําหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
การสัมภาษณ์ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อประชาสัมพันธ์ ส้มโอนครชัยศรี ตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพ ของจังหวัดนครปฐมในการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
การจัดนิทรรศการ จํานวน 3 เรื่อง ได้แก่

  1. ประวัติและสายพันธุ์ส้มโอที่สําคัญของอําเภอนครชัยศรี
  2. การแปรรูปส้มโอ พร้อมกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลองยําส้มโอและ หมี่กรอบรสส้มโอ
  3. การแนะนําสวนส้มโอและการเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร
    🍐การสาธิตการคัดคุณภาพส้มโอเพื่อการส่งออก เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานและคุณภาพของผลผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญใน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตร
    การจัดบูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน รวมถึง สินค้า OTOP ของอําเภอนครชัยศรี เพื่อเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่
    การนั่งเรือชมสวนและตัดส้มโอ ซึ่งถือเป็นกิจกรรม Highlight ของงาน โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมตัดส้มโอเพื่อสะท้อนถึง วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของเกษตรกรชาวสวนส้มโอ และเชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

อําเภอนครชัยศรี, สํานักงานเกษตรอําเภอนครชัยศรี, สํานักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม และทีมผู้จัดกิจกรรม ขอขอบคุณ นายมงคลวิทย์ ธนัตแก่นจันทร์ (ลุงเต่า) ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก และครอบครัว ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และการดำเนินการในการจัดกิจกรรมฯ ขอขอบคุณ นายอาทร สูญจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด นายจำลอง ชัยชะนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแฝก ผู้จัดการร้าน Pomelo Café พร้อมด้วยส่วนราชการ และทีมงานทุกท่าน ตลอดจนสื่อมวลชนจากสื่อสำนักต่างๆ ที่สนับสนุน อำนวยการ ให้กิจกรรมฯ ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปดียิ่ง ส่งผลให้ส้มโอนครชัยศรีเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายผู้ว่าพาชมสวนส้มโอนครชัยศรีของดีมีเรื่องเล่าอำเภอนครชัยศรี
กลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอดอนแฝก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อบจ.น่าน ร่วมเปิดการแข่งขัน “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” เวทีแสดงศักยภาพนักเรียนมัธยมศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 กันยายน 2569 ณ อาคารหอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน มีพิธีเปิด โครงการแข่งขันทักษะวิชาการศิลปหัตถกรรมนักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดน่าน “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” โดยมี นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี

การจัดการแข่งขันมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความรู้ ความสามารถ และความถนัดด้านต่าง ๆ ตลอดจนฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ สามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

การดำเนินงานขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “SPARK 3 วิ เชิงรุก” ประกอบด้วย วิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้านบนฐานพหุปัญญา เชื่อมโยงกับการส่งเสริม Soft Power วิถีน่าน และสอดคล้องกับนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน “น่านหนึ่งเดียว” สู่ 5 มิติ

การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2569 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน 150,000 บาท และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน 150,000 บาท รวมทั้งสิ้น 300,000 บาท

ภายในงานจัดการแข่งขันครอบคลุม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวม 173รายการแข่งขัน ใน 5 สนาม ได้แก่ โรงเรียนสตรีศรีน่าน โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน โรงเรียนสา โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ และโรงเรียนนันทบุรีวิทยาพระปริยัติธรรมวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

มีสถานศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันรวม 49 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน 29 โรงเรียน โรงเรียนในเครือข่ายมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน 4 โรงเรียน และโรงเรียนพระปริยัติธรรมในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน 16 โรงเรียน รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งนักเรียน ครูผู้ฝึกสอน และคณะกรรมการดำเนินงาน 6,264 คน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนจังหวัดน่านได้แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะและความสามารถอย่างเต็มที่ พร้อมสืบสานคุณค่าของงานศิลปหัตถกรรม และร่วมขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ของจังหวัดน่านสู่มาตรฐานสากล องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

น่าน อั้ม อธิชาติ” นำทีมดารา และชาวน่านวิ่งส่งต่อพลังดี ๆ ใน “Atis Run Club @ Nan” ร่วมสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้น้อง ๆ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)

วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 05.30 น. ที่ข่วงเมืองน่าน โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) นำโดย นายสถิตพงษ์ หมื่นโฮ้ง ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน และแฟนคลับ ร่วมกิจกรรม “Atis Run Club

Nan” นำโดย “อั้ม” อธิชาติ ชุมนานนท์ พร้อมทีมนักแสดง อาทิ โตส อัครัช, เทป วรชัย, โอ๊ต ภาสกร และโบ๊ท ยงค์ยุทธ ร่วมวิ่งเพื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และร่วมส่งต่อโอกาสดี ๆ ให้กับเด็กและเยาวชนในจังหวัดน่าน

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุน ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์แบบพิเศษ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) หลังโรงเรียนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปกรณ์และสิ่งของต่าง ๆ ของโรงเรียนได้รับความเสียหายและมีความจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ ตลอดจนใช้ประโยชน์ด้านการเรียนรู้และกิจกรรมของนักเรียน

สำหรับกิจกรรม “Atis Run Club @ Nan” กำหนดจัดการวิ่งในพื้นที่บริเวณ ข่วงเมืองน่าน 2 ระยะ 4 กิโลเมตร และ 7 กิโลเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจได้ร่วมออกกำลังกาย พร้อมสัมผัสบรรยากาศและเสน่ห์ของเมืองน่านไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “Sriserm Run for Kids 2026” ในวันที่ 6 ธันวาคม 2569 ณ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร) จังหวัดน่าน โดยเปิดรับสมัครระยะทาง 6 กิโลเมตร จำนวน 4 รุ่น

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 23.59 น. ผู้สนใจสามารถสมัครได้ทาง https://apps.sriserm.ac.th/run-for-kids/ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)

อั้ม อธิชาติ” นำทีมดารา และชาวน่านวิ่งส่งต่อพลังดี ๆ ใน “Atis Run Club @ Nan” ร่วมสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้น้อง ๆ โรงเรียนบ้านดอน (ศรีเสริมกสิกร)บุญยงค์ สดสอาก นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมฯ รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / มรภ.วไลยอลงกรณ์ สระแก้ว จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารผสานศิลป์ “Eat & Art Unlimited” ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสระแก้ว จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาหารผสานศิลป์ “Eat & Art Unlimited : สระแก้วชายแดนเบื้องบูรพา สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ สระแก้ว เพื่อส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยวุฒิ เทโพธิ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงาน

‎การจัดงานมุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และองค์ความรู้สมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด 5F ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fight และ Festival เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้สามารถสร้างมูลค่าและตอบโจทย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การวิ่งการกุศล ,การประกวดไก่พื้นถิ่น ,การประกวดและสาธิตอาหารพื้นถิ่น ,การประกวดศิลปะมวยไทย ,การประกวดหนังสั้นและสารคดี นิทรรศการภาพยนตร์ฟิล์มเก่า และการฉายภาพยนตร์กลางแปลง การประกวดแฟชั่นผ้าขาวม้า การแข่งขันดนตรีสากลนักเรียน การเสวนา “หนังเปลี่ยนเมือง” การแสดงดนตรีและหมอลำชื่อดัง รวมถึงพื้นที่จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น

งาน “Eat & Art Unlimited” ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้นำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว สู่สายตาประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน

‎ทั้งนี้ การจัดงานสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ ในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” โดยนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยมาร่วมขับเคลื่อนชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนจังหวัดสระแก้วอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.

เปิดตัว! “มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์” ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น 12–13 กันยายน นี้

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ โรงแรมเดอะ เวโล โฮเทล แอนด์ บีเอ็มเอ็กซ์ ปั๊ม แทร็ค ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว

จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว เดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน เตรียมจัดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ จังหวัดสระแก้ว” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 ณ ลานสยามมินทร์ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้วมุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายตามวิสัยทัศน์เมืองชายแดนแห่งความสุข โดยนำทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีศักยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย ปี 2569 ในการสร้างคุณค่าและการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจรากหญ้าตามนโยบายของจังหวัด

ด้าน ดร.นภสร โศรกศรี วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ เพื่อสืบสานและเผยแพร่วิถีชุมชนชาติพันธุ์ เพื่อส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนคุณธรรมที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โดยภายในงานแถลงข่าวเริ่มต้นด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุด “รากชาติพันธุ์ ร่มเดียวกัน”

หลังจากนั้นผู้ร่วมแถลงข่าวนำเสนอรายละเอียดการจัดงาน โดยมีรองนายกเทศมนตรีเมืองอรัญประเทศ กล่าวถึงความพร้อมของพื้นที่และความโดดเด่นด้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยว, นางกัญญา มโนเสงี่ยม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก กล่าวถึงบทบาทการสนับสนุนการท่องเที่ยว, และ นายธนโชค เชียรรุ่งโรจน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว ร่วมกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว

สำหรับงาน“มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์” จังหวัดสระแก้ว จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กันยายน เวลา 18.30 น. ชมการแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม: ชุด “ชาติพันธุ์สระแก้ว งามพราวรังสี ธำรงศรีใต้ร่มบารมี” จัดแสดงเวลา 19.00 – 20.00 น. บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ญ้อ จีน และเวียดนาม การแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ชมความสามารถของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เวลา 20.00 – 22.00 น. การเดินแบบชาติพันธุ์ วันที่ 13 กันยายน เวลา 20.00 – 21.00 น. พร้อมตลาดวัฒนธรรมชาติพันธุ์และของดีจังหวัดสระแก้วเพลิดเพลินกับสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น สินค้า CPOT และ OTOP มากกว่า 50 ร้านค้า เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น.

จังหวัดสระแก้วจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสความงดงามของวิถีชีวิต ชาติพันธุ์ และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในวันที่ 12 และ 13 กันยายน 2569 ณ ลานสยามมินทร์ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อบจ.นครปฐม.เปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครู “ราชาวดีเกมส์” รร.ราชินีบูรณะปีการศึกษา 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 2 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนราชินีบูรณะ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เป็นประธานกล่าวเปิดงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครู “ราชาวดีเกมส์” โรงเรียนราชินีบูรณะประจำปีการศึกษา 2569

โดยมีว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์การจัดแข่งขัน การจัดการแข่งขันได้แบ่งคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา ออกเป็น 4 สี คือ สีม่วง สีแดง สีเขียว และสีเหลือง รายการกีฬาที่แข่งขันประกอบด้วยวอลเล่ย์บอล, แชร์บอล, สนุกเกอร์, วิ่งเปี้ยวฮูลาฮูบ, เดินลูกโป่ง,

วอลเล่ย์บอลยักษ์, ปาเป้า และชู้ตบาส ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่ดีให้แก่คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ประชุมปัจฉิมโครงการ Final Meeting ศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร มุ่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมรองรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุม Grand 1 โรงแรมบีเค เพลส จังหวัดบึงกาฬ มีการประชุมปัจฉิมโครงการ (Final Meeting) โครงการศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุม

โอกาสนี้ นายลิขิต แก้วศิริ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาของโครงการ ตลอดจนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่

ภายในงานมี นายชานนท์ ศักดิ์บูรณาเพชร วิศวกรโครงการ ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการศึกษาในด้านวิศวกรรมและแนวทางการพัฒนาเส้นทาง ขณะที่ คุณจิติมา จิตรวรนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดข้อมูลและข้อเสนอแนะด้านการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว

การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางแนวทางพัฒนา “เส้นทางท่องเที่ยวนาคานคร” ให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬอย่างเป็นระบบ เพิ่มศักยภาพด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ตลอดจนสนับสนุนเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ในระยะยาว

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พลังบุญตบเท้าร่วมบริจาคของใช้ให้คนพิการยากไร้ ผ่านงานวันคล้ายวันเกิด “เสี่ยเอ้-มีชัย” คนดังเมืองพัทยา อายุครบ 54 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 ส.ค.69 เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี บริบูรณ์ ของนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ นักธุรกิจชื่อดัง ได้มีการจัดงานวันคล้ายวันเกิดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด โดยในครั้งนี้เจ้าภาพได้กำหนดไม่รับของขวัญขอความร่วมมือผู้ร่วมงานนำสิ่งจองและเครื่องใช้จำเป็นสำหรับคนพิการยากไร้เพื่อส่งต่อให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ภายใต้การดำเนินการของกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง

ในงานพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น มิตรสสาย รวมทั้งบุคคลที่ให้การนับถือเข้าร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 54 ปี ในปีนี้ โดยนำสิ่งของมาร่วมบริจาคจำนวนมาก อาทิ รถวีลแชร์ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับผู้ป่วยพิการจำนวนหลายรายการ พร้อมกันนี้ในงานได้มีบริการอาหารเครื่องดื่มนานาชนิดให้ผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าของวัน

สำหรับ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เสี่ยเอ้” เป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าและบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมและการเมืองท้องถิ่นของเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บทบาทหน้าที่ทางสังคมและการเมืองนั้น ปัจจุบันเสี่ยเอ้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการร่วมพัฒนาท้องถิ่นเมืองพัทยา ดังนี้ 1.ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา (ภายใต้การนำของนายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา) 2.ประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยเมืองพัทยา และ 3.ประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ

ในส่วนธุรกิจและการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในภาคเอกชน เสี่ยเอ้ถือเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จสูงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิงคครบวงจรโดยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เมนท์ จำกัด และผู้บริหารแลนด์มาร์คและโครงการท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Pattaya Water Space แหล่งท่องเที่ยวธีมสายน้ำขนาดใหญ่ และบริการเฮลิคอปเตอร์บินชมวิวเมืองพัทยา 360 องศาภายใต้ชื่อ PATTAYA SKY RIDE (บริษัท เน็กซ์ เจ็น เอวิเอชั่น)

นอกจากงานบริหารและธุรกิจแล้ว นายมีชัยยังเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนในชุมชน และเป็นแกนหลักในการประสานงานเพื่อจัดระเบียบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยาอยู่เสมอ จนเป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นที่รักใคร่ของคนจำนวนมาก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ โครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
นาย บุญนาค พันธ์คง นายกองค์การบริหารส่วนตําบล บ้านหลวง พร้อมพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทนทุกภาคส่วน ชาวบ้านภายในตำบลบ้านหลวง ร่วมปิดโครงการจัดแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านหรือระดับตำบล ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อความสามัคคี ห่างไกลจากยาเสพติด

โดยมี พันเอกสุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จ.นครปฐม ได้เดินทางมาเป็นประธานในการปิดงาน
พร้อมด้วยท่าน สจ. เกียรติศักดิ์ ท่าน สจ อำนาจ ท่าน สจ. บรรทูล
สมาชิกสภาจังหวัดกลุ่มชาวบ้านโดยมี คณะผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ทุกท่าน ให้การต้อนรับ

ตลอดการแข่งขัน ทุกทีมได้ร่วมกันแสดงพลังแห่งความสามัคคี และที่สำคัญคือการได้ใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และมิตรภาพ กับงานการแข่งขันกีฬา
ณ สนามโรงเรียนบ้านหลวงวิทยา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดแล้ว “ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา” ชุมชนท่องเที่ยว นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ” ศาลากลางน้ำ ชุมชนบ้านยางพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

โดยมี ดร.พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม เขต 3 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเปิดตลาดอย่างคึกคักอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแห่งใหม่ ชวนมาสัมผัส วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่กำแพงแสน

และในครั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งกระพังโหม ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน นำโดยนายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสนเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตลาดน้ำชุมชน บ้านยางพัฒนา ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี วิถีชีวิตริมน้ำ เสน่ห์ท้องถิ่น ม.7 ต.ทุ่งกระพังโหม
อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

และยังได้จัดหน่วยปฐมพยาบาลให้บริการให้ผู้ร่วมงาน และ คัดกรองไวรัสตับอักเสบให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้้งนี้ด้วย
และวันนี้บรรยากาศวันเปิดตลาดเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความคึกคัก และความอบอุ่นของคนในชุมชนทั้งอาหารพื้นบ้าน ของดีจากชุมชน และเสน่ห์ของวิถีชีวิตไทยทรงดำ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้เข้ามาสัมผัส

ขอเชิญมาเที่ยวทั้งที อย่าลืมแวะชิมของอร่อย ๆ จากชุมชน
เดินเล่นริมคลอง รับลม ชมบรรยากาศเรียบง่าย
เลือกซื้อสินค้าชุมชน พร้อมสนับสนุนภูมิปัญญาและฝีมือของคนบ้านยางพัฒนาตลาดน้ำแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ของกินของดี

แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราว วิถีชีวิต และความภาคภูมิใจของชุมชนเอาไว้ด้วยกัน ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนาอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมเปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00–15:00 น.

ล่องคลอง จ้องนา กินปลาบ้านยาง
แล้วมาสัมผัสความสุขเรียบง่ายที่ตลาดน้ำชุมชนบ้านยางพัฒนา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ พิธีปิดการแข่งกีฬาตาม โครงการส่งเสริมการแข่งขันกีฬาและกรีฑานักเรียนต้านภัยยาเสพติด กลุ่มโรงเรียนเพชรบัวงาม “ “เพชรบัวงามเกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยโท อรรถชล ทรัพย์ทวี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งกีฬาตาม โครงการส่งเสริมการแข่งขันกีฬาและกรีฑานักเรียนต้านภัยยาเสพติด กลุ่มโรงเรียนเพชรบัวงาม “เพชรบัวงามเกมส์”

โดยได้รับเกียรติจาก พันเอก สุขชาติ สะสมทรัพย์ สส.จังหวัดนครปฐม มาร่วมเป็นประธานในพิธี ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลไทรงาม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการจัดทำโครงการดังกล่าว

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้มีการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เสริมสร้างทักษะทางการกีฬา

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่ดอนตาล เยี่ยม “สิบโทฐากูร” ทหารกล้าบาดเจ็บจากภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา มอบสิ่งของเติมขวัญกำลังใจครอบครัว

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ ผู้แทนนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2)

รุ่นที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 5 บ้านนายอ ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่ สิบโท ฐากูร ปัญญาดี กำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

การลงพื้นที่ครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุยกับสิบโท ฐากูร และครอบครัวอย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความห่วงใยและส่งต่อกำลังใจแก่กำลังพลและญาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีตัวแทนจากภาคเอกชนและสมาชิก พสบ.ทภ.2 ร่วมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว

สำหรับ สิบโท ฐากูร ปัญญาดี เป็นนายทหารสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 (ร.6 พัน.2) ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะและสมองจากสะเก็ดระเบิดของปืนใหญ่ ระหว่างเข้าปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของประเทศ บริเวณ เนิน 677 ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

การเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่มีต่อกำลังพลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า รวมถึงการสนับสนุนจากเครือข่ายภาคเอกชนและ พสบ.ทภ.2 ที่ร่วมกันดูแลและให้กำลังใจครอบครัวของทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติภารกิจ

ทั้งนี้ การให้กำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัวถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากภารกิจรักษาความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวรับรู้ว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และยังมีหน่วยงานรวมถึงเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #กองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #ทหารกล้า #มุกดาหาร #ดอนตาล #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน677 #ช่องอานม้า

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/”กิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา ณ วัดวังน้ำเขียว

แชร์เนื้อหานี้

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน นางสาวรัติยาพร คล้ายมาลา ปลัดอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่

จากที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน และบุคลากรจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และ นักเรียน

สโมสรอินเทอร์แรคท์โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ได้ลงพื้นที่ตำบลวังน้ำเขียว เพื่อร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา

ณ วัดวังน้ำเขียว โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูโกศลธรรมรัตน์ ดร. รองเจ้าคณะอำเภอกำแพงแสน เจ้าอาวาสวัดวังน้ำเขียว

ร่วมกิจกรรมและให้ความเอื้อเฟื้อสถานที่ โดยมี นายยุทธนา สิริปรีชาชาญ นายก อบต.วังน้ำเขียว คณะผู้บริหาร ประธานสภา สมาชิก อบต. และเจ้าหน้าที่ อบต.วังน้ำเขียว ร่วมกับ กำนัน

ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่รพ.สต.วังน้ำเขียว คณะครูและนักเรียนโรงเรียนในเขตพื้นที่ ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกเปิดร้านจิตอาสา เติมรอยยิ้มให้น้องๆ ‘มูลนิธิคุณพ่อเรย์’ เสิร์ฟอาหารฟรี 1,000 ชุด

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยการเข้าร่วมออกร้านจิตอาสาประกอบอาหารแจกฟรี จำนวน 1,000 ชุด ส่งต่อรอยยิ้มให้น้องๆ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา จ.ชลบุรี

ด้วยฉวีวรรณกรุ๊ปร่วมกับมูลนิธิคุณพ่อเรย์ จัดในโครงการ “เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา” โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไต

ในงานมีจิตอาสาทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้สนับสนุนที่มาร่วมออกร้านจิตอาสากันอย่างคึกคัก โดยทีมเชฟจิตอาสาจากสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดทำเมนูภายใต้คอนเซปต์ "ฮักน้อง" เพื่อจัดเลี้ยงแก่เด็ก เยาวชนพิการ และผู้เข้าร่วมงาน เป็นข้าวเหนียวย้อนยุค-หมูปิ้งโบราณจิ้มแจ่ว และข้าวหมกหมูทอด ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจเพื่อสังคมที่สะท้อนถึงความร่วมมือได้เป็นอย่างดี

97 Kitchen ก้าวย่างแห่งการเดินทาง สู่ร้านกะเพราปลา-ตามสั่ง สตรีทฟู้ดพัทยา

ธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ เจ้าของร้าน 97 Kitchen ตั้งอยู่ในซอยเขาตาโล เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ให้ข้อมูลในการทำร้านแห่งนี้ หลังจากได้ผ่านประสบการณ์ธุรกิจร้านอาหารมาแล้วหลายประเภท ด้วยความรักและความชอบในการทำอาหารผ่านการเดินทางในอดีตที่เคยได้ใช้ชีวิตและเรียนรู้ด้านการทำอาหารในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ด้วยครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหารไทยออร์คิดที่เมืองเพิร์ช จึงได้เดินทางไปเรียนรู้ด้วยตนเองตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น

แบงค์ ธีรพงศ์ เล่าด้วยว่า โชคดีที่มีญาติพี่น้องคอยสอนวิธีการทำหารอาหารประเภทต่างๆ ทั้งอาหารไทยและยุโรป ได้เดินทางไปวนเวียนไปทั้งออสเตรเลีย อังกฤษ และไทยอยู่เป็นแรมปี นอกจากได้ความรู้ด้านการทำอาหารจากครอบครัวแล้ว ยังมีเพื่อนๆ ของญาติพี่น้องที่ชอบทำอาหารมาคอยสอน ด้วยความชอบส่วนตัวด้วยเลยจำหลักการทำอาหารได้ และนำประสบการณ์มาเปิดร้านที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นบ้านเกิด จึงคิดว่าความรู้การทำอาหารที่มีจะเป็นอาชีพได้

ส่วนตัวแล้วสามารถทำอาหารได้หลายเมนู ทั้งอาหารไทย นานาชาติ อาหารตามสั่ง เบอร์เกอร์ สเต้ก อาหารยุโรป ที่ผ่านมาได้เปิดร้านมาแล้ว แต่ด้วยการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทำร้านแห่งนี้ที่ชื่อ 97 Kitchen กะเพราปลา อาหารตามสั่งสตรีทฟู้ดเมืองพัทยา รสชาติแห่งการเดินทางที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสรสชาติของคนพัทยาแท้ๆร้าน 97 Kitchen เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่ 11.00-22.00 น. ทางร้านยังบริการรับจัดทำชุดอาหารกล่องสำหรับผู้สนใจในวาระต่างๆ ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 093-003 7545

ของฝากจากพัทยา! ”อาลัวอัดพิมพ์“ ขนมไทยโบราณแปลงโฉม สวยหวาน-ทันสมัย

“ขนมอาลัว” ขนมไทยโบราณที่คุ้นตาในงานมงคล ปัจจุบันถูกนำมาปรับโฉมให้ทันสมัย ด้วยการอัดพิมพ์เป็นรูปดอกไม้หลากหลายแบบ สีสันสดใส สวยหวานน่ารักน่ารับประทาน จนกลายเป็นอีกหนึ่งขนมยอดนิยมสำหรับมอบเป็นของขวัญและของฝากในโอกาสพิเศษน.ส.ศศิร์พัฒกรณ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หรือคุณหนิง เจ้าของร้านขนมหวาน เปิดเผยจุดเริ่มต้นของ “อาลัวอัดพิมพ์” มาจากความชอบส่วนตัวและความอยากทำขนมไทยที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะอาลัว ซึ่งเป็นขนมที่อยู่คู่กับงานมงคลของไทยมานาน

ขนมอาลัวถือเป็นขนมที่มีความหมายเป็นมงคล จึงมักพบในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานขึ้นบ้านใหม่ งานบวช หรืองานวันเกิด และด้วยความเชื่อและความหมายดีๆ นี้ ทำให้อาลัวกลายเป็นขนมที่เหมาะสำหรับนำไปมอบให้แก่ผู้ใหญ่หรือคนที่รักในโอกาสสำคัญด้วยเช่นกันแต่เพื่อให้ขนมไทยชนิดนี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทางร้านคุณหนิงจึงนำขนมอาลัวมาพัฒนาปรับเปลี่ยนให้มีหน้าตาที่ทันสมัยขึ้น โดยใช้การอัดพิมพ์ขึ้นรูปเป็นลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะ รูปดอกไม้ ที่ทั้งสวยและสื่อถึงความสดใสเป็นมงคล และเหมาะกับการนำไปใช้ในงานสำคัญต่างๆ อย่างแท้จริงความพิเศษอยู่ที่ เมื่อเปิดกล่องออกมา จะพบขนมอาลัวดอกเล็กๆ เรียงตัวกันอย่างสวยงาม สีสันหวานละมุน มองแล้วคล้ายของประดับมากกว่าจะเป็นขนมหวานรุ่นลึกที่มีรากเหง้ายาวนานมาจากโปรตุเกส เช่นเดียวกับขนมฝอยทอง จึงเหมาะทั้งสำหรับรับประทานเองและซื้อเป็นของขวัญ

ด้วยหน้าตาที่สวยงาม ทำให้อาลัวอัดพิมพ์ได้รับความนิยมจากลูกค้า โดยมีการสั่งซื้อเพื่อเป็นของขวัญและของฝาก ในเทศกาลสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันแม่ สงกรานต์ และวันคริสต์มาส รวมถึงใช้มอบให้ผู้ใหญ่หรือคนพิเศษเพื่อสื่อความหมายดีๆสำหรับส่วนผสมของขนมอาลัว ประกอบด้วย แป้งสาลี กะทิ และน้ำตาล แม้จะเป็นส่วนผสมที่ไม่ซับซ้อน แต่กว่าจะออกมาเป็นอาลัวชิ้นสวยๆ ต้องอาศัยทั้งเวลาและความพิถีพิถัน โดยเฉพาะขั้นตอนการอบที่ต้องใช้เวลานานกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรอบนอก นุ่มใน และมีกลิ่นหอมกำลังดี

หัวใจสำคัญอีกอย่างคือการควบคุมไฟอบให้พอดี เพราะหากไฟแรงเกินไป ขนมอาจเสียรูปหรือสีไม่สวย ขณะที่การอัดพิมพ์ก็ต้องใช้ความใจเย็นและความละเอียด เพราะดอกอาลัวแต่ละดอกต้องขึ้นรูปอย่างประณีต กว่าจะได้ขนมพร้อมจำหน่ายจึงต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยเฉพาะออเดอร์จำนวนมากที่ต้องสั่งล่วงหน้าคุณหนิง ศศิร์พัฒกรณ์ เจ้าของร้าน ยังบอกด้วยว่า ความสุขของการทำอาลัวไม่ได้อยู่เพียงการได้ทำขนมที่ตัวเองชอบ แต่ยังอยู่ที่การได้เห็นขนมไทยโบราณถูกนำมาต่อยอดจนกลายเป็นของขวัญที่คนรุ่นใหม่อยากซื้อและอยากมอบให้กัน

ส่วนราคาจำหน่ายจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดเซ็ต ยิ่งจัดเป็นกล่องสวยงามก็ยิ่งเหมาะกับการนำไปมอบในโอกาสพิเศษ โดยทางร้านเน้นอาลัวรูปดอกไม้เป็นหลัก เพราะสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายโอกาส ทั้งงานมงคล ของฝาก หรือของขวัญสำหรับผู้ใหญ่อาลัวอัดพิมพ์จึงไม่ใช่แค่ขนมหวานชิ้นเล็กๆ แต่เป็นขนมไทยที่ใส่ทั้งความหมาย ความสวยงาม และความตั้งใจลงไปในทุกดอก เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาของฝากหน้าตาดี มีความหมาย และเมื่อเปิดกล่องแล้วสามารถสร้างรอยยิ้มให้ทั้งคนให้และคนรับได้ในทันที สนใจสอบถามรายละเอียด หรือสั่งซื้อได้ที่เฟซบุ๊ก ศศิร์พัฒกรณ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ 081-293 8487

โรงเรียนมารีวิทย์ เปิดค่ายลูกเสือชั่วคราว ปี 69 สร้าง 7 ฐานปฏิบัติการการเรียนรู้ เสริมทักษะนักเรียน

วันที่ 27 ส.ค.69 ที่สนามกีฬาโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี นายสมพงษ์ อ่อนคำ ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ เป็นประธานเปิดค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2569 โดย มีนักเรียนลูกเสือสำรองและเนตรนารีระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และครูผู้กำกับฐานปฏิบัติการลูกเสือและครูผู้ดูแลรวมกว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมด้วยบรรยากาศที่คึกคัก

ด้วยฝ่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนาวรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้เข้าร่วมและผ่านกิจกรรมตามหลักสูตร และเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในหมู่คณะ ฝึกความมีระเบียบวินัย การช่วยเหลือดนเอง การเสียสละ ตลอดจนการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

นายสมพงษ์ อ่อนคำ ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ เผยว่า กิจกรรมค่ายค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2569 จัดขึ้น โดยมีกิจกรรมฐานปฏิบัติการลูกเสือเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้รวมทั้งสิ้น 7 ฐานปฏิบัติการ โดยในวันนี้จะเป็นในส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และพรุ่งนี้จะเป็น ป.4-6 สิ่งสำคัญที่สุดที่นักเรียนลูกเสือจะได้รับนอกจากความสนุกสนานจากทักษะการเรียนรู้คือความปลอดภัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ลงพื้นที่เชิงรุกพบปะผู้นำชุมชน รับฟังทุกข์ชาวบ้าน ลดความเหลื่อมล้ำเชิงระบบ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่26 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะ ลงพื้นที่จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วม พบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งในการป้องกันปัญหาภัยสังคม ณ บริเวณอาคารปฏิบัติการ (โดมอาคารหอพักนิสิต) สถานีวิจัยและพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยมี นายนิรันดร์ คำล้าน นายอำเภอโคกสำรอง กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อวางแนวปฏิบัติเสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้งกลุ่มผู้นำชุมชน พร้อมรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การร่วมกันแก้ไขปัญหาจากทุกภาคส่วน ตลอดจนมุ่งบูรณาการธรรมาภิบาล

ภาครัฐสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ โดยเน้นการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสมานฉันท์และสันติวิธี เพื่อลดความขขัดแย้งและขจัดความทุกข์ร้อนให้แก่ประชาชน

พร้อมกันนี้ยังมุ่งส่งเสริมธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้หลักการทำงานที่เปิดเผย โปร่งใส มีส่วนร่วม ป้องกันการทุจริต และยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด

เพื่อพัฒนาสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมที่สามารถสานความร่วมมือกับประชาชนในการสอดส่องดูแลพื้นที่ด้วยความเป็นธรรม กิจกรรมในวันนี้ได้รับเกียรติจาก พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวแนวนโยบายการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน

และให้ความรู้ด้านกฎหมายและความโปร่งใสในการดำเนินงานเพื่อป้องกันการทุจริตที่ส่งผลต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ต่อด้วยการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนวัตกรรมการให้บริการและการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 200 คน

จากนั้น มีกิจกรรมเพื่อสาธณประโยชน์ “ผู้ตรวจการแผ่นดินเราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กและอุปกรณ์การกีฬา ให้กับโรงเรียนจังหวัดลพบุรี จำนวน 3 แห่ง เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาการเรียนการสอนและการศึกษาเรียนรู้แก่เยาวชนในพื้นที่ โดยมี พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานในพิธีมอบแก่ผู้แทนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษา ประกอบด้วย

นายมารวย คลังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเพนียด นางสาวจิตติมา ธรรมราชา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านเพนียด และนายประเสริฐ สุดโลก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า จากนั้น เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลเพนียด อีกด้วย  

นอกจากนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้นำรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ (Mobile Unit) ออกหน่วยให้คำปรึกษาข้อกฎหมายและรับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสำเร็จของการสร้างองค์กรธรรมาภิบาล จะเป็นปราการสำคัญที่ช่วยป้องกันความไม่โปร่งใส ลดปัญหาการร้องเรียน และสนับสนุนให้ท้องถิ่นพัฒนางานบริการได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำพาสังคมไทยก้าวสู่สังคมที่เข้มแข็ง ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และมีความยุติธรรมอย่างยั่งยืน

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ / ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อายุวัฒนมงคล ๕๐ ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอ.เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อ.นครชัยศรี จ.ครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมทีมงาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และคณะศิษยานุศิษย์ กราบถวายมุทิตาสักการะ เนื่องในโอกาสมหามงคล อายุวัฒนมงคล ๕๐ ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น. มุทิตาสักการะ อายุวัฒนมงคล 50 ปี พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ ดร.(พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมกราบถวายมุทิตาสักการะ นำโดย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี

พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับ สภ.นครชัยศรี , นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี , นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี , ปลัดอำเภอนครชัยศรี , คุณสุรภาพร จิรักษา ประธาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี พร้อมทีมงาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และคณะศิษยานุศิษย์ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

ร่วมแจกข้าวสารแจกทานบารมี ให้กับประชาชน จำนวน 1,000 ชุดน้อมกราบ นมัสการดร.(พระอาจารย์เต่า)กราบถวายมุทิตาสักการะ แด่พระคุณเจ้า เนื่องในโอกาสมหามงคลนี้ ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้พระคุณเจ้าเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณคุณยิ่งๆขึ้นไป เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ศิษยานุศิษย์ สืบนานเทอญ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / หดหู่ ญาติรับร่าง “พี่เอ๋” อาสาภัยพิบัติฯ เสียชีวิตระหว่างภารกิจช่วยน้ำท่วมน่าน ทีม 10 คน กลับมา 9 คน ถึงโคราชแล้ว เตรียมเผา เสาร์ที่ 29 ส.ค.นี้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่วัดสามัคคี ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังร่างของ นายศุภมงคล รัตนจิตร หรือ “พี่เอ๋” อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภัยพิบัติ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ซึ่งเสียชีวิตระหว่างลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน ถูกนำกลับมายังภูมิลำเนา ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ญาติมิตร และเพื่อนร่วมทีมกู้ภัยที่มาร่วมจัดเตรียมสถานที่สำหรับประกอบพิธีศพ

ร่างของพี่เอ๋เดินทางถึงวัดในช่วงเวลาประมาณ 00.30 น. ก่อนนำเข้าสู่ห้องเย็น เพื่อเตรียมประกอบพิธีรดน้ำศพในช่วงเย็นวันนี้ ขณะที่กำหนดการฌาปนกิจศพเบื้องต้นกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น.เป็นต้นไปนางสาวรัชนี วิมาโคกกรวด อายุ 53 ปี แฟนของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าชุดแจ้งข่าวการเสียชีวิต ยอมรับว่าตกใจและทำอะไรไม่ถูก

เพราะก่อนหน้านั้นพี่เอ๋ยังปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือน้ำท่วมที่ จ.น่าน และส่งข้อความพร้อมภาพสถานการณ์มาให้ดู โดยบอกว่าพื้นที่มีความยากลำบากมากก่อนเกิดเหตุ พี่เอ๋กลับถึงโรงแรมประมาณ 20.00 น. และส่งข้อความมาบอกว่า “หมดแรง” เนื่องจากวันรุ่งขึ้นมีกำหนดฟอกไตตั้งแต่เวลา 05.00 น. แต่แฟนมาเห็นข้อความในช่วงดึก จึงไม่ได้โทรกลับ เพราะเกรงว่าจะพักผ่อนแล้ว กระทั่งรุ่งเช้าเพื่อนร่วมทีมเดินทางมารับเพื่อไปฟอกไต แต่เรียกเท่าไรก็ไม่มีการตอบรับ จึงขอกุญแจจากโรงแรมเปิดห้อง ก่อนพบร่างนอนอยู่ข้างเตียง

เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าอาจเกิดจากภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ทัน โดยพบการตีบของหลอดเลือดหัวใจ 2 เส้น และยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจอย่างละเอียด ทั้งนี้ พี่เอ๋มีโรคประจำตัวและเคยเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับหัวใจ รวมถึงต้องฟอกไตเป็นประจำ แต่ยังคงมุ่งมั่นทำงานจิตอาสาอย่างเต็มกำลังนางสาวรัชนีกล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่อยากให้พี่เอ๋เป็นห่วงครอบครัว เพราะเชื่อว่าเขาทำหน้าที่อย่างดีที่สุดและสมบูรณ์แบบแล้ว พร้อมขอให้หลับให้สบาย หลังทุ่มเททำงานจิตอาสาและช่วยเหลือผู้คนมาตลอด

ด้าน นายเสนอ ศรีจันอัด อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภัยพิบัติ เพื่อนร่วมทีม เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า พี่เอ๋ทุ่มเทกับภารกิจอย่างเต็มที่ โดยระหว่างลงพื้นที่ จ.น่าน มีหน้าที่นำอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคเข้าไปส่งให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย แม้สภาพร่างกายไม่แข็งแรง แต่ไม่เคยบ่นหรือแสดงความเหน็ดเหนื่อย และพร้อมทำงานทุกครั้ง

นายเสนอ กล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เพราะทีมเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.น่าน จำนวน 10 คน และตั้งใจว่าจะเดินทางกลับพร้อมกันทั้ง 10 คน แต่สุดท้ายต้องสูญเสียพี่เอ๋ไป 1 คน เหลือสมาชิกทีมกลับมาเพียง 9 คน“อยากให้พี่ไปสู่ภพภูมิที่ดี พวกเราจะสานต่องานของพี่เขาตลอดไป” นายเสนอ กล่าวการจากไปของพี่เอ๋จึงไม่เพียงสร้างความสูญเสียให้กับครอบครัว แต่ยังเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของเพื่อนร่วมอุดมการณ์

ที่เคยร่วมกันลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะภารกิจครั้งสุดท้ายที่ทุกคนหวังว่าจะได้กลับบ้านพร้อมกัน แต่สุดท้ายทีม 10 คน ต้องกลับมาเพียง 9 คน ทิ้งไว้เพียงความทรงจำของจิตอาสาผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นทั้งนี้ มีกำหนดฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ วัดสามัคคี ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ไทย-ลาวผนึกกำลัง 6 จังหวัด 6 แขวง ยกระดับสาธารณสุขชายแดน ลงนาม MOU เชื่อมระบบส่งต่อผู้ป่วย-คุมโรคสองฝั่งโขง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาระบบสาธารณสุขชายแดน และการจัดทำแผนการพัฒนาระบบสาธารณสุขชายแดน 6 จังหวัด 6 แขวง ระหว่างวันที่ 24–25 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมพลอย พาเลซ จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนางปณิดา พันธุ์โชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด ขณะที่นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงาน

ไฮไลต์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือด้านสาธารณสุขระดับจังหวัดชายแดน ระหว่าง 6 จังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี หนองคาย นครพนม และบึงกาฬ กับ 6 แขวงคู่มิตรของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้แก่ แขวงสะหวันนะเขต แขวงจำปาสัก แขวงสาละวัน นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงคำม่วน และแขวงบอลิคำไซ

ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเชื่อมโยงระบบสาธารณสุขของพื้นที่ชายแดนทั้งสองประเทศให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการส่งต่อผู้ป่วย การเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่อาจแพร่ระบาดข้ามพรมแดน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ

ภายในงานยังมีพิธีมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลแขวงสะหวันนะเขต โรงพยาบาลนครไกสอน พมวิหาร โรงพยาบาลเมืองไซบุลี และโรงพยาบาลเมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขต เพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขของพื้นที่ชายแดน สปป.ลาว

การประชุมได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานด้านสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายไทยมี สพ.ญ.ดร.เสาวพักตร์ ชิ้นจ้อย นายสัตวแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนอธิบดีกรมควบคุมโรค รวมถึงผู้แทนจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) เข้าร่วม ขณะที่ฝ่าย สปป.ลาว มี ดร.รัศมี วงคำซาว รองอธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ คณะแพทย์ และบุคลากรสาธารณสุขจาก 6 แขวงคู่มิตรเข้าร่วม

สำหรับสาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครอบคลุมแนวทางการพัฒนาระบบสาธารณสุขชายแดน การประสานงานด้านการรักษาพยาบาลและส่งต่อผู้ป่วยระหว่างประเทศ การเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อ ตลอดจนการกำหนดแนวทางความร่วมมือระยะต่อไป เพื่อให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขของทั้งสองประเทศสามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพในพื้นที่ชายแดนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ 150 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องจาก 6 จังหวัดชายแดนไทย และ 6 แขวงของ สปป.ลาว โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA)

การจับมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างไทยกับ สปป.ลาว โดยใช้พื้นที่ชายแดนเป็นจุดเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพและการป้องกันโรคระหว่างประเทศ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของประชาชนทั้งสองประเทศตามแนวชายแดนไทย–สปป.ลาว ให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตัวโครงการ “Feel All The Feelings @ Chonburi – The Sea of Feelings” เสน่ห์ริมเล x เก๋าริมทาง x อาร์ตสุดคูล ชู Street Art ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ชุมชนนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสน่ห์ไทย “Feel All The Feelings @ Chonburi – The Sea of Feelings” พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา เข้าร่วม ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยว

ด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ร่วมกับเมืองพัทยาจัดพิธีเปิดโครงการเสน่ห์ไทย “Feel All The Feelings @ Chonburi – The Sea of Feelings” ณ ชุมชนตลาดเก่านาเกลือ เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ชูแนวคิดผสานงานศิลปะร่วมสมัย เข้ากับวิถีชุมชนตั้งเดิม หวังสร้างแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี

โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Experience Economy” หรือเศรษฐกิจแห่งประสบการณ์ ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวไม่ได้แสวงหาเพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่โหยหาความรู้สึก และคุณค่าที่ได้รับจากการเดินทาง โดย ททท. นำ Street Art มาเป็นสื่อกลางในการบอกเล่าอัตลักษณ์ของพื้นที่ พร้อมจัดกิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ Street Food ที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นชื่นชื่อของชุมชนนาเกลือ, Street Art ได้ชมผลงานศิลปะบนกำแพงที่สะท้อนเรื่องราวของพื้นที่, กิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้เปิดประสบการณ์เดินสำรวจชุมชนนาเกลือเพื่อสร้างแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ พลิกโฉมและสร้างความโดดเด่นให้กับพื้นที่ชุมชนนาเกลือ จังหวัดชลบุรี

โดยผ่านผลงานการสร้างสรรค์งานศิลปะบนกำแพง (Street Art) ที่บอกเล่าเรื่องราวและดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสด้วยมุมมองใหม่ และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ ส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และเพิ่มอัตราการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด นำเสนอจังหวัดชลบุรีในมุมมองใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์และมีศิลปะ ตอกย้ำศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมเสมัย

นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า โครงการนี้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของ ททท.ในการส่งมอบ “ความรู้สึก” และ “ประสบการณ์” ที่มีคณค่าแก่นักท่องเทียว โดยการนำศิลปะร่วมสมัยอย่าง Street Art มาผสมสมสานกับวิถีชุมชนตั้งเดิม จะช่วยเนรมิตให้ชุมชนนาเกลือกลาย เป็นแลนต์มาร์กแห่งใหม่ของพัทยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างยังยืน

ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานพัทยา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าโครงการนี้มุ่งสร้างแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวแห่งไหมให้กับชุมชนนาเกลือ ผ่านงาน Street Art ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสพื้นที่ในมุมองใหม่พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีในเชิงไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมสมัย

ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวขอบคุณ ททท. ที่มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ และเลือกจัดโครงการดีๆ ให้เกิดขึ้นที่ชุมชนนาเกลือ พร้อมยืนยันว่าเมืองพัทยาจะร่วมมือ กับชุมชนในการดูแลรักษาผลงานศิลปะและแลนด์มาร์กแห่งนี้ให้คงความสวยงาม สะอาด และปลอดภัย และมีแผนต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับ ททท.ในอนาคต โดยจะเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนนาเกลือ เข้ากับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในพัทยาต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม กว่า 500 คน ร่วมฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันติดเชื้อ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ภายในศาลากลางจังหวัดนครปฐม กว่า 500 คน ร่วมฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของอาการป่วย
ที่ห้องประชุมสนามจันทร์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ

ร่วมกิจกรรมฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยมี นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย นางศิริรักษ์ สุพรรณไพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการร่วมกิจกรรมครั้งนี้โดยในวันนี้ นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม นำคณะทีมแพทย์ พยาบาล ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ให้แก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ภายในศาลากลางจังหวัดนครปฐม กว่า 500 คน

เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของอาการป่วย ลดโอกาสภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น ปอดอักเสบ และลดอัตราการเสียชีวิตได้ โดยแนะนำให้ฉีดเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์และเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ใหม่ในทุกปี ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา การฉีดซ้ำช่วยกระตุ้นภูมิให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่กำลังระบาด นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อในกลุ่มบุคลากรภาครัฐ

ซึ่งสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 10 สิงหาคม 2569 พบผู้ป่วยป่วยเพิ่มขึ้น อัตราป่วย 495.36 ต่อแสนประชากรมีผู้ป่วยสะสม 4,584 ราย และไม่มีผู้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในช่วงที่โรคไข้หวัดใหญ่มีโอกาสแพร่ระบาดได้ง่าย

พร้อมทั้งเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของบุคลากร ตลอดจนการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการและดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ สุโขทัย ลงพื้นที่ 3 อ.ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ระบบไฮดรอลิค เร่งระบายน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา15.30น.ของวัคม 2569นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นำคณะส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจเยี่ยมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ระบบไฮดรอลิค เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดสุโขทัย, นางเนาวรัตน์ เอกภาพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก, นายฤทธิชัย ธรรมแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จากนั้น เวลา 15.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณคลองกลางนา (ทุ่งดาบลอ) ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก เพื่อตรวจติดตามการทำงานของเครื่องสูบน้ำสำหรับเร่งระบายน้ำท่วมขัง ซึ่งติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยระบบสามารถทำงานได้อย่างเรียบร้อย ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองกลางนาลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะลดลงได้มากยิ่งขึ้น หากไม่มีฝนตกหนักในพื้นที่ ทั้งนี้ นายโกเมณ ชาลี นายอำเภอสวรรคโลก ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วย

ต่อมา เวลา 16.10 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณคลองน้ำไหล (คลองยมน่าน) ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ระบบไฮดรอลิค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก โดยเครื่องสูบน้ำดังกล่าวมีศักยภาพในการเร่งระบายน้ำปริมาณมากจากพื้นที่ประสบอุทกภัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจุดที่มีน้ำท่วมขังและพื้นที่ที่เครื่องสูบน้ำทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงหรือระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว

และในเวลา 17.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณคลองแยกเนินปู และคลองหนองบัว ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ รับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ พร้อมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาผลกระทบและลดความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

เชิญท่องเที่ยวในงาน Feel all the feelings@Sukhothai “เสน่ห์ สีสัน สวรรคโลก” จ.สุโขทัย

สุโขทัยเมืองเมืองแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ จัดงานท่องเที่ยวยกระดับประดับย่านการค้าเก่าสตรีทอาร์ทเป็นจุดขาย ผนวกอาหารท้องถิ่น ผสานการแสดงหลากหลาย กระตุ้นการท่องเที่ยว 28 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ณ ย่านการค้าสตรีทอาร์ท อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เวลา 17.00 – 21.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย ร่วมกับเทศบาลเมืองสวรรคโลก มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชนย่านเก่าสวรรคโลก กลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดสุโขทัย (YEC) จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ “เสน่ห์สีสัน สวรรคโลก” ภายใต้โครงการเสน่ห์ไทย Feel all the Feelings ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยสตกแต่งสีสันในบรรยากาศการท่องเที่ยวชุมชน ชูอัตลักษณ์ของสวรรคโลก นำเสนออาหารท้องถิ่น โดยนำผลการวิจัยการท่องเที่ยวของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามด้านมาตรฐานอาหารท้องถิ่นชุมชน ในด้านรสชาติที่จะหายไป รวมทั้งอาหารอร่อยหลากหลายเมนู

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การจำหน่ายอาหารท้องถิ่น Taste of Sawankhalok สินค้าของที่ระลึก เครื่องประดับ งานหัตถกรรม นิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่อง การรับฟังเรื่องราวที่น่าสนใจจากเจ้าบ้านในชุมชนได้ผ่านตู้โทรศัพท์แบบร่วมสมัย พร้อมจุดถ่ายรูปสวย และรับของที่ระลึกภายในงาน ท่ามกลางบรรยากาศร่วมสมัย พร้อมประดับตกแต่งแสงสีอาคารบริเวณย่านสตรีทอาร์ทให้มีความสวยงามวิจิตร และจัดให้มีการแสดงทางวัฒนธรรม และกิจกรรมร่วมสมัย อาทิ การแสดงสิงโตและลิเก การแสดงมายากล สลับกับการแสดงสดตามถนนการค้า Street Show ระหว่างเวลา 17.00 – 21.00 น.

ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานสุโขทัยกล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย และเพิ่มระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยว กระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเงินตราในระบบเศรษฐกิจ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ภายใต้โครงการเสน่ห์ไทย Feel all the feelings

ซึ่งจะนำเสนอขายแหล่งท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่ย่านการค้าเก่าสตรีทอาร์ท อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นจุดขายเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกในระดับนานาชาติทั้งอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตลอดจนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในแหล่งชุมชนที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ อาทิ การ Workshop ลงมือสาธิต ลงยาเครื่องเงิน-ทองโบราณ การทำผ้าตีนจก การทำพระพิมพ์ การทำพระพิมพ์ การทำเครื่องสังคโลก

การวาดลายเครื่องสังคโลก การทำเครื่องปั้นดินเผา การแต่งหน้าเค้ดลวดลายสังคโลก รวมทั้งการท่องเที่ยวสวนเกษตร ซึ่งในช่วงนี้มีผลไม้ทุเรียนหมอนพระร่วงกำลังออกสู่ตลาดจำนวนมาก ฯลฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ช่วยสืบสานอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้หลายด้านทั้งทางด้านอาหาร ศิลปะการแสดง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตแบบร่วมสมัย โดยเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม มีการคัดแยกขยะตามจุดต่าง ๆ พร้อมจัดการถึงปลายทาง และพยายามไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมทั้งด้านเสียง การจราจร

นักท่องเที่ยวผู้สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสุโขทัย โทรศัพท์ 0 5561 6228 – 9 ในวันเวลาราชการ เฟซบุ๊คเพจ: ททท. สำนักงานสุโขทัย กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /อบต.สะเนียน จัดงานของดีตำบลสะเนียน ผลผลิตแห่งขุนเขา หลากหลายชาติพันธุ์ มนต์ขลังสะเนียน น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ อาคารเอนกประสงค์ (โดม) องค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียนจัดงานของดีตำบลสะเนียน ตามโครงการส่งเสริมสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลสะเนียน ประจำปี 2569 โดยมี นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด และ นายอภิชัย พิบูลวิทยา นายก อบต.สะเนียน กล่าวรายงาน

ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่าย สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่น พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ชุมชน และเผยแพร่อัตลักษณ์อันโดดเด่นของตำบลสะเนียน ตำบลสะเนียน เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ

ชาติพันธุ์มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนมีองค์ความรู้ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าเกษตรกรรม และหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากมาย มีอาหารเป็นเอกลักษณ์พื้นที่หลากหลาย คณะผู้จัดงานจึงได้ร่วมใจกันจัดงานนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้

เพื่อประชาสัมพันธ์ สินค้าเกษตรในพื้นที่ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงาะโรงเรียนของกลุ่มแปลงใหญ่เงาะที่สูงสะเนียน อันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ตำบลสะเนียน ที่กำลังจะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูฝนนี้ ตลอดจนผลไม้อื่นๆ

เช่น ทุเรียน อโวคาโด และผลไม้อื่นๆเพื่อประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์ชุมชน ของตำบลสะเนียนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ได้แก่ เครื่องเงิน ผ้าปักชนเผ่า ผ้าเขียนเทียน การจักรสาน เป็นต้น เพื่อสร้างรายได้ และการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตในชุมชนโดยตรง

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงเกษตร เชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชนของตำบลสะเนียน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อสร้างความสามัคคี และร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับ

ความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งทุกภาคส่วนโดยภายในงานประกอบไปด้วย การจัดนิทรรศการแสดงของดีแต่ละชุมชน การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอันงดงาม

การจัดงานในวันนี้มีส่วนราชการต่างๆมาร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดจำนวนมากประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่สนง.วัฒนธรรมจังหวัดน่านเจ้าหน้าที่สนง.เกษตรจังหวัดน่าน จนท.สนง.เกษตรอำเภอเมืองน่านเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่สนง.พัฒนาชุมชนอำเภอเมืองน่าน นายกอบต.รองนายกอบต.

ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน รองนายกเทศมนตรีเมืองไชยสถาน กำน ผู้ใหญ่บ้านตำบลสะเนียน สมาชิก อบต.สะเนียนสนง.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดน่าน#ผลผลิตแห่งขุนเขา#หลากหลายชาติพันธ์ุ#มนต์ขลัง ตำบลสะเนียน บุญยงค์ิสดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /กกต.มุกดาหาร เปิดโครงการเสริมสร้างความรู้เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ ประจำปี พ.ศ.2569 กิจกรรมอบรมเสริมสร้างความรู้หลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพ

โดยมีผู้เข้ารับอบรม ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมุกดาหารและสมาชิกพรรคในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย พรรคเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปไตยใหม่ และประชาชนทั่วไป ณ ห้องประชุมพลอยบอลรูม โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 100 คน

กกต.มุกดาหาร ยกระดับสถาบันการเมือง จัดเสวนาสร้าง “พรรคการเมืองคุณภาพ” มุ่งขับเคลื่อนประชาธิปไตยยั่งยืน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เดินหน้าเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบการเมืองไทย จัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้แก่สมาชิกและตัวแทนพรรคการเมืองในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

การเสวนาในครั้งนี้จัดขึ้นเต็มวัน แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “ความหมายและมาตรฐานของพรรคการเมืองคุณภาพ” เพื่อวางรากฐานให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับหัวใจสำคัญของการเสวนา มุ่งเน้นไปที่ 3 มาตรฐานหลักในการพัฒนาพรรคการเมืองยุคใหม่ ได้แก่
การดำเนินกิจกรรมถูกต้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนและเคร่งครัด
การพัฒนาประชาธิปไตย

การส่งเสริมกระบวนการทางประชาธิปไตยทั้งภายในพรรคและในระดับโครงสร้างสังคมการส่งเสริมการมีส่วนร่วม การเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคการเมืองมีบทบาทสำคัญในการร่วมคิด ร่วมทำ และขับเคลื่อนทิศทางของพรรคอย่างเป็นรูปธรรม

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีตัวแทนและสมาชิกจากพรรคการเมืองต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมกันยกระดับมาตรฐานพรรคการเมืองไทยให้มีความเข้มแข็ง มีธรรมาภิบาล และพร้อมทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนต่อไป. ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าสุพรรณบุรีเปิดงาน “น้องเหน่อ OTOP Market Connect 2026” ปั้นแบรนด์ชุมชน หนุนผู้ประกอบการ OTOP ขยายตลาด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 17.30 น. นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “น้องเหน่อ OTOP Market Connect 2026” ภายใต้โครงการ “สร้างงาน สร้างอาชีพ ประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี” ณ ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนางเอกหทัย พนมอุปถัมภ์ พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงาน

พร้อมด้วยนางฉวี สงวนจิตร นายกเหล่ากาชาดสุพรรณบุรี นายวิชญพรรณ พลอยทับทิม อุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ว่าที่ร้อยเอก ภวัต ปั้นบำรุงกิตน์ คลังจังหวัดสุพรรณบุรีนายสุรศักดิ์ แหล่งหล้า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรีคุณโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่

ศูนย์การค้า อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ
รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุ
รี นางสาวสุดินา แก้วดี ท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้บริหารศูนย์การค้า ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การจัดงานครั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรีได้รับการจัดสรรงบประมาณจากจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อดำเนินโครงการมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มช่องทางการตลาด และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใต้แบรนด์ “น้องเหน่อ” ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พร้อมขยายตลาดออกสู่ภายนอกจังหวัด ทั้งในรูปแบบ On-site และ Online

ภายในงานมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP รวมถึงผู้ประกอบการชุมชน เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวม 50 กลุ่ม/ราย ประกอบด้วย ประเภทอาหาร 27 กลุ่ม/ราย เครื่องดื่ม 3 กลุ่ม/ราย ของใช้ 10 กลุ่ม/ราย ผ้าและเครื่องแต่งกาย 6 กลุ่ม/ราย และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 4 กลุ่ม/ราย โดยจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 20–24 สิงหาคม 2569

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP รวมถึงผู้ประกอบการชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนสามารถเข้าถึงผู้บริโภคและตลาดใหม่ได้อย่างกว้างขวาง

พร้อมกันนี้ ขอให้ผู้ประกอบการใช้โอกาสจากกิจกรรมครั้งนี้ในการประชาสัมพันธ์สินค้า ขยายฐานลูกค้า สร้างเครือข่ายทางการค้า และนำผลตอบรับจากผู้บริโภคไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และช่องทางการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการนำช่องทางดิจิทัลมาใช้ควบคู่กับการจำหน่ายในพื้นที่จริง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีมุ่งหวังให้ “น้องเหน่อ OTOP Market Connect 2026” เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางการตลาด ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดสุพรรณบุรี อันจะนำไปสู่การเติบโตของผู้ประกอบการและชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผบช.ภ.5 ลงพื้นที่จ.น่านเร่งฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ปัว และ อ.เมืองน่าน มอบถุงยังชีพประกอบเลี้ยงอาหารครัวพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและ

บรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตพื้นที่ อ.เมืองน่าน และ อ.ปัว จว.น่าน โดยได้ดำเนินการ ดังนี้

  1. ฟื้นฟูในพื้นที่เขต อ.เมืองน่าน จ.น่าน
  2. แจกของยังชีพให้กับชาวบ้าน อ.ปัว จำนวน 500 ชุด
  3. จัดตั้งครัวพระราชทาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชน จำนวน 2 วัน รวมประมาณ 1,000 กล่อง

ในขณะเดียวกันที่ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีพี่น้องประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนได้นำสิ่งของ เครื่องอุปโภค

บริโภคมาบริจาคอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านโดยในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นวันที่สอง

ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับการบริจาคจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นำไปส่งมอบให้กับ

พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านและยังคงเปิดรับสิ่งของจากประชาชน ถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านโทรศัพท์หมายเลข 053 140052

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รพ.นครปฐม รับการตรวจประเมิน คุณภาพการพยาบาล(NQA)จากกองการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ร่วมต้อนรับ อาจารย์สมจิตต์ วงศ์สุวรรณสิริ พร้อมด้วย ดร.อรรถยา อมรพรหมภักดี

อาจารย์ขวัญนภา ขวัญสถาพรกุล อาจารย์สุพัสตรา เสนสาย ดร.วชิรา โพธิ์ใส และอาจารย์ภราดร ยิ่งยวดในการตรวจประเมิน คุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล (Nursing Quality Assessment : NQA) ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม

ณ ศูนย์ฟอกไตวัดศีรษะทอง(โรงพยาบาลนครชัยศรี) ตำบลศรีษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดศีรษะทอง ที่สอบผ่านธรรมศึกษา ประจำปี พ.ศ.2568 พร้อมด้วยนายแพทย์นเรศ มณีเทศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ข้าราชการ บุคลากร เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมในพิธีฯ

ทั้งนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูปลัดสมาธิวัฒน์ (กาเหว่า ชาติสิริ ) เจ้าคณะตำบลศรีษะทอง เจ้าอาวาสวัดศรีษะทอง เป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่สอบผ่านธรรมศึกษา ประจำปี พ.ศ.2568 ดังนี้

ผู้สอบผ่านธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับชั้นประถมศึกษาจำนวน 16 คน /ระดับชั้นมัธยมศึกษา 24 คน รวมเป็น 40 คน
ทุนละ 500 บาท จำนวนเงิน 20,000 บาท

ผู้สอบผ่านธรรมศึกษาชั้นโท ระดับชั้นประถมศึกษา 16 คน /ระดับชั้นมัธยมศึกษา 30 คน รวมเป็น 46 คน ทุนละ 800 บาท รวมเป็นเงิน 36,800 บาทผู้สอบผ่านธรรมศึกษาชั้นเอกระดับ

ชั้นประถมศึกษา 13 คน /ระดับชั้นมัธยมศึกษา 8 คนรวมเป็น 21 คน ทุนละ 1000 บาท จำนวนเงิน 21,000 บาท ปีการศึกษา 2568รวมทั้งสิ้น 107 ทุน เป็นเงิน 77,800 บาท (เจ็ดหมื่นเจ๊ดพันแปดร้อยบาทถ้วน)
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองผู้ว่าฯจ.เชียงรายเปิดโครงการ”อำเภอยิ้ม อำเภอเคลื่อนที่”  ของจ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

ณ หอประชุมโรงเรียห้วยสักวิทยาคม ต.ห้วยสักอ.เมือง.จ.เชียงราย เวลา09.00 น. นายญาณวุฒิ สุดพิมพ์ศรี นายอำเภอเมือง เชียงราย ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงาน

โครงการ”อำเภอยิ้ม อำเภอเคลื่อนที่”  ของอำเภอเมืองเชียงราย ต่อนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานพิธีเปิดโครงการอำเภอยิ้ม เคลื่อนที่ของอำเภอเมืองเชียงรายที่เปิด ให้บริการประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยสักและตำบลดอยลาน
    

สำหรับอำเภอเคลื่อนที่ครั้งนี้มีหน่วยงานภาครัฐครบทุกหน่วยงาน ตั้งบูธให้บริการประชาชน ให้คำแนะนำปรึกษาปัญหา  บริการตรวจสุขภาพ เพื่อหาไวรัสตับอักเสบบี ตัดผมฟรีแก่ประชาชนที่เดินทางเข้างานเพื่อรับบริการ  มีหน่วยงานดังต่อไปนี้  

ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย สำนักงานพาณิชย์ จังหวัดเชียงราย สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดเชียงราย กรมการข้าวเชียงราย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เชียงราย กระทรวงแรงงาน ประกันสังคมจังหวัดชียงราย สำนักป้องกันภัยที่ 15 เชียงราย  

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 เชียงราย  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองเชียงราย   เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย สำนักงานประมงอำเภอเมืองเชียงราย สำนักงานโยธาธิการผังเมืองเชียงราย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย สภ.เมืองเขียงราย

สำนักงานเกษตรพื้นที่สูงเชียงราย  ซึ่งอำเภอเคลื่อนที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมากเข้ารับบริการ ซึ่งเป็นการลดปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางและลดปัญหาความแออัด ในสถานที่เข้ารับบริการจากหน่วยงานภาครัฐได้เป็นอย่างดี .


#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings @สองสมุทร…สุดสาคร” ซึ่งจัดขึ้น 14–16 สิงหาคม 2569“เสน่ห์ไทย สองสมุทร-สุดสาคร”

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่14 สิงหาคม 2569ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings @สองสมุทร…สุดสาคร” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและนำเสนอเสน่ห์ของจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามในหลากหลายมิติโดยมีนางวรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกอบจ.นาย อภิชาต โพธิ์ถนอม รองนายกอบจ.สมุทรสาคร พร้อมด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมงาน

วัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิตชุมชน ประมงชายฝั่ง และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำเสนอผ่านแนวคิด 5 Must Do in Thailand ครบทั้งการกิน ช้อป ชม เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์ ดังนี้โซนที่ 1 “ตลาดสองสมุทร” อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูป และเมนูซิกเนเจอร์จากวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมเลือกซื้อสินค้า GI และของดีขึ้นชื่อจากทั้งสองจังหวัด อาทิ มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว เกลือสมุทร ส้มโอขาวใหญ่ ปลาทูแม่กลอง น้ำตาลมะพร้าว กะปิคลองโคน รวมถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่
โซนที่ 2 เปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำจริงกับกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดทั้งวัน อาทิ การเพ้นท์ลายเบญจรงค์จากดอนไก่ดี การประดิษฐ์ของที่ระลึกจากวัสดุเหลือใช้ การ

สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Paper Art Thai จากกระดาษเหลือใช้ การเรียนทำขนมไทยโบราณจากบ้านเตาตาล และการสาธิตการทำอาหารสำรับชาววังจากอุทยาน ร. โซนที่ 3 ชวนเรียนรู้เรื่องราวอันทรงคุณค่าของ “สองสมุทร” ผ่านนิทรรศการและการถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนต้นแบบ โดยเฉพาะบ้านท่าฉลอม พร้อมนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้จักและเข้าใจเสน่ห์ของพื้นที่มากยิ่งขึ้นโซนที่ 4 เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมตลอด 3 วัน อาทิ การแสดงเชิดสิงโตและมังกร โขนเด็กจากเยาวชนสมุทรสาคร และระบำสาวนาเกลือ ถ่ายทอดความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสองจังหวัดโซนที่ 5 จุดเช็กอินขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของสองสมุทร เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและแบ่งปันประสบการณ์แห่งความ

ประทับใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Passport สองสมุทร สำหรับสะสมตราประทับเพื่อรับของที่ระลึก และกิจกรรม Lucky Draw ลุ้นรับแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก และของรางวัลจากผู้ประกอบการในพื้นที่การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวบนเส้นทางถนนพระราม 2 ภายใต้แนวคิด “เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย ประหยัดพลังงาน เที่ยวได้เลย”
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /นายก อบจ.นครปฐม เปิดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของสตรี ต.ดอนตูม จ.นครปฐม ปีงบ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของสตรีตำบลดอนตูม จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมด้วย นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, สมาชิกสภาฯ, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม ณ อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา อ.เมืองนครปฐม โดย อบจ.นครปฐม จัดทำโครงการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้มีการรวมกลุ่มอันก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นและส่งเสริมประชาชนให้เห็นความสามารถของกลุ่มสตรี
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /นร.ตื่นเต้น ’วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ปี 69‘ /มารีวิทย์จัดเต็ม!“กลุ่มผลลูกอินทร์ปันสุข”ซื้อชุด นร.แจก 11 โรงเรียน/Alexface ลุยพัทยา โชว์ผลงานสตรีทอาร์ต

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ ได้เป็นประธานเปิดงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมีคณะครูผู้สอน และนักเรียนทุกระดับชั้นเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ทางโรงเรียนมารีวิทย์ได้จัดขึ้นทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระปรีชาสามารถด้านดาราศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในกิจกรรมดังกล่าว มีการแสดงบนเวที การสาธิตการทดลองทางวิทยาศาสตร์ การตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ การออกร้านจิตอาสา ซุ้มเล่นเกมวิทยาศาสตร์และฐานกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบว่านักเรียนต่างให้ความสนใจในกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

อนึ่ง วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันที่รำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ตำบลหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่วงหน้าถึง 2 ปีได้อย่างแม่นยำ พระองค์จึงได้รับการยกย่องเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”

“กลุ่มผลลูกอินทร์ปันสุข” หนุนการศึกษาท้องถิ่น 6.6 แสนบาท ซื้อชุด นร.แจก 11 โรงเรียนเมืองพัทยา

มีรายงานว่า ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ตัวแทนกลุ่มผลลูกอินทร์ปันสุข และทีมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ประกอบด้วย นายนคร ผลลูกอินทร์, ดร.วรพต พงษ์พาลี, นายสาธิต นุชประมูล และนายสิทธิไชย อาจทรง

ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษท้องถิ่น ด้วยการมอบชุดนักเรียนให้แก่นักเรียนโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาทั้ง 11 แห่ง จำนวน 440 ชุด รวมมูลค่า 660,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน มีตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาทั้ง 11 แห่ง เข้ารับมอบชุดนักเรียน ท่ามกลางคณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน

นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่อยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม โดยมองว่า “ชุดนักเรียน” เป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กวัยเรียน และเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบ การมอบชุดนักเรียนจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว พร้อมฝากถึงนักเรียนทุกคนให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ใช้โอกาสทางการศึกษาให้เกิดประโยชน์ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต

ด้าน นายศรชัย เข้มแข็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) เป็นตัวแทนสถานศึกษาในสังกัดเมืองพัทยาทั้ง 11 แห่ง กล่าวขอบคุณนายสกน ผลลูกอินทร์ พร้อมทีมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง กลุ่มผลลูกอินทร์ปันสุข และผู้ใหญ่ใจดีที่ร่วมกันสนับสนุนชุดนักเรียนในครั้งนี้ ซึ่งจะนำไปส่งต่อให้แก่นักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองโดยตรง ถือเป็นการร่วมกันส่งต่อสิ่งของที่จำเป็นต่อการศึกษา พร้อมเติมโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้มีความพร้อมในการเรียนมากยิ่งขึ้น

นทท.เมืองกรุงยิ้มไม่ออก เที่ยวพัทยาขากลับซื้อปูม้าไข่ตลาดลานโพธิ์นาเกลือ แต่เจอปูเน่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวชาวกรุงเทพมหานครฯ รายหนึ่ง แจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘สายตรงพี่เบียร์ พัทยา‘ หลังเดินทางมาเที่ยวเมืองพัทยา และได้ใช้บริการซื้ออาหารทะเลเป็นปูม้าไข่จำนวน 1 ก.ก. ในราคา 340 บาท จากร้านแห่งหนึ่งในตลาดลานโพธิ์นาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยพนักงานของร้านเป็นคนเลือกปูให้

เมื่อเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ เมื่อแกะออกมากลับพบว่าปูม้าไข่ที่ซื้อมาเป็นปูเน่าทั้งหมด แต่ของร้านอื่นยังสดอยู่ จึงอยากให้ตรวจสอบร้านดังกล่าวด้วย เพราะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเมืองพัทยา ด้วยความที่อยากได้เงินคืนแต่ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์จึงฝากเรื่องผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจดังกล่าวให้รับทราบ เพื่อติดต่อเจ้าของร้านให้แสดงความรับผิดชอบ จึงประสานเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาตรวจสอบเพราะทำให้เสียภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาอย่างมาก

ต่อมา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยามอบหมายฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักปลัดเมืองพัทยา, ฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข, ฝ่ายสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ลงตรวจสอบร้านขายปูดังกล่าวตามที่ผู้ร้องแจ้งมา เจ้าของร้านขายปูจึงได้ดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ร้อง และทางสาธารณสุขได้มีการคาดโทษไว้เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม หลังเฟซบุ๊กแฟนเพจ สานตรงนายกเบียร์ พัทยา ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก พบว่ามีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดเรื่องทำนองนี้หลายครั้ง จึงอยากเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังด้วยการเลือกซื้อาหารทะเลด้วยตนเอง อย่าปล่อยให้คนงานของร้านเลือกให้ อาจเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นได้ ซึ่งไม่น่าจะเกิดในเมืองพัทยา

ศิลปินกราฟฟิตี้ดัง Alexface ลุยพัทยา โชว์ผลงานสตรีทอาร์ต ปลุกสีสันตรอกโรงยา บ้านนาเกลือ

มีรายงานว่า กลุ่มศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังของไทย นำโดย Alex Face หรือพัชรพล แตงรื่น ศิลปินไทยเจ้าของคาแรกเตอร์เด็กหน้าบึ้งใส่ชุดกระต่ายที่มีผลงานดังไกลทั่วโลก ได้ลงพื้นที่บ้านนาเกลือ พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อรังสรรค์ผลงานศิลปะสร้างสีสันในเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความหลากหลาย

โดยทางคณะศิลปินได้เลือกกำแพงและผนังของอาคารภายในตรอกโรงยา ซึ่งเป็นซอยเก่าแก่ในชุมชนนาเกลือที่ยังมีเสน่ห์ความคลาสสิกหลงเหลือ เพื่อแสดงผลงานศิลปะสตรีทอาร์ท ไว้เป็นจุดเช็คอินหรือถ่ายภาพที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเดินทางยังเมืองพัทยา ซึ่งบ้านนาเกลือยังมีเอกลักษณ์น่าสนใจอีกหลายอย่าง

อนึ่ง ศิลปินกราฟฟิตี้ คือผู้สร้างสรรค์งานศิลปะบนพื้นที่สาธารณะหรือกำแพง โดยใช้สเปรย์หรือสีพ่นเพื่อสื่อสารเรื่องราว สังคม หรือตัวตน ผ่านงานศิลปะที่ผู้คนสามารถมองเห็นได้ในที่สาธารณะ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยทั่วไป ศิลปินกลุ่มนี้มีทั้งระดับโลกและศิลปินไทยที่สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /พิธีฉลองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกวด Line Dance ของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น.โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา อำเภอแม่สาย จังหวัด​เชียงราย​ ได้รับ รางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทาน​พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ​การประกวดไลน์แดนซ์กรมพลศึกษา 2569​

นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย มอบหมายให้นายจิรวัฒน์ ดีวะรัตน์ ปลัดอำเภอ เป็นประธานในพิธีฉลองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในการประกวด Line Dance ของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัย ได้ใช้กิจกรรมการออกกำลังกาย กีฬา และนันทนาการ เพื่อพัฒนาสุขภาพ และสมรรถภาพทางกาย

โดยผลการประกวดไลน์แดนซ์ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ปรากฏว่า ชมรมแอโรบิกเพื่อสุขภาพ รักดรุณฯ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลชนะเลิศ และได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลพระราชทาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จิตอาสาบึงกาฬรวมพลัง ลงแขกดำนา “ดำนาวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” สืบสานวิถีเกษตรไทย สร้างพลังสามัคคีชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรม “ดำนาวันแม่เกี่ยววันพ่อ” ณ แปลงนาสาธิต 15 ไร่ บ้านโพธิ์น้อย – บ้านหนองสิมพัฒนา ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย คณะทำงานจิตอาสาจากหลายจังหวัด และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานวิถีชีวิตและภูมิปัญญาการทำนาของคนไทย โดยเฉพาะประเพณี “ลงแขกดำนา” ซึ่งสะท้อนถึงความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลและความสามัคคีของคนในชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรตามแนวทาง เกษตรทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าต่อชุมชน เพราะไม่ได้เป็นเพียงการร่วมกันปลูกข้าว แต่ยังเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พร้อมชื่นชมคณะทำงานจิตอาสาและทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของชุมชน

สำหรับแปลงนาสาธิต 15 ไร่ ดำเนินงานในรูปแบบผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน เยาวชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 ในการขับเคลื่อนโครงการแปลงนาสาธิต โดยพื้นที่อำเภอเซกาดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และมีเป้าหมายขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างร่วมแรงร่วมใจกันลงแขกดำนา ท่ามกลางความสนุกสนานและความสามัคคี สะท้อนพลังของจิตอาสาและความร่วมมือของทุกภาคส่วน

ด้าน คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย คณะทำงานจิตอาสาจากทุกจังหวัด และพี่น้องประชาชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจนกิจกรรมสำเร็จลุล่วง พร้อมย้ำแนวคิดการทำงานของคณะทำงานว่า

“สิ่งไหนที่ทำด้วยใจ สิ่งนั้นยิ่งใหญ่เสมอ”กิจกรรม “ดำนาวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับวิถีเกษตรดั้งเดิม พร้อมสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งต่อพลังแห่งความสามัคคีให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในชุมชนจังหวัดบึงกาฬ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 36 ปี รำลึกกำลังพลผู้เสียสละ พร้อมเผยแพร่ภารกิจทหารเพื่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่สโมสรนายทหาร ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 36 ปี โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน พร้อมด้วยคุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ดร.ธาราทิพย์ วงษ์บรรณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 38 นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน อดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38

พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารในพื้นที่ กำลังพล และครอบครัว เข้าร่วมพิธภายในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยและกำลังพล พร้อมรำลึกถึงกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตลอดจนเชิดชูเกียรติและสานต่อภารกิจของหน่วยในการดูแลความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน

สำหรับมณฑลทหารบกที่ 38 มีประวัติการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน ย้อนไปเมื่อปี 2509 จังหวัดน่านได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงและการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ กองทัพบกจึงได้จัดกำลังเข้ามาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ต่อมาในปี 2512 ได้จัดตั้งหน่วย “จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ (ส่วนแยกน่าน)” เพื่อสนับสนุนหน่วยทหารในพื้นที่ ก่อนแปรสภาพเป็น “จังหวัดทหารบกน่าน” ในปี 2533 และเปลี่ยนเป็น “มณฑลทหารบกที่ 38” ในปี 2558 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 36 ปี

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มณฑลทหารบกที่ 38 ได้สนับสนุนกำลังพล สรรพกำลัง และยุทโธปกรณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะภารกิจด้านการบรรเทาสาธารณภัยและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในช่วงฤดูฝน

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากโครงการ “ทหารพันธุ์ดีน่าน” นำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ของหน่วยมาจัดแสดงและจำหน่าย สะท้อนแนวทางการพึ่งพาตนเองและการสร้างประโยชน์ให้แก่กำลังพลและประชาชน ขณะที่โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์นำชุดแพทย์เคลื่อนที่มาให้บริการ พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพและการป้องกันโรคเบื้องต้น

อีกทั้งยังมีการจัดแสดงภารกิจของชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 เพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงศักยภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และสาธารณภัยรูปแบบต่าง ๆ

การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 38 ในครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการรำลึกถึงประวัติศาสตร์และกำลังพลผู้เสียสละ ตลอดจนสะท้อนบทบาทของกองทัพในการดูแลประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การส่งเสริมอาชีพ การดูแลสุขภาพ และการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อความสงบสุขและประโยชน์ของประชาชนในจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง

มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 36 ปี รำลึกกำลังพลผู้เสียสละ พร้อมเผยแพร่ภารกิจทหารเพื่อประชาชน/บุญยงค์ สดสอาเ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม ฯรายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/จัดเสวนาใหญ่ “คิด พัฒนา สร้างมูลค่า สู่ความสำเร็จ” ดันแปรรูปสินค้าเกษตรพิกุลทองฯ เจาะตลาดไทย-อินเตอร์ ชู “ส้มแขก-ดาหลา-น้ำผึ้งชันโรง”

แชร์เนื้อหานี้

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปิดเวทีเสวนาถกทิศทางอนาคต “คิด พัฒนา สร้างมูลค่า สู่ความสำเร็จ” ในงานชมศูนย์ศึกษาฯ ครั้งที่ 27 ดึง กปร. มหาวิทยาลัย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยผนึกกำลัง ร่วมถอดรหัสยกระดับอัตลักษณ์ผลผลิตชายแดนใต้ ทั้งกิมจิผักกูด น้ำผึ้งชันโรง ชาดาหลา และเครื่องดื่มส้มแขกโซดา พร้อมอัดฉีดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และช่องทางตลาด หนุนเกษตรกรในพื้นที่เปลี่ยนสินค้าชุมชนสู่สินค้านวัตกรรมสร้างรายได้งดงาม

วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ได้มีการจัดเวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “คิด พัฒนา สร้างมูลค่า สู่ความสำเร็จ” ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญส่วนหนึ่งของงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชปณิธาน สานประโยชน์สุขสู่ปวงประชา”เพื่อหาแนวทางร่วมกันระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ในการพัฒนาอัตลักษณ์เกษตรแปรรูปชายแดนใต้ไปสู่ระดับสากล

โดยได้รับเกียรติจาก นายอภิศักดิ์ สุรวิสูตร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพื้นที่ 4 (ภาคใต้), นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ, ผศ.ดร.นิรันดร หนักแดง รองคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และ นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทิศทางการพัฒนาอย่างเข้มข้น โดยมี นางสาวปพิชญานันท์ เทพรักษ์ นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร ปราชญ์ชาวบ้าน ครู อาจารย์ ตลอดจนนักศึกษา เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก

ช่วงการเสวนาในรอบแรก นายอภิศักดิ์ สุรวิสูตร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพื้นที่ 4 (ภาคใต้) สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและการอนุมัติงบประมาณว่า ปัจจุบัน สำนักงาน กปร. มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ “กินได้จริง” และสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรโดยไม่อยู่เพียงแค่ขั้นตอนการวิจัยทดลอง แต่ต้องเชื่อมโยงไปถึงการส่งเสริมอาชีพเชิงพาณิชย์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ศูนย์ฯ พิกุลทองฯ สามารถเป็นต้นแบบในการสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ยึดหลักภูมิสังคมตามแนวพระราชดำริ

ด้าน นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ชี้แจงถึงการสนองพระราชดำริและนโยบาย กปร. ในยุคปัจจุบันว่า ศูนย์ฯได้ปรับบทบาทรุกหนักด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างตัวอย่างนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นของจังหวัดนราธิวาสและชายแดนใต้ อาทิเครื่องดื่มโซดารสส้มแขก และ เครื่องดื่มโซดารสดาหลา ที่ให้ความสดชื่นและคงคุณประโยชน์ทางสมุนไพร น้ำผึ้งชันโรง คุณภาพสูง กิมจิผักกูด และ กิมจิกระเจี๊ยบเขียว การฟิวชันเมนูสุขภาพตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ชาใบหม่อน และ ชาดาหลา ชาเพื่อสุขภาพกลิ่นหอมเฉพาะตัวนางสายหยุดระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เพียงเพื่อการสาธิต แต่เพื่อเป็นพิสูจน์ให้เห็นว่า พืชท้องถิ่นที่เคยถูกมองข้าม สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมหาศาล

ขณะที่ ผศ.ดร.นิรันดร หนักแดง รองคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มรน.) ได้วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์แปรรูปของศูนย์ฯ ในมุมมองนักวิชาการว่า จุดเด่นที่ชัดเจนคือ “อัตลักษณ์วัตถุดิบดิบพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์สูง” เช่น ส้มแขก ดอกดาหลา และผักกูด ซึ่งมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดสายสุขภาพอย่างไรก็ตาม ข้อที่ต้องเร่งปรับปรุงหรือเติมเต็ม (จุดด้อย) คือ เรื่องของ “อายุการเก็บรักษา (Shelf Life)” มาตรฐานกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้ดึงดูดใจ และการเล่าเรื่องราว (Storytelling) ผลิตภัณฑ์

โดยในรอบที่ 2 ผศ.ดร.นิรันดร ย้ำว่า มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมใช้ศักยภาพตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สำนักงาน กปร. ในการลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีการถนอมอาหาร การคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตลอดจนการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานความปลอดภัย ให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกัน เพื่อให้สินค้าชุมชนพร้อมออกสู่ตลาดในวงกว้างด้าน นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงบทบาทการเชื่อมโยงภาคการเกษตรกับภาคธุรกิจว่า สมาพันธ์ฯ พร้อมทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมการตลาด” โดยนำนวัตกรรมและเครือข่ายธุรกิจเข้ามาช่วยเกษตรกร ในส่วนของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถือเป็นพื้นที่ศักยภาพสูงมาก

กลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์และมีโอกาสเติบโตสูงทั้งในและต่างประเทศ คือ “อาหารฮาลาลนวัตกรรม” “เครื่องดื่มสุขภาพจากพืชอัตลักษณ์ชายแดนใต้” และ “สมุนไพรบำรุงสุขภาพ” เนื่องจากตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศกลุ่มมุสลิมและกลุ่มผู้บริโภคสายสุขภาพ มีความต้องการสินค้าเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง หากศูนย์ฯ พิกุลทองฯ และเกษตรกรสามารถควบคุมคุณภาพ ผลิตในปริมาณที่สม่ำเสมอ และมีการรับรองมาตรฐานฮาลาลที่ถูกต้อง สินค้าจากนราธิวาสก็พร้อมก้าวไปสู่ตลาดระดับสากลได้อย่างแน่นอน

สำหรับการเสวนาในครั้งนี้ทุกฝ่ายได้สรุปแนวทางร่วมกันว่า จะร่วมมือกันขับเคลื่อนแบบบูรณาการ โดย กปร. สนับสนุนงบประมาณและนโยบาย, ศูนย์ฯ พิกุลทองฯ เป็นฐานผลิตและต้นแบบวิจัย, มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เติมเต็มองค์ความรู้เทคโนโลยี และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ขยายช่องทางการตลาดนอกจากกิจกรรมเสวนาแล้ว ในวันเดียวกันศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ยังได้เปิดการอบรมหลักสูตรฝึกอาชีพระยะสั้นให้แก่ประชาชนทั่วไป ได้แก่ หลักสูตร “แหนมเห็ด อร่อย สร้างรายได้” โดย นางกัญญ์ชญา น้อยสร้าง และหลักสูตร “สบู่น้ำผึ้งชันโรง” โดย นางสาววิภารัตน์ กุลจรัสบรม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมฝึกปฏิบัติจริง เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดสร้างอาชีพเสริมและสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรมตามพระราชปณิธานต่อไป
//////////////
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดยิ่งใหญ่! “Flow of Lanna Textile”ดันซอฟต์พาวเวอร์ผ้าทอล้านนาตะวันออก สู่เศรษฐกิจ และ การท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 นำโดย จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ได้จัดการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ
“Flow of Lanna Textile งานมหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนสัมพันธ์ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
2″ ขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อโชว์ศักยภาพของทุนทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะ “ผ้าทอล้านนา” ให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้วาราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีที่มาจากเป้าหมายการพัฒนาของกลุ่ม
จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่ และม่งเน้นการพัฒนาสู่การเป็น “ฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ” โดยยึดเป้าหมายหลักคือ “ท่องเที่ยวบนพื้นฐานวัฒนธรรมร่วมสมัย ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร สิ่งแวดล้อมยั่งยืนเศรษฐกิจมั่นคง”โดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 นี้มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยเฉพาะภูมิปัญญาวัฒนธรรมผ้าทอล้านนา ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่อ โครงการนี้จึงเป็นการผลักดัน นโยบาย Soft Power เปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมเป็นทุนทางเศรษฐกิจ และสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมผ้าทอให้เติบโต อย่างยั่งยืน

นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน กล่าวเสริมว่า โครงการนี้มุ่งพัฒนาผ้าทอล้านนาอย่างครบวงจร เริ่ม
ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านกิจกรรม Workshop และ Young Designer & Young Startup Camp 11 จนถึงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งผลิต ไฮไลด์สำคัญคือการจัดงาน “Flow of Lanna Textile งานมหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนสัมพันธ์ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2” ซึ่งจะหมุนเวียนจัดใน 4 จังหวัด ได้แก่

จังหวัดพะเยา: วันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ Top Plaza
จังหวัดแพร่: วันที่ 2-4 กันยายน 2569 ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9
จังหวัดเชียงราย: วันที่ 12-14 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย
จังหวัดน่าน: วันที่ 25-29 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน

ภายในงานมหกรรมฯ พบกับนิทรรศการผลงานการออกแบบผ้าทอแพรพรรณล้านนา นิทรรศการเส้นทางท่องเที่ยว
แพรพรรณผ้าทอล้านนา Fashion Show ผ้าทอล้านนาร่วมสมัย ผลิตภัณฑ์ชุมชนและงานอออกแบบจากผู้ประกอบการ 40 ราย จาก 4 จังหวัด และ Workshop สร้างสรรค์งานผ้า เติมแรงบันดาลใจ รวมถึงการประกวดออกแบบ
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั้นล้านนาตะวันออก ชิงเงินรางวัลรวม 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนนักออกแบบและ
ผู้ประกอบการ

ด้าน นางสาวธีรวรา ริพล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านหัตกรรมผ้า ตัวแทนภาคเอกชน เน้นย้ำถึงความสำคัญของการผสาน”การออกแบบเชิงสร้างสรรค์” และ “กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล” โดยนำเอกลักษณ์ลวดลายมาประยุกต์เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ หรือ Art Toy พร้อมวางโครงสร้างอีคอมเมิร์ซที่แข็งแกร่งและระบบ CRM เพื่อขยายฐานสู่คนรุ่นใหม่

ขณะที่ คุณอรรถพล ทวีสุนทร รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน เผยกลยุทธ์นำภูมิ
ปัญญาผ้าทอล้านนามาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งความงามของผ้า งานศิลปหัตถกรรมจิตรกรรมฝาผนัง และเรียนรู้เทคนิคการทอผ้าในชุมชน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายประโยชน์สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

ท้ายนี้ ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของผ้าทอล้านนา และอุดหนุน
ผู้ประกอบการในงาน”Flow of Lanna Textile งานมหกรรมแพรพรรณผ้าทอล้านนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนสัมพันธ์ 4
จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2″ ตามวันและสถานที่ดังกล่าว เพื่อร่วมผลักดันผ้าทอให้เป็น Soft Power ของไทยอย่างภาคภูมิ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /พาณิชย์นครพนม ยกทัพของดีบุกกรุงฯ จัดงานใหญ่ “นครพนมเทรดแฟร์ 2026” ชูจุดขาย 3 ที่สุด หวังเงินสะพัดกว่า 6 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

​กรุงเทพมหานคร – สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม เตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “นครพนมเทรดแฟร์ 2026” (Nakhon Phanom Trade Fair 2026) ระหว่างวันที่ 12 – 16 สิงหาคม 2569 ณ ลานชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ขยายช่องทางการตลาด และเพิ่มรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น. ซึ่งได้รับเกียรติจาก ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค นางสาวกวิสรา ฝ่ายศิลา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี

โดยมี นางสาว กมลขวัญ ตัณสถิตย์ พาณิชย์จังหวัดนครพนม จัดงานภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการค้าการลงทุนจังหวัดนครพนม เพื่อตอกย้ำศักยภาพของจังหวัดในฐานะเมืองหน้าด่าน และประตูการค้าที่เชื่อมโยงสู่ประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ทั้ง สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นอกจากนี้ยังเป็นการผสมผสานการส่งเสริมการค้าควบคู่กับการท่องเที่ยว โดยมีการจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของจังหวัดภายใต้แนวคิดอัตลักษณ์ “3 ที่สุดของนครพนม” ประกอบด้วย

ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด: ด้วยองค์พระธาตุพนมงามที่สุด: ด้วยทิวทัศน์ภาพริมฝั่งแม่น้ำโขงสวยที่สุด: ด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3ภายในงานได้รวบรวมสุดยอดผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดนครพนมและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ารวมกว่า 50 ราย นำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐานที่หลากหลาย

ครอบคลุมทุกหมวดหมู่การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป งานหัตถกรรม ผ้าพื้นเมือง สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าสุขภาพ/ความงาม โดยมีสินค้าอัตลักษณ์ชื่อดังของจังหวัด

นครพนมมาร่วมจำหน่าย อาทิ กาละแมธาตุพนม, สับปะรดท่าอุเทน, กระเป๋าจักสานจากกก บ้านเหล่าพัฒนา และผ้าทอจากอำเภอนาหว้า พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องตลอดการจัดงานทั้ง 5 วัน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม คาดการณ์ว่าการจัดงานครั้งนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าการจำหน่ายและมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าได้ไม่น้อยกว่า 6 ล้านบาท อันจะเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด ยกระดับขีดความสามารถ

ในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และสร้างการรับรู้สินค้าของจังหวัดนครพนมในระดับประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจ ร่วมชมงาน เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจังหวัดนครพนมและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรไทย ในงาน “นครพนมเทรดแฟร์ 2026” ระหว่างวันที่ 12 – 16 สิงหาคม 2569

ณ ลานชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค กรุงเทพมหานคร ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชนติดต่อ: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 213/1 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 โทรศัพท์: 042-511-117

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.นครปฐม – เหล่ากาชาด นครปฐม ประธานพิธีมอบบ้าน ตามโครงการบ้านกาชาดรวมใจ งบประมาณปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในฐานะนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีมอบบ้าน ตามโครงการบ้านกาชาดรวมใจ ของเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ 2569

ให้แก่ นางสมจิตร แซ่ตั้น อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 10 ตำบลสามง่าม ซึ่งมีที่พักอาศัยเดิมมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว และมีรายได้น้อย จึงได้รับการพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เทศบาลตำบลสามง่าม

นำโดย ผศ.ดร อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล ประธานสภาเทศบาลฯ สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัด พร้อมด้วย ปลัดจังหวัดนครปฐม รองนายก/คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นายอำเภอดอนตูม ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.

และประชาชนในเขตพื้นที่ ร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมากสำหรับโครงการบ้านกาชาดรวมใจ จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย อันเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามภารกิจ

ด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย โดยในปีงบประมาณ 2569 เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมได้ดำเนินการก่อสร้างบ้านจำนวน 7 หลัง ครอบคลุมทั้ง 7 อำเภอของจังหวัด ด้วยงบประมาณหลังละ 200,000 บาท
สมคิด พรมมี ผู้ข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯจ.เชียงราย เชิญผ้าไตรพระราชทานประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กค. 2569

แชร์เนื้อหานี้

นายกสมาคมสื่อมวลชน และนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ร่วมในพิธี 💥เชียงราย พิธีปิดและมอบใบประกาศนียบัตร โครงการส่งเสริมกีฬาที่มีศักยภาพอย่างเต็มระบบครบวงจร Domestic Power 2025 – 2026 ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” ระดับภาคเหนือ

✒วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธีปิดและมอบใบประกาศนียบัตร โครงการส่งเสริมกีฬาที่มีศักยภาพอย่างเต็มระบบครบวงจร Domestic Power 2025 – 2026

ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” ระดับภาคเหนือ💥จังหวัดเชียงราย ในฐานะเมืองกีฬา (Sports City) รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการจัด กิจกรรมกีฬาที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชนจากทั่วภูมิภาคได้เรียนรู้เทคนิค การฝึกซ้อมที่ถูกต้อง

และยังเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างมิตรภาพ และ พัฒนาเครือข่ายผู้ฝึกสอนจากทุกจังหวัดในภาคเหนือ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการ พัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงการก้าวสู่การเป็นนักกีฬา อาชีพและนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต

✒โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการดำเนินงาน เพื่อสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการส่งเสริมและพัฒนา เยาวชนของชาติผ่านการกีฬา อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างคนดี มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ

และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อีกทั้งยังนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาต💥ให้เชิญพระตราสัญลักษณ์ “โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรม ราชูปถัมภ์”

ประดิษฐานบนประกาศนียบัตรที่จะมอบแก่ผู้ผ่านการอบรมในวันนี้ นับเป็น เกียรติอันสูงยิ่ง ถือเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศ ทางการกีฬา

✒จากการรับฟังรายงานสรุปการดำเนินโครงการจากท่านเลขาธิการฯ ได้เห็นถึงความ มุ่งมั่นตั้งใจของนักกีฬาเยาวชนและผู้ฝึกสอนทุกคน ที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฝึกฝน ทักษะ และต่อยอดศักยภาพของตนเอง

ขออำนวยพรให้ผู้ฝึกสอนและนักกีฬาเยาวชน ทุกคน ได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการไปต่อยอดพัฒนาศักยภาพ ของตนเองให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ พร้อมทั้งเป็นกำลังสำคัญของวงการกีฬาวอลเลย์บอล ไทยในอนาคตต่อไป

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว “แข่งขันเรือยาวประเพณีเทศบาลตำบลโพสังโฆ” ครั้งที่ 21 ชิงถ้วยพระราชทานฯ สืบสานมรดกวัฒนธรรมสายน้ำ 100 ปี

แชร์เนื้อหานี้

สิงห์บุรี, 11 สิงหาคม 2569 – เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติเป็นประธานในการแถลงข่าวความพร้อมการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณี เทศบาลตำบลโพสังโฆ ประจำปี 2569 (ครั้งที่ 21)

โดยมี ดร.จีราธิวัฒน์ มะโนวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี, พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี, นายแสน สุรวิญญูวร นายอำเภอค่ายบางระจัน และ นายกิตติเชษฐ์ ทุ่งสะโร ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี

ร่วมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ​การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมจัดกิจกรรม “คืนความสุขให้ประชาชน” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569

ณ สนามแข่งขันลำแม่น้ำน้อย บริเวณหน้าวัดกลางท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (บริเวณท่าน้ำที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเคยเสด็จประทับเรือมาดจำปาทอง)​สืบสานตำนานสายน้ำ 100 ปี แห่งแม่น้ำน้อย
​จังหวัดสิงห์บุรีเป็นเมืองแห่งสายน้ำ

โดยมีแม่น้ำน้อยเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิต สร้างขนบธรรมเนียม และประเพณีอันดีงามมาอย่างยาวนาน ในอดีตช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและออกพรรษา ประชาชนริมน้ำจะพายเรือมาร่วมทำบุญทอดกฐิน นำไปสู่ “ประเพณีการแข่งขันเรือยาวของวัดกลางท่าข้าม” ที่สืบทอดมานานกว่า 100 ปี

แม้จะเคยหยุดจัดไปช่วงปี พ.ศ. 2530 แต่ทางเทศบาลตำบลโพสังโฆและชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูประเพณีนี้กลับมาอีกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนกลายเป็นการแข่งขันระดับมาตรฐานสากลในปัจจุบัน​ไฮไลต์การแข่งขันเรือยาว (22-23 สิงหาคม 2569)
​การแข่งขันในปีนี้ มีเรือยาวจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชันฝีพายไม่น้อยกว่า 22 ลำ

แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เรือยาวใหญ่ (55 ฝีพาย) เรือยาวกลาง (40 ฝีพาย) เรือยาวเล็ก (30 ฝีพาย)
​เรือดังที่เข้าร่วมแข่งขัน: นำทัพโดย เรือแม่ประดู่ทอง, เรือเจ้าแม่ประดู่เงิน, เรือพญาชาละวันสิงห์ลีโอ, เรือพรพระแก้ว, เรือสิงห์ปทุม, เรือเทพฤทธิ์, เรือจักรนารายณ์, เรือเทพขุนอินทร์ และเรือเทพนรสิงห์มหกรรมบันเทิง “คืนความสุขให้ประชาชน” (21-23 สิงหาคม 2569)

นอกจากการแข่งขันสุดมันส์แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมสร้างสีสันและความสนุกสนานตลอด 3 คืนเต็ม ได้แก่
​วันที่ 21 สิงหาคม: ชมการแสดงลิเกคณะดัง “ศรราม น้ำเพชร”
​วันที่ 22 สิงหาคม: ชมการแสดงลิเก “พรเทพ พรทวี”
​วันที่ 23 สิงหาคม: สนุกเต็มพิกัดกับดนตรี “บังนัส ฟิวเจอร์แบนด์”

จังหวัดสิงห์บุรี และ เทศบาลตำบลโพสังโฆ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสบรรยากาศความสนุกสนาน วิถีชีวิตริมสายน้ำ และร่วมเชียร์ฝีพายจากทั่วประเทศ ในงานแข่งขันเรือยาวประเพณีครั้งที่ 21 ณ หน้าวัดกลางท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
สำนักงานเทศบาลตำบลโพสังโฆ ​โทรศัพท์: 0-3659-7123
​มือถือ: 096-249-9548

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ดร.ฉวีวรรณ-คุณชิน -หมอชลน่าน ร่วมมอบเงินทุน อุปโภค บริโภค ให้โรงพยาบาล.การศึกษาเด็กยากจน 600 กว่าชีวิต 8 แสนกว่าบาท วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2569 พระไพศาลประชาทร วิ.(เจ้าคุณพบโชค)เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง เชียงราย ได้เป็นประธานสืบชะตาให้กับ

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ คุณสุชิน รัตนประเสริฐ คล้ายวันเกิด ของท่าน ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภค ทุนการศึกษา พร้อมด้วยปัจจัย จำนวน 8 แสนกว่าบาท

ทำบุญวันเกิด พร้อมกับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กำลังมีแนวคิดหาทางออกเพื่อช่วยเหลือ โรงพยาบาลห้วยปลากั้ง ( รักษาฟรี) และอีกหลายๆโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนชาวเชียงรายและคน

ทั่วไป ทำเพื่อสังคม การรักษาคนไข้โดยไม่มีค่ารักษาพยาบาลใดๆ ท่านเจ้าคุณพบโชค ท่านต้องใช้ เงินเพื่อจ้างหมอ พยาบาล พนักงาน จำนวนมาก

ได้กล่าวว่าที่โรงพยาบาลนี้มีห้องรักษาทุกอย่าง ยกเว้นห้องเก็บเงิน และทางวัดมีเด็กจากชนเผ่าต่างๆและทางวัดดูแลมีจำนวน

เกือบพันคน และทางวัดยังมีการดูแลผู้สูงอายุอีกด้วย หากท่านใจมีวัตถุประสงค์จะร่วมทำบุญ มายังวัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย

กับท่านเจ้าคุณพบโชค ได้นำคณะศรัทธาไปชมโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคมอีกด้วย และดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรม

ราชูปถัมภ์ และ คุณสุชิน รัตนประเสริฐ พร้อมด้วยพนักงาน ได้ถวายถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ สามเณร และเด็กนักเรียนด้วย ตามลำดับ

การช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอและไร้ที่พึ่ง ถือเป็นการปฏิบัติธรรมที่งดงามที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะความเมตตาไม่ได้วัดจากคำพูดแต่สะท้อนผ่าน

การลงมือช่วยเหลือด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ เพราะทุกการให้ด้วยใจบริสุทธิ์ ย่อมเป็นบุญที่งอกงาม และเป็นพลังที่ทำให้โลกนี้อบอุ่นขึ้นเสมอ

ความอบอุ่นไม่ใช่สิ่งก่อสร้างจากไม้และปูน แต่คือรังแสงจากใจที่มั่นคงความอ้างว้างไม่ใช่ความว่างเปล่าของห้องโถงใหญ่ แต่คือเสียงสะท้อนของใจที่ยังหิวโหย

ท้ายที่สุดแล้ว บ้านที่แท้จริงของเราคือ “จิตใจที่พอดี”เมื่อนั้น แม้ในคืนหนาว ใต้หลังคาเก่าๆ

ก็ยังสว่างไสวด้วยแสงแห่งความเพียงพอ และนั่นคือความร่ำรวยที่ไม่มีอะไรมาพรากไปได้เลย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวสายบุญ…วัดห้วยปลากั้ง ขอเชิญชวนญาติโยมและศิษยานุศิษย์ทุกท่าน มาร่วม “เชื่อมบุญ” และ

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว รวมถึงงานบุญต่าง ๆ ของวัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย ได้ง่าย ๆ

และใกล้ชิดยิ่งขึ้น ผ่านทาง LINE Official Account ติดต่อสอบถามข้อมูล กับทางวัดได้โดยตรง วิธีการเพิ่มเพื่อนง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน:เปิดแอปพลิเคชัน LINE เลือกเมนู “เพิ่มเพื่อน” (Add Friend)สแกน QR Code

จากภาพ ⁠image.png⁠ นี้ได้เลย!หรือพิมพ์ค้นหาไอดี LINE ID: @HuayPlaKang (มี @ ข้างหน้าด้วยนะครับ)มาร่วมสะสมบุญ บำรุงจิตใจ และรับข่าวสารมงคลไปด้วยกันนะครับ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/’นายกเบียร์‘ ร่วมแสดงความยินดีร้าน Two Brothers Chill 90‘S สถานที่พบปะแห่งใหม่ริมหาดจอมเทียน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 8 ส.ค.69 ที่ร้าน Two Brothers Chill 90‘S ซอย 14 ถนนจอมเทียนสายสอง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีในโอกาสเปิดร้านให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยมี นายรุ่งศักดิ์ วงศ์ศิวาพร ผู้บริหารร้านและพนักงานให้การต้อนรับ

สำหรับร้าน Two Brothers Chill 90‘S สถานที่พบปะแห่งใหม่ริมหาดจอมเทียน ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 30 ล้านบาททบนพื้นที่ริมถาสจอมเทียนสายสองกว่า 2 ไร่ ตกแต่งเป็นสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ที่หวังให้เป็นมากกว่าร้านอาหารคือศูนย์กลางการพบปะสังสรรค์ที่รองรับลูกค้าได้ 100-200 คน

ภายในจะมีบริการอาหารนานาชนิด ทั้งอาหารนานาชาติสเต้ก พิซซ่า อาหารไทย ซีฟู้ด อาหารอีสาน และคาเฟ่ เสน่ห์ของร้านคือการขับกล่อมด้วยบทเพลงยุค 90 วงดนตรีแสดงสด การแสดงวัฒนธรรม โชว์กระบองไฟ และอื่นๆ ตามความเหมาะสม โดยจะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ถือเป็นร้านสาขาที่ 2 ของร้าน Two Brothers หลังจากเปิดสาขาแรกในวอล์กกิ้งสตรีทพัทยามาแล้ว

ทั้งนี้พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อาทิ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ร.ต.ท. ชัยนาม ไวยณางค์ ประธานชมรมฟุตบอล VIP หนองปรือ นายไพบูลย์ ตั้งธนวัฒน์ อดีตประธานสภาทนายความเมืองพัทยา และนายสุนทร กังศิริกุล อดีตประธานชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท