คลังเก็บหมวดหมู่: การเมือง

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเดียร์” พงษ์พันธ์ ว่าที่ สส.หน้าใหม่ป้ายแดง พรรคภูมิใจไทย เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ เปิดบ้านต้อนรับ แฟนคลับ ร่วมแสดงความยินดี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังทราบผลการนับคะแนนเสร็จ อย่างไม่เป็นทางการ ได้ชัยชนะอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และอำเภอเมือง เฉพาะตำบลห้วยทราบ ด้วยคะแนนเสียง 33,839 คะแนน

นายพงษ์พันธ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกกำลังใจ และทุกรอยยิ้มจากพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันแรกของการลงพื้นที่หาเสียง จนถึงวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า ความไว้วางใจที่ได้รับถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์

“ผมไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่าคำว่าขอบคุณจากใจ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องช่วยกันทำ เพื่อให้บ้านของเรา เขต 3 ดีขึ้น ผมขอชวนพี่น้องประชาชนร่วมเดินทางครั้งใหม่ไปด้วยกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้เขต 3 ของเราดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังยืนยันความมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ และทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ” นายพงษ์พันธ์ กล่าว ขอบคุณผ่านในโลกโซเชียล

นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน หรือที่ชาวบ้านรู้จัก “นายกเดียร์” อดีต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก กว่า 13 ปี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 7 ว่าที่ สส.คนใหม่ป้ายแดง มีเพื่อนๆ แฟนคลับ เข้ามาแสดงความยินดีจำนวนมาก
/////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นับคะแนนไม่เป็นทางการ เขต 8 ชลบุรี โต้ง-เชาวลิตร ภท. เข้าวิน ส่วนเขต 9 พรรคส้มได้เหมือนเดิม

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 8 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยาการการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 ซึ่งพบว่าในครั้งนี้ประชาชนทั่วประเทศต่างทยอยออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนอย่างคึกคักเป็นอย่างม่ก เนื่องด้วยการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการกำหนดลงประชามติด้วยนั้น

ข่าวรายงานว่า ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 8 และ 9 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองดังส่งตัวแทนชิงชัยการเลือกตั้งกันแทบทุกพรรคการเมือง เพื่อขอคะแนนเสียงเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ ผลการรับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า เขตเลือกตั้งที่ 8 อันดับ 1 ได้แก่ นายเชาวลิตร แสงอุทัย จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเสียงรวม 37, 041 เสียง, อันดับ 2 น.ส.มนัสวิน จันทร์เจริญ พรรคประชาชน ได้ 32,489 เสียง และที่ 3 นายชาญยุทธ เฮงตระกูล พรรคเพื่อไทย ได้ 4,245 เสียง

ในส่วนของเขตเลือกตั้งที่ 9 อันดับ 1 ได้แก่ นายยอดชาย พึ่งพร พรรคประชาชน ได้ 25,289 เสียง, อันดับ 2 นายแมน อินทร์พิทักษ์ พรรคภูมิใจไทย ได้ 23,019 เสียง และอันดับ 3 นายรัฐกิจ เฮงตระกูล พรรคเพื่อไทย ได้ 5,266 เสียง

มีรายงานด้วยในการนับคะแนนเสียงในครั้งนี้ มีแฟนคลับและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมส่งแรงใจให้ทีมพรรคภูมิใจไทยชลบุรี พร้อทเตรียมดอกไม้และพวงมาลัยดอกดาวเรืองร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งสองคนด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง

ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ขึ้นเวทีกล่าวให้กำลังใจและแสดงความยินดีกับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่สมหวังและผิดหวัง โดยบอกว่า ทุกคนทำเต็มที่แล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ ขอเป็นแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเลือกตั้งทที่ได้คะแนนสูงสุดอย่างไม่เป็นทาง ขอให้มีการขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวต่อไปจากนี้ด้วยเช่นกัน

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง เขต 3 ประจวบฯ เน้นย้ำ กปน. ประชาสัมพันธ์ คาดคนมาใช้สิทธิ์ กว่า 60 เปอร์เซ็นต์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 ก.พ. 69 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางตรวจหน่วยเลือกตั้งที่หมู่ที่ 4 ในโรงเรียนอนุบาลบ้านทับสะแก เพื่อตรวจเยี่ยมกรรมการประจำหน่วย ( กปน. )

โดยมี นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก พร้อม นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ป.อาวุโส อำเภอทับสะแก น.ส.วรลักษณ์ จันทน์ผา ผอ.สพป.ปข. 1 พร้อม และ กปน.ประจำหน่วยให้การต้อนรับ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ในวันนี้ หลังจากเปิดหีบเลือกตั้งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่มีปัญหาเรื่องร้องเรียน แต่มีปัญหาหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยอากาศร้อนมาดช่วงเช้า

โดยคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตามหลักกฏหมาย โดยบางหน่วยก็มีเสื้อคุมให้สำหรับ ประชาชนที่ใส่เสื้อมีหมายเลขที่เสื้อ โดยคาดว่า จังหวัดประจวบฯ มีผู้มาใช้สิทธิ์ มากว่า 60 เปอร์เซ็นต์ โดยเน้นย้ำ กปน.ประจำหน่วยประชาสัมพันธ์ ให้ชาวบ้านเข้าใจในการเลือกตั้ง

/////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพัทยา จูงมือลูกสาวเลือกตั้งครั้งแรก /คนหนองปรือแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. ตั้งแต่ไก่โห่ แมน อินทร์พิทักษ์ ถือฤกษ์ 8 โมง ประเดิมเปิดคูหา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 ก.พ.69 มีรายงานว่า บรรยากาศการออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีความคึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนในพื้นที่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งแห่ออกมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้า

ในเวลา 10.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 สถานที่เลือกตั้งโบสถ์เซนต์นิโคลัส พัทยา มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นางชนิดา งามพิเชษฐ์ ภริยา และนางสาวศรุดา งามพิเชษฐ์ ลูกสาว ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตามแนวทางประชาธิปไตย โดยมี นายยุพราช วงศ์ดาวกูล ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดินทางมาลงคะแนนเสียงด้วย

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เป็นครั้งแรกของลูกสาวที่อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ซึ่งมีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรก จึงเดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนน อยากให้ทุกคนมาใช้สิทธิ์เพื่อหาว่าพรรคใดจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไปได้ โดยเฉพาะเมืองพัทยาซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่ควรมีการขับเคลื่อนโดยตลอดด้วย

ด้าน นางสาวศรุดา งามพิเชษฐ์ ลูกสาวนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต อยากเชิญชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ ด้วย

คนหนองปรือแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. ตั้งแต่ไก่โห่ แมน อินทร์พิทักษ์ ถือฤกษ์ 8 โมง ประเดิมเปิดคูหา

เช้าวันที่ 8 ก.พ.69 เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ในเขตพื้นที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พบว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก ประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงที่หน่วยเลือกตั้งของตนเองกันแทบทุกคูหาเลือกตั้ง

ที่เขต 9 หน่วยเลือกตั้งที่ 14 โรงเรียนชุมชนบ้านหนองปรือ (โดม) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายแมน อินทร์พิทักษ์ ผู้สมัคร ได้ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเป็นคนแรกหลัง นางสาวภัทรวดี นาคพงษ์ ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนเสียงในเวลา 08.00 น.เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

ต่อมา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถือเป็นเผู้นำท้องถิ่นที่เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องประชาธิปไตยให้ประชาชนในท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน / เอกสิทธิ์ แคนดิเดตนายกฯ /ตู่ นันทิดา ควง น้องเพลง บุตรสาว ใช้สิทธิเลือกตั้ง จ.สมุทปราการ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 พรรคประชาชน เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 4 บริเวณเต็นท์ลานจอดรถตลาดเพิ่มทรัพย์ เทศบาลเมืองบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ภายหลังใช้สิทธิแล้ว นายวีระยุทธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยย้ำว่าหน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนจนถึงเวลา 17.00 น. แต่ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัดและมีผู้มาใช้สิทธิจำนวนมาก เพื่อไม่ให้พลาดการยืนยันสิทธิของตนเอง

นายวีระยุทธกล่าวเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งเป็นสิทธิของประชาชนทุกคน ไม่มีใครเป็นเจ้าของเสียงแทนใครได้ ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกได้ทุกครั้งตามดุลยพินิจ หากเห็นผลงานและไว้วางใจผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดก็สามารถเลือกได้ แต่สิ่งสำคัญคือขอให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิให้ครบถ้วน

สำหรับบรรยากาศการลงคะแนนที่หน่วยดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวก และราบรื่น โดยหลังลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ประชาชนยังต้องออกจากหน่วยเพื่อไปลงคะแนนประชามติ

ซึ่งการจัดระบบภายในหน่วยทำได้อย่างชัดเจน ไม่สับสน
นายวีระยุทธระบุว่า ช่วงบ่ายจะไปพักติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้ง พร้อมเชิญชวนประชาชนที่มีเวลาและกำลัง ช่วยกันติดตามการนับคะแนนของแต่ละหน่วย

เพื่อร่วมกันตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสให้กระบวนการเลือกตั้ง หากพบเห็นความผิดปกติหรือสิ่งไม่ชอบมาพากล สามารถแจ้งผ่านช่องทางของพรรคหรือผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่ได้ทันที

ทั้งนี้ นายวีระยุทธยังย้ำให้ประชาชนวางแผนเวลาเดินทางมาใช้สิทธิ โดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจร และให้สามารถใช้สิทธิได้ทันก่อนปิดหีบเลือกตั้ง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

เอกสิทธิ์ แคนดิเดตนายกฯ ใช้สิทธิเลือกตั้ง เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ชี้เป็นวันสำคัญของประเทศ

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกสิทธิ์ คุนานันทกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพรรคปวงชนไทย เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 38 เขตเลือกตั้งที่ 3

ภายหลังลงคะแนนเสียงแล้ว นายเอกสิทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยสังเขป เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง เลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ชื่นชอบ

และเลือกพรรคการเมืองที่เห็นว่าสามารถเข้ามาทำหน้าที่ดูแลประชาชนได้อย่างเหมาะสม พร้อมระบุว่าวันนี้ถือเป็นวันสำคัญของประเทศและเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรใช้

ขณะที่บรรยากาศโดยรวมภายในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเช้า ส่งผลให้มีผู้มาเข้าคิวรอใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้ การดำเนินการภายในหน่วยเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบเหตุผิดปกติแต่อย่างใด


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ตู่ นันทิดา ควง น้องเพลง บุตรสาว ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ บรรยากาศคึกคัก

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวนันทิดา(หรือตู่) แก้วบัวสาย นักร้องชื่อดังและอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

โดยควงแขน นางสาวชนน์ทิดา(หรือเพลง) แก้วบัวสาย บุตรสาว เข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 63 เขตเลือกตั้งที่ 1 ภายในโรงเรียนราฟาแอล ถนนท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ บรรยากาศภายในหน่วยเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอำนวยความสะดวกตามขั้นตอน ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คึกคัก! “พลังวัยเก๋า” ตบเท้าใช้สิทธิ์พรึบพ่อเมืองนำทีมใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. – ประชามติ ย้ำเลือกคนดีพัฒนาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ณ เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดมุกดาหาร เป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเปิดหีบให้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงพบว่าหน่วยเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร และตำบลบางทรายใหญ่ มี

ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สูงอายุที่บางรายต้องใช้ไม้เท้า หรือลูกหลานต้องช่วยพยุงมาใช้สิทธิ์ โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า “ต้องการทำหน้าที่พลเมืองและอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองเพื่อลูกหลาน”

เมื่อเวลา 09.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมายังศาลาประชาคมหมู่ที่ 9 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนน โดยมี นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร ร่วมลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย

นายวรญาณ บุญณราช เปิดเผยภายหลังการลงคะแนนว่า “ภาพรวมการเลือกตั้งในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พี่น้องประชาชนชาวมุกดาหารให้ความสนใจออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างหนาตา โดยทางจังหวัดพร้อมสนับสนุนภารกิจของ กกต. อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านบุคลากรและการอำนวยความสะดวกในทุกมิติ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”

ด้าน นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร (ผอ.กกต.มุกดาหาร) ได้กล่าวเชิญชวนทิ้งท้ายว่า ขอให้พ่อแม่พี่น้องออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันอย่างพร้อมเพรียงภายในเวลา 17.00 น. และขอให้ใช้สิทธิ์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ปราศจากแรงจูงใจหรืออามิสสินจ้าง เพื่อให้เราได้คนดี คนมีความสามารถ เข้าไปพัฒนาประเทศชาติสืบไป
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

เลือกตั้ง69 #มุกดาหาร #ออกเสียงประชามติ #วรญาณบุญณราช #กกตมุกดาหาร #ใช้สิทธิ์ใช้เสียง #ประชาธิปไตย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคเพื่อไทยเร่งโค้งสุดท้าย ปลุกพลัง “ปากน้ำแดงทุกเขต” ขนแกนนำใหญ่ปราศรัยรถแห่ทั่ว สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

พรรคเพื่อไทยเดินหน้าเร่งเครื่องการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย จัดกิจกรรมปราศรัยบนรถแห่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้แนวคิด “ชุดใหญ่ใจฟู ปลุกพลังปากน้ำ แดงทุกเขต” เพื่อระดมแรงสนับสนุนจากประชาชนก่อนวันเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ตลาดปากน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้มีการจัดปราศรัยบนรถแห่รอบเขตเมืองสมุทรปราการ นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้แก่

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ / นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ / นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ โดย คณะได้เดินทางเข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคล

การจัดปราศรัยในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของพรรคเพื่อไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง โดยมุ่งสื่อสารนโยบายหลักของพรรค ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ

พร้อมเดินหน้าผลักดันเป้าหมายคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ครบทุกเขต ตามยุทธศาสตร์ “ปากน้ำแดงทั้งจังหวัด” บนเวทีการเมืองระดับประเทศ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปรากาi

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คึกคัก! ผู้ว่าฯ นำทัพ Big Day เดินรณรงค์ทั่วเมือง ปลุกพลังชาวมุกฯ ออกไปเลือกตั้ง-ลงประชามติ 8 ก.พ. นี้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ครั้งยิ่ง

ใหญ่ “Big Day” เพื่อกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนตื่นตัว เตรียมพร้อมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

ภายในงานมี นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผอ.กกต.จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ กลุ่มพลังมวลชน อสม. และเครือข่ายนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมขบวนอย่าง

พร้อมเพรียง โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีขบวนเดินรณรงค์ถือป้ายประชาสัมพันธ์ไปตามท้องถนนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อสร้างการรับรู้และชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนนที่ถูกต้อง

นายวรญาณ บุญณราช เผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งทั่วไปควบคู่ไปกับการออกเสียงประชามติ จึงขอเชิญชวนชาวมุกดาหารผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุก

คน ออกไปทำหน้าที่พลเมืองอย่างสุจริต โปร่งใส พิจารณาเลือกคนและพรรคที่ชอบโดยคำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่อ

เลือกตั้ง69 #มุกดาหาร #BigDayมุกดาหาร #ออกไปใช้สิทธิ #ประชามติ69 #ประชาธิปไตยในมือคุณ #กกตมุกดาหาร///ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / พรรคปวงชนไทย เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย จัดปราศรัยใหญ่บางปู ชูนโยบายปากท้อง–บัตรทองหมาแมว ประกาศพร้อมเข้าสภา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ เคซิตี้ บางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พรรคปวงชนไทย ระดมแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่พบประชาชนอย่างพร้อมเพรียง
การปราศรัยครั้งนี้

นำโดย เอกสิทธิ์ คุณานันกุล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 8 เขตของจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงผู้สมัครจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายต่อประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมรับฟัง

นายเอกสิทธิ์ กล่าวปราศรัยเน้นย้ำแนวนโยบายหลักของพรรค อาทิ นโยบาย “บัตรทองหมาแมว” เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นโยบาย “สมุทรปราการมหานคร” เพื่อผลักดันการพัฒนาพื้นที่เชิงโครงสร้าง รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ภายใต้แคมเปญ “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ” โดยชูนโยบายปากท้องของประชาชน
พร้อมกันนี้

หัวหน้าพรรคปวงชนไทยได้ประกาศความพร้อมในการเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงระบบให้กับประชาชน โดยใช้สโลแกน “หัวใจคู่ สู้ต้องรวย” สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเป็น “ตัวจริง ทำเป็น” และพร้อมทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ

บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่บางปูและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคปวงชนไทยในช่วงโค้งสำคัญของการลงพื้นที่หาเสียงระดับภูมิภาค


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘ธนาธร’ เปิดตลาดวนาสินธุ์ ช่วย ’ยอดชาย‘ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เบอร์ 5 เขตเก้า ชลบุรี หาเสียง ชวนคนหนองปรือ-พัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ก.พ.69 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน นายยอดชาย พึ่งพร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรคประชาชน เบอร์ 5 เขตเก้า จังหวัดชลบุรี

พร้อมทีมงานพรรคประชาชนได้ขึ้นรถกระบะพร้อมเครื่องขยายเสียงเปิดพื้นที่ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง สส. ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้ารัตนากร วนาสินธ์ (ตลาดวนาสินธ์) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยนายธนาธร ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้ ขอเชิญชวนให้ประชาชนคนหนองปรือและคนพัทยา

ร่วมเปลี่ยนแปลง ทั้งบ้านใหญ่และบ้านใหม่ที่คนชลบุรีต้องติดอยู่ในวังวนการเมืองแบบเก่ามานาน ขอให้ร่วมสร้างรัฐบาลประชาชนไปด้วยกันด้วยการกาส้มทั้ง 2 ใบ ทั้งคนทั้งพรรค

มีรายงานด้วยว่า นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหญิงเดียวของพรรคประชาชน และ ดร.ชาย สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ทีมบริหารด้านเศรษฐกิจ พรรคประชาชน ได้ลงพื้น

ที่ปราศรัยช่วยขอคะแนนเสียงให้ยอดชาย พึ่งพร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรคประชาชน เบอร์ 5 เขตเก้า จังหวัดชลบุรี ด้วยเช่นกัน พบว่ามีบรรดาแฟนคลับนำของกินของใช้มามอบให้กับคณะหาเสียงกันเป็นจำนวนมาก

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ซาบีดา” ควง “มนัญญา” ลงพื้นที่ ทับสะแก- บางสะพาน ช่วยผู้สมัคร เขต 3 นายกเดียร์ “พงษ์พันธ์” ผู้สมัคร หมายเลข 7 พรรคภูมิใจไทย โค้งสุดท้าย คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ หาเสียงโค้งสุดท้ายให้ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน

(บุตรเขย ท่านมนัญญา) ผู้สมัคร สส. เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เบอร์ 7 จากพรรคภูมิใจไทย อ้อนขอคะแนนชาวบ้านในเขตเทศบาลทับสะแก และตลาดวัดห้วยทรายขาว บางสะพาน หวังปักธงในเขต 3 ให้ได้

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน เป็นอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก ได้ลงพื้นที่หาเสียง มีพี่น้องประชาชนให้การตอบรับที่ดีมากๆ หลายท่านก็บอกว่าอยู่ในใจอยู่

แล้วและ ก็เดินเข้ามากอด พร้อมขอถ่ายภาพแต่ว่ายังไงนะคะ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อยากให้เอาหัวใจมากาลงในช่อง เบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทย แล้วก็เบอร์ 7 ส.ส. เขต 3

ฝากพี่ชายสุดที่รักด้วยนะคะ ทำงานดี ทำงานเก่ง และพร้อมที่จะทำเพื่อพี่น้องค่ะ วันนี้พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ พรรคภูมิใจไทย ชัดเจน โดย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

เป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 5 ของพรรคภูมิใจไทย และ นายสวาป เผ่าประทาน ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 36 ของพรรคภูมิใจไทยก็ได้ลงหาเสียงด้วยเช่นกัน

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ ตลาดห้วยทรายขาว ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน เพื่อหาเสียง ในช่วงเย็นต่อไป สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีอำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และ อำเภอเมืองเฉพาะตำบลห้วยทราย

///////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารสนั่น! “ยศชนัน” แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ปราศรัยใหญ่เปิดนโยบาย “แก้หนี้-ประกันกำไรเกษตรกร” พร้อมเขย่าวงการสาธารณสุขด้วย 30 บาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค

เดินทางลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. มุกดาหาร เขต 1 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัคร ส.ส. มุกดาหาร เขต 2 โดยมีพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหารแห่เข้าร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่สนาม

นายยศชนัน ได้กล่าวปราศรัยโดยเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็น “แหล่งเกษตรปลอดภัย ก้าวไกลการค้า พัฒนาการท่องเที่ยว”

พร้อมประกาศยกระดับคุณภาพชีวิตชาวมุกดาหารด้วยชุดนโยบายที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องที่เป็นหัวใจหลัก สำหรับนโยบายไฮไลท์ที่นำเสนอต่อชาวมุกดาหาร ประกอบด้วย:

การแก้หนี้แบบเบ็ดเสร็จ: นโยบายแก้หนี้ทั้งระบบ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้สูงอายุในการยกเลิกหนี้ และการพักหนี้เกษตรกรนาน 3 ปี เพื่อให้ประชาชนได้ตั้งตัวใหม่รุกด้านเกษตรกรรม: ประกันกำไรสินค้าเกษตรต้องไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมมอบ “คูปองปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์” เพื่อลดต้นทุนการผลิต

กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: นโยบาย “บิลลุ้นล้าน” สร้างเศรษฐีใหม่วันละ 9 คน และนโยบาย “ยิ่งกว่าพลัส” ที่รัฐช่วยจ่าย 70% ประชาชนจ่ายเพียง 30%

เพื่อลดภาระค่าครองชีพยกระดับสาธารณสุขและจุดแข็งเพื่อไทย: ต่อยอดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ “30 บาทรักษาทุกที่” และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการรักษา (30 บาท AI) เพื่อการเข้าถึงที่รวดเร็วขึ้น

อนาคตทางการศึกษา: สานต่อทุน ODOS (หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน) เพื่อให้ลูกหลานชาวมุกดาหารที่อยากเรียนต้องได้เรียนอย่างเท่าเทียมในช่วงท้ายของการปราศรัย นายยศชนันได้กล่าวอ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน ให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 เขต รวมถึงเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะขาด

เพื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาฯ และนำนโยบายเหล่านี้มาเปลี่ยนชีวิตชาวมุกดาหารให้ดีขึ้นทันที “วันนี้เราตั้งใจจริงที่จะทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้

เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ขอให้พี่น้องเชื่อใจพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคน ทั้งพรรค เข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องให้กินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน” นายยศชนัน กล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้อง

เพื่อไทยมุกดาหาร #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #พรรคเพื่อไทย #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #นโยบายเพื่อไทย #แก้หนี้ #เกษตรปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้า เขตเลือกตั้งที่ 5 ณ บริเวณประรำข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.
ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม

พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมนสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม/กรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี/ผู้อำนวยการการ

เลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม และคณะอนุกรรมการฯ ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้า ประจำหน่วยเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 ณ บริเวณประรำข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ประกอบไปด้วย ในเขต 1 หน่วย

นอกเขต 10 หน่วย และบริเวณสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) ต.วัดสำโรง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมหน่วยสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ 1 หน่วย รวมทั้งสิ้น 12 หน่วย

ทั้งนี้ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม ได้ให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ที่เสียสละเวลามาร่วมปฏิบัติงานการเลือกตั้ง และพูดคุยกับประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอให้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม จำนวนทั้งสิ้น 4,865 คน เลือกตั้งสส.ล่วงหน้า69เขต 5 อ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘พจนารถ‘ ปชป.เขตแปด เบอร์ 2 เอาชัย! สักการะเจ้าแม่ทับทิม ชูการเมืองสุจริต ดึงใจแม่ค้าตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว-ห้วยใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม 2569 ทีมงานหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ โดย นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดชุมชนจีนชากแง้ว อ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวตลาดจีนโบราณแห่งนี้

สำหรับชุมชนชากแง้ว เป็นชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดชลบุรีมานานกว่าร้อยปี เดิมทีเหล่าคนจีนแต้จิ๋วได้เข้ามาตั้งรกรากทำการเกษตรได้ผลดีจนเป็นแผ่นดินทอง ของการทำเกษตรกรรม มีโรงโม่ซึ่งก็คือโรงแป้งมันสำปะหลังเข้ามาตั้งในชากแง้ว อีกทั้งโรงเผาด่าน

โรงเลื่อยที่เลื่องชื่อ ผู้คนจึงต่างหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเข้ามาทำการค้า บ้างก็มารับจ้างเป็นแรงงาน ทำให้ชุมชนจีนแห่งนี้เกิดความรุ่งเรืองสุดขีด เรียกว่าในตัวเมืองมีอะไร ชากแง้วมีหมดแม้กระทั่งโรงหนังที่ถือเป็นที่สุดของความทันสมัยในยุคก่อนปี 2500

ชุมชนชากแง้วผ่านยุคเฟื่องฟูเข้าสู่ความซบเชาด้วยการพัฒนาของถนน ทำให้ความเจริญย้ายไปสู่การคมนาคมเส้นหลัก จวบจนวันนี้เหลือเพียงเรื่องเล่าในความทรงจำ แต่ทว่าในวันที่การท่องเที่ยวชุมชนได้รับความนิยม โลกได้หันกลับมาหารากเหง้า และวัตนธรรมดั้งเดิม ทำให้ทายาทของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเลที่

เข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนแห่งนี้ จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันอดีตย่านการค้า เปิดบ้านไม้เรือนแถวขายสินค้าประดา มีของกินสไตล์จีนแต้จิ๋วมาให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรส และภาพตลาดจีนโบราณเมื่อร้อยปีก่อนก็กลับมาฉายซ้ำอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทำให้ตลาดจีนซากแง้วที่ตัดขึ้นทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ทั้งนี้ นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงานหาเสียง ได้เข้ากราบสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม พร้อมลั่นฆ้องเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 8 เบอร์ 2 ด้วยนโยบายการเมืองสุจริต โดนเลือกพรรคเบอร์ 27 และเลือก สส.ชลบุรี เขแปด เบอร์ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้ด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / โค้งสุดท้าย พรรคปวงชนไทยปราศรัยย่อย ชูนโยบาย สมุทรปราการมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ เอง ย้ำให้คนพื้นที่บริหารจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

พรรคปวงชนไทยเดินสายปราศรัยย่อยย่านศรีนครินทร์ ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล” ชูนโยบายยกระดับสมุทรปราการเป็นมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง ย้ำให้คนพื้นที่กำหนดทิศทางและบริหารจังหวัดด้วยตนเอง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยย่อยบริเวณที่ทำการพรรค ย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

ในการปราศรัยครั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายหลักของพรรคในการผลักดันจังหวัดสมุทรปราการให้ยกระดับเป็น “สมุทรปราการมหานคร” หรือเขตปกครองพิเศษที่สามารถบริหารจัดการตนเองได้ในลักษณะเดียวกับกรุงเทพมหานคร
นายเอกสิทธิ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อให้ผู้บริหารจังหวัด

เป็นบุคคลที่เข้าใจปัญหาและบริบทของสมุทรปราการอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
หัวหน้าพรรคปวงชนไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า สมุทรปราการรอคอยการพัฒนาอย่าง

เป็นรูปธรรมมานานนับสิบปี แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างที่ควรจะเป็น หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คนสมุทรปราการเป็นผู้กำหนดอนาคตของจังหวัดด้วยตนเอง ผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการยกระดับสถานะเป็นมหานคร

ทั้งนี้ พรรคปวงชนไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดสมุทรปราการมีอิสระในการบริหารงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อดีตนายกอุ๊งอิ๊ง หาเสียงช่วย อดีตนายกเอ อ.แม่สาย ผู้สมัครและพรรคเพื่อไทยจ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครและพรรคเพื่อไทย ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยในการปราศรัยตอนหนึ่งได้บอกว่า

ภูมิใจที่ช่วงหนึ่งของการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วได้ช่วยเหลือชาวแม่สาย พร้อมกับย้ำว่าความมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็น DNA ของทุกคนในพรรคเพื่อไทย

วันนี้(27มค69) นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่บริเวณด่านพรมแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อพบปะกับประชาชน, รับฟังรายงานความคืบหน้าของการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วม

แม่สาย จากนายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส. เชียงราย เขต 6 ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย โดยมีส่วนราชการที่

เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และมีประชาชนมวลชนเสื้อแดงไปมอบช่อดอกไม้รุมล้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างคึกคักและหนาตา

จากนั้น นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่ชุมชนเกาะทราย ซึ่งเป็น 1 ในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยแม่สาย โดยมีผู้แทนประชาชน กลุ่มมวลชน องค์กรต่างๆ

กล่าวขอบคุณอดีตนายกรัฐมนตรีที่ให้ความช่วยเหลือเมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแม่สาย และขอให้พรรคเพื่อไทยให้การ

สนับสนุนแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาวแม่สาย อาทิ ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน ปัญหาคนพิการและด้อยโอกาส ปัญหาคนไร้สัญชาติ เป็นต้น

นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส เชียงราย เขต 6 ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย บอกกับประชาชนที่มารอต้อนรับ ว่า การให้ความช่วยเหลือชาวแม่สายที่ถูกน้ำท่วม ของนายกรัฐมนตรี แพรทองธาร ชินวัตร ที่ได้สั่งการให้รัฐมนตรี 2 คนมา

ประจำการในพื้นที่ ทำให้การประสานงานต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น แต่ว่างานยังไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ตนจึงอาสาเข้ามาเป็น สส เพื่อไปอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร จะได้มีส่วนร่วมในการผลักดันงบประมาณมาดำเนินการตามโครงการต่างๆ ให้กับชาวแม่สายต่อไป

ทางด้าน นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร แม้ว่าจะไม่ได้ “อู้คำเมือง” กับชาวแม่สาย แต่ได้ปราศรัยหาเสียง โดยตอนหนึ่งของการปราศรัยหาเสียงได้บอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่แม่สาย ตนเองลงพื้นที่บ่อยมาก เมื่อได้กลับมาแม่สายอีกครั้ง จึง

รู้สึกภาคภูมิที่ช่วงหนึ่งของการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วได้มีโอกาสทำงานให้ความช่วยเหลือคนแม่สาย ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากเหตุการณ์น้ำท่วม รวมทั้งผลักดันให้การฟื้นฟูเมือง การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมแม่สายอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้ชาวแม่สายต้องประสบกับความเดือดร้อนจากอุทกภัยอีก

นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร ยังบอกด้วยว่า แม้ว่าตนเองจะเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้แล้ว ไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ยืนยันว่าตนเองยังคงทำงานเพื่อการพัฒนาประเทศชาติและประชาชนในนามพรรคเพื่อไทยต่อไป การมุ่งมั่นที่จะทำงาน

เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนถือว่าเป็น DNA ของทุกคนในพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จึงอยากให้ประชาชนชาว

แม่สายได้ช่วยกันสนับสนุนผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทั้งการเลือกตั้งในระบบเขตและในระบบบัญชีรายชื่อ เพื่อที่จะได้ให้พรรคเพื่อไยได้กลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้ง


/////////////
ลำดับภาพ 1.บรรยากาศการลงพื้นที่ที่บริเวณด่านพรมแดน 2.บรรยากาศลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ชุมชนเกาะทราย 3.บางส่วนของเสียงพูดหาเสียงของ นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส พรรคเพื่อไทย 4.เสียงปราศรัยยาวๆของ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร
///////////////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รังสิมันต์ โรม” บุกมุกดาหาร! ขึ้นรถแห่-ลุยตลาดแตก ชู “ชายสิทธิ์” เบอร์ 2 พรรคประชาชน แก้ปัญหารื้อระบบการเมืองเก่า

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ลงพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 หมายเลข 2 ของพรรคประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจตลอดสองข้างทาง

ในช่วงเช้า นายรังสิมันต์ โรม ได้ขึ้นรถแห่ปราศรัยเคลื่อนที่ไปรอบเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยเน้นย้ำถึงนโยบายหลักของพรรคในการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดิน ปัญหาเศรษฐกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน และปัญหายาเสพติด

โดยนายรังสิมันต์ได้กล่าวปราศรัยอย่างดุเดือดตอนหนึ่งว่า “ปัญหาเกือบทุกอย่างมีทางออก แต่ที่ผ่านมานักการเมืองในระบบเดิมไม่เคยคิดจะแก้ไขอย่างจริงจัง กลับเอาปัญหาเหล่านั้นไปแสวงหาประโยชน์ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนการเมืองให้ไม่เหมือนเดิม”

จากนั้น ขบวนหาเสียงได้เคลื่อนเข้าสู่ ตลาดวัฒนธรรมพรเพชร ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของเมืองมุกดาหาร ทันทีที่นายรังสิมันต์และนายชายสิทธิ์ปรากฏตัว ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยมีการมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง และขอถ่ายภาพเซลฟี่เป็นจำนวนมาก

นายรังสิมันต์ได้เดินทักทายพูดคุยกับแม่ค้าแผงไข่และร้านขายของชำ สอบถามถึงสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมฝากความหวังไว้กับนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ หมายเลข 2 โดยย้ำว่าพรรคประชาชนพร้อมที่จะเข้ามาทำงานเพื่อเปลี่ยนอนาคตให้คนมุกดาหาร

พรรคประชาชน #รังสิมันต์โรม #ชายสิทธิ์สุวรรณโชติ #เลือกตั้งมุกดาหาร #มุกดาหารเขต1 #เบอร์2 #การเมืองใหม่ #ตลาดพรเพชร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารแตก! “ธรรมนัส” ขนทัพกล้าธรรมปราศรัยใหญ่คนทะลักหน้าศาลากลาง พร้อมฟาดเดือดพวกพรรคการเมืองสร้างภาพ “ผ้าขาว” แต่ใจ “ดำปิ๊ดปี๋” ลั่นเลิกขายฝันนโยบายหลอกลวงประชาชน!

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เดินทางเปิดปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่แห่มาร่วมฟังจนมืดฟ้ามัวดิน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายพนมชัย พันธุ์พุทธ (เขต 1) และ นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง (เขต 2)

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในอดีตเรื่องการผลักดันที่ดิน สปก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกร พร้อมประกาศเดินหน้ายกระดับให้เป็นโฉนดที่ดิน (ครุฑแดง) ทั่วประเทศหากได้รับความไว้วางใจ “นโยบายพรรคกล้าธรรมไม่เน้นความสวยหรูที่ทำไม่ได้จริง แต่เราเน้นสิ่งที่ผ่านการกลั่นกรองและทำได้ทันทีเพื่อพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มเปราะบาง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงประเด็นความมั่นคงและการค้าชายแดน โดยเฉพาะปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและยาเสพติด โดยระบุว่าต้องมีการ “ซีลชายแดน” ให้เข้มงวด และต้องทบทวน MOU 43 (ทางบก) และ MOU 44 (ทางน้ำ) กับกัมพูชา หากไทยเสียเปรียบต้องกล้าปรับปรุงหรือยกเลิก

นอกจากนี้ยังสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ตนเล็งตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไว้เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงด้วยตัวเอง “แค่มีชื่อผม ฝ่ายตรงข้ามก็เกรงแล้ว เพราะผมเป็นคนชัดเจน เรื่องอธิปไตยต้องมาที่หนึ่ง หากเจรจาไม่ได้ผลก็ต้องเด็ดขาดเพื่อให้จบปัญหา”

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงบรรยากาศการเมืองในปัจจุบัน โดยเปรียบเปรยพรรคคู่แข่งบางพรรคที่พยายามสร้างภาพลักษณ์เป็นคนดีบริสุทธิ์เหมือน “ผ้าขาว” แต่เบื้องหลังกลับล้มเหลวและมีมลทิน

“พรรคการเมืองบางพรรคทำตัวสะอาดเหมือนผ้าขาว แต่ความจริงแล้วเบื้องหลัง ‘ดำปิ๊ดปี๋’ เหมือนนํ้าพริกตาแดงบ้านผม สิ่งที่พวกคุณพูดมันย้อนกลับเข้าตัวหมด ผมขอเตือนพี่น้องอย่าไปเชื่อพวกนโยบายขายฝันที่ทำไม่ได้จริง เพราะคนไทยวันนี้ไม่โง่และดูออกว่าใครคือของจริง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเสียงกร้าว

นอกจากประเด็นปากท้อง ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ตอบโต้กลุ่มการเมืองที่ตั้งคำถามว่า “มีทหารไว้ทำไม?” โดยระบุว่ากองทัพคือรากฐานสำคัญที่ปกป้องบ้านเมืองมาทุกยุคสมัย การคิดจะปฏิรูปประเทศหรือเลียนแบบตะวันตกโดยไม่ดูบริบทของคนไทยคือความผิดพลาด พร้อมย้ำว่าตนเองเป็นคนพูดภาษาชาวบ้าน ตรงไปตรงมา รักคือรัก เกลียดคือเกลียด ไม่ต้องใช้พจนานุกรมแปล

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ได้ย้ำถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยชูความพร้อมของตัวผู้สมัครทั้งเขต 1 และ เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร ว่าเป็นคนพื้นที่ที่เข้าใจปัญหาและพร้อมรับใช้พี่น้องประชาชนทันที

ธรรมนัสพรหมเผ่า #อนุดิษฐ์นาครทรรพ #พรรคกล้าธรรม #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #พนมชัยพันธุ์พุทธ #เลขาดำไตรสรณคมน์ #ดำปิ๊ดปี๋ #สปกเป็นโฉนด #การเมืองไทย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลุยบางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ชูนโยบาย เรียนฟรี / ลดค่าไฟ / แก้หนี้ / แก้น้ำท่วมจบในครั้งเดียว

แชร์เนื้อหานี้

“ดร.เอ้” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่บางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4 และ เขต 5 หาเสียง พบปะประชาชนตามตลาด ชูนโยบายการศึกษา หนี้สิน ปากท้อง และพลังงาน ย้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 26 มกราคม 2569 ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาเสียงในพื้นที่โดยมี นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 และ นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 ร่วมลงพื้นที่พร้อมทีมงาน

โดยได้นัดรวมตัวกันที่ตลาดทิพนิมิต ก่อนจะขึ้นรถแห่ เดินทางไปที่ตลาดนัดเรือบิน จากนั้นลงเดินหาเสียง พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ชูนโยบายสำคัญที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ เรียนฟรีถึงปริญญาตรี / ครูมีไว้สอนเลิกงานฝาก / เพิ่มอาหารเช้าให้เด็กประถม / 60 ปี ปิดหนี้เสียไม่เกิด 2 แสนบาท / SME ได้เงินก่อนไม่ต้องรอตกเบิก / 20,000 .- เข้าถึงได้ทุกอาชีพอิสระ / ปลดหนี้ กยศ. ชีวิตดีไม่ติดลบ / แก้ครั้งเดียวจบ หยุดท่วมซ้ำซาก / ค่าไฟ 3 บาท ติดโซลาร์เซลล์ฟรี

ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้มาหาเสียงที่บางพลี โดยมาที่ตลาดนัดเรือบิน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในโซนบางพลี วันนี้ได้มาขอคะแนน เพราะตนก็เป็นคนสมุทรปราการ อยู่ในโซนบางพลีอยู่แล้ว ซึ่งปัญหาที่เจอจะเป็นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จนทำมาหากินไม่ได้ พรรคไทยก้าวใหม่ขออาสาหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการแก้ครั้งเดียวจบ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ขอทำเรื่องนี้ แต่ต้นจะทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีใครช่วยทีมสส.สมุทรปราการของตน

นโยบายของพรรค คือการสร้างคนด้วยการศึกษา เพราะการศึกษาคือยาแก้จน ไม่ใช่ยิ่งเรียนยิ่งจนยิ่งเรียนยิ่งเป็นหนี้ เรียนฟรีไม่มีจริง พรรคไทยก้าวใหม่ขอประกาศจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญกฎหมาย ว่าทุกคนต้องได้เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม และปลดหนี้กยศ.

เพราะเป็นหนี้ที่ไม่ควรจะเสียแต่วันแรกอยู่แล้ว นอกจากนั้นแล้วการปลดหนี้ และกองทุนไทยก้าวใหม่ 20,000 บาท ทุกอาชีพอิสระด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพราะพ่อค้าแม่ค้า หรืออาชีพอิสระไม่สามารถไปกู้เงินได้ นอกจากไปกู้เงินนอกระบบ ด้านผู้สูงอายุก็มีสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยการปลดหนี้เสียให้ผู้สูงอายุ 60 ปี ไม่เกิน 200,000 บาท

รวมถึงsme ขายของไม่เคยได้เงิน พรรคไทยก้าวใหม่มี นโยบายแคชฟอร์เอสเอ็มอี คือขายของได้ออกให้ก่อนแล้วค่อยตกเบิกทีหลัง และขอย้ำเรื่องการหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของสมุทรปราการ วันที่ 8 ก.พ. หรือเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะถึง อยากเชิญชวนให้ออกมาเลือกตั้ง และอยากขอฝากถ้ายังเลือกคนเดิมเหมือนเดิม

ก็เหมือนเครนที่ถล่ม เพราะมันผุแล้วเอามาทาสีใหม่ สุดท้ายรอวันถล่ม อยากให้เปิดใจเลือกคนใหม่ๆ ที่มีมีความรู้ความสามารถ คนมืออาชีพอย่างพรรคไทยก้าวใหม่ ถ้าอยากจะใช้ดร.เอ้ ต้องเลือกเบอร์ 49 และเลือก สส.ของพรรคไทยก้าวใหม่ และขอแนะนำผู้สมัคร พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต4 เบอร์3 ทำเพื่อประชาชนและเป็นนักนโยบาย และ ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต5 เบอร์ 7

นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 บอกว่า อยากฝากถึงพ่อแม่พี่น้องชาวบางพลี วันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ ที่นำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ มีความตั้งใจจริง ที่อยากจะเข้ามาแก้ปัญหาที่สะสมมานาน สำหรับชาวสมุทรปราการ ขอโอกาสให้คนที่ทำงานเป็น รู้ปัญหาและแก้ได้ตรงจุด อยากขอให้สนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่บัดสีชมพูกาเบอร์ 49 บัตรสีเขียวหมายเลข 3 พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต 4

นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 บอกว่า อยากให้พี่น้องคนไทยทุกคน ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง การเลือกตั้งที่จะถึงนี้เพราะตนมองว่าสำคัญ เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศ และอย่างที่ ดร.เอ้ พูดถ้าเลือกคนเดิมก็ได้แบบเดิม อยากให้ลองเปิดใจให้พรรคไทยก้าวใหม่ บัตรสีชมพูเบอร์ 49 บัตรสีเขียว ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต 5 เบอร์ 7


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาจารย์เชน” ปลุกโคราช ขอเพื่อไทย 16 เขต เปิดเพลงใหม่รณรงค์เลือกตั้ง

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ตลาดเซฟวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนแห่จับจองที่นั่งแน่นเต็มพื้นที่

นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ นายประเสริฐ บุญชัยสุข เขต 1, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2 และ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา เขต 3

ภายในงานมีการมอบพวงมาลัยของดีเมืองโคราช ทั้งหมี่โคราช พวงมาลัยแคบหมู น้ำพริกปลาร้า กุนเชียง ข้าวตัง และหมูแท่ง สร้างสีสันให้เวทีอย่างคึกคัก พร้อมเปิดตัวเพลงหาเสียงใหม่ชื่อ “อาจารย์เชน” เป็นครั้งแรก โดยเตรียมนำไปใช้เป็นเพลงรณรงค์หาเสียงตลอดช่วงเลือกตั้ง

นายยศชนันขึ้นปราศรัยประกาศความพร้อมว่า “ลูกหลานคนโคราชมาหาแล้ว” พร้อมเดินหน้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันทำความฝันของประชาชนให้เป็นจริง พร้อมขอแรงสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยคว้า 16 เขตของโคราช

นายยศชนันยังชูวิสัยทัศน์ยกระดับจังหวัดเป็น “โคราชมหานคร” ครอบคลุมทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม บริการ ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม

ด้านนโยบายเศรษฐกิจ นายยศชนันย้ำว่าเกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ พร้อมเปิด “สงครามกับความยากจน” เดินหน้าล้างหนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. และหนี้ครู รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก พร้อมดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาปักหมุดโคราชให้เป็นเมืองเป้าหมายระดับโลก

ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน นายยศชนันเสนอแนวคิดระบบขนส่งแบบมหานคร อาทิ รถรางโคราช 10 บาทตลอดสาย ควบคู่การแก้ปัญหาน้ำท่วมในเมือง และปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อให้โคราชเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ นายยศชนันยังประกาศไทม์ไลน์นโยบาย “เพื่อไทยทำได้ พร้อมทำทันที” โดยนำเสนอผ่านสไลด์ แบ่งเป็นช่วงทำทันทีจนถึงภายใน 1 ปี เน้นแก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

โดยนโยบายทำทันทีประกอบด้วย การปราบยาเสพติด ยึดทรัพย์ผู้ค้ายาให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน กำจัดแหล่งผลิตภายใน 1 ปี ปราบสแกมเมอร์ ยึด–อายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด และผลักดันรัฐเป็นลูกค้าให้ SME ไทยเพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย

ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกมีมาตรการเพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้ และแยกผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด ส่วน 6 เดือนแรกครอบคลุมนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร ลดค่าไฟ

การศึกษาและสาธารณสุข รวมถึง Smart City และเมืองปลอดอาชญากรรม ก่อนเดินหน้าภายใน 1 ปีด้วยโครงการบ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาอย่างทั่วถึง

พรรคเพื่อไทยย้ำว่า นโยบายทั้งหมดออกแบบเพื่อ “ทำได้จริง เห็นผลจริง” พร้อมผลักดันสู่รัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าได้รวดเร็วและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ เต้007 นำทีมผู้สมัครตะลุยราชภัฏ ชูนโยบาย นิสิตแห่ขอถ่ายรูปกันเพียบพร้อมท้าประลองวิดพื้นโชว์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชน ที่มหาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

เพื่อชูนโยบายนักรบอวกาศ ซึ่งทำให้นิสิตชื่นชอบ พร้อมกันนี้นิสิตมหาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ได้ เข้าคิวแถวยาวเพื่อขอถ่าย และชวนนายมงคลกิตติ์ วิดพื้นโชว์ ตามกระแสที่มาแรงอยู่ในขณะนี้ ตามสื่อและโซลเชียล

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ในครั้งนี้ เพื่อมาพบกับประชาชนและนิสิตนักศึกษา พร้อมพูดคุยนโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งมี 3 นโยบายหลักคือ นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน

โดยเพียงเป็นเจ้าบ้านจะได้สิทธิรับเงินทุน 36,000 บาท นโยบายเงินผดุงเกียรติ สำหรับทหารผ่านศึกรับ 36,000 บาทต่อปี และนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงวัย ให้ผู้สูงวัย 36,000 บาทต่อปี เพื่อยกระดับสวัสดิการให้มั่นคงยั่งยืน ต่อมานโยบายไปอวกาศ

นโยบายนี้ทำให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีความฝันเป็นนักบินอวกาศ เป็นนักรบอวกาศ ให้เป็นจริง โดยนโยบายด้านการพัฒนาอวกาศของไทย เป้าหมาย ภายใน 4 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ เพื่อขนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร และพัฒนาสู่การท่องเที่ยว

โคจรรอบโลก เป้าหมาย ภายใน 8 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ บิน ไป-กลับ ดวงจันทร์ และพัฒนาสู่การท่องเที่ยวไปดวงจันทร์ เป้าหมาย ภายใน 12 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ บิน ไป-กลับ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร เป็นต้น

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ ยืนยันว่า นโยบายของพรรคทางเลือกใหม่นั้น ใหม่จริงๆ ประชาชนให้ความสนใจ ที่สำคัญพรรคทางเลือกใหม่ไม่ซื้อ ประเทศไทยมีซื้อเสียงอยู่ประมาณ 7 พรรคจาก 57 พรรค กกต.คงรู้ดีว่าใครซื้อ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขาจะซื้อ ส่วนประชาชนมีสิทธิ์จะเลือกหรือไม่เลือกเป็นอีกเรื่อง ส่วนพรรคทางเลือกใหม่ไม่ได้ขายอะไรเลย ขายแต่ไอเดีย

ขายอนาคตที่จับต้องได้ วันนี้อาจเป็นสิ่งที่พูดไปว่า เพ้อเจ้อ ปัญญาอ่อน หลังจากเลือกตั้ง ผมมีอำนาจทุกสิ่งทุกอย่างคือเรื่องจริงทั้งหมด พรรคทางเลือกใหม่ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมขอแรงสนับสนุนในการผลักดันแนวคิดใหม่ๆ เพื่ออนาคตของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสิต นักศึกษาที่มาพบนายมงคลกิตติ์ ต่างสอบถามแนวนโยบายที่ตนสนใจ โดยเฉพาะนโยบายนโยบายนักรบอวกาศ ตั้งกระทรวงเวทมตน์ ขณะที่น้องๆเยาวชน ขอร่วมวิดฟื้นกับ ถึง 2 รอบ โดบรอบแรก 20 ครั้ง ,รอบที่สอง 10 ครั้ง

สร้างความประทับใจให้เยาวชนที่ไปรอเป็นอย่างมาก และในขณะที่นายมงคลกิตติ์ พร้อมคณะพูดคุยกับนักศึกษาเกี่ยวกับนโยบายของทางพรรคอยู่นั้น ได้มีคณะจาก กกต.ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ทราบข่าวการเดินทางมาในครั้งนี้ของพรรคจึงได้เดินทางมาร่วมรับฟังนโยบายและสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธา” ขึ้นปราศรัยใหญ่ปากน้ำ ปลุกพลังเลือกเบอร์ 46 ดัน “เท้ง” นั่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศการเมืองสมุทรปราการร้อนแรง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ที่ย่านปากน้ำ ปลุกกระแสโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ชวนประชาชนเทคะแนนเลือกเบอร์ 46 ผลักดัน “เท้ง” เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาเมื่อช่วงเย็น

วันที่ 25 มกราคม 2569 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ที่ ตลาดแบล็คมาร์เก็ต บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS แพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ หาเสียงในช่วง โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยทันทีที่ก้าวขึ้นเวทีมีเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์จากประชาชนดังกระหึ่ม

นายพิธา กล่าวทักทายและชักชวนชาวสมุทรปราการให้เลือก หมายเลข 46 เพื่อส่ง “นายกฯเท้ง” เข้าทำเนียบรัฐบาล พื้นที่สมุทรปราการเป็นพื้นที่ที่ผูกพันกับผู้นำพรรคมาตั้งแต่ต้น ตอนที่อนาคตใหม่ยกขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล การประชุมพรรคครั้งแรกก็จัดที่สมุทรปราการ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดวิกฤตโควิด

โดยจังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบ เพราะมีสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในพื้นที่ การลงพื้นที่ครั้งแรกในช่วงวิกฤตก็เกิดขึ้นที่สมุทรปราการ รวมถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

ในช่วงที่เป็น ส.ส. ก็เกิดขึ้นที่จังหวัดนี้เช่นกัน ก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผู้นำพรรคได้สัญญากับชาวสมุทรปราการว่าจะกลับมา และตั้งใจว่าจะกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แม้จะยังทำไม่ได้ตามที่พูดไว้

สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่ให้คะแนนกับพรรคก้าวไกลมากกว่า 440,000 คะแนน คิดเป็น 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นคะแนนสูงที่สุดในประเทศไทย จึงถูกเรียกว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งก้าวไกล” จังหวัดนี้มี ส.ส. ครบทั้ง 8 เขต และเป็นพื้นที่แรงงานขนาดใหญ่ มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจำนวนมาก ทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ทำให้สมุทรปราการเป็นฐานสำคัญของพรรค

ตนเองอาจยังไม่สามารถกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ตามที่เคยพูดไว้ แต่ยังยืนยันว่าจะสนับสนุนให้ประชาชนเลือกหมายเลข 46 เพื่อส่ง “เท้ง” เป็นนายกรัฐมนตรีเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล และจะกลับมาที่สมุทรปราการเป็นที่แรก นอกจากนี้

ยังกล่าวถึง คุณศิริกัญญา ตันสกุล ว่าเป็นคนที่ไว้ใจมากที่สุด เป็นคนที่ตอบคำถามได้ถูกต้องเรื่องข้อมูลและนโยบาย เปรียบเหมือนสารานุกรม และเป็นผู้ที่จะขึ้นมาปราศรัยปิดเวทีแทนตน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พรรคปวงชนไทย พรรคสายเลือดใหม่ของคนสมุทรปราการ เข้าสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ รวมพลังสู้ศึกเลือกตั้ง หวังพัฒนาบ้านเกิด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.23 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดสมุทรปราการ ทั้ง 8 เขต เข้าสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงสนามเลือกตั้ง

โดยเลือกฤกษ์มงคลเวลา 08.23 น. ซึ่งสอดคล้องกับหมายเลขพรรค เบอร์ 23 ในการกราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลและกำลังใจในการทำงานเพื่อประชาชน

นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนสมุทรปราการโดยกำเนิด และเป็นหัวหน้าพรรคปวงชนไทย มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาพัฒนาบ้านเกิดให้ดียิ่งขึ้น

หลังจากที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรปราการยังคงเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งจากผู้แทนหน้าเดิมที่ยังไม่สามารถผลักดันการ

พัฒนาได้อย่างเต็มที่ หรือผู้แทนหน้าใหม่ที่ประชาชนเคยให้โอกาสแล้วแต่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

จึงขอฝากพรรคปวงชนไทย ในฐานะพรรคทางเลือกใหม่ ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกหลานชาวสมุทรปราการอย่าง

แท้จริง ให้ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมพัฒนาบ้านเกิด “พรรคใหม่ ทางเลือกใหม่ ของคนสมุทรปราการอย่างแท้จริง”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พจนารถ” ผู้สมัคร สส.ปชป. เขต 8 ชลบุรี ลุยงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ขอคะแนนเสียงชาวบ้าน-พ่อค้าแม่ค้า

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 24 ม.ค.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบ

การพ่อค้าแม่ค้าภายในงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ประจำปี 2568 ที่เมืองพัทยาจัดขึ้นเป็นงานอีเว้นต์การท่องเที่ยวส่งเสริมชุมชนบ้านนาเกลือที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตลอดทุกปี

โดยนางพจนารถ แก้วผลึก หรือ เจ๊หมวย อดีตเคยเป็น สส.ชลบุรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ในครั้งนี้ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สส.ชลบุรี ในเขตเลือกตั้งที่ 8

อำเภอบางละมุง เฉพาะ ต.บางละมุง-หนองปลาไหล-นาเกลือ-ตะเคียนเตี้ย-เขาไม้แก้ว-โป่ง และห้วยใหญ่ โดยได้ชูนโยบายการเมืองสุจริตแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์ปักธงเป็นยุทธศาสตร์หลัก

ทั้งนี้ ทางคณะหาเสียงของนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินเท้าแจกแผ่นพับแนะนำตัว พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านประชาชนตลอด

จนผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาด 100 ปีบ้านนาเกลือ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้เพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ไม่ทุจริตไปด้วยกัน ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้งคนทั้งพรรคสองใบ

‘รังสิมา‘ ควง ‘พจนารถ‘ ลุยตลาดเช้านาเกลือ ชี้ ปชป.ชูการเมืองสุจริต-เพิ่มเงินเดือนให้ผู้สูงอายุ

เช้าวันที่ 23 ม.ค.69 นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงาน

ได้ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเมืองพัทยาเขตตำบลนาเกลือที่มาจับจ่ายใช้สอยและผู้ประกอบการแม่ค้าตลาดเช้าภายในตลาดสดอมรนครและตลาดใหม่นาเกลือ

นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวตำบลนาเกลือออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

โดยพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 และสำหรับพื้นที่ตำบลนาเกลือแห่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ โดยตนเองเคยมีผลงานประสานงบประมาณก่อสร้างโรงพยาบาลพัทยาปัทธมคุณอย่างเห็นผลมาแล้ว

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้นอย่างถูกต้องต้องสนับสนุนการเมืองสุจริต ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินแนวทางการเมืองสุจริตนี้มา

โดยตลอด และชูนโยบานไทยหายจนโดยให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จะปรับขึ้นเงินผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาท

“ประเทศไทยมีคนสูงอายุกว่า 12.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มประชากรที่ละทิ้งไม่ได้ และโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุริเริ่มเป็นแนวคิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนาย ชวน หลีกภัย (ชวน1)

เมื่อปี พ.ศ.2535 ด้วย ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องสานต่อในเรื่องนี้” นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รองนายกฯ ธรรมนัส เยือนจ.เชียงราย ขับเคลื่อนนโยบายทางด้านการเกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มกราคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2

พร้อมด้วยนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย นายทรงพล พงษ์มุกดา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว นายชาคริต ไทยประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเชียงของพิทยาคม ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และบริเวณลานหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อพบปะประชาชน

พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และข้อเสนอแนะจากผู้นำท้องถิ่น เพื่อนำมาวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ผ่านนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยได้เน้นย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ ได้แก่การเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การผลักดันให้เกิด พ.ร.บ. ลำใยให้เกิดความมั่นคงทางรายได้ให้ชาวสวนลำใย การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง และการนำเทคโนโลยีมา

ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมกันนี้ได้กำชับให้กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 เร่งดำเนินการโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อรักษาระดับน้ำและกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ของเกษตรกรให้มากที่สุด…

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ชูสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

ชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ชูสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท
“ชวน หลีกภัย” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ สมุทรปราการ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้า พร้อมย้ำแนวนโยบายสานต่อเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มกราคม 2569 นายชวน หลีกภัย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ได้ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วย ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ของพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาด ต่างเข้ามาทักทายและให้กำลังใจ พร้อมรับฟังแนวทางและนโยบายของพรรค

ทั้งนี้ ระหว่างการพบปะประชาชน นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวถึงนโยบายด้านสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่ง

เป็นนโยบายที่ตนเองมีส่วนริเริ่มผลักดันในอดีต และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจที่จะสานต่อและพัฒนาให้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพในอัตรา 1,000 บาท

เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย

โดยพรรคประชาธิปัตย์มุ่งเน้นการเข้าถึงประชาชนโดยตรง พร้อมนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและสวัสดิการของประชาชนทุกกลุ่ม


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขีดทิ้งได้เลย!! -กกต.มุกดาหาร ติวเข้มสื่อท้องถิ่นรับศึกเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาฯ ห้ามซื้อสิทธิ์-ขายเสียง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในการประชุมสื่อมวลชนท้องถิ่น ณ ห้องประชุมสำนักงาน กกต.จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

นายจักรินทร์ กล่าวว่า สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนน และรณรงค์ให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ควรเลือกคนทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบไม่ต้องเลือกเลย ยิ่งคนมาแจกเงินเป็นของเบอร์ไหนมาแจกเงินซื้อเสียงฉีกทิ้งได้เลย

ขาก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาก็ทำผิดกฎหมายแล้ว ท่านคิดว่าคนพวกนี้จะเข้าไปทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเมืองได้ไหม ขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการลงคะแนนไม่เอนเอียงไปตามเงินที่แจก โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 2 เขต มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 19 คน เปิดตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งจังหวัด

จากข้อมูลสถิติผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดมุกดาหาร ปี พ.ศ. 2569 มีรายละเอียดที่สำคัญคือ ภาพรวมทั้งจังหวัด: มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 611 หน่วย โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 281,456 คน (ชาย 139,486 คน และหญิง 141,970 คน) โดยเขตเลือกตั้งที่ 1:ประกอบด้วย อ.เมืองมุกดาหาร (บางส่วน), อ.ดอนตาล และ อ.หว้านใหญ่ มีหน่วยเลือกตั้ง 283 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 142,314 คน

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อ.เมืองมุกดาหาร (บางส่วน), อ.คำชะอี, อ.นิคมคำสร้อย, อ.ดอนหลวง และ อ.หนองสูง มีหน่วยเลือกตั้ง 328 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 139,142 คน

ทั้งนี้ กกต.มุกดาหาร ได้เตรียมสถานที่รองรับผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยเขต 1 จะใช้หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร และเขต 2 ใช้ศาลาประชาคมอำเภอคำชะอี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจการเลือกตั้งจ.นครปฐม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธ ที่ 21 เดือน มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม นำโดยนายไพศาล สุขปัญญา หัวหน้าผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความ

พร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และ การออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่

เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2569 ณ เขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอนครชัยศรี และอำเภอพุทธมณฑล โดยศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

ในการนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานภาพรวมการการดำเนินการเลือกตั้ง เขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม

และนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นผู้รายงานขั้นตอนพร้อมรายละเอียดการดำเนินงานของเขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม

คณะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม ได้ให้คำแนะนำพร้อมแนวทางการดำเนินงาน และแนวทางในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อส่งผลให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และโปร่งใส
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชาติ” เปิดเวทีปราศรัยนราธิวาสคลื่นมหาชนนับหมื่นแห่ฟังปราศรัย “วันนอร์” มั่นใจแลนด์สไลด์ชายแดนใต้ กวาด ส.ส. ทะลุ 10 ที่นั่ง

แชร์เนื้อหานี้

พรรคประชาชาติเปิดเวทีปราศรัยย่อยเขต 3 และ 4 นราธิวาสสุดคึกคัก ประชาชนเกือบหมื่นคนทะลักร่วมฟังวิสัยทัศน์อย่างคึกคัก สะท้อนกระแสตอบรับเชิงบวกและความเชื่อมั่นต่อพรรค

“วันนอร์” ลั่นผลงาน 2 ปีพิสูจน์ฝีมือ พร้อมชูธง “ยุติธรรมนำการพัฒนา” ด้าน “กูเฮง” กางแผนยุทธศาสตร์ดึงอุตสาหกรรมชิปจากมาเลเซีย สร้างงานนับแสนตำแหน่ง พลิกโฉมเศรษฐกิจใต้

เมื่อคืนวันที่ 21 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนสวนพระยาวิทยา ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค และอดีตประธานรัฐสภา

พร้อมด้วยแม่ทัพใหญ่ในพื้นที่อย่าง นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส และทีมผู้สมัคร ส.ส. อาทิ นายอับดุลการีม อัสมาแอ ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 2 นายสูเด็ง ตอเฮ ผู้สมัครเขต 3 หมายเลข 3 นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัครเขต 4

หมายเลข 1 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัครเขต 5 หมายเลข 1 เปิดเวทีปราศรัยย่อยท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างกึกก้องจากประชาชนเกือบ 10,000 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่ สะท้อนถึงกระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า การแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ทำให้พรรคประชาชาติมั่นใจ คือ นโยบายที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงผลงานที่พรรคได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี โดยเฉพาะบทบาทของหัวหน้าพรรคที่ดูแลด้านความยุติธรรม และลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวด้วยความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชาติมีความพร้อมสูงสุด โดยชูผลงานที่เป็นรูปธรรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบทบาทด้านการคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน

“เราคัดผู้สมัครมาอย่างเฟ้นเฟ้น และเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินจากผลงานที่จับต้องได้ พรรคตั้งเป้ากวาด ส.ส. ในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง และขยับเป้าบัญชีรายชื่อเพิ่มเป็น 3-4 ที่

นั่ง เพื่อเข้าไปเป็นเสียงที่ดังที่สุดสำหรับคนภาคใต้ในสภาฯ”นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนการประเมินคะแนนนิยมอย่างเข้มข้นผ่านนักวิชาการถึง 3 รอบ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง

ขณะที่นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 หมายเลข 1 กล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ว่า แม้ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่บริบทโดยรวมได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สิ่งสำคัญคือการตั้งคำถามว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากความรุนแรง และใครคือผู้ได้ประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งตนขอเลือกพูดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

นายกูเฮงกล่าวว่า พรรคประชาชาติยึดมั่นในหลักความยุติธรรม และได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในการผลักดัน พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหายฯ ซึ่งเป็นกล่องดวงใจของพรรคประชาชาติในการปกป้องสิทธิมนุษยชน

เป็นกฎหมายสำคัญอย่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จนสามารถบังคับใช้ได้จริงทั่วประเทศ รวมถึงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นกลไกคานอำนาจ และสร้างความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม

“วันนี้ความเป็นธรรมเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่โจทย์ต่อไปคือคุณภาพชีวิต เราต้องทำอย่างไรให้คนในพื้นที่มีงานทำ มีรายได้ และสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้ในบ้านเกิด” นายกูเฮงกล่าว พร้อมเสนอแนวคิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิต เพื่อสร้างงานนับหมื่นถึงนับแสนตำแหน่งในพื้นที่ หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักลงทุนได้
“ถ้าเราสร้างความปลอดภัยให้นักลงทุนได้ เราจะดึงเม็ดเงินและงานมาให้คนในพื้นที่ได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนคน ลูกหลานเราไม่ต้องไปทำงานไกลบ้านอีกต่อไป” นายกูเฮงระบุ

ในช่วงท้าย พรรคประชาชาติยังได้ย้ำถึงนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ กยศ. การปฏิรูปการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต โดยย้ำว่าศาสนาและการเมืองต้องเดินควบคู่กัน เพื่อสร้างความยุติธรรม ความเข้าใจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

การปราศรัยครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก สะท้อนพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาชาติ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำฐานเสียงเดิม แต่ยังเป็นการแสดงแสนยานุภาพของพรรคประชาชาติที่พร้อมจะ “แลนด์สไลด์” ในพื้นที่นราธิวาสและจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มตัว
//////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับชีพจร เขต 9 ศรีสะเกษ: ‘สงครามตัวแทน’ บ้านใหญ่ ล้มแชมป์เก่าอย่าง ครูนุช ง่ายจริงหรือ

แชร์เนื้อหานี้

สนามเลือกตั้งศรีสะเกษ เขต 9 (ราษีไศล-ศิลาลาด-บึงบูรพ์-ยางชุมน้อย-โพธิ์ศรีสุวรรณ) ชั่วโมงนี้อุณหภูมิการเมืองพุ่งสูงทะลุปรอท! แม้พื้นที่จะเป็นชายขอบติดยโสธรและร้อยเอ็ด แต่สปอร์ตไลท์กลับฉายจับทุกการเคลื่อนไหว เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่า “บารมีเก่า” หรือ “ผลงานใหม่” ใครจะกินขาดกว่ากันย้อนรอย ‘ล้มยักษ์’ จุดกำเนิด ‘ครูนุช’หากยังจำกันได้ การเลือกตั้งปี 66 คือตำนานบทใหม่ที่ต้องจารึก เมื่อ “ครูนุช” นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร หญิงแกร่งต่างถิ่นจากหนองคายที่มาหยั่งรากสร้างตัวในราษีไศล อาศัยลูก “ขยัน-จริงใจ-ติดดิน” ควบกระแสพรรคเดิมล้มยักษ์หลับอย่างตระกูล ‘แซ่จึง’ ที่ผูกขาดพื้นที่มานานนมลงได้อย่างราบคาบ

จุดแข็งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “หัวใจสปอร์ต” ครูนุชปลุกปั้นทีมฟุตบอลราษีไศล ยูไนเต็ด จากทีมรากหญ้าจนผงาดเป็น “จ่าฝูงไทยลีก 2” กลายเป็นสัญลักษณ์ความภูมิใจของคนในพื้นที่ บวกกับบุคลิกที่ชาวบ้านบอกว่า “คุยง่ายเหมือนญาติ” ทำให้เธอรักษาแต้มต่อมาได้จนถึงนาทีนี้สงคราม ‘เงา’ และ ‘ตัวแทน’
ในศึกครั้งนี้ ฝ่ายตรงข้ามต่างปรับหมากแก้เกมกันถ้วนหน้า แต่ที่น่าสนใจคือทั้งสองพรรคใหญ่กลับเลือกใช้ “นอมินีการเมือง” เข้าสู้ เบอร์ 2 ‘เจ็ท’ วิทวัส ไตรสรณกุล (ภูมิใจไทย): ทายาทการเมืองตระกูลดังและลูกเขยอดีต สส.ปวีณ-ผ่องศรี งานนี้ “สีน้ำเงิน” หวังทวงแค้นโดยใช้ความสดของคนรุ่นใหม่พ่วงบารมีบ้านใหญ่ไตรสรณกุลมาเป็นเกราะกำบังเบอร์ 10 ‘หลอ’ นฤชิต จารุรัชกุล (เพื่อไทย): ตัวแทน “บ้านใหญ่เขต 8” ที่ข้ามห้วยมาหวังเสียบแทนใน

นามพรรคเดิมของแชมป์เก่า แม้โปรไฟล์ในสนามการเมืองจะยังเป็นสีขาวจั๊วะ แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะมี “เสื้อคลุมแดง” เป็นตัวช่วยดึงคะแนนส่วน เบอร์ 1 ‘บาส’ พงษ์เดช จากพรรคประชาชน คือ “ตัวสอดแทรก” ที่น่ากลัว ด้วยฐานคะแนนเดิมเกือบ 2 หมื่นเสียงในปี 66 หากกระแสเปลี่ยนสีส้มพัดแรงในพื้นที่ นี่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คะแนนฝั่งอนุรักษ์นิยมแตกกระจายวิเคราะห์เจาะลึก: ชนะ ‘ครูนุช’ ไม่ยากจริงหรือ? หลายคนสบประมาทว่าพอครูนุชย้ายมาสวมเสื้อ “พรรคกล้าธรรม” จะกลายเป็น “ปลาผิดน้ำ” หรือไม่? แต่จากการลงพื้นที่จริงดูเหมือนว่า “ยี่ห้อตัวบุคคล” จะนำหน้า “ยี่ห้อพรรค” ไปแล้ว ผลงานการจัด Event กระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าถึงมวลชนแบบถึงลูกถึงคน ทำให้เสียงสะท้อนจากชาวบ้านอย่าง นายสาคร มหาสิงห์ แห่งตำบลเป๊าะ ยืนยันว่า “แม้อาจจะดูเป็นรองในเชิงพรรค แต่ความเข้าถึงใจคน ครูนุชยังนอนมา”

บทสรุป: ศึกเขต 9 ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกว่า “จะเอาใคร” แต่เป็นการวัดพลังระหว่าง “ผลงานที่สัมผัสได้” ของแชมป์เก่า กับ “บารมีเงา” ของผู้ท้าชิงหน้าใหม่หากครูนุชยังรักษาฟอร์มการเล่นเหมือนฟุตบอลที่เธอเคยสร้างมา ที่เน้นการบุกต่อเนื่องและไม่ประมาทคู่ต่อสู้ โอกาสที่จะ “ย้ำแค้น” บ้านใหญ่ก็มีสูง แต่หาก “กระแสพรรค” และ “พลังสีน้ำเงิน” ผนึกกำลังกันเข้มแข็ง การรักษาเก้าอี้ครั้งนี้ก็อาจจะเป็นงานหินที่สุดในชีวิตการเมืองของเธอใครพลาดน้อยกว่า… คนนั้นคือผู้ชนะ!
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน”ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 1 ประจวบฯ “สังคม แดงโชติ” อดีต สส. หาเสียงบริเวณถนนคนเดินชายทะเล เจอพ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปอย่างอบอุ่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต รมช.พาณิชย์ และ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ (น้องสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์) 2 แกนนำพรรค ร่วมลงพื้นที่บริเวณถนนคนเดินชายทะเลหน้าอ่าวประจวบฯ

ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. จังหวัดประจวบฯ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายสังคม (ลูกหิน) แดงโชติ อดีต สส.ประจวบฯในเขตนี้ ภายหลังเดินทางกลับจากไปช่วยผู้สมัคร สส. จ.ชุมพร หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้า และเดินทางด้วยรถยนต์ต่อมายังถนนคนเดินประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์ที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น

โดยมีผู้สมัคร สส.ประจวบฯพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายสังคม แดงโชติ ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 3 นายอำนวย (ผู้ใหญ่เปี๊ยก) สุดกระแสร์ ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 4 และ นายพงษ์พันธ์ (เดียร์) เผ่าประทาน อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก ลูกเขยนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 7 นายสวาป (กำนันสวาป) เผ่าประทาน อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย / ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 36 บิดานายพงษ์พันธ์ และ นายสมหมาย แดงโชติ ส.อบจ.ประจวบฯ บิดานายสังคม พร้อมชาวบ้านและกองเชียร์มารอให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนชาวต่างชาติ กลุ่มวัยรุ่น และเด็กๆที่มาเดินตลาดกับผู้ปกครอง เมื่อทราบว่าเป็นนายกฯอนุทิน มาเดินตลาดและแวะทักทายอย่างเป็นกันเอง ต่างก็ส่งเสียงเชียร์พร้อมเข้ามาสวมกอดและขอถ่ายรูป ขอเซลฟี่พร้อมกับมอบดอกไม้ให้กับ นายกฯอนุทิน ซึ่งนายอนุทิน ก็ฝากให้เลือกเบอร์ 37 และ ฝากเบอร์ผู้สมัคร สส.ประจวบฯทั้ง 3 เบอร์ด้วย

ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินแวะทักทายพ่อค้าแม่ค้า โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้ชื่นชมโครงการคนละครึ่งพลัสของนายอนุทิน และขอให้นายอนุทินนำโครงการคนละครึ่งนี้กลับมาอีก ซึ่งนายอนุทินก็รับปาก แต่ขอให้เลือกภูมิใจไทยกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก

จากนั้น นายอนุทินได้ช่วยอุดหนุนซื้ออาหารสดแบบทานเล่นประเภทแนวปิ้ง-ย่าง ทั้งข้าวโพดย่าง ลูกชิ้นปิ้ง จับไม้(จับหลัก) ขนมไข่นกกระทา มาเดินทานเล่นแบบชิลๆมากกว่า 10 ร้าน จนเมื่อเดินมาจนสุดท้ายตลาดหน้าสะพานสราญวิถี ซึ่งยังมีร้านค้าอีกหลายร้าน ผู้สื่อข่าวจึงแซวไปว่า ยังทานไหวอีกมั้ย ซึ่ง นายอนุทิน ตอบกลับมาว่า ยัดใส่ท้องไม่ไหวแล้ว

ทั้งนี้ ที่ท้ายตลาดถนนคนเดินชายทะเล ได้มีกลุ่มประชาชนจิตอาสาที่มาร้องเพลงหาเงินช่วยสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน เมื่อเห็นนายอนุทินเดินมาทักทาย จึงร้องเพลงปลุกใจเป็นกำลังใจให้นายกฯอนุทิน เช่น เพลงเราสู้ จึงทำให้นายอนุทิน ต้องสวมบทคอนดักเตอร์นำวงดนตรี และร่วมขับร้องเพลงปลุกใจดังกล่าว

นาย อนุทิน กล่าวว่า ที่เดินทางลงมาวันนี้ทั้งพื้นที่ จ.ประจวบฯและ จ.ชุมพร รู้สึกดีใจมากที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องอย่างอบอุ่นมาก อย่างที่นึกไม่ถึง เกินคาด มากๆ ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.ประจวบฯ ด้วยความซาบซึ้งจริงๆ ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้น นายอนุทิน ได้ขึ้นรถตู้เดินทางกลับ กทม.ทันที

/////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ปะจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“เพื่อไทย” ระเบิดศึกมุกดาหาร! กางโรดแมปถอนรากความจน “จุลพันธ์-สุทิน-มนพร” ผนึกกำลังอุ้ม “นนทภูมิ” เบอร์ 3 ประกาศกร้าวทวงคืนแชมป์เขต 1 ยกจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองมุกดาหาร (หนองนาบึง) พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่สะเทือนเมืองภายใต้หัวข้อ “มุกดาหารทำได้” ขนทัพแกนนำระดับรัฐมนตรีบุกพื้นที่เพื่อประกาศสงครามกับความยากจน และช่วยหาเสียงให้แก่ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร เบอร์ 3 ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากมวลชนที่มาร่วมฟังปราศรัยอย่างล้นหลาม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดฉากปราศรัยด้วยการชูนวัตกรรมนโยบายที่ทำเอาเกษตรกรทั้งจังหวัดต้องหูผึ่ง ด้วยระบบ “ประกันกำไรสินค้าเกษตรที่ 30%” โดยยืนยันว่าพรรคจะดูแลให้เกษตรกรมีกำไรเหลือติดกระเป๋าแน่นอนแม้ต้นทุนการผลิตจะพุ่งสูงเพียงใด

นอกจากนี้ยังตอกย้ำความตั้งใจด้วยนโยบาย “คนไทยไร้จน” หากครอบครัวใดมีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน รัฐจะโอนเงินอุดหนุนส่วนต่างให้ถึงเกณฑ์ทันที พร้อมแนะนำ นายเชน ยศชะนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 นักวิชาการสายเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนอนาคตชาติ

นายสุทิน คลังแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีด้วยภาษาท้องถิ่นสุดกินใจ อาสาเป็นแม่ทัพพาพี่น้องชาวมุกดาหารและดอนตาลหลุดพ้นจากวงจรหนี้สิน นายสุทินระบุว่า ภารกิจของเพื่อไทยคือการทำให้ประชาชน “เบิดหนี้เบิดสิน กินอิ่ม นอนอุ่น”“พรรคอื่นเขาบอกมีเราไม่มีเทา แต่เพื่อไทยยืนยัน มีเราไม่มีหนี้ อันไหนถูกใจกว่ากัน!” นายสุทินกล่าวทิ้งท้ายกลางเสียงปรบมือถูกใจของมวลชน

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศชัดบนเวทีถึงความพร้อมในการ “ทวงคืนที่นั่ง สส. มุกดาหารทั้ง 2 เขต” กลับมาเป็นของเพื่อไทยอีกครั้ง โดยเน้นย้ำถึงนโยบายกินดีอยู่ดีที่จะเปลี่ยนชีวิตคนมุกดาหารให้ดีกว่าเดิม พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนทีมงานคุณภาพเพื่อพิสูจน์ว่าเพื่อไทยทำได้จริง

นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์คนรุ่นใหม่ที่ผ่านการทำงานในสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายนนทภูมิประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ยาเสพติด และโครงการยักษ์ “ถนนนาคาวิถี” เส้นทางเศรษฐกิจเลียบน้ำโขงเชื่อมมุกดาหาร-นครพนม เพื่อดึงเม็ดเงินเข้ากระเป๋าพี่น้องในพื้นที่

พรรคเพื่อไทย #มุกดาหารทำได้ #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #สุทินคลังแสง #นนทภูมิเบอร์3 #ประกันกำไรเกษตรกร #คนไทยไร้จน #ถนนนาคาวิถี #แลนด์สไลด์มุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ยศชนัน” ลั่นขอเหมา ส.ส.สมุทรปราการยกจังหวัด ชี้นโยบายเพื่อไทยตอบโจทย์ ปชช.พร้อมกลับมาเลือกเบอร์ 9

แชร์เนื้อหานี้

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดสำโรง ประกาศเป้าหมายขอคว้า ส.ส.สมุทรปราการทั้ง 8 เขต เผยกระแสตอบรับดี ชาวบ้านชื่นชอบนโยบาย เชื่อหากนโยบายตอบโจทย์ ประชาชนพร้อมเทคะแนนให้เพื่อไทยอีกครั้ง
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 16 มกราคม 2569

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย / นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขต.3 จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทีมงาน ได้ลงหาเสียงบริเวณ ตลาดสำโรง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะข้ามสะพานลอยมาไหว้ศาลพระพรหม ที่บริเวณหน้าห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะได้ ส.ส.สมุทรปราการยกจังหวัด ว่า รอบนี้ขอเหมา 8 เขต เราลงพื้นที่มาโดยตลอด ก็เป็นคนที่รู้ปัญหาจริง วันนี้เรามองเห็นปัญหา 2-3 ประเด็นทั้งเรื่องเกี่ยวกับน้ำทะเลหนุน การท่องเที่ยวต่างๆ และการค้าขาย ราคาสินค้า ซึ่งพร้อมที่จะมาสานต่อทันที นอกจากนี้ จ.สมุทรปราการ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับรถไฟฟ้าและฟีดเดอร์ ซึ่งเป็นไปในแนวทางที่ประชาชนรออยู่

เมื่อถามว่า 8 เขต ยากหรือไม่เพราะขณะนี้เป็นสีส้มทั้งจังหวัด นายยศชนัน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ขณะนี้ทุกคนชื่นชอบในนโยบายของผู้สมัคร หลายคนบอกว่าผู้สมัครของเราไม่เคยทิ้งพื้นที่ และทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประชาชนเปิดรับที่จะให้โอกาส
ต่อข้อถามว่า มองว่าตนเองมีผลต่อความนิยมหรือไม่ เพราะจากการลงพื้นที่ก็มีประชาชนเรียกนายกรัฐมนตรีไปแล้ว นายยศชนัน กล่าวว่า ต้องน้อมรับและถือเป็นกำลังใจ ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์กับการพิสูจน์ตัวเองให้มากขึ้นด้วย

ฉะนั้น ในส่วนนี้เราพยายามที่จะพูดคุยกับสส.ว่าความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดของพรรคการเมืองคือเรื่องนโยบาย การที่เราส่งมอบนโยบายหรืออธิบายออกไปให้กับพี่น้องประชาชน ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อถามถึง กรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.ตาก ของพรรคประชาชนถอนตัว มองว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสที่จะได้ ส.ส.มากขึ้นหรือไม่

นายยศชนัน กล่าวว่า มีโอกาสเพิ่มขึ้นมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือวันนี้เราต้องเดินหน้าและพูดคุยกัน ซึ่ง จ.ตาก เรามีหลายนโยบาย ในความเป็นจริงแล้วเรามีความจำเป็นต้องดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนมีนโยบายที่เข้าถึงและต้องสื่อสารให้ชัดเจน ส่วนกรณีของผู้สมัครแต่ละพรรคก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการและเป็นไปตามกฎหมาย

ถามย้ำว่า มองว่าคะแนนที่จะให้พรรคประชาชนจะถูกเทมาให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่ หรือจะกระจายไปพรรคอื่นๆ นายยศชนัน กล่าวว่า มีความหวังสูง วันนี้หากแนวนโยบายของเราตอบโจทย์ประชาชน เขาก็พร้อมที่จะกลับมาเลือกพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามถึง กรณีที่มีรายงานว่าในรายชื่อ 10 ผู้สมัคร สส.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเปิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา 1 ในนั้นมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย

ในส่วนนี้มีความกังวลหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่กังวล สำคัญที่สุดคือต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย เพราะหน้าที่ของพรรคการเมืองเราวันนี้คือการมุ่งหน้าเพื่อที่จะนำนโยบายและรับฟังเสียงประชาชน นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องดำเนินการขนานกันไป ถามย้ำว่า มั่นใจในกระบวนการตรวจสอบก่อนที่จะส่งลงสมัครแล้วใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า พวกเราตรวจสอบมาเป็นอย่างดี


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยตลาดบางปูแลนด์ “ยศชนัน” นำทีมชูนโยบายแก้หนี้ อ้อนขอแลนด์สไลด์ปักธงยกจังหวัด 8 เขตเมื่อช่วงเย็น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่สนามตลาดบางปูแลนด์ ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยระดมขุนพลลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พบปะพี่น้องประชาชน เปิดเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 8 เขต ได้แก่ เขต 1 นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เบอร์ 3 /

เขต 2 ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร เบอร์ 8 / เขต 3 นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เบอร์ 3 / เขต 4 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ เบอร์ 7 / เขต 5 นายปิยะพงษ์ เหมมะ เบอร์ 9 / เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์ เบอร์ 8 / เขต 7 นายประชา ประสบดี เบอร์ 7 / เขต 8 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ เบอร์ 7

การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ นำทีมโดยแกนนำคนสำคัญ ได้แก่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังมีนายสุนทร ปานแสงทอง นายกอบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมสังเกตการณ์ฟังการปราศรัยบนเวทีจากผู้สมัคร สส. ทั้ง 8 เขต และแกนนำพรรคเพื่อไทย

โดยในช่วงเวลา 17.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึงผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ทั้ง 8 เขต ได้เปิดเวทีปราศรัยที่หน้าตลาดบางปูแลนด์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่เดินทาง

มาร่วมฟังการปราศรัยนับหมื่นคน ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกใจมวลชนขอเลือกคนสมุทรปราการปากน้ำคือบ้านของเรา พร้อมส่งเสียงความคิดถึงไปยัง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกเสียงเฮสนั่นจากกลุ่มมวลชน

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยชูนโยบายแก้หนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทำให้สมุทรปราการบ้านของเราเป็นเมืองที่น่าอยู่ พร้อมอ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ทั้ง 8 เขต

และพร้อมที่จะเข้าไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศต่อไป ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรอบเวทีปราศรัยเต็มไปด้วยความอบอุ่น ประชาชนเนืองแน่นต่างนำป้ายเชียร์หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย และป้ายเชียร์ผู้สมัคร ส.ส.เขต ทั้ง 8 เขต พรรคเพื่อไทย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พาทีมผู้สมัคร สส.เขตสมุทรปราการลงพื้นที่ขอคะแนนชาวปากน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ เขต 1 สมุทรปราการ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เขต 2 สมุทรปราการ

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร เขต 3 สมุทรปราการ ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เขต 4 สมุทรปราการ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ เขต 5 สมุทรปราการ นายปิยะพงษ์ เหมะ เขต 6 สมุทรปราการ นางนฤมล ธารดำรงค์ เขต 7 สมุทรปราการ ดร.ประชา ประสพดี เขต 8 สมุทรปราการ สลิลทิพย์ สุขวัฒน์

และแบบบัญชีรายชื่อ ประกอบไปด้วย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม นายธนประเสริฐ จันทรักษรังษี นายจาตุรนต์ นกขมิ้น ร่วมลงพื้นที่ อำเภอเมือง เขต 1 สมุทรปราการ และผู้ช่วยหาเสียง เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลังเมือง สิ่งสักสิทธิ์คู้บ้านคู้เมืองของชาวปากน้ำ

ก่อนลงพื้นที่ภายในตลาดปากน้ำ ช่วยนายอัครวัฒน์ อัศวเหม หาเสียง แจกแผ่นพลับชูนโยบายหลัก ปัญหาคนปากน้ำ สู่นโยบายระดับชาติ ภายใต้สโลแกน “เพื่อไทยทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค


ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ ระบุว่า สำหรับพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ เขตการเลือกตั้งทั้ง 8 เขต เป็นอีกจังหวัดที่ทางพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายจะได้สสทั้ง8 เขต ยกจังหวัด

ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยที่เคยกวาด สส.ในพื้นที่มาแล้วในอดีต ซึ่งที่ผ่านมาตัวผู้สมัครเองลงพื้นที่กับประชาชนมาโดยตลอด จนเกิดเสียงตอบรับที่ดีในพื้นที่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะมีแพนการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่บางปูแลนด์

ในวันที่ 16 ม.ค. นี้ ส่วนประเด็นที่ทางกัมพูชา ได้ประกาศว่าให้เลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ไม่ให้เลือกพรรคภูมิใจไทย จะทำให้เกิดสงครามครั้งที่ 3 ทางหัวหน้าพรรคบอกว่ามันไม่เป็นการดีกับพรรค และ เป็นการแทรกแซงการเมืองในประเทศไทย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ดร.ยงยุทธ อดีต สส.เขต 2 ลงพื้นที่บางปู หาเสียงขอทวงเก้าอี้คืน ชูนโยบายเพื่อไทยยกระดับชีวิตประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านย่านบางปู รับการต้อนรับอบอุ่นจากชาวบ้าน เด็ก ๆ แห่ช่วยเชียร์ ชูนโยบายแก้หนี้ เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกกลุ่ม

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2569 ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 พร้อมทีมงาน ได้ลงพื้นที่หาเสียง ภายในซอยเทศบาลบางปู 93 (รสทิพย์) ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ และ ซอยหมู่บ้านบางปูแลนด์ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้รับการตอนรับเป็นอย่างดี มีชาวบ้านมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ เข้าสวมกอด และมีเด็ก ๆ มาช่วยตะโกนเลขของผู้สมัคร

พรรคเพื่อไทย ได้มีนโยบาย ดังนี้ 1.ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30% – รัฐช่วยประกันสำหรับข้าว , ยางพารา , ข้าวโพด , มันสำปะหลัง เป้าหมายดันราคา ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน , ข้าวขาว/ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน , ยางพารา 70 บาท/กก. , ข้าวโพด 7.25 บาท/กก. , มันสำปะหลัง 3 บาท /กก. – // 2.เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยความรู้และเทคโนโลยี – ต่อยอดสิค้าเกษตรด้วยอุตสาหกรรมอาหาร – //

3.คืนที่ดินให้ประชาชน – สปก.เป็นโฉนดแบบมีเงื่อนไข , คืนความเป็นธรรม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคนโดนป่าทับ – // 4.คูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ – ปลูกถูกพันธุ์-ใส่ปุ๋ยถูกสูตร คือ รัฐแจกคูปองดิจิทัลซื้อปุ๋ยถูกสูตรไม่เกิน 250 กก./ราย , คูปองดิจิทัลซื้อเมล็ดพันธุ์-กล้าพันธุ์คุณภาพไม่เกิน 150 กก./ราย , ตรวจดินก่อนใส่ปุ๋ย ดินดี ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด – // 5.กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน SML – คืนอำนาจใช้งบประมาณให้ชุมชน คือ เล็ก : 200,000 บาท , กลาง : 300,000 บาท , ใหญ่ : 400,000 บาท // 6.พร้อมสานต่อ หวยเกษียน // 7.

พร้อมสานต่อ ยกเครื่อง 30 บาทด้วย AI // 8.บ้านเพื่อคนไทย – คนไทยเข้าถึงบ้านราคาเหมาะสม มีคุณภาพ ผ่อนเพียง 4,000 บาท/เดือน ไม่ต้องดาวน์ ทุกยูนิตแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ // 9.เคลื่อนไทยด้วย AI และเทคโนโลยี AI for All – ทุกคนเรียนหลักสูตร AI ฟรี เรียนจบให้เครดิต เพื่อใช้ AI แพลตฟอร์มต่าง ๆ ฟรี , ยก

ระดับเกสรกรด้วย AI , กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ลดอาชญากรรม จัดการจราจร ลดอุบัติเหตุ , อินเตอร์เน็ตราคาประหยัด เข้าถึงทุกพื้นที่ใน 5 ปี , ทนาย AI ฟรี เพื่อคนไทย // 10.พร้อมสานต่อ ปราบยาเสพติด ปราบสแกมเมอร์ ไม่จบ ไม่เลิก // 11.พร้อมสานต่อ รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย-รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท // 12.พร้อมสานต่อ THACCA –

ยกระดับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 14 ด้าน ให้โดดเด่นบนเวทีโลก สร้างงาน-สร้างรายได้ พัฒนาคนไทยให้มีทักษะสูง ให้หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง // 13.ล้างหนี้ประชาชน – หนี้สินต่ำกว่า 200,000 บาท จ่าย 10% ปิดจบล้างหนี้ , พักหนี้เกษตรกร , ล้างหนี้วัยเกษีรณ , ล้างหนี้นอกระบบ , ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด // 14.เรียนได้งบ จบได้งาน คือ ทุน 100,000 บาท ปีละ 1 ล้านคน ต่อเนื่อง 4 ปี เพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่ พร้อมหางานให้พร้อม

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 เบอร์ 8 กล่าวว่า สมัคร สส.เบอร์ 8 ในนามตัวแทนพรรคเพื่อไทย ได้มาเดินหาเสียงในซอยรสทิพย์ ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างดี ขอขอบคุณอย่างสูง วันที่ 8 ทุกคนยินดีที่จะออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียง กาเบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย นโยบายช่วยเหลือยกระดับให้หลุดพ้นจากความยากจน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร – “มนพร” ปลุกพลังมุกดาหาร เลือก นนทภูมิ เพื่อไทย

แชร์เนื้อหานี้

เพื่อไทย รุกหนัก มนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม แม่ทัพหาเสียงอีสานโซนเหนือ ควง เอกพร รักความสุข อดีต สส.เพื่อไทย นำทีมลุยปราศรัยปลุกพลังคนมุกดาหาร เลือก นนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 เพื่อไทย ยกจังหวัดทั้ง 2 เขต ชูนโยบายล้างหนี้ มั่นใจเป็น ฟื้นเศรษฐกิจ เชื่อมั่นเพื่อไทย พรรคเดียวที่นโยบายเข้าถึงประชาชน คนยากคนจน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่เวทีปราศรัย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ความเคลื่อนไหวหาเสียงพรรคเพื่อไทย ยังเดินหน้าหาเสียงเชิงรุก ในพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะ พื้นที่ 3 จังหวัดกลุ่มสนุก นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร มี นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ในฐานะแม่ทัพหาเสียงโซนอีสานเหนือ พร้อมด้วย นายเอกพร รักความสุข

อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นำทีมแกนนำครอบครัวเพื่อไทย ลุยปราศรัยในพื้นที่ เขต 1 มุกดาหาร รวมถึง 3 เวที ประกอบด้วย อ.หว้านใหญ่ อ.ดอนตาล และ อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อหาเสียงสนับสนุน เลือกเพื่อไทยยก จ.มุกดาหาร ทั้ง 2 เขต คือ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย และสนับสนุนเลือก นางสาวปิยธิดา บุตรกาล เบอร์ 4 ผู้สมัคร สส เขต 2 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ถือเป็นการรวมพลังคนมุกดาหาร เลือกเพื่อไทย เข้าไปตั้งรัฐบาล เสียงข้างมาก

ด้าน นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยว่า ยอมรับว่าพื้นที่ จ.มุกดาหาร 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนา ทำให้ตนพร้อมที่จะเข้ามาเป็น ผู้แทนของพรรคเพื่อไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนา ลงสู่พื้นที่ การเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่านโยบายสำคัญที่จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มากที่สุด คือ

การล้างหนี้ แก้หนี้นอกระบบ พักหนี้เกษตรกร เพราะเชื่อว่าประชาชน ประสบปัญหาเศรษฐกิจมานาน ต้องแบกภาระค่าใช้จ่าย การแก้หนี้จะเป็นการฟื้นฟูสภาพคล่อง ให้ประชาชน สามารถ ลงทุนค้าขาย รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า อีกนโยบายคือ อยากผลักดันให้ มุกดาหาร มหาวิทยาลัย เพื่อรองรับสร้างโอกาสด้านการศึกษา ลูกหลานเยาวชน รวมอีกหลายนโยบาย เชื่อมั่นเกิดประโยชน์ต่อประชาชน แน่นอน

ด้าน นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้ง ครั้งนี้ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นการชี้ชะตาคนยากคนจน เพราะที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย มาจากเสียงประชาชนรากหญ้า แต่ถูกกระทำด้วยนิติสงคราม ถูกปลดนายก ล้มรัฐบาลเสียงข้างมาก จากปัญหาการเมืองบิดเบี้ยว ซ้ำร้ายรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยุบสภาหนีการตรวจสอบ ถือว่าไม่สง่างาม วันนี้จึงมาปลุกพลังคนมุกดาหาร ปลุกพลังคนอีสาน รวมพลังเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค

ให้ถล่มทลายทุกจังหวัด เข้าไปตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก แสดงพลังให้รับรู้ว่า เสียงประชาชนมีความหมาย เพราะที่ผ่านมาเสียงประชาชนถูกมองข้าม พรรคการเมืองเสียงข้างมากไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ การเลือกตั้งที่จะมาถึงต้องชนะทุกจังหวัด ส่วนนโยบายสำคัญ มั่นใจพรรคเพื่อไทย เข้าใจความต้องการประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการแก้หนี้สิน การพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน แก้ปัญหายาเสพติด การดูแลสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค รักษาทุกที่ กองทุนหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกนโยบายประชาชนได้ประโยชน์
เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เต้ 007” ลงพื้นที่บางพลี ชูนโยบายพาคนไทยทัวร์โลก–ตั้งกองทัพอวกาศ ขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

แชร์เนื้อหานี้

นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พบปะประชาชน นำเสนอนโยบายเชิงวิสัยทัศน์ ตั้งแต่การท่องเที่ยวระดับโลก เทคโนโลยีอวกาศ ไปจนถึงสุขภาพประชาชน

เมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 10 มกราคม 2569นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังความคิดเห็น พร้อมนำเสนอนโยบายและแนวคิดในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

โดย “เต้ 007” ได้นำเสนอนโยบายเชิงสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ด้วยแนวคิด “พาคนไทยทัวร์โลก” เพื่อเปิดมุมมองและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการขยายวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ตั้งเป้าให้ประเทศไทยก้าวสู่การท่องอวกาศในอนาคต ทั้งการเดินทางไปดวงจันทร์และดาวอังคาร

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการจัดตั้ง “กองทัพอวกาศ” เพื่อเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและการป้องกันประเทศในยุคใหม่ พร้อมประกาศเป้าหมายยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศอันดับหนึ่งของโลก

ขณะเดียวกัน “เต้ 007” ยังกล่าวถึงนโยบายด้านความมั่นคง โดยระบุว่า หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะมีการจัดหายุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องปรามภัยคุกคามในอนาคต
ในด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต พรรคทางเลือกใหม่ยังให้

ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพประชาชน โดยรณรงค์ให้การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน พร้อมเสนอให้ “การวิดพื้น” เป็นกิจกรรมพื้นฐาน เพื่อสร้างพลเมืองที่แข็งแรง มีระเบียบวินัย และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะยาว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.อ.รังษี หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ บุก อ.ชายแดน ขอคะแนนเสียง ทำลายบ่อ ปราบสแกมเมอร์ ตัดเส้นทางเงิน ฮุนเซ็น

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรางาน เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 9 มกราคม 2569 พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ลงพื้นที่อำเภอกันทนลักษ ช่วยลูกพรรคอย่า นายอนุบาล ขันทอง ผู้สมัคร สส. เขต 4 และผู้สมัครเขตอื่นๆ หาเสียงขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน

โดยก่อนจะไปขอคะแนนเสียงได้มาที่ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ เพื่อไว้สิ่งศํกดิ์สิทธิประจำอำเภอ และเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางไปยังปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันที่ถูกลูกระเบิด BM-21 ของกัมพูชาตักใส่ร้านสะดวกซื้อ จนมีทั้งคนเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย ก่อนจะเดินทางไปยังตลาดทันใจ ซึ่งเป็นยามเย็นของึคนอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อเดินเท้าของคะแนนกับพี่น้องชาวอำเภอกันทรลักษ์

***โดย พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เนี่ยผมได้ไปที่บริเวณช่องจอบ จ.สุรินทร์ และมาที่อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพราะผมเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ชายแดน เพราะว่าอย่างที่เรายืนอยู่ ณ ปัจจุบันก็คือเซเว่นที่ไอ้ ฮุนเซ็น มายิงกระสุนเข้ามาแล้วทำให้แม่ลูกเสียชีวิตอ่ะนะครับ เซเว่นข้างหลังเนี่ย เพิ่งปรับปรุงเสร็จ คือวันนี้ผมมองแล้วว่า

ประชาชนเขตชายแดนเนี่ยลำบากมาก ไหนจะต้องระวังว่าไอ้ ฮุนเซ็น จะยิงกระสุนอะไรมาอีก เศรษฐกิจเองก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นผมว่ามันต้องหาวิธีการที่ปิดแก๊ง ฮุนเซ็น ให้เร็วที่สุด คือเราปล่อยให้ ฮุนเซ็น มันดึงเกมส์ยาวแบบนี้ไม่ได้ต่อไป เพราะว่าประชาชนเริ่มที่จะเป็นหนี้เป็นสิน ไม่มีเงินซื้อกินซื้อใช้ แล้วผมเชื่อว่าการจัดการ ฮุนเซ็น คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่ามันมีผู้สมคมคิดเท่านั้นเอง ที่มันเลยทำให้ ฮุนเซ็น มันกล้ากับเราขนาดนี้

***แต่เพราะว่ายังดีใจที่ว่าวันนี้เราได้ข่าวว่า ทางการเนี่ยเค้าจะดำเนิน 10 นักการเมืองที่เกี่ยวพันกับสแกมเมอร์ และจะจับตัว แล้วโดยเฉพาะนักการเมือง ที่จะเลือกตั้งปี 69 ประชาชนต้องตื่นตัว ไอ้พวกจ่ายเงินอย่าไปเลือกมัน เพราะอาจจะเป็นเงินสแกมเมอร์ ก็เป็นได้ แล้วถ้ามันซื้อเสียงได้เกินมาครึ่งสภา มันก็จะไปเป็นทาสรับใช้ ฮุนเซ็น เมื่อที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้

***พล.อ. รังสี กล่าวต่อไปว่า ผมจะใช้มาตรการทางเชิงรุก ทั้งทางการทูตและการทหาร คำว่าเชิงรุกทางการทูต คือว่า เราจะปล่อยให้ทั้ง มาลี ฮุนเซ็น ฮุนมาเน็ต มาโกหกแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้ามันพูดโกหกเราจะต้อง ดำเนินการเอาความจริงให้ชาวโลกรู้ว่ามันโกหกยังไง และมันทำอะไรกับเราบ้าง อย่างที่มันยิงปืนคอมามันก็พูดแบบหน้าๆด้านว่าทำปืนลั่น

ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นราจะต้องดำเนินการมันขั้นเด็ดขาด และโดยเฉพาะมาตรการทางทหารเชิงรุก ถ้า พรรค เราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ถ้าเมื่อไหร่ที่มันยิง BM 21 เข้ามา แล้วโดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน เหมือนร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. เราควรจะต้องจัดการกับบ่อนคาสิโนตลอดแนวชายแดนตั้งแต่ปอยเปต จนถึง ท่าสงัด เราไม่ควรปล่อยทิ้งแล้ว

***ทำลายคาสิโนมัน เราจะได้สองอย่าง คือหนึ่ง ปราบสแกมเมอร์ และตัดเส้นเงินของไอ้ ฮุนเซ็น มันจะได้ไม่มีแรงไปซื้ออาวุธมาสู้กับเรา เพราะว่า GDP ของมันเนี่ย 60% มันมาจากการบ่อ มาจากสแกมเมอร์ มั่นใจว่านโยบายของเราเนี่ยจะถูกประชาชน

***พล.อ. รังสี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายข้อ 1 ข้อ 2 ที่เราจะสร้างให้กับโปรเจกต์ ซึ่งจะทำให้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดนใจประชาชนเพราะจะสามารถทำให้ประชาชนหลุดจากกับดักหนี้ นักธุรกิจ และพ่อค้าแม่ขาย จะหลุดจากกับดักหนี้ และรัฐบาลหลุดจากกับดักหนี้ ถ้าพรรคเศรษฐกิจ เป็นผู้นำรัฐบาลเมื่อไหร่ ผมจะเซ็น MOU กับรัฐบาลจีนภายใน 1 เดือน ในการที่เข้ามาสำรวจความเป็นไปได้ที่จะสร้างโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูง กับโครงการโอเชียนลิงค์

ซึ่ง 2 โครงการนี้เป็นโครงการระดับโลก ไม่ใช่โครงการระดับภูมิภาค และตรงกับยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทางเศรษฐกิจดับ 1 ของโลก คือจีน แล้วใน MOU นี้ผมจะมีพ่วงอยู่ 2 ใบก็คือ MOU ที่เป็นความร่วมมือรัฐบาลไทย กับ จีน ในเรื่องการท่องเที่ยว และร่วมซื้อสินค้าทางการเกษตร ตนมั่นใจว่าเมื่อ 2 โครงการเริ่มได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาร์ท” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ลุยสมุทรปราการ หนุน “วา” ชิง สส.เขต 1 ชูแก้ปัญหาปากท้อง–ลดเหลื่อมล้ำ

แชร์เนื้อหานี้

อาร์ท เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ–ท้ายบ้าน ช่วย “วา” วชิราภรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 สมุทรปราการ เบอร์ 1 หาเสียง พบปะประชาชน รับฟังปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พร้อมประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ และปราบสแกมเมอร์อย่างจริงจัง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หรือ “อาร์ท” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ช่วย นางสาววชิราภรณ์ สุระหิรัญพล หรือ “วา” ผู้สมัคร สส. เขต 1 สมุทรปราการ เบอร์ 1 หาเสียงและพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่
โดยเริ่มขบวนรถประชาสัมพันธ์จากวงเวียนท้ายบ้าน ผ่านตลาดปากน้ำ ก่อนวนกลับมาจอดที่ตลาดเชิงท่องเที่ยวท้ายบ้าน เพื่อพูดคุย แนะนำตัวผู้สมัคร และรับฟังปัญหาจากประชาชน จากนั้นเดินทางต่อไปหาเสียงที่ตลาดแบล็คมาร์เก็ต

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หรือ “อาร์ท” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย กล่าวว่า วันนี้ได้พาผู้สมัคร สส.จังหวัดสมุทรปราการ เขต1 เบอร์ 1 มาลงพื้นที่ วนรอบเมือง และตลาดปากน้ำ ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ซึ่งตนก็เป็นคนสมุทรปราการ ต้องการมานำเสนอตัวเอง ในการนำสส.ที่ดี เข้ามาทำงานบ้านเมือง เพื่อจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะเจอ สส. ที่ยังไม่ถูกใจมากนัก แต่ครั้งนี้พวกตนพร้อมที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น เพราะยุคนี้มีปัญหาเศรษฐกิจมากมาย คิดว่าถ้ารออีก3-4 ข้างหน้าคงไม่ทัน พรรคปวงชนไทยจึงเสนอตัวเข้ามาแก้ไข เพราะตนมี ประสบการณ์มากมายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือจะเป็นการเมือง

เพื่อมาดูแลพี่น้องต่อไป วันนี้ปัญหาปากท้องคือเรื่องเร่งด่วน ที่จะต้องเร่งแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต จึงมีนโยบาย สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ และในวันนี้ที่ลงพื้นที่มีพี่น้องมาเล่าปัญหาให้ฟังมากมาย บางคนเป็นแรงงานนอกระบบ ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้คือคนที่เสียภาษีตลอด แต่ขาดการดูแลเพราะเป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ ต้องทำให้เขาเข้าถึงเงินกู้ และมีสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างเต็มร้อย ซึ่งตนจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องแต่วันแรกที่ได้เข้ามาทำงาน ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมมีมาก หลายคนขาดโอกาส วันนี้คนที่ขาดโอกาสต้องได้รับโอกาส ที่ผ่านมารัฐบาลอาจจะดูแลไม่ทั่วถึง

ผู้สูงอายุต้องดูแลเขาให้ดีดีที่สุด เงินที่ให้เดือนละ 600-700 อาจจะไม่พอเพียง นี่คือจุดที่ต้องพิจารณา ซึ่งเป็นจุดเล็ๆน้อย ที่อาจหลงลืมไป พรรคปวงชนไทยพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา ทุกรูปแบบ บ้านปัญหาความมั่นคง ต้องขอชมเชยทหาร ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ต่อมาต้องใช้การเจรจาด้านการทูตเบื้องต้น ถ้าเจรจาไม่จบด้านความมั่นคงก็ต้องตอบโต้ไปตามความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดีเยี่ยม และได้มีการกดดันทางด้านเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่าดีมาก

ทางพรรคส่งเสริมอยู่แล้ว อยากให้จบปัญหาได้โดยเร็วที่สุด โดยที่สูญเสียน้อยที่สุด เพื่อพี่น้องประชาชน อยากให้รัฐบาลรีบจบปัญหาที่มันลุกลาม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้าน สแกมเมอร์ ต้องรีบปราบปรามจริงจัง ตนมองว่าประเทศไทยต้องเอาจริงกับเรื่องนี้ ซึ่งพรรคตนมีนโยบายต้องปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ที่เป็นต้นตอของปัญหาทุกอย่าง ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะดูแลซับพอร์ททหารแนวหน้า แต่จริงๆที่ผ่านมาดูแลทหารอย่างดี โดยเฉพาะทหารที่ประสบอุบัติเหตุ หลังการสู้รบ ต้องดูแลเขาเป็นอย่างดี ซึ่งตนก็มีแผนที่จะเข้าไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ซึ่งตนจะดูแลทั้งทหารและครอบครัวเขาต่อๆไป

นางสาววชิราภรณ์ สุระหิรัญพล หรือ วา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 1 สมุทรปราการ บอกว่า แรงผลักดันจริงๆ เพราะตยได้มามานั่งคุยกับพี่อาร์ต ได้ฟังทัศนคติ ถึงเศรษฐกิจบ้านเมือง ตนจึงได้ถามกลับ ”ว่าชีวิตพี่สบายอยู่แล้วจะมาการเมืองทำไม“ ตนได้คำตอบว่า “ พี่เห็นบ้านเมืองไปต่อไม่ได้ “ เพราะฉะนั้นต้องมาช่วยคนไทยด้วยกันให้อยู่ได้แบบยั่งยืนและมั่นคง เปิดโอกาสให้ทุกคนเท่าเทียมกัน สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับคนไทยทุกคน

คนไทยมีภูมิคุ้มกัน คนไทยมีโอกาส คนไทยเป็นคนเก่ง มีจริยธรรมคุณธรรม ประเทศชาติเดินไปได้แน่นอน ไอดอลของตนคือพี่อาร์ต ขอฝากตัวด้วยนะคะ “วา” วชิราภรณ์ สุระหิรัญพล ผู้สมัคร สส.เขต1 สมุทรปราการ เบอร์ 1 ขอโอกาสเป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการ ขอโอกาสเปลี่ยน ให้สมุทรปราการดีขึ้นกว่านี้ เพราะว่าพี่น้องชาวสมุทรปราการเป็นคนเก่ง แต่รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ขอโอกาสให้พรรคปวงชนไทยมาเป็นกระบอกเสียง ช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องทุกคน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ