คลังเก็บหมวดหมู่: เหล่าทัพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานหน่วยกำลังพลป้องกันชายแดนไทย-ลาว

แชร์เนื้อหานี้

ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดนไทย-ลาว พร้อมอวยพรปีใหม่ และมอบนโยบาย เน้นย้ำคุมเข้ม ยกระดับการป้องกันเข้มงวดการเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน” ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม

ที่ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติงานของ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ณ ห้องประชุม ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

โดยมี พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี , นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนม , พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 , นาวาเอก แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย ข้อเน้นย้ำ และข้อห่วงใย โดยเน้นการปฏิบัติงานเชิงรุกทั้งด้านการข่าว ด้านยุทธวิธี และด้านกิจการพลเรือน อย่างประสานสอดคล้อง เพื่อให้สามารถขจัดเงื่อนไข การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล อันจะส่งผลให้พื้นที่เกิดความเข้มแข็ง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ต้องการ

ขับเคลื่อนในการป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนทุกรูปแบบ ซึ่งได้ดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร โดยเป็นการบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการป้องกันสกัดกั้นและปราบปราม การกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน อย่างเต็มขีดความสามารถ และมีประสิทธิภาพต่อไป

จากนั้น ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยัง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภารกิจและผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม และของ กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้พบปะให้โอวาท อวยพรปีใหม่ แก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย แนวทางการปฏิบัติภารกิจ เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันเข้มงวดการเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน” ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยเน้นย้ำให้กำลังพลบูรณาการด้านการข่าวกับทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด

เพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง การลักลอบนำเข้ายาเสพติด จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่อาจลักลอบช่วงเทศกาลปีใหม่ และสิ่งของผิดกฎหมาย ตลอดจนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย คุมเข้มการป้องกันเฝ้าระวัง ทั้งทางบกและทางน้ำ ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม ช่องทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดน ตลอด 24 ชั่วโมง และ

พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนในทุกมิติ ในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ให้กับกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนรับผิดชอบ และกล่าวชื่นชมในความเสียสละทั้งกายและจิตใจมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและเป็นกำลังใจให้กำลังป้องกันชายแดนทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยสืบไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนฝ่ายไทย (AOT-TH) และกองทัพไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลหลังพบการวางทุ่นระเบิดใหม่ในฝั่งไทย เข้าข่ายละเมิดปฏิญญาสันติภาพไทย–กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 -18 พ.ย.68 คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนฝ่ายไทย (AOT-TH) และทีมกองทัพไทย รวม 8 นาย เข้าสำรวจบริเวณพื้นที่ชายแดน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี, อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

และพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อรับทราบข้อมูลจากหน่วยในพื้นที่ โดยเป็นการรับฟังการบรรยายสรุปในลักษณะบอร์ด walk ชี้แจงสถานการณ์ในพื้นที่,

ชี้แจงเรื่องกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด รวมทั้งการตรวจพบกับระเบิด/ทุ่นระเบิดในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้นได้นำดูทุ่นระเบิดที่ทางฝ่ายไทยเก็บกู้ได้ในพื้นที่ปฏิบัติการ โดยมีการสอบถามจาก AOT

เป็นการสอบถามวันเวลาที่ตรวจพบ รายละเอียดเหตุการณ์ประกอบ และชิ้นส่วนต่างๆที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ

เพื่อนำมาประกอบหลักฐานความสอดคล้องในการนำมาวางใหม่หรือไม่อย่างไร หลังจากนั้นได้เดินสำรวจเส้นทางไปยังพื้นที่เกิด

เหตุและได้สอบถามข้อมูลจากกำลังพลที่ปฏิบัติงาน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบการรายงานดำเนินการต่อไป

กองทัพบก #กองทัพภาคที่2 เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44จัดพิธีถวายราชสักการะและวางพวงมาลา พระบรมรูป ร.5

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 07.30 น ชุมพร พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก ที่ 44 นำ ผอ. กองกำลังฝ่ายต่างๆ ตลอดจนเหล่าข้าราชการทหาร

ในสังกัด มทบ. 44(ค่ายเขตรอุดมศักดิ์) ผบ.หน่วยภายในค่ายเขตอุดมศักดิ์ นขต.มทบ.44 ผศ.ช.พ. -รพ.ค่ายเขตอุดมศักดิ์ – นศ.นศท.มทบ.44 – ป5พัน 25 และร.25 พัน 1 สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 44 ร่วมพิธี ถวายราชสักการะและวางพวงมาลา พระบรมรูป ร.

พลตรี สมคิด ชูเผือก คำกล่าวพระเกียรติคุณ เนื่องในงานน้อมรำลึก ครบ 115 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เวียนมาครบ ๑๑๕ ปี ในวาระนี้

ข้าพระพุทธเจ้า พลตรี สมคิด ชูเผือก/ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบก ข้าราชการ ภายในค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต่างน้อมจิตตั้งมั่น เพื่อร่วมแสดง ความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ/แห่งองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ อย่างหาที่สุดมิได้

ตลอดรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว/ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์/ด้วยทศพิธราชธรรม พระอัจฉริยภาพอันล้ำเลิศ และพระปรีชาญาณอันกว้างไกล ทรงบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจนานัปการ

ทั้งภายในและภายนอก ราชอาณาจักร เพื่อวางรากฐาน การพัฒนากิจการด้านต่าง ๆ ให้ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ อาทิ ด้านการปกครอง ด้านกฎหมาย ด้านการพาณิชย์ ด้านการคมนาคม ด้านการสาธารณสุข ด้านความมั่นคง

และทรงปกป้องประเทศ ให้รอดพ้นจากวิกฤตต่าง ๆ จนสามารถธำรงไว้ ซึ่งเอกราชของชาติไทย ยังความร่มเย็น เป็นสุข แก่ราษฎรโดยถ้วนหน้า ในขณะเดียวกัน/ทรงปฏิรูปกิจการทางทหาร พัฒนากองทัพให้มีความ

เจริญก้าวหน้า มีความทันสมัยตามแบบสากล และมี ศักยภาพพร้อมต่อ การป้องกันประเทศ ตลอดจน/พระราชทานกำเนิด โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สถาบันอันทรงเกียรติ ที่ผลิตนายทหารสัญญาบัตรหลัก ที่มีความรู้ ความสามารถ ให้แก่กองทัพ

ในการปฏิบัติ หน้าที่เพื่อพิทักษ์ปกป้องสถาบันชาติ/ศาสนา พระมหากษัตริย์ มาตราบจนปัจจุบัน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ขอน้อมจิตแสดงความจงรักภักดี ถวายเป็นราชสักการะ ขอเดชะพระบารมี แห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว/ทรงโปรดดลบันดาล ให้เหล่าอาณา ประชาราษฎร์ และผืนแผ่นดินไทย ประสบแต่ ความเจริญรุ่งเรืองผาสุก ตราบนิจนิรันดร์เทอญ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 จับยาเชิงรุก ยึดยาบ้าเกือบ 25 ล้านเม็ด ไอซ์พุ่ง 1.19 ตัน

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เปิดสถิติการจับกุม ตรวจยึดยาเสพติดในรอบ 2 เดือน (1 ต.ค.- 30 พ.ย.67)

พบมีการจับกุมผู้กระทำความผิดต่อเนื่อง เพื่อดำเนินคดี 366 ราย ถือเป็นวาระเร่งด่วนของ กองทัพภาคที่ 2 ได้ขับเคลื่อนทุกมิติอย่างจริงจังในด้านการปราบปราม ซึ่งมี นบ.ยส.24 เป็นหน่วยงานหลักในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

สำหรับมาตรการการปราบปราม มีผลการปฏิบัติงานรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งหมด 24,855,578 เม็ด โดยปริมาณการตรวจยึดยาบ้า เดือนตุลาคม 2567 จำนวน 8,015,037 เม็ด ในเดือนพฤศจิกายน 16,840,541 เม็ด (โดยมียอดการตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม

จำนวน 8,825,504 เม็ด) ส่วนไอซ์ ตรวจยึดของกลางได้ 1,193.55 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการตรวจยึดไอซ์ ช่วงเดือนตุลาคม 2567 จำนวน 648 กิโลกรัม ในเดือนพฤศจิกายน 2567 จำนวน 545.548 กิโลกรัม (โดยมีการตรวจยึดไอซ์ลดลงจากเดือนตุลาคม จำนวน 102.452 กิโลกรัม)


ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารราชการ ของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน นบ.ยส.24 จึงได้ประสานความร่วมมือ กับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จังหวัดภาคอีสาน

เพื่อบูรณาการ การทำงานอย่างเป็นระบบ และสร้างการรับรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้ทราบถึงปัญหาและเป้าหมายที่ต้องการ คือการปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ ลดความรุนแรงของอาชญากรรมทุกประเภท และสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาให้แก่พี่น้องประชาชนกองทัพบกRoyalThaiArmy

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน