เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

บางละมุง-พัทยา ส่งธารน้ำใจช่วยน้ำท่วมเมืองหนองคาย – สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

ตามที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาติอุทกภัยทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่โขงสูงขึ้นจนเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในจังหวัดหนองคาย สร้างผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอยู่นั้นวันที่ 17 ก.ย.67 มีรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำพิธีปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้ร่วมกับเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และหน่วนงานอื่นบูรณาการความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และได้กระจายความช่วยเหลือไปแล้วหลายจังหวัด เป็นธารน้ำใจของพี่น้องชาวบ้านละมุง และเมืองพัทยาที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า.ฝนครั้งนี้ได้จัดเตรียมสิ่งของรับบริจาคจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 30 ตัน ซึ่งจะได้ขนส่งโดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่สนับสนุนโดยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย โดยจะออกเดินทางจากมูลนิธิฯเย็นวันนี้และจะไปถึงวันพรุ่งนี้เวลา 07.00 น.

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบางละมุง ชาวเมืองพัทยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร่วมากันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมจนได้สิ่งของจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

วันที่ 17 ก.ย.67 ที่สำนักสงฆ์หนองอ้อ พัทยากลาง จ.ชลบุรี สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567 โดยพบว่ามีประชาชนชาวอีสานทึ่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับงานบุญข้าวสาก ถือเป็นประเพณีในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งชาวบ้านจะจัดเตรียมสํารับอาหารบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็กๆ สําหรับนําไปถวายพระทําบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายนคร ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ช่วยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 ควบคุมการลักลอบนำสารตั้งต้น ใช้ผลิตยาเสพติด ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อ. 1 ชั้น 2

30 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 เข้าร่วมประชุมการควบคุมการลักลอบนำสารตั้งต้นไปใช้ในการผลิตยาเสพติด ครั้งที่ 1/2569 โดยมี พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.

ร่วมกับ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์
อธิบดีกรมศุลกากร, นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วยตัวแทนในสังกัด ตร. ได้แก่ บช.น.,ภ.1–9, บช.ก., บช.ตชด. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 ตร.

ที่ประชุมได้มีแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

  1. ปรับปรุงรายการบัญชีสารเคมีที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมสารที่อาจจะนำไปผลิตยาเสพติด
  2. บูรณาการร่วมทุกหน่วยงานในการติดตามการขนส่งสารเคมีภัณฑ์ที่เข้าข่ายฯ ร่วมตรวจสอบสถานประกอบการ โรงงาน โกดัง อย่างจริงจัง
  3. กำหนดมาตรการนำเข้า นำผ่านสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เพื่อประโยชน์ในการควบคุม
  1. กำหนดมาตรการส่งออก และการควบคุมเป็นกรณีพิเศษในส่วนของพื้นที่ชายแดน เช่น พื้นที่ จ.ตาก จ.เชียงราย จ.กาญจนบุรี เป็นต้น
  2. พัฒนาระบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการนำเข้า นำผ่าน การส่งออก และการเคลื่อนย้ายสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไปยังพื้นที่ชายแดน
  3. ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย ครอบคลุมชนิดและประเภทของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงอัตราโทษสำหรับความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข่าวกรอง และการปฏิบัติการ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติด ซึ่งหากสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ปริมาณยาเสพติดที่ลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทยลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดได้ที่สายด่วน 191, 1599
และ line@police5 ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงหรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันปกป้องลูกหลานของชาติให้ห่างไกลจาก “ยานรก” และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัย มั่นคง และอนาคตที่ยั่งยืนขอประเทศไทยอย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริมและสนับสนุน องค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 จำนวน 100 คน ณ ห้องประชุมน่าน วัลเลย์ รีสอร์ท (Nan Valley Resort)

วันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร กิจกรรม ที่ 2.2 การฝึกอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรเกษตรกร ให้มีความรู้ความเข้าใจในการ

บริหารจัดการองค์กรให้มีความเข้มแข็งและมีความพร้อมในการจัดทำแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่มีคุณภาพ และได้มอบเกียรติบัตรให้ผู้แทนองค์กรเกษตรกร ที่ผ่านการการอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร หลักสูตรการพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้เข้มแข็งภายใต้วิกฤติ

โลกสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 – 30 มกราคม 2569 ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 20 องค์กรเกษตรกร จำนวน 100 คน ณ ห้องประชุมน่าน วัลเลย์ รีสอร์ท (Nan Valley Resort)

โดยมี นายบัณฑิต สวยงาม กรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายบุญยงค์ สดสะอาด ประธานคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ คนที่ 2 นายอุไร

สารถ้อย อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้รฟูแบะพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ร่วมมอบเกียรติบัตรให้ผู้แทนองค์กรเกษตรกรที่ผ่านการการอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร จำนวน 100 คน

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ชี้แจงประกาศ หลักเกณฑ์ แนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปี 2569 การทำ Workshop แนวทางการเสนอแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยใช้ Swot Analysis เป็นเครื่องมือในวิเคราะห์ความ

เป็นไปได้ของแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในเวที พร้อมทั้งประเมินผลการเรียนรู้หลังจากอบรม/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ นครปฐม รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และ นาย โชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ที่ซุ้มพุทธมามกะ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า

ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเดินทางกลับไปทำงานต่างจังหวัด

โอกาสนี้ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทย และชาวจังหวัดนครปฐมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีชื่ออยู่ ซึ่งในครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่

สำหรับจังหวัดนครปฐม แบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 6 เขต มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 1,274 หน่วย ในส่วนผู้มาลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง 37,380 คน ในเขตเลือกตั้ง 985 คน รวมทั้งสิ้น 38,365 คน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รองผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.30 น. นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ณ บริเวณข้างหอประชุมอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขตเลือกตั้งที่ 5 ของจังหวัดนครปฐม

โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธาน กกต.เขต 5 นครปฐม พร้อมด้วย นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผอ.กกต.เขต 5 นครปฐม และอนุกรรมการฯ ให้การต้อนรับการตรวจเยี่ยม/การสังเกตการณ์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว

โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีและอำเภอพุทธมณฑล แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้า
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล ระดมทุนพัฒนา สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาคารละหมาด” รองรับ จำนวนนักเรียน พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า

วันที่31 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนนราธิวาส ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส และ นายอัฟฟาน แวมามะ อาจารย์โรงเรียนนราธิวาส ในฐานะเจ้าของโครงการ ร่วมการแถลงข่าวเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านเข้าร่วม งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล เพื่อสนับสนุน โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่า และโรงเรียนนราธิวาส เตรียมจัดงานเลี้ยงน้ำชาการกุศลครั้งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อระดมทุนปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับอาคารละหมาดหลังใหม่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตและการปฎิบัติศาสนกิจของนักเรียน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานและเจ้าภาพ นายรุสลัน อารง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมศิษย์เก่า คณะผู้บริหาร และครูโรงเรียนนราธิวาส ร่วมเป็นเจ้าภาพและเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงาน

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส (ได้รับมอบหมายจาก ดร.อภิวัฒน์ ย่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของโครงการว่า “ปัจจุบันโรงเรียนนราธิวาสมีจำนวนนักเรียนมุสลิมเพิ่มมากขึ้น ทำให้อาคารละหมาดหลังเดิมมีความคับแคบและไม่เพียงพอต่อการประกอบศาสนกิจ โรงเรียนจึงได้ดำเนินการจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นทั้งที่ละหมาดและห้องเรียนวิชาศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตาม ยังคงขาดงบประมาณในส่วนของการปรับภูมิทัศน์และพื้นที่สำหรับอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์”

นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนราธิวาส เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี วัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนพัฒนาอาคารละหมาดและจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังขาดแคลน เพื่อมอบเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่เยาวชนในโรงเรียน

รายละเอียดการจัดงาน• วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 17.00 น.• สถานที่: ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ช่องทางการร่วมบริจาคสำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ หรือประสงค์จะสมทบทุนเพิ่มเติม สามารถบริจาคได้ที่:• บัญชีธนาคาร: กรุงไทย สาขานราธิวาส • เลขที่บัญชี: 905-3-93146-5 • ชื่อบัญชี: โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส
พิเศษ: การบริจาคผ่านระบบ PromptPay / e-Donation สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

โดยระบบจะส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรโดยตรงอัตโนมัติ ผู้บริจาคไม่จำเป็นต้องขอรับใบเสร็จรับเงินจากทางโรงเรียนทั้งนี้จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศาสนสถาน เพื่อประโยชน์แก่บุตรหลานชาวนราธิวาสอย่างยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:เพจเฟซบุ๊ก: โรงเรียนนราธิวาส
////////////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘พจนารถ‘ ปชป.เขตแปด เบอร์ 2 เอาชัย! สักการะเจ้าแม่ทับทิม ชูการเมืองสุจริต ดึงใจแม่ค้าตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว-ห้วยใหญ่

ช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม 2569 ทีมงานหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ โดย นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดชุมชนจีนชากแง้ว อ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวตลาดจีนโบราณแห่งนี้

สำหรับชุมชนชากแง้ว เป็นชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดชลบุรีมานานกว่าร้อยปี เดิมทีเหล่าคนจีนแต้จิ๋วได้เข้ามาตั้งรกรากทำการเกษตรได้ผลดีจนเป็นแผ่นดินทอง ของการทำเกษตรกรรม มีโรงโม่ซึ่งก็คือโรงแป้งมันสำปะหลังเข้ามาตั้งในชากแง้ว อีกทั้งโรงเผาด่าน

โรงเลื่อยที่เลื่องชื่อ ผู้คนจึงต่างหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเข้ามาทำการค้า บ้างก็มารับจ้างเป็นแรงงาน ทำให้ชุมชนจีนแห่งนี้เกิดความรุ่งเรืองสุดขีด เรียกว่าในตัวเมืองมีอะไร ชากแง้วมีหมดแม้กระทั่งโรงหนังที่ถือเป็นที่สุดของความทันสมัยในยุคก่อนปี 2500

ชุมชนชากแง้วผ่านยุคเฟื่องฟูเข้าสู่ความซบเชาด้วยการพัฒนาของถนน ทำให้ความเจริญย้ายไปสู่การคมนาคมเส้นหลัก จวบจนวันนี้เหลือเพียงเรื่องเล่าในความทรงจำ แต่ทว่าในวันที่การท่องเที่ยวชุมชนได้รับความนิยม โลกได้หันกลับมาหารากเหง้า และวัตนธรรมดั้งเดิม ทำให้ทายาทของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเลที่

เข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนแห่งนี้ จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันอดีตย่านการค้า เปิดบ้านไม้เรือนแถวขายสินค้าประดา มีของกินสไตล์จีนแต้จิ๋วมาให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรส และภาพตลาดจีนโบราณเมื่อร้อยปีก่อนก็กลับมาฉายซ้ำอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทำให้ตลาดจีนซากแง้วที่ตัดขึ้นทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ทั้งนี้ นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงานหาเสียง ได้เข้ากราบสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม พร้อมลั่นฆ้องเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 8 เบอร์ 2 ด้วยนโยบายการเมืองสุจริต โดนเลือกพรรคเบอร์ 27 และเลือก สส.ชลบุรี เขแปด เบอร์ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้ด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / โค้งสุดท้าย พรรคปวงชนไทยปราศรัยย่อย ชูนโยบาย สมุทรปราการมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ เอง ย้ำให้คนพื้นที่บริหารจังหวัด

พรรคปวงชนไทยเดินสายปราศรัยย่อยย่านศรีนครินทร์ ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล” ชูนโยบายยกระดับสมุทรปราการเป็นมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง ย้ำให้คนพื้นที่กำหนดทิศทางและบริหารจังหวัดด้วยตนเอง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยย่อยบริเวณที่ทำการพรรค ย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

ในการปราศรัยครั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายหลักของพรรคในการผลักดันจังหวัดสมุทรปราการให้ยกระดับเป็น “สมุทรปราการมหานคร” หรือเขตปกครองพิเศษที่สามารถบริหารจัดการตนเองได้ในลักษณะเดียวกับกรุงเทพมหานคร
นายเอกสิทธิ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อให้ผู้บริหารจังหวัด

เป็นบุคคลที่เข้าใจปัญหาและบริบทของสมุทรปราการอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
หัวหน้าพรรคปวงชนไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า สมุทรปราการรอคอยการพัฒนาอย่าง

เป็นรูปธรรมมานานนับสิบปี แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างที่ควรจะเป็น หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คนสมุทรปราการเป็นผู้กำหนดอนาคตของจังหวัดด้วยตนเอง ผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการยกระดับสถานะเป็นมหานคร

ทั้งนี้ พรรคปวงชนไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดสมุทรปราการมีอิสระในการบริหารงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สะ-ตะ-มะ-วาน) อุทิศถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล “สะ-ตะ-มะ-วาน” ครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะสงฆ์ ข้าราชการ และพสกนิกรเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ ศาลาหลังใหม่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล สะ-ตะ-มะ-วาน100 วัน แห่งการสวรรคตเพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นายแพทย์ประภาส ผูกดวง

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จุดเครื่องทองน้อย หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ 12 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ กรวดน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

โดยมีนายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี นายชัยยันต์ กองอรรถ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ นายธนิต ปานรอด รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบางพลี ถวายผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง 9 รูป สวดพระอภิธรรมและพิจารณาผ้าบังสุกุล กรวดน้ำ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี สภ.บางปู สภ.บางแก้ว สภ.บางเสาธง โรงพยาบาลบางพลีสมุทรปราการ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง กู้ชีพฉุกเฉิน รพ.บางพลี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต 2 กศน.อำเภอบางพลี รพ.สต.โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนราษฏร์บำรุง โรงเรียนปริญาญานุสรณ์ บางพลี คณะไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง และพสกนิกรชาวอำเภอบางพลีหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ยังได้มอบเงินสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในด้านสาธารณประโยชน์ ทั้งเรื่องการแพทย์ การศึกษา ตำรวจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับพิธี สะ-ตะ-มะ-

เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วันการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขแห่งแผ่นดิน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้ายาข้ามโขง ยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด เรือกีบ 1 ลำ คนร้ายโดดน้ำหนีรอด

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สถานีเรือมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม โดย น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของต้องสงสัยจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนทางบกออกซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลอยู่บนเรือประมาณ 3 คน เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเจ้าหน้าที่ นรข. แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้ทิ้งของกลางและเรือ ก่อนกระโดดลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และพบกระสอบลักษณะเดียวกันอีก 4 กระสอบอยู่บนเรือ รวมเป็น 7 กระสอบ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 7 กระสอบ ประทับตราอักษร “999” บนก้อนสีเหลือง ภายในเป็นยาบ้าอักษร “WY” สีชมพู รวมจำนวนทั้งสิ้น 280 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด รวม 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .

หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)นำเจ้าที่หน้า รับมอบตัวนิ่มพลัดหลง หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี
นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย(อุทยานป่าคา)

เข้าตรวจสอบและรับมอบตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ เสนาเกตุ ตนเองพบตัวนิ่ม จำนวน 1 ตัว ในสวนยางท้ายหมู่บ้านหลังจากที่ตัวนิ่มตัวนี้พลัดหลงเข้ามาในบริเวณสวนยางตนจึงจับไว้เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากสวนยางในพื้นที่มีสุนัขหลายตัวตนเองกลัวตัวนิ่มจะถูกสุนัขกัดจึงจับตัวนิ่มไว้แล้วประสานเจ้าหน้าที่มารับมอบ

จากการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น พบว่าตัวนิ่มมีสุขภาพแข็งแรงและปกติดี โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)ได้ส่งมอบตัวนิ่มตัวดังกล่าวให้กับนายสาคร สืบสาย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนา พร้อมนำตัวนิ่มดังกล่าวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดย “ตัวนิ่ม” หรือ “ลิ่น”

เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งห้ามการล่า การค้า หรือการมีไว้ในครอบครอง หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากพบสัตว์ป่าบาดเจ็บ พลัดหลง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ถ้ำเจ้าราม โทร 081-9620661.
.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธีบวงสรวงลานเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี”

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ – ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (เสื้อขาว-กลาง) และ คุณณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีอำเภอแสนสุข (เสื้อดำ-กลาง)

พร้อมด้วย คุณสันติ ปรีชาว่องไวกุล (คนแรกจากขวามือ) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บูรพาบางแสน เรสซิเดนท์ ผู้บริหารโรงแรม ONPA Hotel & Residence และผู้บริหารบริษัท ออนป้า จำกัด ประกอบด้วย คุณวิโรจน์ ปรีชาว่องไวกุล – ประธาน

กรรมการ (คนที่ 2 จากขวามือ), คุณสุภาพร ปรีชาว่องไวกุล รองประธานกรรมการ (คนแรกจากซ้ายมือ) และ คุณอัยย์ชิตา ปรีชาว่องไวกุล (คนที่ 2 จากซ้ายมือ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร้ท์ บิยอนด์ จำกัด เข้าร่วมประกอบพิธีบวงสรวง🙏🏻เบิกเนตร พระแม่

ทั้งห้า เบญจเทวี ได้แก่ พระแม่ธรณี🪨, พระแม่คงคา🌊, พระแม่โพสพ🌾, พระแม่วาโย💨 และ พระแม่อัคคี🔥ที่ลานสักการะเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี บริเวณใกล้กับหาดวอนนภา บางแสน เมื่อวันก่อน

ลานเบญจเทวีแลนด์มาร์คใหม่จังหวัดชลบุรี

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บจก.ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง