คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุภจีฯ รมว.พาณิชย์ เดินทางมาสักการะและปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาสักการะและปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ บูชา

พระพุทธรูปปางประสูติ,บูชาพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์, ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 6,

พระสรีรางคารพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ จ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภา

พัณณวดี และพระพุทธรูปสำคัญภายองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

โดยมี นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

และนางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม และประชาชนร่วมต้อนรับ

โอกาสนี้ พระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้มอบเหรียญพระร่วงโรจนฤทธิ์เป็นที่ระลึก

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้ากราบนมัสการพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐม

เจดีย์ ราชวรมหาวิหาร และรับมอบพระพุทธรูปบูชา พระร่วงโรจนฤทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศรีสะเกษ” นอภ.วังหิน ชวนเที่ยวชมงาน “เทศกาลหอมแดงบ้านขุมคำ” ครั้งที่ 39 ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่บริเวณวัดบ้านขุมคำ ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “เทศกาลหอมแดง ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 โดยมี นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงและชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมด้วย

นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน กล่าวว่า จ.ศรีสะเกษ เป็นแหล่งเพาะปลูกหอมแดงขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งภาค โดยเฉพาะ อ.วังหิน ถือว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพ จำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,300 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3,900 ตัน โดย หอมแดง อ.วังหิน มีลักษณะเด่น คือ “ใหญ่ แห้ง แดง มัน และคอเล็ก” เก็บไว้บริโภคได้นานสำหรับ ต.บุสูง มีพื้นที่การเพาะปลูกหอมแดง ประมาณ 200 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปี ไม่ต่ำกว่า 600 ตัน

สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เฉลี่ยปีละประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งราคาหอมแดงในแต่ละปี ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยกลไกตลาดและคุณภาพของหอมแดง หอมแดงเป็นพืชที่เจริญงอกงามและชอบสภาพอากาศที่หนาวเย็น ปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างเย็น ทำให้การปลูกหอมแดงได้ผลผลิตดี และราคาค่อนข้างดีพอสมควร ส่วนใหญ่พ่อค้า จะมาติดต่อซื้อขายกับเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรงแต่ถึงอย่างไร จ.ศรีสะเกษ ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาทอมแดง โดยการแต่งตั้งคณะทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาผลผลิต ดำเนินการจดทะเบียนผู้ปลูกหอมแดง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มและรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตหอมแดงให้ได้คุณภาพ รวมทั้งได้จัดงานเทศกาลหอมแดง เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิต ดังกล่าว

ด้าน นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลหอมแดง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 39 โดยกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตหอมแดงและสร้างการตลาด โดยภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การออกร้าน การจำหน่ายสินค้า ของส่วนราชการ เอกชนและเกษตรกรจากหมู่บ้านชุมชนต่างๆ มีการจัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ การจัดประกวดหอมแดง กระเทียม พริก มะเขือ และแตงกวา การประกวดการจัดซุ้มหอมแดง และการประกวดธิดาน้อยหอมแดง เป็นต้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนทั่วไป ร่วมเที่ยวชมงานได้ในวันและเวลาดังกล่าว.

ภาพ/ข่าว วนิดา/ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อร้ฐนิวส์ / จัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) 24 – 25 กพ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

การจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 และชมรมโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน

กำหนดจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ ปี 4” (The 4th Nan Youth : Creative Works, Sustaining Careers) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ภายใต้โครงการนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์คนดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในระหว่างวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม สนับสนุนงานอาชีพ และเสริมสร้างศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่โลกอาชีพในศตวรรษที่ 21

ผ่านกิจกรรมการเสริมสร้างทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills) และการมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) ของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน ซึ่งรูปแบบของการจัดงานจะมีการออกร้านจำหน่ายผลงานผลิตภัณฑ์ สินค้า งานฝีมือ และบริการที่เป็นผลผลิตจากงานฝีมือของนักเรียน รวมถึงจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน โดยนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รวมไปถึงผู้สนใจเข้าร่วมงาน จำนวน 64 โรงเรียน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงงานอาชีพในสถานศึกษาสู่ตลาดชุมชน
และเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ที่สามารถพัฒนาสินค้าและอาชีพในท้องถิ่น มีทักษะอาชีพ มีความรู้ในการบริหารจัดการด้านการผลิตสินค้า การจำหน่ายสินค้าและการบริการ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะงานอาชีพที่สนองตอบความต้องการของผู้เรียน มีประสบการณ์ตรงในการสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์งานอาชีพ

เตรียมพบกับมหกรรมความเก่งที่ใหญ่ที่สุดของเด็กน่าน! กับงาน “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” ครั้งที่ 4 (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) เวทีปล่อยของที่เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นตลาดนัดสุดคูล! งานนี้ไม่ได้มีแค่ขายของ แต่คือการโชว์ศักยภาพ Future Skills และ Learn to Earn ที่เด็กน่านทำได้จริง หาเงินได้จริง!การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือของนักเรียน ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภทมากครับ เช่นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม : มีทั้งกาแฟสด ชา น้ำผลไม้ ขนมเบเกอรี่ ไอศกรีม และอาหารพื้นเมืองแปรรูปต่าง ๆกลุ่มงานฝีมือ : ผ้าปัก เครื่องประดับ งานไม้ ของที่ระลึก และงานศิลปะวาดภาพ
กลุ่มพืชผลทางการเกษตร : ผักผลไม้สดๆ จากโรงเรียนบนไฮไลท์คือ “บูธสินค้า” ปีนี้เรามีโรงเรียนขยายโอกาสฯ เข้าร่วมกว่า 64 โรงเรียน สินค้ามีความหลากหลาย ขอแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ให้เห็นภาพดังนี้

กลุ่มแรก สายกินห้ามพลาด:คอกาแฟ ต้องแวะไปชิม กาแฟสด ชา และน้ำผลไม้ ฝีมือน้อง ๆ จาก โรงเรียนบ้านน้ำงาว และ โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ครับถ้าชอบเบเกอรี่ ขนมปังและไอศกรีม ต้องไปที่บูธ โรงเรียนบ้านตอง และ โรงเรียนบ้านห้วยมอญส่วนอาหารแปรรูปและสมุนไพร ก็มีจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านบ่อหอย ครับกลุ่มที่สอง สายงานฝีมือและของที่ระลึก:เรามี งานไม้แปรรูป สวยๆ จาก โรงเรียนบ้านท่ามงคล และ โรงเรียนไตรราษฎร์สามัคคีงานผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้า เครื่องประดับ และผ้าปัก ฝีมือละเอียดจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาหรือจะเป็น งานศิลปะภาพวาด จาก โรงเรียนบ้านแม่ขะนิง ก็มีความสวย งดงามมากกลุ่มที่สาม ผลผลิต

ทางการเกษตร:มี พืช ผัก ผลไม้สดๆ ปลอดสารพิษ จากหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน และ โรงเรียนบ้านร่มเกล้า จากบนดอยมาจำหน่ายโอ้โห! ครบทั้งของกิน ของใช้ งานศิลปะ ครบเลย ชวน ชม ชิม ช้อป แช้ะ กันเลยชวนนุ่งผ้าเมือง แต่งชุดพื้นถิ่น มาเดินกาด ถ่ายรูปสวย ๆ ชมกาดละอ่อนน่าน
มาช่วยกันอุดหนุน เป็นกำลังใจให้เด็กน่าน ได้ฝึกทักษะอาชีพ (Learn to Earn) และสร้างรายได้ระหว่างเรียนกันเยอะๆ ปักหมุด: 24 -25 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 20.00 น. 📍
พิกัด: ข่วงเมืองน่าน และข่วงน้อยกาดละอ่อนน่าน #NanYouthMarket #น่านเนิบๆ #เที่ยวเมืองน่าน #SupportNanKids เด็กดอยปล่อยของSoftPowerNanกำหนดการจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

วัน เดือน ปีกิจกรรมวนที่ 24 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 09.00 น.
ลงทะเบียนสถานศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม09.00 – 12.00 น.
สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 10.00 น. การแสดงชุด “Nan The Heart Of Thailand” โรงเรียนบ้านทุ่งน้อยเวลา 10.20 น. การแสดง วงดนตรีลูกทุ่ง “ช่อนางแลว” โรงเรียนป่าแลวหลวงวิทยาเวลา 11.00 น. การแสดง วงดนตรีสากล “วงไกยี” โรงเรียนบ้านหาดเค็ด12.00 – 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวัน13.00 – 16.30 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้เวลา 14.00 น. การแสดงชุด “ฟ้อนแง้น” โรงเรียนบ้านไชยสถานเวลา 14.30 น. การแสดงชุด “วิถีชีวิตชนเผ่า” โรงเรียนบ้านสองแควเวลา 15.00 น. การแสดงดนตรีโพล์คซอง “วง SK Band” โรงเรียนบ้านสองแคว

เวลา 15.30 น. การแสดงชุด “สุนทรีถิ่นลั๊วะ” โรงเรียนบ้านน้ำช้างพัฒนา16.30 – 20.00 น.มหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รายละเอียดดังนี้
เวลา 16.30 น. – ประธานในพิธีเดินทางมาถึงยังบริเวณงาน และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่านเวลา 18.00 น.-เคารพธงชาติ พิธีไว้อาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สมเด็จพระพันปีหลวง)การแสดงชุดที่ 1 “นันทบุรีศรีนครา มนตรากระซิบรัก ฮักเมืองน่าน”ประกอบด้วยเพลงโหมโรงวงซิมโฟนี เครื่องสาย (โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)ฟ้อนล่องน่าน ประกอบการบรรเลงเพลง ซอล่องน่านออเคสตร้าร่วมสมัย (โรงเรียนราชานุบาล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การแสดงประกอบการบรรเลงเพลง ภาพม่านกระซิบรัก(โรงเรียนน่านปัญญานุกูล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การบรรเลงเพลง นันทบุรีศรีนครน่าน วงซิมโฟนีเครื่องสาย(โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)เวลา 18.15 น. – กล่าวต้อนรับ

โดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวรายงาน โดย ดร.วิเชียร วาพัดไทยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา น่านเขต 1- กล่าวเปิด โดย ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นประธานในพิธี “ลั่นฆ้อง 3 ครั้ง”พร้อมด้วย “ตีกลองปูจา” เพื่อความเป็นสิริมงคลโดย โรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร(เทศบาลบ้านพระเนตร)เวลา 18.30 น. – มอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุน และทีมการแสดงเวลา 19.00 น. – ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้แทนมอบของที่ระลึกให้ท่านประธานในพิธีการบันทึก

ภาพลำดับที่ 1 แขกผู้มีเกียรติทุกท่านลำดับที่ 2 โรงเรียนบูธที่ 1 – 16ลำดับที่ 3 โรงเรียนบูธที่ 17 – 32ลำดับที่ 4 โรงเรียนบูธที่ 33 – 48ลำดับที่ 5 โรงเรียนบูธที่ 49 – 64(โดยทุกบูธนำเกียรติบัตรขึ้นเวทีพร้อมถ่ายภาพ)เวลา 19.30 น. – การแสดงชื่อชุด “นาฏยคีตกวี” ฟ้อนซอของดีเมืองน่าน(โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง)เสร็จสิ้นพิธีการวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 12.00 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย)กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 09.30 น. – การแสดงชุด “รำถาด” โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาเวลา 10.00 น. – การแสดงชุด “รักสองแผ่นดิน” โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน/ภาพข่าว/ทีมปชส.คณะทำงาน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้อนรับตรุษจีน มอบของที่ระลึกส่งต่อคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนอย่างอบอุ่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรมต้อนรับผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 เพื่อส่งมอบความสุข ความอบอุ่นและสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารชาวจีนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

โดยมี นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้

บริหาร ทสภ. ร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึก พร้อมคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนแก่ผู้โดยสาร บริเวณซุ้มถ่ายภาพกิจกรรมตรุษจีนที่สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11 – 12 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.

พร้อมกันนี้ยังได้จัดการแสดงชุด “มิตรภาพไทย – จีน” เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศอันเป็นสิริมงคล สร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย และตอกย้ำความตั้งใจของ ทสภ.ในการมอบประสบการณ์ต้อนรับที่น่าจดจำในเทศกาลสำคัญ

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ระหว่าง วันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 AOT ได้คาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ทสภ. โดยคาดว่าจะมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 11,374 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 8,546 เที่ยวบิน เฉลี่ย 855 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินภายในประเทศ 2,828 เที่ยวบิน เฉลี่ย 283 เที่ยวบินต่อวัน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.3 และมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 1,971,050 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1,620,957 คน

และผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 350,093 คน เฉลี่ยวันละ197,105 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 สำหรับเส้นทางการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 444,255 คนเฉลี่ยวันละ 44,426 คน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.2 และมีเที่ยวบินประมาณ 2,889 เที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 289 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 นอกจากนี้ ยังมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Extra & Charter Flight)

รวมจำนวน 362 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 123 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 239 เที่ยวบิน สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการเดินทางทางอากาศ และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทสภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ในการเดินทาง โดย ทสภ.

ได้จัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในจุดต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานให้บริการรถเข็นกระเป๋า เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด

เจ้าหน้าที่จุดตรวจค้นสัมภาระ เจ้าหน้าที่ Airport Ambassador ประสานผู้ให้บริการภาคพื้นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และอุปกรณ์ในการให้บริการให้เพียงพอในช่วงชั่วโมงคับคั่ง(Peak Hour)

รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำผู้โดยสารในด้านต่างๆอย่างใกล้ชิดรวมถึงประสานผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารจัดทำข้อความภาษาจีน

เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารชาวจีน ทสภ. ยืนยันความพร้อมในการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพัทยาเปิดเวที Tantrarak Show แสดงศักยภาพนักเรียนตันตรารักษ์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา โรงเรียนตันตรารักษ์ จัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของนักเรียน ภายใต้ชื่อ “Tantrarak Show” เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และทักษะทางภาษา ต่อสาธารณชนและนักท่องเที่ยว ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ พร้อมด้วย คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน เข้าร่วม

สำหร้บการแสดงผสมผสานศิลปะและทักษะรอบด้าน เป็นกิจกรรมครั้งนี้รวบรวมการแสดงที่หลากหลาย ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินชมภายในศูนย์การค้า ซึ่งไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สืบสานศิลปวัฒนธรรม การแสดงเชิดสิงโตและระบำจีน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ถ่ายทอดความอ่อนช้อย ความพร้อมเพรียง และความสามัคคีของนักเรียนได้อย่างงดงาม

ทักษะด้านสันทนาการและกีฬา การแสดงเชียร์ลีดเดอร์จากนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา สร้างความประทับใจด้วยความสดใส คล่องแคล่ว และความมั่นใจบนเวที และอัจฉริยภาพทางดนตรีการแสดงเมโลเดียนจากนักเรียนระดับชั้นอนุบาล แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมพัฒนาการด้านสมาธิ ประสาทสัมผัส และพื้นฐานดนตรีตั้งแต่วัยเยาว์

และในช่วงท้ายของงาน นักเรียนได้ร่วมกันกล่าวคำอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน และกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติเป็นภาษาจีน ทั้งนี้กิจกรรม “Tantrarak Show” ไม่เพียงเป็นเวทีการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยเสริมสร้างความกล้าแสดงออก ความเชื่อมั่นในตนเอง และพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของเมืองพัทยาและสังคมในอนาคตต่อไป

ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เนื่องด้วยช่วงนี้ทางห้างเซ็นทรัลพัทยามีการจัดงานเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทางโรงเรียนตันตรารักษ์มีนักเรียนที่มีความสามารถด้านภาษาจีน โดยนักเรียนของเรามีการพูดภาษาจีนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งในกิจกรรมมีการแสดงภาษจีนต่างๆ มากมาย และถือเป็นโอกาสดีที่ทางห้างเซ็นทรัลพัทยาได้ให้โรงเรียนตันตรารักษ์ได้นำนักเรียนมาแสดงสามารถในครั้งนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรีและภริยาสวมชุดไทย เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 14 ก.พ. ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ที่เวทีกลาง

ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช. คมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมงานฯ

โดยจุดแรกที่บริเวณลานหน้าศาลพระกาฬ ปรางสามยอด นายกฯ และคณะ นั่งชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้น นายกฯและคณะ ได้สักการะศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ลพบุรี เพื่อความสิริมงคล
จากนั้นนายกฯ และคณะเดินเยี่ยมชมบูธของทุกอำเภอ

และนายเจตพง์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้เชิญชวนสื่อมวลชนแวะชมของดีอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าหลวง ซึ้งมีของพื้นบ้านท้องถิ่นแต่ละอำเภอมาโชว์ให้ได้ชม รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าหลวง ทั้งสองอำเภอมีแหล่งเรียนรู้หลายๆอย่างไม่แพ้กันเลย

จากนั้นนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได่กล่าวรายงาน ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยเน้นการแต่งกายชุดไทยย้อนยุค

วัตถุประสงค์และรายละเอียดสำคัญ. เทิดพระเกียรติ: เชิดชูพระเกียรติคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงวางรากฐานความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองลพบุรี น้อมรำลึกฯ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ธีม “อัตลักษณ์ละโว้ธานี เทิดสดุดีพระนารายณ์มหาราช พระพันปีหลวงปวงไทย” ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรีและอนุรักษ์วิถีไทยผ่านการแต่งชุดไทยดั้งเดิม ปรับรูปแบบให้เหมาะสม เนื่องด้วยเป็นช่วงบรรยากาศแห่งความอาลัย จึงเน้นความสำรวม

สมพระเกียรติ ลดความรื่นเริงและแสงสีเสียงไฮไลท์กิจกรรม มีการจัดขบวนพาเหรดชุดไทยดั้งเดิม การออกร้านย้อนยุค และการแสดงประวัติศาสตร์ งานจัดขึ้น 10 วัน 10 คืน โดยเชิญชวนประชาชนร่วม “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานที่มาต้อนรับและร่วมงานฯ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดพิธีเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

ในงานมี นายกิติทัศ เรืองดิษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหารองค์กร) การประปาส่วนภูมิภาค, นายภาษิต พันลำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 (ฝ่ายวิชาการ), นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาโชคชัย, นายอำเภอโชคชัย รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายกิติทัศ เรืองดิษฐ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยในปี 2567 กปภ. เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง ปี 2568 เพิ่มอีก 4 แห่ง และปี 2569 เปิดเพิ่ม 36 แห่ง รวมทั้งสิ้น 54 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับ Mini Station ใช้เทคโนโลยีกรองน้ำระบบ RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV สามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึง 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมียอดให้บริการน้ำดื่มสะอาดสะสมกว่า 1.6 ล้านลิตร หรือเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร กว่า 2.6 ล้านขวด

นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการน้ำดื่มสะอาดเป็นความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชน โดยเปิดให้บริการน้ำดื่มฟรี วันละ 20 ลิตรต่อคน โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ประชาชนสามารถมารับน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระบบผลิตน้ำมีกำลังการให้บริการประมาณ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถรองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ น้ำที่ให้บริการเป็นระบบกรองแบบอาร์โอ (RO) และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) มั่นใจได้ว่าสะอาดและปลอดภัย สามารถดื่มได้ทันที

ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำสะอาดฟรีอย่างทั่วถึง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้บริการได้ตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการน้ำดื่มสะอาดว่า ภายหลังได้ทดลองดื่มแล้วพบว่ามีรสชาติดี สะอาด และมีคุณภาพ โดยการประปาส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์คุณภาพเรียบร้อย และมีแผนขยายโครงการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องซื้อน้ำดื่มเป็นประจำ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การประปานครหลวงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ยืนยันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กปภ. ตั้งเป้าขยายสถานีผลิตน้ำดื่มสะอาดให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบกจับมือกลุ่มทุนปรัชญาฯ ลงพื้นที่บึงกาฬ ขับเคลื่อนหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดน มอบทุน 15 ทุน หนุนพัฒนาอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แทนจาก กองทัพบก ร่วมกับกลุ่มทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย–ลาว ควบคู่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่

ช่วงเช้า คณะได้ประชุมหารือ ณ ห้องประชุม ศปก.ตม.บึงกาฬ โดยมี พ.อ. วาริส ทรวงโพธิ์ หน.สนผ.ฝกร.ศปก.ทบ. เป็นประธานการประชุม มีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วม

รวมถึงผู้แทนหอการค้าจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว และสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ “People to People Connectivity” มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน เสริมความเข้มแข็งของชุมชนชายแดนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านห้วยเชื่อมเหนือ ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนการศึกษา จำนวน 15 ทุน เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนและครอบครัว

ในช่วงบ่าย คณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หลัก ตำบลโคกก่อง ติดตามการดำเนินงานตามแผนหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน โดยส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน ก่อนปิดภารกิจด้วยการเยี่ยมชมกิจการชุมชนในพื้นที่ตำบลชัยพร

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือบูรณาการของภาครัฐและเอกชน ในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย–ลาว ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขับเคลื่อน ระบบอาหารปลอดภัย เชื่อมเกษตรกร–ตลาดสีเขียว–ผู้บริโภค ลงนาม MOU ภายใต้แนวคิด “บอกรักด้วยผักผลไม้”

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดเชียงราย โดยโครงการบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายดำเนินการโดยบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีเชียงราย (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยการสนับสนุนจาก สสส จัดกิจกรรม “บอกรักด้วยผักผลไม้”พร้อมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

ว่าด้วยการขับเคลื่อนร ะบบอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569้วลาประมาณ 09.0น.นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อนสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โครงการ ณ ตลาดสีเขียว ตลาดเกษตรกรเชียงราย (สามแยกดอยตอง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
การจัดงานในครั้งนี้

มีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตอาหารปลอดภัย ที่ได้มาตรฐาน GAP, PGS และเกษตรอินทรีย์ ผ่านกลางน้ำ คือ ตลาดสีเขียว ผู้ประกอบการร้านอาหาร และโรงแรม ที่ได้มาตรฐาน SAN, SAN Plus และ Q Restaurant ไปสู่ปลายน้ำ คือ ผู้บริโภค
เพื่อให้เกิดการผลิต

การจำหน่าย และการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ตลาดสีเขียวภายในงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็น กลไกกลางในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับและเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร

โครงการได้มีการนำ แพลตฟอร์ม “กิ๊ฟแอนด์กีฟ (Gift&Give)”มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ในรูปแบบสหกรณ์ดิจิทัลผ่านระบบคูปองหรือคะแนนสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาฐานข้อมูลและแผนที่ห่วงโซ่อาหารของจังหวัดเชียงรายเพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบอาหารอย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีพิธี ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)ซึ่งเป็นการแสด เจตนารมณ์ร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการทำงานแบบบูรณาการ
เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังห่วงโซ่อาหารที่ปลอดภัยตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การกระจายสินค้าไปจนถึงการบริโภค อันจะนำไปสู่การ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวเชียงราย

นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งหวังให้เกิด การกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับมิติสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย “Chiang Rai Wellness City”
ในการพัฒนาเชียงรายสู่เมืองแห่งสุขภาวะและการเติบโตอย่างยั่งยืน

บอกรักด้วยผักผลไม้อาหารปลอดภัยตลาดสีเขียเชียงรายChiangRaiWellnessCityเกษตรปลอดภัยเศรษฐกิจชุมชน GiftAndGive

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิด

“โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 พื้นที่หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 4 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ” ของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี

โดยมี พระครูประภัศร์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดโคกพระเจดีย์ พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอําเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำ

ปีงบประมาณ 2569 และมีการร่วมลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงร่วมกันจากภาคีเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันตำบลโคกพระเจดีย์ ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้นำชุมชน จนท.สาธารณสุข อสม. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม