คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ท. ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ครั้งที่ 2/2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในฐานะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต

เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ครั้งที่ 2/2569 เพื่อร่วมพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต

โดยมี นายวิเชียร พุฒิวิญญู กรรมการ สปท. ป.ป.ท. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการ ผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ทรง

คุณวุฒิ และเจ้าหน้าที่กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำนักงาน ป.ป.ท. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 28 (ห้องประชุมใหญ่) สำนักงาน ป.ป.ท. อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และผ่านระบบประชุมออนไลน์ Zoom Meeting

สำหรับการประชุมครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะทำงานพิจารณาการสมัครและคัด

เลือกเครือข่ายต้นแบบของสำนักงาน ป.ป.ท. เขตพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเครือข่ายเข้ารับการพิจารณาทั้งสิ้น 26 เครือข่าย ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 21 เครือข่าย และภาคประชาชนและภาคเอกชน จำนวน 5 เครือข่าย

ทั้งนี้ การคัดเลือกเครือข่าย PACC ต้นแบบ มีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินงานด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้ภาคประชาสังคมและทุกภาคส่วนเข้ามา

มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการทุจริตมากยิ่งขึ้น พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือให้ครอบคลุมทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมไทยที่โปร่งใสและปราศจากการทุจริตอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณ …… ภาพ/เนื้อหา จาก สื่อสารองค์กร สำนักงาน ป.ป.ท.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /บุกโรงพักมุกดาหาร! พี่ชาย ‘พระนิคม’ นำทีมทายาทจี้ร้อยเวร ทวงความคืบหน้าคดีรถชนคณะพระธุดงค์มรณภาพ 10 รูป

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายชัยฤทธิ์ อังกาบ พี่ชายของพระนิคม อังกาบ ในฐานะตัวแทนผู้สูญเสีย ได้เป็นแกนนำในการนำทายาทและครอบครัวพระธุดงค์ เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี (ร้อยเวร) เพื่อจี้ถามความคืบหน้าและทวงถามความเป็นธรรมในคดีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระภิกษุสงฆ์ระหว่างเดินจาริกธุดงค์ จนเป็นเหตุให้มีพระภิกษุมรณภาพ

นายชัยฤทธิ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ว่า ในส่วนของตนได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนญาติและตัวแทนครอบครัวพระธุดงค์รูปอื่นๆ ได้เดินทางมาร่วมให้ปากคำในวันนี้ประมาณ 5-6 ครอบครัว ขณะที่ทายาทส่วนที่เหลือมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะทำการนัดหมายและแจ้งผลในนัดหน้าอีกครั้งว่าจะนัดพบทายาทที่เหลือเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมวันไหน

สำหรับการเดินทางมาจังหวัดมุกดาหารในครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้จัดพิธีมอบเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาให้แก่ทายาทของพระธุดงค์ที่มรณภาพครบทั้ง 10 รูป ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งแต่เดิมคณะญาติทั้งหมดได้นัดหมายกันว่าจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกันหลังเสร็จพิธี ก่อนที่จะมีบางส่วนแยกย้ายกลับไปก่อนตามภารกิจดังกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของฝั่งคู่กรณี นายชัยฤทธิ์ ระบุว่า จากการสอบถามร้อยเวรทราบว่า ฝั่งคู่กรณียังไม่ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม โดยทางเจ้าหน้าที่อ้างว่าพ่อและแม่ของเด็กคนขับสภาพจิตใจยังย่ำแย่ จึงยังไม่ได้เรียกตัวมาสอบสวนในตอนนี้และต้องรอการนัดหมายอีกครั้ง ทั้งนี้ ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าตัวเด็กและมารดายังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี หรือไม่ ทราบเพียงข้อมูลจากร้อยเวรว่าฝั่งนั้นต้องทานยาคลายเครียดเท่านั้น

นายชัยฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ตนจะประสานงานร่วมกับ คุณออย แสงศิลป์ (นายชยธร ทองบุราณ) โดยจะให้คุณออยเป็นตัวหลักในการประสานงานและติดตามความคืบหน้าเพื่อเร่งรัดพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด พร้อมวอนขอความกรุณาจากพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงให้ช่วยกันเกาะติดสถานการณ์และกระตุ้นคดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นคดีสำคัญระดับประเทศที่ไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป และต้องการคืนความยุติธรรมให้แก่คณะพระธุดงค์อย่างถึงที่สุด
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

รถชนพระธุดงค์มุกดาหาร #ทายาทพระธุดงค์บุกโรงพัก #ทวงความคืบหน้าคดีชนพระ #พระนิคมอังกาบ #สภเมืองมุกดาหาร #ออยแสงศิลป์ #ข่าวมุกดาหาร #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ จ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบาง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนางกิจติยา ใสสะอาด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร ของจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมโครงการฯ

📍โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่มเปราะบาง เพื่อพร้อมรับปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน พัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อม รับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินในระดับชุมชน และส่งเสริมกลไกการบูรณาการ

ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชนในพื้นที่ให้สามารถเฝ้าระวัง ติดตาม และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ กลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี

เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง วิทยากร และเจ้าหน้าที่ รวมจำนวน 225 คน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เกษตรเมืองเพชร บุกมหาชัย ทั้งทุเรียน ข้าว ผลผลิตแปรรูป หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สู่ตลาดสากลต่างประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 กรกฎาคม นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน 2026” ภายใต้แนวคิดการพัฒนาภาคเกษตรสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน

ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้ ข้าว และสินค้าเกษตรแปรรูป ให้ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีนายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี กล่าวรายงาน พร้อมนางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นางภัทราภรณ์ เจริญรักษ์แรงงานจังหวัดเพชรบุรีนายวิทยา ชูแก้วรองประธานด้านการเกษตร/AFC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงานอย่างคึกคักเนืองแน่น

วัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน และเครือข่าย SMEs รวมทั้งประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ภายในงานได้มีการรวบรวมสินค้าเกษตรคุณภาพและของดีเมือง

เพชรจากกว่า 30 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงความบันเทิง และการประกวดต่าง ๆ ตลอดทั้งวันในการจัดงาน สามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพและร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2569
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ศิษยานุศิษย์คนนาเกลือ-พัทยา แห่ร่วมงาน “วันมหาบุรพาจารย์รำลึก”มารีวิทย์จับเด็ก ป.1 ‘ทำนา‘ เรียนรู้วิถีไทย สะสมประสบการณ์เพิ่มทักษะชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 วัดช่องลมนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมงานมหาบุรพาจารย์รำลึก ประจำปี 2569 “วันมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ” โดยพบว่าบรรยากาศในงานมีคณะศิษยานุศิษย์ ประชาชนชาวบ้านนาเกลือ เมืองพัทยา และชาวบ้านที่เคารพศรัทธา เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก บริเวณพิพิธภัณฑ์พระมหาบุรพาจารย์ ศาลาเรือนไทย วัดช่องลมนาเกลือ

ภายในพิธี ประชาชนที่ร่วมงานได้ร่วมกันทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแด่คณะสงฆ์ ก่อนคณะสงฆ์จะสวดมาติกา-บังสกุล และสวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นเป็นพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์ตามลำดับพิธีการ นอกจากนี้บริเวณภายในสภานที่จัดงานยังมีการออกโรงทานอาหารและเครื่องดื่มโดยกลุ่มคณะศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศร่วมออกร้านร่วมงานบุญกันอย่างเป็นกันเอง

มีรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากคณะศิษยานุศิษย์จำนวนมากที่เข้าร่วมงานวันพระมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ ในวันนี้ ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพแล้ว ยังมีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาพระมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ เข้าร่วม

งานบุญเช่นกัน อาทิ นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ อดีตรองนายกเมืองพัทยา คณะ ส.อบจ.ชลบุรี ดร.วรพต พงษ์พาลี นายสิทธิไชย อาจทรง ส.อบจ.ชลบุรี และคณะอดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ นายวุฒิธร แสงอุไร นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ นายอนุพงษ์ พุทธนวรัตน์

อนึ่ง งานมหาบุรพาจารย์รำลึก วันมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ เป็นการร่วมกันจัดขึ้นจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคณะศิษยานุศิษย์ ลูกศิษย์ลูกหาของสัดช่องลมนาเกลือ ที่มีความผูกพันกับวัดมาอย่างยาวนานนับร้อยปี และแสดงออกถึง

ความกตัญญูรู้คุณถึงมหาบุรพาจารย์พระเกจิแห่งวัดช่องลมนาเกลือในอดีต ประกอบด้วย พระอธิการจู สาคโต, พระเขมทัสสีชลธีสมานคุณ (พระอาจารย์เอี่ยม เมฆิโย), พระครูพิบูลย์ธรรมกิจ (พระอาจารย์เผือก ฉันโน), สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พระอาจารย์เจริญ ญาณวโร) และพระราชวัชรปัทมคุณ (พระอาจารย์บัวเกตุ ปทุมสิโร)

มารีวิทย์จับเด็ก ป.1 ‘ทำนา‘ เรียนรู้วิถีไทย สะสมประสบการณ์เพิ่มทักษะชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา โดย ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมเพิ่มทักษะการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยได้จัดการทัศนศึกษาและเรียนรู้วิถีไทย ที่สวนไทย พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ชื่อดังของจังหวัดชลบุรี

ในกิจกรรมเด็กนักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้วิถีไทยท้องถิ่น ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ พร้อมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ประสบการณ์มากมาย อาทิ การทดลองทำนาปลูกข้าวภายในแปลงสาธิต การฝึกทำขนมไทย การฝึกทำส้มตำ การฝึกทำปลาตะเพียนสาน การละเล่นหนังตะลุง และการให้อาหารสัตว์

กิจกรรมที่ทางโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จัดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากนักเรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่แล้ว ยังเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ให้นักเรียนได้ทดลองทำสิ่งต่างๆ ตามวิถีท้องถิ่นของภาคต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งนักเรียนทุกคนต่างสนุกสนานในการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่องกับสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2569 ณ ร้านอาหารบ้านบุ๋ม ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายสุนทร ลี้สกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ–2 พร้อมด้วย
นายกอบเกียรติ ป้อยแก้ว วิทยากรระดับ 10 กองบริหารความสัมพันธ์เครือข่ายการสื่อสาร ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การนายธัฏชรพงษ์ เมืองแก่น หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งภาคเหนือ

นายเสกสรร โสทธยาสัย หัวหน้าหมวดประชาสัมพันธ์ โครงการก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนนายภูมิพันธ์ จารุภูมิ วิทยากรระดับ 8 กองบริหารความสัมพันธ์เครือข่ายการสื่อสาร ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การนายพิษณุ สุเทปิน หัวหน้าสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ภายใต้กิจกรรม “กินข้าวเล่าเรื่อง” โดยมีผู้แทน กฟผ.และสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนในพื้นที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความสัมพันธ์อันดี และพูดคุยเกี่ยวกับการดำเนินงาน

รวมถึงประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารข้อมูลสู่สาธารณชน ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและสร้างสรรค์โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พ.ต.พิบุญชับ ณ ลำพูน พ.อ.พยอม บุญทร พ.ต.อ.วิวัฒน์ ตันติวัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ

พ.ต.ธนกฤต นันทชัยศรี ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นางเพียรพิศ ยะวิญชาญ นางสาวอรประภา พุฒหมื่น นางรจนา วังคำ นายชาตรี ทำงาม นายปรันป์ เหล่าสุริยงค์ นางพรรณี ณ น่าน นางจิติภัสร์ มานะอัครนิรุติ์ นางสาวอำภาพร กันตา นายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมกิจกรรม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /พอช. กคช.พม.น่าน จับมือภาคี มอบงบซ่อมบ้าน “แม่ครูกุหลาบ” ศิลปินซอล่องน่าน

แชร์เนื้อหานี้

น่าน — สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน และภาคีเครือข่าย รุดเยียวยาผู้ประสบภัยวาตภัย พร้อมร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยจัดพิธีมอบงบประมาณซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและเครื่องยังชีพให้แก่ “แม่ครูกุหลาบ ศรีทะแก้ว” ศิลปินพื้นบ้านอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญด้านการขับซอล่องน่าน ณ บ้านหนองแดง ตำบลท่าน้าว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 256การลงพื้นที่ช่วยเหลือในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเหตุวาตภัย พายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรงที่พัดถล่มบ้านพักของแม่ครูกุหลาบจนได้รับความเสียหายอย่างหนักเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทาง พอช. จึงได้ประสานความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน (พมจ.)

การเคหะแห่งชาติ สมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดน่าน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ร่วมกันขับเคลื่อนการซ่อมแซมบ้านในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มเปราะบางที่ประสบภัยธรรมชาติ แต่ยังเป็นการจรรโลงและสืบสานศิลปะพื้นบ้านของชาวน่านให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นต่อไป

สำหรับพิธีมอบงบประมาณและเครื่องยังชีพ ได้รับเกียรติจาก นายอัครา พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวแทนมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางมาเป็นประธานในพิธีและร่วมกล่าวให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย โดยมี นายบุญเย็น มโนชัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้าว, นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน/กรรมาธิการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร

นายกสมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดน่าน พันเอก ทศพล ผ่องศรีสุข รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พ.อ.นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผช.ผอ.พอช. นาย วรวิทย์ นายนทวงษ์ หน.สช.ลำปาง การเคหะแห่งชาติ นายสำรวย พลัดผล ประธานขบวนจังหวัดน่าน และ นายคณพัฒน์ ๆศรีแก้ว หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พมจ.น่าน และ น.ส.วัชรี พรมทอง ประธานหอการค้า จ.น่าน ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครอบครัวของแม่ครูกุหลาบอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน นายธาราศานต์ ทองพัก ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาที่อาศัยชุมชนริมราง พอช. ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ศึกษาดูงานถอดบทเรียนการจัดการภัยพิบัติและการพัฒนาที่อยู่อาศัย ณ บ้านห้วยขาบ จังหวัดน่าน พร้อมทั้งจัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานประจำระยะ 6 เดือนของสำนักฯ ควบคู่กับการเข้าร่วมกิจกรรมมอบงบประมาณเยียวยาดังกล่าว เพื่อนำโมเดลการบูรณาการและการรับมือภัยพิบัติในพื้นที่จริงไปพัฒนากระบวนการทำงานขององค์กรต่อไป

พอช. กคช.พม.น่าน จับมือภาคี มอบงบซ่อมบ้าน “แม่ครูกุหลาบ” ศิลปินซอล่องน่าน หลังพายุฤดูร้อนถล่ม #เดินหน้าฟื้นฟูที่อยู่อาศัยควบคู่การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น/ภาพ/ข่าว/รพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ญาติพระธุดงค์ไม่ต้องสู้ลำพัง! สภาทนายความตั้งศูนย์ช่วยเหลือ เดินหน้าฟ้องคดีแพ่งฟรี พร้อมแจ้งสิทธิครบทุกด้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ได้มอบหมายให้นายจิรศักดิ์ เอี่ยมดิลก กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 4 พร้อมด้วย นางสาววัชราภรณ์ สลางสิงห์ ประธานสภาทนายความจังหวัดมุกดาหาร นำคณะกรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 4 และคณะกรรมการสภาทนายความจังหวัดมุกดาหาร

ลงพื้นที่โรงพยาบาลมุกดาหาร เพื่อเข้าเยี่ยมให้กำลังใจญาติของพระสงฆ์ที่มรณภาพ และพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระธุดงค์คณะสภาทนายความได้ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย พร้อมอธิบายขั้นตอนการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายและการเยียวยาตามกฎหมายแก่ญาติผู้เสียชีวิตและพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมและสามารถดำเนินการตามสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้

ในโอกาสเดียวกัน นายแพทย์วิลาศ นรินทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลมุกดาหาร ได้ชี้แจงแนวทางการรักษาและอาการอาพาธของพระสงฆ์แต่ละรูปให้แก่คณะผู้เข้าเยี่ยมและญาติได้รับทราบทั้งนี้ นายกสภาทนายความได้มอบหมายให้สภาทนายความจังหวัดมุกดาหาร ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องร้องเรียน ให้คำปรึกษา และให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง

สภาทนายความระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บและทายาทของพระสงฆ์ที่มรณภาพ มีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายได้ 3 ส่วนหลัก ได้แก่1.สิทธิเรียกร้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถผู้บาดเจ็บหรือทายาทของผู้เสียชีวิต มีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ และค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต ซึ่งจ่ายให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

2.สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งนอกจากเงินเยียวยาตาม พ.ร.บ. แล้ว ผู้เสียหายหรือทายาทยังสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้ที่ต้องรับผิดได้ เช่น ค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินวงเงิน พ.ร.บ. ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้บาดเจ็บ ค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีศพ ค่าอุปการะเลี้ยงดู และค่าเสียหายอื่น ๆ ที่สามารถพิสูจน์ได้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

3.สิทธิในคดีอาญาหากการกระทำเข้าข่ายความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส ผู้เสียหายหรือทายาทมีสิทธิร้องทุกข์ ติดตามการดำเนินคดี ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ รวมทั้งเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา หรือเลือกฟ้องคดีแพ่งแยกต่างหากก็ได้

สำหรับกรณีที่ผู้ก่อเหตุเป็นผู้เยาว์ สภาทนายความอธิบายว่า หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้เยาว์ต้องรับผิด และเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ผู้ปกครองอาจมีความรับผิดร่วมในการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบกพร่องต่อหน้าที่ในการดูแลหรือมีเหตุแห่งความรับผิดตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะเป็นไปตามดุลพินิจของศาลจากพยานหลักฐานในคดี

นอกจากนี้ สภาทนายความยังยืนยันว่าจะจัดหาทนายอาสาเพื่อดำเนินการฟ้องร้องคดีแพ่งให้แก่ผู้เสียหายและญาติของพระสงฆ์ที่มรณภาพ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายอย่างเต็มที่
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “สส.เดียร์” เปิดสนาม การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติดEGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 ครั้งที่ 4

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 ก.ค.69 ที่สนามฟุตบอลวัดนาล้อม หมู่ที่ 3 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด EGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 12 ปี กำหนดจัดการแข่งขันขึ้นระหว่าง วันที่ 3-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

โดยมี พระครูสังฆรักษ์สำราญ อภิชาโต เจ้าอาวาสวัดนาล้อม นายรภีร์ เคนแก้ว พนักงานวิชาชีพระดับ 9 ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) นายวิบูลย์ เทียนทอง ผู้ช่วย สส.พงษ์พันธ์ เผ่าประทาน และประธานชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายกฤษดา ลือโรจน์วงษ์ ที่ปรึกษานายกเทศบาลตำบลทับสะแก นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก พร้อมคณะกรรมการชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก คณะครู อาจารย์ และนักเรียน ให้การต้อนรับ

นายรภีร์ เคนแก้ว พนักงานวิชาชีพระดับ 9 ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) กล่าวว่า การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานที่ดำเนินภารกิจด้านผลิตและจัดหาไฟฟ้าของประเทศ ตามแผนพัฒนาระบบการผลิตไฟฟ้า เพื่อเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถ และเสริมสร้างความมันคงด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการมีธรรมาภิบาล ดูแลรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม

กฟผ. จึงได้ริเริ่มจัดโครงการ “ฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด EGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 12 ปี กำหนดจัดการแข่งขันระหว่าง วันที่ 3-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ร่วมกับ ชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็ก เยาวชน ได้ออกกำลังกาย สร้างทักษะด้านกีฬา เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งของเยาวชน ตลอดจนผู้ปกครอง เป็นการสานสัมพันธภาพอันดีระหว่างกัน โดยมีโรงเรียนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 16 ทีม กิจกรรมนี้ ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิงจากทุกภาคส่วน ได้แก่ วัดนาล้อม ในฐานะเจ้าของสถานที่ ความมุ่งมันตั้งใจของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.ร่วมกับ ชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / การบรรจุ อปท.สายงาน เทศบาล อบต. ผู้ที่ได้รับบรรจุตำแหน่ง ตามสายงาน เพื่อเข้ารับราช ปกครองส่วนท้องถิ่น จ.นครสวรรค์ 249 คน ไม่มารายงานตัว 2คน

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศการ รายงานตัวบรรจุเพื่อเข้ารับราชการท้องถิ่นที่จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 249 คน ไม่มารายงานตัว 2 สายงานนักวิเคราะห์นโยบายและแผนหายตัว ติดต่อไม่ได้ นัวิชาการพัสดุยันสละสิทธิ์ ไม่มารายงานตัว เจ้าหน้าที่ตามวุ่นขอคำตอบ ภาพรวมข้าราชการใหม่มั่นใจได้บรรจุด้วยยความสมารถล้วนๆลูกชาวไร่ชาวนาได้ลุ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุม สำนักงานเทศบาลนครสวรรค์ ชั้น5 จังหวัดนครสวรรค์วันที่ 1 ก.ค 2569 เวลา 08.30น.ซึ่งเป็นวันนัดหมายที่ทางสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย นัดรายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการในส่วนของปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ในช่วงเวลา 08.30 นเป็นต้นไป

บรรยากาศในวันดังกล่าวมีบรรดา ข้าราชการใหม่ที่เดินทางมาพร้อมด้วยญาติที่มาส่งเพื่อเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นในครั้งนี้เป็นจำนวนมากทุกคนต่างนำหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรายงานตัวอาทิเช่นรูปถ่ายเพื่อติดบัตรข้าราชการและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นตัวจริงและถ่ายเอกสารในการแจ้งต้นสังกัดเพื่อเข้ารับการบรรจุในอปท.

ในส่วนสายงานต่างๆในเทศบาลและอบต. ที่ประกาศรับบรรจุตำแหน่งตามสายงานที่ขอเอาไว้ต่อกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นบรรยากาศในห้องประชุม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ในส่วนของปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ตั้งโต๊ะเพื่อรองรับให้ข้าราชการใหม่ ที่มารายงานตัวได้เซ็นชื่อภายหลังนั่งเรียงตามลำดับแถวเพื่อสะดวกต่อการแจ้งลงลายมือชื่อ ในหนังสือรายงานตัวและสแกนเข้ากลุ่มไลน์

สายงานที่บรรจุ ที่ข้าราชการใหม่ได้แจ้งความประสงค์ที่จะบรรจุเข้ารับราชการครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากข้าราชการใหม่ที่มานั่งเก้าอี้ที่ทางท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์จัดเอาไว้โดยมีผู้อำนวยการกลุ่มงานกหมาย และระเบียบ รับเรื่องร้องเรื่องร้องทุกข์ เป็นผู้กล่าวให้รายละเอียดและโอวาทแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งติดราชการโดยการมอบหมาย

ให้นายวุฒิธรอาจต้น ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายและรับเรื่องราวร้องทุกข์ท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์เป็นผู้แทนเพื่อกล่าวให้โอวาทและแนะนำเกี่ยวกับข้อระเบียบกฎหมายการปฏิบัติตัวของข้าราชการท้องถิ่นในครั้งนี้เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ติดราชการ

ในการรายงานตัวครั้งนี้มียอดจำนวนเต็ม 249 คนไม่มารายงานตัวจำนวน 2 คนโดยระบุตำแหน่งเป็นนักนักวิเคราะห์นโยบายและแผนจำนวน 1 ตำแหน่ง นักพัสดุ 1 ตำแหน่งซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อขอคำยืนยันภายหลังจากเสร็จสิ้นเวลาการ

รายงานตัวก่อนเที่ยงของวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์หาข้าราชการ ต้องมารายงานตัวเข้าบรรจุได้รับการยืนยันจากนิติกรคนล่าสุด ถือว่าเป็นคนสุดท้ายยืนยันว่าอยู่ระหว่างการเดินทาง ซึ่งหมดเวลารายงานตัวในสถานที่ข้างต้น ให้ไปรายงานตัวที่ท้องถิ่นจังหวัดนครสวรค์

อันเป็นรายสุดท้ายของวันดังกล่าว ส่วนนักวิชาการพัสดุขอสละสิทธิ์ไม่มารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เป็นที่แนะนอนแล้ว ส่วนนักวิเคราะห์นโยบายและแผนไม่สามารถติดต่อได้ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าสายงานดังกล่าวกำลังถูกจับตามอง สรุปยอดในการ

รายงานตัวเข้ารับราชการครั้งนี้มีจำนวน 244 คนซึ่งท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์จะได้ส่งตัวข้าราชการใหม่ซึ่งมีสายงานต่างๆเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 กรกฎาคม ในงานหน่วยต้นสังกัดและจะได้รายงานไปยังกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทยต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดแล้ว งานท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) จ.ประจวบฯ ปีงบประมาณ2569

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณชายหาดทุ่งน้อย ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร้อยตำรวจเอก ณัชธพงศ์ ประเสริฐโสภา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ(Wellness Tourism) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมี ดร.สันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวรายงาน นายสมหมาย แดงโชติ สจ.เขต อำเภอเมืองประจวบฯ นายนพพล สุกิจปาณีนิจ นายอำเภอกุยบุรี พร้อม หัวหน้าส่วนราชการแขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้การต้อนรับ

ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว
เชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีเป้าหมายในการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดให้สอดดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวยุคใหม่

ซึ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และประสบการณ์ การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชน อาหารท้องถิ่น และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่สามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอำเภอกุยบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และวัตถุดิบอาหารคุณภาพที่สะท้อนอัตลักษณ์ขอ
ท้องถิ่น

โดยโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่จัดขึ้นในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้แนวคิด Wellness Food การสร้างสรรค์เมนูสุขภาพจากวัตถุดิบท้องถิ่น และการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นอกจากนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่งเสริมผู้ประกอบการด้านอาหาร การท่องเที่ยว และชุมชนท้องถิ่นให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากอำเภอกุยบุรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้ร่วมกันสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยกิจกรรมครั้งต่อไปจะจัดในวันที่ 3-5 ก.ค.69 ที่ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายในงานมีร้านค้ามาจำหน่ายกว่า 130 ร้าน และอาหารทะเลราคาถูกมาจำหน่าย

//////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ว่าฯ เชียงราย ตรวจพนังกั้นน้ำ ชายแดนพม่า อ.แม่สาย รับฤดูน้ำหลาก สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้
default

ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เดินหน้าสร้างความพร้อมรับมือฤดูฝนอย่างเต็มกำลัง หลังโครงการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวแม่น้ำสายแล้วเสร็จ 100% ภายในระยะเวลาเพียง 45 วัน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คณะฝ่ายความมั่นคง ทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของพนังกั้นน้ำบริเวณจุดหัวฝายใกล้วัดถ้ำผาจม และบริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 และกลางซอย 12 ชุมชนแม่สาย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

default

ภารกิจครั้งนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกองพลพัฒนาที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 37 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ที่ระดมกำลังทหารช่างซ่อมแซมพนังกั้นน้ำบริเวณแนวตลิ่งที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำหลากในช่วงฤดูฝน โดยขณะนี้การดำเนินงานแล้วเสร็จครบ 100%

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดได้วางแผนรับมืออุทกภัยมาตั้งแต่ต้นปี โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวสำหรับระยะยาว เป็นโครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำถาวร ซึ่งรัฐบาลมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ส่วนระยะกลาง เป็นการดำเนินงานก่อสร้างพนังในบางช่วงที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามกฎหมาย ขณะที่ระยะสั้น ซึ่งเป็นการเตรียมรับสถานการณ์เร่งด่วนในช่วงฤดูน้ำหลาก ได้อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเร่งซ่อมแซมพนังกั้นน้ำให้แล้วเสร็จทันเวลา

default

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณนายกเทศมนตรีทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลแม่สาย เทศบาลตำบลแม่สายมิตรภาพ และเทศบาลตำบลเวียงพางคำ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานอย่างเข้มแข็ง รวมถึงกองทัพภาคที่ 3 โดย พลโท วรเทพ บุญยะ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่สนับสนุนกำลังทหารช่างและหน่วยงานในสังกัดเข้าดำเนินการ พร้อมมอบหมาย พลตรี พักตร์พงษ์ เงสันเทียะ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกองทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ติดตามงานอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

default

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ภายใต้การบูรณาการของนายอำเภอแม่สาย จนสามารถดำเนินงานได้สำเร็จภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนครึ่ง

จากการประเมินตามหลักวิชาการ จังหวัดเชื่อว่าพนังกั้นน้ำที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยรองรับปริมาณน้ำหลากได้ในระดับหนึ่ง และที่สำคัญคือช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สายขณะเดียวกัน จังหวัดยังเตรียมความพร้อมตามแผนบริหารจัดการภัยพิบัติ ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ได้มอบหมายให้มีการซักซ้อมไว้ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจษฎ์ ไทยเศรษฐ์ ลงพื้นที่ติดตามการซ้อมแผนทั้งในรูปแบบวอร์รูมและการปฏิบัติจริง ครอบคลุมระบบแจ้งเตือน การอพยพประชาชน การจัดตั้งศูนย์พักพิง และการดูแลด้านสาธารณสุข เพื่อให้สามารถรับมือ

ได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากเกินขีดความสามารถของพนังกั้นน้ำ เช่น ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงราย บูรณาการร่วม ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยสมมุติเหตุการณ์เกิดภัยพิบัติ มีการซ้อมแผนประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมจัดตั้งวอร์รูมเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที

สำหรับโครงการระยะยาว วงเงินประมาณ 39 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขณะที่โครงการระยะกลาง วงเงิน 39 ล้านบาท อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของกรมธนารักษ์ เพื่อดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางและก่อสร้างพนังกั้นน้ำในพื้นที่ต่อไป

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายจัดงานเลี้ยงขอบคุณกำลังพลทหาร เจ้าหน้าที่ และทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติภารกิจจนแล้วเสร็จ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน

default

และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของอำเภอแม่สายก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้ ณ หอประชุมมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย บรรยากาศเป็นไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และให้การขอบคุณจากใจจริงของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และทุกภาคส่วนในครั้งนี้อีกด้วย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ทับสะแก จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่วัดอ่างสุวรรณ ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

โดยในเวลา 07.39 น. ได้ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล และในเวลา 08.19 น. ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนพสกนิกรชาวอำเภอทับสะแก ทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายความอาลัยด้วยความจงรักภักดี พร้อมตั้งจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านอย่างพร้อมเพรียงกัน

//////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “น่านเปิด ‘ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs’ อย่างเป็นทางการ! ผนึกกำลัง ธปท.-บสย.-หอการค้าจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

“น่านเปิด ‘ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs’ อย่างเป็นทางการ! ผนึกกำลัง ธปท.-บสย.-หอการค้าจังหวัดน่าน สร้างศูนย์กลางหนุนผู้ประกอบการ เข้าถึงทุน-องค์ความรู้-พี่เลี้ยงธุรกิจครบวงจร”
จังหวัดน่านเดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น เปิด “ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs” อย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือของธนาคารแห่งประเทศไทย

สำนักงานภาคเหนือ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และหอการค้าจังหวัดน่าน หวังเป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษา เสริมองค์ความรู้ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดน่าน ได้มีพิธีเปิด “ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs จังหวัดน่าน” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในจังหวัดน่านเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความตื่นตัวและความมุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในสภาพเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี โดยกล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างระบบสนับสนุนที่เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการเงิน การบริหารจัดการธุรกิจ การวางแผนการลงทุน และการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้าน นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs จังหวัดน่าน เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงานหลัก เพื่อเป็น “ศูนย์กลางการให้ความรู้และคำปรึกษาแบบครบวงจร” สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการให้คำแนะนำด้านการเงิน การบริหารจัดการธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การเข้าถึงแหล่งทุนอย่างถูกต้อง รวมถึงการสร้างเครือข่ายพี่เลี้ยงทางธุรกิจ เพื่อช่วยคัดกรอง วิเคราะห์ปัญหา และประสานการสนับสนุนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

ภายในงาน คุณณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ และ คุณดุสิดา ทัพวงษ์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ บสย. ได้ร่วมแสดงความยินดีและประกาศเจตนารมณ์ในการผลักดันความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ โดยเห็นพ้องว่าศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับโอกาสทางการเงิน ช่วยให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ และสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

การจัดตั้งศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs จังหวัดน่านในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบสนับสนุนผู้ประกอบการที่ครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การพัฒนาศักยภาพ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจท้องถิ่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดน่านและภาคเหนือให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

น่านเปิด ‘ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs’ อย่างเป็นทางการ! ผนึกกำลัง ธปท.-บสย.-หอการค้าจังหวัดน่าน สร้างศูนย์กลางหนุนผู้ประกอบการ เข้าถึงทุน-องค์ความรู้-พี่เลี้ยงธุรกิจครบวงจร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เช็คกระแส !”ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” รมช.เกษตรฯ ตรวจเยี่ยมงาน ที่แพร่ คอการเมืองบอกใบ้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ฝายแม่ยม ตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ นางสุจนีย์ พรโสภิณ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดแพร่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานกรมประมงจังหวัดแพร่

ร่วมให้การต้อนรับ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ในการลงลงพื้นที่จังหวัดแพร่ ติดตามการบริหารจัดการน้ำฝายแม่ยม พร้อมมอบปัจจัยการผลิตยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

พร้อมรับฟังสถานการณ์น้ำ แนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำ และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

ให้การต้อนรับ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงหน่วยงานกรมประมงในจังหวัดแพร่

ได้จัดนิทรรศ การในเรื่องของสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง การเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกและการสร้างอาหารธรรมชาติ พร้อมนี้ ได้ส่งมอบพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 100,000 ตัว เพื่อส่งเสริมการสร้างแหล่งอาหารและรายได้ในชุมชนด้วยในช่วงบ่าย “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่

ณ. ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่ (กอเปา) ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วย AI ยกระดับการช่วยเหลือประชาชนเชิงรุกเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ. ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่ (กอเปา) ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่

จังหวัดแพร่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำสมัยใหม่ รองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงทีโอกาสนี้ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ให้การต้อนรับ

พร้อมนำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลและการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำของจังหวัด โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลเชิงพื้นที่มาสนับสนุนการตัดสินใจและการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและรับชมวีดิทัศน์และรับฟังการ

บรรยายเกี่ยวกับศักยภาพของศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ ก่อนมอบนโยบายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำให้สามารถรองรับสถานการณ์ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมอบสิ่งของและปัจจัยสนับสนุนแก่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและคุณภาพชีวิต

จากนั้น สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบภูมิสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะ

หน้าไปสู่การเฝ้าระวังและบริหารจัดการเชิงรุก โดยมีการนำเสนอระบบบริหารจัดการน้ำทั้งด้านน้ำท่วมและภัยแล้ง ระบบจำลองสถานการณ์และแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ตลอดจน Dashboard สำหรับผู้บริหาร ทีมกู้ภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยี LINE AI แจ้งเหตุ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และทีมปฏิบัติการในพื้นที่ ช่วยให้การรับแจ้งเหตุ การเฝ้าระวัง

และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในด้านการเกษตร ได้มีการนำเสนอแนวทางการยกระดับพืชเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยี AI

เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่เกษตรกรรมแม่นยำสูงและเกษตรกรรมอัจฉริยะ ผ่านระบบเตือนภัยด้านการเกษตร

ระบบบริหารจัดการข้อมูลเกษตรกรเพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตตามปฏิทินการเพาะปลูก 52 สัปดาห์ และระบบ LINE AI ทีมผลไม้คุณภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร

พร้อมกันนั้น ยังได้พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนโดยตรง พร้อมรับข้อเสนอโครงการที่ต้องการการสนับสนุนจากกระทรวง

เกษตรและสหกรณ์ เพื่อผลักดันสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการประชุม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ

อากาศโลก (Climate Change) และการประยุกต์ใช้แบบจำลองสถานการณ์น้ำท่วมที่พัฒนาร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการคาดการณ์และบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติในอนาคต

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการพัฒนาภาคการเกษตร

เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของประชาชนในจังหวัดแพร่และพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป

ส่วนแวดวง”คอการเมือง” บอกว่า นี่เป็นการตรวจตราความเรียบร้อยทางการเมืองว่า ทิศทางจะไปทางไหน และจะเตรียมรับมือดันอย่างไร เพราะการเมืองยังมีอะไรอะไรอีกมาก ต้องเตรี

ยมความพร้อมไว้ทุกฝีก้าว ส่วนนักการเมืองในจังหวัดแพร่ มีการเตรียมสะสมพลังไว้อย่างเต็มที่ ใครดีใครอยู่ ดูจากการเลือกตั้งที่ผ่าน “ตกเก้าอี้” อย่างไม่เป็นก็มีมาแล้ว ส่วนจะขอทวง “เก้าอี้” คืนนั้นหรือ พอมีโอกาส ถ้าเด็ดพอ….

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีสมโภชเปิดอาคารสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน แห่งที่ 11 ณ วัดมิ่งเมือง น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ วัดมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู พระอารามหลวง

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายบัณฑูร ล่ำซำ รองประธานมูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ประธานอุปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีสมโภชเปิดอาคารสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน แห่งที่ 11

ณ วัดมิ่งเมือง ในโอกาสนี้ นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน มอบหมายให้ นางอริสา บุญสม รองนายกเทศมนตรีเมืองน่านร่วมพิธี โดยมีนางภัทรภรณ์ ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน คุณยุทธพงษ์ เอี่ยมเย็น

นายทรงยศ รามสูต อดีต สส.น่าน นายธนกร รัชตานนท์ นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมทีมงานสามาคมฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน คณะศรัทธาชุมชนบ้านมิ่งเมือง กลุ่มสตรีเทศาลเมืองน่าน ศิษย์ยานุศิษย์ ผู้ปฏิบัติธรรม เข้าร่วมพิธีจำนวนมา

สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน แห่งที่ 11 ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรณีสงฆ์ของวัดอยู่ทิศใต้หรือด้านหลังของวัดวัดมิ่งเมือง โดยมี พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน

แห่งที่ 11 ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่หลักธรรมและพัฒนาจิตใจในพื้นที่ และบัดนี้การก่อสร้างได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงจะได้จัดงานสมโภชและเปิดอาคารสำนักปฏิบัติธรรมฯ เพื่อเป็นศูนย์

รวมจิตใจและสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาของคณะสงฆ์ คณะศรัทธาชุมชนบ้านมิ่งเมืองและศิษยานุศิษย์ ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

นายบัณฑูร ล่ำซำ รองประธานมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน เป็นประธานในพิธีสมโภชเปิดอาคารสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน แห่งที่ 11 ณ วัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เชียงรายจัดงาน “รำลึก 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” ย้อนบทเรียนภารกิจระดับโลก สู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (19 มิถุนายน 2569) เวลา 09.30 น. อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย และสมาคมขัวศิลปะ จัดงาน “รำลึก 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” (8th Anniversary of Tham Luang Rescue 2026)

ระหว่างวันศุกร์ที่ 19 ถึงวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) อำเภอแม่สาย จังหวัดเซียงราย ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรชุมชนมูลค่าสูง

โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ย้อนไปในปี 2561 ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายนถึง 10 กรกฎาคม 2561 รวม 17 วัน ในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือในการนำพาเยาวชนนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง 13 ชีวิต

อันนี้คือแบบว่าออกมาจากถ้ำหลวงได้สำเร็จอย่างปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐภาคเอกชนและประชาชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่หล่อหลอมรวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวในการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยด้วยความทุ่มเทและเสียสละอย่างเต็มความสามารถด้วยความกล้าหาญ

ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย ที่ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อแสดงความขอบคุณพวกที่เคยให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนเพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้จะเป็นการสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่น

ด้าน นายเจษฎา เงินทอง ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เปิดเผยว่า จัดงาน “รำลึก 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” (8th Anniversary of Tham Luang Rescue 2026) เป็นการเผยแพร่และถอดบทเรียน การทำงานแบบบูรณาการ

สะท้อนถึงพลังความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนทั้งโลก และเพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทางยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ซึ่งในปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “ย้อนอดีต คิดอนาคต

เหตุการณ์กู้ภัยระดับโลก” ย้อนอดีตเพื่อจดจำบทเรียนอันทรงคุณค่า และคิดอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติ ควบคู่กับรัชกาลดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมบวงสรวงเจ้าแม่นางนอน เพื่อสักการะเจ้าแม่นางนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำดอยนางนอนและพื้นที่โดยรอบ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความปลอดภัย

กิจกรรมวางดอกไม้เพื่อแสดงความรำลึกถึงผู้เสียสละและผู้เคยร่วมในเหตุการณ์ค้นหาและกู้ภัย 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง เมื่อปี 2563 โดยรำลึกถึง จ่าแซม (นาวาตรีสมาน กุนัน), นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรือโทเบรุต ปากบารา และน้องดอม

(นายดวงเพชร พรหมเทพ) พิธีเปิดงาน “รำลึกครบรอบ 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว (8th Anniversary Luang Rescue 2026)” ด้วยหัวข้อ “ย้อนอดีต คิดอนาคต” เพื่อระลึกถึงความสามัคดีและบทเรียบประวัติศาสตร์

การกู้ภัยระดับโลก และการวางแผนสู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงเวทีเสวนา หัวข้อ “ย้อนอดีต…เหตุการณ์กู้ภัยระดับโลก” โดยมี ดร.กมลไชย คชชา อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 คุณผกายมาศ เวียร์รา ประธานหอการค้าอำเภอแม่สาย

พลเรือเอก อาภากร อยู่คงแก้ว อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือกองเรือยุทธการ และประธานมูลนิธินักทำลายใต้น้ำจู่โจม คุณศศิวิมล อยู่คงแก้ว โปรดิวเชอร์สื่อสารคดี รวมพลังกู้ภัย Power of Unity

อีกทั้งยังมีนิทรรศการรำลึกกู้ภัย 8 ปี ถ้ำหลวง ที่จะพาย้อนรอยเหตุการณ์กู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์โลก ที่ไม่เพียงแต่บอกเล่าการค้นหาและกู้ภัย แต่ยังสะท้อนพลังของความหวัง ความเสียสละ และความสามัคคี สามารถเอาชนะทุกอุปสรรคได้ และจุดถ่ายรูปภาพที่รวบรวมอุปกรณ์กู้ภัยและองค์ประกอบจากเหตุการณ์จริง

ถ่ายทอดบรรยากาศให้ผู้เข้าชมได้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำครั้งประวัติศาสตร์ผ่านภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความกล้าหาญและความเสียสละ , นิทรรศการภาพถ่ายถ้ำหลวงภายในถ้ำจำจำลอง จัดแสดงภาพภายในถ้ำหลวงจำลอง จำนวน 8 จุดที่สำคัญ , กิจกรรม Workshop ฟรี “

การสกัดสีจากธรรมชาติ ” นำวัสดุธรรมชาติมาทำเป็นสีในการใช้ระบายสี เช่น ดิน หิน โดย ศิลปิน คุณปรีชา ชัยสร จากสมาคมชัวศิลปะ เพื่อลุ้นรับรางวัลพิเศษที่มีเฉพาะภายในงานเท่านั้น
นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีร้านค้าจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน สินค้าท้องถิ่น การแสดงอันเป็นอัตลักษณ์

วิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เช่น ผัดไทยหน้าด่าน น้ำเงี้ยว สัมตำ ข้าวซอยน้อย ปิ้งย่างหม่าล่า ไส้อั่ว สินค้าแปรรูปจากน้ำผึ้ง โดยวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์จากผึ้งป่าก๋อย ทุเรียนนางนอน และอื่นๆ อีกมากมาย

เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน และสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายอย่างครบถ้วน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริม ระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิด โครงการส่งเสริมความยั่งยืนในการพัฒนาคุณภาพระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569 โดยคุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวรายงาน โครงการ ได้รับเกียรติจาก ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ นายกสมาคมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และคณะ ร่วมเป็นวิทยากร เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการให้สารน้ำ ยา และเลือด ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous therapy) ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน / สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก โดย เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะบริหารสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมประชุมวางแนวทางการทำงานของสมาพันธ์ฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัวในการปรับเทคนิคและแสดงฝีมือในการทำอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเตรียมความพร้อมของพี่น้องสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกในการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันของเมืองพัทยา และในเขตเมืองท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงแนวทางในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารเมืองพัทยาที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้ ซึ่งสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกพร้อมปรับตัวเพื่อรองรับแนวทางการบริหารเมืองพัทยาในชุดต่อไปอย่างเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้วงการอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นที่ร้านสุขนิยม ซุ้มเนื้อ (โพธิสาร) พัทยา โดยมีตัวแทนสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก เข้าร่วม คือ เชฟจักรพันธุ์ กรณีย์ exchef

โรงแรมดีวารี, เชฟภาคภูมิ อารมณ์รัตน์ exchef Woodland Pattaya รองนายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก, เชฟปฎิพันธ์ เดชสุภา, เชฟทอม รอยัลคลิฟ และเชฟนิรันดร์ มีมาดี

สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก โดย เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะบริหารสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมประชุมวางแนวทางการทำงานของสมาพันธ์ฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัวในการปรับเทคนิคและแสดงฝีมือในการทำอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเตรียมความพร้อมของพี่น้องสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกในการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันของเมืองพัทยา และในเขตเมืองท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงแนวทางในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารเมืองพัทยาที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้ ซึ่งสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกพร้อมปรับตัวเพื่อรองรับแนวทางการบริหารเมืองพัทยาในชุดต่อไปอย่างเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้วงการอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นที่ร้านสุขนิยม ซุ้มเนื้อ (โพธิสาร) พัทยา โดยมีตัวแทนสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก เข้าร่วม คือ เชฟจักรพันธุ์ กรณีย์ exchef โรงแรมดีวารี, เชฟภาคภูมิ อารมณ์รัตน์ exchef Woodland Pattaya รองนายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก, เชฟปฎิพันธ์ เดชสุภา, เชฟทอม รอยัลคลิฟ และเชฟนิรันดร์ มีมาดี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดคึกคัก! “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” กระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดพื้นที่สร้างบรรยากาศ คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

สำหรับพิธีเปิดงาน “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณริมแม่น้ำน่านใต้สะพานพัฒนาภาคเหนือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สมาชิกหอการค้าจังหวัดน่าน และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดน่าน เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงภายในพิธีเปิด นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ได้กล่าวรายงานถึง

วัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า หอการค้าจังหวัดน่านมีความตั้งใจให้การจัดงานครั้งนี้เป็นมากกว่างานมหกรรมการค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านค้า OTOP สินค้าคนน่าน และเยาวชน ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ ทั้งการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชน การประกวดวงดนตรีเด็กและเยาวชน รวมถึงกิจกรรม “Nan Young Seller” ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงทักษะด้านการขายออนไลน์ การสื่อสาร และการใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ โดยภายในพิธียังมีการมอบรางวัลให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม Nan Young Seller

พร้อมการแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน สร้างสีสันและบรรยากาศคึกคักให้กับงานเป็นอย่างมาก
สำหรับงาน “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–13 มิถุนายน 2569 ภายในงานมีร้านค้าหลากหลายประเภท

สินค้า OTOP ของดีเมืองน่าน กิจกรรมความบันเทิง และกิจกรรมส่งเสริมเยาวชน เพื่อสร้างสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจ และเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้คนเมืองน่านเติบโตไปด้วยกัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตัว “น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย ” สร้างอาชีพผู้ต้องขัง ควบคู่การแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่5 มิถุนายน 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นายณัษฐพงศ์ อินทสาแล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสมุทรสาคร

เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกวิชาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์ น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย และทำการกรอกน้ำปลาจากถังหมักลงขวด เป็นขวดแรกของการผลิต ที่บริเวณเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีผู้บัญชาการเรือนจำเขต 7 ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การทำน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครได้เริ่มทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 โดยการนำปลาหมอคางดำมาหมักกับเกลือ ในอัตราส่วน ปลาหมอคางดำ 4 ส่วนต่อเกลือ 1ส่วน

หมักในโอ่งที่ปิดมิดชิด หมักเป็นเวลา 10-11 เดือน จึงได้กลายมาเป็น “น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย” ที่มีกลิ่นหอม ไม่มีสารปรุงแต่ง ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่เติมผลชูรส ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี มีส่วนผสมของไอโอดีนจากเกลือสมุทรตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันเรือนจำสมุทรสาครได้มีการนำปลาหมอคางดำที่จับได้นำมาผลิตเป็นนำมาหมักไปแล้ว 5 ตัน

เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมกันแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่

โดยนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาแปรรูปเป็นน้ำปลา สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่เคยเป็นปัญหา ลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้แก่ผู้ต้องขังอย่างยั่งยืน อีกด้วย
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ม.มหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026”

แชร์เนื้อหานี้

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนและเป้าหมาย Net Zero
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026” ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวถึงความสำคัญของวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้นย้ำว่า “สิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของมนุษยชาติเพื่อส่งต่อโลกที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นถัดไป” และชี้ให้เห็นว่าการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตพลังงาน และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วโลก การจัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงมุ่งสร้างการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

พิธีเปิดงาน ผู้บริหาร คณาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกิจกรรม “รดน้ำต้นไม้” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการบ่มเพาะองค์ความรู้ ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อแนวคิดการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสู่คนรุ่นต่อไปกิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วยการเสวนาพิเศษหัวข้อ “NEXT MOVE TO NET ZERO: เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่ยุคคาร์บอนต่ำ” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการปรับตัวขององค์กรในบริบทเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำการประชุมวิชาการระดับชาติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานวิชาการเข้าร่วมนำเสนอจำนวน 85 บทความ แบ่งเป็นการนำเสนอภาคบรรยาย 69 บทความ และภาคโปสเตอร์ 16 บทความ

กิจกรรม “ENVI Mahidol–School Hackathon” เวทีแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมของเยาวชนจากโรงเรียนเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ จำนวน 20 โรงเรียน ประกอบด้วยการนำเสนอโครงงาน 20 ทีม และการนำเสนอผลงานในรูปแบบโปสเตอร์ 26 ทีมนิทรรศการและบูธวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม โดยนักศึกษาและหน่วยงานภาคี รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวจากภาคเอกชนชั้นนำการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการออกร้านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากชุมชนในจังหวัดนครปฐม อาทิ ชุมชนเกาะลัดอีแท่น ตำบลไร่ขิง และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตำบลกระทุ่มล้ม

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และเยาวชน ในการร่วมกันสร้างองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และผลักดันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน และขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม งานสื่อสารองค์กรและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โทรศัพท์ 0 2441 5000 ต่อ 2222
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ปราบดา” ถกแผนดูแลเมืองท่องเที่ยว เมืองชล-แปดริ้ว / นายกลิซ่า จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ 600 ชาม ให้ ตม.ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 เป็นประธานประชุมเจ้าหน้าที่ในสังกัดพร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท. เขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ภาวิตร ฉิมพาลี สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้การต้อนรับ

ในที่ประชุมมีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ T.O. เข้าร่วมรับนโยบายอย่างพร้อมเพรียง ก่อนในที่ประชุมได้มีการรายงานความรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท.

ก่อนจะมีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ.2561, การให้ความรู้เกี่ยวกับ Standard Operating Procedure : SOP

และสิ่งสำคัญคือได้กำชับมาตรการตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวทั้งสองจังหวัด ก่อนมีการมอบรางวัลให้กับผู้มีผลการจับกุมดีเด่น เป็นอันเสร็จสิ้นการประชุม

‘นายกลิซ่า‘ นำทีมผู้ประกอบการกลางคืนพัทยา จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ 600 ชาม เป็นกำลังให้ ตม.ชลบุรี

มีรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา นำโดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมฯ พร้อมคณะ ได้จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่จำนวน 600 ชาม ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี บุคลากรในสังกัด พร้อมทั้งแจกจ่ายให้ประชาชนผู้สัญจรไปมาและผู้มาติดต่อราชการ

นอกเหนือจากอาหารกลางวันแล้ว ยังมีน้ำดื่ม ขนมและผลไม้มากมายจากสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมกันสนับสนุน เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานปฏิบัติหน้าที่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างเหน็ดเหนื่อย และเป็นงานกุศลที่ทางสมาคมฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในกิจกรรมพบว่าได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยะมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับคณะสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาที่ได้นำอาหารมาจัดเลี้ยงในครั้งนี้ด้วยรอยยิ้มและความเป็นกันเอง

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี รับมอบ “พุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน” เตรียมเชิญถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา 2569

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จัดพิธีส่งมอบ “พุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน” ซึ่งได้รับมอบหมายจากส่วนราชการในพระองค์ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเชิญไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569

วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.30 น. นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เข้ารับมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารรัตนเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นประธานในพิธีส่งมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน เพื่ออัญเชิญไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้แทนหน่วยงานราชการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โดยทั้ง 2 จังหวัด จะเชิญพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 20.39 น. ณ มณฑลพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตรของแต่ละจังหวัด อันเป็นกิจกรรมสำคัญเนื่องในวันวิสาขบูชา

“พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์พระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนาม และมีพระราชดำริให้อัญเชิญไปปลูกประจำทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พสกนิกรชาวไทย และเพื่อสืบสานพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าในวาระมหามงคลแห่งพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

นามพระราชทาน “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” มีความหมายว่า “พระศรีมหาโพธิ์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” สื่อถึงสายใยแห่งพระเมตตา ความศรัทธา และความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ

การจัดพิธีส่งมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีและหน่วยงานภาครัฐ ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมคุณค่าทางจิตใจ และสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีฌาปนกิจศพพ่อครูชาญยุทธ ประเสริฐพัฒนกิจ ครูชำนาญการพิเศษ ณ.เมรุวัดป่าจันทรรังษี บ้านนาเจริญ หมู่ 11ต.นาจาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. ดร.ประทิน นาคสำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพ วางผ้าบังสกุลและร่วมไว้อาลัยแด่พ่อครูชาญยุทธ ประเสริฐพัฒนกิจ ครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในตับ ศิริอายุ 69 ปี ขอให้ดวงวิญญาณจงไปสู่สุขติด้วยเทอญ โดยมีคณะญาติ เพื่อนสนิท มิตรสหายร่วมส่งดวงวิญญาณมาหมาย เสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พล.อ.ประยุทธ์ องคมนตรี เปิดงาน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร” อัยการสูงสุดผนึกกำลังภาครัฐ ลงพื้นที่บางระจัน สิงห์บุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท และ พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง องคมนตรี

เปิดงาน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร” เพื่อยกระดับการเข้าถึงความยุติธรรมและเสริมสร้างความรู้ทางกฎหมายให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง. ณ โรงเรียนบางระจันวิทยา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

สำนักงานอัยการสูงสุด นำโดย คุณชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล รองอัยการสูงสุดพร้อมนายสุพจน์ เชื้อประกอบกิจ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสิงห์บุรี และคณะผู้บริหาร ได้ดำเนินกิจกรรม “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร”

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญ ดังนี้:

ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย: สำนักงานอัยการสูงสุดเปิดให้บริการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่ ผ่านหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Office) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

นิทรรศการเผยแพร่ความรู้: จัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้ด้านกฎหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันแก่ประชาชนที่มาร่วมงานการอบรมเยาวชน:

จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ทางกฎหมายทั่วไปให้แก่กลุ่มนักเรียนโรงเรียนบางระจันวิทยา จำนวน 54 คน เพื่อปลูกฝังความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและสิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่ดีแก่เยาวชน

ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้ร่วมลงนามในสมุดตรวจเยี่ยม พร้อมเดินชมนิทรรศการและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็ม

ไปด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มุ่งมั่นส่งเสริมหลักนิติธรรมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนผ่านการเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดใหญ่!”สุดยอด OTOP สมุทรสาคร สัญจรสู่ภูมิภาค”ส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยสู่สากล “เพราะโอทอป ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือวิถีชีวิตของชุมชน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมภูฟ้า โรงแรมเซ็นทรัล เพลส จังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อผลักดันและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดสมุทรสาคร สู่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศนายดำรงค์ศักดิ์

ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย คุณคมสิทธิ์ สุริยวรรณ และ คุณนัทศมพล มณฑ์ณภัคพงษ์ ร่วมแถลงแนวคิดและรายละเอียดการจัดงานต่อสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ”OTOP THE JOURNEY STORIES” การเดินทางของเรื่องราวและวิถีชีวิต

การจัดงานในครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดการสื่อสารที่ว่า “OTOP ไม่ใช่เพียงสินค้า แต่คือเรื่องราวของชุมชน” ผ่าน 5 วัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพ การจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัด​ขยายโอกาสทางการตลาด ให้แก่ผู้

ประกอบการชุมชนในระดับประเทศสร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง นำผลิตภัณฑ์เด่นของสมุทรสาครให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง​สนับสนุนการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืนภายในงานแถลงข่าว

ตระการตากับ วัฒนธรรมของท้องถิ่น การแสดงชุด “ระบำนาเกลือ” จากนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัช่องลม ที่สะท้อนเอกลักษณ์และวิถีชีวิตชาวประมง-นาเกลือของสมุทรสาครได้อย่างงดงามเจาะลึกถึงทิศทาง OTOP แนวทางการพัฒนา

ศักยภาพผู้ประกอบการและการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อตอบโจทย์ตลาดร่วมสมัยยกร้านค้าชุมชนมาไว้ที่นี่ นิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์เด่นจากผู้ประกอบการ OTOP คุณภาพของ

จังหวัดสมุทรสาคร “สมุทรสาครพร้อมผลักดันผู้ประกอบการชุมชนสู่โอกาสใหม่ เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก ผ่านพลังของภูมิปัญญาไทย สู่ตลาดระดับประเทศต่อไป”
ทีมข่าวสมุทรสาคร


สื่อรัฐนิวส์ สื่อรัฐทีวี / สนง. ป.ป.ช. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 – 18 พฤษภาคม 2569 ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5

นายวัฒนชัย ส้มมี ผู้ตรวจราชการ และนายมงคล วุฒินิมิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานและอาคารที่พักของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน


ในการนี้ นายศรัณ อภิสิทธิเวช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแพร่ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน พร้อมบุคลากรสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน ให้การต้อนรับและร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานดังกล่าว

คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา อุปสรรค และความก้าวหน้าของการดำเนินงานก่อสร้าง เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารยังได้ตรวจเยี่ยมและพบปะบุคลากรสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ปัญหาในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ.ปปชน่าน #สำนักงานปปชน่าน #ปปช #NACCNan #โปร่งใสตรวจสอบได้ #ต่อต้านการทุจริต

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นางเข็มทอง ศรีโพธิ์ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายภัคพงศ์ ทองฟู นางสาววันทนีย์ นันศิริ ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจังหวัด และนายภัทร์ศรุต คล้ายสุบรรณ ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการ ลงพื้นที่ อ.เวียงสา เพื่อติดตามและประเมินผล สรุปข้อมูล ปัญหาอุปสรรค พร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้าของโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ได้รับการอนุมัติ ประเภทงบกู้ยืม (ปลอดดอกเบี้ย) กลุ่มผู้เลี้ยงวัวบ้านหลับมืนพรวน”โครงการเลี้ยงวัวแม่พันธุ์วัวไทยผสมบราห์มัน”งบประมาณ 1,675,940 บาท โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ และนายอุไร สารถ้อย อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ เข้าร่วมด้วย ณ หอประชุมบ้านหลับมืนพรวน หมู่ 5 ต.จอมจันทร์ อ.เวียงสา จ.น่าน

เรือนจำจังหวัดน่าน รับมอบอุปกรณ์ฝึกวิชาชีพ หนุนกิจการ “หับเผยคาเฟ่” เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย มุ่งสร้างทักษะอาชีพ คืนคนดีสู่สังคม
น่าน

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ ร้านหับเผยคาเฟ่ เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย จังหวัดน่าน นางสาวรัตนภรณ์ เวียงนาค ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดน่าน รับมอบอุปกรณ์ฝึกวิชาชีพงานบริการ สำหรับใช้ในการดำเนินกิจการของ “ร้านหับเผยคาเฟ่” เพื่อยกระดับและส่งเสริมการฝึกทักษะวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดน่าน

การสนับสนุนอุปกรณ์ในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้สนับสนุนหลัก โดยมี นางเพลินจิต พ่วงเจริญ เป็นผู้แทนในการส่งมอบ พร้อมกันนี้ยังมี นางทัศนีย์ นันทสว่าง และ นายบุญฤทธิ์ ชาเตียม ที่ปรึกษากองทุนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดน่าน (DNYC) ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมส่งมอบอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย

สำหรับ “ร้านหับเผยคาเฟ่” ณ เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย ถือเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานจริง ที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกทักษะด้านงานบริการ การชงเครื่องดื่ม และการทำเบเกอรี่ เพื่อให้มีวิชาชีพติดตัว สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพที่สุจริต สร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวภายหลังได้รับการปล่อยตัว ซึ่งการได้รับมอบอุปกรณ์ฝึกวิชาชีพเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานในการฝึกปฏิบัติงานบริการของร้านให้ดียิ่งขึ้น

เรือนจำจังหวัดน่าน ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีและภาคีเครือข่ายทุกท่าน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการให้โอกาส ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน ส่งกำลังใจ และชิมเครื่องดื่มฝีมือผู้ต้องขังได้ที่ ร้านหับเผยคาเฟ่ เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย จังหวัดน่าน เปิดให้บริการทุกวัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เตรียมกระหึ่มปากน้ำปราณ! “Rimlay 4” มหกรรมดนตรีเพื่อชีวิตริมเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ขนทัพศิลปินระดับตำนานบุกประจวบฯ 4 ก.ค. นี้

แชร์เนื้อหานี้

เตรียมตัวให้พร้อมและเตรียมเสียงไปตะโกนให้สุดเสียงกับเทศกาลดนตรีริมทะเลที่ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ! เมื่อ Pazan Music Festival ประกาศการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “Rimlay 4 เพื่อชีวิตริมเล” ซึ่งในปีนี้การันตีความเดือดและอลังการกว่าเดิมด้วยการจับมือร่วมกับพี่ใหญ่อย่าง “เครื่องดื่มคาราบาว” และ “ตะวันแดง” ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ พร้อมผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเนรมิตลานสโมสรลานมหาราช ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ดนตรีที่จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 นี้

ความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ถูกยืนยันผ่านงานแถลงข่าวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า โดยได้รับเกียรติจาก นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ และ อบต.ปากน้ำปราณ ที่พร้อมใจกันเดินหน้าผลักดันให้งานนี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้กลับมาคึกคักอย่างขีดสุด โดยมีศิลปินรุ่นใหญ่ระดับครูอย่าง น้าหงา คาราวาน และ สุเมธ วงละมัย มาร่วมยืนยันความพร้อมว่าบนเวทีปีนี้ไม่มีคำว่าธรรมดาแน่นอน

ไฮไลท์ที่ทำเอาแฟนเพลงต้องรีบจองตั๋วคือการรวมตัวของ 10 ศิลปินระดับตำนานที่จะมาพ่นไฟบนเวทีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นวงคาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, หงา คาราวาน, อ้อย กะท้อน, เสือ ธนพล, ทอม ดันดี, L.กฮ., มายมอมแมม และละมัย ซึ่งทุกคนพร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่เข้มข้น เคล้าไปกับมนต์เสน่ห์ของลมทะเลและกลิ่นอายธรรมชาติริมหาดปากน้ำปราณที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันก่อนงานจริง นายกเป็ด-นำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ ร่วมกับภาคธุรกิจชุมชน ได้เตรียมของขวัญพิเศษมอบความสนุกแบบอุ่นเครื่องให้ชมฟรี! กับมหกรรมรำวงชื่อดังจากเมืองเพชรบุรีถึง 5 คณะใหญ่ ทั้งรุ่งนภาเมืองเพชร, เพชรโสภาดาวรวมใจ, เพลินพิศ วงศ์ทัศวรรณ, ขวัญใจตาลกง และทรายทองเมืองเพชร ที่จะมาเปิดฟลอร์ให้เต้นกันให้ยับตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ณ ลานมหาราชที่เดิม เพื่อเป็นการต้อนรับมิตรรักแฟนเพลงและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าสู่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

นี่คือโอกาสเดียวในรอบปีที่คุณจะได้สัมผัสความมันส์ระดับพระกาฬท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ริมทะเล สำหรับใครที่ยังไม่มีบัตร อย่ารอช้า! สามารถสั่งจองได้ทันทีทาง Inbox เพจ Pazan Music Festival หรือแอดไลน์ @pazanmusicfestival และสอบถามข้อมูลที่เบอร์ 098-828-2187 แล้วมาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันที่ปราณบุรี 3-4 กรกฎาคมนี้ ความมันส์กำลังจะซัดเข้าฝั่งแล้วครับ!
//////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามช้างป่าภูวัว “พลายสีดอหูสร้อย” พลัดหลงจากโขลง เฝ้าระวังความปลอดภัยประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569) เวลา 15.30 น. พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่บริเวณป่าชุมชนบ้านนาแสงสาคร ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ เพื่อติดตามสถานการณ์กรณีช้างป่าภูวัว เพศผู้ ชื่อ “พลายสีดอหูสร้อย” ซึ่งพลัดหลงจากโขลงลงมาหากินในพื้นที่อำเภอศรีวิไล เป็นวันที่ 4

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มี พ.ต.อ.เสกสรรค์ บาอุ้ย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีวิไล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว และทีมกู้ชีพกู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลนาสะแบง ร่วมติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

จากการตรวจสอบในพื้นที่ พบร่องรอยการนอนของช้างป่าดังกล่าว มีลักษณะเป็นแอ่งขนาดใหญ่ คาดว่าขณะนี้ “พลายสีดอหูสร้อย” อาจอยู่ห่างจากจุดที่พบร่องรอยประมาณ 1–2 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนบินสำรวจและติดตามความเคลื่อนไหวของช้างอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเฝ้าระวังและวางมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีช้างป่าลงมาในพื้นที่ดังกล่าวมาก่อน พร้อมทั้งเตรียมผลักดันช้างกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งประชาชนและช้างป่าเป็นสำคัญ

ก่อนเดินทางกลับ พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ได้มอบเงินจำนวน 1,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามช้างป่าในพื้นที่ ซึ่งได้ร่วมกันทำงานอย่างเข้มแข็งตลอดหลายวันที่ผ่านมา

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เทศบาลนครนครราชสีมา จับมือ สตง.ภูมิภาคที่ 4 ติวเข้มเจ้าหน้าที่งานพัสดุ การเงิน-การคลัง ยกระดับเป็นองค์กรธรรมาภิบาลชั้นนำของประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา โดย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ และความร่วมมือกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 นครราชสีมา โดย นางกชพร เดชธนภัทร์กุล ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.4) เพื่อพัฒนาบุคลากรของเทศบาลนครนคราชสีมา หลักสูตร “การพัฒนา และเพิ่มทักษะการจัดซื้อ

จัดจ้าง และการบริหารพัสดุ” และหลักสูตร “การพัฒนา และเพิ่มทักษะการปฏิบัติงานด้านการเงิน และการคลัง” โดยมีบุคลากรของเทศบาลนครนครราชสีมาที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับพัสดุ การเงิน และการคลัง รวมถึงผู้บริหารทุกระดับเข้ารับการอบรมทั้ง 2 หลักสูตร จำนวน 300 คน ใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรมจำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 14 -15 พฤษภาคม 2569

นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า โครงการฝึกอบรมทั้ง 2 หลักสูตรจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุ การเงิน และการคลังเป็นอย่างมาก โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับความรู้ เสริมสร้างทักษะ และความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน เข้าใจวินัยการเงิน การคลัง และการพัสดุที่ชัดเจน ลดข้อผิดพลาด และข้อบกพร่องในการปฏิบัติงาน อันจะนำพาให้เทศบาลนครนครราชสีมาไปสู่องค์กรธรรมาภิบาลชั้นนำระดับประเทศต่อไป

นางกชพร เดชธนภัทร์กุล ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.4) กล่าวว่า การฝึกอบรมทั้ง 2 หลักสูตรของ สตง.ภูมิภาคที่ 4 นครราชสีมา ถือเป็นการทำงานเชิงรุกด้านการป้องกันการทุจริต ลดความเสี่ยงทางวินัยของในบุคลากรหน่วยงานภายนอก อีกทั้งบุคลากรของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ร่วมเป็นคณะวิทยากรยังได้พัฒนาความรู้ สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเพิ่มทักษะในการสื่อสาร และการถ่ายทอดความรู้

เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน่วยงานภายนอก โดยการฝึกอบรมมีทั้งการบรรยายให้ความรู้ใหม่ๆ การเสวนา และให้คำปรึกษา แนะนำ ตอบข้อซักถามในประเด็นปัญหาของผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ควบคู่กับการเชื่อมโยงกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีรวมถึงหนังสือสั่งการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้เข้ารับการอบรมเห็นภาพที่ชัดเจนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน

ประสิทธิ์ วนะชกิจ/กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จัดอบรมผู้ประกอบการนวัตกรรมวัสดุชีวภาพ เพื่ออนาคตเกษตรกรไทยเพิ่มมูลค่า “สับปะรด “ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.เวลา09.00น. ที่ อาคารปฏิบัติการ 4 ผศ.ดร.สุทธิวัลย์ สีเทา ประธานเปิดโครงการอบรม เปลี่ยนมีใบสับปะรดเหลือทิ้งให้มีมูบค่านวัตกรรมวัสดุชีวภาพเพื่ออนาคตการเกษตรไทยสำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้สนใจเข้าอบรมประมาณ 50คน โครงการอบรมเชิงปฏิบัติงาน กระบวนการใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือใช้ในโซ่ผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าสับปะรด พันธุ์นางและภูแล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ขึ้นทะเบียน GI

อันเป็นลักษณะโดดเด่น ของสัปรดะันธุ์ดี ที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดเชียงราย โดยหลักสูตรเน้นการปฏิบัติเป็นรูปธรรมสามารถประยุกต์ สามารถสร้างรายได้ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคต เพราะทุกส่วนของสับปะรดมีประโยชน์ทุกส่วนอย่างน่าอัศจรรย์ ในวันดังกล่าว

ผศ.ดร.พันธ์สิริ สุทธิลักษณ์ ผศ ดร .ริรงรอง ทองดีสุนทร และผศ.ดร.ณัฏยา คนซื่อ แห่งสำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตรและศูนย์วิจัยนวตกรรมบรรจุภัณฑ์และวัสดุชีวภาพ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้สู่การปฏิบัติ ระหว่างวันที่ 9-10 พ.ค.2569 ณ อาคารปฏิบัติการ S. 4 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน

สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สบส. ม.มหิดล และ เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ เสริมพลัง อสม. เปิดโครงการ “รู้เร็ว รักษาเร็ว ยิ่งดี” รับมือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน นำร่องที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (8 พฤษภาคม 2569) ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สบส.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด เปิดโครงการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไป รู้เร็ว รักษาเร็ว ยิ่งดี ยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไต นำร่องที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นพ.นพพงษ์ พงศ์เลิศโกศล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยนางจีรวรรณ หัสโรค์ รองผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข รศ.ดร.ชีระวิทย์ รัตนพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และวิชาการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล นายริคาร์เต้ ริเวร่า ผู้จัดการทั่วไป และหัวหน้าธุรกิจเภสัชภัณฑ์สำหรับมนุษย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด เครือข่ายสุขภาพ นางวิลัยวัลย์ ธงสันเทียะ ประธาน อสม.ภาคอีสาน และประธาน อสม.เขตด่านขุนทด และ อสม.อำเภอด่านขุนทด เข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 คน ทั้งนี้เพื่อเสริมศักยภาพ อสม.ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงรุก ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยง อ่านผล ติดตาม ให้คำแนะนำ ไปจนถึงประสานส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ในประเทศไทย โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง ซึ่งมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบความเสี่ยงของตนเอง จนกระทั่งโรคพัฒนาไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น ข้อมูลจากโครงการ CheCKD Now ระบุว่า การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังล่าช้าเพียง 1 ปี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตวาย 63% และโรคหัวใจและหลอดเลือด 8% ขณะที่การคัดกรองกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คน จากโรงพยาบาล 9 แห่ง พบว่า กว่า 45% มีภาวะโปรตีนอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของโรคไต สะท้อนช่องว่างสำคัญของการเข้าถึงการคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ในภาพรวมประเทศไทยกำลังเผชิญภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การอนามัยโลก ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากกว่า 70% ของประชากรไทยทั้งหมด และอีกจำนวนมากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยไม่ทราบสถานะของตนเอง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความจำเป็นของการคัดกรองเชิงรุกตั้งแต่ระดับชุมชน เพื่อให้สามารถเข้าถึงการดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างทันท่วงที

นางจีรวรรณ หัสโรค์ รองผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นภาระสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งในมิติของจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบต่อทรัพยากรของประเทศในระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการเสริมความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยเฉพาะการยกระดับบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ให้เป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวัง และจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับชุมชน

รศ.ดร.ชีระวิทย์ รัตนพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และวิชาการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรังมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และมักดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก การจัดการโรคอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยทั้งการป้องกัน การปรับพฤติกรรม และการคัดกรองอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลมีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาปรับใช้ในบริบทจริงของชุมชน โดยเฉพาะการพัฒนาเครื่องมือ และทักษะที่ช่วยให้ อสม.สามารถประเมินความเสี่ยง ให้คำแนะนำเบื้องต้น และติดตามผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างองค์ความรู้กับการปฏิบัติจริงในระบบสุขภาพ

นายริคาร์เต้ ริเวร่า ผู้จัดการทั่วไป และหัวหน้าธุรกิจเภสัชภัณฑ์สำหรับมนุษย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และระบบสาธารณสุข การค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในระดับชุมชน จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลอย่างต่อเนื่อง เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ มุ่งสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ แนวทางการคัดกรอง และการพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมศักยภาพ อสม. ให้สามารถทำหน้าที่คัดกรอง ติดตาม และประสานการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ระบบการดูแลสุขภาพเชิงรุกในระดับชุมชน และสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ประสิทธิ์ วนะชกิจ/กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / “ผู้ว่า สตง.” ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการ “คลองชองเกชอนโคราช” หลังถูกวิจารณ์หนักสภาพเสื่อมโทรมคล้ายถูกทิ้งร้าง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อม นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง “คลองชองเกชอนโคราช” ระยะที่ 1 บริเวณวัดสุขสันติราม เขตเทศบาลนครนครราชสีมา หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความคุ้มค่าและสภาพลำตะคองที่สกปรก

จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่โครงการระยะที่ 1 ซึ่งใช้งบประมาณ 118 ล้านบาท ระยะทาง 725 เมตร เสร็จสิ้นตั้งแต่ปลายปี 2568 แต่ยังไม่มีหน่วยงานเข้ารับผิดชอบดูแล ทำให้สภาพพื้นที่ทรุดโทรม มีตะกอนสะสม ขาดไฟส่องสว่างและทางเข้าออกไม่สะดวก

นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงว่า เทศบาลยังไม่รับโอนภารกิจจนกว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จ 100% ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้างดำเนินโครงการระยะที่ 2 มูลค่ารวมทั้งโครงการ 238 ล้านบาท คาดเริ่มก่อสร้างปีงบประมาณ 2569

ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ระบุว่า หากโครงการเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองโคราช ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อน พร้อมเตรียมแผนจัดการน้ำเสียตลอดแนวลำตะคองระยะทาง 13 กิโลเมตร ใช้งบประมาณราว 700 ล้านบาท คาดเริ่มดำเนินการปี 2570-2571

ขณะที่ผู้ว่า สตง. ย้ำทุกหน่วยงานต้องร่วมกันวางแผนบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในอนาคต

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานใหญ่ “ของดีเมืองละโว้ ตลาดเกษตรปลอดภัย : Lopburi Market Fest” ขนทัพสินค้าดีมีคุณภาพทั่วจ.ลพบุรี กว่า 50 ร้าน

แชร์เนื้อหานี้

เพื่อประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าดีถึงมือผู้บริโภค ตั้งแต่วันที่ 6 – 10 พฤษภาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ห้ามพลาด !!!
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงาน“ของดีเมืองละโว้ ตลาดเกษตรปลอดภัย Lopburi Market Fest” โดยมีนางวิมล เจริญฤทธิ์ พาณิชย์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย

หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลพบุรี ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้าผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมากซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

สำหรับงาน “ของดีเมืองละโว้ ตลาดเกษตรปลอดภัย : Lopburi Market Fest” เป็นงานที่รวบรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์สินค้าดี สินค้าเด่นขึ้นชื่อจากทั่วทั้งจังหวัด มาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้าง

โอกาสทางการค้าและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ของจังหวัดลพบุรี และหวังให้ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาหารปลอดภัย และสินค้าเด่นของจังหวัดลพบุรี ปรับตัวให้ทันต่อ

การเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกและความต้องการของผู้บริโภค มีช่องทางการจำหน่าย มีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการค้าสู่ผู้บริโภคนอกพื้นที่จังหวัดลพบุรี รวมทั้งประชาสัมพันธ์

สร้างการรับรู้สินค้าของจังหวัดลพบุรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยนำสินค้าเด่นของจังหวัดลพบุรีที่มีคุณภาพ คัดมาเฉพาะงานนี้ กว่า 50 ร้านค้า อาทิ ปลาส้มฟัก

ไข่เค็มดินสอพอง ผ้าทอมัดหมี่ กางเกงลิงลพบุรี ตะกร้าสานพลาสติก กระยาสารท ข้าวหมาก ข้าวเม่าสด ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน กาละแม ไอศครีมผลไม้ สมูทตี้ผลไม้ น้ำนมข้าวโพด ข้าว เมล็ดทานตะวันคั่ว ถั่วทอง ถั่วลิสง ข้าวโพดคั่วโบราณ น้ำผึ้ง

ตะกร้าสานเส้นพลาสติก อาหารหลากหลาย และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทอง ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 6 – 10 พฤษภาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัล

ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ห้ามพลาด !!! งานนี้ไม่ได้มีดีแค่ของกิน แต่เป็นการคัดสรร “ที่สุด” ของจังหวัดลพบุรีมาไว้ในที่เดียว

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
ฝ่ายปชส.จ.ลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่! งาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ชูอารยธรรมดินเผา 700 ปี ปลุกท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกลุ่มจังหวัดภาคกลาง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา19.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี เปิดฉากอย่างอลังการกับงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ แหล่งโบราณสถานพิพิธภัณฑ์เตาเผา

แม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน เพื่อประกาศศักดาความเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำและแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่ที่สุดในอดีต หวังดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธาและประวัติศาสตร์​ยกระดับโบราณสถาน สู่หมุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง

โดยมี นายปฏิญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งมุ่งเน้นการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยสู่รูปแบบคุณค่าสูง (High Value) โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี ของเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

ไฮไลต์สุดตระการตา “แสง สี เสียง” เล่าขานตำนานเมืองสิงห์
​บรรยากาศในวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคัก กับการแสดง แสง สี เสียง (Light & Sound) สื่อผสมที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของภูมิปัญญาช่างปั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเด่นที่น่าสนใจ อาทิ:
​การแสดงศิลปวัฒนธรรม: การแสดงโขน, ลิเก, หนังใหญ่ และนาฏมวยไทยที่หาชมได้ยาก

​โซนวิชาการ: การเสวนาความรู้ทางประวัติศาสตร์และการแข่งขันตอบปัญหาชิงรางวัลช้อป ชิม ชิลล์: การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP เกรดพรีเมียม และอาหารพื้นถิ่นรสชาติดั้งเดิมของชาวสิงห์บุรีความบันเทิง: คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ หนู มิเตอร์, ไข่มุก The Voice, ณัฎฐ์ กิตติสาร และกานดา อาร์สยาม ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสร้างรอยยิ้มตลอด

การจัดงานเชื่อมโยง “เส้นทางสายศรัทธา” กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า “งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองอดีต แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ‘ตามรอยพระพุทธบาทกราบศรัทธา’ และวิถีชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ซึ่งจะช่วย

สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”
​จังหวัดสิงห์บุรีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมย้อนรอยอารยธรรมและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของดินเผาเมืองสิงห์ในงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (เข้าชมฟรีตลอดงาน!)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สมาคมสื่อมวลชน จ.น่าน สืบสานฮีดฮอย ป๋าเพณีปี๋ใหม๋เมืองน่าน การวะขอพร ผู้บริหารบริษท ส.เต็งไตรรัตน์ (น่าน)จำกัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ณ ห้องรับรองผู้บริหารหาร บริษัท ส.เต็งไตรรัตน์(น่าน)จำกัด บ.เจดีย์ ต.ดู่ไต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขานุการสมาคมฯ

ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นายปรันต์ เหล่าสุริยงค์ คณะกรรมการสมาคมฯนายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้สืบสานฮีดฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองน่าน การวะขอพร นายดุสิต(เสี่ยน้อง) นางกนกวรรณ(เก๋)เต็งไตรรัตน์ ผู้บริหารบริษัทส.เต็งไตรรัตน์(น่าน)จำกัด

ต่อมา เสี่ยน้องและคุณเก๋ได้สูมาการะและอวยพรให้ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านให้ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขความเจริญ และมีสุขภาพที่แข็งแรง ต่อจากนั้นนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้

อวยพรให้คุณดุสิตและคุณนกวรรณ มีสุขภาพที่แข็งแรง กิจการเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่วันสงกรานต์ ความเคารพ นอบน้อมต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณมีความกตัญญูกตเวทีของผู้น้อยมาขอขมาลาโทษ

ซึ่งกัน ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นพิธีต่อเนื่องจากวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยเป็นประเพณีที่แสดงถึงความเคารพ นอบน้อมต่อบิดามารดาผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที

ของผู้น้อยและขอขมาลาโทษที่ผู้น้อยอาจจะเคยล่วงเกินผู้ใหญ่อีกทั้งเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองตลอดไปตั้งแต่วันแรกของการเริ่มประเพณีสงกรานต์จนถึงวันสุดท้ายของสงกรานต์ คำว่ารดน้ำดำหัวเป็นคำพูดของชาวเหนือที่จะไปรดน้ำขอขมาขอโทษผู้ใหญ่และขอพร

จากผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือซึ่งจะมีการอาบน้ำ จริงๆ ฮือฮาทั้งตัวและดำหัวคือสระผมด้วยสิ่งที่ใช้สระผมก็จะเป็นน้ำส้มป่อยหรือน้ำมะกรูด การดำหัว ในความหมายทั่วไปของชาวล้านนาไทยนั้นหมายถึงการสระผม

แต่ในพิธีกรรมโดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆปีหมายถึงการชำระสะสางสิ่งอันเป็นอัปมงคลในชีวิต ให้วิ ลาดพร้าวไปด้วยการใช้น้ำส้มป่อยเป็นเครื่องชำระจึงใช้คำว่าดำหัวมาต่อท้ายคำว่าลดน้ำซึ่งมีความหมายคล้ายกันกลายเป็นคำซ้อนคำว่ารดน้ำดำหัวประเพณีรดน้ำดำหัวถือว่าเป็น

ประเพณีที่ดีงามอีกประเภทหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยถือปฏิบัติ เวลาที่ยาวนานซึ่งการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุหรือญาติผู้ใหญ่บุคคลผู้ที่ตนให้ความเคารพนับถือการรดน้ำดำหัวนั้นจะเป็นการ

ขอโทษขออภัยซึ่งกันและกันที่เคยล่วงเกินกันหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการล่วงเกินทางกายล่วงเกินทางวาจาหรือว่าการล่วงเกินทางใจทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ดอลลาร์หรือว่าลับหลังก็ตามประเพณีรดน้ำดำหัว

หรือบางครั้งก็เรียกว่าประเพณีปีใหม่เมืองจะมีในระหว่างวันที่ 13 -15 เดือน เมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเองประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะกระทำกันในวันสุดท้ายของ

เทศกาลสงกรานต์เพียงวันเดียวหรือวันเถลิงศกนั่นเอง ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องกันมายาวนานในปีใหม่ของไทยเป็นการแสดงความเคารพและกตัญญูต่อบิดามารดาผู้ใหญ่และผู้

มีพระคุณ ด้วยความเชื่อที่ว่าการขอขมาลาโทษพร้อมทั้งรับคำอวยพรเพื่อเสริมสิริมงคลของชีวิตและประเพณีนี้ยังทรงคุณค่ามาจนทุกวันนี้ และเมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเองสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน สงกรานต์น่าน ปี2569การวะผู้บริหารบริษัท ส.เต็งไตรรัตน์น่าน สืบสานประเพณีไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดประชุม “Comprehensive Neuroscience 2026” ยกระดับบุคลากรการแพทย์ทั่วภาคตะวันออก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุม D1 อาคาร D ชั้น 10 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดงานประชุมวิชาการครั้งสำคัญ “Comprehensive Neuroscience 2026: Advancing Trends into Practice” โดยมี พญ.พีรพรรณ เจรจาปรีดี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดการประชุมวิชาการท่ามกลางบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมทั้งในรูปแบบออนไลน์ (Online) และออนไซต์ (On-site) กันอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมวิชาการครั้งนี้ ถือเป็นการรวบรวมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ทั้งจากโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาและโรงพยาบาลเครือข่าย มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เจาะลึก อัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยี และแนวทางการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาท นำไปสู่การปฏิบัติจริง (Advancing Trends into Practice) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นในหลากหลายหัวข้อที่กำลังเป็นที่จับตามองในแวดวงประสาทวิทยา อาทิเจาะลึกโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): ตั้งแต่การอัปเดต Guideline แนวทางการรักษา, การเชื่อมโยงเครือข่ายระบบส่งต่อผู้ป่วย (Integrated Stroke Network) ไปจนถึงทางเลือกใหม่ในการรักษาและการฟื้นฟู (Advance Neuro rehabilitation)อัปเดตโรคความเสื่อมของระบบประสาท: เกณฑ์การวินิจฉัยและระยะของโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) รวมถึงแนวทางการรับมือกับโรคพาร์กินสัน

นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย เทคโนโลยีที่ช่วยให้มองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการผ่าตัดสมอง (Technologies for safer brain surgery)
ครอบคลุมโรคทางประสาทวิทยาอื่นๆ แนวทางการรับมือกับอาการปวดศีรษะที่พบบ่อย (Common Headache for Non Neurologist) และกลุ่มโรคเส้นประสาทร่วมกล้ามเนื้อจากพันธุกรรม (Genetic Neuromuscular)ในยุคที่องค์ความรู้ทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว งานประชุมนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อให้ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา สามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ด้านประสาทวิทยาในภาคตะวันออกได้อย่างแท้จริง

นอกจากความก้าวหน้าทางวิชาการแล้ว ภายใต้นโยบายด้านการพัฒนาของ รพ.กรุงเทพพัทยา ที่ให้ความสำคัญและใส่ใจกับความต้องการและเป้าหมายของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่โรงพยาบาลคำนึงถึงเป็นอันดับแรก จึงมุ่งเน้นการดูแลรักษาโดยให้ความสำคัญกับผู้รับการรักษาเป็นเป้าหมายสูงสุด โดยเริ่มพัฒนาด้วยการใช้ข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์ของผู้ป่วย ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวยังเป็นประโยชน์นำไปสู่การพัฒนาการจัดบริการที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนกระบวนการในการดูแลรักษาระหว่างผู้ป่วยและทีมผู้ให้การรักษาให้ได้ผลลัพท์ที่ดี และผู้ป่วยสามารถกลับไปดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้ในที่สุด

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา หนึ่งในศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ที่เป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำพร้อมด้วยแพทย์มีประสบการณ์ทุกสาขา รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครบครัน พร้อมพัฒนายกระดับมาตรฐานการรักษา และยืนยันความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการดูแลผู้ป่วยโรคทางสมองและระบบประสาท เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในภาคตะวันออกต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการพยาบาลจากวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข เข้าศึกษาดูงาน Smart Health Care โรงพยาบาลนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์ สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ นายแพทย์ ชายตา สุจิตนพรัหม ผู้อำนวยการวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.ราศรี ลีนะกุล อดีตเลขาธิการสภาการพยาบาล และผู้เข้าอบรมหลักสูตรฝึกอบรมผู้นำการพยาบาล รุ่นที่ 10 ประจำปี 2569

เข้าศึกษาดูงานหัวข้อ ”Smart Health Care โรงพยาบาลนครปฐม” วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำการพยาบาล รุ่นที่ 10 ให้ได้เรียนรู้ระบบบริหารจัดการบริการทางการแพทย์
ที่ทันสมัย

และมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรพยาบาลและยกระดับการบริหารจัดการสาธารณสุข ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เหรียญหลวงปู่บุญผัน รุ่นเสาร์5 วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู มีนักมวยคนดัง ร่วมงาน 11 เมษายน 2569

แชร์เนื้อหานี้


วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู จัดทำ เหรียญหลวงปู่บุญผัน รุ่นเสาร์5 วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู มีนักมวยคนดัง ร่วมงาน 11 เมษายน 2569