คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) คืนที่ 89 วัดรางหมัน

แชร์เนื้อหานี้

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยพร้อมศิษยานุศิษย์และประชาชนและคณะกรรมการวัดประชาราษฎร์บำรุง(วัดรางหมัน)

ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)คืนที่ 89 ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมันนางสาวจันทร์ลาภา สุบรรณ ณ อยุธยา ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ผู้ประสานงานในราชสกุล สุบรรณ ได้มอบให้ นายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีหญิงธัญธิตา เผ่าสุวรรณ ที่

ปรึกษาองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะกรรมการวัดประชาราษฎร์บำรุง(วัดรางหมัน) ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)คืนที่ 89

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมันทางวัดขออนุโมทนาบุญและขอขอบคุณเจ้าภาพที่ได้เมตตามาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม
ด้วยจิตศรัทธาอันเปี่ยมด้วยกุศลเจตนาในครั้งนี้และทางคณะเจ้าภาพ ได้นำการแสดงถวายหลวงปู่แผ้ว ปวโรแลขอบพระคุณ

Em’s baby model and organizer บ้านรำ ปัญจนาสย์สงวนศิลป์ การแสดง หนุมานน้อยเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง ทั้งหมด 8 ชุด ชุดที่1 หนุมานน้อยเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง
การแสดงชุดที่ 2 ฟ้อนล่องแม่ปิง การแสดงชุดที่ 3 ฉุยฉายทศกัณฐ์ การแสดง ชุดที่ 4 คนเชิดหนุมาน

การแสดงชุดที่ 5 สุโขทัยการแสดงชุดที่ 6 ศรีวิขัย การแสดงชุดที่ 7 คนเชิดโนราห์ การแสดงชุดที่ 8 ยกรบ สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของ

พุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสนซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่ออุทิศถวายเป็นกุศลแด่พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)
ด้วยความเคารพเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐมฃ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลังงานประจวบฯ ยืนยัน! น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แค่รอรอบขนส่งใหม่ หลังคนแห่เติมก่อนขึ้นราคา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นางสาวลดาวรรณ จันทรัตน์ วิศวกรชำนาญการ สำนักงานพลังงานจังหวัดประจวบฯ และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดฯ ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ

เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนการปรับขึ้นราคาน้ำ จากการตรวจสอบพบว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่ติดกับถนนเพชรเกษมมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อการให้บริการ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

ประกอบกับปริมาณน้ำมันที่ได้รับจากคลังน้ำมันมีน้อยกว่าช่วงสถานการณ์ปกติ ส่งผลให้บางสถานีต้องรอการจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติม และบางสถานีต้องปิดสถานีบริการน้ำมันชั่วคราว โดยในด้านของราคาน้ำมันยังคงเป็นราคาปกติ และเมื่อตรวจสอบหัวจ่าย

น้ำมันพบว่ามีความถูกต้องเที่ยงตรงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ไม่พบการกักตุนหรือการปฏิเสธการจำหน่าย พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯได้กำชับไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อน และเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่

นางสาวลดาวรรณ จันทรัตน์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดประจวบฯอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พบว่าน้ำมันบางชนิดเริ่มจำหน่ายหมดในบางสถานี โดยส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95 เมื่อประชาชนได้รับทราบข่าวว่าจะมีการปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดจึงทยอยเดินทางมาใช้บริการเติมน้ำมันจำนวนมาก ส่งผลให้บางสถานีมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ

ต่อความต้องการในระยะสั้น ทางคลังน้ำมันได้แจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติมไปยังสถานีบริการต่าง ๆ แต่เนื่องจากสถานีบางแห่งไม่มีรถขนส่งน้ำมันเป็นของตนเอง จึงต้องรอการจัดสรรจากคลัง ทำให้การเติมน้ำมันอาจล่าช้าไป ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน แต่สำนักงานพลังงานจังหวัดฯ ยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นการกักตุนและการปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมัน ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดในพื้นที่

“ปัจจุบันยังคงมีน้ำมัน E20 และน้ำมันเบนซินจำหน่ายตามปกติ ส่วนดีเซลหมดชั่วคราว เนื่องจากปกติรถบรรทุกน้ำมันจะมาเติมให้สถานีครั้งหนึ่งสามารถจำหน่ายได้ประมาณ 5 วัน แต่จากสถานการณ์ที่ประชาชนแห่มาเติมน้ำมันมากกว่าปกติทำให้น้ำมันหมดเร็วกว่ากำหนด และทางพนักงานยืนยันว่า สถานีบริการ

น้ำมันไม่ได้มีการกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด และกำลังรอรถขนส่งน้ำมันจากคลังเพื่อเติมให้บริการตามปกติ ผู้ใช้รถยนต์ที่เติมน้ำมัน E20 รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และยังสามารถมาใช้บริการเติมน้ำมันได้ตามปกติ” นางสาวลดาวรรณ กล่าวตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่ เทศกาลสาดสี Holi Festival Pattaya 2026 นทท.คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Holi Festival Pattaya 2026 เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4 โดยมีนายสุขราช กาลา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคึกคัก ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี

เมืองพัทยาได้ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างสีสันกิจกรรมท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ภายในงานมีกิจกรรมสาดสีตามวัฒนธรรมอินเดีย เวทีดนตรีและความบันเทิง คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของประเทศอินเดีย รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ และโซนอาหารหลากหลายเมนู ท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาด เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

การจัดงานครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ที่เปิดกว้างและอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจและการเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

สำหรับ Holi Festival Pattaya 2026 หรือเทศกาลสาดสี ถือเป็นเทศกาลสำคัญของประเทศอินเดียที่สะท้อนถึงความสุข ความหวัง การเริ่มต้นใหม่ และความสามัคคีของผู้คน การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอันงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากหลากหลายเชื้อชาติได้ร่วมแบ่งปันความสุขและมิตรภาพร่วมกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนส่งสิงห์บุรี จัดใหญ่! “สนามจราจรเยาวชน” รุ่นที่ 1 ปูพื้นฐานวินัยจราจร สร้างความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 มีนาคม 2569 สิงห์บุรี เวลา 10.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุชผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี เปิดโครงการ “สนามจราจรเยาวชนเสริมสร้างจิตสำนึกความ

ปลอดภัย และมีวินัยจราจร” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 โดยมีนายณรงค์พันธ์ แจ่มจันทร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี

หัวหน้าส่วนราชการ ครู และนักเรียนร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนอนุบาลบางระจัน ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน จังหวัดโดยนางสาวเยาวมาศ เที่ยวทอง ขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี จัดโครงการนี้มี

วัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้แก่เยาวชน โดยเน้นการวางรากฐานวินัยจราจรเบื้องต้นผ่านการเรียนรู้ที่สอดคล้อ

กับชีวิตประจำวัน กิจกรรมแบ่งออกเป็นภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือการให้เด็กๆได้ฝึกทักษะใน

“สนามจราจรจำลอง” เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนได้จริงในอนาคต

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 ในเขตจังหวัดสิงห์บุรี โดยกำหนดจัดงานทั้งสิ้น 7 รุ่น รุ่นละ 100 คน รวมเยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 700 คน ซึ่ง

การดำเนินงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ซึ่งเป็นรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวยของกรมการขนส่งทางบก

ทั้งนี้ สำนักงานขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี มุ่งหวังว่าเยาวชนที่ผ่านการอบรมจะเป็นแบบอย่างที่ดี มีจิตสำนึกความปลอดภัย และมีส่วนสำคัญในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดสิงห์บุรีให้ลดลงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.บึงกาฬ จัดกิจกรรม “กกต.พบสื่อมวลชน” เสริมความร่วมมือการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรม “กกต.พบสื่อมวลชน” เพื่อสร้างความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชนในพื้นที่เกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และการดำเนินงานด้านการเลือกตั้ง

โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดกิจกรรม นายไพรัช คัณทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ และ นายสมหวัง อารีเอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทั้ง 3 เขต และคณะอนุกรรมการฯ ร่วมพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชน

ภายในกิจกรรมมีการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวสารด้านการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นกลาง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง กกต. และสื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่าง สุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สคอ.-สสส. ผนึกพลังเครือข่ายทั่วประเทศ เดินหน้าบูรณาการสร้าง “ถนนปลอดภัย” อย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ณ รร.ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการประชุม “บูรณาการพลังสื่อ-เอกชน สร้างถนนปลอดภัย” เพื่อผนึกกำลังภาคีทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน ความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชน ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา กว่า 80 คนจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสื่อสารลดความเสี่ยงและยกระดับการทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นระบบ บทเรียนที่ผ่านมาทำให้เห็นชัดว่าหากต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ต้องยึดข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นฐาน บูรณาการองค์ความรู้จากทุกฝ่าย และออกแบบการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุดและครอบคลุม ซึ่งตอนนี้เรามีเครือข่ายสื่อมวลชนที่มีพลังการด้านสื่อสาร ภาคเอกชนมีพลังด้านทรัพยากรและนวัตกรรม

ภาคการศึกษามีพลังด้านองค์ความรู้และการปลูกฝังคนรุ่นใหม่ ซึ่งต่อไปจะทำให้การลดอุบัติเหตุไม่ใช่เพียงการรณรงค์ระยะสั้น แต่เป็นการสร้างระบบป้องกันที่เข้มแข็งและยั่งยืน ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ควรมีการสื่อสารให้เกิดการรับรู้อย่างกว้างขวาง กระตุ้นเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ผลักดันให้กลไกศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)ในพื้นที่ ลุกขึ้นมาจัดการอย่างเป็นระบบ เราต้องช่วยกันจัดการกับความเสี่ยงที่เกิด
จาก คน รถ ถนนและสิ่งแวดล้อม ให้ลดลงหรือหมดไป ความปลอดภัยถึงจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

นายพรหมมินทร์ กล่าวต่อว่า สคอ.และเครือข่ายได้มีกรอบความร่วมมือระยะยาว 4 ด้านสำคัญ ได้แก่การสื่อสารสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ผลิตและขยายผลสื่อที่ต่อเนื่อง สร้างค่านิยมใหม่ให้สังคมเห็นความปลอดภัยเป็นเรื่องใกล้ตัว 2. การใช้องค์ความรู้และข้อมูล พัฒนาฐานข้อมูลและงานวิจัยเชิงพื้นที่ เพื่อกำหนดมาตรการที่แม่นยำและตอบโจทย์ปัญหาจริง 3. การพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ บูรณาการหลักสูตรความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษา พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และ 4.การขับเคลื่อนเชิงนโยบายสาธารณะ ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่อ้างอิงหลักฐานทางวิชาการ และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานเด่นด้านความปลอดภัยทางถนนจากภาคีเครือข่าย อาทิ ภาคเอกชนโดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ถ่ายทอดประสบการณ์การสนับสนุนกิจกรรมขับขี่ปลอดภัยและสร้างจิตสำนึกในกลุ่มเยาวชน รวมถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆที่นำมาใช้เพื่อให้มีการขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ส่วนภาคการศึกษามีผู้แทนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่นำเสนอกิจกรรมส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในรั้วมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น เพื่อออกแบบแนวทางความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปขยายผลในระดับจังหวัดและภูมิภาค สะท้อนพลังเครือข่ายที่พร้อมเดินหน้าร่วมกันอย่างจริงจังการประชุมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงระบบ ที่มุ่งสร้าง “ถนนปลอดภัย” ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ลดความสูญเสีย และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
ให้ให้มีความยั่งยืนในระยะยาว

นายวิวรรธน์. แพ่งสุภาประธานเครือข่ายสื่อออนไลน์ภาคเหนือ 17 จังหวัด. @รายงาน”

” จี้ ตร. ล่ามือปาระเบิดบ้านนักข่าวประจวบฯ 2 เดือนคดีไม่คืบ ห่างกองบังคับการแค่ 300 เมตร!
เมื่อวันที่6มี.ค.69 กลายเป็นประเด็นที่สังคมออนไลน์กำลังจับตามอง สำหรับความคืบหน้าคดีคนร้ายปาระเบิดแสวงเครื่องถล่มบ้านพักและอู่ซ่อมรถของนักข่าวท้องถิ่น (สังกัด Top News) ในพื้นที่ ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุหรือผู้บงการได้ทำไมคดีนี้ถึง “ผิดปกติ”?
อุกอาจหน้าจมูกตำรวจ: จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ เพียง 300 เมตร แต่คนร้ายกลับกล้าขี่จักรยานยนต์มาปาระเบิดใส่รถยนต์จนพังยับเยิน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

แม้ทาง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ จะยืนยันว่ารู้ตัวคนร้ายและกำลังรวบรวมหลักฐาน แต่เวลาที่ล่วงเลยไปเกือบ 2 เดือน โดยไม่มีการออกหมายจับ ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า “ติดตอ” หรือมี “มือมืด” คอยดึงเรื่องหรือไม่?เสียงสะท้อนจากโซเชียล: “ถ้าสื่อยังไม่ปลอดภัย แล้วชาวบ้านจะพึ่งใคร?”กลุ่มองค์กรสื่อและชาวเน็ตเริ่มมีการเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่งทีมสืบสวนส่วนกลางลงพื้นที่

เนื่องจากเกรงว่าอิทธิพลท้องถิ่นจะทำให้คดีนี้กลายเป็น “มวยล้ม” พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ หากแม้แต่นักข่าวยังถูกคุกคามถึงหน้าบ้านพร้อมร้องเรียนถึง ผบ.ตร. คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องทำลายทรัพย์สิน แต่เป็นการ “พยายามฆ่า” และ “คุกคามสื่อ” ต้องลากคอผู้อยู่เบื้องหลังมาลงโทษ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมา
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ศิษย์เก่า วปอ.57 – ซินโครตรอนเดินหน้าเสริมสมรรถนะแพทย์ทหาร ส่งมอบสายรัดห้ามเลือด ให้ รพ.ค่ายสุรนารี ปกป้องกำลังพลชายแดน

แชร์เนื้อหานี้

คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเสริมสมรรถนะแพทย์ทหารอย่างต่อเนื่อง ส่งมอบสายรัดห้ามเลือดให้แก่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจำนวน 1,000 ชิ้น หลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาและทดสอบอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้ในราชการภาคสนามสำหรับปฐมพยาบาลและช่วยเหลือกำลังพลชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

นครราชสีมา – คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ผลิตและส่งมอบรายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนหรือทูนิเก้ (Combat Application Tourniquet: CAT) จำนวน 1,000 ชิ้น ให้แก่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี โดยมี นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 เป็นประธานในพิธีมอบ

นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าวว่า “คณะศิษย์เก่า วปอ. 57 ได้บริจาคเงินในการผลิตห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้ ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วน โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนได้พัฒนาให้สามารถผลิตสายรัดห้ามเลือดได้ในราคาที่ประหยัดลง แต่มีคุณภาพดีเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ผลิตได้ในเมืองไทย

ทำให้ผลิตได้มากขึ้น สามารถรักษาชีวิตกำลังพลได้มากขึ้น ส่วนโรงพยาบาลค่ายสุรนารีได้ให้การรักษาพยาบาลทางการแพทย์ในภาวะเสี่ยงอันตรายด้วยความเสียสละและกล้าหาญ และขอขอบคุณ พล.อ.สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี และศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 57 ที่จุดประกายให้เกิดโครงการสนับสนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดนี้”

“ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบคณะศิย์เก่า วปอ.57 ได้หารือกัน และตระหนักถึงความเสียสละของน้องๆ ทหารแนวหน้าที่ปกป้องอธิปไตยให้แนวหลังอยู่อย่างสงบปลอดภัย โครงการสนับสนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดนี้จะเป็นสิ่งที่แนวหลังได้ตอบแทนการเสียสละของแนวหน้า เรายึดหลักการว่าจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราหวังว่าสายรัดห้ามเลือดที่มอบให้แก่น้องๆ ทหารจะไม่ถูกหยิบออกมาใช้ เพราะนั่นหมายความว่าท่านปลอดภัย แต่ถ้าถูกหยิบออกมาใช้ก็ขอให้ท่านได้กลับไปหาครอบครัวอันเป็นที่รักอย่างปลอดภัย” ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าว

พันเอก รัฐสรรค์ ภูวนาถวรกิตติ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนที่ได้รับมาในครั้งนี้ หน่วยสายการแพทย์กองทัพภาคที่ 2 จะนำไปใช้ประโยชน์การสนับสนุนกองกำลังสุรนารีในภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยโรงพยาบาลค่ายสุรนารีจะเป็นแม่ข่ายในการแจกจ่ายให้แก่กำลังพลเพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน”

นายสำเริง ด้วงนิล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนที่มอบให้แก่โรงพยาบาลค่ายในครั้งนี้ เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สถาบันฯ และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ร่วมกันพัฒนาและทดสอบจนประสบความสำเร็จในการนำไปใช้ในราชการภาคสนามของกองทัพภาคที่ 2 แต่สถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์นี้ให้เพียงพอและต่อเนื่อง คณะศิษย์เก่า วปอ.57 จึงสนับสนุนงบประมาณ โดยสถาบันฯ รับผิดชอบในการจัดทำสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้”

สำหรับสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้เป็นอุปกรณ์สำคัญทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ที่ใช้เพื่อควบคุมภาวะเลือดออกรุนแรงจากบาดแผลที่แขนหรือขา ซึ่งไม่สามารถหยุดเลือดได้ด้วยวิธีกดแผลโดยตรง ซึ่งแถบที่กว้างของสายรัดจะกระจายแรงกดและลด

ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเฉพาะจุด จึงมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าวัสดุชั่วคราว อาทิ เชือก หรือผ้าแคบ ซึ่งการพัฒนาสายรัดห้ามเลือดนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเพื่อความมั่นคงของประเทศ

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

อาชีวะจับมือภาคอุตสาหกรรม เปิดเวที PPP ที่โคราช ดันแนวคิด “หนึ่งนิคมฯ หนึ่งอาชีวะจังหวัด” ผลิตกำลังคนตรงตลาดแรงงาน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา โคราช จังหวัดนครราชสีมา นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนความร่วมมือภาครัฐและเอกชน (Public–Private Partnership : PPP)

เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา และการใช้ระบบ DVE–PPP Management System ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 โดยมี นางสาวจิตโสมนัส ชัยวงษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากหลายสถาบันเข้าร่วมประชุม

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2568–2569 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ยกระดับการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน โดยเปิดโอกาสให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการวางแผนหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการฝึกอาชีพจริง เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

นายวิทวัต เปิดเผยภายหลังการหารือความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่า ได้กำหนดแนวคิด “หนึ่งนิคมอุตสาหกรรม หนึ่งอาชีวศึกษาจังหวัด” เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษากับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 70 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวศึกษาอยู่ใน 77 จังหวัด

แนวคิดดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาได้เข้าฝึกงานในสถานประกอบการมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้สถานประกอบการได้คัดเลือกบุคลากรตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ หากผู้เรียนมีศักยภาพก็สามารถรับเข้าทำงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยังกล่าวว่า อาชีวศึกษาถือเป็นกำลังสำคัญในการผลิตแรงงานระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซึ่งเป็นกำลังคนที่ตลาดแรงงานยังต้องการอีกจำนวนมาก ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ทั้งนี้ ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน การเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกงานระหว่างเรียน ยังช่วยสร้างรายได้เสริมและแบ่งเบาภาระครอบครัว ทำให้ผู้เรียนสามารถศึกษาต่อจนจบโดยไม่ต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หมูกระทะเติมใจชายแดน! รองแม่ทัพณัฏฐ์ นำเพื่อนรุ่น พสบ.ทภ.2 เลี้ยงหมูกระทะ 300 ชุดทหารแนวหน้า พร้อมมอบถังเก็บน้ำ–ผ้ายางกันฝน ปรับปรุงฐานปฏิบัติการ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 และประธานนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 (พสบ.ภท.2 รุ่นที่ 2) พร้อมด้วย พล.ต.กิตติพงษ์ พุทธิมณี เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 2 น.ส.ธนชนก

สุริยเดชสกุล ประธานฝ่าย CSR และนายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน เดินทางลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการห้วยจันทร์แดง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ในการนี้ คณะได้มอบถังเก็บน้ำดื่มขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 10 ถัง พร้อมผ้ายางกันฝนสำหรับใช้ปรับปรุงฐานปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการดำรงชีพและเพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลที่ประจำการตามแนวชายแดน

นอกจากนี้ คณะยังได้จัดเลี้ยงหมูกระทะให้กับกำลังพล โดยได้รับการสนับสนุนจาก หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ “พระสิ้นคิด” ที่มอบเงินให้คณะ พสบ.ทภ.2

จัดซื้อหมูกระทะจำนวน 300 ชุด เพื่อจัดเลี้ยงให้กับกำลังพล โดยเฉพาะกำลังพลชุดที่มีกำหนดเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคเหนือในวันที่ 9 มีนาคม เพื่อสับเปลี่ยนกำลังกับกำลังพลชุดใหม่

บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางรอยยิ้มของเหล่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติด้าน พลทหารอรรถพร โนนเสนา จาก ร.17 พัน 4 เปิดเผยว่า ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณช่องอานม้ามาระยะหนึ่งและเคยร่วมภารกิจสู้รบมาแล้ว 2 ครั้ง

รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมรับประทานหมูกระทะกับเพื่อนทหารก่อนเดินทางกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น พร้อมกล่าวด้วยความภูมิใจว่า การได้เป็นทหารถือเป็นเกียรติของชีวิต แม้ปีนี้จะสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบกองทัพบกไม่ผ่าน แต่ตั้งใจว่าจะพยายามสอบอีกครั้งในปีหน้า

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมระเบิดความมันส์ เทศกาลสาดสี โฮลี พัทยา 2026

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลสีสุดยิ่งใหญ่ โฮลีพัทยา Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2026 (เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4) โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายสุขราช กาลรา นายหสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย พัทยา (TIPPA) นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา และผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว

ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นายศุภฤกษ์ ชมภูนุช สมาชิกสภาเมืองพัทยา นางสาวภคินี สุทธิธำรงสวัสดิ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับเทศกาล Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2026 (เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 นี้ ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อสร้างสีสันแห่งวัฒนธรรมอินเดียกับเทศกาลสาดสีสุดคึกคักริมทะเลพร้อมเสียงดนตรีขับกล่อง เรียกรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และที่สำคัญเป็นอีเว้นต์การท่องเที่ยวประจำปีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

ภายในงานพบกับกิจกรรมสาดสีตามประเพณีโฮลี คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของอินเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และกิจกรรมสร้างสีสัอานืพร้อมมีการบริการอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายริมทะเล ซึ่งคาดว่าปีนี้จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และช่วยสร้างเม็ดเงินให้เมืองพัทยาได้เฉกเช่นปีที่ผ่านมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม รับการตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล จากสำนักงานประกันสังคม

แชร์เนื้อหานี้

พลตรีสุรพล ชัชวาลวานิช ที่ปรึกษาทางการแพทย์  คุณกฤษณา กลิ่นสมิทธิ์ ที่ปรึกษาทางการพยาบาล เข้าตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์ณัฐพงศ์ กาญจนะโกมล ร่วมต้อนรับ วัตถุประสงค์ เพื่อตรวจประเมินมาตรฐานการรักษาพยาบาล  ศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามมาตรฐานประกันสังคม ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม รปภ. หมวกแดงเข้าชาร์จนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแสดงพฤติกรรมเสี่ยงยืนนอกทางยกระดับ อาคารผู้โดยสาร ชั้นที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

ชื่นชม รปภ. หมวกแดงเข้าชาร์จนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแสดงพฤติกรรมเสี่ยงยืนนอกทางยกระดับอาคารผู้โดยสาร
ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้นที่ 2 ริมถนนยกระดับด้านนอก จับภาพนาทีที่ นายภัคพล ปานยงค์ ตำแหน่ง จทบ.7 สจร.ฝรภ.ทสภ ซึ่งเข้าเวรเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย (เสื้อขาว) ตัดสินใจเข้าคว้าตัว

นักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซียรายหนึ่ง ที่อกมายืนอยู่ขอบด้านนอกของทางยกระดับและขู่ว่าจะทิ้งตัวลงสู่พื้นราบ โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงค่ำของวันที่ 1 มีนาคม 69 ที่ผ่านมา ศูนย์รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนไปพบเห็นชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง

ออกมายืนโวยวายและมีท่าทีจะก่อเหตุไม่คาดคิดขึ้น ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงประสานชุดเคลื่อนที่เร็วของเจ้าหน้าที่ รปภ.การท่า พร้อมด้วย ทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยการท่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำกำลังเข้าพื้นที่ทีนที

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชายชาวต่างชาติรายหนึ่งออกมายืนด้านนอกและมีท่าทีจะทิ้งตัวลงด้านล่าง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนร่วมกันในการเข้าช่วยเหลือ โดยจัดทีม รปภ. และกู้ภัยการท่า เข้าเกลี้ยกล่อมและเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ก่อเหตุ พอสมโอกาส นายภัคพล ปานยงค์ หัวหน้าเวรฝ่ายรักษาความปลอดภัย จึงตัดสินใจเข้าล็อกตัวผู้ก่อเหตุทันที

ก่อนที่ทีม รปภ. ที่สังเกตการณ์รอบข้างจะพร้อมใจเข้าช่วยเหลือและดึงตึวกลับเข้ามายังพื้นที่ด้านในได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เกิดความสูญเสียแต่อย่างใด จากนั้นจึงนำตัวชายคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสอบสวนหาสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้

ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไม่พบเอกสารใดๆติดตัวและให้การวกวนไปมา ทราบเพียงว่าเป็นนักท่องเทียวชาวรัสเซีย ตำรวจจึงประสานสถานทูตเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรายนี้แล้ว

ล่าสุด ทางด้าน ทสภ. ได้ออกมาชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท รอบคอบ และมีจิตสำนึกในการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
ในระดับสากลของ ทสภ. ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเจี๊ยบ” สื่อไทยอินโดจีนผงาดเวทีเชฟมืออาชีพ รับวุฒิบัตร Master Thai Chef – ชูพลัง “สื่อ–ธุรกิจ–กฎหมาย” ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่เวทีโลก

แชร์เนื้อหานี้

“นายกเจี๊ยบ” นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ก้าวสู่บทบาทใหม่ในวงการอาหาร หลังเข้ารับ วุฒิบัตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมประกาศจุดยืนว่า สื่อมวลชนคือหนึ่งในพลังสำคัญในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่ระดับโลก

พิธีปัจฉิมนิเทศและมอบวุฒิบัตรจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบวุฒิบัตรแก่ผู้แทนผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “เชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program)” ภายใต้โครงการ ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร

ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงและบุคคลสำคัญในวงการอาหารร่วมเป็นเกียรติ อาทิ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หม่อมหลวง ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ประธานคณะกรรมการเชลล์ชวนชิม เชฟชุมพล นายชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กอาหารไทย

โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งพัฒนาเชฟทักษะสูงกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ เพื่อยกระดับอาหารไทยสู่สินค้าและบริการระดับพรีเมียมในตลาดโลก พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจตั้งแต่ วัตถุดิบชุมชนต้นน้ำสู่ร้านอาหารปลายน้ำ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3,300 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นหนึ่งใน เสาหลักของเศรษฐกิจไทย โดยประเทศไทยยังคงติดอันดับผู้ส่งออกอาหารสำคัญของโลก แม้จะต้องเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและมาตรการกีดกันทางการค้า กระทรวงจึงเร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมเพิ่มมูลค่าและพัฒนาแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับความสนใจคือ นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ หรือ “นายกเจี๊ยบ” ผู้แทนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านการอบรมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีพื้นฐานทั้งในแวดวงกฎหมาย สื่อสารมวลชน และธุรกิจ

ปัจจุบันนายอรรครัตน์ต่อยอดองค์ความรู้สู่ ธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบเนื้อสัตว์ (ไก่และเนื้อ) โดยเน้นการแปรรูปและพัฒนาเมนูร่วมกับเชฟและร้านอาหาร เพื่อยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบไทย พร้อมสร้างเครือข่ายเชฟรุ่นใหม่ และเตรียมขยายตลาดสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

นายอรรครัตน์กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวไม่ได้สอนเพียงทักษะการทำอาหาร แต่ครอบคลุมถึง การบริหารต้นทุน มาตรฐานความปลอดภัย และการสร้างแบรนด์อาหารไทย

“อาหารไทยจะก้าวไกลในระดับโลกได้ ต้องมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และการสื่อสารที่ดี สื่อมวลชนจึงเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของอาหารไทยให้ไปไกลกว่าจานอาหาร” นายอรรครัตน์กล่าว

ภายในงานยังมีการจัดบูธเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจอาหาร และเวทีเสวนาเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างเชฟ ผู้ประกอบการ และภาคการศึกษา เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

โครงการนี้สะท้อนความตั้งใจของกระทรวงอุตสาหกรรมในการ พัฒนาคน สร้างเครือข่าย และผลักดันอาหารไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของประเทศ สู่เป้าหมาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” อย่างยั่งยืน ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

นายกเจี๊ยบ #สมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน #MasterThaiChef #ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย #MadeByThai #DIPROM

ครัวไทยสู่ครัวโลก #กระทรวงอุตสาหกรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา ฉลอง 23 ปี พร้อยอวยพรวันเกิด 82 ปี “ป้าน้อย” แม่พระเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ศาลาไทย โรงแรม ไดอาน่าการ์เด้น รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปีของการก่อตั้งโรงแรม พร้อมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 82 ปี ของ นางโสภิญ เทพจักร หรือ “ป้าน้อย” กรรมการผู้จัดการไดอาน่า กรุ๊ป โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน กลุ่มเพื่อนสนิท มิตรสหาย และลูกค้าทั้งชาวไทย–ต่างชาติ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง

ในพิธีได้อาราธนาพระครูสุภัทรวราทร (สุรศักดิ์ ปุณฺณวุฑฺโฒ) วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดสุทธาวาส จำนวน 8 รูป รวม 9 รูป รับเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร พนักงาน และกิจการของโรงแรม

นอกจากนี้ทางโรงแรมยังได้จัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็น มอบให้แก่เด็ก ๆ ที่ศูนย์ ATTC (บ้านครูจา) เพื่อแบ่งปันน้ำใจสู่สังคม ขณะเดียวกัน สมาคมนักข่าวพัทยา ยังได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งให้แก่ศูนย์ดังกล่าว เพื่อร่วมส่งเสริมโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย รวมมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท

สำหรับประวัติความเป็นมา ไดอาน่า กรุ๊ป เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กเพียง 1 คูหา บริเวณซอยไปรษณีย์ เมืองพัทยา ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1982 ภายใต้ชื่อ “ภควดีเกสท์เฮาส์” ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และพัฒนาการบริหารอย่างเป็นระบบ โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ไดอาน่า กรุ๊ป ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมหลากหลายบริการด้านการท่องเที่ยวและการบริการ กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจท้องถิ่นที่เติบโตอย่างมั่นคง และมีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจสถานประกอบ น้ำมัน เชื้อเพลิง สร้างความมั่นใจประชาชน ไม่ขาดแคลน/ ปภ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยนายอุกฤษฎ์ ขันติวงค์ พลังงานจังหวัดสิงห์บุรี และนางอัจนา

ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี นำคณะข้าราชการในสังกัดลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี

เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางการลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ

ป้องกันการฉกฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรม การกักตุนสินค้าพลังงาน รวมทั้งกำกับดูแลราคาพลังงานให้เป็นไปตามกลไกที่เหมาะสม พร้อมสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก

ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้ย้ำว่า ขอให้พี่น้องชาวสิงห์บุรีมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่เกิดภาวะขาดแคลน และระดับราคาจะอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ประโยชน์ของประชาชนชาวสิงห์บุรี” เป็นสำคัญ

ปภ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจรและการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ปี 2569

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจร และการป้องกันอุบัติเหตุในโรงเรียน ณ โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายณรงค์พันธ์ แจ่มจันทร์ รักษาการณ์หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี นางคงศักดิ์ สายวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน เสริมสร้างวินัยจราจร และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง

โดยเฉพาะการใช้รถจักรยานยนต์และการไม่สวมหมวกนิรภัย
ภายในกิจกรรมมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร การขับขี่อย่างปลอดภัย เทคนิคการเอาตัวรอดบนท้องถนน และการใช้อุปกรณ์นิรภัยอย่างถูกต้อง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างมีความรับผิดชอบ

กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม จำนวน 70 คน โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีตำรวจภูธรค่ายบางระจัน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมเป็น

วิทยากรและสนับสนุนการดำเนินงาน จังหวัดสิงห์บุรีมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเยาวชน และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บ้านหลังสุดท้ายเพื่อผู้ยากไร้ ชมรมโฮปฯ มอบโลงศพ 30 ใบ ช่วยผู้ยากไร้เมืองกาญจน์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล

ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

นำโลงศพจำนวน 30 ใบ ส่งมอบเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่

โดยได้มอบให้แก่ สำนักสงฆ์อุดมรัตนคีรี จำนวน 20 ใบ

และมอบให้ วัดเขาช่องพัฒนาราม ตำบลเขาสามสิบหาบ

อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี อีก 10 ใบ

เพื่อใช้ในภารกิจสาธารณกุศลของวัดและสำนักสงฆ์

การส่งมอบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์

เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ในการจัดพิธีฌาปนกิจศพ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

และร่วมสืบสานงานบุญในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น มีตัวแทนของทั้งสองแห่งเป็นผู้รับมอบ

พร้อมกล่าวขอบคุณคณะผู้บริจาคที่ร่วมกันเป็นสะพานบุญ

ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบาก

ดร.ปิยนุช กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

โครงการ “บ้านหลังสุดท้ายเพื่อผู้ยากไร้” ซึ่งชมรมได้ขับเคลื่อน

มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยโลงศพ

ทั้งหมดได้ส่งมอบครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของผู้ร่วมบุญแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ

สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเพจ Hope Help Healing

ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ วัดมหาวงษ์.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / AOT สรุปภาพรวมเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยัน 6 ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ

แชร์เนื้อหานี้

AOT สรุปภาพรวมเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยัน 6 ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ ร่วมมือสายการบินดูแลผู้โดยสารเต็มที่
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) รายงานสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ส่งผลให้สายการบินบางส่วนที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภายใต้การบริหารของ AOT พิจารณาปรับแผนการบิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติการบิน โดย AOT ผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / ท่าอากาศยานดอนเมือง / ท่าอากาศยานเชียงใหม่ / ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย / ท่าอากาศยานภูเก็ต / และ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 134 เที่ยวบิน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า จากการติดตามและประเมินสถานการณ์พบว่ามีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินที่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือผ่านน่านฟ้าใกล้เคียง เช่น สายการบิน El Al Israel, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad, Gulf Air, World2fly และ Thai Air Asia Xเป็นต้น โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินยกเลิก จำนวน 59 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง 2 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และ ท่าอากาศยานภูเก็ต 36 เที่ยวบิน ใน

จำนวนนี้มีผู้โดยสารของเที่ยวบินบางส่วนที่ใช้เส้นทางตะวันออกกลางเป็นเส้นทางเปลี่ยนถ่ายไปสู่ท่าอากาศยานปลายทาง ได้ทำการเปลี่ยนเที่ยวบินไปบินในเที่ยวบินที่ ไม่ได้รับผลกระทบแทน ขณะที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ การบริหารจัดการภายในอาคารผู้โดยสารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่มีผู้โดยสารตกค้างในภาพรวม ทั้งนี้ สำหรับท่าอากาศยานที่มีเที่ยวบินยกเลิก AOT

ได้เตรียมความพร้อมและดำเนินมาตรการรองรับ เช่น จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่พักคอยเพิ่มเติม การบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินตามตารางปกติ ตลอดจนการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารขาออกตกค้างอยู่ที่สนามบิน โดยคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นในการใช้บริการท่าอากาศยานของ AOT อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม AOT จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับสายการบินอย่างต่อเนื่อง

โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบิน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการสนามบินหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง AOT ขอแนะนำผู้โดยสารที่มีแผนเดินทางในเส้นทางตะวันออกกลางหรือเส้นทางที่เกี่ยวข้อง โปรดตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงก่อนออกเดินทางและติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสายการบินและเพจ Facebook: AOT official อย่างใกล้ชิด โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ AOT ยืนยันความพร้อมในการประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเหมาะสม เพื่อให้การเดินทางผ่านท่าอากาศยานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนามบินสุวรรณภูมิระดมเจ้าหน้าที่ดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบถูกยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลาง

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์การสู้รบโจมตีอิหร่าน ของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ทำให้มีสายการบินแห่ยกเลิก เที่ยวบินที่ต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง แห่ยกเลิกเที่ยวบิน ที่ต้องผ่านน่านฟ้าหลายประเทศในตะวันออกกลาง หลังสถานการณ์การโจมตีอิหร่าน ของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ยังไม่มีทีท่าที่จะจบลงโดยเร็ว
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สายการบินพาณิชย์หลายแห่ง ประกาศยกเลิกเที่ยวบิน และหลีกเลี่ยงเส้นทางบิน ที่ต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางแล้ว หลังสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล

เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และเกิดการโต้ตอบ โดยอิหร่าน ได้ส่งขีปนาวุธไปหลายชาติในตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการโต้ตอบ
ล่าสุดสายการบิน เอมิเรสต์ (Emirates) ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X แจ้งระงับเที่ยวบินไปและกลับจาก ดูไบเป็นการชั่วคราว หลังหลายประเทศในตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรง โดยสายการบินขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินและประกาศล่าสุดผ่านเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทางไปสนามบิน พร้อมยืนยันว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สายการบินระบุเพิ่มเติมว่า ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อเพื่อทำการจองใหม่ ขอคืนเงิน หรือจัดเตรียมการเดินทางทางเลือกได้ โดยย้ำว่าความปลอดภัยและความมั่นคงของผู้โดยสารและลูกเรือยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในภูมิภาค

ขณะที่สายการบินลุฟท์ฮันซา จากเยอรมนี ได้ประกาศระงับเที่ยวบินเส้นทางไปและจากนครเทลอาวีฟของอิสราเอล กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน รวมถึงประเทศโอมาน จนถึงวันที่ 7 มีนาคม รวมถึงระงับเที่ยวบินไปและจากนครดูไบระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม ด้วย

ส่วนสายการบินกาตาร์ ระงับเที่ยวบินชั่วคราว เนื่องจากน่านฟ้าถูกปิดหลังเกิดการโจมตี, สายการบินนอร์วีเจียนแอร์ ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่บินไป และจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่นเดียวกับสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ ได้ออกมาประกาศในวันนี้ เรื่องยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางที่จะไปประเทศกาตาร์ คูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอม
โดยล่าสุด ทางด้าน นาย กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งการระดมเจ้าหน้าที่การท่า ตั้งจุดคอยให้บริการและอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการถูกยกเลิกเที่ยวบิน โดยมีการจัดหาน้ำดื่มและเปิดจุดพักพิงชั่วคราวให้กับผู้โดยสาร

พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้โดยสารเพื่อลดความตรึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น โดยล่าสุดมีรายงานจำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกแล้ว จำนวน 19 เที่ยวบิน ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่ได้ทยอยเดินทางกลับที่พักแล้ว โดยได้รับการจัดหาที่พักสำรองให้กับผู้โดยสารผ่านทางสายการบินนั้น ๆ

ทั้งนี้ ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานสายการบินรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ และขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปยังตะวันออกกลางขอให้ตรวจสอบตรงกับสายการบินนั้นๆเพื่อรับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและไม่เสียเวลาในการเดินทางมาติดค้างที่สนามบิน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวรรคโลกเชิญชวนเที่ยวงานหมากม่วง หมากปราง ของดีศรีสวรรคโลกประจำปี2569.

แชร์เนื้อหานี้

โดยทั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นประจำช่วงเดือนมีนาคม ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นงานเทศกาลที่รวบรวมมะม่วง มะปราง และผลไม้ตามฤดูกาลคุณภาพดีจากสวนของเกษตรกรมาจำหน่าย พร้อมขบวนแห่ผลไม้สุดตระการตา

สินค้า OTOP ของกินของฝาก และกิจกรรมการแสดงมากมาย
ช่วงเวลาจัดงาน โดยปกติจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25มีนาคมถึง1เมษายน2569 หรือช่วงปลายเดือนมีนาคมของทุกปีโดยนาย
โกเมณ ชาลี นายอำเภอสวรรคโลกได้ทำการจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวประชาชนในพื้นที่และต่างจังหวัดให้มาเที่ยวชม ชิม ช้อป กับการชมการแสดงแห่ขบวน

ประเพณีการร่ายรำพื้นบ้านการตกแต่งขบวนรถประดับด้วยผลไม้ในท้องถิ่นพร้อมการประกวดขบวนแห่ และการแสดงบนเวทีกลาง แสง สี เสียงพิธีเปิดอย่างอลังกาล.โดยภายในงานมีการออกบูชสินค้าผลไม้สดๆจากสวนเกษตรกร การออกบูชสินค้าโอทอป สินค้าพื้นเมือง สินค้าราคาประหยัดบูชร้านค้า อาหารของดีศรีสวรรคโลกที่อร่อยประจำเมืองสวรรคโลกและอีกมากมาย

พร้อมการแสดงบนเวทีกลางจากเยาวชนTO BE NUMBER ONE การแสดงคอนเสริด์จากเหล่าศิลปิน นักร้องจากค่ายเพลงดัว ทั้งนี้ยังมีการประกวดผลไม้อาทิเช่น มะปราค์ มะยงชิด ละมุด มะม่วง จากเกษตรกรในพื้นที่ การประกวดธิดาชาวสวน.การประกวด ไก่พื้นบ้าน การประกวดการร้องเพลงจากผู้นำทั้งท้องที่และท้องถิ่น

การแข่งขันจักรยานหนูน้อยขาไถ .การแข่งขันแข่งขันตะกร้อ ฯลฯ โดยมีการกิจกรรมมากมายในทุกค่ำคืน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมงาน ประจำปี หมากม่วง หมากปราง ของดีศรีสวรรคโลกโดยงานเริ่มตั้งแต่วันที่25มีนาคมถึง1เมษายน2569เป็.นต้นไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านแถลงข่าวงาน “Nan Style To The Global”โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้า การลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

กิจกรรมย่อยการขยายโอกาสและช่องทางการตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นสู่สากลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 – 15.00 น.
ณ ห้องอัญชัญ โรงแรมน่าน บูติค รีสอร์ท อ.ภูเพียง จ.น่านพาณิชย์ ฯ ชูศักยภาพสินค้าน่าน บุกตลาดสากล กับงานแสดงสินค้า “Nan Style To The Global” พาณิชย์จังหวัดน่าน

แถลงข่าวการจัดงาน “Nan Style To The Global” ในงาน THAIFEX – HOREC Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 ณ อาคาร Impact CHALLENGER 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมระดมผู้ประกอบการ Exhibitor กว่า 15 ราย นำสินค้าเด่นของจังหวัด

สินค้า อัตลักษณ์พื้นถิ่น สินค้าหัตถกรรม สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าไลฟ์สไตล์ ร่วมโชว์ศักยภาพ ยกระดับเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ขยายช่องทางการตลาดสู่ระดับสากล โดยการดำเนินการตามนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ด้านการเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน สอดรับรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนา SME และการเปิดตลาดการค้าใหม่ทั่วโลก

ด้วยจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดที่มีสินค้าหลากหลายที่เป็นอัตลักษณ์และน่าสนใจ เช่น เครื่องเงินผ้าทอ สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น สินค้าเกษตร กาแฟ สินค้าแปรรูป รวมถึงสินค้าที่ตอบโจทย์เทรนตลาดในยุคปัจจุบัน อาทิ สินค้า SDGS , Soft Power , สินค้านวัตกรรม ที่มีศักยภาพ และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย

ดังนั้น เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาดเดิม จึงเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการจังหวัดน่านที่มีศักยภาพในการผลิตและการจำหน่ายสินค้า ได้มีการขยายช่องทางการตลาดไปยังตลาดในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นช่องทางที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ช่วยส่งเสริมสร้างเวที หรือตลาดการค้าในประเทศและระหว่างประเทศให้แก่ผู้ผลิต

ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ได้มีโอกาสเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อและนักธุรกิจโดยตรง รวมถึงเป็นโอกาสในการพบปะเครือข่ายธุรกิจเดียวกัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นช่องทางในการขยายตลาด เป็นเวทีในการเผยแพร่ศักยภาพในการผลิต การออกแบบ และพัฒนาสินค้าต่อไปในอนาคต และต่อเนื่องไปจนถึงการเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการจังหวัดน่านในระดับเศรษฐกิจฐานรากก้าวสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ร่วมผลักดันสินค้าอัตลักษณ์น่าน เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก แล้วพบกันใน งาน “Nan Style To The Global” ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ อาคาร Impact CHALLENGER 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

จังหวัดน่าน โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ติดต่อโฆษณา / แจ้งข่าวสาร a0812863092@gmail.com

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สธ. เขต 5 เปิดตัว “หมอพร้อม Super App” ยกระดับบริการสุขภาพดิจิทัล ณ รพ.ประจวบคีรีขันธ์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมคีรีขันธ์ ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “โครงการ Kick off หมอพร้อม Super App” (หมอพร้อมพลัส) เพื่อมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยลดความแออัดและเพิ่มความสะดวกในการรับบริการทางการแพทย์แก่ประชาชน 

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย: นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นพ.อมรเทพ บุตรกตัญญู นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์  ชูนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ” ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี

ระบุว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนในการยกระดับบริการผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม+” ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถจองคิวออนไลน์ แจ้งเตือนนัดหมาย รับบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)

ไปจนถึงการรับยาทางไปรษณีย์ โดยมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามแนวทางสุขภาพดิจิทัล  กิจกรรมไฮไลท์และการเสวนา

นอกจากการมอบนโยบายแล้ว ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “จองคิวผ่านหมอพร้อม ง่ายเพียงปลายนิ้ว” โดยผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่:  ทพญ.สุจิตรา บุตรดา  นางสาวบุณยรัตน์ สุขบาง นางสาวปฤศนา พฤศชนะ พร้อมทั้งมีการจัดนิทรรศการ

แสดงนวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ระบบนัดพบแพทย์ออนไลน์, การนัดทำฟันออนไลน์ผ่านแอป และการบริจาคอวัยวะและดวงตาในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งได้รับความสนใจจากบุคลากรทางการแพทย์ และพี่น้อง อสม. ในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง 

หมายเหตุ: ผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ร่วมแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ และมีการยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที ก่อนเริ่มพิธีการ 

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาครบรอบ 5 ปี และทอดผ้าป่ามหากุศลระดมทุนช่วยเหลือนักเรียนประสบภัย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตา เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี วันก่อตั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อม

    ด้วย นายพลวัฒน์ กัลยาประสิทธิ์ และนายเกรียงไกร ทานะเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรใน

    สังกัด เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน โดยได้รับเมตตาจาก พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู พระอารามหลวง จังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

    การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสครบรอบ 5 ปี วันก่อตั้งหน่วยงาน และเพื่อดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศล ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อระดมทุนสมทบกองทุนช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ประสบภัย

    สพม.น่าน และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับที่มีอุปการคุณต่อหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด อันเป็นการสร้างความรักความสามัคคีและส่งเสริมจิตสาธารณะในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย

    เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam #ทำบุญครบรอบ5ปี #ทอดผ้าป่าช่วยเหลือนักเรียน #LiveForLife/ภาพข่าวสนง.สพม.น่าน/#บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ เชียงราย นำชาวแม่สายบวงสรวง “พระเจ้าพรหมมหาราช” อย่างยิ่งใหญ่ กว่า 1,200 ชีวิตร่วมฟ้อนถวายสักการะ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและถวายราชสักการะ พระเจ้าพรหมมหาราช เนื่องใน

    default

    วันคล้ายวันประสูติ ปฐมกษัตริย์มหาราชองค์แรกของชาติไทย ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวแม่สายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    พิธีบวงสรวงและถวายราชสักการะในปีนี้จัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 24 เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงสร้างบ้านแปงเมืองให้เกิดความมั่นคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน

    โดยมีนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย นำหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ภายในงานประกอบด้วยพิธีสักการะศาลหลักเมืองแม่สาย พระพุทธรูปประจำอำเภอแม่สาย

    พระภูมิเจ้าที่อำเภอแม่สาย และศาลพญาพังคราช (วัดพญาสี่ตวงคำ) ก่อนเคลื่อนขบวนเครื่องสักการะเข้าสู่ลานพิธีอย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความศรัทธา ประชาชนชาวแม่สาย

    พร้อมกันแสดงฟ้อนบวงสรวงถวายแด่พระเจ้าพรหมมหาราช โดยมีผู้ร่วมแสดงมากกว่า 1,200 คน สร้างความตระการตาและความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงพลังความสามัคคีของชาวแม่สายที่พร้อมใจกันธำรงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

    การจัดพิธีในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณูปการต่อแผ่นดินไทยเท่านั้น หากยังเป็นการปลุกจิตสำนึกแห่งความรักชาติ

    default

    ศรัทธาในสถาบันหลัก และความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น สืบสานคุณค่าอันทรงเกียรติให้คงอยู่คู่แผ่นดินสยาม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พลเอก บุญสิน” บรรยายพิเศษ “จากแนวหน้าสู่แนวหลัง สร้างพลังสามัคคี” แก่นักเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง

    แชร์เนื้อหานี้

    ถ่ายทอดประสบการณ์จากแนวหน้าสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ “พลเอก บุญสิน พานกลาง” นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เดินทางบรรยายพิเศษหัวข้อ “จากแนวหน้า

    สู่แนวหลัง สร้างพลังสามัคคี” แก่นักเรียนโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นในวันปัจฉิมนิเทศ มุ่งปลูกฝังแนวคิดความรักชาติ ความรับผิดชอบ และพลังแห่งความสามัคคีสู่คนรุ่นใหม่

    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พลเอก บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ เดินทางมาบรรยายพิเศษให้ความรู้แก่นักเรียนที่

    โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในหัวข้อ “จากแนวหน้าสู่แนวหลังสร้างพลังสามัคคี”

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินการโดย สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า และ มูลนิธิเพื่อสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง โดยการประสานงานของประธานคณะ

    กรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต การทำงานเพื่อประเทศชาติ และแนวคิดการสร้างความสามัคคีให้แก่เยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6

    ภายในงานมีบุคคลสำคัญร่วมให้การต้อนรับ อาทิ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานด้านการศึกษาและความมั่นคงในพื้นที่ รวมถึง นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี, พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนระดับประถมศึกษาจาก โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง และ โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่ใน เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย ซึ่งตรงกับวันปัจฉิมนิเทศของนักเรียนโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง ประจำปีการศึกษา 2569 บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีนักเรียนและประชาชนขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์ ปภ.เขต 7 สกลนคร นำจิตอาสาพัฒนาหนองหาร ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

    แชร์เนื้อหานี้

    ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งหนองหาร เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ณ บริเวณดอนลังกา ริมฝั่งหนองหาร ตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร นายวิชาญ แท่นหิน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา

    เนื่องในสำคัญของชาติ “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

    พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย โดยมีปลัดจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน และผู้แทนจากภาคเอกชนเข้าร่วมกิจกรรม

    นายวิชาญ แท่นหิน ประธานในพิธี ได้ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะ

    และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นประธานและผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” 3 ครั้ง เพื่อแสดงพลังความสามัคคีในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม

    โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย การพัฒนาแหล่งน้ำ ร่วมกันกำจัดวัชพืช พืชน้ำ ผักตบชวา และจอกแหนที่ปกคลุมพื้นที่ริมฝั่งหนองหาร เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบนิเวศ พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหาร

    โดยร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่หนองหาร เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชนในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากวัชพืชและผักตบชวา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้ปุ๋ยเคมีและนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างประโยชน์ในครัวเรือน

    สำหรับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งด้านการปกครอง และด้านศิลป

    วัฒนธรรม จนยุคของพระองค์ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ยุคทองของวรรณคดี” ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็น “วันศิลปินแห่งชาติ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านสืบไป

    • สราวุต อ่อนทรวง ข่าวภูมิภาค 01 รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดเปิดงาน “Pattaya Squid Fair 2026“ ริมหาดจอมเทียน นักท่องเที่ยวตรึม

    แชร์เนื้อหานี้

    ช่วงค่ำวันที่ 20 ก.พ. 2569 นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เกียรติจาก ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Pattaya Squid Fair 2026 ภายใต้ธีม Fisherman’s Fantasy Village บริเวณริมชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ก่อนจะมีการสาธิตปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษเพื่อเป็นไฮไลต์เปิดงานอย่างเป็นทางการ

    นางสาวชุติมา จิระมงคล นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการงาน Pattaya Squid Fair 2026 ในปีนี้ กำหนดจัดระหว่างวันที่ 20–21 ก.พ. 2569 ในธีม Fisherman’s Fantasy Village บริเวณริมทะเลจอมเทียน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้ชุมชนประมงในพื้นที่ และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกคน

    โดยภายในงานมีโซนบูธร้านค้า อาหารทะเล และกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะจากวิสาหกิจชุมชนเกาะล้าน พร้อมการนำเสนอเรื่องเล่าประมงพื้นบ้านผ่านงานศิลป์ การแสดงเรือใบจากสมาคมเรือใบแห่งประเทศไทย และสมาคมเรือใบพัทยา การแสดงดนตรีโฟล์กซองจากเยาวชน รวมถึงกิจกรรมสันทนาการ Sea Fun Challenge ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวร่วมงานอย่างคับคั่ง

    Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ ชลบุรี – นายกเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    มีรายงานว่า คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

    ในการเข้าพบครั้งนี้ นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”, นายภูวสิษฐ์ ฐิติธนภานุพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา / บายพาส ชลบุรี”, นายวีรยุทธ หว่างวงษ์แก้ว ผู้จัดการฝ่ายขาย “เอ็มจี ไพรม์มัส พัทยา”, และนายธีรภัทร์ เกตุแก้ว ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี“ พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา

    ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก

    น้ำใจครอบครัวนักธุรกิจเกาหลี ส่งต่อพวงหรีดของใช้งานศพให้องค์กรการกุศลเมืองพัทยา หลังเจ้าตัวลาโลก

    มีรายงานว่า ทางครอบครัวของนายจอง วอนฮอน หรือ แดนนี่ จอง นักธุรกิจชาวเกาหลีที่เป็นที่รักใครของคนรู้จักที่ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ได้นำเอาของใช้ต่างๆ ที่ได้จากการจัดงานพิธีทางศาสนาให้ผู้วายชนม์ โดยมีแขกเหรื่อจำนวนมากนำเป็นหรีดมามอบให้นั้น ไปมอบให้องค์กรการกุศลต่างๆ ในเมืองพัทยา

    ทั้งนี้ ทางครอบครัวได้ส่งต่อของใช้ดังกล่าวจำนวนมาก ทั้ง พัดลม อุปกรณ์ไฟฟ้า ข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งจำเป็น ซึ่งจัดทำเป็นพวงหรีดเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด โดยนำไปมอบให้กับมูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา, มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา และมูลนิธิบ้านจริงใจ

    โดยครอบครัวเปิดเผยว่า เป็นสิ่งที่ผู้วายชนม์ได้มีความประสงค์ครั้งยังมีชีวิต คือการช่วยเหลือและให้การสนับสนุนแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ผู้เสียชีวิตจะไม่อยู่แล้ว แต่มีเพื่อนๆ นักธุรกิจ ที่มาร่วมงานฌาปนกิจได้สานต่อเจตนารมย์ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งผู้วายชนม์ได้ทำมาตลอดจนเป็นที่รักใคร่ต่อมิตรสหายและคนรู้จัก

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาชน และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ร่วมบริจาคโลหิต ณ หอประชุมที่ว่าการ อ.นครชัยศรี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าน ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจ กับเหล่ากาชาด และ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี และผู้มาร่วมบริจาคโลหิต กับสภากาชาดไทย

    ทั้งนี้นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวก ดูแล ต้อนรับประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ/ รัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข

    ที่มาบริจาคโลหิต ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 13.00 น.มีผู้ประสงค์มาบริจาคโลหิต จำนวน 114 ราย บริจาคโลหิตได้ จำนวน 103 ราย พร้อมกันนี้ ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม/

    นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางศิริลักษณ์ พึ่งเนียม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่อำเภอนครชัยศรี เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ผู้ที่มาร่วมกันบริจาคโลหิต พร้อมเชิญชวนประชาสัมพันธ์ ในการร่วมทำบุญบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทย

    โดยภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4 จ.ราชบุรี เป็นหน่วยบริการที่มารับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ และได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในการลงทะเบียนตรวจคัดกรองฯ

    ทั้งนี้ กลุ่มบ้านใหญ่ใจดีโดยการนำของ ท่าน สส.อนุชา สะสมทรัพย์ และบริษัทห้างร้านภาคเอกชนในพื้นที่ ร่วมสนับสนุนอาหาร และน้ำดื่ม ให้กับผู้ที่มาให้บริการบริจาคโลหิต พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุภจีฯ รมว.พาณิชย์ เดินทางมาสักการะและปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 13.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาสักการะและปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ บูชา

    พระพุทธรูปปางประสูติ,บูชาพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์, ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 6,

    พระสรีรางคารพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ จ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภา

    พัณณวดี และพระพุทธรูปสำคัญภายองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

    โดยมี นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

    และนางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม และประชาชนร่วมต้อนรับ

    โอกาสนี้ พระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

    พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้มอบเหรียญพระร่วงโรจนฤทธิ์เป็นที่ระลึก

    จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้ากราบนมัสการพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐม

    เจดีย์ ราชวรมหาวิหาร และรับมอบพระพุทธรูปบูชา พระร่วงโรจนฤทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศรีสะเกษ” นอภ.วังหิน ชวนเที่ยวชมงาน “เทศกาลหอมแดงบ้านขุมคำ” ครั้งที่ 39 ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่บริเวณวัดบ้านขุมคำ ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “เทศกาลหอมแดง ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 โดยมี นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงและชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมด้วย

    นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน กล่าวว่า จ.ศรีสะเกษ เป็นแหล่งเพาะปลูกหอมแดงขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งภาค โดยเฉพาะ อ.วังหิน ถือว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพ จำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,300 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3,900 ตัน โดย หอมแดง อ.วังหิน มีลักษณะเด่น คือ “ใหญ่ แห้ง แดง มัน และคอเล็ก” เก็บไว้บริโภคได้นานสำหรับ ต.บุสูง มีพื้นที่การเพาะปลูกหอมแดง ประมาณ 200 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปี ไม่ต่ำกว่า 600 ตัน

    สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เฉลี่ยปีละประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งราคาหอมแดงในแต่ละปี ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยกลไกตลาดและคุณภาพของหอมแดง หอมแดงเป็นพืชที่เจริญงอกงามและชอบสภาพอากาศที่หนาวเย็น ปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างเย็น ทำให้การปลูกหอมแดงได้ผลผลิตดี และราคาค่อนข้างดีพอสมควร ส่วนใหญ่พ่อค้า จะมาติดต่อซื้อขายกับเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรงแต่ถึงอย่างไร จ.ศรีสะเกษ ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาทอมแดง โดยการแต่งตั้งคณะทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาผลผลิต ดำเนินการจดทะเบียนผู้ปลูกหอมแดง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มและรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตหอมแดงให้ได้คุณภาพ รวมทั้งได้จัดงานเทศกาลหอมแดง เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิต ดังกล่าว

    ด้าน นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลหอมแดง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 39 โดยกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตหอมแดงและสร้างการตลาด โดยภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การออกร้าน การจำหน่ายสินค้า ของส่วนราชการ เอกชนและเกษตรกรจากหมู่บ้านชุมชนต่างๆ มีการจัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ การจัดประกวดหอมแดง กระเทียม พริก มะเขือ และแตงกวา การประกวดการจัดซุ้มหอมแดง และการประกวดธิดาน้อยหอมแดง เป็นต้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนทั่วไป ร่วมเที่ยวชมงานได้ในวันและเวลาดังกล่าว.

    ภาพ/ข่าว วนิดา/ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อร้ฐนิวส์ / จัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) 24 – 25 กพ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน จ.น่าน

    แชร์เนื้อหานี้

    การจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
    (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
    โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
    ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 และชมรมโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน

    กำหนดจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ ปี 4” (The 4th Nan Youth : Creative Works, Sustaining Careers) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ภายใต้โครงการนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์คนดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในระหว่างวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม สนับสนุนงานอาชีพ และเสริมสร้างศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่โลกอาชีพในศตวรรษที่ 21

    ผ่านกิจกรรมการเสริมสร้างทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills) และการมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) ของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน ซึ่งรูปแบบของการจัดงานจะมีการออกร้านจำหน่ายผลงานผลิตภัณฑ์ สินค้า งานฝีมือ และบริการที่เป็นผลผลิตจากงานฝีมือของนักเรียน รวมถึงจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน โดยนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รวมไปถึงผู้สนใจเข้าร่วมงาน จำนวน 64 โรงเรียน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงงานอาชีพในสถานศึกษาสู่ตลาดชุมชน
    และเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ที่สามารถพัฒนาสินค้าและอาชีพในท้องถิ่น มีทักษะอาชีพ มีความรู้ในการบริหารจัดการด้านการผลิตสินค้า การจำหน่ายสินค้าและการบริการ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะงานอาชีพที่สนองตอบความต้องการของผู้เรียน มีประสบการณ์ตรงในการสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์งานอาชีพ

    เตรียมพบกับมหกรรมความเก่งที่ใหญ่ที่สุดของเด็กน่าน! กับงาน “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” ครั้งที่ 4 (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) เวทีปล่อยของที่เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นตลาดนัดสุดคูล! งานนี้ไม่ได้มีแค่ขายของ แต่คือการโชว์ศักยภาพ Future Skills และ Learn to Earn ที่เด็กน่านทำได้จริง หาเงินได้จริง!การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือของนักเรียน ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภทมากครับ เช่นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม : มีทั้งกาแฟสด ชา น้ำผลไม้ ขนมเบเกอรี่ ไอศกรีม และอาหารพื้นเมืองแปรรูปต่าง ๆกลุ่มงานฝีมือ : ผ้าปัก เครื่องประดับ งานไม้ ของที่ระลึก และงานศิลปะวาดภาพ
    กลุ่มพืชผลทางการเกษตร : ผักผลไม้สดๆ จากโรงเรียนบนไฮไลท์คือ “บูธสินค้า” ปีนี้เรามีโรงเรียนขยายโอกาสฯ เข้าร่วมกว่า 64 โรงเรียน สินค้ามีความหลากหลาย ขอแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ให้เห็นภาพดังนี้

    กลุ่มแรก สายกินห้ามพลาด:คอกาแฟ ต้องแวะไปชิม กาแฟสด ชา และน้ำผลไม้ ฝีมือน้อง ๆ จาก โรงเรียนบ้านน้ำงาว และ โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ครับถ้าชอบเบเกอรี่ ขนมปังและไอศกรีม ต้องไปที่บูธ โรงเรียนบ้านตอง และ โรงเรียนบ้านห้วยมอญส่วนอาหารแปรรูปและสมุนไพร ก็มีจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านบ่อหอย ครับกลุ่มที่สอง สายงานฝีมือและของที่ระลึก:เรามี งานไม้แปรรูป สวยๆ จาก โรงเรียนบ้านท่ามงคล และ โรงเรียนไตรราษฎร์สามัคคีงานผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้า เครื่องประดับ และผ้าปัก ฝีมือละเอียดจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาหรือจะเป็น งานศิลปะภาพวาด จาก โรงเรียนบ้านแม่ขะนิง ก็มีความสวย งดงามมากกลุ่มที่สาม ผลผลิต

    ทางการเกษตร:มี พืช ผัก ผลไม้สดๆ ปลอดสารพิษ จากหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน และ โรงเรียนบ้านร่มเกล้า จากบนดอยมาจำหน่ายโอ้โห! ครบทั้งของกิน ของใช้ งานศิลปะ ครบเลย ชวน ชม ชิม ช้อป แช้ะ กันเลยชวนนุ่งผ้าเมือง แต่งชุดพื้นถิ่น มาเดินกาด ถ่ายรูปสวย ๆ ชมกาดละอ่อนน่าน
    มาช่วยกันอุดหนุน เป็นกำลังใจให้เด็กน่าน ได้ฝึกทักษะอาชีพ (Learn to Earn) และสร้างรายได้ระหว่างเรียนกันเยอะๆ ปักหมุด: 24 -25 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 20.00 น. 📍
    พิกัด: ข่วงเมืองน่าน และข่วงน้อยกาดละอ่อนน่าน #NanYouthMarket #น่านเนิบๆ #เที่ยวเมืองน่าน #SupportNanKids เด็กดอยปล่อยของSoftPowerNanกำหนดการจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
    (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
    โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
    ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

    วัน เดือน ปีกิจกรรมวนที่ 24 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 09.00 น.
    ลงทะเบียนสถานศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม09.00 – 12.00 น.
    สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 10.00 น. การแสดงชุด “Nan The Heart Of Thailand” โรงเรียนบ้านทุ่งน้อยเวลา 10.20 น. การแสดง วงดนตรีลูกทุ่ง “ช่อนางแลว” โรงเรียนป่าแลวหลวงวิทยาเวลา 11.00 น. การแสดง วงดนตรีสากล “วงไกยี” โรงเรียนบ้านหาดเค็ด12.00 – 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวัน13.00 – 16.30 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้เวลา 14.00 น. การแสดงชุด “ฟ้อนแง้น” โรงเรียนบ้านไชยสถานเวลา 14.30 น. การแสดงชุด “วิถีชีวิตชนเผ่า” โรงเรียนบ้านสองแควเวลา 15.00 น. การแสดงดนตรีโพล์คซอง “วง SK Band” โรงเรียนบ้านสองแคว

    เวลา 15.30 น. การแสดงชุด “สุนทรีถิ่นลั๊วะ” โรงเรียนบ้านน้ำช้างพัฒนา16.30 – 20.00 น.มหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รายละเอียดดังนี้
    เวลา 16.30 น. – ประธานในพิธีเดินทางมาถึงยังบริเวณงาน และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่านเวลา 18.00 น.-เคารพธงชาติ พิธีไว้อาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สมเด็จพระพันปีหลวง)การแสดงชุดที่ 1 “นันทบุรีศรีนครา มนตรากระซิบรัก ฮักเมืองน่าน”ประกอบด้วยเพลงโหมโรงวงซิมโฟนี เครื่องสาย (โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)ฟ้อนล่องน่าน ประกอบการบรรเลงเพลง ซอล่องน่านออเคสตร้าร่วมสมัย (โรงเรียนราชานุบาล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การแสดงประกอบการบรรเลงเพลง ภาพม่านกระซิบรัก(โรงเรียนน่านปัญญานุกูล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การบรรเลงเพลง นันทบุรีศรีนครน่าน วงซิมโฟนีเครื่องสาย(โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)เวลา 18.15 น. – กล่าวต้อนรับ

    โดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวรายงาน โดย ดร.วิเชียร วาพัดไทยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา น่านเขต 1- กล่าวเปิด โดย ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นประธานในพิธี “ลั่นฆ้อง 3 ครั้ง”พร้อมด้วย “ตีกลองปูจา” เพื่อความเป็นสิริมงคลโดย โรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร(เทศบาลบ้านพระเนตร)เวลา 18.30 น. – มอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุน และทีมการแสดงเวลา 19.00 น. – ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้แทนมอบของที่ระลึกให้ท่านประธานในพิธีการบันทึก

    ภาพลำดับที่ 1 แขกผู้มีเกียรติทุกท่านลำดับที่ 2 โรงเรียนบูธที่ 1 – 16ลำดับที่ 3 โรงเรียนบูธที่ 17 – 32ลำดับที่ 4 โรงเรียนบูธที่ 33 – 48ลำดับที่ 5 โรงเรียนบูธที่ 49 – 64(โดยทุกบูธนำเกียรติบัตรขึ้นเวทีพร้อมถ่ายภาพ)เวลา 19.30 น. – การแสดงชื่อชุด “นาฏยคีตกวี” ฟ้อนซอของดีเมืองน่าน(โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง)เสร็จสิ้นพิธีการวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 12.00 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย)กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 09.30 น. – การแสดงชุด “รำถาด” โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาเวลา 10.00 น. – การแสดงชุด “รักสองแผ่นดิน” โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน/ภาพข่าว/ทีมปชส.คณะทำงาน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้อนรับตรุษจีน มอบของที่ระลึกส่งต่อคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนอย่างอบอุ่น

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรมต้อนรับผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 เพื่อส่งมอบความสุข ความอบอุ่นและสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารชาวจีนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

    โดยมี นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้

    บริหาร ทสภ. ร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึก พร้อมคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนแก่ผู้โดยสาร บริเวณซุ้มถ่ายภาพกิจกรรมตรุษจีนที่สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11 – 12 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.

    พร้อมกันนี้ยังได้จัดการแสดงชุด “มิตรภาพไทย – จีน” เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศอันเป็นสิริมงคล สร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย และตอกย้ำความตั้งใจของ ทสภ.ในการมอบประสบการณ์ต้อนรับที่น่าจดจำในเทศกาลสำคัญ

    นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ระหว่าง วันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 AOT ได้คาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ทสภ. โดยคาดว่าจะมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 11,374 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 8,546 เที่ยวบิน เฉลี่ย 855 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินภายในประเทศ 2,828 เที่ยวบิน เฉลี่ย 283 เที่ยวบินต่อวัน

    เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.3 และมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 1,971,050 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1,620,957 คน

    และผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 350,093 คน เฉลี่ยวันละ197,105 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 สำหรับเส้นทางการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 444,255 คนเฉลี่ยวันละ 44,426 คน

    เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.2 และมีเที่ยวบินประมาณ 2,889 เที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 289 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 นอกจากนี้ ยังมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Extra & Charter Flight)

    รวมจำนวน 362 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 123 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 239 เที่ยวบิน สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการเดินทางทางอากาศ และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

    ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทสภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ในการเดินทาง โดย ทสภ.

    ได้จัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในจุดต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานให้บริการรถเข็นกระเป๋า เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด

    เจ้าหน้าที่จุดตรวจค้นสัมภาระ เจ้าหน้าที่ Airport Ambassador ประสานผู้ให้บริการภาคพื้นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และอุปกรณ์ในการให้บริการให้เพียงพอในช่วงชั่วโมงคับคั่ง(Peak Hour)

    รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำผู้โดยสารในด้านต่างๆอย่างใกล้ชิดรวมถึงประสานผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารจัดทำข้อความภาษาจีน

    เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารชาวจีน ทสภ. ยืนยันความพร้อมในการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพัทยาเปิดเวที Tantrarak Show แสดงศักยภาพนักเรียนตันตรารักษ์

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา โรงเรียนตันตรารักษ์ จัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของนักเรียน ภายใต้ชื่อ “Tantrarak Show” เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และทักษะทางภาษา ต่อสาธารณชนและนักท่องเที่ยว ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ พร้อมด้วย คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน เข้าร่วม

    สำหร้บการแสดงผสมผสานศิลปะและทักษะรอบด้าน เป็นกิจกรรมครั้งนี้รวบรวมการแสดงที่หลากหลาย ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินชมภายในศูนย์การค้า ซึ่งไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สืบสานศิลปวัฒนธรรม การแสดงเชิดสิงโตและระบำจีน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ถ่ายทอดความอ่อนช้อย ความพร้อมเพรียง และความสามัคคีของนักเรียนได้อย่างงดงาม

    ทักษะด้านสันทนาการและกีฬา การแสดงเชียร์ลีดเดอร์จากนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา สร้างความประทับใจด้วยความสดใส คล่องแคล่ว และความมั่นใจบนเวที และอัจฉริยภาพทางดนตรีการแสดงเมโลเดียนจากนักเรียนระดับชั้นอนุบาล แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมพัฒนาการด้านสมาธิ ประสาทสัมผัส และพื้นฐานดนตรีตั้งแต่วัยเยาว์

    และในช่วงท้ายของงาน นักเรียนได้ร่วมกันกล่าวคำอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน และกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติเป็นภาษาจีน ทั้งนี้กิจกรรม “Tantrarak Show” ไม่เพียงเป็นเวทีการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยเสริมสร้างความกล้าแสดงออก ความเชื่อมั่นในตนเอง และพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของเมืองพัทยาและสังคมในอนาคตต่อไป

    ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เนื่องด้วยช่วงนี้ทางห้างเซ็นทรัลพัทยามีการจัดงานเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทางโรงเรียนตันตรารักษ์มีนักเรียนที่มีความสามารถด้านภาษาจีน โดยนักเรียนของเรามีการพูดภาษาจีนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งในกิจกรรมมีการแสดงภาษจีนต่างๆ มากมาย และถือเป็นโอกาสดีที่ทางห้างเซ็นทรัลพัทยาได้ให้โรงเรียนตันตรารักษ์ได้นำนักเรียนมาแสดงสามารถในครั้งนี้

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรีและภริยาสวมชุดไทย เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ปี 2569

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 14 ก.พ. ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ที่เวทีกลาง

    ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช. คมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมงานฯ

    โดยจุดแรกที่บริเวณลานหน้าศาลพระกาฬ ปรางสามยอด นายกฯ และคณะ นั่งชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้น นายกฯและคณะ ได้สักการะศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ลพบุรี เพื่อความสิริมงคล
    จากนั้นนายกฯ และคณะเดินเยี่ยมชมบูธของทุกอำเภอ

    และนายเจตพง์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้เชิญชวนสื่อมวลชนแวะชมของดีอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าหลวง ซึ้งมีของพื้นบ้านท้องถิ่นแต่ละอำเภอมาโชว์ให้ได้ชม รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าหลวง ทั้งสองอำเภอมีแหล่งเรียนรู้หลายๆอย่างไม่แพ้กันเลย

    จากนั้นนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได่กล่าวรายงาน ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยเน้นการแต่งกายชุดไทยย้อนยุค

    วัตถุประสงค์และรายละเอียดสำคัญ. เทิดพระเกียรติ: เชิดชูพระเกียรติคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงวางรากฐานความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองลพบุรี น้อมรำลึกฯ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ธีม “อัตลักษณ์ละโว้ธานี เทิดสดุดีพระนารายณ์มหาราช พระพันปีหลวงปวงไทย” ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

    ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรีและอนุรักษ์วิถีไทยผ่านการแต่งชุดไทยดั้งเดิม ปรับรูปแบบให้เหมาะสม เนื่องด้วยเป็นช่วงบรรยากาศแห่งความอาลัย จึงเน้นความสำรวม

    สมพระเกียรติ ลดความรื่นเริงและแสงสีเสียงไฮไลท์กิจกรรม มีการจัดขบวนพาเหรดชุดไทยดั้งเดิม การออกร้านย้อนยุค และการแสดงประวัติศาสตร์ งานจัดขึ้น 10 วัน 10 คืน โดยเชิญชวนประชาชนร่วม “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง”

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานที่มาต้อนรับและร่วมงานฯ

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

    แชร์เนื้อหานี้

    นครราชสีมา – วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดพิธีเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

    ในงานมี นายกิติทัศ เรืองดิษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหารองค์กร) การประปาส่วนภูมิภาค, นายภาษิต พันลำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 (ฝ่ายวิชาการ), นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาโชคชัย, นายอำเภอโชคชัย รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

    นายกิติทัศ เรืองดิษฐ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยในปี 2567 กปภ. เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง ปี 2568 เพิ่มอีก 4 แห่ง และปี 2569 เปิดเพิ่ม 36 แห่ง รวมทั้งสิ้น 54 แห่งทั่วประเทศ

    สำหรับ Mini Station ใช้เทคโนโลยีกรองน้ำระบบ RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV สามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึง 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมียอดให้บริการน้ำดื่มสะอาดสะสมกว่า 1.6 ล้านลิตร หรือเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร กว่า 2.6 ล้านขวด

    นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการน้ำดื่มสะอาดเป็นความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชน โดยเปิดให้บริการน้ำดื่มฟรี วันละ 20 ลิตรต่อคน โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ประชาชนสามารถมารับน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ ระบบผลิตน้ำมีกำลังการให้บริการประมาณ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถรองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ น้ำที่ให้บริการเป็นระบบกรองแบบอาร์โอ (RO) และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) มั่นใจได้ว่าสะอาดและปลอดภัย สามารถดื่มได้ทันที

    ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำสะอาดฟรีอย่างทั่วถึง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้บริการได้ตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการน้ำดื่มสะอาดว่า ภายหลังได้ทดลองดื่มแล้วพบว่ามีรสชาติดี สะอาด และมีคุณภาพ โดยการประปาส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์คุณภาพเรียบร้อย และมีแผนขยายโครงการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องซื้อน้ำดื่มเป็นประจำ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การประปานครหลวงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ยืนยันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

    ทั้งนี้ กปภ. ตั้งเป้าขยายสถานีผลิตน้ำดื่มสะอาดให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบกจับมือกลุ่มทุนปรัชญาฯ ลงพื้นที่บึงกาฬ ขับเคลื่อนหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดน มอบทุน 15 ทุน หนุนพัฒนาอย่างยั่งยืน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แทนจาก กองทัพบก ร่วมกับกลุ่มทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย–ลาว ควบคู่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่

    ช่วงเช้า คณะได้ประชุมหารือ ณ ห้องประชุม ศปก.ตม.บึงกาฬ โดยมี พ.อ. วาริส ทรวงโพธิ์ หน.สนผ.ฝกร.ศปก.ทบ. เป็นประธานการประชุม มีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วม

    รวมถึงผู้แทนหอการค้าจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว และสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ “People to People Connectivity” มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน เสริมความเข้มแข็งของชุมชนชายแดนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง

    จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านห้วยเชื่อมเหนือ ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนการศึกษา จำนวน 15 ทุน เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนและครอบครัว

    ในช่วงบ่าย คณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หลัก ตำบลโคกก่อง ติดตามการดำเนินงานตามแผนหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน โดยส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน ก่อนปิดภารกิจด้วยการเยี่ยมชมกิจการชุมชนในพื้นที่ตำบลชัยพร

    การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือบูรณาการของภาครัฐและเอกชน ในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย–ลาว ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขับเคลื่อน ระบบอาหารปลอดภัย เชื่อมเกษตรกร–ตลาดสีเขียว–ผู้บริโภค ลงนาม MOU ภายใต้แนวคิด “บอกรักด้วยผักผลไม้”

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดเชียงราย โดยโครงการบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายดำเนินการโดยบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีเชียงราย (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยการสนับสนุนจาก สสส จัดกิจกรรม “บอกรักด้วยผักผลไม้”พร้อมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

    ว่าด้วยการขับเคลื่อนร ะบบอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569้วลาประมาณ 09.0น.นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อนสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โครงการ ณ ตลาดสีเขียว ตลาดเกษตรกรเชียงราย (สามแยกดอยตอง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
    การจัดงานในครั้งนี้

    มีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตอาหารปลอดภัย ที่ได้มาตรฐาน GAP, PGS และเกษตรอินทรีย์ ผ่านกลางน้ำ คือ ตลาดสีเขียว ผู้ประกอบการร้านอาหาร และโรงแรม ที่ได้มาตรฐาน SAN, SAN Plus และ Q Restaurant ไปสู่ปลายน้ำ คือ ผู้บริโภค
    เพื่อให้เกิดการผลิต

    การจำหน่าย และการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ตลาดสีเขียวภายในงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็น กลไกกลางในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับและเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร

    โครงการได้มีการนำ แพลตฟอร์ม “กิ๊ฟแอนด์กีฟ (Gift&Give)”มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ในรูปแบบสหกรณ์ดิจิทัลผ่านระบบคูปองหรือคะแนนสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาฐานข้อมูลและแผนที่ห่วงโซ่อาหารของจังหวัดเชียงรายเพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบอาหารอย่างยั่งยืน

    ภายในงานยังมีพิธี ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)ซึ่งเป็นการแสด เจตนารมณ์ร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการทำงานแบบบูรณาการ
    เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังห่วงโซ่อาหารที่ปลอดภัยตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การกระจายสินค้าไปจนถึงการบริโภค อันจะนำไปสู่การ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวเชียงราย

    นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งหวังให้เกิด การกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน
    เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับมิติสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย “Chiang Rai Wellness City”
    ในการพัฒนาเชียงรายสู่เมืองแห่งสุขภาวะและการเติบโตอย่างยั่งยืน

    บอกรักด้วยผักผลไม้อาหารปลอดภัยตลาดสีเขียเชียงรายChiangRaiWellnessCityเกษตรปลอดภัยเศรษฐกิจชุมชน GiftAndGive

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิด

    “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 พื้นที่หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 4 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ” ของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี

    โดยมี พระครูประภัศร์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดโคกพระเจดีย์ พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอําเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำ

    ปีงบประมาณ 2569 และมีการร่วมลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงร่วมกันจากภาคีเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันตำบลโคกพระเจดีย์ ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้นำชุมชน จนท.สาธารณสุข อสม. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพุทธสมาคมจ.น่านพร้อมคณะเข้าพบรองผู้ว่าฯ จ.น่าน 4 กพ.2569 ศาลากลาง น่าน/ เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไย ฟื้นฟูสวนลำไย

    แชร์เนื้อหานี้

    นายประดิษฐ์ เพชรแสนอนันต์ นายกพุทธสมาคมจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายบุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านคุณชนะภัย อุตมาคุณภคภรณ์ ธีรทัพเทวัญคุณพรพรรณ ณ ลำพูนคณะกรรมการพุทธสมาคมพุทธสมาคมจังหวัดน่าน เข้าปรึกษาหารือและขอคำแนะนำแนวทางการทำงานสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อปต.)
    ก่อนหน้านั้น ภาคเช้า คณะได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอสันติสุข เข้าหารรือกับนายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอสันติสุข มีกำนัน สารวัตรกำนัน ผญบ.ผช.ผญบ.แพทย์ประจำตำบล เข้าร่วมหารือ

    ภาคบ่าย คณะได้เดินทางไปที่อำเภอบ้านหลวง เพื่อเข้าปรึกษาหารือกับ นายอธิวัฒน์ อารัญ นายอำเภอบ้านหลวง และคณะ
    ในการสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วย อ.ป.ต.กล่าวคือ
    โลกเจริญ สังคมจะวุ่นวายขึ้น คนจะไม่เชื่อในศิลธรรม ลูกจะใม่เชื่อฟังพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ไม่เข้าใจลูก จะมีปริมาณคนฉลาดแกมโกง สังคมถดถอย ดังนั้น จำเป็นต้องต้องร่วมมือกับ
    พระสงฆ์ตามระเบียบหน่วยอบรมประชาชนประะจำตำบล (อปต.)ปี พ.ศ.2546

    หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลเป็นกลไก มีลักษณะด่น คือ เป็นหน่วยอบรมที่เป็นคณะบุคคล มีเจ้าคณะตำบลหรือ เจ้าอาวาสที่ตั้งหน่วยเป็นประธาน กำนันเป็นรองประธานฝ่าย
    คฤหัสถ์ มีเจ้าอาวาสทุกวัด ผู้นำท้องถิ่นท้องที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และมีกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9 คน ในความหมายกรรมการโดยแต่งตั้ง

    จะเป็นคณะบุคคลที่เป็นทีมงานที่วางแผน และจัดกิจกรรม อุปสรรคที่ผ่านมาฝ่ายคารวาสไม่ได้ช่วยพระอย่างจริงจัง จึงทำให้ไม่มีความก้าวหน้า วัตถุประสงค์หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลศีลธรรมและวัฒนธรรม ( 2 ) สุขภาพอนามัย ( 3 )สัมมาชีพ ( 4) สันติสุข ( 5 ) ศึกษาสงเคราะห์ (6 ) สาธารณสงเคราะห์ ( 7 ) กตัญญูกตเวทิตาธรรม ( 8 ) สามัคคีธรรม หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลในปัจจุบันจะดำเนินได้ง่ายขึ้นจะต้องประกอบด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้

    1.การแต่งตั้งกรรมการ โดยแต่งตั้งที่มาจากคฤหัสถ์ที่ไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9ต้องมาจากครูโรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิ ในตำบลนั้น เสนอเจ้าคณะอำเภอแต่งตั้ง
    2 กรรมการต้องประชุมในรายละเอียค ในการวางตัวบุคคล ปฏิทินอบรม อบรมไหน จะมีวิธีการอบรมอย่างไร จะเชิญผู้รู้นอกตำบลมาเสริมเป็นบางเรื่องไหม

    เนื้อหาสาระการอบรมแต่ละตำบลอาจมีจุดเน้นไม่หมือนกัน เป็นหน้าที่ของกรรมการต้องมาวิเคราะห์ปัญหาของตำบล
    ในส่วนจังหวัดน่าน เจ้าคณะจังหวัดน่าน ได้แจ้งที่ประชุม สงฆ์จังหวัด เมื่อ เดือนมกราคม 2568 มีกำหนดการสร้างการรับรู้ และเชิญหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลประชุมในระดับจังจังหวัดทัพต่อไป

    ในส่วนพุทสมาคสมาคมจังหวัดน่านจะทำหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ในการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดเพื่อการสนับสนุนด้านต่างๆ เช่นความร่วมร่วมมือด้านคลังสมองหรืองบประมาณสนับสนุนกิจกรรมหน่วยอบรมประประจำตำบลเป็นต้นจึงเป็นที่มาของการเข้าพบผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องให้ประสานขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดน่านในทุกอำเภอ ตำบล ต่อไป

    เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล จัดเวทียืนยันสิทธิ์และรับรองรายชื่อ

    เกษตรกรผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569 ตามที่ตั้งแปลงในพื้นที่ตำบลตาลชุม ตำบลศรีภูมิ ตำบลผาทอง ตำบลจอมพระ ตำบลท่าวังผา และตำบลผาตอ โดยมี นายมหรรณพ ไชยสลี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธาน มีเกษตรกรเข้าร่วมเวทียืนยันสิทธิ์ฯ รวมทั้งสิ้น 120 ราย ณ หอประชุมบ้านอาฮาม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน


    การจัดเวทียืนยันสิทธิ์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบความถูกต้องและรับรองข้อมูลการเพาะปลูกลำไยของตนเองให้ครบถ้วน เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการฯ พร้อมทั้งเป็นการสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรในแนวทางการดำเนินโครงการ และเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสวนลำไยให้มีคุณภาพ ด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มและช่อ

    ผลอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และช่วงอายุของต้นลำไย ผ่านสื่อการสอนชุดวิชา “เทคโนโลยีการผลิตลำไยคุณภาพ” เพื่อช่วยฟื้นฟูสวนลำไยให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ยกระดับคุณภาพลำไยให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด และเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หอประชุม อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี

      แชร์เนื้อหานี้

      วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานพิธีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

      สารวัตรกำนัน องค์กรภาคเอกชน ประชาชน และพสกนิกรอำเภอท่าหลวง ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน (สตมวาร) ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

      จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ) เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

      หัวหน้าส่วนราชการ ถวายอาหารปิ่นโต นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ถวายปัจจัยไทยธรรม ประธานพิธี ถวายผ้าไตร จำนวน ๑๐ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ (ภูษาโยง) พระสงฆ์อนุโมทนา/ถวายอดิเรก ประธาน กรวดน้ำ กราบนมัสการพระรัตนตรัย หน้าโต๊ะหมู่บูชา ประธาน ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์

      สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง(ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ)
      จากนั้นประธาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์รับบิณฑบาต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

      แม้พระองค์ผู้ทรงเป็น “หลักยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งแผ่นดิน” ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป ปวงชนชาวอำเภอท่าหลวง ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและอาชีพของราษฎรมาตลอดหลายทศวรรษ

      พระราชดำรัสและพระราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ล้วนเป็นหลักธรรมชี้นำทางด้านการทำงาน และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทรงเป็นสมเด็จพระราชินีของราชอาณาจักรไทยที่มีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์จะสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

      สนอง แท่นสูงเนิน
      ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สานสัมพันธ์ศรัทธาสู่ความสำเร็จแห่งเยาวชน” รร.นราธิวาส จัดพิธีใหญ่ ‘รักษ์อัล-กรุอาน’ เชิดชูนักเรียน ม.3 – ม.6 จบ เล่ม

      แชร์เนื้อหานี้

      โรงเรียนนราธิวาสจัดพิธี “คอตัมอัล-กรุอาน” สุดยิ่งใหญ่ รวบรวมเยาวชนมุสลิมชั้น ม.3 และ ม.6 กว่า 500 ชีวิต ร่วมแสดงพลังแห่งศรัทธาและการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้ตามหลักศาสนา พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน

      เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ณ หอประชุมจำลองศรีเลขา โรงเรียนนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ได้มีพิธีเปิดกิจกรรม “รักษ์อัล-กรุอาน (คอตัมอัล-กรุอาน)” ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างสมเกียรติ โดยได้รับเกียรติจาก

      นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.อภิวรรณ ยอดมงคล ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส คณะครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองที่มาร่วมยินดีกับความสำเร็จของบุตรหลานอย่างพร้อมเพรียง

      สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้คือจุดหมายสำคัญของนักเรียนมุสลิมที่ได้ศึกษาหลักสูตรอัล-กุรอานผ่านระบบ “กีรออาตี” ซึ่งเน้นการอ่านที่ถูกต้องตามหลักตัญจวีดและอักขระวิธี เมื่อนักเรียนสามารถอ่านจนจบเล่ม (30 ญูซ) จึงได้มีพิธีทบทวนหรือ “คอตัมอัล-กุรอาน” เพื่อทดสอบความแม่นยำและสร้างแรงจูงใจในการรักษาหลักธรรมคำสอนไว้ในจิตใจ
      เจาะลึกสถิติผู้เข้าร่วม: พลังขับเคลื่อนสังคมมุสลิมรุ่นใหม่

      โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 558 คน โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ความสำเร็จของนักเรียน ดังนี้:

      • นักเรียนมุสลิมชั้น ม.3: เข้าร่วม 159 คน (คอตัมจบเล่ม 76 คน)
      • นักเรียนมุสลิมชั้น ม.6: เข้าร่วม 236 คน (คอตัมจบเล่ม 113 คน)
      • รางวัลเกียรติยศ: มอบรางวัลนักเรียนมุสลิมดีเด่น 26 คน และทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า 4 ราย

      นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานว่า “การพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีปัญญา และความสุข ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องอาศัยการปลูกฝังจริยธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งอัล-กุรอานคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยขัดเกลาจิตใจและสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้แก่สังคมและศาสนาอิสลามสืบไป”

      สำหรับกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางวิชาการศาสนา แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่าง โรงเรียนนราธิวาส, มูลนิธิการกุศลเพื่อการศึกษาอัล-กุรอาน (มกก.) และชมรมกีรออาตีประจำจังหวัดนราธิวาส ที่ร่วมกันผลักดันงบประมาณกว่า 64,100 บาท เพื่อสร้างพื้นที่แห่งภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้
      //////////////
      ข่าว/กรียา/นราธิวาส

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ผู้ว่าฯจ.นครปฐม จัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระและเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

      พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมกราคม 2569

      โดยมีพระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม นำสวดมนต์ไหว้พระ, อาราธนาศีล 5 กล่าวสัมโมทนียกถาให้ข้อคิดหลักธรรม และเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทาง

      พระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน แก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา และอื่นๆ ก่อนการประชุมคณะกรมการจังหวัด

      สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย การมอบแนวทางข้อราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด การติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

      ด้านการบริโภค ผลการเบิดจ่ายงบประมาณ ผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรจังหวัด ผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน การป้องกันปราบปรามยาเสพติด และแนะนำตัวข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่

      สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม