คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไอซ์ทะลักรับลอยกระทง!! นรข.บึงกาฬ แถลงสกัดยึดยาไอซ์กว่า 137 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 137 ล้าน

แชร์เนื้อหานี้

ที่ สถานีเรือบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) พร้อมด้วยนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการตรวจยยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 137 ห่อ ห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 137 ล้านบาท

ซึ่งดำเนินการตรวจยึดโดยสถานีเรือบึงกาฬ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนององคาย ตามนโยบายของ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) ที่เน้นย้ำให้หน่วยในบังคับบัญชาปฏิบัติตามภารกิจที่กองทัพเรือมอบหมายคือ การ

ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย คุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่าง ๆ ตามหลักมนุษยธธรรมในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง รวมทั้งสนับสนุนกำลังทางบก ในการรักษาความมั่นคงและป้องกันประเทศ

น.ท.จักรกฤษ วังกรานต์ หน.สน.เรือบึงกาฬ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 09.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชา จากนั้นผู้บังคับบัญชาก็สั่งการทันทีให้เร่งวางแผน และประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ในการสกัดกั้นและจับกุม

จึงได้ออกวางกำลังและปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ จนกระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 00.50 น. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณด้านใต้ป่าช้า บ.ห้วยดอกไม้ ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือกีบเพลายาวลักษณะต้องสงสัยแล่นมาจากกลางลำแม่น้ำโขงแล่นตรงเข้ามายังป่าช้า บ.ห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ และแล่นทวนน้ำโขงขึ้นไปด้านเหนือน้ำ เมื่อเห็นดังนั้นชุดซุ่มฯ จึงได้ออกจากจดซุ่มและเคลื่อนตัวติดตามเรือต้องสงสัยลำดังกล่าวไป

เมื่อเรือลำดังกล่าวแล่นมาถึงด้านใต้ บ.ห้วยดอกไม้ กลุ่มบุคคคลต้องสงสัยที่นั่งมากับเรือจำนวน 2 คน ได้ช่วยกันทิ้งกระสอบต้องสงสัยลงจากเรือกองไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขง เมื่อเห็นดังนั้น ชุดชุ่มฯ จึงได้ส่งสัญญาณตะโกนให้หยุด และแสดงตัวเป็น จนท.นรข.เพื่อขอทำการตรวจสอบ แต่ชายต้องสงสัยทั้ง 2 คน ได้ผลักหัวเรือออกจากฝั่งและขับออกไปกลางลำแม่น้ำโขงทันที จากนั้น จนท.ได้เข้าทำการ

ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยสีเหลืองกองกระจัดกระจายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จำนวน 7 กระสอบ เมื่อทำการเปิดตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ทั้ง 7 กระสอบ รวมจำนวน 137 ห่อ จึงได้ทำบันทึกตรวจยึด และจะนำของกลางส่ง สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//ยึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ฝนถล่มสมุทรปราการคืนที่ 2 ถนนแพรกษาจมบาดาลซ้ำ หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ถูกคลื่นรถบัสซัดล้มจมน้ำ – ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ตรวจระบบระบายน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี ฝนตกต่อเนื่องในคืนที่ 2 ของจังหวัดสมุทรปราการ ( วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ) ซึ่งตกหนักเบาสลับกันไปมากันหลายชั่วโมง ทำให้มีน้ำท่วมขังพื้นผิวการจราจร บน ถนนแพรกษา ช่วงตั้งแต่ปากซอยแพรกษา 1 ไปจนถึง ซอยแพรกษา 8 ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยน้ำท่วมขังทั้ง 3 ช่องการจราจร ระดับน้ำสูงเสมอฟุตบาท ทั้งขาไปและขากลับ

ทำให้รถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ สัญจรผ่านได้ลำบาก และมี รถเสียกลางน้ำหลายคันส่วน บริเวณแยกศรีเทพา ซึ่งเป็นจุดตัดของ ถนนเทพารักษ์ และ ถนนศรีนครินทร์ นั้น มีปริมาณน้ำท่วมขัง 10-15 เซนติเมตร น้ำท่วมรอบแยก โดยที่ ถนนศรีนครินทร์ ตั้งแต่ แยกศรีเทพา

ไปจนถึง แยกการไฟฟ้า มีปริมาณน้ำท่วมขังเสมอฟุตบาท รถจักรยานยนต์และรถเก๋งผ่านได้ลำบาก ส่วน ถนนเทพารักษ์ ตั้งแต่ แยกศรีเทพา ไปจนถึง แยกเทพารักษ์ มีน้ำท่วมขังเป็นช่วง ๆ ตลอดสาย น้ำเสมอฟุตบาท ( คลิปแนวตั้งจาก ธน 19-170 บลข.ปากน้ำ ) ในไลน์กลุ่มบรรเทาสาธาณะภัย ด้านแยกปู่เจ้าสมิงพราย

ซึ่งเป็นจุดตัดของถนนสุขุมวิท กับ ถนนปู่เจ้าสมิงพรายนั้น มีน้ำท่วมรอบแยก ปริมาณเสมอฟุตบาท ซึ่งทางด้านเทศบาลที่รับผิดชอบในพื้นที่เร่งสูบน้ำที่ท่วมพื้นผิวการจราจรออกอย่างเร่งด่วนเพื่อเร่งคืนพื้นผิวการจราจรโดยเร็ว แต่ในพื้นที่ขณะนี้ ( 22.00 ) วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568

ก็ยังมีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขี่ผ่านน้ำท่วมจนเกิดอุบัติเหตุคลื่นน้ำซัดจนพลิกคว่ำ ( เสื้อดำ ) เล่าว่า ตนเองขี่รถมาตามปกติซึ่งขณะที่กำลังขี่ฝ่าน้ำท่วมนั้น มีรถบัสได้ขับผ่านมาทำให้คลื่นน้ำนั้นซัดจนรถจักรยานยนต์ของตนเองล้มไปกับน้ำท่วม แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย ด้าน ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองแต่มือของเขาชูอยู่เหนือน้ำ

โดยที่คลื่นน้ำจากรถบัสซัดรถจักรยานยนต์ของเขาจนลอย ตัวของเขาจมน้ำตนเองก็เลยช่วยกันขึ้นมาซึ่งตรงที่เขาจมนั้นน้ำลึกด้วย โดยทั้งวันนี้ ทางด้าน นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี ซึ่งมีน้ำข่วงขังพื้นผิวการจราจร ถนนเทพรัตน์ ช่องคู่ขนาน หลายจุด และ ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางปิ้ง

ขอบคุณภาพน้ำท่วมถนนศีนครินทร์ : ธน 19-170 บลข.ปากน้ำ
ขอบคุณภาพผู้ว่าลงพื้นที่ตรวดน้ำท่วมขังบางนาตราด : FB : สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว สมุทรปราการ ขอบคุณภาพผู้ว่า และ รองนายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวดประตู้น้ำบางปิ้ง : FB : Torsak Asvahem

เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รถตู้ส่งนักเรียน ภูกระดึง-ชุมแพ มีนักเรียน15 คน บาดเจ็บ1 เสียชีวิต 1 นายอุบัติเหตุในพื้นที่ นาหนองทุ่ม

แชร์เนื้อหานี้

รถตู้รับส่งนักเรียนจากอำเภอภูกระดึงมุ่งหน้าไปส่งนักเรียนชุมแพศึกษา มีนักเรียนโดยสารและคนขับ15 คน บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และเสียชีวิต 1 นาย(นายจักรพงศ์ ลายวงษ์สุวรรณ นักเรียนชุมแพศึกษา ม.6/3)
อุบัติเหตุในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่ม รถมุ่งหน้าเข้าอำเภอชุมแพ

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2568 เวลา 07.36
นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับสถานีตำรวจ สภ ชุมแพ นายธนวัฒน์ ทัศคร หัวหน้าหมวดทางหลวงโนนหัน รุดดูที่เกิดเหตุ ณ ก ม. 252


พร้อม หน่วยกู้ภัย “เต็กก่า” จีแชเกาะ ชุมแพ ,หน่วยกู้ชีพนาหนองทุ่ม หน่วยกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ กู้ภัยมงกรศรีบุญเรือง หน่วยกู้ภัยภูกระดึง เหตุรถยนต์ชนรถรับส่งนักเรียน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
บริเวณ กม.252 ตำบลนาหนองทุ่ม


รถรับส่งนักเรียนมุ่งหน้าอำเภอชุมแพ ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อ NISSAN ทะเบียน กพ 9403-ขอนแก่น เฉี่ยวชนรถตู้รับ-ส่ง นักเรียน ยี่ห้อ TOYOTA ทะเบียน ขน 3681-กาฬสินธุ์ มีผู้โดยสารเป็นนักเรียน 15 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ 1 ราย

ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลภูกกระดึง ส่วนผู้เสียชีวิตแพทย์เวรโรงพยาบาลชุมแพและร้อยเวรสภ.ชุมแพชันสูตรที่เกิดเหตุ

วินสื่อรัฐทีวีขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตือนภัยชาวมุกดาหาร! โจรแสบบุกขโมยพระและของมีค่าภายในร้าน “ลานเพลิน”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความ “เตือนภัยบุคคลในภาพ” หลังเกิดเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในร้าน ว่า

“วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ช่วง 06.24 น. มีโจรเข้ามาขโมยของที่ร้านลานเพลิน เส้นตัดใหม่ธนาคาร ธกส ได้ทรัพย์สินไปส่วนนึง รบกวนพี่น้องท่านใดเคยเห็นบุคคลในภาพ รบกวนแจ้งกลับทางผมด้วยนะครับจะเป็นพระคุณอย่างสูง คนร้ายถอดปลั๊กกล้องที่

เขาสามารถเอื้อมถึงออกทั้งหมด แต่ไม่รู้อีท่าไหนมองไม่เห็นตัวด้านหน้ามัน ปีนขึ้นขโมยพระบนหิ้งไปแล้วก็หลบหนีออกไปทางหน้าร้าน ใครคุ้นๆกับท่าทางการเดิน หรือเคยเห็นคนนี้รบกวนแจ้งด้วยนะครับ จะไปเป็นภัยกับคนอื่น พอดีทางร้านเพิ่งทราบจะเข้าไปแจ้งความช่วงเช้านี้ ขอบคุณครับ”

ทั้งนี้ เหตุเกิดที่ร้าน “ลานเพลิน” บริเวณถนนเส้นตัดใหม่ ใกล้ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขามุกดาหาร คนร้ายซึ่งปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ได้ก่อเหตุขโมยของภายในร้าน ก่อนถอดปลั๊กกล้องวงจรปิดบางตัวออก แต่ไม่ทันสังเกตว่ามีกล้องอีกมุมหนึ่งบันทึกภาพไว้ได้

จากภาพพบว่าคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาสามส่วนสีเข้ม ใส่หน้ากากอนามัย และถือถุงพลาสติกสีเหลือง เดินอยู่บริเวณหน้าร้าน ก่อนจะปีนเข้าไปขโมยพระเครื่องบนหิ้งบูชาและทรัพย์สินอื่น ๆ แล้วหลบหนีออกทางด้านหน้า

เจ้าของร้านระบุว่าเพิ่งตรวจสอบกล้องและพบเหตุ จึงเตรียมเข้าแจ้งความกับตำรวจในช่วงเช้าวันนี้ พร้อมฝากประชาชนช่วยสอดส่อง หากใครเคยเห็นบุคคลในภาพหรือจำลักษณะท่าทางได้ ขอให้แจ้งข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่น

ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #เตือนภัย #ขโมยร้านลานเพลิน #มุกดาหาร #โจรขโมยพระ #วงจรปิดจับภาพ #ช่วยกันสอดส่อง #ภัยใกล้ตัว///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารสกัดจับ! ขบวนการลักลอบขนลูกไก่เวียดนามกว่า 3,700 ตัว หนีภาษีกลางดึกริมโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ทหารหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. และ กองร้อยทหารพรานที่ 2105

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 สนธิกำลังออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านทรายทอง หมู่ 6 ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีเข้ามาในพื้นที่

ระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8–10 คน กำลังแบกกล่องสีขาวต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุด แต่เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ได้วิ่งหลบหนีไปในความมืดและอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบกล่องบรรจุลูกไก่จำนวน 37 กล่อง ตรวจนับได้ประมาณ 3,700 ตัว ภายในกล่องระบุชื่อบริษัท “Công Ty Cổ Phần Ba Huân” (บริษัท บา ฮวน จำกัด) ซึ่งเป็นบริษัทจาก ประเทศเวียดนาม และเป็นการลักลอบนำเข้าลูกไก่โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร (หนีภาษี)

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งให้ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กอรมน #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พุทธศาสนิกชนชุมพรพร้อมใจทอดกฐินสามัคคีและตั้งโรงทาน วัดเขาเจดีย์ บรรยากาศอิ่มบุญอิ่มใจ

แชร์เนื้อหานี้

ธ นากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514วั นที่ 26 ตุลาคม 2568 บรรยากาศแห่งศรัทธาและความสามัคคีอบอวลอยู่ทั่วบริเวณวัดเขาเจดีย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เมื่อพระครูสังฆรักษ์ ชัยรัตน์ ชนาสโภ เจ้าอาวาสวัดเขาเจดีย์ พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันจัดงาน ทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 และเปิด โรงทานบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรี แก่ผู้มาร่วมงานตลอดทั้งวัน

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีโรงทานกว่า 30 โรง นำอาหารคาวหวาน ขนม และเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้รับประทานอย่างอิ่มหนำสำราญตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง ไม่ว่าจะเป็นแกงไก่ ขนมจีน ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขนมไทย และน้ำสมุนไพรเย็น ๆ สร้างความปลื้มปีติให้แก่ผู้มาร่วมบุญเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับกฐินสามัคคีในครั้งนี้ นายจารึก โกสินทร์ อดีตกำนันตำบลบางสน เป็นประธานทอดกฐิน ร่วมด้วย นายอำนาจ ทองหญีต นายกเทศมนตรีตำบลบางสน, นายมนต์ชัย โกษฐเพชร นายกเทศมนตรีตำบลปะทิว, นายรุ่ง ดวงภุมเมศร์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ตลอดจนผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจากหลายอำเภอร่วมแรงร่วมใจในงานบุญครั้งนี้

ยอดเงินกฐินสามัคคีรวมทั้งสิ้น 900,004 บาท โดยจะนำไปใช้ในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหลังศาลาหอฉัน สร้างกำแพงกันดิน และก่อสร้างห้องน้ำใหม่ 4 ห้อง รวมถึงห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ 1 ห้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มาทำบุญและเยี่ยมชมวัด

ก่อนเริ่มพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายผ้ากฐิน ผู้ร่วมงานได้ร่วมกัน ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมตั้งจิตอธิษฐานอุทิศบุญกุศลในครั้งนี้ถวายเป็นพระราชกุศลด้วยความจงรักภักดี

วัดเขาเจดีย์นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองปะทิว ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางอำเภอ มีเจดีย์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดชุมพร และเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือน ทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังอย่างหาดแหลมสน อ่าวทุ่งซาง และสนามบินชุมพร

งานทอดกฐินสามัคคีในปีนี้จึงไม่เพียงเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนา หากยังเป็นภาพสะท้อนของความรัก ความสามัคคี และน้ำใจงามของพี่น้องชาวชุมพรที่ร่วมกันสร้างบุญใหญ่ให้แผ่นดินด้วยหัวใจอันเปี่ยมศรัทธา

สื่อรัฐทีวีสื่อรัฐนิวส์ / จับขบวนการขนแรงงานเถื่อน หัวใสปลอมพาสปอร์ต เจอข้อหาหนัก/ รวบแล้ว! ไอ้ต้อมมือมีดขู่ชิงทรัพย์เหยื่อสาว/จับกุมบุคคลต่างด้าว 6 รายหลบหนีเข้าเมือง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตำรวจทางหลวงชุมพร-ตม.ชุมพร ผนึกกำลังสกัดขบวนการขนแรงงานเถื่อน หัวใสปลอมพาสปอร์ตหวังตบตาเจ้าหน้าที่ เจอข้อหาหนัก ปลอมหนังสือเดินทาง-ตราประทับ โทษจำคุกสูงถึง 10 ปี
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน พ.ท.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล.จับกุม
บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชาย 10 คน หญิง 3 คน รวมทั้งหมด 13 คน เจ้าพนักงานตำรวจทางหลวง ส.ทล.๔ กก.๒ บุก.ทล. น้ำโดย ร.ต.ชรัญ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล, ด.ต.หญิง มณีรัตน์ จันทร์ประณต, จ.ส.ต.สราวุธ กรรณสุรางค์ ,จ.ส.ต.อมรเทพ อินนิมิตร ผบ.หมู่ ส.ทล.๔ กก.ทล, เจ้าหนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร นำโดย พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.ชุมพร, ร.ท.สานุพงษ์ บัวศรี รอง สว.ตม.ชุมพร, ด.ต.สัณชัย ชื่อตรง, ด.ต.ยุทธพงษ์ อบเชย, ด.ต.ศราวุฒิ เล่งระบำ ผบ.หมู่ ตม.ชุมพร

สถานที่จับกุม ริมถนน ทล.41 กม.482 ขาล่องใต้ ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพรร่วมกันจับกุม บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชาย 10 คน หญิง 3 คน รวมทั้งหมด 13 คน ในข้อหา

  1. ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม 2. ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น 3. เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจยึดของกลาง หนังสือเดินทางประเทศเมียนมา (ปลอม) จำนวน 13 เล่ม

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเมื่อถึงบริเวณถนนเพชรเกษม กม.482 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่พบรถตู้โดยสารซึ่งขับมาทางช่องทางซ้ายมีลักษณะบรรทุกหนักน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามพร้อมเปิดสัญญาณไฟเรียกให้รถคันดังกล่าวหยุดเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่ คือ นายคุณากรฯ สัญชาติไทย และตรวจพบบุคคลต่างด้าวที่โดยสารมาภายในรถจำนวน 13 คน (ชาย 10 คน และหญิง 3 คน)

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถาม นายคุณากรฯ (ผู้ขับขี่รถตู้โดยสาร) ว่ารับคนต่างด้าวมาจากที่ใด โดยนายคุณากรฯ แจ้งว่ารับมาแรงงานต่างด้าวมาจากจังหวัดราชบุรีเพื่อจะไปส่งที่จังหวัดชุมพร จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางที่แรงงานต่างด้าวนำติดตัวมาด้วย โดยพบว่าหนังสือเดินทางมีลักษณะผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญมาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร ผลการตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา ทั้ง 13 เล่ม เป็นของปลอม

พบมีการแก้ไขตัวเลข ชื่อ-สกุล ลักษณะตัวอักษร ตัดต่อภาพใบหน้า ประกอบกับผู้ต้องหาไม่สามารถจำรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของตนเองที่ตรงกับหนังสือเดินทางได้ และเมื่อตรวจสอบการตรวจลงตรา (VISA) ภายในหนังสือเดินทางก็ไม่พบข้อมูลในระบบของตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาให้ทราบว่า “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม, ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น และเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยได้รับอนุญาต” พร้อมจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น แรงงานต่างด้าวทั้ง 13 คน ให้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยแจ้งถึงสาเหตุที่ทำหนังสือเดินทางปลอมก็เพื่อหวังที่จะตบตาเจ้าหน้าที่ในระหว่างการเดินทาง โดยยอมจ่ายค่าจ้างทำหนังสือเดินทางปลอมในราคาเล่มละ 15,000 บาท ให้กับนายหน้าชาวเมียนมา จากนั้นได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจากเมืองพะยาโตนซู ผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี
ในส่วนของคนขับรถตู้ ให้การว่าขณะที่ตนเองขับขี่รถตู้เพื่อนำส่งผู้โดยสารกลุ่มนี้ไปยังจุดหมาย ได้มี เจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจสอบภายในรถ ตนจึงให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตามปกติ โดยตนไม่ทราบว่ากลุ่มผู้โดยสารกลุ่มนี้เป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เนื่องจากมีพาสปอร์ตมาแสดงก่อนใช้บริการรถตู้ของตนทุกคน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน ในปัจจุบันมีการปลอมหนังสือเดินทางในกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงขอให้นายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว นำแรงงานต่างด้าวที่มาสมัครงานไปขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนรับเข้าทำงาน และในส่วนของแรงงานที่มีความจำเป็นจะต้องขึ้นทะเบียนผ่านนายหน้า ขอให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของนายหน้าให้ดี ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของ “นายหน้าเถื่อน”
สำหรับโทษของการใช้หนังสือเดินทางปลอม มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และมีโทษปรับ ตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท

รวบแล้ว! ไอ้ต้อมมือมีดขู่ชิงทรัพย์เหยื่อสาว จนมุมคาบ้านพัก
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านมาบอำมฤต ร่วมกับ บก.สส.ภ.8 และชุดเฉพาะกิจ ภ.จว.ชุมพร จับกุม นายอดุลย์ หรือต้อม อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีชิงทรัพย์โดยมีอาวุธพร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง เหตุเกิดพื้นที่ ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

จากกรณี วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 15.45 น. น.ส.ละมุลาผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีแดง-ดำ ออกจากบ้านในหมู่บ้าน ถูกคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาชิงทรัพย์ โดยใช้มีดขู่ชิงทรัพย์ ภายในซอย ทรัพย์สินที่ถูกชิงไป กระเป๋าผ้าสีฟ้า เงินสดประมาณ 19000 บาท บัตร ATM ธ.กรุงเทพ พร้อมบัตรประชาชน พระเครื่อง 1 องค์ โทรศัพท์มือถือ OPPO สีดำ พร้อมซิม AIS

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนโดยตรวจสอบกล้อง CCTV หลายจุด พบภาพคนร้ายขับรถ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า
ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขณะหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ ต่อมาพบว่าคนร้าย เปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเกิดเหตุ จากเสื้อสีขาวเป็นสีเหลือง(ตรวจพบเสื้อสีขาวและกระเป๋าของผู้เสียหายในพงหญ้า ระหว่างทางหลบหนี) ตรวจสอบ สัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย พบว่ามีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับตำแหน่งของผู้ต้องสงสัย จากพื้นที่ ต.ดอนยาง ไปถึงบริเวณบ้านหนองมาก
ต่อมา พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต มอบหมายให้ตำรวจชุดสืบ สภ.บ้านมาบอำมฤต ตรวจสอบ ตำรวจติดตามจนพบรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ทิ้งไว้ในสวนยางใกล้บ้านผู้ต้องสงสัยจากการตรวจสอบพบว่า นายอุดลย์ หรืออ้อม แก้วดำ เป็นผู้ครอบครองรถและมีพฤติการณ์ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด พยานคือ ยืนยันภาพบุคคลในกล้องว่าเป็นนายอุดลย์ ตำรวจสอบสวนและเชื่อมโยงหลักฐานทั้งหมด (ภาพจาก CCTV, โทรศัพท์, เสื้อผ้า, รถจักรยานยนต์) สรุปว่าคนร้ายคือ นายอุดลย์ หรือ ต้อม

เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายอุดลย์ หรือ ต้อม สถานที่จับกุม บ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 2 ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อ 21 ต.ค. 68 เวลาประมาณ 04.00 – 15.00 น. นำโดย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,พ.ต.ท.ชัยญากรณ์ ศรีสัมฤทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.บ้านมาบอำมฤต , ร.ต.อ.มนตรี บุญรัตนไพโรจน์ รอง สว.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,ร.ต.ท.วัชรินทร์ เมฆา ,ร.ต.ต.โสภณ หญีตคง รอง สว.(ป.)ฯ ,ร.ต.ท.ปัญญา ศรีวิลัย รอง สว.(ป.)ฯ ,ร.ต.ต.โยธิน ทั่งเหล็ก รอง สว(ป)ฯ ,ด.ต.เอก ตันลักขณาชัย ,จ.ส.ต.ณภัทรพงษ์ แก้วโกมล ผบ.หมู่(ผช.พงส)ฯ ,จ.ส.ต.วิศิษฏ์ เชี่ยวเลี่ยน ผบ.หมู่.(ป)ฯ ,ส.ต.อ.ณัฐพล แก้วพิชัย ผบ.หมู่.(ป)ฯ , ส.ต.อ.สิทธิโชค เหมาะเจาะ ผบ หมู่(ป)ฯ ,ส.ต.ท.จุฑาชัย พินทอง ผบ.หมู่(ผช.พงสฯ)ฯเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด บก.สส.ภ.8 นำโดย พ.ต.ท.ฐิติณัฏฐ์. ศรีสังข์ รอง ผกก.สืบสวน 3 ปรก.หน.ชป.ชุมพร ,ร.ต.อ.ปรัชญา ชัยงาม รอง สว. กก.สส.3 บก.สส.ภ.8 ,ด.ต.เริงชัย แดงบำรุง ผบ.หมู่ กก.สส.1 บก.สส.ภ.8 ,จ.ส.ต.เป็นหนึ่ง ชาญนคร ผบ.หมู่ กก.ปพ. บก.สส.ภ.8 ,ส.ต.ท.กันตพงษ์ เพียรดี ผบ.หมู่ กก.ปพ. บก.สส.ภ.8

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ฉก.ภ.จว.ชุมพร นำโดย ร.ต.อ.ศักดิ์ไชย ไชยศรี รอง สวฯ ,ร.ต.ท.ธวัชชัย บุญส่งแก้ว รอง สวฯ ,ร.ต.ท.วิวัฒน์ ทองศิริ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.คนึง อินทรสุวรรณ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.ประดิษฐ์ จันทร์เกตุ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.ไพรัตน์ อินกล้า รอง สว.ฯ ,ด.ต.กฤษดา กุมพิมล ,ด.ต.นันทโชติ ผลพานิช
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสะกดรอย กก.ตชด.41 นำโดย ร.ต.ท.สาคร ไชยฉิม ผบ.มว.สค ,ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ บุตบัณฑิตย์ผบส.สะกดรอย กก.ตชด.41เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเครื่องมือพิเศษ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ส.ต.ท.รัฐพงศ์ แท่นนาค ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ,ส.ต.ท.ศุภณัฐ ศิริพันธ์ ผบ หมู่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8

ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายอดุลย์ หรือต้อม แก้วคำ (1-8602-00062-72-8) อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ม.5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร (จากการตรวจสอบข้อมูลจากทะเบียนราษฎร) เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.413/2568 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ตามคดีอาญาที่ 262/2568 ของสถานีตำรวจภูธรบ้านมาบอำมฤต ในฐานความผิด “ชิงทรัพย์ โดยทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธ(มีด) โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” พร้อมด้วยของกลาง 1.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi Note 13 5g สีดำ หมายเลขอีมี่

1 : 865063076424128 หมายเลขอีมี่ 2 :865063076424136 จำนวน 1 เครื่อง 2.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Realme สีฟ้า ดำ หมายเลขอีมี่ 1 : 863571042360434 หมายเลขอีมี่ 2 : 863571042360426 จำนวน 1 เครื่อง 3.โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด ยี่ห้อซัมซุง สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ไม่มีแบตเตอรี่และซิมการ์ด) 4.โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด ยี่ห้อ Beyand สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ไม่มีแบตเตอรี่และซิมการ์ด)เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนนายอุดลย์ หรือ ต้อม ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา รวบรวมหลัดฐานที่ก่อเหตุแล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านมาบอำมฤตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับกุมบุคคลต่างด้าว 6 รายหลบหนีเข้าเมือง พื้นที่ อ.ท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 21 ต.ค.68 เวลา 09.45 น. ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร,พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รอง ผอ.รมน. จังหวัด ชุมพร.พ.ต.อ.ศุภณัฐ รัตนภิรมย์ ผกก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร,

พ.ต.ท.สุรพศ สุทธิเกิด รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.ท.พงศธร พิชิตชลพันธุ์ รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร.พ.ต.ท.พิระวัตร์ วงศ์ศิริเมธีกุล สวญ.ตม. จว.ชุมพร,พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร,พ.ต.ท.วชิรพิศักดิ์ ณ สงขลา สว.ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓ กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร นำโดย พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี สว.กก.สืบสวน

ภ.จว.ชุมพร,ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ สมสนิท รอง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร, ด.ต.สมยศ ยังวัฒนา,ด.ต.ธรัช วัฒนไชย,จ.ส.ต.ภาณุวัฒน์ สูงสง่าวงศ์, จ.ส.ต.ก้องศักดิ์ ชูแก้ว.ส.ต.ท.ณัฐชัย สุขประวิทย์ ส.ทท.๒ กก.ทท.๒ บก.ทท.๓ นำโดย ร.ต.อ.คณิศร บุญสิน รอง สว.ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓.ค.ต.ยุทธ พงศ์ เรื่องดำ ผบ.หมู่ ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓.ต.ต. สิงหา นิรัญชอน ผบ.หมู ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท. กอ.รมน.จังหวัด.ชุมพร นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หน.ชรด.๔๐๓ (ชพ), พ.ท.ชาญณรงค์ ทองแก้ว หน.ฝ่ายการข่าวฯ, จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง

ผช.หน.ชรต.๔๐๓(ชพ), จ.ส.อ.พงค์ศิลป์ รุ่งอาญา จนท.ฝ่ายการข่าวฯ จ.ส.อ.ธนวรรธน์ บรรจงศิริทัศน์ สตม.ชุมพร นำโดย ร.ต.ท.สานุพงษ์ บัวศรี รอง สว.(สส.) ตม.จว.ชุมพร,ด.ต.ไตรวิช จันทร์เจริญ ด.ต.คมสัน ทองรักจันทร์ ด.ต.พงษ์ บันลือเขตต์ ผบ.หมู่ ตม.จว.ชุมพร ร้อย ตชด.๔๑๔ นำโดย ร.ต.ท.นพพนันท์ ศรีสุภะ รอง.ผบ.ร้อย ตชด๔๑๔..ร.ต.ท.สิทธิพงษ์ ชื่นจิตร หัวหน้า ชุด ชป.ข่าวลับ.ด.ด.ทศพล รัตนบุตรา เจ้าหน้าที่ประจำชุด, ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ อินทนา เจ้าหน้าที่ประจำชุด
ได้ร่วมกันจับกุมตัว บริเวณถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ กม.458 ถึง กม.459 ม.2 ต ทรัพย์อนันต์ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

๑.MR.WILL YAN TUN อายุ ๒๐ ปี(สัญชาติเมียนมาร์) เลขประจำตัวคนต่างด้าว ๖๖๗๔๖๙๐๐๐๐๕๔๙ ผู้ขับขี่ ๒.MR.MG AUNG SAN อายุ ๒๔ ปี(สัญชาติเมียนมาร์) เลขประจำตัวคนต่างดาว ๖๖๔๔๖๙๐๐๐๕๐๑๐ ผู้ชอน
3.MR.HEIN MIN TUN อายุ 19 ปี 4.MR.NINE NINE OO อายุ 21 ปี 5.MRS.AYE THET TUN อายุ 20 ปี
6.MRS.THU ZAR MON อายุ 30 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ๑๑๐ไอ สีน้ำเงินดำ ป้ายทะเบียน ๑กง๔๘๖๑ เพชรบุรี พร้อมพ่วงข้างมีหลังคา จำนวน ๑ คัน

สอบถามผู้นำพา แจ้งว่าตนทำงานอยู่ล้งทุเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอท่าแซะ ได้ไปรับเพื่อนกลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมือง แล้วมาแอบหลบซ่อนอยู่กับเพื่อนแรงงานด้วยกันบริเวณข้างเคียง เพื่อพาไปหาสมัครงาน จนมาเจอชุดเจ้าหน้าที่ตรวจและถูกจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันให้พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ตามมาตรา ๖๔ แห่ง พระราชบัญญัติคนเขาเมือง พ.ศ.๒๕๒๒”เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานจึงนำส่งตัว สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดี ต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านชูป้าย “ยุติความรุนแรงปฏิเสธความรุนแรง” ร่วมส่งเสียงเรียกร้องให้คืนความสงบสู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 17 ตุลาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลังของชาวบ้านจากหลายชุมชนในพื้นที่อำเภอยี่งอ พร้อมใจกันออกมาเดินขบวนแสดงพลัง “ต่อต้านความรุนแรง”หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดร้านน้ำชากลางชุมชน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุระเบิดในครั้งนี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวม 17 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 4 ราย ถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนที่เหลือแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยชาวบ้านจากหลายชุมชนในพื้นที่ ที่พร้อมใจกันออกมาเดินขบวนแสดงพลัง “ต่อต้านความรุนแรง” รวมพลัง “ปฏิเสธความรุนแรง“ ซึ่งบรรยากาศของการเดินขบวนในวันนี้เต็มไปด้วยพลังและความตั้งใจของประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการแสดงออกถึงจุดยืนร่วมกันว่า “ไม่ยอมรับความรุนแรงในทุกรูปแบบ” ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยต่างถือป้ายข้อความ “ยุติความรุนแรง” “ปฏิเสธความรุนแรง” และ “คืนสันติสุขให้บ้านเรา” เพื่อส่งสารไปยังผู้ก่อเหตุให้ยุติการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริสุทธิ์

ทั้งนี้เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่เคยสงบและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ชาวบ้านจึงออกมาแสดงพลังในครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้คืนความสงบสุขให้กับพื้นที่ และยืนยันว่า “การใช้ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบของปัญหาใด ๆ”นายนิมูฮัมหมัด นิเลาะ ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะเทือนใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจและความตกใจให้กับคนในชุมชนอย่างมาก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยี่งอถือเป็นพื้นที่สงบ ไม่ค่อยมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

“ครั้งนี้เราทุกคนรู้สึกช็อกครับ เพราะยี่งอของเราไม่เคยมีเหตุแบบนี้มานานแล้ว ชุมชนเราสงบ อยู่กันแบบพี่น้อง เราเจอกันทุกวันที่ร้านน้ำชา กินข้าวด้วยกัน คุยกันเหมือนครอบครัว แต่พอเกิดเหตุแบบนี้ ทุกคนเศร้าและกลัวมากครับ”หลังเหตุการณ์นี้ ชาวบ้านได้พูดคุยกันและตัดสินใจรวมพลังออกมาเดินขบวน เพื่อส่งเสียงถึงผู้ก่อเหตุว่า “พวกเราชาวยี่งอไม่ต้องการความรุนแรงอีกต่อไป”“เรามาเดินกันวันนี้เพราะอยากบอกว่า พอแล้วครับ อย่าทำแบบนี้กับคนบริสุทธิ์อีกเลย… หลังจากนี้เราจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ ใครมาจากนอกพื้นที่เราก็จะคอยสังเกต คอยแจ้ง ถ้ามีสิ่งผิดปกติ เราไม่อยากให้ใครต้องบาดเจ็บอีก”เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นว่า“เหตุการณ์เมื่อวาน ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายในยี่งอ อยากให้ลูกหลานของเรากลับมาใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยอีกครั้ง อยากเห็นบ้านเราสงบเหมือนเดิมครับ”

และในวันเดียวกัน นายกิตติพงษ์ อำพันธ์ นายอำเภอยี่งอ พร้อมด้วย น.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและญาติ รวมถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือเบื้องต้นนายกิตติพงษ์เปิดเผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามี 11 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด และขณะนี้ได้จัดทำข้อมูลเพื่อเสนอจังหวัดช่วยเหลือเยียวยาทั้งในส่วนของทรัพย์สินและร่างกาย เราได้มอบเงินช่วยเหลือรอบแรกไปแล้ว

และกำลังเร่งเอกสารเพื่อจ่ายรอบสองให้กับผู้บาดเจ็บสาหัสทั้ง 4 ราย ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในเขตชุมชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนขณะที่ น.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม กล่าวว่า หน่วยความมั่นคงทั้งสามฝ่าย — ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง — ได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เราจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปโดยไม่มีความยุติธรรม ผู้กระทำต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตามแม้เหตุระเบิดในครั้งนี้จะสร้างบาดแผลทั้งทางกายและใจ แต่การรวมตัวของชาวบ้านในครั้งนี้สะท้อนพลังของประชาชนที่ไม่ยอมให้ความรุนแรงมาทำลายความสงบสุขที่ร่วมกันสร้างมา ทุกเสียง ทุกก้าวของชาวยี่งอในวันนี้ คือคำประกาศชัดเจนว่า “เราปฏิเสธความรุนแรง และจะร่วมกันปกป้องบ้านของเราให้ปลอดภัยอีกครั้ง”
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์เมืองมุก ผนึกกำลัง สิงห์ดงหลวง! บุกจับผู้ค้ายาเสพติดกลางผึ่งแดด ยึดยาบ้า 400 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร / ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร (ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร)

ได้สั่งการให้นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร (สิงห์เมืองมุก) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหารที่ 2

บูรณาการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง ภายใต้การอำนวยการของนายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง)

โดยมีนายชัช โชติชูชัย ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง (สิงห์ดงหลวง) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8 ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับร้องเรียนว่ามีผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในเขตพื้นที่ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 400 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” จำนวน 1 ราย และ“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จำนวน 1 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #ยาเสพติด #ฝ่ายปกครอง #สิงห์เมืองมุก #สิงห์ดงหลวง #ผึ่งแดด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด 1 ล้านบาท ผู้ต้องหา 197 ราย เครือข่ายใหญ่7 ราย หลังแก๊งยาบ้าเปลี่ยนวิธีใช้รถแท็กซี่ขนยาบ้าพื้นที่ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

***วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดในช่วงวันที่ 1 – 13 ตุลาคม 2568 ซึ่งจากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งหมด 197 คน ของกลางยาบ้าจำนวน 199,975 เม็ด และยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาคดียาเสพติดรวมมูลค่าประมาณ 1,050,000 บาท ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ

***ทั้งนี้ สำหรับการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในเดือนตุลาคม ชุดปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ “238 พิทักษ์นครลำดวน” ซึ่งประกอบด้วยตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ สามารถสืบสวนติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ 1 เครือข่าย จำนวน 5 ราย ผู้ต้องหา 4 คน ของกลางยาบ้า 190,000 เม็ด และยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 920,000 บาท หนึ่งในนั้นเป็นรถแท็กซี่ที่พ่อค้ายาใช้ขับขนสินค้ากระจ่ายให้ลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีก 7 ราย

***พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนและลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และขอความร่วมมือจากประชาชนและสถานประกอบการทุกแห่งในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพ ผู้ค้า หรือผู้ใช้สถานประกอบการในการกระทำผิดโดยสามารถแจ้งข้อมูลได้ผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599, สายด่วน 191, Application Police I lert U และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างเข้มข้น โดยการร่วมมือของประชาชนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพราะนอกจากเจ้าหน้าที่รัฐจะดำเนินการจับกุมและปราบปรามแล้ว ข้อมูลจากชาวบ้านถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยลดปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


***นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การปฏิบัติการนี้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยต้องดำเนินการอย่างจริงจังในทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด


***นโยบายของรัฐบาลเน้นการดำเนินงานตามกฎหมายไทยและหลักสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน การสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด การปิดล้อมตรวจค้น การทำลายเครือข่าย และการสืบสวนขยายผลผู้ค้ายาเสพติดในทุกระดับ จึงถือว่าการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการ “พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้” และยุทธการ “238 พิทักษ์นครลำดวน” ของจังหวัดศรีสะเกษ


***ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และจังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดและลดปัญหาอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนที่พบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทุกช่องทางที่กำหนดโดยเจ้าหน้าที่ ทั้งสายด่วนและแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์