คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้ายาข้ามโขง ยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด เรือกีบ 1 ลำ คนร้ายโดดน้ำหนีรอด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สถานีเรือมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม โดย น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของต้องสงสัยจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนทางบกออกซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลอยู่บนเรือประมาณ 3 คน เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเจ้าหน้าที่ นรข. แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้ทิ้งของกลางและเรือ ก่อนกระโดดลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และพบกระสอบลักษณะเดียวกันอีก 4 กระสอบอยู่บนเรือ รวมเป็น 7 กระสอบ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 7 กระสอบ ประทับตราอักษร “999” บนก้อนสีเหลือง ภายในเป็นยาบ้าอักษร “WY” สีชมพู รวมจำนวนทั้งสิ้น 280 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด รวม 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ แท็กทีม นรข.-ทหารพราน-ยส.24 บุกยึดยาบ้า 7 กระสอบใหญ่ 2.8 ล้านเม็ดซุกริมโขงบ้านป่งขามใต้ เตรียมส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นใน

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ ได้สั่งการให้ นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. บูรณาการร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.เขตนครพนม), สถานีเรือมุกดาหาร, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นยาเสพติด (ยส.24) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้รีสอร์ทสองใจ บ้านป่งขามใต้ หมู่ที่ 1 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยถูกซุกซ่อนไว้ จึงเข้า

ตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุภายในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมประมาณ 2.8 ล้านเม็ด โดยที่ห่อบรรจุภัณฑ์ปรากฏตราสัญลักษณ์ “999” และดาว 5 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มักพบในยาเสพติดล็อตใหญ่

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการยกระดับมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังชายแดน เพื่อตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนในและชุมชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #สกัดยาเสพติด #นรข #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวอาชญากรรม #ยาบ้าล็อตใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คิดว่าเนียนแต่ไม่รอด! ตร.มุกดาหารบุกทลายเครือข่ายไอซ์รายใหญ่ ซุกช่องลับรถสไลด์ 50 กก. ยึดทรัพย์กว่า 6 ล้าน รวบ 4 ผู้ต้องหา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สมใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร หลังเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน พร้อมตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 11 รายการ เป็นรถยนต์ 7 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน รวมมูลค่าประมาณ 6,035,000 บาท

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ สอนจันทร์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาไอซ์จำนวนมาก โดยมีการดัดแปลงซุกซ่อนภายในรถยนต์สไลด์เพื่อลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และอยู่ระหว่างการบรรจุซุกซ่อนภายในบ้านเลขที่ 30/1 ซอยตาดแคน 13 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงรายงาน พ.ต.อ.กิตเตซิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณัฏฐพล แพนพา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและวางแผนเข้าตรวจค้น เมื่อเดินทางไปถึง พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ ได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นต่อเจ้าบ้าน

แต่กลุ่มชายที่อยู่ภายในบ้านพยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 4 คน คือ นายกรวิวัฒน์ จันดี อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ประสานงานและควบคุมการลำเลียง นายชยุต ไชยช่วย อายุ 28 ปี เป็นผู้จัดเตรียมสถานที่และร่วมบรรจุซุกซ่อนยาเสพติด นายธีระพงษ์ คงสุนทร อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ดูแลรถยนต์สไลด์และเส้นทางการขนส่ง และนายสุวิทย์ ขันทพร อายุ 35 ปี ทำหน้าที่เฝ้าระวังและสนับสนุนการลำเลียงยาเสพติด

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บแบตเตอรี่ของรถยนต์สไลด์ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน 67-1668 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ภายในบ้านเมื่อตรวจค้นพบห่อชาสีเหลืองยี่ห้อ GUANYINWANG จำนวน 50 ห่อ ภายในบรรจุยาไอซ์น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านของนายชยุต ผู้ต้องหาหนึ่งในเครือข่าย พบยาไอซ์เพิ่มเติมอีกจำนวน 1.54 กรัม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” แก่นายกรวิวัฒน์ และนายชยุต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ไอซ์50กิโล #มุกดาหารยาเสพติด #ปราบยาเสพติดข่าวอาชญากรรมยึดทรัพย์6ล้าน #ตำรวจภูธรมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ตร.เมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ร้าน ไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การซ้อมแผนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์จำลอง คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทองคำ จากนั้นเป็นการฝึกขั้นตอนการรับมือของร้าน การแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การส่งต่อข้อมูลคนร้ายและทิศทางหลบหนี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจริง

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าสายตรวจ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการซ้อมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ด้านนางสาวภัทรียา รัตนศิริมณีเวทย์ หรือ “คุณนิด” เจ้าของร้านไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG กล่าวว่า การซ้อมแผนในวันนี้ช่วยให้ร้านและพนักงานมีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงมากขึ้น ทั้งการแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงาน และการดูแลความปลอดภัยภายในร้าน ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง พร้อมยืนยันว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โคราชมีความเข้มงวดและใส่ใจมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถซื้อ–ขายทองได้อย่างปลอดภัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบคาสี่แยก! ศุลกากรสนธิกำลังสกัดจับ “ข้าวเหนียวดำเถื่อน” กว่า 17 ตัน คาสี่แยกนิคมคำสร้อย มูลค่าทะลุ 1 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลาประมาณ 20.10 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ภายใต้นโยบายคุมเข้มของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางสาวกัญญณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการ สืบสวนและปราบปราม ร.ต.อ.ธนวิน ทัตธนนันท์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2

เจ้าหน้าที่ศุลกากร หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นำโดยนายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ร่วมกับ
ด่านศุลกากรมุกดาหาร, กอ.รมน., ทหารพราน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โชว์ผลงานชิ้นโบแดงสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกไฟแดงนิคมคำสร้อย ถ.ชยางกูร จ.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีเขียว หมายเลขทะเบียน 70-3211 เลย ตกแต่งคอกซิ่ง พบของกลางเป็น “ข้าวเหนียวดำ” บรรจุกระสอบจำนวนมาก มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 17,500 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดของกลางพร้อมรถบรรทุกส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อขยายผลหาตัวเจ้าของและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ต่อไป ถือเป็นการตัดวงจรสินค้าเถื่อนที่เข้ามาทำลายกลไกราคาข้าวในประเทศอย่างจริงจัง

ศุลกากร #จับข้าวเถื่อน #มุกดาหาร #ปราบปรามของเถื่อน #ข้าวเหนียวดำ #กรมศุลกากร #นิคมคำสร้อย #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้ดงหลวงบ้านไม้ 2 ชั้น วอดเสียหายเกือบทั้งหลัง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลาช่วงค่ำของวันที่ 25 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง บริเวณหมู่บ้านหนองหนาว ตำบลหนองบัว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยต้นเพลิงเป็นบ้านลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักในหมู่บ้าน

ในที่เกิดเหตุพบเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก แสงเพลิงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณและมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจำนวนมาก เนื่องจากโครงสร้างชั้นบนเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนวอดไปทั้งหลัง โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ 2 คัน จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย โชคดีที่ขณะเกิดเหตุพลเมืองดีและเพื่อนบ้านช่วยกันนำรถออกมาได้ทันก่อนที่เพิ่งจะลุกไหม้

ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายทั้งหมด อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.นิคมคำสร้อย – สภ.นาอุดม บุกจับหนุ่มซุกยาบ้ากลางกระท่อมนา รับสารภาพทั้งจำหน่าย–เสพ ส่งดำเนินคดีทันที

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิสรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย และ พ.ต.ท.อังกูร วรสาร สารวัตรสถานีตำรวจภูธรนาอุดม ได้มอบหมายให้ นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองร้อย

อาสารักษาดินแดนอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.นาอุดม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมและพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด บริเวณกระท่อมนาไม่มีเลขที่ ทางทิศตะวันตก บ้านคำเชียงสา หมู่ที่ 7 ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบนายเทพประทาน นามแก้ว มีท่าทีพิรุธคล้ายมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจ และผู้ต้องสงสัยยินยอมให้ตรวจค้นด้วยความสมัครใจ

ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือยาบ้า จำนวนรวมทั้งสิ้น 226 เม็ด แบ่งเป็น ยาบ้าสีส้มแดงและสีเขียว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 2 ถุง และบางส่วนตกอยู่ใกล้ตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงสอบถาม นายเทพประทานรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิทางกฎหมาย ซึ่งนายเทพประทานให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.นาอุดม

ต่อมา ระหว่างดำเนินการที่ สภ.นาอุดม นายเทพประทานยอมรับว่าได้เสพยาบ้าในช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจปัสสาวะ ซึ่งผู้ต้องหายินยอม ผลการตรวจเบื้องต้นและผลยืนยันจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา พบสารเสพติดในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” นายเทพประทานรับสารภาพทั้งข้อหาจำหน่ายและเสพยาเสพติด ก่อนถูกส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.นาอุดม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ผนึกกำลังตรวจยึด จับกุม ขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) โดยกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักฯ มอบหมายให้ นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.3 (ลำปาง) 1, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.17 (แม่มอกตอนขุน), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.จังหวัดลำปาง,

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก, สภ.เถิน, เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ฯ อ.เถิน จ.ลำปางและเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ ร่วมตรวจยึด จับกุมขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย ดังนี้

1.ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 45 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.11 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 933,000 บาท พร้อมรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

  1. ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ลักลอบขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 49 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.22 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 966,000 บาท
    พร้อมยึดรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 ล้านบาท โดยการผนึกกำลัง การบูรณาการร่วมกันตรวจยึด จับกุมไม้มีค่าในครั้งนี้ เป็นการสกัดกั้นกระบวนการไม้ข้ามขาติ การแก้ไขปัญหาการทำลายป่าไม้และการค้าไม้ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

และเป็นการสนองนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลต่อไป..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามมาตรการ ” Quick Big Win ” จับกุมผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ

เข้าปิดล้อมตรวจค้นปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และตามข้อสั่งการของจังหวัดขอนแก่น ตามคำร้องเรียนผ่านสายด่วนยาเสพติด warroom อำเภอชุมแพ

ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นตามตามบัญชีเป้าหมายในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่มจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 2 ราย นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดจำนวน 8 ราย

1)นายอาทิตย์ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ชาวตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้าจำนวน 259 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อุปกรณ์เสพยาบ้า และผลตรวจปัสสาวะจำนวน 1 ชุด ข้อกล่าวหาฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดต่อกฎหมาย”

2) นายเซเว่น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ของกลางยาบ้าจำนวน 51 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด ข้อหาฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย”

3)ได้ควบคุมตัวผู้เสพยาบ้า ในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่ม (รายใหม่) รวมจำนวน 8 ราย ซึ่งยินยอมและสมัครใจเข้าสู่ขบวนการบำบัด ที่โรงพยาบาลชุมแพ และได้ส่งตัวไปที่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมอำเภอชุมแพ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง มาทำบันทึกจับกุมแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกไฟไหม้ ท่อยางระบายน้ำ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้

ระทึกไฟไหม้ท่อยางระบายน้ำตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ไฟลุกไหม้ใต้ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย เพลิงลามติดท่อยางระบายน้ำสูงกว่า 50 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงนับสิบคัน ใช้เวลาควบคุมสถานการณ์กว่า 1 ชั่วโมง ก่อนยืนยันไม่กระทบโครงสร้างสะพาน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณเสาตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และใกล้เคียง รวมกว่า 10 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้จากบริเวณฐานตอม่อสะพาน ก่อนจะลุกลามขึ้นไปติดท่อยางพีอี (PE) สำหรับระบายน้ำของโครงสร้างสะพาน ทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้เป็นแนวยาวในระดับเดียวกับเสาตอม่อ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำจากด้านล่าง แต่ไม่สามารถส่งน้ำขึ้นไปถึงจุดเพลิงไหม้บริเวณใต้คานสะพาน ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตร จึงต้องประสานรถดับเพลิงชนิดกระเช้าเข้าช่วยเหลือ

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรบนสะพาน 1 ช่องทาง เพื่อให้สามารถฉีดน้ำจากด้านบนลงไปยังจุดเกิดเหตุได้ ต่อมารถดับเพลิงแบบกระเช้าเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้กางขากระเช้าและยกกระเช้าพานักดับเพลิงขึ้นฉีดน้ำควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าท่อยางพีอีสำหรับระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร ได้รับความเสียหายตลอดแนวความสูงกว่า 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของสะพานแต่อย่างใด

ต่อมา นายเรวัฒน์น์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าสะพานยังใช้งานได้ปกติไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างแต่อย่างใด จึงเปิดให้รถสัญจรผ่านทางกันตามปกติ และในวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. นาย เรวัฒน์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสากรรม จะนำทีมวิศวกรสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุในการเกิดเหตุในครั้งนี้ สันนิฐานว่า เปลวไฟน่าจะลุกไหม้จากกองขยะที่อยู่ตรงฐานของเสาตอม่อ และเกิดลุกลามขึ้นไป เพราะระบบท่อระบายน้ำไม่มีกระแสไฟในระบบ

จากการสอบถาม นางสาวพิมพา เจ๊งใจบุญ อายุ 61 ปี สท.เมืองปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ไฟลุกตรงโคนเสา ไม่เยอะนิดเดียวและเราก็วิ่งออกไปดู เห็นเป็นมุมกว้างนิดนึง แล้วก็วิ่งเข้าไปบนเสาตรงท่อ ขึ้นไปเลย คราวนี้ก็ขึ้นไป เรื่อยๆ ขึ้นไวมาก แล้วเราแจ้ง ทางเทศบาลให้ นำรถมา มีหลายสาเหตุ มีหญ้าแห้ง และประตูเปิดไว้ ถ้ามีคนเข้าไปอาจจะมีขี้บุหรี่ อาจจะลุกขึ้นมา หรือเด็กเล่นกัน อยู่ๆไม่น่าจะลุกขึ้นมาได้ ตรงโคนเสาจะมีประตูคนก็เข้าไปได้เล็กๆเข้าไปได้ ไม่เห็นใครนะตอนเกิดเพลิงไหม้ น่าจะไหม้หญ้า

ขณะที่ นาย เรวัตน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดวงแหวนอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น ซึ่งพบว่าเกิดประกายไฟจากกองขยะที่อยู่ฐานของเสาตอม่อ ซึ่งสาเหตุที่แน่ชัดจะต้องรอตรวจสอบ ส่วนความปลอดภัยของตัวโครงสร้างนั้นจากการประเมินด้วยสายตาพบว่าไม่ได้รับผลกระทบถึงตัวโครงสร้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะต้องประสานผู้เชี่ยวชาญของโครงสร้างสะพานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้

ด้าน นายเรวัฒน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบทวงแหวนอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ทางเราได้รับรายงาน เกิดเหตุ เพลิงไหม้บริเวณใต้สะพาน ซึ่ง เป็นบริเวณตอม่อ อยู่ฝั่งปู่เจ้าสมิง พราย ภายหลังจากที่ได้รับรายงาน ได้ประสานกับท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลเมืองปู่เจ้า เทศบาลลัดหลวง อบต.บางโปรง และ เทศบาลด่านสำโรง เข้ามาช่วยเหลือกันในวันนี้ ลักษณะเหตุที่เกิดมีประกายไฟ ไหม้บริเวณซึ่งเป็นตัวท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นที่รับ น้ำจากบนสะพานภูมิพลลงมาข้าง ล่าง สันนิษฐานอาจจะเกิดประกายไฟขึ้นข้างล่าง ไหม้ขึ้นไปด้านบนจนถึงท้องใต้สะพาน

ซึ่ง ในการระงับเหตุ เกิดขึ้นประมาณ 19.00 น. ระงับเหตุได้ประมาณ 20.40 น. ในเบื้องต้นจากการร่วม มือของท้องถิ่น เป็นหน่วยหลักที่ มาช่วยในงานนี้ ก็ทำให้เพลิงสงบโดยเร็ว จากการประเมินผล ตัว สะพานในเบื้องต้น ก็ขอยืนยันกับ ทุกท่านว่ามีความปลอดภัย ยังสามารถใช้สะพานได้อย่างปกติซึ่งภายหลังจากนี้ในวันพรุ่งนี้ สำหรับกรมทางหลวงชนบท ซึ่ง เป็นหน่วยงานที่ดูแลสะพาน ก็จะ นำทีมตรวจสอบ ซึ่งมีความเชี่ยว ชาญเฉพาะ เข้ามาตรวจสอบ แล้ว หาคำตอบอีกที แล้วดูแลรักษาและแก้ไข ป้องกันในอนาคตถัดไป ท่อ พีอี ขนาด เท่า ไหร่

ขนาด ก็ ประมาณศูนย์กลาง 30 เซน ส่วนความสูงที่ไหม้อยู่ที่ประมาณ 50 เซน ยืนยันไม่มีผล กระทบต่อโครงสร้างสะพานแต่ อย่างใด ดูข้อมูลในเบื้องต้นบริเวณดังกล่าวไม่มีส่วนของไฟฟ้าอยู่บริเวณนี้ เพราะฉะนั้นใน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น คงมีคล้าย ๆ ไฟ แต่ว่าส่วนของจะเกิดจาก เหตุการณ์ใด อันนี้ต้องอยู่ในการ สอบ ส่วนค่าเสียหายอาจจะ ประเมินไม่ได้ตอนนี้ ถ้าเสียหาย หลักก็จะเป็นในส่วนของทรัพย์ สิน ซึ่งเป็นตัวท่อ แต่ส่วนของตัว โครงสร้างสะพาน ต้องรอส่วน ของเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ มาดูอีกทีนึง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ