คลังเก็บหมวดหมู่: ทหารบก (ทบ.)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ( 29 ม.ค. 69) เวลา 09.30 น. ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้ข้อเสนอแนะของผู้บริหารเพื่อนำไปสู่การ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ” ต่อการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานแบบบูรณาการให้มีความประสานสอดคล้อง และสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน อันจะทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเพื่อสร้างความรู้จัก และความสัมพันธ์ที่ดีในระดับผู้บริหาร โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จากพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมในการประชุมฯ

โดยเป็นการประชุมเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ ในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้แก่ การป้องกันภัยคุกคามเร่งด่วนการสกัดกั้นภัยคุกคามข้ามชาติ และปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ และการก่อการร้ายข้ามชาติการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มาตรการสกัดกั้นข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งปัญหาดังกล่าว นับว่าเป็นภัยคุกคามซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นส่วนรวม

ซึ่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในห้วงต่อไป โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจ ขอบเขต บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามกรอบกฎหมาย มีความเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ที่ประจักษ์ต่อทุกภาคส่วน โดยกำหนดเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง จำนวน 5 ประการ ได้แก่ การสร้างความชัดเจนในบทบาทหน่วยงานด้านความมั่นคง การยกระดับศักยภาพในการรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ การทำงานเชิงรุกโดยอาศัยข้อมูล การประเมินสถานการณ์ และความร่วมมือจากประชาชน การบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ พร้อมการติดตามประเมินผล และการเสริมสร้างบทบาทกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ในการช่วยเหลือประชาชน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงอย่างบูรณาการ โดยให้ความสำคัญกับการประเมินและรับมือภัยคุกคามเชิงรุก การดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน การแก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สาธารณภัย และการเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในห้วงการเลือกตั้งและประชามติ

ทั้งนี้ หวังว่าความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้การรักษาความมั่นคงภายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันแก้ไขปัญหา จากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดชายแดนที่มีการแจ้งเตือน, การอพยพประชาชน, การจัดระเบียบในพื้นที่อพยพ, การตรวจสอบสายลับ และการดูแลพื้นที่ส่วนหลังจังหวัดตอนใน รวมถึงการมอบสิ่งของบริจาค, จัดพิธีศพทหาร, การตรวจสอบแรงงานต่างด้าว ความมุ่งมั่นตั้งใจ เสียสละของทุกภาคส่วน รวมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ความร่วมมือสนับสนุน และการมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติภารกิจให้เกิดความมั่นคงของชาติ ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีความรัก ความสามัคคี ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อย่างยั่งยืนสืบไป

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ค่ายสุริยพงษ์ จังหวัดน่าน พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าศาล อัยการ ตำรวจ ส่วนราชการพลเรือน ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ และสมาคมแม่บ้านทหารบก เข้าร่วมในพิธี เพื่อ

ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย ตลอดจนบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ และเหล่าบรรพบุรุษผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทย

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้กำลังพลตระหนักถึงภารกิจหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อให้แผ่นดินไทยดำรงอยู่เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไป

ภายในงานมีกำลังพลเข้าร่วมสวนสนามจำนวน 2 กองพัน พร้อมการแสดงก่อนพิธีจำนวน 2 ชุด ได้แก่ การแสดงจากหมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงวงโยธวาทิตจากโรงเรียนนาน้อย และกรมทหารพรานที่ 32

โดยมีข้าราชการ ทหาร ครอบครัวกำลังพล นักศึกษาวิชาทหาร และประชาชนจังหวัดน่าน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลทหารเรืองศักดิ์ กลับบ้านสู่อ้อมกอดครอบครัว พร้อมโชว์ของดีประจำกาย

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี พลทหารเรืองศักดิ์ รัตนพันธ์ หน่วยทหารราบ (หน่วยเฉพาะกิจ) ซึ่งประจำการ บริเวณ ช่องตาเฒ่าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 และได้รับการผ่าตัดหลายครั้ง

ปัจจุบันทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งพลทหารเรืองศักดิ์ รัตนพันธ์ ทหารแนวหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้าห้องผ่าตัดถึง 5 ครั้ง จากเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้าห้องผ่าตัดถึง 5 ครั้ง บาดแผลกระจายตั้งแต่ลำคอด้านหลัง ใกล้แนวกระดูกสันหลัง คิ้ว ขมับ ใต้ตา แก้ม ฟันกรามแตกถึง 6 ซี่ ซึ่งหลังจากกลับมาทางชาวบ้านและญาติได้ทำการผูกข้อมือสู่ขวัญเมื่อว่านที่ผ่านมาก (7 มกราคม 69)

ผู้สื่อข่าวได้พบกับครอบครัวและพลทหารเรืองศักดิ์ ซึ่งวันนี้ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวที่บ้านเกิด คือบ้าน บ้านเลขที่ 107 หมู่ 2 บ้านหนองน้ำเต้า ตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดหาร โดยทางพลทหารเรืองศักดิ์ เปิดเผยว่าตนเองเป็นทหารสกัด ร.3 พัน3. ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าร่วมการต่อสู้กับเขมรทั่ง2 ครั้ง

ซึ่งครั้งที่หนักสุดก็เป็นครั้งที่ 2 เพราะตนเองถูกฝ่ายเขมรยิงปืนคอมาตกตรงหน้าบังเกอร์ซึ่งขนาดนั้นกำลังวิ่งออกไปเอาปืนจนทำให้ตนเองโดนสะเก็ดปืนคอบาดเจ็บสาหัส จนต้องนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

ซึ่งระหว่างนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของ ซึ่งตนเองอยู่รักษาอาการบาดเจ็บ และได้กลับมาที่บ้านเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายในช่องปาก เมื่อหายดีแล้วก็จะกลับไปทำหน้าที่ของทหารต่อ พร้อมกับเตรียมตัวสอบเป็นนายสิบ เพราะรักในอาชีพของทหารและเลือกทางนี้แล้ว ปล่อยเสียง

ด้านนายกองศิลป์ รัตนพันธ์ อายุ 59 ปี พ่อของพลทหารบอกกับผู้สื่อข่าวว่า อยากให้ลูกชายมีอาชีพเป็นทหารเพราะเขาชอบ พ่อก็เลยพาลูกไปสมัครโดย ร้องขอผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นมากก็รู้สึกเลยว่าลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัวแบ่งเงินที่เป็นเงินเดือนมาช่วยเหลือครอบครัวตลอดตอนนี้ก็หวังว่าลูกชายจะได้เป็นนายสอบต่อไป

นอกจากนี้ทางพลทหารเรืองศักดิ์ ได้บอกกลับผู้สื่อข่าวตนเองเชื่อว่าที่ตนเองรอดมาได้ในครั้งนี้นอกจากการได้รับความช่วยเหลือจากทางหมอแล้วยังมีสิ่งที่ยึด ยึดเหนี่ยวจิตใจ คือตะกรุดที่ทำจากลูกปืนพร้อมเหรียญหลวงปู่เจียม อติสโย ที่ แม่ทัพเติ่ง พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นคนมอบให้โดยตนเองเชื่อว่าสิ่งของเหล่านี้ปกปักรักษาให้ปลอดภัยในการรบแต่ละครั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดภาพ “เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง” ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันคือพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์

แชร์เนื้อหานี้

เปิดภาพ “เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง” ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันคือพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อม พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2

และคณะ ลงพื้นที่ตรวจภูมิประเทศ ยืนยันการควบคุมพื้นที่อธิปไตยของไทยอย่างสมบูรณ์ ธงไตรรงค์โบกสะบัดอย่างสง่างาม บนผืนแผ่นดินไทย

โดยระหว่างลงพื้นที่ได้กล่าวว่า ผมขอยืมคำน้องๆ ทหารหาญในแนวหน้ามาใช้ “ที่ๆ เราเหยียบ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”
โดยกำลังพลในพื้นที่ยังคงมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม ทั้งนี้ เสธ.ทบ./

เสธ.ศปก.ทบ. ได้กล่าว ขอบคุณในความเสียสละของกำลังพลทุกนาย รวมทั้งได้ตรวจแนวการวางกำลังตลอดพื้นที่
เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดภาพเบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์ชายแดนที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และใช้อาวุธโจมตีกำลังพลของไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาที่คนไทยต้องรับรู้เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ120 ชม. การยึดพื้นที่คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ ภาพสะท้อนจากเนิน 350 สู่สมรภูมิประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจดจำตลอดภารกิจของ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้บัญชาการรบอยู่หน้าแนวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2

สถานการณ์บริเวณ เนิน 350 พื้นที่ปราสาทตาควาย ทำให้สังคมไทยได้ประจักษ์อีกครั้งว่า “พื้นที่สูง” ไม่ใช่เพียงตำแหน่งบนแผนที่ แต่คือจุดชี้ขาดของความมั่นคง เป็นทั้งสายตา เป็นทั้งเกราะ และเป็นเส้นแบ่งระหว่าง ความปลอดภัยของประชาชนกับความเสี่ยงในแนวหน้าภายใต้การบัญชาการรบของกองทัพภาคที่ 2 การปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวดำเนินไปบนหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการควบคุมสถานการณ์ เพื่อจำกัดความสูญเสีย การตัดสินใจแต่ละขั้น มิได้มุ่งผลลัพธ์เฉพาะหน้า แต่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพและ
ความมั่นคงโดยรวมเพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ 5 วัน เนิน 350 จากการปะทะสู่การควบคุมสถานการณ์ (16–20 ธันวาคม 2568)16 ธันวาคม 2568 วันที่ความกล้าหาญถูกพิสูจน์ มีรายงานเหตุปะทะในพื้นที่ เนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ส่งผลให้กำลังพลไทย เสียชีวิต 2 นาย พื้นที่ดังกล่าวถูกจับตาในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม นี่คือวันที่ความกล้าหาญของทหารแนวหน้าปรากฏชัด และเป็นจุดตั้งต้นของการตัดสินใจเชิงความรับผิดชอบในระดับบัญชาการ

17 ธันวาคม 2568 คุมจังหวะสถานการณ์ การดำเนินการในพื้นที่ปรับเข้าสู่กรอบการควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบโดยมุ่งยับยั้งการรุกคืบ ควบคุมพื้นที่สำคัญและป้องกันการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายหลักในช่วงนี้คือ ไม่ให้ความสูญเสียเกิดซ้ำและไม่เปิดช่องให้ความรุนแรงขยายตัว18 ธันวาคม 2568 การทำงานของระบบบัญชาการรบ การปฏิบัติการดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ทีมบัญชาการรบ กำลังแนวหน้า และฝ่ายสนับสนุน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยยึดหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการลดความเสี่ยงต่อชีวิตกำลังพล “ความนิ่งในวันนี้ไม่ใช่ความชะลอ แต่คือการตัดสินใจที่ไม่ใช้อารมณ์นำ”

19 ธันวาคม 2568 สถานการณ์เริ่มชัดเจนรายงานข่าวสะท้อนว่า การควบคุมพื้นที่มีความคืบหน้า การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ยุทธศาสตร์ถูกจำกัด สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะที่การคุกคามไม่สามารถขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ 20 ธันวาคม 2568 ควบคุมพื้นที่ ปิดวงจรความสูญเสียมีการยืนยันว่าฝ่ายไทยสามารถ ควบคุมพื้นที่เนิน 350 และบริเวณปราสาทตาควายได้ พร้อมการลำเลียงร่างทหารผู้เสียสละลงมาประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ และการตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่ รวมถึงการตรวจยึดอาวุธจากฐานปฏิบัติการ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงย้อนกลับมาอีก “วันนี้ไม่ใช่วันแห่งการเฉลิมชัย แต่คือวันที่ความสูญเสียถูก “หยุดไว้” ด้วยการตัดสินใจอย่างมีศักดิ์ศรี

สมรภูมิเนิน 350 มีผู้กล้ายืนหยัดฝ่ากระสุนตลอดการรบ 5 วัน หวังนำพี่น้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติไม่ได้มีเพียง ผู้เสียสละที่จากเราไปเท่านั้น แต่ยังมี “ผู้กล้า” ที่ยืนหยัดฝ่ากระสุนและกับระเบิด ตลอดการรบ สู้กันยาวนานกว่า 120 ชั่วโมง หลังจาก กองทัพภาคที่ 2 สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ในครั้งนี้ส่งผลให้ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พลีชีพ ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่สมรภูมิปราสาทตาควาย และเนิน 350 และได้นำกลับบ้านอย่างสมเกียรติอย่างวีระบุรุษ ขอคำนับ กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่หวั่นไหว พวกคุณคือคุณค่าแห่งเกียรติยศ คือหัวใจ ของคำว่า “ไม่ทิ้งกัน” ขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษทุกนายอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพต่อไป
เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ บนเนิน 350 ปรับแผน ก่อนยึดได้ พร้อมยกย่องความเสียสละของ 2 ทหารกล้าแม่ทัพเติ่งตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย

แชร์เนื้อหานี้

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การบัญชาการรบของ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผบ.พล.ร.6/ผบ.กกล.สุรนารี

สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างหนัก กับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า การปฏิบัติการนี้ ดำเนินไปด้วยความรอบคอบและรัดกุม เพราะทหารกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดไว้ทั่วพื้นที่ ทำให้ทุกขั้นตอนต้อง

ใช้ความระมัดระวังสูงสุด และกล่าวยกย่องว่า “การเสียสละของ ทหารกล้า / นายเป็นแบบอย่างแห่งความกล้าหาญ สมกับคำว่า ‘ทหารอาชีพ’ ที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย”

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เรารักษาความมั่นคงของอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดน และเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติและศักดิ์ศรีของกองทัพไทย

ที่ยังคงมีลูกหลานพร้อมยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยชีวิต เนิน350ปราสาทตาควายกัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ

เดวิท โชคชัย รายงาน

แม่ทัพเติ่งตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย“แม่ทัพเติ่ง” ตรวจยึดคลังแสงอาวุธเขมร บน เนิน 350–ปราสาทตาควาย กลางดึก ร่วมวางแผน วางกำลัง คุมพื้นที่ให้ได้แบบเด็ดขาด ขอบคุณกำลังพลทุกคน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินเท้าขึ้นยอดเนิน 350 ปราสาทตาควาย เมื่อช่วงกลางดึก ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบอาวุธและยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ตรวจยึดได้

จากฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชาบนเนิน 350 เพื่อการควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธี และวางแผนการวางกำลังในพื้นที่ พร้อม ประเมินสถานการณ์ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่โดยตรง

พร้อมตรวจเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ และขอบคุณกำลังพล พร้อมย้ำทุกหน่วยให้รักษาพื้นที่ ให้ได้อย่างมั่นคง ควบคุมสถานการณ์อย่างเด็ดขาด

ปกป้องอธิปไตยของชาติ และยึดความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลเป็นสำคัญสูงสุดแม่ทัพเติ่งปราสาทตาควายเนิน350กัมพูชาต้องสิ้นสภาพทางการทหาร

เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนาม นศท. ประจำปี 2568 ปลุกพลังเยาวชนรักษ์ชาติ รำลึกวีรกรรมยุวชนทหาร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 ธันวาคม 2568 มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44) จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปีการศึกษา 2568

เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญของ ยุวชนทหาร ผู้ยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา พร้อมแสดงพลังระเบียบวินัย ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของกำลังพลสำรองรุ่นใหม่

ณ ลานอเนกประสงค์ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ ตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพรพิธีครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เป็นประธาน พร้อมด้วย

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร ตลอดจนผู้ปกครองนักศึกษาวิชาทหารที่มาร่วมเป็นกำลังใจอย่างอบอุ่น บรรยากาศเป็นไปด้วยความภาคภูมิใจและสง่างามของเหล่านักศึกษาวิชาทหารที่ร่วมสวนสนามอย่างพร้อมเพรียง

พลตรี สมคิด ชูเผือก กล่าวว่า วันที่ 8 ธันวาคม ถูกกำหนดให้เป็น “วันนักศึกษาวิชาทหาร” เพื่อรำลึกถึงยุวชนทหารผู้เสียสละเพื่อชาติในปี 2484 พร้อมเน้นย้ำภารกิจสำคัญของนักศึกษาวิชาทหารในยุคปัจจุบันว่า

“หลักสูตร นศท. มุ่งพัฒนานักศึกษาทุกนายให้เป็นกำลังสำรองที่มีคุณภาพของกองทัพ เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ และร่วมปฏิบัติงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับกำลังประจำการเมื่อชาติบ้านเมืองต้องการ”

ประธานในพิธีได้ฝากข้อคิดสำคัญถึงเยาวชนกำลังสำรองว่า
“ขอให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนายตระหนักว่า ความเป็นเอกราชของชาติเรามาจากการเสียสละของบรรพบุรุษ วันนี้พวกเรามีหน้าที่สืบสานความเสียสละนั้น ด้วยความรับผิดชอบ วินัย และหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

สำหรับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 44 ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2532 มีภารกิจผลิตกำลังพลสำรองในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ปัจจุบันมี พันโท อาทิตย์ เรืองธารา ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยฝึก ดูแลนักศึกษาวิชาทหารรวมทั้งสิ้น 3,050 นาย

พิธีในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเชิดชูวีรกรรมผู้กล้า ยังเป็นเวทีปลุกพลังเยาวชนชุมพรให้มีความรักชาติ รู้คุณแผ่นดิน และพร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตอย่างสง่างามและภาคภูมิใจ.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 ซีลเข้มชายแดนในรอบ 2 เดือน ( ต.ค.-พ.ย.68 ) ป้องกันการทะลักยาเสพติด 18 กว่าล้าน ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในรอบ 2 เดือน ( ต.ค.-พ.ย.68) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด, หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สกัดกั้นป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องด้วยสถานการณ์ปัญหาด้านยาเสพติดที่มีความรุนแรงในปัจจุบัน ทางรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดนโยบายที่มุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดขึ้น โดยมีการกำหนดพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความจำเป็นเร่ง

ด่วน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามคำสั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และได้จัดตั้ง หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 ขึ้น โดยมอบหมายให้ “กองทัพภาคที่ 2” เป็นผู้รับผิดชอบ พื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน

สำหรับ นบ.ยส.24 มีหน้าที่ในการ วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่รับผิดชอบ เข้าดำเนินการ และปฏิบัติการ สกัดกั้น ยับยั้ง และจับกุม ไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติด เข้ามาในประเทศ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ผ่านไปยัง พื้นที่แหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ, ปราบปราม ทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติด และวงจรทางการเงินของกลุ่มนักค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน, ปราบปรามการ

ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ตามแนวชายแดน,เสริมสร้างความเข้มแข็งของ หมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวชายแดน เพื่อต่อต้าน ยาเสพติด เฝ้าระวัง และช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการแจ้งข่าว ในพื้นที่รับผิดชอบ ให้มากที่สุดและยั่งยืน,ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดและหลบหนีหมายจับเข้าไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ และดำเนินการอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ยาเสพติดถูกลักลอบลำเลียงเข้ามาในประเทศ

โดยมีแนวทางการปฏิบัติงานตาม 6 มาตรการหลัก ที่ ป.ป.ส. กำหนด ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มอบให้ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และกองกำลังสุรนารี เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการปราบปราม มอบให้ ตำรวจภูธรภาค 3, ภาค 4 และกองบังคับการ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก,มาตรการป้องกัน มอบให้ จังหวัด ในบทบาทของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการบำบัด มอบให้ สาธารณสุขจังหวัด

เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการบูรณาการ ทุกส่วนราชการ มีส่วนร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด, มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ช่องทาง ของคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ระหว่างจังหวัดกับแขวง (GBC), ชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย – ลาว ของกองกำลังป้องกันชายแดน และ หน่วยประสานงานประจำพื้นที่ชายแดน ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2

โดยในห้วง 2 เดือน ที่ผ่านมา สามารถตรวจยึด ผู้ต้องหาได้ 224 ราย ของกลาง ยาบ้า 23,930,404 เม็ด, ไอซ์ 1,216 กิโลกรัม, เฮโรอีน 22 กิโลกรัม และยาเสพติดชนิดอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมเป็นมูลค่าของกลาง 875,715,401 บาท ในวันนี้ ได้กำหนดจัดการประชุมแถลงคำสั่ง

และมอบแนวทางการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อให้ทุกหน่วย ทุกส่วนราชการ ได้รับทราบ บทบาทอำนาจหน้าที่ และแนวทางการปฏิบัติภารกิจ บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนต่อไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 ต้อนรับ หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ ตรวจพื้นที่โรงเรียนบ้านปะทาย รองรับการฝึก Cobra Gold 2025

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พันเอก สมเด็จ พวงผกา หัวหน้าสถานีวิทยุสื่อสาร ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พันเอก วินัย บุญวิจิตร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2, พันเอก ภคพล มีทิพย์ รองผู้บัญชาการ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรนารี,

นายลิขิต เพ็งประสิทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 รวมทั้งคณะครูและผู้นำชุมชน ได้ร่วมให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเดินทางมาตรวจพื้นที่โรงเรียนบ้านปะทาย ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมวางแผนการอำนวยความสะดวก การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียน การรักษาความปลอดภัย รวมถึงรับทราบสถานการณ์ตามแนวชายแดนสำหรับการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลสหรัฐฯ ในห้วงการฝึก Cobra Gold 2025

โดยมี คุณไมเคิล ยัง ผู้ช่วยทูต หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา, คุณวิคเตอร์ เซเวริโน่ รองผู้ช่วยทูต หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา
และน.ส.กัฑลี กนกคีขรินทร์ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา การตรวจเยี่ยม สรุป 2 ประเด็นสำคัญ

  1. ด้านการรักษาความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างและการฝึก จะมีการจัดกำลังจากตำรวจในพื้นที่ร่วมกับสารวัตรทหารกองทัพภาคที่ 2 โดยมอบหมายให้ รองผู้บังคับกองร้อย สห.สนามที่ 1 พัน.สห.21 ทำหน้าที่นายทหารประสานงานเบื้องต้น
  2. ด้านความเป็นอยู่ในห้วงการฝึกโรงเรียนได้เตรียมระบบไฟฟ้า และการจัดการน้ำอุปโภค–บริโภคให้เพียงพอต่อการรองรับกำลังพลแล้ว
    ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อการเตรียมการ การอำนวยความสะดวก และความร่วมมือที่ดีจากฝ่ายไทยในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน_////เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 พร้อมส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพลพัฒนาที่ 2 จำนวน 102 นาย ขนยุทโธปกรณ์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ ครัวสนาม เครื่องปั่นไฟ เรือ สนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

โดย พล.ต.กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ตรวจความพร้อมของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ที่หน้ากองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน