คลังเก็บหมวดหมู่: การเมือง

สื่อรัฐทีวี-สื่้อรัฐนิวส์ / กูเซ็งโคม่าถูก3 ส.ส.2 พรรคการเมืองใหญ่ปราศรัยถล่มยับ ช่วยอ้อนขอคะแนนเสียงช่วยพี่ชาย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจหลัง25ปี นราฯล้าหลัง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 22 ม.ค.68 ที่ผ่านมา ที่บริเวณลานตลาดเกษตรกลางใจเมือง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มีการเปิดปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ของนายซาการียา สะอิ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เพื่อช่วยนายอับดุลลักษณ์ สะอิ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต ที่ได้ลงเล่นการเมืองระดับท้องถิ่นเป็นครั้งแรก โดยมีนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 3 พรรคกล้าธรรม นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม ซึ่งเปรียบได้ว่าเป็นมือขวาของนายธรรมนัส พรหมเผ่า แถมยังมีนายนัจมุดดีน อูมา ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ช่วยปราศรัยอ้อนของคะแนนเสียง ถล่มยับนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน แกนนำหลักพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นอดีต นายก อบจ.นราธิวาส 5 สมัย โดยมีคลื่นมหาชนจากพื้นที่ อ.ระแงะ จะแนะและเจาะไอร้อง จำนวนร่วม 8,000 คน มาให้กำลังใจพร้อมรับฟังนโยบาย ในหัวข้อ 25 ปีชาวนราธิวาสได้อะไรบ้างถึงเวลาทุกคนต้องเปลี่ยน เพื่อการพัฒนาในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจชายแดน การท่องเที่ยวการศึกษาที่ล้าหลัง ติดอันดับสุดท้ายของตาราง จนลานตลาดเกษตรใจกลางเมือง อ.ระแงะ แทบแตกมากไปด้วยคลื่นมหาชน มีการตบมือเป็นระยะๆ ที่แต่ละคนสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยหาเสียงก่อนโค้งสุดท้าย

โดยการปราศรัยในครั้งนี้ เป็นการปราศรัยนโยบายของนายอับดุลลักษณ์ สะอิ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 คนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ที่เป็นคู่แข่ง 1 เดียวของนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีตนายก อบจ.5 สมัย ที่มีการมอบหมายให้ผู้ปราศรัยแต่ละคนขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวถึงนโยบายแต่ละข้อ ที่นายอับดุลลักษณ์ เมื่อได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเร่งดำเนินการพัฒนาเพื่อให้เทียบเท่าจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ คนแรกที่ขึ้นปราศรัยช่วยหาเสียงให้นายอับดุลลักษณ์ สะอิ คือ นายไพซอล อาแว นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งมีความชำนาญและช่ำชองในเรื่องของการบริหารงานท้องถิ่น ได้กล่าวในเห็นถึงการบริหารบ้านเมืองในปัจจุบัน ต้องมีแนวคิดที่กว้างไกลรอบด้านและความสัมพันธ์ส่วนตัว ที่จะมีความกระตือรืนร้นดึงความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและอกชนเข้ามาผลักดันพัฒนาฟื้นฟูโครงการต่างๆ มิใช่เพียงแต่ใช้งบประมาณที่มีขีดจำกัด ก่อนที่จะถามคลื่นมวลชนว่าถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง

คนที่ 2 คือแม่งานคนสำคัญ คือ ตัวนายอับดุลลักษณ์ คู่แข่งคนสำคัญของนายกูเซ็ง ยางอหะซัน เมื่อถึงคิวขึ้นปราศรัยหลังจากคลื่นมหาชนได้รับฟังการปราศรัยหรือเรียกน้ำย่อยนโยบายจากนายไพซอล คลื่นมหาชนได้ถือโอกาสมอบพวงมาลัยและดอกกุหลาบเพื่อเป็นกำลังใจ โดยบางคนพูดเพียงสั้นๆกับนายอับดุลลักษณ์ในขณะมอบพวงมาลัยและดอกกุหลาบว่า ต้องเปลี่ยนให้ได้น่ะให้สมกับการรอคอย โดยนายอับดุลลักษณ์ ได้กล่าวถึงการศึกษาที่นราธิวาสติดอันดับสุดท้ายของตาราง เศรษฐกิจซบเซาที่แนวชายแดน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มากมี แต่ไม่เคยถูกหยิบยกมาเป็นนโยบายและฟื้นฟู ทั้งๆที่เป็นเม็ดเงินสร้างรายได้ให้กับจังหวัด ผมขอเวลาและโอกาสนั่งเก้าอี้นายก อบจ.ถ้าผมทำไม้ได้ เลือกตั้งครั้งต่อไปอย่าเลือกผม

ในส่วนของนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 3 พรรคกล้าธรรม นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม นายนัจมุดดีน อูมา ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยเจาะลึกลงไปในด้านการค้าแนวชายแดน โดยเฉพาะผลสืบเนื่องจากการท่องเที่ยว ทั้งๆทีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส มีธรรมชาติที่สวยงามสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาสัมผัส เช่นทะเลหมอกที่สวยงาม แต่คนนราธิวาสกับไปเที่ยวชมทะเลหมอกในพื้นที่อื่นๆ มันแปลกดีน่ะคือมีดีแต่ไม่มีคนหยิบยกมาโชว์ และการปราศรัยปิดท้ายในครั้งนี้ คือ นายซาการียา สะอิ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย

ซึ่งเป็นน้องชายของนายอับดุลลักษณ์ ได้กล่าวเจาะลึกลงไปถึงการศึกษา ที่จังหวัดอื่นๆทั่วประเทศเล็งเห็นความสำคัญด้านการศึกษาปูพื้นฐานตั้งแต่เป็นเด็กเยาวชน ซึ่งถือว่าเป็นฐานรากที่เข้มแข็งของประเทศ แต่บ้านเรามีมั๊ยมีที่ไหนจัดติวเพื่อสอบเข้าแข็งขันขึ้นไปสู่ระดับต่างๆในรั้วโรงเรียนหรือรั้วของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แต่เพียงการศึกษาของภาครัฐ มันรวมไปถึงการศึกษาของโรงเรียนสอนศาสนาหรือตาดีกา ที่ปัจจุบันถือว่ายังดีที่โรงเรียนสอนศาสนาหรือตาดีกา บางแห่งยังคงได้รับการสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือจากต่างประเทศ มิเช่นนั้นโรงเรียนสอนศาสนาหรือตาดีกา อยากจะกลายเป็นตำนานหรือเป็นโรงเรียนร้างไปโดยปริยาย

ด้านนายอับดุลลักษณ์ สะอิ ผู้สมัครนายก อบจ. นราธิวาส กล่าวด้วยความมั่นใจในชัยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนจังนราธิวาสทันที โดยการส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นฐานและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีก่อน โดยเริ่มจากให้ชาวบ้านมีรายได้ที่ดีขึ้นจากการท่องเที่ยว จากการส่งเสริมเศรษฐกิจ ซึ่งเราจะทำให้ได้ทันที รวมถึงการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวไปพร้อมๆกัน เพิ่มรายได้ให้ชานราธิวาส โดยการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการศึกษา พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งผมคิดว่าจากการลงพื้นที่ของผมนั้นรอบนี้นราธิวาสต้องเปลี่ยนให้ได้ ซึ่งผมมั่นใจเพราะจากการที่ได้ลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้าน ทุกพื้นที่ในจังหวัดนราธิวาสมีการตอบรับจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่าเรามาเปลี่ยนนราธิวาสไปด้วยกัน
///////////////////////////// 23 มกราคม 2568
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทักษิณ’ ช่วย ‘ภูมิพันธ์’ หาเสียง อ้อนชาวบึงกาฬ เลือกเป็นนายกอบจ.คนใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (19 ม.ค. 68) เวลา 9.00 น. ที่จังหวัด​บึงกาฬ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามกีฬาโรงเรียนบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับว่าที่ร้อยตรี ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ชิง นายก อบจ.บึงกาฬโดยทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึงเวทีมีมวลชนจำนวนมากรอต้อนรับ สวมเสื้อสีแดง พร้อมผ้าคาดหัวที่สกรีนเบอร์ผู้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทำให้บริเวณหน้าเวทีปราศรัยกลายเป็นลานสีแดง หลายคน ชูป้ายให้กำลังใจนายทักษิณบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายทักษิณ กล่าวทักทายว่า “คิดฮอดหลาย”พร้อมบอกว่า เมื่อกี้ถูกสาวบึงกาฬจีบหลายคนบอกว่าตนเองยังหล่ออยู่ ความจริงมันเฒ่าแล้วเดือนกรกฎาคมนี้จะอายุ 76 แล้วแต่ หัวใจยังสะออนอยู่ หัวใจยังอยู่กับพี่น้องประชาชนยังอยากคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง บ้านเมืองนี้หลัง หลายคนบอกว่าคิดถึงผมจริงหรือเปล่าครับ สิ่งหนึ่งที่ผมมีความเกี่ยวข้องกับคนบึงกาฬตรงๆคือเมื่อปี 2546 ตอนนั้นผมเป็นนายกไปประชุมครม.สัญจรที่ภูเก็ต ได้สั่งยกเลิกมติครม.สมัยคุณชวน ที่บอกว่าไม่ขยายพื้นที่ปลูกยางพารา ผมให้เพิ่มพื้นที่ปลูกยางพาราอีก 1ล้านไร่ ซึ่งวันนี้บึงกาฬก็ล้านไร่ไปแล้ว

จากที่ตนออกไปมันขาดการบริหารอย่างมีเป้าหมายไปเยอะ เรียกว่าบริหาร โดยไม่บริหาร บ้านเมืองก็เลยแย่ไปหลายจุด ในฐานะที่ตนเองเป็นอดีตนายกฯ ได้รับพระเมตตาพระมหากรุณาธิคุณ จึงคิดว่าอยากทำให้บ้านเมืองดีขึ้นวันนี้ท่าทางคนบึงกาฬอารมณ์ดี สงสัยจะไม่มีความทุกข์ ถามว่ามีทุกข์หรือมีหนี้หรือไม่ และไปลงทะเบียนเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้แล้วหรือไม่ ราคายางพาราดีขึ้นไหม

นายทักษิณ ถามชาวบึงกาฬใครดูข่าวที่นายกรัฐมนตรีไปเปิดบ้านเพื่อคนไทยบ้างผ่อนเดือนละ 4,000 บาท มีคนแห่ไปกดจอง 23​ ล้านคน ซึ่งโครงการแรกเพิ่งสร้างได้ 4,700 หลังต้องจับฉลากกันตาตั้งเลยนายทักษิณ ถามต่อถึงปัญหายาเสพติดในพื้นพื้นที่​ โดยถามว่าต้องการให้จัดการหรือไม่เอาแบบไหนดี ตอนตนไปหาเสียงช่วยนายกอบจ. ที่อุดรธานีก็ได้ฝากบอกพี่น้องกลับไปบอกพ่อค้ายาเสพติด​ ว่าทักษิณกลับมาแล้ว ทักษิณไม่ใช่ไม่ชอบพ่อค้ายาแต่เกลียดเลย ถ้ายังขายยาอยู่มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ พร้อมฝากบอกชาวบึงกาฬเช่นเดียวกันว่าทักษิณมาแล้วแม้จะแก่แล้วก็เหมือนเดิม

นายทักษิณ ถามชาวบึงกาฬว่า อยากให้สร้างบ้านเพื่อคนไทยบ้างหรือไม่ ซึ่งบ้านเพื่อคนไทยไม่ใช่บ้านเพื่อคนจนแต่เป็นบ้านให้ทุกคนที่มีความฝันอยากมีบ้านได้มีบ้าน เมื่อก่อนเราอยากมีบ้านต้องหาเงินดาวน์ก่อน แต่เมื่อเก็บเงินได้ ราคาบ้านก็ขยับขึ้น วันนี้จึงเอาที่หลวงซึ่งเป็นที่รถไฟที่ติดกับรถไฟฟ้า ที่จะมีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในอนาคตมาเป็นพื้นที่ที่ทำโครงการ ส่วนในต่างจังหวัดก็ใช้ที่ของกรมธนารักษ์ ที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างโดยที่เชียงใหม่กำลังจะเริ่มทำ ส่วนที่บึงกาฬ เดี๋ยวให้นางนพร​ เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยดู ว่าที่ตรงไหนที่ไม่ได้ใช้ เหมาะสมกับการทำที่อยู่อาศัยหรือไม่ เราจะได้มาสร้างกัน

วันนี้กะว่าจะสร้างทั่วประเทศ 1,000,000 ยูนิต แต่ยังไม่พอเพราะยังมีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองแม้จะหนักแต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมีการก่อสร้างการรับจ้าง ที่สำคัญคือบ้านเพื่อคนไทยใช้ระบบส้วมไฟฟ้า ส่วนเรื่อง Entertainment Complex ว่ามันก็เหมือนที่ลาสเวกัส มีสนามกีฬา มีหอประชุม มีการจัดงานอะไรสารพัดอย่าง มีสวนน้ำ มีบางคนจะเสนอแม้กระทั่งจะสร้างที่เล่นสก็บนหิมะ แต่พื้นที่ใหญ่ ๆ นี้จะใช้พื้นที่ไม่ถึง 10% ทำเป็นคาสิโน เหมือนที่สิงคโปร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาใช้ตังค์ มาท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละแห่ง จะสร้างงาน​ 20,000 คน และเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทเพื่อรายได้ต่างๆเข้าประเทศ อันนี้เป็นแนวที่รัฐบาลได้ทำต่อเนื่องจากจากรัฐบาลที่แล้ว หลังจากถามความเห็นและมีคนคัดค้านน้อยมาก

โดยจะต้องทำให้มีการควบคุมให้ถูกต้อง คนไทยจะไปเล่น ต้องเป็นคนมีฐานะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวหมดตัวอันนี้เราจะดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกต้องตามหลักตามที่ประเทศพัฒนาแล้วเขาทำกันนายทักษิณ ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลรับช่วงมาก็เป็นหนี้ตั้ง 60% ของจีดีพี วันนี้จึงต้องพยายามทำให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ให้เงินสะพัดคล่องขึ้นให้ประชาชนมีเงินใช้ เอาให้เหมือนตอนตนอยู่ไทยรักไทย”วันนี้ต้องทำให้คนไทยมีเงินในกระเป๋าเพราะตอนนี้ส่วนใหญ่ล้วงออกมาก็เจอตั๋วจำนำ ก่อนครบเทอมของรัฐบาลนี้ล้วงกระเป๋าไปตั๋วจำนำหาย ปี 2569 ล้วงไปมีเงินแล้ว และในปี2570

กลับมาอีกทีจะล้วงไม่ลงเพราะเงินเยอะไป แน่นกระเป๋า ที่พูดมีความตั้งใจและมั่นใจว่าเอาไหวแน่แม้ตอนนี้จะลำบากก็ต้องสู้เอาจนได้ ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะไร แพ้แต่เมีย” นายทักษิณกล่าววันนี้เราต้องยอมรับว่าเงินมันแห้ง หาเงินเท่าไหร่เขาก็ดูดกลับไปหมด ซึ่งตนเองเรื่องนี้ ตนเองไม่ยอม คนต่างจังหวัดทำงานแทบตายแม้จะมีเงินน้อยนิดก็ต้องให้มีสภาพคล่องอยู่ในจังหวัด คนต่างจังหวัดเหมือนปลาวางไขในคลองถ้าเขาดูดน้ำไปหมดก็วางไข่ไม่ได้ วันนี้จะดูดกลับให้พี่น้องถ้าเขาไม่ให้ดูดน้ำคลองกลับตนเองก็ยอมเติมน้ำขวด ขอเวลาตนนิดหนึ่ง ทำเต็มที่ คิดไม่หยุดและไม่หยุดทำและไม่หยุดส.ท.ร.(เสือกทุกเรื่อง)

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนเองกลับมาลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ กับตนเองหน้าตาเหมือนกันหรือไม่ ตามตนเองหาเสียง ตอนตั้งพรรคไทยรักไทย ตอนตนเองเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศนายกอิ๊งค์อายุ 8 ขวบ พวงมาลัยดาวเรืองนายกฯ เขาสวมตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เขาอยู่กับการเมืองมาวิธีคิดวิธีพูดก็เหมือนกันระหว่างไปอยู่ต่างประเทศเขาก็ไปหาตนเองแทบทุกเดือน ขณะท้องก็ไปหาแต่งงานยังไปจัดพิธีที่ฮ่องกง เพราะมาร่วมงานที่เมืองไทยไม่ได้ ถือว่าเป็นลูกที่ใกล้ชิดมาก ดังนั้นวิธีคิดวิธีพูดวิธีทำงานเหมือนกันแม้ไม่ได้คุยกันแต่เวลาเขาให้สัมภาษณ์มันตรงกับเราทุกอย่าง ดังนั้นท่านก็มีนายกตัวจริงคือแพทองธาร มีเงาอยู่ข้างหลังคือเงาแก่ ๆ คนนี้

นายทักษิณ ยังระบุว่า บึงกาฬ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดี มียางพาราเป็นฐานเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไปเราต้องพัฒนาบึงกาฬ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวให้ได้ ให้ราคายางพาราเพิ่มขึ้น พี่น้องชาวบึงกาฬจะได้ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะ ไร แม้แต่เมียตื้นตัน ใจที่พี่น้องชาวบึงกาฦมากันเยอะ แดดออกก็ไม่หนี น่ารักมาก แบบนี้ผมต่องขยันมาแล้ว ซี่นใจจริงๆ ผมเป็นโรค ที่ถ้าไปไหนแล้วประชาชนมาให้การต้อนรับกันเยอะๆ จะมีความสุข ท่าให้คนแก่มีความรู้สึก กระชุ่มกระชวย แล้วรู้สึกไม่แก่ มาวันนี้จึงขอคะแนนเสียงให้ เลือกนายกอบจ.คนหนุ่มๆ ไฟแรง แล้วมีคนแก่ๆ ให้คําปรึกษา มีรัฐมนตรีมนพร และสส.นิพนธ์ คอยเป็นพี่เลี้ยง แบบนี้ใช้ให้เต็มที่เลย ถึงเวลา ต้องเปลี่ยนนายก อบจ. เอานายกภูมิพันธ์ เบอร์ 1 และอย่าลืมเลือกสมาชิก อบจ.เข้าไปด้วย ไม่งั้น ทํางานคนเดียวลําบาก” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า พี่น้องน่ารักกัน จริงๆ ขอขอบคุณมากที่แดดออกก็ไม่หนี แสดงว่ายัง พอรักตนมากอยู่ อยากให้ตนมาหาบ่อยๆ หรือไม่ เลือกเบอร์ 1 หน่อย อย่างน้อยตนก็แวะมานั่งกินกาแฟไข่กระทะกับนายก อบจ.คนใหม่ จะได้แวะมาหาพี่ น้องประชาชน ขอฝากนายภูมิพันธ์ เบอร 1 ไว้ให้เป็นนายก อบจ.คนใหม่ ตนเป็นคนบ้ายอ อยากยอตน ง่าย นิดเดียวแค่เลือกนายก อบจ.และทีมให้ตน ตนก็มี ความสุข ยัง ไงก็ขอพี่น้องชาวนบึงกาฬ ตนมาขอถึงที่แล้ว ยังไงก็ขอเบอร์ 1 และทีม สจ.ทั้งหมด ให้เป็นกําลังใจตน ตนจะได้มาห่างานพี่น้องต่อไป

ข่าว/ภาพ​ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงรายดุเดือดทักษิณ หนุน สลักจฤฎดิ์สุดขั่ว ล้ม”นก”อทิตาธร หลุดเก้าอี้ พื้นเศรษฐกิจเชียงราย เกณฑ์คนนับหมื่นฟัง

แชร์เนื้อหานี้

หลังจากกกต.เชียงรายคัดกรองคุณสมบัติผูัสมัครรนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และได้ประกาศรับรองเบอร์ผู้มัครนายกฯทั้ง3 คน เบอร์ 1 นางอธิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร์ 2 นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์ 3 นางจิราพร หมื่นไชยวงศ์ ส่วนสมาชิกสภา ทั้งหมด36เขตเลือกตั้ง ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ จำนวน 103 ราย ตามสถ/ผถ.หรือ 4/4-4/5 ซึ่งผู้สมัครที่ทางสำนักคณะกรรมการเลือกตั้ง จังหวัดเชียงรายได้ลงนามรับรองให้ใช้เบอร์ลำดับหาเสียงเลือกตั้งได้

สำหรับความเคลื่อนไหวทางการเมืองในส่วนของการเลือกตั้งนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่5ธันวาคม68 ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตรผู้ช่วยหาเสียงนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2ซึ่งเป็นภรรยานายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตเลขาธิการพรรคและผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อไทยร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่3เวที ในพื้นที่ฐานที่มั่น นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ลูกเสี่ยโป้ย หรือนายสมบูรณ์ วันไชยธนวงค์ ผู้มีเบื้องหลังคือพรรคภูมิใจไทยหนุนหลัง ซึ่งเป็นผู้ครองฐานคะแนนในพื้นที่อำเภอเทิง จ.เชียงราย

มีทายาทเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และระดับชาติ ที่โรงเรียนบ้านปล้องวิทยาคม อย่างดุเดือดเข้มข้น ต่อด้วยเวทีเชียงของวิทยาคม และปิดท้ายด้วยเวทีโรงเรียนแม่จันวิทยาคม พื้นที่ฐานที่มั่นนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ในแต่ละเวทีมีการเกณฑ์คนมาฟังปราศรัยเวทีละหมื่นคนโดยมาจากหมู่บ้านละ10คน บรรยากาศการปราศัยเป็นไปอย่างดุเดือดนายทักษิณได้ปราศัยเป็นภาษาคำเมืองอ้อนคะแนนโดยเนื้อหาการปราศัยมุ่งเน้นอวดสักยภาพรัฐบาลลูกสาวคนเล็กว่าทำได้แน่นอน โดยจะปรับลดค่าไฟฟ้า3.70บาท/หน่วย และจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุกระตุ้นเศรษฐกิจต้นปี68 ในวันที่ 29 มกราคม แน่นอน

นายทักษิณกล่าวในที่ปราศรัยว่าตนห่างพื้นที่เชียงรายมากว่า20ปีอยากจะให้คนเชียงรายเลือกเบอร์2นางสลักจฤฎดิ์ เนื่องจากจะสามารถทำงานกับรัฐบาลได้ และที่สำคัญนายยงยุทธเป็นประธานสภาและเลขาธิการและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคตอนต้น จึงเชียร์เต็มที่ ในฐานนะเป็นพ่ออุ้งอิ้ง ก็ต้องเชียร์พรรคเพื่อไทยเลือตั้งสส.สมัยหน้าต้องคืนสส.พรรคเพื่อไทยให้ได้200คน เพราะระบบที่แก้ไว้มันเสียหาย เดิมที่เดียวตนบ่สนใจเรื่องท้องถิ่น แต่มาบัดนี้เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ 17-18ปีที่ตนไม่ได้อยู่ระบบมันเสียหาย อยากเห็นต่างจังหวัดเศรษฐกิจดี ประชาชนชนบทยากจนอีกหน่อยจะมีกินมีใช้

นายทักษิณยังพูดถึงคนที่เล่นติ๊กต๊อก ที่ด่ารัฐบาลทุกเช้าทุกเย็นมีไม่กี่คนอยากจะบอกว่าเหลือคนที่ด่าสุดก็คือพ่อแม่ น่าสมเพชอยากจะโยนเชือกให้แควนคอตาย คนพวกนี้เหมือนแตงไม่ขึ้นค้าง มีหลักก็ไม่ขึ้น มีแต่เลื้อยบนดิน ดังนั้นเรามาทำให้คนไทยขึ้นค้างกันจะได้เจริญ ในการปราศัยนายทักษิณพูดขอคะแนนให้สส.เพื่อไทยสมัยหน้าครบเต็มเหมือนเดิม เพราะจะได้ทำงานง่ายขึ้นจุดสำคัญนำพรรคเพื่อไทยมาจุดประเด็นว่ามีสส.น้อยลำบากต้องมีสส.เยอะจึงจะทำได้ขอให้พี่น้องเชียงรายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย สนับสนุนนางสลักจฤฎดิ์ ได้เป็นนายกอบจ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าในเวทีหาเสียงที่อำเภอเชียงของและอำเภอแม่จันก็เหมือนลักณะเดียวกันนายทักษิณใช้คำพูดเป็นภาษาพื้นเมืองบางครั้งก็สบถคำด่า หยาบๆ ว่าเป็นควาย คู่ต่อสู้ทางการเมือง ที่เป็นนักการเมืองรุ่นเก่าไม่กี่คน ที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2544 แค้นตนมาถึงทุกวันนี้กล่าวหาตตนสร้างความวุ่นวายบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวหลังได้ติดตามการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยแล้วยังได้ติดตามการหาเสียงของขั้วนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร์ 1 ที่ยังเดินหน้าหาเสียงด้วยรถตู้ออกหาเสียงตั้งแต่ไก่โห่ยันดึกทุกวันในคราวที่การจัดงานรำลึกพ่อหลวงรัชกาลที่9บ้านซาเจ๊ะหมู่บ้านชาติพันธุ์อาข่า หมูที่ 6ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งมีคะแนนมาก และเป็นฐานที่มั่นนางสลักจฤฎดิ์ ท่ามกลางเสียงให้การต้อนรับเนืองแน่น แต่นางอทิตาธรและทีมงาน ได้ยกมือไหว้พี่น้องอาข่าขอแรงสนับสนุน ร่วมพิธีจุดเทียนถวายในหลวงรัชกาลที่9แต่ไม่ได้ขึ้นจับไมค์พูดหาเสียงแต่ประการใด

นางอทิตาธรยังมั่นใจถึงการดูแลประชาชนและเชื่อมั่นว่าจะกลับมาเป็นนายกเหมือนเดิมว่าถึงแม้ไม่สังกัดพรรคการเมืองก็ทำหน้าที่ได้หรือนกทำได้อันเป็นวลีการเมืองหาเสียง ส่วนการปราศัยในเวทีใหญ่นั้นฝ่ายยุทธศาสตร์การหาเสียงยังไม่เปิดเผยแต่แง้มๆเป็นในๆว่าจะมีขึ้นอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันในระยะโค้งแรกผู้สมัครเริ่มติดป้ายหาเสียงตามจุดต่างๆมีให้เห็นตามถนนสายหลักส่วนรถแห่หาเสียงมีแต่ผู้สมัครส.อบจ.บางเบอร์ที่ออกมาคาดว่านับจากนี้อีกหนึ่งอาทิตย์จะออกมาแก่ป้ายหาเสียงตามแผนอย่างแน่นอน.
ธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พรรคประชาสามัคคีจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ตามระเบียบและข้อบังคับพรรคการจัดตั้งพรรคการเมือง

แชร์เนื้อหานี้

09:29 จ่ากบ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.40 น. ดร.ประทิน นาคสำราญ ประธานฯยุทธศาสตร์ ภาคอีสานพรรคประชาสามัคคีให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาสามัคคี ประจำปี 2567

ได้พบปะสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ประสานสัมพันธ์ มอบนโยบายพรรคเพื่อให้สมาชิกรับทราบตามที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้การกำกับและสังเกตุการณ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่น

โดยมี จ.ส.ต.เอนก เค้าสุวรรณกุล หัวหน้าสาขาพรรค(สาขาลำดับที่ 3)ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่นพร้อมด้วยกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคคอยให้การต้อนรับ ณ.โรงแรมเมเจอร์แกรนด์ ถนนชุมแพ-ภูเขียว อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

09:29 จ่ากบ ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ
09:29 จ่ากบ ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือด เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต

แชร์เนื้อหานี้

ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือดบ้านใหญ่ชนกัน กองเชียร์กระหึ่ม!! สองฝั่งหน้าสถานที่รับสมัคร สลักจฤฎดิ์ เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต ส่วนผู้สมัครไปไม่สังกัดพรรค สู้ไม่ถอย กลุ่มชาติพันธุ์แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งองค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดรับสมัคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ณห้องคชสาร ศูนย์การเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย

ระหว่างวันที่23-27ธันวาคม67 ในวันดังกล่าวมีผู้สังเกตการรับสมัคร อาทิผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย นายชริทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายใจฯลฯบรรยากาศการรับสมัครเลือตั้งมีบรรดาผู้สมัคร สองขั้วการเมืองใหญ่ เดินทางมารอการรับสมัครเลือกตั้งทั้งส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ และมีกองเชียร์ผู้สนับสนุนเตรียมป้ายชูเบอร์หาเสียงและพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพื่อสวมอวยพรขัยให้กับผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุนมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า
หลังจากนั้นเวลา8โมงตรง

ทางกองการรับสมัครไดเรียกให้ผู้สมัครทั้งหมดเข้าห้องและอธิบายหลักเกณฑ์การรับสมัครให้ผู้สมัครทั่งในส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ การตรวจความพร้อมเอกสารการสมัคร โดยคณะกรรมการผู้รับสมัครได้เรียงลำดับการสมัครนายก อบจ.เป็นอันดับแรก ที่มีเข้าไปสมัคร วันแรกคือนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช สังกัดพรรคเพื่อไทย และนางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ ไม่สังกัดพรรคการเมือง ใส่เสื้อสีขาว คอชมพูประทับตรานก ทำได้ นั่งเตรียมความพร้อมเพื่อจะทำการจับฉลากหมายเลขประจำตัว เนื่องจากทั่งคู่มาพร้อมกันและไม่สารถตกลงกันได้จึงใช้วิธีจับฉลาก ผลของการจับฉลากปรากกว่านางอธิตาธร ได้เบอร์ นางสลักจฤฎดิ์ได้เบอร์ 2 จากนั้นทั้งคู่ได้เดินลงมายื่นใบสมัครตรวจหลักฐานการสมัครจนเสร็จสิ้นกระบวนการสมัคร

ในส่วนของส.อบจจำนวน36เขตเลือกตั้งมีสังกัดทีมเพื่อไทยครบ36เขต ส่วนสังกัดทีม นกทำได้ส่งครบ36เขตเช่นกัน นอกเหนือนั้นเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองใด มีทั้งพี่น้องชนเผ่าชาติพันธ์ุ ในบางเขตก็สามารถตกกันได้ส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถตกลงกันได้ คณะกรรมการรับสมัครใช้วิธีจับฉลาก2ครั้งเพื่อได้เบอร์และให้ยื่นหลักฐานการสมัครมีการเซ็นยินยอมตรวจประวัติคุณสมบัติผู้สมัครตามประกาศ ไม่ต้องเดินทางไปยังตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แต่หากกรอกเอกสารให้การเท็จก็จะมีโทษตามกฎหมายทันที มีอัตราโทษปรับสูง โดยทางคณะกรรมการรับสมัครจะประกาศรับรองหรือไม่รับรองผ่านเวปไซด์ ภายใน7วันหลังการรับสมัคร

บรรยากาศบริเวณภายนอกอาคารมีกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง ทั้งพรรคเพื่อไทยและ และฝั่งนก อธิตาธร ถือป้ายและพวงมาลัยรอสวมคอผู้สมัครนายกอบจ. และส.อบจ เสียงกึกก้องสนั่น ท่ามกลางการรักษาความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดารรับสมัครใช้เวลานานเรื่องจากกรรมการรับสมัครต้องตรวจหลักฐานฐานการรับสมัครอย่างละเอียดก่อนที่จะออกใบเสร็จรับเงิน จนทำให้ผู้สมัครบางที่มีโรคประตัวอาทิเช่นเบาหวานมีอาการกำเริบต้องมีการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ส่วนผูัสมัครนายกอบจ.นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไฟรัช หลังยื่นใบสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้เดินทางออกจากสถานที่รับสมัคร โดยมีมวลชนกลุ่มเสื้อแดงและประชาชนที่ให้กำลังใจชูป้ายเบอร์ 2 ดังสนั่น สนับสนุนส่งแรงเชียร์เป็นนายกอบจ.คนใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเพื่อไปตั้งขบวนแห่ป้ายหาเสียงจากที่ตั้งศูนย์อำนวยการพรรคเพื่อไทยสนามกีฬาฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด หน้าสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ในส่วนนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์หลังยื่นและตรวจหลักฐานการสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้พาผู้สมัครทั้งหมดออกจากห้องคชสารสถานที่รับสมัคร มีมวลชนยื่นถือป้ายและพวงมาลัยสวมคอ ยืนรอเรียงแถวยาวเหยียดส่งเสียง คำว่า”นกทำได้ “เบอร์ 1 ลั่นหน้าอาคารจากนั้นเดินทักทายกองเชียร์ที่มารอให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ส่วนสมาชิกว่าที่ส.อบจได้เดินตามออกไปทักทายมวลชนและกองเชียร์แต่ละเขตต่างสวมมาลัยดอกดาวเรืองถ่ายรูปจากนั้นได้ขึ้นรถแห่ป้ายออกจากสถานที่รับสมัครเข้าทักทายประชาชนในตัวเมืองเชียงรายไปสิ้นสุดที่ทำการศูนย์ประสานงานเลือกตั้งตำบลบ้านดู่หน้าปั้มปตท.ถนนเบี่ยง้หมืองเชียงราย

ผู้สื่ข่าวรายงานว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการต่อสู้อย่างรุนแรงเนื่องจากพรรคเพื่อไทยโดยพ่อใหญ่ทักษิณ ชินวัตรฝ่ายรัฐบาลจะลงไปปราศัยใหญ่ในพื้นที่เชียงราย ช่วยหาเสียงให้นางสลักจฎดิ์ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่เขตอำเภอเทิง ซึ่งเป็นฐานที่มั่น นางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ เบอร์1ท่ามกลางผู้คนนับหมื่น ส่วนฝั่งนางอธิตาธร ผู้สมัครเบอร์1 จะมีแผนแก้เกมส์ และกลยุทธหาเสียงเพื่อรักษาฐานที่มั่นในฐานะอดีตนายกอบจ.เชียงรายหมาดๆ

ส่วนทีมชุดสืบสวนสอบสวนสำนักคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดเชียงรายได้เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบการกระผิดกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้แล้วและนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้เข้าสังเกตุการณ์การรับสมัคร ได้กำชับให้ผู้อำนวยการ คณะกรรมการผู้รับสมัครเข้มงวด ผู้สมัครปฏิบัติตามกติกาเลือกตั้ง การเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมข่าวความคืบหน้าการเลือกตั้งครั้งนี้ก่อนที่จะมีการลงคะแนน ในวันที่1ก.พ.2568 ใครจะชนะเลือกตั้งเป็นนายก และส.อบจ. ชี้ชะตาจังหวัดเชียงราย จะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / ชิงนายกอบจ. และ ส.อบจ. วันแรกคึกคัก มีตัวแทน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย ส่งตัวแทนชิงเก้าอี้อย่างดุเดือด / องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 23 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายว่า ที่บริเวณโดมเอนกประสงค์ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ที่ กกต.ใช้เป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นวันรับสมัครวันแรก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของกองเชียร์และผู้สมัครมีมาเฝ้ารอตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ 07.30 น. ซึ่งก่อนถึงเวลารับสมัคร โดยทางคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งได้จัดเตรียมสถานที่ไว้อย่างเป็นระบบ จัดโซนผู้สมัคร ผู้ติดตามและกองเชียร์อย่างชัดเจน

นายวนาชาติ วงศ์พุทธา ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะ ผอ.การเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่คณะกรรมการ คอยรับสมัครและอำนวยความสะดวกให้กับผู้มารับสมัคร โดยในวันนี้มีผู้มาสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.จำนวน 3 คน โดยคนแรกเป็นว่าที่ร้อยตรีภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 พร้อมคณะผู้สมัคร สจ.จากกลุ่มเพื่อไทบึงกาฬ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย คนที่ 2 นายฉัตราวุฒ ทองสัมฤทธิ์ ในนามอิสระ คนที่ 3 นางแว่นฟ้า ทองศรี ดีกรีภริยา ดร.ทรงศรี ทองศรี รมช.มหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ(แชมป์เก่า) พร้อมคณะผู้สมัคร สจ.จากกลุ่มฅนบึงกาฬ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย

หลังจากนั้น ทางคณะกรรมการจึงได้ให้ตามเวลาลงทะเบียนการรับสมัคร รับเบอร์ผู้สมัครนายก อบจ. ผลปรากฏว่าการลงทะเบียน ว่าที่ร้อยตรีภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น กลุ่มเพื่อไทบึงกาฬ จากพรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 1 นายฉัตราวุฒ ทองสัมฤทธิ์ ได้เบอร์ 2 ในนามอิสระ นางแว่นฟ้า ทองศรี จากพรรคภูมิใจไทย ได้เบอร์ 3 จากนั้นคณะกรรมการได้ดำเนินการจับสลากผู้สมัคร สมาชิก อบจ.ในแต่ละเขต ทั้ง 24 เขตซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางกองเชียร์ที่เดินทางมาให้กำลังใจและมอบดอกไม้ พวงมาลัยคล้องคอ ผูกผ้าขาวม้า กันอย่างคึกคักให้กับผู้สมัครของตนที่มาสมัครและจับสลากเอาเบอร์

ส่วนพรรคประชาชน ส่งผู้สมัครแค่สมาชิก อบจ. 2 เขต มี ส.อบจ.เมืองบึงกาฬ เขต 1 และ ส.อบจ.เซกา เขต 3 เท่านั้น ด้านนายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า เชิญชวนประชาชนชาวบึงกาฬออกมาใช้สิทธิ์ ในครั้งนี้ให้มากๆ เลือกคนที่ท่านรักที่ท่านชอบ ช่วยบริหารท้องถิ่น พัฒนาบึงกาฬร่วมกัน และยืนยันว่า การเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. บึงกาฬ ด้วยความโปร่งใส และยุติธรรม

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

บึงกาฬ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2568

วันที่ 23 ธ.ค. เวลา 08.30 น. ที่ฐานปฏิบัติการ ร้อยอย.ฉก.ทพ.2108 บ.ภูสวาท ม.6 ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2568 มอบแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจกองกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่ จ.บึงกาฬ

โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พล.ต. สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ
พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พ.ต.อ.ธานินทร์ ผิวละเอียด
ผกก.บุ่งคล้า พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.อ. อินทราวุธ ทองคำ ผบ.ฉก.ทพ.21

พร้อมด้วยกำลังพล ร้อย.ฉก.ทพ.2108และหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ร่วมให้การต้อนรับ“หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่งานตามแนวชายแดน ทุกนาย”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / “พรรคเพื่อไทย” เปิดตัวผู้สมัคร โทนี่วีดีโออ้อนคะแนน คนเสื้อแดง สู้ศึกนายกอบจ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

“พรรคเพื่อไทย” เปิดตัวผู้สมัคร โทนี่วีดีโอทักทายอ้อนคะแนน คนเสื้อแดง ชาวเชียงรายสู้ศึกนายกอบจ.เชียงราย ส่งสจ.ครบทุกเขต ช่วยสลักจฤฎดิ์ ว่าที่นายกอบจ.คนใหม่พัฒนาเมืองเชียงราย โชว์วิสัยทัศน์เกทับนโยบายคู่ต่อสู้ หลังได้เบอร์ ประเดิมเดินสายปราศัยใหญ่ถิ่น อดีตนายกอบจ.เชียงราย

พื้นที่เขต3 อำเภอเทิงต่อคนนับหมื่น ระดมสส.เพื่อไทยช่วยหาเสียงช่วงชิงคะแนนย้ำต้องเพื่อไทยเท่านั้นที่จะประสานรัฐบาลแก้ปัญหาพัฒนาเชียงราย
เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 22 ธันวาคม 67 ที่ห้องประชุมใหญ่สโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ว่าที่ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงราย สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภาจังหวัดเชียงราย ทั้งครบ 36 เขต ของจังหวัดเชียงราย

โดยหลังจากเปิดตัวผู้สมัครแล้ว ได้ปราศัย เปิดนโยบายหลัก 5ข้อ 1.นโยบายผลักดันสินค้าและบริการเชียงราย สู่แบรนด์ระดับโลก ส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย และจัดเทศกาลนานาชาติ 1.โดรนการเกษตรประจำตำบล ตั้งศูนย์โดน 124ตำบล พร้อม 1ตำบล1 นักบินโดรน ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต และแก้ปํญหาไฟป่า 3.ศูนย์บาดาลเพื่อการเกษตร จัดตั้งศูนย์บาดาลเพื่อให้เกษตรมีแหล่งน้ำเพียงพอ และใช้ระบบระบบน้ำประหยัดพลังงาน 4.ถนนเศรษฐกิจวัฒนธรรมรอบสถานี พัฒนา รอบสถานี 18แห่ง

ส่งเสริมการค้าชุมชน จัดระบบขนส่ง EV Cars เขื่อมโยงจากสถานีหลักสู่สถานีมหาวิทยาลัย อำเภอแม่จัน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน 5 ทุ่งนาสนามกล์อฟและ Homestay Agrourism พัฒนาท้องเที่ยวเชิงกีฬา โฮมสเตย์ใน ทุกตำบล
ศูนย์บริการของรัฐและชุมชน การกระจายรายได้ให้ชุมชน ประโยชน์ ชาวบ้านและชุมชนที่จะได้รับ การสร้างงานท้องถิ่น การเพิ่มมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนา

ด้านเมืองแห่งความเป็นเลิศระดับโลก เชียงรายครัวอาหารปลอดภัยของชาติ เมืองหลวงชากาแฟของโลก เมืองกีฬาระดับโลก เมืองศิลและศิลปะระดับโลก นางสลักจฤฎดิ์ ยังได้กล่าวสร้างความมั่นใจในการชิงคะแนนคว้าชัยในตำแหน่งนายกจากอบจ.คนเก่าได้อย่างแน่นอนและขอให้ประชาชนคนเชียงรายเสื้อแดงและคนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงเชียงรายโปรดเลือกพรรคเพื่อไทย สลักจฤฎดิ์ ติยะไฟรัตน์ สานนโยบายรัฐบาลรัฐบาลเพื่อให้เชียงรายเป็นเมืองเศรษกิจพิเศษอย่างสมบูรณ์

ธนกฤต วรรมณี ทีมข่าว เชียงรายรายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.เกษตรฯ ติดตาม ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ฝนหลวงหัวหิน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.67 นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามภารกิจการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำปี 2568 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน

ร่วมรับฟังการรายงานสถานการณ์และผลการทำงานตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.67 – ปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.67 ประกอบด้วย ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จ.ระยอง และ จ.กาญจนบุรี วางแผนปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ใช้เครื่องบินรวมจำนวน 10 ลำ ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ และ จ.ตาก วางแผนปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) พื้นที่ภาคเหนือ ใช้เครื่องบินรวมจำนวน 5 ลำ โดยมีการวางแผนการทำงานร่วมกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่การบินระดับความสูง และช่วงเวลาการบินตามกฎการบินสากล สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าการปฏิบัติการด้วยเทคนิคลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันโดยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือการสเปรย์น้ำ เพื่อทำให้เกิดช่องระบายฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบนในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลและพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศลดลงได้ และส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางและระดับดีตามลำดับ

มช.อิทธิ ศิริลัทธยากร กล่าวว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าขณะนี้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีกทั้ง ภายใต้นโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำว่า การปฏิบัติการเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 มุ่งดูแลสุขภาพของประชาชนให้ดีขึ้น และยังเป็นการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศอีกด้วย

ซึ่งตนในฐานะกำกับดูแลกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้สั่งการให้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ภาคเหนือ และพื้นที่เป้าหมายอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากPM 2.5 โดยให้ความเชื่อมั่นว่ากรมฝนหลวง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเน้นปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และจะสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ลดลงได้.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านแห่!! ให้กำลังใจ สท.ดังเมืองสระแก้ว หลังโดนกล่าวหาแจ้งความ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านมากกว่า 70 คน ได้เดินทางไป สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว เพื่อไปให้กำลังใจ สท.ดังเมืองสระแก้ว ที่ได้โดนกล่าวหาแจ้งความคดี หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เรื่องประชุมชี้แจงคณะกรรมการ “วัดหนองกะพ้อ” เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 เวลา ประมาณ 12.00 น.

โดยวันนี้ นางสาวพิมพ์กมน กงแก้ว (สท.หล่อ) สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสระแก้ว เขต 1 ได้เดินทางไปให้ปากคำ รับทราบข้อเท็จจริง ต่อพนักงานตำรวจสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว ผู้ถูกกล่าวหา หมิ่นประมาทผู้เสียหายในที่ประชุมคณะกรรมการ สถานที่ วัดหนองกะพ้อ ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว

สท.หล่อ กล่าวว่า…ไปรับฟังข้อเท็จจริงจากร้อยเวร ซึ่งร้อยเวร ก็ได้สอบถามมาว่า เรื่องเป็นมายังไง เราก็ได้ชี้แจงว่าสิ่งที่พูดมันเป็นข้อสงสัย ในที่ประชุมคณะกรรมการ เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในงานกฐินที่ผ่านมา และการบำรุงบูรณะซ่อมแซมหลังคาอุโบสถ ของ“วัดหนองกระพ้อ” เรื่องที่พูดออกมาเป็นความจริง และพี่น้องพร้อมคณะกรรมการเป็นพยานได้..

สื่อรัฐนิวส์ / เวทีประชาธิปัตย์เดโมแครต ฟอรั่มแนะรัฐขจัดการผูกขาดลดทุจริตเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติปชป.เสนอ7นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจเพิ่มศักยภาพประเทศลดเหลื่อมล้ำแก้จน

แชร์เนื้อหานี้

ในการจัดเสวนา เดโมแครต ฟอรั่ม (Democrat Forum) ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ “ขจัดการผูกขาด: ปฏิรูปเศรษฐกิจลดเหลื่อมล้ำแก้จน”
ที่พรรคประชาธิปัตย์วันนี้เป็นการนำเสนอแนวทางในการขจัดการผูกขาดเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากหลายหน่วยงาน อาทิ ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนริศ ขำนุรักษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตรมช.มหาดไทย ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ผศ. ดร. พรเทพ เบญญาอภิกุล ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐศาสตร์บัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ รศ. ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีนายพลีธรรม ตริยะเกษมทำหน้าที่พิธีกร

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นตัวแทนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน)เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษว่าการผูกขาดทางเศรษฐกิจเป็นต้นเหตุของความเหลื่อมล้ำและความยากจนของประเทศ
ตัวอย่างเช่นประเทศจีน ประธานาธิบดีสีจี้นผิงดำเนินการปราบทุจริตคอรัปชั่นอย่างเฉียบขาดและตั้งแต่ปี 2564 ได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการผูกขาด และปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยให้เจ้าหน้าที่รัฐมุ่งต่อต้านการผูกขาดเพื่อนำไปสู่การแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมาย ‘ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน’ และลดความเหลื่อมล้ำที่พุ่งสูงขึ้นมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา แม้จะเป็นประเทศมหาอำนาจทั้งทางทหารและเศรษฐกิจแต่ก็ยังเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ และประธานาธิบดีโจ ไบเดนถึงกับประกาศความเร่งด่วนในการแก้ปัญหาดังกล่าวเพราะคนระดับกลางหรือคนส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างฐานะได้เหมือนคนรุ่นก่อนหน้า ในขณะที่กลุ่มรวยสุด 1% ของอเมริกากอบโกยประโยชน์ทางเศรษฐกิจ คิดเป็น 21% ของ GDP ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 10% ของ GDP เมื่อปี 1979
ในขณะที่World Bank และ IMF ได้จัดสัมมนาประจำปี 2021 เรื่อง Taxation of the Wealthy in Developing Countries เพื่อมุ่งแก้ปัญหาความร่ำรวยสุดขั้วที่กระจุกอยู่บนยอดปิรามิด อันเป็นปัญหาร่วมที่รุนแรงมากขึ้นในหลายประเทศกำลังพัฒนา เพราะคนรวยสุด 10% ทั่วโลก ถือครองความมั่งคั่งในประเทศเฉลี่ย 60-80% แต่คนฐานะ 50% ล่างของสังคม ถือครองเพียงแค่ 5% ของความมั่งคั่ง

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยพบว่า
สินทรัพย์ของคนทั้งประเทศไทยมากกว่า 2ใน3กระจุกอยู่กับกลุ่มคนรวยที่มีสัดส่วนเพียง 10% ของประชากรทั้งหมด
คนไทย 10% หรือประมาณ 7 ล้านคน ยังมีชีวิตอยู่ใต้เส้นความยากจน
คนไทยมากกว่า 3 ใน 4
ไม่มีที่ดินของตัวเอง
โฉนดที่ดิน 61% ของประเทศไทยอยู่ในมือประชากร 10%

ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก 
และเป็นประเทศที่มีการกระจายรายได้ไม่เป็นธรรมสูงมาก อยู่ลำดับที่ 162 จาก 174 ประเทศ
“กฎหมายสู้ทุนผูกขาดไม่ได้
เรามีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับการป้องกันการค้ากำไรเกินควร ป้องกันการผูกขาด ซึ่งกฎหมายป้องกันผูกขาดมีมาตั้งแต่ปี2522 และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกพรบ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 และต่อมามีการปรับปรุงเป็น ฉบับแก้ไขพ.ศ.2560 ปรากฎว่า ไม่มีแม้แต่คดีเดียว ที่เกิดข้อพิพาทนำคดีขึ้นสู่ศาล จากการแข่งขันไม่เป็นธรรม 
จนประเทศไทยเป็นประเทศเสรีในการผูกขาด”
นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า วันนี้
ทุนผูกขาดได้เข้ามามีอิทธิพลต่ออำนาจรัฐ เข้ามามีอิทธิพลสนับสนุนพรรคการเมืองจนท้ายที่สุดลงมาเล่นการเมือง มีตำแหน่งทางการเมืองด้วย จนต้องตั้งคำถามว่าปัญหาเหล่านี้จะสามารถจบลงในรุ่นเราได้หรือไม่ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่รับทุนสามานย์ผูกขาดทางการเมือง จึงมีการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนบริจาคภาษี 001 เพื่อให้เป็นพรรคการเมืองที่เป็นอิสระไม่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของทุนผูกขาด ทุนสามานย์ ทุนสีเทาทั้งหลาย และเป็นการบริจาคอย่างโปร่งใส เพื่อให้พรรคการเมืองนำเงินบริจาคดังกล่าวไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป

นายอลงกรณ์ยังนำเสนอแนวนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในการขจัดการผูกขาดลดความเหลื่อมล้ำประกอบไปด้วย การส่งเสริมระบบเศรษฐกิจเสรีที่เป็นธรรม การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศ การลดความเหลื่อมล้ำ ปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้า การกระจายอำนาจให้เป็นธรรมและทั่วถึง จำกัดการถือครองที่ดิน และการกำจัดคอรัปชั่นทุกรูปแบบ
ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า การผูกขาดเกิดขึ้นมานานตั้งแต่ในอดีต มีมหาเศรษฐีในประเทศไม่กี่ราย มาในยุคที่อำนาจทหารเรืองรองมีการตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นมามากมายถึง 140 แห่ง แม้วันนี้จะถูกแปรสภาพไปหมด แต่รัฐวิสาหกิจไทยในขณะนั้นได้ใช้ทรัพยากรของรัฐไปเป็นจำนวนมาก แต่ผลประโยชน์ไปตกอยู่กับผู้มีอำนาจและกลุ่มนายทุนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

“คนไทยในอดีตหากอยากรวย ถ้าไม่กอดปืนก็ต้องกอดคนมีอำนาจในขณะนั้น การกอดปืนหรือกอดอำนาจมีมาจนถึงทุกวันนี้เพียงแค่รูปแบบลดความชัดเจนลง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากระบอกปืนกลับมามีอำนาจจึงเห็นกลุ่มคนที่มีอำนาจไปกอดปืนอีกรอบหนึ่ง ทำให้มีคนบางกลุ่มร่ำรวยแบบก้าวกระโดด ซึ่งหากดำเนินการตรวจสอบในวันนี้จะเห็นว่าหลายกลุ่มได้งานสัมปทานของรัฐแบบผิดกฎหมาย” ดร.มานะ กล่าว

พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า ธุรกิจที่เข้าสู่การผูกขาดจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ มีอัตราการขยายตัวของ product ต่ำ มีศักยภาพการผลิตของอุตสาหกรรมต่ำเกินความเป็นจริง มียอดการส่งออกต่ำเนื่องจากมีฐานในต่างประเทศน้อย และมีการลงทุนต่ำเกินจริงเนื่องจากมีรัฐอุดหนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองน้อย แต่จะใช้สิ่งที่มีอยู่เพื่อกอบโกยเงินของหลวงให้มากที่สุด จากปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นการทำลายศักยภาพการพัฒนาประเทศ จนเกิดเป็นกับดักทางรายได้ของประเทศ เนื่องจากผลประโยชน์ไปตกอยู่กับคนกลุ่มเดียว

ด้าน ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง คุณภาพชีวิตของคนไทยวันนี้พัฒนาต่ำลง ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันให้กับชีวิต ที่ผ่านมาจากเหตุการณ์รถบัสไฟไหม้ ไปจนถึงสะพานถล่ม ทั้งที่ลาดกระบัง และล่าสุดพระราม 2 ล้วนเป็นภัยที่เริ่มใกล้ตัวมากกว่าที่คิด วันนี้ภาคประชาชนจึงได้เสนอกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อมีคนกลางเข้ามาทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ

“ผมอยากใช้เวทีนี้ซึ่งเป็นเวทีที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่เป็นการทำเวทีเพื่อให้บ้านเมืองหลุดพ้นเรื่องความเหลื่อมล้ำ เรื่องคอรัปชั่น จึงอยากให้มาร่วมกันสนับสนุนพระราชบัญญัติเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ให้เกิน 10,000 ชื่อ เพื่อให้มีเจ้าภาพคนกลางที่จะลงไปดูติดตามรายงานตรวจสอบและป้องกัน จะได้รู้สักทีว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุอะไร” ศ. ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ด้าน ผศ. ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐศาสตร์บัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ ระบุว่า ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ จึงเห็นว่าการแข่งขันจะช่วยเพิ่มการจัดสรรทรัพยากร เป็นการเปลี่ยนจากตลาดผูกขาด เป็นตลาดแข่งขันจะทำให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มถูกลง ทั้งเป็นการกระจายผลประโยชน์ ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้

นอกจากนี้ ผศ. ดร.พรเทพ ได้ยกตัวอย่างปัญหาการดำเนินการของ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ขาดการทำงานเชิงรุกเพื่อยับยั้งป้องกันหรือเยียวยาผลกระทบการกระทำอันไม่เป็นธรรมทางการค้าผู้บริโภคไม่สามารถใช้สิทธิ์ในการร้องเรียนโดยตรงได้ ทั้งยังขาดศักยภาพทางวิชาการและแรงจูงใจ ดังนั้นเพื่อการกำกับดูแลการแข่งขันของไทยให้มีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า ตลอดจนพิจารณาเรื่องบทลงโทษทางอาญาด้วยเนื่องจากกระบวนการทางอาญาที่ใช้เวลานาน อีกนัยหนึ่งก็สามารถเป็นอุปสรรคในการกำกับดูแลเช่นกัน

สำหรับ รศ. ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ระบุว่า อำนาจกับผลประโยชน์อยู่คู่กันมาโดยตลอด และมีพัฒนาการจากเดิมที่อำนาจและประโยชน์ทางเศรษฐกิจอยู่ในกลุ่มทหาร ปัจจุบันจะเห็นว่ากลุ่มทุนได้ย้ายมาอยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง และสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าไม่ได้มีแต่การผูกขาดเฉพาะทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีการผูกขาดทางการเมือง ไปจนถึงการผูกขาดทางทรัพยากร และลุกลามไปถึงการผูกขาดในกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย

รศ. ดร.เจิมศักดิ์ ยังได้ตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจในปัจจุบันว่า เมื่อพวกเขาเติบโตมาจากการผูกขาดการค้า ก็ย่อมจะเห็นประโยชน์ของการผูกขาด เมื่อผู้นำไม่รังเกียจการผูกขาด วิธีหนึ่งที่ทำได้คือการแจกเงินคนจน ซึ่งวิธีดังกล่าวยังเป็นการตอกย้ำระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทย จะเห็นได้ว่านอกเหนือจากเรื่องความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากการผูกขาดโดยรัฐแล้ว ยังมีปัญหาซ้ำเติมในเรื่องความเหลื่อมล้ำ และในอนาคตอันใกล้เมื่อประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จึงไม่ต่างจากระเบิดเวลาที่กำลังจะทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้

ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการสัมมนา ยังมีการเปิดเวทีให้ผู้เข้าชมได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ อาทิ ดร.เพ็ญจันทร์ ล้อสีทอง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง นายปรพล อดิเรกสาร นายราม คุรุวาณิชย์ นายเมฆินทร์เอี่ยมสอาด กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิทเป็นต้น