สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯมุกดาหารนำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 7 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำสรงให้จังหวัดมุกดาหาร เชิญไปสรงน้ำพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (พระใหญ่)

ในงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์พิธีสรงน้ำพระราชทาน พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร ประจำปี 2568 ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ในโอกาสนี้นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระราชทาน

โดยมีพระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกตาหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการและพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้ประกอบพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พิธีถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

จากนั้นพระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และพระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ได้ร่วมประกอบพิธีกรรมดึงสายชักรอกขึ้นสรงน้ำพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร และจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร

ผู้ว่าฯมุกดาหารนำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนสรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​

ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พาณิชย์เพชรบุรี ปลื้ม! “งานเทศกาลอาหาร ชะอำ-เพชรบุรี ครั้งที่ 3” ยอดขายทะลุเป้ากว่า 6 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.68 นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า งานเทศกาลอาหาร ชะอำ-เพชรบุรี soft power & Food Festival ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 2 – 6 เม.ย.68 เวลา 16.00 น.- 23.00 น. ณ จุดชมวิวชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการตลาดให้ผู้ประกอบการและประชาสัมพันธ์ผลักดัน Soft Power เด่นของจังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะผ้าลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัด และอาหารพื้นถิ่นเพชรบุรี

ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเมืองแห่งอาหาร ของ UNESCO “ Phetchaburi City of Gastronomy ตลอดจนสร้างการรับรู้วัฒนธรรมด้านอาหาร เมืองเพ็ชร์ เมือง 3 รส การจัดงานครั้งนี้ได้ยกกองทัพสินค้าดี อาหารเด่นมาจำหน่าย อาทิ อาหารซีฟู้ด น้ำตาลโตนดเมืองเพชร กล้วยหอมทองเพชรบุรี มะนาวเมืองเพชร ของที่ระลึกเพชรบุรีจากร้านวาดเมืองเพชร เสื้อกางเกงลายวัวลานเพชรบุรี สาหร่ายพวงองุ่นเพชรบุรี หอยแมลงภู่บ้านแหลม หอยนางรม ขนมจีนทอดมัน หอยทอด บอลลี่หอมหมูทอด ขนมถ้วยมรดกแม่ยาย ขนมหม้อแกงเมืองเพชร เป็นต้น

นอกจากนี้พบกับบูธรถยนต์จากค่าย TOYOTA, BYD และพบกับกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมายทุกวัน อาทิ แจกคูปองเงินจำนวน 50 บาท การจำหน่ายสินค้าราคาชิ้นละ 1 บาท และเมื่อซื้อสินค้าในงานครบ 300 บาท ได้รับคูปองลุ้นรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน โดยวันสุดท้ายลุ้นรับทองคำ จำนวน 1 รางวัล สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทองคำในครั้งนี้ ได้แก่ คุณ KARIN HABERLAND จากประเทศเยอรมัน ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการ จ.เพชรบุรีเข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 74 คูหา มูลค่าการจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 เม.ย.68 มียอดจำหน่ายสินค้าจำนวน 3,621,145 บาท มียอดจำหน่ายรถยนต์ จำนวน 2,500,000 บาท

รวมยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 6,121,145 บาท สำหรับสินค้าขาย 5 อันดับ ได้แก่ 1.รถยนต์ TOYOTA จาก บริษัท โตโยต้าเมืองเพชร จำกัด 2.รถยนต์ BYD จาก บริษัท เพชรบุรี อีวี ออโตโมทีฟ จำกัด 3.ลูกชิ้นเนื้อ จากร้านโคสไมล์ 4.ขนมถ้วย จากร้านมรดกแม่ยาย 5.หอยทอด จากร้าน ราชาหอยทอด การจัดงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่แต่อย่างเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมด้านอาหาร และ Soft power ของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สนง.วุฒิสภาเสริมสร้างความเข้มแข็ง ผู้นำนักประชาธิปไตย ภาคกลางและภาคตะวันออก /ทับสะแกโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 14.00 นาฬิกา ณ โรงแรมเคพี แกรนด์ จันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี นายอธิภัทร พุกเศรษฐี ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ กล่าวเปิดการสัมมนาเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยประจำภูมิภาค ครั้งที่ 3/2568 (กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก)

กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย เครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยวุฒิสภา ที่เคยเข้ารับการอบรมจากโครงการเสริมสร้างความพร้อมแก่ท้องถิ่น หลักสูตร “กระบวนการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออกรวมจำนวน 101 คน

สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ดำเนินการจัดโครงการสัมมนาเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยประจำภูมิภาค ครั้งที่ 3/2568 (กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก) ระหว่างวันพุธที่ 2 – วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 ณ โรงแรมเคพี แกรนด์ จันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย บทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา และการมีส่วนร่วมทางการเมือง และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเครือข่ายฯ ในการทำกิจกรรมร่วมกันกับวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย /
ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ประจวบคีรีขันธ์ _ อำเภอทับสะแกโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568

วันที่ 4 เม.ย. 68 เวลา พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ประธานในพิธีพร้อมด้วยนายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบ ฯ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ. ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยางพ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง

นายชาตรี วนิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง นาย ฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอทับสะแก ฝ่ายความมั่นคง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุข อำเภอทับสะแก น.ส.เสาวลักษณ์ กิตติธนานุรักษ์ ผอ.ส่วน วิเคราะห์ข่าวและเฝ้าระวัง ปปส.ภ.7 น.ส.ทิพย์วารี ชมชื่นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ปปส.ภ.7 นาย สุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสงอรุณ

นาย บุญช่วย โพธิ์ทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านไร่ใน นาย ทิวา สุขอวบอ่อง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านแสงทอง นางโนรี ฉัตรบรรยงค์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านแสงอรุณนาย พนม ชื่นชม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านคลองหินจวง ผู้แทนจากหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อาสาสมัครรักษาดินแดง ประชาชนชุมชนบ้านไร่ใน และบ้านแสงทอง

ร่วมดำเนินการทำพิธีเปิดศูนย์บำบัดยาเสพติด ด้วยกระบวนการบำบัดในชุมชน CBTx สำหรับโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด และ โครงการ แก้ไขปัญหาในพื้นที่เพื่อให้ประชาชน มีความสุข แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืน ฯ หมู่ 1 บ้านไร่ใน ตำบลแสงอรุณ พร้อมได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเป็นจุดมุ่งหมายในการเริ่มต้นโครงการไว้เป็นที่ระลึก
//////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประชุมชี้แจงการปฏิบัติงานสนามโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมอำเภอโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงการปฏิบัติงานสนามโครงการสำมะในประชากรและเคหะ พ.ศ.2568 ระดับพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูล

โดยมี นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง (ผู้แทนนายอำเภอโคกสำโรง) ให้การต้อนรับ นายบรรพต ดีเมืองสอง สถิติจังหวัดลพบุรี

พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เข้าร่วมเป็นพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าร่วมการประชุม อสม.ทั้งหมด 155 คน จนท.สถิติ 20 คน รพ.สต. 15 คน หน.ส่วนราชการ 20 คน รวมทั้งหมด 210 คน

ตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้มีแผนการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ ทุกๆ 10 ปี และในปี พ.ศ. 2568 ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลเป็น รูปแบบ Digital Census

โดยให้ความสำคัญต่อการให้ประชาชนตอบข้อมูลด้วยตนเองในรูปแบบดิจิทัลเป็นลำดับแรก (Digital First Approach) ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ทางรัฐ หรือเว็บไซต์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมช่องทางสำหรับประชาชนที่อาจจะไม่สะดวกหรือมีปัญหา/อุปสรรคในการตอบแบบสอบถามด้วยตนเองผ่านช่องทางดิจิทัล โดยการส่งคุณมาดี

ทำหน้าที่เป็นพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูลจำนวนสมาชิกในครัวเรือน อายุ เพศ การกระจายตัวของประชากร และลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 21เมษายน – 19 มิถุนายน 2568

ซึ่งการประชุมชี้แจง ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อชี้แจงให้พนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลได้เข้าใจความเป็นมาของการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ แนวทางการปฏิบัติงานสนาม การใช้งานระบบงานจัดเก็บข้อมูลโครงการฯหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานโครงการๆ

เพื่อให้ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามแนวทางที่กำหนด ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการทำสำมะโนประชากรและเคหะในครั้งนี้ สามารถนำไปใช้วางแผน กำหนด

นโยบาย การพัฒนาด้านประชากร สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดเตรียมงบประมาณเพื่อจัดหาสาธารณูปโภคและบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ รองรับความต้องการของประชาชนชาวลพบุรีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หลายหน่วยงาน รุดช่วยเหลือลูกจ้าง เหยื่ออุบัติเหตุจากการทำงาน และถูกนายจ้างปัดความรับผิดชอบ

แชร์เนื้อหานี้


***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มี นายสมบัติ ศรีฟ้า อยู่บ้านเลขที่ 146 ม.2 ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังถูกว่าจ้างให้ไปรื้อถอนห้องแถว แต่เกิดอุบัติเหตุถูกกระเช่ารถเครนหล่นมาทับจนต้องนอนป่วยติดเตียง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 และนายจ้างก็ไม่เข้ามาดูแลช่วยเหลือไม่สนใจนานนับปี ก่อนจะข่าวออกไปตามสื่อสารมวลชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 นายฉลาด ชิดชม นายอำเภอไพรบึง ในนามประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มอบหมายให้ นางสาวพรรษา ปัญญาคม ปลัดอำเภอไพรบึง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล และเข้าทำการช่วยเหลือ โดยมี นายสุริยัน แจ่มแจ้ง นายก อบต.สุขสวัสดิ์ นางสาวศรีสมบูรณ์ คำผง สาธารณสุขอำเภอไพรบึง ผอ.รพสต.พะแวะ ตำบลสุขสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่นิตกร อบต.สุขสวัสดิ์ ร่วมเยี่ยมช่วยเหลือในครั้งนี้

***เบื้องต้นทางอำเภอไพรบึง ได้มีการแนะนำสิทธิด้านต่างๆ และขั้นตอนการไปขอรับสิทธิต่างๆจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การขอรถเข็น สิทธิขอรถรับส่งผู้ป่วย และอื่นๆ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจาก กองทุนคนไพรบึงไม่ทิ้งกัน จำนวน 3,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ นายสุริยัน แจ่มแจ้ง นายก อบต.สุขสวัสดิ์ ได้นำถุงยังชีวิตมามอบให้ พร้อม ให้ นิติกร อบต.สุขสวัสดิ์ เข้าแนะนำช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย โดยได้แนะนำให้ภรรยา หรือ บุตร ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.วังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อนำใบแจ้งความมารับสิทธิเงินช่วยเหลือจากยุติธรรมจังหวัด และเข้าระบบกระบวนการไกล่เกลี่ย ในขั้นตอนต่อไป

***ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม อีกว่าหากผู้ใจบุญท่านใดอยากจะเข้ามาช่วยเหลือ ครอบครัวนี้ สามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบได้ที่ เบอร์ 091-0377535 นางเลียง ศรีฟ้า ภรรยาของ นายสมบัติ ศรีฟ้า (ผู้ป่วยติดเตียง) หรือ สามารถโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือได้ที่ บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. สาขาไพรบึง ชื่อบัญชี นางเลียง ศรีฟ้า เลขบัญชี 020221670286 โดยเงินบัญชีที่มีทั้งหมดล่าสุดมีติดบัญชีเพียง 757.33 บาท
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดชุมชนวัดไพรพัฒนา 1 ใน 10 “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” งานเทศกาลสงกรานต์ “สรงน้ำหลวงปู่สรวง” ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน นานาชาติ วัดไพรพัฒนา ครั้งที่ 2 จ.ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดชุมชนวัดไพรพัฒนา 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” งานเทศกาลสงกรานต์ “สรงน้ำหลวงปู่สรวง” และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน นานาชาติ วัดไพรพัฒนา นานาชาติ ครั้งที่ 2 โดยมี นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ นายสำเร็จ ไพรบึง นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้แทนนานาชาติ 8 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา ไทย เนปาล บังคลาเทศ พม่า ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และอินเดีย เข้าเป็นเกียรติในพิธี

***นางศศิฑอณร์ กล่าวว่า ชุมชนวัดไพรพัฒนา เป็นชุมชนที่ 5 ที่ วธ. ดำเนินการเปิดเที่ยวชุมชน ยลวิถีชุมชน จากทั้งหมด 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งสำหรับชุมชนวัดไพรพัฒนาเป็นชุมชนที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา ผู้คนทั้งสองประเทศเชื่อมสัมพันธไมตรีอย่างต่อเนื่อง มีจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำสู่ “นครวัด นครธม” ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เขมร

และมีการแต่งกายที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่มีความสวยงาม โดย วัดไพรพัฒนา ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจผู้คน และการจัดกิจกรรมทางศาสนาของชุมชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา ตลอดจนนานาชาติ นอกจากนี้ภายในมณฑปปราสาทมีสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง พระเกจิอาจารย์ผู้ได้รับความศรัทธา ผู้คนมักเรียกท่านว่า “เทวดาเดินดิน” ดังนั้นการมาเยือนชุมชนวัดไพรพัฒนา ถือเป็นสิริมงคล และเริ่มต้นด้วยการเข้ากราบไหว้ขอพรสรีระสังขารหลวงปู่สรวง ด้วยเครื่องสักการะบูชา กรวยดอกไม้ ขันธ์ 5 ขันธ์ 8

***สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสเสน่ห์ยลวิถีโดยนั่งรถรางรับส่งฟรีตลอดทั้งวัน ระหว่างวัดไพรพัฒนาและตลาดชุมชนยลวิถี ถนนสายวัฒนธรรมวัดไพรพัฒนา ช้อปสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม เช่น ผ้าไหมตรานกยูงทองพระราชทาน น้ำผึ้งโพรงจากธรรมชาติ ยาสมุนไพร อาหารพื้นถิ่น อาทิ แกงหยวกกล้วย แกงขนุน และขนมพื้นถิ่น เช่น ข้าวต้มด่าง (อันซอมกะบ็อง) ข้าวต้มใบมะพร้าว (อันซอมสะเลิกโดง) และน้ำสมุนไพรอัญชัน

นอกจากนี้มีจุดชมวิวผาพญากูปรี มีป่าเขาลำเนาไพร ห้วยสำราญ น้ำตกห้วยสำโรง วัดป่าถ้ำผึ้งดาวดึงส์ และ ค่ายมวย ว.เทคโนหลวงปู่สรวง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ชุมชนวัดไพรพัฒนามีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมเข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข ความรักความสามัคคี อนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอดวัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี

***หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปอีกว่า วธ. ดำเนินการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ชุมชนมาต่อเนื่อง คัดเลือกชุมชนต้นแบบระดับจังหวัดที่มีศักยภาพ ยกย่องเชิดชูเกียรติตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 ปัจจุบันมีสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” รวม 40 ชุมชนทั่วประเทศ โดยหลังจากการประกาศแล้ว วธ. มีการต่อยอดด้วยการสนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาศักยภาพคนในชุมชนผ่านการอบรมผู้นำชุมชน นักเล่าเรื่องและมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเยี่ยมชมและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนจัดทำแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน

“เที่ยวเท่ ๆ เสน่ห์เมืองไทย” ให้นักท่องเที่ยวค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวแต่ละชุมชนได้อย่างสะดวก รวดเร็วมีความแม่นยำ ตามนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะด้านเฟสติวัล – เทศกาลประเพณีและด้านท่องเที่ยวสนองนโยบายของรัฐบาล และ วธ.มีเป้าหมายส่งเสริมคุณค่าและมูลค่าเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆ ด้านวัฒนธรรมให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย ที่สำคัญมุ่งส่งเสริมเทศกาลประเพณีไทย เพื่อยกระดับสู่ระดับชาติและนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุรศักดิ์มนตรี ร่วมตรวจยึด จับกุม ผู้กระทำความผิด ตาม พรบ.ศุลกากร ขบวนการแอบลักลอบนำจักรยานยนต์ส่งข้ามประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 เม.ย. 68 ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.ดอนใหญ่ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เวลา 06.10 น. ร.ท.ศุภนิจ อุดมทรัพย์ ผบ.มว.สกัดกั้น ฯ ที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีได้รับ

รายงานจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีการแอบลักลอบนำจักรยานยนต์ส่งข้ามประเทศ โดยได้ประสาน ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108และ มว.ตชด.2441

จึงจัดกำลังเข้าไปตรวจสอบในบริเวณที่ได้รับแจ้ง เมื่อ จนท.ไปถึงบริเวณดังกล่าว ได้พบชาย 2 คนกำลังนำรถมอเตอร์ไซค์ลงไปในท่าริมตลิ่งแม่น้ำโขงบริเวณ บ้านดอนใหญ่ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ พิกัด 48QV 00821 13330 เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีท่าทางน่าสงสัย

จึงได้แสดงตัวว่าเป็น จนท.ขอตรวจสอบ กลุ่มชาย 2 คนเมื่อเห็นว่าเป็น จนท.จึงได้รีบวิ่งกระโดดลงไปขับเรือและได้แล่นเรือไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจากนั้น จนท.จึงได้ทำการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบ มอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น R15 หมายเลขทะเบียน 1 กศ สกลนคร 9690

จอดคว่ำบริเวณริมตลิ่ง บ้านดอนใหญ่ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ จับได้ของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น R15 หมายเลขทะเบียน 1 กศ 9069 สกลนคร จำนวน 1 คัน

เจ้าหน้าที่ ชุดจับกุม จึงได้ทำการตรวจยึด และนำของกลางมาที่ สภ.บุ่งคล้า เพื่อจัดทำบันทึกตรวจยึด/จับกุม พร้อมทั้งของกลางทั้งหมด นำส่ง สภ.บุ่งคล้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อาลัยส่งดวงวิญญาณนางสาวอรอุมา แก่นเมือง จากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ วัดอรุณราชวราราม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 14.00 น.วัดโพธิ์ธาตุ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นางอรวรรณ หินตะ แรงงานจังหวัดขอนแก่น นางอัจฉรา เจริญผล จัดหางานจังหวัดขอนแก่น นางกนกนันท์ วีริยานันท์ ประกันสังคมจังหวัดขอนแก่น

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งท้องที่และท้องถิ่น ญาติ ประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นางสาวอรอุมา แก่นเมือง อายุ 36

ผู้เสียชีวิตจาก แผ่นดินไหว เหตุการณ์ตึกถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ และมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่น

ในวันจักรี … มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ วัดอรุณราชวราราม คณะสงฆ์เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ มอบเครื่องยังชีพและแผ่เมตตา ให้ผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนในพื้นที่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

6 เม.ย.68 ในวันจักรี – พระราชปัญญารังษี เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ , คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม , อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม , นายเกียรติวิสุทธิ์ เพ็ชรหมื่นไวย ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ , จิตอาสา
ลงพื้นที่มอบเครื่องยังชีพและแผ่เมตตา ให้ผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนในพื้นที่ เขตบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ถวายบุญกุศลและแผ่เมตตาไม่มีประมาณ … พร้อมทั้ง เป็นการจุดประกาย และส่งต่อเมตตาธรรม ให้แด่เพื่อนมนุษย์ เป็นกำลังใจในการทำความดี ให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ต่อไป …

เชิญติดตามข่าวสาร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม … ธรรมทาน งานบุญ ที่

Line Official Account กด :

https://lin.ee/Ml2HFqH

Line ID : @bbdf

Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม
https://web.facebook.com/bbdf.org

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จับมือ สวนน้ำแบล็คเมาเท่น สอนเด็กเอาตัวรอดจากการจมน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.68 ที่สวนน้ำแบล็คเมาเท่น หัวหิน จ.ประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำสนุก” มี นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายสนิท ศรีสันต์ ผู้จัดการทั่วไป สวนน้ำแบล็คเมาเท่น หัวหิน แขกผู้มีเกียรติ

ผู้ปกครองและเยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 100 คน ให้การต้อนรับ ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ให้ความสำคัญกับเด็กในการเสริมสร้างทักษะการว่ายน้ำเพื่อความปลอดภัยทางน้ำ ลดอัตราการเสียชีวิต เพิ่มโอกาสให้เด็กๆ ได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 เม.ย.68 โดยมีวิทยากรจากโรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งมีใบประกาศจากสมาคมว่ายน้ำเเห่งประเทศไทย เป็นครูผู้ฝึกสอน

นายประสูตร หอมบรรเทิง กล่าวว่า จากข้อมูลกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธาธารณสุข พบว่าในปี 2567 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอมถึง 173 คน หรือเฉลี่ยเกือบ 2 คนต่อวัน เฉพาะเดือนมีนาคมมีการจมน้ำมากที่สุด 70 คน รองลงมาคือเดือนเมษายน 58 คน และเดือนพฤษภาคม 45 คน จังหวัดที่มีการเสียชีวิตสูงที่สุด คือ

นครราชสีมา 13 คน ปัตตานี 9 คน ศรีสะเกษ และอุดรธานี จังหวัดละ 8 คน ด้วยเหตุนี้การสร้างทักษะการว่ายน้ำและการเอาตัวรอดในน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้คือ เด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการสามารถว่ายน้ำและเอาตัวรอดในน้ำได้ ลดอัตราการจมน้ำของเด็กในจังหวัดประจวบฯและพื้นที่ใกล้เคียง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กๆ ทุกคนจะได้รับความรู้ ทักษะ และความสนุกสนาน พร้อมนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมกับ สวนน้ำแบล็คเมาน์เทน หัวหิน จัดโครงการ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำสนุก” โดยได้การสนับสนุนสวนน้ำแบล็คเมาน์เทน หัวหิน ด้านสถานที่จัดโครงการเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยลดอุบัติเหตุการจมน้ำเสียชีวิต โดยเป็นหลักสูตรแผนการสอนว่ายน้ำอบรมเพื่อให้เรียนรู้การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และทักษะในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นในขณะที่ประสบเหตุ ซึ่งถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตในระดับการป้องกันเชิงปฏิบัติและสามารถนำใช้ได้จริง

นายสนิท ศรีสันต์ กล่าวว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 904 คน ต่อปี เป็นข้อมูลที่น่าตกใจ เด็กไทยจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 2 คน ช่วงสงกรานต์ 3 วัน มีเด็กจมน้ำถึง 105 ราย เฉลี่ยวันละ 3.5 ราย

ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาปกติเกือบ 2 เท่า โครงการดังกล่าวจะสอนทักษะให้เด็กเอาตัวรอดทางน้ำ เช่น การลอยตัว การตะโกนขอความช่วยเหลือ และการช่วยเหลือตนเองในน้ำ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้” เมื่อว่ายน้ำได้ก็จะทำให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยทางน้ำ รวมถึงให้ความรู้พื้นฐานในการช่วยเหลือผู้จมน้ำ การปฐมพยาบาลให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นได้.

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สุสานคนเป็น” ปล่อยตัวอย่างเต็มสุดสะพรึง นุ่น-ก้อย-แก๊ป เชือดเฉือนเต็มสูบ ”คนเป็น“ และ “คนตาย” 24 เมษายนนี้ /“PEA” คืนกำไรให้ผู้ใช้ไฟรับสงกรานต์ผ่านบริการ “Watt-D point”

แชร์เนื้อหานี้

ตราบใดที่ฉันยังอยู่ เขาก็จะกลับมาหาฉันอยู่ดี! นับถอยหลังต่อจากนี้ ความรัก ความริษยา จะพาทั้งคู่ไปเจอกับ แรงอาฆาต ที่ไม่มีวันลืม กับตัวอย่างเต็ม ล่าสุดของ ภาพยนตร์ “สุสานคนเป็น” ภาพยนตร์เรื่องล่าสุด จาก เอ็ม สตูดิโอ, โกลบอล อิงค์ สตูดิโอส์ และ ช่อง 7HD ที่จะพาไปพบกับบทสรุปสุดท้าย ของ ”คนเป็น“ และ “คนตาย” กับ วังวนของ ‘ราคะ’

ที่จะถูกจองจำด้วย ‘ความแค้น’ กับคำสัญญาที่มาพร้อมคำโกหกของ “ชีพ” ความตายของ “ลั่นทม” จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแก้แค้น” โดยฝีมือผู้กำกับ วทัญญู อิงควิวัฒน์ นำแสดงโดย นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี มารับบทเป็น “คุณนายลั่นทม” ก้อย อรัชพร โภคินภากร รับบท “รสสุคนธ์” และ แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล รับบท “ชีพ”

การล้างแค้นอันน่าสะพรึง ‘ความรัก’ ที่กลับกลายเป็น ‘สุสานของคนเป็น และคนตาย’ ไปพิสูจน์บทสรุปของรักสามเส้าครั้งนี้ได้ใน “สุสานคนเป็น” 24 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่างภาพยนตร์ “สุสานคนเป็น”
Link : https://drive.google.com/drive/folders/1GEWxuXOAI03cUCOMhO6zjSLOq4KynE1G?usp=sharing (16:9)

“PEA” คืนกำไรให้ผู้ใช้ไฟรับสงกรานต์ผ่านบริการ “Watt-D point”
พร้อมจัดทำคลิปวิดีโอเพื่อเพิ่มความเข้าใจและประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชน

​PEA ขอคืนกำไรให้ผู้ใช้ไฟรับเทศกาลสงกรานต์ แบบจัดเต็มผ่านแอปพลิเคชั่น PEA Smart Plus หนึ่งในบริการ ดิจิทัลของ PEA ภายใต้แคมเปญ PEA SABUY SERVICE สบายทุกเรื่องไฟฟ้า กับบริการ “Watt-D point” บริการที่จะให้ ประชาชนสามารถสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกสิทธิประโยชน์ได้มากมาย เช่น แลกคะแนนเป็นเงินคืนค่าไฟฟ้า เป็นต้น พิเศษ!! สำหรับช่วงหน้าร้อนนี้ สมาชิก Watt-D Point ที่ชำระค่าไฟฟ้าภายในกำหนด ในเดือน เมษายน, พฤษภาคม และมิถุนายน คะแนนพิเศษเพิ่มจำนวนเดือนละ 50 คะแนน สำหรับทุกช่องทางอีกด้วย

โดย งานนี้ทาง PEA ได้จัดทำคลิปวิดีโอเพื่อนำเสนอประโยชน์และสิทธิประโยชน์ต่างๆจากบริการ “Watt-D Point” ขึ้น เพื่อทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถรับทราบ รับรู้ และเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับบริการนี้ได้อย่างดียิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งในคลิปวิดีโอนี้ประกอบไปด้วย 5 ep. ในหัวข้อต่างๆเกี่ยวกับ “Watt-D point” ดังนี้

  1. Watt-D Point คืออะไร
  2. ประโยชน์ของWatt-D Point
  3. วิธีการสะสมพ้อยท์ และไปแลกเงินคืนค่าไฟฟ้า
  4. วิธีการชำระเงินอย่างไรเพื่อให้ได้พ้อยท์สูงสุด
  5. วิธีการสมัครบริการ “Watt-D Point” บนแอป PEA Smart Plus
    ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกท่านสามารถติดตามรับชมวิดีโอดังกล่าวได้เร็วๆนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ของทาง PEA ไม่ว่าจะเป็น Facebook Fanpage : PEA Brand ,Youtube : PEA Brand, Tiktok : PEA Brand ที่สำคัญ งานนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้ประโยชน์จากการสมัครบริการนี้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ทาง PEA ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่ชวนเพื่อนเข้ามาสมัคร “Watt-D Point” บนแอป PEA Smart Plus จะได้รับคะแนนสูงสุดถึง 500 คะแนนอีกด้วย
    สามารถติดตามรายละเอียด เงื่อนไขต่างๆ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ “Watt-D point” ได้ทาง www.pea.co.th/watt-d-point หรือติดต่อ 1129 PEA Contact Center

PEA #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค # PEASabuyService #WattDpointรวมทุกบริการเรื่องไฟฟ้าบนออนไลน์จากPEA