สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธร ภ.3จัดโครงการจิตอาสาจราจรรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ณ หน้าอาคารตำรวจภูธร ภ.3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มอบหมวกนิรภัยให้กับ ตำรวจภูธรในสังกัด โดยมี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภ.3 ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ หัวหน้าสถานี เข้าร่วมกิจกรรมตามนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ข้อ 8 สร้างวินัยจราจร และข้อกำชับการปฏิบัติ ข้อ 4 การอำนวยความสะดวกการจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงการจิตอาสาจราจร รณรงค์การขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย

เพื่อลดอุบัติเหตุจราจรทางบก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานจิตอาสาให้เห็นเป็นรูปธรรม และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยจราจรและการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้อง โดยสามารถเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้องและสวมหมวกที่มีมาตรฐานอย่างถูกวิธี รวมทั้งป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมโครงการ

ตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยเต็มใบแบบเปิดคาง จำนวน 3,840 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับตำรวจภูธรในสังกัด นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนในช่วง 7 วัน อันตราย (ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568) โดยกำหนดจุดแจกหมวกเป็นสองจุด จุดที่ 1. ภ.จว.นครราชสีมา จำนวน 1,920 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับ ภ.จว.ชัยภูมิ จำนวน 384 ใบ นครราชสีมา จำนวน 768 ใบ และบุรีรัมย์ จำนวน 768 ใบ จุดที่ 2. ภ.จว.ศรีสะเกษ จำนวน 1,920 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับ ภ.จว.ยโสธร สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ตามนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อนุมัติแนวทางการปฏิบัติงานและการขับเคลื่อนงานจิตอาสา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนวทางการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาแก้ไขปัญหาจราจร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของผู้ขับขี่ด้วยการสร้างวินัยจราจร ให้กับกลุ่มผู้มีอาชีพขับขี่ยานพาหนะ และเชิญให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาร่วมเป็นจิตอาสาจราจรเพื่อเป็นแบบอย่างในการสวมหมวกนิรภัย ที่ได้มาตรฐาน แล้วขยายผลใปสู่ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน

ให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของจิตอาสาจราจร วินัยจราจร ทราบลักษณะหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน และสวมใส่อย่างถูกวิธี ให้มีความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ ลดอุบัติเหตุ และความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 7 วัน อันตราย (ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568) ปีนี้ ตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยเต็มใบแบบเปิดคาง จำนวน 3,840 ใบ ซึ่งมีศูนย์กลางในการแจกจ่ายให้ตำรวจภูธร สองจุด คือ ณ ภ.จว.นครราชสีมา และ ภ.จว.ศรีสะเกษ แจกจ่ายให้ตำรวจภูธร 8 จังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ในพื้นที่

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรับนิวส์ / อ.โคกสำโรงประชุมผู้ใหญ่บ้านกำนันมอบนโยบาย “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 8:30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานที่ประชุม นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง จัดประชุมประจำเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอโคกสำโรง โดยในช่วงเช้า มีพิธี ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน และรับธรรมะ 15 นาที จากพระครูภัทรปัญญาวุธ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี

โดยในที่ประชุม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อำเภอโคกสำโรง 13 ตำบล นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ได้เน้นย้ำ การเตรียมความพร้อม ดำเนินการ ป้องกันและลดอุบัติเหตุ ทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พุทธศักราช 2568
ประกอบด้วย จัดตั้งศูนย์ ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล และช่วงวันหยุด 2568

จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล บูรณาการดำเนินงาน ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล ได้กำหนดช่วงควบคุม เข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 โดยใช้ชื่อในการรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ได้เน้นย้ำ มาตรการป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบด้วย 5 มาตรการ

ด้านการบริหารจัดการ ด้านลดปัจจัยเสี่ยง ด้านถนนและสิ่งแวดล้อมด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ด้านผู้ใช้ถนนอย่างปลอดภัย และ ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ได้แจ้งเตือน ในที่ประชุม และให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลได้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับรู้ ถึงในโทษช่วง คุมเข้ม 7 วัน

โดยเน้นย้ำ ให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกท่านประชาสัมพันธ์ ให้เยาวชน เฉพาะผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับ ให้รู้ถึงโทษ และอันตราย ในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ รถยนต์

โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ควรสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ และการตั้งด่านตรวจอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชน ทุกตำบล

ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่รถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และทางด้าน ในอำเภอโคกสำโรง จะออกเยี่ยมจุดตรวจ ติดตามการปฏิบัติงาน ป้องกันลดอุบัติเหตุ ทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

ทุกจุดตรวจเป็นระยะ จากนั้นนายอำเภอโคกสำโรงได้เชิญนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) เชิญชวนให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน 13 ตำบล ประชาชนปลูกป่าให้มากๆ

โครงการส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว เพื่ออุตสาหกรรม และลดมลพิษ โลกร้อน รวมถึง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคกลางจังหวัดลพบุรี โดยจะได้รับการสนับสนุน กล้าไม้ จากสวนป่าภาคเอกชนจังหวัดลพบุรี จำกัด

และตำรวจสภ.โคกสำโรง ร่วมใจโครงการนี้ด้วย กล้าไม้ 300 ต้น/ไร่ จะได้รับเงิน 4,000 บาทต่อไร่ โดยแบ่งจ่าย 3 ปี ปีที่ 1. จะได้รับเงิน 2,500 บาท ปีที่ 2. จะได้รับ 800 บาท และปีที่ 3. จะได้รับ 700 บาท

วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มผลผลิตไม้โตเร็ว ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ และใช้วัตถุดิบรองรับอุตสาหกรรมไม้ประเภทต่างๆ ที่ดินต้องเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน

หรือที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ ประเภทใดประเภทหนึ่ง คุณสมบัติบุคคลธรรมดาบรรลุนิติภาวะแล้ว มีสัญชาติไทย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือ สิทธิครอบครอง ตามกฎหมาย หรือเป็นผู้มี สิทธิ์ใช้ประโยชน์ในที่ดินเท่านั้น

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี/อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมประจำเดือน !กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

3 เมษายน 2568 หอประชุมอำเภอชุม โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมส่วนราชการในพื้นที่อำเภอชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ มอบหมายให้ พ.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ
ร่วมการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ

ในคราวเดียวกันนี้ คณะ กต.ตร. พร้อมด้วยที่ปรึกษา กต.ตร. ของ สภ.ชุมแพ ประกอบด้วย นายประสันต์ เขมะประสิทธิ์ ประธาน กต.ตร.สภ.ชุมแพ
นางอำนวย หงษ์ชุมแพ กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายสมหมาย บุญฮวด กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายชาตรี น้อยโนนงิ้ว กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายสมพงค์ เกียรติพนมแพร กต.ตร.สภ.ชุมแพ

นายวีระกุล ยอดสง่า กต.ตร.สภ.ชุมแพ พ.ต.ต.มานพไชย ผลมาตย์ ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ชุมแพ พ.ต.ต.อัมพร จักษุทิพย์ สวป.(ชส.)สภ.ชุมแพ/เลขา กต.ตร.สภ.ชุมแพ

ได้ร่วมกันเป็นตัวแทนมอบงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมและศูนย์พักคอยผู้ป่วยยาเสพติด (Community Isolation : CI) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นผู้รับมอบ

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นวินสื่อรัฐทีวี/ สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมเพชรพลอย โรงแรมต้นทองรีสอร์ท ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมด้วยนายศักดิ์ตระกูล เลี้ยงประเสริฐ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์”

ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจัดในวันที่ 11 – 12 เมษายน 2568 ณ สนามหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เชื่อมโยงหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์และบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ พัฒนาต่อยอด และประชาสัมพันธ์มรดกภูมิปัญญาของจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคม เป็นการส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมรดกภูมิปัญญามาสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ให้จังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดจนนำทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุตรดิตถ์มาสืบสาน รักษา พัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางด้านวัฒนธรรม ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ จากที่ได้ผ่านการสำรวจจากทั้ง 9 อำเภอมา รวมเป็น 45 รายการ นำมาจัดแสดงในพื้นที่นี้ และมีการแสดงสาธิตมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมทั้ง 45 รายการ โดยจะมีการจัดการแสดงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทั้ง 2 วันของการจัดงาน จนครบทั้ง 45 รายการ ทั้งยังมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 45 รายการ รวมจำนวน 45 คูหา จะอยู่ภายในบริเวณสนามหน้าจวน

ผู้ว่าราชการหลังเก่า และการแสดงและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมส่วนอีก 35 คูหา จะอยู่ในพื้นที่บริเวณบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี รวมเป็น 80 คูหา เลือกซื้อ เลือกชิม กันได้อย่างจุใจ และนอกจากนั้นในพื้นที่บริเวณสนามหน้าจวน ผู้ว่าราชการหลังเก่า ก็จะมีเวทีกิจกรรม มีการแสดงทางวัฒนธรรมของทั้ง 9 อำเภอ อำเภอละ 2 รายการ รวมเป็น 18 ชุดการแสดง ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นแสดงทั้ง 2 วัน จนครบ 18 ชุดการแสดง และยังมีการแสดงแสง สี เสียง ตำนานกำเนิดเมืองอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” แสดงโชว์บนเวทีทั้ง 2 วัน

ทั้งวันที่ 11 และ 12 เมษายน 2568 ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ประกอบด้วยนักแสดงมากกว่า 30 คน โดยวันที่ 11 เมษายน 2568 จะมีพิธีเปิดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” ด้วย ส่วนวันที่ 12 เมษายน 2568 มีกิจกรรมพิเศษเป็นมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เป็นศิลปินที่มาจากเวทีการประกวดแบบเรียลลิตี้ เอเอฟ 12 และมีดีกรีเป็นถึงพระเอก หมอลำ “ระเบียบวาทะศิลป์” โฟกัส กิตติคุณ

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกอำเภอในจังหวัดอุตรดิตถ์ และต้องขอขอบคุณทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 9 อำเภอ ที่ร่วมกันสำรวจและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาในการจัดการประชุมสำรวจและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญา ในพื้นที่ 9 อำเภอ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จัดผ่านมาในช่วงวันที่ 3 – 13 มีนาคม 2568

จนได้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้ง 45 รายการ มาจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” ในครั้งนี้ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีกำหนดเปิดงานในวันที่ 11 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.00 น. จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ พี่น้องจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรม อันทรงคุณค่า

ในงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-12 เมษายน พ.ศ. 2568 นี้ เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ สนามหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เชื่อมโยงหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์และบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

นางฟ้าเกณฑ์ทหาร ยิ้มแย้มแจ่มใสทำตามหน้าที่ชายไทยร่วมคัดเลือกทหาร

วันที่ 3 เมษายน 2568 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการคัดเลือกทหารกองเกิน เพื่อเข้ากองประจำการ บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความคึกคัก

โดยช่วงสายของวัน ช่วงที่กำลังจะลงทะเบียน ได้พบกับผู้เข้าร่วมการคัดเลือกทหารในตำบลน้ำไผ่ ชื่อน้องเกรซ น้องไตเติ้ล น้องนาเดีย ได้มาทำตามหน้าที่คัดเลือกทหาร จากการพูดคุย ทั้งสามคนตั้งใจมา และมีทัศนคติที่ดีในการทำตามหน้าที่ชายไทย เบื้องต้นจากการสอบถามพี่เจ้าหน้าที่ทหาร บอกว่าน้องทั้งสามไม่น่าจะผ่านเกณฑ์ เพราะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด แต่ทั้งนี้ต้องให้แพทย์พิจารณาอีกที

เดินไปมานั่งคุยสอบถามทั่วไป ผู้เข้าร่วมคัดเลือกทหารคนงามอีกคนหนึ่ง ชื่อน้องต้นน้ำ ซึ่งตัวน้องเองได้เตรียมใบรับรองแพทย์เรื่องเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดมาเพื่อผ่อนผัน แต่ก็มีทัศนคติที่ดีในการมาทำตามหน้าที่และช่องทางตามกฎหมาย

ในภาคบ่าย เป็นการจับใบแดงใบดำ จากผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกภาคเช้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานลุ้นระทึก ของแฟน ครอบครัว เพื่อนๆ เป็นที่ถูกใจทั้งกองเชียร์กองแข่งสลับกันไป เพื่อไม่ให้ถึงคิวตัวเอง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองเลขาธิการ ปปส. ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.24

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 0930 น. ที่ห้องประชุมพระยอด กองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอกศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ให้การต้อนรับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะ ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน งบประมาณ 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยมี โดย ผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์, สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม เข้าร่วมประชุม และวันที่ 2 เมษายน 2568 คณะผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์ได้ลงพื้นที่ บ้านแสนพันท่า หมู่ที่ 4 ตำบลแสนพัน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บริเวณวัดศรีสะอาด บ้านเหล่านนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน พื้นที่ชายแดน ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม​ ซึ่งหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ต.ค 67

ถึง ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51​ อำเภอชายแดน (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) หน่วยมีผลการปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ตามแนวชายแดน/ โดยทำการซุ่มเฝ้าตรวจ 6,540 ครั้ง, ลาดตระเวนทางน้ำ 64 ครั้ง, ลาดตระเวนทางบก 5,383 ครั้ง,จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 1,530 ครั้ง

ทำการปิดล้อมตรวจค้น 47 ครั้ง /ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด จำนวน 28 คดี รวมผลการตรวจยึดจับกุมตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) มีการตรวจยึดจับกุมจำนวน 216 ครั้ง/ ผู้ต้องหา 272 รายของกลาง ยาบ้า 26,970,802 เม็ด,ไอซ์ 1,216.336 กิโลกรัม, และอื่นๆ

พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2

แชร์เนื้อหานี้

รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2 จนท.ศูนย์ป้องกันและปราบปราม 3 (ภาคเนือ) และ

ตำรวจ บก.ปทส. กก.4 นำโดยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันจับกุม นายฉลอง เหล็กทอง(ผู้ถูกจับ) พร้อมตรวจยึดพื้นที่บุกรุก แผ้วถาง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.55 และตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่4) พ.ศ. 2559

มาตรา 14 ประกอบ มาตรา 31 ฐานในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียสภาพป่า และตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา9 มาตรา108ทวิ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ บริเวณบ้านหนองภิรมย์ ม.16 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

โดยรวบรวมหลักฐานและร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.พุเตย ตาม ปจว.ข้อ 3 คดีอาญาที่ 51/68 ลว. 2 เม.ย. 68 เวลา23.00น. โดยมี นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3(ลำจังหัน)เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3 ลำจังหัน

สมมาตร แอมไร่ ภาพ-ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อ เสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อ ของห้องสมุดประชาชนอำเภอโซ่พิสัย ณ ตลาดสามแยกตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำหนังสือและสื่อการเรียนรู้ต่างๆ หมุนเวียนไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ที่อาจไม่สะดวกในการเดินทางไปยังห้องสมุดหลัก เป็นการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ให้กับชุมชนในอำเภอโซ่พิสัย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในบริเวณตลาดสามแยกตำบลศรีชมภูเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการเข้าถึงหนังสือและแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน

โดยสรุป: ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ได้จัดกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อของห้องสมุดประชาชนอำเภอโซ่พิสัย

ที่ตลาดสามแยกตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ในวันนี้ เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการธารน้ำใจห่วงใยและแบ่งปันวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ลานกิจกรรม โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ ตามพระราชดำริฯ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เจ้าคุณพระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำวรวิหาร

พร้อมด้วยคุณสมชาย บวรวงศ์ดิรก และญาติธรรมจากประเทศสิงคโปร์ ได้นำถุงยังชีพจำนวน 195 ถุง พร้อมกับเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไอศครีมชนเผ่ามละบริ(ตองเหลือง)ในโอกาสร่วมกับ ศกร.ตชด.ห้วยลู่ ศศช.ห้วยลู่ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา โดยชาวมละบริร่วมกันเขียนหนังสือลงนามถวายพระพร บริเวณโต๊ะลงนามที่ลานกิจกรรม

จากนั้นมีการจัดกิจกรรมปลูกกาแฟพระราชทาน อาราบิกา สายพันธุ์คาติมอร์ จำนวน 500 ต้น ปลูกเพิ่มไปในแปลงปลูกกาแฟพระราชทานเดิม ปี 2567 ที่ได้รับพระราชทานและปลูกไว้แปลงปลูกกาแฟเดิม 200 ต้น รวมมีกาแฟที่ได้รับพระราชทานนำมาปลูกในแปลงแล้ว ทั้งหมด 700 ต้น

โดยมีปลัดอำเภอเมืองน่าน นายธีราพร หมั่นแก้ว เป็นประธานในพิธีนำถวายพระพรชัยมงคล และเป็นประธานเปิดงานปลูกกาแฟพระราชทานเทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 70 พรรษา โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากภาคราชการ 35 คน ภาคเอกชน 55 คน และชุมชนมละบลิห้วยลู่ 72 คน ตัวแทนชุมชนมละบริห้วยหยวก 79 คน

โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ห้วยลู่ตามพระราชดำริฯ เป็นโครงการที่ดูแลฟื้นฟูป่าต้นน้ำร่วมกับชนเผ่ามลาบรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ช่วยส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชนเผ่ามลาบรีให้อยู่ร่วมกับป่า ซึ่งมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมแต่สามารถรู้เท่าทันโลกปัจจุบัน ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แต่ครั้งเมื่อปี พ.ศ.2562 ได้เกิดเหตุไฟป่าขึ้นในพื้นที่โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม่ห้วยลู่ตามพระราชดำริฯ มีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งในปัจจุบันมีการฟื้นคืนสภาพป่าต้นไม้ทดแทนให้คืนกลับมา แต่ในพื้นที่ 4 ใน 10 ไร่แห่งนี้

ชุมชนบ้านห้วยลู่ได้ขอพื้นที่ใช้ในการปลูกข้าวไร่ เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวให้กับชุมชน โดยได้ทำความตกลงกับทางโครงการฯ จะคืนพื้นที่เพื่อปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิมในอนาคต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ผาสิงห์ บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาเด็ดขาด

แชร์เนื้อหานี้


ในวันที่ 2 เมษายน 2568 องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ นำโดย นายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายกอบต.ผาสิงห์ พร้อมด้วย ประธานสภาและรองประธานสภา อบต.ผาสิงห์ , สภาอบต.ผาสิงห์

เจ้าหน้าที่งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนตำบลผาสิงห์ บรูณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาโดยเด็ดขาด ตามประกาศจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. – 30 เม.ย. 2568

ร่วมกับ ผู้นำท้องที่ตำบลผาสิงห์ กำนันตำบลผาสิงห์ ออกตรวจลาดตะเวนในพื้นที่จุดเสี่ยงเกิดไฟป่า พื้นที่รอยตะเข็บป่าชุมชน พื้นที่การเกษตร ตำบลผาสิงห์ ณ บ้านผาตูบ หมู่ที่ 7 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และประชาสัมพันธ์เชิงรุก แบบเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนในการห้ามเผา และแจ้งโทษมาตรการปรับกรณีลักลอบเผา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ตำบลผาสิงห์เป็นอย่างดี ด้วยการร่วมเฝ้าระวัง

ช่วยบอกต่อในชุมชนในการห้ามเผาทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อจังหวัดน่าน ปลอดจากหมอกควันและฝุ่นละออง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอากาศบริสุทธิ์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ยิ่งใหญ่ เชิญ ปชช.-นทท. ร่วมพิธีสรงน้ำพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดหวัดมุกดาหาร ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน

กําหนดจัดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5 – 7 เมษายน นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภุมโนรมย์ ตําบลนาสีนวน อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเก็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสํานึกในพระมหา

กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด โดยแต่ละวันจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การประกวดกลองยาวพร้อมนางรํา และในวันที่ 7 เมษายน จะมีขบวนแห่นํ้าสรง และพิธีสรงน้าพระราชทานพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร การจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชา

“โดยทั้ง 3 วัน จะมีสรงน้าพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (จ๋าลอง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นิทรรศการ สาธิต และจําหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม กว่า 50 ร้านค้า การแสดงดนตรี

การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมหรสพสมโภช จุดเช็คอินถ่ายภาพ และลุ้นรับรางวัลตลอดงาน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานงานบุญประเพณีสงกรานต์จังหวัดมุกดาหาร” นายนิกูล กล่าว

สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #สงกรานต์มุกดาหาร #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​