สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งการกุศล BSRU Run #4 “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล สายสัมพันธ์ 50 ปี”โดยท่าน อธิการบดี บ้านสมเด็จฯ และทีมศิลปิน-ดารา

แชร์เนื้อหานี้

อธิการบดี บ้านสมเด็จฯ รวมพลศิลปิน-ดารา “พ้อยท์-บิ๊ก-ทัช” เดิน-วิ่งการกุศล สุดมันส์!“BSRU Run #4 “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล สายสัมพันธ์ 50 ปี”เสร็จสิ้นไปอย่างสุดมันส์สำหรับงานเดิน-วิ่งการกุศล บ้านสมเด็จฯ ครั้งที่ 4 BSRU Run #4 “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล สายสัมพันธ์ 50 ปี”

ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร่วมกับสำนักกิจการนักศึกษา

นำทีมโดย ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา , นางสวนิต พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา , ผศ.ธีรถวัลย์ ปานกลาง ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษา นิสิตนักศึกษา

ทัพศิลปินดารา อาทิ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์, พ้อยท์ ชลวิทย์ มีทองคำ, หนูเล็ก ทิฐินันท์ แสนหล้า, ฮาร์ท สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล, แมน วทัญญู มุ่งหมาย และองค์กรภาคีเครือข่ายสนับสนุนการจัดงานเดิน-วิ่งการกุศล บ้านสมเด็จฯ

ฃ ร่วมลงแข่งขันทั้ง ประเภทเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ Fun Run ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร และประเภท Mini Marathon ระยะทาง 10.2 กิโลเมตร เริ่มจากจุดสตาร์ทที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซอยอิสรภาพ 15 – เลี้ยวขวาเข้าถนนอิสรภาพ (ขาเข้า)

สี่แยกบ้านแขกตรงไปตามถนนอิสรภาพ – ถึงทางแยกประตูไทยซิกซ์ เลี้ยวขวา เข้าถนนลาดหญ้า มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ วนรอบซ้าย เข้าถนนประชาธิปก จุดสิ้นสุด มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

นักวิ่งมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เดินบ้างวิ่งบ้าง เพื่อสุขภาพเป็นสำคัญ โดยผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกของทั้งสองประเภทได้แก่ ร.อ.ปริญ ตอนศรี และ คุณมัทนา มะโนจิตร รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครองสมความตั้งใจ ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เผยว่า “งานเดิน-วิ่งการกุศล บ้านสมเด็จฯ ครั้งที่ 4 BSRU Run #4 “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล สายสัมพันธ์ 50 ปี

ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมาก มีนักวิ่งมาสมัครร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกเหนือจากการแข่งขันแล้ว เรายังได้เห็นมิตรภาพของผู้เข้าแข่งขันตลอดเส้นทาง สำหรับทางมหาวิทยาลัยฯ

การมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับนักศึกษาและชุมชนเป็นกิจกรรมที่เรายึดปฏิบัติมาตลอดทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลการกุศลฯ หรืองานเดินวิ่งการกุศล ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกคน ”
ทางด้าน บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ นักแสดงหนุ่มคนดัง

ตัวแทนทีมศิลปินดารา เผยว่า “วันนี้สนุกมากครับ นี่ผมลงสมัครแข่งขันจริงๆเลยนะ วิ่งจนจบเส้นทาง เพราะปกติเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว เมื่อได้รับเชิญจากทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ยินดีมาร่วมงาน ฟิตซ้อมก่อนลงแข่งอยู่ตลอด วันนี้ก็เลยวิ่งแบบชิลๆ เข้าเส้นชัยได้รับเหรียญเป็นที่เรียบร้อย ต้องขอบคุณทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่เชิญมาร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้นะครับ หวังว่ากิจกรรมครั้งหน้าก็คงจะได้เจอกันอีกอย่างแน่นอน”.

ติดตามข่าวสารอัพเดตได้ที่ Facebook : BSRU News
ประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ BSRU : เนตรดาว จตุพงษา (เต้ย PR)
Tel : 062 395 5642 Line ID: Toey_pr Email : toeypr6556@gmail.com

สือรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎร จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 3 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรจังหวัดบึงกาฬ ณ โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีดำเนินการโครงการสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร

พร้อมกับรับทราบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาให้ราษฎรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับราษฎรในพื้นที่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิและองค์กร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีกำกับดูแล ในการให้ความช่วยเหลือราษฎรในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจความเป็นอยู่ที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าสืบไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 502 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบอุปกรณ์สำหรับการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแก่โรงเรียนในพื้นที่ มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มอบชุดหนังสือเผยแพร่ความรู้สำหรับเยาวชนแก่โรงเรียนและห้องสมุด มูลนิธิพระดาบสออกหน่วยให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้บริการประชาชน เช่น การตัดผม การฝังเข็มเพื่อสุขภาพ การจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับด้านการดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตร การมอบเก้าอี้รถเข็นสำหรับผู้ป่วย

นอกจากนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมจัดหน่วยแพทย์และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน มาให้บริการตรวจสุขภาพและรักษา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกหน่วยเผยแพร่ความรู้และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความรู้และให้บริการปรึกษาด้านกฎหมาย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนทุนการศึกษาพระราชทานต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ให้แก่นักเรียนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี มีความตั้งใจในการศึกษา และครอบครัวมีฐานะยากจน จำนวน 2 คน ได้แก่ เด็กหญิงศิริวภา รัตนโสภา และ เด็กหญิงธนัญชนก ทองธุลี และมูลนิธิกาญจนบารมี จัดหน่วยให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ ( Mammogram ) ในสตรีกลุ่มเสี่ยง ราษฎรต่างปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายนิวัติ.บุญมาวงศ์ผอ.การส่วนป้องกันไฟป่าลำปาง ใช้มาตรการการป้องกันปัญหาไฟป่าพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปาง.

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปางได้จัดตั้งศูนย์สั่งการและติดตามปัญหาไฟป่าและหมอกควันมีจำนวนทั้งหมด 8.ศูนย์ได้แก่อุทยานอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทยอุทยานแห่งชาติดอยจงอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาทพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมืองพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต

ทางภาคเหนือส่วนมากพื้นที่จะเป็นพื้นที่ดอยจะเกิดไฟป่าช่วงหน้าแล้งแทบจะทุกที่สำหรับพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปางก็ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในด้านป้องกันไฟป่าสุดอบรมความสามารถแต่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครผู้นำชุมชนและเยาวชนในพื้นที่.

ทางจังหวัดลำปางได้ออกประกาศเรื่องห้ามเผาป่าและพื้นที่โล่งยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2568.ศูนย์ติดตามระดับจังหวัดขึ้นณสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปางและ

ศูนย์รับแจ้งเหตุณสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ระดับอำเภอและระดับตำบล.และได้ตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าจำนวน 381 จุดให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในสำนักบริหารพื้นที่ที่ 13 สาขาลำปางออกสำรวจ

พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและยากต่อการเข้าถึงเพื่อทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อเป็นการสนับสนุนกิจการในการควบคุมระดับไฟป่า

และป้องกันพื้นที่ถูกไฟไหม้มิให้มีการเข้าไปบุกรุกครอบครองทำประโยชน์และเฝ้าระวังการเกิดไฟไหม้ซ้ำซาก. สำหรับการเกิดจุด hotspot ก็ลดลงกว่าปีที่แล้วพอสมควรก็ฝากถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแลเพราะการเกิดไฟป่าก่อปัญหาอีกมากมายมาสู่ชุมชนที่เราอาศัยอยู่ทั้งโลกภัยต่างๆที่จะตามมา.

สมจิตร แสงบัลลังก์ บกข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อดีตนายกเล็กบางละมุง นำทีมกลุ่มพัฒนาบางละมุง ลุยสู้ศึกเลือกตั้ง กวาดที่นั่งครบ 2 เขต

แชร์เนื้อหานี้

​วันที่ 4 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีจเรวัฒน์ ชินวัฒน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง เบอร์ 2 กลุ่มพัฒนาบางละมุง นำทีมบริหาร ประกอบไปด้วย นางสาวณัฐธินีย์ เชิดฉาย , นางสาวทิพย์วิมล หอมขจร , นายบุญเลิศ แก้วจินดา , นายสุทพยินดีและ ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบางละมุงทั้ง 2 เขต ประกอบไปด้วย เบอร์ 7- 12 เขต 1 เบอร์ 7 นายมงคล อุปถัมภ์ , เบอร์ 8 นายวัชรินทร์ เชื้อวงศ์ , เบอร์ 9 นายทวี ดอกนางแย้ม , เบอร์ 10 นางกิมชวย เชื้อวงศ์ , เบอร์ 11 นางวรีภรณ์นันท์ เจริญสุข , และเบอร์ 12 นายทองแดง โสดานา ส่วนเขต 2 ประกอบไปด้วย เบอร์ 7 นายเดโชชัย จรูญฉาย , เบอร์ 8 นายสมควร ทองคำ , เบอร์ 9 นางอาภรณ์รัตน์ ไวลิขิต , เบอร์ 10 นายชูกิจ จรูญฉาย , นายจตุรภัทร ยินดี , และ นายสุกฤษ ตระกูลไพศาล เปิดตัวพร้อมทำการเปิดนโยบาย 9 ด้านที่พร้อมจะเข้ามาดูแลประชาชน

ประกอบไปด้วย 1.ส่งเสริมการพัฒนาคุรภาพชีวิตของประชาชน 2. ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 3.ส่งวเสริมกิจกรรมการกีฬา 4.ส่งเสริมการดูแลด้านความปลอดภัย 5.ส่งเสริมการให้บริการรถพยาบาลฉุกเฉิน 6. ส่งเสริมการพัฒนาเปลี่ยนเมือง เปลี่ยนวิถี 7.ส่งสเริมศูนย์ช่วยเหลือประชาชน 8.ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ และ 9.แก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ว่าที่ร้อยตรีจเรวัฒน์ ชินวัฒน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง เบอร์ 2 กลุ่มพัฒนาบางละมุง กล่าวว่า สำหรับการทำงานที่ผ่านมา 4 ปี พบว่าทางทีมได้เข้ามาดูแลประชาชนไปได้หลายด้าน เน้นการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก ส่งเสริมเศรษฐกิจ ผ่านหลายโครงการ อาทิ การดูแลสุขภาพประชาชน ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านโครงการที่ทางเทศบาลดำเนินการ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ที่พบว่าสามารถช่วยเหลือประชาชนที่มีภาวะพิการ เจ็บป่วย ให้ได้รับการดูแลในเรื่องของการรักษาพยาบาล ปีละ 9,000 บาท ต่อราย ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนก็เป็นศูนย์ที่จัดตั้งมานานแล้ว แต่ไม่ได้มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ทางทีมเลยเข้ามาดูแลและมองหาแนวทางในการทำที่เป็นไปได้ ไม่ผิดต่อหลักเกณฑ์ของภาครัฐ จึงทำให้เกิดโครงการดีๆแบบนี้ และสามารถส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้พิการ ผู้ป่วยที่ยากจนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตก็อยู่ในผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลในกลุ่มนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ในเรื่องของเศรษฐกิจก็พบว่าที่ผ่านมามีการดำเนินโครงการที่ปกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการ อาทิ โครงการปีใหม่วิถีไทย และ งานพระเจ้าตาก ที่พบว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มีการเรียกร้องให้ขยายเวลาในการจัดงานเพิ่มมากขึ้นจากเดิม เนื่องจากว่าพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ชื่นชอบ มีประชาชนมาเที่ยวงานมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจสะพัดตลอดการจัดงานหลายล้านบาท ส่วนผู้พิการและผู้ดูแลคนพิการ ทางผู้บริหารก็ได้ทำการนำรายชื่อให้ทางหน่วยงานที่รับผิดขอบดูแล ช่วยเหลือ ในการส่งเสริมอาชีพ และ ส่งเสริมรายได้ ด้านผู้ป่วยติดเตียงที่พบว่ามีค่าใช้จ่ายเรื่องของการซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ในแต่ละเดือนค่อนข้างมาก ทางเทศบาลก็ได้จัดโครงการมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวก็เป้ฯอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีผู้ชื่นชอบมาก เพราะลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้มาก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลงานเพียงบางส่วนที่ทางทีมพัฒนาบางละมุวได้ทำไว้ในช่วงสมัยปีบริหาร 4 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ นโยบายแรกที่จะทำในช่วงปีแรก คือการดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ด้วยการส่งเสริมบริการรถพยาบาลฉุกเฉินให้มีครอบคลุม 24 ชั่วโมง และ เพื่อเติมรถเข้ามาทำงานอีก 1 คัน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว และพบว่าเสียงตอบรับจากประชาชนดีมาก เพราะสามารถช่วยเหลือประชาชนทั้งเรื่องรับ – ส่งคนป่วย ดูแลคนเจ็บ โดยไม่ต้องเสียค่าบริการแต่อย่างใด เนื่องจากบางครอบครัวจะต้องพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาล แต่ไม่มีรถ หากต้องจ้างรถไปก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้นการมีบริการรถพยาบาลฉุกเฉินแบบนี้ ตอบโจทย์ประชาชนได้มาก นอกจากนี้รถพยาบาลฉุกเฉินยังมีเจ้าหน้าที่ๆมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ผ่านการอบรมทางศูนย์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ครบรอบ๑๐๖ ปีพระคันธารราฐ โคราชเตรียมจัดยิ่งใหญ่พิธี ”แห่พระคันธารราฐลอดประตูเมือง“วันเทศกาลสงกรานต์

แชร์เนื้อหานี้

“พระคันธารราฐ” เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของ “วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร” สร้าง เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๔๖๔ ปัจจุบันปี ๒๕๖๘ มีอายุ ๑๐๔ ปี
“พระคันธารราฐ” สร้างโดย “พระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)” เจ้าเมืองนครราชสีมา คนที่ ๑๑ มีขนาด หน้าตัก ๓๙’นิ้ว สูงประมาณ ๑ เมตร ๓๐ เซ็นติเมตร ครั้งเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ “เจ้าเมืองนครราชสีมา”

ได้ริเริ่มประกอบพิธีอัญเชิญ “พระคันธารราฐ แห่ลอดประตูชุมพล” เนื่องในวันสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวโคราชเรื่อยมา
จวบจนถึงปี ๒๕๒๒ พิธีกรรมดังกล่าวได้หยุดไป กระทั่งเมื่อปี ๒๕๖๐ วัดพระนารายณ์ ได้ ปฏิสังขรณ์ปิดทอง “พระทศพลญาณประทานบารมี หรือหลวงพ่อใหญ่” และขุดค้นพบพระพราณหลายองค์ใต้ฐานพระประธาน ทางวัดจึงมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นพิธีอัญเชิญ “พระคันธารราฐ ชุมพล”

ขึ้นมาอีกครั้งในวันสงกรานต์ ซึ่งการแห่พระลอดประตูชุมพล เป็นเอกลักษณ์ของ
สำหรับ “พระคันธารราฐ” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวายกเสมอพระอุระ รัก พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา เป็นกิริยารับน้ำ ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลมะเนตรเหลือบต่ำ โดยลงยาสีเหมือนจริง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์บางเรียว พระกรรณยาว เกือบจด สา ขมวดพระเกศา ทำเป็นรูปก้นหอยเรียง

ตลอดถึงพระเมาลื พระรัศมีทำเป็นรูปดอกบัวตูม ครอเฉียง เปิดพระอังสาขวา มีริ้วผ้าที่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป รองรับด้วยฐานบัวคว่ำบัวหงาย ทั้งนี้ ประชาชน
าวโคราชนิยมกราบไหว้ “พระคันธารราฐ” เพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งเรียกชื่ออีกอย่างว่ฝน”

โดยพิธีประเพณีโบราณ “แห่พระคันธารราฐลอดประตูเมือง” จะมีในวันที่ ๑๒ เมษายน ๖๗ จะเริ่ม๑๕.๐๐ น.ที่วัดพระนารายณ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา “พระดันธารราฐ” ซึ่งเป็นพระพุทธ วัดพระนารายณโดยผู้ว่าฯโคราช จะเป็นผู้อัญเชิญ “พระคันธารราฐ” ประดิษฐานสู่ราชรถ พร้อมพิธีการรำ บวงสรวง

จากนั้นเคลื่อนขบวนแห่เข้าสู่ถนนจอมพล มุ่งหน้าไปลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสรงน้ำพระคันธารราฐ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และวันที่ ๑๓ เมษายน ๖๔ จะมีพิธีแห่พระคันธารราฐ ลอดอุ้มประตูชุมพล” พร้อมแห่ผ้าเงินด้ายทองกลับสู่วัดพระนารายณ์มหาราช

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองศรีสะเกษ นำเกษตรกร ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผล ทุเรียนภูเขาไฟ เพื่อประสิทธิภาพผลผลิต ให้ได้ทุเรียน GI ที่มีคุณภาพ เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่สวนพี่พัชรินทร์ ซึ่งเป็นสวนทุเรียนในบ้านพิงพวยตะวันออก ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผลทุเรียนภูเขาไฟ” ประจำปี 2568 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต โดยมี
นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ เข้าร่วมกิจกรรม

***นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผลทุเรียนภูเขาไฟ” ปี 2568 จัดขึ้นเพื่อเป็นกิจกรรมรณรงค์ให้เกษตรกร ดูแลจัดการทุเรียนให้มีคุณภาพ โดยการตัดลูกส่วนเกิน แต่เหลือลูกไว้อย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ แม้มีผลทุเรียนเยอะแยะเต็มต้น แต่เกษตรกรตัดใจได้ เพื่อรักษาผลทุเรียนให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด เป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบและมั่นใจ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ได้รับการดูแล เอาใจใส่ ตั้งแต่เริ่มต้นเกษตรกรต้องพิถีพิถัน เฝ้าดูทะนุถนอมเหมือนลูก ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา มีใจรักในทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

***ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลังที่สำคัญของจังหวัด เป็นหนึ่งในประเด็นการขับเคลื่อนวาระจังหวัด “เกษตรบูรณาการ” อีกทั้งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยจังหวัดศรีสะเกษถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษทั้งหมด 20,463 ไร่ คาดการณ์ว่าในปี 2568

จะมีพื้นที่ให้ผลผลิต 13,568 ไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2,392 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 21.40 % เพาะปลูกใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ดินภูเขาไฟที่มีลักษณะเหนียว อนุภาคดินละเอียดสลับกับหินหยาบสีแดง ระบายน้ำดี มีธาตุอาหารชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อพืชในปริมาณสูง ส่งผลให้ทุเรียนมีรสชาติดี เนื้อทุเรียนแห้ง เส้นใยละเอียด ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

***ดังนั้นในห้วงเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ทำการตัดแต่งทุเรียนภูเขาไฟผลเล็ก ลดจำนวนลูกทุเรียนภูเขาไฟเพื่อลดการสูญเสียน้ำ หากไม่ตัดแต่งอาจเกิดปัญหาน้ำเลี้ยงไม่พอ ลูกจะเล็กลง แม้เกษตรกรเสียดายผลทุเรียน แต่ต้องตัดใจ ถ้าอยากได้ทุเรียนลูกสวย ไม่เน้นปริมาณ เน้นที่คุณภาพสู่ผู้รอบริโภค ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เกรดพรีเมียม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจได้แวะมาชิมลิ้มลองทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากอัตลักษณ์รสชาติที่โดดเด่น “เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน” จนเป็นที่ยอมรับ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปค.นิคมคำสร้อย จับพระใส่สบงแล้วทรงเมาอาละวาด แถมซุกปืนเถื่อน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย ได้รับแจ้งเหตุมีพระสงฆ์พกปืนเมาอาละวาดอยู่บ้านหนองกระโซ่ ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้สั่งการให้นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. กองร้อย อส.อ.นิคมคำสร้อยที่ 7 บูรณาการร่วมกับตำรวจ สภ. นิคมคำสร้อย รุดไปยังที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง วัดหนองกระโซ่พบพระทองพูล ดีดวงพันธ์ อายุ 55 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ตำบลนาอุดม

มีลักษณะอาการมึนเมา เอะอะโวยวาย พูดจาไม่รู้เรื่อง อยู่ภายในบริเวณวัด เมื่อนำตัวไปตรวจค้นที่กุฏิพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวน 10 นัด จึงได้นำตัวเข้าพบพระครูวชิรธรรมพินิจ อรุโน เจ้าคณะอำเภอนิคมคำสร้อยเพื่อทำการสึก และนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปกครองนิคมคำสร้อยจับพระเมาอาละวาด #อำเภอนิคมคำสร้อย #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหา​ร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสาร (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1

แชร์เนื้อหานี้

งานการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1 โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ
สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ณ โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพ วันที่ 1 เมษายน 2568

โดยมี ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ / คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ / คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Soft Power

ด้านการท่อง เที่ยว /คุณปิยะ โยมา รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก / คุณชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย

โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย เพื่อเพิ่มเติมสมรรถนะในการปฏิบัติงานในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่รถทัวร์โดยสาร ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ส่งผลให้ผู้สำเร็จการอบรมสามารถสะสมจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินต่างๆ บนรถโดยสารและการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นในสถานการณ์สมมติ การฝึกอบรมภายใต้โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่สอบซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จากอีเมอเจนซี เมดิคอลเซอร์วิส เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ และสถาบันฝึกอบรม เทรนนิ่ง อิน ไทย

ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 ได้แก่ พนักงานขับรถทัวร์โดยสาร ผู้บริหารสถานประกอบการสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย จำนวน 233 คน จาก 30 สถานประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง ชั้นนำของประเทศ ซึ่งในทั้ง 2 รรมแล้วกว่า 700 คน

ความสำเร็จของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานขับรถโดยสาร แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ประกอบการรถขนส่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งการยกระดับคุณภาพการให้บริการรถโดยสารที่มีความปลอดภัย นับเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

ส่งเสริมความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เป็นการสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวหน้าและยั่งยืน (Safety and Sustainability) นอกจากนี้ ในการใช้บริการรถทัวร์โดยสารของนักเรียน นักศึกษา ในการเดินทางไปทัศนศึกษา กิจกรรมภาคสนาม และการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งพนักงานขับรถทัวร์โดยสารที่ได้รับการอบรมและผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดนั้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนว่า การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SISMA !! บิน ขึ้นโชว์สเตจไกลถึงเวียดนามในงาน Thai Festival in Hanoi2025

แชร์เนื้อหานี้

4 สาว SISMA เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ จากค่าย Monwichit Music ภายใต้การดูแลของ คุณเกรียงไกร มณวิจิตร อย่าง วาเลน-พรสวรรค์ ญาณวโร , เมซี-นภัสวรรณ วรรธนะอนันต์ , ซินเธีย-พนัชกร ภิรมย์ และ มิมิว-มินทร์ลิตา วรรณธนิตศิลป์ ออร่าเข้าตาทีมผู้จัดกับพลังเสียงของ 4สาวที่น่าหลงใหล ถูกเทียบเชิญให้ไปขึ้นโชว์บนสเตจไกลถึง ฮานอย ประเทศเวียดนาม

ในงาน THAI FESTIVAL IN HANOI 2025 ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าป้อมปราการเก่า (Imperial Citadel of Thang Long) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2025 ที่ผ่านมา

โดยนำเพลง Dreamer เพลงพรีเดบิวต์ของวงที่ยังไม่เคยเผยเเพร่ที่ไหนมาก่อน และเพลงอื่นๆ อาทิ Low=Key , Feeling Good , รักฉันดิ ซึ่งเป็นผลงานเพลงในอัลบั้มแรก รวมถึง ผลงานเพลง เงามืด ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ของแขก ประเดิมโชว์จัดเต็มให้ผู้ชมในงานได้ฟังกัน

ในงาน THAI FESTIVAL IN HANOI 2025 จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เเละ SISMA ยังได้รับการสนับสนุนในการเดินทางโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) CEA เพื่อแนะนำศิลปินไทยให้ชาวเวียดนามได้รู้จัก รวมไปถึงการสร้าง T-pop ซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของไทยให้อยู่ในความสนใจบนเวทีโลก

SISMA เผยว่า “พวกเรา SISMA ดีใจมาก ตื่นเต้นมากๆ ที่ได้มีโอกาสออนทัวร์ในต่างประเทศ นี่ถือว่าเป็นประเทศที่ 2เเล้ว ที่พวกเราได้มีโอกาสขึ้นเเสดงก่อนพวกเราจะเดบิวต์ซะอีก รู้สึกตื่นเต้น ไปเเต่ละประเทศก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆแต่ละประเทศอย่างดีค่ะ แฟนๆมีบอกว่า

โดนตก เพราะชื่นชอบในเสียงของพวกเรา SISMA ค่ะ สำหรับผลงานเพลงของพวกเรา มีเเพลนกำลังจะปล่อยเพลงเเรก Dreamer เพลงพรีเดบิวต์ในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ให้เเฟนๆได้ฟังเเละติดตามกันในปีนี้เเน่นอน ฝากรอติดตามผลงานของวง SISMA เร็ว ๆ นี้ด้วยนะคะ“

ติดตาม SISMAIG https://www.instagram.com/official_sisma/TikTok https://www.tiktok.com/@official.sisma?lang=enTwitter https://x.com/OFFICIAL_SISMAFB https://www.facebook.com/official.sisma/


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร. ภ.3 เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกการจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3 พลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 /ประธานการประชุม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วิวัฒน์ สีลาเขตต์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมหน่วยงาน ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑, ๒ และ ๓, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๕ นครราชสีมา, สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3, สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา,ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา, สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จว.นครราชสีมา และมูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ จว.นครราชสีมา

ได้เข้าร่วมประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.256๘ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ด้านจราจรและความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) และตำรวจภูธรจังหวัดที่มีพื้นที่เส้นทางติดต่อกับตำรวจภูธรภาค 3 ประกอบด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี, สระบุรี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว และขอนแก่น เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปมาตรการปฏิบัติแบบบูรณาการในการอำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.๒๕๖๘ โดยหน่วยงานภาคี ทุกหน่วยได้รายงานต่อที่ประชุมแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ ที่เตรียมไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพตำรวจภูธรภาค 3

ได้เตรียมการบริหารจัดการ โดยช่วงการควบคุมเข้มข้น ๗ วัน ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 256๘ จะเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด และกำหนดเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.256๘ ของตำรวจภูธรภาค 3 ระหว่างวันที่ 10 – 18 เมษายน 256๘ เพื่อกำกับ ดูแล และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยในสังกัด ในการอำนวยความสะดวกการจราจร ดูแลความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 256๘ นี้ ตามนโยบายรัฐบาล “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”

ในทุกพื้นที่ โดยวางแผนตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 278 จุด เตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 301 ชุด มีเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 858 เครื่อง และเครื่องตรวจจับความเร็ว จำนวน 101 เครื่อง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติ ทั้งสิ้น 4,614 นาย นอกจากนี้ได้ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง ในการปรับรูปแบบจากจุดบริการประชาชนมาเป็นการตั้งด่าน ชุมชนแทน โดยบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่

กำหนดแผนการตั้งด่านชุมชนจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 3,971 แห่ง เพื่อป้องปรามคนที่ดื่มสุราไม่ให้ขับขี่รถออกจากหมู่บ้าน ชุมชน ไปเกิดอุบัติเหตุหากเกิดอุบัติเหตุทางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถที่เกิดเหตุทุกรายและหากพบว่ามีการดื่มสุราแล้วขับรถ จะดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น ในมาตรการเชิงรุก ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ ออกตรวจและขอความร่วมมือร้านจำหน่ายสุราในชุมชน หมู่บ้าน ทุกแห่ง ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เช่น ห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอาการมึนเมา จนครองสติไม่ได้ เป็นต้น
คาดการณ์จากกรมทางหลวง

จะเปิดให้บริการใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงหินกอง – ปากช่อง – นครราชสีมา ทั้งขาไปและขากลับ ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะทาง 163 กิโลเมตร โดยกำหนดจุดเข้า – ออก มอเตอร์เวย์ M6 ดังนี้
จุดที่ 1 ด่านหินกอง ทล.33 กม.33+100
จุดที่ 2 ด่านสระบุรี ทล.1 กม.38+700
จุดที่ 3 ด่านแก่งคอย ทล.3222 กม.110+500
จุดที่ 4 ด่านปากช่อง ทล.2090 กม.110+500
จุดที่ 5 ด่านสีคิ้ว ทล.201 กม.154+960
จุดที่ 6 ด่านขามทะเลสอ ทล.290 กม.185+125
จุดที่ 7 ทล.204 กม196+000 (ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา)

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน