สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /โคราช เจ้าภาพหลักแถลงข่าว มหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

ศักยภาพ “โคราชเมืองกีฬา” เจ้าภาพหลัก เปิดบ้านรับทัพนักกีฬา 11 ประเทศกลุ่มอาเซียน “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” กีฬาคนพิการ “อาเซียนพาราเกมส์” ครั้งที่ 13 โคราช โชว์ศักยภาพเมืองกีฬา แถลงข่าวเปิดบ้าน ในฐานะเจ้าภาพจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” แล้วมาร่วมชม ร่วมเชียร์ ร่วมให้กำลังใจทัพนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราช นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา นายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ กรรมการสมาคมกีฬาแห่ง จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ตร.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ที่จะจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 โดยมี นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ปฏิบัติการ บ.เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด

กล่าวต้อนรับผู้ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมากการได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งนี้ 13 เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดย จ.นครราชสีมา จังหวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” นั้น มีความพร้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านคมนาคม การท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือ แม้กระทั่งอาหารพื้นถิ่น ที่พักและโรงแรม โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่จะทำหน้าที่ต้อนรับทัพนักกีฬาคนพิการจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย

ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ประเทศไทย (เจ้าภาพ), ติมอร์-เลสเต และ เวียดนาม เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์และส่งเสริมศักยภาพของ “เมืองกีฬาแห่งอีสาน” ให้ประจักษ์แก่สายตาประชาคมโลก เชื่อว่าจะสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา ให้กลับมาคึกคัก ส่วนชนิดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันจำนวน 19 ชนิดกีฬาหลัก และ 2 กีฬาสาธิต ครอบคลุมทั้งกีฬาสากลยอดนิยมและกีฬาที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัวสูง โดยสนามที่ใช้ทำการแข่งขันแต่ละชนิดกีฬา ประกอบด้วย

สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, ฟุตบอลคนตาบอด (5 คน), วอลเลย์บอลนั่ง, บอคเซีย, จักรยาน (ประเภทลู่), ยิงปืน, แบดมินตัน รวมถึงกีฬาสาธิตอย่าง วีลแชร์รักบี้ และลอนโบวล์สห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โคราช ทำการแข่งขันกีฬายูโด และ วีลแชร์ฟันดาบศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำการแข่งขันกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลโรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ทำการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ทำการแข่งขันกีฬาโกลบอล และ ยิงธนู

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ทำการแข่งขันกีฬา เทเบิลเทนนิส
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลผู้พิการทางสมอง (7 คน) และ กีฬาหมากรุกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทำการแข่งขันกีฬาจักรยาน (ประเภทถนน)
ส่วนกีฬา สำหรับกีฬาโบว์ลิ่ง ทำการแข่งขัน ที่กรุงเทพมหานคร ณ เอสพลานาด รัชดา (Esplanade Ratchada) โดยได้มีการวางระบบการจัดการสนามแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬา ซึ่งทุกสนามแข่งขันได้รับการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสากล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับนักกีฬาผู้พิการได้อย่างเท่าเทียมทุกสนามนอกจากนี้ ในส่วนของ อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อบจ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก จ.นครราชสีมา ดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ในการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดีของ จ.นครราชสีมา ให้สมกับที่ได้รับการประกาศให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” Korat Sport City
“ขอเชิญชวนชาว จ.นครราชสีมา ร่วมส่งแรงเชียร์ แรงใจ

ให้กับทัพนักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี พร้อมต้อนรับทุกภาคส่วนด้วยความอบอุ่น มีไมตรี อย่างสมเกียรติ เพื่อให้การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นี้ เป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจและรอยยิ้มสู่พี่น้องชาวอาเซียนทุกคนอย่างแท้จริง”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร – “มนพร” ปลุกพลังมุกดาหาร เลือก นนทภูมิ เพื่อไทย

เพื่อไทย รุกหนัก มนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม แม่ทัพหาเสียงอีสานโซนเหนือ ควง เอกพร รักความสุข อดีต สส.เพื่อไทย นำทีมลุยปราศรัยปลุกพลังคนมุกดาหาร เลือก นนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 เพื่อไทย ยกจังหวัดทั้ง 2 เขต ชูนโยบายล้างหนี้ มั่นใจเป็น ฟื้นเศรษฐกิจ เชื่อมั่นเพื่อไทย พรรคเดียวที่นโยบายเข้าถึงประชาชน คนยากคนจน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่เวทีปราศรัย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ความเคลื่อนไหวหาเสียงพรรคเพื่อไทย ยังเดินหน้าหาเสียงเชิงรุก ในพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะ พื้นที่ 3 จังหวัดกลุ่มสนุก นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร มี นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ในฐานะแม่ทัพหาเสียงโซนอีสานเหนือ พร้อมด้วย นายเอกพร รักความสุข

อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นำทีมแกนนำครอบครัวเพื่อไทย ลุยปราศรัยในพื้นที่ เขต 1 มุกดาหาร รวมถึง 3 เวที ประกอบด้วย อ.หว้านใหญ่ อ.ดอนตาล และ อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อหาเสียงสนับสนุน เลือกเพื่อไทยยก จ.มุกดาหาร ทั้ง 2 เขต คือ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย และสนับสนุนเลือก นางสาวปิยธิดา บุตรกาล เบอร์ 4 ผู้สมัคร สส เขต 2 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ถือเป็นการรวมพลังคนมุกดาหาร เลือกเพื่อไทย เข้าไปตั้งรัฐบาล เสียงข้างมาก

ด้าน นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยว่า ยอมรับว่าพื้นที่ จ.มุกดาหาร 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนา ทำให้ตนพร้อมที่จะเข้ามาเป็น ผู้แทนของพรรคเพื่อไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนา ลงสู่พื้นที่ การเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่านโยบายสำคัญที่จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มากที่สุด คือ

การล้างหนี้ แก้หนี้นอกระบบ พักหนี้เกษตรกร เพราะเชื่อว่าประชาชน ประสบปัญหาเศรษฐกิจมานาน ต้องแบกภาระค่าใช้จ่าย การแก้หนี้จะเป็นการฟื้นฟูสภาพคล่อง ให้ประชาชน สามารถ ลงทุนค้าขาย รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า อีกนโยบายคือ อยากผลักดันให้ มุกดาหาร มหาวิทยาลัย เพื่อรองรับสร้างโอกาสด้านการศึกษา ลูกหลานเยาวชน รวมอีกหลายนโยบาย เชื่อมั่นเกิดประโยชน์ต่อประชาชน แน่นอน

ด้าน นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้ง ครั้งนี้ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นการชี้ชะตาคนยากคนจน เพราะที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย มาจากเสียงประชาชนรากหญ้า แต่ถูกกระทำด้วยนิติสงคราม ถูกปลดนายก ล้มรัฐบาลเสียงข้างมาก จากปัญหาการเมืองบิดเบี้ยว ซ้ำร้ายรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยุบสภาหนีการตรวจสอบ ถือว่าไม่สง่างาม วันนี้จึงมาปลุกพลังคนมุกดาหาร ปลุกพลังคนอีสาน รวมพลังเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค

ให้ถล่มทลายทุกจังหวัด เข้าไปตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก แสดงพลังให้รับรู้ว่า เสียงประชาชนมีความหมาย เพราะที่ผ่านมาเสียงประชาชนถูกมองข้าม พรรคการเมืองเสียงข้างมากไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ การเลือกตั้งที่จะมาถึงต้องชนะทุกจังหวัด ส่วนนโยบายสำคัญ มั่นใจพรรคเพื่อไทย เข้าใจความต้องการประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการแก้หนี้สิน การพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน แก้ปัญหายาเสพติด การดูแลสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค รักษาทุกที่ กองทุนหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกนโยบายประชาชนได้ประโยชน์
เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเปิดลานกีฬา “ลานพญานาค” อำเภอปากคาด จัดคลินิกสอนฟุตบอล–ฟุตซอล สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชน

จังหวัดบึงกาฬ ขับเคลื่อนโครงการ “จังหวัดบึงกาฬ 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” โดยกำหนดให้ ลานพญานาค อำเภอปากคาด เป็นลานสร้างสรรค์ด้านกีฬา จัดกิจกรรม คลินิกสอนฟุตบอลและฟุตซอล ให้แก่เด็ก เยาวชน และอนุชนในพื้นที่

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโครงการ พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน SDN FUTSAL NO-L 2026

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.68 เวลา 16.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอลงพื้นที่จัดกิจกรรมสอนฟุตบอลและฟุตซอลด้วยตนเอง ณ ลานพญานาค อำเภอปากคาด พร้อมถ่ายทอดเทคนิคพื้นฐานด้านกีฬา ปลูกฝังทัศนคติที่ดี และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก่อนเข้าสู่พิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน ฟุตซอล SDN FUTSAL NO-L 2026 รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 มกราคม 2569 ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนปากคาดพิทยาคม

ทั้งนี้ การจัดคลินิกฟุตซอลมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างค่านิยมป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด และการพนัน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตซอลอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างการทำงานเป็นทีม วินัย และภาวะผู้นำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกและสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน พร้อมขยายความร่วมมือเครือข่ายโค้ช โรงเรียน และชุมชน เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการป้องกันปัญหาสังคม และขับเคลื่อนแนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ให้เป็นวัฒนธรรมในกลุ่มเยาวชนอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘สว.มาเรีย” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ของ เทศบาลทับสะแก ประจำปี 2569

วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่หน้าเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จัวหวัดประจวบคีรีจันธ์ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน ( สมาชิกวุฒิสภา ) สว.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ( สท. ) หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน เด็ก และผู้ปกครอง มาร่วมจำนวนมาก

เทศบาลตำบลทับสะแก ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ และตระหนักในสิทธิหน้าที่ของตนเอง

สร้างความมีระเบียบวินัยมีความรับผิดชอบ ต่อตนเองและต่อสังคม 2. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน มีพัฒนาการเต็มศักยภาพ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 3. เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ และส่งเสริมให้เด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์และสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน ประชาชนในพื้นที่และบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัล ทุนการศึกษา และจัดบูธกิจกรรม ร่วมกับทางเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมีเด็กๆ และผู้ปกครอง มาร่วมงานกว่า 1,500 คน.

นอกจากนี้ น.ส.มาเรีย (สมาชิกวุฒิสภา) ยังได้อ่านสารของ
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ดังนี้.ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคน จงเตรียมตัวให้

พร้อมด้วยการตั้งใจขยันศึกษาเล่าเรียน หมั่นฝึกฝนตนเอง ตลอดจนปฏิบัติกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ให้เกิดทักษะและมีประสบการณ์ เพื่อที่จะนำความรู้ความสามารถไปใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และมั่นคง ต่อไป ตามคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

/////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันครบรอบวัน ก่อตั้ง รพ.บางเลน และพิธีส่งมอบอาคารวันรัต/กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ รพ.นครปฐม 2569

รพ.บางเลน จัดพิธีทำบุญครบรอบวันก่อตั้ง พร้อมรับมอบ “อาคารวันรัต” เตรียมเปิดศูนย์ฟอกไตครบวงจรเพื่อชาวบางเลน
นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน
ให้การต้อนรับ นายอนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ประธานในพิธีฯ

พร้อมด้วยนพ.วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มิสเตอร์ลี อาร์บาร์ ประธานบริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด กำนันยงยุทธ เพชรดี ประธานบริษัท ยงยุทธ ก่อสร้างและการโยธา (2499) จำกัด และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภาครัฐและภาคเอกชน

เนื่องในวันครบรอบวันก่อตั้งโรงพยาบาลบางเลน และพิธีส่งมอบอาคารวันรัต วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมเพชรไพลิน ชั้น 4 โรงพยาบาลบางเลน ซึ่งการทำบุญครบรอบวันก่อตั้งโรงพยาบาลบางเลน ในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล และ สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ)

ซึ่งเป็นนามจารึกของอาคารวันรัตหลังนี้ ตลอดจนผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงพยาบาลตลอดมาแล้ว ยังเป็นการเสริมสิริมงคล สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้บริหาร และบุคลากรทุกท่าน ให้มีพลังในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยความเสียสละและความเมตตาต่อไป

นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน กล่าวว่า ​“กราบขอบพระคุณท่านอนุชา สะสมทรัพย์ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธาน รวมถึงภาคเอกชนและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนโรงพยาบาลด้วยดีเสมอมา เราขอให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาโรงพยาบาลบางเลนให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวอำเภอบางเลนและผู้รับบริการทุกท่านต่อไป”
สมคิด พรมมี ผู้ข่าวนครปฐม

กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ โรงพยาบาลนครปฐม ประจำปี 2569

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี แพทย์หญิง ประภัสสินี สันติปราน์รนต์ หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม กล่าวรายงาน

พร้อมด้วย คุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม วัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็ก และเยาวชนที่มารับบริการ ส่งเสริมการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

ให้เด็กเป็นอนาคตที่ดีของชาติ เเละคณะผู้บริหารมอบของขวัญให้กับผู้ป่วยเด็ก หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม ชั้น 3 อาคารพระร่วงโรจนฤทธิ์ โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นครปฐม จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จังหวัดนครปฐม ร่วมกับ เทศบาลนครนครปฐม จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก ตระหนักถึงคุณค่า บทบาท และความสำคัญของตนเอง

วันที่ 10 มกราคม 2568 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่บริเวณสนามคลี องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครองและเยาวชน

ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก ตระหนักถึงคุณค่า บทบาท และความสำคัญของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก ให้การ

คุ้มครอง เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็ก เป็นพิเศษ ตลอดจนปลูกฝังให้เด็ก ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

นายสมโชค พงษ์ขวัญ นายกเทศมนตรีนครนครปฐม กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดในงานฉลองวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ มีกิจกรรม และนิทรรศการ การให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม การจัดกิจกรรมเพื่อแจกของขวัญของรางวัล การแสดงกลางแจ้ง และการแสดงบนเวทีของเด็กนักเรียน

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า เด็ก และเยาวชน ควรระลึกอยู่เสมอว่าผู้ใหญ่ได้เห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กเป็นประจำทุกปี ดังนั้น ควรปฏิบัติตน ให้เป็นเด็กดี ของบิดามารดา ครูอาจารย์ บุคคลทั่วไปในสังคนและประเทศชาติ เป็นผู้มีระเบียบวินัย รู้จักสิทธิ หน้าที่

มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประพฤติตน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบสิ่งของร่วมงานวันเด็ก ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ

อบอุ่นวันเด็กที่ปากน้ำ “แนนซี่” ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล นำทีมชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา มอบของเล่น ตุ๊กตา และน้ำดื่ม ร่วมสนับสนุนงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก เด็ก ๆ แห่ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับครอบครัวในชุมชนอย่างทั่วถึง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ (สุสานท้ายบ้าน) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล หรือ “แนนซี่” ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน ได้นำ จักรยาน ตุ๊กตา ของเล่น และน้ำดื่ม มาร่วมสนับสนุน

งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ ภายในงานมีผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดซุ้มอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม พร้อมกิจกรรมเล่นเกมและจับรางวัลแจกของขวัญ อาทิ ของเล่น ตุ๊กตา และจักรยาน สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ อย่างทั่วถึง

นาย นิพนธ์ จังภัทรกุล ประธานศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ กล่าวว่า วันนี้ไต้ฮงกง เราได้จัดงานวันเด็กร่วมกับชุมชนร่วมสามัคคี ชมรมโฮปฯ และยังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่าน ได้มอบ อาทิจักรยาน ของแล่น และตุ๊กตา กันเข้ามาเยอะ เราก็รู้สึกดีใจและมีความสุข ด้วยการทำงานปีต่อ ๆ ไป ก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวสมุทรปราการ ชุมชนต่าง ๆ มาร่วมกันจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ มีความสุข ก็ขอเชิญ

ชวน เพราะว่าเราเคยเป็นเด็กมาก่อนเราไม่เคยได้รับแบบนี้ เราก็อยากจัดให้เด็กมีความสุข ก็ในวันนี้ มีทั้งท่านประธานชุมชน และประธานชมรมโฮปฯ มาร่วมตนก็รู้สึกดีใจที่ได้รับความร่วมมือจากส่วนงานราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ชุมชน แม้แต่บ้านเรื่องใกล้เคียงศาลเจ้าพ่อ ก็มาร่วม เพราะฉะนั้นโอกาสหน้าก็เชิญชวนทุกท่านที่ได้เสียงประชาสัมพันธ์นี้ก็เชิญชวนปีหน้าและปีต่อ ๆ ไปมาพบกันครับ

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล หรือแนนซี่ ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า ชมรมโฮปฯ ก็ยินดีร่วมสนับสนุนมูลนิธิสุสานไต้ฮงกงท้ายบ้าน ในทุก ๆ กิจกรรม และก็ขอให้ทุกท่านที่อยู่บริเวณท้ายบ้านหรือรอบ ๆ สมุทรปราการ เข้า

มาร่วมบุญกันได้ที่มูลนิธิสุสานไต้ฮงกงท้ายบ้าน
ประธานชุมชนร่วมสามัคคี กล่าวว่า ตนก็รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรม กับทางศาลเจ้าไต้ฮงกง เพราะถ้าทางชุมชนจัดเอง ก็ไม่น่าจะจัดได้ใหญ่ขนาดนี้ ต้องขอบคุณทางศาลเจ้าไต้ฮงกงด้วยค่ะ

นาย นิพนธ์ จังภัทรกุล ประธานศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ กล่าวเพิ่มอีกว่า ไต้ฮงกง เราเป็นทั้งสุสานก็มีศพผู้ยากไร้ ถ้าท่านใดไม่มีโลงก็มารับจากอากงได้ครับ ขอให้นำใบมรณะบัตรมาทำเรื่องรับ เรายินดีสนับสนุนเรื่องที่ไม่มีโลง แม้แต่ชมรมโฮปฯ ก็ได้เข้ามาสนับสนุนเรา และก็อยากให้ร่วมกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้สมุทรปราการ เพราะเราเป็นคนท้ายบ้าน เป็นคนสมุทรปราการ ก็อยากจะเห็นสมุทรปราการมีสิ่งที่ดี แล้วทำให้คนสมุทรปราการมีความดีมากขึ้น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เด็กบางพลีไม่ผิดหวัง แห่รับเงินขวัญถุงวันเด็กแน่นวัดบางพลีใหญ่กลาง วันเด็กแห่งชาติ

บรรยากาศวันเด็กแห่งชาติที่วัดบางพลีใหญ่กลางคึกคัก เด็กและผู้ปกครองนับพันแห่ร่วมกิจกรรมรับของขวัญและเงินขวัญถุง สร้างรอยยิ้มและความสุขทั่วชุมชน

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ปกครองพาบุตรหลานจำนวนมากกว่า 1,000 คน

เดินทางมาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ และจับจองพื้นที่รอรับของขวัญและเงินขวัญถุงจากทางวัด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้ม

โดย พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมด้วยคณะกรรมการวัด ได้ร่วมกันมอบเงินขวัญถุงให้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม คนละ 200 บาท ขณะที่เด็กทารกอายุ 1 ขวบ ได้รับเงินขวัญถุงคนละ 300 บาท สร้างความดีใจให้กับเด็กๆ และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

เด็กหลายคนเปิดเผยว่า จะนำเงินที่ได้รับไปหยอดกระปุกออมสิน บางรายตั้งใจนำไปมอบให้พ่อแม่ เพื่อเป็นการแบ่งปันและแสดงความกตัญญู

ด้าน พระวชิรคณาทร เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมวันเด็กในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากลูกศิษย์และผู้มีจิตศรัทธานำปัจจัยมาถวายเพื่อแจกจ่ายแก่เด็กๆ รวมเป็นเงินกว่า 500,000 บาท

จึงนำมามอบให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนบางพลี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และปลูกฝังให้เด็กเติบโตเป็นคนดีของสังคม รู้จักการให้และการแบ่งปันในอนาคต


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เต้ 007” ลงพื้นที่บางพลี ชูนโยบายพาคนไทยทัวร์โลก–ตั้งกองทัพอวกาศ ขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พบปะประชาชน นำเสนอนโยบายเชิงวิสัยทัศน์ ตั้งแต่การท่องเที่ยวระดับโลก เทคโนโลยีอวกาศ ไปจนถึงสุขภาพประชาชน

เมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 10 มกราคม 2569นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังความคิดเห็น พร้อมนำเสนอนโยบายและแนวคิดในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

โดย “เต้ 007” ได้นำเสนอนโยบายเชิงสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ด้วยแนวคิด “พาคนไทยทัวร์โลก” เพื่อเปิดมุมมองและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการขยายวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ตั้งเป้าให้ประเทศไทยก้าวสู่การท่องอวกาศในอนาคต ทั้งการเดินทางไปดวงจันทร์และดาวอังคาร

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการจัดตั้ง “กองทัพอวกาศ” เพื่อเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและการป้องกันประเทศในยุคใหม่ พร้อมประกาศเป้าหมายยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศอันดับหนึ่งของโลก

ขณะเดียวกัน “เต้ 007” ยังกล่าวถึงนโยบายด้านความมั่นคง โดยระบุว่า หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะมีการจัดหายุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องปรามภัยคุกคามในอนาคต
ในด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต พรรคทางเลือกใหม่ยังให้

ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพประชาชน โดยรณรงค์ให้การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน พร้อมเสนอให้ “การวิดพื้น” เป็นกิจกรรมพื้นฐาน เพื่อสร้างพลเมืองที่แข็งแรง มีระเบียบวินัย และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะยาว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.ชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้าลัย จำนวนหลายท่ าน อาทิ

นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิขย์ ประธานสภา

เมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด

ชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8

พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

นายเรวัติ ผลลูกอินทร์ อดีตรอง นายกอบจ.ชลบุรี นายสกล ผลลูกอินทร์ รองนายก อบจ.ชลบุรี

นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายไพโรจน์ ประวัติเลิศอุดม ประธานที่ปรึกษากต.ตร.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยผู้นำ

องค์กรปกครองท้องถิ่น คณะผู้บริหารเมืองพัทยา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน เข้าร่วมพิธีฯ เป็นจำนวนมาก

“ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ” ได้ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาธรรมสังเวช 2 วัดบุญสัมพันธ์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.อ.รังษี หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ บุก อ.ชายแดน ขอคะแนนเสียง ทำลายบ่อ ปราบสแกมเมอร์ ตัดเส้นทางเงิน ฮุนเซ็น

***ผู้สื่อข่าวรางาน เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 9 มกราคม 2569 พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ลงพื้นที่อำเภอกันทนลักษ ช่วยลูกพรรคอย่า นายอนุบาล ขันทอง ผู้สมัคร สส. เขต 4 และผู้สมัครเขตอื่นๆ หาเสียงขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน

โดยก่อนจะไปขอคะแนนเสียงได้มาที่ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ เพื่อไว้สิ่งศํกดิ์สิทธิประจำอำเภอ และเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางไปยังปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันที่ถูกลูกระเบิด BM-21 ของกัมพูชาตักใส่ร้านสะดวกซื้อ จนมีทั้งคนเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย ก่อนจะเดินทางไปยังตลาดทันใจ ซึ่งเป็นยามเย็นของึคนอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อเดินเท้าของคะแนนกับพี่น้องชาวอำเภอกันทรลักษ์

***โดย พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เนี่ยผมได้ไปที่บริเวณช่องจอบ จ.สุรินทร์ และมาที่อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพราะผมเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ชายแดน เพราะว่าอย่างที่เรายืนอยู่ ณ ปัจจุบันก็คือเซเว่นที่ไอ้ ฮุนเซ็น มายิงกระสุนเข้ามาแล้วทำให้แม่ลูกเสียชีวิตอ่ะนะครับ เซเว่นข้างหลังเนี่ย เพิ่งปรับปรุงเสร็จ คือวันนี้ผมมองแล้วว่า

ประชาชนเขตชายแดนเนี่ยลำบากมาก ไหนจะต้องระวังว่าไอ้ ฮุนเซ็น จะยิงกระสุนอะไรมาอีก เศรษฐกิจเองก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นผมว่ามันต้องหาวิธีการที่ปิดแก๊ง ฮุนเซ็น ให้เร็วที่สุด คือเราปล่อยให้ ฮุนเซ็น มันดึงเกมส์ยาวแบบนี้ไม่ได้ต่อไป เพราะว่าประชาชนเริ่มที่จะเป็นหนี้เป็นสิน ไม่มีเงินซื้อกินซื้อใช้ แล้วผมเชื่อว่าการจัดการ ฮุนเซ็น คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่ามันมีผู้สมคมคิดเท่านั้นเอง ที่มันเลยทำให้ ฮุนเซ็น มันกล้ากับเราขนาดนี้

***แต่เพราะว่ายังดีใจที่ว่าวันนี้เราได้ข่าวว่า ทางการเนี่ยเค้าจะดำเนิน 10 นักการเมืองที่เกี่ยวพันกับสแกมเมอร์ และจะจับตัว แล้วโดยเฉพาะนักการเมือง ที่จะเลือกตั้งปี 69 ประชาชนต้องตื่นตัว ไอ้พวกจ่ายเงินอย่าไปเลือกมัน เพราะอาจจะเป็นเงินสแกมเมอร์ ก็เป็นได้ แล้วถ้ามันซื้อเสียงได้เกินมาครึ่งสภา มันก็จะไปเป็นทาสรับใช้ ฮุนเซ็น เมื่อที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้

***พล.อ. รังสี กล่าวต่อไปว่า ผมจะใช้มาตรการทางเชิงรุก ทั้งทางการทูตและการทหาร คำว่าเชิงรุกทางการทูต คือว่า เราจะปล่อยให้ทั้ง มาลี ฮุนเซ็น ฮุนมาเน็ต มาโกหกแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้ามันพูดโกหกเราจะต้อง ดำเนินการเอาความจริงให้ชาวโลกรู้ว่ามันโกหกยังไง และมันทำอะไรกับเราบ้าง อย่างที่มันยิงปืนคอมามันก็พูดแบบหน้าๆด้านว่าทำปืนลั่น

ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นราจะต้องดำเนินการมันขั้นเด็ดขาด และโดยเฉพาะมาตรการทางทหารเชิงรุก ถ้า พรรค เราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ถ้าเมื่อไหร่ที่มันยิง BM 21 เข้ามา แล้วโดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน เหมือนร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. เราควรจะต้องจัดการกับบ่อนคาสิโนตลอดแนวชายแดนตั้งแต่ปอยเปต จนถึง ท่าสงัด เราไม่ควรปล่อยทิ้งแล้ว

***ทำลายคาสิโนมัน เราจะได้สองอย่าง คือหนึ่ง ปราบสแกมเมอร์ และตัดเส้นเงินของไอ้ ฮุนเซ็น มันจะได้ไม่มีแรงไปซื้ออาวุธมาสู้กับเรา เพราะว่า GDP ของมันเนี่ย 60% มันมาจากการบ่อ มาจากสแกมเมอร์ มั่นใจว่านโยบายของเราเนี่ยจะถูกประชาชน

***พล.อ. รังสี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายข้อ 1 ข้อ 2 ที่เราจะสร้างให้กับโปรเจกต์ ซึ่งจะทำให้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดนใจประชาชนเพราะจะสามารถทำให้ประชาชนหลุดจากกับดักหนี้ นักธุรกิจ และพ่อค้าแม่ขาย จะหลุดจากกับดักหนี้ และรัฐบาลหลุดจากกับดักหนี้ ถ้าพรรคเศรษฐกิจ เป็นผู้นำรัฐบาลเมื่อไหร่ ผมจะเซ็น MOU กับรัฐบาลจีนภายใน 1 เดือน ในการที่เข้ามาสำรวจความเป็นไปได้ที่จะสร้างโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูง กับโครงการโอเชียนลิงค์

ซึ่ง 2 โครงการนี้เป็นโครงการระดับโลก ไม่ใช่โครงการระดับภูมิภาค และตรงกับยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทางเศรษฐกิจดับ 1 ของโลก คือจีน แล้วใน MOU นี้ผมจะมีพ่วงอยู่ 2 ใบก็คือ MOU ที่เป็นความร่วมมือรัฐบาลไทย กับ จีน ในเรื่องการท่องเที่ยว และร่วมซื้อสินค้าทางการเกษตร ตนมั่นใจว่าเมื่อ 2 โครงการเริ่มได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง