เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยมหากุศล ต้านภัยยาเสพติด ในงานพิธีฉลองหนังสือแต่งตั้งวัดและตราตั้งเจ้าอาวาสวัดเนินกระบก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 มกราคม 2568 ศึกมวยไทยมหากุศล ต้านภัยยาเสพติด ในงานพิธีฉลองหนังสือแต่งตั้งวัดและลับตาตั้งเจ้าอาวาสวัดเนินกระบก ประธานพิธีเปิดงาน นายบุญมี บัวรุ่ง รองนายก อบต.ท่าตะเกียบกล่าวเปิดงานและให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย

รายชื่อผู้สนับสนุนและให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัย นาย ผลปรางมาศ เลขานายก อบต.ท่าตะเกียบ และนาย ฐิติโชติ สาธุชาติ รองนายก อบต.ท่าตะเกียบ
นาย ภานุวัฒน์ อาจรักษา ปลัดอำเภอ นายายอาม จ.จันทบุรี คุณสามารถ ทะบาง
เสี่ยแม็ก รถตู้ท่าตะเกียบ โขง สนามชัย ครูเจี๊ยบ

ไฟต์ เรซซิ่งช็อป คุณวิศวะ กัอ่ำ (เสี่ยเบิร์ด) คุณศิริพงษ์ รัศมี (อดีตส.สเขต หนองจอก) ได้ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัย และคาดเข็มขัดแชมป์ให้กับนักมวยและขาดไม่ได้บุคคลนี้ คุณไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา

ประกบคู่มวย และผู้ใหญ่แพง ศรีมณี คุณเอ๋ โชคปรีชา งานนี้คุณไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา จัดมวย 2 เวทีให้ชมฟรีกันอย่างสุขใจ
เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯชลบุรี เป็นประธานสวดมนต์ข้ามปี วัดชัยมงคล พระอารามหลวง พัทยา/นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

 เวลา 22.39 น. วันที่ 31 ธ.ค.67 ที่วัดชัยมงคล พระอารามหลวง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2568 เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลและเกิดความสุขสงบในจิตใจของพุทธศาสนิกชนที่ร่วมพิธี 

โดยได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณพระเทพวชิรปัญญาภรณ์ (อนันต์ ธมฺมโชโต) รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี รูปที่ 1 เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนี้มี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี น.ส.คนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอบางละมุง หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา คาดสะพัดพันล้าน

ช่วงระหว่างคืนวันที่ 31 ธ.ค.66 เข้าวันที่ 1 ม.ค.67 มีรายงานว่า ชายหาดพัทยาเต็มไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนเข้าร่วมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

ในกิจกรรมวันส่งท้ายปี เมืองพัทยา กำหนดจัดงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 บริเวณริมหาดพัทยากลาง พร้อมงาน KOH LAN COUNTDOWN 2025 ที่ท่าหน้าบ้านเกาะล้าน โดยร่วมกันนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 กันอย่างคึกคัก

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า กิจกรรมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 ในครั้งนี้ ถือว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานตลอด 3 วันเฉลี่ยวันละ 1 แสนคน คาดว่าเม็ดเงินท่องเที่ยวจะสะพัดในงานนีเไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการการทำงานให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขออวยพรให้ปีใหม่นี้ทุกท่านมีความสุขกันถ้วนหน้า

บรรยากาศการท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่าเมืองพัทยา การจราจรหนาแน่น

วันที่ 31 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจราจรบนถนนสุขุมวิททั้งเข้าและขาออกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก ปริมาณยวดยานพาหนะของนักท่องเที่ยวต่างถิ่นจำนวนมากหลั่งไหลเข้าพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการจราจรบนถนนสุขุมวิทพัทยา พบปริมาณรถยนต์ รถโดยสาร และรถบัสขนส่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากทยอยเข้ามายังเมืองพัทยาตลอดทั้งวัน ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะ ท่ามกลางการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการจัดงานพัทยาเคานต์ดาวน์ 2025 ที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ซึ่งมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินมากมายมาร่วมส่งความสุข

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวดมนต์ข้ามปี อาเซียน ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ณ.วัดศรีโสภณธรรมทาน จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ( 31ธันวาคม 2567) ณ วัดศรีโสภณธรรมทาน ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พระครูวิสุทธิโพธารักษ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดศรีโสภณธรรมทาน ประธานฝ่ายสงฆ์ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานฆราวาส

ในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 และสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รอง ผวจ.นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายสมหวัง อารีย์เอื้อ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ.เมืองบึงกาฬ นายอภิชัย จำปานิล หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬ

oplus_0

นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ นางสาวรุงอรุณ ธิมาชัย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบึงกาฬ นายชินท์ณภัทร ก้อนคำ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีในงานจำนวนมาก ท่ามกลางอากาศหนาวและลมเย็น ประมาณ 13 องศาเซลเซียส
โดยงานเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายสี่โมงเย็น นิทรรศการสวดมนต์ข้ามปี อาเซียน และองค์ความรู้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โบราณ“พระพุทธโสภณ หลวงพ่อพระสุก”

ต่อด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียน โรงเรียนบึงกาฬ และการแสดง “หมอลำกลอนพื้นบ้าน” อำเภอโซ่พิสัย โดย สภาวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ และพิธีสักการะขอพร พระพุทธโสภณ (องค์หลวงพ่อพระสุก) พระพุทธรูปเก่าแก่สมัยล้านช้าง ปางมารวิชัยเนื้อทองสำริด การจัดแสดง และจำแหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT “นาคกี้” ของขวัญจากแม่น้ำโขง

วัดศรีสามัคคีธรรม อำเภอศรีวิไล และสุดท้ายพิธีสวดมนต์ข้ามปี ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสริมสิริมงคล เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ภายหลังสวนมนต์ข้ามปีจบ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.ได้ลั่นฆ้องชัยแสดงว่าขึ้นศักราชปีใหม่ของไทยแล้ว พระสงฆ์สวดชยันโตพร้อมกับพรมน้ำมนต์ให้รับเอาโชคเอาชัยในวันขึ้นปีใหม่ 2568 ถ้วนทั่วทุกคน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยวแน่นขึ้นห่มพระเขาช่องกระจก ขอพรวันปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

DCIM\100MEDIA\DJI_0794.JPG


เมื่อวันที่ 1 ม.ค.68 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในกิจกรรม “ขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพร ประจำปีพุทธศักราช 2568” มี นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมกันเขียนชื่อของตนเองและคนในครอบครัวลงบนผืนผ้าเหลือง

พร้อมอัญเชิญผืนผ้าขึ้นสู่เขาช่องกระจก อ.เมืองประจวบฯ ผ่านบันได 396 ขั้น ห่มองค์พระเจดีย์ที่ประดิษฐานบนยอดเขา และกราบสักการะขอพรพระพุทธมงคลคีรีขันธ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวในวันขึ้นปีใหม่
สำหรับกิจกรรม “ขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพรปีใหม่” เทศบาลเมืองประจวบฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ครั้งแรกในปี พ.ศ.2548 โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 19 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้บรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของ จ.ประจวบฯ

เพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จพระราชดำเนินบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก พร้อมส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเมืองประจวบฯ สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ได้ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาช่องกระจก ได้สัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของเมืองสามอ่าว ตลอดจนเพื่อปลูกจิตสำนึกในการบำรุงพระพุทธศาสนาในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีการห่มผ้าพระบรมสารีริกธาตุให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯน่าน พร้อมพี่น้องชาวน่าน ร่วมทำบุญตักบาตรในวันปีใหม่ เสริมสิริมงคลรับวันแรกของปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่ข่วงเมืองน่าน อ.เมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน พร้อมด้วยศาล ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนชาวจังหวัดน่าน และนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2568 เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู พระอารามหลวงได้กล่าวสัมโมทนียกถาอวยพรปีใหม่ ในโอกาสเดียวกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับประชาชนชาวจังหวัดน่าน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้นำพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักรบาตร ถือเป็นการเริ่มต้นทำสิ่งที่ดี เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว และยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในแบบวิถีไทย

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวอวยพร เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 ในนามของจังหวัดน่าน ขออำนวยอวยพร ให้ทุกท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้น ขอให้มีความสุขต่อตนเอง และครอบครัว ตลอดปี 2568 และตลอดไป
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธุ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศการ อันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย

แชร์เนื้อหานี้

เพื่อตอบรับต่อความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และปฏิบัติตามแนวคิดการทูตที่เป็นมิตรและเอื้ออาทรต่อประเทศเพื่อนบ้าน สืบทอดประเพณีอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนจีนและไทย เพิ่มพูนมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเพื่อให้พุทธศาสนาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างอารยธรรม วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567  สมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ร่วมกันจัดงาน “พิธีฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศกาลอันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย” ณ อาคารหอการค้าไทย-จีน โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการค้าไทย-จีน และเศรษฐกิจเอเชีย ศูนย์ประสานงานการค้าและการลงทุนอาเซียน และสมาคมวิญญูชนไทย-จีน พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร  พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ วัฒนธรรม และชุมชนชาวจีน รวมถึงบุคคลสำคัญอีกกว่า 600 ท่าน ได้เข้าร่วมพิธี ในครั้งนี้ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย แห่งพุทธวัชรยาน จงหัวถังมี่ เป็นประธานในพิธี และได้เจริญพุทธมนต์ขอพรให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความเจริญรุ่งเรือง มนุษยชาติมีความสุข และโลกมีความสงบสุข

เพื่อตอบรับต่อความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และปฏิบัติตามแนวคิดการทูตที่เป็นมิตรและเอื้ออาทรต่อประเทศเพื่อนบ้าน สืบทอดประเพณีอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนจีนและไทย เพิ่มพูนมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเพื่อให้พุทธศาสนาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างอารยธรรม วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567  สมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ร่วมกันจัดงาน “พิธีฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศกาลอันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย” ณ อาคารหอการค้าไทย-จีน โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการค้าไทย-จีน และเศรษฐกิจเอเชีย ศูนย์ประสานงานการค้าและการลงทุนอาเซียน และสมาคมวิญญูชนไทย-จีน พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร  พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ วัฒนธรรม และชุมชนชาวจีน รวมถึงบุคคลสำคัญอีกกว่า 600 ท่าน ได้เข้าร่วมพิธี ในครั้งนี้ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย แห่งพุทธวัชรยาน จงหัวถังมี่ เป็นประธานในพิธี และได้เจริญพุทธมนต์ขอพรให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความเจริญรุ่งเรือง มนุษยชาติมีความสุข และโลกมีความสงบสุข

ณ ห้องกวางฮวา อาคารหอการค้าไทย-จีนได้จัดแสดงผลงานศิลปะและวัฒนธรรมมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่กว่าร้อยชิ้นซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์อันประณีตของพระอาจารย์จินเคอสวนเหลย และคณะศิษย์ ประกอบด้วย ภาพวาด จิตรกรรม ประติมากรรม และเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งได้รับการยกย่องชื่นชมเป็นอย่างสูง ในงานนี้ยังได้จัดแสดงภาพวาดศิลปะมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ ขนาดใหญ่ 3 ภาพ ได้แก่ “โลกเป็นหนึ่ง สันติสุขทั่วโลก” “มิตรภาพไทย-จีน สืบสานตลอดกาล” และ “เสียงแห่งอิสระ” ซึ่งแสดงถึงความปรารถนาดีที่มีต่อมิตรภาพระหว่างจีนและไทย ตลอดจนสันติสุขของโลก เมื่อภาพวาดทั้งสามถูกเปิดเผยออกมานั้น ได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้เข้าร่วมงาน และต่างพากันเข้ามาถ่ายภาพร่วมกับพระอาจารย์และเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ณ บริเวณภาพวาด

“ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเดียวกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันดั่งภูเขาและทะเล ก็ไม่อาจขวางกั้นได้” ตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ และวัฒนธรรมทั่วโลกได้มารวมตัวกันในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและไทย ในด้านศาสนา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ โดยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือเกี่ยวกับโอกาสในการร่วมมือ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีและความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างประชาชนชาวจีนและนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพ มิตรภาพ และความเมตตาต่อกัน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเคยกล่าวไว้ว่า: “เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาสันติภาพและส่งเสริมการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ ชาวจีนสืบทอดแนวคิดเรื่องสันติภาพ ความสามัคคี และความกลมเกลียว… ” ท่านเน้นย้ำว่า: ” แนวร่วมเป็นเครื่องมือสำคัญของพรรคในการเอาชนะศัตรูและปกครองประเทศ เป็นเครื่องมือสำคัญในการรวมชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อบรรลุการฟื้นฟูชาติที่ยิ่งใหญ่ของจีน ซึ่งต้องยึดมั่นในระยะยาว ……ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคการเมือง ชาติพันธุ์ ศาสนา และชนชั้น รวมถึงชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความสามัคคีและร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าและแข็งแกร่ง เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่เข้มแข็งและฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชาติจีน

เพื่อตอบสนองต่อคำเรียกร้องของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พระอาจารย์จินเคอสวนเหลยได้อุทิศตนในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมที่หลากหลายในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค และสืบทอดมรดกอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พระอาจารย์มีความปรารถนาที่จะนำพาศิษย์ นักธุรกิจ และชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกันสร้างแท่นพิธีขอพรเพื่อสันติภาพโลกแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้โลกได้รู้จักภูมิภาคนี้มากขึ้น และร่วมกันเผยแผ่หลักธรรมแห่งความเมตตาและการให้ โดยหวังว่าจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขแก่ประชาชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสันติสุขทั่วโลก

เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมจีนในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล พระอาจารย์ได้เดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวจีนโพ้นทะเลให้เข้าร่วมในสังคมท้องถิ่น และสืบทอดคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามของชาวจีน เพื่อให้วัฒนธรรมจีนได้รับการยอมรับและเคารพในระดับสากล นอกจากนี้ พระอาจารย์ยังให้คำแนะนำและกำลังใจแก่ชาวจีนโพ้นทะเลในด้านชีวิต การงาน และความเชื่อ นายเฉิน เว่ยผิง ประธานกรรมการสมาคมมิตรภาพชาวจีนโพ้นทะเล ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมจื่อเซียวตู้ชิ่นแห่งอเมริกา รองประธานและเลขาธิการสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ได้กล่าวว่า“50 ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน” เป็นแบบอย่างแห่งสันติภาพ และเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ การจัดงานครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกได้ร่วมกันส่งเสริมหลักธรรมแห่งเมตตาและปัญญาของพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างสรรค์ความสามัคคีของมนุษย์ชาติ โดยก้าวข้ามขอบเขตทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเป็นการเปิดฉากใหม่แห่งสันติภาพและมิตรภาพ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้เน้นย้ำว่า สันติภาพและการพัฒนาคือหัวข้อสำคัญของยุคสมัย การฟื้นฟูชาติและการรวมประเทศเป็นแนวโน้มทางประวัติศาสตร์ เป็นความปรารถนาร่วมกันของลูกหลานชาวจีนทุกคน ภายใต้การนำทางของพระอาจารย์ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเพื่อส่งเสริมอารยธรรมจีนอันดีงามที่จัดโดยสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ ได้แสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของชนชาติจีนที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สร้างความปรองดอง ร่วมมืออย่างฉันมิตร เปิดใจรับฟัง และร่วมมือกันก้าวไปข้างหน้า ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของลูกหลานชาวจีนทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมมือกันสร้างความผาสุกอันยั่งยืนของชนชาติจีน พวกเราหวังว่า ด้วยความสามัคคีและความมุ่งมั่นของลูกหลานชาวจีนทุกคน และการรวมพลังกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ จะร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชาวจีน และนำไปสู่การฟื้นฟูชาติ

หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย เล่าถึงความผูกพันอันยาวนานกับพระอาจารย์ ท่านยกย่องอุปนิสัยและปฏิภาณของพระอาจารย์ ใช้ปัญญาอันลึกซึ้งและเมตตาอันเปี่ยมล้น เสริมสร้างสัมพันธภาพทางจิตใจระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน เมตตาจิตอันยิ่งใหญ่ของพระอาจารย์ เปรียบเสมือนดวงประทีปที่ส่องสว่าง แผ่รัศมีแห่งปัญญาไปทั่ว เป็นผู้ริเริ่มและนำทางให้เราได้มาพบปะกันในวันอันเป็นมงคลนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองมิตรภาพระหว่างไทยและจีน และความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา

ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ได้กล่าวขอบคุณพระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ที่ได้นำวัฒนธรรมจีนอันดีงามมาสู่ประเทศไทย และได้อธิษฐานขอพรให้ประชาชนมีความสุขและสันติสุขทั่วโลก ท่านยังได้แสดงความชื่นชมในความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ และได้อวยพรให้กิจกรรมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีนจะร่วมมือกับสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน ให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเพื่อให้จิตวิญญาณของ ครอบครัวไทย-จีน สืบทอดต่อไป และร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใส

ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวว่า ไทย-จีน มีมิตรภาพและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งมายาวนาน ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองประเทศได้ก้าวไปด้วยกันและมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เฟื่องฟู สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลยได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของถังมี่ มายังประเทศไทย ส่งมอบศิลปวัฒนธรรมมันดาลาถังมี่ อันทรงคุณค่าสำหรับชาวไทย เสริมสร้างความงดงามแห่งศิลปะพระพุทธศาสนา และเผยแพร่ความรู้และความรักอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนา ขอให้ดอกไม้ไฟในงานเฉลิมฉลองศรัทธานี้จุดประกายความหวังของการเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม และเขียนบทใหม่ของมิตรภาพไทย-จีน

นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงผลสำเร็จของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน โดยระบุว่าประชาชนของทั้งสองประเทศยังคงรักษามิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นอยู่เสมอ ขณะที่ความริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ได้ดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนได้มีโอกาสพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่านยังได้ยกย่องบทบาทเชิงบวกของงานเฉลิมฉลองนี้ที่ช่วยเสริมสร้างมิตรภาพและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ขอบคุณพระอาจารย์ที่ได้แบ่งปันศิลปะวัฒนธรรมของมันดาลาถังมี่ให้กับชาวกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทย-จีนในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยหวังว่าจะมีการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศเพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน ได้กล่าวปราศรัยในงานนี้ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของหอการค้าไทย-จีน ที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างจีนและไทยในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม ท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของการรวมพลังชาวจีนโพ้นทะเล เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูชาติจีน และการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี เพื่อความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ท่านยังได้กล่าวขอบคุณพระอาจารย์ และชื่นชมในความทุ่มเทของพระอาจารย์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวจีนโพ้นทะเล การส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ และการเสริมสร้างความเชื่อมั่น

นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย กล่าวว่า เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2562 เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียกับจีน ตามคำเชิญของสภาดูมาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย สมาคมมิตรภาพรัสเซีย-จีน และสมาคมศิลปินรัสเซีย พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้เข้าร่วมใน “พิธีฉลองครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียกับจีน และเวทีฟอรัมทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจรัสเซีย-จีน” ท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำรัสเซีย จางฮั่นฮุย รองประธานคนแรกของสมาคมมิตรภาพรัสเซีย-จีน คูลิโควา และสมาชิกสภาดูมาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย อาดูกิเยฟ บาโต ได้กล่าวชื่นชมและยกย่องพระอาจารย์อย่างสูงต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัสเซียกับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะและวัฒนธรรมมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ที่พระอาจารย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นนั้น ได้ผสมผสานแก่นแท้ของอารยธรรมจากหลายประเทศเข้าด้วยกัน และก้าวข้ามขีดจำกัดของประเทศชาติ ศิลปะและวัฒนธรรมทางศาสนานี้เองที่เป็นสะพานเชื่อมโยงจิตใจระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ ตามแนว “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ชาวจีนโพ้นทะเลท่านหนึ่งกล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในวัฒนธรรมจีนของชาวจีนโพ้นทะเล พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้ให้

กำลังใจแก่เราชาวจีนโพ้นทะเล ให้จดจำแก่นแท้ของวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสืบทอดคุณธรรมอันดีงามของชาวจีน เช่น ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความเมตตา พระอาจารย์เปรียบเสมือนดวงประทีปที่นำทางชาวจีนโพ้นทะเลทุกคนที่กำลังดิ้นรนในต่างแดน ให้มีกำลังใจและความกล้าหาญในการก้าวเดินต่อไป

ศาสตราจารย์ลี่เจียนฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชรยานที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ จากมหาวิทยาลัยซื่อชวน ประเทศจีน ศาสตราจารย์หลี่ลี่อัน ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางศาสนา มหาวิทยาลัยซีเป่ย ประเทศจีน และศาสตราจารย์หวังอี้หมิง ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชรยานตะวันออก จากมหาวิทยาลัยครูหัวหนัน ประเทศจีน ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนครั้งนี้ และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน อกจากนี้ ศาสตราจารย์จางเป่าเซิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสันสกฤต จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และศาสตราจารย์หวังจื่อหยวน ที่ปรึกษาสมาคมศาสนวิทยาแห่งประเทศจีน และนักวิจัยจากสถาบันวิจัยศาสนาโลก สังคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน ได้ส่งสาส์นแสดงความยินดีมาด้วย พวกเขาระบุว่าจะยังคงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมพุทธระหว่างจีนและไทย และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของวัฒนธรรมพุทธในทั้งสองประเทศ

ชาวจีนโพ้นทะเลได้นำเสนอการแสดงร้องเพลงและการเต้นที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของชาวจีน ซึ่งเป็นสีสันที่เพิ่มความงดงามให้กับกิจกรรมในครั้งนี้ การแสดงนางฟ้าที่เต้นอย่างสง่างดงาม และการแสดงเปลี่ยนหน้ากากมันดาลาวัชระได้สร้างสรรค์ภาพที่สวยงามและความหมายอันลึกซึ้งทางจิตวิญญาณ ซึ่งได้มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจและไม่เหมือนใครให้แก่ผู้เข้าร่วมงานและผู้ศรัทธาทุกท่าน

“50 ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน” นับเป็นผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้หลักการของความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มิตรภาพของไทยและจีนได้กลายเป็นแบบอย่างของสันติภาพและความร่วมมือในระดับนานาชาติ ในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ พระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิ บุคคลสำคัญทางการเมือง และผู้นำทางธุรกิจ ได้มารวมตัวกัน โดยมีเมตตาธรรมเป็นพื้นฐาน และมิตรภาพไทย-จีนเป็นสายใยที่ผูกพัน เพื่อร่วมกันศึกษาถึงบทบาทของพระพุทธศาสนาที่มีต่อการพัฒนาสังคมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสานต่อมิตรภาพอันดีระหว่างทั้งสองประเทศให้ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างสรรค์สันติภาพและความสงบสุขให้แก่โลก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่เมืองพัทยา กวดขัน ปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลปีใหม่ / Bodyslam ระเบิดความมันส์ Pattaya countdown คืนที่ 2 สุดคึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมกำชับและติดตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยมี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ รอง.ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามมาตรการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ตลอดจนข้อกำชับสั่งการและข้อห่วงใยของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ตลอดจนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และอำนวยความสะดวกการจราจรให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบฯ ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้น พล.ต.อ.ประจวบฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองพัทยา กรมเจ้าท่า หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ พัทยา กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา อส.ตร.สภ.เมืองพัทยา และภาคเอกชนในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์สร้างการตระหนักรู้ในมาตรการป้องกันปราบปรามและระมัดระวังตนเองจากอาชญากรรม ตลอดจนข้อห่วงใยแนะนำประชาชนและนักท่องเที่ยว สร้างการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน ในการบริหารจัดการยกระดับความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ย่านถนนคนเดินพัทยา (Pattaya Walking Street)

สำหรับพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมพร้อมการปฏิบัติในช่วง 10 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 อย่างมีประสิทธิภาพ มีการตั้งจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 126 จุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 888 นาย , จุดสกัด 99 จุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 456 นาย , ชุดเคลื่อนที่เร็ว 142 ชุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 598 นาย รวมกำลังพลทั้งสิ้น 1,942 นาย พบการปฏิบัติตามมาตรการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับการจัดงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 ซึ่งจะมีพื้นที่การจัดงาน บนชายหาดพัทยา จากหน้าโรงแรมฮาร์ดร็อก – แยกนิภาลอดจ์ เนื้อที่ 18,000 ตารางเมตร คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 23,000 คน ได้เตรียมพร้อมกำลังพลหน่วยร่วมปฏิบัติ ประกอบด้วย สภ.เมืองพัทยา, ภ.จว.ชลบุรี, ตำรวจท่องเที่ยว, อำเภอบางละมุง, ฝ่ายเทศกิจ, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และหน่วยงานอื่น ๆ รวม 611 นาย จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ภ.จว.ชลบุรี (ไดนามิก) หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.2 รวม 42 นาย จัดชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ 15 นาย ประจำจุดสูงข่ม 4 นาย และประกอบแผนจุดก้าวสกัดจับ 40 นาย เจ้าหน้าที่ EOD 4 นาย

เพื่อตรวจพื้นที่จัดงานก่อนเริ่มงาน และประจำกองอำนวยการร่วม จนกว่างานจะเสร็จสิ้น มีการใช้กล้อง CCTV ในพื้นที่จัดงาน 16 ตัว รถโมบาย 1 คัน กล้องชายหาด 48 ตัว รวมกล้อง CCTV ทั้งหมดในพื้นที่ 5,061 ตัว พร้อมด้วยชุด Anti Drone บินโดรนตรวจปริมาณนักท่องเที่ยว การจราจร ตรวจจับโดรนไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง 10 นาย เรือตรวจการรักษาความปลอดภัยทางน้ำ 8 ลำ พร้อมกำลัง 31 นาย นอกจากนี้ ยังมีมาตรการปฏิบัติรองรับเหตุวัตถุต้องสงสัย เหตุระเบิด เหตุอาวุธปืน เพลิงไหม้หรือวางเพลิง บุคคลก่อกวน อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ต้องสงสัย ตลอดจนเหตุไฟฟ้าช็อต หม้อแปลงระเบิด และบุคคลวิกลจริต เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพร้อมปฏิบัติ

พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ต่างทุ่มเท เสียสละ และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย ลดอุบัติเหตุทางถนนและอำนวยการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสุข ยกระดับความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นของขวัญมอบให้กับประชาชนและสังคมในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

Bodyslam ระเบิดความมันส์ Pattaya countdown คืนที่ 2 สุดคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลักหาดพัทยาอุ่นใจ ตร.ทท.ดูแลความปลอดภัยเต็มที่

วันที่ 30 ธ.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน Pattaya Countdown 2025 คืนที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาชื่อดังที่ได้รับความนิยม ทุกปีว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาร่วมการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีกันอย่างสนุกสนาน

โดยในวันนี้มีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง เริ่มด้วย โจอี้ ภูวศิษฐ์, เจ เจตริน, Jeff Satur, Bodyslam และปิดท้ายด้วย UrboyTJ ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวแห่กันมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ในกิจกรรมได้รับการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวที่คอยดูแลผู้เข้าร่วมงาน ก่อนในวันที่ 31 ธ.ค.67 จะมีพิธีนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2568 ในช่วงเที่ยงคืนเข้าสู่วันใหม่ด้วย

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตะลึง! จับยา”Happy Water” เครือข่ายเจ๊แอนสะหวันนะเขต ส่งขายปีใหม่ตามสถานบันเทิงมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม​ 2567​ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ได้ร่วมบูรณาการชี้เป้าให้ชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังปฎิบัติภารกิจติดตามกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติด บริเวณพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ต่อเนื่องกับบริเวณ เลิฟรีสอร์ท บ.นาคำ ม.5 ต.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร และ บ้านเลขที่ 32/2 ซ.ตาดแคน 21 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร

โดยสืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการรับ-ส่ง ยาเสพติด “Happy Water” ยาเสพติดผสมคอลลาเจน แบบซอง ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน คือ นายชัยกวี ทวีโคตร อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 32/2 ซ.ตาดแคน 21 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมของกลางยาเสพติดผสมคอลลาเจน คละยี่ห้อจำนวน 252 ซอง, ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 40 ซอง/กรัม และรถยนต์กระยะ ยี่ห้อเชฟโรเลต 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กจ 1845 มุกดาหาร จำนวน 1 คัน

ทั้งนี้ การติดตามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อ 28 ธันวาคม ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มขบวนการยาเสพติดได้ลักลอบนำยาเสพติด HAPPY WATER มาในรูปแบบซองคอลลาเจน เข้ามาจำหน่ายให้แก่กลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษา ในสถานบันเทิงพื้นที่ จ.มุกดาหาร และ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดเครื่องมือพิเศษ (GPS) ในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ต่อมาได้ประสานงานด้านการข่าว กับ ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 และได้ติดตามรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จนกระทั่งมาจับกุมดังกล่าว

จากการจับกุมเสพติด HAPPY WATER ในรูปแบบซองคอลลาเจน เป็นของกลุ่มเครือข่ายของ เจ๊แอน ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ด้านตรงข้าม บ.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อจะนำส่งให้กับกลุ่มเครือข่ายในพื้น และใกล้เคียง โดยกลุ่มวัยรุ่นมักจะนิยมนำมาเสพติด โดยอ้างสรรพคุณว่าทำให้เกิดอาการมึนเมา และทำให้สนุกได้มากกว่าการเสพยาเสพติดเพียงชนิดเดียว แล้วนำบรรจุลงในซองที่ผลิตขึ้นมาใหม่เพื่อลอกเลียนแบบซองเครื่องดื่มต่าง ๆ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ

นายชัยกวี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน HAPPY WATER เป็นที่นิยมของวัยรุ่น และนักศึกษาในจังหวัดมุกดาหาร โดยตนได้ซื้อมาจากคนลาวแล้วลักลอบลักลอบนำเข้ามาทางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง บ.บางไทรใหญ่ แล้วนำมาขายให้กลุ่มวัยรุ่น ในราคาซองละประมาณ 1,800-2,300 บาท โดยได้ขายมาแล้วประมาณ 1 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมกองกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

HAPPY WATER เป็นการนำ ยาอี ยาเค หรือ ยาไอซ์ มาบดผสมกับคอลลาเจน แล้วนำไปแพ็กซองขาย เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกกระตุ้นประสาท หลอนประสาท แล้วแต่ว่าผสมสารชนิดใดเป็นหลัก ทำให้มีอาการเคลิบเคลิ้ม สนุกสนาน ตื่นตัว คึกคัก จึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักเที่ยวกลางคืน หรือกลุ่มปาร์ตี้ในพื้นที่ส่วนบุคคล ทำให้ไม่ง่วง เที่ยวได้ทั้งคืน

HappyWater #ยาอียาเคยาไอซ์ #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #ยาเสพติดผสมคอลลาเจน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 8 มอบหมายให้ สภ.เคียนซา ร่วม อบต.อปพร กู้ภัย ปกครอง สาธารณสุข ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด่านชุมชน ลดอุบัติเหตุ เทศกาลปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เรียนผู้บังคับบัญชา ตำรวจภูธรภาค 8 ภ.จว.สุราษฎร์ธานี สภ.เคียนซา วันนี้( 31 ธ.ค.2567 ) เวลา 09.40 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อานุภาพ จันดิถวงค์ ผกก.สภ.เคียนซา, พ.ต.ท.อนุชิต มีพรมแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.เคียนซา และ พ.ต.ท.ปรีชา สมนุ่น สวป.สภ.เคียนซา

สั่งการให้ ร.ต.ท.สุพจน์ เพชรช่วย รอง สว.(ป)สภ.เคียนซา ร่วม รอง นายก อบต.,จนท. อปพร – กู้ภัย – ปกครอง และจนท.สาธารณสุขร่วมปฏิบัติหน้าที่ด่านชุมชนลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2568 หน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลพ่วงพรมคร ม.1 ต.พ่วงพรมคร อ.เคียนซา จ.สฏ. เหตุการณ์ปกติ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

จิตติพงศ์ จากระโหนด ผอ.ข่าวภูมิภาค ภาคใต้ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โชคชัย จัดชุดชุมชนสัมพันธ์รณรงค์เมาไม่ขับลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

ภายใต้การอำนวยการของพ.ต.อ.จรินทร์ จินตพละ ผกก.สภ.โชคชัย ได้มอบหมายให้พ.ต.ต.คุณากร วรเมธานนท์ สวป.(ชส.)สภ.โชคชัย ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก รองสวป.สภ.โชคชัย ชุดชุมชนสัมพันธ์สภ.โชคชัย และนางรำจิตอาสาสายฮา ร่วมประชาสัมพันธ์รณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาสัมพันธ์เมาไม่ขับ ปฏิบัติตามกฎจราจร ถนน 24 ณ ปั๊มน้ำมันปตท.กอโจด ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

นักร้องประจำ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ท่านนี้ชื่อ ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก(หมวดน้อย) ประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาล แวะปั๊ม ปตท.แห่งนี้ ก็คงจะรู้สึกหายเหนื่อย และ อบอุ่น กับ เสียงเพลงเพราะๆและ ความเป็นกันเอง ของ หมวดน้อย นักร้องเสียงทองท่านนี้ พร้อมด้วยนางรำจิตอาสา ชุดประชาสัมพันธ์ชุดนี้

ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมวดน้อยได้ออกมาจับไมค์ออกร้องเพลงรณรงค์กับกิจกรรมในครั้งนี้ หลายกิจกรรมที่ผ่านมา หมวดน้อย ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก นักร้องเสียงทอง กับรถมอไซค์พ่วงคู่ใจ ซึ่งประชาชนในบริเวณ อ.โชคชัย รู้จักกันดี กิจกรรมนี้จัดภายในวันที่ 28-29 ธันวาคม 2567 และวันที่ 1 ธันวาคม 2568 อีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ประชาชนเดินทางกลับ กทม.

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายง

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเมืองชล ถวายสักการะเนื่องใน “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ประจำปี 2567 และ ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ บริการ ทางถนน/ทางน้ำ สร้างความมั่นใจ นักท่องเที่ยวเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 ธ.ค.67 ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดใหญ่อินทาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายสักการะเนื่องใน "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ประจำปี 2567 จังหวัดชลบุรี โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมไก่ฯ นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรี, นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ และนายธนนท์ พรรพีภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธี

วันที่ 28 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2311 เป็นวันสำคัญที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ จนได้สมัญญาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และมีพระราชกรณียกิจทีสำคัญคือการกอบกู้เอกราช พระองค์ทรงใช้เวลา 5 เดือนเศษ ในการรวบรวมไพร่พลแล้ว ทรงยกทัพไปต่อสู้กับพม่า ซึ่งตั้งอยู่ ณ ค่ายโพธิ์สามต้น เข้ากอบกู้เอกราชจนได้รับชัยชนะในที่สุด เป็นการกอบกู้เอกราชของชาติไทยกลับคืนมา หลังจากเสียกรุงแก่พม่าเพียง 7 เดือน อาณาประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพร้อมกันกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้น ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2311

โดยพระองค์มีพระนามว่าพระศรีสรรเพชญ์ หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 แต่เรียกขนานนามพระองค์ ติดปากว่า สมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานี รวมระยะเวลาทรงครองราชย์ 15 ปี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ขององค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทางรัฐบาล อีกทั้งปวงประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพากันถวายพระเกียรติ ประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระองค์ ให้เป็นวันระลึก “วันตากสินมหาราช” ต่อไป

 จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนนักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 100 ทุน โดยวัดใหญ่อินทารามได้จัดตั้งกองทุนมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 มีท่านเจ้าคุณพระราชพรหมาจารย์ (จำรัส ภัทโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดใหญ่อินทาราม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษา ให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี ครอบครัวมีฐานะยากจนโดย ทุนการศึกษานี้ ได้จากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ดวง พระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช 28 ธันวาคม เป็นประจำทุกปี


ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีนำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนน/ทางน้ำสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวเมืองพัทยา
วันที่ 29 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนน/ทางน้ำ และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 

โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี พัทยาใต้ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนทางน้ำ บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย และไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนทางน้ำ บริเวณท่าเรือเกาะล้าน ก่อนจะไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนบริเวณสถานีขนส่งพัทยาเหนือ

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแนะให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งจังหวัดชลบุรี เป็นประตูสู่จังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งทางบกและทางน้ำ  ทำให้ปริมาณยานพาหนะบนทางหลวงมีปริมาณสูงขึ้น อาจส่งผลให้มีปัญหาด้านการจราจรติดขัด และเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้
เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์ของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ จังหวัดชลบุรี ได้ห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม พร้อมมอบสิ่งของให้กับผู้ปฏิบัติงาน ส่วนประชาชนที่เดินทางแล้ว ง่วงนอน เมื่อยล้า ก็สามารถแวะพักจุดบริการต่างๆ ได้

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่ Pattaya Countdown 2025

ค่ำวันที่ 29 ธ.ค.65 ที่บริเวณปะรำพิํีธีชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นางอัจฉรา บัณฑิตยานุรักษ์ รองปลัด อบจ.ชลบุรี ปฏิบัติราชการแทนนายก อบจ.ชลบุรี ร่วมเป็นประธานเปิดงาน Pattaya Countdown 2025 โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

สำหรับงาน Pattaya Countdown 2025 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ธ.ค.65 โดยตลอด 3 วันการจัดงานมีการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินจำนวนมาก พร้อมการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารต่างๆ มากมาย

งาน Pattaya Countdown 2025 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาสู่การท่องเที่ยวระดับโลก ตลอดจนสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่น

อีกทั้งยังถือเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกโดยเมืองพัทยาได้รับความร่วมมือที่ดีจากสถานีโทรทัศน์ช่องโมโนทเวนตี้ไนน์ ดำเนินการจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานปั่นเชื่อมโยง4 จ.เมืองเหนือล้านนาตะวันออก ชิงเงินรางวัลมูลค่า 1,147,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมนายเสริฐ ไชยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นายวิภูช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและะกีฬาจังหวัดกระบี่ และนายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงราย นักปั่นจำนวนกว่า200 คนเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน Tour of Lanna 2024Stage ณ จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม2567 สนามแข่งขัน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอย่างคึกคักนายนรศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน2เพื่อพัฒนาเศรษฐในกิจในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน2ผ่านกิจกรรมที่เที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นเศรษกิจ

ในพื้นที่ที่ได้รับจากมหาอุทกภัยใน 4จังหวัด ได้แก่เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ซึ่งเป็นจังหวัดกลุ่มล้านนาตะวันออก กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไดดีขึ้น เป็นการช่วยเหลือฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการน้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับรูปแบบกิจกรรมครั้งนี้เป็นการแข่งขันจักยานทางไกล Tour of Lanna 2024 ภายใต้กิจกรรมปั่นขึ้นดอยกอย 4เมืองล้านนาตะวันออก ในกลุ่มภาคเหนือตอน2(เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ในวันที่23-30ธันวาคม 2567 จำนวน 8วัน8สนาม ซึ่งการแข่งขันตามกติกามาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ(UIC) รับรองการแข่งขันโดยสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อให้เป็นการแข่งขันตามมาตรฐานสากล

โดยมีนักปั่นทั่งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขันจำนวนกล่า 200คน
รูปแบบของการแข่งขันระบบทางไกล จะแบ่งออกสองประเภทคือแบบเซอร์กิตเรซ เป็นการแข่งขันเน้นสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดซึ่งมีระยะทางประมาณ1.5-3กิโลเมตร/รอบและประเภท2 การแข่งขันแบบโรดเรชเป็นแบบทางไกล ซึ่งใช้เส้นทางแต่ละจังหวัดทั้ง4จังหวัดโดยเริ่มจากจังหวัดแพร่ ไปน่านเข้าจ.พะเยา และไปสิ้นสุดอ.แม่สายจ.เชียงราย.
พิชานันท์ วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ใหญ่ วิชิต ชูลี มอบอุปกรณ์การกีฬาให้รร.บ้านไร่ยาว และรร.บ้านควนคีรีวง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ใหญ่ วิชิต ชูลี มอบอุปกรณ์การกีฬาให้กับโรงเรียนบ้านไร่ยาว และโรงเรียนบ้านควนคีรีวง ตำบล พ่วงพรมคร อำเภอ เคียนซา จังหวัด สุราษธานี เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและทำให้เด็กมีความสุขกับการได้ออกกำลังกายครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

แชร์เนื้อหานี้

สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2567 นายภูรินทร์ สูงสว่าง ประธานสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด มอบหมายให้นายบุญยงค์ สดสอาด เลขานุการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด นายชูศักดิ์ อุ่นเรือน ผจก.และเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

เข้าร่วมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ การเรียนรู้การพัฒนาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงการตลาด ในบูธกิจกรรมที่จัดแสดง

ในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งประกอบด้วยบูธกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ นิทรรศการพะเยาโมเดล สู่เกษตรมูลค่าสูง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ศูนย์พิรุณราช เวทีเสวนา Young Smart Farmer นิทรรศการโครงการออกโฉนดเพื่อการเกษตร นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่อชีวิต

นิทรรศการโครงการมาตรฐาน Q restaurant นิทรรศการงานวิจัยและนวัตกรรมของ สวก. นิทรรศการการเกษตรบนพื้นที่สูง นิทรรศการ “น้ำและต้นไม้” ชป. นิทรรศการ “เสริม สร้าง เพิ่ม ยก พัฒนา” กป. นิทรรศการการฝนหลวง Play and Learn นิทรรศการนวัตกรรมการผลิตพืช กวก.

นิทรรศการนวัตกรรมการยางพารา นิทรรศการนวัตกรรมหม่อนไหม นิทรรศการกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และการอบรม workshop ด้านการเกษตร/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี/งานฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ ที่ 28 ธ.ค.65 เวลา 13.00 น.นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.เขต 6 จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เดินทางเป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล ณ วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองกุง-โนนรัง ตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จากกรณีลูกชายเสียชีวิตถูกยิงด้วยกระสุนปืน

ตามที่เป็นข่าว มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายกิตติศักดิ์ นามนัย รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และเพื่อนๆ

นางกองแก้ว รัสดาดาล มารดา ได้ร้องเรียนผ่าน นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.ขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย จากกรณีคนร้ายยิงลูกชายตนเสียชีวิต

win สื่อรัฐทีวี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /หอการค้า จัดแถลงข่าว ผลักดันเศรษฐกิจน่าน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านมาช่วยพัฒนาจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน จัดแถลงข่าว ผลการดำเนินงานประจำปี 2567 หอการค้าจังหวัดน่าน นำโดย นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางสาววัชรี พรมทอง รองประธานหอการค้า นายพันธุ์พัฒน์ พิชา รองประธานหอการค้าจังหวัดน่าน และ กัลย์ชฎารัตน์ ปัญญาวงค์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานประจำปี 2567 หอการค้าจังหวัดน่าน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านเศรษฐกิจในจังหวัดน่าน

หอการค้าจังหวัดน่านได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2527 เป็นหนึ่งในองค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน เป็นองค์กรเพื่อสนับสนุนธุรกิจการค้าในจังหวัดน่าน ช่วยพัฒนาธุรกิจการค้าในจังหวัดและเป็นสถาบันสื่อกลางที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจและประสานงานระหว่างนักธุรกิจ พ่อค้า ภาคเอกชนกับภาครัฐบาลของไทย โดยมีภาระกิจหลักคือการส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นยกระดับศักยภาพการค้าในจังหวัดน่านให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับในปีที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดน่านร่วมขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัด โดยได้ดำเนินกิจกรรมในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

ด้านการค้าการลงทุน อาทิ การค้าชายแดน การผลักดันการพัฒนาด่านพรมแดนบ้านห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน การผลักดันโครการสะพานข้ามเชื่อสิริกิติ์ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ – อ.นาหมื่น จ.น่าน การผลักดันโครงการถนน (สายสี่แยกพันต้น – อ.สองแคว จ.น่าน) และการผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำ 5 แห่ง (อ่างเก็บน้ำน้ำกิ,น้ำกอน,น้ำยาวตะวันตก,น้ำยาวตะวันออก) เป็นต้น ด้านการเกษตร เช่น การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง(กาแฟ) การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง (สมุนไพร) สำหรับด้านการท่องเที่ยว ได้มีการจัดกิจกรรมและการมีส่วนร่วมใน

การส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน(โครงการ Nan Music Festival หอการค้าแฟร์,โครงการส่งเสริมด้านการตลาดกาแฟน่าน) รวมถึงด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็ง โดยสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน ศูนย์ให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ SME คลินิก โครงการ YPC โครงการ UTCC Tutor ติวทั่วไทย พิชิต มหาลัยในฝัน ประจำปี2567 โครงการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โครงการผ้าห่มกันหนาว และโครงการสุข(สุขา)

เพื่อน้อง เป็นต้น ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดน่าน ยังคงมุ่งเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจน่าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลักดันโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อันจะเป็นการสร้างการพัฒนาขับเคลื่อนจังหวัดน่าน ตลอดจนการผลักดันการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ตอนผาเวียง-ปากนาย ผลักดันการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ผลักดันการสร้างด่านชายแดนห้วยโก๋น และการดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านมาช่วยพัฒนาน่าน เพื่อพัฒนาเมืองน่านในทุกมิติและขับเคลื่อนภารกิจด้านเศรษฐกิจในจังหวัดน่านต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / ปปส.ภาค 3 ร่วมบูรณาการจัดทำแผนปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยมี นายศราวุธ สิงห์โนนตาด นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ผอ.ส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน รักษาราชการแทน ผอ.ปปส.ภาค 3 ในนามผู้จัดโครงการแผนปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ศอ. ปส.จังหวัดนครราชสีมา ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา และ ตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า ตามที่ท่านผู้แทน ท่าน ปปส.ภาค 3 ได้กล่าวไว้ ก็คงจะมีสองประเด็นคือ การตรวจหาสารเสพติดในผู้ขับขี่รถยนต์ และตรวจค้นหาสิ่งเสพติด ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าพวกเราช่วยกัน ก็จะเป็นการป้องปรามได้

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดต้อนรับปีใหม่ 2568 โรงพยาบาลโคกสำโรง อำนวยความสะดวก แก่ประชาชน จังหวัด ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่27 ธันวาคม 2567 เวลา 09.19 น. ที่ หน้าบริเวณโรงพยาบาลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธีฯ พร้อมด้วยนายแพทย์ นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง นางสมฤดี ชมญาติ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลโคกสำโรง
นายเชาว์ งามรัตนกาญจน์ รองประธานฯ นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ รองประธานฯ ข้าราชการ ตำรวจ แพทย์ พยาบาล พ่อค้า ประชาชนร่วมงานพิธีเปิดลานจอดรถโรงพยาบาลโคกสำโรง 200 คน

ทั้งนี้มีพระครูสุนทร ปรีกิจ (พระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสวัดเขาลังพัฒนา) พระนักพัฒนาได้เมตตาเดินทางมาร่วมพิธีเปิดลานจอดรถ และส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลโคกสำโรง รับใบกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนสร้างลานจอดรถให้กับโรงพยาบาลโคกสำโรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลโคกสำโรง ในการที่ท่านได้คิดริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยชาวอำเภอโคกสำโรง มอบลานจอดรถให้กับโรงพยาบาลโคกสำโรงในครั้งนี้

วัตถุประสงค์ความเป็นมาของโครงการนี้ เนื่องจากสถานที่จอดรถของประชาชนผู้ที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลโคกสำโรงมีไม่เพียงพอการให้บริการแก่ประชาชนที่มาใช้บริการของโรงพยาบาลโคกสำโรง พระครูสุนทร ปรีชากิจ (พระอาจารย์แดง) ได้มาพบเห็นแล้วท่านจึงริเริ่มมีความคิด จะต้องปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลโคกสำโรง โดยใช้งบประมาณ 1 ล้านบาทเศษ วางท่อกลบถมดินทำเป็นลานจอดรถได้อีกจำนวนหลายคัน และเปิดช่องทางเข้า – ออก เพื่อเหตุเร่งด่วนฉุกเฉินบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนผู้ป่วยได้ เพื่อให้ประชาชนทุกท่านที่มีความจำเป็นเร่งด่วนทั้งผู้ป่วยฉุกเฉิน ร่วมทั้งญาตผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 จึงได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา ได้นัดปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง และหัวหน้าหมวดการทางที่ 9 พร้อมทีมงานลงดูพื้นที่จริงและได้เริ่มวางแผนออกแบบการก่อสร้างทำงานร่วมกับแขวงทางหลวงที่ 1 ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยได้รวบรวมเงินจากบริจาคจากหลายๆฝ่ายทำจนแล้วเสร็จในระยะเวลา 3 เดือนเปิดใช้งานได้จริงต้อนรับปีใหม่2568นี้ มอบเป็นของขวัญให้ชาวอำเถอโคกสำโรง ทางด้านนายแพทย์นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง ยังเปิดเผยต่อไปอีกว่า ปี2568

ทางโรงพยาบาลโคกสำโรง จะมีการปรับปรุงการให้บริการแกพี่น้องประชาชนทุกท่านที่มาใช้บริการกับโรงพยาบาลอีกหลายอย่าง หากแม้ว่าท่านใดมีขอเสนอแนะที่ดีก็พร้อมที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของทุกๆท่าน เพื่อมาวิเคราะห์นำมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขให้เป็นที่ยอมรับ ประทับใจแก่พี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ที่มาใช้บริการของโรงพยายาบาลโคกสำโรงต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ / ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ที่โรงเรียนบ้านนายาง อ.นาหมื่น จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ณ โรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เพื่อติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนกองทุนการศึกษา โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายอำเภอนาหมื่น นายอำเภอนาน้อย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครู และผู้ปกครองนักเรียน ให้การต้อนรับ

ในการนี้ ได้รับฟังการดำเนินงานของโรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2486 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 บนเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ปัจจุบัน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 127 คน ครูและบุคลากร 15 คน มีนายวิโรจน์ ใหม่เทวินทร์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

โรงเรียนฯ มุ่งพัฒนาการเรียนการสอนตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน สร้างเด็กดีและเด็กเก่ง ที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและชุมชน เน้นสร้างสภาพแวดล้อมและกระบวนการที่เอื้อต่อการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

โดยสอดแทรกหลักคุณธรรมและจริยธรรมภายในห้องเรียน ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนมีวินัยรวมทั้งการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา

ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ให้สามารถเข้าถึงทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โอกาสนี้ องคมนตรี เยี่ยมชมห้องเรียน และพบปะพูดคุยกับนักเรียน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมฝากฝังให้นักเรียนมีความซื่อสัตย์ อดทน ขยัน หมั่นเพียร ตั้งใจเล่าเรียนศึกษา รู้รักสามัคคี เพื่อเติบโตไปเป็นบุคลากรในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดโครงการอาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน/จิบกาแฟแลประตูระบายน้ำห้วยกำแพง” จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬได้จัดพิธีเปิดโครงการ “อาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน” ภายใต้กิจกรรม “ขนส่ง-อาชีวะ อาสาช่วยประชาชน” เพื่อสนับสนุนการให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง

กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 09.00 น. – 12.00 น. ณ บริเวณปั๊ม ปตท. หนองคายจารุวงค์บริการ สาขาวัดภูกระแต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งและช่วยเหลือประชาชนที่เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่

ในพิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งกล่าวเปิดงานและให้กำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บริการขนส่งและการดูแลความสะดวกสบายให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงวันหยุดยาว นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครจากวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬทำหน้าที่ในการให้บริการด้านต่างๆ เช่น การช่วยเหลือในการขนส่ง การตรวจเช็คสภาพรถ และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางที่ปลอดภัย 🚙🔧นอกจากการให้บริการขนส่งและช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังมีการแจกของที่ระลึกให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ พร้อมทั้งมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางเพื่อให้ทุกคนได้เดินทางอย่างปลอดภัย

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ได้ฝากถึงประชาชนให้ระมัดระวังในการเดินทางและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2568 นี้เป็นไปอย่างปลอดภัย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

จิบกาแฟแลประตูระบายน้ำห้วยกำแพง” จังหวัดบึงกาฬ จัดประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 3 พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน สร้างความสามัคคีภาครัฐและเอกชน

วันที่ 27 ธันวาคม 2567 เวลา 07.00 น. ที่โครงการชลประทาน(ประตูระบายน้ำห้วยกำแพง) ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้จัดประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมเป็นเกียรติให้โอวาท

กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านนับถือ อำนวยอวยพร ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง คิดปรารถนาสิ่งใดขอให้สมดั่งใจปรารถนา จากนั้นได้พบปะพูดคุยกับส่วนราชการ และองค์กรเอกชน พร้อมด้วยหัวหน้าศูนย์ราชการต่าง ๆ ร่วมในงาน นอกจากนี้ผู้ร่วมประชุมสภากาแฟยังประกอบด้วย นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายสมหวัง อารีย์เอื้อ หน.สำนักงานจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมงานสภากาแฟ

ซึ่งในครั้งนี้ นายสรายุทธ ม่วงทอง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบึงกาฬ ได้กล่าวการต้อนรับ พร้อมด้วยนางสาววลีรัตน์ นามปัญญา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นายกฤษฎา พลสิทธิ์ เกษตรจังหวัดบึงกาฬ นายอภิไท มังธานี สหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นางสาวสงกรานต์ ตะนนท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ นายธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ นายพงศ์เทพ จันทรชิต ประมงจังหวัดบึงกาฬ นางจีรสุดา ศรีกุล หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์บึงกาฬ นายพัชรพล คาดบัว ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินบึงกาฬ

ว่าที่ร้อยตรีพีระวัฒน์ กงบุราณ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ นางสาวสุดคนึง พึ่มชัย ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับ โดยใช้สถานที่โครงการชลประทาน(ประตูระบายน้ำห้วยกำแพง) บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 อำเภอเมืองบึงกาฬ ซึ่งมีวิวทิวทัศน์อันสวยงาม และเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยวและผู้นิยมวิ่ง-ปั่นจักรยานออกกำลังกายด้วย

การจัดงานสภาพกาแฟจังหวัดบึงกาฬ ทุกส่วนราชการ หน่วยงาน และองค์กรภาคเอกชนร่วมเป็นเจ้าภาพ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกของเดือน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและมีความสมัครสมานสามัคคีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นการประสานงานแบบไม่เป็นทางการในการบูรณาการการทำงาน ร่วมมือกันผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์เป็นการพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ได้มีการมอบป้ายสภากาแฟส่งต่อเจ้าภาพในครั้งถัดไป ครั้งที่ 4 ซึ่งได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ เทศบาลเมืองบึงกาฬ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326 รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี เปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมดูแลรักษาความปลอดภัย “ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568”

แชร์เนื้อหานี้

 วันที่ 26 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมดูแลรักษาความปลอดภัย "ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568" และวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานกิจกรรมพัทยากลาง ถนนเลียบชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี

ด้วยศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนได้กำหนดให้ทุกจังหวัดดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยให้ดำเนินการช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2567 ถึง 5 ม.ค. 2568 (จำนวน 10 วัน) เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตทรัพย์สินของประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา และมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ประกอบกับคณะรัฐมนตรี ได้มีมติกำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ

 จังหวัดชลบุรี จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ แสดงถึงความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อาสาสมัคร มูลนิธิ ในการส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

นอกจากการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ยังมีอีกกิจกรรม คือการปล่อยขบวนรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ การกวาดล้างอาชญากรรม และดูแลรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 เนื่องจากจังหวัดชลบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองพัทยา ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และอาจมีมิจฉาชีพแฝงเข้ามาก่ออาชญากรรมจำนวนมาก ทั้งยาเสพติด อบายมุข และการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ จึงต้องบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุร้าย อันตรายต่างๆ และรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่พี่น้องประชาชน

การกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การอ่านสารนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 การมอบนโยบาย การปล่อยขบวนรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ และการกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้ง พลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ องค์การสาธารณกุศล จิตอาสาพระราชทาน และภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน2108 แถลงข่าวจับยาบ้า 3.56 แสนเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 คน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 ธ.ค. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2108 อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ภายใต้อำนวยการของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยนายเสนีย์ สุวรรณทอง ปปส.ภาค 4 นายฐิราเชษฐ์ เลื่อมใส ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.บึงโขงหลง พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) พ.อ.สุระชัย มีหอม รองผอ.กอ.รมน.จังหวัด ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 พ.ต.ต.วันชัย เพชรศรีงาม สว.สส.สภ.เหล่าหลวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดบ้า 3.56 แสนเม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 คน

ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดย ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 (หน่วยงานหลัก)ได้รับทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านช่องทางธรรมชาติโดยใช้เรือกลีบติดเครื่องยนต์ลักษณะคล้ายหาปลา จึงบรูณาการกำลังร่วมกับ นทล.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13.) ,มว.ตชด.2441,จนท.ชุดสืบ สภ.เหล่าหลวง,จนท.กก.3 บก.ป และฝ่ายปกครอง อ.บึงโขงหลง วางแผนจัดกำลังพลซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บริเวณ บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จว.บ.ก. เพื่อป้องกันสกัดกั้น การลักลอบขนย้ายยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายและการกระทำผิดเงื่อนไขตามแนวชายแดน ครั้นเมื่อ 25 ธ.ค.67,1900 ตรวจพบเรือกลีบติดเครื่องยนต์ต้องสงสัยขับมุ่งหน้ามา

จากริมฝั่งโขง สปป.ลาว และได้ขับมาจอดเทียบฝั่งอยู่ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 100 ม. เวลาต่อมาได้มีชายต้องสงสัย จำนวน 2 คนแบกสิ่งของออกจากเรือ ชุดเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายต้องสงสัยเมื่อพบเป็นเจ้าหน้าที่แสดงอาการตกใจและวิ่งหลบหนี ชุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้ง 2 คน

ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบ กระสอบปุ๋ยสีแดง จำนวน 2 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก หน่วยฯจึงร่วมกับหน่วยงานความั่นคงในพื้นที่ตรวจยึดยาบ้าพร้อมผู้ต้องหาดังกล่าว และนำมาที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2108 เพื่อตรวจนับอย่างละเอียด จับผู้ต้องหาจำนวน 2 คน ทราบชื่อ นายธนวัฒน์ ลุนอุบล อายุ 19 ปี บ้านเลขที่.28 ม.2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และนายชนกันต์ เมาท่าซวย อายุ 27 ปี บ้านเลขที่.137 ม.2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ ยาบ้า จำนวน 2 กระสอบ (ยาบ้า ประมาณ 356,000 เม็ด) โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีขาวดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน หน่วยฯร่วมกันถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และทำบันทึกตรวจยึด พร้อมนำของกลางทั้งหมด นำส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้ง 2 คนยังยอมสารภาพรับว่าในการมาขนลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ได้รับค่าจ้างเป็นยาบ้าคนละ 2 มัด เพื่อเอาไปเสพและจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ แต่มาถูกจับได้เสียก่อน .
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกรัฐมนตรี” เปิดกล่อง 5 ของขวัญปีใหม่จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 5 โครงการเพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีจเรตำรวจแห่งชาติ , รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมต้อนรับ

ของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่

1. โครงการ Cyber Check : เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยคัดกรองมิจฉาชีพจากเบอร์โทรปริศนาที่โทรเข้ามา รวมทั้งใช้ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารก่อนจะโอนเงิน โดยใช้ฐานข้อมูลโดยตรงจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

2. โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน นักท่องเที่ยว ผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police : แอปพลิเคชันแนะนำข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยว แจ้งเหตุฉุกเฉิน และแชร์โลเคชันแบบออนไลน์ เพื่อรับความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที

3. โครงการบูรณาการระบบบริหารรับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยว 1155 และศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวแบบรวมศูนย์ : เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถประสานผ่านตำรวจท่องเที่ยว หมายเลข 1155 พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการดูแลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การปฏิบัติการฉุกเฉิน

4. โครงการส่วนลดพิเศษสำหรับที่พัก The Cop Hotel and Villa Pattaya : สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีที่พักติดทะเล ริมถนนใหญ่ในพื้นที่ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าพักได้ ในราคาพิเศษ

5. โครงการห้องพักทั่วไทย จากใจตำรวจทางหลวง 205 แห่ง ทั่วประเทศ : ตำรวจทางหลวงมีการให้บริการสำหรับผู้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถพักผ่อนระหว่างการเดินทางไกลอย่างปลอดภัย ณ 205 หน่วยบริการตำรวจทางหลวง เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2567 ถึง 10 มกราคม 2568 รวมทั้งมีจุดกางเต็นท์สำหรับสายแคมป์ปิ้ง โดยบริการฟรีทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน และขอบคุณเจ้าหน้าที่และตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมกันทำงานขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา ขอให้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ตรวจตรา ดูแลรักษาความปลอดภัยและการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อไป

#ของขวัญปีใหม่2568

#ปีใหม่2568

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับตา​ “เหนือเมฆ-อรัญชัย” แชมป์ประเทศไทยรุ่น jmx 85 Smallville อายุไม่เกิน 14 ปี นักบิดล้อหนาม 2 ล้อ จากมุกดาหาร /สวนสัตว์นครราชสีมาใจดี ให้น้องๆ เข้าฟรี ข้ามปีกันไปเลย เทศกาลปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา​ สมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลแชมป์ประเทศไทย รถจักรยานยนต์ประเภทต่างๆ ในงาน FMSCT Awards 2024 ณ ลานพลาซ่า ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก โดยมีนายจักรพรรดิ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่นักแข่งที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ​ และขอบคุณผู้สนับสนุนในงาน FMSCT AWARDS 2024 (46st Anniversary)

เด็กชายอรัญชัย ประยงค์รัตน์​ (เหนือเมฆ​)​ อายุ 13 ปี ได้แรงบันดาลใจจากพ่อน้อง ตั้งแต่จำความได้ เคยเห็นพ่อขี่รถเอ็นดูโร่พาไปขี่เล่น ยกล้อเล่น แล้วเห็นแม่เอารูปมาให้ดูเคยเป็นนักแข่งเก่า ก็เลยอยากลองขี่ อยากลอง เคยลงแข่งครั้งแรก ที่ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามมหาสารคาม ปี 2019 ได้แชมป์ 50 cc ชิงแชมป์ประเทศไทย 2020 ต่อมาได้แชมป์ 65 ซีซี ชิงแชมป์ประเทศไทย 2022 ในปีนี้ได้แชมป์ 85 cc ล้อเล็ก

โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและเอกชนเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติที่ประเทศญี่ปุ่น​ซึ่งเป็นที่สุดของโมโตครอสในเอเชีย​ ถือเป็นนักแข่งโมโตครอสไทยคนแรกคว้าโพเดี้ยมที่ญี่ปุ่น​ หลังเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันโมโตครอสชิงแชมป์​ญี่ปุ่น​ หรือออเจแปนแชมป์​เปี้ยนชิพชีรี่ส์​2024 ที่สนามออฟโรสวิลเลจ​ เมืองไซตา​มะ​ และสร้างประวัติศาสตร์​ให้กับวงการสองล้อทางฝุ่นไทยด้วยการคว้าอันดับที่5 ในการแข่งขันรุ่น​ JMX JX85 เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา​ หลังก่อนหน้านี้ในปี2022 “เหนือเมฆ” ในวัย11ปีในเวลานั้นเคยสร้างชื่อในวงการแข่งขันที่ญี่ปุ่น​มาแล้ว​ โดยการขี่รถคู่ใจขึ้นโพเดี้ยมในรุ่น65cc สร้างประวัติศาสตร์​นักมอโตครอสไทยคนแรกที่คว้าโพเดี้ยมที่ประเทศญี่ปุ่น​ได้สำเร็จ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สวนสัตว์นครราชสีมาใจดี ให้น้องๆ เข้าฟรี ข้ามปีกันไปเลย เทศกาลปีใหม่ 2568 นี้ สวนสัตว์นครราชสีมา จัดโปรโมชั่นให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี หรือ สูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าฟรี (เฉพาะ วันที่ 30 ธ.ค. 67 ถึง 1 ม.ค.68) เท่านั้น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย พบปะพูดคุย สื่อมวลชน เรื่อง เปิดอันซีนแหล่งใหม่ อวดโฉมนักท่องเทียว เพื่อพัฒนา เมืองเชียงราย ทุกมิติ

แชร์เนื้อหานี้

17.00น.วันที่25 ธันวาคม 67 ตรงกับวันคริสต์มาส ช่วงท้ายปีเก่า บริเวณข่วงวัฒนธรรม องค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้พบปะสื่อมวลชนจังหวัดทุกแขนง จากนั้นได้นั่งทานแบบขันโตกล้านนา ผู้ว่าเชียงรายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ ปักลวดลาย ของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ซึ่งเป็นเสื้อที่ชนเผ่าอาข่าในจังหวัดเชียงรายตัดเย็บแบบปราณีตมอบให้ท่านได้สวมใส่

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้นั่งทานอาหารขันโตกแบบไทยยอง มีแกงฮังเลผักกาดจอ น้ำพริกข่าจี้นนึ่ง แอ๊บปลานิล น้ำพริกอ่อง .แคบหมูโดยมี นางนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายโชติ ดารายน นากยกสมาคมสื่อมวชน นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ประธานสมาคมสื่อมวลชน เหมือนกันกับโต๊สื่อมวลชน จำนวน40กว่าคนมี่ทานร่วมกันเป็นคณะแบบเอร็ดร่อย

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้พูดคุยทักทายสื่อมวลชนเกี่ยวกับการบริหารงาน แนวทางการพัฒนาเมืองเชียงราย ในหลายมิติ โดยมีการคลิกอ๊อฟการทำงานหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง เบื้องต้นได้สังการให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ทั้ง 4คน ที่มีรับผิดชอบแต่ละด้านที่ผู้ว่ามอบหมายตลอดถึงผู้เกี่ยวข้องรีบไปตรวจดูถึงการเป็นอยู่ของประชาชนหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมว่า ทุกครอบครัว ทุกสถานที่ทำงานได้กลับไปอยูหรือทำงานกันหมดหรือยัง และประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างไรและให้มารายงานผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังกล่าวถึงการทำงานผู้ว่าราชการเชียงราย จะมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังไม่ให้เชียงรายด้อยกว่าจังหวัดใหญ่ ดั่งเช่นเชียงใหม่ เชียงรายจะต้องได้รับการดูแลทุกมิติ ตนจะทำให้มากกว่าครั้งเป็นผู้ว่าจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นเมืองเล็ก เชียงรายจะต้อง ทำมากกว่าโดยเฉพาะปริมาณงานต้องมากขึ้น จะต้องใช้เม็ดเงินในการดูแลประชาชน

โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย จะเพิ่มอันซีนใหม่ๆไม่ให้ซ้ำของเดิม เพรานักท่องเที่ยวอยากดูของใหม่ๆ ดังนั่นเราจะร่วมค้นหาและประชาสัมพันธ์ ต้องอาศัยสื่อเชียงรายช่วยประชาสัมพันธ์ อาจะพบกันบ่อยมากขึ้น
นี่เป็นเหตุผลที่จังหวัดเชียงรายจะต้องเพิ่มฉลากกาชาดการกุศลในงานพ่อขุนเม็งรายที่จะมีขึ้นในปี2568 จากเดิมจำนวน1แสนฉบับ เพิ่มขึ้นก็เป็น2แสนฉบับ เพิ่มรางวัลมากขึ้น จากเดิมรถยนต์ก็จะเป็นบ้านและที่ดิน.โดยทางจังหวัดจะนำเงินที่เหลือจากการจ่ายเงินรางวัลแก่ผู้โชคดี นำไปดูแลประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อยจะกาชาดเชียงราย ต้องเยี่ยมเยียนมีถุงของขวัญทุกครัวเรือน

อนึ่งในฐานะเป็นคนเชียงรายเต็มตัวกำลงสานความร่วมมือกับผู้ที่มีทุนจะสร้างเชียงรายให้โดดเด่นทางกีฬา ที่สามารถสร้างชื่อเสียงและให้ผู้คนสนใจได้เข้ามาเชียงรายชั้นนี้กำลังหารือแนวทางกันอยู่ ดังนั้นการพบปะสื่อมวลชนวันนี้นับว่าเป็นสิ่งที่อยากเห็นผู้ว่าฯได้ใช้เวทีหรือช่องทางพบปะสื่อและจะได้พูดคุยให้ราบถึงแนวทางการทำงาน สื่อสารสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันในฐานะพาร์ทเนอร์ ทีดี จากนั้นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลื้อ สันทางหลวง อำเภอแม่จัน ได้กล่าวต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แนะนำถิ่นฐานของกลุ่มพร้อมมอบถุงย่ามหนึ่งเดียวใลกเนื่องจากถุงย่าม ปักด้วยลวดลายไม่ซ้ำกันมีเพียงใบเดียว เป็นที่ระลึกเอาไว้สำหรับห่อข้าว ใส่ของใช้ ไปเยี่ยมประชาชน ทำให้ผู้ว่าเชียงรายชอบใจเป็นอย่างมาก

จากนั้นตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ นายสุพจน์ หลี่จา เผ่าลีซู ตัวแทนกลุ่มชาติพันธ์จังหวัดเชียราย ได้พาชนเผ่าทุกชาติพันธุ์ออกมากล่าว ต้อนรับผู้ว่าเชียงรายท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นอย่างมากหลังจากนั้นผู้ราชการเชียงรายได้ขึ้นทักทายสื่อมวลชนและตัวแทนชาติพันธ์ุ ที่มาจัดบูธในข่วงวัฒนธรรม ในงานมหกรรมดอกไม้อาเซียน สวนริมน้ำกกด้วยผลงานเพลงบอกรักฝากใจ ถึงชาวสื่อมวลทุกแขนงเชียงราย และได้เชิญสื่อมวลชน ได่ร่วมรำวงย้อนยุค ถนนคนเดิน สนุกสนานเป็นกันเองทักทายถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในโอกาสจัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ.
ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวคริสต์คาทอลิกบึงกาฬ จัดขบวนแห่ดาวคึกคักกว่า50คัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อค่ำวันที่ 25 ธ.ค. บาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสวัดนักบุญยอแซฟกรรมกร ที่เป็นวัดคริสต์ศาสนนิกชนนิกายโรมันคาทอลิก บ้านชัยพร ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้ร่วมกันจัดงานแห่ดาว เพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้า ซึ่งดาวเป็นสัญลักษณ์ของการบังเกิด ตามตำนานในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น เหล่าโหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษ ที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไปปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

จึงออกเดินทางตามแสงของดาวดวงนั้น จนได้ไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้า ที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่า “ดาว” คือ สัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า จึงมีการริเริ่มประเพณีแห่ดาวในเทศกาลคริสต์มาสเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นั้น และแสดงถึงความเชื่อความศรัทธา การส่งมอบความสุขความรื่นเริง ความรักความสามัคคี และถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวคริสต์ด้วย

การแห่ดาวในวันนี้เป็นการรวมเอาผู้ที่นับถือศรัทธาในพระเยซุหรือคริสต์ศาสนาตามวัดต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬ มาร่วมแห่ขบวนด้วย มีการตกแต่งประดับประดาวและคมไฟติดตั้งบนรถ มีทั้งรถมอไซค์พ่วงข้าง รถอีแต๊ก รถไถนา รถปิกอัพและรถบรรทุก 6 ล้อร่วม 100 คันแห่ไปตามชุมชนต่างๆ ในตำบลชัยพร สิ้นสุดที่วัดนักบุญอักแนส บ้านห้วยเซือมใต้ วัดนักบุญมัทธิว บ้านกลาง ก่อนจะกลับเข้าไปในวัดนักบุญยอแซฟ เพื่อเฉลิมฉลอง

นอกจากนี้ในงานยังมีโรงทานนำอาหารไปแจกจ่ายผู้มาร่วมกัน มีทั้งส้มตำ ผัดหมี่ ข้าวราดแกงและทีขาดไม่ได้คือข้าวจี่ทาไข่คนปิ้งแทบทำไม่ทัน บนเวทีมีกิจกรรมการแสดงของน้องๆ หนูๆ หลายโรงเรียน ทั้งการแสดงประวัติการกำเนิดของพระเยชู และเต้นประกอบเพลง ทำเอาผู้ปกครองต้องคักเงินจ่ายเป็นกำลังใจจำนวนไม่น้อย

ด้านบาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสกล่าวว่า ที่เลือกจัดงานวันนี้ก็เนื่องจากวันที่ 24- 25 ธ.ค. ปล่อยให้วัดในชุมชนต่างๆ จัดงานแห่ดาวกันเองในชุมชนตนเองก่อน พอวันนี้จึงมาร่วมกันจัดงานแห่ดาวในภาพรวมของจังหวัดอีกครั้ง เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไดอาน่ากรุ๊ป พัทยา จัดงาน christmas and Happy new year 2025 บริจาคช่วยเหลือมูลนิธิ เอช เอช เอ็น (เพื่อเด็กไทย) ครบรอบ 50 ปี “บ้านเด็กกำพร้าพัทยา” จัดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ธ.ค.67 ซึ่งตามธรรมเนียมตะวันตกถือเป็น “คริสต์มาสอีฟ” บรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองพัทยาดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น สถานประกอบการหลายแห่งต่างจัดกิจกรรมรับเทศกาลแห่งความสุข รวมถึงตกแต่งสถานที่รับเทศกาลคริสต์มาส ส่งผลให้ภาพโดยรวมค่อนข้างที่จะคึกคัก

ที่โรงแรมไดอาน่าการ์เด้นรีสอร์ท พัทยา โดย คุณโสภิญ เทพจักร์ กรรมการผู้บริหารในเครือไดอาน่ากรุ๊ป พัทยา ได้จัดกิจกรรมรับเทศกาลแห่งความสุข Merry Christmas Happy New Year 2025 ขึ้นในวันคริสต์มาสอีฟ เพื่อสร้างสีสัน โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ลูกค้าของโรงแรม โดยในงานมีการเปิดรับบริจาคช่วยเหลือมูลนิธิ เอช เอช เอ็น (เพื่อเด็กไทย) ต่อไปด้วย

อนึ่ง คริสต์มาสอีฟ ตามวัฒนธรรมตะวันตกโดยทั่วไปคือ วันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี ตามระบบปฏิทินสมัยใหม่ ความหมายจริงคือ เย็นแรกของวันคริสต์มาส ซึ่งมีการเฉลิมฉลองเพื่อระลึกถึง การประสูติของพระเยซู เหตุผลที่ คริสต์มาส เริ่มต้นในตอนเย็นของวันคริสต์มาสอีฟเพราะธรรมเนียมการนับปีของคริสเตียน วันจะเริ่มต้นเมื่อพระอาทิตย์ตกตามเรื่องราวในปฐมกาล เกิดความสว่างกับความมืด

เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี “บ้านเด็กกำพร้าพัทยา” จัดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คึกคัก

วันที่ 25 ธ.ค.67 คุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา Pattaya Orphanage (บ้านเด็กกำพร้าพัทยา) เป็นประธานเปิดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 และเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี บ้านเด็กกำพร้าพัทยา โดยมีผู้ในกุศลร่วมออกร้านให้บริหารอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้ร่วมงานด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน

ในกิจกรรมได้จัดให้การ่วมสนุกจับสลากสอยดาวชิงของรางวัลต่างๆ มากมาย เพื่แหารายได้สมทบให้กับมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลเพื่อเด็กๆ ในมูลนิธิฯ ตามความเหมาะสม โดยพบว่ามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี บ้านเด็กกำพร้าพัทยากันเป็นจำนวนมาก

มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา Pattaya Orphanage หรือบ้านเด็กกำพร้าพัทยา อยู่ภายใต้การดูแลของคุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา ปัจจุบันมีเด็กๆ ในความอนุเคราะห์รวมกว่า 170 คน โดยได้ดำเนินการช่วยเหลือเด็กำพร้ามาอย่างยาวนานถึง 5 ทศวรรษ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ “หัวหิน” ปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรมช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม มอบทุนการศึกษา งานวันสถาปนา กองพันซ่อมบำรุง

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็นวันที่ 24 ธ.ค.67 ที่บริเวณหน้าหอนาฬิกาหัวหิน จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กิตติภพ ชมภูนุช รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ เป็นประธานปล่อยแถวป้องกันเหตุอาชญากรรม ความไม่สงบเรียบร้อย ยาเสพติด และอุบัติภัยช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2568 มี พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ข้าราชการตำรวจหน่วยต่าง ๆ ทหาร ฝ่ายปกครอง เทศกิจ อาสาสมัคร และมูลนิธิ ราว 300 คน ร่วมปล่อยแถว

พ.ต.อ.กิตติภพ ชมภูนุช กล่าวว่า การปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ เป็นมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยตำรวจในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร ซึ่งในปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน

ปัญหายาเสพติด รวมถึงปัญหาการแข่งรถในทางสาธารณะซึ่งเป็นปัญหาส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ตำรวจภูธรภาค 7

จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรในสังกัด สนธิกำลังเพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ช่วงเทศกาลดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนท่าน ร่วมบำเพ็ญบุญกุศล นำสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และร่วมมอบทุนการศึกษา งานวันสถาปนา กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุนที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี

กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุนที่ 2 ฯ เป็นหน่วยงานสำคัญ สนับสนุนความมั่นคงภาคตะวันออกของไทย โดย พันโท สุภชัย พานิช เป็นผู้บังคับกองพัน
มุ่งเน้นการทำความดี เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
พร้อมเห็นความสำคัญของการให้ทุนการศึกษาและมอบขวัญกำลังใจให้เด็กและเยาวชนอนาคตของชาติ ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่กัลยาณมิตร ทุกท่าน เทอญ…

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผบ.ตร.สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แถลงผลการระดมกวาดล้างในช่วงวันคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

ตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และอำนวยความสะดวกการจราจรให้แก่ประชาชน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (24 ธันวาคม 2567) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และผลการระดมกวาดล้างก่อนวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยมีผู้แทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1-9 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , กองบัญชาการตำรวจสันติบาล , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ฯลฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ตำรวจภูธรภาค 5

ซึ่งในภาพรวมการจัดงานทั่วประเทศ มีจำนวน 695 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 258 แห่ง และจังหวัดอื่น ๆ 437 แห่ง โดยแบ่งเป็นพื้นที่การจัดงานขนาดใหญ่ 47 แห่ง และได้เตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จัดงานเฉลิมฉลองทั่วประเทศ 8,468 นาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศร่วมกันกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ในห้วงวันที่ 17 – 23 ธันวาคม 2567 มีผลการดำเนินการ ดังนี้

  1. อาชญากรรมทั่วไป รวมจับกุม 36,609 คดี ผู้ต้องหา 37,574 คน ตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินในคดี 114,225,749 บาท
  2. ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และสถานบริการ รวมจับกุม 31,036 คดี ผู้ต้องหา 32,172 คน มูลค่าตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินในคดี 103,490,764 บาท / ในส่วนคดียาเสพติด จับกุมได้ 10,465 คดี ผู้ต้องหา 10,461 คน ตรวจยึดยาเสพติดของกลาง ยาบ้า 10,833,177 เม็ด ยาไอซ์ 8,209.51 กรัม เคตามีน 620.59 กรัม เฮโรอีน 81.3 กิโลกรัม ฝิ่น 3,428 กรัม ยาอี 273 เม็ด โคเคน 213 กรัม กัญชา 18.16 กิโลกรัม น้ำกระท่อม 44,000 มิลลิลิตร
  3. ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน รวมจับกุม 1,664 คดี ผู้ต้องหา 1,595 คน ของกลางอาวุธปืนสงคราม 10 กระบอก อาวุธปืนไม่มีทะเบียน 1,062 กระบอก อาวุธปืนมีทะเบียน 345 กระบอก วัตถุระเบิด 1,075 ลูก พลุ/ดอกไม้ไฟ 248 ดอก เครื่องกระสุนปืน 7,618 นัด มูลค่า 5,574,133 บาท
  4. จับกุมบุคคลตามหมายจับ รวม 3,909 หมายจับ ผู้ต้องหา 3,807 คน
  5. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  6. ความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์ด้านการเงิน หลอกลวงจำหน่ายสินค้าออนไลน์และสินค้าผิดกฎหมาย เผยแพร่ข่าวปลอม ล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก และพนันออนไลน์ รวมจับกุม 3,519 คดี ผู้ต้องหา 3,490 คน มูลค่าตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินในคดี 712,266,009 บาท
  7. ความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 (บัญชีม้า ซิมม้า) รวมจับกุม 447 คดี ผู้ต้องหา 427 คน มูลค่าตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินในคดี 284,940 บาท

พร้อมกันนี้ได้วาง 10 มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2568 ได้แก่ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนถึงกำหนดการจัดงานตามเทศกาล สืบสวนหาข่าว เฝ้าระวังการลักลอบขนย้ายและการจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่จัดงาน เฝ้าระวังการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรของบุคคลกลุ่มเสี่ยง รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ตลอดจนการดำเนินโครงการ “ร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ” (ฝากบ้าน 4.0) ระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2567 ถึง 2 มกราคม 2568 และแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชน

อีกทั้งยังได้วาง 3 มาตรการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เช่น ลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 และเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย มุ่งเน้นลดอุบัติเหตุทางถนน ตามมาตรการ 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะข้อหาเมาแล้วขับ นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ดำเนินการปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ 71 จุด โดย พล.ต.อ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้แทนหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐ องค์กรส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร มูลนิธิ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า วันคริสต์มาส และห้วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2568 มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและพักผ่อนในแต่ละภูมิภาคเป็นจำนวนมาก ตลอดจนมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยว
ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระดมสรรพกำลังป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันและลดอุบัติทางถนน และอำนวยการจราจรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดวามสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นของขวัญมอบให้กับประชาชนและสังคมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ….

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค3 เตรียมพร้อม การจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3 พลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 /ประธานการประชุม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วิวัฒน์ สีลาเขตต์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมหน่วยงาน ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑, ๒ และ ๓, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๕ นครราชสีมา, สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา,

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3, สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา,ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา, สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จว.นครราชสีมา และมูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ จว.นครราชสีมา ได้เข้าร่วมประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ด้านจราจรและความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) และตำรวจภูธรจังหวัดที่มีพื้นที่เส้นทางติดต่อกับตำรวจภูธรภาค 3 ประกอบด้วย

ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี, สระบุรี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว และขอนแก่น เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปมาตรการปฏิบัติแบบบูรณาการในการอำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๘ โดยหน่วยงานภาคี ทุกหน่วยได้รายงานต่อที่ประชุมแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ ที่เตรียมไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ
ตำรวจภูธรภาค 3 ได้เตรียมการบริหารจัดการ

โดยขยายช่วงการควบคุมเข้มข้นจากเดิม ๗ วัน เป็น ๑๐ วัน ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567– 5 มกราคม 2568 จะเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด และกำหนดเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 ของตำรวจภูธรภาค 3 ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2567 – 6 มกราคม 2568 เพื่อกำกับ ดูแล และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยในสังกัด ในการอำนวยความสะดวกการจราจร ดูแลความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 นี้

ตามนโยบายรัฐบาล “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ในทุกพื้นที่ โดยวางแผนตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน ๓๐๒ จุด เตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 308 ชุด มีเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 420 เครื่อง และเครื่องตรวจจับความเร็ว จำนวน 92 เครื่อง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติ ทั้งสิ้น 4,711 นาย นอกจากนี้ได้ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง ในการปรับรูปแบบจากจุดบริการประชาชนมาเป็นการตั้งด่านชุมชนแทน โดยบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่

กำหนดแผนการตั้งด่านชุมชนจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 4,180 แห่ง เพื่อป้องปรามคนที่ดื่มสุราไม่ให้ขับขี่รถออกจากหมู่บ้าน ชุมชน ไปเกิดอุบัติเหตุหากเกิดอุบัติเหตุทางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถที่เกิดเหตุทุกรายและหากพบว่ามีการดื่มสุราแล้วขับรถ จะดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น ในมาตรการเชิงรุก ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ ออกตรวจและขอความร่วมมือร้านจำหน่ายสุราในชุมชน หมู่บ้าน ทุกแห่ง ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เช่น ห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอาการมึนเมา จนครองสติไม่ได้ เป็นต้น
โดยกรมทางหลวง ได้เปิดให้บริการใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงปากช่อง – สีคิ้ว – ขามทะเลสอ – ถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา (ทล.204) ทั้งขาไปและขากลับ ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะทาง 77.493 กิโลเมตร โดยกำหนดจุดเข้า – ออก มอเตอร์เวย์ M6 ดังนี้

จุดที่ 1 ทล.2 กม.65 (ตรงข้ามศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดนครชัยบุรินทร์)
จุดที่ 2 ทล.201 กม.5+500 (บ้านหนองรี อ.สีคิ้ว)
จุดที่ 3 ทล.290 กม.14+775 (วงแหวน ทล.290)
จุดที่ 4 ทล.204 กม.3+230 (ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา)

กันตินันท์ เรืองประโคน / รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยเกษตรนราฯเพิ่มมูลค่าเห็ดนางฟ้าทำเป็นแหนมเห็ด จากต้นทุนราคาหลัก10กลายเป็นหลัก100

แชร์เนื้อหานี้

สำหรับทางเลือกผู้ที่ชื่นชอบอาหารแนวพืชผักหมัก ที่มีขั้นตอนการทำเหมือนกับแหนมที่ทำจากเนื้อสัตว์ ตามความชื่นชอบของผู้บริโภค ที่ทางวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส นำมาแปรรูปและเชื่อว่ามีรสชาติไม่ต่างกับแหนมที่ทำมาจากเนื้อหมู และวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศ แต่ด้วยสภาพพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 80 ส่วนใหญ่ประชาชนเป็นชาวมุสลิม จึงได้มีแนวคิดในผลิตแหนมเห็ด

หวังตีตลาดของผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้ เริ่มด้วยการด้วยหันมาให้นักศึกษาเพาะเห็ดนางฟ้า ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 เดือนสามารถเก็บผลผลิตได้ ในช่วงแรกก็ได้เก็บผลผลิตจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปในราคาเพียง ก.ก.ละ 60 บาท และเมื่อเห็ดนางฟ้ามีผลผลิตมากขึ้น จึงได้ริเริ่มหันมาผลิตแหนมเห็ดนางฟ้าแบบเต็มตัว และจากเห็ดนางฟ้าที่เก็บจำหน่ายได้ เพียง ก.ก.ละ 60 บาท เมื่อนำมาผลิตเป็นแหนมเห็ดนางฟ้า สามารถเพิ่มมูลค่าได้ จาก ก.ก.ละ 60 บาท กลายเป็น 600 บาทเลยที่เดียว

เราได้มีโอกาสให้นักศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส ได้ผลิตแหนมเห็ดให้ชม ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ที่ทางมหาวิทยาลัยตรียมลงพื้นที่ให้ความรู้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ที่สนใจโดยเฉพาะกลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้า ที่เชื่อว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นกอบเป็นกำ

โดยขั้นตอนการทำแหนมเห็ดที่ต้องเตรียมวัตถุดิบมีดังนี้ คือ เห็ดนางฟ้า ข้าวเหนียวสุก กระเทียม เกลือป่นและพริกขี้หนูสวน เมื่อได้วัตถุดิบครบตามต้องการแล้ว เราไปเก็บเห็ดนางฟ้าที่โรงเรือนประมาณ 1 ก.ก. นำมาหั่นฉีกล้างให้สะอาด และบีบน้ำออกจากเห็ดให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมานึ่งประมาณ 2 นาที

จากนั้นนำส่วนผสมกระเทียม ข้าวเหนียวและเกลือป่นคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำเห็ดที่คลุกเคล้ากับส่วนผสมแล้วเสร็จ มาใส่ถุงพลาสติกใสและใส่พริกขี้หนู 1 เม็ด แล้วห่อให้แน่นนำยางวงหรือคนทั่วไปเรียกว่าหนังยางมาผูกที่ปลายถุง เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นขั้นตอนการหมักแหนม โดยการทิ้งไว้สัก 2 ถึง 3 วัน แหนมจะมีรสชาติเปรี้ยวและพร้อมรับประทานได้ทันที

ด้าน ผศ.ทวี บุญภิรมย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนคริทร์ กล่าวว่า เห็ดสามารถที่จะเอามาผลิตเป็นแหนมเห็ด ซึ่งจากเดิมเราขายเห็ดได้เพียงกิโลกรัมละ 60 บาท แต่เมื่อมาเป็นแหนมเห็ด ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าเป็น 600 บาทได้ และตรงนี้สามารถจะเห็ดในการพัฒนาต่อไป เรื่องของบรรจุภัณฑ์ในเรื่องของการยืดอายุการเก็บรักษา อีกอย่างยังสามารถจะเป็นอาหารที่จะนำส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งทางวิทยาลัยฯพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆเหล่านี้ ควบคู่ไปกับความต้องการของชุมชน

วันนี้สายเห็ดสามารถรับประทานแหนมเห็ดกันได้ หรือ ใครสนใจที่จะเรียนรู้การทำแหนมเห็ดก็สามารถติดต่อได้ที่ ดร.พิพัฒน์ จันทร์ประดิษฐ์ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081 9592614
//////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทัวร์ ออฟ ล้านนา จับมือจัดงานปั่นเชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ชิงเงินรางวัล 1,147,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จับมือจัดงานปั่นเชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ทัวร์ ออฟ ล้านนา ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 1,147,000 บาท
างวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางสาวพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ จังหวัดนำน นายายวิภช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ , พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดแพร่ สื่อมวลชน และ นักปั่นจำนานกว่า 200 คน เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน Tour of Lanna 2024 Stage 3 ณ จังหวัด น่าน

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 อย่างคึกคัก งวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ พี่ ท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ผ่าน กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระพบจากมหา อุทกภัย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.พะเยา จ.แพร่ จ.น่าน จ.เชียงราย ต่างก็ประสบกับอุทกภัยในพื้นที่อย่างมาก ทางกลุ่ม จังหวัดก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ และมี

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ได้ดีขึ้น เป็นการช่วยฟื้นฟูหลังอุทกภัยในอีกทางหนึ่ง
สำหรับรูปแบบกิจกรรมจะจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา คือการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ อออฟ ล้านนา กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) วันที่ 23 – 30 ธันวาคม 2567 จำนวน 8 วัน 8 สนาม ซึ่งเป็นการดำเนินการแข่งขันตามกติกา มาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) รับรองการจัดแข่งขัน

โดยจากสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้การแข่งขันได้มาตรฐานเป็นสากล และจะมีนักปั่นทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม
แข่งขัน จำนวนกว่า 200 คน ส่วนรูปแบบการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบเซอร์กิต เรช เป็นการแข่งขันโดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1.5 – 3 กิโลเมตร/รอบ และ ประเภทที่ 2 คือการแข่งขันแบบ โรดเรช เป็นรูปแบบการแข่งขันบนถนน แบบทางไกล ซึ่งใช้เส้นทางแต่ละจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด โดยเริ่มจาก จ.แพร่ ไป จ.น่าน เข้า จ.พะเยา และไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

สำหรับเส้นทางแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา ทั้ง 8 สเตจ มีดังนี้วันที่ 23 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 1 (Prologue) รอบเมืองแพร่ ,วันที่ 24 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 2 (Road Race) แพร่ – น่าน, วันที่ 25 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 3 (Circuit Race) รอบเมืองน่าน, วันที่ 26 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 4 (Road Race) น่าน – พะเยา วันที่ 27 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 5 (Circuit Race) รอบเมืองพะเยา, วันที่ 28 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 6 (Road Race) พะเขา – เชียงราย,วันที่ 29 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 7 (Circult Race) รอบเมืองเชียงราย และ วันที่ 30 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 8 (Road Race) เชียงราย-อำเภอแม่สาย ชิงเงินรางวัลรวม 1,147,000 บาท ซึ่งมีทั้งเงิน รางวัลประจำ Stage และ รางวัล Over All

ในทุกรุ่น มีรุ่นการแข่งขันดังนี้ ชาย รุ่น A ชาย open ,รุ่น B ชาย (อายุ 30 ปีขึ้นไป +เยาวชน) , รุ่น C 40 ปี ขึ้นไป , รุ่น D ชาย อายุ 50 ปี ขึ้นไป หญิงมี 2 รุ่นดังนี้ รุ่น E หญิง A (เยาวชน) และ รุ่น F หญิง B (ทั่วไป สำหรับทำนที่สนใจสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขั้นได้ที่เพจเฟสบุ๊ค Tourofhttps:/www.facebook.com/touroflanna20177mibextid=ZbWKw./ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไฟฟ้า หงสา จัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” เพื่อแสดงความขอบคุณคณะสื่อมวลชน.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด จัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” ขึ้น ในระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการนำพาคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ทัศนศึกษาดูงาน สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล และศูนย์อุตสาหกรรมแหล่งผลิตร่มบ่อสร้าง เป็นต้น โดยในช่วงเย็นของวันที่ 21 ธันวาคม 2567 นายคทายุทธ์ ชูพูล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทไฟฟ้า หงสา จำกัด ได้ให้เกียรติเดินทางไปที่ร้านอาหารสามเสนวิลล่า สถานที่จัดงานเลี้ยงเพื่อพบปะพร้อมกล่าวทักทายปราศรัยกับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่านและในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้เดินทางมาพบปะพร้อมกล่าวทักทายปราศรัย กับผู้บริหารของบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด และคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน โดยภายในงาน เป็นการพบปะสังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน และมีการมอบของขวัญสวัสดีปีใหม่ 2568

ที่กำลังจะมาถึงนี้ จากผู้บริหารบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด มอบให้กับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ที่เข้าร่วมงานกันทุกคน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางความประทับใจของทุกฝ่าย สำหรับการจัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” เป็นกิจกรรมที่ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ สำนักงานน่าน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี และกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ระหว่าง บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด กับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน อีกทั้ง เป็นการถือโอกาสแสดงความขอบคุณมายังคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการไฟฟ้า หงสา ด้วยดีเสมอมา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มักง่ายจุดไฟเผาขยะข้างกองยาง​ ลุกลามไหม้เป็นกองเพลิง / ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

แชร์เนื้อหานี้

พนักงานร้านยางจุดไฟเผาขยะกองเล็กๆก่อนจะลามไปไหม้กองยางรถยนต์ที่กองรวมกันไว้หน้าร้านจนกลายเป็นกองเพลิงขนาดใหญ่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำ ระงับเหตุ โชคดีเหตุนี้ไม่มีใครเป็นอะไรมีเพียงเสาไฟฟ้าส่องสว่างถนนของทางหลวงได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น . เจ้าหน้าที่ดับเพลงเทศบาลเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้บริเวณริมถนนบายพาสเมืองมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นกองเพลิงขนาดใหญ่ควันดำปกคลุมไปทั่วบริเวณดังกล่าวทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมาต้องจอดก่อนเพราะมองไม่เห็นทางเนื่องเกิดควันดำปกคลุม หลังจากได้รับการแจ้งเหตุทางเทศบาลได้นำรถดับเพลิง4คันเข้าระงับเหตุโดยใช้เวลาประมาณ​ 30นาทีจึงสามารถดับไฟได้ซึ่งจาการตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและพบว่าเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ของแขวงทางหลวง บริเวณริมทางได้รับความเสียหาย

นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากสายเหตุความมักง่าย​ โดยทางพนักงานได้เผาขยะใกล้กับกองยางพอเผาแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ในขณะที่มีลมกรรโชกแรง ต่อมาเลยเกิดไฟลามไปถึงกองยางรถยนต์เก่าที่ทิ้งไว้หน้าร้านก็เลยเกิดเหตุดังกล่าวซึ่งการเผาขยะแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆก่อนหน้านี้ ลามไปไหม้หญ้าแห้งริมถนน แต่คราวนี้หวิดเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่โชคดีมากที่ดับทันไม่งั้นน่าจะลามไปหลายจุด​ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีทรัพสินย์ของทางราชการเสียหายคือเสาไฟฟ้าส่องสว่างซึ่งโชคดีมากไม่มีใครบาดเจ็บและเสียชีวิตในครั้งนี้

​มุกดาหาร​ -​ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหาร ว่า ได้มีชาวบ้านท่าไคร้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ขุดพบพระโบราณบรรจุอยู่ในไหฝังอยู่ใต้ดินบริเวณที่นาของนายบุญนำ พิกุลศรี อายุ 55ปี บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 7 ตำบลนาสีนวน เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น ของวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยระหว่างที่ได้มีการนำรถไถเข้ามาปรับที่นา ขณะได้มีการขุดดินลึกลงไปต่ำกว่าพื้นที่เดิม ผานไถได้ไปกระทบกับของแข็งบางอย่างคล้ายหินจึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบพบว่าเป็นไหขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร มีดินโบกปิดทับปากไหไว้ เมื่อนำแกะดินออกพบมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ด้านในจึงได้แจ้งเจ้าอธิการสมนึก เจ้าอาวาสวัดศรีไคร้ทุ่ง และชาวบ้านมาร่วมกันตรวจดู

เจ้าอธิการสมนึก กล่าวว่า พระพุทธรูปที่ขุดพบเรียกว่า พระบุเงินโดยเป็นพระโบราณ ซึ่งทำขึ้นจากการนำไม้มาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปแล้วนำไปชุบเงิน พระพุทธรูปไม้แกะสลัก และสัมฤทธิ์ โดยการขุดพบครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าบริเวณหมู่บ้านท่าไคร้ เป็นชุมชนเก่าแก่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้มีชาวบ้านขุดพบเจอถ้วยชามโบราณบริเวณดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้พระพุทธรูปโบราณที่ขุดพบ ได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรดำเนินการตรวจสอบให้ทราบถึงอายุ และจะได้นำกลับมาตั้งประดิษฐานไว้ที่วัดเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาต่อไป

ขุดพบพระโบราณ #พระบุเงิน #บ้านท่าไคร้ #มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พรรคประชาสามัคคีจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ตามระเบียบและข้อบังคับพรรคการจัดตั้งพรรคการเมือง

แชร์เนื้อหานี้

09:29 จ่ากบ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.40 น. ดร.ประทิน นาคสำราญ ประธานฯยุทธศาสตร์ ภาคอีสานพรรคประชาสามัคคีให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาสามัคคี ประจำปี 2567

ได้พบปะสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ประสานสัมพันธ์ มอบนโยบายพรรคเพื่อให้สมาชิกรับทราบตามที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้การกำกับและสังเกตุการณ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่น

โดยมี จ.ส.ต.เอนก เค้าสุวรรณกุล หัวหน้าสาขาพรรค(สาขาลำดับที่ 3)ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่นพร้อมด้วยกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคคอยให้การต้อนรับ ณ.โรงแรมเมเจอร์แกรนด์ ถนนชุมแพ-ภูเขียว อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

09:29 จ่ากบ ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ
09:29 จ่ากบ ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.กระทรวงคมนาคม ปล่อยขบวนรถ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 มุกดาหาร / รับสมัครนายก อบจ.มุกดาหาร วันแรกสุดคึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม​ 2567 เวลา 9.00 น.นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานปล่อยขบวนรถอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้กับประชาชนตลอดช่วงเทศกาล ภายใต้หัวข้อเดินทางสะดวกปลอดภัยกรมทางหลวงชนบทใส่ใจทุกเส้นทาง

โดยมีนายวรญาณ บุญณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม
พร้อมด้วยนายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบทและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานบริเวณถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร

อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปิดเผยว่าตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยกำหนดเป้าหมายให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยภายใต้การรณรงค์เทศกาลความสุขทุกที่ทั่วไทยเดินทางสะดวกปลอดภัยบน

โครงข่ายคมนาคมซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้น้อมรับนโยบายดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดมาตรการต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเช่นการจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัย หน่วยบริการประชาชน จัดเจ้าหน้าที่ประจำการสายด่วน และระบบซีซีทีวีตลอดจนจัดชุดตรวจการเฝ้าระวังอุบัติเหตุเฝ้าระวังสายทางติดตั้งสัญญาณไฟวับวาบบริเวณจุดเสี่ยง

ทั้งนี้ประชาชนควรตรวจเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางเพื่อความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการขับขี่สามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของกรมทางหลวงชนบทได้ที่สายด่วน 1146

ภาพ​/ข่าว​ BBชญาภรณ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

รับสมัครนายก อบจ.มุกดาหาร วันแรกสุดคึกคัก อดีตนักการเมืองแห่สมัครชิงเก้าอี้

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567​ ที่หอประชุม 250 ปี จังหวัดมุกดาหาร ได้จัดให้มีการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายจักรรินทร์ ชาลีพุทธาพงษ์ ผู้อำนวยการการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร ว่าที่ร้อยเอก วัทธิกร ทรงยศวัฒนา ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ร่วมปฏิบัติหน้าที่ และมึนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยเช่นกัน

โดยบรรยากาศช่วงเช้าของวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในส่วนของการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งแต่ละคนมาพร้อมกับกองเชียร์และรถขบวนแห่เป็นจำนวนมาก โดยมีนายสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เดินทางมาเป็นคนแรก พร้อมกับนายณกร ชารีพันธ์ ส.ส. มุกดาหาร เขต 2 พรรคประชาชน และได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์ พระยาจันทรศรีสุราช อุปราชามันธาตุราช (เจ้าจันทกินรี) เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก เพื่อเป็นสิริมงคล

ขณะที่มีผู้มาสมัครก่อนเวลา 8.30 น. รวม 4 คน คือ นายสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน นายบุญฐิน ประทุมลี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต 2 พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท. ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และนายคมสัน ไชยต้นเทือก อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

โดยผู้สมัครดังกล่าวเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา 08.30 น. ถือว่ามาก่อนเวลาเปิดรับสมัคร และไม่สามารถตกลงในเรื่องเลขหมายประจำตัวกันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ทุกคนดำเนินการจับฉลาก ผลปรากฏว่า นายสุพจน์ สุอริยพงษ์ ได้หมายเลข 1 พ.ต.ท. ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ หมายเลข 2 นายคมสัน ไชยต้นเทือก หมายเลข 3 นายบุญฐิน ประทุมลี หมายเลข 4 และนายวีระพงษ์​ ทองผา​ หมายเลข 5 มาสมัครเป็นคนสุดท้าย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน ​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สวนสวรรค์ฟาร์ม”รับมอบใบรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS  / ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ธ.ค. 67 ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของ คุณแก้วตา จันทร์วีระชัย นักธุรกิจเจ้าของกิจการมีชื่อในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผันตัวเองลงมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่กว่า 80 ไร่ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการจัดการอย่างเป็นระบบในการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและชาวเกษตรกร หวังให้ชาวบ้านในพื้นที่บางราย มีพื้นที่ทำกินทางการเกษตร ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ เพื่อนำกลับไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอยู่อย่างพอเพียง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรคอยแนะนำให้ความรู้ ในการทำเกษตรผสมในพื้นที่แปลงน้อยโดยไม่ใช้สารเคมี และได้มีโอกาสร่วมเป็นสมาชิก

รับมอบใบรับรองแบบมีส่วนร่วม ความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการรับประทานผลิตผลที่ปลอดสารพิษ ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้ฯ สวนสวรรค์ฟาร์ม จะมีการจัดกิจกรรมและพิธีมอบหนังสือรับรองพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แบบมีส่วนร่วมความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประจำทุกปี โดยมีนายณรงค์พงษ์ โพธิสมบัติ ประธานบริษัทประชารัฐรักษ์สามัคคี นายณรงค์ คงมาก กรรมการบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม นายนันทปรีชา คำทอง ประธานเครือข่ายสามอ่าวเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติ และนางสาว นิชาภา สุวรรณนาค  สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันเป็นประธานมอบหนังสือรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกที่ได้รับการรับรอง ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม  หมู่ 2  ต.อ่าวน้อย จ.ประจวบฯ

น.ส.แก้วตา จันทร์วีระชัย หรือเจ๊แก้วตา เจ้าของสวนสวรรค์ฟาร์มเล่าว่า  ตนเห็นว่าพื้นที่ในที่ดิน กว่า 80 ไร่ เป็นที่ว่างเปล่าปล่อยรกร้างไว้ไม่เกิดประโยชน์อะไร หลังรัฐบาลปลดล๊อคกัญชา คิดว่าจะใช้เป็นพื้นที่ปลูกกัญชา แต่ก็ยังติดปัญหาหลายอย่างในทางกฎหมาย หลังจากได้รู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่งทำเกี่ยวกับเรื่องเกษตรอินทรี จึงลองไปศึกษาหาความรู้ บางส่วนก็ศึกษาเรียนรู้จาก YouTube บ้าง นำไปลองปฏิบัติตามจนเกิดผลผลิต หวังแค่เพียงเพื่อไว้รับประทานกันเองในครอบครัว ทั้ง ๆ ที่ตนไม่เคยมีความรู้ทางการเกษตรแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อตนได้เห็นชาวบ้านในพื้นที่บางรายขาดโอกาสการทำอาชีพเกษตรกร เนื่องจากไม่มีที่ดิน จึงมีแนวคิดที่จะให้เขาได้ใช้พื้นที่เพาะปลูกและเรียนรู้การทำเกษตรแนวใหม่แบบผสมผสานปลอดสารพิษ และด้วยที่ตนเองเป็นคนรักสุขภาพอยู่แล้ว อยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี

ได้รับประทานอาหาร พืชผัก ผลไม้ ที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ แนวคิดนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเองเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้เป็นสวนเกษตร ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม ต่อมามีการรวมตัวก่อตั้งกลุ่มรักสุขภาพ โดยการรวบรวมชาวบ้านและกลุ่มคนที่สนใจเข้าร่วมได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ศึกษาวิธีการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร และนำกลับไปต่อยอด หรือเพราะปลูกไว้รับประทานเอง หรือจะนำกลับมาส่งขายที่ศูนย์การเรียนรู้ สวนสวรรค์ฟาร์มได้อีก

เนื่องจากผลผลิตปลอดสารพิษเกษตรอินทรีย์มีความต้องการทางการตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งทางกลุ่มเรามีการจัดการแบบครบวงจร โดยเอาผลิตผลที่ได้บางส่วนมาแปลรูป เป็นผลิตภัณฑ์ บรรจุหีบห่อเป็นสินค้าส่งออกไปจำหน่ายต่อ ตามศูนย์โอทอปพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งตลาดรับซื้ออีกหลายแห่ง เนื่องจากผลผลิตมีคุณภาพได้รับการรับรองให้เป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษไม่ใช้สารเคมี โดยทางเรามีกระบวนการตรวจสอบผลิตผลที่กลุ่มสมาชิกนำมาส่งที่ศูนย์ มีคณะกรรมการ มีประทาน และมีการจัดการอย่างเป็นระบบ  ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 

ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

วันที่ 23 ธ.ค.67 ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด ( วัดโบสถ์เหรียญบาท ) ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านนับร้อยคนได้มารวมตัวคัดค้าน จากกรณีคณะสงฆ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีมติปลด พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อายุ 49 พรรษา เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด อำเภอทับสะแก หรือที่ชาวงบ้านรู้จัก “วัดอุโบสถ์เหรียญบาท” วัดชื่อดังของอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมี คำสั่ง เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง ถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ที่ ๒๘ / ๒๕๖๗ ตามที่เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ ๒๔ / ๒๕๖๗ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง ลงวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗ คณะกรรมการได้ตรวจสอบและสอบสวนหาข้อเท็จริงแล้ว และมีมติให้ถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง และได้รายงานผลการสอบสวนและมตินั้น เสนอเจ้าคณะตำบล และเจ้าคณะอำเภอพิจารณาวินิจฉัย เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบลพิจารณาวินิจฉัยแล้ว

เห็นชอบให้เสนอถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ บัดนี้ เจ้าคณะอำเภอได้รายงานเสนอพร้อมด้วยเอกสารผลการสอบสวน ขอให้เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่เสนอ อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ ๕๕ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ.)๒๕๔๑ ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ.๒๕๓๕ จึงถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ตำบล นาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

น.ส.อมรทิพย์ ภู่ระย้า แกนนำชาวบ้าน ชาว กทม.และเป็นโยมอุปถัมป์วัดบ้านทุ่งเคล็ด กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ได้เป็นประธานทอดกฐินเมื่อออกพรรษาที่ผ่านมา วันนี้พวกตนเองได้มาคัดค้านการปลดเจ้าอาวาสองค์เก่า (พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ )และคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จากการที่พระครูปลัดอาทิตย์ ถูกกล่าวหา ว่าชักปืนยิง / ไม่นำเงินวัดเข้าบัญชีวัด / และการถูกชาวบ้านร้องเรียนเรื่องยืมเงินญาติโยม /โดยเฉพาะเรื่องยืมเงินโยมในการก่อสร้างอุโบสถเหรียญบาท ซึ่งตามที่เคยตกลงกันทางวัดจะมีงานปิดทองฝังลูกนิมิต ถึงคืนเงินให้ โดยชาวบ้านคิดว่าการถูกปลดครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องผลประโยชย์ภายในวัด ซึ่งหลังจากสร้างโบสถ์เหรียญบาท ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก

///////////////////////////////

ทีมข่าวเฉพาะกิจ / จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือด เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต

แชร์เนื้อหานี้

ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือดบ้านใหญ่ชนกัน กองเชียร์กระหึ่ม!! สองฝั่งหน้าสถานที่รับสมัคร สลักจฤฎดิ์ เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต ส่วนผู้สมัครไปไม่สังกัดพรรค สู้ไม่ถอย กลุ่มชาติพันธุ์แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งองค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดรับสมัคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ณห้องคชสาร ศูนย์การเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย

ระหว่างวันที่23-27ธันวาคม67 ในวันดังกล่าวมีผู้สังเกตการรับสมัคร อาทิผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย นายชริทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายใจฯลฯบรรยากาศการรับสมัครเลือตั้งมีบรรดาผู้สมัคร สองขั้วการเมืองใหญ่ เดินทางมารอการรับสมัครเลือกตั้งทั้งส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ และมีกองเชียร์ผู้สนับสนุนเตรียมป้ายชูเบอร์หาเสียงและพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพื่อสวมอวยพรขัยให้กับผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุนมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า
หลังจากนั้นเวลา8โมงตรง

ทางกองการรับสมัครไดเรียกให้ผู้สมัครทั้งหมดเข้าห้องและอธิบายหลักเกณฑ์การรับสมัครให้ผู้สมัครทั่งในส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ การตรวจความพร้อมเอกสารการสมัคร โดยคณะกรรมการผู้รับสมัครได้เรียงลำดับการสมัครนายก อบจ.เป็นอันดับแรก ที่มีเข้าไปสมัคร วันแรกคือนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช สังกัดพรรคเพื่อไทย และนางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ ไม่สังกัดพรรคการเมือง ใส่เสื้อสีขาว คอชมพูประทับตรานก ทำได้ นั่งเตรียมความพร้อมเพื่อจะทำการจับฉลากหมายเลขประจำตัว เนื่องจากทั่งคู่มาพร้อมกันและไม่สารถตกลงกันได้จึงใช้วิธีจับฉลาก ผลของการจับฉลากปรากกว่านางอธิตาธร ได้เบอร์ นางสลักจฤฎดิ์ได้เบอร์ 2 จากนั้นทั้งคู่ได้เดินลงมายื่นใบสมัครตรวจหลักฐานการสมัครจนเสร็จสิ้นกระบวนการสมัคร

ในส่วนของส.อบจจำนวน36เขตเลือกตั้งมีสังกัดทีมเพื่อไทยครบ36เขต ส่วนสังกัดทีม นกทำได้ส่งครบ36เขตเช่นกัน นอกเหนือนั้นเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองใด มีทั้งพี่น้องชนเผ่าชาติพันธ์ุ ในบางเขตก็สามารถตกกันได้ส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถตกลงกันได้ คณะกรรมการรับสมัครใช้วิธีจับฉลาก2ครั้งเพื่อได้เบอร์และให้ยื่นหลักฐานการสมัครมีการเซ็นยินยอมตรวจประวัติคุณสมบัติผู้สมัครตามประกาศ ไม่ต้องเดินทางไปยังตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แต่หากกรอกเอกสารให้การเท็จก็จะมีโทษตามกฎหมายทันที มีอัตราโทษปรับสูง โดยทางคณะกรรมการรับสมัครจะประกาศรับรองหรือไม่รับรองผ่านเวปไซด์ ภายใน7วันหลังการรับสมัคร

บรรยากาศบริเวณภายนอกอาคารมีกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง ทั้งพรรคเพื่อไทยและ และฝั่งนก อธิตาธร ถือป้ายและพวงมาลัยรอสวมคอผู้สมัครนายกอบจ. และส.อบจ เสียงกึกก้องสนั่น ท่ามกลางการรักษาความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดารรับสมัครใช้เวลานานเรื่องจากกรรมการรับสมัครต้องตรวจหลักฐานฐานการรับสมัครอย่างละเอียดก่อนที่จะออกใบเสร็จรับเงิน จนทำให้ผู้สมัครบางที่มีโรคประตัวอาทิเช่นเบาหวานมีอาการกำเริบต้องมีการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ส่วนผูัสมัครนายกอบจ.นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไฟรัช หลังยื่นใบสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้เดินทางออกจากสถานที่รับสมัคร โดยมีมวลชนกลุ่มเสื้อแดงและประชาชนที่ให้กำลังใจชูป้ายเบอร์ 2 ดังสนั่น สนับสนุนส่งแรงเชียร์เป็นนายกอบจ.คนใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเพื่อไปตั้งขบวนแห่ป้ายหาเสียงจากที่ตั้งศูนย์อำนวยการพรรคเพื่อไทยสนามกีฬาฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด หน้าสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ในส่วนนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์หลังยื่นและตรวจหลักฐานการสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้พาผู้สมัครทั้งหมดออกจากห้องคชสารสถานที่รับสมัคร มีมวลชนยื่นถือป้ายและพวงมาลัยสวมคอ ยืนรอเรียงแถวยาวเหยียดส่งเสียง คำว่า”นกทำได้ “เบอร์ 1 ลั่นหน้าอาคารจากนั้นเดินทักทายกองเชียร์ที่มารอให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ส่วนสมาชิกว่าที่ส.อบจได้เดินตามออกไปทักทายมวลชนและกองเชียร์แต่ละเขตต่างสวมมาลัยดอกดาวเรืองถ่ายรูปจากนั้นได้ขึ้นรถแห่ป้ายออกจากสถานที่รับสมัครเข้าทักทายประชาชนในตัวเมืองเชียงรายไปสิ้นสุดที่ทำการศูนย์ประสานงานเลือกตั้งตำบลบ้านดู่หน้าปั้มปตท.ถนนเบี่ยง้หมืองเชียงราย

ผู้สื่ข่าวรายงานว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการต่อสู้อย่างรุนแรงเนื่องจากพรรคเพื่อไทยโดยพ่อใหญ่ทักษิณ ชินวัตรฝ่ายรัฐบาลจะลงไปปราศัยใหญ่ในพื้นที่เชียงราย ช่วยหาเสียงให้นางสลักจฎดิ์ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่เขตอำเภอเทิง ซึ่งเป็นฐานที่มั่น นางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ เบอร์1ท่ามกลางผู้คนนับหมื่น ส่วนฝั่งนางอธิตาธร ผู้สมัครเบอร์1 จะมีแผนแก้เกมส์ และกลยุทธหาเสียงเพื่อรักษาฐานที่มั่นในฐานะอดีตนายกอบจ.เชียงรายหมาดๆ

ส่วนทีมชุดสืบสวนสอบสวนสำนักคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดเชียงรายได้เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบการกระผิดกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้แล้วและนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้เข้าสังเกตุการณ์การรับสมัคร ได้กำชับให้ผู้อำนวยการ คณะกรรมการผู้รับสมัครเข้มงวด ผู้สมัครปฏิบัติตามกติกาเลือกตั้ง การเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมข่าวความคืบหน้าการเลือกตั้งครั้งนี้ก่อนที่จะมีการลงคะแนน ในวันที่1ก.พ.2568 ใครจะชนะเลือกตั้งเป็นนายก และส.อบจ. ชี้ชะตาจังหวัดเชียงราย จะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / ชิงนายกอบจ. และ ส.อบจ. วันแรกคึกคัก มีตัวแทน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย ส่งตัวแทนชิงเก้าอี้อย่างดุเดือด / องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 23 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายว่า ที่บริเวณโดมเอนกประสงค์ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ที่ กกต.ใช้เป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นวันรับสมัครวันแรก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของกองเชียร์และผู้สมัครมีมาเฝ้ารอตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ 07.30 น. ซึ่งก่อนถึงเวลารับสมัคร โดยทางคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งได้จัดเตรียมสถานที่ไว้อย่างเป็นระบบ จัดโซนผู้สมัคร ผู้ติดตามและกองเชียร์อย่างชัดเจน

นายวนาชาติ วงศ์พุทธา ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะ ผอ.การเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่คณะกรรมการ คอยรับสมัครและอำนวยความสะดวกให้กับผู้มารับสมัคร โดยในวันนี้มีผู้มาสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.จำนวน 3 คน โดยคนแรกเป็นว่าที่ร้อยตรีภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 พร้อมคณะผู้สมัคร สจ.จากกลุ่มเพื่อไทบึงกาฬ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย คนที่ 2 นายฉัตราวุฒ ทองสัมฤทธิ์ ในนามอิสระ คนที่ 3 นางแว่นฟ้า ทองศรี ดีกรีภริยา ดร.ทรงศรี ทองศรี รมช.มหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ(แชมป์เก่า) พร้อมคณะผู้สมัคร สจ.จากกลุ่มฅนบึงกาฬ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย

หลังจากนั้น ทางคณะกรรมการจึงได้ให้ตามเวลาลงทะเบียนการรับสมัคร รับเบอร์ผู้สมัครนายก อบจ. ผลปรากฏว่าการลงทะเบียน ว่าที่ร้อยตรีภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น กลุ่มเพื่อไทบึงกาฬ จากพรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 1 นายฉัตราวุฒ ทองสัมฤทธิ์ ได้เบอร์ 2 ในนามอิสระ นางแว่นฟ้า ทองศรี จากพรรคภูมิใจไทย ได้เบอร์ 3 จากนั้นคณะกรรมการได้ดำเนินการจับสลากผู้สมัคร สมาชิก อบจ.ในแต่ละเขต ทั้ง 24 เขตซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางกองเชียร์ที่เดินทางมาให้กำลังใจและมอบดอกไม้ พวงมาลัยคล้องคอ ผูกผ้าขาวม้า กันอย่างคึกคักให้กับผู้สมัครของตนที่มาสมัครและจับสลากเอาเบอร์

ส่วนพรรคประชาชน ส่งผู้สมัครแค่สมาชิก อบจ. 2 เขต มี ส.อบจ.เมืองบึงกาฬ เขต 1 และ ส.อบจ.เซกา เขต 3 เท่านั้น ด้านนายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า เชิญชวนประชาชนชาวบึงกาฬออกมาใช้สิทธิ์ ในครั้งนี้ให้มากๆ เลือกคนที่ท่านรักที่ท่านชอบ ช่วยบริหารท้องถิ่น พัฒนาบึงกาฬร่วมกัน และยืนยันว่า การเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. บึงกาฬ ด้วยความโปร่งใส และยุติธรรม

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

บึงกาฬ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2568

วันที่ 23 ธ.ค. เวลา 08.30 น. ที่ฐานปฏิบัติการ ร้อยอย.ฉก.ทพ.2108 บ.ภูสวาท ม.6 ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2568 มอบแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจกองกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่ จ.บึงกาฬ

โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พล.ต. สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ
พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พ.ต.อ.ธานินทร์ ผิวละเอียด
ผกก.บุ่งคล้า พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.อ. อินทราวุธ ทองคำ ผบ.ฉก.ทพ.21

พร้อมด้วยกำลังพล ร้อย.ฉก.ทพ.2108และหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ร่วมให้การต้อนรับ“หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่งานตามแนวชายแดน ทุกนาย”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานวันดินโลก ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage/ส.ส.ภูมิใจไทยนราฯ ส่งพี่ชายสู้ศึกนายก อบจ.หวังถล่มเก้าอี้กูเซ็ง และนายกเทศบาลเมืองนราที่พรรคกล้าธรรม

แชร์เนื้อหานี้

นราธิวาส จัดงานวันดินโลก ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage : ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9

วันนี้ (23 ธ.ค.67) นายสุชล แก้วเกาะสะบ้า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 เปิดงานวันดินโลก ประจำปี 2567 ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส โดยการจัดงานในปีนี้ (2567) เป็นครั้งที่ 10 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage : ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน”

เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานแห่งพระบรมราชนกนาถ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน และการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเผยแพร่ผลสำเร็จจากการพัฒนาของศูนย์ฯ พิกุลทอง ให้แก่ประชาชนสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติต่อตนเอง และชุมชน ให้ได้รับประโยชน์โดยสุขทั่วกัน

นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า วันดินโลก (World Soil Day) เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวง รัชกาลที่ 9 ต่อมาวันที่ 16 เมษายน 2556 กรรมการบริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีโครงการในพระราชดำริมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้ การจัดแสดงนิทรรศการ การให้บริการตรวจวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน สาธิตการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร/สินค้าแปรรูปของศูนย์ฯ การนั่งรถลากพ่วงชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต นอกจากนี้ยังมีการมอบสิ่งของสำหรับเกษตรพื้นที่ขยายผลของศูนย์ฯ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 55 ชุด ด้วย
/////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

ส.ส.ภูมิใจไทยนราฯส่งพี่ชายสู้ศึกนายก อบจ.หวังถล่มเก้าอี้กูเซ็งและนายกเทศบาลเมืองนราที่พรรคกล้าธรรม

รายงานข่าวความคืบหน้าการรับสมัครว่าที่นายก อบจ.นราธิวาส และสมาชิก อบจ.วันแรกในช่วงบ่าย จากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า ล่าสุดก่อนที่จะมีการปิดรับสมัคร ได้มี ดร.ซาการียา สะอิ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ได้นำตัวพี่ชายคือ นายอับดุลลักษณ์ สะอิ ซึ่งเป็นนักธุรกิจก่อสร้างติดอันดับของ จ.นราธิวาส ภายใต้ทีมเปลี่ยน ที่มีนายนัจมุดดีน อูมา ปธ.คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นหัวเรือใหญ่

เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.นราธิวาส เพียงตำแหน่งเดียว โดยที่ไม่มีสมาชิก อบจ.แต่อย่างใดซึ่งถือว่าเป็นคนที่ 2 ที่ได้ออกมาแสดงตัวต่อสู้ศึกการเลือกตั้งในครั้งอย่างชัดเจนอีก 1 คน นอกเหนือจากนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีต นายก อบจ.นราธิวาส 5 สมัย และนายไพซอล อาแว นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งถือว่าเป็นผู้สมัครนายก อบจ.นราธิวาส คนที่ 3 ได้แสดงความจำนงจะเดินทางมาสมัครในวัน 26 .ค.67 ที่จะถึงนี้ โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอนการลาออกจากตำแหน่ง

ทำให้การสู้ศึกในตำแหน่งนายก อบจ.นราธิวาส จากรายชื่อผู้สมัครทั้ง 3 คน เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณต้องรอการตัดสินการใช้กลเม็ดและกลยุทธในการหาเสียง เพื่อที่จะสามารถดึงหัวใจของประชาชน มาครอบครองให้มากที่สุดซึ่งนายอับดุลลักษณ์ แม้ลงเล่นการเมืองครั้งแรก แต่ถือว่ามีประสบการณ์ไม่ใช่น้อย เนื่องจากในช่วง ดร.ซาการียา น้องชายลงพื้นที่หาเสียงในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จึงถือว่าทั้ง 3 คน ที่ลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาส ในครั้งนี้ มีภาษีถือไพ่พอๆกัน คงต้องรอคะแนนเสียงความพอใจของประชาชนในวันที่ 1 ก.พ.68 เป็นผู้ตัดสิน
///////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส