สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป่าเดือด ! สจป3 แพร่ “สั่งให้” ผอ.ส่วนป้องกันฯ นำทีม ชป.พิเศษป่าไม้ สจป.3 ตรวจยึดไม้ชิงชันแปรรูปและไม้ประดู่แปรรูป พท.เขตรอยต่อแพร่-น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 มีนาคม 2569 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ อำนวยการโดย
นายธนรัตน์ แปงใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ โดยมี นายเสน่ห์ แสนมูล ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า

นำกำลังลงพื้นที่เกิดเหตุ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. 3 สาขาแพร่ ทีมี นายสุวิทย์ ฟูคำ เป็นหัวหน้าชุดฯ สนธิกำลังกับ -เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ -เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.13(น้ำสา)-เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.15(นาสา)-เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบที่ 3 ภาคเหนือ -เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดศปทส.ภาค 5-เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้ร่วมกันตรวจยึดไม้ของกลาง

สำหรับของกลางมีดังนี้ 1.ไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 5 ผ/ล ปริมาตร 0.542 ลบ.ม. คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นจำนวนเงิน 162,600 – บาท 2. ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 8 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.954ลบ.ม. คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นจำนวนเงิน 136,780.- บาท

3.ไม้ประดู่ท่อน จำนวน 17 ท่อน ปริมาตร 7.41 ลบ.ม.
คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นจำนวนเงิน 259,360.-บาท สำหรับไม้ของกลางได้มอบหมายให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.13(น้ำสา)เก็บรักษาตามระเบียบต่อไป

เหตุเกิดบริเวณป่าห้วยแม่กุ่ม ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำสาและป่าแม่สาครฝั่งซ้าย ท้องที่บ้านภักดีธรรม หมู่ที่ 7 ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่านเป็นพื้นที่รอยต่อจังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน

นายเสน่ห์ แสนมูล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ที่กำชับให้เพิ่มความ

เข้มข้นในการสกัดกั้นและตัดวงจรขบวนการค้าไม้ข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไม้มีค่าหายากที่มักถูกลักลอบส่งออก และจะเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดในขบวนการนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รักษ์มุกดาหาร ร้อง ป.ป.ง. จี้สอบ เงิน “นายทุน-จนท.รัฐ” ปมรถบรรทุกสินค้าหนีภาษี หลุดด่านพรมแดน มุกดาหารหรือไม่

แชร์เนื้อหานี้

รักษ์มุกดาหาร ร้อง ป.ป.ง. จี้สอบเส้นทางการเงิน “นายทุน-จนท.รัฐ” ปมรถบรรทุกสินค้าหนีภาษี หลุดด่านพรมแดนมุกดาหารหรือไม่ แฉพฤติกรรมอาจเข้าข่ายรวมหัวกันเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ย้ำต้องขุดรากถอนโคน ยึดทรัพย์และดำเนินคดีฟอกเงินถึงที่สุด อย่าปล่อยให้คนโกง-ทุจริตลอยนวล เสวยสุขบนความเสียหายของเศรษฐกิจไทย – ชี้เจ้าหน้าที่ต้องไม่จับแต่คนขับรถดำเนินคดีดังเช่นที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า ชมรมได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ป.ป.ง.) เพื่อขอให้สืบสวนเส้นทางการเงิน ตรวจสอบทรัพย์สิน และขยายผลดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และหลีกเลี่ยงศุลกากรข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง

ร.ต.ต.สุเทียน ระบุว่าจากกรณีตำรวจทางหลวงจับกุมรถบรรทุก 10 ล้อ ขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แบรนด์ดังระดับโลก (Nike, Adidas, Patagonia, Calvin Klein) เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา พฤติการณ์ดังกล่าวไม่ใช่แค่การกระทำของคนขับรถระดับล่าง แต่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายศุลกากร ทรัพย์สินทางปัญญา และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งล้วนเป็น “ความผิดมูลฐาน” ตามมาตรา 3 แห่ง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

โดยในการยื่นร้องเรียนครั้งนี้ ประธานชมรมรักษ์มุกดาหารได้ยื่นข้อเสนอให้ ป.ป.ง. ดำเนินการเชิงลึก คือ ขอให้ตรวจสอบธุรกรรมและเส้นทางการโอนเงินของคนขับรถ ขยายผลไปยังผู้จ้างวาน บริษัทผู้รับขนส่ง (Logistics) และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อหาตัวนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง, ขอให้ ป.ป.ง. บูรณาการข้อมูลกับกรมศุลกากรและตำรวจ เพื่อเรียกดูรายการเดินรถ (Truck Manifest), รายการสำแดงสินค้า (Customs Declaration), ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) หน้าด่าน และรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจปล่อยรถในช่วงวันเกิดเหตุ

หากพบพฤติการณ์เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เอื้อประโยชน์ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ให้ตรวจสอบทรัพย์สินและธุรกรรมของเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวว่ามีรายได้ผิดปกติที่เข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่ร.ต.ต.สุเทียน ทิ้งท้ายอย่างดุดันว่า การปล่อยให้คดีนี้สิ้นสุดเพียงการจับกุมผู้ขับขี่ระดับล่าง เท่ากับเป็นการปล่อยให้เครือข่ายอาชญากรรมยังคงสูบเลือดจากระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป จึงขอให้ ป.ป.ง. เร่งพิจารณาสั่งการเชิงรุกเพื่อรื้อถอนโครงสร้างเครือข่ายนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตให้หมดสิ้นไป

ชมรมรักษ์มุกดาหาร #ปปง #ฟอกเงิน #สินค้าหนีภาษี #แบรนด์เนมปลอม #ด่านพรมแดนมุกดาหาร #เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง #ปลัดกระทรวงการคลัง #อธิบดีกรมศุลกากร #สำนักงานศุลกากรภาคที่2 #ปราบปรามทุจริต #ตรวจสอบทรัพย์สิน #ข่าวอาชญากรรม #เศรษฐกิจไทย #ข่าววันนี้ #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหารแถลงข่าว แก๊งยานรกใช้เรือหาปลาพรางขนยาบ้า 1 แสนเม็ดข้ามโขง นักบินหนีรอดหวุดหวิด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่สถานีเรือมุกดาหาร น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ หัวหน้ายุทธการและการข่าว หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม พร้อมด้วย นายนที พรหมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และ พ.ต.อ.หญิง อมรรัตน์ บัวศรี นวท.(สบ 4) พฐ.จว.มุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 100,000 เม็ด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ร.ท.วรภัทร วงศ์กันยา ผู้ควบคุมเรือสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณชุมชนอนุรักษ์บำรุง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือหางยาวลักษณะคล้ายเรือประมง แล่นออกจากท่าเรือวัดห้วยแข้ ภายในมีบุคคล 2 คน คือคนขับเรือ 1 คน และผู้โดยสารอีก 1 คน มีพฤติกรรมน่าสงสัย มุ่งหน้าไปยังฝั่งนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

เรือลำดังกล่าวได้จอดบริเวณหัวดอนกลางแม่น้ำโขง ก่อนเคลื่อนเข้าเทียบท่าฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยพบชายฉกรรจ์ประมาณ 3 คน นำกล่องกระดาษต้องสงสัยมาส่งให้ในลักษณะนัดหมายรับส่งยาเสพติด

ภายหลังรับของ เรือได้แล่นกลับเข้าฝั่งไทย โดยระหว่างทาง ผู้โดยสารได้ใช้วิธีพรางตัวนอนราบไปกับลำเรือ ทำให้ภายนอกดูเหมือนมีเพียงคนขับเรือหาปลาเพียงคนเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

เมื่อเรือเข้ามาถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้ลานออกกำลังกายเทศบาลเมืองมุกดาหาร ผู้โดยสารได้รีบยกกล่องกระดาษขึ้นฝั่ง ขณะที่คนขับเรือรีบแล่นเรือกลับทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายคนดังกล่าวได้ทิ้งกล่องและวิ่งหลบหนีไป อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบภายในกล่อง พบยาบ้าบรรจุในห่อกระดาษไขประทับอักษร “Y1” สีน้ำเงิน จำนวน 16 แพ็ค รวม 96,000 เม็ด และยาบ้าในห่อขนาดเล็กอีก 4,000 เม็ด รวมของกลางทั้งสิ้น 100,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดี และเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ยาบ้า​ #ยาเสพติด​ #มุกดาหาร​ #แม่น้ำโขง​ #จับยาเสพติด​ #ข่าวอาชญากรรม​ #ขบวนการข้ามชาติ​ #ลอบขนยา​ #นรข​ #ข่าววันนี้​ #CIAThailand​ #สำนักข่าวCIAประเทศไทย​ #กองทัพเรือ​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิจิตรเปิดงาน “พิจิตรพิสดาร” ยกทัพสินค้าเกษตร-OTOP บุกกรุง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. นางธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานเปิดงาน “พิจิตรพิสดาร…มองพิจิตรใหม่ ให้ไกลกว่าเดิม” ณ เจเจ มอลล์ โดยนำสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพจากท้องถิ่น มาจัดแสดงและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในเมืองหลวง

ระหว่างวันที่ 1 – 5 เมษายน 2569 เวลา 10.00 – 19.00 น.ภายในงานมี นายเอกวุฒิ ชุมวรฐายี พาณิชย์จังหวัดพิจิตร พร้อม นางสาวสุริยา ปิ่นปาน พาณิชย์สมุทรปราการ นายนิมิตร ฆังคะจิตรพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี นายวิสูตร โพธิ์ศรีประธาน Biz cub พิจิตร พัฒนาชุมชนพอจิตร

หอการค้าพิจิตร เกษตรพิจิตร องค์กรภาคีเครือค่ายภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก งานครั้งนี้รวบรวมผู้ประกอบการกว่า 40 ร้านค้า นำเสนอสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด อาทิ ข้าว ส้มโอ มะม่วง รวมถึงสินค้าแปรรูปคุณภาพ สินค้า OTOP และ CPOT ระดับพรีเมียม ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างโดดเด่น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง กิจกรรมส่งเสริมการขาย “ลุ้นรับโชค” ชิงรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าและของรางวัลอีกมากมาย พร้อมทั้งการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า และขยายช่องทางการตลาดสู่ยุคดิจิทัล

การจัดงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์จังหวัด “เมืองเกษตรดี สิ่งแวดล้อมดี สังคมและคุณภาพชีวิตดี”

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรย้ำว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นการปรับภาพลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร สู่การเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ควบคู่กับการสร้างความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ นำทีมแถลง 9 มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งปีนี้ ยืนยัน ประชาชนมีน้ำเล่นสงกรานต์ และมีน้ำใช้เพียงพอตลอดหน้าแล้ง

แชร์เนื้อหานี้

1 เม.ย.69 เวลา 09.30 น.ที่ห้องโยธิน โรงแรมหาดทอง อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานสรุปผลการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 มีหัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.ประจวบฯ ร่วมรายงานผลการดำเนินงานด้านต่างๆนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาร่วมกัน แถลงข่าวถึงสถานการณ์น้ำและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และมั่นใจว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

จากการติดตามสถานการณ์น้ำของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของจังหวัด อยู่ที่ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงปลายหน้าแล้งที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคการเกษตร ทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โครงการชลประทานจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานเกษตรจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ขอยืนยันว่า ประชาชนจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และปีนี้มีน้ำเล่นสงกรานต์แน่นอน อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชน ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพราะน้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว หากประชาชนในพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

สำหรับผลการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 ของ จ.ประจวบฯ มีหลายด้าน ได้แก่

  1. การบริหารจัดการน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการสำรวจความต้องการใช้น้ำ และน้ำที่มีอยู่ ทั้งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา น้ำผิวดิน น้ำบาดาล สำหรับประชาชนนอกเขตการประปา
  2. การขุดลอกแหล่งน้ำและปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
    แหล่งน้ำในเขตการรถไฟฯ เช่น ที่ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ตำบลห้วยทราย ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบฯ ตำบลบางสะพานน้อย อำเภอบางสะพานน้อย เป็นต้น การปรับปรุงแหล่งน้ำต้นน้ำ เช่น ห้วยน้ำโจน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลองบึง รวมถึงการดำเนินงานอื่น ๆ เช่น การปรับปรุงฝายต้นน้ำ และร่องน้ำต่าง ๆ
  1. การติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยได้มีการติดตั้งเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล ช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีความจำเป็นในการบริหารจัดการน้ำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    4.การเตรียมรถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตประปา เป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยตรง มีการจัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำในพื้นที่ที่ขาดแคลนอย่างทันท่วงที โดยมีการปฏิบัติการส่งน้ำให้ประชาชนนอกเขตประปาในพื้นที่ชุมชน โดยรถบรรทุกน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรถบรรทุกน้ำของส่วนราชการ เช่น ของกรม ปภ. ของหน่วยทหารกองบิน 5 กรมชลประทาน กรมทางหลวง เป็นต้น โดยน้ำที่นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในการอุปโภค – บริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ สนับสนุนน้ำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
    5.การติดตั้งถังสำรองน้ำชุมชนในหมู่บ้านที่อยู่นอกเขตประปา โดยได้มีการมอบถังน้ำใหม่ให้ รวมไปถึงให้ชุมชนทำความสะอาด ซ่อมสร้างถังน้ำเก่าที่มีอยู่ และเติมน้ำโดย อปท. และส่วนราชการ ตามแผนของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
  2. เตรียมพร้อมกำลังพลให้สามารถตอบสนองได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ โดย อปท. อำเภอ และกองอำนวยการ ปภ.จังหวัด ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเพียงพอ
  1. ดูแลภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ สนับสนุนพืชที่ใช้น้ำน้อยเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำ และเผยแพร่ความรู้การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในระดับแปลง
  2. รณรงค์ให้ประหยัดน้ำทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ
  3. จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมี สำนักงาน ปภ.จังหวัด เป็นเลขานุการ และหน่วยงานกลางในการประสานงานการปฏิบัติ และร่วมกับทุกภาคส่วน
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.นาหูกวาง เตรียมจัดงานสงกรานต์ “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี” (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี “(Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิษฎา เสาวรส ผอ.ททท.สำนักงาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายชัยนรินทร์ นิลธนาเกียรติ นายวสุ โชคกิจการ นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกอบต.นาหูกวาง พร้อม คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานอบต.แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

ภายใต้แนวคิดการเนรมิตพื้นที่ชายหาดให้กลายเป็นโลกแห่งแสงไฟยามค่ำคืน ผสมผสานศิลปะแสง สี เสียง กับอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัสดุรีไซเคิล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ปลุกชีวิตใหม่ให้หาดแหลมกุ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2569 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประระจวบคีรีขันธ์

ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศ “โลกใต้ท้องทะเลแห่งแสงสี” ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และมีชีวิตชีวา พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน 1. อุโมงค์ไฟสุดตระการตา (Light Tunnel) เปิดประสบการณ์แรกแห่งความประทับใจ ด้วยอุโมงค์ไฟ “THE DEEP BLUE PORTAL”

ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งแสงสีสุดแฟนตาซี 2. จุดถ่ายภาพเรืองแสง (Glowing Reef )ประติมากรรมแสงรูปสัตว์ทะเล ปะการัง และงานศิลปะ UV Glow สุดอลังการ จุดเช็คอินห้ามพลาด 3.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ (Exhibition) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉายภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร, พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ 4. ตลาดชุมชน SEA-CRET MARKET รวมของดี ของเด่น

อาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้าน และสินค้า OTOP จากชุมชน 5.เวทีการแสดง PEARL STAGE ชมพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมการแสดงดนตรี โชว์แสงไฟ และการแสดงสร้างสรรค์ในบรรยากาศริมทะเล เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ เทศกาลแสงสีริมทะเลสุดตระการตา

////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

นายก “นาตาลี” ลุยงานทันที หลังเข้ารับตำแหน่ง นายกเทศบาลตำบลทับสะแก ช่วยชาวบ้านประสบปัญหาน้ำอุปโภค ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายสุทิน ตั้งเขาทอง รองนายกเทศบาลฯ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน

ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหา จากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค และสำรวจ หาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยมีผู้ประสบปัญหาน้ำอุปโภค จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แต่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ในเขตเทศบาล โดยนำรถน้ำออกให้บริการชาวบ้าน ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

สำหรับ นางสาวปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก เป็นนายกหญิงคนแรกของเทศบาลตำบลทับสะแก ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลทับสะแก เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 14 ) พ.ศ.2562 มาตรา 48 ทศ วรรคแรก

กำหนดว่า ก่อนนายกเทศมนตรีเข้ารับหน้าที่ให้ประธานสภาเทศบาลเรียกประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติ ทั้งนี้ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลทับสะแก (ชั้น 2 )
////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานวันสถาปนา กระทรวงศึกษาธิการ ครบ 134 ปี มุ่งยกระดับการศึกษาไทยสู่อนาคต

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่หอประชุมศรีบึงกาฬ โรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา กระทรวง

ศึกษาธิการ ครบรอบ 134 ปี 1 เมษายน 2569 เพื่อรำลึกถึงบทบาทสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาการศึกษาไทย พร้อมขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษาในระดับพื้นที่

โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานมีการประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล การกล่าวสดุดีถึงความสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนการมอบนโยบายและแนวทาง

การขับเคลื่อนการศึกษาของจังหวัด เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และศักยภาพที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษาและยกระดับทรัพยากรมนุษย์ของจังหวัดบึงกาฬ ให้มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326