เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งสมรภูมิโคราชเดือด “บุญจง ภูมิใจไทย” หวังกวาดที่นั่ง สส. โคราช

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอหนองบุนมาก จ.นครราชสีมา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเลือกตั้งสมัยหน้าที่จะมาถึงนี้ พรรคภูมิใจไทย หวังว่าที่นั่งในพื้นที่โคราชเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

พร้อมทั้งได้เตรียมตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่ดีมีคุณภาพเอาไว้พร้อมแล้ว เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนในนามพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่อำเภอหนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะกำนันผู้ใหญ่บ้าน กว่า 400 คน

ให้แนวทางนโยบายโครงการคนละครึ่ง ตามนโยบายรัฐบาล ยุคนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบโครงการคนละครึ่งคนละ 2,000 บาทให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้ให้ความรู้ความเข้าใจ

ให้กับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เป็นตัวแทนไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอหนองบุญมาก ที่จะได้เงินคนละครึ่ง เพื่อเป็นเงินช่วยเหลืือรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยังกล่าวต่อไปว่ารัฐบาลชุดนี้มีเวลาทำงานได้เพียง 4 เดือน หรือ120 วันก็จะทำการยุบสภา และ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตนเองในฐานะอดีต สส.นครราชสีมา และ สังกัดพรรคภูมิใจไทย คงอาสาพี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองบุญมาก

เพื่อให้สนับสนุนตนอีกครั้ง และขณะนี้มีผู้ประสงค์เข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พร้อมส่งลงเลือกตั้ง สส.นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต มีความคาดหวังว่าพรรคภูมิใจไทย จะสามารถกวาด สส.นครราชสีมาเข้ามาได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และจะพัฒนาโคราชให้เจริญเติบโตต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี ร่วมพิธีวันพระราชทานธงชาติไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 29 ก.ย.68 เวลา 08.00 น. ณ ที่หน้าว่าการอำเภอโคกสำโรง
นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธี พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง

พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.ฯ พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส.)ฯ พร้อมข้าราชการ
ตำรวจ ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน 2568

28 กันยายน วันพระราชทานธงชาติไทย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ในพุทธศักราช 2460 เนื่องจากในสมัยนั้นไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งส่วนใหญ่ธงจะมีสามสี ธงชาติไทยในสมัยนั้นจึงเป็นรูปสี่เหลี่ยมรี ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน

มีแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 3 ของขนาดกว้างแห่งธงอยู่กลาง มีแถบขาวกว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 6 ของขนาดความกว้างแห่งธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่าแถบขาวประกอบชั้นนอกอีกข้างละแถบ และเรียกธงนี้ว่า “ธงไตรรงค์” และทรงกำหนดความหมายของสีธงชาติไว้ว่า สีแดง หมายถึง ชาติ คือประชาชน สีขาว หมายถึง ศาสนา

และสีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ซึ่งธงไตรรงค์ หรือธงชาติไทย ถือเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติเป็นสิ่งเตือนใจให้อนุชนได้รำลึกถึงการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษเพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดิน และร้อยดวงใจคนทั้งชาติให้เป็นหนึ่ง หล่อหลอมความรักสามัคคี สร้างเสริมความภูมิใจในความเป็นชาติ ก่อเกิดเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทยให้วัฒนาสถาพร

คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 ได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) และเริ่มในวันที่ 28 กันยายน 2560 เป็นวันแรก

(โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ) รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติและเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย

และวันที่ 28 กันยายน 2563 นับเป็นวันครบรอบ 103 ปีของการพระราชทานธงชาติไทย สำหรับประเทศไทยนั้นถือเป็นประเทศที่ 54 ของโลก ที่มีวันธงชาติ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เทศกาลหนัง 3 วัย” เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนตร์ ณ วัดใหญ่ท่าเสา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่ 29 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดใหญ่ท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลหนัง 3 วัย : เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนตร์ (งานวัดกลางเมืองอุตรดิตถ์)

โดยมีนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงาน และนาย เฉลิมพงษ์ เรือนเย็น ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงการสนับสนุนงบประมาณ พร้อมด้วยผู้บริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และห้างหุ้นส่วนจำกัด ดัมมี่ ไอเดีย

โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเทศกาลหนัง 3 วัย เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนต์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
    ให้ผู้ชมทุกช่วงวัยได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำความเข้าใจมุมมองที่แตกต่างกัน
  2. ส่งเสริมการชมภาพยนตร์คุณภาพ :
    คัดสรรภาพยนตร์หลากหลายแนว ทั้งภาพยนตร์คลาสสิกภาพยนตร์ร่วมสมัย ภาพยนตร์จากต่างประเทศและภาพยนตร์ไทย ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์และส่งเสริมคุณค่าทาสังคม
  3. กระตุ้นการสร้างสรรค์และวิพากษ์วิจารณ์ : ส่งเสริมให้ผู้ชม โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การวิพากษ์วิจารณ์ และการนำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์
  4. สร้างความบันเทิงและสันทนาการ :
    จัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนานควบคู่ไปกับการฉายภาพยนตร์เพื่อให้เทศกาลเป็นแหล่งรวมตัวของคนรัหนัง
  5. เชื่อมโยงชุมชน : ส่งเสริมความร่วมมีอระหว่างภาคส่วนต่างๆในการจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของชุมชน
    กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
  6. การฉายภาพยนตร์ 3 วัย
  7. กิจกรรม SHOWCASE
    ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์
  8. การประกวดคอสเพลย์ตัวละครจากภาพยนตร์และการจัดทำโปสเตอร์หนัง
  9. การเสวนาเกี่ยวภาพยนตร์
    เวิร์คช็อปการสร้างภาพยนตร์เบื้องต้น
    และการเล่าเรื่องจากภาพยนตร์
  10. การจัดนิทรรศการโปสเตอร์ภาพยนตร์ย้อนยุค และอุกรณ์เกี่ยวกับ
    การสร้างภาพยนตร์
  11. การแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีประกอบภาพยนตร์
  12. กิจกรรมการออกร้านค้าของเครือข่ายทางวัฒนธรรม ในจังหวัดอุตรดิตถ์
  13. กิจกรรมแนะนำพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การฉายภาพยนตร์ 3 วัย การประกวดคอสเพลย์และการทำโปสเตอร์หนัง เวิร์กช็อปการสร้างภาพยนตร์และการเสวนา การแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีประกอบภาพยนตร์ นิทรรศการโปสเตอร์ภาพยนตร์ย้อนยุคและอุปกรณ์ถ่ายทำ

งาน “เทศกาลหนัง 3 วัย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 ณ วัดใหญ่ท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็น Soft Power เชื่อมโยงทุกช่วงวัย และสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศ

ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคัดเลือกครอบครัวส่งเสริมคุณธรรม วัยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดพิธีทอดผ้าป่า และมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 08.00 น. ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ รับมอบเงินจำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)

เพื่อดำเนินโครงการคัดเลือกครอบครัวส่งเสริมคุณธรรมในวัยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

โดย คุณมีนา ศุภวิวรรธน์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ

ณ ห้องรับรอง ห้องพลังไทย 1 อาคาร 1 ชั้น 3 สำนักงานใหญ่ ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต จตุจักร กรุงเทพฯ

บุญของท่านสำเร็จแล้ว! สาธุๆๆ! ✨ทอดผ้าป่ากับหลวงปู่คลาด ครุธัมโม 2 กองบุญใหญ่ เพื่อการกุศลอันยิ่งใหญ่ ส่งเสริมพุทธศาสนา และช่วยเหลือชีวิต 🕊️
​🟡 ซ่อมแซมเสนาสนะวัดป่าบ้านใหม่
​🤝 ร่วมสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม

​📅 วันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 มูลนิธิพุทธภูมิธรรม จัดพิธีทอดผ้าป่า และมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม ได้เป็นตัวแทนท่านใส่บาตร, ถวายภัตตาหาร, ถวายพระพุทธรูป, ผ้าไตรจีวร, สังฆทาน แด่ หลวงปู่คลาด ครุธัมโม และคณะสงฆ์ วัดป่าบ้านใหม่ จ.อุดรธานีเพื่อร่วมบุญกับวัดป่าบ้านใหม่และสมทบทุน

การดำเนินงานสาธารณกุศลของ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม โดย:
​😇 ถวายผ้าป่า ซ่อมแซมเสนาสนะวัดป่าบ้านใหม่ 50,540 บาท
​🌍 ร่วมสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม เพื่อขับเคลื่อนสาธารณกุศล 30,000 บาท

พร้อมรายชื่อผู้ร่วมบุญ ซึ่งหลวงปู่คลาด ครุธัมโม เมตตาอำนวยอวยพรทุกท่าน และแสดงธรรม พร้อมเจิมป้ายเปิดศูนย์อำนวยการ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคล
​โดยมี ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ประธานมูลนิธิฯ เลขานุการมูลนิธิฯ และคณะทำงาน ตลอดจนกลุ่มบุญภาคีเครือข่าย ร่วมถวายผ้าป่า

​📍 ณ ศูนย์อำนวยการมูลนิธิพุทธภูมิธรรม
ซอยพหลโยธิน 48 แยก 17/1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

กราบอนุโมทนาสาธุบุญกับทุกๆท่านที่ร่วมบุญ และนำบุญฝากกัลยาณมิตรทุกๆท่าน สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ 🙏

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.ไร้รอยต่อ ส่งมอบหน้าที่ “ช้างศึก 1”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีพิธีรับ – ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

โดย พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด.ให้แก่ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็น ผบช.ตชด.คนใหม่

โดยมีพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ ส่งมอบธงประจำตำแหน่ง และแสดงมุทิตาจิตแก่ พล.ต.ท.นิตินัย และ คุณสุวรรณยา หลังยา

หน่าย ประธานชมรมแม่บ้าน ตชด. โดยมี รอง ผบช.ตชด., ผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมพิธี

ตํารวจตระเวนชายแดน///ภาพ/ข่าว ร.ต.ท.พุทธกาล ไชยบุบผา ////เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สภ.เมืองชุมพร และ ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงาน ผบก.ภ.จว.ชุมพร จัดงานแด่ข้าราชการตำรวจ ที่เกษียณ สายสัมพันธ์ไม่สิ้นสุด สุภาพบุรุษ เมืองชุมพร ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 วันที่ 30 กันยายน 2568 พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานร่วมแสดงมุทิตาจิตแด่ ข้าราชการตำรวจ สภ.เมือง

ชุมพร ที่เกษียณอายุราชการ และเข้าโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร

นายธนากร โกศลเมธี กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง

สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สว.ฝอ.ภ.จว.ชุมพร/ปฏิบัติหน้าที่สวป.ฯ พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สวป.สภ.เมืองชุมพร/ปฏิบัติหน้าที่ด้านงานสืบสวน พ.ต.ต.ประคอง แก้วประสม สวป.(ชส.)สภ.เมืองชุมพร

และข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมเป็นเกียรติในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมชั้น 4 และบริเวณลานหน้าอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร รายชื่อข้าราชการตำรวจเกษียน ที่ร่วมงาน 1 ร.ต.อ. สุไลมานง มะยี่แต นางกัลยา มะยีแต 2

ร.ต.อ..เพิ่มยศ มังคละเสถียร นางสุภาจรรณ 3 ร.ต.อ. ภิญโญ พรหมเรือง 4 ร.ต.อ .มโน นาควิเธียร 5 ร.ต.อ. สุเมธ สุพรรณธนพงษ์ 6 ร.ต.อ ทนงศักดิ์ ภู่ขันเงิน นางลักษพร 7 ร.ต.ท.ศุภภณ แสงสุริย์ 8 ร.ต.อ. มาโนช กาลพัฒน์ นาง สุชาดา

กำลังพลร่วมพิธีไหว้พระภูมิเจ้าที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ หน้าศาลภูมิ และอนุสาวรีย์ ส.ต.ท.เต็ม ศรีสุวรรณ หลังจากนั้น ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป ณ หน้า สภ.เมืองชุมพร ร่วมกันรับฟังพระธรรมเทศนา และรับพร พร้อมวัตถุมงคล จากเจ้าอาวาสวัดดอนทรายแก้ว ณ ห้องประชุมชั้น 4 สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี มอบรางวัล และของที่ระลึก แก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการประจำปี 2568 และมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจดีเด่นประจำปี 2568 หลังจาดเสร็จพิธีอำลาเกษียณอายุราชการตำรวจ เข้าร่วมกันรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน

ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 30 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน จาก พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ภ.จว.ชุมพร ในวันที่ 29 ก.ย.68 เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร และคุณดรุณี โพธิ์ศรี ประธานแม่บ้านตำรวจ เดินทางมาทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร

และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ส่งมอบธงนายพลตำรวจ และธงราชเดช ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร

ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงวันที่ 21 มีนาคมพ.ศ. 2568 แจ้งรายชื่อข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรที่มีมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณพุทธศักราช 2568 จำนวน 43 นาย

และโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลรุ่นที่ 27 มีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมโครงการ 11 นายมีผลทั้งนี้ตั้งแต่วันที่หนึ่งตุลาคมพ.ศ. 2568 รวมมีข้าราชการตำรวจที่จะต้องพ้นจากราชการ 54 นายโดยมีข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการและผู้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลมาร่วม

ในวันนี้ 28 นายและคู่สมรส 17 ราย รวมทั้งหมด 45 รายจากกันจัดงานให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการและผู้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลของตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร

มีการดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปีวัดวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการขอบคุณทุกๆท่านที่ได้ปฏิบัติงานมาเป็นระยะเวลานานจนกระทั่งครบเกษียณอายุราชการนับเป็นผู้มีความ

แข็งแกร่งมีความมานะบากบั่นและปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยซึ่งสมควรได้รับการยกย่องและถือเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับราชการตำรวจที่ยังรับราชการอยู่สืบไป

จากนั้น พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร และเริ่มพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

และมอบธงพิทักษ์สันติราษฎร์ ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ร่วมร้องเพลงมาร์ช ตำรวจและร่วมถ่ายรูปที่ระลึก โดยมี พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร,

พ.ต.อ.วิทย์ทวี ภริตานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร, หน.สภ.ในสังกัด, ข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมพิธี ณ ลานที่ทำการ ภ.จว.ชุมพร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ธี่หยด 3” กาล่าพรีเมียร์สุดยิ่งใหญ่!!!เปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ 2568 ก่อนสะพรึงเต็มตา 1 ตุลาคมนี้

แชร์เนื้อหานี้

สมศักดิ์ศรีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จาก ช่อง 3 และ M Studio เมื่อ “ธี่หยด 3” ได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาล (opening film) ของงาน Bangkok Internationnal Film Festival 2025 (BKKIFF 2025) โดยจัดฉายรอบกาล่าพรีเมียร์สุดอลังการ ณ THE PINNACLE HALL ICONSIAM

งานนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก นำทีมโดยผู้บริหารและทีมสร้าง ได้แก่ คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่ม บมจ.บีอีซี เวิลด์, คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M Studio ผู้อำนวยการสร้าง , ผู้กำกับภาพยนตร์ แป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, ต้อม-ธนเดช ประดิษฐ์ และผู้เขียนบท สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์

พร้อมด้วยทัพนักแสดงอย่างคับคั่ง อาทิ ณเดชน์ คูกิมิยะ, เดนิส เจลีลชา, นีน่า ณัฐชา, จูเนียร์ กาจบัณฑิต, เฟรนด์ พีระกฤตย์, มิ้ม รัตนวดี, แฉะ องอาจ, แพรว เฌอมาวีร์, แก๊ป จักริน, ออม มานิตา, เพียว ดวงใจ, โซเฟีย ทิพปภา และ น้ำมนต์ พัสมนตร์ ที่ร่วมเดินพรมแดงสุดอลังการ เรียกเสียงฮือฮาจากแฟน ๆ ได้อย่างล้นหลาม

ภายในงานยังมีไฮไลต์พิเศษของค่ำคืนคือการแสดงสดจากวงร็อกชื่อดัง Bodyslam ที่มอบบทเพลง “คิดถึง” ถ่ายทอดความรู้สึกของ “พี่ยักษ์” (ณเดชน์ คูกิมิยะ) และเพลงฮิต “แสงสุดท้าย” ก่อนเชิญทีมงานและนักแสดงจากภาพยนตร์ “ธี่หยด 3” มาร่วมพูดคุย กับการเผชิญหน้าสู่บทสรุปสุดท้าย… ที่มีความสยองยิ่งกว่าครั้งไหน เพราะผีร้ายกำลังกลับมาเอาคืน! สร้างบรรยากาศเข้มข้นและประทับใจก่อนร่วมรับชมภาพยนตร์ไปพร้อมกัน

เรื่องย่อ หลังจากเหตุการณ์ร้ายผ่านไป ครอบครัวตัว ย. ได้กลับมามีชีวิตปกติสุขอีกครั้ง “ยักษ์” เริ่มนึกถึงการกลับไปทำในสิ่งที่ตนเองรัก คือการเป็นทหาร แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ “ยี่” น้องสาวคนเล็กของบ้าน โดนจับตัวไปโดยพวกผีที่ยักษ์ไม่เคยพบเจอมาก่อน ครั้งนี้ ยักษ์และจ่าปพันธ์ต้องรีบออกเดินทางตามหายี่กลับมา

ก่อนที่เรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้น แต่การเดินทางครั้งใหม่นี้จะพาพวกเขาไปเจอกับจุดเริ่มต้นของความสยองเกินคาดเดา ผ่านหนทางสุดลึกลับและอันตรายกว่าที่เคย! ธี่หยด 3 | 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสความสยองเต็มรูปแบบ ทั้งระบบปกติ , ระบบเสียง IMAX ด้วยสัดส่วนภาพ IMAX 1.9:1 เต็มจอตลอดเรื่อง พร้อมด้วยระบบเสียง IMAX 12-Channel Sound และ DOLBY ATMOS

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวประเพณีแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานฯและพิธีสู่ขวัญเรือ ประจำปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ได้จัดงานแถลงข่าวและพิธีสู่ขวัญเรือ เพื่อเตรียมการจัดงานประเพณีแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดน่าน ประจำปี 2568

โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18-19 ตุลาคม 2568 ณ ริมน้ำน่าน เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ จังหวัดน่าน โดยมี พระราชนันทวัชรบัณฑิต รศ.ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง

พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตรนายกเทศมนตรีเมืองน่าน และ นายราเชนทร์ กาบคำ นายกสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน

ร่วมการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ร่วมประกอบพิธีสู่ขวัญเรือควบคู่กับงานแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นพิธีกรรมดั้งเดิมที่มีความสำคัญสืบทอดกันมาแต่โบราณ เพื่อเป็นการบูชาแม่น้ำน่านและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจน

เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เรือแข่ง ฝีพายและชุมชน โดยพิธีดังกล่าว ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันเรือประเพณีของจังหวัดน่านในปีนี้ สำหรับงานประเพณีแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดน่าน

นับเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่า สืบสานประเพณี แห่งสายน้ำ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา การสร้างความสามัคคีในชุมชน และความผูกพันของผู้คนกับสายน้ำน่าน โดยในปี 2568 นี้ ได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติแก่ทีมเรือผู้ขนะการแข่งขัน ซึ่งนับเป็นเกียรติยศสูงสุดแก่ชาวน่าน

โดยมีกิจกรรมสำคัญที่จะดำเนินการในปีนี้ ประกอบด้วย งานประเพณีแข่งเรือ ตานก๋วยสลาก ณ วัดพระธาตุแซ่แห้ง พระอารามหลวง ระหว่างวันที่ 4-5 ตุลาคม 2568 การประกวดการแกะสลักเรือจำลอง

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) การประกวดเรือสวยงาม การแสดงศิลปะ ความประณีตและภูมิปัญญาชาวน่าน และการแข่งขันเรือใหญ่โอเพ่น ชิงถ้วยพระราชทานฯ ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของงานในปีนี้

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นการผสานพลังของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและชุมชนท้องถิ่น เพื่อน้อมสืบสานประเพณีเก่าแก่คู่เมืองน่าน พร้อมทั้งมุ่งมั่นให้เป็นเวทีแห่งการสร้างความสามัคคี ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สร้างสรรค์ในระดับจังหวัดและภูมิภาค อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนจังหวัดน่าน จึงขอเชิญชวนที่น้องประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งขาวไทยและต่างประเทศ มาร่วมสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันอันอื่น สนุกสนาน และร่วมสืบสานประเพณีแห่งสายน้ำ

ระหว่างวันที่ 18-19 ตุลาคม 2568 ณ ริมแม่น้ำน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน โทร: 054-711-650 Email: saraban-nan@m-culture.go.th/บุญยวค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / จ.บึงกาฬ จัดพิธีประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือพระปิยมหาราช ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ หน้าศาลากลางจังหวัด ศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี โดยได้รับความเมตตาจากพระวชิรศาสนคุณ (หลวงปู่พวน ชุตินฺธโร) เจ้าคณะจังหวัด

บึงกาฬ ฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดเนินแสงทอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์จำนวน 10 รูป โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

เวลา 07.09 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ประกอบพิธีให้ศีล และในเวลา 07.29 น. ซึ่งเป็นเวลาฤกษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกอบพิธีเทคอนกรีตยึดฐาน

คล้องพวงมาลัยข้อพระกร ผูกผ้าแพรสีชมพู และถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ จากนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ก่อนที่หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้มีเกียรติ จะร่วมวางพวงมาลัยและดอกกุหลาบถวายราชสักการะ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีถวายราชสักการะ ได้มีพิธีถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ 10 รูป

พระสงฆ์อนุโมทนากถา ผู้ว่าราชการจังหวัดกรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีโดยสมบูรณ์ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / วัดหูรอจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศบูรพาจารย์ และท่านผู้มีพระคุณพร้อมกับเจริญพระพุทธมนต์มงคลอายุ 51 ปี พระมหาศุภชัย กิตฺติปาโล

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น นายกเลิศเชาวน์ ลือชัย นายก อบต. นาทุ่ง มาเป็นประธาน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศบูรพาจารย์ และท่านผู้มีพระคุณ เจริญพระพุทธมนต์

มงคลอายุ 51 พระมหาศุภชัย กิตฺติปาโล เจ้าคณะตำบลขุนกระทิง เจ้าอาวาสวัดหูรอ ร่วมกับ ดร.อรทัย มีแสง นายกพุทธสมาคมจังหวัดชุมพร และกำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับประชาชน ณ วัดหูรอ ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

พระครูบัณฑิตธรรมธาดา รักษาการเจ้าคณะจังหวัดชุมพร เจ้าอาวาสวัดเกาะแก้วดุสิยารังสฤษฐ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับ พระครูถาวรสีลาจาร เจ้าคณะธรรมยุตอำเภอเมืองชุมพร เจ้าอาวาสวัดเขาดิน พร้อมกับ พระอโนมคุณมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดชุมพร เจ้าอาวาสวัด สามแก้ว

พระภิกษุสงฆ์ สามเณร พุทธบริษัท เข้าร่วมกิจกรรม พิธีสวดพระพุทธมนต์ ทอดผ้าบังสุกุล ถวายไทยธรรม รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ทรง

สมณศักดิ์ 9 รูป นายกเลิศเชาวน์ ลือชัย ประทาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล สมาทานศีล อาราธนาศีล สมาทานศีล อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถวายไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำรับพร เสร็จพิธี

พระครูบัณฑิตธรรมธาดา ปาฐกถาธรรม แสดงธรรมบรรยายให้ พุทธบริษัท ที่เข้าร่วมกิจกรรม พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศบูรพาจารย์ และท่านผู้มีพระคุณ เจริญพระพุทธมนต์มงคลอายุ 51

กล่าวถึงความเป็นมาของวัด หูรอ ถึงประวัติของวัดที่มีมาอย่างยาวนาน และชื่นชมเจ้าอาวาสท่านปัจจุบันบรรยากาศภายในวัดวันนี้ มีพ่อแม่พี่น้องได้นำอาหารเข้ามาเลี้ยงเป็นโรงทานจำนวนมาก และมีรสชาติ

อร่อยมากจนหมดแผงตลาดโงทาน ที่อาหารรสเด็จของอาหารก็มี ส้มตำรสเด็จ ขนมจีนน้ำยาที่ขึ้นชื้อ และที่ขาดไม่ได้ก็เป็น โรตีใส่ไข่ใส่กล้วย ทอดมันปลา พร้อมกับเครื่องดื่มจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.บ้านดู่ เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

โดยการอำนวยการของ
พ.ต.อ.ศันย์ชัย พานิชกุล
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่

มอบหมายให้
พ.ต.ท.ชาตรี ชราชิต
รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.บ้านดู่

เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ
เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2568

🗓 วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น.
📍 ณ ห้องประชุมนพดล วรอุไร ชั้น 15
อาคารสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ขอขอบคุณภาพ จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หญิงดวงดีถูกรางวัล 12 ล้าน หอบเงินแสนมาแก้บนซื้อที่ดินถวายวัดไตรสามัคคี แถมล้วงไหได้เลขเด็ดเพื่อลุ้นอีกงวด

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 68 ที่วัดไตรสามัคคี อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ นางทองใบ เมืองแสน อายุ 58 ปี พร้อมครอบครัว ซึ่งเป็นชาวบ้านกะปิ หมู่ 11 ตำบลหนองม้า อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาแก้บนด้วยการทำบุญ 9 วัด

และนำเงินหลักแสนมาช่วยซื้อที่ดินจำนวน 5 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา ถวายให้วัดไตรสามัคคี หลังจากเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา ถูกรางวัลที่ 1 รับโชคก้อนโต 12 ล้านบาท นอกจากนี้ นางทองใบยังล้วงไหเสี่ยงโชคต่อหน้าองค์ท้าวเวสสุวรรณ ทั้งร่างยักษ์และร่างมนุษย์ เพื่อหาเลขเด็ดให้ได้ลุ้นในงวดนี้อีกด้วย ซึ่งในครั้งนี้ได้เลข 068

***นางทองใบ เมืองแสน อายุ 58 ปี เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กันยายน 68 ซึ่งถูกจำนวน 2 ใบ ได้รับเงินรางวัล 12 ล้านบาท ก่อนหน้าที่จะถูกรางวัล ตนได้เข้ามาทำบุญสังฆทานที่วัดไตรสามัคคีแห่งนี้ และนั่งอธิษฐานใต้ต้นไม้ใหญ่ ขอพรจากท้าวเวสสุวรรณ ให้ตนมีโชคลาภถูกรางวัลใหญ่ หากถูกรางวัลใหญ่ จะถวายเงินเพื่อซื้อที่ดินให้วัด และจะซื้อรถยนต์พาคนมาทำบุญ เนื่องจากตนไม่มีรถของตัวเอง เวลาจะมาวัดทำบุญต้องอาศัยรถคนอื่นอยู่เสมอ

***ดังนั้น หลังจากถูกรางวัลใหญ่ในครั้งนี้ ตนจึงเข้ามาที่วัดไตรสามัคคีเพื่อทำตามสิ่งที่ได้อธิษฐานไว้ โดยนำเงินไปซื้อที่ดินและนำโฉนดถวายให้วัด ตนรู้สึกดีใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ชีวิตลำบากมาก ตนมีอาชีพทำนา ต้องเลี้ยงหลาน 3 คน รายได้ไม่พอใช้ ต้องคอยยืมเงินญาติพี่น้องเพื่อประทังชีวิต รอสิ้นเดือนให้ลูกสาวโอนเงินมาให้ใช้ ส่วนลูกชายก็ตกงาน ทำให้ครอบครัวอยู่กันอย่างยากลำบาก การถูกรางวัล 12 ล้านบาทครั้งนี้ เงินบางส่วนจะนำไปทำบุญ 9 วัด ตามที่ตั้งใจไว้ และจะแบ่งให้ลูก ๆ เพื่อนำไปสร้างอาชีพ ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้ใช้เอง และเป็นทุนการศึกษาให้หลาน ๆ ในอนาคต

***ทั้งนี้ วัดไตรสามัคคี เป็นหนึ่งในวัดที่น่าเที่ยวชม และเป็นวัดที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ ดินแดนพญานาค โดดเด่นด้วยเกาะนาคเมืองบาดาล ประติมากรรมแห่งศรัทธาที่งดงามวิจิตรตระการตา ราวกับอยู่ในเมืองบาดาล อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดในการถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังมีองค์ท้าวเวสสุวรรณร่างยักษ์ใหญ่ และองค์ท้าวเวสสุวรรณในร่างมนุษย์ที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน ภายในพระอุโบสถก็มีความวิจิตรงดงามไม่แพ้กัน เสมือนอยู่ในถ้ำบาดาลของพญานาค ทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ หลายคนมักมาขอพรตามจุดต่าง ๆ ของวัด และก็มักสมหวังอยู่เสมอ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นณ์ตวรรณ เบอร์ 2 ภูมิใจไทย กราบพ่อแม่ แถลงชัยชนะ หลังทิ้งห่างคู่แข่งกว่า 8 พันคะแนน

แชร์เนื้อหานี้

***บรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเฮฉลองชัย หลังจาก น.ส.จินต์วรรณ ไตรสรณกุล หรือ “อีฟ” ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคภูมิใจไทย กวาดคะแนนนำห่างคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยอย่างไม่เป็นทางการ

***ผลคะแนนนับไปแล้ว 95% เบื้องต้น น.ส.จินณ์ตวรรณ หมายเลข 2 พรรคภูมิใจไทย ได้ 40,093 คะแนน ขณะที่ น.ส.ภูริกา สมหมาย หรือ “กุ้ง” ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ได้ 31,349 คะแนน ห่างกัน 8,744 คะแนน

***ทั้งนี้ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มีแกนนำสำคัญร่วมฉลองชัย ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ไตรศุรี ไตรสรณกุล (กวาง) เลขาธิการรัฐมนตรี, นายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ, นายธีระ ไตรสรณกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส. และบิดา–มารดาของผู้ชนะเลือกตั้ง โดยในบางช่วงบรรยากาศอบอุ่นถึงขั้นมีการกอดและหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปีติ

***หลังทราบผลไม่เป็นทางการ น.ส.จินณ์ตวรรณ ได้นำพวงมาลัยมากราบพ่อแม่ พร้อมกล่าวขอบคุณพี่น้องชาวศรีสะเกษ เขต 5 ที่มอบความไว้วางใจ “วันนี้เราเห็นชัยชนะของเรา คือความร่วมมือของพี่น้องศรีสะเกษ เขต 5 ที่ส่งสัญญาณอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมือง”
***น.ส.จินณ์ตวรรณ กล่าวต่อว่า ปัจจัยแห่งชัยชนะเกิด

จากหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารจัดการปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนมองว่าเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลเดิม เพราะพื้นที่ศรีสะเกษเคยเป็นจุดที่ต้องอพยพ แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแล อีกทั้งการลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เข้าถึงประชาชนได้จริง “สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการเตรียมหาข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดน และแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ จะทำให้ดีที่สุด ให้ประชาชนเห็นความจริงใจ” น.ส.จินณ์ตวรรณ ย้ำ

***ขณะที่บรรยากาศฝั่งพรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างเงียบเหงา โดย น.ส.ภูริกา ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ แต่แจ้งว่าจะทำการแถลงผ่านเพจพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ก้องสนั่น! สนามแข่งนกเขาชวารือเสาะเปิดศึกประชันเสียงครั้งใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ครั้งที่ 10

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 ณ สนามสำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เทศบาลตำบลรือเสาะ ร่วมกับสมาคมนกเขาชวาเสียงภาคใต้ ชมรมนกเขาชวาเสียงอำเภอรือเสาะ และหน่วยงานราชการ จัดโครงการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2568 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยพระราชทาน

บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมจากทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งผู้สนใจจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ เสียงใหญ่ (A), เสียงกลาง (B), เสียงเล็ก (C), เสียงดาวรุ่ง (DR), เสียงเบบี้ 1 และเสียงเบบี้ 2 ซึ่งผู้ชนะเลิศใน 4 ประเภทหลัก (A, B, C, DR) ได้รับถ้วยรางวัลถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ผลการแข่งขันปรากฏว่าประเภทเสียงใหญ่ (A) : “แบแซ จาแบปะ” จากจังหวัดปัตตานีประเภทเสียงกลาง (B) : “มัง โสร่ง เขาตูม” จากอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีประเภทเสียงเล็ก (C) : นายอดิศักดิ์ ร้านทองเจริญชัย จังหวัดปัตตานีประเภทเสียงดาวรุ่ง (DR) : “PTB อ.ศาลาใหม่” อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาสประเภทเสียงเบบี้ 1 และ 2 : “เถ้าแก่เฮง” ปาลัส จังหวัดปัตตานี

นอกจากการแข่งขันแล้ว ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารนก ยานก กรงนก และอุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงนกเขา รวมทั้งกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 40 ทุน ๆ ละ 500 บาท

ทั้งนี้การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีการแข่งขันนกเขาชวาเสียง อันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการและการท่องเที่ยวในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนในประเทศและประเทศใกล้เคียงที่ให้ความสนใจเข้าร่วม

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และชื่นชมคณะผู้จัดงานที่สามารถจัดการแข่งขันได้อย่างเป็นมาตรฐาน ครอบคลุมทั้ง 6 ประเภท พร้อมทั้งย้ำว่าการแข่งขันครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้รับทุนการศึกษา ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่มุกดาหาร ย่องฉก iPhone ร้านขายของเล่นกลางตลาดอินโดจีน ตร. ตามรวบคาบ้าน ตรวจฉี่เจอสารยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมชุดสืบสวน เข้าจับกุม นายคทาวุธ วิเศษสุนทร อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุเข้าไปลักโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 8 ที่พนักงานวางไว้บนโต๊ะ ภายในร้านอรุณทอยส์ จำหน่ายของเล่นเด็ก ถนนพิทักษ์พนมเขต บริเวณตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ก่อนนำของกลางกลับมาที่บ้านพัก

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 16/4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือไอโฟน 8 จำนวน 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เทน่า สีดำ หมายเลขทะเบียน กงย 711 มุกดาหาร กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ และหมวกนิรภัยสีดำ 1 ใบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ ปรากฏผลตรวจจากโรงพยาบาลมุกดาหารเป็นบวก พบสารเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาว่าลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จากนั้นได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวมุกดาหาร #ลักทรัพย์ #เสพยา #ตำรวจมุกดาหาร #ตลาดอินโดจีน #iPhoneถูกขโมย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ คนทยอยมาใช้สิทธิกันต่อเนื่อง ชาวบ้าน เผยอยากได้ สส. ที่ช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนอย่างจริงจัง

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหลังเปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส. ศรีสะเกษ เขต 5 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ก.ย. 68 พี่น้องประชาชนต่างออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันคึกคัดตั้งแต่เช้า โดยผู้สื่อข่าวได้ลงสังเกตการในเขตเทศบาลตำบลขุนหาญ ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เขตเลือกตั้งที่ 5 ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่มี นส.ภูริกา สมหมาย (กุ้ง) ผู้สมัคร สส. เขต 5 หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ลูกสาวของอดีต สส.อมรเทพ ที่เสียงลงกะทันหัน มาเลือกตั้งที่หน่วยนี้ นอกจากนี้ยังมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งกัน

***โดยเวลา 08.49 นส. ภูริกา สมหมาย หรือ กุ้ง ผู้สมัคร สส. เขต 5 หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ก็ควงแขนคุณแม่ มาเข้าคูหาใช้สิทธิอเลือกตั้ง ซึ่งหลังจากใช้สิทธิเลือกตั้งเสร็จ นส.ภูริกา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนเข้ามาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับคุณแม่ ตอนนี้ตนรู้สึกปลอดโปร่งและอากาศแจ่มใสมาก ก่อนที่จะออกมาจากบ้านตนได้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพรจากคุณพ่ออมรเทพ สมหมายขอให้ตนได้รับชัยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ และตนก็มั่นใจว่าจะเอาชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ได้

***ด้าน นางมาลัย ศรีมงคล อายุ 52 ปี แม่ค้าในตลาดสด เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ตนอยากได้ สส. ที่จะเข้าไปเป็นปากเป็นเสียง อยากได้ สส. ที่เก่งมีความสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงภัยสงครามตนอยากให้มันเคลียปัญหาให้เสร็จๆ และอยากให้ สส. เข้าไปช่วยเรื่องเศรษฐกิจเรื่องราคาข้าวราคามัน และดูเรื่องราคาปุ๋ยที่แพงเกิน ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวจำหน่ายก็จะมีกำไรพอได้เลี้ยงชีพบ้าง ส่วยเรื่องชายแดนตอนนี้ตนยังมีความกังวลอยู่กลัวว่าจะเกิดเหตุยิงปะทะกันขึ้นมาอีกเห็นว่าวันที่ 1 ตุลาคม ให้เตรียมอพยพ ต้นอยากให้รีบช่วยแก้ปัญหาให้จบๆ

***ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนบรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งในตำบลอื่นบนว่า บรรยากาศช่วงเช้าส่วนมากจะมีผู้สูงอายุเข้ามาใช้สิทธิก่อนเป็นส่วนมาก ทั้งนี้การเลือกตั้งซ่อน สส. เขต 5 ในครั้งมีอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยเห็นกัน คือ ผู้สมัคร สส. เขต 5 ของพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 2 คือ นส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล (อีฟ) ไม่มีสิทธิเลือกตั้งในเขตที่ตัวเองลงสมัคร เนื่องจากไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านมาที่เขต 5 แต่ก็ไม่ได้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร สส. แต่อย่างใด ทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งนี้จะไม่มีภาพของ นส.จินณ์ตวรรณ เข้าคูหากาเลือกตัวเอง ทั้งนี้การเลือกตั้งซ่อม สส. ศรีสะเกษ เขต 5 มีผู้สมัครลงชิงชัยเพียง 2 คน เป็นผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย และจากพรรคภูมิใจไทย โดยมีเขตเลือกตั้งอยู่ 2 อำเภอ คือ อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 236 หน่วย ซึ่งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 127,143 คน

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /น่านเปิดฤดูท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาว เส้นทาง “หอมกลิ่นโรบัสต้า เที่ยวบ่อว้าสุขใจ ไหว้ 2 พระธาตุ”

แชร์เนื้อหานี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน ชมรมมัคคุเทศก์น่าน และชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแม่จริม จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip โดยใช้ชื่อเส้นทาง “หอมกลิ่นโรบัสต้า เที่ยวบ่อว้าสุขใจ ไหว้ 2 พระธาตุ” ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 เพื่อเปิดฤดูการท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว และเตรียมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง เส้นทางดังกล่าว พานักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนรวม 70 คน เดินทางสำรวจและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่รองที่มีศักยภาพของ น่านใต้ คืออำเภอแม่จริม-อำเภอเวียงสา

เปิดประตูสู่เสน่ห์ “น่านใต้” กับเส้นทางไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
กิจกรรม One Day Trip นี้จะพาไปสัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายของน่านใต้ โดยเริ่มต้นที่อำเภอแม่จริม ด้วยการสักการะ วัดพระธาตุยอยหงส์ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ซึ่งปรากฏอยู่ในคำขวัญของอำเภอ จากนั้นไปสัมผัสประสบการณ์ความหอมกรุ่นที่ บ่อว้าคอฟฟี่ เพื่อเรียนรู้กระบวนการ Process เมล็ดกาแฟโรบัสต้า และลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ของกาแฟโรบัสต้าแม่จริม พร้อมทั้งเยี่ยมชม วิสาหกิจชุมชน บานาน่า สแน็คส์ การแปรรูปกล้วย ในพื้นที่เป็นผลิตภัณฑ์กล้วยฉาบที่มีรสชาติโดดเด่นและป็นเอกลักษณ์

ช่วงบ่าย คณะเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านน้ำมวบ อำเภอเวียงสา เพื่อสักการะ วัดพระธาตุแดนทอง ซึ่งตั้งอยู่ติดทิวเขาหลวงพระบาง และนมัสการพระเจ้าทันใจองค์ขาว ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในจังหวัดน่าน ต่อด้วยการสักการะ ศาลเจ้าพ่อช้างงาแดง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านน้ำมวบ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2170 เพื่อความเป็น สิริมงคล นอกจากนี้ยังจะพาไปชม รอยพระบาทแรกแห่งแผ่นดินน่าน ณ อำเภอเวียงสา

เพื่อระลึกถึงการเสด็จพระราชดำเนินเยือนของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2501 และสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ อำเภอเมืองน่าน จะแวะสักการะ วัดบุญยืน พระอารามหลวง วัดเก่าแก่ที่ คู่บ้านคู่เมืองเวียงสา มาอย่างยาวนาน กลับถึงบริเวณข่วงเมืองน่าน นักท่องเที่ยวสามารถแวะ ชม ชิม ช้อป ตามอัธยาศัยที่ ถนนคนเดินข่วงเมืองน่าน เพื่อปิดท้ายทริปอย่างสมบูรณ์แบบ

น่านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ช่วงไฮซีซั่น ในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ จังหวัดน่านมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ย ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมทางการท่องเที่ยวกลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว โดยมีเที่ยวบินขาเข้าถึง 2 สายการบิน 4 เที่ยวบินต่อวัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัสเสน่ห์ได้ทั้ง น่านเหนือ

ที่ธรรมชาติเขียวขจีสวยงามอากาศเย็นสบาย เช่น สกาด สะปัน มณีพฤกษ์ สันเจริญ สวนยาหลวง หรือ น่านใต้ ที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติขุนสถาน และวัดถ้ำเชตวัน รวมถึงกิจกรรม Adventure สุดเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น ล่องแก่งน้ำว้า ที่อำเภอแม่จริม หรือ พาย SUB Board ที่อำเภอเวียงสา

นอกจากนี้ จังหวัดน่าน นำโดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยได้จัดประชุมถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน ทั้งการยกระดับมาตรฐานที่พักและร้านอาหาร การจัดอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

รวมถึงการเสริมทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพธุรกิจให้ได้มาตรฐาน พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึง ททท. สำนักงานน่าน ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเยือนน่านในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดนี้ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายอากาศเย็นสบายและความพร้อมในการต้อนรับสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เชฟบุญมีจากแบรนด์มาสเตอร์เค้กมอบตำราสูตรลับให้ผู้ต้องขังหญิง

แชร์เนื้อหานี้

เรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม เชิญเชฟระดับประเทศคือเชฟ บุญมี จากแบรนด์ มาสเตอร์ เค้กสัญจรทั่วไทย มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ แบบหมดเปลือกกับผู้ต้องขังหญิงกว่า40คน ได้นำสูตรลับของเชฟระดับประเทศไปถ่ายทอดสร้างอาชีพหลังพ้นโทษ

นายนพรัตน์ หมอกมืด ตำแหน่งเจ้าพนักงานอบรมและฝึกวิชาชีพอาวุโส เรือนจำกลางจังหหวัดนครปฐม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทางเรือนจำมีนโยบายที่จะฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง เพื่อเมื่อเวลาพ้นโทษออกเรือนจำไปแล้วจะได้มีวิชานำไปประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้ ทั้งนี้ต้องรับนโยบายมาจากผู้บัญชาการเรือนจำที่รับมาจากกรมราชทัณน์อีก

ที่หนึ่งที่ต้องการจะให้ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพหลังพ้นโทษ และเน้นไปที่การฝึกอาชีพได้จริงนำไปประกอบอาชีพได้จริง และการฝึกอาชีพด้านการทำเบเกอร์รี่ ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ทางตลาดมีความต้องการมาก วันนี้ตนจึงได้เรียนเชิญวิทยากรที่โด่งดังระดับประเทศอยู่ในขณะนี้ คือเชฟ บุญมี เจ้าของแบรนด์ มาสเตอร์ เค้กสัญจร ทั่วไทยมาเป็นวิทยากรฝึกทำอาชีพ เบเกอร์รี่ ในวันนี้ที่เรือนจำจังหวัดนครปฐม ในเรือนจำนักโทษหญิง

นายนพรัตน์เผยต่อไปอีกว่าที่เรือนจำจังหวัดนครปฐมแห่งนี้ เรามักจะฝึกอาชีพที่หลากหลาย อาทิ การฝึกแกะสลักช่างไม้ การฝึกอาชีพทอผ้า การฝึกอาชีพด้านการซักรีดที่รับจากบุคคลภายนอกเข้ามาซักและบริการ การฝึกการปรุงอาหารและเบเกอร์รี่ นอกจากนี้เรายังมีครัวเพื่อยกระดับมาตรฐาน และได้ระดับมาตรฐาน (SAN)

พร้อมจัดเบรค จัดงานเลี้ยงต่างๆ และฝีมือของผู้ต้องขังนับว่าไม่แพ้ภัตตาคารข้างนอกเลย นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟอยู่3ที่ จุดที่1 บริการญาตผู้มาเยี่ยม จุดที่2 เป็นร้านคอฟฟี่ที่อยู่เรือนจำชายและ จุดที่3 อยู่ที่แดน7ของผู้ต้องขังหญิง นอกจากนี้ทางเรือนจำยังมีศูนย์แคร์เพื่อคอยติดตามผู้ที่ฝึกอาชีพออกไปแล้วสามารถ ดูแลตนเองได้หรือไม่ คอยให้คำแนะนำอยู๋ตลอดเวลาเพื่อให้เขาสามารถเลี้ยงชีพตนเองและมีชีวิตที่ดีหลังพ้นโทษไปแล้ว นายนพรัตน์กล่าว

ทางด้านเชพบุญมี อาสาสร เจ้าของเค้กแบรนด์ดังมาสเตอร์เค้กสัญจร กล่าวว่าตนยินดีและตอบรับอย่างเร็วมากเนื่องจากอยากนำความรู้ที่ตนได้เรียนไปถ่ายทอดให้กับน้องๆผู้ต้องขัง ได้นำไปประกอบอาชีพหากพ้นโทษออกไปอยู่ภายนอกแล้วแล้วตนอยากถ่ายทอดวิชาความรู้ที่ตนเองสั่งสมมาเป็นบุญเป็นกุศลให้พวกเขาเหล่านี้ได้นำไปประกอบวิชาชีพในชีวิตต่อไป แล้ววันนี้

ตนก็ได้ นำสูตรลับความอร่อยของตนเองนำมามอบให้กับเรือนจำนครปฐม แห่งนี้แบบหมดเปลือกพร้อมสอนสูตรตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนจบกระบวนการทีเดียว แบบไม่มีกั๊กเอาไว้ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมแข่งขันประสบการณ์ความรู้ที่เรามีให้กับน้องๆผู้ต้องขังในวันนี้

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /กฟผ. เปิดสถานีชาร์จไฟฟ้า รักษ์โลกต้นแบบแห่งแรกณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 กันยายน 2568 นายเมธาวัจน์ พงศ์รดาภิรมย์ รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (รวธ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดสถานีชาร์จ EleX by EGAT ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก Green Charging Station จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้ร่วมกับพันธมิตรสร้างเป็นสถานีชาร์จต้นแบบจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจาก นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย Mr.Goh Chee Kiong ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท ชาร์จพลัส อิเล็กทริค (ประเทศไทย) จำกัด (Charge+) นายนพดล สรวงประเสริฐ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณณิศรา ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน กฟผ.นายภูศเดช ภัคดีพันธ์ ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอทับสะแก นายสายชล ชนะภัย รองนายกอบต.นาหูกวาง นายภัทรดนัย สมศรี รองประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นางพิมลรรณ วงศ์ทิม ประธานชมรมครูอำเภอทับสะแก นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก และหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมพิธี

สถานีชาร์จแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กฟผ. และ Charge+ โดยติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จำนวน 2 เครื่อง ขนาด 180kW และ 120kW รองรับการชาร์จพร้อมกันได้ถึง 4 คัน ผู้ใช้สามารถใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน EleXA ทั้งยังเตรียมพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Charge Plus พร้อมระบบ Roaming รองรับผู้ใช้งานจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ช่วยให้การใช้งานข้ามพรมแดนหรือข้ามเครือข่ายเป็นไปอย่างไร้รอยต่อการออกแบบสถานีชาร์จยึดแนวคิด “Enlighted EcoCharge” ที่มุ่งเน้นให้เป็นมากกว่าจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และต้นแบบด้านพลังงานสะอาด โดยใช้วัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อาทิ


พื้นคอนกรีต EGAT AshNova ผลิตจากเถ้าลอย (Fly Ash) ซึ่งเป็นวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง ช่วยลดการใช้ซีเมนต์ซึ่งเป็นทรัพยากรจากธรรมชาติและสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตซีเมนต์ได้สูงถึง 58%
หลังคา Polycarbonate ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล โดย บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด
สีโพลียูรีเทน ซึ่งมีค่า VOC (Volatile Organic Compounds หรือ สารระเหยอินทรีย์) ต่ำ จากบริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของสารระเหยอินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สถานีชาร์จ EleX by EGAT แห่งนี้จึงเป็นการผสานพลังงานสะอาด นวัตกรรมวัสดุรีไซเคิล และการออกแบบเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม สะท้อนเจตนารมณ์ของ กฟผ. ในการขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649645443

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / แถลงข่าว.งานประเพณีแห่พระแข่งเรือยาว ขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่พระราชทาน มรดกวัฒนธรรมของ แม่น้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ปีที่ 182 วันที่ 6-12 ตุลาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ในวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ สนามแข่งขันกลางแม่น้ำหลังสวนวัดด่านประชากร อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายจีรศักดิ์ แสงหอย นายอำเภอหลังสวน นายนพพร อุสิทธิ์ นาย อบจ.ชุมพร

พลตำรวจโท วรรณรัตน์ คชรักษ์ ประธานมูลนิธิลุ่มน้ำหลังสวน และประธานบอร์ดเรือแข่งอำเภอหลังสวน พันตำรวจโท ทวีป เมืองสุวรรณ์ รอง ผกก.ป. สภ.หลังสวน และนายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทสมนตรีเมืองหลังสวน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน ระหว่างวันที่ 6-12 ตุลาคมนี

นายจีรศักดิ์ แสงหอย กล่าว ดำเนินการแข่งขันประเภทการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ในวันที่หกตุลาเวลา 17.00 น. กิจกรรมเปิดเมืองกินปีประชาชนในพื้นที่อำเภอหลังสวนหน่วยงานราชการรัฐรัฐวิสาหกิจองค์กรณ์ปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอหลังสวนบริษัทห้างร้านร่วมสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มแก่ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติที่จะ ร่วมกิจกรรมนักบริเวณถนนหลังสวนตั้งแต่แยกหน้าธนาคารออมสินถึงสะพานลอยรถไฟ

ในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. เป็นพิธีบวงสรวงเรือ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. พิธีสมโภชเรือพระบกสมโภชเรือพระทุกลำพร้อมชมการแสดงของกลุ่มแม่บ้านตำบลต่างๆณบริเวณถนนหลังสวนตั้งแต่หน้าธนาคารออมสินถึงสะพานลอยรถไฟ ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568

ตั้งแต่เวลาศูนย์ 6.00 น. เป็นพิธีตักบาตรเทโวและทอดผ้าป่าจัดให้มีพระภิกสษุจากวัดในอำเภอหลังสวนกว่า 500 รูปออกรับบิณฑบาตและรับผ้าป่าพร้อมกันโดยมาก ชาวอำเภอหลังสวนและอำเภอใกล้เคียงมาร่วมทำบุญตักบาตรตลอดเส้นทางถนนสายหลังสวนนอกจากนี้คณะกรรมการยังจัดการประกวดการ แต่งกายผ้าไทย

ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 7.30 น. มีการประกวดแต่งกายภาคไทย ช่วงตักบาตรเทโวผู้ชนะเลิศจะได้รับสายสะพายขันน้ำพานรอง ในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลาศูนย์ 9.00 น. ขบวนแห่พระบกเป็นประเพณีแห่พระแข่งเรือพระบกวัดต่างๆในอำเภอหลังสวนจะตบแต่งเรือพระด้วยความปราณีตสวยงามวิจิตรบรรจง

โดยใช้ วัตถุดิบเป็นผลไม้ดอกไม้ใบไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นสำคัญจัดเป็นริ้วขบวนโดยมีรถนำภายในขบวนจะสลับด้วยกลองยาววงโยธวาทิตและขบวนล้อเลียนตลกขบขันวัฒนธรรมและขบวนองค์กรต่างๆผู้ชนะการประกวดเห่เรือพระบกจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระ กนิษฐาธิราชจ้าวกรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร กล่าว สำหรับปีนี้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชุมพร ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงาน 3,000,000 บาท ให้กับที่ทำการปกครองอำเภอหลังสวน ซึ่งมีนายอำเภอหลังสวนเป็นประธาน คณะกรรมการดำเนินการจัดงาน ในส่วนของการสนับสนุนงบประมาณในการจัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมของลุ่มน้ำหลังสวนและของชาติ ประจำปี 2568

ว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้ดำเนินการสนับสนุนงบประมาณ อย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกปีที่มีการจัดงาน เพราะงานนี้ถือเป็นประเพณีที่มีความสำคัญ อย่างยิ่ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำหลังสวน (ประเภทกีฬาพื้นบ้าน) และได้รับตรา UNSEEN THAILAND (อัน-ซีน-ไทย-แลนด์) ธงหนึ่งในสยาม จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2547 จึงมีความภูมิใจอย่างยิ่ง

นายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองหลังสวน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของสถานที่จัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน ประจำปี 2568 สำหรับความพร้อมของสถานที่จัด

งานมีความคืบหน้าไปมาก มีการจัดเตรียมพื้นที่ในการรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาร่วมชม ขบวนแห่เรือพระบกและการแข่งขันเรืออย่างเพียงพอและเหมาะสม มีการจัดเตรียม ระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกท่านมั่นใจได้ว่า การมาเที่ยวชมงานประเพณีแห่พระแข่งเรือฯ ของอำเภอหลังสวน

จะมีความปลอดภัยและได้รับความ สะดวกสบายและปลอดภัยเป็นสูงสุด พันตำรวจโท ทวีป เมืองสุวรรณ์ ได้จัดการและบริหารด้านการจราจรให้ให้คล่องตัวและมีความปลอดภัยในทรัพย์สินจัดหาสถานที่ในการจอดให้กับนักท่องเที่ยวให้มีความสะดวก

สบายและปลอดภัยที่เช่นบริเวณอำเภอเมือง สนามกีฬาเมืองหลังสวนจัดชุดอาสากู้ชีพกู้ภัยอำนวยความสะดวกพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จัดงานแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงชิงของอำเภอหลังสวน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานมุทิตาจิตเกษียนอายุราชการ นายทินพล เฉลิมพสุธา นายอ.คอนุสาร อำลาชีวิตราชการแล้ว

แชร์เนื้อหานี้

งานมุทิตาจิตเกษียนอายุราชการเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีตลอดจนมุ่งมั่นเสียสละอุทิศตน

เพื่อราชการ แด่นายทินพล เฉลิมพสุธา นายอำเภอคอนุสาร ก่อนอำลาชีวิตราชการ ประจำปี 2568

11:36 จ่ากบ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 18.00 น. พิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อต่อแขน นายทินพล เฉลิมวสุธา นายอำเภอ

คอนสาร ก่อนอำลาชีวิตราชการและย่องคุณงามความดี ประวัติรับราชการผลงานเด่นเป็นที่รักใคร่แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาและประชาชน

เป็นบุคคลที่อุทิศตนเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ สังคมมาโดยตลอดซึ่งกำลังจะเข้าสู่ชีวิตแบบอิสระ ต่อจากนั้นนายทินพลฯได้

กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานตบท้ายด้วยการมอบของชำร่วยและดอกกุหลาบแดงสด

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสนุกสนาน โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานล้วนระดับวีไอพี นายอำเภอ

ผู้กำกับการ คหบดี ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารท้องถิ่น องค์การบริหาร เทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน

ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนร่วมงานมากมาย ณ.หอประชุมอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ 11:36 จ่ากบ แก้ตก/ และยกย่องคุณงามความดี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เกลิน&เล้ง” นำทีมนักแสดงไหว้ขอพร “พระพิฆเนศร์” เปิดกล้องซีรีส์แนวตั้ง “ปานดวงใจ Signature”

แชร์เนื้อหานี้

ถือฤกษ์ดีเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 เวลา 09.39 น. นักแสดงจากซีรีส์แนวตั้ง “ปานดวงใจ Signature” นำทีมโดยนางเอกน้องใหม่ เกลิน-ธัญรดี ชาญชนินท์กุล ควงคู่มากับพระเอกเคมีใหม่ เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย ที่พักจากงานซีรีส์วายมาสวมบทพระเอกในซีรีส์แนวตั้งแนวโรแมนติกดราม่า เข้าร่วมพิธีไหว้ขอพรองค์พระพิฆเนศร์ เอาฤกษ์เบิกชัยในการเปิดกล้องซีรีส์เรื่องนี้ ณ ลานพระพิฆเนศร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วังหน้า กรุงเทพ

โดยมีเพื่อนๆ นักแสดงเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมหน้า อาทิ บิว-ลลิฉัตร์ วราวิโรจน์พล ที่ขอสวมบทร้ายอย่างครบสูตร ร่วมด้วย แสตมป์-พรวศิน เรืองนุกูล, พรีเมียร์-ศรัญญา วงศ์สุนทร, ลาเต้-กฤษดา ธนากร, ปิ๊งปิ๊ง-รภัทร เอกนิธิเศรษฐ์, โฟล์ค-รัชนนท์ ขจิตพรพันธ์, วายุ-วายุมันตรา วงศ์ปัญญาเสถียร และขอแนะนำนักแสดงน้องใหม่ คีธ-กรินทร์ กนกวลีวงศ์ กับบทบาทสุดท้าทายครั้งแรกในชีวิต!!!

“ปานดวงใจ Signature” ซีรีส์แนวตั้งโรแมนติก-ดราม่า เค้าโครงเรื่อง-โปรดิวเซอร์ : ดร.วโรดม ศิริสุข บทโทรทัศน์-กำกับการแสดง : วลงกรณ์ จับใจ ผลิตโดย : บริษัท 9 สตาร์กรุ๊ป จำกัด ควบคุมการผลิต : ดร.กัญฐณา สนเจริญ “ปานรูปหัวใจ” ที่กลางแผ่นหลัง คือกุญแจชะตาชีวิต ที่จะเปลี่ยนความรัก ความริษยา และความลับของครอบครัวไปตลอดกาล…พบกับ ความรัก ความลับ และโชคชะตาที่พลิกผัน

นำไปสู่ความเจ็บปวด น้ำตา และการให้อภัย ซีรีส์โรแมนติก–ดราม่า ที่จะทำให้คุณเชื่อว่า…“ไม่มีใครหนีโชคชะตาได้ โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ” “ปานดวงใจ Signature” Vertical Series จะได้ฤกษ์เปิดกล้องถ่ายทำเร็วๆ นี้ ขอบคุณผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ อาทิ ตลาดเพชรพิชญา จ.นครสวรรค์,

Hangover@Nakhonsawan, EMMY HAIR PROFESSIONAL, น้ำดื่ม C2, เดอะลิตเติ้ล บี คลับ แอนด์ มิวสิค, อ่องหลองมิวสิค, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 189 Café และ ผลิตภัณฑ์ในเครือ บริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธี หลอมลูกกระสุนปืนใหญ่ทหารไทย เทหล่อพระกรุตสมิงชัยมงคล เพื่อมอบทหาร 4 จ.ชายแดนอีสาน และพลีมวลสาร ปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล อีก 3,000 องค์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ บริเวณหน้าศาลาท้าวเวสสุวรรณ วัดป่ากุดสมิง บ้านกุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบ็ญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูปิยวนารักษ์ หรือ พระอาจารย์ สมนึก ปิยสิโล เจ้าอาวาสวัดป่ากุดสมิง ที่ญาติโยมสายมู เคารพ เชื่อมั่น ศรัทธา ประธานฝ่ายสงฆ์, เมฆ ปาวะโร ลูกศิษย์วัดป่ากุดสมิง คนสำคัญในการจัดงาน ร่วมกับ นาย ธนเดช พระอารักษ์ อำเภอเบ็ญจลักษ์, นายอุดมศักดิ์ นวลศิริ นายอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลฯ อดีตนายอำเภอเบ็ญจลักษ์, ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆารวาส และนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ สส.กังฟู ซึ่งยังมี น้ำ รพีพัฒน์ และเหล่าดารานักแสดง,

พร้อมกับญาติโยมที่รู้ข่าว เดินทางมาร่วมพิธีนับพันคน โดยมีพิธีบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ พิธีบวงสรวงปลอกกระสุนปืนใหญ่ของทหารไทย ที่ยิงสู้รบกับฝ่ายตรงข้าม จนชนะ นำมาเป็นมวลสารในการหลอม เพื่อเทหล่อเป็นพระกรุตสมิงมิ่งมงคล หน้าตักกว้าง 30 เซนติเมตร จำนวน 5 องค์ นำประดิษฐานยังค่ายทหาร 4 จังหวัด คือ จังหวัดบุรีรัมย์, สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบราชธานี


ที่มีการปะทะกัน และยังได้นำพลีมวลสารทั้งปลอกกระสุนปืน และหัวสบู่เลือด อายุ 100 ปี ที่นำลงมาจากภูมุย เทือกเขาพนมดงรัก มาเป็นมวลสารปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล รูปสีธงชาติไทย สีทหารกล้า จำนวน 3,000 องค์ ซึ่งทุกองค์จะมีเลขโค้ดกำกับทุกองค์ เพื่อมอบให้กับทหารกล้า ตามแนวชายแดน ทั้ง 4 จังหวัด เพื่อไว้ป้องกันตัว ในการรู้รบ แคล้วคลาด ปลอดภัย

พิธีเริ่มด้วยประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียน บูชา ขอขมา บวงสรวง เทพเทวา ประธานฝ่ายฆารวาส จุดธูปเทียน โปรยข้าวตอก ดอกไม้ บูชา บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ญาติโยมที่มาร่วมงาน เขียนแผ่นทอง นำรวมเพื่อหลอมรวมกับลูกกระสุนปืนใหญ่ ที่ทหารไทยยิงสู้รบกับกองกำลังต่างชาติ จนชนะ ในช่วงที่ผ่านมา ระหว่าง วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ถึง 28 กรกฎาคม 2568 นี้ ที่ทหารนำมาถวายเพื่อร่วมเป็นมวลสาร ในการหลอมรวมพลีมวลสาร เทหล่อพระกรุตสิงชัยมงคล


ขนาด หน้าตัก 30 นิ้ว จำนวน 5 องค์ และพลีมวลสารปั้มเป็นพระผง กรุตสมิงชัยมงคล อีกจำนวน 3,000 องค์ โดย พระครูปิยวนารักษ์ ได้มอบใบปราศเกียรติคุณ แด่ผู้ที่มาร่วมบุญกัน ร่วมเป็นเจ้าภาพกันตามศรัทธา ผ่านมัคทายกวัด ขณะเดียวกัน ได้มีมูลนิธิกู้ภัยศรีสัตนาคา จากจังหวัดนครพนม นำโลงศพมามอบให้กับกู้ภัยบ้านจาน อำเภอเบ็ญจลักษ์ เพื่อบริการให้กับศพไร้ญาติ จำนวน 300 โลง นอกจากนั้น น้ำ ระพีพัฒน์ และบรรดาเหล่าดารานักแสดง ยังได้มอบข้าวสาร แก่ผู้ที่มาร่วมงานบุญในครั้งนี้ จำนวน 2,000 กิโล เป็นโรงทานข้าวสารมอบให้กับทุกคน


พิธีเทหล่อพระกรุตสมิงชัยมงคล และพิธีปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล ขณะที่การปั้มได้มีพระอาทิตย์ทรงกรด แต่ขณะร่ายรำถวายของบรรดาแม่บ้าน นางรำ กลับมีฝนตกลงมาปรอยๆ อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก พิธีเสร็จสิ้นลงในช่วงยามบ่ายๆ จากนั่นจะรอให้พิมพ์เทหล่อพระเย็นลง จะได้มีการเกาะพิมพ์ และกำหนดพิธีพุทธาภิเษก พระกรุตสมิงชัยมงคล ในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ก่อนนำไปมอบให้ทหารกล้าตามชายแดน
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.จัดโรดโชว์ ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง รณรงค์เลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 5 ขุนหาญ–ภูสิงห์ 28 ก.ย.นี้ พร้อมเตรียมมาตรการรับมือ ถ้าเกิดเหตุการณ์การปะทะ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่สนามกีฬาวงกลม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรมโรดโชว์ (Road Show) ภายใต้สโลแกน “ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง การเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง เขตเลือกตั้งที่ 5” เพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนการเลือกตั้งซ่อมที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้
***ในพิธีเปิด มี ศาสตราจารย์สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 ผู้ตรวจการเลือกตั้ง นักเรียน นักศึกษา จิตอาสา รวมทั้งประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกว่า 200 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

***นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวรายงานว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการเลือกตั้ง สร้างจิตสำนึกไม่ซื้อสิทธิไม่ขายเสียง และเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียง ลดจำนวนบัตรเสีย และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

***ด้าน ศ. สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ประธานในพิธีเปิด กล่าวเน้นย้ำว่า การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 5 ศรีสะเกษ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ เป็นโอกาสสำคัญของประชาชนในการกำหนดอนาคต โดย ส.ส. ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ออกกฎหมายและอนุมัติงบประมาณเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้แทนที่สะท้อนปัญหา ความต้องการ และข้อร้องเรียนจากประชาชนไปสู่การแก้ไขในระดับนโยบาย

***สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อ โดยไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขตและนอกเขต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน (แม้หมดอายุก็ใช้ได้) หรือหลักฐานทางราชการที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนมาแสดงตน

***ทั้งนี้ กิจกรรมโรดโชว์ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เครือข่ายประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) เยาวชน จิตอาสา และสื่อมวลชน โดยผู้จัดงานคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ 2 อำเภอ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง ภายใต้สโลแกนที่ย้ำชัดเจนว่า “ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง”

***ขณะที่ นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในส่วนความพร้อมในการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 ทางเรามีความพร้อมเป็นอย่างมาก และอยากให้ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก สมกับการรอค่อยมานาน ส่วนเรื่องการร้องเรียนผู้สมัครการเลือกตั้งทั้ง 2 เบอร์ ตอนนี้ก็มีแต่เรื่องเดิมๆ คือเลือกตั้งปราศรัย การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน

***ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนมาตรการความพร้อม และการรับมือ หากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือ เหตุการณ์ยิงปะทะเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน ทาง กกต. ก็มีการประสานกับทางทหาร และฝ่ายปกครองไว้แล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นทางทหารจะส่งสัญณาณ มายังฝ่ายความมั่งคง และฝ่ายปกครอง ก่อนจะส่งสัญญาณต่อมายัง กกต. โดย กกต. จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะหยุดการเลือกตั้ง หรือ จะให้มีการเลือกตั้งต่อ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม “โครงการกรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรฟื้นฟูเครื่องจักรกลเกษตรที่ประสบอุทกภัย ปี 2568″

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 กันยายน 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ได้เข้าร่วมการจัดกิจกรรม

“โครงการกรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรฟื้นฟูเครื่องจักรกลเกษตรที่ประสบอุทกภัย ปี 2568″ ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรในการซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

ให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้ พร้อมกันนี้ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ได้จัดตั้งจุดบริการการขึ้นทะเบียนเพาะปลูกพืชและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 และการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรกลการเกษตร

สำหรับเกษตรกรผู้มีความประสงค์ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร โดยมี นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงานดังกล่าว ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท.น่านประชุมเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขัน “Amazing Nan Marathon 2025”

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 25 กันยายน 2568 09.30 น. ณ ห้องประชุมโรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เป็นประธานเปิดการประชุมเตรียมความพร้อมการแข่งขันวิ่ง “Amazing Nan Marathon 2025” โดยมีนายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้รับทราบว่า ททท.สำนักงานน่าน ร่วมกับบริษัท รูท แมพ จำกัด และภาคีเครือข่าย ได้กำหนดจัดการแข่งขันวิ่ง “Amazing Nan Marathon 2025” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568

ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ Marathon 42 กิโลเมตร, Half Marathon 21 กิโลเมตร, Mini Marathon 10 กิโลเมตร และ Fun Run 5 กิโลเมตร คาดว่าจะมีนักวิ่งและผู้ติดตามเข้าร่วมกว่า 4,000 คน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับที่พัก ร้าน

อาหาร ร้านกาแฟ สายการบิน รวมถึงชุมชนท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวในเขตเมืองน่านและพื้นที่ใกล้เคียงให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ เทศบาลเมืองน่าน สนับสนุนสถานที่จัดกิจกรรม, สถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร,

โรงพยาบาลน่านและโรงพยาบาลภูเพียง สนับสนุนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และรถพยาบาลฉุกเฉิน รวมถึงแขวงทางหลวงชนบทน่าน สนับสนุนเส้นทางวิ่งและไฟฟ้าส่องสว่าง

การจัดการแข่งขันครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่จังหวัดน่านในระดับประเทศและนานาชาติ/ภาพข่าว/สนง.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร​ -​ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร สกัดยาบ้า 2 ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหา 3 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร รวมแถลงข่าว ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ตรวจยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด พร้อมจับผมผู้ต้องหาได้ 3 ราย

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เดชา เวฬุวนารักษ์ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร นำกำลังเฝ้าติดตามขบวนการค้ายาเสพติด หลังสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาจำนวนมากผ่านเส้นทางจาก อ.เมืองมุกดาหาร มุ่งหน้า อ.นิคมคำสร้อย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดบริเวณถนนชยางกูร บ้านโค้งสำราญ ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร พบรถยนต์เก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กท 3565 กาฬสินธุ์ ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงเรียกตรวจค้น ภายในรถพบกระสอบสีดำ 5 กระสอบ บรรจุยาบ้ารวมประมาณ 2,000,000 เม็ด โดยมีผู้ครอบครองคือ นายนันทกานต์ พันธุ์เพชร (ผู้ขับขี่) และนายธรรมรัฐ ผุดผ่อง (นั่งโดยสาร)

จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่โรงแรมเคียงโขง พบผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย คือ น.ส.ละอองดาว สมประสงค์ ภรรยาของนายนันทกานต์ฯ ที่พักอยู่หน้าห้อง 109 จึงจับกุมได้เพิ่มเติม

ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” พร้อมนำของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า2ล้านเม็ด #มุกดาหาร #SealStopSafe #NoDrugsNoDealers #ชุดสืบมุกดาการ #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา พร้อมคณะกรรมมาธิการทหาร เเละความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

https://drive.google.com/file/d/18i3P2pqNYiBHvadrGDM0y_gAj2vsgtQq/view?usp=sharing

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ – วันเสาร์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๘ ณ จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง เดินทางไปศึกษาดูงาน ของคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เกี่ยวกับความสัมพันธ์และความมั่นคงชายแดนภาคตะวันตก แรงงานต่างด้าว การหลบหนีเข้าเมือง ยาเสพติด

แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการใช้โครงข่ายการสื่อสารข้ามประเทศ และอาชญากรรมข้ามชาติ ที่กระทบต่อความมั่นคง รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงแบบองค์รวม ป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดนภาคตะวันตก แรงงานต่างด้าว การหลบหนีเข้าเมือง และยาเสพติด

การรักษาปลอดภัยของประชาชนและความเชื่อมั่นของภาคเศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลความมั่นคงตามแนวรอยต่อชายแดน การแลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องของการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งของแม่น้ำกระบุรี อ.กระบุรี

 วันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 1020 พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว รองเเม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พันเอก ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5, พันเอก สิทธิชัย โกศล รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 44, ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคงจังหวัดชุมพรเเละจังหวัดระนอง ร่วมให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา พร้อมด้วยคณะฯ ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ และความมั่นคงชายแดนด้านตะวันตกของประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง รวมทั้งรับทราบปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงแบบองค์รวมจากหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่ ในการนี้ทางคณะได้รับฟังบรรยายสรุปจากหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี, หน่วยงานความมั่นคงของจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์และความมันคงชายแดนภาคตะวันตก แรงงานต่างด้าว การหลบหนีเข้าเมือง ยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการใช้โครงข่ายการสื่อสารข้ามประเทศ และอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทบต่อความมั่นคง รวมถึงกรณีพื้นที่ทับซ้อนของพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนประเทศไทย - เมียนมา 

ในพื้นที่ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง และการทำพนังกั้นน้ำเเนวลุ่มแม่น้ำกระบุรี ทั้งนี้ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ขอให้คณะฯ นำข้อมูลปัญหาต่างๆ ที่ได้รับฟัง ไปเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพัฒนาแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้น

ในพื้นที่ชายแดน โดยใช้กระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตามแนวชายแดนสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง

มีการจัดทำระบบป้องกันและเฝ้าระวัง ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน และประเทศเพื่อนบ้าน วางโครงสร้างพื้นฐานในการส่งเสริมอาชีพจน

เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติในอนาคตต่อไป ณ มณฑลทหารบกที่ 44 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ หมู่ที่ 1 ตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / นรข.เขตหนองคาย สน.เรือบึงกาฬ ตรวจยึดยาบ้าล้านเม็ด ริมฝั่งโขงบ้านห้วยดอกไม้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 19.30 น. หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตหนองคาย (นรข.) สน.เรือบึงกาฬ ภายใต้การอำนวยการของ นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าหน่วยเรือบึงกาฬ

ได้สนธิกำลังออกปฏิบัติการตรวจสอบและสกัดกั้นยาเสพติด หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บริเวณบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

จากการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เจ้าหน้าที่พบเรือต้องสงสัยพายเลาะตามริมแม่น้ำโขง เข้ามาในเขตพื้นที่ ก่อนจะแล่นกลับออกไปยังฝั่ง สปป.ลาว ในช่วงเวลาเดียวกันพบชายหนึ่งคนลำเลียงวัตถุต้องสงสัยขึ้นจากริมฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อมเพื่อจับกุม แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน กระโดดน้ำว่ายหลบหนีไปในความมืด

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบลังกระดาษห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 5 ลัง ภายในบรรจุ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด พร้อมตรวจยึด รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 1 คัน ที่ใช้ในการลำเลียงของกลาง ทิ้งไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังป่าช้าบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สน.เรือบึงกาฬ เพื่อทำการตรวจสอบโดยละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.มุกดาหารเตือน! นำรถออกนอกประเทศต้องมีเอกสารครบ-ถูกต้อง หากไม่นำรถกลับเข้าภายในกำหนด จะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง

แชร์เนื้อหานี้

พันตำรวจเอก พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงเพจกรณีมีเฟซบุ๊กชื่อดังด้านอู่ซ่อมรถและประดับยนต์ใน สปป.ลาว ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 100,000 คน ได้โพสต์ข้อความเสนอ “บริการรับจ้างนำรถยนต์จากประเทศไทยเข้าลาว” โดยคิดค่าบริการ ครั้งละ 160,000 บาท ว่า การนำรถออกไปนอกราชอาณาจักรต้องผ่านขั้นตอนการตรวจอนุญาตที่ถูกต้อง โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ตัวจริง), เอกสารการเสียภาษี, สำเนาบัตรประชาชนผู้ถือกรรมสิทธิ์ รวมทั้งเอกสารการมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์ ในกรณีที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้เดินทางด้วยตนเอง

สำหรับขั้นตอนการตรวจอนุญาต ผู้ประสงค์จะนำรถออกนอกประเทศต้องนำรถยนต์พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเอกสารการเดินทาง (พาสปอร์ต หรือบอร์เดอร์พาส) ไปยื่นขออนุญาตที่ช่องตรวจรถยนต์ขาออก โดยต้องกรอกแบบฟอร์ม ตม.2, ตม.3, ตม.4 และ ตม.53 ก่อนยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประทับตราอนุญาต

พันตำรวจเอกพิทักษ์พงษ์ กล่าวต่อว่า ทาง ตม.มุกดาหาร มีมาตรการตรวจสอบเข้ม โดยเน้นการตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องตรงกับรถยนต์ที่ขออนุญาต พร้อมทั้งเก็บสถิติรถยนต์ที่ออกไปแต่ไม่ได้นำกลับเข้ามาฝั่งไทย ซึ่งหากผู้ใดไม่นำรถกลับภายในเวลาที่กำหนด จะถูกบันทึกชื่อเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” เพื่อพิจารณาอย่างเข้มงวดในการขออนุญาตครั้งต่อไปทั้งนี้ ทางการ สปป.ลาว ได้มีมาตรการใหม่ ลดระยะเวลาการอนุญาตให้นำรถยนต์ไปใช้ชั่วคราว จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะนำรถไปใช้งานในฝั่งลาวควรปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา#ตมมุกดาหาร #รถข้ามแดน #ตรวจเข้มชายแดน #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #คำม่วน #ข่าวด่วน #เตือนภัยชายแดน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / มทร.รัตนโกสินทร์ สร้างฮีโร่ครั้งใหญ่จัดอบรมนักศึกษาช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานหากเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการ “BDMS

อบรมการช่วยชีวิต” Big Campaign รวมพลังสร้างฮีโร่ครั้งใหญ่ เนื่องในวันมหิดล โดยมี นางศศิเพ็ญ ปิยสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และโรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรี นายเชษฐพล มณีฉาย ผู้จัดการแผนกการตลาดและสื่อสารองค์กร

โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน พร้อมด้วย คณะครูอาจารย์มหาวิทยาลัยฯ นักศึกษาจากสโมสรโรทาแรคท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล จำนวน 2 รุ่น ทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย กว่า 200 คน เข้ารับการอบรม ผศ.นภาพร นาคทิม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

มงคลรัตนโกสินทร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตอย่างถูกวิธี จึงได้ร่วมกับทางโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินจัดกิจกรรมนี้ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ที่ถูกต้อง และมีความมั่นใจในการรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น หากพบเจอก็สามารถให้การช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้เพื่อนมนุษย์

นางศศิเพ็ญ ปิยสุทธิ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จัดการอบรมนี้ตามนโยบายของของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) หรือ BDMS มาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าการอบรมจะมีความรู้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยเบื้องต้น (Basic Life Support) เมื่อ

เกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนได้อย่างถูกวิธีก่อนส่งถึงมือแพทย์ การอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR) ที่ถูกวิธี การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED)

และการช่วยเหลือผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และภาคีเครือข่าย อาทิ เทศบาลนครหัวหิน มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน และมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน มาเป็นวิทยากรให้ความรู้

ตามแนวคิดที่ว่า แม้ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ หากเรามีองค์ความรู้และมีความมั่นใจ ผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติจริง โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้หลักการที่เป็นสากล.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.ทท.ประจวบฯ จัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครฯ พร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว “สะดวก-ปลอดภัย-เป็นธรรม”

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ตามศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (ศปทท.ตร.) พ.ต.อ.ประภาวิน ฉายโฉมเลิศ รอง ผบก.ทท.3, พ.ต.ท.วรพรต ผลานิสงค์ รอง ผกก.1 ทท.3, พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 (ประจวบคีรีขันธ์), พ.ต.ต.ชโนวิทก์ สีเนหะ สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 และตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พร้อมผู้เข้ารับการอบรมอาสาสมัคร จำนวน 100 คน

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

ร่วมในพิธีเปิดการอบรม “โครงการอบรมอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแกนักท่องเที่ยว” ของศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี โดยมี พ.ต.อ.สุพมาส บัวลาด รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็นประธานเปิดการอบรม ระหว่างวันที่ 22-23 ก.ย.68 ณ ห้องประชุมบ้านพิงภูแพรว รีสอร์ท อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้กำหนดให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลัก “สะดวก-ปลอดภัย-เป็นธรรม” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการระดับสากล โดยได้ดำเนินการจัดทำโครงการอบรมโครงการอบรมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว พ.ศ.2568

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

เพื่อให้อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ถูกต้อง เหมาะสมในการให้บริการ และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ โดยให้หน่วยในสังกัดจัดอบรมบรรยายเน้นบทบาทอาสาสมัครใน 3 มิติ ตามยุทธศาสตร์กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว คือ – สะดวก (Convenience) ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงตำรวจได้ง่ายและทันสมัย เช่น ศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 แปดภาษา, TTP Application,

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

และเครือข่ายสถานทูต – ปลอดภัย (Safety) ประเทศไทยต้องเป็น Safe Destination โดยอาสาสมัครคือ “หูตา” ของตำรวจ และ “เกราะใจ” ของสังคม ที่ช่วยป้องกันเหตุร้ายตั้งแต่ยังไม่เกิด – เป็นธรรม (Fairness) นักท่องเที่ยวได้รับความยุติธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่น การจัดการทัวร์เถื่อน, Taxi หลอกลวง และอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งคาดว่าหลังจบการอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ ความเข้าใจ เพื่อนำไปต่อยอดในการเป็นอาสาสมัครดำเนินงานเกี่ยวกับที่ได้รับอบรมมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี-ประจวบฯ ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

ส.ส.ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนเขากะลาวิทยาคม

วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนเขากะลาวิทยาคม ตำบลเขากะลา 
อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมรัฐสภา  คณะฯ ได้เข้าชมห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับฟังข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกระบวนการประชุมสภา และได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดีให้แก่นักเรียน 

สส.ทรงศักดิ์ ยังกล่าวชื่นชมคณะครูที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใกล้ชิดการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร และขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ นักเรียนทุกคนเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของจังหวัด

นครสวรรค์และของประเทศต่อไปแป๊ะยิ้มคอนหวัน #ทรงศักดิ์ส่งเสริมอุดมชัย #สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครสวรรค์เขต2พรรคเพื่อไทย #อําเภอเมืองนครสวรรค์ #พยุหะคีรี #โกรกพระ #นครสวรรค์บ้านเรา

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สำนักศิลปากร 12 แจ้งความเอาผิดคนลักลอบขุดเขาสามแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 24 กันยายน 2568 นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช พร้อมนางสาวกาญจนา สากระแสร์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร และเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยการลักลอบขุดค้นหาโบราณวัตถุ บริเวณแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร หลังจากได้รับทราบจากสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีบุคคลโพสต์ Facebook ระบุว่า มีการลักลอบขุดค้นในพื้นที่ดังกล่าว

จากการตรวจสอบในพื้นที่ พบว่ามีหลุมร่องรอยการขุดหลายจุด ซึ่งเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดลอยนวล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 จึงได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองชุมพร เพื่อแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สหชาติ สังข์สม พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองชุมพร ขอให้สืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การลักลอบขุดค้นโบราณวัตถุมีโทษร้ายแรงตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 700,000 บาท และหากผู้ใดซ่อนเร้น จําหน่าย หรือรับซื้อ รับจํานํา หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุอันได้มาโดยการกระทําความผิด ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

“สำนักศิลปากรที่ 12 ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมเฝ้าระวังและอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ หากพบเห็นการลักลอบขุดค้น ครอบครอง ซื้อ ขาย หรือรับซื้อโบราณวัตถุ โปรดรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสำนักศิลปากรใกล้เคียงทันที เพื่อร่วมกันปกป้องสมบัติอันล้ำค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป ซึ่งสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช สามารถโทร.แจ้งได้ที่หมายเลข 075-356458 หรือที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร โทร.077-630758” นายภัทรพงษ์ กล่าว

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / เปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 กันยายน 2568 นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน
ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีประจำปีการศึกษา 2568 ร่วมกับ

นายประชา วิโรจน์ทินกร ในฐานะ ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียน

ฝวาหมินกงลิ ดร. มยุรีย์ ทิพย์ญาณ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหารโรงเรียน นักกีฬา กองเชียร์ที่รักทุกคน

นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ กล่าว โรงเรียนฝวาหมินกงลิ การจัดการแข่งขันกีฬาสีทางโรงเรียนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อส่ง

เสริมให้นักกีฬา มีทักษะด้านกีฬาพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคี ปลูกฝังให้นักกีฬาเล่นกีฬาด้วยน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้

ชนะ รู้อภัย ห่างไกลยาเสพติด ดังคำขวัญที่ว่า เสียเหงื่อให้กับการกีฬาดีกว่าเสียน้ำตาให้กับยาเสพติด ในการแข่งขันกีฬา แบ่ง

นักกีฬา กองเชียร์ออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง และ สีชมพู โดยมีนักกีฬาและกองเชียร์เข้าร่วมทั้งหมด 1,600 คน

โรงเรียนได้รับการสนับสนุนวงดุริยางค์ 1. วงโยธวาทิตมณฑลทหารบกที่ 44 2. วงโยธวาทิตโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา 3. วงโย

ธวาทิตโรงเรียนนิรมลชุมพร 4. วงโยธวาทิต โรงเรียนสวีวิทยา 5. วงโยธวาทิต โรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก ได้รับการสนับสนุน เจ้า

หน้าที่จราจร การให้ความสะดวกปลอดภัยกับนักกีฬากองเชียร์ รับสนับสนุนรถพยาบาลจากมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์และ

คณะผู้ปกครองทุกท่านในการ จัดริ้วขบวนกีฬาสีเป็นอย่างดี ทางโรงเรียนจึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้


นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์  ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568 ในครั้งนี้ ผมได้เห็นถึงความสามัคคีในการทำงานและได้เห็นถึงการปลูกฝังให้นักกีฬา กองเชียร์ มีน้ำใจนักกีฬา และมีทักษะในการเล่นกีฬาเสมอมา สี่สีที่แบ่งออกเพื่อความสะดวกในการ แข่งขันขอให้เด็กๆจำไว้ว่า สุดท้ายแล้วเราจะกลับมาเป็นสีเดียวกันคือขาวแดง ผมได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาหลายครั้ง เห็นถึงความพร้อมเพรียง ความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคี พัฒนาขึ้นทุกปี เป็นที่น่าชื่นชมยินดีนัก ขอให้นักกีฬา กองเชียร์เล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬา สนุกสนานและปลอดภัยกันทุกคน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ อาจารย์อีฟ จินณ์ตวรรณ” เบอร์ 2 ภูมิใจไทย ลุยหาเสียงขุนหาญ ชูนโยบายเกษตร ชายแดน พูดแล้วทำ

แชร์เนื้อหานี้

การเมืองเขต 5 ศรีสะเกษคึกคัก “อาจารย์อีฟ” จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 ลงพื้นที่อำเภอขุนหาญ เดินเคาะประตูบ้าน พบปะชาวบ้านอย่างถึงพริกถึงขิง ชูนโยบายช่วยเกษตรกร ลดต้นทุนค่าปุ๋ย–แก้ราคาพืชผลตกต่ำ พร้อมควบคู่แก้ปัญหาชายแดน ย้ำจุดยืนพรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ” ไม่ซ้ำรอยการเมืองแบบเดิม บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น โดยอาจารย์อีฟเผยว่า จากการลงพื้นที่ทำให้ทราบถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หลังเลือกผู้แทนพรรคเดิมต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี แต่ไม่เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงวาทกรรมการเมืองซ้ำ ๆ

“พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ เราจะทำตามที่บอกกับพี่น้อง ประชาชนไม่อยากได้การเมืองแบบเก่า ๆ อีกต่อไป” อาจารย์อีฟกล่าว พร้อมย้ำถึงแนวทางการหาเสียงที่มุ่งตรงสู่ความต้องการของพื้นที่จริง ไม่ใช่คำสัญญาลอย ๆสำหรับนโยบายหลัก พรรคภูมิใจไทยเตรียมแก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ ทั้งข้าวและมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากต้องเป็นหนี้ค่าปุ๋ย พรรคได้วางโรดแมปชัดเจน โดยเริ่มแก้ปัญหามันสำปะหลังก่อน จากนั้นจะขยายไปสู่ราคาข้าว และดำเนินมาตรการลดต้นทุนการผลิตควบคู่กัน

ในด้านความมั่นคงชายแดน อาจารย์อีฟระบุว่า แม้อำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์จะไม่ใช่พื้นที่กระสุนตกโดยตรง แต่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการอพยพหนีภัย รวมถึงปัญหาเงินเยียวยาผู้ประสบภัยโดยตรงและสัตว์เลี้ยงที่เสียหายจำนวนมาก จึงต้องเร่งเข้ามาจัดการอีกทั้งยังมีปัญหาหมุดแดนบริเวณช่องสะงำจากบันทึกความเข้าใจ (MOU 43) ที่ทำให้เกิดการรุกล้ำพื้นที่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญความเสี่ยง พรรคภูมิใจไทยประกาศจะผลักดันให้มีการเจรจาและหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคงให้พี่น้องประชาชนชายแดน/////

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกฯอนุทิน ลงพื้นที่ กับผู้ว่าฯ เหตุดินทรุดตัวหน้า รพ.วชิระ ถ.สามเสน กำชับตรวจสอบสาเหตุ ป้องกันดินสไลด์เพิ่ม และเคลียร์พื้นที่ ด้าน ปภ. จัดทีมปฏิบัติการ สนับสนุน กทม. ตลอด 24 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (24 ก.ย. 68) เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายกาจผจญ อุดม

ธรรมภักดี ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามเหตุดินทรุด หน้าโรงพยาบาลวชิระ ถนนสามเสน กรุงเทพฯ เผยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมกันทำงานเพื่อควบคุม สถานการณ์ – ด้านผู้ว่า กทม. อพยพคนจากจุดเสี่ยงเรียบร้อย รฟม. เร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมปรับปรุงพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและเดินทางสัญจรได้ตามปกติโดยเร็ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทว กล่าวว่า จุดที่ดินทรุดเป็นโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งจะมีโครงสร้างรองรับอยู่แล้ว ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการทำงานเพื่อควบคุมสถานการณ์แล้ว ได้

เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 1-2 วันนี้ เบื้องต้นได้ประสานว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมในการประสานความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครเพื่อรองรับและให้บริการผู้ป่วยและคนไข้ได้ตามปกติ ซึ่งเบื้องต้น คาดว่าไม่มีอุปสรรคในการรักษา ส่งต่อ และดูแลคนไข้

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า กทม. ได้มีการ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง รฟม. กฟน. กปน. สปภ.กทม. วชิรพยาบาล และหน่วยอื่น ๆ เพื่อแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ โดยเบื้องต้นต้องเร่งหยุดและป้องกันไม่ให้เกิดดินสไลด์ต่อเนื่อง ตอนนี้ทางกรมโยธาฯ ได้มีการประมวลสถานการณ์โดยรอบโรงพยาบาล ในส่วนของโรง

พยาบาลไม่มีข้อกังวลเพราะมีกำแพงกั้นดินอยู่ แต่เพื่อความปลอดภัยได้หยุดให้บริการผู้ป่วยนอกเพื่อลดการเดินทางของประชาชนเข้ามาในพื้นที่แล้ว ในส่วนของถนนฝั่งตรงข้ามที่เป็นสำนักงานตำรวจถือว่าเป็นเขตอันตราย ได้มีการควบคุมการเดินทางและกั้นไม่ให้ประชาชนเข้ามาในพื้นที่รัศมีประมาณ 100 เมตรจากจุดเกิดเหตุ ตอนนี้สิ่งที่เป็นห่วงคือฝนที่อาจจะตกลงมา ซึ่งอาจทำให้ดินสไลด์มากขึ้น จึงได้มีการประสานเตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่

ด้านผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เส้นทางที่เกิดเหตุเป็นสายสีม่วงใต้ เป็นอุโมงค์รถไฟใต้ดิน 2 ชั้น ตอนนี้ต้องเร่งตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์ขึ้น เบื้องต้นคาดเกิด

จากการเคลื่อนตัวของน้ำใต้ดินกับดินที่การเคลื่อนตัวทางอุโมงค์ชั้นล่างทำให้ตัวรอยต่อระหว่างอุโมงค์ทั้งสองชั้นมีการสไลด์ ทำให้ดินบางส่วนพร้อมกับน้ำไหลเข้าไป ซึ่งตอนนี้ได้เร่งทำงานเพื่อคืนสภาพพื้นที่ให้เร็วที่สุด

“ตอนนี้ต้องตรวจสอบว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ใครต้องทำงานส่วนไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งบูรณาการทำงาน อาจจะต้องกลับใช้โมเดลการทำงานตอนที่ตึก สตง. ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างถล่ม และมุ่งเน้นการเคลียร์พื้นที่ ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว“ นายอนุทิน เน้นย้ำ

เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กทม. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ปภ. ประจำ ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command Post: ICP) ปฏิบัติงานเป็นวงรอบ เพื่อติดตามข้อมูล ประสานการปฎิบัติงาน และสนับสนุนความช่วยเหลือให้กับ กทม. ตลอด 24 ชั่วโมง ////////

#ปภ#ข่าว#อนุทิน#ดินถล่ม#วชิรพยาบาล

ลงพื้นที่ติดตามเหตุดินทรุดตัวหน้า รพ.วชิระ ถ.สามเสน ส่งทีมปฏิบัติการพิเศษ USAR Thailand พร้อมอุปกรณ์กล้องจับความความเคลื่อนไหวของโครงสร้างอาคาร เข้าช่วย กทม.

วันนี้ (24 ก.ย.68) เวลา 09.30 น.นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้มอบหมายให้นายสหรัฐวงศ์ สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการติดตามสถานการณ์เหตุดินทรุดตัวบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลวชิระ ถนนสามเสน กรุงเทพฯ

ในเบื้องต้นสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอรับการสนับสนุนทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ (USAR) พร้อมอุปกรณ์กล้องส่องความเคลื่อนไหวของโครงสร้างอาคาร เพื่อสนับสนุนภารกิจในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดย

เฉพาะการตรวจสอบความทรุดตัวของอาคาร เพื่อความปลอดภัยในการเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต่อไป ซึ่ง ปภ.ได้จัดส่งทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ หรือ USAR พร้อมอุปกรณ์พร้อมอุปกรณ์ชุดค้นหาพิเศษเข้าสนับสนุน กทม. ในเวลา 10:00 น.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คนเชียงกลาง จังหวัดน่านร่วมใจถวายผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 09.39 น. ณ หอประชุมอำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน นายโชดก ทองหาร นายอำเภอเชียงกลาง เป็นประธานในการถวายผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10 โดยคณะกรรมการกองทุนคนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน นำโดยนายทัตพงศ์ นันทะน้อย ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเชียงกลาง,
,นายอนันต์ บุญเทอม ประธานอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอเชียงกลาง,นายประทุม นิลคง กำนันตำบลเชียงคาน,นายสังวาล สุโรพันธ์

กำนันตำบลพระพุทธบาท,นายสมเดช สายน้ำน่าน กำนันตำบลพระธาตุ,นายพงษกร ค่าคาม กำนันตำบลพญาแก้ว,นางสาวชนสกานต์ สุโรพันธ์ กำนันตำบลเปือ ร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯ ชมรม อสม. ภาคเอกชน ร้านค้า และประชาชน ผู้มีจิตศรัทธา กำหนดจัดผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ สนับช่วยเหลือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่มีฐานะยากจน ช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัด และช่วยเหลืองานสุขภาพ ต่างๆที่พบว่าเป็นปัญหา โดยประชาชนพื้นที่อำเภอเชียงกลาง

ร่วมเป็นเจ้าภาพทุกหลังคาเรือน มีคณะสงฆ์ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมสนับสนุนอย่างเต็มที่ , โดยได้ยอดรวมผ้าป่าทั้งหมด 731,729(เจ็ดแสนสามหมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าบาทถ้วน) มีผู้เข้าร่วมถวายผ้าป่า อาทิ นายแพทย์อนุชิต สถาวรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงกลาง/นายกิตติเดช เกียรติมหาชัย เลขานุการ ส.ส.น่าน เขต 3/นายเมธี มะลิลม ผู้แทนเกษตรอำเภอ/นางพรมาลี ธาราทิพย์ พัฒนาการอำเภอเชียงกลาง/นางอุไร เปียงใจ

ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเชียงกลาง/ผู้แทนนายก อปท.ทุกแห่ง/ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย สารวัตร แพทย์ ทุกคน/อาสาสมัครรักษาดินแดน กองร้อยที่ 10 อำเภอเชียงกลาง/ ข้าราชการ ตำรวจ สภ.เชียงกลาง,กองร้อย ตชด.ที่ 325/ตัวแทน อสม.และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเชียงกลาง
ภาพข่าว ชาตรี ทำงาม สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ให้ความรู้เรื่องสิทธิ คนพิการ มอบชุดเยี่ยม/รถวีลแชร์/ผ้าอ้อมสำเร็จรูป คนพิการ 12 ราย วัดศรีสุวรรณรัตนาราม [วัดดงแก้ว] ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

23 กันยายน 2568 : 13.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคน

พิการทางการเคลื่อนไหวสากล ร่วมกับ นางสุพิชชญา สาคร นายกสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะ,พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หส.ผศ.ล.บ. และคณะ,ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง และคณะ,รอง นายก อบต.วังขอนขว้าง,จิตอาสา รุ่น 8/25

เหล่าทหารปืนใหญ่,ผญบ.,อสม.,พ.ต.เฉลิม อินจำปา รองประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยม/รถวีลแชร์/ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้คนพิการ จำนวน 12 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์ วัดศรีสุวรรณรัตนาราม [วัดดงแก้ว] ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

*** ขอขอบคุณผู้บริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ : บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 7 ชุด/ผ้าอ้อมสำเร็จรูปนางศิริกาญจน์ เขื่อนเพชร : บริจาครถวีลแชร์ 1 คันนางสุพมณฑน์ คลังบุญครอง : บริจาคผ้าอ้อมสำเร็จรูป และแผ่นรองซับโรงแรม CENTARA : บริจาคแปรงสีฟัน ยาสีฟัน

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว

สากลสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรีเครือข่ายทหารผ่านศึกอำเภอโคกสำโรงองค์การบริหารส่วนตำบลวังขอนขว้างทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่2ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ป้องกัน ลดยอดอัตราป่วยและเสียชีวิต Non-Communicable Diseases (NCDs)

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สาธารณสุขระดมหมอ แกนนำ อสม.ทั้งจังหวัด ติวเข้มขับเคลื่อนดูแลสุขภาพประชาชนป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)ลดยอดอัตราป่วยและเสียชีวิต Non-Communicable Diseases หรือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรค และไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้

แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยและพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และความเครียด. กลุ่มโรคนี้มีลักษณะดำเนินโรคอย่างช้าๆ ค่อยๆ สะสมอาการ และมักเป็นเรื้อรัง. ตัวอย่างโรค NCDs ที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด, เบาหวาน, โรคไตเรื้อรัง, โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง และมะเร็ง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 ก.ย.68 ที่โรงแรมมรกตทวิน อ.เมือง จ.ชุมพร นางเดือนเพ็ญ เคี่ยนบุ้น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธาธารณสุขและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมปีองกันโรค NCDs จังหวัดชุมพร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมนายแพทย์สาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลทุกแห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลคณะกรรมการชมรมอสม. หน่วยบริการสาธารณสุขทุกแห่ง และ อสม 320 คน

นางสาวสุดารัตน์ วงศ์นัฏจิรา หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาคุณภาพและรูปแบบบริการ สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดชุมพร กล่าวรายงานว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมป้องกันโรค NCDs จังหวัดชุมพร ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) เล็งเห็นว่ากลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ถือเป็น
ปัญหาใหญ่ที่กำลังทวีความรุนแรง

จากสถิติติผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ในปี พ.ศ.2562 พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกทั้งหมดมีถึง 63% ที่เกิดจากกลุ่มโรค NEDs สำหรับประเทศไทยสถิติล่าสุดพบว่า 14 ล้านคน พบในกลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของประชากรทั้งประเทศ โดยจากสถิติปี พ.ศ.2562 พบว่ามีประชากร
เสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs มากกว่า 300,000 คน หรือคิดเป็น 73% ของการเสียชีวิตของประชากรไทยทั้งหมด มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกลุ่มโรค NCDs ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคถุงลมโป้งพอง และโรคอ้วนลงพุง

กระทรวงสาธารณสุขจึงหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนให้ อสม.มีส่วนร่วม เพื่อให้คนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) ได้ด้วยกลไก อสม.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร มีความตระหนักและเห็นความของปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs

จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพบุคลากรสารณสุขและภาคีเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บุคลากรและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนมีความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อมงานป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และเพื่อลดปัญหาโรค

NCDs เพื่อให้บุคลากรและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs ในสถานบริการสาธารณสุขให้ครบทุกแห่ง การจัดตั้งสถานีสุขภาพในทุกหมู่บ้านของจังหวัดชุมพร Hulth station เพื่อให้บุคลากรและเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนได้แลกเปลี่ยนและขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพภาคประชาชนร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดชุมพร

สำหรับวิทยากร ที่ให้ความรู้ประกอบด้วย นายแพทย์ภัคพล ปัญจจิตติ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ นายชาตรี เบญญาพันธุ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสอ.เหนือคลอง และนางสาววรุญยุภา ยุติมิตร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.บ้านบางผึ้ง จังหวัดกระบี นายบุญสิงห์ แก้วสุข อสม.ดีเด่นระดับชาติ สาชา NCD ปี 2566 จังหวัดกระบี่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาชน อ.พานเตรียมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ต้านโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะ จี้รัฐยกเลิก MOU

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 กันยายน 2568นี้ มวลชนต้านโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอำเภอพาน นัดรวมพลครั้งใหญ่แสดง. ยืนกรานไม่เอาโรงไฟฟ้า พลังงานขยะ จี้องค์กรณ์รัฐยกเลิก MOU อปท.ท้องที่เกี่ยวกับโครงการกำจัดขยะความคืบหน้าล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า

ประชาชนชาวอำเภอพาน 4 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลทานตะวัน ตำบลแม่เย็น ตำบลหัวง้ม ตำบลม่วงคำ ได้ออกมาเคลื่อนไหวจัดเวทีแสดงความคิดเห็นโดยมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเวทีแสดงความคิดเห็น และรวมพลังแนวร่วมแต่ละหมู่บ้านร่วมแสดงแนวคิดเห็นผลข้อได้เสีย การสร้างโรงงาน

ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่4 ตำบล ได้แสดงความคิดเห็นอันเป็นแนวทางอันเดียวกันว่าไม่เอาโรงงานไฟฟ้าจากพลังงานขยะฯโดยล่าสุดเมื่อวันที่4กันยายนที่ผ่านมาตัวแทนประชาชนในพื้นที่ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ประธานคณะกรรมการจัดการ จัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย จังหวัดเชียงราย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นการยื่นหนังสือถึงหน่วยงานของรัฐเนื่องจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีผลกระทบต่อห้วย หนอง คลอง บึงแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่และมลพิษทางอากาศ จึงได้มีการเรียกร้องให้ยกเลิกMOU เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

อยู่ระหว่างองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่และเรียกร้องประชาชนสี4ตำบล จะนัดรวมพลครั้งใหญ่ซึ่งจะมีพลังมวลชนเกือบ 1,000 คน โดยนัดรวมพลที่ โรงเรียนบ้านปูแกงโดยจะมีการปราศรัยใหญ่และเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทาง ในพื้นตำบล ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอพาน วกกลับเส้นทางถนนพหลโยธิน เพื่อแสดงถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เอาโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะในพื้นที่อำเภอพานและการเรียกร้องให้มีการยกเลิกMOUโดยเร็วที่สุดความคืบหน้าจะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดงาน “SPARK 3วิ สู่น่านเมืองสร้างสรรค์” ขับเคลื่อน Soft Power วิถีน่าน สู่อนาคตที่ยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 กันยายน 2568 ณ ลานข่วงเมืองน่าน (ข่วงใหญ่) อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดงาน “SPARK 3วิ สู่น่านเมืองสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการ “เสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา สู่ Soft Power วิถีน่าน” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกและการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนครบทุกมิติ

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับ และ นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางโสภา ชวนวัน และ นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 520 คน

🪄วัตถุประสงค์การจัดงาน

  1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา เชื่อมโยง Soft Power วิถีน่าน มุ่งสู่น่านเมืองสร้างสรรค์
  2. จัดเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำเสนอผลงานในรูปแบบนิทรรศการ ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านวิชาชีพ และด้านวิชาชีวิตตามหลักพุทธธรรม ด้วยกระบวนการ SPARK โดยมีการนำเสนอจากโรงเรียน 4 สหวิทยาเขต ได้แก่ 1) สหวิทยาเขตวรนคร 2) สหวิทยาเขตศิลาทอง 3) สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง 4) สหวิทยาเขตเวียงป้อ รวมทั้งโรงเรียนภาคีเครือข่าย
  3. ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน

⭐️ไฮไลต์กิจกรรม

การจัดแสดงนิทรรศการและผลงานจากโรงเรียนในสังกัดและเครือข่ายรวม 30 โรงเรียนการแสดงศักยภาพผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิตตามหลักพุทธธรรมการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

🎊การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน “องค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่บนฐานพหุ

ปัญญา เสริมสร้างทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ระหว่างเรียน ตลอดจนยกระดับสู่การเป็น Soft Power ของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์” อย่างมั่นคงและยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน