เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ นำพุทธศาสนิกชนร่วมแสดงมุทิตาสักการะ เจ้าคณะภาค 15 เป็นสมัยที่ 2/“หัวหิน” คึกคัก เดินรณรงค์โค้งสุดท้าย ชวนประชาชนเลือกตั้งเทศบาล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.68 ที่หอประชุมสงฆ์ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งให้ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะภาค 15 เป็นสมัยที่ 2

โดยมี พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พร้อมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ศิษยานุศิษย์พุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมแสดงมุทิตาสักการะ

ทั้งนี้ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยรายนามพระสังมาธิการ ที่เสนอแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค วาระการดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2568 – 2572 โดยได้เข้ารับพระบัญชาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันพุธที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหาคร ในวันนี้จึงได้จัดพิธีต้อนรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีและแสดงมุทิตาสักการะพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15

พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ นามเดิมชื่อ ละเอียด วงษ์เณร เกิดวันที่ 8 พ.ย.2489 บิดานายวอน วงษ์เณร มารดานางแช่ม วงษ์เณร ภูมิลำเนาบ้านทางหวาย หมู่ที่ 3 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ อุปสมบทเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2510 ณ วัดคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ พระอุปัชฌาย์ได้แก่ พระครูศรัทธาโศภิต (หวล สุขิโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ และอดีตเจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ การศึกษา พ.ศ.2505 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านคลองวาฬ พ.ศ.2517 สอบได้นักธรรมชั้นเอก

สำนักเรียนวัดคลองวาฬ ตำแหน่งการปกครอง พ.ศ.2516 รองเจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ (ขณะนั้นวัดยังไม่เป็นพระอารามหลวง) พ.ศ.2528 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2529 ผู้รักษาแทนเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2530 เจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2542 รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (รูปแรกของ จ.ประจวบฯ) พ.ศ.2543 ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2544 เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2564 – 2572 เจ้าคณะภาค 15.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” คึกคัก เดินรณรงค์โค้งสุดท้ายเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งเทศบาล

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในกิจกรรมโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหิน (สท.) และนายกเทศมนตรีนครหัวหิน (Big Day) โดยมี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน / ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน นายกิตติชัย ศรีทองช่วย ปลัดอำเภอหัวหิน / ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน

คณะกรรมการการเลือกตั้งฯ หัวหน้าส่วนงาน หน่วยงานต่าง ๆ นักเรียน นักศึกษา และผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ในพิธีเปิดมีการแสดงเชิงสัญลักษณ์โดยการหย่อนบัตรเลือกตั้งจำลองลงในหีบเลือกตั้งจำลอง พร้อมร่วมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งจากบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเพื่อเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหินและนายกเทศมนตรีนครหัวหิน ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.68 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่ออยู่

นายประสูตร หอมบรรเทิง กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งในครั้งนี้มีความสำคัญต่อประชาชนชาวเทศบาลนครหัวหินทุกคน เป็นเครื่องมือกระตุ้นเตือนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ ให้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และชอบด้วยกฎหมาย จึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียง ด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนท้องถิ่นที่จะเข้ามาบริหารพัฒนาท้องถิ่นของเราให้เจริญก้าวหน้าตามความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง


นายจีรวัฒน์ พราหมณี กล่าวว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีนครหัวหิน แบ่งเป็น 4 เขต เขตละ 15 หน่วย รวมทั้งสิ้น 60 หน่วยเลือกตั้ง เลือกสมาชิกสภาเทศบาล ได้เขตละ 6 คน เลือกนายกเทศมนตรีได้ 1 คน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล 44,577 คน และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 44,823 คน จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหัวหิน 3 เขตเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 44,857 คน มีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนทั้งสิ้น 26,700 คน  คิดเป็นร้อยละ 59.52 จำนวนบัตรเสีย 1,582 บัตร และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน 44,994 คน

มีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนทั้งสิ้น 26,867 คน คิดเป็นร้อยละ 59.71 จำนวนบัตรเสีย 661 บัตร ซึ่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของเทศบาลนครหัวหิน และมีกรอบระยะเวลาเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ท้าทายความสามารถในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามแผนและประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งก็คือการทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากกว่าครั้งก่อน และลดจำนวนบัตรเสียให้มากที่สุด.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าประจวบฯ เปิดกิจกรรมโค้งสุดท้ายรณรงค์ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งเทศบาลเมืองประจวบฯ

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ (Big Day) มี นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นจังหวัดฯ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฯ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ทั้ง 15 ชุมชน และประชาชนทุกภาคส่วน เข้าร่วมจำนวนกว่า 200 คน เพื่อรณรงค์ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.นี้ ให้มากที่สุด และมีบัตรเสียน้อยที่สุด โดยมีการเดินขบวนรณรงค์ไปตามเส้นทางในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

ทั้งนี้ ในส่วนของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 3 เขตเลือกตั้ง มีจำนวนสมาชิกสภาเทศบาลได้เขตเลือกตั้งละ 6 คน รวมทั้งหมด 18 คน และนายกเทศมนตรี 1 คน ขณะที่ในภาพรวมของจังหวัดมีจำนวนเทศบาลทั้งหมด 16 เทศบาล แบ่งเป็นเทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 1 แห่ง และเทศบาลตำบล 14 แห่ง มีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 415 คน และผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี จำนวน 28 คน  ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อของตนเองและหน่วยเลือกตั้งที่ใช้สิทธิ์ได้จากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน หรือบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้

ณ ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานเทศบาลทุกแห่ง หรือทางแอปพลิเคชั่นสมาร์ท โหวต โดยหลักฐานที่ต้องนำมายืนยันตัวตนเพื่อใช้สิทธิ์ในวันเลือกตั้ง คือบัตรประจำตัวประชาชน บัตรหมดอายุก็ใช้ได้ หรือสามารถใช้เอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้โดยมีรูปถ่ายของตนเอง และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เมื่อเข้าคูหาจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สีเขียว และบัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี สีเหลือง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถใช้สิทธิ์ได้ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ร่วมกันใช้สิทธิ์เพื่อเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปทำหน้าที่บริหารพัฒนาท้องถิ่น.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“ครัวอิ่มอกอิ่มใจ” คว้าสุดยอด “แกงคั่วสับปะรด” ในงานท่องเที่ยวประจวบฯ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ให้เกียรติมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะการประกวดเมนูสร้างสรรค์ “แกงคั่วสับปะรด”

ซึ่งเป็นเมนูพื้นถิ่นประจำจังหวัดประจวบฯ จัดโดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ เพื่อส่งเสริมนโยบาย Prachuap Next Move ภายใต้หัวข้อ Gastronomy ในงาน “ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด” ประจำปี 2568 โดยมีร้านอาหารที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน รวม 5 ทีม

ตัดสินโดยชมรมเชฟหัวหิน-ชะอำ ที่มีประสบการณ์ด้านอาหารเกือบ 20 ปี โดยมีแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ ประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชมและเป็นสักขีพยาน

ผลการตัดสินเป็นเอกฉันท์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “แกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา” จาก ร้านอาหารอิ่มอกอิ่มใจปราณบุรี ซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร /

รางวัลที่ 2 ได้แก่ แกงคั่วสับปะรด จากทีมอามานทุ่งมะเม่า จาก ทูลานี รีสอร์ท กุยบุรี รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และ รางวัลที่ 3 ได้แก่ แกงคั่วสับปะรดสามอ่าว จาก ทีมครัวชมทะเล รับเงินรางวัล 2,000 บาท


นอกจากนี้ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ ยังได้นำขบวนร้านอาหารอิสลาม สินค้าเกษตร และสินค้า OTOP มาจัดจำหน่ายภายในงานเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ออกมาจับ จ่าย ใช้ สอย และเยี่ยมชมกิจกรรมสาธิตต่างๆ

ที่มาจัดแสดงภายในโซนนิทรรศการของหน่วยงานราชการและสินค้า OTOP เมืองประจวบฯ จากทั้ง 19 กระทรวง อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดงของน้องๆ เยาวชนจากแต่ละโรงเรียน ขึ้นมาแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที ให้ผู้เข้าเที่ยวงานได้ชมอีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สซาบีดา มอบโฉนดที่ดินพร้อมเปิดถนนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สุไหงโก-ลก พลิกโฉมเมืองชายแดน สู่การเติบโตที่ยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ที่บริเวณพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินฯในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดินและเปิดถนนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางสาวอัญชลี ตันวานิช ที่ปรึกษาด้านการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง นายปารเมศ โพธารากุล เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวสุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง นายว่าศักดิ์ เจิมจิระ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส นายสุนิรันดร์ ท้วมยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ นายรุสลัน โตะแปเราะ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ผู้บริหารทุกภาคส่วน นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนในพื่นที่ เข้าร่วมชื่นชมความสำเร็จในครั้งนี้

ทั้งนี้ความสำเร็จนี้นำมาซึ่งความยินดีและความภาคภูมิใจที่พี่น้องชาวสุไหงโก-ลกได้เข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐ ผ่านโครงการพัฒนาที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ระหว่างถนนสายหลัก คือ ถนนสายเอเชีย 18 กับทางหลวงชนบท นธ 4031 (ถนนตามผังเมืองสาย ข7) นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาเพราะมีองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ อยู่ใกล้กับสถานีขนส่งสุไหงโก-ลก สนามกีฬาของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ที่ทำการไปรษณีย์ อยู่ใกล้กับด่านชายแดน และศูนย์กลางเมืองสุไหงโก-ลก หลังดำเนินโครงการแล้วเสร็จเจ้าของที่ดินยังมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง นำมาซึ่งประโยชน์แก่เจ้าของที่ดิน ชุมชน และเมือง ณ บริเวณพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องประชาชนที่มีที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้าออก จึงได้นำวิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มาใช้ โดยทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการทำโครงการ ช่วยกันออกแบบบ้านและชุมชนของตนให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากที่บางแปลงถนนเข้าไม่ถึงก็สามารถเข้าถึงได้ บางแปลงมีรูปร่างหลายเหลี่ยมหรือเป็นเสี้ยว ก็ปรับเปลี่ยนรูปแปลงที่ดินให้เป็นสี่เหลี่ยมสวยงาม ช่วยเพิ่มมูลค่าและสามารถใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น หลักการเพียงแค่พี่น้องประชาชนร่วมกันปันที่ดินออกมาเพื่อก่อสร้างถนน และเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอื่นที่จำเป็น ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับมีมากกว่าหลายเท่าตัว นอกจากนี้การจัดรูปที่ดินยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยที่ดินถือเป็นต้นทุนพื้นฐานในการที่ประชาชนจะสามารถสร้างอาชีพ ทำประโยชน์ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จะเห็นได้ว่าประโยชน์ต่าง ๆ เกิดทั้งในส่วนของเจ้าของที่ดิน สามารถได้ใช้ประโยชน์ที่ดินของตนเองอย่างเต็มประสิทธิภาพ ชุมชนก็ได้ประโยชน์ และรัฐเองก็ได้ประโยชน์ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย นอกจากกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว ยังมีหน่วยงานที่บูรณาการความร่วมมือในการดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้สำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ กรมที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การไฟฟ้า และการประปา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน มาร่วมกันพัฒนาชุมชนของท่านไปด้วยกันกับโครงการจัดรูปที่ดินฯ

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า โครงการจัดรูปที่ดินเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่กรมโยธาธิการและผังเมืองขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันดำเนินโครงการฯ ไปแล้ว 71 โครงการ 54 จังหวัด ถือเป็นก้าวแห่งความสำเร็จในการพัฒนาเมืองแบบราษฎร์ – รัฐ ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ดินด้วยการ “ปัน” เพื่อ “เปลี่ยน” สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในคราวเดียวทั้งบริเวณ สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตรงตามวัตถุประสงค์ผู้ใช้ สอดคล้องตามที่ผังเมืองกำหนด เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม เปิดพื้นที่ตาบอดให้สามารถเข้าถึงและมีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐาน เกิดความปลอดภัย ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดี และการพัฒนาสิ่งดีดีให้เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองสุไหงโก-ลก


นางสาวอัญชลี ตันวานิช ที่ปรึกษาด้านการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดนราธิวาสได้ดำเนินโครงการจัดรูป ฯ โครงการที่ 1 ณ บริเวณเทศบาลเมืองนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส แล้วเสร็จในปี 2564 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมชุมชน และสะพานปลากิจกรรมต่อเนื่องจากการประมง เกิดการจ้างงาน ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นโครงการนำร่องเพื่อขยายผลสู่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส (โครงการ 2) ดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โครงการมีพื้นที่โครงการประมาณ 194 ไร่ แปลงที่ดิน 143 แปลง เจ้าของที่ดิน 58 ราย กรมโยธาธิการและผังเมืองสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการก่อสร้างถนนสายหลัก สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ถนนตามผังเมืองสาย ข7 ขนาดเขตทาง 18 เมตร ความยาว 1,005 เมตร จำนวนเงิน 67,285,000 บาท เชื่อมถนนสายเอเชีย 18 กับทางหลวงชนบท นธ 4031 (ถนนตามผังเมืองสาย ข7) ก่อสร้างถนนสายรอง จำนวน 9 สาย ความยาวรวม 1,639 เมตร ขนาดเขตทาง 12 เมตร จำนวน 7 สาย ความยาว 1,606 เมตร และขนาดเขตทาง 9.00 เมตร จำนวน 2 สาย ความยาว 33.00 เมตร ดำเนินการโดยใช้งบประมาณจาก 2 แหล่ง ประกอบด้วย 1) เงินจากการจำหน่ายที่ดินจัดหาประโยชน์ ใช้สำหรับดำเนินการสร้างถนนลูกรังและระบบระบายน้ำ 2) งบประมาณจากเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งใช้ดำเนินการในส่วนผิวจราจร ระบบไฟฟ้า และระบบประปา โดยได้นำเข้าแผนของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ปีงบประมาณ 2568 เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างถนนลูกรังและระบบระบายน้ำ ใช้งบประมาณจากการจำหน่ายที่ดินจัดหาประโยชน์ เป็นจำนวนเงิน 23,130,000 บาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ก่อนดำเนินโครงการมีที่ดินสาธารณประโยชน์ประมาณ 12 ไร่ หลังดำเนินโครงการมีที่ดินสาธารณประโยชน์เพิ่มขึ้น 23 ไร่ โดยเป็นสวนสาธารณะ 48.68 ตารางวา ผลจากการดำเนินโครงการทำให้มีพื้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันเพิ่มขึ้นถึง 11 ไร่ มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น 4.17 เท่า จากเดิมราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 960,000 บาท/ไร่ ปัจจุบันราคา 4,000,000 บาท/ไร่ และยังประหยัดงบประมาณภาครัฐในการเวนคืน 11,176,128 บาท

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเสริม เมืองสุไหงโก-ลก ถือเป็นเมืองการค้าชายแดนของภาคใต้ที่เชื่อมต่อประเทศมาเลเซีย ประชากรมีความเป็นอยู่ที่กระจุก บางพื้นที่ก็กระจาย เมื่อดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ก็สามารถปรับโครงสร้างการอยู่อาศัยและด้านการค้าของประชาชน สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม การขนส่ง มีความสะดวกมากขึ้น ผลสัมฤทธิ์จากการที่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ประชาชน ยอมเสียสละพื้นที่ส่วนตัว เพื่อสร้างพื้นที่ส่วนรวมร่วมกัน เปลี่ยนพื้นที่ตาบอดไปสู่พื้นที่ทำเลทองไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาให้เฉพาะเจ้าของที่ดิน แต่เป็นการวางรากฐานขยายเมืองสู่อนาคตที่ยั่งยืน คือภาพแห่งความสำเร็จในวันนี้ที่ทุกฝ่ายร่วมใจ ร่วมพัฒนาเมืองไปด้วยกัน

//////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมอบรม “วิถีคล้า วิถีคน” ใช้ต้นคล้าสร้างประติมากรรมแห่งศรัทธา เชื่อมโยงตำนานพญานาค สู่การขับเคลื่อน Soft Power ด้านการท่องเที่ยว-โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “การใช้ต้นคล้าในการสร้างสรรค์ประติมากรรมแห่งศรัทธา วิถีคล้า วิถีคน” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยว ให้เกิดการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่” ภายใต้กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า เล่าขานตำนานพญานาค สู่อัตลักษณ์ท่องเที่ยวบึงกาฬ”


ภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี และ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของโครงการ พร้อมด้วยนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ นายนริศ อาจหาญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งคล้า นายสันทัศน์ ทันนิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนจากชุมชน และผู้ประกอบการ ร่วมพิธี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน โดยกิจกรรมมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้สามารถนำไปต่อยอดในเชิงอาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ การใช้ทรัพยากรพื้นบ้านอย่างต้นคล้า ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความยืดหยุ่นและความคงทน มาใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างสรรค์ “ประติมากรรมแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมโยงกับตำนานพญานาค ซึ่งเป็นความเชื่อสำคัญของประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขงและถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ

วัตถุประสงค์ของการอบรมในครั้งนี้ ได้แก่

  1. เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ต้นคล้าในการสร้างสรรค์ผลงาน
  2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการออกแบบและเทคนิคการสร้างประติมากรรม
  3. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น
  4. เพื่อพัฒนาอาชีพและต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมสู่ตลาดในอนาคต

ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่

  • ดร.ธรรมศาสตร์ ศรีสารคาม อาจารย์ประจำสาขาทัศนศิลป์และการออกแบบ
  • นายณัฐวัชร เดชมาลา อาจารย์จากสำนักวิชาศึกษาทั่วไป
    .
    ทั้งสองท่านได้ร่วมถ่ายทอดทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้แก่ผู้เข้าอบรมอย่างเข้มข้น โดยเนื้อหาครอบคลุมการเลือกใช้วัสดุ เทคนิคการสร้างสรรค์งานศิลป์ การออกแบบรูปทรงที่สะท้อนความเชื่อทางวัฒนธรรม ตลอดจนแนวทางในการพัฒนาผลงานให้สามารถตอบโจทย์ตลาดด้านศิลปะและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต
    กิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬในการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยทุนทางวัฒนธรรมพื้นถิ่น สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างภาครัฐ นักวิชาการ และชุมชน อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง ..

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

บึงกาฬจัดกิจกรรม โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กระตุ้นประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง 11 พฤษภาคม 2568

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมือบึงกาฬ พร้อมด้วย นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมงานโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์

การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ภายใต้กิจกรรม “โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ” ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลเมืองบึงกาฬ ที่บริเวณรอบเมืองบึงกาฬ และถนนข้าวเม่าริมโขง จังหวัดบึงกาฬ

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงสื่อมวลชน ร่วมมือกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมทั้งปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของ

การใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตและโปร่งใส และเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬอย่างพร้อมเพรียงกันในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่ออยู่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงใหม่! รวบชายวัย 43 ปีทันควัน หลังวิ่งราวทรัพย์สาวโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่ อ้างตกงาน-พิการ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมนายปกรณ์ (ปกปิดนามสกุล )อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ หลังจากก่อเหตุชิงกระเป๋าสตางค์จากหญิงสาวในพื้นที่ช้างคลาน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง อ้างไม่มีอาชีพเพราะพิการ ต้องขอเงินพ่อใช้ชีวิต และนำเงินที่ได้จากการก่อเหตุไปซ่อมรถจักรยานยนต์

โดยมี พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ, และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าว ณ สภ.เมืองเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 07.00 น. บริเวณถนนระแกง ซอย 2 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ น.ส.พัชรินทร์ อายุ 46 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ แจ้งว่า ขณะกำลังเดินไปซื้อกับข้าว ถูกชายสวมเสื้อดำ กางเกงดำ ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กระชากกระเป๋าแล้วหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนสามารถติดตามเส้นทางหลบหนี และตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายปกรณ์ ซึ่งเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยใช้วิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถวนหลบซ่อนตัวในพื้นที่ อ.แม่ริม ก่อนจะถูกจับกุมได้ในวันที่ 2 พฤษภาคม เวลาประมาณ 13.30 น. บริเวณบ้านแม่สาใหม่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” และนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” ขอเน้นย้ำ เตือนถึงผู้ที่คิดจะกระทำความผิดให้หยุดพฤติกรรมเสียแต่ตอนนี้ เพราะทุกการกระทำผิดกฎหมายจะถูกติดตามและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมย้ำชัดว่า ‘เชียงใหม่เมืองปลอดภัย’ จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความสงบสุขของประชาชนเด็ดขาด

ตำรวจเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย …

///สมจิตรแสงบัลลังค์รายงาน//

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /อุกอาจ! โชเฟอร์ขับรถโดยสารมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ซุกบุหรี่ไฟฟ้า 4,200 แท่ง ใส่ช่องลับของรถ บขส. ระหว่างประเทศ จนท.ศุลกากรตรวจปล่อยออกจากด่านแต่ทหารตามไปตรวจพบจับดำเนินคดี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 และเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร -สะหวันนะเขต) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ได้ตรวจรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ สายมุกดาหาร-สะหวันนะเขต) หมายเลขทะเบียน 10-0716 มุกดาหาร ขณะวิ่งข้ามสะพานมิตรภาพ 2 จากแขวงสะหวันนะเขต​ เข้ามาที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร เมื่อเปิดดูบริเวณที่เก็บสัมภาระใต้ท้องรถพบกล่องกระดาษขนาดใหญ่ต้องสงสัยจำนวน 6 กล่อง

จึงได้นำมาเปิดตรวจสอบพบว่าภายในเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1,200 แท่ง แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานกำลังจะขึ้นไปตรวจค้นที่ด้านบนรถ ปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านซึ่งเข้ามาร่วมตรวจค้นด้วยบอกกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารว่าข้างบนรถตรวจแล้วไม่พบอะไรมีแต่กล่องขนมและได้ปล่อยให้รถโดยสารคันดังกล่าวแล่นออกไปจากด่านพรมแดน

แต่ต่อมาผู้บังคับบัญชาของหน่วยทหารทราบเรื่องว่ามีการตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลและกองทัพบกมีนโยบายให้กวดขันจับกุมโดยเด็ดขาด จึงได้สอบถามว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ขึ้นไปตรวจได้ด้านบนด้วยหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเจ้าหน้าทหารขึ้นไป ทางผู้บังคับบัญชาจึงได้ให้ติดตามรถโดยสารคันดังกล่าวไปทำการตรวจค้นที่ด้านบนรถโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร ตชด.234 ชุดสืบสภ.เมืองมุกดาหาร ตำรวจน้ำ ติดตามไปพบรถโดยสารคันดังกล่าวไปจอดอยู่ที่ด้านหลังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

จึงได้ขึ้นไปทำการตรวจค้นที่ด้านบนรถพบว่าที่บริเวณด้านท้ายสุดของห้องโดยสาร มีการดัดแปลงทำเป็นช่องลับภายในพบกล่องบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวน 15 กล่อง

ภายในบรรจุบุหรี่ไฟฟ้ารวมจำนวน 3,000 แท่ง นอกจากนี้ยังพบเสื้อกันฝนและขนมขบเคี้ยวอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ผ่านพิธีศุลกากร จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ดำเนินคดี

ส่วนคนขับรถโดยสารประจำทางคือนายสมบัติ โคตรสงคราม อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 13 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหารแจ้งว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นทท.ปลื้มชุดการแสดง “หัวหินบ้านพ่อ” ท่องเที่ยวประจวบฯ  มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว/ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและคดียาเสพติดตามหมายจับ 2 คดี จ.ประจวบคีรีขันธ์

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 30 เม.ย.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง  นายอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากร่วมรับชมชุดการแสดงจากอำเภอหัวหิน ชื่อชุดการแสดง “หัวหินบ้านพ่อ” ที่จัดแสดงในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี พ.ศ. 2568 ด้วยความสวยงามตระการจากนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยแหวนรังสรรค์) ประจวบฯ

โดยนายอำเภอหัวหิน กล่าวบรรยายถึง “หัวหิน” เมืองแห่งเรื่องราวและประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน วัฒนธรรมที่เรียบง่าย ผู้คนอบอุ่น และเสน่ห์ที่ยังคงอยู่ ไม่เสื่อมคลาย ทุกย่างก้าวในหัวหิน ล้วนอบอวลด้วยความทรงจำอันงดงาม ทั้งเสียงรถไฟเก่า ร้านรวงโบราณ และบรรยากาศสงบร่มรื่น ที่บอกเล่าเรื่องราวของกาลเวลาอย่างแผ่วเบา ช่วงที่ 2 เป็นการแสดงรวมแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอ ตั้งแต่ หัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี เมืองฯ ทับสะแก บางสะพานใหญ่ บางสะพานน้อย

ช่วงที่ 3 ตอนท้องทะเล “หัวหิน” ถิ่นมนต์ขลังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และประวัติศาสตร์ อัดแน่นด้วยความงามของท้องทะเล และธรรมชาติ มอบความสงบและร่มเย็นให้กับทุกผู้คนที่มาเยือน ที่นี่ไม่เพียงเป็นเมืองพักผ่อน แต่ยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ เรื่องราวของวันวานยังคงก้องอยู่ในสายลม ทุกย่างก้าวบนผืนทรายเต็มไปด้วยความหมายและกลิ่นอายของกาลเวลา ช่วงที่ 4 ตอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บุญประจำอำเภอ “หัวหิน” เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ และความศรัทธา ศาลเจ้าแม่ทับทิม หลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล และวัดเขาตะเกียบ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ที่ชาวหัวหินต่างเคารพนับถือขอพรให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข และปิดท้าย นายอำเภอหัวหิน

กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องราวของ“พระราชวังไกลกังวล” คือบ้านแห่งแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 สถานที่ที่พระองค์ทรงใช้เวลาร่วมกับประชาชน อย่างเรียบง่ายและเปี่ยมด้วยรักและห่วงใย พระองค์ทรงงานไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ใกล้ชิดชีวิตชาวบ้าน ดั่งเงาแห่งร่มไม้ใหญ่ ที่แผ่ความร่มเย็นให้แก่ชาวเมืองหัวหินตราบนิรันดร์ จนชาวหัวหินขนานนามว่า “บ้านของพ่อ” จนทุกวันนี้.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

จ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและคดียาเสพติดตามหมายจับ 2 คดี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อยพ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยต่าง ๆ ได้แก่ชุดจับกุม สภ.อ่าวน้อยชุดจับกุม กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม ชป.ขยายผล ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม นปพ. กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
ได้ร่วมกันจับกุมนาย อาทิตย์ หรือเทค เลขสิทธิ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับ 2 คดี ได้แก่

หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.25/2568 ลงวันที่ 23 มกราคม 2568 ในข้อหา “พยายามฆ่า และมีวัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครอง”หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.15/2568 ลงวันที่ 15 มกราคม 2568 ในข้อหา “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต”
เหตุการณ์การจับกุม

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปยังเพิงพักไม่มีเลขที่ หลังบ้านเลขที่ 24/2 หมู่ 10 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสืบทราบว่านายอาทิตย์ฯ พักอาศัยอยู่ ณ ที่ดังกล่าว
เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าที่พัก จึงเรียกให้เข้ามาพบ แต่นายอาทิตย์ฯ ได้ถือวัตถุคล้ายระเบิดในมือ และขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่จึงทำการเจรจา ต่อรอง จนเกิดเหตุวัตถุดังกล่าวระเบิดขึ้น แต่เนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพ จึงไม่ก่อให้เกิดอันตราย นายอาทิตย์ฯ ไม่ได้รับบาดเจ็บ และได้ยินยอมมอบตัวในที่สุด

เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับทั้งสองฉบับต่อผู้ต้องหา ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลตรงกับตนเอง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้ดำเนินการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา และนำส่งพนักงานสอบสวน ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รอง สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /อ.เมย์ เดินหน้าจัดโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น ปีที่ 4” แจกแว่นสายตาผู้สูงอายุกว่า 1,500 คน

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการในโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น ปีที่ 4” ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท แฮปปี้ฮวงจุ้ย จำกัดโดยมี อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดังของประเทศไทย เป็นประธานโครงการ และขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกลที่มีปัญหาทางสายตา แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายปัญญา ปานแสง นายอำเภอน้ำหนาว เป็นประธานในพิธี

โครงการในปีนี้ตั้งเป้ามอบแว่นสายตาคุณภาพให้กับ ผู้สูงอายุจำนวน 1,500 คน จาก 30 หมู่บ้าน ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลน้ำหนาว, ตำบลโคกมน, ตำบลวังกวาง และตำบลหลักด่าน โดยคุณสมบัติของผู้รับบริการในโครงการนี้ ได้แก่:อายุ 50 ปีขึ้นไปมีรายได้น้อย ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือนมีปัญหาสายตา เช่น สั้น ยาว เอียง และยังไม่เคยได้รับแว่นจากโครงการนี้มาก่อน​ ซึ่งแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 วัน คือ วันที่ 30 เมษายน 2568 ณ หอประชุมอำเภอน้ำหนาว, วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารอเนกประสงค์​ หมู่ 1 ตำบลวังกวาง และวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักด่าน

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า ทางคณะผู้จัดงานยังได้รับความเมตตาจาก พระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว และเจ้าอาวาสวัดโคกมน กล่าวสัมโมทนียกถา แก่ผู้สูงอายุ และจิตอาสาที่มาร่วมงาน ถึงแม้ร่างกายจะร่วงโรย แต่ถ้าใจยังศรัทธา ยังเห็นค่าความดี ก็ถือว่าเรายังมีพลังอยู่ วันนี้ไม่ใช่แค่ได้แว่น แต่คือได้เห็นธรรมะ ได้แสงสว่าง ได้เห็นคุณค่าชีวิตอีกครั้ง

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการวัดสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์​ วัดด้วยเลนส์เซ็ท และมอบแว่นตาที่ประกอบใหม่จากเลนส์คุณภาพ CR39 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ให้พ่อโซ้น แม่โซ้น ได้รับแว่นสายตาคุณภาพ ตรงกับค่าสายตาจริง นอกจากอิ่มใจ ยังอิ่มท้องด้วยโรงทาน อาหารคาวหวาน อาหารเจ น้ำดื่ม และจิตอาสาคอยดูแลผู้สูงอายุตลอดงาน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ปิติใจ และเปี่ยมด้วยน้ำใจ

หนึ่งในช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดของวัน คือการได้พบกับคุณลุงวัย 84 ปี ที่แม้จะอายุมาก แต่ยังแข็งแรงและเดินทางมาด้วยตนเอง โดยคุณลุงเล่าว่า รอคอยโครงการนี้มานาน เพราะที่ผ่านมาใส่แว่นตลาดที่ไม่ตรงค่าสายตา มองเห็นไม่ชัด และอ่านหนังสือธรรมะไม่ได้ รู้สึกดีใจมากที่อาจารย์เมย์ยังมาทุกปี ปีนี้ก็ไม่พลาด จะได้อ่านหนังสือได้อีกครั้ง

โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งปกครอง, หน่วยงานท้องถิ่น ข้าราชการ, อบต., สาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสามากมาย ที่มาร่วมทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยจิตสาธารณะ ที่สำคัญ​และขาดไม่ได้ คือคณะเจ้าภาพร่วม โดยเจ้าภาพหลักได้แก่ บริษัท​ แฮป​ปี้ฮวงจุ้ย​ จำกัด, คุณวีรวิชญ์ อัศวภิญโญภาคย์ และครอบครัว, คุณวิชัย อรุณสิริตระกูล บริษัท ซีเอ็นเอส เอ็นจิเนียริ่งเซอร์วิส จำกัด, คุณธัญกมล เมืองฮาม และครอบครัว, Alpha Trading and Service Co.,Ltd., ครอบครัวดารกมาศ, บริษัท ที.เอ็น.ซีเมนต์บล็อค จำกัด, ลูกศิษย์​และกัลยาณมิตร​ร่วมบุญกันมาอีกมากมาย

อาจารย์เมย์ กล่าวถึงหัวใจของโครงการว่า หลายคนมองไม่เห็นชัดมานาน ไม่ใช่เพราะโรคร้ายแรง แต่เพราะไม่มีโอกาสได้มีแว่นตาดีๆเป็นของตนเอง การมอบแว่นให้เขาเห็นชัด คือการมอบชีวิตใหม่ มอบโอกาสทางการศึกษา ให้โอกาสในการสร้างรายได้ ให้ความสุขในการทำสิ่งที่รัก พลิกชีวิตเขาได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.ศรีสัชนาลัยจัดยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ายาเสพติด.

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าวันพุธที่ 30 เมษายน 2568ตั้งแต่เวลา 08.00 – 13.00 น.อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยโดย นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย” ภายใต้โครงการ ศรีสัชนาลัย สีขาว โดยบูรณาการความร่วมมือกับ พ.ต.อ.วรวิทย์ คชไกรผกก.สภ.บ้านแก่ง มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอศรีสัชนาลัย

ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชป.ปส.สภ.บ้านแก่ง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีสัชนาลัยที่ 6 ขับเคลื่อนโครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว” ภายใต้โครงการจังหวัดสุโขทัย และมหาดไทยสีขาว เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งภัยยาเสพติด Safe Zone No Drugs และขับเคลื่อนนโยบายจัดระเบียบสังคมปราบปรามผู้มีอิทธิพล ของกระทรวงมหาดไทย

โดยร่วมกันเปิดปฏิบัติการยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย ในพื้นที่บ้านโป่ง หมู่ที่ 6 ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เป็นสายลับเข้าไปสังเกตุการณ์ในพื้นที่เป้าหมาย ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 2 ราย รายละเอียดดังนี้

ผู้ถูกจับรายที่ 1 พบของกลางเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 7 เม็ด จึงได้ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

ผู้ถูกจับรายที่ 2 พบของกลางเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 30 เม็ด จึงได้ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุม พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแก่ง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันระหว่างนายอำเภอ เจ้าคณะอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่ดำเนินการจัดทำพิธีลงนาม MOU แก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตจำนงค์ในการร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของทุกภาคส่วน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

ณ บ้านโป่ง หมู่ที่ 6 ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จี-ยู ครีเอทีฟ สยามพิวรรธน์ ซีพีและบริษัทในเครือฯ จัดการแข่งขันเก็บขยะระดับโลก “SPOGOMI WORLD CUP 2025 THAILAND Qualifiers” ค้นหาตัวแทนประเทศไทยสู่โตเกียว

แชร์เนื้อหานี้

ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับการจัดการแข่งขันกีฬาเก็บขยะครั้งแรกของประเทศไทยในปี 2023 “SPOGOMI WORLD CUP THAILAND STAGE” ที่ส่งตัวแทนประเทศไทยคว้ารางวัลอันดับต้น ๆ ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดในปี 2025 จี-ยู ครีเอทีฟ ผนึกกำลังพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ สยามพิวรรธน์ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ เตรียมจัดการแข่งขัน SPOGOMI WORLD CUP 2025 THAILAND Qualifiers เพื่อค้นหาตัวแทนประเทศไทยร่วมชิงชัยกับอีก 33 ประเทศทั่วโลก ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นSPOGOMI (スポゴミ) มาจากการรวมคำว่า “Sport” และ “Gomi” (แปลว่า “ขยะ” ในภาษาญี่ปุ่น)

เป็นการแข่งขันที่ผสมผสานความสนุกสนานของกีฬาเข้ากับกิจกรรมการเก็บขยะ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับคนทุกช่วงวัย ภายใต้โครงการ “Change for the Blue” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ของสังคมทั้งมวลว่าพลเมืองแต่ละคนควรสร้างปัญหาทางทะเล ขยะเพื่อพัฒนา “ไม่มีขยะในมหาสมุทรอีกต่อไป” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก The Nippon Foundation หนึ่งในองค์กรไม่แสวงกำไรที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น การแข่งขัน SPOGOMI ไม่ใช่แค่การชิงชัยในสนาม แต่คือการรณรงค์เชิงสร้างสรรค์ ที่เปลี่ยนกิจกรรมรักษ์โลกให้เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีพลัง เป็นเวทีที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้เรื่องการจัดการขยะอย่างถูกวิธีและการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

ทั้งนี้ การจัดงาน SPOGOMI WORLD CUP 2025 THAILAND Qualifiers ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัทในเครือ อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXTRA และบริษัท ซีพีพีซี จำกัด (มหาชน) หรือ CPPC ซึ่งล้วนมีบทบาทเชิงรุกในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและบริหารจัดการขยะภายใต้นโยบาย “Zero Waste” อย่างจริงจังมาโดยตลอด การสนับสนุนกิจกรรม SPOGOMI ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อมของภาคธุรกิจไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนสังคมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างการเปลี่ยนแปลงจากระดับปัจเจกสู่ระดับประเทศ และส่งต่อพลังบวกให้กับชุมชนและคนรุ่นใหม่ในการดูแลโลกใบนี้อย่างมีความหมาย

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเก็บและคัดแยกขยะ! พบกับกิจกรรมรักษ์โลกที่สร้างสรรค์ ร่วมฟังเสวนาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ภายในวันเสาร์ที่ 12 และ วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568 ณ พาร์คพารากอน สยามพารากอน
ทั้งนี้ จี-ยู ครีเอทีฟ ร่วมกับ สยามพิวรรธน์ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดงานแถลงข่าว “SPOGOMI WORLD CUP 2025 THAILAND Qualifiers” อย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา เวลา : 16.00-17.00 น. ณ SCBX NEXT ชั้น 4 สยามพารากอน พร้อมความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร รวมทั้ง ผู้แทนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ และคณะผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตร เหล่า Guest speaker ศิลปิน ดารา ไอดอล เข้าร่วมงานแถลงข่าวกันอย่างคับคั่ง อาทิ

คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานบริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด· คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด คุณโทโมมิ โคบายาชิ รองประธานกรรมการ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด คุณคาวามูระ มากิ ผู้อำนวยการสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย มล.อรดิศ สนิทวงศ์ ผช.กก.ผจก.ใหญ่/ผู้บริหารสายงาน Corporate Affairs บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด คุณณัฐพล ชำนิธุระการ นักวิชาสุขาภิบาลชำนาญการ สำนักงานเขตปทุมวัน คุณอัตสึชิ ชิมาดะ นายกสมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย

คุณวิทวัส ตันติเวสส รองประธานคณะทำงาน โครงการเครือเจริญโภคภัณฑ์ครบรอบ 100 ปีคุณสุธี สมุทรประภูต ผู้อำนวยการความยั่งยืน ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (CPF)คุณศุภฤกษ์ อาจราชกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์ (CP ALL) คุณนภัสจิรา อิงคโรจน์ฤทธิ์ ผู้จัดการอาวุโส ส่วนงานกิจกรรมเพื่อสังคมและความยั่งยืนองค์กร (CP Axtra)คุณฐานันดร์ สดแสงสุก รองกรรมการผู้จัดการ สำนักกลยุทธ์ (CPPC)ดร.อรทัย พงศ์รักธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการด้านความยั่งยืน บริษัท ดาวเคมิคอลประเทศไทย จำกัด

คุณปฏิภาณ วงษ์ชารี ผู้จัดการทั่วไป Mainichi Academic Group ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรดร.อิทธิกร ศรีจันบาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัดคุณชณัฐ วุฒิวิกัยการ (KongGreenGreen)คุณวิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ (WISHULADA)คุณพูลยศ กัมพลกัญจนา (Paper Ranger)ศิลปินวง Move Along Journey คุณ เอ๊ะ ละอองฟอง, คุณติ๊ก Playground และ คุณที Jetset’er นักแสดงจากบริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด คุณเคน กันต์ธีร์, คุณพอล ธนัน และ คุณกีต้าร์ ศุภกร

นักแสดงจากบริษัท กองทัพ โปรดักชั่น จำกัด – คุณม่อน เตชินท์ และ คุณภัค วรายุส์นักแสดงจาก บริษัท บิบบิดี้ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด คุณเลโอ พีรพันธ์, คุณดับเบิ้ล ทัพพ์เทพ และ คุณเอิร์ธ ธีระภัทร์ศิลปินจากวง MINDY – คุณณิชชา จักรชัยกุล (มุกกิ), คุณน้ำเพชร ไอลีน คอลลินส์ (ไอลีน), คุณกันยากร นามบุญเรือง (หมิงหมิง)คุณชดาธาร ด่านกุล (ม่านมุก)คุณวรัทยา ดีสมเลิศ (ไข่มุก)คุณรตา ชินกระจ่างกิจ (รตา) ไอดอลจากวง Euphonie☆ คุณเพทเพทไอดอลจากวง Sumomo คุณน้ำฟ้าไอดอลจากวง Ikinari Tell me คุณมินนี่

SPOGOMI WORLD CUP 2025 THAILAND Qualifiers คือเวทีที่ไม่เพียงเปลี่ยนขยะให้เป็นกีฬา  แต่ยังเปลี่ยนพลังของคนธรรมดาให้กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่  เพื่อโลกที่สะอาดขึ้น และอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน  สมัครร่วมแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ  ได้ตั้งเเต่ วันนี้ ถึง วันที่6 มิถุนายน 2568   โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครได้ที่  https://forms.gle/wkFixYKUALXQ6bPY6    ** ด่วนรับจำนวนจำกัด **

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อแอนแทรกซ์ เสียชีวิตรายแรก.มุกดาหาร / สสจ.มุกดาหาร ออกประกาศให้ประชาชนงดกินเนื้อวัว ควาย แพะและแกะดิบ / สสจ.มุกดาหาร พบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์3 ราย และผู้สัมผัส 377 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอําเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ได้ออกประกาศอำเภอดอนตาล เรื่องมาตรการควบคุมโรค (ฉบับที่ 1) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา มีประชาชนในตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ได้สัมผัสและรับประทานเนื้อวัว

ต่อมาได้ป่วยเป็นไข้และมีตุ่มที่บริเวณผิวหนังถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลดอนตาล แต่ทางโรงพยาบาลเห็นว่ามีอาการหนักจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันนี้ (30 เมษายน 2568) จากการตรวจในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเสียชีวิตเพราะติดเซื้อโรคแอนแทรกซ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าหมีได้ไปรับศพมาฌาปนกิจในวันเดียวกัน

อําเภอดอนตาลจึงได้แจ้งหัวหน้าส่วนราชการ และกํานัน – ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อําเภอตอนตาล ดำเนินการควบคุมโรคและเฝ้าระวังการแพร่ระบาคโรคแอนแทรกซ์ และได้ประกาศก่าหนดมาตรการควบคุมโรค คือ

  1. ห้ามฆ่าสัตว์ โดยเฉพาะ โค กระบือ ในห้วงงานบุญประเพณีบุญเตือนหก (บุญบั้งไฟ) ทุกกรณี
  2. โรงพยาบาลตอนตาล สาธารณสุขอําเภอดอนตาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี ได้เปิดศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค เพื่อบริการประชาชนในการตรวจเชื้อโรคแอนแทรกข์ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี และศาลาประชาคม หมู่ที่ ๑ บ้านเหล่าหมี
  1. ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจ๋าหมู่บ้าน (อสม.) สํารวจประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และให้บันทึกข้อมูลลงใน ระบบของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการเฝ้าระวังในการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์
  2. การเฝ้าระวังการติดเชื้อของโค กระบือและแพะ มอบหมายให้ปศุสัตว์อําเภอดอนตาลดําเนินการ
  3. ให้กํานัน – ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ไห้ประชาชนในพื้นที่ทราบ ลักษณะอาการของการติดเชื้อโรคแอบ แทรกซ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค หากประชาชนท่านใดมีอาการตังกล่าว ให้มาตรวจหาเซื้อได้ที่ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค
  1. ให้กํานัน -ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์หากพบโค กระบือและแพะ ที่มีอาการไข้สูง ไม่กินหญ้าแต่ยืน เคี้ยวเอื้อง มีน้ำลายปนเลือดไหลออกมา หายใจลําบาก ยืนโซเซ กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ให้กักขังสัตว์ดังกล่าว เละแจ้งปสุสัตว์อ่าเภอดอนตาลเข้ามาตรวจสอบโดยทันที่
  2. ให้มีการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ในการลักลอบขนโค กระบือและแพะ ออกจากพื้นที่ที่มีการระบาดของ โรคแอนแทรกซ์
  3. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ปศุสัตว์อําเภอตอนตาล จะทําการจีดวัคซีนโค กระบือ และแพะ ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาตโรคแอนแทรกซ์ จึงห้ามไม่ให้ประชาชนในพื้นที่ ที่มีการฉีดวัคซีนทํา การฆ่าหรือซําแหละโค กระบือ และแพะ ในเวลา 21 วัน นับตั้งแต่มีการฉีดวัคซีน
  1. หากมีปัญหาข้อสงสัยในการระบาดของโรค และโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงพื้นที่ตำบลเหล่านี้ ขอให้เฝ้าสังเกตอาการตัวเอง หากพบว่ามีอาการผิดปกติสามารถติดต่อหน่วยงานราชการ เพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ที่ ที่ทําการปกครองอําเภอดอนตาล (ฝ่ายความมั่นคง) โรงพยาบาลดอนตาล สำนักงานสาธารณสุขอําเภอดอนตาล ปศุสัตว์อําเภอดอนตาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สสจ.มุกดาหาร ออกประกาศให้ประชาชนงดกินเนื้อวัว ควาย แพะและแกะดิบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม กลุ่มภารกิจสื่อสารความเสี่ยง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร งดกินเนื้อวัว ควาย แพะ และแกะดิบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ เพราะเป็นแล้วอาจถึงตายได้ โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา มีประชาชนในตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล

ได้สัมผัสและรับประทานเนื้อวัว ต่อมาได้ป่วยเป็นไข้และมีตุ่มที่บริเวณผิวหนังถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลดอนตาล แต่ทางโรงพยาบาลเห็นว่ามีอาการหนักจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันนี้ (30 เมษายน 2568) โดยแพทย์ตรวจแล้วพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อแอนแทรกซ์ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและติดต่อจากสัตว์สู่คน มีพาหะนำโรคคือ วัว ควาย แพะ และแกะ โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวได้เสียชีวิตเป็นรายแรกของจังหวัดมุกดาหาร

ขณะที่แผงขายเนื้อวัวสดในตลาดเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเงียบเหงาโดยมีประชาชนมาซื้อเนื้อวัวไปบริโภคน้อยลงอย่างผิดสังเกต เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับทราบข้อมูลว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ จึงทำให้เกิดความกลัวจึงไม่กล้าซื้อเนื้อวัวไปบริโภคแต่โดยเปลี่ยนไปซื้อเนื้อสัตว์ประเภทบริโภคอื่นแทน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สสจ.มุกดาหาร พบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 3 ราย และผู้สัมผัส 377 ราย เตือนประชาชนงดกินก้อย ซอยจุ๊

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์ผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า เป็นโรคแอนแทรกซ์เสียชีวิต 1 ราย พบผู้ป่วยเข้าข่ายเป็นโรคแอนแทรกซ์ 3 ราย ขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว และยังพบ

ผู้สัมผัสอีกจำนวน 377 ราย ประกอบด้วยผู้ชำแหละเนื้อวัว 28 ราย ผู้รับประทานเนื้อดิบ 232 ราย ผู้สัมผัสโดยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้ชำแหละ 117 ราย โดยทั้งหมดทุกคนได้รับการตรวจคัดกรอง และได้รับยาป้องกันเรียบร้อยแล้ว จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหารงดกินลาบเนื้อดิบ ก้อยดิบ และซอยจุ๊ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

ขณะที่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ตรวจพบผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ นายชาคริตชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล ได้ออกประกาศอำเภอดอนตาล เรื่องมาตรการควบคุมโรค ฉบับที่ 2 มีข้อความว่าเพื่อให้การตวบคุมโรคและเผ้าระวังการแพร่ระบาดโรคแอนแทรกซ์ อ่าเกอตอนตาลจึงให้ดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด เพื่อปัองกันการเคลื่อนซ้ายโค กระบือ เข้าและออกในเขตพื้นที่อำเภอดอนตาล รวม 4 จุด ประกอบด้วย จุดตรวจบ้านป่าพะยอม จุตตรวจบ้านนาห้วยกอก จุดตรวจบ้วนภูวง และจุดตรวจหน้าสถานีต้ารวจภูธรปาไร่

สำหรับพื้นที่บ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ได้มีการเข้าตรวจสอบจุดชำแหละวัวทีมีการแพร่เชื้อ โดยเจ้าหน้าที่จากด่านกักกันสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ และทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณโดยรอบเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค และได้มีการวางแผนการควบคุมโรคสัตว์โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสํารวจ/วางแผนฉีดวัคซีนวัวในรัศมี 5 กม. จํานวน 1,222 ตัว ฉีดยาปฏิชีวนะในวัวบริเวณพื้นที่เสี่ยงจำนวน 124 ตัว อีกด้วย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารพบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีกสามราย ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.เจ ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน มอบผ้าห่มกันหนาวให้ผู้สูงอายุและเด็กนักเรียนในพื้นที่ตำบลไชยสถาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ณ โรงเรียนบ้านไชยสถาน ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน สว.เจ ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย คุณศิริลักษณ์ พรหมแสง ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สว., พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้ชำนาญการประจำตัว สว., ดร.พุฒิพงษ์ ทองวิมล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, ดร.สมหมาย พัฒนดิลก ผช.สว., ดร.รัฐธนินท์ จิรวัฒน์โภคิน ผช.สว., ทนายภาส ศรประสิทธิ์ ผช.สว., ทนายศรัณย์พร ทองฉิม

คณะทำงานด้านกฎหมาย., คุณกิตติ คณะทำงาน, นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นายธงชัย พุฒนา ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านไชยสถาน นายอลังกาล กุลหนาน ผอ.โรงเรียนบ้านไชยสถาน นายกมล อินถา ผู้ใหญ่บ้านไชยสถาน นายนิรันด์ สิทธิมงคล อดีตผู้ใหญ่บ้านนาท่อ นายธนาชัย อินปัน อดีต ผอ.กองช่าง อบต.สะเนียน

นางประกายดาว ไชยมงคล สอบต.บ้านฝาง นางปนัดดา ไชยเรียน อสม. มอบผ้าห่มกันหนาว, ยาดม, ยาหม่อง, สบู่ ให้กับผู้สูงอายุ บ้านฝาง บ้านไชยสถาน บ้านตาแก้ว บ้านศรีเกิด บ้านทุ่งขาม บ้านเด่นใหม่ บ้านก๊อด บ้านนาท่อ บ้านนาท่อใหม่ บ้านค่าใหม่ไชยเจริญ บ้านปางค่า

และนักเรียนโรงเรียนบ้านไชยสถาน รวม 11 ชุมชน จำนวน 120 ผืน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านซึ่งเป็นผู้ประสานงาน ต้องกราบขอบพระคุณ สว.เจ พร้อมคณะเป็นอย่างยิ่ง ที่นำผ้าห่มและยาดม ยาหม่อง และสบู่มามอบให้พี่น้องประชาชนตำบลไชยสถานในวันนี้เป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณ ผอ.ธงชัย พุฒนา ที่ประสานแกนนำ

ทุกหมู่บ้าน ขอบคุณผู้ประสานงานชาวบ้านประกอบด้วยนายศุภสิน ทะนันชัย นางพิกุลรักษ์ กุลการินทร์ นางธนาภร วัฒนานิธิ นายลอยทะนันชัย ขอขอบคุณ ผอ.อลังกาล กุลหนาน และคณะครูโรงเรียนบ้านไชยสถานที่อนุเคราะห์สถาน ที่มา ณ โอกาสนี้ เป็นอย่างยิ่งครับ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เด็กปอเนาะตะห์ฟิซพร้อมชาวบ้านทอนรวมตัวเดินรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงหลังผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิดทำร้ายผู้บริสุทธิ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2568ที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านทอน ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เด็กนักเรียนจากสถาบันการศึกษาปอเนาะตะห์ฟิซฮีดายาตุลกรุอ่าน พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่ประมาณ 200 คน ต่างพร้อมใจกันเดินขบวนเพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการใช้ความรุนแรง หลังผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณริมกำแพงถนนหลังสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน

ในเขตพื้นที่บ้านทอนฮีเล ม.10 ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหาย ส่งผลทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการก่อเหตุความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อเด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับความเดือดร้อน จึงออกมาแสดงพลังเพื่อประนามการกระทำที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้การเดินขบวนต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครั้งนี้เพื่อเรียกร้องความสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ และประกาศเจตนารมณ์รวมพลังต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบโดยพร้อมใจกันชูป้ายข้อความอาทิ พลังประชาชนปฏิเสธความรุนแรง อยากให้ภาคใต้สงบสุข หยุดเถอะความรุนแรง Stop หยุดสร้างสถานการณ์ในตำบลโคกเคียน เสียงระเบิดซ้ำเติมเศรษฐกิจชาวบ้าน และหนูผิดอะไรทำไมต้องระเบิดใส่หนู แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยุติการใช้ความรุนแรง และหาทางออกด้วยสันติวิธี สื่อไปยังผู้ก่อความไม่สงบ ให้ยุติการก่อเหตุซ้ำ

ด้าน ด.ช.อับดุลเล๊าะห์ นุ้ยประเสริฐ กล่าวว่า ตอนนั้นผมอยู่ในเหตุการณ์และกำลังจะไปทานข้าวที่บ้านของชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับสภ.โคกเคียน ซึ่งตอนนั้นรู้สึกตกใจมากที่ เกิดเหตุระเบิดขึ้นรู้สึกเสียใจว่าทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับพวกเรา และอยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือที่ไหนก็ตาม

จากนั้น ร.ต.อ.สายเจต เสือย้อย ผบ.ร้อย ฉก.ตชด. 934 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ในสังกัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ได้ร่วมกันมอบดอกไม้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเด็กนักเรียนในครั้งนี้ด้วย
///////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีรับ-ส่งทหารใหม่ เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ทหารบกและทหารอากาศ ผลัดที่ 1/2568 ญาติให้กำลังใจคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.50 น. ที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ สัสดีจังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีรับ-ส่ง ทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ แผนกทหารบก ผลัดที่ 1 /2568 และแผนกทหารอากาศ ผลัดที่ 1/2568

โดยได้รับเกียรติจาก นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธี พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พันเอกสุระชัย มีหอม รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ

พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ นายธีรวัฒน์ สนิทชน ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ปกครองร่วมพิธี โดยมีพันเอกบัณฑิต คำเคน สัสดีจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานและนำพบปะทหารใหม่ สำหรับจังหวัดบึงกาฬ

ได้ทำการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 3 – 11 เมษายน 2568 วันนี้เป็นการส่งทหารเข้ากองประจำการในผลัดที่ 1 แยกเป็นประจำการ

ณ มณฑลทหารบกที่ 29 จังหวัดสกลนคร จำนวน 26 นาย มณฑลหารบกที่ 21 จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 24 นาย กองทัพอากาศ กองบิน23 จังหวัดอุดรธานี จำนวน 17 นาย และกองทัพภาคที่ 1 กองทัพอากาศ ดอนเมือง จำนวน 25 นาย รวมทั้งสิ้น 92 นาย

โอกาสนี้ได้นิมนต์พระครูกิตติปัญญานุยุต (สินทำ กิตติปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีอุปถัมภ์(วัดป่าภูกระแต) พร้อมคณะะสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาประพรมน้ำพระพุทธมนต์และมอบวัตถุมงคล เพื่อเป็นสิริมงคลเป็นขวัญกำลังใจ

จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ได้พบปะทหารใหม่บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอบอุ่น พร้อมทั้งให้โอวาทขอให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ญาติ พี่น้อง ทหารใหม่ ที่จะต้องไปเข้ารับราชการทหารกองประจำการในวันนี้ว่า ขอให้มั่นใจในกองทัพ มั่นใจในผู้บังคับบัญชา จะดูแลบุตรหลานเป็นอย่างดีระหว่างการฝึกและตลอดระยะเวลาที่เข้าอยู่กองประจำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการนวดและสปาเพื่อสุขภาพ” [รุ่นที่ 1]

แชร์เนื้อหานี้

30 เมษายน 2568 : 15.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ::

ร่วมพิธีปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการนวดและสปาเพื่อสุขภาพ” [รุ่นที่ 1] สำหรับคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ/คนในครอบครัวของคนพิการ จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2568 ซึ่งมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีปิด ณ ห้องประชุม 307 ตึกมหิดล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กอ.รมน.จ. ส.ท. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ในพื้นที่ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 68 เวลา 0930 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกับ นายบุญส่ง ชำนาญเสือ นายก อบต.นาเชิงคีรี และ นายสายชล ถึงเป้ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.นาเชิงคีรี ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบวาตภัย ในพื้นที่ ม.1 ต.นาเชิงคีรี อ.คีรีมาศ จว.ส.ท. ซึ่งได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 68 เวลา 1620 ที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ และพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือ,ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ยืนยัน สนามบินมุกดาหารเดินหน้าสร้างต่อ มติ ครม.ให้เร่งรัดไม่ใช่ยกเลิก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ห้องประชุมแก่งกะเบา ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยมีนายคณิต ปัญติโย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร และ นส.เยาวลักษณ์ ตั้งประกิจ นายกสมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร พร้อมผู้ประกอบการตลาดอินโดจีนเข้า

ร่วมรับฟังด้วย โดยสืบเนื่องจากกรณีที่มีสื่อมวลชนส่วนกลางนำเสนอข่าวว่า ในขณะนี้กระทรวงคมนาคมไม่มีนโยบายสร้างท่าอากาศยานมุกดาหาร เนื่องจากการพิจารณาผลการศึกษาการก่อสร้างท่าอากาศยานมุกดาหารที่กรมท่าอากาศยานได้สรุปการศึกษาพบว่าไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นั้น ขอเรียนว่าปัจจุบันยังคงมีการขับเคลื่อนและดำเนินโครงการท่าอากาศยานมุกดาหารเช่นเดิม โดยในปีงบประมาณ 2568 ยังคงมีการศึกษาการจัดตั้งท่าอากาศยานมุกดาหารและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ส่วนประเด็นที่การดำเนินโครงการมีความคุ้มค่าหรือไม่นั้น ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการศึกษาการจัดตั้งท่าอากาศยานมุกดาหารและการออกแบบผังแม่บททางวิ่งทางขับลานจอดเครื่องบินและองค์ประกอบอื่นๆ ก็ได้ผ่านกระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ซึ่งรวมถึงการประเมินความคุ้มค่าแล้ว ต่อมาจึงได้นำไปสู่กระบวนการจ้างที่ปรึกษาออกแบบผังแม่บททางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบินและองค์ประกอบอื่น ซึ่งหลังจากแล้วเสร็จก็จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อประเมินพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดหางบประมาณดำเนินการต่อไป

อีกทั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(จังหวัดนครพนม) เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอประเด็นขอรับการสนับสนุนของภาคเอกชนในเรื่องการเร่งรัดดำเนินโครงการท่าอากาศยานมุกดาหาร โดยในระยะแรกให้ใช้ประโยชน์จากสนามบินสะหวันนะเขต สปป ลาว ในการเดินทางมาจังหวัดมุกดาหารและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งที่ประชุมก็ได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาเร่งรัดดำเนินการต่อไป

ผู้ว่าฯมุกดาหารยืนยันโครงการก่อสร้างสนามบินมุกดาหารไปต่อ #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.พบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) เปิดเวทีเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน จ.ประจวบคีรีขันธ์

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมพระเทพสิทธิวิมลเมตตา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) นำโดย พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ รองประธานกรรมการคนที่ 1

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน น.ส.นิชาภา สุวรรณา สมาชิกวุฒิสภา จ.ประจวบคีรีขันธ์ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงและประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รอง ผวจ.ประจวบฯ ผู้แทนส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมโครงการฯ

หลังจากรับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ ได้กล่าวเปิดโครงการฯ และวัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) จากนั้นคณะสมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมพูดคุยถึงบทบาทหน้าที่และอำนาจ รวมถึงผลงานสำคัญของวุฒิสภาที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. คณะสมาชิกวุฒิสภาร่วมรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในด้านต่าง ๆ ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มย่อย ได้แก่

  1. ด้านเกษตรกรรม เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ต้นทุนการผลิต ปัญหาศัตรูพืชระบาด การระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินในเขตนิคมสหกรณ์ ปัญหาช้างป่ากัดกินพืชผลทางการเกษตร ปัญหาของชาวประมง และปัญหาด้านโคเนื้อตกต่ำ
  2. ด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ การพัฒนาท่องเที่ยว การพัฒนาชุมชนไม่สอดคล้องกับการท่องเที่ยว การคมนาคมไม่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะระบบรถสาธารณะ
  1. ด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรม ได้แก่ ปัญหาฝุ่น pm 2.5 ปัญหาสารเคมีไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ปัญหาจากกการให้อนุญาติสัมปทานเหมืองหินในพื้นที่ตัวเมืองประจวบฯ
  2. ปัญหาสังคม ได้แก่ ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่และยาเสพติด ปัญหากลุ่มผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางถูกทอดทิ้ง และเข้าไม่ถึงระบบทางภาครัฐ ปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้ของประชาชนในพื้นที่ ต.บึงนคร ในเขตปลอดภัยทางทหาร
  3. ด้านโลจิสติกส์ การขอสร้างสถานีขนส่งรถโดยสารของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การงดใช้รถตู้โดยสารให้หันมาใช้รถแบบมินิบัส การขนส่งสาธารณะถึงแหล่งท่องเที่ยว การหันมาใช้รถสาธารณะระบบรถไฟฟ้า ( EV )

การลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ พี่น้องประชาชน และวุฒิสภา โดยเปิดเวทีให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสะท้อนปัญหา ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวุฒิสภาได้โดยตรง ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจะได้นำข้อมูลและข้อเสนอแนะในทุกประเด็นที่ได้รับนำไปสู่การดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป
////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปชช.เรียกร้อง ผวจ. ส.ส. ส.ว.- เอกชนมุกดาหาร แอคชั่น – แจงกรณีข่าวยกเลิกการก่อสร้างสนามบิน/รถกู้ชีพ อบต.บ้านโคก ชนปะทะรถขนกระเทียม กลายเป็นเศษซากกระจายเกลื่อนสี่แยก ธกส.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่เรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. คมนาคม ออกมาเปิดเผยว่า ในการประชุมบุรณาการร่วมภาครัฐ และ เอกชน เพื่อพัฒนาจังหวัดภากตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม และมูกดาหาร) ทิ่ จ.นครพนม ว่าทางภากเอกชนต้องการให้ก่อสร้างท่าอากาศยานมุกดาหาร แต่เบื้องต้นจากการพิจารณาผลการศึกษาการก่อสร้างท่าอากาศยานมุกคาหาร ที่กรมท่าอากาศยานได้สรูปผลศึกษา พบว่า ไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทรวงคมนาคม จะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเจรจาขอความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาธิปไดยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ใช้ท่าอากาศยานนานาชาติสะหวันนะเขต เป็นจุดเดินทางมามุกดาหารแทน นั้น ปรากฏว่าได้มีประชาชนจำนวนมากในจังหวัดมุกดาหารออก

มาวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นในรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้บริหารทั้งภาครัฐ เอกชน และการเมือง โดยเฉพาะ 3 ส.ส. 2 ส.ว. ผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ของจังหวัดมุกดาหารออกมากล่าวให้ประชาชนได้รับทราบว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง และเมื่อโครงการถูกยกเลิกดังกล่าว ได้มีแนวคิดที่จะดำเนินการผลักดันหรือดำเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่ อย่างไรขณะที่ รัฐบาลได้เร่งรัดโครงการศูนย์ขนส่งชายแดน One Stop Service ที่ด่านศุลกากรนครพนม อำนวยความสะดวกทางการค้าและการส่งออกเชื่อมโยง การค้าลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สามารถดำเนินพิธีการนำเข้าและส่งออกได้ในจุดเดียว ตามมติคณะรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังผลักดันให้จังหวัดนครพนมก้าวขึ้นเป็น Gateway และศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมทั้งลดข้อจำกัดของภาครัฐในการดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พร้อมทั้งมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาพื้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครพนมต่อไป นั้น ในส่วนของจังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ได้รับการสนับสนุนอะไรที่ทัดเทียมกันหรือไม่

กระทรวงคมนาคมยกเลิกสนามบินมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

รถกู้ชีพ อบต.บ้านโคก ชนปะทะรถขนกระเทียม กลายเป็นเศษซากกระจายเกลื่อนสี่แยก ธกส.มุกดาหาร

เมื่อเวลา 03.15น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สภ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่ากิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันอย่างแรงจนทำให้ชิ้นส่วนของรถยนต์และสิ่งของที่บรรทุกมากระจายไปเต็มพื้นที่ถนนชยางกูร ที่บริเวณสี่แยก ธกส.มุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่และรถกู้ภัยช่วยดำเนินการเก็บเศษซากต่างๆ บนท้องถนน เพื่ิอเปิดการจราจรบนถนนดังกล่าวด้วย จากการนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ออกตรวจสอบช่วย้หลือ พบรถกู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโคก ชนกับรถกระบะโตโยต้า บรรทุกกระเทียมมาเต็มคัน หมายเลขทะเบียน บต 8819 มุกดาหาร จนทำให้รถมีสภาพเกือบหักครึ่งท่อนเศษซากชิ้นส่วนรถและกระเทียม

กระจายเกลื่อนพื้นถนน เสาไฟฟ้าและป้ายแจ้งเตือนจราจรหักเสียหาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ จึงได้ทำการเก็บเศษซากต่างๆบนพื้นถนนจนทำให้สามารถเปิดการจราจรตามปกติได้ในเวลาต่อมา

รถกู้ชีพชนปะทะรถขนกระเทียมกระจายเกลื่อนสี่แยกมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมศักดิ์- ลงพื้นที่พบปะ บุคลากรการแพทย์-อสม.บึงกาฬ เปิดโครงการ “บริการทุกช่วงวัย” ดูแลสุขภาพประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ หลังจากประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดนครพนม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวีนพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะให้กำลังใจบุคลากรการแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขในหมู่บ้าน(อสม.) ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ

นายนิพนธ์ คนขยัน สส.บึงกาฬเขต1 พรรคเพื่อไทย นางอรอุมา บุญสิริ สส.บึงกาฬ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นพ.กมล แซ่ปึง ผอ.โรงพยาบาลบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการบุคลากรการแพทย์ และ อสม.ให้การต้อนรับ

โครงการ “บริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใย ของกระทรวงสาธารณสุข จ.บึงกาฬ” มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การตรวจรักษา ฟื้นฟู

การดูแลแบบประคับประคอง การดูแล สุขภาพกาย จิตใจ และ สังคม ตามบริบทของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยกิจกรรมการคัดกรองเชิงรุก ได้มีคลินิกบริการสุขภาพเคลื่อนที่ ใน 10 สาขา ได้แก่

o คลินิกโรคอ้วน
o คลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
o คลินิกโรคไต
o คลินิกโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ
o คลินิกต้อกระจกและจอประสาทตา
o คลินิกมะเร็งปากมดลูกและวัคซีน HPV
o คลินิกผ่าตัดวันเดียวกลับ
o คลินิกตรวจการได้ยินและมอบเครื่องช่วยฟัง
o คลินิกผ่าตัดนิ้วล็อค
o คลินิกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

พร้อมกันนี้ได้มอบแว่นตาให้กับตัวแทนผู้สูงอายุจำนวน 5 ราย ผลักดัน พรบ.อสม.เพื่อความมั่นคงในชีวิต แก้ไขปัญหาหมอขาดแคลนอย่างยั่งยืน และส่งเสริมค่ายบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด “คืนคนดีสู่สังคม” มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ได้ประชุมรับฟังสรุปปัญหาข้อเสนอแนะจากแพทย์สาขาวิชาชีพ เพื่อปรับปรุงและขับเคลื่อนโครงการสุขภาพสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยม นบ.ยส.24 บูรณาการ“Seal Stop Safe” เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 1330 น. ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดนครพนมตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อติดตามปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง อำเภอชายแดน

เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน เร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้น ยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม โดยได้รับฟังบรรยายสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติด กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน ตามที่รัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบ

เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ มีภารกิจวางแผนบูรณาการอำนวยการประสานงาน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดสารตั้งต้น

และเคมีภัณฑ์ ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด บำบัดผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆในพื้นที่ชายแดน โดยได้ดำเนินการตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าการมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่ปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปรามปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้ ถือว่าเป็นหน่วยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาสำคัญหลักของชาติ โดยเฉพาะปัญหาด้านยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน และรัฐบาลนี้ก็ให้ความสนใจให้ทุ่มเทในการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศชาติ มีความมั่นคงปลอดภัย และนับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่ผมและทีมงาน ได้เข้ามารับทราบผลการปฏิบัติงานรวมถึงรับทราบปัญหา

ข้อขัดข้องเพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหา และเพื่อเป็นการ​ เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น ขอชื่นชมในความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ และดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยเฉพาะในภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมไทยจากการรับฟังบรรยายสรุป เห็นถึงความเข้มแข็ง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินการสกัดกั้น ลำเลียง ปราบปราม ตลอดจนบำบัดและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งในพื้นที่ชายแดนและตอนใน โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 รวมถึงการขับเคลื่อน “ธวัชบุรีโมเดล” ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการและสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา และขอให้หน่วยดำเนินการดำรงความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานเชิงรุก โดยใช้การข่าวและการลาดตระเวนเชิงลึก ควบคู่กับเทคโนโลยี เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในประเทศได้ตั้งแต่แนวหน้า ส่งเสริมการประสานความร่วมมือข้ามหน่วยงานและข้ามพรมแดน เพื่อเสริมสร้างระบบความมั่นคงแนวชายแดน โดยเฉพาะการมีจุดประสานงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็ง เป็นปราการด่านหน้าในการเอาชนะยาเสพติด และเป็นกลไกในการดูแล พี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด สนับสนุนภารกิจการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อปราบปรามกลุ่มผู้กระทำผิด เร่งรัดการผลักดันโครงการที่จำเป็นเร่งด่วน และการของบประมาณสนับสนุนจากกองทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ ผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของกำลังพลทุกนายว่า จะสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อปกป้องประชาชนและประเทศชาติให้ปลอดภัยจากภัยยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Movie Copyright (Thailand) ส่งท้ายไตรมาสที่ 2 ปี 68 ด้วยภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 รส

แชร์เนื้อหานี้

      เป็นค่ายภาพยนตร์น้องใหม่ที่นำภาพยนตร์ดี ๆ เข้าฉายให้คอหนังในเมืองไทยได้ดูอย่างต่อเนื่องสำหรับ Movie Copyright (Thailand) ล่าสุดบริษัทฯ พร้อมส่งภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 รสออกสู่สายตาคอหนังในเมืองไทยเพื่อเป็นการส่งท้ายไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 เริ่มจาก “Kraken - คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” ที่จะเข้าฉายในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้กับเรื่องราวที่เล่าขานมานานนับหลายศตวรรษของชาวเรือที่ว่าด้วย “คราเคน” อสุรกายในตำนานที่เปรียบเสมือนมัจจุราชแห่งท้องทะเล ซึ่งกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของ “นิโคไล เลเดเบฟ” ผู้กำกับฯ ชาวรัสเซียที่ได้หยิบเอาความยิ่งใหญ่ของคราเคน อสูรยักษ์ที่ชาวทะเลเหนือหวาดผวามาสรรค์สร้างให้เป็นมหึมาความบันเทิงที่เปิดตัวด้วยรายได้อันดับ 1 ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน (จากข้อมูลของเว็ปไซด์ Kinobusiness.com) ด้วยการทำเงินไปได้ถึง 167.9 ล้านรูเบิล หรือประมาณ 68 ล้านบาทไทย เอาชนะ Bataya 2 : Grandfather ที่ทำเงินในอันดับ 2 ไปเพียง 112.9 ล้านรูเบิล และ “Minecraft” หนังไลฟ์-แอ็คชั่นของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ส ที่ทำรายได้ในอันดับที่ 3 อยู่ที่ 27.5 ล้านรูเบิ  ส่วนในเดือนมิถุนายนทางค่ายเตรียมส่ง “It Feeds - นรกกลืนกิน” ภาพยนตร์สยองขวัญจากฝีมือการเขียนบทและกำกับฯ ของ “แชด อาร์ชิบอลด์” (แห่ง I’ll Take Your Dead) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กสาวผู้พบว่าตนเองกำลังถูกเล่นงานโดยวิญญาณที่ชั่วร้าย สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แม่ของเธอต้องใช้พลังพิเศษที่มีอยู่เพื่อหยุดยั้งพลังอันชั่วร้ายนั้น ก่อนที่วิญญาณของบุตรสาวจะถูกมันกลืนกินจนหมดสิ้น นำแสดงโดย 2 นักแสดงเจ้าบทบาท “แอชลีย์ กรีน” (จาก The Twilight Saga – แวมไพร์ ทไวไลท์) และ “ชอว์น แอชมอร์” (นักแสดงหนุ่มเจ้าของบท ไอซ์แมน จากภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ของ มาร์เวล สตูดิโอส์ เรื่อง X-Men / X-เม็น ศึกมนุษย์พลังเหนือโลก) ตบท้ายด้วยภาพยนตร์ไทยเจ้าของ 6 รางวัลตุ๊กตาทองประจำปี 2538 “มหัศจรรย์แห่งรัก” ฉบับรีมาสเตอร์ทั้งภาพและเสียงในความคมชัดระดับ 4K กับเรื่องราวความรักวุ่น ๆ ของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่แทนที่พวกเขาจะได้พบกับความสุข ความสมหวัง แต่เพราะความสัมพันธ์เก่า ๆ ของบางคนในอดีตกลับกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนจะไม่มีวันลืมไปจนชั่วชีวิต ผลงานการกำกับฯของ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล นำแสดงโดย สินจัย เปล่งพานิช,สันติสุข พรหมศิริ,ศรัณยู วงษ์กระจ่าง,วิลลี่ แมคอินทอช, นุสบา วานิชอังกูร, เล็ก ไอศูรย์ และ อังคณา ทิมดี

เตรียมพบกับผลงานระดับคุณภาพจาก Movie Copyright (Thailand) ได้เร็วๆ นี้ อีกไม่นานเกินรอในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กธจ.สุโขทัยลงพื้นที่สอดส่องโครงการพัฒนาด้านการเกษตรที่อ.ศรีสัชนาลัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30น.ของวันที่29เมษายน2568 ณ.ห้องประชุมเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยนาย ชัยคม ศกุนรักษ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานจัดการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัย อย่างไม่เป็นทางการครั้งที่5/2568และการลงพื้นที่สอดส่อง

โครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568อนึ่งทั้งนี้ทางคณะกรรมการธรรมาภิบาลพร้อมที่ปรึกษาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัยและหัวหน้าส่วนที่รับผิดชอบงานโครงการสุโขทัยก็เข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งโครงการที่จะลงพื้นที่สอดส่อง

ในครั้งนี้ประกอบด้วยโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการเครือข่ายคมนาคมด้านการเกษตรแบบบูรณาการก่อสร้างผิวถนนลาดยาง.และโครงการพัฒนาด้านการเกษตรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิดไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดสุโขทัย(ทุเรียน มะยงชิด)

งานก่อสร้างเพิ่มช่องทางจราจร และ งานก่อสร้างถนนลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตในพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัยพร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ ทำการสอดส่องโครงการทำถนนเทศบาลศรีสัชนาลัย

โครงการอบรมก่รเกษตรไร่สานฝันตำบลบ้านตึกโครงการขยายถนนบ้านดงคู่โคีงการทำถนนตำบลหนองอ้อด้วยเพื่อให้งานโครงการเป็นไปตามแบบและให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินงบประมาณแผ่นดินที่ได้มาให้ได้ใช้อย่างคุ้มค่าด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ยุติธรรม เร่งปรับกฎหมายสร้างคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหลังถูกปล่อยตัว/”โจรมุกดาหาร” ลักหัวจ่ายน้ำทองเหลือง – ถังดับเพลิง ร่วม 20 ตู้ ในตลาดอินโดจีน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568​ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมตามโครงการ ครม.สัญจร ที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่และการฝึกอาชีพของผู้ต้องขังในเรือนจำ

และได้กล่าวเน้นย้ำว่า ความยุติธรรมในกระบวนการศาลไม่ใช่จุดสิ้นสุด จุดสิ้นสุดที่แท้จริงคือชุมชน เรือนจำควรเป็นสถานที่สร้างคน เพื่อให้คนสร้างชาติ ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมจะเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวสามารถมีงานทำ มีอาชีพ และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเร่งปรับปรุงกฎหมาย #เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

“โจรมุกดาหารอาละวาดหนัก” ลักหัวจ่ายน้ำทองเหลือง – ถังดับเพลิง ร่วม 20 ตู้ ในตลาดอินโดจีน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ประชาชนที่ไปออกกำลังกายบริเวณริมเขื่อนแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีนมุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้สังเกตเห็นว่าตู้เก็บอุปกรณ์ดับเพลิงซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารชั้นใต้ดินตลาดอินโดจีนมุกดาหารมีอุปกรณ์หัวจ่ายน้ำและถังดับเพลิงได้หายไปจากตู้คาดว่าจะถูกคนร้ายลักลอบมาลักเอาไป

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจดูที่ตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินตามที่ได้รับแจ้งพบว่า มีตู้อุปกรณ์ดับเพลิงตั้งอยู่ภายในบริเวณชั้นใต้ดินจำนวน 20 ตู้ เมื่อสังเกตดูภายในตู้ซึ่งตามปกติจะประกอบด้วย วงล้อสายดับเพลิง , ถังดับเพลิง , หัวจ่ายน้ำดับเพลิง

หัวปิดฝาจ่ายน้ำดับเพลิง วาล์วก๊อกน้ำ และถังดับเพลิง ปรากฏว่าอุปกรณ์ภายในตู้หายไปโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ทำด้วยทองเหลือง อาทิ หัวจ่ายน้ำดับเพลิง และหัวปิดฝาจ่ายน้ำดับเพลิง และบางตู้เหลือแต่วงล้อสายดับเพลิงกับท่อแป๊บน้ำเท่านั้น นอกนั้นอุปกรณ์ภายในหายไปหมด โดยความเสียหายน่าจะมีมูลค่านับแสนบาท

ขณะที่ประชาชนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุโจรกรรมทรัพย์สินของทางราชการซึ่งอยู่ในอาคารสาธารณะกลางเมืองมุกดาหารเกิดขึ้นบ่อยและอุกอาจมาก ไม่เกรงกลัวว่าถูกเจ้าหน้าที่จับดำเนินคดี ลักขโมยสิ่งของในที่สาธารณะราวกลับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุแล้วก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองเข้ามาดำเนินการใดๆ

ในเรื่องดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ก็มีเหตุลักตัดสายไฟจำนวนมากในตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดิน และครั้งนี้ก็เกิดเหตุการณ์ลักอุปกรณ์ดับเพลิงจำนวนมากขึ้นอีก ซึ่งสร้างความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารเป็นอย่างมาก

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ก.คมนาคม บูรณาการพัฒนากลุ่มจังหวัดสนุก เสริมเศรษฐกิจชายแดน เชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฃ

พร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรญาณ บุญณรราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ร่วมประชุมบูรณาการภาครัฐและเอกชน

เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (กลุ่มจังหวัดสนุก) คือ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร โดยเน้นยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ให้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณี การค้าชายแดนที่เติบโตต่อเนื่อง และโครงข่ายคมนาคมที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ

แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มจังหวัดยังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว กำลังแรงงานที่ขาดทักษะ และปัญหาด้านความมั่นคง ดังนั้น เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างยั่งยืน จังหวัดและกลุ่มจังหวัดจึงได้เสนอแนวทางดำเนินการใน 4 ยุทธศาสตร์หลัก

ได้แก่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวริมโขงเชื่อมโยงวัฒนธรรม การพัฒนาโครงข่ายเศรษฐกิจเชื่อมโยง GMS การยกระดับการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง และการเสริมทักษะแรงงานพร้อมพัฒนาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สาวโคราชโชคดี ซื้อสลากกาชาด 4 ใบ รับรถราคาหลักล้านไปครอง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 11.00 น.ที่บริเวณลานจอดรถศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานการมอบรางวัลสลากกาชาดประจำปี 2568 โดยทำการออกรางวัลเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568

ซึ่งก็ได้ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา สำหรับรางวัลสลากกาชาดนั้นก็มีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ 10 คัน และรถยนต์อีก 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 3.3 ล้านบาท ซึ่งรางวัลที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือรถยนต์ทั้ง 3 คัน โดยรางวัลที่ 1 นั้นเป็นรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท

ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลนั้นได้แก่นางสาวสุนทรี ขวางกระโทก ชาวอำเภอด่านขุนทด ที่มาพร้อมกับญาติพี่น้องที่มารอขับ ฟอร์จูนเนอร์กลับบ้าน และที่สำคัญรางวัลทั้งหมดนั้นไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว

นางสาวสุนทรีฯ บอกว่า ตนรู้สึกที่ใจที่ได้ถูกรางวัลสลากกาชาดในครั้งนี้ เพราะตนก็ไม่คิดว่าจะถูกรางวัลที่ซื้อสลากกาชาดก็เพราะต้องการที่จะร่วมทำบุญกับกาชาดเพราะตนซื้อเพียง 4 ใบเท่านั้นทั้งนี้หลังถูกรางวัลก็เตรียมจะไปกราบสักการะย่าโมที่ให้โชคลาภ นางสาวสุนทรีฯ กล่าว

สำหรับสลากการชาดประจำปี 2568 นั้น ทางกาชาดจังหวัดนครราชสีมานั้นได้ทำออกมาทั้งหมด 99,999 ฉบับเพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนและจะนำเงินรายได้นั้นสมทบทุนเอาไว้ทำกิจกรรมสาธารณกุศล ทั้งการมอบถุงยังชีพรวมไปถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆในพื้นที

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 แถลงปฏิบัติการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ยึดยาบ้า 5.5 ล้านเม็ด ในพื้นที่ จ.เลย / วิบัติ! โจรแสบลักสายไฟตลาดอินโดจีน เสียหายย่อยยับนับ 100 ห้อง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น. ที่กรมทหารพรานที่ 21 ต.ศรีสองรัก อ.เมืองเลย จ.เลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) พร้อมด้วยนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe

ในพื้นที่อำเภอชายแดน ของจังหวัดเลย โดยมี พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พันเอก สุพรเทพ ไชยยงค์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 ( ร.8 ) นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม ปลัดจังหวัดเลย พันเอกอินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 นายสุชิน จันทร์ป่าน นายอำเภอปากชม และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมแถลงข่าว

โดยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 02.00 น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 สืบทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายยาเสพติดเข้ามายังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่บ้านปากมั่ง ตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย จึงได้ประชุมวางแผนการปฏิบัติ ร่วมกับ ชป.505 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ,จนท.สภ.ปากชม จากนั้นได้วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพบ เรือกีบ 1 ลำ แล่นเข้ามายังฝั่งไทยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 5 คน กำลังแบกกระสอบสีดำขึ้นจากเรือมาวางริมถนน

จากนั้นได้มีรถยนต์กระบะถอยเข้ามาเพื่อทำการขนกระสอบสีดำขึ้นท้ายกระบะ จนท.ชุดซุ่ม จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ พบเห็นว่าเป็น จนท. จึงได้กระโดดลงน้ำแม่โขงหลบหนีไปได้ แต่จนท.สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ต่อมาจึงได้ประสานหน่วยที่เกี่ยวมาร่วมทำการตรวจสอบกระสอบสีดำ

พบเป็นกระสอบบรรจุยาบ้ารวม ทั้งหมดประมาณ 15 กระสอบ พบเป็นยาเสพติดทั้งหมด 5,566,000 เม็ด พร้อมทั้งนำส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ให้ สภ.ปากชม เพื่อทำการขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กรณีที่มีการตรวจยึดจับกุมในครั้งนี้ นบ.ยส.24 ในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ พื้นที่ตามแนวชายแดน ในห้วงที่ผ่านมานั้น มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดเลย จำนวน 186 ครั้ง ผู้ต้องหา 240 ราย โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 14,898,762 เม็ด, ไอซ์ 993 กิโลกรัม และเคตามีน 250 กิโลกรัม การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบของ

หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 696 ครั้ง ผู้ต้องหา 974 คน โดยมี ของกลางยาบ้ามากถึง 104,955,437 เม็ด, ไอซ์ 4,084 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม, เคตามีน 777 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 3,490 เม็ด, happy Water 1,156 ซอง, ฝิ่น 1 กรัม) รวมมูลค่ามากถึงเจ็ดพันกว่าล้านบาทเศษ

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​วิบัติ! โจรแสบลักสายไฟตลาดอินโดจีน เสียหายย่อยยับนับ 100 ห้อง

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ได้เกิดเหตุลักลอบขโมยสายไฟครั้งยิ่งใหญ่มโหฬารในบริเวณอาคารตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินของจังหวัดมุกดาหาร จนทำให้โครงการก่อสร้างซ่อมแซมโครงสร้างและปรับปรุงตลาดอินโดจีน จังหวัดมุกดาหาร

มูลค่า 149,950,000 บาท ได้รับความเสียหาย โดยสืบเนื่องจากได้มีผู้ไปออกกำลังกายที่บริเวณริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีนได้สังเกตเห็นสายไฟบริเวณที่เชื่อมต่อกับแผงหลอดไฟมีลักษณะถูกตัดเป็นจำนวนมาก คาดว่าอาจถูกคนร้ายเข้ามาลักลอบตัดสายไฟไปขาย จึงได้แจ้งให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นอาคารยาวประมาณ 700 เมตร และอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมและปรับปรุง ปรากฏว่าที่บริเวณห้องซึ่งจะทำเป็นร้านค้าจำนวนกว่า 100 ห้อง และบริเวณทางเดิน ซึ่งมีการเดินสายไฟร้อยท่อเชื่อมต่อกับแผงหลอดไฟและอุปกรณ์ควบคุม ได้ถูกรื้อและขโมยตัดเอาสายไฟไปเกือบทั้งหมด โดยคาดว่าคนร้ายจะลักลอบเข้ามาขโมยตัดสายไฟหลายครั้งโดยใช้เวลาหลายวัน จึงทำให้มีพื้นที่ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

เหตุดังกล่าวทำให้ประชาชนที่ได้รับทราบข่าวต่างพากันวิตกกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินเนื่องจากคนร้ายกระทำโดยอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่ตลาดอินโดจีนตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีผู้คนพลุกพล่าน และ

ที่สำคัญการถูกลักลอบตัดขโมยสายไฟดังกล่าวยังอาจทำให้งานก่อสร้างต้องเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก ซึ่งจะส่งผลต่อเสียหายต่อเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารลดต่ำลงจากที่เคยมีรายได้จากการค้าและการท่องเที่ยวเมื่อครั้งเปิดให้บริการตลาดอินโดจีนปีละประมาณ 200 ล้านบาท อีกด้วย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

โครงการคนละลูก มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ภายใต้โครงการคนละลูก แคร์นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก (เสื้อสีฟ้า ที่ 4 ขวามือ) มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบให้กับ คุณกมลชนก ตันมูล พยาบาลวิชาชีพฝ่ายปฏิบัติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ ณ. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ การรักษา ดูแลผู้ป่วย ทางโครงการคนละลูกได้มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท มีดีกระเป๋าผ้าดิบ จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัดและสำนักสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวเป็นอย่างดีเช่นเคย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วัดระฆังฯ มหากุศลครั้งใหญ่ ยอดบุญทะลุล้าน! ผู้ร่วมงานคับคั่ง! ทอดผ้าป่ารวมพลังศรัทธาบุญใหญ่ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม (27 เมษายน 2568)

แชร์เนื้อหานี้

รุ่งอรุณแห่งการเริ่มต้น เช้าวันอาทิตย์ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ณ ลานสักการะหลวงปู่โต พรหมรังสี ริมฝั่งเจ้าพระยา… ที่ซึ่งแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ไหลผ่านเงียบสงบ ศรัทธามหาชนทยอยเดินทางมาถึงวัดระฆังฯ แต่เช้าตรู่ มือถือถุงใส่ของบริจาค – เสื้อผ้าเด็ก หนังสือ และขนมที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ ผู้คนทยอยมากันไม่ขาดสายพร้อมรอยยิ้ม สีขาวของเสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เหมือนคลื่นแห่งความศรัทธาที่กำลังก่อตัวเป็นพลังมวลใหญ่

ใช่แล้ว… วันนี้ไม่ใช่แค่วันธรรมดา แต่เป็นวันเปิดพลังมงคลครั้งใหญ่
พลเอก เอกชัย หาญพูนวิทยา ประธานอำนวยการมูลนิธิพุทธภูมิธรรม กล่าวเปิดงานและน้อมนำพลังศรัทธา”พวกเราทุกคนมาที่นี่ด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้า…” เสียงของอาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม ดังกังวานในพิธีเปิด เสียงที่เต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นอย่างเบิกบานขณะที่ทุกคนหลับตา อธิษฐานจิตต่อหน้าองค์หลวงปู่โต พลันรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีแสงสว่างอ่อนๆ โอบล้อมเรา นี่หรือคือพลังแห่งบารมีที่ทุกคนพูดถึง?

ช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งหัวใจ คือ วินาทีแห่งการปล่อยโคแม่ลูก และกระบือทั้ง 6 ตัว… วันนี้เค้าได้ชีวิตใหม่! ดวงตาของแม่โคมองมาที่ผู้คนรอบข้าง เหมือนรู้ว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต ลูกโคตัวน้อยมองคนใจบุญตาแป๋ว เหมือนจะขอบคุณ
“ขอให้ชีวิตของพวกเราเปลี่ยนแปลงให้เจริญรุ่งเรืองสว่างไสวยิ่งๆขึ้น” อาจารย์วิจักษณ์กล่าว “จากความทุกข์ สู่ความสุข จากความมืดมิด สู่แสงสว่าง” เสียงสาธุการดังกึกก้องจากผู้ร่วมงานทุกคน เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

พิธีบำเพ็ญบุญและทอดผ้าป่าในพระอุโบสถ

เมื่อก้าวเข้าสู่พระอุโบสถอันศักดิ์สิทธิ์ของวัดระฆัง ความตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทุกคนนั่งทั้งด้านในและด้านนอกเต็มบริเวณวัด เสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ดังกังวานกึกก้อง ทุกคนตั้งใจสวดมนต์ภาวนา

สร้างคลื่นแห่งความสงบและพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สะเทือนไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ ปลุกพลังศรัทธาในใจทุกดวงเราหลับตา เข้าสมาธิเข้าสู่ผู้รู้… ภาพของวิญญาณเร่ร่อน เด็กที่ไม่มีโอกาสได้เกิด ผุดขึ้นในห้วงความคิด เราทำบุญวันนี้เพื่อพวกเขาด้วย เพื่อให้พวกเขาได้พบหนทางสว่าง

พิธีถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ดำเนินไปอย่างสง่างาม “ขอให้บุญกุศลนี้ จงส่งผลให้ทุกท่าน…” พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเริ่มขึ้น ผ้าป่าที่รวบรวมปัจจัยมากมายถูกนำมาวางรวมกัน สายธารแห่งความศรัทธาที่หลั่งไหลจากทุกหัวใจ เพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อเด็กยากไร้

เพื่อวิญญาณที่ยังวนเวียน พิธีกรประกาศยอดเงินบริจาคที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความเสียสละและเมตตาธรรมของศรัทธาชนเสียงประกาศยอดเงินบริจาครวมดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ “รวม 1,000,945 บาท!” เสียงสาธุการดังสนั่น ยอดบุญแบ่งออกเป็น

🙏 ทำบุญสาธารณกุศลกับองค์กรต่างๆ 659,945 บาท ได้แก่ ร่วมทำบุญกับวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ, ร่วมทำบุญกับ คณะ 5 วัดราชสิทธารามฯ กรุงเทพฯด้วยการถวายข้าวสาร1ตัน, ร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลมะการักษ์ กาญจนบุรีด้วยการสนับสนุนข้าวสาร1ตัน, ร่วมทำบุญกับสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทยฯ สนับสนุนมอบทุนการศึกษา,

ร่วมทำบุญกับกลุ่มพุทธรักษ์ษา, สนับสนุนการบูรณะหอพระพุทธรูปจังหวัดปราจีนบุรี, สนับสนุนมอบของใช้เด็กให้กับโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา – บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน, ร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลพัทลุงด้วยการสนับสนุนการซื้อเครื่องมือแพทย์, ร่วมทำบุญกับนิคมสร้างตนเองโนนสัง หนองบัวลำภูด้วยการสนับสนุนมอบถุงยังชีพ, ร่วมสร้างกำแพงและซุ้มประตูวัดพระธาตุพนมจำลอง วัดสระแก้ว จ.ขอนแก่น และไถ่ชีวิตโคกระบือ

🙏 ร่วมทำบุญช่วยผู้ประสบภัยกับจิตอาสาฯภาค 1 โดยกองทัพน้อยที่ 1: 300,000 บาท🙏 เครื่องไทยธรรม ปัจจัยถวายสงฆ์ โรงทาน และร่วมสาธารณกุศลในพิธี: 41,000 บาทช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดคือการอธิษฐานจิตแผ่บุญไม่มีประมาณให้สรรพจิต สรรพวิญญาณ และสรรพสัตว์ทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ อนันตจักรวาล นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ พวกเราหลับตา นึกถึงผู้คนทุกข์ยาก สัตว์ที่ไร้ที่พึ่ง ดวงวิญญาณที่ยังหลงทาง ส่งพลังความรักและปรารถนาดีออกไปไม่สิ้นสุด ความรู้สึกเบาสบายและอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นี่คือพลังแห่งการให้ที่ไม่มีขอบเขตจำกัด

สาธารณกุศลและความสะอาดแห่งใจ

“คุณพร้อมที่จะล้างทุกข์ล้างอุปสรรคกันไหม?” เพื่อนร่วมงานยิ้มกว้าง ขณะแจกถุงมือและอุปกรณ์ทำความสะอาด กิจกรรมทำความสะอาดวัด – งานที่หลายคนเฝ้นรอคอย! ล้างห้องน้ำ คือการชำระล้างกรรมและอุปสรรคในชีวิต! แต่ละครั้งที่กวาด แต่ละครั้งที่เช็ดถู

เหมือนกำลังกวาดทุกข์และอุปสรรคออกจากชีวิต เหงื่อไหลอาบใบหน้า แต่หัวใจกลับเบิกบานอย่างประหลาด… ใบหน้าของทุกคนเปื้อนรอยยิ้ม บางคนสวดมนต์เบาๆ ขณะขัดพื้น น่าประหลาดที่งานที่ดูเหมือนจะเหนื่อย กลับให้ความสุขล้ำลึกเช่นนี้เมื่อมองดูความสะอาดที่เกิดขึ้น ทั้งพื้นที่วัดและบริเวณรอบองค์หลวงปู่โต ฉันรู้สึกถึงความสะอาดที่แผ่ซ่านภายในใจด้วย เหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

โรงทานแห่งความสุข

กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแต่ไกล… โรงทานเปิดให้บริการแล้ว! ทั้งอาหารคาว ข้าว ก๋วยเตี๋ยว อาหารหวาน ขนมปัง ชากาแฟ น้ำชง น้ำดื่ม ผลไม้ – ทั้งหมดมาจากน้ำใจของผู้มีจิตศรัทธา ทุกคนแบ่งปันความสุขผ่านอาหาร จากผู้ให้สู่ผู้รับ จากมือหนึ่งสู่อีกมือหนึ่ง

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งมูลนิธิพุทธภูมิธรรม บุญภาคี และเจ้าภาพโรงทานทุกท่านที่เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ และทรัพย์สิน เพื่อร่วมสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ อิ่มเอมใจที่ได้เห็นความสำเร็จของงานที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือมนุษย์ สรรพสัตว์ และแผ่บุญกุศลให้สรรพวิญญาณ ความดีงามที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระเพื่อมไปอีกไกล

เรามองดูวัดระฆังโฆสิตารามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกลับ แสงแดดยามบ่ายอ่อนๆ ส่องกระทบยอดพระอุโบสถทองอร่าม เหมือนสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและการเริ่มต้นใหม่วันนี้… ไม่ใช่แค่วันที่เราได้ทำบุญ”วันนี้… คือวันที่เราได้มีส่วนช่วยสร้างความสุขและความหวังให้กับหลายชีวิต รวมถึงตัวเราเอง”วันนี้… คือวันที่พิสูจน์ว่า พลังแห่งความศรัทธาและความเมตตา สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้วันนี้… คือมหาบุญใหญ่ในวันเดียวที่จะส่งพลังบารมีไปอีกยาวนาน

พลังแห่งการให้ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในวันนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการทำความดีที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต… และนั่นคือความสำเร็จที่แท้จริงของงานมหากุศลครั้งนี้จากใจผู้ที่ได้มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์แห่งความดีงามขอโมทนาสาธุการ 27 เมษายน 2568
ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลำไย-ฟิวส์ กิตติกร ไหทองคำ สร้างความสุขในงาน “SKY ONLINE วันแห่งเกียรติยศ”

แชร์เนื้อหานี้


ถือเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของครอบครัว SKY ONLINE ที่มีโต้โผใหญ่อย่าง คุณรณกฤต ดวงสุวรรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สกายออนไลน์กรุ๊ป จำกัด และ คุณพลอยรัศญ์ สาคะรินทร์ ประธานที่ปรึกษา ร่วมกันจัดงาน ประดับเข็มเกียรติยศ หรือ “วันแห่งเกียรติยศ” ให้กับผู้บริหารในตำแหน่งต่างๆ อาทิ Sky Star, Super Star, Manager, Director และ President

พร้อมจับรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมงาน ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตของนักร้องลูกทุ่งสุดฮอต ลำไย ไหทองคำ และ ฟิวส์ กิตติกร ไหทองคำ ซึ่งนอกจากจะมามอบความสุขด้วยเสียงเพลงแล้ว ยังทำหน้าที่ “พิธีกรดำเนินรายการ” ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 ที่ผ่านมาส่วนใครที่สนใจและอยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว SKY ONLINE สามารถติดต่อผ่าน SKY ONLINE ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้เลย!!!

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมปศุสัตว์ ตรวจยึด วัวควายจากพม่า 20 ตัว ไม่ได้รับอนุญาต เฝ้าระวังโรคระบาด ปากและเท้าเปื่อย

แชร์เนื้อหานี้

อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายแพทย์สมชวนรัตนมังคลานนท์ตามที่เป็นข่าวในสื่อมวลชนหรือโลกโซเชียลนั้นเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายวัวควายจากพม่าเข้ามายังประเทศไทยมีประชาชนกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามาโดยถูกต้องหรือไม่มีพิธีการแบบไหนโดยเฉพาะโรคติดต่อมีมาตรการป้องกันอย่างไรอธิบดีกรมปศุสัตว์ได้กล่าวว่าตน

ได้ส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรกรมปศุสัตว์ด่านกักกันสัตว์จังหวัดตากร่วมลาดตระเวรกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 3501 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ระมาดเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายบริเวณบ้านห้วยนกแลหมู่ 2 ตำบลแม่ระมาดจังหวัดตากโดยคณะปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ได้พบกลุ่มบุคคลกำลังเคลื่อนย้ายโคมีชีวิตเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบแต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวอาศัยความมืดหลบหนีไปทิ้งโคมีชีวิตเพศผู้จำนวน 20 ตัวไว้ในพื้นที่ดังกล่าว

นายสัตวแพทย์สมชวนกล่าวต่อว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโคเหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชนิดปากและเท้าเปื่อยโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดโคทั้งหมดไว้และดำเนินการกักโรคตามมาตรการของกรมปศุสัตว์พร้อมเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์การติดเชื้อโรคระบาดสัตว์ตามขั้นตอนในส่วนของคดีความอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ศุลกากรดำเนินการในชั้นทุนและการซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์อย่างเข้มงวดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงแนวชายแดนปฏิบัติการขั้นนี้เป็นผลจากความ

ร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์กรมศุลกากรกรมทหารพรานที่ 3501 และฝ่ายปกครองอำเภอแม่ระมาดซึ่งเป็นไปตามนโยบายของดอกเตอร์นฤมลภิญโญศิลป์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายอิทธิสิริรัทน์พยากรณ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการป้องกันโรคระบาดสัตว์จากสัตว์และคุ้มครองปลอดภัยทางอาหารเพื่อความปลอดภัยของคนและสัตว์และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลติดตามโดยสามารถแจ้งได้ที่ application old 4.0 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายอย่างท่วงที..ครับ

สำหรับเรื่องนี้มีปัญหามายาวนานโดยเฉพาะวัวจากแม่ฮ่องสอนหรือจังหวัดตากมาข้างทางรถบรรทุกและไล่มาเดินตามสันเขาเพื่อมายังจังหวัดเชียงใหม่แล้วก็มีพ่อค้าจากต่างจังหวัดมารับซื้อเพื่อกระจายไปยังแทบจะทุกภาคของประเทศไทยโดยมีตลาดนัดแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นตลาดวัวควายใหญ่มากทางภาคเหนือก็ฝากมายังท่านปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ปศุสัตว์อำเภอคงไม่ต้องบอกนะครับว่าอยู่อำเภออะไรช่วยสอดส่องดูแลหน่อยครับตามหลักแล้ววัวควายพวกนี้ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ต่างๆนั้นต้องกักกันก่อนใช่หรือไม่หรืออย่างไรตามหลักน่าจะมีกักกันระวังโรคไม่ต่ำกว่า 15 วัน

แต่นี้พอลงรถก็เอาขึ้นรถไปเลย.เสี่ยงนะครับเรื่องโรคติดต่อส่วนความคืบหน้าจะเป็นอย่างไรนั้นทีมข่าวจะไปนำข้อมูลมาเสนอประชาชนในพื้นที่อีกทีนะครับโคจากพม่าควายจากพม่าทำให้เกษตรกรไทยที่เลี้ยงโคเลี้ยงควายพวกนี้ราคาก็แทบจะไม่มีเลยเพราะถูกวัวนำเข้าจากเพื่อนบ้านที่ถูกกว่า.ทำให้ราคาตกต่ำมากๆ.สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกพื้นที่.
..#สมจิตรแสงบัลลังก์บกข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เต๊ะ-แก้มบุ๋ม-พีท-แน๊ก ชาลี” จับมือเหล่าอินฟลูฯ ชื่อดังร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ

แชร์เนื้อหานี้

“Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ”
บริษัท Social Life Republic (SLR) โดย คุณกระทรวง จารุศิระ ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ” ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยการสร้างความรู้และอาชีพให้กับคนไทย ผ่านมือถือเพียงเครื่องเดียว

ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สภาเอสเอ็มอี) เป็นประธานเปิดโครงการฯ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพคนไทยในยุคดิจิทัล สร้างโอกาสทางอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารจาก SLR และวิทยากรรับเชิญ ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาสังคมด้วยเทคโนโลยี

ในงานนี้ทาง นายก่อพงศักดิ์ ตันติศิริรักษ์ สมาคมการค้าอินฟลูเอนซ์เซอร์ไทย (TITA) จะทำ MOU ร่วมกับ สภาคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องการสร้างมาตราฐานและจริยธรรมด้วย โดยมีเหล่าอินฟลูฯ ชื่อดัง อาทิ โค็ชเบล, เอ้ King Of Air และดารานักแสดง เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร, แก้มบุ๋ม-พีท, แน๊ก ชาลี ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ Sky Lobby at SF World Cinema ณ ศูนย์การค้า CentralWorld ชั้น 8

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด ได้ยาบ้า กว่า 3,000 เม็ด อาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน 56 นัด/รองผู้ว่า ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถีท้องถิ่นบางสะพานน้อย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ได้สั่งการให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ( ป.อาวุโส ) นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ อส. สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอทับสะแกที่ 6 นาย อรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง และนายสุพจน์ ทองมี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง

โดยขยายผลจากการจับกุมผู้กระทำผิด สามารถตรวจค้นเป้าหมาย เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ที่ จับกุม ผู้กระทำได้ 2 ราย และของกลางยาเสพติดให้โทษประเกท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,331 เม็ด อาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 56 นัด สามารถตรวจค้นได้ที่บ้านพัก

อีกราย ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ออกตรวจสอบการลักลอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลนาหูกวาง พบเห็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องยาเสพติดริมทางสาธารณะในหมู่บ้าน และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้โยนสิ่งของบางอย่างทิ้งข้างทางและได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้มด้านหนึ่งมีผิวเรียบอีกด้านหนึ่งปรากฏอักษร WY บรรจุอุยู่ในถุงพลาสติกสีขาวใสชนิดแบบกดปิดดึงเปิดได้ จำนวน 98 เม็ด ณ บริเวณข้างทางสาธารณะ หมู่ที่ 9 บ้านหนองกางดง

โดยทราบชื่อผู้หลบหนีภายหลัง คือ นายกฤษดาหรือบอย สมสร้าง อายุ 38 ปีอยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง และนางสาวสุนารีหรือสอง สายน้ำ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/40 หมู่ที่ 2 ตำบลบางบอน อำเภอเมืองระนอง เจ้าพนักงานตามรายชื่อผู้ตรวจยึด จึงได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของกลางและมาจัดทำบันทึกการตรวจยึด ณ ที่ว่าการอำเภอทับสะแกและต่อมาได้นำของกลางพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อจะได้ดำเนินการรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหาทั้งสองชุด เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มเดียวกันในพื้นที่ ได้ส่งตัวพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ทับสะแก ต่อไป

////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

รองผู้ว่า ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถี สร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่นบางสะพานน้อย

เมื่อเวลา 10:00 น. วันที่ 26 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ บ้านทุ่งสะท้อน ม.6 ต.ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส. กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำในพื้นที่ ฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นายปรีดา สุขใจ รอง ผวจ.ประจวบฯ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน กิจกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ที่จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน มุ่งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้ รวมถึงส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน โดยนําเอาจุดเด่น อัตลักษณ์ และความน่าสนใจของชุมชนมาเป็นจุดขายนําเสนอสู่ภายนอก ให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ ส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว สินค้า และบริการที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป

นายสถาพร สมจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย กล่าวว่า กิจกรรมในงานมี นิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน (Champ) ตามแนวทาง D – HOPE โดยให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จำนวน 10 โปรแกรม ได้แก่ 1. ดอกไม้แห่งความหวัง ไหว้พระวัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ 2. ไม้กวาดก้านมะพร้าว 3. ข้าวเหนียวกวนแก้ว

4. อาหารพื้นถิ่นแกงเหมงมะพร้าวหมูย่าง 5. ขนมโก๋โบราณสูตรคุณย่า 6. สบู่น้ำมันมะพร้าว 7. ทองม้วนแป้งมะพร้าว 8. กล้วยฉาบหลากรส ส่วนการออกบูธของผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน (OTOP) จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1. ผ้ามัดย้อมฝั่งแดง ต.ทรายทอง 2.กลุ่มโกโก้บ้านหินปิด ต.ช้างแรก 3.กลุ่มแปรรูปอาหารทะเลบ้านปากคลอง ต.บางสะพาน 4.วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเห็ดเศรษฐกิจบ้านธรรมรัตน์ ต.ช้างแรก และ 5.สมบัติไหมไทย ต.ช้างแรก
//////////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐนิวส์ / อุทยานสวรรค์มีเฮ!! นายก สนตอ. เชิญชวนครอบครัวปิ่นหทัย จังหวัดรอบๆนครสวรรค์ มาร่วมสนุกใน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ครั้งแรกของ สนตอ. ที่ไปทำกิจกรรมกับพี่น้องนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯนครสวรรค์วันอาทิตย์นี้ ตี5 ไม่อยากให้พลาด สมัครวันงานได้เลย!

แชร์เนื้อหานี้
CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v62), quality = 82


  รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย นายกสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “งานวิ่งครั้งแรกที่ออกมาจัดที่ต่างจังหวัดนี้ มุ่งหวังที่จะสร้างความสามัคคี สนับสนุนการออกกำลัง สร้างสุขภาพแข็งแรง และCONNECT เติมเต็มมิตรภาพนักเรียนเก่าในภูมิภาคต่างๆ พร้อมยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์”

  งาน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ระยะทาง 5 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสความงามของอุทยานสวรรค์ ขณะเดียวกันจะมีนักวิ่งระดับวีไอพีมาร่วมงานและสร้างสีสันตลอดเส้นทาง วิ่ง (พา)สาน สุข(ภาพ) … ปลุกสายสัมพันธ์ชาวปิ่นหทัยภูมิภาค   ยกพลชาวเตรียมอุดมฯ บุกอุทยานสวรรค์  สานไมตรีให้แน่นปึ้ก เริ่มต้นวันใหม่ด้วยใจเดียวกัน  
“เพื่อนเก่า… พลังใจใหม่… นครสวรรค์คือจุดหมายของการรวมกัน”

“วิ่งด้วยกัน… ผูกพันด้วยใจ… เตรียมอุดมฯ ไม่ว่าไกลแค่ไหนก็คือบ้าน”

“5K… ไม่ใช่แค่เลข… แต่คือพลังแห่งมิตรภาพที่กำลังจะเบ่งบาน”

งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เหงื่อ แต่มี “ใจ” ที่พร้อม Connect ทุกรุ่น ทุกภาคส่วน เชิญพบกันที่อุทยานสวรรค์ สูดอากาศบริสุทธิ์ เติมพลังกายใจ แล้วมาสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน

ใครพร้อม… เจอกัน! อาทิตย์ 27 เมษายน นี้ ที่อุทยานสวรรค์ นครสวรรค์ ตั้งแต่ตีห้าเป็นต้นไป
สนใจสอบถามที่ไลน์ @dektriam

#ปิ่นหทัยรันCityRun #เตรียมอุดม #นครสวรรค์ #วิ่งสานสัมพันธ์ #เพื่อนเราไม่เก่าเลย

ขอบพระคุณที่ให้ความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของ สนตอ.
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สนตอ.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.แม่สะเรียง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ “คนร้ายยิงราษฎรเสียชีวิต” บ้านแม่กองคา ต.แม่ยวม

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 23 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 07:00 น. ตามที่ได้รับแจ้ง”มีคนร้ายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธอื่นลูกซองยาว ยิงราษฎรเสียชีวิต จำนวน 1 ราย และยังตามหาตัวไม่พบ อีก 1 ราย ท้องที่เกิดเหตุ หมู่ที่ 10 บ้านแม่กองคา ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอแม่สะเรียงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ตั้งแต่เวลา 13:30 น. ซึ่งยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้

ผู้ถูกยิงเสียชีวิต นายดิเก สุกุลกิจ อายุ 65 ปี ราษฎรหมู่ที่ 10 บ้านแม่กองคา ตำบลแม่ยวมราษฎรที่คาดว่าจะถูกยิง 1 ราย แต่ยังหาตัวไม่พบ ชื่อ กมล สุกุลกิจ อายุ 41 ปี ราษฎรหมู่ที่ 10 แม่กองคา ตำบลแม่ยวมผู้กระทำความผิด/ผู้ก่อเหตุ ชื่อ ยุทธนา จตุพรสีวลี อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ครอบครัวแจ้งความหายออกจากบ้านเมื่อประมาณ 10 กว่าวันที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการติดตามค้นหาของเจ้าหน้าที่

วันนี้ 23 เมษายน 2568 เวลา 18:30 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมทั้ง ร่วมวางแผนวางกำลังเจ้าหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในหมู่บ้าน โดยบูรณาการหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารพรานที่สาม 36 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าตาฝั่งร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านท้องที่ และผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวนมากกว่า 50 นาย

จัดกำลังรักษาความปลอดภัยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในพื้นที่ จนกว่าจะติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยศัพท์เปลี่ยนหมุนเวียนกำลังรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการกระทำความผิดเพิ่มเติม ประกอบกับได้รับแจ้งจากราษฎรในพื้นที่ว่าผู้กระทำความผิดอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด และมีการประกาศว่าจะกลับมาทำร้ายราษฎรในหมู่บ้านอีก

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว ทีมข่าว บก. รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับหนุ่มเมืองจำพอน ลักลอบนำแลน-คอลลาเจน เข้าไทย/ตะลึง! เสาไฟ อบจ.มุกดาหาร ใช้เศษไม้เสียบแก้ไขงานมาตรฐานต่ำ/​ตร.มุกดาหาร​ ปิดจ๊อบโจร ใช้ปืนจี้ร้านทองยโสธร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 เมษายน เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 2015 ประจำด่านพรมแดนมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่จุดตรวจร่วมช่องทางขาเข้า ตรวจ

ค้นรถกระบะ 4 ประตู ฟอร์ด เรนเจอร์ ทะเบียน กส 6866 สะหวันนะเขต ซึ่งขับข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) มาจากเมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต พบตะกวดหรือแลน จํานวน 1 ตัว

ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังพบคอลลาเจน จํานวน 6 ซอง นํ้าหนัก 90 กรัม ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมตัวนายวีละพง พิมมะสอน อยู่บ้านแก้งกอกทุ่ง เมืองจําพอน แขวงสะหวันนะเขต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับหนุ่มเมืองจำพอนลักลอบนำแลนและคอลลาเจนเข้าไทย #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ตะลึง! เสาไฟ อบจ.มุกดาหาร ใช้เศษไม้เสียบแก้ไขงานมาตรฐานต่ำ

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีประชาชนพบการก่อสร้างติดตั้งเสาไฟแอลอีดีที่ไม่ได้มาตรฐานในการก่อสร้างและวัสดุที่นำมาใช้ก่อสร้าง ที่บริเวณถนนหน้าอาคารร่วมใจ กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร(อบจ.มุกดาหาร) บ้านดานคำ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

โดยอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนและผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ผ่านบริเวณดังกล่าว และจากการลงพื้นที่สอดส่องโครงการดังกล่าวของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าเป็นโครงการจัดซื้อและติดตั้งเสาไฟพร้อมโคมไฟถนนแอลอีดีประกอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์การประจุแบตเตอรี่ในตัวแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์

งบประมาณ 2,208,000บาท ของ อบจ.มุกดาหาร จากการตรวจดูพบว่าที่บริเวณฐานเสาบางต้นมีการนำเศษไม้มาใช้ในงานก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานโดยใช้เศษไม้เสียบเข้าไปในช่องว่างระหว่างเสาไฟและฐานเสาคอนกรีตเพื่อแก้ไขงานก่อสร้างฐานตั้งเสาที่ไม่ได้ระดับ บิดเบี้ยว เสี่ยงอันตราย ให้เสามีสภาะตั้งตรง และยังพบว่าบริเวณกลางท่อเสาไฟมีการเชื่อมต่อท่อและการทาสีบริเวณโคนเสาที่ดูไม่เรียบร้อย

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาได้มีการเข้าไปซ่อมแซมแก้ไขงานก่อสร้างที่บริเวณฐานเสาไฟ แต่ประชาชนก็ยังคงวิตกกังวลว่าการแก้ไขก่อสร้างจะได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยหรือไม่ จึงอยากให้จังหวัดมุกดาหาร ปปช. สตง. ปปท. และหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบว่างงานก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ การควบคุมงานและการตรวจรับงานจ้างเป็นไปตามระเบียบ ข้อกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนโดยเร่งด่วนต่อไปด้วย

เสาไฟแอลอีดีองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร #ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน #ปปท #จังหวัดมุกดาหาร #ปปช #สตง #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น #กระทรวงมหาดไทย #บันทึกไว้เป็นพยานหลักฐานให้หน่วยงานตรวจสอบ​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​ตร.มุกดาหาร​ ปิดจ๊อบโจร ใช้ปืนจี้ร้านทองจังหวัดยโสธร

เมื่อวันที่​ 23 เมษายน 2568​ เวลาประมาณ 12.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ​ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ​ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง​ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร​ สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมชุดสืบสวนสภ.เมืองมุกดาหาร​ ร่วมกับ พ.ต.อ.ภูมิ ทองโพธิ์ ผกก. สืบสวน ภ.จว.ยโสธร พ.ต.ท.ภณภัทร รัตนศรี รอง ผกกฯ พ.ต.ท.โชตินันต์ โชติเนตร รอง ผกก. พ.ต.ท.วรวุฒิ นามมั่น

สว. พ.ต.ต. หญิง ภัคพร ทองสลับ สว.ฯ “สารวัตรหญิงกองสืบ” กก.สส.ภ.จว.ยโสธร และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองยโสธร จับกุมนายยศธนา เกาะน้ำใส อายุ 29 ปี ที่อยู่ 30 หมู่ที่8 ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด​ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยโสธร ที่ จ.58/2569 ลง 22 เม.ย.68

กระทำความผิดฐาน “ พยายามชิงทรัพย์โดยปิดบังใบหน้าเพื่อไม่ให้เห็น หรือจำใบหน้าได้โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดเพื่อ การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม“ โดยสามารถจับกุมได้ที่ หลังปั้มคาลเท๊ก บ.กุดแข้ ต.กุดแข้ อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร​ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยโสธร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลา 14:41 น ภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในร้านทองแห่งหนึ่งจังหวัดยโสธร สามารถบันทึกภาพขณะที่ มีชายสวมกางเกงขายาว สวมเสื้อแขนยาวสีขาวสวมหมวกกันน็อคสีดำ และสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ที่เตรียมมา พร้อมกับขู่เจ้าของร้านบอกขอทอง 5 บาท เจ้าของร้านบอกให้เอาปืนลงถ้าอยากได้​ ระหว่างนั้น หลานของเจ้าของร้าน ที่นั่งอยู่ใกล้กันได้พยายามเดินเข้าไปประชิดตัว ชายที่ก่อเหตุก่อนจะพยายามเข้าแย่งปืน จนชายคนก่อเหตุถอยออกห่างและวิ่งหลบหนีออกจากร้านไปทันที

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เดินหน้าสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สากล

แชร์เนื้อหานี้
วันที่ (25 เม.ย.68)  เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมสิรินธรวัลลี ชั้น ๔ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ  นายจุมพฏ  วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประกอบพิธีถวายราชสักการะเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ และกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ  เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” ตามโครงการสร้างการรับรู้ ภูมิปัญญาผ้าไทยและผ้าลายพระราชทาน ให้แก่ เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ  ชมรมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และผู้แทนกลุ่มทอผ้า 16 กลุ่มจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำแบบลายผ้าพระราชทานอันทรงคุณค่ามาประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบ พัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์พื้นถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้า ด้วยการออกแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน เป็นการฟื้นฟูและสืบทอดภูมิปัญญาตั้งเดิมควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพงานหัตถศิลป์ไทย ตลอดจนเป็นการน้อมนำแนวพระดำริฯ ในการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทย นำแบบลายผ้าพระราชทานมาใช้เป็นต้นแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรม เพื่อขับเคลื่อนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แบบลายผ้าพระราชทานอย่างแพร่หลาย  สำหรับ “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เป็นลายผ้าที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบจากการศึกษาลวดลายไทยดั้งเดิม ผสานแนวคิดร่วมสมัย สะท้อนเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของไทย โดยทรงพระราชทานแบบลายประเภทผ้ามัดหมี่ ยก จก บิด แพรวา และบาติก ให้แก่ช่างทอผ้าทั่วประเทศ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ สู่เวทีสากลต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน” ลงพื้นที่ บึงกาฬ ติดตามการพัฒนาผังเมืองรวม เสริมการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (20 เม.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ จ.นครพนม และ จ.บึงกาฬ ตลอดทั้งวัน

โดยในช่วงเช้า ได้ติดตามมาตรการป้องกันไฟป่าหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน ณ ถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

ในการนี้ นายอนุทิน ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายอำเภอบึงโขงหลง ให้ความสำคัญกับการต่อยอดเส้นทางการท่องเที่ยวให้ดึงดูดความสนใจทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

ที่แสวงหาสถานที่ท่องเที่ยวลักษณะ trekking คือการเที่ยวที่ต้องเดินเท้าไปในสถานที่ธรรมชาติไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ควบคู่การส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

ในช่วงบ่าย นายอนุทิน ได้เดินทางติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย บริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ (Landmark) นายอนุทิน

ได้กล่าวแสดงความชื่นชมประชาชนชาว จ.บึงกาฬ ที่ได้ร่วมกันพัฒนาจังหวัดมาตลอดเวลา 15 ปี นับแต่ได้มีการตั้ง จ.บึงกาฬ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบนให้มีมูลค่าการค้าชายแดนได้ถึง 4 แสน – 5 แสนล้านบาท

“ภาครัฐยังคงเดินหน้าพัฒนาความเจริญ ความสะดวก และรายได้ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ทั้งด้านคุณภาพชีวิต การคมนาคมขนส่ง ควบคู่การเป็นเมืองวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพัฒนาผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และ Landmark แห่งใหม่ นั่นคือ อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี ที่จะทำให้ จ.บึงกาฬ

เป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวดินแดนอีสานเหนือในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงโครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ธรรมะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

ซึ่งมี วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) เป็นจุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก อันจะยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่เพิ่มพูนมากขึ้นต่อไป”นายอนุทิน

สำนักความมั่นคง ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไทย-กัมพูชา ร่วมสรงน้ำพระ ตักบาตร 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์แน่นแฟ้นรับปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ น.ส. ชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชจังหวัดศรีสะเกษ

พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ร่วมกันเปิดกิจกรรมสรงน้ำพระ ทำบุญตักบาตร สงกรานต์ไทย – กัมพูชา สืบสานประเพณี เชื่อมสัมพันธไมตรี ไทย – กัมพูชา

โดยมี นายอุน โซเพียก รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา พ.อ.ชิน เมา รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 และส่วนราชการฝั่งกัมพูชา ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

มีโดยได้นิมนต์พระสงฆ์ไทยและกัมพูชา จำนวน 100 รูป นำโดย พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พระครูเตโช สีนาน เจ้าคณะอำเภออัลลองเวง จ.อดุดรมีชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชา จำนวนร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

***ทั้งนี้กิจกรรมมีพิธีสรงน้ำพระประธาน รดน้ำขอพรพระสงฆ์ และผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งไทย-กัมพูชา และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ทั้งฝั่งไทย-กัมพูชา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ด้วยความสัมพันธภาพที่ดีงามต่อกัน เนื่องจากทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาล้วนนับถือพุทธศาสนา

***พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ กล่าวว่า การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ เป็นกิจกรรมที่จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา จัดขึ้น โดยเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือ

วันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นการส่งเสริมสัมพันธไมตรีด้วยมิติทางพระพุทธศาสนา และเป็นการสร้างความเชื้อมั่นให้กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีปัญหาความรุนแรงแต่อย่างใด เหมือนที่เป็นข่าวออกไป และยังคงรักเคารพกันดั่งพี่กับน้อง

ภาพ/ข’าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์โคราช เร่งพ่นน้ำคลายร้อน ลดความเคลียดของสัตว์จากสภาพอากาศร้อนจัด

แชร์เนื้อหานี้

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาแล้วหลายวัน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา ในช่วงเวลากลางวัน วัดอุณหภูมิเฉลี่ยได้ประมาณ 36-38 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์ชนิดต่างๆ อาจจะทำให้เกิดอาการหงุดหงิด ไม่ยอมกินอาการ และอาจจะเจ็บป่วยได้ ดังนั้นทางสวนสัตว์นครราชสีมาจึงมีการพ่นน้ำและติดสปริงเกอร์ฉีดน้ำ คลายร้อนให้กับสัตว์ โดยให้เจ้าหน้าที่ ดูแลสุขภาพของสัตว์ทุกตัวอย่างใกล้ชิด ทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาทิ เต่ายักษ์อัลดาบรา งูเห่า งูทับสมิงคลา นกเงือก พญาแร้ง แรดขาว ฮายีนา และสัตว์อื่นๆ ที่ชอบอาศัยอยู่กลางแจ้ง อีกทั้ง มีการทำซุ้มบังแดดเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัตว์เข้าไปหลบแดดในร่มเงาคลายร้อนได้

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ที่ค่ายจุฬาภรณ์ นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (24 เมษายน 2568) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ณ หาดบ้านทอน ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ และผู้บังคับบัญชาในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และชมการสาธิตการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งมีการประกอบกำลังจากหน่วยกำลังรบ และหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ ในกองทัพเรือมาเข้าร่วมการปฏิบัติการสาธิตฯ

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกในวันนี้ เป็นการปฏิบัติการต่อต้านกำลังรบยกพลขึ้นบก กำลังปฏิบัติการพิเศษ และอาวุธจากเรือผิวน้ำและอากาศยาน โดยจะมีการสาธิตของหน่วยกำลังรบยกพลขึ้นบกนาวิกโยธิน ซึ่งประกอบกำลังจากกรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน เป็นส่วนควบคุมการฝึก กองพันทหารรราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 2 เป็น กองพันยกพลขึ้นบก สนับสนุนด้วยส่วนต่าง ๆ คือ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพันรถถัง กองพันทหารช่าง กองพันลาดตระเวน กองร้อยสนับสนุนการยกพลขึ้นบก กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน ร่วมด้วยกำลังทางเรือจากกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ และอากาศยานจาก กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ

โดยลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญ ประกอบด้วย – การแทรกซึมทางน้ำ เข้าสู่พื้นที่ด้วยเรือยางของชุดปฏิบัติการพิเศษ โดยกำลังพลนักทำลายใต้จู่โจม หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ เข้าทำลายสิ่งกีดขวางหน้าหาด เพื่อสร้างช่องทางในการเคลื่อนที่จากเรือสู่ฝั่ง ให้กับกำลังรบยกพลขึ้นบก
– การขัดขวางทางอากาศในพื้นที่การรบ (BAI : Battlefield Ari
Interdiction) โจมตีต่อเป้าหมายที่สำคัญบนฝั่งด้วยกำลังทางอากาศ
– การระดมยิงฝั่งด้วยปืนเรือในกองเรือเฉพาะกิจสะเทินน้ำสะเทินบก จาก เรือหลวงทยานชล เพื่อทำลายสิ่งกีดขวาง ที่ตั้งและการวางกำลังข้าศึก
– การขัดขวางทางอากาศในพื้นที่การรบ (BAI : Battlefield Ari
Interdiction) โจมตีต่อเป้าหมายที่สำคัญบนฝั่งด้วยกำลังทางอากาศ
– การระดมยิงฝั่งด้วย ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN-16 เพื่อทำลายสิ่งกีดขวาง ที่ตั้ง และการวางกำลังของข้าศึก
– การเคลื่อนที่จากเรือสู่ฝั่ง ของกำลังรบยกพลขึ้นบก โดย คลื่นที่ 1 ประกอบด้วย ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN-16 จำนวน 1 ลำ
และรถสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ AAV จำนวน 3 ลำ พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก คลื่นที่ 2 ประกอบด้วย รถหุ้มเกราะล้อยาง 8×8 ชนิดลำเลียงพล AWAV จำนวน 4 คัน


พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก คลื่นที่ 3 เป็นคลื่นโจมตีทางอากาศ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพล จำนวน 2 ลำ
พร้อมกำลังรบของ กองพันลาดตระเวน กองพลนาวิกโยธิน ปฏิบัติการยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ
Fast Rope เข้ายึดที่หมาย
– การขอรับการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดสนับสนุนกำลังรบยกพลขึ้นบกเพื่อทำลายที่ตั้ง และการวางกำลังของข้าศึก
– การปฏิบัติของคลื่นตามคำขอ ของหน่วยสนับสนุนกำลังพลยกพลขึ้นบก
ด้วยเรือลำเลียง จากเรือหลวงมันใน (LCU) และ เรือลำเลียงพลขนาดกลาง (LCM) เพื่อลำเลียงอาวุธ
ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ขึ้นฝั่ง ประกอบด้วย รถฮัมวี่ (HMWWVw) ติดตั้งอาวุธต่อสู้รถถังนำวิถีโทว์ (TOW)
จำนวน 1 คัน ยานเกราะล้อยาง (First win 4×4) จำนวน 1 คัน และรถตักหน้าขุดหลังเจซีบี (JCB) จำนวน 1 คัน
– การปฏิบัติสุดท้ายของวันนี้ เป็นการส่งกลับทางสายแพทย์ (Medivac)
ด้วยเฮลิคอปเตอร์

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ทะเล ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2568  ซึ่งเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ โดยใช้แนวความคิดในการฝึกว่า “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” 
นอกจากการฝึกที่เกิดขึ้นในในวันนี้แล้ว จะมีการฝึกที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศแบบ Mistral ของเรือหลวงจักรีนฤเบศร การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศ   การฝึกต่อต้านการก่อการร้ายบนแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) และการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ในทะเล (Oil and chemical spill) การฝึกเป็นหน่วยกรมผสมนาวิกโยธิน และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) การฝึกของหน่วยวิชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่และการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี โดยมีการเชิญกำลังพลจากกองทัพบกกองทัพอากาศรวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้  ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2568 นั้น นอกจากกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกจะได้รับความรู้ ความชำนาญเพิ่มขึ้นจากการฝึกแล้ว ยังทำให้กองทัพเรือได้รับทราบถึงขีดความสามารถและข้อจำกัดของกำลังทางเรือที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกันกับ ศรชล. และเหล่าทัพ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาขีดความสามารถสำหรับการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะในการป้องกันประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยขีดความสามารถของกำลังทางเรือที่เตรียมไว้สำหรับการทำสงคราม ยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในยามปกติได้อีกด้วย
 ///////////////////

ข่าว/กรียา/นราธิวาส