เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วัฒนธรรมอุตรดิตถ์ ร่วมชูจุดขาย “เที่ยวอุตรดิตถ์ ติดใจ” ชวนสัมผัสความมหัศจรรย์หลากหลายมิติตามแนวคิด 5 must do in Uttaradit หวังดันสู่เมืองน่าเที่ยวศักยภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 มีนาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดกิจกรรมข่าว “เที่ยวอุตรดิตถ์ ติดใจ” ณ เวทีหมู่บ้านภาคเหนือ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ครั้งที่ 43 ภายใต้แนวคิดเสน่ห์ไทย

ชูจุดขาย อุตรดิตถ์เป็นเมืองมหัศจรรย์ผลไม้และเสน่ห์แห่งธรรมชาติที่ผสมผสาน 3 วัฒนธรรม หลากหลายลงตัว (ล้านนา ล้านช้าง ไทยกลาง) พร้อมเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตอกย้ำกระแสทุเรียนฟีเว่อร์ โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ (วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ) นายกรรชกร ประเสริฐ (ประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์)

และนายสมชาย ชมภูน้อย (ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท.) ร่วมแถลงทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ เชิญชวนออกเดินทางท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ มาสัมผัสวิถีวัฒนธรรมเมืองเล็กๆ ที่ สงบ มีเสน่ห์ ชวนหลงใหล ให้ติดใจอยากอยู่นานๆ โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว จาก จ.อุตรดิตถ์ ร้านลมเย็น ร้านลำลำลับแล ร้าน เม็ดมะม่วงหิมพานต์หาดไก่ต้อย พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไทยวนลับแล ชมรมที่พักอุตรดิตถ์

(โรงแรมสีหราช) และสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือร่วมออกบูธเป็นส่วนหนึ่งในงานของ จ.อุตรดิตถ์ ในการนี้ วัฒนธรรมจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวงานในจังหวัดอุตรดิตถ์ช่วงเทศกาลประเพณีสงกรานต์และช่วงทุเรียนหลงหลินอุตรดิตถ์ออกผลผลิต ดังนี้ 11-12 เมษายน งานหลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์ มหกรรมมรดกภูมิปัญญา ณ จวนผู้ว่าฯ หลังเก่าเชื่อมโยงหอวัฒนธรรม

13-15 เมษายน งานอุตรดิตถ์สงกรานต์ Music Festival ณ ถนนหลงหลิน
13-16 เมษายน งานไหลเล่นน้ำสงกรานต์ถนนเส้นท่าเสา-คลองโพ-เกาะกลาง
14-16 เมษายน งานสงกรานต์ปี๋ใหม่เมืองลับแลงไชย ณ วัดท้องลับแล อ.ลับแล
14-16 เมษายน งานสงกรานต์ไท-ยวนน้ำอ่าง ณ วัดไชยมงคล อ.ตรอน
และมาทานทุเรียน

1-4 พฤษภาคม งานอุตรดิตถ์เรชชิ่งคาร์ ไทยแลนด์ ปิดเมืองแข่งรถ เก็บคะแนนครั้งที่ 1 ตัวแทนภาคเหนือ ณ บริเวณรอบสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก
11-19 พฤษภาคม งานประเพณีอัฐมีบูชา ณ วัดพระบรมธาตุ ทุ่งยั้ง อ.ลับแล
30-31 พฤษภาคม งานนุ่งซิ่นกินทุเรียน ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวนลับแล อ.ลับแล

6-8 มิถุนายน งานมหัศจรรย์ทุเรียนหลงหลินอุตรดิตถ์ ณ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อ.เมืองอุตรดิตถ์ ปลายเดือนมิถุนายน งาน 110 ปี มหกรรมอาหารดีวิถีอุตรดิตถ์ ณ จวนผู้ว่าฯ หลังเก่าเชื่อมโยงหอวัฒนธรรม

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมกิจกรรม “มอบความสุขให้น้องกำพร้าและมอบซากาตให้ฟากีรมิสกีน ”

แชร์เนื้อหานี้

ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส93ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม“มอบความสุขให้น้องกำพร้าและมอบซากาตให้ฟากีรมิสกีน ” พร้อมสนับสนุนอาหารคาว-หวาน สำหรับพิธีละศีลอด พร้อมร่วมดูอาร์ขอให้ทุกพื้นที่พ้นจากภัยพิบัติหลังจากประเทศไทยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศพม่า

ที่สถาบันศึกษาปอเนาะดารุซอลีฮีน บ้านปูลากาป๊ะ ม.7 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส มูลนิธิบารอกัต จัดกิจกรรมมอบความสุขให้น้องกำพร้าและมอบซากาตให้ฟากีรมิสกรีน (ผู้ยากไร้) โดยมีพี่น้องมุสลิมในพื้นที่กว่า 100 คน

เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึง พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ภควัฒน์ วันสนุก ผกก.สภ.ตันหยง พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผกก.ปพ.ภ.จว.นราธิวาส/ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร.อ.สยมภู หวังประโยชน์ หัวหน้ากลุ่มงานประชาชนทั่วไป โรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี

เข้าร่วมกิจกรรมด้วย บาบออัสอารี ลาเต๊ะ (บาบอซู) ประธานมูลนิธิบารอกัต กล่าวว่า วันนี้ได้จัดงานที่จังหวัดนราธิวาสขึ้นเพื่อมอบความสุขให้กับเด็กกำพร้าในพื้นที่ ซึ่งในปีนี้มีการจัดกระจายทั้ง 3 จชต. เพื่อส่งมอบชุดรายอให้ทุกคนได้ส่วมใส่ในเทศกาลฮารีรายอ รวมแล้วประมาณ 1,100 คน

ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มความสุขให้กับเด็กกำพร้าทุกคนให้มีความสุขในช่วงเทศกาลสำคัญ ลดความเลื่อมล้ำทางสังคมซึ่งในส่วนของจังหวัดนราธิวาสในวันนี้ได้มอบชุดรายอให้กว่า 100 คน

พร้อมกันนี้ในกิจกรรมมีการร่วมละศีลอดในเดือนีอทฎอนร่วมกัน พร้อมร่วมกันสวดดูอาร์ขอพรให้ทุกพื้นที่ของประเทศไทยปลอดภัยจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศพม่าซึ่งส่งผลกระทบหลายพื้นที่ของประเทศไทยในวันนี้และขอให้ทุกคนปลอดภัยมีแต่ความสันติสุขโดยทั่วกันด้วย

ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 18.30 น. ณ ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ ข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์

จังหวัดอุตรดิตถ์ ของพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ โดยมีนายสุรพันธ์เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

กล่าวรายงานวัตุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการเจ้าหน้าที่ส่วนราชการพ่อค้าแม่ค้าประชาชนเข้าร่วมงานกันจำนวนมาก

ทั้งนึ้การจัดงานดังกล่าว วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ร่วมกับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอุตรดิตถ์ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ลานสร้างสรรค์แห่งใหม่ของอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ให้เด็ก เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว

ทุกเพศทุกวัยได้มีพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมและแสดงผลงานด้านศิลปะ และวัฒนธรรม ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์

เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านกิจกรรมการแสดง การเล่นดนตรี

กิจกรรม Workshop กิจกรรมสาธิต งานฝีมือ งานคราฟต์ งาน DIY ตลาดจำหน่ายสินค้า อาหาร

และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชน ถือเป็นพลังขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจวัฒนธรรมของประเทศไทย

ที่เน้นพัฒนา “คน สังคม เศษฐกิจ เทคโนโลยี และ Soft Power” ควบคู่กันไป

นาคา ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บรรยากาศเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 2 บึงกาฬ มีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 มี.ค.68 เวลา 08.00 น. บรรยากาศประชาชนภายหลังเปิดหีบลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จ.บึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในพื้นที่ อ.บุ่งคล้า อ.บึงโขงหลง และ อ.เซกา จ.บึงกาฬ โดยบรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยหลายหน่วยเลือกตั้งมีประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เกินกว่าร้อยละ 50 คาดว่าช่วงบ่ายประชาชนจะออกไปใช้สิทธิ์เพิ่มมากขึ้น ก่อนที่จะปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบไปด้วย 3 อำเภอ คือ อำเภอบึงโขงหลง มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 29,909 คน อำเภอเซกา มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 68,641คน และ อำเภอบุ่งคล้า มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 10,976 คน รวมทั้ง 3 อำเภอ มีผู้มีสทธิเลือกตั้ง จำนวน 109,526 คนจำนวนหน่วย เซกา 139 หน่วยบึงโขงหลง 66 หน่วย บุ่งคล้า 25 หน่วย รวมหน่วย 230 หน่วย ขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก ล่องใต้เมืองหมูย่าง มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า พร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล โรงเรียนบ้านหนองศรีจันทร์ ตรัง

แชร์เนื้อหานี้

นางพรพิไล ขวัญทอง ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท โตโยต้าเมืองตรัง จำกัด สาขารัษฎา (ที่ 4 ขวามือเสื้อสีน้ำเงิน) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้กับ นางสาววิชุตา ผลิผล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองศรีจันทร์ จังหวัดตรัง เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม คึกคัก ในโครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมาสนใจการเล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด ทางโครงการจึงจัดหาลูกฟุตบอล ให้โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ อาทิเช่น จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนครพนม จังหวัดสระแก้ว จังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น โดยจะเริ่มโครงการในเดือนมีนาคม นี้เป็นต้นไป

ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ บริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด
และสำนักสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวโครงการนี้เป็นอย่างดีเช่นเคย ใน โครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย

โครงการคนละลูก มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า พร้อมผลิตภัณฑ์อาหาร เคซี สำหรับอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โรงเรียนบ้านท่าข้าม จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 28 มีนาคม 2568

นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก (เสื้อสีฟ้าซ้ายมือ) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า พร้อมผลิตภัณฑ์อาหาร เคซี สำหรับอาหารกลางวันนักเรียน ให้กับ นางสาวดวงฤดี ทองนาเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าข้าม จังหวัดเชียงใหม่ ในโครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมาสนใจการเล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด ทางโครงการจึงจัดหาลูกฟุตบอล ให้โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ อาทิเช่น จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนครพนม จังหวัดสระแก้ว จังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น โดยจะเริ่มโครงการในเดือนมีนาคม นี้เป็นต้นไป

ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ บริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด
และสำนักสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวโครงการนี้เป็นอย่างดีเช่นเคย ใน โครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดตั้งตัวแทนสาขาพรรคกล้าธรรมในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น /ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568

แชร์เนื้อหานี้

29 มีนาคม 2568 ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชาออคิด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคธรรม พร้อมด้วยกรรมบริหารพรรค นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน รองหัวหน้าพรรค (ส.ส.บัญชีรายชื่อ)นายอรรถกร ศิริลัทธิยากร (ส.ส.ฉะเชิงเทรา) และนายทะเบียนพรรค, นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี จากนั้น นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย และนายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ได้มอบกระเช้าดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกับพรรคกล้าธรรมด้วย

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวกับประชาชนช่วงหนึ่งว่า ตนในนามของประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ตนต้องขอขอบคุณชาวขอนแก่นที่ให้ใจเรา ส่วนใดที่พรรคกล้าธรรมจะสามารถช่วยให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวอีสานดีขึ้นได้ เราจะทำให้ดีที่สุด หลังจากวันนี้ เรามีตัวแทนสาขาภาคแล้ว พรรคกล้าธรรมจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้คนอีสาน โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะในพื้นที่อีสานส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก เมื่อประชาชนให้ใจมาเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมแล้ว อาจารย์นฤมลที่ถือหัวโขน 2 ใบ ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม จำเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้ชาวขอนแก่น หลุดพ้นจากความยากจน และสามารถลืมตาอ้าปากได้ เช่น การแก้ไขราคาพืชผลตกต่ำ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของกระทรวงเกษตรฯ แต่เราก็จะต้องร่วมหาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกร

สำหรับผลการเลือกตั้งตัวแทนสาขาพรรคกล้าธรรมในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวน 7 ราย โดยมีรายชื่อและตำแหน่งดังต่อไปนี้ 1 นายพิทักษ์ชน ช่างเหลา หัวหน้าสาขาพรรคกล้าธรรม
2.นางสาวณัฏฐศศิ ปุริตัง รองหัวหน้าสาขาพรรคกล้าธรรม
3.นายจุลศักดิ์ ศรีมานะศักดิ์ เลขานุการสาขาพรรคกล้าธรรม
4.นางสาว ศรินญา แสนเจ็ก เหรัญญิกสาขาพรรค
5.นายไพโรจน์ ภักดีรัตนโชติ นายทะเบียนสมาชิก
6.นายบำเพ็ญ โคตรเทิ้ง โฆษกสาขาพรรคกล้าธรรม
7.นายสีลา ภูคลัง กรรมการสาขาพรรคกล้าธรรม นอกจากนี้ ยังมีมติเลือกที่ทำการพรรคกล้าธรรม คือที่ตั้ง 999 ม.2 ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวพรรคกล้าธรรม ได้กล่าวต้อนรับสมาชิกในการประชุมเพื่อตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม

    ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568

    วันที่ 30 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

    นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง นำโดย นายสมคิดชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการตำบลหนองเขียด นำโดยนายทนงศักดิ์ ชัยเมือง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ชุด ชรบ. ตำบลหนองเขียด ร่วมจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 3 ราย ดังนี้

    1) นายคิม (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาวบ้านโนนเรียน ม.8 ต.โนนสะอาด อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้า 7 เม็ด /ผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด 2) นายณัฐ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ชาวบ้านโคกงาม ม.3 ต.หนองเขียด อำเภอชุมแพ ของกลาง อุปกรณ์เสพยา/ผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

    3) นายโจ้ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาวบ้านโคกงาม หมู่ 3 ตำบลหนองเขียด ของกลางอุปกรณ์เสพยา/ผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุดพฤติการเบื้องต้น ได้รับคำร้องเรียนว่ามีวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาในหมู่บ้านโคกงาม ตำบลหนองเขียด เจ้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบผู้เสพตามรายชื่อดังกล่าวและทำการขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ทำการปกครองอำเภอชุมแพ จากนั้นนำส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / การประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา ประจำปี 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมแคนทารี่โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า บัดนี้ มีกรรมการบริหารพรรคลงชื่อมาประชุมจำนวน 18 คน ถือว่าไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่ทั้งหมด 26 คน

    มีผู้แทนสาขาพรรคลงชื่อมาประชุมจาก 4 สาขา จำนวน 26 คน ถือว่ามีผู้แทนสาขาพรรคลงชื่อมาประชุมไม่น้อยกว่า 2 สาขา จากภาคที่ต่างกัน จากทั้งหมด 4 สาขา จาก 4 ภาค มีผู้แทนนักการเมืองประจำจังหวัดลงชื่อผู้มาประชุมจำนวน 13 คน ถือว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดที่มีอยู่ทั้งหมด 22 คน

    มีสมาชิกพรรคลงชื่อมาประชุมจำนวน 292 คน รวมสมาชิกพรรคผู้ลงชื่อมาประชุมทั้งสิ้นจำนวน 351 คน ถือว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่า 250 คน จึงถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว จึงขอเปิดการประชุม โดยทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมและ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคทำหน้าที่รองประธานการประชุมตามข้อบังคับพรรค และ นายประสาท ตันประเสริฐ เลขาธิการพรรค

    ทำหน้าที่เป็นเลขานุการการประชุม การประชุมมีสาระสำคัญสรุปได้โดยย่อดังนี้
    ระเบียบที่ 1. เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
    ระเบียบที่ 2.เรื่องรับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
    ระเบียบที่ 3. เรื่องเพื่อพิจารณา
    ระเบียบที่ 4.เรื่องเพื่อทราบ
    ระเบียบที่ 5.เรื่องอื่นๆ(ถ้ามี)

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    รองผู้ว่าฯ โคราช ลงพื้นที่ตรวจติดตาม ผลกระทบหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว พร้อมประสานหน่วยงานตรวจสอบอีกครั้ง ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน

    เมื่อวันที่ ( 29 มีนาคม 2568 ) นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาตรวจติดตามผลกระทบหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา,

    ดร.ยุทธกร ฤทธิ์ไธสง ฝ่ายบริหารการคลัง พัสดุและกายภาพ , ดร.อาภา สธนเสาวภาคย์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม และบุคลากร งานโยธาและสถาปัตย์ ร่วมให้ข้อมูลผลกระทบหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานอาคารและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง

    ดร.ยุทธกร ฤทธิ์ไธสง รองอธิการบดีฝ่ายก่ยภาพฝ่ายบริหารการคลังและงบประมานพัสดุและพัสดุ ดร.อาภาสธนเสาวภาคย์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อมร่วมกับวิศวกรของงานกองอาคารสถานที่และบริการงานโยธาสถาปัตย์ได้ดำเนินการตรวจความเสียหาย

    เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหว ตั้งแต่อาคาร 30 อาคาร 32 อาคาร 40 และอาคาร 9 ตรงส่วนที่เป็นส่วนต่อเติมระหว่างของปล่องลิฟกับอาคารเดิมมีการขยับตัวทำให้มีความเสียหายตรงรอยต่อ ระหว่างผนังกับฝ้าเพดาน

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบฯ เปิดโครงการ (ค่ายพลังใจ) ให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา ผู้ถูกคุมความประพฤติ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่วัดหุบตาโครต ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติ

    (ค่ายพลังใจ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร.ต.ต.นิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด นายณัฐกร ปิยะจันทร์ ผอ.ส่วนควบคุมฯ เรือนจำจังหวัดประจวบฯ พ.ต.ต.ธวัชชัย หลวงอี่ สวป.สภ.สามร้อยยอด นายปิยะชาติ ไฮ้คง หน.กลุ่มยุทธศาสตร์และอำนวยการ

    สนง.คุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ พร้อม เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ( อ.ส.ค.ประจวบฯ ) ร่วมกิจกรรม โดยมี พระครูโสภณธำรงกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดหุบตาโคตร ได้กล่าวสัมโมทนียกถา ให้ศีลให้พรแก่ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

    วัตถุประสงค์ โครงการดังกล่าว เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติที่ได้รู้จัก เข้าใจ และตระหนักในคุณค่าของตนเองและผู้อื่นมากขึ้น 2.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นของผู้ถูกคุมความ ประพฤติ 3.เพื่อให้ผู้ถูกคุกคุมความประพฤดีตระหน้าในศักยภาพของคน

    และสามารถสร้างแผนในภาร แก้ไขปัญหาของตนเองได้ในวิถีทางที่สังคมยอมรับ การจัดโครงการฯ ในวันนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้กระทำความผิดในคดียาเสพติด หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติ จำนวน 30 คน โดยใช้เวลา 2 คืน 3 วัน ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      กฟผ. ยืนยันเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมายังไม่กระทบต่อการจ่ายไฟฟ้าให้ประชาชน และความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน

      การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขอยืนยันว่า จากการตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนผ่านเครื่องมือวัดต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ที่เขื่อนและรอบอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. พบว่า เขื่อนของ กฟผ. ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในเมียนมาร์

      โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเขื่อนสิริกิติ์ 637 กิโลเมตร วัดอัตราเร่งที่สันเขื่อนได้ 0.00052g ทั้งนี้เขื่อนออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว 0.1-0.2g ทั้งนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ อาฟเตอร์ช็อค โดยจะดูแลการจ่ายไฟฟ้าโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน

      ///////////////////

      ณัฐธภพ พันสาย / ผู้สื่อข่าวพิเศษ / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สพป.น่านเขต 1 และ เขต 2 ผนึกกำลัง ซีพีน่าน จัดโครงการ “น่านปันปลูก ปันรัก” ปีที่ 3 ส่งมอบความมั่นคงทางอาหารแก่น้องๆนักเรียนใน จ.น่าน

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเร็วๆ นี้ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต1 และ เขต 2 ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน ได้ดำเนินโครงการ “น่านปันปลูก ปันรัก” ปีที่ 3 ในพื้นที่ จ.น่าน จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงลึก เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการเกษตรและการสร้างกองทุนผักเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนต่างๆ โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยส้ม อ.นาน้อย, โรงเรียนชุมชนบ้านนาทะนุง อ.นาหมื่น, โรงเรียนบ้านน้ำปูน อ.แม่จริม, โรงเรียนบ้านดอยติ้ว อ.ท่าวังผา, โรงเรียนบ้านปางหก อ.เฉลิมพระเกียรติ และโรงเรียนสันติสุขพิทยาคม อ.สันติสุข

      โครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตผักปลอดสารพิษในโรงเรียน เพื่อเป็นแหล่งอาหารกลางวันที่มีคุณภาพให้กับนักเรียน และยังสามารถสร้างรายได้เพื่อเป็นกองทุนด้านการผลิตผักให้กับแต่ละโรงเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้ทั้งหมด 4 ครั้ง เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ตั้งแต่การผลิตดินเพาะ การปลูกผักในแปลงปลูก การใช้สารชีวภัณฑ์ และการเก็บเกี่ยวผลผลิต

      โดยการเรียนรู้ในครั้งที่ 1 เน้นการผลิตดินปลูกและการเพาะกล้าผักโดยใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมัก เพื่อประหยัดต้นทุนในการซื้อพีทมอส พร้อมเรียนรู้การใช้จุลินทรีย์มีชีวิต (พด.1 และ พด.2) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินน่าน ในการทำให้ดินมีคุณภาพดีเหมาะแก่การปลูกพืช ครั้งที่ 2 นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการย้ายกล้าผักจากถาดเพาะลงในแปลงปลูก และการดูแลรักษาผักโดยใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักที่ผลิตเอง ครั้งที่ 3 เน้นการใช้สารชีวภัณฑ์ โดยการขอรับการสนับสนุนเชื้อราไตรโครเดอร์มา จากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคและเสริมการเจริญเติบโตของพืช และครั้งที่ 4 นักเรียนได้เรียนรู้การเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงการคำนวณต้นทุนเพื่อประเมินผลผลิตที่ได้รับ พร้อมสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้และวิธีการนำไปต่อยอดในครอบครัว

      คุณบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “โครงการ ‘น่านปันปลูก ปันรัก’ ปีที่ 3 นี้ มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างทักษะอาชีพให้กับนักเรียนและสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยโรงเรียนจะสามารถเก็บเกี่ยวผักที่ปลูกได้และนำไปประกอบเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน หรือจำหน่ายให้กับชุมชนเพื่อเสริมรายได้ให้กับโรงเรียน”

      ดร.วิชาญ เกษเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 1 และ คุณพรชัย นาชัยเวียง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 2 ร่วมกันให้ข้อคิดเห็นต่อโครงการว่า “โครงการนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะการปลูกผักให้นักเรียนทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ และยังช่วยให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการปลูกผักปลอดสารพิษและการหารายได้จากการเกษตร”

      โครงการนี้เริ่มดำเนินมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 และสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงมุ่งขยายผลโครงการให้ครอบคลุมโรงเรียนทั่วจังหวัดน่าน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านการศึกษาและอาชีพด้านการเกษตร พร้อมส่งเสริมให้โรงเรียนและชุมชนมีความมั่นคงทางอาหารและสร้างรายได้ในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ-สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมตรวจสอบความเสียหายวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

      แชร์เนื้อหานี้

      29 มีนาคม 2568 เวลา 15.30 น.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร
      ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายณัชฐเดช มุลาลี
      นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ,ปกครองเชียงใหม่ ,ป้องกันภัยเชียงใหม่ ,
      เทศบาลนครเชียงใหม่

      กรมโยธาและผังเมือง จ.เชียงใหม่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกร และ สภ.เมืองชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูลรอง ผกก.ป.ฯ,พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯ พร้อมด้วยร้อยเวร 20และกำลังสายตรวจ

      ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบความเสียหาย วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว พบรอยแตกกระเทาะเล็กน้อยบริเวณ ผิวกำแพงภายในพระอุโบสถ 2 จุด(รหัสสีเขียว 🟢 ปลอดภัย)
      ส่วนตัวพระธาตุเจดีย์หลวง ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ไม่มีการชำรุดแต่อย่างใด

      ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและเก็บข้อมูลเพื่อทำการปรับปรุงซ่อมแซม ให้กลับมาสวยงามเช่นเดิมและยืนยันถึงความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาชม ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 68 นี้ ยังสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ปกติ ปลอดภัย   
      
      ทั้งนี้ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้กำชับให้ สถานีตำรวจทุกแห่งในสังกัดตรวจสอบอาคารสถานที่ ,วัดในเขต ,โรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันเหตุ และเป็นการป้องกันอาชญากรรม  จากมิจฉาชีพที่อาจก่อเหตุซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน...

      สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/นายอำเภอชุมแพ เชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจเที่ยวงาน บุญผะเหวด

      แชร์เนื้อหานี้

      วันพฤหัสบดี ที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๕๐ น. โดยพระครูอัมพวันภัทรคุณ เจ้าคณะตำบลนาหนองทุ่ม เขต ๒ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน

      ได้จัดงานประเพณีบุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ,

      ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอชุมแพ ผู้บริหาร ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน คณะนางรำ คณะกลองยาว และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมกิจกรรม

      ทั้งนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมบูรณาการจัดงานฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น

      และมรดกภูมิปัญญาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยการนำของนางศิรดา มะลาสาย วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายชวดล สิงห์คำป้อง นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ

      เวลา ๑๘.๐๐ น.เป็นต้นไปนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารปกครอง ร่วมแห่พระเวสเข้าเมือง เวลา ๑๙.๐๐

      นายสำราญ ศรีภา ร่วมสืบสานประเพณี บุญผะเหวด ฮีตสิบสอง สืบสานพระพุทธศาสนา และกล่าวเปิดงาน ณ วัดอัมพวัน บ้านหนองคอง-หนองม่วง ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ

      วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่นข่าวสร้างสรรค์ สื่อสารเพื่อท้องถิ่น

      เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 15.00 น. นายวัฒนา ช่างเหลา นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานทอดผ้าไตรบังสุกุล ในงานฌาปนกิจศพ นายดรัสพงศ์ ดีบุญมี ณ ชุมแพ

      โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายสำราญ ศรีภา ส.อบจ.ขอนแก่น อำเภอชุมแพ เขต 3, นางปริตา เตือนจันทึก ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

      พลตำรวจตรี ชัยทัต รุ่งแจ้ง อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสุภานันท์ เมืองสอน (กำนันแหนบทอง)ตำบลโนนหัน

      นายสุทธิรักษ์ เมืองสอน อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน นายประจวบ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ นางอรุณศรี ยิ่งยืน ผู้อำนวยการโรงเรียนโนนหันวิทยายน นางพยงค์ ศรีภา

      ผู้บริหารสถาบันอาชีวะศึกษาในเครือมหานคร ,ผอ.สวิต คำภา ข้าราชการบำนาญ นางยุพิน คำภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเขียดมิตรภาพที่205 นางกฤษดาพร ปติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมพิธี ณ เมรุวัดแจ้งสว่างนอก ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

      นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองตำบลโนนหัน)กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ และฌาปณกิจศพนายดรัสพงษ์ดีบุญมี ณ.ชุมแพ บุตรชายตน

      วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี – มท.2 ทำพิธี “พุทธาภิเษกพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี” Landmark บึงกาฬ

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 29 มี.ค.68 เวลา 13.39 น. ที่อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี ถนนข้าวเม่าริมโขง ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย)

      เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการประกอบพิธีพุทธาภิเษก พระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี โดยมีเกจิอาจารย์อธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล

      โดยได้รับเมตตาอาทิ พระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร พระราชภาวนา โสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง พระวชิรศาสนคุณ เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ(ธ) เจ้าอาวาสวัดเนินแสงทอง พระราชสารโกศล เจ้าแาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี พระครูบวรธรรมรักขิต(หลวงตาเลิศ) เจ้าอาวาวสวัดอรัญญานี

      พระครูประภัสสรวีรคุณ (วีระพล ปภสฺสโร) เจ้าคณะอำเภิศรีวิไล(ธ) เจ้าอาวาสวัดสุดเขตแดนสยาม และพระเถราจารย์จำนวนมาก ร่วมประกอบพิธี โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ นายสยาม เพ็งทอง สส.บึงกาฬ เขต1 หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และพุทธศาสนิกชนร่วมพิธี

      “บรรยากาศการจัดพิธีพุทธาภิเษกฯ เป็นไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ โดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานในพิธี ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและถวายแป้งเจิมแด่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เพื่อเจิมเทียนชัย เทียนมหามงคล แล้วจุดเทียนชัย เทียนมหามงคล พระสงฆ์ 9 รูป สวดคาถาจุดเทียนชัย

      จากนั้นเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เข้านั่งปรกอธิษฐานจิต ประธานในพิธีจุดเทียนน้ำพระพุทธมนต์ เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ชุมนุมเทวดา เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ประธานในพิธีถวายใบพลูและแป้งเจิมแด่พระราชภาวนาโสภณ วิ. เพื่อเจิมใบพลู แล้วดับเทียนชัย เสร็จแล้วโปรยดอกไม้ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ในมณฑลพิธี ประธานในพิธีและผู้ร่วมพิธีถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ อนุโมทนา กรวดน้ำ-รับพร เป็นอันเสร็จพิธี”

      อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคสไชยบุรี เป็นโครงการ Landmark จ.บึงกาฬ เป็นการพัฒนาสวนสาธารณะริมแม่น้ำโขงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว มีไฮไลต์สำคัญคือ พระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี เป็นพระพุทธรูปนาคปรก 9 เศียร สูง 16.09 เมตร ขนาดหน้าตักกว้าง 4.77 เมตร ประดิษฐานริมแม่น้ำโขง

      ซึ่งนอกจากจะทำให้เป็นสถานที่แห่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนแล้ว ยังจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชม สนับสนุนเศรษฐกิจของ จ.บึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียงตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ประชาชนอีกด้วย

      ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

      สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์/ อดีตผช.ผญบ.รุดพบผู้ว่าฯชุมพรเร่งรัดคดีกำนันดังจ้างวานบุกรุกป่าอนุรักษ์โครงการพระเทพฯลั่น “ไม่มีใครทำอะไรได้”

      แชร์เนื้อหานี้

      อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมภรรยาและลูกชายเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน โดยกำนันคนหนึ่งรับว่าจ้างให้บุคคลอื่นเข้าบุกรุกป่าจำนวน 10 ไร่ พื้นที่หมู่ 6 ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ส่วนการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวเป็นคดีความอยู่ที่สภ.สลุยแต่ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งกำนันคนดังกล่าวลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรตนได้” ผู้ร้องซึ่งเกรงว่าคดีไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางเข้าพบร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรรับทราบและติดตามคดีความอย่างใกล้ชิด

      สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสายศิริ  มากประดิษฐ์  อายุ 77 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยภรรยาและนายธนธร  มากประดิษฐ์  อายุ 56 ปี เดินทางเข้าพบนายเธียรชัย  ชูกิตติวิบูลย์  ผู้ว่าฯจ.ชุมพร ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เข้ารับฟังปัญหาดังกล่าวด้ว

      โดยนายสายศิริและนายธนธร ผู้ร้องให้ข้อมูลว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯอยู่ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้องและตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เนื้อที่ 1,900 ไร่ โดยมีประชาชนได้เสียสละที่ดินเพื่อทำป่าชุมชน อนุรักษ์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งผลิตน้ำตามธรรมชาติ และเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน อนุรักษ์หวงแหนถวายพระเทพฯ
            ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 นายสายศิริฯ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในฐานะคนเก่าคนแก่ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯซึ่งได้ดูแลพื้นที่โครงการฯเป็นประจำ จะมีส่วนหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลด้วยคือเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรจังหวัดรับผิดชอบด้วย ขณะนั้นได้เจอคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 7 คน ซึ่งตามที่ได้เห็นพบว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักหรือเคยเห็นกับบุคคลดังกล่าวเลยกำลังแผ้วถางด้วยมีดงอ กันอย่างสนุกมือโดยไม่คิดถึงความผิดของกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด ปรากฏว่าป่าถูกแผ้วถางไปแล้วประมาณ 10 ไร่ จึงได้เข้าไปห้ามปรามกลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงล่าถอยไป

      หลังจากนั้นนายสายศิริฯผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นเรื่องแจ้งไปยังสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร และได้ส่งเรื่องต่อไปที่ว่าการอำเภอท่าแซะ ด้านปลัดอำเภอพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งได้ทำการติดป้ายตรวจยึดพื้นที่เพื่อดำเนินคดี ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเรื่องคดีความอยู่ที่สภ.สลุย แต่ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่มีความคืบหน้าอีกทั้งกำนันคนดังกล่าวเคยลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรเขาได้” เกรงว่าเรื่องการบุกรุกป่าจะเงียบ จึงเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้รับทราบและเร่งดำเนินการติดตามต่อไป
            ภายหลังผู้ร้องได้แจ้งความประสงค์การเข้าพบและยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมทั้งนำเอาคลิปวีดีโอที่บันทึกบทสนทนาของกำนันรายหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้จ้างวานให้ผู้อื่นเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ส่งให้กับมือผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเก็บไว้ตรวจสอบ

      ด้านนายเธียรชัยฯ ผู้ว่าฯจ.ชุมพร เปิดเผยว่า รับปากว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นคดีความแล้วเรื่องอยู่ที่สภ.สลุย  เบื้องต้นทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เท็จจริงประการใดขอตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏก่อน หากมีความผิดจริงก็จะลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ผู้ว่ามาทำงานให้คนชุมพร ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครไม่ต้องกังวล” ผู้ว่าฯ กล่าว
      …………………………………………….

      ข่าว/ภาพนิ่ง
      ***เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช่วยทันที มูลนิธิพุทธภูมิธรรม พร้อมจิตอาสา มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ลงพื้นที่จตุจักร , โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ

      แชร์เนื้อหานี้

      มอบน้ำร่วมช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว… มอบน้ำ สื่อแทนน้ำใจ ของ พุทธภูมิธรรม และเพื่อนกัลยาณมิตร …มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขอส่งกำลังใจ ให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย และขอตั้งอธิษฐานจิตถึงผลบุญบารมีทั้งปวงที่ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้เป็นสื่อกลางกระทำบำเพ็ญ ให้กำลังแห่งผลบุญนี้เป็นกำลังบารมีและเหตุปัจจัยคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งปวง เทอญ…ขอชื่นชม และเชิญชวนผู้ใจบุญ เตรียมการและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ ทุกมิติ … ใกล้พื้นที่ไหนช่วยพื้นที่นั้นขอขอบคุณ ทีมจิตอาสามูลนิธิพุทธภูมิธรรม และส่วนเกี่ยวข้องทั้งปวง

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จังหวัดน่าน จัดงาน “ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ดูอัตลักษณ์น่าน Nan Cultural Learning Tourism”

      แชร์เนื้อหานี้

      สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดงาน “ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ดูอัตลักษณ์น่าน Nan Cultural Learning Tourism” ในโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม กิจกรรมค่าใช้จ่ายในการพัฒนาย่านเมืองเก่าเพื่อการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรม จังหวัดน่าน จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 28 – 30 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ บริเวณข่วงน้อย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด

      โครงการฯ ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูกิจกรรมของแหล่งเรียนรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นที่รู้จักในระดับท้องถิ่นระดับชาติ และนานาชาติ เตรียมความพร้อมประชาชนในพื้นที่ได้เรียนรู้เอกลักษณ์ทาง ศิลปวัฒนธรรม รองรับการพัฒนาพื้นที่ และร่วมกันขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์และเมืองมรดกโลก เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชุมชนในจังหวัดน่าน

      โดยภายในงานพบกับ ร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น นิทรรศการพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ด้านศิลปวัฒนธรรม การเวิร์คช็อป และการสาธิตจากวิทยากรของแต่ละแหล่งเรียนรู้ จากแหล่งเรียนรู้ 14 แหล่งเรียนรู้ เส้นทางท่องเที่ยว 5 เส้นทาง ประกอบด้วย
      เส้นทางที่ 1 เส้นทางหัตถศิลป์ถิ่นน่าน
      เส้นทางที่ 2 เส้นทางอาหารตำรับเจ้า เชิดชูอาหารถิ่น The lost taste
      เส้นทางที่ 3 เส้นทางมรดกภูมิปัญญา มรดกทางวัฒนธรรม สู่มรดกโลก
      เส้นทางที่ 4 เที่ยวชุมชน ยลวิถี “งามศิลป์ ถิ่นนครวัฒนธรรม”
      เส้นทางที่ 5 เส้นทางสายบุญ ยลพุทธศิลป์เมืองน่าน

      นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรม ในเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป อาทิ การแสดงสะล้อ ซอ ปิน ซอล่องน่าน จาก พ่อครูอรุณศิลป์ ดวงมูล, คณะซอกรกฎ บ้านซาวหลวง และคณะซอคำไทด์ สาธิตการทำอาหาร แกงผักอะหยิอะเหยาะ, แกงสนัด และแกงแค การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดย สถาบันการศึกษา กลุ่มกิจกรรม องค์กร ชมรม และชุมชน การแสดงวงดนตรีร่วมสมัยจากวง Sweet Hours เป็นต้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบวงสรวงยิ่งใหญ่ ใช้วันมหามงคลเอาฤกษ์เอาชัยก่อนซีรีส์สุดปัง “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ออกอากาศเร็วๆ นี้ทางช่อง 9 MCOT HD

      แชร์เนื้อหานี้

      เบิกฤกษ์มหามงคล “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” จัดบวงสรวงใหญ่ ทัพนักแสดง-ผู้จัด พร้อมก้าวสู่ความปัง จัดพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่ ใช้วันมหามงคลเอาฤกษ์เอาชัยก่อนซีรีส์สุดปัง “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) เตรียมจะออกอากาศเร็วๆ นี้ทางช่อง 9 MCOT HD ณ พิกัดศักดิ์สิทธิ์ ลานพระพิฆเณศวร – พระตรีมูรติ หน้าลาน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการรวมตัวของทัพนักแสดงดัง -ผู้จัดซีรีส์อย่างค่าย M.Flow Entertainment พร้อมสื่อมวลชน และแฟนคลับมาร่วมให้กำลังใจรับพรอันเป็นมงคลคร้ังนี้

      หลังจากที่ทำโซเซียลร้อนระอุไปแล้วท้ังPilot – Official Trailer ซีรีส์ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ยอดพุ่งกว่า 7ล้านวิว ในเวลาไม่นาน ล่าสุดค่ายซีรีส์ดัง M.Flow Entertainment ก็สานต่อความร้อนแรงด้วยการจัดพิธีบวงสรวงคร้ังใหญ่ให้เป็นที่ประจักษ์กันกับซีรีส์เรื่องนี้ โดยเหล่านักแสดงของเรื่อง ด้วยรอยยิ้มและออร่าซุปตาร์ซีรีส์วาย มา
      ครบไม่ว่าจะเป็น “โบ๊ท ยงค์ยุทธ เติมต่อ – โอ๊ต ภาสกร สารรัตนะ และ ยุ่น ภูษณุ วงศาวณิชชากร – ปันปัน ปัณณ์ จิราธนาภัท” พร้อม ผู้บริหาร คุณกัญญา ณัฐดนัยวรกานต์ และ2 ผู้กำกับของค่าย คุณกรชนก บุญมา -คุณวันชนะพันษ์ ไพฑูรย์ ตบเท้ามาขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและพบปะแฟนๆที่มาให้กำลังใจ

      สำหรับบรรยากาศน้ันอบอุ่น และอบอวลไปด้วยรอยยิ้มของพี่ๆ แฟนคลับที่ต้ังตามารอพบศิลปินที่รักต้ังแต่เช้าตรู่ แถมยังขนฟู้ดซัพพอร์ต มาฝากกันจนแน่นพื้นที่ ก่อนที่เหล่านักแสดงจะเดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวง เสียงกรี๊ดกดชัตเตอร์รัวๆ ลั่นบริเวณงาน จากน้ันท่านพราหมณ์ ก็นำนักแสดง -ผู้จัด คนในบริเวณงานร่วมสวดมนต์ทำพิธีบวงสรวง ที่จัดเตรียมชุดบูชาอลัไปงการงานสร้างสมฐานะครบตามธรรมเนียม ก่อนที่จะให้เหล่านักแสดง-ทีมงานได้ร่วมกันปักธูป โปรยดอกไม้มงคลขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรให้ซีรีส์”ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก

      จากน้ันเหล่าทีมนักแสดง -ผู้จัดก็ได้ให้สัมภาษณ์กับเหล่าพี่ๆ สื่อมวลชนที่น่ารักซึ่งมารอกันต้ังแต่เช้าตรู่เช่นกัน “โบ๊ท ยงค์ยุทธ, โอ๊ต ภาสกร, ยุ่น ภูษณุ และ ปันปัน ปัณณ์” ตัวแทนทีมนักแสดง “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) เปิดใจด้วยความตื่นเต้นว่า “ในที่สุดก็มาถึงอีกเป้าหมายของการเดินทางกับซีรีส์เรื่องนี้ เพราะจุดเริ่มต้นน้ัน เบื้องหลังใช้เวลานานนับปีเลยทีเดียวกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ มั่นใจว่าทีมนักแสดง ทีมงาน ก็รู้สึกไม่ต่างกัน วันนี้บวงสรวงใหญ่
      ก็เป็นการมาขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยากให้ซีรีส์ของเราประสบความสำเร็จทำให้ทุกคนที่เฝ้ารอท้ังไทยและอินเตอร์แฟนน้ันได้มีรอยยิ้ม และอินไปกับพวกเรานักแสดงทุกๆ คน อยากแย้มๆ บอกทุกคนแบบนี้ว่า เห็นตัวอย่างกันไปแล้วก่อนหน้านี้นั่น แค่น้ำจิ้มจริงๆ อาหารจานหลัก มันอยู่ในทุก EP. ที่จะสอดแทรกไว้ นอกจากอรรถรสความสนุกในความบันเทิงแล้ว จริงๆ

      เราต้องการสื่อสารในบางเรื่องออกไป อยากรู้ก็ไปลุ้นกันเอง เร็วๆ นี้ทาง ช่อง 9 MCOT HD และติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ทุกแพลตฟอร์มของ M.Flow Entertainment
      ผู้บริหาร คุณกัญญา ณัฐดนัยวรกานต์”เราผลักดัน เรื่องนี้มาเป็ยปีอย่างที่น้องนักแสดงบอกไปว่าเราทุ่มเทอย่างมากไม่ว่าจะเป็นแรง และทุน ขอบคุณน้องๆ ทีมงาน และแฟนๆ ที่ยังซัพพอร์ตเฝ้ารอติดตามผลงานจาก M.Flow Entertainment

      พี่บอกได้เพียงว่า “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) จะเป็นอีกมิติ อีกเฉดใหม่ที่จะได้เห็นถึงพัฒนาการในค่ายของเราที่เติบโตข้ึน ที่ผ่านมาทุกเสียงจากแฟนๆ ทั้งคำแนะนำ คำติชม เราน้อมรับและนำมาปรับปรุงเสมอ เรื่องนี้เลยบอกว่าอยากให้เห็นถึงความเติบโตของพวกเราที่แข็งแรงและจะเติบโตขึ้นก้าวไปสู่เป้าหมายอีกจุดที่วางไวไ้ด้นนั่ แน่นอนว่ามีน้องๆ อยู่ในแพลนของเราอยู่แลว้ อยากให้ติดตามเรื่องนี้กัน ฝากซัพพอร์ตค่ายของเราหน่อยได้มั้ยคะ”
      เรื่องย่อ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) เล่าเรื่องราวของ “จวิ้น”รับบทโดย”โอ๊ต ภาสกร” เด็กหนุ่มจอมกวนที่ไม่เกรงกลัวใคร และมักจะสร้างปัญหาจนใครๆ ต้องส่ายหัว แต่แล้วชีวิตของเขาก็พลิกผันเมื่อไปมีเรื่องไม่ลงรอยกับ “เฮียศร”รับบทโดย”โบ๊ท ยงค์ยุทธ” เพื่อนของพี่ชายเพื่อนสนิทของ”จวิ้น” ที่ดูเหมือนจะไม่ชอบเด็กอย่าง”จวิ้น”เอา
      เสียเลยแต่แล้วในความไม่ถูกชะตากัน ดันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อ”จวิ้น” เผลอไปเห็น”เฮียศร”กำลังทำกิจกรรมสุดไพรเวท ที่ไม่น่าจะเห็นเข้า และ”จวิ้น”ไม่เพียงแค่เห็นเท่านั้น เพราะว่า”เฮียศร”ยังที่จับได้ว่าถูกมอง กลับชวนเข้าร่วม


      กิจกรรมที่ค้างอยู่ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์พี่เริ่มต้นจากการไม่ชอบกัน กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น และเต็มไปด้วยความตึงเครียด ความตลกขบขัน และแน่นอนว่าไม่ขาดความตื่นเต้นที่ทั้งคู่ต้องเผชิญ
      ซีรีส์ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ได้นักแสดงนำสุดฮอตที่ต้องจับตามองอย่าง โบ๊ท ยงค์ยุทธ, โอ๊ต ภาสกร, ยุ่น ภูษณุ และ ปันปัน ปัณณ์ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและเคมีสุดลงตัวในเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ชับช้อนและน่าติดตาม “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) เตรียมพร้อมที่จะมาให้ผู้ชมต้องลุ้นไปกับเรื่องราวสุดตื่นเต้น 20 เมษายน นี้ทาง ช่อง 9 MCOT HD

      บวงสรวงไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก #บวงสรวงไหนเฮีย #บวงสรวงMyStrubborn

      MFlowEntertainment

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม แพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ รพ.นครปฐม ประสานงานขนย้ายผู้ป่วยไม่ทิ้งไว้ลำพัง

      แชร์เนื้อหานี้

      ทีมแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐมเร่งระดมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคารสูงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสัมผัสได้ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมหลาย 100 นายเข้าร่วมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าทำได้อย่างดีเยี่ยมไม่ได้สร้างความวิตกหวาดกลัวและยังคงเกาะติดอยู่กับผู้ป่วยวิกฤต แม้จะยังอยู่ในช่วงที่การไม่ปลอดภัย
      
      วันที่ 28 มีนาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังเกิด เหตุแผ่นดินไหวซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ได้รับผลกระทบและรับรู้ถึงความรู้สึกรุนแรงในหลายพื้นที่ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นและ มีความวุ่นวายในการประสานงานกับสถานการณ์ และมีการส่งต่อข้อมูลการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย โดยที่โรงพยาบาลนครปฐม ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการ 
      
      ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสุขสานุจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้เข้ามาประสานงานในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากอาคารสูงซึ่งมีหลายอาคารและมีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวอยู่เป็นจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่ได้มีการเร่งลำเลียงนำผู้ป่วยลงมาจากอาคารและนำมาพักในจุดต่างๆบริเวณชั้นหนึ่งที่ไม่ไม่ติดกับตัวอาคารด้วยความโกลาหล โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลาเคราะห์นครปฐม ได้ทำการช่วยเข็นเตียงและอุ้มผู้ป่วยออกจากจุดที่คาดว่าเป็นอันตรายตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา 
      
      ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้มีการประสานงานในการอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรเพื่อรับส่งผู้ป่วยเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่และนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตเข้าอยู่ในห้องฉุกเฉินซึ่งมีเจ้าหน้าที่รวมกันในพื้นที่หลาย 100 คนตั้งจุดประสานงานสั่งการ โดยมีการประเมินสถานการณ์เตรียมความพร้อมรับแรงอาฟเตอร์ช็อกที่จะตามมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการควบคุมอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายและเสี่ยงจะก่อให้เกิดเปลวเพลิงและเกิดความเสียหายในการรักษาผู้ป่วยเช่นผู้ป่วยวิกฤติหนักหรือในห้องผ่าตัดอย่างเต็มกำลัง ทำให้บรรยากาศวุ่นวายและทีมแพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยประสานงานได้มีการทำงานอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง 
      
      พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เผยว่า ตอนนี้ทางกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานความร่วมมือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอำนวยความสะดวกในการรับส่งผู้ป่วยโดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดต่างๆตามที่รับแจ้งและเฝ้ารอฟังการประสานงานจากเบื้องบนในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลัง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุและช่วงการขนย้ายผู้ป่วยซึ่งตอนนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
      นายสมภพ สอนดอนไพร อาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม บอกว่าในส่วนของโรงพยาบาลนครปฐมได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและกลุ่มที่เป็นอาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่ประมาณรวมแล้ว 100 กว่าคนสำหรับการนำรถขนส่งผู้ป่วย และรถกู้ชีพในการเตรียมความพร้อมเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากจำเป็นจะต้องมีการย้ายโรงพยาบาลไปมาสำหรับผู้ที่ต้องได้รับการเคลื่อนย้าย และมีการกำลังกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลต่างๆทุกอำเภอเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มกำลังซึ่งคาดว่าน่าจะมีถึงประมาณ 200 นายเป็นอย่างน้อยที่ได้ลงปฎิบัติหน้าที่แล้วในตอนนี้
      
      ด้าน รุ่งอรุณ ไชยธวัช 54 ปี ชาวบางเลน บอกว่าช่วงเกิดเหตุได้มาเฝ้าพ่อรักษาตัวอยู่ที่อาคารทวาราวดี ชั้นห้าจู่จู่ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นแผ่นดินไหวเนื่องจากการสั่นนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยเรื่อยรับรู้ได้ดี จากนั้นทีมแพทย์พยาบาลได้แจ้งประกาศผ่านไมค์โดย ทีมประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลบอกว่ากำลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวซึ่งจะ มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงไปที่บริเวณชั้นล่างซึ่งตอนนี้ก็ขอให้เกิดความสมัครใจลงโดยบรรยากาศก็ไม่ได้โกลาหลแต่อย่างใดและทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เป็นระเบียบไม่เกิดความวุ่นวาย ซึ่งในการตัดสินใจตนเองจึงได้นำพ่อลงมาในพื้นที่ด้านล่างและขอชื่นชมว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีมากและเห็นทุกคนทำงานได้เต็มกำลังความสามารถในช่วงที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงพยาบาลนครปฐมมีอาคารสูงหลายแห่งซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐมโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวและมีการเตรียมความพร้อมรับแผนหากเกิดอาฟเตอร์ shock ตามมาซึ่งหากสถานการณ์เข้าสู่ปกติและ ไม่มีเหตุสั่นสะเทือนหรือเกิดแผ่นดินไหวซ้ำซ้อนก็จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ที่พักวันอังคารต่อไป
      
      สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม
      ………………………………..

      แผ่นดินไหว #นครปฐม โรงพยาบาลนครปฐม

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /แพร่เร่งสำรวจ ความเสียหายจากแผ่นดินไหว เบื้องต้นเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ ศาลากลางจังหวัดแพร่

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา 13.20 น วันที่ 28 มีนาคม 2568 ตามที่ได้เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาร์ ขนาด 8.2 ริกเตอร์ ส่งผลกระทบกับประเทศไทยเป็นวงกว้างนั้นนั้น ในส่วนของจังหวัดแพร่ ทางนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร์ ได้กำชับ ข้าราช

      การ เจ้าหน้าที่ ลงจากตึกศาลากลาง เพื่อความปลอดภัยและสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดแพร่เพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องราวและสำรวจความเสียหายจากพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้

      นางสาวรำพู จันต๊ะปะตุ รักษาราชการแทนป้องกันบรรเทาสารภัยจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า จังหวัดแพร่ รายงานสถาน การณ์แผ่นดินไหว ดังนี้ สถานการณ์สาธารณภัยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 เป็นแผ่นดินไหวบนบก ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในส่วนจังหวัดแพร่ รับรู้ถึงแรงสั่น

      สะเทือนทั่วจังหวัดแพร่ สำหรับรับความเสียหายเบื้องต้นรับรายงานดังนี้ โรงจอดรถบ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 12 ตำบล ป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ และตัวบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน ด้านการดำเนินการและการให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองแพร่ และเทศบาลตำบลป่าแมต ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเบื้องต้นแล้ว

      และสั่งการทุกอำเภอ หากพบความเสียหายให้เร่งให้ความช่วย เหลือโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน เฝ้าระวังติดตามอาฟเตอร์ช็อกจากแผ่นดินไหวจากหน่วยงานราชการ/แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และสื่อสารข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงเพื่อมิให้ประชาชนลดความตื่นตระหนก

      ด้าน นายชัยสิทธิ์ ไชยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ลงพื้นที่ไปติดตามและเยี่ยมการช่วยเหลือผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแพร่เนื่องจาก เป็นตึก
      อาคารสูง และได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ป่วยลงมาจากตึก สูง เพื่อมาพักรักษา ณ ชั้นล่างที่อาคารปฐมภูมิ เพื่อความ ปลอดภัยหากเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาได้

      ธีรพงษ์ #ธงออน/แพร่

      061-595-5297##ทีมข่าวบกรายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม” จังหวัดน่าน

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายประจักษ์ ไชยกิจ ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานการปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม” จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมดอกเสี้ยว 2

      โรงแรมน่านตรึงใจ บูทีค จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการต่อยอด ขยายผลการขับเคลื่อนคุณธรรมของชุมชน หน่วยงาน องค์กรเครือข่าย

      เพื่อยกระดับสู่การเป็น “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม”ให้ครอบคลุมทุกเครือข่ายในพื้นที่ โดยมีนางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน เป็นผู้จัดกิจกรรมร่วม

      การจัดประชุมในครั้งนี้จัดโดยศูนย์คุณ ธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน โดยมีนายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาและความร่วมมือนานาชาติ

      ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)กล่าวรายงานและมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรเครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วน จำนวน 81 คนเข้าร่วม/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ตชด.ภาค 3 – กองร้อย ตชด.ที่ 327 จับคุม เคตามีน 120 กก.โดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

      แชร์เนื้อหานี้

      เวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 26 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตชด.ภาค 3 ร่วมกัย บกองร้อย ตชด.ที่ 327 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก ตชด.ภาค 3 พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผบก.ตชด.ภาค 3 พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธุ์กล้า ผกก.ตชด.32 พ.ต.ท.ยุธยา สังแสวง รอง ผกก ตชด.32 พ.ต.ต.อนัญวัตน์ รัตนวิชัย ผบ.ร้อย ตชด.327 ได้ร่วมกันจับกุม นายชนินทร์ สงวนนามสกุล อายุ 28 ปีชาว แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ และ นายวชัรพงษ์ สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี ชาว ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลาง เคตามีนจำนวนประมาณ 120 กิโลกรัม

      โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่ามีเป้าหมายยาเสพติดได้โดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามความเคลื่อนไหว จนกระทั่งสืบทราบว่าจะมีการนำยาเสพติดจำนวนมากส่งพัสดุกับบริษัทเอกชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จึงได้เฝ้าติดตามจนพบชาย 2 คน เข้ามาส่งของบริษัทขนส่งเอกชนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบพัสดุ จำนวน 4 กล่อง

      จากการตรวจสอบพบว่าภายกล่องบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท2 (เคตามีน) กล่องละ2 แพ็คใหญ่ ในหนึ่งแพ็คใหญ่พบถุงชาบรรจุเคตามีน ประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 4 กล่อง ประมาณ 16 กิโลกรัม เมื่อพบว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายทางเจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยตามชายทั้ง 2คนไป พบว่ากำลังนำพัสดุที่เหลือไปส่งที่บริษัทขนส่งเอกชนอีกที่หนึ่ง ในพื้นที่ถนนเหมืองแดง ซึ่งกำลังรอส่ง อีกจำนวน 11 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุมทั้ง 2 คน
      จากการเปิดตรวจสอบพบ ภายในกล่องมีของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 2 แพ็คใหญ่ โดยในหนึ่งแพคใหญ่ พบเป็นถุงชาบรรจุเคตามีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 11 กล่อง ประมาณ 44 กิโลกรัม รวมทั้ง 2 จุด ของกลางทั้งหมด 15 กล่อง ประมาณ 60 กิโลกรัม

      จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งสองคนทำการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักที่ผู้ต้องหาเช่า ในพื้นที่ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อตรวจสอบบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา จอดอยู่ภายในบริเวณบ้าน และเมื่อทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าวพบกระสอบสีรุ้งขนาดใหญ่ จำนวน 2 กระสอบอยู่ภายในช่องเก็บของท้ายรถ ภายในกระสอบดังกล่าวพบถุงชาบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 30 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวน 2 กระสอบ รวม 60 ถุง หรือน้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 120 กิโลกรัม

      จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การว่าได้รับจ้างให้นั่งเครื่องบินมาจาก กรุงเทพฯ เพื่อมารับยาเสพติดังกล่าว แล้วนำส่งบริษัทเอกชน เพื่อส่งไปยังตนในของประเทศโดย โดยปลายทางจะมีผู้มารับยาเสพติด ซึ่งจะไปจำหน่ายยังพื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมไปยังผู้ว่าจ้างอีกครั้ง

      พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวีเป็นตัวแทนรัฐบาลรับ 98 คนไทยกลับบ้านเกิดเป็นของขวัญฮารีรายอ

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 27 มี.ค.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สอท. ปฏิบัติราชการ สตม. พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส

      น.ส.อัจฉรา โพธิ์พันธุ์ นายด่านศุลกากรสุไหงโกลกพล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสพล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 และนายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโกลก

      ได้ร่วมเดินทางไปยังด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อทำพิธีรับส่งมอบคนไทย จำนวน 98 คน ที่ถูกกักตัวอยู่ที่ศูนย์กักตัวบ้านตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 4 เดือน ที่ทางการประเทศมาเลเซียอยู่ในระหว่างขั้นตอนตรวจสอบว่าเป็นคนไทยจริงหือไม่ ซึ่งภายหลังทางญาติทราบเรื่อง ได้ประสานขอความช่วยเหลือผ่าน พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม และคณะ ได้เดินทางไปรอรับส่งมอบตัวด้วยตนเอง ที่บริเวณกลางสะพานด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่ได้มีการประสานผ่าน นายมัสกรี สุไลมาน MR.Bakri sulaiman หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

      ซึ่งภายหลังที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ทำการรับส่งมอบตัว 98 คนไทยแล้วเสร็จ ได้ทำการพบปะพูดคุยสอบถามถึงความเป็นมา ซึ่งบางคนถูกกักตัวยาวนานถึง 4 เดือนลดหลั่นกันไป ซึ่งทางการประเทศมาเลเซียได้ทำการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างที่ถูกกักตัว และทุกคนขอขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรมและรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญช่วยเหลือคนไทย ที่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงคาบเกี่ยวกับเดือนรอมฎอนกับฮารีรายอ ที่ได้มีโอกาสได้ร่วมเฉลิมฉลองฮารีรายอกับครอบครัว พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสมอบอินทผาลัมและเครื่องแต่งกายมุสลิมทั้งชายและหญิง อาทิ หมวกกะปิเยาะและผ้าโสร่ง ไว้ใช้ประกอบศาสนกิจในครั้งนี้ด้วย

      ด้านพลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือว่าเป็นความสำเร็จในการประสานงานในระดับรัฐบาลและในระดับพื้นที่ โดยผู้ประสานงานหลักพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีการประสานงานระหว่างตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยทหารในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งขอยืนยันว่าในจำนวน 98 คนที่จะกลับมา ซึ่งอยู่ในช่วงของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ตั้งใจตอบสนองเพื่อจะทำให้เดือนรอมฎอนสู่สันติสุขตามที่ได้ตั้งเป้าหมายกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่น่าชมเชย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานงานของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ ซึ่งตรงนี้เราได้ชี้แจงโดยได้รับมอบจากรองนายกภูมิธรรม โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องรอมฎอนสันติสุข โดยมีการชี้แจงกับท่านจุฬารัฐมนตรีได้เดินทางลงมาพบผู้นำศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดสงขลา ได้ร่วมพูดคุยพร้อมด้วยหน่วยงานทหาร ตำตรวจ ว่าเราแสดงออกด้วยความจริงใจที่จะทำให้เกิดประโยชน์เกิดสันติสุขในช่วงเดือนรอมฎอน และนี่คือหนึ่งงานที่ประกาศได้เลยว่าเราได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจริงใจที่เป็นนโยบายของรัฐบาล และการปฏิบัติของรัฐบาลที่ท่าน ทวี สอดส่อง คือคนที่เป็นคนดำเนินการในเรื่องนี้

      ขณะที่พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดีที่มีการส่งตัวคนไทยกลับบ้าน ในกรณีที่คนไทยที่ออกมาจากห้องกักบุคคลต่างด้าวเพื่อรอส่งกลับ ของ ต.ม.ตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยกลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ได้กระทำผิดฝั่งมาเลเซียหลายข้อหาด้วยกัน โดยมีข้อหาหลักๆก็คือหลบหนีเข้าเมือง และคดีเล็กๆน้อยๆ และได้ผลโทษมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว โดยทางรัฐบาลได้มีการดำเนินการตรวจสอบว่าบุคคลกลุ่มนี้เป็นคนไทยหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบและออกเอกสารเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยประมาณ 98 คน

      ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าทั้งนี้สืบเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนได้ร้องมาหล่ยช่องทาง โดยเฉพาะทางโฆษกพรรคประชาชาติ ศอ.บต.เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และฝ่ายกอ.รมน.ด้วยว่ามีคนไทยที่ถูกกักตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งบางคนพาสปอร์ตขาดและบางคนเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งในขณะที่แจ้งนั้นผมอยู่ที่ประเทศจีน และได้มีข้อสั่งการว่าจะให้ความช่วยเหลือประสานท่านภูมิธรรมว่าจะให้ความช่วยเหลือ โดยขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศอ.บต. หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีคนไทยประมาณ 100 กว่าคน แต่มีหลักฐานแค่ 34 คน ทั้งนี้ได้ประสานงานกับทางมาเลเซีย นายกอันวาอำนวยความสะดวก และทางกงสุลไทยในประเทศมาเลเซียดำเนินการ 98 คนที่มาในวันนี้และจะทยอยนำเข้ามา

      และที่สำคัญอย่างยิ่งคือรัฐบาลเข้าใจดีถึงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ และการช่วยเหลือในครั้งนี้ เนื่องจากผู้กักขังอยู่ในประเทศมาเลเซียในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเขาเหล่านั้นต้องปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนา และความฝันคือเราอยากจะให้กลับมาพบกับครอบครัว เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลวันฮารีรายอ ซึ่งวันนี้ก็เป็นชุดแรกที่มาถึง ซึ่งเป็นชุดที่เข้ามาเยอะที่สุดโดยปกติแล้วจะแค่ 50 คน วันนี้ 98 คน และในส่วนที่เหลือเราจะดำเนินการหาทางช่วยเหลือต่อไป เพื่อที่จะให้ทันเทศกาลวันฮารีรายอ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือเราจะเห็นว่าประเทศเรากับประเทศมาเลเซีย

      จะเห็นได้ว่าเรามีพรมแดนกั้นแต่จริงๆแล้วเราเป็นเมืองพี่เมืองน้อง และเป็นเมืองทางเศรษฐกิจไปมาหาสู่กันระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะทางกรมศุลกากรที่ได้อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่และการเดินทาง และเชื่อว่าในอนาคตเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้นั้นต้องเปิดพื้นที่ให้มีความสะดวกในการค้าขายการทำมาหากินและวัฒนธรรม และสิ่งที่ทั้งสองประเทศห่วงก็คือเรื่องยาเสพติดและการค้ามนุษย์ และถือว่าวันนี้เป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่ทางรัฐบาลอยากมอบให้พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามที่ไปทำงาน เพื่อที่เขาจะได้มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายอกับครอบครัวซึ่งเป็นที่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด คือการที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านในวันฮารีรายอ
      /////////////////////////////////
      ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงาน“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ท่านผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ททท.นครราชสีมา วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม

      จัดโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ บริษัทมาจอยกัน จำกัด ผู้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อฯ ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช

      นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายนำวัฒนธรรมไทยมาสืบสาน รักษา และต่อยอดไปสู่มิติใหม่ ๆ ให้เกิดการสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของไทยเพื่อสนับสนุนมิติทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อน Soft Power การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยมุ่งยกระดับมหกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นระดับชาติเพื่อเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยว

      ของคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก กระทรวงวัฒนธรรมมีความยินดี ที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับผู้รับทุน จัด “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะ ท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 โดยได้รวบรวมศิลปินที่มีชื่อเสียง และเป็นความภูมิใจของชาวโคราช กว่า 20 ชีวิต มาไว้ในการแสดงครั้งนี้ โครงการฯ นี้ นับว่าเป็นการนำวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย
      มาสืบสาน รักษา ต่อยอดผ่านมิติของผลงานเพลงและสร้างชื่อเสียงให้กับ จ. นครราชสีมา

      นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อฯ ได้ให้ทุนสำหรับผู้สนใจผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หลากหลายรูปแบบ สำหรับ“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” โครงการฯ นี้ อยู่ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช ใช้ดนตรี บทเพลง มิวสิกวิดีโอ มาถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กองทุนพัฒนาสื่อฯ
      ต้องขอขอบคุณผู้รับทุน และศิลปินโคราชกว่า 20 ชีวิต ที่มาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองโคราชแล้ว โครงการนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ในอนาคตเราอาจจะมีศิลปินหน้าใหม่เป็นคนโคราช ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

      สำหรับ “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” จัดแสดงในวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีศิลปินชาวโคราชที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ มนัสวิน นันทเสน (ติ๊ก ชีโร่) , สุนารี ราชสีมา , สมจิตร จงจอหอ , กำปั่น บ้านแท่น , ศรายุทธ สุปัญโญ , เจเน็ต เขียว , อรวรรณ เย็นพูน (ปุ้ม สาว สาว สาว) , เอ มหาหิงค์ , ตั๊กแตน ชลดา ,ศรลักษณ์ สวนจะบก , เฉลิมศักดื์ อังศุพันธุ์ ,

      สามารถ คำโคกกรวด , แสนรัก เมืองโคราช ,ภิชชาพร หอมขุนทด (ขิม The Voice Kids) , สหรัฐ โอเลียรี่ (เควิน The Voice) ,ชัยณรงค์ พรหมบุปผา (เอส The Voice) ,อาชาไนย ธรรมนิยาย ,ณรงค์ บุญเลี้ยง ,สรธร ชิ้นจอหอ (ขุนสมาน) ,นันทิตา ฆัมภิรานนท์ (เบลล์ Thailand Got’s Talent) และชุมพล สุปัญญา ร่วมด้วยการนำเสนอมิวสิควิดีโอ 5 บทเพลงขับร้องโดยศิลปินโคราช ผีมือการกำกับของปรัชาญา ปิ่นแก้วเพลงร่วมสมัยผสมผสานภาษาถิ่นโคราชและมีเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณี วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา

      กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฝึกจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

      นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ จัดฝึกอบรมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากร/ครูฝึก จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ

      และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนอำเภอชุมแพ ที่ 6 ในการฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันปราบปรามยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม 2586 ณ หอประชุมอำเภอชุมแพ

      ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมฯ จำนวน 180 คน จาก 6 ตำบล ได้แก่ 1) ตำบลนาเพียง 2) ตำบลโนนหัน 3) ตำบลนาหนองทุ่ม 4) ตำบลวังหินลาด 5) หนองเขียด ในกิจกรรมได้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ ดังนี้

      1. ฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ท่าทำความเคารพ ระเบียบแถว ฝึกการใช้อาวุธปืนลูกซอง การดูแลรักษาอาวุธปืน 2.ฝึกการค้นบุคคล ค้นรถจักรยานยนต์/รถยนต์ การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด/ด่านชุมชน การเข้าแล้วระงับเหตุบุคคลคุ้มคลั่ง
        3.การฝึกปฏิบัติในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด/ด่านชุมชน การออกลาดตระเวนพื้นที่ หาข่าว เพื่อเป็นการเสริมความรู้ ทักษะ ให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้าน /ชุดปฏิบัติการตำบล และเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อย การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชนให้มีประสิทธิภาพสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

      ดังคำกล่าว “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ได้มอบหมาย นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวปิด
      โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรมฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ.) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

      วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวจังหวัดขอนแก่น

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ศึกษาธิการ มอบอุปกรณ์ กีฬา ทุนการศึกษา ถุงยังชีพ โรงเรียนบ้านชาด อุบลฯ

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่โรงเรียนบ้านชาด ผอ.เด่นชัย สุขแสวงผอ.โรงเรียนบ้านชาดได้ต้อนรับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ท่านเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ที่ปรึกษารมต.ศึกษาธิการ ,

      ท่านจีรพงษ์ แข็งแรง รองผอ. สพป.อบ.3 , หัวหน้าส่วนราชการจากจังหวัดและอำเภอ สาธาณสุขอำเภอศรีเมืองใหม่และโรงเรียนบ้านชาด ทุกหน่วยงานทั้งระดับตำบล อำเภอและจังหวัดที่มาช่วยเตรียมสถานที่ ทำให้งานเรียบร้อยดี

      ทั้งนี้ได้มามอบอุปกรณ์กีฬา3 ชุด -ทุนนักเรียน 20 ทุน -ถุงยังชีพ 40 ชุด -ปลูกต้นไม้ 14 ต้น -บริการทันตกรรม,ตรวจโรจ ผู้รับบริการ 350 คน -บริการตัดผมฟรี ,แจกกล้าไม้และบริการจัดนิทรรศการ 40 หน่วยงานจากจังหวัดและอำเภอ ศรีเมืองใหม่ – ภาพ : ข่าว กิตติศักดิ์ ประดับศรี รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพ รอคำสั่ง พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 พร้อมรบ พัน.ร.802 กรม ร.ฉก.ทภ.2 พร้อมเคลื่อนกำลังรบเขมร /อุบัติเหตุ รถเก่งชนประสานงารถบรรทุกพ่วง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

      แชร์เนื้อหานี้

      พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ตรวจสภาพความพร้อมรบ พัน.ร.802 กรม ร.ฉก.ทภ.2 ของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ทั้งด้านบุคคล อาวุธยุทโธปกรณ์ประจำหน่วย การติดต่อสื่อสาร อุปกรณ์ประจำกาย และยานพาหนะ เพื่อให้มีความพร้อมสูงสุด ในการปฏิบัติภารกิจสำคัญป้องกันประเทศ

      โอกาสนี้ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวให้โอวาทกำลังพล ให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลาสามารถปฏิบัติการรบได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเต็มขีดความสามารถ

      ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ยึดถือนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด และพร้อมปฏิบัติทันทีเมื่อมีคำสั่ง++++ #พลโทบุญสินพาดกลาง #แม่ทัพภาคที่2 #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #ค่ายมหาศักดิพลเสพ
      เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      อุบัติเหตุ รถเก่งชนประสานงารถบรรทุก พ่วง รถเก๋งพังยับกลายเป็นซากทันที เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

      เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.​ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งทางวิทยุว่า เกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่บริเวณสะพานห้วยเรือ กม.13-492 ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล​ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้​พ.ต.ต.ทักษิณ ธงศรี สว.จร.สภ.เมืองมุกดาหาร​และร.ต.อ.อุทิตย์ ศรีลาศักดิ์

      รอง สวป.สภ.เมืองมุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร สภ.เมืองมุกดาหาร ไปที่เกิดเหตุพบคู่กรณี 2ฝ่าย ฝ่ายที่ 1 รถยนต์บรรทุกพ่วงยี่ห้อ ISUZU ส่วนหัว ทะเบียน 83 1274 อุบลราชธานี ส่วนพ่วง ทะเบียน 83 1275 อุบลราชธานี​ คนขับขี่ชื่อนายสามารถฯ​ มีใบอนุญาตขับขี่ ท.4

      ได้รับบาดเจ็บ​ ผลตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับโดยวิธีการเป่าลมหายใจ ผลการตรวจวัด “0” มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์​ ฝ่ายที่ 2 ผู้ขับขี่ รถยนต์ยี่ห้อ toyota ทะเบียน กต 694 อุบลราชธานี ชื่อคนขับ นายจิระเดชฯ​(ต้น)​เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้างแก้ง อ.ดอนตาล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ​ มีใบอนุญาตขับขี่ ชนิด รถยนต์ส่วนบุคคล

      ​พฤติกรรมคนขับขี่ ตามวันเวลาเกิดเหตุ ฝ่ายที่ 1 หลังจากขับรถพ่วงบรรทุกไปส่งของที่โรงงานจะเดินทางกลับ จ.อุบลราชธานนี จึงใช้เส้นทางผ่านถนนที่เกิดเหตุ ขับมุ่งหน้าไป อ.ดอนตาล เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เฉี่ยวชนกับ ฝ่ายที่ 2 ที่ขับมาด้วยความเร็วมาจากทาง อ.ดอนตาล มุ่งหน้าเข้าเมืองมุกดาหาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และรถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย

      ส่วนฝ่ายที่ 1 ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาลมุกดาหาร สภาพรถรถยนต์เก๋งได้รับความเสียหายทั้งคัน ส่วนรถบรรทุกพ่วงได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและลูกพ่วงตกลงในคูคลองข้างทาง​ สภาพถนนเป็นทางตรง ถนนมี 4 ช่อง ไป-กลับ ฝั่งละ 2 ช่อง ถนนมีไหล่ทาง มีสะพานห้วยเรือ ก่อนถึงจุดเกิดเหตุจะเป็นทางโค้ง แล้วเป็นทางตรง​ พนักงานสอบสวน ว่าที่ ร.ต.อ.ศุภชัย บุญที รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร

      รถเก๋งชนประสานงารถพ่วงเสียชีวิต #จังหวัดมุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้วจัดอย่างยิ่งใหญ่งานหมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลก จ.สุโขทัย / สุโขทัยซับน้ำตา ปชช.ที่เกิดภัยพิบัติดินสไลด์บ้านพัง

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา17.30น.ของวันที่26มีนาคม2568.ณ.ปะรำพิธี ถนนหน้าทางเข้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลกจังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และ นาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลกพร้อมหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติได้นั่งชมขบวนประเพณีและวัฒนธรรมขบวนรถที่ตกแต่งประดับประดาไปพืชพันธุ์ธัญญาหารผลไม้ในท้องถิ่นและสาวงามธิดาชาวสวน

      พร้อมการแสดงร่ายรำการละเล่นประเพณีวัฒธรรมด้วยรวม10กว่าขบวนที่แห่โชว์ผ่านตลาดเทศบาลเมืองสวรรคโลกจากนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดงาน หมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลก ประจำปี2568

      ณ.เวทีกลางหน้าที่ว่าการ ำเภอสวรรคโลกโดยมีนายอำเภอสวรรคโลกได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ พร้อมหัวหน้าส่วนงานและประชาชนได้ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้.อนึ่งการจัดงานหมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลกได้จัดขึ้นประจำทุกปี

      โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่23มีนาคมถึง31มีนาคม2568เป็นการจัดงานเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเม็ดเงินไหลเวียนในอำเภอสวรรคโลกจากการค้าขายพืชผักผลไม้โดยมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อประจำจังหวัดคือมะม่วง มะปราง มะยงชิด ละมุดเป็นต้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนต่อยอดเพิ่มรายได้เงินให้กับประชาชนเกษตรกรในพื้นที่ทั้งนี้ทางอำเภอก็ได้ประชาสัมพันธ์

      โฆษณาการจัดงานผ่านสื่อฯ.ชักชวนนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมงานด้วยโดยภายในงานได้จัดเป็นบูชสำหรับค้าขายสินค้าทางการเกษตรผลไม้และบูชสินค้าผลิตภัณฑ์โอทอปสินค้าพื้นเมืองพร้อมบูชสินค้าอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของเมืองอร่อยของดีศรีสวรรคโลกมาให้จับจ่ายซื้อขายภายในงานโดยมีเวทีกลางที่จัดไว้เพื่อการแสดงมากมาย

      การประกวดธิดาชาวสวนและการแสดงจากประชาชนเจ้าหน้าที่จากท้องที่ท้องถิ่นและเยาวชนมาแสดงความสามารถในการร้องเพลงพร้อมเหล่าศิลปินนักร้อง ที่จัดมาแสดงในทุกๆค่ำคืนด้วย.
      กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

      จังหวัดสุโขทัยซับน้ำตา ปชช.ที่เกิดภัยพิบัติดินสไลด์บ้านพัง

      เมื่อเช้า13.30น.ของวันที่27มีนาคม2568ณ.บ้านไม่มีเลขที่หมู่ที่4 ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ได้มี การมอบบ้าน มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของจังหวัดสุโขทัย โดยนาย นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

      ได้มอบหมายให้ นาย ภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย มาเป็นประธานพิธีมอบบ้านและเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้เสียชีวิต2รายทั้งนี้ นาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลกได้กล่าวรายงานสถานการณ์ที่เกิดเหตุและการดำเนินการ การเข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้ นาย มนตรี ยี่โถ กำนันตำบลคลองกระจงและอีกตำแหน่ง (ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองกระจง)

      ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณทั้งนี้ได้มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของ สำนักนายกรัฐมนตรี(กรณีเสียชีวิต2ราย)ผู้รับนาย ชัยวัฒน์ กำทองคือบุตรของผู้เสียชีวิตและมอบบ้านผู้ประสบภัยทั้ง2หลัง หลังที่1นางสาว เอมิกา ค้าไม้2นาย ภานุมาศ บำเหน็จ โดยทั้งนี้ได้มีหลายหน่วยงานในจังหวัดสุโขทัยทั้งหน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่นองค์กร ปภ. พช.พม. กาชาดก็ได้ร่วมมือกันเข้าช่วยเหลือและ

      เข้าร่วมพิธีมอบบ้านในครั้งนี้ด้วย อนึ่งเมื่อวันที่8ตุลาคม2567ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุดินสไลด์ทำให้บ้านพังเสียหาย2หลังและดินได้ทับผู้ประสบเหตุจมอยู่ใต้พื้นดิน3คนเจ้าหน้าที่อส.และกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือขึ้นมาได้ครั้งแรก2คนแต่เสียชีวิต1คนและได้เข้าค้นหาผู้เสียชีวิตอีก1ศพเพราะถูกดินสไลด์ทับไว้ทั้งนี้ทางจังหวัดสุโขทัยได้เข้าเยียวยาช่วยเหลือมอบเงินกองทุนผู้เสียชีวิตและก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จจึงได้มอบให้ต่อไป
      กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับมาตรการเข้ม! ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยานศรีน่าน ฯ

      แชร์เนื้อหานี้

      ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับป้องกันไฟป่า ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยาน หากฝ่าฝืน ปรับจริงโทษสูงสุด 2 ล้าน หรือ จำคุก 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
      วันที่ 27 มีนาคม 2568 จังหวัดน่านยกระดับมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยจัดตั้งด่านสกัดเข้า-ออกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ครอบคลุมอำเภอเวียงสา นาน้อย และนาหมื่น ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการลักลอบเผา หลังพบจุดความร้อนสะสมแล้ว 1,698 จุด ครอบคลุม ทั้ง 15 อำเภอ

      โดยกำหนดมาตรการเข้มข้น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ นโยบาย “เคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือประชาชนงดเผา, ประกาศ “ปิดป่า” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด และ ตั้ง “ด่านสกัด” ควบคุมพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าอุทยานและเขตป่า เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่พบการลักลอบเผามากที่สุดใน 3 อำเภอ คืออำเภอเวียงสา นาน้อย นาหมื่น และจากสั่งปิดอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พบมีผู้ฝ่าฝืนถูกจับดำเนินคดีแล้วรวม 8 ราย แยกเป็นอำเภอเวียงสา 5 ราย และอำเภอนาน้อย 3 ราย

      ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ทิศทางลม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ดันค่าฝุ่น PM 2.5 จังหวัดน่านพุ่งสูง แต่ไม่สอดคล้องกับจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัด ซึ่งน้อยกว่าบางจังหวัดในภาคเหนือ โดยอยู่อันดับ 6 จาก 17 จังหวัด แต่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กลับพุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ อย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากทิศทางลมที่พัดจากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออก พัดหมอกควันจากจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เข้ามาสะสมในพื้นที่ ประกอบกับจังหวัดน่าน ลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงล้อมรอบและแอ่งกระทะของจังหวัดน่าน ยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ เนื่องจากอากาศที่ลอยตัวต่ำทำให้ฝุ่นถูกกักเก็บไว้ในพื้นที่

      โดยไม่มีการระบายออก หากไม่มีฝนตกลงมาช่วยชะล้าง ฝุ่นเหล่านี้อาจสะสมตัวและก่อปัญหาต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนยังมีผลสำคัญ โดยอากาศที่เย็นลงในช่วงกลางคืนทำให้ฝุ่นละอองจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เช่น การเผาในชุมชน ไม่สามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ ส่งผลให้ฝุ่นสะสมในชั้นอากาศต่ำและส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่เป็นวงกว้าง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหยุดเผาทุกชนิดในช่วงนี้เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหากพบเห็นไฟป่าหรือการเผาป่า สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อร่วมกันลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

      วันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวศุภลักษณ์ ฤทธิแผลง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสองแคว จัดการศึกษาดูงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การดูแลรักษา รวมถึงการแปรรูปกาแฟ แก่เกษตรกรแปลงใหญ่กาแฟตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน จำนวน 30 ราย

      ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ สวนกาเเฟโรบัสต้านาน้อย นายภาพ แก้วภิรมย์ บ้านหัวเมือง หมู่ที่ 1 ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่่น รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 จัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ ในโครงการ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน”

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 09.20 น. ที่วัดราชบรรทม ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง เป็นประธานเปิดกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์ ในโครงการ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” จัดโดยนายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 โดยมี พันเอก สิปปวัสน์ โมระกรานต์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก ส่วนราชการ

      โดยมีนางนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง
      ผู้นำท่องที่ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียนและประชาชนชาวตำบลเพนียด เข้าร่วมกิจกรรมฯ สำหรับกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหลายภาคส่วน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด โรงพยาบาลอานันทมหิดล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพนียด ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

      สัสดีอำเภอโคกสำโรง ร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ คือ การจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการเมื่อสมัครเป็นทหารกองประจำการ การแนะแนวการศึกษาต่อ (การศึกษานอกโรงเรียน) กับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

      การบริการตรวจสุขภาพและวัดสายตาเบื้องต้น การบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การบริการนวดประคบสมุนไพร การสอนทำน้ำพริกโบราณ การสอนทำขนมปังสังขยา การจัดแสดงเครื่องจักสานวิถีชุมชน การประกอบเลี้ยงรถครัวสนาม โดยกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา และกิจกรรมสันทนาการ

      โดยนายทหารนักเรียนหลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 นอกจากนี้ยังได้มีการจัดการเสวนาในหัวข้อเรื่อง สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเข้าเป็นทหารกองประจำการ โดย ร้อยเอก สุทธิชัย เอี่ยมสะอาด สัสดีอำเภอโคกสำโรง การแนะแนวการศึกษาต่อเนื่อง โดย นายทศพล พบสระใหญ่ ครูส่งเสริมการเรียนรู้ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

      ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ฯ ระหว่างวันที่ 24 – 28 มี.ค. 2568 คณะนายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 ลงพื้นที่ชุมชนตำบลเพนียด ร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชน โดยมีชุดประชาสัมพันธ์เดินทางเข้าพบปะประชาชน พร้อมทั้ง
      มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและยาสามัญประจำบ้านให้แก่กลุ่มผู้เปราะบาง ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวในพื้นที่ รวมถึงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนคัดเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหาร

      กองประจำการ สิทธิประโยชน์ของการเป็นทหารกองประจำการ นอกจากนี้ยังได้จัดมีกิจกรรมฝึกระเบียบวินัยขั้นพื้นฐานและศิลปะป้องกันตัวให้กับผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) กิจกรรมกายภาพเบื้องต้น

      ให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา โดยได้ร่วมเก็บขยะและแยกขยะ ณ โรงเรียนวัดราชบรรทมและโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

      สนอง แท่นสูงเนิน
      ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เลขเด็ด!! พิธีบวงสรวงอัญเชิญ เจ้าที่ขึ้นศาลใหม่ ที่ ตำหนักพระอิศวร / เปิดประวัติ โบราณสถาน!! “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” บ้านนางาม ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ (27 มี.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพิศมัย มีคุณ ตำหนักพระอิศวร ต.หนองบอน อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ได้ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระภูมิเจ้าที่ ขึ้นศาลใหม่ หลังจากได้โชคลาภถูกหลายงวดจึงตั้งศาลใหม่เนื่องจากศาลเก่าได้เก่าและผุพังไป

      ภายในพิธีมีนางรำจาก (บ้านหนองกะพ้อ) นำทีมโดย ครูปู นางฐิติรัตน์ สักยะพรต ได้ร่ายรำถวายด้วยกัน 3 เพลงแถมระหว่างรำมีนางรำองค์ลง ท่าทางแปลกๆ

      ต่อมาทาง..แม่พิศมัย ตำหนักพระอิศวร ได้จุดประทัดขอโชคขอลาภเลขเด็ดได้เลข [ ๒๓ ๖๖๘ ]

      เปิดประวัติ โบราณสถาน!! “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” บ้านนางาม ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

      โบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นคลองศิลาแลงชาวบ้านเรียกว่า “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” ตั้งอยู่บริเวณบ้านนางาม ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับคลองหินสิ่ว มีลักษณะเป็นหินบริเวณรอบขอบอ่างศิลานั้นเป็นอ่างศิลาแลงขนาดใหญ่มีเส้นรอบวงประมาณ ๑๐ เมตร ลักษณะกลมได้สัดส่วนสวยงาม มีหลุมอีกประมาณ ๗-๘ หลุมซึ่งเป็นโพรงศิลาแลง บริเวณใกล้เคียงมีคลองหินศิลาแลง ที่มีลักษณะตัดหินศิลาแลงทำเป็นคลอง ชาวบ้านเรียกว่า “คลองหินสิ่ว” มีความยาวถึง ๓,๔๐๐ เมตร ลึก ๑.๕๐ เมตร เป็นคลองระบายน้ำ ในอ่างศิลาแลงมีโพรงศิลาจำนวนถึง ๘ สายด้วยกัน สามารถทะลุถึงกันได้หมดทุกสาย

      จากการบอกเล่าของนายบุญมี วะโรง อายุ ๗๘ ปี และ นายปิ่น ดาประสงค์ อายุ ๗๕ ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้เล่าว่า “ตั้งแต่ตนเกิดมาก็พบกับอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ตนมีความเชื่อเกี่ยวกับอ่างศิลาว่ามีความศักดิ์สิทธิ์จริง โดยมีเหตุการณ์ประหลาดหลายเหตุการณ์ เช่นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านคนหนึ่งได้ฝันถึงชายลักษณะร่างกายกำยำสวมชุดโบราณ ประมาณ ๑๐–๑๒ คนอาศัยอยู่บริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ มาบอกให้ไปนำของมีค่าที่เก็บไว้บริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านคนนั้นก็ได้พบเหรียญโบราณ และได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากอ่างศิลามาเก็บไว้บูชา ปัจจุบันก็ยังคงเก็บเหรียญโบราณนั้นไว้ เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าจะช่วยปกปักรักษาตนให้พ้นจากภัยอันตรายต่าง ๆ

      เหตุการณ์ที่เล่าขานกันต่อมาว่าชาวบ้านได้ไปหาของป่าในบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ และนำสัตว์ไปเลี้ยงบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏว่าเห็นสัตว์เลี้ยงตกไปอยู่ในอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แต่พยายามหาอย่างไรก็หาไม่พบ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาพรางตา ไม่มีใครพบเห็นฝูงสัตว์เลี้ยง จึงต้องไปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนอยู่ในอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ชาวบ้านบริเวณนั้นเล่าขานถึงความลึกลับ และอีกเหตุการณ์หนึ่งมีชาวบ้านเก็บหินที่อยู่ในบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ มาเก็บไว้

      ปรากฏว่ามีชายสวมชุดโบราณมาเข้าฝันทวงถามหินที่เก็บมา ให้นำกลับไปไว้คืนที่เดิม พอรุ่งสางปรากฏว่าชาวบ้านคนดังกล่าวไม่สบายหนักถึงขั้นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่อคนในครอบครัวทราบเรื่อง จึงรีบนำหินศิลาแลงที่เก็บมา เอาไปไว้ที่เดิมและขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมนำน้ำจากบ่อน้ำอ่างศักดิ์สิทธิ์มาล้างหน้าให้ชาวบ้านคนดังกล่าวหลังจากนั้นชาวบ้านคนดังกล่าวก็มีอาการดีขึ้นอย่างไม่เชื่อ และก็พบว่าตนเองมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม แคล้วคลาดจากอันตรายต่าง ๆ”

      เพราะเหตุนี้ชาวบ้านละแวกนั้นจึงมีความเชื่อว่าอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หากใครได้นำน้ำในบ่อนี้มาเก็บไว้และตั้งจิตอธิฐานจะมีสติปัญญาดี มีบุญวาสนาสูง ได้เป็นเจ้าใหญ่นายโต หรือใครก็ตามที่มาอาศัยอยู่ ตำบลท่าเกวียน แล้วมีนิมิตถึงอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

      ขอขอบคุณ ข้อมูลภาพ : website // อบต.ท่าเกวียน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การตรวจสอบระบบการใช้กำลังไฟฟ้า / คุมประพฤติจัดโครงการต้นแบบคนลพบุรี ผู้ประกอบการร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ 26 มีนาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.30 น. ที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี โดยการนำของ พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัศมีจันทร์ นวท.(สบ4) พฐ.จว.ลพบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้ารับการอบรมเพิ่มพูนความรู้ใน “โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การตรวจสอบระบบการใช้กำลังไฟฟ้าแรงดันต่ำสำหรับบ้านพักที่อยู่อาศัยสถานที่ทำงาน”

      ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจัดอบรมจาก นายประสงค์ อุบล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี และคณะอาจารย์ แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี เป็นวิทยากรบรรยายถึงมาตรฐานการตรวจสอบระบบไฟฟ้า สำหรับบ้านพักสถานที่ข้าราชการตรวจระบบไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการความปลอดภัยในบ้านพักที่ทำงาน

      ซึ่งการตรวจระบบไฟฟ้านั้นเป็นหน้าที่ของวิศวกรไฟฟ้า ช่างเทคนิคไฟฟ้า หรือ เจ้าหน้าที่ของฝ่ายวิศวกรรม ซึ่งจะเป็นไปตามกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟฟ้าใน พ.ศ. 2550 และตามกฎหมายของกระทรวงแรงงาน ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร

      จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 โดยทั่วไปแล้วงานตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของระบบการผลิต เพื่อให้ระบบไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ยาวนาน และมีความเชื่อถือได้ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่ดีคือการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

      สิ่งสำคัญของการบำรุงรักษาเชิงป้องกันคือการตรวจสอบสภาพเพื่อให้ทราบว่าระบบหรืออุปกรณ์มีร่องรอยการเสื่อมสภาพหรือไม่ มีสภาพที่ต้องการการบำรุงรักษาหรือไม่ ในการตรวจสอบสามารถทำได้ 2 แบบ คือการตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection) และการตรวจสอบด้วยเครื่องมือวัด ซึ่งต้องการความรู้ในการใช้เครื่องมือวัดและการวิเคราะห์ด้วย โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นพื้นฐานที่ดีและเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านและหน่วยงานอีกด้วย

      สนอง แท่นสูงเนิน
      ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

      จังหวัดลพบุรี ร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดฯ จัดโครงการต้นแบบคนลพบุรีสังคมคุณภาพผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4

      วันที่ 26 มีนาคม 2568 เวลา 09.30 น ที่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิด โครงการต้นแบบคนลพบุรี สังคมคุณภาพ กิจกรรม ผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4 โดยมี นางละอองทิพย์ ปนัดสาโก ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ วิทยากร และผู้ถูกคุมความประพฤติ ในความดูแลของสำนักงานควบคุมความประพฤติ เข้าร่วมกิจกรรม

      สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหลายพื้นที่ ของจังหวัดลพบุรี ส่งผลให้มีผู้กระทำความผิด ในคดียาเสพติด มีเป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งกลายเป็นผู้ไม่มีอาชีพเนื่องจากขาดการยอมรับจากคนในสังคมและผู้ประกอบการ จึงนับเป็นความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และส่งผลต่อเนื่องไปยังปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรมต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องตระหนักและร่วมมือกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

      ประกอบกับจังหวัดลพบุรีได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรม จังหวัดลพบุรี ตามมติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าว มีมติให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขฟื้นฟู ติดตาม ดูแล ช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้กระทำผิดในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาผู้กระทำผิดในชุมชน ให้มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งกิจกรรมผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดลพบุรี ที่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จนนำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับคืนสู่สังคมโดยการให้โอกาส ผู้ถูกคุมประพฤติ รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดได้มีอาชีพและไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ

      สำหรับการจัดโครงการต้นแบบคนลพบุรีสังคมคุณภาพในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 4 รุ่นสุดท้าย ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี มีกิจกรรม ประกอบด้วย ในช่วงเช้า มีการเสวนาในหัวข้อ สร้างโอกาส ประสานความร่วมมือ เพื่ออนาคตที่มั่นคง โดยวิทยากรจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดลพบุรี จัดหางานจังหวัดลพบุรี สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลพบุรี วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดลพบุรี และในช่วงบ่าย เป็นการเสวนาในหัวข้อ

      ผู้ประกอบการร่วมใจ ให้โอกาสผู้พลั้งผิด วิทยาการโดย สถานประกอบการเอกชน 4 แห่ง ในจังหวัดลพบุรี ได้แก่ บริษัทเอ็นเอ็มบี-มินีแบไทย จำกัด , บริษัท สหฟาร์ม จำกัด , กลุ่มบริษัทอินโดรามาลพบุรี และ สถาบันออกแบบทรงผม Big hair มาให้ความรู้ และแนะนำแนวทางการออกไปประกอบอาชีพผู้พ้นโทษ ให้มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

      สนอง แท่นสูงเนิน
      ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี และฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

      ​สื่อรัฐทีวี-สื่ออรัฐนิวส์ / ฟุตบอลกระชับมิตร​ เพื่อน-พี่-น้อง​ ระหว่างทีม ตำรวจภูธรมุกดาหาร​&รวมดาราไผ่พงศธร​ ณ สนามเดอบุญฟิลด์​

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 17:00 น ณ​ สนามฟุตบอลเดอบุญฟิลด์​ at เฌอเดอบัวมุกดาหาร เป็นการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ระหว่างทีม ตำรวจภูธรมุกดาหาร นำทีมโดย​ พล.ต.ต.ไพโรจน์​ ไทยพุทรา​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร กับทีม รวมดาราไผ่พงศธร นำทีมโดย ไผ่พงศธร ศรีจันทร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และความสามัคคี ระหว่างเพื่อน พี่ น้อง เป็นการแข่งขันฟุตบอลที่ไม่มีผลต่อรางวัล หรือแพ้​ ชนะ​ เพื่อความบันเทิงในอาชีพ เพื่อประชาสัมพันธ์กีฬานัดแข่งขันนี้ ได้รับการประสานงานจากนายกำพล​ ศรีมณีพันธ์​ และประทินทัวร์​ ในการดำเนินการแข่งขันครั้งนี้

      ภาพ​/ข่าว​ กำพล​ ศรีมณีพันธ์
      เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้กำกับฯใหญ่ – กรภัทร์ ทุ่มสุดตัวในฉากตื่นเต้น-ระทึกขวัญ “รอด/ตาย – Survive or Die”/ “เล้ง&แสตมป” ดีใจที่มีแฟนคลับประเทศสเปน จับเอาคาแรคเตอร์และชื่อ ไปเขียนเป็นนิยายลงใน แอฟ wattpad

      แชร์เนื้อหานี้

      ผู้กำกับฯ ”ใหญ่ – กรภัทร์“ ทุ่มสุดตัวในฉากสำคัญของภาพยนตร์ตื่นเต้น-ระทึกขวัญ “รอด/ตาย – Survive or Dieเพราะเป็น 1 ในฉากสำคัญของเรื่องเนื่องจากคือจุดเริ่มต้นของเหตุไล่ล่าระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่า ดังนั้นผู้กำกับฯ “ใหญ่ – กรภัทร์ ทั่งศรี” จึง “จัดเต็ม” กับฉากแอ็คชั่นกลางทะเลที่เป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ชาย 2 คนจนนำไปสู่เหตุฆาตกรรม และการหลบหนีเพื่อเอาตัวรอดของเด็กที่ต้องตกเป็นเหยื่อของความโหดร้ายอย่างไร้ความปราณี

      “เราไปถ่ายทำกันกลางทะเลเลยครับ แต่ก่อนหน้าวันถ่ายจริงพวกเราทั้ง 4 คนคือ ผม, คุณป๊อป – สุริยา เยาวสังข์, น้องเวียร์ และน้องจีน่า ก็ได้ซักซ้อมเตรียมการกันมาก่อนเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เพราะจะต้องมีฉากที่พวกเราต้องกระโดดลงจากเรือสู่ท้องทะเลกันด้วยตัวเอง โดยไม่มีการใช้สตั๊นท์แมน และในที่สุดฉากนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนมากๆ

      ก็เลยทำเอาพวกเราเพลียแทบแย่ไปตามๆ กัน” นักแสดงหนุ่ม อินดี้ – อินทัช เหลียวรักวงศ์ กล่าว เตรียมนับถอยหลังสู่จุดสิ้นสุดของการไล่ล่าท่ามกลางการเอาตัวรอดระหว่างความเป็นความตายจาก “รอด/ตาย – Survive or Die” โดย ใหญ่จริง สตูดิโอ10 กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

      “เล้ง&แสตมป” ดีใจที่มีแฟนคลับประเทศสเปน จับเอาคาแรคเตอร์และชื่อ ไปเขียนเป็นนิยายลงใน แอฟ wattpad ยังคงกระแสปังอย่างต่อเนื่อง!!! ซึ่งสร้างความดีใจไม่น้อยเพราะซีรีส์วาย “ลอยแก้ว” ของสองหนุ่ม เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย และ แสตมป์-พรวศิน เรืองนุกูล ถ่ายทำไว้เรียบร้อย เตรียมพร้อมที่จะออกอากาศกลางปีนี้

      โดยสองหนุ่มก็มีงาน Event งานโฆษณาให้ทั้งคู่ได้มีผลงานให้เห็นอยู่เรื่อยๆ และได้พบปะแฟนคลับอยู่ตลอดเวลา แต่ครั้งนี้ถือว่าสองนักหนุ่มคู่จิ้น น่าจับตามองมากขึ้นทีเดียว ที่ชื่อของเค้าทั้งสองและรูปภาพ ถูกสร้างขึ้นในนิยาย
      โดยเอารูปของทั้งคู่มาทำเป็นการ์ตูนปกนิยายด้วย ชื่อว่า You หรือ เธอ นั้นเอง โดยเริ่มตอนแรกเปิดตัวละคร “เล้ง” มหาเศรษฐี ผู้ซึ่งหลงตัวเอง แต่มีใจที่แข็งกระด้าง หลังจากที่เค้าประสบอุบัติเหตุ และ “แสตมป์” นักเต้นแบ็คอัพ ผู้ที่หลงใหลในตัวเองเช่นกัน แล้วเค้าทั้งสองมาพบเจอกัน เรื่องราวต่างๆ จึงเกิดขึ้น ก็ต้องติดตามอ่านกันไป เป็นตอนๆ งานนี้มีลุ้นว่าจะมีการจับขึ้นมาสร้างเป็นซีรีส์ต่อหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ บึงกาฬแถลงข่าวยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ (26 มีนาคม 2568) ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ แถลงข่าวถึงมาตรการที่จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยมีการสั่งการและประกาศมาตรการต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่

      ทางหลวงและโยธา: สั่งการให้มีการควบคุมการก่อสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ หน่วยงานกระทรวงเกษตร: เข้มงวดในการห้ามเผาป่าและเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมทั้งจะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์หากพบการกระทำผิด ขนส่ง: เพิ่มการตรวจเข้มงวดควันดำจากยานพาหนะและตั้งด่านตรวจเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ตำรวจภูธร: ใช้มาตรการเข้มงวดในการตรวจจับการเผาและการละเมิดกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

      ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): ดำเนินการพ่นน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนหน่วยงานปกครอง: การแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นและการบังคับใช้กฎหมาย

      นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านโดยการขอความช่วยเหลือจาก แขวงบอลิคำไซ ในการจัดการไฟไหม้ป่าในเขตของประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีผลกระทบต่ออำเภอบุ่งคล้า โดยตรง และฝนหลวง ได้ให้ความช่วยเหลือสำคัญในการบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยการใช้เทคนิคก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก

      ทางจังหวัดบึงกาฬยังได้พยายามแก้ไขเครื่องวัดค่าฝุ่นที่ชำรุด และกำลังเร่งดำเนินการให้ใช้งานได้ภายในวันนี้ ขณะเดียวกัน สสจ. ได้ส่ง อสม. ไปตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงและแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนเพื่อป้องกันฝุ่นละออง สำหรับผู้ที่พบเห็นการเผาในพื้นที่สามารถแจ้งเหตุได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมเบอร์ 1567 หรือท้องถิ่นใกล้บ้าน

      นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวในตอนท้ายว่า “ทุกภาคส่วนพร้อมร่วมมือและกำกับดูแลสถานการณ์นี้อย่างเต็มที่ และจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าให้กับชาวจังหวัดบึงกาฬ” พร้อมทั้งขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๘ เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัย

      แชร์เนื้อหานี้

      ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น.พันโท สงบ สุรินราช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๘ เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาความปลอดภัย และเสริมสร้างความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

      นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวรายงานพิธีเปิดการอบรม นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ มอบหมายนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิด
      โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ กิจกรรมฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ.)

      เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มีผู้ร่วมอบรมครั้งนี้ ๕ ตำบล ตำบลนาหนองทุ่ม ตำบลวังหินลาด ตำบลหนองเขียด ตำบลโนนหัน ตำบลนาเพียง จำนวน ๑๘๐ คน ๖๐ หมู่บ้าน ๑๐.๐๐-๑๑.๐๐ น. ระเบียบ มท.ว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยกำลังคุ้มครองและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน พ.ศ.๒๕๕๑ โดยนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น.

      การรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน แผนรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน โดยนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง
      ๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น.การควบคุมผู้มีอาการทางจิต การปฐมพยาบาลและผู้บาดเจ็บฉุกเฉิน

      เศร้า!!อภิธรมศพ บุตรชาย.!!
      วันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 แขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพนายดรัสพงษ์ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ โดยมีญาติๆ และผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เช่น

      นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นาย​ นิโรจน์​ แพ่ง​ศรี​สาร​ นายก​องค์การ​บริหาร​ส่วน​ตำบล​โนน​หัน​ นาง​ อรุณ​ศรี​ ยิ่ง​ยืน​ ผู้อำนวยการ​โรงเรียน​โนน​หัน​วิทยา​ยน​

      นาย​ สุทธิ​รักษ์​ เมือง​สอน​ นายก​เทศมนตรี​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​พร้อมด้วย​นาง​ สุภา​นันท์​ เมือง​สอน​ กำนัน​ตำบล​โนน​หัน​ นางพยงค์ ศรีภา ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาในเครือมหานคร

      นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองตำบลโนนหัน)กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพนายดรัสพงษ์ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ บุตรชายตน

      โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมแพ ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น.อำนาจในการจับกุมและตรวจค้นของพนักงานฝ่ายปกครอง และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ โดย นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง

      วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ขอนแก่น

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรับนิวส์ / ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ 50 นาย เข้าสกัดไฟป่าที่ลุกลามมาจากตำบลห้วยแก้ว

      แชร์เนื้อหานี้

      นายสุทธิชัย ตรีศิลป์สัตย์ นายอำเภอแม่ออน ได้สั่งการให้ทีมอาสาดับไฟป่าตำบลบ้านสหกรณ์ นำโดย นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ นายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ และทีมงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ชม.9 ดอยสะเก็ด ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เข้าสกัดไฟป่าที่ลุกลามมาจากตำบลห้วยแก้ว โดยได้ทำการสกัดกั้นและดับได้เวลา 15.00 น.

      ทั้งนี้ ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ ได้นำโดรนขึ้นบินเพื่อสำรวจแนวไฟ และความกว้างของไฟ จึงทำให้สามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วขึ้นและรู้จุดพิกัดได้แม่นยำมากขึ้น ต้องขอบคุณทีมควบคุมไฟป่าเชียงใหม่มา ณ ที่นี้ด้วย

      ไถ่ชีวิตโคกระบือที่กำลังจะถูกเชืuดต่อลมหายใจให้ชีวิตใหม่อานิสงส์สุขภาพร่างกายแข็งแรง! #โปรดช่วยกันแชร์!

      มหาบุญใหญ่ในวันเดียว! เปิดบารมีชีวิตรุ่งเรืองรับปีใหม่ไทย
      🙏 รวมพลังศรัทธา 4 มหากุศล
      🔥 กองบุญที่ 1: “ทอดผ้าป่า” ทำบุญอุทิศให้วิญญาณเร่ร่อน-เด็กแท้ง 🔥
      เปลี่ยนชีวิตติดขัดให้คล่องตัว! เปิดทางรุ่งโรจน์ ล้างกรรมทันที!

      🐃 กองบุญที่ 2: ไถ่ชีวิตกระบือ มหาทานแห่งอิสรภาพ สู่สุขภาพร่างที่แข็งแรง🐃

      🧹 กองบุญที่ 3: ล้างห้องน้ำวัด – ล้างปัญหา อุปสรรคชีวิต 🧹

      🙏 กองบุญที่ 4: ร่วมบุญสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม 🙏

      ณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร 🙏 เชิญร่วมงาน วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 | เวลา 08.00 – 12.00 น.


      กิจกรรมมหามงคลภายในงาน:
      📿 สวดมนต์เจริญพระพุทธมนต์ เสริมสิริมงคลชีวิต
      🍚 ถวายภัตตาหาร สังฆทาน ชำระหนี้สงฆ์
      🕯️ น้อมพลังพุทธบารมีส่งบุญให้เหล่าจิตวิญญาณ
      💐 พิธีพิเศษรับพรจากพระเถระผู้ใหญ่


      ⭐ ร่วมสร้างมหากุศลสี่ประการในวันเดียว! ⭐
      วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 | เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร


      💰 ร่วมบุญ 💰
      ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี: 131-3-83404-9 ชื่อบัญชี: มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

      ส่งหลักฐานการร่วมบุญมาได้ที่

      Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กด⬇️
      https://lin.ee/VDGS28X
      คณะทำงานจะพริ้นท์ชื่อนำเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์


      📞 ติดต่อสอบถาม หรือ แจ้งความประสงค์ออกโรงทานที่ 📞
      พลตรีฉัตรไชย ประจุศิลป โทร: 089-200-2866


      ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลประทานพรให้ท่านพร้อมครอบครัวจงประสบแต่ความสุขความเจริญ สัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่พึงปรารถนาในทุกสรรพมงคล เทอญ

      โปรดช่วยกันแชร์ #บุญใหญ่ #วัดระฆังโฆสิตาราม #ไถ่ชีวิตกระบือ #ทำบุญอุทิศส่วนกุศล #มหาบุญปีใหม่ไทย

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บ้านสุขาวดีพร้อมจัดเต็ม! เทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 แต่งชุดไทย-เล่นน้ำ-ปาร์ตี้โฟมสุดมันส์

      แชร์เนื้อหานี้

      มีรานงานว่า บ้านสุขาวดี จ.ชลบุรี เตรียมต้อนรับเทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 นี้ โดยเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสบรรยากาศไทยแท้ กับกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย

      โดยไฮไลต์เด่นของงาน เปิดให้แต่งชุดไทยฟรี มีค่าบริการเพียงวางค่ามัดจำ 250 บาท พร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยแต่งตัวให้สวยงาม ก่อนเดินถ่ายภาพในบรรยากาศไทยโบราณที่ ลานวัฒนธรรมไทย กิจกรรมสรงน้ำพระแก้วมรกต ครบทั้ง 3 ฤดู เสริมสิริมงคลตลอดปี พร้อมเล่นน้ำสงกรานต์สุดชุ่มฉ่ำ กับม่านสายน้ำ สาดน้ำอบไทยหอมละมุน และกลีบดอกไม้ เพิ่มความสนุกโดยสาวสวยบ้านสุขาวดี

      นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปาร์ตี้โฟมสุดมันส์ พร้อมกิจกรรมพื้นบ้าน เช่น หนุ่มน้อยตกน้ำ ยิงปืน ปาลูกโป่ง ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
      บ้านสุขาวดีชวนมาร่วมเช็กอิน-แชร์ภาพ กด Like & Share เพจบ้านสุขาวดี รับของชำร่วยกลับบ้านฟรี

      นอกจากนี้ บ้านสุขาวดีได้ปรับปรุงเมนูอาหารบุฟเฟ่ต์ให้เป็นเมนูที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลมากขึ้น ขอเชิญชวนมาลิ้มรสชาติ อาหารบ้านสุขาวดีในราคาคนไทยเพียง 200 บาท พร้อมทั้งเยี่ยมชมบ้าน ทานอาหาร รวมถึงการละเล่นทุกอย่างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 25 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง , ตำรวจ สภ.ชุมแพ, รพ.ชุมแพ สสอ. รพ.สต.ทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ อสม. และ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พื้นที่ 6 ตำบล ในอำเภอชุมแพ

      พร้อมกันค้นหาผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2568 ในพื้นที่ 6 ตำบล ซึ่งได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะ เป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงวัยรุ่น/วัยแรงงานในหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดในระบบ (บสต.) ของกระทรวงสาธารณสุข ผลการปฏิบัติ สามารถค้นหาผู้เสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัด มีรายละเอียด ดังนี้
      1.ตำบลหนองเขียด เข้ารับการตรวจจำนวน 9 ราย ผลเป็นบวก 5 ราย
      2.ตำบลชุมแพ เข้ารับการตรวจ จำนวน 3 ราย ผลเป็นบวก 2 ราย
      3.ตำบลนาหนองทุ่ม เข้ารับการตรวจ จำนวน 3 ราย ผลเป็นบวก 3 ราย
      4.ตำบลวังหินลาด เข้ารับการตรวจ จำนวน 25 ราย ผลเป็นบวก 11 ราย
      5.ตำบลโนนหัน เข้ารับการตรวจ จำนวน 10 ราย ผลเป็นบวก 10 ราย
      6.ตำบลโนนสะอาด เข้ารับการตรวจ จำนวน 7 ราย ผลเป็นบวก 7 ราย

      1. ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง ร่วมกับ จนท.ตร.ชุดสืบสวน สภ.ชุมแพ และชุดปฏิบัติการ ต.โนนสะอาด / ต.หนองเขียด จับกุมผู้กระทำผิด 3 ราย
      2. รวมผลตรวจปัสสาวะ พบผู้มีสารเสพติด จำนวน 38 ราย โดยผู้เสพทั้งหมดสมัครใจเข้ารับการบำบัด นำรายชื่อเข้าระบบ บสต. เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกข้อมูลประวัติและนำตัวเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลชุมแพ ตามลำดับต่อไปทั้งนี้ ภารกิจค้นหาผู้เสพเข้าสู่การบำบัด “ภายใต้ภาระกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568 ” ได้สร้างการรับรู้ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความอุ่นใจ ในแนวทางการแก้

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผบก. ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้การประชุม กต.ตร.ตำรวจภูธร จว.พระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2568

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ 24 มี.ค. 68 เวลา 13.30 น. พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผบก. ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้การประชุม กต.ตร.ตำรวจภูธร จว.พระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมกรุงศรีอยุธยา 1 โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดยมี นาย นิวัฒน์ รุ่งสาค ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน การประชุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อีนดีระหว่าง กต.ตร.จังหวัดกับข้าราชการตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ และให้คำแนะนำสนับสนุนการประชาสัมพันธ์งานตำรวจ จว.พระนครศรีอยุธยาการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

      กราบขอพรองค์เจ้าแม่กวนอิม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านสุขาวดี ” ปาร์ตี้โฟมเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 20 เมษายน ค่ะ นี้บ้านสุขาวดีได้ปรับปรุงเมนูอาหารบุฟเฟ่ต์ให้เป็นเมนูที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลมากขึ้น มาลิ้มรสชาติ อาหารบ้านสุขาวดีในราคา คนไทย 200 บาท ทั้งเยี่ยมชมบ้าน ทานอาหาร รวมถึงการละเล่นทุกอย่างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

      บ้านสุขาวดีจัดเต็ม! เทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 แต่งชุดไทยเล่นน้ำปาร์ตี้โฟมสุดมันส์

      บ้านสุขาวดี เตรียมต้อนรับเทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสบรรยากาศไทยแท้ กับกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย โดยไฮไลต์เด่นของงาน เปิดให้แต่งชุดไทยฟรี! เพียงวางค่ามัดจำ 250 บาท พร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยแต่งตัวให้สวยงาม ก่อนเดินถ่ายภาพในบรรยากาศไทยโบราณที่ ลานวัฒนธรรมไทย กิจกรรมสรงน้ำพระแก้วมรกต ครบทั้ง 3 ฤดู เสริมสิริมงคลตลอดปี และเล่นน้ำสงกรานต์สุดชุ่มฉ่ำ กับม่านสายน้ำ สาดน้ำอบไทยหอมละมุน และกลีบดอกไม้ เพิ่มความสนุกโดยสาวสวยบ้านสุขาวดี นอกจากนี้ชวนสนุกไปกับปาร์ตี้โฟมสุดมันส์ พร้อมกิจกรรมพื้นบ้าน เช่น หนุ่มน้อยตกน้ำ ยิงปืน ปาลูกโป่ง ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

      บ้านสุขาวดีชวนมาร่วมเช็กอิน-แชร์ภาพ กด Like & Share เพจบ้านสุขาวดี รับของชำร่วยกลับบ้านฟรี ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ บ้านสุขาวดี เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาสนุกสนานกับสงกรานต์แบบไทยๆ ได้ที่นี่! #สงกรานต์2568 #บ้านสุขาวดี #แต่งชุดไทย #เล่นน้ำสงกรานต์

      ////////////////////////////////////

      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

      อุมารินทร์ เกตนิกร  / 062-834-3737

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานสงกรานต์บนหลังเกวียนครั้งแรกในไทย /ตร.ทางหลวง เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรม รวบ 2 ผู้ต้องหา / ผู้ว่าประจวบฯประกาศสงครามยาเสพติดทุกพื้นที่

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 25 มี.ค.68 ที่ทุ่งนาบ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประเพณีมหาสงกรานต์ “มรดกถ้ำรงค์ ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ทุ่งนา ป่าตาล ตำนานทวารวดี ยลวิถีถ้ำรงค์” พร้อมด้วย นายบรรพต กำไลแก้ว นายก อบต.ถ้ำรงค์ ผช.ศ.ดร.เสนาะ กลิ่นงาม อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นางสาวเมทินี จันทร์บุญนะ รักษาการวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นางสาวมิ่งขวัญ บุญโภคัย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี นางดวงใจ คุ้มสะอาด ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี

      ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟัง ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า จากการที่ ยูเนสโก้ UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียน ”สงกรานต์ไทย” เป็นมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เมื่อปี 2566 (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) สงกรานต์เป็นประเพณีไทยที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน เป็นประเพณีที่มีคุณค่าและสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย

      ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ โขน (2561) นวดไทย (2562) และ โนรา (2564) โดยจังหวัดเพชรบุรีกำหนดให้แต่ละพื้นที่ร่วมจัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย 13 เม.ย.68 โดยให้มีกิจกรรมสำคัญที่เน้นเอกลักษณ์อันโดดเด่น เช่น ขบวนแห่นางสงกรานต์จาก 8 อำเภอ ประเพณีรดน้ำดำขอพรหัวผู้ใหญ่เพื่อแสดงความกตัญญูและเคารพนบนอบต่อผู้ที่เคารพนับถือและผู้มีพระคุณ และประเพณีสรงน้ำพระวัดสำคัญ ๆ ในเมืองเพชรบุรี

      จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ได้ร่วมกันจัดงานงานประเพณีมหาสงกรานต์ “มรดกถ้ำรงค์ ประจำปี 2568” ขึ้น ภายใต้แนวคิด “ทุ่งนา ป่าตาล ตำนานทวารวดี ยลวิถีถ้ำรงค์” ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย.68 ณ ทุ่งนาบ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด เพื่ออนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ที่ดีงามและทรงคุณค่าของไทยมาแต่โบราณให้คงอยู่สืบไป อีกทั้งอำเภอบ้านลาดที่เน้นวิถีชาวเมืองเพชรอันมีกิจกรรมวัวลาน วัวเทียมเกวียนเป็นอัตลักษณ์ โดยไฮไลต์ของงานคือจัดเล่นสงกรานต์บนหลังเกวียนขึ้นเป็นครั้งแรกของ จ.เพชรบุรี และของไทย

      นอกจากนี้ ในพื้นที่อื่นๆ ของ จ.เพชรบุรี ก็มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์ที่น่าสนใจ อาทิ ถนนสายข้าวแช่เมืองเพชรบุรี, งาน Songkran at Cha-Am Beach ณ ชายหาดชะอำ มีกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป ขบวนแห่นางสงกรานต์ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ, อำเภอท่ายาง มีการสรงน้ำพระพุทธรูป ขบวนแห่นางสงกรานต์ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ แข่งขันเปตอง แข่งขันหมากรุก, ที่วัดเขาบันไดอิฐ อำเภอเมืองเพชรบุรี จัดให้มีประเพณีสงกรานต์ สร้างสรรค์สุขภาพ และที่วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี

      มีงานอนุรักษ์ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ โทร. 032-491 467 / ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองเพชรบุรี โทร. 032-403 888 / ประชาสัมพันธ์ อบต.ท่ายาง โทร. 032-463 000-2 / ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032-472 550 / ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร. 032-471 005-6 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
      นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

      ตร.ทางหลวงประจวบฯ เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรม รวบ 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดียักยอกทรัพย์และยาเสพติด

      วันที่ 24 มีนาคม 2568 – ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมทั่วไปและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา มุ่งมั่นติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

      ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ สวญ.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. และ ว่าที่ พ.ต.ท.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.คมสัน วรรณสกุล สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการเข้าจับกุม หญิงวัย 33 ปี ชาวตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ในข้อหา ยักยอกทรัพย์ หลังจากที่เจ้าตัวหลบหนีไม่มาศาลตามกำหนด เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวและจับกุมได้ภายในโรงแรมชื่อดังในอำเภอหัวหิน ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดหัวหินเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

      นอกจากนี้ ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลังพลจากหน่วยบริการเกาะหลักและกุยบุรี ได้ร่วมกันจับกุม ชายวัย 34 ปี ชาวตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ ก่อนควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ยังคงเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวมถึงปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง.


      นับถอยหลัง30วันผู้ว่าประจวบฯเอาจริงสั่งทุกหน่วยงานประกาศสงครามยาเสพติดทุกพื้นที่ใน จ.ประจวบฯต้องหมดไป

      วันนี้ 24 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 14.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายสัญชาติเมียนมา(ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง)มีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มแรงงานต่างด้าวในพื้นที่พร้อมนัดส่งยาบ้าให้กับสายลับที่บริเวณวัดเก่าเขาน้อย ม.2 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำเรียนให้ผู้บังคับบัญชาทราบและทำการวางแผน นำโดย พ.ต.ท.สุทธิเกียรติ โพธิสุทธิ์ รอง.ผกก.สส.สภ.ปากน้ำปราณ เป็นหัวหน้าชุดจับกุม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปที่วัดเก่าเขาน้อย ตามที่สายลับได้แจ้งเมื่อไปถึง พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีดำ ตรงตามที่สายลับแจ้งจอดอยู่ตรงบริเวณลานวัดเก่าเขาน้อยและเห็นนายโก เปียว ชาวเมียนมา(ผู้ถูกจับทราบชื่อภายหลัง)กำลังนั่งอยู่บนแท่นหินใกล้กับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายโก เปียว ก็ได้วิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ไล่ติดตาม และสามารถควบคุมตัวพร้อมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 10,860 เม็ดอาวุธปืนพกสั้น สีดำ ขนาด 9 มม.  ออโตเมติค ยี่ห้อ  นอรินโก้ หมายเลขประจำปืน  กจ.2/10786 มูลค่าประมาณ 30,000 บาทจำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 18 นัดโดยแจ้งข้อกล่าวหามียาบ้าไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน 2.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
      3.พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร4.เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
      นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม สนับสนุน จิตอาสาพระราชทานภาค 1 ช่วยพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง

      แชร์เนื้อหานี้

      “ สร้างรอยยิ้ม ปันน้ำใจ ให้ความสุข ” เมื่อ 24 มี.ค. 68 พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1/ผบ.กองกำลังจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 ร่วมกับ อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม , มวลชนกองทัพภาคที่ 1 ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครบรอบ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 ณ พื้นที่ชุมชนเคหสถานบ้านมั่นคงกัลยาณมิตร เขตบางซื่อ

      โดยมอบเครื่องปรุงอาหารสำหรับประกอบอาหาร มอบขนมให้กับเยาวชนในชุมชน มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วยมอบของ มอบพลังใจ และส่งพลังบุญอธิษฐาน ให้มีความสุข … และขอส่งผลบุญทั้งปวง จงสำเร็จแด่กัลยาณมิตรทุกท่าน ให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…