เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ

นายอำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานนมัสการ “พระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร”

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร โดยมี พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร

เจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายอนุชิต ชนะวัฒน์ปัญญา วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร คณะกรรมการจัดงาน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

งานนมัสการจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแสดงออกถึงความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การสรงน้ำพระ

การแสดงศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการเกี่ยวกับพระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร การจัดจำหน่ายสินค้า GI และกิจกรรม Work shop ที่สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น​ งานนี้จัดระหว่างวันที่ 5-7 เมษายน 2568

โดยความร่วมมือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความภาคภูมิใจของประชาชนในท้องถิ่น

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีที่ทุกคนได้ร่วมกันสืบสานประเพณีและเสริมสร้างความสามัคคีในสังคมไทย
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สด ถวายสักการะพระเจ้าน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันนี้ 5 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ พระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ลานสนามหญ้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยทายาทพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ร่วมพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สดถวายสักการะพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 จัดพิธีโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย

เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน วันที่ 5 เมษายน สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 107 ที่ เจ้าผู้ครองนครน่านในอดีตได้ถึงแก่พิราลัย โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น พระเจ้านครน่าน นับเป็นพระเจ้านครน่านองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์น่าน ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ปกครองนครน่าน ได้ประกอบกรณียกิจหลายประการ เช่นด้านการปกครอง ได้ปกครองบ้านเมืองด้วยความสุจริต โอบอ้อมอารี ด้านการทหาร ได้บำรุงกิจการทหารอย่างเข้มแข็ง

มีการยกทัพไปช่วยสมทบกับกองทัพของสยามในการรบ และทรงเป็นผู้สนับสนุนการจัดตั้งกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยยกที่ดินซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของคุ้มแก้วหอคำเวียงเหนือ ให้เป็นที่ตั้งของกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยในปัจจุบันคือบริเวณ “ค่ายสุริยพงษ์ ด้านการพัฒนาเมือง ได้ส่งเสริมให้มีการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ การจัดผังเมือง โครงสร้างพื้นฐานของเมือง ด้านการศาสนา ได้สนับสนุนการพระศาสนา มีการบูรณะศาสนสถาน และศาสนวัตถุ พร้อมทั้งมิได้ปิดกั้นการเผยแผ่ศาสนาของคณะมิชชันนารีที่น่าน ด้านการศึกษา

ได้ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาบ้านเมือง โปรดให้สร้างโรงเรียนสอนหนังสือไทยขึ้นเมื่อปี 2450 โดยให้ชื่อว่า “โรงเรียนสุริยานุเคราะห์” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จังหวัดน่าน” นอกจากนี้ยังโปรดให้แสนหลวงราชสมภาร ชำระและเรียบเรียงพงศาวดารเรื่อง “ราชวงษ์ปกรณ์พงศาวดารเมืองน่าน” ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองน่าน แม้พระองค์ท่านจะถึงแก่พิราลัยไปแล้ว แต่เกียรติคุณยังอยู่ในความทรงจำของชาวน่านมิเสื่อมคลาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 สรุปฏิบัติงาน 6 เดือน (ต.ค.67 – มี.ค.68) สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ของรัฐบาลการแก้ไขปัญหายาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 1000 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) มอบหมายให้ พลตรีฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่210/รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.มทบ.210/รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)) เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญรอบ 6 เดือน (ต.ค.67 – มี.ค.68) และหารือ ประสานงาน/บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีหน่วยงาน/ส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวน 15 หน่วย และหน่วยงาน/ส่วนราชการนอกพื้นที่จังหวัดนครพนม ผ่านระบบประชุมทางไกล Video Conference (ผ่าน Zoom meeting) จำนวน 54 หน่วย ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระยอด กองบังคับการมณฑลทหารบกที่210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด/เข้ามาในพื้นที่ชายแดน และพื้นที่ตอนในอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบเครือข่ายและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการเชื่อมโยงกับบุคคลจาก สปป.ลาวและมีคนไทยในพื้นที่ชายแดนเป็นผู้ขนส่ง โดยได้รับค่าจ้างในราคาที่สูงซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญโดยพบว่าขบวนการลักลอบ ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ซึ่งพฤติการณ์ส่วนใหญ่จะนำยาเสพติดมาพักคอยในพื้นที่เมืองชายแดน ของ สปป.ลาว ก่อนจะใช้เรือลำเลียงมาตามแม่น้ำโขง บางพื้นที่จะนำยาเสพติดขึ้นไปพักคอยบนเกาะดอน ก่อนลักลอบนำเข้ามาในฝั่งไทยจะใช้วิธีการนำยาเสพติดที่อำพรางมาในรูปแบบต่างๆ (รูปปั้น สินค้าทางการเกษตร สินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริม) ไปกระจายตามพื้นที่ และให้กลุ่มลำเลียงมารับตามจุดที่นัดหมาย เพื่อขนย้ายด้วยยานพาหนะขนาดใหญ่หรือยานพาหนะส่วนบุคคลไปตามเส้นทางชนบทที่ยากต่อการตรวจสอบ ก่อนจะนำยาเสพติดมาพักคอยตามปั๊มน้ำมัน บ้านพัก หรือรีสอร์ทในพื้นที่อำเภอตอนในต่อไป
สรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม2567 ถึง ปัจจุบัน ดังนี้

  1. มาตรการสกัดกั้น : มอบให้ กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีสถิติการซุ่มเฝ้าตรวจ 18,838 ครั้ง,ลาดตระเวนทางบก 16,351 ครั้ง,ลาดตระเวนทางน้ำ 169 ครั้ง,จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 4,656 ครั้งรายละเอียดตามจอภาพ/ เป็นผลทำให้สามารถสกัดกั้นยาเสพติดที่สำคัญในพื้นที่ ณ แนวชายแดนได้ แยกเป็นยาบ้า จำนวน 64,000,005 เม็ด, ไอซ์ น้ำหนัก 2,603 กก., เฮโรอีน น้ำหนัก 124 กก.
  2. มาตรการปราบปราม : มอบให้ ตำรวจภูธรภาค 3, ภาค 4 และตำรวจปราบปรามยาเสพติดเป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีการปิดล้อมตรวจค้น 231 ครั้ง ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด จำนวน 73 คดี
    รวมผลการตรวจยึดจับกุมตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ณ ปัจจุบัน มีการตรวจยึดจับกุม จำนวน 607 ครั้ง ผู้ต้องหา 848 ราย ของกลาง ยาบ้า 86,767,305 เม็ด,ไอซ์ 3,124.644 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กก. เคตามีน 776.87 กิโลกรัม และอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง ห้าพันเก้าร้อยล้านบาทเศษ (5,936,581,800 บาท)
  1. มาตรการป้องกัน : มอบให้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีการปฏิบัติการจิตวิทยาและการประชาสัมพันธ์ จำนวน 1,896 ครั้ง, ฝึกอบรมพัฒนา ชรบ. จำนวน 116 ครั้ง,การปฏิบัติงานของ ชรบ. จำนวน 872 ครั้ง, การจัดระเบียบสังคม จำนวน 748 ครั้ง, การอบรมและการสร้างชุมชนเข้มแข็ง จำนวน 66 ครั้ง
  2. มาตรการบำบัดรักษา : มอบให้ สาธารณสุขจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีการดำเนินโครงการชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) จำนวน 2,852 ราย ดำเนินโครงการมินิธัญญารักษ์ จำนวน 1,421 ราย ดำเนินการรายงานในระบบข้อมูลการบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ จำนวน 8,073 ราย ควบคุมตัวบุคคลคลุ้มคลั่ง จำนวน 300 ราย
    5.มาตรการบูรณาการ : เน้นให้ทุกส่วนราชการ บูรณาการร่วมกันทั้งงานด้านการข่าว และแผนงานโครงการ ต่างๆ โดยมีการดำเนินการจัดการประชุมขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหายาเสพติด 245 ครั้ง ดำเนินการประชุมโต๊ะข่าวแลกเปลี่ยนข้อมูล 106 ครั้ง กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด 94 ครั้ง
  1. มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน : มอบให้ ส่วนบังคับบัญชา, ส่วนอำนวยการ ของ นบ.ยส.24, ปปส.ภาค 3 และ ปปส.ภาค 4 เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีการพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 32 ครั้ง ดำเนินการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร จำนวน 2 ครั้ง ประสานการจับกุม และส่งมอบผู้ต้องหาข้ามประเทศ จำนวน 1 ครั้ง
    ซึ่งมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) หน่วยมีผลการปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ณ แนวชายแดน โดยทำการซุ่มเฝ้าตรวจ 6,540 ครั้ง, ลาดตระเวนทางน้ำ? 64 ครั้ง, ลาดตระเวนทางบก 5,383 ครั้ง, จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 1,530 ครั้ง ทำการปิดล้อมตรวจค้น 47 ครั้ง ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด จำนวน 28 คดี รวมผลการตรวจยึดจับกุมตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) มีการตรวจยึดจับกุมจำนวน 216 ครั้ง/ ผู้ต้องหา 272 ราย ของกลาง ยาบ้า 26,970,802 เม็ด,ไอซ์ 1,216.336 กิโลกรัม, และอื่นๆ

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พระแก้วมรกต พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปิดท้ายด้วยการหยาดน้ำน้อมถวายบุญเป็นพุทธบูชา แผ่บุญไปทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ

แชร์เนื้อหานี้

บุญสำเร็จแล้ว 5 เมษายน 68 วันพระ วันเสาร์ที่ 5 ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเส็ง วันแข็งวันพญาวันี่เป็นครั้งแรก ที่เห็นประชาชนมาร่วมบวงสรวงศาลหลักเมืองกทม.มากที่สุอัดแน่นทะลักออกไปนอกศาลเลย แน่นด้วยพลังศรัทธา และรอยยิ้มปีติหัวใจที่มีให้กัน เป็นการร่วมพลังบุญจากหลากหลายสายบุญและภาคีเครือข่าย มาร่วมถวายบุญแด่พระแม่ธรณี แผ่นดินไทย และชาติบ้านเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ค้ำชูแผ่นดิน และเสริมมงคลชีวิต

รายชื่อ​รายชื่อนับหมื่นถูกพริ้นท์มาเป็นปึกๆ นำมาวางไว้บนโต๊ะบวงสรวงอันศักดิ์สิทธ์ 9.09น. อาจารย์ตี่ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำกล่าวโองการ อธิษฐานจิตถวายบุญ ที่กลางแจ้ง กลางลานศาลหลักเมือง ที่ขณะนี้ โต๊ะบวงสรวงถูกล้อมไปด้วยคลื่นศรัทธามหาชน ทุกคำที่ที่ทุกคนเปล่งออกมา ทรงพลังมาก ขนลุกตลอดเวลา

กลางแจ้งเสร็จ เข้าไปด้านใน ตรงแท่งเสาหลักเมือง นั่งกันตรงบันไดไร้ที่ว่างเลย ทุกคนมุ่งมั่นสวดมนต์ หนึ่งในนั้นคือมนต์บท “รตนัตตยัปปภาวาภิยาจนคาถา” เป็นพระคาถาปกป้องสยามประเทศและคนไทย เป็นมนต์ที่ษักดิ์สิทธิ์มาก สั่นสะท้านทั่วสรรพางกาย

จากนั้นเราได้เดินต่อไปที่วัดพระแก้ว กราบสักการะพระแก้วมรกต พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปิดท้ายด้วยการหยาดน้ำน้อมถวายบุญเป็นพุทธบูชา แผ่บุญไปทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ เป็นการเสริมบุญญาบารมีและมงคลชีวิต ไม่มีประมาณบุญของท่านสำเร็จแล้ว ปีติหัวใจอย่างท่วมท้น ขอโมทนาสาธุการอานิสงส์ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงให้ชีวิตและกิจการงานของท่านมีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง ปราศจากอุปสรรคและภัยอันตรายต่างๆ

การคุ้มครองปกป้องแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ทั้งจากภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ความเป็นสิริมงคล: มีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความผาสุกในชีวิตความเจริญในธรรม: อานิสงส์แห่งการบูชาพระรัตนตรัยและการเจริญพระพุทธมนต์ จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ท่านมีความเจริญก้าวหน้าในธรรม ปฏิบัติธรรมได้โดยสะดวก และบรรลุถึงความหลุดพ้นในที่สุด

ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการเทอญ😊🙏

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีสดุดีวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัย พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568 ณ มณฑลพิธีพระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ หน้าค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พลตรี วรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 ซึ่งเวียนมาบรรจบครบ 107 ปี

ในพิธี ได้มีการกล่าวสดุดีสดับพระเกียรติคุณของพระองค์ ผู้ทรงเป็นอัจฉริยบุรุษเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงประกอบพระกรณียกิจที่เป็นคุณูปการต่อบ้านเมืองอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทั้งในด้านการทหาร การปกครอง การศึกษา และการศาสนา ด้านการทหาร พระองค์ได้ทำนุบำรุงกิจการทหารอย่างเข้มแข็ง รวบรวมและฝึกฝนกำลังพล พร้อมจัดตั้งยุ้งฉางสะสมเสบียงและกระสุนดินดำจำนวนมาก ทรงมีบทบาทสำคัญในการช่วยปราบฮ่อที่เมืองหลวงพระบาง และปราบกบฏเงี้ยวหัวเมืองฝ่ายเหนือ ร่วมกับเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ทั้งยังทรงเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการปกป้องหัวเมืองฝ่ายเหนือจากภัยของจักรวรรดินิยมตะวันตก

ด้านการปกครอง พระองค์ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยเมตตาธรรม โปรดให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต และวางผังเมืองใหม่ พร้อมขยายถนนให้กว้างขวางสะดวกแก่ประชาชน ด้านการศึกษา ในปี พ.ศ. 2450 พระองค์ได้สละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือภาษาไทยแห่งแรกในเมืองน่าน ในนาม “โรงเรียนสุริยานุเคราะห์” ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารในปัจจุบัน

ด้านการศาสนา พระองค์ทรงสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่งพระสงฆ์ไปเรียนที่กรุงเทพฯ และบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามและปูชนียสถานหลายแห่ง พร้อมสร้างหอพระไตรปิฎกหลังใหญ่ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร โดยจารึกอักษรไว้หน้าอาคารถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 5 ซึ่งแสดงถึงความจงรักภักดีอันแรงกล้า

ด้วยพระกรณียกิจอันเลื่องลือเหล่านี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระองค์ขึ้นเป็น “พระเจ้านครน่าน” โดยพระนามเต็มตามพระสุพรรณบัฏว่า “พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุรีมหาวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิ์กิติไพศาล ภูบาลบพิตร สถิตนันทราชวงศ์พระเจ้าน่าน”

ในการนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขออัญเชิญดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ หากแม้นสถิต ณ สรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ขอได้ทรงรับเครื่องสักการะจากข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และขอจงทรงพระเกษมสำราญในทิพยวิมาน ตราบชั่วนิรันดร์กาล
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน /สถิตย์ ศรีประสม/ วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันนวดหน้า ระดับนานาชาติ รายการ OLYMPIC PMU & SPA 2025

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568 คุณวิลาสินี โฆษิตชัยวัฒน์ MRS.THAILAND WORLD 2017 และผู้บริหาร VOWDA FACIAL & BODY MASSAGE CENTER ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันนวดหน้า ระดับนานาชาติ รายการ OLYMPIC PMU & SPA 2025

ณ มอนเตอเรย์ ประเทศเม็กซิโก นำทีมโดย ผอ.คนึงนิต รุ่งฤทธิเดช โรงเรียนรุ่งฤทธิ์วิทยาการสุขภาพและความงาม และโรงเรียนรุ่งฤทธิ์วิทยาการนวดแผนไทย จัดโดย Congreso Internacional Spa Médico Micropigmentacion ร่วมกับ Kirei University โดยมี Miss Susana Cabrera อธิการบดีเป็นผู้จัด การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่9 ซึ่งคุณวิลาสินี เป็นคนไทยแรกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันนวดหน้า

โดยคุณวิลาสินี โฆษิตชัยวัฒน์ เป็นนักวิจัยอิสระ สร้างผลงานวิจัยเกี่ยวกับการแปรรูปพืชผลทางการเกษตรของไทยไว้มากมาย ปัจจุบันได้ก่อตั้ง VOWDA FACIAL & BODY MASSAGE CENTER ซึ่งรวมเอาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางธรรมชาติจากงานวิจัยเข้ามาใช้ในบริการทรีตเมนต์ผิวหน้าและผิวกาย อีกทั้งยังเปิดสอนนวดหน้าให้กับผู้ที่สนใจเรื่องการนวดหน้ายกกระชับเพื่อใช้ประกอบอาชีพอีกด้วย

ท่านใดที่สนใจเรียนนวดหน้า ทำทรีตเมนต์กับคุณวิลาสินี สามารถติดต่อได้ที่ VOWDA FACIAL & BODY MASSAGE CENTER โทร 064-365-9165 LINE : @vowda

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธร ภ.3จัดโครงการจิตอาสาจราจรรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ณ หน้าอาคารตำรวจภูธร ภ.3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มอบหมวกนิรภัยให้กับ ตำรวจภูธรในสังกัด โดยมี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภ.3 ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ หัวหน้าสถานี เข้าร่วมกิจกรรมตามนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ข้อ 8 สร้างวินัยจราจร และข้อกำชับการปฏิบัติ ข้อ 4 การอำนวยความสะดวกการจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงการจิตอาสาจราจร รณรงค์การขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย

เพื่อลดอุบัติเหตุจราจรทางบก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานจิตอาสาให้เห็นเป็นรูปธรรม และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยจราจรและการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้อง โดยสามารถเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้องและสวมหมวกที่มีมาตรฐานอย่างถูกวิธี รวมทั้งป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมโครงการ

ตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยเต็มใบแบบเปิดคาง จำนวน 3,840 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับตำรวจภูธรในสังกัด นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนในช่วง 7 วัน อันตราย (ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568) โดยกำหนดจุดแจกหมวกเป็นสองจุด จุดที่ 1. ภ.จว.นครราชสีมา จำนวน 1,920 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับ ภ.จว.ชัยภูมิ จำนวน 384 ใบ นครราชสีมา จำนวน 768 ใบ และบุรีรัมย์ จำนวน 768 ใบ จุดที่ 2. ภ.จว.ศรีสะเกษ จำนวน 1,920 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับ ภ.จว.ยโสธร สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ตามนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อนุมัติแนวทางการปฏิบัติงานและการขับเคลื่อนงานจิตอาสา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนวทางการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาแก้ไขปัญหาจราจร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของผู้ขับขี่ด้วยการสร้างวินัยจราจร ให้กับกลุ่มผู้มีอาชีพขับขี่ยานพาหนะ และเชิญให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาร่วมเป็นจิตอาสาจราจรเพื่อเป็นแบบอย่างในการสวมหมวกนิรภัย ที่ได้มาตรฐาน แล้วขยายผลใปสู่ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน

ให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของจิตอาสาจราจร วินัยจราจร ทราบลักษณะหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน และสวมใส่อย่างถูกวิธี ให้มีความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ ลดอุบัติเหตุ และความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 7 วัน อันตราย (ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568) ปีนี้ ตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยเต็มใบแบบเปิดคาง จำนวน 3,840 ใบ ซึ่งมีศูนย์กลางในการแจกจ่ายให้ตำรวจภูธร สองจุด คือ ณ ภ.จว.นครราชสีมา และ ภ.จว.ศรีสะเกษ แจกจ่ายให้ตำรวจภูธร 8 จังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ในพื้นที่

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรับนิวส์ / อ.โคกสำโรงประชุมผู้ใหญ่บ้านกำนันมอบนโยบาย “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 8:30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานที่ประชุม นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง จัดประชุมประจำเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอโคกสำโรง โดยในช่วงเช้า มีพิธี ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน และรับธรรมะ 15 นาที จากพระครูภัทรปัญญาวุธ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี

โดยในที่ประชุม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อำเภอโคกสำโรง 13 ตำบล นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ได้เน้นย้ำ การเตรียมความพร้อม ดำเนินการ ป้องกันและลดอุบัติเหตุ ทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พุทธศักราช 2568
ประกอบด้วย จัดตั้งศูนย์ ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล และช่วงวันหยุด 2568

จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล บูรณาการดำเนินงาน ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล ได้กำหนดช่วงควบคุม เข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 โดยใช้ชื่อในการรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ได้เน้นย้ำ มาตรการป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบด้วย 5 มาตรการ

ด้านการบริหารจัดการ ด้านลดปัจจัยเสี่ยง ด้านถนนและสิ่งแวดล้อมด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ด้านผู้ใช้ถนนอย่างปลอดภัย และ ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ได้แจ้งเตือน ในที่ประชุม และให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลได้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับรู้ ถึงในโทษช่วง คุมเข้ม 7 วัน

โดยเน้นย้ำ ให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกท่านประชาสัมพันธ์ ให้เยาวชน เฉพาะผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับ ให้รู้ถึงโทษ และอันตราย ในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ รถยนต์

โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ควรสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ และการตั้งด่านตรวจอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชน ทุกตำบล

ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่รถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และทางด้าน ในอำเภอโคกสำโรง จะออกเยี่ยมจุดตรวจ ติดตามการปฏิบัติงาน ป้องกันลดอุบัติเหตุ ทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

ทุกจุดตรวจเป็นระยะ จากนั้นนายอำเภอโคกสำโรงได้เชิญนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) เชิญชวนให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน 13 ตำบล ประชาชนปลูกป่าให้มากๆ

โครงการส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว เพื่ออุตสาหกรรม และลดมลพิษ โลกร้อน รวมถึง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคกลางจังหวัดลพบุรี โดยจะได้รับการสนับสนุน กล้าไม้ จากสวนป่าภาคเอกชนจังหวัดลพบุรี จำกัด

และตำรวจสภ.โคกสำโรง ร่วมใจโครงการนี้ด้วย กล้าไม้ 300 ต้น/ไร่ จะได้รับเงิน 4,000 บาทต่อไร่ โดยแบ่งจ่าย 3 ปี ปีที่ 1. จะได้รับเงิน 2,500 บาท ปีที่ 2. จะได้รับ 800 บาท และปีที่ 3. จะได้รับ 700 บาท

วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มผลผลิตไม้โตเร็ว ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ และใช้วัตถุดิบรองรับอุตสาหกรรมไม้ประเภทต่างๆ ที่ดินต้องเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน

หรือที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ ประเภทใดประเภทหนึ่ง คุณสมบัติบุคคลธรรมดาบรรลุนิติภาวะแล้ว มีสัญชาติไทย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือ สิทธิครอบครอง ตามกฎหมาย หรือเป็นผู้มี สิทธิ์ใช้ประโยชน์ในที่ดินเท่านั้น

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี/อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมประจำเดือน !กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

3 เมษายน 2568 หอประชุมอำเภอชุม โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมส่วนราชการในพื้นที่อำเภอชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ มอบหมายให้ พ.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ
ร่วมการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ

ในคราวเดียวกันนี้ คณะ กต.ตร. พร้อมด้วยที่ปรึกษา กต.ตร. ของ สภ.ชุมแพ ประกอบด้วย นายประสันต์ เขมะประสิทธิ์ ประธาน กต.ตร.สภ.ชุมแพ
นางอำนวย หงษ์ชุมแพ กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายสมหมาย บุญฮวด กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายชาตรี น้อยโนนงิ้ว กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายสมพงค์ เกียรติพนมแพร กต.ตร.สภ.ชุมแพ

นายวีระกุล ยอดสง่า กต.ตร.สภ.ชุมแพ พ.ต.ต.มานพไชย ผลมาตย์ ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ชุมแพ พ.ต.ต.อัมพร จักษุทิพย์ สวป.(ชส.)สภ.ชุมแพ/เลขา กต.ตร.สภ.ชุมแพ

ได้ร่วมกันเป็นตัวแทนมอบงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมและศูนย์พักคอยผู้ป่วยยาเสพติด (Community Isolation : CI) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นผู้รับมอบ

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นวินสื่อรัฐทีวี/ สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมเพชรพลอย โรงแรมต้นทองรีสอร์ท ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมด้วยนายศักดิ์ตระกูล เลี้ยงประเสริฐ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์”

ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจัดในวันที่ 11 – 12 เมษายน 2568 ณ สนามหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เชื่อมโยงหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์และบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ พัฒนาต่อยอด และประชาสัมพันธ์มรดกภูมิปัญญาของจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคม เป็นการส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมรดกภูมิปัญญามาสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ให้จังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดจนนำทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุตรดิตถ์มาสืบสาน รักษา พัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางด้านวัฒนธรรม ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ จากที่ได้ผ่านการสำรวจจากทั้ง 9 อำเภอมา รวมเป็น 45 รายการ นำมาจัดแสดงในพื้นที่นี้ และมีการแสดงสาธิตมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมทั้ง 45 รายการ โดยจะมีการจัดการแสดงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทั้ง 2 วันของการจัดงาน จนครบทั้ง 45 รายการ ทั้งยังมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 45 รายการ รวมจำนวน 45 คูหา จะอยู่ภายในบริเวณสนามหน้าจวน

ผู้ว่าราชการหลังเก่า และการแสดงและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมส่วนอีก 35 คูหา จะอยู่ในพื้นที่บริเวณบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี รวมเป็น 80 คูหา เลือกซื้อ เลือกชิม กันได้อย่างจุใจ และนอกจากนั้นในพื้นที่บริเวณสนามหน้าจวน ผู้ว่าราชการหลังเก่า ก็จะมีเวทีกิจกรรม มีการแสดงทางวัฒนธรรมของทั้ง 9 อำเภอ อำเภอละ 2 รายการ รวมเป็น 18 ชุดการแสดง ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นแสดงทั้ง 2 วัน จนครบ 18 ชุดการแสดง และยังมีการแสดงแสง สี เสียง ตำนานกำเนิดเมืองอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” แสดงโชว์บนเวทีทั้ง 2 วัน

ทั้งวันที่ 11 และ 12 เมษายน 2568 ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ประกอบด้วยนักแสดงมากกว่า 30 คน โดยวันที่ 11 เมษายน 2568 จะมีพิธีเปิดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” ด้วย ส่วนวันที่ 12 เมษายน 2568 มีกิจกรรมพิเศษเป็นมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เป็นศิลปินที่มาจากเวทีการประกวดแบบเรียลลิตี้ เอเอฟ 12 และมีดีกรีเป็นถึงพระเอก หมอลำ “ระเบียบวาทะศิลป์” โฟกัส กิตติคุณ

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกอำเภอในจังหวัดอุตรดิตถ์ และต้องขอขอบคุณทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 9 อำเภอ ที่ร่วมกันสำรวจและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาในการจัดการประชุมสำรวจและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญา ในพื้นที่ 9 อำเภอ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จัดผ่านมาในช่วงวันที่ 3 – 13 มีนาคม 2568

จนได้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้ง 45 รายการ มาจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” ในครั้งนี้ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีกำหนดเปิดงานในวันที่ 11 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.00 น. จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ พี่น้องจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรม อันทรงคุณค่า

ในงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-12 เมษายน พ.ศ. 2568 นี้ เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ สนามหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เชื่อมโยงหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์และบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

นางฟ้าเกณฑ์ทหาร ยิ้มแย้มแจ่มใสทำตามหน้าที่ชายไทยร่วมคัดเลือกทหาร

วันที่ 3 เมษายน 2568 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการคัดเลือกทหารกองเกิน เพื่อเข้ากองประจำการ บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความคึกคัก

โดยช่วงสายของวัน ช่วงที่กำลังจะลงทะเบียน ได้พบกับผู้เข้าร่วมการคัดเลือกทหารในตำบลน้ำไผ่ ชื่อน้องเกรซ น้องไตเติ้ล น้องนาเดีย ได้มาทำตามหน้าที่คัดเลือกทหาร จากการพูดคุย ทั้งสามคนตั้งใจมา และมีทัศนคติที่ดีในการทำตามหน้าที่ชายไทย เบื้องต้นจากการสอบถามพี่เจ้าหน้าที่ทหาร บอกว่าน้องทั้งสามไม่น่าจะผ่านเกณฑ์ เพราะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด แต่ทั้งนี้ต้องให้แพทย์พิจารณาอีกที

เดินไปมานั่งคุยสอบถามทั่วไป ผู้เข้าร่วมคัดเลือกทหารคนงามอีกคนหนึ่ง ชื่อน้องต้นน้ำ ซึ่งตัวน้องเองได้เตรียมใบรับรองแพทย์เรื่องเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดมาเพื่อผ่อนผัน แต่ก็มีทัศนคติที่ดีในการมาทำตามหน้าที่และช่องทางตามกฎหมาย

ในภาคบ่าย เป็นการจับใบแดงใบดำ จากผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกภาคเช้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานลุ้นระทึก ของแฟน ครอบครัว เพื่อนๆ เป็นที่ถูกใจทั้งกองเชียร์กองแข่งสลับกันไป เพื่อไม่ให้ถึงคิวตัวเอง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองเลขาธิการ ปปส. ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.24

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 0930 น. ที่ห้องประชุมพระยอด กองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอกศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ให้การต้อนรับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะ ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน งบประมาณ 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยมี โดย ผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์, สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม เข้าร่วมประชุม และวันที่ 2 เมษายน 2568 คณะผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์ได้ลงพื้นที่ บ้านแสนพันท่า หมู่ที่ 4 ตำบลแสนพัน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บริเวณวัดศรีสะอาด บ้านเหล่านนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน พื้นที่ชายแดน ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม​ ซึ่งหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ต.ค 67

ถึง ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51​ อำเภอชายแดน (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) หน่วยมีผลการปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ตามแนวชายแดน/ โดยทำการซุ่มเฝ้าตรวจ 6,540 ครั้ง, ลาดตระเวนทางน้ำ 64 ครั้ง, ลาดตระเวนทางบก 5,383 ครั้ง,จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 1,530 ครั้ง

ทำการปิดล้อมตรวจค้น 47 ครั้ง /ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด จำนวน 28 คดี รวมผลการตรวจยึดจับกุมตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) มีการตรวจยึดจับกุมจำนวน 216 ครั้ง/ ผู้ต้องหา 272 รายของกลาง ยาบ้า 26,970,802 เม็ด,ไอซ์ 1,216.336 กิโลกรัม, และอื่นๆ

พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2

แชร์เนื้อหานี้

รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2 จนท.ศูนย์ป้องกันและปราบปราม 3 (ภาคเนือ) และ

ตำรวจ บก.ปทส. กก.4 นำโดยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันจับกุม นายฉลอง เหล็กทอง(ผู้ถูกจับ) พร้อมตรวจยึดพื้นที่บุกรุก แผ้วถาง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.55 และตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่4) พ.ศ. 2559

มาตรา 14 ประกอบ มาตรา 31 ฐานในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียสภาพป่า และตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา9 มาตรา108ทวิ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ บริเวณบ้านหนองภิรมย์ ม.16 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

โดยรวบรวมหลักฐานและร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.พุเตย ตาม ปจว.ข้อ 3 คดีอาญาที่ 51/68 ลว. 2 เม.ย. 68 เวลา23.00น. โดยมี นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3(ลำจังหัน)เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3 ลำจังหัน

สมมาตร แอมไร่ ภาพ-ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อ เสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อ ของห้องสมุดประชาชนอำเภอโซ่พิสัย ณ ตลาดสามแยกตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำหนังสือและสื่อการเรียนรู้ต่างๆ หมุนเวียนไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ที่อาจไม่สะดวกในการเดินทางไปยังห้องสมุดหลัก เป็นการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ให้กับชุมชนในอำเภอโซ่พิสัย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในบริเวณตลาดสามแยกตำบลศรีชมภูเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการเข้าถึงหนังสือและแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน

โดยสรุป: ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ได้จัดกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อของห้องสมุดประชาชนอำเภอโซ่พิสัย

ที่ตลาดสามแยกตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ในวันนี้ เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการธารน้ำใจห่วงใยและแบ่งปันวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ลานกิจกรรม โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ ตามพระราชดำริฯ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เจ้าคุณพระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำวรวิหาร

พร้อมด้วยคุณสมชาย บวรวงศ์ดิรก และญาติธรรมจากประเทศสิงคโปร์ ได้นำถุงยังชีพจำนวน 195 ถุง พร้อมกับเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไอศครีมชนเผ่ามละบริ(ตองเหลือง)ในโอกาสร่วมกับ ศกร.ตชด.ห้วยลู่ ศศช.ห้วยลู่ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา โดยชาวมละบริร่วมกันเขียนหนังสือลงนามถวายพระพร บริเวณโต๊ะลงนามที่ลานกิจกรรม

จากนั้นมีการจัดกิจกรรมปลูกกาแฟพระราชทาน อาราบิกา สายพันธุ์คาติมอร์ จำนวน 500 ต้น ปลูกเพิ่มไปในแปลงปลูกกาแฟพระราชทานเดิม ปี 2567 ที่ได้รับพระราชทานและปลูกไว้แปลงปลูกกาแฟเดิม 200 ต้น รวมมีกาแฟที่ได้รับพระราชทานนำมาปลูกในแปลงแล้ว ทั้งหมด 700 ต้น

โดยมีปลัดอำเภอเมืองน่าน นายธีราพร หมั่นแก้ว เป็นประธานในพิธีนำถวายพระพรชัยมงคล และเป็นประธานเปิดงานปลูกกาแฟพระราชทานเทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 70 พรรษา โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากภาคราชการ 35 คน ภาคเอกชน 55 คน และชุมชนมละบลิห้วยลู่ 72 คน ตัวแทนชุมชนมละบริห้วยหยวก 79 คน

โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ห้วยลู่ตามพระราชดำริฯ เป็นโครงการที่ดูแลฟื้นฟูป่าต้นน้ำร่วมกับชนเผ่ามลาบรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ช่วยส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชนเผ่ามลาบรีให้อยู่ร่วมกับป่า ซึ่งมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมแต่สามารถรู้เท่าทันโลกปัจจุบัน ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แต่ครั้งเมื่อปี พ.ศ.2562 ได้เกิดเหตุไฟป่าขึ้นในพื้นที่โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม่ห้วยลู่ตามพระราชดำริฯ มีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งในปัจจุบันมีการฟื้นคืนสภาพป่าต้นไม้ทดแทนให้คืนกลับมา แต่ในพื้นที่ 4 ใน 10 ไร่แห่งนี้

ชุมชนบ้านห้วยลู่ได้ขอพื้นที่ใช้ในการปลูกข้าวไร่ เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวให้กับชุมชน โดยได้ทำความตกลงกับทางโครงการฯ จะคืนพื้นที่เพื่อปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิมในอนาคต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ผาสิงห์ บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาเด็ดขาด

แชร์เนื้อหานี้


ในวันที่ 2 เมษายน 2568 องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ นำโดย นายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายกอบต.ผาสิงห์ พร้อมด้วย ประธานสภาและรองประธานสภา อบต.ผาสิงห์ , สภาอบต.ผาสิงห์

เจ้าหน้าที่งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนตำบลผาสิงห์ บรูณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาโดยเด็ดขาด ตามประกาศจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. – 30 เม.ย. 2568

ร่วมกับ ผู้นำท้องที่ตำบลผาสิงห์ กำนันตำบลผาสิงห์ ออกตรวจลาดตะเวนในพื้นที่จุดเสี่ยงเกิดไฟป่า พื้นที่รอยตะเข็บป่าชุมชน พื้นที่การเกษตร ตำบลผาสิงห์ ณ บ้านผาตูบ หมู่ที่ 7 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และประชาสัมพันธ์เชิงรุก แบบเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนในการห้ามเผา และแจ้งโทษมาตรการปรับกรณีลักลอบเผา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ตำบลผาสิงห์เป็นอย่างดี ด้วยการร่วมเฝ้าระวัง

ช่วยบอกต่อในชุมชนในการห้ามเผาทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อจังหวัดน่าน ปลอดจากหมอกควันและฝุ่นละออง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอากาศบริสุทธิ์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ยิ่งใหญ่ เชิญ ปชช.-นทท. ร่วมพิธีสรงน้ำพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดหวัดมุกดาหาร ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน

กําหนดจัดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5 – 7 เมษายน นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภุมโนรมย์ ตําบลนาสีนวน อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเก็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสํานึกในพระมหา

กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด โดยแต่ละวันจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การประกวดกลองยาวพร้อมนางรํา และในวันที่ 7 เมษายน จะมีขบวนแห่นํ้าสรง และพิธีสรงน้าพระราชทานพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร การจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชา

“โดยทั้ง 3 วัน จะมีสรงน้าพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (จ๋าลอง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นิทรรศการ สาธิต และจําหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม กว่า 50 ร้านค้า การแสดงดนตรี

การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมหรสพสมโภช จุดเช็คอินถ่ายภาพ และลุ้นรับรางวัลตลอดงาน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานงานบุญประเพณีสงกรานต์จังหวัดมุกดาหาร” นายนิกูล กล่าว

สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #สงกรานต์มุกดาหาร #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งการกุศล BSRU Run #4 “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล สายสัมพันธ์ 50 ปี”โดยท่าน อธิการบดี บ้านสมเด็จฯ และทีมศิลปิน-ดารา

แชร์เนื้อหานี้

อธิการบดี บ้านสมเด็จฯ รวมพลศิลปิน-ดารา “พ้อยท์-บิ๊ก-ทัช” เดิน-วิ่งการกุศล สุดมันส์!“BSRU Run #4 “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล สายสัมพันธ์ 50 ปี”เสร็จสิ้นไปอย่างสุดมันส์สำหรับงานเดิน-วิ่งการกุศล บ้านสมเด็จฯ ครั้งที่ 4 BSRU Run #4 “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล สายสัมพันธ์ 50 ปี”

ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร่วมกับสำนักกิจการนักศึกษา

นำทีมโดย ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา , นางสวนิต พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา , ผศ.ธีรถวัลย์ ปานกลาง ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษา นิสิตนักศึกษา

ทัพศิลปินดารา อาทิ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์, พ้อยท์ ชลวิทย์ มีทองคำ, หนูเล็ก ทิฐินันท์ แสนหล้า, ฮาร์ท สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล, แมน วทัญญู มุ่งหมาย และองค์กรภาคีเครือข่ายสนับสนุนการจัดงานเดิน-วิ่งการกุศล บ้านสมเด็จฯ

ฃ ร่วมลงแข่งขันทั้ง ประเภทเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ Fun Run ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร และประเภท Mini Marathon ระยะทาง 10.2 กิโลเมตร เริ่มจากจุดสตาร์ทที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซอยอิสรภาพ 15 – เลี้ยวขวาเข้าถนนอิสรภาพ (ขาเข้า)

สี่แยกบ้านแขกตรงไปตามถนนอิสรภาพ – ถึงทางแยกประตูไทยซิกซ์ เลี้ยวขวา เข้าถนนลาดหญ้า มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ วนรอบซ้าย เข้าถนนประชาธิปก จุดสิ้นสุด มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

นักวิ่งมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เดินบ้างวิ่งบ้าง เพื่อสุขภาพเป็นสำคัญ โดยผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกของทั้งสองประเภทได้แก่ ร.อ.ปริญ ตอนศรี และ คุณมัทนา มะโนจิตร รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครองสมความตั้งใจ ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เผยว่า “งานเดิน-วิ่งการกุศล บ้านสมเด็จฯ ครั้งที่ 4 BSRU Run #4 “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล สายสัมพันธ์ 50 ปี

ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมาก มีนักวิ่งมาสมัครร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกเหนือจากการแข่งขันแล้ว เรายังได้เห็นมิตรภาพของผู้เข้าแข่งขันตลอดเส้นทาง สำหรับทางมหาวิทยาลัยฯ

การมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับนักศึกษาและชุมชนเป็นกิจกรรมที่เรายึดปฏิบัติมาตลอดทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลการกุศลฯ หรืองานเดินวิ่งการกุศล ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกคน ”
ทางด้าน บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ นักแสดงหนุ่มคนดัง

ตัวแทนทีมศิลปินดารา เผยว่า “วันนี้สนุกมากครับ นี่ผมลงสมัครแข่งขันจริงๆเลยนะ วิ่งจนจบเส้นทาง เพราะปกติเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว เมื่อได้รับเชิญจากทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ยินดีมาร่วมงาน ฟิตซ้อมก่อนลงแข่งอยู่ตลอด วันนี้ก็เลยวิ่งแบบชิลๆ เข้าเส้นชัยได้รับเหรียญเป็นที่เรียบร้อย ต้องขอบคุณทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่เชิญมาร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้นะครับ หวังว่ากิจกรรมครั้งหน้าก็คงจะได้เจอกันอีกอย่างแน่นอน”.

ติดตามข่าวสารอัพเดตได้ที่ Facebook : BSRU News
ประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ BSRU : เนตรดาว จตุพงษา (เต้ย PR)
Tel : 062 395 5642 Line ID: Toey_pr Email : toeypr6556@gmail.com

สือรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎร จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 3 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรจังหวัดบึงกาฬ ณ โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีดำเนินการโครงการสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร

พร้อมกับรับทราบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาให้ราษฎรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับราษฎรในพื้นที่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิและองค์กร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีกำกับดูแล ในการให้ความช่วยเหลือราษฎรในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจความเป็นอยู่ที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าสืบไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 502 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบอุปกรณ์สำหรับการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแก่โรงเรียนในพื้นที่ มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มอบชุดหนังสือเผยแพร่ความรู้สำหรับเยาวชนแก่โรงเรียนและห้องสมุด มูลนิธิพระดาบสออกหน่วยให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้บริการประชาชน เช่น การตัดผม การฝังเข็มเพื่อสุขภาพ การจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับด้านการดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตร การมอบเก้าอี้รถเข็นสำหรับผู้ป่วย

นอกจากนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมจัดหน่วยแพทย์และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน มาให้บริการตรวจสุขภาพและรักษา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกหน่วยเผยแพร่ความรู้และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความรู้และให้บริการปรึกษาด้านกฎหมาย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนทุนการศึกษาพระราชทานต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ให้แก่นักเรียนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี มีความตั้งใจในการศึกษา และครอบครัวมีฐานะยากจน จำนวน 2 คน ได้แก่ เด็กหญิงศิริวภา รัตนโสภา และ เด็กหญิงธนัญชนก ทองธุลี และมูลนิธิกาญจนบารมี จัดหน่วยให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ ( Mammogram ) ในสตรีกลุ่มเสี่ยง ราษฎรต่างปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายนิวัติ.บุญมาวงศ์ผอ.การส่วนป้องกันไฟป่าลำปาง ใช้มาตรการการป้องกันปัญหาไฟป่าพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปาง.

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปางได้จัดตั้งศูนย์สั่งการและติดตามปัญหาไฟป่าและหมอกควันมีจำนวนทั้งหมด 8.ศูนย์ได้แก่อุทยานอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทยอุทยานแห่งชาติดอยจงอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาทพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมืองพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต

ทางภาคเหนือส่วนมากพื้นที่จะเป็นพื้นที่ดอยจะเกิดไฟป่าช่วงหน้าแล้งแทบจะทุกที่สำหรับพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปางก็ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในด้านป้องกันไฟป่าสุดอบรมความสามารถแต่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครผู้นำชุมชนและเยาวชนในพื้นที่.

ทางจังหวัดลำปางได้ออกประกาศเรื่องห้ามเผาป่าและพื้นที่โล่งยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2568.ศูนย์ติดตามระดับจังหวัดขึ้นณสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปางและ

ศูนย์รับแจ้งเหตุณสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ระดับอำเภอและระดับตำบล.และได้ตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าจำนวน 381 จุดให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในสำนักบริหารพื้นที่ที่ 13 สาขาลำปางออกสำรวจ

พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและยากต่อการเข้าถึงเพื่อทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อเป็นการสนับสนุนกิจการในการควบคุมระดับไฟป่า

และป้องกันพื้นที่ถูกไฟไหม้มิให้มีการเข้าไปบุกรุกครอบครองทำประโยชน์และเฝ้าระวังการเกิดไฟไหม้ซ้ำซาก. สำหรับการเกิดจุด hotspot ก็ลดลงกว่าปีที่แล้วพอสมควรก็ฝากถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแลเพราะการเกิดไฟป่าก่อปัญหาอีกมากมายมาสู่ชุมชนที่เราอาศัยอยู่ทั้งโลกภัยต่างๆที่จะตามมา.

สมจิตร แสงบัลลังก์ บกข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อดีตนายกเล็กบางละมุง นำทีมกลุ่มพัฒนาบางละมุง ลุยสู้ศึกเลือกตั้ง กวาดที่นั่งครบ 2 เขต

แชร์เนื้อหานี้

​วันที่ 4 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีจเรวัฒน์ ชินวัฒน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง เบอร์ 2 กลุ่มพัฒนาบางละมุง นำทีมบริหาร ประกอบไปด้วย นางสาวณัฐธินีย์ เชิดฉาย , นางสาวทิพย์วิมล หอมขจร , นายบุญเลิศ แก้วจินดา , นายสุทพยินดีและ ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบางละมุงทั้ง 2 เขต ประกอบไปด้วย เบอร์ 7- 12 เขต 1 เบอร์ 7 นายมงคล อุปถัมภ์ , เบอร์ 8 นายวัชรินทร์ เชื้อวงศ์ , เบอร์ 9 นายทวี ดอกนางแย้ม , เบอร์ 10 นางกิมชวย เชื้อวงศ์ , เบอร์ 11 นางวรีภรณ์นันท์ เจริญสุข , และเบอร์ 12 นายทองแดง โสดานา ส่วนเขต 2 ประกอบไปด้วย เบอร์ 7 นายเดโชชัย จรูญฉาย , เบอร์ 8 นายสมควร ทองคำ , เบอร์ 9 นางอาภรณ์รัตน์ ไวลิขิต , เบอร์ 10 นายชูกิจ จรูญฉาย , นายจตุรภัทร ยินดี , และ นายสุกฤษ ตระกูลไพศาล เปิดตัวพร้อมทำการเปิดนโยบาย 9 ด้านที่พร้อมจะเข้ามาดูแลประชาชน

ประกอบไปด้วย 1.ส่งเสริมการพัฒนาคุรภาพชีวิตของประชาชน 2. ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 3.ส่งวเสริมกิจกรรมการกีฬา 4.ส่งเสริมการดูแลด้านความปลอดภัย 5.ส่งเสริมการให้บริการรถพยาบาลฉุกเฉิน 6. ส่งเสริมการพัฒนาเปลี่ยนเมือง เปลี่ยนวิถี 7.ส่งสเริมศูนย์ช่วยเหลือประชาชน 8.ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ และ 9.แก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ว่าที่ร้อยตรีจเรวัฒน์ ชินวัฒน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง เบอร์ 2 กลุ่มพัฒนาบางละมุง กล่าวว่า สำหรับการทำงานที่ผ่านมา 4 ปี พบว่าทางทีมได้เข้ามาดูแลประชาชนไปได้หลายด้าน เน้นการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก ส่งเสริมเศรษฐกิจ ผ่านหลายโครงการ อาทิ การดูแลสุขภาพประชาชน ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านโครงการที่ทางเทศบาลดำเนินการ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ที่พบว่าสามารถช่วยเหลือประชาชนที่มีภาวะพิการ เจ็บป่วย ให้ได้รับการดูแลในเรื่องของการรักษาพยาบาล ปีละ 9,000 บาท ต่อราย ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนก็เป็นศูนย์ที่จัดตั้งมานานแล้ว แต่ไม่ได้มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ทางทีมเลยเข้ามาดูแลและมองหาแนวทางในการทำที่เป็นไปได้ ไม่ผิดต่อหลักเกณฑ์ของภาครัฐ จึงทำให้เกิดโครงการดีๆแบบนี้ และสามารถส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้พิการ ผู้ป่วยที่ยากจนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตก็อยู่ในผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลในกลุ่มนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ในเรื่องของเศรษฐกิจก็พบว่าที่ผ่านมามีการดำเนินโครงการที่ปกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการ อาทิ โครงการปีใหม่วิถีไทย และ งานพระเจ้าตาก ที่พบว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มีการเรียกร้องให้ขยายเวลาในการจัดงานเพิ่มมากขึ้นจากเดิม เนื่องจากว่าพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ชื่นชอบ มีประชาชนมาเที่ยวงานมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจสะพัดตลอดการจัดงานหลายล้านบาท ส่วนผู้พิการและผู้ดูแลคนพิการ ทางผู้บริหารก็ได้ทำการนำรายชื่อให้ทางหน่วยงานที่รับผิดขอบดูแล ช่วยเหลือ ในการส่งเสริมอาชีพ และ ส่งเสริมรายได้ ด้านผู้ป่วยติดเตียงที่พบว่ามีค่าใช้จ่ายเรื่องของการซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ในแต่ละเดือนค่อนข้างมาก ทางเทศบาลก็ได้จัดโครงการมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวก็เป้ฯอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีผู้ชื่นชอบมาก เพราะลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้มาก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลงานเพียงบางส่วนที่ทางทีมพัฒนาบางละมุวได้ทำไว้ในช่วงสมัยปีบริหาร 4 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ นโยบายแรกที่จะทำในช่วงปีแรก คือการดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ด้วยการส่งเสริมบริการรถพยาบาลฉุกเฉินให้มีครอบคลุม 24 ชั่วโมง และ เพื่อเติมรถเข้ามาทำงานอีก 1 คัน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว และพบว่าเสียงตอบรับจากประชาชนดีมาก เพราะสามารถช่วยเหลือประชาชนทั้งเรื่องรับ – ส่งคนป่วย ดูแลคนเจ็บ โดยไม่ต้องเสียค่าบริการแต่อย่างใด เนื่องจากบางครอบครัวจะต้องพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาล แต่ไม่มีรถ หากต้องจ้างรถไปก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้นการมีบริการรถพยาบาลฉุกเฉินแบบนี้ ตอบโจทย์ประชาชนได้มาก นอกจากนี้รถพยาบาลฉุกเฉินยังมีเจ้าหน้าที่ๆมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ผ่านการอบรมทางศูนย์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ครบรอบ๑๐๖ ปีพระคันธารราฐ โคราชเตรียมจัดยิ่งใหญ่พิธี ”แห่พระคันธารราฐลอดประตูเมือง“วันเทศกาลสงกรานต์

แชร์เนื้อหานี้

“พระคันธารราฐ” เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของ “วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร” สร้าง เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๔๖๔ ปัจจุบันปี ๒๕๖๘ มีอายุ ๑๐๔ ปี
“พระคันธารราฐ” สร้างโดย “พระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)” เจ้าเมืองนครราชสีมา คนที่ ๑๑ มีขนาด หน้าตัก ๓๙’นิ้ว สูงประมาณ ๑ เมตร ๓๐ เซ็นติเมตร ครั้งเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ “เจ้าเมืองนครราชสีมา”

ได้ริเริ่มประกอบพิธีอัญเชิญ “พระคันธารราฐ แห่ลอดประตูชุมพล” เนื่องในวันสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวโคราชเรื่อยมา
จวบจนถึงปี ๒๕๒๒ พิธีกรรมดังกล่าวได้หยุดไป กระทั่งเมื่อปี ๒๕๖๐ วัดพระนารายณ์ ได้ ปฏิสังขรณ์ปิดทอง “พระทศพลญาณประทานบารมี หรือหลวงพ่อใหญ่” และขุดค้นพบพระพราณหลายองค์ใต้ฐานพระประธาน ทางวัดจึงมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นพิธีอัญเชิญ “พระคันธารราฐ ชุมพล”

ขึ้นมาอีกครั้งในวันสงกรานต์ ซึ่งการแห่พระลอดประตูชุมพล เป็นเอกลักษณ์ของ
สำหรับ “พระคันธารราฐ” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวายกเสมอพระอุระ รัก พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา เป็นกิริยารับน้ำ ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลมะเนตรเหลือบต่ำ โดยลงยาสีเหมือนจริง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์บางเรียว พระกรรณยาว เกือบจด สา ขมวดพระเกศา ทำเป็นรูปก้นหอยเรียง

ตลอดถึงพระเมาลื พระรัศมีทำเป็นรูปดอกบัวตูม ครอเฉียง เปิดพระอังสาขวา มีริ้วผ้าที่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป รองรับด้วยฐานบัวคว่ำบัวหงาย ทั้งนี้ ประชาชน
าวโคราชนิยมกราบไหว้ “พระคันธารราฐ” เพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งเรียกชื่ออีกอย่างว่ฝน”

โดยพิธีประเพณีโบราณ “แห่พระคันธารราฐลอดประตูเมือง” จะมีในวันที่ ๑๒ เมษายน ๖๗ จะเริ่ม๑๕.๐๐ น.ที่วัดพระนารายณ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา “พระดันธารราฐ” ซึ่งเป็นพระพุทธ วัดพระนารายณโดยผู้ว่าฯโคราช จะเป็นผู้อัญเชิญ “พระคันธารราฐ” ประดิษฐานสู่ราชรถ พร้อมพิธีการรำ บวงสรวง

จากนั้นเคลื่อนขบวนแห่เข้าสู่ถนนจอมพล มุ่งหน้าไปลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสรงน้ำพระคันธารราฐ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และวันที่ ๑๓ เมษายน ๖๔ จะมีพิธีแห่พระคันธารราฐ ลอดอุ้มประตูชุมพล” พร้อมแห่ผ้าเงินด้ายทองกลับสู่วัดพระนารายณ์มหาราช

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองศรีสะเกษ นำเกษตรกร ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผล ทุเรียนภูเขาไฟ เพื่อประสิทธิภาพผลผลิต ให้ได้ทุเรียน GI ที่มีคุณภาพ เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่สวนพี่พัชรินทร์ ซึ่งเป็นสวนทุเรียนในบ้านพิงพวยตะวันออก ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผลทุเรียนภูเขาไฟ” ประจำปี 2568 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต โดยมี
นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ เข้าร่วมกิจกรรม

***นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผลทุเรียนภูเขาไฟ” ปี 2568 จัดขึ้นเพื่อเป็นกิจกรรมรณรงค์ให้เกษตรกร ดูแลจัดการทุเรียนให้มีคุณภาพ โดยการตัดลูกส่วนเกิน แต่เหลือลูกไว้อย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ แม้มีผลทุเรียนเยอะแยะเต็มต้น แต่เกษตรกรตัดใจได้ เพื่อรักษาผลทุเรียนให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด เป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบและมั่นใจ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ได้รับการดูแล เอาใจใส่ ตั้งแต่เริ่มต้นเกษตรกรต้องพิถีพิถัน เฝ้าดูทะนุถนอมเหมือนลูก ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา มีใจรักในทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

***ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลังที่สำคัญของจังหวัด เป็นหนึ่งในประเด็นการขับเคลื่อนวาระจังหวัด “เกษตรบูรณาการ” อีกทั้งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยจังหวัดศรีสะเกษถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษทั้งหมด 20,463 ไร่ คาดการณ์ว่าในปี 2568

จะมีพื้นที่ให้ผลผลิต 13,568 ไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2,392 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 21.40 % เพาะปลูกใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ดินภูเขาไฟที่มีลักษณะเหนียว อนุภาคดินละเอียดสลับกับหินหยาบสีแดง ระบายน้ำดี มีธาตุอาหารชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อพืชในปริมาณสูง ส่งผลให้ทุเรียนมีรสชาติดี เนื้อทุเรียนแห้ง เส้นใยละเอียด ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

***ดังนั้นในห้วงเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ทำการตัดแต่งทุเรียนภูเขาไฟผลเล็ก ลดจำนวนลูกทุเรียนภูเขาไฟเพื่อลดการสูญเสียน้ำ หากไม่ตัดแต่งอาจเกิดปัญหาน้ำเลี้ยงไม่พอ ลูกจะเล็กลง แม้เกษตรกรเสียดายผลทุเรียน แต่ต้องตัดใจ ถ้าอยากได้ทุเรียนลูกสวย ไม่เน้นปริมาณ เน้นที่คุณภาพสู่ผู้รอบริโภค ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เกรดพรีเมียม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจได้แวะมาชิมลิ้มลองทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากอัตลักษณ์รสชาติที่โดดเด่น “เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน” จนเป็นที่ยอมรับ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปค.นิคมคำสร้อย จับพระใส่สบงแล้วทรงเมาอาละวาด แถมซุกปืนเถื่อน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย ได้รับแจ้งเหตุมีพระสงฆ์พกปืนเมาอาละวาดอยู่บ้านหนองกระโซ่ ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้สั่งการให้นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. กองร้อย อส.อ.นิคมคำสร้อยที่ 7 บูรณาการร่วมกับตำรวจ สภ. นิคมคำสร้อย รุดไปยังที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง วัดหนองกระโซ่พบพระทองพูล ดีดวงพันธ์ อายุ 55 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ตำบลนาอุดม

มีลักษณะอาการมึนเมา เอะอะโวยวาย พูดจาไม่รู้เรื่อง อยู่ภายในบริเวณวัด เมื่อนำตัวไปตรวจค้นที่กุฏิพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวน 10 นัด จึงได้นำตัวเข้าพบพระครูวชิรธรรมพินิจ อรุโน เจ้าคณะอำเภอนิคมคำสร้อยเพื่อทำการสึก และนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปกครองนิคมคำสร้อยจับพระเมาอาละวาด #อำเภอนิคมคำสร้อย #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหา​ร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสาร (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1

แชร์เนื้อหานี้

งานการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1 โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ
สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ณ โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพ วันที่ 1 เมษายน 2568

โดยมี ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ / คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ / คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Soft Power

ด้านการท่อง เที่ยว /คุณปิยะ โยมา รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก / คุณชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย

โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย เพื่อเพิ่มเติมสมรรถนะในการปฏิบัติงานในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่รถทัวร์โดยสาร ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ส่งผลให้ผู้สำเร็จการอบรมสามารถสะสมจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินต่างๆ บนรถโดยสารและการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นในสถานการณ์สมมติ การฝึกอบรมภายใต้โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่สอบซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จากอีเมอเจนซี เมดิคอลเซอร์วิส เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ และสถาบันฝึกอบรม เทรนนิ่ง อิน ไทย

ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 ได้แก่ พนักงานขับรถทัวร์โดยสาร ผู้บริหารสถานประกอบการสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย จำนวน 233 คน จาก 30 สถานประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง ชั้นนำของประเทศ ซึ่งในทั้ง 2 รรมแล้วกว่า 700 คน

ความสำเร็จของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานขับรถโดยสาร แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ประกอบการรถขนส่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งการยกระดับคุณภาพการให้บริการรถโดยสารที่มีความปลอดภัย นับเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

ส่งเสริมความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เป็นการสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวหน้าและยั่งยืน (Safety and Sustainability) นอกจากนี้ ในการใช้บริการรถทัวร์โดยสารของนักเรียน นักศึกษา ในการเดินทางไปทัศนศึกษา กิจกรรมภาคสนาม และการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งพนักงานขับรถทัวร์โดยสารที่ได้รับการอบรมและผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดนั้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนว่า การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SISMA !! บิน ขึ้นโชว์สเตจไกลถึงเวียดนามในงาน Thai Festival in Hanoi2025

แชร์เนื้อหานี้

4 สาว SISMA เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ จากค่าย Monwichit Music ภายใต้การดูแลของ คุณเกรียงไกร มณวิจิตร อย่าง วาเลน-พรสวรรค์ ญาณวโร , เมซี-นภัสวรรณ วรรธนะอนันต์ , ซินเธีย-พนัชกร ภิรมย์ และ มิมิว-มินทร์ลิตา วรรณธนิตศิลป์ ออร่าเข้าตาทีมผู้จัดกับพลังเสียงของ 4สาวที่น่าหลงใหล ถูกเทียบเชิญให้ไปขึ้นโชว์บนสเตจไกลถึง ฮานอย ประเทศเวียดนาม

ในงาน THAI FESTIVAL IN HANOI 2025 ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าป้อมปราการเก่า (Imperial Citadel of Thang Long) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2025 ที่ผ่านมา

โดยนำเพลง Dreamer เพลงพรีเดบิวต์ของวงที่ยังไม่เคยเผยเเพร่ที่ไหนมาก่อน และเพลงอื่นๆ อาทิ Low=Key , Feeling Good , รักฉันดิ ซึ่งเป็นผลงานเพลงในอัลบั้มแรก รวมถึง ผลงานเพลง เงามืด ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ของแขก ประเดิมโชว์จัดเต็มให้ผู้ชมในงานได้ฟังกัน

ในงาน THAI FESTIVAL IN HANOI 2025 จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เเละ SISMA ยังได้รับการสนับสนุนในการเดินทางโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) CEA เพื่อแนะนำศิลปินไทยให้ชาวเวียดนามได้รู้จัก รวมไปถึงการสร้าง T-pop ซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของไทยให้อยู่ในความสนใจบนเวทีโลก

SISMA เผยว่า “พวกเรา SISMA ดีใจมาก ตื่นเต้นมากๆ ที่ได้มีโอกาสออนทัวร์ในต่างประเทศ นี่ถือว่าเป็นประเทศที่ 2เเล้ว ที่พวกเราได้มีโอกาสขึ้นเเสดงก่อนพวกเราจะเดบิวต์ซะอีก รู้สึกตื่นเต้น ไปเเต่ละประเทศก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆแต่ละประเทศอย่างดีค่ะ แฟนๆมีบอกว่า

โดนตก เพราะชื่นชอบในเสียงของพวกเรา SISMA ค่ะ สำหรับผลงานเพลงของพวกเรา มีเเพลนกำลังจะปล่อยเพลงเเรก Dreamer เพลงพรีเดบิวต์ในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ให้เเฟนๆได้ฟังเเละติดตามกันในปีนี้เเน่นอน ฝากรอติดตามผลงานของวง SISMA เร็ว ๆ นี้ด้วยนะคะ“

ติดตาม SISMAIG https://www.instagram.com/official_sisma/TikTok https://www.tiktok.com/@official.sisma?lang=enTwitter https://x.com/OFFICIAL_SISMAFB https://www.facebook.com/official.sisma/


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร. ภ.3 เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกการจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3 พลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 /ประธานการประชุม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วิวัฒน์ สีลาเขตต์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมหน่วยงาน ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑, ๒ และ ๓, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๕ นครราชสีมา, สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3, สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา,ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา, สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จว.นครราชสีมา และมูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ จว.นครราชสีมา

ได้เข้าร่วมประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.256๘ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ด้านจราจรและความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) และตำรวจภูธรจังหวัดที่มีพื้นที่เส้นทางติดต่อกับตำรวจภูธรภาค 3 ประกอบด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี, สระบุรี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว และขอนแก่น เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปมาตรการปฏิบัติแบบบูรณาการในการอำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.๒๕๖๘ โดยหน่วยงานภาคี ทุกหน่วยได้รายงานต่อที่ประชุมแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ ที่เตรียมไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพตำรวจภูธรภาค 3

ได้เตรียมการบริหารจัดการ โดยช่วงการควบคุมเข้มข้น ๗ วัน ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 256๘ จะเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด และกำหนดเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.256๘ ของตำรวจภูธรภาค 3 ระหว่างวันที่ 10 – 18 เมษายน 256๘ เพื่อกำกับ ดูแล และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยในสังกัด ในการอำนวยความสะดวกการจราจร ดูแลความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 256๘ นี้ ตามนโยบายรัฐบาล “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”

ในทุกพื้นที่ โดยวางแผนตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 278 จุด เตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 301 ชุด มีเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 858 เครื่อง และเครื่องตรวจจับความเร็ว จำนวน 101 เครื่อง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติ ทั้งสิ้น 4,614 นาย นอกจากนี้ได้ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง ในการปรับรูปแบบจากจุดบริการประชาชนมาเป็นการตั้งด่าน ชุมชนแทน โดยบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่

กำหนดแผนการตั้งด่านชุมชนจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 3,971 แห่ง เพื่อป้องปรามคนที่ดื่มสุราไม่ให้ขับขี่รถออกจากหมู่บ้าน ชุมชน ไปเกิดอุบัติเหตุหากเกิดอุบัติเหตุทางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถที่เกิดเหตุทุกรายและหากพบว่ามีการดื่มสุราแล้วขับรถ จะดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น ในมาตรการเชิงรุก ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ ออกตรวจและขอความร่วมมือร้านจำหน่ายสุราในชุมชน หมู่บ้าน ทุกแห่ง ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เช่น ห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอาการมึนเมา จนครองสติไม่ได้ เป็นต้น
คาดการณ์จากกรมทางหลวง

จะเปิดให้บริการใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงหินกอง – ปากช่อง – นครราชสีมา ทั้งขาไปและขากลับ ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะทาง 163 กิโลเมตร โดยกำหนดจุดเข้า – ออก มอเตอร์เวย์ M6 ดังนี้
จุดที่ 1 ด่านหินกอง ทล.33 กม.33+100
จุดที่ 2 ด่านสระบุรี ทล.1 กม.38+700
จุดที่ 3 ด่านแก่งคอย ทล.3222 กม.110+500
จุดที่ 4 ด่านปากช่อง ทล.2090 กม.110+500
จุดที่ 5 ด่านสีคิ้ว ทล.201 กม.154+960
จุดที่ 6 ด่านขามทะเลสอ ทล.290 กม.185+125
จุดที่ 7 ทล.204 กม196+000 (ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา)

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ข้าราชการพลเรือน จ.ประจวบฯ เข้าพิธีรับมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติ จากนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2568 ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ กทม. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบเกียรติบัตร และเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี 2567 จำนวน 624 ท่าน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการจัดงานวันข้าราชการพลเรือน มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการครองตน ครองคน และครองงาน

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบสารแก่ข้าราชการพลเรือน โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งดังนี้ “เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน วันที่ 1 เมษายน 2568 ดิฉันขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังข้าราชการพลเรือนทุกท่าน และขอแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2567 ทุกคน ข้าราชการมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล โดยนำนโยบายไปสู่การๅปฏิบัติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”

“ข้าราชการที่ดีจึงต้องเป็นผู้ที่มีความสง่างาม เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ ความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความชื่อสัตย์สุจริต โดยยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรมอันเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นข้าราชการที่ดี เกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่นที่ท่านได้รับเป็นผลจากความวิริยอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อันเป็นคุณประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ดิฉันขอให้ข้าราชการพลเรือนดีเด่นทุกคนรักษาคุณงามความดีและเกียรติภูมิอันสง่างามยิ่งที่ท่านได้รับในวันนี้ พร้อมทั้งดำรงตนเป็นแบบอย่างแห่งความดีให้ข้าราชการรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตามสืบไป”

สำหรับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีข้าราชการพลเรือนที่ได้เข้ารับ มอบเกียรติบัตร และเข็มเชิดชูเกียรติ จากนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ได้แก่ พันตำรวจเอกวีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเชิดชาย ชยวัฑโฒ ผอ.โรงพยาบาลบางสะพาน และนางสาวเบญจพร มีจิตร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนปากน้ำปราณวิทยา อำเภอปราณบุรี

////////////

ณัฐธภพ พันสาย / ผู้สื่อข่าวพิเศษจ.ประจวบคีรีขันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบรรพชาสามเณร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 1 เมษายน 2568 ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีการจัดพิธีบรรพชาสามเณร ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย ประจำปี 2568

เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

โดยมีพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ครอบครัวผู้บรรพชาและพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธี
จังหวัดน่าน

โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย ประจำปี 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

โดยจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ศึกษา ฝึกฝน และอบรมหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดค่านิยมเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย มีจิตสาธารณะ และมีความกตัญญู ซึ่งจะส่งผลให้เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมบรรพชาในครั้งนี้ จำนวน 43 คน

วันที่ 1 เมษายน 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา โดยการนำของ นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา พร้อมด้วย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จัดเวทีวิเคราะห์ศักยภาพ 5 ด้าน ได้แก่

การลดต้นทุนการการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้า การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ ให้กับสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ผักตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ตามโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อเก็บข้อมูล

รวบรวมประมวลผล และวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่ม พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์เร่งรัดการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ข้าวนาปรัง, ไม้ผล, ไม้ยืนต้น และเน้นย้ำการถือปฏิบัติตามประกาศจังหวัดน่าน เรื่อง ห้ามเผาเด็ดขาดทุกพื้นที่

ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม –30 เมษายน 2568 และตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ภาคการเกษตร

โดยห้ามเผาในพื้นที่การเกษตรทุกกรณีตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม –31 พฤษภาคม 2568 และแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภัยพิบัติด้านพืช โดยมีสมาชิกแปลงใหญ่เข้าร่วมจำนวน 15 ราย ณ บ้านสถาน หมู่ที่ 1 ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ”เปิดงานเทศกาลไก่ย่างโลกและของดีห้วยทับทัน” ตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของจังหวัดศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 68 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ อนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลไก่ย่างโลก และของดีห้วยทับทัน

ซึ่งอำเภอห้วนทับทัน ร่วมกับ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่างจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. 68 ถึง วันที่ 4 เมษายน 68 การจัดงานไก่ย่างโลกขึ้นตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของดีจังหวัด ศรีสะเกษ

ในครั้งนี้ ภายในงาน มีการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สินค้า พืชผล ทางการเกษตร ของคนในชุมชนอำเภอห้วยทับทัน โดยในพิธีเปิด นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ใช่มีดสับไก่ พร้อมพาหัวหน้าส่วนราชการ และเขยฝรั่ง ชิมไก่ย่างไม้มะดัง อย่างเอร็ดอร่อย

นายนายตระการ ชาลี นายอำเภอห้วยทับทัน ได้จัดงานไก่ย่างโลกขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล Soft Power ในการขับเคลื่อนศรษฐกิจไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นั่นก็คือ FOOD อาหาร (ไก่ย่างไม้มะดัน) และ FESTIVAL คือ การจัดงานประเพณีในพื้นที่

และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การพาณิชย์ สนับสนุนผลผลิตทางการเกษตร กร เศรษฐกิจ ในชุมชนเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และสร้างความสมัครสามัคคีให้กับประชนชาวอำเภอห้วยทับทัน ตลอดจนขับเคลื่อนตามแนวทางการจังหวัด 1 + 10 วาระจังหวัด ซึ่งในการจัดกิจกรรม “งานเทศกาลไก่ย่างโลกและของดีห้วยทับทัน” ประจำปี 2568 ตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของจังหวัดศรีสะเกษ ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก จังหวัดศรีสะเกษ

ภาพ /ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ศิษย์เก่าฯ รร.หัวหินวิทยาคม จัดกอล์ฟการกุศลรายได้ปรับปรุงลานกีฬาโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.68 ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี นายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 1 มี ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานกรรมการคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนหัวหินวิทยาคม นายวชิระ ศิริเทียนทอง ประธานกรรมการบริษัท ติยะ มาสเตอร์ ซิทเต็ม จำกัด นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน นายรัสมิ์ชัย ศรีชาติ รองผู้อำนวยการ ร.ร.หัวหินวิทยาคม นายสุรสิทธิ์ ปัญญาพานิช อุปนายกสมาคมฯ น.ส.ณิชารี ทรัพย์มา เลขานุการสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม

นายอติชาติ ชัยศรี กล่าวว่า วันนี้สมาคมฯ เราได้มาร่วมประชุมกันเพื่อเตรียมจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลให้แก่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ในวันที่ 3  พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดหาทุนให้กับสมาคมฯ นำไปบูรณะลานกีฬาของโรงเรียน ให้นักเรียนได้มีลานกีฬาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ถูกสุขอนามัย พร้อมรองรับการทำกิจกรรมทางการกีฬาของนักเรียนที่จะนำมาใช้ทำกิจกรรม การออกกำลังกาย การเรียนการสอน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนความคืบหน้าของการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ท่านก็จะอนุมัติและแต่งตั้งสมาคมฯ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

นายอำนาจ ป่านแก้ว กล่าวว่า สนามกอล์ฟหลวงหัวหินในนามของ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด มีความยินดีที่จะสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อจัดการแข่งกอล์ฟ สร้างรายได้เพื่อนำรายได้ไปสู่ชุมชน ทางสนามกอล์ฟหลวงหัวหินมีความยินดีมากๆ ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนในครั้งนี้ และคาดหวังว่าสนามกอล์ฟหลวงหัวหินจะได้ จัดกิจกรรมแบบนี้ให้กับชุมชนอีกในครั้งต่อไป
ด้านนายวชิระ ศิริเทียนทอง กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมสมาคมฯ เป็นโครงการที่ดีเพื่อสังคมและเยาวชน โดยเฉพาะการก่อตั้งสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครอง โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ผมก็อยู่หัวหินมา 10 กว่าปี อดไม่ได้ที่ต้องสนับสนุนในสิ่งดีๆ เหล่านี้ ท่านนายกอติชาติเองก็มีวัตถุประสงค์ที่ทำเพื่อสังคมไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตนแต่การใด หลังจากที่ฟังการประชุมแล้วก็มีความรู้ศรัทธาว่า ถ้าโครงการสมาคมฯ เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของสังคม ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ

ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมประชุมกับทางสมาคมฯ ดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจดีให้ทุนเริ่มต้น 100,000 บาท  มีการจัดกิจกรรมกอล์ฟโดย คุณอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ท่านได้ดำเนินการไปแล้ว 30 ก๊วนๆ ละ 6 ท่าน คิดว่าคงจะสำเร็จด้วยดี ก็คงมีรายได้เข้ามาช่วยทนุบำรุงปรับลานสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน ผมในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ก็รู้สึกขอบคุณทุกๆ คนที่มาร่วมแรงร่วมใจ ก็ขอให้ท่านเจริญก้าวหน้าในการที่มาทำงานในการกุศลครั้งนี้ครับ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจวบฯ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เพื่อการพัฒนาการเด็กศูนย์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง งบประมาณปี. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 09.10 น.นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ประธานในพิธีจุดเทียน บูชาพระรัตนตรัย
และชมการแสดงของระดับชั้นเตรียมอนุบาล 1

นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์ ผู้อำนวยการกองการศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหันกล่าวรายงาน

โดยมีส่วนราชการใน อบต โนนหัน ผู้ปกครอง ร่วมงาน เช่น นายสำเร็จ ใจซื่อ รองนายก อบต โนนหัน, นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายก อบต.โนนหัน, นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายก อบต.โนนหัน นายเรวัต หลาวมา ปลัด อบต โนนหัน

นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.หมู่ 8 อบต โนนหัน ต่อมานายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและศูนย์พัฒนาเด็กสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล

พระครูอัมพวัน ภัทรคุณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน จต นาหนองทุ่ม เขต 2 กล่าวถึงการอุปถัมภ์เด็ก เพื่อต่อยอดในการพัฒนาจิตใจและ

พิธีมอบวุฒิบัตรบัณฑิตน้อยประจำปี 2567 หลังเสร็จพิธี นางสาวดรุณี แนวประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง กล่าวขอบคุณผู้ปกครอง แขกผู้มีเกียรติ

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธร ภ.3 แถลงข่าวปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 2,000,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ บก.สส.ภ.3 ต. จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 แถลงข่าวปฎิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ตามนโยบายรัฐบาลจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1 ราย 3 คน พร้อมยาบ้า 2,000,000 เม็ด พร้อมด้วย ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ โดยให้ร่วมกันบูรณาการด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข่าวสารรวมถึงการร่วมมือกันในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ รอง ผบก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.นิเวชร์ งามลาภ ผกก.ฯ
พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัย พ.ต.อ.อิทธิพัทน์ ศรีมั่น ผกก.สภ.พระทองคำ สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 นำโดย พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3, พ.ต.ท.ยุทธพล บุษบา รอง ผกก.สืบสวน 2, พ.ต.ท.ณัฐพร เขียวเกษม สว.กก.สืบสวน 2,ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง เพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ, เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นำโดย พ.ต.ท.สาทิต คอกขุนทด รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.ท.ภทรธร ชญานันท์ รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย นำโดย พ.ต.ท.สุชาติ ซ้อนพุดซา รอง ผกก.สส.สภ.โชคชัย และได้ร่วมบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 นำโดย พ.อ.เยี่ยม ฤทธิ์น้ำคำ ร่วมสืบสวนจับกุมตัว

1.นายอัมพล หรือต้น ชิตรัตน์ อายุ 35 เลขประจำตัวประชาชน 1869900112718 ที่อยู่ 47/1 ม.7 ต.หาดทรายรี อ.เมืองชุมพร จว.ชุมพร
2.นายทนงศักดิ์ หรือต้า หรือเปี๊ยก มูลถวิล อายุ 34 ปี เลขประจำตัวประชาชน 3440900714451 ที่อยู่ 95 ม.12 ต.โพธิ์ชัย อ.วาปีปทุม จว.มหาสารคาม
3.พ.ต.ต.ชัยยะ มะลานาจ อายุ 49 ปี เลขประจำตัวประชาชน 3450800342926 ที่อยู่ 60/61 ม.4 ต.โป่ง อ.บางละมุง จว.ชลบุรี (ข้าราชการตำรวจ ตำแหน่ง สวป.(ชส.)สภ.ศรีบุญเรือง จว.หนองบัวลำภู พร้อมของกลาง 1.ยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 2,000,000 เม็ด 2.โทรศัพท์ จำนวน 3 เครื่อง ตรวจยึดของกลาง -รถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 300,000 บาท) -รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 700,000 บาท) โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม สืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดชาว สปป.ลาว จะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน จว.มุกดาหาร ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย ผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวใช้ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อFORD รุ่นRANGER สีดำ หมายเลขทะเบียน 2ฒร1575 กรุงเทพมหานคร

ในการขนลำเลียงยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 , กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่ง พบว่ารถยนต์กระบะ ยี่ห้อFORD รุ่นRANGER สีดำ หมายเลขทะเบียน 2ฒร 1575 กรุงเทพมหานคร มีการเคลื่อนตัวออกมาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก จว.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จะลำเลียงนำยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย และเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เส้นทางที่เคยวิ่งลำเลียงยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ และพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อTOYOTA รุ่นCOROLLA AlTIS สีขาว หมายเลขทะเบียน 8กฒ5126 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับขี่ลักษณะวิ่งตามรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนในการจับกุม โดยวางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ โดยวางกำลังเฝ้าดู พร้อมทั้งสะกดรอยติดตาม และเพื่อให้ทราบถึงขบวนการเครือข่ายในการลำเลียงยาเสพติด โดยรถยนต์ทั้งสองคันใช้เส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ จาก จว.มุกดาหาร ผ่าน จว.กาฬสินธ์ ผ่าน จว.มหาสารคาม ผ่าน สี่แยกทางผาด ต.ยะวึก อ.ชุมพลบุรี จว.สุรินทร์ และขับขี่มุ่งหน้าเข้า อ.สตึก จว.บุรีรัมย์ ผ่าน อ.เมืองบุรีรัมย์ จว.บุรีรัมย์ ผ่าน อ.นางรอง จว.บุรีรัมย์ ผ่าน อ.หนองกี่ จว.บุรีรัมย์ และมุ่งหน้าเข้า อ.หนองบุญมาก จว.นครราชสีมา จนกระทั่งมาถึง ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จว.นครราชสีมา จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสกัดกั้นและจับกุมรถยนต์ทั้งสองคันได้ ผลการตรวจค้นพบ นายอัมพล หรือต้น ชิตรัตน์ เป็นผู้ขับขี่ จึงทำการตรวจค้นตัว และรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบ
-โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อIPHONE รุ่น12ProMax สีขาว จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม นายอัมพลฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว นายอัมพลฯ เป็นผู้ใช้งาน
-ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 2 ห่อใหญ่ ด้านในห่อด้วยกระสอบสีขาว วางอยู่บริเวณบริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง -ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 3 ห่อใหญ่

ด้านในห่อด้วยกระสอบสีขาว วางอยู่บริเวณกระโปรงท้ายรถที่ใช้บรรทุกของ
และตรวจค้นจับกุมรถยนต์กระบะ ยี่ห้อFORD รุ่นRANGER สีดำ หมายเลขทะเบียน 2ฒร1575 ที่บริเวณสี่แยกโชคชัย ถนนโชคชัย-เดชอุดม ต.โชคชัย อ.โชคชัย จว.นครราชสีมา ผลการตรวจค้นพบ นายทนงศักดิ์ หรือเปี๊ยก หรือต้า มูลถวิล และผู้โดยสารทราบชื่อว่า พ.ต.ต.ชัยยะ มะลานาจ จึงทำการตรวจค้นตัว และรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบ -โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อSUMSUNG รุ่นGALAXY S8+ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม นายทนงศักดิ์ฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว นายทนงศักดิ์ฯ เป็นผู้ใช้งาน -โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อINFINIX X6711 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม พ.ต.ต.ชัยยะฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว พ.ต.ต.ชัยยะฯ เป็นผู้ใช้งาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมจึงนำตัวผู้ต้อง พร้อมของกลาง มายัง กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 3 เพื่อตรวจเก็บพยานหลักฐาน จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทราบถึงขบวนการและเครือข่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลทราบว่า เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว คือ เครือข่าย “ท้าวหิน”( ผู้สั่งการชาวลาว) ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนติดตามจับกุม
ผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว : ตำรวจภูธร ภ.3 กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สลดปิดเทอม หนุ่มน้อยวัย17 ลงเล่นน้ำในแม่น้ำ พลาดลื่นลงในวังน้ำ จมน้ำดับ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 30 มีนาคม 68 พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ รักสกุล สว.สอบสวน สภ.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย บริเวณบ้านคลองเงิน ม.5 ต.พระรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ชีพกู้ภัย รพ.พะโต๊ะ


โดยที่เกิดเหตุอยู่พบศพนายธนกร แก้วเขียว อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.9 ต.พระรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ซึ่งนอนเสียชีวิตแล้วและถูกนำขึ้นมาจากแม่น้ำหลังสวน  ซึ่งห่างไปเพียงเล็กน้อย มาวางอยู่ใต้ต้นไม้ ภายในสวนผลไม้ของชาวบ้าน

สอบถามทราบว่า นายธนกร ซึ่งเป็นนักเรียนอยู่สถาบันแห่งหนึ่ง ใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร โดยก่อเกิดเหตุนั้น นายธนกร ได้ขับรถ จยย.ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆกับกลุ่มเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกัน และระหว่างที่ขับรถเล่น บังเอิญโซ่รถ จยย.ของนายธนกร เกิดขาด จึงได้ช่วยกันซ่อมจนเสร็จ และหลังจากนั้น ก็ได้ชวนกันมาเล่นน้ำในแม่น้ำหลังสวน

เพื่อจะได้ชำระล้างตัวจากเหงื่อไคลจากการซ่อมรถ จยย.กลางแดด แต่หลังจากที่ทุกเล่นน้ำกันอยู่ตามริมแม่น้ำ ซึ่งทุกคนว่ายน้ำไม่เก่ง ถึงบางคนไม่เป็นเลยโดยเฉพาะนายธนกร จึงได้เล่นน้ำบริเวณที่ไม่ลึกมากอย่างสนุกสนาน โดยไม่คิดว่าใกล้กับจุดที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่นั้น มีวังน้ำ ซึ่งมีความลึกมาก  นายธนกร ไม่รู้และดำผุดดำว่าย จนพลาดเท้าเหยียบดินทรายลื่นไถลจมลงน้ำต่อหน้าต่อตามเพื่อนที่เล่นน้ำด้วยกัน จนชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ยินเสียงเอะอะ จึงวิ่งมาดู และทราบเรื่อง

จึงได้เรียกคนเก่งน้ำมาช่วยดำน้ำหา ซึ่งใช้เวลากว่า ครึ่งชั่วโมง กว่าจะพบนายธนกร ขัดติดอยู่กับกิ่งไม้ใต้น้ำ จึงนำร่างขึ้นมาในสภาพจมน้ำเสียชีวิตแล้ว ก่อนนำศพนายธนกร ส่ง รพ.พะโต๊ะ ทำการชันสูตรพลิกอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้กับทางแม่และญาติ ของนายธนกร ซึ่งไม่ติดใจในการเสียชีวิตในครั้งนี้ ได้นำศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป    

พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ รักสกุล สว.สอบสวน สภ.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์เด็กจมน้ำเสียชีวิตครั้งนี้เป็นเคสแรกของเขตรับผิดชอบ จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ปกครองทุกท่านให้ใส่ใจดูแลบุตรหลานเป็นพิเศษในช่วงปิดเทอม อย่าปล่อยให้บุตรหลานไปเล่นน้ำเพียงลำพังกับเพื่อน โดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล เพราะหากเกิดขึ้น เราจะไม่สามารถย้อนเวลาให้กลับคืนมาได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 น.ณ ศาลาประชาคม ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด และ บริษัท ที่ปรึกษา จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมี นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด พร้อมด้วย นายอำเภอชำนิ หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม

นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯ กล่าวว่า บริษัทโรงงานน้ำตาลชำนิจำกัด เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มโรงงานผลิตน้ำตาล kI มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการผลิตน้ำตาล โดยได้รับหนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อย และ น้ำตาลทราย ตามหนังสือเลขที่ อก 0604/1489 ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2567 มีสิทธิ์ตั้งโรงงานนัำตาลกำลังการผลิต 20,000 ตันอ้อย ต่อวัน พื้นที่ประมาณ 897.9 ไร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาวเกรด 3 น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์

จากประเภทโครงการ กิจการหรือการดำเนินการตามประกาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2566 ได้กำหนดให้การดำเนินโครงการ หรืออุตสาหกรรมประกอบกิจการ เกี่ยวกับน้ำตาลทุกขนาด ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างเสนอต่อ(สผ.)

นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯ กล่าวต่อไปอีกว่า เกษตรกรจะได้ประโยชน์โดยตรงจากโรงงาน จะเกิดอาชีพหลายอย่าง คนที่มีความสามรถสูง ความพร้อม อาจจะทำไร่อ้อยขนาดกลาง เล็ก ใหญ่ บางคนมีอุปกรณ์การเกษตรอยู่แล้ว เช่นรถไถ เราก็ให้บริการแก่ชาวบ้าน หากยังขาดเครื่องมือ และในเรื่องของรถบรรทุกอ้อยเข้าสู่โรงงาน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเท้ง” ผู้สมัครนายกเล็ก เทศบาลบ้านกรูด นำทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลบ้านกรูด และนายกเทศมนตรีสมัยที่ 2 ส่งครบทีม ได้หมายเลข 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 31 มี.ค. 68 ที่อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่เปิดรับสมัคร สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด

เป็นวันแรก ในการเปิดรับสมัคร โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามา มีผู้สมัครนายก และสมาชิกสภา ทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด

มาครบทีมก่อนเวลาเปิดรับสมัคร เมื่อถึงเวลาเปิดรับสมัครผู้สมัครนายกเทศมนตรี มีนายอิศรา กาญจนรัตน์ ผู้สมัครนายกมาเป็นคนแรก ได้หมายเลข 1

ส่วนผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีผู้สมัครอิสระ พร้อมทั้งทีมกลุ่มพัฒนาบ้านกรูดมาก่อนเวลาพร้อมกัน จึงตกลงกันให้ผู้สมัครอิสระลงสมัครก่อน ได้หมายเลข 1-2

ส่วนผู้สมัครทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ได้หมายเลข 3-8 ทั้ง 2 เขต จากนั้นเวลาประมาณ 09.00 น.มีผู้สมัครนายกเทศมนตรี คือ นายณรงค์ พุกจันทร์ อดีต สท.หลายสมัยได้มาสมัครนายกเป็นคนล่าสุด ได้หมายเลข 2 ในนามกลุ่มรักบ้านกรูด

หลังผู้สมัครนายก และสมาชิกสภาฯ ทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ได้ดำเนินการสมัครเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาถ่ายรูป

โดยมีผู้สนับสนุนและครอบครัวมาให้กำลังใจ โดยเฉพาะ “นายกเท้ง” นายอิศรา กาญจนรัตน์ ผู้สมัครนายก หมายเลข 1 กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ที่มีครอบครัวมาให้กำลังใจอย่างอบอุ่น
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568 นายอ.ชุมแพ เข้ม!สั่งบุกจับ ! เน้นย้ำ ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส อำเภอชุมแพ

พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการตำบลขัวเรียง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ) ร่วมเปิดปฏิบัติการ Re-x-ray จับกุมผู้กระทำความผิดและค้นหา ผู้เสพ เข้าสู่กระบวนการบำบัดจำนวน 20 ราย ดังนี้

1) นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาวบ้านหอย ม.11 ต.โนนอุดม อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้า 6 เม็ด /ผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

2) ตรวจยึดอาวุธปืน ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก , ปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ในกระท่อมท้ายหมู่บ้าน สว่างหนองแก ม.5 ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ

3) จับกุมผู้เสพ ในพื้นที่ตำบลขัวเรียง และ ตำบลโนนอุดม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด รวมจำนวน 19 คน

เจ้าหน้าที่ได้ นำตัวทั้งหมดพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ทำการปกครองอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และ ผู้เสพที่สมัครใจเขารับการบำบัด นำตัวเข้าศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมอำเภอชุมแพ เพื่อเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามขั้นตอนต่อไป

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐนิวส์ -สื่อรัฐทีวี/ แม่ทัพภาคที่ 1 ทหารราบที่ 9 เตรียมพร้อม ช่วยเหลือประชาชน จากสถานการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ตึกถล่ม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 68 เวลา 1330 ศบภ.ป.9 พล.ร.9 โดย พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ ผอ.ศบภ.ป.9 ดำเนินการตรวจความพร้อมกองร้อยช่วยเหลือประชาชน ของ นขต.ศบภ.ป.9 จำนวน 3 ร้อย.ชป. ในด้านกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ ที่ใช้สำหรับปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น และเพื่อให้หน่วยมีความพร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ ได้ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ ณ บริเวณสนามกีฬา ศบภ.ป.9 พัน.9

ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า พร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอลโรงเรียนบ้านท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

แชร์เนื้อหานี้

ดร.พิศุทธิ์ กิติศรีวรพันธ์ุ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดนครพนม(แถวหน้าเสื้อสีฟ้าคนที่ 3 ซ้ายมือ)ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้กับ นางสาวสมหญิง ใหญ่พงศกร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยและโทษของบุหรี่ไฟฟ้าในโครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย

ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมาสนใจการเล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด ทางโครงการจึงจัดหาลูกฟุตบอล ให้โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ อาทิเช่น จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนครพนม จังหวัดสระแก้ว จังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น โดยจะเริ่มโครงการในเดือนมีนาคม นี้เป็นต้นไป

ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ บริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน)
และสำนักสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวโครงการนี้เป็นอย่างดีเช่นเคย ใน โครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ “ค่ายคืนคนดี สู่สังคม”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 จ.บึงกาฬ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ โรงพยาบาลบึงกาฬ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดพิธีปิดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ

“ค่ายคืนคนดี สู่สังคม” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนิพนธ์ คนขยัน ส.ส.บึงกาฬ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ประธานพิธีปิด พร้อมด้วย นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ฃ

พ.ต.อ.ประเสริฐ นิลยาภรณ์ ผกก.ฝอ.บก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 นายหมวดตรีไวคุณ ไชยเลิศ ผบ.ร้อย อส.จ.บึงกาฬที่ 1 แพทย์พยาบาล และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี

ตามที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ นำโดยนายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ คืนคนดี สู่สังคม ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ถึง 31 มีนาคม 2568

ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สนง.ป.ป.ส.) โดยโครงการฯ ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2568

ทั้งนี้ประธานพิธีพร้อมด้วยผู้ทรงเกียรติได้มอบประกาศนียบัตรผ่านการอบรม “ค่ายคืนคนดีสู่สังคม” จำนวน 102 คน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ผ่านการอบรมฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สามารถกลับไปใช้ชีวิตในชุมชน และสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่กลับไปเสพยาเสพติดช้ำ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เอส คมกฤษ นำทีม จี๋-โบว์ บวงสรวงเปิดกล้อง”อนงค์ 2″ เตรียมกลับมาสร้างความสุขอีกครั้ง

แชร์เนื้อหานี้

คาร์แมนไลน์, เอ็ม สตูดิโอ และ จังก้า สตูดิโอ โดย คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO, วิรัตน์ เฮงคงดี ผู้บริหารจาก คาร์แมนไลน์ และ

คุณนลินา ชยสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จังก้า สตูดิโอ จำกัด และ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์

จัดงานบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์ “อนงค์ 2” ณ ลานหิน อเวนิวรัชโยธิน หลังจากที่ภาคแรก บ้านผีสิงของผีสาวสุดน่ารักกับเกมเมอร์หนุ่มหล่อ โกยรายได้ไปกว่า 150 ล้าน

นำทีมโดย ผู้กำกับ เอส คมกฤษ ตรีวิมล พร้อมด้วยนักแสดงนำจากภาค 1 แบบครบเซ็ท อาทิ จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร,

โบว์-เมลดา สุศรี, ธามไท แพลงศิลป์, แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์, ทัตชญา ศุภธัญสถิต, ปุณยวีร์ จึงเจริญ, นาถธิดา พิทักษ์วรรัตน์,

อรุณพงค์ นราพันธ์, กิตติพงษ์ บุญประคม,น้าพวง แก้วประเสริฐ, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, ต่อพงศ์ กุลอ่อน

และ ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค เข้าร่วมพิธี ก่อนจะเดินหน้าเปิดกล้องถ่ายทำ และเตรียมเข้าฉาย 30 ตุลาคม นี้