คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.หลังสวน ฮือฮา! คู่รักวัยทอง 77/79 จัดพิธีมงคลสมรสตามคำทำนายหมอดู สร้างความประทับใจให้ลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบล

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เมื่อเวลา 09.09 น. ของวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 บริเวณบ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 9 ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้เกิดเรื่องราวสุดฮือฮาและอบอุ่นหัวใจ เมื่อครอบครัว “สุดใจ” ได้จัดพิธีมงคลสมรสให้กับ

คุณแม่สมพร สุดใจ อายุ 79 ปี และ คุณพ่อจรูญ สุดใจ อายุ 77 ปี หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานหลายสิบปี โดยไม่เคยมีพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ

พิธีครั้งนี้จัดขึ้นโดย นางจิรา พราหมณี บุตรสาว และ นายจรัส พราหมณี บุตรเขย ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจนำประเพณีโบราณกลับมาฟื้นฟู สร้างความประทับใจให้กับลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบลนาพญา

สาเหตุที่จัดพิธีแต่งงานในครั้งนี้ เกิดจากคุณพ่อจรูญมีอาการป่วยระยะหนึ่ง รักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาคุณแม่สมพรได้ปรึกษาลูกๆ

และตัดสินใจไปพบหมอดูที่นับถือ ซึ่งทำนายว่า “ครูอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองท่านทั้งสองยังไม่ได้รับรู้พิธีสมรส จึงเกิดความติดขัดทางโชคชะตา ให้จัดพิธีแต่งงานเสีย แล้วอาการเจ็บป่วยจะทุเลา”

คำทำนายดังกล่าวทำให้ลูกหลานร่วมกันเห็นพ้อง พร้อมจัดพิธีมงคลสมรสแบบไทยพื้นบ้านขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย โดยมีญาติพี่น้องและชาวบ้านร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
พิธีมงคลครั้งนี้สร้างความฮือฮาและประทับใจไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นภาพที่หาได้ยาก—คู่รักวัยเกือบ 80 ปี สวมชุดแต่งงาน ยิ้มแย้มเคียงคู่กัน เสมือนย้อนวันวานที่ไม่เคยมีโอกาสเฉลิมฉลองมาก่อน

ชาวบ้านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องราวนี้จะเป็น “แบบอย่างความรัก” ให้ลูกหลาน และเป็นความทรงจำงดงามของตำบลนาพญา ที่สะท้อนถึงความกตัญญู ความเชื่อ ประเพณี และสายใยครอบครัวอย่างแท้จริง.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ตรวจฯ ยผ. ลุยตรวจโครงการระบายน้ำ 257 ล้านบาท ป้องกันน้ำท่วมเมืองนราธิวาส ชี้ระบบระบายน้ำหลักช่วยลดปัญหาน้ำท่วมสำเร็จ “น้ำท่วมลดลงอย่างเห็นได้ชัด”

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดภาวะอุทกภัยรุนแรงครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมรวม 4 วันแรกสูงถึง 1,453.8 มิลลิเมตร ส่งผลให้ 3 ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำสายบุรีมีระดับน้ำล้นตลิ่ง และลุ่มน้ำโก-ลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรม กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามและตรวจความพร้อมของโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองนราธิวาส ระยะที่ 1 หลังจังหวัดนราธิวาสเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดระยะเวลาการท่วมขังและระดับน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการดังกล่าวมีวงเงินก่อสร้าง 257,241,600 บาท เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 และขยายเวลาสัญญาถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยมี บริษัท ตากใบการโยธา จำกัด เป็นผู้รับจ้าง และ บริษัท เมกก้าเทค คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงาน

โดยในพื้นที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง เร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนยะกังที่ปกติน้ำท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ลดระยะเวลาท่วมเหลือเพียง 1–2 วัน แม้ปริมาณฝนปีนี้จะมากเท่าปีก่อนก็ยังสามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าชัดเจน ขณะเดียวกันในพื้นที่คลองศูนย์ราชการ ซึ่งมักถูกน้ำท่วมระดับประมาณ 1.5 เมตรทุกปี ปีนี้กลับ ไม่เกิดน้ำท่วม เนื่องจากระบบสูบน้ำและการจัดการน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่าสำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกำกับดูแลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายพงศ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่มอบหมายให้เร่งรัดการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในโครงการสำคัญทั้งเมืองนราธิวาสและสุไหงโกลก หลังมีประชาชนแจ้งว่าน้ำลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน

น.ส.สุภัทรา ระบุว่า โครงการระยะที่ 1 ได้ก่อสร้างคลองคอนกรีตบริเวณคลองศูนย์ราชการ ระยะทางกว่า 6,000 เมตร รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำหลัก 2 เครื่อง เครื่องละ 1 ลบ.ม./วินาที และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (โมบายปั๊ม) 2 เครื่อง ขนาด 0.5 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน และก่อนฝนหลาก ยังได้ดำเนินการขุดลอกตะกอนและวัชพืช เพื่อให้การไหลของน้ำเป็นไปตามการออกแบบ ส่งผลให้ระบบสามารถรองรับปริมาณน้ำมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ได้เน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของโครงการที่มีวงเงินก่อสร้างกว่า 257 ล้านบาท โดยเฉพาะการดำเนินการ จัดคลองคอนกรีตที่คลองศูนย์ราชการ และการติดตั้งเครื่องสูบและระบายน้ำถาวร 2 เครื่อง ที่มีกำลังเร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับพื้นที่ยะกังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ปัจจุบันสามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วจนเหลือเพียง 1-2 วัน เท่านั้น แม้ปริมาณฝนสะสมล่าสุดจะสูงถึง 1,453.8 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา และคลองศูนย์ราชการสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีมาก จนทำให้น้ำไม่ท่วมขังในบริเวณนี้เลย จากปกติที่ระดับน้ำจะสูงถึง 1.5 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมของเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) กำลัง 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งได้มีการขุดลอกตะกอนดินและวัชพืชเพื่อเปิดทางน้ำก่อนฤดูฝนเพื่อรักษาประสิทธิภาพการไหลของน้ำตามที่ออกแบบไว้

ด้านนายวีรภัทธ อิทธิสมัย ผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปีก่อนน้ำท่วมระดับเอวและระบายออกช้ามาก แต่ปีนี้แม้น้ำจะท่วมบ้างแต่น้อยลงมาก และลดระดับเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถเก็บของได้ทัน ร้านค้าได้รับผลกระทบน้อยลง และลูกค้าที่เคยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมก็กลับมาใช้บริการตามปกติ ตั้งแต่มีโครงการนี้ ระบายน้ำเข้าคลองได้เร็วมาก น้ำไม่ขังนานเหมือนปีที่แล้ว ต้องขอบคุณโครงการจริงๆ ” นายวีรภัทธกล่าว

ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบระบายน้ำหลักของเมืองนราธิวาสเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย ลดระดับน้ำท่วมและลดระยะเวลาน้ำขัง แม้ต้องเผชิญฝนหนักต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน สะท้อนถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของโครงการที่สามารถช่วยประชาชนได้จริงในช่วงวิกฤตน้ำหลาก
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 ร่วมกับ พสบ.ทภ.2 เติมพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้จัดโครงการ“เต็มพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส” โดยนายวรพงษ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนแดง คณะครูและนักเรียน

ให้การต้อนรับ พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การทำกิจกรรมให้กำลังใจนักเรียน เสริมสร้างความรักชาติ เป็นนโยบายที่ พลโทวีรยุทธ์ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นอกจากการป้องกันประเทศ การสร้างขวัญให้กำลังใจกำลังพล การปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาชนในเรื่องการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เป็นภารกิจที่สำคัญของกองทัพ และวันนี้ก็ร่วมกับชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 มามอบสิ่งของและร่วมรับประทานอาหารกับน้องๆนักเรียน เป็นการสร้างภาพจำที่ดีให้กับน้องๆนักเรียนกับทหาร

ทางด้านนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) กล่าวว่า ทางชมรมฯทำงานควบคู่ไปกับทางกองทัพภาคที่ 2 นอกจากนโยบายที่ร่วมสนับสนุนในการป้องกันประเทศ การสนับสนุนเครื่องอุปโภค บริโภคทหารตามแนวชายแดน การสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล เช่น โครงการซ่อม สร้างบ้าน การมอบทุน

การศึกษา ทางชมรมฯยังร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 ในการร่วมทำกิจกรรมทสร้างภาพลักษณ์และให้กำลังใจให้นักเรียนที่ห่างไกลโอกาส โดยวันนี้ได้มามอบชุดพละ รองเท้า ทุนการศึกษาแล้ว ยังได้ร่วมรับประทานไก่ KFC กับน้องๆนักเรียนที่โรงเรียนบ้านโนนแดง ซึ่งกิจกรรมดีๆแบบนี้ทางชมรมเราจะร่วมกับทางกองทัพภาคที่ 2 ทำในอีก 20 จังหวัดทางภาคอีสานต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน /รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.สรรพสามิตภาค 3 คนใหม่ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เดินหน้าสรรพสามิตยุคใหม่โปร่งใส เพื่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง หลัง นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ได้เดินทางเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 คนใหม่ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการต้อนรับจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

นายณธัชพงศ์ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมเริ่มภารกิจแรกด้วยพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงาน โดยมีการจุดธูป กราบไหว้ศาลเจ้าที่–เจ้าทาง เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับเจ้าหน้าที่จากทั้งในจังหวัดนครราชสีมา และจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจ

ภายหลังจากพิธีการด้านนอก ผอ.คนใหม่ได้เดินขึ้นห้องทำงานเพื่อสักการะพระพุทธรูปประจำห้อง พร้อมนั่งโต๊ะทำงานใหม่และลงนามเอกสารแรกของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับลงมาร่วมถ่ายภาพกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่อีกครั้ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่นสะท้อนความสัมพันธ์อันดีในองค์กร

การรับตำแหน่งครั้งนี้ ยังมี นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จำนวนมากร่วมต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นายณธัชพงศ์เปิดเผยแนวนโยบายสำคัญว่า ยึดตามสโลแกน
“สรรพสามิตยุคใหม่ – สร้างรายได้ให้รัฐ สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน คืนต้นทุนให้สังคม” โดยเน้นการทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนการจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผู้อำนวยการคนใหม่ย้ำว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อพัฒนางานสรรพสามิตให้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของภาคอีสานให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่องเที่ยวและกีฬาบึงกาฬ–ตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการตรวจเข้มพื้นที่ เสริมความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงปลายปี

แชร์เนื้อหานี้

สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นรับฤดูกาลท่องเที่ยวและพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00–16.00 น.
สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ บูรณาการร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาว เทศกาลปีใหม่ และรองรับงานพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย
– นายปองเดช ทองตัน เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านการท่องเที่ยว
– นางสาวทิพวัลย์ แก้วเทพ เจ้าหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
– นายศิระศักดิ์ กาศสีมูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
– นางสาวศุทธินี กำลังดี เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานวิเคราะห์นโยบายและแผน

ร่วมปฏิบัติงานกับ
– ด.ต. ไพรวัลย์ ย่างเยื้อง
– ด.ต. วิชัย กองอุดม
เจ้าหน้าที่สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวหนองคาย

การลงพื้นที่มุ่งเน้นตรวจสอบป้ายประชาสัมพันธ์หรือสื่อที่อาจมีเนื้อหาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมาย เช่น การสแกน QR Code เพื่อซื้อขายอวัยวะหรือสิ่งผิดกฎหมาย ตามจุดท่องเที่ยวและจุดผ่านแดนที่นักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ได้แก่

  1. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ
  2. โรงแรมเดอะวัน
  3. ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาสี่แยกเมืองบึงกาฬ
  4. โลตัส สาขาเมืองบึงกาฬ
  5. ด่านพรมแดนบึงกาฬ
  6. แหล่งท่องเที่ยวหินสามวาฬ
  7. วัดภูทอก

ผลการตรวจสอบไม่พบป้ายหรือสื่อที่มีเนื้อหาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด โดยป้ายที่ปรากฏส่วนใหญ่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ เอกชน ร้านอาหาร ที่พัก ตารางเดินรถ–เดินเรือ และข้อมูลบริการนักท่องเที่ยวทั่วไป

การบูรณาการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดบึงกาฬในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคอีสานตอนบน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรปราการ ส่ง อส.ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน หาดใหญ่ จ.สงขลา / รอง นายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวจประตูน้ำ เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูน้ำใหม่

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดสมุทรปราการ ส่งกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรปราการ ปล่อย

แถวกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 12 นาย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้โอวาทแก่ สมาชิก อส.ที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสมุทรปราการว่า ขอปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และปฏิบัติภารกิจด้วย

ความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและของตนเอง และขอให้การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ของสมาชิก อส.จังหวัดสมุทรปราการมีความปลอดภัย และขอให้การเดินทางกลับมีความปลอดภัยเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

นอกจากนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี หน่วยงานราชการ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง

อาหารพร้อมรับประทาน นม นมผงสำหรับเด็ก แพมเพอร์ส สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวกบริจาคเป็นสิ่งของ สามารถบริจาคเป็นเงิน ผ่านบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045 3 04637 0 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

รอง นายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวจประตูน้ำ เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูน้ำใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ สองรองนายก อบจ. ลงพื้นที่ ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางโปรง ปัจจุบันเป็นระบบมือหมุนไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบายน้ำเพียงพอจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ทดแทนประตูเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์บริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบหมายให้ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อม นายณรงค์ อินทร์พันธุ์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.สมุทรปราการ ตรวจดูแผนผังคลองต่างๆ ที่เชื่อมต่อคลองบางโปรง และประตูระบายน้ำ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางโปรง ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองฯ

จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับนายเชาว์ สมใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโปรง นายชโยดม นาคะปักษิณ รองนายก อบต.บางโปรง นายสัญญา ศุภรัตน์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.บางโปรง เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับและระบายน้ำในพื้นที่ตำบลบางโปรงและพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับ ประตูระบายน้ำคลองบางโปรงถือว่าเป็นอีกหนึ่งประตูน้ำที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นประตูระบายน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างคลองบางโปรงกับคลองบางนางเกรง และคลองบางฝ้าย คลองบางหมูเชื่อมต่อมออกคลองบางด้วน

เพื่อช่วยในการระบายน้ำ ไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบางโปรง ตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตำบลบางหัวเสือ และถนนเส้นปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากประตูระบายน้ำคลองบางโปรงปัจจุบันนี้เป็นระบบมือหมุน

ไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบายน้ำเพียงพอจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 5 เครื่องโดยมีอัตราการสูบน้ำเครื่องละ 4 ลูกบาศก์เมตร ต่อ วินาที ทดแทนประตูเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “รวมใจช่วยภาคใต้” ส่งมอบน้ำดื่ม-อาหารแห้ง ขึ้นเที่ยวบินพิเศษ ส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยถึงพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน


วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน ร่วมส่งมอบน้ำดื่มตราสัญลักษณ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จำนวน 834 แพ็ค (10,008 ขวด) พร้อมอาหารแห้ง ได้แก่ มาม่าคัพ 90 ลัง (6,480 ถ้วย) และยูโร่คัสตาร์ดเค้ก 37 ลัง (5,328 ชิ้น)

ณ บริเวณคลังสินค้าภายในประเทศการบินไทย ทสภ. ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเที่ยวบินพิเศษจากบริษัท พัทยา แอร์เวย์ จำกัด เพื่อลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง
ทสภ. ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่อุทกภัย และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เนาวรัตน์ ที่ กระทรวงแรงงานสรุปประเด็น การคัดค้าน (ร่าง)พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานจำนวน 3 ฉบับ

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ
อุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) โดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาองค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือคัดค้าน
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 157/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ)

  1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 158/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
  2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่. ) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
  3. ข้อเสนอแนะและสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบต่อสถานประกอบการ/นายจ้าง ตามที่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ และคณะสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาร่วมลงนาม แสดงความเห็นต่อท้าย ซึ่งได้สรุปสาระฃ
  4. สำคัญที่เป็นเหตุผลการคัดค้าน ขอเสนอแนะ และสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบ ต่อสถานประกอบกิจการเพื่อให้ท่านได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าและคณะสภาองค์การนายจ้าง ได้นำเสนอมานี้

ฉบับที่ 1 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 157/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชนและคณะ
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้

แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23) จากเดิมทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลดลงเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 28) เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วันเป็น 2 วัน
แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิการลาพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)

ฉบับที่ 1 ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.…. ของ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน ดังนี้สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีสาระสำคัญในภาคบังคับใช้ ปัจจุบันนั้นเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข หากผลของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้ เป็นเหตุให้เกิดภาระและปัญหาการจ้างงานในหลายประการดังต่อไป

  1. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประเภท วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นส่วนมากของประเทศ อาจต้องปิดตัวลง
  1. ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องในการลงทุนภายในประเทศ และจากการลงทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย
  2. อาจเป็นปัญหาให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปถึงการจ้างงานของลูกจ้างในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องแสวงหา
    รูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกว่าต่อไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นการนำ AI หรือนำหุ่นยนต์
    มาใช้แทนการจ้างงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน

ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ (ชั้น 2) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (จัดตั้งองค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 51 ราย

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 – 23 พฤศจิกายน 2568 จำนวน

43 ราย จำนวน 115 บัญชี มูลหนี้ 19,779,440.80 บาท (สิบเก้าล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยสี่สิบบาทแปดสิบสตางค์)

3.พิจารณาเห็นชอบแผนการจัดการหนี้เกษตรกร กรณีสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 5

สหกรณ์ จำนวน 19 ราย 25 สัญญา จำนวนเงิน 9,000,000 บาท/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.เซกา จัดโครงการ “ปกป้องและเชิดชูสถาบันฯ – บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดบึงกาฬจัดโครงการ “ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

ณ โรงเรียนบ้านหนองจิก ตำบลหนองทุ่ม อำเภอเซกา โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดงาน

ก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่ารักษาราชการแทนฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบปัญหาทางสังคม 2 ราย

และในพิธี ผู้ร่วมงานได้ร่วมยืนสงบนิ่ง 93 วินาที เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในงานมีบริการจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ
✔ หน่วยแพทย์ พอ.สว. และทีมแพทย์–ทันตแพทย์–พยาบาล
✔ ตรวจรักษาโรคทั่วไป–คัดกรองสุขภาพ

✔ บริการด้านสาธารณสุข สวัสดิการสังคม เกษตร และประมง
✔ นิทรรศการให้ความรู้ และกิจกรรมปกป้องสถาบันฯ พร้อมรณรงค์ป้องกันยาเสพติด

พร้อมทั้งมีการมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน เช่น ยาสามัญประจำบ้าน ทุนเด็กชนบท สารชีวภัณฑ์–เวชภัณฑ์สัตว์ พันธุ์ปลา 50,000 ตัว เงินสงเคราะห์ผู้มีปัญหาทางสังคม รวมกว่า 50 ราย

นายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอเซกา กล่าวขอบคุณจังหวัดบึงกาฬที่นำบริการของรัฐมาถึงพื้นที่ ช่วยลดภาระประชาชนและเปิดโอกาสให้หน่วยงานเข้าใจปัญหาในพื้นที่ได้มากขึ้น

หลังเสร็จพิธี ผู้ว่ารักษาราชการแทนฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิดโครงการนี้สะท้อน

ถึงความตั้งใจของจังหวัดบึงกาฬในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรอยยิ้ม และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอำเภอเซกาอย่างแท้จริง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุมกลุ่มขบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ ใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและการให้สัญชาติไทยแก่คนต่างด้าว

แชร์เนื้อหานี้

ที่นี้อำเภอเวียงแหง.#จังหวัดเชียงใหม่.เมื่อวันที่ 18 พ.ย.68 เวลาประมาณ 07.00-10.00 น. เจ้าหน้าที่ ส่วนปราบปรามทุจริตทางทะเบียนและบัตร สน.บท. /เจ้าหน้าที่ สน.สก.กรมการปกครอง .สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (บก.ปปป.,) ปปช., ปปท. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มขบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการจัดทําใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและการให้สัญชาติไทยแก่คนต่างด้าว ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ มีรายละเอียดผู้ถูกจับกุมดังนี้

1.ปลัดอำเภอ-นายอภิสิทธิ์ จันทร์คำ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ อดีต หน.กง.ทบ.อ.เวียงแหง ปัจจุบัน ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา-นายสรรเสริญ พงษ์พิพัฒน์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ อดีต ปลัดอำเภอ(สำนักทะเบียน อ.เวียงแหง) ปัจจุบัน ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่2.กลุ่มอดีตลูกจ้างอำเภอที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่ สำนักทะเบียน อ.เวียงแหง-นางสาวชนันพัทธ์ ดวงสีดาชัยภัก ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร-นางสาวชนิศา วงศ์เจริญทรัพย์ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นายวิโรจน์ ปุมะ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นางสาวธัญชนก มะละบุตร ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

3.กลุ่มกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน-นายศรีทน แก้วฝั้น กำนัน ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ /ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นางอิ่นแก้ว เมธา ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่/ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นายนาคินทร์ จองมวย ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ (ปัจจุบันสียชีวิต)-นายศุภกิจ พงษ์รังษิมา ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่/ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

2.กลุ่มบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิด-นส.คำแหลง นายมน ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่นายวันชัย วงศ์คำ ถูกจับกุมในพื้นที่ กทม.โดยห้วงก่อนหน้านี้ จากการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มนายหน้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต นําคนต่างด้าวซึ่งไม่มีคุณสมบัติตามมติ ครม. ดังกล่าว มาทําการสวมตัวและ ทํารายการเท็จออกใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและบัตรประจําตัว ทั้งนี้กรมการปกครองจึงมอบหมายให้ชุดปฏิบัติการสืบสวนนําพยานหลักฐาน เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

กองบังคับการป้องกันปราบปรามการ ทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ ดําเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มนายหน้า และคนต่างด้าวในความผิด ฐานร่วมกันกระทําการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการใน ทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามมาตรา 50 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534, นําเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลปลอมโดยทุจริตหรือ

โดย หลอกลวง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มาตรา 9 ประกอบ มาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560, เป็นเจ้าพนักงานทําเอกสารเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดย ทุจริต ตามมาตรา 162 และมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา…

สมจิตรแสง บันลังค์ รายงาย