คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดกระเทียมเถื่อน ขณะกำลังนำขึ้นโกดังบ้านหว้านน้อย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568​ เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบ กองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ออกลาดตระเวนเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และ พ.ร.บ.ศุลกากร เมื่อมาถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.หว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

ได้ตรวจพบชาวบ้าน จำนวน 7 – 10 คน กำลังเเบกกระสอบสีชมพู ขึ้นจากท่าเรือลำเลียงเข้าบริเวณหลังโกดัง จึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่ากลุ่มคนดังกล่าวได้พากันโยนกระสอบทิ้งและวิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังของโกดัง จากการตรวจสอบกระสอบสีชมพูพบว่าภายในบรรจุกระเทียมแห้ง จำนวน 5 กระสอบ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กระเทียมเถื่อน #โกดังบ้านว่านน้อย #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​
16:27 DAVID E24XYJ รูป

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ประเดิมยุทธการ “Seal Stop Safe” จับยาบ้ารุ่นโบว์แดง 3.2 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหา​1​ราย และรถยนต์ต้องสงสัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568​ พลตำรวจตรี กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ พันตำรวจเอกไพโรจน์ ไทยพุทรา รองผู้บังคับการฯรักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ร่วมกันแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop S atafe ในพื้นที่ชายแดนตามนโยบายรัฐบาล สามารถจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด โดยตรวจยึดยาบ้าได้ 3,220,000 เม็ด ผู้ต้องหา 1 คน พร้อมรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่ง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มกราคม พันตำรวจเอก วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติลักลอบลำเลียงยาบ้าเข้ามาในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองหมายเลข 2034 จากสามแยกโคกสุวรรณ อำเภอเมืองมุกดาหาร ไปทางอำเภอคำชะอี โดยใช้รถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นวิช สีดำ ทะเบียน กฉ 2195 มุกดาหาร

ในการขนยาเสพติดและมีรถยนต์กระบะฟอร์ด สีเขียว ติดทะเบียน ฒฉ 4702 กรุงเทพมหานคร เป็นรถนำทาง จึงจัดวางกำลังตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง กระทั่งเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า และรถยนต์กระบะฟอร์ดตรงตามที่ได้รับแจ้งจึงขับติดตามไปและได้แสดงตัว ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถยนต์กระบะฟอร์ดได้ขับหลบหนี

ส่วนรถยนต์เก๋งโตโยต้าได้จอดแล้วขับรถถอยหลังเพื่อจะหลบหนีอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้ชนเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าอู่มดเจริญทรัพย์ บ้านดานคำ จากนั้น คนขับรถได้เปิดประตูแล้ววิ่งหลบหนี แต่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมได้ชื่อนายโชค (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นคนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจค้นภายในรถพบกระสอบสีดำจำนวน 10 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบห่อยาบ้าสีเหลือง มีสัญลักษณ์ โบว์แดง 999 ประทับที่อยู่ที่หน้าห่อรวม 322 ห่อ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 3,220,000 เม็ด

จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับรถยนต์โตโยต้า และควบคุมตัวนายโชค นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป

สืบมุกดาหารจับยาบ้ารุ่นโบว์แดง #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 3 แถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องคดียาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 400,000เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่คณะรัฐมนตรี โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กำหนดกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชาชนไทย นโยบายด้านความปลอดภัย จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย ผู้ผลิตผู้ค้าคือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการ “ยึดทรัพย์” เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งควบคุมการลักลอบนำเข้า ยาเสพติดมาในประเทศไทย และดึงประชาชนออกจากวงจรการค้ายาเสพติดอย่างถาวร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” เพื่อสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติดตามแนวชายแดน ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ (บก.สส.ภ.3) ถ.สุรนารายณ์ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓ แถลงข่าว พร้อมด้วย ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ รรท.รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.อก.ภ.๓ รรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผกก.สภ.โนนสูง พ.ต.ท.ยุทธพล บุษบา รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.วิโรจน์ เจริญชัย รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส.สภ. โพธิ์กลาง พ.ต.ท.ภคพล สมควร รอง ผกก.สส.สภ.โนนสูง พ.ต.ต.เฉลียว เจริญสุข สวป.สภ.โนนสูง สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และ ร.ต.อ.หญิงเพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.3 และ พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.ฯ พร้อมพวก ร่วมสืบสวนจับกุมตัว  
1.นายสุริยา หรือเหยิน น้อยแก้ว อายุ 52 ปี ที่อยู่ 308 ม.7 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จว.นครพนม

  1. MISS PHONETHIP SENGMANY อายุ ๒1 ปี ที่อยู่ แขวงบอลิคําไซ เชื้อชาติลาว สัญชาติลาว พร้อมของกลาง1.ยาบ้าจำนวน 10 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 30 มัด (ยาบ้าประมาณ 60,000 เม็ด)
    2.ยาบ้าจำนวน 22 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 67 มัด (ยาบ้าประมาณ 134,000 เม็ด)
    3.ยาบ้าจำนวน 34 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 103 มัด (ประมาณ 206,000 เม็ด) รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด พฤติการณ์แห่งคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจและ บก.สส.ภ.3 ดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในโดยเฝ้าสังเกตรถยนต์ยานพาหนะที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติจากพื้นที่ชายแดน และเข้ามาในเขตพื้นทีตำรวจภูธรภาค 3 โดยสืบสวนจากฐานข้อมูลจากการสืบสวนจับกุมยาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่อื่น ๆ จนพบว่ารถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน 3ฒฬ 3964 กรุงเทพมหานคร มีความเคลื่อนไหวผิดปกติเข้ามาในพื้นที่ จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์จนพบว่าเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2568 รถยนต์คันดังกล่าวเดินทางมาจาก จว.นครพนม เข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสกดรอยติดตามมาจนพบว่าผู้ต้องหาเข้าไปบริเวณจุดทิ้งขยะ ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองนครราชสีมา จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแฝงตัวเข้าไปซุ่มสังเกตการณ์ พบว่าผู้ต้องหาชายและหญิงได้หยิบยาเสพติดลงใส่ถุงปุ๋ยสีเขียวเพื่อบรรจุยาเสพติดนำไปวางไว้ในดงหญ้าข้างบ่อขยะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวจับกุมพร้อมของกลางดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนักค้ายาเสพติดชาวลาวในราคา 50,000 บาท มาเพื่อส่งมอบให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากนักค้าชาวลาว จะติดต่อกับผู้รับยาเสพติดในพื้นที่เอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าว นำมาตรวจค้นสแกนด้วยเครื่องมือพิเศษเครื่องแสกนเฮล (เครื่องแสกนมือถือ) และพบยาเสพติดที่ได้ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์กระบะ จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ตำรวจภูธรภาค ๓ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และอาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด ๑๕๙๙ สายด่วน ๑๙๑ และ Application Police I lert U ได้ตลอด ๒๔ ชม. หรือสายด่วน 1386 ของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหา ยาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นเพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ต่อไป
ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตำรวจภูธรภาค ๓ ด้วยดีเสมอมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน 21 ตรวจยึดยาเสพติด ของกลางยาบ้า 2 กระสอบ 189 มัด จำนวน 378,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บ้านปากห้วยม่วง ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชากาหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันอออกเฉียงเหนือ

มอบหมายให้ พันเอกอิทธิพล นนลือชา รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันอออกเฉียงเหนือ เป็นประธานการแถลงข่าว โดยมี นายราชวัชร์ เพ็ชร์ไพฑูรย์ นายอำเภอบ้านแพงพร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า จำนวน 2 กระสอบ 189 มัด จำนวน 378,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 22.00 น. โดย ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืนผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวจะมีการขนย้ายยาเสพติดมาพักคอยในพื้นที่เพื่อลำเลียงขนย้ายสู่พื้นที่ตอนใน โดยจะนำมาวางไว้พื้นที่ริมถนนทางหลวง หมายเลข 212 หน่วยจึงกำลังพลทำการลาดตระเวนด้วยรถจักรยานยนต์ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง,จุดล่อแหลม, จุดเพ่งเล็งตามภาพข่าว ตลอดเส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 212

ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย ได้ตรวจพบชายต้องสงสัย จำนวน 1 คน จอดรถจักรยานยนต์ติดเครื่องยนต์อยู่ใกล้กับศาลาที่พักรอรถโดยสาร ริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 พื้นที่บ้านดอนกลาง หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแวง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ลักษณะท่าทางมีพิรุธ เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขับรถจักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ บริเวณดังกล่าว ตรวจพบกระสอบสิ่งของต้องสงสัย จำนวน 2 กระสอบ จึงได้ทำการตรวจสอบดูสิ่งของที่อยู่ภายใน พบว่า

ภายในบรรจุยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ห่อหุ้มด้วยกระดาษไข พิมพ์อักษร 999 มีถุงพลาสติกใส ห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่ง จำนวน 2 กระสอบ 189 มัด (ประมาณ 378,000 เม็ด) หน่วยจึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว มาที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน ที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด และประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมบันทึกภาพการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าวต่อไป และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การตรวจยึดยาบ้าได้ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ หันมาให้ข้อมูลและชี้เบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) จัดตั้ง นบ.ยส.24 เป็นหน่วยหลัก ในการบูรณาการสกัดกั้น ปราบปราม ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมอบหมายให้กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นส่วนสกัดกั้น ตำรวจภูธร เป็นส่วนปราบปราม และ ศอ.ปส.จว. เป็นส่วนป้องกัน ซึ่งการบูรณาการนี้ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน

ในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดนครพนม จำนวน 124 ครั้ง ผู้ต้องหา 213 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 10,481,059 เม็ด, เฮโรอีน 67.10 กิโลกรัม, ไอซ์ 120.495 กิโลกรัม,เคตามีน 320 กิโลกรัม และ happy Water 56 ซอง

การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 378 ครั้ง ผู้ต้องหา 543 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 59,218,331 เม็ด, ไอซ์ 1,908.308 กิโลกรัม, เฮโรอีน 123.95 กิโลกรัม, เคตามีน 573.83 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 1,490 เม็ด, happy Water 796 ซอง, ฝิ่น 0.66 กรัม

ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ /ชุดสืบศุลกากรภาค 2 บุกแฟลชโฮม บขส.มุกดาหาร ยึดไพ่เถื่อน 558 สำรับ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา​ 16.00​น. วันที่ 23 มกราคม​ 2568​ นายสมพล ไทยจงรักษ์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.2 กับพวก และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้ร่วมกันทำการตรวจสอบสถานที่รับส่งพัสดุร้านแฟลชโฮม (Flash home) สาขา บขส.มุกดาหาร เลขที่ 33/51 ถ.ชยางกูร ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

เนื่องจากสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรมาส่งที่ร้านดังกล่าวเพื่อส่งต่อไปยังผู้รับซื้อในจังหวัดต่างๆ โดยมีนายกฤตเมธ แก้ววงษา ตัวแทนสาขาเป็นผู้นำทำการตรวจค้นสิ่งของ ผลการตรวจสอบพบกล่องพัสดุต้องสงสัยจำนวน 70 กล่อง

เมื่อเปิดดูพบว่าภายในบรรจุไพ่พลาสติก ยี่ห้อ YJZ และ Royal ผลิตจากต่างประเทศ จำนวน 558 สำรับ โดยไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงการผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และไม่พบการปิดอากรแสตมป์สรรพสามิตหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของกรมสรรพสามิต เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /แถลงข่าว ร้อย.ฉก.ตชด.237 จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางเคตามีน 320 กก. 80 ล้านบาท อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 ที่ กองบังคับการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 บ้านนาเพียง ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

มอบหมายให้ พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการส่วนอำนวยการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ/ผู้บัญชาการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3)

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวร่วมกับ นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และ พันตำรวจเอกวุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

กรณีกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (หน่วยงานหลัก) จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางเคตามีน 320 กก. โดยมีเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 เวลา 00.15 น. หน่วยได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จึงจัดกำลังทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ดังกล่าว

ต่อมาตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยทะเบียน 3 กธ 9564 กทม. จึงตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าว พบว่าไม่ใช่คนในพื้นที่จังหวัดนครพนม จึงขับรถไล่ติดตามดูพฤติการณ์ จนถึงรีสอร์ท แห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นบุคคล

ต้องสงสัย ทั้ง 2 ราย และตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบของกลางยาเสพติด เคตามีน จำนวน 8 กระสอบ น้ำหนัก 320 กก. ปัจจุบันกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ทำการสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพบกroyalthaiarmy ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

ชุดสืบ สภ ผึ่งแดด เร่งล่าวัยรุ่นเดนนรก ปิดถนนคำซะอี ขว้างก้อนหินจนสาววัยรุ่นกระเด็นตกรถเจ็บสาหัส

ภาพน้องผู้หญิงถูกของแข็งกระทบใบหน้าบาดเจ็บบริเวณตาและดั้งจมูก สืบเนื่องจากวัยรุ่นรวมตัวกันประมาณ10 กว่าคน เดินตะเวนริมถนน เส้นทางมุกดาหาร – คำชะอี บริเวณบ้านคำผึ้ง ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ก่อนจะก่อเหตุปาหวดและก้อนหิน ใส่วัยรุ่นที่เดินทางกลับบ้านหลังจากเที่ยวงานกาชาดและงานของดีมุกดาหารวันสุดท้าย เมื่อประมาณเที่ยงคืนวันที่15 มกราคม ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดกลับรถ บ้านคำผึ้ง ตำบลผึ่งแดด ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่กลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 กว่าคนออกมาทำร้ายวัยรุ่นต่างถิ่นที่ผ่านไป-มา โดยคาดว่ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวน่าจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งช่วงกลางคืนของวันที่ 15 มกราคม ช่วงเที่ยงคืนได้ยินเสียงรถจักยานยนต์ขับวนไปมาบริเวณนั้นจะได้ยินเสียงตะโกนว่าเอามันๆ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้หญิงถูกทำร้ายบาดเจ็บ พร้อมกับ มีผู้ชายบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ ผึ่งแดด ได้พบกับกลุ่มผู้เสียหาย โดยหนึ่งในกลุ่มผู้เสียหาย เปิดเผยว่า คนที่บาดเจ็บหนักสุด เป็นเพื่อนผู้หญิงซึ่งตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ตนเองพร้อมเพื่อนกลับจากเที่ยวงานกาชาดในตัวเมืองมุกดาหาร โดยมากันประมาณ 9 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่มวัยรุ่นถือมีด ถือขวด และก้อนหิน เดินกันอยู่เต็มถนน พอพบกับกลุ่มตนซึ่งมีจำนวนคนน้อยกว่า กลุ่มคนดังกล่าวก็เริ่มปาหิน ขวด ก้อนดินเข้าใส่ แต่โชคร้ายน่าจะเป็นก้อนหินหรือไม่ก็ขวดได้ไปกระแทกเข้าใบหน้าของเพื่อนผู้หญิงที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนชายจนกระเด็นตกจากรถได้บาดเจ็บสาหัส เพื่อนที่มาด้วยจึงได้นำส่งโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มคนก่อเหตุห็ได้วิ่งเข้าไปในป่ากล้วยข้างทาง

พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.ผึ่งเเดด เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่พร้อมกับเรียกกลุ่มเพื่อนผู้เสียหายมาให้ข้อมูลเบื้องต้น
แล้ว สำหรับอาการของผู้บาดเจ็บนั้นล่าสุดอยู่ในอาการที่ปลอดภัยพบการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ซึ่งจะทำการผ่าตัดบริเวณจมูกอีกครั้ง โดยขณะนี้พอทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อขอหมายจับและติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทำเนียนถามตำรวจ ขอเปลี่ยนตั๋วรถไฟ สุดท้ายโดนรวบพร้อมยาไอซ์ 100 กก.มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท หลังอ้างมาขอรับลังพริกแกงที่สถานีรถไฟเมืองประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 15.00 น.วันที่ 17 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.หญิง สุภาพร ดวงกันยา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟเมืองประจวบฯ ว่าพบพัสดุสินค้าบรรจุกล่องโฟมและกระสอบปุ๋ยสีขาวหลายใบ ปลายทางอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วางไว้ที่หน้าสถานีรถไฟเป็นเวลา 2 วัน แต่ยังไม่มีผู้ใดมาติดต่อขอรับ เมื่อตรวจสอบภายในพบเป็นยาเสพติดขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปราม ฝ่ายสืบสวน พร้อมตำรวจชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เกิดเหตุ ต่อมา พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายประสูติ หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมลงพื้นที่ตรวจนับของกลางภายในห้องทำงานของสถานีรถไฟเมืองประจวบฯ โดยห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพขณะตรวจนับจำนวนของกลาง โดยอ้างว่าขอขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดก่อน

ต่อมาในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่รถไฟ กำลังทำการตรวจนับจำนวนของกลางอยู่นั้น ปรากฏพบชายต้องสงสัยแต่งตัวลักษณะคล้ายนักท่องเที่ยวทำทีเข้ามาขอรับสินค้าเป็นพริกแกงเผ็ดกับเจ้าหน้าที่รถไฟ และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจนับของกลาง จึงได้เดินออกไปนอกสถานีรถไฟแล้วโทรศัพท์พูดคุยกับใครคนหนึ่ง ต่อมาได้เดินกลับเข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ภายในสถานีรถไฟ ว่าสามารถขอเปลี่ยนตั๋วเที่ยวรถไฟได้หรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวปกติจึงได้ให้บริการโดยแนะนำว่าให้ไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่รถไฟ หลังจากนั้นไม่เกิน 2 นาที

ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจนับยาเสพติดของกลางอยู่นั้น พบว่าชายนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวมีลักษณะบุคลิกน่าสงสัยคล้ายกับบุคคลในภาพกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟ จึงได้รวบตัวไว้ทันควันเพื่อสอบปากคำ ซึ่งปรากฏว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวยอมรับสารภาพว่าจะมารับสินค้าจริง แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดดังกล่าว โดยยาเสพติดที่พบเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทราบชื่อ นายกิตติวุฒิ อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมของกลางทั้งหมดไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยเจ้าหน้าที่รถไฟเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นมาจากเมื่อวันที่ 16 มกราคม 68 ที่ผ่านมามีพัสดุฝากส่งมาจากสถานีรถไฟบางซื่อ กทม.ปลายทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ต่อมาได้ขอเปลี่ยนมาลงไว้ที่สถานีรถไฟเมืองประจวบคีรีขันธ์ตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่ไม่มีผู้ใดมาติดต่อขอรับเจ้าหน้าที่จึงได้เกิดสงสัยว่าปลายทางแจ้งส่งสถานีหาดใหญ่ แต่ทำไมเปลี่ยนใจมาลงที่สถานีรถไฟอำเภอเมืองประจวบ และที่หน้ากล่องพัสดุไม่ระบุชื่อผู้รับจึงได้ตรวจสอบพบว่าภายในเป็นยาเสพติด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับกุม ลิน ฮเท็ต(MR.LIN HTET)เมียนมา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนับออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (15 มกราคม 2568) เวลาประมาณ 10.30 น. ภายใต้การสั่งการของพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ฯ ปรก.บก.ตม.6

ได้สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วรรณชัย สุขแจ่มสว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช, ร.ต.อ.สถาพร ขวัญเทพ รอง สว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช , พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.นครศรีธรรมราช จับกุม : นายลิน ฮเท็ต(MR.LIN HTET) อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา ถือหนังสือเดินทางหมายเลข CC7992730

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1530/2567 ลงวันที่ 7 เมษายน 2567ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนับออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำการฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”

สถานที่จับกม : บริษัท นาบอนรับเบอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 278 ม.2 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช นำตัวผู้ถูกจับกุมมายัง สภ.นาบอน เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.บก.สอท.2 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดหางานจังหวัดประจวบฯจับแรงงานต่างด้าวแย่งงานคนไทย

แชร์เนื้อหานี้

13 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับตำรวจสันติบาล ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฯ และสำนักการข่าว กอ.รมน. ลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบอาชีพผิดกฎหมายของคนต่างด้าวหลังแหล่งข่าวแจ้งว่า มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานและประกอบอาชีพนอกเหนือจากสิทธิจะทำได้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะบูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณตลาดนัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบฯ พบมีแรงงานต่างด้าวเป็นหญิง 1 ราย กำลังนั่งจำหน่ายดอกไม้ประดับอยู่บริเวณริมทางเดินภายในตลาดสดตามที่แหล่งข่าวในพื้นที่รายงาน จึงขอตรวจในอนุญาตทำงาน พบว่าเข้ามาทำอาชีพกรีดยางโดยมีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ซึ่งเป็นอาชีพสงวนไว้ให้คนไทยเพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ก่อน

จากนั้นเวลาเดียวกันเข้าตรวจสอบสถานที่ประกอบการเกี่ยวกับการรับทำเอกสารต่อพาสปอร์ตแรงงานต่างด้าวภายในห้องแถวเป็นตึกสองชั้นห่างจากตลาดประมาณ 50 เมตร โดยภายในมีสภาพจัดเป็นสำนักงานมีเอกสารรับต่อพาสปอร์ต มีพนักงานสองรายเป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน คอยให้บริการจัดทำเอกสารต่อพาสปอร์ตให้แก่แรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจดูในอนุญาตทำงาน พบว่าทั้ง 2 เป็นแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำอาชีพกรีดยาง มีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้โดยผิดกฎหมาย  เจ้าหน้าที่จึงนำตัวแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 ราย ขึ้นรถตู้สำนักงานฯไปให้ปากคำเพิ่มที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯ ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาให้แรงงานต่างด้าวทั้ง 3 คน ว่าเป็นคนตต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560  และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2561 มาตรา 8 ห้ามคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ประกอบกับ มาตรา 101 คนต่างด้าวผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 8 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท  จากนั้นจึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 ราย ส่ง สภ.คลองวาฬ นำเนินคดีตามกฎหมายต่อ  ส่วนนายจ้างทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับหรือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานจากแหล่งข่าวว่า ยังมีแรงงานต่างด้าวที่มีนายจ้างถูกกฎหมายเข้ามาทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ซึ่งเป็นอาชีพสงวนให้คนไทยอีกมาก เช่นเข้ามาทำกิจการร้านขายทอง ค้าขายทั่วไป และขับรถรับส่งฯ รับทำเอกสารต่อพาสปอร์ต ซึ่งทั้งหมดมักจะมีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาทำอาชีพไม่ตรงปก หรือไม่ตรงกับเอกสารที่นายจ้างขอ ซึ่งก็ยังมีการต่อพาสปอร์ตเข้าทำงานอยู่ตลอด เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับได้ก็จะมีนายจ้างมาแสดงตนเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย จากนั้นก็ยังพบว่ายังคงกลับมาทำอาชีพต้องห้ามต่ออีก ซึ่งรัฐควรมีมาตรการตรวจสอบควบคุมกลุ่มนายจ้างบางรายนำแรงงานต่างด้าวไปประกอบอาชีพไม่ตรงปกให้เข้มข้นมากกว่านี้
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐ​ทีวี-สื่อรัฐนิวส์ ด่วน! จับได้แล้วตีนผีชนยายดับแล้วขับหนี สืบ ภ.จว.มุกดาหาร โชว์เจ๋งรวบพร้อมคนช่วยพาหนี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568​พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก. สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร) ได้รับข้อมูลว่านายสุทธินันท์ หรือนาว สุวรรณานุช ขับรถยนต์โตโยต้ายาริสครอส สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กร 9118 ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้ขับรถชนคุณยายสุพัน มูลแก้ว อายุ 64 ปี เสียชีวิต และคุณตาพัชรพล เมืองโคตร อายุ 65 ปี สามีได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านคำป่าหลาย ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไปจอดรถทิ้งไว้ที่ทุ่งนาบ้านดอนม่วย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถไล่กล้องวงจรปิดจนกระทั่งสืบทราบว่า ได้มีนายภูดิศ หรือเดี๋ยว เอกจีน ขับรถยนต์เก๋งมาสด้า ทะเบียน 4 ขจ 7386 กรุงเทพมหานคร มารับนายนาว ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่สุขสมบูรณ์รีสอร์ท ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ชุดสืบจึงได้ติดตามไปจับกุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ล่าไอ้ตีนผีขับโตโยต้า.ยาริส ชนตาดับ​ ยายสาหัส​ จอดรถทิ้งไว้แล้วหนีเอาตัวรอด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 9 มกราคม 2568​ พ.ต.ท.ปกรณ์ เรือนแสน สว.สภ.คำป่าหลาย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านคำป่าหลาย ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร

จึงได้รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบจักยานยนต์ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน กทจ 528 มุกดาหาร สภาพถูกชนพุ่งกระเด็นไกลออกมาจากจุดเกิดเหตุเป็นระยะทางกว่า 50 เมตร ห่างกันออกไปพบพ่วงข้างบรรทุกหญ้าใกล้กันมีศพผู้เสียชื่อ นายพัชรพล​ เมืองโคตร อายุ 65 ปี และนางสาวสุพัน มูลแก้ว อายุ 64 ปี​

บาดเจ็บสาหัส โดยหน่วยกู้ชีพได้นำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว จาการตรวจสอบทราบว่าหลังจากเกิดอุบัติรถยนต์คู่กรณีได้ขับหลบหนีไปพบเพียงชื้นสวนกระจังไฟหน้าด้านซ้าย ฝาปิดถังน้ำมัน พร้อมกับไฟตัดหมอกตกในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลาประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบรถยนต์โตโยต้ายาริสครอส สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กร 9118 ฉะเชิงเทรา ต้องสงสัยถูกนำไปจอดทิ้งไว้อยู่ทุ่งนาบ้านดอนม่วย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยรถยนต์คันดังกล่าวมีร่องรอยการเฉี่ยวชนที่บริเวณด้านหน้าและด้านข้าง ไม่พบตัวคนชับ

จากการตรวจสอบภายในรถพบเอกสารเกี่ยวกับรถบางส่วน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และกระเป๋าสะพาย ข้าง 1 ใบ ตรวจสอบภายในพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดและยาเสพติดคาดว่าเป็นยาไอซ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ทพ.2105 จับ 2 นักค้า พร้อมยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด ล่า “ไอ้พล”ต่อ หลังถูก M-16 ยิงจนรถพรุนแต่ยังหนีไปได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม​ 2568​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 (ร้อย.ฉก.ทพ.2105) มุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช. ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าว เจ้าหน้าที่ทหารพรานจับขบวนการค้ายาเสพติด ตรวจยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน และผู้ต้องหา 2 คน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.อ.อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์กระบะบรรทุกจะเข้ามารับยาเสพติดในพื้นที่บ้านท่าไค้ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ พ.ต.คำรณ คุ้มเขต​ ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.ที่2105​ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมชุดปฏิบัติการข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

พบรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถกระบะบรรทุกอีซูซุ 4 ประตู ๆสีขาว หมายเลขทะเบียน ขฉ 3269 สุราษฏร์ธานี วิ่งนำหน้าโดยมีรถกระบะบรรทุกโตโยต้าหมายทะเบียน บฉ 6208 นครพนม ซึ่งบรรทุกยาบ้าแล่นตาม โดยเจ้าหน้าที่สามารถขับรถเข้าสกัดกั้นรถกระบะบรรทุกอีซูซุซึ่งเป็นรถนำทางไว้ได้ 1 คัน มีนายจิรายุทธ หรือ หนุ่ม สุพร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 ม.4 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร เป็นคนขับ

โดยมี น.ส.ปัทมา หรือ หมิว สาธุชาติ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.10 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร นั่งโดยสารมาด้วย ส่วนรถกระบะบรรทุกโตโยต้าที่บรรทุกยาบ้าได้พุ่งชนรถเจ้าหน้าที่เพื่อขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดเพื่อให้รถหยุดแต่รถคันดังกล่าวก็ยังคงสามารถวิ่งฝ่าออกไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามไปถึงถนนบ้านสงเปือย ม.5 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร คนขับรถซึ่งเป็นผู้ชายก็ได้เปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านจนสามารถหลบหนีไปได้

โดยทราบชื่อต่อมาภายหลังว่า คือ นายวีระพล หรือ พล ภูมลา อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี จากการตรวจค้นรถยนต์กระบะบรรทุกโตโยต้า พบกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 6 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้ากระสอบละ 200,000 เม็ด รวมเป็นยาบ้าทั้งหมดจำนวน 1,200,000เม็ด จึงได้ทำการควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดพร้อมรถยนต์กระบะบรรทุก 2 คัน ไว้เป็นของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหารพราน2105มุกดาหารจับยาบ้า

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตม.นครนายก ลุยเข้มในพื้นที่ฯ ช่วงปีใหม่ 2568 ตรวจสอบสถานที่เสี่ยง , ช่วยเหลือประชาชน , จับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย เป็นของขวัญปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

🎉 🎊ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 🎉(Celebrate)พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.ตม.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.พศิน หลาวทอง ตม.จว.นครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด

  • ตรวจสอบบุคคลต่างด้าวซึ่งอาจจะมีการลักลอบกระทำผิดในช่วงเทศกาล
  • ตรวจสอบสถานที่เสี่ยงต่างๆ อาทิ สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ทำงาน ฯลฯ
  • ร่วมกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือบุคคลต่างด้าว และ คนไทยที่อยู่ในการคุ้มครองฯ ในพื้นที่

จับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ประชาสัมพันธ์พี่น้อง ประชาชนที่ใช้แรงงานต่างด้าว ร่วมช่วยเหลือประชาชนในการเดินทางไป-กลับ ภูมิลำเนา ณ จุดบริการฯ ทั้งนี้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากมีข้อมูลเบาะแสกระทำผิด หรือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว ในพื้นที่ฯ สามารถติดต่อ ตม.จว.นครนายก หรือ ☎️สายด่วน โทร.1178

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุรถบรรทุกเฉี่ยวชนรถปิคอัพกลับจากวัดหลวงปู่ศิลา ถนน12 (กาฬสินธุ์-มุกดาหาร) จนพลิกคว่ำทั้งคู่ บาดเจ็บสาหัส 3 ราย

แชร์เนื้อหานี้

​เมื่อวันที่ 3 มกราคม​ 2568​ ร.ต.อ.ฐากฤช ตาลศรี ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองสูง จังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันบนทางหลวงหมายเลข 12 (กาฬสินธุ์-มุกดาหาร) กิโลเมตรที่ 714 บ้านคำพอก ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จึงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ 70-5195 มหาสารคาม เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถกระบะแคป เชฟโรเล็ต โคโลราโด หมายเลขทะเบียน1ฒอ 1837 กรุงเทพมหานคร จนทำให้รถบรรทุก 6 ล้อ พลิกตะแคงอยู่กลางถนน ส่วนรถปิคอัพพลิกคว่ำตกลงไปบริเวณร่องกลางถนน

นายยุทธชัย เจริญการ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่16 ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย คนขับรถบรรทุกซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยให้การว่าขับรถบรรทุกหกล้อวิ่งมาจากจังหวัดมหาสารคาม จะไปรับสินค้าที่อำเภอเมืองมุกดาหาร เมื่อวิ่งมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนลาดยางมะตอยมีรอยปะและเป็นคลื่นขนาดใหญ่ทำให้รถซึ่งตนกลับมาเสียหลักพลิกตะแคงลงบนถนนซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถยนต์ปิคอัพขับตามหลังมาติดๆ และเกิดเฉี่ยวชนกันจนพลิกคว่ำตกลงไปในร่องข้างทางดังกล่าว

ส่วนคนขับรถปิคอัพทราบชื่อต่อมาว่า คือ นายณัฐพล คำหาญพล อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 61หมู่ที่ 5 ตำบลกระเบื้องนอก อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา ให้การว่า ขับยนต์กลับมาจากธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าจะไปอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม โดยมีนางปัดทุมมา สิงนวน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 2 ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และเด็กหญิงฐานิกา ลีลา อายุ12 ปี นั่งโดยสารมาด้วย โดยทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลหนองสูงและโรงพยาบาลมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตะลึง! จับยา”Happy Water” เครือข่ายเจ๊แอนสะหวันนะเขต ส่งขายปีใหม่ตามสถานบันเทิงมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม​ 2567​ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ได้ร่วมบูรณาการชี้เป้าให้ชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังปฎิบัติภารกิจติดตามกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติด บริเวณพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ต่อเนื่องกับบริเวณ เลิฟรีสอร์ท บ.นาคำ ม.5 ต.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร และ บ้านเลขที่ 32/2 ซ.ตาดแคน 21 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร

โดยสืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการรับ-ส่ง ยาเสพติด “Happy Water” ยาเสพติดผสมคอลลาเจน แบบซอง ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน คือ นายชัยกวี ทวีโคตร อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 32/2 ซ.ตาดแคน 21 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมของกลางยาเสพติดผสมคอลลาเจน คละยี่ห้อจำนวน 252 ซอง, ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 40 ซอง/กรัม และรถยนต์กระยะ ยี่ห้อเชฟโรเลต 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กจ 1845 มุกดาหาร จำนวน 1 คัน

ทั้งนี้ การติดตามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อ 28 ธันวาคม ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มขบวนการยาเสพติดได้ลักลอบนำยาเสพติด HAPPY WATER มาในรูปแบบซองคอลลาเจน เข้ามาจำหน่ายให้แก่กลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษา ในสถานบันเทิงพื้นที่ จ.มุกดาหาร และ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดเครื่องมือพิเศษ (GPS) ในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ต่อมาได้ประสานงานด้านการข่าว กับ ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 และได้ติดตามรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จนกระทั่งมาจับกุมดังกล่าว

จากการจับกุมเสพติด HAPPY WATER ในรูปแบบซองคอลลาเจน เป็นของกลุ่มเครือข่ายของ เจ๊แอน ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ด้านตรงข้าม บ.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อจะนำส่งให้กับกลุ่มเครือข่ายในพื้น และใกล้เคียง โดยกลุ่มวัยรุ่นมักจะนิยมนำมาเสพติด โดยอ้างสรรพคุณว่าทำให้เกิดอาการมึนเมา และทำให้สนุกได้มากกว่าการเสพยาเสพติดเพียงชนิดเดียว แล้วนำบรรจุลงในซองที่ผลิตขึ้นมาใหม่เพื่อลอกเลียนแบบซองเครื่องดื่มต่าง ๆ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ

นายชัยกวี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน HAPPY WATER เป็นที่นิยมของวัยรุ่น และนักศึกษาในจังหวัดมุกดาหาร โดยตนได้ซื้อมาจากคนลาวแล้วลักลอบลักลอบนำเข้ามาทางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง บ.บางไทรใหญ่ แล้วนำมาขายให้กลุ่มวัยรุ่น ในราคาซองละประมาณ 1,800-2,300 บาท โดยได้ขายมาแล้วประมาณ 1 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมกองกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

HAPPY WATER เป็นการนำ ยาอี ยาเค หรือ ยาไอซ์ มาบดผสมกับคอลลาเจน แล้วนำไปแพ็กซองขาย เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกกระตุ้นประสาท หลอนประสาท แล้วแต่ว่าผสมสารชนิดใดเป็นหลัก ทำให้มีอาการเคลิบเคลิ้ม สนุกสนาน ตื่นตัว คึกคัก จึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักเที่ยวกลางคืน หรือกลุ่มปาร์ตี้ในพื้นที่ส่วนบุคคล ทำให้ไม่ง่วง เที่ยวได้ทั้งคืน

HappyWater #ยาอียาเคยาไอซ์ #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #ยาเสพติดผสมคอลลาเจน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน2108 แถลงข่าวจับยาบ้า 3.56 แสนเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 คน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 ธ.ค. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2108 อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ภายใต้อำนวยการของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยนายเสนีย์ สุวรรณทอง ปปส.ภาค 4 นายฐิราเชษฐ์ เลื่อมใส ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.บึงโขงหลง พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) พ.อ.สุระชัย มีหอม รองผอ.กอ.รมน.จังหวัด ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 พ.ต.ต.วันชัย เพชรศรีงาม สว.สส.สภ.เหล่าหลวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดบ้า 3.56 แสนเม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 คน

ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดย ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 (หน่วยงานหลัก)ได้รับทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านช่องทางธรรมชาติโดยใช้เรือกลีบติดเครื่องยนต์ลักษณะคล้ายหาปลา จึงบรูณาการกำลังร่วมกับ นทล.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13.) ,มว.ตชด.2441,จนท.ชุดสืบ สภ.เหล่าหลวง,จนท.กก.3 บก.ป และฝ่ายปกครอง อ.บึงโขงหลง วางแผนจัดกำลังพลซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บริเวณ บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จว.บ.ก. เพื่อป้องกันสกัดกั้น การลักลอบขนย้ายยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายและการกระทำผิดเงื่อนไขตามแนวชายแดน ครั้นเมื่อ 25 ธ.ค.67,1900 ตรวจพบเรือกลีบติดเครื่องยนต์ต้องสงสัยขับมุ่งหน้ามา

จากริมฝั่งโขง สปป.ลาว และได้ขับมาจอดเทียบฝั่งอยู่ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 100 ม. เวลาต่อมาได้มีชายต้องสงสัย จำนวน 2 คนแบกสิ่งของออกจากเรือ ชุดเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายต้องสงสัยเมื่อพบเป็นเจ้าหน้าที่แสดงอาการตกใจและวิ่งหลบหนี ชุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้ง 2 คน

ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบ กระสอบปุ๋ยสีแดง จำนวน 2 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก หน่วยฯจึงร่วมกับหน่วยงานความั่นคงในพื้นที่ตรวจยึดยาบ้าพร้อมผู้ต้องหาดังกล่าว และนำมาที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2108 เพื่อตรวจนับอย่างละเอียด จับผู้ต้องหาจำนวน 2 คน ทราบชื่อ นายธนวัฒน์ ลุนอุบล อายุ 19 ปี บ้านเลขที่.28 ม.2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และนายชนกันต์ เมาท่าซวย อายุ 27 ปี บ้านเลขที่.137 ม.2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ ยาบ้า จำนวน 2 กระสอบ (ยาบ้า ประมาณ 356,000 เม็ด) โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีขาวดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน หน่วยฯร่วมกันถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และทำบันทึกตรวจยึด พร้อมนำของกลางทั้งหมด นำส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้ง 2 คนยังยอมสารภาพรับว่าในการมาขนลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ได้รับค่าจ้างเป็นยาบ้าคนละ 2 มัด เพื่อเอาไปเสพและจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ แต่มาถูกจับได้เสียก่อน .
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ด่วน! กราดยิงดับแล้ว 2 ศพ เจ็บอื้อ เร่งไล่ล่าปิดล้อมคนร้าย ล่าสุดคนร้ายใช้ปืนปลิดชีพตัวเอง/ทช.เปิดเวทีฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนเลี่ยงเมือง ทล.212-222

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 19 ธ.ค.2567 ศูนย์วิทยุ 191 จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.หนองหัวช้าง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ หลังรับแจ้งจึงวิทยุด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหญ้านาง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ให้รีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดปราบปราม และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย โดย 1 ในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.หนองหัวช้าง ส่วนคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายศักรินทร์ สิงโต อายุ 30 ปี หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมกำลังตำรวจชุดปราบปราม กว่า 30 นาย ทำการปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อทำการไล่ล่าตัวคนร้าย

กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุ ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ ขณะที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมจุดเกิดเหตุนั้น เบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ทำการหลบอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลมากนัก ขณะเข้าทำการปิดล้อม

ได้มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ น่าจะใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ที่เข้าปิดล้อม อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ ปรากฏว่า พบศพผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตแล้ว

บึงกาฬ ทช.เปิดเวทีฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนเลี่ยงเมือง ทล.212-222
กรมทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบส่วนต่อขยายถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212-222 ระบายรถออกจากเมืองสร้างเส้นทางโลจิสติกส์และเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสะดวกรวดเร็วขึ้น

วันที่ 21 ธ.ค. ที่หอประชุมอำเภอเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ แขวงทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบส่วนต่อขยายถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212-222 อ.เมือง จ.บึงกาฬ โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ มี พร้อมด้วยผู้แทนกรมทางหลวงชนบท หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์โครงการ ซึ่งนำเสนอรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ การดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการ รวมถึงการสรุปประเด็นจากการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการ โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการอาทิ นายปรมินทร์ อรุณรัตน์ วิศวกรโครงการ นางสาวลัดดาวรรณ ศิลาชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ผศ.ดร.อนุชา เพียรชนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน มาร่วมให้ข้อมูลข้อเสนอแนะแก้ไขผลกระทบของโครงการ

นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ. กล่าวว่า วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้มีเวทีในการแสดงความคิดเห็น ให้ชาวบึงกาฬได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาต่างๆ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบโครงการได้นำข้อมูลไปปรับปรุงพัฒนาโครงการต่อไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากโครงการนี้คือชาวบึงกาฬทุกคน และสิ่งนี้คืออนาคตของจังหวัดบึงกาฬที่จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองเพิ่มมากขึ้นในวันข้างหน้า ประกอบกับการมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ -บอลิคำไซ ที่ใกล้จะเสร็จในต้นปีหน้า รวมถึงถนนทางหลวง 4 ช่องจราจร จ.อุดรธานี – จ.บึงกาฬ และสนามบินบึงกาฬ ในอนาคต ความเจริญและเชื่อมโยงต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่ง เป็นการแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จะนำมาซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สร้างรายได้ที่มากขึ้นของพ่อแม่พี่น้องชาวบึงกาฬทุกคน

สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ของการศึกษา ขอบเขตการศึกษาการตรวจสอบข้อจำกัดและเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะรูปแบบพัฒนาโครงการ รวมทั้งร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแนวสายทางโครงการอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ระหว่างประเทศในระยะ 2 กิโลเมตร

เพื่อเชื่อมโยงต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่ง เป็นการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการสร้างทางเชื่อมหรือ Missing Link ให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น และยังสามารถพัฒนาเป็น ทางลัดทางเลี่ยง เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทาง ท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ ได้อีกทางหนึ่ง กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท อาร์มมี่เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เอ็นไวโรนเมนท์ จำกัด และบริษัท เอเซีย แล็ป แอนด์คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาโครงการดังกล่าว ด้านนายสุนทร วังสะพันธ์ เสนอแนะว่าอยากให้สร้างถนนไปตามขอบหนองกุดทิง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ส่วนจุดตัดถนนต่างๆ ขอให้เป็นสี่แยกไฟแดงหรือ วงเวียน และจุดยูเทิร์นตามถนนหลวง 222 ขออย่าให้ห่างมากนักเหมือนทุกวันนี้ จะทำให้คนขี่รถจักรยานยนต์ขับย้อนศรจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนนายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้นำความเจริญมาสู่จังหวัดบึงกาฬ เราพยายามจะทำถนนเส้นนี้มานานเหลือเกิน เป็นการดีมากที่ กรมทางหลวงชนบทได้ออกแบบและรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เส้นนี้จะเชื่อมริมโขงจากด่านศุลกากรบึงกาฬ ตอนนี้ได้คุยกับบริษัทที่ปรึกษาถ้าทำถนนเชื่อมได้หรือเวนคืนได้ก็จะเป็นการดี ถ้าทำได้ถึงสุดริมโขงได้ก็จะดี เรื่องระดับเนื่องจากว่าโซนจากน้ำโขงถึงถนน212 ถ้าระดับบวก14 ระดับน้ำบ้านพันลำเมื่อกี้น้ำท่วมตรงถนนเส้นนี้ที่จะตัดถึงด่านศุลกากรบึงกาฬ ทำให้สูงกว่าระดับบวก14 เมตร จากตลิ่งป้องกันน้ำท่วมในอนาคตได้ อีกเรื่องคือระบบระบายน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำควรมีท่อระบายน้ำสู่หนองหรือคลองส่งน้ำ จะส่งผลกระทบน้ำท่วมขังได้

ส่วนตัวแทนจากหมู่ 11 บ้านแสนสุข เท่าที่ดูเห็นว่าโครงการสร้างเสร็จประมาณสัก 10 ปี ช่วงเวลาตรงนี้พอสมควรเลย หากเสร็จแล้วเศรษฐกิจและสังคม อีก 10 ปีข้างหน้าน่าจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น อยากให้สร้างสะพานข้ามแยกยกระดับเลยเป็นการออกแบบไว้อนาคต แล้วก็ในส่วนของสร้างถนนมีเส้นทางที่น้ำผ่านช่วงที่เป็นหนองน้ำท่วมมากทำคันกั้นน้ำหรือท่อระบายน้ำ 10 ปีข้างหน้าเดี๋ยวพอเปิดใช้น้ำจะได้ไม่ท่วม
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์กอ.รมน.สมุทรสาคร.จับกุมแรงงานต่างด้าว 140 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 พ.อ.สมเกียรติ นุตะวณิช จังหวัดสมุทรสาคร(ท) พันโท ธีระพงษ์ นามสละ หัวหน้าฝ่ายการข่าว ร้อยตรีทิติพงษ์ เรียงรวมหัวหน้าชุด ชรต. 105 ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานเจ้าหน้าที่ตมจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมบูรณาการจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ทั้งหมด 140 คนโดยพฤติกรรมมีรายงานต่างด้าวรับรอบทำงาน

โดยผิดกฎหมายโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา98 ประกอบกับมาตรา 100 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าวพ.ศ 2560 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ 2561 ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจโกดังขนถ่ายสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่บางน้ำจืดอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

พบเป็นโรงงานคัดแยกพัสดุสินค้าภายในบริเวณโกดังดังกล่าวตรวจพบแรงงานต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัวมาแสดงจำนวน 128 คนโดยเป็นต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นาย วุฒิชัย ตงรุม หัวหน้าศูนย์ข่าวจังหวัดสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.น้ำ มุกดาหาร จับกุม สุนทรา ทองผา ยาบ้า 1 เม็ด /หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่​ 12 ธันวาคม 2567​ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติสว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน.ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีและสายลับ(ขอปิดนาม) ว่ามีบุคคลผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงได้สืบสวนหาข่าวเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการจับกุม ตามหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหารที่ ค.188/2567 ลง 11 ธ.ค.67 ตำรวจน้ำมุกดาหาร นำโดย พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนและหน่วยงานในพื้นที่

ได้ปิดล้อมตรวจค้นและเข้าค้นตามหมายดังกล่าวผลการตรวจค้นพบนายสุนทรา ทองผา อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 2 ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1​ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีเขียวด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษรอังกฤษ “V” อีกด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษร “Y1” จำนวน 1 เม็ดซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการตำรวจน้ำ

การดำเนินการทั้งหมดในครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก.,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.รรท.ผบก.รน.,พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนายสุนทราฯพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่อ.หว้านใหญ่จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567​ ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายความมั่นคง กองร้อย อส.อ.นิคมคำสร้อยที่ 7 ได้รับแจ้งจากกำนัน บ้านเตาถ่าน ตำบลหนองแวง ว่ามีการลอบวางเพลิงเผาคอกวัวชาวบ้านได้รับความเสียหาย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นคอกวัวของนางสาวกรรณิการ์ พุฒป่า อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแวง

โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม 2567 มีวัวตั้งท้อง 2 ตัว ถูกเผารวมทั้งคอกวัวและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงแจ้งว่าผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในเวลา 07.10 น. ทราบชื่อว่าคือ นายรุ่งราวี มูลสาร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 11 บ้านเหล่าหลวง ตำบลหนองแวง

โดยเจ้าตัวยอมให้การรับสารภาพ อ้างว่ารำคาญไม่ได้หลับได้นอน จึงจุดไฟเผา เบื้องต้นตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบผลเป็นบวก (มีสารเสพติด) จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ยาบ้ารุ่นใหม่ เกล็ดเพชร มีแสงระยิบระยับ นรข.มุกดาหาร ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด 450 ล้านบาท/แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขต จับ 450 ล้านเม็ด/ตร.ชุดสืบมุกดาหาร ร่วม ป.ป.ส. ภาค 4 จับยาบ้าติดโลโก้ TOYOTA 5 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม​ 2567​ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประเทศไทย บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้วางแผนและจัดกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่งจากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มใช้กันดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้

การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขตแถลงข่าวจับยาบ้ามูลค่า 450 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567​ ที่สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นายรณรงค์เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส. ภาค 4 และพันโท สีทอง เลียนสะหวัน หัวหน้าแผนกสู้รบ กองทัพประชาชนลาว แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวน 20 กระสอบ ประมาณ 8,000,000 เม็ด มูลค่า 450 ล้านบาทได้ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร

สืบเนื่องจาก น.ท.เตชธร ฉิมพาลี หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จึงได้วางแผนและจัดกำลัง ชุดปฏิบัติการออกทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่

เมื่อไปถึงบริเวณท่าน้ำหมู่ที่ 4 บ้านหว้านใหญ่ ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ

เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.ชุดสืบมุกดาหาร ร่วม ป.ป.ส. ภาค 4 จับยาบ้าติดโลโก้ TOYOTA 5 ล้านเม็ด ได้พร้อม 2 ผู้ต้องหา

วันที่ 10 ธันวาคม 2567​ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 ออกตรวจสอบตามพื้นที่ได้รับแจ้งบริเวณถนนชยางกูร ตำบลบางทรายใหญ่ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา ทะเบียน ผก 3167 ร้อยเอ็ด ต้องสงสัยว่าจะขนส่งยาเสพติดตามที่ได้รับรายงาน

จึงส่งสัญญาณให้หยุดและแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ พบว่ารถดังกล่าวด้านหลังทำเป็นคอกสำหรับบรรทุกพืชผลทางการเกษตรโดยมีฟักทองและตะกร้าพลาสติกปกคลุมอยู่บริเวณกระบะท้ายรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูที่ด้านล่างฟักทองพบถุงดำขนาดใหญ่จำนวน 12 ถุง ภายในเป็นกระสอบบรรจุห่อยาบ้าหุ้มด้วยกระดาษไขสีเหลืองประทับตราสัญลักษณ์และตัวหนังสือ TOYOTA

ด้านในเป็นซองพลาสติกสีน้ำเงินบรรจุยาบ้ารวมจำนวนประมาณ 5 ล้านเม็ด ถึงได้ควบคุมตัวนายวารี สุรัตนวดี อายุ 50 ปี ที่อยู่ 69 ม.10 ต.ดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด และนายเพลิน ผุยหัวโทน อายุ 45 ปี ที่อยู่ 26/1 ม.4 ต.ดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถและคนนั่งมาด้วยเป็นผู้ต้องหา โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิด ผลกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมกับตรวจยึดรถยนต์กระบะ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง ไว้เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีต่อไป จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การว่าได้รับยาบ้ามาจาก นางแก้ว ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ชาว สปป.ลาว ภูมิลำเนาอยู่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเป็นผู้สั่งการให้ลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้เข้ามายังประเทศไทย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ไปรับยาบ้าที่ท่าเรือบ้านไผ่ล้อม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร และจากนางแก้วจะสั่งว่าจะให้ลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ใด กระทั่งระหว่างการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวได้มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ป.ป.ส. ภาค 4 จับกุมเสียก่อน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 2 ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้าแปดริ้ว” ยอดหมุนเวียนกว่า 55 ล้าน/รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 และ พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ร่วมแถลงข่าวทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้า” โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมพิธีแถลงข่าว

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สืบสวนจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บัญชีม้า โดยมีขบวนการคอกม้า จัดหาและรวบรวมบัญชีม้า บุคคลไปเป็นบัญชีม้า และบัญชีทรัพย์สินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) จากนั้นพาไปชายแดนไทย-กัมพูชา (อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว) ข้ามไปกัมพูชาเพื่อสแกนหน้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนกว่าบัญชีจะถูกอายัดเงินจากผู้เสียหายจะถูกโอนเป็นสินทรัพย์ดิจิตอล ทำให้ยากต่อการติดตามเงินคืน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รรท.จตช., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยได้ทำการสืบสวนพบว่า ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67 มีขบวนการคอกม้า จัดหาบัญชีม้า 5 คน ไปเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จ.ฉะเชิงเทรา และธนาคารใกล้เคียง เปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลครบแล้ว นำไปส่งที่หน้าห้างเดอะ สตาร์ หน้าด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีรถยนต์เก๋งมารับไปข้ามคลองน้ำใส ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา อยู่ในออฟฟิศตึกแถว 3 ชั้น สแกนใบหน้าจนถูกอายัดบัญชีจึงส่งตัวกลับไทย หรือเรียกว่า “ม้าตาย” ก็จะหาบัญชาม้าหรือ “ม้าตัวใหม่” มาแทน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีม้า 5 คน พบว่าเปิดบัญชีม้า 24 บัญชี มีเงินโอนเข้าจากผู้เสียหาย 133 ราย (ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67) ก่อนบัญชีม้าถูกอายัดพบเงินหมุนเวียน 31,222,399.60 บาท โอนออกไปยังบัญชีต่างๆ และบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) รวม 24,518,580.78 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 55 ล้านบาท เป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน การกระทำผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 10.11 (เป็นธุระจัดหาคอกม้า) มาตรา 9 (เปิดหรือยินยอมให้ใช้ซิมผี บัญชีม้า) มาตรา 25 (มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ) และร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร

ทั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ คอกม้า 8 คน บัญชีม้า 5 คน ผลการจับกุม คอกม้า 2 คน บัญชีม้า 2 คน อายัดตัวในเรือนจำ 2 คน รวม 6 คน ผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.น.ส.วริศราฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 2.นายเสน่ห์ฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 3.น.ส.สุกัญญาฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 4.นายชัยสิทธิ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 5.นายอธิวัฒน์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 6.นายวรพันธ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า)

จึงดำเนินคดีในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษนะเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนฯ นอกจากนี้ทางตำรวจภูธรภาค 2 ยังฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงโทษของการเปิดซิมผี บัญชีม้า ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่าอย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย ระวังจะติดคุกหัวโตเพราะเป็นความผิดร้ายแรง

รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่สนามยิงปืนบูรพา 491 กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 จ.ชลบุรี พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ที่ได้เดินทางมาแถลงข่าวคดีสำคัญ ก่อนเดืนทางมาตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ได้รับฟังข้อมูลบรรยายสรุป ก่อนตรวจเยี่ยพื้นที่โดยรอบของสนามยิงปืน บูรพา 491 และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 โดยได้กล่าวให้กำลังชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติที่มีความพร้อมแทบทุกด้าน สร้างความเข้มแข็งและเสริมประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน

นอกจากนี้ยังได้ชื่นชมการรักษาสะอาดทั่วบริเวณของ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 ที่เจ้าหน้าที่ให้ความเอาใจจนดูร่มรื่นเหมาะสมเป็นที่ปฏิบัติงานมี่ควรเป็นแบบอย่างให้หน่วยอื่นๆ ต่อไป ก่อนจะเดินทางกลับด้วยความสวัสดิภาพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว ยึดยาบ้า 106,200 เม็ด จากขบวนค้ายาข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมศรีประดู่ อาคารเอนกประสงค์ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อ.เมือง จ.นครพนม น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข.และ พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) พ.ต.อ.หญิง จิรนันท์ ธนะสิงห์ นวท.(สบ 4) พฐ.จว.นครพนม พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงใน จ.นครพนม

ร่วมแถลงข่าว โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น. พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามมาส่งบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.เชียงยืน ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงได้สั่งการให้ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม พร้อมทั้ง น.ต.สมเจตน์ ค้าทวี หน.เรือนครพนม

ตรวจสอบข่าวพร้อมจัดชุดชุ่มเฝ้าตรวจ และเข้าทำการตรวจสอบพื้นพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.15 น. ได้ทำการตรวจการณ์ด้วยสายตาและกล้องตรวจการณ์กลางคืนพบเรือกีบเพลายาวต้องสงสัย จำนวน 1 ลำ แล่นจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาจอดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 500 ม. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจึงได้ทำการรีบปิดระยะเข้าทำการตรวจสอบ กระทั่งเหลือระยะห่างประมาณ 200 ม.

ได้ตรวจพบว่าเรือกีบเพลายาวได้แล่นกลับไปทางฝั่ง สปป.ลาว ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้รีบเข้าไปยังบริเวณที่เรือลำดังกล่าวแล่นออกไปโดยทันที ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณทางลาดของท่าทราย (ร้าง) ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยเป็นกระสอบปุ๋ยสีฟ้า และมีชิ้นส่วนยางในรถจักรยานยนต์พันมัดรอบปากกระสอบวางอยู่บนพื้นดังกล่าว จากการสังเกตุพบว่าที่ก้นกระสอบนั้นเปียกชื้นและมีดินทรายเกาะติด จึงคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพติดตามที่สายลับแจ้งมา จึงทำการชุ่มเฝ้าตรวจในบริเวณนั้นเพื่อรอผู้ที่จะมารับวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว กระทั่งเวลา 20.30 น. เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ

ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้ทำการเปิดตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย พบว่าภายในเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงชนิดกดปิดดึงเปิดสีน้ำเงินและสีชมพู มัดด้วยหนังยางบรรจุรวมอยู่ในกล่องกระดาษพันด้วยเทปกาวสีเหลือง จำนวน 1 กล่อง และบรรจุรวมอยู่ในห่อกระดาษไซสีเหลืองห่อด้วยถุงพลาสติกและพันรวมกันกันด้วยเทปกาวสีเหลือง จึงได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.นครพนม

ทำการตรวจยึดและนำของกลางทั้งหมด มาตรวจสอบโดยละเอียดที่ สน.เรือนครพนม ภายในกระสอบปุ๋ยพบยาบ้าตราอักษรภาษาอังกฤษ WY กำกับอยู่ด้านหนึ่งอีกอีกด้านหนึ่งผิวเรียบ และมีลักษณะเม็ดสีเขียวกลมแบนมีตราอักษรภาษาอังกฤษ A กำกับอยู่อีกด้านหนึ่ง มีผิวเรียบ รวมเป็นยาบ้า จำนวน 106,200 เม็ด หน่วยจึงได้นำของกลางยาบ้า​ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวว่า ทางการข่าวขณะนี้พบมีเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการกลุ่มผู้ค้าโดยจะแทรกซึมทำหน้าที่คอยแจ้งความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่มีมากถึงราว ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเยาวชนในพื้นที่ของ อ.ท่าอุเทน ซึ่งต่อจากนี้ ทางหน่วยจะใช้การเข้าหาผู้นำหมู่บ้านรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือจากผู้นำหมู่บ้าน เพื่อร่วมสแกนในพื้นที่ของแต่ละหมู่บ้านอย่างจริงจัง และสืบเนื่องจากผู้นำหมู่บ้านย่อมทราบข้อมูลในชุมชนรวมทั้งทราบถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดมากที่สุด ทั้งนี้มีการเข้าพบกับญาติผู้ต้องหาที่ค้ายาเสพติด ขอให้มาช่วยในการทำงาน เชื่อว่าในบ้านมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ชาวบ้านย่อมรู้ดีว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใครทำอะไรบ้าง

ขณะเดียวกันมีข้อมูลจาก ปปส.ส่งข้อมูลทางการข่าวเรื่องยาเสพติด ว่ามียาเสพติดที่กำลังรอการลำเลียงข้ามจากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ตรงกันข้ามกับ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ซึ่งเชื่อว่าแหล่งผลิตอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนกว่า 20 ล้านเม็ด ทำให้ขณะนี้ทุกหน่วยงานต่างแบ่งกำลังกันลงไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง 24 ชั่วโมง เพื่อกดดันสำหรับการส่งยาเสพติดให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด.
ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ ​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปศุสัตว์สมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานกักกันสัตว์และที่พักซากสัตว์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
นายสาโรช จันทร์ลาด ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ และปศุสัตว์อำเภอเมืองสมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี และกอ.รมน.จังหวัดสมุทรสาคร

เข้าตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าปศุสัตว์ ห้องเย็น เพื่อเป็นการป้องกัน และปรามปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และออกไปยังท้องที่อื่น
จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

  1. บริษัท เอ็มเอ็มพี โฟร์เซนฟูดส์ จำกัด
  2. บริษัท วี เอส ไอ ยูเนี่ยนไทย จำกัด
  3. บริษัท เอซี ห้องเย็น จำกัด
  4. บริษัท เอ็มเค ห้องเย็น จำกัด

ผลการเข้าตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อจำหน่าย พ.ศ.2559 พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ การรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการป้องกัน และปราบปรามการลักลอบน้ำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รถตู้ป้ายแดงกลับจากส่งผู้ป่วยไปรักษาตัวนครปฐม ชนท้ายรถเทรนเลอร์ เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 02.10 น.วันที่ 24 พ.ย.67 พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร สารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถตู้ชนท้ายรถบรรทุกมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ ช่วงระหว่าง หลัก กม.ที่ 330-331 หมู่ที่ 12 บ้านคลองหินจวง ต.ห้วยยาง จีงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก หน่วยกู้ชีพและกู้ภัย อบต.ห้วยยาง รุดไปตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ระสบอุบัติเหตุ

    ที่เกิดเหตุพบรถตู้โตโยต้า ป้ายแดง ทะเบียน ก-0650 ชุมพร กำลังจะเดินทางไป จ.ชุมพร ชนท้ายรถบรรทุกเทรนเลอร์ ทะเบียนตัวแม่ 71-9704 ตัวพ่วง 82-1796 บรรทุกน้ำ ของ บ.ทวินัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยภายในรถตู้ พบผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย ทราบชื่อ 1.นาย มนัต ซูเยาว์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/37
    หมูที่ 6 ต.นาทุ่ง อเมืองชุมพร จ.ชุมพร เป็น สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ต.ชุมโค อ.ประทิว จ.ชุมพร เป็นคนขับ 2.จ.ส.ต.กิดติพันธ์ ขวัญสมคิด อายุ 39
    ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 1 ต.ตากแดด อ.เมืองขุมพร จ.ชุมพร

    เป็น ตชด.41 ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ชุมพร 3.นายเกรียงไกร
    รุ่งช่วง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถยนต์สำนักงาน สสจ.ชุมพร อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งคา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 4.ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธ์ศิลป์ อายุ 47 ปีอยู่บ้านเลขที่ 87/5 หมู่ที่ 8 ต.นาทุ่ง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร (ได้รับบาดเจ็บ) เป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสืบสวน ภ.จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนำตัวผู้เสียชีวิต ส่ง รพ.ทับสะแก

    จากการสอบถาม นายแผน พันธิ์รุณ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 83 หมู่ 5 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ทราบว่า ตนเองได้ขับรถบรรทุกน้ำดื่ม มาจาก จ.พระนครศรีอุธยา มุ่งหน้าไป จ.ภูเก็ต ในช่องทางเดินรถซ้ายสุดติดไหล่ทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถกำลังขึ้นเนินได้มีรถยนต์ตู้คันดังกล่าว พุ่งชนท้ายรถอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สอบถาม ด.ต.สุรศักดิ์ฯ ทราบว่า ตนและคณะได้เดินทางกลับจากส่งผู้ป่วยจิตเวชไปรักษาตัวที่ จ.นครปฐม กำลังมุ่งหน้า กลับไป จ.ชุมพร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายมนัตฯ ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว มีอาการวูบหลับ ใน ชนท้ายรถบรรทุกอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

    ขณะที่ นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กรมทางหลวงเร่งติดตั้งไฟถนนเพชรเกษมทั้งฝั่งขาเข้า กทม.และขาล่องไปภาคใต้ ตั้งแต่หน้าสหกรณ์โคนมเนินดินแดงถึงจุดกลับรถน้ำตกสายสอง เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องและเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว 14 จว ภาคใต้ ซึ่งกรณีดังกล่าวหลายฝ่ายได้เรียกร้องให้ดำเนินการตั้งแต่รถทัวร์เสียหลักชนต้นไม้ใหญ่ใกล้ทางเข้าหาดวนกร เมื่อเดือนธันวาคม 2566 นายอำเภอทับสะแกได้นำจิตอาสาไปตัดต้นไม้ข้างทางยาวหลายร้อยเมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ยามค่ำคืน พร้อมติดป้ายเตือนในระวังในการใช้ความเร็ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการขึ้น

    ///////////////
    ท่าน
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิว์ / นบ.ยส.24 แถลงข่าวทหารพรานยึดยาบ้า เกือบ 2 แสนเม็ด! พร้อมฝิ่นดิบกว่า 3 กิโลกรัม ที่ริมแม่น้ำโขง/จ.มุกดาหาร ปล่อยรถบรรทุกหนักไม่คลุมผ้าใบวิ่งเกลื่อนเมือง/เหิม! ขบวนการค้าของเถื่อนลักลอบส่งบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านเหล่าหนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2) )

    เป็นผู้แทน พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) แถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติด ร่วมกับนายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอท่าอุเทน นาวาโทจักรกฤษ วังกรานต์ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตนครพนม ร้อยเอก ธนากร นาเหล็ก ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน

    โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 09.50 น. กองบังคับการควบคุมที่ 1(ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับการประสานจากกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 ว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดี พบวัตถุต้องสงสัยคาดว่าจะเป็นยาบ้า วางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จึงได้จัดกำลังเข้าทำการพิสูจน์ทราบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงจุดที่ได้รับแจ้ง พบกระสอบสีเหลือง จำนวน 2 กระสอบวางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง

    เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบภายในกระสอบ พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 170,000 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่น) น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม จากนั้นจึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ร่วมทำการเข้าตรวจสอบและนำของกลางทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    โดยการแจ้งเบาะแสนำมาซึ่งการตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้เกิดจากการที่ประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารพรานและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งถือว่าประชาชนในพื้นที่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการป้องกันสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองทัพภาคที่2 กองทัพบกroyalthaiarmyภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    หน่วยงานเมินหนังสือ จ.มุกดาหาร ปล่อยรถบรรทุกหนักไม่คลุมผ้าใบวิ่งเกลื่อนเมือง

    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน​ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า สืบเนื่องจากนายไกร เอี่ยมจุฬา ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้มีหนังสือลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ถึงนายอำเภอทุกอำเภอและนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ว่า ได้รับแจ้งจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า สภาผู้แทนราษฎร ในคราวประชุมผู้แทนราษฎร วันที่ 11 กันยายน 2467 ได้มีสมาชิกผู้แทนราษฎรให้แก้ไขปัญหารถบรรทุกที่บรรทุกวัสดุ เช่น ดิน หิน ทราย หรือวัสดุอื่น ๆ ที่อาจจะฟุ้งกระจายระหว่างการขนส่งไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของระหว่างการขนส่ง ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายในการบังคับใช้กับผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดในการบรรทุกสิ่งของโดยไม่ปกคลุมและก่อให้เกิดอันตรายต่อใช้รถ ใช้ถนน เช่น พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102(4) ประกอบกับมาตรา 127 ฐานการขับรถโดยไม่ปฏิบัติและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขนส่ง นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 13 ที่กำหนดให้รถที่บรรทุกสิ่งของนั้นต้อง มีการป้องกันไม่ให้เกิดการตกหล่น รั่วไหล ฟุ้งกระจาย ลงบนถนนในระหว่างที่ใช้ และให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่มีอำนาจสามารถยึดรถนั้นไว้จนกว่าเจ้าของจะชำระค่าปรับ แต่ปัจจุบันมีรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือตกหล่นบนถนนจำนวนมาก

    จังหวัดมุกดาหารพิจารณาแล้ว เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตามประเด็นข้อหารือของสภาผู้แทนราษฎร ดังกล่าวฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุผลสัมฤทธิ์ จึงขอความร่วมมืออำเภอแจ้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวฯ ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบและดำเนินการด้วย

    แต่ปรากฏว่าภายหลังจากที่จังหวัดมุกดาหารออกหนังสือฉบับดังกล่าว ในพื้นที่เขตอำเภอเมืองมุกดาหารก็ยังคงมีรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือตกหล่นบนถนนจำนวนมากอยู่เป็นจำนวนมากเช่นเดิม และนับวันแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายแห่งโดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ทำให้มีรถบรรทุกทรายและหินใหญ่ซึ่งคาดว่าจะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและไม่คลุมผ้าใบกันวัสดุตกหล่นจำนวนมากวิ่งผ่านในพื้นที่เทศบาลตำบลนาสีนวน เทศบาลเมืองมุกดาหาร ทางหลวงแผ่นดิน 2034 ทางเลี่ยงเมือง 238 และทางหลวงชนบท โดยรถบรรทุกดังกล่าวใช้เส้นทางวิ่งซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งของสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร เทศบาลตำบลนาสีนวน และเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพียงไม่กี่กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางในการสัญจรอยู่ทุกวัน โดยไม่ปรากฏให้เห็นว่ามีหน่วยงานรับผิดชอบใดส่งเจ้าหน้าที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายและหนังสือจังหวัดมุกดาหารแต่อย่างใดกรมการขนส่ง

    #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #จังหวัดมุกดาหาร #เทศบาลตำบลนาสีนวน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    เหิม! ขบวนการค้าของเถื่อนลักลอบส่งบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง สะพานมิตรภาพ 2

    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567​ ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้าของเถื่อนข้ามชาติลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงมาส่งให้กับนายทุนค้าของเถื่อนในจังหวัดมุกดาหารที่บริเวณท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ม.13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

    จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานบูรณาการกับชุดสืบสวนและปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมศุลกากร รุดไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือหางยาวบรรทุกกล่องกระดาษขนาดใหญ่แล่นจากฝั่งแขวงสะหวันนะเขต เข้ามาจอดที่บริเวณท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ใกล้กับสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

    เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อที่จะขอตรวจสอบ แต่คนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้อาศัยความมืดวิ่งขึ้นฝั่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบพบกล่องกระดาษบรรจุสิ่งของขนาดใหญ่จำนวน 5 กล่องอยู่ในลำเรือ จึงได้เปิดกล่องกระดาษตรวจสอบพบว่าภายในบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า 1 กล่อง ส่วนอีก 4 กล่อง พบว่าเป็นบุหรี่ผลิตใน สปป.ลาว จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบกroyalthaiarmy

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทพ.2105​ ฝ่ายปกครองและตำรวจ ยึดยาบ้าซุกกองฟาง 1.9 แสนเม็ด ในกระท่อมกลางทุ่ง/ นบ.ยส.24 ยึด เฮโลอีน 32 แท่ง, ยาไอซ์ 117 กก. ผู้ต้องหา 3 รายของกลาง ยาบ้า 80 มัด 160,000 เม็ด/ร้องตรวจสอบรถขนทราย บรรทุก นน. เกิน ถนนพัง ฝุ่นเต็มบ้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงมาส่งในพื้นที่ บ.นาสีนวน ม.1 ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร

    จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง ปรากฏว่าเมื่อไปถึงบริเวณกระท่อมในบริเวณสวนยางพารา บ.นาสีนวน พบกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนไว้อยู่ในกองฟางจึงได้เปิดตรวจสอบดูพบว่าภายในกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 198,000 เม็ด ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    นบ.ยส.24 แถลงข่าวโชว์ผลงานการตรวจยึด เฮโลอีน 32 แท่ง, ยาไอซ์ 117 กก. ผู้ต้องหา 3 รายของกลาง ยาบ้า 80 มัด 160,000 เม็ด

    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)/ผบ.มทบ.210, พ.อ.กัญญนัต ไชโอชะ รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2),พ.อ.ศรณณัฐ นวยมณี รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 1(ร.3)กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี / รองผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) นายสุรศักดิ์ กันสูงเนิน ป้องกันจังหวัดนครพนม,พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตดช.23, พ.ต.อ.หญิง จีระนันท์ ธนะสิงห์ ผกก.พฐ.นครพนม,พ.ต.ท.สมพล ห้าวหนู รอง ผกก.ตชด.23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เรวัฒ จำปาน ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 และชุดปราบปรามยาเสพติดฯ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดเฮโรอีน 32 แท่ง ยาไอซ์ 117 ห่อ/กก.

    โดยเมื่อ วันที่ 16 พ.ย.67 เวลา 22.00 น. ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่กำลังจะออกไปกรีดยางว่าพบเห็นพระพุทธรูป จำนวน 3 องค์ ที่ถูกวางไว้ข้างทางห่างจากแหล่งชุมชนหมู่บ้านพอสมควร บริเวณทางเข้าหมู่บ้านดอนแดงน้อย ต.ท่าจำปา อ.ทำอุเทน จ.นครพนม เป็นที่น่าสงสัย จึงรีบแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อให้นำไปตรวจสอบและคาดว่าอาจจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเข้าไปสำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามียาเสพติดที่มีลักษณะวางซุกซ่อนในองค์พระพุทธรูปเป็นจำนวนมากจริง ก่อนถูกหล่อด้วยน้ำยาเรซิ่นอยู่ภายใน แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังคงวางกำลังดักซุ่มรอ

    เพื่อหวังจะมีผู้มารับพระจำนวนดังกล่าวจนกระทั่งถึงเช้า เมื่อไม่มีผู้ใดมารับหรือแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดและนำพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ มายังกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงพบว่าในองค์พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นั้น มียาเสพติดให้โทษให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) จำนวน 32 แท่งและยาไอซ์ จำนวน 117 ห่อ /กิโลกรัม สำหรับยาไอซ์ที่ตรวจยึดไว้ได้ ถูกจัดเรียงไว้ภายในขององค์พระพุทธรูปก่อนใช้น้ำยาเรซิ่นเทหล่อทับเพื่อพรางสายตาเจ้าหน้าที่ สำหรับการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากในครั้งนี้ อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้วยดีตลอดมา จึงทำให้ผลการตรวจยึดของกลางจำนวนดังกล่าวเป็นผลสำเร็จก่อนที่ ยาเสพติดจำนวนนี้จะทะลักเข้าไปสู่พื้นที่ชั้นในต่อไป

    อีกคดีเมื่อ วันที่ 17 พ.ย.67 เวลา 07.00 น. ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ จึงได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ ปั้ม ปตท.บ้านแพง ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตามที่รับแจ้ง จนกระทั้งเวลาประมาณ 07.00 น. ตรวจพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเทาทะเบียนหมายเลข 3 ฒต 9723 กรุงเทพฯ จอดอยู่บริเวณปั๊ม ปตท.บ้านแพง จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบชาย 2 คน และ ผู้หญิง 1 คน จึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขอทำการตรวจค้นรถกระบะคันดังกล่าว พบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 80 มัด ประมาณ 160,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน1 กระบอก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำการขยายผล ณ กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ต่อไป

    ทางด้าน พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)/ผบ.มทบ.210 กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้ง นบ.ยส.24 เป็นหน่วยหลักในการบูรณาการสกัดกั้น ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมอบหมายให้ กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นส่วนสกัดกั้น, ตำรวจภูธร เป็นส่วนปราบปราม และ ศอ.ปส.จว. เป็นส่วนป้องกัน ซึ่งการบูรณาการนี้ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จนถึงปัจจุบัน ในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดนครพนม จำนวน 54 ครั้ง ผู้ต้องหา 120 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 1,183,747 เม็ด, เฮโรอีน 67.10 กิโลกรัม และไอซ์ 117.295 กิโลกรัม

    การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 167 ครั้ง ผู้ต้องหา 275 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 19,978,876 เม็ด, ไอซ์ 765.295 กิโลกรัม, เฮโรอีน 85.63 กิโลกรัม, เคตามีน 3.79 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 1,484 เม็ด, happy Water 410 ซอง, ฝิ่น 0.66 กรัม)ซึ่งนโยบายเร่งด่วนในการป้องกันปราบปรามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศตามแนวชายแดนทั่วประเทศ โดยสืบสวนหาข่าว ลาดตระเวนช่องทางต่างๆ และตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามจุดเสี่ยง ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดต้องหาวิธีการใหม่ๆในการส่งต่อยาเสพติดเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ซึ่งผลการปฏิบัติในครั้งนี้ ก็เป็นการทำงานเจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และหน่วยความมั่นคงและทุกส่วนราชการที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และบูรณาการร่วมกันจนทำให้การจับกุมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จทำให้สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เพิ่มการเฝ้าระวังบริเวณแนวชายแดน และพื้นที่เสี่ยง อย่างเข้มแข็งต่อไป เพื่อป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซากอย่างเด็ดขาดต่อไป

    ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ขอให้สื่อได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดผ่านช่องทางตรงของ นบ.ยส.24 ที่เบอร์ 064-6641982 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง

    ร้องตรวจสอบรถขนทราย บรรทุก นน. เกิน ทำถนนพัง ฝุ่นเต็มบ้าน

    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง
    จังหวัดมุกดาหาร ว่าได้รับความเดือดร้อนจากกรณีผู้ประกอบการท่าทรายลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขงนอกเขตพื้นที่อนุญาต แล้วใช้รถบรรทุกขนทรายจำนวนมากที่ได้มาจากการลักลอบดังกล่าว บรรทุกน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด วิ่งผ่านถนนในหมู่บ้านของตำบลนาสีนวน ออกไปสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 (มุกดาหาร-ดอนตาล)

    จนทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้เคียงกับถนนที่รถบรรทุกทรายวิ่งผ่านได้รับความเดือดร้อน มีปัญหาด้านสุขภาพเกิดการเจ็บป่วยอันเนื่องจากฝุ่นละออง ทั้งยังทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน พบว่ามีรถบรรทุกทรายที่คาดว่าจะมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดวิ่งผ่านถนนในชุมชนจนทำให้ได้รับความเดือดร้อนถนนเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อจริง ทั้งยังไม่มีการคลุมผ้าใบตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีการใช้รถบรรทุกทรายวิ่งออกจากสถานประกอบการท่าทรายแห่งหนึ่งในตำบลนาสีนวน ผ่านถนนในหมู่บ้านออกสู่ทางหลวงหมายเลข 2034 ผ่านทางหลวงหมายเลข 238 (ถนนวงแหวนรอบนอก) เข้าไปยังถนนทางหลวงชนบทบ้านด่านคำ

    โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่รถบรรทุกทรายไม่คลุมผ้าใบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านพากันออกมาวิ่งเต็มถนนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนและถนนซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเพิกเฉยไม่ตรวจสอบหรือดำเนินการใดๆ แม้แต่รถหน่วยตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกเคลื่อนที่ กรมทางหลวงชนบท ก็ยังวิ่งผ่านเลยไปเฉยๆ

    “จึงขอให้เทศบาลตำบลนาสีนวน สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับรถบรรทุกที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไปด้วย” ร.ต.ต.สุเทียน กล่าว

    ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร #กรมการขนส่งทางบก #แขวงทางหลวงมุกดาหาร #กรมทางหลวง #แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร #กรมทางหลวงชนบท #เทศบาลตำบลนาสีนวน #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร. ร่วมความมั่นคงแถลงตรวจยึดไอซ์ 285 กก. ริมน้ำโขง

    แชร์เนื้อหานี้


    เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 19 พ.ย. ที่หน้าสภ.เมืองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ร่วมฝ่ายความมั่นคงแถลงตรวจยึดไอซ์ 285 กก. ริมน้ำโขง โดยมีนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.อ.ศุภชัย มีหอม รองผอ.กอ.รมน.จังหวัด

    นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.ศุภกฤษ ทองลิ่ม ผกก.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.บึงกาฬ พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม หัวหน้าตำรวจน้ำบึงกาฬ กกล.สุรศักดิ์มนตรี นรข.บึงกาฬ และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

    ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เวลา 23.00 น. ที่ผ่านมาตำรวจกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ ร่วมกับหน่วยงานบูรณาการในพื้นที่ ตรวจยึดกระสอบปุ๋ยสีขาว คาดว่าจะเป็นยาเสพติด ประเภทยาไอซ์ จำนวน 11 กระสอบ ตรวจสอบเบื้องต้น มีห่อยาไอซ์ จำนวน 25 ก้อน/กก. ใน 1 กระสอบ รวมประมาณ 275 ก้อน/ กก. ตรวจยึดบริเวณ ริมเขื่อนกั้นตลิ่ง ทางทิศเหนือบ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

    เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้รับแจ้งจากสายลับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำสิ่งของผิดกฏหมายส่งมอบกันบริเวณที่เกิดเหตุ จึงร่วมกันออกตรวจสอบ
    ผลการตรวจสอบพบกระสอบ บรรจุยาเสพติด จำนวน 11 กระสอบ ตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้จัดกำลังซุ่มรอเพื่อจับกุม กลุ่มนักค้าที่จะมารับยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น.ยังไม่มีผู้ใดมารับยาเสพติดดังกล่าว จึงได้ร่วมกันตรวจยึด เพื่อตรวจสอบ ที่ กก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0645960906

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส / นบ.ยส.24 โดย​ร้อย.ฉก.ทพ.2101 โชว์ฝีมือจับผู้ต้องหา ยาบ้า 12,000 เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567​ เวลา​ 10.00น ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารที่ 21 บ้านปากห้วยม่วง ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอบ้านแพง เป็นประธานแถลงข่าวร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ภายใต้การอำนวยการของ นบ.ยส.24 และกกล.สุรศักดิ์มนตรี จับผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 12,000 เม็ด บริเวณ ทุ่งนา บ.แพงใต้ ม.11 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม

    โดย ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีขบวนการยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว นำยาเสพติด(ยาบ้า) มาส่งให้ขบวนการยาเสพติดฝั่งประเทศไทย โดยใช้เรือกีบหาปลาเป็นพาหนะ จึงได้สั่งการ ชุดปฏิบัติการที่ 3 (ท่าลาด) เข้าทำการเฝ้าตรวจพื้นที่ตามภาพข่าว บริเวณทุ่งนาพื้นที่ บ.แพงใต้ ม.11 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตรวจพบชาย จำนวน 1 คน ขับขี่รถ จยย.ลงไปจอดบริเวณใกล้กับตลิ่งกันทรุดแม่น้ำโขง และได้มีเรือกีบขับมาจากฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว แล้วมาจอดบริเวณตลิ่งกันทรุดแม่น้ำโขง

    จุดดังกล่าวแล้วมีบุคคลถือกระเป๋าสะพายสีดำเดินขึ้นมา จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินลงไปรับเอากระเป๋าสะพายสีดำต้องสงสัยนั้นมา และรีบขับขี่รถ จยย.มุ่งหน้าขึ้นมายังถนนหลัก ชุดปฏิบัติการที่ 3 (ท่าลาด) ที่ทำการเฝ้าตรวจอยู่จึงแสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจค้น ชายคนดังกล่าวได้ทำการขัดขืนจะวิ่งหลบหนี แต่ กพ.ของหน่วยสามารถควบคุมตัวไว้ได้

    จึงทำการตรวจค้นกระเป๋าสะพายสีดำต้องสงสัย พบเป็นยาบ้า จำนวน 6 มัด ประมาณ 12,000 เม็ด, รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซุปเปอร์คัพ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่องบรรจุอยู่ภายใน ผลการสอบสวนเบื้องต้น ยอมรับว่ายาเสพติด(ยาบ้า)ทั้งหมด เป็นของตนเองจริง โดยได้มารับตามที่มีคนสั่งการและจะนำเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน หน่วย

    จึงได้นำ ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด มายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียดและประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมเพื่อดำเนินการ ตรวจสอบ และสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม พร้อมจะนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่ง จนท.ตร.สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    ภาพ : ร้อย.ฉก.ทพ.2101
    ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นาทีชีวิต!!! รอง ผอ. นบ.ยส.24 เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุ บนถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 เวลา 17.30 น. ที่บริเวณ ถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม ตรงข้ามปั้ม ปตท.บ.โคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2) และพันเอก ศรณณัฐ นวลมณี รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด

    สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) ในระหว่างการเดินทางจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ได้พบเห็นอุบัติเหตุรถเก๋ง ทะเบียน กจ 4606 สกลนคร ชนกับรถจักยานยนต์ของชาวบ้าน บนถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม บริเวณตรงข้ามปั้ม ปตท.บ.โคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย เป็นชาวบ้าน บ.โคกกล่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม

    เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกลับจากซื้อผักที่ตลาด ในระหว่างเดินทางกลับบ้านก็มาเกิดประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ซึ่ง รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 เห็นเห็นการพอดีจึงได้ทำการจอดรถและรีบเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR

    ก่อนที่หน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน อบต.นาทราย และทีมแพทย์ฉุกเฉิน รพ.นครพนม เข้าทำการช่วยเหลือ พร้อมกับการอำนวยการจราจรอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน จึงรีบเข้าช่วยเหลืออำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วนในการช่วยเหลือในครั้ง “เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

    ภาพ/ข่าว​ นบ.ยส. 24
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.หว้านใหญ่ ยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ ผงะพบเม็ดยา มีตัวอักษร LV พร้อมโลโก้ louis vuitton 495,000 เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดลำเลียงเข้ามาในพื้นที่ ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ กำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตามที่รับแจ้ง

    ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่บริเวณริมแม่น้ำโขงด้านหลังรีสอร์ทสองใจ หมู่ 1 ต.ป่งขาม พบกล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่ใช้บรรจุยาสูบผลิตในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ยี่ห้อเพ้ด และ เจเอ็นกรีน จำนวน 2 กล่อง วางอยู่ในห้องพักของรีสอร์ทร้าง ลักษณะมีพิรุธ เมื่อเปิดออกดูพบว่าภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 495,000 เม็ด นอกจากนี้ภายในกล่องกระดาษดังกล่าวยังพบวัตถุเกร็ดผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 1.015 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง วัตถุเม็ดสีเขียว พิมพ์ตัวอักษร LV และโลโก้ louis vuitton บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จำนวนเม็ด 988 เม็ด

    วัตถุเม็ดสีเขียวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จํานวนเม็ด 396 เม็ด วัตถุเม็ดสีฟ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จำนวนเม็ด 100 เม็ด วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส และบรรจุอยู่ในซองสีน้ำเงินมีตัวอักษรจีน จำนวน 3 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 0.11 กิโลกรัม

    วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 0.665 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง รวมน้ำหนักของกลางชนิดผง มีน้ำหนักรวม 1.79 กิโลกรัม โดยทั้งหมดเป็นยาเสพติดประเภท 1 และ 2 ทั้งนี้วัตถุอื่นนอกจากยาบ้าที่ตรวจพบจะได้นำส่งตรวจพิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้งว่ามีสารเสพติดประเภทใดผสมอยู่บ้าง และได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ สอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 บินด่วนแถลงข่าวจับบ้า 4.53 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน จ.บึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    ยาบ้ายังทะลักข้ามโขงเข้าบึงกาฬ 2 วันจับได้เกือบ 10 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน ยึดรถยนต์ 3 คัน หลากหลายแบรนด์ ทั้ง 999 ,Y1และแบรนด์ใหม่ TOYOTA ทั้งหมดผลิตมาจากสามเหลี่ยมทองคำก่อนลำเลียงผ่านแดนข้ามโขงเข้าทางภาคอีสาน แม่ทัพภาค 4 บินด่วนมาแถลงข่าวด้วยตนเอง
    เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 8 พ.ย.ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

    พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายคณิศร ภาพีรนนท์. ผู้อำนวยการ.สำนักงาน ปปส.ภาค 4 นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสำนึก รอง ผบก.พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24 พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244

    พ.ต.ต.ประชานาถ แดงเนียม สว.ส.รน.4 กก.11 บก.รน ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายธวัชชัย มั่นเพ็ชร อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ที่ 12 ต.ท่าช้าง อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นางสาวพจนา รัตนสาร อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 1-239 ถ.บ้านใหญ่ ต.นครนายก อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นายอรรณพ วรญาณศรี อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 11 ต.คำโตนด อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี นายจตุรงค์ วรญาณศรี อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 12 ต.คำโตนด อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี กล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ทั้ง 4 คนรับสารภาพ ของกลาง ยาบ้าจำนวน 4,530,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน โดยจับกุมได้ที่ บริเวณสวนยางพาราติดกับริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยดอกไม้ หมู่ 4 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ต่อเนื่อง บริเวณถนน หมายเลข 212 บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ


    ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 สืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากข้ามลำน้ำโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อยตชด 244 พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมพงษ์ พบวันดี รองผบ.ร.ต.อ.สุริยา วรรณพฤกษ์ หัวหน้าชุด ชปข.สนธิกำลังกลับร.ต.อ.จิรศักดิ์ คำวะเนตร หัวหน้าชุด ชปส.กก.ตชด 24 เจ้าที่ทหาร ชปข.ที่ 4 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พ.ต.ท.ณัฐพล โอฆะพนม สว.กก.ส.ภ.จว.บึงกาฬ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบึงกาฬ ตำรวจน้ำ ทหารพราน ร้อย2018 หน่วย นรข.บึงกาฬและปลัดฝ่ายป้องกัน ลงพื้นที่หาข่าวดักซุ่มและติดตามแก๊งขนยาเสพติดที่จะมาลำเลียงยาบ้าไปส่งยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ

    กระทั่งกลางดึกคืนที่ผ่านมาได้ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 7460 ชัยนาท มีคอกท้ายกระบะ ขับมายังบริเวณสวนยางพาราติดกับริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้ถอยหลังลงไปยังริมแม่น้ำโขง มีชาย 2 คนแบกกระสอบต้องสงสัยขึ้นบนกระบะท้ายรถ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบมีกระสอบต้องสงสัย สีดำ จำนวน 4 กระสอบ วางอยู่กระบะหลังรถ และอีก 6 กระสอบ วางอยู่พื้นใกล้ตัวรถ รวมทั้งหมด 10 กระสอบ ทราบชื่อคนขับ นายธวัชชัย มั่นเพชร (ผู้ต้องหาที่ 1 ทราบชื่อภายหลังการจับกุม) และนางสาวพจนา รัตนสาร นั่งข้างคนขับ(ผู้ต้องหาที่ 2 ทราบชื่อภายหลังการจับกุม)

    จึงควบคุมตัวไว้ เปิดดูในกระสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก ทั้ง 2 คนยังยอมรับว่าในการมาขนลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ยังมีชายอีกสองคน ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำตาล ทะเบียน กบ 8743 ปราจีนบุรี ทำหน้าที่ดูต้นทาง จึงแจ้งให้ จนท.อีกชุดออกติดตามค้นหาพบรถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนถนน หมายเลข 212 พื้นที่บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองบึงกาฬ จึงสกัดจับตัวได้ ทราบชื่อ นายอรรณพ วรญาณศรี เป็นคนขับ (ผู้ต้องหาที่ 3) และนายจตุรงค์ วรญาณศรี นั่งข้างคนขับ(ผู้ต้องหาที่ 4) ทั้ง 2 คนยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากคนชื่อ “ท้าวน้อย” ชาวลาว เป็นเงิน 50,000 บาท โอนมาให้ก่อน 10,000 บาท ให้นำยาบ้าล็อตนี้ไปส่งยัง จ.อยุธยา เมื่อไปถึงปลายทางจะแจ้งพิกัดให้ทราบอีกที แต่มาถูกจับได้เสียก่อน .
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.น้ำ มุกดาหาร จับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับ​ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

    แชร์เนื้อหานี้

    กองบังคับการตำรวจน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ​ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.​ พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก,
    พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้สังการให้ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจน้ำ3 กองกำกับการ10 กองบังคับการตำรวจน้ำ​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย ร.ต.ต.คมเด็ด อ่อนพฤกษ์ภูมิ รอง สว. (ป.ทางน้ำ)​ส.รน.3 กก.10 บก.รน., ชุดสืบสวนตำรวจน้ำ

    ร่วมกันจับกุม นางแสงสุริยา อุระ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร​ จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 217/2567 ลงวันที่ 19 เมษายน 2567​ ความผิดฐาน ฉ้อโกง,เรียกค่าเสียหาย​หกหมื่นบาท​ จับกุมที่บริเวณบ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

    เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 06.30 น. ร.ต.ต.คมเด็ด อ่อนพฤกษ์ภูมิ รอง สว. (ป.ทางน้ำ)ส.รน.3 กก.10 บก.รม. ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) แจ้งว่า นางแสงสุริยา อุระ ซึ่งเป็นบคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 217/2567 ลงวันที่ 19 เมษายน 2567 ได้พักอาศัยที่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร​ จ.มุกดาหาร ต่อมาเมื่อเวลา 07.30 น.

    เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ส.รน.3 กก.10 บก.รน.,ชุดสืบสวนกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นพื้นที่ได้เดินทางไปตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวปรากฏว่าตรวจพบจำเลยซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับจำเลยตามหมายจับดังกล่าวปรากฏตัวอยู่จริง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวให้ทราบและแสดงหมายจับ

    ให้เจ้าของบ้านและจำเลยดู โดยจำเลยยอมรับว่า ตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยตามหมายจับนี้ และยังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดี มาก่อน พนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบทันทีในที่เกิดเหตุ และควบคุมตัวนำส่งศาลจังหวัดมุกดาหาร ในวันเดียวกันเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบหนุ่มใหญ่ส่งยาเสพติดผ่านขนส่งเอกชนทั้งยาอี และแฮปปี้วอเตอร์ /จับ 2 ผัวเมียค้ายาบ้า 44,158 เม็ดยึดปืนสั้น 2 กระบอกเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 ต.ค. พ.ต.ท.กำพล บัวจันทร์ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม)ประสงค์รางวัลสินบนนำจับว่ามี นายบุญมี ญวน แปลง อายุ 59 ปี ราษฎรบ้านกลาง บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 8 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยจะมีการลักลอบน้ำยาบ้าและยาเสพติดจากบริเวณริมแม่น้ำโขงมาส่งต่อให้ลูกค้าเป็นประจำ ทั้งส่งไปขายต่อทางไปรษณีย์ขนส่งทั้งของรัฐและเอกชน ยาบ้าและยาเสพติดภายในตัวอำเภอเมืองจังหวัดบึงกาฬ และมักมีวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่ประเป็นประจำที่บริเวณบ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 11 ตำบลชัยพร อำเภอเมือง ซึ่งเป็นบ้านที่นายบุญมีเช่าพักอาศัยอยู่ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบเพื่อจับกุม จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รอง ผบก.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ทราบ และได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ สนธิกำลังกับว่าที่ พ.ต.อ. จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ พ.ต.ท.กฤษฏิ์ ศรีหาบุญทัน สว.ส.ทล.3กก.4 บก.ทล.นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว

    พบนายบุญมี หรือมี ญวนแปลง นั่งอยู่บริเวณบ้าน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้น จึงแสดงกิริยาท่าทางตกใจคล้ายกับคนมีสิ่งของผิดกฎหมาย จึงสอบถามว่านำพัสดุอะไรไปส่งและนำไปส่งที่ใดจากนั้น นายบุญมี หรือมี ได้ยอมรับสารภาพว่า ใต้รับการว่าจ้างจากท้าวยา ชาว สปป.ลาว เป็นเงินจำนวน 3,000 บาท ให้นำกล่องกระดาษ จำนวน 4 กล่อง ไปส่งให้ลูกค้าของท้าวยาตามที่อยู่ที่ท้าวยาส่งมาให้ทางโปรแกรม Facebook Messenger ตนจึงนำกล่องพัสดุดังกล่าวไปส่งที่ร้านรับจัดส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง สาชาชัยพร หมู่ที่ 11 ตำบลชัยพร จึงพาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบกล่องดังกล่าวทั้ง 4 กล่อง เมื่อไปถึงร้านรับจัดส่งพัสดุดังกล่าว พบของกลางสำคับที่ 2-5 กล่องกระดาษ จำนวน 4 กล่อง แยกเป็น กล่องกระดาษ ขนาดใหญ่ จำนวน 2 กล่อง กล่องกระดาษ ขนาดกลาง 1 กล่อง ,กล่องกระดาษ ขนาดเล็ก 3 กล่อง จึงทำการตรวจสอบภายในกล่องกระดาษ ทั้ง 4 กล่อง

    พบภายในกล่องขนาดใหญ่ จำนวน 2 กล่อง มีซองอาหารเสริมคอลาเจนยี่ห้อ คูมิโกะสีชมพู ซุกซ่อนอยู่ภายใน รวม 410 ซอง กล่องขนาดกลาง จำนวน 1 กล่อง พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นก้อนสีขาวซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 2 ถุง ซึ่งเป็นถุงยาอี และกล่องขนาดเล็ก จำนวน 1 กล่อง พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นก้อนสีน้ำตาลดำ ซุกช่อนอยู่ในถุงพลาสติกใสจำนวน 1 ถุง ซึ่งเป็นยาอีเชนกัน น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัมกว่าๆ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำตัว นายบุญมี หรือมีฯ พร้อมของกลางทั้งหมดมาที่ กก.สส.ก.จว.บึงกาฬ ตรวจสอบปัสสาวะเบื้องต้นเพื่อหาสารเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีน โดยความยินยอมของ นายบุญมี หรือมีฯ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นมีผลบวก นายบุญมี หรือมีฯ ให้การว่าตนได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จริง และเคยรับจ้างส่งของจากชาวลาวมาแล้ว 5 ครั้ง ที่ผ่านมาไม่มีปัญหา พึ่งเคยถูกจับครั้งนี้ครั้งแรก

    จากนั้นได้นำตัวอย่างน้ำปัสสาวะของ นายบุญมี หรือมีฯ ส่งตรวจที่โรงพยาบาลบึงกาฬ ปรากฏผลเป็นบวก ตามเอกสารที่แบบมาชั้นจับกุม จึงแจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้นายบุญมี หรือมีฯ ทราบว่าจะต้องถูกจับกุม ตัวในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้าหรือเมทแอฟเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ,มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย” ให้ นายบุญมี หรือมีฯ ทราบแล้ว ให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหาจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    จับ 2 ผัวเมียค้ายาบ้า 44,158 เม็ดยึดปืนสั้น 2 กระบอกเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง

    เมื่อเวลา 11.00 วันที่ 24 ต.ค.หน้าห้องสืบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รรท.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ว่าที่ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.สืบพงษ์ วิสุตรธนาวิทย์ รอง ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.กรชน์ แสงกนึก รอง ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ ปฏิบัติราชการ สภ.เมืองบึงกาฬ
    พ.ต.ท.นิคสันต์ ดียา สว.สส.สภ.เมืองบึงกาฬ ว่าที่ พ.ต.ท.รชต สว่างจิตต์ สว.ตม.จว.บึงกาฬ แถลงข่าวจับกุม 2 ผัวเมียค้ายาบ้า ได้ของกลางหลายรายการ คือ นายนัทวัฒน์ หรือนัท ศรีเพ็ญรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.ดลฤทัย หรือปาล์ม ศรีจันทร์ อายุ 20 ปี ภายในบ้านพักในสวนทุเรียน เขตบ้านคำภู ม.5 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

    ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.วัลลภ ภูผานี รอง สว.(ป).สภ.เมืองบึงกาฬ ,ร.ต.ต.สุวิทย์ เย็นวัฒนา ,ด.ต.สุริยนด์ แก้วนารี,ด.ต.บัณฑิต พระราช ,ด.ต.ไมตรี ภูเป็ว ,ส.ต.อ.ชาณุพันธ์ ไขมีเพ็ชร ,ส.ต.ท.ปฏิพัทธ์ เทียมตามา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ ว่าที่ร.ต.ต.ประวิทย์ คำแข็งขวา รอง สว.ตม.จว.บึงกาฬ,ค.ต. คชาชาญ ทิพยนตรี,ค.ต.ณัทพสิษฐ์ ศิริลักษณ์ ผบ.หมู่ ตม.จว.บึงกาฬ ตรวจค้นจุดพบของกลาง จุดที่ 1 พบยาบ้า 1,200 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอนบ้านพักในสวนของผู้ต้องหา จุดที่ 2 พบยาบ้า 800 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอนภายในบ้านพักของผู้ต้องหา จุดที่ 3 พบยาบ้า 158 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอน จุดที่ 4 พบยาบ้าจำนวน 7 แพ็ค ห่อหุ้มด้วยกระดาษเทียนไข

    มีอักษรภาษาอังกฤษ Y-1 ภายในห่อหุ้มด้วยกระดาษสีขาว มีอักษรภาษาอังกฤษ A ภายในมียาบ้าจำนวน 10 ถุง ยาบ้า 1 ถุง มีจำนวน 200 เม็ด นับรวมยาบ้าได้ 42,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกหูหิ้วสีฟ้า ซุกซ่อนอยู่ภายในพุ่มไม้ภายในสวนทุเรียน รวมยาบ้าของกลางจุดที่ 1-4 ทั้งหมด จำนวน 44,158 เม็ด พบอาวุธปืนสั้นชนิดประดิษฐ์ ใช้กระสุนขนาด จุด380 มม. จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาด จุด380 จำนวน 3 นัด และกระสุนปืนขนาด จุด 22 จำนวน 15 นัด แต่ไม้พบอาวุธปืน นอกจากนี้ยังพบเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Black Bull สีเขียว ความยาวบาร์ 25 นิ้ว พร้อมใช้งาน จำนวน 1 เครื่อง และเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Arto สีส้ม ความยาวบาร์ 25 นิ้ว พร้อมใช้งาน จำนวน 1 เครื่อง วางอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านพักของผู้ต้องหา พบโทรศัพท์ยี่ห้อ เรียลมี่ สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของนายนัท ผู้ต้องหาที่ 1 โทรศัพท์ยี่ห้อ Vivo สีแดง-ดำ จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของน.ส.ปาล์ม ผู้ต้องหาที่ 2 พบกระดาษบันทึกรายการซื้อขายยาเสพติด จำนวน 1 ฉบับ และเงินสดไทย จำนวน 10,800 บาท ซึ่งผู้ต้องหาที่ 1 รับว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด (ตรวจยึดตามพรบ.ยาเสพติดฯ) พบกระเป๋าสะพายข้าง สีดำ-เทา จำนวน 1 ใบอยู่บริเวณภายในบ้านพักในสวนทุเรียนของผู้ต้องหา ในเขตบ้านคำภู ม.5 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

    จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่ายาบ้าที่พบอยู่ข้างที่นอนเป็นของตนจริงและก็ได้ร่วมกันเสพกับแฟนสาว ส่วนยาบ้าที่พบอยู่ในสวนตนพึ่งสั่งซื้อมาเมื่อคืนแฟนสาวไม่รู้เรื่องด้วย และตนยังไม่ได้จ่ายเงินค่ายาบ้าที่สั่งมาใหม่และก็ยังไม่ได้นำไปจำหน่ายที่ไหน ตำรวจเข้ามาตรวจค้นได้เสียก่อน ทั้งอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนและเลื่อยโซ่ยนต์ก็เป็นของตนซื้อไว้เพื่อตัดแต่กิ่งต้นโค่นต้นไม้ภายในสวน

    โดยแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1 1.ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยผิดกฎหมาย 2.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย และกระทำเพื่อการค้า 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า )โดยผิดกฎหมาย 4.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

    ผู้ต้องหาที่ 2 1.ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยผิดกฎหมาย 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า )โดยผิดกฎหมาย
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลป้องกันชายแดนไทย-ลาว

    แชร์เนื้อหานี้

    ​แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังป้องกันชายแดน เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเลย

    เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ที่อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังป้องกันชายแดน เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน”ป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเลยในพื้นรับผิดชอบของ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยมี พันเอก ปราโมทย์ เนียมสำเภา เสนาธิการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทน พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ฐานปฏิบัติการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

    จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา เพื่อรับทราบข้อมูลการปฏิบัติงาน ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย พร้อมทั้งกล่าวพบปะให้กำลังใจ มอบนโยบายของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เจตนารมณ์นโยบายที่สำคัญ ประจำปี 2568 ต้องยึดถือใน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. การพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. การนำกองทัพสู่ความทันสมัย 3. การฝึกให้พร้อมต่อทุกภัยคุกคาม 4. พร้อมทุกยามเมื่อเกิดพิบัติภัย และ 5. การเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล

    โดยให้ยึดถือการทำงานตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงกลาโหม เรื่องการเตรียมกำลังและการใช้กำลัง ให้กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกเข้มงวดสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามแนวชายแดน อย่างเต็มที่ ในฐานะที่กองทัพบกเป็นกลไกหลักของรัฐบาล ในภารกิจปกป้องอธิปไตยและป้องกันชายแดน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน ที่ทุกส่วนรวมถึงประชาชนให้ความสำคัญ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน

    เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการดูแลแนวชายแดนไทย- ลาว ซึ่งมีความทุ่มเท เสียสละ ปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคาม โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งแสดงถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ภารกิจดูแลแนวชายแดนเป็นความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติ ครั้งหนึ่งได้ทำเพื่อประเทศชาติ ของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี รวมทั้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ตามแนวชายแดนไทย-ลาว

    ในพื้นรับผิดชอบในทุกสถานการณ์ จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และ“ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” ในการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด บริเวณด่านภูซาง ตำบลหนองผือ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน ตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน เคร่งครัด

    พร้อมทั้ง มอบนโยบายปัญหายาเสพติด ไม่มีคำว่า “รอนับหนึ่งแล้วค่อยเริ่ม” การป้องกัน ป้องปราม ปัญหายาเสพติด ถือเป็นนโยบายสำคัญนโยบายหนึ่งของกองทัพภาคที่ 2 จึงขอความร่วมมือ“ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” และกำลังพลป้องกันชายแดน ถือเป็นพันธกิจสำคัญ ร่วมมือ ร่วมใจ ป้องกันยาเสพติด เพื่อให้พื้นที่รับผิดชอบปลอดจากการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ไม่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ประชาชนเกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

    ศูนย์ข่าว​มุกดาหาร​

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    ฉก.ทหารพราน​มุกดาหาร ยึดบุหรี่หนีภาษี 2.53 พันซอ

    เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม​ 2567​ พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบขนสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บริเวณชุมชนบางทรายใหญ่ ม.1 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105​ ฉก.ทพ.21

    ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร และชุดสุนัขทหาร ร่วมทำการลาดตระเวนในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง โดยได้เข้าตรวจค้นบ้าน 2 หลัง คือ บ้านเลขที่ 217 ม.1 ต.บางทรายใหญ่ มี นางมัธฌญา พาลึก เป็นเจ้าบ้าน และ บ้านบ้านเลขที่ 122 ม.1 ต.บางทรายใหญ่ มีนางจิรภัทร ขันอาสา เป็นเจ้าบ้าน ผลการตรวจค้นภายในตัวบ้านทั้ง สองหลัง

    ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ชุดปฎิบัติการร่วมจึงได้ทำการตรวจค้นพื้นที่โดยรอบบริเวณ พบโรงเก็บของลักษณะคล้ายเป็นโกดังขนาดเล็ก ตั้งอยู่ระหว่างบ้านทั้งสองหลังดังกล่าว จึงทำการตรวจค้นพบบุหรี่ต่างประเทศบรรจุอยู่ในลังกระดาษจำนวน 253 แท่ง หรือ 2,530 ซอง ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

    สื่อรัฐนิวส์ – สื่อรัฐทีวี / พบศพหญิงเร่ร่อน ถูกฆ่าตายในห้องน้ำร้าง ข้างหลังศูนย์เด็กเล็กเทศบาลทับสะแก ประจวบฯ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 29 ต.ค.67 ร.ต.ท.วิษณุ สังมัน รอง สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่บริเวณห้องน้ำร้างข้างตลาดนัด หน้าสถานีรถไฟติดกับศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแกจึงรายงานให้ พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผกก.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ สว.สส.สภ.ทับสะแก พร้อมชุดสืบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราบ สพฐ.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ อาสามูลนิธิฯสว่างรุ่งเรืองทับสะแก แพทย์เวร รพ.ทับสะแก รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

    บริเวณที่เกิดเหตุติดลานที่จอดรถตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟ ด้านหลังศูนย์เด็กเล็กเทศบาลทับสะแกพบศพหญิงสาวทราบชื่อภายหลัง น.ส.สร้อยประดับ ทองสุข อายุประมาณ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 6 ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร สภาพนอนหงานอยู่บนหมอน ซึ่งไว้รองศีรษะ ข้างห้องน้ำเก่าที่ยังไม่ได้รื้อโคนต้นมะขามขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพร่างกายเบื้องต้นมีบาดแผลบริเวณใบหน้าและลำตัว แพทย์คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ตำ กว่า 3 ชม.

    จากการสอบถาม นายสมหวัง ใสสะอาด อายุ 62 เป็นชาวตำบลทับสะแก ที่ยังให้การวกวน จากการดื่มสุราตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เล่าว่าตนเองอยู่กินกับผู้ตายมาประมาณ 20 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คนเป็นผู้ชาย และอ้างว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน เข้ามาทำร้ายภรรยาตนเอง พอตนเองจะเข้าไปช่วยคนร้ายก็วิ่งหายไป แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากยังอยู่ในสภาพเมา ให้การวกวนอยู่ และทราบว่าทั้งคู่ชอบดื่มเหล้าเมาแล้วทะเลาะกันเป็นประจำ ต่างคนต่างไม่ค่อยยอมกันเวลาพูด

    โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรายละเอียด และรายนิ้วมือแฝง ตรวจ DNA ส่งตรวจพิสูจน์ จากนั้นได้ให้มูลนิธิสว่างรุ่งเรือง นำร่างผู้ตายส่งตรวจพิสูจน์ ที่สถาบันนิติเวชฯ ต่อไป
    ////////////////////////////
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ยึดยาบ้าข้ามโขง 3.6 ล้าน เม็ดพร้อมรถยนต์

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม​ 2567​ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง(นรข.) และ พล.ต.ต.ชัชชัย วงค์สุนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าว จับกุมยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) จำนวน 3,600,000 เม็ด ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม น.ท.เตชธร ฉิมพาลี หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในพื้นที่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมทั้งประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อบูรณาการปฏิบัติร่วมกัน

    วางแผนในการสกัดกั้นและจับกุมโดยการเฝ้าสังเกตการณ์ และจัดวางกำลังตามเส้นทางคมนาคมที่คาดว่าผู้กระทำผิดจะใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ชุดเฝ้าตรวจบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงได้ยินเสียงเรือแล่นเข้ามาบริเวณฝั่งระยะห่างจากจุดซุ่ม ประมาณ 300 เมตร พร้อมกับได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งมาบริเวณดังกล่าว ชุดซุ่มเฝ้าตรวจจึงได้นำกำลังเข้าไปบริเวณดังกล่าว และสังเกตเห็นว่ามีการลำเลียงกระสอบขึ้นรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU รุ่น MU X สีขาวทะเบียน ขก 7917 อุดรธานี

    จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เรือลำเลียงก็ได้วิ่งกลับฝั่ง สปป.ลาว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามรถยนต์เพื่อจะขอตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งเครื่องขับหลบหนี กระทั่งต่อมาได้ติดตามพบรถต้องสงสัยคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้บริเวณริมถนนติดกับสวนยางพารา ริมทางสาธารณะบ้านหนองโจด ม.13 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

    จึงได้เข้าเข้าตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบกระสอบสีขาว จำนวน 9 กระสอบ อยู่ที่ด้านหลังตัวรถ เมื่อเปิดกระสอบบอกดูพบยาบ้าจำนวน 3,600,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารเรือ นรข.แถลงตรวจยึดยาบ้ากว่า 3.9 หมื่นเม็ด ริมน้ำโขง / บึงกาฬก้าวสู่ยุคดิจิทัล เสริมระบบป้องกันภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยี AI (CCTV-based)

    แชร์เนื้อหานี้


    เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 11 ต.ค. ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข.มอบหมายให้ น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. เป็นผู้แทนในการแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 39,951 เม็ด ภายใต้อำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข และ น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย โดยว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ว่าที่พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้


    ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 ต.ค. เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขงระหว่างบ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ คาดว่าจะเป็นป่าสวนยาง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ ร.ท.เพชรนคร ผิวขำ และ ร.ท.ไชยา เนียมแสง พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าโพธิ์ ตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด

    กระทั่งเวลา 19.00 น.ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่ป่าสวนยางบ้านท่าโพธิ์ ชุดปฏิบัติติการได้ใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืนตรวจพบเรือกลีบเพลายาวเครื่องยนต์ติดท้ายต้องสงสัยแล่นข้ามน้ำโขงมาจากฝั่ง สปป.ลาว ภายในเรือมีบุคคลนั่งมาด้วย 1 คน ขับเรือมายังฝั่งบริเวณสวนยางริมฝั่งแม่น้ำโขงตามที่สายลับแจ้งมาโดยเมื่อเรือจอดชายคนดังกล่าวได้ยกถังสีขาว จำนวน 1 ถังขึ้นมาจากเรือ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ จึงเข้าแสดงตัวเข้าตรวจค้นเมื่อชายต้องสงสัยเห็นเป็นเจ้าหน้าที่จึงทิ้งถังสีขาวที่ถือมาแล้วรีบขับเรือกลีบเพลายาวที่จอดไว้กลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงลงไปตรวจดูเปิดดูด้านในถังสีขาวพบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 4 แพ็คๆ รวมเป็นยาบ้าจำนวนประมาณ 39,951 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ก่อนจะทำการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เชียงของดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    นายธีระพล ขุนพานเพลิง นอภ.เมืองบึงกาฬ กล่าวว่า ทุกวันนี้ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ มีการระบาดของยาบ้าอย่างหนัก บางพื้นที่ราคายาบ้า เม็ดละ 20 บาท หรือ 5 เม็ดร้อย ทำให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย เป็นต้นเหตุของการเกิดอาชญากรรมลักเล็กขโมยน้อย รวมไปถึงการเมายาบ้าอาละวาด สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ในบทบาทฝ่ายปกครองเองมี 3 ส่วน มาตรการในการป้องกัน มาตรการในการปราบปราบ และมาตรการในการบำบัด ซึ่งฝ่ายปกครองเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับพื้นที่ยังมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นมือเป็นไม้ในพื้นที่มีโอกาสได้ส่งข้อมูลต่างๆให้กับหน่วยงานมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญในส่วนมาตรการป้องกันที่ได้ดำเนินการคือการป้องกันระดับกลุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน เยาวชน ให้มีโอกาสห่างใกลจากยาเสพติด

    ด้าน น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวเพิ่มเติมว่า นรข.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ในการแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่งจะนำกำลังพลหน่วย นรข.พบปะประชาชน เยาวชน มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหายาเสพติด และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบคือครอบครัว โดยจะกลับไปให้ข้อมูลที่ดีกับประชาชนให้ความร่วมมือลดละเลิกยาเสพติด
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0645960906

    จังหวัดบึงกาฬก้าวสู่ยุคดิจิทัล เสริมระบบป้องกันภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยี AI (CCTV-based)
    .
    วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2567 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมสิรินธรวัลลี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดระบบป้องกันและจัดการภัยพิบัติโดยใช้ระบบเทคโนโลยี CCTV-based (AI) ระหว่าง จังหวัดบึงกาฬ บริษัท ลาว พีเพิล จำกัด และบริษัท เอเดน แลป จำกัด

    CCTV-based (AI) หรือระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน รวมถึงการจัดการภัยพิบัติ โดยระบบนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดได้แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ประโยชน์ของการใช้ระบบ CCTV-based (AI) ในการจัดการภัยพิบัติ การตรวจจับภัยพิบัติล่วงหน้า ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น พายุ ฝนตกหนัก หรือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ

    ระบบ CCTV-based (AI) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือในการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ โดยสามารถตรวจจับภัยพิบัติได้ล่วงหน้า ประเมินความเสียหาย ติดตามสถานการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดบึงกาฬในการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.มุกดาหาร ซ้อนแผนรวบฆาตกรโหด ฆ่าเพื่อนถ่วงน้ำโขง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ร.ต.อ.อุทัย ศรีแนน ร้อยเวร สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากนายสมศักดิ์ แตงงาม อายุ 42 ปี ว่ามีเพื่อนถูกฆ่าตายในบ้านเช่าในชุมชนตาดแคน ซอย 8 เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร แล้วนำศพไปทิ้งที่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านสงเปือย ตำบล บางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ลงมือฆ่า คือ นายบาส เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบศพนายกิตติศักดิ์ บางเพชร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ส่งสินค้า สภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแล้วถูกนำร่างใส่ไว้ในกระสอบแล้วหุ้มทับด้วยถุงดำ

    ต่อมาเนื่องจากยังไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้วิธีเชิญตัวนายกิตติพงศ์ หรือบาส เงินงาม อายุ 46 ปี มาที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขอสอบถามข้อมูล ปรากฏว่าเมื่อนายบาส มาถึงก็ได้เข้าไปนั่งสั่งอาหารรับประทานอยู่ในร้านอาหารตามสั่งของ สภ.เมืองมุกดาหาร โดยยังไม่เข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อทราบว่านายบาส นั่งอยู่ในร้านอาหารก็ได้เข้าไปควบคุมตัวแล้วนำไปสอบสวน ซึ่งต่อมา นายบาสได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่านายกิตติศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกันจริงเพราะเมาและและเกิดอารมณ์โมโหจากการโต้เถียงกันเรื่องยาเสพติด

    จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายบาส ไปชี้จุดที่เกิดเหตุบริเวณบ้านเช่า โดยนายบาสได้เปิดเผยเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ตนเอง กับนายสมศักดิ์ และผู้ตาย ได้นั่งกินเหล้าด้วยกันที่บริเวณด้านหลังบ้านพักภายใน ซ.ตาดแคน จากนั้นมีเรื่องทะเลาะกันกับผู้ตาย ทำให้เกิดความโมโหจึงได้ทำร้ายผู้ตายโดยใช้เอาน้ำร้อนนาฬิกาต้มน้ำสาดใส่ผู้ตายแล้วเข้าไปชกต่อยและใช้เท้ากระทืบจนถึงแก่ความตาย

    จากนั้นในเวลาประมาณ 00.30 น. ก็ได้นำศพผู้ตายใส่ในกระสอบ หุ้มทับด้วยถุงดำ แล้วมัดด้วยลวดและถ่วงก้อนหิน ก่อนที่จะนำศพขึ้นรถบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71 – 1176 นนทบุรี ไปทิ้งลงในแม่น้ำโขง ที่บริเวณท่าทราย บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

    ภาพ//ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 จับกุมยาบ้า 1.17 ล้านเม็ด/พบศพหญิงดับปริศนา สภาพมีเชือกผูกคอ กับต้นไม้บนภูเขา อ่างห้วยไร่ 2

    แชร์เนื้อหานี้

    พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (บก.นบ.ยส.24) อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานด้านยาเสพติด รวมถึงปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย ในพื้นที่รับผิดชอบอำเภอชายแดนของจังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี รวม 25 อำเภอ 92 ตำบล 512 หมู่บ้าน

    พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม​ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวทิ้งท้ายว่า “ ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ และลุกลามโดยไม่มีเวลาให้เราตั้งหลักนาน ดังนั้นการปฏิบัติงานของ นบ.ยส.24 ต้องมุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เข้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน อย่างเร่งด่วน และจริงจัง“

    จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางไปที่ สถานีตำรวจภูธรชานุมาน อ.ชานุมาน​จ.อำนาจเจริญ เพื่อร่วมแถลงข่าวจับกุม ยาบ้า 1,174,000 เม็ด เมื่อ 1 ตุลาคม 2567 โดยสรุปดังนี้​ ตามนโยบายรัฐบาล โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย พร้อมทั้งการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหา ผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ภายใต้อำนวยการโดย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

    พลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พลตำรวจตรี มารุต เรืองจินตนา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พันจ่าเอก สุวิน ห้องแซง นายอำเภอชานุมาน พันตำรวจเอก โชติ์นรินทร์ ศุภาวรัตม์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชานุมาน มีผลการจับกุมคดียาเสพติด​ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย​ ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23, ตำรวจสืบสวน สถานีตำรวจภูธรชานุมาน, ฝ่ายปกครองอำเภอชานุมาน, หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี, ตำรวจ มว.ฉก.หมวดเฉพาะกิจ ตำรวจตระเวนชายแดน 2273

    ได้ร่วมจับกุม ผู้ต้องหาเป็นชาย 2 คน อายุ 22 ปี และ 14 ปี ซึ่งเป็นราษฎรบ้านเปื่อย ตำบล เปื่อย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,174,000 เม็ด, รถยนต์ Honda สีขาว ทะเบียน กง 920 อำนาจเจริญ 1 คัน และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สถานที่จับกุม บริเวณถนนลูกรังเสียบห้วยนาทัน บ้านโนนสำราญ หมู่ที่ 14 ตำบลซานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
    โดยก่อนเกิดเหตุ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) จะลักลอบขนยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทย บริเวณริมฝั่งโขงปากห้วยนาทัน หมู่ที่ 14 บ้านโนนสำราญ ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ชุดจับกุมจึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานหน่วยความมั่นคงในพื้นที่เพื่อวางแผนจับกุม ต่อมา

    เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตรวจพบยาบ้า (ของกลางที่ตรวจยึดได้) จึงได้วางกำลังดักซุ่มตามจุดต่างๆ ตามความเหมาะสม และตามที่ได้วางแผนไว้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดักซุ่มได้เห็น รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า แจ็ส สีขาว หมายเลขทะเบียน กง 920 อำนาจเจริญ ซึ่งมีชายอายุ 22 ปี เป็นคนขับ และมีชาย อายุ 14 ปี ที่นั่งมาด้วย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ทั้ง 2 คน จึงลงจากรถเก๋ง และได้ยกกระสอบที่บรรจุยาบ้าขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม บุคคลทั้ง 2 ไว้ได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ต่อมาได้นำผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชานุมาน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

    กองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี และ ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ตอนใน และชายแดน โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

    มุกดาหาร​ -​สลด! พบศพหญิงดับปริศนา สภาพมีเชือกผูกคอกับต้นไม้บนภูเขาอ่างห้วยไร่ 2

    เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2567 ศูนย์รับแจ้งเหตุ สถานีตำรวจภูธรผึ่งแดด ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบศพหญิงสาวมีเชือกผูกแขวนคอห้อยอยู่กับต้นไม้บนภูเขาบริเวณพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยไร่ 2 ตำบลดงมอน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงได้แจ้งร้อยเวรสอบสวนรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมกับประสานขอความร่วมมือจากกู้ภัยร่วมใจ จุดคำชะอี (ในอุปถัมภ์พระครูปลัด พูลธวัฒน์ อิทธิญาโณ) ช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาจากบนเขา และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมุกดาหาร

    จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นของผู้ตายระบุชื่อ น.ส.นภา กองสุข อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/5 หมู่ที่ 1 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี และใกล้กับจุดพบศพยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า zoomer X สีเขียว-เอเลี่ยนกรีน ทะเบียน 1 กส ชลบุรี 1274 จอดอยู่โดยมีหมวกกันน็อคสีดำวางอยู่บนเบาะที่นั่ง จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อสอบสวนสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

    ศูนย์ข่าว​มุกดาหาร

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับฝ่ายปกครองแถลงการณ์ ตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย

    แชร์เนื้อหานี้

    นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ,พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 และ พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ณ ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

    สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ร.13) โดย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ครั้นเมื่อเวลา 2130 น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 จัดกำลังพลเฝ้าตรวจ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังสวนยางพารา พื้นที่บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้จำนวน 2 กระเป๋า ใบที่1 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด และเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม และ กระเป๋าที่ 2 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด หน่วยได้ประสาน ฝ่ายปกครองอำเภอโพนพิสัย,ตร.สภ.โพนพิสัย,หน่วยเรือโพนพิสัย,ตร.น้ำหนองคาย ร่วมทำการตรวจยึด ปัจจุบันนำของกลางมาทำการตรวจนับที่ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

    ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ เนื่องจากกลุ่มขบวนการดังกล่าวมักจะลักลอบขนยาเสพติดในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากต่อปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมืด อันตราย และเสี่ยงต่อการใช้อาวุธ และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการปฏิบัติงานของกำลังพล ตามนโยบายรัฐบาล โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย พร้อมทั้งการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหา ผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

    กองทัพภาคที่ 2 โดย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ตอนใน และชายแดน โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี​ #กองทัพภาคที่2​ #กองทัพบกroyalthaiarmy​ #กรมการปกครอง​ #กระทรวงมหาดไทย​

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​