คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 3 นครราชสีมา แถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติด ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 198,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 เวลา 10.00 น. ณ สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ต. ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมาตำรวจภูธรนครราชสีมา สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง และ ปปส.ภาค 3 ร่วม แถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติดพล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว. นครราชสีมา, พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง, พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส. สภ.โพธิ์กลาง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา นำโดย พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.สภ.โพธิ์กลาง, พธิ์กลาง, ร.ต.อ.ภาคิน พิทักษ์ศุภกร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลาง ร่วมสืบสวนจับกุมตัว

๑. นายเสือ (นามสมมุติ) อายุ ๒๔ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๒. นายยุทธ (นามสมมุติ) อายุ ๒๔ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๓. นายมอล (นามสมมุติ) อายุ ๓๒ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ )
๔. นางสาวพลอย (นามสมุติ) อายุ ๒๑ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๔) พร้อมด้วยของกลาง ๑. ยาบ้า จํานวน ๒ เม็ด
๒. ยาบ้าที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน ๓๓ หมอน หมอนละ ๓ มัด รวม ๙๙ มัด มัดละ ๒,๐๐๐ เม็ด ซุกซ่อนอยู่ถุงพลาสติกสีดำ รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ เม็ด ๓. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น ๑๑ สีดำ จำนวน ๑ เครื่อง
๔. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ ๒๔ จำนวน ๑ เครื่อง
๕. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ๕๘ จำนวน ๑ เครื่อง
๖. น้ำปัสสาวะบรรจุขวดพลาสติก จำนวน ๔ ขวด

พฤติการณ์แห่งคดี วันที่ ๒๓ พ.ค.๖๘ เวลาประมาณ 00.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมและลำเลียงยาเสพติดที่ถนนมิตรภาพ ต.โคกกรวด อ.เมือง จว.นครราชสีมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลางได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ชุดสนับสนุน จึงได้ทำการออกตรวจในบริเวณก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดฯ ดังกล่าว ต่อมาเวลา ๐๐.๒๐ น. พบว่ามีรถยนต์กลับรถก่อนถึงจุดตั้งจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามไปจนถึงถนนหมายเลข ๒๙๐ บ้านหนองกุ้ง หมู่ที่ ๑๓ ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา พบรถยนต์กระบะแค๊ปสีเขียว ยี่ห้ออีซูซุ จังหวัดบุรีรัมย์ เลี้ยวเข้าไปจอดที่บริเวณอยู่หน้าสนามชนไก่แก้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ พบบุคคลชาย ๒ คน คือนายเสือ (ผู้ต้องหาที่ ๑) เป็นคนขับรถ และนายยุทธ (ผู้ต้องหาที่ ๒) นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร ท่าทางมีพิรุธสงสัย จึงได้ทำการสอบ ทั้งสองแจ้งว่ารถยนต์เสีย แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ จึงได้สอบถามจนทั้งสองคนยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาและเป็นคนขับรถนำทางหรือสเก้าท์หน้ารถที่ขนยาบ้า แต่ระหว่างขับรถมาทราบว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ด้านหน้า จึงเลี้ยวกลับรถก่อนถึงจุดตรวจแล้วมาจอดรถรอเพื่อให้จุดตรวจเลิกก่อนจึงจะเดินทางต่อ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ดังกล่าวพบยาบ้าจำนวน ๒ เม็ด ของกลางลำดับที่ ๑) จึงได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท ๑ (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและแจ้งผู้ต้องหาที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพ ติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” และสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทั้งสองทราบ

นายเสือฯ และนายยุทธฯ ทราบสิทธิดังกล่าวดีโดยละเอียดแล้วได้สมัครใจช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้การว่าได้เป็นคนขับรถนำทางหรือสเก้าท์หน้ารถคันที่ขนยาบ้า จะขับรถนำทางห่างกันประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร ซึ่งรถขนยาบ้ามีจำนวน ๓ คน ชื่อนายต้า (คนขับรถ), นายมอล และ น.ส.พลอย ใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว กทม. เดินทางไปรับยาบ้ามาจาก อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี ซึ่งจะติดต่อกันผ่านแอฟพลิเคชั่นเฟสบุ๊คของนายต้า ตลอดเวลาที่เดินทาง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้วางแผนจับกุมโดยให้ผู้ต้องหาทั้งสอง ติดต่อกับรถคันที่ขนยาบ้าให้มาพบที่จุดที่ตนเองอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังซุ่มดูอยู่บริเวณใกล้ๆจุดนัดหมาย ต่อมาเวลาประมาณ ๐๑.๐๐ น. รถยนต์เป้าหมายได้มาจอดที่จุดนัดหมาย โดยไม่ดับเครื่องและไม่ลงจากรถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่า เป้าหมายจะหลบหนีจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าทำการจับกุม แต่รถยนต์เป้าหมายได้ขับ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตามไปอย่างกระชั้นชิด มุ่งหน้าผ่านสวนสัตว์นครราชสีมา จนมาถึงจุดสร้างสะพานแห่งใหม่บ้านหนองบัวศาลา ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา รถยนต์เป้าหมายได้เสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าข้างถนนไม่สามารถขับต่อไปได้ คนภายในรถทั้ง ๓ คน ได้ลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ามันสำปะหลังข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิ่งไล่ติดตามจับกุมตัวมาได้ จำนวน ๒ คน คือนายมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) และ น.ส.พลอย (ผู้ต้องหาที่ ๔) ส่วนผู้ชายอีก ๑ คน (นายต้า) หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนมาตรวจค้นรถยนต์คันที่ผู้ต้องหาทั้งสองนั่งมา ผลการตรวจค้นพบยาบ้าที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน ๓๓ หมอน หมอนละ ๓ มัด รวม ๙๙ มัด มัดละ ๒,๐๐๐ เม็ด ซุกซ่อนอยู่ ถุงพลาสติกสีดำ รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ เม็ด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) และ น.ส.พลอย (ผู้ต้องหาที่ ๔) ให้การว่าเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. นายต้าฯ ขับรถยนต์คันดังกล่าว มาพบและชวนให้นั่งรถไปเป็นเพื่อนที่ จว.สระบุรี โดยนายมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) นั่งข้างคนขับ ส่วน น.ส.พลอยฯ (ผู้ต้องหาที่ ๔) นั่งที่เบาะหลัง เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น. ได้จอดรถริมทางบริเวณทุ่งนาที่ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี นายต้าฯ ก็ได้ให้นายมอลฯ ลงไปเอาถุงสีดำที่วางไว้ข้างทางขึ้นมาเก็บบนรถ จำนวน ๑ ถุง แล้วเดินทางกลับ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ โดยให้รถยนต์ของนายเสือฯ (ผู้ต้องหาที่ ๑) เป็นรถนำเพื่อคอยดูเส้นทางว่ามีด่านตำรวจหรือไม่ จนมาถึงที่เกิดเหตุแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยมีไว้ เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่ม ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” ซึ่งผู้ต้องหาทราบสิทธิ์และข้อกล่าวหาดีโดยละเอียดแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง ส่ง พงส.สภ.โพธิ์กลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯสกลนคร เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้า ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จ.สกลนคร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27พฤษภาคม 2568 เวลา09.00น.เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายพิสิษฐ์ แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ความมั่นคง) /นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร,นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวณิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง /ผอ.ศป.ปส.อ.บ้านม่วง นายไพโรจน์ ฦาชา ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง

เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุและการกระทำผิดกฎหมาย ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นายสุวรรณ สุโน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่12 อำเภอบ้านม่วง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อแก้ว ชุดปฏิบัติการตำบลบ่อแก้ว

ได้ลงพื้นที่ดำเนินการติดตามผู้หลีกเลี่ยง ไม่ยินยอมเข้ารับการคัดกรองหาสารเสพติดในร่างกาย(Re x-ray)และผู้ไม่ผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพ

ติดโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน(CBTX) ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สกลนครโมเดล ณ ศาลาประชาคมบ้านบ่อแก้ว หมู่ที่ 14 ต.บ่อแก้ว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร จำนวนยอดที่ติดตาม ณ วันนี้ 104 ราย เข้ากระบวนการบำบัด จำนวน 6 ราย จับกุมดำเนินคดี 12 ราย

รายที่ 1 ของกลาง : ยาบ้าจำนวน 12 เม็ด (ตรวจค้น) โดยกล่าวหาว่า : เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รายที่ 2 ของกลาง : 1. ยาบ้า จำนวน 10 เม็ด 2. เครื่องกระสุนปืนขนาด 380 มม.จำนวน 21 นัด 3. เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 40 นัด

โดยกล่าวหาว่า: 1. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 2. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” 3. มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน รายที่ 3 – รายที่ 12

โดยกล่าวหาว่า: เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย สถานที่จับกุม พื้นที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอบ้านม่วงจังหวัดสกลนคร
จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านม่วง เพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

สราวุต อ่อนทรวง ภาพ/ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมบัติหรือวัฒน์ บันดาลโทสะ ตีด้วยท่อนไม้ นายจเรหรือยา บุญทิ้ง ตายคามือ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 10.00 น.พ.ต.ท.ภูมินทร์ เอี่ยมอ่อง ร้อยเวร พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชุมแพ ได้รับแจ้งทางวิทยุจาก สภ.ย่อยโนนหันว่ามีเหตุฆ่ากันตายที่หมู่บ้านหลังโนนชาด หมู่ที่ 9 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ

จึงรายงานให้ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการฯซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาทราบ จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน สายตรวจรุดไปยังที่เกิดเหตุพบศพผู้ตายอยู่ในลักษณะนอนหงาย ใส่กางเกงขายาวสีดำเสื้อยืดสีขาวนอนขวางถนนภายในหมู่บ้าน จาก

การชันสูตรพลิกศพสันนิษฐานว่าถูกตีด้วยของแข็งหรือของมีคมจนใบหน้าเละเป็นที่น่าหวาดเสียวแก่ผู้พบเห็นทราบชื่อผู้ตายภายหลังว่านายจเรหรือยา บุญทิ้ง อยู่เลขที่ 61 หมู่ บ้านหนองครอง ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ ขอนแก่นและ จนท.ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุซึ่งนั่งรอมอบตัวอยู่ที่เกิดเหตุพร้อมของกลางจอบ 1เล่มไม้ยาว 1เมตร 1ท่อน

ทราบชื่อนายสมบัติหรือวัฒน์ แนวประเสริฐ อายุ 51ปี อยู่เลขที่ 46 หมู่ 9 บ้านหลังโนนชาด ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ ซึ่งประวัติพึ่งพ้นโทษมาณ 3 เดือนในข้อกล่าวหาบุกรุกเคหสถานแล้วมาก่อเหตุ

มูลเหตุและแรงจูงใจเกิดจากการทะเลาะวิวาทในวงสุราประกอบกับผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาและเสพสารเสพติดไปจำนวนมาก จึงเกิดบันดาลโทสะคว้าได้ท่อนไม้กระหน่ำตีที่ศรีษะและใบหน้าผู้ตายไม่ยั้งมือแล้วลากศพไปไว้ที่ถนน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 9 บ้านหลังโนนชาด ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสมบัติหรือวัฒน์ แนวประเสริฐ ผู้ต้องหา ทราบว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมผู้ต้องพร้อมของกลางเพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

จ่ากบ รายงาน

สมบัติหรือวัฒน์ บันดาลโทสะ ตีด้วยท่อนไม้ นายจเรหรือยา บุญทิ้ง ตายคามือ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ ศ.2568 เวลาประมาณ 11.10 น
พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก สภ ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส พ.ต.ต.ภูมินทร์ เอี่ยมอ่อง พงส ร.ต.อ.นัฐพล จันฤาชา หัวหน้าสถานีตำรวจชุมชนโนนหัน ร.ต.ท.บุญมา ทศแก้ว นางสุภานันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน ตรวจสอบเหตุ และนายวิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน สังเกตการณ์ฆ่ากันเสียชีวิตสถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 46 หมู่ 9 บ้านหลังโนนชาต ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น


เบื้องต้นนายสมบัติ อายุ 51ปี ผู้ก่อเหตุกับผู้ตาย นายจเร บุญมั่ง อายุ 61 ปี เลขที่ 67 หมู่ 8 บ้านหนองคอง ตำบลโนนหัน
ผู้ก่อเหตุให้การว่าตนกับผู้ตายได้ทะเลาะกันบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นนายสมบัติ จึงได้ใช้ไม้ฟาดผู้ตาย เป็นเหตุให้เสียชีวิต แล้วลากผู้ตายไปไว้บริเวณกลางถนนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ (ความคืบหน้ารายงานต่อไป)


วินสื่อรัฐทีวีขอนแก่น/สมมาตร แอ๋มไร่/ภาพข่าว

​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัว “ภูมิลา” ผู้ประสบเหตุ “ต้นไม้โค่นทับรถ” สูญเสียพ่อแม่ เหลือลูกสาววัยเรียน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเหล่ากาชาดจังหวัด ชมรมแม่บ้านมหาดไทย นายอำเภอนิคมคำสร้อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุต้นไม้โค่นทับรถยนต์ขณะเดินทาง บริเวณบ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 บ้านหนองนกเขียน ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

เหตุสลดเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บนถนนสายบ้านชัยมงคล-บ้านหนองนกเขียน ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถกระบะโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บฉ 3270 มุกดาหาร ส่งผลให้ นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และนางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ป่วย ส่วนลูกสาววัย 16 ปี ที่นั่งอยู่แคปด้านหลังได้รับบาดเจ็บขาดสายหัก และถูกนำส่งโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ล่าสุดอาการปลอดภัยแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้านได้

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ซึ่งผู้เสียชีวิตมีลูกสาวกำลังเรียนอยู่ชั้น ม 5 โรงเรียนร่มเกล้าพิทยาสรรพ์ ส่วนลูกชายอายุ 29 ปี ปัจจุบันมีงานทำและมีครอบครัวแล้ว เบื้องต้นได้มอบเงิน จาก เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 100,000 บาท มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 20,000.บาทชมรมแม่บ้านมหาดไทย 20,000.บาท เงินช่วยเหลือตามระเบียบสำนักนายกฯ 80,000.บาท ชมรมดอกช้างน้าวบาน 23,000 บาท พร้อมหน่วยงานต่างๆ ให้การช่วยเหลือเป็นเงิน กว่า 400,000.บาท

นายวรญาณ บุญณราช ยังได้กล่าวแสดงความเสียใจและให้กำลังใจ พร้อมให้แนวทางการดูแลเยียวยาช่วยเหลือ โดยมอบให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมขอให้ชุมชนช่วยกันให้กำลังใจประคับประคองครอบครัวให้ดำเนินชีวิตได้ต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้กล่าวแสดงความเสียใจ พร้อมให้แนวทางในการดูแลและเยียวยาแก่ครอบครัว และขอความร่วมมือจากชุมชนร่วมกันเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อประคับประคองครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้กำลังใจจากผู้ว่า #มุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #ต้นไม้

ล้มทับพ่อแม่ #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #นิคมคำสร้อย #กำลังใจถึงครอบครัว #ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร #เหล่ากาชาดมุกดาหาร #ข่าวชุมชน #ช่วยเหลือฉุกเฉิน #อุบัติเหตุต้นไม้ล้ม #ส่งกำลังใจให้น้องศิริรัตน์ #นิคมคำสร้อย #ข่าวเศร้า #ร่วมแสดงความเสียใจ #เยียวยาจิตใจ #เราจะไม่ทิ้งกัน #น้ำใจชาวมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / -​ทพ.2107 สกัดจับคนนามสกุลดัง ลักลอบขน จยย. ข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะทหารพรานที่ 2107 (ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2107) ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์

ข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ ม.1 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ จ.ส.ต.เมธาสิทธิ์ เนตรแสงศรี ผบ.ชป.4 (บ้านตาลใหม่) จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทำการซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง

ครั้นเมื่อเวลา 19.20 น. ชุดปฏิบัติการได้ตรวจการณ์เห็นเรือกีบติดเครื่องยนต์ วิ่งเข้ามายังฝั่งไทยจากนั้นได้มีชายว 2 คน นำรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 i สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จูงลงบันไดเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขง และนำรถจักรยานยนต์ขึ้นเรือกีบติดเครื่องยนต์

ชุดปฏิบัติการจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สามารถวิ่งตามไปจับกุมตัวไว้ได้ 1 ราย

คือ นายสมโภชน์ ศรีลาศักดิ์ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 86 ม.4 บ.นาห้วยกอก ต.ดอนตาล จึงได้ควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ลักลอบขนรถส่งข้ามลาว​ #ขบวนการค้ารถข้ามชาติ​ #ชายแดนไทยลาว​ #ทหารพราน2107​ #ดอนตาล​ #มุกดาหาร​ #ข่าวภูมิภาค​ #ข้ามโขง​ #สกัดจับ​ #ข่าวด่วน​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกิดเหตุรถบรรทุกก๊าซ LPG น้ำหนัก 10 ตัน พลิกคว่ำบน ถ.เพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ จนท.เร่งกู้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ _

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 26 พ.ค.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุรถบรรทุกก๊าซ LPG ปริมาณ 10 ตัน พลิกคว่ำบน ถ.เพชรเกษม ขาล่องใต้ ช่วง กม. ที่ 320 พื้นที่บ้านสวนขวัญ ต.คลองวาฬ อำเภอเมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากแยกทางเข้าด่านสิงขร ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ไม่มีก๊าซรั่วไหล

โดยกำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ รัดกุม ปลอดภัย โดยมี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวดประจวบคีรีขันธ์ นายธนวัฒน์ เรืองเดช รก.หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ นายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัดฯ แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จนท.ตร.สภ.คลองวาฬ อบต.ห้วยทราย อบต.คลองวาฬ อบต.เกาะหลัก ทม.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือ

ขณะที่ แขวทางทางหลวงประจวบฯ ปิด ถ.เพชรเกษม ทั้งฝั่งขาขึ้นและขาล่องใต้ บริเวณจุดเกิดเหตุชั่วคราวเพื่อเคลียร์เส้นทาง ใช้รถเครนขนาด 35 ตัน และ 50 ตัน ยกรถบรรทุกก๊าซออกจากถนน พร้อมแจ้งผู้ใช้รถใช้ถนนที่เดินทางในฝั่งขาล่อง เบี่ยงไปใช้เส้นทางฝั่งตะวันออกในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ผ่านข้างกองบิน 5 หว้ากอไปออก ถ.เพชรเกษม ที่บ้านหว้าโทน ส่วนผู้ใช้เส้นทางฝั่งขาขึ้น ใช้เส้นทางฝั่งตะวันตกจาก ถ.เพชรเกษม ที่บ้านต้นเหตุ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ ไปออกถนนข้างวัดหนองบัว ต.เกาะหลัก อ.เมือง ต่อไป

///////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / ฝนตกหนักทำต้นไม้ใหญ่โค่นทับรถกระบะเสียชีวิตติดภายในรถ​ 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

แชร์เนื้อหานี้

ฝนตกกระหน่ำตลอดทั่งคืน ทำต้นไม้ริมถนนในจังหวัดมุกดาหารโค่นลงมา ทับรถพ่อกับแม่ พร้อมลูกสาว ที่ขับผ่านมาพอดี เสียชีวิตคาที่2ราย คือพ่อและแม่ ส่วนส่วนลูกนั่งแคปด้านหลังบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสาย บ้านหนองนกเขียน ต.ร่มเกล้า อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร มุ่งหน้าเข้าตัว อำเภอ นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที 26 พ ค 68 เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ นิคมคำสร้อย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุต้นไม้ล้มทับรถยนต์จึงออตรวจสอบพร้อม พร้อมด้วยกู้ชีพ อบต โชคชัย ที่เกิดเหตุพบต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บ ฉ 3270 มุกดาหารสภาพห้องโดยสารยุบ ในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นคนขับ เป็นชายอายุ 54 ปี ส่วนหญิงที่นั่งข้างเป็นภรรยา อายุ 49 ปี ก็เสียชีวิตเช่นกัน

โดย สภาพศีรษะถูกทับ ส่วนลูกสาวอยู่ในแคปด้านหลังคนขับบาดเจ็บไม่มาก ก่อนเกิดเหตุ 3คนพ่อแม่ลูกเดินทางอกจากบ้านเพื่อที่จะไปเยี่ยมญาติที่ป่วยอยู่ที่ โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย โดยคาดว่าระว่างขับรถมาต้นไม้ได้ล้มลงมาพอดีจึงทำให้ทับลงบริเวณห้องคนขับด้านหน้าทำให้ นาย สุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และ นางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี ทำให้เสียชีวิตทันที่ ส่วนลุกสาวอายุ 16 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถามที่เห็นเหตุการณ์คนแรก เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถจะกลับบ้านแล้วก็มาเจอ ต้นไม้ล้มลงมาทับรถกระบะคันดังกล่าวจึงได้เดินเข้าไปดูพบว่าด้านหน้าบริเวณห้องคนขับยุบลงไปทับตัวและหัวของผู้เสียชีวิตทั่งสองคนส่วนด้านหลังพบว่าเป็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงจึงแจ้งกู้ภัยเข้าช่วยเหลือเอาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกมาจากตัวรถดังกล่าว

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุของการเกิดเหตุในครั้งนี้อาจเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตกต่อเนื่องทำให้ดินชุ่มน้ำ ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถยึดเกาะกับดินได้มั่นคงจึงทำให้ล้ม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของ สนง.ตร. ตกในพื้นที่ จ.ประจวบฯ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐานหาสาเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (24 พ.ค. 68) เวลาประมาณ 13.00 น. เกิดเหตุเบลล์ 212 #2215 ประจำหน่วยบินตำรวจกาญจนบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่บ้านหนองกก ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะเดินทางจาก ค่ายอาภากร จังหวัดชุมพร มุ่งหน้าค่ายนเรศร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
เบื้องต้น รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ  ร.ต.อ.ทรงพล  บุญชัย  และ ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย ขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการระดมรถบรรทุกน้ำดับเพลิงซากเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวจนดับสนิทแล้ว

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นายสุวิทย์ เยื่อใย นายก อบต .เกาะหลัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกันพื้นที่ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้จะเร่งทำการสอบสวนต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐานหาสาเหตุ ฮ.ตำรวจตกพื้นที่ จ.ประจวบฯ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 #2215 ประจำหน่วยบินตำรวจกาญจนบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกิดอุบัติเหตุตกไฟลุกไหม้ท่วมลำบริเวณพื้นที่บ้านหนองกก ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ ขณะเดินทางจากค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ จ.ชุมพร มุ่งหน้าค่ายนเรศร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมรถบรรทุกน้ำดับเพลิงซากเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวจนดับสนิทก่อนเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 3 ราย

คือ พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ (สบ 2) กลุ่มงานการบิน บ.ตร. เป็นนักบิน, ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย นักบิน และ ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย ช่างเครื่อง ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมสั่งการด่วนไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเหตุการณ์โดยด่วน และช่วยเหลือเยียวยาให้กำลังครอบครัวผู้เสียชีวิต และในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอไว้อาลัยและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เกิดเหตุ กันพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเพื่อเร่งหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ /ลาวส่ง “โจ้ จูมคำ” ผู้ต้องหาหนีประกันคดียิงหัวหน้าการ์ดศรีสะเกษเสียชีวิต พร้อม 10 ผู้ต้องหาชาวไทยกลับประเทศ หลังข้ามไปก่อคดีมั่วสุมเสพยา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21,

พันตำรวจเอก กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และพันตำรวจโท จตุพล ยันต์นาวา รองผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ไปยังด่านพรมแดนสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อรับมอบผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 11 คน ที่กระทำผิดกฎหมายในแขวงสะหวันนะเขต และถูกจับกุมดำเนินคดีจนพ้นโทษ ก่อนถูกผลักดันกลับมายังประเทศไทย

การส่งมอบดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงไทย-ลาว โดยมี พันโทแก้วอุดร สนทิกุมมาน หัวหน้าแผนก 303 ปกส. แขวงสะหวันนะเขต, พันตรี สีคูน สำลานไช รองแผนกตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองลาว เป็นผู้แทนฝ่าย สปป.ลาว ในการส่งมอบผู้ต้องหาให้กับกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ในจำนวนผู้ต้องหา 11 คน ปรากฏว่า 1 ในนั้นคือนายจักรพงศ์ หรือ “โจ้” จูมคำ ผู้ต้องหาคดียิงนายเชิดศักดิ์ เงาศรี หัวหน้าการ์ดสถานบันเทิงใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา แล้วหลบหนีมาที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ข้ามเรือหางยาวข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขต แต่ถูกผลักดันกลับมาฝั่งไทย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวส่งดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และความผิดตาม พ ร.บ.อาวุธปืน

ต่อมาปรากฏว่านายโจ้ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นศาล และหนีประกันตัว พาพวกข้ามไปมั่วสุมยาเสพติดก่อความเดือดร้อนรำคาญด้วยการเปิดเพลงเสียงดังในแขวงสะหวันนะเขต กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ป้องกันความสงบแขวงสุวรรณเขตจับกุมตัวดำเนินคดีและผลักดันส่งกับประเทศไทยดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย เป็นชาย 9 คน หญิง 2 คน แบ่งเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ 10 คน และชลบุรี 1 คน โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติด 2 ราย, คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 1 ราย ส่วนผู้ที่ไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจคัดกรองโรคและบันทึกประวัติอาชญากรรมเพื่อจัดเก็บข้อมูล ก่อนดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแก เปิดยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จับได้ทั้งครอบครอง และเสพหลายราย จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 พ.ค. 68 ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.จ.ปข. สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ป.อาวโส นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่าความมั่นคง

พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ทับสะแก 6 ออกตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของพนักงานโรงงาน ในพื้นที่ ม.5 ต.ทับสะแก จำนวน 38 ราย พบผู้มีสารเสพติดในปัสสาวะจำนวน 5 ราย สมัครใจเข้าสู่กระบวนบำบัดรักษา ร.พ.ทับสะแก และดำเนินคดีจำนวน 1 ราย ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
  2. เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
    พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)จำนวน 3 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

///////////////////
ข่า. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.237 จับหนุ่มโพนสวรรค์ ใช้รถกระบะขนยาบ้า 3.1 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ที่กองร้อย ตชด. 237 จ.นครพนม พล.ต.ต.ดร.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.อ. ศิวดล ยาคล้าย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด.23 ร่วมแถลงข่าวเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ค้ายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,182,000 เม็ด และรถกระบะ 1 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในพื้นที่ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2032 สายบ้านท่าดอกแก้ว – อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ใกล้หลักกิโลเมตรที่ 2-3 พบชายต้องสงสัยชื่อ นายเฉลิม (สงวนนามสกุล) อยู่บ้านโพนเจริญ หมู่ที่ 10 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม

ขับรถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน ฒห 9613 กรุงเทพมหานคร จึงได้ขออนุญาตตรวจค้นภายในรถยนต์ห่อพบยาบ้าจำนวน 1,591 มัดภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 3,182,000 เม็ด จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหานายเฉลิมว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยมีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตชด237 #ยาบ้า3ล้านเม็ด #นครพนม #จับยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจตระเวนชายแดน #ต่อต้านยาเสพติด

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารเรือ นรข.ร่วมหน่วยความมั่นคงแถลงตรวจยึดยาไอซ์เกรดเอ 344 กก. มูลค่า 344 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 พ.ค. ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาไอซ์ จำนวน 344 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ของกลางยาไอซ์ รถยนต์ 1 คัน

พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ แก้วสมนึก รองผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนตำรวจตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ ทหารพราน2108 ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายข่าวรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด ระหว่างหนองเดิ่นท่า-บ้านห้วยเล็บมือ-บ้านภูสวาท ต.หนองเดิ่น ไปจนถึงแยกโรงพยาบาลบุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ นอกจากนั้นยังมีการชุดสนับสนุนให้อยู่ที่ตั้ง ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่บ้านหนองเดิ่นท่า ติดริมแม่น้ำโขง ได้ตรวจพบรถเก๋งต้องสงสัยจอดอยู่ชุดปฏิบัติติการเฝ้าตรวจได้ประสานไปยังชุดสนับสนุนให้เฝ้าติดตามรถเก๋งคันดังกล่าว กระทั่งชุดเฝ้าตรวจสะกดรอยติดตามมาเรื่อย ๆ จนมาถึงถนนทางหมายเลข 212 บึงกาฬ-นครพนม

ช่วงโรงพยาบาลบุ่งคล้า ทำการส่งสัญญาณเพื่อให้รถคันดังกล่าวให้หยุดรถขอเข้าทำการตรวจค้น ปรากฎว่ารถเก๋งคันดังกล่าวเร่งเครื่องยนต์ขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับไล่ตาม กระทั่งรถเก๋งดังกล่าวเสียหลักลงข้างทาง ถึงได้ไปควบคุมตัวตรวจค้นภายในรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า CRV สีบรอน-เทา ทะเบียน ขต.3323 อุดรธานี

ภายในรถพบของกลางยาไอซ์ จำนวน 9 กระสอบ กระสอบเล็ก 2 กระสอบ กระสอบใหญ่ 7 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 344 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ทราบชื่อนายประดิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี จึงทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว และจับกุมผู้ต้องหามาทำบันทึกที่ สถานีเรือบึงกาฬ ก่อนนำตัวส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ทั้งหมด นำส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเปิดแผนปฏิบัติการของรัฐบาลในการ ซิล สต๊อป เซฟ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ นรข.ได้ร่วมบูรณาการกับหน่อยความมั่นคงในพื้นที่ในการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ เป็นความพยายามที่ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนในการจับกุมครั้งนี้ด้วยการบูรณาการอย่างแท้จริง ทำให้สถานีเรือบึงกาฬสามารถทำการตรวจยึดจับกุมได้ประสบความสำเร็จ ไม่มีความสูญเสีย จากแหล่งข่าวที่เราได้รับ และเฝ้าติดตาม

โดยเราเฝ้าติดตามตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทำให้เราจับยาบ้าได้ครั้งที่ผ่านมา และจับยาไอซ์ได้ในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกัน และช่วยสกัดกั้นยาเสพติดที่มีปริมาณมูลค่าค่อนข้างสูง จากการตรวจสอบจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พบว่า ปริมาณค่อนข้างบริสุทธิ์ เมื่อออกจำหน่ายจะมีราคากิโลกรัมละ 1,000,000 บาท รวมทั้งสิ้นที่เราสามารถตรวจยึด มูลค่ากว่า 344 ล้านบาท ผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้าง 50,000 บาท หากงานสำเร็จถึงที่หมายคือ จังหวัดหนองคาย จึงต้องขอขอบคุณกำลังพลสถานีเรือบึงกาฬที่ร่วมแรงร่วมใจทำหน้าที่เพื่อประเทศ เพื่อกองทัพเรือ เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ให้ยาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นใน และต้องขอขอบคุณทุกหน่วยที่ร่วมบูรณาการกันจับกุมในครั้งนี้ และในครั้งต่อ ๆ ไป จะได้ร่วมกันทำงานลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป เชื่อว่า หากทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง การสกัดกั้นและปราบปราม ก็น่าจะได้ประสิทธิภาพเหมือนครั้งนี้

ณัฎฐฺ์ บึงกาฬ ภาพข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.22 รวบ 2 วัยรุ่น เครือข่ายค้ายามุกดาหาร ยึดยาบ้า 3.2 แสนเม็ด เก๋ง 2 คัน​สืบภาค 4 บุกค้นร้านไดนาโมกลางเมืองมุกดาหาร ของผู้ต้องหาคดีโกงออนไลน์-ฟอกเงิน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 00.20 น. เจ้าหน้าที่ ศป.ปส.กก.ตชด.22 ร่วมกับ ตชด.225 และ ตชด.227 บูรณาการกำลังเข้าจับกุมนายพิชิต หรือ แมน อายุ 27 ปี ชาว ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และนายฐนะชัย คงทวี อายุ 31 ปี ชาว ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร

ข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ที่บริเวณสามแยกไฟแดงตลาดใหม่ดอนกลาง ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ต่อเนื่องบ้านนาห้วยกอก ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร โดยมีการตรวจยึดของกลางได้ทั้งหมด 332,000 เม็ด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด รถยนต์เก๋งฮอนด้า สีดำ ทะเบียน กง 9638 ร้อยเอ็ด จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะฟอร์ด ทะเบียน 3 ขจ 1937 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมกระสุน 12 นัด ยาบ้าจำนวน 240,000 เม็ด

และยาบ้าที่ตรวจยึดเพิ่มเติมภายหลังอีก 92,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น 332,000 เม็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดถูกส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปิดเกมค้ายา #ยาบ้า #ตชด22 #ยาเสพติด #จับกุมผู้ต้องหา #ปราบปรามยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #ดอนตาล #หนองสูง #มุกดาหาร​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​สืบภาค 4 บุกค้นร้านไดนาโมกลางเมืองมุกดาหาร ของผู้ต้องหาคดีโกงออนไลน์-ฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

และ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าจับกุม นายปราย (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทราและศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน”

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านโนนดอกแก้ว หมู่ที่ 8 ตำบลกาบิน อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะควบคุมตัวมาค้นบ้านพักที่เปิดเป็นร้านไดนาโม แบตเตอรี่ แอร์รถยนต์ และร้านทำเล็บ เลขที่ 130 ถนนวิวิธสุรการ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตามหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบและตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้หลายรายการ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับผู้ต้องหาโกงออนไลน์​ #สืบภาค4​ #ตำรวจมุกดาหาร​ #ฟอกเงิน​ #ไดนาโมบังหน้า​ #ข่าวอาชญากรรม​ #จับกุมคดีเทคโนโลยี​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ยาเสพติดทะลัก!เข้าชายแดนไทย ตำรวจเชียงราย ป.ป.ส.ทหาร จับกุมยาไอซ์ 578 กก.รถยนต์ 2คัน ยาไอซ์ 20 กระสอบ

แชร์เนื้อหานี้

ยาเสพติดมหาศาล ทะลัก!เข้าชายแดนไทย ตำรวจเชียงราย ป.ป.ส.ทหาร สกัดทันจับผู้ต้องหา และยึดเคตามีนล็อตใหญ่ “แก๊งวังสะพุง “เปลี่ยนอาชีพไม่ขายหวย เปลี่ยนเป็นยาเคตามีน รวยเร็ว ย่ามใจพยายามขนเข้าชั้นในประเทศได้ค่าจ้างสูงเที่ยวเป็นล้าน สุดท้ายไปไม่รอดถูกตำรวจรวบยกแก๊ง อีกราย ก็ไปไม่รอดจอดทิ้งไว้หน้าศูนย์ราชการอบจ.เชียงราย ตำรวจซุ่มโป่งเพื่อจับกุม แต่เจ้าของรถ รู้ตัวจึงได้ขับหนีตกร่องน้ำข้างทางที่บริเวณบ้านฟร์ามไปไม่รอดถูกตำรวจ ยึดรถและหลักฐานในรถ และรู้ตัวเจ้าของรถ และไดยื่นต่อศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับแล้ว ตำรวจเผยยาบ้ายาเคทะลักชายแดนหนัก เข้าเมืองและชุมชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลลูกหลานบุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยแจ้งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเพื่อสกัด

เมื่อเวลา10.30น.วันที่19พ.ค2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ผบ.นบ.ยส.35 นายธันวา ผุดผ่องผอ.ปปส.ภาค5 และพล.ต.ต. มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญคดีที่1 กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ตรวจยึดรถยนต์จำนวนสองคันขณะหลบหนีการจับกุมสามารถยึดยาไอซ์ 578กิโลกรัม ของกลางเป็นรถยนต์จำนวน2คัน ยาไอซ์จำนวน 20 กระสอบน้ำหนักรวม 578 กิโลกรัม
พฤติการแห่งคดีสืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยึดยาไอซ์

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.68 เวลา 23.40 น. ที่ซุกซ่อนมาพร้อมกับรถยนต์อเนกประสงค์ SUVยี่ห้อมิตซูบิชิรุ่นเอ็กซ์แพลนเด้อ สีขาว หมายเลขทะเบียนขน.79xxเชียงราย จำนวน 20 กระสอบ 578 ก้อน รวมน้ำหนักและสิ่งห่อหุ้มประมาณ 623 . 25 กิโลกรัม ที่บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย (อบจ )จำนวน 20 กระสอบ 578 ก้อนรวมน้ำหนักและสิ่งห่อหุ้มประมาณ 623 . 24 กิโลกรัมได้ที่บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบเพื่อการจับกุมผู้ต้องหาปรากฎว่ามีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุรุ่นดีแมกซ์สีขาวหมายเลขทะเบียน9 กฬ14xxกทม. ขับหนีไปทางถนนบ้านฟร์ามตำบลริมกก และเสียหลักตกลงร่องน้ำข้างทาง จึงได้ทำการตรวจสอบภายในรถยนต์ดังกล่าวพบโทรศัพท์มือถือและเอกสารอื่นๆอยู่ภายในห้องโดยสารรถยนต์

จากนั้นจึงได้ทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ดังกล่าวมาที่ทำการกก. สส. ภ.จว.เชียงรายเพื่อตรวจสอบของกลางที่พบอย่างละเอียดตรวจยึดพยานหลักฐานพบในรถยนต์ที่หลบหนีที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดเมื่อคืนวันที่ 13 พ.ค.2568 พร้อมได้นำรถยนต์ที่ตรวจยึดและพยานหลักฐานที่ตรวจพบในรถยนต์นำส่งพนักงานสอบสวนสภ. เมืองเชียงรายและได้รวบรวมพยานหลักฐานและทราบตัวเจ้าของรถซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภาค5ได้สั่งการตามล่าตัวมาดำเนินคดีโดยมีการออกหมายจับแล้ว

ส่วนคดีที่2 เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จว.เชียงรายจับกุมผู้ต้องหาได้6คน ซึ่งล้วนแล้วเป็นชาวอำเภอวังสะพุง จ.เลย จับกุมพร้อมของกลางเป็นเคตามีนจำนวน 15 กระสอบน้ำหนักประมาณ 529 กิโลกรัม ผู้ต้องหา6คน คือ1.นายนเรศ อายุ 51 ปี อยู่ที่ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย 2.นายมโนทัย อายุ 42 ปี อยู่ที่ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย 3.นายสราวุธ อายุ 26 ปี อยู่ที่ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย 4.นายฤทัยอายุ 40 ปีอยู่ที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย 5.น.ส.วราลักสมี อายุ 55 ปี ต.น้ำหมาน อ.เมืองเลย จ.เลย 6.นายธีรวิทย์ อายุ 43 ปีอยู่ที่เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

ของกลางที่ยึดได้เป็นรถยนต์จำนวน4คัน เคตามีน จำนวน 14 กระสอบน้ำหนัก 529 กิโลกรัม โดยขบวนการค้ายาเสพติดรายที่สองแก๊งจังหวัดเลย มีการลำเลียงยาเสพติด จากฝั่งพม่าผ่านบ้านสบรวกอ.เชียงแสน จ.เชียงราย และขนเลี่ยงเมือเพื่อเข้าไปชั้นในประเทศโดยใช้เส้นทางเลี่ยงถนนสายหลักหลบหนีการจับกุมและด่านต่างๆและมีการส่งสัญญาณล่วงหน้าว่ามีด่านหรือไม่ โดนเจ้าหน้าที่ระบุว่าการขนแต่ละครั้งได้ค่าขนจำนวน1ล้านบาทต่อเที่ยวลักลอบคนมาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ไม่สามารถหลบการจับกุมของเจ้สหน้าที่ไปได้เพราะมีการสืบสวนติดตามโดยตลอดจนที่สุดก็สามารถจับกุม

ได้ครีบแก๊งพร้อมด้วยรถยนต์จำนวน4คัน รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียน บร.34xxแพร่ โตยต้ายี่ห้อฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียนกร58xxเชียงราย จับในพื้นที่แม่ต๋า อ.เมืองจ.พะเยา เมื่อวันที่18พ.ค.68 ที่ผ่านมา เสลา23.00น.และวันที่18พ.ค68 จับกุมผู้ต้องหาและยึดรถยนต์โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ผบ11xxเชียงราย ในพื้นที่หมู่ที่11ต.หัวโง้ม อ.พาน จ.เชียงราย ส่งของกลางทั้งหมดและตัวผู้ต้องดำเนินคดีต่อไป

ธนกฤต วรรมณี ทีมข่าวกองบก.รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรมุกดาหารจับชาวลาวใช้รถกระบะลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้าข้ามสะพานมิตรภาพ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 พฤษภาคม สืบเนื่องจากนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนาวสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 มีนโยบายให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระท่าความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบนําเข้าสิ่งของที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากรซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ส่วนบุคคลจาก แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จึงได้สิ่งสั่งการให้นายปริญญา ผลมั่ง หน.ฝคต. และนายคําพร ธุระเจน หน.ฝปป. ประสานกําลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง อาทิ ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ร้อย ตชด.234 ตม.จังหวัดมุกดาหาร หมวดสกัดกั้นยาเสพติดที่ 2 กองกําลังสุรศักดิ์มนตรี ชปข. กอ.รมน ภาค 2 และด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหารดําเนินการตรวจสอบรถกระบะ 4 ประตูโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กส 6869 สะหวันนะเขต ต้องสงสัยที่ด่านพรมแดนมกดาหาร บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2

ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทั้ง ยี่ห้อ Pilot Vape จำนวน 20 ชิ้น และบุหรี่ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีน จํานวน 1,400 มวน จึงได้ควบคุมตัวท้าวจันนิลัน สัญชาติลาว ดำเนินคดีในข้อหานําของเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิด พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต และ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้บารากู่และ บารากู่ไฟฟ้า หรือบหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้อง ห้ามในการนําเข้ามาในราษอาณาจักร และดําเนินการยึดของกลางส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมกับนําตัวผู้ต้องหาดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับบุหรี่ไฟฟ้า #ลักลอบข้ามแดน #ศุลกากรมุกดาหาร #สะพานมิตรภาพ2 #มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รถบรรทุกพ่วงพลิกตะแคงกลางวงเวียนยักษ์มุกดาหาร คาดสาเหตุถนนไม่ได้มาตรฐาน​ความปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 06.13 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำบริเวณวงเวียนทางเข้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันฯ พร้อมรถกู้ภัยและรถดับเพลิงเร่งเข้าตรวจสอบและเฝ้าระวังเหตุซ้ำซ้อน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการเก็บกู้

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงยี่ห้อวอลโว่ หมายเลขทะเบียน 73-9898 สมุทรปราการ พลิกตะแคงอยู่บริเวณขอบถนนเลนด้านนอกของวงเวียน มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครพนม สภาพรถได้รับความเสียหาย กระจกบังลมหน้าหลุดออกมาทั้งแผ่น

จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากถนนบริเวณรอบวงเวียนดังกล่าวมีระดับไม่เท่ากัน โดยเลนด้านในซึ่งติดกับเกาะกลางวงเวียนมีความสูงกว่าด้านนอก ทำให้เมื่อรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าโค้งและเตรียมเลี้ยวออกจากวงเวียน จึงเสียสมดุลและพลิกคว่ำในที่สุด

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียงจุดที่เคยเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกตะแคงเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านและผู้ใช้ถนนต่างแสดงความกังวล พร้อมทั้งเรียกร้องให้กรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนเข้าตรวจสอบและปรับปรุงถนนโดยด่วน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

รถบรรทุกพลิกคว่ำ #วงเวียนยักษ์มุกดาหาร #ถนนไม่ได้ระดับ #อุบัติเหตุซ้ำซ้อน #มุกดาหาร #ความปลอดภัยทางถนน #สะพานมิตรภาพไทยลาว2 #กรมทางหลวงชนบท #กระทรวงคมนาคม

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เสาไฟฟ้าล้มทับ นายธนภัทร แก้วกาญจน์ ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ขณะปฎิบัติหน้าที่ ถามหาคนรับผิดชอบ

แชร์เนื้อหานี้

ร.ต.อ. สมนึก ฉิมมี รอง สวย. ( สอบสวน ) สภ. เคียนซา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ16.00น.
ขณะปฏิบัติหน้าที่เวรสอบสวนได้รับแจ้งจากศูนย์สื่อสารของสถานีตำรวจภูธรเคียนซาเหตุเสาไฟฟ้าล้มทับคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงเดินทางไปดูผู้ตายและบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเคียนซา

พบศพนายธนภัทร แก้วกาญจน์ อายุ 24ปี สัญชาติไทย ที่อยู่ 107 หมู่ที่ 4 ตาย.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา และนายณัฐวรรธน์ นิ่มนุ้ย อายุ 29 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่80/8 หมู่ที่ 3 ต.ตะปาน อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับบาดเจ็บ อยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์จากนั้นร่วมกับแพทย์และญาติทำการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย และมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากนั้นเดินทางมาที่เกิดเหตุ ซึ่งที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนซอยแสงธรรม เป็นดินลูกรัง ข้างถนนมีรอยเซาะของน้ำ มีเสาไฟฟ้าแรงสูงปักเป็นแนวอยู่ทางด้านขวาของถนนซอย จุดที่พบว่าเป็นจุดปักเสาไฟฟ้าขนาด14 เมตร ข้างขวามีรอยเซาะดิน และเสาไฟฟ้าได้ล้มมาทางสวนยางพาราอยู่ด้านซ้ายของถนนซอย สอบถามนายบุญธรรม รามขาว หัวหน้าคุมงาน ได้ความเบื้องต้นว่าตามเวลาเกิดเหตุผู้ตายและ

นายรัฐวรรธน์ นิ่มนุ้ย ได้ขึ้นไปปรับปรุงสายไฟฟ้าที่เกิดเหตุ และเสาไฟฟ้าเกิดล้มมาทางสวนยางพาราอยู่ทางด้านซ้ายของถนนซอย ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตในเวลาต่อมาและนายณัฐวรรธน์ นิ่มนุ้ย ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะได้ดำเนินการต่อไป

ที่พบศพ โรงพยาบาลเคียนซา หมู่ที่2 ตาย.เคียนซา อยู่.เคียนซา จะ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 15.36น. เอกสารฉบับนี้แสดงว่า ร.ต.อ. สมนึก ฉิมมี ได้รับคำแจ้งความของท่านไว้แล้ว ( ติดต่อพนักงานสอบสวน โทร 0969821534 หรือ สถานีตำรวจ/กองกำกับการ โทร. 077387111 )
เลขคำแจ้งความที่ CC7105526801227G

เนื่องจาก ผู้รับเหมาเดินเสาไฟฟ้ากล่าวว่า การไฟฟ้าสุราษฯ เป็นผู้ปักเสาร์ไฟฟ้าเอง น่าจะเป็นสาเหตุให้เสาไฟฟ้าล้มทับนายธนภัทร แก้วกาญจน์ จนเสียชีวิต แล้วหน่อยงานไหนจะออกมารับผิดชอบ ต้องติดตามตอนต่อไป

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 68 ในกรณีที่ลูกชายหัวแก้วหูแหวน เสาหลักของบ้านได้เข้าทำงานกับผู้รับเหมาของการไฟฟ้าได้ 6 วัน กลับต้องมาสังเวยชีวิต เนื่องด้วยถูกเสาไฟล้มทับ จนเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้รับเหมาจะเยียวยา 2 แสนบาท แล้วปิดคดี แต่ทางบ้านเสียค่าทำศพให้ลูกชายไป 2 แสนกว่าบาทแล้ว ในตอนแรกลั่นว่าจะให้ล่วงหน้า 40,000 บาท ญาติขอเพิ่มอีก 30,000 บาท ในเบื้องต้น สรุปไม่ว่าจะ 30,000 หรือ 40,000 หรือจะเป็น 2 แสน ก็ยังไม่ได้สักแดงเดียว

ญาติร้องขอความเป็นธรรม เท่าที่จะมีที่ไปร้อง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับเลย ญาติท้อใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้เป็นมารดา ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจเสียตรงนั้นให้ได้ จึงร้องข้ามจังหวัดจากสุราษฎร์ธานี มายังadmin เพจดัง ของเมืองแปดริ้ว
เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากญาติของผู้เสียชีวิต admin ตกลงรับปากที่จะช่วยเหลือ และจะมีทีมข่าวพร้อมทนายความ ยิงตรงลงใต้ ช่วยจัดการในเรื่องนี้ แต่ admin คงไม่ได้ไปด้วย ได้แต่ส่งทีมงานที่มีคุณภาพไป เนื่องจากทีมงานต้องนั่งเครื่องบิน ส่วน admin กลัวเครื่องบินจะตก เลยขอไม่ไปดีกว่า ขอประสานงานอยู่ที่แปดริ้วจะดีกว่า

ฝ่ายทางผู้รับเหมาได้อ้างว่า ตนเองนั้นมีสถานะทางการเงินไม่ค่อยจะดีนัก และไม่ใช่คนรวยตอนนี้ก็ไม่มีเงิน ขัดสนไปหมด สรุปง่ายๆกะว่าจะเบี้ยวนั่นแหละ #เลยขอแถลงสถานะทางบ้านสักนิด บอกว่าไม่ค่อยมีฐานะ เงินไม่มี แต่ดูเอาแล้วกันนะครับ รถเกือบ 20 คัน อุปกรณ์แต่ละอย่าง รถเบนซ์อีก 1 คัน บ้านหลังโตสุดหรูอีก 1 หลัง คร่าวๆก็น่าจะประมาณ 30 กว่าล้านบาท ขายรถสักคันหนึ่งยังไม่เจ๊งเลย ตรงไหนที่ผมพูดไม่ถูก และยังมีกรณีที่ไปยกเลิกสัญญาของประกันสังคม

บอกว่าล้มเลิกธุรกิจแล้ว แล้วยังประกอบธุรกิจอันนี้หมายความว่ายังไง คงต้องสอบกันยาว อ้างว่าการไฟฟ้าไม่รับผิดชอบ แต่เขาอยู่ในความดูแลของคุณ คุณเป็นนายจ้าง คุณก็ต้องรับผิดชอบสิ หรือผมพูดไม่ถูก ผู้เสียชีวิตเป็นเด็กดี ทำงานส่งเสียน้องๆได้ร่ำเรียน บ้านฐานะยากจน และต้องดูแลพ่อที่ป่วยอีก ถือเป็นเสาหลักของบ้านโดยแท้จริง แต่มนุษย์ที่เห็นแก่ได้อย่างเดียว ก็มักจะเป็นแบบนี้ไม่ค่อยเห็นใจคนอื่น งานศพไปทุกคืน แต่ก็ยังไม่เยียวยาอะไร ไปให้เขาถ่ายรูป แบบว่าได้หน้าเพราะว่าข้าไปงานทุกคืน ไปแต่ตัวเงินไม่จ่าย ไปเพื่อ
….คืนสุดท้ายอารมณ์ไม่ดีด้วย ทุบโต๊ะในงานศพอย่างแรง แล้วลั่นว่า กลับดีกว่าไม่งั้นมีเรื่องแน่

สุดท้ายอยากจะบอกว่า หากในวันนี้กลับกลายเป็นลูกของคุณ ที่ต้องมาจบชีวิตในสถานการณ์แบบนี้ถามว่าถ้าผู้ว่าจ้าง เขาเป็นแบบที่คุณเป็นอยู่ในทุกวันนี้ แล้วไม่เยียวยาอะไรเลย คุณจะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง กับการต้องเสียลูกชายไป และนายจ้างยังไม่มีทีท่าว่าจะเยียวยาสักแดงเดียว…….มนุษย์คิดได้ก็คือมนุษย์ ถ้ามนุษย์คิดไม่ได้ก็คือ…… ทีมข่าวแปดริ้วจะใช้ความสามารถที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์ที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรม ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ได้….

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับได้อีก! ทหารเรือ นรข.”สถานีเรือบึงกาฬ” ร่วมหน่วยความมั่นคง สกัดจับยาบ้าล๊อตใหญ่ 1 ล้านเม็ด กลางดึก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 พ.ค.68 ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.)เขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข.มอบหมายให้ น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. เป็นผู้แทนในการแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 1,006,000 เม็ด

ภายใต้อำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข โดยมี น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย, น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รองผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ, พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, กอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ, ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดบึงกาฬ, เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ, ผู้แทนกองร้อย ตชด.244, ผู้แทนตำรวจน้ำบึงกาฬ ผู้แทนนายด่านศุลกากรบึงกาฬ, ผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เวลา 23.00 น. ที่ผ่านมา ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายลับรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขงระหว่างบ้านท่าไคร้ หมู่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าไคร้ ตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด

กระทั่งเวลา 02.00 น.ของวันที่ 16 พ.ค. เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่บริเวณริมโขงบ้านท่าไคร้ ตรวจพบรถยนต์1คัน วิ่งมาพร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน มาจอดดับไฟบริเวณริมโขง ชุดปฏิบัติการได้ซุ่มเฝ้าตรวจพบมีชายจำนวน 2 คน กำลังยกวัตถุหีบห่อคล้ายยาบ้าเสร็จแล้วรีบขับรถออกไป เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ จึงส่งสัญญาณใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน

ให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยกลับเร่งเครื่องยนต์หลับหนีเข้าไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 – บก.3013 จึงประสานหน่วยความมั่นคงแจ้งพิกัดรถต้องสงสัย ได้ทำการติดตามค้นรถยนต์ต้องสงสัยขนยาเสพติดถึงบ้านห้วยสามยอด ต.โป่งเปื่อย อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ในระหว่างไล่ล่าติดตามตรวจค้นรถยนต์ดังกล่าว

ผู้ต้องสงสัยมีพฤติการณ์หลบหนีเจ้าหน้าที่ นรข.ทหารเรือจึงตัดสินใจขับรถพุ่งชนรถเก๋งของกลาง ส่งผลให้ทั้งเจ้าหน้าที่ นรข.ทหารเรือ และผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บสาหัส สามารถตรวจยึดของกลางรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนเงิน ทะเบียน กฉ 4045 นครพนม จำนวน 1 คัน ผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ทราบชื่อต่อมา ชื่อนาย เอ็ม(นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ชาวตำบลหอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงลงไปตรวจดูเปิดดูด้านในรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนเงิน ทะเบียน กฉ 4045 นครพนม พบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จึงได้นำของกลางทั่งหมดตรวจสอบเพิ่มเติมที่ หน่วยสถานีเรือบึงกาฬ นรข.เขตหนองคาย ซึ่งจากการตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่าทั้ง 3 กระสอบ เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 171 แพ็ค รวมเป็นเป็นยาบ้าทั้งสิ้นจำนวน 1,006,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดบันทึกจับกุมและนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หอคำ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่ามารับยาบ้าจากคนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน(ชื่อพงศ์) ส่งแล้วโดยไม่ได้คุยอะไรกันต่อ เงินจะยังไม่ได้ต้องส่งของล็อตนี้ไปจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อนถึงจะได้ แต่มาโดนจับเสียก่อน ผู้ต้องหาก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการแจ้งเบาะแสสืบสวนขยายผลต่อได้ นรข.

ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ในการแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่งจะนำกำลังพลหน่วย นรข.พบปะประชาชน เยาวชน มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหายาเสพติด และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบคือครอบครัว โดยจะกลับไปให้ข้อมูลที่ดีกับประชาชนให้ความร่วมมือลดละเลิกยาเสพติด

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ด่านศุลกากรมุกดาหารเข้ม จับคนขับรถบรรทุกลักลอบนำยาบ้าข้ามสะพานมิตรภาพ 2 / ​จนท.กรมควบคุมโรค ตรวจร้านแพเจ้าสำราญ ปฏิบัติตามกฎหมายยาสูบและแอลกอฮอล์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สืบเนื่องจากนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนาวสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 มีนโยบายให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระท่าความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักรจึงได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผู้อํานวยการ ส่วนควบคุมทางศุลกากร และนายปริญญา ผลมั่ง หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ร่วมกับ ร้อยทหารพรานที่ 2105 ฉก.ทพ.21 ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร และ ตชด.234 ทำการตรวจค้นรถบรรทุกต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1187 / 70-1188 นครพนม ขณะแล่นมาจอดที่บริเวณช่องขาเข้าด่านพรมแดนมุกดาหาร

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต )พบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกซุกซ่อนบริเวณที่ใส่ของด้านขวาข้างประตูผู้ขับขี่ รวมจำนวน 372 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายปองคุณ แซ่หว่อง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 หมู่ที่ 5 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ผู้ขับขี่ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ลักลอบนำเข้ายาบ้าสะพานมิตรภาพ2 #ด่านพรมแดนมุกดาหาร #ด่านศุลกากรมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​จนท.กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ร้านแพเจ้าสำราญ ตรวจเข้มการปฏิบัติตามกฎหมายยาสูบและแอลกอฮอล์

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เจ้าหน้าที่ติดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าทำการตรวจสอบร้านอาหารแพเจ้าสำราญ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ว่าทางร้านได้มีการปฏิบัติให้เป็น

ไปตามกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ อาทิ การติดแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ การห้ามโฆษณา/สื่อสารการตลาด ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และการติดป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งในครั้งนี้เมื่อพบการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเจ้าหน้าที่จะได้ทำบันทึกแจ้งเตือนให้ทางร้านดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กฎหมายภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงตรวจร้านแพเจ้าสำราญ #คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้า #โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ #แพเจ้าสำราญ #จังหวัดมุกดาหาร #กรมควบคุมโรค #กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ออกมาโต้แล้ว!! พ่อน้องแพนยันไม่ได้บุกรุก-ลักทรัพย์ ตามที่ถูกยายแจ๋วแจ้งความ “เอาเสื้อผ้าเครื่องใช้ของลูกกลับมาทำบุญให้จากบ้านที่ตนและลูกอยู่อาศัยก็เป็นความผิดหรืออย่างไร?”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายเพิน วงค์กระโซ่ พ่อของน้องแพน ผู้ป่วยป่วยเป็นมะเร็งปากเสียชีวิต เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏอยูในสื่อต่างๆ ว่า มีทนายความคนหนึ่งได้พานางแจ๋ว หรือยายแจ๋ว ขวัญม่วง ยายของน้องแพน ไปแจ้งความดำเนินคดีตนกับพวกรวม 7 คน

ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยกล่าวหาว่าบุกรุกบ้านและลักทรัพย์ ในบ้านที่น้องแพนอาศัยอยู่ก่อนเสียชีวิตนั้น นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะบ้านหลังดังกล่าวตนกับนางสาวจิดาภา เดิมชื่อสุกัลยา หรือ น้องแพน วงศ์กระโซ่ นายวิชิต วงค์กระโซ่ และ ด.ญ.กนกกาญจน์ หรือน้องต้นข้าว วงค์กระโซ่ ลูกของนายวิชิต ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกและหลานของตน ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวมานานหลายปีตั้งแต่เกิด

ซึ่งน้องแพนขณะเสียชีวิตก็อายุ 34 ปี แล้ว ทรัพย์สินภายในบ้านก็เป็นของตนและลูกที่อยู่อาศัยกันภายในบ้านนั้นดังกล่าว ส่วนยายแจ๋ว กับนางสาวสมจิตรหรือน้าเตี้ย ทรัพย์ประเสริฐ ลูกสาว ไม่เคยมาพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันตนและลูกหลานเลย โดยนางแจ๋วและน้าเตี้ยพักอาศัยอยู่ในบ้าน

อีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของบ้านที่ตนกับลูกพักอาศัย ยายแจ๋วและน้าเตี้ยจะเข้ามาบ้านหลังเฉพาะในช่วงเวลาที่จะต้องมาคอยดูแลน้องแพม ตามที่น้องแพมได้จ่ายเงินเป็นค่าดูแลให้กับน้าเตี้ยไว้ในแต่ละเดือน แต่ทั้งยายแจ๋วและน้าเตี้ยไม่เคยมานอนพักเป็นประจำ โดยตอนกลางคืนก็จะกลับไปนอนพักที่บ้านของตัวเอง

ในช่วงวันเกิดเหตุญาติทางจังหวัดมุกดาหารได้เดินทางมาร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล 100 วันให้กับน้องแพน โดยหลังวันงานเสร็จสิ้นก็ได้เดินทางกลับมุกดาหาร และได้นำเอาเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ของน้องแพนกับวิชิตและเสื้อผ้าของน้องต้นข้าว กลับไปด้วย โดยในตู้เสื้อผ้าก็มีแต่เสื้อผ้าของน้องแพนกับน้อวต้นข้าว ตอนที่ขนสิ่งของขึ้นรถเป็นเวลาประมาณ 15.30 น.

ยายแจ๋วกับน้าเตี้ย ก็อยู่ด้วยและเห็นเหตุการณ์โดยตลอด โดยยายแจ๋วยังได้ทักท้วงว่าเป็นคนออกเงินซื้อตู้เสื้อผ้า ขณะที่ตนรับทราบมาว่าน้องแพนเป็นคนซื้อตู้เสื้อผ้า แต่ก็ไม่อยากให้มีปัญหากระทบกระทั่งกันประกอบกับในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อผ้าของน้องแพนและของหลานสาวอยู่ภายใน จึงไม่อยากนำออกจากตู้ เลยสอบถามให้ยายแจ๋วคิดมูลค่าตู้เสื้อผ้าดังกล่าว

ว่าจะต้องจ่ายเงินให้เท่าไหร่จึงจะเอาตู้เสื้อผ้ากลับไปได้ ซึ่งนางแจ๋วก็ตอบว่าต้องจ่ายให้ 3,000 บาท จึงได้มีการจ่ายเงินให้กับนางแจ๋วไป และจากนั้นญาติก็ได้เดินทางกลับมุกดาหาร โดยไม่ได้มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นอีก จนกระทั่งเวลาผ่านมานานร่วม 5 เดือน จึงได้มีทนายความพายายแจ๋วไปแจ้งความดำเนินคดีตนกับพวกดังกล่าว

ทั้งนี้ ตนและลูกหลานญาติพี่น้องอยากจะฝากความในใจไปถึงยายแจ๋วและน้าเตี้ย ว่า พวกเรายังคงรักและเคารพยายและน้าฉันญาติผู้ใหญ่เหมือนเดิม อยากให้กลับมารักใคร่ผูกพันกันเช่นเดิม ไม่อยากให้ไปเชื่อคนที่มายุแหย่ให้พวกเราผิดใจกัน โกรธเคืองกัน ฟ้องร้องกัน

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยายและน้าจะรู้เรื่องดีที่สุดว่าที่จริงแล้วไม่ได้มีการบุกรุกและไม่ได้มีการลักเอาทรัพย์สินของยายกับน้าเตี้ยไปแต่อย่างใด เป็นเพียงเอาทรัพย์สินของน้องแพนกลับมาเพื่อระลึกถึงเป็นการเตือนความทรงจำ และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่น้องแพนเท่านั้น ส่วนเรื่องทรัพย์มรดกของน้องแพนก็อยากให้มีการพูดคุยกันในวงญาติเพื่อจะได้จบเรื่องดังกล่าวด้วยดีต่อกัน นายเพินกล่าว

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุทยานแห่งชาติน้ำตก ห้วยยางบุกจับผู้ต้องหาลักลอบล่าสัตว์ป่า คุ้มครองในพื้นที่ป่าสงวน หลังพบหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายหลายข้อหา

แชร์เนื้อหานี้

นายนพพร ประทุมเหง่า ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ หย.2 (น้ำตกขาอ่อน) ได้ออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่ป่าบ้านหนองโปร่ง (ช่องหนองบอน) และจับกุม นายชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 464 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

เจ้าหน้าที่พบซากลิงกัง 1 ซาก พร้อมของกลางอื่นๆ ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองเดี่ยว 1 กระบอก กระสุน 9 นัด มีดพก 1 ด้าม หนังสติ๊ก 1 อัน ไฟคาดหัว 3 อัน กระสอบปุ๋ยสีขาว 1 ใบ และเปลนอน 1 ผืน ณ จุดเกิดเหตุในป่าหนองโปร่ง บ้านหนองโปร่ง หมู่ที่ 9 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายจิรายุ พูลทวี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง กล่าวว่า ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงหลายข้อ ทั้งตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ฐานเก็บหาของป่าและกระทำการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานล่าและครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฐานนำออกและทำอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์และอาวุธเข้าไปในเขตอุทยาน และยิงปืนภายในอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังถูกร้องขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนอีกด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีภูธรธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ​การดำเนินงานตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเข้มงวดตรวจตราเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหาร กกล.สุรศักดิ์มนตรี ยึดเฮโรอีน-ยาบ้า ขณะลักลอบนำข้ามโขงมาส่งมุกดาหาร/นบ.ยส.24 ปฏิบัติการ Seal Stop Safe ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 355 มัด710,000 เม็ด อ.บ้านแพง จ.นครพนม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ร.ต.กฤษดา มุลมาตย์ ผู้บังคับหมวดสกัดกั้นฯ ที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.สุรศักดิ์มนตรี) ได้จัดกำลังออกซุ่มตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม บริเวณ บ้านพาลุกา ม.4 ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

ได้ตรวจพบเรือแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เห็นคนบนเรือโยนกระสอบขนาดใหญ่ขึ้นมาไว้บริเวณริมตลิ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าไปตรวจสอบ แต่เมื่อคนที่อยู่บนเรือเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้รีบขับเรือแล่นกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว

จากการตรวจสอบพบว่าภายในกระสอบเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1(ยาบ้า) ที่ห่อหุ้มด้วยกระดาษไข พิมพ์อักษร Y 1 มีถุงพลาสติกใส่ห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่ง รวม 14 มัด จำนวน 86,000 เม็ด

และยังตรวจพบเฮโรอีน จำนวน 1 แพ็ค น้ำหนัก100กรัม จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหารยึดเฮโรอีนยาบ้าขณะลักลอบนำข้ามแม่น้ำโขงส่งมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นบ.ยส.24 ปฏิบัติการ Seal Stop Safe ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 355 มัด ประมาณ 710,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 1500 อำนวยการให้ พันเอกอินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ผบ.ฉก.ทพ.21)

ซึ่งได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว มาพักคอยในพื้นที่เพื่อลำเลียงขนย้ายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงสั่งการให้ ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21)

จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าทำการเฝ้าตรวจพื้นที่ตามภาพข่าว บริเวณริมตลิ่งลำห้วยม่วง บ้านปากห้วยม่วง หมู่ที่ 2 ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ตรวจพบชายต้องสงสัย จำนวน 2 คน เดินแบกกระสอบสิ่งของต้องสงสัย

เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวขอตรวจสอบกระสอบสิ่งของต้องสงสัย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ กลุ่มชายดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของและอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไป

จากการตรวจสอบพบภายในบรรจุยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 3 กระสอบ (ประมาณ 710,000 เม็ด) หน่วยจึงได้ประสานหน่วยงานความมั่นคง ในพื้นที่ ร่วมบันทึกภาพผลการตรวจพบ

และนำยาเสพติดของกลาง มายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียด และนายราชวัชร์ เพ็ชร์ไพรฑูรย์ นายอำเภอบ้านแพง เป็นประธานการแถลงข่าว

พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม เข้าร่วม ณ บก.ร้อย ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 บ.ปากห้วยม่วง ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม พร้อมทั้งได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้ สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จนท.ทหาร ตรวจเข้มรถเข้าออกด่านมุกดาหาร ขณะหน่วยงานกังขาเหตุใดศุลกากรปล่อยคนขับรถขนบุหรี่ไฟฟ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 และเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังสุรนารี เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร -สะหวันนะเขต) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ได้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจตรารถโดยสารที่วิ่งเข้าออกสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะรถโดยสารประจำทางที่วิ่งระหว่างประเทศ สายมุกดาหาร-สะหวันนะเขต โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตรวจพบว่ารถโดยสารระหว่างประเทศสายมุกดาหาร-สะหวันนะเขต หมายเลขทะเบียน 10-0716 มุกดาหาร ได้มีการดัดแปลงพื้นที่ด้านหลังห้องโดยสารทำเป็นช่องลับและใช้ซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าและของผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้กว่า 4,000 แท่ง และสินค้าหนีภาษีศุลกากรอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ คดีตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวยังสร้างความกังขาให้กับหน่วยงานที่ตรวจยึดว่า เหตุใดด่านศุลกากรมุกดาหาร ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในเรื่องการปราบปรามดำเนินคดีเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร และสินค้าหนีภาษี กลับไม่ดำเนินคดีกับพนักงานขับรถโดยสารคันดังกล่าว ทั้งที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนในการกระทำความผิด

เนื่องจากการนำเอาสิ่งของซึ่งเป็นกระสอบและกล่องขนาดใหญ่เข้ามาไว้ในรถโดยสาร ทั้งยังนำไปซุกซ่อนไว้ในบริเวณที่ถูกดัดแปลงให้เป็นช่องลับ โดยปกติการนำพัสดุหรือสิ่งของใดๆขึ้นมาบนรถย่อมจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานขับรถซึ่งเป็นผู้ควบคุมรถ อีกทั้ง บขส. ยังมีระเบียบขั้นตอนการส่งพัสดุภัณฑ์ ว่าต้องกรอกใบฝากส่งพัสดุภัณฑ์ ระบุที่อยู่ผู้รับและผู้ส่ง หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับและผู้ส่ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุภัณฑ์เพื่อป้องกันสิ่งของผิดกฎหมายหรือยาเสพติด ไว้ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างชัดเจน

ดังนั้น การที่ด่านศุลกากรมุกดาหารไม่ดำเนินคดีกับพนักงานขับรถโดยสารที่บรรทุกบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักรดังกล่าว ย่อมอาจทำให้สังคมเกิดข้อครหาถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างโปร่งใสหรือมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ด่านศุลกากรมุกดาหารไม่ดำเนินคดีกับพนักงานขับรถโดยสารบรรทุกบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักร #ปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่โปร่งใส #ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ #จังหวัดมุกดาหาร #บขส #ปปช #ปปท #กรมศุลกากร #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /อุกอาจ! โชเฟอร์ขับรถโดยสารมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ซุกบุหรี่ไฟฟ้า 4,200 แท่ง ใส่ช่องลับของรถ บขส. ระหว่างประเทศ จนท.ศุลกากรตรวจปล่อยออกจากด่านแต่ทหารตามไปตรวจพบจับดำเนินคดี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 และเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร -สะหวันนะเขต) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ได้ตรวจรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ สายมุกดาหาร-สะหวันนะเขต) หมายเลขทะเบียน 10-0716 มุกดาหาร ขณะวิ่งข้ามสะพานมิตรภาพ 2 จากแขวงสะหวันนะเขต​ เข้ามาที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร เมื่อเปิดดูบริเวณที่เก็บสัมภาระใต้ท้องรถพบกล่องกระดาษขนาดใหญ่ต้องสงสัยจำนวน 6 กล่อง

จึงได้นำมาเปิดตรวจสอบพบว่าภายในเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1,200 แท่ง แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานกำลังจะขึ้นไปตรวจค้นที่ด้านบนรถ ปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านซึ่งเข้ามาร่วมตรวจค้นด้วยบอกกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารว่าข้างบนรถตรวจแล้วไม่พบอะไรมีแต่กล่องขนมและได้ปล่อยให้รถโดยสารคันดังกล่าวแล่นออกไปจากด่านพรมแดน

แต่ต่อมาผู้บังคับบัญชาของหน่วยทหารทราบเรื่องว่ามีการตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลและกองทัพบกมีนโยบายให้กวดขันจับกุมโดยเด็ดขาด จึงได้สอบถามว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ขึ้นไปตรวจได้ด้านบนด้วยหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเจ้าหน้าทหารขึ้นไป ทางผู้บังคับบัญชาจึงได้ให้ติดตามรถโดยสารคันดังกล่าวไปทำการตรวจค้นที่ด้านบนรถโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร ตชด.234 ชุดสืบสภ.เมืองมุกดาหาร ตำรวจน้ำ ติดตามไปพบรถโดยสารคันดังกล่าวไปจอดอยู่ที่ด้านหลังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

จึงได้ขึ้นไปทำการตรวจค้นที่ด้านบนรถพบว่าที่บริเวณด้านท้ายสุดของห้องโดยสาร มีการดัดแปลงทำเป็นช่องลับภายในพบกล่องบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวน 15 กล่อง

ภายในบรรจุบุหรี่ไฟฟ้ารวมจำนวน 3,000 แท่ง นอกจากนี้ยังพบเสื้อกันฝนและขนมขบเคี้ยวอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ผ่านพิธีศุลกากร จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ดำเนินคดี

ส่วนคนขับรถโดยสารประจำทางคือนายสมบัติ โคตรสงคราม อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 13 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหารแจ้งว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.ศรีสัชนาลัยจัดยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ายาเสพติด.

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าวันพุธที่ 30 เมษายน 2568ตั้งแต่เวลา 08.00 – 13.00 น.อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยโดย นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย” ภายใต้โครงการ ศรีสัชนาลัย สีขาว โดยบูรณาการความร่วมมือกับ พ.ต.อ.วรวิทย์ คชไกรผกก.สภ.บ้านแก่ง มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอศรีสัชนาลัย

ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชป.ปส.สภ.บ้านแก่ง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีสัชนาลัยที่ 6 ขับเคลื่อนโครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว” ภายใต้โครงการจังหวัดสุโขทัย และมหาดไทยสีขาว เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งภัยยาเสพติด Safe Zone No Drugs และขับเคลื่อนนโยบายจัดระเบียบสังคมปราบปรามผู้มีอิทธิพล ของกระทรวงมหาดไทย

โดยร่วมกันเปิดปฏิบัติการยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย ในพื้นที่บ้านโป่ง หมู่ที่ 6 ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เป็นสายลับเข้าไปสังเกตุการณ์ในพื้นที่เป้าหมาย ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 2 ราย รายละเอียดดังนี้

ผู้ถูกจับรายที่ 1 พบของกลางเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 7 เม็ด จึงได้ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

ผู้ถูกจับรายที่ 2 พบของกลางเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 30 เม็ด จึงได้ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุม พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแก่ง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันระหว่างนายอำเภอ เจ้าคณะอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่ดำเนินการจัดทำพิธีลงนาม MOU แก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตจำนงค์ในการร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของทุกภาคส่วน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

ณ บ้านโป่ง หมู่ที่ 6 ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 แถลงปฏิบัติการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ยึดยาบ้า 5.5 ล้านเม็ด ในพื้นที่ จ.เลย / วิบัติ! โจรแสบลักสายไฟตลาดอินโดจีน เสียหายย่อยยับนับ 100 ห้อง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น. ที่กรมทหารพรานที่ 21 ต.ศรีสองรัก อ.เมืองเลย จ.เลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) พร้อมด้วยนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe

ในพื้นที่อำเภอชายแดน ของจังหวัดเลย โดยมี พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พันเอก สุพรเทพ ไชยยงค์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 ( ร.8 ) นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม ปลัดจังหวัดเลย พันเอกอินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 นายสุชิน จันทร์ป่าน นายอำเภอปากชม และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมแถลงข่าว

โดยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 02.00 น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 สืบทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายยาเสพติดเข้ามายังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่บ้านปากมั่ง ตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย จึงได้ประชุมวางแผนการปฏิบัติ ร่วมกับ ชป.505 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ,จนท.สภ.ปากชม จากนั้นได้วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพบ เรือกีบ 1 ลำ แล่นเข้ามายังฝั่งไทยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 5 คน กำลังแบกกระสอบสีดำขึ้นจากเรือมาวางริมถนน

จากนั้นได้มีรถยนต์กระบะถอยเข้ามาเพื่อทำการขนกระสอบสีดำขึ้นท้ายกระบะ จนท.ชุดซุ่ม จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ พบเห็นว่าเป็น จนท. จึงได้กระโดดลงน้ำแม่โขงหลบหนีไปได้ แต่จนท.สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ต่อมาจึงได้ประสานหน่วยที่เกี่ยวมาร่วมทำการตรวจสอบกระสอบสีดำ

พบเป็นกระสอบบรรจุยาบ้ารวม ทั้งหมดประมาณ 15 กระสอบ พบเป็นยาเสพติดทั้งหมด 5,566,000 เม็ด พร้อมทั้งนำส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ให้ สภ.ปากชม เพื่อทำการขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กรณีที่มีการตรวจยึดจับกุมในครั้งนี้ นบ.ยส.24 ในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ พื้นที่ตามแนวชายแดน ในห้วงที่ผ่านมานั้น มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดเลย จำนวน 186 ครั้ง ผู้ต้องหา 240 ราย โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 14,898,762 เม็ด, ไอซ์ 993 กิโลกรัม และเคตามีน 250 กิโลกรัม การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบของ

หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 696 ครั้ง ผู้ต้องหา 974 คน โดยมี ของกลางยาบ้ามากถึง 104,955,437 เม็ด, ไอซ์ 4,084 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม, เคตามีน 777 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 3,490 เม็ด, happy Water 1,156 ซอง, ฝิ่น 1 กรัม) รวมมูลค่ามากถึงเจ็ดพันกว่าล้านบาทเศษ

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​วิบัติ! โจรแสบลักสายไฟตลาดอินโดจีน เสียหายย่อยยับนับ 100 ห้อง

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ได้เกิดเหตุลักลอบขโมยสายไฟครั้งยิ่งใหญ่มโหฬารในบริเวณอาคารตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินของจังหวัดมุกดาหาร จนทำให้โครงการก่อสร้างซ่อมแซมโครงสร้างและปรับปรุงตลาดอินโดจีน จังหวัดมุกดาหาร

มูลค่า 149,950,000 บาท ได้รับความเสียหาย โดยสืบเนื่องจากได้มีผู้ไปออกกำลังกายที่บริเวณริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีนได้สังเกตเห็นสายไฟบริเวณที่เชื่อมต่อกับแผงหลอดไฟมีลักษณะถูกตัดเป็นจำนวนมาก คาดว่าอาจถูกคนร้ายเข้ามาลักลอบตัดสายไฟไปขาย จึงได้แจ้งให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นอาคารยาวประมาณ 700 เมตร และอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมและปรับปรุง ปรากฏว่าที่บริเวณห้องซึ่งจะทำเป็นร้านค้าจำนวนกว่า 100 ห้อง และบริเวณทางเดิน ซึ่งมีการเดินสายไฟร้อยท่อเชื่อมต่อกับแผงหลอดไฟและอุปกรณ์ควบคุม ได้ถูกรื้อและขโมยตัดเอาสายไฟไปเกือบทั้งหมด โดยคาดว่าคนร้ายจะลักลอบเข้ามาขโมยตัดสายไฟหลายครั้งโดยใช้เวลาหลายวัน จึงทำให้มีพื้นที่ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

เหตุดังกล่าวทำให้ประชาชนที่ได้รับทราบข่าวต่างพากันวิตกกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินเนื่องจากคนร้ายกระทำโดยอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่ตลาดอินโดจีนตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีผู้คนพลุกพล่าน และ

ที่สำคัญการถูกลักลอบตัดขโมยสายไฟดังกล่าวยังอาจทำให้งานก่อสร้างต้องเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก ซึ่งจะส่งผลต่อเสียหายต่อเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารลดต่ำลงจากที่เคยมีรายได้จากการค้าและการท่องเที่ยวเมื่อครั้งเปิดให้บริการตลาดอินโดจีนปีละประมาณ 200 ล้านบาท อีกด้วย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.แม่สะเรียง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ “คนร้ายยิงราษฎรเสียชีวิต” บ้านแม่กองคา ต.แม่ยวม

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 23 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 07:00 น. ตามที่ได้รับแจ้ง”มีคนร้ายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธอื่นลูกซองยาว ยิงราษฎรเสียชีวิต จำนวน 1 ราย และยังตามหาตัวไม่พบ อีก 1 ราย ท้องที่เกิดเหตุ หมู่ที่ 10 บ้านแม่กองคา ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอแม่สะเรียงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ตั้งแต่เวลา 13:30 น. ซึ่งยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้

ผู้ถูกยิงเสียชีวิต นายดิเก สุกุลกิจ อายุ 65 ปี ราษฎรหมู่ที่ 10 บ้านแม่กองคา ตำบลแม่ยวมราษฎรที่คาดว่าจะถูกยิง 1 ราย แต่ยังหาตัวไม่พบ ชื่อ กมล สุกุลกิจ อายุ 41 ปี ราษฎรหมู่ที่ 10 แม่กองคา ตำบลแม่ยวมผู้กระทำความผิด/ผู้ก่อเหตุ ชื่อ ยุทธนา จตุพรสีวลี อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ครอบครัวแจ้งความหายออกจากบ้านเมื่อประมาณ 10 กว่าวันที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการติดตามค้นหาของเจ้าหน้าที่

วันนี้ 23 เมษายน 2568 เวลา 18:30 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมทั้ง ร่วมวางแผนวางกำลังเจ้าหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในหมู่บ้าน โดยบูรณาการหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารพรานที่สาม 36 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าตาฝั่งร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านท้องที่ และผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวนมากกว่า 50 นาย

จัดกำลังรักษาความปลอดภัยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในพื้นที่ จนกว่าจะติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยศัพท์เปลี่ยนหมุนเวียนกำลังรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการกระทำความผิดเพิ่มเติม ประกอบกับได้รับแจ้งจากราษฎรในพื้นที่ว่าผู้กระทำความผิดอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด และมีการประกาศว่าจะกลับมาทำร้ายราษฎรในหมู่บ้านอีก

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว ทีมข่าว บก. รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.นิคมคำสร้อย จับยาบ้า 4 แสนเม็ด พร้อม 2 นักบิน มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผกก.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ท.มงคล แวงวรรณ รอง ผกก.ป.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ต.ไพรบูรณ์ เทพนา สวป.สภ.นิคมคำสร้อย มอบหมายให้ ร.ต.อ.ภูเบชร์ แจ่มจันทร์ รอง สวป.ฯ ร.ต.ท.อิทธิฤทธิ์ แซ่ลิ้ม รอง สว.ป.ฯ พร้อมชุดสายตรวจตำบลโชคชัย ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจกวดขันดำเนินตามแผนสกัดกั้น

เพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด อาวุธปืน ผู้มีอิทธิพล และการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมาย ที่หน้าวิทยาลัยการอาชีพนิคมคำสร้อย ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจดังกล่าว พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีเทา ทะเบียน ญฐ 5275 กรุงเทพมหานคร วิ่งเข้ามาจากเส้นทางอำเภอนิคมคำสร้อย เมื่อมาพบด่านตรวจได้เลี้ยวกลับรถอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ขับรถไล่ติดตาม

เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ขับรถไล่ติดตามจึงได้กลับอีกครั้งแต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าสกัดได้ทันและหยุดคนร้ายไว้ได้ เมื่อตรวจผลภายในรถยนต์พบถุงสีดำขนาดใหญ่บรรจุสิ่งของ 3 ถุง วางอยู่บริเวณที่นั่งด้านหลัง เจ้าหน้าที่เปิดถุงดำดังกล่าว พบว่าเป็นห่อยาบ้าจำนวน 67 ก้อน รวมประมาณ 400,000 เม็ด และยาไอซ์ ประมาณ 0.6 กิโลกรัม (6 ขีด) จึงได้ควบคุมตัวนายวัทธิกร ฯ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี อยู่ ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และนายคเนตร (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี อยู่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งนั่งมาในรถและตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีและทำการขยายผลต่อไป

ตำรวจนิคมคำสร้อยจับยาบ้าสี่แสนเม็ดไอซ์หกขีดพร้อมสองนักบิน​ #จังหวัดมุกดาหาร​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ประจวบฯ รวบผู้ต้องหากระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2568 สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ พร้อมด้วย นายวรวุฒิ ใบแย้ม พนักงานขับรถยนต์ ได้บูรณาการประสานความ

ร่วมมือกับ กองกำกับการตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.อธิธัช นิยมดี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.มานิตย์ ปลอดโปร่ง สว.สส.ภ.จว.จังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ ร.ต.อ.สุเทพ เขียวประชุม ร.ต.อ.ณรงค์ บุญตามทัณฑ์ รอง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ส.ต.รัชตะ กรุดจันทร์ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ประจวบฯ

ได้ประสานความร่วมมือ นำหมายค้นของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ค. 134 / 2568 ลงวันที่ 19 เมษายน 2568 เพื่อค้นบ้านเลขที่ 80 / 3 หมู่ 9 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบ

นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง อายุ 35 ปี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงหมายค้นและหมายจับ ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และได้แสดงหมายจับให้บุคคลดังกล่าวดู ซึ่งรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกลุ่มในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่า

โดยการจับกุมได้ดำเนินจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 314 / 2567 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 คดีอาญาหมายเลขดำที่ ย 449 / 2566 คดีอาญาหมายเลขแดง ที่ ย 495 / 2566 ในความผิดเรื่องต้องหาว่ากระทำผิดฐานมีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน โดยฝ่าฝืนตามกฎหมาย ซึ่ง นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง ผู้ถูกจับกุม ได้กระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ จึงมีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกจับกุมส่ง สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

/////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารยึดยาบ้า 2 กระสอบ !! 330,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ (21เม.ย.68) ที่หมวดสกัดกั้นยาเสพติดที่2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และฝ่ายปกครอง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดย ร.ท.ศุภนิจ อุดมทรัพย์ ผบ.หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2108, มว.ตชด244

ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง, บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) กกล.สุรศักดิ์มนตรี นบ.ยส.24, กก.3 บก.ป, นรข.เขตนครพนม สน.เรือบ้านแพง โดยมีนายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอบึงโขงหลง เป็นประธานการตรวจนับ/ตรวจยึด ยาเสพติดประเภท (ยาบ้า)

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 เม.ย.68 จนท.ได้ทำการขยายผลเพื่อเพื่อกวาดล้างยาเสพติดตามโครงการ SEAL STOP SAFE หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่โดย

ได้รับรายงานจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านและจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่โซนใน จนท.มว.สกัดกั้นฯที่ 2 และหน่วยงานในพื้นที่จึงได้ทำการวางกำลังบริเวณลานซื้อขายยางพารา ตามที่ได้รับแจ้งข่าว ครั้นเมื่อเวลา 2130

ได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 I ไม่ติดแผนป้ายทะเบียน ได้ขับเข้ามาบริเวณลานยางพาราและมีคนเดินเข้ามาบริเวณหลังห้องน้ำ หยิบกระสอบสีขาว 1 กระสอบและสีเหลือง1กระสอบจนท.จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น กลุ่มคนดังกล่าวซึ่งได้ตื่นตกใจและได้ขับรถจักรยายยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบ กระสอบ จำนวน 2 กระสอบ และห่างจากจุดดังกล่าว 200 เมตร พบจักรยานยนต์จอดคว่ำอยู่บริเวณข้างถนน

จนท.ได้ทำการตรวจยึดและนำมาตรวจสอบเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการ มว.สกัดกั้นฯที่ 2 เมื่อวันที่ 21เม.ย.68 หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีและหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้ร่วมทำการตรวจนับของกลาง โดยทำการตรวจสอบของกลางโดยละเอียดแล้วพบ ยาเสพติดประเภท (ยาบ้า)

จำนวน 53 แพ็ค (ใหญ่) 318,000 เม็ด และอีก 3 แพ็ค (เล็ก) จำนวน 12,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 330,000 เม็ด และรถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน จากนั้นได้ร่วมกันบันทึกภาพและวิดีโอพร้อมนำของกลางทั้งหมด นำส่งให้กับ สภ.เหล่าหลวงเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

 สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /  “ชะอำ” รวบ 2 หนุ่มสาวเอเย่นต์ยาบ้าพร้อมของกลาง กว่า 6 พันเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.68 พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พ.ต.ท.ธีระพงษ์ รักษาเวียง รอง ผกก.สส.สภ.ชะอำ พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายเจษฎาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาว จ.ราชบุรี พร้อมแฟนสาว นางสาวปวีณา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาว อ.ชะอำ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3 มัด รวม 6,059 เม็ด คิดเป็นมูลค่าราว 6 แสนบาท รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กภ 2070 เพชรบุรี 1 คัน

นำตัวมาสอบสวน โดยก่อนหน้านั้นตำรวจสืบทราบว่าจะมีเอเย่นต์นำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าที่บริเวณถนนคันคลองชลประทาน ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี (ขาล่องใต้) อ.ชะอำ จึงนำกำลังดักซุ่ม

จนกระทั่งมีนายเจษฏาพร ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว นางสาวปวีณา นั่งซ้อนท้ายผ่านมา จึงแสดงตนขอตรวจค้น เมื่อเห็นตำรวจทั้งคู่ถึงกลับหน้าซีด ก่อนพบยาบ้าดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ นำตัวทั้ง 2 คน ไปตรวจสารเสพติดที่โรงพยาบาลชะอำ พบฉี่เป็นสีม่วง

เบื้องต้นนายเจษฎาพรให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้มีคนชื่อบอยได้ติดต่อว่าจ้างตนเป็นเงิน 3,000 บาท ให้ไปรับยาบ้าดังกล่าวที่มีคนนำไปวางทิ้งไว้บริเวณเสาไฟฟ้าถนนคันคลองชลประทาน ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ห่างจากปั๊ม PT ประมาณ 2 กม.

จึงชวนแฟนสาวนั่งซ้อนท้ายไปเป็นเพื่อนจนถูกจับกุม ส่วนนางสาวปวีณายังให้การปฏิเสธแต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จึงสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมพรรคพวกที่เหลือ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฤาษีตาไฟหาคนไม่เจอ เลยจุดไฟเผาบ้านเรียก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ศูนย์รับแจ้งเหตุ สภ.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มกดาหาร ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้บ้านที่บ้านไม่มีเลขที่บ้านตาเปอะ ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินไปตรวจสอบพบบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงกำลังถูกไฟไหม้โดยมีนายสุรชัย พันธ์ชัย อายุ 47 ปี ฉายาฤาษีตาไฟ ผู้ก่อเหตุเดินวนไปมาพร้อมกับท่องคาถาอยู่บริเวณรอบบ้าน จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน โดยนายสุรชัย ยอมรับว่าตนเองเป็นคนจุดไฟเผาบ้านหลังดังกล่าวเอง สืบเนื่องจากต้องการหาตัวนายสมปอง อาจหาญ หรือนายกระแต ซึ่งเอาสว่านไฟฟ้าของตนไปขาย และเมื่อตนนั่งทางในดูเห็นภาพนายกระแต อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้จุดไฟเผาบ้านเพื่อให้นายกระแตออกมา เจ้าหน้าที่จริงได้ควบคุมตัวฤาษีตาไฟไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฤๅษีตาไฟจุดไฟเผาบ้านเรียกคน #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุรศักดิ์มนตรี ร่วมตรวจยึด จับกุม ผู้กระทำความผิด ตาม พรบ.ศุลกากร ขบวนการแอบลักลอบนำจักรยานยนต์ส่งข้ามประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 เม.ย. 68 ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.ดอนใหญ่ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เวลา 06.10 น. ร.ท.ศุภนิจ อุดมทรัพย์ ผบ.มว.สกัดกั้น ฯ ที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีได้รับ

รายงานจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีการแอบลักลอบนำจักรยานยนต์ส่งข้ามประเทศ โดยได้ประสาน ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108และ มว.ตชด.2441

จึงจัดกำลังเข้าไปตรวจสอบในบริเวณที่ได้รับแจ้ง เมื่อ จนท.ไปถึงบริเวณดังกล่าว ได้พบชาย 2 คนกำลังนำรถมอเตอร์ไซค์ลงไปในท่าริมตลิ่งแม่น้ำโขงบริเวณ บ้านดอนใหญ่ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ พิกัด 48QV 00821 13330 เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีท่าทางน่าสงสัย

จึงได้แสดงตัวว่าเป็น จนท.ขอตรวจสอบ กลุ่มชาย 2 คนเมื่อเห็นว่าเป็น จนท.จึงได้รีบวิ่งกระโดดลงไปขับเรือและได้แล่นเรือไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจากนั้น จนท.จึงได้ทำการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบ มอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น R15 หมายเลขทะเบียน 1 กศ สกลนคร 9690

จอดคว่ำบริเวณริมตลิ่ง บ้านดอนใหญ่ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ จับได้ของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น R15 หมายเลขทะเบียน 1 กศ 9069 สกลนคร จำนวน 1 คัน

เจ้าหน้าที่ ชุดจับกุม จึงได้ทำการตรวจยึด และนำของกลางมาที่ สภ.บุ่งคล้า เพื่อจัดทำบันทึกตรวจยึด/จับกุม พร้อมทั้งของกลางทั้งหมด นำส่ง สภ.บุ่งคล้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายนิวัติ.บุญมาวงศ์ผอ.การส่วนป้องกันไฟป่าลำปาง ใช้มาตรการการป้องกันปัญหาไฟป่าพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปาง.

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปางได้จัดตั้งศูนย์สั่งการและติดตามปัญหาไฟป่าและหมอกควันมีจำนวนทั้งหมด 8.ศูนย์ได้แก่อุทยานอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทยอุทยานแห่งชาติดอยจงอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาทพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมืองพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต

ทางภาคเหนือส่วนมากพื้นที่จะเป็นพื้นที่ดอยจะเกิดไฟป่าช่วงหน้าแล้งแทบจะทุกที่สำหรับพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปางก็ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในด้านป้องกันไฟป่าสุดอบรมความสามารถแต่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครผู้นำชุมชนและเยาวชนในพื้นที่.

ทางจังหวัดลำปางได้ออกประกาศเรื่องห้ามเผาป่าและพื้นที่โล่งยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2568.ศูนย์ติดตามระดับจังหวัดขึ้นณสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปางและ

ศูนย์รับแจ้งเหตุณสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ระดับอำเภอและระดับตำบล.และได้ตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าจำนวน 381 จุดให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในสำนักบริหารพื้นที่ที่ 13 สาขาลำปางออกสำรวจ

พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและยากต่อการเข้าถึงเพื่อทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อเป็นการสนับสนุนกิจการในการควบคุมระดับไฟป่า

และป้องกันพื้นที่ถูกไฟไหม้มิให้มีการเข้าไปบุกรุกครอบครองทำประโยชน์และเฝ้าระวังการเกิดไฟไหม้ซ้ำซาก. สำหรับการเกิดจุด hotspot ก็ลดลงกว่าปีที่แล้วพอสมควรก็ฝากถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแลเพราะการเกิดไฟป่าก่อปัญหาอีกมากมายมาสู่ชุมชนที่เราอาศัยอยู่ทั้งโลกภัยต่างๆที่จะตามมา.

สมจิตร แสงบัลลังก์ บกข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปค.นิคมคำสร้อย จับพระใส่สบงแล้วทรงเมาอาละวาด แถมซุกปืนเถื่อน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย ได้รับแจ้งเหตุมีพระสงฆ์พกปืนเมาอาละวาดอยู่บ้านหนองกระโซ่ ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้สั่งการให้นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. กองร้อย อส.อ.นิคมคำสร้อยที่ 7 บูรณาการร่วมกับตำรวจ สภ. นิคมคำสร้อย รุดไปยังที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง วัดหนองกระโซ่พบพระทองพูล ดีดวงพันธ์ อายุ 55 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ตำบลนาอุดม

มีลักษณะอาการมึนเมา เอะอะโวยวาย พูดจาไม่รู้เรื่อง อยู่ภายในบริเวณวัด เมื่อนำตัวไปตรวจค้นที่กุฏิพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวน 10 นัด จึงได้นำตัวเข้าพบพระครูวชิรธรรมพินิจ อรุโน เจ้าคณะอำเภอนิคมคำสร้อยเพื่อทำการสึก และนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปกครองนิคมคำสร้อยจับพระเมาอาละวาด #อำเภอนิคมคำสร้อย #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหา​ร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สลดปิดเทอม หนุ่มน้อยวัย17 ลงเล่นน้ำในแม่น้ำ พลาดลื่นลงในวังน้ำ จมน้ำดับ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 30 มีนาคม 68 พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ รักสกุล สว.สอบสวน สภ.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย บริเวณบ้านคลองเงิน ม.5 ต.พระรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ชีพกู้ภัย รพ.พะโต๊ะ


โดยที่เกิดเหตุอยู่พบศพนายธนกร แก้วเขียว อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.9 ต.พระรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ซึ่งนอนเสียชีวิตแล้วและถูกนำขึ้นมาจากแม่น้ำหลังสวน  ซึ่งห่างไปเพียงเล็กน้อย มาวางอยู่ใต้ต้นไม้ ภายในสวนผลไม้ของชาวบ้าน

สอบถามทราบว่า นายธนกร ซึ่งเป็นนักเรียนอยู่สถาบันแห่งหนึ่ง ใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร โดยก่อเกิดเหตุนั้น นายธนกร ได้ขับรถ จยย.ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆกับกลุ่มเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกัน และระหว่างที่ขับรถเล่น บังเอิญโซ่รถ จยย.ของนายธนกร เกิดขาด จึงได้ช่วยกันซ่อมจนเสร็จ และหลังจากนั้น ก็ได้ชวนกันมาเล่นน้ำในแม่น้ำหลังสวน

เพื่อจะได้ชำระล้างตัวจากเหงื่อไคลจากการซ่อมรถ จยย.กลางแดด แต่หลังจากที่ทุกเล่นน้ำกันอยู่ตามริมแม่น้ำ ซึ่งทุกคนว่ายน้ำไม่เก่ง ถึงบางคนไม่เป็นเลยโดยเฉพาะนายธนกร จึงได้เล่นน้ำบริเวณที่ไม่ลึกมากอย่างสนุกสนาน โดยไม่คิดว่าใกล้กับจุดที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่นั้น มีวังน้ำ ซึ่งมีความลึกมาก  นายธนกร ไม่รู้และดำผุดดำว่าย จนพลาดเท้าเหยียบดินทรายลื่นไถลจมลงน้ำต่อหน้าต่อตามเพื่อนที่เล่นน้ำด้วยกัน จนชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ยินเสียงเอะอะ จึงวิ่งมาดู และทราบเรื่อง

จึงได้เรียกคนเก่งน้ำมาช่วยดำน้ำหา ซึ่งใช้เวลากว่า ครึ่งชั่วโมง กว่าจะพบนายธนกร ขัดติดอยู่กับกิ่งไม้ใต้น้ำ จึงนำร่างขึ้นมาในสภาพจมน้ำเสียชีวิตแล้ว ก่อนนำศพนายธนกร ส่ง รพ.พะโต๊ะ ทำการชันสูตรพลิกอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้กับทางแม่และญาติ ของนายธนกร ซึ่งไม่ติดใจในการเสียชีวิตในครั้งนี้ ได้นำศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป    

พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ รักสกุล สว.สอบสวน สภ.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์เด็กจมน้ำเสียชีวิตครั้งนี้เป็นเคสแรกของเขตรับผิดชอบ จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ปกครองทุกท่านให้ใส่ใจดูแลบุตรหลานเป็นพิเศษในช่วงปิดเทอม อย่าปล่อยให้บุตรหลานไปเล่นน้ำเพียงลำพังกับเพื่อน โดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล เพราะหากเกิดขึ้น เราจะไม่สามารถย้อนเวลาให้กลับคืนมาได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568 นายอ.ชุมแพ เข้ม!สั่งบุกจับ ! เน้นย้ำ ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส อำเภอชุมแพ

พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการตำบลขัวเรียง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ) ร่วมเปิดปฏิบัติการ Re-x-ray จับกุมผู้กระทำความผิดและค้นหา ผู้เสพ เข้าสู่กระบวนการบำบัดจำนวน 20 ราย ดังนี้

1) นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาวบ้านหอย ม.11 ต.โนนอุดม อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้า 6 เม็ด /ผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

2) ตรวจยึดอาวุธปืน ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก , ปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ในกระท่อมท้ายหมู่บ้าน สว่างหนองแก ม.5 ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ

3) จับกุมผู้เสพ ในพื้นที่ตำบลขัวเรียง และ ตำบลโนนอุดม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด รวมจำนวน 19 คน

เจ้าหน้าที่ได้ นำตัวทั้งหมดพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ทำการปกครองอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และ ผู้เสพที่สมัครใจเขารับการบำบัด นำตัวเข้าศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมอำเภอชุมแพ เพื่อเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามขั้นตอนต่อไป

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ตชด.ภาค 3 – กองร้อย ตชด.ที่ 327 จับคุม เคตามีน 120 กก.โดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 26 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตชด.ภาค 3 ร่วมกัย บกองร้อย ตชด.ที่ 327 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก ตชด.ภาค 3 พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผบก.ตชด.ภาค 3 พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธุ์กล้า ผกก.ตชด.32 พ.ต.ท.ยุธยา สังแสวง รอง ผกก ตชด.32 พ.ต.ต.อนัญวัตน์ รัตนวิชัย ผบ.ร้อย ตชด.327 ได้ร่วมกันจับกุม นายชนินทร์ สงวนนามสกุล อายุ 28 ปีชาว แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ และ นายวชัรพงษ์ สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี ชาว ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลาง เคตามีนจำนวนประมาณ 120 กิโลกรัม

โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่ามีเป้าหมายยาเสพติดได้โดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามความเคลื่อนไหว จนกระทั่งสืบทราบว่าจะมีการนำยาเสพติดจำนวนมากส่งพัสดุกับบริษัทเอกชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จึงได้เฝ้าติดตามจนพบชาย 2 คน เข้ามาส่งของบริษัทขนส่งเอกชนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบพัสดุ จำนวน 4 กล่อง

จากการตรวจสอบพบว่าภายกล่องบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท2 (เคตามีน) กล่องละ2 แพ็คใหญ่ ในหนึ่งแพ็คใหญ่พบถุงชาบรรจุเคตามีน ประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 4 กล่อง ประมาณ 16 กิโลกรัม เมื่อพบว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายทางเจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยตามชายทั้ง 2คนไป พบว่ากำลังนำพัสดุที่เหลือไปส่งที่บริษัทขนส่งเอกชนอีกที่หนึ่ง ในพื้นที่ถนนเหมืองแดง ซึ่งกำลังรอส่ง อีกจำนวน 11 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุมทั้ง 2 คน
จากการเปิดตรวจสอบพบ ภายในกล่องมีของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 2 แพ็คใหญ่ โดยในหนึ่งแพคใหญ่ พบเป็นถุงชาบรรจุเคตามีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 11 กล่อง ประมาณ 44 กิโลกรัม รวมทั้ง 2 จุด ของกลางทั้งหมด 15 กล่อง ประมาณ 60 กิโลกรัม

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งสองคนทำการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักที่ผู้ต้องหาเช่า ในพื้นที่ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อตรวจสอบบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา จอดอยู่ภายในบริเวณบ้าน และเมื่อทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าวพบกระสอบสีรุ้งขนาดใหญ่ จำนวน 2 กระสอบอยู่ภายในช่องเก็บของท้ายรถ ภายในกระสอบดังกล่าวพบถุงชาบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 30 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวน 2 กระสอบ รวม 60 ถุง หรือน้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 120 กิโลกรัม

จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การว่าได้รับจ้างให้นั่งเครื่องบินมาจาก กรุงเทพฯ เพื่อมารับยาเสพติดังกล่าว แล้วนำส่งบริษัทเอกชน เพื่อส่งไปยังตนในของประเทศโดย โดยปลายทางจะมีผู้มารับยาเสพติด ซึ่งจะไปจำหน่ายยังพื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมไปยังผู้ว่าจ้างอีกครั้ง

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ระทึก! กกล.สุรนารี บุกชาร์จแก๊งยาบ้ากลางสี่แยกดอนตาล รวบผู้ต้องหา 4 คน พร้อมยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เพื่อขนส่งไปยังพื้นที่ตอนใน จึงจัดกำลังตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล เข้าซุ่มตรวจพื้นที่ บ้านอุบมุง อ. เขมราฐ จ.อุบลราชธานี กระทั่ง ต่อมาเวลา 06.00 น.

เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เชฟโรเลต ทะเบียน กอ 616 อุบลราชธานี ต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ขับรถติดตามไปจนถึงสี่แยก อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวจอดติดไฟแดง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการสกัดให้รถหยุดและขอตรวจค้นภายในรถพบกระสอบยาบ้า 6 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,200,000 เม็ด แต่ในระหว่างเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัว ชาย 2 คนที่นั่งมาในรถ ปรากฏว่า 1 ใน 2 คนร้าย ได้พยายามแย่งปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้เกิดปืนลั่นใส่ต้นขาซ้ายของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเขมราฐ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ อีกชุดหนึ่ง ยังได้ไล่ติดตามรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ แคป ทะเบียน ผพ 6913 อุบลราชธานี ซึ่งเป็นรถในกลุ่มขบวนการค้ายาบ้า ซึ่งขับหลบหนีไปอีกเส้นทางหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามไปสกัดไว้ได้ที่บริเวณ ถนนหมายเลข 2116 บ้านหนองเม็ก ต.ป่าไร่ อ.ดอนตาล จ. มุกดาหาร โดยสามารถควบคุมตัวชายและหญิง รวม 2 คนที่นั่งมาในรถไว้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมด้วยยาบ้า และรถยนต์ 2 คัน นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เขมราฐ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองกำลังสุรนารีจับยาบ้าหนึ่งล้านสองแสนเม็ด #สี่แยกดอนตาล #อำเภอดอนตาล #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ฉก.ทพ.2105 มุกดาหาร ยึดยาบ้าข้ามโขงมาขึ้นนาสีนวนร่วม 4 แสนเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568​ พันตรี คำรณ คุ้มเขต ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการรับส่งยาเสพติดกันที่บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.นาสีนวน ม.1 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังและวางแผนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เฝ้าตรวจตามจุดเพ่งเล็งและช่องทางธรรมชาติที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้เป็นเส้นทางในการรับส่งยาเสพติด

ต่อมาเมื่อเวลา 04.10 น. ชุดเฝ้าตรวจได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืนส่องตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือลำดังกล่าวมาถึงกลางแม่น้ำโขงได้ดับเครื่องยนต์และปล่อยเรือไหลเข้ามาริมแม่น้ำโขง เมื่อมาถึงฝั่งไทย ชุดเฝ้าตรวจได้ตรวจพบบุคคล 2 คน กำลังแบกสิ่งของลักษณะเป็นกระสอบ เดินขึ้นมาบนถนนเรียบริมแม่น้ำโขง

พร้อมกับทีาเรือลำดังกล่าวได้หันหัวเรือออกจากฝั่งไทยมุ่งหน้าไปยังฝั่ง สปป.ลาว ชุดซุ่มที่อยู่ใกล้ จึงได้แสดงให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้น เมื่อกลุ่มบุคลลดังกล่าวเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งข้ามถนนเข้าไปยังป่ากล้วยหลังบ้าน ประชาชนในพื้นที่ บ.นาสีนวน ม.1 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้ทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป จนท.

จึงได้ไล่ติดตาม แต่ไม่ทัน จากนั้น จนท.จึงได้ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ตรวจพบกระสอบปุ๋ยสีเขียว จำนวน 2 กระสอบ ตกอยู่บริเวณป่ากล้วยหลังบ้าน ห่างจากริมแม่น้ำโขง ประมาณ 100 เมตร พื้นที่ บ.นาสีนวน เมื่อเจ้าหน้าที่กลับมาเปิดดูภายในกระสอบที่ถูกทิ้งไว้ พบก้อนวัตถุพันด้วยกระดาษไขห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสอีกชั้นหนึ่ง

ภายในบรรจุยายาบ้าจำนวนประมาณ 396,000 เม็ด และพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟไอ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 1 กข 9606 มุกดาหาร จำนวน 1 คัน มีกุญแจเสียบคาไว้จอดอยู่ใกล้กับจุดที่พบยาบ้าประมาณ 10 เมตร จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อสอบสวนสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหารพรานยึดยาบ้านาสีนวนสี่แสนเม็ด #อำเภอดอนตาล #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777