คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกขาม ไล่ล่ารวบโจรคารังฉวยโอกาสขณะแม่ค้าเผลอคว้ากระเป๋าสตางค์ขี้นมอไซด์บิดหนี.

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2569 ทางสภ.โคกขาม ได้เปิดเผยว่าเมื่อเวลาประมาณ 20.00น. ของคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ191 ว่ามีเหตุวิ่งราวทรัพย์ ร้านขายดอกไม้ ภายในหมู่บ้านเจริญสินธานี หมู่ที่2 ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาครคนร้ายสวมหมวกกันน็อคใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสัแดงในการก่อเหตุชิงระเป๋าสตางค์ของแม่ค้าขายดอกไม้มุ่งหน้าเช้าถนนชายทะเลบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร โดยมีพลเมืองดีขี่รถมอเตอร์ไซด์ตามคนร้ายไป

พ.ต.อ.จักรพงศ์ ตราบดี ผกก.สถ.โคกขาม ได้สั่งการให้พ.ต.ท.ประภาส ศิริรัตน์ รองผกก.สืบสวน ให้รีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ ออกตามใล่ล่าคนร้ายทันทีโดยมีการตามไปอย่างกระชั้นชิด พบพลเมืองดีที่ขี่รถมอเตอร์ไซด์ตามคนร้ายไปโดยพลเมืองดีบอกว่าได้ถีบรถคนร้ายจนเสียหลักไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย แต่คนร้ายก็ยังอาศัยความชุลมุนบิดรถ มอเตอร์ไซด์หนีไปต่อได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ลดความพยายามตามแกะรอยคนร้ายจนรู้ว่าคนร้ายได้ขี่รถไปจอดรถที่ร้านขายของชำเพื่อซื้อปะแจมาไขช่อมรถที่เสียหายจากการกระแทกเสาไฟฟ้าก่อน ที่จะขับต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจขึงขอดูกล้องวงจรปืดจากร้านค้า เห็นคนร้ายถอดหมวกกันน็อคออกเห็นใบหน้าชัดเจนจนรู้ว่าคนร้ายคือนาย อรรถกวีอายุ52ปีเป็นคนพื้นที่โคกขาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบรุดไปทันที พบคนร้ายกำลังนั่งเสพยาอย่างสบายใจอยู่ภายในบ้านเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมตัวคนร้ายพบกระเป๋าสตางค์ที่คนร้าย

ขโมยมาภายในมีเงินสด6พันบาทและยาเสพติดที่ใช้เสพคนร้ายยอมรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงโดยทำทีเข้าไปขอซื้อดอกไม้ภายในร้านแล้วคว้ากระเป๋าสตางค์ของแม่ค้าขายดอกไม้ขณะที่แม่ค้าเผลอแล้วขึ้นรถบิดหนีมาไม่คิดว่าจะมีคนจำผมได้ เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.โคกขามเพื่อนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 จับแก๊งค้ายารายใหญ่ ได้ 4 คน ของกลางเคตามีน 4 กระสอบ 200 ห่อ/กก. มูลค่า 40 ล้านบาท อ.บ้านแพง จ.นครพนม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. กองทัพบก โดย พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 อำนวยการให้ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) โดย พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี ผบ.กรม ทพ.21/ผบ.ฉก.ทพ.21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชน ว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านฉวยโอกาสก่อนสงกรานต์ เข้ามาในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม จึงสั่งการให้ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 จัดกำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วทำการซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณ พื้นที่ บ.แพงใต้ ม.11 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยขับออกมาจากพื้นที่ใกล้เคียง กำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วจึงได้ประสานมายัง ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 เพื่อดำเนินติดตามและสกัดกั้น

ครั้นเมื่อเวลา 19.50น ได้ตรวจพบรถยนต์คันดังกล่าว จอดทิ้งไว้ข้างโรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ บ.เนินคนึง ม.5 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม และมีรถจักรยานยนต์ขับมารับคนขับรถยนต์หลบหนีไป ในขณะกำลังจะเข้าตรวจสอบพบกลุ่มวัยรุ่น เดินออกมาจากโรงแรม เพื่อมายังรถยนต์คันที่จอดทิ้งไว้ หน่วยฯ จึงได้เข้าซักถามและตรวจสอบ ทราบชื่อ นายพชรพล พงษ์พุทธรักษ์ (ทราบชื่อภายหลัง) ภูมิลำเนา อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร มีอาการท่าทีพิรุธผิดปกติ แสดงตัวตนว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ ในระหว่างทำการพูดคุย มีรถยนต์ต้องสงสัย ภายในมีชายต้องสงสัย 2 คน ทราบชื่อ น.ส.อนุชิตา พันมหา อายุ 18 ปี ภูมิลำเนา อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร และนายณัฐพงค์ มงคลสุภา อายุ 20 ปี ภูมิลำเนา อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งคาดว่าจะเป็นรถยนต์นำทางวิ่งเข้ามา จึงเข้าทำการตรวจสอบ

โดยทั้งหมดเมื่อเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่จึงให้การร่วมมือโดยสารภาพว่ามารับยาเสพติด เพื่อจะนำไปส่งในพื้นที่ จ.มุกดาหาร และสามารถจับกุมภายในห้องพักได้อีก 1 คน ทราบชื่อ นายพิสิษฐ์ อุสุพันธ์ อายุ 24 ปี ภูมิลำเนา อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้ทำการตรวจสอบภายในรถยนต์ของนายธิติพลฯ พบเป็นยาเสพติดประเภทวัตถุออกฤทธิ์ทางประสาท (เคตามีน) จำนวน 4 กระสอบ ประมาณ 200 กก. วางอยู่ท้ายรถ หน่วยจึงจังกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 คน และตรวจยึดของกลาง วัตถุออกฤทธิ์ทางประสาท (เคตามีน) จำนวน 4 กระสอบ ประมาณ 200 ห่อ/กก., รถยนต์ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ทะเบียน กท 3588 อุบลราชธานี, รถยนต์ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมกซ์ ทะเบียน บท 8164 มุกดาหาร, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง และ แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง

จากการสอบถามแก๊งค้ายาในครั้งครั้งนี้ให้การที่เป็นประโยชน์เพื่อทำการขยายผลการจับกุมกลุ่มนายทุนใหญ่ที่ให้การสนับสนุน โดยให้มารับและให้ทำการขนย้าย โดยติดต่อผ่านการใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งได้รับค่าจ้างขนย้ายในครั้งนี้ จำนวน 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งต่อให้ขบวนการค้ายาในพื้นที่ จ.มุกดาหาร อาศัยก่อนช่วงสงกรานต์ลักลอบขนย้ายเพื่อเข้าสู่พื้นที่ตอนในปลายทาง กทม. เพื่อให้กลุ่มนายทุนรายใหญ่ ซึ่งยาเสพติดประเภทวัตถุออกฤทธิ์ทางประสาท (เคตามีน) จำนวน 4 กระสอบ ประมาณ 200 กก. หากคิดตามเกณฑ์ของ ปปส. จำนวน 1 กก. ราคาจะอยู่ที่ 200,000 – 250,000 บาท จะมีมูลค่าสูงประมาณ 40 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่า ถือเป็นการจับกุมขบวนการแก๊งค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ จ.นครพนม

หน่วยฯ จึงได้ดำเนินการขนย้ายมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 เพื่อทำการตรวจสอบ และตรวจนับอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจยึดรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด พร้อมจะประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมบูรณาการตรวจยึดบันทึกภาพ และนำของกลางดำเนินการส่ง พงส.สอบสวน สภ.บ้านแพงฯ เพื่อนำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บก.ควบคุมที่ 1(ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ฉก.ทพ.21 จับ โจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามชาติ ส่งสปป.ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่บริเวณแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.นาห้วยกอก ม.4 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ฉก.ทพ.21 โดย ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวประชาชน ว่าจะมีการนำรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานศุลกากร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง

พื้นที่ บ.นาห้วยกอก ม.4 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร พิกัด VD 967001 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ชป.พิเศษ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี (ฉก.ทพ.21), ชฝด.3 นฝด.21, ตร.มว.ตชด.ที่ 2344 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอดอนตาล เพื่อร่วมวางแผนบูรณาการทำการวางกำลังดักซุ่มและจับกุม ครั้นเมื่อเวลา 1700 ชุดซุ่ม ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามายังริมฝั่งแม่น้ำโขงประเทศไทย

จากนั้นได้มีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 1-3 คน ทำการนำรถจักรยานยนต์ลักษณะจูงรถจักรยานยนต์ลงบันใดจะลักลอบนำขึ้นเรือเพื่อส่งออกไปยังประเทศ สปป.ลาว ชุดซุ่ม สังเกตุเห็นพฤติกรรมอันควรสงสัย จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่และให้สัญญาณหยุดเพื่อเข้าทำการตรวจสอบและจับกุม เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้แสดงอาการตื่นตกใจ ได้ขับเรือกีบติดเครื่องยนต์หลบหนีข้ามไปยัง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว และกลุ่มบุคคลที่ร่วมลำเลียงรถจักรยานยนต์ อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ตรวจพบรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน จอดทิ้งอยู่ในลักษณะนอนล้มอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุดจับกุม จึงได้ทำการตรวจยึดจับกุมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น YZF-R15 150 ซีซี สีน้ำแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน 3 กฉ 6411 กทม. หมายเลขเครื่องยนต์ G3C1E-0003036 หมายเลขตัวถัง MH3RG041111003017ไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบโดยรอบบริเวณไม่มีสิ่งผิดกฎหมายอื่นใด และนำของกลางกลับมายัง ฐานปฏิบัติการ ร้อย.ฉก.ทพ.2107 บ.ตาลรุ่ง ม.12 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร

เจ้าหน้าที่หน่วยฯ ได้ประสานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมบันทึกภาพถ่าย วิดีโอ การตรวจยึด ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมดำเนินการทำบันทึกการตรวจยึด และนำส่งของกลาง ให้ พนักงานสอบสวนสภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

รวบแล้ว “โฮม คำเภา” หนีคดีลักพาตัวเด็ก 12 ปี หลบป่านานนับเดือน สุดท้ายไม่รอดถูกจับคาถนน

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร สามารถติดตามจับกุมนายใคร คำเภา หรือ “โฮม” อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีลักพาตัวเด็กหญิงวัย 12 ปี ได้สำเร็จ หลังหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในพื้นที่ป่านานกว่า 1 เดือน ก่อนถูกจับกุมขณะขับรถจักรยานยนต์ออกมาซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า รู้จักกับครอบครัวของเด็กหญิงเป็นอย่างดี และได้พาเด็กออกจากบ้านไปด้วยเหตุผลส่วนตัว โดยระหว่างหลบหนีได้อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ใช้น้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียง และออกมาจัดหาสิ่งของเป็นครั้งคราว

นางสาวกฤษณา ศรีลาศักดิ์ ครูประจำชั้นของเด็กหญิง กล่าวว่าหลังทราบข่าวน้องหายตัวไป ตนรู้สึกเป็นห่วงมาก กังวลว่าน้องจะถูกนำไปตกระกำลำบาก กระทั่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า พบตัวน้องแล้ว จึงทำให้รู้สึกโล่งใจและรีบเดินทางมาพบน้อวที่ สภ.ดอนตาล

ด้าน พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การบุกรุกเคหสถาน และการพาผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ออกจากผู้ปกครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของเด็กเป็นอันดับแรก พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลและฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างเหมาะสม
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #มุกดาหาร #ช่วยเหลือเด็ก #ความปลอดภัยเด็ก #สภดอนตาล #CIAThailand

ไฟลุกลามเข้าป่าละเมาะหวิดเข้าชุมชนท่ามกลางลมพัดแรงไฟลามป่าละเมาะลุกลามขยายเป็นวงกว้าง เกือบเข้าพื้นที่ชุมชนเนื่องจากมีกระแสลมพัดแรงตลอดทั้งวัน คาดมีคนลักลอบจุดไฟเผาขยะแล้วเกิดลุกลามจนควบคุมไม่ได้

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ที่ผ่านมาศูนย์วิทยุ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้ง มีเหตุไฟไหม้ป่าหญ้า ลุกลามจะเข้าบ้านเรือนประชาชนซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ บริเวณชุมชนเมืองใหม่ 2 ซอย ผ่องใส ใกล้กับสี่แยกเมืองใหม่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้แจ้งให้เทศบาลเมืองมุกดาหาร นำรถน้ำดับเพลิงเข้าไปช่วยฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้ป่าหญ้าแห้งดังกล่าว

ที่เกิดเหตุพบเปลวไฟกำลังลุกไหม้เศษหญ้าแห้งในป่าละเมาะเป็นบริเวณกว้างและมีกลุ่มควันจำนวนมากลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีลมพัดแรงตลอดเวลา ชาวบ้านที่มีบ้านเรือใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลต่างช่วยกันดับไฟอย่างโกลาหล

ต่อมาได้มีรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลเมืองมุกดาหาร จำนวน 4 คัน เข้าไปช่วยฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกลามอยู่โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ในวงจำกัดโดยไม่มีทรัพย์สินของชาวบ้านได้รับความเสียหายนอกจากป่าที่อยู่ข้างบ้านประชาชนถูกไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างเท่านั้น

ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟไหม้และลุกลามในครั้งนี้ สอบถามผู้เช่าห้องพักบริเวณดังกล่าว บอกว่า คาดว่าเกิดจากมีคนจุดไฟเผาขยะในบริเวณพื้นที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งของส่วนหลังหอพัก แต่ก็ไม้ได้คิดอะไรจนออกไปธุระได้ประมาณ 30 นาทีก็มีเพื่อโทรบอกว่าไฟไหม้ใกล้ห้องเลยต้องกลับมาดูห้องพร้อมเคลื่อนรถออกจากที่บริเวณดังกล่าว

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขบวนไม้ข้ามชาติเหิมหนัก ! สจป.3 แพร่ “สนธิกำลัง” ร่วมตรวจยึดไม้ชิงชันแปรรูป,ไม้ประดู่แปรรูป ,ไม้ประดู่ท่อน พท.รอยต่อแพร่-น่าน

แชร์เนื้อหานี้

ตามวันที่ 6-7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. ทางสำนักจัดการทรัพยา
กรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ อำนวยการโดย นายธนรัตน์ แปงใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ นายเสน่ห์ แสนมูล ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายสุวิทย์ ฟูคำ หัวหน้าฝ่ายป้องกันรักษาป่า
มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. 3 สาขาแพร่ สนธิกำลังร่วมกับ -เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.13(น้ำสา) ,
นน.14(แม่สาคร)-เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 สปป.3 (ภาคเหนือ) -เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดศปทส.ภาค 5 ร่วมกันตรวจยึดไม้ของกลาง

สำหรับของกลางมีดังนี้ 1.ไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 7 ผ/ลปริมาตร 0.983 ม3.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 294,900 บาท 2.ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 2 ผ/ลปริมาตร 0.288 ม3.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 20,160 บาท จำนวน 2 ผ/ลปริมาตร 0.288 ม3.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 20,160 บาท 3.ไม้ประดู่ท่อน จำนวน 11 ท่อนปริมาตร 5.026 ม3.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 175,910 บาท โดยใช้

ดวงตรา ต.10978 ย.1114 เลขเรียง 24 – 34 ปีย่อ 69 ตีประทับไว้ที่หน้าตัดของไม้ทุกท่อนตามลำดับ และร่วมกันจัดทำบันทึกการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกและไม้ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเวียงสา จ.น่าน สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้มอบหมายให้ นายสุวิทย์ ฟูคำ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส เป็นผู้กล่าวโทษร้องทุกข์ และนายสุชาติ สายลม เจ้าหน้าที่ตรวจป่า เป็นพยาน เหตุเกิดบริเวณ ป่าห้วยแม่ถา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำสาฝั่งขวาตอนขุน ด้านทิศเหนือของหมู่บ้านภักดีธรรม หมู่ที่ 7 ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. พิกัด 47Q 649442 E 2053791 N
สำหรับไม้ของกลางได้มอบหมายให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.13 (น้ำสา) เก็บรักษาตามระเบียบต่อไป

นายเสน่ห์ แสนมูล ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กล่าวว่า ไม้ชุดนี้เป็นไม้ตกค้าง ที่กลุ่มขบวนการค้าไม้มีค่าข้ามชาติ ได้ลักลอบตัด เพื่อรอการขนย้ายไปยังโกดังเป้าหมาย ในภาคกลาง แต่เนื่องจากถูกทางการกดดันสกัดกั้น จึงไม่สามารถหาแหล่งรับซื้อ จนเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวสามารถตรวจค้น ตรวจยึดได้ไม้ของกลาง เป็นการสกัดกั้นและตัดวงจรขบวนการทำไม้มีค่าข้ามชาติ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ที่กำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นและตัดวงจรขบวนการค้าไม้ข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไม้มีค่าหายากที่มักถูกลักลอบส่งออก และจะเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดในขบวนการนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับจริงไม่ปล่อยผ่าน! ศุลกากร จับขบวนการลอบขน “ข้าวเถื่อน” ยึดรถ 15 ตัน เกือบล้าน

แชร์เนื้อหานี้

ตามนโยบายของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเข้มงวดกวดขันการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ได้มีการสั่งการผ่านผู้บริหารระดับสูงของกองสืบสวนและปราบปราม ให้เร่งดำเนินการในทุกพื้นที่เสี่ยง

กระทั่งเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ศุลกากร หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นำกำลังบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงหลายฝ่าย อาทิ

ด่านศุลกากรมุกดาหาร กอ.รมน. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ทหารพราน ตำรวจทางหลวง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เข้าตรวจค้นรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ HINO สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-9004 มหาสารคาม

การตรวจค้นเกิดขึ้นบริเวณหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ถนนชยางกูร หมายเลข 212 ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบสินค้าประเภท “ข้าวมะลิแดง” บรรจุกระสอบจำนวนมาก น้ำหนักรวมประมาณ 15,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 900,000 บาท บรรทุกมาเต็มคันรถ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารการผ่านพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงเข้าข่ายเป็นสินค้านำเข้าผิดกฎหมาย ซึ่งตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 สินค้าดังกล่าวถือเป็นของต้องริบ และผู้ที่เกี่ยวข้องอาจมีความผิดตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดสินค้าพร้อมรถบรรทุกของกลาง นำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ข่าวด่วน #ศุลกากร #ลักลอบนำเข้า #ข้าวเถื่อน #มุกดาหาร #ปราบปรามของผิดกฎหมาย #ข่าวอาชญากรรม #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยิงสนั่นโขงเปิดทางหนี! ขบวนการยาไอซ์ข้ามชาติสาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนทิ้งไอซ์ 240 กก. ริมถนนบ้านแพง

แชร์เนื้อหานี้

นครพนม – เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม สนธิกำลังทหารพรานและหน่วยข่าวความมั่นคง ไล่ล่าขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว เข้าพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางหลบหนี ก่อนทิ้งยาไอซ์รวม 240 กิโลกรัม ไว้ริมฝั่งโขงและริมถนนสาย 212

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการ นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับการ นรข.เขตนครพนม โดย ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง ได้รับการประสานจากฝ่ายข่าวศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และ สน.3222 ฝ่ายข่าว ศปก.ทบ. แจ้งว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาส่งบริเวณบ้านนาแขท่า หมู่ 3 ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม

หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนสั่งการให้จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจ 2 ชุด ชุดกำลังทางเรือ 1 ชุด และชุดสนับสนุนทางบกอีก 1 ชุด เพื่อเฝ้าสกัดจับขบวนการดังกล่าวกระทั่งเวลา 18.40 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือกีบเพลายาวติดเครื่องยนต์ 1 ลำ ล่องข้ามจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามายังฝั่งไทยบริเวณท้ายบ้านนาแขท่า เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานกำลังทางเรือและทางบกเข้าหนุนทันที

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เข้าประชิดพื้นที่ พบรถเก๋งสีดำจอดอยู่ริมฟุตบาทใกล้จุดนัดส่งยา มีกลุ่มบุคคลหลายคนกำลังช่วยกันแบกกระสอบต้องสงสัยขึ้นรถ เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ ต่างพากันโยนกระสอบทิ้งและวิ่งหลบหนี ส่วนคนที่อยู่ภายในรถเก๋งได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด เพื่อเปิดทางให้หลบหนี ก่อนเร่งเครื่องขับรถหลบหนีไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 สายนครพนม–บ้านแพง

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุริมฝั่งแม่น้ำโขง พบกระสอบป่านสีขาว 2 กระสอบ ภายในบรรจุยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในถุงชาสีทอง กระสอบละ 30 ถุง ถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมของกลางจำนวน 60 กิโลกรัม ก่อนลำเลียงไปตรวจนับอย่างละเอียดที่กองบังคับการร้อยทหารพรานเฉพาะกิจ 2101 บ้านปากห้วยม่วง ต.นาเข

ต่อมา ชุดปฏิบัติการทางบกของสถานีเรือบ้านแพงได้ไล่ติดตามรถเก๋งสีดำคันดังกล่าว จนพบจอดอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 212 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 232 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง แต่เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ก็รีบเร่งเครื่องหลบหนีไปอีกครั้งด้วยความเร็วสูงภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณจุดจอดรถ พบกระสอบสีขาวอีก 6 กระสอบ

ถูกโยนทิ้งไว้ริมถนน ภายในบรรจุยาไอซ์กระสอบละ 30 ถุง รวม 180 กิโลกรัม เมื่อนำของกลางทั้งสองจุดมารวมกัน พบว่าสามารถตรวจยึดยาไอซ์ได้ทั้งสิ้น 240 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงจัดทำบันทึกตรวจยึด ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

ยาไอซ์ #ไอซ์240กิโล #ยิงเปิดทางหนี #ขบวนการยาเสพติด #ข้ามโขง #นครพนม #บ้านแพง #นรข #ทหารพราน #ข่าวอาชญากรรม #ข่าววันนี้ #ชายแดนไทยลาว #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร ปศุสัตว์ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำลูกเจี๊ยบ36,000ตัวไปทำลายฝั่งกลบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 ปศุสัตว์ร่วมเจ้าหน้าที่ศุลกากร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันนำลูกเจี๊ยบ 36,000ตัว ของกลางมาที่ด่านกักกันสัตว์ระหว่างประเทศขุดหลุมฝังกลบทำลายปล้องกันเกิดโรคระบาดมากับฤดูร้อน

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 3 เมษายน2569 ณ ด่านศุลกากร มุกดาหารร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงนำกำลังร่วมขับรถไล่ติดตาม หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีรถบรรทุก 10 ล้อหมายเลขทระเบียน 90-9108 นครราชสีมากำลังบรรทุกลูกเจี๊ยบเต็มคันรถกำลังมุ่งหน้าไปอำนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

จึงสั่งการให้ นางกนกวรรณ สุขศิริ นายด่านศุลกากร มุกดาหารประสารหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่นำกำลังร่วมไล่ติดตามจนมาถึงบริเวณ ถนนระว่าง ต.นาอุดม -นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ได้พบรถต้องสงสัยเจ้าหน้าที่จึงส่งส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบนายรังสรรค์ พันธ์ไชย เป็นคนขับรถตรวจสอบกระบะหลังมีเสียงลูกเจี๊ยบส่งเสียงร้องบรรจุภายในกล่อง โดยฝากล่องมีภาษาเวียดนามกำกับ ของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนามรวมจำนวน 360 กล่อง ตรวจสอบภายใน 1 กล่อง จะบรรจุลูกเจี๊ยบจำนวน 100 ตัว รวมจำนวนลูกเจี๊ยบ 36,000 ตัวอยู่ในกล่อง

โดยไปรับมาจากพื้นที่แนวชายแดนที่มีกลุ่มขบวนการค้าของเถื่อนระหว่างประเทศลักลอบขนข้ามโขงมาส่งให้โดยไม่ยอมเสียภาษีนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางลูกเจี๊ยบทั้งหมดพร้อมคนขับส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายก่อนนำของกลางลูกเจี๊ยบทั้งหมดขุดหลุมฝังกลบทำลายปล้องกันโรคระบาดมากับฤดูร้อน.
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร ภาค 3แถลงข่าวจับกุม ผู้ต้องหา รวม 22 คน ของกลาง ยาบ้า 4,279,685 เม็ดสารไอซ์ 409 กก. ยึดทรัพย์มูลค่ารวม 22.7 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ตำรวจภูธรภาค 3 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส., พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รอง ผบช.ภ.3/รับผิดชอบ ศอ.ปส.(ยาเสพติด) ได้นำนโยบายรัฐบาลมากำหนดเป็นแนวทาง สำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่ การปฏิบัติในทุก

พื้นที่อย่างต่อเนื่อง กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สืบสวนสอบสวนฯ , พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง ผบก.ฯ หน.ชุดขยายผล ยาเสพติดฯ ภ.3
ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ,พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี รอง ผบก.ภ.จว.ตราด ปรก.ภ.จว.นครราชสีมา,

พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ปรก.ภ.จว.นครราชสีมา (หน.ชุดขยายผลคดี ยาเสพติด ภ.จว.นครราชสีมา), พ.ต.อ.สหพร เอียการนา ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา ได้บูรณาการและสั่งการให้ พ.ต.ท.ภทรธร ชญาธนานันท์ รอง ผกก.ป.สภ.บ้านปรางค์, พ.ต.ท.มณฑล หงส์กลาง รอง ผกก.ป.สภ.เทพารักษ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดขยายผลยาเสพติดฯ ได้ร่วมกัน ตรวจยึด/จับกุม ทำลาย เครือข่ายยาเสพติดและขยายผลเครือข่ายยาเสพติด

รายสำคัญในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงในสังกัด ภ.3 โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ค้า ยาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์จากผู้ให้การสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องในทุกระดับ ดังนี้

  1. วันที่ 26 ก.พ.69 ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.3 และ พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ฯ ปรก.ภ.จว.นครราชสีมา หัวหน้าชุด พ.ต.ท.ภทรธร ชญาธนานันท์ ร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค 3 ได้ร่วมกันจับกุมเครือข่าย เอ บ้านยาง บุรีรัมย์ ผู้ต้องหารวม 6 คน พร้อมของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด ยึดทรัพย์สินนำส่ง ปปส.ภาค ๓ ตรวจสอบรวม 1,400,000 บาท
  2. วันที่ 13 มี.ค.69 ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี รอง ผบก.ฯ ปรก.ภ.จว.นครราชสีมา หัวหน้าชุด พ.ต.ท.มณฑล หงส์กลาง รอง ผกก.ป.สภ.เทพารักษ์ จว.นครราชสีมา ได้ร่วมกันจับกุมเครือข่าย โป้งสูง เนิน จับกุมผู้ต้องหารวม 4 คน พร้อมของกลางยาบ้า 179,685 เม็ด สารไอซ์ 12.8 กรัม ยึดทรัพย์สินส่ง ปปส.ภาค ๓ ตรวจสอบ ดังนี้ รถยนต์ 6 คัน รถจักรยานยนต์ 9 คัน อาวุธปืน 3 กระบอก บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 1 หลัง ยึดทรัพย์รวม 12,800,000 บาท
  1. เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69 ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.อภิวัชร์ นาทอง ผกก.สภ.กลางดง หัวหน้าชุด พ.ต.ท.รัฐนันท์ โสนรินทร์ และเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.กลางดง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดยาเสพติด ตามแผน ของ ภ.3 ได้ร่วมกันจับผู้ต้องหา ๑ คน พร้อมของกลางยาบ้า 1,000,000 เม็ด สารไอซ์ 159 กก. และชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.3 และ พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ฯ ปรก.ภ.จว.นครราชสีมา หัวหน้าชุด พ.ต.ท.ภทรธร ชญาธนานันท์ ร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค 3 ขยายผลในคดีนี้ ชื่อเครือข่าย บ่าง นางรอง จับกุมผู้ต้องหาอีก ๑ คน รวมผู้ต้องหาในคดี 2 คน ยึดทรัพย์สินส่ง ปปส.ตรวจสอบ จำนวน 14 รายการ ยึดทรัพย์รวม 3,188,000 บาท
  1. วันที่ 21 มี.ค.69 ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.3 และ พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ฯ ปรก.ภ.จว.นครราชสีมา หัวหน้าชุด พ.ต.ท.ภทรธร ชญาธนานันท์ ร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค 3 ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาเครือข่าย โนนสุวรรณและหนองบุญมาก ผู้ต้องหารวม 8 คน พร้อมของกลางยาบ้า 900,000 เม็ด ยึดทรัพย์สินส่ง ปปส.ตรวจสอบ รถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 6 คัน ที่ดิน 1 ผืน ทองรูปพรรณ 8 บาท ปืนพกสั้น 1 กระบอก เงินสด 340,000 บาท ยึดทรัพย์รวม 5,000,000 บาท
  2. วันที่ 23 มี.ค.69 ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.อภิวัชร์ นาทอง ผกก.สภ.กลางดง หัวหน้าชุด พ.ต.ท.รัฐนันท์ โสนรินทร์ และเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.กลางดง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดยาเสพติด ตามแผน ของ ภ.3 ได้ร่วมกันจับผู้ต้องหา จำนวน 1 คน พร้อมของกลางสารไอซ์ 250 กก.
  1. วันที่ 24 มี.ค.69 ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.3 และพ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ฯ ปรก.ภ.จว.นครราชสีมา หัวหน้าชุด พ.ต.ท.ภทรธร ชญาธนานันท์ ร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค 3 ได้ร่วมกันจับกุมเครือข่าย ทราย พุทธมณฑล ผู้ต้องหารวม 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า 2,000,000 เม็ด ยึดทรัพย์สินส่ง ปปส. ตรวจสอบ รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน ยึดทรัพย์รวม 325,000 บาท ผลการปฏิบัติในห้วงวันที่ 25 ก.พ.69 ถึงวันที่ 25 มี.ค.69 ภ.จว.นครราชสีมา ได้จับกุมผู้ต้องหา รวม 22 คน ทำลายเครือข่าย จำนวน 10 เครือข่าย ยึดของกลางยาบ้ารวม 4,279,685 เม็ด สารไอซ์ 409 กก. ยึดทรัพย์สินส่ง ปปส.ตรวจสอบ ประกอบด้วย 1.รถยนต์ 10 คัน 2.รถจักรยานยนต์ 16 คัน 3.อาวุธปืน 4 กระบอก 5.ทองรูปพรรณน้ำหนัก 8 บาท 6.เงินสด จำนวน 340,000 บาท 7.ที่ดิน 2 ผืน รวมมูลค่า 22,713,000 บาท

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

ด่วน พบศพ “สาวผู้ต้องหาร่วมคดีฆ่าโฟร์แมน” ตกมอเตอร์เวย์ M6 คาดกระโดดจบชีวิต หนีความผิด นครราชสีมา — เวลา 17.00 น. วันที่ 2 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจาก สถานีตำรวจภูธรสูงเนิน และชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รับแจ้งพบศพหญิงเสียชีวิตในป่ากระถิน บริเวณช่องว่างระหว่างถนน มอเตอร์เวย์ M6 ทั้งขาเข้าและขาออก ตรงข้าม สวนท้าวสุรนารี บ้านเขาน้อย ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

เมื่อเข้าตรวจสอบพบศพ น.ส.ชมพูนุท หัวใจเพชร อายุ 28 ปี สวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงขายาวสีครีม สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นในป่ากระถิน โดยจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ใต้ทางยกระดับของถนนมอเตอร์เวย์ ความสูงจากจุดบนถนนลงสู่พื้นด้านล่างประมาณ 25 เมตร


จากการสอบสวนเบื้องต้น สอดคล้องกับคำให้การของนายเกื้อกูล ผู้ต้องหามือยิงในคดีฆ่านายศุภกร โฟร์แมนบริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง ซึ่งให้การว่า น.ส.ชมพูนุท เป็นผู้วางแผนและขับรถพาตนไปก่อเหตุยิงผู้ตาย โดยให้ตนซ่อนตัวอยู่บริเวณท้ายรถ พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว ก่อนจะขับรถเบียดรถกระบะของผู้ตายให้จอด และสั่งให้ยิงจำนวน 3 นัด จนเสียชีวิต จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไปตามเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 มุ่งหน้า อ.ปากช่อง

นายเกื้อกูลให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อขับรถมาถึงบริเวณใกล้สวนท้าวสุรนารี ต.หนองสาหร่าย น.ส.ชมพูนุท ได้จอดรถ เปิดไฟกระพริบ และบอกว่าจะไปฆ่าตัวตาย ก่อนลงจากรถและวิ่งกระโดดลงจากมอเตอร์เวย์ทันที ทำให้ตนตกใจและขับรถหลบหนีไปกบดานที่ จ.ลพบุรี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา
ภายหลังรับแจ้ง

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อมประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรจาก โรงพยาบาลปากช่องนานา และหน่วยกู้ภัย เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ติดตั้งไฟส่องสว่าง ก่อนนำศพออกจากป่ากระถินเพื่อตรวจสอบหลักฐาน เบื้องต้นพบว่าศพเริ่มมีอาการบวม คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน

ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหามือยิง อีกทั้งเสื้อผ้าที่ผู้เสียชีวิตสวมใส่ตรงตามคำให้การในวันเกิดเหตุ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ก่อนส่งศพไปชันสูตรยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว นายกันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รักษ์มุกดาหาร ร้อง ป.ป.ง. จี้สอบ เงิน “นายทุน-จนท.รัฐ” ปมรถบรรทุกสินค้าหนีภาษี หลุดด่านพรมแดน มุกดาหารหรือไม่

แชร์เนื้อหานี้

รักษ์มุกดาหาร ร้อง ป.ป.ง. จี้สอบเส้นทางการเงิน “นายทุน-จนท.รัฐ” ปมรถบรรทุกสินค้าหนีภาษี หลุดด่านพรมแดนมุกดาหารหรือไม่ แฉพฤติกรรมอาจเข้าข่ายรวมหัวกันเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ย้ำต้องขุดรากถอนโคน ยึดทรัพย์และดำเนินคดีฟอกเงินถึงที่สุด อย่าปล่อยให้คนโกง-ทุจริตลอยนวล เสวยสุขบนความเสียหายของเศรษฐกิจไทย – ชี้เจ้าหน้าที่ต้องไม่จับแต่คนขับรถดำเนินคดีดังเช่นที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า ชมรมได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ป.ป.ง.) เพื่อขอให้สืบสวนเส้นทางการเงิน ตรวจสอบทรัพย์สิน และขยายผลดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และหลีกเลี่ยงศุลกากรข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง

ร.ต.ต.สุเทียน ระบุว่าจากกรณีตำรวจทางหลวงจับกุมรถบรรทุก 10 ล้อ ขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แบรนด์ดังระดับโลก (Nike, Adidas, Patagonia, Calvin Klein) เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา พฤติการณ์ดังกล่าวไม่ใช่แค่การกระทำของคนขับรถระดับล่าง แต่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายศุลกากร ทรัพย์สินทางปัญญา และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งล้วนเป็น “ความผิดมูลฐาน” ตามมาตรา 3 แห่ง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

โดยในการยื่นร้องเรียนครั้งนี้ ประธานชมรมรักษ์มุกดาหารได้ยื่นข้อเสนอให้ ป.ป.ง. ดำเนินการเชิงลึก คือ ขอให้ตรวจสอบธุรกรรมและเส้นทางการโอนเงินของคนขับรถ ขยายผลไปยังผู้จ้างวาน บริษัทผู้รับขนส่ง (Logistics) และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อหาตัวนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง, ขอให้ ป.ป.ง. บูรณาการข้อมูลกับกรมศุลกากรและตำรวจ เพื่อเรียกดูรายการเดินรถ (Truck Manifest), รายการสำแดงสินค้า (Customs Declaration), ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) หน้าด่าน และรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจปล่อยรถในช่วงวันเกิดเหตุ

หากพบพฤติการณ์เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เอื้อประโยชน์ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ให้ตรวจสอบทรัพย์สินและธุรกรรมของเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวว่ามีรายได้ผิดปกติที่เข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่ร.ต.ต.สุเทียน ทิ้งท้ายอย่างดุดันว่า การปล่อยให้คดีนี้สิ้นสุดเพียงการจับกุมผู้ขับขี่ระดับล่าง เท่ากับเป็นการปล่อยให้เครือข่ายอาชญากรรมยังคงสูบเลือดจากระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป จึงขอให้ ป.ป.ง. เร่งพิจารณาสั่งการเชิงรุกเพื่อรื้อถอนโครงสร้างเครือข่ายนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตให้หมดสิ้นไป

ชมรมรักษ์มุกดาหาร #ปปง #ฟอกเงิน #สินค้าหนีภาษี #แบรนด์เนมปลอม #ด่านพรมแดนมุกดาหาร #เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง #ปลัดกระทรวงการคลัง #อธิบดีกรมศุลกากร #สำนักงานศุลกากรภาคที่2 #ปราบปรามทุจริต #ตรวจสอบทรัพย์สิน #ข่าวอาชญากรรม #เศรษฐกิจไทย #ข่าววันนี้ #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหารแถลงข่าว แก๊งยานรกใช้เรือหาปลาพรางขนยาบ้า 1 แสนเม็ดข้ามโขง นักบินหนีรอดหวุดหวิด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่สถานีเรือมุกดาหาร น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ หัวหน้ายุทธการและการข่าว หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม พร้อมด้วย นายนที พรหมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และ พ.ต.อ.หญิง อมรรัตน์ บัวศรี นวท.(สบ 4) พฐ.จว.มุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 100,000 เม็ด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ร.ท.วรภัทร วงศ์กันยา ผู้ควบคุมเรือสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณชุมชนอนุรักษ์บำรุง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือหางยาวลักษณะคล้ายเรือประมง แล่นออกจากท่าเรือวัดห้วยแข้ ภายในมีบุคคล 2 คน คือคนขับเรือ 1 คน และผู้โดยสารอีก 1 คน มีพฤติกรรมน่าสงสัย มุ่งหน้าไปยังฝั่งนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

เรือลำดังกล่าวได้จอดบริเวณหัวดอนกลางแม่น้ำโขง ก่อนเคลื่อนเข้าเทียบท่าฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยพบชายฉกรรจ์ประมาณ 3 คน นำกล่องกระดาษต้องสงสัยมาส่งให้ในลักษณะนัดหมายรับส่งยาเสพติด

ภายหลังรับของ เรือได้แล่นกลับเข้าฝั่งไทย โดยระหว่างทาง ผู้โดยสารได้ใช้วิธีพรางตัวนอนราบไปกับลำเรือ ทำให้ภายนอกดูเหมือนมีเพียงคนขับเรือหาปลาเพียงคนเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

เมื่อเรือเข้ามาถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้ลานออกกำลังกายเทศบาลเมืองมุกดาหาร ผู้โดยสารได้รีบยกกล่องกระดาษขึ้นฝั่ง ขณะที่คนขับเรือรีบแล่นเรือกลับทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายคนดังกล่าวได้ทิ้งกล่องและวิ่งหลบหนีไป อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบภายในกล่อง พบยาบ้าบรรจุในห่อกระดาษไขประทับอักษร “Y1” สีน้ำเงิน จำนวน 16 แพ็ค รวม 96,000 เม็ด และยาบ้าในห่อขนาดเล็กอีก 4,000 เม็ด รวมของกลางทั้งสิ้น 100,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดี และเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ยาบ้า​ #ยาเสพติด​ #มุกดาหาร​ #แม่น้ำโขง​ #จับยาเสพติด​ #ข่าวอาชญากรรม​ #ขบวนการข้ามชาติ​ #ลอบขนยา​ #นรข​ #ข่าววันนี้​ #CIAThailand​ #สำนักข่าวCIAประเทศไทย​ #กองทัพเรือ​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่า-ตร. จ.นครปฐม บูรณาการทุกภาคส่วน จับกุมผู้ต้องหา ทลายเครือข่ายยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ปลัดจังหวัดนครปฐม และรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ภายใต้ปฏิบัติการ พิทักษ์นครปฐม ทลายเครือข่ายยาเสพติด โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

สถานีตำรวจภูธรบางเลน ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอบางเลน ลงพื้นที่ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ในพื้นที่ตำบลลำพญา พร้อมของกลางยาบ้า 882,102 เม็ด, เคตามีน 6.43 กรัม, โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ อีกทั้งยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบ ได้แก่ รถยนต์กระบะ 1 คัน, บัตร ATM และคันเบ็ด 17 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สิน 3,300,000 บาท และออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการจำหน่ายยาเสพติดเพิ่มเติมอีก 1 ราย

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง ซึ่งปัญหายาเสพติดถือเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขอย่างเป็นระบบ

เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐมยังคงเดินหน้าดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม และฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในภาครัฐ และลดผลกระทบต่อครอบครัว เด็ก และเยาวชน ซึ่งเป็นหนึ่งประเด็นปัญหาที่ประชาชนอยากให้มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกับจังหวัดนครปฐม และสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 7 ได้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

จากการดำเนินการภายใต้ปฏิบัติการ “พิทักษ์นครปฐม ทลายเครือข่ายยาเสพติด” ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 28 มีนาคม 2569 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้รวมทั้งสิ้น 1,899 ราย ผู้ต้องหา 1,918 คน โดยมีของกลางสำคัญ ได้แก่ ยาบ้ากว่า 1.59 ล้านเม็ด ไอซ์ 6.57 กิโลกรัม เฮโรอีน 39.93 กรัม เคตามีน 209.04 กรัม และยาอี 392 เม็ด พร้อมทั้งสามารถยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้มูลค่ากว่า 63 ล้านบาท

โดยในช่วงการระดมกวาดล้างระหว่างวันที่ 23 – 27 มีนาคม 2569 เพียง 5 วัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 126 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก และยึดทรัพย์สินได้กว่า 4.4 ล้านบาท ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู๋สื่สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารแถลงข่าวยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ดริมโขง! แก๊งขนยานรกเผ่นหนีข้ามลาว ทิ้งของกลางมูลค่า 60 ล้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 จังหวัดมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รอง ผกก.หน.ร้อย ตชด.234 และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าจำนวนกว่า 2,000,000 เม็ด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาทางพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณห้วยแข้ ชุมชนศรีบุญเรืองใต้ ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ในช่วงเวลากลางคืน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจัดกำลังเข้าซุ่มเฝ้าตรวจทันที

กระทั่งเวลา 20.00 น. พบเรือต้องสงสัยลำหนึ่งแล่นเข้ามาบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากจุดซุ่มประมาณ 500 เมตร เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อเข้าตรวจสอบ กลุ่มผู้ลักลอบได้เร่งเครื่องเรือหลบหนีข้ามกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว

ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบสีดำจำนวน 5 กระสอบวางทิ้งไว้ริมฝั่ง ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 2 ล้านเม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

เบื้องต้นประเมินว่า หากยาเสพติดล็อตดังกล่าวถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน จะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 60 ล้านบาท โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลเพื่อติดตามจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ข่าวด่วน #ยาบ้า #มุกดาหาร #ชายแดนไทยลาว #ยาเสพติด #จับยาบ้า #ข่าววันนี้ #ตำรวจตระเวนชายแดน #ริมโขง #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สกัดยานรกทะลัก! ตชด.ปฏิบัติการ “พิทักษ์ริมน้ำโขง” ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด แก๊งค้ายาซิ่งเรือหนีข้ามแดน

แชร์เนื้อหานี้

ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนโยบายเน้นหนักด้านการปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผกก.ตชด.23 และ พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รอง ผกก.ตชด.23 หัวหน้าร้อย ตชด.234

สั่งการให้ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 พร้อมด้วย ร.ต.อ.วิชาญ ตนุมาตร หัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านการข่าว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ชุด ชปข.ร้อย ตชด.234 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 27 มีนาคม 2569 ชุดปฏิบัติการด้านการข่าวได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร บริเวณริมฝั่งห้วยแข้ ชุมชนศรีบุญเรืองใต้ ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ในช่วงเวลา 19.00–24.00 น. จึงได้วางแผนและจัดกำลังเข้าซุ่มตรวจในพื้นที่เป้าหมายทันที

ต่อมาเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือต้องสงสัยเข้ามาบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากจุดซุ่มประมาณ 500 เมตร เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ เรือดังกล่าวได้เร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้ากลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว

จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบสีดำต้องสงสัย จำนวน 5 กระสอบ วางอยู่ริมฝั่ง ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 2,000,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางเบื้องต้นประเมินมูลค่ายาเสพติดล็อตดังกล่าว หากหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จะมีมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลสืบสวน เพื่อติดตามจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาย

ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #สกัดยาเสพติด #ยาบ้า2ล้านเม็ด #มุกดาหาร #ชายแดนโขง #พิทักษ์ริมน้ำโขง #ตชด234 #ปราบปรามยาเสพติด #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดเกม 4 เดือน! ตชด.234 ไล่ล่าไม่ถอย รวบ 2 พี่น้องตัวการค้ายาบ้าล็อตยักษ์ 3.2 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 (ร้อย ตชด.234) เดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หลังใช้เวลาสืบสวนขยายผลนานกว่า 4 เดือน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาระดับสั่งการในขบวนการค้ายาเสพติดได้ 2 ราย จากคดียึดยาบ้าล็อตมหึมากว่า 3,232,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ภายใต้การอำนวยการของ ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผกก.ตชด.23, พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รอง ผกก.ตชด.23, พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รอง ผกก.หน.ร้อย ตชด.234 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.วิชาญ ตนุมาตร นำกำลังชุดปฏิบัติการข่าว พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 14 นาย ลงพื้นที่ติดตามจับกุมอย่างต่อเนื่อง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ ร้อย ตชด.234 ได้ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 3,232,000 เม็ด บริเวณเชิงเขา บ้านตาเปอะ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร แม้ในวันดังกล่าวผู้กระทำผิดจะหลบหนีไปได้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ลดละ เดินหน้าสืบสวนเชิงลึกตามแนวทาง “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย” ทั้งการแกะรอยเครือข่าย การตรวจสอบเส้นทางการเงิน และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม

กระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้เกี่ยวข้อง และขออำนาจศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับ ก่อนวางแผนเข้าจับกุมต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น..วันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายรธานนท์ อายุ 30 ปี และนายธนาธร อายุ 31 ปี อยู่ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ 60-61/2569 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2569

โดยสามารถจับกุมได้ในพื้นที่ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งทั้งสองรายมีความเกี่ยวข้องในเครือข่ายเดียวกัน และมีบทบาทสำคัญในขบวนการลำเลียงและกระจายยาเสพติดเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ รวมถึงร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการสอบสวน ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่น และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ตชด234 #มุกดาหาร #ยาบ้า #ยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #จับกุม #เครือข่ายยาเสพติด #ล่าไม่ถอย #ข่าววันนี้ #ชายแดน #ข่าวด่วน #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบหัวจ่าย “อู๊ด แป็ะกง” นายอำเภอกระทุ่มแบน นำลูกทีมฝ่ายปกครองลุยจับขณะกำลังนอนขายยาบ้าอย่างสบายใจในสวน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ภายใต้นโยบานของ นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้มอบหมายให้ นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน,นายณัฐพล บุญทวี ปลัดอาวุโสอำเภอกระทุ่มแบน และ นายศักดาพจน์ จันทร์ภิวัฒน์ ปลัดอำเภอ เดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเวพติดให้สิ้นซาก

นายพิรุณโรจน์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าฝ่ายปกครองกระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่า มีชายต้องสงสัยแอบลักลอบขายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นอยู่ในสวนพื้นที่ ตำบลตลาดกระทุ่มแบน

นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มเเบน จึงได้นำทีมฝ่ายความมั่นคงอำเภอกระทุ่มแบน ร่วมกับ ฝ่ายปกครองตำบลสวนหลวง ฝ่ายปกครองตำบลดอนไก่ดี เจ้าหน้าที่ ชรบ.และสมาชิก อส. วางแผนเพื่อที่จะเข้าดำเนินการจับกุมผู้ที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

โดยได้นำกำลังไปซุ่มอยู่ที่บริเวณดังกล่าวพบชายต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้งจึงรอจังหวะเพื่อเข้าทำการจับกุม เป็นจังหวะที่คนร้ายไหวตัวทันเหลือบมาเห็นเจ้าหน้าที่ จีงได้พยายามที่จะขี่รถมอเตอร์ไซด์หลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่จึงบุกเข้าชาร์จและสามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้เป็นขาใหญ่ในพื้นที่มีฉายา “อู้ด แป๊ะกง”พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า จำนวนมาก

เบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพและยอมรับว่า ตนได้เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน และควบคุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบน จะได้ติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่องให้สิ่นซากต่อไป
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.สกัดเข้มชายแดนแม่โขง ยึด!เรือขนข้าวสารเหนียวและกระเทียมเถื่อน ผู้กระทำผิดทิ้งเรือของกลางหลบหนี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 11:00 น ณ สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ แถลงข่าวผลการตรวจยึดเรือหางยาวเหล็กขนข้าวสารเหนียวยี่ห้อดังลักลอบนำเข้าจากสปป.ลาวและกระเทียมเถื่อน

สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 23.00 น. ที่ 17 มีนาคม เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหารตรวจยึดข้าวสารเหนียวประมาณ 150 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 7.5 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 412,500 บาท

พร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ 1 ลำ มูลค่าประมาณ 250,000–300,000 บาท บริเวณบ้านชุมชนนาโป อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้กระทำผิดได้หลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 03.00 น.เช้ามืดวันที่ 18 มีนาคม เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหาร ตรวจพบกระเทียมแห้ง จำนวน 72 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 1.44 ตัน บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านชุมชนศรีมงคลเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 129,600 บาท

ในส่วนเฉพาะสินค้าประเภทข้าวสารและกระเทียม มีมูลค่ารวมประมาณ 542,100 บาท หรือประมาณ 540,000 บาท และเมื่อรวมมูลค่าเรือของกลางในคดีข้าวสาร ส่งผลให้ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและ

ผู้ประกอบการภายในประเทศรวมประมาณ 800,000 บาท ทั้งนี้ นรข. ได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้หน่วยงานศุลกากรในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว การจับกุม ขยายผลยาเสพติด รายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงใหม่, ภ.จว.พะเยา, ภ.จว.เชียงราย,บก.สส.ภ.5 และ ภ.จว.ลำปาง

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการมแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลยาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงใหม่, ภ.จว.พะเยา, ภ.จว.เชียงราย,บก.สส.ภ.5 และ ภ.จว.ลำปาง จำนวน 4 คดี ดังนี้

  1. คดี ยาบ้า 14 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 7 คน พื้นที่ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตรวจยึดรถยนต์ 11 คัน เงินสด 3.95 ล้านบาท อายัดบ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง
  2. คดี ไอซ์ 597 กก. พื้นที่ สภ.เชียงคำ จ.พะเยา ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 1 คน
  3. คดี ยาบ้า 2 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 1 คน พื้นที่ สภ.พาน จ.เชียงราย ตรวจยึดรถยนต์ 1 คัน
  4. คดี ยาบ้า 1.5 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 2 คน พื้นที่ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน

รวมของกลางยาบ้า 17.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 597 กก. ผู้ต้องหา 12 คน ตรวจยึดอายัดทรัพย์สินรถยนต์รวม 14 คัน เงินสด 4 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง อายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท

โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, นายดนุชา ไชยวงค์ ผุ้แทน ปปส.ภาค 5, พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ รอง ผบก.สส.ภ.5,

พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พ.อ.เอกวุฒิ สุขรส รองผู้ช่วยเลขาธิการ นบ.ยส.35, พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง, พ.อ.ไพโรจน์ ยะวิญชาญ เลขาธิการ นบ.ยส.35, พ.อ.พิทยา โกมลแมน หัวหน้าศูนย์ข่าวยาเสพติด ฝ่ายข่าวศปก.ทบ. และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.68 – 15 มี.ค.69จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 13,506 คดี – คดียาเสพติดรายสำคัญ 163 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติด

  • ยาบ้า จำนวน 240 เม็ดเศษ
  • ไอซ์ จำนวน 5,430 กิโลกรัมเศษ
  • เฮโรอีน จำนวน 72 กิโลกรัมเศษ
  • เคตามีน จำนวน 567 กิโลกรัมเศษ
  • ฝิ่น จำนวน 187 กิโลกรัมเศษ
  • ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด
  • มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 508 ล้านบาทเศษ..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายเซฟเฮาส์ยานรก! ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด มูลค่า 120 ล้าน ขยายผลคดีไอซ์สกลนคร รวบ 3 ผู้ต้องหาคาขบวนรถขนส่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เย็นจิต ผบก.ตชด.ภาค 2, พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 และสนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคง (นสร.กร., กอ.รมน., ป.ป.ส., DSI และตำรวจน้ำ) ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดของกลางยาบ้าจำนวน 4,029,900 เม็ด รถยนต์ 3 คัน และผู้ต้องหา 3 ราย

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมคดีไอซ์ 316 กิโลกรัม ที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 โดยชุดสืบสวน บก.ตชด.ภาค 2 พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายเดิมที่ยังคงลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ จ.มุกดาหาร และ จ.นครพนม จึงเฝ้าติดตามจนทราบว่าจะมีการลำเลียงล็อตใหญ่ในวันที่ 10 มีนาคม โดยใช้บ้านเช่าเลขที่ 32/3 ใน อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นแหล่งพักยา

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม เวลา 14.10 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์เป้าหมาย 3 คัน ขับตามกันมาเป็นขบวนเข้าสู่บ้านเช่าดังกล่าว ก่อนจะวางกำลังปิดล้อมและเข้าจับกุมในเวลา 15.40 น. โดยสามารถระบุตัวผู้ต้องหาและพาหนะได้คือ

รถอีซูซุ สีขาว ทะเบียน 9กฉ 8074 กทม. มีนายสมัญญา หรือปอน หัวหน้าเครือข่าย (อายุ 30 ปี ชาวนครราชสีมา) เป็นคนขับ รถขนยาโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ขธ 4939 ชลบุรี มี นายประพฤกษ์ หรือปลา (อายุ 31 ปี ชาวสระบุรี) เป็นคนขับ และรถนำเส้นทาง: อีซูซุ สีแดง ทะเบียน จข 9417 ชลบุรี มี นายรัศมิ์ธวิทย์ หรือเตอร์ (อายุ 32 ปี ชาวสระบุรี) เป็นคนขับ

จากการตรวจค้นชั้น 2 ของบ้านเช่า พบยาบ้าบรรจุในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมกว่า 4 ล้านเม็ด นายปลา (คนขับฟอร์จูนเนอร์) ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากนายปอนให้ขนยาจากริมฝั่งโขงมาพักไว้ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 40,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐอย่างรุนแรง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลเพื่อยึดทรัพย์และทลายเครือข่ายผู้บงการที่เหลือตามนโยบายกวาดล้างยาเสพติดให้สิ้นซากต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่เร่งรัดติดตามคดีชิงทรัพย์ในร้านทองจ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทอง ในร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า จ.นครปฐม ย้ำตำรวจพื้นที่เร่งจับกุมคนร้าย้โดยเร็ว เพื่อ สร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดกลัวของประชาชน ต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนแบลงก์กันชิงทองคำเส้นละ 2 บาท จำนวน 20 เส้น ในร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7), พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, และ

พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7, พ.ต.อ อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สภ.เมืองนครปฐม จากนั้นได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบติดตามคดี

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ สั่งการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย และเร่งติดตามจับกุม รวมทั้งทบทวนแผนก้าวสกัดจับ ให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ ได้กำชับให้เน้นย้ำการป้องกันตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตต์รัฐ พันธ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

โดนเน้นย้ำการสร้างความร่วมมือในการป้องกันกับผู้ประกอบการร้านทอง รวมทั้งห้างสรรพสินค้า และนำระบบการประกันภัยมาใช้ในการ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยในร้านทอง พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ย้ำกับทาง ตำรวจพื้นที่ให้รีบเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพื่อ สร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดกลัวของประชาชน และต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าวจ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ช็อกมุกดาหาร! ทลายขบวนการค้ามนุษย์ – ปิดเกมแม่เล้าวัยใสใช้ X โพสต์ รับงานมุกดาหารหาแขก ช่วยเหลือ 5 ราย น้อยสุดวัยเพียง 15 เร่งขยายผล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมแก้วกินรี ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงผลการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามการค้ามนุษย์ ภายใต้ปฏิบัติการ “พิทักษ์มุกดานารี”

สืบเนื่องจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เดินหน้าจัดระเบียบสังคมและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, รณรงค์

ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง และ สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่สืบสวนเครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัด มุกดาหาร หลังได้รับเบาะแสว่ามีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาแสวงหาประโยชน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ พบว่าขบวนการดังกล่าวใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ในแอปพลิเคชัน X โพสต์ข้อความเชิญชวนลูกค้าในลักษณะ “รับงานมุกดาหาร” ก่อนให้ผู้สนใจติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการ จากนั้นจึงนัดหมายสถานที่พบลูกค้าตามโรงแรมหรือรีสอร์ตในพื้นที่

การตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และบางรายมีอายุเพียง 15 ปี โดยขบวนการมีลักษณะทำงานเป็นเครือข่าย มีการชักชวนเพื่อนเข้ามาร่วมกระทำความผิด และมีเยาวชนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานติดต่อจัดหาลูกค้าและรับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า สถานที่ที่ใช้ในการกระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นโรงแรมและรีสอร์ตในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการจากลูกค้าประมาณครั้งละ 1,500 บาท และมีการหักค่าหัวคิวจากเด็กประมาณ 500 บาท ส่วนเงินที่เหลือมีการโอนผ่านบัญชีธนาคารเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร สถานีตำรวจภูธรมุกดาหาร และองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ “พิทักษ์มุกดานารี” เข้าตรวจสอบบางรักรีสอร์ท และโรงแรมในเขตพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร

ผลการดำเนินการสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ได้ 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี กล่าวโทษผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์อีก 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี จับกุมผู้กระทำความผิดฐานค้าประเวณี 1 ราย เป็นหญิงอายุ 21 ปีนอกจากนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15–17 ปี พร้อมตรวจพบพยานหลักฐานสำคัญ รวมถึงข้อมูลการติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการดำเนินการของเครือข่าย

สำหรับเด็กและเยาวชน 5 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือจะเข้าสู่กระบวนการ กลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อคัดกรองและคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยทีมสหวิชาชีพ ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ดำเนินการคุ้มครองและฟื้นฟูต่อไป

ทั้งนี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลตรวจสอบผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงินของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เอาจริง! นายอำเภอหญิงหว้านใหญ่ระดมกำลังชุดใหญ่ บุกหาดมโนภิรมย์กลางดึก สกัดยาบ้า 6 แสนเม็ด พร้อม “Happy Water” ซองเหลืองเกลื่อนริมโขง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ นำกำลังฝ่ายความมั่นคงอำเภอหว้านใหญ่ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บูรณาการร่วมกับ

สภ.หว้านใหญ่, นรข. (สน.เรือมุกดาหาร), กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ร.3), ตชด.234 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาในพื้นที่

จากการเข้าตรวจสอบบริเวณ หาดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ในพงหญ้าและริมตลิ่ง เมื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดพบเป็นยาเสพติดจำนวนมาก

ประกอบด้วย ยาบ้าบรรจุในกระสอบจำนวน 3 ใบ รวมประมาณ 600,000 เม็ด Happy Water (ยาเคลิ้ม) ยาเสพติดชนิดผงบรรจุในซองฟอยล์สีเหลืองสดใช้ชื่อแพ็กเกจ “King of Fruit” จำนวน 2 ถุงใหญ่ ประมาณ 100 ซอง

ขบวนการค้ายาเสพติดพยายามอาศัยช่วงความมืดและพื้นที่แนวชายแดนในการลำเลียงของกลาง แต่ด้วยการบูรณาการข่าวกรองที่แม่นยำและการประสานงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทำให้สามารถสกัดกั้นได้ทันควันก่อนจะถูกส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อสืบสวนขยายผลหาต้นตอและติดตามตัวกลุ่มขบวนการลักลอบนำเข้าในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ปราบยาเสพติด #มุกดาหาร #อำเภอหว้านใหญ่ #หาดมโนภิรมย์ #ยึดยาบ้า #HappyWater #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวอาชญากรรม #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลอบขนยานรกกลางโขง! สน.เรือบ้านแพง ไล่สกัดระทึก คนร้ายทิ้งของกลางหนี ยึดยาบ้า 150,000 เม็ด ริมฝั่งบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม สนธิกำลังร่วมกับ ร้อย ทพ.2108, ร้อย ตชด.2441, สภ.เหล่าหลวง และฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง

เข้าตรวจสอบพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านหนองฮู หมู่ 8 ตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังฝั่งประเทศไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับการ นรข.เขตนครพนม โดยมี ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ

ต่อมาเวลาประมาณ 19.40 น. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แบบเพลายาวจำนวน 1 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้าสู่ฝั่งไทยบริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านหนองฮู ห่างจากจุดซุ่มประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงร่นระยะเข้าไปตรวจสอบ

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. พบชายต้องสงสัย 1 คน แบกวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาจากริมแม่น้ำโขง เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายดังกล่าวเกิดอาการตกใจ รีบทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบกระสอบที่ถูกทิ้งไว้บริเวณข้างถนนริมฝั่งแม่น้ำโขง

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนมาก จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมตรวจสอบ ก่อนนำของกลางทั้งหมดกลับไปยังสถานีเรือบ้านแพงเพื่อตรวจนับอย่างละเอียด

ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระสอบมียาบ้าจำนวน 75 มัด แต่ละมัดบรรจุถุงพลาสติกแบบกดปิดดึงเปิด 10 ถุง ภายในถุงบรรจุยาบ้าถุงละ 200 เม็ด โดยมียาบ้าเม็ดสีแดงประทับตรา WY และเม็ดสีเขียวตรา A รวมทั้งสิ้นจำนวน 150,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ยาบ้า150000เม็ด แม่น้ำโขง #บึงกาฬ #นรข #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.สภ.สามพราน เข้าช่วยเหลือลุงขี่จยย.เกิดวูบ ชนท้าย รถกระบะ เจ็บสาหัส

แชร์เนื้อหานี้

ผู้กำกับ สภ.สามพรานขับรถมาทำงาน พบอุบัติเหตุรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือ ลุงวัย 58 ขี่รถจยยย.เกิดอาการวูบเสียหลักชนท้ายรถกระบะบาดเจ็บ วิทยุเรียกรถพยาบาล เจ้าหน้าที่มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะขับรถยนต์มาที่ทำงาน พบเหตุมีรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างถนน ที่ถนนข้างเข้าอำเภอสามพราน หน้าโรงเรียนนายร้อย ตำรวจสามพราน หมู่ 7 ต.สามพราน อ.สามพรานจ.นครปฐม

มีผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย จึงรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกและกู้ภัยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล จากนั้น พ.ต.ต.เจริญทรัพย์ โพพระ สารวัตร สอบสวน สภ.สามพราน เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และรถพยาบาลฉุกเฉินรพ.สามพราน

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะซูซูกิ สีขาว ทะเบียน ถณ 6668 กทม จอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย ท้ายรถ ด้านขวามีรอยเฉียวชน และ พบรถจักรยานยนต์ honda PCX สีเทาทะเบียน 2 กก 4056 นครปฐม สภาพ พังยับเยิน ทั้งคันที่ถนน พบนายกิตติศักดิ์ สงวนทรัพย์ อายุ 58 ปีชาวบ้าน ต.คลองจินดาอ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับบาดเจ็บนอนคว่ำหน้า มีบาดแลที่ศรีษะ แขนซ้ายหัก ฟกช้ำตาม ลำตัวอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกัน ปฐมพยาบาลทำตัว ส่งโรงพยาบาลสามพราน

ทางด้าน พ.ตอ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน เผยว่า ตนขับรถยนต์ส่วนตัวจะเข้ามาทำงานที่สภ.สามพราน มาถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บนอนหมดสติจึงรีบจอดรถ ลงไปดูอาการ และรีบ วิทยุประสาน หน่วยกู้ภัย และจราจรมาช่วยเหลือ
เบื้องต้น ทราบว่า ผู้บาดเจ็บ ขี่รถจยย. มาจาก บ้าน ต.คลองจินดา

เพื่อจะไปอบรมชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ว่าการอำเภอสามพราน ห่างจากที่เกิดเหตุ 200 เมตร มาถึงที่เกิดเหตุ น่าจะเกิดอาการวูบ ทำให้รถเสียหลัก ไปชนท้ายรถกระบะ ที่จอดอยู่ข้างทางทำให้ได้ รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และ ตรวจดูกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามขันตอนกฎหมายต่อไป

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปฏิบัติการฟ้าผ่ากลางชุมชน! “สิงห์เมืองมุก” บุกบ้านเป่งเป้า รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า–ปืนเถื่อน พร้อมเงินล่อซื้อ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และการสั่งการของนายหมวดเอกดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอ (หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง) ได้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” นำโดย มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2

บูรณาการร่วมกับ ร้อย ตชด.234, ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร, ตม.จว.มุกดาหาร และตำรวจน้ำมุกดาหาร ลงพื้นที่บ้านป่งเป้า หมู่ 2 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการมั่วสุมและเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายอนุชาฯ หรือ “ฮอต” พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด และเงินสดล่อซื้อ 400 บาท และนายวีระชาติฯ พร้อมอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติด, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ภายหลังการจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลถึงแหล่งที่มาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความเข้มข้นในการกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธผิดกฎหมายในพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดมุกดาหารอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

เมืองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #ปราบปรามยาเสพติดยาบ้า #ปืนเถื่อน #ฝ่ายปกครอง #บูรณาการความมั่นคง #ข่าวด่วนข่าววันนี้ #CIAThailand สำนักข่าวCIAประเทศไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตโคราชทำลายบุหรี่เถื่อน 17,540 ซอง ลุย 226 คดี มูลค่าปรับทะลุ 16 ล้านบาท สกัดของผิดกฎหมายคืนตลาด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายณธัชพงศ์ เผ่าถาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 และนายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมดำเนินการทำลายของกลางคดีที่สิ้นสุดแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ท้องตลาด ป้องกันการนำมาจำหน่ายซ้ำ คุ้มครองผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านภาษีแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

พร้อมแสดงถึงความโปร่งใสและความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายผลการปราบปรามพบผู้กระทำผิดรวม 226 คดี ของกลางเป็นบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 17,540 ซอง คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 1,101,680 บาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 16,522,680 บาท

ทั้งนี้ บุหรี่ของกลางที่ผ่านการทำลายแล้ว จะส่งมอบให้หน่วยงานที่ประสงค์ขอใช้ประโยชน์ ตามนโยบาย CSR (Corporate Social Responsibility) ของกรมสรรพสามิต เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่ปล่อยลอยนวล! ชุดสิงห์เมืองมุก บุกจู่โจมจับ “ยายหนั่น” เอเย่นต์รายย่อยบ้านโคกสูง ยาบ้า เงินล่อซื้อ

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองเมืองมุกดาหาร (ชุดสิงห์เมืองมุก)

นำโดย มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง และ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่บ้านโคกสูง หมู่ 8 ต.คำอาฮวน หลังได้รับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีการมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม นางสนั่น (หรือยายหนั่น) พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เม็ดสีแดง มีอักษร WY จำนวน 10 เม็ด และเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้ออีกจำนวน 360 บาท

สืบเนื่องจากนโยบายกวาดล้างยาเสพติดในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมหลักฐานคาหนังคาเขา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับยาเสพติด #ฝ่ายปกครองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #มุกดาหาร #กวาดล้างยาเสพติด #บ้านโคกสูง #ฉกทพ2105 #ข่าวด่วน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่อำเภอโคกสำโรง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ตามที่ (มว.ต.) นายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนฯได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี เพื่อพบพนักงานสอบสวนแจ้งความหาผู้กระทำความผิด และได้พบพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.ภูษิต ม่วงหมู่ ตำแหน่งสารวัตสอบสวน (หัวหน้างานคดี) สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี
โดยได้แจ้งว่า ได้มีเศษขวดตกหล่นอยู่ภายในบ้านและหลังคาบ้าน ผู้แจ้ง

จึงได้ตรวจสอบตามกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้ในบ้าน แต่ก็ไม่เห็นผู้กระทำความผิด ได้ยินแต่เสียงดังล่วงลงมายังพื้นหลังคาบ้าน โดยที่พบขวดเป็นขวดจำพวก แบรนด์รังนกอื่นๆ โดยพบและถ่ายไว้เป็นหลักฐานในวันที่ 20 ม.ค. 2569 และวันที่ 30 ม.ค. 2569 และในวันที่ 14 ก.พ. 2569 ล่าสุดเมื่อคืนวันที่2 มีนาคม 2569 จึงแจ้งให้ตำรวจได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพนักงานสอบสวน จะให้ชุดสืบสวนหาข่าวและให้ทาง (พฐ.) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ได้ลงมาทำการเก็บพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ โดยการกระทำครั้งนี้นั้น ไม่ได้เป็นการกระทำครั้งแรก ผู้เสียหายได้รับผลกระทบมาตลอดถึงกับต้องลื้อหลังคาบ้านเพื่อซ่อมแซมความเสียหายมาแล้วก็มี

เวลาต่อมา พ.ต.ท.หญิงสุภสดา ทองกร นวท.(สบ2)พฐ.จว.ลพบุรี
ร.ต.ท.สัณหกร ห้องหนองซำ นวท.(สบ1)พฐ.จว.ลพบุรี
ด.ต.หญิงอมรรัตน์ ศิริสลุง ผบ.หมู่ พฐ.ลพบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 85-87 ถนน ถนนศรีสำโรง ตำบล/แขวง โคกสำโรง อำเภอ/เขต โคกสำโรง จังหวัด ลพบุรี ได้พบกับนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ (ผู้เป็นบิดาของนายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์) และตรวจหาหลักฐานที่เกิดเหตุและเก็บชิ้นส่วนดังกล่าวเพื่อตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ก่อเหตุ เรียกผู้ต้องสงสัยมาตรวจพิสูทน์ลายมือ และมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปเช่นไรทางทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ทีมข่าว ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชรบ.ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ออกลาดตระเวน ตามมาตรการ ” Quick Big Win ” ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด “

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไปนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส

สั่งการให้ นางสาวยุพา จันทวงศ์ ปลัดอำเภอประจำตำบล นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิก อส.อ.ชุมแพ ที่ 6 ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ แพทย์ สารวัตรฯ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตำบลหนองไผ่ โดยมีนายธนู นามหล้า กำนันตำบลหนองไผ่ เป็นหัวหน้าชุด รวมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จำนวน 40 คน

ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ด่านชุมชนบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน บ้านถิ่นอุดม หมู่ที่ 14 ต.หนองไผ่ และได้ทำการออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับประชาชนในพื้นที่

วินฅนชนข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระห่ำ! ลูกทรพีคลั่งยาทำร้ายพ่อแม่แล้วซิ่งหนีชนรถตำรวจ ก่อนโดนยิงเจาะแขนจนมุมหน้า รร.บ้านนานาถ่อน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประหัส ปลายด่วน รอง ผกก.(สอบสวน) และ พ.ต.ต.บุญชัย อัฐนาค สว.(สอบสวน) ร่วมปฏิบัติการสกัดจับและระงับเหตุรุนแรงในครอบครัว หลังได้รับรายงานว่าเกิดเหตุ นายณัฐวุฒิ หรือตุ้ม อายุ 45 ปี ก่อเหตุคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายบุพการีและขับรถหลบหนีการจับกุม กระทั่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถทำการสกัดและจับกุมนายณัฐวุฒิได้สำเร็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งว่า นายณัฐวุฒิ ซึ่งมีพฤติการณ์ทำร้ายร่างกาย นายสวัสดิ์ และ นางเรียน

บิดามารดา มาตั้งแต่ในช่วงเช้าแล้วหลบหนีไป แต่ต่อมาได้ย้อนกลับมาที่บ้านพักเลขที่ 247 หมู่ 5 ต.กุดแข้ เพื่อจะก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าระงับเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์

ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน น 7613 มุกดาหาร หลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองมุกดาหารด้วยความเร็วสูง ระหว่างการติดตามอย่างกระชั้นชิดบริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์

ตราโล่หมายเลขทะเบียน 6ขห 6230 กรุงเทพมหานคร เข้าชนสกัดบริเวณประตูด้านซ้ายเพื่อหยุดยั้งการหลบหนี แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมหยุดรถและพยายามพุ่งชนเพื่อ

เปิดทางหลบหนีต่อ จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ บุญพันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปราม จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนประจำกายยิงไปที่ล้อรถยนต์เพื่อหยุดการเคลื่อนที่

ทว่ากระสุนได้พลาดไปถูกบริเวณแขนซ้ายของนายณัฐวุฒิจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถเข้าควบคุมตัวได้บริเวณสามแยกหน้าโรงเรียนบ้านนานาถ่อน ตำบลโพนทราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ก่อเหตุไปยังโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของพนักงานสอบสวน โดยเตรียมสืบสวนขยายผลหามูลเหตุจูงใจและดำเนินคดีใน

ข้อหาทำร้ายร่างกายบุพการี และขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินราชการเสียหายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาการ รายงาย

ตำรวจมุกดาหาร #สกัดจับระทึก #กุดแข้ #โพนทราย #ทำร้ายบุพการี #ข่าวอาชญากรรม #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายโรงเชือดรถกลางสวนยาง! ตชด.-ทพ.-ฝ่ายปกครองดอนตาล ตรวจยึดซาก ‘รีโว่’ กลางป่าสวนยาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.อิทธิพงษ์ ลานขามป้อม ผบ.มว.ตชด.2343 จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ตชด.2343 ได้สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบสวนยางพาราในพื้นที่บ้านนาโพธิ์ หลังสายลับแจ้งเบาะแสพบกลุ่มคนต้องสงสัยนำรถยนต์มาแยกชิ้นส่วน เตรียมส่งขายตลาดมืด พบซากรถกระบะโตโยต้า รีโว่ 2 คันถูกหั่นเละ พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ-ยโสธร เร่งขยายผลหาเจ้าของและกลุ่มขบวนการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อิทธิพงษ์ ลานขามป้อม ผบ.มว.ตชด.2343 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมชำแหละรถยนต์บริเวณสวนยางพารา หมู่ 5 บ้านนาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอดอนตาล นำโดย นายภานุพงศ์ ห้องแซง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2105 (ร้อย ฉก.ทพ.2105) เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นโรงชำแหละชั่วคราวกลางสวนยาง จากการตรวจสอบพบซากรถยนต์และชิ้นส่วนสำคัญหลายรายการ

ประกอบด้วย โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน บบ 3291 ยโสธร พร้อมโครงรถและกุญแจ โตโยต้า รีโว่ สีเทา ทะเบียน 2ขส 4182 กรุงเทพฯ สภาพถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็น กระบะท้าย ท่อไอเสีย และอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์เพื่อตรวจสอบประวัติการครอบครองว่าถูกโจรกรรมมาหรือเป็นรถหนีไฟแนนซ์หรือไม่ ก่อนจะทำการตรวจยึดของกลาง

ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้มาดำเนินคดีต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับรถเถื่อน​ #ชำแหละรถ​ #ดอนตาล​ #มุกดาหาร​ #ตชด234​ #ฝ่ายปกครอง​ #ข่าวอาชญากรรม​ #ตำรวจตระเวนชายแดน​ #ข่าววันนี้​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ทลายยานรกข้ามโขง! รวบ 2 หนุ่มลาว ยึดยาบ้า 5.4 แสนเม็ด/ นรข.มุกดาหาร จับรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สถานีเรือมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.)

น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหารแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาบ้าจำนวน 540,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย

น.ท.โอรส เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดในพื้นที่ ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ชุดลาดตระเวนทางบกเข้าซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณบ้านดอนตาล

ผาสุก จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. พบชายต้องสงสัย 3 คน นั่งเฝ้ากระสอบวัตถุต้องสงสัยอยู่ริมถนนหมายเลข 2034 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่กวดและควบคุมตัวไว้ได้ 2 ราย ทราบชื่อคือ ท้าวเตียงคำ พมโสพา อายุ 27 ปี

และ ท้าวบุนเลิด พมโสพา อายุ 33 ปี ทั้งคู่เป็นราษฎรบ้านนาพาน เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนรายที่ 3 อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบกระสอบจำนวน 3 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 540,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้

เป็นของกลางพี้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้

เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”ก่อนนำตัวผู้ต้องหา

พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร -เปิดเกมรุกปราบค้าเถื่อน! นรข.มุกดาหาร สกัดรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน เร่งขยายผลถึงเครือข่าย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ด่านศุลกากรมุกดาหาร สำนักการข่าว กอ.รมน. ร้อย ตชด.234 และตำรวจน้ำมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการตรวจยึดข้าวไรซ์เบอร์รี่ลักลอบนำเข้า จำนวนประมาณ 300 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 50 กิโลกรัม รวม 15,000 กิโลกรัม พร้อมรถบรรทุก 12 ล้อและผู้ควบคุมรถ

สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 07.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นำโดย นายสุริโย พรมสวัสดิ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีเรือมุกดาหาร (นรข. เขตนครพนม) และหน่วยงานความมั่นคง ตั้งจุดตรวจตามข้อมูลสายลับที่แจ้งว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าประเภทข้าวสาร ซึ่งยังมิได้เสียค่าภาษีอากร เพื่อนำไปจำหน่ายยังจังหวัดต่าง ๆ ภายในราชอาณาจักร

กระทั่งตรวจพบรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ ISUZU สีขาว ทะเบียน 70-46872 ร้อยเอ็ด มีลักษณะต้องสงสัย บริเวณหน้าวัดสว่าง บ้านแก้ง ตำบลนาโสก อำเภอเมือง มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น จากการตรวจสอบ พบข้าวไรซ์เบอร์รี่บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาวจำนวนมาก ระบุแหล่งกำเนิดต่างประเทศ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง

ผู้ควบคุมรถคือ นายชำนาญพร เย็นศิริ อายุ 55 ปี ชาว ร้อยเอ็ด ให้การว่า มีอาชีพขับรถรับจ้างขนส่งสินค้า ได้รับการว่าจ้างจากนายสุรชัย นาสอ้าน ให้มารับข้าวไรซ์เบอรี่จำนวน 300 กระสอบ ที่บริเวณบ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งยังจังหวัดสุรินทร์ โดยมีบุคคลนำทางไปรับสินค้าจากรถกระบะอีกทอดหนึ่ง พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ดังกล่าว คาดว่าเป็นสินค้าต่างประเทศที่ลักลอบนำเข้าผ่านทางแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนลำเลียงข้ามแดนเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อกระจายต่อไปยังพื้นที่ปลายทางในภาคอีสานตอนล่าง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมอยู่ระหว่างเร่งขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง เครือข่ายลำเลียง และเส้นทางการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ข้าวสารหรือจะสู้ “ยาอี” ! ทพ.มุกดาหาร ตาไว รวบสาว สปป.ลาว คาด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการกวาดล้างยาเสพติดบริเวณชายแดน ภายใต้การอำนวยการของ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร สกัดจับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้คาด่านพรมแดน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ขณะเจ้าหน้าที่ทหารพรานและชุดปฏิบัติการร่วมกำลังตรวจสอบรถโดยสารประจำทางเส้นทางระหว่างประเทศ พบหญิงทราบชื่อภายหลังคือ นางลัตสะไม ทำมะวง ราษฎรชาว สปป.ลาว มีท่าทีพิรุธขณะเจ้าหน้าที่ขอเข้าตรวจค้นสัมภาระ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบกระสอบข้าวสารน้ำหนัก 19 กิโลกรัม เมื่อค้นภายในปรากฏพบแพ็กเกจต้องสงสัยทรงสี่เหลี่ยมคล้ายซองกาแฟและคอลลาเจน ยี่ห้อหรู (Rolls-Royce และ Ferrari) จำนวน 10 ซอง ปะปนอยู่กับข้าวสาร เมื่อนำสารสีขาวลักษณะผงภายในซองมาทดสอบด้วยชุดตรวจเบื้องต้น ยืนยันว่าเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์สตาซี หรือยาอี) น้ำหนักรวมประมาณ 800 กรัม

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยาอี 10 ซอง, โทรศัพท์มือถือ, เงินสด (ไทย-ลาว-ดอลลาร์สหรัฐ), ข้าวสาร และหนังสือเดินทาง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ให้ผู้ต้องทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #สกัดยาเสพติด #ทหารพราน21 #ด่านสะพานมิตรภาพ2 #จับยาอี #ข่าวด่วนมุกดาหาร #ความมั่นคงชายแดน #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThaila

มุกดาหาร -นาทีชีวิต! ช่างก่อสร้างมุกดาหารดวงสุดแข็ง เจอ “ลูกปืนคอ” ปนมากับถังปูน หยิบออกมาทุบเล่นหวังเช็กดู โชคดีไม่บึ้ม

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ผึ่งแดด พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) รุดตรวจสอบบ้านพักกำลังก่อสร้างในบ้านหนองบัว ต.บ้านโคก อ.เมือง จ.มุกดาหาร หลังได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด

ในที่เกิดเหตุพบ ลูกปืนคอ ขนาด 82 มม. จำนวน 1 ลูก สภาพเก่ามีสนิมเขรอะ แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ยังมีสภาพสมบูรณ์และพร้อมระเบิดได้ตลอดเวลา มีอานุภาพทำลายล้างสูง

นายแสงจันทร์ ศรีราฤทธิ์ อายุ 56 ปี ช่างก่อสร้างผู้พบเห็น เล่าเหตุการณ์สุดระทึกว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะกำลังเทพื้นบ้าน สังเกตเห็นวัตถุขนาดใหญ่ปนมากับปูนที่ผสมเสร็จแล้ว จึงหยิบออกมา ด้วยความสงสัยตนจึงลองนำไปทุบกับเหล็กดู ก่อนจะส่งให้เจ้าของบ้านเก็บไว้ จนกระทั่งผ่านมา 3 วัน ถึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ EOD ได้ดำเนินการเก็บกู้วัตถุดังกล่าวไปทำลายทิ้งในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเตือนประชาชนหากพบวัตถุต้องสงสัย ห้ามแตะต้องหรือกระแทกเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ระเบิดปนปูน #ลูกปืนคอ #มุกดาหาร #อีโอดี #EOD #ข่าววันนี้ #นาทีระทึก #ช่างก่อสร้างดวงแข็ง #เตือนภัย #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดล้อมหมู่บ้านเป้าหมาย! ทพ. 2105 บุกนาสีนวน มุกดาหาร ทลายแหล่งยาบ้า รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดกว่า 3,200 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินปฏิบัติการตามนโยบายรัฐบาลด้านการป้องกัน สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด ภายใต้แผน Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ”

การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ หวั่นยาเสพติดจะแพร่ระบาดสู่บุตรหลาน

เจ้าหน้าที่จึงจัดชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจจุดเสี่ยง จุดเพ่งเล็ง พร้อมบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมายจำนวน 3 จุด ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 3 ราย ได้แก่ นายชัยสิทธิ์ ศรีสุนทร อายุ 31 ปี

นายสมคิด ทองเภา อายุ 24 ปี และนายสุพินิจ รุ่งโรจน์ อายุ 44 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดงจำนวน 3,225 เม็ด และเม็ดสีเขียวจำนวน 32 เม็ด รวมทั้งสิ้น 3,257 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และเงินสด 1,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเสียงตลอดกระบวนการจับกุมตามมาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุกห้องพักขยายผลถึงห้องเช่า! ตร + ปค.มุกดาหาร ทลายเครือข่ายยานรกรับจ้างแก๊งลาวพักยา รวบ 2 หนุ่มวัย 29 ซุกยาบ้า 54,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายย่อย หลังสืบทราบเบาะแสกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาในโรงแรม ก่อนขยายผลพบยาบ้าล็อตใหญ่ซุกซ่อนในห้องเช่า ยึดของกลางยาบ้ากว่า 54,000 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร (ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร) พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร , นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร , พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร มอบหมายให้ พ.ต.ท.สุทธิศักดิ์ สอนสะอาด สว.อก. ร.ต.อ.ภัคพล ศิลาคุปต์ รอง สว.สส. นายหมวดโทธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าตรวจสอบกรณีมีกลุ่มวัยรุ่นเปิดห้องพักโรงแรมเพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติดจากการเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มวัยรุ่นกำลังเสพยาเสพติดอยู่ภายในห้องพัก จึงควบคุมตัวสอบสวนและขยายผลตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ พบหลักฐานการสนทนาเกี่ยวกับการซุกซ่อนยาเสพติด ต่อมามีผู้ต้องหายอมรับสารภาพและนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดยาบ้า จำนวน 54,000 เม็ด ที่ซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ภายในกระเป๋าเป้สีดำ ณ ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายชาคริต หรือ “เจมส์” อายุ 29 ปี นายวิระพล หรือ “ฐี” อายุ 29 ปี ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วยยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) สีส้มแดง ยี่ห้อ SARA มีอักษร Y จำนวน 54,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA สีเขียวเทา (แรมโบ)ของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับจ้างจากเครือข่ายค้ายาเสพติดชาว สปป.ลาว ให้นำยาบ้ามาพักคอยในพื้นที่ เพื่อรอส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น”ฝ่ายปกครองชุมแพ ตรวจยึดยาบ้าหมื่นแปดพันเม็ด ” Quick Big Win ” จับกุมผู้ค้าและผู้เสพยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้

นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอชุมแพ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตำบลโนนสะอาด นำโดยนายมนตรี รินอินทร์ กำนันตำบลโนนสะอาด

ออกลาดตระเวน ตรวจตราดูแลความเรียบร้อย ในพื้นที่รอบหมู่บ้าน และได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพื้นที่ บ้านมิตรภาพหมู่ที่ 9 ตำบลโนนสะอาด ตรวจพบสิ่งของต้องสงสัยบางอย่างวางซ่อนอยู่บริเวณ ข้างเสาไฟฟ้า

จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นยาบ้าบรรจุห่อในกระดาษสีน้ำตาล จำนวน 3 ห่อ แต่ละห่อมียาบ้า 30 ซองๆละ 202 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน18,180 เม็ด

เจ้าหน้าที่ได้สอบถามประชาชนบริเวณโดยรอบ แจ้งว่าเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. มีรถจักรยานยนต์มอเตอร์ไซค์ขับผ่านเข้า-ออก ในซอยดังกล่าวเสียงดังตลอดทั้งคืน คาดว่าจะตามหาของกลางยาบ้าจำนวนดังกล่าว จนมีพลเมืองดีมาพบตอนเวลา 06.00 น. และแจ้งให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และฝ่ายปกครอง ทราบ

จนได้ทำการตรวจยึดจากนั้นได้นำยาบ้ามาตรวจนับณที่ทำการปกครองอำเภอชุมแพทำบันทึกตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวีอำเภอชุมแพบำบัดทุกข์บำรุงสุข

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -สะลด! เกิดเหตุ คนใจร้ายจับสนัขพันธ์พิทบูล เผาตายทั้งเป็น

แชร์เนื้อหานี้

เกิดเหตุเจ้าของสุนัขออกจากบ้านตระเวนไปรับชื้อของเก่าปล่อยให้สุนัขอยู่เฝ้าบ้าน ตกค่ำเจ้าของสุนัขกลับมาบ้านไม่เห็นเจ้าโบ้ เดินหาพบเจ้าโบ้ถูกเผาอยู่ในกองไฟจึงรีบนำออกมาจากกองไฟ แต่ถูกไฟไหม้เกรียมไปข้างหนึ่งตายคากองไฟ

เมื่อคืนของวันที่ 30 ม.ค.69 เวลา 21.00น.ที่ผ่านมา นาย วิชิต ภาคี อายุ 53 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 บ้านดอนม่วย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร มีอาชีพรับชื้อของเก่า นำซากสุนัขพันธุ์ผสมไทยพิทบูล สีดำ เพศผู้ ชื่อเจ้าโบ้ อายุประมาณ 10 เดือน ที่ถูกไฟเผาไหม้เกรียมขึ้นรถกระบะที่ตระเวนรับชื้อของเก่ามาแจ้งความอยู่ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร

โดยนายวิชิต เจ้าของสุนัข กล่าวกับผู้เสื่อข่าวด้วยน้ำตา ว่าเจ้าโบ้สุนัขที่เลี้ยงมาก็มีความผูกพันกันรักเหมือนลูกหลาน ตื่นเช้ามาตนกับภรรยาก็ออกไปตระเวนรับชื้อของเก่าปล่อยไห้เจ้าโบ้อยู่เฝ้าบ้านตามลำพัง พอตกค่ำกลับมาบ้านไม่เห็นเจ้าโบ้วิ่งออกมารับเหมือนทุกวัน เรียกหาก็เงียบ

ไปสอบถาม นายสมหวังฯเป็นคนคุ้นเคยอยู่ในหมู่บ้านเดี่ยวกันว่าเห็นเจ้าโบ้ไหม นายสมหวังฯบอกว่าเห็น นายทุมมี รักษาพันธุ์ เอามาผูกไว้ข้างบ้านนายสุเทพฯ พอไปดูเห็นกองไฟอยู่หลังบ้านจึงเดินไปดูเห็นเจ้าโบ้ถูกเผาอยู่ในกองไฟ จึงรีบช่วยนำออกมาจากกองไฟ แต่เจ้าโบ้ถูกไฟไหม้เกรียมไปข้างหนึ่งแล้วตายคากองไฟ

นายวิชิตฯ เจ้าของสุนัขไปสอบถามนายทุมมี รักษาพันธุ์ เป็นคนเผาเจ้าโบ้ใช่ไหม นายทุมมีฯยอมรับว่าเผาเจ้าโบ้จริงซึ่งหลังจากนาย วิชิตฯนำซากเจ้าโบ้มาแจ้งความเป็นผู้เสียหาย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายพูดให้สะเทือนใจเจ้าของสุนัขเสียความรู้สึก ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเผาเพื่อกินหรือไม่

นายวิชิต เจ้าของสุนัขจึงพาภรรยามาขอความเป็นธรรมจากผู้สื่อข่าว เล่าว่าร้อยเวรกล่าวกับตนว่าสุนัขเป็นสัตว์เป็นอาหาร ส่วนคดีต้องรออีก 2-3 เดือน ทั้งที่รู้ว่าคนก่อเหตุเป็นใครต้องนำตัวมาสอบสวนตามขั้นตอนส่วนคดีต้องรอ นายวิชิต กล่าวกับผู้สื่อข่าว ตนจึงสงสัยทำไมถึงรอนานขนาดนั้น

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้ายาข้ามโขง ยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด เรือกีบ 1 ลำ คนร้ายโดดน้ำหนีรอด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สถานีเรือมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม โดย น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของต้องสงสัยจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนทางบกออกซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลอยู่บนเรือประมาณ 3 คน เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเจ้าหน้าที่ นรข. แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้ทิ้งของกลางและเรือ ก่อนกระโดดลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และพบกระสอบลักษณะเดียวกันอีก 4 กระสอบอยู่บนเรือ รวมเป็น 7 กระสอบ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 7 กระสอบ ประทับตราอักษร “999” บนก้อนสีเหลือง ภายในเป็นยาบ้าอักษร “WY” สีชมพู รวมจำนวนทั้งสิ้น 280 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด รวม 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ แท็กทีม นรข.-ทหารพราน-ยส.24 บุกยึดยาบ้า 7 กระสอบใหญ่ 2.8 ล้านเม็ดซุกริมโขงบ้านป่งขามใต้ เตรียมส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นใน

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ ได้สั่งการให้ นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. บูรณาการร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.เขตนครพนม), สถานีเรือมุกดาหาร, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นยาเสพติด (ยส.24) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้รีสอร์ทสองใจ บ้านป่งขามใต้ หมู่ที่ 1 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยถูกซุกซ่อนไว้ จึงเข้า

ตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุภายในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมประมาณ 2.8 ล้านเม็ด โดยที่ห่อบรรจุภัณฑ์ปรากฏตราสัญลักษณ์ “999” และดาว 5 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มักพบในยาเสพติดล็อตใหญ่

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการยกระดับมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังชายแดน เพื่อตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนในและชุมชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #สกัดยาเสพติด #นรข #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวอาชญากรรม #ยาบ้าล็อตใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คิดว่าเนียนแต่ไม่รอด! ตร.มุกดาหารบุกทลายเครือข่ายไอซ์รายใหญ่ ซุกช่องลับรถสไลด์ 50 กก. ยึดทรัพย์กว่า 6 ล้าน รวบ 4 ผู้ต้องหา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สมใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร หลังเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน พร้อมตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 11 รายการ เป็นรถยนต์ 7 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน รวมมูลค่าประมาณ 6,035,000 บาท

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ สอนจันทร์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาไอซ์จำนวนมาก โดยมีการดัดแปลงซุกซ่อนภายในรถยนต์สไลด์เพื่อลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และอยู่ระหว่างการบรรจุซุกซ่อนภายในบ้านเลขที่ 30/1 ซอยตาดแคน 13 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงรายงาน พ.ต.อ.กิตเตซิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณัฏฐพล แพนพา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและวางแผนเข้าตรวจค้น เมื่อเดินทางไปถึง พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ ได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นต่อเจ้าบ้าน

แต่กลุ่มชายที่อยู่ภายในบ้านพยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 4 คน คือ นายกรวิวัฒน์ จันดี อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ประสานงานและควบคุมการลำเลียง นายชยุต ไชยช่วย อายุ 28 ปี เป็นผู้จัดเตรียมสถานที่และร่วมบรรจุซุกซ่อนยาเสพติด นายธีระพงษ์ คงสุนทร อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ดูแลรถยนต์สไลด์และเส้นทางการขนส่ง และนายสุวิทย์ ขันทพร อายุ 35 ปี ทำหน้าที่เฝ้าระวังและสนับสนุนการลำเลียงยาเสพติด

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บแบตเตอรี่ของรถยนต์สไลด์ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน 67-1668 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ภายในบ้านเมื่อตรวจค้นพบห่อชาสีเหลืองยี่ห้อ GUANYINWANG จำนวน 50 ห่อ ภายในบรรจุยาไอซ์น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านของนายชยุต ผู้ต้องหาหนึ่งในเครือข่าย พบยาไอซ์เพิ่มเติมอีกจำนวน 1.54 กรัม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” แก่นายกรวิวัฒน์ และนายชยุต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ไอซ์50กิโล #มุกดาหารยาเสพติด #ปราบยาเสพติดข่าวอาชญากรรมยึดทรัพย์6ล้าน #ตำรวจภูธรมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ตร.เมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ร้าน ไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การซ้อมแผนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์จำลอง คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทองคำ จากนั้นเป็นการฝึกขั้นตอนการรับมือของร้าน การแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การส่งต่อข้อมูลคนร้ายและทิศทางหลบหนี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจริง

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าสายตรวจ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการซ้อมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ด้านนางสาวภัทรียา รัตนศิริมณีเวทย์ หรือ “คุณนิด” เจ้าของร้านไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG กล่าวว่า การซ้อมแผนในวันนี้ช่วยให้ร้านและพนักงานมีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงมากขึ้น ทั้งการแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงาน และการดูแลความปลอดภัยภายในร้าน ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง พร้อมยืนยันว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โคราชมีความเข้มงวดและใส่ใจมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถซื้อ–ขายทองได้อย่างปลอดภัย