คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรมุกดาหาร ตรวจยึดยาอี 5 ถุง น้ำหนัก 8 กิโลกรัม

แชร์เนื้อหานี้

ตามนโยบาย นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 ให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผอ.สคศ.และนายชวลิต จิระชนากุล ผอ.สบศ. ดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568​ เจ้าหน้าที่ ฝคต. สคศ. ด่านศุลกากรมุกดาหาร นำโดย นายปริญญา ผลมั่ง หน.ฝคต. ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2​ ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม ร้อย.ทพ.2105​ ฉก.ทพ.21 ชปข.กอ.รมน.ภาค 2 ชุด สท.ที่ 8 (มุกดาหาร) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร้อย.ตชด.234 ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร  ได้ร่วมกันตรวจสอบกล่องกระดาษ จำนวน 1 กล่อง วางอยู่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ผลการตรวจสอบพบ วัตถุชนิดผง สีส้มแดง จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 8 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษดังกล่าว ซึ่งต้องสงสัยว่าอาจเป็นสิ่งของที่มีส่วนผสมหรือมีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ จึงได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาตรวจสอบสารเสพติด ผลการตรวจสอบเชื่อได้ว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี) กรณีเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252  แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบ “หัวเผือกบ้านนา” นักค้ายารายใหญ่พร้อมยึดทรัพย์สินกว่า 5 ล้านบาท / สนธิกำลังสแกนยาเสพติด ตามมาตรการสัปดาห์สีแดง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 9 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง ชุมพร สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน

ภาค 8 ร่วมกันเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ ต.บ้านนา โดยสามารถจับกุม นายหัวเผือก (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ค้ายาเสพติดตัวการสำคัญ พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท

ข่าวแจ้งว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากนายหัวเผือก หรือที่รู้จักในฉายา “หัวเผือกบ้านนา” เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับเยาวชนอายุระหว่าง 16-20 ปีในพื้นที่ จ.ชุมพรมาเป็นเวลานาน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามเข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลายครั้งแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากนาย

หัวเผือกไม่ได้เสพยาเสพติดจึงไม่สามารถจับกุมได้ พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับในข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” ซึ่งศาลจังหวัดชุมพรได้อนุมัติหมายจับในที่สุด

จากนั้นใน เวลาประมาณ 06.00 น.วันที่ 9 สิงหาคม 2568 พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี พร้อมชุดสืบสวนภาค 8 ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมนายหัวเผือกได้ที่บ้านพักหลังใหม่ในพื้นที่ ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมยึดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่า

ได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบด้วย บ้าน 1 หลังพร้อมที่ดิน รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน ทองคำหนัก 5 บาท เงินสด 120,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้กว่า 5 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่จะนำตัวนายหัวเผือกพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพรดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สนธิกำลังสแกนยาเสพติด ตามมาตรการสัปดาห์สีแดง


ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร นายปารเมศ เห้งสวัสดิ์ นายอำเภอพะโต๊ะ

นายกิตติพงศ์ อินทรสุวรรณ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันมอบหมายให้ นายจักรกฤษณ์ มุณีน้อย เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.นายศุกรกานต์ ทิพย์บุญ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.พะโต๊ะ 8

กำนันต.ปังหวาน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติการค้นหาผู้เสพ ผู้ติด และผู้ค้ายาเสพติด (Re X-ray) ในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน ตามมาตรการ “สัปดาห์สีแดง” (Intensive Days Screening Week) และการขับเคลื่อนนโยบายร่วมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

เพื่อสร้างชุมชนปลอดภัยห่างไกลยาเสพติด ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่ ต.ปังหวาน อ.พะโต๊ะ พบผู้เสพยาติดจำนวน 6 ราย จึงร่วมกันนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำ ต.ปังหวานต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ชลบุรี แถลงข่าวกวาดล้างยาเสพติดอำเภอบางละมุง ภายใต้ปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ก่อนเป็นเชฟทอดไข่ให้ จนท. รับประทาน

แชร์เนื้อหานี้

 วันที่ 6 ส.ค.68 ที่สถานีตำรวจภูธรบางละมุง จ.ชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดรายสำคัญ ตามโครงการของรัฐบาลภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การแถลงข่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และสถานีตำรวจภูธรบางละมุง โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง, พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมในพิธี พร้อมด้วยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมทำข่าวอย่างคับคั่ง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่ามีการซื้อขายยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ชื่อ “เจริญ...” เป็นช่องทางในการติดต่อซื้อขาย โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่าง ๆ และมีการวางยาเสพติดตามจุดนัดหมายต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 3 มัด ประมาณ 6,000 เม็ด และยาไอซ์ 200 กรัม เพื่อล่อซื้อ

 ต่อมาได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายบริเวณซอยเขามะกอก 1/1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง และสามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายวัฒน์ ซึ่งให้การว่านำยาเสพติดมาจากบ้านพักของผู้ร่วมขบวนการอีก 2 รายที่ซอยหนองหิน 1 ถึง 1/1 ต.หนองปรือ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่ นายมนตรี และนายศุภพัฒน์ พร้อมของกลางประกอบด้วยยาบ้า 24,440 ยาไอซ์ 751 กรัม อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco สีดำ 1 กระบอก

 รวมของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย: ยาบ้า จำนวน 30,440 เม็ด, ยาไอซ์น้ำหนักรวม 951 กรัม, อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco สีดำ จำนวน 1 กระบอก ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย 1. นายวชิระ หรือวัฒน์ อายุ 33 ปี, 2. นายมนตรี หรือนุ๊ก อายุ 28 ปี และ3. นายศุภพัฒน์ หรือตี๋ อายุ 27 ปี

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) โดยการขายอันเป็นการกระทำเพื่อ การค้า โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้ายาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อ จำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และนายมนตรีหรือบุ๊ก (ผู้ถูกจับที่ 2) มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ใน ความครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ภายหลังการแถลงข่าว นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอบางละมุง (ศอ.ปส.อ.บางละมุง) ณ อาคารกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 5 ที่ว่าการอำเภอบางละมุง เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และร่วมประกอบอาหารกลางวันมอบแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องด้วยมิตรไมตรีที่ดีร่วม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุม2ผัวเมียตกงานผันตัวมาเป็นเอเย่นต์ขายยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 วันที่ 6 สิงหาคม 2568 ในช่วงระดมกวาดล้างยาเสพติด ระยะตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.68-30 ก.ย.68 ภายใต้อำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealer

นายเอนกชำนาญนา นายอำเภอละแม พร้อมด้วย พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบอินทร์ รอง สว.สส.สภ.ละแม, ร.ต.ต.ธานินทร์ ทองแดง รอง สว.(สส.)สภ.ละแม, ด.ต.ทินกร ทองอ่อน และ ส.ต.ท.สุวพันธ์ ดำวรรณ ร่วมกันจับกุมตัว 1.นายณัฐพงษ์หรือนัทสงวนนามสกุล อายุ 26 ปี ชาว ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร 2.น.ส.พรไพลินหรืออันปัน สงวนนามสกุล ชาว ต.ทุ่งคาวัด อ.ละแม จว.ชุมพร

ที่ บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 6 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร เป็นที่พักอาศัย ของทั่ง 2 คน ได้พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาบ้า จำนวน 53 เม็ด 2.ไอซ์ หนัก 0.16 กรัม 3.กระดาษฟรอนด์ใชเสพ จำนวน 44 ชิ้น 4.ถุงแบ่ง ขนาด 4X6 จำนวน 53 ถุง 5.กระเป๋าซิปลายพรางทหาร จำนวน 1 ใบ 6.กระเป๋าลายการ์ตูนสีเขียว จำนวน 1 ใบ 7.พวงกุญแจสีน้ำเงิน ลักษณะเป็นแก้วเล็กๆ จำนวน 1 พวง 8.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การว่าเคยถูกจับกุมมาแล้วในคดีเสพยาเสพติดและได้พ้นโทษออกมาก็กลับมาเสพอีก และรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา หลังจากที่เสพยาแล้วไม่ได้ทำงานก็เลยหารายได้โดยนำยาเสพติดไปจำหน่ายเพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติเพื่อจำหน่ายและเสพ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า

ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ก่อนได้นำตัวทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภ.จว.ชุมพร แถลงข่าว No Drugs No Dealers ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด / ชนกลางยูเทิร์น วัดใจขุนกระทิง จักรยานยนต์ติดในซอกล้อ รถกระบะ เสียชีวิตคาที่

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติ มาเป็นประธานในการแถลงข่าวปฏิบัติการกวาดล้าง ยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ณ ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พร้อมกับ พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร และแถลงแนวทางการปฏิบัติในพื้นที่

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ประกาศเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติเมื่อวันที่ 17 ก.ค.68 ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร 

โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติการ อย่างเข้มข้นภายในระยะเวลา 3 เดือน (กรกฎาคม - กันยายน 2568)ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากหมู่บ้าน/ชุมชน พร้อมประกาศเป็น "หมู่บ้านชุมชนปลอดภัยยาเสพติด" อย่างชัดเจนและยั่งยืน ด้าน พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำหนดให้มีการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นนโยบายเร่งด่วนและสำคัญระดับชาติโดยมุ่งเน้นการดำเนินการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน จึงได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศดำเนินการ ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ผู้ค้าและ ผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่อย่างเข้มงวด และสรุปผลรายงานต่อเนื่อง ซึ่งผลการปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชุมพร ระหว่างวันที่ 18 - 31 กรกฎาคม 2568 จับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 147 คดี ผู้ต้องหา รวม 154 คน ของกลางยาเสพติด ยาบ้า จำนวน 77,675 เม็ด ไอซ์ จำนวน 0.188 กรัม 

ของกลางอาวุธปืน ปืนสั้น จำนวน 2 กระบอก ปืนยาว จำนวน 4 กระบอก และจับกุมตามหมายจับ ผู้ต้องหาคดีสมคบฯ และฟอกเงิน จำนวน 8 หมาย 4 เครือข่ายตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรยังคงดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่องพร้อมเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส และร่วมเฝ้าระวังในชุมชน เพื่อร่วมสร้างสังคมปลอดภัยและปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ชนกลางยูเทิร์น วัดใจขุนกระทิง จักรยานยนต์ติดในซอกล้อ รถกระบะ เสียชีวิตคาที่

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 00.40 น. ว่าที่ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ชุมมาก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญา-จราจร

ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองชุมพร ว่ามีเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตที่เกิดเหตุ จึงรายงาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร

เกิดเหตุ  ถนนเอเชีย 41 (ขาล่อง) บริเวณจุดกลับรถหน้าร้านเอสพี แทรคเตอร์ ม.8 ต.ขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพรพบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กษย 672 ชุมพร สภาพได้รับความเสียหายตัวรถติดอยู่ที่บริเวณล้อหน้าซ้ายของรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า  สีเทา ทะเบียน บว 35 ชุมพร ซึ่งบริเวณด้านหน้าซ้ายของรถยนต์กระบะคันดังกล่าวสภาพมีร่องรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย  จอดอยู่ในช่องทางเดินรถช่องทางซ้ายของถนนที่เกิดเหตุ  จากการสอบสวน นายวสันต์ สงวนนามสกุล อายุ 54 ปี ชาว ต.สลุย  อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แสดงตนเป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าว และมี  นายสุนันท์ สงวนนามสกุล อายุ 55 ปี แสดงตนเป็นผู้ที่นั่งโดยสารที่เบาะนั่งข้างผู้ขับขี่ของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว กำลังกลับรถ และมีรถจักรยานยนต์วิ่งตรงเข้ามาชนเต็มที่  และในที่เกิดเหตุยังพบเศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ส่วนควบของรถคันเกิดเหตุทั้งสองคันตกอยู่   ห่างออกไป ระยะประมาณ 10 เมตร พบศพของ นายจักริน  มะลิทอง สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต  อยู่บนถนนบริเวณที่เกิดเหตุและติดกับศพของ นายจักรินฯพบกองคราบเลือดติดอยู่กับตัวศพฝั่งขวา และในที่เกิดเหตุยังพบเศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ส่วนควบของรถคันเกิดเหตุทั้งสองคันตกอยู่  ต่อมาได้ร่วมกับ แพทย์หญิง วิภาวรรณ  เสรีพิทักษ์กุล  แพทย์ประจำ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทำการชันสูตรพลิกศพและได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีชันสูตรพลิกศพที่ 347/2568สั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งศพ นายจักริน  มะลิทอง ผู้เสียชีวิต ไปเก็บรักษายัง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ต่อไป

จากนั้น ว่าที่ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ชุมมาก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร จึงได้จัดทำบันทึก แผนที่ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ ต่อมาได้เดินทางกลับมายัง สภ.เมืองชุมพร และได้ลง ปจว. รับคำร้องทุกข์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นไว้เป็นคดีจราจรที่ 28/2568 ไว้แล้วและจะได้ดำเนินการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ใครมีครอบครองผิดกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

ใครครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย เป็นภัยต่อเยาวชนจังหวัดลพบุรี ผู้จำหน่ายผิดกฎหมาย ภายใต้การอำนวยการของ นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ ปลัดจังหวัดลพบุรี

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. ชุดปกครองจังหวัดลพบุรี (กลุ่มงานความมั่นคง) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี นำกำลัง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองลพบุรี จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน และอบายมุขต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี นำกำลังตรวจค้นในครั้งนี้


นำโดย นายยศวิน บำรุงเวช ป้องกันจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยผู้ช่วยป้องกันจังหวัดลพบุรี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองลพบุรี จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน และอบายมุขต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี ตามข้อร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า
ตรวจของในครั้งนี้ได้จับกุมผู้ต้องหาที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 ราย

เวลาต่อมา นายยศวิน บำรุงเวช ป้องกันจังหวัดลพบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในการนี้ ได้สืบทราบว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในลักษณะออนไลน์และหน้าร้าน จึงได้ทำการจับกุมร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 แห่ง ผู้ต้องหา 1 ราย พบของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 65 ชิ้น. พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ. เมืองลพบุรี ดำเนินคดีต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ /อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับแรงงานเพื่อนบ้านฝันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้าร่วม 7,575 เม็ด พร้อมปืนยาว 5 กระบอก

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นาย วิทยา สุวรรณสิทธิ์นายอำเภอปะทิว รายงาน โดยการอำนวยการ ของ นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รอง ผวจ.ชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว นายกิติพงศ์ โสมณะ ปลัดอำเภอหน.กลุ่มงานบริหารงานปกครองมอบหมายให้

นายธีระวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.อ.ปะทิวที่ 4 ลงพื้นที่ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านมาบอำมฤต กำนันต.เขาไชยราช กำนัน ต.ดอนยาง เจ้าหน้าที่ทหารชป.ฉก.ร.25 กกล.เทพสตรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
การขับเคลื่อนปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด “No drugs No dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด โดยค้นหาและขยายผลจากผู้เสพสู่การจับกุมผู้ค้าสำคัญ ดังนี้ นำผู้เสพในพื้นที่ต.เขาไชยราช เข้ารับการบำบัดรักษาแบบ สมัครใจ รพ.สต.บ้านพละ จำนวน 6 ราย

ร่วมจับกุม นาย โทน สัญชาติเมียนมา ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)
พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุถุงพลาสติกชนิดกดปิด ดึงเปิด สีน้ำเงิน จำนวน 117 เม็ด (สีส้ม 115 เม็ด , สีเขียว 2 เม็ด) 2. เงินสด 2,000 บาท 3. อาวุธปืนยาว ชนิดไทยประดิษฐ์ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน ขนาด .22 มม. จำนวน 1 กระบอก 4. เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 มม. จำนวน 21 นัด 5. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Vivo รุ่น Y02T สีเทา

   ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่  “ มียาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้า , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติ(เมียนมาร์) อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม 1.Mr.ZAW PAING หมายเลขหนังสือเดินทาง CC7327160 สัญชาติเมียนมา  ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)    2.Mrs.SOE SOE MON หมายเลขหนังสือเดินทาง CC7327161 สัญชาติเมียนมา  ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)

พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมทั้งหมด 1,409 เม็ด อาวุธปืนพกสั้น ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด) เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 22 นัด 4.ถุงพลาสติกใสชนิดกดปิด-ดึงเปิด (ถุงแบ่งบรรจุ) จำนวน 50 ใบ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi สีดำ หมายเลข 065-053-1700 จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO สีน้ำเงินคราม หมายเลข 093-461-0377 จำนวน1เครื่อง

ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยเป็นกระทำที่มีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กระทำการโดยมีอาวุธปืนฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม   1.Mr.SAN TUN (ซาน ทูน) สัญชาติเมียนมา 2/8 ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล) 2.Mrs.Khin Khin Htww หมายเลขบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย 00-8603-109185-2 สัญชาติเมียนมา  2/8 ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)

พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมทั้งหมด 6,409 เม็ด อาวุธปืนยาว ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด,ติดอยู่ข้างลำตัวปืน 6 นัด) อาวุธปืนยาว

ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด,ติดอยู่ข้างลำตัวปืน 4 นัด) อาวุธปืนยาว ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด) เครื่องชั่งดิจิตอล ขนาด 1000g โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ samsung สีดำ หมายเลข 064-976-5140 จำนวน 1 เครื่อง

ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่าร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยเป็นกระทำที่มีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กระทำการโดยมีอาวุธปืนฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
สรุป ผู้เสพ 6 ราย ผู้ค้า จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 5 ราย ของกลางยาบ้า 7,575 เม็ด อาวุธปืน 5 กระบอก โดยนำผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินคดีตามกฏหมาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.น.สมเด็จเจ้าพระยา ลงพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด ” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล NO Drugs NO Dealers

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.30 น. พ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์ ธรรมชุตินันท์​ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.ภัทรพงษ์ เสยกระโทกรองผกก.ป.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.ศรายุทธ์​ พวงทอง​รอง​ผกก.สส.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ต.วิคิด โอษคลังสวป (ชส.)สน.สมเด็จเจ้าพระยา

พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน,เจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเขตคลองสาน,อาสาสมัครตำรวจบ้านชุมชน,ฝ่ายพัฒนาชุมชนเขตคลองสาน สำนักงานเขตคลองสาน ผู้นำชุมชน,คณะกรรมการชุมชนซอยวนาวรรณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 28 (กรุงธนบุรี) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ชุมชนวนาวรรณ

ร่วมบูรณาการ กำลัง ลงพื้นที่ ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด ” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล NO Drugs NO Dealers
โดยได้ลงพื้นที่ X-ray ชุมชนเป้าหมาย เพื่อค้นหาผู้ป่วย , ผู้เสพ, ผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล 

และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติด และเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในชุมชนแบบยั่งยืน แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อลดจำนวนและทำให้ผู้ใช้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดหมด

ไปจากชุมชน หมู่บ้านอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ซึ่งทาง สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ได้ดำเนินการตามแนวทาง โดยในวันนี้ได้มาตรวจเยี่ยม การดำเนินการโครงการดังกล่าว ที่ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนในพื้นที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ที่เข้าร่วมโครงการและผ่านการดำเนินการ ทั้งนี้ พร้อมกับมอบป้ายบ้านสีขาวปลอดยาเสพติดให้กับชาวบ้านในชุมชนนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ ​มุกดาหาร​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรฝ่ายปราบปราม จับล็อตใหญ่! อโวคาโดเถื่อน 6.5 ตัน มูลค่ากว่า 1 ล้าน คาดลอบนำเข้าข้ามแม่น้ำโขงมุกดาหาร เตรียมกระจายขายทั่วไทย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่​ 2568 นายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ประจำฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรฝ่ายปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1808 มุกดาหาร ที่จอดอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน PT ตำบลหนองผือ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์


โดยมีนายอภิชาติ ดาลัย แสดงตัวเป็นผู้ควบคุมรถและอำนวยความสะดวกในการตรวจค้นดังกล่าว ผลการตรวจพบผลไม้อโวคาโดน้ำหนักรวมประมาณ 6,500 กิโลกรัม บรรทุกเต็มคันรถ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่สามารถแสดง

เอกสารการผ่านพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดสินค้าไว้เป็นของกลาง พร้อมยานพาหนะ และนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ อโวคาโดที่ตรวจยึดได้มีลักษณะคล้ายคลึงกับอโวคาโดสายพันธุ์เวียดนามที่มักพบจำหน่ายใน สปป.ลาว ซึ่งคาดว่าถูกลักลอบนำเข้าทางแม่น้ำโขงเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร ก่อนจะส่งกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย

กองสืบสวนและปราบปราม #ศุลกากรภาคที่2 #จับอโวคาโดเถื่อน #ลักลอบนำเข้า #กรมศุลกากร #จับของเถื่อน #อโวคาโดเวียดนาม #มุกดาหาร #กาฬสินธุ์ #ข่าวภาคอีสาน #ข่าวศุลกากร #แม่น้ำโขง #ลักลอบนำเข้าสินค้าข้ามแม่น้ำโขง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้นี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง พิธีเปิดกิจกรรม “Kick off ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด”

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2568 เวลา 16.00 น. ณ ลานเสาธงหน้าที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานพิธีปล่อยแถว นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอโคกสำโรง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทุกท่าน 450 คน

ด้วยปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างองค์กรรวม ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม อย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติด ไม่สามารถดำเนินการแก้ไข ได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และเป็นที่ทราบกันว่า ปัญหายาเสพติด ยังคงมีการแพร่ระบาด สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน สังคม อยู่เป็นจำนวนมาก รัฐบาลให้ความสำคัญ และมอบให้เป็น

นโยบายที่หน่วยงาน ภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงาน ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลักการ “เปลี่ยนผู้เสพ เป็นผู้ป่วย” ส่วนผู้ผลิตและผู้ค้า คือ ผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอโคกสำโรง (ศป.ปส.อ.โคกสำโรง)

จึงได้กำหนดเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” โดยกำหนดปฏิบัติ Quick Win ในห้วง 3 เดือน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ/ปฏิบัติการ สลายโครงสร้างปัญหาปราบปรามผู้ค้าค้นหาผู้เสพเข้าบำบัด ขั้นที่ 2 ขั้นปฏิบัติการต่อเนื่อง ปัญหาผู้ค้า ผู้เสพ ลดลง เสริมสร้าง หมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง ขยายพื้นที่ความสำเร็จ

ขั้นที่ 3 ขั้นพัฒนาสู่ความยั่งยืน ปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ลดลงจนหมดไป ประชาชนมีความปลอดภัย ปัญหาเก่าหมดไปมีระบบเฝ้าระวังปัญหาต่อเนื่อง
ขั้นที่ 4 ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน มีความปลอดภัย ปัญหาใหม่ไม่เกิด หมู่บ้าน/ชุมชนมีศักยภาพของตนเอง

สำหรับกิจกรรม Kick Off เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” ของอำเภอโคกสำโรง ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการส่วนราชการต่างๆ ประกอบด้วย สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง สถานีตำรวจภูธรเพนียด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 13 ตำบล 137 หมู่บ้าน มูลนิธิโคกสำโรงสงเคราะห์ ชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอโคกสำโรง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

ด้วยปัจจุบันปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและมอบให้เป็นนโยบายที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงานของรัฐต้องร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน มอบหมายให้มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

การเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” ของอำเภอโคกสำโรง เป็นมาตรการดำเนินงานหนึ่งที่สำคัญยิ่งของนโยบายรัฐบาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด นำมาตรการมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้

จะก่อให้เกิดความตระหนักของประชาชนชาวลพบุรี ต่อปัญหายาเสพติด ก่อให้เกิดความร่วมมือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้มีการนำมาตรการทางกฎหมายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และมีคุณค่า ก่อให้เกิดประโยชน์ของสังคมจังหวัดลพบุรี อย่างจริงจัง และยั่งยืน ขณะเดียวกันฝ่ายป้องกันฯ ของอำเภอโคกสำโรง ได้จับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างต่อเนื่อง

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี. ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่จัน ลูกเลี้ยงโหด!! ใช้มีดฟันคอพ่อน้าเสียชีวิตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.จ.เชียงราย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน พ.ต.ท.ศุภกรณ์ชัย เดชายิ้มสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่จัน และ พ.ต.ต.ผดุง ท้ายเรือคำ รรท.สว.สส.สภ.แม่จัน ร.ต.อ.วชิรพัตช์ วรรณสอน ร.ต.อ.อนันต์ โกเสนตอ และ ร.ต.อ.รพีพงศ์ พากเพียร รอง สว.สส.สภ.แม่จัน

พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่จัน รุดไปที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีหนุ่มชาวเขาให้อาวุธมีดฟันพ่อเลี้ยงของตัวเองสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก บริเวณบ้านเลขที่ 572 บ.สันติสุข หมู่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงรายได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกของมีคมหรือมีดฟันเข้าที่ลำคอจนเป็นแผลฉกรรจ์ ญาติๆ จึงนำตัว นายไอ่ลุง อายุ 55 ปี

ส่งโรงพยาบาลแม่จันในเวลาต่อมาผู้บาดเจ็บได้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตที่ รพ.แม่จัน ทราบชื่อผู้ก่อเหตุภายหลังคือ นายเอกชัย จะแล อายุ 25 ปี ( ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของผู้ตายซึ่งมีอาการจิตเวชเนื่องจากมีประวัติเคยเสพยาเสพติดมาก่อน ) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแม่จันจึงได้ออกติดตามจับกุมตัว นายเอกชัยฯ ที่ได้หลบหนีไปอยู่ในบริเวณหมู่บ้านบ้านสันติสุข โดยไม่มียานพาหนะในช่วงเวลากลางดึกจนกระทั่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ก็พบตัวนายเอกชัยฯ เดินอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวเอาไว้และนำตัวส่ง ร.ต.อ. กิตติคุณ จูมคำมูล รอง สว. พนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นนายเอกชัยให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงเจ้าหน้าที่จึงจะนำตัวไปทำแผลประกอบคำรับสารภาพในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” หลังก่อเหตุใช้มีดฟันคอพ่อน้าเสียชีวิต ในเวลา 09.30 น.วันที่ 21 ก.ค.นี้ต่อไป.

ภาพข่าว – สืบสวน สภ.แม่จัน
บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์ /// รายงาน ///

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ ปูพรมรวบ 3 ผู้ต้องหา ค้ายา-เสพยาบ้า ยึดของกลางพร้อมกระสุน/จับแล้วสาวแสบ! ใช้กลอุบายหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน/ขับรถสายไปมาพุ่งชนฟุตบาท ชนป้ายหลวงพังยับ!

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี เอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ มอบหมายให้นายหมวดเอก วิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อม อส.อ.หว้านใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หว้านใหญ่, ตชด.2342, กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ต.ดงหมู จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้าและเครื่องกระสุนปืน

ผู้ต้องหารายแรกคือ นายบุญหลาย หรือฮอล ผลคำ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 38 ม.3 ต.ดงหมู อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พบยาบ้า 202 เม็ด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด ถูกแจ้งข้อหา “ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดและมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ต่อมาได้จับกุมตัวนายกิจติพล หรือเบียร์ เจริญราช อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 259 ม.1 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 6 เม็ด โดยกล่าวหาว่า”มียาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติด”

และจับกุมตัวนายเอกชัย หรือเอก เมืองโคตร อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 130 ม.1 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท1(ยาบ้า)โดยฝ่าฝืนต่อกฏหมาย”จากนั้น ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฝ่ายปกครองหว้านใหญ่ #จับยาเสพติด #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ดงหมู #คำป่าหลาย #ยาบ้า #ตชด2342 #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ยึดของกลาง #ยาเสพติด #ต้านภัยยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

จับแล้วสาวแสบ! ใช้กลอุบายหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน อ้างสร้างเครดิตลงทุนธุรกิจ ก่อนเชิดเงินหนี

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร นำกำลังชุดสืบสวนออกปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์รายสำคัญ

โดยสามารถจับกุมตัว นาวสาวพรทิพย์ หรือ แป้ง ไชยบัน อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 176 หมู่ 1 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.175/2568 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามารดาของตนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพชาย-หญิง ประกอบด้วย นาวสาวพรทิพย์ (ผู้ต้องหา), นายปั๊ก และ นางสาวหมวย กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันวางแผน โดย นางสาวพรทิพย์ อ้างกับผู้เสียหายว่าต้องการเช่าเงินจำนวน 5,500,000 บาท ตกลงจะจ่ายค่าเช่าเป็นเงิน 76,500 บาท เพื่อนำไปถ่ายภาพคู่กับเงินดังกล่าวเพื่อสร้างเครดิตให้ตนดูน่าเชื่อถือ เพื่อจะนำไปแสดงต่อนายทุนรายใหญ่ ก่อนร่วมลงทุนในธุรกิจเต็นท์รถ

แต่เมื่อได้รับเงินแล้ว ทั้ง 3 คน กลับกับไม่นำมาคืนตามที่ตกลงกันไว้ ในที่สุดไม่สามารถติดต่อกันได้​ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร กระทั่งมีการออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัว นาวสาวพรทิพย์ ผู้ต้องหาร่วมขบวนการได้ 1 คน

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย ที่ยังคงหลบหนีอยู่ต่อไป

ข่าวอาชญากรรม #หลอกเช่าเงิน #โกง5ล้าน #รวบสาวแสยมุกดาหาร #ตำรวจมุกดาหาร #เต็นท์รถลวงโลก #มิจฉาชีพ #อาชญากรรมการเงิน #จับผู้ต้องหา #ข่าวเด่นมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

ซิ่งนรกมุกดาหาร! ขับรถสายไปมาพุ่งชนฟุตบาท ชนป้ายหลวงพังยับ! รถตัวเองก็เยิน ทะเบียนหลุด แล้วยังขับหนีต่อ

      คลิปจากกล้องโทรศัพท์เมื่อถือที่ผู้ใช้เพสบุ๊ค ชื่อว่า Sonwadee Indie Move On พร้อมข้อความ มาจากทางไหนครับพี่น้อง ซิ่งขนาดนี้ ข้ามเกาะกลาง ย้อนสอน แถมชนคอสะพานอีก จะไปทางไหนน้อครับ ใครได้รับความเสียหายจากรถคันนี้นี่นะครับเลขทะเบียน  โดยภาพเป็นภาพที่ผู้โพสต์ได้ขับรถตามกระบะสีขาว ขับรถในลักษณะ ส่ายไป-มาบนถนนขาเข้าเมืองมุกดาหาร ก่อนพุ่งชนฟุตบาทสะพานข้ามห้วยบังอี่  บริเวณถนน ชยางกูร เขตเขตอำเภอนิคมคำสร้อย เมื่อช่วงเวลาประมาณ4โมงเย็นของวันที่19 ก ค  68 ที่ผ่านมา 
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมกับได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับเจ้าของคลิป ชื่อว่า คุณบอย  เปิดเผยว่าก่อนเกินจะตัดสินใจขับรถตามถ่ายคลิปตนเองได้เสียงคล้ายรถชนกัน ต่อมาก็ได้เห็นรถคันดังกล่าวขับย้อนศร จึงขับรถตามเพื่อเรียกให้จอดแต่คนขับรถไม่ยอดจอดจึงตัดสินใจถ่ายคลิป เพื่อเป็นหลักฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขับแบบประมาทหวาดเสี่ยว ไม่รู้ว่าเขาจะเมา หรือป่วย ระหว่างนั้นก็พยามเรียกให้จอดก็ไม่จอดตนจึงตามไปประมาณ 3 กิโลเมตรเลยไม่ตามต่อ

ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรนารี ลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบตัวคนขับและพบรถพังยับแต่ยังขับหนีกลับถึงบ้าน! โดยคนขับมีอาการเบลอคล้ายเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง บอกได้เพียงชื่อ “ดำ” และขับรถกลับมาหลบอยู่ที่บ้านเหล่าหลวง ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หัวโจกตระกูลดังมุกดาหารค้ายาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไม่รอด! ตร.ทางหลวงรวบกลางถนน หลังทำพาสปอร์ตหวังหนีข้าม สปป ลาว”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ นำโดย ร.ต.อ.พรชัย พวงใส รอง สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. พร้อมด้วย ร.ต.ต.ธีร แก้วเนตร, ร.ต.ต.ธีระพงษ์ อ่อนเชียง, ร.ต.ต.มังกร ศิริโสม และ ด.ต.ชัชการ ผิวแก้วดี ร่วมกันจับกุมตัวนายชุษณะ วาปี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ 1 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ 172/2568 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาบ้าจำนวน 1.6 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เมื่อปลายปี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ตำรวจ สภ.คำชะอี รับแจ้งพบรถต้องสงสัยโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดทิ้งไว้ริมถนนที่บ้านดอนสวรรค์ ต.น้ำเที่ยง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เมื่อเข้าตรวจสอบพบยาบ้าประมาณ 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในจากการสืบสวนจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่และผลตรวจดีเอ็นเอภายในรถพบว่าตรงกับนายชุษณะ จึงนำไปสู่การขอออกหมายจับนายชุษณะ ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในภาคอีสาน ซึ่งมีพฤติกรรมนำยาบ้าส่งกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ

ต่อมา ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ ได้รับการประสานให้ช่วยติดตามจับกุม กระทั่งพบเบาะแสว่านายชุษณะกำลังเดินทางออกจาก จ.อุบลราชธานี หลังเสร็จจากการทำหนังสือเดินทาง คาดว่าเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. พบรถอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน ขว 3593 ขอนแก่น ตรงตามที่ได้รับแจ้งข่าวขณะกำลังแล่นมุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองมุกดาหารที่บริเวณ กม. 442-443 ถนนชยางกูร ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย

จึงส่งสัญญาณให้หยุดและตรวจสอบพบนายขจรวิทย์ ซึ่งเป็นผู้ขับให้ความร่วมมือในการตรวจค้น และพบว่านายชุษณะ นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อตรวจสอบพบเป็นบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและทำจับกุมทันทีเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง กำลังเดินทางกลับจากทำพาสปอร์ตที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเตรียมเดินทางข้ามไป สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสิทธิ์และข้อหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวจับกุมพ่อค้ายาบ้า #ยาเสพติด #คำชะอี #นิคมคำสร้อย #มุกดาหาร #ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ #คดียาเสพติดรายใหญ่ #จับกุมผู้ต้องหา #ยาบ้า1600000ล้านเม็ด #ข่าวอีสาน #หนีไม่พ้นกฎหมาย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วงจรปิดมัดชัด! เด็กชายวัย 14 ปี แอบย่องขโมยเงินร้านของชำผู้ใหญ่บ้าน สุดท้ายยอมให้จับเพราะ “สำนึกผิด”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพชายต้องสงสัยแอบลักลอบเข้ามาทางหลังบ้านของนายยุทธพัฒน์ ทับแสง ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำผักหนอก หมู่ที่ 7 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งบริเวณดังกล่าวเปิดเป็นร้านขายอะไหล่รถมือสอง และด้านหน้าบ้านยังเปิดเป็นร้านขายของชำ

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ก่อเหตุเดินวนเข้ามาบริเวณหน้าร้าน ก่อนจะลักทรัพย์เป็นเงินสำหรับไว้ทอนลูกค้าจำนวนกว่า 300 บาท แล้วหลบหนีไป

ต่อมานายยุทธพัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้สังเกตเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านของตน จึงร้องบอกชาวบ้านให้ช่วยกันสกัดจับตัวไว้ได้ ทราบชื่อภายหลังคือ เด็กชายบอย อายุ 14 ปี ตรวจค้นพบเงินสดจำนวน 360 บาท และบุหรี่ไฟฟ้าอีก 1 พอดในตัว

ผู้สื่อข่าวสอบถามเด็กชายบอยถึงสาเหตุการขโมย เจ้าตัวยอมรับว่า ป่วยเป็นไข้ ไม่มีเงินซื้อยา ตั้งใจจะเข้าไปหายาในร้านของชำ แต่ไม่พบใครอยู่ จึงตัดสินใจขโมยเงินไว้ไปซื้อยาเอง พร้อมเผยว่าขี่จักรยานยนต์กลับมาผ่านหน้าบ้านที่ก่อเหตุก็เพราะสำนึกผิด อยากนำเงินมาคืน จึงยอมให้จับ

ด้านผู้ใหญ่บ้านได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มารับตัวเด็กชายรายนี้ไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขโมยเงิน #เด็กชายวัย14 #บางทรายใหญ่ #มุกดาหาร #กล้องวงจรปิด #สำนึกผิด #ร้านของชำ #ข่าวอาชญากรรม #วงจรปิดจับภาพ #ข่าวท้องถิ่น #ผู้ใหญ่บ้าน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อากาศร้อนคนหัวร้อนระทึกขับรถ ปาดหน้าเฉี่ยวชน จนเกิดมวยกลางถนนจบด้วนยิง3นัดต่อหน้าผู้ใช้รถติดไฟแดง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 กรกฎาคม เวลา 14.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิ ศักดิ์ พงส. ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลใช้อาวุธปืนยิงกันที่ บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ถนนปรมินทรมรรคา ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ด้วยอาวุธปืนจึงรายงาน พันตำรวจเอกปัญญาท่วมสีผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองชุมพรทราบจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายเกรียงศักดิ์ ชูราศี และนางกัญญภัทร รติภัชรสิริ ให้ข้อมูลว่า บุคคลทั้งสองได้นั่งโดยสารมาด้วยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน งบ 26 ชุมพร โดยมีนายสุริยา บัวหอม เป็นผู้ขับขี่ เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกหอนาฬิกาที่เกิด เหตุ รถยนต์โดยสาร(รถสองแถว) ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน สีแดง

ได้หยุดรถทำให้นายสุริยาฯที่ขับขี่ รถตามหลังมา เฉี่ยวชนบริเวณท้ายรถยนต์โดยสารดังกล่าวจากนั้นนายสุริยาฯและคนร้ายได้ลงมาจากรถมีปากเสียงกัน คนร้ายได้ใช้ อาวุธปืนที่ พกไว้ในกระเป๋าสะพายยิงไปที่นายสุริยาฯ ทำให้นายสุริยาฯได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายและถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ส่วนคนร้ายได้ขับขี่รถหลบหนีไป จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบ ปลอก กระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 3 ปลอก ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็น คดีอาญาที่ 751/2568 เพื่อจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสอบสวนนาย นายเจนณรงค์ ดวงสกุล ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวขณะที่ผมขับรถมาก็เห็นไฟเขียวพอดีกำลังจะเลี้ยวขวาจากแยกไฟแดงเพื่อที่จะเดินทางไปทางปากน้ำแต่ผมอยู่ในช่องเดินรถที่สองที่จะเลี้ยวขวาก็ได้ตรงไป

ก็ได้พอดีผมขับรถมาผมได้ยินเสียงแตรผมก็ไหลไปไม่ได้ดูรถเลยผมเข้าใจว่าผมตัดหน้ารถทางตรงหรือเปล่าก็เลยแตะเบรค ทำให้เขามาชนท้ายผมตอนที่ผมกำลังจะลงไปผมเห็นว่ามีรถชนท้ายผมก็ได้เปิดประตูเพื่อที่จะลงไปแต่ก็เห็นเค้ากระโดดถีบเข้ามาเลยหลังจากนั้นได้ลงไปจากรถก็ได้ต่อยกันและเขาก็มารุมผม แต่ผมว่าจะวิ่งหนีเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพื่อหลบนึกขึ้นได้ว่าลูกเมียได้อยู่ในรถ

เพราะลูกก็อยู่ในรถอายุแค่ขวบเดียวกลัวจะได้รับอันตรายเกิดขึ้นผมก็เลยหันกลับมาตัดสินใจชักปืนขึ้นมา ยิงตั้งใจยิงนัดแรกผมยิงลงพื้นแล้วก็นัดสองก็กะว่าจะยิงให้ถูกขาแต่ไม่ทราบว่าถูกหรือเปล่าผมยิงไปสามนัด ส่วนรถสองแถวคันนี้ผมเพิ่งซื้อมา ผมทำอาชีพ อู่รับซ่อมรถกระบะแล้วก็ทำสวน ในวันนี้ได้ไปซื้อไม้และไปเหมาไม้ก็เลยได้ซื้อรถคันนี้เป็นรถตอนเดียวเพื่อจะนำไปขนไม้ที่ไปรับเหมา ต่อมาผมเกรงกลัวความผิดก็เลยได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวในครั้งนี้
นางกัญญาภัทร รติภัชรสิริ อายุ 67 ปี

เจ้ารถเล่าว่า ก็วันนี้ได้พาหลานออกมาขับรถเที่ยวรถเล่นเพราะอากาศมันร้อนก็เลยมาเกิดเหตุขึ้นในครั้งนี้สร้างความตกใจตื่นตระหนกมากเพราะว่ายังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่มีการเอาปืนมาไล่ยิงกัน ต้อนที่ ใกล้จะติดไฟแดงแต่รถสองแถวสีแดงมาปาดหน้าเดินทางมาด้วยกันแต่รถเค้ามาปาดหน้าทำเกิดการเฉี่ยวชนกันด้านหน้าซ้ายทำให้เด็กที่อยู่ในรถหัวทิ่มลงไปในเบาะเด็กเด็กที่ขับรถมันเลยโกรธโมโหก็เลยออกไปต่อยกันคนขับรถสีแดงก็เดินอ้อมออกไปทางด้านซ้ายแล้วก็กลับมาชักปืนยิงยิงสามนัดยิงโดนแขนผู้บาดเจ็บแตกคราวนี้อาการปลอดภัยอยู่อาศัยอยู่ที่บางไผ่รถก็อยู่ที่นี่แต่ว่าใช้ทะเบียนที่ชลบุรี

ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิ ศักดิ์ รวบรวมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งสอบถามพยานคนเห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า พยามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนโดยใช้ดินระเปิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของวิทยุชุมชนมึน ระเบียบ กสทช ออกอากาศมาตลอด ถูกหมายค้น ยึดเครื่องส่ง ตัดสาย นำตัวส่งโรงพักดำเนินคดี

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. นางสาวรัชฎาพร ทรัพย์มี ตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วน บังคับใช้กฎหมายและนิติการ (ผู้จัดการตามหมายค้น) นายวสันต์ เริงสมุทร ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. เขต ๔๕ ร่วมกับ พนักงานเจ้าหน้าที่ กสทช. ที่ทำการตรวจค้นตามหมายค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม

โดยมี ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย เหยียบสูญ รอง สวป. ร.ต.อ.ปัญญา คำพิทุม รอง สว.(ป) ร.ต.ท.สัมพันธ์ ทิพย์ทอง รอง สว.(ป) ได้ร่วมกันตรวจค้นสถานที่ ตั้งสถานี วิทยุสมัชชาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ทุ่งสวรรค์เรดิโอ Fm 94 mhz กระจายเสียง อ.ละแม จ.ชุมพร

ตามหมายค้นของศาลจังหวัดหลัง สวน ที่ ค.19/2568 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าวัตถุนั้นใช้ในการ กระทำความผิด หรือมีไว้เป็นความผิด หรือจะนำไปใช้กระทำความผิด โดยมี นายคณาวุฒิ ดวงสวัสดิ์ อายุ 39ภ ปี ผู้บริหาร กระจายเสียง เจ้าหน้าที่ผู้จัดการตามหมายค้น ได้แสดงหมายค้นและอ่านหมายค้นให้นายคณาวุฒิฯได้ทราบและยินยอมเป็นผู้นำตรวจค้น โดยจุดตรวจค้น เป็นห้องเก็บเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงมี ลักษณะเป็นการกั้นด้วยสังกะสี มีปะตูด้านหน้า ล็อกด้วยกุญแจ ไม่สามารถเปิดเข้าไปตรวจค้นภายในห้องดังกล่าว

ได้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ลักษณะเป็นสวนปาล์มภายในวัดทุ่งสวรรค์ บ้านเลขที่ 75/1 หมู่ที่ 12 ถนนตลาดใหม่-เขาชะมด ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร และมีการตั้งเสาทาวเวอร์ซึ่งติดตั้งสายอากาศและสายนำสัญญาณ ความสูงประมาณ 45 เมตร ติดตั้งใกล้กับห้องเก็บเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงดังกล่าว ซึ่งนายคณาวุฒิ ฯ ผู้นำตรวจค้น แจ้งว่าตนไม่มีกุญแจในการเปิดห้องดังกล่าว แต่ได้ยินยอมให้ตัดกุญแจออกได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ ช่างทำการตัดกุญแจออกและสามารถเข้าตรวจค้นภายในห้องดังกล่าวได้ ผลการตรวจค้นปรากฏว่า

พบห้องมีลักษณะทรงสี่เหลี่ยมกั้นด้วยสังกะสี ภายในมีการออกอากาศวิทยุกระจายเสียง โดยการใช้เครื่องส่ง กระจายเสียงเชื่อมต่อกับสายอากาศและสายนำสัญญาณ ออกอากาศที่คลื่นความถี่ 94.00 MHz โดยใช้ เครื่องปรับอากาศระบายความร้อนให้แก่เครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงและอุปกรณ์ดังกล่าว และจากการตรวจค้น ดังกล่าว พบของกลางจำนวนทั้งสิ้น 16 รายการ ส่วนของกลางลำดับที่ 16 ที่เป็นสายอากาศ ชนิด Circular 4 Stacks ช่างที่ทำการรื้อถอนแจ้งว่าไม่สามารถปืนเพื่อทำการรื้อถอนออกมาได้

เนื่องจาก เสาทาวเวอร์ มีลักษณะชำรุด ไม่แข็งแรง อาจเสี่ยงอันตรายได้รับบาดเจ็บในการรื้อถอนใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดสายอากาศ ดังกล่าวไว้ที่เกิดเหตุ รายละเอียดตามบัญชีวัตถุที่แนบท้ายบันทึกการตรวจค้นนี้ นายคณาวุฒิฯ ผมยอมรับผมผิดพลาดการลงทะเบียนในระบบแอพพลิเคชั่น ของ กสทช. ผมไม่กล้าทำเพราะในช่วงนั้นมีคนมาแอบอ้างเป็น กสทช.ทำทีโทรมาโทรศัพท์มาเรียกเก็บก็ให้ไปทำเอกสารก็ไม่เคยเห็นตัวตนก็เลยมีความกังวลว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ผมจึงได้เขียนจดหมายและ

ได้นำส่ง เอกสารยื่นไปยัง กสทช.แล้วโดยเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรลายมือของตัวเองส่งไปขณะนี้ได้รับแจ้งว่าเอกสารฉบับดังกล่าวได้อยู่ที่หน้าห้อง ของสำนักงาน กสทช.ส่วนการดำเนินการของ สถานี่ได้ดำเนินการมาร่วม 20 ปี และตนได้มารับช่วงการบริหารเป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว จึงอยากขอโอกาสได้ดำเนินการเพื่อสังคมด้วยจิตสาธารณะต่อไปครับ

ผมยอมรับผิดที่ไม่ได้ส่งเอกสารในรูปแบบ ระบบแอพ ของ กสทช. ผมกลัวเรื่องของมิจฉาชีพเพราะในช่วงปลายปี 2567มิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดมากให้โอนเงินในรูปแบบต่างๆ แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนอะไรจนวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจยึดเครื่องส่งสายอากาศสัญญาณแต่ผมก็ได้รับแจ้งให้หยุดการออกอากาศแต่ผมก็ดำเนินการทางด้านข่าวสารให้กับประชาชนได้รับรู้รับทราบและวิงวอนขอความเห็นใจทางสถานีวิทยุก็ไม่มีรายได้อะไรมากมายจึงต้องดำเนิน

การโดยที่รู้ว่ายังผิด แต่ก็ขอให้เจ้าหน้าที่เมตตาตรวจสอบเจตนารมณ์ ของทางสถานีและอยากให้ตรวจสอบหรือตักเตือนโดยวาจาเสียก่อนก่อนที่จะทำการตรวจยึดทรัพย์สินต่างๆครับเพราะตัวผมก็เป็นบุคคลอยู่ในองค์กรอิสระของสื่อก็ได้นำสื่อและข่าวสารเพื่อจะประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นข้อมูลเบื้องต้นและช่องทางที่สามารถให้ประชาชนรับรู้รับทราบได้โดยไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากเพราะสถานีวิทยุจะมีประชาชนรับรู้รับและเฝ้าฟังข่าวสารอยู่ตลอดเวลาครับ

นางสาวรัชฎาพร ทรัพย์มี กล่าวว่า สำนักงานกสทช. ภาคสี่แล้วก็สำนักงาน กสทช. เขต 45 มาดำเนินการตรวจค้นแล้วก็ยึดของกลางสำหรับผู้ที่ยังออกอากาศและก็ยังมีการประกอบโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ในวันนี้ได้เดินทางมาตรวจสอบที่ อำเภอละแม และฝากเตือนถึงสถานีวิทยุที่เคยทดลองออกอากาศแต่ว่าที่ยังไม่ได้ดำเนินการยื่นขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตั้งแต่วันที่การออกอากาศได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567

ฝากเตือนว่าทุกสถานีให้หยุดออกอากาศไปก่อนแล้วก็ห้ามใช้เครื่องวิทยุคมนาคม พวกเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงจนกว่า กสทช. จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงและในขณะนี้การออกทะเบียนให้กับสถานีวิทยุเรายังต้องนโยบาย กสทช.ครั้งเพราะว่าตอนนี้กลุ่มที่ดำเนินการขอรับใบอนุญาต

ในกลุ่มที่ยื่นเข้ามาประมูลการใช้ความถี่เราจะอนุญาตและพิจารณากลุ่มที่ขอเข้ามาก่อนและกลุ่มที่ไม่ได้เข้ามาขอการดำเนินการอนุญาตเข้าประมูลคลื่นความถี่ขอให้หยุดออกอากาศไปก่อนจนกว่าจะมีนโยบายของกสทช.ออกฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมา

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ยึดอาโวคาโดเถื่อนกว่า 4 ตัน คนขับเรือไหวตัวทันกระโดดน้ำหนีั

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตนครพนม) โดย นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้จัดชุดลาดตระเวนทางน้ำ ออกตรวจการณ์บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ชุมชนศรีบุญเรือง ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ในเวลาต่อมา ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนสามารถใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน (Night Vision) ตรวจพบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ มีบุคคลขับขี่ 1 คน พร้อมสิ่งของต้องสงสัยจำนวนมากบรรทุกใส่ลังพลาสติกอยู่ภายในเรือ กำลังแล่นเรือข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เข้ามาที่ริมฝั่งจังหวัดมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดระยะเข้าใกล้เพื่อขอตรวจสอบ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว คนขับเรือได้อาศัยความมืดกระโดดน้ำว่ายหลบหนีขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบเรือลำดังกล่าว พบผลไม้อาโวคาโดบรรจุในลังพลาสติกจำนวน 170 ลัง น้ำหนักประมาณลังละ 25 กิโลกรัม

คิดเป็นน้ำหนักรวมประมาณ 4,250 กิโลกรัม จึงได้ทำบันทึกการตรวจยึดและนำของกลางส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ข่าวมุกดาหาร #อาโวคาโดเถื่อน #ข้ามโขง #ลอบขนผลไม้ #สินค้าหนีภาษี #สถานีเรือมุกดาหาร #นรข #ด่านศุลกากรมุกดาหาร #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุหมู่ “มุกดาหาร “รถพ่วงข้ามเลนพุ่งชนกระบะ คนลาวบาดเจ็บ 9 พบ “ยาบ้า” ตกเกลื่อนถนน! 🇱🇦

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 11 nรกฎาคม ขณะที่ พ.ต.ต.วัลลพ โพธิวัง ปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามีเหตุรถบรรทุกกึ่งพ่วงเฉี่ยวชนกับ รถยนต์ที่บริเวณทางโค้งบ้านหนองแอก ถนนซยางกูร ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

เมื่อไปถึงพบรถบรรทุกกึ่งพ่วงยี่ห้ออี่ซูชุ สีขาว หมายเลข ทะเบียนพ่วงหน้า 70-1267 มหาสารคาม หมายเลขทะเบียนพ่วงหลัง 70-7333 มหาสารคาม จอดคร่อมเกาะกลางถนนอยู่ ส่วนผู้ขับขี่ชื่อนายธนภัทร โตคําแพง อายุ 47 ปี ที่ยู่ 103/6 หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถูกนําตัวส่งโรงพยาบางมุกดาหาร ใกล้กันพบรถยนต์ยี่ห้อีชูซุ ใส่คอกด้านหลัง สีขาว หมายเลขทะเบียน ผค 3496

จันทบุรี มีนายอัครพงษ์ ต้นตระกูล อายุ 25 ปี ที่อยู่ 3/3 หมู่ 7 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เป็นผู้ซับขี่ ส่วนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บถูกนําตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร จำนวน 9 คน ทั้งหมดเป็นคนสัญชาติลาว ประกอบด้วย 1.นาง

คํากอง แก้วปะสง อายุ 41 ปี 2.ด.ญ.ลัดดา แก้วปะสง อายุ 11 ปี 3.นางวัน แก้วปะสง อายุ 24 ปี 4.นายเบียน แก้วปะสง อายุ 45 ปี 5.ด.ซ.คําพัด แก้วปะสง อายุ 14 ปี 6..นายนัดทะพง แก้วปะสง อายุ 17 ปี 7.นางนาง หน่อพะจัน อายุ 35 ปี 8.นายแพง หน่อพะจัน สัญชาติลาว และ 9.นายสีทอง ละมีไข อายุ 35 ปี

นางวัน เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมครองครัวรวม 11 คน เดินทางมาจากจังหวัดจันทบุรี เพื่อที่จะกลับบ้านไปเยี่ยมญาติในวันหยุดยาว โดยตนเองนั่งด้านหน้าพร้อมกับลูกและสามีที่เป็นคนขับ ส่วนด้านหลัง ก็มีญาติที่ประกอบหลานและลุง

ป้า รวม9คน พอมาถึงจุดเกิดเหตุรถกึ่งพ่วงที่วิ่งมาจาก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้วิ่งตรงเข้ามาหารถของตน โดยแล่นข้ามเกาะกลางถนนจะมาชนกับรถที่ตนเองนั่งมา สามีที่จึงได้หักรถหลบแต่ไม่พ้นทำให้เฉี่ยวชนที่บริเวณท้ายกระบะจนคอกกระเด็นหลุดออกจากรถและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ต่อมาชาวบ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกวาดชิ้นส่วนของรถที่กระจัดกระจายออกจากพื้นถนนเพื่อความปลอดภัย ปรากฏว่าพบยาบ้าตกกระจายอยู่ที่พื้นถนนใกล้กับหัวรถกึ่งพ่วง จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รถกึ่งพ่วงพุ่งชน #อุบัติเหตุ #ยาบ้า #บางทรายใหญ่ #โค้งบ้านหนองแอก #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #คนลาวอุบัติเหตุ #แรงงานข้ามชาติ #ข้ามเลนชน #ข่าวอีสาน #รถชน #สปปลาว #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

https://drive.google.com/file/d/1Ykpwk-cX46Y8MnTgq1bwzXV6413D0QLb/view?usp=sharing

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไฟเผาวอด! จยย.หนุ่มใหญ่วัย 41 ถูกไฟไหม้ขณะเข้าไปเก็บเห็ดกลางป่าภูหินขัน – ยังไม่ชัดสาเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 พ.ต.ท.กิตติวัฒน์ คนหาญ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ถูกไฟไหม้ทั้งคันบริเวณป่าภูหินขัน ใกล้วัดป่าภูหินขัน ใกล้กับสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ช่อง 9 บ้านโค้งสำราญ ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ผู้เสียหายคือ นายจัตุรงค์ อินนอก อายุ 41 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย เล่าว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110i สีแดงดำ ทะเบียน กบย 30 มุกดาหาร ออกจากบ้านพักเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อเข้าไปเก็บเห็ดในป่าภูหินขัน โดยจอดรถไว้ข้างทางขึ้นเขาใกล้สถานีช่อง 9

เมื่อเสร็จจากเก็บเห็ดและกลับมายังจุดจอดรถในช่วงระหว่างเวลา 09.00 น. ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ารถของตนถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งคัน โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือโกรธเคืองกับผู้ใดมาก่อน

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และเก็บพยานหลักฐานเบื้องต้นไว้แล้ว เพื่อดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่น

ไฟไหม้รถ #ภูหินขัน #เมืองมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #จยยไฟไหม้ #ไปเก็บเห็ดเจอไฟไหม้รถ #ข่าวอีสาน #มุกดาหารวันนี้ #ไฟลึกลับ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.แถลงผลงาน จับกุมยาเสพติด 12,245 คดี ผู้ต้องหา 12,400 คน หมายจับ ตรวจยึด ยาบ้า 112 ล้านเม็ด ไอซ์ 4,136 กก. เคตามีน 230 กก. ทรัพย์สิน 1,310 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 กรกฎาคม เวลา09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.(ปป)/ประธานอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้

แถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 6/2568 และการจับกุมขบวนการผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างครบวงจร

โดยมี พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ปส. 2 พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส. 3

พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.ปส. พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส นายบัณฑิต ลีลาพตะ นักสืบสวนฯ

สำนักงานป.ป.ส.พล.ต.ฉกาจ ขันตี รอง ผอ.ศปป.2 กอ.รมน. พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณผบ.ขกท.ศปก.นสศ. ร.ต.นิรันดร์ ขวัญบุรี ผอ.ส่วนฯ กรมการปกครอง ในปฏิบัติ

การฯ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.- 8 ก.ค.68 ตรวจค้น 1,268 เป้าหมาย จับกุม 12,245 คดี ผู้ต้องหา 12,400 คน หมายจับ 695 หมาย ตรวจยึด ยาบ้ากว่า 112 ล้านเม็ด

ไอซ์ 4,136 กก. เคตามีน 230 กก. ทรัพย์สินกว่า 1,310 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 9 คดี จับกุมผู้ต้องหา 22 คน ตรวจยึดยาบ้า 31,800,000 เม็ด ไอซ์ 1,105 กก. เฮโรอีน 173 กก. ณ บช.ปส

สมจิต รแสงบัลลังก์ ภาพ-ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มรดกเลือด! สลดน้องชายวัย 69 ปี รัวยิงดับพี่สาววัย 72 ปี คาหน้าบ้าน ส่วนพี่สะใภ้บาดเจ็บ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 7 มิถุนายน 2568 พ.ต.ต.สุรพงษ์ ภักดีศรี สว.(สอบสวน)สภ.บ้านมาบอำมฤต ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 7/8 ม.4 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบด้วย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย

ผกก.สภ.มาบอำมฤต พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส. และตำรวจชุดสายสืบสายตรวจ แพทย์เวร รพ.มาบอำมฤต หน่วยกู้ชีพกู้ภัยดอนยาง หน่วยกู้ชีพกู้ภัยปะทิ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวกว้างขวาง เป็นร้านขายอาหารตามสั่งและของชำ อยู่ติดถนนลาดยางในหมู่บ้าน พบศพทราบชื่อคือ นางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน สภาพนอนหงายจมกองเลือด

เสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านใกล้กับโต๊ะวางตู้ทำอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่กลางหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานนอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ นางปราณี กุหลาบสี อายุ 68 ปี เป็นน้องสะใภ้ของผู้ตาย ถูกยิงเข้าที่แขนขวา ชาวบ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี เป็นน้องชายแท้ๆของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีเขียว ทะเบียน บว.2763 ชุมพร ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดทุกเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี

รวบแล้ว มือปืนโหดรัวยิงพี่สาววัย 72 ปี ดับหน้าบ้าน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.30 น พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.มาบอำมฤตสั่งให้ชุดสืบ .สภ.มาบอำมฤต ออกติดตามนายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ225/2568 ทีก่อเหตุใช้ปืนยิงนางนางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปีผู้เป็นพี่สาวเสียชีวิต

จากกรณีเมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 7 มิถุนายน 2568 พ.ต.ต.สุรพงษ์ ภักดีศรี สว.(สอบสวน)สภ.บ้านมาบอำมฤต ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 7/8 ม.4 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบด้วย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.มาบอำมฤต พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส. และตำรวจชุดสายสืบสายตรวจ แพทย์เวร รพ.มาบอำมฤต หน่วยกู้ชีพกู้ภัยดอนยาง หน่วยกู้ชีพกู้ภัยปะทิว
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวกว้างขวาง เป็นร้านขายอาหารตามสั่งและของชำ อยู่ติดถนนลาดยางในหมู่บ้าน พบศพทราบชื่อคือ นางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน สภาพนอนหงายจมกองเลือด  เสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านใกล้กับโต๊ะวางตู้ทำอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่กลางหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ นางปราณี กุหลาบสี อายุ 68 ปี เป็นน้องสะใภ้ของผู้ตาย ถูกยิงเข้าที่แขนขวา ชาวบ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี เป็นน้องชายแท้ๆของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีเขียว ทะเบียน บว.2763 ชุมพร ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดทุกเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี
เจ้าหน้าทีตำรวจชุดสืบออกติดตามและได้จับกุมผู้ต้องได้ในเวลา 21.30 น และได้นำตัวนายศุภชัย โพธิ์คีรีผู้ต้องหาตามหมายจับมาสอบสวนต่อที่ สภ.มาบอำมฤต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา โดนไตร่ตรองไว้ก่อน  และพยามฆ่าผู้อื่น  มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  ได้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนโดยใช้ดินระเปิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ม้าเหล็กขยี้ร่าง ชนชายวัย21ดับสยอง เร่งสอบฆ่าตัวตายหรืออุบัติเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ ( 6 กรกฎาคม 2568) เวลาประมาณ 09.20 น. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เกิดสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านในหูต ขณะปฏิบัติเวรสอบสวนคดีอาญา-จราจร ได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุ สภ.บ้านในหูต ว่า พบศพบริเวณริมรางรถไฟ แจ้งให้ พ.ต.ท.จเร ชูแก้ว สวญ.สภ.บ้านในหูตผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปที่เกิดเหตุและแพทย์ รพ.หลังสวน เพื่อร่วมชันสูตรพลิกศพจึงเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ เสาโทรเลขที่ 630/12 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร พบ นายวรรธนะ บุษฤดาจันทร์ อายุ 21 ปี ที่อยู่ 4 หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำพุ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี (ทราบชื่อ นามสกุลจริงในภายหลัง) สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ นอนเสียชีวิตบริเวณริมรางรถไฟ เสาโทรเลขที่ 630/12 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สภาพศพพบแผลฉกรรจ์บริเวณใต้คาง และขาทั้งสองข้าง พักอาศัยบ้านเช่าเลขที่ 119 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตรจากการสอบถามนายชัชชัย ยมโชติ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟหลังสวน ทราบว่า ผู้ตายถูกรถไฟขนส่งสินค้า ขบวนที่ 778 ซึ่งได้แล่นออกจากสถานีรถไฟหลังสวน ชนเข้ากับผู้ตายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 20.18 น. จึงได้ให้กู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน นำศพไป รพ.หลังสวน เพื่อทำการชันสูตรร่วมกับแพทย์ ญาติของผู้ตายไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้กับทางญาติไปดำเนินการทางประเพณีทางศาสนาต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตลาดด่านสิงขรคึกคัก ชาวไทย-เมียนมา นำสินค้ามาวางขายกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน 2 ประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.68 บรรยากาศการเปิดตลาดการค้าด่านสิงขร วันแรก ที่บริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ เริ่มคึกคัก มีบรรดาผู้ค้าทั้งชาวไทยและชาวเมียนมาพากันนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร สินค้าพื้นถิ่นมาวางจำหน่าย โดยครั้งนี้เป็นการนำร่องเปิดตลาด 10 วัน

ตั้งแต่วันที่ 4-13 ก.ค.68 จากนั้นจะมีการเปิดตลาดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านช่องทางด่านสิงขร อีกครั้ง หลังจากทางเมียนมาได้มีการปิดด่านมูด่อง อ.ตะนาวศรี จ.มะริด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับช่องทางสิงขรไปนานตั้งแต่ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องมาถึงการเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในฝั่งเมียนมา

โดยผ่อนปรนให้เฉพาะการขนส่งสินค้าข้ามแดนเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์ฝั่ง จ.มะริด เป็นปกติจึงมีการกลับมาเปิดด่านให้บุคคลสามารถเดินทางข้ามแดนระหว่างกันไดนายวิษณุลักษณ์ คุ้มเดช และ นางสาวอุไร อีคฮูท ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ด่านสิงขร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นด่านสิงขรกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่เงียบเหงาไปนานตั้งแต่ช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดตลาด

ผู้ค้าอาจจะยังไม่มาก ประกอบกับนักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้มากนัก เชื่อว่าถ้าเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ บรรยากาศน่าจะคึกคักมากกว่านี้ โดย จ.ประจวบฯ มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง มาที่นี่แล้วก็สามารถที่จะเดินทางต่อไปเที่ยวที่อื่นได้อีก ส่วนตัวชอบที่ชาวเมียนมามักจะนำต้นไม้แปลก ๆ มาวางขาย อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาที่ด่านสิงขรกันมาก ๆ เพื่อให้มีความคึกคัก มีการจับจ่ายใช้สอยอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ด่านตรงนี้มีความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และหากเป็นไปได้ก็อยากจะเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวที่ฝั่งเมียนมาเช่นกัน

ทั้งนี้ ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ 1/2568 เรื่องการกำหนดมาตรการในการใช้ช่องทางผ่านแดน ณ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงวันที่ 4-13 ก.ค.68 โดยอนุญาตให้บุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถเดินทางเข้ามาในฝั่งไทยได้ตั้งแต่เวลา 06.30 น.และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. โดยใช้หนังสือรับรองบุคคล บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และอนุญาตให้เข้าถึงเฉพาะบริเวณพื้นที่บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น

โดยให้ที่ทำการปกครอง อ.เมืองประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกพื้นที่และตรวจสอบสิ่งของผิดกฎหมายลักลอบนำเข้า จัดรถรับส่งบุคคลและสินค้า เพื่อบริการประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม ขณะเดียวกัน บุคคลสัญชาติไทยสามารถเดินทางออกไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้ ตั้งแต่เวลา 06.30 น.ด้วยการใช้บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. เช่นกัน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แตกตื่น! คนงานวางบ่วงดักหนู แต่ได้เสือดาวกลางสวนริมโขง มุกดาหาร​

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่าคนงานภายในพื้นที่

บ้านสวนปารี อินทผลัมริมโขง บ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบสัตว์ป่าติดกับดักหนูที่วางไว้เพื่อป้องกันพืชผลและลูกไก่ที่ถูกกัดกินบ่อยครั้ง

โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.ของวันนี้ คนงานในสวนเดินตรวจรอบสวนแล้วพบสัตว์ขนาดใหญ่คล้ายแมวป่าถูกบ่วงรัดอยู่ ด้วยความตกใจจึงถ่ายภาพส่งให้ผู้จัดการตรวจสอบ ก่อนจะได้รับคำยืนยันว่าเป็น “เสือดาว” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

ภายหลังจากทราบเรื่อง นายอดุลย์ จึงได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าดำเนินการพร้อมกับประสานไปยังนายสถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร (CITES)

เพื่อให้เข้าดำเนินการช่วยเหลือดูแลเสือตัวดังกล่าว และตรวจสอบว่าเป็นเสือดาวที่มาจากป่าธรรมชาติหรือเป็นสัตว์ป่าที่เอกชนเลี้ยงไว้แล้วหลุดออกมา หรือไม่อย่างไร

เสือดาวริมโขง #นาเวียงแก #นาสีนวน #มุกดาหาร #สัตว์ป่าคุ้มครอง #บ่วงดักหนู #ข่าวสัตว์ป่า #ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #CITESมุกดาหาร #ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร #สวนปารีอินทผลัม​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฝ่ายป้องกัน ทม.มุกดาหาร เข้าระงับเหตุ หลังพบชายเร่ร่อนถือมีดยาวในสวนสุขภาพ / ​ชาวบ้านเดือด! “ต้อม ศรีไท” เสพยาขโมยของ ขี่มอเตอร์ไซค์หนี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากประชาชนที่มาออกกำลังกายใน สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ กาญจนาภิเษก หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สวนสุขภาพ” ว่ามีชายเร่ร่อนถือมีดยาวเดินไปมาในพื้นที่สวน สร้างความหวาดกลัวและกังวลใจต่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ และเทศกิจ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบชายคนดังกล่าวถือมีดด้ามยาวอยู่จริง จึงเข้าขอความร่วมมือให้วางอาวุธ พร้อมชี้แจงว่า สวนสุขภาพเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการพักผ่อนและออกกำลังกาย ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นที่พักอาศัยหรือถืออาวุธเดินไปมา

จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร มารับตัวชายเร่ร่อนไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปมุกดาหาร #สวนสุขภาพ #เทศกิจ #ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #แจ้งเหตุทันใจ #เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ #ปลอดภัยไว้ก่อน #ความปลอดภัยของประชาชน​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​ชาวบ้านเดือด! “ต้อม ศรีไท” เสพยาขโมยของ ขี่มอเตอร์ไซค์หนี เจ้าของบ้านคว้ามีดพร้าไล่ ชาวบ้านวอนแจ้งความอย่าปล่อยผ่าน!

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ชาวบ้านบ้านหนองแอก หมู่ 5 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร สุดทน! โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด ระบุมีชายคนหนึ่งชื่อ “นายศรีไท” หรือ “ต้อม” อายุ 35 ปี เข้ามาที่บ้านแล้วขอยืมรถจักรยานยนต์ แต่เจ้าของไม่ยอมให้ ก่อนชายคนดังกล่าวจะขี่รถหนีไปหน้าตาเฉย ทำให้เจ้าของบ้านต้องคว้ามีดพร้าด้ามยาววิ่งไล่ตาม กระทั่งเจ้าตัวทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีไป

จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว ทราบจากชาวบ้านและเจ้าของบ้านว่า นายศรีไท หรือ ต้อม มีประวัติเสพยาบ้ามานาน เคยขโมยของ ขโมยขี้ยาง ข่มขู่ญาติพี่น้องหลายราย ชาวบ้านส่วนใหญ่หวาดกลัว จึงไม่กล้าแจ้งความ ทำให้เจ้าตัวยิ่งได้ใจและก่อเหตุซ้ำ

นายเหวี่ยง อุทาวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองแอก เผยว่า ปวดหัวกับพฤติกรรมของชายคนนี้มานาน ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่มีใครกล้าดำเนินคดี เพราะกลัวจะถูกทำร้าย ตอนนี้อยากวิงวอนให้ผู้เสียหายทุกคนรวมตัวกันเข้าแจ้งความ จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปกว่านี้

ใครเคยถูกข่มขู่หรือขโมยของ อย่าเงียบอีกต่อไป แจ้งความเลย! เพื่อความปลอดภัยของทั้งชุมชน
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 แสนเม็ดกลางสวนยางพารา ที่บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.เวลาประมาณ 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ นายวงศกร มองเพชร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอโซ่พิสัย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนมาก โดยมียาบ้าชนิดสีแดง 214,000 เม็ด และชนิดสีเขียว 4,040 เม็ด รวมทั้งสิ้น 218,040 เม็ด

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 02.30 น. นายสำรวย หัตถมาศ กำนันตำบลถ้ำเจริญ ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่าพบถุงพลาสติกห่อวัตถุต้องสงสัยวางอยู่บริเวณเถียงนาสวนยางพาราของนายสมัคร อินไชยา หมู่ที่ 10 ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ จึงได้ประสานนายวงศกร มองเพชร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอโซ่พิสัยที่ 5

ร่วมกับฝ่ายปกครองตำบลถ้ำเจริญ เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบห่อถุงพลาสติกสีดำ ภายในมีวัตถุบรรจุหีบห่อเขียนตัวอักษร Y1 จำนวน 35 ห่อ และวัตถุอีก 3 ก้อน ห่อด้วยกระดาษซึ่งมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว A เขียนอยู่ข้างห่อ เมื่อตรวจสอบภายในหีบห่อดังกล่าว พบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงินแบบกดปิดเลื่อนเปิด โดยแบ่งเป็นถุงละ 200 เม็ด และคละสีแดง เขียว และชมพู รวมจำนวน 107 มัด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมัคร อินไชยา เจ้าของเถียงนาและสวนยางพารา ให้การว่าเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตนได้เข้ามาหยอดน้ำกรดยางพารา และสังเกตเห็นห่อถุงพลาสติกสีดำวางอยู่ใต้ถุนเถียงนา จึงเกิดความสงสัยและแกะดูเบื้องต้น พบว่าเป็นยาบ้าที่เคยเห็นจากข่าว จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลถ้ำเจริญ และกำนันตำบลถ้ำเจริญ เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้เข้าดักซุ่มเฝ้ารอผู้ที่อาจจะเข้ามาหยิบยาบ้าดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น.

ไม่พบผู้ต้องสงสัยเข้ามายังจุดเกิดเหตุ จึงได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้ง และนำยาบ้าทั้งหมดไปตรวจนับโดยละเอียด ซึ่งยืนยันว่ายาบ้าทั้งหมดที่ตรวจยึดได้คือชนิดกลมแบน สีแดง จำนวน 214,000 เม็ด และชนิดกลมแบน สีเขียว จำนวน 4,040 เม็ด รวมทั้งสิ้น 218,040 เม็ด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดยาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของกลางทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโซ่พิสัย เพื่อดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดและขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนไม่พะยูง รับสารภาพได้ค่าจ้าง 15,000 บาท ต่อเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าที่ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ร.ต.ต.ใจเทพ สาลี รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ด.ต.ธนพนธ์ เกิดเขาทะลุ ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. ส.ต.อ.มาตภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. ร่วมกับ นามเจ้าพนักงานตำรวจ กก.5 บก.ปทส. นำโดย ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ สมบุญ รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ร.ต.ท.สมพร วิเศษสวัสดิ์ รอง สว.(ป.), ด.ต.วิสุท กันตังกุล ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. เจ้าพนักงานตำรวจ ปทส.ภ.จว.ชุมพร นำโดย ร.ต.อ.จำนง เต็งประยูร รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ชพ. ,ร.ต.ต.ประสาน สุวรรณโณ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ชพ. ,จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ มึสติ ผบ.หมู่.กก.สส.ภ.จว.ชพ เจ้าพนักงานกอ.รมน.จว.ชพ. นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ จนท.ฝ่ายการข่าวฯ ,จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง ,จ.ส.อ.พงศ์ศิลป์ รุ่งอาญา ,จ.ส.อ.ธนวรรธน์ บรรจงศิริทัศน์

 ทำการจับ1.นายสมัย (สงวนนามสกุล)  อายุ 31 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1 1998 00083 53 4 บ้านเลขที่ 66 หมู่ 10 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยของกลาง ไม้พะยูง ความยาวประมาณ 2 เมตร รวมทั้งสิ้น 73 ท่อน(ไม้หวงห้ามประเภท ก.) .รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฌ 5915 กทม. เลขตัวถัง MP1TFR40JMT007548 หมายเลขเครื่องยนต์ 4JJ3WD6023 จำนวน 1 คัน  โทรศัพท์ ยี่ห้อเรดมี่ สีดำ ระบบทรูมูฟ หมายเลข 0957808116 จำนวน 1 เครื่อง เลขIMEI(ช่องซิม1) 865504060168585 เลขIMEI(ช่องซิม2)865504060168593
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำ รถวิทยุฯ 2406 ออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ขณะตรวจมาถึงบริเวณถนนเพชรเกษม ทล.4 กม.470-471  (ขาเข้า กทม.) ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ได้พบรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฌ 5915 กทม. ได้ขับรถแซงรถวิทยุฯ 2406 ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มาในช่องทางเดินรถทางขวา ด้วยความเร็ว และมีเหตุสงสัยว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อเรียกรถคันดังกล่าวให้หยุด เพื่อตรวจสอบและว่ากล่าวตักเตือน เมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดบริเวณขอบทางด้านซ้าย พบ นายสมัย เครือสีดา (ทราบชื่อภายหลัง)  เป็นผู้ขับขี่รถกระบะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบใบขับขี่ และสอบถามนายสมัยฯ ว่าตนได้บรรทุกสิ่งใดมา เบื้องต้น นายสมัยฯ แจ้งว่าบรรทุกทุเรียนมาจาก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตเห็น นายสมัยฯ  แสดงอาการพิรุธ ลุกลี้ลุกลน จึงขอทำการตรวจสอบภายในรถ ก่อนจะทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ นายสมัยฯ ดูจนเป็นที่พอใจก่อนทำการตรวจค้นและนายสมัยฯ ยินยอมให้ตรวจค้น จากการตรวจสอบพบ  ท่อนไม้ซึ่งยังไม่ได้แปรรูป จำนวนหนึ่ง บรรทุกอยู่ภายในตู้ทึบของรถคันดังกล่าว ที่นายสมัยฯ ขับขี่มา จากการสอบถามนายสมัยฯ เบื้องต้นให้การว่า ท่อนไม้ที่บรรทุกมานั้น เป็นไม้พะยูง เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายสมัยฯและรถบรรทุกคันดังกล่าวพร้อมท่อนไม้ที่บรรทุกอยู่ในรถกระบะ มาทำการตรวจสอบโดยละเอียด ที่ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงท่าแซะ  เจ้าหน้าที่สอบถามนายสมัยฯ ให้การว่า ไม้ที่ตนบรรทุกมานั้น เป็นไม้พะยูง โดยตนได้บรรทุกมาจาก พื้นที  จังหวัดสงขลา ซึ่ง มีชายชาวมาเลเซีย จำนวน 4 คน พร้อมรถบรรทุกติดแผ่นป้ายทะเบียนมาเลเซีย(จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้) นำไม้พะยูงมาให้ตน ซึ่งนัดรับกั บริเวณริมป่าทึบข้างทางและไม่ทราบจุดที่แน่นอน ในพื้นที่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และนำไปส่ง บริเวณ ริมแม่น้ำโขง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยตนได้รับการว่าจ้างจาก จากนายชัยยพล ถาวรหิรัญพัทธ์ โดยได้ติดต่อและรับงานดังกล่าว ผ่านทางแอบพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งใช้ชื่อ”ขุนเดช” ได้รับค่าจ้างครั้งล่ะ 15,000 บาท  โดยค่าจ้างดังกล่าว ได้รับโอนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี 0908287878 ชื่อบัญชี นายชัยยพล  ถาวรหิรัญพัทธ์ โดยนายสมัยฯ ให้การเพิ่มเติมว่าตนได้รับการว่าจ้างให้บรรทุกไม้พะยูง จากนายชัยยพลฯ มาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 จนกระทำถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้ 

จากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่าไม้พะยูงขนาดความยาวประมาณ 2 เมตร จำนวน 73 ท่อน เป็นไม้หวงห้าม ประเภท ก.(ไม้หวงห้ามธรรมดา) ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 ลำดับที่ 53 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ นำไม้หวงห้ามเคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต(ไม่มีใบเบิกทาง) ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484

นายสมัย เล่าว่า บรรทุกมาจากสะเดาหาดใหญ่จะนำไปที่จังหวัดหนองคายโดย ได้รับค่าจ้างขนไม้มาเที่ยวละ 15,000 บาทโดยครั้งนี้ได้ขนไม้พะยูงมาเป็นครั้งที่ สี่ ส่วนเที่ยวที่ผ่านมาไปลงที่หนองคายในครั้งนี้จะไปที่โพนพิสัยบริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อนที่รับจ้าง แนะนำมาให้ไปขนไม้ปกติก็จะมีอาชีพรับจ้างทั่วไปขนข้าวขนของขนย้ายบ้านย้ายของให้กับชาวบ้าน อยู่ตลอดส่วนใหญ่ที่ผมเดินทางเข้าไปรับไม้ก็จะเป็นเที่ยวสุดท้ายตลอดส่วนไม้น่าจะมีจำนวนมากกว่านี้เยอะครับ
เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อกล่าวหาว่า .

มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรค2(2) นำไม้หวงห้ามเคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต(ไม่มีใบเบิกทาง) ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 39 ผู้ถูกจับกุมทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับข้างต้นแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่ง พงส. สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ด.ช.วัย 15 ถูกเตะสลบคาโรงเรียน ครอบครัวจี้เรียกร้องความเป็นธรรม ยันไม่เคยขอโทษ /สามี ยิงภรรยาเข้ากกหู ทะลุ ท้ายทอย 1 นัด ดื่มเหล้า เสพยา ถกเถียงกัน เกิดหึงหวง

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เฉลิมชาติ โคตรธิสาร” ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี โดยในคลิปจะเห็นนักเรียนชายที่สวมเสื้อแขนสั้นสีแดง เตะเข้าที่ใบหน้าของนักเรียนชายอีกคนที่สวมชุดนักเรียน จนสลบคาที่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะช่วยดึงร่างของเด็กที่ถูกทำร้ายขึ้นมา พร้อมโพสต์ข้อความว่า
“หลานชายถูกเตะหลับคากลางอากาศ ช่วยหน่อยนะครับ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ช่วยแนะนำด้วยครับ เด็กอายุ 13 ปี คู่อริเป็นลูกทหาร เหตุเกิดที่ จ.อุบลฯ”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านหนองหว้า ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพูดคุยกับครอบครัวของเด็กชาย ก (เด็กชายวายุ โสดากุล อายุ 15 ปี) เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยเด็กชายวายุได้โชว์บาดแผลตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหลัง ข้อศอก และริมฝีปากที่ยังคงแดงอยู่ ซึ่งสามารถเห็นบาดแผลได้ชัดเจน แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 1 เดือนแล้วด.ช.วายุ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 โดยเริ่มจากการที่รุ่นน้องมาตบหัวตน ตนจึงตบหัวกลับในวันนั้น วันถัดมารุ่นน้องได้เรียกตนไปพูดคุยที่บริเวณหลังพระใหญ่ ตนจึงไปคนเดียว โดยเข้าใจว่าอาจจะไปเล่นตะกร้อ เพราะรุ่นน้องได้พาเพื่อนในห้องอีก 2 คนมาด้วย ไม่คิดว่าจะถูกทำร้าย หลังจากนั้นจึงถูกทำร้ายร่างกายจนรู้สึกเหมือนหมดสติ จำเหตุการณ์ไม่ได้ และมารู้สึกตัวอีกครั้งประมาณ 2 ทุ่ม พบว่าตนเองปากแตก เจ็บท้ายทอย มีรอยช้ำบริเวณท้ายทอย ศอกทั้งสองข้าง และแผ่นหลัง


หลังเกิดเหตุ ตนและฝ่ายคู่กรณียังไม่ได้มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด แต่เห็นว่าคู่กรณีโพสต์โน้ตในอินสตาแกรมว่า“เงินก็ให้ไปแล้ว ยังเอาคลิปไปลงอีก”ซึ่งตนไม่ทราบว่าอีกฝ่ายพูดถึงเงินจำนวนใด เพราะไม่ได้รับเงินเยียวยาแต่อย่างใด ทั้งที่พ่อของอีกฝ่ายได้พูดคุยทางโทรศัพท์ว่าจะโอนเงินค่าเยียวยาจำนวน 10,000 บาท ให้ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการนัดเจรจาใด ๆด.ช.วายุ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายคู่กรณีก็ไม่ได้มาขอโทษ และตนยังคงรู้สึกโกรธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลังจากเหตุการณ์ตนได้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และโรงพยาบาลเบญจลักษ์ ซึ่งแพทย์ระบุว่ามีอาการฟกช้ำตามร่างกายและเจ็บบริเวณท้ายทอย

ด้านนายสุรพล โสดากุล อายุ 44 ปี บิดาของ ด.ช.วายุ เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ติดต่อผู้ปกครองของคู่กรณีก่อนเพื่อพูดคุย แต่ในตอนแรกอีกฝ่ายไม่ยอมเข้ามาไกล่เกลี่ย อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดน จึงขอรอหมายเรียกหรือหมายศาลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้ปกครองของคู่กรณีได้ติดต่อกลับมาว่า หากกลับมาจากชายแดนเมื่อใด จะขอเปิดใจพูดคุยอีกครั้งนายสุรพลกล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่ได้รับการขอโทษใด ๆ จากทั้งฝ่ายนักเรียนคู่กรณีหรือผู้ปกครอง และทางโรงเรียนก็เพียงแจ้งว่าจะดำเนินการกับผู้ที่ปล่อยคลิปวิดีโอเท่านั้น ไม่มีการติดต่อหรือดูแลเยียวยานักเรียนผู้เสียหายแต่อย่างใด โดยหลังจากเหตุการณ์ ด.ช.วายุ ยังไม่ได้กลับไปเรียน และตนมีแผนจะย้ายบุตรมาเรียนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ แทน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของลูกชาย

ทั้งนี้ ครอบครัวของ ด.ช.วายุ ได้แจ้งความไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นวันถัดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนพุทธเมตตาวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยทางคู่กรณีได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยในวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่จะถึงนี้/////

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สามี 32 ปี อยู่อาศัยกับภรรยา วัย 19 ปี ขณะนั่งดื่มเหล้าขาว เสพยา ถกเถียงกัน เกิดหึงหวง เปิดกล่องปืนสั้น 9 มม.ยิงเข้ากกหู ทะลุ ท้ายทอย 1 นัด ก่อนโทรบอกน้าสาว ให้มาช่วยเมีย ร้องไห้กอดร่างอยู่ ตร.รุดสอบหาปืน

วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 11.45 น. เจ้าหน้าที่ สภ.เบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บ้านเสียว หมู่ 12 ตำบลเสียว อำเภอเบญจลักษ์ จึงรุดออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 134 บ้านเสียว ในที่เกิดเหตุในบ้านปูน ห้องโล่ง ประตูกระจกแบบเปิดออกสองข้าง ภาพที่ปรากฎด้านในห้อง พบร่องรอยการต่อสู้ พบคราบรอยเลือดกระจายอยู่เต็มพื้นปูน พบกล่องปืน 1 กล่อง พบลูกกระสุนปืน 9 มม.จำนวนหนึ่ง ราว 11 นัด ที่ห่อไว้ในถุงพลาสติก พบขวดเหล้าขาว 1 ขวด พบซองห่อยาบ้า ที่ยังมียาบ้าอยู่ 2 เม็ด และปล่อยว่าง 1 ช่อง สอบเบื้องต้น มีผู้ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส กำลังส่ง รพ.เบ็ญจลักษ์ ทราบชื่อ นางสาว ภัคนันท์ ปัทราช หรือ อุ้ม อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 บ้าน หมู่ที่ 7 ตำบลท่าคล้อ อำเภอเบ็ญจลักษ์ ได้มาอาศัยอยู่กับสามี ราว 3 เดือนเศษ

ที่บ้านเลขที่ 134 บ้านเสียว หมู่ที่ 12 ตำบลท่าคล้อ ในฐานะสามีภรรยากัน กับ นายคมสัน ทองสุ หรือ บรีส อายุ 32 ปี มาอยู่ด้วยกัน 3 เดือนเศษ ขณะที่อุ้ม มีลูกติด 1 คน อายุ 4 ขวบเศษ โดยเบื้องต้น นายบรีส เป็นผู้ก่อเหตุยิงภรรยาตนเอง 1 นัด กระสุนเข้าที่ท้ายทอย ทะลุโหนกแก้ม อาการสาหัส 50/50 ถูกส่งต่อเข้า รพ.เบ็ญจลักษ์ และส่งต่อไปที่ รพ.ศรีสะเกษ โดยมีพ่อแม่ตามไปดูแลด้วย อาการหนัก 50/50 ยังไม่ได้สติ ขณะที่ในที่เกิดเหตุยังไม่พบอาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามหารอบบ้านแล้ว ปรากฏว่ายังไม่พบ ซึ่งหลังนายบรีส ได้สติ จะได้สอบถามอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัว นายบรีส ไว้ที่เตียงไม้ไผ่หน้าบ้าน และพยายามสอบถามหาสาเหตุ โดยนายบรีส ยังอยู่ในอาการที่มึนเมา แต่ไม่ทราบว่าเมายาบ้า หรือ เมาเหล้าขาว ได้เล่าแบบเมาๆ ว่า ตนรับว่าตนเป็นคนยิงมีย แต่ตนรักเมียตนมาก ที่ยิงตนไม่รู้สึกตัว เพราะตนเมา ตนไม่เคยทำร้ายเมีย และรับว่า เมื่อวานเย็นเสพยา ไป 1 เม็ด แต่ก่อนเกิดเหตุนั่งดื่มเหล้า คุยกันอยู่กับเมีย จากนั้นตนก็ไม่รู้เลยว่า ยิงเมียตนตอนไหน

นาง พัชนี ผิวนวล อายุ 31 ปี ( เสื้อสีเนื้อ ) น้าของอุ้ม เล่าว่า น้องสาวตน ได้มาอยู่อาศัยกับนายบรีส 3 – 4 เดือนแล้ว ในฐานะสามีภรรยา แต่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้จดทะเบียนกัน โดยน้องสาวตนมีลูกติด 1 คน อยู่ระดับอนุบาล 2 แต่ให้อาศัยอยู่กับตายายเลี้ยง อยู่บ้านเก่า ที่บ้านหนองยาง หมู่ที่ 7 ตำบลท่าคล้อ อำเภอเบ็ญจลักษ์ ที่รู้เพราะนายบรีส โทรบอกว่า ให้มาช่วยภรรยาตนด้วย เพราะภรรยาเขาถูกยิง แค่นั้นก็วางวาย ตนก็ให้สามีตนขับรถมาจากบ้านเหล่ายอด มาดู ก็พบเห็น นายบรีส กำลังล้างเลือดออกจากแขน จากตัว เพราะเขากอดเมียเขา หลังเขายิงเมีย ก่อนเจ้าหน้าที่ รพ.เบ็ญจลักษ์ จะมาถึง และนำตัวภรรยาส่ง รพ.

ขณะที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จาก ภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบเขม่าดินปืนในมือ ในร่างกายของนายบรีส และเก็บหลักฐานในที่เกิด ซึ่ง พันตำรวจเอก เกื้อประยูร หลักบุญ สารวัตรสอยสวนเวร สภ.เบ็ญจลักษ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ตั้งข้อหากับนายบรีส คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พกพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน มาในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีใบอนุญาต รอการสอบสวนอีกครั้ง
////////////////////////////
ภาพ/ข’าววนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร​ร้อยเอ็ด​ รวบแสงจันทร์​ผู้ต้องหาฆ่าชิงทองจากสุรินทร์ หนีมามุกดาหาร เตรียมข้ามลาวแต่ไม่สำเร็จ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อนายแสงจันทร์ กิ่งก้านนาค ก่อเหตุฆ่าชิงทองคำนายประทีป คงทวี อายุ 63 ปี โดยใช้มีดแทงบริเวณลำคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักเลขที่ 58 หมู่ 14 ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่โดยจะข้ามแม่น้ำโขงไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ทางจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่สามารถหาทางข้ามได้จึงย้อนกลับมาที่จังหวัดร้อยเอ็ด และถูกจับกุมได้ในที่สุด

พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ร่วมตรวจสอบและสอบสวนการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของ สภ.เมืองสุรินทร์ โดยตำรวจชุดสืบสวน “สุรสีห์” สามารถจับกุมตัวได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดร้อยเอ็ด ขณะผู้ต้องหากำลังจะลงจากรถเพื่อเดินทางต่อกลับจังหวัดสุรินทร์ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนตั้งใจจะไปยืมเงินผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ให้ยืมพร้อมกับดุด่า ต่างๆ นานา ด้วยความโกรธก็เลยกลับออกมา โดยไม่ยืมเงิน แต่พอออกมาก็ได้มาพบกับนายบอม รู้จักแต่ชื่อเล่น เป็นชาวกัมพูชาที่รู้จักกัน ชวนตนเข้าไปในบ้านผู้ตายใหม่

จากนั้นรายบอมได้เอาปืนจี้บังคับให้ตนเอามีดแทงที่ลำคอด้านขวาของจนเสียชีวิต แล้วนายบอม ก็เข้าไปค้นในห้องผู้ตาย ซึ่งเปิดประตูอยู่ พบว่ามีทองใส่อยู่ในกล่อง จึงนำออกมาแบ่งให้ตนส่วนหนึ่ง แยกย้ายกันหลบหนีไปโดยคาดว่านายบอมจะกลับไปกัมพูชาส่วนตนเอง กลัวความผิด จึงตั้งใจจะหนีข้ามฝั่งไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยใช้เส้นทางจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่สามารถข้ามไปได้ เนื่องจากหาเรือรับจ้างไม่ได้ โดยตนไม่โดยสารรถยนต์ข้ามทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เนื่องจากกลัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ จึงตั้งใจที่จะจ้างเรือพายหนีข้ามแม่น้ำโขงไป สปป.ลาว แทน แต่ปรากฏว่าเจ้วของเรือไม่กล้าพาไป เนื่องจากกระแสน้ำในแม่น้ำโขงไหลเชี่ยวมาก จึงได้ตัดสินใจเดินทางกลับ โดยนั่งรถโดยสารมาลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจะต่อรถกลับบ้านที่สุรินทร์ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ ดังกล่าว ทั้งนี้ มีทองรูปพรรณที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาขณะที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และพระเลี่ยมทอง น้ำหนักรวมประมาณ 13 บาท หรือราว 200 กรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบให้กับตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ข่าวอาชญากรรม #จับฆ่าชิงทอง #สุรินทร์ #ร้อยเอ็ด #มุกดาหาร #จะหนีข้ามโขงแต่ไม่รอด #มีดแทงคอฆ่าชิงทอง #ตำรวจ #ประทีปคงทวี #แสงจันทร์กิ่งก้านนาค #ข่าววันนี้

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.เมืองมุกดาหาร ตรวจเข้มสถานบันเทิง ตามมาตรการจัดระเบียบสังคม – ยาเสพติด! /นรข.มุกดาหาร โชว์ผลงานจับเรือขนหมูเถื่อนขณะลักลอบข้ามโขงส่งลาว ยึด 11 ตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร มอบหมายให้ นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี และนายเจริญ ครองยุติ ปลัดอำเภอ

พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.เมืองมุกดาหาร ที่ 2 บูรณาการร่วมกับ นายจิรวัฒน์ ใจสำราญ ผู้บังคับกองร้อย อส.จังหวัดมุกดาหาร สมาชิก อส.จังหวัดมุกดาหาร ที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร, กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ออกตรวจตราสถานบริการและพื้นที่เสี่ยงในเขตเมือง

การตรวจครั้งนี้ครอบคลุมสถานประกอบการชื่อดังในพื้นที่ ได้แก่ ตะวันแดงมุกดาหาร, โฟล์คพระนครมุกดาหาร, นิยมเล่า 90s รวมถึงบริเวณถนนมุกสุวรรณรักษ์ (วงแหวนรอบใน) เพื่อป้องกันการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ และป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานบริการตามนโยบายของรัฐบาล

การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการจัดระเบียบสังคมและเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร #ตรวจสถานบันเทิง #ต่อต้านยาเสพติด #อสเมืองมุกดาหาร #ตะวันแดงมุกดาหาร #โฟล์คพระนคร #นิยมเล่า90s #มุกดาหาร #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วนมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นรข.มุกดาหาร โชว์ผลงานจับเรือขนหมูเถื่อนขณะลักลอบข้ามโขงส่งลาว ยึด 11 ตัว

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ออกลาดตระเวนบริเวณบ้านหว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร กระทั่งเวลา 05.30 น.

ตรวจพบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ลำหนึ่ง ล่องมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าจอดริมตลิ่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพบชายฉกรรจ์ประมาณ 5 คน กำลังลำเลียงกรงเหล็กบรรจุสุกรมีชีวิต 7 กรง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว กลุ่มชายดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งหลบหนีไปเข้าทางแนวป่าริมแม่น้ำโขง

จากการตรวจสอบพบสุกรมีชีวิตรวม 11 ตัว (สุกรดำ 9 ตัว สุกรขาว 2 ตัว) บรรจุในกรงเหล็ก 7 กรง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางพร้อมกับเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ 1 ลำ และประสานงานกับ ด่านศุลกากรมุกดาหาร และ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สถานีเรือมุกดาหาร #นรข #ขนสุกรเถื่อน #ลักลอบข้ามโขง #ความมั่นคงชายแดน #ข่าวด่วนมุกดาหาร #หมูเถื่อน #แม่น้ำโขง #ชายแดนไทยลาว

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้ำป่าหลากตัดขาดถนนสายหยิงสนั่นคำชะอี! หนุ่มวัย 26 ก่อเหตุยิงรุ่นใหญ่วัย 37 ดับข้างวงเหล้า ก่อนซิ่งเวฟหลบหนี​/อุบัติเหตุสลด! หนุ่มขับรถพุ่งชนตอม่อสะพาน ไม่รอด/​สลด! พี่ชายใช้ปืนยิงน้องดับคาบ้าน ขอเงินแต่ได้น้อยไม่พอใจ

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่บ้านหนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ 4 ต.บ้านเหล่า อ.คำชะอี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 114 พบศพนายสถาพร ยืนยั่ง อายุ 37 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อแขนยาวกางเกงขาสั้น มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเหนือคิ้วซ้าย 1 นัด นอกจากนี้พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอกตกอยู่ใกล้ศพ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อนรวม 3 คน นั่งดื่มสุรากันเพื่อฉลองการกลับมาจากกรุงเทพฯ โดยหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุคือนายมานะศักดิ์ คนขยัน อายุ 26 ปี หรือ “เต้า” ซึ่งบ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 60 เมตร ได้เดินเข้ามาหากลุ่มผู้ตายแล้วตะโกนถามว่า “มึงมีปัญหาอะไรกับกู” จากนั้นใช้อาวุธปืนยิงลงดิน 1 นัด และยิงขึ้นฟ้าอีก 1 นัด ก่อนผู้ตายจะลุกขึ้นและวิ่งเข้าไปหา นายเต้าจึงยิงใส่ผู้ตาย 1 นัด กระสุนเจาะเข้าบริเวณเหนือคิ้วซ้ายเสียชีวิตคาที่ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับบิดาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายเคยมีประวัติเสพยาบ้า และมีพฤติกรรมเมาแล้วอาระวาด แต่ไม่เคยทำร้ายคนในครอบครัว ส่วนมากจะทุบของในบ้าน วันเกิดเหตุตนกำลังจะเข้านอนจนมีเพื่อนบ้านมาแจ้งว่าลูกชายยิงคนตาย เมื่อออกไปดูก็พบว่าเป็นความจริง จากนั้นลูกชายก็หลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้ และอยากวอนให้ลูกชายเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่โดยเร็ว

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านค้อ เปิดเผยว่า กำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าอาจยังหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหากพบเบาะแสแจ้งได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

กดาหาร​ -​อุบัติเหตุสลด! หนุ่มขับรถพุ่งชนตอม่อสะพานทางเข้าโรงงานน้ำตาลสหเรือง กู้ภัยเร่งช่วยแต่ไม่รอด

เมื่อเวลา 03.40 น.วันที่ 16 มิถุนายน 2568 มูลนิธิการกุศลมุกดาหารได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์นเรนทรว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนสะพานบริเวณทางเข้าโรงน้ำตาลสหเรือง บนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถ 1 ราย

ทีมกู้ภัยเต็กก่ามุกดาหาร พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่าง และชุดไฟส่องสว่าง จึงได้รุดไปยังพื้นที่เกิดเหตุโดยเร่งด่วน เมื่อไปถึง พบรถยนต์กระบะอีซูซุ D-max Hilander สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บง 4810 มุกดาหาร สภาพด้านหน้าพุ่งชนกับบริเวณตอม่อสะพานอย่างแรงจนด้านหน้าของรถยุบเข้ามาถึงห้องคนขับ

พบคนขับเป็นชายได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในห้องโดยสาร ทีมกู้ภัยจึงเร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือนำตัวออกมาจากรถและนำส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร โดยผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาอุบัติเหตุมุกดาหาร #รถชนสะพาน #กู้ภัยเต็กก่ามุกดาหาร #ทางหลวงชนบท3019 #ข่าวอุบัติเหตุ #ศูนย์นเรนทร #บางทรายใหญ่ #มุกดาหาร #ข่าววันนี้​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-

5259777​

มุกดาหาร​ -​สลด! พี่ชายใช้ปืนยิงน้องดับคาบ้าน หลังมาขอเงินแต่ได้น้อยไม่พอใจ ถือมีดพร้าบุกเข้ามาในบ้านเลย ถูกยิงสวน

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สภ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พนักงานสอบสวนเวรพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตคือ นายสุรสิทธิ์ ไชยเพชร อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185 หมู่ 2 ตำบลหนองบัว นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงภายในบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 4 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายนิกร ไชยเพชร อายุ 56 ปี พี่ชายของผู้ตาย และเป็นเจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนิกรให้การว่า นายสุรสิทธิ์เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาได้เพียง 2 วัน ได้เข้ามาขอเงินภายในบ้านซึ่งตนก็ให้ไปแล้ว แต่ผู้ตายยังไม่พอใจ กลับออกไปแล้วถือมีดพร้าบุกเข้ามาอีกครั้ง ด้วยความตกใจจึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายนิกร พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนของกลางไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

ข่าวอาชญากรรม #ยิงกันตาย #พี่ชายยิงน้องชาย #มุกดาหาร #ดงหลวง #เหตุสะเทือนขวัญ #ข่าววันนี้​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.มุกดาหารสกัดจับยาบ้ากว่า 178,000 เม็ดซุกริมถนนเลี่ยงเมือง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 17.30 น. พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้รับแจ้งจากสายลับว่าอาจมีการลักลอบรับ-ส่งยาเสพติดบริเวณถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร พื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาพ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคํา ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร , พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร และลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่เวลา 18.00 น. กระทั่งเวลา 21.00 น. ตรวจพบกระสอบปุ๋ยวางทิ้งไว้ริมถนนใกล้ทางเข้าบ้านนาเตย จำนวน 2 กระสอบ เป็นกระสอบปุ๋ยสีเขียวและสีขาว ภายในบรรจุยาบ้ารวมทั้งหมด 30 ห่อ

จากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่ายาบ้าแต่ละห่อมีลักษณะพันด้วยกระดาษสีขาว มีตัวอักษร A สีเขียว และเทปกาวสีน้ำตาล โดยรวมแล้วพบยาบ้าทั้งหมดประมาณ 178,000 เม็ด แบ่งเป็นยาบ้าเม็ดสีแดง WY จำนวน 176,220 เม็ด และเม็ดสีเขียวอักษร Y1 จำนวน 1,780 เม็ด จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #ยาเสพติด #ตำรวจมุกดาหาร #ชุดสืบสวน #สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร #ยาบ้า178000เม็ด #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวภาคอีสาน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ทหารพราน 2107 มุกดาหาร ยึดบุหรี่-เบียร์-บุหรี่ไฟฟ้า ลักลอบนำเข้าข้ามแม่โขง /ตำรวจมุกดาหารสกัดจับยาบ้ากว่า 178,000 เม็ดซุกริมถนนเลี่ยงเมือง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2107 ชุดปฏิบัติการที่ 2 บ้านนาโพธิ์ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ตรวจยึดสินค้าต้องห้ามลักลอบนำเข้าจาก สปป.ลาว

บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านนาโพธิ์ หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ไทร พบกระสอบถุงปุ๋ยสีส้มเธอวางอยู่ริมแม่น้ำโขง ตรวจสอบภายในพบ เบียร์ต่างประเทศ จำนวน 1 ลัง (24 กระป๋อง) บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 7 ห่อ (70 ซอง) และ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ Lsmbelee จำนวน 5 เครื่อง

ไม่พบผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำของส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไปข่าวมุกดาหาร #ชายแดนแม่น้ำโขง

ลอบนำเข้า #ทหารพราน #ตรวจยึดของกลาง #บุหรี่เถื่อน #บุหรี่ไฟฟ้า #เบียร์ต่างประเทศ #ดอนตาล #ฉกทพ2107​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ตำรวจมุกดาหารสกัดจับยาบ้ากว่า 178,000 เม็ดซุกริมถนนเลี่ยงเมือง

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 17.30 น. พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้รับแจ้งจากสายลับว่าอาจมีการลักลอบรับ-ส่งยาเสพติดบริเวณถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร พื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาพ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคํา ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร , พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร และลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่เวลา 18.00 น. กระทั่งเวลา 21.00 น. ตรวจพบกระสอบปุ๋ยวางทิ้งไว้ริมถนนใกล้ทางเข้าบ้านนาเตย จำนวน 2 กระสอบ เป็นกระสอบปุ๋ยสีเขียวและสีขาว ภายในบรรจุยาบ้ารวมทั้งหมด 30 ห่อ

จากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่ายาบ้าแต่ละห่อมีลักษณะพันด้วยกระดาษสีขาว มีตัวอักษร A สีเขียว และเทปกาวสีน้ำตาล โดยรวมแล้วพบยาบ้าทั้งหมดประมาณ 178,000 เม็ด แบ่งเป็นยาบ้าเม็ดสีแดง WY จำนวน 176,220 เม็ด และเม็ดสีเขียวอักษร Y1 จำนวน 1,780 เม็ด จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #ยาเสพติด #ตำรวจมุกดาหาร #ชุดสืบสวน #สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร #ยาบ้า178000เม็ด #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวภาคอีสาน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชายคลุ้มคลั่งปีนรูปปั้น หักมือเจ้าเมืองหนองสูง

แชร์เนื้อหานี้

เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจที่อนุสรณ์สถานท้าวไกรสรราช ชายป่วยจิตเวชก่อเหตุทุบทำลายรูปปั้น เจ้าเมืองคนแรกของอำเภอหนองสูง ก่อนนำดาบมาเผาพร้อมกับเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่ตามจับตัวไว้ได้ พบป่วยจิตเวช

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2568​ ที่ผ่านมา เกิดเหตุชายคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนรูปปั้น “ท้าวไกรสรราช” ณ บริเวณอนุสรณ์สถานท้าวไกรสรราช ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ก่อนสวดคาถาเสียงดังกึกก้อง แล้วใช้หินทุบทำลายแขนรูปปั้นทั้งสองข้าง จากนั้นกระโดดลงมาและวิ่งหลบหนีไปยังบ้านพักที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 800 เมตร

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีชาวบ้านทยอยเดินทางมาดูความเสียหายบริเวณอนุสรณ์ โดย นายรักษ์วงศ์ จันปุ่ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านหนองสูงเหนือ ระบุว่าผู้ก่อเหตุคือ นายวุฒิชัย หรือ ข่อหล่อ ได้ปีนขึ้นไปทุบรูปปั้นและนำดาบไม้จากตัวรูปปั้นกลับบ้าน พร้อมทั้งนำเสื้อผ้าและดาบไม้ไปจุดไฟเผาทิ้ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้าน พบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตเวช ขาดการรับประทานยารักษา และมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ขาดสติและลงมือก่อเหตุในครั้งนี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ถนนลื่นฝนตก! รถกระบะเสียหลักลื่นไถลข้ามเลนชนประสานงา บาดเจ็บ 7 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เกิดอุบัติเหตุรถชนประสานงาระหว่างรถกระบะ 2 คัน บริเวณหน้าเทศบาลตำบลคำชะอี จ.มุกดาหาร ขณะเกิดฝนตก กล้องวงจรปิดจากร้านกาแฟริมถนนสายหมายเลข 12 (คำชะอี – มุกดาหาร) บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ชัดเจน

รถกระบะสีดำ ทะเบียน กจ 5415 มุกดาหาร ซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอคำชะอี ได้เสียหลักเนื่องจากถนนลื่นจากฝนตกหนัก ลื่นไถลข้ามเลนไปชนกับรถกระบะสีขาว ทะเบียน กท 7596 มุกดาหาร ที่แล่นสวนทางมา


จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย โดยเป็นผู้ที่นั่งมาในรถกระบะสีดำ 5 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเด็กทารกอายุประมาณ 7-8 เดือนอยู่ด้วย และมีผู้ที่นั่งมาในรถกระบะสีขาวอีก 2 ราย ได้ผู้บาดเจ็บเช่นกัน โดยผู้บาดเจ็บทั้งหมดหน่วยกู้ชีพได้นำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอคำชะอี

อุบัติเหตุ #มุกดาหาร #คำชะอี #ฝนตกถนนลื่น #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #กล้องวงจรปิด #รถชนประสานงา​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สลด เด็กน้อยฝาแฝดกับเพื่อน จมดับ 3 ราย ต่อหน้าน้องวัย 4 ขวบ ด้าน ญาติๆต่างร่ำไห้แทบขาดใจ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 31 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ จุดอำเภอราษีไศล รับแจ้งเหตุมีเด็กจมน้ำสูญหาย จำนวน 3 ราย ที่หนองน้ำกลางทุ่งนา บ้านดอนม่วง ตำบลหนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ หลังทราบเรื่องได้ประสานมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ จุดอำเภออุทุมพรพิสัย สนับสนุนชุดกู้ภัยทางน้ำ จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อให้การช่วยเหลือ
***ที่เกิดเหตุ เป็นหนองน้ำ อยู่กลางทุ่งนา ห่างจากตัวหมู่บ้าน ประมาณ 1 กิโลเมตร พบชาวบ้านอยู่ในหนองน้ำช่วยกันค้นหาร่างของเด็กทั้ง 3 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ น้องน้ำ เด็กหญิงปภัสสร บัวใหญ่ อายุ 9 ปี น้องฟ้า เด็กหญิงจารุวรรณ เถาหอม อายุ 10 ปี และ น้องฝน เด็กหญิงจุฑามาศ เถาหอม อายุ 10 ปี ซึ่งน้องฟ้าและน้องฝน เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการช่วยเหลือหลังจาก ช่วยกันนำร่างของของเด็กหญิงทั้ง 3 คน ขึ้นจากน้ำ ก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาลอำเภอราษีไศล เพื่อให้แพทย์ทำการช่วยชีวิ เด็กหญิงทั้ง 3 คน สุดท้ายก็ไม่สามารถทำการยื้อชีวิตไว้ได้ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเสียใจของญาติพี่น้องของเด็กหญิงทั้ง 3 คน ญาติบางคนถึงขณะเป็นลมล้มพับ กลางโรงพยาบาลอำเภอราษีไศล

***น้องพีช อายุ 4 ขวบ เด็กชายที่เป็นเพื่อนเล่นกับกลุ่มเด็กหญิงที่เสียชีวิตทั้ง 3 คน เล่าให้ฟังว่า ตนและพี่ๆพากันปั่นจักรยานเล่น รอบหมู่บ้าน ก่อนที่จะไปยังหนองน้ำกลางทุ่งนา ตอนแรกก็หยอกล้อเล่นกันข้างหนองน้ำ แต่พี่สาวทั้ง 3 คน เห็นว่าชุดเปื้อนเลยตัดสินใจ ลงไปเล่นน้ำในหนองน้ำ ก่อนจะเห็นพี่พากันจมลงไปในน้ำหายไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบวิ่งเข้ามาภายในหมู่บ้าน เพื่อตามหาผู้ใหญ่ให้มาช่วย

***นางราตรี เถาหอม อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นย่าของ น้องฟ้า น้องฝน (เด็กฝาแฝด) เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเลี้ยงเด็กแฝดทั้งสองมาตั้งแต่เด็กทั้งอายุได้ 1 เดือน เลี้ยงมาจนตอนนี้เด็กทั้งคน อายุได้ 10 ปี ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนเรียนอยู่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนหน้านี้ ตนไม่เคยคิดเลยว่าหลานของตนทั้งสองคนจะออกไปเล่นน้ำในสระ เพราะหลานทั้งสองปกติจะไม่ชอบเล่นน้ำ โดยปกติหลานทั้งสองคนจะขอออกไปปั่นจักรยานเล่นแค่บ้านป้า และละแวกใกล้บ้านพอถึงเวลาก็จะกลับบ้าน ตนได้บอกหลานทุกเสมอว่าถ้าออกไปเล่นก็ให้รีบกลับบ้าน จนถึงช่วงเกิดเหตุมีคนวิ่งมาบอกว่าหลานของตนจมน้ำเสียชีวิตตนรู้สึกตกใจ และรีบออกไปยังจุดเกิดเหตุ พอไปเห็นเหตุการณ์ทำให้ตนรู้สึกใจหาย ทำใจไม่ได้ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนต้องมาสูญเสียหลานไป

***นางราตรี กล่าวต่อไปว่า หลานของตนทั้ง 2 คน เป็นเด็กดีเรียนหนังสือเก่ง เป็นเด็กมีความรับผิดชอบ เป็นระเบียบเรียบร้อย ดูจากเสื้อผ้ารองเท้าที่ใส่จะจัดเรียงกันเป็นระเบียบ หลานทั้งสองจะช่วยทำงานบ้านล้างจานหุงข้าวกวาดบ้าน ตนหวังมาตลอดถ้าหลานทั้งสองของตนโตขึ้นจะช่วยทำงานแบ่งเบาภาระและเลี้ยงดูตนในยามแก่เฒ่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 วัน ตนฝันว่าหลานแฝดของตนจมน้ำเสียชีวิต 1 คน ตื่นขึ้นมาตนจึงเอาฝ้ายผูกแขนเพื่อเรียกขวัญหลาน และก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ช่วงกลางวันมีอีกามาร้องในละแวกบ้านตนพอตกกลางคืนมีหมาหอนตลอดทั้งคืนตน ซึ่งตนได้ไม่คิดเลยว่าจะเป็นลางมาบอกเหตุร้ายในครั้งนี้

***นางอุทัย เบิกบาน อายุ 56 ปี ย่าของน้องน้ำ ปภัสสร อายุ 9 ปี หนึ่งในเด็กหญิงที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า น้องพีชได้วิ่งมาบอกตนที่บ้านด้วย ว่า น้องน้ำ น้องฟ้าและน้องฝน จมน้ำ ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบวิ่งไปยังหนองน้ำและกระโดดลงไปเพื่อหาร่างน้อง แต่ด้วยน้ำค่อนข้างลึกทำให้ตนไม่สามารถช่วยน้องได้ จึงได้ขับจักรยานยนต์และตะโกนบอกให้ชาวบ้านในหมู่บ้านให้เข้ามาช่วยกัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึง จึงพบร่างน้อง และช่วยกันปั้มหัวใจ ก่อนที่จะนำส่งมายังโรงพยาบาลอำเภอราษีไศล ตนจึงตามมาด้วย เพราะความเป็นห่วงหลานที่เลี้ยงมาตั้งแต่เกิด แต่สุดท้าย เมื่อรู้ว่าน้องได้สิ้นใจแล้ว ตนจึงร้องไห้ด้วยความเสียใจก่อนจะเป็นลมหมดสติไป ซึ่งตอนนี้น้องฝน อายุเพียง 9 ปี และยังเรียนอยู่เพียง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลับมาต้องเสียชีวิต ทำห้ตนยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงรายจับกุม ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า 19 กระสอบ รวม 3,800,000 เม็ด และ รถยนต์ 1 คัน เหตุเกิดพื้นที่ สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

31 พ.ค.2568 เวลา 11.50 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมกับ
สภ.เมืองเชียงราย, สภ.บ้านดู่, สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอาโซ อายุ 26 ปี ที่อยู่ หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นายอาตือ ไม่ทราบนามสกุล สัญชาติเมียนมา ( บาดเจ็บ)

    พร้อมของกลาง 1 ยาบ้า จำนวน 19 กระสอบ รวม 3,800,000 เม็ด
    2 รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า CRV สีดำ ทะเบียรน เชียงราย บรรทุกยาเสพติดเหตุเกิด ถนนหลังสนามบินแม่ฟ้าหลวง หมู่ที่ 10 บ้านปางลาว ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

    พฤติการณ์ เจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการส่งมอบยาเสพติดบริเวณถนนข้างสนามบินแม่ฟ้าหลวง ต.บ้านดู่ อ.เมือง จว.เชียงราย โดยใช้รถยนต์สีดำ จึงออกสืบสวนติดตามจับกุมต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ เลขทะเบียน เชียงราย จอดอยู่บริเวณถนนหลังสนามบินแม่ฟ้าหลวง ฯ

    จึงแสดงตนขอทำการตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับหลบหนีและได้ประสบอุบัติเหตุตกร่องน้ำ พบผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 2 อยู่ในรถ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ โดยนายอาตือ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจึงนำตัวส่งรักษาตัวที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ตรวจค้นในรถพบยาบ้า จำนวน 19 กระสอบ รวม 3,800,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    …สมจิตรแสงบัลลังค์รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรี นำทัพตำรวจลุยเดือด ปราบยาเสพติดทั่วประเทศ ยึดยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด ไอซ์และคีตามีน 4,443 กิโลกรัม เฮโรอีน 126 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท

    แชร์เนื้อหานี้

    นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ว่าปัญหายาเสพติดถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ครอบคลุม และเป็นระบบ ทั้งการตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ด้วยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงการปราบปรามจับกุมผู้ค้า และการยึดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้กระทำผิดรายสำคัญ พร้อมทั้งมีระบบฟื้นฟูและติดตามผู้เสพ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับเข้าสู่วงจรอีก และเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพเกิดผลในทางปฏิบัติรัฐบาลได้ผลักดัน ยุทธศาสตร์ SEAL – STOP – SAFE อย่างเข้มข้นSEAL: ปิดล้อมพื้นที่ต้นทาง สกัดยาไม่ให้ทะลักเข้าไทยSTOP: หยุดยั้งการแพร่ระบาดในประเทศ โดยกวาดล้างผู้ค้าอย่างเด็ดขาดSAFE: ทำให้ชุมชนปลอดภัย ลูกหลานไทยห่างไกลยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สนองนโยบายดังกล่าวทันที พร้อมเปิดยุทธการเชิงรุกปราบปรามยาเสพติดแบบเข้มข้นทั่วประเทศ ปิดล้อม–บุกจับ–ขยายผล-ยึดทรัพย์ ทั้งคน ทั้งเส้นทางการเงิน ทั้งทรัพย์สิน ไม่มีละเว้น!

    ล่าสุดวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแถลงผลการปฏิบัติ พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. รวมถึง ผบก.ในสังกัด เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่ผ่านมา (1 เม.ย. – ปัจจุบัน) หลังจากการเปิดปฏิบัติการ SEAL – STOP – SAFE กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เดินหน้า ปิดล้อม–บุกจับ–ขยายผล-ยึดทรัพย์ เครือข่ายรายสำคัญได้กว่า 31 คดี ผู้ต้องหา 34 คนยึดยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 126 กิโลกรัม, ไอซ์และคีตามีน 4,443 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท ยุทธการเชิงรุกในการสกัดกั้นและขยายผลการปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้ รายละเอียด ดังนี้- สกัดกั้นจากชายแดนภาคเหนือ 10 คดี ผู้ต้องหา 17 คน ของกลาง ยาบ้ากว่า 29.93 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 70 กิโลกรัม, ไอซ์และคีตามีน 2,476 กิโลกรัม-

    สกัดกั้นจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 คดี ผู้ต้องหา 8 คน ของกลาง ไอซ์ 697 กิโลกรัม- สกัดกั้นในพื้นที่ภาคใต้ไม่ให้ผ่านไปยังประเทศที่สาม 4 คดี ผู้ต้องหา 9 คน ของกลาง ไอซ์ 1,132 กิโลกรัม- สกัดกั้นลักลอบลำเลียงยาเสพติด ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ปลายทาง ได้แก่ ออสเตรเลีย, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และกินี ตามโครงการ AITF 15 คดี ของกลาง ไอซ์ 137.68 กิโลกรัม และ เฮโรอีน 57.26 กิโลกรัม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลเปิดปฏิบัติการ “SEAL-STOP-SAFE” เมื่อ 1 ก.พ.68 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นจับกุมในพื้นที่ชายแดน โดยให้ทุกหน่วยเปิดปฏิบัติการบุกทะลวงเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญแบบไม่ให้ตั้งตัว เข้าถึงเป้าหมายอย่างเฉียบขาด ทลายจุดพักยา และเส้นทางลำเลียงอย่างเด็ดขาด พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรู บ้านพักหรู เงินสด ทองรูปพรรณ หรือทรัพย์สินที่ซุกซ่อนในรูปแบบซับซ้อน ทุกชิ้นถูกกวาดล้างอย่างไม่ปรานีและไม่มีหลุดรอดแม้แต่รายการเดียว

    ปฏิบัติการนี้สอดรับนโยบายอย่างเข้มข้น และที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ “จับคนผิด” แต่ไล่ล่าทุกเส้นทางการเงิน ขยายผลถึงทรัพย์สิน ดำเนินการยึด อายัด และฟ้องร้องตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ไม่มีละเว้น ไม่มียกเว้น! ทำให้มีผลการจับกุมและยึดทรัพย์สิน “เพิ่มขึ้นทุกมิติ” เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 และผลการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (7 เดือน)-ปิดล้อมตรวจค้น 25,745 เป้าหมาย, 6,549 เครือข่าย จับกุมผู้ค้ารายย่อย 34,563 คน ยึดยาบ้า 152 ล้านเม็ด, ไอซ์ 13,335 กิโลกรัม, อาวุธปืน 1,798 กระบอก, ระเบิด 4 ลูก และยึดทรัพย์สิน 2,795 ล้านบาท-จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกข้อหาทั่วประเทศ 158,832 คดี ผู้ต้องหา 157,881 คน จับกุมตามหมายจับ 3,899 คน ดำเนินคดีข้อหาสมคบ สนับสนุน 2,338 คดีข้อหาฟอกเงิน 181 คดี ของกลางยาเสพติด ยาบ้า 645.93 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,223 กก., เฮโรอีน 938 กก., คีตามีน 4,471 กก. และยาอี 271,329 เม็ด ยึดอายัดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติด 8,064 ล้านบาท พร้อมทั้งได้สั่งการให้ขยายผลถึงระดับเครือข่ายและผู้สั่งการ ถือเป็นสัญญาณเตือนแรง! ถึงกลุ่มค้ายาที่ยังเหลืออยู่ว่า “ไม่มีที่ยืนในแผ่นดินไทย!”ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปราบปรามยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สจป.1 แม่ฮ่องสอน สั่งจับตาเส้นทางมอดไม้ 4 เขตรอยต่อข้ามจังหวัด ล่าสุด ลาดตระเวนพบอีก 2 จุด ตรวจยึดไม้พร้อมของกลางหลายรายการ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 30 พ.ค.68 นายเกษม คำมา ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยา กรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน และ นายสมจินต์ เนตรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ได้สั่งการ กำชับเน้นย้ำ ให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าทุกอำเภอในการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการ เข้ม

    งวดการลาดตะเวนตามจุดพื้นที่เสี่ยง และจับ ตาเส้นทางมอดไม้ พื้นที่รอยต่อข้ามจังหวัด 4 จุด ซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่เขตรอยต่อ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน – บ้านแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ / อ.สบเมย จ.แม่ฮ่อง สอน – อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ / อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน – อ.แม่ แจ่ม จ.เชียงใหม่ และอ.ปาย จ.แม่ ฮ่องสอน – อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

    ซึ่งจากการบูรณาการออกลาดตระเวนตามพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้แปรรูปประดู่ และ ไม้สักท่อน พร้อมของกลางหลายรายการ โดยเมื่อวันที่ 29 พ.ค 68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดไม้ประดู่ทั้งไม้ท่อนและไม้แปรรูป และอุปกรณ์กระ ทำผิด 2 จุด ในพื้นที่ อ.ขุนยวม และ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่ง จุดที่ 1 ในพื้นที่ อ.ขุนยวม เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.3 (ขุนยวม), เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนยวม, คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านต่อแพ และเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อยที่ 3603ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ บริเวณป่าห้วยผักห้า ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม

    จังหวัดแม่ฮ่องสอน คณะเจ้าหน้าที่ฯ ชุดดังกล่าวได้ทำการตรวจยึดไม้สักท่อน จำนวน 1 ท่อน ปริมาตร 1.289 ลบ.ม. คิดเป็นเงินค่าภาคหลวง จำนวน 256- บาท คิดเป็นค่าเสียหายที่รัฐพึงได้รับเป็นเงิน จำนวน 77,400- บาท และได้ตรวจยึดอุปกรณ์การประทำผิด จำนวน 4 รายการ ประกอบไปด้วย รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา ทะเบียนรถ บว 8415 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมบาร์ ขนาด 25 นิ้ว ไม่ทราบยี่ห้อ สี ส้มขาว หมาย เลขเครื่อง 20180/06 จำนวน 1 เครื่อง รอกโซ่มือยก ยี่ห้อ LEVER HOIST สีส้ม ขนาด 3 ตัน ยาว 1.5 เมตร จำนวน 1 ชุด, และ โซ่นอกลากรถ ขนาด 3 หุน G43 USA พร้อมตะขอ 2 ข้าง จำนวน 1 เส้น ซึ่ง ไม้สักท่อนของกลางเก็บรักษาไว้ที่หน่วยฯ มส.3 (ขุนยวม)

    ส่วนจุดที่ 2 ในพื้นที่ อ.แม่ลาน้อย นายอำนวย ยอดคำ หัวหน้าสายตรวจปราบปรามฯ สจป.ที่.1 สาขาแม่ฮ่องสอน สายที่ 2 พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยฯ มส.4 (แม่ลาน้อย) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 36 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ว่าการอำเภอแม่ลา น้อย เข้าดำเนินการตรวจสอบ บริเวณป่าห้วยข้าวหลาม เขตปก ครองบ้านหัวลา หมู่ที่ 7 ต.สันติคีรี อ.แม่ลา น้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย พบมีการลักลอบตัดและแปร รูปไม้ประดู่ จำนวน 3 แผ่น/เหลี่ยม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้ของกลางมาเก็บรักษาที่หน่วยฯได้ 1 แผ่น ส่วนอีก 2 แผ่น ไม่สามารถนำออกมาได้เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ไกลจากจุดที่รถจะเข้าถึงได้และมีน้ำหนักที่มากไม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยกำลังคนจึงขอพนักงานสอบสวนทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ.

    สุกัลยา บัวงาม / ภาพ/ข่าว แม่ฮ่องสอน

    สมจิตร แสงบันลังค์ ทีมข่าว บก. รายงาน.

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / รวบ 2 นักบินพร้อมยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด หลังขับแคมรี่หลบหนีการสกัดของ จนท.มุกดาหาร

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พล.ต.ต. ไพโรจน์ ไทยพุทธรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ผ่านเส้นทางตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ผกก.สภ.ดอนตาล พ.ต.ท. ภูวนาท สุขรมย์ รอง.ผกก ป. ร.ต.อ.รังสรรค์ สกุลไทย รอง สวป. ร่วมกับจ่าเอกสุรชัย ปราณี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนตาล และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ 1, 2 และ 6 ตั้งจุดสกัดตามเส้นทางต้องสงสัย

    ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กบ 50 อุบลราชธานี ขับผ่านเข้ามาบริเวณหมู่บ้านคำเตาเหล็ก ม.4 เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ชุดปฏิบัติการที่ 2 ติดตามรถคันดังกล่าว ซึ่งพยายามขับหลบหนีไปตามเส้นทางบ้านนาคำน้อย-เหล่าหมี และเมื่อถึงบริเวณสะพานบ้านโคกสว่าง คนร้ายได้หยุดรถและเปิดประตูหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทาง

    เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 คน และตรวจค้นรถยนต์ พบกระสอบปุ๋ยสีเขียว 5 กระสอบ วางอยู่บริเวณเบาะหลัง ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 998,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลางและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    จับยาบ้าเกือบล้านเม็ด #จับแก๊งค้ายา #มุกดาหาร #ดอนตาล #ข่าวด่วน #ปราบยาเสพติด #ไล่ล่าคนร้าย #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจภูธร #ฝ่ายปกครอง

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777