คลังเก็บหมวดหมู่: ตำรวจ(ตร.)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “มุกดาหารเดินหน้าสกัดยาเสพติด! ดึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย–ลาว ผนึกกำลังหยุดภัยร้ายผ่านพัสดุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องประชุมแสงสิงแก้ว สถานีตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทา

การป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดให้กับผู้ประกอบการขนส่งโลจิสติกส์ไทย–ลาว โดยมี พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และนางสาวนุชนีย์ จันทนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 4 เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางการปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมส่งเสริมการ

ขนส่งพัสดุอย่างปลอดภัย โดยนางสาวนุชนีย์ได้ชี้แจงข้อมูลสำคัญและแนวทางปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการจากหลายพื้นที่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เล็ดลอดผ่านระบบขนส่ง

โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้นโยบายของรัฐบาล “No Drugs No Dealers” และนโยบาย “Seal Stop Safe” ของจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเน้นการบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

ต่อมาในเวลา 15.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุ ณ ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดมุกดาหาร ถนนพิทักษ์พนมเขต อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีการ

สาธิตการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยด้วยเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียดโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพัสดุของประชาชน แสดงให้เห็น

ถึงความพร้อมของหน่วยงานในการรับมือกับปัญหายาเสพติดบริเวณพื้นที่ชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพมุกดาหาร #ปปส #ยาเสพติด #ไปรษณีย์ปลอดภัย

#โลจิสติกส์ปลอดภัย #SealStopSafe #NoDrugsNoDealers #ข่าวภาคอีสาน #ชายแดนไทยลาว #ตรวจพัสดุ #สกัดยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจ ตรวจโครงการบ้านพักน่าอยู่ ประจำปี พ.ศ. 2568 / พิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกของตำรวจสังกัด ภ.1 งบประมาณปี พ.ศ. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ก.ค.68 พล.ต.ต. ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้รับมอบหมาย จาก พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1

เป็นตัวแทน ในภารกิจ ตรวจโครงการบ้านพักน่าอยู่ ประจำปี พ.ศ. 2568

พร้อมกับ พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1 และคณะกรรมการตรวจประเมินโครงการฯ ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 67/2568 ลง 24 มี.ค.68 และ 191/2568

ลง 15 ก.ค.68 ได้เดินทางมาตรวจประเมินตามโครงการฯ ตามแผนและกรอบระยะเวลาที่ ตร.กำหนด

ณ สภ.บ้านข่อย ,สภ.ท่าโขลง จว.ลพบุรี พบ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รอรับการตรวจประเมิน โครงการฯ จากคณะกรรมการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยโครงการนี้มี

วัตถุประสงค์เพื่อให้แฟลตอาคารที่พักอาศัย/ที่พักบ้านเดี่ยว/เรือนแถว มีความเรียบร้อย และมีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งโครงการนี้มีเงินรางวัลมอบให้หน่วยที่ชนะการประเมินจากคณะกรรมการฯ

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1ในฐานะห้วหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมดูแลรับผิดชอบงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวของตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่าในวันที่ 22 ก.ค. 68 เวลา 09.30 น.

📍พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1
📍พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ปฏิบัติราชการ ภ.1
📍คณะครูฝึก Local CAT และครูฝึกยุทธวิธี กก.ปพ. บก.สส.ภ.1 และข้าราชการตำรวจผู้เข้าประกวดการฝึกในสังกัด ภ.1

🔸ได้ร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกของข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
📌 ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ ภ.1

🚨 ซึ่งจัดให้มีการประกวดการฝึกตามแบบฝึกพระราชทานว่าด้วย แบบฝึกท่ามือเปล่า การฝึกแถวชิด และการฝึกแบบยุทธวิธีตำรวจ ในสถานการณ์จำลองกรณีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง

▶️ โดยมีตัวแทนของสถานีตำรวจ แต่ละ ภ.จว. ในสังกัด เข้าร่วมการประกวดการฝึกในครั้งนี้ ณ บริเวณลานฝึกยุทธวิธี ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย และลานหน้าอาคารอเนกประสงค์ ภ.1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.5 พัน.25 ตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ปี 2568 /สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 22 ก.ค. 68 เวลา 0900 พ.ท. พิทยาคม พงษ์สุพรรณ์ ผบ.ป.5 พัน.25 หน.กรรมการประเมินผล เป็นประธานใน

พิธีตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 พร้อมทั้งนำกำลังพล, ยานพาหนะ,

อาวุธและยุทโธปกรณ์ เข้ารับการตรวจสอบและประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมรบ และการปฏิบัติเป็นส่วน

สร้างความชำนาญและเข้าใจในอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์เป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศในการตรวจสอบอุปกรณ์และพร้อมเข้ารบ

พร้อมทั้งจัดคณะกรรมการภายในหน่วย ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลการฝึกให้เป็นไปตามเกณฑ์และแนวทางที่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่กำหนด เพื่อเพิ่ม

ขีดความสามารถของระดับกำลังพล/ระดับหน่วย และรองรับภารกิจของกองทัพบกเมื่อได้รับมอบหมายต่อไป ณ บริเวณหน้าลานศาลาค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประจำเดือน กรกฎาคม 2568 ระหว่างวันที่ 21-25ก.ค.2568

พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิศร เจนประเสริฐศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปฏินันท์ จันทร์หนองไทร สว.จร.สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สวป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สว.สส.เมืองชุมพร ข้าราชการตำรวจสภ.เมืองชุมพร ณ สภ.เมืองชุมพร โดยกําหนดเป้าหมายเน้นความผิด เกี่ยวกับอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน การจําหน่าย อาวุธปืน

วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย(OnGround)และจําหน่ายอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน ผ่านระบบออนไลน์และโซเซียลมีเดีย โดยผิดกฎหมาย(Online) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด บุคคลตามหมายจับและสืบสวนจับกุมบุคคล กลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพล

และผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ,การแข่งรถในทาง ออกตรวจแหล่งมั่วสุมต่างๆเพิ่มวงรอบในการตรวจตรา/

กำชับสถานบริการ ฯลฯ กำชับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ตามหลักยุทธวิธีตำรวจในการ เข้าตรวจค้น จับกุม เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “SEAL STOP SAFE” ภ.5 หยุดวงจรการค้ายาเสพติด Safe สร้างพื้นที่ปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสําคัญ ของ ภ.จว.เชียงราย ดังนี้

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด
  2. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  3. สภ.บ้านดู่ จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  4. สภ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด
  5. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด
  6. รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด จำนวน 6,900,000 เม็ด

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย , น.ส.สุกัญญา ใหญ่วงศ์ ผู้แทน ปปส.ภ.5 , พ.อ.อดุลย์ ลอยฟ้า รอง ผบ.นบ.ยส.35 , พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมประชุมและร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 18 ก.ค.68จับกุมคดียาเสพติดจำนวน 18,617 คดีคดียาเสพติดรายสำคัญ 202 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติดยาบ้า 194 ล้านเม็ดเศษไอซ์ 10,400 กิโลกรัมเศษเฮโรอีน 150 กิโลกรัมเศษเคตามีน 1,740 กิโลกรัมเศษฝิ่น 119 กิโลกรัมเศษตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด – มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 727 ล้านบาทเศษ

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว รายงาน

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้าของเถื่อน ลักลอบขนไก่ข้ามแม่น้ำโขง!

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) สถานีเรือมุกดาหาร โดย นาวาโทรุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าหน่วยเรือมุกดาหาร นำกำลังออกลาดตระเวนทางน้ำบริเวณบ้านหว้านน้อย ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

กระทั่งเวลา 05.45 น. ตรวจพบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ต้องสงสัย พร้อมชายฉกรรจ์ 3–4 คน อยู่ที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง แสดงท่าทีมีพิรุธคล้ายรอรับ-ส่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีไป ทิ้งเรือและของกลางไว้

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในเรือ พบ ไก่มีชีวิตกว่า 320 ตัว ถูกบรรจุอยู่ใน ลังพลาสติก 16 ลัง โดยไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการลักลอบขนสัตว์ข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จึงนำของกลางส่งให้ศุลกากรมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นรขมุกดาหาร #ลักลอบขนสัตว์ #ลาดตระเวนลำน้ำโขง #หว้านใหญ่ #ข่าวมุกดาหาร #ไก่ข้ามชาติ #สกัดขบวนการขนของผิดกฎหมาย #ชายแดนไทยลาว #มุกดาหาร #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก. ภ. จว.ลพบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมมอบทุนฯ

แชร์เนื้อหานี้

17 มิ.ย.2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมด้วย รอง ผบก. ในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี, ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด สภ.โคกสำโรง สภ.หนองม่วง สภ.เพนียด, สภ.บ้านหมี่ สภ.โคกเจริญ สภ. สระ

โบสถ์ และคณะ กต.ตร.ภ.จว.ลพบุรี คณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร-ธิดา ของข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ

การร่วมมอบทุนการศึกษาใน “โครงการทุนการศึกษา บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ สังกัด ภ.จว.ลพบุรี ประจำปี 2568” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการศึกษา ลดภาระค่าใช้จ่าย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจที่มีความประพฤติดีและมีผลการเรียนดี

โดยมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต การสนับสนุน

ด้านการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ เพราะการศึกษาคือกุญแจสู่ความสำเร็จและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจ PCT ภาค 5 บุกจับ “3หนุ่มจีนเทา” คาบ้านพักหรูย่านสันทราย เนียนเข้าไทยใช้วีซ่านักเรียน แอบกบดานทำเว็บพนันออนไลน์ ปั่นรายได้ฉ่ำ 5 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.๕, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าตำรวจชุด

จับกุมได้รับแจ้งว่ามีคนจีนการลักลอบพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จนเจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.๕ สืบทราบว่ามีการเช่าบ้านในโครงการแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ จึงได้รวบรวมพยาน
หลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 แลพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พร้อมชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโยโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวผลการตรวจค้นพบ

  1. นายกง สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 30 ปี
  2. นายวู สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 30 ปี
  3. นายหวัง สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 34 ปี
    กำลังนั่งทำงานอยู่บริเวณห้องนอนชั้น2 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมหมายค้น ทั้ง 3 คนรับยอมรับว่าทำหน้าที่เป็นแอดมินตอบคำถามแก้ไขปัญหาลูกค้าที่เข้าเล่นเว็บไซต์พนันออนไลน์จึงควบคุมตัว แล้วแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า
    “ร่วมจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดย ทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับ อนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๒”และนำตัวส่งพงส. สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
    จากการสอบถามทั้ง 3 คน ให้การว่าเป็นชาวเมืองเจ้อเจียง ประเทศจีน ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย จากนั้นสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก่อนได้วีซ่านักศึกษาแล้วมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวตั้งเป็นสำนักงานทำเว็บพนันให้ลูกค้าชาวจีน โดยได้ค่าจ้างคนละ 50,000 บาทต่อเดือนโดยมีสมาชิกกว่า 4,000 คน โดยจะกลับไปรับเงินเดือนกับบอสชาวจีน 6เดือนต่อครั้งแล้วกลับมาทำงานใหม่ ยอมรับว่าทำมาประมาณ 1 ปี มีเงินเดือนหมุนเวียนหลายสิบล้านต่อเดือน

ตำรวจภาค5 #PCTภาค5 #จับกุม #พนันออนไลน์…สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ตม.สตูล ตรวจ การแจ้งที่พักอาศัย ต่างด้าวในพื้นที่”ตามนโยบาย สนง.ตำรวจแห่งชาติ / “ตม.สตูล กวดขันตรวจสอบป้องกันชาวบ้านแอบช่วยเหลือให้ที่พักคนต่างด้าวผิดกฎหมายมีโทษสูง”

แชร์เนื้อหานี้

“ตม.สตูล ตรวจประชาสัมพันธ์การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวในพื้นที่”
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดออกตรวจสถานที่พักของคนต่างด้าว ประชาสัมพันธ์การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบโดยตรวจเพื่อจัดทำข้อมูลไว้ใช้สำหรับการป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.68 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล ได้ออกตรวจเป้าหมายแคมป์คนงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอละงู และควนกาหลง จังหวัดสตูล

ทั้งหมด 3 แห่ง ซึ่งพบแรงงานชาวเมียนมาเข้ามาทำงานกรรมกรและพักอยู่ในแคมป์คนงานและบ้านเช่ารวมจำนวน 24 คน เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวของคนต่างด้าวและใบอนุญาตทำงานปรากฏว่ามีเอกสารถูกต้อง แต่ตรวจพบว่ามีนายจ้างชาวไทย จำนวน 2 ราย ที่ไม่ได้มีการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จำนวนรวม 7 คน จึงได้ทำการจับกุมดำเนินคดีนายจ้างชาวไทยทั้ง 2 ราย ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหะสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม รับคนต่างด้าว

ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัย ไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่บ้าน เคหะสถาน หรือโรงแรม นั้นตั้งอยู่ ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย” ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงิน 11,200 บาท และได้ประชาสัมพันธ์แนะนำให้นายจ้างดำเนินการตามกฎหมายให้เรียบร้อย ซึ่งกฎหมายมาตราดังกล่าวมีความสำคัญในการควบคุมคนต่างด้าวให้ทราบถึงที่อยู่ของคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้เจ้าบ้าน หรือผู้ที่รับคนต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดทราบ

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ โดยเฉพาะชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมาย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

“ตม.สตูล กวดขันตรวจสอบป้องกันชาวบ้านแอบช่วยเหลือให้ที่พักคนต่างด้าวผิดกฎหมายมีโทษสูง”

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล สืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวผิดกฎหมาย วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สตูล ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.สตูล และ ชุด ชปข.ตชด.436 ได้สืบสวนจนทราบว่าที่บ้านหลังหนึ่งในบ้านควนสตอ อ.ควนโดน จ.สตูล

ได้มีชายชาวมาเลเซียพักอาศัยอยู่ซึ่งเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและพบชายมาเลเซีย คือนายอาเหลียง อายุ 45 ปี สัญชาติมาเลเซีย พักอาศัยอยู่ โดยมีหญิงไทย คุณนา (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี เป็นเจ้าของบ้านแจ้งว่าเป็นสามีภรรยากัน จึงได้ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวพบว่ามีหนังสือผ่านแดนที่ไม่มีตราประทับการเข้าเมืองอย่างถูกต้องและหมดอายุแล้ว สอบถามอาเหลียง

ได้ยอมรับว่าหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยจริง เนื่องจากอยากเข้ามาอยู่กับภรรยาชาวไทยไม่อยากกลับบ้านที่มาเลเซียแต่ตนไม่มีสิทธิอยู่อย่างถูกต้องจึงต้องลักลอบเข้าประเทศไทย คุณนายอมรับว่ารู้เรื่องที่สามีชาวมาเลเข้ามาประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย แต่คิดว่าไม่เป็นอะไรจึงได้ให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันเรื่อยมา เจ้าหน้าที่จึงได้ชี้แจงข้อกฎหมายให้ทราบว่าเป็นการกระทำความผิดทั้งคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมาย และเจ้าของบ้านที่ให้ที่พักแก่คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรแบบผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 คือ “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” โดยมีอัตราโทษสูงคือจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท เจ้าหน้าที่ได้จับกุมทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนโดน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าการให้ความช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือให้ที่พักแก่คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่มีอัตราโทษสูงคือจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ขอให้ปรึกษาหรือแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่หรือตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด และหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ให้กำลังใจ ด.ต.วิชิต แก้วฉิม สภ.เกาะช้าง จว.ตราด เป็นเหตุให้ต้องถูกตัดขาซ้ายเหนือหัวเข่า สูญเสียสมรรถภาพถาวร

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ และ ดร.นุชประวีณ์ ลิขิตศรัณย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.วิชิต แก้วฉิม ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เกาะช้าง จว.ตราด

ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจในพื้นที่ สภ.เกาะช้าง จว.ตราด เมื่อวันที่ 2 พ.ค.63 เป็นเหตุให้ต้องถูกตัดขาซ้ายเหนือหัวเข่า สูญเสียสมรรถภาพถาวร และอยู่ระหว่างการพักรักษาตัวอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลนครพิงค์ในการนี้ คณะฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนกว่า 40,000 บาท พร้อมสิ่งของบำรุงขวัญ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, คุณพจนารถ กรึงไกร รักษาการประธานแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5, คุณจารุณี แก่นจันทร์ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, ผกก.สภ.แม่ริม และคณะสมาชิกแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 และ ภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้….

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภจ.ลพบุรี รณรงค์ แก้ไขปัญหายาเสพติด เด็กนักเรียนและประชาชนในชุมชนฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 พ.ค.68 ที่โรงเรียนเทศบาล1 บ้านโคกสำโรง อ. โคกสำโรง จ. ลพบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ โดย พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์ รอง สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.พรชัย ธรรมวริทธิ์ รอง สว.(ป.)ฯ ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย ผบ.หมู่(ป.)ฯ

ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ ร่วมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติด(บุหรี่ไฟฟ้า) ตามโครงการรณรงค์และแก้ไขปัญหายาเสพติด to be number one และวันงดสูบบุหรี่โลก แก่นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโคกสำโรง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 180 คน มี นายสมบูรณ์ ตรีฤกษ์งาม ปลัดเทศบาลตำบลโคกสำโรงประธาน คณะครูโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโคกสำโรง ผู้นำชุมชน 5 หลักเมือง และคณะกรรมการ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

วัตถุประสงค์โครงการเพื่อสร้างกระแสนิยมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจในกลุ่มเยาวชนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพเยาวชนให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมั่นและภาคภูมิใจในตัวเอง เพื่อสนับสนุนเยาวชนและชุมชนให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์โดยการสนับสนุนของสังคม

เพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับผู้มีปัญหายาเสพติดโดยให้โอกาสกลับมาเป็นคนดีของสังคม เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มประชาชนและเยาวชนทั่วไป

เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติปีงบประมาณ 2568
ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบันพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้ารับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ชุมชนเทศบาล1 การแจ้งเบาะแสยาเสพติด และการค้นหาผู้เสพในชุมชน เข้ารับการบำบัดรักษาต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ. ศูนย์ข่าวฯ
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น / แถลงข่าวจับกุม แก๊งโจรกรรม รถยนต์ จักรยานยนต์ ปากคลองรังสิตคลองหลวง ปทุมธานี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 พ.ค.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานพิธีสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำโดย คุณชนาพร ไกรทอง กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจและผู้ช่วยที่ปรึกษาโครงการพัฒนาทักษะแม่บ้านตำรวจชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1

นำโดยคุณณัฐวดี เอี่ยมวงศ์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1คณะชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 และข้าราชการตำรวจ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น (First Aid & CPR)

โดยมี คณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก BEAT CPR TRAINING CENTER บรรยายให้ความรู้และสาธิตการปฏิบัติณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ตำรวจภูธรภาค 1เพื่อเป็นการฝึกอบรมทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานให้แก่ข้าราชการตำรวจ ตลอดจนครอบครัว ได้มีความรู้

ความเข้าใจและทักษะที่ถูกต้อง สามารถนำไปปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ประชาชนที่มาติดต่อราชการ และผู้ประสบภัย ในภาวะฉุกเฉินได้ พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าหน่วยกองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบงานประประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้จัดให้มีโครงการ….

.

แถลงข่าว #จับกุม #แก๊งโจรกรรม #รถยนต์ #จักรยานยนต์ #ปากคลองรังสิต #คลองหลวง #ปทุมธานี

วันที่ 28 พ.ค. 68 เวลา 10.00 น.พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตรผบช.ภ.1พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานีพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการโจรกรรมมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจำนวนมากตำรวจภูธรภาค 1 แถลงผลการจับกุมแก๊งโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คดี ดังนี้ คดีที่ 1: จับแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สภ.ปากคลองรังสิต

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 68 ผู้เสียหายนำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ ไปจอดที่สถานีรถไฟฟ้าหลักหก ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. 68 พบว่ารถหาย จึงแจ้งความกับตำรวจการสืบสวนและจับกุม:เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต สืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ 3 ราย คือนายภูมิ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี 4 เดือน – เคยต้องโทษลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 8 คดีนายฟรองซ์ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี น.ส.อีฟ (นามสมมติ) อายุ 26 ปีผู้ต้องหาให้การว่าได้นำรถจักรยานยนต์ที่โจรกรรม ไปขายให้นายหรั่ง (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ใน ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานีผลการตรวจค้นบ้านนายหรั่ง:พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม 2 คันตรวจสอบพบว่า นายหรั่งกำลังจะนำรถทั้งสองคันขึ้นรถตู้เพื่อไปขายต่อที่เขตมีนบุรีนายหรั่งรับสารภาพว่า

เริ่มรับซื้อรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 6 เดือน ได้รับซื้อรถมาแล้ว มากกว่า 135 คันจากการตรวจสอบบัญชีธนาคาร พบยอดเงินหมุนเวียนทั้งสิ้น 11,227,970 บาทนายหรั่งส่งรถให้เพื่อนใน Facebook เพื่อปลอมแปลงเอกสาร โดยเก็บค่าดำเนินการคัดสำเนารถ: 300 บาท/คันสำเนาบัตรประชาชน: 400 บาท/คันตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 พบว่า นายหรั่งขายรถที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว 26 คัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมี 8 โรงพัก ที่มีการแจ้งหายได้แจ้งข้อกล่าวข้อกล่าวหา: “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร

    คดีที่ 2: จับแก๊งโจรกรรมรถยนต์และจักรยานยนต์ในพื้นที่ สภ.คลองหลวง
    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จับกุม นายเล้ง (นามสมมติ) อายุ 47 ปีจากการสอบสวน นายเล้งให้การว่า โจรกรรมรถแล้วนำไปขายต่อให้นายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 40 ปีการตรวจค้นและของกลาง:ตรวจค้นบ้านพักนายเล็ก พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม 2 คันรถที่ใช้ในการก่อเหตุ 1 คันเอกสารปลอม เช่น ใบคู่มือจดทะเบียน สำเนารายการจดทะเบียน และเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถอีกจำนวนมากเมื่อได้รถมา จะส่งให้เครือข่ายใน Facebook ปลอมแปลงเอกสาร ลักษณะเดียวกับคดีที่ 1 โดยมีค่าดำเนินการ

      คัดสำเนารถ: 300 บาท/คันสำเนาบัตรประชาชน: 400 บาท/คันได้แจ้งข้อกล่าวข้อกล่าวหา: “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร”
      ภาพรวมความเสียหายทั้ง 2 คดี:มูลค่าความเสียหายรวมกัน มากกว่า 12,000,000 บาทจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว รวม 6 รายตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ภ.จว.ปทุมธานี ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาในคดีโจรกรรมรถ ไปแล้ว 18 คน และติดตามรถที่ถูกโจรกรรมไป นำส่งคืนให้กับเจ้าของแล้ว 23 คัน

      มีการเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้ร่วมขบวนการ และผู้รับซื้ออย่างเข้มข้นณ สภ.ปากคลองรังสิต ภ.จว.ปทุมธานี ตำรวจภูธรภาค 1 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โปรดแจ้งเบาะแสไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกระงับเหตุ กรณีบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยใช้ปืนยิงตาข่าย ปีงบประมาณ 2568 ณ ตำรวจภูธรภาค 1

      แชร์เนื้อหานี้

      ภ.จว.ปทุมธานี 🔸️🔹️ เข้าพบหารือกับรร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต เพื่อประสานความร่วมมือ ให้ความรู้แก่นักเรียน ให้รู้เท่าทันอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) วันที่ 21 พ.ค.68 เวลา 10.00 น.👮‍♂️

      พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี👨🏻‍💼 นายชาลี วัฒนเขจร ผอ.รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต👮‍♂️ พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิตร่วมกับคณะครู รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต♦️ ร่วมหารือกับทางโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

      เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าบรรยายให้ความรู้แก่ นักเรียนในสถานศึกษา เพื่อให้รู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
      📍ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

      พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าหน่วยกองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบงานประประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า

      ทาง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรี โชคชัยงามวงศ์ รอง ผบช.ภ. 1 ดำเนินการจัด….

      วันที่ 22 พ.ค.68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานพิธี ฯ

      พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี

      พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรีคณะรอง ผบก.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกระงับเหตุ กรณีบุคคล

      คลุ้มคลั่ง โดยใช้ปืนยิงตาข่าย สายงานป้องกันปราบปราม ประจำปีงบประมาณ 2568ณ ตำรวจภูธรภาค 1

      ตำรวจภูธรภาค 1 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้นำชุมชน สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมในการแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือทางสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จ.สกลนคร

      แชร์เนื้อหานี้

       วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เวลา16.00น.เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายพิสิษฐ์แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ความมั่นคง) นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร,นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวณิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง ผอ.ศป.ปส.อ.บ้านม่วง นายไพโรจน์ ฦาชา ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง

      เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุและการกระทำผิดกฏหมาย ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นายสุวรรณ สุโน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อำเภอบ้านม่วง ดำเนินการ จับกุมผู้ต้องหา: เพศชาย 2ราย

      รายที่1 เพศชาย ของกลาง:ยาบ้าจำนวน20เม็ด โดยกล่าวหาว่า:เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”รายที่2:เพศชายของกลาง:ยาบจำนวน44เม็ด โดยกล่าวหาว่า:เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน) และขับขี่ยานพาหนะในขณะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”สถานที่จับกุม หมู่3ต.หนองกวั่ง อ.บ้านม่วงจ.สกลนคร จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านม่วงเพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

      เรื่องมีอยู่ว่า…เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 68 เวลา 20.00 น. ผมเป็นนักร้อง ได้เดินทางไปร้องเพลงที่ร้านแห่งหนึ่ง บางบอน 3 พอถึง 4 ทุ่มได้มีตำรวจ สน.บางบอน ได้เข้ามาในร้านที่ผมร้องเพลงก็เคยเห็นหน้าคุ้นเคย เพราะตำรวจคนนี้จะมาประจำแต่ผมกับตำรวจคนนี้ ไม่เคยพูดคุยกันเลย เพราะผมไม่กินเหล้า มาร้องเพลง พอถึงเวลาเที่ยงคืน หมดเวลาผมก็เก็บโน๊ตบุ๊ค เดินลงมาจากเวทีกำลังเอาโน๊ตบุ๊คใส่กระเป๋า ผู้กองคนนี้พร้อมพวก 6 คนก็มายืนอยู่ด้านหลังผมแล้วถามขึ้นว่า เฮ้ยมึงกวนตีนเหรอ ผมหันหน้ามา ผมตอบว่าพี่ผมไม่รู้จักพี่ผมไปกวนตีนอะไรพี่ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงผม ผู้กองคนนี้ ได้หมัดขวาต่อย มาที่กกหูซ้ายผม แล้วทำท่าจะชักปืนออกจากเอว ด้านขวา ผมจึงจะกระโดดปัดมือ ลูกน้องผู้กองอีก 5 คน ก็เข้ามาล็อคคอกระทืบผม หลังจากนั้นเขาเดินออกไปนอกร้านประ 10 นาที ลูกน้องผู้กอง 5 คนนั้นได้เดินเข้ามากระทืบผม เป็นรอบที่ 2 มีคนนึงพูดขึ้นว่า เอาให้ตายแต่ถ้าไม่ตาย ก็เอาให้สองเอ๋อให้การไม่ได้ แล้วใช้สนับมือต่อยเข้าที่เบ้าตาผม จนกระดูกเบ้าตาหัก ต่อยเข้าที่หัวจนสมองบวมเลือดคลั่งในสมอง ดั้งจมูกหัก จนผมเลือดออกปาก ออกจมูก ออกหูเขาก็ไม่หยุดจนนักร้องสาว ชื่อ แอน วิ่งมาบังผมแล้วบอกพอแล้วๆ เดี๋ยวพี่เขาตาย ลูกน้องผู้กองถึงเดินออกไปนอกร้าน จังหวะนั้นมีคนโทรแจ้ง กู้ภัยปอเต็กตึ้ง มาถึงก็มาประฐมพยาบาลห้ามเลือด จะเอาผมขึ้นรถ ลูกน้องผู้กอง มารอบที่ 3 เขาตะโกนบอก กู้ภัยปอเต็กตึ้งว่ามึงจะเอามันไปไหน กูยังกระทืบไม่มันตีนเลย

      กู้ภัยปอเต็กตึ้งไม่ยอมกันตัวผมไว้ แล้วรีบนำตัวผมขึ้นรถกู้ภัย ส่งโรงพยาบาล หมอบอกผมอาการสาหัส สมองบวมเลือดคลั่งในสมองกระดูกใบหน้าหัก พอผมเริ่มอาการดีขึ้น ผมมาแจ้งความที่ สน.บางบอน ผู้กำกับบอกไม่เชื่อว่าลูกน้องเขาทำ เขาถามว่ามีหลักฐานไหม กล้องวงจรปิดที่ร้าน ผู้กอง ให้เจ้าของร้านชักตัวบันทึกออก ผมเลยบอกผมมีพยาน บุคคลคือนักร้องหญิง ผมเลย โทรศัพท์ไปหานักร้องหญิงต่อหน้าผู้กำกับ และ ร้อยเวร แล้วเปิดโฟน ผมถามนักร้องหญิง ว่าใครรุมกระทืบพี่ นักร้องหญิงบอกผู้กองกับพวก ผู้กำกับเงียบไปพักนึงถามผมว่าจำหน้าได้ไหม ผมบอกผมจำได้แม่น เพราะเขาจะไปกินเหล้าที่ร้านประจำ พอผู้กำกับเรียกตัวผู้กองคนนั้นมา เข้ามาผมชี้เลยคนนี้แหละครับ ผู้กองบอกเขาไม่รู้เรื่อง พอถามว่าคืนนั้นคุณไป ร้านครัวนั้นมารึป่าวเขาบอกว่าไป แล้วผู้กำกับเดินไปคุย กับผู้กอง 2 คนผู้กองบอกผู้กำกับ ว่าต่อยผมไป 1 ที ผู้กำกับบอกจะให้ความเป็นธรรม ในเมื่อผู้กองต่อยผม 1 ที่ ก็จ่ายแค่ทีเดียวเขาพยายามบีบให้ผมรับเงิน แต่ผมไม่เอาหลังจากนั้นเขาก็ พยายามติดต่อคนที่ผมรู้จักให้มาคุยกับให้รับเงิน คำพูดที่ผู้กำกับพูด ว่าต่อยทีเดียวจ่าย ที่เดียวผมบันทึกเสียงไว้ครับ ผมขอความกรุณา ช่วยผมด้วนะครับ.

      สราวุต อ่อนทรวง ภาพ/ข่าว รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรกันทรารมย์ ศรีสะเกษ จับยาบ้า 7 แสนเม็ด ทะลักเข้าประเทศมาจากฝั่ง สปป.ลาว ติดตามยึดทรัพย์ทั้งรถยนต์รถจักรยานยนต์

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เฮริคับเตอร์ของ พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 รับผิดชอบเรื่องยาเสพติด เดินลงจอดที่โรงเรียนกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่จะเดินทางมาที่ สภ.กันทรารมย์ เปิดการแถลงข่าว เพื่อผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด การทำงานในการสกัดกั้น สืบสวน ขยายผล จนสามารถจับกุมผู้ที่กระทำความผิดในข้อหา มียาเสพติด ชนิดยาบ้าไว้ในครอบครอง เพื่อเสพ และจำหน่าย รายแรก จำนวน 5 แสนเม็ด

      และยังพบชนิดของยาเสพติด ยาบ้าน ชนิดใหม่ ออกแบบ เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมขึ้น เพื่อเตรียมวางจำหน่ายในกลุ่มวัยรุ่น เยาวชน ที่ จังหวัดศรีสะเกษ จะต้องเฝ้าระวังในการเข้าถึงยาเสพติด ทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบำบัด ยึดทรัพย์ มูลค่า 869,000.-บาท, ส่วนรายที่ 2 และ 3 ที่ สภ.เบญจลักษ์ รายแรก ตรวจยึดยาบ้า ได้ จำนวน 34,000 เม็ด และรายที่ 2 ตรวจยึดยาบ้า ที่คนร้ายนำมาวางไว้ข้างถนน รอผู้มารับ เจ้าหน้าที่ 1 วัน 1 คืน ไม่เห็นใคร จึงเข้าตรวจยึดมาได้ จำนวน 200,000 เม็ด รวมที่ สภ.เบญจลักษ์ ตรวจยึดยาบ้า ได้ 2 รายการ รวม 234,000 เม็ด และเมื่อรวมกับ สภ.กันทรารมย์ เป็นจำนวน 734,000 เม็ด

      โดย เที่ยงของวันนี้ ที่ สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค3 , พลตำรวตรี พิษณุ วัตถุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, พันตำรวจเอก ธัชพงศ์ พรหมมา ผู้กำกับ สภ.กันทรารมย์ เจ้าหน้าที่ชุด 238 พิทักษ์นครลำดวน,

      filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 6; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 7864320;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 36;

      ชุดเฉพาะกิจพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดสิบ ภจว.จังหวัด, สภ.กันทรารมย์, สภ.เบญจลักษ์ ได้ร่วมกันวางแผนฝัง เส้นทางของการปฎิบัติการ 238พิทักษ์นครลำดวน ที่เข้าสืบสวน สอบสวน ก่อนเข้าทำการสกัดจับกุม ผู้ต้องสงสัย ก่อนที่จะนำตัวมาควบคับไว้ที่ สภ.กันทรารมย์ เพื่อสอบสวนขยายผล สู่การจับกุมชุดใหญ่ พร้อมการยึดทรัพย์ ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มูลค่าความเสียหาย รวม 869,000.- บาท

      โดย พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปฎิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี อย่างเคร่งครัด ทั้งการปราบปราม การป้อวกัน ตามติดตามสกัดยาเสพติดที่จะเข้าสู่ประเทศไทยในทุกมิติ พร้อมกันนี้ยังเพิ่มขยายสถานที่บำบัด ให้กับผู้ที่เคยหลงผิด เข้าไปเสพ และติด จนทำให้เกดอาการหลอน เสียประสาท โดยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ทหาร และโดยเฉพาะภาคประชาชน ที่เป็นหัวใจหลัก ในการสกัด ไม่ให้บุตรหลาน เข้าไปเสพ เข้าไปค้า โดยใช้มาตรการ ล้อมรั่วด้วยรัก จากผู้ปกครองทุกคน ร่วมด้วยช่วยกัน เชื่อว่า หากไม่มีคนเสพ เขาก็จำหน่ายยาเสพไม่ได้
      /////////
      ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผัวโหดทุบหัวเมียเสียชีวิตในวันเกิด – ตำรวจตั้งข้อหาหนัก

      แชร์เนื้อหานี้

      เกิดเหตุสลดในพื้นที่ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เมื่อชายวัย 35 ปี ก่อเหตุทำร้ายภรรยาจนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดในคืนวันที่ 14 พฤษภาคม เวลาประมาณ 21.00 น. นายสมัคร เมืองพิน หรือ “กึ้ม” ได้ทำร้ายร่างกายนางสาวพิกุลทอง ดาผา อายุ 43 ปี ภรรยาของตนเอง โดยใช้มือและเท้าทุบตีบริเวณศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

      หลังเกิดเหตุ นายกึ้มได้นำร่างภรรยาส่งโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรแจ้งบุตรสาววัย 17 ปีของผู้เสียชีวิต ซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัด ว่าแม่ถูกทำร้ายร่างกายจนไม่รู้สึกตัว และต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

      อย่างไรก็ตาม แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ผู้เสียชีวิตสิ้นใจในเวลา 06.20 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของเธอ โดยบุตรสาวเปิดเผยว่า ตนเดินทางกลับมาทันหลังแม่เสียชีวิตไปแล้วเพียง 1 ชั่วโมง

      นายดาว คำวงษา อายุ 55 ปี พ่อของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายตนมักมีนิสัยรุนแรงเวลาเมา สุราเป็นสาเหตุหลักของปัญหา โดยก่อนหน้านี้นายกึ้มเคยมีแฟนหลายคน และคบหากับผู้เสียชีวิตมาราว 2 ปี ก่อนจะมาอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าในบ้านโนนเกษม ต.นิคมคำสร้อย ซึ่งตลอดระยะเวลามักมีปัญหาทะเลาะกันเป็นประจำ

      ภายหลังเกิดเหตุ นายกึ้มได้กลับมารอให้ตำรวจจับตัวที่บ้านเช่า โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายภรรยาจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาให้ถึงแก่ชีวิต

      เบื้องต้น พ.ต.ท. วัชรพล จันทรศรี พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ได้แจ้งข้อหานายสมัคร เมืองพิน ในข้อหา “เจตนาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” และควบคุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

      ข่าวอาชญากรรม #ความรุนแรงในครอบครัว #ผัวทำร้ายเมีย #มุกดาหาร #ข่าวภูมิภาค #วันเกิดกลายเป็นวันตาย #สถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย #ฆ่าภรรยา​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 การแข่งขัน บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) งบประมาณ 2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) เข้าร่วมแข่งขัน 27 ทีม

      แชร์เนื้อหานี้

      พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานนะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ที่ควบคุมงาน ฝอ.5 บก.อก.ภ.่่(งานประชาสัมพันธ์และงานแถลงข่าว) ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า

      วันที่ 8 พ.ค.68 เวลา 14.30 น.
      พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ให้โอวาทแก่ ทีมปราบไพรีอริศัตรูพ่ายทั้ง 2 ทีม ที่เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการฝึกทบทวนและเตรียมความพร้อมการแข่งขันหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับ บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) สถานีข้ามสิ่งกีดขวาง มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 27 ทีม ผลการแข่งขัน

      – ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 13
      – ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 21
      การแข่งขันเสร็จสิ้น ผลรวม จำนวน 5 Stage ดังนี้
      – ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 5
      – ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 12

      โดยมี พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1, พ.ต.ท.กฤษณพงษ์ ชูตระกูล รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.ชยากร บุญมา รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.สมพร ลอยกระโทก สว.ฯ, ร.ต.อ.ศุภร ภาวมิ่งมงคล รอง สว.ฯ ส่วนควบคุม และ จนท.ส่วนปฏิบัติ จำนวน 2 ทีม พร้อมผู้สังเกตการณ์ ร่วมขอบคุณและรับโอวาทจากผู้บังคับบัญชา ณ ตำรวจภูธรภาค 1

      จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. ประธาน วันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบ72 ปี รับโล่รางวัล กก.ตชด.23 ปรามยาเสพติดดีเด่น

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 6 สมาคม 2568​ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 เป็นประธานเป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณกองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
      กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23) ให้แก่หน่วยงาน, ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ขับเคลื่อนงานด้านยาเสพติด

      ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการใช้หลัก “การลดความต้องการการใช้ยาเสพติด และลดปริมาณยาเสพติดรวมทั้งดำเนินการกับ ผู้ค้ายาเสพติด อย่างเด็ดขาด” ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรต่าง ๆ และภาคประชาชน จึงต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเต็มกำลัง

      จึงมีนโยบายเน้นหนักด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกมิติอย่างเป็นระบบ ด้านการป้องกันยาเสพติด ได้ดำเนินการนําผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในสถานพยาบาล และการบำบัดด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน การเสริมสร้างให้ประชาชนและชุมชนเข้าใจ

      และรับรู้ปัญหายาเสพติดที่มีผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัวชุมชน ส่วนด้านการปราบปรามยาเสพติด

      ได้ดำเนินการจับผู้ค้ารายย่อยในชุมชน การขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ค้าทุกระดับ เพื่อทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดรวมทั้งการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ

      อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่ได้รับรางวัลผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด​ กก.ตชด.23 ได้รับโล่รางวัลการปราบปรามยาเสพติดดีเด่น เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

      พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรวัฒน์ รางสาตร์ ผบ.ร้อย ตชด.236 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 รับมอบโล่รางวัลจาก พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
      🏆 กองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
      🏆 กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23)


      🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.236)
      🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 2 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.234)การปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนตำรวจตระเวนชายแดนตชด23สกลนครตชด236นครพนมตชด234มุกดาหาร

      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

      ผบ.ตร. ประธานพิธีวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72


      .
      พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) เป็นประธานีพิธีสดุดีและวางพวงมาลัยสักการะอนุสาวรีย์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ก่อตั้งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

      โดยมี พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) อดีต ผบ.ตร อดีต ผบช.ตชด. อดีตข้าราชการตำรวจ ตชด. แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจ ร่วมพิธีฯ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

      สำนักงานตำรวจแห่งชาติ Royalthaipolice เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงใหม่! รวบชายวัย 43 ปีทันควัน หลังวิ่งราวทรัพย์สาวโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่ อ้างตกงาน-พิการ

      แชร์เนื้อหานี้

      วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมนายปกรณ์ (ปกปิดนามสกุล )อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ หลังจากก่อเหตุชิงกระเป๋าสตางค์จากหญิงสาวในพื้นที่ช้างคลาน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง อ้างไม่มีอาชีพเพราะพิการ ต้องขอเงินพ่อใช้ชีวิต และนำเงินที่ได้จากการก่อเหตุไปซ่อมรถจักรยานยนต์

      โดยมี พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ, และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าว ณ สภ.เมืองเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

      โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 07.00 น. บริเวณถนนระแกง ซอย 2 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ น.ส.พัชรินทร์ อายุ 46 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ แจ้งว่า ขณะกำลังเดินไปซื้อกับข้าว ถูกชายสวมเสื้อดำ กางเกงดำ ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กระชากกระเป๋าแล้วหลบหนีไป

      ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนสามารถติดตามเส้นทางหลบหนี และตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายปกรณ์ ซึ่งเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยใช้วิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถวนหลบซ่อนตัวในพื้นที่ อ.แม่ริม ก่อนจะถูกจับกุมได้ในวันที่ 2 พฤษภาคม เวลาประมาณ 13.30 น. บริเวณบ้านแม่สาใหม่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม

      เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” และนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      “ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” ขอเน้นย้ำ เตือนถึงผู้ที่คิดจะกระทำความผิดให้หยุดพฤติกรรมเสียแต่ตอนนี้ เพราะทุกการกระทำผิดกฎหมายจะถูกติดตามและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมย้ำชัดว่า ‘เชียงใหม่เมืองปลอดภัย’ จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความสงบสุขของประชาชนเด็ดขาด

      ตำรวจเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย …

      ///สมจิตรแสงบัลลังค์รายงาน//

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จเรตำรวจ ฉก.88 ร่วมกับ 32 เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายใน 3 เดือน เน้นใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ (21 เมษายน 2568) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ฉก.88) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 , ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล , ผู้บัญชาการสำนักงบประมาณและการเงิน , ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

      , ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ , ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย/รอง ผอ.ฉก.88 , นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ฝ่ายความมั่นคง/รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท./รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/ผู้ช่วย ผอ.ฉก.88 , ผู้แทนฝ่ายตำรวจทุกหน่วย และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 32 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

      ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2568 เรื่อง การจัดตั้งกลไกอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งตำรวจ ทหาร ภาครัฐ เอกชน ฝ่ายปกครอง โดยตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (คณะกรรมการ ปชด.) มีศูนย์ปฏิบัติเฉพาะกิจ 4 ศูนย์ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) มี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นผู้อำนวยการฯ ทำหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาและประเทศกัมพูชา

      ในที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์ภาพรวมของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ตามพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา และแนวชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา และแนวทางการดำเนินการในการป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไทยจะไม่ยอมให้กลุ่มคนไทยที่เดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อถูกจับกุมแล้วอ้างว่าตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

      โดยล่าสุดจากปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชามีการกวาดล้าง 2 ครั้ง จับกุมคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่งกลับประเทศรวมจำนวน 175 คน พบว่าทุกคนไม่ใช่เหยื่อการค้ามนุษย์ แต่เป็นคนที่มีส่วนร่วมกับอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกคน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในไทยใน 4 ข้อหาใหญ่พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมทุกหน่วยงานครั้งแรก โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเน้นการใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด ได้แก่

      1. ป้องกันการลักลอบส่งเสา สาย ซิม โดยการตัดสายเคเบิ้ลผิดกฎหมาย ตัดเสาสัญญาณผิดกฎหมาย ปราบปรามซิมผี วิเคราะห์จุดที่ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จาก IP address และที่ตั้งทางกายภาพ
      2. ตรวจสอบป้องกันการใช้บัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี โดยตรวจสอบสาขาของธนาคารที่มีการเปิดบัญชีม้าจำนวนมาก การถอนเงินจากธนาคารและตู้กดเงินสดตามแนวชายแดน การลักลอบขนเงินสดข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติและด่านศุลกากร และการวิเคราะห์เส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี
      3. ป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศไทยของชาวไทยและชาวต่างชาติตามแนวชายแดน เพื่อปิดกันไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังประเทศเพื่อนบ้าน

      นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยความมั่นคงของชาติรูปแบบใหม่ เรียกว่า Cyber War ที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันทุกหน่วยงาน เชื่อว่าหากทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจกันทำจริง และเด็ดขาดพอ จะทำให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เห็นผลสัมฤทธิ์ภายใน 3 เดือน สมจิตร แสงบัลังก์ ภาพ/ข่าว

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โชคชัย รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ ป้องกันเหตุอาชญากรรม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 18.00น. ณ ปั๊ม ปตท. ต.กอโจทย์ ถ.24 อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ภายใต้การอำนวยของพ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัยได้มอบหมาย

      ให้พ.ต.ต.คุณากร วรเมธานนท์ พร้อมชุดชุมชนสัมพันธ์ รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร เมาไม่ขับ การป้องกันและระมัดระวังเหตุอาชญากรรมในช่วงเทศการสงกรานต์

      และอำนวยความสะดวกจราจร และมีประชาชนร่วมมอบอาหารและเครื่องดื่มเป็นกำลังใจให้กับชุดชุมชนสัมพันธ์ ณ ปั๊มปตท. อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

      กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร. ภ.3 เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกการจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3 พลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 /ประธานการประชุม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วิวัฒน์ สีลาเขตต์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมหน่วยงาน ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑, ๒ และ ๓, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๕ นครราชสีมา, สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3, สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา,ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา, สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จว.นครราชสีมา และมูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ จว.นครราชสีมา

      ได้เข้าร่วมประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.256๘ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ด้านจราจรและความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) และตำรวจภูธรจังหวัดที่มีพื้นที่เส้นทางติดต่อกับตำรวจภูธรภาค 3 ประกอบด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี, สระบุรี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว และขอนแก่น เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปมาตรการปฏิบัติแบบบูรณาการในการอำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.๒๕๖๘ โดยหน่วยงานภาคี ทุกหน่วยได้รายงานต่อที่ประชุมแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ ที่เตรียมไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพตำรวจภูธรภาค 3

      ได้เตรียมการบริหารจัดการ โดยช่วงการควบคุมเข้มข้น ๗ วัน ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 256๘ จะเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด และกำหนดเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.256๘ ของตำรวจภูธรภาค 3 ระหว่างวันที่ 10 – 18 เมษายน 256๘ เพื่อกำกับ ดูแล และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยในสังกัด ในการอำนวยความสะดวกการจราจร ดูแลความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 256๘ นี้ ตามนโยบายรัฐบาล “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”

      ในทุกพื้นที่ โดยวางแผนตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 278 จุด เตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 301 ชุด มีเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 858 เครื่อง และเครื่องตรวจจับความเร็ว จำนวน 101 เครื่อง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติ ทั้งสิ้น 4,614 นาย นอกจากนี้ได้ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง ในการปรับรูปแบบจากจุดบริการประชาชนมาเป็นการตั้งด่าน ชุมชนแทน โดยบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่

      กำหนดแผนการตั้งด่านชุมชนจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 3,971 แห่ง เพื่อป้องปรามคนที่ดื่มสุราไม่ให้ขับขี่รถออกจากหมู่บ้าน ชุมชน ไปเกิดอุบัติเหตุหากเกิดอุบัติเหตุทางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถที่เกิดเหตุทุกรายและหากพบว่ามีการดื่มสุราแล้วขับรถ จะดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น ในมาตรการเชิงรุก ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ ออกตรวจและขอความร่วมมือร้านจำหน่ายสุราในชุมชน หมู่บ้าน ทุกแห่ง ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เช่น ห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอาการมึนเมา จนครองสติไม่ได้ เป็นต้น
      คาดการณ์จากกรมทางหลวง

      จะเปิดให้บริการใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงหินกอง – ปากช่อง – นครราชสีมา ทั้งขาไปและขากลับ ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะทาง 163 กิโลเมตร โดยกำหนดจุดเข้า – ออก มอเตอร์เวย์ M6 ดังนี้
      จุดที่ 1 ด่านหินกอง ทล.33 กม.33+100
      จุดที่ 2 ด่านสระบุรี ทล.1 กม.38+700
      จุดที่ 3 ด่านแก่งคอย ทล.3222 กม.110+500
      จุดที่ 4 ด่านปากช่อง ทล.2090 กม.110+500
      จุดที่ 5 ด่านสีคิ้ว ทล.201 กม.154+960
      จุดที่ 6 ด่านขามทะเลสอ ทล.290 กม.185+125
      จุดที่ 7 ทล.204 กม196+000 (ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา)

      กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธร ภ.3 แถลงข่าวปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 2,000,000 เม็ด

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ บก.สส.ภ.3 ต. จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 แถลงข่าวปฎิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ตามนโยบายรัฐบาลจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1 ราย 3 คน พร้อมยาบ้า 2,000,000 เม็ด พร้อมด้วย ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ โดยให้ร่วมกันบูรณาการด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข่าวสารรวมถึงการร่วมมือกันในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน

      โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ รอง ผบก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.นิเวชร์ งามลาภ ผกก.ฯ
      พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัย พ.ต.อ.อิทธิพัทน์ ศรีมั่น ผกก.สภ.พระทองคำ สั่งการให้
      เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 นำโดย พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3, พ.ต.ท.ยุทธพล บุษบา รอง ผกก.สืบสวน 2, พ.ต.ท.ณัฐพร เขียวเกษม สว.กก.สืบสวน 2,ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง เพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ, เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นำโดย พ.ต.ท.สาทิต คอกขุนทด รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.ท.ภทรธร ชญานันท์ รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย นำโดย พ.ต.ท.สุชาติ ซ้อนพุดซา รอง ผกก.สส.สภ.โชคชัย และได้ร่วมบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 นำโดย พ.อ.เยี่ยม ฤทธิ์น้ำคำ ร่วมสืบสวนจับกุมตัว

      1.นายอัมพล หรือต้น ชิตรัตน์ อายุ 35 เลขประจำตัวประชาชน 1869900112718 ที่อยู่ 47/1 ม.7 ต.หาดทรายรี อ.เมืองชุมพร จว.ชุมพร
      2.นายทนงศักดิ์ หรือต้า หรือเปี๊ยก มูลถวิล อายุ 34 ปี เลขประจำตัวประชาชน 3440900714451 ที่อยู่ 95 ม.12 ต.โพธิ์ชัย อ.วาปีปทุม จว.มหาสารคาม
      3.พ.ต.ต.ชัยยะ มะลานาจ อายุ 49 ปี เลขประจำตัวประชาชน 3450800342926 ที่อยู่ 60/61 ม.4 ต.โป่ง อ.บางละมุง จว.ชลบุรี (ข้าราชการตำรวจ ตำแหน่ง สวป.(ชส.)สภ.ศรีบุญเรือง จว.หนองบัวลำภู พร้อมของกลาง 1.ยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 2,000,000 เม็ด 2.โทรศัพท์ จำนวน 3 เครื่อง ตรวจยึดของกลาง -รถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 300,000 บาท) -รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 700,000 บาท) โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม สืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดชาว สปป.ลาว จะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน จว.มุกดาหาร ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย ผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวใช้ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อFORD รุ่นRANGER สีดำ หมายเลขทะเบียน 2ฒร1575 กรุงเทพมหานคร

      ในการขนลำเลียงยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 , กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่ง พบว่ารถยนต์กระบะ ยี่ห้อFORD รุ่นRANGER สีดำ หมายเลขทะเบียน 2ฒร 1575 กรุงเทพมหานคร มีการเคลื่อนตัวออกมาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก จว.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จะลำเลียงนำยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย และเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เส้นทางที่เคยวิ่งลำเลียงยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ และพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อTOYOTA รุ่นCOROLLA AlTIS สีขาว หมายเลขทะเบียน 8กฒ5126 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับขี่ลักษณะวิ่งตามรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนในการจับกุม โดยวางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ โดยวางกำลังเฝ้าดู พร้อมทั้งสะกดรอยติดตาม และเพื่อให้ทราบถึงขบวนการเครือข่ายในการลำเลียงยาเสพติด โดยรถยนต์ทั้งสองคันใช้เส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ จาก จว.มุกดาหาร ผ่าน จว.กาฬสินธ์ ผ่าน จว.มหาสารคาม ผ่าน สี่แยกทางผาด ต.ยะวึก อ.ชุมพลบุรี จว.สุรินทร์ และขับขี่มุ่งหน้าเข้า อ.สตึก จว.บุรีรัมย์ ผ่าน อ.เมืองบุรีรัมย์ จว.บุรีรัมย์ ผ่าน อ.นางรอง จว.บุรีรัมย์ ผ่าน อ.หนองกี่ จว.บุรีรัมย์ และมุ่งหน้าเข้า อ.หนองบุญมาก จว.นครราชสีมา จนกระทั่งมาถึง ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จว.นครราชสีมา จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสกัดกั้นและจับกุมรถยนต์ทั้งสองคันได้ ผลการตรวจค้นพบ นายอัมพล หรือต้น ชิตรัตน์ เป็นผู้ขับขี่ จึงทำการตรวจค้นตัว และรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบ
      -โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อIPHONE รุ่น12ProMax สีขาว จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม นายอัมพลฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว นายอัมพลฯ เป็นผู้ใช้งาน
      -ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 2 ห่อใหญ่ ด้านในห่อด้วยกระสอบสีขาว วางอยู่บริเวณบริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง -ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 3 ห่อใหญ่

      ด้านในห่อด้วยกระสอบสีขาว วางอยู่บริเวณกระโปรงท้ายรถที่ใช้บรรทุกของ
      และตรวจค้นจับกุมรถยนต์กระบะ ยี่ห้อFORD รุ่นRANGER สีดำ หมายเลขทะเบียน 2ฒร1575 ที่บริเวณสี่แยกโชคชัย ถนนโชคชัย-เดชอุดม ต.โชคชัย อ.โชคชัย จว.นครราชสีมา ผลการตรวจค้นพบ นายทนงศักดิ์ หรือเปี๊ยก หรือต้า มูลถวิล และผู้โดยสารทราบชื่อว่า พ.ต.ต.ชัยยะ มะลานาจ จึงทำการตรวจค้นตัว และรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบ -โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อSUMSUNG รุ่นGALAXY S8+ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม นายทนงศักดิ์ฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว นายทนงศักดิ์ฯ เป็นผู้ใช้งาน -โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อINFINIX X6711 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม พ.ต.ต.ชัยยะฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว พ.ต.ต.ชัยยะฯ เป็นผู้ใช้งาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมจึงนำตัวผู้ต้อง พร้อมของกลาง มายัง กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 3 เพื่อตรวจเก็บพยานหลักฐาน จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทราบถึงขบวนการและเครือข่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลทราบว่า เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว คือ เครือข่าย “ท้าวหิน”( ผู้สั่งการชาวลาว) ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนติดตามจับกุม
      ผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      ภาพ/ข่าว : ตำรวจภูธร ภ.3 กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผบก. ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้การประชุม กต.ตร.ตำรวจภูธร จว.พระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2568

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ 24 มี.ค. 68 เวลา 13.30 น. พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผบก. ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้การประชุม กต.ตร.ตำรวจภูธร จว.พระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมกรุงศรีอยุธยา 1 โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โดยมี นาย นิวัฒน์ รุ่งสาค ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน การประชุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อีนดีระหว่าง กต.ตร.จังหวัดกับข้าราชการตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ และให้คำแนะนำสนับสนุนการประชาสัมพันธ์งานตำรวจ จว.พระนครศรีอยุธยาการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

      กราบขอพรองค์เจ้าแม่กวนอิม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านสุขาวดี ” ปาร์ตี้โฟมเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 20 เมษายน ค่ะ นี้บ้านสุขาวดีได้ปรับปรุงเมนูอาหารบุฟเฟ่ต์ให้เป็นเมนูที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลมากขึ้น มาลิ้มรสชาติ อาหารบ้านสุขาวดีในราคา คนไทย 200 บาท ทั้งเยี่ยมชมบ้าน ทานอาหาร รวมถึงการละเล่นทุกอย่างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

      บ้านสุขาวดีจัดเต็ม! เทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 แต่งชุดไทยเล่นน้ำปาร์ตี้โฟมสุดมันส์

      บ้านสุขาวดี เตรียมต้อนรับเทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสบรรยากาศไทยแท้ กับกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย โดยไฮไลต์เด่นของงาน เปิดให้แต่งชุดไทยฟรี! เพียงวางค่ามัดจำ 250 บาท พร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยแต่งตัวให้สวยงาม ก่อนเดินถ่ายภาพในบรรยากาศไทยโบราณที่ ลานวัฒนธรรมไทย กิจกรรมสรงน้ำพระแก้วมรกต ครบทั้ง 3 ฤดู เสริมสิริมงคลตลอดปี และเล่นน้ำสงกรานต์สุดชุ่มฉ่ำ กับม่านสายน้ำ สาดน้ำอบไทยหอมละมุน และกลีบดอกไม้ เพิ่มความสนุกโดยสาวสวยบ้านสุขาวดี นอกจากนี้ชวนสนุกไปกับปาร์ตี้โฟมสุดมันส์ พร้อมกิจกรรมพื้นบ้าน เช่น หนุ่มน้อยตกน้ำ ยิงปืน ปาลูกโป่ง ลุ้นรับของรางวัลมากมาย

      บ้านสุขาวดีชวนมาร่วมเช็กอิน-แชร์ภาพ กด Like & Share เพจบ้านสุขาวดี รับของชำร่วยกลับบ้านฟรี ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ บ้านสุขาวดี เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาสนุกสนานกับสงกรานต์แบบไทยๆ ได้ที่นี่! #สงกรานต์2568 #บ้านสุขาวดี #แต่งชุดไทย #เล่นน้ำสงกรานต์

      ////////////////////////////////////

      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

      อุมารินทร์ เกตนิกร  / 062-834-3737

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิตำรวจต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่ Auxiliary Police จากสิงคโปร์พร้อมพาศึกษาอบรมดูงานในประเทศไทย

      แชร์เนื้อหานี้

      มูลนิธิตำรวจ นำโดย  พล.ต.ท.ดร.มณฑล เงินวัฒนะ  ประธานมูลนิธิฯ และ คุณนิคม กนกภัยพิพัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่ Auxiliary Police จากสิงคโปร์ นำโดย Dr. Matthew Yap พร้อมนำคณะศึกษาอบรมดูงานในประทศไทย ระหว่างวันที่ 12 – 14 มีนาคม 2568โดยวันแรก มูลนิธิตำรวจได้พาคณะเจ้าหน้าที่ Auxiliary Police จากสิงคโปร์

      ไปศึกษาดูงานที่สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ. สมุทรปราการ ที่นี่คณะจะได้ศึกษาดูงานเกี่ยวกับด้านการบริหารงานและการให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ ของสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ จากนั้นนำคณะเดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจน้ำ ต.บางด้วน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

      เพื่อ คณะจะได้ศึกษาดูงานด้านการบริหารงานและศักยภาพการให้บริการของตำรวจน้ำไทยส่วนวันที่สอง มูลนิธิตำรวจได้พาคณะเจ้าหน้าที่ Auxiliary Police จากสิงคโปร์ ไปศึกษาดูงานที่กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ค่ายนเรศวร)  ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

      ที่นี่คณะจะได้เข้ารับการอบรมหลายอย่าง ได้แก่ การใช้อาวุธปืน เริ่มตั้งแต่ความปลอดภัย ท่าในการยิง รวมไปถึงการเล็งเป้าหมาย ณ สนามยิงปืน โดยมีครูฝึกของสนามยิงปืนเป็นผู้สาธิต พร้อมให้คำแนะนำในด้านต่างๆ เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืน ต่อด้วยการทดสอบท้าทายกำลังใจ นั่นก็คือ การกระโดดหอสูง 34 ฟุต

      ในสถานีกระโดดหอสูง โดยมีครูฝึกมาให้คำแนะนำ ตั้งแต่ท่าทางต่างๆ ที่ถูกต้องในการกระโดด  สำหรับทุกท่านที่โดดหอในครั้งนี้ก็จะได้รับใบประกาศนียบัตร พร้อมปีกติดหน้าอก ปิดท้ายด้วย การนำคณะเข้าชมการสาธิต และทดลองเหินเวหาลอยในอุโมงค์ลม ซึ่งสร้างความฮือฮา สนุกสนาน เร้าใจ และประทับใจให้กับคณะทุกๆ ท่าน

      วันที่สาม มูลนิธิตำรวจได้พาคณะเจ้าหน้าที่ Auxiliary Police จากสิงคโปร์ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ไปชมความวิจิตรยิ่งใหญ่ตระการตาของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

      รวมถึงชมความงดงามของพระบรมมหาราชวัง และความสวยงามของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ( วัดโพธิ์ ท่าเตียน) ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ปิดท้ายด้วยการชมพิพิธภัณฑ์ตำรวจ ซึ่งทำให้ได้ความรู้ความเข้าใจประวัติศาสตร์ของตำรวจไทย

      นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ จะเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตำรวจนานาชาติกับตำรวจไทย รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาต่างชาติอีกด้วย

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้งผลการตรวจสอบคลิปวัยรุ่น แก็ง “เด็กไทใหญ่ 575” มีการถูกจับดำเนินคดีไปบางส่วนแล้ว กลุ่มแก๊งดังกล่าว

      แชร์เนื้อหานี้

      6 มี.ค.68 เวลา 11.30 น.
      พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ตรวจสอบกรณีมีการโพสต์แชร์คลิปวัยรุ่น แก็ง “เด็กไทใหญ่ 575” ตามสื่อโซเชียลซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของวัยรุ่นชาวไทใหญ่พร้อมกับชูเสื้อที่มีข้อความพร้อมรูปภาพว่า “เด็กไทใหญ่ 575” ในลักษณะคึกคะนอง พูดยั่วยุ ท้าทายวัยรุ่นกลุ่มอื่นๆ

      ต่อมา พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ ชุดสืบสวน (เหยี่ยวดำ) นำโดย พ.ต.ท.ชุวาพล ชัยสาร รองผดก.สืบสวน ,พ.ต.ต.พูนศักดิ์ พักตร์ผ่องศรี สว.สส.,พ.ต.วุฒิไกร ทาหอม สว.สส.ดำเนินการตรวจสอบคลิปดังกล่าว และได้รายงานให้ ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบดังนี้

      จากการตรวจสอบ
      คลิปดังกล่าว เป็นคลิปเก่าที่ได้โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 67 โดยบัญชีที่ใช้แอพลิเคชั่นติ๊กต๊อกชื่อ “ru.ok575” และในวันนี้ได้มีบุคคลนำคลิปวิดีโอดังกล่าวมาโพสต์ใหม่อีกครั้ง ทำให้เกิดเป็นกระแสตามสื่อโซเชียลขึ้นนั้น โดยในปัจจุบันบุคคลในคลิปดังกล่าวบางคนได้มีการถูกจับดำเนินคดีไปบางส่วนแล้ว

      ส่วนบุคคลที่เหลือก็ได้กระจัดกระจาย แยกย้าย ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้และกลุ่มดังกล่าวก็ถูกยุบไปแล้ว ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ได้มีการจับกุมกวาดล้างบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดการกระทำความผิดได้จับกุมดำเนินคดีผลักดันส่งออกนอกราชอาณาจักรทุกราย
      //#สมจิตรแสงบัลลังค์
      //#ธนวัฒน์โมมา

      ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับกุมบุหรี่ไฟฟ้า และ แก๊สหัวเราะ 666 ราย ผู้ต้องหา 690 คน ของกลาง 454,958 ชิ้น มูลค่า 41,911,815 บาท

      แชร์เนื้อหานี้

      รอง ผบ.ตร. เร่งรัดขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ เผยผลการปฏิบัติในห้วง 7 วัน ที่ผ่านมา เป็นที่น่าพอใจ จับกุมทั้งสิ้น 666 ราย ควบคุมผู้ต้องหา 690 คน ยึดของกลาง 454,958 ชิ้น มูลค่าของกลาง 41,911,815 บาท

      วันนี้ (5 มี.ค.68) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติการระดมกวาดล้างการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ โดยมีผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1 – 9 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 ตร.

      ทั้งนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ ซึ่งปัจจุบันได้ปรากฏสถานการณ์การแพร่ระบาด ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา พื้นที่ใกล้โรงเรียนหรือสถานศึกษา รวมถึงสถานบริการ สถานประกอบการ และพื้นที่สาธารณะในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเอง หรือผู้อื่น สร้างความเดือนร้อน รำคาญแก่ประชาชนใกล้เคียง โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

      สำหรับการผลการปฏิบัติในห้วง 7 วัน ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 4 มีนาคม 2568 ภาพรวมการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของทุกหน่วย มีผลการจับกุมทั้งสิ้น 666 ราย ผู้ต้องหา 690 คน ยึดของกลาง 454,958 ชิ้น มูลค่าของกลาง 41,911,815 บาท เป็นการจับกุมรายใหญ่ 2 ราย ผู้ต้องหา 3 คน ยึดของกลาง 409,364 ชิ้น มูลค่าของกลาง 34,200,000 บาท , จับกุมรายย่อย 645 ราย ควบคุมผู้ต้องหา 669 คน ยึดของกลาง 43,483 ชิ้น มูลค่าของกลาง 7,215,005 บาท , จับกุมรอบสถานศึกษา 7 ราย ควบคุมผู้ต้องหา 6 คน ยึดของกลาง 1,359 ชิ้น มูลค่าของกลาง 302,500 บาท และจับกุมบริเวณแหล่งท่องเที่ยว 12 ราย ควบคุมผู้ต้องหา 12 คน ยึดของกลาง 752 ชิ้น มูลค่าของกลาง 194,310 บาท

      ในส่วนการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับแก๊สหัวเราะ จับกุม 3 ราย ควบคุมผู้ต้องหา 3 คน ยึดของกลาง 2,334 ชิ้น มูลค่าของกลาง 100,000 บาทพล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า และแก๊สหัวเราะ ซึ่งปัจจุบันมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และต้องการเห็นผลการปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรมในเร็ววัน ผบ.ตร. จึงได้กำชับ เน้นย้ำ และติดตามการขับเคลื่อนให้มีผลการปฏิบัติในทุกมิติ

      1. ให้ความสำคัญกับการปราบปราม กวาดล้าง การลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย การจำหน่าย การให้บริการ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไป X-ray ในพื้นที่รับผิดชอบ เพิ่มความเข้มข้นในการกวดขัน ตรวจสอบ ทุกสถานที่ จุดล่อแหลม ซึ่งน่าจะเป็นที่ซุกซ่อนของบุหรี่ไฟฟ้า และสารตั้งต้น สารประกอบของแก๊สหัวเราะ ตลอดจนสิ่งของผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่า “ต่อไปจะต้องไม่มี หรือสามารถค้นหาได้โดยง่าย ว่าในพื้นมีการจำหน่าย หรือให้บริการ บุหรี่ไฟฟ้า หรือแก๊สหัวเราะ อย่างโจ่งแจ้ง”
      2. สาเหตุของการกระทำความผิดทั้งหลาย เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่า คือ เงิน จากผลการระดมจับกุม พบว่า ของกลางและการยึดทรัพย์สินมีมูลค่าสูงมาก นี่คือแรงจูงใจให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงให้ทุกหน่วยดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นแบบแผน การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามความผิดมูลฐานฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นเรื่องสำคัญ เน้นย้ำว่าต้องดำเนินการ สืบสาว ไปให้ถึงต้นตอเหตุทุกกรณี เพราะการกระทำผิดส่วนมาก มักเกี่ยวข้องกับ “เงิน” ในฐานะที่ พล.ต.อ.ประจวบฯ รับผิดชอบและเป็น ผอ.ศูนย์ปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วย จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วย เพื่อให้การปฏิบัติ มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยง และเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และศักยภาพให้การทำงานประสบผลสำเร็จ อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

      นอกจากนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ ได้เน้นย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความมุ่งมั่น จริงใจ ในการแก้ไขปัญหา ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเราจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถ

      ตำรวจภาค 5 จับกุมชาวต่างชาติลักลอบส่งกัญชาน้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม.
      ด้วยตำรวจภาค 5 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่สถานีตำรวจภูพิงค์ราชนิเวศน์.ตำรวจท่องเที่ยวสำนักงานศุลกากรภาค 3 ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดภาคเหนือท่าอากาศยานเชียงใหม่กรมศุลกากรสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง.

      ได้ร่วมกันสกัดกั้นการส่งต่อช่อดอกกัญชาเมื่อวันที่ 2 และที่ 4 มีนาคม 2568 ณจุดตรวจค้นสัมภาระขาออกระหว่างประเทศภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่รวมจำนวน 3 คดีผู้ต้องหาชาวต่างชาติรวม 4 คนมีรายละเอียดแต่ละคดีดังนี้.เพราะดีที่ 1 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 18:00 น ผู้ต้องหาต่างชาติสัญชาติมาเลเซียเพศชายอายุ 23 ปีเดินทางจากเชียงใหม่ไปสุวรรณภูมิ.ดูไบ.ลอนดอน.พบมีการพยายามลักลอบขนช่อดอกกัญชาออกนอกประเทศโดยใส่ในกระเป๋าเดินทาง 1 ใบซึ่งช่อดอกกัญชาถูกบรรจุเป็นแพ็คในถุงพลาสติกใสจำนวน 40 ถุงน้ำหนักรวม 22.5 กิโลกรัมมูลค่าประมาณ 22,5000 บาทคดีที่ 2

      เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 09.40 นผู้ต้องหาต่างชาติสัญชาติอังกฤษเพศหญิงอายุ 19 ปีเดินทางจากดอนเมืองมาเชียงใหม่สุวรรณภูมิฮ่องกงและ.ลอนดอน.มีการลักลอบขนช่อดอกกัญชาออกนอกประเทศโดยใส่ในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบซึ่งช่อดอกกัญชาถูกบรรจุเป็นแพ็คใส่ถุงพลาสติกใสจำนวน 32 ถุงน้ำหนักรวมประมาณ 34.8 กิโลกรัมมูลค่าประมาณ 3480,000 บาทคดีที่ 3 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 17.0 นผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 2 คนเพศชายและหญิงสัญชาติมาเลเซียอายุ 35 ปีทั้ง 2 คนเดินทางจากสุวรรณภูมิ.มาเชียงใหม่สิงคโปร์.และลอนดอน.มีการพยายามลักลอบขนช่อดอกกัญชาออกนอกประเทศโดยใส่ในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบซึ่งช่อดอกกัญชาบรรจุเป็นแพ็คพลาสติกใสจำนวน 80 ถุงน้ำหนักประมาณ 45.4 กิโลกรัมมูลค่าประมาณ 4 5 4 0 00 บาทรวมช่อกัญชาที่ตรวจยึดได้น้ำหนักประมาณ 102.7 กิโลกรัมมูลค่าประมาณ 1027000บาท.

      เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 18:00 น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดจับกุมได้พบความผิดปกติของสิ่งของภายในกระเป๋าเดินทางผู้โดยสารต่างชาติที่กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศจึงทำการขอตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในกระเป๋าเดินทางผลการตรวจสอบพบว่าเป็นช่อดอกกัญชาบรรจุในถุงพลาสติกจำนวนมากจึงทำการตรวจยึดพร้อมกับดำเนินการตามขั้นตอนของบทกฎหมายต่อไปและมีการสั่งการเบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยช่วยกันป้องกัน

      เพื่อสกัดจับตรวจยึดพร้อมกับเฝ้าสังเกตพฤติกรรมที่อาจจะมีการลักลอบนำช่อดอกกัญชาออกนอกประเทศจีนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 09.40 นและ 17.00 นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดจับกลุ่มชาวต่างชาติที่กำลังจะเดินทางพร้อมกับช่อกัญชาเพื่อนำออกนอกประเทศได้อีกจำนวน 2 รายดังกล่าว…

      สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวบก. รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรฐนิวส์ /‘ตำรวจภูธรภาค1’เข้มงานสายตรวจ ‘รองผบช.ภ.1’กำชับนโยบาย‘สภ.เมืองชัยนาท’

      แชร์เนื้อหานี้

      4 มีนาคม 2568 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงษ์ รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 มอบหมายนโยบายให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1)

      ปฏิบัติภารกิจเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ในทุกๆด้านทุกๆมิติ โดยเฉพาะงานสายตรวจ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้กับประชาชน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68

      พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสายตรวจ สภ.เมืองชัยนาท ภ.จว.ชัยนาท โดยได้แนะแนวทางในการปฏิบัติงาน พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ บช,ภ.1 โดยเคร่งครัด

      นอกจากนี้ พล.ต.ต.โชคชัย ได้มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย 3 คดี และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ,

      พ.ต.อ.นรากร บุญครอบ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท , พ.ต.อ.สุรัตน์ เป้าทอง ผกก.สภ.เมืองชัยนาท , พ.ต.ท.ชัชวาล มหาศรานนท์ รอง ผกก.ป.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.เมืองชัยนาท

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร ภาค 3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 2 เครือข่าย ผู้ต้องหา 9 คน ยาบ้าจำนวน 2,572,806 เม็ด

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น. ณ บก.สส.ภ.3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมาตำรวจภูธรภาค 3 แถลงข่าวปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ตามนโยบายรัฐบาลจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 2 เครือข่าย ผู้ต้องหา 9 คน ยาบ้าจำนวน 2,572,806 เม็ด ตำรวจภูธรภาค 3 โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 พล.ต.ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2
      นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ โดยให้ร่วมกันบูรณาการด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข่าวสารรวมถึงการร่วมมือกันในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่ตอนในโดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.วรวรรธน์ ขันธ์เครือ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ ,พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง,พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผกก.สภ.โนนสูง, , พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.บ้านปรางค์ พ.ต.อ.อิทธิพัทน์ ศรีมั่น ผกก.สภ.พระทองคำ สั่งการให้

      เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน นำโดย พ.ต.ท.สุรกฤษ คงธนกิตติ รอง ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, พ.ต.ท.บุรัสกร ลาผ่าน รอง ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., ร.ต.อ.หญิง เพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนสูง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านปรางค์, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระทองคำ , และได้ร่วมบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับ และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมสืบสวนจับกุม เครือข่ายที่ 1 วันที่ 28 ก.พ.2568 1.นายสายชล หรือดำ ศรีหนองห้าง อายุ 54 ปี เลขประจำตัวประชาชน 5470500012838 ที่อยู่ 95/1 ม.12 ต.ไฮหย่อง อ.พังโคน จว.สกลนคร
      2.นายสุทธิพงษ์ หรือมอส ธรรมาภิรมย์ อายุ 34 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1470500065751 ที่อยู่ 198 ม.12 ต.ไฮหย่อง อ.พังโคน จว.สกลนคร
      3.นายยุทธศักดิ์ หรือแนส วิถี อายุ 44 เลขประจำตัวประชาชน 3470500296384 ที่อยู่ 125 ม.12 ต.ไฮหย่อง อ.พังโคน จว.สกลนคร4.นายโชคทวี หรือเล็ก แสนโคตร อายุ 34 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1470500063740 ที่อยู่ 216 ม.7 ต.ไฮหย่อง อ.พังโคน จว.สกลนครพร้อมของกลาง 1.ยาบ้า จำนวน 2,390,000 เม็ด (สองล้านสามแสนเก้าหมื่นเม็ด)ตรวจยึดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด-รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 300,000 บาท)-รถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท)โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย”พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม สืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดชาว สปป.ลาว จะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.บึงกาฬ ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย ผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวใช้ รถยนต์กระบะ ในการขนลำเลียงยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 , กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร

      จังหวัดนครราชสีมา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่งพบรถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะต้องสงสัย ซึ่งมีการเคลื่อนตัวออกมาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก จว.สกลนคร มีลักษณะขับขี่ตามกันมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าจะมีลำเลียงนำยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทยและเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เส้นทางที่เคยวิ่งลำเลียงยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนในการจับกุม โดยวางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ โดยวางกำลังเฝ้าดู พร้อมทั้งสะกดรอยติดตาม และเพื่อให้ทราบถึงขบวนการในการลำเลียงยาเสพติดและผู้สั่งการในการลำเลียงยาเสพติด จึงได้ขับรถยนต์ติดตามโดยพบว่ารถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะดังกล่าวที่บรรทุกสิ่งของบริเวณท้ายกระบะบรรทุกโดยใช้ผ้าใบปกคลุมปิดบังสิ่งของไว้ โดยรถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะดังกล่าววิ่งมาถึงบริเวณ ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมได้ทำการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนสูง จว.นครราชสีมา เพื่อตั้งด่านจุดสกัดยานพาหนะที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว สามารถสกัดรถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะได้จำนวน 2 คัน พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 4 คน และของกลางยาบ้าจำนวน 2,390,000 เม็ด ทเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมของกลาง มายัง กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 3 เพื่อตรวจเก็บพยานหลักฐาน จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทราบถึงขบวนการและเครือข่ายยาเสพติด สอบถามผู้ต้องหาทั้ง 4 ให้การรับว่าพวกตนเองได้รับการว่าจ้างจากนายพจน์ ไม่ทราบชื่อและสกุลจริง ให้ลำเลียงยาเสพติดไปส่งที่ จว.สระบุรี เมื่อไปถึงแล้ว จึงแจ้งให้นายพจน์ ทราบ และนายพจน์ จะแจ้งให้ทราบว่าไปส่งต่อที่ใด แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ก่อน โดยผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติดแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเครือข่ายที่ 2ภายใต้การอำนวยการของ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.3 ,พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3, พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.3,
      สั่งการให้ พ.ต.อ.วรวรรธน์ ขันธ์เครือ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, พ.ต.ท.สุรกฤษ คงธนกิตติ รอง ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, พ.ต.ท.บุรัสกร ลาผ่าน รอง ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.อิทธิพล เพ็ญเดิมพันธ์ สว.กก.สืบสวน 1ฯ ร.ต.อ.โสภณ ละเอียด และ ร.ต.อ.ธนะศักดิ์ ปุ๊กกระโทก รอง สว.กก.สืบสวน 1ฯ ว่าที่ ร.ต.ต.สันติชัย ไชยเสริฐ, ปรกฯ รอง สว.กก.สืบสวน 1ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 , เจ้าพนักงาน ปปส.ภ.3 ร่วมกันทำการสืบสวนจับกุม ร่วมกันสืบสวนจับกุม

      เครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 3 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย รวมยาบ้า 202,806 เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สิน ประมาณ 1,300,000 บาท
      เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 จับกุมนายอำนาจ หรือแอ๋ม มุ่งปานกลาง อายุ 32 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 2 ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์น.ส.รุ้งนภา หรือก้อย สัญญารักษ์ อายุ 32 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 2 ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์นายนพชัยหรือบูม รักไร่ อายุ 25 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 246 หมู่ที่ 3 ต.ห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมาน.ส.ลินดาหรือกิ๊ก ยอดพิกุล อายุ 27 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 207 หมู่ที่ 2 ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ในฐานความผิด “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า” พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 24,000 เม็ด , โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่องตรวจยึดทรัพย์สิน จำนวน 900,000 บาทพฤติการณ์การจับกุม เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1ฯ จากการจับุกม นายธนพล หรือทัดฯ พร้อมด้วยยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด ชุดสืบสวนจึงได้การขยายผลจนนำไปสู่การจับกุมผุ้ต้องหาดังกล่าวได้สำเร็จสถานที่จับกุมบริเวณ ริมถนนหน้าทางเข้าแก้วมณีรีสอร์ท ม.2 ต.สารภี อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมานำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปต่อมาชุดสืบสวนได้ทำกาขยายผลจับกุมเครือยาเสพติดกลุ่มนักค้าชาวลาว ได้เพิ่มเติมดังนี้

      เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 จับกุมนายบุญช่วย หรือจุ้ย ด้วงชำนาญ อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 105 หมู่ 1 ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ในความผิดฐาน “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย”
      พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 132,000 เม็ด และได้ทำการตรวจยึดยาบ้าอยู่ภายในบ้าน จำนวน 200,00 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 152,000 เม็ด , ตรวจยึดทรัพย์สิน จำนวน 200,000 บาทพฤติการณ์การจับกุม เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1ฯ ทำการจับกุม นายนพชัยหรือบูม พร้อมพวกรวม 4 ราย และยาบ้า จำนวน 42,000 เม็ด ชุดสืบสวนจึงได้การขยายผลจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้สำเร็จสถานที่จับกุมบริเวณทางเข้าบ้านเลขที่ 105 ม. 1 ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งทั้งสองราย ได้จากการขยายผลการจับกุมยาเสพติดนายเจตพล หรือแจ๊บฯ เพชรกระโทก อายุ 23 ปี ในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า” พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 806 เม็ดและขยายผลจับกุม นายธนพล หรือทัต เทกระโทก อายุ 30 ปี ในความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า” พร้อมของกลาง ยาบ้า

      ภาพ/ข่าว : ตำรวจภูธรภาค 3

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่อ.ปาย

      แชร์เนื้อหานี้

      22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.30 น. พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน , พ.ต.อ.สำเร็จ สามสีทอง ผกก.สภ.ปาย ,พ.ต.ท.วีรภัทร คำลาพิช รอง.ผกก.สภ.ปาย ร่วมกับ ตำรวจท่องเที่ยแม่ฮ่องสอน ,ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแม่ฮ่องสอน , ฝ่ายปกครองอำเภอปาย, สาธารณสุขอำเภอปาย,กต.ตร.สภ.ปาย

      ร่วมกันแถลงข่าวการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่อำเภอปาย จากนั้นได้ทำการตรวจศูนย์ ศปก.สภ.ปาย จุดบริการประชาชนถนนคนเดิน และเดินตรวจบริเวณถนนคนเดิน เพื่อแนะนำนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนสูบกัญชาในที่สาธารณะ และทำการเปรียบเทียบปรับ ณ ศปก.สภ.ปายฯ จำนวน 10 ราย ตลอดจนแนะนำร้านจำหน่ายกัญชาห้ามจำหน่ายกัญชาเพื่อสูบในร้านหากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ..

      สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ทท.1 เปิดติวเข้มอาสาสมัคร ตร.ทท.พัทยา ปี 68

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 25 ก.พ.68 พล.ต.ต.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เป็นประธานในพิธีเปิดครงการอบรมสัมมนาอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ.2568 ที่บริเวณห้องประชุมชั้น 2 ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ศุภรัตน์ มีปรีชา พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับ

      ด้วยผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้อนุมัติลงวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ให้สถานีตำรวจท่องเที่ยวทุกแห่งในสังกัดดำเนินการจัดทำโครงการฝึกอบรมสัมมนาอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ.2568 โดยสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 เสริมสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย (Resilient Tourism) มุ่งเน้นการสร้างความเจริญทางการท่องเที่ยวให้เข้าถึงทุกพื้นที่

      โดยอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือขับคลื่อนนโยบายด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนการปฏิบัติงานภายใต้อำนาจหน้าที่ ภารกิจและความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวได้มีความรู้ ความเข้าใจในภารกิจหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และภารกิจหน้าที่ของอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว การสังเกตตำหนิรูปพรรณคนร้าย การแจ้งข้อมูลข่าวสาร การเข้าระงับเหตุในสถานการณ์ต่างๆ

      อีกทั้ง เพื่อให้อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความเข้าใจในงานการบริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนเพื่อให้อาสสสมัครตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความเข้าใจทักษะขั้นตอนการปฏิบัติ ในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีประสบเหตุ และเพื่อให้อาสมัครตำตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความเข้าใจ ในแนวทางการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับด้านยุทธวิธีในการปฏิบัติงาน สามารถทำหน้าที่ในการร่วมปฏิบัติงานกับตำรวจท่องเที่ยว ภาคีเครือข่ายในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

      สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา) จึงดำเนินการจัดโครงการอบรมสัมมนาอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้รวมประมาณ 180 คน

      พล.ต.ต.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กล่าวด้วยว่าขอเป็นกำลังใจให้ผู้อบรมทุกท่านที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันกับตำรวจท่องเที่ยว มาร่วมทำงานเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยร่วมกันต่อไป

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ผบ.ตร. แก้ปัญหาต่างด้าว สั่งลงดาบตำรวจทำผิด ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี มอบ “พล.ต.ท.สำราญฯ” กำกับดูแล/ ถนนวงแหวนเมืองพะเยาหรือที่เรียกว่าถนน(อุบาลี)อยู่ในความดูแลของทางหลวงชนบท จ.พะเยา

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวถูกหลอกลวง หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม ณ ศปก.ตร. อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางระบบประชุมทางไกล

      ในที่ประชุมฯ ผบ.ตร. ได้ประชุมติดตามสถานการณ์และข้อมูลเชิงวิเคราะห์ จึงได้สั่งการให้เร่งรัดการปฏิบัติในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม เพื่อตอบข้อเคลือบแคลงของพี่น้องประชาชนและสังคม หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแลการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำการปฏิบัติใน 4 ขั้นตอน ได้แก่

      1. ตรวจสอบ : ให้หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในทุกมิติ รวมทั้งตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการอย่างเข้มงวดโดยไม่กระทบกับการท่องเที่ยว
      2. ปฏิบัติการ : ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องประสานการปฏิบัติ ลงพื้นที่ตรวจสอบชาวต่างชาติที่พำนักในพื้นที่ เช่น ที่พัก แผนการท่องเที่ยว การรวมกลุ่มประกอบกิจกรรม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น
      3. บังคับใช้กฎหมาย : หากพบมีการทำความผิดของชาวต่างชาติ ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดทันที
      4. ประชาสัมพันธ์ : สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อตอบคำถาม ลดความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมและประชาชน และให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสื่อต่าง ๆ
      5. นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวเชิงวิเคราะห์ แนวโน้มสถานการณ์การกระทำความผิดของคนต่างด้าวและแก๊งคอลเซ็นเตอร์พื้นที่จังหวัดเฝ้าระวัง เส้นทาง และรูปแบบการกระทำความผิด รวมทั้งผลการดำเนินการด้านกฎหมายและกลไกการส่งต่อระดับชาติ โดย ผบ.ตร.กำชับทุกพื้นที่/จังหวัด ปรับแผนการปฏิบัติและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากมาตรการต่าง ๆ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้ารับมือในทุกมิติ

      ทั้งนี้ ผบ.ตร. กำชับเข้มงวด หากพบตำรวจรายใดเกี่ยวข้องในการกระทำผิด เอื้อประโยชน์ ประพฤติมิชอบด้วยกฎหมาย จนเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของหน่วยพื้นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประเทศชาติ ให้ดำเนินการทางปกครอง วินัย และอาญาเด็ดขาด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับหากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

      พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ขอให้ผู้บังคับบัญชาถ่ายทอดข้อสั่งการและเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดทุกนาย โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ไม่เพิกเฉยต่อปัญหาของประเทศ และต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพันกับการกระทำผิดเด็ดขาด และขอบคุณตำรวจทุกนายที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ตั้งใจทำงาน รักษาความดี ร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

      วันนี้ที่พะเยา.#กับถนนวงแหวนเมืองพะเยาหรือที่เรียกว่าถนน(อุบาลี)ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดพะเยาวันนี้มีภารกิจมาพะเยาก็เลยขับรถไปดูตลอดเส้นทางดังกล่าวตามที่เป็นข่าวมานานว่าถนนสายนี้ก่อสร้างยังไม่ทันเท่าไรก็พังไปแล้วเจ้าของภาษีประเทศคงจะไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นะครับก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงพังเร็วจัง.ถนนสายนี้เป็นถนนเลี่ยงเมืองพะเยาปลูกต้นไม้ริมทางเกาะกลางก็ดูสวยงามดีนะครับดอกคูณหรือดอกลมแล้งทางภาคเหนือแต่ว่าสภาพที่เป็นอยู่ก็คือเกาะกลางถนนทั้งสองข้างทางคงจะก่อสร้างใหม่เพราะสภาพที่เห็นก็เป็นแบบนี้ตลอดสายเลยนำภาพถ่ายมาให้ดูนะครับตอนนี้ก็

      เห็นกำลังรื้อทำไมตลอดเส้นทางก็ไม่ทราบว่าอยู่ในระหว่างการประกันงานจากบริษัทรับเหมาหรือไม่หรือว่าใช้งบประมาณมาสร้างใหม่เพราะอันเก่าพังไปแล้ว
      สำหรับพี่น้องประชาชนหรือประชาชนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ 2 ข้างทางหรือใช้เส้นทางนี้สัญจรก็ระมัดระวังหน่อยนะครับเพราะมีการก่อสร้างเป็นระยะระยะตลอด 2 เส้นทางเพราะเมื่อก่อนนี้ก็มีข่าวรถประชาชนได้รับความเสียหายตกหลุมตกบ่อมาแล้วถ้าทีมข่าวมีโอกาสไปพะเยาก็จะไปสอบถามว่าโครงการนี้จะหรื้อทำใหม่ตลอดเส้นทางเลยหรือครับหรือว่าเป็นช่วงๆ.พังตั้งแต่พื้นผิวจราจรก็น่าจะพอฟังอยู่นะครับแต่นี้แม้แต่เกาะกลางถนนก็สภาพอย่างที่เห็นนะครับพังไปเหมือนกันก็ไม่ทราบว่าวิศวกรควบคุมงานของทางหลวงชนบทคำนวณผิดหรือเปล่าครับจึงได้พังเร็วจังเลย. วันนี้ก็พยายามติดต่อผู้อำนวยการทางหลวงชนบทพะเยา.ติดภารกิจประชุมส่วนราชการเลยมีโอกาสก็จะนำรายละเอียดมาเสนอข่าวความคืบหน้าและความเป็นมากับถนนสายนี้อีกทีนะครับ

      รายงานโดยสมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวกองบกภาคเหนือ

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ลพบุรี ประชุมคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ครั้งที่ 1/2568

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธโคกสำโรง พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.โคกสำโรง ประธานในที่ประชุม พระครูสุนทรปรีชากิจ (อ.แดง) กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนา ประธานร่วม
      ปธ.พิธีกล่าวเปิดประชุม เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ตามคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดลพบุรี

      ที่ 7/2568 ลง 28 มกราคม 2568 มีผล วันที่ 15 มกราคม 2568 เรื่องเสนอให้ที่ประชุมทราบตามระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ.2567 ให้มีการประชุมเพื่อเลือกประธานกรรมการ โดยให้เลือกจากกรรมการ (ซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจ) ให้ดำเนินการประชุมเพื่อเลือกประธานกรรมการ ตามวรรค

      หนึ่ง ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่มีการแต่งตั้งกรรมการครบถ้วนแล้ว
      สำหรับวิธีการประชุม และลงมติให้เป็นไปตามข้อ 42 การเลือกผู้ใดเป็นประธานกรรมการแล้ว ให้หัวหน้าสถานีตำรวจประกาศให้ทราบ
      ทั่วไปและรายงานให้ กต.ตร. จังหวัด ทราบ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ที่ประชุมมีมติ

      ผลการคัดเลือก โดยในที่ประชุมมีการเสนอชื่อ นายณัฏฐพงษ์ อารยางกูร ให้ดำรงค์ตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง และคณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ในที่ประชุมต่างลงความเห็นตรงกันให้นายณัฏฐพงษ์ อารยางกูร เป็นประธาน กต.ตร.สภ.โคกสำโรง โดยมีวาระ 2 ปี โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ และวาระการดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

      1. องค์ประกอบ
        1.1 หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง
        เป็นกรรมการ
        1.2 ปลัดอำเภอโคกสำโรง
        เป็นกรรมการ
        1.3 รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจจฎธรโคกสำโรง
        เป็นกรรมการ
        1.4 รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธธรโคกสำโรง
        เป็นกรรมการ
        1.5 รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง เป็นกรรมการ
        1.6 นางสาว สุรีรัตน์ วรปัญญา
        เป็นกรรมการ (นายกเทศมนตรีตำบลโคกสำโรง)
        1.7 นาง กิติพร แตงชุ่ม
        เป็นกรรมการ (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสำโรง)
        1.8 นาย สำรวย งามขำ
        เป็นกรรมการ (กำนันตำบลโคกสำโรง)
        1.9 ดาบตำรวจ พฤกษ เหมาะสมัย
        เป็นกรรมการ ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง
        1.10 นาย ประธาน สุนทโร
        เป็นกรรมการ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาโคกสำโรง
        1.11 นาย ศักดิ์ดา คำโส
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา
        1.12 นาย สนอง แท่นสูงเนิน
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน
        1.13 นาย ประสิทธิ์ เจียรดำรงรัศมี
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ
        1.14 นาย พล วงษ์ธนาพฤกษ์
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ
        1.15 นาย ณัฏฐพงษ์ อารยางกูร
        เป็นประธาน กต.ตร.สภ.โคกสำโรง (ผู้ทรงคุณวุฒิด้านธุรกิจโรงแรม)
        1.16 นางสาว วริศรา แผ่สุวรรณ
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ
        1.17 นาย ปรีชา กิจรัตนกาญจน์
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาองค์กร สังคม
        1.18 พระครูสุนทรปรีชากิจ
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนา
        1.19 นาย นิธิโรจน์ หงษ์ยนต์
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
        1.20 นาย ประมวล มีนุ้ย
        เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
        1.21 พ.ต.ท.เสริญราษฏร์ แก้วปนทอง
        สารวัตรอำนวยการ เป็นเลขานุการ
        1.22 ร้อยตำรวจโท รุ่งศักดิ์ นิ่มประสารทรัพย์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
        1.23 จ่าสิบตำรวจ นพพร ป้องบุญจันทร์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
      2. หน้าที่และอำนาจ
        รับแนวทางและนโยบายการพัฒนา และการบริหารงานตำรวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผล ตามนโยบายต่อไป

      สนอง แท่นสูงเนิน ภาพ/ข่าว รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.โชคชัย นามวงศ์ รองตร. ภูธรภาค 1 จัดฝึกซ้อมหน่วยหลักสูตรยุทธวิธีดีดีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน..”

      แชร์เนื้อหานี้

      พล.ต.ต.โชคชัย นามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จัดฝึกซ้อมหน่วยระงับเหตุช่วยเหลือป้องกันเหตุโดยใช้ยุทธวิธีและอุปกรณ์อาวุธต่างๆเพื่อควบคุมสถานการณ์วิกฤตให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนและสังคม

      วันที่ 11 ก.พ.68 เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก. อก.ภ.1 พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ. บก.สส.ภ.1 พ.ต.ท.ชยากร บุญมา สว.ฝอ.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา/ครูฝึก และทีมงาน ร่วมชมสาธิตการฝึกระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งโดยใช้ปืนยิงตาข่าย ประจำปี 2568 ณ ลานฝึกยุทธวิธี “ปราบไพรีอริศัตรุพ่าย” ตำรวจภูธรภาค 1

      ทางด้านพล.ต.ต.โชคชัย รองผู้บัญชาการการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวเพิ่มเติมว่านโยบายดังกล่าวเป็นไปตามสั่งการของพลตำรวจเอก กิตติ์ืรัฐ พันธ์ุเพชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจโท สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งให้มีการจัดฝึกอบรมและชุดยุทธวิธีดังกล่าวเพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปรามคนร้ายหรือมิจฉาชีพตลอดจนผู้ที่อยู่ในอาการไม่ปกติหรือคลุ้มคลั่งต่างๆด้วยเหตุของโรคประจำตัวหรือด้วยเหตุป่วยต่างๆ

      รวมถึงการที่มีอาวุธที่สามารถจะทำร้ายประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ เพื่อลดความสูญเสียของประชาชนและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆทั้งในด้านของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะว่าการใช้เครื่องมือต่างๆและเทคโนโลยีจะต้องมีการฝึกซ้อมให้มีความชำนาญและสามารถระงับเหตุได้

      ทันท่วงทีไม่ให้เกิดการสูญเสียได้ใดเลยหรือสูญเสียให้น้อยที่สุดหากมีเหตุเกิดขึ้น โดยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการฝึกซ้อมและมีชุดยุทธวิธีดังกล่าวจะทำให้การทำงานของตำรวจง่ายขึ้นและลดการเผชิญหน้าถึงตัวกันระหว่างทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดีซึ่งจะก่อเกิดมีประสิทธิภาพต่อสังคมในการควบคุมทางสังคมที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

      สื่อรัฐทีวี-สือรัฐนิวส์ / กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ผู้บังคับบัญชา ร่วมสนับสนุนจัดงานปีใหม่ ขอบคุณ พร้อมมอบของรางวัล เจ้าหน้าที่ตำรวจ

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 6 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.ห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รองผกก.ป.สภ.ห้วยยาง

      พ.ต.ท.ธีระ สูงยิ่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยยาง พ.ต.ต.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พร้อมกับ นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ห้วยยาง และผู้บังคับบัญชาร่วมจัดกิจกรรมวันปีใหม่พร้อมมอบของรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจ สภห้วยยาง

      สืบเนื่องจากห้วงปีใหม่ที่ผ่านมามีภารกิจที่ข้าราชการตำรวจสภ.ห้วยยาง ทุกคนต้องร่วมกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน จำนวน 10 วัน ตามโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ ปีใหม่ 2568”

      ต่อเนื่องภารกิจช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่พื้นที่ห้วยยาง มีจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดสมุทรทาราม ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จำนวน 10 วัน 10 คืน ระหว่าง 23 ม.ค.-1 ก.พ.68 ที่ผ่านมา เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ จึงขอมอบของ

      รางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้ทุกท่านได้มีแรงปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ในปี 2568 โดยมีผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่ และผู้บังคับบัญชาร่วมสนับสนุนของรางวัลดังกล่าว จากนั้นร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน

      /////////////////

      ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 3 แถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องคดียาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 400,000เม็ด

      แชร์เนื้อหานี้

      ตามที่คณะรัฐมนตรี โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กำหนดกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชาชนไทย นโยบายด้านความปลอดภัย จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย ผู้ผลิตผู้ค้าคือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการ “ยึดทรัพย์” เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งควบคุมการลักลอบนำเข้า ยาเสพติดมาในประเทศไทย และดึงประชาชนออกจากวงจรการค้ายาเสพติดอย่างถาวร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” เพื่อสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติดตามแนวชายแดน ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน

      ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ (บก.สส.ภ.3) ถ.สุรนารายณ์ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓ แถลงข่าว พร้อมด้วย ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ รรท.รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน

      โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.อก.ภ.๓ รรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผกก.สภ.โนนสูง พ.ต.ท.ยุทธพล บุษบา รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.วิโรจน์ เจริญชัย รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส.สภ. โพธิ์กลาง พ.ต.ท.ภคพล สมควร รอง ผกก.สส.สภ.โนนสูง พ.ต.ต.เฉลียว เจริญสุข สวป.สภ.โนนสูง สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และ ร.ต.อ.หญิงเพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.3 และ พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.ฯ พร้อมพวก ร่วมสืบสวนจับกุมตัว  
      1.นายสุริยา หรือเหยิน น้อยแก้ว อายุ 52 ปี ที่อยู่ 308 ม.7 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จว.นครพนม

      1. MISS PHONETHIP SENGMANY อายุ ๒1 ปี ที่อยู่ แขวงบอลิคําไซ เชื้อชาติลาว สัญชาติลาว พร้อมของกลาง1.ยาบ้าจำนวน 10 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 30 มัด (ยาบ้าประมาณ 60,000 เม็ด)
        2.ยาบ้าจำนวน 22 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 67 มัด (ยาบ้าประมาณ 134,000 เม็ด)
        3.ยาบ้าจำนวน 34 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 103 มัด (ประมาณ 206,000 เม็ด) รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด พฤติการณ์แห่งคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจและ บก.สส.ภ.3 ดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในโดยเฝ้าสังเกตรถยนต์ยานพาหนะที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติจากพื้นที่ชายแดน และเข้ามาในเขตพื้นทีตำรวจภูธรภาค 3 โดยสืบสวนจากฐานข้อมูลจากการสืบสวนจับกุมยาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่อื่น ๆ จนพบว่ารถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน 3ฒฬ 3964 กรุงเทพมหานคร มีความเคลื่อนไหวผิดปกติเข้ามาในพื้นที่ จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์จนพบว่าเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2568 รถยนต์คันดังกล่าวเดินทางมาจาก จว.นครพนม เข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสกดรอยติดตามมาจนพบว่าผู้ต้องหาเข้าไปบริเวณจุดทิ้งขยะ ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองนครราชสีมา จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแฝงตัวเข้าไปซุ่มสังเกตการณ์ พบว่าผู้ต้องหาชายและหญิงได้หยิบยาเสพติดลงใส่ถุงปุ๋ยสีเขียวเพื่อบรรจุยาเสพติดนำไปวางไว้ในดงหญ้าข้างบ่อขยะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวจับกุมพร้อมของกลางดังกล่าว

      สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนักค้ายาเสพติดชาวลาวในราคา 50,000 บาท มาเพื่อส่งมอบให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากนักค้าชาวลาว จะติดต่อกับผู้รับยาเสพติดในพื้นที่เอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
      จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าว นำมาตรวจค้นสแกนด้วยเครื่องมือพิเศษเครื่องแสกนเฮล (เครื่องแสกนมือถือ) และพบยาเสพติดที่ได้ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์กระบะ จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
      ตำรวจภูธรภาค ๓ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และอาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด ๑๕๙๙ สายด่วน ๑๙๑ และ Application Police I lert U ได้ตลอด ๒๔ ชม. หรือสายด่วน 1386 ของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหา ยาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นเพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ต่อไป
      ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตำรวจภูธรภาค ๓ ด้วยดีเสมอมา

      กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

      สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีปิด โครงการสัมมนาเพิ่มศักยภาพครูตำรวจ D.A.R.E. รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

      แชร์เนื้อหานี้

      30 มกราคม 2568 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 มอบหมายให้ พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีปิด โครงการสัมมนาเพิ่มศักยภาพครูตำรวจ D.A.R.E. รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ในสังกัด ภ.5

      โดยมี พ.ต.อ.พิทักษ์ ทำนุ รอง ผบก.อก.ภ.5,พ.ต.อ.สุริยงค์ วุฒิ รอง ผบก.ศฝร.ภ.5, พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชกาภ.จว.เชียงใหม่,
      พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง,พ.ต.อ.อัครภูมิ ชนะใหญ่ รอง ผบก.ภ.จว.พะเยา, พ.ต.อ.สิริมล วิสุทธิกุล รอง ผบก.ภ.จว.แพร่,พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.ภ.จว.น่าน,

      พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.สุนัน อ้นหนองปรง รอง ผบก.กค.ภ.5, พ.ต.อ.สมศักดิ์ ขันชัยทิศ ผกก.สส.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน,
      พ.ต.ท.ธีรวีร์ แก้วฉีด รอง ผกก.3 บก.ปส.1 บช.ปส., นายอนุเทพ ธาระณะ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส.ภ.5 และผู้เข้ารับการสัมมนาเพิ่มศักยภาพครูตำรวจ D.A.R E. รวม 180 นาย ร่วมพิธีปิด ณ ห้องแกรนด์วิว 3 โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิลล์ จ.เชียงใหม่…

      สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ตม.6 ชมเปาะ ตม.นราฯผลงานเยี่ยมแถมมีมนุษย์สัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การแก้ปัญหาระหว่างประเทศราบรื่น

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ม.ค.68 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตำตรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 พร้อมคณะ ได้เดินทางมายังด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ซึ่งตั้งอยู่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยมี พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยให้การต้อนรับ ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ ได้มี mr. bakri sulaiman หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และ พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จ.นราธิวาส

      ได้ร่วมเดินทางมาให้การต้อนรับ พร้อมทั้งได้เชิญเดินทางไปยังสถานีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง และได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในส่วนของการแลกเปลี่ยนการปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดคล้องกันโดยเฉพาะในส่วนของการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ รวมไปถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ฟากฝั่ง ซึ่งการนี้ทาง พล.ต.ต.ทรงโปรด ผบก.ตม.6 กับ mr. bakri sulaiman หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ได้ถือโอกาสมอบของที่ระลึกซึ่งกันและกัน

      ต่อมา พล.ต.ต.ทรงโปรด ได้เดินทางไปยังไปเยี่ยมปลอบขวัญและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่สถานีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนราธิวาส พร้อมทั้งของมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและเงินจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าห้องประชุมในการมอบนโยบาย ซึ่ง พล.ต.ต.ทรงโปรด ผบก.ตม.6 ได้กล่าวขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง

      จนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนราธิวาส ได้รับเลือกเป็นหน่วยงานที่มีผลงานดีเยียม และเป็นที่ยอมรับของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งการชื่นชมของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศมาเลเซีย เป็นสิ่งที่การันตีผลงานได้ดีโดยไม่ต้องบรรยาย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรักษาคุณความดีนี้ไว้ เมื่อมีโอกาสจะกลับมาเยี่ยมเยียนอีก

      ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ได้เผยถึงกรณี ตม.6 ออนไลน์ ว่า กำลังอยู่ในช่วงของการเขียนโปรแกรมและกำหนดรูปแบบคาดว่าจะแล้วเสร็จในสิ้นเดือนนี้ โดยจะมีการทดลองระบบในต้นเดือนหน้า โดยในการที่จะนำมาใช้เมื่อไหร่นั้นจะต้องให้ ครม.ประกาศให้แบบ ตม.6 ออนไลน์ อยู่ท้ายกฎกระทรวง เพื่อให้มีสภาพบังคับใช้ทางกฎหมาย ซึ่งคาดว่าภายในเดือนเมษายนจะมีการประกาศให้ใช้ ตม.6 ออนไลน์ และเริ่มใช้ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม เนื่องจากประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ยกเว้น ตม.6 ใน 8 ด่านใหญ่ของไทย ซึ่ง อ.สุไหงโกลก ก็เป็น 1 ในอำเภอใหญ่นั้น

      จะหมดเขตวันที่ 30 เมษายน 68 และในส่วนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว ก็ไม่ต้องเสียเวลามากรอกข้อมูลในส่วนของ ตม.6 หน้าด่าน และในส่วนของมิติความมั่นคงเอง เราก็จะมีข้อมูลของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยที่ผ่านมาการยกเว้น ตม.6 ชั่วคราว จะทำให้ข้อมูลที่การที่เรารวบรวมนักท่องเที่ยวหรือบุคคลต่างด้าว ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยพักไป ก็จะมีผลดีในมิติของความมั่นคงและการท่องเที่ยว
      //////////////////////////
      ข่าว/กรียา/นราธิวาส

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.บังคับใช้ 7 มาตรการ แก้ไข ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ ต้องเห็นผลภายใน 7 วัน พบเจ้าหน้าที่มีเอี่ยว บกพร่อง ฟันเด็ดขาด

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ (25 มกราคม 2568) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างเต็มกำลัง เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปโดยเร็ว จึงได้มีหนังสือสั่งการเน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้ 7 มาตรการ อย่างเข้มงวด ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ได้แก่

      1. มาตรการก่อนคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย : ประสาน เชื่อมโยงข้อมูล เพื่อทำการคัดกรองบุคคล
      2. มาตรการ ณ ท่าอากาศยาน และด่านตรวจคนเข้าเมือง (ชายแดน) : เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกนอกราชอาณาจักร โฟกัสกลุ่มเสี่ยง หากพบเห็นให้รีบดำเนินการซักถาม และประชาสัมพันธ์ มาตรการติดตั้งกล้อง License Plate และเชื่อมโยงกล้องวงจรปิด (ระบบ AI) ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ (แจ้งเตือน)
      3. มาตรการตั้งจุดตรวจตามเส้นทาง : ตั้งจุดตรวจครอบคลุม โดยเฉพาะพื้นที่เฝ้าระวัง สุ่มเสี่ยง
      4. มาตรการตรวจสอบที่พัก พื้นที่ท่องเที่ยว และสกัดกั้นพื้นที่ชายแดน : ตรวจสอบที่พักคนต่างด้าว แหล่งท่องเที่ยว เน้นการสกัดเคลื่อนย้ายข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามแดนต่าง ๆ
      5. มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบเส้นทางและจุดพักคอย : ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน จุดพักรถ สถานีขนส่ง จุดพักแรม และ
      6. มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน : ตรวจสอบพื้นที่และเอ็กซเรย์พื้นที่ชายแดนทุกแห่ง ลาดตระเวนช่องทางธรรมชาติ และท่าข้าม พื้นที่จังหวัดชายแดนเข้มข้น
      7. มาตรการประสานงาน ให้ความช่วยเหลือ และสืบสวนขยายผล : ดำเนินคดี สืบสวนขยายผลไปถึงตัวการ ผู้สนับสนุน

      โดยเฉพาะข้าราชการที่ทุจริตจากการเข้มงวดตามมาตรการดังกล่าว ทำให้มีผลการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 20-24 มกราคม 2568 ในการปฏิเสธคนต่างด้าวที่มีความเสี่ยงเข้าประเทศ ณ ท่าอากาศยาน จำนวน 10 ราย , ปฏิเสธการขออยู่ต่อในพื้นที่ จ.ตาก จำนวน 47 ราย , จับกุมและปรับกรณีอยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) ในพื้นที่ จ.ตาก 92 ราย แบ่งเป็น ชาวจีน 3 ราย และอินโดนีเซีย 1 ราย , ผู้หลบหนีเข้าเมือง บริเวณริมแม่น้ำเมย เป็นชาวเมียนมา 14 ราย และบริเวณจุดตรวจร่วมห้วยหินฝน อ.แม่สอด จ.ตาก 6 ราย รวม 20 ราย , การปฏิบัติในพื้นที่ จ.ตาก ดำเนินการตรวจที่พักในพื้นที่ อ.แม่สอด 275 ครั้ง ตรวจบริเวณสนามบินแม่สอด 16 ครั้ง จุดตรวจร่วมห้วยหินฝน 170 ครั้ง

      ตำรวจตระเวนชายแดนลาดตระเวนช่องทางธรรมชาติ 25 ครั้ง ตรวจสอบท่าข้ามแดน 14 ครั้ง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด 36 ครั้ง พร้อมกันนี้ ยังได้มีการพูดคุย ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ถึงภัย จำนวน 461 ราย โดยพบว่ามีการผ่านด่านตรวจแม่ท้อ ด่านห้วยยะอุ ด่านห้วยหินฝน และบ้านเกาะราก และมีคนต่างด้าวสัญชาติจีน เกาหลี ลาว เอธิโอเปีย (ตามลำดับ) โดยคัดกรองขั้นต้นพบว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติจีนและเวียดนาม มีความเสี่ยงที่อาจจะตกเป็นเหยื่อ จึงส่งต่อข้อมูลไปยังพื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่เสี่ยง พร้อมได้พูดคุยและทำความเข้าใจกันด้วยดี นอกจากนี้ ยังได้ตรวจยึดและจับกุมยาเสพติดฯ ตามมาตรการป้องกันปราบปรามยาเสพติดอีกด้วย

      ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าประเทศไทยมีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทุกราย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้ขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยจะใช้กลไกการทำงานร่วมกับศูนย์อาชญากรรมพิเศษของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ,

      ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) , ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ในการติดตามเฝ้าฟัง อำนวยการปฏิบัติฯ ตลอด 24 ชั่วโมง และเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนและสังคมในวงกว้าง เพื่อเตือนภัยให้แก่คนต่างด้าว และประสานการปฏิบัติหน่วยงานต่างประเทศต่อไป

      นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติย้ำชัดให้เจ้าหน้าที่ทุกนายจะต้องปฏิบัติอย่างจริงจังและเด็ดขาด เห็นผลภายใน 7 วัน หากเจ้าหน้าที่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพัน รู้เห็นเป็นใจ หรือแม้กระทั่งเพิกเฉย ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจในการทำหน้าที่ จะต้องถูกพิจารณาทางปกครอง วินัย และอาญา อย่างเด็ดขาดทุกราย..

      สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี จัดอบรมความรู้เบื้องต้นอาวุธปืน ที่เกี่ยวข้องและการเข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 22 ม.ค. 2567 เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัศมีจันทร์ นวท.(สบ 4) พฐ.จว.ลพบุรี ได้จัดการอบรมในหัวข้อ “ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่เกี่ยวข้องในงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ” เพื่อเพิ่มพูนทักษะและความมั่นใจในการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีที่เกี่ยวกับอาวุธปืนแก่เจ้าหน้าที่ พฐ.จว.ละบุรี

      “โครงการอบรมฝึกทักษะใช้ปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจของ พฐ.จว.ลพบุรี มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เจ้าหน้ามีความเสี่ยงต่อการสูญเสีย ได้รับอันตรายถึงชีวิตน้อยที่สุด โครงการดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มทักษะความชำนาญในการตรวจใช้อาวุธปืนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน พฐ.จว.ลพบุรี

      โดยเชื่อว่าหลังจากที่ได้มีการฝึกทบทวนแล้วจะทำให้ลดการสูญเสีย และระมัดระวังเกี่ยวกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พัฒนาเพิ่มทักษะ ขีดความสามารถ ให้มีความรู้ ความชำนาญ รวมทั้งการใช้อาวุธปืนประจำกายทุกครั้งจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลและพัฒนาสู่ความ “เป็นตำรวจพิสูจน์หลักฐานมืออาชีพ”

      นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักยุทธวิธีการเข้าตรวจพิสูจน์หลักฐาน และระงับเหตุตามแบบการใช้อาวุธและการยิงปืน นอกจากนี้ผู้ปฏิบัติเองยังสามารถตัดสินใจใช้อาวุธปืนในการเข้าระงับเหตุได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และถูกต้องตามหลักยุทธวิธี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการฝึกทบทวนจะได้รับความรู้และวิทยาการใหม่ๆ นำไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการฝึกทบทวนในครั้งนี้อีกด้วย

      สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ขานรับ นโยบาย ผบ.ตร. ตม.นครนายก X-rays ตรวจสอบและสร้างความเชื่อมั่น คนต่างด้าวสัญชาติจีน ในพื้นที่ฯ

      แชร์เนื้อหานี้

      👮‍♂️ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เรื่องการคุมเข้ม
      แก้ปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ

      👮‍♂️พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์  อนุฤทธิ์ รรท.ผบก.ตม.3 มอบหมายให้  พ.ต.ท.พศิน หลาวทอง สว.ตม.จว.นครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดฯ ตรวจสอบคนต่างด้าวโดยเฉพาะ สัญชาติจีน ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยตรวจสิทธิในการอยู่ในราชอาณาจักร การแจ้งที่พัก และการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ อีกทั้งยังช่วยแจ้งให้ทราบถึงช่องทางการประสานกับเจ้าหน้าที่กรณีขอความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ หรือการเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ และยังเป็นการสร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัยใน จ.นครนายก
      
        ➡️ทั้งนี้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากมีข้อมูลเบาะแสกระทำผิด หรือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว ในพื้นที่ฯ สามารถติดต่อ ตม.จว.นครนายก หรือ ☎️ สายด่วน โทร.1178

      สระแก้ว – ชุมชนเมืองย่อยที่ 16 (ตลาดสระแก้ว) จัดกิจกรรม “รณรงค์ไม่ขายเสียง” ชุมชนต้นแบบ

      เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะครู ศกร.ระดับตำบลสระแก้ว สังกัด สกร.ระดับอำเภอเมืองสระแก้ว จัดกิจกรรม “รณรงค์ไม่ขายเสียง” หมู่บ้านต้นแบบไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ได้มี ร.ต.อ.สำราญ พรหมเกษร ประธานชุมชนเมืองย่อยที่ 16 (ตลาดสระแก้ว) พร้อมคณะกรรมการชุมชน ประชาชนในพื้นร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณ ชุมชนเมืองย่อยที่ 16 (ตลาดสระแก้ว) อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว

      พร้อมบรรยายให้ความรู้เรื่องพลเมืองคุณภาพ และรณรงค์การไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.อบจ.สระแก้ว ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 เวลา 08.00-17.00 น