คลังเก็บหมวดหมู่: การศึกษา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.สภ.ดอนตูม ให้ความรู้ความปลอดภัยนักเรียน รับมือเหตุฉุกเฉิน สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (11 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.ดอนตูม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมยศ ทรัพย์จรัสแสง รอง ผกก.ป. สภ.ดอนตูม และ ว่าที่ พ.ต.ต.สมองค์ ใจสำรวม สวป. สภ.ดอนตูม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ และสายตรวจตำบลห้วยพระ

ลงพื้นที่ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่คณะครูและนักเรียน โรงเรียนวัดเลาเต่า ตำบลห้วยพระ อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐมโดยได้ให้ความรู้ในหัวข้อสำคัญ ได้แก่
การเข้าระงับเหตุและการป้องกันตนเอง

จาก บุคคลคลุ้มคลั่งหรือบุคคลวิกลจริตการเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุ กราดยิง ตามหลัก “หนี ซ่อน สู้ (Run Hide Fight)”การประชาสัมพันธ์มาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วง เทศกาลสงกรานต์ 2569

ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมให้กับครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งสร้างความอุ่นใจด้านความปลอดภัยในพื้นที่

สภ.ดอนตูม ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและสถานศึกษาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำกำลังบูรณาการฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุกราดยิง Active Shooter ในสถานศึกษา เสริมความปลอดภัยนักเรียน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 มี.ค.69 เวลา 09.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม นางณิชาภา ศกุนะสิงห์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์

พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม

พ.ต.ท.นิวัติ อินโอสถ สวป.(ชส) สภ.เมืองนครปฐม
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ชุดปฏิบัติการ นปพ.ร่วมกับคณะครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์
ได้ดำเนินการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตามโครงการปลอดภัยไว้ก่อนประจำปีการศึกษา 2568

การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง(Active Shooter)
ภายในพื้นที่โรงเรียนเทศบาล 5 โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยสายตรวจ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายสืบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

การฝึกซ้อมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ การสั่งการ การเข้าควบคุมสถานการณ์ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ การอพยพประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนเพื่อให้บุคลากรในโรงเรียนและนักเรียนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองหากประสบเหตุการณ์จริง
ผลการฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่กำหนด บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงพัฒนาแผนเผชิญเหตุในครั้งต่อไป

ณ โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์ ต.ห้วยจรเข้
อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันทักษะวิชาการ “งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปี 2568” เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

ทางด้านโรงเรียนราชินีบูรณะได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้นจำนวน 129 รายการ ผลการแข่งขันปรากฏว่า โรงเรียนราชินีบูรณะได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศรวม 32 รายการ เหรียญทอง 69 รายการ เหรียญเงิน 20 รายการ และเหรียญทองแดง 6 รายการ

ว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม

กล่าวว่า “ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความเพียรพยายาม และความตั้งใจของลูก ๆ นักเรียน บวกความทุ่มเทของคุณครูที่ต้องการให้ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ มีหลายรายการแข่งขันที่ต้องอาศัยความคล่องตัวมาก ซึ่งแม้เราจะเป็นนักเรียนหญิงล้วน แต่เราก็สามารถเอาชนะคว้าชัยมาได้”

ในการนี้โรงเรียนราชินีบูรณะ ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศจากการแข่งขันทั้ง 32 รายการ ซึ่งมีทั้งประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และประเภททีม รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักเรียนคนเก่งอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศ ประจำปี 2569 ณ หอประชุม 84 ปี รร.ศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 มกราคม 2569 นายปรีชา สุขรอด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศ ประจำปีพุทธศักราช 2569

ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีนายธนชาต ชาวส้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีน่าน ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพ

การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน นายเชิด อินวาทย์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นางณัฎฐ์รดา สว่างเมฆฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา

ศาสนาและวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสรรเพชญ์ ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด นายพลวัฒน์ กัลยาประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน นายพรเทพ เสนนันตา ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่านและประธานสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง

คณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าร่วมกิจกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำ

ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพ และได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดโอกาส


ในครั้งนี้มีโรงเรียนในสหวิทยาเขตเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 4 สหวิทยาเขต ได้แก่ สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน สหวิทยาเขตเวียงป้อ สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนสา สหวิทยาเขตวรนคร สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนปัว และสหวิทยาเขตศิลาทอง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม มีโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดน่านเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่

โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน 29 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน 1 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1 โรงเรียน และโรงเรียนสังกัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 1 โรงเรียน มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 714 คน

โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 300,000 บาท และบริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด สนับสนุนงบประมาณสำหรับเป็นทุนการศึกษาและเอกสารประกอบการเรียนจำนวน 150,000 บาท/ภาพ/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/น้องนิวส์ /ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เมืองงาช้างดำ เปิดการแข่งขัน “กีฬาสหกรณ์สัมพันธ์ครั้งที่ ๑๙”วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน

แชร์เนื้อหานี้

นายทศพล ตาคำ ประธานสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดน่าน กล่าวรายงานต่อนางวิไลวรรณ บุดาสาประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน “กีฬาสหกรณ์สัมพันธ์ครั้งที่ ๑๙”ซึ่งการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ของขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดน่านมีวัตถุประสงค์ดังนี้

๑. เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดน่าน ทั้งภาคการมกษตร บอกภาคการเกษตร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง๒. เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรของขบวนการสหกรณ์ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีพลานามัยสมบูรณ์

๓. เพื่อร่วมรณรงค์การกีฬาต่อต้านยาเสพติดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและคืนความสุขให้แก่บุคลากรของขบวนการสหกรณ์ในจันจังหวัดน่านนการแข่งขันกีฬาครั้งนี้มีขบวนการสหกรณ์เข้าร่วมแข่งขัน จำนวน ๒๔ สหกรณ์ส่วนราชการจำนวน ๒ หน่วยงาน ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน ๖๙๘ ราย แบ่งทีมการแข่งขันเป็น ๒ ทีม ดังนี้
ทีมสิงห์เหนือ ประกอบด้วย

๑. สหกรณ์การเกษตรทุ่งช้าง จำกัด๒. สหกรณ์การเกษตรเชียง จำกัด๓. สหกรณ์การเกษตรปัว จำกัด๔. สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด๕. สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด๖. สหกรณ์การเกษตรสองแคว จำกัด๗. สหกรณ์การเกษตรยอดดอย จำกัดCS munuthu CamScame

๘. สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.น่าน จำกัด๙. สหกรณ์ออมทรัพย์สุริยพงษ์ จำกัด๑๐. สหกรณ์ออมทรัพย์กองพันทหารม้าที่ ๑๐ จำกัด๑๑. สหกรณ์ออมทรัพย์กองพันทหารม้าที่ ๑๕ จำกัด๑๒. สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจน่าน จำกัด๑๓. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด๑๔. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์น่าน ทีมเสือใต้ ประกอบด้วย

๑. สหกรณ์การเกษตรนาหมื่น จำกัด๒. สหกรณ์การเกษตรนาน้อย จำกัด๓. สหกรณ์การเกษตรเวียงสา จำกัด๔. สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด๕. สหกรณ์การเกษตรสันติสุข จำกัด๖. สหกรณ์การเกษตรแม่จริม จำกัด๗. สหกรณ์การเกษตรบ้านหลวง จำกัด
๘. สหกรณ์ออมทรัพย์เจ้าหน้าที่สหกรณ์น่าน จำกัด๙. สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน จำกัด

๑๐. สหกรณ์ออมทรัพย์กำนันผู้ใหญ่บ้านและสมาชิก อส.บ้านหลวง จำกัด๑๑. สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลน่าน จำกัด๑๒. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดน่านในการจัดการแข่งขันกีฬาสำพันธ์สหกรณ์สัมพันธ์ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดน่าน/หนุ่มน่านเจ้าสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (7 ม.ค. 69) ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 เป็นประธานเปิด “โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยมี นพ.วุฒิชัย ดิลกธราดล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก กล่าวรายงาน ซึ่งมี นพ.กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส, นพ.เอกวิทย์ จินดาเพ็ชร นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)รองนายแพทย์

สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส, นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์, คณะผู้บริหาร สาธารณสุขอำเภอ ผอ.โรงพยาบาลชุมชน และบุคลากรสาธารณสุข คณะครู นักเรียน บุคลกรทางการศึกษา เข้าร่วม สำหรับกิจกรรม “การส่งมอบแว่นสายตาแก่นักเรียน” ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินงานของ โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนในจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะในด้าน สุขภาวะทางการมองเห็น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาการการเรียนรู้ และคุณภาพทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนราธิวาส ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรม เช่น การคัดกรองสายตาเบื้องต้นของนักเรียนอายุ 3-15 ปี โดยใช้แผ่นทดสอบสายตา Snellen Chart ดำเนินการโดยครูอนามัยโรงเรียน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ (รพ.สต.) การตรวจยืนยันสายตานักเรียนที่สงสัยว่ามีปัญหาสายตา โดยทีมจักษุแพทย์ พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา และนักทัศนมาตร การตัดแว่นสายตา โดยโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก สําหรับเด็กนักเรียนอายุ 3-21 ปี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กลุ่มเปราะบาง การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ในเด็กอายุเกิน 12-15 ปี

สำหรับผลการดำเนินงานในส่วนของโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก พบว่าในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน และอำเภอเจาะไอร้อง มีนักเรียนเข้ารับการตรวจยืนยัน สายตาทั้งสิ้น หนึ่งพันสามร้อยสี่สิบเจ็ดคน จากผู้ที่ได้รับการตรวจยืนยันรวม 1,540 คน ในจํานวนนี้พบความผิดปกติทางสายตา 1,112 คน โดยมีนักเรียนจำนวน 1,088 ได้รับการตัดแว่นสายตาเพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็น และอีก 31 คน ได้รับการส่งต่อเพื่อพบจักษุแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโรคทางตาเพิ่มเติม

นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 กล่าวว่า โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านสาธารณสุข การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพตาของเด็กและเยาวชน ในจังหวัดนราธิวาสอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรอง การตรวจยืนยัน การตัดแว่น และการส่งต่อรักษาอย่างเหมาะสม สุขภาพการมองเห็นถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็ก หากเด็ก

สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ย่อมส่งผลให้เกิดโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ โครงการ จึงนับเป็นโครงการที่มีคุณค่า สะท้อนถึงการดูความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ ประชาชนเชิงรุก และเป็นรูปธรรมของการ อีกทั้ง “โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นของขวัญวันเด็ก 480 อัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” แสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับแว่นสายตาในวันนี้ จํานวน 480 ราย และร่วมพิธีส่งมอบแว่นสายตาให้แก่ตัวแทนนักเรียนร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์
////////////////
ข่าวกรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประเสริฐพร้อมสุดาวรรณ เพื่อไทยโคราช 16 เขตเข้าสักการะท้าวสุรนารี เอาฤกษ์เอาชัยในศึกเลือกตั้ง 69 เผย 16 เขตโคราชไร้พ่าย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา แกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรคเพื่อไทย ได้รวมพลังประกอบพิธีบวงสรวงสักการะท้าวสุรนารี เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการรับสมัคร ส.ส. อย่างเป็นทางการ พิธีในครั้งนี้

ได้รับเมตตาจาก พระอาจารย์มหาต่อ รักษาการเจ้าอาวาสวัดแจ้งใน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีตามโบราณประเพณี ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นสิริมงคล โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ และ เทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมนำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา ครบทั้ง

16 เขต ประกอบด้วย
เขต 1 ประเสริฐ บุญชัยสุข
เขต 2 วัชรพล โตมรศักดิ์
เขต 3 สมบัติ กาญจนวัฒนา
เขต 4 ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ
เขต 5 สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล
เขต 6 พัชราวรรณ ภิญโญ
เขต 7 ปิยะนุช ยินดีสุข
เขต 8 นิกร โสมกลาง
เขต 9 นารดา อึ้งสวัสดิ์
เขต 10 อภิชา เลิศพชรกมล
เขต 11 อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล
เขต 12 นรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล
เขต 13 พชร จันทรรวงทอง
เขต 14 นพ.วัชรากร เลิศด้วยลาภ
เขต 15 รชตะ ด่านกุล
และเขต 16 พรเทพ ศิริโรจนกุล

หลังเสร็จสิ้นพิธี คณะผู้สมัครได้ถ่ายภาพร่วมกันเป็นสัญลักษณ์ของความพร้อมและความเป็นเอกภาพ ก่อนเคลื่อนขบวนเดินทางไปยัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยแสดงความพร้อมเต็มที่ก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง โดยช่วงเช้าวันนี้ได้พาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 16 เขตของจังหวัดนครราชสีมา พร้อมผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อ

เดินทางไปสักการะขอพรที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของพี่น้องชาวโคราชและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มต้นศึกเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าหมายคว้าชัยชนะในจังหวัดนครราชสีมา “ยกจังหวัด” พร้อมขอพรให้พรรคได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และสามารถผลักดันประเทศให้ก้าวผ่านปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

ได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับเป้าหมายในระดับประเทศ พรรคเพื่อไทยแสดงความมั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเกิน 200 ที่นั่ง พร้อมย้ำว่าพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคมาโดยตลอด การมีผู้สมัครที่มีศักยภาพครบทั้ง 16 เขต รวมถึงการผนึกกำลังกับเครือข่ายทางการเมืองในพื้นที่ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งนี้

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีรับมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน และเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อส่งเสริมเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัด พิธีรับมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้โครงการ ส่งเสริมเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime)

ณ โรงเรียนสตรีศรีน่าน โดยได้รับเกียรติจาก นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานในพิธี โดยมี นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการ สพม.น่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน มีผู้เข้าร่วมการรับมอบและอบรมฯ ประกอบด้วยผู้แทนครูและนักเรียน รวมทั้งสิ้น 340 คน

มุ่งยกระดับการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21 พิธีนี้จัดขึ้นสืบเนื่องจากนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ผ่านแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้แห่งชาติ (NDLP)

วัตถุประสงค์หลักของการจัดพิธีและอบรมในครั้งนี้มี 3 ประการสำคัญ

  1. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้แบบทุกที่ทุกเวลา ตามนโยบาย Anywhere Anytime ของกระทรวงศึกษาธิการ
  2. เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนจำนวน 6,577 เครื่อง สำหรับครูและนักเรียน
  3. ให้กับโรงเรียนนำร่อง 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ สังกัด สพม.น่าน จำนวน 15 โรงเรียน
  1. เพื่อให้ครูและนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ การลงทะเบียนใช้งาน และการดูแลรักษาอุปกรณ์ฯ ผ่านระบบบริหารจัดการทรัพย์สิน (IT Asset Management) ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ ได้รับความร่วมมือจากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จำนวน 6 ท่าน เพื่อให้ผู้รับมอบสามารถใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยั่งยืน

เรียนดีมีคุณธรรม #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมผู้ปกครองนักเรียน ปีที่๑ ปีที่๔ ภาคเช้าและภาคบ่าย มัธยมปีที่๒ – ๕ ภาคเรียนที่๒ ปีการศึกษา๒๕๖๘

แชร์เนื้อหานี้

     วันเสาร์ที่๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘  ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมจังหวัดนครสวรรค์
นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ“พรรคกล้าธรรม” ประธานเปิดการประชุมผู้ปกครองนักเรียนในฐานะประธานที่ปรึกษาโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคมและมอบประกาศนียบัตรเด็กนักเรียนเรียนดี และให้ข้อแนะนำสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนในการเรียนการสอนของโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม และการสนับสนุนในทุกมิติ ทั้งสิ่งปลูกสร้างและอาคารเรียนต่างๆที่ต้องใช้งบสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคโอกาสใหม่ ประชุมวิสามัญ เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค สรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ อยุธยา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (12พ.ย.68) พรรคโอกาสใหม่ ประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2568 โดยมีวาระสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขข้อบังคับพรรค การแก้ไขสัญลักษณ์พรรค การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลง และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยพรรคโอกาสใหม่ มีมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค 27 คน โดยเลือกให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค และ นายธงชัย ลืออดุลย์ เป็นเลขาธิการพรรค

ขณะที่ นายจตุพร ประกาศพร้อมนำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ภายใต้สโลแกน “โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” โดยยืนยันว่า พรรคจะเป็นทางเลือกใหม่ที่เน้นการรวมตัวของคนทุกเจเนอเรชัน เพื่อผลักดันประเทศไทยให้กลับมามีศักยภาพบนเวทีโลกอีกครั้ง

พรรคโอกาสใหม่เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยใช้ประสบการณ์จากการทำงานภาครัฐที่เข้าใจระบบราชการอย่างลึกซึ้ง ผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ที่มองโลกในมุมใหม่ เพื่อออกแบบนโยบายที่ “ทำได้จริง และเห็นผลจริง”

สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคโอกาสใหม่ มีดังนี้
1.นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค

  • อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    2.นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1
  • อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี
    3.นายวีระชัย นาคมาศ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2
  • อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    4.ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3
  • อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
    5.นายประยูร อินสกุล,รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4
  • อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    6.นายธงชัย ลืออดุลย์ เลขาธิการพรรค
  • อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดนครราชสีมา
    7.นายโสภณ ทองดี เหรัญญิกพรรค
  • อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
    8.นายรวินท์ ชอบใช้ นายทะเบียนสมาชิกพรรค
  • นักธุรกิจและเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
    9.นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง โฆษกพรรค
  • พิธีกร ผู้ดำเนินรายการวิทยุและโทรทัศน์
    10.นางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจพลังงานและอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม
    11.ดร.วัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    12.นายหมวดตรีสุธนพจน์ กิจธนาภิรักษ์ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์
    13.นางสาวภัทรานันท์ ทองประพาฬ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    14.นายอรรถพล จันทร์ศรี กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    15.นายธนเมธ วัฒนโกเมร กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    16.นางสาวโชติกาญจน์ บุญพรม กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    17.นายอิทธิเดช ธเนศวัฒนะ กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    18.นางสาวริกาณ์ ปุญทริกา กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    19.นางสาวรังรอง เข็มทอง กรรมการบริหารพรรค
  • นักธุรกิจ
    20.นายสิรวิทย์ ช่วงเสน กรรมการบริหารพรรค
  • นักสิทธิมนุษยชน
    21.นายกิตติพงษ์ เหล่านิพนธ์ กรรมการบริหารพรรค
  • อดีตที่ปรึกษาวิชาการแรงงาน กระทรวงแรงงาน
    22.นายสุธน อาณากุล กรรมการบริหารพรรค
  • อดีตผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร
    23.นายวัชรวิชย์ สุขวัฒนาภิรมย์ กรรมการบริหารพรรค
  • อดีตผู้อำนวยการกองกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
    24.นายธนพนธ์ สิงหพันธุ์ กรรมการบริหารพรรค
  • เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
    25.นายธันวา พานิช กรรมการบริหารพรรค
  • เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
    26.นางสาวไตรลดา มั่งคั่ง กรรมการบริหารพรรค
  • เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
    27.นายณพวุฒิ จุลไสย, กรรมการบริหารพรรค
  • ครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัย

โอกาสใหม่ | โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน

พรรคโอกาสใหม่ #โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แฟลช เอ็กซ์เพรส เปิด “ศูนย์การเรียนรู้เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษา”

แชร์เนื้อหานี้

ณ โรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม อำเภอวังน้ำเขียว บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด โดยนางสาว ปรินทร์ทิพย์ อิสริยเมธา ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร และรัฐกิจสัมพันธ์ กลุ่มธุรกิจแฟลช เป็นผู้แทนบริษัทฯเปิด “ศูนย์การเรียนรู้แฟลช เอ็กซ์เพรส

เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษา” ณ โรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา การเปิดศูนย์การเรียนรู้เพื่อการศึกษาดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของ “คุณคมสันต์ ลี” ผู้ก่อตั้งบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่ต้องการสร้างโอกาสทางการศึกษา และลดความไม่เท่าเทียมด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษา

เพราะเชื่อว่าการศึกษาคือจุดเริ่มต้นของโอกาสที่ดีในชีวิต และเป็นต้นทุนในการสร้างอนาคตและพัฒนาประเทศ โดยแฟลช เอ็กซ์เพรส เข้าไปช่วยพัฒนา และจัดทำศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ที่ประกอบไปด้วยการปรับปรุงอาคารเรียน และสร้างห้องการเรียนรู้แห่งใหม่

พร้อมมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนบ้านห้วยน้ำเค็ม อันเป็นการต่อยอดทางการศึกษานอกห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลความรู้เพิ่มเติมผ่านสื่อต่างๆที่ต้องการได้ด้วยตนเอง

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เด้งแล้ว!! ครูหื่น รร.สังกัดเทศบาล สั่งย้ายช่วยราชการ ทม.สระแก้ว ตั้งกรรมการสอบ ผิดจริงไม่ปล่อย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (2 ก.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ เทศบาลเมืองแก้ว เข้าพบ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระแก้ว ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีเรื่องของครูใน โรงเรียนสังกัดเทศบาล ลวนลามเด็กนักเรียนในชั้นเรียนในเบื้องต้นทราบว่า

รองนายกฯ เล่าว่า..หลังจากทราบข่าวเมื่อเย็นวันนั้นได้มีคำสั่งออกในวันนี้ทันทีให้เข้ามาช่วยราชการ ที่กองการศึกษาของเทศบาลเมือง และด้วยความเป็นธรรมจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนหากพบว่ามีความผิดจริงจะให้ฝ่ายนิติกรดำเนินการตามกฎหมายอีกด้วย

ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนในทางสังคมและที่สำคัญเป็นเรื่องจริยธรรมคุณธรรมของความเป็นครูซึ่งไม่มีประชาชนท่านไหนเนี่ยรับได้หรอกถ้าเป็นลูกเป็นหลานทั้งนั้นเนี่ยจะทำการสอบสวนเพื่อให้เกิดความดำกับท่านรองฝ่ายและตั้งกรรมการสอบสวนในทางลับอีกทีหนึ่ง

รองนายกฯ ยังกล่าวอีกว่า หากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมไม่ต้องกลัวให้นำเรื่องดังกล่าวมาแจ้งกับ ผมได้เลยผมจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม.

ภาพข่าว : เด่นชัย วิสุทธิ์วุฒิพงศ์ – อัมรินทร์ ยี่เฮง – วงศกร ศรีสวัสดิ์ ทีมข่าวจังหวัดสระแก้ว//รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม Learn to Earn “เรียนดี มีความสุข” กระทรวงศึกษาธิการ ผ้าเขียนเทียนย้อมคราม ชาติพันธุ์ม้ง “ซะป๊ะคัว” รร.มัธยมป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้อำนวยการกลุ่ม บุคลากร สพม.น่าน ครูและบุคลากรทางการศึกษา เยี่ยมชมกิจกรรม “ผ้าเขียนเทียนย้อมคราม” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเด่นของโรงเรียนมัธยมป่ากลาง ที่สืบทอดมาจากภูมิปัญญาดั้งเดิม

ของชาติพันธุ์ม้ง กิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการทักษะวิชาการเข้ากับการเรียนรู้ท้องถิ่น โดยนักเรียนได้ฝึกการออกแบบลายผ้าผ่านโปรแกรม Canva เรียน

รู้กระบวนการเขียนเทียน ย้อมคราม และต่อยอดสู่การขายสินค้าผ่าน การไลฟ์สด สร้างเสริมประสบการณ์ สร้างรายได้ระหว่างเรียนพัฒนาทักษะฝีมือ ต่อยอดทักษะอาชีพในอนาคต

“ตามฮอยภูมิปัญญา พัฒนาอาชีวิถีน่าน สืบสานคุณค่าวัฒนธรรม”

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬรวมเป็นหนึ่ง Buengkan Zero Dropout จะไม่ทิ้งเด็กคนไหนไว้ข้างหลัง

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ ประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนโครงการ “Buengkan Zero Dropout” และพิธีมอบวุฒิบัตรผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับโครงการสนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุนวันที่(9 พฤษภาคม 2568) ที่หอประชุมศรีบึงกาฬ โรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ตำบลต้นแบบ การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา

เพื่อให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ตามโครงการ (Buengkan Zero Dropout) ภายใต้โครงการขับเคลื่อนข้อเสนอการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการด้านการศึกษาในภูมิภาค ระดับตำบโดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบวุฒิบัตร พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ดร.กษมา ป้องกัน ผอ.สพม.บึงกาฬ นายนรภัทร สิทธิจักร รองผอ.สพม.บึงกาฬ ดร.ชวนะ ทวีอุทิศ ผอ.โรงเรียนบึงกาฬ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมกว่า 120 คน

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนแนวทางในการลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน และให้การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกการศึกษาหรือเด็กตกหล่นได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา สร้างโอกาสความเสมอภาคความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย เพื่อให้ชวัญและกำลังใจและเชิดชูผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นพื้นฐานที่มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบชุมชนในการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ จากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า จังหวัดบึงกาฬ มีเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 3–18 ปี ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษากว่า 4,371 คน โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา มีตำบลต้นแบบ Zero Dropout ในจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 1 แห่ง
คือ ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กตกหล่นและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง จนกระทั่งส่งผลให้นักเรียนได้สำเร็จการศึกษา

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า “การศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน จังหวัดบึงกาฬ ให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้เข้าถึงการศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มที่หลุดจากระบบการศึกษา เราจะไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การประชุมในวันนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังร่วมในระดับตำบล ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนในอนาคต”

นางรินทิพย์ วารี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ โดยยึดพื้นที่เป็นฐานการทำงาน ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยมุ่งหวังให้ทุกตำบลในจังหวัดเป็นพื้นที่ปลอดเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ เราไม่ได้มองเพียงการนำเด็กกลับมาเรียนเท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาให้เด็กแต่ละคนได้เรียนรู้ตามศักยภาพ และสามารถเชื่อมโยงสู่การมีอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”

โครงการ “Buengkan Zero Dropout” มุ่งขับเคลื่อนกลไกการค้นหา ติดตาม ฟื้นฟู และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ระดับตำบล โดยคาดหวังให้จังหวัดบึงกาฬเป็นต้นแบบของการดำเนินงานเชิงพื้นที่ด้านการศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ยึดมั่นในหลักการ “ให้การศึกษาที่เท่าเทียมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” กระทรวงศึกษาธิการต้องการเห็นเด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้อย่างเสมอภาคและเติบโตในสังคมอย่างมีความสุข ตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข”

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อ เสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อ ของห้องสมุดประชาชนอำเภอโซ่พิสัย ณ ตลาดสามแยกตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำหนังสือและสื่อการเรียนรู้ต่างๆ หมุนเวียนไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ที่อาจไม่สะดวกในการเดินทางไปยังห้องสมุดหลัก เป็นการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ให้กับชุมชนในอำเภอโซ่พิสัย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในบริเวณตลาดสามแยกตำบลศรีชมภูเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการเข้าถึงหนังสือและแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน

โดยสรุป: ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ได้จัดกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่หมุนเวียนสื่อของห้องสมุดประชาชนอำเภอโซ่พิสัย

ที่ตลาดสามแยกตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ในวันนี้ เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สพป.น่านเขต 1 และ เขต 2 ผนึกกำลัง ซีพีน่าน จัดโครงการ “น่านปันปลูก ปันรัก” ปีที่ 3 ส่งมอบความมั่นคงทางอาหารแก่น้องๆนักเรียนใน จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเร็วๆ นี้ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต1 และ เขต 2 ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน ได้ดำเนินโครงการ “น่านปันปลูก ปันรัก” ปีที่ 3 ในพื้นที่ จ.น่าน จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงลึก เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการเกษตรและการสร้างกองทุนผักเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนต่างๆ โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยส้ม อ.นาน้อย, โรงเรียนชุมชนบ้านนาทะนุง อ.นาหมื่น, โรงเรียนบ้านน้ำปูน อ.แม่จริม, โรงเรียนบ้านดอยติ้ว อ.ท่าวังผา, โรงเรียนบ้านปางหก อ.เฉลิมพระเกียรติ และโรงเรียนสันติสุขพิทยาคม อ.สันติสุข

โครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตผักปลอดสารพิษในโรงเรียน เพื่อเป็นแหล่งอาหารกลางวันที่มีคุณภาพให้กับนักเรียน และยังสามารถสร้างรายได้เพื่อเป็นกองทุนด้านการผลิตผักให้กับแต่ละโรงเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้ทั้งหมด 4 ครั้ง เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ตั้งแต่การผลิตดินเพาะ การปลูกผักในแปลงปลูก การใช้สารชีวภัณฑ์ และการเก็บเกี่ยวผลผลิต

โดยการเรียนรู้ในครั้งที่ 1 เน้นการผลิตดินปลูกและการเพาะกล้าผักโดยใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมัก เพื่อประหยัดต้นทุนในการซื้อพีทมอส พร้อมเรียนรู้การใช้จุลินทรีย์มีชีวิต (พด.1 และ พด.2) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินน่าน ในการทำให้ดินมีคุณภาพดีเหมาะแก่การปลูกพืช ครั้งที่ 2 นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการย้ายกล้าผักจากถาดเพาะลงในแปลงปลูก และการดูแลรักษาผักโดยใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักที่ผลิตเอง ครั้งที่ 3 เน้นการใช้สารชีวภัณฑ์ โดยการขอรับการสนับสนุนเชื้อราไตรโครเดอร์มา จากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคและเสริมการเจริญเติบโตของพืช และครั้งที่ 4 นักเรียนได้เรียนรู้การเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงการคำนวณต้นทุนเพื่อประเมินผลผลิตที่ได้รับ พร้อมสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้และวิธีการนำไปต่อยอดในครอบครัว

คุณบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “โครงการ ‘น่านปันปลูก ปันรัก’ ปีที่ 3 นี้ มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างทักษะอาชีพให้กับนักเรียนและสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยโรงเรียนจะสามารถเก็บเกี่ยวผักที่ปลูกได้และนำไปประกอบเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน หรือจำหน่ายให้กับชุมชนเพื่อเสริมรายได้ให้กับโรงเรียน”

ดร.วิชาญ เกษเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 1 และ คุณพรชัย นาชัยเวียง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 2 ร่วมกันให้ข้อคิดเห็นต่อโครงการว่า “โครงการนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะการปลูกผักให้นักเรียนทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ และยังช่วยให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการปลูกผักปลอดสารพิษและการหารายได้จากการเกษตร”

โครงการนี้เริ่มดำเนินมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 และสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงมุ่งขยายผลโครงการให้ครอบคลุมโรงเรียนทั่วจังหวัดน่าน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านการศึกษาและอาชีพด้านการเกษตร พร้อมส่งเสริมให้โรงเรียนและชุมชนมีความมั่นคงทางอาหารและสร้างรายได้ในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 ชื่นชม วช. ผลักดันเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี (โดรน) หนุนเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาอาชีพเยาวชนไทย

แชร์เนื้อหานี้

ที่โรงเรียนบึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยแห่งชาติ และ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันเป็นประธานเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี (โดรน) ประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่โรงเรียนบึงกาฬ เป็นแห่งแรกของจังหวัด

ภายในงาน มีนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นำนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรม มาฝึกสอน ให้กับเยาวชน และมอบโดรน 3 ลำ พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับการเขียนโปรแกรมและตัดต่อ ให้กับทางโรงเรียนเพื่อการฝึกสอน

นอกจากนี้ ยังได้ให้นักเรียนฝึกภาคปฏิบัติ และทำการทดสอบชิงรางวัลจากสมาคม ก่อนที่จะมีพิธีมอบเกียรติบัตร เพื่อเป็นผลงานเชิงประจักษ์ให้เยาวชนเหล่านี้ได้นำไปประกอบเพื่อศึกษาต่อ

นายทรงศักดิ์ กล่าวขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ที่มองเห็นประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีและนำมาประยุกต์โดยฝีมือคนไทย และยังเลือกถ่ายทอดให้กับเยาวชนตามท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย และขอบคุณแทนชาวบึงกาฬ ที่ วช. ได้มอบศูนยการเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นศูนย์ถาวรที่โรงเรียนบึงกาฬ ซึ่งจากนี้จะใช้งบประมาณส่วนตัวในการสนับสนุนทางโรงเรียนเดือนละ 10,000 บาท เพื่อให้ทางโรงเรียนนำเยาวชนออกไปแสดงนอกพื้นที่ให้ประชาชนได้ชมและถ่ายทอดไปยังเยาวชนกลุ่มอื่นๆต่อไป

ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้พยายามผลักดันให้มีการจัดซื้อเทคโนโลยีโดยเฉพาะโดรน เพื่อการเกษตร แต่กลับถูกตัดงบประมาณเพียงเพราะขาดผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น ดังนั้นจากนี้ไปหากเยาวชนได้รับความรู้ และถ่ายทอดได้จากรุ่นสู่รุ่น ก็จะทำให้เกิดความชำนาญมากขึ้น ขจัดปัญหาความไม่รู้ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักในการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในภาคการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต

ด้านผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า บึงกาฬเป็นจังหวัดที่สามแล้วที่มีการเปิดศูนย์ถาวรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยก่อนหน้านี้ได้เปิดไปที่จังหวัดบุรีรัมย์และกาฬสินธิ์ และในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ก็จะเดินทางไปเปิดศูนย์ที่สองในพื้นที่ภาคใต้ คือจังหวัดกระบี่ โดยก่อนหน้านี้เปิดศูนย์แรกที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จะเดินหน้าให้การสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะเพื่อนำมาใช้ในการประกอบอาชีพ รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของท้องถิ่น

ด้านนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ บอกว่า จะเดินหน้าเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบนี้ในทุกจังหวัดของประเทศไทย แต่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เยาวชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปใช้อย่างจริงจังในทุกภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การป้องกันไฟป่า การลาดตระเวนชายแดน ไปจนถึงการแก้ปัญหาอุทกภัย เพราะโดรนที่สมาคมพัฒนาจนถึงขณะนี้ สามารถทำภารกิจอย่างหลากหลาย รวมถึงการบรรทุกสิ่งของ และเวชภัณฑ์ เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทางสมาคมม่วงว่าการสืบสาน รักษา และต่อยอด ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่จะเป็นการเสริมสร้างให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและมั่งคั่งในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภารกิจหลักของสมาคม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ขอนแก่นเอเชีย ทำพิธีมอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี๒๕๖๗

แชร์เนื้อหานี้

กำหนดการพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗
วันเสาร์ที่ ๒๒มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น.ณ ห้องประชุมวังสำราญ
วิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย

อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น นายสำราญ ศรีภา ประธานกรรมการสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือมหานคร ประธานในพิธี นายแสงดาว เชิดชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย กล่าวรายงาน

พิธีการเชิญผู้นำ นางสาววริศรา สาระปํญญา นายก อวท กล่าวคำปฏิญาณตน
และพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗
โดยมีแขกผู้มีเกียรติพร้อมผู้ปกครอง เช่น ผอ.สวิต คำภา ข้าราชการบำนาญ

นางยุพิน คำภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเขียดมิตรภาพที่ 205 อาจารย์ทรงสิทธิ์ เพียซ้าย อดีตข้าราชการบำนาญ นางสาวคลังพลอย ไวยพัฒน์ หรือ (น้องยูกิ ไหทองคำ) เยาวชนคนเก่ง ได้กล่าวขอบคุณ ผอ.สำราญ ศรีภา ประธานกรรมการสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือมหานคร และ นางพยงค์ ศรีภา ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาในเครือมหานคร

และคณะครูอาจารย์ทุกท่าน ตนทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยการเรียนไม่เคยบกพร่อง ขอขอบคุณสถาบันการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง น้องยูกิ ไหทองคำ สำเร็จการศีกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชัยภูมิ

ในช่วงกิจกรรมมีการแสดงจากชมรมทูบีนัมเบอร์วัน วิทยาลัยอาชีวศึกษาชัยภูมิ การแสดงของนักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย ชุดที่ ๑-๒ และประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร รางวัลการแข่งขันวิชาชีพ การประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และกีฬา

สถานศึกษาอาชีวเอกชน ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีขอนแก่นเอเชีย ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ผู้ปกครอง ขอสงวนชื่อ-สกุล ในพื้นที่จังหวัดเลย ได้กล่าวถึงความสำเร็จของบุตรชายของตน และขอขอบคุณผู้บริหาร และคณะครูอาจารย์

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปปช.ลงพื้นที่ตรวจสอบ ปมเบิกเงิน OT แต่ตัวไม่อยู่ ทีมผู้บริหารวิทยาลัยเทคนิค ด้าน ผอ.วิทยาลัยเทตนิด แจง ไม่เงิน OT แต่เป็นเงิน ค่าธุรการ

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงายว่า จากกรณีที่มีเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้ลงภาพคณะผู้บริการ พร้อมข้อความว่า เบิก OT แต่ตัวไม่อยู่ ทีมผู้บริหาร วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ นำทีมโดย “ผอ.นิ” ตามด้วย “วุฒิ” รองผอ.ฝ่ายวิชาการ “ญา” รองผอ.ฝ่ายบริหารทรัพยากร “สุ” รองผอ.ฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ และ “วรรณคดี” รองผอ.ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา เบิกเงินค่าล่วงเวลาจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 16.30 – 20.30 น. แต่ตัวไม่อยู่ทำงาน บางคนหายไปตั้งแต่ บ่าย 3 พอใกล้เบิกก็เซ็นลงเวลาย้อนหลัง ทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว

***ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 68 นายอดุลย์ วันดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางไปที่ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่เป็นประเด็นบนโซเชียล โดยมี นายนิรันดร์ สมมุติ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ พร้อม คณะผู้บริหารให้การต้อนรับและเข้ามาชี้แจง

***นายอดุลย์ วันดี ผอ ปปช.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ที่มาวันนี้เพื่อมาสอบถามรายละเอียดถึงเงินค่าล่วงเวลาที่เบิกจ่ายออกไป ว่าเป็นเงินอะไร มีการเบิกจ่ายออกไปถูกต้องหรือไหม มีขั้นตอนวิธีการแนวทางอย่าไร พร้อมกับได้มีการขอข้อมูลเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องนำไปศึกษา ตรวจสอบ โดยเบื้องต้นเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นยังไม่มีใครมาร้องเรียนที่ ปปช. แต่เนื่องจากเป็นประเด็นในโซเชียล เกี่ยวข้องกับทางราชการ และมีประชาชนให้ความสนใจ ตามหน้าที่ของ ปปช. จึงต้องลงมาตรวจสอบ ให้ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว

***ด้าน นายนิรันดร์ สมมุติ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เงินที่ประเด็นอยู่ขณะนี้เค้าเรียกว่าเป็น ค่าธุรการ ที่ข้าราชการ ลูกจ้าง ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ซึ่งจะคิดชั่วโมงละ 50 บาท วันหนึ่งก็จะมีการคิดค่าทำงานล่วงเวลา 4 ชั่วโมง ตั้งแต่ 16.30 น. ถึง 20.30 น. รวมแล้วจะได้ค่าล่วงเวลา 200 บาท ต่อวัน ไม่รวมวันเสาร์- อาทิตย์ และ หยุดวันนักขัตฤกษ์ ซึ่งช่วงเบิกเงินล่วงเวลานี้ จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งคนที่มีรายชื่อเบิกเงินตรงนี้มีทั้งผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้างช่วงคราว รวมแล้วกว่า 70 คน และแต่ละคนก็ได้เงินค่าล่วงเวลาไม่เท่ากัน เพราะบางคนมาทำงานไม่เท่ากัน โดยเงินตรงนี้เป็นเงินที่เรามีการเบิกไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ซึ่งสามารถดำเนินการเบิกได้

***ส่วนประเด็นที่ว่าทำการเบิกเงินไปแต่ไม่อยู่ทำงาน บางคนหายออกไปตั้งแต่บ่าย 3 ซึ่งในส่วนนี้ตนของยืนยันว่าทุกคนมาทำงานและอยู่ปฏิบัติงานตามเวลาจริงๆ โดยอีกอย่างหนึ่งวัตถุระสงค์ของเงินตรงนี้มันเป็นเงินที่ไม่ใช้เอามาจ่ายกับครูผู้สอนที่สอนล่วงเวลาราชการแต่อย่างเดียว เป็นเงินที่จ่ายให้ทั้งผู้บริหารที่เข้ามาทำงานบริหารงานทั่วไปทุกๆอย่าง และด้านการจัดการศึกษา นอกจากนี้ยังต้องจ่ายให้กับลูกจ้างชั่วคราวที่มาปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ รวมถึงดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษา ด้วย โดยตนมันใจในสิ่งที่ตนทำงานมาว่าถูกต้องตามระเบียบพร้อมให้ตรวจสอบได้
////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ พันธมิตร มอบถุงยังชีพ ผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการ “หนึ่งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และ “หนึ่งใจให้การศึกษา”

แชร์เนื้อหานี้

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร มอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) และผ้าห่มกันหนาวให้นักเรียนโรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง)และประชาชน ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และโครงการ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. ที่ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน)

ลงพื้นที่มอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) และผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และโครงการ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา” ให้กับนักเรียน โรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง) และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์การอากาศหนาว

โดยมีนายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสนง.ปภ.จังหวัดน่าน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โดยในโอกาสนี้ ประธานกรรมการ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมทุนทรัพย์บรรเทาความเดือดร้อนพร้อมให้กำลังใจแก่นักเรียน และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์การอากาศหนาว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำววันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น.ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดโครง การพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 พร้อมด้วย นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษาน่าน

นางธิดา เสมอใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีน่าน ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ในนามคณะกรรมการดำเนินงาน บริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสรรเพชญ์ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน บริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ผอ.ธิดา เสมอใจ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ผอ.พรเทพเสนนั้นตา

ประธานสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ผอ.อดุลย์ อะทะยศ ประธานสหวิทยาเขตเวียงป้อ ผอ. ธนชาต ชาวล้าน ประธานสหวิทยาเขตศิลาทอง ผอ.เกียรติศักดิ์ สุทธหลวง ประธานสหวิทยาเขตวรนคร คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนทุกคน วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ร่วมกับบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัดและเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพร้อมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทั้งเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งเพื่อส่งเสริมนักเรียนให้รับการพัฒนาควานรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพ ทั้งเพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดโอกาสการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีโรงเรียนในสหวิทยาเขตเข้าร่วมทั้งหมด 4 สหวิทยาเขตได้แก่ 1.สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน 2.สหวิทยาเขตเวียงป้อ สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนสา 3.สหวิทยาเขตวรนคร สถานที่จัดกิจกรรม

โรงเรียนปัว4.สหวิทยาเขตศิลาทอง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม รวมมีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด33 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียนโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนัก งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1 โรงเรียน และ โรงเรียนสังกัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 1 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 765 คน

 นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กล่าวถึงโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการประจำปีพุทธศักราช 2568 การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน กิจกรรมดังกล่าวมีคุณประโยชน์ ส่งเสริมให้เด็กน่านที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพให้กับนักเรียนในจังหวัดน่านเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ขอขอบคุณบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงาน คณะผู้บริหาร คณะครู และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันจัดกิจกรรม  ด้านนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศในวันนี้ เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 จุด คือที่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารแห่งนี้สำหรับนักเรียนในสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ที่โรงเรียนสา สำหรับสหวิทยเขตเวียงป้อ ที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม สำหรับสหวิทยาเขตศิลาทอง และที่โรงเรียนปัว สำหรับสหวิทยาเขตวรนคร ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับ สนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัด และดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี ในนามของคณะครูและนักเรียนจึงขอขอบพระคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ 

โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามวิสัยทัศน์ของ สพม.น่านที่ต้องการพัฒนานักเรียนใน “3 วิ” คือ วิชาการ วิชาชีวิตและวิชาชีพ ควบคู่ไปกับหลักพุทธรรม เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี คนเกง ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข การส่งเสริมความสามารถในเชิงวิชาการเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เดินไปตามเป้าหมายของการสร้างอาชีพในอนาคต โดยผู้ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นยังต้องมีวิชาชีวิตทั้งเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคม เรื่องของการแก้ไขปัญหา

เรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันและที่สำคัญคือเรื่องของพุทธธรรมที่จะเป็นหลักคิด หลักการให้ทุกคนทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความราบรื่น หวังว่าลูก ๆ นักเรียนทุกคนจะนำแนวคิดและหลักการเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวเอาความรู้ เทคนิคที่ได้รับตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 15 มกราคม 2568 ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่สมกับความตั้งใจและการสนับสนุนของทุก ๆ ภาคส่วน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.วัดสุวรรณ เขตคลองสาน จัดกิจกรรมสร้างความสุขเพื่อน้องๆ วันเด็กแห่งชาติ 2568

แชร์เนื้อหานี้

โรงเรียนวัดสุวรรณ เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ มอบของขวัญสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่นักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ที่โรงเรียนวัดสุวรรณ แขวงคลองตันไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพ นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายศรราม รูปสอาด รองผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู บุคลากร เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน และผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด และเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ภายในงานได้มีการมอบทุนการศึกษา กิจกรรมแสดงของเด็กนักเรียน การมอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้กับเด็กมากมาย นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้ปกครองและผู้ใหญ่ใจดีนำอาหาร ขนม มาเลี้ยงภายในอีกด้วย

นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา ด้วยวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อให้ทุกส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ เพื่อได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพสืบไป

โรงเรียนวัดสุวรรณ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ตระหนักในหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการพัฒนาเต็มศักยภาพทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีความสุขพลานามัยที่สมบูรณ์และห่างไกลสิ่งเสพติด เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และส่งเสริมเด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตน้ป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

ในการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ให้สนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัลต่างๆ นอกจากนี้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติมาร่วมงานและให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม และที่มอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้น้องๆ นักเรียน ทางโรงเรียนวัดสุวรรณ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยเกษตรนราฯเพิ่มมูลค่าเห็ดนางฟ้าทำเป็นแหนมเห็ด จากต้นทุนราคาหลัก10กลายเป็นหลัก100

แชร์เนื้อหานี้

สำหรับทางเลือกผู้ที่ชื่นชอบอาหารแนวพืชผักหมัก ที่มีขั้นตอนการทำเหมือนกับแหนมที่ทำจากเนื้อสัตว์ ตามความชื่นชอบของผู้บริโภค ที่ทางวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส นำมาแปรรูปและเชื่อว่ามีรสชาติไม่ต่างกับแหนมที่ทำมาจากเนื้อหมู และวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศ แต่ด้วยสภาพพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 80 ส่วนใหญ่ประชาชนเป็นชาวมุสลิม จึงได้มีแนวคิดในผลิตแหนมเห็ด

หวังตีตลาดของผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้ เริ่มด้วยการด้วยหันมาให้นักศึกษาเพาะเห็ดนางฟ้า ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 เดือนสามารถเก็บผลผลิตได้ ในช่วงแรกก็ได้เก็บผลผลิตจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปในราคาเพียง ก.ก.ละ 60 บาท และเมื่อเห็ดนางฟ้ามีผลผลิตมากขึ้น จึงได้ริเริ่มหันมาผลิตแหนมเห็ดนางฟ้าแบบเต็มตัว และจากเห็ดนางฟ้าที่เก็บจำหน่ายได้ เพียง ก.ก.ละ 60 บาท เมื่อนำมาผลิตเป็นแหนมเห็ดนางฟ้า สามารถเพิ่มมูลค่าได้ จาก ก.ก.ละ 60 บาท กลายเป็น 600 บาทเลยที่เดียว

เราได้มีโอกาสให้นักศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส ได้ผลิตแหนมเห็ดให้ชม ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ที่ทางมหาวิทยาลัยตรียมลงพื้นที่ให้ความรู้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ที่สนใจโดยเฉพาะกลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้า ที่เชื่อว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นกอบเป็นกำ

โดยขั้นตอนการทำแหนมเห็ดที่ต้องเตรียมวัตถุดิบมีดังนี้ คือ เห็ดนางฟ้า ข้าวเหนียวสุก กระเทียม เกลือป่นและพริกขี้หนูสวน เมื่อได้วัตถุดิบครบตามต้องการแล้ว เราไปเก็บเห็ดนางฟ้าที่โรงเรือนประมาณ 1 ก.ก. นำมาหั่นฉีกล้างให้สะอาด และบีบน้ำออกจากเห็ดให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมานึ่งประมาณ 2 นาที

จากนั้นนำส่วนผสมกระเทียม ข้าวเหนียวและเกลือป่นคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำเห็ดที่คลุกเคล้ากับส่วนผสมแล้วเสร็จ มาใส่ถุงพลาสติกใสและใส่พริกขี้หนู 1 เม็ด แล้วห่อให้แน่นนำยางวงหรือคนทั่วไปเรียกว่าหนังยางมาผูกที่ปลายถุง เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นขั้นตอนการหมักแหนม โดยการทิ้งไว้สัก 2 ถึง 3 วัน แหนมจะมีรสชาติเปรี้ยวและพร้อมรับประทานได้ทันที

ด้าน ผศ.ทวี บุญภิรมย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนคริทร์ กล่าวว่า เห็ดสามารถที่จะเอามาผลิตเป็นแหนมเห็ด ซึ่งจากเดิมเราขายเห็ดได้เพียงกิโลกรัมละ 60 บาท แต่เมื่อมาเป็นแหนมเห็ด ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าเป็น 600 บาทได้ และตรงนี้สามารถจะเห็ดในการพัฒนาต่อไป เรื่องของบรรจุภัณฑ์ในเรื่องของการยืดอายุการเก็บรักษา อีกอย่างยังสามารถจะเป็นอาหารที่จะนำส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งทางวิทยาลัยฯพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆเหล่านี้ ควบคู่ไปกับความต้องการของชุมชน

วันนี้สายเห็ดสามารถรับประทานแหนมเห็ดกันได้ หรือ ใครสนใจที่จะเรียนรู้การทำแหนมเห็ดก็สามารถติดต่อได้ที่ ดร.พิพัฒน์ จันทร์ประดิษฐ์ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081 9592614
//////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.แสตมฟอร์ด จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร บัณฑิตนานาชาติกว่า 1,300 คน จาก 40 ประเทศ ความสำเร็จระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 25 ขึ้น เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยในปีนี้ มีบัณฑิตนานาชาติทั้งระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรีที่สำเร็จการศึกษารวมทั้งสิ้น 1,314 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก และ

ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 29 ปีในปีนี้ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของเส้นทางการศึกษาในระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Global Education Success: The Journey of Academic and Career Excellence” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมด้วยทักษะความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและสายอาชีพ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในเวทีระดับนานาชาติอย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ

ภายในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณะทูตและตัวแทนจากสถานทูตกว่า 21 ประเทศ ที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่บัณฑิต พร้อมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จของมหาวิทยาลัยที่ยังคงยืนหยัดในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับสากล ในปีนี้ มหาวิทยาลัยได้คัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2567 ขึ้นรับโล่รางวัลเกียรติยศเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพต่างๆ จากวิทยาเขตหัวหิน-ชะอำ คุณอุไร กาลปักษ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์

สนง.เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ศิษย์เก่าปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ / คุณจำนงค์ บุตรสงค์ ผู้จัดการทั่วไป วีรันดา รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน-ชะอำ ศิษย์เก่าปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์ / คุณธนพันธ์ ชูสุวรรณ หรือเชฟบอล เจ้าของร้านบอลเชฟเทเบิ้ลชะอำ และเป็นเชฟอีเว้นท์โชว์ทำอาหารให้กับบริษัท ซีโน่ แปซิฟิค หนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันทำอาหาร เชฟออนเทรน (ทำอาหารบนรถไฟ รายการแรกของไทย) ศิษย์เก่าปริญญาโทบริหารธุรกิจ MBA / กภ.วันเพ็ญ เหลืองนฤทัย หัวหน้างานกายภาพบำบัด รพ.หัวหิน ศิษย์เก่าปริญญาโทบริหารธุรกิจ MBA และคุณนัชชา พรยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและปฏิบัติการ CE Logistics (Thailand)

ศิษย์เก่าปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาวิชาการ การสนับสนุนกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย หรือการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และมีความพร้อมที่จะร่วมช่วยเหลือนักศึกษาปัจจุบัน รวมถึงการส่งเสริมศิษย์เก่าให้สามารถต่อยอดธุรกิจหรือสร้างความสำเร็จในสายอาชีพได้อย่างยั่งยืน.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.ราชภัฏอุดรธานี และ บึงกาฬ จัดงาน “H.M. Song: ดนตรีในสวนอว.บรรเลงเพลงของพ่อ” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ คล้ายวันพระราชสมภพ ร.9

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 5 ธ.ค.ที่ เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรี (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หลังเก่า ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองบึงกาฬ) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “H.M. Song: ดนตรีในสวน อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” โดยถือเป็นกิจกรรมที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และจังหวัดบึงกาฬ

ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก สาขาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ จากสาขาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รักษาการคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมท้องถิ่น บึงกาฬ กล่าวว่า ด้วยในวันที่ 5 ธันวาคม เป็นคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

จึงได้จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เพื่อแสดงดนตรีบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ที่สะท้อนถึงความร่มเย็นของแผ่นดินไทย ภายใต้พระบารมี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ จะขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชนสืบไป

ขณะที่ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมทางดนตรี เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตที่ดีให้กับประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ และกิจกรรม Buengkan Craft : สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน ณ เรือนบึงกาญจน์ไชยบุรี ซึ่งเป็นกิจกรรมด้านงานศิลปะและวัฒนธรรม ได้แก่ กิจกรรมการเพนซ์เสื้อน้องวันวาฬ ด้วยสีน้ำยางพารา, กิจกรรมการทำพวงกุญแจ และที่รองแก้ว จากไม้ยางพารา รวมถึงกิจกรรมการทำอาหาร “รสชาติ…. ที่หายไป” ของจังหวัดบึงกาฬ โดยใช้พื้นที่เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรีแห่งนี้

ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์พื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้แห่งใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน หรือประชาชนในพื้นที่ สามารถมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม หรือกิจกรรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมนันทนาการที่สร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลให้เด็ก และเยาวชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สุดท้ายนี้

ในนามตัวแทนของจังหวัดบึงกาฬ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่เข้ามาปรับปรุง ซ่อมแชม และพลิกฟื้นพื้นที่เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรีแห่งนี้ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาลให้ทุกคนได้เข้ามาพัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ร่วมกัน.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ชั้นอนุบาล 2 การเรียนรู้ให้นร.ชั้นปฐมวัย

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี โดย ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช ได้จัดกิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ระดับชั้นอนุบาล 2 เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นปฐมวัย

กิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ถือเป็นกิจกรรมที่เชื่อมความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างบ้านคือผู้ปกครอง และโรงเรียนคือคุณครู จัดขึ้นให้บุตรหลานเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน สามารถลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง เพิ่มมิติสร้างประสบการณ์การเรียนรู้

โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 ผจญภัยสุดหรรษา ตามหาน้องหมูเด้ง ฐานที่ 2 ให้ใจนำทาง สร้างมิติทางอารมณ์ ฐานที่ 3 Safety or Sorry และฐานที่ 4 เชอร์ล็อก โฮมส์ (Sherlock Holmes) ทั้งนี้พบว่ากิจกรรมเป็นไปอย่างสนุกสนานท่ามกลางรอยยิ้มของทุกคน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สนข.การศึกษานครปฐม เขต 1 นำเด็กนักเรียนกกว่า 1,200 คน ร่วมสืบสานวิถีชาวนาไทย การทำนา

แชร์เนื้อหานี้

      วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เวลา 07.30 น.  ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1  พร้อมด้วย  ดร.ฐาปณี พวงงาม  นายวีรยุทธ เวสา และ นางพิลาศลักษณ์ จงตระการสมบัติ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 นำนักเรียนกว่า 1,200 คนจาก 43 โรงเรียน ร่วมพิธีเก็บเกี่ยวข้าวในผืนนา 25 ไร่ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 ด้วยพิธีบวงสรวงและดำนา จนมาถึงวันเก็บเกี่ยวที่สร้างรอยยิ้มและความภาคภูมิใจให้กับทุกคน
     
นอกจากนักเรียนจะได้เกี่ยวข้าวแล้ว ยังเรียนรู้ผ่าน 7 ฐานการเรียนรู้ ตั้งแต่การฟาดข้าว สีข้าว ฝัดข้าวแปรรูปเป็นข้าวกล้องและโจ๊ก ไปจนถึงการเรียนรู้เกษตรผสมผสานและการฟื้นฟูดินด้วยปอเทือง

บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงนวดข้าว สีข้าว และเพลง “เกี่ยวความพอดี” ที่เด็กๆ ร่วมกันขับร้อง “ศูนย์ศรีเกษตรโภคทรัพย์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อการศึกษา เราต้องใช้ประโยชน์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่” 

ดร.ณัฎฐิกา กล่าวพร้อมเน้นย้ำว่าการเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียงจะช่วยปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามให้กับเยาวชน

ทั้งนี้ ศูนย์ศรีเกษตรโภคทรัพย์ยังเป็นพื้นที่สาธิตการทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เปิดโอกาสให้นักเรียนและประชาชนทั่วไปเข้ามาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลเอก. ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา โรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก สังกัด สพม.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงเรียนทุ่งช้าง จ.น่าน
นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด หัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาของโรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก อ.สองแคว จ.น่าน รวมทั้งติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาพื้นที่จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกวมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงการต่างประเทศ กรมอาเซียน ส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม บึงกาฬ / ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 11.00 น. เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน เป็นประธานในพิธี นางสาวลลนา จิตต์ศรัทธานันท์ เลขานุการกรมอาเซียน ร่วมส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 ให้กับโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาซึ่งห้องสมุด จะเป็นแหล่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับรู้เกี่ยวกับอาเซียน อันจะเป็นประโยชน์สำหรับเยาวชน คณาจารย์

ชาวชุมชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายวีระพล ทองน้อย ปลัดอำเภอบึงโขงหลง นายเดชา แสงจันทร์ ผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม นายรวิภาส วันตา ผอ.โรงเรียนบ้านบัวโคก นายสุวัฒน์ อินทวงศ์ ผอ.โรงเรียนโสกก่ามวิทยา นายจักรพงษ์ แสนทวีสุข รองผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคุณครู นักเรียน ประชาชน ร่วมในพิธี สำหรับห้องสมุดอาเซียนมีอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ หนังสือ นิทรรศการประชาคมอาเซียน สื่อการเรียนการสอน จอภาพสำหรับใช้ในการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและสร้างวัฒนธรรม การเรียนรู้สำหรับเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนสำหรับชุมชนที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ ทั้งนี้ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินโครงการห้องสมุดอาเซียน 1 จังหวัด 1 โรงเรียน 1 ห้องสมุดอาเซียน เพื่อประชาชนและเยาวชนไทย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยปัจจุบันได้ส่งมอบห้องสมุดอาเซียนให้แก่โรงเรียนต่างๆแล้ว จำนวน 71 แห่ง

ซึ่งได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน สำหรับเป็นสถานที่ตั้งของห้องสมุดอาเซียน เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้แก่เด็กและเยาวชนคณาจารย์และชุมชนในพื้นที่ สำหรับปี 2567 กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้สร้างห้องสมุดอาเซียนให้โรงเรียนอีก 3 แห่ง รวม74 แห่ง ใน 74 จังหวัด โดยตั้งเป้าให้มีห้องสมุดอาเซียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม จังหวัดบึงกาฬ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียน 1,197 คน และเป็นโรงเรียนแห่งที่ 72 ที่ได้รับมอบห้องสมุดอาเซียน ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

บึงกาฬ ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
วันที่ 24 พ.ย. เวลา 07.00 น.ที่บริเวณศาลเจ้าแม่สองนาง ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายวรพันธุ์ ชำนิยัน ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ,นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ , นายราชันย์ วนาพรหม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ , พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดงตามประเพณี ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ และประกอบพิธีไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2567

จากนั้นได้มีขบวนแห่เครื่องบวงสรวงสักการะ และเชิญองค์จำลองเจ้าแม่สองนาง ปู่ผ้าขาว เจ้าพ่อคำแดง จากบริเวณศาลฯ หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ และพานบายศรีสู่ขวัญ และนางรำ แห่ไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ หลังจากนั้นพ่อพราหมณ์ ได้เริ่มพิธีสวดบวงสรวงสักการะศาลเจ้าแม่สองนาง และการรำบวงสรวงของพี่น้องประชาชนชาวบึงกาฬ โดยภายในงาน มีโรงทาน ให้บริการอาหารเครื่องดื่มมากกว่า 100 โรงทาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

นายจำรัส ติดมา นายกสมาคมศาลเจ้าแม่สองนาง กล่าวว่า ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองชาวจังหวัดบึงกาฬมาตั้งแต่ก่อตั้งเมืองบึงกาฬ เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะบูชาของคนทั่วไป เพื่อขอพรให้เดินทางปลอดภัย มีโชคลาภ สุขภาพแข็งแรง คุ้มครองปกปักรักษาให้อยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายร่ำรวย ศาลเจ้าแม่สองนางตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ ชาวอำเภอบึงกาฬ จึงได้กำหนดจัดงานวันไหว้สักการะ ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งในครั้งนี้เป็นปีที่ 18 โดยมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ และจัดเครื่องไหว้สักการะเพื่อบวงสรวงตามความเชื่อ และศรัทธาที่สืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

เพื่อส่งเสริมให้คนในท้องถิ่น ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมวันไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง แสดงออกถึงความรักความสามัคคีในชุมชน และสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ส่งเสริมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักในความสำคัญและเห็นคุณค่าของจารีตประเพณีท้องถิ่น และสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ประชาชนรักท้องถิ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสงบสุข และที่สำคัญชุมชนได้ทำกิจกรรมต่างๆ

ร่วมกันนั่นเองศาลเจ้าแม่สองนาง เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวบึงกาฬ มีความสำคัญมาช้านาน ผู้คนที่ผ่านไป-มา ได้กราบไหว้บูชา ขอพร ให้เจริญรุ่งเรือง รวมถึงพี่น้องจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็มีความเคารพบูชา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางในปีนี้ ทุกท่านได้แสดงออกถึงความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายที่

จะร่วมกันแสดงออกถึงความเคารพ ศรัทธา ขอบารมีขององค์เจ้าแม่สองนาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลให้ทุกท่าน มีสุขภาพที่แข็งแรงมีสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ยังมีโรงทานให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม แก่ประชาชนที่มาร่วมในงาน ได้อิ่มท้องอิ่มบุญกันทั่วหน้า ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยสนุกสนาน คึกคัก เกิดความสามัคคี ที่ได้ร่วมสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬร่วมกันนั่นเอง.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ นโยบายการพัฒนาการศึกษา “สพม.น่าน องค์กร คุณภาพ-คุณธรรม/รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อ.ปัว

แชร์เนื้อหานี้

นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวภายหลังเปิดการประชุมผู้อำนวยการสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ครั้งที่ 5/2567 พ.ศ. 2567 ว่า การประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการชี้แจงข้อราชการในการดำเนินงาน และติดตามผลการดำเนินงานแล้ว ยังเป็นการมอบนโยบายในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 โดยใช้สหวิทยาเขตเป็นฐานและเครือข่ายนิเทศ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ตั้งเป้า “ปีทองแห่งคุณภาพ
คู่คุณธรรม” สร้างค่านิยมให้ สพม.น่าน เป็น “องค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณภาพ ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ด้วยกระบวนการ SPARK “เชิงลุก” (LOOK) Model

S = SWOT (Look Over) มองให้ทั่วให้รอบด้านทุกมิติ
P = PLAN & PREVIEW (Look Ahead) มองไปข้างหน้า วางแผนอนาคต
A = ACTION & ACTIVE (Look Into) ลงมือปฏิบัติเชิงรุกอย่างรอบคอบ
R = REVIEW & MONITORING (Look Back) ทบทวน ปรับปรุง กำกับ ติดตาม
K = Knowledge Management (Look Up to) จัดการความรู้เพื่อพัฒนาต่อยอด ชื่นชม ยกย่อง พร้อมมอบ 5 นโยบายภายใต้ธรรมาภิบาล เพื่อให้โรงเรียน “น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน” เป็นบ้านแห่งความสุขของครูและนักเรียน
ตามนโยบาย เรียนดี มีความสุข

  1. นโยบายด้านความปลอดภัย (Safety) ที่มี “3 เสาหลัก” ปลอดภัยทุกมิติ คือ ด้านอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียน ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติการจัดทำแผนเผชิญเหตุ และ ด้านการศึกษา ลดความเสี่ยง และการรับรู้ปรับตัวจากภัยพิบัติ พร้อมเดินหน้าสถานศึกษาปลอดภัย ด้วยหลัก 3 ป “ป้องกัน” คือ การวางแผน จัดโครงสร้างการบริหารประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน “ปลูกฝัง” คือ พัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติสมรรถนะด้านความปลอดภัยให้แก่ นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และ “ปราบปราม” คือ ดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และดำเนินการ
    ตามขั้นตอนของกฎหมาย
  2. นโยบายด้านคุณธรรม (Morality) พัฒนาคุณธรรม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนด้วยหลัก
    “พุทธธรรม” เพื่อให้เป็นคนดี มีความสุข เช่น อิทธิบาท 4 สังคหวัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 ไตรสิกขา อริยสัจ 4 สัปปุริสธรรม 7 และกัลยาณมิตร 7 เป็นต้น
  3. นโยบายด้านคุณภาพ (Quality) พัฒนานักเรียนทั้งในด้านวิชาการ วิชาชีพ วิชาชีวิตและองค์กรคุณภาพ พัฒนานวัตกรรม สร้างคนดี มีความสุข
  4. นโยบายด้านโอกาส (Opportunity) ส่งเสริมการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime), เฟ้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Thailand Zero Dropout), การดูแลช่วยเหลือนักเรียน การแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิต และนักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)
  5. นโยบายด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) การบริหารจัดการโดยใช้พื้นที่ (สหวิทยาเขต) เป็นฐาน, การนำเทคโนโลยีดิจิทัล
    มาใช้ในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน, พัฒนาคุณภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา,
    เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารองค์กรและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
    “ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจ เป็นนโยบายรวมทั้งจุดเน้นที่ตั้งใจจะนำมามอบให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับทราบและจะได้เตรียมการเพื่อร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนยกระดับการศึกษาของ สพม.น่าน
    ให้กลายเป็นองค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” นางนัฑวิภรณ์ กล่าวปิดท้าย /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

จัดประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อำเภอปัว

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อำเภอปัว โดยมีดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ รองศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธานประเมิน และเก็บข้อมูลเชิงลึก
ในครั้งนี้มีบุคคล และหน่วยงานเสนอรายชื่อครู ผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568

โดยเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ ครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายศุภนิตย์ สิทธิชัย โรงเรียนวรนคร (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) นางวิมลรัตน์ ทักษิณ โรงเรียนไตรเขตประชาวิทยา (หน่วยงานเสนอชื่อ) นางวาสนา นันทเสน โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย (หน่วยงานเสนอ) และนางสาวมัญชรี ศรีเวียงฟ้า โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม (หน่วยงานเสนอชื่อ) เพื่อเข้ารับการคัดเลือกผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดการออกประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2567

วันนี้เป็นการลงพื้นที่ประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ของนางวิมลรัตน์ ทักษิณ ซึ่งมีลูกศิษย์ คณะครู ผู้ปกครองเข้าร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คณะอนุกรรมการเป็นจำนวนมาก

สำหรับ นางวิมลรัตน์ ทักษิณ ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนไตรประชาวิทยา ปฏิบัติการสอนมาเป็นเวลา 15 ปี ในรายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ เป็นครูผู้ได้รับการยกย่องจากทั้งลูกศิษย์ คณะครู และผู้ปกครอง ทั้งด้านเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และด้านผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีความมานะพยายามในการดูแลลูกศิษย์ทั้งในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน นอกจากนี้ครูวิมลรัตน์ ยังได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ ได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2557 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่น ระดับเพชร โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2565 กระทรวงศึกษาธิการ

ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่น รักษามาตรฐานระดับเพชรปีที่ 1 โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2566 กระทรวงศึกษาธิการ รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ระดับชาติ รางวัลเหรียญทอง ครูผู้สอนยอดเยี่ยมระดับประถมศึกษา ผู้ปฏิบัติงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนระดับประถมศึกษา ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน โครงการประกวดหน่วยงานและผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ครั้งที่ 11 ประจำปีการศึกษา 2564

รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ระดับภาคเหนือ รางวัลเหรียญทอง ครูผู้สอนยอดเยี่ยมระดับประถมศึกษา กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนโครงการประกวดหน่วยงานและผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ครั้งที่ 12 ประจำปีการศึกษา 2565-2566 เป็นต้น/ข่าว/กัมปนาท พอจิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / คัดเลือกครู ได้รับพระราชทาน ครั้งที่ 6 ปี 2568 โรงเรียนบ้านปรางค์อ.ปัวจ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ณ โรงเรียนบ้านปรางค์ อำเภอปัว โดยมีดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ รองศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธานประเมิน และเก็บข้อมูลเชิงลึก

ในครั้งนี้มีบุคคล และหน่วยงานเสนอรายชื่อครู ผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568 โดยเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ ครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายศุภนิตย์ สิทธิชัย โรงเรียนวรนคร (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) นางวิมลรัตน์ ทักษิณ โรงเรียนไตรเขตประชาวิทยา (หน่วยงานเสนอชื่อ)

นางวาสนา นันทเสน โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย (หน่วยงานเสนอ) และนางสาวมัญชรี ศรีเวียงฟ้า โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม (หน่วยงานเสนอชื่อ) เพื่อเข้ารับการคัดเลือกผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดการออกประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2567

วันนี้เป็นการลงพื้นที่ประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ของนายศุภนิตย์ สิทธิชัย (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) โรงเรียนบ้านปรางค์ (โดยได้รับการเสนอชื่อขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงเรียนวรนคร อ.ปัว) ซึ่งมีลูกศิษย์ คณะครู ผู้ปกครองเข้าร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คณะอนุกรรมการเป็นจำนวนมาก

สำหรับ นายศุภนิตย์ สิทธิชัย ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านปรางค์ ปฏิบัติการสอนมาเป็นเวลา 17 ปี ในรายวิชาศิลปะ เป็นครูผู้ได้รับการยกย่องจากทั้งลูกศิษย์ คณะครู และผู้ปกครอง ทั้งด้านเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และด้านผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีความมานะพยายามในการดูแลลูกศิษย์ทั้งในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน สามารถนำพาลูกศิษย์เข้าร่วมการแข่งขันด้านศิลปะ จนสามารถคว้ารางวัลทั้งระดับภาคและระดับประเทศหลายรายการ นอกจากนี้ครูศุภนิตย์ ยัง

ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เป็นผู้เข้าร่วมเผยแพร่การจัดการเรียนรู้ Active Learning กิจกรรม 129 สุดยอด Best Practice
การจัดการเรียนรู้ Active Learning ของสพฐ. ปีการศึกษา 2564 จากการทำโครงการวาดน่านบ้านฉัน ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับภาคเหนือ รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ครั้งที่ 12
ปีการศึกษา 2565 – 2566เป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดระดับชาติ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโรงเรียนวรนคร

ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาคเหนือ การแข่งขันสร้างสรรค์จินตนาการผ่านศิลปะ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ธนาคารไทยพาณิชย์ ปีการศึกษา 2566 ได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติหนึ่งแสนครูดี เป็นผู้จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อสังคม ถนนศิลปะปัว เป็นต้น/ข่าว/ กัมปนาท พอจิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.1 ติดตาม ก่อสร้างโครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน /พิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถและพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดเทพโลกอุดร

แชร์เนื้อหานี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (3 พ.ย. 67) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายพงษ์นรา เย็นยิ่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินโครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก บริเวณที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ นน 405 (บางส่วน) ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน โดยมีนายบัณฑูร ล่ำซำ รองประธานกรรมการมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำชม

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก มีเนื้อที่ 9 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา แต่เดิมเป็นที่ตั้งของอาคารศาลากลางจังหวัดน่าน (หลังเก่า) ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 48 เห็นชอบประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเมืองเก่าน่าน และเห็นชอบแผนแม่บทและผังแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเมืองเก่าน่าน ส่วนหนึ่งของแผนแม่บท กำหนดให้ปรับปรุงการใช้พื้นที่อาคารส่วนราชการเดิใเพื่ออนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองน่าน พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้

ทั้งนี้ วันที่ 14 ก.ย. 66 กระทรวงมหาดไทยได้ลงนามสัญญาอนุญาตให้มูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ ดำเนินโครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านฯ ซึ่งประกอบด้วย 1. หอศิลปวัฒนธรรม 2. อาคารหอประชุมอเนกประสงค์ 3. อาคารบริการ 4. สวนพฤกษศาสตร์ และ 5. ลานกิจกรรม

เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ภายในอาคารจะมีการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนต้นทุนทางวัฒนธรรมต่อยอดปัญญาของบรรพชน และพื้นที่ศูนย์สร้างสรรค์ทางปัญญา NAN’S CREATIVE CENTER ได้แก่ พื้นที่เรียนรู้โดยสื่อดิจิทัล ลานเรียนรู้สำหรับเด็กเล็ก ลานกิจกรรมสัมมนา ห้องประชุมสำหรับทั้งแบบส่วนบุคคลและแบบกลุ่ม และห้องสมุดดิจิทัล

“ที่นี่จะเป็นแหล่งให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์เมืองน่านให้กับเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป ตามแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ สืบสาน รักษา และต่อยอดรากเหง้า ความเป็นชนชาติไทย ที่ได้รับการแบ่งเบาพระราชภาระโดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวจังหวัดน่าน” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

การตรวจติดตามในครั้งนี้มีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พลตรี วรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมลงพื้นที่

จากนั้นรองนายกรัฐมนตรี และคณะเยี่ยมชม สักการะองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง อ.ภูเพียง จ.น่าน องค์พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดน่าน เป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ปีนักษัตรพระราชสมภพในหลวง รัชกาลที่ 9 ปัจจุบันมีอายุกว่า 671 ปี/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่าน พิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถและพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ณ วัดเทพโลกอุดร

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ณ วัดเทพโลกอุดร บ้านมงคลนิมิต ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พลเรือเอกพิเชฐ ตานะเศรษฐเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถ และพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก

โดยมีพระราชศานาภิบาลเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน พระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน พระครูนิเทศนันทกิจ เจ้าคณะตำบลผาสิงห์ –บ่อ พระอาจารย์นิรัช จัตตสัลโล เจ้าอาวาสวัดเทพโลกอุดร พระอาจารย์สุรวงศ์ ปัญญาวโร คณะสงฆ์วัดเทพโลกอุดร ทุกรูป ผู้บริหารกลุ่มบริษัทพัทยา พล.ต.รุศมนตรี จิณเสน คุณแม่มาลัย จันทะเสน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายก อบจ.น่าน นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน

พล.ท.สามารถ โพธิสระ อ.พูลศรี เกียรติกำจาย พ.ต.อ.หญิง ศิริพรรณ พูลสุข พ.อ.ดร.พงศ์ศิริ พงศ์อาริยะมงคล ทหารจาก มทบ.ที่ 38 กองพันทหารม้าที่ 10 กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 ตำรวจภูธรน่าน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านและ ทุกสารทิศ ร่วมพิธีและร่วมปวารณาถวายจตุปัจจัยเพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถหลังแรก ด้วยวัดเทพโลกอุดร ได้รับการแต่งตั้งเป็นวัดตามมติของมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจึงประกาศเรื่องการตั้งในพระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีอุโบสถในการทำสังฆกรรมต่างๆของคณะสงฆ์ ดังนั้นคณะสงฆ์ คณะกรรมการและศิษยานุศิษย์วัดเทพโลกอุดร จึงได้กำหนดจัดพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถและพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถหลังแรกขนาด 22X39 เมตร ซึ่งเป็นอุโบสถแบบศิลปะล้านนา เพื่อเป็นสถานที่สำหลับทำสังฆกรรมของคณะสงฆ์และสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้คงสืบไป และท้ายนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าภาพโรงทาน ทุกท่านที่นำอาหารหวานคาวและน้ำดื่มมาร่วมโรงทานในครั้งนี้ ขอบคุณเจ้าของรถราง พนักงานขับรถรางทุกท่าน

ที่คอยรับส่งผู้มาร่วมงานทำบุญในครั้งนี้ ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมทั้งอานิสงส์บุญบารมีที่ท่านได้ร่วมพิธีทำวางศิลาฤกษ์อุโบสถหลังแรกและพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานในครั้งนี้ โปรดอำนวยอวยพรให้ท่านและครอบครัวประสพแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยจตุพิธพรชัย คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิฎาณ ธนสารสมบัติ มีความสุข ความเจริญรุ่งเรืองและสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนา ทุกประการเทอญ/

บุญยงค์ สดสะอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน DJ ม้าศึก/DJ ป๋วย รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.สคร.9 นครราชสีมาแนะวิธีการป้องกันอุบัติเหตุเมื่อเดินทางไปทอดกฐิน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ณ สคร.9 นครราชสีมา โดย นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา จัด
การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนในเขตสุขภาพที่ 9 ด้านการสื่อสารความเสี่ยงเรื่องโรคและภัยสุขภาพ ปี 2568 กล่าวในที่ประชุมว่า

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางไปทอดกฐิน และเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง สถานการณ์อุบัติเหตุในเขตสุขภาพที่ 9 ในช่วงเทศกาลออกพรรษานี้ ประชาชนมักเดินทางไปทำบุญทอดกฐินตามวัดต่างๆ ที่ตนเองมีความเลื่อมใสศรัทธา ในต่างจังหวัด ซึ่งรูปแบบการเดินทางที่นิยมคือ ใช้รถบัสโดยสาร ซึ่งเหมาะกับการเดินทางเป็นหมู่คณะ ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุจากการเดินทางไปทอดกฐินเกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิต

ในส่วนของเขตสุขภาพที่ 9 ในปี 2566 ที่ผ่านมาพบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน สูงสุดอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา มากถึง 769 ราย รองลงมาคือจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และชัยภูมิ ตามลำดับ ส่วนใหญ่พบมากที่สุดคือในเพศชาย ช่วงกลุ่มอายุ 15-19 ปี และพบการเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุดคือ การไม่สวมหมวกนิรภัย

วิธีการในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปทำบุญทอดกฐินสคร.9 มีข้อแนะนำประชาชนในการเดินทางไกลเป็นหมู่คณะ
โดยวางแผนและศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทาง และวิธีเช่าเหมารถโดยสารไม่ประจำทาง เพื่อการเดินทางไปทำบุญทอดกฐินที่ปลอดภัย ดังนี้
การคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถ
1.เลือกบริษัทที่เป็นนิติบุคคล ทำประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ ผ่านการตรวจสอบสภาพรถและต่อภาษี
2.เลือกใช้รถแบบชั้นเดียว ไม่ควรใช้รถแบบ 2 ชั้น โดยเฉพาะทางภูเขาลาดชัน

3.ควรมีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งและใช้การได้
4.เบาะที่นั่งยึดติดตั้งแข็งแรง ไม่ควรเลือกรถที่มีการดัดแปลง
ที่นั่ง เพื่อให้ได้พื้นที่นั่งมากขึ้น
5.มีอุปกรณ์นิรภัยติดตั้งบนรถ เช่น ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง เป็นต้น
6.ต้องไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง
7.พนักงานขับรถควรมีใบอนุญาตขับขี่ประเภท 2 สามารถขับรถส่วนบุคคลหรือรถสาธารณะได้

สคร.9 นครราชสีมา มีความห่วงใยประชาชนในช่วงทำบุญทอดกฐินนี้ และขอให้คณะเดินทาง สังเกตความปลอดภัยในรถ เช่น มองหาทางเข้าออก ประตูฉุกเฉิน และสังเกตุอากัปกิริยาของพนักงานขับรถว่ามีการดื่มสุรา พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออยู่ในสภาพที่พร้อมขับขี่หรือไม่ ที่สำคัญผู้โดยสารตั้งคาดเข็มขัดนิรภัยขนะเดินทางตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และอิ่มใจได้บุญ

กันตินันท์ เรืองประโคน นครราชสีมา รายงาน/ 061-768-8210