สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาจารย์เชน” ปลุกโคราช ขอเพื่อไทย 16 เขต เปิดเพลงใหม่รณรงค์เลือกตั้ง

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ตลาดเซฟวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนแห่จับจองที่นั่งแน่นเต็มพื้นที่

นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ นายประเสริฐ บุญชัยสุข เขต 1, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2 และ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา เขต 3

ภายในงานมีการมอบพวงมาลัยของดีเมืองโคราช ทั้งหมี่โคราช พวงมาลัยแคบหมู น้ำพริกปลาร้า กุนเชียง ข้าวตัง และหมูแท่ง สร้างสีสันให้เวทีอย่างคึกคัก พร้อมเปิดตัวเพลงหาเสียงใหม่ชื่อ “อาจารย์เชน” เป็นครั้งแรก โดยเตรียมนำไปใช้เป็นเพลงรณรงค์หาเสียงตลอดช่วงเลือกตั้ง

นายยศชนันขึ้นปราศรัยประกาศความพร้อมว่า “ลูกหลานคนโคราชมาหาแล้ว” พร้อมเดินหน้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันทำความฝันของประชาชนให้เป็นจริง พร้อมขอแรงสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยคว้า 16 เขตของโคราช

นายยศชนันยังชูวิสัยทัศน์ยกระดับจังหวัดเป็น “โคราชมหานคร” ครอบคลุมทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม บริการ ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม

ด้านนโยบายเศรษฐกิจ นายยศชนันย้ำว่าเกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ พร้อมเปิด “สงครามกับความยากจน” เดินหน้าล้างหนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. และหนี้ครู รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก พร้อมดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาปักหมุดโคราชให้เป็นเมืองเป้าหมายระดับโลก

ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน นายยศชนันเสนอแนวคิดระบบขนส่งแบบมหานคร อาทิ รถรางโคราช 10 บาทตลอดสาย ควบคู่การแก้ปัญหาน้ำท่วมในเมือง และปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อให้โคราชเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ นายยศชนันยังประกาศไทม์ไลน์นโยบาย “เพื่อไทยทำได้ พร้อมทำทันที” โดยนำเสนอผ่านสไลด์ แบ่งเป็นช่วงทำทันทีจนถึงภายใน 1 ปี เน้นแก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

โดยนโยบายทำทันทีประกอบด้วย การปราบยาเสพติด ยึดทรัพย์ผู้ค้ายาให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน กำจัดแหล่งผลิตภายใน 1 ปี ปราบสแกมเมอร์ ยึด–อายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด และผลักดันรัฐเป็นลูกค้าให้ SME ไทยเพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย

ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกมีมาตรการเพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้ และแยกผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด ส่วน 6 เดือนแรกครอบคลุมนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร ลดค่าไฟ

การศึกษาและสาธารณสุข รวมถึง Smart City และเมืองปลอดอาชญากรรม ก่อนเดินหน้าภายใน 1 ปีด้วยโครงการบ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาอย่างทั่วถึง

พรรคเพื่อไทยย้ำว่า นโยบายทั้งหมดออกแบบเพื่อ “ทำได้จริง เห็นผลจริง” พร้อมผลักดันสู่รัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าได้รวดเร็วและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สุดยิ่งใหญ่….งานบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569 นักเรียนกว่า 300 คน จัดขบวนเครื่องไหว้สักการะ รำบูชาศรัทธา ความดีผู้พิทักษ์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ร่วมกับ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พระอธิการกัมปนาท สุเขธิโต เป็นเจ้าอาวาสวัดหมูสี

นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง นายเทอดไท แสงผล นายอำเภอวังน้ำเขียว และดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติติดต่อกันมา วันที่ 26 มกราคมของทุกปี ปีนี้ตรงวันจันทร์ วันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันดีโชคลาภ ร่ำรวย

โดยมี อดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลหมูสี ชมรมฮักเขาใหญ่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างอุทยานฯเขาใหญ่ ฝ่ายปกครอง สถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป

ร่วมพิธีอันยิ่งใหญ่ พิธีพราหมณ์ ถวายของเซ่นไหว้จุดธูปเทียนบูชาหน้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เทพเจ้าผู้ดูแลผืนป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ ที่ปกปักรักษาเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวและสัตว์ป่าในผืนป่าเขาใหญ่ พิธีสงฆ์ การมอบทุนการศึกษาให้บุตรธิดาลูกหลาน ผู้พิทักษ์ป่า

ส่วนไฮไลท์คือ การรำบูชาศรัทธาเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569 โดยนักเรียน โรงเรียนปากช่อง จำนวนกว่า 300 ชีวิต มีการจัดรูปขบวนเครื่องไหว้สักการะบูชา เดินจากหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มายังศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ก่อนทำพิธีไหว้และรำบูชาอย่างยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา

ขณะที่ประชาชน ผู้ประกอบการ นำข้าว อาหารหวาน คาว มาจัดบูธเป็นโรงทาน ด้านในประตู กว่า 50 โรงทาน ด้านริมถนน เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานทานฟรี ถือเป็นการทำบุญ อีกด้วย

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /งาน ไหว้สาพ่อขุนเม็งรายครบรอบ764 ปี นครเชียงราย

วันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นวันครบรอบการสถาปนาเมือง 764 ปีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายประกอบพิธีบวงสรวงพ่อขุนพญาเม็งรายมหาราชเวลา 09.00 น.เพื่อเป็นสิริมงคลเมืองเชียงรายก่อนที่จะมีพิธีไหว้สา”พญามังราย” พ่อขุนพ่อขุนเม็งรายมหาราช เจ้าผู้สร้างนครเชียงรายให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาจนมาถึงปัจจุบันก่อนที่จะมีขบวนแห่เดินทางไปยังสนามบิน 416 สถานที่จัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัดเชียงรายประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 มกราคมถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับริ้วขบวนแห่ในภาคบ่าย สวยสดงามตระการตา จากอำเภอจาก 18 อำเภอ จะสิ้นสุดเวทีกลางและจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในงานจะมีบูธส์การจัดแสดงอัตตลักษณ์ และของดีแต่ละอำเภอของจังหวัดเชียงรายอีกด้วยธนกฤต วรรมณี รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ผู้ว่าฯจ.นครปฐม จัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระและเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมกราคม 2569

โดยมีพระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม นำสวดมนต์ไหว้พระ, อาราธนาศีล 5 กล่าวสัมโมทนียกถาให้ข้อคิดหลักธรรม และเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทาง

พระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน แก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา และอื่นๆ ก่อนการประชุมคณะกรมการจังหวัด

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย การมอบแนวทางข้อราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด การติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้านการบริโภค ผลการเบิดจ่ายงบประมาณ ผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรจังหวัด ผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน การป้องกันปราบปรามยาเสพติด และแนะนำตัวข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ เต้007 นำทีมผู้สมัครตะลุยราชภัฏ ชูนโยบาย นิสิตแห่ขอถ่ายรูปกันเพียบพร้อมท้าประลองวิดพื้นโชว์

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชน ที่มหาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

เพื่อชูนโยบายนักรบอวกาศ ซึ่งทำให้นิสิตชื่นชอบ พร้อมกันนี้นิสิตมหาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ได้ เข้าคิวแถวยาวเพื่อขอถ่าย และชวนนายมงคลกิตติ์ วิดพื้นโชว์ ตามกระแสที่มาแรงอยู่ในขณะนี้ ตามสื่อและโซลเชียล

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ในครั้งนี้ เพื่อมาพบกับประชาชนและนิสิตนักศึกษา พร้อมพูดคุยนโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งมี 3 นโยบายหลักคือ นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน

โดยเพียงเป็นเจ้าบ้านจะได้สิทธิรับเงินทุน 36,000 บาท นโยบายเงินผดุงเกียรติ สำหรับทหารผ่านศึกรับ 36,000 บาทต่อปี และนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงวัย ให้ผู้สูงวัย 36,000 บาทต่อปี เพื่อยกระดับสวัสดิการให้มั่นคงยั่งยืน ต่อมานโยบายไปอวกาศ

นโยบายนี้ทำให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีความฝันเป็นนักบินอวกาศ เป็นนักรบอวกาศ ให้เป็นจริง โดยนโยบายด้านการพัฒนาอวกาศของไทย เป้าหมาย ภายใน 4 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ เพื่อขนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร และพัฒนาสู่การท่องเที่ยว

โคจรรอบโลก เป้าหมาย ภายใน 8 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ บิน ไป-กลับ ดวงจันทร์ และพัฒนาสู่การท่องเที่ยวไปดวงจันทร์ เป้าหมาย ภายใน 12 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ บิน ไป-กลับ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร เป็นต้น

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ ยืนยันว่า นโยบายของพรรคทางเลือกใหม่นั้น ใหม่จริงๆ ประชาชนให้ความสนใจ ที่สำคัญพรรคทางเลือกใหม่ไม่ซื้อ ประเทศไทยมีซื้อเสียงอยู่ประมาณ 7 พรรคจาก 57 พรรค กกต.คงรู้ดีว่าใครซื้อ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขาจะซื้อ ส่วนประชาชนมีสิทธิ์จะเลือกหรือไม่เลือกเป็นอีกเรื่อง ส่วนพรรคทางเลือกใหม่ไม่ได้ขายอะไรเลย ขายแต่ไอเดีย

ขายอนาคตที่จับต้องได้ วันนี้อาจเป็นสิ่งที่พูดไปว่า เพ้อเจ้อ ปัญญาอ่อน หลังจากเลือกตั้ง ผมมีอำนาจทุกสิ่งทุกอย่างคือเรื่องจริงทั้งหมด พรรคทางเลือกใหม่ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมขอแรงสนับสนุนในการผลักดันแนวคิดใหม่ๆ เพื่ออนาคตของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสิต นักศึกษาที่มาพบนายมงคลกิตติ์ ต่างสอบถามแนวนโยบายที่ตนสนใจ โดยเฉพาะนโยบายนโยบายนักรบอวกาศ ตั้งกระทรวงเวทมตน์ ขณะที่น้องๆเยาวชน ขอร่วมวิดฟื้นกับ ถึง 2 รอบ โดบรอบแรก 20 ครั้ง ,รอบที่สอง 10 ครั้ง

สร้างความประทับใจให้เยาวชนที่ไปรอเป็นอย่างมาก และในขณะที่นายมงคลกิตติ์ พร้อมคณะพูดคุยกับนักศึกษาเกี่ยวกับนโยบายของทางพรรคอยู่นั้น ได้มีคณะจาก กกต.ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ทราบข่าวการเดินทางมาในครั้งนี้ของพรรคจึงได้เดินทางมาร่วมรับฟังนโยบายและสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบ

เมื่อช่างบ่ายวันที่ 26 มกราคม 2569 บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (“บริษัท”) มี นาย อบีนาช มาจี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้แทนบริษัท แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบของฝ่ายบริหารชุดเดิมของบริษัท
นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2562 ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

ได้ตรวจพบข้อสงสัยอันมีมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหารชุดเดิม อดีตประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในขณะนั้น ส่งผลให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก ผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารบริษัทฯ และเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการภายหลังจากการตรวจ พบพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา บริษัทฯ ได้ดำเนินคดีโดยยื่นร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด จนพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าฝ่ายบริหารชุดเดิมมีพฤติการณ์ทุจริตและยักยอกเงินของบริษัทฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงได้มีคำสั่งรับเป็นคดีพิเศษ และรายงานผลการสอบสวนดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการ

โดยพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรดำเนินคดี และได้ สั่งฟ้อง อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อดีตประธานคณะกรรมการ และพวก ต่อศาลอาญาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ในข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทกระทำการลวงให้บริษัทได้รับความเสียหาย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นค่าเสียหายขั้นต้นรวมกว่า 371 ล้านบาท โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งรับฟ้องคดีและกำหนดวันนัดตรวจสอบพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไปแล้ว นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมเพื่อฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอื่นๆที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษในเร็ววันนี้ ซึ่งนับเป็นความพยายามของคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการ คณะผู้บริหารชุดใหม่ และผู้ถือหุ้นขอยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตามปรกติ โครงการก่อสร้างและการดำเนินงานโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จำนวน 1 โครงการ และกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ อีก 2 โครงการ ของบริษัทในเครือยังคงดำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก โดยทั้งนี้ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S) พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ระบบ

การจัดการคุณภาพ และ ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการติดตามและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ระบบตรวจวัดกลิ่น (E-nose) เพื่อควบคุมกลิ่น น้ำเสีย และฝุ่นละออง บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลายแห่งในการวางแผนบริหารพื้นที่และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การมอบทุนการศึกษา การตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ชุมชน และการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชนในพื้นที่


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคี ผู้สูงอายุ จ.น่าน งบประมาณ 2569

ผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ร่วมแข่งขันกีฬา–กรีฑา สร้างสุขภาพดี เชื่อมความสามัคคีทั้ง 15 อำเภอ ในโครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคี ของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ 2569

วันที่ 23 มกราคม 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคีของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในทุกอำเภอของ

จังหวัดน่านตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับวัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึงสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดน่านผ่านกิจกรรมร่วมกันสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ประกอบด้วยการแข่งขันกรีฑา กีฬาพื้นบ้าน และการประกวดกองเชียร์ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวนกว่า 1,000 คน จากผู้สูงอายุ 15 อำเภอ และชมรมผู้สูงอายุเขตเทศบาลเมืองน่าน

การจัดการแข่งขันได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ในรูปแบบเงินอุดหนุนให้แก่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน ดำเนินโครงการร่วมกับสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายภาคส่วนในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมครั้งนี้

องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านน่านน่าอยู่น่านหนึ่งเดียว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธา” ขึ้นปราศรัยใหญ่ปากน้ำ ปลุกพลังเลือกเบอร์ 46 ดัน “เท้ง” นั่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

บรรยากาศการเมืองสมุทรปราการร้อนแรง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ที่ย่านปากน้ำ ปลุกกระแสโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ชวนประชาชนเทคะแนนเลือกเบอร์ 46 ผลักดัน “เท้ง” เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาเมื่อช่วงเย็น

วันที่ 25 มกราคม 2569 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ที่ ตลาดแบล็คมาร์เก็ต บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS แพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ หาเสียงในช่วง โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยทันทีที่ก้าวขึ้นเวทีมีเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์จากประชาชนดังกระหึ่ม

นายพิธา กล่าวทักทายและชักชวนชาวสมุทรปราการให้เลือก หมายเลข 46 เพื่อส่ง “นายกฯเท้ง” เข้าทำเนียบรัฐบาล พื้นที่สมุทรปราการเป็นพื้นที่ที่ผูกพันกับผู้นำพรรคมาตั้งแต่ต้น ตอนที่อนาคตใหม่ยกขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล การประชุมพรรคครั้งแรกก็จัดที่สมุทรปราการ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดวิกฤตโควิด

โดยจังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบ เพราะมีสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในพื้นที่ การลงพื้นที่ครั้งแรกในช่วงวิกฤตก็เกิดขึ้นที่สมุทรปราการ รวมถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

ในช่วงที่เป็น ส.ส. ก็เกิดขึ้นที่จังหวัดนี้เช่นกัน ก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผู้นำพรรคได้สัญญากับชาวสมุทรปราการว่าจะกลับมา และตั้งใจว่าจะกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แม้จะยังทำไม่ได้ตามที่พูดไว้

สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่ให้คะแนนกับพรรคก้าวไกลมากกว่า 440,000 คะแนน คิดเป็น 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นคะแนนสูงที่สุดในประเทศไทย จึงถูกเรียกว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งก้าวไกล” จังหวัดนี้มี ส.ส. ครบทั้ง 8 เขต และเป็นพื้นที่แรงงานขนาดใหญ่ มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจำนวนมาก ทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ทำให้สมุทรปราการเป็นฐานสำคัญของพรรค

ตนเองอาจยังไม่สามารถกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ตามที่เคยพูดไว้ แต่ยังยืนยันว่าจะสนับสนุนให้ประชาชนเลือกหมายเลข 46 เพื่อส่ง “เท้ง” เป็นนายกรัฐมนตรีเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล และจะกลับมาที่สมุทรปราการเป็นที่แรก นอกจากนี้

ยังกล่าวถึง คุณศิริกัญญา ตันสกุล ว่าเป็นคนที่ไว้ใจมากที่สุด เป็นคนที่ตอบคำถามได้ถูกต้องเรื่องข้อมูลและนโยบาย เปรียบเหมือนสารานุกรม และเป็นผู้ที่จะขึ้นมาปราศรัยปิดเวทีแทนตน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้ดงหลวงบ้านไม้ 2 ชั้น วอดเสียหายเกือบทั้งหลัง

มุกดาหาร – เมื่อเวลาช่วงค่ำของวันที่ 25 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง บริเวณหมู่บ้านหนองหนาว ตำบลหนองบัว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยต้นเพลิงเป็นบ้านลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักในหมู่บ้าน

ในที่เกิดเหตุพบเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก แสงเพลิงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณและมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจำนวนมาก เนื่องจากโครงสร้างชั้นบนเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนวอดไปทั้งหลัง โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ 2 คัน จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย โชคดีที่ขณะเกิดเหตุพลเมืองดีและเพื่อนบ้านช่วยกันนำรถออกมาได้ทันก่อนที่เพิ่งจะลุกไหม้

ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายทั้งหมด อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พรรคปวงชนไทย พรรคสายเลือดใหม่ของคนสมุทรปราการ เข้าสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ รวมพลังสู้ศึกเลือกตั้ง หวังพัฒนาบ้านเกิด

เมื่อเวลา 08.23 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดสมุทรปราการ ทั้ง 8 เขต เข้าสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงสนามเลือกตั้ง

โดยเลือกฤกษ์มงคลเวลา 08.23 น. ซึ่งสอดคล้องกับหมายเลขพรรค เบอร์ 23 ในการกราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลและกำลังใจในการทำงานเพื่อประชาชน

นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนสมุทรปราการโดยกำเนิด และเป็นหัวหน้าพรรคปวงชนไทย มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาพัฒนาบ้านเกิดให้ดียิ่งขึ้น

หลังจากที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรปราการยังคงเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งจากผู้แทนหน้าเดิมที่ยังไม่สามารถผลักดันการ

พัฒนาได้อย่างเต็มที่ หรือผู้แทนหน้าใหม่ที่ประชาชนเคยให้โอกาสแล้วแต่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

จึงขอฝากพรรคปวงชนไทย ในฐานะพรรคทางเลือกใหม่ ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกหลานชาวสมุทรปราการอย่าง

แท้จริง ให้ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมพัฒนาบ้านเกิด “พรรคใหม่ ทางเลือกใหม่ ของคนสมุทรปราการอย่างแท้จริง”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียมรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย ปลัดอาวุโส สาธารณสุขอำเภอ พัฒนาการอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอประมงอำเภอ สัสดีอำเภอ ผู้แทนเกษตรอำเภอ ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.

ในพื้นที่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ องค์กร สมาคม ของอำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานราชการในจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมพิธีฯ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐม กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 (ทุกวันศุกร์)

พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย จัดพิธีสืบชะตาและวันสถาปนาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เป็นประธานพิธีสืบชะตาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

โดยมีหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ โรงพยาบาลแม่สาย เทศบาลแม่สายมิตภาพ กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มวัฒนธรรมแม่สาย ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมพิธีจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายอำเภอแม่สาย ยังได้นำส่วนราชการ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมกว่า 100 คนได้รำถวายแด่ พ่อขุนเม็งรายมหาราช และทำพิธีสืบ

ชะตาในโอกาสวันสถาปนาเมืองเชียงราย เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ศาลาปฎิบัติธรรมเยาวนิจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พจนารถ” ผู้สมัคร สส.ปชป. เขต 8 ชลบุรี ลุยงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ขอคะแนนเสียงชาวบ้าน-พ่อค้าแม่ค้า

ค่ำวันที่ 24 ม.ค.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบ

การพ่อค้าแม่ค้าภายในงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ประจำปี 2568 ที่เมืองพัทยาจัดขึ้นเป็นงานอีเว้นต์การท่องเที่ยวส่งเสริมชุมชนบ้านนาเกลือที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตลอดทุกปี

โดยนางพจนารถ แก้วผลึก หรือ เจ๊หมวย อดีตเคยเป็น สส.ชลบุรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ในครั้งนี้ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สส.ชลบุรี ในเขตเลือกตั้งที่ 8

อำเภอบางละมุง เฉพาะ ต.บางละมุง-หนองปลาไหล-นาเกลือ-ตะเคียนเตี้ย-เขาไม้แก้ว-โป่ง และห้วยใหญ่ โดยได้ชูนโยบายการเมืองสุจริตแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์ปักธงเป็นยุทธศาสตร์หลัก

ทั้งนี้ ทางคณะหาเสียงของนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินเท้าแจกแผ่นพับแนะนำตัว พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านประชาชนตลอด

จนผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาด 100 ปีบ้านนาเกลือ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้เพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ไม่ทุจริตไปด้วยกัน ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้งคนทั้งพรรคสองใบ

‘รังสิมา‘ ควง ‘พจนารถ‘ ลุยตลาดเช้านาเกลือ ชี้ ปชป.ชูการเมืองสุจริต-เพิ่มเงินเดือนให้ผู้สูงอายุ

เช้าวันที่ 23 ม.ค.69 นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงาน

ได้ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเมืองพัทยาเขตตำบลนาเกลือที่มาจับจ่ายใช้สอยและผู้ประกอบการแม่ค้าตลาดเช้าภายในตลาดสดอมรนครและตลาดใหม่นาเกลือ

นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวตำบลนาเกลือออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

โดยพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 และสำหรับพื้นที่ตำบลนาเกลือแห่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ โดยตนเองเคยมีผลงานประสานงบประมาณก่อสร้างโรงพยาบาลพัทยาปัทธมคุณอย่างเห็นผลมาแล้ว

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้นอย่างถูกต้องต้องสนับสนุนการเมืองสุจริต ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินแนวทางการเมืองสุจริตนี้มา

โดยตลอด และชูนโยบานไทยหายจนโดยให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จะปรับขึ้นเงินผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาท

“ประเทศไทยมีคนสูงอายุกว่า 12.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มประชากรที่ละทิ้งไม่ได้ และโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุริเริ่มเป็นแนวคิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนาย ชวน หลีกภัย (ชวน1)

เมื่อปี พ.ศ.2535 ด้วย ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องสานต่อในเรื่องนี้” นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รองนายกฯ ธรรมนัส เยือนจ.เชียงราย ขับเคลื่อนนโยบายทางด้านการเกษตร

วันที่ 24 มกราคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2

พร้อมด้วยนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย นายทรงพล พงษ์มุกดา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว นายชาคริต ไทยประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเชียงของพิทยาคม ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และบริเวณลานหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อพบปะประชาชน

พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และข้อเสนอแนะจากผู้นำท้องถิ่น เพื่อนำมาวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ผ่านนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยได้เน้นย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ ได้แก่การเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การผลักดันให้เกิด พ.ร.บ. ลำใยให้เกิดความมั่นคงทางรายได้ให้ชาวสวนลำใย การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง และการนำเทคโนโลยีมา

ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมกันนี้ได้กำชับให้กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 เร่งดำเนินการโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อรักษาระดับน้ำและกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ของเกษตรกรให้มากที่สุด…

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินจากประเทศอินเดีย เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมกับกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น. เป็นต้นไปนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นมาตรการเชิงป้องกันตามหลักสาธารณสุข สำหรับเที่ยวบินขาเข้าที่เดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) ประเทศอินเดีย โดยได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการคัดกรองผู้โดยสาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล งประเทศด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน บริเวณหน้า Gate ขาเข้าที่เดินทางมาจากเขตติดโรค พร้อมแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) แก่ผู้โดยสาร

เพื่อให้ข้อมูลอาการเบื้องต้นและช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่ในกรณีพบความผิดปกติ รวมถึงประสานความร่วมมือกับด่านตรวจคนเข้าเมืองในการตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากหรือเคยผ่านพื้นที่เฝ้าระวังในช่วง 14 – 21 วันทั้งนี้ ผลการปฏิบัติในวันที่ 25 มกราคม 2569 ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารจากประเทศอินเดีย ซึ่งเดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) จำนวน 2 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบิน 6E1911 และเที่ยวบิน TG314

รวมผู้โดยสารที่ได้รับการคัดกรองทั้งสิ้น 332 ราย ไม่พบผู้โดยสารเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยต้องสงสัย (PUI) อย่างไรก็ตาม หากมีการตรวจพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ทสภ. จะดำเนินการตามแผนรับมือด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และประสานส่งตัวเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายทันที มาตรการดังกล่าวเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุกตามแนวทางด้านสาธารณสุข โดยขณะนี้ยังไม่พบสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารโดยรวม ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทรศัพท์หมายเลข 0 2132 0139 – 40


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอนาน้อยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาด

วันที่ 22-23 มกราคม 2569 สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย นำโดย นายทวีศักดิ์ ธิขาว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ปฏิบัติราชการแทนเกษตรอำเภอนาน้อย และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย ดำเนินการจัดเวทีวิเคราะห์แผนพัฒนา 5 ด้าน ครั้งที่ 1 ให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตำบลศรีษะเกษ และแปลงใหญ่มะขามตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

โดยการจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีการวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่มแปลงใหญ่และนำเสนอแผนพัฒนาใน 5 ด้านสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละกลุ่ม

เรื่องและเรียบเรียง /นางสาวบัณฑิตา เผือทะนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย
/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไลออนส์ 310 เอ 2 มอบอาคารเรียน 4 ห้องให้กับโรงเรียนบ้านปางห้า แม่สาย เชียงราย

วันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2569 เวลา 13.00 น. ไลออน ดร.พรทิพย์ วัฒนผลมงคล นายอำเภอวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย พร้อม ไลออนส์ ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน นายสกิ๊ก เสือไว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางห้า พร้อมกับ สมาชิก 310 เอ 2 ไลออนส์

พร้อมกับ ท่านอดีตผู้ว่าการและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ไลออนส์ทั่วประเทศ ร่วม ประธานจัดงาน และก่อสร้างอาคาร เพื่อทำประโยชน์แก่โรงเรียนปางห้า ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างอาคารหลังนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสดุดีและเชิดชูเกียรติผู้ว่าการภาคเพิ่งผ่านพ้น ไลออนส์ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงสถานที่ ที่เป็นที่ให้การศึกษาท่าน

ได้มีโอกาสทางการศึกษาจากสถาบันนี้ คณะกรรมการสดุดีเห็นถึงความความมุ่งมั่น ตั้งใจและการให้ความช่วยเหลือบริการชุมชน คนอยากไร้ ผลงานอันทรงคุณค่าที่ท่านได้ทำ ได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติมา

โดยตลอดวาระการดำรงตำแหน่งบริหารองค์กรในปีของท่าน คณะผู้จัดงานจึงมีมติที่จะสนับสนุนด้านการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านปางห้า แห่งนี้เพื่อจะเป็นอนุสรณ์แห่งความดีที่จับต้องได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชน

ในพื้นที่ห่างไกล ให้มีสถานที่เรียนที่มีห้องเรียนเพียงพอ มีห้องสมุดที่ใช้ได้จริงเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม การดำเนินงานอาคารเรียนหลังนี้

ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเพื่อนสมาชิก และประชาชน ชุมชน และร้านค้า โดยรอบ โดยได้รับเงินบริจาคทั้งสิ้นที่ใช้การ ก่อสร้างไปแล้ว 1,500,000 บาท ซึ่งบัดนี้การดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อม

ที่จะส่งมอบให้ทางโรงเรียนนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา ตามวัตถุประสงค์บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ข้าพเจ้าขอเรียนเชิญท่านประธานในพิธี ผู้ว่าการภาค 310-เอ 2 ไลออน นิตยา เธียรวรรณ

ได้กรุณาประกอบพิธีเปิดป้ายเพื่อส่งมอบอาคารเรียน ให้แก่โรงเรียนบ้านปางห้า และกล่าวให้โอวาทเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติ และทางไลออนส์ ได้เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ให้กับนักเรียนบ้านปางห้า

ภาพ/ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี

สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐม และหน่วยงานหลักด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน

จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ห้องจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม

นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการใต้ร่มพระบารมี

ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย

นายแพทย์สรุชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม คณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการ “ให้ก่อน รักษาก่อน และดูแลอย่างทั่วถึง

” ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน อันเป็นหัวใจของระบบสาธารณสุขไทย

นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อพสกนิกรชาวไทย

ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย

เฉพาะในมิติด้านสุขภาพและสาธารณสุข ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและมั่นคง

การจัดโครงการในครั้งนี้มีกิจกรรมประกอบด้วย การคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เพื่อค้นหาความเสี่ยงและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การเปิดตาผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก และมอบแว่นตาเพื่อคืนแสงสว่างและคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย

และการรับบริจาคโลหิตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านโลหิตในระบบบริการสาธารณสุข

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ชูสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท

ชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ชูสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท
“ชวน หลีกภัย” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ สมุทรปราการ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้า พร้อมย้ำแนวนโยบายสานต่อเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มกราคม 2569 นายชวน หลีกภัย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ได้ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วย ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ของพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาด ต่างเข้ามาทักทายและให้กำลังใจ พร้อมรับฟังแนวทางและนโยบายของพรรค

ทั้งนี้ ระหว่างการพบปะประชาชน นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวถึงนโยบายด้านสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่ง

เป็นนโยบายที่ตนเองมีส่วนริเริ่มผลักดันในอดีต และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจที่จะสานต่อและพัฒนาให้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพในอัตรา 1,000 บาท

เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย

โดยพรรคประชาธิปัตย์มุ่งเน้นการเข้าถึงประชาชนโดยตรง พร้อมนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและสวัสดิการของประชาชนทุกกลุ่ม


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย สนธิกำลังจับขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่า/นายอำเภอพาน ย้ำนโยบาย ป้องกันปราบปราม การแพร่ระบาดยาเสพติด

วันที่ 21 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยบูรณาการฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยดำเนินการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณป่าสันดอยห้วยอมแฮด-ห้วยยางครก

พบรถกระบะต้องสงสัยกำลังขับออกจากพื้นที่ จึงแสดงตัวเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจสอบ โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัย รวมจำนวน 4 คน ได้หลบหนีการเข้าตรวจสอบ

จึงเข้าตรวจยึดรถยนต์กระบะ พบไม้ประดู่ป่าแปรรูป 5 แผ่น จึงได้วางกำลังเพื่อขยายผล ต่อมา ในวันที่ 22 ม.ค. 2569 หน่วยบูรณาการฯได้ตรวจสอบขยายผลในพื้นที่ใกล้เคียง พบเลื่อยโซ่ยนต์และติดตามร่องรอยขนย้ายไม้

จนกระทั่งพบไม้ประดู่เพิ่ม 14 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางและรถกระบะเป็นหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขยายผลต่อไป..

เชียงราย นายอำเภอพาน ย้ำนโยบาย ป้องกันปราบปราม การแพร่ระบาดยาเสพติด กำชับกำนัน ผู้ใหญ่ ปกครองท้องที่ 15 ตำบล236หมู่ ต้องสอดส่องรายงานข่าว สั่งเด็ดขาดห้ามเข้ายุ่งเกี่ยว เสนอแนวทางสร้างชุมชนเข้มแข็ง เร่งสร้างภูมิคุ้มกันจากครอบครัวต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 21มกราคม2569ที่ห้องทำงาน นายอุดม ปกป้องวรกุล นายอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงแนวทางของการทำงานด้านป้องกัน ป้องปราบ ปราบปราม กับผู้ที่เข้ายุ่งเกี่ยวยาเสพติดโดยการค้า เสพในเขตอำเภอพานในสถานการณ์ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดหนัก มีการลักลอบนำเข้าผ่านอำเภอชายแดนเจ้าหน้าที่จับได้เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของอำเภอพานเป็นอำเภอไม่ติดกับแนวชายแดน แต่ก็ยังปรากฏการแพร่ระบาดดังนั้นในการทำงานด้านความมั่นคง ภาพรวมของอำเภอพานที่ผ่านมา ได้สั่งการไปยังฝ่ายปกครองว่าห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องยาเสพติด หากปรากฏหลักฐานขอให้เลิกกลับตัวกลับใจ แต่ถ้าเลิกไม่ได้ขอให้พิจารณาตนลาออก เนื่องจากถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน

ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่15ธันวาคม2568 ไม่นานได้ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านเพียงครั้งเดียว ยังไม่ลงลึกในรายละเอียดนโยบายแต่ก็ได้สั่งการพ้อเป็นแนวทางการทำงานให้ฝ่ายปกครอง ได้เน้นถึงการสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อต่อต้านยาเสพติด โดยประการสำคัญ ต้องสร้างเข้มแข็งมาจากฐานรากคือสถาบันครอบครัว

ต้องเข้มแข็งต้านไม่เอายาเสพติดอย่างเด็ดขาด จากนั้นจึงจะเป็นพลังความเข้มแข็งหรือเป็นภูมิคุ้มกัน ของชุมชน เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันกวาดบ้านให้สะอาด เราได้ทำงานร่วมกันกับตำรวจ โดยทั้งสองฝ่ายได้นำข้อมูลแต่ละฝ่ายมารวมกันและเพื่อให้งาน

เดินไปตามเป้าหมายและแม่นยำตรงกัน ส่วนเรื่องปัญหายาเสพติดเชื่อว่ายังไม่หมดสิ้นตราบใดที่โรงงานผลิตยังไม่หยุด ถึงแม่เราจะไม่ผลิตก็ตาม ยาเสพติดยังอยู่ในสังคม ที่สำคัญการสร้างภูมิคุ้มกันจากครอบเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ธนกิจวรรณมณี

ทีมงานข่าวกองบก #รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขีดทิ้งได้เลย!! -กกต.มุกดาหาร ติวเข้มสื่อท้องถิ่นรับศึกเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาฯ ห้ามซื้อสิทธิ์-ขายเสียง

เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในการประชุมสื่อมวลชนท้องถิ่น ณ ห้องประชุมสำนักงาน กกต.จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

นายจักรินทร์ กล่าวว่า สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนน และรณรงค์ให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ควรเลือกคนทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบไม่ต้องเลือกเลย ยิ่งคนมาแจกเงินเป็นของเบอร์ไหนมาแจกเงินซื้อเสียงฉีกทิ้งได้เลย

ขาก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาก็ทำผิดกฎหมายแล้ว ท่านคิดว่าคนพวกนี้จะเข้าไปทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเมืองได้ไหม ขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการลงคะแนนไม่เอนเอียงไปตามเงินที่แจก โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 2 เขต มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 19 คน เปิดตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งจังหวัด

จากข้อมูลสถิติผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดมุกดาหาร ปี พ.ศ. 2569 มีรายละเอียดที่สำคัญคือ ภาพรวมทั้งจังหวัด: มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 611 หน่วย โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 281,456 คน (ชาย 139,486 คน และหญิง 141,970 คน) โดยเขตเลือกตั้งที่ 1:ประกอบด้วย อ.เมืองมุกดาหาร (บางส่วน), อ.ดอนตาล และ อ.หว้านใหญ่ มีหน่วยเลือกตั้ง 283 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 142,314 คน

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อ.เมืองมุกดาหาร (บางส่วน), อ.คำชะอี, อ.นิคมคำสร้อย, อ.ดอนหลวง และ อ.หนองสูง มีหน่วยเลือกตั้ง 328 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 139,142 คน

ทั้งนี้ กกต.มุกดาหาร ได้เตรียมสถานที่รองรับผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยเขต 1 จะใช้หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร และเขต 2 ใช้ศาลาประชาคมอำเภอคำชะอี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจการเลือกตั้งจ.นครปฐม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

วันพุธ ที่ 21 เดือน มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม นำโดยนายไพศาล สุขปัญญา หัวหน้าผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความ

พร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และ การออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่

เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2569 ณ เขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอนครชัยศรี และอำเภอพุทธมณฑล โดยศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

ในการนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานภาพรวมการการดำเนินการเลือกตั้ง เขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม

และนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นผู้รายงานขั้นตอนพร้อมรายละเอียดการดำเนินงานของเขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม

คณะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม ได้ให้คำแนะนำพร้อมแนวทางการดำเนินงาน และแนวทางในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อส่งผลให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และโปร่งใส
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชาติ” เปิดเวทีปราศรัยนราธิวาสคลื่นมหาชนนับหมื่นแห่ฟังปราศรัย “วันนอร์” มั่นใจแลนด์สไลด์ชายแดนใต้ กวาด ส.ส. ทะลุ 10 ที่นั่ง

พรรคประชาชาติเปิดเวทีปราศรัยย่อยเขต 3 และ 4 นราธิวาสสุดคึกคัก ประชาชนเกือบหมื่นคนทะลักร่วมฟังวิสัยทัศน์อย่างคึกคัก สะท้อนกระแสตอบรับเชิงบวกและความเชื่อมั่นต่อพรรค

“วันนอร์” ลั่นผลงาน 2 ปีพิสูจน์ฝีมือ พร้อมชูธง “ยุติธรรมนำการพัฒนา” ด้าน “กูเฮง” กางแผนยุทธศาสตร์ดึงอุตสาหกรรมชิปจากมาเลเซีย สร้างงานนับแสนตำแหน่ง พลิกโฉมเศรษฐกิจใต้

เมื่อคืนวันที่ 21 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนสวนพระยาวิทยา ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค และอดีตประธานรัฐสภา

พร้อมด้วยแม่ทัพใหญ่ในพื้นที่อย่าง นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส และทีมผู้สมัคร ส.ส. อาทิ นายอับดุลการีม อัสมาแอ ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 2 นายสูเด็ง ตอเฮ ผู้สมัครเขต 3 หมายเลข 3 นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัครเขต 4

หมายเลข 1 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัครเขต 5 หมายเลข 1 เปิดเวทีปราศรัยย่อยท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างกึกก้องจากประชาชนเกือบ 10,000 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่ สะท้อนถึงกระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า การแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ทำให้พรรคประชาชาติมั่นใจ คือ นโยบายที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงผลงานที่พรรคได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี โดยเฉพาะบทบาทของหัวหน้าพรรคที่ดูแลด้านความยุติธรรม และลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวด้วยความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชาติมีความพร้อมสูงสุด โดยชูผลงานที่เป็นรูปธรรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบทบาทด้านการคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน

“เราคัดผู้สมัครมาอย่างเฟ้นเฟ้น และเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินจากผลงานที่จับต้องได้ พรรคตั้งเป้ากวาด ส.ส. ในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง และขยับเป้าบัญชีรายชื่อเพิ่มเป็น 3-4 ที่

นั่ง เพื่อเข้าไปเป็นเสียงที่ดังที่สุดสำหรับคนภาคใต้ในสภาฯ”นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนการประเมินคะแนนนิยมอย่างเข้มข้นผ่านนักวิชาการถึง 3 รอบ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง

ขณะที่นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 หมายเลข 1 กล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ว่า แม้ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่บริบทโดยรวมได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สิ่งสำคัญคือการตั้งคำถามว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากความรุนแรง และใครคือผู้ได้ประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งตนขอเลือกพูดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

นายกูเฮงกล่าวว่า พรรคประชาชาติยึดมั่นในหลักความยุติธรรม และได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในการผลักดัน พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหายฯ ซึ่งเป็นกล่องดวงใจของพรรคประชาชาติในการปกป้องสิทธิมนุษยชน

เป็นกฎหมายสำคัญอย่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จนสามารถบังคับใช้ได้จริงทั่วประเทศ รวมถึงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นกลไกคานอำนาจ และสร้างความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม

“วันนี้ความเป็นธรรมเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่โจทย์ต่อไปคือคุณภาพชีวิต เราต้องทำอย่างไรให้คนในพื้นที่มีงานทำ มีรายได้ และสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้ในบ้านเกิด” นายกูเฮงกล่าว พร้อมเสนอแนวคิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิต เพื่อสร้างงานนับหมื่นถึงนับแสนตำแหน่งในพื้นที่ หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักลงทุนได้
“ถ้าเราสร้างความปลอดภัยให้นักลงทุนได้ เราจะดึงเม็ดเงินและงานมาให้คนในพื้นที่ได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนคน ลูกหลานเราไม่ต้องไปทำงานไกลบ้านอีกต่อไป” นายกูเฮงระบุ

ในช่วงท้าย พรรคประชาชาติยังได้ย้ำถึงนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ กยศ. การปฏิรูปการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต โดยย้ำว่าศาสนาและการเมืองต้องเดินควบคู่กัน เพื่อสร้างความยุติธรรม ความเข้าใจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

การปราศรัยครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก สะท้อนพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาชาติ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำฐานเสียงเดิม แต่ยังเป็นการแสดงแสนยานุภาพของพรรคประชาชาติที่พร้อมจะ “แลนด์สไลด์” ในพื้นที่นราธิวาสและจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มตัว
//////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศ ประจำปี 2569 ณ หอประชุม 84 ปี รร.ศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จ.น่าน

วันที่ 22 มกราคม 2569 นายปรีชา สุขรอด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศ ประจำปีพุทธศักราช 2569

ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีนายธนชาต ชาวส้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีน่าน ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพ

การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน นายเชิด อินวาทย์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นางณัฎฐ์รดา สว่างเมฆฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา

ศาสนาและวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสรรเพชญ์ ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด นายพลวัฒน์ กัลยาประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน นายพรเทพ เสนนันตา ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่านและประธานสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง

คณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าร่วมกิจกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำ

ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพ และได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดโอกาส


ในครั้งนี้มีโรงเรียนในสหวิทยาเขตเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 4 สหวิทยาเขต ได้แก่ สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน สหวิทยาเขตเวียงป้อ สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนสา สหวิทยาเขตวรนคร สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนปัว และสหวิทยาเขตศิลาทอง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม มีโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดน่านเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่

โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน 29 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน 1 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1 โรงเรียน และโรงเรียนสังกัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 1 โรงเรียน มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 714 คน

โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 300,000 บาท และบริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด สนับสนุนงบประมาณสำหรับเป็นทุนการศึกษาและเอกสารประกอบการเรียนจำนวน 150,000 บาท/ภาพ/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/น้องนิวส์ /ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเวทีรณรงค์ “Green Gain Day” สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผาแต่ได้รายได้” ตามโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันที่ 22 มกราคม 2569 นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธาน จัดกิจกรรมเวทีรณรงค์ “Green Gain Day” สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผาแต่ได้รายได้” ตามโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมี นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดน่าน เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานและการจัดฐานการเรียนรู้ และ นายบัณฑูร สุนทรสมบัติ

นายอำเภอเวียงสา กล่าวให้การต้อนรับ ซึ่งภายในงานนำโดย นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ได้นำเกษตรกร จำนวน 150 ราย เข้าร่วมรับฟังการสนทนาเกี่ยวกับปัญหาและ

ผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับทางเลือกทดแทนการเผา อาทิเช่น การทำปุ๋ยหมัก และการทำเชื้อเพลิงชีวมวล

ตลอดจนการเรียนรู้ในฐานความรู้ต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นแนวทางในการลดการเผาในพื้นที่การเกษตร และส่งเสริมการมี

ส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนในการบริหารจัดการพื้นที่และแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรใน

ช่วงฤดูกาล พืชฤดูแล้ง นาปรัง พืชหลังนา ประจำปีการผลิต 2568/69 และไม้ผล ไม้ยืนต้น ประจำปี พ.ศ. 2569 อีกด้วย ณ

บ้านทุ่งทอง หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.สวรรคโลกจ.สุโขทัยเข้มผู้การสั่งเน้นย้ำตำรวจปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดช่วงเลือกตั้ง ส.ส

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 22.มค.2569 ณ.ห้องประชุมห้อง ศปก.สภ.สวรรคโลก อ.สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย
พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย
พ.ต.อ.ฉัตรชัย คำยิ่ง รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย

ได้มาตรวจเยี่ยมและมอบหมายนโยบายเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ สภ.สวรรคโลก สภ.ศรีนคร และ สภ.เมืองบางขลัง และ ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง

โดยมี พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.สวรรคโลก
พ.ต.อ.วิษณุ นิพิฐปัญญา ผกก.สภ.ศรีนคร
พ.ต.ท.ธนพงศ์ พึ่งศักดิ์ สว.สภ.เมืองบางขลัง
พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรขึ้นไป ของ สภ.สวรรคโลก สภ.ศรีนคร และ สภ.เมืองบางขลัง
โดยกำชับ ดังนี้

1.ให้ข้าราชการตำรวจวางตัวเป็นการในการเลือกตั้ง
2.หากมีสถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้รายงานโดยด่วน
3.ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด
4.การขยายผลยาเสพติด
5.การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง
พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติงานข้าราชการตำรวจ สภ.สวรรคโลกให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและพร้อมร่วมรับประทานอาหารให้ขวัญกำลังใจตำรวจในการปฏิบัติงานด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผงะยาบ้าล็อตใหม่ “SARA” ทะลักชายแดนอีสาน ตชด.234 บูรณาการจับ 2 ชาวลาว ของกลางกว่า 8 แสนเม็ด

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 พร้อมด้วย นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผู้กำกับการ ตชด.23

พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รองผู้กำกับการ ตชด.23 พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รองผู้กำกับการหัวหน้ากองร้อย ตชด.234 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผู้บังคับกองร้อย ตชด.234 ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหาชาว สปป.ลาว 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 820,000 เม็ด

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและพื้นที่รอยต่อใกล้เคียง โดยชุดปฏิบัติการด้านการข่าว กองร้อย ตชด.234 ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มขบวนการอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าฝั่งประเทศไทย บริเวณอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ในช่วงคืนวันที่ 19–20 มกราคม 2569

ต่อมาได้รับรายงานว่ากลุ่มขบวนการไหวตัวทันและเปลี่ยนจุดลำเลียงเป็นพื้นที่บ้านปากกะหลาง ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ ตชด.234 จึงประสานกำลังร่วมกับ ตชด.227 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ วางกำลังซุ่มตรวจตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 00.30 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลเดินแบกกระสอบต้องสงสัยเป็นขบวน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้กลุ่มคนร้ายทิ้งกระสอบแล้ววิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ทราบว่าเป็นชาวแขวงสาละวัน สปป.ลาว ส่วนผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบของกลาง พบยาบ้าบรรจุในกระสอบรวม 4 กระสอบ จำนวนประมาณ 820,000 เม็ด ซึ่งห่อด้วยกระดาษไขพิมพ์โลโก้สีแดงคำว่า “SARA” นับเป็นการตรวจยึดโลโก้ลักษณะนี้เป็นครั้งแรกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายเพื่อการค้า เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ใช้เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นทางผ่านหลัก พร้อมย้ำว่าความร่วมมือจากประชาชนคือหัวใจสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด โดยข้อมูลจากชาวบ้านจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระราชทานเพลิงศพ 3 ร่าง ครอบครัว “แท่งทอง” พี่ชาย น้องกาโตะ ยัน 10 ล้าน ก็เลือกกับการสูญเสียไม่ได้

***จากกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ถูกรถเครนซึ่งใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่พังถล่มลงมาทับขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ในเหตุการณ์ดังกล่าว ครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก คือ นายสมจิตร แท่นทอง , นางนรินทร แท่งทอง และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง พ่อแม่ลูก

ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะเดินทางมากับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 จากกรุงเทพมหานคร มายังจังหวัดศรีสะเกษ หลังไปจดทะเบียนสมรสที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ซึ่งจดได้เพียง 1 วัน ก่อนมาประสบเหตุเสียนชีวิตดังกล่าว***ล่าสุดวันนี้ (21 ม.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ้านโนนคูณ ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านที่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลของ นายสมจิตร แท่นทอง , นางนรินทร แท่งทอง และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง พ่อแม่ลูก ผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนหล่นทับรถไฟครั้งนี้ โดยคณะญาติๆ ได้มีการทำพิธีขอขมาศพ ก่อนจะพากันเคลื่อนศพทั้ก่อนจะพากันเคลื่อนศพทั้งสองร่างมายัง วัดบ้านแต้ ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ท่ามกลางความโศกเศร้าของแม่ พี่น้อง และญาติๆ

***ซึ่งก่อนจะเคลื่อศพไปยังวัดบ้านแต้ ด้าน นางวิไล แท่นทอง แม่ของนายสมจิตร (ผู้เสียชีวิต) ไปดูรูปถ่ายของ นายสมจิตร แท่นทอง (ลูกชาย), นางนรินทร แท่งทอง (ลูกสะใภ้) และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง (หลานชาย) ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า จากวันที่ตนต้องสูญเสียลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชาย น้องกาโตะ ไปจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ทุกวันนี้ตนยังทำใจไม่ได้ รู้สึกเสียใจมากข้าวก็กินไม่ลง กินข้าวกับแตงโมได้แค่ 2-3 คำ

***ก่อนที่ลูกจะเสียชีวิตเหมือนมีลางบอกเหตุมีก้อนหินมาตกใส่หลังคา หมาที่ตนเลี้ยงไว้ก็เห่าหน้าประตูเหมือนลูกชายจะเข้ามาหาแต่เปิดประตูเข้ามาหาไม่ได้ โดยวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ตนจะต้องบอกลาร่างลูกชายลูกสะใภ้และหลาน ตนอยากให้ทุกคนไปสู่ภพภูมิที่ดี ไปสู่สรวงสวรรค์ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้ลูกหลานกลับมาเกิดเป็นลูกหลานของตนอีก อย่าให้หลานชายน้องกาโตะไม่มีโรคภัยเหมือนอย่างชาตินี้ อยากบอกลูกชายว่าไม่ต้องเป็นห่วงแม่นะ

***ในส่วนของเรื่องเงินเยียวยาตนปล่อยให้เป็นลูกชายอีกคนดูแล ตนขอให้เคสของครอบครัวตนเป็นเคสสุดท้ายตนไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัวใดอีก เพราะเหตุที่เกิดขึ้นจากผู้รับเหมา บริษัทอิตาเลียนไทย เกิดขึ้นหลายครั้งจนทำให้ต้องสูญเสียชีวิตคนไปหลายชีวิตแล้ว อยากให้ครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งสุดท้ายเพราะถ้าเกิดเหตุแบบนี้กับใคร ให้มองว่าใครเขาก็ต้องเสียใจเพราะทุกคนก็รักชีวิตตัวเอง ***โดยเมื่อศพมาถึงได้มีการทำพิธีหลอก เนื่อจากทั้ง 3 ศพ เป็นศพตายโหง ซึ่งตามประเพณีศพตายโหงจะต้องฝังไว้ 1 ปี แต่ครั้งนี้มีการพระราชทางเพลิงเลยต้องทำพิธีหลอก ด้วยการสมมุติว่าจะกำลังฝัง แล้วมีพระภิกษุ เดินมารอไม่ให้ฝังได้ไหม เอาไปเผาดีกว่า (ขอบิณฑบาต) เกิดอะไรขึ้นจะขอรับเอง ชาวบ้านจึงให้ แล้วนำไปฌาปนกิจนทมประเพณี

***ทั้งนี้ก่อนช่วงพิธีพระราชทานเพิลงศพกรณีพิเศษ มี นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางมาร่วมพิธีพระราชเพลิงศพในครั้งนี้ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจากเหตุอันตรายในการเดินรถ จำนวน 340,000 บาท
***นอกจากนี้มี นายจริยะ วงศ์ถ้วยทอง รองประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่ทำโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด พร้อมคณะ เดินทางมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ด้วย

***ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ราชพิธี จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ได้อัญเชิญกล่องไฟพระราชทานมายังเมรุวัดป่าพรหมนิมิต เจ้าหน้าที่อ่านหมายรับสั่ง ญาติอ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เจ้าหน้าที่อ่านประวัติผู้วายชนม์ ก่อนที่ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานในพิธี มอบเงินพระราชทาน รายละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 60,000 บาท ต่อมาประธานในพิธีขึ้นวางผ้าไตร ประธานจุดไฟพระราชทาน วางดอกไม้จันทร์พระราช และผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ วางดอกไม้จันทร์ส่วนตัว พระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ ครอบครัว ลูกๆ และญาติพี่น้อง ร่วมขึ้นวางดอกไม้จันทร์ ก่อนจะได้นำร่างผู้เสียชีวิตประกอบพิธีฌาปนกิจ ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าอาลัยการจากไปของ นายสมจิตร แท่นทอง , นางนรินทร แท่งทอง และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง พ่อแม่ลูก ที่เสียชีวิตในครั้งนี้

***ทั้งนี้เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ แก่ นายสมจิตร แท่นทอง , นางนรินทร แท่งทอง และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง พ่อแม่ลูก ณ วัดบ้านแต้ ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 21 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างยิ่ง ***ด้าน นายอนาวิน สิงห์ลอ อายุ 27 ปี เป็นพี่ชายของน้องกาโตะ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันฌาปนกิจศพพ่อแม่และน้องของตน ตนอยากบอกกับทุกคนว่าขอให้ทุกคนไปสู่สุคติไปสู่ภพภูมิที่ดี ตนอยากบอกให้ทั้ง 3 คนจับมือกันไปสู่สรวงสวรรค์ ในส่วนของการเยียวยาตอนนี้มีเพียงส่วนที่ทำศพส่วนอื่นไม่รู้จะได้ตอนไหน เงินเยียวยาที่บริษัทจะให้มาและส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นตัวแทนของย่าที่จะต้องคุยกันต่อ

***ตอนนี้ตัวเองยังรู้สึกเสียใจถ้าแลกกับชีวิตทั้ง 3 คนที่สูญเสียไปกับเงินเยียวยาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ต่อให้เป็น 10 ล้านบาท ก็ไม่สามารถทดแทนได้ ตนอยากบอก บริษัทอิตาเลียนไทย ที่ยังทำโครงการต่างๆในประเทศไทยได้รับรู้ว่าควรจะพัฒนาคุณภาพมาตรฐานให้ดี ตนไม่อยากเห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับใครอีก ถ้าเกิดการสูญเสียไปมันไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ เหมือนอย่างที่ครอบครัวตนต้องสูญเสีย ***เหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟในครั้งนี้ ความเป็นจริงแล้วเหตุการณ์แบบนี้กับบริษัทนี้เกิดขึ้นมาตั้งหลายรอบแล้ว มันไม่สมควรเกิดในรอบนี้ด้วย ไม่สมควรเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 เหมือนอย่างนี้ ถ้าเขาไม่ยอมที่จะปรับปรุงแก้ไขหรือสร้างมาตรฐานให้ดีมันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตได้นะ ***การเดินทางของครอบครัวทั้ง 3 คนโดยเฉพาะแม่ที่มองว่าการเดินทางด้วยรถไฟจะมีความปลอดภัยมากกว่ารถส่วนตัวและรถสาธารณะอื่นๆ ในการเดินทางครั้งนี้แม่จึงเลือกที่จะนั่งรถไฟ ไม่คิดเลยว่าการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดจะมาจบชีวิตทั้ง 3 คนแบบนี้

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญิฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับชีพจร เขต 9 ศรีสะเกษ: ‘สงครามตัวแทน’ บ้านใหญ่ ล้มแชมป์เก่าอย่าง ครูนุช ง่ายจริงหรือ

สนามเลือกตั้งศรีสะเกษ เขต 9 (ราษีไศล-ศิลาลาด-บึงบูรพ์-ยางชุมน้อย-โพธิ์ศรีสุวรรณ) ชั่วโมงนี้อุณหภูมิการเมืองพุ่งสูงทะลุปรอท! แม้พื้นที่จะเป็นชายขอบติดยโสธรและร้อยเอ็ด แต่สปอร์ตไลท์กลับฉายจับทุกการเคลื่อนไหว เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่า “บารมีเก่า” หรือ “ผลงานใหม่” ใครจะกินขาดกว่ากันย้อนรอย ‘ล้มยักษ์’ จุดกำเนิด ‘ครูนุช’หากยังจำกันได้ การเลือกตั้งปี 66 คือตำนานบทใหม่ที่ต้องจารึก เมื่อ “ครูนุช” นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร หญิงแกร่งต่างถิ่นจากหนองคายที่มาหยั่งรากสร้างตัวในราษีไศล อาศัยลูก “ขยัน-จริงใจ-ติดดิน” ควบกระแสพรรคเดิมล้มยักษ์หลับอย่างตระกูล ‘แซ่จึง’ ที่ผูกขาดพื้นที่มานานนมลงได้อย่างราบคาบ

จุดแข็งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “หัวใจสปอร์ต” ครูนุชปลุกปั้นทีมฟุตบอลราษีไศล ยูไนเต็ด จากทีมรากหญ้าจนผงาดเป็น “จ่าฝูงไทยลีก 2” กลายเป็นสัญลักษณ์ความภูมิใจของคนในพื้นที่ บวกกับบุคลิกที่ชาวบ้านบอกว่า “คุยง่ายเหมือนญาติ” ทำให้เธอรักษาแต้มต่อมาได้จนถึงนาทีนี้สงคราม ‘เงา’ และ ‘ตัวแทน’
ในศึกครั้งนี้ ฝ่ายตรงข้ามต่างปรับหมากแก้เกมกันถ้วนหน้า แต่ที่น่าสนใจคือทั้งสองพรรคใหญ่กลับเลือกใช้ “นอมินีการเมือง” เข้าสู้ เบอร์ 2 ‘เจ็ท’ วิทวัส ไตรสรณกุล (ภูมิใจไทย): ทายาทการเมืองตระกูลดังและลูกเขยอดีต สส.ปวีณ-ผ่องศรี งานนี้ “สีน้ำเงิน” หวังทวงแค้นโดยใช้ความสดของคนรุ่นใหม่พ่วงบารมีบ้านใหญ่ไตรสรณกุลมาเป็นเกราะกำบังเบอร์ 10 ‘หลอ’ นฤชิต จารุรัชกุล (เพื่อไทย): ตัวแทน “บ้านใหญ่เขต 8” ที่ข้ามห้วยมาหวังเสียบแทนใน

นามพรรคเดิมของแชมป์เก่า แม้โปรไฟล์ในสนามการเมืองจะยังเป็นสีขาวจั๊วะ แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะมี “เสื้อคลุมแดง” เป็นตัวช่วยดึงคะแนนส่วน เบอร์ 1 ‘บาส’ พงษ์เดช จากพรรคประชาชน คือ “ตัวสอดแทรก” ที่น่ากลัว ด้วยฐานคะแนนเดิมเกือบ 2 หมื่นเสียงในปี 66 หากกระแสเปลี่ยนสีส้มพัดแรงในพื้นที่ นี่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คะแนนฝั่งอนุรักษ์นิยมแตกกระจายวิเคราะห์เจาะลึก: ชนะ ‘ครูนุช’ ไม่ยากจริงหรือ? หลายคนสบประมาทว่าพอครูนุชย้ายมาสวมเสื้อ “พรรคกล้าธรรม” จะกลายเป็น “ปลาผิดน้ำ” หรือไม่? แต่จากการลงพื้นที่จริงดูเหมือนว่า “ยี่ห้อตัวบุคคล” จะนำหน้า “ยี่ห้อพรรค” ไปแล้ว ผลงานการจัด Event กระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าถึงมวลชนแบบถึงลูกถึงคน ทำให้เสียงสะท้อนจากชาวบ้านอย่าง นายสาคร มหาสิงห์ แห่งตำบลเป๊าะ ยืนยันว่า “แม้อาจจะดูเป็นรองในเชิงพรรค แต่ความเข้าถึงใจคน ครูนุชยังนอนมา”

บทสรุป: ศึกเขต 9 ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกว่า “จะเอาใคร” แต่เป็นการวัดพลังระหว่าง “ผลงานที่สัมผัสได้” ของแชมป์เก่า กับ “บารมีเงา” ของผู้ท้าชิงหน้าใหม่หากครูนุชยังรักษาฟอร์มการเล่นเหมือนฟุตบอลที่เธอเคยสร้างมา ที่เน้นการบุกต่อเนื่องและไม่ประมาทคู่ต่อสู้ โอกาสที่จะ “ย้ำแค้น” บ้านใหญ่ก็มีสูง แต่หาก “กระแสพรรค” และ “พลังสีน้ำเงิน” ผนึกกำลังกันเข้มแข็ง การรักษาเก้าอี้ครั้งนี้ก็อาจจะเป็นงานหินที่สุดในชีวิตการเมืองของเธอใครพลาดน้อยกว่า… คนนั้นคือผู้ชนะ!
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี ให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัยประชาชน

นายอำเภอนครชัยศรี ได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัย ของอำเภอนครชัยศรี
ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัย อำเภอนครชัยศรี นำโดย นายปฐมพงษ์ เส็งดอนไพร ปลัดอำเภอฝ่าย

ความมั่นคง บูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนท.ส่งเสริมการเกษตร กำนันตำบลศรีษะทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งน้อย ต.ศรีษะทอง

ลงพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.ศรีษะทอง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพื้นที่ที่มีรายงานหรือตรวจสอบพบจุดความร้อน (Hotspot) และกรณีพบร่องรอยการเผา (Bum Scar) ตามที่ได้รับแจ้งจากจังหวัดนครปฐม

รายละเอียด ข้อเท็จจริง ดังนี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ของวันเสาร์ที่ 18 ม.ค.69 ได้มีการลักลอบจุดไฟเผาเศษวัชพืชในบริเวณพื้นที่ทางด้านการเกษตรดังกล่าว และดับลงเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. โดยผู้เช่าพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว คาดว่า ผู้ก่อ

เหตุน่าจะเป็นคนหาปลานอกพื้นที่ สาเหตุอันเนื่องมาจากถูกว่ากล่าวไม่ให้ลงไปจับปลาในลำคลอง ที่ล้อมรอบพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว ฯลฯผู้เช่าพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว จะเข้าแจ้งความกรณีมีการลักลอบเผาในพื้นที่เกษตรของตนเอง เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

พร้อมทั้งแจ้ง กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ แจ้งประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น (PM 2.5) โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรตามนโยบายของจังหวัดนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยว แห่ชม พุทราน้ำอ้อย ลับแลพุทราแดงอินเดียของดีของเด็ดต้องบอกต่อ 1 ปีมีครั้งเดียว

วันที่ 21 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประทีป เตชัย หนุ่มใหญ่เกษตรกรตัวจริง เจ้าของ PTF ฟาร์ม หมู่ที่ 13 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวและเกษตรกรที่สนใจ เข้าชม ไร่พุทราพันธุ์น้ำอ้อยและพันธุ์อินเดียแดง พื้นกว่าที่ 14 ไร่

ซึ่งมีทั้งพุทรากางมุ้ง และ พุทรากลางแจ้ง หลังศึกษาเพื่อหาพืชทดแทนการทำนา เหตุราคาข้าวไม่ค่อยสู้ดี ที่สำคัญต้องเป็นพืชใช้น้ำน้อย ทนแล้ง และเน้นเรื่องของพืชผลไม้ปลอดภัยที่ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับที่นา 2 ไร่ หันมาปลูกพุทรากางมุ้ง ด้วยการนำพุทราป่าเป็นต้นกล้า

เนื่องจากทนโรคทนแล้งและอายุยืนยาว แล้วนำกิ่งพุทราพันธุ์น้ำอ้อยและพุทราพันธุ์แดงอินเดียมาเสียบ ใน 1 ต้นมี 2 สาย พันธุ์ เมื่อติดดอกจะอาศัยพุทราพันธุ์แดงอินเดียเป็นตัวช่วยในการผสมเกสรให้กับพุทราพันธุ์น้ำอ้อย โดยอาศัยลม ซึ่งเป็น เทคนิคเฉพาะทางการเกษตร ผลผลิตพุทราจะลูกใหญ่ รูปทรงเหมือนแอปเปิลเขียว เปลือกบางกรอบ เฉลี่ย 10 ผลต่อ1 กิโลกรัม รสชาติหวานฉ่ำ กรอบอร่อย

เริ่มต้นปลูกพุทราแบบกางมุ้ง ปี 2562 ใครเห็นก็ว่า “บ้า” พยายามศึกษาและเน้นรูปแบบเกษตรแนวใหม่ ข้อดีของการกางมุ้ง กันแมลงรบกวน ควบคุมเรื่องอากาศร้อนและแสงแดด ประหยัดน้ำ ให้น้ำเพียงสัปดาห์ละ 2 รอบ ขยันสำรวจดูแลแปลงให้โล่ง กำจัดศัตรูพืช พุทราให้ผลผลิตเต็มปีเมื่อปลูกได้ 1 ปี ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 7

ไม่เพียงจะเก็บผลผลิตในส่วนของพุทรากางมุ้งขายแล้ว ยังได้ขยายปลูกพุทรากลางแจ้ง เพิ่มอีก 12 ไร่ เป็นลักษณะห่อผลกันแมลงแทน การกางมุ้ง กลายเป็น “สวนพุทราน้ำอ้อยและอินเดียงแดงที่ใหญ่สุดภาคเหนือ” นายประทีป กล่าวว่า พุทรากว่า 1500 ต้น ในพื้นที่นาดอนกว่า 14 ไร่ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจของครอบครัว ผลผลิตปีนี้ประมาณ 4 ตัน ออเดอร์เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม

ราคาขั้นต่ำกิโลกรัมละ 150 บาท รายได้ก็สมน้ำสมเนื้อกับการดูแลเอาใจใส่ ที่สำคัญพุทรามีอายุยาวนานกว่า 50 ปี ขอเพียงดูแล บำรุง ก็จะให้ผลผลิตตลอด ติดผลดกพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว และ เป็นเกษตรทางเลือกให้ผู้ที่สนใจ ตนเปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สามารถเข้ามาชม สอบถาม ร่วมเรียนรู้ และเลือก

ซื้อผลผลิต สดๆได้ที่สวน เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. และยังมีกล้าพันธุจำหน่าย ปัจจุบัน นอกจากจะเก็บผลผลิตส่งขายแล้ว ยังมีกล้าพันธุ์จำหน่าย พร้อมให้คำแนะนำ หากสนใจที่จะปลูก สอบถามผ่านเฟสบุ๊ค ชื่อ Pt Tc หรือโทร 091-8406113 เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้าชมและศึกษา ไม่ได้หวงความรู้ เพื่ออนาคตจะเป็นอีกหนึ่งผลไม้ทางเลือกทดแทนผลไม้อื่นๆ ที่ปลูกแล้วราคาตกต่ำ

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อมรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ปีงบ. 2569 จัดโดย สพป.นครปฐม เขต ๑

โดยมี ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต ๑ เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด สพป.นครปฐม เขต ๑ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมี นายสุคันธชาติ ขันศรี รองผอ.สพป.นครปฐม เขต 1 กล่าวรายงานการอบรมฯ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

สังกัด สพป.นครปฐม เขต 1 เป็นการพัฒนาส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความตระหนักรู้ เข้าใจ และยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนและสังคม

โดยเน้นการปลูกฝังคุณค่าทางจิตใจ ค่านิยมที่ถูกต้อง และการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานะของความเป็นข้าราชการที่ดี ในการนี้ได้รับเกียรติจาก พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพ่อน้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง เป็นวิทยากรผู้บรรยายพิเศษ การอบรมในครั้งนี้มีผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด เข้าร่วมการอบรมฯ จำนวน 106 คน ณ ห้องประชุมทวารวดีศรีพระประโทณ โรงเรียนวัดพระประโทณเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
เครดิตภาพ น้องJab ทีม pr.วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก

จังหวัดนครปฐม จัดสัมมนาเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคต รวมทั้ง

ทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าและบริการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการ

สร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา 100 คน ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2569

นางสาวดวงพร วิสุทธิธรรม พาณิชย์จังหวัดนครปฐม กล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยกระทรวงพาณิชย์ ดูแลรับผิดชอบในประเด็นการพัฒนาด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

จึงได้มีแนวคิดดำเนินโครงการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ครอบคลุมผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ 16 จังหวัด ด้วยการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ

และทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคต รวมทั้งทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าและบริการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งจังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก จึงได้ดำเนินการจัดสัมมนาการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการ

พัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก (Central-Western Economic Corridor : CWEC) จังหวัดนครปฐม “SMEs Nakhon Pathom : Empowering Growth” เสริมสมรรถนะ สร้างโอกาส ขยายธุรกิจการค้า ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย 2 กิจกรรม ดังนี้

  1. กิจกรรมการสัมมนาให้ความรู้เพื่อการพัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจการยกระดับผู้ประกอบการต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 2 หลักสูตร ดังนี้ 1) หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ Tier 1 และ Tier 2 เป้าหมายเพื่อยกระดับผู้ประกอบการต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ การยกระดับการประกอบธุรกิจการค้า
    2) หลักสูตรของกลุ่มผู้ประกอบการ Tier 3 เป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นฐาน การพัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจ
  2. กิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจ การค้า การลงทุน
    และการเจรจาธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน มาให้คำแนะนำในการดำเนินการประกอบธุรกิจ ในครั้งนี้
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว เชิญเที่ยวงาน นมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ จัดอย่างยิ่งใหญ่ 22 มค. – 2 กพ.นี้

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณมณฑลพิธีด้านหน้าพระวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พระวินัยสาทร

เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ (ธ) เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานฝ่ายฆราวาส และนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายสุระวุธ จันทร์งาม นายอำเภอลับแล พ.ต.อ.ชาญวุธ ไชยรุ่งเรือง ผู้กำกับ สภ.ด่านแม่คำมัน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และสื่อมวลชน ได้เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้จำนวนมาก ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569

บริเวณวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง เชื่อมโยงไปถึงวัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระนอน เพื่อเป็นการสืบสาน รักษาประเพณีการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ในวันเพ็ญเดือนสามของทุกปี เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชน ชุมชน ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด

นมัสการพระท่านศิลาอาสน์ เชื่อกันว่า หากได้มากราบไหว้ครบสามครั้ง จะได้ไปสวรรค์ เป็นพุทธบูชาที่สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี พิธีกวนพุทราแขวนบาตร เป็นเอกลักษณ์ของงานนี้ โดยนำพุทรากวนมาใส่ในบาตรพระตลาดนัดพื้นบ้าน

มีร้านค้าชุมชน 2,000 กว่าร้าน ให้เลือก ชิม ช็อปใช้ ชมสามวัดสำคัญในพื้นที่ติดต่อกัน คือ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระนอนพุทธไสยาสน์ ซึ่งท่านสามารถเดินสายทำบุญได้ถึง 3 วัด ในที่เดียวกัน

นอกจากนี้ชมขบวนแห่ทางศิลปวัฒนธรรม และขบวนเทิดพระเกียรติฯ อันยิ่งใหญ่ และที่น่าตื่นตา ประทับใจ ในศรัทธาของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็คือจะมีสาวงาม 300 กว่าคน รำบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ เต็มลานหน้าพระวิหารหลวง

และพื้นผิวทางขึ้นพระแท่นศิลาอาสน์ ด้วยบทเพลง “ยอหัตถาบูชาพระแท่นศิลาอาสน์” และรำถวายความอาลัยพระพันปีหลวง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มสตรีแม่บ้าน อสม. นักเรียนนักศึกษา แต่งกายนุ่งซิ่นลับแล เสื้อแขนกระบอกสีขาว

ห่มสไบสีดำ ร่ายรำเป็นการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ และในปีนี้มีกิจกรรมกระตุ้นส่งเสริมการตลาด ภายใต้โครงการอุตรดิตถ์เที่ยวได้เท่ด้วย ได้จัด แคมเปญ “เที่ยวเติมบุญ หนุนบารมี ปีมะเมีย โดย 100 ท่านแรกที่มาพักในจังหวัดอุตรดิตถ์ และมาเที่ยวงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์

จะได้รับขนมสแนกพื้นบ้านเป็นชุดเฒ่าแก่น้อย 1 ชุด ไปทานฟรี – โดยกำหนดพิธีเปิดงาน ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น จึงขอเชิญชวนมาเที่ยวงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ในปีนี้ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ เห็นโครงสร้างจังหวัดแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทำความฝัน 20 ปีที่อยากเห็นการขับเคลื่อนระดับจังหวัดเป็นจริง พร้อมชูเป็นต้นแบบให้ทั่วประเทศเดินตาม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานระดับประเทศ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานของจังหวัดนราธิวาสอย่างเข้มข้นโดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน

จากข้อมูลพบว่า จ.นราธิวาส มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปกว่า 5 แสนคน ผลการคัดกรองพบผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 12.76 ซึ่งปัญหาใหญ่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ “ค่านิยมที่ผิด” ที่มองว่าบุหรี่ช่วยคลายเครียดและไม่อันตราย ทั้งที่เป็นบันไดขั้นแรกสู่ยาเสพติดชนิดอื่น ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนราธิวาสจึงประกาศเป็นนโยบายสำคัญ บูรณาการทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงชุมชน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 มาตรการ จนสามารถคว้ารางวัลต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน และในปีนี้ได้ยกระดับความเข้มข้นในด้าน “การบังคับใช้กฎหมายและสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่” อย่างเต็มรูปแบบ

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คผยช. กล่าวเปิดใจในที่ประชุมว่า ตนมีส่วนร่วมในการผลักดันงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของประเทศมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 โดยประเทศไทยได้มีกฎหมายควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และต่อมาได้พัฒนากฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบในระดับจังหวัดอย่างชัดเจน จังหวัดนราธิวาสถือเป็นจังหวัดที่สามารถขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบได้อย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรม ทั้งด้านโครงสร้างการทำงาน การบูรณาการทุกภาคส่วน และการ

ดำเนินงานครบทุกมิติ ได้แก่ การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การช่วยเลิกบุหรี่ การคุ้มครองผู้ไม่สูบ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สิ่งที่ผมใฝ่ฝันมา 20 ปี คือการเห็นการปฏิบัติงานที่จริงจังในระดับจังหวัดแบบนี้ นราธิวาสมีโครงสร้างคณะกรรมการที่เข้มแข็งมาก มีการมอบหมายงานที่ชัดเจนจากท่านผู้ว่าฯ ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ผมลงพื้นที่มาหลายจังหวัด แต่ไม่เคยเจอที่ไหนพร้อมเท่าวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ฝันของผมเป็นจริง
นอกจากนี้ นพ.ประกิต ยังเน้นย้ำว่า นราธิวาสคือตัวแทนภาคใต้ที่จะเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก ซึ่งปัจจุบันเริ่มพบผู้สูบอายุน้อยเพียง 10 ขวบ โดยผลสำเร็จของนราธิวาสจะถูกนำไปขยายผลเป็นโมเดลระดับประเทศต่อไป

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ในการลงพื้นที่คณะกรรมการได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ 10 จุดที่แสดงถึงความสำเร็จในทุกมิติ อาทินิทรรศการ Gen Z: พลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนสังคมปลอดบุหรี่ การบังคับใช้กฎหมาย: การประสานงานระหว่างตำรวจ อัยการ และฝ่ายปกครองต้นแบบสถานบริการปลอดบุหรี่: จาก รพ.สต.เจ๊ะเก ถึงโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ระบบ T-cep ออนไลน์: การใช้เทคโนโลยีติดตามและลงข้อมูลการตรวจร้านค้าในพื้นที่ 100%ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประเมินเพื่อรับรางวัลเกียรติยศ แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า “นราธิวาส” พร้อมแล้วที่จะเป็นหัวขบวนในการสร้างสุขภาวะที่ดีและปกป้องเยาวชนไทยจากภัยเงียบของยาสูบอย่างยั่งยืน
/////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวแม่สายต้อนรับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์ ประธานในพิธี

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น.
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอ​แม่สาย​ ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานพลังเครือข่าย ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิต​คนทุกช่วงวัย” โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์​เป็นประธานใน พิธีเปิดโครงการฯ และมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเียงราย ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์เรียนรู้อย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา (สมาคมคนพิการอำเภอแม่สาย) วัดหิรัญญาวาส ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัด​เชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภาค 7 แถลงรวบแก๊งขนยาบ้าคาด่าน เกือบ 4 แสนเม็ดจะไปส่งภาคใต้ พบผู้ต้องหาถูกจับมาหลายครั้ง

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติด ผู้ต้องหา คือ นายรีดูวัน เจ๊ะเลาะ (ผู้ต้องหาที่ 1) อายุ 41 ปี และ นางสาวนูรอัยนี การียา อายุ 20 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน โดยทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ตั้งข้อหาเพิ่มเติม เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพ

พร้อมของกลางในคดี ได้แก่ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ทั้งหมด จำนวน 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และ รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กญ 4601 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจับกุมได้ที่บริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ถนนเพชรเกษม ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น.

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยถึง พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ว่า วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม พบรถยนต์ต้องสงสัย TOYOTA VIOS สีขาว เมื่อเข้าตรวจค้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเห็นด่านตรวจพยายามเลี่ยงหลบหนี จึงเรียกให้หยุด พบภายในรถมี ผู้ต้องหา 2 ราย จึงขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบยาบ้า รวม 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

โดยนายรีดูวันผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดเป็นของตน รับจ้างลำเลียงจากพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท และมีการโอนเงินมัดจำแล้ว ผลตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน

ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ เมื่อตรวจสารเสพติด ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหาที่ 1 เคยก่อเหตุในคดีในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถาน ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2559 ข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2561 และถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2565 ส่วนนางสาวนูรอัยนี ผู้ต้องหาที่ 2 ตรวจไม่พบประวัติการกระทำความผิด ……………………….

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.ท่าวังผา จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกร เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ

สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นำโดย นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จัดอบรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกร

เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ ตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ กิจกรรมอบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกพริกและกาแฟในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เข้ารับการฝึกอบรมจำนวนทั้งสิ้น 255 ราย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการแปลงปลูก การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้องและปลอดภัย การดูแลรักษาคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการจัดเตรียมเอกสารและความพร้อมก่อนเข้ารับการตรวจรับรองมาตรฐาน

อันเนื่องด้วยจากสถานการณ์ในช่วงฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา พบว่าผลผลิตพริกและกาแฟมีราคาตกต่ำ การส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต

ส่งผลให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม มีช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น ช่วยยกระดับรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.นิคมคำสร้อย – สภ.นาอุดม บุกจับหนุ่มซุกยาบ้ากลางกระท่อมนา รับสารภาพทั้งจำหน่าย–เสพ ส่งดำเนินคดีทันที

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิสรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย และ พ.ต.ท.อังกูร วรสาร สารวัตรสถานีตำรวจภูธรนาอุดม ได้มอบหมายให้ นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองร้อย

อาสารักษาดินแดนอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.นาอุดม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมและพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด บริเวณกระท่อมนาไม่มีเลขที่ ทางทิศตะวันตก บ้านคำเชียงสา หมู่ที่ 7 ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบนายเทพประทาน นามแก้ว มีท่าทีพิรุธคล้ายมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจ และผู้ต้องสงสัยยินยอมให้ตรวจค้นด้วยความสมัครใจ

ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือยาบ้า จำนวนรวมทั้งสิ้น 226 เม็ด แบ่งเป็น ยาบ้าสีส้มแดงและสีเขียว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 2 ถุง และบางส่วนตกอยู่ใกล้ตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงสอบถาม นายเทพประทานรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิทางกฎหมาย ซึ่งนายเทพประทานให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.นาอุดม

ต่อมา ระหว่างดำเนินการที่ สภ.นาอุดม นายเทพประทานยอมรับว่าได้เสพยาบ้าในช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจปัสสาวะ ซึ่งผู้ต้องหายินยอม ผลการตรวจเบื้องต้นและผลยืนยันจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา พบสารเสพติดในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” นายเทพประทานรับสารภาพทั้งข้อหาจำหน่ายและเสพยาเสพติด ก่อนถูกส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.นาอุดม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่าน.แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “ประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 ส่งเสริมอัตลักษณ์ล้านนาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน นายสุเมธ สายสูง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569

พระราชนันทวัชรบัณฑิต กล่าวว่า งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ได้รับการยกระดับจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นงานประเพณีระดับชาติและนานาชาติ ที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมและเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าทางประเพณีไปสู่เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์และสืบสานให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงานในปี 2569 นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนแห่คั่วตานจากทั้ง 15 อำเภอ การแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” การประกวดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 22 รายการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกว่า 15 บูธ กิจกรรมกาดมั่วคัวฮอมถนนคนเดิน และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขตอำเภอภูเพียง ได้ร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรมเพิ่มเติม อาทิ ศูนย์วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น บูธผลิตภัณฑ์ไบโอเวช คาราวานสินค้า การแสดงมหรสพ สวนสนุก และเครื่องเล่นต่าง ๆ โดยปีนี้มีความพิเศษคือ การนำช้างจำนวน 2 เชือกจากจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมขบวนแห่ เพื่อสร้างสีสันและความยิ่งใหญ่

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านยังได้บูรณาการจัดกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” เปิดพื้นที่ให้ชุมชน เด็กและเยาวชน ได้แสดงผลงานศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่อีกด้วย

พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งนับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยในปี พ.ศ. 2569 จะมีอายุกาลครบ 673 ปี และมีการจัดงานประเพณีหกเป็งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ สืบทอดต่อเนื่องมาแต่โบราณ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมุ่งผลักดันงานประเพณีหกเป็งฯ ให้เป็น Soft Power สำคัญ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการพัฒนาจังหวัดน่านสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเมืองมรดกโลกในอนาคต โดยเชื่อมโยงกับเมืองหลวงพระบาง แขวงไชยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทั้งนี้ จังหวัดน่านยังได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art) ในปี 2568 ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การสร้างงาน สร้างรายได้ และธำรงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง