สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านโวย กรรมการวัดเอา เทพื้นคอนกรีตกว่า200,000บาทเตรียมตั้งเจดีเก็บอัฐิ บังทัศนียภาพ อ.เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา


เมื่อเวลา 10.00น.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบกรณี นายพิศิษฐ์ รอดทิม อายุ 67ปี คณะกรรมการวัดนิคมราษฎร์รังสรรค์(กม5.)เทพื้นปูนคอนกรีต ยกระดับบริเวณที่ดินของนิคมสร้างตนเอง ติดกับรั่วกำแพง สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านนิคม กม5.ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุใดจึงต้องมาสร้างลานปูนคอนกรีตยกระดับตรงบริเวณนี้เพื่อตั้ง เจดี เก็บอัฐิบดบังทัศนียภาพ ของตัวอาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี

ทั้งที่พื้นที่ของวัด มีอีกเป็นจำนวนมากสามารถสร้าง อาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆที่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นได้หรือมีเหตุผลใดแอบแฝงทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ประสานงานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามข้อมูลพร้อมเหตุผล เบื้องต้นเรื่องดังกล่าวต้องรอบคำตอบจากหลายหน่วยงานทั้งนิคมสร้างตนเองและเทศบาลว่าที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่ของผู้ใดใครเป็นผู้ขออนุญาตใช้ ใครได้ประโยชน์

สำหรับการก่อสร้างพื้นคอนกรีตเบื้องตนได้ใช้เงินงบประมาณจากวัดไปกว่า200,000บาทแล้วทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในทิศทางต่างๆว่าต่อไปคณะกรรมการวัดต้องมาเก็บเงินกับชาวบ้านอีกหรือไม่ทำให้ชาวบ้านเกิดข้อสงสัยหลายประการ ทั้งที่เงินบริจาคดังกล่าวเป็นของชาวบ้านที่ช่วยกันสร้างขึ้นมาแต่กรรมการวัดนำไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาชาวบ้านมีเพียงแต่กรรมวัดเพียงไม่กี่คนเป็นคนดำเนินการแทน
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สนข.การศึกษานครปฐม เขต 1 นำเด็กนักเรียนกกว่า 1,200 คน ร่วมสืบสานวิถีชาวนาไทย การทำนา

      วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เวลา 07.30 น.  ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1  พร้อมด้วย  ดร.ฐาปณี พวงงาม  นายวีรยุทธ เวสา และ นางพิลาศลักษณ์ จงตระการสมบัติ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 นำนักเรียนกว่า 1,200 คนจาก 43 โรงเรียน ร่วมพิธีเก็บเกี่ยวข้าวในผืนนา 25 ไร่ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 ด้วยพิธีบวงสรวงและดำนา จนมาถึงวันเก็บเกี่ยวที่สร้างรอยยิ้มและความภาคภูมิใจให้กับทุกคน
     
นอกจากนักเรียนจะได้เกี่ยวข้าวแล้ว ยังเรียนรู้ผ่าน 7 ฐานการเรียนรู้ ตั้งแต่การฟาดข้าว สีข้าว ฝัดข้าวแปรรูปเป็นข้าวกล้องและโจ๊ก ไปจนถึงการเรียนรู้เกษตรผสมผสานและการฟื้นฟูดินด้วยปอเทือง

บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงนวดข้าว สีข้าว และเพลง “เกี่ยวความพอดี” ที่เด็กๆ ร่วมกันขับร้อง “ศูนย์ศรีเกษตรโภคทรัพย์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อการศึกษา เราต้องใช้ประโยชน์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่” 

ดร.ณัฎฐิกา กล่าวพร้อมเน้นย้ำว่าการเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียงจะช่วยปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามให้กับเยาวชน

ทั้งนี้ ศูนย์ศรีเกษตรโภคทรัพย์ยังเป็นพื้นที่สาธิตการทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เปิดโอกาสให้นักเรียนและประชาชนทั่วไปเข้ามาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มอเตอร์โชว์โคราช ครั้งที่ 34 จัดใหญ่ จัดหนัก จัดเต็ม

ชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท มอร์ ครีเอชั่น จำกัด และ เดอะมอลล์ โคราช ยกทัพขนขบวนค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถไฟฟ้า แบรนด์ชั้นนำ พร้อมสินเชื่อมาเดินในงานเดียว ได้ครบ จบ ทุกแบรนด์ แน่นอน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 งานมอเตอร์โชว์โคราชเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณเข็มทอง เรืองกฤตยา ประธานชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา

ขึ้นกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และคุณปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการบริษัท เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด ขึ้นกล่าวต้อนรับ ทั้งนี้ ทางชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่ ได้มอบเงินสนับสนุนแก่เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เป็นเงินจำนวน 100,000 บ. โดย เภสัชกรหญิง สุรวจี ธีระวัฒนา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนรับมอบ

เพียงจองรถภายในงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเติมน้ำมันจำนวน 35 รางวัล รวมมูลค่า 300,000 บ.โทรทัศน์ จอ 55 นิ้ว 2 รางวัล และของพรีเมี่ยม กว่า 1,000 รางวัล พบกันวันที่ 30 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567 ชั้น 1 แกรนฮอลล์ ชั้น 3 เอ็มซีซีฮอลล์ วาไรตี้ฮอลล์ เดอะมอลล์ โคราช งานนี้ ห้ามพลาด!!

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว ยึดยาบ้า 106,200 เม็ด จากขบวนค้ายาข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมศรีประดู่ อาคารเอนกประสงค์ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อ.เมือง จ.นครพนม น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข.และ พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) พ.ต.อ.หญิง จิรนันท์ ธนะสิงห์ นวท.(สบ 4) พฐ.จว.นครพนม พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงใน จ.นครพนม

ร่วมแถลงข่าว โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น. พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามมาส่งบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.เชียงยืน ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงได้สั่งการให้ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม พร้อมทั้ง น.ต.สมเจตน์ ค้าทวี หน.เรือนครพนม

ตรวจสอบข่าวพร้อมจัดชุดชุ่มเฝ้าตรวจ และเข้าทำการตรวจสอบพื้นพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.15 น. ได้ทำการตรวจการณ์ด้วยสายตาและกล้องตรวจการณ์กลางคืนพบเรือกีบเพลายาวต้องสงสัย จำนวน 1 ลำ แล่นจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาจอดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 500 ม. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจึงได้ทำการรีบปิดระยะเข้าทำการตรวจสอบ กระทั่งเหลือระยะห่างประมาณ 200 ม.

ได้ตรวจพบว่าเรือกีบเพลายาวได้แล่นกลับไปทางฝั่ง สปป.ลาว ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้รีบเข้าไปยังบริเวณที่เรือลำดังกล่าวแล่นออกไปโดยทันที ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณทางลาดของท่าทราย (ร้าง) ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยเป็นกระสอบปุ๋ยสีฟ้า และมีชิ้นส่วนยางในรถจักรยานยนต์พันมัดรอบปากกระสอบวางอยู่บนพื้นดังกล่าว จากการสังเกตุพบว่าที่ก้นกระสอบนั้นเปียกชื้นและมีดินทรายเกาะติด จึงคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพติดตามที่สายลับแจ้งมา จึงทำการชุ่มเฝ้าตรวจในบริเวณนั้นเพื่อรอผู้ที่จะมารับวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว กระทั่งเวลา 20.30 น. เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ

ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้ทำการเปิดตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย พบว่าภายในเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงชนิดกดปิดดึงเปิดสีน้ำเงินและสีชมพู มัดด้วยหนังยางบรรจุรวมอยู่ในกล่องกระดาษพันด้วยเทปกาวสีเหลือง จำนวน 1 กล่อง และบรรจุรวมอยู่ในห่อกระดาษไซสีเหลืองห่อด้วยถุงพลาสติกและพันรวมกันกันด้วยเทปกาวสีเหลือง จึงได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.นครพนม

ทำการตรวจยึดและนำของกลางทั้งหมด มาตรวจสอบโดยละเอียดที่ สน.เรือนครพนม ภายในกระสอบปุ๋ยพบยาบ้าตราอักษรภาษาอังกฤษ WY กำกับอยู่ด้านหนึ่งอีกอีกด้านหนึ่งผิวเรียบ และมีลักษณะเม็ดสีเขียวกลมแบนมีตราอักษรภาษาอังกฤษ A กำกับอยู่อีกด้านหนึ่ง มีผิวเรียบ รวมเป็นยาบ้า จำนวน 106,200 เม็ด หน่วยจึงได้นำของกลางยาบ้า​ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวว่า ทางการข่าวขณะนี้พบมีเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการกลุ่มผู้ค้าโดยจะแทรกซึมทำหน้าที่คอยแจ้งความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่มีมากถึงราว ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเยาวชนในพื้นที่ของ อ.ท่าอุเทน ซึ่งต่อจากนี้ ทางหน่วยจะใช้การเข้าหาผู้นำหมู่บ้านรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือจากผู้นำหมู่บ้าน เพื่อร่วมสแกนในพื้นที่ของแต่ละหมู่บ้านอย่างจริงจัง และสืบเนื่องจากผู้นำหมู่บ้านย่อมทราบข้อมูลในชุมชนรวมทั้งทราบถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดมากที่สุด ทั้งนี้มีการเข้าพบกับญาติผู้ต้องหาที่ค้ายาเสพติด ขอให้มาช่วยในการทำงาน เชื่อว่าในบ้านมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ชาวบ้านย่อมรู้ดีว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใครทำอะไรบ้าง

ขณะเดียวกันมีข้อมูลจาก ปปส.ส่งข้อมูลทางการข่าวเรื่องยาเสพติด ว่ามียาเสพติดที่กำลังรอการลำเลียงข้ามจากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ตรงกันข้ามกับ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ซึ่งเชื่อว่าแหล่งผลิตอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนกว่า 20 ล้านเม็ด ทำให้ขณะนี้ทุกหน่วยงานต่างแบ่งกำลังกันลงไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง 24 ชั่วโมง เพื่อกดดันสำหรับการส่งยาเสพติดให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด.
ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ ​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ท่องเที่ยวบูรณาการ บรรจุกระสอบทราย พร้อมมอบถุงยังชีพ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 -ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ มอบน้ำดื่ม ผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.นราธิวาส

ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบรรจุกระสอบทรายพร้อมมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทั้งนี้ตามข้อสั่งการ ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.ภพพล จักกะพาก ผบก.ทท.3 มอบหมายให้ กก.3 บก.ทท.3 และ ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 นราธิวาส ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ลงพื้นที่ดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และสนับสนุน แจกจ่าย อาหาร และน้ำดื่ม ให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

พ.ต.อ.กฤษณัฐ มนัส ผกก.3 บก.ทท.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศักรินทร์ อนุสามัญสกุล รอง ผกก.3 บก.ทท.3 , พ.ต.ต.ณัฐวรรธน์ สงคง สว.ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจเขตตรวจที่ 1 สุไหงโก – ลก ได้ดำเนินลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส

โดยได้เดินทางมาพบ นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก – ลก เพื่อร่วมบูรณาการในการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทภัยน้ำท่วม พร้อมกับร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยอาสาฯสมัครฝ่ายปกครองในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เทศบาลสุไหงโก – ลก อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว

โดยร่วมบรรจุกระสอบทราย มอบถุงยังชีพเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อีกทั้งได้ดำเนินการสำรวจให้ความช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำท่วม ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ พร้อมช่วยขนย้ายสิ่งของไปยังตามโรงแรมต่างๆมาไว้บนที่สูง ในพื้นที่ อ.สุไหงโก – ลก จ.นราธิวาส

ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมกับ ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ
มอบน้ำดื่มแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พ.ต.ต.หญิง จิลลาวัณย์ เบ็ญมุสตาส หัวหน้า ฝอ.5 ได้มอบหมายให้ ชุด ชป.กร.ฉก.ตร.นธ 93 พร้อมด้วยชุดไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส ส่งมอบกำลังใจให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัย และผู้ที่ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส โดยเดินลุยน้ำลงพื้นที่บ้านยาบี ม.1 ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ มอบน้ำดื่ม เพื่อคลายความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ในส่วนของสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ และคอยสอดส่องดูแลประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ติดกับลุ่มแม่น้ำ ทั้งนี้เนื่องจากมวลน้ำจากอำเภอระแงะกำลังสมทบเข้าสู่อำเภอเมืองนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังสมทบเข้ามาพร้อมกับมรสุมที่กำลังเข้าสู่จังหวัดนราธิวาสในวันนี้ โดยคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและตัวเจ้าหน้าที่เอง
///////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส.ประจวบจัดโครงการสื่อ ธกส.สัญจรประจำปี 67

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร และเจ้าหน้าที่ นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมกว่า 20 คน

เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานที่”บุราณบ้านสวน” ของ นายประเสริฐ ยุวกานกูล ซึ่งเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย และแหล่งเรียนรู้ป่าครอบครัว ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางธนาคาร ธ.ก.ส.และกรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามาส่งเสริมให้เป็นชุมชนต้องเที่ยว และชุมชนอุดมสุข โดยทางธนาคาร ธ.ก.ส.มีเป้าหมายยกระดับชุมชนอุดมสุขให้เป็นแกนกลางการเกษตร โดยได้มีการพาคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการปลูกพืชแบบผสมผสานภายในแปลงเกษตรเนื้อที่ทั้งหมด 28 ไร่ โดยทุกพื้นที่ของสวน

สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดและสามารถสร้างมูลค่าสร้างรายได้ให้กับเจ้าของสวนแบบพึ่งพาตนเอง โดยได้ดำเนินการในลักษณะเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักปรัชญาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ปลูกพืชไว้กินเอง เหลือแล้วจึงขายสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน จากนั้นจึงได้พาคณะสื่อมวลชนร่วมพบปะสังสรรค์รับประทานอาหารร่วมกันที่บริเวณร้านอาหารครัวแสนดี อำเภอบางสะพาน ก่อนจะมอบของที่ระลึก และแยกย้ายเดินทางกลับ

นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางธนาคารมีแผนจัดทำโครงการยกระดับชุมชนอุดมสุขสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนให้ครอบคลุม 4 มิติ ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรมประเพณี โดยสนับสนุนให้ชุมชนจัดทำแผนพัฒนาชุมชนที่เน้นการลดต้นทุน การสร้างงาน สร้าง อาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ภาครัวเรือนควบคู่กับการอนุรักษ์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยส่งเสริมกลุ่มอาชีพ กลุ่มการเงิน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สนับสนุนให้มีการนำองค์ความรู้ใหม่ๆ เทคโนโลยีสมัยใหม่

และนวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา หรือภาคีเครือข่ายมาประยุกต์ใช้ ให้มีการพัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ มีมาตรฐานการผลิตสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มการผลิต หรือผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง มีการเชื่อมต่อเกษตรกรที่ขาดทักษะ หรือขาดทรัพยากรในการผลิตเข้ากับกลุ่มที่มีทักษะ เพื่อให้ได้มีโอกาสส่งเสริมซึ่งกันและกันในธุรกิจรูปแบบการแบ่งปันผลกำไร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งมีการพัฒนาด้านการตลาดและเปิดช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ในรูปแบบ Digital ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการบริโภคภายในท้องถิ่น (Local Consumption) เป็นหลัก มีการเชื่อมโยงผลผลิต/ผลิตภัณฑ์ของชุมชนสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่ง ธ.ก.ส.

จะเป็นตัวกลางเชื่อมต่อให้มีการประสานความร่วมมือบูรณาการกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ/เอกชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ทั้ง 4มิติ ไปพร้อมกัน ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ที่มีความมั่นคงและยั่งยืนจนนำไปสู่การยกระดับเป็น “ชุมชนอุดมสุขสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร”(Essence of Agriculture) ซึ่งธนาคารมีเป้าหมายยกระดับชุมชนอุดมสุขเป็นแกนกลางการเกษตร จำนวน 181 ชุมชน

โดยชุมชนบ้านสวน เป็นหนึ่งใน 181 ชุมชน ที่อยู่ในเป้าหมายของธนาคารในการยกระดับชุมชน เป็นแกนกลางการเกษตรในปีบัญชี 2567 นี้ เป็นชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนที่มีผู้นำใช้กรอบการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการใช้พื้นที่ส่วนตัวทำสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชสมุนไพร เลี้ยงไก่ ปลา สุกร ทำนาปลูกข้าว เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.ในเรื่องของการทำนาอินทรีย์ รวมกันซื้อ รวมกันขาย เน้นการผลิตข้าวปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสินค้าเกษตรปลอดภัย ทำให้ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

สำหรับพืช (GAP) เป็นชุมชนที่สร้างความสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณี ภายใต้หลักการเกื้อกูล แบ่งปัน และเป็นธรรม ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนมีประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน และในอนาคตชุมชนนี้มีแผนพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ประกอบกับปีบัญชี 2567 ธนาคารกำหนดจัดกิจกรรมประกวดชุมชนอุดมสุขระดับภูมิภาค ในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ณ แสนปาล์มเทรนิ่งโฮม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และระดับประเทศประมาณเดือนมกราคม 2568 ซึ่ง ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ส่งชุมชนบ้านสวน เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ด้วย

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 นักท่องเที่ยวไทยเทศทะลัก

ค่ำวันที่ 29 พ.ย.67 ที่ปะรำพิธีชายหาดพัทยากลาง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 อีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกที่เมืองพัทยาคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วหลายรางวัล

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาได้รับดารตอบรับอย่างดีจนได้หลายรางวัลระดับนานาชาติ เมืองพัทยามุ่งมั่นตั้งใจจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพครบถ้วนทุกมิติ และงานเทศกาลพลุก็ถือเป็นความภูมิใจที่ประสบความสำเร็จมาทุกปี

ทั้งนี้ สำหรับในคืนแรกของงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 เป็นการแสดงพลุจากประเทศเซอร์เบียร์ ฮ่องกง เยอรมัน และอังกฤษ พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินมาสร้างสีสันความคึกคัก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุ๊งอิ้ง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองฯ PM2.5 ภาคเหนือ

วันที่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 13.30 น. นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พร้อมด้วย คณะผู้อำนวยการส่วน ได้เข้าร่วมประชุม รับมอบนโยบาย เรื่องแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า

หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยคณะ และมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า

และพันธุ์พืช ผู้บริหารระดับสูงสังกัด ทส. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหาร ภาคปกครอง ร่วมให้การต้อนรับ กล่าวรายงานและหารือ เพื่อบูรณาการจากหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ ณ ห้องประชุมสโมสรยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เข้าตรวจเยี่ยม การเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ และมอบสิ่งของสนับสนุนให้แก่เจ้าหน้าที่และราษฎร กองกำลังผสมฯ ในลำดับถัดมา…

สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ต้อนรับ คณะผู้จัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025

วันที่ 28 พ.ย.67 ที่บ้านหินเทิน หมู่ที่ 5 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ ในฐานนะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน และคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนฯ พร้อม นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก

นางสาวปรียาภรณ์ จีนจิ๋ว เกษตรอำเภอทับสะแก ให้การต้อนรับ คุณภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 นายสุกริน เลาหบุญญานุกูล (คุณปลาคราฟ) อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 และผู้เข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 12 สาวงาม

โดยทางคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 ได้มอบโอกาสให้ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และ

เล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้นหาสาวงามที่จะเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปประกวดในเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เวทีประกวดสาวงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้สมัคร ผญบ. ร้อง ‘รักษ์มุกดาหาร’ พบพิรุธเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวนส่อเค้าไม่สุจริต

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน​ 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร รับเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่อาจเป็นการไม่สุจริตเที่ยงธรรมจากนายญาณวุฒิ ผากา ผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านคำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และคณะ สืบเนื่องจากกรณีที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ได้จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำอาฮวน หมู่ที่ 15 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในกรณีเกษียณอายุ

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ศาลาวัดป่าอรัญญวาสี บ้านคำอาฮวน แต่จากการเฝ้าดูของผู้สังเกตการณ์ระหว่างมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน ปรากฏว่ามีพฤติกรรมหน้าเคลือบแคลงสงสัยว่าอาจจะมีผู้ลงคะแนนเลือกตั้งใช้เอกสารประจำตัวไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ 11 แต่แสดงตนว่ามีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ที่ 15 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม

จึงอยากให้อำเภอเมืองมุกดาหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ คือ กรณีนายพลร่ม พันทะ บ้านเลขที่ 9 หมู่ 15 เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007031-0 ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ชาวบ้านจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับนายพลร่ม พันธะ เป็นบ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 11 บ้านนิคมสหกรณ์ เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007036-1 จึงอยากให้ตรวจสอบว่าบุคคลที่มีทะเบียนบ้านอยู่ทั้ง 2 หมู่บ้าน

ดังกล่าวเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน ของบ้านทั้ง 2 หลัง ว่าเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองมุกดาหารออกให้โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวขอให้ชะลอการประกาศผลรับรองผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ออกไปจนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ

อนึ่ง ผลการเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ปรากฏว่า หมายเลข 2 นางสาววันวิสาข์ วงศ์ศรีทา ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวน ได้คะแนน 194 คะแนน หมายเลข 1 นายญาณวุฒิ ผากา ได้คะแนน 190 คะแนน หมายเลข 3 นายโยธิน กันพิพิช ได้คะแนน 18 คะแนน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลเอก. ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา โรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก สังกัด สพม.น่าน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงเรียนทุ่งช้าง จ.น่าน
นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด หัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาของโรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก อ.สองแคว จ.น่าน รวมทั้งติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาพื้นที่จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกวมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปศุสัตว์สมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานกักกันสัตว์และที่พักซากสัตว์

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
นายสาโรช จันทร์ลาด ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ และปศุสัตว์อำเภอเมืองสมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี และกอ.รมน.จังหวัดสมุทรสาคร

เข้าตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าปศุสัตว์ ห้องเย็น เพื่อเป็นการป้องกัน และปรามปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และออกไปยังท้องที่อื่น
จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

  1. บริษัท เอ็มเอ็มพี โฟร์เซนฟูดส์ จำกัด
  2. บริษัท วี เอส ไอ ยูเนี่ยนไทย จำกัด
  3. บริษัท เอซี ห้องเย็น จำกัด
  4. บริษัท เอ็มเค ห้องเย็น จำกัด

ผลการเข้าตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อจำหน่าย พ.ศ.2559 พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ การรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการป้องกัน และปราบปรามการลักลอบน้ำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.146 จับแพะพม่า 90 ตัว แอบหลบเข้าชายแดน/รพ.ประจวบจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ครั้งที่ 14 บริการตรวจสุขภาพประจำปี

    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.ท.ณัฐพล พลอยท้วม ผู้บังคับกองร้อย ตชด.146 สั่งการให้ ร.ต.ท.เศรษฐโชค พชรธนไพศาล หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.146 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ฉก.จงอางศึก นำกำลังไปลาดตระเวนบริเวณช่องทางธรรมชาติ ช่องพุหมาก หมู่ 7 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

    ภายหลังสืบทราบจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำสัตว์ผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร ห่างจากสันแดนไทยเมียนมาร์ประมาณ 500 เมตร ได้ยินเสียงสัตว์ร้องคล้ายเสียงแพะ จึงออกค้นหาที่มาของต้นเสียง พบแพะเพศเมีย 1 ตัว อยู่ในกระสอบปุ๋ยสีขาว มีอาการบาดเจ็บ มีเชือดมัดที่ถุงปุ๋ยสำหรับแบก ใกล้เคียงกันพบรอยมูลและรอยเท้าสัตว์จำนวนมาก มีแพะเพศผู้จำนวน 10 ตัวมีอาการบาดเจ็บ ขณะกำลังเดินลงจากเขา

    เจ้าหน้าที่สังเกตุว่ามีรอยเท้าแพะจำนวนมากอยู่ด้านหน้าเป็นทางไกล จึงออกค้นหา พบแพะเพศผู้อีก 79 ตัว อยู่ในสวนมะพร้าว จึงสอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ ประกอบกับในพื้นที่ไม่มีการเลี้ยงแพะ คาดว่าชาวเมียนมาร์นำแพะจากประเทศเมียนมาร์เดินลงเข้า เพื่อมาส่งให้นายทุนฝั่งประเทศไทย แต่ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่เสียก่อน จึงเป็นเหตุให้รีบวิ่งหนีกลับประเทศตนเอง

    สำหรับแพะทั้ง 90 ตัว อยู่ในสภาพผอมโซ อิดโรย มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งนายหน้ารับซื้อจะต้องนำมาขุนให้อ้วนนาน 2 เดือน ก่อนส่งให้นายทุนส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย


    รพ.ประจวบจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ครั้งที่ 14 บริการตรวจสุขภาพประจำปี พบปะแลกเปลี่ยนสร้างเครือข่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลสู่ประชาชน

    วันที่ 25 พฤศจิกายน 67 ที่ห้องประชุมตะนาวศรี ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์อภิวัฒน์ บัณฑิตชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายแพทย์จุมพล ฟูเจริญ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการปฐมภูมิ นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ นายอุดมศักดิ์ แสงวณิช รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร นางนันทพร พลีบัตร รองผู้อำนวยการภารกิจด้านการพยาบาล ร่วมกันจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 14 ให้กับสื่อมวลชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง 8 อำเภอ อาทิ สื่อหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อทีวี และสื่อออนไลน์ รวมกว่า 30 คน โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ แพทย์-พยาบาล และเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับและบริการ

    ทั้งนี้เพื่อพบปะสานสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างเครือข่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอันดีด้านสุขภาพสู่ประชาชนโดยภายในกิจกรรมได้จัดให้มีบริการตรวจสุขภาพประจำปี กับสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจสุขภาพปอด ตรวจไขมัน ตรวจโรคเบาหวาน ความดัน และอื่นๆ เป็นต้น โอกาสนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับสื่อมวลชนผู้ที่ให้การสนับสนุนส่งเสริมข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพและบริการสาธารณสุขกับทางโรงพยาบาลด้วยดีเสมอมา อีกด้วย

    นายแพทย์อภิวัฒน์ บัณฑิตชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆของทางโรงพยาบาล สู่พี่น้องประชาชนผู้มารับบริการด้วยดีเสมอมา และกิจกรรมในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอีกครั้งหนึ่ง โรงพยาบาลกับสื่อมวลชนก็เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ซึ่งทางโรงพยาบาลมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับสื่อมวลชน ซึ่งข้อมูลข่าวสารทาง โรงพยาบาลบางครั้งก็ต้องอาศัยแรงของสื่อมวลชนที่ช่วยในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจสู่พี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าหากสื่อมวลชนกับทางโรงพยาบาลสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นทีมคาดว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างมาก และทางโรงพยาบาลยินดีที่จะปรับเปลี่ยนปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอข้อคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นของสื่อมวลชน และประชาชนผู้มารับบริการ เพื่อจะทำให้โรงพยาบาลสามารถเป็นที่พึ่งให้กับทุกๆคนได้ นายแพทย์อภิวัฒน์ กล่าว

    นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ/ชื่นชมสองฮีโร่พัทยา ช่วยเหลือลุงถูกน้ำพัดรถมอเตอร์ไซค์ / ปธ.สภาพัทยา ปรับแก้มุมถนนแยกสว่างฟ้า-นาเกลือ /งานพลุนานาชาติพัทยา 2024 เชื่อปีนี้คนร่วมงานหลักแสน/ ‘มุมอร่อยคัพ 2024’ แข้งมุมอร่อยนาเกลือซิวแชมป์

    วันที่ 27 พ.ย.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยรับฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น

    โดยเป็นการฝึกซ้อมแผนการปฏิบัติกรณีมีนักท่องเที่ยวเผชิญเหตุไม่คาดฝัน โดยจำลองเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวจมน้ำ ก่อนเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยทางทะเลจะประสานกำลังนำเรือเร็วเข้าช่วยเหลือ และนำขึ้นฝั่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนำส่งโรงพยาบาลตามขั้นตอน โดยใช้เวลาที่รวดเร็วเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างสูงสุด

    นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ให้ข้อมูลว่าด้วยเข้าสู่ไฮซีซั่นทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวทำกิจกรรมทางน้ำเป็นจำนวนมาก จึงวางแผนการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยาร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องฝึกซ้อมแผนเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา

    ปธ.สภาพัทยานำทีมปรับแก้มุมถนนแยกสว่างฟ้า-นาเกลือ หลังชาวบ้านร้องรถบัสเลี้ยวเข้ายากทำการจราจรติดขัด

    วันที่ 27 พ.ย.67 นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัฒน์ถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมผู้เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ช่างโยธาฯ ลงพื้นที่สำรวจบริเวณแยกสว่างฟ้า-นาเกลือ หลังมีการร้องเรียนให้เมืองพัทยาพิจารณาปรับทางเท้าเพื่อขยายพื้นที่จุดเลี้ยวแก้ไขปัญหารถติดขัด

    นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา เผยว่า ชาวบ้านร้องเรียนในชั่วโมงเร่งด่วนบริเวณแยกจราจร สว่างฟ้า-นาเกลือ จะเกิดรถติดเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยรถบัสและรถโดยสารขนาดใหญ่ต้องชะลอเพื่อเลี้ยวเข้าถนนตลาดใหม่นาเกลือ เพราะบริเวณมุมถนนทางเลี้ยวมีลักษณะคับแคบ ทำให้รถบัสเลี้ยวได้อย่างยากลำบาก เกิดการจราจรติดขัดจนส่งผลลามไปยังรถคันอื่นๆ ที่ต้องติดตามไปด้วย

    ทั้งนี้ จะได้เร่งดำเนินการปรับปรุงทาฃเดินเท้าบริเวณดังกล่าวเพื่อขยายจุดเลี้ยวบนถนนให้มีองศาที่กว้างขึ้น เพื่อสะดวกต่อการขับขี่และการใช้ถนนบริเวณดังกล่าวสำหรับรถบัสและรถโดยสารขนาดใหญ่ และแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่บ้านนาเกลือ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ช่างโยธาฯ จะได้เร่งดำเนินการในเร็วๆ นี้

    ชื่นชมสองฮีโร่พัทยา ช่วยเหลือลุงถูกน้ำพัดรถมอเตอร์ไซค์

    มีรายงานว่าเฟซบุ๊กแฟนเพจ พ ส ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ได้แชร์คลิปวิดีโอประมาณ 45 วินาที ผ่าน Reels เป็นภาพเหตุการณ์ฝนตกหนักในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในหลายจุด

    ปรากฏภาพชายสูงวัยเจอแรงน้ำที่ท่วมถนนทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงและถูกกระแสน้ำพัดพาไป แต่เมื่อชายสูงวัยคนดังกล่าวพยายามไปยกรถของตัวเองแต่สู้แรงน้ำไม่ไหว จนเกือบล้มลงกลางถนน

    ใกล้กันมีพนักงานชายร้านสะดวกซื้อ 2 คนที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้วิ่งฝ่าสายฝนไปทั้งชุดพนักงานลงไปช่วยเหลือชายสูงวัยด้วยการช่วยยกรถและนำชายสูงวัยมานั่งพักในที่ทำงาน สร้างความประทับใจและความน่าชื่นชมต่อชาวเน็ตเป็นอย่างมาก จนมีการแชร์คลิปดังกล่าวออกไปมากกว่า 3.9 หมื่นครั้ง และมีคนเข้ามาถูกใจมากกว่า 2.3 แสนคน

    พร้อมเต็มที่! งานพลุนานาชาติพัทยา 2024 เชื่อปีนี้คนร่วมงานหลักแสน

    ตามที่เมืองพัทยากำหนดจัดงานเทศกาลพลุไฟนานาชาติเมืองพัทยา Pattaya Fireworks Festival 2024) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 ที่จะถึงนี้ที่บริเวณถนนเลียบสายชายหาดพัทยา

    วันที่ 27 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จัดงานพบว่ามีการเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆ อย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องของการจัดตั้งเวที ระบบไฟแสงสีเสียง ระบบส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต และการจัดตั้งเต๊นร้านค้าสำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น

    อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาได้เตรียมปิดถนนเลียบชายหาดพัทยาในช่วงวันจัดงานเพื่อรองรับคลื่นมหาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่จะมาเข้าร่วมชมพลุนับแสนคน ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา

    รูดม่านปิดฉากดวลเกือก ‘มุมอร่อยคัพ 2024’ แข้งมุมอร่อยนาเกลือซิวแชมป์

    ตามที่ผู้บริหารธุรกิจในเครือมุมอร่อย โดย นายสุพจน์ โตพานิช หรือเสี่ยอู๊ด และนางวรรณเพ็ญ โตพานิช หรือเจ๊ปุ๋ย เจ้าของร้านมุมอร่อย ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลรายการ ‘มุมอร่อยคัพ 2024’ เพื่อเชื่อมความสมามัคคีและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่คณะและองค์กร ซึ่งได้กำหนดจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยทำการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 7-27 พ.ย.67

    ล่าสุด ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม One Goal Arena ซึ่งใช้จัดเป็นสถานที่แข่งขันฟุตบอลมุมอร่อยคัพ 2024 เป็นการชิงชัยกันวันสุดท้ายเพื่อหาผู้ชนะ หลังทำการแข่งขันมา 20 วันเต็ม โดยแข่งขันแบบ 4 เส้าพบกันหมด แบ่งออกเป็น 4 ทีม ในเครือมุมอร่อย ได้แก่ ทีม Castello Di Bellagio, ทีมมุมอร่อย ศรีราชา, ทีมมุมอร่อย นาเกลือ และทีมมุมอร่อย โคโม่

    ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมที่ชนะเลิศได้แก่ทีม มุมอร่อยนาเกลือ ที่ชนะทีมที่ได้ที่ 2 คือทีมมุมอร่อยโคโม่ ไปได้ 4-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ส่วนนัดชิงที่ 3 ทีมที่ได้อันดับ 3 และ 4 เป็นของทีม Castello Di Bellagio และทีมมุมอร่อยศรีราชา ตามลำดับ โดยหลังแข่งขันเสร็จสิ้นเป็นการมอบถ้วยรางวัลให้กับผู้ชนะ ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นกิจกรรมกีฬาที่ช่วยผ่อนคลายให้พนักงานในเครือมุมอร่อยเป็นอย่างมาก

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุดพยัคฆ์ไพร ตรวจลานพญานาคลุงพล ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา รื้อถอน 30 วัน /“อนุทิน” แสดงวิสัยทัศน์ ตั้งรองผวจ.เศรษฐกิจ ส่งออกสินค้าไทย ชายแดนเฟื่อง หนุนอุตสาหกรรมไทยรุ่ง

    วันนี้ 26 พฤศจิกายน 2567​ นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณลานพญานาคข้างบ้านเก่าลุงพล บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนขอให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าดำเนินการตรวจสอบ พื้นที่ดังกล่าวเพราะหลังจากที่มีคำสั่งศาลให้รื้อถอนรูปปั้นพญานาคแต่ลุงพลรื้อถอนออกไปเฉพาะตัวพญานาคโดยฐานตั้งและโครงสร้างด้านล่างไม่ได้รื้อออกให้เรียบร้อย

    โดยสืบเนื่องจากเมื่อ 21 เมษายน 2565 ศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้พิพากษาจำคุกนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล จำเลยที่ 1 ในคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติสร้างวังพญานาค เป็นเวลา 2 ปี 3 เดือน ปรับเป็นเงิน 45,000 บาท แต่โทษจำให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วนยูทูปเบอร์อีก 2 คน จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท โทษจำให้รอลงอาญาคนละ 2 ปี และให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายในการตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ เป็นจำนวนเงิน 23,054 บาท และให้รื้อถอนรูปปั้นพญานาคภายใน 30 วัน

    ซึ่งต่อมาต่อมาลุงพลได้ทำการขนย้ายรูปปั้นพญานาคออกจากพื้นที่ตั้งไปที่บ้านวังเยี่ยม ตำบลหนองแวงใต้ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร แต่รื้อถอนเอาไปแต่เฉพาะตัวพญานาคและได้ทิ้งโครงสร้างปูนปั้นฐานรากพญานาคและฐานพระพุทธรูปไว้ โดยไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน30 วัน ซึ่งจนถึงบัดนี้ผ่านมาร่วม 2 ปี แล้ว ก็ยังคงอยู่ในสภาพพื้นที่ไม่เรียบร้อยเช่นเดิม กระทั่งมีผู้ร้องเรียนดังกล่าว

    ภายหลังจาการตรวจสอบ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ในการดำเนินการขั้นต่อไปจะให้จะมอบให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหารยื่นคำร้องแจ้งไปยังสำนักงานบังคับคดีจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเพื่อแจ้งให้ลุงพลเข้ามาดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและปรับพื้นที่ให้เสร็จสิ้น แต่หากลุงพลไม่เข้ามารื้อถอนกระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการเอง ก็จะได้ดำเนินการคิดค่ารื้อถอนปรับพื้นที่กับลุงพลต่อไป

    สัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ 42 “อนุทิน” แสดงวิสัยทัศน์ ตั้ง รองผวจ.เศรษฐกิจ ส่งออกสินค้าไทยทุกชายแดนเฟื่อง หนุนอุตสาหกรรมไทยรุ่ง

    นายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ร่วมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ณ สวนนงนุช จ.ชลบุรี ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบรางวัลสำเภาทอง แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด 22 รางวัล ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมมอบ รางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดสำเภาทอง ประจำปี 2567 ณ NICE HALL สวนนงนุช

    นายอนุทิน ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจะพัฒนาระบบบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยมีเป้าหมายหนุนภาคเอกชนกลุ่มผู้ค้า ผู้จำหน่วย ผู้ผลิตทุกแห่ง สามารถส่งสินค้าออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลกภายใต้การบริหารในรูปแบบใหม่ที่ภาครัฐจะดำเนินการอำนวยความสะดวกในทุกช่องทางแก่ผู้ประกอบการ ส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะต้องเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง เรียนรู้ ทราบถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ในแต่ละท้องถิ่นของจังหวัดนั้น ดังเช่นเมืองชายแดนที่อยู่ติดประเทศเพื่อนบ้านทุกแห่ง จะต้องเน้นให้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ในทุกรูปแบบ โดยไม่มีเงื่อนไขไม่ติดขัดเรื่องการส่งออกสินค้าแต่อย่างใด เพื่อความเจริญเติบโตทางด้านการผลิต เมื่อโรงงานมีใบสั่ง แรงงานก็มีงานทำ คนไทยทุกคนจะมีเงิน มีงานสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานภายในครัวเรือน สร้างเศรษฐกิจการค้าให้โตขึ้นในทุกจังหวัด

    โดยภาครัฐจะสนับสนุนอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนในการประกอบธุรกิจทุกรูปแบบ ส่งเสริมให้ให้มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จังหวัดจะต้องร่วมผลักดันขับเคลื่อนอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ โดยเฉพาะการตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดด้านเศรษฐกิจ

    โดยเฉพาะ จากในปัจจุบันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเป็นผู้ดูแล ดังนั้นรองผู้ว่าฯ ด้านเศรษฐกิจจะมาช่วยดูแลการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ประเทศกำลังต้องการฟื้นฟูระบบการค้าเพื่อให้เงินไหลเข้าประเทศ ดังที่ทางหอการค้าระบุว่าเศรษฐกิจไทยต้องโตอย่างน้อย 3% ดังนั้น ภาครัฐจะต้องมีส่วนผลักดันที่สำคัญ

    นายกานต์พนธ์ กล่าวตอนท้ายว่า จากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ดูแลเศรษฐกิจของจังหวัดทุกด้าน ทั้งอุตสาหกรรมการผลิต แรงงาน นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล การเงินการคลัง ซึ่งรัฐบาลในทุกภาคส่วนในจังหวัดจะต้องพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตามเป้าหมายหอการค้าไทยตั้งเป้าไว้ใน ปี 2568 เศรษฐกิจ จะโตมากกว่า 3% ภาครัฐจะฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี/แถลงข่าว จัดงาน Nan Coffee’s Day 2025 เพื่อส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ กาแฟน่าน

    ที่โรงแรมน่านตรึงใจ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน Nan Coffee’s Day 2025 เพื่อส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพกาแฟน่าน เชื่อมโยงการผลิตและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล ภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง(กาแฟ)จังหวัดน่าน กิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง จังหวัดน่าน

    โดยมีผู้ประกอบการกาแฟ ผู้ปลูก ผู้ผลิตและจำหน่ายเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
    จังหวัดน่านกำหนดจัดกิจกรรม “ส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัตภัณฑ์ต่อเบื่อง จังหวัดน่าน” โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านเป็นหน่วยดำเนินงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ จุดเด่นกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ และ

    เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน ส่งเสริมเกษตรกร – ผู้ผลิต – ผู้จำหน่าย-ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถต่อยอดในการขยายช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น

    สำหรับงาน Nan Coffee’s Day 2025 จะจัดขึ้น 2 ครั้ง โดยจัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ข่วงเมืองน่าน(ข่วงน้อย) ระหว่างวันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2567 และจัดนอกพื้นที่จังหวัดระหว่างวันที่ 19 – 23 กุมภาพันธ์ 2567 ณ เซ็นทรัลศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยภายในงาน Nan Coffee’s Day 2025

    จะมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบไปด้วย การแสดงและจำหน่ายผลิตลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจังหวัดน่าน การจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับกาแฟจังหวัดน่าน กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งแบบออนไซต์ และออนไลน์ และยังมีกิจกรรมการเสวนาเรื่อง “กาแฟน่าน : เส้นทางสู่ความยั่งยืน”

    นอกจากนี้ในแต่ละวันของการจัดงาน จะมีกิจกรรมบบเวที กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมความบันเทิงต่าง ๆ ได้แก่ การสาธิตตริปกาแฟ การทำลาเต้อาร์ต การ Cupping การแข่งขันการทำเมนุกาแฟ ได้แก่ การทำเมนูเอสเพรสโซ่เย็นกาแฟน่าน, การทำเมนู Fusion coffee, การทำเมนู Black Coffee และ

    การทำขนม เบเกอรี่จากกาแฟ และการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีสด และกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับผู้ซื้อสินค้าภายในงาน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SME D Bank จัดอบรมสัมมนา“TikTok Shop” สร้าง Content กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ใช้โซเซียลเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมบีเคเพลส อ.เมือง จ.บึงกาฬ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมมือ หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ สมาพันธ์ SMEsจังหวัดบึงกาฬ วิสหากิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)บึงกาฬ และ YEC จัดอบรมสัมมนา “TikTok Shop” สร้าง Content กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ใช้โซเซียลเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ โดยมี นายชาญวุฒิ ศรีเครือ คลังจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธีเปิด

    พร้อมด้วย นางสาวสิรีรัตน์ วิเชียรแก้ว สรรพากรพื้นที่บึงกาฬ นายวัชระ ศรีคัฒนพรหม รองผอ.ผู้จัดการเขตเขต 9 SMEBank นายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นางสาวพชรธรณ์ ชาลี ผู้จัดการ ธพว.บึงกาฬ นางชลธร มณีขัติย์ ผจก.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บึงกาฬ นายเอกชัย สิงห์บัณฑิต ผจก.ธนาคารกรุงเทพ บึงกาฬ ประธานชมรมธนาคารจังหวัดบึงกาฬ นางกางวาร ทุ่งคำ ผจก.ธกส.บึงกาฬ ว่าที่ ร.ต.คมกฤษย์ เจนใจ ผจก.สนง.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)บึงกาฬ นายอัมพร พรมเริงศักดิ์ ประธานสมาพันธ์ SMEs ไทย จ.บึงกาฬ ผู้ประกอบการ นักศึกษา นักเรียน และผู้สนใจ ร่วมกิจกรรม

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น ภายใต้งาน “TikTok Shop สร้าง Content ยังไงให้ยอดขายทะลุเป้า” ให้กับผู้สนใจในจังหวัดบึงกาฬและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้มีโอกาสเติมเต็มความรู้การทำตลาดออนไลน์ TikTok มีอาจารย์สาทร อ่อนคำ ท่านเป็น TikTok Experts 2024 ของ TikTok Thailand ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาแนะนำเทคนิคต่างๆ ในวันนี้ อาทิหลักการตลาดสำหรับโลกออนไลน์และการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์บน TikTok รูปแบบของ Content วิดีโอสั้นสำหรับนธุรกิจ ธุรกิจ Affiliate การขายสินค้าแบบนายหน้า การหารายได้บน Tiktok Shop การผลิต Content วิดีโอสั้น การขายสินค้าของตัวเองให้เร็วและได้ผล เป็นต้น

    ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น กระตุ้นยอดขาย สร้างรายได้ รวมถึงเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในอนาคต นางสาวพชรธรณ์ ชาลี ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank สาขาบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดอบรมสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ นำไปใช้กับเครื่องมือทางการตลาดของ TikTok และสร้างคอนเทนต์ให้สินค้าของตัวเองเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง

    ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจของผู้ประกอบการในจังหวัดบึงกาฬ ได้เติบโตและปรับตัวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราเชื่อมั่นว่าการนำเสนอต้นทุนทางการเงินและความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีในธุรกิจนั้นเป็นโอกาสสำคัญแก่ผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสใหม่ในการพัฒนาธุรกิจแบบดั้งเดิมให้ก้าวไปสู่การใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นคงและความสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืน
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ งาน.AsiaEntertainment Expo 2024 (AEE2024)หรือ (AACF2024) ที่ 15 ดาราเอวีตัวท็อปจากญี่ปุ่น

    ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน AsiaEntertainment Expo 2024 (AEE2024)หรือ (AACF2024) ที่ 15 ดาราเอวีตัวท็อปจากญี่ปุ่น ได้แก่ เรมุ ซูสุโมริ, ไซกะ คาวา
    คิตะ, มายูกิ อิโตะ, มะนะ ซากุระ, ริริ นานะซีโมริ, มินาโมะ, เรน โกโจ, อายากะ
    ยามางิชิ, ยูมิ ยาซึงาเกะ, ฮิบิกิ โอซีกิ, คาเรน ยุซริฮะ, มิซีริ นากาฮามะ, คานะ โมริ
    ซาวะ, เรอิ คามิกิ เดินทางมาพบปะกับ แฟน ๆ ในไทย เป็นเวลา 2 วัน

    23-24 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ MIRACLE GRAND CONVENTION HOTEL โดยมีแฟนคลับทั้งไทย และ จากนานาชาติ เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น พร้อมกิจกรรมดี ๆ มากมาย เริ่มงานทั้ง 2 วัน ด้วยการเดินพรมแดงของ น้อง ๆ ทั้ง 15 คน ที่ให้เหล่าแฟนๆ ได้เจอ กับน้อง ๆ ถ่ายรูปถ่ายคลิป น้อง ๆ จะมา แนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จัก จากนั้นจะเป็น

    ช่วงเวลาของกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น 1 on 1 Photo Time ที่ได้ถ่ายรูปคู่กับน้องๆ
    ,COSPLAY SHOW มี 3 ธีม ห้องเรียน, เมดคาเฟ่ และเรือนจำ ซึ่งทั้ง 15 สาว
    จะเวียนกันเป็นรอบ ๆ ออกมาในชุดคอสเพลย์ ให้แฟน ๆ ได้ถ่ายภาพถ่ายคลิปวิดีโอกัน อย่างเต็มที่, Love Trip Limited Edition Blind Box

    กลุ่มสุ่มรุ่น Love Trip ซึ่งจะได้ ลุ้นว่า จะได้รับการสารภาพรักจากน้อง ๆ
    หรือ เดทกับน้อง ๆ แบบความสุข 2 เท่า และยังมีกิจกรรมพูดคุยบนเวที นำมาโดย
    “เทพบุตรนิ้วทองคำ” คาโตะ ทากะ ตำนานดาราเอวีชายชื่อดังที่ปัจจุบันอายุ 65 ปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงและหล่อมาก รวม ทั้งมีน้อง ๆ ทั้ง 15 คน ที่วนเวียนกันขึ้นมา
    พบปะแฟนพูดคุยกับแฟนๆ ในช่วง Happy Talking Time

    นอกจากนั้น ยังมีสินค้าแรร์ไอเทมสุด พรีเมียม! จากซูเปอร์สตาร์สุดฮอต ที่มี
    จำหน่ายภายในงาน AEE 2024 เท่านั้น ไม่ ว่าจะเป็น แก้วน้ำสุด Exclusive สกรีนลาย สาวสุดฮอต, หมอนอิงสุดนุ่มสกรีนลายสาว สุดฮอต, พวงกุญแจอะคริลิก, สติกเกอร์แม่ เหล็ก, สแตนดี้อะคริลิก, เสื้อสกรีนลาย สาว ๆ และโปสเตอร์สาว ๆ ทั้ง 15 คน

    การจัดงาน AACF ครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อ ให้แฟน ๆ ได้พบปะกับดาราเอวีที่ตัวเองชื่น ชอบ อารมณ์ไม่แตกต่างกับงาน Meet and Greet ที่จัดขึ้นภายในกรอบที่ถูกต้องตามกฎหมายไทยและสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศไทยจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาร่วมงานครั้งนี้เกินกว่า 60% ซึ่งสร้างความสุขให้กับแฟน ๆ ที่ ได้มาหาดาราที่ตัวเองติดตามผลงาน ส่วน ตัวของศิลปินเอง ก็ได้รับพลังแรง
    สนับสนุนจากคนที่เชียร์เธออยู่ ทำให้งาน อบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม

    ถือเป็นอีกหนึ่ง Event Soft Power ที่สร้างรายได้เม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทย กับกิจกรรมหลากหลายมากมาย ที่ถ่ายทอดออกมา เป็นกิจกรรมสนุกสนาน ไม่ออกไปในทางที่เสื่อมเสียเลยแม้แต่น้อย หวังว่าคงจะมี จัดกิจกรรมแบบนี้ในปีต่อๆไปอื่นนะครับ

    สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / มิสแกรนด์ประจวบฯ 2025 เข้าพบรองผู้ว่าราชฯ รอบไฟนอล 30 พ.ย. นี้ ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน

    วันนี้ 27 พ.ย.67 ที่ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้การต้อนรับคุณภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 นายทิวัตถ์ แจ่มสว่าง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะผู้จัดการประกวดฯ และผู้เข้าร่วมประกวดฯ 11 ท่าน โดยทางคณะผู้จัดการประกวดฯ

    ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้นหาสาวงามที่จะเป็น ตัวแทนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปประกวดในเวที มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เวทีประกวดสาวงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ให้โอวาทแก่คณะผู้จัดฯและผู้เข้าร่วมประกวดฯ ก่อนที่จะมีการจัดการประกวดขึ้น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกองประกวดฯ สำหรับการจัดประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025

    เป็นการคัดเลือกสาวงามที่มีความเพียบพร้อมทั้งความงาม สุขภาพที่ดี มีสติปัญญา เพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดเดินทางไปประกวดเวทีระดับประเทศ โดยจะจัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 รอบไฟนอลในวันที่ 30 พ.ย.67 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้น ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน (Bluport Huahin) ไป ไฮไลท์ของงานเตรียมพบกับ “อิงฟ้า วราหะ” , “หลิน มาลิน” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ คนล่าสุด

    //////////////

    ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยวันลอยกระทงเขื่อนสียัดพัฒนา จัดโดย.อบต.ท่าตะเกียบ/และศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด

    15 พฤศจิกายน 2567 ประธานเปิดงานการแข่งขันนายบุญมี บัวรุ่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบและนายสมศักดิ์ พรมภิบาล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบน้าแดงให้เกียรติคล้องพวงมาลัยเป็นกำลังใจให้กับนักมวยในศึกนี้ และชิงถ้วยรางวัลดุเดือดจาก

    นายทวี สาธุชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ และชิงถ้วยรางวัลไหว้ครูสวยงาม ศิลปะมวยไทยยอดเยี่ยม จากผู้ใหญ่แพง ศรีมณี และชิงถ้วยรางวัลชิงแชมป์จาก ท่านศิริพงษ์ รัศมี (อดีตสส. เขตหนองจอก ) ประกบคู่มวย

    โดย ไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา ผู้ใหญ่เเพง ศรีมณี ฟรีซ์ ระยองเอ๋ โชคปรีชา โขง ฉลามชัย ครูเจี๊ยบ ศึกนี้ชมฟรีตลอดงาน ณ.เวทีมวยชั่วคราว เขื่อนสียัดพัฒนา ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
    เอ.คนข่าวรายงาน

    ศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด ประธานกล่าวเปิดงานการแข่งขัน

    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ดร.พีระพงษ์ ไพรินทร์ และให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวยทั้งคู่ สนับสนุนโดย รศ.ดร.ณัฐพงศ์ บุญเหลือ
    คุณ นัทธี สุวรรณมาโจ คุณชัยพยัพ หอมกลิ่น PTT สงวนสิน
    คุณสมจิตร แว่นแก้ว คุณกฤษ คุ้มพรรค์

    นายกโก๊ะ ท่าทราย บูม เด็กเซียน คุณชัยยนต์ สมภูงา เสี่ยโห บางพลี แดง เขาทราย แซม บางบัวทอง ดร.ศรายุทธ แสนมี เสี่ยสมหมาย สกุลเมตตา เสี่ยชาย ทุ่งสง รายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันชกมวยศึกครั้งนี้ ณ.สนามมวยชั่วคราวข้างวัดเขาบายศรี ต.เขาบายศรี อ.ท่าไหม จ.จันทบุรี


    เอ คนข่าวรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ เกษตรท่าวังผา น่าน มอบเมล็ดพันธุ์ผักให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย2567 / รมว.เอกนัฏ เปิดโร้ดแม็ป 3 ปี ดันไทย ฮับโกโก้แห่งอาเซียน

    26 พฤศจิกายน 2567 นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และประธานชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้จังหวัดน่าน ได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผักและกล้าผัก ภายใต้โครงการผลิตพืชพันธุ์ดีเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติของกรมส่งเสริมการเกษตร และภายใต้โครงการเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ชุบชีวีหลังน้ำลด ระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย

    บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย มูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้จังหวัดน่าน ให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม) ด้านพืช เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 อำเภอท่าวังผา 10 ตำบล 54 หมู่บ้าน เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 645 ราย ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ผัก จำนวน 6 ชนิด

    ได้แก่ เมล็ดถั่วฝักยาว เมล็ดผักคะน้าลูกผสม เมล็ดพริกขี้หนูลูกผสม เมล็ดผักกาดขาวปลีลูกผสม เมล็ดผักกวางตุ้งต้นลูกผสม และเมล็ดมะเขือเปราะพวงหยกจักรพันธ์ และกล้าผักในถาดหลุม จำนวน 6 ชนิด ประกอบด้วย กล้าถั่วพู กล้ากะหล่ำปลี กล้ามะเขือเทศ กล้าพริกใหญ่ กล้าพริกชี้ฟ้า และมะเขือเปราะเจ้าพระยา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    รมว.เอกนัฏ เปิดโร้ดแม็ป 3 ปี ดันไทย ฮับโกโก้แห่งอาเซียน เชื่อมท่องเที่ยวด้วยซอฟต์พาวเวอร์โชว์ศักยภาพ “ดีพร้อม” ยกระดับผู้ประกอบการโกโก้สู่สินค้า GI โกยรายได้เพิ่มอีก 8 พันล้านบาท

    ค่ำวานนี้ 25 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.30 น. ณ ร้าน โกโก้ วัลเลย์ คาเฟ่ ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำผู้บริหารจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมติดตามความสำเร็จการส่งเสริมอุตสาหกรรมโกโก้ในพื้นที่จังหวัดน่าน

    เพื่อเร่งเดินหน้าประเทศไทยสู่ฮับโกโก้ของอาเซียน สนองยุทธศาสตร์ผู้นำแหล่งผลิตและตลาดผลไม้เมืองร้อนของรัฐบาล โดยมีแผนระยะ 3 ปี เชื่อมโยงกับซอฟต์พาวเวอร์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) รุกพัฒนาผู้ประกอบการโกโก้ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการพัฒนาในแต่ละภูมิภาคก้าวสู่การเป็นสินค้า GI เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่เน้นความโดดเด่นในเชิงคุณภาพ และอัตลักษณ์ทางรสชาติ ด้วยการพัฒนาความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานต่าง ๆ

    คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจอีกกว่า 8 พันล้านบาท พร้อมชูต้นแบบความสำเร็จ โกโก้วัลเล่ย์ ธุรกิจโกโก้ครบวงจรตั้งแต่การปลูก แปรรูป การสร้างแบรนด์ และแหล่งท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือนโดยรอบกว่า 300 ครัวเรือน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” พร้อมมุ่งสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน และมุ่งเซฟอุตสาหกรรมไทยที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมอยู่คู่กับชุมชน

    เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการสร้างรายได้และเป็นการกระจายมูลค่าเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะ “เกษตรอุตสาหกรรม” ซึ่งเกษตรกรไทยมีศักยภาพและมีการเพาะปลูกในทุกภูมิภาค โดยจะมุ่งสนับสนุนทั้งพืชเศรษฐกิจเดิม และพืชเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โกโก้ ที่สามารถสร้างมูลค่าตั้งแต่ผลสด เมล็ดแห้ง และการแปรรูปเป็นสินค้าสร้างสรรค์ อีกทั้งยังพบว่าตั้งแต่โกโก้เริ่มได้รับความนิยมในไทย ยังเป็นแรงจูงใจในหลายด้าน เช่น โมเดลธุรกิจคาเฟ่ ท่องเที่ยว คนรุ่นใหม่ที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการเกษตร พร้อมนี้รมว.อุตสาหกรรมได้เวิร์คช็อปการผลิตช็อคโกแลตจากโกๆอีกด้วย
    กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM)

    ได้กำหนดให้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ต้นแบบการปลูกโกโก้ทั่วประเทศภายใต้แนวคิด “น่านโมเดล” โดยมุ่งหวังสร้างความนิยมการปลูกพันธุ์โกโก้น่าน 133 ที่เป็นสินค้า GI โดยการเพิ่มจำนวนพื้นที่เพาะปลูกและจำนวนผู้ประกอบการ สร้างต้นแบบธุรกิจ หรือดีพร้อมฮีโร่ขึ้น โดยมีผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ คือโกโก้วัลเลย์ (Cocoa Valley) ต้นแบบธุรกิจโกโก้ครบวงจรของน่านที่มีศักยภาพตั้งแต่การปลูก แปรรูปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมต้นแบบอัจฉริยะ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในตลาดโลก โดยทุกวันนี้โกโก้วัลเลย์ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของจังหวัดน่าน

    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโกโก้และช็อกโกแลต และขณะเดียวกันธุรกิจนี้ยังได้ส่งต่อความรู้การปลูกโกโก้ให้กับเกษตรกรในชุมชน สร้างรายได้ และผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนโดยรอบมากกว่า 300 ชุมชน เช่น กลุ่มขายผลสดโกโก้ กลุ่มชนเผ่า กลุ่มย้อมผ้า ทำให้คนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกโกโก้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร และสปา เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ได้สอดรับกับความต้องการตลาด เช่น เครื่องสำอาง เครื่องดื่มสำเร็จรูป คราฟท์ช็อกโกแลต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / เมืองพัทยาประชุมเตรียมจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025/ตลาดผ้ามือสองพัทยาคึกคัก ไทย-เทศแห่ช้อปปิ้งรับอากาศหนาว/เปิดแล้ว KACHA KACHA เทปปันยากิ ฮอร์โมน อร่อยไฟลุก! เจ้าแรกในพัทยา

    เวลา 13.30 น. วันที่ 25 พ.ย.67 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมพิจารณา พื้นที่การจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025 โดยมี นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายประสาร นิกะจิ๊ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือเตรียมความพร้อมจัดงาน

    เมืองพัทยาร่วมกับสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ นำโดยนายประสาร นิกะจิ๊ นายกสมาคมฯ เตรียมจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025 ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ. 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองพัทยา

    ทั้งนี้ ในการประชุมได้พูดคุยในเรื่องของการจัดสถานที่จอดรถที่ต้องมีความปลอดภัย ดูแลได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากแต่ละปีทีพี่น้องชาวไบเกอร์เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องช่วยกันดูแลไม่ทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่ละปีได้รับความร่วมมือที่ดีจากพี่น้องชาวไบเกอร์และผู้ร่วมงานเป็นอย่างดี

    เมืองพัทยาจัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568

    วันที่ 26 พ.ย.67 ที่โรงแรมแกรนด์เบลล่า พัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีจัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568 โดยมีสมาชิกสภาเมืองพัทยา วิทยากร สื่อมวลชนและผู้เข้ารับการอบรมรวม 80 คน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    การอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ส่วนพัฒนาชุมชนและส่งเสริมอาชีพ สำนักสวัสดิการสังคม โดยจัดการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และงานบริการสู่สากล” ให้แก่กลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่ม Pattaya Brand และผู้ประกอบการรายย่อยเมืองพัทยา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 พ.ย.67 โดยวิธีการบูรณาการร่วมกับภาครัฐและเอกชน

    จัดอบรมให้ความรู้ รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการธุรกิจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานบริการ ด้วยทุนทางวัฒนธรมและภูมิปัญญาถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ มีคุณภาพ มีมาตรฐานสร้างมูลค่าระดับสู่สากล สามารถเข้าสู่ตลาดการค้าภายในประเทศ และขยายสู่ตลาดการค้าระดับโลกได้ เป็นการสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นำไปสู่การสร้างสรรค์เศรษฐกิจชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

    พร้อมกันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ต้นแบบรับการรับรองผลิตภัณฑ์ผ่านตราสัญลักษณ์ EEC Select 2025 และจะได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ยกระดับสู่สากล มีช่องทางการจัดจำหน่ายในมิติต่างๆ ร่วมกับเครือข่ายทั้งในระดับภูมิภาค ประเทศ และระดับนานาชาติที่เข้มแข็ง อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันศักยภาพพื้นที่ในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งนี้ การอบรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9, อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี, สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก, EEC Select , EEC Connext และกลุ่มอาชีพต้นแบบจากพนัสนิคม

    ตลาดผ้ามือสองพัทยาคึกคัก ไทย-เทศแห่ช้อปปิ้งรับอากาศหนาว

    ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในเขตพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก จากผลกระทบมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างมีแนวโน้มเคลื่อนผ่านอ่าวไทย และเข้าสู่ฤดูหนาวประจำปี 2567 อย่างเป็นทางการ

    วันที่ 26 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บริเวณตลาดแกรนด์ฮอล์ พัทยาใต้ ซึ่งเป็นตลาดสินค้ามือหนึ่งและมือสองที่ใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา พบว่าเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มาใช้บริการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้ากันเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

    ทั้งนี้ พบว่าในส่วนของพื้นที่จำหน่ายเสื้อแขนยาว เสื้อคลุมและผ้าห่มมือสองมีผู้เข้าไปเลือกหาและเตรียมเครื่องนุ่งห่มไว้ใช้คลายหนาวในช่วงนี้ซึ่งอากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ กันตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าสินค้าประเภทดังกล่าวมีรายได้ขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวในระดับที่น่าพอใจ

    เปิดแล้ว KACHA KACHA เทปปันยากิ ฮอร์โมน อร่อยไฟลุก! เจ้าแรกในพัทยา

    นายวิเชียร โอซาว่า หรือ “นาย” เจ้าของแบรนด์ร้าน KACHA KACHA เทปปันยากิ ฮอร์โมน เล่าว่า เริ่มต้นจากความตั้งใจที่อยากจะนำเสนอรสชาติ และวัฒนธรรมสไตล์ต้นตำหรับขนานแท้จากญี่ปุ่น ในแบบที่แตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปในเมืองพัทยา เพราะกลางร้านมีโซนโต๊ะนั่งแบบเคาน์เตอร์ จะได้เห็นฝีมือของเชฟผู้มากประสบการณ์ ในการควงตะหลิว พ่นไฟ ปรุงอาหารกันแบบสดๆ อย่างพิถีพิถัน เพื่อเพิ่มอรรถรส และแสดงความสดของอาหาร ในการนำมาปรุงแต่ละเมนู

    ซิกเนเจอร์ของร้าน จะเป็นอาหารที่ปรุงจากเตาเทปปันทั้งหมด อาทิเช่น โทริไฟเออร์ เนื้อไก่คัดสรรสุดพิเศษ ผัดกับพริกแดง รสชาติจัดจ้าน เอาใจคนชอบเผ็ด ที่สำคัญมีการโชว์ ไฟเออร์ ตื่นตาตื่นใจ ต่อมาเป็น โมยาชิไฟเออร์หมู, ฟูจิยามะ ชิริโทริยากิหมู,โอโคโนมิยากิ คะชะคะชะ สไตล์, โทโรทามะยากิ และอาหารอื่นๆมากกว่า 100 เมนู ให้เลือกสั่งมาลิ้มลองในราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท

    สำหรับบรรยากาศของร้านตกแต่งสไตส์ญี่ปุ่นตั้งแต่ภายนอกร้าน เมื่อเข้าไปจะได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับเสียงดังฟังชัดทุกคน มีทั้งโซนนั่ง เคาน์เตอร์, โซนโต๊ะนั่งทั่วไป หรือโซน VIP ที่นั่งได้ 8 คนเป็นห้องที่มีโต๊ะนั่งบนเบาะหย่อนขาลงไปได้แบบสบายๆ ผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ต้องไม่ควรพลาด

    ร้าน KACHA KACHA เทปปันยากิ ฮอร์โมนตั้งอยู่ ติดกับถนนพัทยากลาง บริเวณทางลงสามแยกชายหาดพัทยากลาง เปิดให้บริการทุกวันตั้งเปิดทำการ 16.00 น. ถึง 23.00 น. ติดตามโปรโมชั่นเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ KACHA KACHA หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทร. 084-686-5555

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/นายกพัทยาโชว์เจ๋ง! นำทีมเปิดตัวสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ – ตรวจวัดค่าระดับเสียง/เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาโฉมใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ตื่นตาพลุนานาชาติ 4 หมื่นนัด

    นายกพัทยาโชว์เจ๋ง! นำทีมเปิดตัวสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ – ตรวจวัดค่าระดับเสียง ชนิดเคลื่อนย้าย Trailer Mobile เฝ้าระวังสภาพปัญหามลพิษทางอากาศยกระดับความห่วงใยนักท่องเที่ยว

    ช่วงเย็นวันที่ 2 พ.ย. 67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมรองนายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ริมชายหาดพัทยา เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ – ตรวจวัดค่าระดับเสียง ชนิดเคลื่อนย้าย Trailer Mobile เพื่อเฝ้าระวังสภาพปัญหามลพิษทางอากาศ

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันสถานการณ์มลพิษทางอากาศนับเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ของประเทศโดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีขนาดเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ และมีปริมาณสูงมากในอากาศจนดูคล้ายกับมีหมอกหรือควันลอยอยู่ในอากาศตลอดเวลา การรับสัมผัส PM2.5 ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อด้านสุขภาพของประชาชนและอาจนำไปสู่สาเหตุการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ปอด ผิวหนัง และกระแสเลือดได้

    เมืองพัทยาได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพื่อเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบสภาพปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น อันเห็นได้ชัดเจนจากการประกาศนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจที่มั่งคั่งภายใต้การมุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม ผู้บริหารเมืองพัทยาจึงได้อนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินการจ้างเหมาตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบสภาพปัญหามลพิษทางอากาศ ด้วยวิธีตามมาตรฐานของค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)

    ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของเมืองพัทยา จำนวน 1 สถานี ตั้งอยู่บริเวณถนนสุขุมวิท แยกพัทยากลาง ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมพื้นที่เมืองพัทยาด้วยเป็นสถานีแบบติดตั้งถาวร หากเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตมีปรากฏการณ์ Smog ประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยาเกิดความวิตกกังวลและอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันรวมถึงการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการเฝ้าระวังสถานการณ์และคลายความวิตกกังวลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

    เมืองพัทยาจึงมีนโยบายเพิ่มสถานีตรวจวัดอากาศ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ในเมืองพัทยา ด้วยสถานีตรวจวัดอากาศชนิดเคลื่อนย้าย Trailer Mobile จำนวน 1 สถานี ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยจะเคลื่อนย้ายทุกๆ 15 วัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขีดความสามารถในการปฏิบัติงานได้สะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ โดยผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถตรวจวัดระดับมลพิษทางอากาศและเสียง พร้อมแสดงผลการตรวจวัดได้แบบ Real Time Monitoring บนจอแสดงผล LED ประจำสถานีตรวจวัดอากาศชนิดเคลื่อนย้าย Trailer Mobile และสามารถสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองพัทยาให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

    โดยจะได้มีการรายงานผลการตรวจวัดผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ PRPATTAYA เป็นประจำทุกวัน และเว็บไซต์เมืองพัทยา https://pattaya.go.th แบบ Real Time Monitoring เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังสภาพปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น และเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศและการแก้ไขปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้ต่อไปเช่นกัน

    ทีเส็บดันสุดจัดเต็ม! เผยเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาโฉมใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ตื่นตาพลุนานาชาติ 4 หมื่นนัด

    งานเทศกาลพลุเมืองพัทยา จากจุดเริ่มตื่นต้นระดับเมืองที่ร่วมคิดร่วมทำกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนเมืองพัทยา ด้วยประสบการณ์ ความสร้างสรรค์ และการต่อยอดกิจกรรมต่างๆ จากอดีต จนปัจจุบันถูกยกระดับเติบโตอย่างก้าวกระโดดส่งานระดับนานาชาติ ภายใต้ชื่อ “งานเทศกาลพลนานาชาติเมืองพัทยา” งานที่ไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจของชาวเมืองพัทยาเท่านั้น หากแต่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

    “เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2554 และได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่าวประเทศเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นทุกปี จนปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากทุกมุมโลกรวมทั้งสิ้งสิ้นกว่า 275,000 คน มีร้านค้าร่วมออกร้านกว่า 250 ราย สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 2,261 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น กระตุ้นและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับเมืองพัทยาอย่างยั่งยืน” ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวจากงานระดับเมือง เดินหน้าสู่งานระดับประประเทศ และยกระดับขึ้นสู่การเป็นงานระดับนานาชาติ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ให้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกองค์กรทุกภาคส่วน โดยหนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการเข้าร่วมยกระดับงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยานั่นก็คือ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ”

    โดยสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคกลางได้ร่วมคิดร่วมพัฒนาผลักดันส่งงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาเข้าประกวดจนได้รับรางวัลระดับโลก ภายใต้ชื่อรางวัล IFEA/Haas & Wilkerson Pinnacle Awards ในประเภท Best Emergency Preparedness & Risk Management Plan ระดับโกลด์ ประจำปี 2024 ทีเส็บสำนักฯภาคกลางได้ร่วมกับเมืองพัทยา ในการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์เมืองพัทยา ในฐานะไมซ์ซิตี้หนึ่งเดียวของภาคตะวันออก เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและยกระดับงานเทศกาลศักยภาพพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ภายใต้โต้โครงการที่เรียกว่า MICE Flagship Events ซึ่งเป็นการยกระดับงานเทศกาลขึ้นสู่ระดับนานาชาติ งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา (PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORK FESTIVAL) นับเป็นหนึ่งในงานเด่นในไมซ์ซิตี้ (Flagship Event)
    ที่ได้ยกระดับสู่งานเทศกาลระดับนานาชาติ และได้สร้างชื่อเสียงการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง

    คาดว่างานนี้จะดึงผู้เข้าชมงานหลากหลายกลุ่มจากต่างประเทศและในประเทศได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นงานที่ส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยา ในฐานะเมืองที่มีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพงานระดับนานชาติ รวมถึงสนับสนุนการบูรณาการการทำงานร่วมกันกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาให้เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองไมซ์ระดับโลก ดร.สุรัชสาห์ ทองมี ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลาง กล่าวว่า ที่ผ่านมา งานพลุนานาชาติเมืองพัทยา (PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORK FESTIVAL) ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัล Asia Festival City 2024 จากสมาคมเทศกาลและกิจกรรมระหว่างประเทศ (International Festivals & Events Association 198 FEA) เป็นรางวัลสำหรับเมืองที่จัดงานระดับเอเชีย 3 ปีซ้อน และได้รางวัลระดับโกลด์ “2024 IFEAVHAAS&WILKERSON PINNACLE AWARDS COMPETITION” ในประเภท Best Emergency Preparedness & Risk Management Plan ซึ่งเป็นงานระดับโลกของ IFEA World”

    ไม่หยุดเพียงแค่นั้น สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคกลาง ยังร่วมกับเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง ในการพลิกโฉมใหม่ให้กับงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เพื่อการสร้างความจดจำ สะท้อนอัตลัตลักษณ์ของงานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 นี้ “ทีเส็บ ได้ดำเนินการในจัดทำแผนงานกลยุทธ์การตลาดและประชาสัมพันธ์ในระยะ 3 ปี และออกแบบอัตลักษณ์งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา (PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORKS FESTIVAL) เพื่อทำให้เกิดภาพจำ และยกระดับการจัดงานเทศกาลสู่ระดับนานาชาติ ให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม เสริมสร้างให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนโดยอัตลักษณ์ของงานเทศกาลพลุนานาชาติใหม่นี้จะเริ่มใช้ในปี 2567 อันจะเป็นการสร้างความรับรู้และเป็นที่จดจำในฐานะที่เป็นงานเทศกาลระดับโลกอีกด้วย ภายใต้การทำงานของทีเส็บที่มุ่งเน้นให้เกิดการสร้าง Festival Design ซึ่งเป็นกลยุทธ์การสร้างงานเทศกาลที่ดึงเนื้อหา (Content) ผนวกกับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์เข้ามาเป็นส่วนเสริม เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมทางด้านการตลาดทำให้เกิดความน่าสนใจและภาพจำที่มากขึ้นในระดับนานาชาติ” ดร.สุรัชสาน์ ทองมี กล่าว

    และในปีนี้ คาดว่าทุกคนจะได้เห็นงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาที่มีการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ ทั้งแสง สี เสียง และที่ขาดไม่ได้ สีสันของพลุหลายหมื่นนัดจะกลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง โดยปีนี้จะมีคอนเสิร์ตและการแสดงสนุกๆ เช่นเดิม พร้อมพลุตระการตากว่า 40,000 นัด ทั้งจากประเทศไทยและจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเซอร์เบีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง เยอรมัน และอังกฤษ”ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมงานเทศกาลพลุนานาชาติกันให้มากๆ ซึ่งมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย ทางเมืองพัทยาร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาสาสมัครจากหลายภาคส่วนร่วมวางแผนเตรียมต้อนรับผู้เข้าร่วม ให้มีความปลอดภัยสูงสุด เหมาะสมกับรางวัล Best Emmergency Preparedness & Risk Management Plan ที่เพิ่งได้มา” นายกเมืองพัทยา กล่าวทิ้งท้าย

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เทศกิจเมืองมุกดาหาร เอาจริง จับปรับรถบรรทุกหินสร้างเขื่อน/ผบ.มทบ.210/รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานมอบนโยบาย

    เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน​ 2567​ ภายใต้การอำนวยการของนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ นายณัชยุทธ อินไชยา นักจัดการเทศกิจชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ออกตรวจตราตรวจสอบเหตุรถบรรทุกหิน ดิน ทราย ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตามนโยบายของรัฐบาลและหนังสือสั่งการของจังหวัดมุกดาหารที่แจ้งมายังเทศบาลเมืองมุกดาหาร ให้แก้ไขปัญหาเรื่องรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของระหว่างขนส่ง

    ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ขับรถยนต์ออกตรวจตามาถึงบริเวณสี่แยกคำสายทอง ถนนมุกสุวรรณรักษ์ (วงแหวนรอบใน) พบรถกึ่งพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-8919 อุบลราชธานี บรรทุกหินใหญ่จำนวนมากจนล้นขึ้นมาเหนือขอบกระบะอย่างเห็นได้ชัดเจนโดยไม่มีผ้าใบคลุมทับ จึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ นายสาโรจน์ สงวนจีน คนขับรถบรรทุกให้การว่าขับรถบรรทุกขนหินใหญ่มาจากอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี และ

    จะนำไปลงที่บริเวณจุดก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งตำบลบางทรายน้อย อำเภออำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร และยอมรับว่าไม่ได้ใช้ผ้าใบคลุมทับหินที่กระบะรถจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง มาตรา 55 ขับขี่รถซึ่งบรรทุกหิน และวัตถุดังกล่าวได้ตก หล่น ปลิว ฟุ้งกระจาย ลงบนถนน เปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท

    อนึ่ง มีข้อน่าสังเกตว่าหากเป็นการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกผู้ประกอบการมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท และนายทะเบียนอาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนคนขับมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนรถบรรทุกน้ำ

    หนักเกินตามที่กฎหมายกำหนดความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่กลับไม่ปรากฏว่าหน่วยงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร และแขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

    กรมการขนส่ง #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #จังหวัดมุกดาหาร #เทศบาลตำบลนาสีนวน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น #รถบรรทุกหนักเกินกฎหมายกำหนด #รถบรรทุกไม่มีผ้าใบคลุมทับสินค้า

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    ผบ.มทบ.210/รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงานของหน่วย นบ.ยส.24

    ​ที่ห้องประชุม หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

    โดยได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ในห้วง ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการในการพัฒนาความร่วมมือด้านการข่าวในพื้นที่รับผิดชอบสู่แผนการปฏิบัติ พร้อมทั้งให้กำลังใจกับกำลังพลที่เสียสละในการปฏิบัติงานต่อไป

    โดยมี พันเอก ศรณณัฐ นวลมณี รองผู้อำนวยการส่วนบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5)) พร้อมด้วยส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 ให้การต้อนรับ​ ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำหนดพื้นที่ที่มีความเร่งด่วนจำเป็นเร่งด่วน และผู้รับผิดชอบเพื่อสกัดกั้น ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด

    ปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมอบให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปราม และยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) รับภารกิจในการกัดกั้น ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด และแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 25 อำเภอชายแดนของ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย, จังหวัดหนองคาย, จังหวัดบึงกาฬ, จังหวัดนครพนม, จังหวัดมุกดาหาร, จังหวัดอำนาจเจริญ, จังหวัดอุบลราชธานี

    พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) กล่าวว่าในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมตรวจยึดยาเสพติดของ นบ.ยส.24 ภายใน 57 วัน จับกุมผู้ต้องหาเย้ยอำนาจรัฐ จำนวน 321 คน สกัดกั้นตรวจยึดยาบ้า จำนวน 24,647,483 เม็ด ยาไอซ์ 1,193.548 กิโลกรัม เฮโรอีน 91.83 กิโลกรัม เคตามีน 3.79 กิโลกรัม ยาอี 6 กิโลกรัม ฝิ่น 0.66 กิโลกรัม

    ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    ‘รักษ์มุกดาหาร’ร้องผู้ว่าฯ ตรวจสอบ 157 -จริยธรรม ขนส่ง ทางหลวง เทศบาล กรณีละเว้นรถหิน-กรวด-ทราย บรรทุกหนัก เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักมุกดาหาร ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และประมวลจริยธรรม ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

    สืบเนื่องจากในห้วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 มีรถบรรทุกหิน กรวด และทราย ซึ่งคาด ว่าเป็นรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและไม่มีผ้าใบปิดคลุม อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย วิ่ง ผ่านถนนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลนาสีนวน องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ไทร เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ เทศบาลตำบลบางทรายน้อย เทศบาลตำบลชะโนด และเทศบาลตำบลหว้าน ใหญ่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 238 (ทางเลี่ยงเมืองมุกดาหาร) ถนน มุกสุวรรณรักษ์

    ทางหลวงชนบทหมายเลข มห 4023 (ตาคแคน-หนองหอย) ก่อให้เกิดฝุ่นละอองเป็น จํานวนมากทําให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางหลวงและทางสาธารณะ ทําให้เกิดความไม่ปลอดภัยและสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากมาดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทํางานเชิงรุก หมั่นตรวจตรากวดขัน และบังคับใช้กฎหมายในเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ไม่มีผ้าใบปิดคลุมอย่างจริงจังต่อเนื่อง

    ดังนั้น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อันเป็นการป้องกันภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับ ประชาชนและสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน และเพื่อป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการทุจริต จึงขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลนาสีนวน องค์การบริหารส่วน ตำบลโพธิ์ไทร เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ เทศบาลตำบลบางทรายน้อย เทศบาล ตำบลชะโนด และเทศบาลตำบลหว้านใหญ่ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทาง หลวงชนบทมุกดาหาร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ว่าได้มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ มีการกระทำ ความผิดต่อ แหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่

    มีการกระทําความผิดวินัย ไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ปฏิบัติงานรวดเร็วทันต่อเวลาและ สถานการณ์ ไม่ทำงานเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นข้าราชการที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ ปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน หรือไม่”ทั้งนี้ หากหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นยังคงเพิกเฉยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อยู่อีก ตนจะยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงต้นสังกัดของหน่วยงานนั้นๆ สำนักงาน ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญาต่อไป” ร้อยตำรวจตรี สุเทียน กล่าว

    ศูนย์ข่าวมุกดาหารรถบรรทุกหนักเกินกฎหมายกำหนด #รถบรรทุกไม่คลุมผ้าใบ #จังหวัดมุกดาหาร #กรมการขนส่ง #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #กระทรวงคมนาคม #กระทรวงมหาดไทย

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บ้านเอื้ออาทร จัดงาน “วันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน” ประจำปี 2567

    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. ที่ ชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นางจริยาภรณ์ ดลทรัพย์ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน

    ชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) เป็นประธานการเปิดงานวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2567 โดยมี นายชัยเวช ประวัติดี ประธานชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) พร้อมด้วยคณะกรรมการ ชุมชนฯและประชาชนเข้าร่วมงานในครั้งนี้

    โดยบรรยากาศ มีการฟ้อนรำอวยพร 4 ภาค กองทุนแม่ของแผ่นดิน และ ฟ้อนรำเชิญเที่ยวจังหวัดสระแก้ว โดยทีมชุดการแสดงมาจาก บ้านหนองกะพ้อ ชุมชนเมืองย่อยที่ 21 นำทีมโดย นางฐิติรัตน์ สักยะพรต (ครูปู)

    นางจริยาภรณ์ ดลทรัพย์ ประธานกองทุนแม่ฯ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมร่วมกันแสดงพลังความสามัคคี ถวายความจงรักภักดี

    เพื่อสืบสานพระราชปณิธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจถึงประวัติความเป็นมาของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมทั้งเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกองทุนแม่ของแผ่นดิน (บ้านเอื้ออาทร) ชุมชนเมืองย่อยที่ 19

    สมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม จัดกิจกรรม “ต้านภัยหนาวให้กับเด็ก และ เยาวชน ในพื้นที่ประสบภัย” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10:00 น. สมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม นำโดย นายอภิรัฐ กุนกันไชย นายกสมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม ที่ปรึกษา สมาชิกวุฒิสภา ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ที่ปรึกษา ประธานอนุกรรมมาธิการกิจการด้านทหารวุฒิสภา

    จัดกิจกรรม ภายใต้โครงการ “แผ่นดินเดียวกัน” ที่หมู่บ้านดอยแหลม หมู่ที่ 13 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ณ คริสตจักรบ้านดอยแหลม มอบเสื้อกันหนาว เครื่อง อุปโภคบริโภค จำนวนหลายรายการ ให้กับเด็ก จำนวน 40 คน และครอบครัว ร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาและกลุ่มอาสาเมตตาบารมีอีกด้วย.

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รถตู้ป้ายแดงกลับจากส่งผู้ป่วยไปรักษาตัวนครปฐม ชนท้ายรถเทรนเลอร์ เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

    เมื่อเวลา 02.10 น.วันที่ 24 พ.ย.67 พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร สารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถตู้ชนท้ายรถบรรทุกมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ ช่วงระหว่าง หลัก กม.ที่ 330-331 หมู่ที่ 12 บ้านคลองหินจวง ต.ห้วยยาง จีงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก หน่วยกู้ชีพและกู้ภัย อบต.ห้วยยาง รุดไปตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ระสบอุบัติเหตุ

    ที่เกิดเหตุพบรถตู้โตโยต้า ป้ายแดง ทะเบียน ก-0650 ชุมพร กำลังจะเดินทางไป จ.ชุมพร ชนท้ายรถบรรทุกเทรนเลอร์ ทะเบียนตัวแม่ 71-9704 ตัวพ่วง 82-1796 บรรทุกน้ำ ของ บ.ทวินัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยภายในรถตู้ พบผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย ทราบชื่อ 1.นาย มนัต ซูเยาว์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/37
    หมูที่ 6 ต.นาทุ่ง อเมืองชุมพร จ.ชุมพร เป็น สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ต.ชุมโค อ.ประทิว จ.ชุมพร เป็นคนขับ 2.จ.ส.ต.กิดติพันธ์ ขวัญสมคิด อายุ 39
    ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 1 ต.ตากแดด อ.เมืองขุมพร จ.ชุมพร

    เป็น ตชด.41 ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ชุมพร 3.นายเกรียงไกร
    รุ่งช่วง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถยนต์สำนักงาน สสจ.ชุมพร อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งคา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 4.ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธ์ศิลป์ อายุ 47 ปีอยู่บ้านเลขที่ 87/5 หมู่ที่ 8 ต.นาทุ่ง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร (ได้รับบาดเจ็บ) เป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสืบสวน ภ.จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนำตัวผู้เสียชีวิต ส่ง รพ.ทับสะแก

    จากการสอบถาม นายแผน พันธิ์รุณ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 83 หมู่ 5 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ทราบว่า ตนเองได้ขับรถบรรทุกน้ำดื่ม มาจาก จ.พระนครศรีอุธยา มุ่งหน้าไป จ.ภูเก็ต ในช่องทางเดินรถซ้ายสุดติดไหล่ทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถกำลังขึ้นเนินได้มีรถยนต์ตู้คันดังกล่าว พุ่งชนท้ายรถอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สอบถาม ด.ต.สุรศักดิ์ฯ ทราบว่า ตนและคณะได้เดินทางกลับจากส่งผู้ป่วยจิตเวชไปรักษาตัวที่ จ.นครปฐม กำลังมุ่งหน้า กลับไป จ.ชุมพร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายมนัตฯ ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว มีอาการวูบหลับ ใน ชนท้ายรถบรรทุกอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

    ขณะที่ นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กรมทางหลวงเร่งติดตั้งไฟถนนเพชรเกษมทั้งฝั่งขาเข้า กทม.และขาล่องไปภาคใต้ ตั้งแต่หน้าสหกรณ์โคนมเนินดินแดงถึงจุดกลับรถน้ำตกสายสอง เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องและเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว 14 จว ภาคใต้ ซึ่งกรณีดังกล่าวหลายฝ่ายได้เรียกร้องให้ดำเนินการตั้งแต่รถทัวร์เสียหลักชนต้นไม้ใหญ่ใกล้ทางเข้าหาดวนกร เมื่อเดือนธันวาคม 2566 นายอำเภอทับสะแกได้นำจิตอาสาไปตัดต้นไม้ข้างทางยาวหลายร้อยเมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ยามค่ำคืน พร้อมติดป้ายเตือนในระวังในการใช้ความเร็ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการขึ้น

    ///////////////
    ท่าน
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หอการค้าไทยมอบ “ผู้ว่าสำเภาทอง” กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าท่องเที่ยว พร้อมพัฒนาตลาดอินโดจีนที่ถูกแช่แข็งนานนับ 6 ปี

    เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567​ ขอแสดงความยินดี​ กับท่านผู้ว่าวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัมุกดาหาร ในโอกาสรับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด สำเภาทอง ประจำปี 2567จากหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
    โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย.เป็นประธานมอบรางวัลสำเภาทอง แด่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับรางวัลฯ

    โดย นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้รับรางวัลสำเภาทองครั้งนี้ด้วย พิธีจัดขึ้น ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 “สร้างไทยให้เติบโต สู่อนาคตที่ยั่งยืน ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 ณ.ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช

    นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ ดร.กานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะกรรมการเดินทางไปร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 567 ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารที่ได้รับ

    “ผู้ว่าสำเภาทอง” จากการคัดเลือกสุดยอดผู้บริหารระดับจังหวัดของหอการค้าไทยประจำปี 2567 รางวัล “สำเภาทอง” ของหอการค้าไทยสื่อถึงความมุ่งเน้นในการพัฒนาจังหวัด เพื่อสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ให้แก่พี่น้องประชาชนมีอยู่มีกินมีใช้ไม่ขัดสน ทั้งการพัฒนาบ้านเมืองให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพื้นฐานของพื้นที่อีกทางหนึ่ง

    รางวัล “สำเภาทอง” นับเป็นรางวัลที่หอการค้าไทย ได้ริเริ่มจัดขึ้นเมื่อปี 2553 เพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้มีผลการดําเนินงานที่ส่งเสริมภาคเอกชน ด้านการค้า การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ โดยผ่านหอการค้าจังหวัดสู่หอการค้าไทย เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความร่วมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ เริ่มโดยนายภมร เชาว์ศิริกุล อดีตประธานหอการค้า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร (สว.) ส่งต่อมายังนายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าคนปัจจุบัน จนบรรลุได้รับรางวัลดังกล่าว

    ผลงานที่เกิดขึ้นจากการเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาตลาดอินโดจีนที่ค้าเติ่งถูกแช่แข็งมาหลายผู้ว่านานร่วม 5 – 6 ปี เมื่อนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางมาถึงก็ศึกษาพร้อมเข้าร่วมโครงการพัฒนาตลาดอินโดจีนทันที ส่งผลให้งบที่ถูกตัดไปหลายปี กลับคืนและมีการพัฒนาต่อยอดแม้ภายหลังงบจะถูกตัดไปอีกครั้ง

    แต่ก็ยังสามารถขอกลับคืนเพื่อพัฒนาตลาดอินโดจีน เป็นครั้งที่ 3 ในปี 67 – 68 จังหวัดมุกดาหารได้รับงบประมาณการพัฒนาตลาดอินโดจีนเข้ามาอีก 57 ล้านบาท ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างการประกอบชิ้นส่วนการก่อสร้างพัฒนาต่อ แม้จะมีเหตุจากข้อขัดข้องแต่จังหวัดมุกดาหารก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดอินโดจีนให้สำเร็จลงโดยเร็ว คาดว่าโครงการพัฒนาตลาดอินโดจีนจะสำเร็จในห้วง นายวรญาณ บุญณราช ดำรงตำแหน่งอยู่ที่มุกดาหารก่อนจะย้ายไปอย่างแน่นอน

    ประชาชนชาวมุกดาหารจึงหวังว่า การพัฒนาตลาดอินโดจีนรอบที่ 3 นี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คนมุกดาหารจะได้เกิดความภาคภูมิใจความรุดหน้าการพัฒนาตลาดอินโดจีน เพื่อเศรษฐกิจในพื้นที่จะได้ฟื้นตัวกลับมาดังเดิม อย่างไรเสียการเรียกร้องให้มีการพัฒนาตลาดอินโดจีนเกิดขึ้นในหลายผู้ว่าราชการจังหวัดกระทั้งนายวรญาณ บุญณราช ผวจ.คนล่าสุดได้เข้ามาดำเนินการส่งผลให้การพัฒนาตลาดอินโดจีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เต็มเปี่ยม มิใช่ปล่อยตลาดอินโดจีนถูกแช่แข็งทิ้งไว้นานกว่า 6 ปี ทำจังหวัดมุกดาหารเสียหายหนัก

    การจัดกิจกรรมงานอีเว้นท์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างงานสร้างเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นแก่จังหวัดมุกดาหารและคนในท้องถิ่น ทุกภาคส่วนมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ ทั้งการปลุกเศกพระโดยรวมยอดเกจิดังแห่งยุค ณ วัดภูมโนภิรมย์ จังหวัดมุกดาหาร หลายครั้งหลายครานับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสายบุญ สายธรรมะ ที่จะมีบรรดาสานุศิษย์ของบรรดาเกจิอาจารย์ดังมาร่วมจำนวนมากนับพันนับหมื่นคน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความเหมาะสมที่ “ผู้ว่าสำเภาทอง” จะอยู่ในมือของนักพัฒนา ดังเช่น นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ท่านนี้ และจากผลงานการพัฒนาที่เฉียบพลันทันที จะส่งผลให้ผู้ว่า “สำเภาทอง” คนใหม่ของมุกดาหารก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในหน้าที่การงานต่อไป​ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงการต่างประเทศ กรมอาเซียน ส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม บึงกาฬ / ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

    เวลา 11.00 น. เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน เป็นประธานในพิธี นางสาวลลนา จิตต์ศรัทธานันท์ เลขานุการกรมอาเซียน ร่วมส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 ให้กับโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาซึ่งห้องสมุด จะเป็นแหล่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับรู้เกี่ยวกับอาเซียน อันจะเป็นประโยชน์สำหรับเยาวชน คณาจารย์

    ชาวชุมชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายวีระพล ทองน้อย ปลัดอำเภอบึงโขงหลง นายเดชา แสงจันทร์ ผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม นายรวิภาส วันตา ผอ.โรงเรียนบ้านบัวโคก นายสุวัฒน์ อินทวงศ์ ผอ.โรงเรียนโสกก่ามวิทยา นายจักรพงษ์ แสนทวีสุข รองผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคุณครู นักเรียน ประชาชน ร่วมในพิธี สำหรับห้องสมุดอาเซียนมีอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ หนังสือ นิทรรศการประชาคมอาเซียน สื่อการเรียนการสอน จอภาพสำหรับใช้ในการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

    นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและสร้างวัฒนธรรม การเรียนรู้สำหรับเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนสำหรับชุมชนที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ ทั้งนี้ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินโครงการห้องสมุดอาเซียน 1 จังหวัด 1 โรงเรียน 1 ห้องสมุดอาเซียน เพื่อประชาชนและเยาวชนไทย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยปัจจุบันได้ส่งมอบห้องสมุดอาเซียนให้แก่โรงเรียนต่างๆแล้ว จำนวน 71 แห่ง

    ซึ่งได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน สำหรับเป็นสถานที่ตั้งของห้องสมุดอาเซียน เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้แก่เด็กและเยาวชนคณาจารย์และชุมชนในพื้นที่ สำหรับปี 2567 กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้สร้างห้องสมุดอาเซียนให้โรงเรียนอีก 3 แห่ง รวม74 แห่ง ใน 74 จังหวัด โดยตั้งเป้าให้มีห้องสมุดอาเซียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

    โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม จังหวัดบึงกาฬ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียน 1,197 คน และเป็นโรงเรียนแห่งที่ 72 ที่ได้รับมอบห้องสมุดอาเซียน ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    บึงกาฬ ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
    วันที่ 24 พ.ย. เวลา 07.00 น.ที่บริเวณศาลเจ้าแม่สองนาง ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายวรพันธุ์ ชำนิยัน ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ,นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ , นายราชันย์ วนาพรหม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ , พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดงตามประเพณี ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ และประกอบพิธีไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2567

    จากนั้นได้มีขบวนแห่เครื่องบวงสรวงสักการะ และเชิญองค์จำลองเจ้าแม่สองนาง ปู่ผ้าขาว เจ้าพ่อคำแดง จากบริเวณศาลฯ หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ และพานบายศรีสู่ขวัญ และนางรำ แห่ไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ หลังจากนั้นพ่อพราหมณ์ ได้เริ่มพิธีสวดบวงสรวงสักการะศาลเจ้าแม่สองนาง และการรำบวงสรวงของพี่น้องประชาชนชาวบึงกาฬ โดยภายในงาน มีโรงทาน ให้บริการอาหารเครื่องดื่มมากกว่า 100 โรงทาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

    นายจำรัส ติดมา นายกสมาคมศาลเจ้าแม่สองนาง กล่าวว่า ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองชาวจังหวัดบึงกาฬมาตั้งแต่ก่อตั้งเมืองบึงกาฬ เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะบูชาของคนทั่วไป เพื่อขอพรให้เดินทางปลอดภัย มีโชคลาภ สุขภาพแข็งแรง คุ้มครองปกปักรักษาให้อยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายร่ำรวย ศาลเจ้าแม่สองนางตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ ชาวอำเภอบึงกาฬ จึงได้กำหนดจัดงานวันไหว้สักการะ ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งในครั้งนี้เป็นปีที่ 18 โดยมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ และจัดเครื่องไหว้สักการะเพื่อบวงสรวงตามความเชื่อ และศรัทธาที่สืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

    เพื่อส่งเสริมให้คนในท้องถิ่น ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมวันไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง แสดงออกถึงความรักความสามัคคีในชุมชน และสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ส่งเสริมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักในความสำคัญและเห็นคุณค่าของจารีตประเพณีท้องถิ่น และสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ประชาชนรักท้องถิ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสงบสุข และที่สำคัญชุมชนได้ทำกิจกรรมต่างๆ

    ร่วมกันนั่นเองศาลเจ้าแม่สองนาง เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวบึงกาฬ มีความสำคัญมาช้านาน ผู้คนที่ผ่านไป-มา ได้กราบไหว้บูชา ขอพร ให้เจริญรุ่งเรือง รวมถึงพี่น้องจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็มีความเคารพบูชา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางในปีนี้ ทุกท่านได้แสดงออกถึงความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายที่

    จะร่วมกันแสดงออกถึงความเคารพ ศรัทธา ขอบารมีขององค์เจ้าแม่สองนาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลให้ทุกท่าน มีสุขภาพที่แข็งแรงมีสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ยังมีโรงทานให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม แก่ประชาชนที่มาร่วมในงาน ได้อิ่มท้องอิ่มบุญกันทั่วหน้า ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยสนุกสนาน คึกคัก เกิดความสามัคคี ที่ได้ร่วมสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬร่วมกันนั่นเอง.
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมตรวจเบาหวาน ฟรี! ให้ครูและนักเรียนเนื่องในวันเบาหวานโลก /รถตู้ตำรวจพาผู้ป่วยจิตเวชชนท้ายเทรลเลอร์ดับ 3

    เมื่อวันที่ 21 พ.ย.67 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ประจำปี 2567 “สุขกาย สุขใจ โลกสดใส ใส่ใจเบาหวาน” ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตระหนักภัยร้ายสุขภาพ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเบาหวาน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ นำโดย แพทย์หญิงมัลลิกา ธรรมาเจริญราช อายุรแพทย์ และทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข และนักโภชนาการ มีกิจกรรมประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2

    โดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด วัดความดันโลหิต วัดรอบเอว การประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน การรับประทานอาหารโดยมุ่งเน้นให้นับ Carb ในการรับประทานอาหารของแต่ละบุคคลในแต่ละวันเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ และสแกนคิวอาร์โค๊ด ลงข้อมูลในแอปพลิเคชั่น “รมต.พานับคาร์บ” แบบฟอร์มสำรวจการนับคาร์บ ปี 2567 “ลดแป้ง พร่องน้ำตาล เบาหวานรักษาหาย” สอนวิธีการอ่านฉลากอาหาร ส่งเสริมด้านการออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและการเข้าถึงข้อมูล

    ทางด้านสุขภาพที่ถูกต้อง ตอบปัญหามอบรางวัลเรื่องโรคเบาหวาน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย คณะครูและนักเรียน จำนวน 62 คน ที่ห้องโสตทัศนศึกษา ชั้น 1 อาคาร 5 โรงเรียนประจวบวิทยาลัย โรคเบาหวานเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของทั่วโลกและมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเกิดจากการดำเนินชีวิตและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ข้อมูลจาก IDF Diabetes Atlas พบว่า 1 ใน 10 คน ทั่วโลกป่วยด้วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน และเสียชีวิตมากกว่า 4 ล้านคนต่อปี คาดว่า ภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ผู้ป่วยโรคเบาหวานมากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2

    และเกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย สำหรับประเทศไทยพบว่า 1 ใน 10 คน ป่วยด้วยโรคเบาหวาน 6.5 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และร้อยละ 40 ที่ไม่ทราบว่าตัวเองป่วย จะเห็นได้ว่าปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีใจความส่วนหนึ่งในคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย.67 เน้นย้ำให้ใช้เครือข่ายสาธารณสุขในการมีส่วนร่วมป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายในการส่งเสริมให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม โดยมุ่งเน้นให้คนไทยนับ Carb ในการรับประทานอาหารของแต่ละบุคคลในแต่ละวัน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อโดยขับเคลื่อนผ่านกลไกอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องดูแลและจัดการตนเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขได้โดยการจัดการสุขภาพด้านร่างกาย รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยง. นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    รถตู้ตำรวจพาผู้ป่วยจิตเวชชนท้ายเทรลเลอร์ดับ 3 เมื่อเวลา 02.20 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร สารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยยาง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถเทรลเลอร์มีผู้เสียชีวิตหลายราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก กู้ชีพโรงพยาบาลทับสะแก กู้ชีพ อบต.ห้วยยาง อาสาสมัครกู้ภัยสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน บริเวณถนนเพชเกษม หลักกิโลเมตร 330 ขาล่องใต้ ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

    พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ก – 0650 ชุมพร ชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 71 – 9704 พระนครศรีอยุธยา สภาพรถด้านหน้ายุบตัวกระจกแตก อาสากู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อแยกตัวรถออกจากกัน และนำตัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมา มีนายมนัต ชูเยาว์ อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดชุมพร เป็น อส.กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชุมพร เป็นผู้ขับขี่รถตู้ เสียชีวิตคาที่ สภาพลำตัวอัดติดกับพวงมาลัยยุบถึงคอนโซล จ.ส.ต.กิตติพันธ์ ขวัญสมคิด อายุ 39 ปี ตำแหน่งสังกัด ตชด.41 ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด

    กองบังคับการสืบสวนจังหวัดชุมพร นั่งข้างคนขับเสียชีวิต นายเกรียงไกร รุ่งช่วง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถยนต์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บคือ ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธศิลป์ อายุ 47 ปี ชุดปราบปรามยาเสพติดกองบังคับการสืบสวนจังหวัดชุมพร อาการบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลทับสะแก ส่วนคนขับรถเทรลเลอร์นายแผน พันธิ์รุณ อายุ 52 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการทำงาน

    สอบสวนทราบว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ชุด ปปส. ได้รับการประสานจากญาติผู้ป่วยจิตเวชเพื่อนำไปรักษาอาการป่วยที่นครปฐม จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ 4 นาย เพื่อควบคุมความสงบ นำตัวผู้ป่วยเดินทางจากจังหวัดชุมพรไปรักษาอาการป่วยที่นครปฐม เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจจึงได้เดินทางกลับชุมพร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นที่มืดและเปลี่ยว ประกอบกับคนขับมีอาการล้าจากการเดินทาง จึงชนอย่างจังเข้าที่ท้ายรถเทรลเลอร์ที่วิ่งอยู่เลนซ้าย

    และลากไปไกลกว่า 100 เมตร กว่าที่คนขับเทรลเลอร์จะรู้สึกตัว คาดว่าสาเหตุเกิดจากการหลับใน หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ผู้โดยสารในรถคือ ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธศิลป์ ยังรู้สึกตัว จึงคนโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ
    นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จิตอาสาคลองสาน และพัฒนาแหล่งน้ำ “คลองวัดสุวรรณ ฝั่งใต้” เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า)

    เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ที่ลานด้านหน้าบริเวณคลองวัดสุวรรณ (ฝั่งใต้) แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน จังหวัดกรุงเทพมหานคร นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดปรังปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาทำความสะอาดแหล่งน้ำสาธารณะคลองวัดสุวรรณ (ฝั่งใต้) ด้านชุมชนซอยวนาวรรณ

    โดยมีนางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน คณะผู้บริหารเขตคลองสานและสัสดีเขตคลองสาน กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ กองพันสารวัตรทหารที่ 11 มณฑลทหารบกที่ 11 สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน สถานีตำรวจนครบาลบุปผาราม กองบังคับการตำรวจน้ำ หัวหน้าจิตอาสา เขตคลองสาน กรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ คณะกรรมการชุมชนซอยวนาวรรณ ชาวชุมชนซอยวนาวรรณ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองสาน และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันทำกิจกรรม

    นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กล่าวว่า การจัดโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดปรังปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาทำความสะอาดแหล่งน้ำลำคลองสาธารณะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า)  ซึ่งตรงกับวันที่25 พฤศจิกายน ของทุกปี
    เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า และสร้างความปรองดอง สามัคคีร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรักความผูกพัน ใน 4 สถาบันหลัก คือสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน ภายหลังพิธีเปิดเสร็จสิ้น ประธานในพิธีได้นำคณะ จิตอาสา พัฒนาทำความสะอาด ลำคลองวัดสุวรรณ จัดเก็บวัชพืชขยะต่างๆในลำคลอง รวมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้ต่างๆ ก่อนจะเดินทางไปร่วมรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออกชุมชนซอยวนาวรรณ พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ขวัญหทัย ชลสุข ประธานชุมชนซอยวนาวรรณ

    ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ และกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยนำทรายอะเบท หยอดใส่ตามแหล่งน้ำต่าง ๆภายในชุมชน เพื่อเป็นการกำจัดต้นตอลูกน้ำยุงลายในบริเวณที่มีน้ำขัง ภายในพื้นที่ชุมชนซอยวนาวรรณ

    ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า
    เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สหกรณ์การเกษตรเมืองน่านประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมกระซิบสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

    เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมกระซิบรักสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายภูรินท์ สูงสว่าง ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด กล่าวรายงานต่อนางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

    ประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2567 สหกรณ์การเกษตร เมืองน่าน จำกัดโดยมีประธานกลุ่มผู้แทนสมาชิก เจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดน่าน ผู้ตรวจบัญชีสหกรณ์ ภาคีเครือข่ายสหกรณ์การเกษตร เข้าร่วมประชุมและร่วมเป็นเกียรติจำนวนมาก สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อบริการสมาชิกสหกรณ์และบุคคลทั่วไป

    ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 54 ปี ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา มีทุนเรือนหุ้น จำนวน100,410,420.00 บาท (หนึ่งร้อยล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น จำนวน 329,021,559.61 บาท (สามร้อยยี่สิบเก้าล้านสองหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบเก้าบาท หกสิบเอ็ดสตางค์)

    นอกจากนั้น ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจด้านการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ให้กับสมาชิก ซึ่งถือว่าสหกรณ์ สามารถเป็นตลาดรองรับการจำหน่ายให้แก่สมาชิกและเกษตรกรใน จังหวัดน่านได้ อันจะเห็นได้ว่า ระบบสหกรณ์เป็นสถาบันที่สามารถช่วยเหลือสมาชิกที่เป็นเกษตรกร ได้อย่างเป็นระบบ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์ในวันนี้ สหกรณ์

    ได้จัดประชุมโดยใช้ระบบผู้แทน สมาชิกสหกรณ์ทุกกลุ่มเข้าร่วมประชุมใหญ่ เพื่อเป็นตัวแทนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดจำนวน 5,119 คน กระจายตามหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองน่าน และอำเภอภูเพียง/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภาอุตสาหกรรม และ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ เปิดบ้านต้อนรับ ททท. ต่อยอดกระแสภาพยนตร์“ธี่หยด2”

    ททท. ต่อยอดกระแสภาพยนตร์“ธี่หยด2” จัดกิจกรรม CSR “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์” พาสัมผัสเสน่ห์เมืองน่าเที่ยวอุตรดิตถ์ ภายใต้คอนเซปต์ “ธี่เที่ยว ธี่กิน ธี่เล่น ธี่แชะ ธี่รักษ์” นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ททท. เดินหน้ากลยุทธ์ MOVIE Marketing ใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่และถ่ายทอดเสน่ห์ไทย นำไปสู่การออกเดินทางจริงในพื้นที่ และครั้งนี้ ททท. ร่วมกับ M Studio และช่อง 3 ต่อยอดกระแสความสำเร็จของภาพยนตร์ “ธี่หยด2” ที่สร้างปรากฏการณ์ทุบสถิติสร้างรายได้ 730 ล้านบาท หลังเข้าฉายได้ 1 เดือน โดยกำหนดจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์”

    ในวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2567 ณ จังหวัดอุตรดิตถ์ แท็กทีมนักแสดงภาพยนตร์ธี่หยด 2 นำโดย เดนิส เจลีลชา, จูเนียร์ กาจบัณฑิต, เฟรนด์ พีระกฤตย์ และนีน่า ณัฐชา พร้อมผู้โชคดีจำนวน 20 ราย บุกเมืองลับแลตามรอยเส้นเรื่องธี่หยด2 เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวจริงในพื้นที่และส่งต่อประสบการณ์การเดินทางเล่าผ่านคอนเทนต์ (Content)

    เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้ง Gen Y-Z และกลุ่มผู้ชื่นชอบภาพยนตร์ เกิดเป็นการรับรู้ในวงกว้างผ่านทางโซเชียลมีเดีย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ในจังหวัดอุตรดิตถ์และเชื่อมโยงจังหวัดเมืองน่าเที่ยวอื่น ๆ ในภูมิภาคภาคเหนือ รวมทั้งการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น

    กิจกรรม “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์” ได้สอดแทรกแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) ควบคู่กับการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “ธี่เที่ยว ธี่กิน ธี่เล่น ธี่แชะ ธี่รักษ์” โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยบุกถิ่นกำเนิดเรื่องราวสุดลึกลับพร้อมกับครอบครัวตัว ย. ตั้งแต่ “ธี่เที่ยว” สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จุดกำเนิดของ ประวัติศาสตร์และตำนานเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ “ธี่กิน” จัดเต็มเมนูอาหารพื้นบ้านลำแต้ ๆ

    ในรูปแบบชุดขันโตก ได้แก่ ลาบคั่วหมู น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล แก่งอ่อม ไส้อั่ว แคบหมู ของทอดลับแล หมี่พันเฮือนลับแล หมี่ยุ่ม และเมี่ยงคำสมุนไพร “ธี่เล่น” เสิร์ฟประสบการณ์สุดพิเศษกับกิจกรรมรอบกองไฟ Story Sharing n’ Movie time พบกับการแสดงพื้นเมืองดนตรีไทยร่วมสมัย ก่อนจะเติมความหลอนแบบเต็มสตรีม ล้อมวงฟังตำนานสุดลึกลับของเมืองลับแลไปกับ พี่แจ๊ค The Ghost Radio “ธี่แชะ” พาเช็กอินถ่ายภาพตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของลับแล ได้แก่ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก พิพิธภัณฑ์ม่อนลับแล

    ซุ้มประตูเมืองลับแล ม่อนจำศีล พร้อมจัดกิจกรรมแข่งขันถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์ระหว่างทริป และสุดท้าย “ธี่รักษ์” ชวนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ดูแลรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมผ่านพิธีบวชป่าที่ม่อนจำศีล และการบริจาคทุนการศึกษา สิ่งของจำเป็นและอนุสารท่องเที่ยว อสท. ของ ททท. ให้แก่ห้องสมุดของโรงเรียนวัดดอนสัก พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อส่งมอบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience Based Tourism) ที่มีคุณค่าและความหมายแก่ผู้ร่วมกิจกรรม

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M Studio และนายณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ โปรดิวเซอร์ ภาพยนตร์ธี่หยด 2 ได้เดินทางและร่วมกิจกรรมพร้อมกับผู้โชคดี 20 ท่าน โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงสื่อมวลชนในพื้นที่รวม 15 ราย เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้เกิดการรับรู้ สร้างกระแสการเดินทางและสร้างโอกาสในการนำเสนอขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

    จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็น 1 ในเมืองน่าเที่ยวของภูมิภาคภาคเหนือที่มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรม พืชเศรษฐกิจและธรรมชาติ โดย 9 เดือนแรกของปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว 788,744 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1,655 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางด้วยพาหนะรถยนต์ส่วนตัว จากภูมิภาคเดียวกัน ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ น่าน และกำแพงเพชร โดยนิยมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีอุทยานแห่งชาติสำคัญ 3 แห่ง

    ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว, อุทยานแห่งชาติสักใหญ่ และอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ทั้งนี้ ปี 2568 ททท. เตรียมส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ ชูจุดแข็ง “อุตรดิตถ์เมืองมหัศจรรย์ผลไม้ และเสน่ห์แห่งธรรมชาติ” ผสมผสานเสน่ห์ไทย 3 วัฒนธรรม ส่งมอบประสบการณ์ EAT ALL YEAR ROUND ส่งเสริมอัตลักษณ์เด่น CITY OF FRUITS และ GASTRONOMY เพื่อบรรลุเป้าหมายท่องเที่ยวปี 2568 ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว 1.29 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2,600 ล้านบาท

    ทั้งนี้ได้รับการประสานงานและสนับสนุนการจัดกิจกรรมจากนางกัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์และนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ เอื้ออำนวยการจัดกิจกรรมจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

    นาตา คะเลิศรัมย์/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช พาชาวบ้าน ร้อง รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส ให้ตรวจสอบกรมธนารักษ์ หลังไม่ยอมคืนที่ดิน ให้ชาวบ้าน เกือบ 15,000 ไร่


    อ่านต่อ : วันนี้ (20 พ.ย.67) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมนายกิตติศักดิ์ บุญชัย และชาวบ้านเกาะเต่ากว่า 20 คน ได้มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กรณีกรมธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ เกินกว่าที่ครอบครองจริงเพียง 25 ไร่ ในเกาะเต่าเป็นพื้นที่ราชพัสดุทำให้ชาวบ้านบนเกาะจำนวนมากและธุรกิจบนเกาะไม่สามารถจดแจ้งทะเบียนขึ้นได้ สร้างความเดือดร้อน เพราะชาวบ้านอยู่มาก่อน

    โดยขอให้ช่วยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับงานในหน้าที่ และควบคุม ตรวจสอบ ติดตามการทำงานของฝ่ายบริหารในเรื่องที่เกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินเกาะเต่า ตามอำนาจหน้าที่ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 150 บัญญัติไว้ เพื่อทราบผลการดำเนินงาน    
    เนื่องจากชาวบ้านเกาะเต่า เคยร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน มาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และขอให้ร่วมผลักดันพิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติอีกทางหนึ่งด้วย

    ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า ในอดีตชาวบ้านในเกาะเต่าอาศัยอยู่มานานตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.2480 ก่อนที่ราชทัณฑ์จะมาสร้างเรือนจำปี พ.ศ. 2485 พอเรือนจำไม่ได้ใช้งานกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้แจ้งสิทธิการครอบครอง ส.ค.1 และขึ้นทะเบียนเกาะเต่าเป็นที่ราชพัสดุทั้งเกาะจำนวน 15,000 ไร่ หรือประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร ซี่งความจริงแล้ว เรือนจำ       มีเนื้อที่เพียง 25 ไร่เท่านั้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งในปี พ.ศ. 2497 ประมวลกฎหมายที่ดินเริ่มใช้บังคับ และในปี พ.ศ.2498 ราษฎรเกาะเต่าที่ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินไปขึ้นทะเบียนสิทธิครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) แต่ไม่สามารถแจ้งสิทธิการครอบครองได้ เพราะนายครรชิต พัฒนศรีสรรพากรอำเภอเกาะสมุย ในฐานะตัวแทนกระทรวงการคลังได้แจ้งการครอบครองที่ดินบริเวณเกาะเต่า เนื้อที่ 15,000 ไร่ เกินกว่า 25 ไร่ ที่กรมราชทัณฑ์ครอบครอง ซึ่งเป็นการขึ้นทะเบียนโดยความผิดพลาดคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ชาวบ้านยังคงครอบครองและทำกินในที่ดินดังกล่าวต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

    และตั้งแต่ ปี พ.ศ.2529 – 2565 ราษฏรเกาะเต่าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปหลายแห่ง เช่น รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษย์ชน, ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่ทัพภาค 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดิน ซึ่งมี พล.อ.เกรียงไกรศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานทุกหน่วยงาน พิจารณาแล้วเห็นว่า กรมธนารักษ์ ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุและ ส.ค. 1 โดยมิชอบด้วยกฎหมาย การขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ จำนวน 15,000 ไร่ เกินกว่า 25 ไร่ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้กรมธนารักษ์คืนที่ดินให้กับชาวบ้านเกาะเต่า แต่กรมธนารักษ์ก็เพิกเฉย

    วันนี้ จึงพาชาวบ้านกว่า 20 คน มายื่นเรื่องให้ รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ช่วยดำเนินการตรวจสอบ และติดตามสอบถามความคืบหน้าการดำเนินการต่อรัฐสภา และช่วยพลักดันแก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 43 ปี 2537 ขัดหรือแย้งกับ ประมวลกฎหมายที่ดิน 2497 มาตรา 59ทวิ และกรณีข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านเกาะเต่า กับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อให้ชาวบ้านเกาะเต่าได้รับความเป็นธรรม และยุติปัญหาข้อพิพาทให้ได้รับการแก้ไขเร็ววัน โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนของชาวบ้านเกาะเต่าได้รับมาอย่างยาวนาน

    ด้าน สว.นันทนา กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาคุกรุกคน และหลายหน่วยงานก็ได้พิสูจน์สิทธ์แล้วว่าเป็นสิทธ์ของชาวบ้าน เพราะมีการเข้ามาอยู่อาศัยก่อน หลังจากนี้ต้องมีการตรวจสอบข้อมูล แต่ช่วงนี้เป็นเวลาปิดสมัยประชุมสภา เรื่องเร่งด่วนที่จะทำได้ในตอนนี้คือการรวบรวมข้อมูลไปสอบถามเรื่องคืนสิทธิ์ให้ชาวบ้านที่กรมธนารักษ์โดยตรง แต่หากยืดเยื้อก็นำเข้ากระทู้ถามรัฐมนตรีการคลังในสมัยเปิดประชุมสภา ส่วนกรณีที่เกิดทนายอนันต์ชัย ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินการในชั้นศาลถึงที่สุด ชาวบ้านพึ่งยืนเรื่องไปยังศาลปกครองเมื่อประมาณ3เดือนที่ผ่านมา และศาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่ หากศาลปกครองไม่รับก็ไปยื่นที่ศาลยุคิธรรมต่อไป

    ////เอกชนะ นวนละมัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทร.อีสาน จัดใหญ่มหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO 2024 : For Future โชว์นวัตกรรมยานยนต์ EV พร้อมเตรียมเปิดรับนักศึกษารอบ Open House

    เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 Mr.Ma Haiyang President of AION Thailand Mr.Huang Yongjie Chairman of Gold Integrate & Director of Chelove International Education Group นายสมพิศ เพ็งงาน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครราชสีมา และพลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2

    ในพิธีเปิดมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) โดยในพิธีเปิดมีการแสดงดนตรีพื้นถิ่นอีสาน จาก องค์การนักศึกษา มทร.อีสาน ซึ่งครองถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในกิจกรรม 9 ราชมงคลร่วมใจ สืบสานวัฒนธรรมไทย ถึง 3 สมัยซ้อน การกล่าวต้อนรับแขกผู้เข้าร่วมโครงการ โดย พลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2 การกล่าวแสดงความยินดี จาก Mr.Huang Yongjie ผู้อำนวยการ บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์ เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน และได้รับเกียรติจาก นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ณ เวทีกิจกรรม อาคารอเนกประสงค์หลังคาคลุม (โดมมรกต) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา (พื้นที่สุรนารายณ์)

    ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน ได้เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า การจัดมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 ขึ้นในครั้งนี้ เพื่อที่จะนำเสนอศักยภาพและผลงานความสำเร็จตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ที่ได้ดำเนินภารกิจตอบรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งยังเป็นเวทีนำเสนอความก้าวหน้า ผลงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรมและบริการวิชาการ ที่มีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ เพื่อเชื่อมประสานบูรณาการ องค์ความรู้ในการพัฒนาประเทศทั้งในมิติเชิงวิชาการ นโยบาย สังคม ชุมชน และ อุตสาหกรรม ตลอดจนหนุนเสริมให้เกิดกลไก

    สนับสนุนเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้้ใช้ประโยชน์บูรณาการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายของ มทร.อีสาน จากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการผลิตกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์สมัยใหม่ ตอบรับนโยบาย 30@30 ของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติและนโยบาย อว. For EV ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมยกระดับเป็นศูนย์อบรมและทดสอบด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานสากล มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานกรมฝีมือแรงงาน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานพร้อมตอบรับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศด้วยศักยภาพการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อันโดดเด่น งดงาม และภาคภูมิ

    สำหรับงานมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) มทร.อีสาน ได้คัดสรรกิจกรรมเพื่อนักเรียน นักศึกษา ประชาชนผู้สนใจ ให้ได้รับชมและร่วมกิจกรรมอย่างมากมาย เช่น กิจกรรมการเสริมสร้างผู้ประกอบการ Startup RMUTI, การจัดแสดงผลงานนักศึกษา RMUTI Showcase Startup การการเสวนา Inspiration & Motivation @Startup, mini Camp การจัดทำแผนธุรกิจ New Business, การนําเสนอผลงาน Pitching Business จากการจัดทําแผนธุรกิจ, การแข่งขันทักษะวิชาชีพและประกวด นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และงานสร้างสรรค์นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและอุดมศึกษา ในระบบนิเวศการศึกษาลุ่มนํ้าโขง ครั้งที่ 2,

    การแข่งขันทักษะการออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์, การแข่งขันทักษะการตรวจประเมินคุณภาพทางรถไฟ, การประกวดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และงานสร้างสรรค์ การประกวดด้านนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ สถานประกอบการกับอาจารย์นักศึกษา และเครือข่ายความร่วมมือ (Innovation Entrepreneur Trip Day) , กิจกรรมการเสวนาสมาคมศิษย์เก่า มทร.อีสาน นิทรรศการผลงานการขับเคลื่อนตามจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ นิทรรศการผลงานความร่วมมือของภาคีเครือข่าย มทร.อีสาน, กิจกรรมสถาปัตย์กลับบ้าน 2567, การออกร้านจําหน่ายสินค้าจากองค์การนักศึกษาและบุคลากร และการออกร้านจําหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค คอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย ตลอด 10 วัน 9 คืน โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ โดย นายจักริน บวรชัย ผู้อำนวยการ โครงการ “หนึ่งใจ…ให้ประชาชน” ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา (พื้นที่สุรนารายณ์)

    “และด้วยเกียรติประวัติอันยาวนานของ มทร.อีสาน ล้วนสะท้อนประสิทธิภาพ (Efficiency) ในการผลิตบัณฑิตตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผลิตบุคลากร ผู้มีคุณูปการแก่วงการศึกษาและประเทศชาติ ตลอดจนศักยภาพอันโดดเด่น ที่กระทบต่อการขับเคลื่อนและผลักดันการพัฒนาในทุกพื้นที่ ขอบเขตความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยฯ โดยกำหนดหัวใจสำคัญ ผ่านยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพประชากรในทุกระดับสู่ความยั่งยืน ตามมาด้วยความมั่นคงจากชื่อเสียงและการยอมรับซึ่งมหาวิทยาลัยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน” รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวเพิ่มเติม

    สำหรับในการจัดงานมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) นอกจากจะมีกิจกรรมสร้างเสริมความรู้ การประกวดแข่งขัน และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ปีนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษสุด เพื่อเปิดโอกาสด้านการศึกษาต่อมทร.อีสาน สำหรับนักเรียน นักศึกษา ยังได้มีโครงการ RMUTI Open House 2024 เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ สู่บ้าน มทร.อีสาน ครั้งที่ 12 ซึ่งจะมีการเปิดโควตาสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจศึกาต่อที่ มทร.อีสาน นครราชสีมา กว่า 2,500 ที่นั่ง ระหว่างวันที่ วันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2567 ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัด ใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรมและชมมหกรรมต่าง ๆ ในงาน RMUTI EXPO 2024 : RMUTI For Future ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567-วันที่ 1 ธันวาคม 2567 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ “รักษ์มุกดาหาร” ติงหน่วยงานรัฐ อนุญาตนำเข้าทรายต้องโปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์ ผปก. ลักลอบดูดในเขตไทย

    เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า ตามที่คณะทำงานจัดทำความเห็นประกอบการขออนุญาตนำเข้าสินค้าตามทางอื่นนอกทางอนุมัติ ตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 86 วรรคสอง ซึ่งมีปลัดจังหวัดมุกดาหารเป็นประธาน จะลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่และขั้นตอนการปฏิบัติ การนำเข้าสินค้านอกทางอนุมัติ ของผู้ประกอบการท่าทรายที่ขออนุญาตนำเข้า ทางอนุมัติในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารรวม 5 แห่ง ในวันนี้ นั้น

    ชมรมรักษ์มุกดาหาร ขอให้คณะทำงานพิจารณาด้วยความรอบคอบ โปร่งใสตรวจสอบได้และพร้อมรับผิดชอบ แสดงเจตนารมณ์สุจริตด้วยการเปิดเผยพิกัดพื้นที่สัมปทานดูดหิน กรวด ทราย ของผู้ประกอบการ สปป.ลาว เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบว่าผู้ประกอบการที่ขออนุญาตนำเข้าไม่ได้ลักลอบดูดกรวด-ทราย ในเขตราชอาณาจักรไทย แล้วสวมรอยว่าเป็นการนำเข้าจากแปลงสัมปทานใน สปป.ลาว ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและอาชีพประมงของไทย การใช้รถบรรทุกกรวด-ทราย ไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองและความเสียหายต่อสุขภาพของประชาชนและทางสาธารณะ

    อีกทั้ง ท่าเทียบเรือขนทรายในแม่น้ำโขงของผู้ประกอบการไม่ควรอยู่ติดกับเขื่อนป้องกันตลิ่งในแม่น้ำโขงเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างเขื่อนต่อเนื่องตามแผนพัฒนาจังหวัด ผังเมืองรวม และการรักษาสภาพแวดล้อมของจังหวัดมุกดาหาร และควรใช้ข้อกำหนดทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการดูดทรายตามแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง (ข้อตกลงไทย-ลาว) ที่กำหนดให้มีระยะห่างจากสิ่งก่อสร้างสำคัญ สะพาน เขื่อนป้องกันตลิ่ง ไม่น้อยกว่า 1,000 เมตร บ้าน ศาสนสถานและโรงเรียน ไม่น้อยกว่า 500 เมตร ประกอบการพิจารณาด้วย

    กระทรวงมหาดไทย #กรมเจ้าท่า #จังหวัดมุกดาหาร #กรมการปกครอง #กรมศุลกากร #อนุญาตนำเข้าตามมาตรา86วรรคสอง #ลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขง

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ทท.ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เมืองพัทยา/Skechers รุกตลาดเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉม Skechers Outlet Central Marina Pattaya

    วันที่ 22 พ.ย.67 ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา) จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานประชุมหารือแนวทางการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการป้องกันการหลอกลวงการเอารัดเอาเปรียบที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    โดยมี นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี นางเอกอนงค์ บัวมาศ พาณิชย์จังหวัดชลบุรี นายกิตติ บุญรัตนเนตร สาธารณสุขอำเภอบางละมุง นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รองปลัดเมืองพัทยา รักษาการแทนปลัดเเมืองพัทยา นายเอกราช คันธโร ผอ.เจ้าท่า สาขาพัทยา นายวรภพ คงธนจรัส ปลัดอำเภอบางละมุง นายชัยวัฒน์ ตามไท ผอ.ททท.พัทยา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

    เนื่องด้วยได้เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่าวชาติเสียชีวิตจากการทำกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่บ้านเกาะล้าน เมืองพัทยา บ่อยครั้งในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รวมทั้งยังพบข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกเอารัดเอาเปรียบจากการหลอกลวงให้การซื้อสินค้าที่ราคาแพงเกินจริง ทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวประเทศไทยเสียหาย ทางตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา) จึงดำเนินจัดประชุมดังกล่าวขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และมาตรฐานการให้บริการ การจำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้มีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม

    ในที่ประชุมโดย พ.ต.ท.ปิยพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้นำเสนอข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานการณ์ต่างๆ ที่น่าสนใจ โดยพบสถิติเหตุนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตในพื้นที่เกาะล้าน ประจำปี 2565-2567 โดยพบว่าในระยะเวลา 3 ปี มีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตรวม 13 ราย ในปี 2565 มีหนึ่งราย คือนักท่องเที่ยวชาวปากีสถาน ในปี 2566 มี 6 ราย คือ อินเดีย 2 ราย จีน 2 ราย เวียดนาม 1 ราย และบรูไน 1 ราย และในปี 2566 มี 6 ราย คือ จีน 4 ราย และเกาหลีใต้ 2 ราย ซึ่งพบว่าผู้เสียอายุเป็นคนชราและผู้สูงวัย

    ด้าน นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เผยในส่วนของการวางแนวทางทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่ามาท่องเที่ยวแล้วปลอดภัย เมืองพัทยา โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวและเบื้องต้นได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังบ้านเกาะล้าน โดยหาคือแนวทางการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว การกำหนดเปิดจองจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ การจัดลำดับคิว รวมทั้งการเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งต้องมีการพูดคุยหลายฝ่าย เพราะปัจจุบันพบว่าเกาะล้านมีนักท่องเที่ยวมาเยอะเกินขีดจำกัด ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้กล่าวชื่นชมเมืองพัทยาที่มีความเข้มแข็งของมีการประสานการทำงานกันอย่างเป็นรูปธรรมจนบางกรณี ตัวอย่างเช่นกรณีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเล่นน้ำเสียชีวิตที่เมืองพัทยามีการประสานงานเรื่องของประกันชีวิตต่างๆ เพื่อช่วยเหลือจากได้รับความชื่นชมจากเอกอัครราชทูตอินเดียชื่นชมและฝากขอบคุณมายังเมืองพัทยา

    ทั้งนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวมีจำนวนน้อยจำเป็นต้องบูรณาการพึ่งการทำงานของอาสาสมัครให้เข้ามาช่วยปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งในการอำนวยความสะดวกและดูแลนักท่องเที่ยวโดยมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยาถือว่าทำได้ดีและน่าเป็นแบบอย่าง

    ข้อแนะนำสำหรับแนวทางการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการป้องกันการหลอกลวงการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เห็นควรให้มีการเพิ่มจำนวนไลฟ์การ์ด การสร้างหอคอย สังเกตุการณ์ริมชายหาด ดูเรื่องระเบียบของเรือเร็วและเจ็ตสกี การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เพียงพออยู่ในความดูแลของกำละงเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้ที่หลอกซื้อขายสินค้า แลพการหาความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเมืองพัทยามีจุดแข็งคือความร่วมมือที่สำคัญถือเป็นเสน่ห์ที่น่าชื่นชม

    Skechers รุกตลาดเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉม Skechers Outlet Central Marina Pattaya ขยายพื้นที่ใหม่ใหญ่ที่สุดในพัทยา

    วันที่ 22 พ.ย.67 มีรายงานว่า Skechers แบรนด์รองเท้าและเครื่องแต่งกายสำหรับครอบครัวชื่อดัง ได้ทำการเปิด Skechers Outlet Central Marina Pattaya อย่างเป็นทางการ ที่บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดร้าน Skechers Outlet อย่างเป็นทางการ

    โดยในพิธีการดังกล่าวมีนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ผู้เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งนายขวัญชัย บุญอารีย์ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า น.ส.นันทพร เหมือนเดช ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ Skechers (Thailand) และ น.ส.กรรณิการ์ แกล่มกล้า ผจก. Skechers Outlte Central Marina Pattaya ได้ต้อนรับคณะผู้ร่วมงานด้วยตัวเอง

    ด้าน น.ส.นันทพร เหมือนเดช ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ Skechers (Thailand) เปิดเผยว่า แต่เดิมร้าน Skechers Outlet จะตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การค่า แต่พบว่ากระแสตอบรับดีมาก มียอดขายทะลุ 3 ล้านบาทต่อเดือน จึงต้องขยายพื้นที่ลงมายังบริเวณชั้น 1 ซึ่งใหญ่กว่าเดิม เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุดถึง 90% ในสินค้าบางประเภท

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกษาธิการจังหวัด ติดตามและประเมินผลคัดเลือกครูผู้สมควรรับรางวัลพระราชทาน “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ระดับจังหวัด


    วันที่ 21 พ.ย. 67 ศึกษาธิการจังหวัด ติดตามประเมินผลครูผู้สสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์และเป็นครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา เพื่อคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลเกียรติยศแห่งชีวิตครู “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 โดยมีนายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยคณะทำงาน ประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงาน ศึกษานิเทศก์ และภาคสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านกำแพงเพชร และโรงเรียนชุมชนบ้านโนนสมบูรณ์ (ธนาคารกรุงเทพ 29) เพื่อเก็บข้อมูลเอกสารหลักฐานข้อมูลเชิงลึก

    โดยในปีนี้มีหน่วยงาน/องค์กร ระดับจังหวัดบึงกาฬ ได้เสนอชื่อครูผู้สมควรได้รับรางวัลพระราชทาน “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” จำนวน 2 คน มีนางสาว เดือนฉาย ดลไพร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านกำแพงเพชร สพป.บึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ และ นางจุฬาลักษณ์ สุกัน ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนบ้านโนนสมบูรณ์ (ธนาคารกรุงเทพ 29) สพป.บึงกาฬ ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยคณะกรรมการประเมินผลได้สอบถามข้อมูลเชิงลึกในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านลูกศิษย์ที่ครูเคยเป็นผู้สอน เพื่อนร่วมงานทั้งอดีตถึงปัจจุบัน ผู้บริหารสถานศึกษาทั้งอดีตและปัจจุบัน อันเป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นประจักษ์เอกสาร บุคคล และสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาประเมินผล คัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568 ในระดับส่วนกลางต่อไป

    สำหรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award) เป็นรางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้มีผลงานดีเด่น และสร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวม 11 ประเทศ (บรูไนดารุสซาราม อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ติมอร์-เลสเต เวียดนาม และไทย) ประเทศละ 1 คน รวม 11 รางวัล ซึ่งจะดาเนินการคัดเลือกครูในทุก 2 ปี โดยคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจะเสนอกรอบแนวคิดและคุณลักษณะเฉพาะของครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีไปยังกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 11 ประเทศ ส่วนการกาหนดเกณฑ์การคัดเลือกและกลไกให้ขึ้นกับดุลยพินิจของแต่ละประเทศ พิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

    การสรรหาและการคัดเลือกในประเทศไทย การสรรหาและการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ในประเทศไทย คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจะกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี โดยให้มีคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชุดหนึ่ง และปลัดกระทรวงศึกษาธิการชุดหนึ่ง มีบทบาทและทาหน้าที่ดาเนินงานคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีในระดับจังหวัดตามที่กาหนดไว้ในหลักเกณฑ์
    ทั้งนี้ การดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2561 เพื่อให้สามารถดาเนินงานตามขั้นตอนที่ได้กาหนดไว้ในปฏิทินการคัดเลือก
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสา จัดโดยกองพิสูจน์หลักฐานจ.ลพบุรี

    วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 – 15.00 น. ที่ ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรรจังหวัดลพบุรี พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัสมีจันทร์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ผู้กำกับพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝึกอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาสถานที่เกิดเหตุ ให้แก่ อาสาสมัคร กู้ภัย กู้ชีพจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ร่วมรับฟังทำความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และ 7 หน่วยงาน 50 นาย หน่วยงานที่เข้าร่วมประกอบด้วย

    1. หัวหน้ามูลนิธิปอเต็กตึ้ง ลพบุรี
    2. หัวหน้ามูลนิธิร่วมกตัญญู ลพบุรี
    3. หัวหน้ากู้ชีพ กู้ภัย พงไล้ 16 ลำนารายณ์
    4. หัวหน้ามูลนิธิสว่างอริโยธรรมสถาน อำเภอบ้านหมี่่
    5. หัวหน้ามูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง อำเภอหนองม่วง
    6. หัวหน้าสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ อำเภอโคกสำโรง
    7. หัวหน้ากู้ภัยพุทไธสวรรย์ ลพบุรี การเข้าฝึกอบรมเพื่อเสริมความรู้ในที่เกิดเหตุ ในเวลาปฎิบัติงานจากอาสาสมัคร คือหน่วยแรกที่เข้าถึงยังจุดเกิดเหตุ ยามมเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งอาชญกรรม วาตะภัยและอุทกภัย

    โดย พ.ต.ต.วิทยา คำเรียงโคตร์ (สบ.2) นักวิทยาศาตร์ จังหวัดลพบุรี เป็นผู้กล่าวรายงานและบรรยาย พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิงวรณพร โมธินา นักวิทยาศาตร์ (สบ.1) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ร.ต.ท.วุฒิภัทร จำปาแขม นักวิทยาศาสตร์ (สบ.1) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี การอบรมประชุมแนวทางการรักษาที่เกิดเหตุ พร้อมทั้ง จำลองสถานการณ์ มีเหตุ โดยในเบื้องต้นขั้นตอนการปฏิบัติ เริ่มจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งเหตุ ประสานร้อยเวรตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนประสานชุดอีโอดี เข้าตรวจสอบวัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลือยังจุดเกิดเหตุ แล้วราย

    เมื่อทุกอย่างเคลียร์ ร้อยเวรได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งอาสาสมัครกู้ภัยเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้บริการประชาชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ก่อนถึง รพ. และบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนเมื่อประสบเหตุ และมีส่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอด จะทำให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำงานได้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

    การเข้าฝึกทักษะในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการนำไปใช้เพิ่มเติมจากแนวที่ปฎิบัติ การรักษาที่เกิดเหตุ คือหัวใจหลักของการคลี่คลายคดี โดยอาสาสมัครกู้ภัยถือเป็นหน่วยแรกที่เข้าถึงที่เกิดเหตุ ถือว่าเสี่ยงในการทำวัตถุพยานหาย (โดยไม่ตั้งใจ) ถือว่าการอบรมในครั้งนี้ จะส่งผลดีกับทุกๆฝ่ายที่ปฎับัติงานส่วนหน้า โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสา จัดโดยกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี
    หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 41 กำหนดให้ผู้อำนวยการจัดให้มีอาสาสมัครในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

    ทั้งนี้ ศูนย์การใหญ่จิตอาสาพระราชทาน มีความประสงค์ขอให้กระทรวงมหาดไทย ประสานจังหวัด/อำเภอจัดตั้งชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กรเพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่เกิดเหตุในระดับพื้นที่ รวมถึงพิจารณากำหนดรูปแบบ/องค์ประกอบโครงสร้าง การสั่งการ แผนผัง/เครือข่ายการติดต่อสื่อสารมีการอบรมชุดปฏิบัติการให้มีความพร้อมปฏิบัติการ

    ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ชุดปฏิบัติการจิตอาสา ให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้น ระบบบัญชาการเหตุการณ์ การควบคุมสั่งการ การบริหารจัดการสาธารณภัย เหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่เป็นรูปแบบและมีมาตรฐานเดียวกัน สามารถบัญชาการและปฏิบัติการร่วมกับชุดปฏิบัติการอื่นอย่างมีเอกภาพ จึงได้จัดให้มีโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กรทั้ง 7 หน่วยงานนี้ขึ้นมา

    วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้แก่องค์กร ให้มีบุคลากรที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้น ระบบบบัญชาการเหตุการณ์ การควบคุมสั่งการ การบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่เกิดเหตุ ที่มีแบบและมาตรฐานเดียวกัน ให้กับชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กร เพื่อพัฒนาการระบบการปฏิบัติงานกู้ภัยในภาวะฉุกเฉินให้เป็นระบบ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อพื้นที่ให้มีความรู้ ความชำนาญในการจัดการเหตุที่เกิดขึ้น อันจะส่งผลให้ประชาชนในชุมชน/ท้องถิ่นมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

    กลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการอบรมได้แก่จิตอาสา ขององค์กร จิตอาสา และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นด้วยความระมัดระวังเกี่ยวกับหลักฐานสำคัญให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำงานง่ายขึ้น
    จากนั้นทางพิสูจน์หลักฐานได้มอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้เข้าร่วมอบรม และพาคณะที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี เดินเยี่ยมชมห้องปฏิบัตการ

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเดินวิ่ง “แคแสดรัน ครั้งที่ 2” ณ​ สะพานมิตรภาพไทย- ลาวแห่งที่ 2

    เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ประธานในงานแถลงข่าวกิจกรรมเดินวิ่ง “แคแสดรัน ครั้งที่ 2” โดยมีนายกิตติกร พันธ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร เภสัชกรอัฐพร กิจนิธิวรวริศ นายกสมาคมผู้ปกครองครู และศิษย์เก่า โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

    สำหรับกิจกรรมแคแสดรัน ครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2567 เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร เพื่อนำรายได้สร้างโดมกีฬาอเนกประสงค์ โดยได้รับความร่วมมือจากศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และศิษย์ปัจจุบัน ผู้ว่าราชการฯ ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม ผ่านกิจกรรม

    การวิ่งเพื่อสุขภาพ และได้ร่วมทำดีเพื่อสังคมด้วย โดยเฉพาะเส้นทางที่วิ่งทำกิจกรรมในครั้งที่เป็นถนนตัดใหม่ ทางหลวงชนบทสาย มห.3019 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 ถึง บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอ เมืองจังหวัดมุกดาหาร​ เป็นเส้นทางสนับสนุน SEZ รองรับการเจริญเติบโตของเมืองมุกดาหารในอนาคตแล้ว ยังเป็นเส้นทางที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับ

    สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 สู่ประเทศลาวรวมทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดในตัวเมืองให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยอย่างยั่งยืนอีกด้วย เส้นทางวิ่งที่สวยงามด้วยทิวทัศน์ เหมาะสำหรับวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ในอนาคตจะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว

    สำหรับกิจกรรมดังกล่าวแบ่งการวิ่งเป็น สองระยะ วิ่ง FUN RUN ระยะทาง 5 KM. อัตราค่าสมัคร 399 บาท MINI MARATHON ระยะทาง 10 KM. อัตราค่าสมัคร 499 บาท และ VIP RUN เลือกวิ่งได้ทุกระยะ อัตราค่าสมัคร 999 บาท ทั้งนี้นักวิ่ง 2 ระยะจะได้รับเสื้อเหรียญและถ้วยรางวัล ส่วน VIP RUN จะได้รับเสื้อและเหรียญทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ เฟซบุ๊ก แคแสดรัน ครั้งที่ 2#2024

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ ตามนโยบายและแผนพัฒนาจังหวัด ประจำเดือนพฤศจิกายน 2567


    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการจัดกิจกรรมแถลงข่าวประจำเดือน เพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน ตามนโยบายและแผนพัฒนาจังหวัด ประจำเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยมีนายพิพัฒน์ สัสดีแพง ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กล่าวถึงประเด็นที่สำคัญในการประชาสัมพันธ์จังหวัดพร้อมแจ้งถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในแต่ละเดือน พร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนการที่จังหวัดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยมีประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบ ดังนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน โดย นางสาวพัฒนา ไวลิม ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน แทน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงเรื่องการเตรียมรับมือภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศการเริ่มต้นฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2567 – 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ภายใต้กองอำนวยการป้องกัน รวมถึงทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุจังหวัด และการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยหนาวและแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยหนาวจังหวัดน่าน พ.ศ. 2567 – 2568

    โดยข้อมูลสำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวปีงบประมาณ 2567 – 2568 จังหวัดน่านได้มีการสำรวจข้อมูลความต้องการเครื่องกันหนาว จำนวน 91,510 คน ทั้งนี้ได้มีผู้ประสงค์จะแจกจ่ายครื่องกันหนาวมาจากบ.ไทยเบฟฯ จำนวน 15,000 ผืน และมูลนิธินอกจากนี้ราชประชาฯ จำนวน 2,500 ผืน ทั้งนี้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่านได้แนะนำเรียนรู้และรับมือภัย ในช่วงฤดูหนาว ดำเนินชีวิตปลอดภัย อาทิ อุบัติเหตุทางถนน สุขภาพ เพลิงไหม้ ไฟป่า และหมอกควัด้านนายสายันต์ ไชยยศ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาน่าน ได้เปิดเผยว่าคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ และสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่จังหวัดน่าน เดือนพฤศจิกายน จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับมีอากาศหนาว บางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาค และมีหมอกในตอนเช้า

    โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของ พื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน สำหรับช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม อากาศจะหนาวเย็นมากขึ้น โดยมีอากาศหนาวเย็น เกือบทั่วไป และมีอากาศหนาวจัดโดยเฉพาะบริเวณตอนบนของภาค สำหรับบริเวณยอดดอย ยอดภูรวมทั้งเทือกเขาจะมี อากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้ำค้างแข็งขึ้นได้ในบางช่วง ส่วนช่วงต้นและกลางเดือนกุมภาพันธ์ลักษณะอากาศจะแปรปรวน โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นและมีฝนบาง แห่งในบางวัน กับมีหมอกหนาในหลายพื้นที่ โดยยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า และจะมีอากาศร้อนหลาย พื้นที่ในตอนกลางวันข้อควรระวังในเดือนธันวาคมและมกราคม บริเวณยอดดอยมักจะเกิดน้ าค้างแข็งขึ้นได้ กับจะมีหมอกหนาเกิดขึ้น ในหลายพื้นที่ จึงควรระมัดระวังการเกิด อุบัติเหตุจากการใช้ ยวดยานพาหนะไว้ด้วย เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ อาจมีคลื่นกระแสลมตะวันตก เคลื่อนตัวจากประเทศเมียนมาผ่าน ภาคเหนือซึ่งจะทำให้ช่วงดังกล่าวเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่อากาศหนาวถึงหนาวจัดในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ถึง มกราคม 2568 คาดการ์ว่าอากาศหนาว – หนาวจัดบางวันอุณหภูมืต่ำถึง 8 องศา – 15 องศา

    ในบางพื้นที่อากาศหนาวจัดต่ำกว่า 8 ด้านนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวถึงการจัดประชุมเตรียมความพร้อมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ปี 2567 และการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากทั่วทุกมุมโลกโดยมีนายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ปี 2567 จังหวัดน่านกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปีเพื่อส่งสัญญาณว่า จังหวัดน่านมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากทั่วทุกมุมโลก ที่มีความหลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อาทิ ด้านแหล่งท่องเที่ยว ด้านการบริการ ด้านคมนาคม ด้านการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

    ด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ตลอดจนหารือถึงกิจกรรมที่จะจัดขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น เป็นการแสดงถึงศักยภาพการบูรณาการความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนชาวน่าน ด้วยการสร้างคุณภาพและบริการจากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มีมิตรไมตรีและเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยมีสถิตินักท่องเที่ยวผู้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดน่าน มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยมากกว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามเช่นกัน การเข้าพักของจังหวัดน่าน ที่พัก จำนวน 598 ที่ โดยมีห้องพักจำนวน 6,706 ห้อง บ่งชี้ได้ถึงการรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก โดยสถิติในปี 2567 มีจำนวนถึง 774,210 คน ข้อมูลณเดือนกันยายน

      ด้านนายรณกฤต จักร์เงิน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดน่าน  ซึ่งจังหวัดน่านมี 15 อำเภอ 98 ตำบล 31 ชุมชน 893 หมู่บ้าน มีประชากร 470,708 คน พื้นป่ามีจำนวน 7,581,035.02 ไร่ โดยมีพื้นที่ป่าตามกฎหมายในจังหวัดน่านจำนวน 5,976,453.15 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 79% ของพื้นที่จังหวัดน่าน ป่าสมบูรณ์ 4,241,855 ไร่ คิดเป็น 59.17% แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวน 2,756,453.15 ไร่ คิดเป็น 36% ของพื้นที่จังหวัดน่าน มีอุทยานแห่งชาติ 7 แห่ง ,เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 1 แห่ง ,วนอุทยาน 1 แห่ง ,สวนรุกขชาติ 1 แห่ง  พื้นที่อื่นๆจำนวน 1,604,581.87 ไร่ คิดเป็น 21% ของพื้นที่เป็นชุมชน,เกษตรกรรม โดยเผยว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมความพร้อมแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางศึกษาธรรมชาติทั่วประเทศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาวนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินป่าและกิจกรรมอาบป่า (Forest Bathing) มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดสำหรับในภาคเหนือ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาจังหวัดน่าน ซึ่งมีเส้นทางให้เลือกหลากหลาย ทั้งเส้นทางระยะไกลดอยภูแล เส้นทางเด่นช้างนอน เส้นทางน้ำตกขุนน้ำปัว เส้นทาง 1,700 และเส้นทางดอกชมพูภูคา นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางดอยค้ำฟ้า ในอุทยานแห่งชาติผาแดงและจุดชมวิวยอดภูชี้ฟ้าในอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ที่สวยงามโดดเด่น ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีป้ายสื่อความหมายและจุดพักตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลินในการได้รับบริการ

    ด้านนายวสันต์ จารุศังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัวหวัดน่านได้กล่าวถึงเรื่องการเตรียมรับมือและแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดน่านสถานการณ์ ฝุ่นPM2.5 ในพื้นที่จังหวัดน่าน คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดน่านพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน2.5 ไมครอนทั้ง 2 สถานี โดยจุดที่มีฝุ่นละอองPM2.5 อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีรถหนาแน่นนอกจากนี้สถานการณ์ จุดความร้อน Hotspot ในพื้นที่จังหวัดน่านเปรียบเทียบกับปี 2566 – 2567 มีการพบจุดความร้อนลดลงหรือน้อยกว่าปี 2566 ซึ่งเกิดจากพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่จังหวัดน่านน้อยลง ทั้งนี้ทางสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัวหวัดน่านได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดน่านปี 2568 โดยมีมาตราการป้องกัน เช่น บริหารจัดการเชื้อเพลิง , การกำหนดวันห้ามเผาเด็ดขาด ,ลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง,ตรึงพื้นที่กำหนดจุดเฝ้าระวัง,จัดระบบการเข้า-ออก พื้นที่ป่า,ส่งเสริมการจัดทำแหล่งชุมชนขนาดเล็กรวมถึงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก พร้อมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือ ส่วนมาตราการด้านเผชิญเหตุ อาทิ การสนธิกำลังจัดตั้งชุดปฎิบัติการตั้งจุดสกัด จุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ,บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม,

    กำหนดสถานที่พักชั่วคราวตลอดจนการบริหารด้านสาธารณสุข ,พร้อมทั้งแจ้งเตือนสถานการณ์ในช่วงวิกฤตและป้องกันตัวเองที่ถูกต้องให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ด้านนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ได้กล่าวถึง Creative City วิถีน่าน ด้วย Spark 3 วิ “เชิงลุก” โดยการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา สู่ Soft Power วิถีน่าน เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นในอนาคตและการสร้างรายได้ระหว่างเรียนมุ่งสู่ น่านเมืองสร้างสรรค์ Nan – Creative City of Crafts and Folk Art และแนวทางการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้สพม.น่าน เป็นองค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน เรียนดีมีความสุข ปีแห่งการความท้าท้ายการศึกษาไทยองค์กรคุณภาพสร้างคนดี พร้อมทั้งในปีการศึกษา 2567 -2568 เน้นว่าเป็นปีทองแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม 5 นโยบายภายใต้ธรรมาภิบาล คือ ความปลอดภัย คุณธรรม คุณภาพ โอกาส และประสิทธิภาพ เปิด 4 สาระสำคัญในการขับเคลื่อนดำเนินการ 1.แผนที่เชิงประวัติศาสตร์ 2.วิชาชีพเชิงช่างวิถีน่าน 3.ผ้าพื้นถิ่นน่าน 4.ศิลปะการแสดงพื้นบ้านวิถีน่าน/ ข่าวสนง.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง