สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สองคู่หู ม.ต้น ลงขันเปิดร้านปรุงปลา/นายกเมืองพัทยาประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการส่วนท้องถิ่น ชลบุรี / พิธีเปิด งานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567

คู่หู ม.ต้น ลงขันเปิด “ร้านปรุงปลา by 12 Garage” แปลงโรงรถบ้านพักเป็นร้านอาหารกลางหมู่บ้านพัทยารุ่งเรือง บรรยากาศแบบมานั่งทานข้าวบ้านเพื่อน ราคาเริ่มต้นเพียง 50 บาท นายวนาสินธุ์ ส่องแก้ว หรือบูม และนายธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ สองเพื่อนคู่หูคู่ซี้ตั้งสมัยเป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ได้ร่วมเปิดร้านอาหารเมนูปลาราคาย่อมเยาว์ ชื่อ “ร้านปรุงปลา by 12 Garage” โดยใช้พื้นที่โรงจอดรถของบ้านพักในหมู่บ้านพัทยารุ่งเรืองเป็นสถานที่เปิดให้บริการ

นายวนาสินธุ์ ส่องแก้ว หรือบูม เล่าได้ว่า เป็นเพื่อนกับนายธีรพงศ์ หรือแบงค์ มาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น จึงชักชวนกันเปิดร้านปรุงปลา by 12 Garage ซึ่งใช้โรงจอดรถของบ้านตนเองเป็นสถานที่ เพื่อต้องการให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศการรับประทานอาหารเหมือนมาทานข้าวที่บ้านเพื่อน มีการแบ่งงานกันคือนายแบงค์จะเป็นพ่อครัวประกอบอาหาร ส่วนตนเองจะวิ่งส่งอาหารและดูแลเรื่องของการทำตลาดและการหาลูกค้า

ด้านนายธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ เผยด้วยว่า โดยเริ่มต้น ร้านปรุงปลา by 12 Garage จะมีเมนูหลากหลายโดยชูเอาเนื้อปลานิลจากบ่อคัดพิเศษเป็นวัตถุดิบหลัก อาทิ กะเพราะปลา ปลาทอดน้ำปลา ปลาผัดตั้งโอ๋ ปลาผัดเม็ดมะม่วง ผัดพริกแกงปลา ปลาผัดขี้เมา ปลาทอดผัดผักบุ้ง ราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 50 บาท ในอนาคตจะเพิ่มเติมปลาชนิดอื่นๆ ทั้งปลาดุกและปลากระพง

ทั้งนี้ หลังจากเปิดร้านมาได้ไม่นานมีลูกค้ามาใช้บริการทั้งกลุ่มเพื่อน ลูกค้าออนไลน์ รวมทั้งลูกค้าฝากซื้อกันอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตจะวางแพลตฟอร์มกับแอปพลิเคชั่นส่งสินค้าต่างๆ ทั้งแกร๊ป แพนดาฟู้ด ไลน์แมน และอื่นๆ เพื่อบริการส่งอาหารให้ลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับร้านปรุงปลา by 12 Garage ตั้งอยู่ในบ้านเลขที่ 50/377 ม.5 ซ.12 หมู่บ้านพัทยารุ่งเรือง เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. จะปิดทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน โดยนอกจากบริการรับประทานที่ร้านแล้วยังมีบริการรับทำข้าวกล่อง และบริการเดลิเวอรี่ โดยค่าบริการส่งอาหารเริ่มที่ 10 บาท โทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลข 094-915 1999 บูม, 093-003 7545 แบงค์

ระดมสมอง! นายกเมืองพัทยาร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี

มีรายงานว่าเวลา 13.30 น. วันที่ 21 พ.ย.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือ

พนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ที่มีนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุม และ น.ส.สุดินา แก้วดี ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการฯ หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุมฯ ที่ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ศาลากลางจังหวัดชลบุรี

 โดยการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี เป็นการประชุมร่วมกันของคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานส่วนตำบล จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 และคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเมืองพัทยา ครั้งที่ 8/2567 

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ มีระเบียบวาระที่สำคัญ อาทิ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี พิจารณาร่างประกาศคณะอนุกรรมการสรรหาฯ เกี่ยวกับการขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีข้าราชการผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งตามกำหนด

พิธีเปิดยิ่งใหญ่! งานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THALAND, 2024) เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ

วันที่ 21 พ.ย.67 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ มอบหมายให้นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THALAND, 2024)

เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพิธีฯ ณ สนามศรีมหาราชา ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

 ทั้งนี้ ด้วยสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กำหนดจัดงานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THAILAND, 2024) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยกำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2567  ณ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือได้มีโอกาสทบทวนเนื้อหาสาระวิชาการ และทักษะทางลูกเสือ เพื่อพัฒนาสติปัญญา ความรู้ ความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างกว้างขวาง และเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของคณะลูกเสือแห่งชาติประเทศไทยให้เป็นที่แพร่หลาย โดยมีผู้เข้าร่วมงานชุมนุมเป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ กรรมการลูกเสืออาสาสมัครลูกเสือจากทั่วประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,516 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หากินกับกล้องจับควมเร็ว ชาวบ้านเดือดร้อน แขวงประจวบฯ ชี้แจงปัญหา หลังโดนไปสั่งนับร้อยคัน

Oplus_131072


เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 ที่ห้องประชุมแขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จ.ประจวบฯ นายเศรษฐ์ จันทอาด รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงประจวบฯ (ฝ่ายปฏิบัติการ) เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นการแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนเพชเกษมในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน มี พ.ต.ท.ภัทรพงศ์ สะอาดนัก สว.จร.สภ.หัวหิน ตำรวจทางหลวงประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน กลุ่มพลังท้องถิ่นหัวหิน เข้าร่วมรับฟัง

นายเศรษฐ์ จันทอาด กล่าวว่า แขวงทางหลวงฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและกลุ่มพลังท้องถิ่นหัวหิน ในเรื่องไฟสัญญาณจราจร ป้ายจราจร บนถนนเพชรเกษมเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ที่มีการกำหนดและบังคับใช้แตกต่างกัน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการใช้ทาง จึงได้มีการประชุมร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา ส่วนหลักๆ ก็จะเป็นเรื่องของสัญญาณไฟจราจรที่ประชาชนใช้แล้วรู้สึกว่าไม่ถูกใจเท่าไหร่ เช่น บริเวณแยกพุทธไชโย ทางเลี้ยวซ้ายที่รอสัญญาณไฟก็จะเปลี่ยนให้เป็นเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดเพื่อให้การจราจรคล่องตัว แต่การเลี้ยวซ้ายก็ต้องมองรถขวาด้วยเพื่อความปลอดภัย ในส่วนของสี่แยกเทศบาลเมืองหัวหิน ไฟจราจรที่ไม่ชัดเจน เช่น ไฟเลี้ยวซ้ายที่ยังเป็นสีเหลืองอยู่ ทางแขวงจะให้ทางบริษัทมาปรับปรุงแก้ไขให้ ส่วนกล้องตรวจจับความเร็วและป้ายจำกัดความเร็วที่กระชั้นชิดที่เป็นปัญหากับประชาชนผู้ขับขี่อยู่ในตอนนี้ ทางตำรวจทางหลวงจะไปขยับป้ายที่เป็นระยะที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนก่อนที่จะถึงจุดตรวจจับความเร็ว ตรงนี้ตำรวจทางหลวงประจวบฯ ก็จะรับไปดำเนินการซึ่งได้มีมติในที่ประชุมแล้ว ได้คุยกันเรียบร้อยแล้ว

Oplus_131072

“ปัญหาเรื่องฟุตบาททางเท้าริมถนนเพชรเกษมที่ในขณะนี้ทางแขวงฯ กำลังดำเนินการปรับปรุงแก้ไขอยู่ มีสาเหตุมาจากที่เราเพิ่งได้งบประมาณมาระหว่างช่วงไฮซีซั่นพอดี เราได้ตั้งงบแล้วและได้ผู้รับจ้างพอดีก็เลยรีบดำเนินการ ฝากถึงประชาชนนักท่องเที่ยวระหว่างนี้อาจได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรไปมา รวมถึงการเข้าออกบ้านและร้านค้า แต่เมื่อเแล้วเสร็จเราจะได้เข้าออกอย่างสะดวกและปลอดภัย หน้าบ้านเราก็จะสวยงามเป็นอัตลักษณ์ของหัวหิน ซึ่งตามสัญญาก็น่าจะเสร็จประมาณเดือนธันวาคมนี้ ก็อยากฝากถึงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนด้วยว่า ทางหลวงเราเป็นทางสายหลัก หัวหินของเราก็ค่อนข้างเป็นเมืองชุมชน มีทั้งเขตพระราชฐาน มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจำนวนมาก ก็อยากให้ใช้รถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งผู้ที่อยู่ในเมืองหัวหินและผู้ที่เดินทางผ่านด้วย

นายศุภวิท กำเนิดแสง ประธานกลุ่มพลังท้องถิ่นหัวหิน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแขวงการทาง งานจราจร สภ.หัวหิน ตำรวจทางหลวงประจวบฯ และเทศบาลเมืองหัวหินที่มาร่วมกันในการแก้ปัญหาในครั้งนี้ รู้สึกพอใจที่ปัญหาหลายข้อได้รับการตอบรับในแก้ปัญหาให้กับประชาชน ปัญหาที่เราโฟกัสเป็นพิเศษในวันนี้ก็คือเรื่องของการจราจรที่เป็นประเด็นแรก ส่วนเรื่องปัญหาไฟสัญญาณจราจรที่ประชาชนไม่เข้าใจหรือเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ทำการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องกล้องตรวจจับความเร็วในเขตเทศบาลเมืองหัวหินที่ประชาชนนักท่องเที่ยวร้องเรียนเข้ามาว่าโดนใบสั่งกันมาก ในที่ประชุมทั้งทางหลวงหรือตำรวจทางหลวงก็ได้รับทราบและทำการแก้ไขต่อไป.

ทม.ประจวบฯ ฝึกอบรมประชาชนขับขี่ปลอดภัยเสริมสร้างวินัยจราจร และป้องกันอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น เทศบาลเมืองประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกอบรมประชาชนขับขี่ปลอดภัยเสริมสร้างวินัยจราจรและการป้องกันอุบัติเหตุ มีนางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบฯ

กล่าวรายงาน ร.ต.อ.สันติ ทองฉิม รอง สว.จร.สภ.เมืองประจวบฯ น.ส.อรุณรัตน์ ฟองมณี เจ้าหน้าที่อาวุโส บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาประจวบฯ นายมานะ สาลี หัวหน้าช่าง บริษัท ชาญธุรกิจ 1990 จำกัด มาเป็นวิทยกรบรรยายให้ความรู้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลฯ เจ้าหน้าที่ และผู้เข้ารับการอบรมให้การต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมขับขี่ปลอดภัยเสริมสร้างวินัยจราจร ได้มีความรู้ความเข้าใจปัจจัยการกระทำความผิดกฎหมายจราจรของผู้ขับขี่รถยนต์-รถจักรยานยนต์ และเล็งเห็นความสำคัญของพระราชบัญญัติรถยนต์ (พ.ร.บ.) สิทธิหลังเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงให้ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ โดยมีตัวแทนจาก 15 ชุมชนในเขตเทศบาลฯ จำนวน 90 คน เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้.


จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดประชุมคณะทำงานศูนย์บริหารจัดการแรงงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

วันนี้ (20 พ.ย. 67) เวลา 9.30 น. ที่ห้องประชุมสิงขร ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์บริหารจัดการแรงงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อติดตามการดำเนินงานด้าน การป้องกันและแก้ไขปัญหา การใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเล โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

ทั้งนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการแรงงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และแต่งตั้งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ เพื่อเป็นกลไกที่สำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ทั้งยังเป็นศูนย์บูรณาการตรวจแรงงานประมงทะเลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีอำนาจหน้าที่ในการ 1.จัดทำแผนและประสานความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเล 2.ดำเนินการร่วมกันในการตรวจ รับคำร้อง มีคำสั่งดำเนินคดี ตลอดจนติดตามคดีและการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายในเรือประมงทะเลอย่างเครงครัด 3.ส่งต่อและประสานงานการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ในกิจการประมงทะเลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.ให้คำแนะนำข้อมูล ประชาสัมพันธ์ ข้อกฎหมาย การจัดเอกสารหลักฐานตามกฎหมาย 5.จัดทำฐานข้อมูลระบบทะเบียนเรือประมง และทะเบียนเรือประมงข้อมูลการคุ้มครองแรงงานในจังหวัด ที่สามารถตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลได้ 6. มีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้างสภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ในเรือประมงทะเล 7.รายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อผู้บังคับบัญชา และ ดำเนินงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ในปี 2565

ในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Presons Report) , ความปลอดภัยในเรือประมง , การเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจเรือกลางทะเล , สรุปผลการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และสถานการณ์การค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และได้ร่วมกันพิจารณาแผนการตรวจแรงงานประมงทะเลแบบบูรณาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ได้กำหนดแผนการบูรณาการตรวจเรือประมงทะเลประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ในพื้นที่บริเวณทะเลตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี และบริเวณทะเลตำบลแม่รำพึง อำเอำเภอบางสะพาน

กองบิน 5 จัดใหญ่งานเทศกาลท่องเที่ยวอ่าวมะนาว รำลึก 83 ปี สดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 วันที่ 6-10 ธ.ค.นี้


เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 ที่ห้องดุสิตา อาคารอากาศคำรณ กองบิน 5 อำเภอเมือง จ.ประจวบฯ น.อ.พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 พร้อมด้วย นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานสดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2584 ประจำปี 2567 มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ และสื่อมวลชนร่วมการแถลงข่าว


กองทัพอากาศ โดยกองบิน 5 ได้กำหนดจัดงานสดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสดุดีความกล้าหาญของทหารอากาศ ลูกเสือ ยุวชน ตำรวจ และวีรชนชาวจังหวัดประจวบฯ ทุกท่านที่ยอมเสียสละชีวิต เลือดเนื้อเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา และเพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ให้พี่น้องชาวไทยและชาวต่างชาติได้มีส่วนทราบเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งนับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ร่วมกัน ระหว่างทหารอากาศแห่งกองบิน 5 และพี่น้องประชาชนจังหวัดประจวบฯ ที่ร่วมกันต่อสู้กับกองกำลังแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ได้นำกำลังพลขึ้นบก ณ อ่าวประจวบ อ่าวมะนาว และมีการสู้รบกันเป็นเวลา 33 ชั่วโมง จึงสงบ โดยในวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นปีครบรอบ 83 ปี สดุดีวีรชน สงครามมหาเอเชียบูรพา

น.อ.พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 กล่าวว่า กองทัพอากาศ โดยกองบิน 5 ได้กำหนดจัดงานสดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 6-10 ธ.ค.67 รวม 5 วัน ที่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ กองบิน 5 และบริเวณลานเอนกประสงค์ สโมสรทหารอากาศ กองบิน 5 ในส่วนของงานพิธีการจะเริ่มในวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.67 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. มีการจัดกิจกรรมเดินเทิดเกียรติสดุดีวีรชนตั้งแต่บริเวณศาลหลักเมืองประจวบฯ ถึงอนุสาวรีย์วีรชนฯ กองบิน 5 หลังจากนั้น จะเป็นงานเลี้ยงรับรองที่บริเวณลานเอนกประสงค์สโมสรทหารอากาศ กองบิน 5 ส่วนวันอาทิตย์ที่ 8 ธ.ค.มีพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนฯ ของส่วนราชการจังหวัดประจวบฯ และเวลา 10.00 น. ผู้บัญชาการทหารอากาศ จะให้เกียรติมาวางพวงมาลาและร่วมงานบำเพ็ญอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชน

นอกจากนี้ กองบิน 5 ได้กำหนดจัดงาน เทศกาลท่องเที่ยวอ่าวมะนาว สดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับงานพิธีการหลัก โดยกำหนดจัดงานบริเวณลานเอนกประสงค์สโมสรทหารอากาศ กองบิน 5 มีการออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม เวทีการแสดง รวมถึงการจัดนิทรรศการทางประวัติศาสตร์ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การแนะแนวสถานศึกษาในกองทัพอากาศ และการจัดแสดงผลงานการประกวดประเภทต่าง ๆ ของนักเรียนที่ศึกษาในสถานศึกษาจังหวัดประจวบฯ เยาวชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงกิจกิจกรรมการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมพิชิตยอดล้อมหมวก

สำหรับกิจกรรมที่มุ่งให้เกิดการมีส่วนร่วมในกลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไป คือ การประกวด ชิงเงินรางวัลและโล่เกียรติยศผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แก่ การประกวดแต่งโคลงสี่สุภาพ ในหัวข้อ เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การประกวดกลอนสุภาพ ในหัวข้อ “เชิดชูเกียรติ สดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484”

การประกวดเรียงความ การประกวดวาดภาพระบายสี และการประกวด Infographicในหัวข้อ “สืบสาน รักษา และต่อยอด การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล” อีกทั้งยังมีการประกวดภาพถ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว ในหัวข้อ “สละชีพ สู้ศึก พิทักษ์ชาติ ก้องเกียรติ ถนนแห่งประวัติศาสตร์” และการประกวดคลิปวิดีโอสั้นส่งเสริมการท่องเที่ยว ในหัวข้อ “มาเที่ยวบ้านฉัน มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว”

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน Colorful Korat

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมกับ จ.นครราชสีมา จัดงาน Colorful Korat ระหว่างวันที่ 20 – 24 พฤศจิกายน 2567 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยกานฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ สวนรัก อ.เมือง จ.นครราชสีมา

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ททท. ขานรับนโยบาย IGNITE THAILAND’s TOURISM : Soft Power & Sustainability โดยนำเสนอควบคู่กับ อัตลักษณ์ความเป็นไทย การผ่านกิจกรรมและเทศกาล Events & Festivals เปิดท่องเที่ยวได้ตลอดปี

เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้วัฒนธรรมไทย เปฺนจุดแข็ง ผ่านการร้อยเรียงเรื่องเราวในมุมมองใหม่ ที่ทันสมัยของภาคอิสาน อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวใน จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถสร้างรายได้และ กระจายสู่ท้องถิ่น ตลอดจนระยะเวลาจัดงาน

นักท่องเที่ยวสามารถสำผัสสีสันในแบบอีสานที่ไม่ควรพลาด ระหว่างวันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 – 22.30น ณ สวนรัก จังหวัดนครราชสีมา ภายในงานพบกับไฮไลต์สุดพิเศษ สัมผัสเอกลักษณ์ชองภาคอิสานในทุกมิติ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ก.ธ.จ.น่าน ติดตามแผนงานปี 2567 พร้อมพิจารณาคัดเลือกแผนงาน/โครงการเพื่อสอดส่อง ประจำปี 2568


เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมเจ้ามหาพรหมสุรธาดา ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 16 ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน ครั้งที่ 3/2567 เพื่อติดตามการดำเนินงานและพิจารณาแนวทางสอดส่องแผนงาน/โครงการ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2567

ของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน (ก.ธ.จ.) พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการสอดส่องโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 พร้อมทั้งคัดเลือกแผนงาน/โครงการเพื่อสอดส่องประจำปี 2568 โดยในเบื้องต้นในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน ได้คัดเลือกโครงการ/กิจกรรมจำนวน 10 กิจกรรม/โครงการ จาก 9 หน่วยงานในการติดตามสอดส่องการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัด

สำหรับปีงบประมาณ 2568 จังหวัดน่านได้รับการจัดสรรงบประมาณ แบ่งเป็นงบประมาณจากแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จำนวน 3 โครงการ วงเงิน 8,070,460 บาท และจากแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดน่าน จำนวน 7 โครงการ วงเงิน 230,521,900 บาท

นายอิทธิพลกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการต่างๆ ในขณะนี้ยังอยู่ในระยะเตรียมการรอการอนุมัติดำเนินการ แต่เมื่อเริ่มขับเคลื่อนโครงการแล้ว คณะกรรมการควรเข้าไปสังเกตการณ์และสอดส่องอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสร้างหลักธรรมาภิบาลและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นใจในแผนงานของภาครัฐ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิว์ / นบ.ยส.24 แถลงข่าวทหารพรานยึดยาบ้า เกือบ 2 แสนเม็ด! พร้อมฝิ่นดิบกว่า 3 กิโลกรัม ที่ริมแม่น้ำโขง/จ.มุกดาหาร ปล่อยรถบรรทุกหนักไม่คลุมผ้าใบวิ่งเกลื่อนเมือง/เหิม! ขบวนการค้าของเถื่อนลักลอบส่งบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านเหล่าหนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2) )

เป็นผู้แทน พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) แถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติด ร่วมกับนายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอท่าอุเทน นาวาโทจักรกฤษ วังกรานต์ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตนครพนม ร้อยเอก ธนากร นาเหล็ก ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน

โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 09.50 น. กองบังคับการควบคุมที่ 1(ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับการประสานจากกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 ว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดี พบวัตถุต้องสงสัยคาดว่าจะเป็นยาบ้า วางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จึงได้จัดกำลังเข้าทำการพิสูจน์ทราบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงจุดที่ได้รับแจ้ง พบกระสอบสีเหลือง จำนวน 2 กระสอบวางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบภายในกระสอบ พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 170,000 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่น) น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม จากนั้นจึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ร่วมทำการเข้าตรวจสอบและนำของกลางทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โดยการแจ้งเบาะแสนำมาซึ่งการตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้เกิดจากการที่ประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารพรานและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งถือว่าประชาชนในพื้นที่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการป้องกันสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองทัพภาคที่2 กองทัพบกroyalthaiarmyภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

หน่วยงานเมินหนังสือ จ.มุกดาหาร ปล่อยรถบรรทุกหนักไม่คลุมผ้าใบวิ่งเกลื่อนเมือง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน​ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า สืบเนื่องจากนายไกร เอี่ยมจุฬา ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้มีหนังสือลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ถึงนายอำเภอทุกอำเภอและนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ว่า ได้รับแจ้งจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า สภาผู้แทนราษฎร ในคราวประชุมผู้แทนราษฎร วันที่ 11 กันยายน 2467 ได้มีสมาชิกผู้แทนราษฎรให้แก้ไขปัญหารถบรรทุกที่บรรทุกวัสดุ เช่น ดิน หิน ทราย หรือวัสดุอื่น ๆ ที่อาจจะฟุ้งกระจายระหว่างการขนส่งไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของระหว่างการขนส่ง ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายในการบังคับใช้กับผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดในการบรรทุกสิ่งของโดยไม่ปกคลุมและก่อให้เกิดอันตรายต่อใช้รถ ใช้ถนน เช่น พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102(4) ประกอบกับมาตรา 127 ฐานการขับรถโดยไม่ปฏิบัติและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขนส่ง นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 13 ที่กำหนดให้รถที่บรรทุกสิ่งของนั้นต้อง มีการป้องกันไม่ให้เกิดการตกหล่น รั่วไหล ฟุ้งกระจาย ลงบนถนนในระหว่างที่ใช้ และให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่มีอำนาจสามารถยึดรถนั้นไว้จนกว่าเจ้าของจะชำระค่าปรับ แต่ปัจจุบันมีรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือตกหล่นบนถนนจำนวนมาก

จังหวัดมุกดาหารพิจารณาแล้ว เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตามประเด็นข้อหารือของสภาผู้แทนราษฎร ดังกล่าวฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุผลสัมฤทธิ์ จึงขอความร่วมมืออำเภอแจ้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวฯ ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบและดำเนินการด้วย

แต่ปรากฏว่าภายหลังจากที่จังหวัดมุกดาหารออกหนังสือฉบับดังกล่าว ในพื้นที่เขตอำเภอเมืองมุกดาหารก็ยังคงมีรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือตกหล่นบนถนนจำนวนมากอยู่เป็นจำนวนมากเช่นเดิม และนับวันแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายแห่งโดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ทำให้มีรถบรรทุกทรายและหินใหญ่ซึ่งคาดว่าจะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและไม่คลุมผ้าใบกันวัสดุตกหล่นจำนวนมากวิ่งผ่านในพื้นที่เทศบาลตำบลนาสีนวน เทศบาลเมืองมุกดาหาร ทางหลวงแผ่นดิน 2034 ทางเลี่ยงเมือง 238 และทางหลวงชนบท โดยรถบรรทุกดังกล่าวใช้เส้นทางวิ่งซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งของสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร เทศบาลตำบลนาสีนวน และเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพียงไม่กี่กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางในการสัญจรอยู่ทุกวัน โดยไม่ปรากฏให้เห็นว่ามีหน่วยงานรับผิดชอบใดส่งเจ้าหน้าที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายและหนังสือจังหวัดมุกดาหารแต่อย่างใดกรมการขนส่ง

#กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #จังหวัดมุกดาหาร #เทศบาลตำบลนาสีนวน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

เหิม! ขบวนการค้าของเถื่อนลักลอบส่งบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง สะพานมิตรภาพ 2

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567​ ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้าของเถื่อนข้ามชาติลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงมาส่งให้กับนายทุนค้าของเถื่อนในจังหวัดมุกดาหารที่บริเวณท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ม.13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานบูรณาการกับชุดสืบสวนและปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมศุลกากร รุดไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือหางยาวบรรทุกกล่องกระดาษขนาดใหญ่แล่นจากฝั่งแขวงสะหวันนะเขต เข้ามาจอดที่บริเวณท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ใกล้กับสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อที่จะขอตรวจสอบ แต่คนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้อาศัยความมืดวิ่งขึ้นฝั่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบพบกล่องกระดาษบรรจุสิ่งของขนาดใหญ่จำนวน 5 กล่องอยู่ในลำเรือ จึงได้เปิดกล่องกระดาษตรวจสอบพบว่าภายในบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า 1 กล่อง ส่วนอีก 4 กล่อง พบว่าเป็นบุหรี่ผลิตใน สปป.ลาว จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบกroyalthaiarmy

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทพ.2105​ ฝ่ายปกครองและตำรวจ ยึดยาบ้าซุกกองฟาง 1.9 แสนเม็ด ในกระท่อมกลางทุ่ง/ นบ.ยส.24 ยึด เฮโลอีน 32 แท่ง, ยาไอซ์ 117 กก. ผู้ต้องหา 3 รายของกลาง ยาบ้า 80 มัด 160,000 เม็ด/ร้องตรวจสอบรถขนทราย บรรทุก นน. เกิน ถนนพัง ฝุ่นเต็มบ้าน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงมาส่งในพื้นที่ บ.นาสีนวน ม.1 ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง ปรากฏว่าเมื่อไปถึงบริเวณกระท่อมในบริเวณสวนยางพารา บ.นาสีนวน พบกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนไว้อยู่ในกองฟางจึงได้เปิดตรวจสอบดูพบว่าภายในกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 198,000 เม็ด ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นบ.ยส.24 แถลงข่าวโชว์ผลงานการตรวจยึด เฮโลอีน 32 แท่ง, ยาไอซ์ 117 กก. ผู้ต้องหา 3 รายของกลาง ยาบ้า 80 มัด 160,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)/ผบ.มทบ.210, พ.อ.กัญญนัต ไชโอชะ รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2),พ.อ.ศรณณัฐ นวยมณี รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 1(ร.3)กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี / รองผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) นายสุรศักดิ์ กันสูงเนิน ป้องกันจังหวัดนครพนม,พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตดช.23, พ.ต.อ.หญิง จีระนันท์ ธนะสิงห์ ผกก.พฐ.นครพนม,พ.ต.ท.สมพล ห้าวหนู รอง ผกก.ตชด.23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เรวัฒ จำปาน ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 และชุดปราบปรามยาเสพติดฯ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดเฮโรอีน 32 แท่ง ยาไอซ์ 117 ห่อ/กก.

โดยเมื่อ วันที่ 16 พ.ย.67 เวลา 22.00 น. ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่กำลังจะออกไปกรีดยางว่าพบเห็นพระพุทธรูป จำนวน 3 องค์ ที่ถูกวางไว้ข้างทางห่างจากแหล่งชุมชนหมู่บ้านพอสมควร บริเวณทางเข้าหมู่บ้านดอนแดงน้อย ต.ท่าจำปา อ.ทำอุเทน จ.นครพนม เป็นที่น่าสงสัย จึงรีบแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อให้นำไปตรวจสอบและคาดว่าอาจจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเข้าไปสำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามียาเสพติดที่มีลักษณะวางซุกซ่อนในองค์พระพุทธรูปเป็นจำนวนมากจริง ก่อนถูกหล่อด้วยน้ำยาเรซิ่นอยู่ภายใน แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังคงวางกำลังดักซุ่มรอ

เพื่อหวังจะมีผู้มารับพระจำนวนดังกล่าวจนกระทั่งถึงเช้า เมื่อไม่มีผู้ใดมารับหรือแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดและนำพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ มายังกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงพบว่าในองค์พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นั้น มียาเสพติดให้โทษให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) จำนวน 32 แท่งและยาไอซ์ จำนวน 117 ห่อ /กิโลกรัม สำหรับยาไอซ์ที่ตรวจยึดไว้ได้ ถูกจัดเรียงไว้ภายในขององค์พระพุทธรูปก่อนใช้น้ำยาเรซิ่นเทหล่อทับเพื่อพรางสายตาเจ้าหน้าที่ สำหรับการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากในครั้งนี้ อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้วยดีตลอดมา จึงทำให้ผลการตรวจยึดของกลางจำนวนดังกล่าวเป็นผลสำเร็จก่อนที่ ยาเสพติดจำนวนนี้จะทะลักเข้าไปสู่พื้นที่ชั้นในต่อไป

อีกคดีเมื่อ วันที่ 17 พ.ย.67 เวลา 07.00 น. ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ จึงได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ ปั้ม ปตท.บ้านแพง ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตามที่รับแจ้ง จนกระทั้งเวลาประมาณ 07.00 น. ตรวจพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเทาทะเบียนหมายเลข 3 ฒต 9723 กรุงเทพฯ จอดอยู่บริเวณปั๊ม ปตท.บ้านแพง จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบชาย 2 คน และ ผู้หญิง 1 คน จึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขอทำการตรวจค้นรถกระบะคันดังกล่าว พบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 80 มัด ประมาณ 160,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน1 กระบอก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำการขยายผล ณ กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ต่อไป

ทางด้าน พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)/ผบ.มทบ.210 กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้ง นบ.ยส.24 เป็นหน่วยหลักในการบูรณาการสกัดกั้น ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมอบหมายให้ กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นส่วนสกัดกั้น, ตำรวจภูธร เป็นส่วนปราบปราม และ ศอ.ปส.จว. เป็นส่วนป้องกัน ซึ่งการบูรณาการนี้ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จนถึงปัจจุบัน ในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดนครพนม จำนวน 54 ครั้ง ผู้ต้องหา 120 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 1,183,747 เม็ด, เฮโรอีน 67.10 กิโลกรัม และไอซ์ 117.295 กิโลกรัม

การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 167 ครั้ง ผู้ต้องหา 275 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 19,978,876 เม็ด, ไอซ์ 765.295 กิโลกรัม, เฮโรอีน 85.63 กิโลกรัม, เคตามีน 3.79 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 1,484 เม็ด, happy Water 410 ซอง, ฝิ่น 0.66 กรัม)ซึ่งนโยบายเร่งด่วนในการป้องกันปราบปรามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศตามแนวชายแดนทั่วประเทศ โดยสืบสวนหาข่าว ลาดตระเวนช่องทางต่างๆ และตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามจุดเสี่ยง ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดต้องหาวิธีการใหม่ๆในการส่งต่อยาเสพติดเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ซึ่งผลการปฏิบัติในครั้งนี้ ก็เป็นการทำงานเจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และหน่วยความมั่นคงและทุกส่วนราชการที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และบูรณาการร่วมกันจนทำให้การจับกุมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จทำให้สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เพิ่มการเฝ้าระวังบริเวณแนวชายแดน และพื้นที่เสี่ยง อย่างเข้มแข็งต่อไป เพื่อป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซากอย่างเด็ดขาดต่อไป

ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ขอให้สื่อได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดผ่านช่องทางตรงของ นบ.ยส.24 ที่เบอร์ 064-6641982 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง

ร้องตรวจสอบรถขนทราย บรรทุก นน. เกิน ทำถนนพัง ฝุ่นเต็มบ้าน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง
จังหวัดมุกดาหาร ว่าได้รับความเดือดร้อนจากกรณีผู้ประกอบการท่าทรายลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขงนอกเขตพื้นที่อนุญาต แล้วใช้รถบรรทุกขนทรายจำนวนมากที่ได้มาจากการลักลอบดังกล่าว บรรทุกน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด วิ่งผ่านถนนในหมู่บ้านของตำบลนาสีนวน ออกไปสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 (มุกดาหาร-ดอนตาล)

จนทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้เคียงกับถนนที่รถบรรทุกทรายวิ่งผ่านได้รับความเดือดร้อน มีปัญหาด้านสุขภาพเกิดการเจ็บป่วยอันเนื่องจากฝุ่นละออง ทั้งยังทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน พบว่ามีรถบรรทุกทรายที่คาดว่าจะมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดวิ่งผ่านถนนในชุมชนจนทำให้ได้รับความเดือดร้อนถนนเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อจริง ทั้งยังไม่มีการคลุมผ้าใบตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีการใช้รถบรรทุกทรายวิ่งออกจากสถานประกอบการท่าทรายแห่งหนึ่งในตำบลนาสีนวน ผ่านถนนในหมู่บ้านออกสู่ทางหลวงหมายเลข 2034 ผ่านทางหลวงหมายเลข 238 (ถนนวงแหวนรอบนอก) เข้าไปยังถนนทางหลวงชนบทบ้านด่านคำ

โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่รถบรรทุกทรายไม่คลุมผ้าใบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านพากันออกมาวิ่งเต็มถนนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนและถนนซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเพิกเฉยไม่ตรวจสอบหรือดำเนินการใดๆ แม้แต่รถหน่วยตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกเคลื่อนที่ กรมทางหลวงชนบท ก็ยังวิ่งผ่านเลยไปเฉยๆ

“จึงขอให้เทศบาลตำบลนาสีนวน สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับรถบรรทุกที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไปด้วย” ร.ต.ต.สุเทียน กล่าว

ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร #กรมการขนส่งทางบก #แขวงทางหลวงมุกดาหาร #กรมทางหลวง #แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร #กรมทางหลวงชนบท #เทศบาลตำบลนาสีนวน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณ 4แยกไฟแดง เวียงสา จ.น่าน/ ปิดเทศกาลบุญ กฐินโภคทรัพย์ 2567 กับสถานปฏิบัติธรรมพระพุทธบาทโคกสมบูรณ์ สาขาวัดท่าซุง จ.ลพบุรี

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 9.30 น.อำเภอเวียงสาร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเวียงสา โทรคมนาคมจังหวัดน่าน เทศบาลตำบลเวียงสา และผู้ประกอบการด้านสายสื่อสารและโทรคมนาคม จัดทำโครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร บริเวณสี่แยกไฟแดงตลาดสดเทศบาลตำบลเวียงสา

เพื่อจัดระเบียบและปรับปรุงสายสื่อสารในพื้นที่ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอำเภอเวียงสาซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของจังหวัดน่าน ถนนบริเวณสี่แยกไฟแดงเป็นถนนสายหลักของอำเภอ ที่มีความสำคัญในการคมนาคมเชื่อมต่อไปยังตำบลและอำเภอต่างๆของจังหวัดน่าน การจัดระเบียบสาย 4เส้นทางหลักในวันนี้ มีระยะทางทั้งสิ้น 1,000เมตร
มีหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ ดังนี้

  1. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอเวียงสา
  2. โทรคมนาคมจังหวัดน่าน
  3. บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน)
  4. บริษัท แอดวานซ์ ไวล์เลส เน็ตเวิร์ค จำกัด
  5. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (รวมบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์เซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด)
  6. บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)
  7. บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด
  8. บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น จำกัด/บุญยงค์ สดสอาด/ พ.ต.พิบุญชัย ณ ลำพูน สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ปิดเทศกาลบุญ กฐินโภคทรัพย์2567 #วัดที่22 กับสถานปฏิบัติธรรมพระพุทธบาทโคกสมบูรณ์ สาขาวัดท่าซุง จ.ลพบุรี

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม, กองบุญโภคทรัพย์ ถวายพุ่มกฐิน 50,000 พระพุทธรูป ผ้าไตร เสื่อหนุนดวง 2ผืน แด่สถานปฏิบัติธรรมพระพุทธบาทโคกสมบูรณ์ สาขาวัดท่าซุง นำโดยหลวงพ่อจำเนียร สุธัมมกาโม ประธานศูนย์ปฏิบัติธรรมนอกจากนี้เรายังได้ร่วมบุญผาติกรรมผ้าไตร บวงสรวงเเละหล่อพระชำระหนี้สงฆ์องค์ที่ 4พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า คนถวายผ้ากฐิน หรือร่วมในการถวายกฐินทานครั้งหนึ่ง จะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้ จะปรารถนาเป็นพระอัครสาวกก็ได้ จะปรารถนาเป็นพระอรหันต์ก็ได้ แต่ถ้าหากว่ายังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด อานิสงส์จะให้ผลทานแก่ผู้นั้น เมื่อตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดา แล้วก็จะลงมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ปกครองโลก ๕๐๐ ชาติ

บุญน้อยลงมาจะเป็นพระมหากษัตริย์ ๕๐๐ ชาติ เป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ เป็นอนุเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ เป็นคหบดี ๕๐๐ ชาติ แตต่คนที่ทอดผ้ากฐิน หรือว่าร่วมในการทอดผ้ากฐินครั้งหนึ่งก็ดี บุญบารมีส่วนนี้ยังไม่ทันจะหมดก็ปรากฏว่า ท่านเจ้าของทานไปนิพพานก่อน” คัดลอกจากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๑ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี เมตตาบอกเคล็ดลับแก่ศิษยานุศิษย์ว่า หากใครปรารถนาความร่ำรวยระดับเศรษฐี มีวาสนาดี เงินทองคล่องมือ ไม่มีวันตกต่ำ ขอให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน ผ้าป่าติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปีติดกันบุญของท่านสำเร็จแล้ว ขอโมทนาสาธุการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ครบรอบแซยิด ‘เฮียวิโรจน์’ และคริสตัลพาเลซ นายกพัทยา .สภ.บางละมุง ร่วมยินดีครบรอบ 12 ปี /ชมพลุไฟ เทศกาล Firework Festival 2024 เหนือเวิ้งอ่าวพัทยา

วันที่ 15 พ.ย.67 มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ร่วมให้เกียรติแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี นายวิโรจน์ อำนวยยนต์วารี ประธาน กต.ตร.สภ.บางละมุง และฉลองครบรอบ 12 ปี โรงแรมคริสตัล พาเลซ ตำบลนาเกลือ เมืองพัทยา ในฐานะเจ้าของโรงแรม

ในงานได้จัดเลี้ยงเพลพระเถรานุเถระจากวัดญาณสังวรารามจำนวน 9 รูปเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีแขกเหรื่อทยอยเข้าร่วมมอบกระเช้าแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสดังกล่าวกันอย่างคึกคัก ก่อนจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับผู้ร่วมงานได้รับประทานด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง

อนึ่ง นายวิโรจน์ อำนวยยนต์วารี หรือที่รู้กันเป็นอย่างดีว่า “เฮียวิโรจน์” เป็นคนพื้นที่เมืองพัทยาและได้ดำเนินกิจกรรการทำงานต่างๆ พร้อมสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในเมืองพัทยามาโดยตลอด และได้ดำเนินธุรกิจโรงแรมคริสตัล พาเลซ โรงแรมดังย่านนาเกลือเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมายาวนานกว่า 10 ปี จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในเมืองพัทยา

ชวนเปิดประสบการณ์ชมพลุไฟ เทศกาล Firework Festival 2024 เหนือเวิ้งอ่าวพัทยา บนเรือยอร์ชหรู พร้อมดินเนอร์สุดเอ๊กซ์คลูซีฟ ตามที่เมืองพัทยากำหนดจัดงานเทศกาล Firework Festival 2024 วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ดังระดับโลกต้อนรับไฮซีซันของปี

บจก.วีวัน เดอะวันกรุ๊ป ได้จัดกิจกรรม Firework Festival 2024 Join Yacht Party ชวนคุณไปเปิดประสบการณ์ชมพลุไฟเหนือเวิ้งอ่าวพัทยา บนเรือยอร์ชหรู พร้อมดินเนอร์สุดเอ๊กซ์คลูซีฟในคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-00.00 น. บนเรือยอร์ชที่จะพาท่านไปสัมผัสความสนุกสนานมิติใหม่ ด้วยบริการมากมายทั้งดินเนอร์บาร์บีคิวและซีฟู้ด เครื่องดื่ม และดีเจสร้างสีสันแบบจัดเต็ม จำกัดจำนวนรับเพียง 50 ท่านเท่านั้น

สนนราคาอัตราค่าบริการ 3,500 บาทต่อหนึ่งที่ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสำรองที่นั่งร่วมกิจกรรม สามารถสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 098-659 1924 คุณวาฬ และ 094-596 5491 คุณไอซ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขา ด้วยเงาไม้ ใต้ร่มบารมี 55 ปี

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ และงานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขา ด้วยเงาไม้ ใต้ร่มบารมี 55 ปี โครงการหลวง” ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2567

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,
พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.อก.ภ.5,
รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, รอง ผบก.อก.ภ.5, ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,
ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์, ผกก.กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง และคณะ เนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจพื้นที่เสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานทหาร บน.41, อุทยานหลวงราชพฤกษ์, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดเจดีย์หลวง วรวิหารและร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ ณ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เพื่อให้การถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย…..

สมจิตร เเสงบัลลังล์ เชียงใหม่ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลดปัญหาลิงรบกวน สบอ.3 เพชรบุรี จับมือ ทม.หัวหิน ทำหมันลิง 203 ตัว

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี กล่าวว่าตามที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ เทศบาลเมืองหัวหิน โดยมี นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน

ในการดำเนินการตามโครงการควบคุมประชากรลิงแสมในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.67 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อดำเนินการควบคุมประชากรลิงแสมด้วยวิธีการทำหมันในพื้นที่บริเวณเขาหินเหล็กไฟและเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมทั้งดำเนินการเคลื่อนย้ายลิงนำไปไว้ยังกรงพักพิงลิงภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ในช่วงวันที่ 11-14 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดย สบอ.3 เพชรบุรี ได้เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายลิงแสมในพื้นที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟแล้ว จำนวน 203 ตัว เพศผู้ 109 ตัว เพศเมีย 94 ตัว ซึ่งทั้ง 203 ตัว ได้ดำเนินการทำหมันแล้วทั้งหมดก่อนย้ายลิงแสมที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนยังกรงพักพิงลิงแสม ภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ ที่เตรียมไว้ 10 กรง สามารถพักพิงลิงแสมได้กรงละ 20 ตัว พร้อมอาหารสำหรับลิงแสมไว้ 2 มื้อต่อวัน ประกอบไปด้วยใบไม้ต่างๆ ที่ลิงกินและผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งการดำเนินงานเคลื่อนย้ายลิงแสมในครั้งนี้เป็นไปตามหลักวิชาการ

น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับ เทศบาลเมืองหัวหิน จัดโครงการ “ย้ายลิงสู่ที่พักพิงใหม่” โดยการจับลิงแสมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ทำหมันแล้วย้ายไปที่พักพิงใหม่ จากการลงพื้นที่ติดตามความเป็นอยู่ของลิงที่ย้ายมาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ พบว่าลิงค่อนข้างที่จะแข็งแรง อยู่เป็นที่เป็นทางเป็นสัดส่วนในกรงของอุทยานที่เตรียมไว้

เพื่อสุ่มตรวจโรค ซึ่งจะกักตัวไว้ประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนที่จะนำไปปล่อยในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ต่อไป ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาลิงรบกวนชุมชนในระดับหนึ่งของเทศบาลฯ ส่วนแนวทางต่อไปเราก็จะไปปรับปรุงกรงนกที่บนเขาหินเหล็กไฟ เพื่อสร้างเป็นแหล่งที่อยู่ใหม่ของลิงแสม แล้วก็ได้ทำหมันโดยร่วมกับทางกรมอุทยานฯ ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 60 จนถึงปัจจุบันเทศบาลฯ ได้ทำหมันลิงไปแล้วกว่า 3,000 ตัว “หากประชาชนท่านใดที่มีอาหารที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ แตงกวา กล้วย เศษขนมปัง หรือแม้กระทั่งอาหารเม็ดสุนัข

ก็สามารถนำมาบริจาคให้กับทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ ได้ หรือจะไปบริจาคกับทางเทศบาลฯ ก็ได้ เราก็จะเป็นคนนำเอามาให้อีกเหมือนกัน ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยฯ ที่สั่งการแล้วก็ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาลิงแสมอย่างถูกวิธีเป็นระบบแบบยั่งยืน” น.ส.บุษบา กล่าวในตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

ประจวบฯ จัดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ ตรวจรักษาพระภิกษุ แม่ชี ที่มีปัญหาทางสายตา ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 ที่วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อ.เมืองประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาด อ.หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ บุคลากรทางการแพทย์ พระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนาที่มีปัญหาทางสายตาร่วมโครงการ มี นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รักษาการรองนายกเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ

กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ซึ่งสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ จัดรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ออกปฏิบัติงานตรวจรักษาและผ่าตัดตาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้พระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนา ได้รับการตรวจและรักษาอย่างถูกวิธี ทั่วถึง และสามารถมองเห็นช่วยเหลือตัวเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นหนึ่งในโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

ทั้งนี้ สำนักงานเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ ได้ประสานสำนักงานสาธารณสุข จ.ประจวบฯ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำรวจและคัดกรองผู้ที่มีความผิดปกติทางสายตาเบื้องต้นให้กับพระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการ 380 ราย และกำหนดแผนปฏิบัติงาน

ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย.67 และได้รับเมตตาจาก พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง และหน่วยงานต่าง ๆ ให้การสนับสนุนการจัดโครงการ.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

จนท.อุทยานเสด็จในกรมฯ จับผู้บุกรุกป่าปลูกกาแฟ-ทุเรียน กว่า 4 ไร่

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ ว่าได้จับกุมผู้ต้องหาบุกรุกพื้นที่ป่า จำนวน 1 ราย ชื่อ นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาว อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้ที่บริเวณป่าแพรกกลาง ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ที่ 7 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน พิกัดที่ 47 P 0534901 E 1239144 N พื้นที่บุกรุก จำนวน 4-1-72 ไร่

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ภายในพื้นที่รับผิดชอบ ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขณะลาดตระเวนมาถึงบริเวณป่าแพรกกลางท้องที่ดังกล่าว พบพื้นที่บุกรุกแผ้วถางใหม่จึงได้ทำการตรวจสอบบริเวณแปลงบุกรุก พบขนำ จำนวน 1 หลัง อยู่ติดกับแปลงบุกรุก และพบชายคนดังกล่าวอยู่ที่ขนำ

จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมสอบถามชายคนดังกล่าวให้การว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวนี้เป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้ชายคนดังกล่าวนำชี้พื้นที่ที่อ้างว่าตนเป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบพื้นที่นั้นครอบคลุมพื้นที่บุกรุกแผ้วถางมีการปลูกต้นกาแฟ อายุประมาณ 4 เดือน จำนวน 100 ต้น ปลูกต้นทุเรียน โต 4 เดือน จำนวน 25 ต้น และปลูกต้นมะพร้าว โต 4 เดือน อีก 9 ต้น หลังจากตรวจสอบพื้นที่แล้วจึงนำตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฐานความผิด 1. ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 วรรคหนึ่งฐาน ร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง ฐาน ร่วมกัน ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 53 ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (2)

ฐาน ร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิมโดยไม่ได้รับอนุญาต 5. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (5) ฐาน ร่วมกัน ทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต 6. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (6) ฐาน ร่วมกัน ปลูกต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

ประจวบคีรีขันธ์ รวบชาย 2 ราย ล่า นกอีลุ้ม สัตว์ป่าคุ้มครอง อ้างเอาไปทำอาหาร ในพื้นที่บ้านไร่ยุบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อเวลา 02.20 น. ของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง) สั่งการให้ ร.ต.อ.สุรศักดิ์ ศิวะกุล รองสารวัตร (ป) กก.5 และ ร.ต.ท.ทนงศักดิ์ ทองแก้ว ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านสัตว์ป่า ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ฐานปฎิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ พบ.2 (หุบตะเคียนยักษ์) และเจ้าหน้าที่วนอุทยานห้วยน้ำซับ ร่วมกันออกปฏิบัติการ ตามสัญญาณแจ้งเตือนจากสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ว่ามีการลักลอบวางตาข่ายดักนกในพื้นที่บ้านไร่ยุบ หมู่ 15 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

โดยใน คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่เดินตามเสียงที่เปิดล่อนกจนพบ นายสมพบ พรามอนงค์ อายุ 42 ปี ชาว จ.เพชรบุรี นั่งอยู่ในเพิงพัก พร้อมของกลางเป็นซากนกอีลุ้ม จำนวน 3 ซาก อุปกรณ์ล่อนก เช่น ลำโพง เครื่องขยายเสียง แบตเตอรี่ และตาข่ายดักนก คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่เดินตามเสียงนกต่อไปอีกไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุแรก ตรวจพบ นายสมหวัง สีขำ ขณะกำลังถอนขนนกอีลุ้ม จำนวน 1 ซาก เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวและตรวจยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงซากนกอีลุ้ม เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง โดยให้เหตุผลว่าล่านกเพื่อใช้ประกอบอาหาร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในข้อหา ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

โดยของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งสองรายอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 89 และมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติฯ สำหรับนกอีลุ้ม ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นทั้งนกประจำถิ่นและนกที่อพยพมาทำรังวางไข่ในประเทศไทย มีขนาดเล็ก-กลาง ปากเรียวแหลม ขาสีเขียว ลำตัวเป็นสีน้ำตาลเหลือง มีลายขีดสีน้ำตาลเข้ม โดยในช่วงฤดูผสมพันธุ์ตัวผู้สีสันจะเปลี่ยนไป ปากสีแดง ปลายปากสีเหลือง มีกระบังหน้าสีแดง ขาสีแดง และลำตัวสีน้ำตาลดำ

เจ้าหน้าที่ขอย้ำเตือนประชาชนว่าการล่าสัตว์ป่าคุ้มครองถือเป็นความผิดร้ายแรง ขอความร่วมมือประชาชนในการแจ้งเบาะแสกรณีพบการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าและป่าไม้ผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ ประจำปี 2567

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ.โรงแรมต้นทองรีสอร์ทสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ และพิธีขอบคุณพืชพันธ์ุธัญญาหารและสายน้ำ ประจำปี 2567

โดยมี นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับคณะผู้จัดงานซึ่งประกอบด้วย วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ , ปลัดอาวุโส (รักษาราชการแทนนายอำเภอตรอน) นายกเทศมนตรีตำบลตรอน , นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแก่ง

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง , นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังแดงและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหาดสองแคว ร่วมเวทีแถลงข่าว ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2567 ณ ท่าน้ำในพื้นที่อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แก่ ท่าน้ำวัดวังแดง หมู่ 3 , ท่าน้ำสวนสาธารณะเทศบาลตำบลตรอน , ท่าน้ำองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง , ท่าน้ำลานริมน่าน เทศบาลตำบลบ้านแก่ง และท่าน้ำวัดหาดสองแคว

โดยภายในงานดังกล่าวมีกิจกรรมประกอบด้วย การชมแพไฟและพลุเฉลิมพระเกียรติ การเลือกช็อปอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ในชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และเทศกาลกินปลากินไข่ โดยไฮไลต์ของงานจะมีในวันที่ 5 ธันวาคม ที่จะมีการไหลแพไฟ 7 หลัง ระยะทาง 10 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ได้มีหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน และประชาชน ร่วมเป็นเกียรติในงานแถลงข่าวดังกล่าวด้วย ในการนี้ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมชมงานดังกล่าวในวันที่ 3-7 ธันวาคมนี้

นภอ.ลับแล ประชุมเตรียมความพร้อมกิจกรรม เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวสายศรัทธา

วันที่ 18 พย.2567 ณ.หอประชุมโรงเรียนวัดดอนสัก ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายภูริวิจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอลับแล เป็นประธานเปิดการประชุมปรึกษารือในการวางแนวทางการจัดกิจกรรม เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวสายศรัทธาและการงานบวชต้นไม้ ณ.ม่อนจำศิล พร้อมการจัดกิจกรรมยามค่ำคืน ณ.เฮือนลับแล นำทีมการ

จัดงานโดย คณะถ่ายทำภาพยนต์ “ธี่หยด”M Studio เอ็ม สตูดโอ(@m_studiomovies)พร้อมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมเจอร์ โดยการจัดงานจะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 พย.2567 ณ. ม่อนจำศิล และ โรงเรียนวัดดอนสัก โดยมีผู้เข้าร่วมในการเสวนาปรึกษาหารือในกิจกรรมดังกล่าวได้แก่ นางกัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัด อุตรดิตถ์

นายเกรียงศักดิ์ ทิพย์พรหม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนานกกก นายโสภณ สีหะอำไพ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนสัก นางสาว ศศิ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดอุตรดิตถ์ และ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ,

พร้อมด้วย คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลฝายหลวง อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฑอุตรดิตถ์ และที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานกลุ่มห่อผ้าฝายหลวง , คณะครูโรงเรียนวัดดอนสัก , ปราชญ์ชาวบ้าน , ประธานกลุ่มทอผ้าฝายหลวง , ราษฎรในพื้นที่ ได้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาในการเตรียมการในครั้งนี้ ณ หอประชุมโรงอาหาร โรงเรียนวัดดอนสัก ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์นาง กัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานสภาอุตรสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ พร้อมเข้าร่วมรับฟังการมีส่วนร่วมรวมถึงบริบทเพื่อเป็นการดำเนินการทำเป็นข้อมูลในการประชุมพร้อมทั้งนำมาซึ่งการสร้างรายได้ให้ก่อเกิดในบริบทพื้นที่ชุมชนและเพื่อให้ราษฎรในพื้นที่เสนออัตลักษณ์ชุมชนในเขตพื้นที่อำเภอลับแล อย่างเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์และเป็นข้อมูลตรงกับความเป็นจริงจากราษฎร

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะสื่อมวลชน ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ณสโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปี 2568 โดยมี ผู้บังคับบัญชากองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนทุกแขนง ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ

การจัดกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานทหารกับสื่อมวลชน และนำเสนอผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพภาคที่ 2 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ห้วงที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำทีมโฆษกกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่สื่อสารข้อมูลของกองทัพภาคที่ 2 ไปยังสื่อมวลชนและสาธรณชน ทั้งยังเป็นช่องทางสำหรับติดต่อประสานข้อมูลข่าวสารผลการปฏิบัติภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างความรับรู้ความเข้าใจ อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ และขอบคุณที่ช่วยกันนำเสนอข่าวสารของกองทัพภาคที่ 2 ในลักษณะที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติ ด้วยดีเสมอมา พร้อมกับขอความร่วมมือสื่อมวลชน ในการนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เพื่อความมั่นคง และยั่งยืนของประเทศชาติต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร. ร่วมความมั่นคงแถลงตรวจยึดไอซ์ 285 กก. ริมน้ำโขง


เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 19 พ.ย. ที่หน้าสภ.เมืองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ร่วมฝ่ายความมั่นคงแถลงตรวจยึดไอซ์ 285 กก. ริมน้ำโขง โดยมีนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.อ.ศุภชัย มีหอม รองผอ.กอ.รมน.จังหวัด

นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.ศุภกฤษ ทองลิ่ม ผกก.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.บึงกาฬ พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม หัวหน้าตำรวจน้ำบึงกาฬ กกล.สุรศักดิ์มนตรี นรข.บึงกาฬ และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เวลา 23.00 น. ที่ผ่านมาตำรวจกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ ร่วมกับหน่วยงานบูรณาการในพื้นที่ ตรวจยึดกระสอบปุ๋ยสีขาว คาดว่าจะเป็นยาเสพติด ประเภทยาไอซ์ จำนวน 11 กระสอบ ตรวจสอบเบื้องต้น มีห่อยาไอซ์ จำนวน 25 ก้อน/กก. ใน 1 กระสอบ รวมประมาณ 275 ก้อน/ กก. ตรวจยึดบริเวณ ริมเขื่อนกั้นตลิ่ง ทางทิศเหนือบ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้รับแจ้งจากสายลับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำสิ่งของผิดกฏหมายส่งมอบกันบริเวณที่เกิดเหตุ จึงร่วมกันออกตรวจสอบ
ผลการตรวจสอบพบกระสอบ บรรจุยาเสพติด จำนวน 11 กระสอบ ตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้จัดกำลังซุ่มรอเพื่อจับกุม กลุ่มนักค้าที่จะมารับยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น.ยังไม่มีผู้ใดมารับยาเสพติดดังกล่าว จึงได้ร่วมกันตรวจยึด เพื่อตรวจสอบ ที่ กก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0645960906

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวสื / การประกวด Heritage Pageants 2024 จัดขึ้นด้วยสัมผัสทางวัฒนธรรม

บริษัท Eplanet Pte Ltd มีความภูมิใจที่จะประกาศการเปิดตัวการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2024 งานระดับนานาชาติที่เฉลิมฉลองการผสมผสานระหว่างความงาม วัฒนธรรม และมรดกทางวัฒนธรรม การประกวดที่หลายคนรอคอยได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2024 ด้วยพิธีมอบสายสะพายให้กับผู้เข้าประกวด ณ โรงแรมดิวาลักซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ประเทศไทย การประกวดในปีนี้ได้ขยายประเภทการประกวดเพิ่มขึ้น ได้แก่ Mister, Ms., Petite และ Gems นอกเหนือจากตำแหน่งหลักคือ Miss และ Mrs. Heritage International ผู้เข้าประกวดจากหลากหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย มองโกเลีย เมียนมาร์ เม็กซิโก เนปาล ไนจีเรีย นิวซีแลนด์ ลาว ไทย สิงคโปร์ เซอร์เบีย ฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย เปรู ลัตเวีย เคนยา และเวียดนาม ได้มารวมตัวกันในการเฉลิมฉลองระดับโลกครั้งนี้ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 พฤศจิกายน 2024 โดยจะมีพิธีตัดสินและมอบมงกุฎในวันที่ 16 พฤศจิกายน

กิจกรรมเบื้องต้นได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยผู้เข้าประกวดได้ร่วมถ่ายภาพในชุดประจำชาติ ชุดราตรี และชุดว่ายน้ำ ผู้เข้าประกวดยังได้มีโอกาสสำรวจเมืองกรุงเทพฯ ด้วยการนั่งตุ๊กตุ๊ก ระหว่างพักที่โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพฯ ข้าวสาร ในงานแถลงข่าว ผู้เข้าประกวดได้โชว์ชุดประจำชาติและชุดวัฒนธรรมผ่านการเดินแบบอย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรม โดยผู้เข้าประกวดแต่ละคนได้จัดโต๊ะแสดงวัฒนธรรม นำเสนอองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของตนผ่านการจัดแสดงที่คัดสรรมาอย่างดี Heritage Pageants ยังคงขยายการเข้าถึงระดับโลก ดึงดูดผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และนำเสนอเวทีที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม งานนี้เป็นการรวมตัวของความหลากหลาย ความสง่างาม และการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม ที่เน้นย้ำถึงความงามของมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก

การประกวดนี้ดำเนินการโดยบริษัท Eplanet Pte Ltd ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ และนำโดยประธาน คุณสันโตษ สัปโกตา ซึ่งการนำของเขาได้ผลักดันให้การประกวดก้าวสู่ระดับใหม่บนเวทีนานาชาติ การแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจของการประกวดจะได้รับการกำกับการแสดงโดยผู้เชี่ยวชาญ คุณโรจิน ชักยา จากเนปาล และคุณเวสลีย์ ซอว์ จากมาเลเซีย ที่จะนำความงดงามทางศิลปะมาสู่งาน การดำเนินงานที่ราบรื่นของการประกวดได้รับการดูแลโดยคุณซูซาน ซานเฟอร์มี โกะ ซึ่งความเชี่ยวชาญของเธอจะรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง Heritage Pageants ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้เข้าประกวดในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกและสร้างความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยการนำเสนอชาติพันธุ์ ประเพณี และความงามของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ งานนี้นำผู้เข้าประกวดและผู้ชมมารวมกันในการเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวและความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างทรงพลัง

ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 บริษัท Eplanet Pte Ltd ได้พัฒนาจากบริษัทวางแผนการจัดงานสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการประกวดนางงามและงานวัฒนธรรม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานระดับโลกมากมาย รวมถึงการแสดงดนตรี เทศกาลวัฒนธรรม งานแสดงสินค้า และงานมอบรางวัล Eplanet ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศในการประกวดนางงาม นำเสนอโซลูชันการจัดงานที่ปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าทั่วโลก มรดกแห่ง Heritage Pageants นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2014 Heritage Pageants ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ดึงดูดความสนใจและผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก งานแรกจัดขึ้นที่กาฐมาณฑุ เนปาล มงกุฎ Miss Heritage International ตกเป็นของ Hla Yin Kyae จากเมียนมาร์ งานนี้ได้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ

รวมถึงนิวเดลี ศรีลังกา และสิงคโปร์ โดยได้มอบมงกุฎให้กับผู้ชนะที่สร้างแรงบันดาลใจ เช่น Victoria Pham จากเวียดนาม (2015), Anna Kirillina จากรัสเซีย (2022), Fontip Sriwaranyoo คุณฝนธิป ศรีวรัญญู จากไทย (2022), Wuandar Jirleyth Casanova จากเวเนซุเอลา (2023) และ Erika Hara จากญี่ปุ่น (2023) อนึ่งจะมีการประกวดปี 2024 (รอบชิงชนะเลิศ Final Contest)
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ณ Tinidee Trendy Khaosan Rd. Bangkok Thailand เวลา 17.30 น เป็นต้นไป ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ สำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ: Eplanet Pte Ltd ติดตามเราได้ที่: Facebook: www.fb.com/pageantofheritage
Instagram: www.instagram.com/heritagepageants
เว็บไซต์: www.pageantofheritage.com

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส / นบ.ยส.24 โดย​ร้อย.ฉก.ทพ.2101 โชว์ฝีมือจับผู้ต้องหา ยาบ้า 12,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567​ เวลา​ 10.00น ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารที่ 21 บ้านปากห้วยม่วง ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอบ้านแพง เป็นประธานแถลงข่าวร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ภายใต้การอำนวยการของ นบ.ยส.24 และกกล.สุรศักดิ์มนตรี จับผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 12,000 เม็ด บริเวณ ทุ่งนา บ.แพงใต้ ม.11 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม

โดย ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีขบวนการยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว นำยาเสพติด(ยาบ้า) มาส่งให้ขบวนการยาเสพติดฝั่งประเทศไทย โดยใช้เรือกีบหาปลาเป็นพาหนะ จึงได้สั่งการ ชุดปฏิบัติการที่ 3 (ท่าลาด) เข้าทำการเฝ้าตรวจพื้นที่ตามภาพข่าว บริเวณทุ่งนาพื้นที่ บ.แพงใต้ ม.11 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตรวจพบชาย จำนวน 1 คน ขับขี่รถ จยย.ลงไปจอดบริเวณใกล้กับตลิ่งกันทรุดแม่น้ำโขง และได้มีเรือกีบขับมาจากฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว แล้วมาจอดบริเวณตลิ่งกันทรุดแม่น้ำโขง

จุดดังกล่าวแล้วมีบุคคลถือกระเป๋าสะพายสีดำเดินขึ้นมา จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินลงไปรับเอากระเป๋าสะพายสีดำต้องสงสัยนั้นมา และรีบขับขี่รถ จยย.มุ่งหน้าขึ้นมายังถนนหลัก ชุดปฏิบัติการที่ 3 (ท่าลาด) ที่ทำการเฝ้าตรวจอยู่จึงแสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจค้น ชายคนดังกล่าวได้ทำการขัดขืนจะวิ่งหลบหนี แต่ กพ.ของหน่วยสามารถควบคุมตัวไว้ได้

จึงทำการตรวจค้นกระเป๋าสะพายสีดำต้องสงสัย พบเป็นยาบ้า จำนวน 6 มัด ประมาณ 12,000 เม็ด, รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซุปเปอร์คัพ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่องบรรจุอยู่ภายใน ผลการสอบสวนเบื้องต้น ยอมรับว่ายาเสพติด(ยาบ้า)ทั้งหมด เป็นของตนเองจริง โดยได้มารับตามที่มีคนสั่งการและจะนำเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน หน่วย

จึงได้นำ ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด มายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียดและประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมเพื่อดำเนินการ ตรวจสอบ และสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม พร้อมจะนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่ง จนท.ตร.สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ : ร้อย.ฉก.ทพ.2101
ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / “ครูบาบุญชุ่ม ญานส่วโร” มาพระธรรมเทศนา ที่บ.อาร์ทีอะกริเทค จำกัด คนฟังเรือนหมื่น ที่นครปฐม

       ที่บริษัท อาร์ที  อะกริเทค  จำกัด  อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม  ได้นิมนต์อัญเชิญ “พระครูบาบุญชุ่ม  ญานส่วโร”  พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งล้านนามาเทศนาพระธรรม โดยมีสาธุชนที่มีจิตศรัทธาจากทั่วสารทิศเข้าร่วมฟังธรรมในครั้งนี้นับหมื่นคน

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศระหว่างที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยรวมถึงชาวไทใหญ่และพี่น้องชาวเมียนมาร์  ต่างพากันรวมตัวมารอรับฟังธรรมเทศนาจาก  ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร  ที่จะเริ่มขึ้นในเวลา  09.00 น. ของวันที่ 17  พฤศจิกายน 2567 ต่างมีประชาชนทยอยเดินทางมาเรื่อยๆ สำหรับการเข้ารับฟังพระธรรมเทศนาในครั้งนี้  มีผู้บริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  เข้าร่วมรับฟังกันเป็นจำนวนมาก

      นอกจากนี้  ทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมโรงทานอาหารและเครื่องดื่มไว้ต้อนรับ  พร้อมแจกด้ายแดงและรูปภาพของพระครูบาบุญชุ่ม ไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็น”ศูนย์” สร้างภาพลักษณ์ “เมืองไทยปลอดภัย” ให้นักท่องเที่ยว

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (ด้านความปลอดภัย) เปิดเผยถึงอุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็นศูนย์ว่า จากศูนย์ปฏิบัติการควบคุมความปลอดภัยและการจราจรทางน้ำ กรมเจ้าท่า (ศปก.จท.) สรุปรายงานสถิติอุบัติเหตุทางน้ำ วันลอยกระทง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ไม่พบมีอุบัติเหตุทางน้ำ เหตุการณ์โดยรวมปกติ

จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางทางน้ำ “เทศกาลวันลอยกระทง” โดยแบ่งเป็นส่วนกลาง แม่น้ำเจ้าพระยา เรือด่วนเจ้าพระยา ให้บริการ 46 เที่ยว ผู้โดยสาร 5,547 คน เรือทัวริสต์โบ๊ทให้บริการ 60 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,126 คน เรือไฟฟ้าเจ้าพระยา ให้บริการ 82 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,620 คน เรือโดยสารข้ามฟาก ให้บริการ 924 เที่ยว ผู้โดยสาร 24,351 คน เรือภัตตาคาร ให้บริการ 36 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,100 คน คลองแสนแสบ เรือโดยสารคลองแสนแสบ ให้บริการ 87 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,141 คน ส่วนภูมิภาค เรือโดยสาร ให้บริการ 3,503 เที่ยว ผู้โดยสาร 162,811 คน รวมเรือโดยสารทั้งประเทศ ให้บริการ 4,738 เที่ยว ผู้โดยสาร 213,696 คน

ทั้งนี้ จากมาตรการด้านความปลอดภัยทางน้ำ กรมเจ้าท่า ในช่วงวันลอยกระทง ได้จัดเรือตรวจการณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราความปลอดภัย ทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบ พบว่ามีผู้ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา เรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry เรือโดยสารข้ามฟาก มีปริมาณบางเบา เรือโดยสารให้บริการตามรอบการเดินเรือ สามารถระบายผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเรือตรวจการณ์และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัยที่กรมเจ้าท่ากำหนด

ในส่วนภูมิภาคเขต 1–7 มีการจัดตั้งจุดอำนวยความสะดวก พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ควบคุมเรือคอยติดตามรายงานสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ด้าน พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ประธานอนุกรรมาธิการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวถึงอุบัติเหตุทางน้ำช่วงวันลอยกระทงปีนี้เป็นศูนย์ เกิดจากหลักการที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ นำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้ทุกกิจกรรมความปลอดภัยไร้ซึ่งอุบัติเหตุ หรือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเลย เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบตามมาหลายอย่าง ตั้งแต่บาดเจ็บไปจนถึงการสูญเสียชีวิต แล้วยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศที่พึ่งพิงภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ขอขอบคุณ ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ที่มุ่งมั่นป้องกันภาพลักษณ์ของประเทศ ผ่านการวางแผนและบริหารจัดการความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นศูนย์ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์์เพ็ชร ผบ.ตร. ที่ท่านสั่งการให้ตำรวจน้ำ ตำรวจท้องที่ รวมทั้งกรมเจ้าท่า ช่วยเฝ้าระวังป้องกันเหตุไม่ให้เกิดกับนักท่องเที่ยว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จ.อุตรดิตถ์ เทศบาลหัวดง จัดงานสืบสานอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทง

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอลับแล เป็นประธานเปิดงานสืบสานอนุรักษ์ ประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 โดยมีจ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหัวดง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ วัดดอนค่า ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

โดยมี นางสุภาวดี โชตินพรัตน์ นายกกิ่งกาชาด อ.ลับแล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวตำบลแม่พูล ร่วมในงาน ซึ่งปีนี้เทศบาลหัวดงได้จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงประจำปี พศ.2567 โดยได้รับความร่วมจากประชาชนชาวตำบลแม่พูล ในงาน พบกับ การประกวดกระทงของแต่ละหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบเทศบาลหัวดง ชมวงดนตรี” ปัญญา กตัญญู” พร้อมแดนเซอร์ครบครัน ไลด์แดนซ์ มัจฉาพาโชค การผสมอักษร มีบูธจำหน่ายสินค้าของกินชองทอดต่างๆมากมาย

โดยก่อนจะเข้าพิธีเปิด เทศบลหัวดงพร้อมด้วยชาวตำบลแม่พูล ได้ร่วมกันจัดขบวนแห่นางนพมาศ และขบวนแห่กระทง โดยเริ่มขบวนแห่จากหน้าเทศบาลหัวดง ไปยังวัดดอนค่า ระยะทาง 2 กก. ซึ่งปีนี้กำหนดจัดงาน 2 วัน2 คืน ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2567


ในขณะที่ พ.ต.อ.เจริญ แดงเรือง ผกก.สภ.ลับแล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลความเรียนร้อย ภายในงานตลอดระยะเวลาการจัดงานตลอดทั้ง 2 วัน 2 คืน

ทั้งนี้นายภูมิวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำแล ได้นำฤกษ์ลอยกระทง ขนาดความสูง 1 เมตร กว้าง 70 ซม.ที่จัดทำโดยโรงเรียนเทศบาลหัวดง(ป.ฟักอังกูร)ลอยลงสระน้ำภายในวัดดอนค่า จากนั้นผู้ที่มาร่วมงานลอยกระทง ก็ได้นำกระทงมาลอยลงสระน้ำเช่นเดียวกัน

วันลอยกระทงตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันนี้วันที่พระจันทร์สวยงาม ทั้งในช่วงค่ำ จะได้ชม ปรากฏการณ์จันทรุปราคา ประเพณีลอยกระทงมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ทั้งเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพุทธมารดา


ลอยกระทงนับเป็นอีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่ของไทย ที่สืบเนื่องมาอย่างช้านานนับตั้งแต่สมัยสุโขทัย เดิมเป็นการลอยโคมก่อนจะพัฒนามาเป็นการลอยกระทงแบบที่นิยมกันในปัจจุบัน พร้อมกับการจัดงานรื่นเริงต่าง ๆ ให้ผู้คนได้มาร่วมสนุก โดยมีความเชื่อแตกต่างกันไป ทั้งการขอขมาพระแม่คงคา การสำนึกถึงบุญคุณที่ทำให้เรามีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภค รวมถึงเป็นการสะเดาะเคราะห์ด้วยการลอยสิ่งไม่ดี ทั้งความทุกข์ความเศร้าโศกออกไปจากชีวิตนั่นเอง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งาน “NAN Bamboo Design Showcase 2024 “ยกระดับผลิตภัณฑ์ไผ่น่าน/จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิด หอการค้าแห่งใหม่ จ.น่าน

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. ณ ช่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวจิราพรอมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชน ผู้ประกอบกิจการผลิตภัณฑ์ไผ่ เข้าร่วมในพิธีเปิดสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน จัดงาน Bamboo Design Showcase 2024 ” กิจกรรมแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัตภัณฑ์ไผ่ ไม้ไผ่ เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่เพื่อเชื่อมโยงตลาด โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้าการลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล กล่าวว่า จังหวัดน่านที่มีพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเกษตรกรผู้ปลูกไผ่ และผู้ประกอบการธุรกิจไผ่ ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่สู่อนาคตที่ยั่งยืน การส่งเสริมการปลูกไผ่ในจังหวัดน่าน จะเป็นการผลักดันไผ่ให้เป็นไม้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมครบวงจรของประเทศไทย ตลอดจนจะเป็นการเพิ่มพื้นที่การปลูกไผ่เศรษฐกิจ สร้างป่า แก้ปัญหาเขาหัวโล้นในจังหวัดน่านและพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้ยังก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีแก่เกษตรกร ให้มีความมั่นใจในการผลิตไผ่แบบครบวงจร เกิดการรวมกลุ่มสร้างคลัสเตอร์ ซึ่งจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไผ่ ตลอดจนได้แนวทางผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมไม้ไผ่ที่สามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย และเข้ากับบริบทสภาพพื้นที่ของจังหวัดน่าน รวมทั้งช่วยสร้างความยั่งยืน ทางด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม

ซึ่งรัฐบาลได้มึนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำโดยเน้นการพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพสูง ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไผในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ในระดับวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (SME) พบว่ายังอยู่ในระดับการแปรรูปชั้นต้น ราคาถูก หากมีการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการออกแบบอย่างสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ จะทำให้มีการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและจังหวัดในภาพรวมมากยิ่งขึ้น

จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรม ดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้า การลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไผ่ ไม้ไผ่เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสารรมไผ่ เพื่อเชื่อมโยงตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการจัดงานเป็นปีแรกของอุตสาหกรรมไผ่น่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาตกลางและขนาดย่อม (SME) และวิสาหกิจชุมชนในกลุ่มอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้แก่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่านเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ให้เกิดช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น

ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน (นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ) ได้กล่าวถึงกิจกรรมของโครงการที่ได้ดำเนินการไปประกอบไปด้วย การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคลัสเตอร์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน โดยการสัมมนาเชิงปฎิบัติการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้แก่ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไผ่ในจังหวัดน่าน และการจัดศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อเสริมสร้างทักษะในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ทั้งเพื่อเป็นการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกกับการออกแบบและพัฒนารูปแบบผลิต ภัณฑ์ เพื่อจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 15 ราย โดยให้มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนารวมไม่น้อยกว่า 30 ผลิตภัณฑ์ และ การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ได้รับการพัฒนา พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน

สำหรับการจัดงาน “NAN Bamboo Design Showcase 2024” กิจกรรมจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรรมไผ่จังหวัดน่าน เป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณลานช่วงเมืองน่าน จังหวัดน่านทั้งนี้เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 30 ผลิตภัณฑ์ มาจัดแสดงเพื่อทำการทดสอบตลาด โดยการจัดทำแบบสอบถามผู้เข้าร่วมซมงานเป็นรายผลิตภัตภัณฑ์ และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลวิเคราะห์ในเชิงสถิติ และสรูปผลนำเสนอแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดต่อไป

นอกจากนี้ยังกิจกรรมในงาน ได้แก่ การจัดการเสวนาเรื่อง “ไผ่น่าน ทำอย่างไรให้ยั่งยืน” โดยวิทยากรผู้เชียวชาญด้านไผ่จากภาครัฐและเอกชน การมอบประกาศนีย บัตรแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ การจำหน่ายผลิตลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ และการดนตรีเพื่อความบันเป็นประจำทุกวัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน



หอการค้าจังหวัดน่านจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิดที่ทำการสำนักงานหอการค้าแห่งใหม่ จังหวัดน่าน ภาระกิจส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน


เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00น. ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน โครงการน้ำทองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล พร้อมทั้งแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในวาระสมัยคุณศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน และคุณกัลย์ชฎารัตน์ ปัญญาวงค์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน

หอการค้าจังหวัดน่าน ได้ดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิดที่ทำการสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจากคุณสมบัติ ชินสุขเสริม รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยล, คุณหัสนัย แก้วกุล ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 , คุณศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ตัดริบบิ้นเปิดอาคารที่ทำการสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน 990/16 หมู่ 4 ต.ไชยสถาน อ.เมือง จ.น่าน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน สมาชิก และ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน มาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง


หอการค้าจังหวัดน่านได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2527 (อายุ 40 ปี) เป็นหนึ่งในองค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน โดยมีภาระกิจหลัง ส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นยกระดับศักยภาพการค้าในจังหวัดน่านให้ดียิ่งขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.มท.2 เปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชาวบ้าน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 พ.ย.ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาบึงกาฬ ถนนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2)เป็นประธานเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Staton” ซึ่ง การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ขับเคลื่อนภารกิจตอบสนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบึงกาฬ ให้เข้าถึงน้ำประปาคุณภาพสะอาดปลอดภัยในราคาประหยัด

โดยมี นายสยาม เพ็งทอง ส.ส.บึงกาฬ เขต 1นายพรพจน์ เพ็ญพาส ประธานกรรมการ กปภ.และคณะกรรมการบริหาร กปภ. นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายจุมพฏ วรรณฉัตรศสิริ ผวจ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รอง ผวจ.นายวินัย โตเจริญ รอง ผวจ. นายนายราชันย์ วะนาพรม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารและพนักงาน เจ้าหน้าที่ กปภ.สาขาบึงกาฬ ประชาชน ให้การต้อนรับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า กปภ.

เป็นหน่วยงานที่ให้บริการน้ำประปาโดยคำนึงถึงถึงประโยชน์และสุขอนามัยของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” นอกจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2567 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station แล้วเสร็จจำนวน 10 แห่ง

ได้แก่ กปภ.สาขาข้าบ้านฉาง พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ทุ่งสง สตูล น้ำพอง บึงกาฬ บุรีรัมย์ นางรอง และอุทัยธานี โดยใช้เทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) ในกระบวนการผลิตน้ำดื่ม และฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตร้าโวโอเลต (UV) ด้วยกำลังการผลิต 2,000 ลิตร/ชั่วโมง จึงมันใจได้ว่าสามารถอุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย สำหรับแผนการดำเนินงานในปัจจุบัน กปภ. ตั้งเป้าหมายก่อสร้างและติดตั้ง Mini Station ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและมีราคาสาสามารถซื้อหาได้

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Staton เป็นการนำความเชี่ยวชาญของ กปภ.มาสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรง ด้วยการผลิตน้ำดื่มคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด และช่วยบรรเทาภาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยประชาชนสามารถนำรถบรรทุกน้ำดื่มหรือภาชนะบรรจุน้ำดื่มมารับบริการได้ที่สำนักงาน กปภ.สาขาบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

นอกจากนี้ กปภ. ได้ตอบสนองนโยบาย “น้ำดื่มสะอาด บริการประชาชน” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยดำเนินโครงการน้ำประปาดื่มได้ร่วมกับกรมอนามัยประกาศรับรองพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แล้ว 264 แห่ง และโครงการตู้กดน้ำดื่มสะอาดฟรี ซึ่งจะขยายผลให้ครบทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศต่อไป

นายทรงศักดิ์ ทองศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ น้ำดื่มสะอาด Mini Staton นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้การประปาส่วนภูมิภาคดำเนินการจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้กับประชาชน ลดค่าใช้จ่าย เรามีเป้าหมายกันทำทั้งประเทศ ทั้งหมด 234 สาขา แต่ว่าในเบื้องต้นปีนี้ จะมีการ Kick Off ไป 10 จังหวัด/สาขา แต่ในโอกาสต่อไปก็จะมีการทำให้ครอบคลุมไปทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้งในส่วนความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาคด้วย

แต่เป็นพื้นที่การประปาส่วนภูมิภาคไปให้บริการ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำประปาน้ำสะอาดดื่มได้ในราคาที่ประหยัด เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในอนาคตอาจจะมีบ้าง อยู่ระหว่างการประเมินว่าต้องคิดในอัตราเท่าไหร่ให้เกิดความเหมาะสม ประหยัด และลดต้นทุนให้กับประชาชนในการใช้จ่ายในครัวเรือนต่อไป โดยการใช้บริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ที่ด้านหน้า กปภ.สาขาบึงกาฬ ช่วงแรกนี้ เปิดให้พี่น้องประชาชนมาใช้บริการในวันและเวลาราชการ แต่ในอนาคตการพัฒนาจะทำให้ประชาชนสามารถดำเนินการรับบริการน้ำดื่มได้ด้วยตนเองเลย

โดย มท.2 กล่าวยืนยันว่า น้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคโดยปกติดื่มได้อยู่แล้ว แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจขึ้นมา เราจึงมีระบบที่มีมาตรฐานขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งมีมาตรฐานเกินองค์การอนามัยโลกไปแล้ว ด้วยระบบเทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) เพื่อให้ลดต้นทุนในการดำเนินการ เราใช้พลังงานสะอาด คือ พลังงานแสงอาทิตย์นำมาใช้ในการทำงานระบบเครื่องกรองน้ำโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าปกติ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นครพนมโมเดล” ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด/ อบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ /นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.49 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2/ ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) และพลตำรวจเอกไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโทสยาม บุญสม จเรตำรวจ, พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,

พลตำรวจตรีณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมประชุมบูรณาการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายข้อสั่งการการป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล

พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง เจรตำรวจแห่งชาติ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติราชการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมเป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาด้านการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติด และกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด สั่งการและกำหนดรูปแบบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งกำหนดขยายพื้นที่เป็นพื้นที่ต้นแบบ นำร่อง 10 จังหวัด (เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง สกลนคร นราธิวาส ปทุมธานี อุทัยธานี นครพนม นครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง)


“เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.นครพนม เพื่อมอบแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” ที่เคยได้ดำเนินการในจังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งเพื่อร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งได้มีการชี้แจงให้ที่ประชุมทราบวัตถุประสงค์กรอบอำนาจหน้าที่คณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และแนวทางการดำเนินการในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนมีความสุข โดยได้มีการพิจารณาการมอบหมายหน้าที่และแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายต่อไป”

ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการนำเสนอโดยการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดนครพนมได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อนึ่ง จังหวัดนครพนม จะยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ใช้รูปแบบ ‘ธวัชบุรีโมเดล’ มาเป็นแนวทางในการดำเนินการและกำหนดขั้นตอนดำเนินการไว้ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติการ ขั้นส่งต่อ ความยั่งยืน ขั้นทบทวนหลังการปฏิบัติ และขั้นขยายผลไปพื้นที่อื่น

รวมทั้งยังกำหนดความรับผิดชอบให้แต่ละส่วนราชการ จังหวัดนครพนม/ ศอ.ปส.จว.น.พ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ในการวางแผน อำนวยการ บูรณาการ ประสาน และควบคุมกำกับดูแล รวมทั้งขับเคลื่อนการสร้างหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และตำรวจปราบปรามยาเสพติด รับผิดชอบหลักในมาตรการสกัดกั้น และมาตรการปราบปราม เน้นสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่เขตของจังหวัด การปิดล้อมตรวจค้น ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักในมาตรการบำบัด เน้นการคัดกรอง แบ่งแยกผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด ผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติด ก่อนนำเข้าบำบัด ตามระดับความรุนแรง สำนักงานแรงงาน และพัฒนาชุมชน จังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักให้การช่วยเหลือ ภายหลังผ่านกระบวนการบำบัด โดยการ จัดหางานสนับสนุน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาฝีมือแรงงาน มณฑลทหารบกที่ 210 เป็นหน่วยร่วมในการวางแผน อำนวยการ ประสานการปฏิบัติ และเป็นหน่วยสนับสนุนให้กับทุกส่วนราชการที่เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก และเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยจึงได้กำหนดตารางประสานสอดคล้องให้ครอบคลุม ทั้งภารกิจ หน่วยปฏิบัติหลัก และหน่วยสนับสนุน ณ ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ในช่วงวันหยุดราชการแต่ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาคนละ 20 บาท ซึ่งเมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้วแต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินให้ จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายสร้างความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน การประชาสัมพันธ์เชิงรุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร ของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ ตม.มุกดาหาร ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า เจ้าหน้าที่ ตม. สามารถเรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาจากนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารได้เป็นจำนวนเท่าใด และต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ด้วยหรือไม่ และการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคนละ 20 บาท

โดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างไรหรือไม่หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบการกระทำความผิด ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ โดยเมื่อมีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดทางอาญาหรือวินัย หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหรืออันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต้องรีบดำเนินการแก้ไข หากเป็นกรณีที่กระทำผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียม ต้องรีบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเฉียบขาดทันที และทันต่อเหตุการณ์อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า มีกฎกระทรวง (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ได้กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจรถยนต์ รถไฟที่เดินทางผ่านเข้ามาใน หรือออกไปนอกราชอาณาจักร นอกเวลาราชการ ถ้าไม่มีคนโดยสารให้เสียครั้งละ 25 บาท ถ้ามีคนโดยสารให้คิดเพิ่มขึ้นตามรายตัวคนโดยสาร คนละ 5 บาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ #จเรตำรวจแห่งชาติ #สำนักงานจเรตำรวจ #สตม #ปปช #ปปท #ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร #ตรวจสอบทุจริต #เก็บค่าล่วงเวลาไม่ออกใบเสร็จรับเงิน

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

อำนาจเจริญ -การจัดอบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ ให้ความรู้แก่สมาชิกพรรคและประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ เวลา 08.30 น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มอบหมายให้​ นางสาวณัฐนิชา​ มั่นทน ตัวแทนพรรคศูนย์ประสานงานจังหวัดอำนาจเจริญ จัดอบรมสัมมนา เพื่อให้ความรู้สมาชิกพรรคและประชาชน เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ณ ห้องประชุมโรงแรมเพาเวอร์แกรนด์ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 1/2567 ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 นาฬิกา

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 2​51 คน โดยมี​ พ.ต.อ.​ภัทรพล เล่าเปี่ยม​ กรรมการบริหารพรรคฯ เป็นประธานในพิธี ร.ต.ต.สุเทียน​ ทองโสม​ หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดมุกดาหาร เขต1 และนายไพรัตน์ ฝ่ายบุตร พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่กกต.จ.อำนาจเจริญ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีท่านอิทธิกร สุวมาศ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้​

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป​ 2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน​ 4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะทำงานภาคอีสานตอนล่าง สัมมนาให้ความรู้สมาชิกสาขาพรรคและประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ดร.ฉวีวรรณ คำพา ร่วมทอดกฐินสามัคคี วัดสุดเขตแดนสยาม จ.บึงกาฬ สาธุชนไทย-ลาว รวมยอดกฐิน 1.9 ล้านบาท

วันที่ 14 พ.ย.67 เวลา 10.00 น. ที่วัดสุดเขตแดนสยาม บ้านหนองแวง หมู่ 3 ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ จัดงานทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนสร้างวิหารพระพุทธมหาบารมีศรีสัตนาคราช โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และ ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พร้อมคณะ เป็นประธานองค์กฐิน พร้อมด้วย นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ดร.บุญมา พันดวง บุญมาทีวี 67 นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายชวนะ ทวีอุทิศ ผอ.โรงเรียนบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น นักธุรกิจ พ่อค้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวหนองแวง และพุทธศาสนิกชนชาวไทย-ลาว ร่วมในพิธี

ขบวนแห่กฐินเริ่มต้นหน้าวัดประมาณ 200 เมตร นำโดยขบวนนางรำที่รวมตัวกัน ระหว่าง ชมรมสุขภาพดีที่ริมโขง ชมรมสุขภาพบ้าหนองแวง และขบวนฟ้อนรำจากโรงเรียนบึงกาฬ เพื่อฟ้อนรำให้แขกผู้มีเกียรติรวมถึงศรัทธาสาธุชนได้รับชมความอ่อน ความพร้อมเพียงรวมถึงความสามัคคี

ตามด้วยขบวนแห่บริวารองค์กฐินซึ่งมีศิษยานุศิษย์และพ่อค้าประชาชน ที่เลื่อมใสศรัทธา หลวงพ่อพระครูประภัสสรวีรคุณ(วีระพล ปภสฺสโร) เจ้าคณะอำเภอศรีวิไล(ธ) เจ้าอาวาสวัดสุดเขตแดนสยาม และพระครูสมุห์ ปิยะนัส ปญฺญาวชิโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุดเขตแดนสยาม ประธานฝ่ายสงฆ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีคณะศรัทธาตั้งโรงทานกว่า 20 โรงทาน โดยชาวบ้านในพื้นที่ บริษัท ห้างร้านค้า และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันออกโรงทานเพื่อแจกอาหารเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและน้ำใจ

โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานบริษัทในเครือฉวีวรรณ กรุ๊ป ร่วมกับ และชาวชลบุรี นำผ้ากฐินทอดถวายพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ร่วมกับชาวบ้านหนองแวง นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน พุทธศาสนิกชนในจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง ที่มาร่วมงานได้ร่วมทำบุญ สมทบทุนสร้างวิหารพระพุทธมหาบารมีศรีสัตนาคราช วัดสุดเขตแดนสยาม จังหวัดบึงกาฬ ยอดกฐินรวมบริวารทั้งหมด 1,934,567.26 บาท

วัดสุดเขตแดนสยาม ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง พื้นที่รอบวัดรายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ มีความสงบ ร่มรื่น เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต แต่เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้บริจาคที่ดินให้ และชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาเรื่อยมาจนเป็น

วัดสุดเขตแดนสยาม มีพระครูประภัสสรวีรคุณ (วีระพล ปภสฺสโร) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า พระอาจารย์ลาย เจ้าคณะอำเภอศรีวิไล(ธ) เป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน ภายในวัดมีวิหารขนาดใหญ่ประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน

ซึ่งวิหารหลังนี้ประยุกต์งานศิลปกรรมแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยตกแต่งเพดานด้วยไม้และเสาภายในประดับด้วยกระจกเงา อีกทั้งยังมีอุโบสถสีขาวที่มีความวิจิตรงดงาม ภายในประดิษฐานหลวงพ่อพระเงิน และได้มีการประกอบพิธียกฉัตรเมื่อปี พ.ศ. 2561 และพิธีฉลองอุโบสถ ผูกพัทธสีมา ปิดทองลูกนิมิตร

สื่อรัฐทีวี -สื่อรัฐนิวส์ / ประกวด Heritage Pageants 2024 จัดขึ้นด้วยสัมผัสทางวัฒนธรรม

บริษัท Eplanet Pte Ltd มีความภูมิใจที่จะประกาศการเปิดตัวการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2024 งานระดับนานาชาติที่เฉลิมฉลองการผสมผสานระหว่างความงาม วัฒนธรรม และมรดกทางวัฒนธรรม การประกวดที่หลายคนรอคอยได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2024 ด้วยพิธีมอบสายสะพายให้กับผู้เข้าประกวด ณ โรงแรมดิวาลักซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ประเทศไทย การประกวดในปีนี้ได้ขยายประเภทการประกวดเพิ่มขึ้น ได้แก่ Mister, Ms., Petite และ Gems นอกเหนือจากตำแหน่งหลักคือ Miss และ Mrs. Heritage International

ผู้เข้าประกวดจากหลากหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย มองโกเลีย เมียนมาร์ เม็กซิโก เนปาล ไนจีเรีย นิวซีแลนด์ ลาว ไทย สิงคโปร์ เซอร์เบีย ฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย เปรู ลัตเวีย เคนยา และเวียดนาม ได้มารวมตัวกันในการเฉลิมฉลองระดับโลกครั้งนี้ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 พฤศจิกายน 2024 โดยจะมีพิธีตัดสินและมอบมงกุฎในวันที่ 16 พฤศจิกายนกิจกรรมเบื้องต้นได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยผู้เข้าประกวดได้ร่วมถ่ายภาพในชุดประจำชาติ ชุดราตรี และชุดว่ายน้ำ ผู้เข้าประกวดยังได้มีโอกาสสำรวจเมืองกรุงเทพฯ ด้วยการนั่งตุ๊กตุ๊ก ระหว่างพักที่โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพฯ ข้าวสาร ในงานแถลงข่าว ผู้เข้าประกวดได้โชว์ชุดประจำชาติและชุดวัฒนธรรมผ่านการเดินแบบอย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรม โดยผู้เข้าประกวดแต่ละคนได้จัดโต๊ะแสดงวัฒนธรรม นำเสนอองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของตนผ่านการจัดแสดงที่คัดสรรมาอย่างดี

Heritage Pageants ยังคงขยายการเข้าถึงระดับโลก ดึงดูดผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และนำเสนอเวทีที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม งานนี้เป็นการรวมตัวของความหลากหลาย ความสง่างาม และการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม ที่เน้นย้ำถึงความงามของมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกการประกวดนี้ดำเนินการโดยบริษัท Eplanet Pte Ltd ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ และนำโดยประธาน คุณสันโตษ สัปโกตา ซึ่งการนำของเขาได้ผลักดันให้การประกวดก้าวสู่ระดับใหม่บนเวทีนานาชาติ การแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจของการประกวดจะได้รับการกำกับการแสดงโดยผู้เชี่ยวชาญ คุณโรจิน ชักยา จากเนปาล และคุณเวสลีย์ ซอว์ จากมาเลเซีย ที่จะนำความงดงามทางศิลปะมาสู่งาน การดำเนินงานที่ราบรื่นของการประกวดได้รับการดูแลโดยคุณซูซาน ซานเฟอร์มี โกะ ซึ่งความเชี่ยวชาญของเธอจะรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

Heritage Pageants ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้เข้าประกวดในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกและสร้างความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยการนำเสนอชาติพันธุ์ ประเพณี และความงามของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ งานนี้นำผู้เข้าประกวดและผู้ชมมารวมกันในการเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวและความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างทรงพลังก่อตั้งขึ้นในปี 1999 บริษัท Eplanet Pte Ltd ได้พัฒนาจากบริษัทวางแผนการจัดงานสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการประกวดนางงามและงานวัฒนธรรม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานระดับโลกมากมาย รวมถึงการแสดงดนตรี เทศกาลวัฒนธรรม งานแสดงสินค้า และงานมอบรางวัล Eplanet ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศในการประกวดนางงาม นำเสนอโซลูชันการจัดงานที่ปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าทั่วโลก

มรดกแห่ง Heritage Pageants นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2014 Heritage Pageants ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ดึงดูดความสนใจและผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก งานแรกจัดขึ้นที่กาฐมาณฑุ เนปาล มงกุฎ Miss Heritage International ตกเป็นของ Hla Yin Kyae จากเมียนมาร์ งานนี้ได้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ รวมถึงนิวเดลี ศรีลังกา และสิงคโปร์ โดยได้มอบมงกุฎให้กับผู้ชนะที่สร้างแรงบันดาลใจ เช่น Victoria Pham จากเวียดนาม (2015), Anna Kirillina จากรัสเซีย (2022), Fontip Sriwaranyoo คุณฝนธิป ศรีวรัญญู จากไทย (2022), Wuandar Jirleyth Casanova จากเวเนซุเอลา (2023) และ Erika Hara จากญี่ปุ่น (2023)

ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
สำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

Eplanet Pte Ltd

ติดตามเราได้ที่:
Facebook: www.fb.com/pageantofheritage
Instagram: www.instagram.com/heritagepageants
เว็บไซต์: www.pageantofheritage.com

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ชลบุรี ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร ช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ปี 2567

ช่วงเย็นวันที่ 13 พ.ย.67 นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อำนวยความสะดวกการจราจร ประชาชน และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี

ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรรภาค 2 สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม รักษาความปลออดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอำนวยความสะดวกการจราจรแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 โดยบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี โดยเน้นการระดมกวาดล้างตามเป้าหมายสำคัญ คือ กลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดทุกประเภท กลุ่มผู้กระทำควนผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท และกลุ่มผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน ดอกไม้เพลิง การแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้บูรณาการประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี, มณฑลทหารบกที่ 14, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดชลบุรี, เมืองพัทยา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาพัทยา, กรมเจ้าท่า, สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา, มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน, ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี, ตำรวจสันติบาลจังหวัดชลบุรี, ตำรวจทางหลวงจังหวัดชลบุรี, ตำรวจน้ำ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี, สถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, ตำรวจอาสา และอาสาสมัครฝ่ายพลเรือน

โดยทำการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเทศกาลดังกล่าว ซึ่งได้สนธิกำลังพลในการปฏิบัติรวมจำนวน 289 นาย รถยนต์จำนวน 17 คัน และรถจักรยานยนต์จำนวน 19 คัน โดยประธานในพิธีได้กล่าวโอวาทและแนวทางการปฏิบัติงาน และกล่าวเปิดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินย์อำนาย
ความสะดวกการจราจรแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 ตามลำดับพิธีการ

จังหวัดชลบุรี จัดงานวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

วันที่ 14 พ.ย.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีถวายสักการะพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 ณ อาคารกีรติสิริโยธิน ค่ายนวมินทราชินี กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จ.ชลบุรี โดยมีข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีฯ

 ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2545 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 เป็นวันที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ ในการบังคับเมฆให้เกิดเป็นฝน จนเกิดเป็นเทคโนโลยีฝนหลวงที่ขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากให้แก่พสกนิกรขอพระองค์ที่ประสบภัยแล้ง และเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศจวบจนปัจจุบัน 

พสกนิกรชาวไทยทั้งมวลต่างสำนึก และตระหนักว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตรากตร่ำพระวรกายในการทรงงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของราษฎร ทั่วทุกภาคของประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ตลอดจนพระอัจฉริยภาพและพระวิริยะอุตสาหะในการทรงทุ่มเทให้กับการประดิษฐ์ คิดค้นวิจัยและพัฒนา จนเกิดเป็นโครงการพระราชดำริมากมายนานัปการ ซึ่งรวมถึงโครงการพระราชดำริฝนหลวง อันก่อเกิดประโยชน์คุณูปการอเนกอนันต์แก่ปวงชนชาวไทยและนานาประเทศ

กิ่งกาชาดอำเภอบางละมุงมอบเครื่องกรองน้ำให้โรงเรียนไกลปืนเที่ยง

ข่าวรายงานว่า จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง เดินทางเข้ามอบเครื่องกรองน้ำดื่ม ให้กับโรงเรียนบ้านโป่งสะเก็ต ม.5 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี นางทัศนีย์ สหวงศ์ เจ้าหน้าที่บริหารการเงินฯ พร้อมคณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

ซึ่งการมอบเครื่องกรองน้ำดื่มและเครื่องทำน้ำเย็นครั้งนี้ อยู่ในโครงการ “กาชาดมอบน้ำดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับนักเรียน ประจำปี 2567” เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญน้ำดื่มของนักเรียน ทำให้นักเรียนทุกคนได้ดื่มน้ำที่สะอาด ปลอดภัย ส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โรงเรียนมีเครื่องกรองน้ำที่ถูกสุขลักษณะทำให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในการดูแลสุขภาพนักเรียน ซึ่งเครื่องกรองน้ำดังกล่าวทำการติดตั้งไว้ด้านข้างอาคารเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครู นักเรียน มีน้ำดื่มที่สะอาดในการบริโภคต่อไป

สำหรับโรงเรียนบ้านโป่งสะเก็ต เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียนจำนวน 1,408 คน เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนางพัชราวรรณ บุญอ่อน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ปัจจุบันใช้น้ำประปาหมู่บ้านซึ่งค่อนข้างจะดำ ส่วนน้ำที่ใช้ในการอุปโภค บริโภค ต้องซื้อ ซึ่งการได้รับการสนับสนุนเครื่องกรองน้ำจากกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง จะช่วยให้ครู นักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียนมั่นใจว่ามีน้ำสะอาดไว้ดื่ม

นายกเมืองพัทยาร่วมแสดงความยินดีธุรกิจขายส่งยักษ์สยายปีกเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉมใหม่! “แม็คโคร สาขาพัทยาใต้” หลังให้บริการคู่เมืองพัทยาเข้าสู่ปีที่ 15

วันที่ 14 พ.ย.67 มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ร่วมแสดงความยินดีและร่วมพิธีเปิดโฉมใหม่ แม็คโคร สาขาพัทยาใต้ โดยมี นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจแม็คโคร ประเทศไทย เป็นประธานในงาน

โดยนายกเมืองพัทยา ได้กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ แม็คโคร สาขาพัทยาใต้ ได้เปิดโฉมใหม่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ถือเป็นธุรกิจค้าส่งที่เข้มแข็ง โดยในส่วนของแม็คโคร สาขาพัทยาใต้ นั้นได้เปิดให้บริการคู่เมืองพัทยามาแล้วกำลังจะก้าวสู่ปีที่ 15 ในเดือนธันวาคม 2567 ที่จะถึงนี้ การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมความทันสมัยและสินสินค้าคุณภาพที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างดีเยี่ยมของทาง แม็คโคร ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้ามั่นใจในการเป็นผู้ช่วยของผู้ประกอบการ ทั้งธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ภัตตาคาร รวมถึงนักท่องเที่ยว และลูกค้าทั่วไป ได้มีโอกาสนำไปต่อยอดใช้ในการทำธุรกิจของตนเองให้ดีและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพต่อไป

นายอำเภอ-นายกพัทยา ร่วมตรวจโป๊ะลอยทะเลนาเกลือ สร้างความปลอดภัยคืนงานลอยกระทง

วันที่ 13 พ.ย.67 นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยของโป๊ะลอยทะเลบริเวณที่ทำการประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมลอยกระทงเมืองพัทยา ประจำปี 2567

โดยนายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ได้เน้นย้ำให้พื้นที่ต่างๆ ที่จัดงานลอยกระทงให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ร่วมงาน เพื่ออุบัติไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้

ทั้งนี้ ในปีนี้เมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานลอยกระทงบริเวณสวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ และจะใช้บริเวณโป๊ะลอยทะเลบริเวณที่ทำการกลุ่มประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งนอกจากเตรียมความพร้อมด้านสถานที่แล้ว ยังได้กำหนดให้บูรณาการการทำงานของเจ้าหน้าเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านด้วยเช่นกัน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 บูรณาการร่วมกับกลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สสจ.นครพนม

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบล กุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24)

พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมกับ นางสาวธิดารัตน์ เลี่ยวปรีชา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สสจ.นครพนม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือตรวจพื้นที่อาคารหลังศูนย์ฟื้นฟู เพื่อเสนอเป็นศูนย์บำบัด ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นการบูรณาการหน่วยงานส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดนครพนม ตามดำริของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่หลงผิดผู้ที่เสพสารเสพติดเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและท้าทาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมาย

การหลุดพ้นจากการใช้สารเสพติดต้องอาศัยแนวทางที่ครอบคลุมและแรงสนับสนุนเป็นอย่างมาก วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสมรรถภาพจากการใช้ยาเสพติด คือการใช้บริการจากศูนย์บำบัดยาเสพติดซึ่งมีคุณประโยชน์หลายประการ ที่จะสามารถสนับสนุนให้บุคคลมีชีวิตที่มีสุภาพดีขึ้น โดยจะมีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และมีคุณสมบัติเหมาะสม รวมถึงแพทย์ นักบำบัด ผู้ให้คำปรึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะร่วมวางแผนการรักษาเฉพาะเป็นรายบุคคล

ซึ่งใช้ความเชี่ยวชาญทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เข้ารับการบำบัดจะปลอดภัย ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และแผนการรักษาจะถูกปรับเสมอตลอดระยะเวลาการบำบัด เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของแต่ละบุคคล ถานบำบัดจะต้องมีสภาพแวดล้อมแบบปิด ที่มีความสงบ ปลอดภัย และมีการควบคุม สภาพแวดล้อมที่เป็นระบบปิดจะช่วยให้บุคคลสามารถโฟกัสกับกระบวนการบำบัดที่เข้มข้น สามารถสร้างกิจวัตรและพัฒนานิสัยที่ดีต่อสุขภาพ และใส่ใจกับกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอกต่อไป

ภาพ/ข่าว​ นบ.ยส. 24
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่ จ.ประจวบฯ

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 ที่ โรงเรียนอานันท์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา พื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พ.อ.พีรฉัตร พานทอง รอง ผบ.ทบ.มทบ.15, ร.ต.นพรัตน์ พลอยนุช ผบ.มว.รว.ที่ 3 ฉก.จงอางศึก, ร.ท.ชวลิต ใจซื่อ หัวหน้า ธป.กร.ที่ 110, พ.ต.ต.เจริญ อุปวรรณะ ผบ.ร้อย.ฉก.รพศ., หัวหน้าส่วนราชการ และคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ นางสาวกุณฑิกา โกมุก ผู้อำนวยการโรงเรียนอานันท์ กล่าวต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานการพัฒนาโรงเรียนของกองทุนการศึกษา ตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ การขับเคลื่อนงานคุณธรรมตามเป้าหมายและกรอบใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า การดูแลและพัฒนานักเรียนทุนพระราชทาน รายงานความสำเร็จความดีงามของโรงเรียน รวมถึงแจ้งปัญหาข้อขัดข้องของโรงเรียนให้องคมนตรีได้รับทราบและชี้แนวทางการแก้ปัญหาให้กับทางโรงเรียน

พร้อมกันนี้ องคมนตรีและคณะ มีกำหนดการเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและพบปะผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนวไลย อ.หัวหิน สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ เพื่อรับทราบรายงานผลการดำเนินงานโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ความคืบหน้าของการบริหารงาน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานด้านต่างๆ นอกจากนี้ องคมนตรีได้มอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาโดยรับได้รับการสนับสนุนจากบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล ให้กับทั้ง 2 โรงเรียนอีกด้วย.


กรมอุทยานฯ ย้ายต่อเนื่องลิงหัวหินอีก 89 ตัว แก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี นายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ประจำหน่วย นำกำลังเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ลงพื้นที่วางกรงดักจับลิงแสมบริเวณเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อเร่งแก้ปัญหาลิงรบกวนประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ภายใต้นโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการเร่งแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ผลการดำเนินงานในวันนี้ สามารถจับลิงได้ 89 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 57 ตัว เพศเมีย 32 ตัว ทำหมันแล้วทั้งหมด 89 ตัว สรุปผลการดำเนินงานรวม 2 วัน สามารถเคลื่อนย้ายลิงได้ทั้งสิ้น 110 ตัว โดยลิงทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เทศบาลเมืองหัวหินไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่ฯจะดำเนินการวางกรงจับลิงที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหินจนถึงวันที่ 14 พ.ย. นี้

ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าริมหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการริมหาดประสบปัญหาความเดือนร้อนจากฝูงลิงเข้ามารื้อค้นสิ่งของภายในร้าน และแย่งของกินจากนักท่องเที่ยว แต่หลังจากกรมอุทยานฯ เข้ามาดำเนินการจับลิงบริเวณนี้ทำให้ปัญหาลดลง ลิงเริ่มรู้มากหลบไม่ออกมาให้จับ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการและเมืองท่องเที่ยวหัวหิน.

กกต.ประจวบฯ แนะผู้สมัคร นายก-ส.อบจ. ศึกษาข้อกฎหมายและลักษณะต้องห้ามก่อนลงสมัคร

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้เห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 19 ธ.ค.67 โดยประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค.นี้ และกำหนดวันเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 ซึ่งการเสนอวันเลือกตั้งและวันรับสมัครรับเลือกตั้ง เป็นอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้ง

ดังนั้นในระหว่างนี้จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง เตรียมความพร้อมศึกษาข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะเรื่องของลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร เพราะหากลงสมัครโดยที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีลักษณะต้องห้ามจะมีโทษตามฎหมาย นอกจากนี้ ขอให้ผู้ประสงค์จะสมัครได้ศึกษาขั้นตอน เอกสารหลักฐานการสมัครที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ หรือสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดฯ โดย จ.ประจวบฯ มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด 30 เขตเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ 30 คน และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 คน สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งไม่เกิน 40 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งในสถานการณ์ปกติ ต่างจาก 4 ปีก่อน ซึ่งมีการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ผู้สมัครนายก อบจ.กำหนดให้ใช้งบหาเสียงไม่เกิน 18 ล้านบาท สำหรับ ส.อบจ.ใช้งบไม่เกินรายละ 1 ล้าน 2 แสนบาท.

ตม.ประจวบฯเอาจริง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามแรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้มข้น


วันนี้ 13 พ.ย.2567 เวลา 16.30 น. พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลาผกก.ฯรรท.ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฏฐวรรธ แก้วทิพย์เนตร สว.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์, ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการจับกุม MR.CHEDLY SAHEB ETTABA สัญชาติ อเมริกัน อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 183/2567 ลง 31 ต.ค.2567 กระทำความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ณ.บ้านเลขที่ 611 ม.14 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
พร้อม นำตัวส่ง พงส.สภ.หัวหิน จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หน.อช.กุยบุรี คว้ารางวัลบุคลากรภาครัฐดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สะท้อนความทุ่มเทในการอนุรักษ์ทรัพยากรฯ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ประกาศผลการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐดีเด่น ศิษย์เก่าดีเด่น และนิสิตดีเด่น ประจำปี 2567 โดยนายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จ.ประจวบฯ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคลากรภาครัฐดีเด่นจากคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยได้มีการมอบรางวัลเมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 ที่ผ่านมา เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567

“การคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ มันคือความภาคภูมิใจ” นายอรรถพงษ์ กล่าวถึงความรู้สึกต่อการทำงานในชีวิตราชการ พร้อมเสริมว่าภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และได้ปฏิบัติตามคำสอนของรุ่นพี่ จนสามารถสร้างผลงานที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงานต้นสังกัด จนเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานภายนอก รางวัลบุคลากรดีเด่นครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จในการปฏิบัติงานของนายอรรถพงษ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในประเทศไทย.


สาวคิดสั้นกระโดดสะพานลอย โชคดี ตร.ชะอำเกลี้ยกล่อมช่วยได้ทัน


ช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ย. 67 ตำรวจ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีคนพยายามกระโดดสะพานลอย บริเวณ 3 แยก ที่ทำการไฟฟ้า อ.ชะอำ หลังเก่า ริมถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม. เขตเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมประสานรถกระเช้าเทศบาลเมืองชะอำ กู้ภัยสว่างสรรเพชรเข้าให้การช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุพบหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี กำลังนั่งคร่อมบนราวสะพานมีความสูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร สภาพพร้อมกระโดดลงมา เจ้าหน้าที่จึงนำรถกระเช้าเข้าให้ความช่วยเหลือพาตัวลงมาได้อย่างปลอดภัย จาการสอบถามหญิงผู้ก่อเหตุอ้างว่าจำชื่อ-สกุลจริงของตัวเองไม่ได้ ก่อนจะร้องไห้บอกว่าเพียงว่า ชื่อ มิก อยู่ จ.ร้อยเอ็ด ทางกู้ภัยพาไปตรวจร่างกายยังรพ.ชะอำ แต่ น.ส.มิก ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจต้องช่วยเกลี้ยกล่อมนานกว่า 30 นาที จึงยอมให้แพทย์ตรวจร่างกาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า น.ส.มิก ได้ติดรถจาก จ.ร้อยเอ็ด มาลงที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อหางานทำโดยตระเวนเดินหางานได้ 2 วันแต่ไม่มีใครว่าจ้าง ภายหลังไม่มีเงินติดตัวและเกิดอาการเครียดหิวข้าว จึงก่อเหตุคิดสั้นจะกระโดดสะพานลงมาแต่พลเมืองดีพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือไว้ได้ทัน อย่างไรก็ตามกำลังสืบสวนต่อไปว่า น.ส.มิก เป็นผู้ป่วยจิตเวชหลบหนีออกมารจากบ้านพักที่ จ.ร้อยเอ็ด หรือไม่ เพื่อจะได้ประสานญาติพี่น้องก่อนพาตัวกลับบ้านไปบำบัดรักษาต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781





	

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.นครราชสีมา ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทง

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.00 น. นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายสามารถ สุวรรณมณี ปลัดจังหวัดนครราชสีมา ร่วมพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลลอยกระทง จ.นครราชสีมา โดยมี พลตำรวจตรี ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายต่างๆ ร่วมพิธีปล่อยแถว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครราชสีมา ท่านผู้แทนกองทัพภาคที่ 2 สำนักงาน ปปส.ถาค 3 สาธารณสุขจังหวัด สรรพสามิตร สารวัตรทหาร หน่วยกู้ภัย และ อาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พลตำรวจตรี ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “พิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี ๒๕๖๗ วันพุธที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ บริเวณลานหน้า ภ.จว.นครราชสีมา อ.เมือง จว.นครราชสีมา

เนื่องจากวันศุกร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗/ เป็นวัน ลอยกระทง หลายพื้นที่ก็ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งการลอยกระทง การแสดงแสง สี เสียง/ เพื่อสืบสานประเพณีของไทย ซึ่งจะมีประชาชน และนักท่องเที่ยว/ เดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก จึงอาจเกิด เหตุอาชญากรรม/การประทุษร้ายต่อทรัพย์/และเหตุอันตรายต่อชีวิต ร่างกายของประชาชน ขึ้นได้ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้มีการระดม กวาดล้างอาชญากรรม/เพื่อป้องกันอาชญากรรม และรักษาความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมุ่งเน้นการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบตั้งโรงงานผลิตพลุ ประทัด/ เชื้อประทุ/ ดอกไม้ เพลิง/

เพื่อป้องกันเหตุโรงงานทำดอกไม้เพลิง/ หรือพลุ ระเบิด ซึ่งอาจส่งผล เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อประชาชน/ รวมทั้งการกวดขันจับกุมผู้เล่น ดอกไม้เพลิง/ พลุ และประทัด ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ หรือ ในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชนและกวดขันจับกุมการลักลอบผลิต และจำหน่ายพลุ ประทัด/ และดอกไม้ เพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาต/ และกรณีเด็กเป็นผู้กระทำความผิด ก็ให้ ดำเนินการกับผู้ปกครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฯ เพื่อให้ ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุม/ ดูแลบุตรหลานและรับผิดชอบใน การกระทำความผิดของบุตรหลานด้วย ดังนั้น จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วม บูรณาการ/ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท/ ในช่วงเทศกาล ลอยกระทง ประจำปี ๒๕๖๗ นี้อย่างจริงจัง เต็มกำลังความสามารถ

ซึ่งจะ เป็นการป้องปราม/ ป้องกัน/ และลดโอกาสของมิจฉาชีพที่จะก่อเหตุร้าย ต่อชีวิต/ ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว/ และ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่จะปกป้อง ประชาชน และนักท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัย เพื่อให้การปฏิบัติการ ร่วมกันในครั้งนี้ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล/ อัน จะส่งผลโดยรวมเพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตราเมืองนนท์สัญจร ประธานจัดงาน นาย วิบูลย์ สุนทรวัฒน์ นายกเทศมนตรี และทีมงาน นายเกริทฤทธิ์ รัตมงคล รองนายกเทศมนตรี นายจตุพล สุนทวัฒน์ รองนายกเทศมนตรี นายสุรชัย วงค์เวทย์เสถืยร เลขานุการนายกเทศมนตรี นายมณท์ธรรม์ บุญใจเพชร ที่ปรึกษา และ อบต.พีท คิว โชควิทยา

ประธานเปิดการแข่งขันถ่ายทอดสด นาย จิรวุฒิ สิงโตทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเเปิดงานศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร ณ.เวทีมวยชั่วคราวเทศบาลหนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ถ่ายทอดสดช่อง JKN 18 ยูทูป jitmuangnongym live เวลา 17.00น.เป็นต้นไป
เอ.คนข่าวรายงาน

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย”เดินหน้าป่าชุมชนยั่งยืนลดโลกร้อน

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย”เดินหน้าป่าชุมชนยั่งยืนลดโลกร้อนมอบ“อลงกรณ์-ปรพล“ถอดรหัส”สระบุรี แซนด์บ็อกซ์ เมืองคาร์บอนต่ำสร้างโมเดลป่าชุมชน-ป่าคาร์บอนต้นแบบก่อนขยายผลทั่วประเทศ นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ไครเมทและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม

กล่าวในงานสัมมนาเวิร์คช็อป “พลเมืองเคลื่อนรัฐครั้งที่ 3 หัวข้อ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน“ ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การฟื้นฟู การใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อชุมชนและนโยบายลดโลกร้อนโดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี2050และคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี2565ถือเป็นนโยบายเรือธงเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน


การประชุมผนึกความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการ ผู้นำท้องถิ่นและภาคประชาชนในจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีเจตนารมย์ร่วมกันให้จังหวัดสระบุรีเป็นต้นแบบ”เมืองคาร์บอนต่ำ” หรือ “SARABURI LOW CARBON CITY” โดยเน้นใน 5 ภาคส่วน คือ ภาคอุตสาหกรรม ภาคพลังงาน ภาคการกำจัดขยะของเสีย ภาคเกษตรกรรม และภาคการเพิ่มพื้นที่สีเขียวถือเป็นตัวอย่างต้นแบบการบูรณาการทุกภาคส่วนที่น่าชื่นชมโดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาป่าชุมชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Forests for the Sustainable Future)จำนวน 45 แห่งในจังหวัดสระบุรี

ภายใต้เครือข่ายคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนแห่งละ 15 คน รวมทั้งสิ้นประมาณ 675 คนและขยายความร่วมมือกับอาสาสมัครของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเช่นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อีกราว 2,000 คน เครือข่ายที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ และที่ปรึกษาเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 100 คนจะเป็นการขับเคลื่อนที่มีพลังสู่ความสำเร็จด้วยการบูรณาการของภาคีภาคส่วนต่างๆรวมทั้งหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 สระบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สระบุรี สำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 สระบุรี สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 3 สระบุรี ป่าชุมชนนอกจากมีอรรถประโยชน์ใช้สอยเพื่อชุมชนแล้วยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ(Biodiversity)เพื่อเดินหน้าสู่ไบโอเครดิต(Bio Credit)ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารของชุมชน(Community Food Bank)และสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง รวมทั้งสามารถดำเนินการเรื่องคาร์บอนเครดิตเพื่อเศรษฐกิจสีเขียวอีกด้วย ”จากผลการประชุมในวันนี้จะถอดรหัส สระบุรี แซนด์ บ็อกซ์(Saraburi Sandbox) เมืองคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างโมเดลป่าชุมชน-ป่าคาร์บอนต้นแบบโดยจะนำเสนอต่อดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. พิจารณาขยายผลไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศต่อไป”นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

 ในการสัมมนาเวิร์คช็อปครั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้วยมอบหมายนายอลงกรณ์ พลบุตร คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปรพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษาสมาคมการท่องเที่ยวสระบุรีเเละหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสระบุรีเข้าประชุมงานสัมมนาเวิร์คช็อป “พลเมืองเคลื่อนรัฐครั้งที่ 3 หัวข้อ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน“จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.)และมูลนิธิคอนราด อเดนาวร์เมื่อวันที่11 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ลีลาวดีรีสอร์ต อ.เมือง จ.สระบุรีร่วมกับนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ กพร. ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ นายบุญมี สรรพคุณ หนึ่งในผู้ริเริ่มสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ นายเสกสรร กวยะปาณิก รักษาการผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้และภาคีภาคส่วนต่างๆเช่นจังหวัดสระบุรี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ. )องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก กองทุนสิ่งแวดล้อม  สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(สพภ.BEDOThailand) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงงานและบริษัทต่างๆในพื้นที่เช่น เอสซีจี. เคมีแมน สยามฟูรูกาว่า ซีพีเมจิ ทีพีไอโพลีน เบทาโก เป็นต้นและเครือข่ายป่าชุมชนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสระบุรีให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ ( SARABURI LOW CARBON CITY )ภายใต้แนวทางOpen Gov. for SRI สระบุรี เเซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox)ด้วยโครงการ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”.

ข้อมูลประกอบ: ประเทศไทยมีการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่กรมป่าไม้ 12,231 แห่ง เนื้อที่ 6,308,712 ไร่ นอกจากนั้น ยังมีป่าชุมชนในพื้นที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชุมชนที่ดูแลรักษาป่าชุมชนจะถูกโน้มน้าวให้เข้าร่วมโครงการ โดยมีเงินทุนสนับสนุน และมีการแบ่งปันผลประโยชน์จากการค้าคาร์บอนเครดิตจำนวนหนึ่ง ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2566 พบว่า ป่าชุมชน 211 แห่ง ในพื้นที่ 18 จังหวัด กำลังกลายเป็นป่าคาร์บอน โดยเป็นป่าชุมชน (ป่าบก) 129 แห่ง ป่าชุมชนชายเลน 82 แห่ง รวมปริมาณการดูดกลับก๊าซคาร์บอน ประมาณ 1,904,463 ตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ข้อมูลในปี 2564 ป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจในประเทศไทยมีการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกรวมกัน 100 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ดังนั้น ยังเหลือตามเป้าหมายอีก 20 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภท ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ รวมเนื้อที่ 177.94 ล้านไร่ ภายใน พ.ศ. 2580 เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอน และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ในขณะที่ปัจจุบันมีพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 39.60 รวมเนื้อที่ 128.12 ล้านไร่ ดังนั้น ต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ประมาณ 49.82 ล้านไร่.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นาทีชีวิต!!! รอง ผอ. นบ.ยส.24 เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุ บนถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 เวลา 17.30 น. ที่บริเวณ ถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม ตรงข้ามปั้ม ปตท.บ.โคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2) และพันเอก ศรณณัฐ นวลมณี รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด

สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) ในระหว่างการเดินทางจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ได้พบเห็นอุบัติเหตุรถเก๋ง ทะเบียน กจ 4606 สกลนคร ชนกับรถจักยานยนต์ของชาวบ้าน บนถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม บริเวณตรงข้ามปั้ม ปตท.บ.โคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย เป็นชาวบ้าน บ.โคกกล่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม

เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกลับจากซื้อผักที่ตลาด ในระหว่างเดินทางกลับบ้านก็มาเกิดประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ซึ่ง รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 เห็นเห็นการพอดีจึงได้ทำการจอดรถและรีบเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR

ก่อนที่หน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน อบต.นาทราย และทีมแพทย์ฉุกเฉิน รพ.นครพนม เข้าทำการช่วยเหลือ พร้อมกับการอำนวยการจราจรอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน จึงรีบเข้าช่วยเหลืออำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วนในการช่วยเหลือในครั้ง “เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

ภาพ/ข่าว​ นบ.ยส. 24
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี + สื่อรัฐนิวส์ / ทอดผ้ากฐินสามัคคี วัดดงทองพุทธสรรรค์ ต.นิยมชัย อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ขึ้น 10 ค่ำเดือน 12 เวลา 09.19 น. ประชาชนต่างทยอย เดินทางเข้าสู่ลานวัดดงทองพุทธสรรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมทอดกฐินสามัคคีสมทบทุนเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ ศาสนสถานสร้างศาลาการเปรียญให้แล้วเสร็จ แต่ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ ยังขาดเงินอีกจำนวนมาก ในการก่อสร้างถาวรวัตถุศาลาการเปรียญเพื่อไว้ใช้ ให้ญาติโยมปฏิบัติธรรม ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ จึงได้บอกบุญมายังผู้มีจิตศรัทธาได้รวบร่วมบุญเป็นกฐินสามัคคีกำลังบุญของมุกท่าน เพื่อทอดกฐินสามัคคี ทอดถวาย ณ วัดดงทองพุทธสวรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบลถ์ จังหวัดลพบุรี

ประธานฝ่ายสงฆ์ได้แก่ครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ เจ้าอาวาสวัดดงทองพุทธสวรรค์ ประธานฝ่ายฆราวาสได้แก่ นายสินศักดิ์ ธนเลิศเปี่ยมสุข นางสาวสุคนธ์ทิพย์ ธนเลิศเปี่ยมสุข พร้อมครอบครัว ตลอดทั้งชาวบ้านดงทอง และผู้ที่เดินทางมาจากสถานที่อื่นๆ ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ซึ้งเป็นวัดที่อยู่ออกห่างจากตัวอำเภอสระโบสถ์ประมาณ 20 กิโลเมตร วัดพุทธสวรรค์อยู่ติดถนนสาย อ.สระโบสถ์ – อ.ชัยบาดาล (สายใน) ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างความเจริญ อาศัยญาติโยมที่เคยเข้ามาเห็นวัดดงทองพุทธสวรรค์ แล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธา

เพราะทางวัดมีครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ เจ้าอาวาสท่านมีเมตตา และเป็นพระปฏิบัติและเป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดในการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ในทางหลักธรรมพระพุทธศาสนา จึงทำให้ประชาชนที่เคยเข้ามาวัดนี้แล้ว และอยากเข้ามาอีกเพื่อส่งเสริมการสร้างถาวรวัตถุของทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ให้แล้วเสร็จสมเจตนารมณ์ของเจ้าอาวาสวัดดงทองพุทธสวรรณ เพื่อใช้ในกิจของพุทธศาสนา วัดดงทองพุทธสวรรค์ ก่อสร้างมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2556 บนเนื้อที่ 17 ไร่ โดยพระอาจารย์สมชัย ถาวโร เจ้าอาวาสรูปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันท่านได้ถึงแก่มรณะภาพแล้ว มีครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ มาประจำอยู่วัดแห่งนี้

งานบุญกฐินเป็นบุญใหญ่ที่จัดเป็น “กาลทาน” คือ ทานที่ถูกกำหนดด้วยเวลา มีเพียงปีละครั้ง ต้องทำภายในเวลา 30 วัน หรือจำง่ายๆว่า หลังวันออกพรรษาจนถึงวันลอยกระทง เป็นช่วงเวลาที่พระภิกษุสงฆ์ฯและญาติโยมจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันสานต่อประเพณีอันดีงามที่เริ่มมาจาก “พระพุทธเจ้า” ขอเล่าให้ฟังพอสังเขป จุดเริ่มต้นเมื่อครั้งพุทธกาล มีพระสงฆ์จำนวน 30 รูป ต้องการเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ด้วยระยะทางที่ไกล และยังมีฝนตกลงมา ทำให้จีวรของพระสงฆ์เหล่านั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน เมื่อพระพุทธเจ้าได้เห็นแล้ว จึงทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ทั้งหลายได้อยู่ต่ออีก 30 วันหลังจากออกพรรษาแล้ว เพื่อรอรับกฐิน โดยมีนางวิสาขามหาอุบาสิกาเป็นผู้ที่ได้ถวายผ้ากฐินเป็นคนแรก

อานิสงส์ผลบุญ” การทอดกฐินเป็นกาลทาน คือ ทานที่ต้องทำภายในกำหนดเวลา ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียว ทุกคนที่มาร่วมบุญต้องมีการจัดเตรียมงานในหลายส่วน เจ้าภาพและผู้ร่วมทอดกฐินสามัคคีย่อมเข้าถึงโภคทรัพย์และมนุษย์สมบัติที่ได้ร่วมกันถวายทาน และยังได้อานิสงส์บริวารสมบัติจากการบอกกล่าวชวนญาติมิตรมาร่วมบุญด้วยกัน ถือเป็นบุญใหญ่ ที่ทำได้ยาก และเป็นบุญที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่ามีอานิสงส์มาก

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรคจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดมันส์ “ศึกมวยรองครองแชมป์” รอบ 8 คนสุดท้าย เพื่อคว้าแชมป์พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท/ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), Thai Smile Bus และ Thybrid Training Centre ปลุกกระแสมวยกับเวที “Legend Fighting Championship ศึกมวยรองครองแชมป์” เข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย ที่เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาด อ.หัวหิน, นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ,

นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นายธนัท ปภพธนานนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ, นายจัตุชัย จำปาหอม อนุกรรมการแข่งขันกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ประจวบฯ, นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด, นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน, วิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิง เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2004 โปรโมเตอร์ผู้จัดการแข่งขัน, ทวี อัมพรมหา (ขาวผ่อง สิทธิชูชัย) นักกีฬาโอลิมปิก เหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่น ปี 1984 และมนัส บุญจำนงค์ เหรียญทองโอลิมปิก มวยสากลสมัครเล่น ปี 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิก ปี 2008 เข้าร่วมชมการแข่งขันท่ามกลางแฟนมวยจำนวนมากร่วมส่งเสียงเชียร์

นายพลกฤต พวงวลัยสิน กล่าวว่า “การแข่งขันในวันนี้ต้องขอขอบคุณทุกๆ ฝ่าย ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของกีฬาเพื่อเป็นหนึ่งใน Soft power ที่จะผลักดันในเรื่องของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ สร้างแรงผลักดันรวมไปถึงช่วยส่งเสริมการกีฬาให้กับเยาวชน พร้อมทั้งยังเป็นการมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ในเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองไทยไปพร้อมๆ กันอีกด้วย และที่สำคัญการจัดแข่งขัน รายการ “ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ” ที่หัวหินในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา และเป็นการตอกย้ำให้เมืองหัวหินและ จ.ประจวบฯ ว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่ง destination ที่สำคัญทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย”

สำหรับผลการชก เกมส์บอนด์ ส.สุวรรณรัณย์ ชนะคะแนน มงคลชัย เกียรติชายเล็ก / ฤทธิชัย ช.วชิระ ชนะน็อค ชัยวัฒน์ เหน่งซับใหญ่ / สิงห์พยัคฆ์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะน็อค ปราบอัศวิน ภูวนาแก้วขวัญการ์ด / สามล้าน ลูกพ่อพระยาเสือ ชนะน็อค Phoe Zaw (เมียนมา) ส่วนในรอบ Superfight ก็ดุเดือดเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยมีผลการแข่งขันดังนี้ ลมฝน ส.ศิลารักษ์ ชนะ ฟ้าสดใส The Legend Arena / ซุปเปอร์บอล น้ำแพรลูกสาวกำนันกุ้ง ชนะ AMMAD MASOUMINIA (อิหร่าน) / สายน้ำเพชร Wildcard gym ชนะ เสาร์ห้า หนุ่มธรณ์เทพ และคู่สุดท้าย เพชรนรินทร์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะ HLA WIN (เมียนมา)

มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอย่างต่อเนื่องกับการแข่งขันรายการ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ในรอบ SEMI FINAL 4 คนสุดท้าย ว่าใครจะสู่ตำแหน่งแชมป์หนึ่งเดียวของรายการนี้พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.67 โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดการแข่งขัน ณ เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน หรือ สามารถชมถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ผ่านทางช่องอมรินทร์ทีวี HD 34 และนอกจากนี้ยังสามารถติดตามได้ที่ Youtube : Legend Fc และ Facebook : Legend FC ได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวบริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบ้านโป่งลึกบางกลอย หลังปิดไปนาน 3 เดือน เพื่อให้ป่ามีการฟื้นฟูของระบบนิเวศ ระหว่างนั้นทางอุทยานฯได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ด้านการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติทะเลหมอกช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวที่บริเวณเขาพะเนินทุ่งแหล่งชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากและยังมีสัตว์ป่านานาชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย ซึ่งหลังจากเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวที่เขาพะเนินทุ่งมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 67 ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมกันจำนวนมาก


อย่างไรก็ตามบริเวณพะเนินทุ่งจะเปิดอนุญาตให้พักแรมเฉพาะกางเต็นท์เท่านั้น ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ 150 คนต่อคืน และจะไม่มีการจองผ่านระบบออนไลน์ แต่ให้ไปติดต่อขออนุญาตพักค้างแรมที่จุดที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สำหรับการเดินทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เราสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวไปได้ ทางอุทยานฯจะอนุญาตเฉพาะรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สมรรถนะดี โดยจะอนุญาตให้นำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่งไป 2 เวลาคือ 05.00 – 08.00 น. และ 13.00 – 15.00 น. และขาลงอีก 2 ช่วง

ได้แก่ ช่วงเวลา 09.00 – 11.30 น. และ 16.00 – 17.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่มีรถสามารถติดต่อกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อใช้บริการรถรับจ้างหรือรถกระบะเช่าขึ้นไปได้ ทั้งนี้ จุดกางเต็นท์พะเนินทุ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพะเนินทุ่งมีลักษณะเป็นลานกว้าง มีทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าเขาและทะเลหมอก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ เป็นต้น และมีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์เฉพาะเครือข่ายเอไอเอส ขณะที่การเดินทางไปท่องเที่ยวที่บ้านโป่งลึกบางกลอย ก็สามารถติดต่อสอบถามได้บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อขออนุญาตเดินทางเข้าไปพักแรมเช่นกัน


นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ฤดูหนาวนี้ ทาง ททท.เพชรบุรี ก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวรับลมหนาวกันที่เขาพะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย โดยยูเนสโก (UNESCO) ตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงภาคเหนือแล้ว จ.เพชรบุรีเรามีทะเลหมอกใกล้ๆ กรุงเทพฯ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสลมหนาวกันเหมือนได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือ

ได้ที่เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เบอร์โทร 0 3277 2312, 091 050 4461 หรือที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี เบอร์โทร 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเมืองพัทยาเปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลดีวาลี 2024 ริมทะเลพัทยา นทท.ภารตะทะลักงาน

ค่ำวันที่ 9 พ.ย.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงานทศกาลดีวาลี พัทยา ประจำปี 2567 DIWALI Festival Pattaya 2024 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย.67 เทศกาลแห่งแสงสว่างที่พี่น้องชาวอินเดียทั่วโลกจัดเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ที่บริเวณการจัดงานริมชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย และนักท่องเที่ยวเชื้อสายไทยซิกข์ เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ในงานประธานในพิธีได้ร่วมสวดอาตีขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน DIWALI Festival Pattaya 2024 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสกล ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ ททท.พัทยา นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย (พัทยา) นายดิโอ้ ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี และสมาคมอินเดียพัทยา ร่วมจุดเทียนชัยแห่งแสงสว่าง

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวแสดงความยินดีกับการจัดงาน DIWALI Festival Pattaya 2024 ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 และเป็นนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจของ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย สมาคมอินเดียชลบุรี และสมาคมอินเดียพัทยา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการเห็นในความร่วมมือที่ดีนี้ให้เกิดในเมืองพัทยา สิ่งสำคัญคืองานดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวนโยบายซอล์ฟเพาเวอร์ของรัฐบาลอีกด้วย

สวนนงนุชพัทยา ให้ความสำคัญด้านการศึกษา ภาคภูมิใจเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ อย่างเป็นทางการ

วันที่ 11 พ.ย.67 ที่สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้จัดพิธีเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา อย่างเป็นทางการ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งบุคลากรด้านการศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ในพิธีได้จัดพิธีทางศาสนา พระเถรานุเถระจำนวน 9 รูป ร่วมเจริญภาวนาสงดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้เข้าร่วทพิธีเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา ถือเป็นสถานศึกษาอห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรีอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ โรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา เปิดการเรียนการสอนรวม 6 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิชาอาหารไทย หลักสูตรวิชามวยไทย หลักสูตรภาษาต่างประเทศ หลักสูตรวิชานาฏศิลป์ไทย หลักสูตรพัฒนาแม่บ้านมืออาชีพ และหลักสูตรจัดดอกไม้

“ไพรม์มัส พัทยา” เพิ่มศักยภาพบริการซ่อมสีและตัวถังรถ EV ผงาดสู่มาตรฐานระดับสูงสุด Mercedes-Benz


นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่มุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างเต็มประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการคัดสรรเครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีอันสมัย เพื่อยกระดับการบริการและรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

ล่าสุด “ไพรม์มัส พัทยา” ได้ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการซ่อมสีและตัวถังของ Mercedes-Benz ด้วยการเพิ่มศักยภาพ ให้แก่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ โดยเข้ารับการอบรมทักษะงานซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการฝึกทักษะความชำนาญการถอด ตัด เชื่อม ต่อ โครงสร้างตัวถังหลัก ทั้งแบบเหล็ก อลูมิเนียม และโลหะอื่น ทำให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจวัสดุ โครงสร้างตัวถัง ระบบการทำงาน และเทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน 

พร้อมกันนี้ ทาง “ไพรม์มัส พัทยา” ได้เลือกสรรอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษมาตรฐานสูงสำหรับงานซ่อมสี-ตัวถัง โดยเฉพาะ อาทิ ชุดเครื่องมือ Car-O-Liner, ชุดตรวจวัดตัวถังระบบคอมพิวเตอร์, ชุดแท่นดึงตัวถัง CELETTE X-ONE, ห้องอบ-พ่นสี NOVA VERTA และระบบอบสีแขนกลอินฟราเรด TECOPOINT  พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ทุกชิ้นงานจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ด้วยเครื่องมือตรวจวัดค่าสี ภายใต้อุโมงค์ไฟส่องสว่างสูงถึง 1,500 Lux ทำให้ทุกงานซ่อมมีคุณภาพและสมบูรณ์แบบมากสุด ทั้งรองรับงานซ่อมหนัก-เบาของรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมได้ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์อีกด้ว

ปัจจุบัน ศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz ของ ไพรม์มัส พัทยา” ด้านงานซ่อมสีและตัวถัง ตั้งอยู่ที่พัทยา-นาจอมเทียน มีช่องซ่อมทั้งหมด 17 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากกว่า 200 คันต่อเดือน ด้วยบริการที่หลากหลายและครบวงจรสำหรับรองรับรถยนต์ทั้งแบบเครื่องยนต์ และแบบไฟฟ้า ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์ และรับงานซ่อมจากบริษัทประกันภัยชั้นนำทุกแห่ง โดยมีทีมฉพาะสำหรับประสานงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าบริษัทประกันภัย เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถัง ที่ ไพรม์มัส พัทยา” ทั้งมีบริการนัดหมายล่วงหน้า และติดตามสถานะการซ่อมในทุกขั้นตอนอีกด้วย

สัปดาห์หน้า! เมืองพัทยารับปากเตรียมปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะ หลังชาวบ้านร้องสัตว์มีพิษชุกชุม

ตามที่มีประชาชนที่พักอาศัยภายในเจ๊ะมะดีแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 28 (ตัดโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา) กับสื่อมวลชน อยากให้เมืองพัทยาส่งเจ้าหน้าที่มาทำการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะหลังห้องเช่า ซึ่งรกร้าง และอาจเกิดอันตรายจากสัตว์มีพิษที่ชุกชุมในช่วงที่มีฝนตก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่อกรณีดังกล่าวว่า ด้วยพื้นที่สาธารณะดังกล่าวเป็นพื้นที่ของเอกชนที่มอบให้กับทางเมืองพัทยาเป็นที่สาธารณะมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยเป็นซอยตัน เมืองพัทยาจึงพิจารณาว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินการทำถนน แต่ในปัจจุบันความเจริญมากขึ้น จึงเห็นควรจะต้องมีการเสนองบประมาณเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน

ที่ผ่านมาเมืองพัทยาเคยเข้าไปจัดการพื้นที่ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ต่อมามีการปิดทางเข้าจึงไม่ได้เข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันพบว่าได้เปิดพื้นที่ทางเข้าแล้ว และจะได้ส่งเจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาลเข้าไปดำเนินการเคลียร์พื้นที่ในเบื้องต้นก่อนในวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาให้ขาวบ้านในการเบื้องต้น ส่วนของโครงการทำถนนเส้นดังกล่าว เมืองพัทยาจะเสนอตั้งงบประมาณในปี 2568 ต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.อ่างทอง จัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง / กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567

วันที่ 12 พ.ย.67 ที่สนามหน้าโรงเรียนบ้านสีดางาม ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง สั่งการให้ นายอุดมทรัพย์ เดชะกุลกำจร เลขานายกฯ นายธานินทร์ บุญนี ปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ภัณฑ์ธิมา รังสิกุล รองปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ทิพวรรณ ปัญญาหาร หัวหน้าสำนักปลัด พร้อม ข้าราชการ พนักงาน ร่วมจัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 โดยมี นางวันวิษา ลิ้มไล้ รก.ผอ.โรงเรียนบ้านสีดางาม คณะครู นักเรียน ร่วมกิจกรรม

น.ส.สุดารัตน์ สังข์ฤทธิ์ วิทยากรอิสระบรรยายขยะแนวไร้ถัง กล่าวว่า การจัดการขยะต้นทางก็คือแค่ทำทุกอย่าง ตัด ล้าง ตาก หรือทำอย่างไรก็ได้ให้สะอาด เก็บรวบรวมตากให้แห้ง และนำส่งให้ อบต.หรือหน่วยงาน สำหรับที่นี่โรงเรียน หลายๆโรงเรียน ก็ดำเนินการอยู่โดยเฉพาะที่นี่ อบต.อ่างทอง ได้ดำเนินการอยู่โครงการขับเคลื่อนของกองสาธารณสุข อบต.อ่างทอง ทำตรงนี้คือ ผู้ปกครอง และเด็กๆเริ่มมีการจัดการขยะได้ด้วยตัวเองที่บ้านแล้วนำมารวมโรงเรียน อบต. อ่างทอง ก็มารับซื้อส่วนที่ซื้อก็ซื้อส่วนที่ขายก็ขายส่วนที่บริจาคก็มีเยอะ

โดยบริจาคเข้ากองทุนชมรมผู้สูงอายุ อบต.อ่างทอง ก็อยากให้ อบต.ทุกแห่ง ทำโดยเฉพาะ อบต.อ่างทอง ขับเคลื่อนโครงการ พอช.ของอำเภอทับสะแก โดยอยากให้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประกาศเป็นจังหวัดใร้ถังขยะ เพราะฉะนั้นอย่าให้ทำทุกๆ แห่งทุกๆ พื้นที่ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินโครงการขับเคลื่อนโรงเรียนไร้ถังขยะ อยากให้โรงเรียนหลายๆ โรงเรียนมาร่วมมือร่วมใจกันทำตรงนี้เพื่อเป็นการปลูกฝังเด็กให้รู้จักวิธีการจัดการขยะด้วยตัวเองโดยไม่ทิ้งเป็นภาระให้ใคร จัดการให้จบด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการขยะของ อบต.อ่างทอง นอกจากจะดำเนินโครงการธนาคารขยะชุมชน และรับบริจาคขยะเพื่อนำรายได้เข้าช่วยเหลือผู้ป่ายติดเตียงแล้ว ก็ยังมีกิจกรรม ถุงพลาสติกแลกไข่ โดยถุงพลาสติก 1 กิโลกรัม แลกไข่ได้ 3 ฟอง รับซื้อขยะด้วยเงินสด หรือจะนำเข้าฝาก ธนาคารขยะตำบล ครบ 1 ปี มีดอกเบี้ย

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน แถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล หยุดผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เข้า ครม.

วันนี้ (11 พ.ย.67) ที่ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับหนังสือข้อเรียกร้อง จากตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่ายได้รวมตัวกัน ออกแถลงการณ์ร่วมขบวนการประชาชนหยุดพระราชกฤษฎีกา “ป่าอนุรักษ์” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เข้า ครม.โดยทันที ระบุว่า การประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามนโยบายของหลายรัฐบาลสืบเนื่องกันมา ทำให้สถานการณ์การเร่งรัดประกาศป่าอนุรักษ์ด้วยการออกกฎหมายและใช้กำลังป่าเถื่อนเกิดเป็นกรณีความขัดแย้งทั่วประเทศ อันปรากฏเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนหลายกรณีตอกย้ำความรุนแรงจากผู้ถือกฎหมายที่กระทำต่อผู้คนในเขตป่าอย่างเลือดเย็นไม่จบสิ้น

โดยตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่าย แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ในการคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชกฤษฎีกา โครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพย์ยากรธรรมชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติ 3 ประการ ประกอบด้วย 1.ไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวกับการอนุญาติใช้ที่ดินในกรอบระยะเวลา 20 ปี ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งเห็นว่าเป็นการใช้กฎหมายเพื่อลดการใช้ที่ดินและนำไปสู่การไล่คนออกจากป่า 2.เป็นการละเมิดสิทธิ์ประชาชนที่รัฐละเลยตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิคนพื้นเมืองที่นานาประเทศได้ลงนามไว้ 3.กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินในเขตอนุรักษ์ ระหว่างรัฐกับประชาชนได้ แต่กลับจะทำให้ข้อพิพาททวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนี้นจึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนการออกร่าง พ.ร.ฏ. ดังกล่าว โดยพิจารณาถึง ความมั่นคงในการใช้ที่ดิน และศักยภาพของชุมชนในการใช้ที่ดินเพื่อประกอบอาชีพที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน

ภายหลังการรับหนังสือข้อเรียกร้องจากตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่าย นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งให้กับผู้ที่มาชุมนุมทราบว่า จังหวัดเชียงใหม่จะเร่งดำเนินการส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้จะนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อเรียกร้องของประชาชนให้แก่ผู้ที่มีอำนาจให้ได้รับทราบ.อีกต่อไป.

นายสิทธิชัย วนานุเวชพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่2 (แพร่) พร้อมนายภูริทัต เรืองพิริยะ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2 นายอลงกรณ์ กัวตระกูล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมบรรยายข้อมูลและนำเสนอภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม

เส้นทางการคมนาคมที่เสียหาย การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัย และแผนการป้องกันอุทกภัย ณ ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย รวมถึงลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สาย เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน อำเภอแม่สรวย – บรรจบทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อพังบรรยายสรุปการก่อสร้าง ณ ทางหลวงหมายเลข 118 ตอน แม่สรวย – ดงมะดะ กม.154+000 ก่อนออกเดินทางไปยัง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อไป..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช้าง 10 เชือก แห่ผ้ากฐินสามัคคี วัดสุทธิวนาราม ปากคาด จ.บึงกาฬ / กิจกรรมรถโรงหนัง เฉลิมทัศน์ รอบปฐมทัศน์

ยิ่งใหญ่ขบวนช้าง 10 เชือก แห่ผ้ากฐินสมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักร วัดสุทธิวนาราม สาธุชนร่วมงานบุญหลายพันคน
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.67 เวลา 10.00 น. วัดสุทธิวนาราม บ้านห้วยก้านเหลือง หมู่ 11 ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จัดงานทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักร

โดยมีพระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูภาวนาธรรมวิสุทธิ์(หลวงตาสมพร ธมฺมธีโร) เจ้าคณะอำเภอปากคาด เจ้าอาวาสวัดสุทธิวนาราม พร้อมคณะสงฆ์ มีเจ้าคุณปู่เกศแก้ว เป็นประธานที่ปรึกษาองค์กฐิน และ บริษัท นาตรอนซ์ จำกัด แอปพลิเคชัน NZ Chat โดยคุณจิรภัทร-คุณพัตร์พิมล รัชดาธนาวดี เป็นประธานองค์กฐิน พร้อมคณะร่วมพิธี

ทั้งนี้ ศิษย์ยานุศิษย์ เจ้าคุณปู่เกศแก้ว เดินทางมาร่วมพิธีทอดกฐินทานในครั้งนี้จำนวนมาก และมีพิธีต่างๆ ตามประเพณีมากมาย ไฮไลท์สำคัญคือขบวนแห่ช้าง 10 เชือก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก
ขบวนแห่เริ่มต้นจากจุดนัดพบ มุ่งหน้าสู่วัดสุทธิวนาราม เป็นระยาทาง 1 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง212 นำโดยขบวนนางรำที่แต่งกายงดงาม วงดุริยางค์ รถแห่ สร้างสีสันและบรรยากาศอันรื่นเริง ประชาชนจำนวนมากพากันมาร่วมชมและถ่ายภาพขบวนช้างที่ร่วมในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีคณะศรัทธาตั้งโรงทานกว่า 40 โรงทาน โดยชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันออกโรงทานเพื่อแจกอาหารเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและน้ำใจของชุมชน
การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะได้รวบรวมทุนทรัพย์สมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักรแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทั้งการจัดขบวนแห่และการตั้งโรงทาน เพื่อให้บุญครั้งสำคัญนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การทอดกฐินเป็นกาลทาน ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียว ในปีหนึ่งๆต้องทำภายในกำหนดเวลา และผู้ทอดก็ต้องตระเตรียมจัดทำเป็นงานใหญ่ ต้องมีผู้ช่วยเหลือหลายคน จึงนิยมกันว่าเป็นพิธีบุญที่อานิสงส์แรง น่าคิดอีกทางหนึ่งว่า พิธีเช่นนี้ได้ทั้งโภคสมบัติเพราะเราเองบริจาค ได้ทั้งบริวารสมบัติเพราะได้บอกบุญแก่ญาติมิตรให้มาร่วมการกุศลกาลทานเช่นนี้ เรียกว่า ทานทางพระวินัย

กิจกรรมรถโรงหนัง “เฉลิมทัศน์ รอบปฐมทัศน์ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ในกำกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำโครงการรถโรงหนัง ซึ่งเป็นรถฉายภาพยนตร์เคลื่อนที่ สำหรับเดินทางไปจัดฉายภาพยนตร์เพื่อการเรียนรู้แก่เด็กนักเรียนและประชาชนตามโรงเรียน และชุมชนที่ห่างใกลจากโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ในปีงบประมาณพ.ศ. 2568 นี้ โครงการรถโรงหนัง ได้จัดทำกำหนดการเดินทางไปตามกลุ่มจังหวัดทั้งสี่ภาค คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคได้ และภาคกลาง

โดยมีหลักการคือ ในช่วงที่ 1 เวลา 09.00-11.30 น. ช่วงที่ 2 เวลา 12.00-14.00 น. เป็นการจัดฉายสำหรับเด็กนักเรียน และช่วงที่ 3 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เป็นการจัดฉายสำหรับประชาชนในชุมช โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำหนดฉายในพื้นที่จังหวัดนครพนมและจังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบึงกาฬ มีโปรแกรมจัดฉายภาพยนตร์ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้
1) ในระหว่างวันจันทร์ที่ 11 ถึงวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ณ องค์การบริหาร
ส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ

ในระหว่างวันจันทร์ที่ 16 ถึงวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ลานอเนกประสงค์
วัดสุวรรณราชดาราม ชุมชนบ้านหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบึงกาฬ ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ อำเภอ องค์การบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และสถานศึกษาในพื้นที่ ได้ให้ความสนใจและส่งนักเรียน พร้อมบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ในรอบเด็กนักเรียน อาทิ โรงเรียนบ้านศรีนาวา โรงเรียนบ้านหนองแวง

ในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เวลา 12.00 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ นายอำเภอโซ่พิสัย,นายภิรมย์ ป้องขวาพล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ ให้เกียรติร่วมชมภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ เรื่อง “อินทรีย์ทอง” พร้อมด้วยผู้นำชุมชน 12 หมู่บ้าน บุคลากร กลุ่มอสม. และประชาชนในพื้นที่

ในรอบประชาชน เวลา 17.00 น. มีผู้เข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ กว่า 70 คน ทั้งนี้ รถโรงหนังสามารถบรรจุได้ถึง 100 ที่นั่งสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ผ่าน QR code ใน infographic หรือติดต่อสอบถามได้ที่ – สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ (telephone) 042491716องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ
(โทร) 042485012

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326 รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักศึกษา ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา อสส.ชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมเดินรณรงค์ป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก

นักศึกษามหาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา​ และอสส.ชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมรณรงค์ การป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก”เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ พิษภัยโรคไข้เลือดออกให้กับนักเรียนและประชาชน

ว่าที่ร้อยตรี ขวัญหทัย ชลสุข ประธานชุมชนซอยวนาวรรณ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ พร้อมด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนซอยวนาวรรณ กรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เขตธนบุรี ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ การป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก ในชุมชนวนาวรรณ 2567 “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก” ณ ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ พิษภัยโรคไข้เลือดออกให้กับนักเรียนและประชาชน เพื่อเป็นการกำจัดยุงลาย ป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก” พร้อมกับได้ นำทรายอเบท หยอดใส่ตามท่อระบายน้ำ แหล่งน้ำต่างๆ ป้องกันลูกน้ำยุงลายเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนในชุมชน ได้ช่วยกันป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก

จากความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชุมชน และการสื่อสารกับประชาชน ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกวิธีและเหมาะสม เป็นกลไกการรับมือที่มีความสำคัญ นำไปสู่ความสำเร็จ ในการลดอัตราป่วย และอัตราตาย จากโรคไข้เลือดออก ดังนั้น ทางชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน จึงจัดกิจกรรมรณรงค์ฯ ขึ้น เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน ทำให้เกิดพฤติกรรมในการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.หว้านใหญ่ ยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ ผงะพบเม็ดยา มีตัวอักษร LV พร้อมโลโก้ louis vuitton 495,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดลำเลียงเข้ามาในพื้นที่ ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ กำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตามที่รับแจ้ง

ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่บริเวณริมแม่น้ำโขงด้านหลังรีสอร์ทสองใจ หมู่ 1 ต.ป่งขาม พบกล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่ใช้บรรจุยาสูบผลิตในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ยี่ห้อเพ้ด และ เจเอ็นกรีน จำนวน 2 กล่อง วางอยู่ในห้องพักของรีสอร์ทร้าง ลักษณะมีพิรุธ เมื่อเปิดออกดูพบว่าภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 495,000 เม็ด นอกจากนี้ภายในกล่องกระดาษดังกล่าวยังพบวัตถุเกร็ดผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 1.015 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง วัตถุเม็ดสีเขียว พิมพ์ตัวอักษร LV และโลโก้ louis vuitton บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จำนวนเม็ด 988 เม็ด

วัตถุเม็ดสีเขียวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จํานวนเม็ด 396 เม็ด วัตถุเม็ดสีฟ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จำนวนเม็ด 100 เม็ด วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส และบรรจุอยู่ในซองสีน้ำเงินมีตัวอักษรจีน จำนวน 3 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 0.11 กิโลกรัม

วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 0.665 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง รวมน้ำหนักของกลางชนิดผง มีน้ำหนักรวม 1.79 กิโลกรัม โดยทั้งหมดเป็นยาเสพติดประเภท 1 และ 2 ทั้งนี้วัตถุอื่นนอกจากยาบ้าที่ตรวจพบจะได้นำส่งตรวจพิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้งว่ามีสารเสพติดประเภทใดผสมอยู่บ้าง และได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ สอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 บินด่วนแถลงข่าวจับบ้า 4.53 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน จ.บึงกาฬ

ยาบ้ายังทะลักข้ามโขงเข้าบึงกาฬ 2 วันจับได้เกือบ 10 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน ยึดรถยนต์ 3 คัน หลากหลายแบรนด์ ทั้ง 999 ,Y1และแบรนด์ใหม่ TOYOTA ทั้งหมดผลิตมาจากสามเหลี่ยมทองคำก่อนลำเลียงผ่านแดนข้ามโขงเข้าทางภาคอีสาน แม่ทัพภาค 4 บินด่วนมาแถลงข่าวด้วยตนเอง
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 8 พ.ย.ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายคณิศร ภาพีรนนท์. ผู้อำนวยการ.สำนักงาน ปปส.ภาค 4 นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสำนึก รอง ผบก.พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24 พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244

พ.ต.ต.ประชานาถ แดงเนียม สว.ส.รน.4 กก.11 บก.รน ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายธวัชชัย มั่นเพ็ชร อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ที่ 12 ต.ท่าช้าง อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นางสาวพจนา รัตนสาร อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 1-239 ถ.บ้านใหญ่ ต.นครนายก อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นายอรรณพ วรญาณศรี อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 11 ต.คำโตนด อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี นายจตุรงค์ วรญาณศรี อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 12 ต.คำโตนด อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี กล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ทั้ง 4 คนรับสารภาพ ของกลาง ยาบ้าจำนวน 4,530,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน โดยจับกุมได้ที่ บริเวณสวนยางพาราติดกับริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยดอกไม้ หมู่ 4 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ต่อเนื่อง บริเวณถนน หมายเลข 212 บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ


ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 สืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากข้ามลำน้ำโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อยตชด 244 พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมพงษ์ พบวันดี รองผบ.ร.ต.อ.สุริยา วรรณพฤกษ์ หัวหน้าชุด ชปข.สนธิกำลังกลับร.ต.อ.จิรศักดิ์ คำวะเนตร หัวหน้าชุด ชปส.กก.ตชด 24 เจ้าที่ทหาร ชปข.ที่ 4 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พ.ต.ท.ณัฐพล โอฆะพนม สว.กก.ส.ภ.จว.บึงกาฬ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบึงกาฬ ตำรวจน้ำ ทหารพราน ร้อย2018 หน่วย นรข.บึงกาฬและปลัดฝ่ายป้องกัน ลงพื้นที่หาข่าวดักซุ่มและติดตามแก๊งขนยาเสพติดที่จะมาลำเลียงยาบ้าไปส่งยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ

กระทั่งกลางดึกคืนที่ผ่านมาได้ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 7460 ชัยนาท มีคอกท้ายกระบะ ขับมายังบริเวณสวนยางพาราติดกับริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้ถอยหลังลงไปยังริมแม่น้ำโขง มีชาย 2 คนแบกกระสอบต้องสงสัยขึ้นบนกระบะท้ายรถ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบมีกระสอบต้องสงสัย สีดำ จำนวน 4 กระสอบ วางอยู่กระบะหลังรถ และอีก 6 กระสอบ วางอยู่พื้นใกล้ตัวรถ รวมทั้งหมด 10 กระสอบ ทราบชื่อคนขับ นายธวัชชัย มั่นเพชร (ผู้ต้องหาที่ 1 ทราบชื่อภายหลังการจับกุม) และนางสาวพจนา รัตนสาร นั่งข้างคนขับ(ผู้ต้องหาที่ 2 ทราบชื่อภายหลังการจับกุม)

จึงควบคุมตัวไว้ เปิดดูในกระสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก ทั้ง 2 คนยังยอมรับว่าในการมาขนลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ยังมีชายอีกสองคน ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำตาล ทะเบียน กบ 8743 ปราจีนบุรี ทำหน้าที่ดูต้นทาง จึงแจ้งให้ จนท.อีกชุดออกติดตามค้นหาพบรถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนถนน หมายเลข 212 พื้นที่บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองบึงกาฬ จึงสกัดจับตัวได้ ทราบชื่อ นายอรรณพ วรญาณศรี เป็นคนขับ (ผู้ต้องหาที่ 3) และนายจตุรงค์ วรญาณศรี นั่งข้างคนขับ(ผู้ต้องหาที่ 4) ทั้ง 2 คนยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากคนชื่อ “ท้าวน้อย” ชาวลาว เป็นเงิน 50,000 บาท โอนมาให้ก่อน 10,000 บาท ให้นำยาบ้าล็อตนี้ไปส่งยัง จ.อยุธยา เมื่อไปถึงปลายทางจะแจ้งพิกัดให้ทราบอีกที แต่มาถูกจับได้เสียก่อน .
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชป.กร.ฉก.ตร.นธ.93 – ทสปช.เมืองนราฯ เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านลำภูชันโรง การเลี้ยงผึ้ง ผลิตภัณฑ์จากชันโรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 และพ.ต.ต.หญิง จิลลาวัณย์ เบ็ญมุสตาส หัวหน้า ฝอ.5 มอบหมายให้ ชุดชป.กร.ฉก.ตร.นธ 93 และไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส เข้าเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนบ้านลำภูชันโรง ณ เลขที่ 64 บ้านทุ่งขนุน ม.3 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ซึ่งมีนายอุสมาน เจ๊ะเด็ง

เป็นผู้ริเริ่มการจัดกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีสมาชิกจำนวน 12 คน โดยวิสาหกิจชุมชนได้ดำเนินการมาแล้ว 7 ปี ก่อตั้งโดยเยาวชนในหมู่บ้านโดยไม่มีภาครัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ในปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนได้ถ่ายทอดวิชาให้กับกลุ่มอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่มาเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงการเลี้ยงน้ำผึ้งชันโรง

โดยในปัจจุบันวิสาหกิจชุมชน ได้ผลิตน้ำผึ้งเพื่อบรรจุขวดเพื่อจำหน่ายและได้ผลิตสบู่เพื่อสุขภาพ สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนปีละ 50,000 บาท อีกทั้งได้ส่งเสริมกลุ่มสตรีเพื่อทำเฉาก๊วยภาย

ในชุมชนได้ฝึกอาชีพให้กับคนที่อยู่ในหมู่บ้านในเรื่องของการทำเฉาก๊วยเพื่อจำหน่ายในตลาดสดและสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุกลุ่มสตรีไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3,000 บาทต่อราย
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง