สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯมุกดาหาร.​เปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ลาว​ 2 ฝั่งโขง มุกดาหาร-สะหวันนะเขต

จังหวัดมุกดาหารเปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา เชื่อความสัมพันธ์ 2 ฝั่งโขง (ตีช้างน้ำนอง แข่งเรือยาวโบราณ สานประเพณีสองฝั่งโขง เชื่อมโยงไหลกะจู้) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 08.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน แข่งเรือยาวออกพรรษาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2567 ภายใต้วลี “ตีช้างน้ำนอง แข่งเรือยาวโบราณ สานประเพณีสองฝั่งโขง เชื่อมโยงไหลกระจู้”

ที่ ณ บริเวณลานหน้าท่าเทียบเรือ ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยมีคณะจากแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนำโดย ท่านนางหลิงทอง แสงตาวัน รองเจ้าแขวงสะหวันนะเขต นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตพร้อมคณะ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า ประเพณีแข่งเรือออกพรรษา เป็นงานประเพณีประจำปีที่สำคัญอันดับหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร ที่เทศบาลเมืองมุกดาหารได้จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำนุบำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงาม ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและกีฬาเรือพายของจังหวัดมุกดาหาร และที่สำคัญยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวแขวงสะหวันนะเขต สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกับชาวจังหวัดมุกดาหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในพิธีเปิดงาน (15 ตุลาคม 2567) ยังมีพิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทานทางบก โดยประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารชาวเรือและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร และพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อันได้แก่ศาลหลักเมืองมุกดาหารศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องและพระเจ้าองค์หลวง และพิธีเบิกน่านน้ำ

ทั้งนี้การแข่งเรือยาวประเพณีออกพรรษาจังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 -17 ตุลาคม 2567 นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนให้คึกคัก และยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์จังหวัดชายแดนสองฝั่งโขงให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรฟุตบอลซีเนียร์ไทยแลนด์ VIP SENIOR THAILAND เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอล เกาหลีโลกครั้งที่ 17 ณ เมืองฮงชอนกุน คังวอนโดเกาหลีใต้


วันที่ 1-6 ตุลาคม 2567 นายบุญเลิศ ผลอุดม ผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลซีเนียร์ Thailand ได้นำคณะนักกีฬาฟุตบอล ไทยเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอล พร้อมคณะ โดยมี นายยรรยง ทองประยูร อดีตนักบอลทีมชาติไทย เป็นเฮทโค้ช ในรายการ แข่งขันฟุตบอล VIP เกาหลีโลก ครั้งที่ 17

กำหนดเดินทาง วันที่ 1 ตุลาคม 2567 นำคณะโดยมิสเตอร์คิม นัดพบรับตั๊วเครื่องบิน เช็คเอกสารพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 21.00 น ขึ้นเครื่อง เวลา 01.20 น สายการบิน.ทีดับเบิลยู ทีเวย์แอร์ ช่อง G ถึงอินชอน เช้า เวลา 08.30 นตามเวลาเกาหลี วันที่ 2 ตุลาคม 2567 ทานอาหารเช้า ขึ้นรถทัวร์ที่มารอรับที่สนามบินอินชอนเดินทางไปยัง ที่พักAlps Motel ในฮงชอน จังหวัดคังวอนโด ทานอาหารเย็นเสร็จ

เข้าร่วมชมการแสดงพิธีเปิดการต้อนรับนักกีฬาทุกประเทศ เช้าวันที่ 3 ตุลาคม ทานอาหารเช้า ขึ้นรถทัวร์เดินทาง เข้าสนามทำการแข่งขันฟุตบอล World Overseas Korean Football Federaation2024 WORLD FOOTBALL FESTIVAL “2024” 전 세계 한민족 축구대회 대회기간 : 2024, 10.3 ~ 10.6 (4일간)장 소 : 강원도 종합운동장 외4개 구장
참가국 : 35 개

주최:사)세계한민족축구협회
후 원 : 문화체육관광부. 국민체육진흥공단.
강원도 홍천군.대한체육회 WKFA2024 ฟุตบอลโลก งานเทศกาล “2024” ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเกาหลีทั่วโลก ระยะเวลาการแข่งขัน: 2024, 10.3 ~ 10.6 (4 วัน) สถานที่: สนามกีฬาคังวอนโด และสนามกีฬาอื่นอีก 4 สนาม
ประเทศที่เข้าร่วม: 35 ประเทศ เจ้าภาพ : สมาคมฟุตบอลเกาหลีโลก
ผู้สนับสนุน: กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว มูลนิธิส่งเสริมกีฬาเกาหลี ฮงชอนกุน คังวอนโด สภากีฬาเกาหลี

ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 รุ่นอายุ รุ่นประชาชนทั่วไป จำนวน 8 ทีม รุ่นอายุ 40 ปี จำนวน 16 ทีม ขึ้นรุ่นอายุ 50 ปีขึ้น จำนวน 8 ทีม วัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ไทยเกาหลี และประเทศสมาชิก ที่เข้าร่วมทำการแข่งขัน ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการออกกำลังกายมีประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมทำการแข่งขันทั้งโซนเอเซียและยุโรป ทำการแข่งขันพร้อมกันสี่สนาม ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2567

สรวัชร สรรเพ็ชร์
รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ROYAL PLUS ผู้ผลิตน้ำผลไม้รายใหญ่ จัดกิจกรรม CSR พี่ให้น้อง ร.ร.บ้านพุเข็ม มอบอุปกรณ์โซล่าเซลล์ และสื่อการเรียน

วันที่ 13 ตุลาคม 2567 ที่โรงเรียนบ้านพุเข็ม หมู่ที่ 10 ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี น.ส.น้ำทิพย์ แสงหิรัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพุเข็ม ดร.ดวงพร กรับทอง ฮิตซ์คอกช์ พัฒนาการอำเภอแก่งกระจาน น.ส.ละเอียด เรืองเทศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 บ้านพุเข็ม พร้อมคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมด้วยชาวบ้านในชุมชนบ้านพุเข็ม ร่วมรับมอบสิ่งของและอุปกรณ์โซล่าเซลล์

ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกิจกรรม CSR 2024 “โครงการ PLUS GO SOLAR จากคณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท โรแยลพลัส จำกัด ( มหาชน ) ผู้ผลิตน้ำมะพร้าว และน้ำผลไม้ส่งออกทั่วโลก จัดกิจกรรม CSR พี่ให้น้อง โรงเรียนบ้านพุเข็ม โดยมอบอุปกรณ์โซล่าเซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในการเรียนคอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอน พร้อมทั้งอุปกรณ์กีฬา ทุนการศึกษาให้น้องๆ รวมทั้งจัดเลี้ยงอาหาร ให้ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง

นายประดิษฐ์ รุ่งเจริญ หน.งานฝ่ายผลิต บ.โรแยลพลัส จก.มหาชน ผู้ผลิดน้ำมะพร้าว และน้ำผลไม้ส่งออก กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ทำมาเป็นปีที่ 10 แล้ว โดยเริ่มแรกทำกับเพื่อนๆ พอเข้ามาทำงานที่บริษัทก็ได้นำเสนอผู้บริหารบริษัท พร้อมเขียนโครงการนำเสนอซึ่งทางผู้บริหารเห็นด้วยว่าเป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์ต่อชุมชน และโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร จึงหาโรงเรียนที่อยู่ในข่าย จึงตกลงมาที่โรงเรียนบ้านพุเข็ม โดย มามอบอุปกรณ์โซล่าเซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอนพร้อมทั้งอุปกรณ์กีฬา ทุนการศึกษาให้น้องๆ รวมทั้งจัดเลี้ยงอาหาร เล่นเกมส์มอบของรางวัล ให้น้องๆ

น.ส.น้ำทิพย์ แสงหิรัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพุเข็ม กล่าวว่า โรงเรียนบ้านพุเข็มตั้งอยู่ หมู่ 10 ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สังกัด สพป.เพชรบุรี เขต 2ปัจจุบันให้บริการนักเรียนในระดับอนุบาล 3 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนมารับบริการ 28 คน บุคลากรทางการศึกษา 8 คน โดยทางโรงเรียนบ้านพุเข็มไม่มีระบบไฟฟ้าใช้ ใช้เป็นระบบโซล่าเซลล์ เพื่อให้น้องๆ นักเรียนได้ใช้

ประโยชน์ในการศึกษาด้านระบบคอมพิวเตอร์และการเรียนการสอน นอกจากนี้นักเรียนที่บ้านพุเข็ม จะมีปัญหาอุปสรรคด้านการเดินทางมาโรงเรียนร่วม 20 ราย ซึ่งนักเรียนอาศัยอยู่ตามเกาะแก่งต่างๆ ด้านป่าต้นน้ำของเขื่อนเก่งกระจาน จะต้องเดินทางโดยเรือมาโรงเรียนโดยต้องตื่นตั้งแต่ ตี 5 เพื่อรอเรือของทางโรงเรียนไปรับมาโรงเรียนจะมาถึงโรงเรียนประมาณ 8 โมงเช้า ส่วนช่วงเย็นก็จะเลิกเรียนประมาณ 15.30 น.หรือดูสภาพอากาศในการเดินทางด้วยเรือเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

นอกจากนี้ การเรียนการสอนหรือเรื่องทักษะวิชาการ ทางโรงเรียนจะให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ด้านการทักษะอาชีพและทักษะชีวิต เพราะว่าเด็กเมื่อจบจากที่นี่แล้วบางคนไม่ได้ศึกษาต่อก็จะช่วย พ่อ แม่ ทำงาน ในไร่ในสวนและทำประมง ช่วยทางบ้าน โดยอยากให้นักเรียนเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง ทักษะปัญญาชีวิตเขาจะได้เรียนรู้และใช้จริง

สำหรับค่าน้ำมันการรับส่งนักเรียน ก็จะได้รับการจัดสรรจาก สพป.เพชรบุรี เขต 2 ส่วนหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากน้ำมันก็ราคาแพง …สำหรับผู้ที่จะเข้าไปสนับสนุนสื่อการเรียน การสอนโรงเรียนบ้านพุเข็ม สามารถติดต่อได้ที่ …น.ส.น้ำทิพย์ แสงหิรัญ ผอ.โรงเรียน หมายเลขโทรศัพท์ ..0965946354
///////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ปชป.”สร้างคนรุ่นใหม่ส่ง“ดร.รัชดา”ร่วมอบรมการพัฒนาผู้ประกอบการที่เยอรมัน ส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรี

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยวันนี้ว่า ตามยุทธศาสตร์เปิดพรรคกว้างสร้างคนรุ่นใหม่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ดร.รัชดา ธนาดิเรก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการอบรมเพิ่มศักยภาพหัวข้อ ”การส่งเสริมและพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ”(Entrepreneurship Development Program)

สถาบันพัฒนาผู้นำระหว่างประเทศ เมืองกัมเมอสบาร์ค ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 13 -25 ตุลาคม 2567 จัดโดยมูลนิธิฟรีดริช เนามัน ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ความเข้าใจในระบบอบประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเศรษฐกิจแบบเสรี อีกทั้งยังเป็นพันธมิตรกับพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การทำงานการเมืองตามแนวทางเสรีนิยมประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมอบรมเป็นตัวแทนจากแต่ละประเทศ ที่มาจากต่างสาขา อาทิ ภาคการเมือง ภาครัฐ และภาคประชาสังคม โดยเนื้อหาหลักสูตรจะเป็นการนำเสนอแนวทางการสร้างผู้ประกอบการและการส่งเสริมด้านต่างๆจากภาครัฐและองค์กรเกี่ยวข้องที่จะทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน และจะมีการเยี่ยมชมผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเกษตร เครื่องจักร และเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จในหลายๆเมือง

ดร.รัชดากล่าวว่า การไปอบรมครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะจะนำมาต่อยอดโครงการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ริเริ่มไว้ ทั้งใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี อาทิ กลุ่มสตรีทำฟาร์มเห็ด กลุ่มปลูกต้นกาแฟ ที่ผ่านมาเป็นการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและตัวแทนพรรคในพื้นที่ สรรหาวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาส และเมื่อได้เข้าไปสนับสนุน ก็จะเห็นได้ว่าชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจริง

มจร.วัดไร่ขิง มุ่งพัฒนาผู้เรียน ภายใต้แนวคิด “Buddhist Social Lab”“Buddhist Social Lab”

พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มจร. วัดไร่ขิง กล่าวว่า ตามที่วิทยาสงฆ์ฯ ได้เปิดสอนระดับปริญญาโท ปริญญาเอก สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ตอนนี้ได้เปิดรับสมัครนิสิตใหม่ ประจำปีการศึกษา 2568 แล้ว ท่านยังได้ย้ำว่าหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ได้ออกแบบมาเพื่อสร้าง “พุทธนวัตกร” คนรุ่นใหม่ที่สามารถนำหลักพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาปัญญาและคุณธรรมของชุมชนเพื่อสร้างสังคมแห่งสันติสุขได้

เรามุ่งเน้นสร้างผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง สามารถนำไปปฏิบัติจริงในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านจิตใจและคุณธรรม ผู้เรียนจะได้มีโอกาสศึกษาวิจัยในด้านพระพุทธศาสนากับการพัฒนาเชิงพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “Buddhist Social Lab” มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเป็นผู้นำทางความคิดในการพัฒนาชีวิตและสังคมบนพื้นฐานแห่งความเมตตา ปัญญา และความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจและมีความปรารถนาที่จะพัฒนาตนเองและสังคมให้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่การเป็นพุทธนวัตกร มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมอุดมด้วยปัญญาและคุณธรรมจากหลักพระพุทธศาสนาไปพร้อมกัน เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0641452996 พระเจริญพงษ์ ธมฺมทีโป, ผศ.ดร.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เต้ มงคลกิตติ์ ฮีโร่ พรรคสีฟ้า ลงพื้นที่มอบข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำดื่มให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ลำปาง

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มอบหมายให้
เต้ มงคลกิตติ์ ฮีโร่ พรรคสีฟ้า ลงพื้นที่มอบข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำดื่มให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2567 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาลงพื้นที่จังหวัดลำปาง หลังน้ำลดโดยมอบ ข้าวสาร น้ำดื่ม ไข่ไก่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม
ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้มี ทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ จากหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ

ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย อาทินางสาวภคอร จันทรคณา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฐานะ ประธานคณะทำงานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคคณะทำงานฯนายสรกฤช จันทรคณานายอนุรักษ์ อมรเมตตาจิตนางสาวกฤษยากร สรชัยนายประสิทธิ์ คลังสีดา อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.อุตรดิตถ์ เขต 2

นายสุรกิจ ศิริวาท อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.แพร่ เขต 1นายธนิตศักดิ์ ทวีพรจิรภาคย์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ. ลำปาง เขต 1นายสุรพล เต็มสวัสดิ์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.พะเยา เขต 1น.ส.ถนอมจิต แสงงาม จ.ตาก เขต 2
น.ส.อรทัย ฮงประยูร อดีต นายกเทศมนตรีตำบลเวียง จ.เชียงรายนายสว่าง เปรมประสิทธิ์ นายก อบต.สะเนียน อ.เมืองน่าน จ.น่านโดยจุดที่ 1 นำไปมอบที่บ้านนาแก้ว อำเภอเกาะคา จำนวน 35 ครัวเรือน จุดที่ 2 ตลาดท่าหลวง อำเภอเถิน จำนวน 40 ครัวเรือน จุดที่ 3 อำเภอแม่พริก จำนวน 82 ครัวเรือน

จากการลงพื้นในครั้งชาวบ้านต่างชื่นชมเต้ พร้อมคณะที่มามอบข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำดื่มในวันนี้ นับเป็นนักการเมืองหนุ่ม สายเลือดใหม่และเป็นฮีโร่ ของพรรคสีฟ้า ประชาธิปัตย์/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารเรือ นรข.แถลงตรวจยึดยาบ้ากว่า 3.9 หมื่นเม็ด ริมน้ำโขง / บึงกาฬก้าวสู่ยุคดิจิทัล เสริมระบบป้องกันภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยี AI (CCTV-based)


เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 11 ต.ค. ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข.มอบหมายให้ น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. เป็นผู้แทนในการแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 39,951 เม็ด ภายใต้อำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข และ น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย โดยว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ว่าที่พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 ต.ค. เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขงระหว่างบ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ คาดว่าจะเป็นป่าสวนยาง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ ร.ท.เพชรนคร ผิวขำ และ ร.ท.ไชยา เนียมแสง พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าโพธิ์ ตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด

กระทั่งเวลา 19.00 น.ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่ป่าสวนยางบ้านท่าโพธิ์ ชุดปฏิบัติติการได้ใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืนตรวจพบเรือกลีบเพลายาวเครื่องยนต์ติดท้ายต้องสงสัยแล่นข้ามน้ำโขงมาจากฝั่ง สปป.ลาว ภายในเรือมีบุคคลนั่งมาด้วย 1 คน ขับเรือมายังฝั่งบริเวณสวนยางริมฝั่งแม่น้ำโขงตามที่สายลับแจ้งมาโดยเมื่อเรือจอดชายคนดังกล่าวได้ยกถังสีขาว จำนวน 1 ถังขึ้นมาจากเรือ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ จึงเข้าแสดงตัวเข้าตรวจค้นเมื่อชายต้องสงสัยเห็นเป็นเจ้าหน้าที่จึงทิ้งถังสีขาวที่ถือมาแล้วรีบขับเรือกลีบเพลายาวที่จอดไว้กลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงลงไปตรวจดูเปิดดูด้านในถังสีขาวพบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 4 แพ็คๆ รวมเป็นยาบ้าจำนวนประมาณ 39,951 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ก่อนจะทำการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เชียงของดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายธีระพล ขุนพานเพลิง นอภ.เมืองบึงกาฬ กล่าวว่า ทุกวันนี้ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ มีการระบาดของยาบ้าอย่างหนัก บางพื้นที่ราคายาบ้า เม็ดละ 20 บาท หรือ 5 เม็ดร้อย ทำให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย เป็นต้นเหตุของการเกิดอาชญากรรมลักเล็กขโมยน้อย รวมไปถึงการเมายาบ้าอาละวาด สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ในบทบาทฝ่ายปกครองเองมี 3 ส่วน มาตรการในการป้องกัน มาตรการในการปราบปราบ และมาตรการในการบำบัด ซึ่งฝ่ายปกครองเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับพื้นที่ยังมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นมือเป็นไม้ในพื้นที่มีโอกาสได้ส่งข้อมูลต่างๆให้กับหน่วยงานมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญในส่วนมาตรการป้องกันที่ได้ดำเนินการคือการป้องกันระดับกลุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน เยาวชน ให้มีโอกาสห่างใกลจากยาเสพติด

ด้าน น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวเพิ่มเติมว่า นรข.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ในการแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่งจะนำกำลังพลหน่วย นรข.พบปะประชาชน เยาวชน มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหายาเสพติด และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบคือครอบครัว โดยจะกลับไปให้ข้อมูลที่ดีกับประชาชนให้ความร่วมมือลดละเลิกยาเสพติด
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0645960906

จังหวัดบึงกาฬก้าวสู่ยุคดิจิทัล เสริมระบบป้องกันภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยี AI (CCTV-based)
.
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2567 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมสิรินธรวัลลี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดระบบป้องกันและจัดการภัยพิบัติโดยใช้ระบบเทคโนโลยี CCTV-based (AI) ระหว่าง จังหวัดบึงกาฬ บริษัท ลาว พีเพิล จำกัด และบริษัท เอเดน แลป จำกัด

CCTV-based (AI) หรือระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน รวมถึงการจัดการภัยพิบัติ โดยระบบนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดได้แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ประโยชน์ของการใช้ระบบ CCTV-based (AI) ในการจัดการภัยพิบัติ การตรวจจับภัยพิบัติล่วงหน้า ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น พายุ ฝนตกหนัก หรือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ

ระบบ CCTV-based (AI) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือในการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ โดยสามารถตรวจจับภัยพิบัติได้ล่วงหน้า ประเมินความเสียหาย ติดตามสถานการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดบึงกาฬในการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯลพบุรี จัดกิจกรรม คล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ร.9

วันที่ 11 ตุลาคม 2567 เวลา 09.0 น. ที่ อ่างเก็บน้ำห้วยซับเหล็ก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2567 โดยมี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนภาคจิตอาสา ทหารจิตอาสา ตลอดจนผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ กว่า 400 คนได้

ร่วมกันปลูกต้นไม้และปรับภูมิทัศน์ ตัดแต่งกิ่งไม้ ทำควสมสะอาดพื้นที่โดยรอบ บริเวณอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระราชทานโครงการ จิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานสามัคคี ประกอบกิจสาธารณะโดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พระองค์ทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรมเสมอมา ตลอดระยะเวลาของการครองราชย์ ได้ทรงอุทิศพระองค์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ

โครงการในพระราชดำริน้อยใหญ่ จำนวน 4,741 โครงการ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ ทั้งได้พระราชทาน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางให้อาณาประชาราษฎร์ ได้ดำเนินชีวิต โดยใช้ความรู้และสติปัญญา เป็นภูมิคุ้มกันอีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์ แก่ประชาชนของประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ปวงชนชาวไทย จะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ตลอดกาล

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SSI สนับสนุนเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน / วิ่งฅนเหล็ก 2024 ช่วยเหลือสังคม กว่า 40 ล้าน

อบก.มอบโล่องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก
นายมนินทร์ อินทร์พรหม (ขวาสุด) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิต บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) รับโล่ประกาศเกียรติคุณ “องค์กรผู้นำด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก” ประจำปี 2567 (Climate Action Leading Organization : CALO) ระดับยอดเยี่ยม สาขาสินค้าอุตสาหกรรมจาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรภาคเอกชนในไทยที่เดินสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้ ทั้งนี้ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ “องค์กรผู้นำด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก” (Climate Action Leading Organization : CALO) แสดงเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระดับองค์กร โดยมีเป้าหมายและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์และเป้าหมายของความตกลงปารีส อีกทั้งได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กรและมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือมาตรฐานสากลที่เทียบเท่า รวมถึงได้ร่วมขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรภาคส่วนต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแถลงผลสำเร็จการดำเนินงาน ประจำปี 2567 โดยประธานเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย รวมถึงแนะนำ “แนวทางการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” (Net Zero GHG Emissions) และเปิดตัวเกณฑ์ใหม่ “การรับรององค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก” (Climate Action Leading Organization: CALO) อีกด้วย
ปัจจุบัน เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทยมีสมาชิกเครือข่ายประเภท “องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก” แล้วทั้งสิ้น 125 องค์กร (ข้อมูล ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2567)

////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ประจวบคีรีขันธ์ _ วิ่งฅนเหล็ก 2024 ระดมได้กว่า 3.3 ล้าน มอบช่วยเหลือสังคมสะสมแล้วกว่า 40 ล้าน วันที่ 7 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 7 พันธมิตรกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ประกอบด้วย บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ (SSI) บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด (NS BlueScope) บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด (NS-SUS) บริษัท เจเอฟอี สตีล กัลวาไนซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (JSGT) บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) (G Steel) และบริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) (GJS)

มอบรายได้จากการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2024 (ครั้งที่ 16) จำนวน 3.3 ล้านบาทให้แก่องค์กรที่ช่วยเหลือดูแลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือ และยกระดับคุณภาพชีวิต ความสามารถของผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างแข่งแกร่ง ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 1,400 คน ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา จากการดำเนินกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 รวมจำนวน 16 ครั้ง สามารถนำรายได้จากการจัดงานช่วยเหลือองค์กรการกุศลที่ดูแลผู้ด้อยโอกาสแล้ว 40.5 ล้านบาท

/////////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คอฟ (RECOFTC) และองค์กรภาคีเครือข่าย ปลุกพลังป่าชุมชน สร้าง “นักจัดการป่าไม้ภาคพลเมือง” เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและรับมือสภาวะโลกรวน

วันที่ 10 ต.ค. 67 น.ส.วรางคณา รัตนรัตน์ ผอ.รีคอฟ แห่งประเทศไทย (RECOFTC) องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มุ่งสร้างอนาคตที่คนและป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน จับมือเครือข่ายป่าไม้ภาคพลเมือง สมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน ประเทศไทย และองค์กรภาคีเครือข่าย อื่นๆ สร้าง “กระบวนการพัฒนาศักยภาพนักจัดการป่าไม้ภาคพลเมือง” (Citizens’ Forest Master หรือ CF Master) โดยมี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะกรรมาธิการด้านการเกษตรและสหกรณ์ฯ วุฒิสภา นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานสภาป่าไม้ภาคพลเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

นับเป็นก้าวแรกในการยกระดับความสามารถของชุมชนด้านการสำรวจทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพในป่าของตนเองอย่างมีระบบ และนำข้อมูลมาทำแผนการจัดการป่าที่ตอบโจทย์การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับวิกฤตโลกรวนอย่างไม่อาจแยกออกจากกัน สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล ทรัพยากรพืชและสัตว์ต่างๆ มีปริมาณลดลงไปมากหรือถึงขั้นเสี่ยงสูญพันธุ์ ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้างโดยเฉพาะชุมชนที่วิถีชีวิตผูกติดกับป่า ไม่ว่าจะเป็นในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และแหล่งรายได้

ป่าเป็นหนึ่งในแหล่งทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญที่สุด แต่แม้ภาคป่าไม้ของไทยจะตื่นตัวในการรับมือวิกฤตระดับโลกเหล่านี้ เช่น มีการตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของประเทศพร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ มีการพัฒนาแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2566-2570) ซึ่งบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงานเพื่อปกป้องความหลากหลายทาง ชีวภาพ แต่ชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับป่ากลับยังมีบทบาทจำกัดในการดูแลจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ ทั้งที่ป่าที่ชุมชนร่วมจัดการและใช้ประโยชน์เหล่านี้ล้วนทำหน้าที่เป็นเขตกันชนให้กับพื้นที่ป่าอนุรักษ์และถือเป็นด่านหน้าในการปกป้องถิ่นที่อยู่ของพืชและสัตว์หลากชนิด

และถึงแม้ว่าพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 จะกำหนดให้ป่าชุมชนทำแผนการจัดการป่าชุมชนเพื่อประกอบการจดทะเบียนป่าชุมชน รวมถึงต้องต่ออายุการขึ้นทะเบียนโดยปรับปรุงแผนการจัดการป่าชุมชนทุก 5 ปีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ชุมชนยังพบความท้าทายในการออกแบบแผนตามบริบทและการนำไปปฏิบัติจริง ตามระเบียบการทำแผนมีการกำหนดให้ชุมชนจัดทำข้อมูลป่าโดยระบุชนิดของพืชและสัตว์ที่พบ ซึ่งป่าชุมชนจำนวนมากยังขาดความรู้และทักษะในการเก็บข้อมูลทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพเหล่านี้อย่างเป็นระบบ เช่น การจำแนกชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่พบเป็นกลุ่มต่างๆ รวมถึงกลุ่มทรัพยากรที่มี ค่าหรือหายาก การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณของทรัพยากรในป่า นอกจากนี้ ชุมชนยังต้องมีทักษะในการประเมินสถานภาพของป่าและทรัพยากรที่มี รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ความเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพยากร และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศต่อป่า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญสู่การทำแผนการจัดการป่าชุมชนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละป่า

รีคอฟและองค์กรภาคีเครือข่ายเล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาคนในป่าชุมชนเหล่านี้ให้เป็นผู้นำที่สามารถพาสมาชิกคนอื่นในชุมชนมาร่วมเก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างแผนการจัดการป่าที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและการใช้ประโยชน์ของชุมชนอย่างยั่งยืน จึงได้ริเริ่มกระบวนการ พัฒนาศักยภาพนักจัดการป่าไม้ภาคพลเมือง เพื่อให้ความรู้ ทักษะ และเครื่องมือที่จำเป็นกับชุมชนสำหรับภารกิจดังกล่าว

กระบวนการพัฒนาศักยภาพนักจัดการป่าไม้ภาคพลเมืองนั้นมุ่งเน้นที่การทำจริงและส่งเสริมการทำงานอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชนเป็นฐาน รีคอฟและสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน ประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก เริ่มจากการเก็บข้อมูลเศรษฐกิจสังคมของชุมชนเพื่อให้เข้าใจบริบทความต้องการในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชน ต่อด้วยการเก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้ชุมชนมีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรในป่าและทราบสถานภาพของป่าและทรัพยากรเหล่านี้ และขั้นตอนสุดท้ายคือการทำแผนการจัดการป่าอย่างมีส่วนร่วมทั้งชุมชน โดยอาศัยข้อมูลเกี่ยวทรัพยากรและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรของชุมชนมาออกแบบแผนการจัดการป่าที่นำไปใช้ได้จริง

กระบวนการพัฒนาศักยภาพนักจัดการป่าไม้ภาคพลเมืองนี้เริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 และเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 ประสบความสำเร็จในการสร้างนักจัดการป่าไม้ภาคพลเมืองรุ่นแรก 53 รายจากป่านำร่อง 28 แห่งใน 10 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงป่าชุมชนบ้านม้าร้อง ป่าชายเลนบ้านฝ่ายท่า และป่าพรุบ้านแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดเวทีสมัชชาป่าไม้ภาคพลเมือง เพื่อนำเสนอกระบวนการและความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพนักจัดการป่าไม้ภาคพลเมืองเมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคม 2567

การขยายผลความสำเร็จจาก 28 ป่านำร่องสู่ป่าชุมชนกว่า 12,000 แห่งและป่าอื่นๆ ที่มีชุมชนร่วมบริหารจัดการทั่วประเทศเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทายแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมกำลังทวีความรุนแรง รีคอฟและสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน ประเทศไทย จึงร่วมกันพัฒนาคู่มือการจัดทำแผนการจัดการป่าชุมชน ซึ่งรวมถึงแบบฟอร์มสำหรับการเก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดทำแผนตามกรอบแนวทางของกรมป่าไม้ ภายใต้ความมุ่งหวังว่าคู่มือนี้จะเป็นเครื่องมือที่ง่าย

สำหรับการใช้งานของชุมชน และเป็นแนวทางการทำงานที่ได้รับการยอมรับทั้งจากชุมชนและภาคส่วนต่างๆ สามารถนำไปเรียนรู้และทำงานร่วมกันต่อไป โดยได้เชิญตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และองค์กรภาคประชาสังคม มาเข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนบทเรียนจากกระบวนการพัฒนาศักยภาพนักจัดการป่าไม้ภาคพลเมือง พร้อมให้ความเห็นสำหรับพัฒนาเครื่องมือและต่อยอดความสำเร็จในวงกว้างขึ้นต่อไป เพื่อยกระดับบทบาทและศักยภาพของชุมชนในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและสามารถตั้งรับปรับตัวต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาศักยภาพนักจัดการป่าไม้ภาคพลเมือง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมสร้างศักยภาพในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนไทยและเครือข่ายป่าไม้ภาคพลเมือง โครงการเสริมสร้างศักยภาพในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนไทย ได้รับทุนสนับสนุนจาก Darwin Initiative โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักร ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายป่าไม้ภาคพลเมืองและสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน ประเทศไทย ในฐานะองค์กรภาคีเครือข่าย ป่าไม้ภาคพลเมือง ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย โดย HAND Social Enterprise


////////////////////////////////////////
สกุ๊ปพิเศษโดย… ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.38 รพ.น่าน จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ปล่อยพันธุ์ปลา วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2567

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00 น. พล.ต.วรเทพ บุญญะ ผบ.มทบ.38/ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.38 พร้อมประธานสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.38, คณะผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ ให้การต้อนรับ พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาและภริยา, นพ.วสันต์ แก้ววี ผอ.รพ.น่าน

ร่วมกับชุมชนรอบค่ายสุริยพงษ์ จิตอาสา904 จิตอาสาพระราชทานทุกภาคส่วน และประชาชนจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2567

โดยมี ผบ.มทบ.38 เป็นประธานในกิจกรรมการปล่อยพันธุ์ปลานิลจิตรลดา จำนวน 8,900 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิชัยพัฒนา ลงสู่แม่น้ำน่าน เพื่อสร้างแหล่งอาหาร ร่วมอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ และปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาด ถนนหน้าค่ายสุริยพงษ์ และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำน่าน ,ลานจอดรถ รพ.น่าน ,ลานออกกำลังกายชุมชน

บริเวณพระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ฯ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ผู้ร่วมกิจกรรมแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างจิตสาธารณะในการช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสภาพแวดล้อมสถานที่สาธารณประโยชน์ให้สะอาดสวยงามต่อไป

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.อ.ธนกฤต นันทชัยศรี รายง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/รพ.กรุงเทพพัทยา จัดเสวนารับวันมะเร็งเต้านมสากล/มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย/จะจัดงานระดมทุนสนับสนุนสังคมสงเคราะห์/เมืองพัทยาวางแนวทางดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว

วันที่ 10 ต.ค.67 ที่บริเวณ Lobby อาคาร E โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดเสวนาเรื่อง หลากหลายความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม เนื่องในวันมะเร็งเต้านมสากล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการดูแลเต้านม เนื่องในวันมะเร็งเต้านมสากล (World Breast Cancer Day) “มะเร็งเต้านม” ภัยเงียบอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก ป้องกันได้ด้วยการหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเอง และพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมอย่างน้อยปีละครั้ง โดยมี คุณภารดี อาจสมิติ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล รพ.กรุงเทพพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

หลังจากนั้นมีการเสวนาเรื่อง หลากหลายความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม โดย นายแพทย์ฐาปนัสม์ ลิขิตมาศกุล ศัลยแพทย์เต้านม ศูนย์เต้านม และแพทย์หญิงสิริจัยกรณ์ ศิววงศ์ศรี อายุรแพทย์โรคมะเร็งและโรคเลือด รพ.กรุงเทพพัทยา มาร่วมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม พร้อมตอบคำถามข้อสงสัยจากผู้เข้าร่วมฟังเสวนา

นอกจากนี้ มีการออกบูทเรียนรู้วิธีประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งจากผู้เชี่ยวชาญ และตรวจเต้านมฟรี จำนวน 100 ท่าน โดยพยาบาลวิชาชีพ ตลอดเดือนตุลาคมนี้ และยังมีกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย อาทิ กิจกรรมส่งข้อความให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งเต้านมผ่าน Interactive Booth เกมหมุนวงล้อเสี่ยงโชคและกิจกรรมสนุก ๆ พร้อมลุ้นรับส่วนลดสุดพิเศษ รับกล่องของขวัญ คูปองส่วนลด และโปรโมชั่นสุดพิเศษ

ทั้งนี้ ศูนย์เต้านม รพ.กรุงเทพพัทยา มีความห่วงใยสตรีไทยที่ต้องตกเป็นเหยื่อโรคมะเร็งเต้านม เพราะเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหญิงไทยและทั่วโลก ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์เกิดในผู้ป่วยใหม่ ปีละประมาณ 12% โดยในปี 2566 พบผู้ป่วยรายใหม่ 17,742 คน หรือวันละ 49 คน และพบการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งเต้านมหรือการแพร่กระจายของโรคค่อนข้างสูงกว่ามะเร็งชนิดอื่น ทำให้ผู้ป่วยหลายรายหมดกำลังใจในการรักษา อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านม หากตรวจพบเร็ว เข้ารับการรักษาเร็ว และดูแลตนเองอย่างถูกวิธี จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รักได้อีกนาน จึงขอเชิญให้มาร่วมตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการเกิดโรคในอนาคต

โดยศูนย์เต้านม รพ.กรุงเทพพัทยา มีความพร้อมในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพเต้านมรอบด้าน ด้วยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลเต้านมโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้น การเจาะดูดชิ้นเนื้อในเต้านมระบบสุญญากาศ (VABB: Vacuum Assisted Breast Biopsy) เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาในคราวเดียว โดยไม่ต้องผ่าตัดขนาดแผลเล็กเท่ารูเข็ม การตรวจยีนพันธุกรรม (BRCA) เพื่อค้นหาความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และการรักษาโรคมะเร็งเต้านมโดยอายุรแพทย์โรคมะเร็ง รวมถึงการศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างเต้านมขึ้นใหม่หลังจากผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม เพราะเรื่องมะเร็งเต้านม หากรู้เร็ว รักษาไว ก็สามารถหายขาดได้

มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย พบนายกเมืองพัทยา หารือจัดงานระดมทุนสนับสนุนสังคมสงเคราะห์

บ่ายวันที่ 10 ต.ค.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมระดมทุนสนับสนุนงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย โดยมีนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายเอกประภู เอกะสิงห์ ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย นำโดยนางรัชฎา ชมจินดา ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ เข้าร่วมในการประชุม ณ ห้องประชุม 131 ศาลาว่าการเมืองพัทยา

ทั้งนี้ มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเมืองพัทยามายาวนานกว่า 15 ปี โดยได้ดำเนินโครงการ 2 โครงการ คือ 1. สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก บ้านเอื้ออารี เพื่อให้การช่วยเหลือ คุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว และเด็กที่ถูกแสวงหาประโยชน์โดยไม่เป็นธรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น แสวงหาประโยชน์ทางเพศ แสวงหาประโยชน์ในรูปแบบการค้ามนุษย์ และ 2. ศูนย์พักพิงเด็ก/ศูนย์การเรียนรู้อาเซียน ซึ่งเป็นศูนย์แรกรับเพื่อให้การช่วยเหลือเด็กในกรณีฉุกเฉิน เพื่อพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมในการให้ความช่วยเหลือโดยทีมสหวิชาชีพ และศูนย์การเรียนรู้อาเซียน เป็นศูนย์ขยายโอกาสทางการศึกษา

ให้บุตรหลานแรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา นอกจากนี้มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทยยังดำเนินงานโครงการอื่นๆ อาทิ โครงการรถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อส่งเสริมความรู้เรื่องสิทธิเด็กและการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ, โครงการทุนการศึกษาสู่ความสำเร็จ HGM Education Fund สำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และโครงการทุนช่วยเหลือครอบครัว เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวสามารถดูแลเด็กเองได้โดยไม่ต้องส่งเข้าสถานสงเคราะห์ โดยปัจจุบันมูลนิธิฯ มีเด็กๆ อยู่ในความอุปการะกว่า 300 คน ในการนี้คณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ จึงมีความประสงค์หารือแนวทางการจัดกิจกรรมระดมทุนสนับสนุนงานของมูลนิธิฯ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา อาทิ การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตการกุศล, งานกาล่าดินเนอร์เพื่อการกุศล, กิจกรรมวิ่งการกุศลโลมารัน, กิจกรรมโชว์รถคลาสสิคเพื่อการกุศล เป็นต้น

ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ด้วยบริบทเมืองพัทยาเป็นหน่วยงานราชการ ทำให้ไม่สามารถให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมที่มีการจำหน่ายบัตรเพื่อหารายได้ แต่เมืองพัทยายินดีที่จะเป็นเจ้าภาพร่วม โดยให้การสนับสนุนในส่วนที่ไม่ขัดต่อระเบียบราชการ เช่น อนุญาตให้ใช้โลโก้เมืองพัทยาในการจัดงาน, การประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ, การประสานสื่อมวลชนร่วมทำข่าว สำหรับการประชุมหารือในครั้งนี้ทำให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของทั้งทางมูลนิธิ และเมืองพัทยา ถือเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาจะรับเรื่องไว้พิจารณาแนวทางสนับสนุนงบประมาณตามอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้ภายใต้บริบทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยินดีให้คำแนะนำแนวทาง หรือการประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ เป็นไปด้วยดี และสร้างความยั่งยืนในการให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่เมืองพัทยาต่อไป

เมืองพัทยาวางแนวทางดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว

วันที่ 10 ต.ค.67 นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนการจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายศักดิ์ไชย เจริญอยู่คงรอด และ ดร.พิทยา ภิรมย์อ้น ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ในชุดคณะอนุกรรมการดังกล่าว เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพเมืองพัทยา ในส่วนค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ประจำปี พ.ศ.2567 และแนวทางบริหารจัดการค่าบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามมติบอร์ด สปสช. ซึ่งมีการอนุมัติเพิ่มงบประมาณค่าบริการจากเดิมเหมาจ่ายการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ จากจำนวน 6,000 บาท ต่อคนต่อปี เพิ่มเติมเป็นจำนวน 10,442 บาท ต่อคนต่อปี ซึ่งจะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นในการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ ทำให้หน่วยบริการสามารถจัดบริการได้ดีขึ้น สามารถจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นให้กับผู้ป่วย และเพิ่มแรงจูงใจในการดำเนินงานของบุคลากรและอาสาสมัครได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่เมืองพัทยา ประจำปี พ.ศ.2567 และการพิจารณาอนุมัติโครงการจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ในพื้นที่เมืองพัทยา ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งพบว่าการดำเนินงานในปีที่ผ่านมามีปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และอาสาสมัครที่มาทำหน้าที่นี้ รวมทั้งเวลาไปเยี่ยมแต่ละครั้งจะไม่มีญาติอยู่ด้วย เนื่องจากญาติไปทำงาน ทำให้เวลาสอบถามหรือให้คำแนะนำต่างๆ ญาติจะไม่ได้ฟังด้วย และการพัฒนาความรู้สำหรับอาสาสมัครฯ

ด้านนายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา ได้กล่าวให้นโยบายในการดำเนินงานการจัดการระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่เมืองพัทยา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ว่าการดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งคณะผู้บริหารเมืองพัทยาให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มทุกเพศวัยมาโดยตลอด จึงอยากให้คณะอนุกรรมการฯ หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงฯ และให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อเป็นตัวอย่างและสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนที่มารับบริการหันมาใส่ใจการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น รวมทั้งจัดอบรมพัฒนาทักษะแก่อาสาสมัครฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่มีศักยภาพ มีความต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนชาวพัทยามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดแล้ว! ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี โชว์รูม-ศูนย์บริหารครบวงจร/พัทยาเดินธูปใหญ่รับเทศกาลกินเจ 2567

วันที่ 9 ต.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” โชว์รูม-ศูนย์บริหารครบวงจรใหญ่สุดในประเทศไทย เพื่อรองรับเศรษฐกิจขยายตัวในอนาคต โดยมี ประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธานกลุ่มบริษัท ไพรม์มัส กรุ๊ป และกลุ่มบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOAVH) กรรมการผู้จัดการฯ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี ริมถนนสุขุมวิท-อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี

ด้วยจังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงระดับประเทศ และเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตลาดรถยนต์โดยรวมของจังหวัดชลบุรีที่มีการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มียอดจดทะเบียนเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร โดย “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้ต่อยอดกลุ่มธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ โดยเปิด “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” พร้อมกำหนด 3 กลยุทธ์ ดูแลลูกค้าภาคตะวันออก เป็นผู้นำตลาดรถ EV


โดยสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการพัฒนาเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภค “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นกลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้า จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน ควบคู่การรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเลือกเป็นพันธมิตรกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มีศักยภาพครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจาก  CHANGAN แบรนด์รถยนต์ชั้นนำ 1 ใน 4 ของจีน และ อีเทอร์นิตี้แอทวัน : Eternity At One บริษัทมืออาชีพด้านการดูแลธุรกิจกลุ่มผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า Deepal แต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal อย่างเป็นทางการ 
ในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดชลบุรี สำหรับ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท-อ่างศิลา มีพื้นที่รวมทั้งหมด 6,290 ตร.ม. เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยด้านหน้าเป็นโชว์รูมจัดแสดงรถยนต์ Deepal ทุกรุ่น ทุกแบบ และโซนรับรองลูกค้าที่กว้างขวาง สะดวกสบาย รองรับบริการทั้งการขายและบริการหลังการขาย ส่วนอาคารด้านหลัง เป็นศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร มีพื้นที่ร่วม 1,000 ตร.ม. รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากถึง 500 คัน/เดือน  โดยมีบริการซ่อมแซม การบำรุงรักษา และการดูแลรถยนต์ Deepal ทุกรุ่น ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพในทุกด้าน


พัทยาเดินธูปใหญ่รับเทศกาลกินเจ 2567  

ค่ำวันที่ 8 ต.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายวรพต พงษ์พาลี ดร.พิทยา ภิรมย์อ้น ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา และนางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ร่วมพิธีสวดมนต์สะเดาะเคราะห์ต่ออายุ (วันไป๊เต๊า) วันเดินธูปใหญ่ ในเทศกาลกินเจเมืองพัทยา ประจำปี 2567 โดยมีนายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายวิสิทธิ์ ชวลิตนิติธรรม ประธานมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา คณะกรรมการมูลนิธิฯ และคณะเก็งจู ร่วมในพิธี ณ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา (โรงเจนาเกลือ) ซึ่งมีประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมใส่ชุดขาวเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
สำหรับพิธีสวดมนต์สะเดาะเคราะห์ต่ออายุ (วันไป๊เต๊า) วันเดินธูปใหญ่ ในเทศกาลกินเจนั้น ตามความเชื่อของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน เชื่อกันว่าเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ เป็นการสรรเสริญและรับพรจากเทพเจ้า 9 พระองค์ อันเป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ และพระโพธิสัตว์ 2 พระองค์ โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบานผ่องแผ้ว มีแต่ความสุข ความเจริญ และเป็นสิริมงคล ซึ่งประชาชนผู้ถือศีลกินเจจะนุ่งขาว ห่มขาวมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมากในทุกๆ ปี

ทั้งนี้ ด้วยเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ต่างเชื้อชาติ ต่างวัฒนธรรม แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เมืองพัทยาจึงร่วมกับมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานเทศกาลกินเจเมืองพัทยา ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 2-12 ตุลาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประชาชนในท้องถิ่น และยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ เป็นเวลา 9 วัน ถือเป็นฟื้นฟูสุขภาพและขับสารพิษออกจากร่างกาย อีกทั้งการกินผักจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ ทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกทางหนึ่งด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ธี่หยด 2 ทุบสถิติขึ้น อันดับ1 ภาพยนตร์ไทย ที่มียอดซื้อตั๋ว ล่วงหน้าสูงสุด ทุกโรงวันนี้ ทั่วประเทศแล้ว

ใกล้เวลาที่เสียงเพรียกแห่งความหลอน จะสะกดทุกโสตประสาทของคุณแล้ว!!! โดยกระแสตอบรับของภาพยนตร์ “ธี่หยด 2” แรงเกินคาด ทำให้รอบการซื้อตั๋วล่วงหน้าทุบทุกสถิติอย่างราบคาบด้วยยอดถล่มทลายขึ้นเป็นภาพยนตร์ไทยอันดับหนึ่งตลอดกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยอดซื้อตั๋วล่วงหน้าในระบบ IMAX ก็เป็นขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของภาพยนตร์ไทยในขณะนี้ รวมถึงยอดซื้อตั๋วล่วงหน้าก็ชนะภาพยนตร์ทุกเรื่องของปีนี้อีกด้วย

ช่อง 3 และ M Studio ร่วมกันจัดงานกาล่าพรีเมียร์เปิดตัวภาพยนตร์ “ธี่หยด 2” อย่างอลังการให้สมการรอคอย ให้ได้ชมกันก่อนจะไปสะพรึงกันแบบเต็ม ๆ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2567 โดยงานนี้จัดขึ้น ณ SURALAI HALL ชั้น 7 ICONSIAM เริ่มเดินพรมดำด้วย โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ คุณแป๊บ ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, ผู้กำกับภาพยนตร์ คุ้ย ทวีวัฒน์ วันทา ที่มาพร้อมวงออร์เคสตราสุดไพเราะจากวาทยกรระดับโลก ทฤษฎี ณ พัทลุง และความมันถึงใจจากวง เดอะ ดาร์กเกสท์ โรแมนซ์ ในเพลง “ไม่เลือนหาย” ตามมาด้วยทีมนักแสดงนำ ณเดชน์ คูกิมิยะ, เดนิส เจลีลชา คัปปุน, จูเนียร์ กาจบัณฑิต ใจดี, เฟรนด์ พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ, มิ้ม รัตนวดี วงศ์ทอง, นีน่า ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน, มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร, อริศรา วงษ์ชาลี ปลาย ปรเมศร์ น้อยอ่ำ, แฉะ องอาจ เจียมเจริญพรกุล, ท็อป ทศพล หมายสุข, แฟรงค์ ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล, สหัสชัย ชุมรุม, มานิตา ชอบชื่น และ แม่ครูจำปา แสนพรม

พร้อมด้วยนักแสดงช่อง 3 ที่มาร่วมงาน อาทิ ญาญ่า อุรัสยา, จีน่า ญีนา, แมท ภีรนีย์, ไมกี้ ปณิธาน, ริว วชิรวิชญ์, มีน นิชคุณ, ฟลุ๊คจ์ พงศภัทร์, ยิหวา ปรียากานต์, จ็อบ ธัชพล, ลีน่า ลลินา, เฟิสท์ เอกพงศ์, มิล ศรุต, แคร์ ฉัตรฑริกา, วิปครีม ดิศริญากรณ์, แคนดี้ สุภาภัสสร์, ลิซ่า อลิซา, เอมี่ อุทานพร, นีญ่า มากีลา และ เจน่า แองเจลิน่า ที่มาร่วมสร้างสีสัน

จากนั้น พิธีกร เรียนเชิญผู้บริหาร คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่ม บมจ.บีอีซี เวิลด์ และ คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M Studio ขึ้นพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ “ธี่หยด 2” ในครั้งนี้ ตามมาด้วยทีมโปรดิวเซอร์ คุณแป๊บ ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, ผู้กำกับภาพยนตร์ คุ้ย ทวีวัฒน์ วันทา และทีมโปรดักชั่น พูดคุยถึงความเข้มข้นของการทำงานในภาคนี้ ก่อนจะไปพูดคุยกับทีมนักแสดงนำ ถึงความเดือดที่ครั้งนี้ทุกคนต้องลุกขึ้นมาสู้ผีกันแบบเดือด ๆ

และปิดท้ายด้วยเรียนเชิญ คุณเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่ม บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M Studio พร้อมด้วย คุณปิ่นกมล มาลีนนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่ม บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ-สำนักผลิตรายการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณนพดล เขมะโยธิน รองกรรมการผู้อำนวยการ-สำนักการเงินและบัญชี บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณสุบัณฑิต สุวรรณนพ รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักผังรายการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณภาศรี ทรรพสุทธิ รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักการพานิชย์ บริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักกิจการและสื่อสารองค์กร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), ดร.วุธรวี จารุวัฒนะ Vice President บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด มหาชน, คุณวิชัย กุลธวัชชัย
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด


บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน), คุณสุพรรณิการ์ เจียจันทร์พงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด M Studio, คุณปัณณทัต พรหมสุภา ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่าย M Studio และผู้บริหารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), ไทยประกันชีวิต, เซเว่นอัพ, ปูนตราเสือ และ HOBS พันธมิตรผู้สนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้ ขึ้นเวทีถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก ก่อนไปชมภาพยนตร์ร่วมกัน

เรื่องราว 3 ปีหลังการตายของ ‘แย้ม’ จะทำให้ทุกคืนต้องสะพรึงอย่างไร 10 ตุลาคมนี้ ไปพิสูจน์กันได้ ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ พร้อมระบบ IMAX ที่ให้ผู้ชมได้สะพรึงเต็มตา กับการถ่ายทำด้วยสัดส่วนภาพพิเศษ เต็มจอ IMAX ตลอดทั้งเรื่อง และยังมิกซ์เสียงให้ได้หลอนกระหึ่มเต็มหู ในรูปแบบ IMAX ใหม่ล่าสุดแบบ 12-Channel ระบบเสียงรอบทิศทางยิ่งกว่าเดิม ถือเป็นการยกระดับวงการภาพยนตร์ไทยไปอีกขั้น กับ ธี่หยด 2 หนังไทยเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่จัดเต็มครบอรรถรส ทั้งภาพและเสียง บนจอยักษ์ IMAX สัมผัสประสบการณ์หลอนกว่าที่เคย!

Link YouTube ตัวอย่างภาพยนตร์ ธี่หยด 2 :
https://youtu.be/ZCEuUcE9oZw?si=7AZWr0n3yZ3txoQQ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์-ผวจ.ลพบุรี นำคณะเยี่ยมนักเรียนทุนการศึกษา มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์รายใหม่ จำนวน 2 ราย

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี และคณะกรรมการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการศึกษา สภาพครอบครัว ความเป็นอยู่ ความประพฤติ ปัญหาอุปสรรค พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ มอบทุนการศึกษา และเป็นกำลังใจแก่เยาวชนผู้ได้รับทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปีการศึกษา 2567 ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอเมืองลพบุรี จำนวน 2 ราย

ในการนี้เมื่อครั้ง พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรจังหวัดลพบุรี ได้มอบทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ให้กับจังหวัดลพบุรี 2 ราย ให้แก่ นางสาวขวัญฤดี กระเป๋าทอง บ้านเลขที่ 51/1 ม.4 ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ และเด็กหญิงเทียนฉาย เชาว์วันดี บ้านเลขที่ 37/4 ม.14 ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี โดยจังหวัดลพบุรี มีนักเรียนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมทั้งสิ้น 35 ราย

ซึ่งจากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ได้ให้โอวาทแก่เยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ทุกคน เป็นเด็กดี เป็นเยาวชนที่ดี มีความซื่อสัตย์ มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กตัญญูต่อบรรพบุรุษ บุพการี และผู้มีพระคุณผู้ที่ได้สนับสนุนทุนการศึกษา

ผ่านมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ อีกทั้งขอให้ตระหนักถึงความจำเป็นและใช้ทุนการศึกษาที่ได้รับ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขอให้เยาวชนทุกคนหลีกหนีห่างไกลจากอบายมุข ตลอดจนสิ่งเสพติดต่างๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหากับครอบครัวและสังคมอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เต้ มงคลกิตติ์ นำความห่วงใย เฉลิมชัยหน.ปชป. แจกข้าวกล่อง-น้ำดิ่มผู้ประสบภัยชาวเชียงใหม่

วันที่ 7 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ได้นำคณะลงพื้นที่บ้านท่าต้นกว๋าว หมู่ 4 บ้านพญาชมภู หมู่ 2 บ้านหนองป่าแระ หมู่ 1 ต. ขมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เพื่อแจกข้าวกล่อง 1,000 กล่อง น้ำดื่ม 2,400 ขวด แก่ผู้ประสบอุทก
ภัย หลังลำน้ำปิงและลำน้ำสาขาล้นเอ่อไหลท่วมบ้านเรือน ซึ่งบาง
จุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร

โดยมี นางสาวภคอร จันทรคณา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสรกฤช จันทรคณา คณะทำงานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประสิทธิ์ คลังสีดา อดีต ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 นายสุรกิจ ศิริวาท อดีต ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1นายจักรวาลธวัฒน์ วรรณาวงศ์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 1 นายวิชิต กลิ่นทอง อดีต
ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 นายบุญยงค์ สดสอาด อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.น่าน เขต 1 นายธนิตศักดิ์ ทวีพรจิรภาคย์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 1 และนายสุรพล เต็มสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 1 ร่วม คณะดังกล่าว เพื่อสำรวจความ
เสียหายเบื้องต้น

ต่อมานายมงคลกิตติ์ ได้นำคณะ ลงพื้นที่พบปะแกนนำชุมชนและ ประชาชนที่ ต.ป่าบง และพบกับ นางมาลี สิงห์ด้วง นายกเทศมนตรี ตำบลหนองผึ้ง และผู้บริหารท้องถิ่น อ.สารภี เพื่อสอบถาม ถึงความเดือดร้อนและให้กำลังใจผู้ประสบภัยดังกล่าว โดยฝากความห่วงใยจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป.
ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาถึงผู้ประสบภัยด้วย

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เชียงใหม่ประสบอุทกภัยน้ำระดับน้ำปิงสูงสุดในรอบ 100 ปี มีพื้นที่ประสบภัย 15-16 อำเภอ หรือ70% ของ 25 อำเภอ ขณะนี้น้ำลด1.5เมตรแล้ว แต่ส่งผลต่อพื้นที่เศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ก่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลได้ แม้ว่าเขื่อนปล่อยน้ำน้อยลง แต่ปริมาณน้ำอาจเท่ากับปี 54 ทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยุ่ในโซนอันตรายได้ เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นตามลำดัย

ดังนั้นปีนี้การคาดการณ์น้ำท่วมไม่เหมือนเดิม เนื่องจากมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศอุณหภูมิโลกสูงขึ้น และแผ่นดินทรุดปีละ 4.88 มิลลิเมตร ส่งผล
ให้พื้นที่ต่ำลง ดังนั้นต้องบริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ ปลูกป่าถาวร แก้น้ำท่วมและน้ำแล้งพร้อมกัน เนื่องจากในสมัยรัตน โกสินทร์ มีพื้นที่ป่ากว่า 270 ล้าน
ไร่ ปัจจุบันเหลือ 140 ล้านไร่หายไปกว่า 50 % เนื่องจากมีข้าราช
การ นักการเมือง ทุจริตประพฤติมิชอบ ร่วมกับนายทุนบุกรุกทำ ลายป่า จนส่งผลเสียหายดังกล่าว

“หลังน้ำลดต้องเร่งฟื้นฟูป่าธรรม ชาติ และสร้างระบบนิเวศน์แบบสมดุล ไม่ทำลายป่าต้นน้ำ เพราะช่วงพฤศจิกายนนี้ เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง ต้องคิกออฟเรื่อง pm2.5 แล้ว พร้อมผลักดัน พ.ร.บ อากาศสะอาด เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฏหมายโดยเร็ว” นายมงคลกิตต์ กล่าว
บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานไหลเรือไฟ แห่ปราสาทผึ้ง กฐินน้ำบูชาพญานาค ออกพรรษานี้ 17 ตุลาคม 2567

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม เปิดเทศกาลท่องเที่ยวออกพรรษา ประจำปี 2567 เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสงานบุญใหญ่ประจำปี ประเพณีออกพรรษาในพื้นที่กลุ่มจังหวัดสนุก (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) ในครั้งนี้ ททท.สำนักงานนครพนม ได้จัดกิจกรรม TAT Nakhonphanom Open House #9 เปิดสำนักงาน ททท. ตึกเหลืองสไตล์โคโลเนียลติดริมแม่น้ำโขง ประดับประดาสำนักงานด้วยแสงสีระยิบระยับจากดวงไฟและเรือไฟโบราณจำลองสวยงาม ให้เป็นอีก 1 แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยนักท่องเที่ยวสามารถมาถ่ายรูปได้ ระหว่างวันที่ 4 – 20 ตุลาคม 2567 มาสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบายในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เมืองน่าเที่ยวทั้ง 3 จังหวัด การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในพื้นที่ 3 จังหวัด อาทิ

1.งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ และแข่งขันเรือยาว จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 17 ตุลาคม 2567 ณ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร, หนองหาร และวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อ.เมือง จ.สกลนคร ชม Highlight ขบวนแห่ปราสาทผึ้งยิ่งใหญ่ตระการตา สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม และสักการะพระธาตุเชิงชุม หลวงพ่อพระองค์แสน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในวันที่ 16 ตุลาคม 2567

2.งานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2567 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 18 ตุลาคม 2567 ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม ชม Highlight การประกวดเรือไฟ 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ในจังหวัดนครพนม วันที่ 17 ตุลาคม 2567 ตื่นตากับแสงไฟนับหมื่นดวงทอแสงสว่างไสว งดงามตามลำแม่น้ำโขง พิเศษสุด “แสงแห่งศรัทธาสู่เวทีโลก” ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการจัดงาน โดยเชิญสื่อต่างประเทศ (Influencers-Nas Daily) เดินทางมาร่วมทำข่าวประชาสัมพันธ์ เพื่อยกระดับให้เป็นงานประเพณีระดับสากลให้ก้าวไกลสู่สายตาชาวโลก ด้วยการนำเสนอ “8 เรือไฟพระธาตุประจำวันเกิด” ผสมผสานนวัตกรรมแสง สี เสียง และความร่วมสมัย ออกแบบและตกแต่งเรือไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด “เรือไฟพระธาตุประจำวันเกิด” ได้รับการออกแบบอย่างประณีตและมีความหมายแฝงถึงความเป็นมงคล ตั้งแต่ชื่อของเรือไฟไล่มาจาก “รุ่งสุริยัน” ที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ไปจนถึง “มิ่งเมืองนคร” ที่เป็นตัวแทนของความรุ่งเรืองของจังหวัดนครพนม โดยจะไหลโชว์ตลอดงานทั้ง 11 วัน

3.งานจุดเทียนขึ้นภูบูชาพระใหญ่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแสงเทียนแห่งศรัทธา ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลังจากออกพรรษา 1 วัน บูชาแด่ องค์พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร ในวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

4.งานกฐินน้ำบูชาพญานาค ครั้งที่ 17 ร่วมสืบสานตำนานพญานาคลุ่มแม่น้ำโขงหลังออกพรรษา ในวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ณ ท่าทรายอัญเชิญสถิต สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 เป็นงานวัฒนธรรมที่จัดต่อเนื่องกันมานาน ของประชาชนที่หากินในลุ่มแม่น้ำโขง ทุกปีจะมีประชาชนทั้งสองฝั่งโขงมุกดาหาร – สะหวันนะเขต อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มาร่วมลงแพเรือบั๊ค (เรือบรรทุกรถขนทรายรับน้ำหนักมากกว่า 50 ตัน) พร้อมคณะสงฆ์และผู้ว่าราชการจังหวัด พุทธศาสนิกชนกว่า 200 คน ลงแพเพื่อร่วมลอยกระทงบูชาพญานาค ณ กลางแม่น้ำโขงพื้นที่เชื่อกันว่าเป็นถ้ำพญานาค

นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนสายบุญ พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวมาร่วมรับบุญใหญ่ประจำปี 2567 ในเทศกาลออกพรรษา ร่วมกิจกรรมตามกำหนดเวลาทั้ง 4 งาน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ท่องเที่ยว ที่สัมผัสได้ด้วยตัวเองจากความเชื่อความศรัทธาของคนในท้องถิ่นจนกลายเป็นงานประเพณีวัฒนธรรม สุดยิ่งใหญ่สืบทอดกันมานาน ที่ไม่ได้มีบ่อยครั้ง ใน 1 ปี จะจัดเพียงครั้งเดียวเชื่อมต่อกัน ในพื้นที่ 3 จังหวัดสนุก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อำลา 3 นายตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา เกษียณก่อนอายุราชการ ในปี 67/ รองสารวัตรสืบบางละมุงใจดี มอบเงินสนับสนุนฟุตซอล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้จัดงานเลี้ยงเนื่องในโอกาสเกษียณและเกษียณก่อนอายุราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด ประจำปี 2567 ที่เดอะ ลีลา รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา จ.ชลบุรี

สำหรับงานเลี้ยงเนื่องในโอกาสเกษียณและเกษียณก่อนอายุราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ประจำปี 2567 มีเจ้าหน้าที่ 1 นาย ที่เกษียณอายุราชการ และอีก 2 นาย เกษียณก่อนอายุราชการ ประกอบด้วย ร.ต.อ.ธนา ศรีนครา, ร.ต.อ.สุจิน คุ้มปั้น และ ร.ต.อ.วิรุฬ ธาตุวิสัย

ทั้งนี้ ได้มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ส่งนายกิตติคม ธีวรางกูล ผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมมอบกระเช้าเพื่อร่วมอำลานายตำรวจท่องเที่ยวในโอกาสดังกล่าวด้วย

รองสารวัตรสืบบางละมุงใจดี มอบชุดฟุตซอลและเงินสนับสนุนทีมฟุตซอล นร. สู้ศึกกีฬานักเรียน อปท.ที่สระแก้ว

มีรายงานว่า ร.ต.ต.ชัยนาม ไวยณางค์ รอง สว.สส. สภ.บางละมุง หรือ หมวดมอส ได้นำชุดกีฬาฟุตซอลมาสนับสนุนเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมให้กับเด็กนักเรียนนักกีฬาทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมมอบเงินสนันสนุนและให้กำลังใจนักกีฬาฟุตซอลรุ่นอายุ 12 ปี 14 ปี ทั้งชายและหญิง เพื่อไปสู้ศึกในการแข่งขันอีกสองรายการที่กำลังจะมาถึงในช่วงเดือนตุลาคมนี้
โดยรายการแรกจะเดินทางไปการแข่งขันฟุตซอลในรายการ Program first round Terminal21 Korat Futsal FA CUP2024 ในระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคม 2567 และรายการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก วังน้ำเย็นเกมส์ จ.สระแก้ว ในระหว่างวันที่ 17-27 ตุลาคม 2567 นี้ด้วยเช่นกัน  ผลงานล่าสุดของทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ในรายการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับภาคตะวันออกปีที่แล้ว สามารถคว้าอันดับ 2 ส่วนระดับประเทศสามารถคว้าอันดับ 3 ร่วมกับเมืองพัทยาในรุ่น 12 ปีหญิง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.มุกดาหาร ซ้อนแผนรวบฆาตกรโหด ฆ่าเพื่อนถ่วงน้ำโขง

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ร.ต.อ.อุทัย ศรีแนน ร้อยเวร สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากนายสมศักดิ์ แตงงาม อายุ 42 ปี ว่ามีเพื่อนถูกฆ่าตายในบ้านเช่าในชุมชนตาดแคน ซอย 8 เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร แล้วนำศพไปทิ้งที่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านสงเปือย ตำบล บางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ลงมือฆ่า คือ นายบาส เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบศพนายกิตติศักดิ์ บางเพชร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ส่งสินค้า สภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแล้วถูกนำร่างใส่ไว้ในกระสอบแล้วหุ้มทับด้วยถุงดำ

ต่อมาเนื่องจากยังไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้วิธีเชิญตัวนายกิตติพงศ์ หรือบาส เงินงาม อายุ 46 ปี มาที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขอสอบถามข้อมูล ปรากฏว่าเมื่อนายบาส มาถึงก็ได้เข้าไปนั่งสั่งอาหารรับประทานอยู่ในร้านอาหารตามสั่งของ สภ.เมืองมุกดาหาร โดยยังไม่เข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อทราบว่านายบาส นั่งอยู่ในร้านอาหารก็ได้เข้าไปควบคุมตัวแล้วนำไปสอบสวน ซึ่งต่อมา นายบาสได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่านายกิตติศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกันจริงเพราะเมาและและเกิดอารมณ์โมโหจากการโต้เถียงกันเรื่องยาเสพติด

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายบาส ไปชี้จุดที่เกิดเหตุบริเวณบ้านเช่า โดยนายบาสได้เปิดเผยเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ตนเอง กับนายสมศักดิ์ และผู้ตาย ได้นั่งกินเหล้าด้วยกันที่บริเวณด้านหลังบ้านพักภายใน ซ.ตาดแคน จากนั้นมีเรื่องทะเลาะกันกับผู้ตาย ทำให้เกิดความโมโหจึงได้ทำร้ายผู้ตายโดยใช้เอาน้ำร้อนนาฬิกาต้มน้ำสาดใส่ผู้ตายแล้วเข้าไปชกต่อยและใช้เท้ากระทืบจนถึงแก่ความตาย

จากนั้นในเวลาประมาณ 00.30 น. ก็ได้นำศพผู้ตายใส่ในกระสอบ หุ้มทับด้วยถุงดำ แล้วมัดด้วยลวดและถ่วงก้อนหิน ก่อนที่จะนำศพขึ้นรถบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71 – 1176 นนทบุรี ไปทิ้งลงในแม่น้ำโขง ที่บริเวณท่าทราย บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ//ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เมืองพัทยาเตรียมจัดงานวิ่งบิกินี่ริมทะเล Pattaya International Bikini Beach Race 2024

วันที่ 7 ต.ค.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยมีตัวแทนองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ

ทั้งนี้ เมืองพัทยาได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา กำหนดจัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024 ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2567 ที่บริเวณชายหาดพัทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้าร่วม ผ่านกิจกรรมวิ่งชายหาดระยะทาง 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นกิจกรรมวิ่งที่มีผู้เข้าร่วมมานติดอันดับโลก เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาในด้านการเป็น Sports City และ Sports Tourism

ในที่ประชุมมีการนำเสนอรายละเอียดการจัดงาน การพิจารณา
การขอความอนุเคราะห์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การขอใช้พื้นที่ชายหาดพัทยา และพื้นที่ทางเท้าจัดกิจกรรม อีกทั้งยังได้วางแผนจัดอุปกรณ์จัดสถานที่จัดงาน และกระแสไฟฟ้า รวมทั้งการติดตั้งไฟส่องสว่าง การรักษาความสะอาด การจราจร และการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนขอความร่วมมือผู้ประกอบการร่มเตียงร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วย

นายกพัทยาปิ๊งไอเดีย! จัดระบบ Pattaya City Live CCTV ตรวจเช็กรถติด​-ฝนตก​-น้ำท่วม​ ผ่านกล้องแบบ Real Time กว่า​ 200​ ตัว

ด้วยความเจริญเติบโตของเมืองท่องเที่ยวส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาโดยเฉพาะปัญหาด้านการจราจรในเมืองท่องเที่ยวที่หลักเลี่ยงไม่ได้ แต่เมืองพัทยามีความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เบาบางลงอย่างต่อเนื่องนั้นผู้สื่อข่าวเปิดเผยว่า ล่าสุด นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ดำเนินการจัดระบบ Pattaya City Live CCTV ให้บริการตรวจเช็กรถติด​-ฝนตก​-น้ำท่วม​ ผ่านกล้องแบบ Real Time ที่ติดตั้งในเมืองพัทยากว่า​ 200​ ตัว โดยสามารถใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น LINE เพื่อความสะดวกของประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการรับทราบข้อมูลและสถานการณ์ต่างๆ แบบเรียลไทม์อำนวยความสะดวกในการเดินทางและการท่องเที่ยว โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เผยว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถใช้ตรวจเช็กสภาพการจราจร สภาพอากาศ ได้แบบสดๆ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อนุทิน รองนายกฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เตรียมชง ครม.เยียวยา 9,000 บาท ค่าล้างโคลนครัวเรือน ละ 1 หมื่นบาท

วันนี้(5ตค67) ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนากยรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและติดตามผลการฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนัก ของ อ.แม่สาย โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และผลการฟื้นฟูจาก นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ซึ่งจากภาพจะเห็นว่าระดับน้ำในแม่น้ำสายที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1

ได้ลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด หลังรับฟังการบรรยายสรุป นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้จะเร่งฟื้นฟู โดยฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน และภาคเอกชน เชียงรายตอนนี้ไม่น่าห่วงแล้ว กระทรวงได้ส่งรองปลัดมาทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและตั้งรองผู้ว่ามาใหม่ เร็วๆนี้จะได้เร่งแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอแม่สายแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการ ตลาดสายลมจอยทราบว่าสินค้าของผู้ประกอบการเสียหายมาก

จะนำไปเสนอ ครม. พิจารณาว่าจะช่วยเหลือเยียวยาได้ยังไงบ้าง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มส่วนหน้า หรือ ศปช.ส่วนหน้าจังหวัดเชียงราย ที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน สามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี มีการประสานขอรับการสนับสนุนจนสามารถส่งความช่วยเหลือมาได้เร็วขึ้น (มีเสียงสัมภาษณ์)

ส่วนกรณีน้ำที่มารอบที่ 2 อาจจะส่งผลกระทบทำให้การฟื้นฟูล่าช้าออกไป นายอนุทิน บอกว่า ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบแน่ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในพื้นที่ก็ไม่ได้ไปไหน ยังสามารถวางแผนรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีกว่ารอบแรก จึงเชื่อว่าการฟื้นฟูต่างๆ น่าจะสามาราถทำได้ตามแผนเดิม ซึ่งทุกฝ่ายตั้งใจว่าจะทำให้แม่สายกลับมาปกติให้เร็วที่สุด ส่วนอนาคตจะเกิดอุทกภัยอีกไหม ยังบอกไม่ได้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ แต่เท่าที่ได้รับรายงานการระบายน้ำสามารถทำได้ดีขึ้น ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเกิดอุทกภัยรุนแรงอีกแล้ว ภารกิจหลักจึงมุงเน้นไปที่การฟื้นฟูซึ่งตอนนี้ก็ทำไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้แม่สายกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุด (มีเสียงสัมภาษณ์)

นอกจากนั้นนายอนุทินพร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมขังและดินโคลนตกค้างอยู่หนักมากคือที่เหมืองแดง ซอย 8 หรือชุมชนบ้านผามควาย เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูอยู่ในพื้นที่จำนวน 2 จุด คือที่บ้านเหมืองแดง หมู่ 2 และบ้านปิยะพร หมู่ที่ 13 ต.แม่สาย พร้อมทั้งได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่วัดปิยะพร อีกด้วย

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดที่ อ.แม่สาย หลังระดับน้ำในแม่น้ำสายได้ลดระดับลงจนต่ำกว่า 5 เมตร ทำให้น้ำที่เคยท่วมขังในหลายพื้นที่ได้ค่อยๆ ลดลง ที่ตลาดสายลมจอยซึ่งเมื่อวานน้ำท่วมขังสูง หลังมีการนำท่อสูบน้ำซิ่งลงไปสูบน้ำออกทำให้พื้นที่น้ำลดลงเร็วขึ้น ภารกิจหลังน้ำลดคือต้องรีบตักดินโคลนอก เพื่อดำเนินการในส่วนของการฟื้นฟูต่อไป ส่วนชุมชนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านถ้ำผาจม บ้านเกาะทราย บ้านไม้ลุงขน และบ้านเหมืองแดง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะได้เริ่มการฟื้นฟูอีกครั้ง หลังจากต้องหยุดไปตอนที่น้ำมาขึ้นมาระลอกล่าสุด

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน” ชื่นชม อนุรักษ์พุทธศิลป์ไทยยิ่งใหญ่ ! สถาบันพระปกเกล้า จัดมหกรรมประกวดอนุรักษ์พระบูชา-พระเครื่อง

โดยมี นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ดร.ถวิลวดี บุรีกุล รองเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พลเอก นักรบ บุญบัวทอง ประธานดำเนินงาน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน พระปลัดสุรเชษฐ์ สุรเชฏฺโฐ เจ้าอาวาสวัดโตนด นายพิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์)อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมพระเครื่อง พระบูชาไทย คณะนักศึกษา หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่น 1-14 สถาบันพระปกเกล้า ตลอดจน แขกผู้มีเกียรติร่วมในงานอย่างคับคั่ง

นายอนุทิน กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้า ถือเป็นเสาหลักของภูมิปัญญาทางการเมืองของประเทศไทย เป็นเรื่องน่าชื่นชม ที่ทางสถาบันฯ ได้จัดกิจกรรม “มหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่อง” ขึ้น เพื่อหารายได้สนับสนุนโครงการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ในฐานะที่ตนเป็นนักการเมือง ทำงานการเมืองมาเกินครึ่งของชีวิตการทำงานแล้ว ก็ดีใจที่การเมืองภาคพลเมืองจะได้รับการสนับสนุน เพราะนั่นหมายถึง การมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพของประชาชนต่อไป อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาทางการเมืองและการบริหารประเทศอย่างยั่งยืน

“การที่ทุกท่านมาร่วมงานมหกรรมประกวดพระเครื่องฯครั้งนี้ ขอยืนยันว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เพราะไม่มีพระเครื่ององค์ใดที่เป็นแชมป์ตลอดไป แต่อยู่ที่ใจของเรา หากเราคิดว่าพระองค์ใด ถูกใจ หรือถูกโฉลกกับเรา พระองค์นั้นคือองค์ที่สวยที่สุด มีมูลค่ามากที่สุด หรืออาจจะประเมินค่าไม่ได้” รมว.มหาดไทย กล่าว

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มว่า ขอให้ทุกคนใช้โอกาสนี้ในการชื่นชมพุทธศิลป์ ศิลปะของไทย ที่ล้วนแล้วแต่มีคุณค่า มีความเป็นสิริมงคล และได้ร่วมกันถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา อันเป็นที่พึ่งทางใจ
การมีพระเครื่องอยู่ที่คอ อย่างน้อยจะทำให้เรายับยั้ง และมีจิตสำนึกที่ดี ในการจะทำสิ่งที่สุ่มเสี่ยง หรือปฏิบัติสิ่งที่ไม่ดี

ด้าน พลเอกนักรบ บุญบัวทอง ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อนำรายได้สนับสนุน โครงการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ของสถาบันพระปกเกล้า เพื่อเป็นการสนับสนุนการอบรมให้ความรู้ประชาธิปไตย แก่ภาคพลเมืองเยาวชนทั่วประเทศ

สำหรับกิจกรรมประกวดอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่องฯ ดำเนินการขึ้นระหว่าง วันที่ 5-6 ตุลาคม โดยมีรางวัลประเภทโต๊ะต่างๆ 78 รางวัล และมี รางวัลชนะเลิศ 3 รางวัล ได้แก่รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมสูงสุด รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระยอดนิยม และรางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระทั่วไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากพิธีเปิดงาน รมว.มหาดไทย นำคณะผู้จัดงาน เดินเยี่ยมชมบูธการจัดแสดงพระเครื่องพระบูชาที่มาจากทั่วประเทศ พร้อมเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดพระอีกด้วย

“สว.อังกูร” ผนึกกำลัง 20 องค์กร แบ่งปันความสุข รวมพลังฟื้นฟูสวัสดิภาพสัตว์ที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

เวลา 10.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2567 ที่วิทยาลัยการตำรวจ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จิน ผบช.ศ. และ รศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร อุปนายกสมาคมป้องกันกาทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย นายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย ร่วมกับ 20 องค์กรเครือข่าย ร่วมปล่อยคาราวานรถสิ่งของ อาหาร เวชภัณฑ์ วัคซีนที่จำเป็นต่อสัตว์ ในโครงการช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูสวัสดิภาพสัตว์ หลังประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย ส่งไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่

พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง เปิดเผยว่า อุทกภัยที่เกิดครั้งนี้ ส่งผลให้คนและสัตว์ได้รับความเดือดร้อนทุกข์ยาก ลำบากค่อการใช้ชีวิตตามปกติ ด้วยความห่วงใย จึงได้หารือคณะทำงาน โดยเฉพาะสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ในการให้ความช่วยเหลือผผุ้ประสบภัยทั้งสรรพสัตว์น้อยใหญ่ที่เดิอดร้อน จึงนำมาซึ่งการร่วมกับองค์กรเครือข่ายต่างๆเพื่อเยียวยาฟื้นฟูสวัสดิภาพสัตว์หลังประสบอุทกภัย เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายซื้อยา อาหาร และเวชภัณฑ์ในการดูแลสัตว์ ป้องกันโรคที่จะเกิดจากสัตว์ รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยด้วย

ด้านนายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนกรมปศุสัตว์ ขอบพระคุณทุกท่าน ทุกองค์กร ทุกเครือข่าย ที่ระดมสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร เวชภัณฑ์ต่างๆส่งไปช่วยเหลือสัตว์และพี่น้องชาวเชียงใหม่ เชียงราย ที่ได้รับผลกระทบ คุณประโยชน์ครั้งนี้ เป็นการช่วยเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างมีเมตตาธรรม ให้โลกใบนี้มีความรัก ความสงบสุขร่วมเย็น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ราชภัฏเทพสตรี ตีฆ้องชัย โหมโรงเปิดเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียงฯ

วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 13.30 น. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 โรบิสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี ผศ.ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี นายสมมาส มั่งคั่ง นายกเทศมนตรีตําบลป่าตาล และ ผศ.ดร.มยุรี รัตนเสริมพงศ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลโคมลม ครั้งที่ 1 “เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล” ณ บริเวณเทศบาลตําบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

หลังจากการแถลงข่าวเสร็จมีการโชว์เดินแบบเสื้อผ้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรงของชาวลาวเวียงบ้านป่าตาล เป็นผลงานการออกแบบของนักศึกษาสาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี อีกทั้งภายในงานยังมีกิจกรรมการสาธิตทำโคมลมและพวงมโหตร การแสดงสินค้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรง และอาหารพื้นถิ่นของชาวลาวเวียง โดยมีนางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี สื่อมวลชน ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย โดยมี ผศ.ดร.มยุรี รัตนเสริมพงศ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็น หัวหน้าโครงการวิจัย ภายใต้ชื่อโครงการ “การฟื้นวิถีชีวิตทุนทางวัฒนธรรมลาวเวียงผ่านการสร้าง เทศกาลวัฒนธรรมลาวเวียงบ้านป่าตาล อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี”
สำหรับความเป็นมาของเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 “เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล” โดยอดีตในช่วงวันออกพรรษา ขึ้น14-15 ค่ำ เดือน 11 และแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ( เดือนตุลาคมของ ทุกปี )

ชาวลาวเวียงบ้านป่าตาลจะมีประเพณีการไหว้ม้าประทีปหรือการได้หางประทีป ที่วัดใน พื้นที่ตำบล ป่าตาล 4 วัด ได้แก่ วัดห้วยเปี่ยม, วัดป่าตาล, วัดป่าหวายเก่า และวัดป่าหวายทุ่ง ซึ่งม้าประทีปเป็นสัตว์พาหนะของพระพุทธเจ้า เมื่อถึงวันออกพรรษาม้าประทีปจะลงมาจากสวรรค์เพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้บูชา และขอพรให้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันทำโคมลมและการปล่อยโคมลมเกิดขึ้น ระหว่างวัดในพื้นที่บ้านป่าตาล เมื่อบูชาพระพุทธเจ้าบนสวรรค์ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้เลื่อนหายไปจากชุมชนลาวเวียงบ้านป่าตาลจึงนำไปสู่การหารือและมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะรื้อฟื้นสิ่งประดิษฐ์ภูมิปัญญา

บรรพบุรุษการทำโคมลมและการปล่อยโคมลม ที่หายไปกว่า 50 ปี จากประเพณีการไต้หางประทีปในช่วง วันออกพรรษาของลาวเวียงบ้านป่าตาล กลับคืนมาอีกครั้ง จึงได้มีการจัดงานเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 ” บิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล ” ขึ้นมา โดยกำหนดการจัดงานในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2567 เวลา 16.00 – 22.30 น. ณ เทศบาลตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

โดยกิจกรรมในวันที่ 18 ต.ค.2567 ประกอบไปด้วย ขบวนแห่โคมลม การแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดลพบุรี ได้แก่ลาวเวียงบ้านป่าตาล, ลาวเวียงหนองแขม, ลาวแง้วพุคา, ไทพวนถนนใหญ่, ไทยวนหนองกระเบียน, ไทพวนโคกกระเทียม, มอญบางขันหมาก นอกจากนั้นมี การแสดงดนตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จำลองหมู่บ้านลาวเวียง ชมหนังกลางแปลง ชิม ช็อป อาหารพื้นถิ่น และสินค้า OTOP และในวันที่ 19 ต.ค. 2567 มีการประกวดส้มตำปลาร้าต่อน, การแสดงวิถีชีวิตลาวเวียงบ้านป่าตาล, การเดินแบบเสื้อผ้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรง, รำวงย้อนยุค-บาสโลบ

โดยทั้ง 2 วัน มีการแสดงดนตรี”วงลวนรินทร์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี กิจกรรมพิธีไหว้ใต้หางประทีป, กิจกรรมชมวิถีลาวเวียงบ้านป่าตาล, สาธิตการทำโคมลมและพวงมโหตร ทั้งยังมี หนังกลางแปลง ชิม ช็อปอาหารพื้นถิ่น และสินค้า OTOP สำหรับจุดไฮไลท์ : โคมลมยักษ์ และ อุโมงค์โคมลม อีกด้วย ซึ่งทางเทศบาลตำบลป่าตาล ขอเชิญชวนชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มาเที่ยวชม สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมลาวเวียงบ้านป่าตาลในครั้งนี้ด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนณ ลานประตูท่าแพ น้ำท่วมเชียงใหม่

(5 ต.ค.67) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ฐากูร นิ่มสมบุญ ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.อัมรินทร์ อัมพรมหา รอง ผบก.ทท.2 และ พ.ต.ท.มกรา  ศรีสกุลพิสุทธิ์  สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.2 ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชน โดยมีศูนย์ช่วยเเหลือส่วนหน้าที่ ณ ลานประตูท่าแพ  บริเวณชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง (S.T.C.) เชียงใหม่

และภายหลังปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยใช้สำนักงาน ททท.จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดประสานงาน เพื่อช่วยเหลือแบบบูรณาการกับทุกหน่วยงาน โดยมีท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ และมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นรองหัวหน้าศูนย์



โดยได้จัดให้มีบริการ รับ-ส่ง นักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ปลอดภัย ,สนามบิน และที่พัก ทั้งทางรถยนต์ และทางเรือ พร้อมทั้งบริการแจกอาหาร และน้ำดื่ม รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวสามารถขอความช่วยเหลือผ่านช่องทาง 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีข้าราชการตำรวจ 
เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด กก.2 บก.ทท.2 และอาสาสมัครช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ร่วมปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ทางศูนย์ปฏิบัติการร่วมฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไปได้แล้วกว่า 500 ราย ....

สมจิตร แสงบันลังค์ แมวคาบข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 จับกุมยาบ้า 1.17 ล้านเม็ด/พบศพหญิงดับปริศนา สภาพมีเชือกผูกคอ กับต้นไม้บนภูเขา อ่างห้วยไร่ 2

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (บก.นบ.ยส.24) อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานด้านยาเสพติด รวมถึงปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย ในพื้นที่รับผิดชอบอำเภอชายแดนของจังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี รวม 25 อำเภอ 92 ตำบล 512 หมู่บ้าน

พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม​ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวทิ้งท้ายว่า “ ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ และลุกลามโดยไม่มีเวลาให้เราตั้งหลักนาน ดังนั้นการปฏิบัติงานของ นบ.ยส.24 ต้องมุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เข้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน อย่างเร่งด่วน และจริงจัง“

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางไปที่ สถานีตำรวจภูธรชานุมาน อ.ชานุมาน​จ.อำนาจเจริญ เพื่อร่วมแถลงข่าวจับกุม ยาบ้า 1,174,000 เม็ด เมื่อ 1 ตุลาคม 2567 โดยสรุปดังนี้​ ตามนโยบายรัฐบาล โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย พร้อมทั้งการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหา ผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ภายใต้อำนวยการโดย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

พลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พลตำรวจตรี มารุต เรืองจินตนา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พันจ่าเอก สุวิน ห้องแซง นายอำเภอชานุมาน พันตำรวจเอก โชติ์นรินทร์ ศุภาวรัตม์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชานุมาน มีผลการจับกุมคดียาเสพติด​ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย​ ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23, ตำรวจสืบสวน สถานีตำรวจภูธรชานุมาน, ฝ่ายปกครองอำเภอชานุมาน, หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี, ตำรวจ มว.ฉก.หมวดเฉพาะกิจ ตำรวจตระเวนชายแดน 2273

ได้ร่วมจับกุม ผู้ต้องหาเป็นชาย 2 คน อายุ 22 ปี และ 14 ปี ซึ่งเป็นราษฎรบ้านเปื่อย ตำบล เปื่อย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,174,000 เม็ด, รถยนต์ Honda สีขาว ทะเบียน กง 920 อำนาจเจริญ 1 คัน และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สถานที่จับกุม บริเวณถนนลูกรังเสียบห้วยนาทัน บ้านโนนสำราญ หมู่ที่ 14 ตำบลซานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
โดยก่อนเกิดเหตุ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) จะลักลอบขนยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทย บริเวณริมฝั่งโขงปากห้วยนาทัน หมู่ที่ 14 บ้านโนนสำราญ ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ชุดจับกุมจึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานหน่วยความมั่นคงในพื้นที่เพื่อวางแผนจับกุม ต่อมา

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตรวจพบยาบ้า (ของกลางที่ตรวจยึดได้) จึงได้วางกำลังดักซุ่มตามจุดต่างๆ ตามความเหมาะสม และตามที่ได้วางแผนไว้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดักซุ่มได้เห็น รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า แจ็ส สีขาว หมายเลขทะเบียน กง 920 อำนาจเจริญ ซึ่งมีชายอายุ 22 ปี เป็นคนขับ และมีชาย อายุ 14 ปี ที่นั่งมาด้วย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ทั้ง 2 คน จึงลงจากรถเก๋ง และได้ยกกระสอบที่บรรจุยาบ้าขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม บุคคลทั้ง 2 ไว้ได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ต่อมาได้นำผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชานุมาน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

กองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี และ ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ตอนใน และชายแดน โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

มุกดาหาร​ -​สลด! พบศพหญิงดับปริศนา สภาพมีเชือกผูกคอกับต้นไม้บนภูเขาอ่างห้วยไร่ 2

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2567 ศูนย์รับแจ้งเหตุ สถานีตำรวจภูธรผึ่งแดด ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบศพหญิงสาวมีเชือกผูกแขวนคอห้อยอยู่กับต้นไม้บนภูเขาบริเวณพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยไร่ 2 ตำบลดงมอน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงได้แจ้งร้อยเวรสอบสวนรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมกับประสานขอความร่วมมือจากกู้ภัยร่วมใจ จุดคำชะอี (ในอุปถัมภ์พระครูปลัด พูลธวัฒน์ อิทธิญาโณ) ช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาจากบนเขา และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมุกดาหาร

จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นของผู้ตายระบุชื่อ น.ส.นภา กองสุข อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/5 หมู่ที่ 1 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี และใกล้กับจุดพบศพยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า zoomer X สีเขียว-เอเลี่ยนกรีน ทะเบียน 1 กส ชลบุรี 1274 จอดอยู่โดยมีหมวกกันน็อคสีดำวางอยู่บนเบาะที่นั่ง จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อสอบสวนสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ศูนย์ข่าว​มุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับฝ่ายปกครองแถลงการณ์ ตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย

นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ,พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 และ พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ณ ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ร.13) โดย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ครั้นเมื่อเวลา 2130 น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 จัดกำลังพลเฝ้าตรวจ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังสวนยางพารา พื้นที่บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้จำนวน 2 กระเป๋า ใบที่1 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด และเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม และ กระเป๋าที่ 2 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด หน่วยได้ประสาน ฝ่ายปกครองอำเภอโพนพิสัย,ตร.สภ.โพนพิสัย,หน่วยเรือโพนพิสัย,ตร.น้ำหนองคาย ร่วมทำการตรวจยึด ปัจจุบันนำของกลางมาทำการตรวจนับที่ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ เนื่องจากกลุ่มขบวนการดังกล่าวมักจะลักลอบขนยาเสพติดในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากต่อปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมืด อันตราย และเสี่ยงต่อการใช้อาวุธ และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการปฏิบัติงานของกำลังพล ตามนโยบายรัฐบาล โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย พร้อมทั้งการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหา ผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

กองทัพภาคที่ 2 โดย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ตอนใน และชายแดน โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี​ #กองทัพภาคที่2​ #กองทัพบกroyalthaiarmy​ #กรมการปกครอง​ #กระทรวงมหาดไทย​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ผอ.เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มั่นใจน้ำไม่กระทบประชาชนท้ายเขื่อน 100% เพียงพออุปโภค บริโภค

นายชูพงศ์ อิศรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ เปิดเผยว่า จากการประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ที่พยากรณ์ไว้ว่าฝนจะเริ่มเบาบางลงในวันที่ 4 , 5 และ 6 ตุลาคม 2567 ซึ่งปัจจุบันนี้แม่น้ำป่าสักช่วงวิเชียรบุรีก็ยังถือว่ามีปริมาณน้ำค่อนข้างสูงซึ่งอยู่เหนือเขื่อนป่าสักโดยน้ำเหล่านี้ก็จะไหลเข้าสู่เขื่อนป่าสัก ณ ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักมีความจุอยู่ประมาณ 600 กว่าล้าน ลูกบาศก์เมตร ยังสามารถรับได้อีกอยู่ประมาณ 300 กว่าล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นประมาณ 67%ความจุของอ่างที่สามารถเก็บกักได้ 960 ล้านลูกบาศก์เมตรของเขื่อน ในส่วนของการระบายน้ำปัจจุบัน รับน้ำด้านเหนือไหลเข้าอ่าง วันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบายออกอยู่ที่ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็นระบายออกไป 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เก็บไว้ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใน

วันที่ 4 จากการคาดการณ์ภูมิอากาศปริมาณน้ำฝนอาจจะลดลงเนื่องจากความกดอากาศที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน จะทำให้ฝนลดน้อยลง ตั้งแต่วันที่ 4 , 5 และ 6 เป็นต้น ซึ่งในลักษณะเช่นนี้เขื่อนก็จะลดการระบายเพื่อให้สอดคล้องกับน้ำที่อยู่ด้านเหนือ ที่จะเข้าเขื่อน โดยจะเริ่มลดการระบายตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม จาก 350 เหลือ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 5 ตุลาคม ลดจาก 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในวันที่ 6 ตุลาคม เหลือระบาย 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับน้ำที่ยังคงมีช่องว่างเหลืออยู่ ก็คาดว่าสิ้นสุดฤดูฝน ในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ตามปฏิทินของกรมชลประทานก็จะสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมีน้ำเต็ม 100% ความจุของเขื่อน ซึ่งในปีนี้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งจะมีน้ำให้เกษตรกรเพื่ออุปโภค บริโภค และผลักดันน้ำเค็ม การรักษาระบบนิเวศ การอุตสาหกรรม ตลอดจนการเพาะปลูกด้านการเกษตรต่างๆ ในตลอดช่วงตลอดฤดูแล้งเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังเราต้องติดตามสภาวะภูมิอากาศเป็นหลักก็คือน้ำที่อยู่บนฟ้าซึ่งไม่มีความแน่นอน จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศค่อนข้างมาก จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เราก็จะต้องติดตามทุกวัน ในส่วนของพายุที่จะเกิดหรือไม่เกิดนั้น เราก็ไม่นิ่งนอนใจในส่วนของเขื่อนป่าสักก็จะติดตามทั้งน้ำบนฟ้า และน้ำที่ลงมาเป็นน้ำท่าจากสถานีวัดน้ำต่าง ๆ ตั้งแต่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มาจนถึงเขื่อนป่าสักเราจะมีสถานีวัดน้ำติดตามสถานการณ์น้ำตลอดเส้นทาง เพื่อที่จะวางแผนการจัดการน้ำได้เป็นรายสัปดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

แต่อย่างไรก็ตาม หากอาจต้องมีการระบายน้ำเพิ่มเติมด้านท้ายเขื่อนเพื่อให้การเก็บกักน้ำหน่วงน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจะดำเนินการระบายตามแผนในปริมาณที่เหมาะสมไม่ให้น้ำล้นตลิ่งและจะแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนก่อนการระบายน้ำทุกครั้ง ตลอดจนไปถึงพี่น้องที่อยู่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านท้ายเขื่อนพระราม 6 ก็จะได้รับการแจ้งเตือน ก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน โดยน้ำจากเขื่อนป่าสักจะไปถึง พระราม 6 ที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็จะใช้เวลาเดินทาง 1 วัน ทั้งนี้คาดว่าถ้าไม่มีพายุฝนก็จะสามารถที่จะผ่านฤดูฝนในปีนี้ไปได้โดยที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบทั้งพี่น้องประชาชนคนลพบุรี คนสระบุรี ตลอดจนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานครอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร้อย.ฉก.ทพ.2107 เร่งช่วยเหลือประชาชนที่โดนน้ำป่าไหลหลาก ซัดบ้านเรือนข้าวของเสียหาย / ​แก๊งยาบ้าตีเนียน ใช้รถตู้ขนยาบ้า 4 แสนเม็ด

เมื่อวันที่​ 3 สิงหาคม​ 2567​ โดย ร.ท.พิชิตพล เคนดา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ฉก.ทพ.21 จัดกำลังพล ร่วมกับ สภ.ภูเรือ,ตชด.247,ผู้นำชุมชน และ ราษฎรในพื้นที่ บ.แก่งม่วง ต.ท่าศาลา อ.ภูเรือ จ.เลย ให้การช่วยเหลือประชาชนที่โดนน้ำป่าไหลหลากซัดบ้านเรือนข้าวของเสียหาย

เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ โดยเร่งช่วยนำรถยนต์ของราษฎรขึ้นจากโคลน และทำความสะอาดบริเวณบ้านพักอาศัยของราษฎร พร้อมเข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับราษฎร โดยการมอบของบริโภคให้กับผู้ประสบอุทกภัย เพื่อใช้ดำรงชีพเบื้องต้นและเป็นการช่วยเหลือให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยที่มีทหารคอยช่วยเหลือเมื่อภัยมา

​แก๊งยาบ้าตีเนียนใช้รถตู้ขนยาบ้า 4 แสนเม็ด แต่สุดท้ายไปไม่รอด

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2567​ ร.ท.วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาบ้ามาพักไว้ในพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร วางกำลังตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด

กระทั่งเวลา 02.30 น. ชุดปฏิบัติการร่วมได้ตรวจพบรถตู้ต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์นเงิน ทะเบียน นข 2157 มุกดาหาร วิ่งเข้ามายังพื้นที่จุดพักยาเสพติดในบ้านภูผาเทิบ ต.นาสีนวน จึงได้คอยเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว จนกระทั่งเวลา 03.00 น. รถตู้คันดังกล่าวก็วิ่งกลับออกมา ชุดปฎิบัติการร่วมจึงได้นำรถยนต์เข้าสกัดเพื่อขอตรวจค้น แต่รถตู้คันดังกล่าวได้พยายามจะหลบหนีโดยได้ขับรถพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่

เพื่อเปิดทางหลบหนีจนทำให้รถเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย 2 คัน จากนั้นคนขับรถตู้ก็ได้เปิดประตูรถและวิ่งหลบหนีไป จากการตรวจสอบในรถตู้พบถุงดำขนาดใหญ่จำนวน 2 ถุง เมื่อเปิดออกดูพบห่อยาบ้า 200 มัด จำนวน 400,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนคนขับรถที่หลบหนีไปเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วว่าคือ นายวีรพันธ์ ซาเสน อายุ 50 ปี ที่อยู่เลขที่ 89 หมู่ 9 ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการขอให้ศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ #ทหารพรานที่2105 #ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพภาคที่2

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทำบุญอายุวัฒนมงคลครบ 5 รอบ 60 ปี พระเทพวชิรปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง / ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานพีธีสาธยายมงคลคาถาคำภีร์ปั๊กเต้าเก็ง รับกินเทศกาลเจปี 67

วันที่ 3 ต.ค.67 ที่วัดชัยมงคล พระอารามหลวง พัทยาใต้ จ.ชลบุรี ได้มีการจัดงานทำบุญอายุวัฒนมงคลครบ 5 รอบ 60 ปี พระเทพวชิรปัญญาภรณ์ (อนันต์ ธัมมโชโต) รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล (พระอารามหลวง) และพิธีมอบทุนการศึกษาสงเคราะห์แก่นักเรียนโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยา ประจำปี 2567 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง, นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง โดยมีนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

สำหรับพระเทพวชิรปัญญาภรณ์ หรือพระอาจารย์อนันต์ ธัมมโชโต รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสพระรามหลวง วัดชัยมงคล อายุ 60 ปี พรรษา 40 อดีตชื่อ นายอนันต์ บุญช่วยเหลือ เกิดวันที่ 1 ตุลาคม 2507 บุตรของนายเตือน นางขวัญ บุญช่วยเหลือ เริ่มบรรพชาวันที่ 22 มิถุนายน 2522 ณ วัดชากขุนวิเศษ ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ก็มุ่งมั่นศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยและจริยวัตรอย่างเหมาะสม เป็นพระนักพัฒนา ถือเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนและพุทธศาสนิกชนเมืองพัทยามาอย่างยาวนาน

และเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ พัดยศ พระราชาคณะ ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ทรงพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ ให้พระราชสารโสภณ (อนันต์ ธมมโชโต) เป็น “พระเทพวชิรปัญญาภรณ์” พระราชาคณะชั้นเทพ เนื่องด้วยวัดชัยมงคล (พระอารามหลวง) ถือเป็นศาสนสถานคู่บ้านคู่เมืองพัทยาทำให้มีผู้เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ภายในพิธียังได้จัดมอบทุนการศึกษาสงเคราะห์แก่นักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา 8 และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดชัยมงคล ประจำปี 2567 รวม 250 ทุน แบ่งเป็นทุนการศึกษาสำหรับชั้นอนุบาลจำนวน 50 ทุน ทุนละ 1,000 บาท ทุนการศึกษาสำหรับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 200 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท และทุนการศึกษาต่อเนื่องจำนวน 3 ทุน ๆ ละ 10,000 บาท พร้อมกันนี้ยังได้บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อสมทบทุนสร้างห้องผู้ป่วยสำหรับพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 30 เตียง

ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานพีธีสาธยายมงคลคาถาคำภีร์ปั๊กเต้าเก็ง รับกินเทศกาลเจปี 67

วันที่ 3 ต.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพีธีสาธยายมงคลคาถาคำภีร์ปั๊กเต้าเก็ง โดยนักพรตศาสนาเต๋า จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 ณ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

 ด้วยมูลนิธิรัศมีมณีรัตน์ (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) กำหนดจัดงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ตุลาคม 2567 ณ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เป็นเวลา 12 วัน 11 คืน 

โดยในกิจกรรมเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน มาร่วมปฏิบัติธรรมถือศีลกินเจ ในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 นี้เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตร่วมกันด้วย

ระดมสมองประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานส่วนตำบลจังหวัดชลบุรี

วันที่ 3 ต.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานส่วนตำบลจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 4/2567 โดยมี น.ส.สุดินา แก้วดี ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั่วทั้งจังหวัดชลบุรี ในฐานะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ที่ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี

โดยการประชุมในครั้งนี้ มีระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ อาทิ ประกาศรับสมัครสรรหาพนักงานส่วนตำบลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร รายงานการคัดเลือกหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายเพื่อช่วยเหลือในการสรรหา แผนดำเนินการสรรหาสายงานผู้บริหารที่ว่าง พิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้สมัครให้ถูกต้อง

ตลอดจนพิจารณาร่างประกาศคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานส่วนตำบลจังหวัดชลบุรี เรื่อง รายชื่อพนักงานส่วนตำบลผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร และเรื่องกำหนดวัน เวลา สถานที่สรรหา และระเบียบเกี่ยวกับการสรรหาพนักงานส่วนตำบลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร พิจารณาขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบภาคความรู้เฉพาะตำแหน่งต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“สัปเหร่อ” สุดเจ๋ง คว้า 7 รางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567


“สัปเหร่อ” สุดเจ๋ง คว้า 7 รางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567
ถือเป็นงานประกาศรางวัลทรงคุณค่าของวงการภาพยนตร์ไทยที่จัดต่อเนื่องยาวนานถึง 32 ปี สำหรับงานประกาศรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 32 ประจำปี 2566” จัดขึ้นโดย สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และ บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด (ทรูโฟร์ยู ช่อง 24) ปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “แสงแห่งกันและกัน” ซึ่งไอเดียมาจาก “แสงแห่งศรัทธา” ที่ผู้สร้างหนังและผู้ชมภาพยนตร์ต่างร่วมกันรักษาและสอดส่องดูแล เปรียบได้ดั่ง “ความร่วมมือร่วมใจในกันและกัน” เพื่อก้าวไปสู่ “ยุคทอง” ครั้งใหม่ของหนังไทยต่อไป โดยจัดขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2567 ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ชั้น 6 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
เปิดฉากงานด้วยพาเหรดเดินพรมแดงจากเหล่า ผู้กำกับ นักแสดง จากค่ายภาพยนตร์ต่าง ๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ได้แก่ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยากรณ์, มุกดา นรินทร์รักษ์, โตโน่-ภาคิน คำวิไลศักดิ์, โต้ง-บรรจง ปิสันธนะกูล (ผู้อำนวยการสร้าง), โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ (ผู้กำกับ), วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ (ผู้กำกับ), อัตตา เหมวดี (ผู้กำกับ), มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ (ผู้กำกับ), แหลม-สมพล รุ่งพาณิชย์,อุกฤษ วิลลีย์ บรอด ดอนกาเบรียล จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร, สหัสชัย ชุมรุม, ทราย-อินทิรา เจริญปุระ, แม็กซ์-ณัฐวุฒิ เจนมานะ, ณัฏฐ์ กิจจริต, วันเดอร์เฟรม, ลุค อิชิคาว่า, เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์, ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน, ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์, โทนี่ บุยเซอเรท์, จั๊มพ์-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ, ต้องเต-ธิติ ศรีนวล, ตาต้า-ชาติชาย ชินศรี, คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา, รัฐบาล พรหมสาขา ณ สกลนคร, เมเบิ้ล-สิริวลี สิริวิบูลย์, ลิลลี่ เหงียน, รัก-สุลักษมิ์ ศิริภัทรพงศ์, มู่หลาน-เสกพร สุพรรณธนพงษ์, แนส-นภิสรา สนธิขันธ์, บาส-อัศวภัทร์ ผลพิบูลย์ และ ต๋อง-ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา
จากนั้นสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติร่วมรับชมวิดิโอเพื่อระลึกถึงบุคคลในวงการภาพยนตร์ผู้ล่วงลับ ก่อนที่พิธีกรกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ พร้อมนำเข้า VTR รวมหนังไทยทั้งหมดในปี 2566 ที่เข้าชิงรางวัลในปีนี้ทั้ง 54 เรื่อง “สะพานรักสารสิน 2216”, “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์”, “ทิดน้อย”, “ปรากฏการณ์”, “เธอกับฉันกับฉัน”, “ปลายทางฝัน ฉัน..มีเธอ”, “Me and The Magic Door”, “บังเอิญรัก ข่อยฮักเจ้า”, “เกม/ล่า/ตาย”, “รักได้แรงอก” , “ขุนพันธ์ 3”, “แสงกระสือ 2, “บ้านเช่า…บูชายัญ”, “เสือเผ่น๑”, “อาตมาฟ้าผ่า”, “หุ่นพยนต์” , “รักแรกโคตรลืมยาก”, “ผีฮา คนเฮ”, “เซียนหรั่งเดอะมูฟวี่”, “เด็กกว่าแล้วไง ก็หัวใจมัน I Rock You”, “ผู้บ่าวไทบ้าน อวสานอินดี้ ทองคำ+ปราณี”, “The Last Breath of Sam Yan”, “อีหนูอันตราย”


“ลอง ลีฟ เลิฟว์”, “ดับแสงรวี”, “คุณตูบสายดาร์ก ปิดเมืองกัด”, “มอนโด รัก I โพสต์ I ลบ I ลืม”, “นะหน้าทอง”, “แมนสรวง”, “ไปรษณีย์ 4 โลก”, “100 วัน เกมอาฆาต”, “ปราณี”, “บินล่าฝัน”, “ธีซิส อมตะพันธุ์สยอง”, “กุมาร”, “ของแขก”, “สัปเหร่อ”, “นักรบมนตรา : ตำนานแปดดวงจันทร์”, “14 อีกครั้ง”, “อยากตาย อย่าตาย มรณาค่าเฟ่”, “ธี่หยด”, “เพื่อน (ไม่) สนิท”, “เรดไลฟ์ รักละเลย”, “นาค เรื่องเล่าจากชาวบ้าน, “มนต์ดำสั่งตาย”, “อานนเป็นนักเรียนตัวอย่าง”, “ลับแลคำชะโนด”, “4 Kings2”, “สลิธ โปรเจกต์ล่า”, “สมมติ”, “ทะเลของฉัน มีคลื่นเล็กน้อย ถึงปานกลาง”, “อีสาน ซอมบี้”, “อวสาน เนตรนารี” และ “แฟนฉัน ความทรงจำสีจาง”
ในปีนี้ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้มอบรางวัล สุพรรณหงส์เกียรติยศ (Lifetime Achievement Award) .ให้กับ รองศาสตราจารย์บรรจง โกศัลย์วัฒน์ บิดาแห่งวิชาภาพยนตร์สมัยใหม่ไทย มอบโดย คุณธนกร ปุลิเวคินทร์ ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, รางวัลผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ อินทิรา เจริญปุระ จาก 4Kings2, รางวัลผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ได้แก่ พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ จาก เพื่อน (ไม่) สนิท , รางวัลเทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม ได้แก่ ขุนพันธ์ 3 จาก บริษัท ฮิวแมน ฟาร์ม วีเอฟเอ็กซ์ สตูดิโอ จำกัด, บริษัท เซอร์เรียล สตูดิโอ จำกัด, บริษัท ดาร์ค อาร์มี่ สตูดิโอ จำกัด, รางวัลเทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม ได้แก่ “ธี่หยด” โดย มีนา จงไพบูลย์, อัยมี่ อิสลาม, ศิวกร สุขลังการ, อาภรณ์ มีบางยาง และ รุจิระ ไชยภัฏ, รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ได้แก่ “แมนสรวง” โดย กิจจา ลาโพธิ์ และ นักรบ มูลมานัส, รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ได้แก่ “แมนสรวง” โดย นักรบ มูลมานัส และ สุประสิทธิ์ ภูตะคาม

รางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ได้แก่ “เธอกับฉันกับฉัน” โดย ชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล, รางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ “สัปเหร่อ” เพลง ‘ยื้อ’ : ปรีชา ปัดภัย, เซิ้ง มิวสิก, รางวัลบันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม ได้แก่ “ธี่หยด” โดย เอลวิน ที และ บริษัท กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ จำกัด, รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม ได้แก่ “เพื่อน(ไม่)สนิท” โดย ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต, รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม ได้แก่ “เรดไลฟ์” โดย บุญยนุช ไกรทอง , รางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ได้แก่ “The Last Breath of Sam Yan” จาก ยัง ฟิล์ม เมกเกอร์ ออฟ ไทยแลนด์ และ บริษัท ฟองเมฆ จำกัด, สามย่านฟิล์ม, รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ “สัปเหร่อ” โดย ธิติ ศรีนวล
และยังมีรางวัลพิเศษ คือ รางวัลภาพยนตร์ไทย ยอดนิยมประจำปี 2566 ได้แก่ ลอง ลีฟ เลิฟว์ มอบโดย คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, รางวัลภาพยนตร์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ สัปเหร่อ มอบโดย คุณประสพ เรียงเงิน อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
รางวัลผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ธิติยา จิระพรศิลป์ จาก “เธอกับฉันกับฉัน”, รางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ ชาติชาย ชินศรี จาก “สัปเหร่อ” ,รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ธิติ ศรีนวล จาก “สัปเหร่อ” มอบโดย คุณสถาพร เที่ยงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม, ภาพยนตร์ไทยรายได้สูงสุดประจำปี 2566 ได้แก่ สัปเหร่อ ” จาก บริษัท ไทบ้าน สตูดิโอ จำกัด และ บริษัท มูฟวี่ พาร์ทเนอร์ มอบโดย นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี, รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ “สัปเหร่อ” จาก บริษัท ไทบ้าน สตูดิโอ จำกัด และ บริษัท มูฟวี่ พาร์ทเนอร์ ประกาศและมอบโดย คุณสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

จากนั้น คุณสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี, คุณยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, คุณประสพ เรียงเงิน อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, คุณธนกร ปุลิเวคินทร์ ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, คุณวิชัย กุลธวัชชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน),คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคนขึ้นเวทีถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน เรียกว่าทุกรางวัลในปีนี้ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจและส่งเสริมอุตสาหกรรมวงการภาพยนตร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังโดยแท้จริง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/กองทัพอากาศ จัดพิธีแสดงความยินดี..พระราชทานยศทหาร ชั้นยส ทหารอากาศ วาระตุลาคม 2567

ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหารชั้นนายพลอากาศ ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพอากาศ โดยแบ่งเป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานยศทหารสูงขึ้น วาระตุลาคม 2567 จำนวน 81 คน ดังนี้
พลอากาศเอก จำนวน 13 คน
พลอากาศโท จำนวน 27 คน
พลอากาศตรี จำนวน 39 คน
และพลอากาศตรีหญิง จำนวน 2 คน

ผู้ที่ได้รับพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ประจำปีงบประมาณ 2567 จำนวน 17 คน ดังนี้
พลอากาศโท จำนวน 1 คน
พลอากาศโทหญิง จำนวน 1 คน
พลอากาศตรี จำนวน 9 คน
และพลอากาศตรีหญิง จำนวน 6 คน

วันนี้ (วันอังคารที่ 1 ตุลาคม 2567) เวลา 10.00 น. พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีแก่นายทหารสัญญาบัตรที่ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหาร ชั้นนายพลอากาศ ในวาระตุลาคม 2567 ณ ห้องรับรองจักรพงษ์ กองบัญชาการกองทัพอากาศ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ

ได้กล่าวแสดงความยินดีและให้โอวาทตอนหนึ่งว่า “เกียรติประวัติและความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นกับท่านและวงศ์ตระกูลในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากท่านได้ใช้ความรู้ความสามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะและมุ่งมั่นทุ่มเท ทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ เป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชา ผมขอให้ทุกท่านรักษาคุณงามความดี

ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในคุณธรรม ตลอดจนดำรงไว้ซึ่งความรักและความสามัคคี ร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาหน่วยงานให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อความผาสุกของประชาชนและความมั่นคงของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์สืบไป”

กองทัพอากาศ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯมุกดาหารสั่งตรวจสอบความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ

   วันที่ 2 ตุลาคม 2567 นายวรญาณ  บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้ขนส่งจังหวัดมุกดาหารออกตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ เพื่อความมั่นใจในการใช้บริการของประชาชน
โดยนายสมพงษ์ เทียนชัยเกิดศิลป์ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการดูแลความปลอดภัยของรถโดยสารผ่านรายการ”ผู้ว่าพบประชาชน”ว่าจังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการรถโดยสารขนาดใหญ่ จำนวน 39 ราย มีรถโดยสาร 20 กว่าคัน ซึ่งมีการตรวจสภาพตามระเบียบปีละ 2 ครั้ง

สำหรับการลงพื้นที่ปฎิบัติการตามมาตรการเชิงรุก สำนักงานขนส่งจังหวัดได้ ปฎิบัติการมาตรการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลโดยประสานผู้ประกอบการรถโดยสารทุกรายให้เตรียมความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง ,ออกตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการให้คำแนะนำการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ ระบบเบรค

ความพร้อมของยาง และอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในรถและอื่นๆ,ออกตรวจความพร้อมของรถและคนขับรถโดยสารประจำทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร,กำชับช่างตรวจสภาพรถเข้มข้นเรื่องการตรวจสภาพรถโดยสารโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของตัวรถเพื่อให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก และเกิดความมั่นใจในการโดยสารรถ

ภาพ/ข่าว วันวิภา แพงแก้ว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​หนุ่มวัย 34 นอนตายปริศนาในรถ หน้าผับดังโฟร์คพระนครมุกดาหาร

เมื่อ เวลา 03.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2567 ร.ต.อ.อลงกรณ์ แวงวรรณ รอง สว.(สอบสวน)ได้รับแจ้งมีชายไทยนอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์กระบะสี่ประตู หมายเลขทะเบียน 35718 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถของร้านโฟร์คพระนคร ต.มุกดาหาร อ. เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้พร้อมกับแพทย์เวรของโรงพยาบาลมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สายสืบร่วมกันชันสูตรพลิกศพผู้ตายเมื่อไปถึงพบศพนายสันติ โคชขึง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่ที่ 4 ต.บ้านแก้ง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

นอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งด้านหลัง มีนายทิวากรณ์ สีทา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 3 ต. โพธิ์ไทรย์ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เจ้าของรถให้การว่าเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกับผู้ตายก่อนเกิดเหตุได้พากันมาเที่ยวดื่มกิน ผู้ตายได้ดื่มสุราและเมาหนักกระทั่งเวลาประมาณ 22.00น.ของวันที่ 2 ตุลาคม ก็บอกว่าต้องการพักผ่อน นายทิวากรณ์ กับเพื่อนจึงพามานอนพักผ่อนภายในรถโดยเปิดประตูรถไว้ทุกบานและไม่ได้ติดเครื่องยนต์ แล้วได้เข้าไปดื่มกินภายในร้านต่อ เมื่อถึงเวลาร้านปิดจึงมาที่รถเห็นนายสันติ นอนอ้าปากค้างอยู่ และไม่รู้สึกตัว จึงเรียกให้คนมาช่วยเหลือแต่ไม่สามารถช่วยได้เนื่องจากนายสันติได้เสียชีวิตแล้วจึงได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพไม่พบร่องรอยก ารต่อสู้และบาดแผลตามร่างกายแต่อย่างใด

จากการสอบถาม นายเกียรติศักดิ์ โคชขึง บิดาของนายสันติ ให้การว่านายสันติ.มีอาการเป็นตระคิวบ่อยครั้งและเป็นคนชอบดื่มสุราเป็นประจำ และเมื่อดื่มสุราเมาแล้วมักจะมีอาการเป็นตระคิว ต้องช่วยเหลือโดยการบีบนวดเป็นประจำ ซึ่งนายสันติ เคยช็อคเนื่องจากดื่มสุราแล้วเป็นตระคิวและได้ช่วยเหลือมาแล้วหลายครั้ง จึงไม่ติดใจสาเหตุการตายของนายสันติ เชื่อว่านายสันติดื่มสุราจนเมาหนักแล้วเป็นตระคิวเสียชีวิตเอง ไม่มีผู้ใดทำร้ายหรือปองร้ายทำให้นายสันติเสียชีวิตแต่อย่างใด

อนึ่ง มีประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณที่ตั้งของผับ โฟล์คพระนคร อยู่ติดถนนพิทักษ์พนมเขตกลางใจเมืองมุกดาหาร เพิ่งเริ่มเปิดบริการเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา และไม่อยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ (Zoning) แต่เหตุใดจึงสามารถเปิดได้อย่างโจ่งแจ้ง และผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบได้อย่างไร

มุกดาหาร​ -​ฉก.ทหารพรานที่2105​ ตรวจยึดเนื้อหมูเถื่อน 1.5 ตัน พร้อมรถที่ใช้ขน​ คนขับทิ้งรถหลบหนี

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2105 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารพราน ออกลาดตระเวนในพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อป้องกันการลักลอบการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ครั้นเมื่อเวลา 22.45 น. ชุดลาดตระเวนได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยขับขี่ออกมาจากถนนเรียบริมแม่น้ำโขง บ.บางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ลักษณะท่าทางมีพิรุธ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่เมื่อคนขับรถยนต์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งเครื่องยนต์ขับรถหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตาม จนกระทั่งเวลา 23.00 น. พบรถยนต์คันกล่าวซึ่งเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บม 5088 ศรีสะเกษ จอดอยู่บนถนนบ้านป่าหวาย ม.9 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยคนขับได้ทิ้งรถยนต์และอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว ตรวจพบเนื้อสุกรแช่แข็งบรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ยจำนวน 1,500 กก. ที่บริเวณท้ายกระบะจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางแล้วส่งมอบให้ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #ทหารพรานที่2105​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพภาคที่2

ภาพ/ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โครงการเมืองพร้าวสดใส เราไม่ทิ้งกัน ณ บ้านห้วยกันใจ , บ้านแม่ทรายขาว ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ..

3 ตุลาคม 2567 โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.วีร์กวิน เสริมศรีธนชัย ผกก.สภ.หางดง ,พร้อม พ.ต.ท.ณัฐวรรธน์ บุญมา รอง ผกก.ป.ฯ,พ.ต.ท.ศุภทัศน์ กิตติวรยศ สว.จร.,พ.ต.ต.เอนก ศรีโพธิ์ สวป.(ชส.)ฯ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมอำนวยความสะดวกเส้นทางจราจร ปิดกั้นเส้นทางเดินรถที่มีน้ำท่วมสูง

ออกประชาสัมสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ระวังและป้องกันเหตุน้ำท่วมเฉียบพลัน ร่วมกับแขวงการทางเคลียร์เส้นทางจราจร และเข้าช่วยเหลือดูแลบ้านเรือนที่น้ำท่วม รวมทั้งออกตรวจสอบพื้นที่ป้องกันการก่ออาชญากรรมต่างๆ ในช่วงอุทกภัย และขอสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหางดง ประจำวันที่ 3 ต.ค.67 รายละเอียดดังนี้

  1. ถนนทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) บริเวณหน้ากาดฝรั่ง มีน้ำท่วมมาจากลำน้ำแม่ท่าช้าง ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ได้ประสานสั่งการให้ปิดการจราจรและ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อส. ทีมกู้ชีพกู้ภัย อปพร. ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางดังกล่าว
  1. น้ำท่วมและดินสไลด์ ตำบลบ้านปง จำนวน 3 หมู่บ้าน
  2. หมู่ที่ 1 น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ปัจจุบันน้ำเริ่มลดลงแล้ว อยู่ระหว่างการเก็บล้างทำความสะอาด
  3. หมู่ที่ 5 บ้านแม่ฮะะเหนือ ดินสไลด์ ทำความเสียหายบ้าน 2 หลัง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เทศบาลตำบลบ้านปง ตรวจสอบความเสียหาย อพยพ ผู้อยู่อาศัยไปอยู่ที่อยู่ชั่วคราว และให้ความช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประสบภัย
  1. หมู่ที่ 7 บ้าน ปางยาง กรณี ดิน สไลด์ ปิดถนนทางเข้าหมู่บ้าน การไฟฟ้าอำเภอหางดง ได้ตัดไฟฟ้าชั่วคราว เทศบาลตำบลบ้านปงนำ รถแม็คโคร เปิดทาง ถนนที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้ใกล้จะเปิดทางให้ราษฎรได้สัญจรได้เป็นปกติ
  2. น้ำท่วมตำบลบ้านแหวน 13 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 – 13
  3. น้ำท่วมตำบลน้ำแพร่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 2 3 และ 11
  4. น้ำท่วมหนองควาย 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2 และ 3
  5. น้ำท่วมตำบลสบแม่ข่า 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 – 5
  1. น้ำท่วมตำบลขุนคง 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2 และ 4
  2. น้ำท่วมตำบลหางดง 9 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 – 9
  3. น้ำท่วมตำบลหนองแก๋ว 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 3 5 7 8 และ 9
  4. รวมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 48 หมู่บ้าน…

3 ตุลาคม 2567 คุณวันเพ็ญ ปัญญาทิพย์ ปธ.กต.ตร.สภ.พร้าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์ธรรศ เจริญปรีชญาพงษ์ ผกก.สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ , ร.ต.ท.นคร ปัญญาทิพย์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพร้าว , คุณชุณห์พิมาณ สุภิราช กต.ตร.สภ.พร้าว , พ.ต.ท.นพดล ตันมาดี รอง ผกก.ป.สภ.พร้าว , พ.ต.ต.ประดิษฐ์ ปิยะจันทร์ สวป.สภ.พร้าว

พ.ต.ต.ธีระศักดิ์ ธัญธราดล สว.สส.สภ.พร้าว , พ.ต.ท.ชานนท์สถิต วราสงวนศิลป์ สว.อก.สภ.พร้าว และ ข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โครงการ ”เมืองพร้าวสดใส เราไม่ทิ้งกัน“ ณ บ้านห้วยกันใจ , บ้านแม่ทรายขาว ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ..

สมจิตร แสงบันลังค์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าฯจ.น่าน พาสื่อมวลชนชมความคืบหน้าการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน


เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ที่ บริเวณจุดก่อสร้าง หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะสื่อมวลชน และหน่วยงานต่าง ๆ เยี่ยมชมความคืบหน้าการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก โดยมี นายพรชัย ยงนพกุล ตัวแทนมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน มอบหมายให้เข้ามาช่วยดูแลบริหารงานโครงการฯ ได้อธิบายพร้อมให้ข้อมูลการก่อสร้างโครงกาาร


สำหรับโครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก ตั้งอยู่บนพื้นที่จำนวน 9 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา ประกอบด้วย หอศิลปวัฒนธรรม อาคารหอประชุมอเนกประสงค์ อาคารบริการ สวนพฤกษศาสตร์ และลานกิจกรรม คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2568 ซึ่งมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ฯ สนับสนุนงบประมาณ การก่อสร้างทั้งหมดรวมถึงงบประมาณ ในการบริหารจัดการตลอดอายุสัญญา มีวัตถุประสงค์การดำเนิน โครงการภายใต้หลัก “การพัฒนาที่ยั่งยืนของพลเมืองน่าน ผ่านการรับรู้ เรียนรู้ และนำไปใช้อย่างเข้าใจ” บุคลากรเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน จะส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ สร้างโอกาสความเสมอภาคเพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบสำคัญของประเทศไทยต่อไป

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก มีพื้นที่อาคารและสิ่งก่อสร้างในโครงการ ได้แก่ อาคารหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านและส่วนบริการ อาคารหอศิลปฯ มีพื้นที่ 4600 ตรม. ภายในประกอบด้วย ห้องพิพิธภัณฑ์ในรัชการที่ 9 , ห้องประวัติศาสตร์ศาลากลางหลังเก่า, ห้องนิทรรศการหมุนเวียน และพื้นที่สร้างสรรค์ทางปัญญาที่นำเสนอในรูปแบบดิจิทัล , ห้องสมุดดิจิทัล , พื้นที่ co working space , อาคารหอประชุมพื้นที่ 3400 ตรม. ที่มีที่นั่ง 267 ที่ และชั้นบนประกอบไปด้วยห้องซ้อมดนตรีไทยเดิม ดนตรีไทยสากล และห้องซ้อมดนตรีย่อยอีก 9 ห้อง และยังมีห้องแสดงสิ่งของมีค่าที่แสดงผลงานชิ้นเอกเช่น เครื่องเงินน่าน ,ผ้าทอมือ , เงินตราโบราณ ทั้งยังมีอาคารจอดรถ มีที่จอดรถชั้นใต้ดินซึ่งสามารถจอดรถยนต์ได้ 40 คัน และรถจักรยานยนต์ 27 คัน นอกจากนี้ ยังแบ่งพื้นที่สำหรับอาคารศูนย์เรียนรู้เมืองน่าน ลานกิจกรรมหน้าพระบรมรูปฯ ลานกิจกรรมหน้าศูนย์เรียนรู้ สวนวัฒนธรรม

การก่อสร้างในโครงการดังกล่าวได้คำนึงถึงและให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร และรองรับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว ซึ่ง จ.น่าน อยุูในบริเวณที่ 3 ที่ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาคารอาจได้รับผลกระทบ มีการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย มาตรฐาน NFPA และรองรับ universal design อีกทั้ง ยังยึดมาตรฐานสถาบันอาคารเขียวไทย ( Trees) โดยตั้งเป้าต้องได้รับระดับ platinum
นายพรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างดำเนินการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก คืบหน้าประมาณ 30% เร็วกว่ากำหนดเวลา 5 วัน เมื่อแล้วเสร็จ สถานที่แห่งนี้ยังมีหลักสูตรรองรับให้กับ เยาวชนจังหวัดน่าน ที่สนใจเรียน ใน 4 หลักสูตรต่าง ๆ อาทิ หลักสูตรดนตรีทั้งดนตรีพื้นเมือง ดนตรีไทยเดิม ดนตรีไทยสากล ดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตรา หลักสูตรสอนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาล้านนา

หลักสูตรการทำธุรกิจ และหลักสูตรการเป็นพลเมืองดีเพื่อสังคม โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย กระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามสัญญาอนุญาตให้มูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินโครงการฯ และงบประมาณในการก่อสร้างอาคารใหม่ การรื้อถอน การบริหารจัดการงบบุคลากร, ค่าสาธารณูปโภค, ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช้งบประมาณของราชการแม้แต่บาทเดียว ทั้งนี้ จะไม่มีการเก็บค่าใช้บริการ ค่าสมาชิก ค่าเข้าร่วมกิจกรรม ค่าประชุม หรือค่าตอบแทนอื่นๆ จากผู้ใช้บริการใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการนำพื้นที่ทั้งหมดหรือบางส่วนให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ส่วนตน รวมถึงไม่มีการปล่อยเช่าพื้นที่ว่างเปล่า

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวทิ้งท้าย จังหวัดน่าน ยังมีโครงกาพัฒนาไปพร้อมๆ กับการก่อสร้างฯ อีกหลายโครงการ เช่น การเอาเสาไฟฟ้าลงดิน การพัฒนาสวนศรีเมือง เพิ่มเลนจักรยานและช่องทางวิ่ง ตลอดช่วงเมืองเก่าน่าน ให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดด้วย/

บุญยงค์ สดสอาด ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มือทำรวย หวยทำจนนะโยม สายมู ชาวอ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ แก้บน ถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 4.

วันที่ 2 ตุลาคม 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดคลองกะพั้ว ต.บ้านโคน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ สายมูแห่กราบไหว้ขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ์ ขนาดความสูง 19 เมตรรวมฐาน สีทอง ที่มีความสูงที่สุดในเขตภาคเหนือตอนล่าง ตั้งเด่นสง่า อยู่ภายในวัดคลองกะพั้ว และกราบสักการะท้าวเวสสุวรรณ ขนาดความสูง 5 เมตร สีดำน้ำมันปู กันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ได้มีนายชัยสุรพัส สินธนัชพุทธิกร และนางกุลณี นากแก้วเทศ ชาวอำเภอพิชัย ได้นำเครื่องสักการะพร้อมน้ำแดง น้ำมันตะเกียง พวงมาลัย ดอกกุหลาบสีแดงมาถวายและแก้บนแก่องค์ท้าวเวสสุวรรณ เนื่องจากตนเอง ได้ถูกเลอตเตอรี่รางวัลที่ 4 เพราะได้ตั้งจิตอธิฐานขอให้ได้ถูกรางวัลลอตเตอรี่พร้อมกันนี้ยังได้นำเงินจำนวน 2 พันบาท ใส่ตู้เพื่อถวายเป็นเครื่องสักการะท้าวเวสสุวรรณในการทอดกฐินสามัคคีสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ ขนาด 12 เมตร ที่ระหว่างดำเนินการสร้าง

นางกุลณี นากแก้วเทศ ชาวอำเภอพิชัย เปิดเผยว่า ตนเองได้ตั้งจิตอธิฐานระลึกถึงองค์ท้าวเวสสุวรรณที่วัดคลองกะพั้ว หากท้าวเวสสุวรรณที่วัดคลองกะพั้ว ศักดิ์สิทธิ์จริง ขอให้ตนเองถูกรางวัลฉลากกินแบ่งรัฐบาลกับเขา ซักครั้ง
เมื่อผลปรากฏว่า ตนเองถูกลอตเตอรี่ จริง เป็นรางวัลที่ 4 ตนเองพร้อมสามีจึงตั้งใจที่จะไปกราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณที่วัดคลองกะพั้วให้ได้ ซึ่งในวันนี้ ได้มีโอกาศจึงชวนสามีมากราบสักการะท้าวเวสสุวรรณพร้อมกับนำดอกกุหลาบ พวงมาลัย น้ำมันตะเกียง เพื่อถวายแด่องค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่มีความสูง 19 เมตรรวมฐาน โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวก็ได้เดินทางมาร่วมขอโชคขอลาภด้วยจากนั้นได้มีการจุดธูปเสี่ยงทายซึ่งปรากฏเป็นเลข 235

พร้อมกันนี้ชาวบ้านที่ติดตามมาเพื่อลุ้นโชค ยังได้มีการล้วงลูกปิงปองในไหที่วางอยู่ด้านหน้าท้าวเวสสุวรรณองค์สีดำมันปูขนาดความสูง 5 เมตร ผลปรากฎเลขที่ล้วงได้จากลูกปิงปองคือ 12 ซึ่งต่างก็พากันนำโทรศัพท์ถ่ายรูปไว้และบางคนก็นำกระดาษมาจด เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวด วันที่ 16 ตุลาคม ที่จะมาถึง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / วันประมงฯ 2567 รณรงค์ให้ประชาชนนึกถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์

ที่ริมแม่น้ำน่าน เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ และเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีนายคฑาวุธ ปานบุญ ประมงจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมงเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2549 กำหนดให้วันที่ 21 กันยายน ของทุกปีเป็นวันประมงแห่งชาติ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเพียงพอ และมีความยั่งยืน โดยจัดให้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำทั่วประเทศ และขอความร่วมมือจากประชาชน งดจับสัตว์น้ำทุกชนิด ในวันที่ 21 กันยายน ของทุกปี จังหวัดน่านโดนักงานประมงจังหวัดน่าน ได้จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โดยได้รับการสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดน่าน จำนวน 200,000 ตัว จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว และบ้า เพื่อนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อให้สัตว์น้ำที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้เจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับแหล่งน้ำ และยังเป็นการฟื้นฟูและเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำในธรรมชาติ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพประมงและเป็นแหล่งอาหารของชุมชน นำไปสู่ความมั่นคงทางด้านอาหารที่ยั่งยืนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาตมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.235 รวบ 2 หนุ่มห้วยไร่ ขนยาบ้า 60,000 เม็ด ฉก.ทหารพราน​21 ยึดจักรยานยนต์ 6 คัน ขณะเตรียมลักลอบส่งข้ามแม่น้ำเหืองให้นายทุนลาว

เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 1 ตุลาคม​ 2567 ภายใต้การอำนวยการโดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.​พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง​ผบช.ตชด.รรท.ผบช.ตชด.และ พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค.2 โดย พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชต.23,พ.ต.ท.ธนพล ท้าวหนู รอง ผกก.ตชด.23 ร.ต.อ.สมควร เบญจมาตร รรท.ผบ.ร้อย ตชด.235 จับกุมการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด

ร.ต.อ.เสถียร พัฒนะโชติ รองผบ.ร้อย ตชด.235 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติด นักบินมาจาก จ.อำนาจเจริญ โดยมารับยาบริเวณดอนปลาแดก ตรงข้ามกับบ้านศรีนคร อ.ธาตุพนม ฯ จึงได้ออกตรวจสอบ พบรถต้องสงสัยตรงตามที่สายลับรายงาน จึงได้ขับติดตามไป พอรถต้องสงสัยได้สังเกตุว่ามีรถติดตามได้ขับหนี มุ่งหน้าไปทาง จ.มุกดาหาร และเสียหลักตกลงข้างทางบริเวณหน้า รร.บ้านอุ่มเหม้า ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนมฯ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น โซลูน่า วีออส สีดำ ทะเบียน ศธ 7826 กรุงเทพมหานคร ที่ถนนชยางกูร บ้านโนนงาม หมู่ที่ 5 ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

พบว่าที่พื้นภายในห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งซ้ายด้านข้างคนขับมีกระสอบสีขาวจำนวน 1 กระสอบ วางอยู่เมื่อเปิดออกดูพบห่อกระดาษเทียนไขสีเหลือง จำนวน 30 มัด แกะออกดูพบว่าเป็นยาบ้ามัดละ 2,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมดจำนวน 60,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวนายทองใบ รุ่งเรือง หรือ เป๊าะ อายุ 44 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 6 ต.ห้วยไร่ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ คนขับรถ พร้อมกับ นายวุฒิไกร อ่อนชาติ หรือ อ้น อายุ 33 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 6 ต.ห้วยไร่ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย และทำการตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดพร้อมด้วยรถยนต์ไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เลย​ -​ฉก.ทหารพราน​21 ยึดจักรยานยนต์ 6 คัน ขณะเตรียมลักลอบส่งข้ามแม่น้ำเหืองให้นายทุนลาว

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2567 พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยังฝั่งสปป.ลาว โดยมีนายทุนจากลาว ได้สั่งซื้อ จากนายทุนฝั่งไทย ในพื้นที่บ้านนากระเซ็ง หมู่ที่4 ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย จึงสั่งการให้ ร.ท.อาคม คำจุลฬา​ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 พร้อมชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ สภ.โพนทอง , ฝ่ายปกครองอำเภอท่าลี่ และผู้นำชุมชน ซุ่มเฝ้าตรวจตามจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นต่อมาเมื่อเวลา 04.15 ได้มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว พายข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย

จากนั้นได้มีชายไม่ทราบสัญชาติประมาณ 3 คน เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่มจึงได้แสดงตัว เมื่อกลุ่มชายดังกล่าว มองเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็ตกใจทิ้งรถจักรยานยนต์และวิ่งลงเรือกีบพายหนีข้ามแม่น้ำเหืองไปยังฝั่ง สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบตามบริเวณพื้นที่ดังกล่าวพบรถจักรยานยนต์จำนวน 6 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ honda CRF 300 L สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ honda PCX 160 ป้ายทะเบียน กล 5302 ชลบุรี

รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda wave110 i สีแดง ไม่ติดป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda wave110 i สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน 1 กส 926 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Yamaha Grand filano สีแดง ป้ายทะเบียน 7ขอ 4562 กรุงเทพมหานคร และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Yamaha Grand filano สีเทา ไม่ติดป้ายทะเบียน จึงได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ทั้ง 6 คันไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนทอง ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่21 #ทหารพรานที่2102​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี​ #กองทัพภาคที่2

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านร้องขอ อยากให้ที่ดินป่าช้า สาธารณะประโยชน์ เป็นของวัด การรังวัดป่าโคกศิลา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ปักธงชัย ไม่รับรอง อ้างกรรมสิทธ์

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 กลุ่มชาวบ้าน ออกมาร้องทุกข์ การรังวัด ของเจ้าหน้าที่รังวัด บริเวณติดป่าช้า สาธารณะประโยชน์ วัดป่าโคกศิลา ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา กลุ่มชาวบ้านเล่าว่า อยากให้ที่สาธารณะประโยชน์ตรงนี้ เป็นของวัด เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นป่าช้ามานานหลายสิบปีแล้ว ด้านนายอักษรย่อ (น)นามสมมุติ ผู้อ้างกรรมสิทธ์ ซึ่งนำเจ้าหน้าที่มารังวัด เล่าว่า ผมมีโฉนดนำมาแสดง ถูกต้อง และได้เสียภาษีตามกฎหมาย

พระสมชาย สร้อยฉิมพลี เจ้าอาวาส วัดโคกศิลา เล่าว่า เดิมทีนายอักษรย่อ(น) นามสมมุติ เจ้าของที่ มีที่ดินติดกับวัด 39 ไร่ ขายไปแล้ว 30 ไร่ เหลืออีก 9 ไร่ ซึ่งติดกับป่าช้าวัด จึงเป็นที่มาของการอ้างกรรมสิทธิ์ มารังวัดในครั้งนี้ ทั้งนี้ นายชุมพล หาญตะคุ กำนัน ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย กล่าวว่า เจ้าของที่ มีโฉนดนำมาแสดง

แต่การออกโฉนดให้เมื่อหลายสิบปีก่อน ออกให้ได้อย่างไร ทั้งๆที่ ยังเป็นพื้นที่พิพาท และหมุดที่ปักไว้ก็ไม่มีตามโฉนดตามที่เจ้าของที่นำมาแสดงเป็นหลักฐาน และการที่ เจ้าของที่ นำเจ้าหน้าที่มารังวัด ก็ไม่ได้แจ้งกำนันไว้ล่วงหน้า การรังวัดในครั้งนี้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย ไม่รับรอง รอกระบวนการพิสูจน์ ต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน / รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จนท.ทุกฝ่าย ร่วมแก้ปัญหาชาวบ้านหัวดง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00 น. ที่บริเวณลานวัดหัวดง หมู่ที่5 ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ได้มีประชาชนมากกว่าหนึ่งร้อยคนรวมตัวเรียกร้อง ขอความเป็นธรรม จากกรณีชาวบ้านกับผู้นำหมู่บ้าน ต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน เดือนร้อนถึงหน่วยงานรัฐ คณะสงฆ์ภายในอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ต้องเดินทางแก้ไขปัญหาของชาวบ้านหัวดง

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข ฝ่าย อส. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองเกตุ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเดินทางเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในการที่ประชาชนได้ออกมาหาขอสรุปร่วมกันความทราบถึงพระครูภัทรปัญญาวุธ (พระครูเภก) เจ้าคณะอำเภอโคกสำโรง ได้มอบหมายให้เจ้าคณะตำบลคลองเกตุ เขต2 รวมถึงพระสังฆาธิการเดินทางถึงบริเวณวัดหัวดง ที่ชาวบ้านได้รวมตัวกันอยู่ประมาณ
180 คน

โดยสาเหตุ เริ่มจากผู้นำหมู่บ้าน จะนำน้ำ จากลำคลองที่พัดไหลผ่าน ต้องการจะระบายน้ำเข้าบริเวณสระน้ำภายในวัดหัวดง เผื่อไว้ใช้น้ำรดต้นไม้ยามฤดูแล้ง รวมถึงจัดงานลอยกระทงที่จะมาถึงนี้ และจะปรับปรุงภูมิทัศน์รอบๆสระให้สะอาดเช่นแต่เก่าก่อน และเมื่อมีเหตุเกิดอัคคีภัยก็ไม่ต้องเดินทางไปรับน้ำจากที่อื่นๆที่ไกลออกไป เนื่องจากปัจจุบันนี้สระน้ำดังกล่าวเริ่มมีวัชพืชขึ้นภายในสระ และมองดูไม่สะอาดตา จึงจะปรับปรุงสระให้ดียิ่งๆขึ้นและกลับมาใช้ได้ในยามจำเป็นที่ต้องการใช้น้ำ

แต่มีชาวบ้านบางส่วนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการที่จะนำน้ำดังกล่าวเข้ามาเก็บในสระเก็บไว้   โดยมีข้ออ้างว่าน้ำสกปรกมากเกินไป ไม่สะอาดเพียงพอที่จะนำน้ำมาเข้าไว้ในสระน้ำดังกล่าว   ทางฝ่ายนายอำเภอโคกสำโรง และเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขอำเภอโคกสำโรง ผู้ที่เกี่ยวข้องและคณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง ได้เดินตรวจสภาพบริเวณสระน้ำ รวมถึงน้ำที่จะนำเข้ามาไว้ในสระภายในวัดหัวดง
โดยในที่ประชุมสรุปผลออกมาได้ว่า ต้องให้ฝ่ายสาธารณะสุขออกมาวัดค่าของน้ำ ที่อยู่ภายในสระ กับน้ำที่จะนำเข้ามาได้มาตรฐานความสะอาดพอๆกันหรือไม่ และให้ฝ่ายปกครอง คณะกรรมการวัด รวมถึงชาวบ้านหัวดงทุกท่าน รอผลภายใน 1 สัปดาห์ แล้วค่อยนำน้ำเข้าภายในสระ โดยจะต้องมีขั้นตอนกรองน้ำที่ถูกต้องตามระบบการกรองน้ำเข้าสระ ทุกฝ่ายจึงตกลงเห็นชอบตามมติที่ออกมา และสุดท้ายได้มีการแต่งตั้งไวยาวัจกรวัดกัวดง ขึ้นมา 2 ท่าน รวมถึงคณะกรรมการ 18 ท่าน พร้อมทั้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อีก อีก 3 ท่านเป็นโดยตำแหน่งหน้าที่ จากนั้นชาวบ้านจึงได้แยกย้ายกันกลับ
สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี นายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่าน ทดสอบสัญญาณเตือนภัยน้ำท่วม พร้อมกัน 7 จุด ในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ

วันที่ 1 ตุลาคม 25 67 จังหวัดน่าน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมทดสอบสัญญาณเตือนภัยน้ำท่วม พร้อมกัน 7 จุด ในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ซึ่งมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมคณะทีมงานร่วมทดสอบสัญญาณ สำหรับหอเตือนภัย ในพื้นที่จังหวัดน่าน มีทั้งหมด 7 จุด ประกอบด้วย อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง (2 จุด) อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอเวียงสา สำหรับแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเมื่อเกิดเหตุวิกฤตภัยพิบัติในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสถานการณ์จะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่

โดยจากนี้จะมีการทดสอบระบบเป็นประจำ ซึ่งจะทำการเปิดเพลงชาติ ทุกเช้าวันพุธ เวลา 08.00 น. และจะมีการทดสอบสัญญาณเตือนภัยเป็นประจำอย่างต่อเนื่องการทำงานของระบบหอเตือนภัย และการปฏิบัติตนเมื่อได้ยินเสียงเตือนภัย โดยผู้นำในท้องที่ติดตาม ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ จากนั้นประสาน ปภ.จังหวัด ในการให้สัญญาณเตือนภัย ปภ.จังหวัดขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ความเห็นชอบในการปล่อยสัญญาณเตือนภัย จากนั้น ปภ.จังหวัด แจ้งศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ ดำเนินการปล่อยสัญญาณเตือนภัย (สั่งการผ่านระบบดาวเทียม หรือระบบอินเทอร์เน็ต ไปยังหอเตือนภัย)

ระดับการแจ้งเตือน -เตือนฝนตกหนัก (M11) แจ้งเตือนเรื่องฝนตกหนัก อาจมีผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง -เตือนฝนตกหนักมาก (M12) แจ้งเตือนเรื่องฝนตกหนักมากในพื้นที่ อาจก่อให้เกิดอุทกภัย มีน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ให้ประชาชนเก็บของมีค่าและอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เก็บของใช้จำเป็น อาหารแห้ง ยารักษาโรค น้ำดื่ม เพื่อเตรียมการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย -แจ้งน้ำป่าไหลหลาก (M4) แจ้งเกิดน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ออกจากพื้นที่ ไปยังที่สูงโดยด่วน ให้ประชาชนทำการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที/

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ทางหลวงประจวบฯ จับหนุ่มสตูล ยึดยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ด ก่อนหลุดลงภาคใต้

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 30 กันยายน 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ 3 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.ต.พุทธางกูร เรืองธรรม สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงประจวบฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมมาตร สังข์ทอง ผกก.สอบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.หญิง กมลทิพย์ สุทธิมรรคผล ผกก.พฐ.ประจวบฯ ร.ต.อ.เวิน ไชยอาษา รองสารวัตรตำรวจทางหลวงประจวบ 3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกัน ตรวจยึดและทำบันทึกจับกุมของกลางเป็นยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ด ซึ่งบรรจุอยู่ในตะกร้าผักผลไม้คลุมมาด้วยผ้าใบสีดำ จำนวน 65 ตะกร้า บนท้ายรถบรรทุกพ่วงเทรลเลอร์ 22 ล้อยี่ห้อ Hino 500 สีขาว หมายเลขทะเบียน ส่วนหัว 71-9691 สงขลา หมายเลขตัวพ่วง 71-9692 สงขลา โดยมีผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายอมร (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดสตูล และนายวีระพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดตรัง ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่ง เจ้าหน้าที่ปปส.ภาค 7 ดำเนินการต่อไป

โดยสืบเนื่องจาก ร.ต.อ.เวิน ไชยอาษา รองสารวัตรตำรวจทางหลวง ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 10 นาย ตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดกวดขันวินัยจราจร และตรวจความพร้อมการใช้งานของรถบรรทุกที่วิ่งบนถนน บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 378 – 379 บ้านดงไม้งาม ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน ระหว่างนั้นได้มีรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวขับเข้ามาถึงด่าน ปรากฏว่าไม่มีบังโคลนคลุมล้อด้านท้ายรถ จึงได้เรียกตรวจปรากฏว่าผู้ขับขี่มีอาการพิรุธ และผู้โดยสารที่นั่งรถมาด้วย คือ นายวีระพงษ์ ได้วิ่งหลบหนี จึงได้ติดตามจับกุมตัวมาได้ และตรวจสอบสิ่งของที่บรรทุกมาบนท้ายรถปรากฏว่าเป็นยาบ้าจำนวนมากซึ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกปิดผนึกอย่างแน่นหนาใส่ไว้ในตะกร้าผักผลไม้เรียงมาบนท้ายรถบรรทุกจำนวน 65 ตะกร้า รวมจำนวนประมาณ 10,300,000 เม็ด จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาสอบสวนและทำบันทึกจับกุมที่สถานีตำรวจทางหลวง และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นต่อไป

นายอมร อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นคนขับยอมรับสารภาพกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองได้นำรถบรรทุกพ่วงซึ่งเป็นของพ่อมาขับรับจ้างขนยาบ้าจากอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี นำไปส่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยจะมีรถมารอรับ ซึ่งครั้งนี้ได้ทำเป็นครั้งที่ 2 ได้ค่าจ้างครั้งละ 200,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ได้รับจ้างบรรทุกข้าวสาร จากกรุงเทพฯลงภาคใต้ ซึ่งครั้งนี้ได้เปลี่ยนมารับจ้างบรรทุกยาบ้าแทน และได้ใช้ผ้าใบคลุมให้ดูคล้ายกับบรรทุกสิ่งของทั่วไป

////////////////////////////

ข่าว ณฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง