สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘ประเสริฐ’ ย้ำไทยเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุทะลุ 14 ล้านคน คนพิการกว่า 2.2 ล้านคน เร่งขับเคลื่อน Universal Design หรืออารยสถาปัตย์ ทุกพื้นที่

‘ประเสริฐ’ ย้ำไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุทะลุ 14 ล้านคน คนพิการกว่า 2.2 ล้านคน เร่งขับเคลื่อน Universal Design หรืออารยสถาปัตย์ ให้ทุกพื้นที่เข้าถึงได้-ปลอดภัย

การจัดกิจกรรม โดยมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย พัฒนาจังหวัดนครราชสีมา สู่ “เมืองสุขภาพนานาชาติ-เมืองท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ-Tourism for All” ต้นแบบอีสาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยว-ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทั้งมวลอย่างยั่งยืน เวลา 14.00 น. วันที่ 22 ส.ค. 2568 ที่วัดศาลาลอย อ.เมือง จ.นครราชสีมา และภาคีเครือข่ายจัดพิธี “เปิดเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองกีฬา และเมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design (UD)

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการกองทุน สสส. กล่าวเปิดงานว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ โดยปี 2568 มีผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคน หรือประมาณ 21.87% ของประชากรทั้งประเทศ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบว่า

การหกล้มและอุบัติเหตุในที่พักอาศัยที่ไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตนำไปสู่ภาวะพิการ โดยทุกปีมีผู้สูงอายุหกล้มกว่า 30% หกล้มนอกบ้าน 65% หกล้มภายในบ้าน 35% สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการลื่น สะดุด หรือก้าวพลาดบนพื้นระดับเดียวกันสูงถึง 65.4% ตกหรือล้มจากบันไดและขั้นบันได 5.6% และยังมีคนพิการกว่า 2.2 ล้านคน คิดเป็น 3% ของประชากรทั้งประเทศ รัฐบาล จึงจำเป็นต้องสนับสนุนการขับเคลื่อนด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design)


แนวทางอารยสถาปัตย์จึงเป็นแนวทางที่ สสส. และภาคีเครือข่าย ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชากรทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งจะส่งผลดีทุกมิติ ทั้งคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดและประเทศในระยะยาว โครงการนี้คือก้าวสำคัญในการยกระดับจังหวัดนครราชสีมาสู

เมืองสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism)การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)
โดยเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ เข้าถึงได้ ใช้ได้จริง ปลอดภัย สำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วย สตรีมีครรภ์ และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่กำหนดให้ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์เป็นวาระสำคัญของประเทศ

นายประเสริฐ รองนายกฯ ได้กล่าว ขอบคุณจังหวัดนครราชสีมา สสส. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมครั้งนี้ และแสดงความหวังว่างานดังกล่าวจะช่วยจุดประกายให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของอารยสถาปัตย์ และขับเคลื่อนโคราชสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล” อย่างยั่งยืนต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมัชชาการศึกษา จ.น่านรับรางวัลสมัชชาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 ประเภทการขับเคลื่อนศักยภาพพื้นที่

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และดร.ศิริโชค พิพัฒน์เสฐียรกุล ศึกษาธิการจังหวัดน่านได้มอบหมายให้ ดร.สำรวย ผัดผล นายบุญยงค์ สดสอาด ดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ นางสกนธรัตน์ วงษ์สิริโชตน์ นางปิยะนุช ไชยสมทิพย์ นางสาวปาลิกา คำวรรณ์ สมัชชาการศึกษาจังหวัดน่าน เข้าร่วมประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 ในโอกาสเดียวกันนี้สมัชชาการศึกษาจังหวัดน่านได้รับรางวัลสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 ประเภทการขับเคลื่อนศักยภาพพื้นที่ ณ โรงแรมทีเค พาเลชแอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.บึงกาฬ จัดโครงการเสริมสร้างความรู้ประชาธิปไตย มุ่งสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมเดอะวันคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ จัดโครงการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ

โดยมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และผู้แทนพรรคการเมืองในพื้นที่เข้าร่วม ขณะที่ นายไพรัต คัณทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการ

ทั้งนี้ นายแสวง บุญมี กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถือเป็นภารกิจสำคัญของ กกต. ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

การจัดโครงการในครั้งนี้ ยังเป็นเวทีให้พรรคการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาพรรคในเชิงคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และส่งเสริมการเมืองไทยให้โปร่งใสและเป็นธรรม
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุก​จับปลัด อบจ.มุกดาหาร เรียกรับเงินผู้รับเหมา 7 แสนบาท​ตำรวจ-ป.ป.ช.-ป.ป.ท. สนธิกำลังบุกล็อกคาห้องทำงาน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.3 บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับนายประทีป จูฑะศร รองเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 4, นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการ สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ,

นายนิรุท สุขพ่อค้า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร, นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและการข่าว 2 และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ทรงยศวัฒนา อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิ ชอบภาค 4 ที่ 21/2568 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2568

สืบเนื่องจากผู้รับเหมารายหนึ่งร้องเรียนว่าผู้ต้องหาเรียกรับเงินร้อยละ 8–10 ของวงเงินโครงการก่อสร้างและเสริมผิวถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกจำนวน 7 โครงการ วงเงินรวมกว่า 12 ล้านบาทผู้รับเหมาระบุว่า หลังดำเนินงานเสร็จสิ้นทั้งหมดและได้รับเงินค่าจ้างเพียง 2 โครงการ เป็นจำนวนเงิน 10,278,000 บาท ส่วนอีก 5 โครงการ มูลค่า 2,495,000 บาท

ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เนื่องจากปลัด อบจ.มุกดาหาร ชะลอการอนุมัติ พร้อมทั้งเรียกรับเงิน ร้อยละ 10 ของวงเงินโครงการ หากไม่ยอมจ่าย จะสั่งตรวจสอบย้อนหลังโดยอ้างว่าโครงการไม่ได้มาตรฐาน จนกระทั่งผู้เสียหายต้องยอมตกลงที่จะจ่ายเงินให้โดยได้มีการต่อรองจำนวนเงินที่ต้องจ่ายจนสามารถตกลงกันได้เป็นจำนวนเงิน 700,000 บาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมผู้เสียหายได้จ่ายเงินให้แก่ปลัด อบจ.มุกดาหาร ไปแล้ว 500,000 บาท โดยนัดจ่ายส่วนที่เหลืออีก 200,000 บาทในภายหลังหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และได้เข้าจับกุมปลัด อบจ.มุกดาหาร

พร้อมเงินสดของกลางจำนวน 200,000 บาท ที่ห้องทำงานของปลัด อบจ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและแจ้งดำเนินคดีในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยมิชอบ เรียกรับผลประโยชน์ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และ 157

เบื้องต้น ว่าที่ ร.อ.วัทธิกร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปบันทึกจับกุมที่ สภ.เมืองมุกดาหาร และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

#ปลัดอบจมุกดาหาร #สินบนผู้รับเหมา #บกปปป #ปปช #ปปท #จับคาห้องทำงาน #ทุจริตคอร์รัปชัน #ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร #มุกดาหาร
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับรถขนยาเสพติดลงใต้ ได้ของกลางเป็นยาบ้า 1 ล้านเม็ด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชลผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง, พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.วิมล แก้วชู, ด.ต.ธนพนธ์ เกิดเขาทะลุ ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุมตัว นายสุริยาฯ อายุ 49 ปี ในความผิดฐาน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือประชาชนทั่วไป, เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย แชะ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

พร้อมยึดของกลาง ยาบ้าจำนวน 1,000,000 เม็ด สถานที่จับกุม บริเวณทางหลวงหมายเลข 41 ( เอเชีย ) กม.18+400 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพรพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ออกตรวจพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 41 ช่วง กม.18+400 ขาล่องใต้ พื้นที่ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็น รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์น้ำตาล มีพฤติกรรมน่าสงสัย เนื่องจากติดฟิล์มดำทึบผิดปกติ คาดว่าจงใจจะใช้รถยนต์ในการอำพรางบรรทุกสิ่งของผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบว่าช่วงท้ายรถคันดังกล่าวมีลักษณะห้อยต่ำ คล้ายบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าวในระบบฐานข้อมูล Big Data ของตำรวจสอบสวนกลาง พบว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งต่อมาเมื่อผู้ขับขี่รถคันต้องสงสัยได้พบกับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้ขับขี่กลับชะลอความเร็ว แสดงอาการพิรุธจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทำการเรียกตรวจสอบ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดได้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่พบพิรุธว่าผู้ขับขี่มีอาการรีบเดินลงมาจากรถทันที ซึ่งคาดว่าเป็นการพยายามที่จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินไปที่รถ จากพิรุธดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าวอย่างละเอียด โดยพบกระสอบปุ๋ยสีขาว 5 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในห้องโดยสารและท้ายรถ ซึ่งเมื่อเปิดกระสอบออกมาพบเป็น “ยาบ้า” บรรจุแท่งพลาสติกอย่างแน่นหนา จำนวน 100 มัด หรือ 1,000,000 เม็ด

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามนายสุริยาฯ ผู้ขับขี่ โดย นายสุริยาฯ รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงยาเสพติด จากนายเอ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นคนที่จะคอยมอบงานรับ-ส่งยาเสพติดในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ให้กับตนเอง โดยครั้งนี้นายสุริยาฯ ได้รับงานให้ขึ้นไปรับยาเสพติดล็อตใหญ่ จากพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อนำไปส่งทางภาคใต้

โดย นายสุริยาฯ ให้การว่าได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 60,000 บาท แต่ยังไม่ทันส่งของถึงที่หมายกลับถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยอมรับว่า ตนเองได้เสพยาบ้าระหว่างการเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงตรวจปัสสาวะ พบมีสีม่วงชัดเจน และเมื่อส่งตรวจที่โรงพยาบาลผลยืนยัน “เป็นบวก” มีสารเสพติดจริง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีกับ พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล ชุมพร และพื้นที่ชายหาด เฉลิมพระเกียรติ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (21 ส.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นำจิตอาสาพระราชทาน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ

ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมเก็บขยะใต้น้ำและชายหาดจังหวัดชุมพร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ภายใต้โครงการประชารวมใจรักษ์ทะเลไทย

เทิดไท้องค์ราชัน โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จังหวัดชุมพร

ณ บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยจิตอาสาได้ช่วยกันเก็บขยะชายหาด

ณ บริเวณพื้นที่ชายหาดปากน้ำชุมพร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร และดำน้ำเก็บขยะใต้

ทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร บริเวณพื้นที่ระดับความลึกของน้ำทะเลไม่เกิน 10 เมตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

สำหรับกิจกรรมเก็บขยะใต้น้ำและชายหาดจังหวัดชุมพร จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

ด้วยการลดปริมาณขยะใต้ทะเลและชายฝั่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เศรษฐกิจภาคทะเลและสิ่งแวดล้อมของประเทศ รวมถึงให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วน

ร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน และระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แต่งตั้ง ดร.จิต นั่งนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร จ.ประจวบ ประชุมเครือข่าย 8 จังหวัดองค์กรภาคีฯผู้ประกอบการร้าน

วันที่ 20 สิงหาคม 68 ที่ รร.ปราณบุรีคาบาน่า รีสอร์ท อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแฝงลอย แห่งประเทศไทย นำคณะผู้ประกอบการร้านค้าแฝงลอยฯ กลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลาง ร่วมประชุมสัญจร เพื่อกำหนดกฏเกณฑ์ รูปแบบ ระเบียบ ในรูปแบบของแต่ละจังหวัดในนามของสมาคมฯ

เพื่อให้สอดคล้องขานรับกับนโยบายของทางรัฐบาล พร้อมกันนี้ก็ได้มีการแต่งตั้ง ดร.จิตสิริกร หน่อทิม เจ้าของร้านอาหาร”อิ่มอกอิ่มใจ” เป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย(สาขาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ขึ้นมารองรับ การขยายเครือข่าย สมาคมฯ ออกสู่ทั่วประเทศให้ผู้คนได้รับรู้ ว่าแต่ละจังหวัด นั้นจะมีรายการ อาหาร ในระดับท้องถิ่นที่มีคุณภาพ ให้ได้เห็น

สำหรับในการแต่งตั้ง นายกสมาคมฯ ของจังหวัดประจวบฯ ในครั้งนี้ทาง ดร.สิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ปข. นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหินชะอำ ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจวบฯ และคณะฯ ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ที่ทางสมาคมฯ นี้จะยกระดับร้านค้าอาหารของ ปข. รวม 8 อำเภอ ให้ผู้คนทั่วประเทศได้รู้จัก

ดร.สิทธิชัยฯ กล่าวว่า ตนเองขอแสดงความยินดี กับสมาคมฯ และก็ทราบดีว่านายกฯ นั้นก็มีร้านอาหารที่อร่อย และเป็นเสน่ห์ ให้กับผู้ที่มาเยือน จนทำให้เกิดความประทับใจ และเป็นเอกลักษณ์ ให้กับ จ.ประจวบฯ การที่ได้มีการรวมตัวกันในสัดส่วนของ ร้านอาหาร แผงลอย ในแต่ละอำเภอ ก็จะทำให้ผู้คนที่มาได้จักอาหารการกิน มากยิ่งขึ้นทำให้โครงการนโยบาย”ประจวบต้องไปต่อ”

ได้เดินไปสู่เป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้นการที่ทางคณะองค์กรภาคีเครือข่าย 8 จังหวัด และนายกสมาคมฯ มาร่วมกันในวัน ตนเองในฐานะ ผวจ.ปข.ก็ขอแสดงความยินดีที่มาเยือน ซึ่งตนเองก็จะพาคณะของสมาคมฯ ปข.ได้เยือนทางสมาคมฯ ในแต่ละจังหวัดด้วยเช่นกัน
/////////////////////////// ข่าว ณัฐธภพ พันสาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของสวนสมุนไพรแจ้ง เอาผิดชายฉกรรจ์บุกรุกพื้นที่จับกุมคนสวนโดยไม่มีหมายศาล ทนายความจ่อเอาผิดอีกหลายคดี

น.ส.สุภาดา วงศ์ซิ้ม เจ้าของสวนสมุนไพร ได้ลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง ว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองของอำเภอ บุกรุกเข้าไปในพื้นที่บ้านเลขที่ 8/2 ม.5 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง โดยไม่มีการแสดงบัตรเจ้าหน้าที่และหมายศาล

จากนั้นได้ควบคุมตัวพงศ์สุระ ลาภเงิน ซึ่งเป็นผู้ดูแลบ้านและสวน ก่อนจะบังคับขู่เข็ญให้ปลดล็อกรหัสโทรศัพท์ ก่อนจะชิงเครื่องโทรศัพท์ไปลบข้อมูลภาพถ่ายในเครื่องที่ผู้ดูแลบ้านและสวนได้ถ่ายไว้ขณะกลุ่มชายดังกล่าวบุกรุกเข้ามาในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต

ก่อนทั้งสามคนจะข่มขู่ต่างๆ นานา พร้อมทั้งทำร้ายร่างกาย และบังคับขึ้นรถยนต์ไป โดยไม่ทราบว่าไปที่ใด จึงเข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

ด้าน นายณัฐพล ทองคำ ทนายความ เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบและสร้างความต่อเจ้าของสวนเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีคนงานมาคอยดูแลพันธุ์ไม้ที่เพาะปลูกไว้ในสวน ซึ่งจะได้เดินทางมาแจ้งความเอาผิดในข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน, ชิงทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157, การเข้าตรวจค้นไม่มีหมายศาล, การจับกุมไม่มีหมายศาล, ร่วมกันบังคับข่มขืนใจผู้อื่น, ร่วมกันทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าวประจำเดือนสิงหาคม 2568 เน้นย้ำการฟื้นฟูเยียวยา และการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน / สพป.น่าน เขต 1โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตรวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เป็นประธานในการแถลงข่าวประจำเดือนสิงหาคม 2568 ต่อสื่อมวลชนทุกแขนงเพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในแต่ละเดือนพร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว

โดยมีประเด็นแถลงข่าวเรื่องการฟื้นฟูเยียวยา และการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน โดยมีหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน และท้องถิ่นจังหวัดน่านรายงานความคืบหน้าและตอบข้อซักถาม โดยจังหวัดน่าน

ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเป็นธรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานในระยะต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สพป.น่าน เขต 1 เดินหน้าพัฒนาสมรรถนะการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวทาง โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย (ขั้นเฉพาะทาง) เรื่อง “เทคโนโลยี : จากที่นี่ไปที่นั่น” และการจัดทำโครงงานรูปแบบวัฎจักรสืบเสาะ สำหรับครูผู้สอนชั้นปฐมวัย

วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ ดร.วิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษการพัฒนาสมรรถนะการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวทาง

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับปฐมวัย (ขั้นเฉพาะทาง) เรื่อง “เทคโนโลยี : จากที่นี่ไปที่นั่น” และการจัดทำโครงงานรูปแบบวัฎจักรสืบเสาะ สำหรับครูผู้สอนชั้นปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในแนวคิดกลักการของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย

ให้ครูปฐมวัยสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เหมาะสมกับวัย ตลอดจนส่งเสริมให้ทักษะการจัดกิจกรรมแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learnnig) และสร้างเครือข่ายครูปฐมวัยด้านการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ มีครูปฐมวัยในสังกัดเข้ารับการอบรม จำนวน 80 คน และทีมวิทยากรประกอบด้วย

นายนภัทร เครือผดุงสกุล ศึกษานิเทศก์ผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น (Local Network : LN) วิทยากรเครือข่าย (Local Trainer : LT) และครูแกนนำระดับปฐมวัย จำนวน 20 คน โดยมี นางศิริรัตน์ แย้มศิลป์ ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการพิเศษ กล่าวรายงาน
ในโอกาสนี้ ดร.วิเชียร วาพัดไทย

ได้ชื่นชมครูปฐมวัยทุกคนที่ทำงานด้วยความเสียสละและเอาใจใส่ลูกๆนักเรียน ขอให้คุณครูปฐมวัยทุกท่าน ได้ตั้งใจปฏิบัติงาน และให้สอดแทรกการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ตามความเหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก

เพื่อปลูกฝังให้นักเรียน มีความจงรักภักดีและมีความภาคภูมิใจชาติ ศาสนา และพระมาหากษัตริย์ มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สคทช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว

เมื่อวันที่ (21 สิงหาคม 2568) เวลา09.00น. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน (เพิ่มเติม) ของตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน คณะทำงานและเลขานุการฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการ

นโยบายที่ดินแห่งชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องที่ท้องถิ่น อำเภอปักธงชัย เข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว ณ อาคารเอนกประสงค์อบต.สะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนคราชสีมา
ทั้งนี้ การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน พร้อมทั้งชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

สำหรับแบบรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดพื้นที่ให้เป็นอุทยานแห่งชาติทับลาน (เพิ่ม) นั้นจะเน้นกลุ่มเป้าหมาย 3 ส่วนคือ 1.กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย
(ประชาชนที่ได้รับผลประโยชน์หรือได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน) 2.ชุมชนที่เกี่ยวข้อง (ประชาชนที่ได้รับประโยชน์และผลกระทบจากการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยมีชื่ออยู่
ในทะเบียนบ้าน บริเวณหมู่บ้านถัดไปในบริเวณเพิกถอน/ขยาย ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร) 3.ประชาชนทั่วไป โดยใช้ประเด็นคำถาม : เส้นแนวเขตที่ใช้ในการปรับปรุงแผนที่แมวรขสุขยานแห่งฮานาติกับสาม

ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์บ้า และพันธุ์พืช จะดำเนินการปรับปรุงเส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 โดยใช้เส้นแนวเขตอทยานแห่งชาติลานปี 2543 เพื่อแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อนที่ดินของรัฐ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็น จะเลือกตอบว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย พร้อมระบุเหตุผล

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยามแห่งชาติทับลาน ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ นำผลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นไปประกอบการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.บึงกาฬ สกัดจับยาแก้ไอลักลอบส่งออก สปป.ลาว พบมีโคเดอีน จัดเป็นยาเสพติดประเภท 3

บึงกาฬ – สถานีเรือบึงกาฬ(สน.บึงกาฬ) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตหนองคาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรและฝ่ายปกครอง ตรวจยึดยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมจำนวนมาก ขณะขบวนการลักลอบเตรียมส่งออกไปยัง สปป.ลาว โดยไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่สถานีเรือบึงกาฬ นรข.เขตหนองคาย ทหารเรือนรข. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรและฝ่ายปกครอง แถลงข่าวตรวจยึดยาแก้ไอ จำนวน 2,400 ขวด จากการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานตำรวจบึงกาฬพบว่า ยาแก้ไอทั้งหมดมีส่วนผสม โคเดอีน ซึ่งตามกฎหมายไทย หากอยู่ในตำรับยาสำเร็จรูป จะถูกจัดเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 3 การลักลอบครอบครองหรือจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิดร้ายแรง ทั้งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และพระราชบัญญัติศุลกากร

เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางทั้งหมด และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเครื่องดื่มผิดกฎหมายที่นำยาแก้ไอไปผสมกับพืชกระท่อม หรือที่เรียกว่า “4×100” ซึ่งอันตรายและผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด การตรวจยึดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 20.50 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย

โดย น.ท.รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือบึงกาฬ จัดเจ้าหน้าที่ทำการลาดตระเวนทางบก ตามเส้นทางริมโขง บ้านท่าไคร้ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่มคนต้องสงสัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนทางบกพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกำลังลำเลียงลังกระดาษบรรจุยาแก้ไอไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่

ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบลังกระดาษ 12 ลัง ภายในบรรจุขวดยาแก้ไอรวมทั้งหมด 2,400 ขวด จึงนำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีเรือบึงกาฬ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา“ร่วมกันลักลอบนำหรือส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร” ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242

พร้อมทำบันทึกการตรวจยึดและส่งของกลางไปยังด่านศุลกากรบึงกาฬเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ “ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” พร้อมพิธีถวายพระราชกุศล

จังหวัดบึงกาฬ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ “ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 06.30 น. ณ วัดโชติรสธรรมากร ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ

โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมากกิจกรรมเริ่มต้นด้วย พิธีตักบาตรเช้า

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและเรียบง่าย ผู้เข้าร่วมต่างพร้อมใจแต่งกายด้วยผ้าไทย นุ่งซิ่น หิ้วปิ่นโต หิ้วตะกร้า นำอาหารมาร่วมตักบาตรและทำบุญตามวิถีชุมชน เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม

พร้อมกันนี้ ได้จัด พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวันราชธิดา เพื่อทรงหายจากอาการประชวรโดยเร็ววัน

โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการสร้างกุศลร่วมกัน แต่ยังช่วยปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เสริมสร้างความสามัคคีในสังคม และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้ยั่งยืนต่อไป ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวงจับหนุ่มขับรถมินิบัสรับจ้างขนบุหรี่ไฟฟ้าเป็นรายได้เสริม 8 ลัง 1,440 ชิ้น

เมื่อเวลา 22.30 น ของคืนวันที่ 19 ส.ค.68 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ แซมเขียว รอง ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.ธนาคาร จันทร์กระจ่าง รอง ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.สวรรยา เอียดตรง สวญ.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ ศรียะพันธ์ สว.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. สั่งการให้ ร.ต.ท.กมล ทองคำ รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. นำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจจุดสกัด หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงกลาพอ

ซึ่งตั้งอยู่ ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ในการตรวจค้นยานพาหนะต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีเข้ามาในพื้นที่จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบรถโดยสารประจำทางมินิบัส สายยะลา – สุไหงโก-ลก ยี่ห้อเบนซ์สีขาว ทะเบียน 10-1493 ปัตตานี ขับผ่านมาโดยที่ไม่มีผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่นายอิบรอเฮง ลาแซ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 ม.2 ต.ตะโละ อ.ยะหริ่ง จว.ปัตตานี ซึ่งเป็นคนขับได้แสดงท่าทีมีพิรุธ จากการตรวจสอบภายในรถเจ้าหน้าที่

พบลังกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่ใต้บริเวณชั้นวางเท้าที่นั่งของผู้โดยสาร จำนวน 8 ลังเจ้าหน้าที่จึงได้แกะตรวจสอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ Salt hub จำนวน 8 ลังๆละ 18 กล่องๆละ 10 ชิ้น รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,440 ชิ้น
จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายอิบรอเฮง ให้การรับสารภาพว่า ตนรับจ้างขนสินค้าจากพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไปส่งมอบให้กับลูกค้าอีกทอดหนึ่งในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ในราคาเที่ยวละ 1,600บาท

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางดังกล่าวทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทางมินินัส และนำตัวนายอิบรอเฮง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สายบุรี เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด พ.ร.บ.ศุลกากร
////////////////////////////// ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.หว้านใหญ่ จับ “แม็ก โพนทราย” ยาบ้า 46,000 เม็ด – ปืน .32 กระสุน 12 นัด / อุบัติเหตุสลด! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำ ถนนชยางกูร มุกดาหาร ดับ 2 เจ็บ 1

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เข้าตรวจค้นกระท่อมไม่มีเลขที่ หมู่ 4 ต.ดงหมู อ.หว้านใหญ่ หลังสืบ

ทราบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติด พบ นายณรงค์ศักดิ์ หรือ “แม็ก” อุทุมภา อายุ 25 ปี ชาว ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร ยืนอยู่บริเวณกระท่อม ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นภายในกระท่อม พบของกลางเป็น ยาบ้า 46,000 เม็ด, อาวุธปืนขนาด .32 ไม่มีหมายเลขทะเบียน 1 กระบอก และ กระสุนปืน .32 จำนวน 12 นัด

ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง สว.(สอบสวน)ฯ พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จับยาเสพติด #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ยาบ้า46000เม็ด #ตำรวจหว้านใหญ่ #ปราบปรามยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

มุกดาหาร​ -​ อุบัติเหตุสลด! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำ ถนนชยางกูร มุกดาหาร ดับ 2 เจ็บ 1

เมื่อเวลา 02.15 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2568 มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร “เต็กก่า” จีหมกเกาะ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุตำรวจและศูนย์นเรนทรจังหวัดมุกดาหาร ให้เข้าช่วยเหลือเหตุรถยนต์ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ บริเวณถนนชยางกูรเลยโรงเรียนทีโอเอ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ไปประมาณ 1 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่กู้ชีพ–กู้ภัยเต็กก่า พร้อมอาสาสมัครได้จัดกำลังเข้าที่เกิดเหตุ โดยนำรถพยาบาล 1 คัน และรถอุปกรณ์ตัดถ่าง–ส่องสว่าง 1 คัน เข้าสนับสนุน พบรถยนต์กระบะแคป Chevrolet ทะเบียน บบ 1142 ศรีสะเกษ พลิกคว่ำอยู่บริเวณข้างถนน

ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิง อายุ 24 ปี อยู่ด้านนอกตัวรถ และมีผู้เสียชีวิตติดภายในรถจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ก่อนนำผู้บาดเจ็บและร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร

อุบัติเหตุ #มุกดาหาร #ถนนชยางกูร #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โรงไฟฟ้าพลังงานขยะส่อไปไม่รอด ชาวบ้านลุกฮือ! ลงชื่อคัดค้านทะลุเกือบพันคน จี้ยกเลิก MOU ใกล้แหล่งน้ำและชุมชน มกเม็ดไม่โปร่งใส ใครเอี่ยวมีหนาว

ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงานว่าเวลา09.00น.วันที่ 19 สิงหาคม 2568 กลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่จากหลายตำบลประกอบด้วยตำบลแม่เย็นตำบลลลทานตะวันตำบลป่าหุงตำบลหัวง้ม อ.พาน จ.เชียงรายได้นัดชุมนุมที่โรงเรียนบ้านท่าหล่มตำบลทานตะวัน อำเภอพานจังหวัดเชียงรายเพื่อ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการถึงประเด็นคัดค้านโรงงานไฟฟ้าจากขยะ พี่จะดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ตำบลแม่เย็นอำเภอพานจังหวัดเชียงราย ในการชุมนุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมชุมนุมและลงชื่อในหนังสือคัดค้านไม่เอาโรงงานไฟฟ้าจากขยะ ล่าสุดทะลุเกือบหลักพันคนแล้ในที่ชุมนุมมีแกนนำ

ผู้คัดค้านที่นำโดย พันตรี สมเจต ช่างซอได้เปิดเวทีแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียน ตัวบุคลแสดงความคิดเห็น ต่อหน้าประชาชนเป็นจำนวนหลายร้อยร้อยคนที่มาชุมนุม อาทิ สจ.เขตพื้นที่อำเภอพาน แกนนำต่อต้านที่ตำบลป่าหุ่งฯลฯ

การปราศัยแสดงความคิดเห็น หยุดในเวลา12.00น.เพื่อทานอาหารกลางวัน และจะมีการตั้งขบวนรถแห่ออกจากที่จุดชุมนุมไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอพาน วกกลับทางแยกเข้าตัวอำเภอพานบริเวณพระธาตุจอมแย่

ขาล่อง มุ่งตรงไปยังตำบลแม่เย็นผ่านไปยังจุดบ้านสันไม้ฮาม บริเวณที่ดินที่ตั้งโครงการโรงงานไฟฟ้าฯไปต่อเรื่อยๆผ่านหน้าที่ทำการอบต.แม่เย็น และสิ้นสุดรร.บ้าท่าหล่มที่ตั้งจุดชุมนม ขบวนรถแห่ครั้งนี้ยาวนับ1กิโลเมตร

พันตรี สมเจต ช่างซอแกนนำต่อต้าน ได้กล่าวต่อที่ชุมนุมว่านัดหน้าจะมีการรวมตัวอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อยุติและได้คำที่ชัดเจนเกี่ยวกับการยกเลิก MOU โรงงานไฟฟ้า พลังงานจากขยะตามหนังสือที่ยื่นไปถึงหลายหน่วยงานก่อหน้าที่จะมีการนัดชุมนุมใหญ่.
สมจิตร แสงบัลลังค์ ทีมงานข่าวเชียงราย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สวนกระแสเศรษฐกิจแย่ขายอาหารเช้าราคาจับต้องได้ ชาวบ้านอุดหนุนเพียบ.

เมื่อเวลา05.30นของวันที่20 สิงหาคม 2568ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้ไปที่ร้านขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ซึ่งมี ป้าวัย 61 ชื่อนางเคียง พนม ยึดอาชีพขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ขายดีหลักพันบาทต่อวัน เคล็ดลับที่ขายดีมากว่า30ปี คือ ความซื่อสัตย์

หนึ่งในเทรนด์อาหารเช้า ปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ยังติดโผ เป็นที่นิยมของทุกเพศทุกวัย อย่างปาท่องโก๋ร้าน ร้านป้าเคียงเป็นร้ายเล็กๆ คล้ายรถเข็น ป้าแกขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋มาตั้งแต่เป็นสาวจนปัจจุบันป้าเคียง พนม อายุ 61 ปี ก็ยังขายน้ำเต้าหู้ในราคาถุงละ5บาทปาท่องโก๋ตัวละ1บาทเป็นราคาที่ประชาชนจับต้องได้ในเวลาเศรฐกิจขาลง ที่สี่แยกไฟแดง ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

ทุกวัน ตั้งแต่เช้ามืดจนเวลาประมาณเก้าโมงเช้าของที่ชายหมดป้าก็จะกลับบ้าน และเป็นร้านน้ำน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ร้านเดียวในตำบลสารจิตรที่ขายมานานมีลูกค้าทั้งตำบลสารจิตรและตำบลบ้านแก่ง ทั้งสองตำบล มาซื้อน้ำเต้าหู้ปาท่องโก่กันทุกวัน ไม่ใช่มีแต่น้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋นะ ป้าเคียง แกยังร้อยมาลัยและทำดอกไม้เป็นกำมาขายอีกด้วย ซึ่งได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องสูตรการทำนั้นป้าเคียงแกเล่าว่า

สูตรในการทำปาท่องโก๋นั้น ตนเองเตรียมแป้งตั้งแต่ตีหัวค่ำประมาณสองทุ่งจะผสมแป้งตามอัตราส่วนที่สมดลกันน่าจะคล้ายกับแม่ค้าที่อื่นที่ทำแต่ที่กรอบและอร่อยไม่อมน้ำมันนั้น ป้าเล่าว่า ต้องใช้น้ำมันที่ร้อน และเปลี่ยนน้ำมันทุกวัน และเวลาที่ทอดจะต้องสังเกต ดูว่าจะมีคราบแป้งที่ไหม้ติดก้นกระทะหรือไม่ ถ้ามองเห็นว่ามีแป้งติดกันกระทะและไหม้ป้าเคียง

จะหยุดทอดปาท่องโก๋และนำน้ำมันมาเทเพื่อทำความสะอาดก้นกระทะเมื่อล้างเสร็จก็นำมาทอดใหม่ ด้วยอุณหภูมิที่ปานกลางไฟไม่แรงจนเกินไป ต้องคอยดูพลิกตัวปาท่องโก๋ด้านที่สุกไว้ด้านบนเพื่อให้อีกด้านได้สุกเมื่อแล้วใช้ตระแกรงตักเขย่าให้น้ำมันออกแล้วนำใส่ถาดที่วางไว้ขาย เท่านี้ก็จะได้ปาท่องโก่ที่กรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน ส่วนน้ำเต้าหู้นั้น ป้าเคียงแกเตรียมต้มมาจากบ้านโดยลุกต้มน้ำเต้าหู้ตั้งแต่ตีหนึ่งทำตามสูตรปกติทั่วไป

ต้มเสร็จบรรจุใส่ถุงพลาสติก แล้วนำเก็บใส่กล่องโพมไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิให้น้ำเต้าหู้นั้นร้อยอยู่เสมอเวลาตีสามก็นำออกไปขายที่สี่แยกสารจิตรลูกค้าที่มาประจำมีทุกที่มีทั้งรับไปขายต่อและทานเองแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความซื่อสัตย์กับลูกค้า นางคียง พนม กล่าว
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วช. ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยลด PM2.5 ที่จังหวัดน่าน สร้างเครือข่ายจัดการเศษวัสดุเกษตร-ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน

วันที่ 19–20 สิงหาคม 2568 — สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้แผนงานวิจัย “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็น 1 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายหลักของแผนงาน

ในการนี้ นายสุชัช ศุภวัฒนาเจริญ ผู้อำนวยการภารกิจการวิจัยของประเทศด้านสัตว์เศรษฐกิจ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อเยี่ยมชมพื้นที่ดำเนินงานและร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเครือข่ายท้องถิ่น ในโครงการ “การพัฒนาเครือข่ายชุมชนการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hotspot) และฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดน่าน”

โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และชุมชนในจังหวัดน่าน อาทิ สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน บริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัดแคชชิว นัท ริช กรุ๊ป (ไทยแลนด์) และองค์การบริหารส่วนตำบลส้าน

โครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือทางการเกษตร เพื่อลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของจุดความร้อนและ PM2.5 โดยเชื่อมโยงสู่การสร้างอาชีพทางเลือกในชุมชน เช่น การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ การเพาะพืชน้ำสำหรับอาหารสัตว์เศรษฐกิจ รวมถึงการแปรรูปผลผลิตและพัฒนาการตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงนอกฤดูการผลิต

พร้อมกันนี้ยังเน้นการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมของชุมชน ผสานกับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และผลักดันแนวทางการบริโภคที่ยั่งยืน สู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำและความเป็นกลางทางคาร์บอนในระยะยาว

การประชุมและติดตามในครั้งนี้ ถือเป็นการสานพลังระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่ อันจะนำไปสู่รูปธรรมในการลดมลพิษทางอากาศ และการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็งในชุมชนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านร่วมกันลักลอบเล่น ไพ่.ไฮโล กลางเมืองชุมพร โดยไม่ได้รับอนุญาต

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงของวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ขณะที่ พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ จนท.ปฏิบัติการฝ่ายการข่าว ด้วย กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งเบาะแสความมั่นคง ทางโทรศัพท์ สายด่วน 1374 เรื่องมั่วสุมเล่นการ พนัน ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด.ชพ. นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ จนท.ปฏิบัติการฝ่ายการข่าว, จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง, จ.ส.อ.พงศ์ศิลป์ รุ่งอาญา,จ.ส.อ.ธนวรรธณ์ บรรจงศิริทัศน์, ส.อ.กิตติพันธ์ อ่อนแสง

เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร นำโดย ร.ต.อ.จำนง เต็งประยูร รอง สวฯ, ด.ต.วัชรพันธ์ ชูละออง,จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ มีสติ เจ้าหน้าที่ ปกครองจังหวัดชุมพร นำโดย นายเกียรติภูมิ โภคผล จนท.ปกครองปฏิบัติการ ลงตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน(ไพ่.ไฮโล) บริเวณ ท่าตะเภา ต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร

มีกลุ่มบุคลมั่วสุมเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลดังกล่าวลักลอบเล่นการพนันไฮโล และไพ่ดรัมมี่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจและแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิแก่ผู้ถูกจับกุม ได้ 8 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิแก่ผู้ถูกจับกุม ““ผู้ถูกจับกุมที่ 1 ถึง 8 ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน(ไพ่.ไฮโล)เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต และกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 เพิ่มว่า

เป็นผู้จัดให้มีการลักลอบ เล่นการพนัน พนันเอาทรัพย์สินกัน จึงทำการตรวจยึดของกลางพร้อมนำตัวผู้ต้องหาและทำบันทึกที่ ที่ทำการหน่วย ปฏิบัติการพิเศษ กก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร โดยผู้ถูกจับคนที่ 5 ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้เล่นการพนัน (ไฮโล) พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาติ, ร่วมกันลักลอบเล่น การพนัน(ไฮโล)พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต” และผู้ถูกจับคนที่ 6-8 แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักลอบเล่น การพนัน(ไฮโล)พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต”

1 นางวณิภา สงวน นามสกุล ชาวต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 2 นายพิศิษฐ์ สงวนนามสกุล ชาว ต.สะพลี อ.ปะทิว 3นายดง สงวนนามสกุล ชาว ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 4. นายกุมภา สงวนนามสกุล ชาว ต.บางลึก อ. เมืองชุมพร จ.ชุมพร พร้อมด้วยของกลาง1.ไพ่ สีน้ำเงิน ๑ สำรับ จำนวน ๕๒ ใบ 2.เสื่อปู สีเขียว จำนวน ๑ ผืน 3.ธนบัตรจำนวนหนึ่ง

5 นายสมชาย สงวนนามสกุล ชาว ถ.พิศิษฐพยาบาล ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 6 นายกรุง สงวนนามสกุล ชาว ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ. จ.ชุมพร 7 นายพูลศักดิ์ สงวนนามสกุล ชาว ต.บางลึก อ.เมืองชุมพร 8 นายเฉลิมเกียรติ์ สงวนนามสกุล ชาว ต.นากระตาม อ.ท่า แซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยของกลาง 1ธนบัตรจำนวนหนึ่ง 2 ลูกเต๋า 3 ลูก 3 แผงไฮโล 1 แผง 4 จานพร้อมฝาปิด 1 ชุด

จึงทำการตรวจยึดของกลางพร้อมนำตัวผู้ต้องหาและทำบันทึก ที่ ที่ทำการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร หลังจากนั้นได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ให้กับ พงส.สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.ประจวบฯ จัดโครงการ “เครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2568

วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

โดยมี นายไชยณรงค์ เชื้อวงค์สกุลรองนายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ คนที่หนึ่ง นายยุทธชัย ปริยวาที เลขานุการนายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบคีรีขันธ์

นายธรรมรัตน์ สิงห์ศรี ปลัดอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นางจันทิสา แดงโชติ รองปลัด อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.ประจวบฯ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ทั้ง 8 อำเภอ พนักงาน เจ้าหน้าที่ร่วมอบรมกว่า 150 คน

สำหรับกระบวนการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานพัฒนา ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจแก้ปัญหาและสนับสนุนติดตามผลการปฏิบัติงานขององค์กร การมีส่วนร่วมของประชาชนมีรากฐานมาจากแนวคิดของระบอบประชาธิปไตย

โดยภาครัฐจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ทั้งด้านการให้และรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ รวมถึงการร่วมตัดสินใจในชั้นตอนการริเริ่มนโยบาย การจัดทำแผนงาน

โครงการ หรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความโปร่งใส่และเพิ่มคุณภาพการตัดสินใจของภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น และเป็น
ที่ยอมรับร่วมกันของทุกภาคส่วน ดังนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัด

ประจวบคีรีขันธ์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ “เครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ตระหนักถึงการสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมในการจัดทำบริการสาธารณะในพื้นที่ตนเอง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารงาน ภาครัฐ และนำไปถ่ายทอด

ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด/วิธีการปฏิบัติงานและประสานความร่วมมือกัน ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับประชาชน สู่การพัฒนาท้องถิ่น
อย่างยั่งยืน

/////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ 2568

วันที่ 19 ส.ค.2568 ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืน ฯ หมู่ 1 บ้านไร่ใน ตำบลแสงอรุณอำเภอทับสะแกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นายสิทธิพร คงหอม
นายอำเภอทับสะแกเป็นประธานในพิธีปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2568

โดยมี พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รองผกก.ป.สภ.ห้วยยางพ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยางพ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมีสว.อก.สภ.ห้วยยางน.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก

นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสงอรุณ นายชาตรี วนิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยางนาย บุญช่วย โพธิ์ทองผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านไร่ใน นาย ทิวา สุขอวบอ่องผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2บ้านแสงทอง

พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจาก ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านอาสาสมัครสาธารณสุข ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประชาชนชุมชนบ้านไร่ใน และบ้านแสงทอง พร้อมผู้กล้า

ร่วมพิธีปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2568 พร้อมมอบป้ายคุ้มสีขาว สมุดประจำตัวผู้บำบัด แฟ้มข้อมูล พร้อมมอบพื้นที่ส่งต่อความยั่งยืนให้กับชุมชนบ้านไร่ในหมู่ 1 และบ้านแสงทอง หมู่ 2 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าโคราช เร่งฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัดยาเสพให้มีรายได้ ตามแผนนโยบาย No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

เมื่อวันที่(19ส.ค.68)นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีนำผู้ที่ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดในพื้นที่อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกิจกรรมโครงการบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงิน

ออม ชีวิตใหม่เริ่มได้ทุกวัน ตามนโยบาย No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด ได้มีงานทำ มีรายได้ ต่อยอดอาชีพที่ได้รับการฝึกฝน จนสามารถหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการนำ 2 นโยบาย หลักของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทั้งนโยบายบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงินออม และนโยบาย No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด มาต่อยอดเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูและฝึกอาชีพให้กับกับผู้ป่วยที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด

โดยยึดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ เพื่อให้มีรายได้ ซึ่งไม่เพียงแต่การปลูกต้นไม้เพื่อเป็นรายได้ ทางจังหวัดนครราชสีมาได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดูแลผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติดทุกราย อย่างใกล้ชิด

โดยวางแนวทางในการช่วยเหลือผู้ทั้งการฝึกฝนอาชีพและการได้รับการศึกษา เพื่อที่บุคคลเหล่านั้นจะสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขไม่หันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกต่อไป นายกิตติศักดิ์ กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อลังการงานดีไซน์ “ชุดประจำชาติ” มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025

ยิ่งใหญ่เกินต้านจริงๆสำหรับเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2025 : The New Era (มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025 : เดอะ นิว เอร่า) รอบ National Costume (เนชั่นแนล คอสตูม) หรือรอบชุดประจำชาติ โดย บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ผู้ถือสิทธิ์ในการจัดประกวด Miss Universe Thailand โดย คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด MIss Universe Thailand & Vice President of Miss Universe Asiana จัดเต็มเพื่อแฟนนางงาม นอกจากจะได้เห็นความอลังการของชุดประจำจังหวัดที่เหล่าดีไซเนอร์สายเลือดไทยเนรมิตให้ผู้เข้าประกวด 77 จังหวัด ได้สวมใส่และนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยที่งดงาม การตัดเย็บที่สุดแสนปราณีต การเลือกสรรผ้าและลวดลายเอกลักษณ์ไทยอันทรงคุณค่า ผ่านการนำเสนอของผู้เข้าประกวดที่ต้องถ่ายทอดออกมาให้เห็นถึงแก่นแท้และรากเหง้าของประเทศไทย เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง Best National Costume หรือชุดประจำชาติยอดเยี่ยม สนับสนุนรางวัลโดย Numju Vitamin Whitening lotion & Rachi Body Bright UV Protection

งานนี้แฟนนางงามไม่มีพลาด ตามชมตามเชียร์แน่น MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 และที่รับชมทาง Youtube Live : Grand TV เปิดเวทีด้วยพิธีกร ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และผู้สนับสนุน ก่อนจะเปิดตัวด้วยแฟชั่นโชว์ชุดประจำจังหวัดของ 77 สาวงามผู้เข้าประกวด Miss Universe Thailand 2025 ท่ามกลางแสง สี เสียง ที่กลายเป็น Talk Of The Town ทันทีเพราะเวที อลังการมาก! เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม นางงามและดีไซเนอร์ทำดี ทำถึง ทำเกินกว่าที่คาด บอสณวัฒน์ เปิดโอกาสให้ผู้ชมร่วมกด Like และ Share ผ่านทาง Facebook และ IG : Miss Universe Thailand เพื่อร่วมคัดเลือก TOP 20 National Costume โดย 10 ชุดจะมาจากคะแนนโหวตสูงสุด 10 อันดับ และ 10 ชุดมาจากคณะกรรมการ ก่อนจะประกาศผลผู้ชนะ Best National Costume และรองอีก 4 คำแหน่ง ในรอบตัดสิน Final Competition ค่ำคืนวันตัดสิน 23 สิงหาคมนี้ เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง Grand TV

ปิดท้ายค่ำคืนนี้ด้วยการประกวด Inspire U To The Universe : Final round โดยผู้ที่เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายในรอบนี้ ได้แก่ 1. MUTกรุงเทพมหานคร แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง 2. MUTขอนแก่น ศศินันท์ กุหลาบ 3. MUTนครพนม วริศยา แสวงการ4. MUTนครศรีธรรมราช กมลพร ทองพล 5. MUTปทุมธานี อมองดีน กลาสเซต์ 6. MUTพัทลุง แวเนสซ่า เดเซเร ทิมเฮเด7. MUTระยอง ดวงเดือน คอลลินส์ 8.MUTราชบุรี ธารา ดิษฐะ-มาร์ชอลล์ 9. MUTสระบุรี ปวีนา ซิงห์ 10. MUTสุราษฎร์ธานี ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร โดยทุกคนมีเวลา 3 นาที ในการพูด Speech หัวข้อที่กำหนด พร้อมตอบคำถามพิเศษจาก บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล โดยผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวในรอบนี้จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท และผ่านเข้าสู่รอบ 18 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติทันที….

สำหรับการประกวด Miss Universe Thailand 2025 : The New Era (มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 : เดอะ นิว เอร่า) มุ่งเน้นตามหา The New Era Of Miss Universe Thailand ที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปเฉิดฉายอยู่บนเวทีจักรวาล กับการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทยได้สิทธิ์เจ้าภาพจัดการประกวดปลายปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่านางงาม The New Era ในยุคของ MGI ต้องไม่ธรรมดา นอกจากความสวยในระดับ 4B นั่นคือ Beauty Body Brain และ business ที่มีอย่างเพียบพร้อมแล้ว พวกเธอต้องมีแสง และแรงสนับสนุนที่ท่วมท้น ร่วมกันค้นหาผู้หญิงที่พร้อมที่สุด มีคุณค่ามากที่สุด รวมถึงมีความสำคัญ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้คนในประเทศไทยและโลกใบนี้ ภายใต้ 3E ได้แก่ Elegance (ความสง่างาม) Empowering (สร้างแรงบันดาลใจ) และ Entertainment

นอกจากการช่วงชิงคะแนนจากคณะกรรมการในทุกรอบการแข่งขันแล้ว แฟนนางงามทุกคนสามารถร่วมโหวตให้กับนางงามที่ชื่นชอบ เพื่อมุ่งสู่ตำแหน่ง Miss Popular Vote ที่จะนำพาสู่ Fast Track ผ่านเข้ารอบ 18 คนสุดท้าย โดยอัตโนมัติ โดยกองประกวดเริ่มทำการเปิดโหวตแล้วตั้งแต่วันนี้ทาง สำหรับการประกวดรอบสำคัญอื่นๆมีดังนี้วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 : Preliminary Competition (การแข่งขันรอบอุ่นเครื่อง)วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 : รอบ Final Battle ของ Best Seller Award Top 3 MUTกรุงเทพมหานคร MUTเพชรบุรี และ MUTสระบุรีวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 รอบ Final Competition

ทุกรอบเริ่มเวลา 19.00 น. ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของกองประกวดฯ ที่จะพาทุกท่านไปเฟ้นหาดาวดวงใหม่เป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีจักรวาล ได้ในช่องทาง Facebook : Miss Universe ThailandInstagram @missuniversethailand / X : @missu_thailand / TikTok : @officialmuth

ภาพ/ข่าว RIN Online Media

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปศุสัตว์ จ.ชุมพร ตรวจประเมินระบบมาตรฐานฮาลาล โรงเชือดเพื่อการส่งออก ปี 2568 / ตร.ทล.ชุมพรจับยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 19 สิงหาคม 2568 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร โดยนายสัตวแพทย์เดชา จิตรภิรมย์ ปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ได้มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์พิชัย โพธิ์กระสังข์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ เข้าร่วมการตรวจประเมินระบบมาตรฐานฮาลาล โรงเชือดเพื่อการส่งออก ประจำปี 2568 ของ บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแตนท์ จำกัด

นายสัตวแพทย์พิชัยฯ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 และพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 รวมถึงเป็นพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำโรงงานเพื่อการส่งออก

การตรวจประเมินจัดขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร และ ฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) มีผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาเข้าร่วม ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านปศุสัตว์จากกรมปศุสัตว์,ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร,ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาลาล จากสำนักคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และจากสำนักคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชุมพร

โดยมีรายชื่อคณะผู้ตรวจประเมิน ดังนี้ 1. นายคทาวุธ เลาะหมุด หัวหน้างานต่างประเทศฝ่ายกิจการฮาลาล สกอท. — หัวหน้าคณะตรวจประเมิน 2. น.สพ.มาลิก อับดุลบุตร นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมปศุสัตว์ — กรรมการคณะตรวจประเมิน 3. น.สพ.ประยูร ลีลางามวงศา ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร — กรรมการคณะตรวจประเมิน 4. สกอจ.ชุมพร ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาลาล สกอจ.ชุมพร — กรรมการคณะตรวจประเมิน

5. นายเสกสันต์ แสงศรี ผู้เชี่ยวชาญการตรวจประเมินโรงเชือดฮาลาล ฝ่ายกิจการฮาลาล สกอท. — เลขานุการคณะตรวจประเมิน 6. น.สพ. รฐนนท์ เข็มแก้วนายสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์ — ผู้ช่วยคณะกรรมการตรวจประเมิน 7.นายอานัศ มะมิน นักศึกษาฝึกงาน — สังเกตการณ์

วัตถุประสงค์ของการตรวจประเมินครั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงเชือดให้เป็นไปตามหลัก ศาสนาบัญญัติอิสลามและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหาร เพื่อรองรับการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

ตร.ทล.ชุมพรจับยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด

ธนากร โกศลเมธี 0818923514 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นของวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร (ตร.ทล.ชุมพร)

สถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 2 ปฏิบัติหน้าที่บนถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้สกัดจับรถเก๋งต้องสงสัยคันหนึ่ง หลังสังเกตเห็นว่าท้ายรถคันดังกล่าวมีการบรรทุกสิ่งของที่น้ำหนักมากผิดปกติ

เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณขอให้รถต้องสงสัยจอดรถเพื่อขอตรวจค้น พบร่องรอยการดัดแปลงในส่วนของท้ายของกระโปรงรถด้านหลัง เมื่อรื้อและตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบกระสอบบรรจุยาบ้าอัดแน่นเต็มพื้นที่

รวมจำนวนกว่า 1,000,000 เม็ด คิดเป็นมูลค่ามหาศาล จึงควบคุมตัวคนขับและผู้โดยสารที่มากับรถ (ขอสงวนชื่อและนามสกุลเพื่อขยายผล)

ไปสอบสวนขยายผลที่สถานีตำรวจทางหลวง เพื่อหาเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยคาดว่ายาเสพติดล็อตนี้มีปลายทางที่จังหวัดทางภาคใต้ตอนล่าง

ก่อนจะถูกลำเลียงเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านในที่สุด การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ที่พยายามจะลักลอบผ่านจังหวัดชุมพร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมศิลปินเพลงไทยสากล จัดงานเปิดตัว single ใหม่เพลงไทยสากลและ MV แนววาย พร้อมเปิดตัว “เอ-ปิ๊ก” คู่จิ้นเป็นครั้งแรกของวงการเพลงไทย

สมาคมศิลปินเพลงไทยสากล เครือข่ายทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดย พลโท ม.ร.ว. วโรรส บริพัตร นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย

คุณณัฐคัลป์ –ทัตจิรา หมายพาณิชย์ ประธานอุปถัมภ์โครงการ และ อาจารย์วิภาส รวิภาส ที่ปรึกษาสมาคม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว SINGLE ใหม่เพลงไทยสากล และ MV เพลงไทยสากลแนววาย ณ ลานกิจกรรมชั้น 3 โครงการฟีนิกซ์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

โดย 3 นักร้องคุณภาพ ได้แก่ ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์ นักร้องระดับรางวัลพระราชทาน และศิลปินยอดนิยม นักร้องเพลงไทยสากลรางวัลพระราชทาน กับบทเพลง “อีกกี่วัน” ผลงานการประพันธ์ อาจารย์ชัยรัตน์ วงศ์เกียรติ์ขจร เรียบเรียงเสียงประสานโดย จเร อับดุลราฮิม (นักดนตรีวงพิ้งค์แพนเตอร์)

พร้อมกับการเปิดตัว MV ซีรีส์วาย นำแสดงโดย ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์ และ ปิ๊ก-ธีรราช วงศ์มุสิทธิ์ พระเอกใหม่กับงานแสดงครั้งแรก ดีกรีอดีตนักวอลเล่ย์บอล สโมสรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ เต้-ปฏิพัทธ์ กันฉาย ซึ่งคาดว่ากลายเป็น “คู่จิ้น” “เอ-ปิ๊ก” อีกคู่ในวงการเพลงไทยบ้านเรา

นอกจากนี้ยังมีนักร้องเสียงคุณภาพอีก 2 ท่านได้แก่ ภูริช ปริวิสุทธิ์ ผู้ประกวดแข่งขันจากรายการ THE GOLDEN SONG ในบทเพลง “ขวัญใจมโนรมย์” ผลงานการประพันธ์ของ อาจารย์วิภาส รวิภาส และเพลง “สมน้ำหน้าตัวเอง” ขับร้องโดย จรวยพร จิตรีญาติ นักร้องดังยุค90

การเปิดตัวในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ วงการเพลงไทยสากลที่ไม่มีผลงานใหม่ๆ ออกมาสู่วงการ เพื่อร่วมกันส่งเสริม อนุรักษ์และพัฒนาบทเพลงไทยสากลสืบไป โดยมีการปรับการนำเสนอในแนวทางใหม่ๆ เพื่อได้รับฐานผู้ฟังคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีพิธีแต่งตั้ง “ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศิลปิน“ ของ สมาคมศิลปินฯ ได้แก่ ดร.วโรดม ศิริสุข โดย พลโท ม.ร.ว. วโรรส บริพัตร นายกสมาคมฯ เป็นผู้มอบเกียรติบัตร รวมทั้งสองนักแสดงหนุ่มซีรีส์วายสุดฮิต “ลอยแก้ว” ได้แก่

เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย และ แสตมป์-พรวศิน เรืองนุกูล มาร่วมแสดงความยินดี และเตรียมพร้อมที่จะขับร้องเพลงเพราะๆ ให้กับสมาคมฯ ในชื่อเพลง “สิ้นเยื่อขาดใย” ซึ่งจะเข้าห้องอัดในเร็วๆ นี้

ผลงานเพลง “อีกกี่วัน” และผลงานเพลงอื่นๆ สามารถติดตามชมได้ช่อง youtube สมาคมศิลปินเพลงไทยสากล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ จ.นครสวรรค์ยื่นเรื่อง ให้ สส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล และคณะ สส. เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 25 68  กลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จังหวัดนครสวรรค์  เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพด  อำเภอตากฟ้า  อำเภอตาคลี  อำเภอไพศาลี  อำเภอท่าตะโก  และจังหวัดสุพรรณบุรี จากหลายตำบล ประมาณ  500 คน มารวมตัวกัน ณ ที่ว่าการอำเภอตากฟ้า เพื่อแสดงพลัง สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนให้รัฐบาล โดย ยื่นหนังสือต่อ นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัคนครสวรรค์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย  นายพีระเดช  ศิริวันสาณฑ์  
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต 5 พรรคภูมิใจไทย  นายเศวต  เพชรนุ้ย  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครคสวรรค์  นางพนิดา  วานิชรัตน์  พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์  นายคมกฤช  อุทะโก  เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับเรื่องร้องเรียน   ซึ่งกลุ่มเกษตรกร ได้ทำหนังสือร้องเรียนใน  เรื่อง ข้าวโพดจีเอ็มโอนำเข้าเสี่ยงจะบ่อนทำลายเศรษฐกิจท้องถิ่นเกษตรไร่นาไทย     โดยเนื้อหาว่าจากการที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบชพ.) เมื่อวัน

อังคารที่ 10 มิถุนาขน 2568 เวลา 13.00 น. มีมติส่วนใหญ่ให้นำเข้าข้าวโพดตัดต่อพันธุกรรม จากอเมริกาได้ในกรอบ 1.0 ล้านต้น ให้อยู่ในมาตรการ 3:1 โดยให้เอกชนเป็นผู้นำเข้าได้ ซึ่งมีผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และข้าว ที่กระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย และเป็นผู้สร้างรายได้ต้นน้ำทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ทั้งที่ผลผลิตวัตถุดิบหมวดพลังงานในประเทศทั้งหมดมีเพียงพอและอยู่ในสภาวะลิ้นตลาดในปัจจุบัน แต่หลังจากมีการเจรจามาตรการทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ผลปรากฏว่าเกิดเงื่อนไขที่เลวร้ายมากขึ้น โดยจะมีการเปิดโอกาศให้นำเข้าข้าวโพดตัดต่อพันธุกรรมเข้ามาได้ถึง 3.0 ล้านต้น และขังจะให้นำเข้ากากข้าวโพด (DDDGS) อัตราอากรนำเข้าเป็น 0% ในปริมาณ 1.0 ล้านต้น

ซึ่งเป็นเงื่อนไขข้อตกลงโดยไม่สนใจถึงผลกระทบอย่างไร้ความปราณี ไร้ความเท่าเทียมในสังคม แถมด้อยค่าในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชาวไร่ชาวนา ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติและผู้เป็นรากฐานทางเศรษฐกิจ ผู้สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเป็นผู้ก่อให้เกิดรายได้ต่อเนื่องทางเศรษฐกิจท้องถิ่นมานับตั้งแต่มีประวัติศาสตร์ประเทศไทย และเป็นประเทศที่มีพื้มีพื้นที่และภูมิศาสตร์เหมาะกับเกษตรกรรม สุดท้ายเสี่ยงที่จะทำลายความั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว จากสร้างความเหลื่อมลำทางรายได้ การเติบโตของ GDP ที่ไม่เสมอภาคกระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มผลประโยชน์ไม่กี่กลุ่มการวางแผนอย่างเป็นระบบมากกว่า 10 ปี ที่ทำให้เกิดการตัดสินใจเปิดโอกาสให้นำเข้าเข้าข้าวโพดตัดต่อพันธุกรรมจากอเมริกาและวัตถุดิบทดแทนในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่สวนทางกับรัฐบาลของกลุ่มประเทศมหาอำนาจหลายประเทศ ตัวอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และออสเตรเลีย ทุกประเทศต่างพยายามปกป้อง ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาอาชีพทำไร่ทำนา รวมถึงเสริมด้านการตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงกับอุดหนุนทางการเงินเพื่อให้ส่งออกไปเข่งขันในตลานตลาดได้ เพราะ ถึงแม้ GDP จากภาคเกษตรไร่นาจะไม่สูง แต่มันคือความมั่นคงของประเทศ เพราะเป็นช่วยรองรับแรงกระแทกจากวิกฤติเศรษฐกิจที่มีต่อภาคอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ สมาคมการค้าพืชไร่และเกษตรกรชาวไร่ขาวนาไทย ขอให้ผู้ที่ทำกับดูแลตามแนวทางดังต่อไปนี

  1. ยับยั้งการนำเข้าข้าวโพดตัดต่อพันธุกรรมและ DDGS จากประเทศอเมริกา หรือชะลอ
    ไม่ให้มีการรนำเข้าวัตถุดิบทดแทนจากต่างประเทศ ในสการที่วัตถุดิบหนาดพลังหลัง
    ไทยทั้งหมดยังล้มตลาดอยู่ ไม่ควรนำเข้าวัดถุดิบทดแทนต่างๆในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว
  2. กำหนดมาตรการยกระดับราคาผลผลิต ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และจากพื้นที่ไร่นาภายในประเทศ ให้เกษตรกรพอมีกำไรในการดำรงชีพเพียงพอต่อการชำระหนี้

  1. สนับสนุนให้โรงงานอาหารสัตว์ไทยพึ่งพาวัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจองถิ่นและภูมิภาคมากยิ่งขึ้งขึ้น
  2. ไม่เป็นเครื่องมือในการสร้างการค้าผูกขาดให้กับธุรกิจ ปกป้องอธิปไตยทางอาหารและอธิปไตยทางการตลาดพืชวัตถุดิบหมวดพลังง
  3. ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) มีการสำรวจปริมาณข้าวโพดต่อไร่อย่าง โปร่งใส
  4. ให้โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อในช่วงเวลาผลผลิตกายในประเทศออก และควรรับซื้อมากกว่ากำลังการผลิต 2-3 เท่า
    ซึ่งเบื้องต้น วันพุธ 20 ส.ค. 2568 ทางคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ จะขอคิวปรึกษาหารือในเรื่องนี้ต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารผ่านศึกมอบทุนการศึกษาบุตรทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ 2,3 และ4

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ณ.สโมสรนายทหารสัญญาบัตรค่ายเขตอุดมศักดิ์ พลตรีสมคิด ชูเผือกผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตชุมพรให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาบุตรทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ 2,3 และ4 ร่วมกับผู้แทนโรงเรียนสะอาดประเดิมวิทยาผู้แทนวิทยาลัยเทคนิคชุมพรนายกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดระนองประธานเครือข่ายทหารผ่านศึกอำเภอเมืองชุมพรนักเรียนทุนที่จบการศึกษาและผู้มีเกียรติทุกท่าน

พันเอกชาญยุทธ แคล้วปลอดทุกข์ ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตชุมพรขออนุญาตเรียนถึงความเป็นมาของการมอบทุนการศึกษาดังนี้ตามที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ดำเนินการให้มีการสอบชิงทุน การศึกษาบุตรทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่สองบัตรชั้นที่สามและบัตรชั้นที่สี่ประจำปีการศึกษา 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตชุมพร จำนวนสามจังหวัดได้แก่จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เพื่อขอรับทุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศไทย โดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมีทุนการศึกษาจำนวน 900 ทุนทุนละ 10,000 บาทต่อปีการศึกษานั้นสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตชุมพรได้ทำการสอบชิงทุนการการศึกษาขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมีบุตรทหารผ่านศึกนอกประจำการ สมัครสอบชิงทุนจำนวน 38 ราย ใน วันที่ 22 มีนาคม 2568 ณ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกชุมพร มีผู้เข้าสอบผ่านเกณฑ์ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 33 ราย แยกเป็นประเภทดังนี้ หนึ่งทุนการศึกษาประเภทต่อเนื่องเพื่อการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า

จนจบปริญญาตรีในประเทศ เป็นทุนการศึกษา องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจำนวน 30 ทุน สองทุนการศึกษาประเภทเฉพาะหนึ่งปีการศึกษาเพื่อศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นทุนการศึกษาของผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้แก่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจำนวนสามทุน
ในโอกาสนี้ได้เชิญ นาย เอกวุฒ คงคาภิรมย์นักเรียนทุนที่จบการศึกษาแล้วมาถ่ายทอดประสบการณ์และความภาคภูมิใจเพื่อเป็นแนวทางให้แก่น้องที่ได้รับทุน หลังจากจบการศึกษาได้มาทำงานที่ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์ช่วยเหลือทางกฎหมาย

จากที่ได้รับทุนการศึกษานี้เป็นเพราะว่าคุณพ่อเคยรับราชการทหารตอนปีพุทธศักราช 2524 ต่อมาท่านได้เข้าไปร่วมรบกับผู้ก่อการไม่สงบในช่วงปีพุทธศักราช 2525 บริเวณช่องช้างบ้านนาสารจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากที่คุณพ่อปลดประจำการ ยังผูกพันกับองค์การทหารผ่านศึกจนกระทั่ง ตนเรียนอยู่ชั้นม.สาม คุณพ่อแนะนำให้มาสอบชิงทุนการศึกษาขององค์การทหารผ่านศึกแล้วก็เป็นผู้ที่ได้รับโอกาสให้ได้รับทุนนี้ในสมัยนั้นก็ให้ผู้ที่สอบชิงทุนของมัธยมปลายได้รับปีละ 5000 บาท

ซึ่งในช่วงแรกก็ยอมรับว่าก็ได้ใช้ทุนไปในทางที่ไม่ค่อยถูกต้อง ช่วงแรกได้เงินมาก็เอาไปเอาไปซื้อหนังสือการ์ตูน เอาไปเล่นเกมออนไลน์ ยอมรับว่าใช้ทุนโดยที่ไม่เกิดประโยชน์จนกระทั่งเรียนจบมอปลาย ณ เวลานั้นที่บ้านก็ประสบปัญหาทางการเงินคุณพ่อคุณแม่ก็บอกว่า ไม่สามารถส่งให้เรียนต่อมหาวิทยาลัยทางกรุงเทพได้เพราะว่าทางบ้านขัดสนเรื่องเงินทองก็เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจว่าเราจะทำยังไงในอนาคตการเรียน

จึงคิดได้ว่ามีเงินจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกซึ่งในระดับมหาวิทยาลัยนั้นองค์การสมทบช่วยปีละ 10,000 บาทจึงตัดสินใจเรียนต่อ มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกในการเรียนจึงตัดสินใจเรียนต่อโดยเรียนอยู่ที่บ้านเต็มรูปแบบแล้วก็ไปสอบที่โรงเรียนสอาดประเดิมวิทยา สมัยนั้นมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ค้าสมัครนักศึกษาต้องใช้เงิน 3000 บาทค่าหน่วยกิตหน่วยกิตละ 50 บาท ตกแล้วปีการศึกษาก็ไม่เกิน 10,000 บาทซึ่งทุนขององค์การทหารผ่านศึก ก็สามารถที่จะเรียนได้และจบการศึกษาปริญญาตรีมาได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินจากทางบ้านเลยซึ่งเป็นทุนที่มีประโยชน์มากๆจึงอยากฝากให้น้องน้องที่ได้รับทุนการศึกษาในวันนี้อย่าทำผิดพลาดเหมือน

กับพี่ให้ใช้ทุนนี้ให้เกิดประโยชน์เพื่อพัฒนาตนเองเพื่อพัฒนาครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเมื่อจบแล้วก็สามารถที่จะออกมาพัฒนาสังคมและชาติต่อไปได้สุดท้ายนี้ก็ขอขอขอบคุณแทนตนเองแล้วก็แทนน้องน้องต่อองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่มีโครงการทุนนี้ขึ้นมาขอบพระคุณมากๆครับผม

พลตรีสมคิดชูเผือกกล่าว กระผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ให้กับบุตรหลานทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่สองบัตรชั้นที่สามและบัตรชั้นที่สี่ในวันนี้การมอบทุนการศึกษาถือเป็นการตอบแทนคุณงามความดีของทหารผ่านศึกที่ท่านทั้งหลายได้เคยรับใช้ประเทศชาติซึ่งองค์การส่งเสริมทหารผ่านศึกไม่ได้ทอดทิ้งท่านนอกจาก

ให้การสงเคราะห์ตัวท่านแล้วยังช่วยเหลือไปถึงบุตรหลานของท่านที่เรียนดีสามารถสอบจริงทุนเพื่อการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าจนจบระดับปริญญาตรีในประเทศ ขอให้นักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาในวันนี้จงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนประพฤติตนเป็นคนดีเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่เป็นสิทธิ์ที่ดีของครูอาจารย์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุขทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมเพื่อจะได้เป็นกำลังของชาติในอนาคตต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปชช. ร้องสะพานข้ามห้วยบังอี่ “ไร้มาตรฐาน” ขอให้ตรวจสอบผู้รับเหมา-ผู้ควบคุม-ตรวจรับงานบกพร่องหรือไม่

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ประชาชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ได้ร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามห้วยบังอี่ ระหว่างบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 8 ตำบลหนองแวง ไปบ้านนาสองเหมือง หมู่ที่ 4 ตำบลนากอก อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร เริ่มสัญญา วันที่ 9 ตุลาคม 2567 สิ้นสุดสัญญา วันที่ 5 มิถุนายน 2568 งบประมาณ 4,839,000 บาท โดยพบความชำรุดทรุดโทรมอย่างรวดเร็วหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างที่น่าจะไม่เป็นไปตามมาตรฐานและกำหนดในสัญญาจ้าง

โดยปรากฏสภาพความเสียหายขอของงานก่อสร้างอย่างชัดเจน ทั้งรอยแตกร้าวขนาดใหญ่บนพื้นผิวคอนกรีต ซึ่งบ่งชี้ถึงคุณภาพของวัสดุและการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ยังพบการทรุดตัวของดินบริเวณทางขึ้นลงสะพาน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา

ก่อนหน้านี้ ได้มีที่ปรึกษาและกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่สอดส่องโครงการดังกล่าว และพบความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้างเช่นกัน

ชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่า งานก่อสร้างดังกล่าวไม่น่าจะได้รับการตรวจสอบและควบคุมอย่างใกล้ชิดจากผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับงาน เนื่องจากสภาพความชำรุดที่ปรากฏขึ้นเป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย และไม่ควรเกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่งสร้างเสร็จ

“เห็นรอยแตกมานานแล้ว แต่ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องปกติ แต่พอเห็นดินทรุดลงไปเป็นหลุมขนาดใหญ่แบบนี้ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย ราวกับว่าผู้รับเหมาทำแบบขอไปที และผู้คุมงานก็ไม่ได้มาดูงานอย่างจริงจังตามหลักวิชาการ”ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว

จึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. , ป.ป.ท. สตง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบคุณภาพของงานก่อสร้างดังกล่าวอีกครั้ง พร้อมทั้งให้มีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้รับเหมาและผู้ที่เกี่ยวข้องที่อาจบกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายและอาจเกิดอันตรายต่อประชาชนสะพานข้ามห้วยบังอี่ #ก่อสร้าง

ไม่ได้มาตรฐาน #คอนกรีตแตกร้าว #ดินทรุด #อันตราย #นิคมคำสร้อย #มุกดาหาร #Mukdahan #ร้องเรียน #โกงหรือไม่ #ทุจริตหรือไม่ #ผู้รับเหมา #ผู้ควบคุมงาน #กรรมการตรวจรับงาน #บกพร่องต่อหน้าที่ #ตรวจสอบ #ความปลอดภัยของประชาชน #กรมโยธาธิการและผังเมือง #กระทรวงมหาดไทย #ปปช #ปปท #สตง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะกรรมการ ประเมินผล โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศิล 5 ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 09.00 น. พระครูสุธีวชิรธรรม เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น (ฝ่ายธรรมยุต)เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และ นายคารม คำ

พิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่นให้เกียรติเป็นประธาน โครงการขับเคลื่อนสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศิล 5(ตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี) ประธานขับเคลื่อนระดับหน กล่าวเปิดการลงพื้นที่ เลขา

คณะกรรมกาารขับเคลื่อนระดับหนแนะนำคณะกรรมการประจำหน ประธานฝ่ายสงฆ์จุดธูปเทียนกล่าวนำบูชาพระรัตนตรัยเปิดกรวยถวายหน้าพระพุทธรูป

สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ประธานฝ่ายฆราวาสเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมงาน นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 ขอนแก่น นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ

พ.ต.ท.ชาญศักดิ์ สุนทะโรจน์ รองผู้กำกับการ(สอบสวน)สถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส นางเนตรทิพย์ เจริญวัย

ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น นายทินกร น้อยตำแย ผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารท้องถิ่น คหบดี

กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและพุทธศาสนิกชนร่วมประกอบพิธี ณ.วัดแจ้งสว่างนอก เขตเทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ ขังหวัดขอนแก่น.

ภาพ/ข่าว กบ ชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อดีต ผช.ผบช.ทบ. ห่วงใยกำลังพล ประสานเสี่ยตัน และเฮิร์บแลนด์ ‘ส่งหัวใจไปแนวหน้า’ ด้าน ส.นักข่าวพัทยาไม่พลาดส่งทีมนำเสนอข่าวดีๆ สู่สังคม

เนื่องด้วยที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน เกิดเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เกี่ยวกับดินแดนและอำนาจอธิปไตย ส่งผลให้เกิดการสู้รบบริเวณชายแดนอย่างตึงเครียด ทหารบริเวณแนวชายแดนจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและประเทศชาติอย่างเหน็ดเหนื่อยและมีความเสียสละเป็นอย่างมาก ประชาชนคนไทยและทุกฝ่ายหวังว่าเหตุสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นี้จะดีขึ้นตามลำดับ

ทางบริษัท เฮิร์บแลนด์ โปรดักส์ จำกัด ได้รับความอนุเคราะห์จาก พลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก คุณกชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสสระ (อดีตพรรครวมแผ่นดิน) และนายตัน ภาสกรนที โดยมอบหมายให้นายณัฐพล ทองคำ และ น.ส.ณัฏฐ์นลิน เชี่ยวชาญธนกิจ เป็นผู้ดำเนินการทำหน้าที่แทน รวมทั้งการสนับสนุนของสมาคมนักข่าวพัทยา โดย นายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา

      ซึ่งได้จัดเตรียมสิ่งของอุปโภค-บริโภคจำนวนหนึ่ง นำไปมอบให้แก่ทหารกล้า เพื่อสนับสนุนและเป็นขวัญกำลังใจที่ดีให้แก่กำลังพล และเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนบริเวณกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยในกิจกรรมช่วยเหลือพี่น้องทหารในครั้งนี้ ได้รวมน้ำใจจากหลายภาคส่วน และสมาคมนักข่าวพัทยา โดย นายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา ได้จัดส่งทีมงานผู้สื่อข่าวลงพื้นที่รายงานข่าวในกิจกรรมอันเป็นประโยชน์เพื่อให้กำลังใจกำลังพล และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนในครั้งนี้

ซึ่งได้มีการมอบข้าวสารเป็นข้าวหอมมะลิจำนวน 500 กิโลกรัม น้ำดื่มจำนวนกว่า 1,000 ขวด เครื่องยังชีพ และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ส่วนตัวที่จำเป็นสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสาร รวมทั้งยารักษาโรคเบื้องต้น โดยแพทย์แผนจีนจิตอาสา ที่ได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจพี่น้องทหารในครั้งนี้เช่นกัน

ด้าน นาวาเอก ทนงศักดิ์ จันทร์งาม หัวหน้ากองกิจการพลเรือน กองบัญชาการป้องกันขายแดนจันทบุรีและตราด ผู้แทนรับมอบ ได้กล่าวว่า ต้องขอบคุณในน้ำใจของทุกคนที่มีให้ทหารในวันนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของมากมายและยิ่งใหญ่ แค่เป็นสิ่งเล็กน้อยที่ทุกท่านนำมามอบให้ ก็ถือเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจที่ดีให้พวกเรามากมายแล้ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โรงไฟฟ้าพลังงานขยะส่อชงัก!!ชาวบ้านเตรียมรวมตัวชุมนุมคัดค้านใหญ่ ไล่พ้น อ.พาน จ.เชียงใหม่

โรงไฟฟ้าพลังงานขยะส่อชงัก!!โครงการฯชาวบ้านเตรียมรวมตัวชุมนุมคัดค้านใหญ่ ไล่พ้นอำเภอพาน ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานภาครัฐต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะ ต่อคณะขับเคลื่อนวุฒิสภา รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนชาวตำบลแม่เย็นและตำบล

ทานตะวัน ต่อต้านโรงไฟฟ้าไฟฟ้าขยะในพื้นที่ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 คณะผู้ต่อต้านได้ไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงรายและสำนักงานกิจการ

พลังงานจังหวัดเชียงรายและเดินทางไปยื่นหนังสือให้อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงรายหลังจากนั้นยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนวุฒิสภาที่ประชุมอยู่ที่อำเภอ อำเภอแม่จัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าได้รับการเปิดเผยจากแกนนำต่อต้านการสร้างโรงงานไฟฟ้าขยะในตำบลแม่เย็นและตำบลทานตะวัน อำเภอพาน มีการนัดชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2568เวลาตั้งแต่ เวลา09.00 น.เป็นต้นไป ณ เวทีโรงเรียน

บ้านหนองหล่ม ต.ทานตะวัน อ.พาน เพื่อแสดงความคิดเห็นไม่เอาโรงงานไฟฟ้าขยะโดยมีการยื่นหนังสือขออนุญาตการใช้สถานที่การชุมนุมและใช้เสียง ต่อนายอำเภอพาน และผกก.สภ.พานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการตั้งเวทีแสดงความคิดเห็น สาเหตุไม่เอาโรงงานไฟฟ้าฯโดยจะมีสื่อทีวีและผู้สื่อข่าวเข้าร่วมสังเกตุการณ

สำหรับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับพื้นที่การสร้างโรงงานไฟฟ้าบ้านสุขสันติ หมู่ที่9 ต.แม่เย็น ดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวจากแหล่งข่าวชาวบ้านในพื้นที่ปัจจุบันมีการกว้านที่นาจำนวนนับ100ไร่บางรายมีการมัดจำ เพื่อเตรียมขายให้กับโรงงานไฟฟ้า

ขยะ แต่เมื่อมีการตรวจสอบระเบียบของการก่อสร้างโรงงานประเภทอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจะต้องสร้างในพื้นที่ประเภทสีม่วง เท่านั้นส่วนที่นาเป็นพื้นที่เกษตรกรรม อาจจะไม่สามารถทำได้ยิ่งใกล้ชุมชนที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ผังเมืองรวมจังหวัดเชียงราย.
#สมจิตรแสงบัลลังก์

ทีมข่าวบกรายงาน

0654617905

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บิ๊กวีเตรียม”คุ้มครอง” จนท.ถูกกลั่นแกล้งหลังจับยาเสพติดของผู้มีอิทธิพล และ กฎห้ามขายกระท่อมริมถนน หรือในชุมชน / จัดเสวนา “การวางแผนการผลิตพืชผักให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด”

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ส.ค.68 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ได้เดินทางมายังเรือนจำ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามโครงการโปรแกรมการฟื้นฟูผู้ต้องขังคดีความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ “มิติด้านครอบครัว) โดยมีนายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5, นายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส และ พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส คอยให้การต้อนรับ

ซึ่งภายในงานได้มีการอนุญาตให้พ่อแม่พี่น้องและเครือญาติ เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังคดีความมั่นคง จำนวน 44 คน อย่างใกล้ชิด ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้กล่าวพบปะญาติและผู้ต้องขังในเรื่องของกำลังใจ ที่ส่วนใหญ่หลงผิดไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมทั้งได้อนุญาตให้ผู้ต้องขังสอบถามข้อสงสัยต่างๆด้านกฎหมาย ที่ทางกระทรวงยุติธรรมได้มีการช่วยเหลือผู้ต้องขัง หากได้รับโทษไปแล้วเหลือประมาณ 30 ปี จะพ้นโทษก็จะนำผู้ต้องขังมาควบคุมตัวที่เรือนจำ จ.นราธิวาส เพื่อให้ทางเครือญาติได้เข้าเยี่ยมได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น แทนที่จะต้องเดินทางไปเยี่ยมที่เรือนจำต่างพื้นที่ และต้องเสียเนเสียทอไปโดยเปล่าประโยชน์

ด้าน พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ผมได้กำหนดนโยบายชัดเจนว่า จะต้องทำให้ตากใบและสุไหงโกลกเป็นพื้นที่สีขาวปลอดจากการค้ายาเสพติด ประเทศไทยต้องไม่ถูกมองว่าเป็นแหล่งส่งออกยาเสพติด เพราะจะสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ ซึ่งตัวชี้วัดใหม่ของเราจะไม่ใช่เพียงจำนวนการจับกุม แต่ต้องมุ่งไปถึงผู้บงการและผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่ไปจับกุมขบวนการค้ายามักถูกใส่ร้ายหรือถูกร้องเรียน จนบางครั้งถูกย้ายตำแหน่ง ในขณะที่คนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดกลับอยู่ได้นาน เรื่องนี้เราจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก เราจะมีมาตรการปกป้องเจ้าหน้าที่ที่ทำงานตรงไปตรงมา

“สำหรับเรื่องกระท่อม แม้จะถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติดแล้ว แต่กลับกลายเป็นปัญหาใหม่ เพราะถูกนำไปใช้ผิดกฎหมาย ทำให้มีผู้เสพติดจำนวนมาก และต้องเสียเงินบำบัด รัฐบาลจึงเตรียมออกกฎกระทรวงห้ามขายกระท่อมในตลาดสด ริมถนน หรือพื้นที่สาธารณะ อนุญาตเฉพาะให้ใช้ภายในครัวเรือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และสิ่งที่เราประกาศไว้ใน 120 วัน วันนี้เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงและการตื่นตัวแล้ว แต่ก็ยังมีอุปสรรคที่ต้องแก้ไข ผมหวังว่าเมื่อครบกำหนด 120 วัน หรือเข้าสู่ปีใหม่ เราจะสามารถเฉลิมฉลองร่วมกับประชาชนได้ว่า

ปัญหากระท่อมและยาเสพติดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และที่สำคัญตัวชี้วัดใหม่ของเราคือการดึงผู้ที่ก้าวพลาดไปใช้ยาเสพติดให้กลับคืนสู่สังคมได้ รัฐบาลควรเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำบัด ไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องรับภาระเอง นอกจากนี้เรายังต้องยกระดับความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ หากมีการปล่อยปละละเลยจนทำให้ยาเสพติดแพร่ระบาดในชุมชน และนี่คือสิ่งที่เราจะเดินหน้าแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมปลอดจากยาเสพติด” พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว
/////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จัดเสวนา “การวางแผนการผลิตพืชผักให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” น้อมนำแนวพระราชดำริสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุม 1 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ด้วยศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จัดเวทีเสวนา “การวางแผนการผลิตพืชผักให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ประกอบด้วย

นายอภิศักดิ์ สรวิสูตร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพื้นที่ 4 (ภาคใต้) พร้อมด้วย นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ นายสุชาติ ใจดี หัวหน้าแผนกระดับ 8 โครงการส่วนพระองค์ 902 ผู้ประสานงานฟาร์มตัวอย่างฯภาคใต้ และนายซูไฮดี บาซอ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัตนาการผลิต โดยมีเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ศึกษาพัฒนาพิกุลทองฯที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เกษตรกร คณะครู อาจารย์ นักศึกษา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังการเสวนาในครั้งนี้

ด้วยศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดเวทีเสวนา “การวางแผนการผลิตพืชผักให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จจากการดำเนินงานของศูนย์ฯ และสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกร รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้สามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร อันจะนำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนของรายได้

สำหรับเวทีเสวนาแบ่งการพูดคุยออกเป็น 2 รอบหลัก ได้แก่ รอบที่ 1 ผู้แทนแต่ละหน่วยงานได้สะท้อนบทบาทและแนวคิดในการขับเคลื่อนการผลิตพืชผักให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งสำนักงาน กปร. เน้นสนับสนุนการวางแผนและงบประมาณเพื่อให้ศูนย์ฯ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร ขณะที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ มุ่งส่งเสริมการวิจัย ทดลอง และถ่ายทอดวิธีการปลูกที่เหมาะสมกับพื้นที่ ฟาร์มตัวอย่างฯ ภาคใต้ถูกยกให้เป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนสำนักงานเกษตรจังหวัดชี้ให้เห็นศักยภาพของเกษตรกรในพื้นที่ควบคู่กับข้อจำกัดด้านข้อมูลตลาด และเสนอให้เพิ่มการสนับสนุนเชิงระบบ

รอบที่ 2 ผู้แทนหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติจริงและข้อเสนอแนะ โดยสำนักงาน กปร. ระบุข้อท้าทายสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตกับตลาด เช่น ข้อมูลที่ยังไม่ทั่วถึงและการผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ พร้อมเสนอให้พัฒนาระบบข้อมูลตลาดที่เข้าถึงง่าย ขณะที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ยกตัวอย่างเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจากการวางแผนการผลิตพืชผักปลอดสารเพื่อตลาดท้องถิ่น โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือการเลือกชนิดพืช การบริหารจัดการแปลง และการเข้าถึงข้อมูลตลาด ฟาร์มตัวอย่างฯ ภาคใต้มีบทบาทเชื่อมโยงเกษตรกรกับข้อมูลและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ส่วนสำนักงานเกษตรจังหวัดและผู้ดำเนินรายการเสนอการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันด้านการตลาด และการสร้างเครือข่ายเกษตรกรเพื่อเสริมอำนาจการต่อรองด้านราคาและการจำหน่าย

สำหรับการเสวนาครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเผยแพร่องค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งการผลิตพืชผักให้สอดคล้องกับตลาดต้องอาศัยการทำงานบูรณาการระหว่างนโยบายส่วนกลาง องค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาและฟาร์มต้นแบบ รวมทั้งกลไกสนับสนุนจากหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืน อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดนราธิวาสและภาคใต้อย่างยั่งยืน
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี เปิดงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ” ครั้งที่ 26 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จ.นราธิวาส

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธาน

ในพิธีเปิดงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ” ครั้งที่ 26 ประจำปี 2568 โดยมีนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) กล่าวรายงานการจัดงาน และ ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวต้อนรับ นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติตลอดจนประชาชนเข้าร่วมงานในครั้งนี้

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และจังหวัดนราธิวาส จัดงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ” ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 16 – 18 สิงหาคม 2568 เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดิน

โดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ราษฎร รวมทั้งเผยแพร่ผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาพิกุลทองฯ ให้ประชาชนสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ องคมนตรี ได้มอบประกาศนียบัตรและรางวัล ให้แก่เกษตรกรที่ชนะการประกวดผลผลิตทางการเกษตร จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ ถั่วฝักยาว ข้าวโพดหวาน มะพร้าวอ่อนน้ำหอม ต่อจากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ซึ่งนำองค์ความรู้การพัฒนาของแต่ละภูมิภาคมาจัดแสดง นิทรรศการ “ต่อยอดองค์ความรู้ สู่การพัฒนาอาชีพ” จากหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดนราธิวาส และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งเยี่ยมชมการดำเนินงานตลาดนัดสินค้าเกษตร

สำหรับงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ” ครั้งที่ 26 นอกจากการจัดแสดงนิทรรศการ ภายในงานยังมีกิจกรรมการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นจำนวน 6 หลักสูตร ทั้งเชิงปฏิบัติการและผ่านระบบออนไลน์ อาทิ หลักสูตร การทำแหนมเห็ด สบู่นมแพะ ปลาแดดเดียวสมุนไพร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม

การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร การเสวนาในหัวข้อ การวางแผนการผลิตพืชให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมกิจกรรมต่าง ๆ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส และยังเผยแพร่ผ่านทางเพจ/เฟสบุ๊ค ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อีกด้วย
////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุภาลัยรุกตลาดลพบุรี เปิดโครงการแรก “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” บ้านเดี่ยวหรู เริ่ม 2.99 ล้าน พร้อมโปรพิเศษวันเปิดตัว

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2568 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการใหม่ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” ถนนสายลพบุรี-บ้านโคกตูม ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นทำเลทอง ใกล้โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เพียง 8 นาที นับเป็นก้าวแรกของศุภาลัยในจังหวัดลพบุรี ตอบรับวิสัยทัศน์ในการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

นายบุญชัย ชัยอนันต์บวร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานโครงการภูมิภาค 2 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีแนวโน้มเติบโตทั้งเศรษฐกิจ การคมนาคม และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเขตเมือง

ที่กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จึงเหมาะกับการอยู่อาศัยและลงทุนระยะยาว ศุภาลัยนำแบรนด์ “ปาล์มสปริงส์” ลงตลาดลพบุรีครั้งแรกในครึ่งปีหลัง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือ การออกแบบฟังก์ชัน และมาตรฐานการก่อสร้างที่เหนือกว่า

ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู มูลค่า 1,950 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 93 ไร่ จำนวน 390 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Tropical Modern โดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งโล่ง ผ่อนคลาย ใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมชมวิวภูเขา มีบ้านให้เลือก 9 แบบ พื้นที่ใช้สอย 122–330 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99–13 ล้านบาท*

โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ และนวัตกรรม Smart Home Automation ในทุกยูนิต รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV รอบโครงการ

โปรโมชั่นพิเศษ ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ Pre-sale วันที่ 16–17 สิงหาคมนี้ ซื้อบ้านแถมรถ* (*ตามเงื่อนไขบริษัท) ณ โครงการ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1720 หรือ Facebook: Supalai

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี / อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารระอุ! 3 วัน กวาดล้างยาเสพติดคำป่าหลาย ต.เดียว รวบ 44 ชีวิต – พระร่วมวงเสพ-ค้า ยึดยาบ้า – ปืน กลางหมู่บ้าน สะเทือนทั้งเมือง

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร แถลงผลการปฏิบัติการตามนโยบาย “No Drug, No Dealer” ของรัฐบาล ที่ดำเนินต่อเนื่อง 3 วันรวด ระหว่างวันที่ 13–15 สิงหาคม 2568

โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.คำปลาหลาย สาธารณสุขอำเภอเมืองมุกดาหาร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคำปลาหลาย และเจ้าหน้าที่ อส. ระดมลงพื้นที่เป้าหมายสามารถจับกุมผู้กระทำผิดรวม 44 ราย

โดยเป็นผู้เสพ 43 ราย อายุ 17–53 ปี ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและบำบัดรักษา ผู้ค้า 1 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย ตรวจยึดยาบ้าจำนวนมากพร้อมพร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ไว้เป็นของกลาง

นอกจากนี้ยังได้จับกุมพระสงฆ์ในพื้นที่อีก 1 รูป หลังพบเกี่ยวข้องกับการเสพและค้ายา เจ้าหน้าที่นำตัวลาสิกขาบทก่อนควบคุมตัวดำเนินคดี

นายชายสิทธิ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน ผู้สื่อข่าว และพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนที่ต้องการสร้างความสงบและปลอดภัยให้สังคม พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเดินหน้ากวาดล้างอย่างต่อเนื่องเพื่อตัดวงจรยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร

ชายสิทธิ์สุวรรณโชติ #นายอำเภอเมืองมุกดาหาร #NoDrugNoDealer #มุกดาหารเดือด #กวาดล้างยาเสพติด #พระค้ายา #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #CrimeNews #ข่าวมุกดาหาร #พระค้ายา #CrimeNews #ข่าวไวรัล #ข่าววันนี้/////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ผู้​สื่อข่าว​ประจำ​จังหวัด​มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดอบต.ภูคาร่วมกับสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน มอบเงินให้กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุวิภาน้ำป่าพัดบ้านเสียหายทั้งหมด

เมื่อวันที่16 สิงหาคม 2568 ณ บ้านหาดปลาแห้ง ต.บ่อ อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายวิโรจน์ อุดนันท์ ปลัด อบต.ภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน ร่วมกับ นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม คณะกรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน มอบเงินให้กับครอบเด็กชายอนุชิต ไทยใหม่ นางสาวเสาวิมล บัวเหล็ก ผู้เป็นแม่จำนวนเงิน 20,200 บาท

ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุวิภาน้ำป่าพัดบ้านเสียหายทั้งหมด รายที่ 2 มอบให้ครอบครัวนายชูชาติ สายแปง นางฟองจันทร์ แซ่ด่าน จำนวนเงิน 10,000 บาท ซึ่งหลังคาบ้านเสียหายเกือบทั้งหมดตัวบ้านมีรอยแตกร้าวซึ่งนายชูชาติไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากป่วยเป็นโรคไตต้องฟอกไตอย่างต่อเนื่อง ส่วนภรรยาขายของที่ตลาดบ้านหาดปลาแห้งและลูกชายเป็นลูกจ้างซ่อมรถมีรายได้เพียงวันละ 300 บาท รายที่ 3 มอบให้ครอบครัวนายถาวร

นางไสว ธนารัตน์ จำนวนเงิน 3.000 บาท รวมเป็นเงินที่มอบจำนวน 33,200 บาท(สามหมื่นสามพันสองร้อยบาทถ้วน)ด้านนายวิโรจน์ อุดนันท์ ปลัดอบต.ภูคา กล่าวว่าตนได้ทราบข่าวจากเพจ เฟสบุ๊คของนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาสื่อมวลชนจังหวัดน่านจึงได้บอกบุญไปยังพวกเพื่อนๆ พี่ๆที่รู้จักกันทั้งในจังหวัดน่านและต่างจังหวัดจึงได้รวบรวมกันนำมามอบเงินที่ได้มาบางส่วนก็เจียดไปซื้อของอุปโภคบริโภคมอบให้ผู้ประสบอุทุกภัยที่อำเภอท่าวังผา

ตนต้องขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ร่วมกันมอบเงินมาช่วยผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ และขอให้มีความสุขความเจริญในหน้าที่การงานคิดสิ่งใดขอให้สมความมุ่งมาตปราถนาทุกประการครับ นายวิโรจน์ อุดนันท์กล่าว ส่วนเด็กชายอนุชิตไทยใหม่ ได้ขอบคุณมายังผู้ใจบุญที่เมตามามอบเงินและ

ได้โอนเงินมาเพื่อสมทบทุนสร้างบ้านหลังใหม่เป็นอย่างสูงครับ ดช.อนุชิตกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการมอบเงินในวันนี้มีเจ้าอาวาสอารามสงฆ์วัดหาดปลาแห้ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบเงิน ในโอกาสเดียวกันนี้ทางผู้บริหารคณะครูโรงเรียนได้ฝากปชส.

📣 ขอความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่า นักเรียนโรงเรียนสารธรรมวิทยาคารโรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน
ขอประชาสัมพันธ์เพื่อขอรับการสนับสนุนและความช่วยเหลือให้แก่
เด็กชายอนุชิต ไทยใหม่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านหาดปลาแห้ง ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุ “วิภา” ทำให้ บ้านพักอาศัยถูกน้ำป่าพัดพาเสียหายทั้งหมด

🙏 ทางโรงเรียนจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตเมตตาร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านหลังใหม่ ให้เด็กชายอนุชิตมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ📌 ชื่อบัญชี: เด็กชายอนุชิต ไทยใหม่📌 ธนาคาร: ออมสิน 📌 เลขที่บัญชี: 020-387-835323

ขอขอบพระคุณในน้ำใจของทุกท่านที่ร่วมเป็นพลังเล็กๆ เพื่อฟื้นฟูอนาคตของนักเรียนคนหนึ่ง ให้สามารถกลับมายืนหยัดและเดินหน้าสู่ความฝันได้อีกครั้ง 💖/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร. ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบ.ตร.เปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา

วันนี้ (14 สิงหาคม 2568) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ.2568 ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โครงการฝึกอบรมฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2568 ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า “กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในงานสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของกองทุน จึงได้อนุมัติให้สำนักงานงบประมาณและการเงิน

โดยกองการเงิน ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรของกองทุน ให้มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการรับ เก็บรักษา การจ่ายเงินกองทุน รวมถึงแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินกองทุนได้อย่างถูกต้อง และลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน โดยในระหว่างเดือนมีนาคม 2568 ถึงปัจจุบัน กองทุนได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรของกองทุนในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 7,458 คน

โดยในวันนี้เป็นการจัดอบรมให้กับหน่วยงานในส่วนกลาง จำนวน 383 คน จากหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้สังเกตการณ์จากสำนักงานตรวจสอบภายใน

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ถือว่าเป็นทุนหมุนเวียนในกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่ช่วยสนับสนุนงานด้านการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแท้จริง

ขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านซึ่งเป็นกำลังหลักขับเคลื่อนการเบิกจ่ายเงินกองทุน นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฝึกอบรม และให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของหน่วยบริหารกองทุน ให้ความสำคัญในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

เพื่อลดข้อผิดพลาดจากการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะช่วยเสริมการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน สอบสวน ปราบปราม ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแกกวาดล้าง กลุ่มผู้ค้า/ ผู้เสพยาเสพติด ภายใต้ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” จ.ประจวบฯ รวบผู้ต้องหา 5 ราย ยาบ้า 79 เม็ด

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการ ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ในฐานะผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส เจ้าพนักงาน ป.ป.ส อำเภอทับสะแก นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ

พร้อมด้วย สมาชิก อส.อ.ทับสะแกที่ 6 นายธนพล ยอดแก้วผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลเขาล้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลเขาล้าน ตรวจสอบการลักลอบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลเขาล้าน จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 5 ราย ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. นายสราวุธ สงวนนามสกุล มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 44 เม็ด โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
  2. นายสุนทร สงวนนามสกุล มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 35 เม็ด โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  1. นายอนุ สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  2. นายพิพัฒน์ชัย สงวนนามสกุล สมัครใจเข้ารับการบำบัด
  3. นายนครินทร์ สงวนนามสกุล สมัครใจเข้ารับการบำบัด
    พร้อมของกลางทั้งหมด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 79 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตามนโยบายรัฐบาล”เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs Noท Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดภัยยาเสพติดและการขับเคลื่อนงานระยะเร่งด่วน(Quick Win ) “ 5 ไร้ทุกข์ 3 สร้างสุข” ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทยโดยดำเนินการการขับเคลื่อนงาน “ไร้ทุกข์ที่ 1” (การป้องกันปราบปรามยาเสพติด เพื่อช่วยเหลือเยียวยาคืนคนดีสู่สังคม) ได้ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ค้า/ผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด (สัปดาห์สีแดง) และยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด”อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันสถาปนาครบรอบ 35 ปี

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบปีที่ 35 ณ สโมสรนายทหาร ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานจัดงาน

ภายในพิธี คณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศลอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลและอดีตผู้บังคับบัญชาที่ล่วงลับ พร้อมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย

โอกาสนี้ พลเอกวิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน อดีตผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยทหารในพื้นที่ ข้าราชการบำนาญ กำลังพล และครอบครัว ร่วมแสดงความยินดี

ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 38 ยังได้จัดบูทแสดงผลิตภัณฑ์จากโครงการ “ทหารพันธุ์ดีน่าน” ให้ผู้ร่วมงานได้ชมและเลือกซื้อ พร้อมทั้งโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์นำชุดแพทย์เคลื่อนที่มาให้บริการตรวจวัดความดันและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ

สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ภายใต้เจตนารมณ์การปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติบ้านเมืองและการดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด/ภาพ/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.ละแม จับกุมผู้ค้าและเสพจำนวน 3 ราย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ปฏิบัติการกวาดล้าง ยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ในห้วงระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระยะแต่วันที่ 18 ก.ค.68-30 ก.ย.68 วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ได้รับแจ้งจาก พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม วันที่ 14 ส.ค.68 เวลาประมาณ 13.30 น.

ร่วมกับ นายอเนกชำนาญนานายอำเภอละแม สั่งการให้ นายวิบูลย์ เกลี้ยงสงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน พ.ต.ท.สุชาติ สิงหา รอง ผกก.สส.สภ.ละแม และ พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รอง ผกก.ป.สภ.ละแม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม นำโดย พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบอินทร์ รอง สว.สส.สภ.ละแม,ร.ต.ต.ธานินทร์ ทองแดง รอง สว.(สส.)สภ.ละแม, ด.ต.ทินกร ทองอ่อน ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ละแม และ ส.ต.ท.สุวพันธ์ ดำวรรณ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ละแม ในห้วงระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระยะแต่วันที่ 18 ก.ค.68-30 ก.ย.68

พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า พื้นที่ ม.4 ต.สวนแตง มีวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด จำหน่ายยาเสพติด ให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ จึงได้รายงาน พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม ผู้บังคับบัญชาทราบ จึงเดินทางไปตรวจสอบ

จากการตรวจสอบบ้านเลขที่ 14/2 ม.4 ต.สวนแตง อ.ละแม จังหวัดชุมพร นาย ปราโมทย์หรือโช้ง มีการมั่วสุมยาเสพติดจริง จึงได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย พร้อมด้วยยาเสพติด ยาบ้าจำนวน 9 เม็ด และยาไอซ์ 0.03 กรัมภายในบ้าน ที่บ้านมีลักษณะมั่วสุมเสพยาเสพติดกัน นายธีรภัท หรือธี ชาวต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร นางสาว เสาวลักษณ์ หรือกิ๊ฟ ชาว ต.ปังหวาน อ.พพโต๊ะ จ.ชุมพร ได้นำตัว ทั่ง 3 คนตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลละแม พบสารเมทแอมเฟตามิน ทั้งสามราย ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ข้อกล่าวหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามิน) โดยไม่ได้รัยอนุญาต จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละแม เพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ย้ายลุงพล! จากเรือนจำมุกดาหารสู่เรือนจำนครพนม คุมเข้มผู้ต้องขังโทษสูง”

หลังจากเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทำให้นายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” ต้องถูกคุมขังต่อในเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ล่าสุดเช้าวันที่ 15 สิงหาคม เวลา 08.15 น. รถควบคุมผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ได้เข้าไปรับตัวลุงพล เพื่อนำส่งไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนครพนม

การย้ายตัวครั้งนี้เป็นไปตามอำนาจการควบคุมของเรือนจำ เนื่องจากเรือนจำจังหวัดนครพนมมีอำนาจและศักยภาพในการควบคุมผู้ต้องขังที่ได้รับโทษในอัตราสูงกว่า พร้อมมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุมกว่าเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะมีการเคลื่อนย้ายตัวลุงพลออกจากเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ไม่มีญาติหรือแฟนคลับ (FC) ของลุงพลมาร่วมให้กำลังใจเหมือนในครั้งก่อน ต่างจากวันที่มีทำพิพากษาและคำสั่ง ซึ่งมีกลุ่มผู้ติดตามมารอที่เรือนจำเป็นจำนวนมาก

ย้ายลุงพล #ลุงพลย้ายเรือนจำ #ลุงพล #ป้าแต๋น #เอฟซีลุงพล #เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร #เรือนจำจังหวัดนครพนม #มุกดาหาร #คดีน้องชมพู่ #ไม่ให้ประกันตัว #ข่าวร้อน #ดราม่า #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง