สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผช.รมต.กระทรวงทรัพยฯ.สิ่งแวดล้อมเข้าร่วมเวทีประชาคม รับฟังปัญหาฯพื้นที่ต.ท่าแฝก/ททท.น่านหารือประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว น่าน

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 นายนราพัฒน์ แก้วทอง (ผู้ช่วยรัฐมนตรี)ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมตรีว่าการกระพรวงพรัพยากรรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมเวทีประชาคมรับฟังปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลท่าแฝกโดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกอบต.กำนันผู้ใหญ่บ้าน สอบต.แกนนำชุมชนและชาวบ้านเข้าร่วมเวที

ด้วยโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ตำบลท่าแฝก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่อยู่บริเวณเหนือเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ห่างจาก
วัดอุตรดิตถ์ ๑๒๘ กิโลเมตร พื้นที่เป็นภูเขาปกคลุมด้วยป่าไม้มีลักษณะสูงชัน สลับชับชับช้อนกันไป ทิศ (ทิศตะวันตกและทิศตะวันออก)

โดยมีพื้นที่รวมทั้งหมด ๔๐๘,๘๗๔ ไร่ เป็นพื้นที่ป่า ๘,๖๒๐ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๘๓ ของพื้นพื้นที่ มีเขตการปกครอง ๙ หมู่บ้าน ประกอบด้วย ม.๑ บ้าน งอมมด ม.๓ บ้านงอมสัก ม.๔ บ้านห้วยผึ้ง ม.๕ บ้านป่าทั้ง ม.๖ บ้านเด่นยาว ม.๗ บ้านวังน้ำต้น ห้วยไผ่ และ ม.๙ บ้านผาผึ้งน้อย มีราษฎรอยู่อาศัยรวม ๑,๕๐๙ ครัวเรือน ประชากร รวม ๔,๕๐๐ คน ราษฎร

ได้รับความเดือดร้อนไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินอยู่อาศัยและที่ทำกิน อยู่ในเขตที่ดินของรัฐ อาทิ ป่าสงวนฯ,อุทยานแห่งชาติ อนุรักษ์ฯ และมีที่ดิน สค.1 บางส่วนที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ หน่วยงานในพื้นที่ประสบปัญหา พัฒนาด้านสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐานได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชนในพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงการ พัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก อันมีผลกระทบต่อการดำรงชีพ และความเป็นอยู่ของราษฎรในตำบลท่าแฝกเป็นอย่างมาก

ผู้นำชุมชนท้องที่ท้องถิ่นตำบลท่าแฝก เครือข่ายชุมชน และประชาชนตำบลท่าแฝกในการ ตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมเวทีประชาคมรับฟังปัญหาสิ่งแวดล้อม
พื้นที่ตำบลท่าแฝก โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านอำภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการยกระดับ

คุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบล ท่าแฝก ได้อย่างถาวรและยั่งยืนซึ่งนายนราพัฒน์ แก้วทองได้เปิดโอกาสให้แกนนำเสนอข้อมูลต่างๆเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ใขปัญหาต่อไป/

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานน่าน ร่วมหารือแนวทางการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน

27 มกราคม 2568 ที่ร้านเฮือนรินน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานน่าน ร่วมกับสื่อมวลชนจังหวัดน่านหารือแนวทางประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่านประจำปี 2568 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน มีแผนดำเนินการส่งเสริมการตลาด

ด้านการท่องเที่ยวร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม ในพื้นที่ และยังเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในจังหวัดน่าน

ดังนั้นเพื่อให้การวางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวปี 2568 รวมถึงการรับฟังข้อคิดที่เป็นประโยชน์เพื่อกำหนด ทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดน่านเป็นเมืองน่านน่าอยู่น่าเที่ยวน่าสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน

มุ่งมั่นการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพพร้อมกับประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สกร.อ.เมืองสระแก้ว จัดโครงการพัฒนาผู้เรียน กีฬาต้านยาเสพติด สกร.ระดับอ.เมืองสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโกเมน จินาวัลย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระแก้ว ประธานในพิธี นางอาภรณ์ เลิศกิจคุณานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองสระแก้ว

นายทรงวุฒิ สุทธิโยชน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเกษม นายอินตา พันธุ์แดง อดีตกรรมการสถานศึกษา พร้อมด้วยคณะครู สกร.ทุกตำบล ระดับอำเภอเมืองสระแก้ว ร่วมเปิดงานโครงการพัฒนาผู้เรียน กีฬาต้านยาเสพติด สกร.ระดับอำเภอเมืองสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘

วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ…ปัจจุบันการใช้ยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ นำมาซึ่งปัญหาอื่น เช่น ปัญหาการก่ออาขญากรรม ปัญหาด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งรัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการปราบปราม และการบำบัดอาการของผู้ติดยาเสพติด กรมส่งสริมการเรีอนรู้ ได้กำหนดจุดเน้นการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

ด้านการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ ข้อ 3.4 “DO-LE (ดูแล) Safety Zone”
ส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยให้กับผู้เรียนจัดให้มีระบบดูแล เฝ้าระวัง และเตือนภัย สร้างความร่วมมือกับหน่ายงานความปลอดภัยในพื้นที่ รวมทั้งฝ้าระวังและประเมิน สถานการณ์ความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งภายในและภายบอก สถานศึกษา การแข่งขันก็หา นับได้ว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งตามแนวทางป้องกันและและและแก้ไขปัญหายาเสพ เป็นการเวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเบี่องเบนพฤติกรรมที่ในที่ไม่พึงปประสงค์ของวัยรุ่น…โดยการจัดโครงการในครั้งนี้ มีการแข่งขันกีฬา หลากหลายชนิด เช่น ฟุตบอล , วอลเลย์บอล , เปตอง ,และกีฬาพื้นบ้านอีกมากมาย

ภาพข่าว : วงศกร ศรีสวัสดิ์ ทีมข่าวจังหวัดสระแก้ว//รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบายศรีทูลพระขวัญ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบายศรีทูลพระขวัญ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3, นายเย็นดี มณฑีรรัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 , น.อ.ปรธร จีนะวัฒน์ ผบ.บน.41 พร้อมข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับ-ส่งเสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานทหาร บน.41 อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับ-ส่งเสด็จฯ และการถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ปกติ และสมพระเกียรติ เป็นไปตามพระราชประสงค์..
//#สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “มหกรรมส้มสีทอง ของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568” ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย

วันที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ ลานรวมใจ ริมแม่น้ำน่าน สะพานพัฒนาภาคเหนืออำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง  ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธาน พิธีเปิดงานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 โดยมีนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดน่าน หน่วยงานภาคีเครือข่าย และประชาชน เข้าร่วมงานฯจำนวนมาก งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ส้มสีทอง น่านเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น มาตรฐาน GI สู่ตลาดสากล พร้อมกับส่งเสริมการสร้างแบรนด์และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เกษตรอัตลักษณ์ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยืน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  กล่าวว่า "งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568" ซึ่งเป็นงานเทศกาลประจำปีของจังหวัดน่าน ในปีนี้เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และยกระดับการท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงกิจกรรมการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดี ประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีเป้าหมายในการส่งเสริมการนำอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมาใช้ในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์การเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นสินค้าเกษตรชนิดใหม่ให้รองรับความต้องการของตลาดยุคใหม่  ส่งเสริมเศรษฐกิจของท้องถิ่นและสร้างจุดเด่นความแตกต่างของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในประเทศต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมการสร้างแบรนด์สินค้าของเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นและการสร้างความต้องการของสินค้าด้วยการสร้างเรื่องราวของสินค้า ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในคุณภาพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับการท่องเที่ยวน่านมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยื
ด้านนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวว่า "งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568" จัดขึ้นในวันที่ 24-26 มกราคม พ.ศ. 2568 ณ ลานรวมใจ ริมแม่น้ำน่าน สะพานพัฒนา

ภาคเหนือ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในครั้งนี้ ได้มีการรวบรวมร้านค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ส้มสีทอง และของดีเมือง น่านกว่า 100 ร้านค้า มาจัดจำหน่าย และยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมายภายในงาน อาทิเช่น การประกวดส้มสีทองเมืองน่าน การประกวดทำอาหาร Chef’s Table จากผลิตภัณฑ์ส้มสีทอง นิทรรศการมีชีวิตส้มสีทองและของดีเมืองน่าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมบันเทิงบนเวทีทุกวัน และกิจกรรมส่งเสริมการขายนาที่ทอง พร้อมลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.บังคับใช้ 7 มาตรการ แก้ไข ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ ต้องเห็นผลภายใน 7 วัน พบเจ้าหน้าที่มีเอี่ยว บกพร่อง ฟันเด็ดขาด

วันนี้ (25 มกราคม 2568) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างเต็มกำลัง เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปโดยเร็ว จึงได้มีหนังสือสั่งการเน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้ 7 มาตรการ อย่างเข้มงวด ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ได้แก่

  1. มาตรการก่อนคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย : ประสาน เชื่อมโยงข้อมูล เพื่อทำการคัดกรองบุคคล
  2. มาตรการ ณ ท่าอากาศยาน และด่านตรวจคนเข้าเมือง (ชายแดน) : เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกนอกราชอาณาจักร โฟกัสกลุ่มเสี่ยง หากพบเห็นให้รีบดำเนินการซักถาม และประชาสัมพันธ์ มาตรการติดตั้งกล้อง License Plate และเชื่อมโยงกล้องวงจรปิด (ระบบ AI) ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ (แจ้งเตือน)
  3. มาตรการตั้งจุดตรวจตามเส้นทาง : ตั้งจุดตรวจครอบคลุม โดยเฉพาะพื้นที่เฝ้าระวัง สุ่มเสี่ยง
  4. มาตรการตรวจสอบที่พัก พื้นที่ท่องเที่ยว และสกัดกั้นพื้นที่ชายแดน : ตรวจสอบที่พักคนต่างด้าว แหล่งท่องเที่ยว เน้นการสกัดเคลื่อนย้ายข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามแดนต่าง ๆ
  5. มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบเส้นทางและจุดพักคอย : ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน จุดพักรถ สถานีขนส่ง จุดพักแรม และ
  6. มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน : ตรวจสอบพื้นที่และเอ็กซเรย์พื้นที่ชายแดนทุกแห่ง ลาดตระเวนช่องทางธรรมชาติ และท่าข้าม พื้นที่จังหวัดชายแดนเข้มข้น
  7. มาตรการประสานงาน ให้ความช่วยเหลือ และสืบสวนขยายผล : ดำเนินคดี สืบสวนขยายผลไปถึงตัวการ ผู้สนับสนุน

โดยเฉพาะข้าราชการที่ทุจริตจากการเข้มงวดตามมาตรการดังกล่าว ทำให้มีผลการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 20-24 มกราคม 2568 ในการปฏิเสธคนต่างด้าวที่มีความเสี่ยงเข้าประเทศ ณ ท่าอากาศยาน จำนวน 10 ราย , ปฏิเสธการขออยู่ต่อในพื้นที่ จ.ตาก จำนวน 47 ราย , จับกุมและปรับกรณีอยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) ในพื้นที่ จ.ตาก 92 ราย แบ่งเป็น ชาวจีน 3 ราย และอินโดนีเซีย 1 ราย , ผู้หลบหนีเข้าเมือง บริเวณริมแม่น้ำเมย เป็นชาวเมียนมา 14 ราย และบริเวณจุดตรวจร่วมห้วยหินฝน อ.แม่สอด จ.ตาก 6 ราย รวม 20 ราย , การปฏิบัติในพื้นที่ จ.ตาก ดำเนินการตรวจที่พักในพื้นที่ อ.แม่สอด 275 ครั้ง ตรวจบริเวณสนามบินแม่สอด 16 ครั้ง จุดตรวจร่วมห้วยหินฝน 170 ครั้ง

ตำรวจตระเวนชายแดนลาดตระเวนช่องทางธรรมชาติ 25 ครั้ง ตรวจสอบท่าข้ามแดน 14 ครั้ง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด 36 ครั้ง พร้อมกันนี้ ยังได้มีการพูดคุย ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ถึงภัย จำนวน 461 ราย โดยพบว่ามีการผ่านด่านตรวจแม่ท้อ ด่านห้วยยะอุ ด่านห้วยหินฝน และบ้านเกาะราก และมีคนต่างด้าวสัญชาติจีน เกาหลี ลาว เอธิโอเปีย (ตามลำดับ) โดยคัดกรองขั้นต้นพบว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติจีนและเวียดนาม มีความเสี่ยงที่อาจจะตกเป็นเหยื่อ จึงส่งต่อข้อมูลไปยังพื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่เสี่ยง พร้อมได้พูดคุยและทำความเข้าใจกันด้วยดี นอกจากนี้ ยังได้ตรวจยึดและจับกุมยาเสพติดฯ ตามมาตรการป้องกันปราบปรามยาเสพติดอีกด้วย

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าประเทศไทยมีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทุกราย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้ขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยจะใช้กลไกการทำงานร่วมกับศูนย์อาชญากรรมพิเศษของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ,

ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) , ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ในการติดตามเฝ้าฟัง อำนวยการปฏิบัติฯ ตลอด 24 ชั่วโมง และเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนและสังคมในวงกว้าง เพื่อเตือนภัยให้แก่คนต่างด้าว และประสานการปฏิบัติหน่วยงานต่างประเทศต่อไป

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติย้ำชัดให้เจ้าหน้าที่ทุกนายจะต้องปฏิบัติอย่างจริงจังและเด็ดขาด เห็นผลภายใน 7 วัน หากเจ้าหน้าที่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพัน รู้เห็นเป็นใจ หรือแม้กระทั่งเพิกเฉย ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจในการทำหน้าที่ จะต้องถูกพิจารณาทางปกครอง วินัย และอาญา อย่างเด็ดขาดทุกราย..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / สิ้นเทพเจ้าแห่งเขาพรานธูป “หลวงปู่นน” ฉายา “ปลัดขิกดิ้นได้” นักเสี่ยงโชคคึกคัก/รอง ผบ.ตร. เน้นย้ำ ตร.หัวหิน ต้องดูแลนักท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 ม.ค.68 ที่สำนักสงฆ์เขาพรานธูป ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานงานบำเพ็ญกุศลพิธีสรงน้ำศพ “พระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร” หรือ หลวงปู่นน จันทวิโร อายุ 94 ปี พรรษา 23 พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เขาพรานธูป มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พระเถระชั้นผู้ใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศิษยานุศิษย์และประชาชนจำนวนมากร่วมในพิธี พร้อมกันนี้นักเสี่ยงโชคต่างนำอายุ “หลวงปู่นน” ไปเสี่ยงโชคลาภงวดที่จะถึงนี้กันอย่างคึกคัก

สำหรับประวัติของ หลวงปู่นน จันทวิโร สำนักสงฆ์เขาพรานธูป พระเกจิอาจารย์เรืองอาคมแห่งหัวหิน น้องชายแท้ ๆ ของหลวงพ่อยิด อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถเสกปลัดขิกดิ้นได้เช่นเดียวกับหลวงพ่อยิด ท่านเกิดในตระกูล “กล่ำเรือง” เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2474 ปีมะแม ที่บ้านนาพรม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก เมื่ออายุ 21 ปีได้อุปสมบทที่วัดประดิษฐวนาราม(วัดนาพรม) จ.เพชรบุรี โดยมี หลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังบวชได้อยู่ปรนนิบัติ “หลวงพ่อหวล จันทสิริ” เจ้าอาวาสวัดนาพรม ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงพร้อมๆกับหลวงพ่อยิด ซึ่งหลวงพ่อหวลได้ถ่ายทอดวิชาทางด้าน สมุนไพร วิชาทำปลัดขิก และการลงจารอักขระให้

ทั้งนี้ หลวงพ่อหวลมีศักดิ์เป็นน้าและพระกรรมวาจาจารย์ของหลวงยิด อีกทั้งเป็นอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทถ่ายทอดวิชาทำปลัดขิกให้กับหลวงพ่อยิด จนมีชื่อเสียงโด่งดังกล่าวขานอยู่จนถึงทุกวันนี้อีกด้วย
หลวงพ่อนนได้จาริกแสวงบุญอยู่นาน จึงได้กลับมาที่วัดหนองจอก ซึ่งในขณะนั้น หลวงพ่อยิดท่านมีชื่อเสียงด้านปลัดขิกและมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ด้วยความที่มั่นใจในความแก่กล้าทางวิชาคมของหลวงพ่อนน และเป็นศิษย์รุ่นน้องร่วมอาจารย์เดียวกันหลวงพ่อยิด จึงให้หลวงพ่อนนช่วยลงอักขระลงบนปลัดขิก ซึ่งการลงอักขระนี้ หลวงพ่อยิดต้องเลือกเฟ้นคนที่ไว้ใจได้และมีความสามารถ เพื่อให้วัตถุมงคลมีความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากหลวงพ่อยิดมรณภาพ หลวงพ่อนนจึงออกธุดงค์ต่อและได้ร่ำเรียนศึกษาวิชา รักษากระดูก และวิชาแก้คุณไสย จากนั้นได้มาจำพรรษาที่วัดมาลัยทับใต้ หัวหิน และที่วัดนี้เอง ท่านได้สร้างปลัดขิกในนามของท่านเอง เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน

โดยท่านได้อยู่พัฒนาวัดมาลัยทับใต้ต่อมาอีกหลายปีจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ จึงได้เตรียมตัวจาริกอีกครั้ง ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมาขอให้ท่านมาอยู่เป็นประธานช่วยจัดสร้างสำนักสงฆ์เขาพรานธูป หลวงพ่อนนท์จึงได้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์เขาพรานธูป ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา จนเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.58 พระราชภัทรญานฯ มอบตราตั้งฐานานุกรมและพัดยศเป็น “พระครูสังฆรักษ์” ให้แก่หลวงปู่นน เจ้าสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ให้เป็น “พระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร” โดยมีพิธีมอบขึ้นภายในอุโบสถของสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ระยะหลัง 3-5 ปี ที่ผ่านมา หลวงปู่นนได้อาพาธจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ก่อนเข้ารักษาตัวอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมรณภาพคืนวันที่ 23 ม.ค.68 ที่ รพ.หัวหิน โดยทางวัดจะตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่สำนักสงฆ์ฯ เป็นเวลา 30 วัน ก่อนบรรจุสรีรสังขารไว้ในโลงแก้วต่อไป

หลวงปู่นน ท่านสามารถเสกปลัดขิกดิ้นได้เช่นเดียวกับหลวงพ่อยิด ด้วยกิตติศัพท์อันเลื่องลือ ทำให้ท่านได้รับกิจนิมนต์ร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์มากมาย มีผู้คนเข้าไปกราบท่านไม่ขาดสาย ผู้คนต่างได้รับประสบการณ์ดี ๆ ที่เกิดจากท่าน พระเครื่องของท่านมากมาย และเครื่องรางของท่านเป็นที่นิยมอย่างแผ่กว้างไปเรื่อยๆ ถึงต่างประเทศ วัตถุมงคลของหลวงปู่นนที่ขึ้นชื่อคือ ปลัดขิก ที่สร้างปาฏิหาริย์บินได้ เป็นที่นิยมกว้างขวางในหมู่ทหารและตำรวจ เพราะเชื่อกันว่าใครมีปลัดขิกของหลวงปู่นนติดตัวแล้วจะดีเด่นในด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง อีกทั้งมีผู้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งแคล้วคลาดและโชคลาภ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

รอง ผบ.ตร. เน้นย้ำตำรวจหัวหิน ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน
เมื่อวันที่ 24 ม.ค.68 พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน จ.ประจวบฯเพื่อประชุมติดตามการปฏิบัติการนำร่องในการขับเคลื่อนและยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยมี พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิธ ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.พนิช อ่วมสอาด รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ

พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 (ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน) นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมวางแนวทางและมาตรการด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 68 ที่ใกล้จะถึง ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว รอง ผบ.ตร. ได้มอบสิ่งของให้แก่ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาล

สำหรับเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ เป็นปีที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับนโยบายการท่องเที่ยวเที่ยวปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ได้นำแอพพลิเคชั่น Thailand Tourist Police ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถดาวโหลดเพื่อใช้งานทางโทรศัพท์ได้ทุกระบบ เป็นทางเลือกให้สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สส.ทรงศักดิ์ ร่วมรับรมว.สาธารณสุข งานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ พร้อมรณรงค์ “ตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs” นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ยกระดับอาหารสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน SAN Plus พร้อมแนะวิธีการเลือกซื้ออาหารไหว้เจ้าและเลือกกินอาหาร Low Carb รวมทั้งการลดฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการประกอบพิธีกรรมในเทศกาลตรุษจีน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2568 ที่เวทีวัฒนธรรมตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยสส.ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย รองประธานกรรมาธิการตำรวจ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเฉลิมเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ 109 ปี โดยมีนางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานประเพณีฯ หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรณรงค์ “ตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs”

พร้อมกันนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีนเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีน เพราะเป็นเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ มีการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตและคนในครอบครัว มีการยึดถือปฏิบัติกันมาอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว ซึ่งการจัดงานเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลตรุษจีนของจังหวัดนครสวรรค์ มีประชาชนมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยสุขภาพประชาชน แนะประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงเทศกาลตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs ประกอบด้วย 3 มาตรการ คือ มาตรการที่ 1 ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน SAN และ SAN Plus (Sanitation, Accountability, Network) สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อให้สถานประกอบกิจการด้านอาหารในพื้นที่ท่องเที่ยวมีคุณภาพ มีศักยภาพในการแข่งขันในเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นต่อการให้บริการด้านอาหารแก่นักท่องเที่ยว  มาตรการที่ 2 การเลือกซื้อของไหว้ตรุษจีนให้สะอาด ปลอดภัย โดยยึดหลัก 4 ล. ดังนี้ ได้แก่

1) ล. เลือก เลือกซื้ออาหาร
2) ล. ล้าง ล้างผัก-ผลไม้ และเนื้อสัตว์ให้สะอาด
3) ล. เลี่ยง เลี่ยงปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันหรือไขมันมากปรุงประกอบอาหารให้สุก
4) ล. ลด อาหารที่มาจากแป้งและน้ำตาล ควรทานอาหารไหว้เจ้าประเภท Low Carb หรือคาร์โบไฮเดรตต่ำเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง และมาตรการที่ 3 การลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 และ PM2.5 จากการประกอบพิธีกรรมในเทศกาลตรุษจีน โดยรณรงค์ให้ใช้ธูปขนาดสั้น หรือใช้ธูปไฟฟ้า เผากระดาษเงินกระดาษทองทีละน้อย ๆ และควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันด้วย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดี และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เสื้อแดงไม่เอาทักษิณเชียงรายดิ้นเฮือก!! สุดท้ายลุยหนักเรียกคะแนนให้” นก”อทิตาธร

หลังนิด้าโพล ออกชี้อดีตนายกทักษิณปราศรัยช่วยหาเสียงเวทีเชียงราย ไม่มีผลการตัดสินใจ เลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทย กกต.เชียงรายเอาจริงพร้อมแจกใบแดง หากฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ย้ำให้ผู้สมัครหยุดการหาเสียงทันที ถอนโฆษณาสื่อทุกชนิดเสร็จสิ้นในวันที่31มกราคม หากพบผิดฟันทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงโค้งสุดท้ายของผู้สมัครนายกอบจ.เชียงราย ระหว่าง2บ้านใหญ่ ได้ออกหาเสียงเพื่อเรียกคะแนนเพื่อช่วงชิงเก้าอี้นายกอบจ.เชียงราย อันเป็นไปอย่างดุเดือด เป็นห้วงระยะเวลาโค้งสุดท้ายของการหาเสียง

ล่าสุดมีการดีเบต สองผู้สมัครนายกอบจ.เชียงรายได้แก่ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร์1 นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2 แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อการศึกษาเด็กและเยาวชน ให้นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายฟัง เมื่อวันที่22มกราคม 2568ณ ห้องกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดเชียงราย ที่ผ่านมา โดยขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ร่วมจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ เชิญชวนประชาชน ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ซื้อสิทธิขายเสียงไป

เมื่อวันที่24มกราคม2568 ณ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย ศาลากลางเก่าเชียงราย ที่ผ่านมา ประเด็นสำคัญการหาเสียงของผู้สมัครในส่วนของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง เนื่องจากยุทธศาสตร์การหาเสียง ตามจุดต่างๆเพื่อเรียกเก็บคะแนนจากประชาชนจังหวัดเชียงรายนั้นต่างฝ่ายงัดกลยุทธ์เดินเกมรุก ในส่วนโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง7วัน โดยสิ้นสุดในวันที่31 มค.2568 เวลา18.00น.โดยผู้สมัครจะต้องหยุดการหาเสียงสื่อทุกชนิด ให้รื้อถอนป้ายโฆษณาหาเสียงออกจากพื้นที่สาธารณะและบริเวณใกล้หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด ขณะที่ทางด้านนายเกชา กองนาคเจ้าพนักงานสืบสวนไต่สวน ชำนาญการ รักษาการตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย

ได้ร่วมกับหน่วยสืบสวนสอบสวนเคลื่อนที่เร็วได้ออกหาข่าวของการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งตลอดในระยะที่ผ่านมาและโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง หากผู้สมัครคนใดจงใจฝ่าฝืนและละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยในวันที่31 มกราคม 25568 ตั้งแต่เวลา 18.00น.ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสุราของมืนเมา แก่ประชาชนก็จะมีความผิดอย่างร้ายแรงจนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ หากมีการรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วก็จะเข้าดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทันที

ในส่วนความเคลื่อนไหวของการหาเสียงของกลุ่มผู้สนับสนุนมวลชนคนเสื้อแดงกลับใจไม่เอาทักษิณ นำโดยนางสาวจิรนันท์ จันทวงษ์ อดีตดีเจได้เดินหน้าออกหาเสียงอย่างหนักตามจุดต่างๆ มีทั้งปราศัยบนรถ แจกแผ่นพับนโยบายของนางอธิตาธร เบอร์1 และจะมีการนัดรวมตัวคนเสื้อแดงเชียงรายครั้งใหญ่ที่สนามกีฬากลาง ซึ่งการข่าวได้ข้อมูลมาว่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้งในวันที่30มกราคม2568 ส่วนจะมีมวลชน เข้ารับฟังการปราศัยมากเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นกับปัจจัยการเมืองหลายด้าน แต่ทุกอย่างทีผู้สมัครและผู้ช่วยหาเสียง กระทำต้องอยู่ภายใต้กติกากฎหมายเลือกตั้ง หากจงใจหรือฝ่าฝืนก็จะโดนใบแดงทันที ในส่วนของกปน.เลือกตั้งก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยสุจริตเที่ยงธรรม ให้การเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี

สำหรับการปราศรัยใหญ่อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ผู้ช่วยหาเสียงนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครเบอร์2 พรรคเพื่อไทยซึ่งได้ทำการปราศรัยเวทีใหญ่3อำเภอ ได้แก่อำเภอเทิง อำเภอเชียงของโดยเฉพาะอำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นฐานคะแนนใหญ่ของผู้สมัครนายกอบจ.เชียงราย ซึ่งจากโพลสำรวจของนิด้าโพล ในข้อที่ว่าอดีตนายกทักษิณปราศัยช่วยหาเสียงผู้สมัครพรรคเพื่อไทยนั้น มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกนายกอบจ.สองสนามใหญ่ เชียงใหม่-เชียงราย หรือไม่นั้น

ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้วตามโพลไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งนายกอบจ.ซึ่งสนามเลือกตั้งอบจ.เชียงรายระหว่างสองขั้วนางอทิตาธร วันไชยธนะวงศ์ เบอร์ 1 ไม่สังกัดพรรคการเมืองซึ่งประกาศจุดยืนไม่อยู่ภายใต้อานัดการเมืองระดับประเทศ แต่เน้นการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก พาผู้สมัคร สมาชิกสภาจังหวัดไม่สังกัดพรรคการเมืองท้้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ลงชิงคะแนนแต่ละพื้นที่ และในส่วนของนางสักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ซึ่งสังกัดนามพรรคการเมืองเพื่อไทย ที่นายทักษิณ ชินวัตร ลงมาช่วยหาเสียงเพื่อจะกวาดคะแนนชาวเชียงรายแบบเทคะแนนเบร็ดเสร็จชนะแบบทะล่มทะลายในสองพื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย ที่สำคัญการหาเสียงแบบโทนี่แบรนด์ นโยบายแบบเพื่อไทยเพื่อเรียกสส.คืนในการเลือกตั้งสมัยหน้านั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจากการติดตามกระแสการตอบรับแต่ละฝ่ายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง.

ทีมงานข่าวการเมืองจังหวัดเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เปิดแล้ว BKK Food Bank เขตคลองสาน ร่วมแบ่งปันคนกรุง เพราะสังคมที่ดี คือสังคมที่มีการแบ่งปัน

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิด BKK Food Bank เขตคลองสาน นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสาน และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

เข้าร่วมงาน โดยมี นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน และนางสาวกัญญา อัศวเมฆิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน นำคณะผู้บริหารเขตและเจ้าหน้าที่เขตคลองสาน รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนสิ่งของอุปโภคและบริโภค เข้าร่วมงาน

จากนั้นร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักงานเขตคลองสาน พร้อมเยี่ยมชมห้อง BKK Food Bank เขตคลองสาน(แห่งใหม่) และมอบสิ่งของอุปโภคและบริโภคให้กับกลุ่มเปราะบางภายในงาน โดย นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กล่าวว่า BKK Food Bank เขตคลองสาน เป็นศูนย์ที่เรารวบรวมของบริจาคจากประชาชนมาแบ่งปันให้กับผู้เปราะบาง

ทั้งนี้ BKK Food Bank เขตคลองสาน เปิดดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบ BKK Food Bank เพื่อให้สำนักงานเขตเป็นศูนย์กลางประสานระหว่างผู้ที่ต้องการบริจาคกับผู้ขาดแคลน เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจให้กับกลุ่มเปราะบาง โดยจัดทำเป็นรูปแบบคล้ายซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ผู้ที่ขาดแคลนมาเลือกสินค้าได้

ซึ่งโครงการนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างสำนักงานเขตกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหารวบรวมวัตถุดิบ และของอุปโภคบริโภคต่างๆ จากผู้บริจาค แล้วส่งต่อกับกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น การเปิดให้บริการ BKK Food Bank เขตคลองสาน

ทั้งนี้ โครงการ BKK Food Bank Center ของสำนักงานเขตคลองสาน ดำเนินการตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง การแก้ปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) จึงได้มีการรวบรวมอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค จากผู้ที่อยากแบ่งปัน ส่งต่ออาหารให้แก่กลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส

ในพื้นที่เขตคลองสาน โดยได้จัดสถานที่เก็บของเสมือนร้านสะดวกซื้อ และให้กลุ่มผู้เปราะบางที่อยู่ในฐานข้อมูลของเขตมาเลือกของที่ต้องการ และยังมีการรับ-ส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Food Surplus) จาก “ผู้บริจาค ตรงสู่ ผู้รับ” ในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครอบคลุมทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / “ป๊อก-วิทยา” นำลูกทีม “เรารักชลบุรี” ผู้สมัคร ส.อบจ.อ.บางละมุง เปิดตัวปราศรัยใหญ่ ดันเป็นมหานครของคนทุก GEN

เย็นวันที่ 24 ม.ค.68 ที่สนามกีฬาโรงเรียนเมืองพัทยา 2 (เจริญราษฎร์อุทิศ) นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 นำลูกทีมผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุงทั้ง 9 เขต ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงชูสโลแกน Next Steps “เดินต่อไปด้วยกัน สร้างสรรค์ชลบุรี”

โดยทีมเรารักชลบุรี ได้แนะนำตัวและประวัติผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ประกอบด้วย เขต 1 ดร.วรพต พงษ์พาลี เบอร์ 2, เขต 2 นายนคร ผลลูกอินทร์ เบอร์ 1, เขต 3 นายยะยา เซ็นสุรีย์ เบอร์ 1, เขต 4 นายสายัณห์ จันทร์ทอง เบอร์ 1, เขต 5 นายวิชิต ชาญชัยยุทธศักดิ์ เบอร์ 2, เขต 6 นายสาธิต นุชประมูล เบอร์ 1, เขต 7 นางมาลิณี สิงหสุวิช เบอร์ 2, เขต 8 นายอนุรักษ์ อินทร์พิทักษ์ เบอร์ 1 และเขต 9 นายสิทธิไชย อาจทรง

นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 เปิดเผยว่า ทีมเรารักชลบุรีมีความยึดมั่นว่าท้องถิ่นเราต้องมีการรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเจริญเติบโตของบ้านเรา การเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีความสำคัญยิ่ง เพราะ อบจ. เป็นการเมืองท้องถิ่นที่ครอบคลุมทั้งหมด การเลือกตั้งในครั้งนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางการเติบโตของจังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ เรารักชลบุรีต้องการผลักดันชลบุรีให้เป็นมหานครขอฃคนทุก GEN ด้วยสโลแกน “ชลบุรีมหานครออกแบบได้เพื่อทุกคน” ทั้งกลุ่มเด็ก Gen Alpha กลุ่ทผู้สูงอายุ คนพิการและกลุ่มเปราะบาง กลุ่มคนทำงาน กลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่และความหลากหลาย พัฒนาชลบุรีให้เป็นมหานครแห่งเศรษฐกิจดี, มหานครแห่งการศึกษา, มหานครแห่งสิ่งแวดล้อมดี, มหานครแห่งสังคมและวัฒนธรรมหลากหลาย, มหายครแห่ง Smart City, มหานครแห่งท่องเที่ยวและกีฬา และมหานครแห่งสุขภาพดีต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในวันเสาร์ที่ 1 กุาภาพันธ์ 2568 นี้

“ป๊อก-วิทยา” นำลูกทีม “เรารักชลบุรี” ผู้สมัคร ส.อบจ.เขตอำเภอบางละมุง เปิดตัวปราศรัยใหญ่ ชูเลือกตั้ง อบจ. คือหัวใจของท้องถิ่น พร้อมต่อยอดยกระดับเพื่อทุกคนในชลบุรี ดันเป็นมหานครของคนทุก GENเย็นวันที่ 24 ม.ค.68 ที่สนามกีฬาโรงเรียนเมืองพัทยา 2 (เจริญราษฎร์อุทิศ) นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 นำลูกทีมผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุงทั้ง 9 เขต ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงชูสโลแกน Next Steps “เดินต่อไปด้วยกัน สร้างสรรค์ชลบุรี”

โดยทีมเรารักชลบุรี ได้แนะนำตัวและประวัติผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ประกอบด้วย เขต 1 ดร.วรพต พงษ์พาลี เบอร์ 2, เขต 2 นายนคร ผลลูกอินทร์ เบอร์ 1, เขต 3 นายยะยา เซ็นสุรีย์ เบอร์ 1, เขต 4 นายสายัณห์ จันทร์ทอง เบอร์ 1, เขต 5 นายวิชิต ชาญชัยยุทธศักดิ์ เบอร์ 2, เขต 6 นายสาธิต นุชประมูล เบอร์ 1, เขต 7 นางมาลิณี สิงหสุวิช เบอร์ 2, เขต 8 นายอนุรักษ์ อินทร์พิทักษ์ เบอร์ 1 และเขต 9 นายสิทธิไชย อาจทรง

นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 เปิดเผยว่า ทีมเรารักชลบุรีมีความยึดมั่นว่าท้องถิ่นเราต้องมีการรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเจริญเติบโตของบ้านเรา การเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีความสำคัญยิ่ง เพราะ อบจ. เป็นการเมืองท้องถิ่นที่ครอบคลุมทั้งหมด การเลือกตั้งในครั้งนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางการเติบโตของจังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ เรารักชลบุรีต้องการผลักดันชลบุรีให้เป็นมหานครขอฃคนทุก GEN ด้วยสโลแกน “ชลบุรีมหานครออกแบบได้เพื่อทุกคน” ทั้งกลุ่มเด็ก Gen Alpha กลุ่ทผู้สูงอายุ คนพิการและกลุ่มเปราะบาง กลุ่มคนทำงาน กลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่และความหลากหลาย พัฒนาชลบุรีให้เป็นมหานครแห่งเศรษฐกิจดี, มหานครแห่งการศึกษา, มหานครแห่งสิ่งแวดล้อมดี, มหานครแห่งสังคมและวัฒนธรรมหลากหลาย, มหายครแห่ง Smart City, มหานครแห่งท่องเที่ยวและกีฬา และมหานครแห่งสุขภาพดีต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในวันเสาร์ที่ 1 กุาภาพันธ์ 2568 นี้

เย็นวันที่ 24 ม.ค.68 ที่สนามกีฬาโรงเรียนเมืองพัทยา 2 (เจริญราษฎร์อุทิศ) นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 นำลูกทีมผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุงทั้ง 9 เขต ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงชูสโลแกน Next Steps “เดินต่อไปด้วยกัน สร้างสรรค์ชลบุรี”

โดยทีมเรารักชลบุรี ได้แนะนำตัวและประวัติผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ประกอบด้วย เขต 1 ดร.วรพต พงษ์พาลี เบอร์ 2, เขต 2 นายนคร ผลลูกอินทร์ เบอร์ 1, เขต 3 นายยะยา เซ็นสุรีย์ เบอร์ 1, เขต 4 นายสายัณห์ จันทร์ทอง เบอร์ 1, เขต 5 นายวิชิต ชาญชัยยุทธศักดิ์ เบอร์ 2, เขต 6 นายสาธิต นุชประมูล เบอร์ 1, เขต 7 นางมาลิณี สิงหสุวิช เบอร์ 2, เขต 8 นายอนุรักษ์ อินทร์พิทักษ์ เบอร์ 1 และเขต 9 นายสิทธิไชย อาจทรง

นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 เปิดเผยว่า ทีมเรารักชลบุรีมีความยึดมั่นว่าท้องถิ่นเราต้องมีการรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเจริญเติบโตของบ้านเรา การเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีความสำคัญยิ่ง เพราะ อบจ. เป็นการเมืองท้องถิ่นที่ครอบคลุมทั้งหมด การเลือกตั้งในครั้งนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางการเติบโตของจังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ เรารักชลบุรีต้องการผลักดันชลบุรีให้เป็นมหานครขอฃคนทุก GEN ด้วยสโลแกน “ชลบุรีมหานครออกแบบได้เพื่อทุกคน” ทั้งกลุ่มเด็ก Gen Alpha กลุ่ทผู้สูงอายุ คนพิการและกลุ่มเปราะบาง กลุ่มคนทำงาน กลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่และความหลากหลาย พัฒนาชลบุรีให้เป็นมหานครแห่งเศรษฐกิจดี, มหานครแห่งการศึกษา, มหานครแห่งสิ่งแวดล้อมดี, มหานครแห่งสังคมและวัฒนธรรมหลากหลาย, มหายครแห่ง Smart City, มหานครแห่งท่องเที่ยวและกีฬา และมหานครแห่งสุขภาพดีต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในวันเสาร์ที่ 1 กุาภาพันธ์ 2568 นี้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ดีเดย์โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งส.อบจ.-นายกอบจ.เชียงราย ออกเชิญชวนออกไปใช้สิทธิไม่ซื้อสิทธิขายเสียง

วันที่24มกราคม2568 นาย รุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานเปิดพิธีการ รณรงค์ เชิญชวนให้ประชาชนจังหวัดเชียงราย ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ใน วันที่ 1กุมภาพันธ์2568 ตามโครงการกิจกรรมโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย(Big Day)โดยมีพนักงาน ลูกจ้างสำนักงานกกตเชียงราย เครือข่ายสื่อมวลชนเชียงราย นักเรียน นักศึกษาและผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าร่วมกิจกรรมซึ่งอบจ.เชียงรายเป็นเจ้าภาพกับจังหวัดเชียงราย
สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย ณ ลานธรรมลานศิลป์ถิ่นพญาเม็งรายศาลากลางหลังเก่าจังหวัดเชียงรายโดยมีนายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม โดนเน้นย้ำถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นเชียงรายต้อง บริสุทธิยุติธรรมและสามารถกระตุ้นประชาชนเชียงราย ให้ความสำคัญออกมาใช้สิทธิการเลือกตั้งถ้วนหน้า

ธนกฤต วรรมณี
ทีมงานข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฟุตซอลหญิง 12 ปี อนุบาลเมืองหนองปรือ การันตีมีเหรียญติดมือกลับเมืองพัทยาแน่นอน

       มีรายงานจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสุราษฎร์ธานี (เทคโนบางกุ้ง) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตซอลหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี กีฬานักเรียนปกครองส่วนท้องถิ่น เมืองคนดีดีเกมส์ ครั้งที่ 39 สุราษฎร์ธานี ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นการพบกันระหว่าง ทีมเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พบกับทีมโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ซึ่งเทศบาลเมืองกาญจนบุรีเป็นที่หนึ่ง ส่วนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือเป็นที่สอง 

ผลการแข่งขันปรากฏว่า โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ สามารถเอาชนะเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ไปด้วยประตูรวม 2 ประตูต่อ 1 ส่งผลทำให้โรงเรือนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ผ่านเข้าไปรอบรองชนะเลิศไปพบกับกรุงเทพมหานครฯ

     ซึ่งการันตีว่าทีมฟุตซอลหญิงรุ่น 12 ปี สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้แล้วอย่างน้อยเหรียญทองแดงกลับมายังเมืองพัทยา ส่วนทีมฟุตซอลหญิง 12 ปี ทีมเมืองพัทยา ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทีมฟุตซอลหญิงอายุ 12 ปี  โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ขอบคุณนายกิตติศักดิ์ ศิริเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียน รวมทั้งครูบาส-วิษรุต เย็นฉ่ำ และโค้ชตุ๋ม-อาคม แจ่มจำรัส รวมทั้งผู้ปกครองที่ติดตามไปเชียร์ถึงขอบสนาม และที่ส่งกำลังใจจากทางบ้าน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SVL กรุ๊ป ร่วมโครงการ “จากทะเลสู่ดอย” ทัพเรือภาคที่ 1 เพิ่มสารไอโอดีน สืบสานโครงการพระราชดำริ ปีที่ 29

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีส่งมอบปลากะตักแห้งจำนวน 2,100 กิโลกรัม เกลือไอโอดีน จำนวน 3,060 กิโลกรัม และปลากระป๋องจำนวน 1,000 กระป๋อง อาหารเพิ่มสารไอโอดีน ตามโครงการ “จากทะเลสู่ดอย” ทัพเรือภาคที่ 1

สืบสานโครงการพระราชดำริ ปีที่ 29 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความร่วมมือจากสมาคมประมงทั่วอ่าวไทย รวมถึงเครือข่ายประมงจากอำเภอบางสะพาน และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันส่งมอบ

โดยตัวแทนจากเอสวีแอล กรุ๊ป(SVL Group) ได้ร่วมโครงการฯ และมอบงบประมาณสนับสนุน โดยมีพลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศบาลตำบลบ้านกรูด นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย

พร้อมผู้นำพื้นที่ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชนในพื้นที่เครือข่ายชาวประมง อ.บางสะพาน และ จ.ประจวบฯ เข้าร่วมในพิธี ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะมีการเคลื่อนทัพลำเลียงอาหารเเห้งเพิ่มสารไอโอดีน มุ่งหน้าขึ้นเหนือ เพื่อส่งต่อให้กับเด็กๆ พื้นที่ห่างไกลต่อไป

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงบูรพพญามังรายมหาราตำหนักพ่อขุนเม็งรายมหาราช ครบรอบ763 ปี จ.เชียงราย / อุตสาหกรรมเชียงใหม่ ตรวจบ่อดิน ร้องเรียน สร้างความเดือดร้อน

วันที่24 มกราคม 2568เวลา09.00 น. แม่ภาวิดา แซ่เจี่ย แม่ชีชนกานต์ ชมภูศรี ดร.ประชา คุณศลินดา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี ประธานกรรมการบริษัทในเครือ ทั้ง9แห่งพร้มด้วยนายปิยะพล-นายปิยณัฐ-นายเบญจ รุ่งเพ็ชรวิภาวดี น.ส.พิตติภรณ์ ชมภูศรี หจก.ชนะยนต์ อิมสปอร์ เอกซปอร์ต บริษัท ซี เอ็นวาย อิมพอร์ต เอกซ์พอร์ต จำกัด บริษัท ซี เอ็น วาย ออโต้ อิมพร์อต จำกัด (ผู้นำเข้ารถยนต์ใหม่) บริษัทหมิง ทรานสปอร์ต จำกัด(บริษัทขนส่งจำกัด) จำกัด(ผู้นำรถใหม่ส่งออก) บริษัทมิตซูล้านนา จำกัด(ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ จ.เชียงราย)

บรษัทโตโยต้าสิงห์บุรี จำกัด(ผู้จำหน่ายรถยนต์โตโยต้า จ.สิงห์บุรี) บริษัทโตโยต้าเมืองสองแคว จำกัด (ผู้จำหน่ายโตโยต้า จ.พษณุโลก) บริษัทเอ็มจีล้านนา จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี จ.เชียงรายและพะเยา) จัดพิธีบวงสรวงพ่อขุนพยามังรายมหาราชประจำปี 2568โดยมี พนเอกสิงหนาท โลสุยยะ เสนาธิการ มทบ.37 เป็นประธานจุดธธปเทียนบูชาพระรัตนตรัยประกอยพิธีทางศาสนา พระสงฆ์สวดเจริญพุทธมนต์ เพื่อน้อมถวายบุญให้กับพ่อขุนพยามังรายมหาราชและบูรพมหากษัตริย์แห่งล้านนาทุกพระองค์

ต่อด้วยพิธีบวงสรวงบูรพพญามังรายโดยแม่ชีชนกานต์ ชมภูศรี จุดเทียนฤกษ์เปิดชัย โดยดร.ประา คุณศลินดา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี บวงสรวงโดยอาจารย์มุณีพราหมณ์ สุพจน์ ฤทิ์ทา มหาราชครูพราหมณ์มณีเทวสถานวัดสุทัศน์ ต่อด้วยการตีกลองสะบัดชัย รำถวายพ่อขุนมังรายมหาราช เป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับพิธีบวงสรวงพ่อขุนเม็งรายครั้งนี้ถือว่าเป็นการบวงสรวงปีพิเศษเนื่องในโอกาสที่เมืองเชียงรายงมีอายุครบ763ปี (ปีพ.ศ2568)เดิมดร.ประชา คุณสิลินดา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี ได้เริ่มทำพิธีการบวงสรวง ณ ลานพิธีวัดดอยจอมทอง สะดือเมืองเชียงราย มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2541-2545 และตั้งแต่ปี2546ถึงปัจจุบัน ย้ายมาทำการบวงสรวง ณ ตำหนักพ่อขุนเม็งรายมหาราช (สถานีวิทยุกระจายเสียง วปถ.10) พิธีบวงสรวง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยดร.ประชา คุณสบินดา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี ประธานฝ่ายสงฆ์ โดยพระครูสุภัทรวชิรรานุกูล ผู้ช่วยพระอารามหลวง ผู้ช่วยเลขานุการ เจ้าอาวาสเจ็ดยอดเชียงใหม่ เจ้าสำนักศูนย์ปฏิบัติธรรมหมิงธรรมสถาน และแม่ชีชนกานต์ มภูศรี วัดเวียงนางตองจ.ลำปาง

สำหรับพิธีบวงสรวงใหญ่ในวันที่26 มกราคม2568 จังหวัดเชียงรายต่อจากนี้ นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จะเป็นประธานในพิธีบวงสรวง โดยจะมีการฟ้อนล้านนาถวายพ่อขุนเม็งรายมหาราช ณ ลานอนุสาวรีย์ห้าแยกพ่อขุนอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองเชียงรายมีอายุเก่าแก่ครบ763 ปีซึงจะมีการแห่ขบวนอย่างยิ่งใหญ่ไปยังลานจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดพ่อขุน ณสนามบินเก่า416เชียงราย.

นายธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

อุตสาหกรรมเชียงใหม่ ตรวจบ่อดิน ที่ร้องเรียน สร้างความเดือดร้อน 6 แห่ง

นายสงกรานต์มูลวิจิตรอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับอำเภอสันทรายและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลป่าไผ่อำเภอสันทรายจังหวัดเชียงใหม่ได้ลงไปตรวจสอบเกี่ยวกับผู้ประกอบการบ่อดินในพื้นที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วได้ส่งหนังสือร้องเรียนมาที่อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่

จึงได้ลงไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 23 ที่ผ่านมาโดยได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในพื้นที่ทางอำเภอสันทรายตำรวจภูธรแม่โจ้เทศบาลป่าไผ่ได้เปิดเผยกับทีมงานข่าวหลังการเข้าไปตรวจสอบพบว่าในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าไผ่นี้มีผู้ประกอบการบ่อดินทั้งหมด6 แห่ง

ทั้งที่ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่าบ่อดินทั้ง 6 บ่อนี้มีใบอนุญาตอย่างถูกต้องแค่ 1 บ่อเท่านั้นนอกนั้นไม่มีใบอนุญาตถูกต้องถึง 5 บ่อ.#ว่าที่ร้อยตรีจำลองอ่อนพุทธา.#ปลัดเทศบาลป่าไผ่.รักษาการนายกเทศบาลตำบลป่าไผ่ได้เปิดเผยกับทีมงานว่าลงไปแล้วไม่พบผู้กระทำผิดพบแต่ล่องลอยในการทำขุดดินเท่านั้นแต่เครื่องจักรกลเช่นแม็คโคร

หรือรถขนดินไม่ได้พบเลยก็ไม่ทราบว่าข่าวนี้ได้รั่วหรือรู้จริงหรือคู่ประกอบการได้อย่างไรแต่ก็ได้บอกว่าจะเข้าไปตรวจสอบทุกๆ 7 วันถ้ามีการกระทำผิดเช่นไรก็จะดำเนินการตามกฎหมายพรบการขุดดินถมดินต่อไป…

..#สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ใช้ถนนกว่า 20 สายในไต้หวันถ่ายทำฉากไล่ล่าสุดระทึกของ “Weekend in Taipei – เร็ว แรง ทะลุไทเป”

นอกจากจะเป็นผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับฯ ลุค เบซง (แห่ง The Fifth Element, Taken และ Transporter) แล้ว “Weekend in Taipei – เร็ว แรง ทะลุไทเป” ยังเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องแรกที่ถ่ายทำในไต้หวันของผู้กำกับฯ ชื่อดังชาวฝรั่งเศสอีกด้วย

โดยสถานที่ๆ ใช้เป็นโลเกชั่นในการถ่ายทำได้แก่ ตึกไทเป 101 ซีเหมินติง ที่เพิ่งเปิดตัวสู่สายตาชาวโลกเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงท้องถนนทั้ง 12 สายในเขตต้าอัน กับถนนสายอื่นๆ อีก 8 เขตในการถ่ายทำฉากไล่ล่า ส่งผลให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นการสร้างสถิติใหม่ในการใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรมากที่สุดเรื่องหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การถ่ายทำภาพยนตร์ในไต้หวัน

เตรียมดับเครื่องชนพุ่งทะยานไปกับความเร็ว แรงและมันสะใจของ “Weekend in Taipei – เร็ว แรง ทะลุไทเป” โดย Movie Copyright (Thailand) โปรแกรมยักษ์ต้อนรับตรุษจีน 29 มกราคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!

วันที่28มกราคม ไก่จัด เปิดสินค้าให้สปอนเซอร์ อริสต้า คะ .. จึงอยากเรียนเชิญสื่อร่วมงาน เวลา 17.00.น ลงทะเบียน เริ่มแฟชั่น 18.00.น. งานเลิก 19.00 น. มีมิสแกรนด์สระแก้ว นัวเนีย มิสแกรนด์ปราจีนบุรี พลอย และ เซเร่ปต์ ดารา ร่วมงาน คะ.. สื่อมวลชนทุกท่านที่ร่วมงาน มีค่าน้ำมันและ ของที่ระลึกจากแบรนด์ อริสต้ามอบให้คะ สถานที่จัดงาน โคเรียทาวน์ สุขุมวิท 12 … ไก่ ขอขอบพระคุณทุกท่านล่วงหน้าด้วยความเคารพคะ เบอร์ติดต่อ 065-5625992 ชัย / 082-5919041 ไก่
23:24 RACHADAPORN KETTES สนใจลงทะเบียนได้นะคะ จะได้แจ้งพี่ไก่ น่าจะมีค่ารถประมาน500ใส่ซองให้คะ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผญบ.สาวหล่อหนองปลาไหล จับมือคู่รักเข้าที่ว่าการฯ ประเดิมสมรสเท่าเทียมคู่แรก อ.บางละมุง/ชีวิตไม่ท้อ! คู่รักวีลแชร์เปิดหมวกหารายได้ยังชีพประทังชีวิตพร้อมแมวน้อย “มาร์แชลและอลิซ”/บริษัทในเครือโชคชัยกรุ๊ป จัดพิธีบวงสรวงท้าวมหาพรหมโชคชัยเพื่อความเป็นสิริมงคล

ตามที่กรมปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ขับเคลื่อนการดำเนินการกฎหมายสมรสเท่าเทียมหรือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มกราคม 2568 เพื่อมอบสิทธิให้กับบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียมภายใต้กฎหมายนั้น

วันที่ 23 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศห้องทะเบียนราษฎร์ ที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก คู่รัก LGBTQ ในพื้นที่ต่างพากันควงแขนออกมาจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่ไก่โห่ ด้านอำเภอบางละมุงก็ได้จัดเตรียมความพร้อมของสถานที่และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้เพียงพอ สะดวกและรวดเร็วด้วยเช่นกัน

นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง เผยว่า ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ 24 พ.ศ 2561 ให้มีการบริการประชาชนบนหลักการความเสมอภาคและเท่าเทียม ด้วยการจดทะเบียนคู่รัก LGBTQ พร้อมกันทั้ง 878 อำเภอทั่วราชอาณาจักร ในวันที่ 23 มกราคม 2568 นั้น

วันนี้เป็นวันที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมเริ่มใช้เป็นวันแรก ซึ่งสามารถทำให้บุคคลไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายมีความเท่าเทียมกัน โดยผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรส สามารถเดินทางไปจดทะเบียนสมรสได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วไทย สำนักงานเขต 50 เขตในกรุงเทพมหานคร รวมถึงสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ

มีรายงานด้วยว่า สำหรับคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมเป็นคู่แรกของอำเภอบางละมุงได้แก่คู่ของนางวิลาวัลย์ เทียบทัน ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.หนองปลาไหล ที่จูงมือคนรัก น.ส.วรินธร บุญเสมอ มาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมพร้อมรอยยิ้มและความปิติยินดี ก่อนเผยว่า

“ทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมากว่า 6 ปีแล้ว เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านใช้อย่างเป็นทางการ จึงชวนกันมาจดทะเบียนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กันและกัน รู้สึกดีใจและตื่นเต้นเพราะรอเวลานี้มานาน หลังจากนี้จะคุยกันว่าจะจัดงานแต่งงานอย่างไรต่อไป แต่ยืนยันว่ามีการจัดงานแต่งอย่างแน่นอน” ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.หนองปลาไหล กล่าว

ชีวิตไม่ท้อ! คู่รักวีลแชร์เปิดหมวกหารายได้ยังชีพประทังชีวิตพร้อมแมวน้อย “มาร์แชลและอลิซ”

ผู้สื่อข่าวผ่านไปยังถนนเลียบชายหาดพัทยาพัทยา บริเวณฟุตปาธริมทะเล ตรงข้าม สภ.เมืองพัทยา ได้พบกับคู่รักคนพิการนั่งรถวีลแชร์เปิดหมวดร้องเพลงหารายได้ โดยมีเจ้าแมวน้อย 2 ตัวนอนอยู่บนที่นอนใกล้กันเพื่อดึงดูดความสนใจ

จากการพูดคุยสอบทราบทราบชื่องทั้งสอง คือ นายธนวัฒน์ แก่นแดง อายุ 47 ปี และอลิสา พุ่มศิลป์ 21 ปี ทั้งสองเป็นคู่รักที่จะพากันลากรถวีลแชร์มาเปิดแสดงความสามารถร้องเพลงเปิดหมวก พร้อมแสดงหลักฐานบัตรวณิพกสามารถหากินในพื้นที่สาธารณะได้มายืนยัน ก่อนนายธนวัฒน์ จะให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาเคยใช้รถเข็นสามล้อจำหน่ายผลไม้ให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณริมชายหาดพัทยา

ก่อนภาครัฐจะกวดขันจับกุมเลยเปลี่ยนเป็นการแสดงเปิดหมวกร้องเพลงแสดงความสามารถแทนเนื่องจากตนเองมีบัตรวณิพกอยู่แล้ว โดยแต่ละวันจะใช้รถหัวลากรถวีลแชร์จากบ้านมาที่ชายหาดพัทยาเป็นประจำทุกวันตั้งแต่เวลา 19.00-00.00 น. แล้วจึงกลับบ้าน เพื่อหารายได้มาใช้จ่ายประจำวันสำหรับตนเองและแฟนสาวรวมทั้งค่าใช้จ่ายของแมวที่เลี้ยงไว้จำนวน 2 ตัว

โดยตัวหนึ่งเป็นแมวสายพันธุ์เปอร์เซีย สีส้ม เพศผู้ อายุประมาณ 2 ปี ชื่อ “มาร์แชล” และอีกตัวเป็นแมวสายพันธุ์เปอร์เซียเช่นกัน สีขาว เพศเมีย ชื่อ “อลิซ” อายุประมาณ 3 เดือน โดยต้องพาออกมาเปิดหมวกด้วยทุกครั้งที่ออกทำการแสดงร้องเพลงมาหารายได้ ซึ่งสร้างความน่าสนใจได้เป็นอย่างดี

บริษัทในเครือโชคชัยกรุ๊ป จัดพิธีบวงสรวงท้าวมหาพรหมโชคชัยเพื่อความเป็นสิริมงคล

เวลา 09.19 น.วันที่ 22 ม.ค.68 ที่บริเวณหน้าโครงการ เดอะชิลด์ พัทยา นายไพศาล แซ่โซว และคุณสุมาลี โล่ห์ชัยสกุล ผู้บริหารบริษัทในเครือโชคชัยกรุ๊ป พร้อมด้วย นายพีระโรจน์ โล่ห์ชัยสกุล ผู้บริหารห้าง The Chilled (เดอะ ชิลด์) ซอยเขาน้อย ได้จัดพิธีบวงสรวงท้าวมหาพรหมโชคชัย โดยได้รับเกียรติจากนายสุวัจชัย อัญชลีวิวัฒน์ และคุณวันดี อัญชลีวิวัฒน์ ผู้บริหารโรงแรมในเครืออัญชลีวิวัฒน์ กรุ๊ป ร่วมเป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ ในพิธีได้ทำการบวงสรวงโดยคณะผู้บริหารได้จุดธปเทียนบูชาเทพยดาฟ้าดิน ก่อนคณะนางรำจะรำถวายเบิกฤกษ์เบิกชัย จากนั้นคณะโหรา นำโดย โหราจารย์ เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ (พญาแสนเมือง ศรีสัตตนาคราช) ได้ประกอบพิธีไหว้ครูบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดธรณีอัญเชิญเทพเทวาตามลำดับพิธี ก่อนเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดบุญสัมพันธ์

สำหรับ ท้าวมหาพรหมโชคชัย ที่ทำพิธีบวงสรวงในวันนี้ ขนาดหน้าตักกว้าง 25 นิ้ว ความสูง 1 เมตร จัดสร้างและสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อการดำเนินธุรกิจและครอบครัว ตลอดจนพนักงานและบุคคลากรในเครือ รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้สักการะ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากแขกเหรื่อเข้าร่วม อาทิ นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยใหญ่ นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ คณะผู้บริหาร และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” คึกคัก คู่รักนั่งรถไฟไปจดทะเบียนเท่าเทียมพร้อมฮันนีมูนสุดโรแมนติก

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.68 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารใหม่) จ.ประจวบฯ บรรดาคู่รักรวม 6 คู่ นั่งรถไฟขบวน Royal Blossom ออกจากสถานีหัวลำโพงไปลงยังสถานีรถไฟหัวหิน เพื่อจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมครั้งแรกในประเทศไทยร่วมกับคู่รักอีก 17 คู่ รวมทั้งหมด 23 คู่ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

Oplus_131072

ในพิธี นายศรัณยศักดิ์  ศรีเครือเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสราวุธ เจริญธนาสกุล ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นายพลกฤต  พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน

นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด พร้อมคนในวงการบันเทิง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และแขกผู้มีเกียรตินับพันคนร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในครั้งนี้ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของหัวหินและจังหวัดประจวบฯในการแสดงออกถึงการยอมรับและสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และคุณค่าของความรักในทุกมิติ ซึ่ง Hua Hin Grand Inter Pride 2025 ไม่เพียงแต่เป็นงานที่สะท้อนถึงการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของหัวหินในฐานะเมืองที่เปิดกว้างและเต็มไปด้วยความอบอุ่น สร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเป็นอย่างแท้จริง

โดยหัวหิน ถือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ไม่เพียงแต่ในด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมเศรษฐกิจของความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being Economy) ซึ่งการจัดงานในวันนี้คือส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบที่ครอบคลุมและสร้างโอกาสใหม่ ทั้งในด้านของธุรกิจโรงแรม การบริการ ร้านอาหาร และกิจกรรมท้องถิ่นที่จะช่วยกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนในพื้นที่ ที่สำคัญยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เมืองหัวหินและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของนักท่องเที่ยว ที่ยกระดับในการเป็นเมืองที่พร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม”

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ว่า ในฐานะที่บลูพอร์ต หัวหิน เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญในการจัดงาน Hua Hin Grand Inter Pride 2025 เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้หัวหินเป็นเมืองที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างเต็มที่ ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีความเท่าเทียม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างธุรกิจการท่องเที่ยวและการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมในสังคมไทย ถือเป็นก้าวแรกในการปูทางสู่การจัดกิจกรรม Pride Month ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568

ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยเสริมความน่าสนใจให้กับหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจในระดับโลกที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนความเท่าเทียม แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับความหลากหลายได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการสร้างความน่าสนใจให้กับหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQIAN+ ที่กำลังกลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเมืองหัวหินมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม. 
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / การเมืองท้องถิ่นเชียงรายโค้งสุดท้าย#มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย #คณะรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิตราชภัฎเชียงราย

นกอทิตาธร-อ.สักจฤฎดิ์ ดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน เบอร์ไหนนโยบายตรงใจนักศึกษาเทคะแนน #ประชาชนเรียกร้องกกต.จัดดีเบตเวทีใหญ่เพื่อฟังวิชั่นการพัฒนาเชียงราย โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเริ่มเข้มข้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย วีดีโอคอล ย้ำเลือกตั้งไม่ทุจริตซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ขณะที่นิสิต นักศึกษาแสดงความเห็นติดสติกเกอร์ลงในบร์อด สื่อถึงความต้องการผู้นำยุคใหม่เชียงรายต้องไปไกล ไร้ปัญหาทุจริต ผู้นำต้องซื่อสัตย์มีคุณธรรมนำพัฒนาเชียงรายได้ประโยชน์สูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่22 มกราคม 2568 ที่ห้องกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายได้ เชิญบุคลากรทางด้านการศึกษาและนิสิตนักศึกษาจำนวนประมาณ200 กว่าคน รับฟังการดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จำนวน2เบอร์ได้แก่ 1.นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร์1 2.นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์ 2
สำหรับการดีเบตครั้งนี้ในหัวข้อความสำคัญในระบบการศึกษาไทยโดยกำหนดมีเวลา30นาที โดยให้ผู้สมัครทั้ง2 เสนอโยบาย และตอบคำถามอันเป็นคำถามลักษณะเดียวกันจำนวน3ข้อๆละ3นาที เน้นย้ำข้อให้อยู่ภายในระยะ3นาทีซึ่งจากการตอบปัญหาที่ตั้งประเด็นเอาไว้แบบจับลูกบอลในกล่อง

นางอทิตาธรได้ตอบปัญหาได้อย่างมั่นใจตามนโยบายและอยูาภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด ส่วนนางสลักจฎดิ์ ได้ใช้เวลาการตอบคำถามเกินไปกว่าเวลาที่กำหนดเล็กน้อยในประเด็น โดยเฉพาะประเด็น คำถาม” ในบทบาทนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ท่านมีแนวทางในการสร้างจิตสำนึกร่วมให้กับคนเชียงรายอย่างไร?”ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางด้านนางอทิตาธร ได้ตอบต่อนักศึกษาที่มานั่งฟังกว่า200คน สรุปเป็นประเด็นย่อๆว่า”ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใด การจะพัฒนาอะไรก็ตามสิ่งที่สำคัญสุดคือเสียงจากประชาชนสำคัญสุด การมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน ทุกเพศทุกวัยอาชีพไหน ย่อมมีความสำคัญ สิ่งที่ชัดเจนสิ่งที่ตนให้ความชัดเจนคือเรื่องPM2.5 เนื่องจากทุกเพศทุกวัยต้องใช้ลมหายใจร่วมกัน การสร้างจิตสำนึกการลดค่าPM.2.5ในพื้นที่เชียงราย ส่วนใดที่ทางอบจ.จะเข้าไปให้จัดการและองค์ความรู้ ลดการเผาด้วยการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและ การทำแนวกันไฟขนาดใหญ่เพื่อลดปัญหาไฟป่าลุกลามเกิดพีเอ็ม2.5
ส่วนนางสลักจฤฏดิ์

ได้ตอบคำถามลักษณะเดียวกัน ในบทบาทนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในการสร้างจิตสามัญสำนึกให้กับคนเชียงราย ชูประเด็นปัญหาการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาขยะ การจัดแยกขยะลดปริมาณขยะ จากครัวเรือนที่ตนได้เคยทำมาตั้งแต่ต้น สร้างจิตสำนึกให้กับชนทุกช่วงวัย เด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ รักษาสิ่งแวดล้อมตลอด มีการประชาสัมพันธ์สร้างจิตสามัญสำนึกในการมีส่วนร่วมตลอดแก้ไขปัญหายาเสพติดในสังคมโดยใช้วัฒนธรรมท้องถิ่น ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

สำหรับปัญหาคำถามหลัก3ข้อซึ่งว่ามีความสำคัญในการนำไปประกอบการตัดสินใจเลือกนายกอบจเชียงรายโดยเฉพาะนโยบายการบริหารงานของนายกอบจ.เชียงรายในอนาคตซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเชียงรายกำลังต้องการพัฒนาเต็มรูปแบบทุกมิติ สาระความสำคัญ ที่จังหวัดเชียงรายจะเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ด้วยทิศทางการบริหารอย่างชัดเจนสิ่งที่สำคัญจากการที่นิสิตนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมการรับฟังการดีเบต ครั้งนี้ได้สะท้อนความต้องการตพากันติดสติกเกอร์บนกระดานบร์อปัญหา”ผู้นำท้องถิ่น ในฝันที่คุณอยากให้เป็น”
เรื่องที่นักศึกษาให้ความสำคัญ 3 ข้อ 1.ความซื่อสัตย์และจริงใจ
2.เป็นธรรม
3.มีความรู้ฉลาด
ส่วนกระดานบาร์อด”เรื่องเร่งด่วนให้ท้องถิ่นแก้ปัญหา”นักศึกษาให้ความสำคัญได้แก่

การศึกษา การเกษตร การสาธารณสุข ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเมืองท้องถิ่นยุคใหม่เอาความโปร่งใสซื่อสัตย์ ยุติธรรมของผู้นำเป็นตัวตั้ง ซึ่งจากการประมวลสิ่งที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ต้องการนั้นล้วนแล้วต้องการผู้บริหารที่มีวิชั่นแก้ไขปัญหาทุกจุดตรงประเด็นครบถ้วน สำหรับการดีเบตครั้งนี้จัดขึ้นเฉพาะกลุ่มนักศึกษาเท่านั้นแต่ประชาชนได้ฝากเรียกร้องถึงคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดเชียงรายเห็นควรจัดการดีเบตใหญ่ต่อหน้าประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายเพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายได้รับฟังนำมาวิเคราะห์ประกอบกับการตัดสินใจเลือกนายกอบจ.เชียงราย ในห้วงโค้งสุดท้ายในการหาเสียงก่อนที่จะมีการลงคะแนน ในวันที่เสาร์ 1 กุมภาพันธ์ 2568 อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการหาเสียงโดยบริสุทธิปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยช่วงก่อนมีการให้ผู้สมัครทั้ง2สรุปประเด็นภาพรวมก่อนมีการจบดีเบตต่อหน้านิสิตนักศึกษา ทางนายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้วิดีโอคอลถึงผู้เข้าร่วมรับฟังดีเบตเน้นย้ำการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิยุติธรรมไม่ทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง
ในการดีเบตครั้งนี้สำนักคณะกรรมการเลือกตั้งได้จัดการแสดงคูหาเลือกตั้งและนำเสนอวิธีการเลือกนายกอบจ.เชียงราย และส.อบจ.เชียงรายอย่างถูกต้องอาทิสีบัตรเลือกตั้ง ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกจะต้องเลือกแบบไม่ผิดพลาด.

    ทีมงานข่าวเชียงรายรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี จัดอบรมความรู้เบื้องต้นอาวุธปืน ที่เกี่ยวข้องและการเข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ

    วันที่ 22 ม.ค. 2567 เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัศมีจันทร์ นวท.(สบ 4) พฐ.จว.ลพบุรี ได้จัดการอบรมในหัวข้อ “ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่เกี่ยวข้องในงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ” เพื่อเพิ่มพูนทักษะและความมั่นใจในการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีที่เกี่ยวกับอาวุธปืนแก่เจ้าหน้าที่ พฐ.จว.ละบุรี

    “โครงการอบรมฝึกทักษะใช้ปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจของ พฐ.จว.ลพบุรี มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เจ้าหน้ามีความเสี่ยงต่อการสูญเสีย ได้รับอันตรายถึงชีวิตน้อยที่สุด โครงการดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มทักษะความชำนาญในการตรวจใช้อาวุธปืนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน พฐ.จว.ลพบุรี

    โดยเชื่อว่าหลังจากที่ได้มีการฝึกทบทวนแล้วจะทำให้ลดการสูญเสีย และระมัดระวังเกี่ยวกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พัฒนาเพิ่มทักษะ ขีดความสามารถ ให้มีความรู้ ความชำนาญ รวมทั้งการใช้อาวุธปืนประจำกายทุกครั้งจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลและพัฒนาสู่ความ “เป็นตำรวจพิสูจน์หลักฐานมืออาชีพ”

    นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักยุทธวิธีการเข้าตรวจพิสูจน์หลักฐาน และระงับเหตุตามแบบการใช้อาวุธและการยิงปืน นอกจากนี้ผู้ปฏิบัติเองยังสามารถตัดสินใจใช้อาวุธปืนในการเข้าระงับเหตุได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และถูกต้องตามหลักยุทธวิธี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการฝึกทบทวนจะได้รับความรู้และวิทยาการใหม่ๆ นำไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการฝึกทบทวนในครั้งนี้อีกด้วย

    สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่้อรัฐนิวส์ / กูเซ็งโคม่าถูก3 ส.ส.2 พรรคการเมืองใหญ่ปราศรัยถล่มยับ ช่วยอ้อนขอคะแนนเสียงช่วยพี่ชาย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจหลัง25ปี นราฯล้าหลัง

    เมื่อเวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 22 ม.ค.68 ที่ผ่านมา ที่บริเวณลานตลาดเกษตรกลางใจเมือง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มีการเปิดปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ของนายซาการียา สะอิ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เพื่อช่วยนายอับดุลลักษณ์ สะอิ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต ที่ได้ลงเล่นการเมืองระดับท้องถิ่นเป็นครั้งแรก โดยมีนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 3 พรรคกล้าธรรม นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม ซึ่งเปรียบได้ว่าเป็นมือขวาของนายธรรมนัส พรหมเผ่า แถมยังมีนายนัจมุดดีน อูมา ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

    ช่วยปราศรัยอ้อนของคะแนนเสียง ถล่มยับนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน แกนนำหลักพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นอดีต นายก อบจ.นราธิวาส 5 สมัย โดยมีคลื่นมหาชนจากพื้นที่ อ.ระแงะ จะแนะและเจาะไอร้อง จำนวนร่วม 8,000 คน มาให้กำลังใจพร้อมรับฟังนโยบาย ในหัวข้อ 25 ปีชาวนราธิวาสได้อะไรบ้างถึงเวลาทุกคนต้องเปลี่ยน เพื่อการพัฒนาในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจชายแดน การท่องเที่ยวการศึกษาที่ล้าหลัง ติดอันดับสุดท้ายของตาราง จนลานตลาดเกษตรใจกลางเมือง อ.ระแงะ แทบแตกมากไปด้วยคลื่นมหาชน มีการตบมือเป็นระยะๆ ที่แต่ละคนสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยหาเสียงก่อนโค้งสุดท้าย

    โดยการปราศรัยในครั้งนี้ เป็นการปราศรัยนโยบายของนายอับดุลลักษณ์ สะอิ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 คนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ที่เป็นคู่แข่ง 1 เดียวของนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีตนายก อบจ.5 สมัย ที่มีการมอบหมายให้ผู้ปราศรัยแต่ละคนขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวถึงนโยบายแต่ละข้อ ที่นายอับดุลลักษณ์ เมื่อได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเร่งดำเนินการพัฒนาเพื่อให้เทียบเท่าจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ คนแรกที่ขึ้นปราศรัยช่วยหาเสียงให้นายอับดุลลักษณ์ สะอิ คือ นายไพซอล อาแว นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งมีความชำนาญและช่ำชองในเรื่องของการบริหารงานท้องถิ่น ได้กล่าวในเห็นถึงการบริหารบ้านเมืองในปัจจุบัน ต้องมีแนวคิดที่กว้างไกลรอบด้านและความสัมพันธ์ส่วนตัว ที่จะมีความกระตือรืนร้นดึงความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและอกชนเข้ามาผลักดันพัฒนาฟื้นฟูโครงการต่างๆ มิใช่เพียงแต่ใช้งบประมาณที่มีขีดจำกัด ก่อนที่จะถามคลื่นมวลชนว่าถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง

    คนที่ 2 คือแม่งานคนสำคัญ คือ ตัวนายอับดุลลักษณ์ คู่แข่งคนสำคัญของนายกูเซ็ง ยางอหะซัน เมื่อถึงคิวขึ้นปราศรัยหลังจากคลื่นมหาชนได้รับฟังการปราศรัยหรือเรียกน้ำย่อยนโยบายจากนายไพซอล คลื่นมหาชนได้ถือโอกาสมอบพวงมาลัยและดอกกุหลาบเพื่อเป็นกำลังใจ โดยบางคนพูดเพียงสั้นๆกับนายอับดุลลักษณ์ในขณะมอบพวงมาลัยและดอกกุหลาบว่า ต้องเปลี่ยนให้ได้น่ะให้สมกับการรอคอย โดยนายอับดุลลักษณ์ ได้กล่าวถึงการศึกษาที่นราธิวาสติดอันดับสุดท้ายของตาราง เศรษฐกิจซบเซาที่แนวชายแดน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มากมี แต่ไม่เคยถูกหยิบยกมาเป็นนโยบายและฟื้นฟู ทั้งๆที่เป็นเม็ดเงินสร้างรายได้ให้กับจังหวัด ผมขอเวลาและโอกาสนั่งเก้าอี้นายก อบจ.ถ้าผมทำไม้ได้ เลือกตั้งครั้งต่อไปอย่าเลือกผม

    ในส่วนของนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 3 พรรคกล้าธรรม นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม นายนัจมุดดีน อูมา ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยเจาะลึกลงไปในด้านการค้าแนวชายแดน โดยเฉพาะผลสืบเนื่องจากการท่องเที่ยว ทั้งๆทีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส มีธรรมชาติที่สวยงามสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาสัมผัส เช่นทะเลหมอกที่สวยงาม แต่คนนราธิวาสกับไปเที่ยวชมทะเลหมอกในพื้นที่อื่นๆ มันแปลกดีน่ะคือมีดีแต่ไม่มีคนหยิบยกมาโชว์ และการปราศรัยปิดท้ายในครั้งนี้ คือ นายซาการียา สะอิ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย

    ซึ่งเป็นน้องชายของนายอับดุลลักษณ์ ได้กล่าวเจาะลึกลงไปถึงการศึกษา ที่จังหวัดอื่นๆทั่วประเทศเล็งเห็นความสำคัญด้านการศึกษาปูพื้นฐานตั้งแต่เป็นเด็กเยาวชน ซึ่งถือว่าเป็นฐานรากที่เข้มแข็งของประเทศ แต่บ้านเรามีมั๊ยมีที่ไหนจัดติวเพื่อสอบเข้าแข็งขันขึ้นไปสู่ระดับต่างๆในรั้วโรงเรียนหรือรั้วของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แต่เพียงการศึกษาของภาครัฐ มันรวมไปถึงการศึกษาของโรงเรียนสอนศาสนาหรือตาดีกา ที่ปัจจุบันถือว่ายังดีที่โรงเรียนสอนศาสนาหรือตาดีกา บางแห่งยังคงได้รับการสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือจากต่างประเทศ มิเช่นนั้นโรงเรียนสอนศาสนาหรือตาดีกา อยากจะกลายเป็นตำนานหรือเป็นโรงเรียนร้างไปโดยปริยาย

    ด้านนายอับดุลลักษณ์ สะอิ ผู้สมัครนายก อบจ. นราธิวาส กล่าวด้วยความมั่นใจในชัยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนจังนราธิวาสทันที โดยการส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นฐานและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีก่อน โดยเริ่มจากให้ชาวบ้านมีรายได้ที่ดีขึ้นจากการท่องเที่ยว จากการส่งเสริมเศรษฐกิจ ซึ่งเราจะทำให้ได้ทันที รวมถึงการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวไปพร้อมๆกัน เพิ่มรายได้ให้ชานราธิวาส โดยการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการศึกษา พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งผมคิดว่าจากการลงพื้นที่ของผมนั้นรอบนี้นราธิวาสต้องเปลี่ยนให้ได้ ซึ่งผมมั่นใจเพราะจากการที่ได้ลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้าน ทุกพื้นที่ในจังหวัดนราธิวาสมีการตอบรับจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่าเรามาเปลี่ยนนราธิวาสไปด้วยกัน
    ///////////////////////////// 23 มกราคม 2568
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทร.อีสาน ร่วม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิด “ศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน”

    มุ่งสร้างความเข้มแข็งในทุกมิติและเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยใช้ฐานความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย คณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จัดพิธีเปิด “ศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน” ณ คณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ต.หนองระเวียง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี นายสุรพันธ์ ศิลปะสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวต้อนรับดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, พลตรี นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2, พลตรี กิตติศักดิ์ ถาวร เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2, พันเอก พงศ์กฤษฏ์ รุจิโยธิน รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21, นายสัตวแพทย์พศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา, ผู้แทนประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, คุณปิยวรรณ ดาษสกุล ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา, ศาสตราจารย์ ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ รองประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค:ภาคตะวันออกฉียงเหนือ หัวหน้าส่วนราชการและแขกที่เข้าร่วมงาน จากนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพล เยื้องกลาง คณบดีคณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร กล่าวรายงานที่มาและความสำคัญของโครงการ และได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงานและมอบป้ายศูนย์วิจัยชุมชน

    สำหรับที่มาของการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน” เกิดขึ้นจากคณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มีภารกิจในการสนับสนุนการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยชุมชน” ผ่านเครือข่ายวิจัยภูมิภาค ในพื้นที่หนองระเวียง คณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ที่มีความพร้อมขององค์ความรู้จากผลงานวิจัย และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่คณาจารย์ในด้านการเรียนการสอนให้กับนักศึกษา ชุมชนและสังคม จึงรับเป็นผู้ประสานงานการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน โดยใช้ฐานความรู้จากการวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้ครอบคลุมอย่างเป็นรูปธรรมในรูปแบบศูนย์วิจัยชุมชน

    โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “สำหรับการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน นับเป็นศูนย์วิจัยชุมชนฯ แห่งที่ 15 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทาง วช. มุ่งหวังว่าจะเป็นศูนย์วิจัยชุมชนฯ ที่สามารถสร้างความเข้มแข็งและแก้ปัญหาของชุมชนได้ เป็นที่ทราบกันดีว่า “โคเนื้อ” เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและภาคอีสาน ปัจจุบันมีจำนวนโคเนื้อกว่า 10 ล้านตัว (ร้อยละ 55 เลี้ยงในภาคอีสาน) และมีเกษตรกรไม่น้อยกว่า 1.4 ล้านครัวเรือน ที่ยึดเป็นอาชีพหลัก ช่วงปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่า ราคาโคเนื้อขยับเพิ่มขึ้น แต่ยังพบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ได้กำไรน้อยมาก ทั้งนี้เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ดังนั้น ความรู้จากงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ที่สำคัญๆ ได้แก่ เทคโนโลยีการผสมพันธุ์เพื่อผลิตลูกโค/ฟิคไทม์ เอไอ อาหารโคขุนต้นทุนต่ำ เทคนิคการแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโค และอื่นๆ ซึ่งได้ถูกรวบรวมขึ้นโดย ศูนย์วิจัยชุมชนฯ แห่งนี้จะก่อให้เกิดผลผลิต ผลลัพธ์ และวิถีผลกระทบและความสำเร็จ หรือ impact pathway ขึ้น

    ในนามของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ขอชื่นชมพลังแห่งความร่วมมือของเครือข่ายวิจัยภูมิภาค: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ นักวิจัย วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานโคเนื้อทุกๆ ท่าน ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสานในวันนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางของการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม นำไปแก้ไขปัญหาการผลิตโคเนื้อ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป” ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นศูนย์กลางและเผยแพร่องค์ความรู้ จากงานวิจัยและนวัตกรรม อีกทั้งยังเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกประสบการณ์ และเสริมสร้างทักษะจากงานวิจัยสู่นวัตกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต ตลอดจนเป็นการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ในการต่อยอด สู่เชิงพาณิชย์ช่วยให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต อย่างมีเสถียรภาพ ยั่งยืน และกระจายรายได้สู่สังคม และเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายภาครัฐในการจัดตั้ง ศูนย์วิจัยชุมชน ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ /ชุดสืบศุลกากรภาค 2 บุกแฟลชโฮม บขส.มุกดาหาร ยึดไพ่เถื่อน 558 สำรับ

    เมื่อเวลา​ 16.00​น. วันที่ 23 มกราคม​ 2568​ นายสมพล ไทยจงรักษ์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.2 กับพวก และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้ร่วมกันทำการตรวจสอบสถานที่รับส่งพัสดุร้านแฟลชโฮม (Flash home) สาขา บขส.มุกดาหาร เลขที่ 33/51 ถ.ชยางกูร ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

    เนื่องจากสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรมาส่งที่ร้านดังกล่าวเพื่อส่งต่อไปยังผู้รับซื้อในจังหวัดต่างๆ โดยมีนายกฤตเมธ แก้ววงษา ตัวแทนสาขาเป็นผู้นำทำการตรวจค้นสิ่งของ ผลการตรวจสอบพบกล่องพัสดุต้องสงสัยจำนวน 70 กล่อง

    เมื่อเปิดดูพบว่าภายในบรรจุไพ่พลาสติก ยี่ห้อ YJZ และ Royal ผลิตจากต่างประเทศ จำนวน 558 สำรับ โดยไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงการผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และไม่พบการปิดอากรแสตมป์สรรพสามิตหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของกรมสรรพสามิต เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบก ร่วมใจแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน/สภาการสื่อมวลชนฯ จัดอบรมครูประจวบฯ-เพชรบุรี/องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง

    องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง ร่วมสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ภาคเหนือ

    วันที่ 22 มกราคม 2568เวลา 9.00 น. ที่บริเวณหอประชุมอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ร่วมสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 โดย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธี เพื่อมอบแก่พลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 ผู้แทนกองทัพเรือ ที่จะเดินทางไปส่งมอบให้กับประชาชนในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ภาคเหนือ

    ในโอกาสนี้ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน ตัวแทนส่งมอบฯจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายชลธี ศรีชะเอม นายกสมาคมชาวประมงบางสะพาน กล่าวรายงานถึงที่มาของกิจกรรมน้อมเกล้าฯ โดยสมาคมชาวประมงบางสะพาน สมาคมชาวประมงประจวบคีรีขันธ์ และสมาคมประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ พี่น้องชาวประมง และองค์กรต่าง ๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ร่วมกันสืบสานโครงการด้วยการน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน โดยในปีนี้ ได้เชิญชวนสมาชิกชาวประมง  สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปตท.สผ.

    บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด บริษัท ปลาดีเกลือดี จำกัด ล้งเกลือโชคธีรศักดิ์ กลุ่มเหล็กสหวิริยา SVL Group แพปลาซุ่งกี่ ชุมชนรัตนโกสินทร์ กลุ่ม Young Bangsaphan องค์กรภาคเอกชน  ประชาชนทั่วไป ร่วมกันบริจาคโดยมีรายละเอียดดังนี้ ปลากะตัก จำนวน 2,100 กิโลกรัม เกลือไอโอดีน 3,060 กิโลกรัม และปลากระป๋อง จำนวน 1,000 กระป๋อง ให้กับสำนักงานโครงการส่วนพระองค์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 ผ่านกองทัพเรือ โดยเสด็จพระราชกุศล นำไปพระราชทานให้แก่ นักเรียน และประชาชนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โดยในปีนี้เป็นปีที่ 29 ของกิจกรรมฯ นี้ ซึ่งในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 จะได้มีการจัดพิธีส่งมอบให้แก่ผู้แทนโครงการ ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนพะเด๊ะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

    โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้ารับพระราชทานปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อนส่งมอบให้กับ พลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1ผู้แทนกองทัพเรือ เพื่อส่งมอบต่อให้กับกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 จากนั้นผู้ร่วมพิธีได้ร่วมกันปล่อยขบวนลำเลียงปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน เคลื่อนที่ออกจากบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเดินทางไปส่งมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สภาการสื่อมวลชนฯ จัดอบรมครูประจวบฯ-เพชรบุรี ช่วยเด็กรู้เท่าทันสื่อ กระตุ้นการวิเคราะห์ผ่านการอ่านหนังสือพิมพ์

    Oplus_131072

    เมื่อวันที่ 22 ม.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงแรมจีหัวหิน รีสอร์ทแอนด์มอลล์ จ.ประจวบฯ มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ โดยมี นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิดสัมมนา มีคณะครูระดับชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ ในอำเภอหัวหิน 15 โรงเรียน และในจังหวัดเพชรบุรี 10 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยการบรรยาย “รู้จัก

    หนังสือพิมพ์” โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, การแนะนำ “หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์หัวหินสาร” โดยนายชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หัวหินสาร, การแนะนำ “หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์เพชรภูมิ” โดยนายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ, กิจกรรมสัปดาห์สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ รวมถึงการเวิร์กช็อปสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ จงลิไลเกษม คุณครูนิภารัตน์ ยังพระเดช และนายฐิติชัย อัฏฏะวัชระ

    Oplus_131072

    นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี กล่าวว่า การสร้างภูมิการเรียนรู้อย่างเท่าทันสื่อ และการสร้างการเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ในวัยเด็กระดับชั้นประถมศึกษา จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้จากการอ่าน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการแสวงหาความรู้ และใช้ความรู้ที่ได้จากการอ่านในการปรับตัวเป็นทักษะด้านการรับรู้ที่สำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องมือเรียนรู้สิ่งต่างๆ อันเป็นรากฐานของการเรียนรู้แต่ละสาขาวิชา และเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ ความสามารถของผู้อ่าน ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ได้ผลระยะยาวมากที่สุด และยังได้เสริมสร้างชุดทักษะความรู้ จากกระบวนโต้ตอบ การพูดคุย ซักถาม ผ่านกิจกรรมในกระบวนการระหว่างการเรียนรู้จากการอ่าน

    Oplus_131072

    การสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูมีแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้นักเรียนรักการอ่าน รู้จักคิดวิเคราะห์ให้หลากหลาย รู้เท่าทันสื่อและความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น โดยใช้หนังสือพิมพ์เป็นสื่อการเรียนการสอน รวมถึงเพื่อให้นักเรียนมีองค์ความรู้เท่าทันสื่อและความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นจากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อ เครือข่ายโรงเรียน เครือข่ายนักเรียน และส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดกลไกและกระบวนการคัดกรอง เฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อ จากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อ เครือข่ายโรงเรียน และเครือข่ายนักเรียน นิเวศสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    ตามนโยบายของกองทัพบกในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ซึ่งสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกองกำลังสุรสีห์ โดยหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมบูรณาการความร่วมมือกับชุดปฏิบัติการไฟป่าและหมอกควัน ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ไฟป่า และข้อมูลจุดความร้อน (HOTSPOT) ในพื้นที่ รวมถึงประสานการปฏิบัติในการกำหนดแนวทางการป้องกันและควบคุมไฟป่า ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

         ในการนี้ หน่วยได้จัดชุดวิทยากรเผยแพร่ความรู้ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ของหน่วย ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกและสร้างการรับรู้ในเรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งแจกจ่ายอุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น หน้ากากอนามัย และกระบอกสำหรับล้างจมูก ให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ของตำบลอ่าวน้อย และตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

         กิจกรรมที่หน่วยได้ปฏิบัติในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของกองทัพบกที่มีต่อประชาชนจากการเกิดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนมีอากาศที่บริสุทธิ์ รวมถึงให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    โป๊ะแตก  เจอพิรุธอุตสาหกรรม จ.ประจวบฯประกาศรับสมัครลูกจ้าง พขร.ผ่านเวปไซด์ แต่ไร้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ  เมินประกาศผล  สื่อลุยตรวจสอบพบมีผู้สมัครรายเดียวรับเข้าทำงานนานแล้วแต่ขาดคุณสมบัติ

    วันที่  22  มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบประกาศจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงวันที่ 19 กันยายน 2567 มีการรับสมัครพนักงานขับรถอัตราจ้างรายเดือน 8,500 บาท ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่อไม่โปร่งใส ไม่ปฎิบัติตามระเบียบของทางราชการ โดยปัจจุบันพบเพียงประกาศรับสมัครเพียงฉบับเดียวลงในเวปไซด์ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด แต่ไม่พบประกาศการแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิสอบในเวปไซด์  และในวันที่ 30  กันยายน 2567 แจ้งว่าในประกาศรับสมัครว่าจะมีการประกาศผลสอบ แต่ไม่มีการประกาศในเวปไซด์แต่อย่างใด โดยในประกาศระบุไว้ชัดเจนว่าจะประกาศผ่านเวปไซด์  จึงถือเป็นข้อพิรุธ   นอกจากนั้นยังพบว่าผู้ที่สอบผ่าน เป็นผู้สมัครเพียงรายเดียว  ส่อขาดคุณสมบัติในการรับสมัครตามข้อ 8. ระบุว่า ไม่เคยถูกไล่ออกฐานทุจริตต่อหน้าที่ 

    ต่อมา นายณัฐ   อารีกุล อุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ได้เชิญเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องไปสอบถามข้อเท็จจริงว่าได้ดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดครบถ้วนหรือไม่    เนื่องจากตนได้เดินทางมารับหน้าที่ในเดือนตุลาคม 2567 หลังจากมีการรับพนักงานขับรถรายดังกล่าวเข้ามาทำงานแล้ว โดยเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการทำสัญญารายปี  จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ทราบว่าก่อนหน้านั้นมีการดำเนินการไว้อย่างไร แต่สำหรับตนยืนยันว่าไม่ชอบการทุจริต  ดังนั้นเมื่อได้ทราบข้อมูลในเบื้องต้นจะแจ้งให้พนักงานขับรถรายนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวไว้ก่อน โดยสั่งการให้ทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังหัวหน้าหน่วยงานแห่งหนึ่งที่ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงหากเคยพนักงานขับรถรายนี้เคยมีการทุจริตน้ำมันเชื้อเพลิงของทางราชการ  หรือมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วเมื่อช่วงต้นปี 2567 จากนั้นมีผลสรุปไว้อย่างไร  

    จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ขอดูเอกสารการประกาศรับสมัครต้นฉบับก่อนจะนำไปลงในเวปไซด์ การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ  การประกาศผลสอบที่มีการลงนามโดยนางสุคนทิพย์ สินวิวัฒนากุล อดีตหัวหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ  แต่นางจริยา ศิวายพราหมณ์ หัวหน้ากลุ่มโยบายและแผนงาน แจ้งว่าผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้  วันนี้ไม่ได้มาทำงาน ซึ่งข้อเท็จจริงทั้งหมดจะต้องสอบถามกับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเท่านั้น   นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า หากมีปัญหาตามที่ทักท้วง ทางสำนักงานฯจะประกาศผ่านเวปไซด์อีกครั้งตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง  แต่ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันมีประกาศเป็นเอกสารตัวจริงตัวจริงให้ตรวจสอบหรือไม่  ขณะที่การลงประกาศซ้ำอีกครั้งในเวปไซด์ โดยที่หัวหน้าอุตสาหกรรมจังหวัดได้สั่งให้พนักงานขับรถหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวไปก่อนจะมีความเหมาะสมหรือไม่ เหตุใดในการรับสมัครช่วงแรกจึงไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบตั้งแต่เริ่มต้น แต่ไม่มีคำชี้แจงใดๆ ทั้งนี้  และไม่มีการนำเอกสารตัวจริงมาแสดง  ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านี้พนักงานขับรถรายดังกล่าวได้ไปสมัครสอบในตำแหน่งเดียวกันที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งรับสมัคร 3 อัตรา แต่มีผู้เข้าสอบได้ทำการร้องเรียนสื่อมวลชนจากปัญหาจากที่ทำงานแห่งเดิมที่ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ ทำให้สอบไม่ผ่าน  กระทั่งพบว่าไปทำงานที่อุตสาหกรรมจังหวัด  

    นายเจนวิทย์  ราชธา หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นผู้สอบสัมภาษณ์พนักงานขับรถ ยืนยันว่าได้สอบถามแล้วว่าเคยมีการทุจริตจากการทำงานในหน่วยงานใดหรือไม่ ผู้สมัครบอกไม่มี  และโดยส่วนตัวยอมรับไม่ทราบมาก่อนว่าผู้สมัครรายนี้เคยมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในหน่วยงานเดิมมาก่อน

    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์090994478

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว จัดงานเทศกาลตรุษจีน จากจีนสู่ไทยสุขใจในแผ่นดินน่าน China town of Nan 2025 จัดขึ้น 21-29 ม.ค.นี้ ณ ศาลเจ้าปึงเถ่ากง น่าน อ.เมืองน่าน

    วันที่ 21 ม.ค. 68 ที่ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน อ.เมืองน่าน จัดแถลงข่าว จัดงานเทศกาลตรุษจีน จากจีนสู่ไทยสุขใจในแผ่นดินน่าน China town of Nan 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 ม.ค.นี้ ซึ่งจะมีพิธีเปิดเทศกาลตรุษจีน ในวันที่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป และครบรอบ 122 ปี ศาลเจ้าปึงเถ่ากง จัดโดยเทศบาลเมืองน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ศาลเจ้าปึงเถ่ากง น่าน สมาคมพ่อค้าน่าน ททท.สำนักงานน่าน และภาคีเครือข่าย

    ทั้งนี้การจัดงานเทศกาลตรุษจีนในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อประดับตกแต่งสถานที่ให้กลุ่มคนไทยทุกเชื้อชาติในพื้นที่ ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของจีน ปลูกฝังจิตสำนึกรัก หวงแหน ภูมิปัญญาของบรรพชน ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความสามัคคีของกลุ่มคนไทยทุกเชื้อชาติในจังหวัดน่าน

    เพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นและชาติพันธุ์ต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชนจากการนำสินค้าทางวัฒนธรรมมาสาธิตจัดจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชน

    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย เชิญชมการแสดงเชิดสิงโต การแสดงแสง สี เสียง การรำไท้เก๊ก จำหน่ายอาหาร การประดับโคมไฟ การประกวดภาพถ่าย จุดถ่ายภาพ Check in เซียมซีเสี่ยงทาย การเขียนคำอวยพรพู่กันจีน การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจีน และกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย

    นอกจากนี้การจัดงานยังได้รับการสนับสนุนการจัดงานจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ชุมชนหัวเวียงใต้ ชมรมไท้เก๊ก โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน และโรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ เทศบาลเมืองน่าน (บ้านภูมินทร์) ที่ร่วมประดับตกแต่งแสงไฟสวยงาม และสนับสนุนการแสดงอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ขานรับ นโยบาย ผบ.ตร. ตม.นครนายก X-rays ตรวจสอบและสร้างความเชื่อมั่น คนต่างด้าวสัญชาติจีน ในพื้นที่ฯ

    👮‍♂️ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เรื่องการคุมเข้ม
    แก้ปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ

    👮‍♂️พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์  อนุฤทธิ์ รรท.ผบก.ตม.3 มอบหมายให้  พ.ต.ท.พศิน หลาวทอง สว.ตม.จว.นครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดฯ ตรวจสอบคนต่างด้าวโดยเฉพาะ สัญชาติจีน ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยตรวจสิทธิในการอยู่ในราชอาณาจักร การแจ้งที่พัก และการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ อีกทั้งยังช่วยแจ้งให้ทราบถึงช่องทางการประสานกับเจ้าหน้าที่กรณีขอความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ หรือการเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ และยังเป็นการสร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัยใน จ.นครนายก
    
      ➡️ทั้งนี้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากมีข้อมูลเบาะแสกระทำผิด หรือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว ในพื้นที่ฯ สามารถติดต่อ ตม.จว.นครนายก หรือ ☎️ สายด่วน โทร.1178

    สระแก้ว – ชุมชนเมืองย่อยที่ 16 (ตลาดสระแก้ว) จัดกิจกรรม “รณรงค์ไม่ขายเสียง” ชุมชนต้นแบบ

    เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะครู ศกร.ระดับตำบลสระแก้ว สังกัด สกร.ระดับอำเภอเมืองสระแก้ว จัดกิจกรรม “รณรงค์ไม่ขายเสียง” หมู่บ้านต้นแบบไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ได้มี ร.ต.อ.สำราญ พรหมเกษร ประธานชุมชนเมืองย่อยที่ 16 (ตลาดสระแก้ว) พร้อมคณะกรรมการชุมชน ประชาชนในพื้นร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณ ชุมชนเมืองย่อยที่ 16 (ตลาดสระแก้ว) อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว

    พร้อมบรรยายให้ความรู้เรื่องพลเมืองคุณภาพ และรณรงค์การไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.อบจ.สระแก้ว ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 เวลา 08.00-17.00 น

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวศรีสาคร เดือดรวมตัวต้านความรุนแรงวางบึ้ม 2 ตชด.พ่อลูก ผู้การ ตชด.ปรับแผนหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย ส่วนทหารส่งหน่วยรบพิเศษเปิดยุทธการล่าอับดุลเลาะ

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที 22 ม.ค.68 ที่โรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ ช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 13 อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ได้มีพลังมวลชนผู้นำศาสนาผู้นำท้องถิ่น ในพื้นที่ 5 หมู่บ้านของ ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จำนวนกว่า 500 คน ได้พร้อมใจกันรวมตัวภายใต้การนำของ นายสะแปอิง หะมะ โต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้านตืองอ ประกอบพิธีละหมาดฮายัตและดูอาร์ เพื่อให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ และขอพรจากองค์อัลเลาะให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่และประชาชน พ้นภัยและห่างไกลความรุนแรง เนื่องจากต้องการให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วมีความร่มเย็น

    ต่อมาคณะมวลชนได้เดินทางไปยังบริเวณหน้าเสาธงของโรงเรียน เพื่อพร้อมใจและร่วมใจกันแสดงพลังและจุดยืนในการต่อต้านความรุนแรง โดยมีการถือป้ายข้อความ อาทิ ชาวศรีบรรพตต้องการสันติสุข ชาวบ้านศรีบรรพตไม่เอาความรุนแรง ศรีบรรพตหยุดความรุนแรง และข้อความหยุดระเบิด หยุดยิง หยุดความรุนแรง พร้อมทั้งได้มีตัวแทนของครูโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ คือ น.ส.อิสมาร่า จรกา ครูภาษาอังกฤษ ได้กล่าวสดุดีวีระกรรมรำลึกถึงคุณงามความดีของครูสุวิทย์และครูโดม ด้วยเสียงสั่นเครือและร้องไห้ต่อหน้าพลังมวลชน ท่ามกลางความเศร้าสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งทีครู 2 พ่อลูก ตชด.มีแต่ให้ รวมทั้งได้มีตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นกล่าวสดุดีความดีงามของครูทั้ง 2 ที่ทุกคนควรนำไปเป็นเยี่ยงอย่างในการดำรงชีวิต และช่วยเหลือพัฒนาสังคม

    นอกจากนี้แล้ว ยังมีกิจกรรมของนักเรียนโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ ด้วยการเขียนข้อความรำลึกถึง ครู ตชด.2 พ่อลูก ในแผ่นกระดาษสีขาวที่ตัดเป็นรูปหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนจะเขียนข้อความ ถึงความรู้สึกที่นักเรียนเขียนถึงความรู้สึกต่อครูใหญ่ ครูโดม อาทิ รักครูเราคิดถึงครู ไม่น่าจากเราไปเลย ก่อนที่นักเรียนทุกคนจะนำไปติดที่บอร์ดใต้ถุนอาคารเอนกประสงค์ เพื่อใช้เป็นสานที่รำลึกถึงครูทั้ง 2 เพื่อใช้เป็นอนุสรณ์ต่อครูทั้ง 2 คนตลอดไป

    ต่อมาหลังพิธีการและกิจกรรมต่างๆแล้วเสร็จ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อเด็กนักเรียน พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตชด.ภาค 4 พ.อ.พัศวีย์ โปชะดา ผบ.ฉก.ทพ.49 พ.ต.ท.ธีระโชตื ปฐมวณิชกะ ผบ.ร้อย ตชด.447 พร้อมด้วย น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ได้เป็นตัวแทนสื่อมวลชน ได้ร่วมกันนำขนมขบเคี้ยว น้ำดื่มและตุ๊กตาหลากหลายชนิด มอบให้กับเด็กนักรัยนโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ จนสร้างรอยยิ้มแทนความเศร้าจากน้ำตาที่เคยไหลออกมา กลายเป็นการสร้างความเบิกบานขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่นักเรียนทั้งหมดจะเข้าห้องเรียนเพื่อทำการเรียนการสอนกันตามปกติวันนี้เป็นวันแรก หลังจากที่โรงเรียนได้ทำการหยุดการเรียนการสอน หลังจากที่ครูสุวิทย์และครูโดม เสียชีวิต จากคนร้ายลอบวางระเบิดแล้วยิงซ้ำเมื่อวันที่ 14 ม.ค.68 ที่ผ่านมา

    ด้าน พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 กล่าวว่า โรงเรียนตำรวจชายแดนในพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้มี 12 โรงเรียน กระจายกันอยู่ แล้วเราก็ได้เพิ่มชุดรักษ์ความปลอดภัยเพิ่มเติมทั้ง 12 โรงเรียน โดยเฉพาะพื้นที่ของโรงเรียนตำรวจชายแดนบ้านละโอ บ้านตืองอ เราได้มีการเพิ่มเติมกำลังปฎิบัติการด้านมวลชน พัฒนาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชนและครูผู้สอน โดยเฉพาะในช่วงนี้ประชาชนและครูต่างขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่วันนี้ยังเรายังมีการเปิดการเรียนการสอนเพราะกำลังเราเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนและครูผู้สอน

    นอกจากนี้ พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในส่วนบุคลากรที่จะมาทดแทนหลังจากที่ครูสุวิทย์โดยได้เอาอดีตที่เป็นครูที่นี่ซึ่งสอนอยู่ที่โรงเรียน ตชด.อยู่แล้วมาสอนแทนและทำหน้าที่ครูต่อ แล้วเราก็จะมีตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีความรู้ทางด้านการศึกษามาเพิ่มเติม ในการที่จะพัฒนาและทำกิจกรรมของโรงเรียนต่อไป

    ขณะที่ พ.อ.พัศวีร์ โปชะดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 49 กล่าวว่า ในการบูรณาการของกำลังในพื้นที่นั้น ในก่อนเกิดเหตุการณ์ได้ร่วมพูดคุยกับทางตำรวจ ทหารในพื้นที่ และในส่วนของปกครอง โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ตำบลศรีบรรพต ได้มีการแบ่งมอบการรับผิดชอบการทำงานร่วมกันทำงานทั้ง 3 ฝ่ายมากขึ้น โดยในห้วงที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุ ทางผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำในการเพิ่มความระมัดระวังในการทำงานในพื้นที่ ซึ่งในปัจจุบันในการสืบหาข้อมูลเพื่อที่จะจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้นำในพื้นที่ และได้ข้อมูลขั้นต้นมาค่อนข้างเยอะพอสมควร แล้วจะนำไปสู่การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในเร็ววัน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ตลอดจนชาวบ้านที่รักครูสุวิทย์ ซึ่งบางคนก็เคยเป็นลูกศิษย์ครูสุวิทย์ และเพื่อนร่วมงานของครูสุวิทย์ ซึ่งเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ โดยพยายามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ รวมถึงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ของตำบลศรีบรรพต ซึ่งบางครั้งความรุนแรงแค่ครั้งเดียว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เสียโอกาส ทั้งทางด้านการศึกษาและการพัฒนาในพื้นที่ และในส่วนหมายจับ 2 คน ที่ออกมานั้นก็ได้มาจากพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาเก็บพยานหลักฐานในพื้นที่ โดยมี DNA ในพื้นที่ และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดนขั้นต้นก็คือบุคคลที่ก่อการหลักทั้ง 2 คน ที่สามารถออกหมายจับได้ แต่ในส่วนที่เหลือกำลังเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการติดตามและจับกุมในโอกาสต่อไป

    ส่วนด้านความคืบหน้ากรณีผลการตรวจสอบอาวุธปืนของคนร้ายที่ใช้ยิงจ่อศรีษะของ ครูสุวิทย์และครูโดม หลังจากจุดชนวนระเบิดแล้วเสร็จนั้น เจ้าหน้าที่พบคนร้ายใช้อาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก เป็นอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.จำนวน 3 กระบอก และอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบะ ซึ่งผลการตรวจสอบวิถีกระสุนปืนพบว่ามีอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.และอาวุธปืนเอ็ม.16 รวม 2 กระบอก จาก 4 กระบอก นายอับดุลเลาะ บูละ เคยใช้บุกยิง อส.ทพ.หญิง นูรีซัน พรหมศรี สังกัด ร้อย ทพ.49 ขณะขายอาหารในช่วงเดือนรอมฎอน ที่ตลาดนัดดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 26 เม.ย.67 ที่ผ่านมา

    นอกจากนี้หลังกิจกรรมแล้วเสร็จ พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 พ.อ.พัศวีร์ โปชะดา ผบ.ฉก.ทพ.49 พ.ต.ท.ธีระโชต ปฐมวณิชกะ ผบ.ร้อย ตชด.447 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ถือโอกาสพูดคุยในวงอาหารกลางวัน ที่ ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งตั้งอยู่ในวัดศรีสาคร เพื่อวางแผนส่งกำลังเปิดยุทธการณ์ปลิดชีพโจรใต้ ด้วยการส่งกำลังชุดรบพิเศษและชุดป่าภูเขา ในการติดตามไล่ล่านายอับดุลเลาะ บูละ และพวก ที่หลบหนีกบดานอยู่บนเทือกเขาเมาะแต ในพื้นที่เขตรอยต่อ อ.จะนะกับ อ.ศรีสาคร ซึ่งภารกิจยุทธการในครั้งนี้ มีกำหนดการไล่ล่ากดดันการใช้บังคับกฎหมายเป็นเวลา 1 เดือน หรือ จนกว่าจะสามารถจับกุมบุคคลดังกล่าวได้ /////////////////////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มวยมหากุศล ศึกเจ้าพ่อเจ้าแม่ดาบทองตากฟ้า ณ.สนามมวยชั่วคราวตลาดสดตากฟ้า ต.ตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์

    ศึกมหากุศลศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ดาบทองตากฟ้า ประธานกล่าวเปิดงาน นาย สิรศักดิ์ ทัศยาพันธุ์ (นายอำเภอตากฟ้า)

    วันที่ 21 มกราคม 2568 ศึกมหากุศลศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ดาบทองตากฟ้า ประธานกล่าวเปิดงานศึกมหากุศล นาย สิรศักดิ์ ทัศยาพันธุ์ นายอำเภอตากฟ้า

    ดำเนินงานโดย ผู้ใหญ่รุ่งชัย พิณเสนาะ และคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ดาบทองตากฟ้า ผู้สนับสนุน ส.ส. พีระเดช ศิริวัณสาณฑ์ ส.ส.เขต.5 นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย

    นาย ดนุ ธนกิจวรบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สุขสำราญ นายนิรันดร์ ดิสา ผู้ใหญ่หมู่ 3 ตำบลสุขสำราญ นายมนต์ชัย วิรธนานันท์ (เฮีย ป๋อง ) ร้านตากฟ้าการยาง นายกิติภพ วิกิจการโกศล ร้านพีระศักดิ์ปุ๋ยยาปราบศัตรูพืช,เมล็ดพันธุ์พืช

    นายอำนาจ เอี่ยมสุภา กำนันตำบลสุขสำราญ คุณไพโรจน์ มั่งทอง ( ช่างเรียนรถไถฟอร์ด ) และได้ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย และผู้สนับสนุนอีกมากมายที่ไม่ได้เอ่ยนาม

    ณ.สนามมวยชั่วคราวตลาดสดตากฟ้า ต.ตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์
    ประกบคู่มวยโดย หมอเต้น ขุนหมื่นฟาร์ม +จักรกฤษณ์ นิลฉ่ำ
    เอ.คนข่าว รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารเตรียมงานฉลอง “ตรุษจีนมุก ซินจ่าว’ ครั้งที่ 5 จัดเต็มอาหาร-การแสดง 4 ชาติ

    เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ตรุษจีนมุก ซินจ่าว

    ระหว่างวันที่ 27 – 30 มกราคมนี้ ณ บริเวณพื้นที่ย่านเมืองเก่า (แยกโรงแรมฮั่วนํา – มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร – ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง) ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

    นายวรญาณ กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้เตรียจัดงานเฉลิมฉลอง ตรุษจีนมุก ซินจ่าว เป็นครั้งที่ 5 โดยที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนและนักท่องเที่ยว

    สำหรับปีนี้มีความพร้อมในการจัดงานให้ยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม เนื่องจากหน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมใจกัน และมีความพร้อมทุกมิติ เพื่อให้ทุกคนที่มาเที่ยวชมงานจะได้สัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งด้านอาหาร ภาษา ศิลปวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ลาว เวียดนาม รวมทั้ง 8 ชนเผ่าในมุกดาหาร

    โดยมีกิจกรรมเด่นภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมผู้ว่าพาไหว้ 4 ศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านมุกดาหาร การแสดงศิลปะการต่อสู้สืบสานวัฒนธรรมจีน “เอ็งกอ” การแสดงเชิดสิงห์โต

    การแสดงบาสะโลป 4 แผ่นดิน และการแสดงศิลปะวัฒนธรรม ไทย จีน เวียดนาม ตลอด 4 วัน การประกวดหนูน้อยอินโดไชน่า การประกวด Cover Dance การประกวดสุนทรพจน์ การประกวดตกแต่งโคมไฟหน้าบ้านรับตรุษจีน

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีจุดเช็คอินถ่ายภาพ มากกว่า 8 จุด การแสดงดนตรี หลากหลายแนวเพลง ตลอดทั้ง 4 วัน ถนนอาหารนานาชาติ กว่า 60 ร้านค้า และกิจกรรมเช็คอินถ่ายภาพ ลุ้นรับอั่งเปารวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ทุกวัน

    จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งตัวลุคชิลสวยงามมาถ่ายภาพกับจุดเช็คอินที่หลากหลายวัฒนธรรมสไตล์ รวมถึงร่วมกิจกรรมภายในงาน ณ ย่านเมืองเก่ามุกดาหาร ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. ของทุกวันที่จัดงาน

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีรับส่งมอบ ผู้บังคับการ ตร.ภูธรเชียงใหม่ พร้อมสานต่อเพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการ ตำรวจ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา

    วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568
    เวลา 07.30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยคุณจารุณี แก่นจันทร์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจเชียงใหม่ ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพระพุทธพิทักษ์บดีศรีล้านนา พระพุทธรูปประจำ ภ.จว.เชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่

    ต่อมาในเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รรท.รอง ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ทำพิธีส่งมอบแฟ้มและธงประจำหน่วย จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมและทักทายกำลังพลในแถว

    โดย พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตนจักปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ยกระดับหน่วยงานในสังกัด ให้มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และพร้อมให้บริการประชาชน ควบคู่กับการ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี แก่กำลังพลทุกนาย

    สร้างความยอมรับเชื่อถือ รวมทั้งดำเนินการบริหารงานอย่างเป็นธรรม โดย “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่นำ สมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนสานต่อแนวทางการดำเนินงาน ของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดแก่ทางราชการต่อไป.,.พิธีรับส่งมอบงานในหน้าที่ราชการ #ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ พร้อมสานต่อเพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการ ตำรวจ ตามนโยบายผบ.ตร. เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา

    สมจิตร แสงบัลลัง รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “งดงามล้ำค่า”มีน กาญจนา ณ กาฬสินธุ์ นางสาวไทยกาฬสินธุ์ ๒๕๖๘

    “งดงามล้ำค่า”
    มีน กาญจนา ณ กาฬสินธุ์ นางสาวไทยกาฬสินธุ์ ๒๕๖๘
    ลูกหลาน เลือดกาฬสินธุ์
    นางสาวไทยคนแรกของจังหวัด กาฬสินธุ์ และยังดำรงตำแหน่ง ทูตวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์

    มีน กาญจนา นางสาว กาญจนา ณกาฬสินธุ์
    Miss Kanjana Na kalasin
    ชื่อเล่น มีน Nickname Meen
    ภูมิใจลำเนา อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์
    วันเดือนปีเกิด 22/03/2004 อายุ 20ปี
    ความสามารถพิเศษ: ร้องเพลง รำไทย

    Fb : Kanjana Na kalasin
    Tiktok : Meen_babymene
    IG : _mm.meen กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชั้นปีที่3 ฝากทุกคน ช่วยส่งแรงเชียร มีน ในการประกวดนางสาวไทย2568 นี้ด้วยนะคะ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน มอบผ้าห่มกันหนาวให้นายกสมาคมสื่อมวลชนจ.น่าน

    น่าน เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ณ วัดมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พระสุนทรมุนี(หลวงพ่อเสน่ห์) รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมืองได้เมตตามอบผ้าห่มกันหนาวจำนวน 10 ผืนให้กับนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านเพื่อนำไปมอบต่อให้กับผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ยากไร้

    เนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดน่าน ในช่วงฤดูหนาวมีอุณหภูมิต่ำสภาพอากาศหนาวเย็น ทำให้ประชาชนต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและจัดหาเครื่องแต่งกายและผ้าห่ม เพื่อรักษาความอบอุ่นแก่ร่างกาย และป้องกันการเจ็บป่วยเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งทางสมาคมสื่อมวลชนจงหวัดน่าน ได้เล็งเห็นถึง ข้อจำกัดของประชาชนในพื้นที่ตำบลไชยสถาน และ ในพื้นที่จังหวัดน่าน บางกลุ่มเช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ ผู้ต้อยโอกาส และ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ขาดแคลนอุปกรณ์ผ้าห่มกันหนาวหรือทุนทรัพย์ในการจัดหาเครื่องแต่งกาย ผ้าห่มกันหนาว ในการนี้สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านขอขอบพระคุณท่านพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความอนุเคราะห์เมตามอบผ้าห่มกันหนาวจำนวน 10 ผืนมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ และทางสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน จะนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ต่อไป

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงกลาโหม ร่วมกับ กองทัพภาค 2 และ มทร.อีสาน พัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารสนับสนุนด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ

    เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ณ กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ร่วมกับ กองทัพภาคที่ ๒ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ลงพื้นที่ร่วมทดสอบระบบงานวิจัย โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมเพื่อเป้าหมายในการสนับสนุนด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเข้าช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ พลโท นรเศรษฐ์ พงษ์เจริญ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ตัวแทนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับ พลตรี กิตติศักดิ์ ถาวร เสนาธิการกองทัพภาคที่ ๒ และ ผศ.ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

    ลงพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ เพื่อรับชมการทดสอบระบบรถปฏิบัติการสื่อสาร ภายใต้โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จากทุนวิจัยของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และมี กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม (ทสอ.กห.) หน่วยขึ้นตรงของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถบูรณาการระบบสื่อสารเพื่อสนับสนุนภารกิจให้กับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในภารกิจด้านความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัย ในการป้องกัน รักษาผลประโยชน์สาธารณะ และช่วยเหลือประชาชน โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม เกิดขึ้นจากอุปสรรคเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ การเกิดอุทกภัย วาตภัย หรือภัยอื่นๆ มักจะตามมาด้วยความล้มเหลวของระบบการสื่อสาร ไม่สามารถได้ข้อมูลที่ทันเวลาจากพื้นที่ประสบภัย

    จึงทำให้หน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือไม่สามารถได้ข้อมูลที่ทันสมัยในการประเมินสถานการณ์และให้การช่วยเหลือได้ถูกต้องทันเวลา กระทรวงกลาโหม ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงและอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นผู้ช่วยในงานที่นอกเหนือจากหน้าที่ปกติ เช่น การป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหมขึ้น เพื่อเชื่อมโยงระบบการสื่อสารกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม สำหรับติดตามสถานการณ์และสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งยังประสบปัญหาและอุปสรรคในการติดต่อสื่อสารเช่นเดียวกัน กระทรวงกลาโหมจึงมีความจำเป็นที่จะวิจัยและพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาเพื่อการป้องกันและรักษาประโยชน์สาธารณะ และการช่วยเหลือประชาชน

    สำหรับงานวิจัยโครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารขอ กระทรวงกลาโหม โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นผู้ดำเนินการวิจัยและพัฒนา ด้วยกองทุนของ กสทช. นั้น นับเป็นการพัฒนาระบบสื่อสารที่สามารถบูรณาการได้หลากหลาย ปลอดภัย รวดเร็ว และมีระบบทางเลือกในการใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์ สถานที่ และสภาพแวดล้อม สามารถติดตามสถานการณ์และสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล รวมถึงการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา โดยได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ระบบการสื่อสาร อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง รวมถึงเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า บนรถบรรทุกขนาดเล็กในเชิงพาณิชย์ จำนวน ๑ คัน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถเริ่มปฏิบัติการสื่อสารได้ภายในเวลา ๑๕ นาทีหลังจากเข้าพื้นที่สถานการณ์ และแน่นอนว่า รถปฏิบัติการสื่อสารดังกล่าว จะสามารถบูรณาการระบบสื่อสาร

    เพื่อสนับสนุนภารกิจให้กับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในภารกิจด้านความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมทั้ง ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมสามารถติดตามสถานการณ์ในพื้นที่และได้รับข้อมูลสำคัญๆเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ณ ศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้เมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม (ทสอ.กห.) จะเป็นหน่วยงานแรกๆที่จะเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย สามารถดำเนินการวางแผน ประสานงาน และสนับสนุนงานด้านการสื่อสารต่างๆ ทั้งเรื่องวิทยุ คลื่นความถี่ ภาพถ่ายดาวเทียม รวมถึงการติดตั้งระบบการสื่อสารทางโทรศัพท์ ที่จะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที หากได้รถปฏิบัติการสื่อสารฯในงานวิจัยครั้งนี้ มาช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของระบบการสื่อสารในพื้นที่ภัยพิบัติจะทำให้การช่วยเหลือนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    สำหรับการทดสอบระบบในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ครั้งนี้ ทำการทดลองใช้งานกับระบบที่ใช้งานจริงของกองการสื่อสาร ศูนย์ดิจิทัล กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม โดยมีการจำลองสถานการณ์และทำการทดสอบแบบเต็มระบบ ในสภาวะการสื่อสารปกติและการจำลองสภาวะการสื่อสารไม่ปกติ เช่น เกิดการคับคั่งของการสื่อสารในพื้นที่ เป็นต้น หลังจากการทดสอบนี้แล้ว จะมีการนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุงให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน และจะทำการทดสอบระบบอีกครั้ง ณ กองพันระวังป้องกัน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงจะมีการอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จำนวน ๓หลักสูตร ก่อนจะมีการส่งมอบรถปฏิบัติการสื่อสารในโครงการนี้ให้กับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม เพื่อใช้ในภารกิจต่อไป

    โดย พลโท นรเศรษฐ์ พงษ์เจริญ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นงานวิจัยและมีการส่งมอบรถปฏิบัติการสื่อสารฯแล้ว ทาง ทสอ.กห. ผู้รับประโยชน์ในงานวิจัยนี้ จะนำเครื่องมือการสื่อสารดังกล่าวมาใช้งานตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ และจะมีการวางแผนงานการซ่อมบำรุงรักษา รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลการใช้งานต่างๆให้มากที่สุด เพื่อนำไปวิเคราะห์ ประเมินผล และนำมาต่อยอดในงานวิจัยครั้งต่อๆ ไปพร้อมเชื่อมั่นว่าผลของงานวิจัยครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆของระบบการสื่อสารเพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเข้าช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆได้มากยิ่งขึ้น อีกด้วย

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อนุฯซอฟต์พาวเวอร์ เตรียมจัดงาน “รากเหง้าภูมิปัญญามวยไทย เกรียงไกรสู่ชาวโลก” ที่อุทยานราชภักดิ์ 5-6 ก.พ.นี้

    เมื่อวันที่ 21 ม.ค.68 ที่ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกมวยไทยลุมพินี กรุงเทพฯ ดร.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา เป็นประธานการแถลงข่าวงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 “Amazing MuayThai World Festival 2025” ในวันที่ 5 – 6 ก.พ.68 ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ  พร้อมด้วย นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ, นางพัชรินทร์ สิทธิพรรณโยธา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม ฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, พล.ต.พิพัฒน์ จงวัฒนาไพศาล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก และผู้ให้การสนับสนุนร่วมการแถลงข่าว

    ทั้งนี้ กองทัพบก ได้ประสานความร่วมมือกับ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง รวมทั้งภาคเอกชน และส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ กำหนดจัดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 “Amazing MuayThai World Festival 2025” ในวันที่ 5 – 6 ก.พ. 2568 ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) องค์พระบิดามวยไทย ในโอกาสครบ 323 ปีแห่งวันขึ้นครองราชย์ (ในวันที่ 6 ก.พ. 2568) เพื่อส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติไทยและมรดกของชาติไทย

    รวมทั้งเป็นการแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าของศิลปะทางปัญญาของบรรพบุรุษไทย ในการต่อสู้ในระยะประชิด ซึ่งเป็นวิชาการป้องกันตัวของนักรบไทย อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย “ปัญญา” และ “สร้างสรรค์“ เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้ประสบความสำเร็จ และผลักดัน “Soft Power” ไทย ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอด สร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง
    โดยมีกิจกรรมที่สำคัญที่เน้นไปถึงการย้อนอดีตในแง่ ประวัติศาสตร์ จารีต ประเพณี และวัฒนธรรม ที่ใช้นักแสดงกว่า 2,000 คน ประกอบด้วย 1. พิธีย้อนประวัติศาสตร์รากเหง้าสู่ความยิ่งใหญ่มวยไทย ของบรรพบุรุษไทยโบราณที่ได้คิดค้น ฝึกฝนและพัฒนาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า

    เพื่อใช้ในการป้องกันตัว และปกป้องประเทศชาติจากการทำศึกสงคราม 2. การแปรรูปขบวนทหารเป็นตัวเลขไทย 323 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงบิดามวยไทย 3. การแสดงผลสัมฤทธิ์ของกีฬามวยไทยไปสู่ความเป็นสากล และการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยและรำไหว้ครู อันงดงามยิ่งใหญ่ของคนที่มาร่วมในพิธีทั้งคนไทยและต่างชาติ ประกอบแสง สี เสียง และการจุดพลุเฉลิมฉลองประเพณีมวยไทยอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

    สำหรับในปีนี้จะมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ พิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพ-กษัตริย์ 7 พระองค์ และสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ), การถวายพระราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, การจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์มวยไทย, การแข่งขันชกมวยไทย, กิจกรรมส่งเสริมในอุตสาหกรรมมวยไทย, การจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมืองของจังหวัดประจวบฯ กว่า 60 ร้านจากร้านดังทั่วจังหวัด และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีเมืองประจวบฯ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน จากสมาชิกทั่วทุกมุมโลกที่จะมาเข้าร่วมในการจัดงานฯ ครั้งนี้.

    ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยคำแนะนำแนวทางปฏิบัติให้กับทางวัดธรรมิการามวรวิหาร หลังรองปลัดมหาดไทยเซ็นเพิกถอนที่ดินอัลไพน์ ชี้ยังรอหนังสือทางการจากกรมที่ดินเพื่อเปลี่ยนแปลงชื่อโฉนด  เชื่อทางออกการให้เช่าตามระเบียบจะไม่เข้าข่ายโลกติเตียน พร้อมปฏิเสธไม่ได้ห้ามเจ้าอาวาสวัดเปิดเผยข้อมูลกับสื่อตามที่ไวยวัจกรวัดกล่าวอ้าง หลังจาก นายชํานาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เซ็นเพิกถอนการจดทะเบียนฯ และนิติกรรมต่างๆ ในที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา และเตรียมส่งเรื่องไปให้กรมที่ดินดำเนินการต่อไปนั้น

    ล่าสุดวันนี้ (21 ม.ค. 68) ความคืบหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ผอ.สำนักพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงการเข้าไปกำกับดูแลให้คำแนะนำกับทางวัดธรรมิการามวรวิหาร โดยในเบื้องต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสืออย่างเป็นทางการจากกรมที่ดิน เพื่อแจ้งไปยังกรมที่ดินส่วนกลางก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร และหลังจากนั้นทางกรมที่ดินส่วนกลางก็จะประสานทางวัดธรรมิการามวรวิหาร เพื่อเปลี่ยนโฉนดเป็นชื่อวัดธรรมิการามวรวิหาร หลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของทางวัดธรรมิการามวรวิหาร ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ จะให้เช่าหรือว่าอย่างไร หากให้เช่าจะให้เช่าระยะยาวหรือไม่ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากทางมหาเถรสมาคมก่อน ในส่วนความรับผิดชอบของทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจ.ประจวบคีรีขันธ์ก็จะมีหน้าที่ โดยมีกลุ่มนิติการที่จะคอยให้คำแนะนำในเรื่องของกฎหมายการปฏิบัติ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับทางวัดธรรมิการามวรวิหาร ว่าทางเจ้าอาวาสวัดจะเลือกแนวทางไหน เช่น การให้เช่าระยะยาว หรือการให้เช่าตามระเบียบ 

    สำหรับเจตนาของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ที่บริจาคที่ดินแห่งนี้ให้เป็นธรณีสงฆ์ด้วย เพื่อใช้สำหรับกิจของสงฆ์ จะส่งผลย้อนแย้งกันหรือไม่ โดยผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มองว่ากิจของสงฆ์คือการจัดประโยชน์ ก็จะรวมถึงการเช่าที่ดินตามที่วัดดำเนินการมาด้วย ส่วนพฤติกรรมของคณะสงฆ์จะเป็นสารตั้งต้นของประเด็นดังกล่าวที่มอบที่ดินให้กับมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ในฐานะผู้จัดการมรดก จะขัดแย้งต่อกฎของมหาเถรสมาคม ที่ดำเนินการทำการขายที่ดินธรณีสงฆ์ ประเด็นตรงนี้ตนยังไม่ทราบรายละเอียดอย่างลึกซึ้ง  แต่ตามหลักการแล้ว การขายที่ดินธรณีสงฆ์นั้นไม่สามารถทำได้ผอ.สำนักพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังบอกด้วยว่าตอนนี้ ยังไม่ได้เข้าหารือกับพระเทพวชิรสุธี เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร และ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธรรมยุต) แต่อย่างใด  ส่วนเมื่อวานนี้ตามที่ไวยาวัจกรอ้างว่าทางสำนักพุทธจะมาพบท่านเจ้าอาวาสวัดนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อวานนี้ตนไปปฏิบัติภารกิจที่อำเภอหัวหิน กลับมาก็ดึก 20.00 น. แล้ว ส่วนที่มีประเด็นว่าทางสำนักพุทธห้ามให้เจ้าอาวาสวัด ให้ข้อมูลกับสื่อนั้นไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้ห้ามใดๆ สำหรับประเด็นที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหม่ที่ทางสำนักพุทธยังไม่เคยเจอ ส่วนระยะเวลาในการแก้ปัญหาก็ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการของทางกฎหมายด้วย เพราะมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนได้ส่วนเสียกว่าหลายราย

    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781


    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ มทภ.2 เยี่ยมค่ายคืนคนดีสู่สังคมผู้เสพ 102 คนรับปากไม่กลับไปเสพ


    วันนี้ (19 ม.ค.68) ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พลโท บุญสิน พาดกลาง พร้อมด้วย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมค่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเพื่อ “คืนคนดีสู่สังคม” จำนวน 102 คน พร้อมกับเยี่ยมผู้ปกครองที่นำอาหารมาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดและรพ.บึงกาฬ โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

    พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 พ.ต.อ.พงศ์พัชร แจ้งหมื่นไวย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ นางสุนิสา เอมสมบุญ ยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬ ดร.ภมร ดรุณ นายแพทย์ สสจ.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 ให้การต้อนรับ

    หลังจากแม่ทัพภาค 2 ได้ฟังรายงานจาก ผอ.โครงการฝึกอบรมฯได้สอบถามว่าการที่จะนำผู้เสพเข้าค่ายนี้ นำมาอย่างไร ซึ่งผู้ว่าและก็ทีมงาน ช่วยกันตอบว่ามีทั้งผู้ใหญ่บ้านนำมาส่ง แล้วก็ผู้ปกครองสมัครใจมาเองก็มี ส่วนที่เข้าค่าย 4 เดือน ก็คือตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2567-31มีนาคม 2568 นั้น งบประมาณได้มาจาก ป.ป.ส. และก็หากหมดโครงการนี้แล้ว ก็จะของบจาก ป.ป.ส.มาช่วยสานต่อเนื่องจาก ชาวบ้านที่มีลูกมีหลานติดยาทางก็เห็นชอบ

    ในการที่จะนำตัวเด็กมาบำบัดรักษา ส่วนผู้ที่เข้าอบรมในโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม”ก็คือได้มาจากทาง ผู้นำชุมชนพามาส่งและก็ผู้ปกครองและตัวเองเต็มใจเข้าค่ายมาบำบัดรักษา ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนก็ชื่นชอบเนื่องจากว่าบางคนก็สร้างความรำคาญให้กับชุมชนเมื่อออกจากบ้านหายไป 4 เดือน แล้วกลับเข้าสู่สังคมได้ บางคนก็อยู่ได้ด้วยการฝึกอบรมหรือมีอาชีพใหม่ๆ ถ้าหากว่ายังกระทำผิดอยู่ก็ต้องมาบำบัดใหม่ในรอบต่อไป
    ซึ่งทางแม่ทัพภาค 2 กล่าวว่าบางทีถ้ามีโอกาสได้พบ

    ท่านวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ก็จะช่วยของบประมาณ มาเพิ่มเติมให้ เพราะว่าบึงกาฬก็มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นทางผ่านยาเสพติด จับกุมแต่ละทีมีแต่หลักล้านเม็ดขึ้น ถึงแม้ว่าจังหวัดบึงกาฬไม่ใช่เป็นจังหวัดเป้าหมายที่จะทำโครงการนี้ เหมือนจังหวัดสกลนคร นครพนมและจังหวัดร้อยเอ็ด แต่อย่างไรจังหวัดบึงกาฬเราก็ต้องได้ทำอยู่ในโอกาสต่อไปเพราะว่าทางรัฐบาลจะให้ทำ ทั้งหมด 77 จังหวัด
    จากนั้น ทางแม่ทัพภาค 2 และคณะได้เดิน ไปเยี่ยมพูดคุยผู้เข้าค่าย คืนคนดีสู่สังคม โดยนั่งรออยู่ที่เต็นท์ด้านข้าง หลังจากพบปะ พูดคุยกับผู้เข้าอบรมแล้วต่างยืนยันว่า “จะไม่เสพ ไม่ค้าอีก”

    ส่วนผู้ที่เข้าอบรมครั้งนี้อายุมากที่สุดก็คือ 56 ปี จากนั้นเดินไปเยี่ยมผู้ปกครอง ส่วนมากก็เป็นผู้หญิงที่นำข้าวปลาอาหาร มาฝากลูกๆ ทุกคนต่างยืนยันว่าโครงการนี้ดีมากเลย ที่เห็นเจ้าหน้าที่ออกไปพบปะพูดคุยแล้วก็นำลูกหลานมาช่วยบำบัดรักษา พร้อมกับสอน วิชาอาชีพต่างๆ ให้ด้วย เช่น ตัดผม ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ หรือเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ได้มาฝึกสอนให้ เมื่อออกจากค่ายนี้ไปแล้วก็จะมีอาชีพติดตัว สำหรับคนที่ไม่มี มีสวนยางเป็นของตัวเอง จากนั้นช่วงบ่าย

    แม่ทัพภาคพร้อมคณะเดินทางต่อไปยังบ้านนากั้ง เพื่อไปตรวจเยี่ยม บก.ร้อยสกัดกั้นที่ 2 บ้านสุขประเสริฐ ต.นากั้ง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ รับฟังบรรยายสรุป ที่วัดท่าไทรวนาวาส บ้านท่ากลิ้ง ต.นากั้ง รับฟังบรรยายสรุป ณ.จุดตรวจการณ์ดอนโคลาด พบกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ก่อนจะเดินทางกลับ.
    นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี//บึงกาฬ 0933199399

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บรรยากาศซื้อขายชุดแดงตรุษจีนพัทยายังไม่คึก ผู้ประกอบการชี้ปีนี้เงียบ/คนพัทยาซื้อทอง เก็บ หลังปีใหม่ราคาพุ่งกว่า 1,000 บาทรับตรุษจีน

    วันที่ 20 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดลานโพธิ์ นาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รายงานบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่ออกมาเลือกซื้อชุดแดงเพื่อสวมใส่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2568 ในเมืองพัทยา พบว่าช่วงก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนในปีนี้มีประชาชนออกมาเลือกซื้อชุดแดงตรุษจีนไม่คึกคักเท่าไรนัก

    สอบถามเจ้าของร้านปู บูติค นาเกลือ เล่าว่า บรรยากาศซื้อขายชุดแดงตรุษจีนปีนี้ถ้าเทียบกับปีที่แล้วถือว่าเงียบกว่ามาก คาดว่าหยุดยาวปีใหม่หลายวันทำให้คนยังไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย แต่เชื่อว่าเมื่อใกล้วันจ่ายจะมีประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากกว่านี้ เพราะแต่ละปีวันจ่ายจะมีลูกค้ามาเลือกซื้อชุดเพื่อสวมใส่ในเทศกาลเป็นจำนวนมาก

    เมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานเทศกาลตรุษจีนเมืองพัทยา ในวันเสาร์ที่ 25 และวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 โดยในวันที่ 25 มกราคม 2568 มีการประกวด ตี๋-หมวย ไชนีส ชิงทุนการศึกษารวม 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและสายสะพาย พัทยาที่ลานกิจกรรมสวนสาธารณะลานโพธิ์ (นาเกลือ) การแสดงมังกรและสิงโต การแสดงวงดนตรีจากวงเซฟแพลนเน็ต วันที่ 29 มกราคม 2568 มีพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษเทศกาลตรุษจีนเมืองพัทยา ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ศาลาว่าการเมืองพัทยา อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พัทยา) เขา ส.ทร.5 (พัทยา) และมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน นาเกลือ

    คนพัทยายังซื้อเก็บหลังปีใหม่ราคาพุ่งกว่า 1,000 บาทรับตรุษจีน ปธ.ชมรมร้านทองพัทยาชี้สถานการณ์โลกยังคงทำราคาทองผันผวน

    ด้วยใกล้เข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 คนไทยเชื้อสายจีนมีกนิยมซื้อทองคำและทองรูปพรรณให้บุตรหลาน ตลอดจนเจ้าของกิจการซื้อให้ลูกน้องเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่รายงานบรรยากาศร้านทองพัทยา

    ทั้งนี้ จากการสอบถามนายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านทอฃเทืองพัทยา ในฐานะเจ้าของห้างทองทองดีเยาวราช ปากซอย 9 ถนนพัทยากลง เปิดเผยว่า ราคาทองมีความผันผวนในช่วงก่อนปีใหม่จะอยู่ที่ประมาณบาทละ 43,000 กว่าบาท แต่พอเลยปีใหม่แล้วมีการปรับขึ้นถึง 44,000 กว่าบาท คือราคาขึ้นถึงพันบาท ทำให้ช่วงนี้ราคาทองแพง

    แต่ด้วยเศรษฐกิจต่างๆ ที่กระเตื้องขึ้น ทำให้คนนิยมซื้อเพื่อออมทองเก็บไว้ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ประชาชนซื้อทองและสะสมทองกันมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ประชาชนรู้จักใช้จ่าย และหันมาเก็บเงินเก็บทองมากขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์ราคาทองคำจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่องด้วยสถานการณ์โลก ทั้งมีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีคนใหม่ผู้นำสหรัฐฯ ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบปัญหาในประเทศตะวันออกกลาง สงครามรัสเซียและยูเครน ทั้งหมดนี้มีผลต่อราคาทองคำด้วยเช่นกัน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด จัดโดยคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

    โครงการเพื่อสังคม เพื่อน้องๆสี่ขาหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด ร่วมถึง ส่งเสริมการฝึกและ การเลี้ยงสุนัขอย่างถูกวิธี ตะหนักถึงคุณค่า และความสามารถของสุนัขกลุ่มนี้ และลดการทอดทิ้งขอเชิญร่วมงานและส่งสุนัขเข้าประกวด ในการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง 🐕

    📢 ขอเชิญร่วมงานและส่งสุนัขเข้าประกวด ในการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง🏆 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

    📍ในงานเกษตรแฟร์ 2568 วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ภายในงานเกษตรแฟร์ 2568 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
    🔷โดยพบกับการแข่งขันทั้ง 4 ประเภท

    1. ประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทางเชื่อฟังคำสั่ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ🦮
    2. ประกวดความสามารถพิเศษสุนัขพันธุ์ไทย พันธุ์ทาง ชิงถ้วยพระราชทานฯ
      ⭐️ไม่จำกัดสายพันธุ์
    3. ประกวดภาพถ่ายความรักความผูกพันระหว่างเจ้าของและสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง
      🦮
    4. ประกวดแฟนซีสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ
      ⭐ไม่จำกัดสายพันธุ์

    📜 สามารถอ่านกติกาการประกวด และเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่
    🔗Link : https://sites.google.com/ku.th/find-new-home-ku/Home

    📋สามารถสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ที่
    แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทางเชื่อฟังคำสั่ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ, ประกวดความสามารถพิเศษสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ, ประกวดแฟนซีสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ
    🔗Link : https://forms.gle/qkpnEq6zTBbQids6A

    แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมการประกวดถ่ายความรักความผูกพันระหว่างเจ้าของและสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง 🔗Link : https://kasets.art/eASPKs 🔍สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    🌐Facebook : โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด มก.
    ☎️เบอร์โทรศัพท์ : 089-676-9295 (คุณอ๊อบ)
    089-516-6811 (คุณฟิล์ม)

    โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัดคณะเทคนิคการสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

    Balloon_PR

    🦮🙏🏻

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.นราธิวาสสะท้อนพหุวัฒนธรรมรับมอบของมงคลจากบริษัทเกศกาญจน์จำกัดส่งต่อความห่วงใยถึงพี่น้องไทยพุทธ-มุสลิมในพื้นที่

    วันที่ 20 มกราคม 2568 ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส

    โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมวัชรจริยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18/ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา คุณกาญจนา รอบคอบ ผู้บริหารบริษัทเกศกาญจน์ จำกัด ผู้จัดการสาขาสำนักงานตัวแทนร่วมนราธิวาส บริษัทเมืองไทยประกันภัยและบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต นายดอรอแม บินหะยียูโซ๊ะ ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข 2 ตัว

    ทั้งนี้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ตามแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของหน่วย เฉพาะกิจนราธิวาส ประจำปี งบประมาณ 2568 และนโยบายสำคัญ ผู้อำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 โดยมุ่งเน้นการดำเนินการส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามที่มีมาตั้งแต่ในอดีต ขับเคลื่อนเรียนรู้และยอมรับการอยู่ร่วมกัน โดยการเปิดเวที และจัดกิจกรรมศาสนสานสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ด้วยการพบปะพัฒนาสัมพันธ์ระหว่าง พี่น้องไทยพุทธ และ มุสลิม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่ร่วมกันภายใต้สังคม พหุวัฒนธรรมอย่างปกติสุข

    โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จึงได้ริเริ่มกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้โอกาสในห้วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน จัดกิจกรรม เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้นำศาสนาได้มีโอกาสพบปะพูดคุย และให้ผู้ร่วมกิจกรรม ได้ร่วม ดุอาร์ขอพรทำบุญ ถวายเพลแด่พระสงฆ์ และชมการเชิดสิงโต รวมทั้งการแบ่งปัน ผลไม้ และขนมเข่ง ให้กับเด็กเยาวชนในสถานศึกษา ประชาชน และกำลังพลเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

    พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่าหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริม วัฒนธรรม ประเพณีในห้วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน ตามนโยบายผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในส่งเสริมเสริม การอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม อันนำมาซึ่งความอบอุ่นและ ความยินดี ซึ่งการที่ผู้นำศาสนา และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนไทยพุทธและมุสลิม

    ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ไม่เพียงแต่ได้มาพบปะพูดคุยกันและร่วมประกอบศาสนกิจ รวมถึงชมการแสดงเชิดสิงโตเพียงเท่านั้น แต่ยังแสดงออกถึงความรัก ความปรองดอง ตลอดจนการเรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรมนอกจากนี้บริษัทเกศกาญจน์ จำกัด โดยคุณกาญจนา รอบคอบ ยังได้จัดเตรียมผลไม้ และขนมเข่ง เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชนในโรงเรียนสอนศาสนาเอกชน ประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อแบ่งปันความสุขเป็นของขวัญในห้วงเทศกาล

    ด้านคุณกาญจนา รอบคอบ ผู้บริหารบริษัทเกศกาญจน์ จำกัด ผู้จัดการสาขาสำนักงานตัวแทนร่วมนราธิวาส บริษัทเมืองไทยประกันภัยและบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า เนื่องจากเทศกาลวันตรุษจีน เพื่อให้เกิดความเป็นอยู่อย่างชัดเจนในพาหุวัฒนธรรมม ซึ่งคนจีนที่มาจากแผ่นดินใหญ่ มาอาศัยอยู่ภายใต้พระบรมมาโพธิสมภารของแผ่นดินไทย แม้กระทั่งไทย-มุสลิม และไทย-ไทยพุทธ การที่มีพระหุวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการมอบสิ่งดีๆให้ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดพลังของความรัก ความสามัคคี ความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งสิ่งที่เรามอบให้เป็นของมงคล เช่นส้มสีทอง ซึ่งหมายถึงความโชคดี แอปเปิ้ลซึ่งหมายถึงความสันติสุข ความสงบสุขให้พลังของความรัก ขนมเข่ง

    ซึ่งหมายถึงความหวานชื่นความชื่นมื่น ขนมไข่ ซึ่งหมายถึง ความเจริญเติบโต เป็นธรรมดาชีวิตต้องมีการเจริญเติบโต ก้าวหน้า จากวัยเด็กสู่วัยกลางคนจนถึงสิ้นไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึง ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม โดยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข และที่สำคัญคือความกตัญญูต่อแผ่นดิน ที่เราจะต้องมีให้เพื่อความสันติสุข
    ////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองบิน 5 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568

    นาวาอากาศเอก พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568

    เพื่อแสดงถึงความเป็นทหารอาชีพที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน โดยมีผู้บังคับบัญชา หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ ทหารกองประจำการ สมาชิกชมรมแม่บ้านทหารอากาศกองบิน 5

    โอกาสนี้ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    เข้าร่วมพิธีฯ ณ ลานจอดอากาศยาน แผนกช่างอากาศ กองเทคนิค กองบิน 5 ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2568

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Provincial Director Miss Grand Samut Prakan มิสแกรนด์สมุทรปราการ2024

    คุณใหม่ ภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์สมุทรปราการ ขอบคุณทางสปอนเซอร์ทุกท่าน งานจะดำเนินไม่ได้หากขาดสปอนเซอร์ไป ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ สถานที่จัดงาน ราชพฤกษ์ฮอล์ ครัวบุญเลิศ บางปู จังหวัด สมุทรปราการ ผู้สนับสนุนหลักสถานที่ในการจัดงาน ประกวดรอบไฟนอลมิสแกรนด์สมุทรปราการ ปี 2025 ครั้งนี้

    ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ คลินิกทันตกรรมรอยยิ้มMaybis Hotel เมืองโบราณ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการMadam Emma Glow Delight ครีมกันแดด Moon-Ar และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอีกมากมายวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อหาตัวแทนมิสแกรนด์จังหวัดสมุทรปราการ ไปสู้ต่อในอีก 76 จังหวัด

    และทำการประชาสัมพันธ์ให้จังหวัด นำเอกลักษณ์วัฒนธรรมไปเผยแพร่ทำชื่อเสียงให้พี่น้องชาวสมุทรปราการคิม จิราพัชร ดาทุมมา ผู้ชนะเลิศมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025แทมมี่ นุชนาฎ แก้วเกตุสังข์ รองชนะเลิศอันดับหนึ่งมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025มิว พาณิภัค เขียวหวาน รองชนะเลิศอันดับสองมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025แคนดี้ ทรัพย์ศิริ อภิชาติโชติ มิสแกรนด์ขวัญใจสมุทรปราการ2025

    Provincial Director Miss Grand Samut Prakan คุณใหม่ ภาติยะ นิ่มน้อย ทิยา กิติยา ละอายทุกข์ มิกซ์ พงศกร โยธาทิพย์ มิสแกรนด์สมุทรปราการ2023 รถเบนซ์ สุภาพร ยมรักษ์ มิสแกรนด์สมุทรปราการ2024 พั้นซ์ เจสิตา อร่ามคำ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารบก 38 ค่ายสุริยพงษ์ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จ.น่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568

    เมิ่อวันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อ.เมืองน่าน จ.น่าน พลตรีวรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 โดยมีนายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการนักศึกษาวิชาหารจากหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมทบ.38 ประชาชนเข้าร่วมในพิธี

    ทั้งนี้วันกองทัพไทยถือเป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่าโดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทยตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าพระองค์ทำยุทธหัตถีในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จุลศักราช 954 ซึ่งในยุคสมัยสงคราวยุทธหัตถีเกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2135

    ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทราบข่าวจึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่ายจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างที่การรบช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าสัตรูไปจนออกนอกเขตแดนจนอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ ในขณะนั้นพระองค์จึงเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถีเพื่อผลิกสถานะการณ์ และทรงได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ

    นอกจากนั้นธงชัยเฉลิมพลถือว่ามีความสำคัญและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหารไทยเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่หน่วยทหารเป็นคราวๆ คราวละหลายธง ซึ่งธงจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันจะผิดกันในส่วนที่เป็นนามหน่วยเท่านั้น

    การปฏิบัติต่อธงชัยเฉลิมพลทุกขั้นตอนจึงต้องเป็นไปตามพิธีการ ทหารทุกคนจะระลึกอยู่เสมอว่าธงชัยเฉลิมพลจะปลิวสะบัดอย่างสง่างามเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยต่อไป ตราบเท่าที่ประเทศไทยดำรงคงความเป็นเอกราชอยู่ได้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ธงชัย สว่างวงศ์/ วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง