สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทักษิณ’ ช่วย ‘ภูมิพันธ์’ หาเสียง อ้อนชาวบึงกาฬ เลือกเป็นนายกอบจ.คนใหม่

วันนี้ (19 ม.ค. 68) เวลา 9.00 น. ที่จังหวัด​บึงกาฬ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามกีฬาโรงเรียนบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับว่าที่ร้อยตรี ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ชิง นายก อบจ.บึงกาฬโดยทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึงเวทีมีมวลชนจำนวนมากรอต้อนรับ สวมเสื้อสีแดง พร้อมผ้าคาดหัวที่สกรีนเบอร์ผู้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทำให้บริเวณหน้าเวทีปราศรัยกลายเป็นลานสีแดง หลายคน ชูป้ายให้กำลังใจนายทักษิณบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายทักษิณ กล่าวทักทายว่า “คิดฮอดหลาย”พร้อมบอกว่า เมื่อกี้ถูกสาวบึงกาฬจีบหลายคนบอกว่าตนเองยังหล่ออยู่ ความจริงมันเฒ่าแล้วเดือนกรกฎาคมนี้จะอายุ 76 แล้วแต่ หัวใจยังสะออนอยู่ หัวใจยังอยู่กับพี่น้องประชาชนยังอยากคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง บ้านเมืองนี้หลัง หลายคนบอกว่าคิดถึงผมจริงหรือเปล่าครับ สิ่งหนึ่งที่ผมมีความเกี่ยวข้องกับคนบึงกาฬตรงๆคือเมื่อปี 2546 ตอนนั้นผมเป็นนายกไปประชุมครม.สัญจรที่ภูเก็ต ได้สั่งยกเลิกมติครม.สมัยคุณชวน ที่บอกว่าไม่ขยายพื้นที่ปลูกยางพารา ผมให้เพิ่มพื้นที่ปลูกยางพาราอีก 1ล้านไร่ ซึ่งวันนี้บึงกาฬก็ล้านไร่ไปแล้ว

จากที่ตนออกไปมันขาดการบริหารอย่างมีเป้าหมายไปเยอะ เรียกว่าบริหาร โดยไม่บริหาร บ้านเมืองก็เลยแย่ไปหลายจุด ในฐานะที่ตนเองเป็นอดีตนายกฯ ได้รับพระเมตตาพระมหากรุณาธิคุณ จึงคิดว่าอยากทำให้บ้านเมืองดีขึ้นวันนี้ท่าทางคนบึงกาฬอารมณ์ดี สงสัยจะไม่มีความทุกข์ ถามว่ามีทุกข์หรือมีหนี้หรือไม่ และไปลงทะเบียนเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้แล้วหรือไม่ ราคายางพาราดีขึ้นไหม

นายทักษิณ ถามชาวบึงกาฬใครดูข่าวที่นายกรัฐมนตรีไปเปิดบ้านเพื่อคนไทยบ้างผ่อนเดือนละ 4,000 บาท มีคนแห่ไปกดจอง 23​ ล้านคน ซึ่งโครงการแรกเพิ่งสร้างได้ 4,700 หลังต้องจับฉลากกันตาตั้งเลยนายทักษิณ ถามต่อถึงปัญหายาเสพติดในพื้นพื้นที่​ โดยถามว่าต้องการให้จัดการหรือไม่เอาแบบไหนดี ตอนตนไปหาเสียงช่วยนายกอบจ. ที่อุดรธานีก็ได้ฝากบอกพี่น้องกลับไปบอกพ่อค้ายาเสพติด​ ว่าทักษิณกลับมาแล้ว ทักษิณไม่ใช่ไม่ชอบพ่อค้ายาแต่เกลียดเลย ถ้ายังขายยาอยู่มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ พร้อมฝากบอกชาวบึงกาฬเช่นเดียวกันว่าทักษิณมาแล้วแม้จะแก่แล้วก็เหมือนเดิม

นายทักษิณ ถามชาวบึงกาฬว่า อยากให้สร้างบ้านเพื่อคนไทยบ้างหรือไม่ ซึ่งบ้านเพื่อคนไทยไม่ใช่บ้านเพื่อคนจนแต่เป็นบ้านให้ทุกคนที่มีความฝันอยากมีบ้านได้มีบ้าน เมื่อก่อนเราอยากมีบ้านต้องหาเงินดาวน์ก่อน แต่เมื่อเก็บเงินได้ ราคาบ้านก็ขยับขึ้น วันนี้จึงเอาที่หลวงซึ่งเป็นที่รถไฟที่ติดกับรถไฟฟ้า ที่จะมีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในอนาคตมาเป็นพื้นที่ที่ทำโครงการ ส่วนในต่างจังหวัดก็ใช้ที่ของกรมธนารักษ์ ที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างโดยที่เชียงใหม่กำลังจะเริ่มทำ ส่วนที่บึงกาฬ เดี๋ยวให้นางนพร​ เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยดู ว่าที่ตรงไหนที่ไม่ได้ใช้ เหมาะสมกับการทำที่อยู่อาศัยหรือไม่ เราจะได้มาสร้างกัน

วันนี้กะว่าจะสร้างทั่วประเทศ 1,000,000 ยูนิต แต่ยังไม่พอเพราะยังมีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองแม้จะหนักแต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมีการก่อสร้างการรับจ้าง ที่สำคัญคือบ้านเพื่อคนไทยใช้ระบบส้วมไฟฟ้า ส่วนเรื่อง Entertainment Complex ว่ามันก็เหมือนที่ลาสเวกัส มีสนามกีฬา มีหอประชุม มีการจัดงานอะไรสารพัดอย่าง มีสวนน้ำ มีบางคนจะเสนอแม้กระทั่งจะสร้างที่เล่นสก็บนหิมะ แต่พื้นที่ใหญ่ ๆ นี้จะใช้พื้นที่ไม่ถึง 10% ทำเป็นคาสิโน เหมือนที่สิงคโปร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาใช้ตังค์ มาท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละแห่ง จะสร้างงาน​ 20,000 คน และเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทเพื่อรายได้ต่างๆเข้าประเทศ อันนี้เป็นแนวที่รัฐบาลได้ทำต่อเนื่องจากจากรัฐบาลที่แล้ว หลังจากถามความเห็นและมีคนคัดค้านน้อยมาก

โดยจะต้องทำให้มีการควบคุมให้ถูกต้อง คนไทยจะไปเล่น ต้องเป็นคนมีฐานะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวหมดตัวอันนี้เราจะดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกต้องตามหลักตามที่ประเทศพัฒนาแล้วเขาทำกันนายทักษิณ ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลรับช่วงมาก็เป็นหนี้ตั้ง 60% ของจีดีพี วันนี้จึงต้องพยายามทำให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ให้เงินสะพัดคล่องขึ้นให้ประชาชนมีเงินใช้ เอาให้เหมือนตอนตนอยู่ไทยรักไทย”วันนี้ต้องทำให้คนไทยมีเงินในกระเป๋าเพราะตอนนี้ส่วนใหญ่ล้วงออกมาก็เจอตั๋วจำนำ ก่อนครบเทอมของรัฐบาลนี้ล้วงกระเป๋าไปตั๋วจำนำหาย ปี 2569 ล้วงไปมีเงินแล้ว และในปี2570

กลับมาอีกทีจะล้วงไม่ลงเพราะเงินเยอะไป แน่นกระเป๋า ที่พูดมีความตั้งใจและมั่นใจว่าเอาไหวแน่แม้ตอนนี้จะลำบากก็ต้องสู้เอาจนได้ ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะไร แพ้แต่เมีย” นายทักษิณกล่าววันนี้เราต้องยอมรับว่าเงินมันแห้ง หาเงินเท่าไหร่เขาก็ดูดกลับไปหมด ซึ่งตนเองเรื่องนี้ ตนเองไม่ยอม คนต่างจังหวัดทำงานแทบตายแม้จะมีเงินน้อยนิดก็ต้องให้มีสภาพคล่องอยู่ในจังหวัด คนต่างจังหวัดเหมือนปลาวางไขในคลองถ้าเขาดูดน้ำไปหมดก็วางไข่ไม่ได้ วันนี้จะดูดกลับให้พี่น้องถ้าเขาไม่ให้ดูดน้ำคลองกลับตนเองก็ยอมเติมน้ำขวด ขอเวลาตนนิดหนึ่ง ทำเต็มที่ คิดไม่หยุดและไม่หยุดทำและไม่หยุดส.ท.ร.(เสือกทุกเรื่อง)

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนเองกลับมาลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ กับตนเองหน้าตาเหมือนกันหรือไม่ ตามตนเองหาเสียง ตอนตั้งพรรคไทยรักไทย ตอนตนเองเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศนายกอิ๊งค์อายุ 8 ขวบ พวงมาลัยดาวเรืองนายกฯ เขาสวมตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เขาอยู่กับการเมืองมาวิธีคิดวิธีพูดก็เหมือนกันระหว่างไปอยู่ต่างประเทศเขาก็ไปหาตนเองแทบทุกเดือน ขณะท้องก็ไปหาแต่งงานยังไปจัดพิธีที่ฮ่องกง เพราะมาร่วมงานที่เมืองไทยไม่ได้ ถือว่าเป็นลูกที่ใกล้ชิดมาก ดังนั้นวิธีคิดวิธีพูดวิธีทำงานเหมือนกันแม้ไม่ได้คุยกันแต่เวลาเขาให้สัมภาษณ์มันตรงกับเราทุกอย่าง ดังนั้นท่านก็มีนายกตัวจริงคือแพทองธาร มีเงาอยู่ข้างหลังคือเงาแก่ ๆ คนนี้

นายทักษิณ ยังระบุว่า บึงกาฬ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดี มียางพาราเป็นฐานเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไปเราต้องพัฒนาบึงกาฬ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวให้ได้ ให้ราคายางพาราเพิ่มขึ้น พี่น้องชาวบึงกาฬจะได้ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะ ไร แม้แต่เมียตื้นตัน ใจที่พี่น้องชาวบึงกาฦมากันเยอะ แดดออกก็ไม่หนี น่ารักมาก แบบนี้ผมต่องขยันมาแล้ว ซี่นใจจริงๆ ผมเป็นโรค ที่ถ้าไปไหนแล้วประชาชนมาให้การต้อนรับกันเยอะๆ จะมีความสุข ท่าให้คนแก่มีความรู้สึก กระชุ่มกระชวย แล้วรู้สึกไม่แก่ มาวันนี้จึงขอคะแนนเสียงให้ เลือกนายกอบจ.คนหนุ่มๆ ไฟแรง แล้วมีคนแก่ๆ ให้คําปรึกษา มีรัฐมนตรีมนพร และสส.นิพนธ์ คอยเป็นพี่เลี้ยง แบบนี้ใช้ให้เต็มที่เลย ถึงเวลา ต้องเปลี่ยนนายก อบจ. เอานายกภูมิพันธ์ เบอร์ 1 และอย่าลืมเลือกสมาชิก อบจ.เข้าไปด้วย ไม่งั้น ทํางานคนเดียวลําบาก” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า พี่น้องน่ารักกัน จริงๆ ขอขอบคุณมากที่แดดออกก็ไม่หนี แสดงว่ายัง พอรักตนมากอยู่ อยากให้ตนมาหาบ่อยๆ หรือไม่ เลือกเบอร์ 1 หน่อย อย่างน้อยตนก็แวะมานั่งกินกาแฟไข่กระทะกับนายก อบจ.คนใหม่ จะได้แวะมาหาพี่ น้องประชาชน ขอฝากนายภูมิพันธ์ เบอร 1 ไว้ให้เป็นนายก อบจ.คนใหม่ ตนเป็นคนบ้ายอ อยากยอตน ง่าย นิดเดียวแค่เลือกนายก อบจ.และทีมให้ตน ตนก็มี ความสุข ยัง ไงก็ขอพี่น้องชาวนบึงกาฬ ตนมาขอถึงที่แล้ว ยังไงก็ขอเบอร์ 1 และทีม สจ.ทั้งหมด ให้เป็นกําลังใจตน ตนจะได้มาห่างานพี่น้องต่อไป

ข่าว/ภาพ​ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /117 ปี ของดีเวียงป่าเป้า คนแห่เที่ยวโชว์ของดีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น จ.เชียงราย

117ปีของดีเวียงป่าเป้าคนแห่เที่ยว เน้นโชว์ของดีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความเป็นอัตตาลักษณ์เวียงป่าเป้า อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงรายเป็นอำเภอทางใต้ของจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่กว้างใหญ่ ลักษณะเขาสลับที่ราบมีประกันประมาณ60,000คน

ประกอบด้วย ชนพื้นเมือง ม้ง ลาหู่ ลีซอ กะเกรี่ยง ประกอบด้วย 7ตำบลคือตำบสันสลี ตำบลเวียง ตำบลบ้านโป่ง ตำบลป่างิ้ว ตำบลเวียงกาหลง ตำบลแม่เจดีย์ และตำบลแม่เจดีย์ใหม่. อำเภอเวียงป่าเป้ามีภูเขาสูงชันเป็นอันดับ 5-6ของประเทศ และมีแหล่งกำเนิดต้นน้ำสายสำคัญมีความแปลกไหลขึ้นไปทางทิศเหนือคือแม่น้ำลาว ไหลไปรวมกับน้ำกก ของเชียงราย

จากประวัติการก่อตั้งอำเภอฯช่วงปีพ.ศ.2448 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่6ได้เสด็จประภาสเยี่ยมราษฎรภาคเหนือ ได้ประทับที่อำเภอแห่งนี้ณ หอ พลับพลา ต่อมาเรียกชื่อพลับพลาเพี้ยนเป็นหอประภา ในปีพ.ศ 2478 แต่เกิดไฟไหม้ที่ว่าการอำเภอ หอพลับพลาเสียหาย ขุนวร อุทัยธวัช (ช่วง บุญนาค) ได้ย้ายอำเภอข้ามถนนไปทางทิศตะวันตก อาณาเขตติดต่อกับอำเภอดอยะสะเก็ด จ.เชียงใหม่

ต่อมาได้ทำการยกฐานะจากกิ่งอำเภอ เป็นอำเภอเวียงป่าเป้า2450 จนถึงปัจจุบัน รวมอายุได้ 117ปี อำเภอเวียงป่าเป้าโดยนายพงษ์ศักดิ์ คงเพชรแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้า จึงได้จัดงาน117ปีของดีเวียงป่าเป้า โดยมีการนำของดีทั้ง7ตำบลเอามาอวดโชว์ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว อาทิเช่นเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงฯลฯ

ในครั่งนี้จะสามารถทำให้อำเภอเวียงป่าเป้าเป็นที่รู้จักให้นักท่องเที่ยวแวะเยี่ยมเยียน อำเภอเวียงป่าเป้ายังมีน้ำพุร้อนแม่ขะจาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เป็นจุดพักรถก่อนขึ้นดอยนางแก้วไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และพักรถก่อนขึ้นมายังจังหวัดเชียงราย อีกด้วย

งานของดีเวียงป่าเป้า ตักขึ้นระหว่างวันที่16-23 มกราคม 2568 ณที่ว่าการอำเภอเวียงป่าเป้า ในงานดังกล่าวมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดงานอย่างเป็นทางการ ในงานดังกล่าวมีการออกร้านมัจฉากาชาดอำเภอเวียงป่าเป้า มีของรางวัลมากมาย และมีบูธส์เกษตรแม่ปูนหลวง

โครงการหลวง นำผักปลอดสารพิษจำหน่ายให้กับผู้สนใจรักสุขภาพ สภาวัฒนธรรมอำเภอเวียงป่าเป้าได้นำสมุนไพรพื้นบ้านต้มบริการให้ผู้สนใจ “ยาเมือง” อนึ่งยังมีโอท็อปเครื่องจักรสานไม้ไผ่ ของกินพื้นบ้านจิ้นส้ม หรือส้มหมูจำหน่ายให้กับประชาชนที่ชื่นชอบอาหารพื้นเมือง

นายพงษ์ศักดิ์ คงเพชรแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้ากล่าวว่าหากนักท่องเที่ยวและประชาชนทราบข่าวนี้เชิญแวะแอ่วงาน117ปีของดีเวียงป่าเป้าแวะอุดหนุนสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชนซึ่งเป็นของดีอำเภอเวียงป่าเป้า.
นายธนกฤต วรรมณี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจไทยสุดยอด!!! เจอเด็กญี่ปุ่นแล้ว สถานทูตญี่ปุ่นมารับตัวกลับประเทศโดยปลอดภัย

วันนี้ (18 มกราคม 2568) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศพดส.ตร.) เปิดเผยว่า กรณีเยาวชนชายชาวญี่ปุ่นที่หายตัวไป ญาติไม่สามารถติดต่อได้หลังจากเดินทางมาประเทศไทยนั้น ล่าสุดตำรวจพบตัวแล้ว และได้ประสานทางการญี่ปุ่นรับตัวกลับประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สร้างความยินดีกับครอบครัวและชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าครอบครัวเยาวชนชายคนหนึ่งร้องขอความช่วยเหลือกรณีเยาวชนดังกล่าวเดินทางมายังประเทศไทยแล้วไม่สามารถติดต่อได้ ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยช่วยตรวจสอบ ต่อมา พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร. เร่งตรวจสอบจนพบเยาวชนชายดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุเยาวชนชายชาวญี่ปุ่นได้เล่นเกมออนไลน์เกมหนึ่ง ซึ่งสามารถเล่นได้กับผู้อื่นแบบสาธารณะ จนกระทั่งสนิทสนมกับบุคคลหนึ่งในเกม และถูกชักชวนมายังประเทศไทย เยาวชนชายคนดังกล่าวจึงเดินทางมายังประเทศไทยโดยไม่แจ้งให้ทางครอบครัวทราบ จากนั้นทางครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น และตำรวจญี่ปุ่น ก่อนมีการประสานกับตำรวจไทยให้ช่วยติดตามตรวจสอบ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร.ได้ติดตามจนพบตัวเยาวชนดังกล่าว โดยใช้เวลาเพียง 1 วัน หลังได้รับแจ้ง และได้ประสานสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยให้รับตัวกลับประเทศโดยปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยล่าสุดทางสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดย พ.ต.อ.นาโอโตะ วาตานาเบะ ผู้ช่วยทูตตำรวจญี่ปุ่น , นายซาโต้ โทโมโนริ เลขานุการโท และกงสุล และ นายพิสิฏฐ์ ไม้ประเสริฐ ผู้ช่วยกงสุล ได้เข้าพบ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เพื่อแสดงความขอบคุณในการให้ความช่วยเหลือติดตามตัวเยาวชนชายชาวญี่ปุ่น จนกระทั่งสามารถพากลับประเทศอย่างปลอดภัยในเวลาอันรวดเร็ว

ทั้งนี้ รัฐบาลโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับข้าราชการตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดย พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร. และตำรวจทุกพื้นที่ ทุกหน่วยงาน ใส่ใจในการช่วยเหลือทุกกรณีอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับเยาวชนไทยด้วย จึงขอฝากเตือนเด็กและเยาวชนให้ระมัดระวังการติดต่อพูดคุยกับบุคคลแปลกหน้าในเกมออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อาจมีผู้ไม่หวังดีชักชวนให้ทำเรื่องที่ไม่สมควรได้ และขอฝากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้คอยดูแลบุตรหลานในการเล่นเกม หรือใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง และให้คำแนะนำที่ถูกต้อง เหมาะสมแก่บุตรหลาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นอันตราย หรือเดือดร้อนเป็นภัยกับตัวเอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรจ.น่าน รวบแก๊งคนร้ายหลอกลงทุนทำงานสร้างรายได้

วันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ลานอาคารที่ทำการ ภ.จว.น่าน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศปอส.ตร. และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.5/ผอ.ศปอส.ภ.5

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นบริษัท R/GA ประเทศไทย สาขาน่าน มีพฤติการณ์ชักชวนประชาชนทั่วไปให้ลงทุนทำงานสร้างรายได้ ศปอส.ภ.จว.น่าน จึงได้ปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ “ปราบซิมม้า ล่าบัญชีผี” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นปฏิบัติการเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยในครั้งนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศปอส.ตร. ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงได้สั่งการให้ ศปอส.ภ.จว.น่าน เร่งรัดดำเนินการเชิงรุกเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อป้องกันไม่ให้ขยายความเดือดร้อนออกไปเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้น

หลังจากได้รับสั่งการ ผบก.ภ.จว.น่าน ได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ภ.จว.น่าน รับผิดชอบทำการสืบสวนและสอบสวนคดีดังกล่าวทันที และเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 พ.ต.อ.ยุทธพงษ์ เมฆคะ ผกก.สืบสวน ภ.จว.น่าน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.น่าน บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองน่าน พฐ.จว.น่าน กอ.รมน.จว.นน. และฝ่ายปกครองในพื้นที่ นำหมายค้นศาลจังหวัดน่านเข้าทำการตรวจค้นที่ตั้งบริษัท R/GA ประเทศไทย สาขาน่าน ได้ทำการตรวจยึดพยานหลักฐานต่างๆ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน
จากการสืบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าวมีการประกาศรับสมัครโฆษณาชักชวนทำงานผ่านแพลตฟอร์มบนอินเทอร์เน็ต และแอบอ้างว่าเป็นการทำงานเพื่อเพิ่มยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน แต่เมื่อสมัครสมาชิก

เพื่อเริ่มทำงานจะต้องจ่ายเงินประกันการทำงานกำหนด 1 ปี ให้กับบริษัทกำหนดไว้ 9 ระดับ คือ J1-J9 ซึ่งหากอยากมีรายได้มากก็ต้องเลือก J ระดับสูง โดยมีรายได้รวมจาก 5 ช่องทาง นอกจากนี้ยังมีการแอบอ้างบริษัท R/GA ที่มีอยู่จริง และออกช่วยเหลือการกุศลต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสมาชิก ซึ่งในพื้นที่ จว.น่าน ได้มีผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเป็นระดับแม่ทีมในการร่วมกันชักชวนประชาชนตามช่องทางต่างๆ อันเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะได้ขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องและกลุ่มบัญชีม้าต่อไป สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้นั้น เป็นมาตรการเชิงรุกในการเร่งรัดเข้าไปทลายบริษัทหรือขบวนการพวกนี้ สามารถขยายผลเจอผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย และสามารถขยายผลต่อจนสามารถหยุดยั้งความเสียหายเฉพาะที่ตรวจพบในพื้นที่ จว.น่าน ไว้ที่ประมาณ 1 ล้านบาทเศษ เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะหยุดอยู่ที่ระดับ J1-J3 ไม่บานปลายไปกว่านี้ ถ้าปล่อยไปถึงระดับ J4-J9 ก็อาจจะเสียหายมากจนเป็นคดีระดับประเทศขึ้นได้

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศปอส.ตร. ได้ฝากความห่วงใยแจ้งไปยังพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าจะมีผู้เสียหายทั่วประเทศอีกจำนวนมาก ที่กำลังพยายามหาช่องทางช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ให้รีบเข้าไปแจ้งความตามสถานีตำรวจต่างๆ ใกล้บ้านได้เลย เพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์และคนร้ายในขบวนการนี้ ตลอดจนติดตามทรัพย์สินมาคืนให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายในคดีนี้ต่อไป และขอเตือนให้ระวังการเข้าไปลงทุนในลักษณะนี้ที่จะนำไปสู่การถูกหลอกลวงสูญเสียทรัพย์สิน/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา เปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ ดูแลสุขภาพเด็กครบวงจร / ฉลองก้าวย่างสู่ปีที่ 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” แฮปปี้เบิร์ธเดย์ บก.นก

วันที่ 18 มกราคม 2568 ที่ล๊อบบี้ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดงานเปิดศูนย์กุมารเวช โฉมใหม่ โดยมีแพทย์หญิงพีรพรรณ เจรจาปรีดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับ และประธานสภาเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ กล่าวแสดงความยินดี แพทย์หญิงพาสินี จันทรสูนย์ กล่าวถึงศักยภาพของศูนย์กุมารเวช พร้อมพาเยี่ยมชมศูนย์กุมารเวชและหอผู้ป่วยเด็กโฉมใหม่ แพทย์หญิงพีรพรรณ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญสำหรับโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ในการเปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ครบวงจรระดับประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างสังคมแห่งสุขภาพที่ดี โดยเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก การเปิดศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับการดูแลรักษาที่ครอบคลุมทุกด้าน แต่ยังเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเติบโตและสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตของชาติ

ศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่นี้ เป็นความภาคภูมิใจ เนื่องจากศูนย์กุมารเวชครบวงจรของเราจะเป็นสถานที่ที่รวมแพทย์เฉพาะทางทุกสาขา โดยดูแลตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 15 ปี ครบทั้งองค์รวมด้านสุขภาพ การพัฒนาอารมณ์, การเสริมสร้างทักษะชีวิต และการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมมือกัน เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนและสมดุลในทุก ๆ ด้าน 

 สิ่งที่เรามุ่งหวังไม่ใช่แค่การให้รักษาที่มีคุณภาพและการบริการ แต่ยังต้องการสร้างสภาพแวดล้อมของศูนย์ที่เอื้อต่อการรักษา เป็นที่ประทับใจสำหรับผู้ปกครองเด็ก ๆ ที่มารับบริการ เราจึงมีการสร้างสรรค์บรรยากาศใหม่ของศูนย์กุมารเวช ให้เป็นมิตร กับเด็ก ๆ  โดยนำเอาเหล่าสัตว์น่ารักต่าง ๆ มาตั้งทีมต้อนรับเด็ก ๆ นำโดย พี่สิงโต เลโอลัส และเหล่าผองเพื่อน เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การมาพบคุณหมอให้ตื่นเต้นสำหรับเด็กและประทับใจเมื่อมารับบริการ


การเปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ครบวงจร ในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมาตรฐานใหม่ในการดูแลสุขภาพเด็ก เรามีความเชื่อมั่นว่า ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ, ภาคเอกชน, และองค์กรต่าง ๆ ศูนย์นี้จะเป็นศูนย์กลางในการดูแลสุขภาพเด็ก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองและเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี
 นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาสุขภาพเด็กที่น่าสนใจ หัวข้อดูแลสุขภาพเด็กอย่างไร ให้ห่างไกลโรคในวัยเรียน”  โดย พญ.กานต์ชนก สารบรรณ  กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อในเด็ก เสวนาเติบโตสูงสมวัย โดย              นพ.จิระวัฒน์  พฤกษศรี กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อ และการแสดงสนุกสนาน พร้อมกิจกรรม ให้เด็ก ร่วมสนุก แพ็กเกจดูแลสุขภาพเด็ก ราคาพิเศษ ท้ายกิจกรรมยังมี การจับรับรางวัลบัตรจูเนียร์ มูลค่า 4,500 บาท 2 รางวัล บัตรส่วนลด มูลค่ากว่า 12,000 บาท ในการมาใช้บริการรพ.กรุงเทพพัทยา

 ศูนย์กุมารเวช รพ.กรุงเทพพัทยา พร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทางกว่า 11 สาขา หน่วยดูแลทารกวิกฤต NICU หน่วยดูแลผู้ป่วยเด็กวิกฤต PICU ที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าลูกน้อยของคุณเจ็บป่วยเวลาใดก็ตาม

ฉลองก้าวย่างสู่ปีที่ 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” แฮปปี้เบิร์ธเดย์ บก.นก กิตติคม แขกเหรื่ออวยพรคับคั่ง

ค่ำวันที่ 18 ม.ค.68 ที่ร้านอาหารมุมอร่อย นาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกิตติคม ธีวรางกูล บรรณาธิการข่าวเด็ดออนไลน์ และผู้บริหารศูนย์ข่าวเนชั่น ภาคตะวันออก ได้จัดเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสครบรอบก้าวย่างที่ปี 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” และเลี้ยงฉลอฃวันคล้ายวันเกิดปีที่ 61 ของ บก.นก กิตติคม

ภายในงานได้จัดเลี้ยงอาหารค่ำ ก่อนแขกผู้มีเกียรติ นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายสุรศักดิ์ ทุมมานนท์ บรรณาธิการทนสพ.สยาม และนายสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ไทยรัฐกรุ๊ป ภาคตะวันออก

ในกิจกรรมได้รับเกียรติจากแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งภาคข้าราชการ เอกชน ชุมชน สมาคมและห้างร้านต่างๆ โดยพบว่าบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จ.นครราชสีมา วันกองทัพไทย ปี 2568

เมื่อวันที่ (18 ม.ค. 68) เวลา 08.09 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นำเหล่าข้าราชการกองทัพภาคที่ 2 ประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกถึงวีรกรรม วีรกษัตริย์ยอดนักรบ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบรรพชนทหารกล้า ที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อ และชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยให้เป็นมรดกของชนรุ่นหลังมาจนถึงทุกวันนี้

อันเป็นแบบอย่างที่เหล่าทหารทั้งหลายควรยึดถือ และตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่มีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการดำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประชาชน ประกอบด้วย พิธีสงฆ์ ณ พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี, พิธีสักการะพระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ, และศาลพระนครราช, พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี, (ประตูชุมพล), พิธีสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ประตูค่ายสุรนารี), พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรไทย, พิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 และพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จากนั้น เวลา 14.45 น. ที่ลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี จัดให้มีการแสดง จำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 การแสดงจักรยานยนต์ทางยุทธวิธี ชุดที่ 2 การแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย ชุดที่ 3 การแสดงวีรกรรมหาราชกู้ชาติสร้างแผ่นดิน ชุดที่ 4 การแสดงชุดปฏิบัติการโดรน และชุดปฏิบัติการพิเศษของกองพล

ทหารราบที่ 3 และการแสดงยุทโปกรณ์ทางทหาร และเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ของกองทัพอากาศ ต่อมาเวลา 15.55 น. แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ใช้กำลังสวนสนามทั้งสิ้น 1,873 นาย โดยมี พันเอก ณรงค์ วิชญาณวรวุฒิ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นผู้บังคับการกองผสม ประกอบด้วย 1 กองบังคับการกองผสม, 4 กรม, 17 กองพัน และ 2 กองร้อยวิ่ง และแม่ทัพภาคที่ 2

นำกำลังพลที่ร่วมในพิธีทุกนายเปล่งสัจจะวาจาปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล อันแสดงถึงความพร้อมเป็นทหารของชาติโดยสมบูรณ์ อีกทั้งเพื่อให้กำลังพลทุกนายได้ยึดมั่น และรักษาสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้ต่อธงชัยเฉลิมพลอย่างเคร่งครัด ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่กำลังพลทุกนายจะต้องปฏิบัติไปตลอดชีวิตในฐานะทหารของชาติ พร้อมทั้งให้มีความตั้งใจแน่วแน่

ที่จะช่วยกันปฏิบัติภารกิจในความรับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถด้วยความเสียสละ มีความอดทน มีความรัก ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ตลอดจนประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และอุดมการณ์ของการเป็นทหารอาชีพ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับส่วนรวม ประชาชน และปกป้องค้ำจุนประเทศชาติให้มีความมั่นคง เพราะทหารมีหน้าที่พิทักษ์ ปกป้องรักษาแผ่นดิน และบ้านเมืองให้เกิดความสงบสุขสืบไป

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /แถลงข่าว ร้อย.ฉก.ตชด.237 จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางเคตามีน 320 กก. 80 ล้านบาท อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 ที่ กองบังคับการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 บ้านนาเพียง ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

มอบหมายให้ พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการส่วนอำนวยการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ/ผู้บัญชาการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3)

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวร่วมกับ นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และ พันตำรวจเอกวุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

กรณีกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (หน่วยงานหลัก) จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางเคตามีน 320 กก. โดยมีเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 เวลา 00.15 น. หน่วยได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จึงจัดกำลังทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ดังกล่าว

ต่อมาตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยทะเบียน 3 กธ 9564 กทม. จึงตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าว พบว่าไม่ใช่คนในพื้นที่จังหวัดนครพนม จึงขับรถไล่ติดตามดูพฤติการณ์ จนถึงรีสอร์ท แห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นบุคคล

ต้องสงสัย ทั้ง 2 ราย และตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบของกลางยาเสพติด เคตามีน จำนวน 8 กระสอบ น้ำหนัก 320 กก. ปัจจุบันกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ทำการสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพบกroyalthaiarmy ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

ชุดสืบ สภ ผึ่งแดด เร่งล่าวัยรุ่นเดนนรก ปิดถนนคำซะอี ขว้างก้อนหินจนสาววัยรุ่นกระเด็นตกรถเจ็บสาหัส

ภาพน้องผู้หญิงถูกของแข็งกระทบใบหน้าบาดเจ็บบริเวณตาและดั้งจมูก สืบเนื่องจากวัยรุ่นรวมตัวกันประมาณ10 กว่าคน เดินตะเวนริมถนน เส้นทางมุกดาหาร – คำชะอี บริเวณบ้านคำผึ้ง ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ก่อนจะก่อเหตุปาหวดและก้อนหิน ใส่วัยรุ่นที่เดินทางกลับบ้านหลังจากเที่ยวงานกาชาดและงานของดีมุกดาหารวันสุดท้าย เมื่อประมาณเที่ยงคืนวันที่15 มกราคม ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดกลับรถ บ้านคำผึ้ง ตำบลผึ่งแดด ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่กลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 กว่าคนออกมาทำร้ายวัยรุ่นต่างถิ่นที่ผ่านไป-มา โดยคาดว่ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวน่าจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งช่วงกลางคืนของวันที่ 15 มกราคม ช่วงเที่ยงคืนได้ยินเสียงรถจักยานยนต์ขับวนไปมาบริเวณนั้นจะได้ยินเสียงตะโกนว่าเอามันๆ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้หญิงถูกทำร้ายบาดเจ็บ พร้อมกับ มีผู้ชายบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ ผึ่งแดด ได้พบกับกลุ่มผู้เสียหาย โดยหนึ่งในกลุ่มผู้เสียหาย เปิดเผยว่า คนที่บาดเจ็บหนักสุด เป็นเพื่อนผู้หญิงซึ่งตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ตนเองพร้อมเพื่อนกลับจากเที่ยวงานกาชาดในตัวเมืองมุกดาหาร โดยมากันประมาณ 9 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่มวัยรุ่นถือมีด ถือขวด และก้อนหิน เดินกันอยู่เต็มถนน พอพบกับกลุ่มตนซึ่งมีจำนวนคนน้อยกว่า กลุ่มคนดังกล่าวก็เริ่มปาหิน ขวด ก้อนดินเข้าใส่ แต่โชคร้ายน่าจะเป็นก้อนหินหรือไม่ก็ขวดได้ไปกระแทกเข้าใบหน้าของเพื่อนผู้หญิงที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนชายจนกระเด็นตกจากรถได้บาดเจ็บสาหัส เพื่อนที่มาด้วยจึงได้นำส่งโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มคนก่อเหตุห็ได้วิ่งเข้าไปในป่ากล้วยข้างทาง

พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.ผึ่งเเดด เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่พร้อมกับเรียกกลุ่มเพื่อนผู้เสียหายมาให้ข้อมูลเบื้องต้น
แล้ว สำหรับอาการของผู้บาดเจ็บนั้นล่าสุดอยู่ในอาการที่ปลอดภัยพบการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ซึ่งจะทำการผ่าตัดบริเวณจมูกอีกครั้ง โดยขณะนี้พอทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อขอหมายจับและติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุมนุมสิงห์สองล้อ! เตรียมจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week ครั้งที่ 28 ททท.คาด นทท.ร่วมงาน 3-4 หมื่นคน

วันที่ 17 ม.ค.68 ที่ลานเครื่องบิน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการแถลงข่าวจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025 โดยมี ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา นายประสาร นิกาจิ๊ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ นายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ รองประธานสภาเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผอ.ททท.พัทยา คุณหทัยรัตน์ โพธิ์เกตุ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าฯ ร่วมแถลงข่าว

ด้วยเมืองพัทยาได้ร่วมกับสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ กำหนดจัดโครงการสัปดาห์มอเตอร์ไซค์และเสียงเพลงแห่งเสรีภาพ ครั้งที่ 28 ” BURAPA PATTAYA BIKE WEEK & THE WAY OF LIFE NEVER WAR 2025″ ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ. 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีความต้องการการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม อาทิเช่น การรณรงค์การขับขี่อย่างปลอดภัย สร้างจิตสำนึกที่ดีในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยแต่ละปีมีชาวไบค์เกอร์จากทั่วโลกเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

และล่าสุดในขณะมีพี่น้องไบค์เกอร์ต่างประเทศที่ตอบรับในกลุ่ม อาทิ ประเทศอาเซียน สแกนดิเนเวีย อาหรับ ซาอุดิอาระเบีย โดยทาง ททท.คาดว่าโครงการสัปดาห์มอเตอร์ไซค์และเสียงเพลงแห่งเสรีภาพ ครั้งที่ 28 นี้ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นคนตลอดการจัดงาน และถือเป็นโครงการที่น่าสนใจผลักดันเป็นอีเว้นต์ระดับนานาชาติด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทำเนียนถามตำรวจ ขอเปลี่ยนตั๋วรถไฟ สุดท้ายโดนรวบพร้อมยาไอซ์ 100 กก.มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท หลังอ้างมาขอรับลังพริกแกงที่สถานีรถไฟเมืองประจวบฯ

เวลา 15.00 น.วันที่ 17 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.หญิง สุภาพร ดวงกันยา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟเมืองประจวบฯ ว่าพบพัสดุสินค้าบรรจุกล่องโฟมและกระสอบปุ๋ยสีขาวหลายใบ ปลายทางอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วางไว้ที่หน้าสถานีรถไฟเป็นเวลา 2 วัน แต่ยังไม่มีผู้ใดมาติดต่อขอรับ เมื่อตรวจสอบภายในพบเป็นยาเสพติดขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปราม ฝ่ายสืบสวน พร้อมตำรวจชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เกิดเหตุ ต่อมา พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายประสูติ หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมลงพื้นที่ตรวจนับของกลางภายในห้องทำงานของสถานีรถไฟเมืองประจวบฯ โดยห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพขณะตรวจนับจำนวนของกลาง โดยอ้างว่าขอขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดก่อน

ต่อมาในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่รถไฟ กำลังทำการตรวจนับจำนวนของกลางอยู่นั้น ปรากฏพบชายต้องสงสัยแต่งตัวลักษณะคล้ายนักท่องเที่ยวทำทีเข้ามาขอรับสินค้าเป็นพริกแกงเผ็ดกับเจ้าหน้าที่รถไฟ และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจนับของกลาง จึงได้เดินออกไปนอกสถานีรถไฟแล้วโทรศัพท์พูดคุยกับใครคนหนึ่ง ต่อมาได้เดินกลับเข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ภายในสถานีรถไฟ ว่าสามารถขอเปลี่ยนตั๋วเที่ยวรถไฟได้หรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวปกติจึงได้ให้บริการโดยแนะนำว่าให้ไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่รถไฟ หลังจากนั้นไม่เกิน 2 นาที

ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจนับยาเสพติดของกลางอยู่นั้น พบว่าชายนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวมีลักษณะบุคลิกน่าสงสัยคล้ายกับบุคคลในภาพกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟ จึงได้รวบตัวไว้ทันควันเพื่อสอบปากคำ ซึ่งปรากฏว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวยอมรับสารภาพว่าจะมารับสินค้าจริง แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดดังกล่าว โดยยาเสพติดที่พบเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทราบชื่อ นายกิตติวุฒิ อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมของกลางทั้งหมดไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยเจ้าหน้าที่รถไฟเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นมาจากเมื่อวันที่ 16 มกราคม 68 ที่ผ่านมามีพัสดุฝากส่งมาจากสถานีรถไฟบางซื่อ กทม.ปลายทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ต่อมาได้ขอเปลี่ยนมาลงไว้ที่สถานีรถไฟเมืองประจวบคีรีขันธ์ตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่ไม่มีผู้ใดมาติดต่อขอรับเจ้าหน้าที่จึงได้เกิดสงสัยว่าปลายทางแจ้งส่งสถานีหาดใหญ่ แต่ทำไมเปลี่ยนใจมาลงที่สถานีรถไฟอำเภอเมืองประจวบ และที่หน้ากล่องพัสดุไม่ระบุชื่อผู้รับจึงได้ตรวจสอบพบว่าภายในเป็นยาเสพติด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.บัวใหญ่ จับจุม นายชนาเทพ จันทร์หนองแวง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจ.สีคิ้ว ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น

วันนี้(วันศุกร์ ที่ 17 ม.ค.68) เวลา 13.30 น.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐพันธุ์เชร์ผบ.ตร.พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์รอง ผบ.ตร.(สส)มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)พร้อมด้วย
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีนผบช.ภ.3พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์รอง ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่นรรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เป็นที่สนใจแก่ประชาชนและสื่อมวลชน ที่เกิดในพื้นที่ สภ.บัวใหญ่ คือ นายชนาเทพ จันทร์หนองแวง อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ จ.10/2568 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ ใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้, พาผู้อื่นไปเพื่อกระทำอนาจาร โดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย และลักทรัพย์โดยทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม”

ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ทำงานโดยยึดหลักกฎหมายและรอบคอบตามหลักยุทธวิธีตำรวจที่ได้ฝึกทบทวนมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวพี่น้องข้าราชการตำรวจ ตามที่ ผบ.ตร. ได้ฝากข้อห่วงใยซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชน

ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากถึงผู้เสียหายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย โดยจะรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาปราศจากข้อสงสัยจากทุกฝ่าย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป ณ ภ.จว.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ลำพูน เปิดยุทธการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติด ในพื้นที่ จว.ลำพูน ตามนโยบายรัฐบาลเร่งรัดปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด

วันนี้ 17 ม.ค.68 เวลา 07.00 น. ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน โดย พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน พร้อมด้วย พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน , นายโยธิน ประสงค์ความดี รอง ผวจ.จว.ลำพูน , พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผกก.สภ.เมืองลำพูน , พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ รรท.ผกก.สภ.เหมืองจี้ ,

พ.ต.อ.ดนัย ใจกล่ำ ผกก.สส.ภ.จว.ลำพูน , พ.อ.กฤติคุณ นิโลบล รอง ผอ.รมน.จว.ล.พ.(ท.) , นายอำเภอเมืองลำพูน , ขรก.ตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลำพูน , จนท.ป.ป.ส.ภ.5 , พฐ.จว.ลำพูน , อส.จว.ลำพูน และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการปฏิบัติการปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลเร่งรัดปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด กว่า 76 นาย ณ ลานด้านหน้า สภ.เมืองลำพูน

โดยมี นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผวจ.จว.ลำพูน เป็นประธาน กล่าวให้โอวาทและกล่าวเปิดปฏิบัติการปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นในครั้งนี้ เนื่องด้วยรัฐบาลได้มีนโยบายเร่งรัดปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยออกนโยบายในการตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ กวาดล้างยาเสพติดในพื้นพื้นที่แพร่ระบาด และให้เพิ่มประสิทธิภาพมาตรการยึดอายัดทรัพย์สินในคดียาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดพร้อมกันทั่วประเทศ ในทุกพื้นที่ เพื่อทำลายวงจรการค้าและลดการแพร่ระบาดในพื้นที่เสี่ยง

การปฏิบัติการมีเป้าหมายสำคัญคือการจับกุมผู้กระทำผิดรายสำคัญ ยึดยาเสพติด และทำลายโครงสร้างเครือข่ายที่ฝังตัวในพื้นที่ ซึ่งในการปล่อยแถวในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่หลายฝ่ายใน จว.ลำพูน และประชุมติดตามการปฏิบัติเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด ณ ห้อง ศปก.สภ.เมืองลำพูน ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ทั้งในด้านการปราบปรามและป้องกัน การเพิ่มประสิทธิภาพการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินต่อไป..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / ประชุมหารือตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัด ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกซ้ายเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ที่อำเภอทับสะแก

วันนี้ 16 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการประชุมหารือตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายสุภาพ ศิริธนศาสตร์ ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกซ้าย โดยมีนายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางสาวสใบทิพย์ ศรีทองสุข ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานพื้นที่ 51 นายพีรสิชฌ์ อนันต์วณิชย์ชา ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสงอรุณ นายสุภาพ ศิรินธนศาสตร์ ผู้ถวายฎีกา เจ้าหน้าที่จากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมฯ

ซึ่งที่มาของการประชุมนี้ สืบเนื่องจาก นายสุภาพ ศิรินธนศาสตร์ ราษฎรในตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก กล่าวว่า ในตำบลห้วยยางและตำบลแสงอรุณ ไม่มีแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติ จึงได้ทูลถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหัวยยางแพรกซ้าย เพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง เพื่อให้ราษฎรได้มีแห่งน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร

ในที่ประชุมฯ ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับราษฎรผู้ทูลขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฯและผู้เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าพื้นที่หัวงานและแนวสันอ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ในพื้นที่ทำกินของราษฎร ส่วนพื้นที่กักเก็บน้ำจะครอบคลุมพื้นที่ทำกินของราษฎรบางส่วนและพื้นที่บางส่วนของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหัวยยาง ซึ่งมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ จากการสำรวจเบื้องต้นดังกล่าว ยังไม่อาจคำนวณพื้นที่ได้ทั้งหมด

เนื่องจากยังไม่มีการสำรวจออกแบบ ซึ่งต้องรอผลการสำรวจออกแบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถให้ข้อคิดเห็นหรือวิเคราะห์ผลต่างๆได้ ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับราษฎรผู้ทูลขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฯ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและราษฎรตำบลห้วยยาง มีแนวทางให้ความช่วยเหลือโดยจะดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกช้าย

ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจภูมิประเทศสำหรับออกแบบและวางโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ราษฎร ทางด้านกรมป่าไม้ ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่า พื้นที่ที่จะดำเนินโครงการเป็นพื้นที่ที่อยู่ในหุบเขา ส่วนใหญ่เป็นแปลงที่ดินทำกินของราษฎร คาบเกี่ยวกับเขตที่ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง และป่าสงวนแห่งชาติป่าทับสะแก สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม

มีพื้นที่ป่าที่อยู่ข้างเคียงเป็นป่าเบญจพรรณ คณะผู้ร่วมตรวจสอบจึงมีความเห็นว่าควรให้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโดยให้ขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ขอให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป และทางศูนย์ดำรงธรรม ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปว่า

1.การสร้างอ่างเก็บน้ำตามรูปแบบที่มีความจุหลักล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่น้ำท่วมถึงในเขตอุทยานแห่งชาติฯ ต้องขอออนุญาตต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่ออกจากการเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ
2.พื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงสวนแห่งชาติ ต้องขออนุญาตตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
3.กรมชลประทานจะดำเนินการจัดตั้งงบประมาณเพื่อทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำคำขอโครงการและงบประมาณการก่อสร้าง
4.พื้นที่ของเอกชนได้มีการให้ความเห็นในราคาเบื้องต้นแล้ว ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลงบประมาณต่อไป

สุดท้ายนี้ รองผู้ว่าฯ ได้สรุปการประชุม มอบหมายให้นายอำเภอประสานงานกับทางท้องถิ่น เข้าพูดคุยหารือกับเจ้าของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อดำเนินการต่อในขั้นตอนถัดไป และให้ทุกหน่วยงานร่วมกันศ​ึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหารือแนวทางในการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย

//////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมทางหลวง ฟังเสียงประชาชนรอบ 2 เดินหน้าปรับปรุงทางหลวง 1026 บ.ผาเวียง-บ.หนองห้า จ.น่าน

วันนี้ (17 มกราคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน นางพิมลพันธุ์ จันโทภาส นายอำเภอนาน้อย เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (การสัมมนา ครั้งที่ 2) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงบนทางหลวงหมายเลข 1026 ตอน บ.ผาเวียง – บ.หนองห้า เพื่อนำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสมของโครงการ ผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ผลการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน และแผนการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการศึกษาของโครงการฯ จากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม

โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการฯ มีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1026 ประมาณ กม.17+000 และจุดสิ้นสุดบนทางหลวงหมายเลข 1026 ประมาณ กม.31+100 มีระยะทางประมาณ 14.1 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดน่าน จำนวน 2 อำเภอ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลส้าน อำเภอเวียงสา และตำบลน้ำตก ตำบลศรีษะเกษ
อำเภอนาน้อย โดยปัจจุบันถนนโครงการมีขนาด 2 ช่องจราจร แต่บริเวณจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของถนนโครงการเป็น 4 ช่องจราจร ในการพิจารณาการพัฒนาโครงการ จึงมีการศึกษาความเหมาะสมของจำนวนช่องจราจรของถนนโครงการ โดยมีรายละเอียดดังนี้

รูปแบบที่ 1 ถนน 3 ช่องจราจร โดยจะแบ่งช่องจราจรสำหรับรถด้านขึ้นเขา 2 ช่องจราจร เพื่อให้รถสามารถเร่งแซงกันขึ้นเขาได้ ส่วนรถด้านลงเขามี 1 ช่องจราจร โดยมีเกาะกลางกั้นเพื่อความปลอดภัย ซึ่งรูปแบบนี้ทำให้ต้องมีการจัดการจราจรโดยมีการสลับช่องจราจรไป-มา ระหว่างด้านขึ้นเขา และด้านลงเขา
รูปแบบที่ 2 ถนน 4 ช่องจราจร โดยจะแบ่งช่องจราจรสำหรับรถด้านขึ้นเขาและรถด้านลงเขา ฝั่งละ 2 ช่องจราจร โดยมีเกาะกลางกั้นเพื่อความปลอดภัย
ซึ่งผลการพิจารณาจำนวนช่องจราจรตามหลักเกณฑ์ในด้านต่างๆ พบว่า รูปแบบที่ 2 ถนน 4 ช่องจราจร มีความเหมาะสมที่สุด โดยมีช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ข้างละ 2 ช่องจราจร มีไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตรมีเกาะกลางแบ่งทิศทางจราจร กว้าง 2.60 เมตร เพื่อสามารถรองรับรถทั้งสองทิศทางที่ใช้ความเร็วที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความคล่องตัว และรองรับปริมาณจราจรในอนาคต

ส่วนการคัดเลือกรูปแบบเกาะกลางของโครงการสำหรับพัฒนาโครงการ มี 4 รูปแบบ ดังนี้ รูปแบบที่ 1 เกาะกลางแบบเกาะสี (Paint Median) จะเป็นเกาะกลางที่แบ่งทิศทางจราจรแบบทาสีตีเส้นบนผิวจราจร ความช่องจราจร 3.50 เมตร และไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร มีเกาะกลางแบบทาสีตีเส้น กว้าง 2.60 เมตร (รวมไหล่ทางด้านใน) รูปแบบที่ 2 เกาะกลางแบบราวกันอันตราย จะเป็นเกาะกลางแบบราวกั้น ติดตั้งที่ผิวจราจรบริเวณ เกาะกลาง ความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร และมีเกาะกลางแบบราวเหล็กกันอันตราย กว้าง 2.60 เมตร (รวมไหล่ทางด้านใน) เพื่อป้องกันไม่ให้ข้ามเกาะตัดกระแสจราจร ซึ่งจะกำหนดจุดกลับรถเป็นระยะ

รูปแบบที่ 3 เกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) เป็นเกาะกลางที่มีกำแพงคอนกรีตติดตั้งบริเวณเกาะแบ่งทิศทางจราจรหรือป้องกันไม่ให้รถวิ่งข้ามเกาะตัดกระแสจราจร ความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร และไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร มีเกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีตกว้าง 2.60 เมตร (รวมไหล่ทางด้านใน) รูปแบบที่ 4 เกาะกลางแบบยก (Raised Median) เป็นเกาะกลางแบบถมดิน เพื่อแบ่งทิศทางจราจร เพื่อป้องกันไม่ให้รถวิ่งข้ามเกาะ ตัดกระแสจราจรความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร และไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร มีเกาะกลางแบบยกถมดิน กว้าง 4.60 เมตร (รวมไหล่ทางด้านใน) โดยความกว้างของเกาะสามารถออกแบบช่องจราจรเพื่อรอเลี้ยวกลับรถได้อย่างเพียงพอ ไม่กีดขวางช่องจราจรของรถทางตรงในบริเวณจุดกลับรถและ ทางแยกต่างๆ

ซึ่งจากผลการพิจารณารูปแบบเกาะกลาง พบว่า รูปแบบที่ 3 เกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) มีความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากสภาพภูมิประเทศทั้งสองข้างทางเป็นภูเขาสลับเขาสูง ซึ่งเกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต จะช่วยป้องกันรถที่ทิศทางสวนกันชนกันได้ดีที่สุด เหมาะกับการจราจรที่ใช้ความเร็วสูงหรือในบริเวณทางโค้ง และยังสามารถขยายช่องจราจรเพิ่มเติมด้านข้างได้ง่ายในอนาคต

สำหรับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงที่ผ่านมา ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ สำรวจและเก็บตัวอย่างด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาประกอบการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โดยมีประเด็นที่ศึกษาครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดลอมทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งจะนำไปศึกษาต่อในขั้นรายละเอียด (EIA) เพื่อเตรียมกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมครั้งนี้ กรมทางหลวง จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจาก

ทุกภาคส่วนนำมาพิจารณาประกอบการศึกษาและรายละเอียดของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลโครงการไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่โครงการได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีกำหนดจัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 ในช่วงประมาณเดือนเมษายน 2568 และกำหนดจัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาในทุกด้านให้ประชาชนได้รับทราบรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่ เว็บไซต์ www.ทล1026ผาเวียง-หนองห้http://xn--g4c.com/ และแฟนเพจเฟซบุ๊ก : ทล1026ผาเวียง-หนองห้า หรือ Line Official : @412pqbgd/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/เอกเอเชีย รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ในวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 69

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.68 ที่หอประชุมพระเทพสิทธิวิมลเมตตา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อำเภอเมืองประจวบฯ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล

เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 69 และมีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานในพิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ และพิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลแก่ครูผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทต่างๆ โดยมี นางสาวชุติกาญจน์ จันทร์สุริยา รองศึกษาธิการจังหวัดรักษาการศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ นายธีระชัย รัตนรังษี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ คณะครู บุคลากรทางการศึกษาจากสถานศึกษาต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า 700 คน

เข้าร่วมพิธี และที่อาคารอเนกประสงค์ (โดม) โรงเรียนหัวหิน พระครูอดุลธรรมพิทักษ์ เจ้าอาวาสวัดคีรีวงศาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในพิธีงานวันครู มีนายสมควร รัชตวิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 2 นายประเทือง มัททวีวงศ์ ประธานชมรมครูอำเภอหัวหิน คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 800 คน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป พิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลแก่ครูผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทต่างๆ

ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้ วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่พระราชบัญญัติครูได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี 2488 เป็น “วันครูแห่งชาติ” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประกอบพิธีรำลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ การแสดงความเคารพและสำนึกในพระคุณของครู รวมถึงส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

การจัดงานวันครูในครั้งนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสงานวันครู พิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลต่างๆ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านต่างๆ และกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างความสามัคคีระหว่างครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานทุกสังกัด.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว งานประจำปีและของดีเมืองน่าน 2568 พร้อมแจงประเด็นผลตรวจสอบมลพิษสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

วันที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เข้าร่วมการจัดกิจกรรมแถลงข่าวประจำเดือน เพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน

ตามนโยบายและแผนพัฒนาจังหวัด ประจำเดือนมกราคม 2568 พร้อมพูดถึงประเด็นที่สำคัญในการประชาสัมพันธ์จังหวัดพร้อมแจ้งถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในแต่ละเดือน พร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนการที่จังหวัดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยมีประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบ

การแถลงข่าวฯ มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน วัฒนธรรมจังหวัดน่าน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน กล่าวถึงงานประจำปีและของดีเมืองน่าน 2568 โดยมีรายละเอียดได้กำหนดจัดงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 7-16 ก.พ. 2568 ณ เวทีกลางบริเวณริมน้ำน่าน เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และจัดหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน นอกจากนั้นได้พูดถึงการจัดการประกวดนางสาวน่าน และการประกวดธิดาดอย ประจำปี 2568

จากนั้นสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 7 ร่วมกับประมงจังหวัดน่าน เกษตรจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงประเด็น ผลการตรวจสอบมลพิษสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน โดยจากข้อมูลผลการตรวจสอบและการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ของมลพิษ และการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม ที่จังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั้น จังหวัดน่านขอยืนยันว่าการปนเปื้อนโลหะหนักต่าง ๆ

โดยเฉพาะปรอท ในพื้นที่จังหวัดน่านยังมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงสุขภาพของประชาชนเมื่อพิจารณาจากอุบัติการณ์ของโรคภัยนั้น ประชาชนยังมีความปลอดภัยในชีวิต สามารถดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ ทั้งนี้ จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้ความสำคัญและดำเนินการเฝ้าระวังในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง คณะทำงานฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังมลพิษ การปนเปื้อน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการป้องกันและ

แก้ไขปัญหาร่วมกันและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงประเด็นการเฝ้าระวังมลพิษ ผลกระทบ และการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมพื้นที่จังหวัดน่านทั้งนี้ยังได้มีการรณรงค์เลือกตั้ง นายก อบจ. ส.อบจ. กิจกรรม “ฟังก่อนกากบาท” เปิดเวทีให้ผู้สมัครได้แสดงวิสัยทัศน์ 24 ม.ค. 2568 เวลา 17.00 น. ที่ ข่วงน้อย โดยสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ก่อนการลงคะแนนเลือกตั้ง 1 ก.พ. 2568 นี้ด้วย

อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ฝากประชาสัมพันธ์การผลักดันเลนจักรยานและลู่วิ่ง City Run ในเขตเมืองเก่า Kick off 4 ก.พ. 2568 เส้นทางรอบเมืองเก่าน่าน 7 เส้นทาง (เบื้องต้นจะดำเนินการ 2-3 เส้นทางนำร่อง) ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับกุม ลิน ฮเท็ต(MR.LIN HTET)เมียนมา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนับออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

วันนี้ (15 มกราคม 2568) เวลาประมาณ 10.30 น. ภายใต้การสั่งการของพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ฯ ปรก.บก.ตม.6

ได้สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วรรณชัย สุขแจ่มสว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช, ร.ต.อ.สถาพร ขวัญเทพ รอง สว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช , พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.นครศรีธรรมราช จับกุม : นายลิน ฮเท็ต(MR.LIN HTET) อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา ถือหนังสือเดินทางหมายเลข CC7992730

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1530/2567 ลงวันที่ 7 เมษายน 2567ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนับออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำการฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”

สถานที่จับกม : บริษัท นาบอนรับเบอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 278 ม.2 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช นำตัวผู้ถูกจับกุมมายัง สภ.นาบอน เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.บก.สอท.2 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /SSI-BRDเอ็มโอยูร่วมธุรกิจโมดูลาร์บิลด์ดิ้ง แบรนด์ “SSI Swift Space x Bangkok Retails”/กฟผ. ขอความร่วมมืองดเผาไร่อ้อย และวัชพืช ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง


      
นายณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือธุรกิจกับนายวุฒิวัฒน์ อรุณรัตน์รัฐกร (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการ บริษัท ดีทู พาร์ทเนอร์ส จำกัด หรือ BRD ในความร่วมมือทางธุรกิจสำหรับงานออกแบบ ผลิต ติดตั้ง จัดทำ ตลอดจนการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับงานอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ด้วยระบบการก่อสร้างสำเร็จรูปแบบโมดูลาร์ ภายใต้แบรนด์ “SSI Swift Space x Bangkok Retails” โดยนำความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัททั้งด้านวิศวกรรมเหล็ก การก่อสร้าง และด้านการออกแบบงานสถาปัตยกรรม มาส่งเสริมศักยภาพงานอาคารและงานก่อสร้างด้วยระบบก่อสร้างสำเร็จรูปแบบโมดูลาร์ ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าอาคารเชิงพาณิชย์
      


ทั้งนี้ มีนายณภัทร ภาณุพิชิต (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายนนทพงษ์ ธีรานนท์ (ซ้าย) หัวหน้าหน่วยธุรกิจระบบอาคารสำเร็จรูป SSI และนางสาวสโรชา เทียมจิตรตรักษา (ที่ 2 จากขวา) Project Development BRD ร่วมงานดังกล่าว ณ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) เมื่อเร็วๆ นี้

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

กฟผ. ขอความร่วมมืองดเผาไร่อ้อย และวัชพืช โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เพื่อความปลอดภัย ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากฝุ่น PM 2.5 และรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้า

นายเสน่ห์ ตรีขันธ์ รองผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เกษตรกรบางกลุ่มยังคงนิยมใช้วิธีเผาผลผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว หรือหลังเก็บเกี่ยว เพื่อลดเวลาและต้นทุนด้านแรงงาน ซึ่งก่อเกิดปัญหามลพิษด้านอากาศ ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ทัศนวิสัยในการเดินทางและการคมนาคมไม่ชัดเจน กฟผ. จึงขอความร่วมมืองดการจุดไฟเผาไร่อ้อย วัชพืช และตอซังข้าว โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงระบบไฟฟ้าของประเทศ เพราะควันและเขม่าจากการเผาอาจทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรสู่พื้นดิน เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว รวมทั้งอาจทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในภาพรวม และระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ กฟผ. ดูแลและรับผิดชอบ เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้าของประเทศ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่แห่งพลังงานที่เชื่อมโยงกระแสไฟฟ้าจากระบบผลิตไปยังระบบจำหน่ายซึ่งรับผิดชอบโดยการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โดยมีการปรับแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสมก่อนส่งถึงผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วนและทุกครัวเรือนต่อไป ดังนั้นสายส่งไฟฟ้าแรงสูงต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ซึ่ง กฟผ. มีการดูแลบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเป็นประจำเพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง

“กฟผ. ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง งดเผาไร่อ้อยและวัชพืชทุกชนิด และขอให้ร่วมกันดูแลสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ หากพบเหตุผิดปกติหรือไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. โปรดแจ้งศูนย์บริการข้อมูล กฟผ. โทร. 1416” นายเสน่ห์ ตรีขันธ์ กล่าวย้ำในตอนท้าย

/////////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน 0649646443

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พระพลจอมแถ นำคณะแม่ชีเข้าพบเจ้าคณะจ.ยืนยันความบริสุทธิ์-ปกป้องศาสนา​ ภายหลังสำนักพุทธมีคำสั่งให้พ้นจากวัดภายใน7วัน

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร วัดศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ได้นำพระภิกษุ แม่ชี และญาติโยม เดินทางมาเข้าพบ พระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร

ภายหลังจากที่เกิดกรณีถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวว่ามีพฤติกรรมไม่สมควรแก่สมณวิสัย มีหลักฐานการสนทนาเชิงชู้สาวกับสีกา เป็นคลิปเสียงและการสื่อสาร ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ สร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา และก่อนหน้านี้หญิงผู้เสียหายได้เดินทางมาให้การกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา

โดยที่ทางคณะเดินทางมาเข้าพบเจ้าคณะจังหวัดครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวว่า อาจจะมีคำสั่งให้แม่ชีทุกคนออกจากวัด จึงได้ร่วมกันเดินทางมาขอความเป็นธรรมจากเจ้าคณะจังหวัด โดยมีแม่ชีทยอยเดินทางมาสมทบเป็นจำนวนมาก ได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พระพลและคณะแม่ชีก็ทยอยเดินทางออกมาจากสำนักงานเจ้าคณะจังหวัด

พระพล กล่าวภายหลังจากที่ได้เข้าพบเจ้าคณะจังหวัดว่า เจ้าคณะจังหวัดได้บอกว่าท่านไม่ได้ใส่ใจในเรื่องที่จะให้แม่ชีออกจากวัดดานพระอินทร์ ท่านไม่เคยคิด และได้ให้คำแนะนำแก่คณะที่เข้าพบว่าต่อแต่นี้ไป ไม่ว่าจะเป็นพระหรือแม่ชีขอให้ อด-อัด-อุด บริสุทธิ์ด้วยธรรม ขณะที่หญิงผู้เสียหายได้เคยมาให้ข้อมูลกับเจ้าคณะจังหวัดเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ท่านจะดูจากข้อเท็จจริง ซึ่งความจริงก็คือความจริง

นางวาสนา โยมอุปฐากพระพล กล่าวว่า เรื่องที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นเพียงเรื่องที่มีการเล่าต่อๆ กันมา ขอทุกคนให้สบายใจได้ เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ นักข่าวก็ไม่รู้ แม่ก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่มีใครรู้ดีมากกว่าคนสองคน ส่วนเรื่องที่พระพล ถูกกล่าวหาว่ามีสัมพันธ์กับสีกาอีก 5 คน นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน วันนี้ก็ได้มีแม่ชีก็มายืนยันแล้ว ทุกท่านก็มาแสดงความบริสุทธิ์ว่ามาปฎิบัติธรรม มุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปกป้องพระพุทธศาสนาช่วยกัน

“อยากฝากไปถึงน้องผู้หญิงที่เป็นคู่กรณีกับพระพล ว่า ขอให้มีสติแล้วก็มาปกป้องศาสนาด้วยกัน ดีกว่าจะมาทำลายซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร” นางวาสนากล่าว

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“ลุค เบซง” (แห่ง The Fifth Element, Taken, Transporter) เร็ว แรง ทะลุไทเป ต้อนรับตรุษจีน 29 มกราคมนี้

เตรียมดับเครื่องชนระทึกใจไปกับผลงานล่าสุดจาก “ลุค เบซง” (แห่ง The Fifth Element, Taken, Transporter) และนักแสดงเจ้าบทบาท “ลุค อีแวนส์” (จาก Dracula Untold)

เรื่องราวของอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด และอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนที่ต้องกลับมาย้อนรอยความรักของทั้งคู่ในเมืองไทเป โดยที่ไม่รู้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มีอันตรายอันเป็นผลลัพธ์จากการกระทำในอดีตของพวกเขาเฝ้ารออยู่

“Weekend in Taipei – เร็ว แรง ทะลุไทเป“ โดย Movie Copyright (Thailand) โปรแกรมยักษ์ต้อนรับตรุษจีน 29 มกราคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!

ตัวอย่างภาพยนตร์ฉบับภาษาไทย (Official Trailer Thai Version) : https://youtu.be/WqD5XItcI8k

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จเร.ตร.แห่งชาติ ลุยตัดวงจรบัญชีม้า ภัยความมั่นคงของชาติรูปแบบใหม่ เดินหน้าปิดบัญชีม้าทั่วประเทศ

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า วานนี้ (13 มกราคม 2568) ตนพร้อมด้วย พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พ.ต.อ.วรธัช วิชชุวาณิชย์ อาจารย์ (สบ 5) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ น.ส.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน , น.ส.ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน , นายบัญชา มนูญกุลชัย ที่ปรึกษารองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน หารือแผนปราบการกระทำผิดทางการเงินครั้งใหญ่ เพื่อปิดช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ในการโกงและขโมยทรัพยากรจากคนไทยจำนวนมหาศาล

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2565 มิจฉาชีพใช้บัญชีม้าในการปล้นทรัพยากรคนไทยไปมากกว่า 100,000 ล้านบาท โดยใช้ infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) ของประเทศไทย และไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการโยกย้ายเงินไปสู่
คริปโตเคอเรนซี นำเงินออกนอกประเทศไปให้กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งข้อมูลจากการประชุมเปิดเผยว่ามีคนเปิดบัญชีม้ากว่า 2 แสนราย ส่วนใหญ่เป็นบุคคลในวัยทำงาน โดยมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่ขาดแคลนแรงงานถึง 2 แสนคน ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีแนวโน้มที่อาจจะถูกออกหมายจับ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ภาคธนาคารต้องจัดการให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจของชาติได้รับผลกระทบหนักกว่านี้

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการเปิดยุทธการ “ระเบิดสะพานโจร” ที่จะปิดกั้นทุกช่องทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการหลอกลวงประชาชน โดยตัดช่องทางการใช้บัญชีม้าในการกระทำความผิด โดยในการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นตามนโยบาย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะไม่ยอมให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์มาหลอกลวงประชาชนได้อีกต่อไป การปิดบัญชีม้าเป็นการกระทำที่มีเป้าหมายชัดเจน และจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ด้าน น.ส.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนร่วมกับ ศปอส.ตร. ในการกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้คนร้ายใช้ช่องทางบัญชีธนาคารหลอกลวงคนไทยให้ตกเป็นเหยื่อจากกลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติอีกต่อไป

Senior Inspector General Takes Action Nonstop: Cutting Off “Mule Accounts,” a New Form of National Security Threat

Today (January 13, 2025) at 10:30 a.m., Police General Thatchai Pitaneelaboot, Senior Inspector General/Director of the Police Cyber Taskforce (PCT), along with Police Major General Attasit Sutsanguan, Deputy Commissioner of The Cyber Crime Investigation Bureau ; Police Major General Phongsiam Meekhantong, Deputy Commissioner of the Tourist Police; Police Major General Chusak Khananit, Commander of the Anti-Money Laundering Bureau; and Colonel Worrathat Wichuwanich, Superintendent of the Royal Thai Police Cadet Academy, held a meeting with the Bank of Thailand.

The meeting, led by Ms. Rung Mallikamas, Deputy Governor for Financial Institutions Stability; Ms. Daranee Saechu, Assistant Governor for Payment Systems Oversight and Consumer Protection; and Mr. Buncha Manungkunchai, Advisor to the Deputy Governor for Financial Institutions Stability, focused on strategizing a major crackdown on financial crimes. The goal is to close loopholes exploited by criminals to defraud Thai citizens and drain significant national resources.

Nationwide Shutdown of Mule Accounts

Currently, over 500,000 mule accounts are being used for scams, causing immense damage to Thailand’s economy. “We must close this loophole!” said Police General Thatchai, adding that since 2022, criminals have used mule accounts to steal over 100 billion baht from Thai citizens. These accounts have been used to channel money through Thailand’s financial infrastructure and transfer funds into cryptocurrency, ultimately moving money out of the country to call center gangs, which are often part of foreign organized crime networks.

The meeting revealed that over 200,000 people have opened mule accounts, most of whom are working-age individuals. This has resulted in a labor shortage of 200,000 workers in the Thai economy. Many of these account holders are likely to face arrest warrants. The banking sector must address this issue promptly to prevent further disruption to the national economy.

Operation “Breaking the Criminal Bridge”

This meeting also marked the launch of Operation “Breaking the Criminal Bridge,” aimed at cutting off all pathways used by call center gangs to deceive citizens. By eliminating the use of mule accounts for criminal activities, Police General Thatchai emphasized the importance of aligning with the policy of Prime Minister Paetongtarn Shinawatra.

“We will no longer allow call center gangs to deceive our citizens! Shutting down mule accounts is a targeted, decisive action that will be carried out swiftly and effectively through the collaboration of all sectors,” he stated.

Urgent Action from the Bank of Thailand

Ms. Rung Mallikamas, Deputy Governor of the Bank of Thailand, assured that the Bank would urgently collaborate with the Police Cyber Taskforce (PCT) to establish policies and solutions to prevent criminals from exploiting bank accounts. This initiative aims to protect Thai citizens from becoming victims of international organized crime groups.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เร่งสำรวจ “จระเข้น้ำจืดไทย” แห่งผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน จ.เพรชบุรี

จากเหตุการณ์เริ่มต้นจากเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้จับกุมผู้ลักลอบนำวัว 50 ตัวเข้ามาเลี้ยงในเขตอุทยาน บริเวณเกาะสะแกวัลย์ แต่เหตุการณ์นี้กลับนำไปสู่การค้นพบที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า ทั้งนี้ นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เล่าว่า ทีมนักวิจัยได้พบร่องรอยที่น่าสนใจหลายประการ ทั้งรอยเดิน รอยนอนอาบแดด และกองมูลขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นของจระเข้น้ำจืดไทย

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการพบร่องรอยการถูกกัดที่ลำตัวของวัว และจุดที่คล้ายกองเลือดบริเวณริมหาด จระเข้ตัวนี้ฉลาดมากแม้เราจะติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า แต่ดูเหมือนมันจะได้กลิ่นมนุษย์และหลบเลี่ยงไม่เข้าใกล้บริเวณที่เราวางกล้องไว้ ความน่าสนใจของการค้นพบครั้งนี้ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อพบว่าวัวที่เหลืออยู่แสดงพฤติกรรมหวาดกลัวการเข้าใกล้ริมน้ำอย่างผิดปกติ สอดคล้องกับคำให้การของเจ้าของวัวที่เคยพบเห็นจระเข้ลอยตัวอยู่เหนือน้ำบริเวณใกล้เกาะ“ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ได้พบร่องรอยจระเข้น้ำจืดใน 4 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ บริเวณวังข่า ใกล้หมู่บ้านโป่งลึก พบมาตั้งแต่ปี 2554 บริเวณต้นแม่น้ำเพชรบุรี ใกล้โป่งสีชมพู พบตั้งแต่ปี 2562 ที่บริเวณแม่น้ำบางกลอย พบรอยตีนและกองมูลในปี 2564 และบริเวณแม่น้ำแม่ประโดน พบร่องรอยซากกวางและรอยตีนจระเข้ การค้นพบครั้งนี้สร้างความหวังให้กับการอนุรักษ์จระเข้น้ำจืดไทย สัตว์เลื้อยคลานที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ขณะนี้ทีมนักวิจัยได้เก็บตัวอย่างมูล

เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ ซึ่งจะช่วยประเมินขนาดของจระเข้ตัวนี้ได้แม้จะยังไม่พบตัวจริง แต่ร่องรอยที่พบทั้งหมดก็เป็นสัญญาณอันน่ายินดีที่แสดงให้เห็นว่า ระบบนิเวศในผืนป่าแก่งกระจานยังคงอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าหายากชนิดนี้ โดยทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังคงทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์และปกป้องจระเข้น้ำจืดไทยตัวนี้ให้อยู่คู่ผืนป่าแก่งกระจานต่อไป” นายมงคล กล่าวทิ้งท้าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บุกจับแก๊งมอดไม้นาโสก 7 คน ลักลอบเลื่อยไม้ในเขตป่าสงวนฯ

เมื่อวันที่ 12 มกราคม​ 2568​ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ร่วมบูรณาการชี้เป้าให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้มุกดาหาร ร่วมกับ กองร้อยทหารราบกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี , ชปข.7 กกล.สุรศักดิ์มนตรี , กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร , หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.4 (คำอาฮวน),

กก.3 บก.ปทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สินธิกำลังปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ บ้านกุดแข้ใต้ ต.กุดแข้ อ.เมืองมกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่ แปลงที่ 1 พิกัด สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีกลุ่มบุคคลเข้าไปทำการตัดไม้แปรรูปไม้ที่บริเวณพื้นที่ดังกล่าว

ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน ได้แก่ 1) นายโสดา นาโสก อายุ 70 ปี (เจ้าของไม้, เจ้าของที่ดิน และเป็นผู้จ้างวาน) ที่อยู่เลขที่ 81 ม.13 บ.โนนบุปผา ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 2) นายวินิจ บับพาน อายุ 58 ปี ที่อยู่เลขที่ 1/1 ม.8 บ.แก้ง ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ (ให้การต่อเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ.แก้ง ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ , 3)

นายทรงสิทธิ์ บับพาน อายุ 40 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 26 ม.5 บ.นาบอน ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 4) นายปรีชา อุคำ อายุ 50 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 195 ม.4 บ.เหล่าป่าเป็ด ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 5) นายทวีศักดิ์ เสียงหวาน อายุ 57 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 174 ม.7 บ.โคกปังเปื่อย ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ 6) นายสุทธินันท์ สุวรรณพันธ์ อายุ 31 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 233 ม.18 บเหล่าป่าเป็ด ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ และ 7)

นายศราวุฒิ แก้วหาญ อายุ 88 ปี ที่อยู่เลขที่ 141 ม.10 บ.โคกป่งเปื่อย ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ (คนหยดน้ำมัน) พร้อมของกลาง ไม้พฤกษ์แปรรูป จำนวน 6 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.56 ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 11,200 บาท, ไม้พลวงแปรรูป จำนวน 19 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.45 ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 9,000 บาท, ไม้พลวงท่อน จำนวน 6 ท่อน ปริมาตร 3.87 ลบ.ม.

คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 37,400 บาท, เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 5 เครื่อง, รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า ไมตี้เอ็ก สีเขียว ทะเบียน บม 24121 มุกดาหาร เลขตัวถัง LN908049991, รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน, รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จำนวน 1 คัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองมุกดาหาร จากนั้นนำไม้ของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่ ศูนย์ป่าไม้มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลั่นฆ้องชัย แต่งไทยเทิดพระเกียรติฯ ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช’ ครั้งที่ 37 ประจำปี 2568

วันที่ 15 มกราคม 2568 เวลา 08.00 น. นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ภาครัฐ และ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน จำนวน กว่า 3,500 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรม รณรงค์แต่งไทย “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยทั้งเมือง”

ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2568 ด้วยการ แต่งไทยย้อนยุค สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และ ชุดไทยประยุกต์ อย่างสวยสดงดงาม ปรับเป็นรูปขบวน โดยมีหน่วยงาน สถานศึกษา เข้าร่วมประกวดขบวนรณรงค์แต่งไทย จำนวน 8 ขบวน ประเภทสวยงาม จำนวน 4 ขบวน และประเภทความคิดสร้างสรรค์ จำนวน 4 ขบวน ออกเดินรณรงค์แต่งไทย

จากบริเวณลานเอนกประสงค์ สวนราชานุสรณ์ ตามท้องถนน ผ่านโบราณสถาน และจุดต่างๆ ในเขตตลาดชุมชนรอบตัวเมืองลพบุรี ระยะทางรวมกว่า 3 กิโลเมตร เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ งานที่ภาคภูมิใจและยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวจังหวัดลพบุรี คือ งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 37 ประจำปี 2568

โดยได้เชิญชวนชาวลพบุรี พร้อมใจแต่งไทยกันทั้งเมือง ตลอดระยะเวลา 1 เดือน เพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศของความเป็นไทย และร่วมกันแสดงออก ถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ในช่วงของการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งจะมีขึ้นระหว่าง วันที่ 14-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองลพบุรี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ องค์บูรพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

โดยเฉพาะสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงคุณูปการอเนกอนันต์ ต่อเมืองลพบุรี สำหรับกิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ และส่งเสริมความเป็นเอกลักษณ์ และความเป็นชาติไทยแล้ว ยังถือเป็นการรวมพลังชาวลพบุรี ในการแต่งไทยทั้งเมือง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย เป็นการแสดงออก ซึ่งความร่วมมือกันระหว่างส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ และประชาชนในจังหวัดลพบุรี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

สำหรับงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในปีนี้พบกับความยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี 2568 ชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์ รำบวงสรวง สวนนารายณ์นฤมิต ตำรับโอสถพระนารายณ์ ทหารวังเปลี่ยนเวร การแสดงละครลิง กิจกรรมแต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรส หมากรุกคน ตลาดย้อนยุค ลานวัฒนธรรมและอาหารพื้นบ้าน

การแสดงศิลปวัฒนธรรม ซาโม่น “ตลาดมอญเมืองละโว้” ชิม ช้อป สินค้าโอทอปของดีจังหวัดลพบุรี สัมผัสการแสดง แสง สี เสียง ประวัติศาสตร์จินตนาการที่ปรับเปลี่ยนใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ สุดอลังการ ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเปิดให้ชมฟรีอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนนย์ข่าวฯ / ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สว.มาเรีย” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของเทศบาลตำบลทับสะแก

วันที่ 11 ม.ค. 68 ที่ลานหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ( สว. ) เป็นประธานในพิธีอ่านสารวันเด็ก พร้อมกล่าวเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ของเทศบาลตำบลทับสะแก ประจำปี 2568

โดยมี นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก นายพนม ปัถวี หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ร่วมกิจกรรม ในการนี้ นายสวาป เผ่าประทาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( สส.) ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมมอบของรางวัลในงานด้วย

โดยภายในงานมีให้บริการซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม ให้กับเด็กที่ร่วมงานวันเด็กฯ รับชมการแสดงจากโรงเรียนต่างๆ ดังนี้ โรงเรียนสหมิตรวิทยาคม ชื่อชุดการแสดง รำไทยประยุกต์ เลิศลีลา โรงเรียนทับสะแกวิทยา ชื่อชุดการแสดง ทีม ABIGAIL DANCE CERW ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 1. ชื่อชุดการแสดง เพลง แอวลั่นปั๊ด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 2. ชื่อชุดการแสดง อพาร์ทเม้นท์เด็กน้อย

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 3. ชื่อชุดการแสดง เพลง รถซื้อแกง ชมการแสดงมายากล จากคณะ Lionmagic Show โรงเรียนบ้านพุตะแบก ชื่อชุดการแสดง เพลง โด เร มี เดอะชาวด์ออฟ มิวสิค โรงเรียนวัดนาล้อม ชื่อชุดการแสดง เพลง หางเครื่อง โรงเรียนอนุบาลทับสะแก ชื่อชุดการแสดง เพลง ทุ่งลุยลาย

สำหรับเด็กๆ สนุกกับกิจกรรมนันทนาการ การถามตอบปัญหาสลับกับการจับสลากหางบัตรลุ้นรับของขวัญ ของรางวัล ทุนการศึกษาบนเวทีใหญ่ ตลอดจนเสร็จสิ้นการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมีเด็กๆ จากอำเภอทับสะแก และ อำเภอใกล้เคียงร่วมงานจำนวนมาก
/////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคณะอ.สอบพระพล วัดด่านพระอินทร์ เสพเมถุน – สีกาผู้ถูกล่วงละเมิด หากผิดจริงโทษถึงขั้นปาราชิก

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ ที่ห้องประชุมวัดเหล่าต้นยม ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พระครูวชิรธรรมพินิต เจ้าคณะอำเภอนิคมคำสร้อย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ตำบลร่มเกล้า อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีพฤติกรรมไม่สมควรแก่สมณวิสัย มีหลักฐานการสนทนาเชิงชู้สาวกับสีกา เป็นคลิปเสียงและการสื่อสาร ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ สร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ตามคำสั่งคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ที่ ๐๒ / ๒๕๖๘ โดยมีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร และฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมประชุมด้วย

โดยช่วงเช้าของในวันนี้เป็นการสอบ น.ส.บุญญาพร สุนทรวัฒน์ ผู้เสียหายซึ่งยืนยันว่าพระพล ได้มีเพศสัมพันธ์กับตนตั้งแต่ประมาณปี 2560 และเพิ่งมาเลิกยุ่งเกี่ยวกันในปี 2567 โดยครั้งแรกได้เสียกันที่บริเวณลานพญานาคภายในวัดด่านพระอินทร์ ในวันนี้ได้มาให้ปากคำพร้อมด้วยพยานหลักฐานประกอบด้วยคลิปเสียงสนทนา เอกสารแชท line และหลักฐานสลิปการโอนเงินจากบัญชีพระพลมาเข้าบัญชีของตน จำนวนหลายครั้ง

พระครูวชิรธรรมพินิต ประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่าวันนี้ช่วงเช้าเป็นการเชิญ น.ส.บุญญาพร สุนทรวัฒน์ ผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำประกอบเอกสารหลักฐานพยานในฐานะเป็นพยานและเป็นผู้เสียหาย ส่วนในช่วงบ่ายมีพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ มาให้การแก้ข้อกล่าวหา ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะรวบรวมทำให้การพยานพร้อมพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายมาทำคำวินิจฉัย ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเสพเมถุน ก็จะมีโทษถึงขั้นอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ต้องรอสิกขา ส่วนผลการพิจารณาวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องหลังจากเสร็จการสอบปากคำพยานทั้งสองฝ่ายจากนั้นคณะกรรมการจึงจะพิจารณาแล้วนำผลคำวินิจฉัยส่งให้เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารพิจารณาสั่งต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777​

ฉก. ทหารพราน 2105 มุกดาหาร ยึดยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด พร้อม happy water ขณะลักลอบลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ เวลา​ 14.00​น​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 จังหวัดมุกดาหาร พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวการ จับกุมยาบ้าจำนวน 994,000 เม็ด พร้อม Happy Water แบบคอลลาเจน ลิซ่าแบรนด์ จำนวน 78 ซอง พิมพ์ด้วยตัวหนังสือภาษาไทย ด้านหลังมีตรา อย. ประทับที่ท้ายซองด้วย

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ วันที่ 11 มกราคม 2568​ ที่ผ่านมา​ ร.ต.อาทิตย์ นามวงศ์ รองผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการรับส่งยาเสพติด (ยาบ้า) กันที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านส้มป่อย ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จึงได้จัดกำลังและวางแผนเฝ้าตรวจตามจุดเพ่งเล็งและช่องทางธรรมชาติที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้เป็นเส้นทางในการรับส่งยาเสพติด (ยาบ้า) ครั้นเมื่อเวลา 19.00 น. จุดเฝ้าตรวจได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมา

จากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือลำดังกล่าวมาถึงกลางแม่น้ำโขงได้ดับเครื่องยนต์และปล่อยเรือไหลมาตามลำแม่น้ำ กระทั่งเมื่อเรือลำดังกล่าวไหลมาถึงฝั่งไทย ชุดเฝ้าตรวจได้แจ้งให้ชุดซุ่มตรวจที่อยู่ใกล้กับจุดที่เรือเทียบฝั่งไทยเข้าตรวจสอบ พบชายฉกรรจ์ประมาณ 3 คน กำลังยกกระสอบลงจากเรือ จึงได้แสดงแสดงตัวเพื่อจะขอตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้ทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป ส่วนคนขับเรือก็ได้ขี่เรือแล่นออกจากฝั่งไทยกลับไปฝั่งยัง

สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบกระสอบปุ๋ยสีเขียว จำนวน 5 กระสอบ อยู่บริเวณทางเดินขึ้นมาจากตลิ่งแม่น้ำโขง เมื่อเปิดดูภายในกระสอบ พบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 994,000 เม็ด พร้อม Happy Water แบบคอลลาเจน จำนวน 78 ซอง ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางแนะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลติดตามจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพบกroyalthaiarmy

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

แก๊งหมวกกันน็อคสุดเหิม ยิงปืนใส่บ้านยายวัย 62 ปี 4 นัด แล้วยังทิ้งลูกกระสุนข่มขู่ไว้อีก

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุ หมู่ 18 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร สืบเนื่องจากได้มีกลุ่มคนประมาณ 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านในช่วงเวลา 02.00 ของวันที่ 12 มกราคม จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 4 นัด

จากการตรวจสอบพบว่ามีร่องรอยบ้านถูกยิงตรงบริเวณขอบหน้าต่าง 1 นัด และบริเวณฝาผนังบ้านอีก 3 นัด โดยกระสุนที่ถูกยิงเข้าบริเวณขอบหน้าต่างกระสุนยังได้ทะลุไปถูกตู้เย็นที่อยู่ในบ้านอีกด้วย และที่บริเวณถนนหน้าบ้านยังพบว่ามีกระสุนปืนที่ยังไม่ยิงถูกโปรยทิ้งลักษณะเพื่อข่มขู่ไว้อีก 4 นัด

นางเวียง รูปงาน อายุ 62 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุเปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกหวาดกลัวมากเพราะยังไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุแบบนี้อีกไหม วันที่เกิดเหตุตนได้ยินเสียงดังคล้ายยิงปืนก็ตื่นขึ้นมาดูพบว่ามีรถจักยานยนต์เสียงคล้ายรถบิ๊กไบค์คนขี่และคนซ้อนท้ายสวมเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกกันน็อคเต็มใบขับผ่านไป ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังคงหวาดผวาโดยเฉพาะเวลาที่มีรถวิ่งผ่านตอนกลางคืน จึงอยากวิงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยตนเองได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย ไว้แล้ว

แก๊งหมวกกันน็อคสุดเหิม #ยิงใส่บ้าน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

-​เตือนภัย! แบงค์ 1,000 ปลอมระบาด กล้องวงจรปิดจับภาพหญิงก่อเหตุไว้ได้

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568​ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านด่านยาว ต.นากอก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้านขายของเบ็ดเตล็ดที่สามารถบันทึกภาพหญิงสาวสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล สวมกางเกงยีน ใส่แมสสีดำปิดอำพรางใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน จากนั้นได้เดินไปหยิบสินค้าเป็นกาแฟ 2 กระป๋อง ราคารวม 30 บาท ก่อนที่จะเปิดกระเป๋าเงินหยิบเงินเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จ่ายเป็นค่าสินค้าให้กับลูกสาวเจ้าของร้าน และได้ทอนเงินคืนให้ไป 970 บาท หญิงคนดังกล่าวเมื่อรับเงินแล้วก็เดินออกจากร้านไปขึ้นรถยนต์เก๋งสีขาวที่จอดไว้ฝั่งตรงข้ามกับร้านซึ่งอยู่รัศมีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเที่ยงประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 13 มกราคม นาย โจ รีไร อายุ 54 ปี เจ้าของร้านค้าเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุในร้านมีลูกสาวของตน นั่งขายของหน้าร้านคนเดียว จากนั้นได้มีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี เข้ามาซื้อกาแฟ 2 กระป๋อง ราคา 30 บาท แล้วยื่นธนบัตรใบละ 1,000 บาท ให้ลูกสาวทอนให้ โดยได้ทอนเงินไปเป็น จำนวน 970 บาท จากนั้นหญิงคนนั้นก็ออกไปจากร้าน กระทั่งเวลาต่อมาลูกสาวของตนได้นำเงินฉบับดังกล่าวไปชำระค่าซื้อ

สินค้า แต่ทางร้านค้าปฏิเสธรับเงินโดยบอกว่าน่าจะไม่ใช่ของแท้แต่เป็นแบงค์ปลอม และเมื่อนำมาเทียบกับของจริง จึงเห็นความแตกต่างเช่นกระดาษจะบางกว่าปกติ พร้อมกับมีขนาดเล็กกว่าด้วย ทั้งนี้ คนร้ายซึ่งน่าจะเป็นคนๆ เดียวกับที่ตระเวนนำแบงค์ปลอมไปใช้ซื้อของตามร้านค้าแถวจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับจังหวัดมุกดาหาร จึงอยากจะแจ้งเตือนประชาชนทั่วไปให้ใช้ความระมัดระวังเวลารับเงิน โดยต้องตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพต่อไปด้วย

แบงค์พันปลอมระบาด #ธนบัตรปลอม #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568

วันที่ 14 มกราคม เวลา 07.30 น. ที่หอ ประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พร้อมด้วยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายพระราชกุศล

พร้อมด้วยผู้นำศาสนาอิสลามประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร ผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568

เนื่องในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 26,469 วัน เป็นวันสมมงคลเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง การบําเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบูรพการี เป็นราชประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบกันมาช้านาน

พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จะทรงอนุสรณ์คํานึงถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบูรพการีในวาระต่าง ๆ เช่น ในวันที่ตรงกับการครองราชย์ มีทั้งโอกาสที่เวียนมาเป็นครั้งแรกมักเรียกว่า “สมมงคล” หมายถึง เสมอกัน หรือ “สมภาคา” บ้าง ถ้าเวียนมาเป็นครั้งที่สองก็เรียกว่า “ทวิภาคา” บ้าง หรือ “ทวีธาภิเษก” บ้าง จะปรากฏแนวปฏิบัติเกี่ยวกับพระราชพิธีลักษณะนี้ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 พระราชกุศลที่บําเพ็ญถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบูรพการีของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์

นอกจากโอกาสวันดํารงสิริราชสมบัติเวียนมาพ้องกับวันสําคัญดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีพระราชประเพณีที่ทรงถือปฏิบัติในอีกหลายวาระ และวาระหนึ่งที่สําคัญ คือ วันที่พระชนมพรรษาเวียนไปเสมอเท่ากัน และวันที่พระชนมพรรษามากกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในรัชกาลที่ล่วงไปแล้วด้วย

ถือเป็นภาพลักษณ์แสดงวัฒนธรรมที่ดีงามของพระมหากษัตริย์ของชาติไทยในการที่ทรงสร้างแบบอย่างความกตัญญูกตเวทิตา แสดงความเคารพรําลึกถึงบรรพชนปู่ย่าตายายที่ประกอบคุณความดีไว้แก่บ้านเมืองให้ราษฎรยึดถือเป็นแบบแผน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี / ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูฯ จ.น่าน ชำระหนี้แทนเกษตรกร อ.สันติสุข / ททท.สนง.น่านจัดการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2”

วันที่ 14 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบเงิน จำนวนเงิน 1,095,943.04 บาท ให้กับสหกรณ์การเกษตรสันติสุข จำกัด เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกร อำเภอสันติสุขจำนวน 3 ราย (กรณีหนี้ที่ใช้บุคคลค้ำประกัน) โดยมี นางปรานต์ธรนันท์ อะทะวงค์ ผู้จัดการสหกรณ์ฯ เป็นผู้รับมอบเงิน ณ ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรสันติสุขจำกัด อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน

ทั้งนี้เกษตรกร สามารถยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 โทรศัพท์ 054-716426 ในวันและเวลาราชการ

ททท.สำนักงานน่านจัดการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2”

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ร้านบ้านถั่วลิสงค์ อ.เมือง จ.น่าน โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมทั้งภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ประกอบด้วย เทศบาลเมืองน่าน, วัฒนธรรมจังหวัดน่าน, อพท.น่าน,

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวน่าน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน, ชมรมที่พักจังหวัดน่าน, ชมรมร้านอาหารจังหวัดน่าน, ตัวแทนเชฟ, ตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร และสื่อมวลชนน่าน ร่วมกันระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการจัดงานดังกล่าว ทั้งนี้ ทาง สนน.ได้รายงานผลการดำเนินงานการจัดงานหอมกลิ่น ถิ่นน่าน

ทั้งเรื่องรายได้ภายในงาน ข้อเสนอแนะละปัญหาจากผู้ประกอบการในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ สนน.กำหนดจัดงานหอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2 ภายใต้ concept “สีสันน่านนคร“ นำเสนอเทศกาลอาหารที่เสนอความสุข ส่งท้ายฤดูหนาว เพื่อต้อนรับความสุขของสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ข่วงน้อย อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมาได้จัดทำมาตรการตามแผนส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์เพื่อสร้างความอบอุ่นในช่วงอากาสหนาวเย็น

จากอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่านานาชนิดที่อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ได้จัดทำมาตราการตามแผนส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในการดูแลอย่างเหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้ฟางและกระสอบรองพื้นที่สัตว์พักผ่อน เพื่อเพื่มความอบอุ่นและลดความเย็นจากพื้น อีกทั้งยังติดหลอดไฟเพื่อกระจายความร้อนในพื้นที่กรง และคอกที่สัตว์พักผ่อนในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลาน เช่น ค่างห้าสี ชะนี ลิง คาปิบาร่า รีเมอร์ จิ้งจอกทะเลทราย แมวเล็ก งู เต่า และเก้งกวาง เป็นต้น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดหางานจังหวัดประจวบฯจับแรงงานต่างด้าวแย่งงานคนไทย

13 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับตำรวจสันติบาล ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฯ และสำนักการข่าว กอ.รมน. ลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบอาชีพผิดกฎหมายของคนต่างด้าวหลังแหล่งข่าวแจ้งว่า มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานและประกอบอาชีพนอกเหนือจากสิทธิจะทำได้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะบูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณตลาดนัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบฯ พบมีแรงงานต่างด้าวเป็นหญิง 1 ราย กำลังนั่งจำหน่ายดอกไม้ประดับอยู่บริเวณริมทางเดินภายในตลาดสดตามที่แหล่งข่าวในพื้นที่รายงาน จึงขอตรวจในอนุญาตทำงาน พบว่าเข้ามาทำอาชีพกรีดยางโดยมีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ซึ่งเป็นอาชีพสงวนไว้ให้คนไทยเพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ก่อน

จากนั้นเวลาเดียวกันเข้าตรวจสอบสถานที่ประกอบการเกี่ยวกับการรับทำเอกสารต่อพาสปอร์ตแรงงานต่างด้าวภายในห้องแถวเป็นตึกสองชั้นห่างจากตลาดประมาณ 50 เมตร โดยภายในมีสภาพจัดเป็นสำนักงานมีเอกสารรับต่อพาสปอร์ต มีพนักงานสองรายเป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน คอยให้บริการจัดทำเอกสารต่อพาสปอร์ตให้แก่แรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจดูในอนุญาตทำงาน พบว่าทั้ง 2 เป็นแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำอาชีพกรีดยาง มีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้โดยผิดกฎหมาย  เจ้าหน้าที่จึงนำตัวแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 ราย ขึ้นรถตู้สำนักงานฯไปให้ปากคำเพิ่มที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯ ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาให้แรงงานต่างด้าวทั้ง 3 คน ว่าเป็นคนตต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560  และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2561 มาตรา 8 ห้ามคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ประกอบกับ มาตรา 101 คนต่างด้าวผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 8 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท  จากนั้นจึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 ราย ส่ง สภ.คลองวาฬ นำเนินคดีตามกฎหมายต่อ  ส่วนนายจ้างทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับหรือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานจากแหล่งข่าวว่า ยังมีแรงงานต่างด้าวที่มีนายจ้างถูกกฎหมายเข้ามาทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ซึ่งเป็นอาชีพสงวนให้คนไทยอีกมาก เช่นเข้ามาทำกิจการร้านขายทอง ค้าขายทั่วไป และขับรถรับส่งฯ รับทำเอกสารต่อพาสปอร์ต ซึ่งทั้งหมดมักจะมีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาทำอาชีพไม่ตรงปก หรือไม่ตรงกับเอกสารที่นายจ้างขอ ซึ่งก็ยังมีการต่อพาสปอร์ตเข้าทำงานอยู่ตลอด เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับได้ก็จะมีนายจ้างมาแสดงตนเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย จากนั้นก็ยังพบว่ายังคงกลับมาทำอาชีพต้องห้ามต่ออีก ซึ่งรัฐควรมีมาตรการตรวจสอบควบคุมกลุ่มนายจ้างบางรายนำแรงงานต่างด้าวไปประกอบอาชีพไม่ตรงปกให้เข้มข้นมากกว่านี้
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สันติบาลประจวบฯ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึก รุ่นที่ 2/2568 ณ โรงเรียนเมืองปราณบุรี / SVL Group มอบของขวัญ “วันเด็ก” ประจำปี 2568

วันนี้ (13 ม.ค.68) เวลา 08.00-16.30 น. พ.ต.ท.ธานินทร์ นุชเจริญ สว.ฯ พร้อมด้วยตำรวจสันติบาลจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึก รุ่นที่ 2/2568 ณ โรงเรียนเมืองปราณบุรี

โดยมี พ.ต.อ.หญิง กัลยา ปุบผา รอง ผบก.ส. 1 เข้าร่วมสังเกตุการณ์การอบรมฯ มีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้ารับการอบรมฯ จำนวน 120 คน มี นางสาวอังคณา ปานประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองปราณบุรี เป็นประธานเปิดการอบรม

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและค่านิยมความเป็นประชาชนชาวไทย ปลูกฝังอุดมการณ์ รัก เทิดทูน ปกป้อง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มีคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ของพลเมืองที่ดี รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการให้ความสำคัญกับการเข้าไปมีส่วนร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ ในการประยุกต์ใช้ความรู้ คุณประโยชน์จากโครงการพระราชดำริ เพื่อการดำรงชีวิตของตนเอง และนำไปสู่การพัฒนาในระดับชุมชนและสังคมสืบต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

SVL Group มอบของขวัญ “วันเด็ก” ประจำปี 2568

ผมกลุ่มธุรกิจเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) โดยนายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และในฐานะประธานชมรมผู้ประกอบการขนส่งบางสะพาน พร้อมตัวแทนพนักงาน จัดเตรียมจักรยาน ชุดเครื่องเขียน แก้วน้ำ และสิ่งของต่างๆ

เพื่อใช้เป็นของขวัญของรางวัล สนับสนุนการจัดกิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี 2568 ให้กับโรงเรียน หน่วยงานราชการ และชุมชนต่างๆ กว่า 10 แห่งในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งหลายหน่วยงาน ต่างจัดเตรียมพื้นที่และของขวัญ รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เข้าร่วมอย่างสนุกสนานและอิ่มเอมใจ

กลุ่มเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ร่วมเป็นหนึ่งพลังในการสร้างแรงบันดาลใจ มอบความสุข ด้วยของขวัญให้เด็ก ๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” เพื่อเสริมการเรียนรู้ สร้างเด็กดีในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติในอนาคต

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568

จังหวัดน่านเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำววันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น.ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดโครง การพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 พร้อมด้วย นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษาน่าน

นางธิดา เสมอใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีน่าน ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ในนามคณะกรรมการดำเนินงาน บริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสรรเพชญ์ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน บริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ผอ.ธิดา เสมอใจ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ผอ.พรเทพเสนนั้นตา

ประธานสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ผอ.อดุลย์ อะทะยศ ประธานสหวิทยาเขตเวียงป้อ ผอ. ธนชาต ชาวล้าน ประธานสหวิทยาเขตศิลาทอง ผอ.เกียรติศักดิ์ สุทธหลวง ประธานสหวิทยาเขตวรนคร คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนทุกคน วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ร่วมกับบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัดและเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพร้อมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทั้งเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งเพื่อส่งเสริมนักเรียนให้รับการพัฒนาควานรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพ ทั้งเพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดโอกาสการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีโรงเรียนในสหวิทยาเขตเข้าร่วมทั้งหมด 4 สหวิทยาเขตได้แก่ 1.สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน 2.สหวิทยาเขตเวียงป้อ สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนสา 3.สหวิทยาเขตวรนคร สถานที่จัดกิจกรรม

โรงเรียนปัว4.สหวิทยาเขตศิลาทอง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม รวมมีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด33 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียนโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนัก งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1 โรงเรียน และ โรงเรียนสังกัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 1 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 765 คน

 นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กล่าวถึงโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการประจำปีพุทธศักราช 2568 การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน กิจกรรมดังกล่าวมีคุณประโยชน์ ส่งเสริมให้เด็กน่านที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพให้กับนักเรียนในจังหวัดน่านเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ขอขอบคุณบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงาน คณะผู้บริหาร คณะครู และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันจัดกิจกรรม  ด้านนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศในวันนี้ เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 จุด คือที่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารแห่งนี้สำหรับนักเรียนในสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ที่โรงเรียนสา สำหรับสหวิทยเขตเวียงป้อ ที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม สำหรับสหวิทยาเขตศิลาทอง และที่โรงเรียนปัว สำหรับสหวิทยาเขตวรนคร ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับ สนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัด และดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี ในนามของคณะครูและนักเรียนจึงขอขอบพระคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ 

โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามวิสัยทัศน์ของ สพม.น่านที่ต้องการพัฒนานักเรียนใน “3 วิ” คือ วิชาการ วิชาชีวิตและวิชาชีพ ควบคู่ไปกับหลักพุทธรรม เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี คนเกง ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข การส่งเสริมความสามารถในเชิงวิชาการเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เดินไปตามเป้าหมายของการสร้างอาชีพในอนาคต โดยผู้ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นยังต้องมีวิชาชีวิตทั้งเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคม เรื่องของการแก้ไขปัญหา

เรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันและที่สำคัญคือเรื่องของพุทธธรรมที่จะเป็นหลักคิด หลักการให้ทุกคนทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความราบรื่น หวังว่าลูก ๆ นักเรียนทุกคนจะนำแนวคิดและหลักการเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวเอาความรู้ เทคนิคที่ได้รับตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 15 มกราคม 2568 ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่สมกับความตั้งใจและการสนับสนุนของทุก ๆ ภาคส่วน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลอยแก้ว..เรื่องราวความรักของ 2 หนุ่ม ไอ้ลอย ไอ้แก้ว ไม่มีใครล่วงรู้ และให้ใครรู้ไม่ได้ ทุกอย่างเป็นความลับ

เปิดศักราช ต้นปี 2568 ซีรีส์วาย พีเรียด ลอยแก้ว ถือฤกษ์งามยามดี ปล่อย Official Pilot ซีรีส์วาย ลอยแก้ว ให้ได้ชมกัน ซึ่งถือได้ว่า เป็นซีรีส์วายอีกรสชาติ ที่ไม่ค่อยได้เห็นกัน ที่พาทุกคนย้อนยุคไปอยู่ท่ามกลางทุ่งนา

แม่น้ำลำคลอง ความเป็นชาวบ้านทุ่ง เป็นเรื่องราวความรักของ 2 หนุ่ม ไอ้ลอย (เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย) ไอ้แก้ว (แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล)

ที่ไม่มีใครล่วงรู้ และให้ใครรู้ไม่ได้ ทุกอย่างจึงต้องเป็นความลับ ความรักที่ต้องทนฝืนความรู้สึกตัวเอง แต่ถ้าความลับที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไป รักที่ไม่มีใครจะรับได้หรือให้ใครยอมรับ

จะเป็นเช่นไร ติดตามชม Officail Pilot ได้ทาง Youtube : LoyKaew First Love ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ซึ่งการถ่ายทำได้ปิดกล้องไปเรียบร้อยและมีโปรแกรมออกอากาศ ภายในปี2568 นี้แน่นอน https://youtu.be/f_xTCLGpx3A?si=phcLBO1LXGZ0ZwW2

ซีรีส์วาย #ซีรีส์วายพีเรียด #ลอยแก้ว #blseries #blseriesthailand #loykaewfirstlove #วัยซ่าส์ท้ามิติ #เดอะลิตเติ้ลบีส์คลับ #เล้งแสตมป์ #lengstamp #เก้าสตาร์กรุ๊ป #9stargroup #yforyou #brandambassador #Thelittlebeesclub

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน23 สานฝันวันเด็กแห่งชาติ 2568 สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ ชายแดน ไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 ที่ค่ายพิทักษ์อุทุมพรเขต ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่23/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ได้นำกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมภาคเครือข่ายในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกิจกรรม โดยให้เด็กๆที่มาร่วมกิจกรรม ได้ทำกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยการร่วมตอบคำถามและรับของรางวัล,ร่วมกันร้องเพลงเคารพธงชาติ พร้อมทั้งได้มอบรางวัลพิเศษให้กับบุตรของกำลังพล และเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมฯ จากนั้นชมการแสดงของชุดสุนัขทหาร, การยิงปืนฉับพลัน นอกจากนั้นได้จัดการแสดง

โดยน้องๆ หนูๆ จากโรงเรียนบ้านน้ำเย็น (กองทัพบก อุปถัมภ์) และ โรงเรียนบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จัดแสดงการเต้น – ร้องเพลง เพื่อสร้างความสุข สนุกสนานให้กับเด็กๆ และประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้

” สร้างความดีใจ และประทับใจให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก เติมฝัน เติมกำลังใจ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ เยาวชนของชาติ อนาคตของชาติ อย่างเสมอภาค โดยของขวัญและขนมภายในงานได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการ ร้านค้า ประชาชน ผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์

จังหวัดศรีสะเกษ สร้างความประทับใจให้กับเด็กๆและประชาชนที่พาลูกหลานเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 ดังคำขวัญวันเด็ก พ.ศ. 2568 – โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คือ “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 เปิดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2568 สร้างความสุขให้น้องๆ เยาวชนและผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมชมการแสดงและยุทโธปกรณ์ทางทหารอย่างคับคั่ง

เมื่อวันที่ (11 ม.ค.68) เวลา 08.00 น. ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เปิดบ้านต้อนรับเด็ก ๆ และผู้ปกครอง เข้าร่วมกิจกรรมเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความสุขสนุกสนาน เติมเต็มประสบการณ์ ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ

จะได้เติบโตเป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพ และเป็นกำลังหลักสำคัญให้กับครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้ต่อไป ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย คุณสุพางค์พรรณ พาดกลาง ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

โดยในงานจัดกิจกรรมขึ้นอย่างหลากหลาย มียุทโธปกรณ์ของทหารให้น้องๆ หนูๆ ได้มาเรียนรู้และสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และมีบูธของโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ,มณฑลทหารบกที่ 21 ,กองพลทหารราบที่ 3, กองพลพัฒนาที่ 2 และรถครัวสนามจาก กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 มาบริการทุกคนที่เข้าร่วมในงาน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็กๆ บนเวที, การแสดงดนตรีของหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 21 และกิจกรรมอื่น ๆ ให้เด็กได้เข้าร่วม ซึ่งสร้างความสนุกสนาน มีของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจับฉลากของรางวัล, ตอบคำถามชิงรางวัล, เล่นเกมส์ตามซุ้มต่างๆ, การร้องเพลงประสานเสียง,

การแสดงชุดยิงปืนฉับพลัน, การแสดงศิลปะป้องกันตัว. จักรยานยนต์ทางยุทธวิธี และจัดแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหารให้เด็กๆ ได้สัมผัสของจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้เด็กๆ ได้เล่นได้ปีนป่ายอย่างใกล้ชิด อาทิ รถถัง,

รถสายพานลำเลียงพล, ปืนใหญ่, ชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด (EOD) , ทีมกู้ภัยผจญเพลิง เป็นต้น ซึ่งภายในงานผู้ปกครองพาเด็กๆ ลูกหลานเข้าชมงานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข

วันเด็กแห่งชาติ กองทัพภาคที่2 #กองทัพบกRoyalThaiArmy

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.วัดสุวรรณ เขตคลองสาน จัดกิจกรรมสร้างความสุขเพื่อน้องๆ วันเด็กแห่งชาติ 2568

โรงเรียนวัดสุวรรณ เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ มอบของขวัญสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่นักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ที่โรงเรียนวัดสุวรรณ แขวงคลองตันไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพ นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายศรราม รูปสอาด รองผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู บุคลากร เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน และผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด และเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ภายในงานได้มีการมอบทุนการศึกษา กิจกรรมแสดงของเด็กนักเรียน การมอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้กับเด็กมากมาย นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้ปกครองและผู้ใหญ่ใจดีนำอาหาร ขนม มาเลี้ยงภายในอีกด้วย

นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา ด้วยวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อให้ทุกส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ เพื่อได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพสืบไป

โรงเรียนวัดสุวรรณ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ตระหนักในหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการพัฒนาเต็มศักยภาพทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีความสุขพลานามัยที่สมบูรณ์และห่างไกลสิ่งเสพติด เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และส่งเสริมเด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตน้ป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

ในการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ให้สนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัลต่างๆ นอกจากนี้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติมาร่วมงานและให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม และที่มอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้น้องๆ นักเรียน ทางโรงเรียนวัดสุวรรณ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สายบุญสายมูห้ามพลาด พิธีเสริมดวงเสริมโชคลาภรับปีใหม่วัดหนองข้าวเหนียว/กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ/“หัวหิน” ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

ขอเชิญร่วมพิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมดวงราชาโชค ราชาฤกษ์ ณ วัดหนองข้าวเหนียว ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ.68 เวลา 15.05 น. พิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมเกณฑ์ราชาโชค เสริมโชคลาภ วาสนา บารมี หนุนดวง เสริมดวง แก้ดวงที่ไม่ดีในปีมะเส็ง พ.ศ.2568 โดยจารึกดวงลัคนาราศีใบแบ้งค์ดวงเศรษฐีกับเหรียญดวงพิชัยสงครามดวงเศรษฐี

นำดวงเข้าประกอบพิธีเสริมดวงเป็นดวงมงคลแก่เจ้าของดวงชะตา ในเวลา “ราชาฤกษ์” ฤกษ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง เป็นราชาของฤกษ์เป็นสิริมงคลต่อเจ้าของดวงชะตา ท่านที่ต้องการร่วมพิธีเสริมดวง แจ้งสำรองที่โดยตรง ณ วิหารบูรพาจารย์วัดหนองข้าวเหนียว อ.สามร้อยยอด หรือ line add : @879mumyx วันที่ 9 ก.พ.นี้ เวลา 15.05 น. ราชาฤกษ์ ร่วมเปิดรับพลังแห่งความมั่งคั่งให้ดวงของตัวเอง เสริมวาสนา โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง โดยพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณ พิธีเทวาภิเษก พุทธาภิเษกเจริญพระคาถาเสริมดวงที่เป็นมงคลยิ่งกับเจ้าของดวงชะตา โอกาสดีที่ไม่ควรพลาด มาร่วมกันเติมเต็มชีวิตด้วยสิริมงคล แล้วพบกันในวันงาน แผนที่วัดหนองข้าวเหนียว : https://maps.app.goo.gl/smdGdjuxcuJB1MxQA

“ดวงพิชัยสงคราม” สมัยโบราณมีตำนานเล่าขานมาว่าได้ต้นแบบการสร้างมาจากตำราพิชัยสงคราม เป็นตำราสำคัญที่ใช้วางแผนการรบการศึกสงครามในสมัยอดีต ออกแบบสร้างขึ้นโดยโหราจารย์หรือพราหมณ์ที่ปรึกษาการรบที่มีความรู้และชำนาญในศาสตร์วิชาตำราพิชัยสงคราม ในสมัยนั้นดวงพิชัยสงครามถือเป็นของสูง มีได้เฉพาะเจ้าเมืองแม่ทัพนายกองคนสำคัญๆในยุคสมัยนั้น และถือเป็นเวทย์ศาสตรา สิ่งคุ้มครองป้องกันดวงชะตาที่ประจุในดวงพิชัยสงครามอีกทางหนึ่ง ดวงพิชัยสงครามเป็นการวางค่ายกลด้วยอักขระเลขยันต์ และ คาถายันต์ เพื่อคุ้มครองดวงชะตาเช่นเดียวกับตำราพิชัยสงคราม

ดวงพิชัยสงครามจึงถือเป็นสุดยอดแห่งวิชาการหนุนดวงเสริมดวงที่ผู้ใดได้ทำไว้บูชาดวงชะตาแล้วถือเป็นสิริมงคลต่อตนเอง จะแก้ไขเรื่องร้ายๆ กลับกลายเป็นดี เป็นดวงมหาชนะ ดวงมหาสำเร็จ เมตตามหานิยม เป็นดวงของผู้ชนะโดยตลอด ชนะปัญหาและอุปสรรค ชนะการแข่งขัน ขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรให้พ้นไปจากดวงชะตา บูชาดวงพิชัยสงครามแล้วจะช่วยชักนำให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.68 ที่โรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 501 กองบิน 5 อ.เมือง จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นาวาอากาศเอกพงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้าร่วมงานด้วยความสุกสนาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กล่าวเปิดงาน และเชิญพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า “ความเป็นผู้รู้จักเวลา เป็นรากฐานสำคัญ ที่ทำให้คนเราสามารถดูแลรับผิดชอบตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต เด็กทุกคนจึงควรได้รับการปลูกฝังให้เป็นผู้รู้จักเวลา รู้ว่าเวลาใดควรปฏิบัติสิ่งใด แล้วปฏิบัติให้ตรงเวลา ทันเวลา เหมาะแก่เวลาเสมอ” จากนั้นตัวแทนเยาวชนได้อ่านสารวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี / ผู้ว่าราชการจังหวัดฯได้มอบของขวัญของรางวัลให้แก่กองบิน 5 เพื่อใช้ในการจัดงานและแจกให้กับเด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน

โดยวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 กองบิน 5 ได้จัดชุดการแสดง ได้แก่ การป้องกันภัยทางอากาศ การแสดงป้องกันฐานบินภาคพื้น การสาธิตดับเพลิง การแสดงชุดสุนัขทหาร พร้อมการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องบินแบบต่างๆ และการบินโชว์สมรรถนะของเครื่องบินกริพเพ่น ซึ่งเด็กๆ ต่างพากันถ่ายรูปคู่กับเครื่องบินและทดลองนั่งอาวุธยุทโธปกรณ์

โดยมีกำลังพลทหารคอยควบคุมดูแล นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ยังได้มาร่วมจัดกิจกรรมแจกของขวัญของรางวัลมากมายในงาน ช่วยสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างมาก.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.68 จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 7/2568 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยรวมทั้งทะเลอันดามันในช่วงวันที่ 11-13 ม.ค.68 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง

รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิลดลง 4-6 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 13 ม.ค.68

ขณะที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน จ.ประจวบฯ เรือประมงเล็กชายฝั่งจำนวนมากต่างงดออกจากฝั่งพากันจอดหลบคลื่นลมแรงขนาดสูง 2-4 เมตร ส่วนที่ชายหาดหัวหินตลอดแนวพบว่ามีคลื่นลมแรง น้ำทะเลขุ่นสีคล้ำ สภาพอากาศค่อนข้างปิด ซึ่งจากลักษณะดังกล่าวทำให้บรรดาโรงแรมและผู้ประกอบการชายหาดได้ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้น

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะพากันเดินเล่นริมชายหาดมากกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารชายหาดบางรายพากันปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถตั้งเก้าอี้เตียงผ้าใบได้ และคอยเฝ้าดูสภาพคลื่นและระดับน้ำทะเล หากน้ำทะเลหนุนสูงกว่านี้จะได้เร่งขนย้ายข้าวของได้ทัน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐ​ทีวี-สื่อรัฐนิวส์ ด่วน! จับได้แล้วตีนผีชนยายดับแล้วขับหนี สืบ ภ.จว.มุกดาหาร โชว์เจ๋งรวบพร้อมคนช่วยพาหนี

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568​พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก. สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร) ได้รับข้อมูลว่านายสุทธินันท์ หรือนาว สุวรรณานุช ขับรถยนต์โตโยต้ายาริสครอส สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กร 9118 ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้ขับรถชนคุณยายสุพัน มูลแก้ว อายุ 64 ปี เสียชีวิต และคุณตาพัชรพล เมืองโคตร อายุ 65 ปี สามีได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านคำป่าหลาย ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไปจอดรถทิ้งไว้ที่ทุ่งนาบ้านดอนม่วย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถไล่กล้องวงจรปิดจนกระทั่งสืบทราบว่า ได้มีนายภูดิศ หรือเดี๋ยว เอกจีน ขับรถยนต์เก๋งมาสด้า ทะเบียน 4 ขจ 7386 กรุงเทพมหานคร มารับนายนาว ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่สุขสมบูรณ์รีสอร์ท ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ชุดสืบจึงได้ติดตามไปจับกุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรจังหวัดนครราชสีมาจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์/แม่ทัพภาคที่ 2 เร่งคลี่คลายคุมสถานการณ์ไฟป่าปากช่องไว้ได้

เมื่อวันที่(9 มกราคม 2568) นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไตรมาสที่ 2 ณ วัดดอนเกตุ ตำบลทุ่งอรุณ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภาคี ภาคเอกชน อำเภอโชคชัย ร่วมจัดงานรวม19 คลินิก 26 หน่วยงาน

สำหรับธีมจัดงานครั้งนี้คือ การปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ การหยุดเผาในพื้นที่เกษตร โดยมีการสาธิตการใช้เครื่องสับย่อยตอซังข้าว และโดรนเพื่อการเกษตร เสริมองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าว และเมล็ดพันธุ์ข้าว การให้บริการวิเคราะห์ ดิน และน้ำ การพักชำระหนี้ของเกษตรกร การให้ความรู้ด้านพืชอาหารสัตว์ การติดต่อรับบริการและโครงการของหน่วยงาน ได้แก่ การเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่การเกษตร การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่การเกษตรและครัวเรือน การตรวจหาสารเคมีในเลือด การทำหมันสุนัข-แมว

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานในพื้นที่อำเภอโชคชัย เข้ามาให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องฟรี แก่เกษตรกร จากวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ตัดผมฟรี จากโครงการแม่ของแผ่นดิน พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอโชคชัย และอำเภอใกล้เคียงมีเกษตรกรเข้ารับบริการกว่า 400 ราย

แม่ทัพภาคที่ 2 เร่งคลี่คลายคุมสถานการณ์ไฟป่าปากช่องไว้ได้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 เวลา 14.30 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 2 ได้เข้าประชุมร่วมกับ นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทน รวมทั้งส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในการติดตามสถานการณ์ และหารือแนวทางคลี่คลายสถานการณ์ จากกรณีเกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่เขาเสียดอ้า ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเหตุไฟป่าในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2568 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมไฟป่าไว้ได้ แต่ภายหลังกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการเข้าควบคุมสถานการณ์ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยจัดกำลังจาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 21 และ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ประจำอำเภอปากช่อง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพลิงศพคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ เป็นกรณีพิเศษ

วันที่ 11 ม.ค.68 ณ เมรุวัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวแหวนประดับ โดย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ให้การต้อนรับแขกเหรื่อจำนวนมากที่ทยอยเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ (บิดา) เป็นกรณีพิเศษ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพลิงศพ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อครอบครัวในพิธีได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอดีตวุฒิสภา เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล และประธานในพิธีพระราชทานเพลิงคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ผู้วายชนม์ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2485 เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนบุตรธิดา 5 คน ของคุณพ่อเล็ก แหวนประดับ และคุณแม่ชิด แหวนประดับ ต่อมาได้สมรสกับคุณแม่พรวิภา แหวนประดับ มีบุตรร่วมกันทั้งหมด 4 คน ได้แก่

  1. นายพรเทพ แทวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของ บริษัทแหวนประดับ การยาง หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ร้านบ้านยางพัทยา” ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 สาขา
  2. นายไพฑูรย์ แหวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของกิจการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แหวนประดับ ค้าวัสดุ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ร้าน ส.แหวนประดับ ค้าวัสดุ”
  3. นายอาทร แหวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของกิจการแหวนประดับอพาร์ทเม้นท์ และแหวนประดับ ฟาร์ม
  4. พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2

ประวัติการทำงาน ขณะดำรงชีวิตอยู่คุณพ่อสงคราม ได้ประกอบอาชีพการงานอันสุจริต ดำเนินชีวิตโดยคุณธรรม เป็นบุพการีผู้ประเสริฐ เลี้ยงดูอบรมบุตรมาโดยดี มีชีวิตในบั้นปลายอันสงบ และใช้ในบุญกุศลเป็นนิตย์ ทั้งผูกจิตมั่นในพระพุทธศาสนามาตลอดอายุขัย นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัวแหวนประดับ และญาติมิตร ขณะที่คุณพ่อสงครามยังมีชีวิตอยู่นั้น เป็นที่รักใคร่ของครอบครัว บุตร หลาน และญาติมิตรทเพราะท่านได้เอาใจใส่ครอบครัวด้วยความรักและความห่วงใย เป็นแบบอย่างที่ดีของบุตรและหลาน ตลอดถึงเป็นผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา ในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง กอรปกับกิริยาอัธยาศัยของคุณพ่อสงคราม ที่ภายนอกดูน่าเกรงขามแต่ภายในมีความอ่อนโยน มีความเมตตาและเป็นที่รักใคร่นับถือโดยทั่วหน้า

ในวาระสุดท้ายคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ได้เสียชีวิตจากการล้มป่วยด้วยความชรา และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง ก่อนจากไปด้วยอาการอันสงบเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2568 เวลา 19.06 น. สิริรวมอายุได้ 84 ปี

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม คึกคัก รับรางวัลถ้วนหน้า

บูทโครงการคนละลูก งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม คึกคัก รับรางวัลถ้วนหน้า โครงการคนละลูกออกบูทวันเด็กแห่งชาติ ปี 2568 ธีม สานฝันน้อง สู่นักกีฬาทีมชาติไทย สนามหน้าเทศบาลเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วป่า ในธีม สานฝันน้อง สู่นักกีฬาทีมชาติไทย ภายในบูท มีนิทรรศการกีฬา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้น้อง มาสนใจกีฬา

มีการเล่นเกม รับรางวัล อย่างจุใจ นายสันติสุข ณ ถลาง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองตะกั่วป่า(คนที่ 4 ขวามือ) เยี่ยมชมบูทโครงการคนละลูก มีนายสหัส ตัณฑสมบูรณ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดพังงา(คนที่ 5 ขวามือ) ให้การต้อนรับ โอกาสนี้ นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว โครงการมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมงานวันเด็ก สนามหน้าเทศบาลเมืองตะกั่วป่า และลานกีฬาเทศบาลตำบลบ้านแปะ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้น้องๆ ได้มีความสนุก และมีความสนใจในการกีฬา เพื่อมีโอกาสได้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ในอนาคต และต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่สนับสนุน

คุณณัฐวุฒิ เรืองเวส นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายกฤษดา เจนพนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด

ผศ.ดร.กิตติ เจริญพรพานิชกุล นายกสมาคมการค้าเครื่องกีฬา ดร.สุปราณี คุปตาสา นายชนาสิน สิมะดำรงค์ นายพงษ์ศักดิ์ ก้องไตรภพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพวรรณ สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด คุณคำจันทร์ ซาวคำเขตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด

บริษัท วันวันทำแต่ป้าย จำกัด บริษัท เออาร์ซี ดีไซน์ จำกัด Pungenoy PN BALLOON บริษัท เอส.ซี.เอส ฟุตแวร์ จำกัด หจก.ฟู๊ดไวบ์ ครีเอชั่น พีเคบอลลูนช้อป บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) ผลิตภัณฑ์WELLPREV
ที่ให้การสนับสนุนโครงการคนละลูก ด้วยดีมาตลอด

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง