สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกรัฐมนตรี” เปิดกล่อง 5 ของขวัญปีใหม่จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ประชาชน

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 5 โครงการเพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีจเรตำรวจแห่งชาติ , รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมต้อนรับ

ของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่

1. โครงการ Cyber Check : เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยคัดกรองมิจฉาชีพจากเบอร์โทรปริศนาที่โทรเข้ามา รวมทั้งใช้ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารก่อนจะโอนเงิน โดยใช้ฐานข้อมูลโดยตรงจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

2. โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน นักท่องเที่ยว ผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police : แอปพลิเคชันแนะนำข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยว แจ้งเหตุฉุกเฉิน และแชร์โลเคชันแบบออนไลน์ เพื่อรับความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที

3. โครงการบูรณาการระบบบริหารรับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยว 1155 และศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวแบบรวมศูนย์ : เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถประสานผ่านตำรวจท่องเที่ยว หมายเลข 1155 พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการดูแลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การปฏิบัติการฉุกเฉิน

4. โครงการส่วนลดพิเศษสำหรับที่พัก The Cop Hotel and Villa Pattaya : สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีที่พักติดทะเล ริมถนนใหญ่ในพื้นที่ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าพักได้ ในราคาพิเศษ

5. โครงการห้องพักทั่วไทย จากใจตำรวจทางหลวง 205 แห่ง ทั่วประเทศ : ตำรวจทางหลวงมีการให้บริการสำหรับผู้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถพักผ่อนระหว่างการเดินทางไกลอย่างปลอดภัย ณ 205 หน่วยบริการตำรวจทางหลวง เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2567 ถึง 10 มกราคม 2568 รวมทั้งมีจุดกางเต็นท์สำหรับสายแคมป์ปิ้ง โดยบริการฟรีทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน และขอบคุณเจ้าหน้าที่และตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมกันทำงานขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา ขอให้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ตรวจตรา ดูแลรักษาความปลอดภัยและการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อไป

#ของขวัญปีใหม่2568

#ปีใหม่2568

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับตา​ “เหนือเมฆ-อรัญชัย” แชมป์ประเทศไทยรุ่น jmx 85 Smallville อายุไม่เกิน 14 ปี นักบิดล้อหนาม 2 ล้อ จากมุกดาหาร /สวนสัตว์นครราชสีมาใจดี ให้น้องๆ เข้าฟรี ข้ามปีกันไปเลย เทศกาลปีใหม่ 2568

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา​ สมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลแชมป์ประเทศไทย รถจักรยานยนต์ประเภทต่างๆ ในงาน FMSCT Awards 2024 ณ ลานพลาซ่า ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก โดยมีนายจักรพรรดิ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่นักแข่งที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ​ และขอบคุณผู้สนับสนุนในงาน FMSCT AWARDS 2024 (46st Anniversary)

เด็กชายอรัญชัย ประยงค์รัตน์​ (เหนือเมฆ​)​ อายุ 13 ปี ได้แรงบันดาลใจจากพ่อน้อง ตั้งแต่จำความได้ เคยเห็นพ่อขี่รถเอ็นดูโร่พาไปขี่เล่น ยกล้อเล่น แล้วเห็นแม่เอารูปมาให้ดูเคยเป็นนักแข่งเก่า ก็เลยอยากลองขี่ อยากลอง เคยลงแข่งครั้งแรก ที่ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามมหาสารคาม ปี 2019 ได้แชมป์ 50 cc ชิงแชมป์ประเทศไทย 2020 ต่อมาได้แชมป์ 65 ซีซี ชิงแชมป์ประเทศไทย 2022 ในปีนี้ได้แชมป์ 85 cc ล้อเล็ก

โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและเอกชนเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติที่ประเทศญี่ปุ่น​ซึ่งเป็นที่สุดของโมโตครอสในเอเชีย​ ถือเป็นนักแข่งโมโตครอสไทยคนแรกคว้าโพเดี้ยมที่ญี่ปุ่น​ หลังเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันโมโตครอสชิงแชมป์​ญี่ปุ่น​ หรือออเจแปนแชมป์​เปี้ยนชิพชีรี่ส์​2024 ที่สนามออฟโรสวิลเลจ​ เมืองไซตา​มะ​ และสร้างประวัติศาสตร์​ให้กับวงการสองล้อทางฝุ่นไทยด้วยการคว้าอันดับที่5 ในการแข่งขันรุ่น​ JMX JX85 เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา​ หลังก่อนหน้านี้ในปี2022 “เหนือเมฆ” ในวัย11ปีในเวลานั้นเคยสร้างชื่อในวงการแข่งขันที่ญี่ปุ่น​มาแล้ว​ โดยการขี่รถคู่ใจขึ้นโพเดี้ยมในรุ่น65cc สร้างประวัติศาสตร์​นักมอโตครอสไทยคนแรกที่คว้าโพเดี้ยมที่ประเทศญี่ปุ่น​ได้สำเร็จ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สวนสัตว์นครราชสีมาใจดี ให้น้องๆ เข้าฟรี ข้ามปีกันไปเลย เทศกาลปีใหม่ 2568 นี้ สวนสัตว์นครราชสีมา จัดโปรโมชั่นให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี หรือ สูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าฟรี (เฉพาะ วันที่ 30 ธ.ค. 67 ถึง 1 ม.ค.68) เท่านั้น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย พบปะพูดคุย สื่อมวลชน เรื่อง เปิดอันซีนแหล่งใหม่ อวดโฉมนักท่องเทียว เพื่อพัฒนา เมืองเชียงราย ทุกมิติ

17.00น.วันที่25 ธันวาคม 67 ตรงกับวันคริสต์มาส ช่วงท้ายปีเก่า บริเวณข่วงวัฒนธรรม องค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้พบปะสื่อมวลชนจังหวัดทุกแขนง จากนั้นได้นั่งทานแบบขันโตกล้านนา ผู้ว่าเชียงรายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ ปักลวดลาย ของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ซึ่งเป็นเสื้อที่ชนเผ่าอาข่าในจังหวัดเชียงรายตัดเย็บแบบปราณีตมอบให้ท่านได้สวมใส่

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้นั่งทานอาหารขันโตกแบบไทยยอง มีแกงฮังเลผักกาดจอ น้ำพริกข่าจี้นนึ่ง แอ๊บปลานิล น้ำพริกอ่อง .แคบหมูโดยมี นางนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายโชติ ดารายน นากยกสมาคมสื่อมวชน นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ประธานสมาคมสื่อมวลชน เหมือนกันกับโต๊สื่อมวลชน จำนวน40กว่าคนมี่ทานร่วมกันเป็นคณะแบบเอร็ดร่อย

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้พูดคุยทักทายสื่อมวลชนเกี่ยวกับการบริหารงาน แนวทางการพัฒนาเมืองเชียงราย ในหลายมิติ โดยมีการคลิกอ๊อฟการทำงานหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง เบื้องต้นได้สังการให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ทั้ง 4คน ที่มีรับผิดชอบแต่ละด้านที่ผู้ว่ามอบหมายตลอดถึงผู้เกี่ยวข้องรีบไปตรวจดูถึงการเป็นอยู่ของประชาชนหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมว่า ทุกครอบครัว ทุกสถานที่ทำงานได้กลับไปอยูหรือทำงานกันหมดหรือยัง และประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างไรและให้มารายงานผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังกล่าวถึงการทำงานผู้ว่าราชการเชียงราย จะมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังไม่ให้เชียงรายด้อยกว่าจังหวัดใหญ่ ดั่งเช่นเชียงใหม่ เชียงรายจะต้องได้รับการดูแลทุกมิติ ตนจะทำให้มากกว่าครั้งเป็นผู้ว่าจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นเมืองเล็ก เชียงรายจะต้อง ทำมากกว่าโดยเฉพาะปริมาณงานต้องมากขึ้น จะต้องใช้เม็ดเงินในการดูแลประชาชน

โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย จะเพิ่มอันซีนใหม่ๆไม่ให้ซ้ำของเดิม เพรานักท่องเที่ยวอยากดูของใหม่ๆ ดังนั่นเราจะร่วมค้นหาและประชาสัมพันธ์ ต้องอาศัยสื่อเชียงรายช่วยประชาสัมพันธ์ อาจะพบกันบ่อยมากขึ้น
นี่เป็นเหตุผลที่จังหวัดเชียงรายจะต้องเพิ่มฉลากกาชาดการกุศลในงานพ่อขุนเม็งรายที่จะมีขึ้นในปี2568 จากเดิมจำนวน1แสนฉบับ เพิ่มขึ้นก็เป็น2แสนฉบับ เพิ่มรางวัลมากขึ้น จากเดิมรถยนต์ก็จะเป็นบ้านและที่ดิน.โดยทางจังหวัดจะนำเงินที่เหลือจากการจ่ายเงินรางวัลแก่ผู้โชคดี นำไปดูแลประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อยจะกาชาดเชียงราย ต้องเยี่ยมเยียนมีถุงของขวัญทุกครัวเรือน

อนึ่งในฐานะเป็นคนเชียงรายเต็มตัวกำลงสานความร่วมมือกับผู้ที่มีทุนจะสร้างเชียงรายให้โดดเด่นทางกีฬา ที่สามารถสร้างชื่อเสียงและให้ผู้คนสนใจได้เข้ามาเชียงรายชั้นนี้กำลังหารือแนวทางกันอยู่ ดังนั้นการพบปะสื่อมวลชนวันนี้นับว่าเป็นสิ่งที่อยากเห็นผู้ว่าฯได้ใช้เวทีหรือช่องทางพบปะสื่อและจะได้พูดคุยให้ราบถึงแนวทางการทำงาน สื่อสารสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันในฐานะพาร์ทเนอร์ ทีดี จากนั้นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลื้อ สันทางหลวง อำเภอแม่จัน ได้กล่าวต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แนะนำถิ่นฐานของกลุ่มพร้อมมอบถุงย่ามหนึ่งเดียวใลกเนื่องจากถุงย่าม ปักด้วยลวดลายไม่ซ้ำกันมีเพียงใบเดียว เป็นที่ระลึกเอาไว้สำหรับห่อข้าว ใส่ของใช้ ไปเยี่ยมประชาชน ทำให้ผู้ว่าเชียงรายชอบใจเป็นอย่างมาก

จากนั้นตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ นายสุพจน์ หลี่จา เผ่าลีซู ตัวแทนกลุ่มชาติพันธ์จังหวัดเชียราย ได้พาชนเผ่าทุกชาติพันธุ์ออกมากล่าว ต้อนรับผู้ว่าเชียงรายท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นอย่างมากหลังจากนั้นผู้ราชการเชียงรายได้ขึ้นทักทายสื่อมวลชนและตัวแทนชาติพันธ์ุ ที่มาจัดบูธในข่วงวัฒนธรรม ในงานมหกรรมดอกไม้อาเซียน สวนริมน้ำกกด้วยผลงานเพลงบอกรักฝากใจ ถึงชาวสื่อมวลทุกแขนงเชียงราย และได้เชิญสื่อมวลชน ได่ร่วมรำวงย้อนยุค ถนนคนเดิน สนุกสนานเป็นกันเองทักทายถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในโอกาสจัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ.
ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวคริสต์คาทอลิกบึงกาฬ จัดขบวนแห่ดาวคึกคักกว่า50คัน

เมื่อค่ำวันที่ 25 ธ.ค. บาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสวัดนักบุญยอแซฟกรรมกร ที่เป็นวัดคริสต์ศาสนนิกชนนิกายโรมันคาทอลิก บ้านชัยพร ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้ร่วมกันจัดงานแห่ดาว เพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้า ซึ่งดาวเป็นสัญลักษณ์ของการบังเกิด ตามตำนานในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น เหล่าโหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษ ที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไปปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

จึงออกเดินทางตามแสงของดาวดวงนั้น จนได้ไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้า ที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่า “ดาว” คือ สัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า จึงมีการริเริ่มประเพณีแห่ดาวในเทศกาลคริสต์มาสเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นั้น และแสดงถึงความเชื่อความศรัทธา การส่งมอบความสุขความรื่นเริง ความรักความสามัคคี และถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวคริสต์ด้วย

การแห่ดาวในวันนี้เป็นการรวมเอาผู้ที่นับถือศรัทธาในพระเยซุหรือคริสต์ศาสนาตามวัดต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬ มาร่วมแห่ขบวนด้วย มีการตกแต่งประดับประดาวและคมไฟติดตั้งบนรถ มีทั้งรถมอไซค์พ่วงข้าง รถอีแต๊ก รถไถนา รถปิกอัพและรถบรรทุก 6 ล้อร่วม 100 คันแห่ไปตามชุมชนต่างๆ ในตำบลชัยพร สิ้นสุดที่วัดนักบุญอักแนส บ้านห้วยเซือมใต้ วัดนักบุญมัทธิว บ้านกลาง ก่อนจะกลับเข้าไปในวัดนักบุญยอแซฟ เพื่อเฉลิมฉลอง

นอกจากนี้ในงานยังมีโรงทานนำอาหารไปแจกจ่ายผู้มาร่วมกัน มีทั้งส้มตำ ผัดหมี่ ข้าวราดแกงและทีขาดไม่ได้คือข้าวจี่ทาไข่คนปิ้งแทบทำไม่ทัน บนเวทีมีกิจกรรมการแสดงของน้องๆ หนูๆ หลายโรงเรียน ทั้งการแสดงประวัติการกำเนิดของพระเยชู และเต้นประกอบเพลง ทำเอาผู้ปกครองต้องคักเงินจ่ายเป็นกำลังใจจำนวนไม่น้อย

ด้านบาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสกล่าวว่า ที่เลือกจัดงานวันนี้ก็เนื่องจากวันที่ 24- 25 ธ.ค. ปล่อยให้วัดในชุมชนต่างๆ จัดงานแห่ดาวกันเองในชุมชนตนเองก่อน พอวันนี้จึงมาร่วมกันจัดงานแห่ดาวในภาพรวมของจังหวัดอีกครั้ง เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไดอาน่ากรุ๊ป พัทยา จัดงาน christmas and Happy new year 2025 บริจาคช่วยเหลือมูลนิธิ เอช เอช เอ็น (เพื่อเด็กไทย) ครบรอบ 50 ปี “บ้านเด็กกำพร้าพัทยา” จัดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คึกคัก

วันที่ 24 ธ.ค.67 ซึ่งตามธรรมเนียมตะวันตกถือเป็น “คริสต์มาสอีฟ” บรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองพัทยาดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น สถานประกอบการหลายแห่งต่างจัดกิจกรรมรับเทศกาลแห่งความสุข รวมถึงตกแต่งสถานที่รับเทศกาลคริสต์มาส ส่งผลให้ภาพโดยรวมค่อนข้างที่จะคึกคัก

ที่โรงแรมไดอาน่าการ์เด้นรีสอร์ท พัทยา โดย คุณโสภิญ เทพจักร์ กรรมการผู้บริหารในเครือไดอาน่ากรุ๊ป พัทยา ได้จัดกิจกรรมรับเทศกาลแห่งความสุข Merry Christmas Happy New Year 2025 ขึ้นในวันคริสต์มาสอีฟ เพื่อสร้างสีสัน โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ลูกค้าของโรงแรม โดยในงานมีการเปิดรับบริจาคช่วยเหลือมูลนิธิ เอช เอช เอ็น (เพื่อเด็กไทย) ต่อไปด้วย

อนึ่ง คริสต์มาสอีฟ ตามวัฒนธรรมตะวันตกโดยทั่วไปคือ วันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี ตามระบบปฏิทินสมัยใหม่ ความหมายจริงคือ เย็นแรกของวันคริสต์มาส ซึ่งมีการเฉลิมฉลองเพื่อระลึกถึง การประสูติของพระเยซู เหตุผลที่ คริสต์มาส เริ่มต้นในตอนเย็นของวันคริสต์มาสอีฟเพราะธรรมเนียมการนับปีของคริสเตียน วันจะเริ่มต้นเมื่อพระอาทิตย์ตกตามเรื่องราวในปฐมกาล เกิดความสว่างกับความมืด

เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี “บ้านเด็กกำพร้าพัทยา” จัดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คึกคัก

วันที่ 25 ธ.ค.67 คุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา Pattaya Orphanage (บ้านเด็กกำพร้าพัทยา) เป็นประธานเปิดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 และเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี บ้านเด็กกำพร้าพัทยา โดยมีผู้ในกุศลร่วมออกร้านให้บริหารอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้ร่วมงานด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน

ในกิจกรรมได้จัดให้การ่วมสนุกจับสลากสอยดาวชิงของรางวัลต่างๆ มากมาย เพื่แหารายได้สมทบให้กับมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลเพื่อเด็กๆ ในมูลนิธิฯ ตามความเหมาะสม โดยพบว่ามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี บ้านเด็กกำพร้าพัทยากันเป็นจำนวนมาก

มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา Pattaya Orphanage หรือบ้านเด็กกำพร้าพัทยา อยู่ภายใต้การดูแลของคุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา ปัจจุบันมีเด็กๆ ในความอนุเคราะห์รวมกว่า 170 คน โดยได้ดำเนินการช่วยเหลือเด็กำพร้ามาอย่างยาวนานถึง 5 ทศวรรษ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ “หัวหิน” ปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรมช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม มอบทุนการศึกษา งานวันสถาปนา กองพันซ่อมบำรุง

ช่วงเย็นวันที่ 24 ธ.ค.67 ที่บริเวณหน้าหอนาฬิกาหัวหิน จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กิตติภพ ชมภูนุช รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ เป็นประธานปล่อยแถวป้องกันเหตุอาชญากรรม ความไม่สงบเรียบร้อย ยาเสพติด และอุบัติภัยช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2568 มี พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ข้าราชการตำรวจหน่วยต่าง ๆ ทหาร ฝ่ายปกครอง เทศกิจ อาสาสมัคร และมูลนิธิ ราว 300 คน ร่วมปล่อยแถว

พ.ต.อ.กิตติภพ ชมภูนุช กล่าวว่า การปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ เป็นมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยตำรวจในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร ซึ่งในปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน

ปัญหายาเสพติด รวมถึงปัญหาการแข่งรถในทางสาธารณะซึ่งเป็นปัญหาส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ตำรวจภูธรภาค 7

จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรในสังกัด สนธิกำลังเพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ช่วงเทศกาลดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนท่าน ร่วมบำเพ็ญบุญกุศล นำสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และร่วมมอบทุนการศึกษา งานวันสถาปนา กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุนที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี

กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุนที่ 2 ฯ เป็นหน่วยงานสำคัญ สนับสนุนความมั่นคงภาคตะวันออกของไทย โดย พันโท สุภชัย พานิช เป็นผู้บังคับกองพัน
มุ่งเน้นการทำความดี เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
พร้อมเห็นความสำคัญของการให้ทุนการศึกษาและมอบขวัญกำลังใจให้เด็กและเยาวชนอนาคตของชาติ ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่กัลยาณมิตร ทุกท่าน เทอญ…

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผบ.ตร.สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แถลงผลการระดมกวาดล้างในช่วงวันคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ 2568

ตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และอำนวยความสะดวกการจราจรให้แก่ประชาชน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (24 ธันวาคม 2567) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และผลการระดมกวาดล้างก่อนวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยมีผู้แทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1-9 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , กองบัญชาการตำรวจสันติบาล , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ฯลฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ตำรวจภูธรภาค 5

ซึ่งในภาพรวมการจัดงานทั่วประเทศ มีจำนวน 695 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 258 แห่ง และจังหวัดอื่น ๆ 437 แห่ง โดยแบ่งเป็นพื้นที่การจัดงานขนาดใหญ่ 47 แห่ง และได้เตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จัดงานเฉลิมฉลองทั่วประเทศ 8,468 นาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศร่วมกันกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ในห้วงวันที่ 17 – 23 ธันวาคม 2567 มีผลการดำเนินการ ดังนี้

  1. อาชญากรรมทั่วไป รวมจับกุม 36,609 คดี ผู้ต้องหา 37,574 คน ตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินในคดี 114,225,749 บาท
  2. ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และสถานบริการ รวมจับกุม 31,036 คดี ผู้ต้องหา 32,172 คน มูลค่าตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินในคดี 103,490,764 บาท / ในส่วนคดียาเสพติด จับกุมได้ 10,465 คดี ผู้ต้องหา 10,461 คน ตรวจยึดยาเสพติดของกลาง ยาบ้า 10,833,177 เม็ด ยาไอซ์ 8,209.51 กรัม เคตามีน 620.59 กรัม เฮโรอีน 81.3 กิโลกรัม ฝิ่น 3,428 กรัม ยาอี 273 เม็ด โคเคน 213 กรัม กัญชา 18.16 กิโลกรัม น้ำกระท่อม 44,000 มิลลิลิตร
  3. ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน รวมจับกุม 1,664 คดี ผู้ต้องหา 1,595 คน ของกลางอาวุธปืนสงคราม 10 กระบอก อาวุธปืนไม่มีทะเบียน 1,062 กระบอก อาวุธปืนมีทะเบียน 345 กระบอก วัตถุระเบิด 1,075 ลูก พลุ/ดอกไม้ไฟ 248 ดอก เครื่องกระสุนปืน 7,618 นัด มูลค่า 5,574,133 บาท
  4. จับกุมบุคคลตามหมายจับ รวม 3,909 หมายจับ ผู้ต้องหา 3,807 คน
  5. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  6. ความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์ด้านการเงิน หลอกลวงจำหน่ายสินค้าออนไลน์และสินค้าผิดกฎหมาย เผยแพร่ข่าวปลอม ล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก และพนันออนไลน์ รวมจับกุม 3,519 คดี ผู้ต้องหา 3,490 คน มูลค่าตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินในคดี 712,266,009 บาท
  7. ความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 (บัญชีม้า ซิมม้า) รวมจับกุม 447 คดี ผู้ต้องหา 427 คน มูลค่าตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินในคดี 284,940 บาท

พร้อมกันนี้ได้วาง 10 มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2568 ได้แก่ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนถึงกำหนดการจัดงานตามเทศกาล สืบสวนหาข่าว เฝ้าระวังการลักลอบขนย้ายและการจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่จัดงาน เฝ้าระวังการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรของบุคคลกลุ่มเสี่ยง รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ตลอดจนการดำเนินโครงการ “ร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ” (ฝากบ้าน 4.0) ระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2567 ถึง 2 มกราคม 2568 และแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชน

อีกทั้งยังได้วาง 3 มาตรการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เช่น ลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 และเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย มุ่งเน้นลดอุบัติเหตุทางถนน ตามมาตรการ 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะข้อหาเมาแล้วขับ นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ดำเนินการปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ 71 จุด โดย พล.ต.อ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้แทนหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐ องค์กรส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร มูลนิธิ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า วันคริสต์มาส และห้วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2568 มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและพักผ่อนในแต่ละภูมิภาคเป็นจำนวนมาก ตลอดจนมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยว
ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระดมสรรพกำลังป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันและลดอุบัติทางถนน และอำนวยการจราจรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดวามสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นของขวัญมอบให้กับประชาชนและสังคมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ….

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค3 เตรียมพร้อม การจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3 พลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 /ประธานการประชุม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วิวัฒน์ สีลาเขตต์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมหน่วยงาน ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑, ๒ และ ๓, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๕ นครราชสีมา, สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา,

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3, สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา,ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา, สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จว.นครราชสีมา และมูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ จว.นครราชสีมา ได้เข้าร่วมประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ด้านจราจรและความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) และตำรวจภูธรจังหวัดที่มีพื้นที่เส้นทางติดต่อกับตำรวจภูธรภาค 3 ประกอบด้วย

ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี, สระบุรี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว และขอนแก่น เข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปมาตรการปฏิบัติแบบบูรณาการในการอำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๘ โดยหน่วยงานภาคี ทุกหน่วยได้รายงานต่อที่ประชุมแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ ที่เตรียมไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ
ตำรวจภูธรภาค 3 ได้เตรียมการบริหารจัดการ

โดยขยายช่วงการควบคุมเข้มข้นจากเดิม ๗ วัน เป็น ๑๐ วัน ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567– 5 มกราคม 2568 จะเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด และกำหนดเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 ของตำรวจภูธรภาค 3 ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2567 – 6 มกราคม 2568 เพื่อกำกับ ดูแล และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยในสังกัด ในการอำนวยความสะดวกการจราจร ดูแลความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 นี้

ตามนโยบายรัฐบาล “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ในทุกพื้นที่ โดยวางแผนตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน ๓๐๒ จุด เตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 308 ชุด มีเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 420 เครื่อง และเครื่องตรวจจับความเร็ว จำนวน 92 เครื่อง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติ ทั้งสิ้น 4,711 นาย นอกจากนี้ได้ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง ในการปรับรูปแบบจากจุดบริการประชาชนมาเป็นการตั้งด่านชุมชนแทน โดยบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่

กำหนดแผนการตั้งด่านชุมชนจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 4,180 แห่ง เพื่อป้องปรามคนที่ดื่มสุราไม่ให้ขับขี่รถออกจากหมู่บ้าน ชุมชน ไปเกิดอุบัติเหตุหากเกิดอุบัติเหตุทางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถที่เกิดเหตุทุกรายและหากพบว่ามีการดื่มสุราแล้วขับรถ จะดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น ในมาตรการเชิงรุก ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ ออกตรวจและขอความร่วมมือร้านจำหน่ายสุราในชุมชน หมู่บ้าน ทุกแห่ง ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เช่น ห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี, ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอาการมึนเมา จนครองสติไม่ได้ เป็นต้น
โดยกรมทางหลวง ได้เปิดให้บริการใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงปากช่อง – สีคิ้ว – ขามทะเลสอ – ถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา (ทล.204) ทั้งขาไปและขากลับ ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะทาง 77.493 กิโลเมตร โดยกำหนดจุดเข้า – ออก มอเตอร์เวย์ M6 ดังนี้

จุดที่ 1 ทล.2 กม.65 (ตรงข้ามศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดนครชัยบุรินทร์)
จุดที่ 2 ทล.201 กม.5+500 (บ้านหนองรี อ.สีคิ้ว)
จุดที่ 3 ทล.290 กม.14+775 (วงแหวน ทล.290)
จุดที่ 4 ทล.204 กม.3+230 (ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา)

กันตินันท์ เรืองประโคน / รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยเกษตรนราฯเพิ่มมูลค่าเห็ดนางฟ้าทำเป็นแหนมเห็ด จากต้นทุนราคาหลัก10กลายเป็นหลัก100

สำหรับทางเลือกผู้ที่ชื่นชอบอาหารแนวพืชผักหมัก ที่มีขั้นตอนการทำเหมือนกับแหนมที่ทำจากเนื้อสัตว์ ตามความชื่นชอบของผู้บริโภค ที่ทางวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส นำมาแปรรูปและเชื่อว่ามีรสชาติไม่ต่างกับแหนมที่ทำมาจากเนื้อหมู และวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศ แต่ด้วยสภาพพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 80 ส่วนใหญ่ประชาชนเป็นชาวมุสลิม จึงได้มีแนวคิดในผลิตแหนมเห็ด

หวังตีตลาดของผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้ เริ่มด้วยการด้วยหันมาให้นักศึกษาเพาะเห็ดนางฟ้า ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 เดือนสามารถเก็บผลผลิตได้ ในช่วงแรกก็ได้เก็บผลผลิตจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปในราคาเพียง ก.ก.ละ 60 บาท และเมื่อเห็ดนางฟ้ามีผลผลิตมากขึ้น จึงได้ริเริ่มหันมาผลิตแหนมเห็ดนางฟ้าแบบเต็มตัว และจากเห็ดนางฟ้าที่เก็บจำหน่ายได้ เพียง ก.ก.ละ 60 บาท เมื่อนำมาผลิตเป็นแหนมเห็ดนางฟ้า สามารถเพิ่มมูลค่าได้ จาก ก.ก.ละ 60 บาท กลายเป็น 600 บาทเลยที่เดียว

เราได้มีโอกาสให้นักศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส ได้ผลิตแหนมเห็ดให้ชม ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ที่ทางมหาวิทยาลัยตรียมลงพื้นที่ให้ความรู้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ที่สนใจโดยเฉพาะกลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้า ที่เชื่อว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นกอบเป็นกำ

โดยขั้นตอนการทำแหนมเห็ดที่ต้องเตรียมวัตถุดิบมีดังนี้ คือ เห็ดนางฟ้า ข้าวเหนียวสุก กระเทียม เกลือป่นและพริกขี้หนูสวน เมื่อได้วัตถุดิบครบตามต้องการแล้ว เราไปเก็บเห็ดนางฟ้าที่โรงเรือนประมาณ 1 ก.ก. นำมาหั่นฉีกล้างให้สะอาด และบีบน้ำออกจากเห็ดให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมานึ่งประมาณ 2 นาที

จากนั้นนำส่วนผสมกระเทียม ข้าวเหนียวและเกลือป่นคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำเห็ดที่คลุกเคล้ากับส่วนผสมแล้วเสร็จ มาใส่ถุงพลาสติกใสและใส่พริกขี้หนู 1 เม็ด แล้วห่อให้แน่นนำยางวงหรือคนทั่วไปเรียกว่าหนังยางมาผูกที่ปลายถุง เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นขั้นตอนการหมักแหนม โดยการทิ้งไว้สัก 2 ถึง 3 วัน แหนมจะมีรสชาติเปรี้ยวและพร้อมรับประทานได้ทันที

ด้าน ผศ.ทวี บุญภิรมย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนคริทร์ กล่าวว่า เห็ดสามารถที่จะเอามาผลิตเป็นแหนมเห็ด ซึ่งจากเดิมเราขายเห็ดได้เพียงกิโลกรัมละ 60 บาท แต่เมื่อมาเป็นแหนมเห็ด ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าเป็น 600 บาทได้ และตรงนี้สามารถจะเห็ดในการพัฒนาต่อไป เรื่องของบรรจุภัณฑ์ในเรื่องของการยืดอายุการเก็บรักษา อีกอย่างยังสามารถจะเป็นอาหารที่จะนำส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งทางวิทยาลัยฯพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆเหล่านี้ ควบคู่ไปกับความต้องการของชุมชน

วันนี้สายเห็ดสามารถรับประทานแหนมเห็ดกันได้ หรือ ใครสนใจที่จะเรียนรู้การทำแหนมเห็ดก็สามารถติดต่อได้ที่ ดร.พิพัฒน์ จันทร์ประดิษฐ์ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081 9592614
//////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทัวร์ ออฟ ล้านนา จับมือจัดงานปั่นเชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ชิงเงินรางวัล 1,147,000 บาท

4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จับมือจัดงานปั่นเชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ทัวร์ ออฟ ล้านนา ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 1,147,000 บาท
างวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางสาวพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ จังหวัดนำน นายายวิภช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ , พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดแพร่ สื่อมวลชน และ นักปั่นจำนานกว่า 200 คน เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน Tour of Lanna 2024 Stage 3 ณ จังหวัด น่าน

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 อย่างคึกคัก งวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ พี่ ท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ผ่าน กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระพบจากมหา อุทกภัย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.พะเยา จ.แพร่ จ.น่าน จ.เชียงราย ต่างก็ประสบกับอุทกภัยในพื้นที่อย่างมาก ทางกลุ่ม จังหวัดก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ และมี

การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ได้ดีขึ้น เป็นการช่วยฟื้นฟูหลังอุทกภัยในอีกทางหนึ่ง
สำหรับรูปแบบกิจกรรมจะจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา คือการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ อออฟ ล้านนา กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) วันที่ 23 – 30 ธันวาคม 2567 จำนวน 8 วัน 8 สนาม ซึ่งเป็นการดำเนินการแข่งขันตามกติกา มาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) รับรองการจัดแข่งขัน

โดยจากสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้การแข่งขันได้มาตรฐานเป็นสากล และจะมีนักปั่นทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม
แข่งขัน จำนวนกว่า 200 คน ส่วนรูปแบบการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบเซอร์กิต เรช เป็นการแข่งขันโดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1.5 – 3 กิโลเมตร/รอบ และ ประเภทที่ 2 คือการแข่งขันแบบ โรดเรช เป็นรูปแบบการแข่งขันบนถนน แบบทางไกล ซึ่งใช้เส้นทางแต่ละจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด โดยเริ่มจาก จ.แพร่ ไป จ.น่าน เข้า จ.พะเยา และไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

สำหรับเส้นทางแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา ทั้ง 8 สเตจ มีดังนี้วันที่ 23 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 1 (Prologue) รอบเมืองแพร่ ,วันที่ 24 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 2 (Road Race) แพร่ – น่าน, วันที่ 25 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 3 (Circuit Race) รอบเมืองน่าน, วันที่ 26 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 4 (Road Race) น่าน – พะเยา วันที่ 27 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 5 (Circuit Race) รอบเมืองพะเยา, วันที่ 28 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 6 (Road Race) พะเขา – เชียงราย,วันที่ 29 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 7 (Circult Race) รอบเมืองเชียงราย และ วันที่ 30 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 8 (Road Race) เชียงราย-อำเภอแม่สาย ชิงเงินรางวัลรวม 1,147,000 บาท ซึ่งมีทั้งเงิน รางวัลประจำ Stage และ รางวัล Over All

ในทุกรุ่น มีรุ่นการแข่งขันดังนี้ ชาย รุ่น A ชาย open ,รุ่น B ชาย (อายุ 30 ปีขึ้นไป +เยาวชน) , รุ่น C 40 ปี ขึ้นไป , รุ่น D ชาย อายุ 50 ปี ขึ้นไป หญิงมี 2 รุ่นดังนี้ รุ่น E หญิง A (เยาวชน) และ รุ่น F หญิง B (ทั่วไป สำหรับทำนที่สนใจสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขั้นได้ที่เพจเฟสบุ๊ค Tourofhttps:/www.facebook.com/touroflanna20177mibextid=ZbWKw./ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไฟฟ้า หงสา จัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” เพื่อแสดงความขอบคุณคณะสื่อมวลชน.น่าน

บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด จัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” ขึ้น ในระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการนำพาคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ทัศนศึกษาดูงาน สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล และศูนย์อุตสาหกรรมแหล่งผลิตร่มบ่อสร้าง เป็นต้น โดยในช่วงเย็นของวันที่ 21 ธันวาคม 2567 นายคทายุทธ์ ชูพูล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทไฟฟ้า หงสา จำกัด ได้ให้เกียรติเดินทางไปที่ร้านอาหารสามเสนวิลล่า สถานที่จัดงานเลี้ยงเพื่อพบปะพร้อมกล่าวทักทายปราศรัยกับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่านและในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้เดินทางมาพบปะพร้อมกล่าวทักทายปราศรัย กับผู้บริหารของบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด และคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน โดยภายในงาน เป็นการพบปะสังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน และมีการมอบของขวัญสวัสดีปีใหม่ 2568

ที่กำลังจะมาถึงนี้ จากผู้บริหารบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด มอบให้กับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ที่เข้าร่วมงานกันทุกคน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางความประทับใจของทุกฝ่าย สำหรับการจัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” เป็นกิจกรรมที่ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ สำนักงานน่าน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี และกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ระหว่าง บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด กับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน อีกทั้ง เป็นการถือโอกาสแสดงความขอบคุณมายังคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการไฟฟ้า หงสา ด้วยดีเสมอมา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มักง่ายจุดไฟเผาขยะข้างกองยาง​ ลุกลามไหม้เป็นกองเพลิง / ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

พนักงานร้านยางจุดไฟเผาขยะกองเล็กๆก่อนจะลามไปไหม้กองยางรถยนต์ที่กองรวมกันไว้หน้าร้านจนกลายเป็นกองเพลิงขนาดใหญ่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำ ระงับเหตุ โชคดีเหตุนี้ไม่มีใครเป็นอะไรมีเพียงเสาไฟฟ้าส่องสว่างถนนของทางหลวงได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น . เจ้าหน้าที่ดับเพลงเทศบาลเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้บริเวณริมถนนบายพาสเมืองมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นกองเพลิงขนาดใหญ่ควันดำปกคลุมไปทั่วบริเวณดังกล่าวทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมาต้องจอดก่อนเพราะมองไม่เห็นทางเนื่องเกิดควันดำปกคลุม หลังจากได้รับการแจ้งเหตุทางเทศบาลได้นำรถดับเพลิง4คันเข้าระงับเหตุโดยใช้เวลาประมาณ​ 30นาทีจึงสามารถดับไฟได้ซึ่งจาการตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและพบว่าเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ของแขวงทางหลวง บริเวณริมทางได้รับความเสียหาย

นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากสายเหตุความมักง่าย​ โดยทางพนักงานได้เผาขยะใกล้กับกองยางพอเผาแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ในขณะที่มีลมกรรโชกแรง ต่อมาเลยเกิดไฟลามไปถึงกองยางรถยนต์เก่าที่ทิ้งไว้หน้าร้านก็เลยเกิดเหตุดังกล่าวซึ่งการเผาขยะแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆก่อนหน้านี้ ลามไปไหม้หญ้าแห้งริมถนน แต่คราวนี้หวิดเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่โชคดีมากที่ดับทันไม่งั้นน่าจะลามไปหลายจุด​ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีทรัพสินย์ของทางราชการเสียหายคือเสาไฟฟ้าส่องสว่างซึ่งโชคดีมากไม่มีใครบาดเจ็บและเสียชีวิตในครั้งนี้

​มุกดาหาร​ -​ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหาร ว่า ได้มีชาวบ้านท่าไคร้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ขุดพบพระโบราณบรรจุอยู่ในไหฝังอยู่ใต้ดินบริเวณที่นาของนายบุญนำ พิกุลศรี อายุ 55ปี บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 7 ตำบลนาสีนวน เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น ของวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยระหว่างที่ได้มีการนำรถไถเข้ามาปรับที่นา ขณะได้มีการขุดดินลึกลงไปต่ำกว่าพื้นที่เดิม ผานไถได้ไปกระทบกับของแข็งบางอย่างคล้ายหินจึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบพบว่าเป็นไหขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร มีดินโบกปิดทับปากไหไว้ เมื่อนำแกะดินออกพบมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ด้านในจึงได้แจ้งเจ้าอธิการสมนึก เจ้าอาวาสวัดศรีไคร้ทุ่ง และชาวบ้านมาร่วมกันตรวจดู

เจ้าอธิการสมนึก กล่าวว่า พระพุทธรูปที่ขุดพบเรียกว่า พระบุเงินโดยเป็นพระโบราณ ซึ่งทำขึ้นจากการนำไม้มาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปแล้วนำไปชุบเงิน พระพุทธรูปไม้แกะสลัก และสัมฤทธิ์ โดยการขุดพบครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าบริเวณหมู่บ้านท่าไคร้ เป็นชุมชนเก่าแก่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้มีชาวบ้านขุดพบเจอถ้วยชามโบราณบริเวณดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้พระพุทธรูปโบราณที่ขุดพบ ได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรดำเนินการตรวจสอบให้ทราบถึงอายุ และจะได้นำกลับมาตั้งประดิษฐานไว้ที่วัดเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาต่อไป

ขุดพบพระโบราณ #พระบุเงิน #บ้านท่าไคร้ #มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พรรคประชาสามัคคีจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ตามระเบียบและข้อบังคับพรรคการจัดตั้งพรรคการเมือง

09:29 จ่ากบ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.40 น. ดร.ประทิน นาคสำราญ ประธานฯยุทธศาสตร์ ภาคอีสานพรรคประชาสามัคคีให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาสามัคคี ประจำปี 2567

ได้พบปะสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ประสานสัมพันธ์ มอบนโยบายพรรคเพื่อให้สมาชิกรับทราบตามที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้การกำกับและสังเกตุการณ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่น

โดยมี จ.ส.ต.เอนก เค้าสุวรรณกุล หัวหน้าสาขาพรรค(สาขาลำดับที่ 3)ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่นพร้อมด้วยกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคคอยให้การต้อนรับ ณ.โรงแรมเมเจอร์แกรนด์ ถนนชุมแพ-ภูเขียว อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

09:29 จ่ากบ ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ
09:29 จ่ากบ ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.กระทรวงคมนาคม ปล่อยขบวนรถ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 มุกดาหาร / รับสมัครนายก อบจ.มุกดาหาร วันแรกสุดคึกคัก

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม​ 2567 เวลา 9.00 น.นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานปล่อยขบวนรถอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้กับประชาชนตลอดช่วงเทศกาล ภายใต้หัวข้อเดินทางสะดวกปลอดภัยกรมทางหลวงชนบทใส่ใจทุกเส้นทาง

โดยมีนายวรญาณ บุญณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม
พร้อมด้วยนายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบทและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานบริเวณถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร

อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปิดเผยว่าตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยกำหนดเป้าหมายให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยภายใต้การรณรงค์เทศกาลความสุขทุกที่ทั่วไทยเดินทางสะดวกปลอดภัยบน

โครงข่ายคมนาคมซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้น้อมรับนโยบายดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดมาตรการต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเช่นการจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัย หน่วยบริการประชาชน จัดเจ้าหน้าที่ประจำการสายด่วน และระบบซีซีทีวีตลอดจนจัดชุดตรวจการเฝ้าระวังอุบัติเหตุเฝ้าระวังสายทางติดตั้งสัญญาณไฟวับวาบบริเวณจุดเสี่ยง

ทั้งนี้ประชาชนควรตรวจเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางเพื่อความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการขับขี่สามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของกรมทางหลวงชนบทได้ที่สายด่วน 1146

ภาพ​/ข่าว​ BBชญาภรณ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

รับสมัครนายก อบจ.มุกดาหาร วันแรกสุดคึกคัก อดีตนักการเมืองแห่สมัครชิงเก้าอี้

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567​ ที่หอประชุม 250 ปี จังหวัดมุกดาหาร ได้จัดให้มีการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายจักรรินทร์ ชาลีพุทธาพงษ์ ผู้อำนวยการการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร ว่าที่ร้อยเอก วัทธิกร ทรงยศวัฒนา ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ร่วมปฏิบัติหน้าที่ และมึนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยเช่นกัน

โดยบรรยากาศช่วงเช้าของวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในส่วนของการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งแต่ละคนมาพร้อมกับกองเชียร์และรถขบวนแห่เป็นจำนวนมาก โดยมีนายสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เดินทางมาเป็นคนแรก พร้อมกับนายณกร ชารีพันธ์ ส.ส. มุกดาหาร เขต 2 พรรคประชาชน และได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์ พระยาจันทรศรีสุราช อุปราชามันธาตุราช (เจ้าจันทกินรี) เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก เพื่อเป็นสิริมงคล

ขณะที่มีผู้มาสมัครก่อนเวลา 8.30 น. รวม 4 คน คือ นายสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน นายบุญฐิน ประทุมลี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต 2 พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท. ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และนายคมสัน ไชยต้นเทือก อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

โดยผู้สมัครดังกล่าวเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา 08.30 น. ถือว่ามาก่อนเวลาเปิดรับสมัคร และไม่สามารถตกลงในเรื่องเลขหมายประจำตัวกันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ทุกคนดำเนินการจับฉลาก ผลปรากฏว่า นายสุพจน์ สุอริยพงษ์ ได้หมายเลข 1 พ.ต.ท. ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ หมายเลข 2 นายคมสัน ไชยต้นเทือก หมายเลข 3 นายบุญฐิน ประทุมลี หมายเลข 4 และนายวีระพงษ์​ ทองผา​ หมายเลข 5 มาสมัครเป็นคนสุดท้าย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน ​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สวนสวรรค์ฟาร์ม”รับมอบใบรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS  / ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

วันที่ 22 ธ.ค. 67 ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของ คุณแก้วตา จันทร์วีระชัย นักธุรกิจเจ้าของกิจการมีชื่อในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผันตัวเองลงมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่กว่า 80 ไร่ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการจัดการอย่างเป็นระบบในการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและชาวเกษตรกร หวังให้ชาวบ้านในพื้นที่บางราย มีพื้นที่ทำกินทางการเกษตร ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ เพื่อนำกลับไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอยู่อย่างพอเพียง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรคอยแนะนำให้ความรู้ ในการทำเกษตรผสมในพื้นที่แปลงน้อยโดยไม่ใช้สารเคมี และได้มีโอกาสร่วมเป็นสมาชิก

รับมอบใบรับรองแบบมีส่วนร่วม ความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการรับประทานผลิตผลที่ปลอดสารพิษ ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้ฯ สวนสวรรค์ฟาร์ม จะมีการจัดกิจกรรมและพิธีมอบหนังสือรับรองพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แบบมีส่วนร่วมความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประจำทุกปี โดยมีนายณรงค์พงษ์ โพธิสมบัติ ประธานบริษัทประชารัฐรักษ์สามัคคี นายณรงค์ คงมาก กรรมการบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม นายนันทปรีชา คำทอง ประธานเครือข่ายสามอ่าวเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติ และนางสาว นิชาภา สุวรรณนาค  สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันเป็นประธานมอบหนังสือรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกที่ได้รับการรับรอง ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม  หมู่ 2  ต.อ่าวน้อย จ.ประจวบฯ

น.ส.แก้วตา จันทร์วีระชัย หรือเจ๊แก้วตา เจ้าของสวนสวรรค์ฟาร์มเล่าว่า  ตนเห็นว่าพื้นที่ในที่ดิน กว่า 80 ไร่ เป็นที่ว่างเปล่าปล่อยรกร้างไว้ไม่เกิดประโยชน์อะไร หลังรัฐบาลปลดล๊อคกัญชา คิดว่าจะใช้เป็นพื้นที่ปลูกกัญชา แต่ก็ยังติดปัญหาหลายอย่างในทางกฎหมาย หลังจากได้รู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่งทำเกี่ยวกับเรื่องเกษตรอินทรี จึงลองไปศึกษาหาความรู้ บางส่วนก็ศึกษาเรียนรู้จาก YouTube บ้าง นำไปลองปฏิบัติตามจนเกิดผลผลิต หวังแค่เพียงเพื่อไว้รับประทานกันเองในครอบครัว ทั้ง ๆ ที่ตนไม่เคยมีความรู้ทางการเกษตรแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อตนได้เห็นชาวบ้านในพื้นที่บางรายขาดโอกาสการทำอาชีพเกษตรกร เนื่องจากไม่มีที่ดิน จึงมีแนวคิดที่จะให้เขาได้ใช้พื้นที่เพาะปลูกและเรียนรู้การทำเกษตรแนวใหม่แบบผสมผสานปลอดสารพิษ และด้วยที่ตนเองเป็นคนรักสุขภาพอยู่แล้ว อยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี

ได้รับประทานอาหาร พืชผัก ผลไม้ ที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ แนวคิดนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเองเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้เป็นสวนเกษตร ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม ต่อมามีการรวมตัวก่อตั้งกลุ่มรักสุขภาพ โดยการรวบรวมชาวบ้านและกลุ่มคนที่สนใจเข้าร่วมได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ศึกษาวิธีการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร และนำกลับไปต่อยอด หรือเพราะปลูกไว้รับประทานเอง หรือจะนำกลับมาส่งขายที่ศูนย์การเรียนรู้ สวนสวรรค์ฟาร์มได้อีก

เนื่องจากผลผลิตปลอดสารพิษเกษตรอินทรีย์มีความต้องการทางการตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งทางกลุ่มเรามีการจัดการแบบครบวงจร โดยเอาผลิตผลที่ได้บางส่วนมาแปลรูป เป็นผลิตภัณฑ์ บรรจุหีบห่อเป็นสินค้าส่งออกไปจำหน่ายต่อ ตามศูนย์โอทอปพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งตลาดรับซื้ออีกหลายแห่ง เนื่องจากผลผลิตมีคุณภาพได้รับการรับรองให้เป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษไม่ใช้สารเคมี โดยทางเรามีกระบวนการตรวจสอบผลิตผลที่กลุ่มสมาชิกนำมาส่งที่ศูนย์ มีคณะกรรมการ มีประทาน และมีการจัดการอย่างเป็นระบบ  ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 

ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

วันที่ 23 ธ.ค.67 ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด ( วัดโบสถ์เหรียญบาท ) ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านนับร้อยคนได้มารวมตัวคัดค้าน จากกรณีคณะสงฆ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีมติปลด พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อายุ 49 พรรษา เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด อำเภอทับสะแก หรือที่ชาวงบ้านรู้จัก “วัดอุโบสถ์เหรียญบาท” วัดชื่อดังของอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมี คำสั่ง เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง ถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ที่ ๒๘ / ๒๕๖๗ ตามที่เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ ๒๔ / ๒๕๖๗ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง ลงวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗ คณะกรรมการได้ตรวจสอบและสอบสวนหาข้อเท็จริงแล้ว และมีมติให้ถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง และได้รายงานผลการสอบสวนและมตินั้น เสนอเจ้าคณะตำบล และเจ้าคณะอำเภอพิจารณาวินิจฉัย เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบลพิจารณาวินิจฉัยแล้ว

เห็นชอบให้เสนอถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ บัดนี้ เจ้าคณะอำเภอได้รายงานเสนอพร้อมด้วยเอกสารผลการสอบสวน ขอให้เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่เสนอ อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ ๕๕ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ.)๒๕๔๑ ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ.๒๕๓๕ จึงถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ตำบล นาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

น.ส.อมรทิพย์ ภู่ระย้า แกนนำชาวบ้าน ชาว กทม.และเป็นโยมอุปถัมป์วัดบ้านทุ่งเคล็ด กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ได้เป็นประธานทอดกฐินเมื่อออกพรรษาที่ผ่านมา วันนี้พวกตนเองได้มาคัดค้านการปลดเจ้าอาวาสองค์เก่า (พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ )และคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จากการที่พระครูปลัดอาทิตย์ ถูกกล่าวหา ว่าชักปืนยิง / ไม่นำเงินวัดเข้าบัญชีวัด / และการถูกชาวบ้านร้องเรียนเรื่องยืมเงินญาติโยม /โดยเฉพาะเรื่องยืมเงินโยมในการก่อสร้างอุโบสถเหรียญบาท ซึ่งตามที่เคยตกลงกันทางวัดจะมีงานปิดทองฝังลูกนิมิต ถึงคืนเงินให้ โดยชาวบ้านคิดว่าการถูกปลดครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องผลประโยชย์ภายในวัด ซึ่งหลังจากสร้างโบสถ์เหรียญบาท ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก

///////////////////////////////

ทีมข่าวเฉพาะกิจ / จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือด เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต

ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือดบ้านใหญ่ชนกัน กองเชียร์กระหึ่ม!! สองฝั่งหน้าสถานที่รับสมัคร สลักจฤฎดิ์ เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต ส่วนผู้สมัครไปไม่สังกัดพรรค สู้ไม่ถอย กลุ่มชาติพันธุ์แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งองค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดรับสมัคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ณห้องคชสาร ศูนย์การเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย

ระหว่างวันที่23-27ธันวาคม67 ในวันดังกล่าวมีผู้สังเกตการรับสมัคร อาทิผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย นายชริทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายใจฯลฯบรรยากาศการรับสมัครเลือตั้งมีบรรดาผู้สมัคร สองขั้วการเมืองใหญ่ เดินทางมารอการรับสมัครเลือกตั้งทั้งส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ และมีกองเชียร์ผู้สนับสนุนเตรียมป้ายชูเบอร์หาเสียงและพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพื่อสวมอวยพรขัยให้กับผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุนมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า
หลังจากนั้นเวลา8โมงตรง

ทางกองการรับสมัครไดเรียกให้ผู้สมัครทั้งหมดเข้าห้องและอธิบายหลักเกณฑ์การรับสมัครให้ผู้สมัครทั่งในส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ การตรวจความพร้อมเอกสารการสมัคร โดยคณะกรรมการผู้รับสมัครได้เรียงลำดับการสมัครนายก อบจ.เป็นอันดับแรก ที่มีเข้าไปสมัคร วันแรกคือนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช สังกัดพรรคเพื่อไทย และนางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ ไม่สังกัดพรรคการเมือง ใส่เสื้อสีขาว คอชมพูประทับตรานก ทำได้ นั่งเตรียมความพร้อมเพื่อจะทำการจับฉลากหมายเลขประจำตัว เนื่องจากทั่งคู่มาพร้อมกันและไม่สารถตกลงกันได้จึงใช้วิธีจับฉลาก ผลของการจับฉลากปรากกว่านางอธิตาธร ได้เบอร์ นางสลักจฤฎดิ์ได้เบอร์ 2 จากนั้นทั้งคู่ได้เดินลงมายื่นใบสมัครตรวจหลักฐานการสมัครจนเสร็จสิ้นกระบวนการสมัคร

ในส่วนของส.อบจจำนวน36เขตเลือกตั้งมีสังกัดทีมเพื่อไทยครบ36เขต ส่วนสังกัดทีม นกทำได้ส่งครบ36เขตเช่นกัน นอกเหนือนั้นเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองใด มีทั้งพี่น้องชนเผ่าชาติพันธ์ุ ในบางเขตก็สามารถตกกันได้ส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถตกลงกันได้ คณะกรรมการรับสมัครใช้วิธีจับฉลาก2ครั้งเพื่อได้เบอร์และให้ยื่นหลักฐานการสมัครมีการเซ็นยินยอมตรวจประวัติคุณสมบัติผู้สมัครตามประกาศ ไม่ต้องเดินทางไปยังตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แต่หากกรอกเอกสารให้การเท็จก็จะมีโทษตามกฎหมายทันที มีอัตราโทษปรับสูง โดยทางคณะกรรมการรับสมัครจะประกาศรับรองหรือไม่รับรองผ่านเวปไซด์ ภายใน7วันหลังการรับสมัคร

บรรยากาศบริเวณภายนอกอาคารมีกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง ทั้งพรรคเพื่อไทยและ และฝั่งนก อธิตาธร ถือป้ายและพวงมาลัยรอสวมคอผู้สมัครนายกอบจ. และส.อบจ เสียงกึกก้องสนั่น ท่ามกลางการรักษาความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดารรับสมัครใช้เวลานานเรื่องจากกรรมการรับสมัครต้องตรวจหลักฐานฐานการรับสมัครอย่างละเอียดก่อนที่จะออกใบเสร็จรับเงิน จนทำให้ผู้สมัครบางที่มีโรคประตัวอาทิเช่นเบาหวานมีอาการกำเริบต้องมีการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ส่วนผูัสมัครนายกอบจ.นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไฟรัช หลังยื่นใบสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้เดินทางออกจากสถานที่รับสมัคร โดยมีมวลชนกลุ่มเสื้อแดงและประชาชนที่ให้กำลังใจชูป้ายเบอร์ 2 ดังสนั่น สนับสนุนส่งแรงเชียร์เป็นนายกอบจ.คนใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเพื่อไปตั้งขบวนแห่ป้ายหาเสียงจากที่ตั้งศูนย์อำนวยการพรรคเพื่อไทยสนามกีฬาฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด หน้าสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ในส่วนนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์หลังยื่นและตรวจหลักฐานการสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้พาผู้สมัครทั้งหมดออกจากห้องคชสารสถานที่รับสมัคร มีมวลชนยื่นถือป้ายและพวงมาลัยสวมคอ ยืนรอเรียงแถวยาวเหยียดส่งเสียง คำว่า”นกทำได้ “เบอร์ 1 ลั่นหน้าอาคารจากนั้นเดินทักทายกองเชียร์ที่มารอให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ส่วนสมาชิกว่าที่ส.อบจได้เดินตามออกไปทักทายมวลชนและกองเชียร์แต่ละเขตต่างสวมมาลัยดอกดาวเรืองถ่ายรูปจากนั้นได้ขึ้นรถแห่ป้ายออกจากสถานที่รับสมัครเข้าทักทายประชาชนในตัวเมืองเชียงรายไปสิ้นสุดที่ทำการศูนย์ประสานงานเลือกตั้งตำบลบ้านดู่หน้าปั้มปตท.ถนนเบี่ยง้หมืองเชียงราย

ผู้สื่ข่าวรายงานว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการต่อสู้อย่างรุนแรงเนื่องจากพรรคเพื่อไทยโดยพ่อใหญ่ทักษิณ ชินวัตรฝ่ายรัฐบาลจะลงไปปราศัยใหญ่ในพื้นที่เชียงราย ช่วยหาเสียงให้นางสลักจฎดิ์ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่เขตอำเภอเทิง ซึ่งเป็นฐานที่มั่น นางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ เบอร์1ท่ามกลางผู้คนนับหมื่น ส่วนฝั่งนางอธิตาธร ผู้สมัครเบอร์1 จะมีแผนแก้เกมส์ และกลยุทธหาเสียงเพื่อรักษาฐานที่มั่นในฐานะอดีตนายกอบจ.เชียงรายหมาดๆ

ส่วนทีมชุดสืบสวนสอบสวนสำนักคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดเชียงรายได้เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบการกระผิดกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้แล้วและนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้เข้าสังเกตุการณ์การรับสมัคร ได้กำชับให้ผู้อำนวยการ คณะกรรมการผู้รับสมัครเข้มงวด ผู้สมัครปฏิบัติตามกติกาเลือกตั้ง การเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมข่าวความคืบหน้าการเลือกตั้งครั้งนี้ก่อนที่จะมีการลงคะแนน ในวันที่1ก.พ.2568 ใครจะชนะเลือกตั้งเป็นนายก และส.อบจ. ชี้ชะตาจังหวัดเชียงราย จะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / ชิงนายกอบจ. และ ส.อบจ. วันแรกคึกคัก มีตัวแทน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย ส่งตัวแทนชิงเก้าอี้อย่างดุเดือด / องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องปีใหม่ 2568

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 23 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายว่า ที่บริเวณโดมเอนกประสงค์ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ที่ กกต.ใช้เป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นวันรับสมัครวันแรก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของกองเชียร์และผู้สมัครมีมาเฝ้ารอตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ 07.30 น. ซึ่งก่อนถึงเวลารับสมัคร โดยทางคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งได้จัดเตรียมสถานที่ไว้อย่างเป็นระบบ จัดโซนผู้สมัคร ผู้ติดตามและกองเชียร์อย่างชัดเจน

นายวนาชาติ วงศ์พุทธา ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะ ผอ.การเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่คณะกรรมการ คอยรับสมัครและอำนวยความสะดวกให้กับผู้มารับสมัคร โดยในวันนี้มีผู้มาสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.จำนวน 3 คน โดยคนแรกเป็นว่าที่ร้อยตรีภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 พร้อมคณะผู้สมัคร สจ.จากกลุ่มเพื่อไทบึงกาฬ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย คนที่ 2 นายฉัตราวุฒ ทองสัมฤทธิ์ ในนามอิสระ คนที่ 3 นางแว่นฟ้า ทองศรี ดีกรีภริยา ดร.ทรงศรี ทองศรี รมช.มหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ(แชมป์เก่า) พร้อมคณะผู้สมัคร สจ.จากกลุ่มฅนบึงกาฬ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย

หลังจากนั้น ทางคณะกรรมการจึงได้ให้ตามเวลาลงทะเบียนการรับสมัคร รับเบอร์ผู้สมัครนายก อบจ. ผลปรากฏว่าการลงทะเบียน ว่าที่ร้อยตรีภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น กลุ่มเพื่อไทบึงกาฬ จากพรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 1 นายฉัตราวุฒ ทองสัมฤทธิ์ ได้เบอร์ 2 ในนามอิสระ นางแว่นฟ้า ทองศรี จากพรรคภูมิใจไทย ได้เบอร์ 3 จากนั้นคณะกรรมการได้ดำเนินการจับสลากผู้สมัคร สมาชิก อบจ.ในแต่ละเขต ทั้ง 24 เขตซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางกองเชียร์ที่เดินทางมาให้กำลังใจและมอบดอกไม้ พวงมาลัยคล้องคอ ผูกผ้าขาวม้า กันอย่างคึกคักให้กับผู้สมัครของตนที่มาสมัครและจับสลากเอาเบอร์

ส่วนพรรคประชาชน ส่งผู้สมัครแค่สมาชิก อบจ. 2 เขต มี ส.อบจ.เมืองบึงกาฬ เขต 1 และ ส.อบจ.เซกา เขต 3 เท่านั้น ด้านนายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า เชิญชวนประชาชนชาวบึงกาฬออกมาใช้สิทธิ์ ในครั้งนี้ให้มากๆ เลือกคนที่ท่านรักที่ท่านชอบ ช่วยบริหารท้องถิ่น พัฒนาบึงกาฬร่วมกัน และยืนยันว่า การเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. บึงกาฬ ด้วยความโปร่งใส และยุติธรรม

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

บึงกาฬ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2568

วันที่ 23 ธ.ค. เวลา 08.30 น. ที่ฐานปฏิบัติการ ร้อยอย.ฉก.ทพ.2108 บ.ภูสวาท ม.6 ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2568 มอบแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจกองกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่ จ.บึงกาฬ

โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พล.ต. สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ
พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พ.ต.อ.ธานินทร์ ผิวละเอียด
ผกก.บุ่งคล้า พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.อ. อินทราวุธ ทองคำ ผบ.ฉก.ทพ.21

พร้อมด้วยกำลังพล ร้อย.ฉก.ทพ.2108และหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ร่วมให้การต้อนรับ“หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่งานตามแนวชายแดน ทุกนาย”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานวันดินโลก ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage/ส.ส.ภูมิใจไทยนราฯ ส่งพี่ชายสู้ศึกนายก อบจ.หวังถล่มเก้าอี้กูเซ็ง และนายกเทศบาลเมืองนราที่พรรคกล้าธรรม

นราธิวาส จัดงานวันดินโลก ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage : ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9

วันนี้ (23 ธ.ค.67) นายสุชล แก้วเกาะสะบ้า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 เปิดงานวันดินโลก ประจำปี 2567 ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส โดยการจัดงานในปีนี้ (2567) เป็นครั้งที่ 10 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage : ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน”

เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานแห่งพระบรมราชนกนาถ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน และการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเผยแพร่ผลสำเร็จจากการพัฒนาของศูนย์ฯ พิกุลทอง ให้แก่ประชาชนสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติต่อตนเอง และชุมชน ให้ได้รับประโยชน์โดยสุขทั่วกัน

นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า วันดินโลก (World Soil Day) เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวง รัชกาลที่ 9 ต่อมาวันที่ 16 เมษายน 2556 กรรมการบริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีโครงการในพระราชดำริมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้ การจัดแสดงนิทรรศการ การให้บริการตรวจวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน สาธิตการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร/สินค้าแปรรูปของศูนย์ฯ การนั่งรถลากพ่วงชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต นอกจากนี้ยังมีการมอบสิ่งของสำหรับเกษตรพื้นที่ขยายผลของศูนย์ฯ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 55 ชุด ด้วย
/////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

ส.ส.ภูมิใจไทยนราฯส่งพี่ชายสู้ศึกนายก อบจ.หวังถล่มเก้าอี้กูเซ็งและนายกเทศบาลเมืองนราที่พรรคกล้าธรรม

รายงานข่าวความคืบหน้าการรับสมัครว่าที่นายก อบจ.นราธิวาส และสมาชิก อบจ.วันแรกในช่วงบ่าย จากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า ล่าสุดก่อนที่จะมีการปิดรับสมัคร ได้มี ดร.ซาการียา สะอิ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ได้นำตัวพี่ชายคือ นายอับดุลลักษณ์ สะอิ ซึ่งเป็นนักธุรกิจก่อสร้างติดอันดับของ จ.นราธิวาส ภายใต้ทีมเปลี่ยน ที่มีนายนัจมุดดีน อูมา ปธ.คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นหัวเรือใหญ่

เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.นราธิวาส เพียงตำแหน่งเดียว โดยที่ไม่มีสมาชิก อบจ.แต่อย่างใดซึ่งถือว่าเป็นคนที่ 2 ที่ได้ออกมาแสดงตัวต่อสู้ศึกการเลือกตั้งในครั้งอย่างชัดเจนอีก 1 คน นอกเหนือจากนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีต นายก อบจ.นราธิวาส 5 สมัย และนายไพซอล อาแว นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งถือว่าเป็นผู้สมัครนายก อบจ.นราธิวาส คนที่ 3 ได้แสดงความจำนงจะเดินทางมาสมัครในวัน 26 .ค.67 ที่จะถึงนี้ โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอนการลาออกจากตำแหน่ง

ทำให้การสู้ศึกในตำแหน่งนายก อบจ.นราธิวาส จากรายชื่อผู้สมัครทั้ง 3 คน เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณต้องรอการตัดสินการใช้กลเม็ดและกลยุทธในการหาเสียง เพื่อที่จะสามารถดึงหัวใจของประชาชน มาครอบครองให้มากที่สุดซึ่งนายอับดุลลักษณ์ แม้ลงเล่นการเมืองครั้งแรก แต่ถือว่ามีประสบการณ์ไม่ใช่น้อย เนื่องจากในช่วง ดร.ซาการียา น้องชายลงพื้นที่หาเสียงในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จึงถือว่าทั้ง 3 คน ที่ลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาส ในครั้งนี้ มีภาษีถือไพ่พอๆกัน คงต้องรอคะแนนเสียงความพอใจของประชาชนในวันที่ 1 ก.พ.68 เป็นผู้ตัดสิน
///////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประธานมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง ตั้งโรงทาน มอบข้าวสารให้ประชาชน ทั้งอ.หนองม่วง มากกว่า 2,800 ถุง

วันที่22 ธันวาคม 2567 เวลา 08.00 น. เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง ครบ 5 ปี ต.หนองม่วง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานพิธี นายนรินทร์ คลังผา ส.ส.จังหวัดลพบุรี เขต4 ข้าราชการ พ่อค้าประชาชนเดินทางมาร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง ซึ่งในช่วงเช้าได้มีพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พิธีจุดตะเกียงบูชาดาวเสริมโชค เสริมมงคล ต่อดวงชะตาชีวิตให้กับครอบครัวและประชาชนทุกคน

มูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง ตั้งอยู่เลขที่ 188 หมู่ที่ 6 ต.หนองม่วง อ.หนองม่วง ลพบุรี ถนนสายโคกสำโรง-หนองม่วง หน้าบริเวณอาคารตึกแถวที่ทำการมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง มีชาวบ้านกว่า 2 พันคน มายืนเข้าคิวต่อแถวยาวกว่า 100 เมตร เพื่อรับข้าวสาร และอาหารปรุงสุกจากโรงทานกว่า 30 ร้าน มีทั้งอาหารหวานคาว ขนม น้ำดื่ม และผลไม้ ประชาชนยืนรอต่อแถวต่อกันเป็นแถวยาว โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง คอยกำกับดูแล แจกคูปองอย่างมีระบบ และมีระเบียบ ซึ่งชาวบ้านที่มารับอาหารทุกรายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นายนันธชัย เตียวสมบูรณ์กิจ อายุ 51 ปี รองประธานมูลนิธิฯ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ถึงประวัติความเป็นมา ที่มูลนิธิจิ้นง่วนเส็งได้ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติประวัติรางวัลชีวิตให้กับ ”ป๋าเฉี่ยง” และเป็นการเชิดชูวงศ์ตระกูลและบรรพบุรุษ หวังเพื่อเป็นการช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ รวมถึงการบริจาคโลงศพให้กับศพไร้ญาติ สิ่งจำเป็นสำหรับศพ ไร้ญาติ ช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย พิการ รวมถึงจัดส่งผู้เจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ หรือศพผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมผู้มีจิตศรัทธา รวบรวมของบริจาคเช่นทรัพย์สิน สิ่งของเพื่อนำไปก่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ในโอกาสครบรอบการก่อตั้งมูลนิธิฯ ครบ 5 ปี นายวิบูลย์ นางรัชนี เตียวสมบูรณ์กิจ นายชนาเมธ เตียวสมบูรณ์กิจ นายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ พร้อมครอบครัว ได้จัดทำเกียรติบัตรให้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ จำนวน 2 รางวัล “รางวัลมังกรแดง” พร้อมเงินสดรางวัลละ 5,000 บาท จากการโหวตทีมกู้ภัยทั้งหมด 28 คน ได้รับรางวัลได้รับรางวัลเพียง 2 ท่านที่ได้กระทำคุณงามความดีช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

โดยได้รับเกียรติจาก นายปัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นผู้มอบ ก่อนที่จะแจกอาหาร ข้าวสาร ให้กับชาวบ้าน ที่มารอรับ ซึ่งการแจกรองทานอาหารเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึงเวลา 15.00 น. เพื่อเลี่ยงความแออัดของชาวบ้านที่มารอรับ ลดการคับคั่งจราจรบนเส้นทาง โดยทุกคนที่มา ที่มีคูปองจะได้รับแจกทุกคน หลังจากรับประทานอาหารจากโรงทานเสร็จก็รับข้าวสารกลับบ้าน ประชาชนที่มาต่างยกมือท่วมหัวอนุโมทนากุศล ที่ทุกครั้งที่เดือดร้อน ถึงทางตันมาที่มูลนิธิฯ แห่งนี้ จะได้รับความช่วยเหลือไม่มีความลังเล

โดยท่านปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรียังได้กล่าวอีกว่า จากคำกล่าวรายงาน ของคณะกรรมการจัดตั้งมูลนินิธิจิ้นง่วนเส็ง จะเห็นได้ว่า ได้ก่อตั้งมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง เป็นองค์กรที่ ช่วยเหลือประชาชน เพื่อบริจาคโลงศพ และ
สิ่งจำเป็นให้กับ ศพไร้ญาติ ให้การช่วยเหลือต่อผู้เจ็บป่วย ผู้พิการ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือกู้ภัย ประรวมถึง จัดส่งผู้เจ็บป่วย ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ หรือศพผู้เสียชีวิต เพื่อ เป็นศูนย์รวมผู้มีจิตศรัทธา รวบรวมของบริจาคเช่น ทรัพย์สิน และสิ่งของเพื่อนำไป

ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอยู่เป็นประจำในการจัดสัมมมาครั้งนี้ ผมรู้สึกได้ถึงความตั้งใจของคณะกรรมการผู้จัดงานที่ได้จัดทำบุญ จัดตั้งโรงทาน และแจกข้าวสารให้กับประชาชนได้นำกลับไปใช้ชีวิตประจำวันของทุกท่าน ขอขอบคุณคณะ ผู้ดำเนินงาน และผู้เกี่ยวข้องในการจัด
กิจกรรมทุกท่าน ขอให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / “พรรคเพื่อไทย” เปิดตัวผู้สมัคร โทนี่วีดีโออ้อนคะแนน คนเสื้อแดง สู้ศึกนายกอบจ.เชียงราย

“พรรคเพื่อไทย” เปิดตัวผู้สมัคร โทนี่วีดีโอทักทายอ้อนคะแนน คนเสื้อแดง ชาวเชียงรายสู้ศึกนายกอบจ.เชียงราย ส่งสจ.ครบทุกเขต ช่วยสลักจฤฎดิ์ ว่าที่นายกอบจ.คนใหม่พัฒนาเมืองเชียงราย โชว์วิสัยทัศน์เกทับนโยบายคู่ต่อสู้ หลังได้เบอร์ ประเดิมเดินสายปราศัยใหญ่ถิ่น อดีตนายกอบจ.เชียงราย

พื้นที่เขต3 อำเภอเทิงต่อคนนับหมื่น ระดมสส.เพื่อไทยช่วยหาเสียงช่วงชิงคะแนนย้ำต้องเพื่อไทยเท่านั้นที่จะประสานรัฐบาลแก้ปัญหาพัฒนาเชียงราย
เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 22 ธันวาคม 67 ที่ห้องประชุมใหญ่สโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ว่าที่ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงราย สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภาจังหวัดเชียงราย ทั้งครบ 36 เขต ของจังหวัดเชียงราย

โดยหลังจากเปิดตัวผู้สมัครแล้ว ได้ปราศัย เปิดนโยบายหลัก 5ข้อ 1.นโยบายผลักดันสินค้าและบริการเชียงราย สู่แบรนด์ระดับโลก ส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย และจัดเทศกาลนานาชาติ 1.โดรนการเกษตรประจำตำบล ตั้งศูนย์โดน 124ตำบล พร้อม 1ตำบล1 นักบินโดรน ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต และแก้ปํญหาไฟป่า 3.ศูนย์บาดาลเพื่อการเกษตร จัดตั้งศูนย์บาดาลเพื่อให้เกษตรมีแหล่งน้ำเพียงพอ และใช้ระบบระบบน้ำประหยัดพลังงาน 4.ถนนเศรษฐกิจวัฒนธรรมรอบสถานี พัฒนา รอบสถานี 18แห่ง

ส่งเสริมการค้าชุมชน จัดระบบขนส่ง EV Cars เขื่อมโยงจากสถานีหลักสู่สถานีมหาวิทยาลัย อำเภอแม่จัน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน 5 ทุ่งนาสนามกล์อฟและ Homestay Agrourism พัฒนาท้องเที่ยวเชิงกีฬา โฮมสเตย์ใน ทุกตำบล
ศูนย์บริการของรัฐและชุมชน การกระจายรายได้ให้ชุมชน ประโยชน์ ชาวบ้านและชุมชนที่จะได้รับ การสร้างงานท้องถิ่น การเพิ่มมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนา

ด้านเมืองแห่งความเป็นเลิศระดับโลก เชียงรายครัวอาหารปลอดภัยของชาติ เมืองหลวงชากาแฟของโลก เมืองกีฬาระดับโลก เมืองศิลและศิลปะระดับโลก นางสลักจฤฎดิ์ ยังได้กล่าวสร้างความมั่นใจในการชิงคะแนนคว้าชัยในตำแหน่งนายกจากอบจ.คนเก่าได้อย่างแน่นอนและขอให้ประชาชนคนเชียงรายเสื้อแดงและคนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงเชียงรายโปรดเลือกพรรคเพื่อไทย สลักจฤฎดิ์ ติยะไฟรัตน์ สานนโยบายรัฐบาลรัฐบาลเพื่อให้เชียงรายเป็นเมืองเศรษกิจพิเศษอย่างสมบูรณ์

ธนกฤต วรรมณี ทีมข่าว เชียงรายรายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.เปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดใช้ ถ.มห.3019 แยก ทล.212 – บ้านบางทรายใหญ่ มุกดาหาร

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดใช้ถนนมห.3019 แยก ทล.212 – บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนเดินทางอย่างสะดวกและปลอดภัย

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม​ 2567​ เวลา 9.00 น. นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ของกระทรวงคมนาคม พร้อมเปิดใช้ถนนสาย มห.3019 แยก ทล.212 – บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า​ กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท สนับสนุนการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงถนนสายดังกล่าวให้ความสมบูรณ์

ตามนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจเพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สองสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและจังหวัดใกล้เคียงสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนส่งเสริมการเพิ่มขีด สมรรถนะทางเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายส่งเสริมและยกระดับเปิดประตูการค้าการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทุกมิติ

สำหรับพื้นที่โครงการตั้งอยู่บริเวณตำบลโพนทรายและบางทรายใหญ่อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหารมีจุดเริ่มต้นบริเวณ ทล.12 และไปสิ้นสุดที่บริเวณ ทล.212 ซึ่งในช่วง 4 กิโลเมตรแรกจะขยายถนนจากสองช่องจราจรเป็นสี่ช่องจราจรส่วนที่เหลือดำเนินการก่อสร้างถนนใหม่ทั้งหมด

ไปถึงจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมกับสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สองโดยเป็นถนนผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดสี่ช่องจราจรไปกลับและทางเท้าบริเวณชุมชนพร้อมสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กสี่แห่งติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเครื่องหมายจราจรสิ่งอำนวยความ ปลอดภัยและและระบบระบายน้ำน้ำใช้งบประมาณ 804.159 ล้านบาท

ทั้งนี้มีนายวรญาณบูรณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารพร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมสื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับโดยมีนายมนตรีเดชาสกุลสมอธิบดีกรมทางหลวงชนบทเป็นผู้กล่าวรายงาน

ภาพ​/ข่าว​ BB ชญาภรณ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมพลคนรักมวย เพื่อส่งเสริมมวยต้นกล้ามวยไทยให้ห่างไกลยาเสพติด

วันที่ 21 ธันวาคม 2567 ศึกรวมพลคนรักมวย เพื่อส่งเสริมมวยต้นกล้ามวยไทยให้ห่างไกลยาเสพติด ประธานกิตติมศักดิ์ กิตติมศักดิ์ ตระกูลฤทธิ์บำรุง ( อบต.เก่ง ) และเป็นวันคล้ายวันเกิดด้วย และเจ้าของค่ายมวยแต่ละค่ายก็เอากระเช้ามาร่วมอวยพร หลายๆค่ายและเพื่อนสนิทมิตรสหายและแฟนมวยอีกหลายท่าน

ที่มาร่วมงานครั้งนี้ และได้ให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักมวย นายอานนท์ ธรรมเจริญ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเเลง (รองติ่ง) ผู้ใหญ่ ปรีชา สกุลชื้อ (ผช.โก) และนายศุภเกียรติ ลิขิต
และ นาย วสันต์ ยอดสร้อย รองประธานสภา อบต.เขาไม้แก้ว
และเจ้าของค่ายมวยใต้เพชรบุรีก็ขึ้น

ให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย และโชควิทยาและรายชื่อผู้สนับสนุน
คุณ ภาวัต ปานนิวัฒน์สมชาย พัทยาปราการชัย ดีบุญชัยครูดวงเด่น เหมาะสนาม
ป้อม พัทยา และแดเนียล ชิลค์มวยไทย และขาดไม่ได้ 2 ท่านนี้
คู่แฝดภาคตะวันออก หมวดมด

ศิษย์ผู้พันตู่ น้องนิคม 2 โปรโมเตอร์ หนึ่งพิชิต ศิษย์ผู้พันตู่ ดูแลค่ายมวย ณ.สนามมวยชั่วคราวนิคมพัฒนาซอย 13 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง
เอ คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“เฉลิมชัย” ติดตามการทำหมันลิงเขาช่องกระจก/บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568/บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568/ผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1/หาชมยาก ช้างป่ากุยบุรีพลอดรักกลางธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.67 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม โครงการการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าในเมืองโดยการควบคุมประชากรลิง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่บริเวณพื้นที่เขาช่องกระจก อ.เมือง จ.ประจวบฯ มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม ให้การต้อนรับ

โดย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยจุดตรวจคัดกรองสุขภาพลิง จัดทำประวัติ ก่อนดำเนินการทำหมันลิงทั้งเพศผู้และเพศเมีย จากนั้นจะมีการสักทำสัญลักษณ์ที่แขนของลิงที่ทำหมันแล้ว บางตัวหากตรวจพบเป็นโรคสัตวแพทย์จะให้ยารักษา ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 – 30 ธ.ค.67 มีเป้าหมายทำหมันลิงจำนวน 300 ตัว พร้อมกันนี้ ดร.เฉลิมชัยได้มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมระบุว่า จะมีการเคลื่อนย้ายลิงแสมเขาช่องกระจกบางส่วนไปไว้ที่กรงพักพิงลิงที่ทางกรมอุทยานฯ ได้จัดเตรียมไว้ที่หัวหินเพื่อลดจำนวนลิงลง โดยโครงการการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าในเมืองโดยการควบคุมประชากรลิง เป็นไปตามนโยบายแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมประชากรลิงไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้นจนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว.

นายภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์สัตว์ป่า ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กระบวนการทำหมันลิงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาลิงแสมเขาช่องกระจก ซึ่งจะเขื่อมโยงไปถึงการดูแลคนและสิ่งแวดล้อมด้วย โดยขณะนี้สามารถจับลิงมาทำหมันได้แล้วกว่า 100 ตัว จากเป้าหมาย 300 ตัว ซึ่งที่โรงพยาบาลสนาม จะมีการคัดกรอง จัดทำประวัติ ทำหมัน ทำบัตรประชาชนลิง จากประสบการณ์ที่ทำหมันลิงมา ลิงจะเป็นหมัน 100% ไม่มีการตั้งท้องอีก ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญของปัญหาลิงคือการที่คนให้อาหารลิงอย่างไม่เหมาะสม ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่คนกินซึ่งมีรสชาติหวาน หอม มีพลังงานสูง ทำให้ลิงร่างกายแข็งแรง มีโอกาสขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นทำให้จำนวนประชากรลิงมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่วนการเคลื่อนย้ายลิงบางส่วนไปยังสถานที่ที่มีความเหมาะสมกว่า ทางกรมอุทยานฯ มีโมเดลที่ทำแล้ว

ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน รวมทั้งลิงเองก็จะปลอดภัย เพราะจากการตรวจสุขภาพลิงที่ รพ.สนาม พบว่าบางตัวมีลูกแก้วในคอ มีบาดแผลจากการโดนกัด ขนร่วงเป็นขี้เรื้อน บางตัวพบเป็นโรคไต สาเหตุจากอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมโดยเฉพาะด้านโภชนาการ ถือเป็นผู้ป่วยที่ต้องดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรม และหาพื้นที่เหมาะสมให้อยู่ หากมีการบริหารจัดการลิง คน สิ่งแวดล้อม เชื่อว่าเขาช่องกระจกจะเป็นแลนมาร์กสำคัญของ จ.ประจวบฯ โดยควรจะเหลือลิงไว้ในจำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณอาหารในพื้นที่.

บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ เตรียมจัดงานทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2568 ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลานเดอะ สแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน โดยงานนี้ถือเป็นงานที่ทางบลูพอร์ต หัวหิน จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เพื่อให้บุคลากรในองค์กร ร้านค้า ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งร่วมกัน เพื่อเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว เสริมโชคลาภ และความราบรื่นในชีวิตการงาน ต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงและร่วมกันส่งเสริมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป

ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่จ.ประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลาน เดอะสแควร์ บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร.032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Blupor

ผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1 ราย ให้ได้โดยเร็วที่สุด คืบหน้าผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1 ราย ล่าสุดผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ คาดว่าหนีกบดานในป่าชายแดนไทย-เมียนมาร์**

วันที่ 20 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุอดีตผัวเก่าใช้อาวุธปืนดักยิงผัวใหม่ และญาติบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย ในที่เกิดเหตุ คืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ดูแลฝ่ายงานสืบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้งภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรอ่าวน้อย เจ้าหน้าที่ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปภ.) ประชุมร่วมหารือกับชุดสืบสวนภูธรภาค 7 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย เพื่อวางแผนเร่งติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะหนีกบดานหลบซ่อนตัวอยู่ตามบ้านญาติหรือคนรู้จัก

ในป่าสวนยาง และตามช่องทางธรรมชาติแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ เนื่องจากช่องทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติ และโจรกรรมรถจักรยานยนต์ รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายอื่นส่งขายข้ามประเทศพร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณที่พบรถจักรยานยนต์ล้มและจุดพบศพผู้เสียชีวิตถูกยิง เพื่อหาพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม ก่อนสืบสวนหาพยานบุคคลจากญาติพี่น้อง และคนรู้จักใกล้ชิดในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว โดยผู้ก่อเหตุชื่อ นายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัวอยู่ในพื้นที่บ้านย่านซื่อ หมู่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่จุดเกิดเหตุ โดยแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น , พยายามฆ่า , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดูแลฝ่ายงานสืบสวน เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับคำสั่งจากรักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กำชับให้มาเร่งรัดสอบสวนติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้วซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับติดตามจับกุมตัวต่อไป ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อื่นแต่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มานาน มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว และเป็นคนไทย เคยถูกจำคุกมาก่อนและพึ่งพ้นโทษออกมา ซึ่งมูลของการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวแต่ทางตำรวจยังไม่ได้มีการตัดประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องออกไป ซึ่งอยู่ในสำนวนของการสอบสวน ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้สืบภาค สืบจังหวัด และสืบสวน สภ.อ่าวน้อย สนธิกำลังระดมไล่ล่าจับกุมหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งถ้าหากผู้ก่อเหตุหนีข้ามแดนทางตำรวจได้มีการประสานหน่วยงานความมั่นคงชายแดนในพื้นที่ไว้แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นผู้ก่อเหตุกระทำคนเดียวคาดว่าอาจมีปัญหาความแค้นส่วนตัว และเรื่องของชู้สาว

หาชมยาก ช้างป่ากุยบุรีพลอดรักกลางธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว


เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.67 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า มีการบันทึกภาพช้างป่าวัยเจริญพันธุ์ขณะกำลังเกี้ยวพาราสีและผสมพันธุ์กันภายในผืนป่ากุยบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยาก การเกี้ยวพาราสีช้างเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสามสัปดาห์ของการปรับตัวให้เข้ากับการสืบพันธุ์ของช้างเพศเมีย ซึ่งเรียกว่าวงจรการเป็นสัด และเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศของผืนป่ากุยบุรี

การผสมพันธุ์ของช้างป่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูหนาว โดยช้างเพศเมียจะเริ่มพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 18-20 ปี และจะสิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุราว 40-50 ปี ทั้งนี้ ช้างเพศเมียจะตั้งท้องนานประมาณ 19-21 เดือน และมักให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว โดยจะมีระยะห่างระหว่างการตั้งท้องแต่ละครั้งประมาณ 3 ปี ตลอดช่วงชีวิตของช้างเพศเมีย 1 ตัว จะสามารถให้กำเนิดลูกได้เฉลี่ย 3-4 ตัว ซึ่งภาพความประทับใจในครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนถึงความสำเร็จใน

การอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่านานาชนิด
ผืนป่ากุยบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการอนุรักษ์ช้างป่าในประเทศไทย ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าจำนวนมาก การพบเห็นพฤติกรรมการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติเช่นนี้ จึงเป็นความหวังของการดำรงอยู่และการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของช้างป่าไทยต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781



​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/เลขาธิการ ป.ป.ส. ควงแม่ทัพภาค 2 ลงเรือตรวจสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-ลาว จ.มุกดาหาร

วันที่ 21 ธันวาคม​ 2567​ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ

คณะ เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนทางน้ำตามแนวชายแดนไทย-ลาว บริเวณเลียบแม่น้ำโขง พื้นที่อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล โดยเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองทั้งช่องทางท่าข้ามที่อาจจะใช้ในการลักลอบทำผิดกฏหมาย และป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของชาติ

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นมาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามแดน และป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ตามแนวชายแดน เน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันสกัดกั้นการสกัดการกระทำผิดกฎหมายตามชายแดนในการปราบปรามสิ่งผิดกฏหมายข้ามชาติทุกชนิดอย่างเด็ดขาดอันเป็นการสนองต่อนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการปราบปรามปัญหายาเสพติด ซึ่งรัฐบาลถือเป็นนโยบายเร่งด่วน และวาระแห่งชาติ

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า จากผลการปฏิบัติที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จึงประกาศกำหนดพื้นที่มีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ให้หน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยรับผิดชอบพื้นที่อำเภอชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 18 ธันวาคม 2567 ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร สามารถจับกุม 22 ครั้ง ผู้ต้องหา 17 ราย โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 17,804,240 เม็ด, ไอซ์ 0,053 กิโลกรัม, เคตามีน 1.79 กิโลกรัม, ยาอี 1,484 เม็ด และ ฝิ่น 0.66 กรัม

ปปส #กองทัพภาคที่2 #นรข #สถานีเรือมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดงานเดินแบบผ้าไทยย้อนยุคในงาน “113 ปี / หัวหินถิ่นมนต์ขลัง ต้อนรับขบวนรถโบราณร่วมงาน หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22”

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 ธ.ค.67 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน “113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง” มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางสาวกิรดา ลำโครัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ

นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ คณะผู้บริหารเทศบาลฯ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชมงานพร้อมถ่ายภาพคู่อุโมงค์ไฟกันอย่างคึกคัก จากนั้น รองผู้ว่าประจวบฯ ได้เดินชมนิทรรศการแต่ละโซน และชมการแสดงแสงสีเสียง ก่อนนำนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์ จำนวน 90 คน เดินแบบชุดไทยย้อนยุคการกุศลอย่างสวยงามตระการตาชุด “มนต์สมัยแห่งอาภรณ์” ในธีมชุดไทย รัชกาลที่ 7, ชุดแกสบี้ วนิดา และปริศนา ซึ่งเป็น 1 ในกิจกรรมของงาน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้คลินิกทะเลใจ โรงพยาบาลหัวหิน 

เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ บริษัทบุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด และหน่วยงานต่างๆ กำหนดจัดงาน “113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง” ขึ้น ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีชีวิตความเป็นเมืองหัวหินอันเก่าแก่จากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวประวัติของหัวหินในอดีต เช่น วังไกลกังวล สถานีรถไฟหัวหิน สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ตลาดฉัตร์ไชย เป็นต้น รวมถึงการประกอบอาชีพ วิถีชีวิตการกินอยู่ของชาวหัวหินที่มีมายาวนานถึง 113 ปี ให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนรุ่นหลังได้รับทราบ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ความสุขแก่ประชาชน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ แบ่งเป็น 6 โซน โซนที่ 1 “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” การแสดงแสงสีเสียงและสื่อผสม 113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง ชุด “มนต์เสน่ห์จากสมอเรียงสู่หัวหิน” การแสดงที่จะพาคุณไปพบเรื่องราวแห่งมนต์เสน่ห์และปลุกความสว่างไสวแห่งเรื่องเล่าประวัติศาสตร์อันมีความงดงามจากสถาปัตยกรรมสมัยวิกตอเรียนของสถานีรถไฟหัวหินเป็นฉากหลัง / โซนที่ 2 “มนต์กาลแห่งล้นเกล้า” นิทรรศการที่จะพาคุณย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและความผูกพันอันลึกซึ้งของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” กับ “หัวหิน” เมืองเล็กๆ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย / โซน 3 “มนตราแห่งราตรี” นิทรรศการแสงไฟ (Lighting Show) เพลิดเพลินไปกับการประดับประดาดวงไฟที่จะเนรมิตค่ำคืนแห่งลมหนาวให้กลายเป็นค่ำคืนอันอันสุกสกาวท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายอันอบอวลอดีตวันวานของ “สถานีรถไฟหัวหิน” 

โซน 4 “มนต์วิถีแห่งหัตถศิลป์” กิจกรรมสาธิต Art and Craft Workshop ที่คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ และสนุกสนานไปกับการประดิษฐ์งานฝีมือระดับภูมิปัญญาจากศิลปินพื้นถิ่นที่พร้อมจะถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าผ่านงานหัตถศิลป์ อาทิ การสาธิตทำขนมลูกชุบ การสาธิตจากร้านผ้าโขมพัสตร์หัวหิน / โซน 5 “มนต์มหัศจรรย์แห่งแดนดิน” โชว์การเดินแบบย้อนยุคการกุศลชุด “มนต์สมัยแห่งอาภรณ์” ในธีมชุดไทย รัชกาลที่ 7, ชุดแกสบี้ วนิดา และปริศนา จากนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้คลินิกทะเลใจ โรงพยาบาลหัวหิน และ โซน 6 “มนต์จวักพื้นถิ่นแห่งภูมิปัญญา” การออกบูธอาหารและสินค้าพื้นถิ่นที่จะมาสำแดงรสชาติอันเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชม นอกจากนี้พบกับการประกวดมนต์มหัศจรรย์หนูน้อยหัวหินชิงเงินรางวัล 3 หมื่นบาท วาดลีลาลีลาศไปพบกับวงโฟร์ซิงเกิ้ลและวงค่ายธนะรัชต์ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านแต่งชุดไทยร่วมชมงานดังกล่าวได้จนถึงวันที่ 21 ธ.ค.นี้.   

หัวหินถิ่นมนต์ขลัง ต้อนรับขบวนรถโบราณร่วมงาน หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22”


เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.67 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) จ.ประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีฯ พร้อมด้วยนายพรชัย หนูสิทธิ์ อดีตนายสถานีรถไฟหัวหิน และชาวหัวหินร่วมให้การต้อนรับขบวนรถโบราณ รถคลาสสิคหลายสิบคัน นำโดย นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ในโอกาสที่สมาคมฯ ได้นำสมาชิกขับรถโบราณเดินทางมาร่วมงานหัวหินวินเทจคาร์ ครั้งที่ 22 พร้อมชมชุดการแสดงของนักเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองหัวหินและมอบทุนการศึกษาให้ ก่อนร่วมกันถ่ายภาพเช็คอินบริเวณสถานีรถไฟหัวหิน ซึ่งเป็นสถานีรถไฟคลาสสิคสวยที่สุดในประเทศไทย

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “งานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 โดยปีนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20-22 ธ.ค.67 เส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “มิตรภาพไร้กาลเวลา-Timeless Friendship” เพื่อให้เจ้าของรถได้รำลึกถึงความทรงจำที่คุ้นเคย แม้จะพบกันเพียงครั้ง จะยังจดจำมิรู้ลืม

โดยปล่อยขบวนจากพิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เข้าสู่เมืองหัวหิน เพื่อเก็บภาพสถานที่ประทับใจไว้เป็นที่ระลึก โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “วิทยา” อำลาตำแหน่ง 4 ปี ผุดโครงการพัฒนาท้องถิ่นกว่า 2,300 โครงการ/4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยา-ชลบุรี พร้อมจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชน/มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ พัทยา จัดงาน “เลี้ยง สุขสันต์วันคริสต์มาส 2568

ช่วงบ่ายวันที่ 19 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุมแก้วเจ้าจอม องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าฝ่ายทุกส่วนราชการ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ผู้อำนวยการสถานีอนามันเฉลิมพระเกียรติฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 12/2567 ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวาระครบการทำงานครบ 4 ปี ของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีชุดปัจจุบัน

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ตลอด 4 ปีบริหาร ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้นับความร่วมมือที่ดีในการทำงานจากทุกภาคส่วน ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือดังกล่าวที่ช่วยผลักดันท้องถิ่นให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น และในวันนี้ ซึ่งครบวาระการทำงานของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณและแถลงผลการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการตามที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ไว้ 7 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม 2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายคมนาคมขนส่ง 4.ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5.ยุทธศาสตร์การป้องกันปราบปรามและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 6.ยุทธศาสตร์การจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart environment) และ 7.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วรวมกว่า 2,300 โครงการ

มีรายงานด้วยว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าว กลุ่มข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พนักงานและลูกจ้าง ได้เตรียมดอกกุหลาบนำมามอบเป็นกำลังใจให้คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีเพื่อขอบคุณการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง ก่อนนายวิทยา คุณปลื้ม จะลงไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และเดินทางกลับ

ประชุมใหญ่ 4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยา-ชลบุรี พร้อมจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชน

วันที่ 19 ธ.ค.67 ที่โรงแรมราวินทราบีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดการประชุมใหญ่ประจำปี 2567 ของ 4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยาและจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย สมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี และสมาคมสปาแอนด์เวลเนสภาคตะวันออก

ด้วย ทางสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี โดย นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมฯ ซึ่งเป็นการรวมตัวของหน่วยงานภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี โดยมี 8 สมาคม และ 5 ชมรม ด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ สมาคมโรงแรมไทย

ภาคตะวันออก สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการศรีราชาและเกาะสีชัง สมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก สมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก สมาคมผู้บริหารอาหารและเครื่องดื่มภาคตะวันออก สมาคมเชฟภาคตะวันออก สมาคมอินเดียพัทยา ชมรมสปาเมืองพัทยา ชมรมผู้บริหารอาหาร และเครื่องดื่มเมืองพัทยา ชมรม FOMA PATAYA ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและที่พักเทศบาลเมืองแสนสุข เป็นต้น

โดยได้ประชุมหารือการดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเที่ยวท้องถิ่นต่อไปในปี 2568 เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพัทยาและชลบุรีให้มีศักภาพขึ้นไป ก่อนในช่วงค่ำจะเป็นการจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชนตามลำดับ

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ พัทยา จัดงาน “เลี้ยงขอบคุณ สุขสันต์วันคริสต์มาสและวันปีใหม่ 2568 รวมใจสร้างความดี”

ช่วงบ่ายวันที่ 20 ธ.ค.67 ที่ศูนย์ประชุมมหาไถ่ พัทยา บาทหลวงสุขุม ธนะสิงห์ ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้เป็นประธานกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน “เลี้ยงขอบคุณ สุขสันต์วันคริสต์มาสและวันปีใหม่ 2568 รวมใจสร้างความดี” โดยมี นางสาวฐิติพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา นายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ เลขาสภาเมีองพัทยา นายวันชัย แสนงาม รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ นางอัมพร แก้วแสง นายกสมาคมสถานบันเทิงเมีองพัทยา นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเลี้ยงอย่างเป็นกันเอง

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อขอบคุณผู้สนับสนุนตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดีและเสริมสร้างความร่วมมือในสังคม ภายในงานเพื่อนเก่าคุณพ่อเรย์ คุณเปรมปรีชา ทิพยวาน และคุณปีเตอร์ มาโลตรา ได้เล่าถึงคุณพ่อเรย์ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯได้อุทิศชีวิตบุกเบิกเพื่อช่วยเหลือผู้ยากลำบาก โดยเฉพาะคนพิการ เด็กกำพร้า และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้การศึกษา อาชีพ และโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

พร้อมทั้งอวยพร “วันปีใหม่ รวมใจสร้างความดี” โดยมี พระศรีปริยัติวรกิจ เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันแชร์ประสบการณ์ กล่าวถึงบทบาทของชุมชนความสำคัญการสร้างสังคมที่เกื้อกูล ส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะคนพิการและผู้ด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงโอกาสและบริการอย่างเท่าเทียม โดยเน้นย้ำถึงพลังของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การสนับสนุนด้านการศึกษา การสร้างอาชีพ ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส

มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ดูแลคนพิการ คนตาบอด เด็กพิเศษกว่า 600 ชีวิต ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เช่น การมอบทุนการศึกษา การจัดหาอุปกรณ์การเรียน การสนับสนุนอาหารกลางวัน หรือการเผยแพร่ข่าวสารของมูลนิธิฯ ผ่านโซเชียลมีเดีย มาร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการส่งมอบความสุขและสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมไปพร้อมกันต่อไปในอนาคต

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งาน “ OTOP CITY 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่า จากภูมิปัญญาไทย”

🎈จังหวัดน่าน นำของดีจังหวัดน่านร่วมงาน “ OTOP CITY 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่า จากภูมิปัญญาไทย” ระหว่างวันที่ 14 – 22 ธันวาคมนี้ ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี
🎈กรมการพัฒนาชุมชน จัดงานOTOP CITY 2024 ในระหว่างวันที่ 14 -22 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP)

เพิ่มช่องทางการตลาด ผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้ชุมชน ตลอดจนเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสกรเรียนรู้และเพิ่มทักษะในการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และ OTOP ชวนชิม ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้ให้ชุมชน และในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล

🎈จังหวัดน่าน มีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานจำนวน 24 ราย 24 บูท สรุปยอดจำหน่ายงาน “ OTOP CITY 2024 ”
ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ดังนี้

  1. บูท OTOP 3-5 ดาว จำนวน 12 ราย ยอดจำหน่าย จำนวน 169,263 บาท
  2. บูท OTOP ชวนชิม จำนวน 3 ราย ยอดจำหน่าย จำนวน 47,000 บาท
  3. บูทอื่นๆ จำนวน 9 รายได้แก่ OTOP Premium First Lady กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี Rest Area OTOP ขึ้นเครื่อง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ศิลปิน OTOP กระทรวงอุดมศึกษาฯ และแพทย์แผนไทย ยอดจำหน่าย จำนวน 391,400 บาท
    รวมยอดจำหน่ายประจำวันที่ 18 ธ.ค. 67 👍 รวมทั้งสิ้น จำนวน 607,663 บาท
    ผู้มียอดจำหน่ายสูงสุดประจำวัน 3 อันดับแรก ได้แก่
  4. บริษัท ดอยซิลเวอร์แฟคตอรี จำกัด (บูทศิลปิน OTOP ) ยอดจำหน่ายจำนวน 190,000 บาท
  5. กลุ่มสตรีอนุรักษ์ผ้าน่าน (บูทFirst Lady) ยอดจำหน่ายจำนวน 77,000 บาท
  6. กลุ่มสัมมาชีพบ้านนาทะนุง (บูทกระทรวงอุดมศึกษาฯ) ยอดจำหน่ายจำนวน 30,000 บาท

“OTOP City 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่าจากภูมิปัญญาไทยOTOPCity2024 #OTOP #OTOPCity2024Happy Marketกรมการพัฒนาชุมชน #CDDกระทรวงมหาดไทย #MOI#CDDNAN #Promotion Group

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ด่วน! กราดยิงดับแล้ว 2 ศพ เจ็บอื้อ เร่งไล่ล่าปิดล้อมคนร้าย ล่าสุดคนร้ายใช้ปืนปลิดชีพตัวเอง/ทช.เปิดเวทีฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนเลี่ยงเมือง ทล.212-222

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 19 ธ.ค.2567 ศูนย์วิทยุ 191 จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.หนองหัวช้าง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ หลังรับแจ้งจึงวิทยุด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหญ้านาง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ให้รีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดปราบปราม และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย โดย 1 ในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.หนองหัวช้าง ส่วนคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายศักรินทร์ สิงโต อายุ 30 ปี หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมกำลังตำรวจชุดปราบปราม กว่า 30 นาย ทำการปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อทำการไล่ล่าตัวคนร้าย

กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุ ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ ขณะที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมจุดเกิดเหตุนั้น เบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ทำการหลบอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลมากนัก ขณะเข้าทำการปิดล้อม

ได้มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ น่าจะใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ที่เข้าปิดล้อม อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ ปรากฏว่า พบศพผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตแล้ว

บึงกาฬ ทช.เปิดเวทีฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนเลี่ยงเมือง ทล.212-222
กรมทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบส่วนต่อขยายถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212-222 ระบายรถออกจากเมืองสร้างเส้นทางโลจิสติกส์และเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสะดวกรวดเร็วขึ้น

วันที่ 21 ธ.ค. ที่หอประชุมอำเภอเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ แขวงทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบส่วนต่อขยายถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212-222 อ.เมือง จ.บึงกาฬ โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ มี พร้อมด้วยผู้แทนกรมทางหลวงชนบท หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์โครงการ ซึ่งนำเสนอรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ การดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการ รวมถึงการสรุปประเด็นจากการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการ โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการอาทิ นายปรมินทร์ อรุณรัตน์ วิศวกรโครงการ นางสาวลัดดาวรรณ ศิลาชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ผศ.ดร.อนุชา เพียรชนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน มาร่วมให้ข้อมูลข้อเสนอแนะแก้ไขผลกระทบของโครงการ

นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ. กล่าวว่า วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้มีเวทีในการแสดงความคิดเห็น ให้ชาวบึงกาฬได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาต่างๆ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบโครงการได้นำข้อมูลไปปรับปรุงพัฒนาโครงการต่อไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากโครงการนี้คือชาวบึงกาฬทุกคน และสิ่งนี้คืออนาคตของจังหวัดบึงกาฬที่จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองเพิ่มมากขึ้นในวันข้างหน้า ประกอบกับการมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ -บอลิคำไซ ที่ใกล้จะเสร็จในต้นปีหน้า รวมถึงถนนทางหลวง 4 ช่องจราจร จ.อุดรธานี – จ.บึงกาฬ และสนามบินบึงกาฬ ในอนาคต ความเจริญและเชื่อมโยงต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่ง เป็นการแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จะนำมาซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สร้างรายได้ที่มากขึ้นของพ่อแม่พี่น้องชาวบึงกาฬทุกคน

สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ของการศึกษา ขอบเขตการศึกษาการตรวจสอบข้อจำกัดและเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะรูปแบบพัฒนาโครงการ รวมทั้งร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแนวสายทางโครงการอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ระหว่างประเทศในระยะ 2 กิโลเมตร

เพื่อเชื่อมโยงต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่ง เป็นการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการสร้างทางเชื่อมหรือ Missing Link ให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น และยังสามารถพัฒนาเป็น ทางลัดทางเลี่ยง เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทาง ท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ ได้อีกทางหนึ่ง กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท อาร์มมี่เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เอ็นไวโรนเมนท์ จำกัด และบริษัท เอเซีย แล็ป แอนด์คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาโครงการดังกล่าว ด้านนายสุนทร วังสะพันธ์ เสนอแนะว่าอยากให้สร้างถนนไปตามขอบหนองกุดทิง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ส่วนจุดตัดถนนต่างๆ ขอให้เป็นสี่แยกไฟแดงหรือ วงเวียน และจุดยูเทิร์นตามถนนหลวง 222 ขออย่าให้ห่างมากนักเหมือนทุกวันนี้ จะทำให้คนขี่รถจักรยานยนต์ขับย้อนศรจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนนายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้นำความเจริญมาสู่จังหวัดบึงกาฬ เราพยายามจะทำถนนเส้นนี้มานานเหลือเกิน เป็นการดีมากที่ กรมทางหลวงชนบทได้ออกแบบและรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เส้นนี้จะเชื่อมริมโขงจากด่านศุลกากรบึงกาฬ ตอนนี้ได้คุยกับบริษัทที่ปรึกษาถ้าทำถนนเชื่อมได้หรือเวนคืนได้ก็จะเป็นการดี ถ้าทำได้ถึงสุดริมโขงได้ก็จะดี เรื่องระดับเนื่องจากว่าโซนจากน้ำโขงถึงถนน212 ถ้าระดับบวก14 ระดับน้ำบ้านพันลำเมื่อกี้น้ำท่วมตรงถนนเส้นนี้ที่จะตัดถึงด่านศุลกากรบึงกาฬ ทำให้สูงกว่าระดับบวก14 เมตร จากตลิ่งป้องกันน้ำท่วมในอนาคตได้ อีกเรื่องคือระบบระบายน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำควรมีท่อระบายน้ำสู่หนองหรือคลองส่งน้ำ จะส่งผลกระทบน้ำท่วมขังได้

ส่วนตัวแทนจากหมู่ 11 บ้านแสนสุข เท่าที่ดูเห็นว่าโครงการสร้างเสร็จประมาณสัก 10 ปี ช่วงเวลาตรงนี้พอสมควรเลย หากเสร็จแล้วเศรษฐกิจและสังคม อีก 10 ปีข้างหน้าน่าจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น อยากให้สร้างสะพานข้ามแยกยกระดับเลยเป็นการออกแบบไว้อนาคต แล้วก็ในส่วนของสร้างถนนมีเส้นทางที่น้ำผ่านช่วงที่เป็นหนองน้ำท่วมมากทำคันกั้นน้ำหรือท่อระบายน้ำ 10 ปีข้างหน้าเดี๋ยวพอเปิดใช้น้ำจะได้ไม่ท่วม
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/สนง.พื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่า การบุกรุกผืนป่าของนายทุนในพื้นที่บ้านดอยสะโง้

19 ธันวาคม 2567 เวลา 10.30 น. คณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ประจำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) นำโดยนายปาวิณ ไวว่อง หัวหน้าสายตรวจปราบปรามฯ พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ ใจปิน หัวหน้าสวนป่าแม่มะ-สบรวก , ปลัดและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเชียงแสน , กำนันตำบลศรีดอนมูล , ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอยสะโง้ หมู่ที่ 7 และคณะทำงานตรวจสอบการแก้ไขปัญหาที่ดิน

กรณีนายเศกสันติ์ กองศรี กำนันตำบลศรีดอนมูล ทูลเกล้าถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือการบุกรุกผืนป่าของนายทุนในพื้นที่บ้านดอยสะโง้ เข้าร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่า ท้องที่บ้านดอยสะโง้ หมู่ที่ 7 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ผลการตรวจสอบ พบว่า มีการกระทำผิด 1 คดี แต่ไม่พบตัวผู้กระทำความผิด และได้ตรวจยึดพื้นที่ป่า

ในแปลงปลูกป่าสวนป่าแม่มะ-สบรวก ปี พ.ศ.2530 พื้นที่ถูกยึดถือครอบครอง จำนวน 1 แปลง รวมเนื้อที่บุกรุกทั้งหมด 48-2-52 ไร่ โดยกล่าวหาว่า มีความผิด ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน ”ก่อสร้าง แผ้วถางหรือเผาป่าหรือกระทำการด้วยประการใดอันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”

สำหรับค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายป่า (ค่าเสียหายของรัฐ) จะจัดส่งให้ภายหลัง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ ใจปิน หัวหน้าสวนป่าแม่มะ-สบรวก เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และนายบุญส่ง ยอดบุญศรี เป็นพยาน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินการตามระเบียบต่อไป…
..#ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ชมรมผู้สูงอายุ เทศบาล ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พุดไอเดีย พาผู้สูงอายุ สูดอากาศยามหนาวที่คิริตาคาเฟ Kirita Lopburi

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 14:00 น. ชมรมผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ได้นัดรวมตัวกันเป็นประจำของทุกเดือน เพื่อตรวจสุขภาพทางช่องปากและฟัน รวมถึงการแนะนำปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุจากคณะแพทย์พยาบาล มาคอยให้ความรู้ประจำทุกเดือน กับโครงการส่งเสริมกิจกรรมผูู้สูงอายุ มีนางนิสา ร่มจำปา ประธานชมรมผู้สูงอายุอำเภอโคกสำโรง

ในวันนี้มีประชาชนผู้สูงอายุเข้าร่วม ประมาณ 80 คน ประกอบด้วย
ชุมชน 1= 9 คน ชุมชน 2=7 คน ชุมชน 3 =16 คน ชุมชน 4= 10 คน ชุมชน 5= 12คน ชุมชน 6= 15 คน ชุมชน 7= 11 คน หลังจากตรวจสุขภาพปากและฟันแล้ว ทุกคนต่างมีความคิดพุดไอเดียขึ้นมาว่าเพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุ มองหาทำเลที่เหมาะและบรรยากาศดีๆใกล้ๆบ้าน และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอีกด้วย จึงพากันคิดถึงสถานที่ใกล้อำเภอโคกสำโรง

พากันมายังสถานที่เหมาะและสวยงามบรรยากาศที่ดี รายล้อมไปด้วยขุนเขา บรรยากาศธรรมชาติ ทัศนียภาพที่สวยงาม อยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จึงมารับอากาศหน้าหนาวบรรยากาศดีๆที่ควรแก่การพักผ่อนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ คิริตาคาเฟ ตำบลวังเพลิงอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยปัจจุบันนี้เมืองไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น รัฐบาลใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และให้มีกิจกรรม ในกลุ่มผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตจิตใจรวมถึงพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ โดยกลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลตำบลโคกสำโรง จะจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทางชมรมผู้สูงอายุจะเชิญเข้ากลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลตำบลโคกสำโรง เพื่อพบปะสังสรรค์แรกเปลี่ยนพูดคุยจะได้ไม่เงียบเหงา ในทุกวันเช้าๆ เย็นๆ

จะมีผู้สูงอายุบางคนออกร่วมกันเดินออกกำลังกาย บ้างท่านก็จะออกวิ่งเช้าๆ เย็นๆร่วมกัน สถานที่สนามอำเภอโคกสำโรง และแยกบายพาสโคกสำโรง – บ้านหมี่ สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ผบ.ทหารพรานที่ 23 มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน ไทย – กัมพูชา”

พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี โดยได้นำผ้าห่มกันหนาว จำนวน 200 ผืน พร้อมกับสิ่งของอุปโภคบริโภค มอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในการป้องกันชายแดน ซึ่งปัจจุบันมีสภาพอากาศหนาวเย็น

โดยได้รับมอบผ้าห่มกันหนาวจาก พระอาจารย์ไพรวัลย์ ทนฺตวีโร เจ้าอาวาสวัดบ้านเหมือดแอ่ อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ ที่ได้แสดงความห่วงใยและเห็นความสำคัญของทหารพรานที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของชาติตลอดแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ให้สามารถปฏิบัติงานช่วงฤดูหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ได้ให้โอวาทการปฏิบัติงานโดยเน้นย้ำความปลอดภัยในการลาดตระเวน ตามพื้นที่อันตรายต่างๆ ซึ่งอาจมีการลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนในห้วงเทศกาลปีใหม่นี้

ฉก.ทพ.23 ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.เกษตรฯ ติดตาม ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ฝนหลวงหัวหิน

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.67 นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามภารกิจการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำปี 2568 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน

ร่วมรับฟังการรายงานสถานการณ์และผลการทำงานตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.67 – ปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.67 ประกอบด้วย ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จ.ระยอง และ จ.กาญจนบุรี วางแผนปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ใช้เครื่องบินรวมจำนวน 10 ลำ ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ และ จ.ตาก วางแผนปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) พื้นที่ภาคเหนือ ใช้เครื่องบินรวมจำนวน 5 ลำ โดยมีการวางแผนการทำงานร่วมกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่การบินระดับความสูง และช่วงเวลาการบินตามกฎการบินสากล สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าการปฏิบัติการด้วยเทคนิคลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันโดยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือการสเปรย์น้ำ เพื่อทำให้เกิดช่องระบายฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบนในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลและพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศลดลงได้ และส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางและระดับดีตามลำดับ

มช.อิทธิ ศิริลัทธยากร กล่าวว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าขณะนี้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีกทั้ง ภายใต้นโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำว่า การปฏิบัติการเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 มุ่งดูแลสุขภาพของประชาชนให้ดีขึ้น และยังเป็นการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศอีกด้วย

ซึ่งตนในฐานะกำกับดูแลกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้สั่งการให้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ภาคเหนือ และพื้นที่เป้าหมายอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากPM 2.5 โดยให้ความเชื่อมั่นว่ากรมฝนหลวง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเน้นปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และจะสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ลดลงได้.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี ส่งเสริมอาชีพทำนาในท้องถิ่น อ.บางละมุง

เวลา 16.30 น.วันที่ 17 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกิจกรรมปลูกข้าววันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ อนุรักษ์ภูมิปัญญา อาชีพทำนาในท้องถิ่น อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมี จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอบางละมุง 
พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และประชาชน ในพื้นที่อำเภอบางละมุง ร่วมกิจกรรมฯ ที่แปลงนาบ้านหนองเกตุใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
โครงการปลูกข้าววันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ อนุรักษ์ภูมิปัญญา อาชีพทำนาในท้องถิ่น อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นโครงการที่สำคัญซึ่งดำเนินงานในพื้นที่แปลงนาบ้านหนองเกตุใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยการดำเนินงานเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่คนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ และร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567 
ตลอดจนเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2567 ตลอดจนร่วมเทิดพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยกิจกรรมดังกล่าว ได้ดำเนินกิจกรรมปลูกข้าวเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 และมีกำหนดเก็บเกี่ยวในห้วงเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งกำหนดดำเนินกิจกรรมในวันนี้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อปน. จัดกิจกรรม “สร้างความสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนภาคเหนือ” ณ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ (อปน.) จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายสื่อมวลขนภาคเหนือ โดยเชิญประชาสัมพันธ์ จังหวัดหรือผู้แทน และสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กฟผ. และองค์กรสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือ

พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนข้อมูลชาวสาวสาร และวิธีการสื่อสารไปยังประชาชนใต้อย่างมีประสิทธิผล ระหว่าง วันที่ 12 – 14 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมมณีน่าน เชื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีนายสุทธิพงษ์ วงค์สารภี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขียนสิริกิติ์ที่ 1 (ชอสข-1) ให้เกียรติมากล่าวต้อนผู้เข้าร่วมกิจกรรม นายพิสิฐ กัยวิกัยโกศล หัวหน้ากองบริหาร (กบหน-ส.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นายรัฏชรพงษ์ เมืองแก่น หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบบส่งภาคเหนือ (หชสน-ย) เป็นผู้กล่าวรานงาน พร้อมกับผู้ปฏิบัติงาน อปน.

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 ธันวาคม 2567 คณะผู้บริหาร อปน. นำโดย นายวัชร์วีร์ พืชพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ-1 (ช.อปน-1) และ นายคมกริช วงศ์ชนะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ -2 (ช.อปน-2) นำคณะ คบ.อปน. พร้อมทั้ง น.ส.ณิชชนันทน์ สวัสดิ์พานิช หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์และชุมชสัมพันธ์ระบบส่ง (กชส-ย.) เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วยภายในกิจกรรม มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของ อปน. และ กฟผ. ในเรื่องการผลิตไฟฟ้าสู่ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าต่อไปยังประชาชม

โดย นายกนกพล อินถนอม วิทยากรระดับ 7 ประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์เขื่อนสิริกิติ์ (ทชส-ย.) เรื่องความมั่นคงของระบบส่งจ่ายไฟฟ้า ในภาคเหนือ โดย นายวสันต์ สิงหเดช วิศวกรระดับ 7 แผนกปฏิบัติการระบบ 1 (หปน1-ส) เรื่องการดูแล และบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบส่งไฟฟ้าในภาคเหนือ

โดย นายถิรวุฒิ เจียมเกตุ ช่างระดับ 8 แผนกบำบำรุงรักษาสายส่ง 1 (หสน1-ส.) และเรื่องเรื่องาน CSR ในพื้นที่ภาคเหนือ โดย นายชัชวาลย์ กุลสุวรรณ์ ช่างระดับ 8 แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งภาคเหนือ (หชสน –ย.) และได้มีการชี้แจง และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จริงของ กฟผ. ที่เป็นประเด็นและให้ความสนใจในภาคประชนในในรอบปีที่ผ่านมา และมีกิจกลุ่ม Workshop ในเรื่องของแนวกลยุทธการสื่อสารถึงมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงถึงมีกิจกรรมสานสัมพันธ์ร่วมกันตอดการดำเนินกิจกรรม นอกจากนี้ ยังได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย ต ท่าปลา อ.ทำปลา จ.อุตรติตถ์ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชนที่มีชื่อเสียงคือ ผลิตภัณฑ์จากเม็ดมะม่วงทิมพานต์ ที่มีหลากหลายรูปแบบสินค้า มีการพัฒนาตนเองจนสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากนั้นได้นำคณะผู้เช้าร่วมกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ. เขื่อนสิริกิติ์ “โคก หนอง นา โมเดล” อีกด้วย/บุญยงค์ สดสะอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / MONWICHIT จัดงานกาล่า วิวาห์ “แขก” ภาพยนตร์ “ผู้บ่าวนิกะห์”ความต่าง 2 วัฒนธรรมที่ลงตัว ฉาย 19 ธค.นี้

ค่ายภาพยนตร์ MONWICHIT จัดงานกาล่า วิวาห์“แขก” ภาพยนตร์  “ผู้บ่าวนิกะห์” ที่ผสมผสานคอมเมดี้ แอ็คชั่น ดราม่า  กำกับโดย “เกรียงไกร มณวิจิตร” จาก รักนะ ซุปซุป และ ของแขก ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมซอฟพาวเวอร์ไทยจากกระทรวงวัฒนธรรม กับเรื่องราวการเเต่งงาน (นิกะห์) ของ

“โซเฟีย” สาวมุสลิม    กับ หนุ่มอีสานรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยอย่าง “บักไข่” ที่เป็นชาวพุทธ ซึ่งแม้ทั้งคู่จะมีความเเตกต่างทางด้านวัฒนธรรม และศาสนา กลับไม่ใช่อุปสรรคความรักของทั้งคู่ แต่ปัญหาใหญ่กลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “บังลี” พี่ชายจอมบงการของโซเฟีย ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้ การขัดขวางจึงเริ่มต้นขึ้นในวันแต่งงานของทั้งคู่ งานจัดขึ้น  ณ ลานอินฟินิซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์

ได้รับเกียรติจากท่าน ‘คุณพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน คุณยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เเละ คุณจริมา ทองสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เข้าร่วมงานในครั้งนี้

พร้อมนำทีมเดินพรมแดง โดย เกรียงไกร มณวิจิตร ผู้กำกับภาพยนตร์ ,กาญจนา ศรีแมน โปรดิวเซอร์เเละผู้เขียนบทภาพยนตร์ ตามมาด้วยเจ้าบ่าว ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร และ เจ้าสาว เเทมมี่ กมลพร แสงวัชรสุนทร, ตาต้า ชาติชาย ชินศรี ,ชาลี อาหมัดกูเชียรี ดอเล๊าะ ,อดุลย์ บอสู ,

น้องบีมข้าวเหนียวหลาม ณัฏฐณิชา เชื้อสง่า ,ฐิติ พุ่มอ่อน , ภัสสร บุณยเกียรติ ,สิริอมร อ่อนคูณ ,ญาสุมินทร์ พัสวีพงศกร ,ฮากีม ดลภาวิจิต,สินชัย เอื้ออัครวงษ์ ร่วมด้วยนักแสดงที่มาร่วมงาน อาทิ เต๋า สมชาย, กอล์ฟ อัครา, ต้องเต ธิติ, เซียนหรั่ง และอีกมากมาย

ก่อนขึ้นเวทีพูดคุยถึงเรื่องราวการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่มีการไปถ่ายทำทั้งภาคอีสาน และภาคใต้ ครบรสทั้งความสนุกสนาน แอ็คชั่น และดราม่า

และปิดท้ายด้วยเรียนเชิญ คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M Studio คุณปัณณทัต พรหรมสุภา ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่ายเเละฝ่ายจัดซื้อภาพยนตร์ต่างประเทศ M Studio เเละผู้จัดการทั่วไป โรงเเรมอัลมีรอซ ขึ้นถ่ายภาพหมู่ร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์เเละนักแสดงนำ พร้อมไปรับชมภาพยนตร์ร่วมกัน

พิธีนิกะห์ (มงคลสมรส) ระหว่าง โซเฟีย และ บักไข่จะอลหม่านขนาดไหน ลงท้ายด้วยสมหวังหรือไม่   19 ธันวาคมนี้ ไปช่วยกันลุ้นกับ  ‘ผู้บ่าวนิกะห์’  ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ

ผู้บ่าวนิกะห์ #IsanNikah #Monwichit #contentthailand #Almeroz #KhamisZainBangkok

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / กิจกรรมศิลปะพื้นบ้านดีเกฮูลูนี้ สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 จ.นราธิวาส

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.67 กองบัญชาการกองทัพไทย โดย สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดโครงการจัดประกวดดีเกฮูลูสานวัฒนธรรมสัมพัธ์ชายแดนใต้

ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการละเล่นที่เป็นศิลปะพื้นบ้านภาคใต้ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนิยมเล่นกันเป็นคณะในพื้นที่สามจังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ซึ่งกิจกรรมศิลปะพื้นบ้านดีเกฮูลูนี้ สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 จ.นราธิวาส ได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปี ตามนโยบายหลักของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และการส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชน

ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบไป อีกทั้งร่วมกันสร้างความรักความสามัคคีปรองดองในท้องถิ่น และสังคมให้มีความสุขอย่างยั่งยืน
/////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนสัมผัสธรรมชาติบ้านโป่งลึก-บางกลอย ดินแดนปกาเกอะญอ ม.ต้นน้ำเพชรบุรี/“หัวหิน” จัดใหญ่ “113 ปี ถิ่นมนต์ขลัง” พานักท่องเที่ยวย้อนยุค สถานีหัวหิน 

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.67 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนและช่างภาพ เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ณ บ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ที่นี่จะได้พบกับหมู่บ้านแห่งแรกของต้นแม่น้ำเพชรบุรี สองชุมชนบ้านบางกลอย-บ้านโป่งลึก ที่มีลำน้ำเพชรแยกออกเป็นสองฝากฝั่งและเชื่อมต่อกันด้วยสะพานแขวนที่ข้ามได้เฉพาะคนกับรถจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เท่านั้น รถยนต์ไม่สามารถข้ามผ่านสะพานแห่งนี้ได้

นางดวงใจ คุ้มสอาด กล่าวว่า หากนักท่องเที่ยวมีเวลาสัก 2 วัน 1 คืน ใช้ชีวิตสไตล์แค้มป์ปิ้ง กับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ low carbon เส้นทางสาย green และชมวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอ สองหมู่บ้านที่นับถือศาสนาพุทธกับศาสนาคริสต์ ยังคงวิถีชีวิตและป่าไว้อย่างแน่นหนา ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสงบ รวมถึงการทานอาหารขันโตกที่มีเมนูน้ำพริกตาละเว ผักต้ม ปลาทอด และอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ต้องมาสัมผัสกับประสบการณ์ Adventure ล่องแพไม้ไผ่บนลำน้ำเพชรบุรี เพียงแค่ 30 นาทีกับแก่งหินและสายน้ำใสจนอดใจไม่กระโจนลงน้ำไม่ได้ ค่าใช้จ่ายล่องแพไม้ไผ่ 1 ลำ/ 3 คน

พร้อมคนถ่อแพ เพียง 550 บาทเท่านั้น
การเดินทางสู่โป่งลึก-บางกลอย ขอให้มาลงทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก่อน และเดินทางจากศูนย์ฯ สู่ที่ทำการหน่วยด่านมะเร็ว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถนนราดยางเพียง 20 กม.และเดินทางต่อบนถนนภูเขาสลับลูกรัง 30 กม.จะถึงหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ใช้เวลาเดินทางรวม 3 ชั่วโมง แนะนำให้ใช้พาหนะรถยนต์ท้องถิ่นหรือรถกระบะยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ ความน่ามาสัมผัสกับประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก สักครั้งในชีวิตที่ต้องมาค้นหา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทรศัพท์ 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” จัดใหญ่ “113 ปี ถิ่นมนต์ขลัง” พานักท่องเที่ยวย้อนยุคในบรรยากาศแสงสีเสียงตระการตาสถานีหัวหิน 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.67 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” พร้อมด้วย นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา

นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมการแถลงข่าว มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นางสาวกิรดา ลำโครัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมรับฟังพร้อมชมการแสดงแสง สี เสียงและสื่อผสม “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” อย่างสวยงามตระการตา

เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ บริษัทบุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด และหน่วยงานต่างๆ กำหนดจัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” ขึ้น ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีชีวิตความเป็นเมืองหัวหินอันเก่าแก่จากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวประวัติของหัวหินในอดีต เช่น วังไกลกังวล สถานีรถไฟหัวหิน สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ตลาดฉัตร์ไชย เป็นต้น รวมถึงการประกอบอาชีพ วิถีชีวิตการกินอยู่ของชาวหัวหินที่มีมายาวนานถึง 113 ปี ให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนรุ่นหลังได้รับทราบ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ความสุขแก่ประชาชน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ แบ่งเป็น 6 โซน โซนที่ 1 “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” การแสดงแสงสีเสียงและสื่อผสม 113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง ชุด “มนต์เสน่ห์จากสมอเรียงสู่หัวหิน” การแสดงที่จะพาคุณไปพบเรื่องราวแห่งมนต์เสน่ห์และปลุกความสว่างไสวแห่งเรื่องเล่าประวัติศาสตร์อันมีความงดงามจากสถาปัตยกรรมสมัยวิกตอเรียนของสถานีรถไฟหัวหินเป็นฉากหลัง / โซนที่ 2 “มนต์กาลแห่งล้นเกล้า” นิทรรศการที่จะพาคุณย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและความผูกพันอันลึกซึ้งของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” กับ “หัวหิน” เมืองเล็กๆ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย / โซน 3 “มนตราแห่งราตรี” นิทรรศการแสงไฟ (Lighting Show) เพลิดเพลินไปกับการประดับประดาดวงไฟที่จะเนรมิตค่ำคืนแห่งลมหนาวให้กลายเป็นค่ำคืนอันอันสุกสกาวท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายอันอบอวลอดีตวันวานของ “สถานีรถไฟหัวหิน” 

โซน 4 “มนต์วิถีแห่งหัตถศิลป์” กิจกรรมสาธิต Art and Craft Workshop ที่คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ และสนุกสนานไปกับการประดิษฐ์งานฝีมือระดับภูมิปัญญาจากศิลปินพื้นถิ่นที่พร้อมจะถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าผ่านงานหัตถศิลป์ อาทิ การสาธิตทำขนมลูกชุบ การสาธิตจากร้านผ้าโขมพัสตร์หัวหิน / โซน 5 “มนต์มหัศจรรย์แห่งแดนดิน” โชว์การเดินแบบย้อนยุคการกุศลชุด “มนต์สมัยแห่งอาภรณ์” ในธีมชุดไทย รัชกาลที่ 7, ชุดแกสบี้ วนิดา และปริศนา จากนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้คลินิกทะเลใจ โรงพยาบาลหัวหิน และ โซน 6 “มนต์จวักพื้นถิ่นแห่งภูมิปัญญา”

การออกบูธอาหารและสินค้าพื้นถิ่นที่จะมาสำแดงรสชาติอันเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชม นอกจากนี้พบกับการประกวดมนต์มหัศจรรย์หนูน้อยหัวหินชิงเงินรางวัล 3 หมื่นบาท วาดลีลาลีลาศไปพบกับวงโฟร์ซิงเกิ้ลและวงค่ายธนะรัชต์ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านแต่งชุดไทยร่วมชมงานดังกล่าวได้ ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดีน่าน

วันที่ 17 ธันวาคม 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตร โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ณ ฐานปฏิบัติการแสงเพ็ญ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมีนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน

พร้อมด้วย ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายไพโรจน์ วงศ์สูง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน นายชูเกียรติ์ วินยพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายภาณุวัสส์ ยิ้มศิริวัฒนะ ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินโครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการทหารพันธุ์ดีน่าน โดยกรมชลประทาน ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 ด้วยการขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 39,730 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มความจุเก็บกักให้กับแหล่งน้ำ ต่อมาในปี 2565

ได้ดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน มาเติมอ่างเก็บน้ำ จำนวน 250,000 ลูกบาศก์เมตร และในปี 2566 อีกจำนวน 205,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมวางแผนดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ อัตราการสูบน้ำเฉลี่ย 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบัน ปี 2567 ได้มีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาว จำนวน 80,600 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่สำคัญในการอุปโภคบริโภคของกรมทหารพรานที่ 32 และราษฎรพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 74 ไร่ 3 งาน

ทั้งนี้ โครงการทหารพันธุ์ดี เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมขยายสู่ชุมชนใกล้เคียง กรมชลประทาน ได้มีส่วนร่วมในการจัดหาน้ำสนับสนุนการดำเนินโครงการ

เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจกรรมภายในโครงการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์ สร้างความมั่นคงและความยั่งยืนด้านแหล่งน้ำ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป….

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ ผู้ว่าฯโคราช พบสื่อ การรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของสื่อมวลชนโคราช

เมื่อวันที่( 17 ธันวาคม 2567 ) ที่ห้องโคราช 2 ชั้น 2 โรงแรมเซนทารา โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการสื่อสารการสร้างการรับรู้สู่สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ จัดขึ้นโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางศศิธร สุขเจริญ ประชาสัมพันธ์จ.นครราชสีมา , นางสาวรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.นครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จ.นครราชสีมา รวมทั้งมีนายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รอง ผวจ.นครราชสีมา สื่อมวลชน และ เครือข่ายประชาสัมพันธ์ร่วมกิจกรรมกว่า 70

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมมุ่งหวังให้สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ทุกคนได้นำข้อมูลข่าวสารนโยบายและการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ไปสื่อสารต่อยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์เป็นเหมือนโซ่ข้อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน และสะท้อนข้อมูลปัญหา ความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนมายังหน่วยงานภาครัฐ

ซึ่งจะนำมาถึงการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชน ซึ่งนโยบายการทำงานของส่วนราชการ คำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวโคราชเป็นสำคัญ พร้อมกันนี้ยังได้มอบนโยบายแก่หน่วยงานราชการหลายเรื่อง อาทิ การกำหนดวาระจังหวัด “KORAT FIRST” โดยให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เลือกใช้สินค้าและบริการ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตขึ้น ภายในจังหวัดนครราชสีมาก่อน เช่น Korat Kitchen Original Korat Resorch Korat Tourism and Trade Agriculture และกำหนดให้มี Korat Brand เป็นตราสัญญาลักษณ์ ผลิตภัณฑ์โคราช ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของจังหวัด ,

โครงการบ้านพักมิตรภาพบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง , โครงการผู้ว่าฯ พานับคาร์บ ลดน้ำหนัก 1 ล้านกิโล เพื่อคนโคราช , โครงการเปิดจวนผู้ว่าฯ ให้เป็นที่พักนักเรียน นักศึกษาที่เดินทางมาสอบในจังหวัดฯ , โครงการบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงินออม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงการเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวโคราชให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ และ หลุดพ้นความยากจน อย่างไรขอให้พี่น้องสื่อมวลและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ช่วยกันสื่อสารสิ่งที่ส่วนราชการในจังหวัดมีความตั้งใจ ที่จะพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวโคราชให้ดียิ่งขึ้น นายชัยวัฒน์ กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.แสตมฟอร์ด จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร บัณฑิตนานาชาติกว่า 1,300 คน จาก 40 ประเทศ ความสำเร็จระดับโลก

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 25 ขึ้น เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยในปีนี้ มีบัณฑิตนานาชาติทั้งระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรีที่สำเร็จการศึกษารวมทั้งสิ้น 1,314 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก และ

ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 29 ปีในปีนี้ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของเส้นทางการศึกษาในระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Global Education Success: The Journey of Academic and Career Excellence” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมด้วยทักษะความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและสายอาชีพ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในเวทีระดับนานาชาติอย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ

ภายในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณะทูตและตัวแทนจากสถานทูตกว่า 21 ประเทศ ที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่บัณฑิต พร้อมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จของมหาวิทยาลัยที่ยังคงยืนหยัดในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับสากล ในปีนี้ มหาวิทยาลัยได้คัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2567 ขึ้นรับโล่รางวัลเกียรติยศเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพต่างๆ จากวิทยาเขตหัวหิน-ชะอำ คุณอุไร กาลปักษ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์

สนง.เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ศิษย์เก่าปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ / คุณจำนงค์ บุตรสงค์ ผู้จัดการทั่วไป วีรันดา รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน-ชะอำ ศิษย์เก่าปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์ / คุณธนพันธ์ ชูสุวรรณ หรือเชฟบอล เจ้าของร้านบอลเชฟเทเบิ้ลชะอำ และเป็นเชฟอีเว้นท์โชว์ทำอาหารให้กับบริษัท ซีโน่ แปซิฟิค หนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันทำอาหาร เชฟออนเทรน (ทำอาหารบนรถไฟ รายการแรกของไทย) ศิษย์เก่าปริญญาโทบริหารธุรกิจ MBA / กภ.วันเพ็ญ เหลืองนฤทัย หัวหน้างานกายภาพบำบัด รพ.หัวหิน ศิษย์เก่าปริญญาโทบริหารธุรกิจ MBA และคุณนัชชา พรยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและปฏิบัติการ CE Logistics (Thailand)

ศิษย์เก่าปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาวิชาการ การสนับสนุนกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย หรือการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และมีความพร้อมที่จะร่วมช่วยเหลือนักศึกษาปัจจุบัน รวมถึงการส่งเสริมศิษย์เก่าให้สามารถต่อยอดธุรกิจหรือสร้างความสำเร็จในสายอาชีพได้อย่างยั่งยืน.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง