สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ แพร่ เรียกประชุมด่วน “ศูนย์วอร์รุมไฟป่า” หลังพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมเวียงโกศัย ชั้น 2 อาคาร
1 ศาลากลางจังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เรียกประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดแพร่ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ขนาดเล็ก หลังพบว่า ค่า PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัม/ ลูกบาศก์เมตร) ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ(สีแดง) เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน และทิศทางสูงขึ้นในระดับวิกฤต ข้อมูล วันนี้(24 มี.ค.68)

เมื่อเวลา 14.00 น. สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ วัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ 116.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรจึงมีข้อสั่งการเร่งด่วน ให้แจ้งเตือนประชาชนทุกพื้นที่ ทุกช่องทาง ให้งดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนี้ หาก มีความจำเป็น ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเองทุกครั้งเช่น สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 หรือหากมีอาการผิดปกติ เหนื่อยง่าย แขนขาอ่อนแรง และ
แน่นหน้าอก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้มีโรคประจำตัว โรคระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ เตรียมยา และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมและให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่าง เคร่งครัด ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ได้ให้โรงพยาบาลประจำตำบล(รพ.สต.)

ทุกแห่ง เฝ้าติดตามกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีจากการวิเคราะห์ สาเหตุการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกิดจาก 1. การเผาในพื้นที่เขตป่า 2. หมอกควันจากพื้นที่ใกล้ เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน จากการเปลี่ยนทิศทางลม

ดังนั้น เพื่อยกระดับมาตรการเข้มข้นทุกมิติ จังหวัดได้ประสานขอกำลังทหารลาด
ตระเวนพื้นที่เสี่ยง ในตำบลช่อแฮ ตำบลสวนเขื่อน ตำบลป่าแดง จัดชุดลาดตระเวนเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมใช้โดรนประสิทธิภาพสูง
จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 บินสำรวจเพื่อป้องปรามผู้กระทำผิด ที่ประชุมยังได้พิจารณาขึ้นทะเบียนพรานป่า หรือผู้เก็บหาของป่า 1,470 คนทั่วจังหวัดแพร่ และหากเกิด เหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเกินกำลังความสามารถกำลัง
พลในพื้นที่ ให้อำเภอ และ อปท.ทุกแห่งสนับสนุนกำลังพลดับไฟเข้าช่วยเหลือได้ทัน ท่วงที

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 ชื่นชม วช. ผลักดันเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี (โดรน) หนุนเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาอาชีพเยาวชนไทย

ที่โรงเรียนบึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยแห่งชาติ และ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันเป็นประธานเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี (โดรน) ประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่โรงเรียนบึงกาฬ เป็นแห่งแรกของจังหวัด

ภายในงาน มีนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นำนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรม มาฝึกสอน ให้กับเยาวชน และมอบโดรน 3 ลำ พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับการเขียนโปรแกรมและตัดต่อ ให้กับทางโรงเรียนเพื่อการฝึกสอน

นอกจากนี้ ยังได้ให้นักเรียนฝึกภาคปฏิบัติ และทำการทดสอบชิงรางวัลจากสมาคม ก่อนที่จะมีพิธีมอบเกียรติบัตร เพื่อเป็นผลงานเชิงประจักษ์ให้เยาวชนเหล่านี้ได้นำไปประกอบเพื่อศึกษาต่อ

นายทรงศักดิ์ กล่าวขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ที่มองเห็นประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีและนำมาประยุกต์โดยฝีมือคนไทย และยังเลือกถ่ายทอดให้กับเยาวชนตามท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย และขอบคุณแทนชาวบึงกาฬ ที่ วช. ได้มอบศูนยการเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นศูนย์ถาวรที่โรงเรียนบึงกาฬ ซึ่งจากนี้จะใช้งบประมาณส่วนตัวในการสนับสนุนทางโรงเรียนเดือนละ 10,000 บาท เพื่อให้ทางโรงเรียนนำเยาวชนออกไปแสดงนอกพื้นที่ให้ประชาชนได้ชมและถ่ายทอดไปยังเยาวชนกลุ่มอื่นๆต่อไป

ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้พยายามผลักดันให้มีการจัดซื้อเทคโนโลยีโดยเฉพาะโดรน เพื่อการเกษตร แต่กลับถูกตัดงบประมาณเพียงเพราะขาดผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น ดังนั้นจากนี้ไปหากเยาวชนได้รับความรู้ และถ่ายทอดได้จากรุ่นสู่รุ่น ก็จะทำให้เกิดความชำนาญมากขึ้น ขจัดปัญหาความไม่รู้ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักในการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในภาคการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต

ด้านผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า บึงกาฬเป็นจังหวัดที่สามแล้วที่มีการเปิดศูนย์ถาวรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยก่อนหน้านี้ได้เปิดไปที่จังหวัดบุรีรัมย์และกาฬสินธิ์ และในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ก็จะเดินทางไปเปิดศูนย์ที่สองในพื้นที่ภาคใต้ คือจังหวัดกระบี่ โดยก่อนหน้านี้เปิดศูนย์แรกที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จะเดินหน้าให้การสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะเพื่อนำมาใช้ในการประกอบอาชีพ รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของท้องถิ่น

ด้านนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ บอกว่า จะเดินหน้าเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบนี้ในทุกจังหวัดของประเทศไทย แต่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เยาวชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปใช้อย่างจริงจังในทุกภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การป้องกันไฟป่า การลาดตระเวนชายแดน ไปจนถึงการแก้ปัญหาอุทกภัย เพราะโดรนที่สมาคมพัฒนาจนถึงขณะนี้ สามารถทำภารกิจอย่างหลากหลาย รวมถึงการบรรทุกสิ่งของ และเวชภัณฑ์ เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทางสมาคมม่วงว่าการสืบสาน รักษา และต่อยอด ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่จะเป็นการเสริมสร้างให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและมั่งคั่งในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภารกิจหลักของสมาคม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หอการค้าน่าน จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 พร้อมแสดงความยินดีกับประธานหอการค้าหญิงคนแรก มุ่งเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจน่าน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านมาช่วยพัฒนาบ้านเกิด

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดน่าน นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2567 โดยได้รับเกียรติจากนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาจังหวัดน่าน เพื่อเป็นการกระชับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า หอการค้าน่าน ได้ผลักดันตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเกิดเป็นรูปธรรมหลายด้าน สำหรับในปีที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดน่านดำเนินกิจกรรมในมิติต่าง ๆ ร่วมขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลักดันการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ตอนผาเวียง-ปากนาย ผลักดันการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

ผลักดันการสร้างด่านชายแดนห้วยโก๋น ผสานความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย หอการค้าน่าน เทศบาลเมืองน่าน และภาคีเครือข่าย ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน โดยในปีนี้นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ได้หมดวาระการดำรงตำแหน่ง โดยที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งให้ คุณวัชรี(แอ๋ว) พรมทอง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยจะดำรงตำแหน่งวาระ 2 ปี ในปี 2568-2570

ด้านนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาจังหวัดน่าน ซึ่งที่ผ่านมาหอการค้าน่าน และภาคเอกชน มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาจังหวัดน่าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลักดันโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อันจะเป็นการสร้างการพัฒนาขับเคลื่อนจังหวัดน่าน ทั้งนี้จังหวัดน่าน ได้รับความร่วมมือจากหอการค้า และภาคเอกชน ในการร่วมกันผลักดันโครงการสำคัญต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ โครงการพัฒนาจังหวัดน่าน

ในการยกระดับท่องเที่ยวน่านสู่ท่องเที่ยวคุณภาพสูง น่านเมืองเก่าที่มีชีวิตเมืองแห่งวัฒนธรรมสู่มรดกโลก เกษตรปลอดภัยมูลค่าสูงจากผลผลิตกาแฟน่าน เป็นต้น และร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดน่าน ภายใต้หลักการทำงานร่วมกัน กล่าวคือ รื้อฟื้น รักษา และพัฒนา รื้อฟื้น นำสิ่งดี ๆ ในอดีตกลับมาใหม่ รักษา สิ่งที่ทำไว้ดีอยู่แล้ว รักษาให้คงอยู่ต่อไป พัฒนา พัฒนาเมืองน่านในทุกมิติ สร้างงานใหม่/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ฉก.ทพ.2105 มุกดาหาร ยึดยาบ้าข้ามโขงมาขึ้นนาสีนวนร่วม 4 แสนเม็ด

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568​ พันตรี คำรณ คุ้มเขต ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการรับส่งยาเสพติดกันที่บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.นาสีนวน ม.1 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังและวางแผนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เฝ้าตรวจตามจุดเพ่งเล็งและช่องทางธรรมชาติที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้เป็นเส้นทางในการรับส่งยาเสพติด

ต่อมาเมื่อเวลา 04.10 น. ชุดเฝ้าตรวจได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืนส่องตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือลำดังกล่าวมาถึงกลางแม่น้ำโขงได้ดับเครื่องยนต์และปล่อยเรือไหลเข้ามาริมแม่น้ำโขง เมื่อมาถึงฝั่งไทย ชุดเฝ้าตรวจได้ตรวจพบบุคคล 2 คน กำลังแบกสิ่งของลักษณะเป็นกระสอบ เดินขึ้นมาบนถนนเรียบริมแม่น้ำโขง

พร้อมกับทีาเรือลำดังกล่าวได้หันหัวเรือออกจากฝั่งไทยมุ่งหน้าไปยังฝั่ง สปป.ลาว ชุดซุ่มที่อยู่ใกล้ จึงได้แสดงให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้น เมื่อกลุ่มบุคลลดังกล่าวเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งข้ามถนนเข้าไปยังป่ากล้วยหลังบ้าน ประชาชนในพื้นที่ บ.นาสีนวน ม.1 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้ทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป จนท.

จึงได้ไล่ติดตาม แต่ไม่ทัน จากนั้น จนท.จึงได้ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ตรวจพบกระสอบปุ๋ยสีเขียว จำนวน 2 กระสอบ ตกอยู่บริเวณป่ากล้วยหลังบ้าน ห่างจากริมแม่น้ำโขง ประมาณ 100 เมตร พื้นที่ บ.นาสีนวน เมื่อเจ้าหน้าที่กลับมาเปิดดูภายในกระสอบที่ถูกทิ้งไว้ พบก้อนวัตถุพันด้วยกระดาษไขห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสอีกชั้นหนึ่ง

ภายในบรรจุยายาบ้าจำนวนประมาณ 396,000 เม็ด และพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟไอ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 1 กข 9606 มุกดาหาร จำนวน 1 คัน มีกุญแจเสียบคาไว้จอดอยู่ใกล้กับจุดที่พบยาบ้าประมาณ 10 เมตร จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อสอบสวนสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหารพรานยึดยาบ้านาสีนวนสี่แสนเม็ด #อำเภอดอนตาล #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐนิวส์ – ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธาน เปิดการแข่งขัน ฟุตบอลตากฟ้าร่วมใจ ครั้งที่ 1

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 ณ สนามเทศบาลเมืองอำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ มีการแข่งขันฟุตบอลตากฟ้าร่วมใจ ครั้งที่ 1 โดยได้รับเกียรติจาก กำนัน บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด การแข่งขันฟุตบอลตากฟ้าร่วมใจ ซึ่งมีประชาชน ชาวอำเภอตากฟ้าและใกล้เคียง ให้ความสนใจในการมาชมเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอล ตากฟ้าร่วมใจ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาสนใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะด้วยการเล่นฟุตบอล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมทางหลวงเดินหน้าฟื้นฟูแม่สาย ยกระดับท่องเที่ยว พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.แม่สายจ.เชียงราย

กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 เร่งเครื่องดำเนินงานฟื้นฟูบูรณะสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและรองรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมา

(23 มีนาคม 68) #นายอลงกรณ์ #กัวตระกูล #ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานว่า ปัจจุบัน การดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยแขวงฯ ได้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้
1.การซ่อมแซมทางหลวง: กรมทางหลวงได้บูรณะซ่อมแซมทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทั้งสิ้นจำนวน 28 แห่ง โดยดำเนินการซ่อมแซมให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย จำนวน 25 แห่ง และคงเหลืออีก 3 แห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

2.การจัดการพื้นที่ด่านพรมแดน: กรมทางหลวงได้ดำเนินการรื้อถอนร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างบริเวณด่านพรมแดนแม่สาย สะพานมิตรภาพ แห่งที่ 1 ตามมติที่ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม อำเภอแม่สาย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จ

3.โครงการเสริมกำลังโครงสร้างสะพาน: กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการเสริมกำลังโครงสร้างสะพานข้ามฝั่งไทย – พม่า พรมแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีวงเงินงบประมาณ 15 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเดือนมีนาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาเดือนตุลาคม 2568 รวมระยะเวลาดำเนินการ 210 วัน

จากการดำเนินงานภารกิจในครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อประชาชนและพื้นที่ในหลายด้าน โดยโครงสร้างสะพานที่ปรับปรุงใหม่จะมีความมั่นคงและปลอดภัยในการสัญจรมากขึ้น ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน

นอกจากนี้ การปรับปรุงภูมิทัศน์จะส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างกีดขวางและการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบจะสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสวยงามแก่ด่านพรมแดน ที่สำคัญ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรวมจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ..

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ขอนแก่นเอเชีย ทำพิธีมอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี๒๕๖๗

กำหนดการพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗
วันเสาร์ที่ ๒๒มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น.ณ ห้องประชุมวังสำราญ
วิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย

อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น นายสำราญ ศรีภา ประธานกรรมการสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือมหานคร ประธานในพิธี นายแสงดาว เชิดชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย กล่าวรายงาน

พิธีการเชิญผู้นำ นางสาววริศรา สาระปํญญา นายก อวท กล่าวคำปฏิญาณตน
และพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗
โดยมีแขกผู้มีเกียรติพร้อมผู้ปกครอง เช่น ผอ.สวิต คำภา ข้าราชการบำนาญ

นางยุพิน คำภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเขียดมิตรภาพที่ 205 อาจารย์ทรงสิทธิ์ เพียซ้าย อดีตข้าราชการบำนาญ นางสาวคลังพลอย ไวยพัฒน์ หรือ (น้องยูกิ ไหทองคำ) เยาวชนคนเก่ง ได้กล่าวขอบคุณ ผอ.สำราญ ศรีภา ประธานกรรมการสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือมหานคร และ นางพยงค์ ศรีภา ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาในเครือมหานคร

และคณะครูอาจารย์ทุกท่าน ตนทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยการเรียนไม่เคยบกพร่อง ขอขอบคุณสถาบันการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง น้องยูกิ ไหทองคำ สำเร็จการศีกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชัยภูมิ

ในช่วงกิจกรรมมีการแสดงจากชมรมทูบีนัมเบอร์วัน วิทยาลัยอาชีวศึกษาชัยภูมิ การแสดงของนักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย ชุดที่ ๑-๒ และประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร รางวัลการแข่งขันวิชาชีพ การประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และกีฬา

สถานศึกษาอาชีวเอกชน ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีขอนแก่นเอเชีย ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ผู้ปกครอง ขอสงวนชื่อ-สกุล ในพื้นที่จังหวัดเลย ได้กล่าวถึงความสำเร็จของบุตรชายของตน และขอขอบคุณผู้บริหาร และคณะครูอาจารย์

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สืบสานประเพณี สงกรานต์หรือปีใหม่เมือง ในการดำหัวผู้สูงอายุและผู้นำชุมชนแม่ออนจ.เชียงใหม่

ในวันนี้ (วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568) นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์/ประธานคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ นายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์/รองประธานคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน

ได้ประชุมหารือคณะกรรมการเกี่ยวกับการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์หรือปีใหม่เมือง ในการดำหัวผู้สูงอายุและผู้นำชุมชน โดยจะจัดกิจกรรมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ ในวันที่ 11 เมษายน 2568 ณ ลานองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์สามแยกน้ำพุร้อน โดยใช้งบประมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ จำนวน 200,000 บาท

สำหรับกิจกรรม ประกอบด้วย การแข่งขันทำอาหาร ได้แก่ ลาบลีลา ส้มตำลีลา การตัดตุง และการประกวดร้องเพลงผู้สูงอายุ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชนและการส่งเสริมการศึกษา นอกจากนี้กองทุนยังมีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมในชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในพื้นที่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ สามารถติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ได้ที่:
• ที่อยู่: 127/1 หมู่ 2 ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130
• โทรศัพท์: 053-929044
• โทรสาร: 053-929122
• อีเมล: [email protected]
• เว็บไซต์: https://www.bansahakorn.go.th/

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จังหวัดแพร่จัดกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 /ผบช.ภ.5 ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคู่รักก่อเหตุคดีฉ้อโกงและฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.นครปฐม สุดท้ายจนมุมที่สันติธรรมเชียงใหม่

เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 22 มีนาคม 2568 ณ. ลานข่วงวัฒนธรรมเมืองแป้ (กาดสามวัย) เทศบาลเมืองแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ผู้อำนวยการศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดแพร่ เป็นประธานจัดกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 จังหวัดแพร่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนนายอำเภอทุกอำเภอ และผู้บริหารศูนย์ อปพร.เทศบาล/อบต. และ อปพร.

เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวัน อปพร. 22 มีนาคม 2568 จำนวน 400 คนในการนี้ นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่/ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ อปพร. จังหวัดแพร่ เป็นผู้กล่าวรายงาน

วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน โดยศูนย์ อปพร.กลาง กำหนดให้เป็น “วัน อปพร.” เพื่อเชิดชูความสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่วไป อปพร. เป็นอาสมัครที่เกิดขึ้นถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนภาคราชการ

ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเป็นผู้เสียสละ อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ความสามารถ และอาสาเข้ามาช่วยเหลือประชาชนโดยทั่วไป มิได้หวังผลตอบแทนใด ๆ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนทุกคน ได้เข้ามาเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดแพร่ มาโดยตลอด ภายใต้อุดมการณ์ “เมตตา กล้าหาญ”

สำหรับกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 จังหวัดแพร่ มีดังนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ ผอ.ศูนย์ อปพร.จ.แพร่ ได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกลาง เนื่องในวันอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน วันที่ 22 มีนาคม 2568 พร้อมทั้ง มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารศูนย์ อปพร. เทศบาล/อบต. และ อปพร.

มอบโล่ พร้อมเงินรางวัล ให้แก่ศูนย์ อปพร. ดีเด่น ประจำปี 2568 ประเภทองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ ศูนย์ อปพร. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น มอบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเข็มเชิดชูเกียรติ ให้แก่ อปพร. ดีเด่น ประจำปี 2568 นายมังกร ไชยวุฒิ สังกัดศูนย์ อปพร. องค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่

รับฟังคำปฏิญาณตนเพื่อเป็นพลังของแผ่นดินของอปพรและประธานเดินตรวจแถวทักทายปปร. e ที่มาร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมนิทรรศการของภปรจังหวัดแพร่และหน่วยงานอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยต่างๆซึ่งได้มาร่วมสาธิตและแสดงนิทรรศการในการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆด้วย

สมจิตรแสงบัลลังก์ ผู้อำนวยการ ทีมข่าวภาคเหนือ รายงาน

ขอบคุณ ปชส.จ แพร่ ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

ผบช.ภ.5 ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคู่รักก่อเหตุคดีฉ้อโกงและฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.นครปฐม สุดท้ายจนมุมที่สันติธรรมเชียงใหม่

22 มีนาคม 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้สั่งการทุกหน่วยในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อมาได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ แจ้งว่าได้รับการประสานจากตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กรณี สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันฆ่าผู้อื่นพื้นที่ จ.นครปฐม และหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้สั่งการ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินการ สืบสวนและเร่งระดมกวาดล้างบุคคลหลบหนีหมายจับในพื้นที่รับผิดชอบ ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้รับประสานจากชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ว่ามีผู้ต้องหา 2 คน คือนายณรงค์ชัย และ น.ส.ภัทราภรณ์ ได้หลบหนีเข้ามายังพื้นที่ จ.เชียงใหม่

โดยในวันนี้( 22 มี.ค.68) เวลา 03.00 น.ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่จึงได้ทำการสืบสวนติดตามบุคคลดังกล่าว โดยได้เข้าตรวจค้นห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสันติธรรม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ ดังนี้
1.นายณรงค์ชัย อายุ 26 ปี 2.น.ส.ภัทราภรณ์ อายุ 21 ปี

ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น อีกทั้งยังน่าเชื่อว่าทั้ง 2 ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่าผู้อื่น เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับและควบคุมตัวทั้งสองมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ และได้ประสานการปฏิบัติกับชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ร่วมกันสอบสวนปากคำนายณรงค์ชัย และน.ส.ภัทราภรณ์ เพิ่มเติม ทั้งสองให้การว่าเมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่า น.ส.เอ(นามสมมุติ)ในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จริง

จากนั้นได้นำศพไปซุกซ่อนและได้หลบหนีไปตามจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้น เมื่อเวลา 14.30 น. ชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ได้เดินทางมารับตัวผู้ต้องหาไปยังสภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นต่อไป ทั้งนี้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเปตอง ชมรมเปตองเทศบาลเมืองตะกั่วป่า ครั้งที่ 2/โครงการคนละลูก เปิดตัวแอมบาสเดอร์โครงการคนละลูก ประจำปี 2568

พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเปตอง ชมรมเปตองเทศบาลเมืองตะกั่วป่า ครั้งที่ 2 22 มีนาคม 2568 – 23 มีนาคม 2568 สนามเปตอง สวนสาธารณะพระนารายณ์ คึกคักมาก

นายสหัส ตัณฑสมบูรณ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกภาคใต้(เสื้อสีฟ้า) เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ การแข่งขันกีฬาเปตองประเภททีมทั่วไปและประเภทมือใหม่ โครงการคนละลูกขอเชิญทุกท่านเข้าชมและเชียร์ ด้วยครับ

โครงการคนละลูก เปิดตัวแอมบาสเดอร์โครงการคนละลูก ประจำปี 2568 พร้อมเสื้อกีล่าโครงการคนละลูก

นางสาวจุฑามาศ คงจุ้ย นักเรียนโรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล” คว้าตำแหน่งแอมบาสเดอร์โครงการคนละลูก ประจำปี 2568 ในชุดเสื้อกีล่าโครงการคนละลูก สีฟ้า สวยงาม สดใส พร้อมปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งแอมบาสเดอร์โครงการคนละลูก
นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก

กล่าว โครงการคนละลูก ดำเนินกิจกรรมกีฬาเพื่อเยาวชน เพื่อให้เยาวชนสนใจกีฬา ห่างไกลยาเสพติด ปีนี้นับเป็นปีที่ 7 ที่โครงการดำเนินงาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของโครงการคนละลูก ทางโครงการจึงได้คัดเลือกเยาวชน ที่มีความสามารถพิเศษ มาเป็นแอมบาสเดอร์โครงการ

และได้เปิดตัวแอมบาสเดอร์ ประจำปี 2568 พร้อมเสื้อกีล่าโครงการคนละลูก เพื่อใช้ในกิจกรรมของโครงการคนละลูกในปี 2568 โอกาสนี้ผมต้องขอขอบคุณ บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด ที่สนับสนุนโครงการคนละลูกมาตลอด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้ายาบ้า เพื่อป้องกัน และแก้ ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ ธวัชบุรีโมเดล สกลนคร

วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2568 เวลาประมาณ 05.30 น. ภายใต้การอำนวยการของนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายพิสิษฐ์แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ความมั่นคง) นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร,นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวณิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง ผอ.ศป.ปส.อ.บ้านม่วง พ.ต.อ.กิติพงษ์ จิตรคามผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านม่วง นายไพโรจน์ ฦาชา ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง

เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุและการกระทำผิดกฏหมาย ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นายสุวรรณ สุโน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อ.บ้านม่วง บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการประจำตำบลบ่อแก้ว ดำเนินการ จับกุมผู้ต้องหา: 3ราย ณ เขตพื้นที่ตำบลบ่อแก้ว

เพศชายของกลางยาบ้ารวมจำนวน30,193เม็ด โดยกล่าวหาว่า : 1. ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์)อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านม่วงเพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สือรับนิวส์ / ตร.ชุด​สืบ​เมืองมุกดาหาร สนธิกำลังจับหนุ่ม ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำกระท่อม

ภายใต้การอำนวยการของ​พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร​พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาหาร พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร , และพ.ต.อ.พิทักษ์พงศ์ เจริญกุล ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ,พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร, เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ส.รน.๓ กก.๑๐ บก.รน. , เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้ร่วมกันจับกุม นายแสนสุริยะ คำฟ้อง อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 75 หมู่ 9 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกตาหาร

พร้อมด้วยของกลางและสิ่งของที่ใช้เป็นพยานหลักฐาน ประกอบด้วย 1. บุหรี่ไฟฟ้ายี่ท้อ CALIBURN จำนวน 2 เครื่อง (ได้จากการล่อซื้อ) 2. หัวเชื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าขวดสีขาว-ม่วง จำนวน 1 ขวด (ได้จากการล่อซื้อ) 3.หัวเชื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าขวดสีแดง จำนวน 1 ขวด (ได้จากการล่อ) 4. ธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อ ธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 6 ใบ 5.หัวเชื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 4 ขวด (ได้จากการตรวจค้น) 6.บุหรี่ไฟฟ้าแบบสูบทิ้งจำนวน 8 ชิ้น (ได้จากการตรวจค้น) 7. หัวเชื้อน้ำอาบุหรี่ไฟฟ้าแบบเปลี่ยนหัว จำนวน 29 ชิ้น 8.คอยด์บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน ๔ ชิ้น (ได้จากการตรวจค้น) 9.หัวเชื้อสำหรับผสมน้ำกระท่อมยี่ห้อเอคอล ขวดใหญ่ จำนวน 6 ขวด (ได้จากการตรวจค้น) 10.หัวเชื้อสำหรับผสมน้ำกระท่อมยี่ห้อเอคอล ขวดเล็กจำนวน 7 ชวด (ได้จากการตรวจค้น) 11.น้ำกระท่อมบรรจุขวด 1,000 มล. จำนวน 72 ขวด (ใต้จากการตรวจค้น)

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนว่ามีการขายน้ำกระท่อมและบุหรี่ไฟฟ้าภายในหมู่บ้านสงเปลือย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้เรียนให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดมุกตาหาร โดยศาลจังหวัตมุกดาหารอนุมัติหมายค้นที่ ค.๕๖/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๕๖๘

จากนั้นได้วางแผนร่วมกันกับหน่วยบูรณาการความมั่นคงในพื้นที่เพื่อทำการจับกุม โดยนำธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 6 ใบ ต่อมาได้ให้สายลับติดต่อกับ นายแสนสุริยะ คำฟ้อง (ทราบชื่อภายหลัง) ทางแอพพลิเคชั่น Messenger ชื่อ ” แม็กกี้ “ดี๊ดี” เพื่อติดต่อขอซื้อบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำกระท่อม ต่อมานายแสนสุริยะฯ ได้ติดต่อสายลับกลับมาว่าให้ไปรับของได้ที่หน้าบ้านของตน ซึ่งเป็นร้านชายของชำอยู่ในหมู่บ้านสงเปลือย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและหน่วยความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง จึงได้วางกำลังอยู่บริเวณใกล้เคียง โดยก่อนให้สายลับเข้าไปรับของได้ค้นตัวสายลับแล้วไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด

ต่อมาสายลับได้เข้าไปหน้าร้านขายของชำดังกล่าวตามที่นายแสนสุริยะฯนัดหมาย และเมื่อได้รับของมาแล้ว จึงนำมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบพบว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำกระท่อม อยู่ในถุงพลาสติกที่สายลับมอบให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปขอทำการตรวจค้นตัวนายแสนสุริยะฯ โดยก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ใจแก่นายแสนสุริยะฯ จนเป็นที่พอใจแล้ว

จึงได้ทำการตรวจคัน ผลการตรวจค้นพบธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวนหกใบ ซึ่งมีเลขธนบัตรตรงกับที่ลงประจำวันไว้ อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวา ตัวที่นายแสนสุริยะฯ สวมใส่อยู่ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ ค.๕๖/๓๕๖๘ ต่อนายแสนสุริยะฯ เพื่อเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว จากการสอบถาม นายแสนสุริยะฯ ได้ยอมรับว่าเป็นของตนเองจริงเพื่อขายให้กับลูกค้าที่ติดต่อมาผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟสบุ๊ค ส่วนราคาบุหรี่ไฟฟ้าจะแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่นและยี่ห้อ ส่วนน้ำกระท่อมขายในราคาชวดละ 50 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวนายแสนสุริยะ ฯ พร้อมของกลางทั้งหมด และได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า 1. ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับ จำนำหรือรับไว้โดยประการโด ซึ่งเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิผ่านพิธีการศุลกาการ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 2. มีไว้ในครอบครองซึ่งซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี อันเป็นความผิด ตาม มาตรา 203(1) สรรพสามิต พ.ศ.2560 3.พ.ร.บ.อาหาร 2522 ฐาน ” จำหน่ายอาหารที่มีพืชกระท่อมเป็นส่วนผสมโดยไม่ได้รับอนุญาต ” 4.ขายบุหรี่ไฟฟ้า หรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ข้อ 2 ตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค มาตรา 29/9 ประกอบ มาตรา 56/4 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ

ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์  ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานเปิด "โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568  หมู่ที่ 6 และ 11 ต.ทุ่งบัว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม " ของสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน โดยมี พ.ต.ต.นที ทองดอนจุย สารวัตรป้องกันปราบปราม(ชส) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ ตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีการร่วมลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงร่วมกันจากภาคีเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ นายแพทย์ ณัฎฐัคเณศ คงคาเพชร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงแสน  ณ ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งบัว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในการนี้ นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายอดิศร ล้อถิรธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นางสาวรัติยาพร คล้ายมาลา ปลัดอำเภอประจำตำบลทุ่งบัว เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ด้ว   สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้บริหาร OJ Primus รับรางวัลยอดจำหน่ายสูงสุด ปี 2024 / พัทยาสุดปัง! ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดินหน้าเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติระดับโลก

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ให้เกียรติขึ้นรับรางวัล “Best Retail Sales of Greater BKK 2024” จากนายพิชณุตย์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ในงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน “OMODA & JAECOO Dealer Conference 2568” จัดขึ้นโดย บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน

สำหรับการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประกาศกลยุทธ์การสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมตอกย้ำความพร้อมในการตอบสนองต่อตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ ภายใต้แนวคิด One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future ของบริษัทแม่ เฌอรี่ ออโต้โมบิลส์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับชั้นแนวหน้าจากประเทศจีน

ล่าสุด “โอแอนด์เจ ไพรม์มัส” ได้เปิดจองรถยนต์รุ่นใหม่ JAECOO 7 SHS เป็นรถเอนกประสงค์ SUV ที่ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5L GDI Turbo ทำงานร่วมกับระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด ในแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle ทำให้มีกำลังรวมสูงสุด 347 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.5 วินาที วิ่งไกลกว่า 1,300 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งยานยนต์ที่วิ่งไกลสุดในขณะนี้

ด้านรูปลักษณ์ภายนอกเน้นความหรูหรา แข็งแกร่ง ที่มาพร้อมกับห้องโดยสารภายในที่ออกแบบและเลือกสรรอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ล้ำสมัยในระดับพรีเมี่ยม ทำให้ทุกการขับขี่สนุกสนานในทุกเส้นทางทั้งในแบบออนโรดและออฟโรด

พัทยาสุดปัง! ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดินหน้าเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติระดับโลก

มีรายงานว่า เมืองพัทยาไมซ์ซิตี้ภาคตะวันออกประสบความสำเร็จ หลังงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา (Pattaya International Fireworks) คว้ารางวัล Asia Beach Festival 2025 จากสมาคมเทศกาลและงานอีเวนต์นานาชาติ แห่งภูมิภาคเอเชีย (International Festival & Events Association Asia – IFEA Asia) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2568 ที่ Gyeongju Hwabaek International Convention Center (HICO) ตอกย้ำเมืองไมซ์ระดับเอเชีย เดินหน้าต่อระดับโลก

ซึ่งนอกจากเมืองพัทยาแล้ว งานเทศกาลต่างๆ ในภาคกลางและภาคตะวันออกยังได้รับรางวัลอีกมากมาย อาทิ กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัล Asia Culture and Heritage Night including Night Market จากงานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (Night at the Museum )

จังหวัดเพชรบุรีได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival (Tangible Heritage) จากงานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง (Phetchaburi Harmony Puppet Festival) การรับรางวัลในครี้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการยกระดับงานในประเทศสู่การยอมรับการจัดงานที่ได้มาตรฐานงานเทศกาลระดับเอเชีย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มติเอกฉันท์ เลือก ‘ภูวนารถ ณ สงขลา’ เป็นนายกสมาคมวารสารศาสตร์ ต่อเนื่องสมัยที่ 2

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 โดยในวาระเลือกตั้งนายกสมาคม ที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ เลือกนายภูวนารถ ณ สงขลา เป็นนายกสมาคม ต่อเนื่องอีก 1 วาระ

สำหรับคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดใหม่ จากการประชุมใหญ่ในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคม ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ อุปนายก นางสุดจิตตรา คำดี อุปนายก นางสาวเกียรติญา สายสนั่น กรรมการ
นางปิยาพัชร คนชม กรรมการ นายวินิจ รังผึ้ง กรรมการและนายทะเบียน

นางสาวระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ กรรมการและฝ่ายวิชาการ นายจิรศักดิ์ ก้อนพรหม กรรมการและฝ่ายประชาสัมพันธ์ นายอลงกรณ์ เหมือนดาว กรรมการและปฏิคม
นางพัชรา แสงวิชัย กรรมการและเหรัญญิก นางสาวทิติภา ตั้งใจในธรรม กรรมการและเลขานุการ นางสาวธนัญญา อิสระนุกูลธรรม กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สื่อรัฐนิวส์ -สื่อรัฐนิวส์ / การประชุม ปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม ระดับอ.สีชมพูจ.ขอนแก่น

วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 09.00-12.00 ณ หอประชุมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 0910 นายไพศาล วงษ์ชีวะสกุล นายอำเภอสีชมพู มอบหมายให้นายชัยยศ บึงอำพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

ดร สมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมระดับอำเภอสีชมพู และตำบล โดยมี ผอ.ศรีสมร ศรีวิชา ผอ.กลุ่มกิจการพิเศษ

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น นายประณต มิ่งขวัญ กรรมการ/เลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะสังเกตการณ์จาคองค์กรต่างๆ
ในที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบ นายอิสระ บุตรโพธิ์ เป็นประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น

นายอิสระ บุตรโพธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมภู กล่าวขอบคุณองค์กรต่างๆ พร้อมประสานการทำงานวัฒนธรรมในท้องถิ่นอำเภอสีชมพูบ้านเฮา ตนเชื่อมั่นในการประสานงานได้กับทุกภาคส่วน

สมมาตร แอ่มไร่ /วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี และ สื่อรัฐนิวส์ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรม ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชน

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ.วัดห้วยยางบ้านห้วยยาง หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ท่านชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาเป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยว ด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) กิจกรรมย่อยที่ 2จัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ซึ่งบ้านห้วยยางตำบลเมืองหลวง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว พัฒนาต่อยอดสู่ชุมชนท่องเที่ยว

เชิงสร้างสรรค์ที่มีการค้นหาผู้ประกอบการชุมชน 10 ผู้ประกอบการ เพื่อนำสู่การดึงเสน่ห์ชุมชนนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวในรูปแบบการจัดนิทรรศการแบบกระจาย ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการปฏิบัติและลงมือทำ อาทิเช่น การทำทำพริกปลาตอง การทำน้ำพริกกุ้งฝอย

การทำปลาส้มปลาอีไท การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น การทำแยมกระเจี๊ยบฃ กบยัดไส้ไม้มะดัน การศึกษาวิถีชีวิต คนดักกุ้ง คนหาปลา รวมถึงการเรียนรู้ทักษะการทำกระเข้าเถาวัลย์ และการเลี้ยงโคเงินล้าน เป็นต้น วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแบบกิจกรรมแบบส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติดีโฮป ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยุมชน
  2. เพื่อรองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้ และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการชุมชน บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ไม่น้อยกว่า 10 ราย/10และผู้แทนจากหน่วยราชการ ภาคีการพัฒนา ภาคเอกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “คู่เตะแข้งบิน” ซีรีส์ เพื่อตัวจริง ลุยเปิดกล้องที่นครศรีธรรมราช นักบอลสวมวิญญาณนักแสดงโชว์สกิลอวดฝีเท้าระอุจอ

“คู่เตะแข้งบิน” ซีรีส์ เพื่อตัวจริง ลุยเปิดกล้องที่นครศรีธรรมราช นักบอลสวมวิญญาณนักแสดงโชว์สกิลอวดฝีเท้าระอุจอ
เพื่อความสมจริง ทุ่มเวลาเฟ้นคัดเลือกนักแสดงจากนักฟุตบอลเยาวชนทั่วประเทศกว่า 6 เดือน ซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” the series ผลงานการกำกับโดย “บอมบ์ – อัศจรรย์ สัตโกวิท ผลงานในนามบริษัทเสือสยามสตูดิโอจำกัด ได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมุ่งหวังให้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ “ให้เด็กและเยาวชนกล้าที่จะฝัน และไขว่คว้าจนไปถึงวันสู่ความสำเร็จ”

โดยเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บอมบ์-อัศจรรย์ สัตโกวิท” นำทีมนักแสดง อาทิ “โก๊ะตี๋ อารามบอย,จิ้ม ชวนชื่น, ต็อก-ศุภกร,อาเกรียง พันธมิตร,น้องบิว ขาวคง,วีระชัย หัตถโกวิท และ “จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ พร้อมเหล่านักแสดงที่มีดีกรีเป็นนักฟุตบอลเยาวชนจากทั่วประเทศและได้รับการคัดเลือกมาร่วมแสดง ได้ร่วมไหว้สักการะ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นสิริมงคลในการเปิดกล้องถ่ายทำภาพยนตร์

บอมบ์ – อัศจรรย์ สัตโกวิท ผู้กำกับการแสดงกล่าวถึงแรงบันดาลใจในการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ว่า “อย่าปล่อยให้ฝันเป็นแค่ฝัน ผมอยากให้ซีรีส์เรื่องนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนกล้าที่จะฝัน และไขว่คว้าจนถึงวันสู่ความสำเร็จ และเพื่อความสมจริงของเนื้อเรื่องในซีรีส์เรื่องนี้ ผมอยากให้ทุกองค์ประกอบของเรื่องมีความ Real มากที่สุด สมจริงที่สุด เมื่อเราทำเรื่องเกี่ยวกับเยาวชนที่มีความฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติและมุ่งมั่นจะก้าวต่อไปสู่บอลโลก นักแสดงทุกคนที่เราเฟ้นคัดเลือกมาในช่วงหลายเดือน ก็คือนักฟุตบอลเยาวชนของจริง!!! ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่าต้องมีสกิลระดับสูง ฝีเท้าขั้นเทพ ดีกรี 1 ใน 11 ตัวจริงในทีมตัวเองเท่านั้น

โดยนักแสดงที่เราคัดเลือกมามีทั้งจากสโมสรท่าเรือ, อัสสัมชัญศรีราชาชุดแชมป์มาดามคัพ, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, ดาวซัลโวลีก, บีจี ปทุม นอกจากนี้ถือว่าเป็นการพบกันนอกสนามแข่งของ 4 หนุ่ม 4 สถาบัน!!!!ไม่ว่าจะเป็น วีเซนเต้-จรัสรวี วุฒิเจริญสุข (พลุ) ร.ร.พระหฤทัยดอนเมือง -สโมสรการท่าเรือเอฟซี่ อคาเดมี่ , ซิม-ธนกฤต เย็นพันธ์ (เจเจ) ร.ร.ทวีธาภิเษก บางขุนเทียน สโมสร Bangkok Fc / All Star , Super Mark โนโน่-ดนยวรรธน์ สหายา (วอน) ร.ร.อัสสัมชัญศรีราชา สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ พีค-พิชญะ ชัยวรางกุล (ทีน)

ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ใครเป็น FC ใคร ตามเชียร์กันได้ในซีรีส์เรื่องนี้นะครับ ทุกคนเล่นจริง โชว์สกิลจริงให้เห็น เพื่อให้ซีรีส์เรื่องนี้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ เยาวชนรุ่นต่อไปกล้าที่จะฝันไกลแล้วไปให้ถึง มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับเราในการทำซีรีส์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความฝันของเยาวชน ให้กล้าที่จะฝันและทำความฝันนั้นให้เป็นจริงกันเถอะครับเตรียมพบกับทีวีซีรีส์สร้างแรงบันดาลใจ “คู่เตะแข้งบิน” ที่จะออกอากาศให้ชมกันทาง ” ช่อง 3 HD กด 33 ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30-23.30 น. เริ่ม 22 สิงหาคม 2568 นี้เป็นต้นไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายก.อบจ.ขอนแก่น เปิดงานพาแลง และงานเดินแบบการกุศล ในงานการประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดงานพาแลงและงานเดินแบบการกุศล ในงานการประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568 โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ

กล่าวรายงาน ในโอกาสนี้มี นายนาวิน คำเวียง รองนายก อบจ.ขอนแก่น, นายนิรุตติ์ ปานนาค (ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 1) รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น คนที่ 1 นายสำราญ ศรีภา ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นางกฤษดาพร ปติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายบุญแสง พรนิคม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสะอาด นายวิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายสมชาย อ้วนพรมมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชุมแพ นายสุทธิรักษ์ เมืองสอน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน นางอำนวย หงษ์ชุมแพ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองไผ่ นางสาวนัยนา บรรดาศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไชยสอ

นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.บ้านหนองคองผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตพื้นที่อำเภอชุมแพ เข้าร่วมเป้นเกียรติในพิธี ณ ลานหน้าหอประชุมอำเภอชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ ขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.4 เน้นทหาร ดึงศักยภาพสร้างความรู้เสริมกำลังให้ อส.จชต. ดูแลบ้านเกิด กำชับกำลังพลปรับเปลี่ยนแผนเผชิญเหตุ สร้างพื้นที่ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัย ครอบคลุมในทุกมิติ

วันนี้ ( 20 มีนาคม 2568 ) เวลา 09.20 น. ที่ว่าการอำเภอเจาะไอร้อง ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ โดยมีผู้บังคับบัญชา พร้อมคณะฝ่ายอำนวยการของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายอำเภอ/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรายงานสถานการณ์ และประชุมตามแผนนโยบาย

โอกาสนี้ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ระบุถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมติดตามสถานการณ์รับฟังแนวความคิดในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด รวมทั้งรับฟังปัญหา

ข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะจากหน่วยในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง เพื่อผลักดัน ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาระดับนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคต พร้อมย้ำว่าหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งเป็นพี่เลี้ยงเสริมทักษะการดูพิทักษ์

กำลังพล ควบคู่กับการดูแลประชาชนให้ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพรับมือทันท่วงทีในทุกสถานการณ์ รวมทั้งกล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนในภาพรวมถึงความร่วมมืออย่างดียิ่ง โดยขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาตามยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงได้อย่างเรียบร้อยต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิด

เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติได้ แต่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็ดขาด หลังพบสถานการณ์ภาพรวมว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงพยายายามสร้างสถานการณ์ก่อเหตุทุกรูปแบบ เพื่อแสดงศักยภาพและความมีตัวตนของกลุ่มขบวนการ โดยมีเป้าหมายหลักเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และกลุ่มเปราะบาง

อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงมุ่งมั่นบูรณาการในการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ส่งเสริมการปฏิบัติซึ่งกันและกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ร่วมนำพาความสุข สันติสุข สู่พี่น้องชายแดนใต้อย่างยั่งยืน
///////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตีฆ้องร้องทุกข์ ที่บ้านป่าตึง อ.แม่จันทร์ จ.เชียงราย

โดยทีมงานข่าวได้รับข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับภูเขาดินหัวโล้นที่มีนายทุนมาขุดดินตั้งอยู่ติดกับริมถนนสายอำเภอแม่จันจังหวัดเชียงรายมายังอำเภอแม่อายจังหวัดเชียงใหม่ก็ไม่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวตามข่าวบอกว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ไปยื่นขอจากเทศบาลเป็นโฉนดจำนวนเนื้อที่ประมาณ 49 ไร่ออกโฉนดเมื่อปีพ.ศ 2558.ก็ไม่ทราบว่าพื้นที่เป็นภูเขาทั้งลูกออกโฉนดได้ยังไงประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะออกโฉนดในพื้นที่เลยแต่นี้กับมีโฉนดอย่างถูกต้องออก

โดยเจ้าพนักงานที่ดินและทางผู้ประกอบการเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ยื่นขออนุญาติจากเทศบาลป่าตึงทำการขุดดินโดยเริ่มทำการขุดดินได้ตั้งแต่วันที่ 27 เดือนธันวาคมพ.ศ 2568และได้รับค่าธรรมเนียม 500 บาทใบอนุญาตออกให้ณวันที่ 27 เดือนธันวาคมปีเดียวกัน

โดยมีนายบุญรอดนารีรัตน์.ตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติการแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง.แต่การขออนุญาตนั้นในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้อบตมีใบอนุญาตหรือออกให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องใช้เครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้าเท่านั้นแต่นี้ผู้ประกอบการลักไก่โดยนำแม็คโค ลงไปขุดดินดังกล่าวโดยไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขได้กระทำการดังกล่าวมาเป็นเวลา 2 เดือนกว่าแล้วทีมงานข่าวจึงได้ลงไปตรวจสอบและลงพื้นที่ตามที่ประชาชนให้เบาะเเสมา

เมื่อวันที่..18 มีนาคม 2568 ก็ปรากฏว่าพบรถแม็คโครและรถพ่วงบรรทุกดินออกมาจากบริเวณดังกล่าวอีกวันที่ 19 มีนาคม 2568 ทีมงานข่าวจึงได้เข้าไปขอข้อมูลจากอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงรายทางอุตสาหกรรมได้ชี้แจงว่าไม่ได้ทราบเรื่องนี้มาก่อนและในวันเดียวกันช่วงบ่ายก็มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงรายได้ลงพื้นที่ดังกล่าวและขอใบอนุญาตหรือตรวจสอบปรากฏว่าไม่มีใบขออนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดนำเครื่องจักรกลลงไปในพื้นที่ดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้พบเครื่องจักรกลรถแม็คโครอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเลยจึงได้แจ้งแก่ผู้ประกอบการให้หยุดการกระทำดังกล่าวและจะดำเนินการตามกฎหมายก็ไม่ทราบว่าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่

อุตสาหกรรมจังหวัดไม่ได้ทราบเรื่องเลยจะได้ทราบเรื่องก็เมื่อได้มีสื่อมวลชนเข้าไปสอบถามก็ลงพื้นที่ดังกล่าวและแจ้งว่าให้มากระทำขอใบอนุญาตตามขั้นตอนให้ถูกต้องเสียก่อนจึงได้กระทำการขุดดินได้และประชาชนก็ได้แจ้งแก่ทางเทศบาลป่าตึงถึงความเดือดร้อนเรื่องผู้ประกอบการก่อนนี้ได้ทำดิน หก เรื่อฝุ่นละอองคละคลุ้งไปหมดเคยประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอแม่จันจังหวัดเชียงรายก็เห็นมาดูเพียงครั้งเดียวก็เงียบหายไปเลยประชาชนในพื้นที่ก็สงสัยมากนะครับว่า

พื้นที่ดังกล่าวเป็นลักษณะภูเขาสูงชันอย่างที่ภาพก็ไม่ทราบว่าเจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องออกเอกสารสิทธิ์มาได้อย่างไรและในวันเดียวกันนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ไปประสานงานกับทางสำนักงานป่าไม้จังหวัดเชียงรายโดยมีเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูลและเปิดแผนที่ให้ผู้สื่อข่าวดูว่าพื้นที่ดังกล่าวที่ผ่านมามีลักษณะเป็นเช่นไรและก็คงเป็นลักษณะที่ว่าพื้นที่ลักษณะนี้ไม่น่าจะออกเอกสารสิทธิ์ได้ก็ฝากให้ท่าน..ส.ส. #ญิงจุุฬารัตน์ขันสุธรรมในพื้นที่ช่วยตรวจสอบข้อมูลให้กระจ่างด้วยนะครับ.ส่วนความคืบหน้าเป็นเช่นไรทีมงานข่าวจะนำมา
ให้พี่น้องประชาชนทราบในโอกาสต่อไป..

ธนกฤ.#วรรมณี สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร.พ.น่านจัดกิจกรรม“ รพ.พบสื่อมวลชน” ประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชน ใช้บริการเชื่อมั่น ทางการแพทย์ 19/03/2568 | 151 |

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลน่าน โดยมีนพ.ณัฐธร ดาราพงศ์สถาพร รองผู้อำนวยการด้านโครงสร้างสิ่งแวดล้อมและพลังงาน นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์การแพทย์ รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพคนในพื้นที่จังหวัดน่าน และพื้นที่ข้างเคียง ได้เริ่มต้นโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 โดยผู้บริหารของธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับคณะผู้บริหารโรงพยาบาลน่าน เล็งเห็นถึงข้อจำกัดของพื้นที่หน่วยงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน และโอกาสในการพัฒนาจึงมีแนวคิดให้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัย รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น

จึงได้จัดหางบประมาณจำนวน 1,400 ล้านบาท เข้ามาสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของศูนย์การแพทย์ รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน ออกแบบให้เข้ากับสภาพอากาศ และสภาพแวดล้อม นำเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ คงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ โดยเลือกใช้สถาปัตยกรรมล้านนา ผสมผสานกับการใช้วัสดุสมัยใหม่ ออกแบบพื้นที่สีเขียวระหว่างอาคาร เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้ใช้บริการรู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงนำเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานมาประยุกต์ใช้ในอาคารด้วย รูปแบบภายนอกของอาคาร เป็นการนำลวดลายที่อ่อนช้อยของผ้าทอลายน้ำไหล ซึ่งเป็นผ้าทอพื้นถิ่นประจำจังหวัดน่านตกแต่งอยู่ภายนอกอาคาร

โดยจัดสร้างอาคารบริการผู้ป่วยและอาคารจอดรถ ซึ่งประกอบด้วยอาคาร 3 หลังคือ อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน อาคารรังสี และอาคารจอดรถ เป็นศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉินครบวงจร ในชั้น 1 เป็นห้องฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำ ชั้น 2 ประกอบด้วย หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมรองรับผู้ป่วยได้ 11 เตียง หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมประสาท รองรับผู้ป่วยได้ 11 เตียง ชั้น 3 ประกอบด้วยหอผู้ป่วยอุบัติเหตุ รองรับ ผู้ป่วยได้ 32 เตียง ที่พักแพทย์ฝึกหัด ทำให้ใกล้ชิดผู้ป่วยและสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที หน่วยตรวจสอบเวชระเบียน และชั้น 4 ประกอบด้วย ห้องพักแพทย์รวม หรือองค์กรแพทย์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินผู้ป่วยผ่าตัดได้ทันทีและห้องประชุมส่วนอาคารจอดรถยนต์ สามารถรองรับรถยนต์จำนวน 301 คัน

ด้านนายแพทย์วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า โรงพยาบาลน่านได้มีการเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 แบบเต็มรูปแบบโดยการจัดกิจกรรมพบสื่อในวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่จะเข้ามารับบริการโรงพยาบาลน่านว่าเรา

พร้อมบริการด้านใดบ้างและระบบการให้บริการที่เปลี่ยนไปและจุดบริการแผนกต่างๆได้ย้ายมาที่ตึกใหม่ ปัจจุบันนี้มีแพทย์เฉพาะทางประมาณ 99 คน และปีหน้าและปีต่อๆไปจะมีแพทย์ที่จบใหม่อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบสนองให้การตรวจรักษาบริการประชาชนได้เต็มที่ ทั้งนี้จากการที่โรงพยาบาลน่านต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง

โดยตอนนี้เรามีการพัฒนาเทคนิคการแพทย์เพิ่มมากขึ้นทำให้โรงพยาบาลน่านพร้อมรักษามากขึ้นการส่งต่อผู้ป่วยและผู้ป่วยวิกฤตกรณีฉุกเฉินก็จะน้อยลงซึ่งโรงพยาบาลน่านให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเรายังมีหมอผ่าตัดสมองและโรคภาวะฉุกเฉินโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและโรคหัวใจอุดดันที่ต้องใส่สายสวนหัวใจปัจจุบันเรามีบริการได้ทุกวัน

นอกจากนั้นยังมีการรักษารังสีรักษาในการรักษาโรคมะเร็ง อรทิ การรักษาด้วยการผ่าตัด เคมีบำบัด นอกเหนือจากนั้นทางโรงพยาบาลน่านได้มีความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้มีนักศึกษาแพทย์มาเรียนในชั้นปีที่4และกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลน่าน โดยคาดว่าปี 2575 – 2576 โรงพยาบาลน่านจะบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและทีมให้การดูแลที่มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้หลังจากเปิดเป็นทางการชั้นโถงชั้น1จะได้จัดเป็นนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เป็นโอกาสให้ศิลปินได้นำเสนอผลงานและชื่นชมความงามของศิลปะ เพื่อนำมาใช้ในการเยียวยาทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยที่มาใช้บริการ ได้สุนทรีย์กับงานศิลปะดังกล่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมาเปิดตัวลูกมาร่า “Patagonian mara” สัตว์สุดแปลก

นายธนชน เคนสิง้ห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา สวนสัตว์นครราชสีมา ได้เปิดตัวสมากชิกใหม่ ลูก “มาร่า” หรือ พาตาโกเนียนมาร่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเพศ โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เลี้ยงดูได้นำออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับมาร่าที่อยู่ในการดูแลภายในสวนสัตว์นครราชสีมา

มีจำนวนทั้งหมด 3 ตัว เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 1 ตัว และ ลูกมาร่าที่เกิดใหม่ อีก 1 ตัว ซึ่งตามธรรมชาตินั้น มาร่าพบได้ในแคว้นพาตาโกเนียน ประเทศอาเจนติน่าและประเทศปรากวัย อาศัยอยู่ในบริเวณทุ่งกว้างที่มีพุ่มไม้ขึ้นอยู่กระจัดกระจาย หรือในพื้นที่กึ่งทะเลทราย เป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากคาปิบาร่าและบีเวอร์ มีนิสัยอ่อนโยน รักสงบ ออกหากินในเวลากลางวัน โดยจะกินพืช หญ้า ผลไม้ เปลือกไม้ และรากไม้

ด้านนายสัตวแพทย์สุทธิพงศ์ รัตนะ นายสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลูกมาร่าได้รับการตรวจสุขภาพ พบว่าสุขภาพแข็งแรงได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อและแม่มาร่าเป็นอย่างดี และสามารถนำออกมาหน้าส่วนแสดงให้น้องๆหนูๆ และนักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักของครอบครัวมาร่า
สำหรับ มาร่า หรือ พาตาโกเนียนมาร่า

นับว่าเข้าข่ายที่จะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากการไล่ล่าสัตว์ของมนุษย์หรือโดนล่าจากสัตว์อื่นๆ เช่น เสือ สุนัขจิ้งจอก และนกล่าเหยื่อ อีกทั้งจากการแข่งกับสัตว์กินพืชชนิดอื่นๆ เพื่อแย่งชิงอาหาร เช่น กระต่ายยุโรป แกะ จึงทำให้พาตาโกเนียนมารามีจำนวนประชากรที่ลดลง เราจึงต้องรณรงค์และอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูฯ จัดสัมมนาภาคเหนือ วางแผนยุทธศาสตร์-เสริมบทบาทอนุกรรมการจังหวัด

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดโครงการสัมมนาจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ปีงบประมาณ 2568 และสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรระดับจังหวัด ภาคเหนือ

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยมีนายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต้อนรับ

พร้อมด้วยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร และคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมกว่า 395 คน เข้าร่วม

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินงานระดับประเทศ โดยแบ่งการสัมมนาออกเป็น 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น ภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคกลาง

ที่จังหวัดเพชรบุรี และภาคเหนือ ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายของโครงการ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตามระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง สามารถกำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกับคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ด้านนายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลกมีเกษตรกรเป็นประชากรหลัก โดยมีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรกว่า 270,622 ครัวเรือน พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 857 องค์กร และมีสมาชิกขึ้นทะเบียนหนี้สินเพื่อขอรับการแก้ไขปัญหากว่า 10,465 ราย รวมมูลหนี้กว่า 3,088 ล้านบาท ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้จะช่วยให้คณะอนุกรรมการฯ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในโอกาสนี้ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ดำเนินการมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 6 ราย จาก 6 สหกรณ์ รวมมูลค่ากว่า 5.2 ล้านบาท ช่วยรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรได้รวม 24 ไร่ 2 งาน 22.6 ตารางวา โดยเกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนต่างกล่าวขอบคุณภาครัฐที่ช่วยเหลือและให้โอกาสได้กลับมาประกอบอาชีพต่อไป

การสัมมนาครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนากลไกการบริหารกองทุนฟื้นฟูฯ ระดับจังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานมีทิศทางที่ชัดเจนและสามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้สินได้อย่างเป็นระบบ/บุญยวึ์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยป่าไม้ นายอำเภอเวียงสา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทาง ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 พื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน หลังพบว่าปัจจุบันมีจุดความร้อนสะสมแล้ว 1,698 จุด ซึ่ง อำเภอเวียงสา เป็นพื้นที่ที่พบจุดความร้อนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง

ที่ประชุมจึงได้กำหนดมาตรการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา ได้แก่
✅ นโยบาย “เคาะประตูบ้าน” โดยให้นายอำเภอ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดเผา
✅ประกาศ “ปิดป่า” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากผู้ใดฝ่าฝืนย้ำลงโทษอย่างเด็ดขาด
✅ ตั้ง “ด่านสกัด” ร่วมกับชุมชน บริเวณทางเข้าอุทยานฯ เขตป่า เพื่อตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันการลักลอบเผาอย่างเข้มงวด

จังหวัดน่าน ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาหากพบเห็นไฟป่าหรือการลักลอบเผาป่า สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ทันที เพื่อลดปัญหาไฟป่าและมลพิษทางอากาศ สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองเชียงใหม่ ขานรับนโยบาย ผบช.ภ.5 เร่งระดมกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า จับกุมผู้ต้องหา 1 คนพร้อมของกลางมูลค่า 2 แสนบาท

19 มี.ค. 68 เวลา 16.30 น. สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลพบว่ามีเป็นจุดที่มีการกักตุนสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สรรพสามิตและเจ้าหน้าที่ศุลกากร บูรณาการกำลัง นำกำลังเข้าตรวจสอบ อพาร์ทเมนต์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตามที่สายลับได้แจ้ง

พบ นายธีรุตม์ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ม.1 ต.ช้างเผือก อ.เมืองจ.เชียงใหม่ กำลังเดินลงมาจากห้องพักและมายืนสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่บริเวณหน้าสถานที่เกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวให้นายธีรุตม์ฯ ทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่สูบเป็นของผิดกฎหมายและได้สอบถามนายธีรุตม์ฯ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่เหลือ นายธีรุตม์ฯ มีท่าทางพิรุธ อาการ ตัวสั่น มือสั่น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเห็นพิรุธจึงได้ขอทำการตรวจค้นห้องพักที่นายนาย ธีรุตม์ฯ พักอาศัยซึ่งน่าสงสัยว่ามีบุหรี่ไฟฟ้าเก็บซุกซ่อนไว้

โดยนายธีรุตม์ฯ ได้พาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไปตรวจค้นห้องพักโดยความสมัครใจ ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ไฟฟ้าของกลางดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งนายธีรุตม์ฯ ยอมรับว่าเป็นของตนซึ่งเก็บซ่อนไว้เพื่อรอจำหน่ายให้วัยรุ่นที่ต้องการในชุมชนใกล้เคียงและในเมืองเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจยึดไว้ ซึ่งนายธีรุตม์ฯ ให้การรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าของกลางที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดนั้นเป็นของตนจริง และขณะเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมนั้นอยู่ในความครอบครองของตนจริง จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวมาที่ ห้องสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ จัดทำบันทึกการจับกุมไว้เป็นหลักฐานแล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง” ซึ่งนายธีรุตม์ หรือติน รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ของกลางที่ตรวจยึด 1.บุหรี่ไฟฟ้าประเภทใช้แล้วทิ้ง 2.หัวบุหรี่ไฟฟ้าประเภทใช้แล้วทิ้ง 3.น้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า รวมจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 1,739 ชิ้น มูลค่าประมาณ 200,000 บาท นำตัวผู้ต้องหาและของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป .

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดเต็ม “เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568” Songkran Fastival Buengkan 2025

วันที่ 19 มี.ค.2568เวลา 18.00 น. ที่บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ และเทศบาลเมืองบึงกาฬ จัดแถลงข่าว “เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568” Songkran Fastival Buengkan 2025 โดยมีนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน

พร้อมด้วย นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มีนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจัดหวัดบึงกาฬ นางสุมิตรา จารุกำเนิดกนก สมาชิกวุฒิสภา นายวาปี เณระสุระ ประธานสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายประชุม จตุเทน ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬนพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ และ พ.ต.อ.อารักษ์ มะสาธานัง รองผบก.ภจว.บึงกาฬ ผู้แทน ผบก.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าว และหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนแขกผู้มีเกียรติร่วมงานแถลงข่าว

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการประกาศจากองค์การ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ดังนั้นงาน “Songkran Festival Buengkan 2025 เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568”
ในปีนี้จังหวัดบึงกาฬ จะมีขบวนแห่สงกรานต์ยิ่งใหญ่ นำเสนอวิจิตรตระการตา สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรม Soft Power ของจังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย.นี้ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติรับรู้ถึงคุณค่าสาระของประเพณีสงกรานต์ไทย หนุนสร้างพลังสร้างสรรค์ Soft Power ให้สร้างมูลค่าและรายได้กับจังหวัดบึงกาฬ

ด้านนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้เป็นปีที่2 ที่จัดงานครั้งนี้เพื่อรองรับการกลับบ้านของชาวบึงกาฬ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดบึงกาฬมากยิ่งขึ้น มีกิจกรรมทางประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในจังหวัดบึงกาฬ รวมถึงกิจกรรมริ่นเริงมากมาย อาทิ คอนเสริต์หมอลำคณะ “รำไพ แสงทอง” คอนเสิร์ต “ธีร์ เร็กซ์” และคอนเสิร์ต “วงฮันแนว” กลองยาว ชุด “ชุดม่วนซื่นสงกรานต์ เครื่องเล่น สไลเดอร์ สระน้ำ

บ้านลม ปาร์ตี้โฟม อุโมงค์น้ำ เป็นต้น เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ไทยซึ่งทางรัฐบาลให้ความสำคัญในการต่อยอดเพื่อผลักดันไปสู่งานเทศกาลระดับโลก จังหวัดบึงกาฬจึงได้จัดงาน Songkran Festival BuengKan 2025 เย็นทั่วหล้ารื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568 อย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีขบวนรถแห่สงกรานต์ทั้ง 24 ชุมชน ในเทศบาลเมืองบึงกาฬ Soft Power ที่จะมานำเสนอเอกลักษณ์ ท้องถิ่นของจังหวัดบึงกาฬ

วันที่ 13 เม.ย. 2568 ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์. ระหว่างวันที่ 13 – 16 เม.ย. 2568 จะมีการเดินทางอย่างคึกคักมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดและจังหวัดอื่น คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนจังหวัดบึงกาฬเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 10,000 คน-และใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนมากกว่า 100 ล้านบาท

ขณะที่นายณรงค์ศักดิ์ สุระพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ คาดว่าประชาชนจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ ร่วมหมื่นกว่าคน การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น ค รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดบึงกาฬอีกด้วย

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล///บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! งาน Automation Expo 2025 งานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติสำหรับภาคการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก/พรรคประชาชนเปิดตัว “นิยม” ว่าที่ผู้สมัคร นายก ทม.หนองปรือ

วันที่ 19 มี.ค.68 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา จ.ชลบุรี นายสงวน แสงวงศ์กิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เป็นประธานเปิดงาน Automation Expo 2025 งานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติสำหรับภาคการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2568 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมอนาคต โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์  นายกเมืองพัทยา ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นางสาวกนกพร ดำรงกุล ฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศ สสปน. และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิด

งาน AUTOMATION EXPO เป็นงานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติที่พร้อมสนับสนุนภาคการผลิตยุคใหม่ภายใต้แนวคิด Smart Human for Smart Manufacturing ที่ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ ในฐานะทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ ด้วยการใช้ ‘เทคโนโลยี’

เพื่อยกระดับทุกมิติที่เกี่ยวข้องในงานได้มีการจัดแสดงเทคโนโลยีและอิเล็คโทรนิกส์อัจฉริยะที่ครอบคลุมความต้องการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำในการผลิตตลอดทั้งซัพพลายเชน เติมเต็มความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน CPS และซอฟต์แวร์ตลอดจนแพลตฟอร์มสำหรับการผลิตยุคใหม่ในฐานะเครื่องมือที่สร้างความยั่งยืนและความมั่นคงให้กับธุรกิจ

โดยมีผู้ประกอบการกว่า 130 แบรนด์ชั้นนำจาก 9 หมวดเทคโนโลยีเข้าร่วม ได้แก่ INDUSTRIAL AUTOMATION & ROBOTICS, AUTOMATION & INVESTMENT CONSULTANTS, AUTOMATION SUPPLIES, CONTROL & SUPERVISION, DESIGN & SIMULATION, DIGITAL INFRASTRUCTURE, SMART HUMAN, SMART SENSOR และ FOOD TECHNOLOGY & SOLUTION

นอกจากนี้ในงานยังมีการให้ความรู้และเทรนด์ที่สำคัญของธุรกิจการผลิตด้วยหัวข้อที่ครอบคลุมการแข่งขันในธุรกิจยุคดิจิทัลตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารซัพพลายเชน ไปจนถึงการวางแผนและต่อยอดเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการผลิตจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจให้กับผู้ร่วมงานเช่นกัน

พรรคประชาชนเปิดตัว “นิยม” ว่าที่ผู้สมัคร นายก ทม.หนองปรือ และ ว่าที่ผู้สมัคร สท. 3 เขต พร้อมสู้ศึกการเมืองท้องถิ่น

วันที่ 18 มีนาคม 2567 ที่บัวธารารีสอร์ท อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีรายงานว่า พรรคประชาชน ได้แถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ โดยพบว่าบรรยากาศในการแถลงข่าวประชาชน กลุ่มมวลชนต่างให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังกันจนแน่นทั้งนี้หลังได้เวลา นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรคประชาชน นายยอดชาย พึ่งพร สส.เขต 9 พรรคประชาชน ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมองหนองปรือ และนายนิยม เที่ยงธรรม ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ได้ร่วมกันแถลงข่าว

โดยนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรคประชาชน ได้เป็นผู้กล่าวเปิดเวทีแถลงข่าวเปิดตัวคนแรกในนามผู้แทนของพรรคประชาชน พร้อมประกาศชัดเจนว่าพรรคประชาชนได้มีมติส่งนายนิยม เที่ยงธรรม ลงแข่งขันในนามของพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ พร้อมแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวหนองปรือทุกคนที่จะได้คนดีๆ เข้ามาบริหารเทศบาลเมืองหนองปรือ เนื่องจากจากการพูดคุยที่ผ่านมาของคณะกรรมการพรรค พบว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ มีความพร้อม และมีอุดมการณ์เดียวกันกับทางพรรค คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมือง และเห็นว่าประชาชนเป็นส่วนที่สำคัญ นโยบายทุกอย่างนั้นต้องออกมาจากประชาชน ออกมาจากความต้องการของประชาชน ยึดมั่นในการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม ในนามพรรคประชาชน นายนิยมจะเป็นนายกเทศมนตรีอย่างเป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม

จากนั้นนายยอดชาย พึ่งพร สส.พรรคประชาชน เขต 9 ได้กล่าวว่า ส่วนตัวได้เจอกับ นายนิยมมานาน และได้เคยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านการเมือง ซึ่งก็พบว่าเป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี ให้เกียรติทุกคน และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความต้องการของตัวเองออกมา พอได้พูดคุยเรื่องของนโยบายก็พบว่ามีแนวทางเดียวกับพรรค คือเห็นความสำคัญของประชาชน ประชาชนสามารถกำหนดทิศทางของการพัฒนาท้องถิ่นได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้เรื่องการศึกษาก็สำคัญ นักเรียนที่จบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตเมืองหนองปรือจะต้องมีที่เรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางพรรคได้เร่งเดินหน้าดำเนินการในสมัยนี้ ส่วนโรงพยาบาลชุมชนที่ถูกกยุบหรือหายไปก็ต้องมีกลับมาเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลเรื่องของสุขภาพอย่างดี เนื่องจากในพื้นที่เมืองหนองปรือนั้นมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบสุขภาพที่ดี พร้อมจับมือร่วมกันปักธงสีส้มในพื้นที่เมืองหนองปรือให้ได้ และมีจุดหมายเดียวกัน จากเทศบาลเมืองหนองปรือ ให้เป็นเทศบาลนครหนองปรือในอนาคต และขอฝากประชานในพื้นที่ร่วมกันปักธงสีส้มในพื้นที่หนองปรือ จาก 1 ขอเป็น 10 และจาก 10 ขอเป็น 100

ขณะที่ ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ กล่าวว่า ตลอดระยะการทำงานด้านการเมืองกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวและทีมงานได้ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคต่างๆเพื่อยกระดับเทศบาลเมืองหนองปรือให้น่าอยู่ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้พุดคุยกับทางด้าน สส.ยอดชาย ว่าเราจะพัฒนาเมืองหนองปรือให้เป็นไปในทิศทางไหน ตลอดเวลาที่ผ่านมาพบว่ามีการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จในการบริหารเทศบาล ไม่ได้ใช้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ด้านระบบการศึกษา ระบบสาธารณสุข ระบบสาธารณูปโภค ก็ยังรอคอยการพัฒนา ฝเราต้องเอาความต้องการของประชาชนเป็นโจทย์ แล้วนำมาแก้ไข หลายคนสงสัยว่าทำไมกลุ่มเรารักษ์หนองปรือถึงรวมกับพรรคประชาชนได้ ตรงนี้ต้องชี้แจงว่าเมื่อความคิดตรงกัน การเชื่อมโยงผสมผสานก็เกิดขึ้น มีความเห็นตรงกันในแนวความคิด จึงเกิดการรวมกันเพื่อเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด 4 ปีที่ผ่านมาทำให้ประชาชนมองเห็นแล้วว่า ความคาดหวังไม่มี เกิดการผิดหวังกับการพัฒนาที่ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม จากโครงสร้างเมืองหนองปรือที่พบว่าได้ถูกพัฒนาอย่างเข้มแข็ง แต่กลับไม่ได้รับความใส่ใจ ดูแล ทั้งหมดนี้รับรู้ได้จากการพูดคุยกับพี่น้องประชาชน และจากนี้ไป 4 ปี ข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น เมืองหนองปรือจะต้องเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีความสุข

ด้านนายนิยม เที่ยงธรรม ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ พรรคประชาชน กล่าวว่า การเข้ามาในครั้งนี้ ต้องการที่จะเข้ามาเปลี่ยนเมืองหนองปรือให้มีความน่าอยู่ มีการกระจายอำนาจให้กับประชาชน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เน้นการทำงาน 3 จริง ประกอบไปด้วย ลงพื้นที่จริง , รับฟังปัญหาจริง และ อยู่ในสถานการณ์จริง ทั้งนี้หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน สิ่งที่จะทำอย่างแรกคือการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมและรับรู้ในการประชุมสภา ด้วยการจัดให้มีการถ่ายทอดสดในการประชุมสภาทุกครั้ง ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกอย่าง คืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการเพิ่มชุมชนให้เป็น 50 ชุมชน เพื่อที่จะได้รับการพัฒนาได้อย่างเข้าถึงทุกจุด ทุกพื้นที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม พร้อมส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนด้วยการเพิ่มโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลขนาดเล็ก 5-10 เตียยงในพื้นที่ ให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปกระจุกตัวที่โรงพยาบาลของรัฐ และต้องเดินทางไปใช้บริการได้สะดวกขึ้น ด้านการศึกษา 4 ปีที่ผ่านมา พบว่าประชาชนต้องพบกับความผิดหวัง ที่ปัจจุบันยังคงไม่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาเทศบาลเมืองหนองปรือ ซึ่งจริงๆ แล้ว 4 ปีในต้องมีความคืบหน้าเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่เห็น แต่ถ้าหากได้รับความวางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปทำหน้าที่ โรงเรียนมัธยมศึกษาเมืองหนองปรือจะต้องมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เนื่องจากเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันให้เกิดโรงเรียนมัธยมเมืองหนองปรือขึ้นมาในสมัยแรกๆ ซึ่งการดำเนินการสร้างโรงเรียนมัธยมก็สามารถทำได้เพียงจะต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของรัฐ เข้ามาร่วมในการผลักดัน โดยสามารถประสานงานร่วมกับ สส. ในพื้นที่จากพรรคประชาชน ซึ่งมี สส.ยอดชายในการเป็นสื่อกลางในการประสานงาน ประสานงบประมาณ ประสานกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ ส่วนกลางในการผลักดันงบประมาณเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น

หลังจากที่แถลงข่าวเสร็จสิ้น ได้มีการเปิดตัวสมาชิก 3 เขต ครบทั้ง 18 คน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ๆ ที่มีดีกรีไม่ธรรมดา อาทิ อดีตข้าราชการระดับสูง , อดีตประธานชุมชน , คหบดีในพื้นที่เมืองหนองปรือ , อดีต สท.เมืองหนองปรือ ที่พร้อมทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน จากนั้นได้ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามลำดับ ทั้งนี้หลังถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเสร็ตสิ้นด้าน สส.เขต 9 นายยอดชาย พึ่งพร ยังได้ทิ้งท้ายว่า มีความเป็นไปได้ว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเดินทางมาร่วมหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรค และมีแนวโน้มว่าจะเดินทางพบปะพี่น้องอย่างใกล้ชิดเพื่อขอคะแนนเสียงให้กับลูกพรรคด้วย

SNS เครือสหพัฒน์ ผนึก J-PARK ศรีราชา และ IWG เปิด Regus สำนักงานให้เช่าครบวงจร ตอบรับลงทุนต่างชาติขยายตัว

นายประเมศฐ์ ฤทธิพรพสิษฐ์ กรรมการ บริษัท ซินเนอร์จี้ สเปซเซส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า SNS ดำเนินธุรกิจในการเป็นผู้สร้างเครือข่ายสำนักงานคุณภาพสูงและเน้นการเติบโตทางธุรกิจโดยร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งในหลากหลายด้าน ล่าสุดได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตร Regus (รีจัส) ผู้ให้บริการ Hybrid Flexible Workspace ชั้นนำของโลกเข้ามาเป็นพันธมิตรในโครงการ “เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ” (J-Park Nihon Mura) ในเฟส 2 New Town Zone ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

จุดเด่นของ รีจัส เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ (Regus J-Park Nihon Mura) มาจากการผสมผสานระหว่างสภาพแวดล้อมการทำงานระดับมืออาชีพที่อยู่ท่ามกลาง Community Mall ที่สะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ โดยออกแบบพื้นที่ออฟฟิศที่มีความยืดหยุน เหมาะกับธุรกิจหลากหลายขนาด โดยห้องไพรเวทเริ่มต้นจาก 2 ที่นั่ง และสูงสุด 8 ที่นั่ง รองรับการใช้งานของภาคธุรกิจได้มากถึง 120 ที่นั่งในพื้นที่ขนาด 555 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง บิสซิเนส เล้าจ์ (Business Lounge) เจ้าหน้าที่ต้อนรับ และห้องประชุมที่สะดวกและอุปกรณ์ครบครัน

ด้าน นายทินกร บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI กล่าวว่า J-Park Nihon Mura เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก วิถีชีวิตและวัฒนธรมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน และการใช้ชีวิตของชุมชนชาวญี่ปุ่น และนานาชาติที่อาศัยและทำงานอยู่ในศรีราชา และการที่ SNS เลือก J-Park เป็นสาขาแรกในการเปิด รีจัส เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมมือกันที่จะสร้างประสบการณ์การทำงานที่มีคุณภาพสูง ท่ามกลางไลฟ์สไตล์ที่ครบครันบรรยากาศญี่ปุ่นซึ่งจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของผู้ใช้งานออฟฟิศแห่งนี้และช่วยส่งเสริมธุรกิจและคุณภาพชีวิตของผู้ที่เข้ามาใช้บริการต่อไป

นายธิติวัฒน์ ธนาพรนิธินันท์ Country Manager IWG ผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงานให้เช่าแบบยืดหยุ่น (Flexible Workspace) หรือเวิร์คสเปซภายใต้ แบรนด์ Regus กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าที่สนใจเข้ามาใช้บริการ ได้แก่ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือแหลมฉบัง, บริษัทที่ต้องการเปิดสาขาย่อยในพื้นที่อุตสาหกรรมศรีราชาและบริษัทที่มองหาสำนักงานในเขตพื้นที่อีอีซี ซึ่งเชื่อมต่อ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งแนวโน้มพื้นที่เช่าในปี 2568 สามารถทำอัตราการเช่า (Occupancy) ได้ถึง 30% ก่อนการเปิดตัวในวันที่ 1 มีนาคมที่ผานมา และคาดว่าในปี 2569 จะสามารถเพิ่มอัตราการเช่าได้ถึง 80% ซึ่งสอดรับแนวโน้มการขยายตัวของบริษัทต่างชาติในพื้นที่ภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่ดีอย่างต่อเนื่องเป้าหมายในการขยายธุรกิจพื้นที่ถัดไปของ SNS คือการสร้างเครือข่ายสำนักงานคุณภาพสูงที่จะตอบสนองความต้องการของมืออาชีพในธุรกิจหลากหลายขนาดและรูปแบบ อาทิ โปรเจกต์ใหม่ “Spaces” ที่คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานให้เช่า ระดับ Iconic Grade A ที่สูงที่สุดในย่านพระราม 3 ที่เตรียมเปิดตัววันที่ 1 เมษายน 2568 นี้” นายประเมศฐ์ ฤทธิพรพสิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

รีจัส เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ (Regus J-Park Nihon Mura) มุ่งเน้นสร้างพื้นที่ทำงานที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและนักธุรกิจ ด้วยมาตรฐานสากล สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สะดวกสบายไปกับร้านค้า ร้านอาหารที่หลากหลายในพื้นที่ J-Park ที่จะช่วยส่งเสริมประสบการณ์การทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด IWG ที่ Regus เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้นำและมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการ Service Office ระดับโลก โดยเปิดให้บริการ 4,000 แห่ง, 1,200 เมือง, 150 ประเทศทั่วโลก ทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการสถานที่อื่นๆ ในเครือได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกล. สุรศักดิ์มนตรี มุกดาหาร จับสินค้าหนีภาษี ข้ามโขง 35 รายการ

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568​ ร.ต.กฤษดา มุลมาตย์ ผบ.มว.สกัดกั้นฯ ที่ 1 กองกำลังสุรศักดนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีผู้ลักลอบนำสินค้านำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน จึงได้จัดกำลังออกเฝ้าตรวจร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหาร , ร้อย.ฉก.ทพ.2105 และ สำนักข่าว กอ.รมน., บริเวณพื้นที่ บ.หนองผือ ม.6 ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

จนกระทั้งเวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีรถกระบะตรงตามรายละเอียดที่แจ้งไว้วิ่งเข้ามาบริเวณที่เจ้าหน้าที่ซุ่มอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดรถ ขอตรวจค้น ผลตรวจค้นพบอาหารเสริม , ยาสามัญประจำบ้าน, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ จึงได้ควบคุมนายคมคิด อุทาวงค์ (เบิร์ด) อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 หมู่ 5 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร คนขับรถ พร้อมด้วยของกลางจำนวน 35 รายการ

ประกอบด้วย 1. นมผงยี่ห้อ FALIGOLD จำนวน 150 ลัง, ลังละ 24 กระปุก รวม 3,600 กระปุก 2. ตะกร้าหวาย ขนาด 20×10 ซม. จำนวน 720 ชิ้น 3. เคสคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 ชิ้น 4. เครื่องล้างขวดนม จำนวน 4 เครื่อง 5. ไฟ LED จำนวน 200 ชิ้น 6. สายฉีดชำระ จำนวน 12 ชุด

7. เส้นด้าย จำนวน 5 ลัง ลังละ 5 กก. รวม 25 กก.​ 8. รองเท้าสตรี (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 7 คู่ 9. กาวติดขนตา จำนวน 355 ซอง 10. ขนตาปลอม (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 370 ชิ้น 11. ยาแก้หวัดยี่ห้อ CEDIPECT 562 กระปุก 12. ยาแก้ไอยี่ห้อ AECTALVICCODEIN จำนวน 100 กล่อง, กล่องละ 10 แผง, แผงละ 10 เม็ด

13. อาหารเสริมยี่ห้อ HUNASOY WHISSKIN PLUS 6 กล่อ 14. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ LOUIS VITLONG จำนวน 8 ใบ 15. กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อ GOYARD 1 ใบ 16. รองเท้าสตรียี่ห้อ PRADA จำนวน 1 คู่ 17. รองเท้าสตรียี่ห้อ JIMMYCHOO จำนวน 1 คู่ 18. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ MICHAEL KORS จำนวน 2 ใบ 19. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ อามานี จำนวน 1 ใบ 20. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ CALUH KLEH จำนวน 1 ใบ 21. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ PRADA จำนวน 1 ใบ 22. กระเป๋าสะพายสตรียี่ห้อ CHANEL จำนวน 1 ใบ 23. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ DIOR จำนวน 1 ใบ 24.

กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ GOYARD จำนวน 4 ใบ 25. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ MICHAEL KORS จำนวน 5 ใบ 26. กระเป๋าสะพายสตรียี่ห้อ GUCCI จำนวน 1 ใบ 27. อาหารเสริมยี่ห้อ COLOSLG GOLD จำนวน 18 กระป๋อง 28. อาหารเสริมยี่ห้อ TRUEMOM จำนวน 12 กระป๋อง 29. รองเท้าสตรี (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 24 คู่ 30. เสื้อผ้าแฟชั่น (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 60 ตัว

31. อะไหล่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA จำนวน 55 ชิ้น 32. กรองอากาศรถจักรยานยนต์ (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 4 ชิ้น 33. สายพานรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 ชิ้น 34. อะไหล่เครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 ชิ้น 35. รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA HILUX REVO สีขาว ทะเบียน บท 6331 มุกดาหาร
นำส่ง เจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประกวดส้มตำลีลาโดยผลการประกวดประจำปี 2568

วันที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 1600 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธี จัดการประกวดส้มตำลีลาโดยผลการประกวดประจำปี 2568 มีดังนี้รางวัลชนะเลิศ ได้แก่

ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม องค์การบริหารส่วนตำบลไชยสอ รางวัลชมเชย ได้แก่

ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลโนนอุดม ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลชุมแพ ทีม องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ทีมเทศบาลตำบลหนองไผ่ ทีมเทศบาลตำบลหนองเสาเล้า ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด ทีมเทศบาลตำบลโนนหันทีมเทศบาลตำบลนาเพียง ทีมเทศบาลตำบลโนนสะอาด ทีมเทศบาลตำบลโคกสูงสัมพันธ์

ณ ลานเวทีวัฒนธรรม ในงานกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในท้องที่อำเภอชุมแพ และท้องถิ่นร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ

นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสาวสุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสุภานันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน นางสาวสมิตา สิมสวน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสาวจริยาภรณ์ นามนัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

วินนิวส์สื่อรัฐทีวีขอนแก่น

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ ศ 2568 เวลา 13.00 น วัดโพธิ์ศรี บ้านร่องแซง อำเภอชุมแพ นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพแม่สมบูรณ์ ศ.เรืองญาณ โดยมีผู้เข้าร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก เช่น นาย​ สุทธิ​รักษ์​ เมือง​สอน​ นายก​เทศมนตรี​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ นาย​ ภสุ​ โคตร​ศรี​ รองนายก​เทศมนตรี​ นาย​ ประจวบ​ ดี​บุญ​มี​ ณ.ชุมแพ​ รองนายก​เทศมนตรี​ พร้อม​คณะ​ผู้บริหาร​ นาย​ ศิริ​ชัย​ บุตร​จันทร์​ ประธาน​สภา​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ พร้อมสมาชิก​สภา​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ ผ.อ.สวิต คำผา พร้อมผู้นำท้องที่และท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบคีรีขันธ์ _ ไลน์ ทรานสปอร์ต กับมาตรฐาน “Q Mark” การันตี 8 ปีต่อเนื่อง

นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด (LINE) ในฐานะผู้บริหารธุรกิจโลจิสติกส์-ขนส่งทางบก ภายใต้ SVL Group พร้อมทีมงาน ได้ต้อนรับผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท ทีพีเอส คอนซัลแทนท์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจากกรมการขนส่งทางบก ได้แก่ ผศ.ดร.ทัศนีย์ สิราริยกุล นายสุรชัย ขันธมิตร และนายทรงยศ รัตนภวนนท์ ในการเข้าตรวจประเมินการรับรอง “Q Mark” ประจำปี 2568 หรือมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก ซึ่งกำหนดโดยกรมการขนส่งทางบก ในปี พ.ศ.2552 เพื่อยกระดับการบริการขนส่งสินค้าทางถนนในประเทศไทย

โดยครอบคลุมผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป การประเมินครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ องค์กร การปฏิบัติการขนส่ง พนักงาน ยานพาหนะ และลูกค้า สรุปผลคือ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ผ่านการประเมินมาตรฐาน Q Mark ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และเตรียมรับตราสัญลักษณ์จากกรมการขนส่งทางบก โดยการตรวจประเมินล่าสุด ณ พื้นที่บริการ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี- สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองน่าน ส่งกำลังใจทัพนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

วันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ณ จังหวัดชลบุรี

โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยจังหวัดน่านได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 และการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

ระหว่างวันที่ 20 – 26 เมษายน 2568 ณ จังหวัดชลบุรี รวมนักกีฬา ผู้ฝึกสอนและกรรมการผู้ตัดสิน จำนวน 358 คน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการรักษาสุขภาพส่งเสริมให้ห่างไกลยาเสพติดตลอดจนสร้างน้ำใจนักกีฬาและความสามัคคี

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขอให้นักกีฬา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เข้าร่วมการแข่งขันด้วยความถูกต้องตามกฎกติกา มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ตลอดจนขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้ทุกท่าน ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน นำชื่อเสือเสียงมาสู่จังหวัดน่านของเราและขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ิสดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานย่าโม ปี 68 ยิ่งใหญ่ สตรีโคราช 7,272 ร่วมรำบวงสรวง / กิจกรรม Media Day การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ของการฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 2568

เมื่อวันที่(17 มีค68) ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางสุฐิดา วิริยะกุลนันท์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายไพบูลย์ พฤกพนาเวช ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครราชสีมา และนายมนัสวิน นันทเสน หรือติ๊ก ชิโร่ นักร้องและนักดนตรี ชื่อดัง ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรืองานย่าโม ประจำปี 2568

ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่23 มีนาคม –3 เมษายน 2568 รวม 12 วัน 12 คืน เพื่อเป็นการเทิดทูนวีรกรรมท่านท้าวสุรนารีวีรสตรีของชาวจังหวัดนครราชสีมาและชาวไทยทั้งประเทศ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เอกลักษณ์ของดีของชาวจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปีนี้มีสาวงามผู้ถือคบไฟ งานฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารีประจําปี2568 “นางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว” รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ร.ต.อ.หญิงอาทิตยา เบ็ญจะปักรองอันดับ 2 นางสาวไทยปี 2567 น.ส.กมลชนก โลนุช(พุฒตาล) มิสแกรนด์นครราชสีมา 2019 ตํานานชุดผัดหมี่โคราช (ได้รางวัล ชุดประจําจังหวัดปี2019) นางสาวปุณนิศา ประสิทธิ์ นางสาวนครราชสีมา 2567 ชมการรําบวงสรวงท้าวสุรนารีในพิธีเปิดงาน โดยสตรีลูกหลานย่าโม จํานวน 7,272 คน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 นี้ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา สวนสุรนารีถนนราชดําเนิน และถนนกําแหงสงคราม นายชัยวัฒน์ กล่าว

ในโอกาสนี้ พี่ติ๊ก ชิโร่ กล่าวว่า โครงการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาแบบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราช และบทเพลงโคราชได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ประจำปี 2567 ได้จัดทำการแต่งเพลงร่วมสมัย ที่ผสมผสานภาษาถื่นในโคราช และจัดทำมิวสิควิดิโอ ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ขนบทำเนียมของชุมชนแหล่งท่องเที่ยว และมำมิวสิควิดิโอ โดยกลุ่มผู้กำกับภาพยนต์ระดับโลก ชาวโคราช อาทิ ปรัญชา ปิ่นแก้ว จำนวน 5 เพลง จัดการแสดงคอร์นเสริตนคนเพลง 1 ครั้ง สร้างคริป โคราชวันละคำ โปรโมททาง ติ๊กตอก หรือ แพลตฟอร์มอื่นๆ

ทั้งนี้ พี่ติ๊ก ชิโร่ ได้กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดกิจกรรมการแสดงคอนเสริ์ต ชื่องานคอนเสริ์ตนครหลวง โคราชมรดกโลก ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 27 มีนาคม 2568 มีศิลปินมาสร้างความสุขได้แก่ กำปั่นบ้านแท่น ,สุนารี ราชสีมา ,เจเนต เขียว ,ขิม พิชชาพร , ขุนสมาน เอส เดอะวอยซ์, โจ เดอะวอยซ์ และ วงมหาหิงส์ เป็นต้น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

กิจกรรม Media Day การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ของการฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 2568 (COPE TIGER 2025)

เมื่อวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2568 ที่กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา กองทัพอากาศ พร้อมกองทัพอากาศสิงคโปร์ และกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ได้มีการฝึกผสมร่วมกัน ภายใต้รหัส COPE TIGER 2025 ซึ่งถือเป็นการฝึกผสมทางอากาศ ที่มีการสนธิกำลังทางอากาศจากมิตรประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนำกำลังทางอากาศจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา

รวมไปถึงหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้นของกองทัพอากาศสิงคโปร์ กองทัพอากาศ กองทัพบก และกองทัพเรือเข้าร่วมการฝึกฯ โดยพัฒนารูปแบบการฝึกให้เข้ากับสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบัน ได้แก่ การสมมติสถานการณ์เสมือนจริง ทั้งด้านการควบคุมและสั่งการ การฝึกยุทธวิธีการรบระหว่างเครื่องบินรบต่างแบบ การฝึกโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายภาคพื้นดินที่มีการต่อต้านจากอาวุธของหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้น การฝึกด้านการข่าวกรองยุทธวิธี โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ และการให้การสนับสนุนของหน่วยสนับสนุนต่าง ๆสำหรับวัตถุประสงค์ในการฝึกครั้งนี้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยบินรวมถึงหน่วยต่อสู้อากาศยานที่เข้าร่วมการฝึก และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศผสม และเพิ่มทักษะของผู้เข้าร่วมการฝึก ไม่ว่าจะเป็นด้านยุทธวิธีและการสื่อสาร รวมไปถึงการดำเนินกลยุทธ์ โดยเฉพาะการวางแผนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

การฝึกผสม COPE TIGER 2025 ในครั้งนี้มี นาวาอากาศเอก กฤษณะ เปี่ยมศรี รองผู้อำนวยสำนักยุทธการและการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายไทย, Colonel Lee Yew Chern Benjamin เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายสาธารณรัฐสิงคโปร์ และ Lieutenant Colonel Daniel Trueblood เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายสหรัฐอเมริกา
สำหรับในวันนี้นั้นเป็นการบินหมู่ร่วมกันของทั้ง 3 ชาติ โดยมีผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมฯ ฝ่ายกองทัพอากาศ, ฝ่ายกองทัพอากาศสิงคโปร์ และ ผู้แทนฝ่ายกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาทำการบินร่วมกัน

สำหรับประเทศไทยนอกจากส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพอากาศแล้ว ยังได้จัดเจ้าหน้าที่จากกองทัพบก กองทัพเรือ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการฝึก
สำหรับการฝึกในครั้งนี้แบ่งเป็น การประชุมวางแผนขั้นต้น (IPC) ระหว่าง 8-11 ตุลาคม 2567 ณ จังหวัดนครราชสีมา การประชุมวางแผนขั้นสุดท้าย (FPC) ระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2567 ณ MOEC ฐานทัพเรือ Changi สาธารณรัฐสิงคโปร์ พิธีเปิดการฝึกผสมโคปไทเกอร์ 2025 ณ ฐานทัพอากาศ Paya Lebar สาธารณรัฐสิงคโปร์ ใน 18 ธันวาคม 2567 โดยมีผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานร่วมในพิธี และจัดให้มีการฝึกภาคสนาม (FTX) ระหว่างวันที่ 16-28 มีนาคม 2568 ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา กองบิน 2 สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
และเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา กองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ทั้ง 3 ชาติ

ได้ลงพื้นพบปะและจัดกิจกรรมร่วมกับประชาชน รอบที่ตั้ง กองบิน 1 พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์การศึกษา และกล่องยาสามัญประจำบ้านให้โรงเรียน และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และประชาชนในชุมชน
นอกจากนั้นยังได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าร่วมการฝึกทั้ง 3 ประเทศ และประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ จัดให้มีบริการทางการแพทย์ บริการตัดผม การมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา พิธีส่งมอบโรงอาหาร การแสดงเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ โรงเรียนบ้านเขาขวาง จังหวัดลพบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม 2568 และจัดให้มีบริการทางการแพทย์ บริการตัดผม การมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมถึงการปรับปรุงโรงอาหารและอ่างแปรงฟัน ให้กับโรงเรียนบ้านโป่งแมลงวัน จังหวัดนครราชสีมา ในวันอังคารที่ 25 มีนาคม 2568

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผงะ! สสจ.มุกดาหาร​ ตำรวจ​ และเทศกิจ ลงพื้นที่ตลาดอินโดจีน พบสินค้าหมดอายุ-ไม่มี อย. วางขาย / คนร้ายฉวยโอกาสช่วงพระออกบิณฑบาต ลักพระพุทธรูปบูชา​ วัดศรีมงคลเหนือ/ชุดสืบตร.มุกดาหารจับยาบ้าหกแสนเม็ดพร้อม2นักบิน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายอัฐพร กิจนิธิวรวริศ​ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าบริเวณตลาดอินโดจีนมุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ที่จำหน่ายสินค้ากลุ่มสินค้าบริโภค ประเภทขนม และของฝาก เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค สืบเนื่องจากได้มีนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาซื้อสินค้าบริโภคในตลาดอินโดจีน แล้วพบว่าผู้ประกอบการค้าได้นำสินค้าหมดอายุมาจำหน่ายให้ และสินค้าบางประเภทไม่มีฉลาก อย. ซึ่งเป็นสินค้าไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ จาก 3 หน่วยงาน เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าในตลาดอินโดจีน

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่า มีร้านค้าหลายร้าน ที่จำหน่ายสินค้าบริโภคโดยเฉพาะประเภทขนมและของขบเคี้ยวที่หมดอายุ นอกจากนี้ยังมีสินค้าต่างประเทศที่ไม่มีฉลาก อย. วางขายเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและดำเนินคดีตามกฎหมาย กับผู้ประกอบการต่อไป

จับแม่ค้าตลาดอินโดจีนมุกดาหารขายสินค้าหมดอายุ #ดำเนินคดีแม่ค้าตลาดอินโดจีนมุกดาหารขายสินค้าไม่มีอย. #ตลาดอินโดจีนมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​คนร้ายฉวยโอกาสช่วงพระออกบิณฑบาต ลักพระพุทธรูปบูชา​ วัดศรีมงคลเหนือ

เมื่อเช้าวันที่ 17 มีนาคม กล้องวงจรปิดของวัดศรีมงคลเหนือ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร สามารถจับพฤติกรรมของชายอายุประมาณ 40 ปี เดินเข้ามาภายในบริเวณศาลาหน้ากุฏิเจ้าอาวาส แล้วเห็นว่าไม่มีคนอยู่จึงทำการอุ้มเอาพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้บริเวณตู้กระจกขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่ออกจากวัดไป

ต่อมาพระครูวิมลธรรมปคุณ ( เจ้าอธิการอุทิศ อาสโก) เจ้าอาวาส กลับมาจากการบิณฑบาต สังเกตเห็นว่าพระพุทธรูปหายไป จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายสวมกางเกงขายาวสีกรมหรือดำ ใส่รองเท้าสวม ใส่เสื้อแขนยาว สีขาวปล่อยชาย

สวมหมวกสะพายกระเป๋าสีดำไว้ข้างหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ อฮนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน กจพ 4 ชื่อจังหวัดไม่ชัดเจน ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากวัดไป จึงได้ให้นายชินภัทร วริยาศกร ลูกศิษย์วัดเข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.อ. ศุภชัย บุญที ตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหารได้แกะรอยจากรถจักยานยนต์ที่คนร้ายใช้และไล่ตรวจสอบกล้องตามเส้นทาง ในที่สุดสามารถตามควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้ และได้นำมาใช้ที่วัดศรีมงคลเหนือ พร้อมกับพระพุทธรูปที่อุ้มไป เมื่อทางเจ้าอาวาสได้พูดคุยสอบถาม พบว่ามีลักษณะอาการคล้ายคนสติไม่สมประกอบจึงได้อโหสิกรรม ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าว อีกต่อไป

ลักพระพุทธรูปวัดศรีมงคลเหนือ #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ไล่สกัดจับรถขนยาบ้า 6 แสนเม็ด พร้อม 2 นักบิน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568​พ.ต.ท.เดชา เวฬุวนารักษ์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าโดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู รุ่นดีแม็ก สีขาว ในการขนส่งโดยจะใช้เส้นทางจากแยกบ้านนายอ ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ผ่านทาง อ.เมืองมุกดาหาร ไปยัง อ.คำชะอี เพื่อจะเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้รายงาน พล.ต.ต. ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว. มุกดาหาร และ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก. กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ทราบ และวางแผนเพื่อจับกุม จากนั้นได้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง กระทั่ง ในเวลาต่อมาได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู รุ่นดีแม็ก สีขาว ทะเบียน 9กด 5094 กรุงเทพมหานคร ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ขับติดตาม กระทั่งรถยนต์คันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าถนนบ้านหนองแวง ผ่านไปยังบ้านหนองกระโซ่ จากนั้นกลับรถขับเข้า อ.เมืองมุกดาหาร

ชุดจับกุมได้ขับติดตามตลอดจนมั่นใจว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวมียาเสพติดแน่นอน เมื่อไปถึงถนนระหว่างบ้านพรานอ้น-แยกโพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร จึงได้แสดงตัวส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่คนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะชนท้ายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหายและพยายามขับถอยหลังเพื่อหลบหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดและควบคุมผู้ขับ คือ นายมนัสพงศ์ หรือโต้ง (นามสมมุติ) และนายอัครสิทธิ์ หรือจ๊อบ(นามสมมุติ) นั่งอยู่ข้างคนขับ ตรวจสอบในรถยนต์กระบะพบกระสอบสีเขียว วางอยู่ในห้องโดยสารหลังคนขับ จำนวน 3 กระสอบ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดยาบ้าทั้งหมด พร้อมรถยนต์กระบะไว้เป็นของกลาง และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุดสืบตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารจับยาบ้าหกแสนเม็ดพร้อม2นักบิน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ว่าฯศรีสะเกษ มอบใบประกาศเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ ข้าราชการดีเด่น ปี 2567 / ตร.ภาค 3 รุดตรวจด่านช่องสะงำ ตรวจเยี่ยม “Seal Stop Safe” สางปัญหายาเสพติด

เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ น. องค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง มอบหมายให้ นางวิลาสินี ไพรสิน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง, นางสาวลักสมี พันธ์ภักดี หัวหน้าสำนักปลัด, นายสรนนท์ ขจรเจริญกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ, นายประดับพันธ์ บุตรไชย นิติกรปฏิบัติการ และนายฐิรศิลป์ อินทรบุตร นักวิชาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ

เข้าร่วมกิจกรรมวันท้องถิ่นไทย ณ บริเวณลานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ ๑๘ มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันท้องถิ่นไทย” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะ ตำบลท่าฉลอมขึ้นเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม

เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๘ ถือเป็น “ปฐมบทแห่งการปกครองท้องถิ่นไทย” และเป็นรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น และในการนี้ได้มีการมอบใบประกาศเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ ข้าราชการดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๗ ระดับจังหวัด โดยท่านอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานมอบให้กับ นางสาวลักสมี พันธ์ภักดี หัวหน้าสำนักงานปลัด ในประเภทข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบล กลุ่มที่ ๒ และนายสรนนท์ ขจรเจริญกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ในประเภทข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบล กลุ่มที่ ๓

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ

องค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง ได้รับการประเมินรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง องค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง ได้ตอนรับคณะศึกษาดูงานจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอไพรบึง (สกร.) จำนวน ๓๐ คน

เพื่อมาศึกษาดูงานโครงการบริหารจัดการขยะชุมชนเพื่อต่อยอดนวัตกรรมจัดการขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน ซึ่งเป็นโครงการนวัตกรรมท้องถิ่น ที่องค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง ใช้ในการประเมินรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ และได้รับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลคะแนนผ่านเกณฑ์การประเมินในรอบการประเมินของสถาบันการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 รุดตรวจด่านช่องสะงำ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” สางปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงานต่างด้าว ปัญหาการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์

วันที่ 18 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เรืองเดช รองจเรตำรวจ ช่วยราชการ ภูธรภาค3 ,พล.ต.ต.พิษณุ วัตถุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ

ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ชายแดน ตามนโยบายของรัฐบาล เปิดปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” สางปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงานต่างด้าว ปัญหาการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ให้การต้อนรับ

พล.ต.ท. วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า การลงพื้นที่ด่านช่องสะงำวันนี้ เป็นพื้นที่ที่มีแนวเขตติดกับประเทศกัมพูชา โดยขณะนี้ได้บูรณาการร่วมกันในพื้นที่ร่วมหาแนวทาง เพื่อสกัดกั้น ไม่เพียงปัญหายาเสพติด ยังปัญหาแรงงานต่างด้าว ที่อาจมาก่ออาชญากรรมในพื้นที่ประเทศไทย ได้กำชับสั่งการเดินหน้ากวดขัน ซึ่งดำเนินการตามยุทธการ Seal Stop Save ที่เป็นแนวทางเดียวกับการปราบปรามยาเสพติดที่ตำรวจภูธรภาค 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังเร่งดำเนินการ

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวอีกว่า สำหรับวันนี้ได้เดินทางลงมาพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยของจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีรายงานความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล ป้องกันยาเสพติด แรงงานต่างด้าว และปัญหาอาชญากรรมเกี่ยวกับไซเบอร์ ทุกหน่วยมีความพร้อมในการปฏิบัติ ทั้งฝ่ายปกครอง ทหารจากกองกำลังสุรนารีได้ร่วมมือกับกองกำลังทหารพราน และประชาชนให้ความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นการแจ้งข่าวต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้า Stop

ในเรื่องของพื้นที่ชั้นใน ทางแนวชายแดน Seal ทางภาคทหารและหน่วยความมั่นคงต่างๆในการหาข่าว มีความพร้อม รวมทั้งหน่วย Save ก็คือทางปกครอง แบ่งหน้าที่กันปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล สำหรับการเดินทางผ่านเข้า-ออก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนผ่านทางจุดผ่านแดนถาวร

ด่านช่องสะงำนี้ ก็ยังไม่มีปัญหาใด แต่สำหรับปัญหาที่เฝ้าห่วงคือปัญหาการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทางจังหวัดศรีสะเกษมีความพร้อมในการดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ หนุ่ม คิดสั้น วิ่งราวทอง ได้ไป 3 บาท ไม่ถึงนาทีถูกจับทันควัน

หนุ่มวัยเบจญเพศ คิดสั้น บุกวิ่งราวทอง ได้ไป 3 บาท ออกมาถึงหน้าร้านกำลังสตาร์ทรถจักรยานยนต์ เตรียมหลบหนี สุดซวย ถูกเจ้าของร้านทองกระโดดจับตัว มิหนำซ้ำใกล้กัน พบตำรวจสายตรวจอยู่ใกล้ที่เกิด สุดท้ายถูกจับ คอตกเข้าซังเต

เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 18 มีนาคม 2568 ร.ต.อ. นิพนธ์ ท้าวบุญเรือง พนักงานสอบสวน สภ.ราษีไศล รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายชิงทรัพย์ ที่ร้านทองเยาวราชราษี ตำบลเมืองคง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ หลังทราบเรื่อง ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบยังที่เกิด ซึ่งเป็นร้านทองตั้งอยู่ใจกลางอำเภอราษีไศล มีผู้คนพลุกพล่านและมีร้านค้าจำนวนมาก

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด จะเห็นว่าคนร้าย เพศชาย สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีขาว สวมรองเท้าแตะ เข้ามาภายในร้านทอง มี เจ้าของร้านทองอยู่ภายในลูกกรงร้านทองเพื่อขายทองให้ ซึ่งคนร้ายขอลองสร้อยทอง จำนวน 3 บาท โดยทางเจ้าของร้านทอง นำมาให้ลองจำนวน 2 ลาย แต่ปรากฏว่า เมื่อคนร้ายได้นำทองไปสวมใส่ที่คอแล้ว ก็อาศัยจังหวะ วิ่งออกจากร้านทองอย่างรวดเร็ว โดยมี เจ้าของร้านทองวิ่งตามอย่างติดๆ

จากการสอบถาม เจ้าของร้านทอง ( ไม่ขอเอ่ยชื่อนามสกุล และเปิดเผยใบหน้า) ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนสังเกตความผิดปกติในพฤติกรรมของคนร้าย ตั้งแต่เดินทางเข้ามาภายในร้านทอง ที่มีอาการไม่นิ่ง และมองซ้ายขวาตลอดเวลา แต่ด้วยตนความยังไม่แน่ใจ ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จึงให้คนร้าย ลองสร้อยทองตามปกติ ซึ่งตนพยายามบอกให้คนร้าย

ถอดสร้อยทองออกจากคอแล้ว แต่คนร้ายทำนิ่งเฉย และสุดท้าย จึงวิ่งหนีไป ตนเห็นเช่นนั้น จึงวิ่งตามไปติดๆ ซึ่งตนร้ายจอดจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนไว้หน้าร้าน และในขณะที่กำลังจะสตาร์ทรถเพื่อเตรียมหลบหนี ตนได้กระโดดคว้าตัวคนร้าย จนคนร้ายล้มลง แต่คนร้ายพยายามดิ้นสู้ แต่เคราะห์ดี บริเวณดีนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และสายตรวจ อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงมาช่วยจับตัวคนร้ายได้สำเร็จ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ราษีไศล ได้ควบคุมตัวคนร้าย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอนิรุต ม่วงศรี อายุ 25 ปี ชาวตำบลวังจุฬา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คนร้ายที่ก่อเหตุ มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ราษีไศล เพื่อดำเนินการสอบสวน
จากการสอบสวน เบื้องต้น นายอนิรุต คนร้าย ให้การว่า ตนเดินทางมาจากพระนครศรีอยุธยา มาอาศัยกับพ่อ ที่อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เกือบ 1 เดือนแล้ว โดยก่อนก่อเหตุ ตนได้ขับรถจักรยานยนต์ ของญาติในบ้านออกมา แบบไม่มีเหตุผล และขับรถจักรยานยนต์มาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอร้านทองแห่งนี้ ที่อำเภอราษีไศล โดยที่ไม่ได้วางแผน แต่อย่างใด ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และไม่ได้คิดอะไรมาก ซึ่งสาเหตุที่ตนก่อเหตุในครั้งนี้ ต้องการนำทองไปขาย เพื่อนำเงินใช้หนี้ เพื่อน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปยืมเงินเพื่อนมา จำนวน 40,000 บาท เพื่อมาใช่จ่ายส่วนตัว ซึ่งสิ่งที่ตนกระทำนั้น เป็นสิ่งที่คิดสั้น และทำแบบไร้ความคิดเป็นอย่างมาก

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.ราษีไศล ได้ตั้งข้อหา กระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ หลังจากนั้นจะได้ดำเนินการสอบสวนขยายผลในเรื่องนี้ ต่อไป/////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หลวงปู่มหาศิลา จัดงานพิธีวางศิลาฤกษ์ พระธาตุเจดีย์โนนสาวเอ้ ณ ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท คนแห่ร่วมงานนับหมื่น !

เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 13 มีนาคม 2568 หลวงปู่มหาศิลา สิริจันโืท ได้จัดงานพิธีวางศิลาฤกษ์ “ พระธาตุเจดีย์โนนสาวเอ้ ” ณ ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ต.เชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์

โดยมีพระเดชพระคุณ เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาส วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร กทม. เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ หลวงปู่มหาศิลา สิริจันโท ท่านเจ้าคุณเทียนชัย ชยทีโป วัดเทพสรธรรมาราม จ.ปทุมธานี ท่านเจ้าคุณสุริยันต์ วัดป่าวังน้ำเย็น จ.มหาสารคาม ท่านเจ้าคุณต้อม วัดท่าสะแบง จ.ร้อนเอ็ด พร้อมคณะสงฆ์และ เกจิอาจารย์อีกจำนวนมาก

โดยมี คุณชายแจ๊ค-หม่อมราชวงศ์ โสรัจจ์ วิสุทธิ บุตรชายคนเล็กของหม่อมเจ้าหญิงสุลัภวัลเลง วิสุทธิ (สกุลเดิม สวัสดวัตน์) พระขนิษฐาของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อม
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หลายหมู่เหลา รวมถึงประชาชนจากทั่วสารทิศ คณะลูกศิษย์จาก ธรรมอุทยานหลวงปู่มหาศิลา และ คุณครูทับทิม วรา ที่ถือว่าเป็นคนสำคัญที่ หลวงปู่มหาศิลา ได้เลือกให้เป็นคนนำสร้าง พระธาตุเจดีย์ โนนสาวเอ้
ร่วมถึงประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานพิธีหลายพันคน

โดยก่อนหน้านี้2 วันได้เกิดฝนตกตลอดทั้งคืนทั้งวันจนถึงวันงานพิธีช่วงเช้าเกิดฟ้าครึ้มฝนตกเป็นละออง จนช่วงเวลาทำพิธีวางศิลาฤกษ์ หลวงปู่มหาศิลา ท่านมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับชี้นิ้วขึ้นไปแล้วก้มหน้าท่องอะไรบางอย่าง จากนั้นท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็เกิดสว่างขึ้นแสงแดดเริ่มออก

พร้อมทั้งเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกรด จนทำให้ผู้ที่มาร่วมงานกล่าวคำว่าสาธุ ซึ่งหลวงปู่ศิลาก็ยิ้มและหัวเราะอย่าง อารมณ์ดีใจซึ่งทำให้เหล่าศิษย์ยานุศิษย์ที่มาร่วมงานต่างๆ

ต่างมองดูบนท้องฟ้า ในสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าคนหลายพันคน
ภายหลังจากเสร็จพิธีวางศิลาฤกษ์ คุณจารุณี จอมทรักษ์ พร้อมทีมงานธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา ศิริจันโท ได้น้อมถวาย ทองคำแท่ง น้ำหนัก 20 บาท แด่หลวงปู่ศิลา พร้อมถวายทองคำแท่งน้ำหนัก 10 บาท ถวายแด่พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ เจ้าอาวาสวัดป่าวังน้ำเย็น จ. มหาสารคาม และน้อมถวายทองคำแท่งน้ำหนัก 10 บาท แด่ พระอาจารย์ต้อม วัดท่าสะแบง จ.ร้อยเอ็ด

จากนั้นท่านเจ้าประคุณ สมเด็จ พระธีรญาณมุนี หลวงปู่ศิลา และพระเกจิอาจารย์ รวมถึงข้าราชการทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้มงคล หลังจากนั้นท้องฟ้าที่มืดครึ้มก้อนเมฆก็จางหายไปแสงแดดกลับมาสว่างจ้าเหมือนเดิม

โดยในการสร้าง พระธาตุเจดีย์ โนนสาวเอ้ หลวงปู่มหาศิลา ได้บอกไว้ว่าต้องให้ครูทับทิม หรือ คุณครูทับทิม วรา ทำถึงจะสำเร็จ
สำหรับท่านใดที่สนใจจะร่วมบุญเพื่อสร้างพระธาตุเจดีย์ โนนสาวเอ้ และปรับภูมิทัศน์ภายในธรรมะอุทยานหลวงปู่มหาศิลาสามารถร่วมบุญได้ที่บัญชี

ธนาคารกรุงไทย
หมายเลขบัญชี 404-357378-2
ชื่อบัญชี : มูลนิธิธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท เพื่อสร้างพระธาตุเจดีย์และปรับภูมิทัศน์

( บัญชีนี้ บัญชีเดียว เท่านั้น )

งานแถลงข่าว The 74th Miss Universe มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74/ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้องอย่างเป็นทางการ/ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย

ประเทศไทยเปิดฉากประวัติศาสตร์การประกวด The 74th Miss Universe
MGI ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการ เตรียมงานยิ่งใหญ่ “กรุงเทพ-ภูเก็ต-ชลบุรี” เจ้าภาพเก็บตัว The Grand Universe The Power of Love The Power of Thailand พร้อมกระหึ่มเมือง บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จในการได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางงามระดับเวิลด์คลาส มิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe) ครั้งที่ 74 อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนนางงามทั่วโลก เมื่อประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในปี 2568 หรือนับเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์จัดการประกวด เตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับผู้เข้าประกวด 130 ประเทศทั่วโลก อย่างยิ่งใหญ่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand” ซึ่งงานแถลงข่าว The 74th Miss Universe ครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นที่ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 โดย 3 ผู้บริหารยักษ์ใหญ่แห่งวงการนางงามโลก มร.ราอูล โรชา คานตู (Mr.RAUL ROCHA CANTU : President of Miss Universe Org.) คุณแอน จักราจุฑาธิบดิ์ CEO of Miss Universe Organization และ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ ประธานกองประกวด มิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ 2025 พร้อมต้อนรับการมาเยือนไทยของ วิคตอเรีย เคียร์ เธลวิก มิสยูนิเวิร์ส 2024 (Victoria Kjaer Theilvig : Miss Universe 2024)โดย 3 ผู้บริหารได้กล่าวถึงการเตรียมการจัดการประกวด Miss Universeในไทยที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 โดยกิจกรรมต่างๆ จะมีขึ้นใน 3 หัวเมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และ พัทยา จังหวัดชลบุรี เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับโลก รวมถึงการประกวดรอบตัดสินสุดยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี (Challenger Hall 2)ขข

คุณราอูล โรชา คานตู ได้กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดการประกวด Miss Universe ในครั้งที่ผ่านมาและแสดงความยินดีที่ได้กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง “ยินดีต้อนรับ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้บริหาร MGI ผู้ได้สิทธิ์จัดการประกวด Miss Universe Thailand และเป็นผู้จัดงาน Miss Universe ครั้งที่ 74 อย่างเป็นทางการ ผมยินดีที่ได้ร่วมงานกับผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และเก่งเช่นนี้ ขอบคุณแฟนนางงามและผู้สนับสนุนที่น่าทึ่งทุกคนในประเทศไทยและทั่วโลก ความรักและความทุ่มเทของคุณทำให้เราก้าวต่อไปได้ พวกคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Miss Universe ของเราเสมอ ขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนการจัดการประกวดในครั้งนี้ ยืนยันว่า Miss Universe ครั้งที่ 74 จะเป็นการเฉลิมฉลองความงดงามและความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยที่คุณจะต้องจดจำไปอีกนาน” ทางด้าน คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล หลังได้รับมอบโทฟี่สัญลักษณ์ MU ครั้งที่ 74 กล่าวว่า “ผมในฐานะผู้บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดการประกวด มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทย ทุกท่านทราบดีว่า MISS UNIVERSE คือการประกวดนางงามระดับเวิร์ลคลาส ประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำของแฟนนางงามทั่วโลก และปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดนับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว เมื่อมาจัดที่ไทย เราจึงเน้นความเป็นไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand ดังที่ทุกท่านได้เห็นในงานแถลงข่าววันนี้ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

เราเตรียมต้อนรับผู้เข้าประกวดทั่วโลกกว่า 130 ประเทศอย่างยิ่งใหญ่ ที่จะมาทำกิจกรรมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ และภาพลักษณ์ที่งดงามของประเทศไทยกับ มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 กับ 3 เมืองหลักทั้ง กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และ พัทยา มาพร้อมกิจกรรมมากมาย และรอบการประกวดหลักที่ทั่วโลกต่างรอคอยกับ The 74th Miss Universe : The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand”หมายเหตุ : ภาพข่าวทั้งหมดอยู่ในลิงค์นี้นะคะ https://drive.google.com/drive/folders/1uxOthjeEGWTXoVOhWT5Gup2Z6q0xHQvc?usp=sharing ติดตามกิจกรรม MISS UNIVERSE ครั้งที่ 74 ได้จากทุกช่องทาง Facebook : The 74th Miss Universe – Thailand
Instagram : The 74th Miss Universe – Thailand และ TikTok : The 74th Miss Universe – Thailand ชมการประกวดได้ทาง YouTube Chanel : Grand TV#The74thMissUniverse #MissUniverse สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 เนตรดาว จตุพงษา (เต้ย PR) 0623955642 Line ID : toey_pr

ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้องอย่างเป็นทางการพร้อมเสิร์ฟความน่ารักของเด็กๆ นักแสดงแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้อง เป็นที่เรียบร้อย ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม EP1.ตอนโตขึ้นอยากเป็นอะไร

ควบคุมการผลิตกำกับการแสดงโดย. ฮ.นกเอี้ยงตาโตเกตน์ศิรณี บุญมาผู้อำนวยการสร้าง คุณณัฐกัญภรณ์ ธนันพัฒนวงษ์ (พิ้งค์) นำเสนอละครสำหรับเด็กและเยาวชน เสริมสร้าง สร้างสรรค์ คุณธรรมความดี ความน่ารัก นำเสนอ ความสามารถ ของเด็กๆ นักแสดง เหล่าบรรดาแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม

โดยการเปิดกล้อง ครั้งแรก ของนักแสดงเด็ก คุณนกเอี้ยง กล่าวว่า ” ขอชื่นชมความสามารถ ของเด็กๆ นักแสดงทุกคนมีการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านเสื้อผ้า ฝึกซ้อม บทละคร มาเป็นอย่างดี เด็กๆ

มีความอดทน ความกล้า และ พร้อมจะเรียนรู้การแสดง ไปกับผู้กำกับ ก็ขอให้ ตอนต่อไป น้องๆ เด็กๆ จงพัฒนา และ ฝึกฝนทักษะ ด้านการแสดงต่อไป เพื่อความเป็นมืออาชีพ ขอขอบคุณ ท่านผู้ปกครอง ที่ให้ความร่วมมือ ในการถ่ายทำเป็นอย่างดี “

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากน้องๆเด็กๆ ท่านใดสนใจอยากเรียนรู้ด้านการแสดงและลงแสดงจริง ถ่ายทำจริง กับ ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม

สามารถติดต่อ คุณพิ้งค์ โทร.0889784453 คุณ ฮ.นกเอี้ยงตาโต
โทร 0863791138

ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย นำคณะนักแสดงพื้นบ้านนานาชาติเยือนไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 6-11 มีนาคม 2568 ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเชิญนักแสดงพื้นบ้านจาก รัสเซีย ลัตเวีย และสโลวาเกีย กว่า 120 คน มาร่วมเดินทางสัมผัสวิถีชีวิตและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ จังหวัดราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม

นักแสดงพื้นบ้านนานาชาติได้เข้าชมและร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมในสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ อนุบาลราชบุรี, บ้านคลองสวน โฮมสเตย์, วัดสามพราน, พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย, ตลาดน้ำลำพญา, ศูนย์วัฒนธรรมบ้านไทยทรงดำ, ชุมชนบ้านบางพลับ และ Somdul Bee Sanctuary นอกจากนี้ ยังได้ร่วมฝึกซ้อมการแสดงพื้นบ้านไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดง

การสนับสนุนจากหน่วยงานและบุคคลสำคัญ
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน นำโดย ดร.บุษราภรณ์ ปรากฏรัตน์ ประธานชมรม CIFA ประเทศไทย และคุณทรงสิทธา จันทรา รองประธานชมรมฯ พร้อมด้วยที่ปรึกษาและผู้มีอุปการะคุณจากทั้งภาครัฐและเอกชน ดังรายนามต่อไปนี้

  1. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
  2. นายศศิน ดิศวนนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม
  3. คุณสุรัตน์ ศรีเบญจโชติ รองเลขาธิการฝ่ายเขต ประธานกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเจ้าของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
  4. คุณวรินทร ทองพูน ประธานสภาท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม และผู้บริหารบ้านคลองสวน โฮมสเตย์
  5. คุณดวงรัตน์ รุ่งโรจน์ ประธานสภาวัฒนธรรม อ.บางเลน จังหวัดนครปฐม
  6. ว่าที่ร้อยโท อรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอสามพราน
  7. คุณพรรณพิลาส เหมือนจันทร์เชย ผู้อำนวยการโรงเรียนสกลวิทยา
  8. อาจารย์สมหมาย จันทรา ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรม อ.บางเลน จังหวัดนครปฐม
  9. นายอิทธิพงศ์ จักษ์ตรีมงคล นายอำเภอพุทธมณฑล
  10. นายขจรเกียรติ นิพัฒน์โภคัย นายกเทศมนตรีตำบลลำพญา
  11. คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วน จิสประพัจน์ จำกัด
  12. พระครูสังฆรักษ์กิจจา สิริจนฺโท เจ้าอาวาสวัดสามพราน
  13. พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์
  14. นายชิตณรงค์ จูมัจฉะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหลวง
  15. พระอธิการโกเมท อินทปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวนาราม (วัดไผ่คอกเนื้อ)
  16. สภาวัฒนธรรมตำบลลำพญา
  17. กำนันทวีศักดิ์ เอี้ยวรัตนวดี
  18. ตลาดน้ำวัดลำพญา
  19. วัดลำพญา
  20. บริษัท สุนทร ออร์คิด จำกัด
  21. คุณเอกนัฏฐ์ คูเจริญชัยมานที ผู้บริหาร มานะออร์คิดฟาร์ม
  22. ชุมชนบ้านหัวอ่าว
  23. ชุมชนบ้านบางพลับ
  24. อน. กัลยากร มณีโชติ สโมสรโรตารี่บางเลน
  25. คุณวารี เค้าภูไทย ประธานสภาวัฒนธรรมเทศบาลตำบลบางเลน
  26. นย. Jin Zoo Lee นายกสโมสรโรตารี่บางเลน
  27. อน. อัมพร เจริญณัฐพงศ์ สโมสรโรตารี่บางเลน (ร้านสมชัยโกเท้าบางเลน)
  28. อน. กังวาลย์ นาคศรีสังข์ สโมสรโรตารี่บางเลน (ร้านขนมเปี๊ยะครูสมทรง)
  29. อน. เอนก เกตุพันธ์ สโมสรโรตารี่บางเลน (เอนกฟาร์ม)
  30. อน. เกษม ศรมยุรา สโมสรโรตารี่บางเลน (บริษัท เกษมชัยฟูดส์ จำกัด)
  31. อน. ธณัชพงศ์ เพชรดี สโมสรโรตารี่บางเลน (สถานีบริการ ปตท.บางเลน)
  32. นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล อดีตรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
  33. คุณณิชาพัฏฐ์ พรหมจรรย์ กรรมการที่ปรึกษาของ บีเอ็นไอ (ประเทศไทย)
  34. นายวิชัย เกตุแก้ว ประธานชมรมผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลบางหลวง
  35. คุณบุญส่ง ห้อยมาลา ชมรมผู้ไทดำ บ้านสระยายโสม จังหวัดสุพรรณบุรี
  36. นายสมหมาย แขวงสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 21 ตำบลบางหลวง
  37. นายสมชาย ยอดแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลบางหลวง
  38. นายสุภาษิต อรรถนันท์ กำนันตำบลบางหลวง
  39. นายเกรียงวิทย์ เกรียงบูรณนันท์ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอบางเลน
  40. นายไสว เพชรรุณ ประธานมูลนิธิไทยทรงดำประเทศไทย
  41. นายบุญเลิศ ยอดแก้ว นายกสมาคมไทยทรงดำประเทศไทย
  42. ดร.บุญเส็ง จูมัจฉะ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหลวง
  43. ดร.อนวัช นกดารา ประธานศูนย์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยบ้านลำเหย จังหวัดนครปฐม
  44. คุณธัชมาส ไทรชมภู ผู้บริหารบริษัท ธัชสรชัยพงศ์ จำกัด
  45. คุณสุทธิลักณ์ โตกทอง ผู้บริหารร้านข้าวใหม่ปลามัน เจ้าของรางวัลเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ
    คณะผู้บริหารโครงการ
  • คุณชลิตเอก คงกาญน์กุล
  • คุณชาติณัชสิทธิ์ วงษ์นาคเพชร
  • คุณรชต ลาตีฟี
  • คุณสุรีย์ญา ศรีวิทัศน์
    โครงการครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประเทศ และสร้างการรับรู้ถึงความงดงามของศิลปะพื้นบ้านไทยในระดับนานาชาติ

CIFA2025 #การแสดงพื้นบ้านนานาชาติ #ท่องเที่ยวไทย #วัฒนธรรมพื้นบ้าน #ประเทศไทย #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #บ้านคลองสวนโฮมสเตย์ #โรงเรียนสกลวิทยา #วัดพระปฐมเจดีย์ #พระปฐมเจดีย์ #วัดสามพราน #ตึกมังกร #ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ #ColorInternationalFolkArts #CIFA #CIFA2025 #การแสดงพื้นบ้านนานาชาติ #การท่องเที่ยว #ประเทศไทย

รัสเซีย #ลัตเวีย #สโลวาเกีย #Russia #Latvia #Slovakia #ยาดมเฌอเอม #เฌอเอม #สถานีปาท่องโก๋

บ้านไทยทรงดำ #เดอะศาลายา #เดอะศาลายาเลเซอร์ปาร์ค #TheSalayaLeisurePark

SomdulBeeSanctuary #ร้านข้าวใหม่ปลามันสมุทรสงคราม #มานะออร์คิด #มานะออร์คิดฟาร์ม #กล้วยไม้สีดำ #เทศบาลตำบลบางเลน #เทศบาลตำบลลำพญา #ตลาดน้ำลำพญา #ชุมชนบ้านหัวอ่าว #ชุมชนบ้านบางพลับ #สะพานแขวนบางเลนแห่งที่2 #สะพานแขวนบางเลน #PMTMediaNews #รอบรั้วข่าวไทย #Thaifencenews

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมนักธุรกิจไทยอินเดียพัทยา และสมาคมอินเดียพัทยา เตรียมจัดงานเทศกาลโฮลี 2025 / ผู้ว่าฯททท.-นอภ.บางละมุง-นายกพัทยา เดินเท้าพบปะพี่น้องธุรกิจเอนเตอร์เทรนเท้นต์ภารตะกลางวอล์กกิ้งสตรีท

เวลา 13.30 น. วันที่ 10 มี.ค.2568 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน Amazing. Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025
พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา คณะผู้บริหารเมืองพัทยา ประกอบด้วยสมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้แทนจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจากสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย TIPBA และสมาคมอินเดียพัทยา นำเสนอรูปแบบการจัดงาน ณ ห้องประชุม 221 ศาลาว่าการเมืองพัทยา

เมืองพัทยา ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทยอินเดียพัทยา และสมาคมอินเดียพัทยากำหนดจัดงาน Amazing. Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025
ในระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. 2568 ณ ถนนชายหาดพัทยา ฝั่งตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา เพื่อให้พี่น้องชาวไทย-อินเดีย และนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสเทศกาลแห่งสีสันที่มีพื้นเพมาจากความเชื่อในศาสนาฮินดู เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการเฉลิมฉลองโดยการสาดสีสัน ป้ายสี ซึ่งเป็นสีฝุ่นผงออแกนิกใส่กันอย่างสนุกสนาน ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป ตามความเชื่อของชาวอินเดีย ซึ่งคล้ายกับเทศกาลวันสงกรานต์ของไทย

โดยในวันนี้คณะผู้จัดงานนำโดย นายประเสริฐ ศักดิ์จิระพงศ์ เลขาสมาคมนักธุรกิจไทย -อินเดีย นำเสนอรูปแบบการจัดงานเพื่อร่วมกันพิจารณาในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร, ด้านการพยาบาล, ตลอดจนกิจกรรมภายในงาน นอกเหนือจากการสาดสี ยังมีการแสดงดนตรีของศิลปินไทย(F.HERO) และศิลปินจากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานคือวันที่ 15 มี.ค.นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนานและมีสีสัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเศรษฐกิจในพัทยา และภาพลักษณ์ที่ดีต่อไป

คณะสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย ร่วมแสดงความยินดีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีป้ายแดง

วันที่ 13 มี.ค.68 มีรายงานว่า นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย พร้อมคณะได้ร่วมแสดงความยินดีกับนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี คณะบริหารฯ และสมาชิกสภาฯ หลังได้รับการประกาศรับรองจาก กกต. และรับมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย กล่าวว่า ในนามสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย ขอแสดงความยินดีในโอกาสที่นายวิทยา คุณปลื้ม ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีอีกหนึ่งสมัย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อบจ.ชลบุรี ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง ในฐานะสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานเพื่อความยั่งยืนของบ้านเมืองนี้ต่อไปด้วย

‘ดีแคทลอน’ ปักหมุดพัทยา เปิด Experience Store สาขาแรกในภาคตะวันออก ตอบโจทย์คอกีฬา

วันที่ 14 มี.ค.68 ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการสำหรับ ดีแคทลอน แบรนด์กีฬาเมืองน้ำหอมชื่อดังระดับโลก ได้เปิดสโตร์ใหม่ในเมืองพัทยา เป็นสาขาแรกในภาคตะวันออก บนพื้นที่ 3,500 ตร.ม. ริมสุขุมวิทพัทยา ปากซอยเทพประสิทธิ์ พัทยาใต้ จ.ชลบุรี โดยมี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมือง ตัวแทน ททท. กองทัพเรือ และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในงาน

มร.ดีเรน เชตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแคทลอน ประเทศไทย เผยว่า สำหรับสาขาพัทยานี้เปิดเป็น Experience Store สาขาแรกในภาคตะวันออก ที่ตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายและกิจกรรมกลางแจ้งครบทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งที่เลือกเปิดตัวสาขาพัทยาในครั้งนี้เพื่อตอบรับกระแสกีฬาซีเกมส์ มี่จะมีขึ้นในจังหวัดชลบุรี ในช่วงปลายปีนี้

ภายในเป็นพื้นที่สโตร์และเพลย์กราวด์ขนาดใหญ่ มีอุปกรณ์กรฬาครอบคลุมกว่า 60 ประเภทกีฬา รวมทั้งกิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมทางน้ำที่ครบครันสำหรับชาวภาคตะวันออกซึ่งมีพื้นที่ชายฝั่งติดทะเล ที่สำคัญเมืองพัทยาเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำเพราะเป็นเมืองทะเล ที่แต่ละปีมีอีเว้นต์การแข่งขันระดับชาติและระดับโลกมากมาย ตอกย้ำความเป็น Sport Destination อย่างแท้จริง

เปิดแล้ว! งาน Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025 กระตุ้นสีสันท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรมระดับชาติ

วันที่ 14 มี.ค.68 ที่บริเวณปะรำพิธีชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นางสาวฐานปนี เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประธานในพิธีเปิดงาน Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค.68

โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวต้อนรับและมอบกระเช้าให้กับนายนาเคศ สิงห์ เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ที่ให้เกียรติเดินทางมากล่าวสุนทรพจน์และกล่าวอวยพร นายสุขราช กาลรา ในฐานะนายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา ตลอดจนตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ด้วยเมืองพัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะมีผู้คนหลายเชื้อชาติ ศาสนา จากหลายประเทศมาพักผ่อนและอยู่อาศัย งาน Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025 หรืองานเทศกาลโฮลี เปรียบเสมือนเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสีสันการท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรม ซึ่งเทศกาลโฮลี เป็นเทศกาลระดับชาติของชาวอินเดียที่มีมาอย่างยาวนานเช่นกัน

เทศกาลโฮลี หรือเทศกาลแห่งสีสันของชาวอินเดีย คล้ายกับเทศกาลสงกรานต์ของชาวไทย ที่ผู้คนจะเฉลิมฉลองสร้างความสนุกสนานด้วยการเล่นสาดผงสี ซึ่งเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ ไม่เป็นอันตราย นำมาสาดเล่นกัน เป็นประจำทุกช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี นับเป็นเทศกาลแห่งมิตรภาพที่ญาติสนิทมิตรหาย และเพื่อนฝูง ได้มาพบปะและร่วมสนุกสนานกัน

ภายในงาน Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025 นอกจากมีการเล่นสาดสีแล้ว ยังมีการจัดแสดงต่างๆ ตามแนวทางกิจกรรมเฉลิมฉลองของชาวอินเดีย มีการเปิดพื้นที่ให้พี่น้องชาวเชื้อสายอินเดีย ตลอดจนนักท่องเที่ยวอินเดียได้มีพื้นที่กิจกรรมสนุกสนานร่วมสร้างสีสันการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาร่วมกันต่อไป

ผู้ว่าฯททท.-นอภ.บางละมุง-นายกพัทยา เดินเท้าพบปะพี่น้องธุรกิจเอนเตอร์เทรนเท้นต์ภารตะกลางวอล์กกิ้งสตรีท

มีรายงานว่า นางสาวฐานปนี เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ได้เดินเท้าริมฟาตปาธชายทะเลตั้งแต่พัทยากลางถึงโครงการถนนคนเดินพัทยาใต้ หรือโครงการวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา รวมระยะทางกว่า 1 กม. เพื่อเยี่ยมชมบรรยากาศการท่องเที่ยวและพยปะผู้ประกอบการยามค่ำคืนของเมืองพัทยา

ทั้งนี้ ทางคณะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เดินทักทายผู้ประกอบการตลอดถนนวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา ก่อนจะเดินทางไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปปฏิบัติราชการต่อที่จังหวัดระยอง โดยทางผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดโครงการถนนคนเดินพัทยาใต้

ด้าน นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดงานเทศกาลโฮลีพัทยา ทางคณะผู้ว่าฯ ททท. ได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอินเดีย ที่มีการเติบโตมากขึ้น ตลอดจนทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวให้เมืองพัทยา ซึ่งบรรยากาศต้อนรับเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง

เปิดร้านแซ่บไฮน์ อีสาน บิสโทร สาขา 2 ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม และช็อปสินค้าที่ระลึกจากที่ราบสูง

วันที่ 15 มี.ค.68 ได้มีพิธี Grand Opening เปิดเป็นทางการสำหรับร้านแซ่บไฮน์ อีสาน บิสโทร สาขา 2 ริมถนนพัทยาสาย 3 เยื้องโรงพยาบาลเมืองพัทยา โดยพบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมแสดงความยินดีกับนายพงษ์ชาณัท เรืองรุ่ง และ น.ส.สิริกัญญา กังศิริกุล ผู้บริหารฯ กันอย่างคึกคัก

ร้านแซ่บไฮน์ อีสาน บิสโทร สาขานี้ ถือเป็นสาขาที่ 2 ซึ่ลงทุนด้วยงบประมาณ 15 ล้านบาท ตกแต่งด้วยค็อนเซ็ปต์อีสานโมเดิร์นคลาสสิก บริการอาหารอีสาน เครื่องดื่ม Thai Style และทั่วไปในมุมม่วนจอยบาร์ อีกทั้งยังมีช็อปสินค้าที่ระลึกจากภาคอีสานในมุมเฮือนพวนชวนคราฟท์

ทั้งนี้ ร้านแซ่บไฮน์ อีสาน บิสโทร สาขา 2 จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น.- 22.00 น. โดยสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้ 140 คน กลุ่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั่วไป โทรศัพท์สำรองที่นั่งได้ที่หมายเลข 062-607 3398

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรฯ นำทีมซับน้ำตาผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ อ.ชะอำ /นักวิ่งคึกคักในชุดบิกีนี่เซ็กซี่แน่นหาด งาน ‘CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025’

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.68 ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ปลัดจังหวัดฯ นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สิ่งของอุปโภคบริโภค

และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบวาตภัยพายุงวงช้างในพื้นที่หมู่บ้านหนองโพและหมู่บ้านหนองคาง ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่งผลให้หลังคาบ้านเรือน ร้านค้า และป้ายโฆษณาได้รับความเสียหายรวม 27 หลังคาเรือน และมีต้นไม้หักโค่นในบางจุด ซึ่งทางอำเภอชะอำและเทศบาลเมืองชะอำได้สำรวจความเสียหายทั้งหมดแล้ว โดยเบื้องต้นจะใช้งบประมาณของเทศบาลเมืองชะอำช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนก่อน

หากไม่เพียงพอจะต้องเสนอขอใช้งบประมาณจากอำเภอชะอำและจังหวัดเพชรบุรีต่อไป ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี ได้กล่าวแสดงความห่วงใยและได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับให้ความช่วยอย่างเร่งด่วน หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมสามารถแจ้งที่นายอำเภอชะอำได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงในพื้นที่หมู่บ้านหนองโพ หมู่บ้านหนอง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จากนั้นได้เกิดพายุงวงช้างขนาดใหญ่ตามมาพัดหลังคาบ้านและป้ายโฆษณา ตกลงใส่บ้านเรือนของประชาชนในละแวกใกล้เคียงได้รับความเสียหายไปหลายหลังคาเรือน และยังส่งผลให้ต้นไม้ล้มหักโค่นอีกหลายแห่ง

เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ต่อมา นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในเบื้องต้นแล้ว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

นักวิ่งคึกคักในชุดบิกีนี่เซ็กซี่แน่นหาด งาน ‘CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025’

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานวิ่งแข่งขันมินิมาราธอน CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025 “ชะอำ บิกินี บีช รัน ครั้งที่ 16” ประจำปี 2568 ณ ชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นไปด้วยความคึกคัก มีนักวิ่งหญิงและชายทั้งชาวไทยและต่างชาติในชุดบิกินี่ ชุดเซ็กซี่เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย หาดทรายชายทะเลยามเช้าที่งดงาม

โดยมี นายณัฐวุฒิ เพชรพรหมศร อดีตผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานและปล่อยตัวจุดเริ่มต้นและเส้นชัยบริเวณหน้าชายหาดโรงแรมลองบีช ชะอำ พร้อมด้วย นางทนาดา วิจักขณะ รอง ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วมงาน

นายณัฐวุฒิ เพชรพรหมศร กล่าวว่า รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Thailand Sports Tourism) โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ให้จัดรายการแข่งขันมหกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว ทุกประเภทกีฬาที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อกระจายไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเมืองรอง ทั้งนี้ หาดชะอำ เมืองท่องเที่ยวทางทะเลสำคัญของไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย การเดินทางสะดวก เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จากความสำเร็จในการจัดการแข่งขันวิ่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวรายการ “หาดชะอำ 14K” ต่อเนื่องมาหลายปี ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อรายการเป็น “หาดชะอำ บิกินีบีชรัน” โดยมีการวิ่งในประเภทบิกินี เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งประเภทของการแข่งขัน และจัดต่อเนื่อง 14 ปีผ่านมา โดยความร่วมมือของ จังหวัดเพชรบุรี, เทศบาลเมืองชะอำ, สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี,

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี, หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี, โดย JOG&JOY ฝ่ายจัดการแข่งขันได้พัฒนาปรับปรุงรายการแข่งขันนี้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาได้เพิ่มประเภทระยะทางวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ระยะ 21.1 KM ขึ้นมาเพื่อสร้างให้สนามนี้เป็นสนามวิ่งระยะไกลนานาชาติมากกว่าเดิม โดยในแต่ละปีก็มีผู้สนับสนุนภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าวสลับสับเปลี่ยนไปจนกลายเป็นงานวิ่งที่นักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 4 ทอดผ้าป่าสามัคคีสืบสานพระพุทธศาสนาร่วมกับพุทธศาสนิกชนที่นราฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มี.ค.68 พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดเขากง ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส

โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, พลตรีเฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พันเอกสิทธิชัย บำรุงเขต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46

พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกันกว่า 2,000 คน โดยปัจจัยที่รวบรวมได้จากผู้มีจิตศรัทธาในครั้งนี้ จะนำไปบูรณะซ่อมแซมส่วนอาคารส่วนต่างๆภายในวัดที่ชำรุดทรุดโทรม รวมทั้งพัฒนาอาคารศาลที่ประทับ

พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ให้เสร็จสมบูรณ์ ในการสนับสนุนส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม ของพี่น้องประชาชนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา และมุ่งหวังสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธ รวมทั้งจรรโลงความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบหมายให้ พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานในพิธีบวงสรวง เจริญพระพุทธมนต์สมโภชศาลที่ประทับ พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยบัณฑิตพราหมณ์ ซึ่งมีตัวแทนคณะนางรำจากพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส จำนวนเกือบ 300 คน

เข้าร่วมในพิธีการดังกล่าวด้วย โอกาสนี้ พล.อ.มณี ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 ได้กล่าวขอบคุณแทน พลโทไพศาล แม่ทัพภาคที่ 4 ดีใจที่ได้มาร่วมประเพณีร่วมกิจกรรมกับประชาชน ในวันนี้ได้เห็นประชาชนมีความร่วมมืออยู่ด้วยกันแบบสังคมพหุวัฒนธรรม
//////////////////////// ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าแพร่ เปิดวัดมิ่งเมือง วัดเจ้าแม่เจ้าหลวงครั้งแรกในรอบ 70 ปี

บวงสรวง นมัสการพระบรมธาตุเจดีย์มิ่งเมือง หลวงพ่อพุทธมิ่งขวัญเมือง พ่อเมืองแพร่นำศรัทธาร่วมห่มผ้าองค์พระบรมธาตุ พุทธศาสนิกชนได้ชมความสวยงามปฏิมากรรมยุคเจ้าหลวงองค์สุดท้ายเมืองแพร่

วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่บริเวณสะดือเมืองหรือใจกลางเมืองแพร่ สร้างโดยแม่เจ้าหลวง หรือแม่เจ้าบัวไหล เทพวงศ์ ชายาคนที่ 2 ของเจ้าพิริยเทพวงษ์ อดีตเจ้าผู้ครองเมืองแพร่ และแม่เจ้าบัวไหลยังเป็นย่าของนายโชติ แพร่พันธุ์ หรือ “ยาขอบ” นักเขียนนวนิยายชื่อดังของเมืองไทย

จึงนับว่าวัดมิ่งเมืองมีความสำคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่อย่างยิ่ง แต่วัดมิ่งเมืองถือเป็นวัดขนาดเล็กอยู่ติดกับวัดพระบาท ปี พ.ศ.2492 ทางราชการจึงได้ยุบรวมเป็นวัดพระบาทมิ่งเมือง ในปี พ.ศ.2498 ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง จนปัจจุบัน 70 ปีแล้วที่วัดมิ่งเมืองไม่มีกิจกรรมทางศาสนา

ล่าสุดเวลา 15.50 น.วันที่ 16 มีนาคม 2568 นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระบรมธาตุเจดีย์มิ่งเมืองและนมัสการหลวงพ่อพุทธมิ่งขวัญเมือง พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนร่วมสักการะระหว่างวันที่ 16-23 มีนาคมนี้ ควบคู่ไปกับงานหอการค้าแฟร์ สร้างบรรยากาศครึกครื้นและร่วมกันรำลึกถึงประวัติท้องถิ่นเมืองแพร่ไปพร้อมๆ กัน

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297
ทีมข่าวบกรายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง