สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ส่งมอบระบบ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน ติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่ โรงพยาบาลพรเจริญ ภายใต้โครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าโครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ส่งมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการเป็นลำดับที่ 11 จากจำนวนโรงพยาบาลชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งหมด 12 แห่ง รวมกำลังไฟฟ้าทั้งหมด 600 กิโลวัตต์ และช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 360 ตันต่อปี สอดคล้องกับเป้าหมายและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน 40 แห่งทั่วประเทศ

ภายใน 10 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน โดยมี มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายธนาวุฒิ ธีรกิติกร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและแรงงานสัมพันธ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ดร.นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายดนุเดช ใจศรี ปลัดอาวุโสอำเภอพรเจริญ คุณธิดาวรรณ แสวงการ ผช.ผอ.ฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน2 กฟผ นพ.ตฤณกฤต สิทธิศร ผอ.โรงพยาบาลพรเจริญ ดร.พงษ์ศักดิ์ สกุลคู ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจียงอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นางวงเดือน พระนคร

สาธารณสุขอำเภอพรเจริญ ร.ต.ต.ไพรัตน์ วุฒิสาร นายกเทศมนตรีตำบลพรเจริญ ผู้นำท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ และพนักงานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพรเจริญ ร่วมพิธี
มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ‘โครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการใช้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย การติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาลชุมชน จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พร้อมยกระดับบริการด้านการแพทย์สำหรับชุมชมชนท้องถิ่น

เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีได้มากขึ้น เราคาดว่าจะลงทนจำนวน 60 ล้านบาท ในการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชนจำนวน 40 แห่ง ภายในระยะเวลา 10 นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเหล่งพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับโรงผยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย”

นายแพทย์ ตฤณกฤต สิทธิศร ผู้อำนวยการโรงพยาบาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ กล่าวแสดงความขอบคุณเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Solar Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ระบไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์นี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของเราได้อย่างมาก ทำให้เราสามารถจัดสรรทรัพยากรยกระดับบริการทางการแพทย์สำหรับชุมชนของเรา โครงการนี้ยังช่วยผลักดันเราสู่เป้าหมายความยั่งยืน โดยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต พร้อมนำพลังงานสะอาดมาสู่ชุมชนท้องถิ่นของเรา ส่วนมาตรการการประหยัดพลังงานใช้ไฟฟ้าตามเวลา อีกส่วนคือได้จัดหาพลังงานทดแทนพลังงานโซล่าร์เซลล์ ซึ่งรวมแล้วสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ ปกติแล้วโรงพยาบาลพรเจริญต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 2-3 แสนบาทต่อเดือน ขึ้นกับช่วงสภาพอากาศ แต่หลังจากติดตั้งระบบ Solar lives พลังงานแสงอาทิตย์ อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 9หมื่นกว่าบาท ค่าไฟฟ้าที่ลดลงมานี้ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ โดยนำค่าใช้จ่ายส่วนเกินนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยและพี่น้องประชาชนอำเภอพรเจริญและอำเภอใกล้เคียงที่มารับการบริบาลที่โรงพยาบาลพรเจริญ

สำหรับโครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของมิตซูนิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรศร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ และหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การศึกษาสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานพ้นธมิตรต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข การไฟฟ้าฟ้าฝ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยได้ทำการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชนแล้วทั้งหมด 12 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลปง จังหวัดพะเยา โรงพยาบาลชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ โรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลนาดี จังหวัดปราจีนบุรี โรงพยาบาลนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ และโรงพยาบาลสระใคร จังหวัดหนองคาย

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาศูนย์การผลิตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ทั่วโลก และยังเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิ ไปยังกว่า 120 ประเทศ ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่มีความมุ่งมั่นในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพสูง เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า เมื่อต้นปี 2561 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดทำการสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการที่จังหวัดปทุมธานี และล่าสุดเมื่อต้นปี 2567 ได้ฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคัน โดยผลิตภัณฑ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกอบด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ แอททราจ มิตซูบิชิ มิราจ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสูงสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ใช้สนามทดสอบรถยนต์ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในการประเมินผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด

ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกอามีร”ร่วมละหมาดฮายัตเพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ของชาวรือเสาะให้ประชาชนมีชีวิตดีถ้วนหน้า

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ภายใต้การนำของนายลาเต๊ะ ยามาสะตา โต๊ะอีหม่ามมัสยิดอัลฮีดายะห์ นายอามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาล

ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจน ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมประกอบพิธีละหมาดฮายัตขอพร(ดุอาอ์)จากพระผู้เป็นเจ้า(อัลลอฮฺ ซ.บ.) เพื่อความเป็นสิริมงคลและความสันติสุขเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตลอดจนสร้างความเจริญให้กับชาวรือเสาะ โดยมีประชาชนในพื้นที่และต่างพื้นที่ต่างมาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

โดยภายหลังจากละหมาดฮายัตนายอามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ ได้เข้าประชุมสามัญสมัยแรก (สมัยที่ 1) ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมจันปิยะ เทศบาลตำบลรือเสาะเพื่อแถลงนโยบายและวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภาเทศบาล ซึ่งมีวิสัยทัศน์ว่า“พูดจริง ทำจริง ไม่ทิ้งปัญหา เข้าหาประชาชน”สังคมพหุวัฒนธรรม นำสู่เมืองน่าอยู่ ผู้คนมีสุข โดยมีนโยบายการพัฒนาด้านต่างๆจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลกลาง

นโยบายส่วนภูมิภาค และส่วนของพื้นที่ ที่สำคัญ จะต้องคำนึงถึงความต้องการของท้องถิ่น ศักยภาพของท้องถิ่น การแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นนโยบายที่จะแถลงให้สภาเทศบาลตำบลรือเสาะได้กำหนดไว้ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1. นโยบายด้านการบริหารโดยการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน 2. นโยบายด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3. นโยบายด้านการศึกษา ศาสนา กีฬา ประเพณีและวัฒนธรรม 4. นโยบายด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน

  1. นโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ
  2. นโยบายด้านเศรษฐกิจนอกจากนี้นายกเทศมนตรีเชื่อมั่นว่านโยบายที่ได้แถลงต่อสภาฯสามารถนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมสำเร็จได้นั้น จะต้องมีความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากครอบครัวเทศบาลตำบลรือเสาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากท่านสมาชิกสภาเทศบาล ผู้อำนวยการกองฝ่าย พนักงาน และ เจ้าหน้าที่เทศบาลทุกคน และการมีส่วนร่วมจากชุมชนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเป็นสำคัญ ให้สามารถขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จภายใต้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ครอบครัวอบอุ่น สังคมสงบสุขและสันติ บริหารงาน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอันนำมาซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยั่งยืนโปร่งใส ตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตามก็พร้อมที่จะรับฟังทุกข้อเสนอ ทุกความคิดเห็น ทุกคำแนะนำ ทุกเสียงสะท้อนที่เป็น ประโยชน์ต่อการร่วมแก้ปัญหา ร่วมพัฒนาในทุกมิติ แม้เราต่างฝ่าย ต่างหน้าที่ แต่เราก็มี เป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อร่วมนำพาเทศบาลตำบลรือเสาะ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สือรัฐนิวส์ / กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ผู้บังคับบัญชา ร่วมสนับสนุนจัดงานปีใหม่ ขอบคุณ พร้อมมอบของรางวัล เจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันที่ 6 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.ห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รองผกก.ป.สภ.ห้วยยาง

พ.ต.ท.ธีระ สูงยิ่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยยาง พ.ต.ต.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พร้อมกับ นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ห้วยยาง และผู้บังคับบัญชาร่วมจัดกิจกรรมวันปีใหม่พร้อมมอบของรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจ สภห้วยยาง

สืบเนื่องจากห้วงปีใหม่ที่ผ่านมามีภารกิจที่ข้าราชการตำรวจสภ.ห้วยยาง ทุกคนต้องร่วมกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน จำนวน 10 วัน ตามโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ ปีใหม่ 2568”

ต่อเนื่องภารกิจช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่พื้นที่ห้วยยาง มีจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดสมุทรทาราม ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จำนวน 10 วัน 10 คืน ระหว่าง 23 ม.ค.-1 ก.พ.68 ที่ผ่านมา เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ จึงขอมอบของ

รางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้ทุกท่านได้มีแรงปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ในปี 2568 โดยมีผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่ และผู้บังคับบัญชาร่วมสนับสนุนของรางวัลดังกล่าว จากนั้นร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีวางพวงมาวันทหารผ่านศึก 2568 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เชียงราย สมาคมทหารผ่านศึกเชียงรายร่วมพิธีสดุดีวางพวงมาลา

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2568 ที่ผ่านมา นายศรีเนตร ธนาคำ นายกสมาคมทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนจังหวัดเชียงราย นำคณะกรรมการบริหารสมาคมฯสมาชิกสมาคม ณ เข้าร่วมวางพวงมาลา สดุดีแก่วีระชนทหารผู้กล้า

ณ ลานผู้กล้าอนุสาวรีย์ ผู้เสียสละ ค่ายเม็งรายมหาราช มณฑล ทหารบกที่ 37จังหวัดเชียงราย เนื่องในวันทหารผ่านศึกประจำปี พ.ศ2468 เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีบรรดาเหล่าวีระชนผู้กล้าที่เสียสละเลือดเนื้อ ด้วยกายและใจทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รักษาผืนแผ่นดินไทยคงอยู่ให้ลูกหลาน มาตราบเท่าทุกวันนี้ ตลอดบำรุงขวัญและกำลังใจทหารผ่านศึกทุกนายที่ประจำการ

และปลดประจำการ ในวันดังกล่าวนางสินีนาฏ ทองสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นำคณะกรรมการ-สมาชิกเหล่ากาชาติกลุ่ม4จังหวัดเชียงราย ร่วมวางพวงมาลารำลึกถึงวีรชนผู้กล้าด้วย.

ธนกฤต วรรมณีผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ชัชชาติ”ผู้ว่า กทม.ลงพื้นที่สวนสาน เขตคลองสาน สำรวจวางแผนพัฒนาเพื่อประชาชน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยสำนักงานเขตคลองสาน โดยนายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน

มอบหมายให้ นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ และคณะกรรมการชุมชนช่างนาค – สะพานยาว ร่วมลงพื้นที่สวนสาน บริเวณซอยโรงเกลือ เพื่อวางแผนแนวทางในการพัฒนาสวนสาน ให้เป็นสวนสาธารณะและลานกีฬาอเนกประสงค์ให้ประชาชนได้ใช้สวนสาธารณะในการผ่อนคลายและได้ใช้ในการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน

แนวความคิดในการออกแบบเป็นการเชื่อมโยงคนในชุมชนให้เข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกัน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบโจทย์โดนใจคนในพื้นที่ และยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของย่านเชื่อมต่อประวัติศาสตร์ในอดีตสู่ปัจจุบัน จากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ โดย ภายใต้แนวคิดสวนชุมชนขนาดเล็ก เพื่อใช้จัดกิจกรรมในชุมชน พื้นที่ภายในสวน ประกอบด้วยทางเดินวิ่ง สนามเด็กเล่น พื้นที่ออกกำลังกาย สวนสุขภาพ ลานกีฬา รวมถึงอนุรักษ์ต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในสวน อาทิ ต้นไทร ต้นจามจุรี

ซึ่งเดิมเป็นที่ดินรกร้างและมีการลักลอบทิ้งขยะ สำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตคลองสาน จึงมีแผนดำเนินการปรับปรุงที่ดินรกร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาข้างโกดังโรงเกลือแหลมทอง ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 5 พลิกฟื้นคืนสู่พื้นที่สาธารณะ โดยได้แนวคิดจากการดึงข้อดีของพื้นที่ย่านคลองสาน

ซึ่งในอดีตพื้นที่ฝั่งธนบุรีจะมีคลองที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาหลายคลองสานต่อกัน มีเรือสินค้ามาจอดเทียบท่าขนถ่ายสินค้าเข้าโกดังในบริเวณนี้ นับว่าเป็นการเปลี่ยนจากพื้นที่รกร้างเดิม ซึ่งชุมชนขาดปฏิสัมพันธ์กัน ให้กลายเป็นพื้นที่สวนสาธารณะสำหรับทุกคน

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ ​โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวถนนสายวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4 แผ่นดิน“ Bueng Kan Craft : สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน

ค่ำวันที่ 4 ก.พ.68 ที่บริเวณเฮือนบึงกาญจน์ไชยบุรี (จวนผู้ว่าหลังเก่า) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าว กิจกรรมมหกรรมถนนสายวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4 แผ่นดิน Bueng Kan Craft สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตอารยาธรรมลุ่มน้ำโขง โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการแถลงข่าว

พร้อมด้วยอาจารย์สัติยะพันธ์ คชมิตร รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาจังหวัดบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ และนางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมในการแถลงข่าว มีหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนร่วมงานแถลงข่าว

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.กล่าวว่า จากคำนิยมที่ ว่า บึงกาฬ สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้ ประกอบกับรัฐบาล ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power เป็นนโยบายเรือธง (Flagship) ของรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศ เพื่อยกระดับและพัฒนาความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้ มีเป้าหมาย 2 ประการ คือ 1) การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) และ 2) การทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน

การใช้ Soft Power เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วน ให้ความสนใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยถือเป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาล ให้ความสำคัญกับการผลักดันทุนทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพ
ให้เป็น Soft Power ของไทย ผ่านนโยบาย 5F ประกอบด้วย Food Film Fashion Fighting และ Festival ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย 5F ผ่านการจัดทำโครงการและแผนงานภายใต้ภารกิจของแต่ละหน่วยงาน

นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานด้านวัฒนธรรม ที่มี 4 นโยบายขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างสังคมเข้มแข็ง สนับสนุนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย “ทุน ระบบนิเวศ คน สินค้าและบริการ” ซึ่ง 1 ใน 4 คือ “ทุน” ที่มุ่งส่งเสริมสร้างสรรค์ ผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ท่านมีแนวการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาคนและสังคมบนฐานวัฒนธรรมของจังหวัดบึงกาฬ สู่ความยั่งยืน และสอดคล้องกับคำนิยมที่ว่า “บึงกาฬ สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้”

สำหรับกิจกรรมจะมีทุกๆวันศุกร์ โดยกำหนดเริ่มวันศุกร์ ที่ 13 ก.พ.68 สิ้นสุดวันศุกร์ ที่ 21 มี.ค.68 ณ บริเวณเฮือนบึงกาญจน์ไชยบุรี (จวนผู้ว่าหลังเก่า) โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในพื้นที่ ในการจัดกิจกรรมถนนสานวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4แผ่นดิน เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้านสาธิต/จำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมการแสดงผลงานด้านศิลปะ ของเครือข่ายในพื้นที่ และที่สำคัญ คือการได้เชิญภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มาบูรณาการร่วม อาทิเช่นสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ นำสินค้าธงฟ้ามาจำหน่าย

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นำสินค้าทางการเกษตรมาจำหน่าย สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบึงกาฬ แนะนำอาชีพ สำนักงานพัฒนาชุมชน ได้นำผลิตภัณฑ์ชุมชนสินค้าOTOP มาจำหน่ายและสาธิตการผลิตสินค้า การจัดนิทรรศการจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งเสริมยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน และกิจกรรม Buengkan Craft วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นักศึกษามาร่วมในกิจกรรม และสนับสนุนบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อรองรับความเติบโตของจังหวัดบึงกาฬ

หากมีผู้สนใจนำร้านค้ามาจำหน่ายติดต่อได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ โทร.042491785 หรือแฟนเพจ Facebook สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ตามวันเวลาราชการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รางวัลที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศ มีคนโหวตสูงที่สุดในระบบแอปพลิเคชัน Prompt Post ของ บ.ไปรษณีย์ไทย

รางวัลที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศ มีคนโหวตสูงที่สุด มากที่สุด ในระบบแอปพลิเคชัน Prompt Post ของ บ.ไปรษณีย์ไทย โดยมีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) สนับสนุนการทำโพล กับ 6 สาขารางวัล ช่วง 18 พ.ย. -31 ธ.ค.67 แฟนคลับแต่ละสาขา โหวตหนักจัดชุดใหญ่กัน ช่วงสัปดาห์สุดท้าย

โดยหัวข้อการโหวต F 1 – F 5 “หน่วยงานภาครัฐ” ที่เข้ารอบสุดท้าย TOP 5 จากการเสนอชื่อผ่าน SMS เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 67 คือ F1-กรมที่ดิน, F2-กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, F3-การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , F4-กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ F5-การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่ง ตลอด 5 สัปดาห์แห่งการโหวต ทุกหน่วยงานต่างมีคนไทยส่งกำลังใจสนับสนุนชื่นชมโหวตมาตลอด บ้างก็สลับตำแหน่งขึ้นนำเป็นที่ 1 แต่สัปดาห์สุดท้าย มีการให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก

ท้ายสุดหน่วยงานรัฐที่มีผลโหวตสูงสุด คือ “กรมที่ดิน” ซึ่งการมอบรางวัลมี คุณดำรง พุฒตาล ได้ให้เกียรติขึ้นมาประกาศรางวัล และ ดร.ตฤณ ทวิธารานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจบริการดิจิทัล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มอบดอกไม้ให้กับ คุณพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งได้รับรางวัล “สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี 2024”

บุญเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถและซ่อมแชมถังเก็บน้ำ #อานิสงส์ชีวิตรุ่งโรจน์ทรัพย์เพิ่มพูน

ณ วัดศรีกะอาง จ.นครนายก วัดสวย บนยอดเขา มีพระพุทธชินราชจำลองใหญ่ที่สุดในไทย

ขณะนี้พระอุโบสถใหญ่บนยอดเขา ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา กระเบื้องหลังคาแตกหักทำให้น้ำรั่วซึมลงมา และถังเก็บน้ำชีเมนต์ก็มีรอยรั่วซึมหลายจุด จึงจำเป็นต้องปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม ขอเชิญชวนทุกท่านร่วม #เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถและซ่อมแชมถังเก็บน้ำ

📍 ธนาคารกสิกรไทย
📍 เลขที่บัญชี: 131-3-83390-5
📍 ชื่อบัญชี: มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

ส่งหลักฐานการร่วมบุญมาได้ที่

Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กด⬇️
https://lin.ee/VDGS28X

อุโบสถที่สร้างอยู่บนยอดเขา เป็นศิลปะที่มีความผสมผสานระหว่างไทยและจีน โดยขอบประตูและหน้าต่างของอุโบสถ จะตกแต่งด้วยชามสมัยโบราณที่ชาวบ้านนำมาถวายวัดเมื่อครั้งในอดีต ภายในพระอุโบสถจะประดิษฐานพระพุทธรูปปางพิชิตมาร ซึ่งมีพระนามของสมเด็จพระสังฆราช จารึกไว้

อานิสงส์การร่วมบุญเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถ นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะพระอุโบสถคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน การร่วมบุญบูรณะซ่อมแซมให้คงสภาพดีงาม จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่สืบไป ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญนี้ ย่อมได้รับอานิสงส์มากมาย ดังนี้

  • ในชาตินี้: มีชีวิตราบรื่น ร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายต่างๆ กิจการงานเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีชื่อเสียง เกียรติยศ เป็นที่รักใคร่นับถือของคนทั่วไป มีสติปัญญาเฉียบแหลม สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว
  • ในชาติหน้า: เกิดในตระกูลสูง มีรูปร่างงดงาม ผิวพรรณผ่องใส เป็นที่รักของคนทั่วไป มีสติปัญญาดี มีโภคทรัพย์สมบัติมากมาย มีบริวารพร้อม พบพระพุทธศาสนาได้โดยง่าย บรรลุธรรมได้โดยเร็ว
  • อานิสงส์สูงสุด: นำพาให้เข้าถึงพระนิพพาน ซึ่งเป็นบรมสุข อันเป็นจุดหมายสูงสุดของชาวพุทธ

อานิสงส์การซ่อมแซมถังเก็บน้ำวัด มีมากมายเหลือคณานับ เพราะน้ำเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต และการมีน้ำใช้ในวัด ยิ่งส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้ดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พระสงฆ์และผู้มาปฏิบัติธรรม อานิสงส์โดยย่อ มีดังนี้

  • อานิสงส์ด้านการมีสุขภาพดี: การมีน้ำสะอาดไว้ใช้ในวัด ช่วยให้พระสงฆ์และผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการใช้น้ำไม่สะอาด ส่งผลให้มีอายุยืนยาว ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
  • อานิสงส์ด้านความสะดวกสบาย: ถังเก็บน้ำที่ใช้งานได้ดี ช่วยให้มีน้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่ต้องลำบากในการหาน้ำ ทำให้การประกอบกิจวัตรประจำวันในวัดเป็นไปอย่างสะดวกสบาย
  • อานิสงส์ด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนา: น้ำที่สะอาดใช้ในกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ เช่น การทำความสะอาดศาสนสถาน การประกอบพิธีกรรม การถวายน้ำ เป็นต้น ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
  • อานิสงส์ด้านจิตใจ: การทำบุญซ่อมแซมถังเก็บน้ำวัด เป็นการทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ เป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวม ทำให้เกิดความอิ่มเอมใจ เป็นสุขทางใจ และเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภพหน้า
  • อานิสงส์ด้านทรัพย์สิน: การทำบุญด้วยน้ำ เชื่อว่าจะทำให้ไม่ขาดแคลน มีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา ไม่ลำบากเรื่องการเงิน เพราะน้ำเปรียบเสมือนทรัพย์สมบัติ
  • อานิสงส์ในชาติหน้า: เชื่อกันว่าผู้ที่ทำบุญเกี่ยวกับน้ำ จะได้เกิดในภพภูมิที่ดี มีผิวพรรณผ่องใส ไม่ลำบากเรื่องการกินอยู่ และมีบริวารมากมาย

ขอโมทนาสาธุการ😊🙏

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ประเดิมยุทธการ “Seal Stop Safe” จับยาบ้ารุ่นโบว์แดง 3.2 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหา​1​ราย และรถยนต์ต้องสงสัย

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568​ พลตำรวจตรี กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ พันตำรวจเอกไพโรจน์ ไทยพุทรา รองผู้บังคับการฯรักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ร่วมกันแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop S atafe ในพื้นที่ชายแดนตามนโยบายรัฐบาล สามารถจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด โดยตรวจยึดยาบ้าได้ 3,220,000 เม็ด ผู้ต้องหา 1 คน พร้อมรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่ง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มกราคม พันตำรวจเอก วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติลักลอบลำเลียงยาบ้าเข้ามาในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองหมายเลข 2034 จากสามแยกโคกสุวรรณ อำเภอเมืองมุกดาหาร ไปทางอำเภอคำชะอี โดยใช้รถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นวิช สีดำ ทะเบียน กฉ 2195 มุกดาหาร

ในการขนยาเสพติดและมีรถยนต์กระบะฟอร์ด สีเขียว ติดทะเบียน ฒฉ 4702 กรุงเทพมหานคร เป็นรถนำทาง จึงจัดวางกำลังตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง กระทั่งเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า และรถยนต์กระบะฟอร์ดตรงตามที่ได้รับแจ้งจึงขับติดตามไปและได้แสดงตัว ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถยนต์กระบะฟอร์ดได้ขับหลบหนี

ส่วนรถยนต์เก๋งโตโยต้าได้จอดแล้วขับรถถอยหลังเพื่อจะหลบหนีอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้ชนเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าอู่มดเจริญทรัพย์ บ้านดานคำ จากนั้น คนขับรถได้เปิดประตูแล้ววิ่งหลบหนี แต่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมได้ชื่อนายโชค (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นคนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจค้นภายในรถพบกระสอบสีดำจำนวน 10 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบห่อยาบ้าสีเหลือง มีสัญลักษณ์ โบว์แดง 999 ประทับที่อยู่ที่หน้าห่อรวม 322 ห่อ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 3,220,000 เม็ด

จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับรถยนต์โตโยต้า และควบคุมตัวนายโชค นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป

สืบมุกดาหารจับยาบ้ารุ่นโบว์แดง #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มอบเกียรติบัตร สื่อมวลชน ในโครงการประชาสัมพันธ์การจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ปีงบประมาณ 2568

เครือข่ายร่วมนักประชาสัมพันธ์8 #จังหวัดภาคเหนือตอนบน #เข้มสื่อทุกชนิด #ทั้งวิทยุ #โทรทัศน์ #แพลตฟอร์มข่าวสื่อออนไลน์ร่วมพลัง ปุกจิตสำนึกประชาชน แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 มอบเกียรติบัตรให้กับสื่อมวลชนผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5ถายใต้โครงการประชาสัมพันธ์การจัดการปัญหาฝุ่นละอองPM2.5ประจำปีงบประมาณ2568 ระหว่างวันที่3-4ก.พ2568 ณ.โรงแรมเมอเวนพิค สุริวงศ์ โฮเต็ล จังหวัดเชียงใหม่ หลังเสร็จสิ้นการประชุม

เมื่อเวลา15.00น.วันที่ 4กุมภาพันธ์ 2568 นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เป็นประธาน กล่าวปิดโครงการประชุมฯหลังจากได้ดำเนินการมาครบตามเวลาที่กำหนด 2 วัน ทั้งนี้ได้กล่าวต่อผู้เข้าร่วมการประชุมถึงการสร้างเครือข่ายร่วมบูรณาการฯว่า”ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำวิธีการ และ

ความรู้ไปวางแผนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ อย่างถูกต้องรวดเร็ว เพื่อร่วมรณรงค์เป็นเครือข่ายศนย์JIC จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กรณีอุทกภัยที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโมเดลเชียงใหม่ ส่งข้อมูลข่าวสารตรงต่อประชาชนใหรับรู้ เตือนภัยล่วงหน้าเพื่อรับมือภัยต่างๆ สามารถป้องกันและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตทรัพย์สินประชาชน “

สำหรับภาคเช้าในวันที่ 2ของการการประชุม เวลา08.00น.คณะเดินทางไปศึกษดูงานหมูบ้านต้นแบบด้านการรักษาป่าชุมชนปลอดการเผา 100%บ้านต้นผึ้งหมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยคณะได้รับการฟังการบรรยายจากผู้ใหญ่บ้านนางกัญญารัตน์ ธรรมเสน เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับ หมู่บ้านสันต้นผึ้งและนำคณะเดินทางไปยังป่าชุมชน เพื่อศึกษารูปแบบ การดูแลป่าชุมชน

ซึ่งนำเสนอวิธีการจัดการป่าในรูปแบบ ภูมิปัญญาชาวบ้าน อาทิการใช้กุสโลบายในการรักษาป่า มีการบวชป่าเป็นต้น ตลอดไม่เผาป่า แต่มีการนำใบตองตึงหรือใบตองพลวง นำมาเป็นวัสดุทำภาชนะใส่อาหาร ด้วยการขึ้นรูปด้วยเครื่องขึ้นรูปภาชนะ

ซึ่งเป็นวิธีการใช้ประโยชน์จากป่าที่ชาวบ้านดูแลลดวัสดุเชื้อไฟและลดปัญหาการเกิดฝุ่นPM2.5ไปอีกหนึ่งวิธี สำหรับเครือข่ายสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นสื่อที่จะเป็นผู้นำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับส่งตรงถึงมือประชาชนให้รับทราบอย่างมีประสิทธิภาพ.

ธนกฤต #วรรณมณี #รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯชลบุรี โชว์วิสัยทัศน์ “แนวทางการยกระดับจังหวัดชลบุรีสู่ จังหวัดดิจิทัล”

 วันที่ 2 ก.พ.68 ที่ห้องประชุม โรงแรมคริสตัล พาเลส พัทยา ถ.พัทยา-นาเกลือ เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเดินทางมาบรรยายพิเศษเรื่อง "แนวทางการยกระดับจังหวัดชลบุรีสู่ จังหวัดดิจิทัล" โดยมี รศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณาจารย์และนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมรับฟังบรรยายฯ ด้วยคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดโครงการศึกษาดูงานการเตรียมความพร้อมสู่จังหวัดดิจิทัล ในระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่จังหวัดชลบุรี ให้แก่นักศึกษาในหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ตรง 

โดยมีกิจกรรม อาทิ เยี่ยมชม EEC Automation Park มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี รับฟังการบรรยายเรื่อง “การยกระดับปรับความก้าวหน้าประเทศและบุคลากรในเขต EEC” โดย ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากร ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) รับฟังบรรยายจากผู้อำนวยการ EEC Autornation Park เรื่อง “การยกระดับอุตสาหกรรมยุค 4.0 และการสร้างบุคลากร + การพัฒนายุคใหม่ พร้อมดูงาน Automation + Smart Factory โดย ดร.ไพบูลย์ ลิ้มปิติพานิชย์ ผู้อำนวยการ EEC Autornation Par

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สราวุธ” แห่ขอบคุณชาวหัวหินหลังรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.ประจวบฯ อีกสมัย


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.68 นายสราวุธ หรือ “เฮียไล้” ลิ้มอรุณรักษ์ ว่าที่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประจวบฯ พร้อมด้วย นายทวีสิน หรือ บอย พัฒนาภิรัส ว่าที่ ส.อบจ.เขต 2 อ.หัวหิน ได้ขึ้นรถแห่รอบเมืองหัวหินและบริเวณตลาดสดฉัตร์ไชยในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน

เพื่อกล่าวขอบคุณชาวหัวหินทุกคะแนนเสียงที่ไปลงเลือกตั้ง อบจ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ นายสราวุธได้รับชัยชนะมีคะแนนท่วมท้นถึง 118,136 คะแนน ได้รับเลือกเป็น นายก อบจ.ประจวบฯ อีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายสราวุธ กล่าวว่า ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวประจวบฯ ทุกคนที่ได้ไปเลือกตั้งใช้สิทธิของตัวเองได้ครบถ้วน ขอบคุณอีกครั้งที่เลือกพวกเราในทีมบริหารชุดเก่ามา ซึ่งหลักๆ ก็จะประกอบด้วยผมเป็นนายกฯ และสมาชิกชุดเก่าเข้ามา ก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องจริงๆ ที่เลือกพวกเราให้เข้ามาบริหารต่อ

เพื่อจะได้สานงานที่เราทำไว้ให้เกิดประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องมากขึ้นกว่าเดิม รู้สึกพอใจกับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ ประชาชนก็มีการมาใช้เสียงพอประมาณ แต่เนื่องจากว่าเหตุต่างๆ เช่น ตรงกับวันเสาร์ซึ่งไม่เหมาะกับการเลือกตั้ง และการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ความไม่สะดวกในวันดังกล่าวด้วย ก็ทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ลดจำนวนไปมากกว่าปีที่แล้ว ก็เลยทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ก็สมบูรณ์ได้ระดับหนึ่ง


“การเลือกตั้งในครั้งนี้มีสมาชิกบางท่านที่ไม่สามารถเข้ามาได้ แต่ก็มีสมาชิกหลายๆ ท่านที่เป็นท่านใหม่เข้ามาก็ขอแสดงความยินดี ผมมีความมั่นใจว่าสมาชิกท่านใหม่ที่สามารถฝ่าฟันเข้ามาได้เป็นเพราะประชาชนได้เลือกแล้วและมีไฟในการร่วมกันพัฒนากับพวกเราได้ หลังจาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ทุกคนก็พร้อมที่จะร่วมกันทำงานหลัก ๆ

ที่เราได้ทำไว้เมื่อครั้งที่แล้ว ก็จะเน้นในเรื่องสาธารณสุข เรื่องดูแลจำนวนคนให้มากขึ้น แล้วก็เรื่องการท่องเที่ยวซึ่งเป็นการกระตุ้นรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้มีรายได้มากขึ้น ส่วนเรื่องสาธารณูปโภคในแหล่งทุรกันดารเราก็ยังไม่ทอดทิ้ง เราก็ยังทำอยู่ หลักๆ ก็ทำประมาณ 3 เรื่อง ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นภารกิจที่เราต้องดำเนินการอยู่แล้วให้ครบถ้วนตามนโยบายที่เราตั้งไว้ครับ” นายสราวุธ กล่าวในตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /คึกคัก!! บรรยากาศ การเปิดรับสมัคร นายกเทศมนตรีตำบลเขาฉกรรจ์ วันแรก

วันนี้ เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศ การรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก เทศมนตรีตำบลเขาฉกรรจ์ ณ หอประชุมเทศบาลตำบลเขาฉกรรจ์ ชั้นบน4 เบอร์ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีตำบลเขาฉกรรจ์ (วันแรก)นายประเสริฐ ไม้งาม เบอร์ 1 พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว เบอร์ 2 นายชานันท์ ประกา เบอร์ 3 นายปัญญา บุญแจ้ง เบอร์ 4

ทางด้าน พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว อดีต รอง ผบก.จ.สระแก้วได้เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเขาฉกรรจ์ ได้ (หมายเลข 2) โดยมีภรรยาพร้อมครอบครัว และพี่น้องประชาชนมาให้กำลังใจอย่างล้นหลามโดยจะมีการเลือกตั้งวันที่ 16 มีนาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันนะครับพี่น้อง…!!!

ขอขอบคุณภาพ : Khaochakan Subdistrict

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยการกุศล ณ.วัดบางปร้ว ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ศึกมวยไทยการกุศล จัดโดย สมพงษ์ ทวีวงษ์+มรกตแดง เพชรบางปร้ง+วัชระชัย เพชรบางปร้ง ประธานเปิดการแข่งขันชกมวย

นาย ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร เลขานุการ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร
และผู้มีเกียรติอีกหลายท่านให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย นาย สมชาย นุ่มพูล สมาชิกวุฒิสภา

นายบัญชา แก่นคลองแดง กำนัน ต.ศรีจุฬา นาย ประสงค์ ตรีเนตร์ รองนายก นาย บุณปลูก อบอวน

นาย สิทธิพร ภู่โต้ะยา ผู้ใหญ่ ม.11 นาย บรรจบ พวงดอกไม้ ผู้ใหญ่หมู่ 7 ศรีจุฬา
ประกบคู่มวยโดย ปุ้ย ปราจีน จัดมวยดีๆให้แฟนมวยได้รับชม

ณ.วัดบางปร้ว ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก
เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์เขต 3 ประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่าย “นักข่าว” สร้างพลังร่วม / “ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่า

ศูนย์ JIC เชียงใหม่ ร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5 ใช้เชียงใหม่โมเดล แก้ปัญหาแบบยั่งยืน ขอแรงเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ ช่วยเป็นสื่อช่วยกระจายข่าวและดึงสื่อ นักประชาสัมพันธ์ทุกระดับชั้น มีส่วนร่วมเผยแพร่ข่าวอย่างแม่นยำ ถึงการป้องกันความเสียหายจากภับพิบัติลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เตือนภัยล่วงหน้า เชื่อภัยพิบัติมีแน้วโน้มสูงขึ้นอย่างแน่นอนเตือนให้ประชาชนตื่นตัว โดยมีศูนย์ฐานข้อมูลร่วมแพร่ข่าวสารโดยมีข้อมูลที่แม่นยำในการเตอนภัยล่วงกหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่3ก.พ2568 เวลา13.00น.ที่โรงแรมเมอเวนพิค สุริยวงศ์ โฮเต็ล เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 กล่าวรายงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมสัมนาเชิงปฏิบัติการฯระหว่างวันที่3-4ก.พ.2568

เวลา13.00น.-15.00น.เสวนาอภิปรายในหัวข้อจัดการศูนย์ข้อมูลร่วมโครงการวิกฤต(JIC)โอยใช้กรณีอุทกภัยเชียงใหม่ เชียงใหม่โมเดลสู่JICฝุ่นละอองPM2.5จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผวจ.เชียงใหม่ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายเดโช ไชยทัพ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ โดยมีนางสาวสุชญา มหาอินทร์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่เป็นพิธีกร

เวลา15.00น.บรรยายหัวข้อแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นบะอองPM 2.5โดยนายแพทย์ปัณณวิช จันทกลาง นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลนครพิงค์และในเวลา16.30น.-18.00น.มีการบรรยายหัวข้อเรื่อง “การเฝ้าระวังและเตือนภัยปัญหาฝุ่นละออง PM.2.5” โดยรศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนในวันที่4ก.พ.08.00น.คณะเดินทางไปศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบปลอดการเผาจ.เชียงใหม่ ณ.วิสาหกิจชุมชนป่าต้นผึ้ง หมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เวลา 13.00 น. นางนวพรรณ ไชยวรรณ์ อุทัยยศ ส่วนข่าวและรายการภูมิภาคสปข.3บรรยายในหัวข้อ เรื่องการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ แก่คณะที่เข้าร่วมประชุมและในเวลา14.00น. พิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมประชุมฯและพธีปิดการประชุม

ในการประชุมดังกล่าวได้มุ่งเน้นให้เครือข่ายสื่อมวลชนและอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ได้สร้างเสริมความเข้าใจในการใช้สื่อที่มีอยู่ สร้างเครือข่ายทุกระดับเพื่อกระจายข่าวข้อมูลที่ถูกต้องได้ อย่างแม่นยำอาทิเช่นนักข่าวพลเมือง ที่ได้รับข้อมูลและกระจายข่าวเตือนภัยล่วงหน้าลดความเสียหายในชีวิตทรัพย์สินประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างศูนย์JIC หรือ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม

สื่อสารข้อมูล สร้างการรับรู้ บูรณาการทุกภาคส่วน (Joint Information Center .JIC) เชียงใหม่เกิดความเข้มแข็งด้านข้อมูล อันเป็นประโยชน์รวดเร็วฉับไว ทันเหตุการณ์ อันเป็นการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วด้วยสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่.

นายธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน


“ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่าทั้งห่างเกือ สองหมื่นคะแนน สนามเลือกตั้งเชียงราย- ลำพูนแพ้ยับ
ล้มแชมป์เก่าไม่ได้ผู้ช่วยหาเสียงเพื่อไทย ยั๊ว!! ขู่ เสื้อแดงกลับใจเชียงราย หักหน้า หยามบ้านใหญ่ ช่วยอดีตนายก”นก” ชนะเลือกตั้งคาดเรื่องยังไม่จบ เพื่อไทยเคลื่อนไหวกดดันกกต.ใบแดง ฝั่ง”นก”อทิตาธร หลังชนะเลือกตั้ง ถือศีลกินเจ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรแล้ว

บรรยากาศการละคะแนนเลือกตั้งในส่วนของ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในวันที่1ก.พ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเหตุผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนฉีกบัตรเลือกตั้ง ที่ 1 บ้านแม่คี หมู่ที่7ต.ป่าซาง อำเภอแม่จัน จ.เชียงราย จำนวน 1 ถูกจับกุมดำเนินคดีที่สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงานบรรยากาศการส่งหีบบัตรเลือกตั้งณ.ศูนย์ จีเอส เอ็ม เทศบาลนครเชียงราย ตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองเชียงรายเริ่มทะยอยเดินทางส่วงหีบ บัตรเลือกตั้ง

โดยมีเจ้า หน้าที่ในส่วนอส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองรักษาความสงบเรียบร้อย จัดเจ้าหน้าที่ตรวจรับหีบบัตรและอุปกรณ์ กปน.ทุกหน่วยได้ส่งหีบบัตรเสร็จสิ้นเวล22.00 เศษ สามารถส่งผลคะแนนต่อให้กับศูนย์รวบรวมคะแนน ห้องคชสาร อบจ.เชียงรายที่ทางคณะกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายได้กำหนดไว้และขณะนี้ทีมงานข่าวได้รับการเปิดเผย จากกกต.ว่าสามารถรวบรวมคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งในส่วนของนายก.อบจ.และส.อบจ.100,%แล้วโดยหลังจากทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ประกาศผลคะแนนทั้งสองส่วนผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งตามลำดับและอยู่ระหว่างระยะการตรวจสอบและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับตัวผู้สมัครเบอร์ใด กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หากไม่พบก็จะทะยอยประกาศการรับรองอย่างเป็นทางการภายใน30 วันถัดจากวันเลือกตั้ง

ในส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองท้องถิ่น ภายหลังจากผลการนับคะแนนจาก 36 เขตเลือกตั้ง18 อำเภอ ประชากรหญิง-ชายผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 936,351 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 605,780 คนไม่มาใช้สิทธิ์รวม 330,581 คน คิดเฉลี่ย จำนวน 64.68%ในแต่ละอำเภอ ส่วนใหญ่นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร 1 ได้ 249,845 คะแนน นำห่างนางสักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2 ได้230,262 คะแนน ทั้งห่างกันที่ 1 9,592คะแนน และจากการประเมินภาพรวมแล้วคะแนนนิยมในตัวของเบอร์1ซึ่งครองฐานคะแนนเดิมในส่วนทั้ง18 อำเภอ และสามารถพาลูกทีม ส.อบจ.จำนวน 17 คน ส่วนลูกทีมเพื่อไทยเข้าได้จำนวน12 คน
ความเคลื่อนไหวฝั่งของเพื่อไทยขณะนี้เร่งจี้ประเด็นการยึดเงินและทรัพย์สินอื่นๆที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้ตรวจสอบแต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ในเรื่องดังกล่าวทางด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ฝ่ายยุทธศาสตร์การหาเสียงได้ออกมาโพสบนเฟสบุ๊คสื่อสังคมออนไลน์ ว่าขณะนี้ได้ร้องเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจังหวัดจังหวัดเชียงรายแล้ว

อย่างไรก็ตามทางด้านผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตกรณีแกนนำ ผู้ช่วยหาเสียงเสื้อแดงกลับใจ ที่ช่วยหาเสียงเบอร์ 1ที่เข้าหาเสียงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งของเชียงรายถิ่นเพื่อไทย ได้ถูกผู้ช่วยหาเสียงเบอร์2 คนหนึ่ง ข่มขู่ให้หวาดกลัวเกี่ยวกับการปราศัย บนรถ หาเสียงกลุ่มของเสื้อแดงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งยามบ้านใหญ่ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องการหาเสียงโดยปกติ
ซึ่งภายหลังการเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าเรื่องจะยังไม่จบเพราะมีข่าวความเคลื่อนไหวของการร้องเรียนในวิธีการหาเสียง การซื้อเสียง ฯลฯโดยทางสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงรายเริ่มได้รับการร้องเรียนเป็นบางเรื่องๆยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและยังไม่ได้แข้งข้อกล่าวหาผู้สมัครว่าฝ่าฝืนจงใจกระผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งความคืบหน้าจะเสนอให้ทราบกันต่อไป.

ทีมข่าวการเมือง เชียงรายรายงาน..

สิ่งที่น่าสังเกตการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ทำไมบัตรเสียถึงเยอะมาก//#แทบจะไม่เชื่อว่าบัตรพวกนั้นเสียจริงหรือไม่เพราะทำไมถึงมากมายมหาศาลขนาดนี้เกือบจะเป็นแสน.#มีคนออกมาใช้สิทธิ์ 870 564 #จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของจังหวัดเชียงใหม่.1324913 คน.เป็นบัตรดี 772-129 ใบ.บัตรเสีย 41 124 ใบ//และไม่ประสงค์ลงคะแนนมีจำนวน 5753 3 ใบรวม#/กันแล้วทั้งบัตรเสียและไม่ประสงค์จะลงคะแนนมีจำนวนถึง 9 8 6 5 7 คน..#มันเกิดจากอะไรนั่นหรือ.1 #ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งคือ #การนับคะแนน ซึ่งผู้สมัครมักจะมองข้าม

วิธีโกงการเลือกตั้งแบบง่ายๆ คือ การทำให้บัตรดีกลายเป็นบัตรเสีย อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของกรรมการประจำหน่วยก็สุดแล้วแต่ แต่วิธีนี้ก็ทำให้คู่แข่งที่มีคะแนนสูสีแพ้มาแล้วมากมาย(ทั้งที่จริงต้องชนะ) ดังนั้นผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่เก๋าเกมส์ จะส่งคนของตัวเองไปเป็นผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยๆละ 2 คน ผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง จะทำหน้าที่คอยตรวจสอบการขานคะแนน บัตรดี บัตรเสีย ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งว่าถูกต้องเป็นประโยชน์กับผู้สมัครของตัวเองหรือไม่ เช่น ผู้สมัครหมายเลข 1 ส่งผู้สังเกตุการณ์มาเฝ้าตอนนับคะแนน แต่ผู้สมัครหมายเลข 2 ไม่ได้ส่งผู้สังเกตุการณ์มา(อาจจะประหยัดค่าใช้จ่าย)

เวลากรรมการขานคะแนน สมมติถ้ากาเบอร์ 1 แล้วบัตรเสีย ผู้สังเกตุการณ์ที่เป็นตัวแทนของเบอร์ 1 จะขอตรวจสอบทันทีว่าเป็นบัตรเสียได้อย่างไร หลายครั้งที่มีการตรวจสอบสุดท้ายจาก #บัตรเสียกลายเป็นบัตรดี ทำให้เบอร์ 1 ได้คะแนนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนเบอร์ 2 ที่โหมกระหน่ำหาเสียงมาเป็นเดือนแต่ไม่ยอมส่งผู้สังเกตุการณ์มาตรวจสอบตอนนับคะแนน ก็จะทำให้ เวลาขานบัตรเสียที่กาเบอร์ 2 จะไม่มีการคัดค้านหรือขอตรวจสอบแต่อย่างใด บัตรดีจะกลายเป็นบัตรเสียทันที น่าเสียดายครับมาตกม้าตายตอนจะเข้าเส้นชัย จึงอยากฝากเพื่อนๆช่วยกระซิบบอกผู้สมัครที่ท่านรัก พรรคการเมืองที่ท่านชอบ ว่าเรื่องนี้สำคัญ💥

ปล.ในช่องสีแดงคือตัวอย่างบัตรดีที่ขานเป็นบัตรเสียบ่อยมากๆๆๆๆๆๆ กรรมการขานคะแนน จะอ้างว่ามีจุดตัด 2 จุด ในช่องลงคะแนน จึงเป็นบัตรเสีย แต่ความจริงมันคือบัตรดี แค่ชาวบ้านเขากาทับ 2 ครั้งเพราะปากกาไม่ดีเท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้บางหน่วย บางจังหวัด เราจึงได้เห็นบัตรเสียมากกว่าส่วนต่างคะแนนของผู้แพ้กับผู้ชนะเสียอีก…

เก็บเอามาบอกเล่าโดยทีมข่าวกองบก

สมจิตร แสงบัลลังก์ รายงาน.

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ พันธมิตร มอบถุงยังชีพ ผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการ “หนึ่งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และ “หนึ่งใจให้การศึกษา”

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร มอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) และผ้าห่มกันหนาวให้นักเรียนโรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง)และประชาชน ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และโครงการ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. ที่ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน)

ลงพื้นที่มอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) และผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และโครงการ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา” ให้กับนักเรียน โรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง) และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์การอากาศหนาว

โดยมีนายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสนง.ปภ.จังหวัดน่าน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โดยในโอกาสนี้ ประธานกรรมการ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมทุนทรัพย์บรรเทาความเดือดร้อนพร้อมให้กำลังใจแก่นักเรียน และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์การอากาศหนาว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 3 แถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องคดียาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 400,000เม็ด

ตามที่คณะรัฐมนตรี โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กำหนดกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชาชนไทย นโยบายด้านความปลอดภัย จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย ผู้ผลิตผู้ค้าคือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการ “ยึดทรัพย์” เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งควบคุมการลักลอบนำเข้า ยาเสพติดมาในประเทศไทย และดึงประชาชนออกจากวงจรการค้ายาเสพติดอย่างถาวร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” เพื่อสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติดตามแนวชายแดน ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ (บก.สส.ภ.3) ถ.สุรนารายณ์ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓ แถลงข่าว พร้อมด้วย ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ รรท.รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.อก.ภ.๓ รรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผกก.สภ.โนนสูง พ.ต.ท.ยุทธพล บุษบา รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.วิโรจน์ เจริญชัย รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส.สภ. โพธิ์กลาง พ.ต.ท.ภคพล สมควร รอง ผกก.สส.สภ.โนนสูง พ.ต.ต.เฉลียว เจริญสุข สวป.สภ.โนนสูง สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และ ร.ต.อ.หญิงเพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.3 และ พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.ฯ พร้อมพวก ร่วมสืบสวนจับกุมตัว  
1.นายสุริยา หรือเหยิน น้อยแก้ว อายุ 52 ปี ที่อยู่ 308 ม.7 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จว.นครพนม

  1. MISS PHONETHIP SENGMANY อายุ ๒1 ปี ที่อยู่ แขวงบอลิคําไซ เชื้อชาติลาว สัญชาติลาว พร้อมของกลาง1.ยาบ้าจำนวน 10 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 30 มัด (ยาบ้าประมาณ 60,000 เม็ด)
    2.ยาบ้าจำนวน 22 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 67 มัด (ยาบ้าประมาณ 134,000 เม็ด)
    3.ยาบ้าจำนวน 34 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 103 มัด (ประมาณ 206,000 เม็ด) รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด พฤติการณ์แห่งคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจและ บก.สส.ภ.3 ดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในโดยเฝ้าสังเกตรถยนต์ยานพาหนะที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติจากพื้นที่ชายแดน และเข้ามาในเขตพื้นทีตำรวจภูธรภาค 3 โดยสืบสวนจากฐานข้อมูลจากการสืบสวนจับกุมยาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่อื่น ๆ จนพบว่ารถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน 3ฒฬ 3964 กรุงเทพมหานคร มีความเคลื่อนไหวผิดปกติเข้ามาในพื้นที่ จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์จนพบว่าเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2568 รถยนต์คันดังกล่าวเดินทางมาจาก จว.นครพนม เข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสกดรอยติดตามมาจนพบว่าผู้ต้องหาเข้าไปบริเวณจุดทิ้งขยะ ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองนครราชสีมา จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแฝงตัวเข้าไปซุ่มสังเกตการณ์ พบว่าผู้ต้องหาชายและหญิงได้หยิบยาเสพติดลงใส่ถุงปุ๋ยสีเขียวเพื่อบรรจุยาเสพติดนำไปวางไว้ในดงหญ้าข้างบ่อขยะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวจับกุมพร้อมของกลางดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนักค้ายาเสพติดชาวลาวในราคา 50,000 บาท มาเพื่อส่งมอบให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากนักค้าชาวลาว จะติดต่อกับผู้รับยาเสพติดในพื้นที่เอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าว นำมาตรวจค้นสแกนด้วยเครื่องมือพิเศษเครื่องแสกนเฮล (เครื่องแสกนมือถือ) และพบยาเสพติดที่ได้ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์กระบะ จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ตำรวจภูธรภาค ๓ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และอาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด ๑๕๙๙ สายด่วน ๑๙๑ และ Application Police I lert U ได้ตลอด ๒๔ ชม. หรือสายด่วน 1386 ของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหา ยาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นเพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ต่อไป
ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตำรวจภูธรภาค ๓ ด้วยดีเสมอมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผลเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี อำเภอบางละมุง อย่างไม่เป็นทางการ บ้านใหญ่เรารักชลบุรีกวาดไม่หมดทุกที่นั่ง พรรคส้มเสียบ 3 เขต

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนับคะแนนหลังปิดหีบเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง รวมทั้ง 9 เขตเลือกตั้ง พบว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการนับคะแนนเสียงตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ก่อนจะเดินทางนำบัตรลงคะแนนส่งให้กับศูนย์รวมคะแนนการเลือกตั้งฯ โดยเขตที่ 1-5 ใช้บริเวณศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอยาวละมุง และเขตที่ 6-9 ใช้บริเวณโดมกีฬาโรงเรียนบางละมุง เป็นจุดรับส่ง โดยมี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง คอยอำนวยความสะดวก

ด้าน นายพรชัย สังข์เอียด ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง ในฐานะประธานอนุกรรมการ กกต.ชลบุรี ประจำอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เบื้องต้นตลอดทั้งวันยังไม่พบข้อร้องเรียน หรือมีปัญหาอุปสรรคใดๆ เจ้าหน้าที่ต่างเตรียมความพร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้การวมคะแนนมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าภายในเวลา 22.00 น.ของวันนี่้ จะทราบผลการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนรอ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการตามลำดับ

สำหรับอำเภอบางละมุงมีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 247,452 คน จำนวนผู้มีสิทธิที่มาแสดงตน 76,574 คน บัตรไม่ประสงค์จะลงคะแนน 5,521 ใบ ผลรวมคะแนนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง อย่างไม่เป็นทางการ เบอร์ 1 นายวิทยา คุณปลื้ม กลุ่มเรารักชลบุรี ได้ 42,060 คะแนน เบอร์ 2 นางสาวชุดาภัค วสุเนตรกุล พรรคประชน ได้ 28,674 คะแนน และเบอร์ 3 นายประมวล เอมเปีย ผู้สมัครอิสระ ได้ 5,840 คะแนนในส่วนของผลรวมคะแนนอันดับหนึ่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง แต่ละเขต อย่างไม่เป็นทางการ

เขต 1 ดร.วรพต พงษ์พาลี กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 2 ได้ 3,647 คะแนน
เขต 2 นายนคร ผลลูกอินทร์ กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 3,440 คะแนน
เขต 3 นายกมลกฤตย์ มีเงิน พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 2,696 คะแนน
เขต 4 นายปภาวิชยญ์ ศรีบริสุทธิ์ พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 3,289 คะแนน
เขต 5 นายสาวอรุณรัศมี บุญเกิด พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 4,530 คะแนน
เขต 6 นายสาธิต นุชประมูล กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 7,835 คะแนน
เขต 7 นางมาลิณี สิงหสุวิช กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 5,232 คะแนน
เขต 8 นายอนุรักษ์ อินทร์พิทักษ์ กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 5,163 คะแนน
และเขต 9 นายสิทธิไชย อาจทรง กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 2,528 คะแนน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเมืองพัทยาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี ตั้งแต่เช้า

วันที่ 1 ก.พ.68 ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ ในส่วนของอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย ประชาชนทยอยออกไปใช้สิทธิกันตั้งแต่ช่วงเช้าตามหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งต่างๆ ที่ทาง กตต.กำหนดไว้

มีรายงานว่า ที่เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 24 โบสถ์เซนต์นิโคลัส ถนนสุขุมวิทพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยได้ต่อแถวร่วมกับประชาชนเพื่อเข้าคิวตามลำดับเข้าคูหาเลือกตั้ง โดยมีบัญชีรายชื่อลำดับที่ 567

หลังเสร็จสิ้น นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวทักทายเจ้าหน้าที่ กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมพูดคุยกับ พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท.ศิรชัช หนูเทศ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา ที่เดินทางมาดูแลความเรียบร้อยในวันเลือกตั้ง และสอบถามสถานการณ์ช่วงระหว่างคืนก่อนเลือกตั้งพบว่าเทืองพัทยาไม่มีปัญหาใดๆ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองน่าน ใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่วัดหัวข่วง พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ (1 ก.พ. 68)

พ่อเมืองน่าน ใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่วัดหัวข่วง พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเช้าวันนี้ (1 ก.พ. 68) นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะพ่อเมืองน่าน

ได้ออกเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 ของเขตเลือกตั้งที่ 1 ชุมชนวัดหัวข่วง ตำบลในเวียงอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยได้เริ่มใช้สิทธิเลือกตั้งตั้งแต่เริ่มเปิดหีบบัตร หรือ ตั้งแต่หลังเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. เป็นต้นมา สำหรับหน่วยเลือกตั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1,029 คน โดยมีการอำนวยความสะดวกจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ กกต. และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ซึ่งบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่า มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการนับคะแนนนั้นคาดว่าจะสามารถรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการหลังปิดหีบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือจะต้องมีความถูกต้องและแม่นยำด้วยเช่นกัน

โดยช่องทางติดตามการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้ง อบจ.น่าน (ไม่เป็นทางการ) ผ่านจอโปรเจคเตอร์ หน้าสำนักงาน อบจ.น่าน ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน และ เพจองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน

เลือกตั้ง68 องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้ำโขงลด ตำรวจน้ำมุกดาหาร พบรถผุดในแม่น้ำ คาดแก๊งค้ารถข้ามชาติทำงานพลาด /เลือกตั้ง อบจ.มุกดาหาร ช่วงเช้าเงียบเหงา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการออกมาใช้สิทธิ์

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.1 บก.รน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้ทำการออกตรวจ สืบสวนหาข่าวการกระทำความผิดและอาชญากรรมต่างๆ

ในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อตรวจไปถึงที่บริเวณท่าน้ำริมแม่น้ำโขง ม.4 บ้านหว้านใหญ่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้สังเกตเห็นวัตถุสีเหลี่ยมสีขาวลอยพ้นน้ำลักษณะคล้ายหลังคารถยนต์

จึงได้เข้าทำการเข้าทำการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นพบว่าเป็นรถกระบะที่จมน้ำอยู่ และคาดว่าจะป็นรถที่ขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติลักลอบนำข้ามแม่น้ำโขงเพื่อจะนำส่งไปยังฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

แต่เกิดผิดพลาดและทำให้รถยนต์จมน้ำในระหว่างที่จะนำขึ้นเรือข้ามฝั่ง จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. รับทราบและได้นำรถเครนมาทำการยกรถยนต์คันดังกล่าวขึ้นจากแม่น้ำโขง ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU สีขาว รุ่น D-MAX ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขตัวถัง MP1TFR87JKG007743 หมายเลขเครื่องยนต์ RZ4ETF0962 สภาพมีดินโคลนปกคลุมไปทั่วตัวรถ สันนิษฐานว่ารถยนต์คันดังกล่าวน่าจะพลัดตกลงไปในแม่น้ำโขงช่วงฤดูฝน

ที่มีระดับน้ำขึ้นสูง กระทั่งต่อมาเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงจึงทำให้หลังคารถยนต์คันดังกล่าวโผล่ขึ้นเหนือน้ำและทำให้ถูกพบเห็นดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจน้ำมุกดาหาร #น้ำโขงลดรถยนต์ผุด #แก๊งคารถยนต์ข้ามชาติ #ลักลอบนำรถยนต์ข้ามแม่น้ำโขง #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​เลือกตั้ง อบจ.มุกดาหาร ช่วงเช้าเงียบเหงา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการออกมาใช้สิทธิ์

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า บรรยากาศการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ในช่วงเช้าตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เป็นไปด้วยความเงียบเหงามีประชาชนมาใช้ลงคะแนนเสียงค่อนข้างบางตา โดยผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและผู้พิการ

โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร มีผู้สูงอายุเดินทางมาต่อคิวเพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก จนต้องจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษทั้งในเรื่องการช่วยพยุงและการอธิบายว่าบัตรสีใดใช้กับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกหรือสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ขณะที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเวลา 9:00 น. จากนั้นได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่จังหวัดมุกดาหาร

ก็ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปให้การสนับสนุนในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มกำลังความสามารถ และต้องขอบคุณผู้สมัครสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ที่ได้ให้ความร่วมมือในการสร้างภาพลักษณ์ส่งเสริมการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยในครั้งนี้ ส่วนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะทราบได้ภายในเวลาประมาณ 20:00 น.ของวันนี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทย วันเจ้าพ่อเขากา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

วันที่ 30 มกราคม 2568 ศึกมวยไทย วันเจ้าพ่อเขากา ประธานกล่าวเปิดงาน
นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ สส.เขต 3 ฉะเชิงเทรา ได้กล่าวเปิดงานในศึกมวยไทย วันเจ้าพ่อเขากา จัดโดย องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ ชิงถ้วยรางวัลดุเดือดจากนายทวี สาธุชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ

และชิงถ้วยรางวัลศิลปะยอดเยี่ยมและไหว้ครูสวยงามจากผู้ใหญ่แพง ศรีมณี ชิงถ้วยรางวัลชิงแชมป์จากท่านศิริพงษ์ รัศมี ( อดีต สส.เขตหนองจอก ) และขาดไม่ได้ถ้าไม่มีโปรโมเตอร์ท่านนี้

คุณ ไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา เอ๋ โชคปรีชา ฟรีซ์ ระยอง โขง สนามชัย เสี่ยแม็ก รถตู้ท่าตะเกียบ ไฟต์ เรสซิ่งซ็อป เอิร์ธ บางกะปิ ศึกมวยครั้งนี้จัดให้ชมฟรีตลอดงาน
เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ หารือร่วมกับทูตนานาประเทศ ปราบอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบข้ามแดนของต่างชาติ

วันนี้ (31 มกราคม 2568) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนต์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือระหว่างประเทศปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากนานาประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา แทนซาเนีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย จีน บราซิล สหรัฐอเมริกา โมร๊อคโค อินเดีย เคนยา ยูเครน บังกลาเทศ รัสเซีย และผู้แทนจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) , กระทรวงการต่างประเทศ , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลน์ ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ รอง ผบช.ก. ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างเต็มกำลัง เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปโดยเร็ว รวมทั้งการช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวง เช่น กรณีที่ตำรวจไทยช่วยเหลือนายหวังซิง นักแสดงชาวจีน ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออก 7 มาตรการ อย่างเข้มงวด ได้แก่ มาตรการก่อนคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย , มาตรการ ณ ท่าอากาศยาน และด่านตรวจคนเข้าเมือง (ชายแดน) , มาตรการตั้งจุดตรวจตามเส้นทาง , มาตรการตรวจสอบที่พัก พื้นที่ท่องเที่ยว และสกัดกั้นพื้นที่ชายแดน , มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบเส้นทางและจุดพักคอย , มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน และมาตรการประสานงาน ให้ความช่วยเหลือ และสืบสวนขยายผล นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และหน่วยงานระดับสากล เพื่อร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ในการประชุมครั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เชิญผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือในการประสานความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเข้าร่วมในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ซึ่งมี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นหัวหน้าศูนย์ประสานงานดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตทุกประเทศยินดีอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือกับไทย มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อพัฒนามาตรการป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ การบังคับใช้อย่างเข้มงวดต่อการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์ประสานงานดังกล่าวจะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดต่อประสานงานกันอย่างรวดเร็ว ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ ในการเข้าร่วมศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อยุติปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเตรียมการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประชุมติดตามประเมินสถานการณ์ทุกวัน ในเวลา 08.30 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป
…#สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ป๊อก-วิทยา” นำลูกทีม “เรารักชลบุรี” ผู้สมัคร ส.อบจ.บางละมุง เปิดตัวปราศรัยใหญ่ / โบว่ากรุ๊ป พัทยา เปิดตัว ซีน่าเพลส ธุรกิจในเครือโบว่า บริการห้องพักสไตล์โมเดิร์น

“ป๊อก-วิทยา” นำลูกทีม “เรารักชลบุรี” ผู้สมัคร ส.อบจ.เขตอำเภอบางละมุง เปิดตัวปราศรัยใหญ่ ชูเลือกตั้ง อบจ. คือหัวใจของท้องถิ่น พร้อมต่อยอดยกระดับเพื่อทุกคนในชลบุรี ดันเป็นมหานครของคนทุก GEN

เย็นวันที่ 24 ม.ค.68 ที่สนามกีฬาโรงเรียนเมืองพัทยา 2 (เจริญราษฎร์อุทิศ) นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 นำลูกทีมผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุงทั้ง 9 เขต ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงชูสโลแกน Next Steps “เดินต่อไปด้วยกัน สร้างสรรค์ชลบุรี”

โดยทีมเรารักชลบุรี ได้แนะนำตัวและประวัติผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ประกอบด้วย เขต 1 ดร.วรพต พงษ์พาลี เบอร์ 2, เขต 2 นายนคร ผลลูกอินทร์ เบอร์ 1, เขต 3 นายยะยา เซ็นสุรีย์ เบอร์ 1, เขต 4 นายสายัณห์ จันทร์ทอง เบอร์ 1, เขต 5 นายวิชิต ชาญชัยยุทธศักดิ์ เบอร์ 2, เขต 6 นายสาธิต นุชประมูล เบอร์ 1, เขต 7 นางมาลิณี สิงหสุวิช เบอร์ 2, เขต 8 นายอนุรักษ์ อินทร์พิทักษ์ เบอร์ 1 และเขต 9 นายสิทธิไชย อาจทรง

นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 เปิดเผยว่า ทีมเรารักชลบุรีมีความยึดมั่นว่าท้องถิ่นเราต้องมีการรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเจริญเติบโตของบ้านเรา การเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีความสำคัญยิ่ง เพราะ อบจ. เป็นการเมืองท้องถิ่นที่ครอบคลุมทั้งหมด การเลือกตั้งในครั้งนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางการเติบโตของจังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ เรารักชลบุรีต้องการผลักดันชลบุรีให้เป็นมหานครขอฃคนทุก GEN ด้วยสโลแกน “ชลบุรีมหานครออกแบบได้เพื่อทุกคน” ทั้งกลุ่มเด็ก Gen Alpha กลุ่ทผู้สูงอายุ คนพิการและกลุ่มเปราะบาง กลุ่มคนทำงาน กลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่และความหลากหลาย พัฒนาชลบุรีให้เป็นมหานครแห่งเศรษฐกิจดี, มหานครแห่งการศึกษา, มหานครแห่งสิ่งแวดล้อมดี, มหานครแห่งสังคมและวัฒนธรรมหลากหลาย, มหายครแห่ง Smart City, มหานครแห่งท่องเที่ยวและกีฬา และมหานครแห่งสุขภาพดีต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในวันเสาร์ที่ 1 กุาภาพันธ์ 2568 นี้

โบว่ากรุ๊ป พัทยา เปิดตัว ซีน่าเพลส อีกหนึ่งธุรกิจในเครือโบว่า บริการห้องพักสไตล์โมเดิร์นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

ค่ำวันที่ 31 ม.ค.68 มีรายงานว่า โบว่ากรุ๊ป พัทยา โดย ฮัจยะฟาตี ปาทาน ประธานผู้บริหารโบว่ากรุ๊ป พัทยา ฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน และฮัจยะห์ซอบะห์ (วิภารัตน์) ปาทาน ผู้บริหารโบว่ากรุ๊ป พัทยา ได้จัดพิธีเปิดตัวธุรกิจในเครือโบว่า ซีน่าเพลส ธุรกิจห้องพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น ต่อยอดธุรกิจของครอบครัวเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น

ในพิธีการได้รับเกียรติจากอิหม่ามสุมาน สุไลมาน อิหม่ามประจำมัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา เดินมาเป็นประธานกล่าวดุอาร์อวยพรเปิดตัวซีน่าเพลส เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อครอบครัวผู้บริหาร และผู้เข้าร่วมงาน ก่อนทำการตัดริ้บบิ้นเปิดอย่างเป็นทางการ และเลี้ยงอาหารแก่ผู้ร่วมงาน รวมถึงชุมชนใกล้เคียง จากนี้นเป็นการแจกทานแก่บุตรหลาน

สำหรับซีน่าเพลส เปิดบริการห้องพักสไตล์โมเดิร์น ขนาด โอ่โถง กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพียงกระเป๋าใบเดียวก็เข้าอยู่ได้ทันที มีระบบกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมที่จอดรถสะดวกสบาย โทรศัพท์ 088-738 5238

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ – หมูไม่กลัวน้ำร้อน ขนส่งเชียงราย สั่งจับรถลากดิน ประชาชนร้องเรียน เหมือนนกรู้ หยุดกระทันหัน ข่าววงในรั่ว เพราะส่วย / โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการและฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา ระดับสำนักงานชลประทานที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2569

หลบด่านเล่นที่เผลอ” ลาก”ไม่คลุมผ้าใบมิดชิดฝุ่นตลบ สร้างมลภาวะฝุ่นPM.2.5 บช หลังประชาชนร้องเรียนมานาน เตรียมร้องเรียนอุตสาหกรรมจังหวัดเสนอเพิกถอนใบอนุญาต

จากกรณีที่มีประขาชนร้องเรียนผ่านสายด่วนขนส่ง เชียงรายเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถบรรทุกดิน ในพื้นที่ตำบลแม่กรณ์ สร้างปัญหาให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต รวมทั้งสิ่งแวดล้อม มีการขนดินออกจากบ่อมานานหลายปีโดยเรื่องดังกล่าวประชาชนได้พยายามร้องเรียนทุกฝ่ายแต่การแก้ไขปัญหาไร้ผล เนื่องจากผู้ประกอบการรถบรรทุกดิน มีการขนดินแบบไม่หวั่นเกรงอำนาจรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ เหมือนทุกครั้งเจ้าหน้าที่ ตั้งด่วนตรวจจับตามคำร้องเรียน ได้เพียงแค่คันสองคันแล้วก็ต้องล้มเหลวทุกครั้งไป

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสังเกตุการณ์การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งจังหวัดเชียงราย ตามคำคำสั่งนางสุภมาส ลีลารักษ์สกุล ขนส่งจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจการ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานวิชากรขนส่งจังหวัดเชียงราย ออกตั้งด่านปราบปรามรถบรรทุกขนดินไม่คลุมผ้าใบมิดชิด สร้างมลพิษฝุ่นPM2.5 และผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก ปีพ.ศ. 2522และพระราชบัญญัติรถยนต์ ปีพ.ศ.2522

ในเรื่องดังกล่าวทางผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหัวหน้าชุดควบคุมการตั้งด่านตรวจขนส่งที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแม่กรณ์ ถนนทางหลวงหมายเลข 1211 ตอน สวนดอก-ดงมะดะ บริเวณพื้นที่ บ้านฝั่งหมิ่นหมู่ที่7 ต.แม่กรณ์ จ.เชียงราย เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 30 มกราคม 2568ที่ผ่านมา สามารถตรวจจับ รถขนดินเพียงแค่สองสามคัน เท่านั้นโดยผู้ประกอบการรถขนดิน หยุดการขนดินออกจากบ่อดินทันที ต่อจากนั้นไม่สามารถจับได้ต่อไปอีก เนื่องจากรถลากดินหยุดขนดิน โดยผู้สื่อข่าวได้ตระเวณดูพบไปแอบไปจอดหลบซ่อนสายตาเจ้าหน้าที่ขนส่งในซอยหมู่บ้าน และถนนในหมู่บ้านทางขึ้นน้ำตกขุนกรณ์

หลังจากผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านและผู้นำหมู่บ้านในย่านนััน ได้ข้อมูลว่าเป็นแบบนี้ทุกครั้งไป เมื่อเจ้าหน้าตั้งด่านตรวจจับรถลากดืนก็หยุด เมื่อเจ้าหน้าหยุดตั้งด่านรถลากดินก็ลากดินต่อ สร้างความเดือร้อนให้ประขาชนในพพื้นที่ และสํญจรเส้นทางนฝดังกล่าวเป็นอย่างมาก ร้องเรียนไปไม่เป็นผล จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเพิกถอนใบอนุุญาติบ่อดิน หรือใบรง.4 ของเจ้าของบ่อดินที่สร้างปัญหาแบบไม่หยุดหย่อน

จากเรื่องดังกล่าวทางผู้สื่อข่าวได้ถามเจ้าหน้ากรมการขนส่งว่าจะทำอย่างไรต่อ? ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า จะต้องด่านถี่ขึ้นเรื่อยๆ หากกพบก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวจะดำเนินการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอุตสหกรรมจังหวัดเชียงราย และอบต.แม่กรณ์เจ้าของพื้นที่ว่าจะมีความเห็นเกี่ยวกับมาตรการณ์แก้ไขปํญหาดังกล่าวให้กับประชาชนได้อย่างไร? หลังมีร้องเรียนมาโดยตลอด บ่อดินดังกล่าวจะถูกเพิกถอนได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จะมีคำตอบอย่างไรภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์และจะนำเสนอข่าวความคืบหน้าต่อไป.

ทีมงานข่าวเชียงราย สมจิตร แสงบัลลังศ์ รายงาน

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการและฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา ระดับสำนักงานชลประทานที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2569

วันนี้ (31 มกราคม 2568) เวลา 09.00 นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา พร้อมด้วยนายธีรพันธ์ เด็ดขาด หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายเกษียร สฤษดิกุล หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน

นายคมสัน วัดเข่ง หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 นายทวีศักดิ์ ภิรมย์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 นายอธิการ แสนสุวรรณศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 และนายนนทวัฒน์ เข็มเงิน หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 ให้การต้อนรับ นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง รองผู้อำนวยการ

สำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วยนายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายชยกร นนตานอก หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการใช้น้ำ และคณะ ในการลงพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการและฝ่ายส่งน้ำ และบำรุงรักษา ระดับสำนักงานชลประทานที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2569

พร้อมนำเสนอและตอบข้อซักถาม ของคณะทำงานฯ สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการส่งน้ำและบำรุงรักษา ณ ห้องประชุมนาคาภิรมย์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่…

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /คณะแพทย์ฯ เข้าเยี่ยม “พระสมคิด” ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐมคณะแพทย์โรงพยาบาลนครปฐม/พร้อมคณะครูโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา

คณะแพทย์ฯ เข้าเยี่ยม “พระสมคิด” ผู้สื่อข่าว จังหวัดนครปฐมคณะแพทย์โรงพยาบาลนครปฐม และโรงพยาบาลกำแพงแสนนำเช้ากระเช้าเยี่ยมพระสมคิด สุจิตโต ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

 วันนี้ (22 มกราคม 2568) ที่ตึกใหม่  ห้องพิเศษ  ชั้น 7  โรงพยาบาลกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้คณะแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลนครปฐม  นำกระเช้าเดินทางมาเข้าเยี่ยมอาการอาพาธของ พระสมคิด สุจิตโต ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม ที่ได้บวชถวายพ่อหลวง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีนายณัฏฐ์คเณศ คงคาเพชร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงแสน พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมสอบถามอาการอาพาธของพระร่วมด้วย
นอกจากนี้  ในช่วงเช้า ยังมี นายธีระ วรรณเกตุศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา พร้อมคณะครูโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา นำกระเช้ามาเข้าเยี่ยมอีกด้วยคณะผู้บริหาร บ.หนองพงนก เบเกอรี่ แอนด์ ฟูด จำกัด จัดกิจกรรมไหว้เจ้าตรุษจีน พร้อมแจกโบนัสพนักงานกว่า 300 คน

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ตรงกับวันตรุษจีน โดยมีนายสมัชชา  ศรีทันดร  เจ้าของโรงงานเค้กหนองพงนก  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท หนองพงนก เบเกอรี่ แอนด์ ฟู้ด จำกัด จัดกิจกรรมพิธีไหว้เจ้าตรุษจีน และจับฉลากของขวัญปีใหม่พร้อมด้วยโบนัสให้พนักงานกว่า300 คน

ขอให้ทุกคนพบเจอแต่ความสุข "สมหวัง"  เราเหนื่อยมาด้วยกัน  โตมาด้วยกัน มีความสุขไปด้วยกัน เริ่มต้นจากมีพนักงานไม่ถึง 10 คน จากเค้กโบราณ ขนมเค้กที่ขายในชุมชน ในอำเภอกำแพงแสน จนวันนี้ ขายไปทั่วประเทศ โด่งดังไปทั่วประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นมากมาย

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐทีวี / ป.ป.ช. น่าน ลงพื้นที่สังเกตการณ์ โครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียนบ้านหนองบัว และโรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร จ.น่าน / เปิดกิจกรรมงานประเพณีปีใหม่เมื่ยนการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟดีวิถีเฆี่ยนพร้อมจุตประทัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวอิ้วเมี่ยนมีหวยด้วย

📆 วันที่ 27 – 28 มกราคม 2568 นายฉัตรชัย วีระเชวงกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่สังเกตการณ์การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันและ

โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ณ โรงเรียนบ้านหนองบัว ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และโรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน

✅ ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลดช่องว่างและโอกาสในการทุจริต ป้องปรามมิให้เกิดปัญหาการทุจริตขึ้นในโครงการดังกล่าว และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหานมโรงเรียนเสื่อมคุณภาพ พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมโครงการอาหารกลางวันนักเรียน

เพื่อเป็นการป้องปรามการทุจริตกรณีโครงการอาหารกลางวันนักเรียนในลักษณะเชิงรุก ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินโครงการ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการและทำให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ

📢 “พบเห็นการทุจริตกระซิบ ป.ป.ช.น่าน”
🏫 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 ถนนน่าน – พะเยา ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000
☎️ โทร. 054-716452
🛜 FACEBOOK : สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่านเปิดกิจกรรมงานประเพณีปีใหม่เมื่ยนการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟดีวิถีเฆี่ยนพร้อมจุตประทัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวอิ้วเมี่ยนมีหวยด้วย

วันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 09.00น.ณ ลานกาแฟวิสาหกิจชุมชนบ้านสันเจริญ หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานเปิดงานประเพณีปีใหม่เมื่ยน””กาแฟดีวิถีเฆี่ยน โดยมีท่านนายอำเภอท่าวังผา เกษตรอำเภอท่าวังผาผอ.ททท.สำนักงานน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมพิธี โดยมีนายเทพศักดิ์ หลี่พานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาทองในนามคณะกรรมการจัดงานกล่าวรายงาน ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน การจัดงานงานประเพณีปีใหม่เมื่ยน””กาแฟดีวิถีเฆี่ยน ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลผาทองศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดน่าน และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชมรมกาแฟพิเศษบ้านสันเจริญ

หมู่บ้านสันเจริญ ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน มีประชากรทั้งหมด 920 คน 153 ครัวเรือน เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่ลายล้อมด้วยภูเขา และประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าเมื่อน ด้วยลักษณะภูมิ
ประเทศที่สูงจากระดับน้ำทะเล 900 – 1,300 เมตร ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลัก ทำให้ บ้านสันเจริญเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และชาวเมี่ยนจะมีประเพณีที่สำคัญที่เรียกว่า ปีใหม่เมื่อนหรือตรุษจีน ซึ่งจะจัดเป็นประประจำทุกปีหลังจากปีเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพกาแฟของบ้านสันเจริญและการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชนเผ่าเฆี่ยน รวมถึงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดน่านอีกด้วย
และงานนี้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (คณะพัฒนาการท่องเที่ยว)
กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรองค์การบริหารส่วนตำบลผาทองหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท่าวังผา

ชุมชนบ้านสันเจริญบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อแสดงกรอบการดำเนินงานความร่วมมือ เพื่อพัฒนางานวิชาการ วิจัย และบริการวิชาการร่วมกัน โดยตั้งปณิธานอย่างมุ่งมั่นต่อการพัฒนาที่ชมชนในบริบทของตำบลท่าวังผาสู่ภูมิทัศน์แห่งการแข่งขันใหม่ และเพื่อให้ก้าวทันความเการท่องเที่ยวตามบริบทของการท่องเที่ยวเชิงกาแฟ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีปิด โครงการสัมมนาเพิ่มศักยภาพครูตำรวจ D.A.R.E. รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

30 มกราคม 2568 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 มอบหมายให้ พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีปิด โครงการสัมมนาเพิ่มศักยภาพครูตำรวจ D.A.R.E. รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ในสังกัด ภ.5

โดยมี พ.ต.อ.พิทักษ์ ทำนุ รอง ผบก.อก.ภ.5,พ.ต.อ.สุริยงค์ วุฒิ รอง ผบก.ศฝร.ภ.5, พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชกาภ.จว.เชียงใหม่,
พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง,พ.ต.อ.อัครภูมิ ชนะใหญ่ รอง ผบก.ภ.จว.พะเยา, พ.ต.อ.สิริมล วิสุทธิกุล รอง ผบก.ภ.จว.แพร่,พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.ภ.จว.น่าน,

พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.สุนัน อ้นหนองปรง รอง ผบก.กค.ภ.5, พ.ต.อ.สมศักดิ์ ขันชัยทิศ ผกก.สส.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน,
พ.ต.ท.ธีรวีร์ แก้วฉีด รอง ผกก.3 บก.ปส.1 บช.ปส., นายอนุเทพ ธาระณะ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส.ภ.5 และผู้เข้ารับการสัมมนาเพิ่มศักยภาพครูตำรวจ D.A.R E. รวม 180 นาย ร่วมพิธีปิด ณ ห้องแกรนด์วิว 3 โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิลล์ จ.เชียงใหม่…

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐนิวส์ – สื่อรัฐทีวี / ชาวบ้านดีลัง กว่า300 คน คัดค้าน การก่อสร้าง โรงหลอม รีไซเคิล เชื่อว่าเกิดมลภาวะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมอันตรายต่อชีวิตประชาชนฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ออกมาเรียกร้องไม่เห็นด้วยการที่จะมีโรงงานตั้งขึ้นที่หมู่ที่ 3 ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าในอนาคตส่งผลกระทบแน่นอนกับหมู่ที่2 หมู่ที่3 หมู่ที่5 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

ชาวบ้านให้เหตุผลว่าเมื่อสร้างไปแล้วยากที่จะหยุดได้ มีตัวอย่างโรงงานที่สร้างไปแล้วโรงงานหนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านดีลังส่งผลต่อชาวบ้านดีลังถึงทุกวันนี้แล้วยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ขอให้เห็นความสำคัญต่อชีวิตเด็กและประชาชนหมู่ 2,3,5 ตำบลดีลัง ที่อยู่ใกล้โครงการก่อสร้างโรงงานหลอม รีไซเคิลในอนาคต ที่จะทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษและอันตรายต่อชีวิตของชาวบ้าน

จึงออกมาเรียกร้องต่อหน่วยงานภาครัฐขอให้ยุติการอนุญาตก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ซึ่งจะก่อสร้างตั้งอยู่ที่หมู่3 หากแม้ไม่ได้รับคำตอบภายใน 7 วัน ชาวบ้านจะเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หวังเป็นที่พึ่งชาวบ้านเพื่อเรียกร้องหาข้อยุติต่อไป

ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางมาพบชาวบ้านเช่น ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี ผู้แทนสาธารณะสุขจังหวัดลพบุรี ผู้แทนผู้ประกอบการโรงงาน
โดยทางผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี ได้ให้เหตุผลต่อชาวบ้านว่าเป็นเพียงขั้นตอนเสนอเรื่องขอ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่1 ปิดประกาศให้ประชาชนรับทราบ ที่อำเภอ เทศบาล และจังหวัดลพบุรี ขั้นตอนที่2 คือประชาคมชาวบ้าน

ชาวบ้านที่มารับฟังบางคนทราบเรื่องมีอาการถึงกับไม่พอใจว่าชาวบ้านไม่ได้เดินทางไปอำเภอ เทศบาล และจังหวัด จึงไม่ทราบเรื่องดังกล่าวว่าผ่านขั้นตอนที่1 นี้ไปแล้ว เช่นไรชาวบ้านเสนอให้ประชาคมในวันนี้เลยได้ไหม เผื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาประชาชนต้องออกมาอีก

เพราะทุกคนต่างต้องไปทำงาน หากินในแต่ละวัน ส่วนทางตัวแทนผู้ประกอบการสร้างโรงงานขอกลับไปทบทวน แล้วจะมาให้คำตอบต่อชาวบ้านภายใน 7 วัน และได้พูดกับผู้สื่อข่าวว่าวันนี้ผมไม่มีโอกาสได้ชี้แจ้งอะไรเลย ชาวบ้านไม่ยอมรับฟัง

สนอง แท่นสูงเนิน ภาพ/ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมวัฒนา ช่างเหลา นายก.อบจ. ขอนแก่น !! ปลุกกระแสโค้งสุดท้าย เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.อบจ.

ตลึง!!!ประชาชนชาวอำเภอภูผาม่าน แห่ฟังปราศรัย เมื่อเวลา 17.00 น.วันอังคาร ที่ 28 มกราคม 2568 นายเอกราช ช่างเหล่า นายพงศกร เสาร์ทน ประธานที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น พร้อมผู้สมัคร ส.อบจ.ขอนแก่น นางพยงค์ ศรีภา เบอร์ 3 ปลุกกระแสเปลี่ยน!!โค้งสุดท้าย ตลึง!!ประชาชนชาวอำเภอภูผาม่านฟังปราศรัยจำนวนมาก

ชวินทร์ สื่อรัฐทีวี ขอนแก่น /รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯจ.บึงกาฬ เปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนต้านภัยยาเสพติด“ปาริชาติเกมส์”ครั้งที่3

วันนี้ (ที่ 29 ม.ค.) ที่สนามกีฬาโรงเรียนบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ นายสยาม เพ็งทอง ส.ส.บึงกาฬ เขต 1 เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนต้านยาเสพติด “ปาริชาติเกมส์ ครั้งที่ 3” ระหว่างวันที่ 27-31 มกราคม 2568

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนหันมาสนใจในกิจกรรมกีฬามากขึ้น และห่างไกลจากยาเสพติด กีฬาคือเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะทางร่างกายและจิตใจของเยาวชน รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน โดยมี ดร.กษมา ป้องกัน ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูบุคลากร ในสังกัด สพม.บึงกาฬให้การต้อนรับ ณ สนามกีฬาโรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

โดยส่วนหนึ่งของคำกล่าวรายของ ดร.กษมา ป้องกัน ว่าตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ และสหวิทยาเขตบึงกาฬ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา – กรีฑา นักเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ประจำปีการศึกษา 2567 โดยใช้ชื่อการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า “ปาริชาติเกมส์” ต้านยาเสพติด ครั้งที่ 3 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

1) เพื่อเป็นการขับเคลื่อนกระบวนการดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองเด็กนักเรียนโดยใช้กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกาย
2) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนสามารถใช้กิจกรรมการออกกำลังกายแสดงออกถึงความสามารถในการเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม เกิดความรักและสามัคคี ตลอดจนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
3) เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของนักเรียนในสถานศึกษาในสังกัดโดยใช้กิจกรรมกีฬา 4)

เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านการกีฬาสำหรับนักเรียนในสถานศึกษาในสังกัดสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคตได้ 5) เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ การจัดการแข่งขันกีฬา – กรีฑา นักเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดบึงกาฬ “ปาริชาติเกมส์” ต้านยาเสพติด ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2567 ระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 มกราคม 2568 โดยมีเป้าหมายจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬา-กรีฑา นักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ ทั้ง 4 สหวิทยาเขตสถานศึกษา

สำหรับงบประมาณ ในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นไปตามแผนการดำเนินงาน โครงการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน “ปาริชาติเกมส์” ต้านยาเสพติด โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ ดำเนินการจัดสรรงบประมาณจำนวน 100,000 บาท และพร้อมกันนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 350,000 บาท

ในการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ แบ่งการแข่งขันกีฬาทั้งหมดเป็น 13 ประเภทกีฬา ได้แก่
1) กีฬาฟุตบอล 2) กีฬาฟุตซอล 3) กีฬาบาสเกตบอล 4) กีฬาเซปักตะกร้อ 5) กีฬาวอลเลย์บอล 6) กีฬาแบดมินตัน 7) กีฬาเปตอง 8) กีฬาเทเบิลเทนนิส 9) กรีฑา (ทั้งประเภทลู่และลาน) 10) กีฬาวอลเลย์บอลชายหาด 11) กีฬาอีสปอร์ต12) คาราเต้โด13) คีตะมวยไทย

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จากคำกล่าวรายงานของ ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนมัธยมศึกษาบึงกาฬ “ปาริชาติเกมส์” ต้านยาเสพติด ครั้งที่ 3 ทำให้ทราบว่าในการจัดการแข่งขัน กีฬา – กรีฑานักเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ประจำปีการศึกษา 2567 “ปาริชาติเกมส์”ต้านยาเสพติด ครั้งที่ 3 มีเป้าหมายส่งเสริมให้นักเรียนสามารถใช้กิจกรรมการออกกำลังกายแสดงออกถึงความสามารถในการเป็นผู้นำ

การทำงานเป็นทีมเกิดความรักและสามัคคี ตลอดจนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พร้อมทั้งส่งเสริมการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของนักเรียนภายในสถานศึกษาโดยใช้กิจกรรมกีฬา ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของชุมชนและสังคม การพัฒนาคนให้มีคุณภาพเป็นการพัฒนาชาติอีกทางหนึ่ง และขออำนวยพรให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้สำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ.
นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี//บึงกาฬ 0933199399

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.กวก.ศสพ. ตรวจเยี่ยมประเมินผลการฝึกกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา

ที่ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัด นครราชสีมา พันตรี จามิกร วงศ์สีดา ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 และกำลังพลให้การต้อนรับ พันเอก ทศพล ลึกลับพนาวัลย์ ผู้อำนวยการ กองวิทยาการ ศูนย์สงครามพิเศษ ( ผอ.กวก.ศสพ.) หัวหน้าชุดตรวจสอบการฝึกและคณะ เดินทางมาตรวจสอบการฝึกและประเมินผลการฝึกของ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ทั้งนี้ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปเพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน และปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และขีดความสามารถของหน่วยกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 มีภารกิจเป็นหน่วยดำเนินการฝึกอบรมปฏิบัติการพิเศษ ให้กับหน่วยทหาร ระดับกองร้อย กำลังกึ่งทหาร และประชาชน ให้มีขีดความสามารถ ในการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ รวมทั้งให้มีความรู้พื้นฐานและการปฏิบัติการจิตวิทยา , ปฏิบัติการพิเศษ หรือภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือ คณะชุดตรวจการฝึกได้แนะนำ และมอบนโยบายการฝึกของหน่วย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลให้รองรับภารกิจต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ฝึกเพื่อรบ เจนจบภารกิจ พิชิตทุกสมรภูมิ”

ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฝรพ.2
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / งานสัมมนา “สร้างแบรนด์ก้าวทันกฎหมาย สู่ความสำเร็จธุรกิจความงาม”ณ โรงแรม S RATCHADA LEISURE HOTEL

BEAMS #BEAUTY BIZ MASTERY SUMMIT 2024 งานสัมมนา “สร้างแบรนด์ก้าวทันกฎหมาย สู่ความสำเร็จธุรกิจความงาม”

ณ โรงแรม S RATCHADA LEISURE HOTEL จุดประสงค์ที่จัดงานนี้เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการธุรกิจด้านความงามมีความรู้ในเรื่องกฎหมายที่ผู้ประกอบกิจการธุรกิจความงามทุกท่านควรต้องทราบ เช่นการจัดจ้างแรงงาน กฎหมายเกี่ยวกับ การฟ้องร้องข้อพิพาทงานบริการเกี่ยวกับความงามการขอใบประกอบกิจการการค้า การขอ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและเพื่อให้ความรู้ทางสาธารณสุขเรื่องมาตรฐานสุขอนามัยรวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับผู้ให้บริการด้านความงาม

ครูเบลล์ศิริรฎา #ผู้สอนวิชาชีพ BEAUTY

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาโรงเรียนบ้านหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน

วันที่ 29 มกราคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด หัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาของโรงเรียนบ้านหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน เพื่อติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาพื้นที่จังหวัดน่าน

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร.ร.วัดเศวตฉัตร เขตคลองสาน แดงละลานตา ร่วมฉลองวันตรุษเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน

กรุงเทพ – โรงเรียนวัดเศวตฉัตรจัดกิจกรรมวันตรุษจีน ครู นักเรียนพร้อมใจสวมชุดกี่เพ้า ชุดตรุษจีน สีแดงละลานตา เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมประเพณีจีนที่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวดีๆ มากมาย ทั้งความรักในครอบครัว และความกตัญญูของลูกหลานต่อบรรพบุรุษ

วันนี้ (29 ม.ค.) ณ สนามโรงเรียนวัดเศวตฉัตร เขตคลองสาน นางสาวกัญญา อัศวเมฆิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นประธานเปิดงานเทศกาลวันตรุษจีนประจำปี 2568 โดยมีนายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนวัดเศวตฉัตรร่วมงานด้วยการสวมชุดกี่เพ้า ชุดตรุษจีนสีแดงละลานตา

นายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเศวตฉัตร กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ขออวยพรให้นักเรียนประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ 学习有成เฉวีย-สี-โหย่ว เฉิง (ประสบความสำเร็จในการเรียน)常开เซี้ยว-โข่ว – ฉาง -คาย (เต็มไปด้วยรอยยิ้ม)万事如意 ว่าน -ซื่อ – หรู -อี้ (สมหวังทุกประการ) ทุกวันนี้ชาวจีนและชาวจีนโพ้นทะเลหรือชาวไทยเชื้อสายจีนยังคงยึดถือและปฏิบัติสืบทอดประเพณีตรุษจีนอย่างเข้มงวด เปรียบเสมือนขนบธรรมเนียมที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ แสดงออกให้เห็นถึงความรักความกตัญญูของสมาชิกในครอบครัว

ขณะที่นายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเศวตฉัตร ระบุว่า วันตรุษจีน ถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน เพราะถือว่าวันตรุษจีนคือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน ดังนั้น ชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นอย่างมาก วันตรุษจีน ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ของปี และเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ และในปีนี้โรงเรียนวัดเศวตฉัตรได้จัดงานวันตรุษจีน ในวันพุธที่ 29 เดือนมกราคม 2568

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาความสำคัญ และวัฒนธรรมประเพณีในวันตรุษจีน 2.เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง แสวงหาความรู้จากการจัดกิจกรรม และ 3.เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนาน มีความมั่นใจ และกล้าแสดงอย่างเหมาะสมในกิจกรรมต่างๆ

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน 21 ตรวจยึดยาเสพติด ของกลางยาบ้า 2 กระสอบ 189 มัด จำนวน 378,000 เม็ด

วันที่ 28 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บ้านปากห้วยม่วง ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชากาหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันอออกเฉียงเหนือ

มอบหมายให้ พันเอกอิทธิพล นนลือชา รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันอออกเฉียงเหนือ เป็นประธานการแถลงข่าว โดยมี นายราชวัชร์ เพ็ชร์ไพฑูรย์ นายอำเภอบ้านแพงพร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า จำนวน 2 กระสอบ 189 มัด จำนวน 378,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 22.00 น. โดย ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืนผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวจะมีการขนย้ายยาเสพติดมาพักคอยในพื้นที่เพื่อลำเลียงขนย้ายสู่พื้นที่ตอนใน โดยจะนำมาวางไว้พื้นที่ริมถนนทางหลวง หมายเลข 212 หน่วยจึงกำลังพลทำการลาดตระเวนด้วยรถจักรยานยนต์ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง,จุดล่อแหลม, จุดเพ่งเล็งตามภาพข่าว ตลอดเส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 212

ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย ได้ตรวจพบชายต้องสงสัย จำนวน 1 คน จอดรถจักรยานยนต์ติดเครื่องยนต์อยู่ใกล้กับศาลาที่พักรอรถโดยสาร ริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 พื้นที่บ้านดอนกลาง หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแวง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ลักษณะท่าทางมีพิรุธ เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขับรถจักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ บริเวณดังกล่าว ตรวจพบกระสอบสิ่งของต้องสงสัย จำนวน 2 กระสอบ จึงได้ทำการตรวจสอบดูสิ่งของที่อยู่ภายใน พบว่า

ภายในบรรจุยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ห่อหุ้มด้วยกระดาษไข พิมพ์อักษร 999 มีถุงพลาสติกใส ห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่ง จำนวน 2 กระสอบ 189 มัด (ประมาณ 378,000 เม็ด) หน่วยจึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว มาที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน ที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด และประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมบันทึกภาพการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าวต่อไป และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การตรวจยึดยาบ้าได้ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ หันมาให้ข้อมูลและชี้เบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) จัดตั้ง นบ.ยส.24 เป็นหน่วยหลัก ในการบูรณาการสกัดกั้น ปราบปราม ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมอบหมายให้กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นส่วนสกัดกั้น ตำรวจภูธร เป็นส่วนปราบปราม และ ศอ.ปส.จว. เป็นส่วนป้องกัน ซึ่งการบูรณาการนี้ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน

ในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดนครพนม จำนวน 124 ครั้ง ผู้ต้องหา 213 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 10,481,059 เม็ด, เฮโรอีน 67.10 กิโลกรัม, ไอซ์ 120.495 กิโลกรัม,เคตามีน 320 กิโลกรัม และ happy Water 56 ซอง

การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 378 ครั้ง ผู้ต้องหา 543 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 59,218,331 เม็ด, ไอซ์ 1,908.308 กิโลกรัม, เฮโรอีน 123.95 กิโลกรัม, เคตามีน 573.83 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 1,490 เม็ด, happy Water 796 ซอง, ฝิ่น 0.66 กรัม

ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประเพณี”กินวอ”ชาวเขาเผ่าลาหู่ บ้านดอยปู่ไข่บ้านดู่เต้นรำเฉลิมฉลองสนุกสนานท่ามกลางความหนาวเย็น

เมื่อเวลา17.30น.วันที่27ม.ค2568 ที่ผ่านมาท่ามกลางลมหนาวเย็น ที่ผัดแผ่ลงมาจากประเทศจีน ณ ลานพิธีใจกลางหมู่บ้านบ้านดอยปู่ไข่ จังหวังหวัดชียงราย นายพัฒนพงษ์ โพธิ์เกตุ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบ้านดู่เป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณีกินวอ ของชาวเขาเผ่าลาหู่บ้านดอยปู่ไข่ บ้านบริวารบ้านหัวฝาย หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ประจำปี 2568

จัดโดยสภาวัฒนธรรมตำบลบ้านดู่ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านดู่ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลบ้านดู่ ปลัดเทศบาล และฝ่ายปกครอง เทศบาลตำบลบ้านดู่ เข้าร่วมงานประเพณี มีการแสดงเต้นรำของเยาวชนเผ่าลาหู่บ้านดอยปู่ไข่ และประเพณีเต้น”จะคึ” รอบต้นวอ ของหนุ่มสาว และเยาวชน ชาติพันธ์ุลาหู่ ที่แต่งตัวสวยสดงดงามเนื่องในประเพณีสำคัญประจำปี ทุกปีและการกินวอ

จะดำเนินไป7-9 วัน ซึ่งจะออกประเพณีกินวอ ตามประเพณีสืบทอดกันมาของชาวเขาเผ่าลาหู่ ลาหูดำ ลาหู่ฯลฯมีการทำข้าวปุกงาอันแสนอร่อยเลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมงานท่ามกลางลมนาวครังนี้ด้วย สำหรับในวันดังกล่าวยังมีแขกที่ไดรับเชิญร่วมพิธีตลอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขึ้นไปพักที่รีสอร์ทตากอากาศบ้านดอยปู่ไข่ เข้าร่วมเต้นจะคึรอบต้นวอที่ชาวเขาเผ่าลาหู่

ร่วมกันจัดทำขึ้นอย่างสนุกสนาน บ้านดอยปู่ไข่ตั้งอยู่สันเขา หรือดอยแปดซุง ดอยเสือขบม้า นับว่าเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลาหู่หรือมูเซอร์แดง ประวัติตั้งแต่ปีพศ. 2510 ได้อพยพมาจากพม่า และปีพ.ศ2535ได้แยกออกไปอยู่ในตำบลนางแลบางส่วนมีผู้นำก่อตั้งชื่อหมู่บ้านนามว่าปู่ไข่ เป็นชาวเขาเผ่าเดียวในตำบลบ้านดู่ เป็นบ้านบริวารของบ้านหัวฝายหมู่ที่ 13 ตำบลบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

มีประมาณ 40หลังคาเรือน มีความสูงจากระดับเหนือน้ำทะเลประมาณ450-580 ฟุต บนสันเขาเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยนางแล-ดอยยาว ดอยพระบาท เป็นป่าต้นน้ำโป่งพระบาทดอยแถบนี้มีการค้นพบร่องรอยรอยเท้า ไดโนเสาร์เก่าแก่ อายุนับพันปี มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นมุมสูงสามารถ

มองทิวทัศน์เมืองเชียงรายได้ชัดเจน โดยเฉพาะสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง ยามค่ำคืน มีแสงไฟยามค่ำคืนที่สวยงามเหมือนดาวบนดิน ในอนาคตสามารถบูมเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ใกล้เมืองเชียงรายได้อนึ่งขณะเดียวกันพี่น้องชาติพันธ์ุเผ่าอื่นๆก็อยู่ในช่วงประเพณีกินวอแต่ละเผ่าอีกด้วยเช่นกัน.

ธนกฤต วรรมณี ทีมงานข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองมุกดาหารเปิดงานฉลอง “ตรุษจีนมุก ซินจ่าว” 4 วัฒนธรรม สุดอลังการ/กกต.มุกดาหาร จัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.อบจ. และ นายก อบจ. BIG DAY

​เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงานเฉลิมฉลอง ตรุษจีนมุก ซินจ่าว ครั้งที่ 5 ที่ศาลหลักเมืองมุกดาหาร โดยเป็นการจัดการในรูปแบบผสมผสานระหว่าง 4 วัฒนธรรม ไทย จีน เวียดนาม และลาว ซึ่งเป็นชนชาติดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร โดยมีกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ชาวไทยเชื้อสายจีน – เวียดนาม และนักท่องเที่ยวร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นผู้นำไหว้สักการะศาลหลักเมืองมุกดาหาร เป็นจุดที่ 1 นำไหว้สักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง เป็นจุดที่ 2 สักการะพระเจ้าองค์หลวงวัดศรีมงคลใต้เป็นจุดที่ 3 และไหว้ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องเป็นจุดที่ 4 ซึ่งเป็นสุดท้าย จากนั้นได้นำคณะเข้าสู่บริเวณพิธีสี่แยกย่านเมืองเก่าเทศบาลเมืองมุกดาหาร ชมการแสดงสิงห์โตพร้อมประทัด 1,000 ลูก การแสดงศิลปะการต่อสู้สืบสานวัฒนธรรมจีน “เอ็งกอ” และการกล่าวสุนทรพจน์ โดยนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดสุนทรพจน์ “ตรุษจีน บ้านฉัน: ชุมชน ความฝันและอนาคต”

นายวรญาณ กล่าวว่า ตรุษจีนมุก ซินจ่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมและพัฒนาการตลาดท่องเที่ยว ซึ่งจะนำมาสู่รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยว เป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ในท้องถิ่นและชุมชนทั้งในระยะสั้น และระยะยาวต่อไป โดยมีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 – 30 มกราคมนี้ ณ บริเวณพื้นที่ย่านเมืองเก่า (แยกโรงแรมฮัวนำ – มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร – ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง) เทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง มุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีจุดเช็คอินถ่ายภาพ มากกว่า 8 จุด การแสดงดนตรี หลากหลายแนวเพลง ตลอดทั้ง 4 วัน ถนนอาหารนานาชาติ กว่า 60 ร้านค้า และกิจกรรมเช็คอินถ่ายภาพ ลุ้นรับอั่งเปารวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ทุกวัน จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งตัวมาถ่ายภาพกับจุดเช็คอินที่หลากหลายวัฒนธรรมภายในบริเวณงาน นายวรญาณ กล่าว

ตรุษจีนมุก #ตรุษจีนซินจ่าว #จังหวัดมุกดาหาร @all #ไฮไลท์ #เอ็งกอ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

กกต.มุกดาหาร จัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.อบจ. และ นายก อบจ. BIG DAY รณรงค์ให้ ปชช. ออกมาใช้สิทธิเพิ่มสูงขึ้น ลดบัตรเสียลง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด BIG DAY รณรงค์เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร

ที่ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยมีนายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการ อปพร. ตำรวจ ศส.ปชต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำกลุ่มสตรี นักเรียน ลูกเสืออาสา กกต. เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย นักศึกษาวิชาทหาร จำนวนประมาณ 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

นายจักรินทร์ กล่าวว่า กิจกรรม BIG DAY จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าครั้งก่อนและจำนวนบัตรเสียในการเลือกตั้งลดลง และเพื่อเสริมสร้างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยอิสระปราศจาก การครอบงำและคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

กกตมุกดาหารจัดกิจกรรมbigday #จังหวัดมุกดาหาร #อบจ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“สราวุธ” ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย อ้อนขอกลับไปนั่งเก้าอี้ นายก อบจ.ประจวบฯ อีกสมัย /ร้องสื่อถนนสร้างเสร็จไม่สมราคากว่า 7 ล้านบาท จ่อยื่น ปปช.สอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.68 นายสราวุธ หรือ “เฮียไล้”  ลิ้มอรุณรักษ์ แชมป์เก่า อดีต นายก อบจ. ประจวบฯ ผู้สมัครนายก อบจ. ประจวบฯ หมายเลข 2 เปิดเผยขณะเดินหาเสียงพร้อมลูกทีมว่า จากการลงพื้นที่ในการเลือกตั้งรอบนี้ ตนได้ลงพื้นที่หาเสียงตลอดทุกวัน ตั้งแต่ อ.หัวหิน ไปจนถึง อ.บางสะพานน้อย เรียกได้ว่า ไม่มีเวลาหยุดพักกันเลย ความตั้งใจ คือ ต้องการลงพื้นที่แนะนำตัวด้วยตนเองทั้งหมด โดยคิดเสมอว่า การเข้าไปหาประชาชน เป็นการให้เกียรติพ่อแม่พี่น้องทุกคน เพราะตนเองตั้งใจอาสามาทำงาน เพื่อพ่อแม่พี่น้องจึงอยากเดินเท้าเข้าไปหาทุกท่านด้วยตนเอง เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตนก็ทำแบบนี้ ไม่รู้สึกเหนื่อยใดๆ รู้สึกดีด้วยซ้ำที่ได้ไปสวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกท่านทั้งจังหวัดด้วยตัวเอง

จะไม่ขออาศัยการส่งไปรษณีย์ไปให้ทุกบ้าน เพราะตนเองอยากเข้าถึงประชาชนถึงบ้านจริงๆ การลงพื้นที่ทั้งจังหวัดด้วยตนเองรอบนี้ ด้วยความที่บ้านเมืองเรา ทุกคนน่ารัก ตนได้รับการต้อนรับและ กำลังใจมากมาย ส่วนใหญ่อวยพรให้กลับมาทำงานเพื่อบ้านเมืองอีก เพราะเห็นผลงานมาแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาผลงานของตน ในระหว่างอยู่ในตำแหน่งอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เรียกได้ว่ามีผลงานครอบคลุมครบ ทั้ง 8 อำเภอ อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน
“ตนเองชอบรับฟังความคิดเห็น ชอบให้มีคนเสนอแนะ เพราะจะได้มุมมองที่แตกต่างกัน

โดยเฉพาะความเห็นของสมาชิกสภา ที่เป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้อง รวมทั้งของประชาชนที่มาบอกด้วยตนเอง ตนให้ความสำคัญ และ ติดตามงานเสมอ การเมืองปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก ตนอยากให้ทุกคน ที่เสนอตัวอยากเข้ามาทำงาน นำเสนอผลงานและความดี อย่าเล่นสกปรก สาดโคลนกันเลย เพราะมันเป็นการเมืองแบบเดิม ๆ ไม่มีประโยชน์อะไร ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปเยอะแล้ว ให้เอาผลงาน เอาความดีมาแข่งกันดีกว่า เพราะการสาดโคลนใส่กันมันเสียเวลาของพ่อแม่พี่น้อง ที่จะมารับฟังเรื่องเหล่านี้ แต่ควรจะเอาผลงาน ความดี มาเป็นทางเลือกให้พ่อแม่พี่น้องเห็น จะได้อุ่นใจว่าเลือกคนดี คนทำงานเป็น คนมีประสบการณ์มาดูแลบ้านเมืองของเรา การเลือกตั้งรอบนี้ อยากขอฝากทุกๆ ท่านให้ออกมาใช้สิทธิ์ เลือกตั้งนายก อบจ. ประจวบฯ และ สมาชิกสภา อบจ. ในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 เวลา 08.00 น – 17.00 น. ขอให้เลือกคนดี คนจริงใจครับ”  นายสราวุธ กล่าวตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ประจวบฯผญบ.หนองมะค่าร้องสื่อถนนสร้างเสร็จไม่สมราคากว่า 7 ล้านบาท จ่อยื่น ปปช.สอบข้อเท็จจริง

  27 ม.ค.68 ผู้ใหญ่อำนวย สุดกระแสร์ (ผู้ใหญ่เปี๊ยก)ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านหนองมะค่า ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พาผู้สื่อข่าวไปดูถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นทางหินคลุกซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์ สายบ้านสามหลัง หนองเผาเตา บ้านหนองมะค่า ระยะทางประมาณ 2  กิโลเมตร ที่ผู้รับเหมารายเดิมดำเนินการแล้วเสร็จไปนั้น ชาวบ้านร้องให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยลงมาตรวจสอบ อาจไม่ได้มาตรฐาน ไม่สมตามราคาจ้างเหมาวงเงินกว่า 7 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม เป็นผู้เปิดประกวดราคาจ้าง ชื่อโครงการก่อสร้างถนนลาดยาง แอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นทางหินคลุกซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์(กึ่งกอนกรีต) สายบ้านสามหลัง-หนองเผาเตา หมู่ที่ 10  บ้านหนองมะค่า ต.หนองตาแต้ม ด้วยวิธีประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์(e-biddiing) โดยราคากลางเป็นจำนวนเงิน 3,013,523.87 บาท

จากนั้นผู้ใหญ่เปี๊ยกพาผู้สื่อข่าวเดินดูบริเวณพื้นผิวทางบนถนนที่ผู้รับเหมารายเดิม ดำเนินการแล้วเสร็จ ขณะมีคนงานกำลังดำเนินการเร่งตรวจเก็บงานบริเวณไหลทางเตรียมส่งมอบวิศวกรคุมแบบของอบต. โดยชี้ให้เห็นจุดต่าง ๆ ที่อาจเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง  หากเปิดให้ประชาชนใช้สัญจร โดยเฉพาะบริเวณทางโค้งบางจุดอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากไม่มีการทำพื้นผิวไหล่ทางรองรับทั้งสองฝั่ง ขณะที่แบบพื้นดินเดิมปูทางหินคลุกไม่มีการอัดแน่นก่อนจะลงแอสฟัลท์ ทำให้พื้นผิวถนนอาจหลุดล่อนยุบตัวลงก่อนกำหนด

ระหว่างเดินตรวจดูการอัดแน่นของยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นทางหินคลุกซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์ ขณะใช้เศษไม้จิ้มและเท้ากดบริเวณไหล่ขอบทางปรากฏสภาพการอัดแน่นผิวถนนที่ไม่ได้มาตราฐาน มีการยุบตัวตลอดแนว ทั้งฐานล้างและผิวบนไม่มีการอัดแน่นด้วยเครื่องจักรกล หากรถ จยย.ชาวบ้านวิ่งไหลทางอาจแฉลบล้มลงเกิดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากไม่ได้ทำไหล่ทางรองรับ และไม่มีการปรับระดับไหล่ทางถนนเข้าบริเวณหน้าบ้านและชุมชนให้ชาวบ้าน รวมทั้งท่อระบายน้ำรอดใต้พื้นผิวถนน ไม่มีการเปลี่ยนขนาดที่เหมาะสมให้เป็นมาตราฐาน บางท่อเกิดการอุดตันอยู่ในสภาพเดิม หากน้ำป่าจากภูเขาทะลักไหลลงมา อาจทำลายเส้นทางผิวการจราจรเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างได้ และที่สำคัญไม่มีการติดตั้งป้ายประกาศบอกการจัดจ้างโครงการก่อสร้างถนนพร้อมชื่อผู้รับเหมาโครงการ และงบประมาณการจัดจ้างให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ชาวบ้านจึงไม่มั่นใจว่าโครงการก่อสร้างถนนแห่งนี้ที่มีผู้รับเหมารายเดิมผ่านการประกวดราคาไปนั้น ผ่านกระบวนการจัดจ้างอย่างโปร่งใสถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาเกิดปัญหาชาวบ้านร้องทุกข์ให้ท้องถิ่นตรวจสอบแต่กลับเมินไม่สนทุกข์ชาวบ้าน

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านพาผู้สื่อข่าวไปดูสภาพถนนอีกหลายจุด ที่มีสภาพแตกระเอียดเป็นวงกว้าง หลังผู้รับเหมารายเดิมสร้างเสร็จเพียงไม่กี่ปี ชาวบ้านต้องระมัดระวังขณะขับขี่ จึงอยากร้องทุกข์ให้ สนง.ปปช.จังหวัดประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากการประกวดราคาจัดจ้างยังคงเป็นผู้รับเหมารายเดิมที่ไร้คู่แข่ง จึงไม่มีความมั่นใจกระบวนการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใสโครงการดังกล่าว ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม(อบต.)ขณะที่การจัดจ้างโครงการก่อสร้าง ถนนลาดยาง แอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นทางหินคลุกซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์ ตามประกาศ ใช้งบประมาณจังหวัดฯกว่า 7 ล้านบาท โดยให้ท้องถิ่นนำไปบริหารจัดการอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความเจริญสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน แต่ชาวบ้านได้รับประโยชน์ไม่คุ้มค่าภาษีของประชาชน ผู้ใหญ่เปี๊ยกกล่าว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ตม.6 ชมเปาะ ตม.นราฯผลงานเยี่ยมแถมมีมนุษย์สัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การแก้ปัญหาระหว่างประเทศราบรื่น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ม.ค.68 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตำตรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 พร้อมคณะ ได้เดินทางมายังด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ซึ่งตั้งอยู่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยมี พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยให้การต้อนรับ ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ ได้มี mr. bakri sulaiman หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และ พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จ.นราธิวาส

ได้ร่วมเดินทางมาให้การต้อนรับ พร้อมทั้งได้เชิญเดินทางไปยังสถานีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง และได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในส่วนของการแลกเปลี่ยนการปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดคล้องกันโดยเฉพาะในส่วนของการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ รวมไปถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ฟากฝั่ง ซึ่งการนี้ทาง พล.ต.ต.ทรงโปรด ผบก.ตม.6 กับ mr. bakri sulaiman หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ได้ถือโอกาสมอบของที่ระลึกซึ่งกันและกัน

ต่อมา พล.ต.ต.ทรงโปรด ได้เดินทางไปยังไปเยี่ยมปลอบขวัญและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่สถานีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนราธิวาส พร้อมทั้งของมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและเงินจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าห้องประชุมในการมอบนโยบาย ซึ่ง พล.ต.ต.ทรงโปรด ผบก.ตม.6 ได้กล่าวขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง

จนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนราธิวาส ได้รับเลือกเป็นหน่วยงานที่มีผลงานดีเยียม และเป็นที่ยอมรับของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งการชื่นชมของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศมาเลเซีย เป็นสิ่งที่การันตีผลงานได้ดีโดยไม่ต้องบรรยาย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรักษาคุณความดีนี้ไว้ เมื่อมีโอกาสจะกลับมาเยี่ยมเยียนอีก

ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ได้เผยถึงกรณี ตม.6 ออนไลน์ ว่า กำลังอยู่ในช่วงของการเขียนโปรแกรมและกำหนดรูปแบบคาดว่าจะแล้วเสร็จในสิ้นเดือนนี้ โดยจะมีการทดลองระบบในต้นเดือนหน้า โดยในการที่จะนำมาใช้เมื่อไหร่นั้นจะต้องให้ ครม.ประกาศให้แบบ ตม.6 ออนไลน์ อยู่ท้ายกฎกระทรวง เพื่อให้มีสภาพบังคับใช้ทางกฎหมาย ซึ่งคาดว่าภายในเดือนเมษายนจะมีการประกาศให้ใช้ ตม.6 ออนไลน์ และเริ่มใช้ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม เนื่องจากประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ยกเว้น ตม.6 ใน 8 ด่านใหญ่ของไทย ซึ่ง อ.สุไหงโกลก ก็เป็น 1 ในอำเภอใหญ่นั้น

จะหมดเขตวันที่ 30 เมษายน 68 และในส่วนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว ก็ไม่ต้องเสียเวลามากรอกข้อมูลในส่วนของ ตม.6 หน้าด่าน และในส่วนของมิติความมั่นคงเอง เราก็จะมีข้อมูลของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยที่ผ่านมาการยกเว้น ตม.6 ชั่วคราว จะทำให้ข้อมูลที่การที่เรารวบรวมนักท่องเที่ยวหรือบุคคลต่างด้าว ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยพักไป ก็จะมีผลดีในมิติของความมั่นคงและการท่องเที่ยว
//////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.ราชภัฏสวนสุนันทา จัดประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง เฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็มวี ทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด จัดงานแถลงข่าวการประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 (MCIT) รอบภาคกลาง ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน โดยมี รศ.ดร.สุดาวรรณ สมใจ และ ดร.อัครมณี สมใจ ประธานกองประกวดฯ MCIT ภาคกลาง ร่วมนำเสนอความยิ่งใหญ่ของเวทีประกวด ในคอนเซ็ปต์ “The Creative Commerce World โลกแห่งการค้าที่สร้างสรรค์” พร้อมเผยไฮไลท์และกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ ที่จะสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมอย่างดุเด็ดเผ็ดมันแบบลุกเป็นไฟในรอบ Final การประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง ถือเป็นการเฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน ที่มีความสามารถโดดเด่น และเป็นตัวแทนภาคกลางไปสู่เวทีระดับประเทศ และต่อยอดสู่เวทีระดับโลก Miss Chinese International Pageant 2025 ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2568 ซึ่งงานแถลงข่าวยังเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี และเป็นการแสดงถึงความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ

งานแถลงข่าวยังได้เปิดเผยกิจกรรมสุดพิเศษที่น่าจับตามอง ได้แก่ การแสดงรอบความสามารถ โดยสาวงามจะได้โชว์ทักษะการไลฟ์ขายสินค้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงยุคดิจิทัล และการสร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ จอย บียอนด์ , ฝ้ายไทย ไหทองคำ , หนึ่ง ภาณุวัฒน์ และ อีฟ อรวรรณ การมอบรางวัลคนดีจิตอาสา 2568 และการประกาศรางวัล Popular Vote ซึ่งตกเป็นของ MCC 02 น้องไข่มุก ณัฐพร ทองเจริญทรัพย์ งานนี้ได้รับเกียรติจากท่านผู้มีเกียรติมากมาย รวมถึงสถานที่ในการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ คุณเทอดศักดิ์ ชานันโท ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน , คุณธนนันทน์ แก้วพวง ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand , คุณอรวรรณ พิไลวรเพชร ผู้อำนวยการกองประกวด MCIT ภาคกลาง ฝ่ายการจัดการธุรการและโครงการประกวด , คุณพงษกร อภิภัสร์เดชากุล ผู้อำนวยการกองประกวด MCIT ภาคกลาง ฝ่ายกิจกรรมและ

การประชาสัมพันธ์ , คุณภาณุวัฒน์ เชษฐรตานนท์ ประธานคณะกรรมการตัดสินฯ , คุณภูชิต ธนกรเจริญ ประธานมูลนิธินำเหยามาโจ้วเก็ง คุณศิริพร กนกภูมิรุจา บ.ปาป้าฟีเวอร์ จำกัด , คุณสุวัฒน์ มีสุข Ceo Porsche Exotic zoo และ King Lion Enterprise ซึ่งในรอบ Final เราจะได้เห็นสัตว์เลี้ยงแปลกๆได้ขึ้นมาโชว์ร่วมกับนางงามอีกด้วยรวมถึงเหล่านางแบบกิตติมศักดิ์ที่มาร่วมเดินแบบในงานครั้งนี้อาทิ คุณสาธิตา ไพรเถื่อน ,คุณณัฐอร ตุ้ยสอน ,คุณเจรีส วิสุทธิรัตน์ ,คุณนงนุช สอนสติ และนาวาโทหญิง ธัญญธร นุชนารถ

สำหรับรอบ Final Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม พร้อมกับกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่และเซอร์ไพรส์มากมาย ซึ่งกองประกวดฯ จะได้นำเสนอความน่าสนใจของเวทีนี้ให้กับผู้ชม โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และเป็นเวทีสำหรับการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไปติดตามความเคลื่อนไหวของการประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลางได้ที่ เพจกองประกวด มิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ ภาคกลาง https://www.facebook.com/profile.php?id=61567227627886&mibextid=ZbWKwL และช่องทางโซเชียลมีเดียของกองประกวดฯ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02-160-1360

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง