สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรบุรี ชวนเที่ยวงาน “พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38” ตระการตากับพลุหลากสีบนยอดเขาวัง

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.68 ที่บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระนครคีรี) อ.เมือง จ.เพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานพระนครคีรี–เมืองเพชร ครั้งที่ 38 ประจำปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” พร้อมด้วย จ่าสิบเอก ประภาส อินทนู รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ร่วมแถลงข่าว โดยมี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ YEC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานต่างๆ ในชุดไทยอย่างสวยงามร่วมรับฟัง

ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า งาน “พระนครคีรี–เมืองเพชร” เป็นงานประจำปีของจังหวัดเพชรบุรี ที่จัดติดต่อกันมาอย่างยาวนานซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ก.พ. – 2 มี.ค.68 ณ บริเวณพระนครคีรี(เขาวัง) บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และบริเวณโดยรอบ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 9

และเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้ต่อ จ.เพชรบุรี ตลอดจนเพื่อสืบสานศิลปะวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรี โดยจะมีพิธีเปิดในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.68 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมชมขบวนแห่เทิดพระเกียรติ และขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่สวยงามหลากหลายจากทุกภาคส่วน

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ มีการสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร 14 งานช่าง ทั้งงานปูนปั้น งานจำหลักหนังใหญ่ งานฉลุยฝังลายไม้มูก งานแกะสลักไม้ งานตอกกระดาษ งานประดับกระจก งานเขียนลายรดน้ำ งานแทงหยวก ฯลฯ นิทรรศการจัดแสดงและสาธิตวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ 8 ชาติพันธุ์ กิจกรรม DIY งานหัตถกรรมพื้นบ้านหรือผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย(CPOT) นิทรรศการและสาธิตงานศิลปะร่วมสมัย การแสดงศิลปะวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านที่เวทีโรงโขนบนเขาวัง การแสดงเทิดพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ชีวิตเสียงสะท้อนแห่งความทรงจำ “ร่วมย้อนจิรกาล…สู่วิมานพระนครคีรี” ทุกคืน ชมฟรี 200 ที่นั่งต่อวันเท่านั้น พร้อมทั้งได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมสาธิต ภายใต้แนวคิด “เพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO (Phetchaburi City of Gastronomy)”

มีทั้งอาหารชาติพันธุ์ อาหารพื้นบ้าน – พื้นถิ่น ของชุมชน 8 อำเภอ อาหารเชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมอื่นๆ พร้อมทั้งตระการตากับการประดับไฟสีและไฟย้อมแสงโบราณสถานบนพระนครคีรี มีการจุดพลุหลากสีอย่างสวยงามทุกคืน มากกว่า 3,000 ลูก ภายใต้มาตรการป้องกันผลกระทบจากการจุดพลุบนพระนครคีรี

ตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษนอกจากอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายเมนู และได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขทุกรสชาติทั่วบริเวณบนพระนครคีรีหรือเขาวัง และรอบอุทยานฯ ร.4 แล้ว ยังได้มาร่วมทำบุญกับสำนักงานกาชาดจังหวัดเพชรบุรี สลากกาชาดใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย และอย่าพลาด มากดชัตเตอร์ เช็คอิน ชมไฟสีสัน แสง สี เสียง ชมความอลังการจากการจุดพลุ ทุกค่ำคืน พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารแปรรูป และกิจกรรมมากมายจากทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ได้ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ชมรมถ่ายภาพจังหวัดเพชรบุรี จัดนิทรรศการภาพถ่าย และนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainable Tourism และพิเศษสุดกับกิจกรรม Studio ถ่ายภาพกับชุดไทยในคอนเซปต์ “แต่งไทยสไตล์พริบพรี” และจัดทำจุดเช็คอินถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมงาน

โดยเน้นทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์เป็นแบ็คกราวน์ รวมไปถึงการจัดหาร้านชุดไทยในพื้นที่เพชรบุรีมาร่วมกิจกรรมให้เช่าชุดไทยในราคาพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมชมงานได้มีประสบการณ์แต่งไทยสไตล์พริบพรี เที่ยวงานพระนครคีรียามค่ำคืนอีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวเพชรบุรีและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวงานพระนครคีรี -เมืองเพชร ครั้งที่ 38 “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม”ได้ตามวันดังกล่าว.


สลด! สาวทับสะแกผูกคอดับใต้ต้นมะม่วง เหตุเครียดติดหนี้ปั่นสล็อตออนไลน์        วันที่ 13  ก.พ. 2568 พ.ต.ท. สุชาติ รุ่งเรือง รอง ผกก. สส. สภ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์รับแจ้งว่า มีเหตุคนผูกคอตายใต้ต้นมะม่วง หมู่ 2 ต.นาหูกวาง  จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพ น.ส.ณัฐพร ยอดอิน อายุ 22 ปี ที่อยู่ 22/3 หมู่ที่ 10 ต.นาหูกวาง  ในที่เกิดเหตุมีนายสุกิจ เผ่าพัฒน์ สามีแจ้งว่าผู้ตายเครียดจากการเล่นการพนันสล็อตอนไลน์ในโทรศัพท์มือถือ  ทราบว่ามีการยืมเงินผู้อื่นมาเล่น โดยออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 12:00 ของวันนี้ แต่พบผู้เสียชีวิตประมาณ 17:15 น. สอบถาม นายจตุรงณ์ ยอดอิน บิดาและ นายสุกิจฯ สามี ไม่ติดใจใจสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นได้ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลทับสะแกทำการชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือบาดแผลแต่อย่างใด จึงมอบร่างให้ญาติไปดำเนินการตามประเพณี  สำหรับปัญหาจากการปั่นสล็อตออนไลน์ พบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตแล้วหลายรายจากหลายท้องที่จากการผูกคอตาย เนื่องจากมีความเครียดเรื่องหนี้สิน บางรายนำเงิน 10,000 บาทที่ได้รับโอนจากรัฐบาลไปเติมเงินเพื่อเล่นการพนันออนไลน์จนหมดภายในวันเดียว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นมื่น!! คู่รัก15 คู่ จดทะเบียนสมรสสร้างตำนานรักบนหินสามวาฬ มีคู๋สมรส LGBTQ 2 คู่

วันที่ 14 ก.พ.68 ที่บริเวณภูสิงห์หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ อำเภอเมืองบึงกาฬ เทศบาลตำบลโคกก่อง สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ อุทยานป่าภูสิงห์หินสามวาฬจังหวัดบึงกาฬ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ

นายบัวพันธ์ วงศ์จันทร์ นายกเทศมนตรีโคกก่อง นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ นายประชุม จตุเทน ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน มาร่วมนำขบวนบ่าวสาว เข้าสู่พิธีจดทะเบียน ซึ่งมีนายธีระพล ขุนพาลเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ มาเป็นนายทะเบียนผู้ลงนามในใบสำคัญการสมรสของคู่บ่าวสาว

กิจกรรมจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรักวันวาเลนไทน์เพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอุทยานภูสิงห์หินสามวาฬให้เป็นที่รู้จักและมาเที่ยวชม มากขึ้นและส่งเสริมกระแสการท่องเที่ยวจากเทศกาลวันแห่งความรัก ให้คู่รักหรือคู่สมรสที่มีวัตถุประสงค์ได้มาจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก “14 ก.พ.วันวาเลนไทน์” โดยมีคอนเซบป์ส่งเสริมให้ครอบครัวมีความอบอุ่นมั่นคงดังครอบครัวของปลาวาฬทั้ง 3 พ่อแม่ลูก และอยู่กันรักมั่นคงดังหินสามวาฬ โดยมีคู่รัก 15 คู่ มาจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์

ผู้ว่า จุมพฏ กล่าวอีกว่า จังหวัดบึงกาฬ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ ให้เป็นที่รู้จักแก่ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ มากขึ้น อีกทั้งร่วมแสดงความยินดีแก่คู่สมรส

ที่มาจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ การจดทะเบียนสมรสนับเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีแก่สถาบันครอบครัว อันเป็นรากฐานที่มั่นคง และสำคัญของสังคมไทย คู่สมรสที่มาร่วมจดทะเบียนสมรสในวันนี้ ซึ่งเป็นวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง เป็นการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างความรัก สร้างฐานะให้เป็นปีกแผ่นมั่นคง

ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองบึงกาฬ ได้ตระหนักถึงการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้มีความมั่นคงและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของบุคคลในครอบครัวอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการให้บริการประชาชนทางการลงทะเบียนจึงได้จัดโครงการจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ “รักดั่งขุนเขา ของเราสองคน”

วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการให้ความสำคัญในวันแห่งความรัก และเพื่อเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรม “วิ่งขึ้นภู ดูหินสามวาฬ” ชวนนักวิ่ง นักท่องเที่ยวมาร่วมกิจกรรมในวันที่แสนจะพิเศษ บรรยากาศภายในงานนอกจากจะอบอวลไปด้วยความรักของหนุ่มสาวแล้ว ยังครื้นเครงไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเหล่านักวิ่งทั้งหลาย ทำให้ในวันนี้ออกมาอบอุ่นและสมบูรณ์แบบมากที่สุด
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านร่วม 100 คน ลุกขับไล่ เจ้าอาวาสองค์ใหม่ ที่จะเข้ามารับตำแหน่ง และดูแลวัด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด หมู่ที่ 3 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากกรณีมี คำสั่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ที่ ๐๐๕/๒๕๖๘ เรื่อง อนุญาต ให้พระประสิทธิ์ สัญจร เข้าอยู่วัดบ้านทุ่งเคล็ด

โดยมีบทบัญญัติแห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ว่าด้วยการ
ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในมาตรา ๓๘ ในกรณีที่ไม่มีเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ใด้ ให้แต่งตั้ง ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ให้ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าอาวาส

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๘ (๑)(๓) ห้ามบรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งมิได้รับอนุญาตของเจ้าอาวาสเข้าไปอาศัยในวัด จึงให้ พระประสิทธิ์ สัญจร เข้ามาอยู่วัดบ้านทุ่งคล็ด และดูแลจัดการวัดบ้านทุ่งคล็ด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสั่ง ณ วันที่ …๑๕…. เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๘
ลงชื่อ (พระครูสังฆรักษ์ สำราญ อภิชาโต) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด รองเจ้าคณะอำเภอทับสะแก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ขณะที่พระประสิทธิ์ สัญจร ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจดูแลวัดบ้านทุ่งเคล็ด พร้อมถือหนังสือสั่งการไป แต่เมื่อชาวบ้านเห็นดังกล่าว จึงได้เข้าไปสอบถามว่ามาทำไม มาทำอะไร จึงมีเสียงปะทะคารมกระทบกระทั่งกับชาวบ้าน จนชาวบ้านได้เข้าไปห้อมล้อมขับไล่ให้ออกไปจากวัด โดยมี พ.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ สว.สส.สภ.ทับสะแก พร้อมชุดสืบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราบ เข้าควบคุมสถานการณ์ป้องกันเหตุ

น.ส.อมรทิพย์ ภู่ระย้า ( คนเสื้อดำ ) ให้การว่า ตนเองได้เดินเข้าไปสอบถามพระประสิทธิ์ ว่ามาทำไม และมาทำอะไร เพราะชาวบ้านเขาไม่ต้อนรับเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จึงบอกให้นิมนต์กลับ แต่เกิดมีปะทะคารมกัน จนชาวบ้านลุกฮีอตะโกนขับไล่ (ตามคลิป)

นอกจากนี้ชาวบ้านยังรวมตัวกันถือป้ายแสดงข้อความเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงออก “ด้วยความเคารพศรัทธา พวกเราชาวบ้านขอเห็นพ้องร่วมกันในการแสดงความประสงค์ที่จะขอคัดค้านคำสั่งถอดถอนพระอาทิตย์ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด และขอโต้แย้งคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสรูปใหม่เนื่องจากไม่สามารถเข้าร่วมกับชาวบ้านในชุมชนได้ขอความเป็นธรรมและสนับสนุนให้พระอาทิตย์กลับเข้ามาเป็นเจ้าเอาวาสเช่นเดิม โดยชาวบ้านจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาปกป้องเช่นเดิม

////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม และกัลยาณมิตร ร่วมสงเสด็จ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) /พลเอก ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ุ นำพลังบุญ บูรณะอุโบสถวัดศรีกะอาง จ.นครนายก

พลเอก ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ุ นำพลังบุญ บูรณะอุโบสถวัดศรีกะอาง จ.นครนายก วัดสำคัญประดิษฐาน “พระพุทธพิชิตมาร” พระพุทธรูปสำคัญที่ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ทรงประทานพระนาม 15 ก.พ.68 พลเอกปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ุ , ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 , ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม และกัลยาณมิตร ร่วมพลังบุญทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนบูรณะอุโบสถวัดศรีกะอาง จ.นครนายก ยอดปัจจัยร่วมบุญกว่า 6 แสนบาท

ในการนี้ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญทอดผ้าป่า 7 หมื่นบาท ถวายเป็นพุทธบูชา เป็นพลังบุญเพื่อพระพุทธศาสนาสามารถร่วมบุญ ซ่อมแซมกระเบื้องหลังคาอุโบสถ และซ่อมแซมถังเก็บน้ำ วัดศรีกะอาง เพิ่มเติมได้ที่
ธนาคารกรุงไทย , เลขบัญชี 212 068 9946 , วัดศรีกะอาง (เปลี่ยนหลังคาโบสถ์และซ่อมแซมถังน้ำ)

**ประวัติ ความสำคัญ แผนงาน ของวัดศรีกะอาง *ประวัติ วัดศรีกะอางตั้งอยู่ที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก ก่อตั้งเมื่อ ปีพุทธศักราช 2515 โดยมีเจ้าอาวาสรูปแรก คือ
หลวงปู่จำรัส อินทรกำแหง (ฉายา ฐิติจาโค) ซึ่งท่านดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาส ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2515 – 2536 ในระหว่างปีพุทธศักราช 2522 – 2536 ได้มีการก่อสร้างพระพุทธชินราชจำลอง ความสูง 30 เมตร, ก่อสร้างพระพุทธรูปจำลอง 3 พี่น้อง, ก่อสร้างพระสีวลี, ศาลาไม้, กุฏิบูรพาจารย์ และเสนาสนะอื่น ๆ ในช่วงต่อมา ระหว่างปีพุทธศักราช 2536 – 2566 มีพระครูวรญาณโสภณ (หลวงพ่ออาทร) เป็นเจ้าอาวาส โดยได้มีการก่อสร้างอุโบสถขึ้นในปี 2540 (ยังไม่ได้ฝังลูกนิมิตจนถึงปัจจุบัน) ก่อสร้างถนนเส้นทางในวัด และบันไดทางขึ้นพระพุทธชินราช โดยในระหว่างนี้ทางวัดได้รับวิสุงคามสีมาเรียบร้อยแล้ว ตามทะเบียนเลขที่วิสูงคามสีมา ในปัจจุบันตั้งแต่ พุทธศักราช 2566 – 2568 มีพระมหาฆโณทัย โฆสคุโณ เป็นเจ้าอาวาส

*ความสำคัญ ของวัดศรีกะอางและพระพุทธรูปมีความสำคัญ กล่าวคือ เป็นพระพุทธชินราชที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามว่า “พระสัมพุทธะสักยะมุนีโลกนาถ” มีพระพุทธรูปพระประธาน ในพระอุโบสถปางสะดุ้งมาร ได้รับพระราชทานพระนามจาก สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ว่า “พระพุทธพิชิตมาร” โดยบริเวณผ้าทิพย์หน้าพระพุทธรูปได้รับพระราชทานพระนามาภิไธยย่อ ญสส. ประดิษฐานไว้

นอกจากนี้ยังได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย ไว้ในอุโบสถด้วย และความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ วัดศรีกะอางนี้ เป็นวัดธรรมยุติกนิกายตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน โดยในอดีตที่ผ่านมา วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของ พ่อแม่ครูอาจารย์ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ หรือพระกรรมฐานสาย พระอาจารย์ มัน ภูริทัตเถระ ได้เดินทางธุดงค์มาพักค้างแรมเจริญสมนธรรม อาทิเช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาป้อง จ.เชียงใหม่ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาละวัน จ.นครราชสีมาหลวงพ่อวิริยังค์ จ.กรุงเทพฯ และอีกหลายรูป

*แผนงาน ของวัดที่สำคัญ กล่าวคือ การอบรมสั่งสอนสาธุชนของหมู่บ้านโดยรอบวัดและประชาชนโดยทั่วไปให้หันมาสนใจในธรรมะและคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการรักษาศีล ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ยังมีการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะ ที่ถูกสร้าง ขึ้นมาเป็นเวลานานมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ ตามปกติ เช่น การซ่อมแซมเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถที่ชำรุดแตกหักทำให้น้ำรั่วซึมลงมา การปรับปรุงซ่อมแชมถังเก็บน้ำซีเมนต์ การปรับปรุงแหล่งต้นน้ำ เพื่อให้กักเก็บน้ำได้ยาวนาน รวมไปถึงการสวดถอนและการเตรียมการฝังลูกนิมิตในอนาคตอันใกล้

ขอเชิญชวน พุทธศาสนิกชน ร่วมพลังบุญ และ ขออนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ ครับ อานิสงส์การสร้างโบสถ์ https://www.sarakuntho.org/ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดยอาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ นำนมัสการพระธาตุพนมจำลอง (พระธาตุเจดีย์สิริมงคลนวรัตน์) ถวายบุญกุศลแด่ทุกภพภูมิ เปิดมงคลบวงสรวงฯ ณ วัดสระแก้ว จังหวัดขอนแก่น ในพลังบุญ เปิดงานนมัสการพระธาตุ และทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างกำแพงแก้วและซุ้มประตูวัด เป็นมหามงคลเพื่อแผ่นดิน ขอให้ทุกท่านมีส่วนในผลบุญ รับมงคลบารมีนี้ ให้เจริญสุข เจริญทรัพย์ เจริญอำนาจบารมี เจริญธรรม ตราบถึง พระนิพพาน…

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม และกัลยาณมิตร ร่วมสงเสด็จ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) และ ปฏิบัติบูชา สวดมนต์อธิษฐานจิตถวายเป็นพุทธบูชา เป็นพลังบุญเพื่อแผ่นดิน ในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) กลับคืนสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 15 ก.พ.2568

หลังจากได้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.2567 จนถึงวันที่ 14 ก.พ.2568 รวมระยะเวลา 73 วัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

ขณะที่ยอดจำนวนประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) หลังจากประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย จนถึงการอัญเชิญกลับสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งสิ้น 2,993,737 คน

ขอร่วมอนุโมทนาบุญและส่งพลังบุญนี้ ให้แด่กัลยาณมิตรทุกท่าน เจริญสุข เจริญธรรม ตราบถึง มรรค ผล นิพพาน เทอญ…

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าวทหารพราน “Seal Stop Safe” รวบ 3 ผู้หาขนยาไอซ์ 658 กก. ยาบ้ากว่าแสนเม็ด ริมโขง บ้านแพง นครพนม /และ ตชด.235 ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด งานพระธาตุพนม

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม

โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน

จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย

ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101 ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขขเด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​ตชด.235 ธาตุพนม ไล่ล่ายึดยาบ้ากลางงานพระธาตุพนม 1 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม

โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน

จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101 ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิททยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัด น่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า ให้ได้พบปะสานสัมพันธ์ระหว่างกันเพื่อทำประโยชน์ต่อสถาบันร่วมกันได้ในอนาคต
  2. เพื่อสานความสัมพันธ์อันดีและสร้างความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน เปิดโอกาสให้นักศึกษารุ่นปัจจุบันพบปะสังสรรค์กับรุ่นพี่ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาจะได้เปิดโลกทัศน์ในเส้นทางการทำงาน และ
  3. เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับศิษย์ปัจจุบันที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษาในรูปแบบ “พี่ส่งน้องเรียน”
    การจัดกิจกรรมในวันนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจระหว่างบุคลากรวิทยาลัยน่าน ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือจากศิษย์เก่า ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน ผลักดันกิจกรรมของวิทยาลัยให้เกิดความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต ทางวิทยาลัยน่านเชื่อว่าศิษย์เก่าจะเป็น
    ดีให้กับศิษย์ปัจจุบัน เป็นแรงผลักดันให้วิทยาลัยมุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพสู่สังคมต่อไปเพื่อเป็นการยกย่องและให้เกียรติศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยรองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิบการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอตรดิถ์ได้มอบโล่รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
    วิทยาลัยน่าน ประจำปี พ.ศ. 2568 ดังนี้
  4. นาย บุญยงค์ สดสอาด (นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
  5. นาย เรืองเดช ริกากรณ์ (ผู้จัดการการประปาสวนภูมิภาค สาขาเถิน จังหวัดลำปาง) ศิษย์เการัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต3.นายบวรนันท์ มโนวร (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุ่งศรีทอง) ศิษย์เก่ารัฐ
    ประศาสนศาสตรบัณฑิต4 .นาง พธิดา สุทธิพันธุ์ (ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนเปอร์ปอมโลจิสติกส์และเปอร์ปอมเจริญยนต์)ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
    4.พันตำรวจโท ยศดนัย ชัยวงศ์ (สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเทิง จังหวัดเชียงราย) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต5.ร้อยตำรวจเอก กมล อุปเสน (รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเวียงสา
    จังหวัดน่าน) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต6.จ่าสิบตำรวจโท สัจวัจน์ สุทธหลวง (ผู้บังคับหมู่ ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธธรปัวจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่าครุศาสตรบัณฑิต
  6. นาง พิศมัย อุ่มมี (ผู้จัดการสำนักงานบริษัท AIA อ.ปัว) ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจบัณฑิต และ
  7. นาย เสกสรรค์ พิศจารย์ (ผู้ช่วยผู้จัดการร้านเซเว่น อิเลฟเว่น สาขาบ่อเกลือ)ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจม บริหารธุรกิจบัณฑิงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน”จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”การจัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศุนย์การศึกษาจัดหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อการพบปะสังสังสรรค์และสร้างความผูกพันระหว่างศิษย์ปัจจุบันและทิษย์เก่าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าเพื่อร่วมพัฒนาวิชาการและวิชาชีพ เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าได้มี

โอกาสสนับสนุนทรัพยากร ทุนการศึกษา ตลอดจนการคัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และนำมายกย่องเชิดชูเกียรติประวัติให้เป็นที่รู้จักแก่สังคมภายนอกนับเป็นการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานของหน่วยงานเชิงประจักษ์ได้เป็นอย่างดีวิทยาลัยน่าน จัดตั้งที่ตำบลทุ่งศรีทองนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.ศ. 2547 ดำเนินรานภายได้ชื่อศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน และผลิตบันฑิตหลากหลายสายสขาวิชา ทั้งนิติศาสตร์พัฒนาชุมชน ปฐมวัย รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ จวบจนกระทั่งปรับเป็นวิทยาลัยน่าน เปิดสอนสารัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการ ได้ขยายโอ

การทางการศึกษา ผลิตบัณฑิตสู่ตลาดงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลลอด สอดคล้องกับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นผลิตบัณฑิตคุณภาพ เป็นคน เก่ง ดี มีจิตอาสา พัฒนาเป็นผู้ประกอบการ และที่สำคัญคือ ต้องเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อทำประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้เห็นว่าเรามีเครือข่ายความร่วมมือของศิษย์เก่าที่เข้มแข็ง การจัดงานคืนสู่เหยาในวันนี้แม้จัดเป็นครั้งแรก เห็นได้ว่าทุกคนพร้อมใจกันมาชุมมุมได้มากขนาดนี้ก็เป็นที่น่าชื่นใจ นับว่าเป็นการประกาศรวมพลังสามัคคีของชาว มรอ.น่านทุกคน ที่จะร่วมแรงร่วมใจสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวิชาชีพ ส่งเสริมมสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน ให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน /ฐกำภู พุ่มทิพย์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยการกุศลวัดเขาพระบาท ณ.สนามมวยชั่วคราววัดเขาพระบาท ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง

ศึกมวยไทยการกุศลวัดเขาพระบาท ประธานจัดการแข่งขันนายปรีชา สกุลเชื้อ (ผู้ใหญ่บ้านแลง ) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ศึกมวยไทยการกุศลวัดเขาพระบาท ประธานกล่าวเปิดงานในพิธี นาย อนุศรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง ได้ให้เกียรติเปิดงานการแข่งขัน ศึกมวยไทยการกุศลวัดเขาพระบาท แพ้ให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวยทั้งคู่


จัดโดยคณะกรรมการวัดเขาพระบาท รายได้ทั้งหมดหักค่าใช้จ่ายมอบให้วัดทั้งหมด และผู้สนับสนุนอีกหลายท่านขึ้นคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย
นาย พัลลภ ช่วยพิทักษ์ (นายก ต้อย บ้านแลง ) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
นาง สมร จันทิมา ปลัด อบต.บ้านแลง นาวาตรี ผดุง สุขขา ประธานสภา อบต.บ้านแลง


นายชูศักดิ์ ภิญโญ ( เอ๊ะ ) สมาชิก อบต.บ้านแลงส.อบต ณรงค์ สิงหเขตต์ ฝ่ายจัดการแข่งขันส.อบต.เยล รองนายกอานนท์ ธรรมเจริญ อันนี้กับอันเนี้ยอันนี้หรอประสานงานนายอดุล คำเน้ย PEC สนับสนุนเป็นงานประจำปีวัดเขาพระบาท
ณ.สนามมวยชั่วคราววัดเขาพระบาท ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง
เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ลพบุรี ประชุมคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ครั้งที่ 1/2568

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธโคกสำโรง พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.โคกสำโรง ประธานในที่ประชุม พระครูสุนทรปรีชากิจ (อ.แดง) กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนา ประธานร่วม
ปธ.พิธีกล่าวเปิดประชุม เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ตามคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดลพบุรี

ที่ 7/2568 ลง 28 มกราคม 2568 มีผล วันที่ 15 มกราคม 2568 เรื่องเสนอให้ที่ประชุมทราบตามระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ.2567 ให้มีการประชุมเพื่อเลือกประธานกรรมการ โดยให้เลือกจากกรรมการ (ซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจ) ให้ดำเนินการประชุมเพื่อเลือกประธานกรรมการ ตามวรรค

หนึ่ง ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่มีการแต่งตั้งกรรมการครบถ้วนแล้ว
สำหรับวิธีการประชุม และลงมติให้เป็นไปตามข้อ 42 การเลือกผู้ใดเป็นประธานกรรมการแล้ว ให้หัวหน้าสถานีตำรวจประกาศให้ทราบ
ทั่วไปและรายงานให้ กต.ตร. จังหวัด ทราบ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ที่ประชุมมีมติ

ผลการคัดเลือก โดยในที่ประชุมมีการเสนอชื่อ นายณัฏฐพงษ์ อารยางกูร ให้ดำรงค์ตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง และคณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ในที่ประชุมต่างลงความเห็นตรงกันให้นายณัฏฐพงษ์ อารยางกูร เป็นประธาน กต.ตร.สภ.โคกสำโรง โดยมีวาระ 2 ปี โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ และวาระการดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

  1. องค์ประกอบ
    1.1 หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง
    เป็นกรรมการ
    1.2 ปลัดอำเภอโคกสำโรง
    เป็นกรรมการ
    1.3 รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจจฎธรโคกสำโรง
    เป็นกรรมการ
    1.4 รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธธรโคกสำโรง
    เป็นกรรมการ
    1.5 รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง เป็นกรรมการ
    1.6 นางสาว สุรีรัตน์ วรปัญญา
    เป็นกรรมการ (นายกเทศมนตรีตำบลโคกสำโรง)
    1.7 นาง กิติพร แตงชุ่ม
    เป็นกรรมการ (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสำโรง)
    1.8 นาย สำรวย งามขำ
    เป็นกรรมการ (กำนันตำบลโคกสำโรง)
    1.9 ดาบตำรวจ พฤกษ เหมาะสมัย
    เป็นกรรมการ ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง
    1.10 นาย ประธาน สุนทโร
    เป็นกรรมการ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาโคกสำโรง
    1.11 นาย ศักดิ์ดา คำโส
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา
    1.12 นาย สนอง แท่นสูงเนิน
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน
    1.13 นาย ประสิทธิ์ เจียรดำรงรัศมี
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ
    1.14 นาย พล วงษ์ธนาพฤกษ์
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ
    1.15 นาย ณัฏฐพงษ์ อารยางกูร
    เป็นประธาน กต.ตร.สภ.โคกสำโรง (ผู้ทรงคุณวุฒิด้านธุรกิจโรงแรม)
    1.16 นางสาว วริศรา แผ่สุวรรณ
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ
    1.17 นาย ปรีชา กิจรัตนกาญจน์
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาองค์กร สังคม
    1.18 พระครูสุนทรปรีชากิจ
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนา
    1.19 นาย นิธิโรจน์ หงษ์ยนต์
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
    1.20 นาย ประมวล มีนุ้ย
    เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
    1.21 พ.ต.ท.เสริญราษฏร์ แก้วปนทอง
    สารวัตรอำนวยการ เป็นเลขานุการ
    1.22 ร้อยตำรวจโท รุ่งศักดิ์ นิ่มประสารทรัพย์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
    1.23 จ่าสิบตำรวจ นพพร ป้องบุญจันทร์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
  2. หน้าที่และอำนาจ
    รับแนวทางและนโยบายการพัฒนา และการบริหารงานตำรวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผล ตามนโยบายต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ภาพ/ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พุทธศาสนิกชนคนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแห่ร่วมเวียนเทียนคืนมาฆบูชา ปี 68 แน่นวัดชัยมงคลพัทยา

ค่ำวันที่ 12 ก.พ.68 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ประจำปี 2568 ตามวัดต่างๆ ในเขตเมืองพัทยา มีพุทธศาสนิกชน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากทยอยเข้าร่วมพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3

บริเวณวัดชัยมงคล (พระอารามหลวง) พัทยาใต้ พบว่า มีประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ทางวัดจัดขึ้นตลอดทั้งคืน ส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

อนึ่ง วันมาฆบูชา ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีพระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และพระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ จึงมีครบทั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เดิมเรียกว่า “วันมาฆปุณณมี” หมายถึง วันที่พระจันทร์เพ็ญเต็มดวงในเดือนมาฆะ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เปิดประทุน กินลม ชมหนัง 2025” กลับมาอีกครั้ง! ปีที่ 4 ปักหมุดย่านฝั่งธนฯ เอาใจคนรักรถเปิดประทุน และรถคลาสสิค

กรุงเทพฯ, 8 กุมภาพันธ์ 2568 – กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่! สำหรับงาน “เปิดประทุน กินลม ชมหนัง 2025” ซึ่งปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 4 และย้ายสถานที่มาจัดที่ ตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต เอาใจเหล่าคนรักรถเปิดประทุนและรถคลาสสิคในย่านฝั่งธนฯ

งานนี้จัดขึ้นโดย คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิสประพัจน์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ยาดมสมุนไพรเณอเอม และ เณอเอมรีสอร์ท หัวหิน ร่วมกับ คุณทรงสิทธา จันทรา จาก บริษัท บางกอกอีเว้นท์แมเนจเม้นท์ จำกัด และ คุณบุญเลิศ คงเจริญ และ คุณเลิศมงคล คงเจริญ ผู้บริหาร ตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลังพญานาค, ยูอีคอฟ ยาอมสมุนไพรผสมมะขามป้อม และวีว่า กระดาษเปียกออร์แกนิก เบบี้ไวพส์ ไฮไลต์ของงาน

ภายในงานพบกับกิจกรรมสุดเร้าใจ! เปิดเวทีด้วยการประชันพลังแขนจาก “จอช นิโคลัส” แชมป์โลกงัดข้อ จากสมาคมกีฬางัดข้อแห่งประเทศไทย (Arm Fight Thailand) ที่จะมาท้าประลองกับผู้เข้าร่วมงาน สร้างสีสันและความสนุกสนาน ก่อนที่เหล่าบรรดาคนรักรถจะทยอยนำรถเปิดประทุนและรถคลาสสิคเข้ามาร่วมโชว์

จากนั้น คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร จะเปิดวีดิทัศน์กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ ชมภาพยนตร์กลางแจ้งสุดคลาสสิค ท่ามกลางบรรยากาศชิล ๆ ของตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต

งานเปิดประทุนกินลมชมหนัง #รถคลาสสิค #รถเปิดประทุน #รถสะสม #งัดข้อ #ArmFightThailand #ยาดมเณอเอม #ยาดมสมุนไพร #ตลาดตวงทองไนท์มาร์เก็ต #สมาคมงัดข้อ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “จวงต๋าเฟย“ กับ ”ไม้เท้าตีสุนัข” อาวุธอันทรงพลังของ “อึ้งย้ง”

“วิชาไม้เท้าตีสุนัข” เป็น 1 ในสุดยอดวิชาแห่งยุทธภพของพรรคกระยาจกที่ “ท่านปรมาจารย์โจ้วซือเอี้ย” ผู้ก่อตั้งพรรคกระยาจกเป็นผู้คิดค้นขึ้น แบ่งออกเป็นทั้งหมด 36 กระบวนท่า ได้แก่ ไม้เท้าหวดสุนัข, กดหัวสุนัข, ฟาดเฉียงหลังสุนัข, ชิงไม้เท้าจากปากสุนัข, สุนัขขวางทาง, สุนัขจนตรอก, ตะครุบศัตรูพร้อมฟาดหาง, เคล็ดสลักอักษร, ไม้เท้าปราบกองพล, คงเกี้ยงนับไม้พลอง, กระบองเขี่ยสุนัขเรื้อน, ตีหญ้างูแตกตื่น, แหวกหญ้าหางูพิษ ฯลฯ โดยมี “ทั่วแผ่นดินไร้สุนัข” เป็นท่าสุดท้ายที่ถือว่าเป็น “หัวใจ” ของวิชานี้ซึ่งสามารถป้องกันการโจมตีจากศัตรูได้ทั้ง 4 ทิศ และยังมีอีก 8 เคล็ดลับที่รวมเอาไว้ด้วยกันประกอบด้วย เกาะเกี่ยว, ฟาดฟัน, พัวพัน, ทิ่มแทง, ตวัดเขี่ย, ชักนำ, ปิดป้อง และหมุนวน โดยผู้ที่จะได้รับการสืบทอดวิชานี้จะต้องเป็น “ประมุขของพรรคกระยาจก” เท่านั้น

“ไม้เท้าตีสุนัข” มีลักษณะพิเศษคือมีความแข็งเหมือนหยก และแกร่งดั่งเหล็กกล้า โดยวิชาไม้เท้าตีสุนัขนี้ “อึ้งย้ง” บุตรีคนเดียวของ “อึ้งเอี๊ยะซือ” เจ้าแห่งเกาะดอกท้อ ซึ่งเป็นประมุขพรรคกระยาจก รุ่นที่ 19 ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ขงเบ้งหญิง” เนื่องจากเปี่ยมไปด้วยปัญญายิ่งกว่าผู้ใดในยุทธภพได้รับการถ่ายทอดมาจาก “อั้งชิกกง” ประมุขพรรคกระยาจก รุ่นที่ 18เตรียมพบกับ 36 กระบวนท่า และ 8 เคล็ดลับ “ไม้เท้าตีสุนัข” อาวุธไม้ตายของ ”อึ้งย้ง“ ที่สยบศัตรูได้ทุกสารทิศใน “Legends of The Condor Heroes : The Gallants – มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” โดย Sony Pictures ตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์เท่านั้น….

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / การ ประกวด PNU Music Contest 2025 การประกวดขับร้องอนาชีดประสานเสียงระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สู่เทคโนโลยี นวัตกรรมระบบราง และชมกิจกรรม PNU Fair 2025 การแสดงของนักศึกษา การแข่งขัน E-Sport: E – FOOTBALL BY PNU การ ประกวด PNU Music Contest 2025 การประกวดขับร้องอนาชีดประสานเสียงระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การ ประกวดดาว – เดือน PNU 2025 และการจัดจำหน่ายสินค้าและอาหาร

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า ในการจัดงานฯจะมีการจัดแสดงผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฯ ที่หลากหลาย และโดดเด่นอาทิเช่นงานวิจัย ที่มหาวิทยาลัยฯ ได้เข้าไป ส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ

และการพัฒนาวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาสร้างให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น ภาพรวมได้ ดำเนินการในหลายชุมชน ที่สำคัญได้พัฒนาให้สินค้าบางรายการ ได้มาตรฐาน อย. และมาตรฐานฮาลาล ทั้งหมดนี้เป็นบทบาทของนักวิจัยส่วนหนึ่งที่ได้นำองค์ความรู้ไปช่วยประชาชนในพื้นที่ให้มีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ

สำหรับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาลำดับที่ 77 ของประเทศไทย จัดตั้งเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียงเข้ารับการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากขึ้น อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน อีกทั้งการพัฒนาให้จังหวัดนราธิวาส เป็นศูนย์กลางทาง

การศึกษาและวิจัย โดยเฉพาะด้านอิสลามศึกษาในภูมิภาค และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างเอกภาพและความมั่นคงของชาติ การเชื่อมโยงการศึกษากับศาสนาเข้าสู่ชีวิตของประชาชน สร้างสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม วัฒนธรรม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน
///////////////////
ข่าวกรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.โชคชัย นามวงศ์ รองตร. ภูธรภาค 1 จัดฝึกซ้อมหน่วยหลักสูตรยุทธวิธีดีดีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน..”

พล.ต.ต.โชคชัย นามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จัดฝึกซ้อมหน่วยระงับเหตุช่วยเหลือป้องกันเหตุโดยใช้ยุทธวิธีและอุปกรณ์อาวุธต่างๆเพื่อควบคุมสถานการณ์วิกฤตให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนและสังคม

วันที่ 11 ก.พ.68 เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก. อก.ภ.1 พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ. บก.สส.ภ.1 พ.ต.ท.ชยากร บุญมา สว.ฝอ.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา/ครูฝึก และทีมงาน ร่วมชมสาธิตการฝึกระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งโดยใช้ปืนยิงตาข่าย ประจำปี 2568 ณ ลานฝึกยุทธวิธี “ปราบไพรีอริศัตรุพ่าย” ตำรวจภูธรภาค 1

ทางด้านพล.ต.ต.โชคชัย รองผู้บัญชาการการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวเพิ่มเติมว่านโยบายดังกล่าวเป็นไปตามสั่งการของพลตำรวจเอก กิตติ์ืรัฐ พันธ์ุเพชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจโท สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งให้มีการจัดฝึกอบรมและชุดยุทธวิธีดังกล่าวเพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปรามคนร้ายหรือมิจฉาชีพตลอดจนผู้ที่อยู่ในอาการไม่ปกติหรือคลุ้มคลั่งต่างๆด้วยเหตุของโรคประจำตัวหรือด้วยเหตุป่วยต่างๆ

รวมถึงการที่มีอาวุธที่สามารถจะทำร้ายประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ เพื่อลดความสูญเสียของประชาชนและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆทั้งในด้านของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะว่าการใช้เครื่องมือต่างๆและเทคโนโลยีจะต้องมีการฝึกซ้อมให้มีความชำนาญและสามารถระงับเหตุได้

ทันท่วงทีไม่ให้เกิดการสูญเสียได้ใดเลยหรือสูญเสียให้น้อยที่สุดหากมีเหตุเกิดขึ้น โดยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการฝึกซ้อมและมีชุดยุทธวิธีดังกล่าวจะทำให้การทำงานของตำรวจง่ายขึ้นและลดการเผชิญหน้าถึงตัวกันระหว่างทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดีซึ่งจะก่อเกิดมีประสิทธิภาพต่อสังคมในการควบคุมทางสังคมที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /รอง ผบ.ตร. เปิดปฏิบัติการ“กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” ปิดล้อมตรวจค้น 30 จุด 5 จังหวัด ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 118 ล้านบาท

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2568) พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น “กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” 30 จุด เพื่อขยายผลจับกุมและยึดอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดในทุกมิติ ภายใต้ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ภายใต้กรอบแนวคิด Seal พื้นที่ชายแดน Stop หยุดวงจรยาเสพติด อาชญากรรมชายแดน Safe พื้นที่ปลอดภัย โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) และ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน และการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ,ผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) และผู้อำนวยการศู นย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) และ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอร.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว , พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง , พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ , พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. , พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 ได้บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ พล.ท.กาจน์ กอรี รอง ผบ.นบ.ยส.35 , พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3 , นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5 , นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ผู้แทนสำนักงาน ปปง. และ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น “กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” 30 จุด ในวันนี้ เพื่อขยายผลจับกุมและยึดอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน

พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 บก.ปส.3 ได้จับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมไอซ์ 999 กิโลกรัม และคีตามีน 1,200 กิโลกรัม บริเวณท่าเทียบเรือ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และวันที่ 10 ส.ค.67 จับกุมผู้ต้องหา 10 คน พร้อมไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี กระทั่งสามารถขยายผลจนทราบถึงกลุ่มที่ลำเลียงยาเสพติดพื้นที่ชายแดน ซึ่งลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้กับกลุ่มที่ถูกจับกุม จึงได้เฝ้าระวังพฤติการณ์เรื่อยมา กระทั่งเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ไอซ์ 30 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม จากการสืบสวนขยายผล มีผู้ร่วมลำเลียงยาเสพติดกับผู้ต้องหาและยังไม่ถูกจับกุม โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวทำหน้าที่เป็นกลุ่มผู้สั่งการว่าจ้างและขับรถนำทางคุ้มกันการลำเลียงยาเสพติด และจากการตรวจสอบทรัพย์สินกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด

พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาแทบไม่ถือครองทรัพย์สินเลย โดยจะใช้กลุ่มเครือญาติถือครองทรัพย์สินแทน จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้นำเงินจากการลำเลียงยาเสพติดไปฟอกเงินในธุรกิจประเภทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยให้กลุ่มเครือญาติเป็นนอมินี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับ 9 หมายจับ และเปิดปฏิบัติปิดล้อมตรวจค้นฯ จำนวน 30 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา และหนองคาย โดยสามารถขออนุมัติหมายจับ 9 หมาย ผู้ต้องหา 8 คน ตรวจยึดทรัพย์สิน 45 รายการ ได้แก่ บ้านพร้อมที่ดิน 10 รายการ มูลค่าประมาณ 40,000,000 บาท, ที่ดิน 18 แปลง มูลค่าประมาณ 54,000,000 บาท, สวนลำไย 70 ไร่ 1 แปลง มูลค่าประมาณ 17,500,000 บาท, รถยนต์ 11 คัน มูลค่าประมาณ 6,600,000 บาท และรถจักรยานยนต์ 5 คัน มูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมมูลค่าตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด ประมาณ 118,300,000 บาท

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามเสพติดได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ในการ SEAL STOP SAFE อย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งมีการทำงานในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน สกัดกั้นตามแนวชายแดน การเฝ้าระวังบุคคลเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดน ขยายผลกลุ่มเครือข่ายที่อยู่พื้นที่ชั้นใน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย (ด่านตรวจยานพาหนะ X-RAYS ) เข้ามาช่วยในการทำงาน เพื่อหยุดยั้ง สกัดกั้น ปราบปราม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อย่างเด็ดขาด ครบวงจร ตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ตลอดจนมาตรการยึดทรัพย์ผู้ค้ารายสำคัญและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องให้สิ้นซาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ต่างทุ่มเทและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระดมสรรพกำลังป้องกันปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ สร้างความผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชน

ภาพ-ข่าว สมจิตร แสงบัลลังศ์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร จับมือเผาทั้งเป็นพ่อค้าแตงโมวัดดอกไม้ ขณะหนีมารับงานในพื้นที่มุกดาหาร

เมื่อเวลา 20.30 น วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568​ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหารพร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารได้ตามจับกุมตัวนายอรรคกร หรือเพลิน พรมด้วง อายุ 46 ปี

ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 175/2568 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายเพลินได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาคำอาฮวน ต.คำอาฮวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายเพลินได้ก่อเหตุราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผานายราเชน เทพมณี อายุ 52 ปี พ่อค้าแตงโม ภายในวัดดอกไม้ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ จนทำให้ไฟลุกไหม้ท่วมตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาและต่อมาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวนจึงได้ขอให้ศาลอาญากรุงเทพใต้หมายจับ

นายเพลินได้กล่าวภายหลังจากถูกจับกุมตัวว่า แค้นที่ผู้ตายเป็นชู้และคบหากับเมียตนเองวันเกิดเหตุได้มีการเตรียมน้ำมันเพื่อที่จะไปเผาโดยอาศัยช่วงที่ผู้ตายเผลอจึงได้ใช้มันสาดจากทางด้านหลังแล้วจุดไฟเผาจึงทำให้ไฟลวกมือตนเองไปด้วย

จากนั้นก็ทำการหลบหนีโดยสารนั่งรถโดยสารจากกรุงเทพฯ มาที่มุกดาหารซึ่งตนเองยังไม่ขอให้รายละเอียดมากไปกว่านี้ การมาที่จังหวัดมุกดาหารนั้นไม่ได้ตั้งใจหลบหนีไป สปป.ลาว แต่มาเพราะรับงานตัดเหล็กไว้กับโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ตร.ภ.จว.มุกดาหาร – ตร.น้ำ – ตชด. – เทศกิจ ปูพรมค้นหาซิมพม่าริมแม่น้ำโขง พบถูกนำมาทิ้งนับพันซิม/ ตชด.ที่235 ซีลเข้ม นักบินโยนยาทิ้งกว่า 900,000 เม็ด ตามแนวชายแดน ตามนโยบาย “Seal Stop Safe”

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568​พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทรา รอง ผบก.ฯ รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จังหวัดมุกดาหาร สั่งการให้ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีมีผู้พบซิมพม่า ถูกนำมาทิ้งบริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง หน้าตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

โดยมี พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ10 กองบังคับการตำรวจน้ำ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 และนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจ ปูพรมค้นหาซิมโทรศัพท์ที่บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำโขง

ปรากฏว่านอกจากเจ้าหน้าที่จะพบซิมโทรศัพท์ของเครือข่าย truemove h และ dtac กระจายอยู่บริเวณหินเรียงริมตลิ่งเป็นจำนวนมากแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบในแม่น้ำโขงยังพบว่ามีซิมโทรศัพท์ถูกมัดรวมเป็นชุดๆ อยู่ตามริมแม่น้ำอีกนับพันซิม จึงได้ทำการเก็บรวบรวมและตรวจยึดไว้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทรา รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จากการตรวจสอบซิมที่ตรวจยึดไว้ในเบื้องต้นพบว่ามีซิมที่ระบุว่าเป็นซิมพม่าอยู่บางส่วน และบางซิมหมดอายุเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 แต่เนื่องจากซิมส่วนใหญ่จมน้ำและมีคราบดินโคลนอยู่จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการล้างทำความสะอาด เพื่อตรวจเก็บข้อมูลหมายเลขซิม

และนำข้อมูลของซิมที่ตรวจยึดไว้ทั้งหมดส่งให้กับ กสทช. และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่าย truemove h และ dtac ตรวจสอบว่าซิมดังกล่าวได้มีการจำหน่ายให้กับผู้ใดในเขตพื้นที่ใดบ้าง เพื่อจะได้ทำการสอบสวนสืบสวนและขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่อย่างไร ต่อไป

ตชด.ที่235 ซีลเข้ม นักบินโยนยาทิ้งกว่า 900,000 เม็ด ตามแนวชายแดน ตามนโยบาย “Seal Stop Safe”

ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe ของรัฐบาล และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์เพ็ชร ผบ.ตร.,พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 โดย พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ได้เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ซึ่งมีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 – 24 เป็นหน่วยปฏิบัติ เพื่อปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติดที่จะเข้ามาทางชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 (สอง-สาม-ห้า) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมควร เบญจมาตร รักษาการแทนผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ธาตุพนม ได้แถลงข่าวตรวจยึดยาบ้ากว่า 900,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ

โดยเมื่อวันที่ 9 ก.พ.68 เวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ ชุดปราบปรามยาเสพติด ร้อย ตชด.235 ได้รับแจ้งว่า พบห่อวัตถุต้องสงสัยจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย ถูกทิ้งไว้กระจัดกระจายเต็มพื้นที่ บริเวณริมถนนสาธารณะทางหลวงชนบท บ.โนนยางคำ ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดนำมาทิ้งไว้ ให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ร้อย ตชด.237 และ ร้อย ตชด.244 บูรณาการร่วมกันออกตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุไปถึงที่เกิดเหตุพบห่อวัตถุต้องสงสัยจำนวนมาก คาดว่าจะเป็นยาเสพติด จึงได้วางกำลังดักซุ่มรอ จนกระทั่งถึงเวลา 06.00 น. ไม่พบผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้เข้าตรวจสอบพบ ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ 3 ถุง ซึ่งมีรอยฉีกขาด ด้านในบรรจุห่อยาบ้าจำนวนหนึ่ง และกระสอบปุ๋ยสีขาวซึ่งบรรจุห่อยาบ้าไว้ โดยในบริเวณเดียวกันยังพบห่อยาบ้าอีกบางส่วนกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นตามริมถนน ในพงหญ้า และตกอยู่ในหนองน้ำในจุดที่เกิดเหตุ ลักษณะคล้ายกับมีคนนำมาโยนทิ้งไว้

ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดนำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีความผิดในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดมาตรวจนับที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ธาตุพนม ผลการตรวจนับ รวมจำนวนประมาณ 900,000 เม็ด จึงได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 กล่าวว่า ตามที่ รัฐบาล ได้เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์เพ็ชร ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด.ทางกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 ก็ได้เปิดปฏิบัติการพิทักษ์ริมน้ำโขง ป้องกันปราบปรามยาเสพติดจากแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งดำเดินการใน 3 ด้าน คือ ด้านการข่าว

การลาดตระเวนเฝ้าตรวจชายแดน และการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในจุดเสี่ยงต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ค้ายาไม่สามารถขนส่งยาเสพติดได้โดยสะดวก จึงนำมาโยนทิ้งไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน และการตั้งจุดตรวจจุดสกัด โดยตำรวจตระเวนชายแดนก็จะทำงานกันอย่างเข้มแข็ง และมุ่งมั่น เพื่อสกัดกั้น และป้องกันไม่ให้มีการนำเข้ายาเสพติด สู่พื้นที่ตอนในประเทศต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธียกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์ รร.บ้านซับเต่าโครงการช่วยเหลือประชาชน ของการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025

ก่อนที่การฝึกคอบร้าโกลด์2025 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2568 ซึ่งใช้พื้นที่การฝึกของจังหวัดนครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ลพบุรี ชลบุรีเมื่อวันที่ (11 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 13.09 น. ได้ฤกษ์ยกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์โรงเรียนบ้านซับเต่า ในโครงการช่วยเหลือประชาชน ของการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาและสันทนาการ

พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 เป็นประธานในพิธียกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์ โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) การฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านซับเต่า โดยมีกำลังพลจากกองทัพบกไทย(กองทัพภาคที่ 2) กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ (อินเดีย) ร่วมพิธี ณ โรงเรียนบ้านซับเต่า ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี การฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 ในปีนี้ เป็นครั้งที่ 44 กองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ อีกทั้ง ได้จัดให้มีโครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย
โครงการที่ 1 โรงเรียนหนองนกเขียนสามัคคี จังหวัดนครราชสีมา
โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านซับเต่า จังหวัดนครราชสีมา
โครงการที่ 3 โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง
โครงการที่ 4 โรงเรียนบ้านซอยสอง (อภิชาติราษฎร์อุปถัมภ์) จังหวัดจันทบุรี
โครงการที่ 5 โรงเรียนบ้านดงมะรุม จังหวัดลพบุรี

สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านซับเต่า ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีกำลังพลที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 50 นาย โดยจัดจากกองทัพบกไทย (กองทัพภาคที่ 2) กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ (อินเดีย) ร่วมก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ขนาดกว้าง 7.80 ม. ยาว 20.30 ม. สูง 4.85 เมตร ระยะกำหนดก่อสร้างระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม 2568 เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้นำไปใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาและสันทนาการต่อไป

กองทัพภาคที่2 การฝึกคอบร้าโกลด์2025

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคนรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เทศกาลว่าวนานาชาติ 2568 กระตุ้นการท่องเที่ยว / นายกพัทยา นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวบุกตลาดซาอุดีอาระเบีย/งานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 /สถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี

           ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลจาก ททท.สำนักงานพัทยา เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของเมืองพัทยาที่จะจัดขึ้นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 คืองานเทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาดพัทยา Pattaya International Kite Festival โดยมีกำหนดจัดงานบริเวณชายหาดพัทยากลาง บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี

สำหรับเทศกาลว่าวนานาชาติ 2568 Pattaya International Kite Festival 2025 ปีนี้ มีไฮไลต์พิเศษว่าว Snoopy และว่าวยักษ์หลากหลายรูปทรงและสีสัน รังสรรค์โดยนักเล่นว่าวมืออาชีพจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งจะเติมสีสันให้ท้องฟ้าพัทยาสวยงามยิ่งขึ้นท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาดสุดคลาสสิก 

นอกจากนี้ยังมีการแสดงว่าว LED ยามค่ำคืน, การแสดง Sport Kite จากไต้หวัน, การแสดงทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ไทย, เวิร์กช็อปสอนทำว่าวและการบังคับว่าว รวมทั้งตลาดสินค้ากว่า 50 ร้าน จำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

นายกพัทยานำทัพผู้ประกอบการท่องเที่ยวบุกตลาดซาอุดีอาระเบีย บินตรง Roadshow to Riyadh

นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (อบจ.ชลบุรี) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา นำทัพผู้ประกอบการพัทยา (Sellers) 16 หน่วยงาน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในงาน Roadshow to Riyadh ณ โรงแรม Rosh Rayhaan ริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ เพื่อเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบการซาอุดิอาระเบีย (Buyers) จำนวนกว่า 50 หน่วยงาน โดยมี นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานพัทยา) นางดารัตน์ สุรักขกะ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงาน พร้อมได้รับเกียรติจาก นางสาวธิดา สุขีลาภ อัครราชทูตไทย ประจำกรุงริยาด เป็นประธานเปิดงาน

โดยในปี2024 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยว ชาวตะวันออกกลางเดินทางมาท่องเที่ยวใน ประเทศไทยโดยประมาณ 742,209 คน ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบียส่วนหนึ่งที่ได้เดินทางเข้ามาพัทยาเป็นนักท่องเที่ยวทีมีคุณภาพ เนื่องจากพัทยามีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีสินค้าและบริการหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายไลฟ์สไตล์ อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพ (Health &Wellnes) กลุ่มครอบครัว (Family) และกลุ่มอื่นๆ โดยภายในงาน เมืองพัทยาได้นำการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่สร้างความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

เตรียมเนรมิตชายหาดจอมเทียนจัดงานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 กระตุ้นสีสันเมืองท่องเที่ยว

วันที่ 11 ก.พ.68 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแถลงข่าวเตรียมจัดงาน เทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 ในวันที่ 28 ก.พ.- 1 มี.ค.68 บริเวณชายหาดจอทเทียน (หน้าโรงแรม The Now Hotel) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยมี นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา คุณวรรณดี เมืองแก้ว หัวหน้าสำนักปลัด อบจ.ชลบุรี นายสุรัตน์ เทพฉายโต ผอ.สำนักการท่องเที่ยวและกีฬาเมืองพัทยา นายพรชัย สังข์เอียด ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา ร่วมพิธีแถลงข่าว

งานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ อบจ.ชลบุรี เมืองพัทยา ททท. กรมเจ้าท่า และสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวด้วยชื่อเสียงของอาหารทะเลในจังหวัดชลบุรี

โดยงานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีมงาน Pirates Treasure Under The Sea ซึ่งมีการจัดดพื้นที่ออกร้านจำหน่ายอาหารทะดบจากร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ผู้จำหน่ายอาหารพื้นเมือง และผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่กว่า 50 ร้านค้า มีพื้นที่พิเศษบริการอสหารและเครื่องดื่มแบบ Local Beach Food Experience สัมผัสรสชาติแบบวัฒนธรรมอาหารทะเลท้องถิ่นชายทะเล และเวทีแสดงดนตรี

สถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี

 ค่ำวันที่ 11 ก.พ.68 ที่โรงแรมแกรนด์ พาลาสโซ่ พัทยา จ.ชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับและร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี LCP 34th Anniversary Party : Laem Chabang Port Movies Night โดยมี ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีฯ  ด้วยท่าเรือแหลมฉบัง เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 มีความสามารถรองรับเรือสินค้าได้เพียง 74 เที่ยว และมีตู้สินค้าผ่านท่าเพียง 1,360 ทีอียู จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 34 ปี ผู้บริหารและพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง ตลอดจนความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการขนส่ง สายการเดินเรือต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ปัจจุบัน ผลประกอบกบรของท่าเรือแหลมฉบัง ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 มีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าฯ มากกว่า 9 ล้านทีอียู และติดอันดับ 1 ใน 17 ของโลก ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่าเรือแหลมฉบัง ยังคงมีโครงการพัฒนาด้านต่างๆ เพี่อพร้อมรองรับการพัฒนาสู่มาตรฐานการเป็นท่าเรือระดับโลก ได้แก่ โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ AI) และ โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ และเป็นการแสดงความขอบคุณในมิตรไมตรีทุกท่านได้ร่วมมือร่วมใจสร้างสรรค์ให้ท่าเรือแหลมฉบังบรรลุสู่เป้าหมายที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติต่อ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” คึกคัก นักปั่นกว่า 600 คน เข้าร่วมแข่งขัน Hua Hin Championship Road Race 2025/“ยุทธพล” ติดตามปัญหาลิงล้นเมือง หลังกรมอุทยานฯ สร้างกรงพักลิงเพิ่ม 2 กรง/“ กองกำลังสุรสีห์ คุมเข้ม! ซีลชายแดน ”

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.68 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและปล่อยตัวนักกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 600 คน ที่เข้าแข่งขันรายการ “หัวหิน ชิงแชมป์ จักรยาน 2568” (Hua Hin Championship Road Race 2025) มี นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน นางสาวจิราวรรณ บุญฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด มิสเตอร์จอห์น ชูท์ส ประธานชมรมจักรยานหัวหิน คุณนุชสรา เล็กกุ ผู้จัดงาน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

การแข่งขัน หัวหิน ชิงแชมป์ จักรยาน 2568 ( Hua Hin Championship Road Race 2025) จัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหินและพื้นที่ใกล้เคีอง สนับสนุน อ.หัวหิน ให้เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และยังช่วยการลดภาวะโลกร้อนโดยการใช้จักรยาน รวมถึงประชาสัมพันธ์แหล่งท่องท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ให้นักปั่นได้สัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่น เพลิดเพลินกับเส้นทางที่เป็นธรรมชาติ เนินเขา วิว และอ่างเก็บน้ำโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีจุดถ่ายรูปอันสวยงาม

โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วทางชมรมฯ จะมอบให้กับกิ่งกาชาดอำเภอหัวหินนำไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนต่อไป โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแข่งขัน ระยะทาง 95 กม. / ประเภทปั่นท่องเที่ยว ระยะทาง 50 กม. ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท มีนักปั่นชาย-หญิง มืออาชีพและสมัครเล่นทั้งชาวไทย

และต่างชาติในพื้นที่และจากทั่วประเทศสนใจเข้าร่วมการแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก โดยจุดสตาร์ทจากที่ว่าการอำเภอหัวหินกลับมายังจุดเดิม พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ให้เกียรติร่วมปั่นและมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการแข่งขันรายการนี้ด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“ยุทธพล” ติดตามปัญหาลิงล้นเมือง หลังกรมอุทยานฯ สร้างกรงพักลิงเพิ่ม 2 กรง

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.68 ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี และผู้ริเริ่มโครงการแก้ปัญหาลิงล้นเมือง พร้อมด้วย มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า โดยนายเอ็ดวิน วิค นายชาตรี วชิระเผด็จศึก ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี

นายนพพร ประทุมเหง่า ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี และผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาลิงรบกวนในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี  เพื่อติดตามการก่อสร้างกรงพักพิงลิง กรงที่ 2 และ กรงที่ 3 รวมพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ในช่วงการดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 68 นี้

ดร.ยุทธพล กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการก่อสร้างกรงพักพิงลิง กรงที่ 2 และ กรงที่ 3 ซึ่งได้ดำเนินการสร้างอยู่ในขณะนี้ โดยได้รับการพัฒนาปรับปรุงจากต้นแบบกรงพักพิงลิง กรงที่ 1 ที่ได้ใช้งานอยู่ในขณะนี้ พร้อมนำทีมสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี และผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหา“ลิงล้นเมือง” มาลงพื้นที่สังเกตุการณ์ การดำเนินงานก่อสร้างในครั้งนี้ด้วย หากการดำเนินการก่อสร้างกรงพักพิงลิงสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยได้เริ่มสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 11 ก.ย.67 และจะสิ้นสุด

สัญญาจ้างวันที่ 10 มี.ค.68 ก็จะได้ประสานกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเคลื่อนย้ายลิงแสมที่มีนิสัยก้าวร้าว รุนแรง ในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี นำมาปรับพฤติกรรมและพักพิงไว้ ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย รวมไปถึงขอฝากประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนที่มีจิตศรัทธาต้องการบริจาคและสนับสนุนอาหารสำหรับลิง เช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ สามารถติดต่อมายังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทรายได้อีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“ กองกำลังสุรสีห์ คุมเข้ม! ซีลชายแดน ”

ตามนโยบายของรัฐบาล ให้หน่วยงานความมั่นคง ดำเนินมาตรการ “ซีลชายแดน” ( Seal Stop Safe ) เพื่อรักษาความมั่นคง ป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกประเทศ และควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่แนวชายแดน โดยเน้นการสกัดกั้นยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

     กองกำลังสุรสีห์ โดยพันเอกชูพงษ์ สายอุบล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ได้สั่งการให้ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก/กรมทหารราบที่ 19 ร่วมกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 และกองร้อยทหารพรานที่ 1405 ทำการลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง และเส้นทางเสี่ยง เพื่อควบคุมพื้นที่แนวชายแดนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดระยะทาง 283 กิโลเมตร พร้อมทั้ง ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจช่องทางสิงขร เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างเคร่งครัด ตามสั่งการของรัฐบาล และกองกำลังสุรสีห์

     ทั้งนี้ กองกำลังสุรสีห์จะยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน ป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.”เดินหน้าโครงการ“สไปเดอร์ เว็ป”ปราบทุจริตยุคดิจิตอล เร่งอัพเกรดคอรัปชั่นเทคเพิ่มบล็อกเชน-เอไอ.เทคโนโลยีคุ้มครองคนแจ้งเบาะแส

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์(FKII Thailand)เปิดเผยวันนี้ภายหลังเป็นประธานเปิดงานเอฟเคไอไอ.
ฟอรั่ม “ขจัดคอรัปชั่นเพื่อประเทศไทยใสสะอาดกับโครงการใยแมงมุม”ว่า
เวทีสัมมนาครั้งนี้เห็นด้วยกับโครงการใยแมงมุม(The Spider Web) ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในยุคดิจิตอลนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ป้องกันและปราบปรามการคอรัปชั่น โดยประชาชนจะมีบทบาทสำคัญและมีส่วนร่วมโดยตรงในการขจัดทุจริต พร้อมกับการขยาย
เครือข่ายใยแมงมุมในเชิงโครงสร้างและระบบไปทั่วประเทศรวมทั้งเชื่อมโยงความร่วมมือในการขจัดทุจริตกับองค์กรต่างๆซึ่งดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

และพลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติและดร.เอกชัย เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)ยินดีร่วมมืออย่างเต็มที่
“ที่ประชุมห่วงใยประเด็นข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส(whistleblowers)และประเด็นการกลั่นแกล้งจากผู้ไม่หวังดีหรือคู่แข่งที่อาจมีโอกาสเกิดขึ้นได้จึงให้คณะทำงานนำข้อสังเกตไปปรับปรุงแพลตฟอร์มสไปเดอร์ เว็ปโดยพิจารณาใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน(Blockchain Technology)และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Ai Technology)รวมทั้งแพลตฟอร์มทราฟฟี่ ฟองดู(Traffy Fondue)ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด ซึ่งขอชื่นชมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเฉพาะดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวย

การสวทช.และทีมงานผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondueที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภาครัฐกว่า15,000หน่วยงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ธรรมาภิบาลและระบบคุณธรรมในการบริหารจัดการภาครัฐ
การใช้ดิจิตอลเทคโนโลยี ที่เรียกว่าคอรัปชั่นเทคเป็นเสมือนแนวรบสุดท้ายใน สงครามปราบคอรัปชั่นเพราะการปราบแบบอนาล็อคสู่ทุจริตไม่ได้ ปัญหาคอรัปชั่นเป็นปัญหามาทุกยุคสมัยเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกคนที่จะช่วยกันขจัดคอรัปชั่นในแผ่นดินไทย“
สำหรับงาน FKII National Dialogue Forum 2025
(วาระประเทศไทย 2568) “ขจัดคอรัปชั่นเพื่อประเทศไทยใสสะอาด กับโครงการใยแมงมุม (The Spider Project by Corruption Watch)” ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา เมื่อเร็วๆนี้
โดยมีวิทยากรได้แก่


นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand บรรยายหัวข้อ “บทบาทของ FKII Thailand ในการสร้างเครือข่ายใยแมงมุมขจัดคอรัปชั่น (The Spider Web Solution: Eliminating Corruption for a Brighter Future)”
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue บรรยายหัวข้อ “Traffy Fondue การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการขจัดคอรัปชั่น”

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) บรรยายหัวข้อ “สถานการณ์และพัฒนาการของคอรัปชั่นในประเทศไทย”
พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ บรรยาย หัวข้อ “ทำไมประเทศไทยถึงต้องมีธรรมาภิบาล”
นายชยดิฐ หุตานุวัชร ประธานสถาบันทิวา (TVA) ดำเนินการเสวนาระดมความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองร้อยทหารพรานที่ 4905 เข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับครูผู้สอนศาสนา มอบความสุข สร้างรอยยิ้มมอบอุปกรณ์กีฬา ให้แก่ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดบ้านกูมุง

ที่ศูนย์มัสยิดบ้านกูมุง ม.2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
ร.อ.อำนาจ คงคารชัย ผบ.ร้อย.ทพ. 4905 มอบหมายให้ จ.ส.อ.พลากร ใสสะอาด รองผบ.ร้อย.ทพ. 4905 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน เข้าพบปะพูดคุยพัฒนาสัมพันธ์ด้านการศึกษากับครูและนักเรียนของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดบ้านกูมุง (ตาดีกา) เพื่อสอบถามถึงปัญหาข้อขัดข้องภายในโรงเรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอน และสร้างความเข้าใจรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆในพื้นที่ 

นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา อาทิ ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ จำนวน 6 ลูก เพื่อสนับสนุนให้กับน้องๆ นักเรียนตาดีกา สนับสนุนเตรียมการจัดกิจกรรมกีฬาสีภายในตาดีกาประจำศูนย์มัสยิดบ้านกูมุง โดยมี ผอ.รร.กูมุงพิทักษ์วิทยา ปลัดอาวุโส อ.จะแนะ ผญบ.ม.2 ต.ช้างเผือก ตลอดจนเยาวชนเปอร์มูดอบ้านกูมุง และผู้นำศาสนาในพื้นที่ได้ร่วมจัดกิจกรรมกีฬาสีในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนในการจัดกิจกรรมกีฬาสีในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและนักเรียน กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนเยาวชนในพื้นที่ สร้างความรักความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในชุมชน และท้องถิ่น

ทั้งนี้การเล่นกีฬาเป็นการปลูกฝังในเรื่องความรัก ความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสามารถเรียนรู้ เข้าใจ ซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ปลอดภัยและห่างไกลจากยาเสพติด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4905 พร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมเติมเต็มเพื่อเพิ่มทักษะและดึงเยาวชนให้หันมาเล่นกีฬา เพื่อให้เยาวชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมีสุขภาวะที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักกีฬามืออาชีพต่อไป
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้องปิยธิดา สาวงามเผ่าถิ่น คว้ามงกุฎธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เวทีกลาง งานงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 จังหวัดน่าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่าที่อยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งจัดประกวด 4 ชนเผ่า คือ ถิ่น/ลัวะ ม้ง เมี่ยน และขมุ

โดยปีนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวด 22 คน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ร่วมมอบรางวัล สำหรับผลการประกวดธิดาดอยในปีนี้ สาวงามชนเผ่าถิ่น หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่านส่งเข้าประกวด

คว้ามงกุฎธิดาดอยประจำปีนี้ไปครอง ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมที่นอนสปริงยางพารา 6 ฟุต มูลค่า 15,900 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัล และสายสะพาย รางวัลรองชนะเลิศธิดาดอย อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง อำเภอปัว ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด12,000 บาท

Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอย อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 10,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอยอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอ

โครงการบ้านสันติภาพและ หจก.ชนากานต์พร็อพเพอร์ตี้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลขวัญใจชาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ส่วนรางวัลธิดาประจำชนเผ่า ธิดาชนเผ่าเมี้ยนได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าม้งได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าถิ่น/ลัวะได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และธิดาชนเผ่าขมุได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจัวหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.หนองม่วง “จัดประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วงสุดยิ่งใหญ่อลังการ”

วันอาทิตย์ ที่9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.00 น. นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานพิธีเดินทางถึงสถานที่ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี สักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง

โดยมี นายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมาธิการรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร กรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง พร้อมด้วยนายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต4 นายวิบูลย์ เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง พ.ต.อ.สมคเน ศรีนาราง ผกก.สภ.หนองม่วง ปลัดอำเภอหนองม่วงพร้อมเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการศาลเจ้าทุกท่าน หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชนรอให้การต้อนรับ

จากนั้นนายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมมาธิการรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร กรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้กล่าวรายงาน
นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานได้กล่าวเปิดงานและร่วมขบวนแห่มังกรสุดยิ่งใหญ่อลังการ

ด้วยเมื่อปี พ.ศ. 2490 ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มาอยู่ ณ ตลาดหนองม่วง ได้ตั้งศาลไม้เจ้าพ่อเจ้าแม่ขึ้น และในปีพ.ศ. 2511 ถึง พ.ศ. 2512 และได้มีผู้ศรัทธาจำนวนมากขึ้นมาตามลำดับ ทั้งในอำเภอหนอหนองม่วงและใกล้เคียง จึงได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ขึ้นใหม่อีกครั้ง เป็นอาคารคอนกรีตเพื่อให้มั่นคงทนถาวร

ณ ทะเบียนบ้านเลขที่ 335 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองม่วง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบรี เป็นศูนย์รวมผู้มีจิตศรัตศรัทธาเพื่อมาขอพรกราบไหว้สักการะ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ และได้มีการแห่มังกร ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 เป็นการแห่มังกรในวาระครบรอบ 72 พรรษา ของรัชการที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปีนั้น และเพื่อเป็นการร่วมเทิดพระเกียรติอีกด้วย จึงได้เห็นความสำคัญประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ ประจำปี 2568 จึงเรียนเชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจ ให้กับประชาชนชาวอำเภอหนองม่วง หน่วยงานทางภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าประชาชนทั่วไปในเขตุอำเภอหนองม่วง

“ประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ ตลาดหนองม่วง” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เคารพสักการะของพี่น้องประชาชนในอำเภอหนองม่วงและพื้นที่ใกล้เคียง มาเป็นเวลายาวนานกว่า 78 ปี งานประจำปีประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและส่งเสริมความกตัญญู สืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่อำเภอหนองม่วง แห่งนี้ มีคนรุ่นใหม่ เข้ามาสืบทอดต่อยอดรักษาขนบ ธรรมเนียมอันดีนี้ไว้ ให้เจริญก้าวหน้าและร่วมสร้างสาธารณกุศลให้กับประชาชนต่อไปอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผงะ! ลอบทิ้งซิมพม่าของค่ายดัง กระจายเกลื่อนเขื่อนตลาดอินโดจีน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์​ 2568​ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้งว่ามีผู้นำซิมโทรศัพท์มือถือมาโปรยทิ้งกระจายเกลื่อนเขื่อนริมตลิ่งแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงได้เดินทางไปตรวจดูและพบว่าที่บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง หน้าตลาดอินโดจีนทางด้านทิศใต้ ที่พึ่งสร้างก่อสร้างเสร็จ มีซิมโทรศัพท์มือถือของTrueMove h ด้านหลังเขียนว่า ซิมพม่า(DSP) และซิม dtac

ที่ยังไม่ได้ใช้งานถูกทิ้งกระจายเกลื่อน ทั้งที่บริเวณถนนหน้าเขื่อน และบริเวณหินเรียงหน้าเขื่อนเป็นจำนวนมาก โดยมีซองบุหรี่ TEXAS 5 และ PINE CHANGE ที่มีวางขายอยู่ใน สปป.ลาว ตกอยู่ใกล้กับจุดที่ทิ้งซิมด้วย ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุที่มีการนำซิมพม่ามาทิ้งดังกล่าว อาจเนื่องมาจากการที่รัฐบาลไทยสั่งตัดอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมเครือข่ายสัญญาณในพื้นที่ของพม่า และผู้ที่เป็นเจ้าของอาจจะกลัวว่า ถ้ามีไว้ในครอบครองแล้วจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจึงได้ลักลอบนำมาทิ้งที่บริเวณดังกล่าว

ลักลอบทิ้งซิมพม่า #เขื่อนหน้าตลาดอินโดจีน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีหล่อองค์หลวงปู่ดู่ ยืน อันตรายาปิ-พระจักรพรรดิ์กินบ่เซี่ยง บรรยายธรรมโดย หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ

      วันที่ 9  กุมภาพันธ์ 2568  ที่บริษัท อาร์ที  อะกริเทค จำกัด ตำบลห้วยขวาง  อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม  ได้จัดพิธีเททองหล่อองค์หลวงปู่ดู่ ยืน อันตรายาปิ (ปิดอันตราย)  สูง 21  เมตร  ส่วนมือขวาและมือซ้าย  และหล่อองค์พระจักรพรรดิ์กินบ่เซี่ยง  จำนวน 4  องค์ (ขนาด 30  นิ้ว  2  องค์  และ  20  นิ้ว  2  องค์)  โดยมีหลวงตาม้า วัดพุทธพรหมปัญโญ (วัดถ้ำเมืองนะ) เป็นองค์ประธานในพิธี  พร้อมรับฟังบรรยายธรรมโดยหลวงตาม้า  โดยมีสาธุชนที่มีจิตศรัทธาเข้าร่วมในครั้งนี้หลาย พันคน  รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายถวายองค์หลวงตาม้า

      สำหรับพิธีเริ่มเวลา  17.00 น.  โดยผู้บริหารบริษัท อาร์ที  อะกริเทค จำกัด พร้อมด้วยแขกผู้เกียรติ  จุดธุปเทียนหน้าเครื่องบรวงสรวง  หลังจากนั้น  เป็นการเริ่มเททองหล่อองค์หลวงปู่ดู่  ยืน อันตรายาปิ (ปิดอันตราย)  สูง 21  เมตร ส่วนมือขวาและมือซ้าย  ต่อด้วยเป็นการหล่อองค์พระจักรพรรดิ์กินบ่เซี่ยง  ขนาด 30  นิ้ว  2  องค์  และ  20  นิ้ว  2  องค์  ตามลำดับ

      หลังจากนั้นเวลาประมาณ  18.00 น. หลวงตาม้า  วัดถ้ำเมืองนะ นำสวดบทจักรพรรดิ์  และมอบของที่ระลึกแด่ผู้มาร่วมงาน  ต่อด้วยหลวงตาบรรยายธรรมพร้อมตอบข้อซักถามของสาธุชน และนำสวดบทพระจักรพรรดิ์ รอบ2ทุ่มครึ่ง  เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีในครั้งนี้

      นอกจากนี้  ทางบริษัทฯ  ได้จัดเตรียมโรงทานอาหารและเครื่องดื่มไว้ต้อนรับเหล่าผู้มาร่วมงาน  พร้อมแจกของที่ระลึกประกอบด้วยประคำ  ผ้ายันต์  และเงินขวัญถุง  ไว้เป็นที่ระลึกแด่ผู้มาร่วมงานในครั้งนี้อีกด้วย

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทต.บ้านกรูดรณรงค์คัดแยกขยะต้นทาง ผ่านกิจกรรม“ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล”

เมื่อเวลา 09:00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ที่บริเวณสถานีรถไฟบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมกับ คณะผู้บริหาร

สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ผู้ใหญ่บ้านบ้าน และผู้นำชุมชนในเขตเทศบาล ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยว พ่อค้าและประชาชน ร่วมกันจัดขบวนกองผ้าป่าขยะรีไซเคิล เดินรณรงค์ให้ประชาชนในเขตเทศบาลฯ คัดแยกขยะจากต้นทางโดยเคลื่อนขบวนไปยังที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านกรูดเพื่อร่วมกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูดกล่าวว่า ในปัจจุบันเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีจำนวนประชากรประมาณ 4,100 คน ซึ่งยังไม่ได้รวมประชากรแฝงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการ
ท่องเที่ยว ซึ่งมีธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท

ร้านอาหาร ส่งผลให้มีจำนวนขยะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรเช่นกัน มีปริมาณขยะเดือนละประมาณ 90 ตัน หรือเฉลี่ยตกวันละ 3 ตัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเดือนละกว่า 200,000 บาท ซึ่งประชาชนในพื้นที่ยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกหลักวิชาการสุขาภิบาลและการบริหารจัดการขยะยังไม่ดีพอ

ในวันนี้ทางเทศบาลฯจึงได้ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนชุมชนต่างๆ จัดกิจกรรม“ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด” เพื่อเป็นการรณรงค์สร้างความรับรู้ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะและคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล

นำไปจำหน่ายเพื่อให้มีรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป ภายในกิจกรรมยังมีการมอบรางวัลบุคคลต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมและมีการลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยร่วมกันระหว่างเทศบาลฯกับทางชุมชนต่างๆ สภ.ธงชัย วัด และโรงเรียนในเขตเทศบาลฯ

//////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /นรข ยึดยาบ้า1.2 ล้านเม็ดรถเก๋ง 2 คันผู้ต้องหา 4 คนหลบหนี

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 10 ก.พ.ที่หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงหรือ สถานีเรือ นรข.บึงกาฬ บ้านพันลำ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พล.ร.ต.ณรงณ์ เอมดี ผบ.นรข.น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย พ.อ.ปราโมทย์ เนียมสำเภา รอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นางสาวเบ็ญจ์ ชำกรม หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศูลกากรบึงกาฬ และส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวตรวจยึดยาบ้า 3 กระสอบ จำนวน 1,200,000 เม็ดพร้อมรถเก๋ง 2 คัน ที่บริเวณสวนยางพารา บ้านนาเจริญ ต.คำนาดี อ.เมือง จ.บึงกาฬ

พล.ร.ต.ณรงณ์ เอมดี ผบ.นรข. กล่าวว่า ในนามของ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ซึ่งเราได้บูรณาการในการปฏิบัติงาน การปราบปราม สกัดกั้น ยาเสพติดไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ จากนโยบายของรัฐบาลในการ “Seal Stop Safe” เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จึงได้มีการบูรณาการเพื่อปฏิบัติการตามภารกิจนี้ โดยการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 1,200,000 เม็ด พร้อมกับของกลางเป็นรถเก๋ง 2 คัน ซึ่งที่มาของการจับกุม เราได้ทราบข่าวจากสายข่าว และมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จึงเป็นที่มาของการตรวจยึด ในครั้งนี้

ขณะที่ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ กล่าวถึงพฤติการณ์ในการจับกุมว่า ภายจากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำมาส่งให้กับกลุ่มผู้ค้าในพื้นที่บ้านหนองคังคา-บ้านหนองเดิ่นท่า ต.หนองเดิ่นท่า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ จึงได้จัดกำลังออกเป็น 3 ชุ พร้อมกับสั่งการให้ชุดสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สน.เรือบึงกาฬ ทำการวางแผนในการสกัดกั้น/จับกุมในพื้นที่ที่ได้รับแจ้ง และพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางในการลำเสียงยาเสพติดดังกล่าว

ปฏิบัติการทำการเฝ้าตรวจพื้นที่เป้าหมาย จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. ชุดเฝ้าตรวจบริเวณสามแยก บ.โคกก่อง ต.โคกก่อง ได้ตรวจพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ CHEVROLET สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ต้องสงสัยลักษณะตรงกับที่สายลับรายงาน วิ่งมาบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 แล้วเลี้ยวซ้ายวิ่งไปตามทางหลวงชนบท บก.3007 มุ่งหน้าไปยัง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ เมื่อเห็นดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถเฝ้าติดตามไป พร้อมกับแจ้งให้ชุดเฝ้าตรวจทั้งหมดทราบ จากนั้น รถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าวได้วิ่งลัดเลาะตามถนนเส้นต่าง ๆ

oplus_2

จนมาถึง บ.นาเจริญ ต.คำนาดี อ.เมืองบึงกาฬ ได้วิ่งเข้าไปจอดในสวนยางพารา เมื่อ จนท.ชุดเฝ้าตรวจที่ 1 ติดตามไปถึงสวนยางพาราบริเวณจุดเกิดเหตุได้ตรวจพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ CHEVROLET และจักรยานยนต์ 1 คัน ต้องสงสัยจอดอยู่กับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ HONDA CIVIC และจักรยานยนต์ อีก 1 คัน พร้อมกับมีบุคคลต้องสงสัยยืนจับกลุ่มกันอยู่ 3 คน เมื่อเห็นดังนั้นจึงได้แสดงตัวเป็น จนท.ขอทำการตรวจสอบ แต่บุคคลต้องสงสัย 1 คน ได้ขึ้นไปบนรถยนต์ HONDA CIVIC สีขาว และอีก 2 คน ขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งจอดติดเครื่องรออยู่ แล้วขับรถทั้ง 2 คัน ออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว

oplus_2

จนท.ชุดเฝ้าตรวจที่ 1 จึงได้แจ้งไปยังชุดเฝ้าตรวจที่ 2 ซึ่งขณะนั้นได้เดินทางมาถึง บ.นาเจริญ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร ให้ทำการติดตามรถทั้ง 2 คัน และในระหว่างนั้นชุดเฝ้าตรวจที่ 2 ได้ตรวจพบรถยนต์ HONDA CIVIC คันดังกล่าวกำลังวิ่งอยู่บนถนนภายใน บ.นาเจริญ มุ่งหน้าไปยัง บ.นาซาว ต.คำนาดี จึงได้แสดงตัวเป็น จนท.และส่งสัญญาณให้จอดรถเพื่อขอทำการตรวจสอบ แต่คนขับรถได้เร่งเครื่องยนต์ขับรถหนี จนท.จึงได้ขับรถยนต์ไล่ติดตาม เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร คนขับรถยนต์คันดังกล่าวจึงได้จอดรถอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป ไม่สามารถไล่ติดตามได้ เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนเกรงว่าจะเกิดอันตราย

จากการตรวจสอบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ CHEVROLETหมายเลขทะเบียน กต 5368 มหาสารคาม พบวัตถุต้องสงสัยห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบวางอยู่บนเบาะภายในห้องโดยสารด้านหลังคนขับ เมื่อทำการเปิดออกตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้า จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดมาตรวจสอบเพิ่มเติมที่ สน.เรือบึงกาฬ ซึ่งจากการตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่าทั้ง 3 กระสอบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ทั้งหมดจำนวน 207 แพค (แพคละ 3 มัด ๆ ละ 2,000 เม็ด จำนวน 186 แพค รวมเป็นยาบ้า จำนวนประมาณ 1,116,000 เม็ด และแพคละ 2 มัด ๆ ละ 2,000 เม็ด จำนวน 21 แพค รวมเป็นยาบ้า

จำนวนประมาณ 84,000 เม็ด) รวมเป็นยาบ้าจำนวนประมาณ 1,200,000 เม็ด และจากการตรวจสอบรถยนต์ทั้ง 2 คัน โดยละเอียดไม่พบเอกสารใด ๆ แต่จากการสืบค้นในระบบของกรมขนส่งทางบก พบว่า รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ CHEVROLET สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กต 5368 มหาสารคาม มีชื่อชาว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นผู้ครอบครองรถ และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ HONDA CIVIC สีขาว หมายเลขทะเบียน กม 175 กาญจนบุรี มีชื่อชาว อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เป็นผู้ครอบครองรถ จึงได้ทำบันทึกตรวจยึด และนำส่ง สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจน้ำมุกดาหาร (CIB)​ จับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับศาล ​ฐานบุกรุกเคหสถานเวลากลางคืน และกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 น กองบังคับการตำรวจน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ​ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.​ พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก,​ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้สังการให้ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจน้ำ3 กองกำกับการ10 กองบังคับการตำรวจน้ำ​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย ร.ต.ต.คมเด็ด อ่อนพฤกษ์ภูมิ รอง สว. (ป.ทางน้ำ)​ส.รน.3 กก.10 บก.รน., ชุดสืบสวนตำรวจน้ำ ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมและควบคุมตัวนายวิเศษ บางทรายอายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 271 ม.8 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร​ จ.มุกดาหาร​ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 404/2567 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2567​ โดยแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับทราบว่ากระทำผิดฐานบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืนและกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27​ มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานข้อมูลจาก เจ้าพนักงานตำรวจศาล ศาลจังหวัดมุกดาหาร(และสายลับประสงค์เงินสินบน) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้ดำเนินการสืบสวนหาข่าวติดตามผู้กระทำความผิดตามหมายศาลรายนายวิเศษ บางทราย ตามหมายศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 333/2567

ลงวันที่ 24 มิ.ย.67 ตามที่สายลับ (ขอปิดนามเพื่อประสงค์เงินรางวัลนำจับ) แจ้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปถึงจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ปรากฎว่าไม่พบตัวนายวิเศษฯ แต่อย่างใด สายลับได้แจ้งเพิ่มเติมว่านายวิเศษฯ น่าจะทราบว่าตนเองมีหมายจับ เวลาไปปรากฏตัวที่ไหนจะไม่อยู่นาน จึงอาจจะทำให้อยู่นาน จึงอาจจะทำให้ติดตามตัวได้ค่อนข้างยาก ตลอดช่วงเวลาตั้งแต่วันดังกล่าวจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2567​ ที่หมายศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 3​33/2567​ นี้หมดจะอายุความ จนท.ชุดสืบสวนฯ

ได้ลงพื้นที่ทำงาน หาข้อมูลข่าวสารทั้งด้วยตนเองและจากสายลับอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 5 ส.ค.67 หมายศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 333/2567​ได้หมดอายุความลง จนท.ชุดสืบสวนจึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล และได้หมายศาลรายนายวิเศษ บางทราย ที่ 404/2567​ ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2567​ มาเพิ่มเติม และได้ทำงานติดตามนายวิเศษฯ อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ชุดสืบสวนฯได้ลงพื้นที่ทำงานหลายพื้นที่ หลายหมู่บ้าน หลายตำบล

เนื่องจากได้รับข้อมูลจากสายลับและนายประกันว่า นายวิเศษฯ มีญาติพี่น้องและคนรู้จักในหลายพื้นที่ จนต่อเนื่องมาถึงวันนี้ 7 ก.พ.68 เวลาประมาณ10.30 น.พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน.ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนามเพื่อประสงค์เงินรางวัลนำจับ) และได้รับข้อมูลจากนายสมการ ภักดีณรงค์ ซึ่งเป็นนายประกันจำเลยว่าพบบุคคลต้องสงสัยมีลักษณะตำหนิรูปพรรณบุคคลตามหมายจับรายนายวิเศษ บางทรายบริเวณบ้านไม่ทราบเลขที่ หมู่ที่ 5​ ต.กุดแข้ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน ส.รน.3 กก.10 บก.รน. จึงได้เดินทางออกติดตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 404/2567 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2567

โดยเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เดินทางมาถึงบ้านหลังดังกล่าว พบบุคคลมีรูปพรรณตรงตามหมายจับอยู่บริเวณดังกล่าวได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับให้นายวิเศษ บางทราย(ทราบชื่อภายหลัง)อายุ 51 ปี โดยนายวิเศษฯ​ยอมรับว่าตนเป็นบุคคลคนตามหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้ มาก่อนโดยในการจับกุมครั้งนี้ได้รับการประสานจากเจ้าพนักงานตำรวจศาลและจากนายสมการ ภักดีณรงค์ ผู้เป็นนายประกัน จนนำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้ จึงอ่านหมายจับให้ฟังและให้อ่านด้วยตนเอง จึงแจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบและเข้าใจดีแล้วจึงได้ทำบันทึกการจับกุม และควบคุมตัวนำส่งศาลจังหวัดมุกดาหารในวันเดียวกันเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้ว…เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 23 อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 รวมระยะเวลา 15 วัน ณ แปลงปลูกดอกเบญจมาศ อบต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมานายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานพิธีเปิดงานพร้อมท่านเอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภาและแขกผู้มีเกียรติทุกภาคส่วน

ท่ามกลางทุ่งดอกเบญจมาศมากกว่า 20 สายพันธุ์ บานสะพรั่งบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในบรรยากาศอากาศเย็นสบายของวังน้ำเขียวในเดือนแห่งความรัก สร้างบรรยากาศโรแมนติกเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตอนรับนักท่องเที่ยว พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ของงานมากมาย

ตักบาตรกลางแปลงเบญจมาศ – วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 07.00 น.
จดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์ – วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น.
การแข่งขันมวยพื้นบ้าน – วันที่ 8, 15, 21 และ 22 กุมภาพันธ์ 2568
กิจกรรมเดิน-วิ่ง-ปั่น (สมัครฟรี) – วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เป้-เฟย-ออม” นำทีม เปิดตัวภาพยนตร์ “แต่ง..Monk”

เมื่อโยมน้องจะแต่งงาน…กับใครก็ได้ แต่ไม่ใช่พระ! 6 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์
​เมื่อน้องสาวจะแต่งงานกับ “พระ” พี่ชายที่ก็เป็น “พระ” จะจัดการอย่างไร! ภาพยนตร์คอมเมดี้ฟีลกู้ด “แต่ง..Monk” ซึ่งล่าสุดได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ด้วยบรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง ไปเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
กับเรื่องราวของหลวงพี่สุดเคร่ง แสดงโดย “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” ต้องไปร่วมงานแต่งของน้องสาว “ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” ซึ่งมีว่าที่เจ้าบ่าวเป็น “พระญี่ปุ่น” ! แสดงโดย “เฟย-ภัทร เอกแสงกุล” แล้วยังได้ จาตุรงค์ มกจ๊ก, แจ็ค-เฉลิมพร ทิฆัมพรธีรวงศ์ และ โอม-ธนาภัค จงใจพระ หรือ “โอม เยลโลว์ สเกิร์ต” แท็กทีมแก๊งลูกศิษย์สุดป่วน

ภายในงานตกแต่งให้ได้บรรยากาศกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม เริ่มงานด้วยพิธีกรอารมณ์ดี ดีเจเชาเชา-ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน พร้อมนำเข้าสู่การชมทีเซอร์เพลงประกอบภาพยนตร์ “แต่ง..Monk” ที่ขับร้องโดยนักแสดงนำ เป้-อารักษ์ และ เฟย-ภัทร ต่อด้วยเรียนเชิญคณะผู้บริหาร คุณสง่า ฉัตรชัยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด, คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด มหาชน, คุณชวลิต พงศ์ไชยยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรากฎการณ์ดี จำกัด, และคุณชยานนท์ อุลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกียร์เฮด จำกัด พูดคุยถึงการทำงานและวิสัยทัศน์การร่วมงานกันก่อนจะเกิดเป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์ร่วมทุนสร้าง 5 บริษัทในครั้งนี้ และนำเข้าสู่การเปิดตัวอย่างเต็มภาพยนตร์ที่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

หลังจากนั้นจึงได้เชิญ 2 ผู้กำกับ อุ้ย-วรวุฒิ ถวิลวิศิษฏ์วัฒน์ และ แมน-วีรวัฒน์ ชโยชัยกร พร้อมด้วยนักแสดง เฟย-ภัทร, ออม-กรณ์นภัส, จาตุรงค์ ม๊กจ๊ก, แจ็ค-เฉลิมพร และ โอม-ธนาภัค ขึ้นเวที พร้อมเปิดคลิปเสียงโทรศัพท์จากพระเป้ที่ทำใจไม่ได้กับงานแต่งของน้องสาวที่จะเกิดขึ้น ก่อนที่ เป้-อารักษ์ จะขึ้นเวทีมาเซอร์ไพรส์และร่วมพูดคุยถึงการทำงานของภาพยนตร์เรื่อง “แต่ง…Monk” พร้อมร่วมทำกิจกรรมตอบคำถามด้วยกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นจึงเรียนเชิญผู้บริหารพร้อมด้วยทีมนักแสดงถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก
งานแต่งครั้งนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ ไปลุ้นกับ “แต่ง..Monk” ได้ 6 มีนาคมนี้ พร้อมกันในโรงภาพยนตร์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กพ.นี้ “มังกรหยก” FC แฟนด้อม เซียวจ้าน เหมาโรงหนังคาดออกสตาร์ตทำยอดบ็อกซ์ออฟฟิศไทยกว่า 1.2 ล้านบาท

กุมภาพันธ์นี้มี “มังกรหยก : จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” FC แฟนด้อม เซียวจ้าน เหมาโรงหนังจัดรอบพิเศษรอต้อนรับ “ก๊วยเจ๋ง” ในไทย คาดทำรายได้สะสมบ็อกซ์ออฟฟิศไทยให้รอบเหมาโรงสัปดาห์แรกกว่า 1.2 ล้านบาท ขณะที่ “มังกรหยก” ที่จีนทุบสถิติรายได้เกิน 606 ล้านหยวน คว้าแชมป์หนังจีนสายศิลปะการต่อสู้! สำหรับภาพยนตร์จีนกำลังภายในฟอร์มยักษ์ของปี 2025 อย่างภาพยนตร์เรื่อง “มังกรหยก: จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” ผลงานการกำกับและเขียนบทโดย “ฉีเคอะ” ผู้กำกับชื่อดังระดับโลก ที่ได้ “เซียวจ้าน” มารับบท “ก๊วยเจ๋ง” ซึ่งมีกระแสต่อเนื่อง แรงดีไม่มีแผ่ว โดยเฉพาะในประเทศไทย แฟนคลับของนักแสดง “เซียวจ้าน” ตั้งตารอต้อนรับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างยิ่งใหญ่ จัดกิจกรรมเหมาโรงเปิดรอบชมภาพยนตร์แบบจัดเต็ม! เรียกว่า กุมภาพันธ์นี้มี “มังกรหยก : จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” ตลอดสัปดาห์แรกที่ภาพยนตร์เข้าฉายตั้งแต่วันที่ 20 – 23 ก.พ. 2568 คาดการณ์ทำรายได้สะสมในระบบบ็อกซ์ออฟฟิศของไทยให้กับภาพยนตร์มังกรหยกฯ ในรอบเหมาโรงสัปดาห์แรกกว่า 1.2 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมกับการเปิดขายบัตรในรอบปกติที่จะเริ่มเปิดเข้าชมทุกโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

มาดูรายละเอียดกิจกรรมของแฟนด้อม “เซียวจ้าน” ซึ่งเรียงไทม์ไลน์ดังนี้วันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. 68 (ภาพยนตร์เข้าฉายวันแรก)ผู้จัด : XZ’Cosmos
(Twitter @xzcosmos_bkk) “ขอเชิญแฟนคลับเซียวจ้านมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม #ร่วมทัพต้อนรับก๊วยเ จ๋ง ในวันแรกของการเข้าฉาย”วันที่จัดงาน : 20 ก.พ. 68 รอบฉาย : เวลา 18.30 น. (soundtrack)
โรงภาพยนตร์ : SF Cinema โรงที่ 1 ณ Terminal 21 (อโศก)
ช่องทางการจองบัตร : https://forms.gle/dXM6vear17QcmRp69ผู้จัด : XiaoZhan FC Thailand (Twitter @XZFCTH1005)“มาต้อนรับ “พี่ก๊วยเจ๋ง” สู่ประเทศไทยในรอบเปิด Box Office” วันที่จัดงาน : 20 ก.พ. 68
รอบฉาย : เวลา 19.00 น. (soundtrack) โรงภาพยนตร์ : SF World Cinema @Central World โรง 5 Sold Out! บัตรจองเต็มทุกที่นั่งแล้ว! ผู้จัด : YiZhan Forever (Twitter @YiZhanForeverTH)“เชิญชุมนุมชาวยุทธ์ พบ ก๊วยเจ๋ง จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ Movie Troop ต้อนรับหนังเข้าฉายวันแรก”

วันที่จัดงาน : 20 ก.พ. 68 รอบฉาย : เวลา 20.00 น. (soundtrack)
โรงภาพยนตร์ : SF World Cinema 6 Central World เซ็นทรัลเวิลด์
Sold Out! บัตรจองเต็มทุกที่นั่งแล้ว! วันเสาร์ที่ 22 ก.พ. 68 ผู้จัด : XiaoZhan Only (Twitter @xiaozhan_only) “มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเซียวจ้านด้วยกันกับบ้านเล็กๆ ของเรา” วันที่จัดงาน : 22 ก.พ. 68 รอบฉาย : เวลา 13.00 น. (soundtrack) โรงภาพยนตร์ : One Ultra Screens โรงที่ 5 ศูนย์การค้า Parade at One Bangkok ชั้น 5 ช่องทางการจองบัตร : สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและจองบัตรได้ในเวลา 10.00 น. – 20.00 น. ของทุกวัน >> line.me/ti/p/SnLpvk9mSt ผู้จัด : The Soulmate 95 Project (Twitter @thesoulmate95pj)

“ขอส่งเทียบเชิญ ท้ารบจอมยุทธ์ทั่วยุทธภพ ร่วมกันเหมาโรงฯ ชมภาพยนตร์ #มังกรหยกจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” วันที่จัดงาน : 22 ก.พ. 68 รอบฉาย : เวลา 17.00 น. (soundtrack) โรงภาพยนตร์ : สยามภาวลัย, สยามพารากอน
ช่องทางการจองบัตรhttps://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSe0jtyMy3tjB21nliNH5rcrK2CSQX2MMADG9wCLDPfrzPV5IQ/viewformวันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. 68 ผู้จัด : XiaoZhan FC Thailand
(Twitter @XZFCTH1005)

“ก้าวสู่ยุทธภพกับ “จอมยุทธก๊วยเจ๋ง” ชมภาพยนตร์ มังกรหยก 2025 Legends of The Condor Heroes : The Gallants รอบพิเศษร่วมกันกับ “บ้านกระต่ายจ้าน” แบบ Exclusive!” วันที่จัดงาน : 23 ก.พ. 68 รอบฉาย : เวลา 13.00 น. (soundtrack) โรงภาพยนตร์ : SF World Cinema @Central World โรง 15
ช่องทางการจองบัตร : https://forms.gle/PyEuLH3QB4NtE2vL8ผู้จัด : YiZhan Forever (Twitter @YiZhanForeverTH) “เชิญชุมนุมชาวยุทธ์ พบ ก๊วยเจ๋ง จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ Event Space สุดยิ่งใหญ่ของคนรัก “เซียวจ้าน” แจก! รางวัลพิเศษ กระเป๋า Gucci มูลค่า 19,000บาท”วันที่จัดงาน : 23 ก.พ. 68 รอบฉาย : เวลา 14.00 น. (soundtrack) โรงภาพยนตร์ : สยามภาวลัย, สยามพารากอน ช่องทางการจองบัตร : https://forms.gle/kfGTeZpti9VboZ446 หรือสอบถามได้ที่ Line ID @475yazyr

เรียกได้ว่าสุดสัปดาห์แรกที่ภาพยนตร์ “มังกรหยก : จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” เข้าฉายในประเทศไทย เต็มไปด้วยสีสันของเหล่าแฟนด้อมที่ร่วมโพรโมตการกลับมาของ “เซียวจ้าน” บนจอเงินอย่างยิ่งใหญ่ ผู้สนใจสามารถจองบัตรเข้าร่วมกิจกรรมกับผู้จัดเหล่านี้ได้ โดยแต่ละอีเวนต์นั้น นอกจากจะได้ชมภาพยนตร์แล้ว ยังมีของที่ระลึกและพื้นที่ถ่ายภาพกับโฟโต้แกลเลอรี พร้อมด้วยกิจกรรมสนุก ๆ มากมายที่เอฟซี เซียวจ้าน ห้ามพลาด! ขณะที่ฟากของจีนแผ่นดินใหญ่ กระแสแรงไม่มีแผ่ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา “มังกรหยก : จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” มียอดทะลุ 606.31 ล้านหยวน หรือ 3,032 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ก.พ. 68) โดยทำสถิติแซงหน้า “Detective Dee : The Four Heavenly Kings” และกลายเป็นแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศของภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์แผ่นดินใหญ่! (ที่มาข้อมูลจาก : 淘票票 Taopiaopiao )

LegendsofTheCondorHeroes

LegendsofTheCondorHeroesTheGallants

มังกรหยกจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ #XiaoZhan #เซียวจ้าน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / KICK OFF 32 อำเภอ รวมพลัง อกม.โคราช ปฏิบัติการหยุดเผาทุกพื้นที่

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอโชคชัย ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน kic off 32 อำเภอ

รวมพลัง อกม.โคราช ปฏิบัติการหยุดเผาทุกพื้นที่ โดยมีนายมนัส เสียงก้อง เกษตรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายอำเภอโชคชัย สภ.โชคชัย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และเกษตรทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนารองผู้ว่า ฯ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวที่ทุกภาคส่วน ช่วยกันป้องกัน จึงขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงผู้นำชุมชน อาสาสมัคร เกษตรหมู่บ้าน และ เกษตรทุกท่าน

ได้เร่งประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ ที่ได้จากกิจกรรมวันนี้ ให้เกษตรกรหยุดเผา และนำวัสดูเหลือใช้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้ และเชื่อมโยงเครือข่ายในการบริหารจัดการพื้นที่ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานกาชาดของดี เมืองน่าน จัดหารายได้สมทบทุนเหล่ากาชาดจ.น่าน เพื่อสาธารณกุศล ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 20.00 น. ที่ร้านกาชาดน่าน ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดร้านกาชาดน่าน โดยมีนางนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยมีสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีเปิดร้านกาชาดน่าน ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

สำหรับการเปิดร้าน “ร้านกาชาดน่าน” ประจำปี 2568 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหารายได้สมทบทุนเหล่ากาชาดจังหวัดนาน ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดน่านเป็นองค์กรการกุศล ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสภากาชาดไทยในส่วนภูมิภาค มีภารกิจหลัก 8 ด้าน ได้แก่ การช่วยเหลือผู้ประสบทุกข์ภัย การจัดหาและบริการโลหิต ดวงตาและอวัยวะ ให้การสังคมสงเคราะห์ การส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ผู้ด้อยโอกาส การดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในพื้นที่จังหวัดน่าน

โดยในปีนี้เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน จัดจำหน่ายสลากกาชาดการกุศลฯ เพื่อนำรายได้ เพื่อใช้ประโยชน์สาธารณกุศลตามพันธกิจของเหล่ากาขาดต่อไป โดยจัดจำหน่ายสลาก ราคา 50 บาท จำนวน 200,000 ฉบับ โดยมีรางวัล ดังนี้ รางวัลที่ 1 รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 รถยนต์กระบะแค๊ป โตโยต้า รีโว่ จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 3 รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า Fazzio จำนวน 10 รางวัล รางวัลที่ 4 ตู้เย็น 2 ประตู จำนวน 15 รางวัล รางวัลที่ 5

ทีวีจอแบน สมาร์ททีวี 43 นิ้ว จำนวน 15 รางวัล รางวันที่ 6 เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ 10 กิโลกรัม จำนวน 15 รางวัล และรางวัลเลขท้าย 3 ตัว พัดลมสไลตด์ 18 นิ้ว จำนวน 200 รางวัล โดยในทุกวันที่เวทีร้านกาชาดจังหวัดน่านจะได้จัดให้มีการจับรางวัลนาทีทอง มินินาทีทอง และรางวัลชุดพิเศษ เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานสามารถร่วมลุ้นรางวัลต่างๆมากมายกับกาชาดอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับยึด ไม้สักทอง ในพื้นที่ อ.สบเมย จำนวน 2 คดี ยึดไม้สัก แปรรูป จำนวน 57 แผ่น ที่ห้วยกองก๊าด/หย่อมบ้านดอยผาลายจ.แม่ฮ่องสอน

👉วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.30 น.โดยการอำนวยการของ นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย มอบหมายให้ นายตวงสิทธิ์ ประทินสุขอำไพ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรสบเมย,กองร้อยทหารพรานที่ 3602,กองร้อยทหารผ่านที่ 3605

อุทยานแห่งชาติสาละวิน, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.6 (สบเมย),หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.9 (ห้วยโผ) และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย การบังคับใช้กฎหมาย ตรวจตรา ลาดตระเวนเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ในพื้นที่อำเภอสบเมย จำนวน 2 คดี รายละเอียด ดังนี้

1. เมื่อเวลา 16.00 น. เหตุเกิดที่หมู่บ้านแม่สามแลบ (ห้วยกองก๊าด) (LV 705909) ม.1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดไม้สัก แปรรูป จำนวน 52 แผ่น/เหลี่ยม, ปริมาตรรวม 1.22 ลบ.ม. และค่าเสียหายที่รัฐพึงได้รับ 146,400 บาท โดยไม่พบผู้กระทำผิด และได้ทำการตรวจ​ยึดของกลาง เก็บรักษาไว้ ณ อุทยานแห่งชาติสาละวิน เพื่อส่ง พงส.สภ.สบเมย สืบหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

2.เมื่อเวลา 13.30 น.ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบกระทำผิดความผิดเกี่ยวกับ พรบ.ป่าไม้, พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ จึงได้จัดชุดปฏิบัติการ ลงพิสูจน์ทราบ พิกัด LV 895949 ถึง LV 883942 ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย บ้านผาผ่า (หย่อมบ้านดอยผาลาย) หมู่ 1 ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผลการปฏิบัติ

ตรวจพบร่องรอยการลักลอบตัดไม้หวงห้าม ชนิดไม้สักทอง,ไม้กระยาเลย(ประดู่) และไม้กระกระยาเลย(ประดู่) แปรรูป จำนวน 5 แผ่นเหลี่ยม จึงได้แจ้ง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจยึดและเคลื่อนย้ายไปเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันและรักษาป่า ที่ มส.6 (แม่เกาะ) เพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดกระเทียมเถื่อน ขณะกำลังนำขึ้นโกดังบ้านหว้านน้อย

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568​ เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบ กองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ออกลาดตระเวนเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และ พ.ร.บ.ศุลกากร เมื่อมาถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.หว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

ได้ตรวจพบชาวบ้าน จำนวน 7 – 10 คน กำลังเเบกกระสอบสีชมพู ขึ้นจากท่าเรือลำเลียงเข้าบริเวณหลังโกดัง จึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่ากลุ่มคนดังกล่าวได้พากันโยนกระสอบทิ้งและวิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังของโกดัง จากการตรวจสอบกระสอบสีชมพูพบว่าภายในบรรจุกระเทียมแห้ง จำนวน 5 กระสอบ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กระเทียมเถื่อน #โกดังบ้านว่านน้อย #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​
16:27 DAVID E24XYJ รูป

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / สาวก K-POP เดือดแน่ !! 6 ศิลปินเกาหลีสุดฮอต ขนทัพ จัดหนัก 5 ชม.จุกๆครั้งแรก เวทีเทศกาลดนตรี K-POP แห่งปี “RABBIT TO THE MOON 2025” 22 ก.พ.นี้

พร้อมหรือยังที่จะออกเดินทางสู่ดวงจันทร์ด้วยกัน สำหรับแฟนชาว K-POP ทั้งหลายกับเทศกาลดนตรี K-POP แห่งปีที่ทุกคนรอคอย “RABBIT TO THE MOON 2025” ครั้งแรกของเทศกาลดนตรีศิลปินเกาหลีที่จัดขึ้นโดย “บริษัท แรบบิท มูน คอร์ปอเรชั่น จำกัด” ผู้นำด้านดนตรีและความบันเทิงกับค่ายเพลงรวมถึงธุรกิจบันเทิง และการจัดการศิลปิน

โดยครั้งนี้ เปิดซิงด้วยการขนทัพศิลปินเกาหลีสุดฮอตหลากแนวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกโคจรมามอบความสนุกบนเวทีเดียวกันถึง 6 ศิลปินอาทิ BAEKHYUN นักร้องเสียงนุ่ม ผู้กุมหัวใจสาวๆ / ZICO แร็ปเปอร์เจ้าของเพลงฮิต Any song และ Summer Hate / THE ROSE วงดนตรีอินดี้ร็อค ที่ได้รับความนิยมทั่วเอเชีย / POW วงบอยแบนด์ ที่มีสมาชิกชาวไทยอย่าง “ยอร์ช ยงศิลป์” / KEP1ER เกิร์ลกรุ๊ปสาวสวย เจ้าของเพลงฮิต WA DA DA และ BADVILLAIN 7สาวเกิร์ลกรุ๊ปสุดเฟียส ที่เตรียมมาสร้างประสบการณ์ให้กับแฟนๆได้ใกล้ชิดกับการแสดงเต็มรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมโปรดักชันจัดเต็ม แสง สี เสียง และการออกแบบเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น เต็มอิ่มกับ “5 HOURS NONSTOP FESTIVAL” จุกๆกันไปเลยใน วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2025 ณ IMPACT ARENA

โดย “คุณเมธวิน อังคทะวานิช” CEO Rabbit Moon Corporation Limited เผยว่า “สำหรับแฟนๆชาวเคป๊อบ ไม่อยากให้พลาดเทศกาลดนตรีครั้งนี้กัน ใน Rabbit To The Moon 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานมิวสิกเฟสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทางบริษัทมุ่งหวังให้งานนี้ เปลี่ยนแนวคิดการเข้าร่วมคอนเสิร์ตให้ได้มากกว่าการแสดงดนตรีแบบเดิม ๆ กับศิลปินทุกคนที่จัดเต็มอยู่แล้ว รวมไปถึง โปรดั่กชั่น แสง สี เสียง เวทีที่ออกแบบมาให้ทุกคนได้ใกล้ชิดศิลปินมากยิ่งขึ้นในครั้งนี้ โดยแฟนๆจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆแบบไม่มีที่ไหนมาก่อน นันสต๊อปกันไปเลย 5 ชั่วโมง

เพื่อให้ทุกคนได้เต็มอิ่มกับทุกโชว์จากแต่ละศิลปินได้อย่างเต็มที่ครับ”
สำหรับแฟนของทุกศิลปิน ห้ามพลาดไป สนุก ไป มันส์ ร่วมเดินทางสู่ดวงจันทร์ด้วยกันในเทศกาลดนตรี K-POP แห่งปี “RABBIT TO THE MOON 2025” เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ที่ www.allticket.com และ เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วไทย บัตรราคา 5900 ,5500 , 4900 , 3900 , 2900 , 1900 และ 1200 บาท พร้อม FAN BENEFITS ครบทุกโซน โดยสามารถติดตามความข้อมูลและเคลื่อนไหวได้ที่ FB:IG:X : Rabbit To The Moon

RabbitMoonCorp #RabbitToTheMoonRabbitToTheMoon2025

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เสนาธิการทหาร เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ตรวจเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

เสนาธิการทหาร เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ไปตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่และตรวจความพร้อมให้หน่วยในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.อ. มนัส จันดี เสธ.ทหาร พร้อมกับคณะลงพื้นที่ ที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และ ปัตตานี เพื่อไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44 และ สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 สำนักงานพัฒนาภาค 4

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยในพื้นที่ โอกาสนี้ เสนาธิการได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน พร้อมกับพบปะพูดคุย เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่

อีกทั้งยังมอบแนวทางการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละหน่วยได้อย่างเต็มระบบ พร้อมทั้งกำชับเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วย เน้นย้ำให้เฝ้าระวังและดำเนินการรักษามาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ภารกิจของหน่วยดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพอย่างสูงที่สุด
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติ 3 กทม.นำจิตอาสาทำดี บำเพ็ญประโยชน์ วัดทองเพลง เขตคลองสาน / ชุด ฉก.ทหารพรานมุกดาหาร สกัดรถ จยย.หรู ฮาเล่ย์ ขณะลักลอบข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 อาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 3 จ.กรุงเทพ นำอาสาสมัครคุมประพฤติ และผู้ถูกคุมประพฤติ ร่วม กิจกรรม “จิตอาสาทำความดี” การทำงานบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์แบบกลุ่ม ร่วมกันเพื่อพัฒนาและปรับปรุงทัศนียภาพ ทำความสะอาด บำเพ็ญประโยชน์ ล้างห้องน้ำ ล้างศาลา ภายในวัด พื้นที่ทางศาสนาอันจะก่อให้เกิดความร่มรื่น

สวยงาม และเป็นสถานที่ พักผ่อนสำหรับประชาชนในชุมชน ณ วัดทองเพลง แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรมคุมประพฤติในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนพันธกิจในการช่วยเหลือผู้ถูกคุมความประพฤติให้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

และเป็นจิตอาสาจิตแห่งการให้ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์โดยเต็มใจ พร้อมเสียสละ ให้ความช่วยเหลือร่วมมือ ร่วมใจ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในสังคมช่วยแก้ปัญหาและสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม และยังเป็นการส่งเสริมภารกิจของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม

โดยศาลหรือพนักงานคุมประพฤติกำหนดให้ผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานหรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน หรือองค์กรสาธารณกุศลเพื่อกระตุ้นให้ผู้ถูกคุมความประพฤติตระหนักถึงความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคมมากขึ้น ได้พัฒนาตนเองสู่การเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมส่วนรวมและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดของตนด้วยการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมอีกทั้งเป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

โดยในกิจกรรมนี้มีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมกิจกรรม อาทิเช่น สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา ชุมชนซอยวนาวรรณ คณะครู-นักศึกษา จาก ศูนย์ ศกร.เขตคลองสาน

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​ชุด ฉก.ทหารพรานมุกดาหาร สกัดรถ จยย.หรู ฮาเล่ย์ ขณะลักลอบข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568​พ.ต.คำรณ คุ้มเขต ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 (มุกดาหาร) ฉก.ทพ.21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำรถจักรยายนต์ข้ามแดน ในพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังเฝ้าตรวจและวางกำลังตามจุดต่างๆ ที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้ในการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามแดน

ต่อมาเมื่อเวลา 19.50 น. ชุดเฝ้าตรวจ ได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืนตรวจพบเรือเหล็กเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือทั้งสองลำมาถึงฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.ส้มป่อย ม.2 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้มีคนอยู่ภายในเรือประมาณ 3-4 คน เดินลงจากเรือและมารอที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 20.00 น. ได้มีกลุ่มชายประมาณ 4-5 คนกำลังนำรถจักรยายนต์ลงมายังที่จุดเรือจอด จากนั้น ชุดซุ่มที่อยู่ใกล้บริเวณเรือที่จุดจอดเรือ จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้น เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ที่เรือแล้ววิ่งหลบหนีไป ส่วนเรืออีก 1 ลำ ก็ได้แล่นออกจากฝั่ง

กลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามกลุ่มชายที่วิ่งหลบหนีจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 1 คน ชื่อ ท้าวใจ เทพพมมี อายุ 24 ปี สัญชาติลาว อยู่บ้านส้มป่อย นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ท้าวใจ

มายังจุดที่เรือจอด พบรถจักรยายนต์หรูฮาเล่ย์ เดวิดสัน (Harley-Davidson) รุ่น Sportster S Revolution Max 1250T จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 600,000 บาท อยู่ภายในเรือ จึงได้ควบคุมตัวท้าวใจพร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุดเฉพาะกิจทหารพราน2105 #HarleyDavidson #จังหวัดมุกดาหาร #แขวงสะหวันนะเขต #ลักลอบนำจักรยานยนต์ข้ามแม่น้ำโขง

ภาพ​/ข่าว​ ​เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คณะผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เข้าพบผู้ว่าฯชลบุรี-นายกพัทยา/พัทยาเมืองสวรรค์สายเขียว

มีรายงานว่า คณะผู้บริหาร บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าในประเทศไทย นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”,  นายกิตติชัย เจริญชัยวาณิชย์ ผู้จัดการทั่วไป “ดีพอล ไพรม์มัส”, นายภูวสิษฐ์  ฐิติธนภานุพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย และคุณปาลิดา สาทิสสะรัต ผู้จัดการ “เอ็มจี เบส ไพรม์มัส/ไอออน ไพรม์มัส/ไอทีโอเอ ไพรม์มัส” เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง และนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เนื่องในศุภวาระขึ้นปีใหม่ 2568 และรับฟังนโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวมของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี พร้อมกันนี้ ทางคณะผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้เรียนเสนอเรื่องการขยายธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์สู่แบรนด์รถยนต์จีนระดับพรีเมี่ยม ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 7 แบรนด์ ได้แก่ MERCEDES-BENZ, MG, DEEPAL, ZEEKR, OMOD&JAECOO, AION และ SUZUKI โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ MERCEDES-BENZ จำนวน 1 แห่ง,รถยนต์ MG จำนวน 3 แห่ง, รถยนต์ AION จำนวน 1 แห่ง และรถยนต์ SUZUKI จำนวน 1 แห่ง  รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง


พัทยาเมืองสวรรค์สายเขีย
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา  จ.ชลบุรี พบผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายสิค้ากัญชากันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างดังถนนเลียบชายหาดพัทยาใต้ พบมีการตั้งร้านให้บริการจำหน่ายกันริมฟุตปาธ ใกล้กันมีซุ้มฟู้ดทรักซ์ ให้บริการเครื่องดื่มริมทะเลพัทยา โดยมีนักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมา
ด้วยปัจจุบันธุรกิจจำหน่ายกัญชาได้เปิดให้บริการอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากรวมถึงเมืองพัทยา หลังจากรัฐบาลปลดล็อกกัญชาเสรีก็มีผู้ประกอบการมากขึ้น จึงขอความร่วมมือภาครัฐให้ตรวจสอบไม่ให้มีแรงงานต่างด้าวมาทำงาน เพราะทุกวันนี้นังพบว่าคนขายยังเป็นต่างด้าว
ทั้งนี้ เมืองพัทยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งความหลากหลานที่ครบวงจร โดยทุกปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสาคทิศมาพักผ่อนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สร้างความคึกคักด้านเศรษฐกิจให้สังคม ภาครัฐจึงควรมีวิธีการปฏิบัติงานที่เหมาะสมและเท่าทัน เพื่อรองรับการแก้ปัญหากลุ่มมิจฉาชีพชาวต่างด้าวทึ่แอบแฝงตัวมาในธุรกิจดังกล่าวด้วย จึงของวอนนายอำเภอบางละมุงช่วยให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “โต๋-ไบรท์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คู่ให้ AssetWiseออกสเต็ปโชว์ร้อง เต้น สุดคิวท์.. กรี๊ดลั่นฮอลล์ “ตูน บอดี้แสลม” โผล่เซอร์ไพรส์

เสิร์ฟหวานไม่พัก! ล่าสุดคู่รักสายโรแมนติก “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ควง “ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒิ” มาร่วมงานฉลองครบรอบ 20 ปี AssetWise ในฐานะพรีเซนเตอร์! โดยจูงมือกันเปิดเวทีด้วยลีลาการโชว์สเต็ปน่ารักๆ

ที่แอบซุ่มซ้อมมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ตามจังหวะเพลงที่โต๋นำมารีอะเร้นจ์ใหม่ และยังเป็นครั้งแรก! ของการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “AssetWise 20 Years of Happiness” ที่ได้ทั้งคู่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความสนุกสดใส ผ่านมู้ดโทนการเล่าเรื่องที่สื่อถึงคอนเซปต์ 20 ปี

AssetWise “พร้อมสร้างความสุขให้ทุกจังหวะของชีวิต” สะท้อนการอยู่อาศัยในบ้านที่เต็มไปด้วยความสุข ภายใต้การบริหารงานของ คุณกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่างานนี้ต้องเป็น “โต๋-ไบร์ท” เท่านั้น เพราะเป็นคู่รักศิลปินที่ครบเครื่อง เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนความสุขของคนทุกเจนได้อย่างลงตัว พร้อมเผยแพร่ให้ชมแล้ววันนี้ทาง Facebook Page: AssetWise และ YouTube: AssetWise

โดย โต๋ เผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับ AssetWise ในฐานะพรีเซนเตอร์ เพราะก่อนหน้านี้ เคยได้ร่วมงานกันในฐานะที่ทางแบรนด์เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดคอนเสิร์ตและรายการ ‘PIANO & I’ ก็ได้สร้างความสุขให้กับแฟนๆ อย่างล้นหลาม วันนี้ผมและน้องไบรท์ เลยได้โอกาสที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว AssetWise ก็อยากจะส่งต่อทุกโมเมนต์แห่งความสุขและความประทับใจไปให้ทุกคนอีกเช่นเคยครับ”

ด้าน ไบรท์ เล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาว่า “รู้สึกสนุกมากค่ะ เป็นอีกหนึ่งโอกาสพิเศษที่เราได้โชว์สกิลการเต้นด้วยกัน (หัวเราะ) แอบถ่ายคลิปเบื้องหลังเก็บไว้ตั้งแต่เดือนก่อน ได้โอกาสลงสักที ปกติเราไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ เลยขอเก็บไว้เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ ต้องขอบคุณ AssetWise มากๆ ที่ชวนเรามาทำอะไรสนุกๆ ใหม่ๆ แบบนี้ค่ะ”

ยังไม่หมดเท่านี้ เมื่อศิลปินระดับตำนาน “ตูน บอดี้สแลม” กระโดดขึ้นเวทีมาเซอร์ไพรส์คว้าไมค์ฟีทเจอริ่งกับ “โต๋” ในเพลง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” ก่อนปิดงานพี่ตูนยังฝากชวนนักวิ่ง มาร่วมประชันฝีเท้า

ในงาน “รันแห่งความรัก อยุธยา 21K” ซึ่งจะนำรายได้จากงานวิ่งไปมอบให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งมี AssetWise เป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลัก จะจัดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ลานข้างวัดพระราม หลังพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

AssetWise #AssetWiseBusinessDirection2025 #WeBuildHappinessโต๋ศักดิ์สิทธิ์ #ไบรท์พิชญทัฬห์ #โต๋ไบรท์ #ตูนบอดี้สแลมแอสเซทไวส์ #ครบรอบ20ปี #พรีเซนเตอร์

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง