สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลไคสี จัดอบรมป้องกันยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เทศบาลตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จัดโครงการรณรงค์ฝึกอบรมป้องกันยาเสพติด ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลไคสี โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ

พร้อมด้วย นายชยพล โพธิ์สว่าง นายกเทศมนตรีตำบลไคสี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ว่าที่

ร.ต.นิคม ลุนเพ็ง ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นและรักษาการหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สนง.ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนทั้ง 10 หมู่บ้าน ผู้บริหารและเยาวชนโรงเรียนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลไคสี ร่วมในพิธี

โครงการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ พร้อมสร้างเครือข่ายป้องกันยาเสพติดในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และนักเรียนจำนวนมาก

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการแสดงบทบาทสมมุติ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการปฏิเสธยาเสพติดอย่างได้ผล
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์คุณธรรมจัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” จุดประกายสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมพลังบวก สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยช่วยเหลือสังคม

16 กรกฎาคม 2568 : 13.00-15.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ดร.อนุชิดา ชินศิรประภา ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ นางวิไล รุ่งรัตน์มณีมาศ รองประธานกรรมการ จ.สมุทรปราการ และนางคำนึง นิยมสุข กรรมการ,นายสนั่น สุขแสง นายก ทต.คลองด่าน,นางสายสุณีย์ จันทร์ดี ผอ.รพ.สต.คลองด่าน ม.7 [สร่างโศก] และคณะ,ผญบ.ม.4,5,6,7,8,อสม.ต.คลองด่าน,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์คนพิการ และมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการ จำนวน 10 ราย ณ รพ.สต.คลองด่าน ม.7 [สร่างโศก] อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ

*** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***

  • สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยม [ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำปลา บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ฯลฯ] จำนวน 10 ชุด
  • ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ : บริจาคน้ำดื่ม 10 โหล,บะหมี่สำเร็จรูป 10 ห่อ
  • สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล
  • ชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

ศูนย์คุณธรรมจัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” จุดประกายสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมพลังบวก

18 กรกฎาคม 2568 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” ภายใต้โครงการพัฒนาระบบนิเวศคุณธรรมกับเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อมุ่งส่งเสริมความร่วมมือ และการรวมพลังของ “นักสื่อสารมวลชน” ในการถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมคุณค่าทางสังคม โดยยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณสื่อมวลชน โดยได้รับความสนใจจาก บุคลากรสื่อสารมวลชน เข้าร่วม จำนวนกว่า 45 คน ณ ห้องรัชโยธิน ชั้น 20 โรงแรมเดอะ บาซาร์ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร

การอบรมครั้งที่ 1 ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี, คุณเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าว PPTV, คุณอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักรณรงค์เพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ดำเนินรายการโดย คุณณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น นักจัดรายการวิทยุและพิธีกร สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังได้ระดมความคิดเห็น และเรียนรู้เทคนิคเติมเต็มประเด็นที่มีคุณค่าในผลงาน โดย ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดีด้านวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการ “สื่อสารคุณธรรมพลังบวก“ โดยมุ่งส่งเสริมให้เครือข่ายสื่อมวลชนได้เรียนรู้ รับฟัง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การผลิตสื่อที่มีคุณภาพ สะท้อนคุณค่าทางสังคม อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพของการสื่อสารเชิงบวก

ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรมยังได้เน้นย้ำบทบาทของเครือข่ายสื่อมวลชนในฐานะพลังขับเคลื่อนระบบนิเวศคุณธรรม ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมผ่านสื่อ ส่งเสริมความรู้เท่าทัน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งผลักดันแนวคิด “คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม” ผ่านรางวัล THAILAND MORAL AWARDS เพื่อยกย่องผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ บุคคลต้นแบบ และองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนคุณธรรม


.นโอกาสเดียวกัน ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ “มูลนิธิองค์กรทำดี” โดยมี ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นตัวแทนรับมอบ เนื่องด้วยเป็นองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงพลังของ “ความดีที่จับต้องได้” ผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว

การจัดตั้งโรงครัวสนามในพื้นที่ประสบภัย การแจกจ่ายอาหารและสิ่งของจำเป็น การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อแก่บุคลากรทางการแพทย์ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด ตลอดจนการฟื้นฟูโรงเรียนและโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ มูลนิธิองค์กรทำดี ยังเป็นแรงบันดาลใจและส่งต่อพลังบวกให้กับคนไทยจำนวนมากในการลุกขึ้นมาทำความดีในแบบของตนเอง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพราะทุกความช่วยเหลือล้วนมีคุณค่า และสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครบางคนได้อย่างแท้จริง

กิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลัง “สื่อคุณธรรม” ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน
.
.
ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรม

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ส่งมอบเมตตาธรรมสู่สรรพสัตว์ มอบเงินสนับสนุนยารักษาโรค โคกระบือไถ่ชีวิต ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงฯ จังหวัดลพบุรี และเตรียมขยายการเยี่ยมเยียนช่วยเหลือไปจังหวัดอื่นๆ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร เยี่ยมเยียนและมอบเงินสนับสนุนเป็นค่ายารักษาโรค

พร้อมทั้งดูความเป็นอยู่โคกระบือที่เคยไถ่ชีวิต (ในวาระต่างๆ) เพื่อเป็นหลักประกันและประสานความร่วมมือหน่วยรับมอบ ฝากให้เลี้ยงดูโคกระบือไถ่ชีวิต ให้มีชีวิตยั่งยืนอยู่เป็นสุขสบาย ทั้งตัวพ่อแม่และลูกหลานที่เกิดมาภายหลัง ตามวัตถุประสงค์กัลยาณมิตรผู้ร่วมพลังบุญ ถวายเป็นพุทธบูชา ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

โดยเมตตานุเคราะห์ รับเลี้ยงดูแลของหน่วยงานทหารพันธ์ดี ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดลพบุรี อาทิ

  • กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดย กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ , กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่1 รักษาพระองค์
  • ศูนย์การบินทหารบก
  • ศูนย์การทหารปืนใหญ่

ทั้งนี้ เมื่อได้เยี่ยมเยียนโคกระบือในสถานที่จริงแล้ว ก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะ และพิจารณาสงเคราะห์ช่วยเหลือรายกรณี แม้ผู้เยี่ยมเยียนอาจลำบากและใช้เวลามาก … แต่ก็เพื่อต่อลมหายใจให้สรรพสัตว์เหล่านี้ มีความสุขสบาย อายุยืนยาว ต่อไป

ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานนี้ให้แด่ กัลยาณมิตรทุกท่าน ให้ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย ปรารถนามงคลใดๆ ให้สำเร็จผลตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…เชิญติดตามข่าวสาร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม … ธรรมทาน งานบุญ ที่

: มูลนิธิพุทธภูมิธรรสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาว อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมายโคราช

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บริษัท อุตสาหกรรมโคราชจำกัด (โรงงานน้ำตาลพิมาย) โดยคุณประเสริฐ เสถียรถิระกุล ประธานกรรมการ และคุณมงคล เสถียรถิระกุล กรรมการผู้จัดการ มอบหมายให้

นายสมบูรณ์ จาตุรชาต ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอ้อย พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานโรงงานน้ำตาลพิมาย ให้การต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ชาวบ้าน ต.ชำนิ หลายหมู่บ้าน อ.ชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาสังคมของโรงงานน้ำตาลพิมาย

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย การควบคุมคุณภาพอากาศ การจัดการของเสีย และการนำทรัพยากรเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ (Zero Waste) โดยเฉพาะการใช้กากอ้อยและเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่จริง เช่น

การจัดการมลพิษทางอากาศที่ระบายออกจากปล่องหม้อไอน้ำ พื้นที่จัดเก็บกองกากอ้อย การจัดการผันน้ำของโรงงาน และชมการพัฒนาชุมชนรอบโรงงานน้ำตาลพิมาย คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้แสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นของโรงงานน้ำตาลพิมาย ในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลดีต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบในระยะยาว

 หลังจากได้รับทราบข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในจุดต่าง ๆ  คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าโรงงานมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้  และให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การได้รับความไว้วางใจจากผู้เยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงงานน้ำตาลพิมาย  มุ่งมั่นพัฒนาระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นต่อชุมชนและสังคมโดยรอบอย่างมั่นคง

ภาพ/ข่าว : กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนน่าน ร่วมกับบิ๊กซีและผู้ใจบุญมอบน้ำดื่มให้ชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจำนวน 2.400 ขวด

วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขาสมาคม ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นางสาวอรประภา พุฒหมื่น กรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน และอดีต สอบจ.น่าน เขต อำเภอท่าวังผา ร่วมกับบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน โดยคุณศิริพร เสถียรลัคนา ผจก.บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน

ได้มอบหมายให้คุณพิมพ์สุดา อินวงศ์ คุณกรกช คำคะณา คุณวรัญชนนท์ ชราชิต คุณชลธิชา จันทร์คำ คุณวิทยา กาวิชัย คุณนันทวิช ไชยศิลป์ ร่วมมอบน้ำดื่มให้ชาวบ้านผู้ประสบอุทุกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลศรีภูมิ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ประกอบด้วยจุดที่1บ้านดอนตันหมู่ที่ 4 โดยมีนายเดโชพล คำเขียว ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รพ.สต.และชาวบ้านร่วมกันรับมอบ

จุดที่ 2 บ้านดอนตัน หมู่ 12 โดยมีนายเศวต นันท์ชัย ผญบ.หมู่12 พร้อมด้วย ผช.ผญ.คณะกรรมการหมู่บ้านรับมอบ จุดที่ 3 บ้านสบหนอง โดยมีนายสมานหนองแก้ว ผญบ.สบหนอง พร้อมด้วยผช.ผญบ.คณะกรรมการหมู่บ้านรับมอบ จุดที่ 4 บ้านหนองบัว

โดยมีนายวีรวัฒน์ และจนท.อบต.ป่าคารับมอบ จุดที่ 5 ดอนแก้ว โดยมีนายสุขสันต์ ยากับ ผช.ผญบ.แบะคณะรับมอบ จุดที่ 6 บ้านดอยตันหมู่ที่10 โดยมีนายอดุลย์ คำแดง ผญบ.พร้อมด้วยคณะกรรมการเป็นผู้รับมอบ จุดที่ 7 มอบให้วัดดอนตัน จุดที่ 8 มอบให้ผู้ป่วยติดเตียง รวมน้ำทั้งหมดที่มอบ 200 แพ็คจำนวน 2.400 ขวด

ด้านนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน กล่าวว่าต้องขอขอบพระคุณผู้ใจบุญที่มอบเงินให้มาซื้อน้ำดื่มเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน ประประกอบด้วยคุณสิริกาญจน์ ตั้งจิตนุสรณ์ ผจก.ตลาดตั้งจิตนุสรณ์ จำนวนเงิน 3,000 บาท คุณสรศักดิ์ ตั้งจินุสรณ์ โชวร์รูมฟอร์ตน่าน จำนวน 1.000 บาท คุณกิติ สุบิน เจ้าของผู้ผลิตและจำหน่ายกระจก 1.000 บาท

คุณสุชาติ คนการณ์ 200 บาท บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน น้ำดื่ม 600 ขวด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างยิ่ง ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรงครับ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา ได้แก่ บ้านสบหนอง บ้านหนองบัว บ้านดอนมูล และบ้านดอนแก้ว ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องส่วนในเขตเทศบาลตำบลท่าวังผา ระดับน้ำได้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บรรพชาอุปสมบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (19 ก.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปลงผมในกิจกรรมบรรพชาอุปสมบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน

โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และญาติพี่น้องผู้มีจิตศรัทธา ร่วมพิธีปลงผม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอุปสมบท จำนวน 10 คน ณ วัดพรุใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชุมพรร่วมกับคณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัด

ได้ร่วมจัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้โครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรของรัฐ ภาคี

เครือข่ายภาคเอกชน และประชาชน ได้มีโอกาสร่วมกันแสดงความจงรักภักดี ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนในพระศาสนา มาปรับใช้เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างสันติสุข ตลอดจนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของไทย

สำหรับกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ กำหนดระหว่างวันที่ 19 – 30 กรกฎาคม รวมระยะเวลา จำนวน 12 วัน เมื่อบรรพชาอุปสมบทเรียบร้อยแล้ว จะจำวัดปฏิบัติธรรม ณ วัดพรุใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

โดยได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากพระครูสถิตญาณปยุต เจ้าคณะตำบลทะเลทรัพย์ เจ้าอาวาสวัดพรุใหญ่ อำนวยความสะดวกด้านสถานที่ พระวิทยากร ภัตตาหารและน้ำปานะ อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธาเป็นอย่างดียิ่ง

เร่งตรวจสอบซากสุนัขจรจัดตายหลายตัว

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพี เปิดเผยว่า นายนิกร คอนกำลัง นายก อบต.สะพลี ได้มอบหมายให้เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่งานกฎหมายและคดี และเจ้าหน้าที่ อบต.สะพลี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่

ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีสุนัขจรจัดเสียชีวิตหลายตัวในช่วงนี้ จึงเกรงว่าสุนัขอาจเป็นโรคติดต่อหรือโรคพิษสุนัขบ้า โดย อบต.สะพลีได้ประสานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ปศุสัตว์อำเภอปะทิว ผู้ใหญ่บ้าน และ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ต.สะพลี อ.ปะทิว

ออกตรวจสอบและพบว่า สุนัขทุกตัวที่เสียชีวิตมีสาเหตุจากการติดเชื้อโรคหัดสุนัข แต่ไม่ได้เป็นโรคพิษสุนัขบ้าแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าของสุนัขที่เกรงว่าสุนัขของตนอาจติดเชื้อด้วย สามารถป้องกันการติดต่อได้โดยการนำสุนัขไปฉีดวัคซีน พร้อมกันนั้น อบต.สะพลียังได้ประชาสัมพันธ์

ให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุช่วยกันสังเกตสุนัขและสัตว์เลี้ยงของตน หากมีอาการป่วยหรือซึมผิดปกติ ต้องรีบพาไปพบสัตว์แพทย์ และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ

ส่วนสุนัขจรจัดที่เสียชีวิตก็ขอให้ฝังซากและพ่นยากำจัดเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบข้อมูลว่าโรคหัดสุนัขสามารถติดต่อหรือระบาดสู่คนได้ แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรมีการป้องกันไว้ก่อน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หัวโจกตระกูลดังมุกดาหารค้ายาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไม่รอด! ตร.ทางหลวงรวบกลางถนน หลังทำพาสปอร์ตหวังหนีข้าม สปป ลาว”

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ นำโดย ร.ต.อ.พรชัย พวงใส รอง สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. พร้อมด้วย ร.ต.ต.ธีร แก้วเนตร, ร.ต.ต.ธีระพงษ์ อ่อนเชียง, ร.ต.ต.มังกร ศิริโสม และ ด.ต.ชัชการ ผิวแก้วดี ร่วมกันจับกุมตัวนายชุษณะ วาปี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ 1 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ 172/2568 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาบ้าจำนวน 1.6 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เมื่อปลายปี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ตำรวจ สภ.คำชะอี รับแจ้งพบรถต้องสงสัยโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดทิ้งไว้ริมถนนที่บ้านดอนสวรรค์ ต.น้ำเที่ยง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เมื่อเข้าตรวจสอบพบยาบ้าประมาณ 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในจากการสืบสวนจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่และผลตรวจดีเอ็นเอภายในรถพบว่าตรงกับนายชุษณะ จึงนำไปสู่การขอออกหมายจับนายชุษณะ ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในภาคอีสาน ซึ่งมีพฤติกรรมนำยาบ้าส่งกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ

ต่อมา ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ ได้รับการประสานให้ช่วยติดตามจับกุม กระทั่งพบเบาะแสว่านายชุษณะกำลังเดินทางออกจาก จ.อุบลราชธานี หลังเสร็จจากการทำหนังสือเดินทาง คาดว่าเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. พบรถอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน ขว 3593 ขอนแก่น ตรงตามที่ได้รับแจ้งข่าวขณะกำลังแล่นมุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองมุกดาหารที่บริเวณ กม. 442-443 ถนนชยางกูร ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย

จึงส่งสัญญาณให้หยุดและตรวจสอบพบนายขจรวิทย์ ซึ่งเป็นผู้ขับให้ความร่วมมือในการตรวจค้น และพบว่านายชุษณะ นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อตรวจสอบพบเป็นบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและทำจับกุมทันทีเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง กำลังเดินทางกลับจากทำพาสปอร์ตที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเตรียมเดินทางข้ามไป สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสิทธิ์และข้อหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวจับกุมพ่อค้ายาบ้า #ยาเสพติด #คำชะอี #นิคมคำสร้อย #มุกดาหาร #ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ #คดียาเสพติดรายใหญ่ #จับกุมผู้ต้องหา #ยาบ้า1600000ล้านเม็ด #ข่าวอีสาน #หนีไม่พ้นกฎหมาย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ห้วยบังอี่” ระดับน้ำเริ่มลด – เปลี่ยนธงเป็นสีเหลือง เตือนประชาชนเฝ้าระวังต่อเนื่อง

​เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 สืบเนื่องจากที่ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ล่าสุด

นายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย ลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำบริเวณสะพานข้ามห้วยบังอี่ อำเภอนิคมคำสร้อย หลังเกิดฝนตก

ต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมจุดกลับรถบริเวณใต้สะพานอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระดับน้ำในห้วยบังอี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำดำเนินไปได้ด้วยดี ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงในระดับหนึ่ง

ในวันเดียวกัน โครงการชลประทานมุกดาหาร ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์เตือนภัยจาก “ธงสีแดง” เป็น “ธงสีเหลือง” หมายถึง ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุสาธารณภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ หมายเลข 042-633101 หรือ สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงสถานการณ์น้ำมุกดาหาร #ห้วยบังอี่ #น้ำท่วมภาคอีสาน #ข่าวมุกดาหาร #ฝนตกหนัก #ระดับน้ำลดแล้ว #ปภมุกดาหาร #ชลประทานมุกดาหาร #ภัยพิบัติ #สายด่วน1784 #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วงจรปิดมัดชัด! เด็กชายวัย 14 ปี แอบย่องขโมยเงินร้านของชำผู้ใหญ่บ้าน สุดท้ายยอมให้จับเพราะ “สำนึกผิด”

เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพชายต้องสงสัยแอบลักลอบเข้ามาทางหลังบ้านของนายยุทธพัฒน์ ทับแสง ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำผักหนอก หมู่ที่ 7 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งบริเวณดังกล่าวเปิดเป็นร้านขายอะไหล่รถมือสอง และด้านหน้าบ้านยังเปิดเป็นร้านขายของชำ

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ก่อเหตุเดินวนเข้ามาบริเวณหน้าร้าน ก่อนจะลักทรัพย์เป็นเงินสำหรับไว้ทอนลูกค้าจำนวนกว่า 300 บาท แล้วหลบหนีไป

ต่อมานายยุทธพัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้สังเกตเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านของตน จึงร้องบอกชาวบ้านให้ช่วยกันสกัดจับตัวไว้ได้ ทราบชื่อภายหลังคือ เด็กชายบอย อายุ 14 ปี ตรวจค้นพบเงินสดจำนวน 360 บาท และบุหรี่ไฟฟ้าอีก 1 พอดในตัว

ผู้สื่อข่าวสอบถามเด็กชายบอยถึงสาเหตุการขโมย เจ้าตัวยอมรับว่า ป่วยเป็นไข้ ไม่มีเงินซื้อยา ตั้งใจจะเข้าไปหายาในร้านของชำ แต่ไม่พบใครอยู่ จึงตัดสินใจขโมยเงินไว้ไปซื้อยาเอง พร้อมเผยว่าขี่จักรยานยนต์กลับมาผ่านหน้าบ้านที่ก่อเหตุก็เพราะสำนึกผิด อยากนำเงินมาคืน จึงยอมให้จับ

ด้านผู้ใหญ่บ้านได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มารับตัวเด็กชายรายนี้ไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขโมยเงิน #เด็กชายวัย14 #บางทรายใหญ่ #มุกดาหาร #กล้องวงจรปิด #สำนึกผิด #ร้านของชำ #ข่าวอาชญากรรม #วงจรปิดจับภาพ #ข่าวท้องถิ่น #ผู้ใหญ่บ้าน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โมเดลเด็กไทยดังไกลระดับโลกโมเดลเด็กไทยดาวรุ่งแห่งปี น้องทีเร็กซ์

เด็กชายภาคิน พงศ์ศร้อยเพ็ชร อายุ 4 ปี และน้องนัมซึลวัน เด็กหญิงครองขวัญ วงค์เนียม อายุ 7 ปี ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนโมเดลจากประเทศไทยโดยร่วมเป็นโมเดลให้กับแบรนด์ CASADEMODA แบรนด์หรูจากประเทศฟิลิปปินส์ คอลเลคชั่น SARUNG BANGI in VIETNAM ดีไซเนอร์ คือ เจมส์

พอล ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและคร่ำหวอดในวงการแฟชั่นของฟิลิปปินส์และเอเชีย ภายใต้การดูแลของคุณแนตตี้ ปิยพร สุนทรเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชั้นนำ Darling By NattyT ในงาน Global Junior Fashion Week 2025 ณ ฮานอยมิวเซียม เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568

SARUNG BANGI in VIETNAM คอลเลคชั่นนี้มีแรงบันดาลใจจากผ้าพื้นเมืองของประเทศฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นถึงความงดงามเรียบง่ายในชุดประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์ โดยชุดผู้ชาย คือ บารอง ตากาล็อก (Barong Tagalog) น้องทีเร็กซ์หล่อเท่ในชุดเสื้อแขนยาว

ที่ทำจากผ้าใยสับปะรด มีการปักลวดลายบริเวณช่วงอกและแขนเสื้อ ส่วนชุดสำหรับผู้หญิง คือ บาโรต์ ซายา น้องนัมซึลวันได้สวมใส่ซึ่งเป็นชุดที่ประกอบด้วยเสื้อและกระโปรง มีการจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก(Balintawak) สวยน่ารักสดใสสมวัย

ในปีนี้ งาน Global Junior Fashion Week 2025 มีแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำจากหลายประเทศทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรปเข้าร่วม มีโมเดลทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมทั้งหมด 200 กว่าคน จึงเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ในปีนี้โมเดลเด็กไทยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในงานแฟชั่นวีคประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม

ChildModel #Casademoda #DarlingByNattyTGlobalJuniorFashionWeek

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ รับรางวัลหมวดชุดรักษาความปบอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ดีเด่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี 2568”

16 กรกฎาคม 2568  เวลา 09.00 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ  นำชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านแสนสุข หมู่ 5 ตำบลโนนสะอาด เข้ารับรางวัล “ หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ขรบ.) ดีเด่น  รางวัลรองชนะเลิศอัน 2 จาก นายคารม  คำพูิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น  พร้อมกันนี้ได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.)ของอำเภอชุมแพ มาร่วมแสดงเนื่องในวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี 2568   ณ ห้องประชุมแก่นเมือง  ศาลากลาง จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ ขอนแก่น สื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บ้านดอนตัน 100 กว่าหลังคาจมน้ำ ขณะที่เยาวชนฝีพายเรือแข่ง อ.ท่าวังผา ขนน้ำลงเรือแจกจ่ายช่วยชาวบ้าน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 – สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะที่ บ้านดอนตัน หมู่ 4 ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา ซึ่งมีชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนยังคงอาศัยอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมขัง ระดับน้ำในพื้นที่ยังสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้ประชาชนต้องย้ายสิ่งของขึ้นชั้น 2 ของบ้านเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวจำเป็นต้องอพยพไปพักอาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่ใกล้เคียงหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสาได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

โดยมีการจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเยาวชนฝีพายเรือแข่งจากบ้านสบหนอง อำเภอท่าวังผา ได้นำเรือออกให้ความช่วยเหลือในการขนส่งน้ำดื่มและอาหารไปยังบ้านที่ถูกน้ำล้อม เพื่อส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ภายในบ้าน ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ได้ลงพื้นที่นำข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มเข้าไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมรับฟังปัญหาและให้กำลังใจถึงพื้นที่ด้วยตนเอง

นายเดโชพล คำเขียว ผู้ใหญ่บ้านดอนตัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่บริเวณท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและอยู่ติดแม่น้ำ ยังคงมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งไร่ข้าวโพดและลำไยรวมกว่า 2,000 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด
ขณะที่หมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา

ได้แก่ บ้านสบหนอง บ้านหนองบัว บ้านดอนมูล และบ้านดอนแก้ว ระดับน้ำได้ลดลงอยู่ที่ประมาณ 50-80 เซนติเมตร ส่วนในเขตเทศบาลตำบลท่าวังผา ระดับน้ำได้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในการทำความสะอาดบ้านเรือนและถนน เพื่อขจัดคราบโคลนและป้องกันไม่ให้โคลนแห้งกลายเป็นฝุ่นฟุ้งเข้าสู่บ้านเรือน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการสำรวจความเสียหายในพื้นที่การเกษตร เพื่อวางแผนการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต่อไป ข้อมูลระดับน้ำ ณ เวลา 14.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ในจุดสำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดน่าน พบว่าจุดวัดน้ำ N64 บ้านผาขวาง อ.เมืองน่าน: ระดับน้ำ 9.56 เมตร (แนวโน้มลดลง) – เกินระดับวิกฤติ 9.50 เมตร จุดวัดน้ำ N1 หน้า สนง.ป่าไม้ อ.เมืองน่าน: ระดับน้ำ 7.55 เมตร – เกินระดับวิกฤติ 7.00 เมตร จุดวัดน้ำ N13A บ้านไผ่งาม อ.เวียงสา: ระดับน้ำ 7.59 เมตร – เกินระดับวิกฤติ 6.50 เมตร จุดวัดน้ำ N75 สะพานท่าลี่ อ.เวียงสา: ระดับน้ำ 7.02 เมตร (แนวโน้มลดลง) – ต่ำกว่าระดับวิกฤติ 10.00 เมตร

สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2568 ส่งผลกระทบรวม 7 อำเภอ 13 ตำบล 20 หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์และความเสียหาย
ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้ทุกอำเภอที่ได้รับผลกระทบเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ และให้หน่วยงานท้องถิ่นจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหาร แจกจ่ายข้าวกล่องให้กับประชาชน

พร้อมทั้งระดมสรรพกำลัง อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามจังหวัดน่านยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย/ภาพข่าวระพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จ. ส.ท. ลงพื้นที่มอบของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ในพื้นที่ อ.สวรรคโลก จว.ส.ท.

เมื่อ เวลา 09.00ของวันที่17ก.ค.2568 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) มอบหมายให้ พ.ท.ดุสิต อยู่นิ่ม หน.ฝ่ายนโยบายและแผนฯ พรัอมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือครอบครัวของ พลทหารอัสนีย์ สีแดงสุวรรณ​ สังกัด​ ร้อย.ซ​บร​.1​ พัน.ซ​บร​.23​ บ​ชร​.3​ อยู่บ้านเลขที่ 28/1 ม.8 ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก จว.ส.ท. ได้รับผลกระทบจากวาตภัยเมื่อวันที่ 15 ก.ค.68 ทำให้หลังคาบ้านบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย และครอบครัว พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อากาศร้อนคนหัวร้อนระทึกขับรถ ปาดหน้าเฉี่ยวชน จนเกิดมวยกลางถนนจบด้วนยิง3นัดต่อหน้าผู้ใช้รถติดไฟแดง

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 กรกฎาคม เวลา 14.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิ ศักดิ์ พงส. ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลใช้อาวุธปืนยิงกันที่ บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ถนนปรมินทรมรรคา ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ด้วยอาวุธปืนจึงรายงาน พันตำรวจเอกปัญญาท่วมสีผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองชุมพรทราบจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายเกรียงศักดิ์ ชูราศี และนางกัญญภัทร รติภัชรสิริ ให้ข้อมูลว่า บุคคลทั้งสองได้นั่งโดยสารมาด้วยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน งบ 26 ชุมพร โดยมีนายสุริยา บัวหอม เป็นผู้ขับขี่ เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกหอนาฬิกาที่เกิด เหตุ รถยนต์โดยสาร(รถสองแถว) ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน สีแดง

ได้หยุดรถทำให้นายสุริยาฯที่ขับขี่ รถตามหลังมา เฉี่ยวชนบริเวณท้ายรถยนต์โดยสารดังกล่าวจากนั้นนายสุริยาฯและคนร้ายได้ลงมาจากรถมีปากเสียงกัน คนร้ายได้ใช้ อาวุธปืนที่ พกไว้ในกระเป๋าสะพายยิงไปที่นายสุริยาฯ ทำให้นายสุริยาฯได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายและถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ส่วนคนร้ายได้ขับขี่รถหลบหนีไป จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบ ปลอก กระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 3 ปลอก ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็น คดีอาญาที่ 751/2568 เพื่อจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสอบสวนนาย นายเจนณรงค์ ดวงสกุล ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวขณะที่ผมขับรถมาก็เห็นไฟเขียวพอดีกำลังจะเลี้ยวขวาจากแยกไฟแดงเพื่อที่จะเดินทางไปทางปากน้ำแต่ผมอยู่ในช่องเดินรถที่สองที่จะเลี้ยวขวาก็ได้ตรงไป

ก็ได้พอดีผมขับรถมาผมได้ยินเสียงแตรผมก็ไหลไปไม่ได้ดูรถเลยผมเข้าใจว่าผมตัดหน้ารถทางตรงหรือเปล่าก็เลยแตะเบรค ทำให้เขามาชนท้ายผมตอนที่ผมกำลังจะลงไปผมเห็นว่ามีรถชนท้ายผมก็ได้เปิดประตูเพื่อที่จะลงไปแต่ก็เห็นเค้ากระโดดถีบเข้ามาเลยหลังจากนั้นได้ลงไปจากรถก็ได้ต่อยกันและเขาก็มารุมผม แต่ผมว่าจะวิ่งหนีเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพื่อหลบนึกขึ้นได้ว่าลูกเมียได้อยู่ในรถ

เพราะลูกก็อยู่ในรถอายุแค่ขวบเดียวกลัวจะได้รับอันตรายเกิดขึ้นผมก็เลยหันกลับมาตัดสินใจชักปืนขึ้นมา ยิงตั้งใจยิงนัดแรกผมยิงลงพื้นแล้วก็นัดสองก็กะว่าจะยิงให้ถูกขาแต่ไม่ทราบว่าถูกหรือเปล่าผมยิงไปสามนัด ส่วนรถสองแถวคันนี้ผมเพิ่งซื้อมา ผมทำอาชีพ อู่รับซ่อมรถกระบะแล้วก็ทำสวน ในวันนี้ได้ไปซื้อไม้และไปเหมาไม้ก็เลยได้ซื้อรถคันนี้เป็นรถตอนเดียวเพื่อจะนำไปขนไม้ที่ไปรับเหมา ต่อมาผมเกรงกลัวความผิดก็เลยได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวในครั้งนี้
นางกัญญาภัทร รติภัชรสิริ อายุ 67 ปี

เจ้ารถเล่าว่า ก็วันนี้ได้พาหลานออกมาขับรถเที่ยวรถเล่นเพราะอากาศมันร้อนก็เลยมาเกิดเหตุขึ้นในครั้งนี้สร้างความตกใจตื่นตระหนกมากเพราะว่ายังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่มีการเอาปืนมาไล่ยิงกัน ต้อนที่ ใกล้จะติดไฟแดงแต่รถสองแถวสีแดงมาปาดหน้าเดินทางมาด้วยกันแต่รถเค้ามาปาดหน้าทำเกิดการเฉี่ยวชนกันด้านหน้าซ้ายทำให้เด็กที่อยู่ในรถหัวทิ่มลงไปในเบาะเด็กเด็กที่ขับรถมันเลยโกรธโมโหก็เลยออกไปต่อยกันคนขับรถสีแดงก็เดินอ้อมออกไปทางด้านซ้ายแล้วก็กลับมาชักปืนยิงยิงสามนัดยิงโดนแขนผู้บาดเจ็บแตกคราวนี้อาการปลอดภัยอยู่อาศัยอยู่ที่บางไผ่รถก็อยู่ที่นี่แต่ว่าใช้ทะเบียนที่ชลบุรี

ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิ ศักดิ์ รวบรวมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งสอบถามพยานคนเห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า พยามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนโดยใช้ดินระเปิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของธุรกิจให้เช่าสินสอดสุดช้ำ! ถูกหญิงสาวหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน ก่อนเชิดหนี – พบเคยก่อเหตุซ้ำที่ชลบุรี

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดในจังหวัดขอนแก่น ว่ามารดาของตนตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพชาย-หญิง

ชื่อ น.ส.พรทิพย์ หรือ แป้ง นายปั๊ก และ น.ส.หมวย โดย น.ส.พรทิพย์ ได้หลอกเช่าเงินจำนวน จำนวน 5,500,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปถ่ายรูปคู่กับเงินเพื่อสร้างเครดิตให้ดูน่าเชื่อถือ โดยจะนำไปแสดงต่อนายทุน คือ นายปั๊ก และ น.ส.หมวย เพื่อร่วมลงทุนทำธุรกิจเต้นท์รถกัน แต่ภายหลังกลับหลอกล่อให้ทั้ง 2 คน นำเงินจำนวน 5,500,000 บาท หลบหนีไป

จากการสอบถาม ลูกสาวของผู้เสียหายเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย น.ส.พรทิพย์ ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเช่าเงินจำนวน 8 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายมีเงินไม่พอจึงลดลงมาเหลือจำนวน 5,500,000 บาท ตกลงจะจ่ายค่าเช่าเป็นเงิน 76,500 บาท

โดย น.ส.พรทิพย์ ได้เงินโอนเงินมัดจำมาให้ก่อนเป็นจำนวน 5,000 บาท และได้มีการนัดส่งมอบเงินกันในเวลา 14:00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งในวันดังกล่าว น.ส.พรทิพย์ มารับเงินด้วยตนเองที่ร้านข้าวเปียกช็อปเปอร์ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ก่อนส่งต่อเงินให้เพื่อนร่วมแก๊งที่มาด้วยกันสองคน คือ นายปั๊ก และ น.ส.หมวย นำขึ้นรถหลบหนีไป โดยอ้างว่านำไป “นับเงิน” แล้วจะกลับมา แต่สุดท้ายทั้งสองก็หายตัวไปเลย

ขณะที่ผู้เสียหายพยายามสอบถาม น.ส.พรทิพย์ เจ้าตัวกลับอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือยักยอก และจะพยายามติดตามเงินกลับมาให้ จึงได้มีการพาตัวน.ส.พรทิพย์ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองมุกดาหาร และนัดหมายว่าจะนำเงินมาคืนภายในวันที่ 16 กรกฎาคม แต่เมื่อถึงวันนัดกลับไม่มาตามที่ใดมีการลงบันทึกประจำวันตกลงกันไว้

ต่อมา ผู้เสียหายตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นชาวตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร และเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ได้ใช้วิธีหลอกเช่าเงินแบบเดียวกัน และมีชื่อ น.ส.พรทิพย์ เป็นผู้ติดต่อในทั้งสองกรณีเบื้องต้นผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลอกเช่าสินสอด #เชิดเงิน5ล้าน #มุกดาหาร #พรทิพย์ #มิจฉาชีพหญิง #ให้เช่าสินสอดขอนแก่น #อาชญากรรม #เตือนภัย #หลอกลงทุน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหา​ร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่อ.โคกสำโรง คณะ สงฆ์ประชาชน อุบาสกอุบาสิกา ร่วมงาน ธรรมนาวา “วัง” มากกว่า 600 คน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.30 น. ที่วัดเขาจรเข้ ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรีนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอโคกสำโรง

ประธานพิธีฝ่ายฆราวาส พันตำรวจเอกมาโนช จันเที่ยง ผกก. สภ. เพนียด นางสาวพรพรรณ ศรีเมือง (คีรีตา รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่) ต.วังเพลิง พร้อมด้วยอุบาสกอุบาสิกา หัวหน้าส่วนราชการอำเภอโคกสำโรง ประชาชน คณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง จำนวนพระสงฆ์เข้าร่วมงาน 250 รูป ประชาชน 425 คน ร่วมงาน ธรรมนาวา “วัง”

พุทธศาสนิกชน สู่การตื่นรู้ร่วมงาน ธรรมนาวา วัง เป็นจำนวนมากที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมีการแตงกายชุดขาว และเครื่องแบบกากี
กิจกรรมภาย

ในงานประกอบด้วยการบรรยายธรรมจากคณะสงฆ์ พระสังฆาธิการหลายรูปสลับการหมุนเวียนบรรยายธรรมให้ความรู้แก่พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมงาน สลับกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มาให้ความรู้ตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา นอกจากนี้แล้วยังมีจัดนิทรรศการ ให้ความรู้กับผู้ร่วมงาน และมีการสวดมนต์ธรรมวัด “ธรรมสัญจร”

ผู้ร่วมงานต่างได้แสดงความรู้สึกว่า วันนี้ได้มารับความรู้ จากธรรมะคำสอนต่างๆมากมายที่นำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้

ทั้งนี้กิจกรรมปูทางตื่นรู้ สู่ธรรมนาวา วัง ที่จัดขึ้น เพื่อเผยแพร่ตามหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนา ธรรมนาวา วัง ตามแนวทางพระราชดำริ หลักธรรมไปสู่การพ้นทุกข์ของพระพุทธองค์ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันในทุกมิติอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บริหารส่วนตำบลตินแดง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ได้ดำเนินกิจกรรมโครงการคลองสวยน้ำใส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ.คลองอีสานเขียว หมู่ที่ 5 บ้านดองดึง ตำบลดินแดนแดง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษได้ดำเนินกิจกรรมโครงการคลองสวยน้ำใส อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนตำบลดินแดง โดยมี
ประชาชนเข้าร่วม 60 คน

กิจกรรมดังกล่าว มีนายฉลาด ชิดชม นายอำเภอไพรบึง เป็นประธานในพิธี และร่วมลอกคลองกับชาวบ้าน ร้อยตำรวจเอกปธิวัฒน์ พลเหลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดงได้ดำเนินการจัด โครงการคลองสวยน้ำใส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

โดยมี นางวิลาสินี ไพรสิน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง นำพาพี่น้องประชาชน และเจ้าที่ร่วมกิจกรรม โดยได้รับความร่วมมือจาก กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในตำบลดินแดงเข้าร่วมกิจกรรมผลที่ได้รับ
๑. เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานในพื้นที่และประชาชนในการกำจัด

วัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ และเพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีสภาพที่สะอาดและสวยงามสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้อย่างคุ้มค่า
๒. ชาวบ้านมีความเข้าใจถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรในแม่น้ำ ล้ำ ลำคลอง

๓. ชาวบ้านมีแหล่งน้ำสาธารมะที่ขอาดและมีคุณภาพในการใช้ประโยรน์ใต้อย่างคุ้มค่า
๔. ชาวบ้านมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พาณิชย์ศรีสะเกษ ชวนชม ชิม ช้อป FUN FOOD FEST ตลาดเขียว โขง ชี มูล 2025 ศรีสะเกษ

***เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน FUN FOOD FEST ตลาดเขียว โขง ชี มูล 2025 ศรีสะเกษ โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าปลอดภัยและสินค้าอินทรีย์

ซึ่งพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ ภาครัฐและภาคเอกชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ก.ค. 68 เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

***นายจีระศักดิ์ ศรีเพชร พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่สำคัญของ
ภาคและประเทศ

จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมตลาดสินค้าปลอดภัยและสินค้าอินทรีย์ ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรอินทร์ทรีย์ ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 จำนวน 45 ราย ประกอบด้วย จังหวัดศรีสะเกษ 29 ราย จังหวัดอุบลราชธานี 5 ราย

จังหวัดอำนาจเจริญ 6 ราย Food Truck 2 ค้น และกิจกรรมรณรงค์ การบริโภคผลไม้ ชื่องาน “Thai Fruits Festival 2025 @SISAKET” โดยมีผลไม้มังคุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ทุเรียนภูเขาจากศรีสะเกษ กิจกรรมส่งเสริมการขาย และการแสดงดนตรี

ทั้งนี้จึงขอเชิญชวนที่ใครชอบชม ชิม ช้อป สามารถเดินเข้ามาในงาน FUN FOOD FEST ตลาดเขียว โขง ชี มูล 2025 ศรีสะเกษ ได้ที่ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ค. 68 นี้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จนท.ปักธงแดงเตือนภัย หลังลำห้วยบังอี่น้ำแตะระดับวิกฤต – พบน้ำท่วมโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและพื้นที่ลุ่มต่ำบางส่วน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่สอดส่องโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมห้วยบังอี่ บริเวณสะพานข้ามห้วย

ในพื้นที่ตำบลหนองแวง และตำบลนากอก อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พบว่าในช่วงเวลานี้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำในลำห้วยเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่โครงการชลประทานมุกดาหาร ได้ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนระดับน้ำและปักธงแดงบริเวณจุดเฝ้าระวังบ้านห้วยกอก สะพานข้ามห้วยบังอี่ หลังระดับน้ำในลำห้วยเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับวิกฤต (มากกว่า 7.00 เมตร)

โดยธงแดงถือเป็นสัญญาณแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระดับวิกฤต โดยระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤตเริ่มล้นตลิ่ง ให้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ระวังภัยที่เกิดจากน้ำ และให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

อนึ่งขณะนี้ ได้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตตำบลหนองแวง และนากอก บางส่วนแล้ว

น้ำท่วมมุกดาหาร #ห้วยบังอี่ #ปักธงแดง #เตือนภัยน้ำท่วม #ธงแดงวิกฤต #ลำห้วยบังอี่ #นากอก #หนองแวง #นิคมคำสร้อย #น้ำหลาก #มุกดาหารวันนี้ #ข่าวน้ำท่วม2568 #ธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน ลงพื้นที่ให้กำลังใจโรงเรียนสตรีศรีน่าน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่าน ซึ่งอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

ในการนี้ คณะครูและนักเรียนได้ร่วมแรงร่วมใจกันเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งจัดเตรียมแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำหลากเข้าสู่พื้น

ที่อาคารเรียน โดยได้รับการสนับสนุนจากมณฑลทหารบกที่ 38 (มทบ.38) ในการจัดกำลังพลมาช่วยบรรจุทรายลงกระสอบและเสริมแนวป้องกัน

ทั้งนี้ โรงเรียนสตรีศรีน่านได้ประกาศ หยุดการเรียนการสอนในวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568 เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา

สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 ให้เกียรติมาเป็นประธาน กิจกรรม จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” แด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เนื่องใน วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดี ศรีสนทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน โครงการจิตอาสาพระราชทาน ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ปรองดองสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ

เพื่อประโยชน์ สุขของประชาชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรักความผูกพัน ในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ในวันนี้ท่านทั้งหลาย และนักศึกษา วิชาทหารทั่วประเทศ ได้มาชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมแสดงพลัง ความจงรักภักดี และทำกิจกรรมจิตอาสา ให้สำเร็จเป็นไปตาม

วัตถุประสงค์ และในกิจกรรมครั้งนี้ ยังมุ่งหวังให้นักศึกษาวิชาทหารเป็นต้นแบบ ในการปลุกพลังความดี ที่มีอยู่ในหัวใจของแต่ละคน นำไปสู่การปฏิบัติ ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้า ปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า

พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 73 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา

พระราชทาน ต่างมีความปลื้มปีติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ทรงมีพระเมตตา ในการที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน มีความรัก ความสามัคคี และพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่น และยั่งยืน

อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานโครงการ จิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมี พระบรมราโชบาย ให้เริ่มทำจากเล็กไปใหญ่ ปัจจุบันมีทั้งส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอทำ กิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นการร่วมกันทำความดี เฉลิมพระเกียรติ และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมทั้ง จะปฏิบัติตนเป็นคนดี เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดไป พร้อมทั้งขอพระราชทาน พระราชวโรกาส น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช และสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

ได้โปรดคุ้มครองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงมี พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษม สำราญ และทรงเป็นร่มโพธิ์ทอง ของปวงข้าพระพุทธเจ้าตลอดกาลนาน พระพุทธเจ้าข้า ขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /「พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หารือ UNODC ส่งเสริมความร่วมมือต้านยาเสพติดในภูมิภาค」

(15 กรกฎาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงยุติธรรม แจ้งวัฒนะ ว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้การต้อนรับ นายเบเนดิกต์ ฮอฟมันน์ (Mr. Benedikt Hofmann) รักษาการผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิก (United Nations Office on Drugs and Crime Regional Representative ad interim for Southeast Asia and the Pacific) พร้อมคณะ

เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือแนวทางความร่วมมือในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในภูมิภาค โดยมี นางยศวันต์ บริบูรณ์ธนา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และนายรวิศ สอดส่อง หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วม ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น 11

ในการประชุมฯ ดังกล่าว ที่ประชุมได้หารือกันในประเด็นสำคัญ อาทิ การควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในไทยและในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ การพัฒนาความสอดคล้องของการบังคับใช้กฎหมายด้านยาเสพติด และมาตรการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในภูมิภาค การควบคุมกัญชาและกระท่อม ซึ่งยังไม่ได้อยู่ในบัญชีควบคุมตามอนุสัญญาระหว่างประเทศของ UNODC ตลอดจนสถานการณ์ผู้ต้องขังในคดียาเสพติดในประเทศไทยที่มีจำนวนมากกว่า 200,000 ราย

นอกจากนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เชิญ UNODC ร่วมให้ความเห็นและมีบทบาทในการประชุมวิชาการสารเสพติดนานาชาติ ว่าด้วยยาบ้า เมทแอมเฟตามีน และยาเสพติดสังเคราะห์ (2025 International Conference on Drug Policy: Yaba, Methamphetamine, and Synthetic Drugs) ซึ่ง สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 6 – 8 สิงหาคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร โดย UNODC ยินดีสนับสนุนองค์ความรู้ในการประชุมดังกล่าว โดยเฉพาะข้อท้าทายในการพัฒนาความสอดคล้องของการบังคับใช้กฎหมายด้านยาเสพติด และมาตรการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในภูมิภาค

ในการนี้ UNODC ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของไทยในการควบคุมยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญในระดับภูมิภาค รวมถึงการจัดการปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในภูมิภาค ทั้งนี้ UNODC ได้เน้นย้ำว่าคณะอนุกรรมการควบคุมสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายในการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อันจะส่งผลให้การแก้ปัญหายาเสพติดเกิดประสิทธิผลอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ UNODC มีกำหนดจัดการประชุมทางเทคนิคระหว่างประเทศว่าด้วยการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ (Regional Technical Meeting on Chemical Control) ณ กรุงเทพมหานคร โดยจะเรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานเปิดการประชุมฯ และร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานการจัดการสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เพืือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบที่ดีของไทยให้กับประเทศต่างๆ ต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ ศึกษาธิการจ.น่าน จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าการนำแผนพัฒนาการศึกษาจ.น่าน

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าการนำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดน่าน (พ.ศ.2566-2570) และแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดน่าน (พ.ศ.2566-2570) สู่การปฏิบัติของหน่วยงานทางการศึกษา
ในพื้นที่จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 8.30 น. ณ ห้องประชุมศุภโชค ชั้น 3 อาคารอำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมี นายศิริโชค พิพัฒน์เสฐียรกุล ศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธาน
การประชุม พร้อมบรรยายเป้าหมายการติดตามความก้าวหน้าการนำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดน่าน ฉบับทบทวน

พ.ศ.2568 แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25 68 และคณะกรรมการติดตามความก้าวหน้าฯ ประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรีสมเดช อภิชยกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาชน นายบุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นางปิยะนุช ไชยสมทิพย์ ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล

นางสกนธรัตน์ วงศ์สิริโชตน์ ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน นางพสชณันท์ พรหมจรรย์ และผู้รายงานผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย นายสุทธิพงษ์ โชติพิสุทธิ์เมธี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคน่าน นางสาวศศิรินทร์ มหาวงษนันท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา นางสาววริทธิ์นันท์ จันทรมนตรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของอาชีวศึกษาจังหวัดน่าน 4 แห่ง

ได้นำเสนอผลการดำเนินงาน สภาพปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน ต่อจากนั้นคณะกรรมการร่วมกับที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายรายงานให้กระทรวงศึกษาธิการและที่เกี่ยวของให้ได้รับทราบต่อไป และในช่วงบ่ายคณะกรรมการได้เดินทางไปที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

เพื่อประชุมติดตามความก้าวหน้าการนำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดน่าน และแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดน่านดังกล่าว โดยมี นายภูดิท เรืองรอง คณบดี อาจารย์นิลุบล ศรีเทพ อาจารย์อิทธิโชตน์ โชติกุณพันธ์ และคณะ ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

สภาพปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน ระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอ เชิงนโยบายรายงานให้กระทรวงศึกษาธิการและที่เกี่ยวของให้ได้รับทราบต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.237 กัดไม่ปล่อย! ไล่ล่ากลางสายฝน จับผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า 280,000 เม็ด

ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe ของรัฐบาล และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด., พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ได้เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ซึ่งมีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 – 24 เป็นหน่วยปฏิบัติ เพื่อปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติดที่จะเข้ามาทางชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

สืบเนื่องจาก วันที่ 29 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้จับกุมนายชนะพล กุระกัน พร้อมพวกรวม 3 คน พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 44 มัด ประมาณ 88,000 เม็ด ที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และจากการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบว่ายังมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการของนายชนะพลฯ ทำหน้าที่ขนลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนเข้าไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet Optra สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน สฬ 5020 กรุงเทพมหานครฯ เป็นยานพาหนะ

ต่อมา วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ชุดจับกุม ได้สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากในพื้นที่ ต.พะทาย ไปถึง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงวางแผนเพื่อสกัดกั้น ตามจุดที่คาดว่าจะใช้เป็นเส้นทางในการขนลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ได้มีรถยนต์เป้าหมายคันดังกล่าว ขับขี่มาด้วยความรวดเร็ว โดยมุ่งหน้ามาจาก อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าภายในรถยนต์คันดังกล่าวน่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่จึงได้ขับรถติดตามไป แต่เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวเห็นรถของเจ้าหน้าที่ ได้เร่งเครื่องยนต์และขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด

จนถึงบริเวณหน้าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนากะเสริม รถยนต์คันดังกล่าวได้สูญเสียการควบคุมและเสียหลักพุ่งเข้าชนกำแพงของราษฎร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมตัวบุคคลที่อยู่ภายในรถคันดังกล่าวเอาไว้ได้จำนวน 3 คน ได้แก่ นายประทีป สุวรรณวงศ์ อายุ 22 ปี (ผู้ขับขี่), นายศราวุธ บุดดี อายุ 25 ปี และนายภาณุวัฒน์ ศรีสุนา อายุ 24 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบกระสอบปุ๋ยสีเขียวจำนวน 1 กระสอบวางอยู่ที่บริเวณที่พักเท้าผู้โดยสารด้านหลัง จึงได้ทำการเปิดตรวจสอบพบยาบ้าบรรจุอยู่เป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” พร้อมนำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับมายังที่ทำการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 เพื่อสืบสวนขยายผลและตรวจนับยาเสพติด ผลการตรวจนับพบยาบ้าของกลาง จำนวน 140 มัด รวมทั้งหมดจำนวนทั้งสิ้น 280,000 เม็ด จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก”จาก “ญดา นริลญา”

“นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” จาก “ญดา นริลญา” ที่อยากบอกว่ารักม๊ากมาก แต่กลัวจะเสียเธอไปนี่คือเพลงที่เป็นตัวแทนของความรักม๊ากมาก แต่ไม่อาจพูดออกมาให้เธอได้ยิน “นากรักมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” ที่ได้นางเอกสาวมากฝีมืออย่าง ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร

นอกจากจะมาเป็นแม่นากเวอร์ชันใหม่และยังมารับหน้าที่เป็นคนขับร้องด้วยตนเอง ถ่ายทอดความรู้สึกของนากที่มีต่ออ้ายมาก ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรักนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนไป ซึ่งญดาได้ให้สัมภาษณ์ถึงเพลงนี้ไว้ว่า “จริง ๆ เรื่องราวและเนื้อหาเพลงนี้ค่อนข้างเศร้า แต่ญดาอยากตีความให้น้ำเสียงร้องเพลงนี้ออกมาไม่เศร้ามาก อยากให้ยังฟังและรับรู้ได้ถึงความรักที่สวยงามและมีความผูกพันอยู่”

“นากรักมาก ม๊ากมาก” ภาพยนตร์รวมตัวในรอบ 15 ปี ของแก๊งตลกตัวพ่อ “หม่ำ, เท่ง, โหน่ง” ฝีมือการกำกับครั้งแรกของ โหน่ง ชะชะช่า เมื่อผู้กำกับหน้าเก่าไฟแร๊ง (โหน่ง ชะชะช่า) ร่วมมือกับผู้ช่วยผู้กำกับคู่มือคู่เท้า (เท่ง เถิดเทิง) ลุยสร้างหนังรีเมคจากตำนานรักอมตะ นางนาก

หวังเขย่าวงการให้สะเทือน! แต่เรื่องกลับหลุดบทไปไกล เมื่อ นางนากตัวจริง (ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร) โผล่มาเล่นเอง! พร้อมภารกิจตามหารักแท้ ที่กลับชาติมาเกิดเป็นซุปตาร์ขวัญใจมหาชน! (คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์) มื่อกองถ่ายมีผีจริงร่วมจอ โปรเจกต์นี้จะปังจนเป็นตำนาน หรือพังจนเป็นตำนานกันแน่!?

แฟน ๆ เตรียมตัวไปพิสูจน์ความโรแมนติกม๊ากมากและคอมเมดี้ม๊ากมาก ใน “นากรักมาก ม๊ากมาก” เข้าฉายวันที่ 24 กรกฏาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ นากรักมาก เพลงประกอบภาพยนตร์ นากรักมาก ม๊ากมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ส่งมอบความช่วยเหลือให้เด็กนักเรียน ที่แคลนทุนทรัพย์ โรงเรียนวัดเขาหนีบ จังหวัดลพบุรี

ส่งพลังใจจากพี่น้องไทยร่วมส่งเสริมอนาคตของชาติ … มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญกองทัพบก โดย กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ส่งมอบความช่วยเหลือให้เด็กนักเรียน ที่แคลนทุนทรัพย์ โรงเรียนวัดเขาหนีบ จังหวัดลพบุรี

14 ก.ค. 68 ณ โรงเรียนวัดเขาหนีบ ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี , อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร ลงพื้นที่ สนับสนุนโครงการถุงยังชีพเพื่อการศึกษา,

มอบอุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนและโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การศึกษา เพื่อเป็นการช่วยเหลือ ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียนให้เป็นบุคลากรที่ดีในอนาคตของชาติ

โดยโครงการฯ ดังกล่าว กองทัพบก โดย กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ , กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ได้ริเริ่มและเล็งเห็นความสำคัญ ของเด็กเยาวชนและโรงเรียน

ที่มีความเดือดร้อนจำเป็นขาดแคลนทุนทรัพย์ จึงส่งมอบความช่วยเหลือ พร้อมกำลังใจ ให้เด็กและเยาวชน เพื่อให้มีขวัญกำลังใจที่ดี เติบโต เป็นอนาคตที่ดีของชาติ สืบไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัว Brand Ambassador Mr. & Miss Model Universe Thailand 2025 อย่างยิ่งใหญ่สู่เวทีสากลด้วยพลัง Soft Power ผ้าไทย

วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 มีพิธีแต่งตั้งและเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Brand Ambassador Mr. & Miss Model Universe Thailand 2025 ณ โรงแรมอินเตอร์

คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยมีพิธีมอบมงกุฏและสายสะพายให้แก่ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความสามารถ และบุคลิกภาพเหมาะสมในการเป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีระดับโลก

รายชื่อ Brand Ambassador ประจำปี 2025 ได้แก่นายณัฐพล นิลดอนหวาย (เล้ง)นายพรวศิน เรืองนุกูล (แสตมป์)นางสาวปุณณดา บวรธนสกุล (คิตตี้)นางสาว

ณัฏฐณิชา ศรีระษา (เฟอร์รี่)ทั้ง 4 ท่านปรากฏตัวในชุดผ้าไทยร่วมสมัยจาก สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริม Soft Power ไทยสู่สายตาโลก

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สุดาวรรณ สมใจ เป็นผู้มอบมงกุฏและสายสะพาย ดร.อัครมณี สมใจ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสพิเศษ ผู้เชิญมงกุฏและ

สายสะพาย ได้แก่ คุณสุธาริณี ภัทรสุปรีดิ์ (เบล) Miss Chinese ภาคกลาง และคุณสิรสิทธิ์ ชุ่มจิตร (สนุ๊ก) นักแสดงจากซีรีส์วาย “ลอยแก้ว”

การจัดงานในครั้งนี้นำโดย ดร.วโรดม ศิริสุข เจ้าของลิขสิทธิ์, คุณพงษกร อภิภัสร์เดชากุล และ คุณอรอนงค์ พิไลวรเพชร ผู้จัดการกองประกวด, ดร.กัญฐณา สน

เจริญ ผู้บริหารด้านสื่อประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหลายวงการ อาทิ คุณรัฐ ริมธีรกุล ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการการส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาเอกชน

การศึกษาพิเศษและความเท่าเทียมทางการศึกษา วุฒิสภา, นาวาเอกพิเศษ ธณภณ กุหลาบซ้อน, ฝ้ายไทย ไหทองคำ, คุณบรรจง จันทร์เทพ ผู้บริหาร The

Little Bees Club & Musical, คุณขนิษฐา รุจิยาปนนท์ ผู้บริหาร N&N Pharmaceutical, คุณธัญวลัย เผ่าจินดา จากสมาพันธ์ความงามเกาหลีใต้, คุณธัญญา วรรณทองกุล,

คุณสุธาศินี ปานสอน จากบริษัท ไวท์ช็อคยูนิท จำกัด และศิลปินจากค่ายอ่องหล่องมิวสิค ได้แก่ มายด์ กัญญาณัฐ เวียงภักดิ์, โอ๊ต สิทธิพงษ์ หลานเศรษฐา

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความปลื้มปีติจากผู้เข้าร่วมและผู้สนับสนุนทุกท่าน สะท้อนให้เห็นว่าเวทีนี้ไม่เพียงเป็นเวทีความงาม

แต่ยังเป็นเวทีที่ “ปั้นคนคุณภาพ” และส่งเสริม Soft Power ไทย สู่ระดับโลก
จุดเด่นของเวทีปีนี้คือการยกระดับ ผ้าไทยและวัฒนธรรมร่วมสมัย ให้กลายเป็น

แฟชั่นระดับโลก พร้อมเปิดรับสมัครหนุ่มสาวจาก ทั้ง 5 ภาค ของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคตะวันออก เพื่อเฟ้นหาตัวแทนสู่เวทีนานาชาติในปีถัดไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ร่วมงานชุมนุมยุวเกษตรกร ระดับประเทศ ประจำปี 2568

วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 นางสาวกัลยา เจนจิจะ ครูที่ปรึกษาและสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน เข้าร่วมรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน

ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานชุมนุมยุวเกษตรกร ระดับประเทศ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด ❝ ยุวเกษตรกรนวัตกรรม : สร้างสรรค์เกษตรยุคใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืน ❞ (Innovative Farm Youth : Mindful Creativity for Sustainability)

โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานยุวเกษตรกร วิทยากรและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กว่า 500 คน เฝ้า ฯ รับเสด็จ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

โดยในพิธีเปิดมีการจัดนิทรรศการของกลุ่มยุวเกษตรกรต้นแบบที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จำนวน 12 นิทรรศการ ซึ่งจะเป็นตัวอย่างให้กับการดำเนินงานพัฒนายุวเกษตรกรทั่วประเทศต่อไป ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตร ได้พัฒนายุวเกษตรกรไปแล้วมากกว่า 5,100 กลุ่ม

มีสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรในสถาบันการศึกษา กลุ่มยุวเกษตรกรนอกสถาบันการศึกษา และกลุ่มยุวเกษตรกรแบบผสม มากกว่า 67,000 คน ยุวเกษตรกรที่ผ่านการพัฒนาล้วนเกิดภาคภูมิใจ

และมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเอง นำไปสู่การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ภาคการเกษตรในอนาคต/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

จัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ฯ ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ตามมติคณะรัฐมนตรี

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ลงพื้นที่เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ฯ ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 วันที่ 14 มีนาคม 2566 วันที่ 11 ธันวาคม 2567 และวันที่ 8 เมษายน 2568 สถาบันเจ้าหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จำนวน 2 ราย ณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาน่าน ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และผ่อนชำระเงินต้นคงค้างครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ตามระยะเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่เกิน 15 ปี โดยไม่เสียดอกเบี้ย สำหรับการชดเชยเงินต้นร้อยละ 50 และดอกเบี้ยในส่วนที่เกษตรกรไม่ต้องรับภาระ และค่าใช้จ่ายต่างๆ รัฐบาลจะรับภาระจัดสรรชดเชยให้กับธนาคารฯ เมื่อเกษตรกรได้ชำระหนี้งวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว

ทั้งนี้การดำเนินการจัดทำสัญญาตามโครงการฯ เป็นการดำเนินการ ตามมติคณะรัฐมนตรี เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ข่าวประชาสัมพันธ์จากเกษตรอำเภอเชียงกลาง :
เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวลำไยเมืองเชียงกลาง! ที่ 1 ไม่แพ้ใคร ลำไยยืน 1 ต้องเชียงกลาง ชวนลิ้มลองความหวาน กรอบ อร่อยไม่เหมือนใคร !!

นายเรวัต พรมสาส์น เกษตรอำเภอเชียงกลาง “ประกาศ !!! เริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยอำเภอเชียงกลาง” โดยอำเภอเชียงกลาง มีพื้นที่ปลูกลำไยมากกว่า 8,000 ไร่ มีผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดมากกว่า 6,000 ตัน พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสกับความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของลำไยเชียงกลางจากแหล่งผลิตคุณภาพของเรา!

…ลำไยเชียงกลาง… ความอร่อยที่เหนือกว่า หลายท่านอาจคุ้นเคยกับลำไย แต่ผมอยากจะบอกว่า ลำไยจากอำเภอเชียงกลางของเรามีความพิเศษไม่เหมือนใคร ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ดินที่เหมาะสม และอากาศที่เอื้ออำนวย ทำให้ลำไยที่นี่มีรสชาติโดดเด่น คือ เนื้อหนา ไม่ฉ่ำน้ำ เม็ดเล็ก กลิ่นหอม รสชาติหวานกำลังดี และที่สำคัญคือ “ความกรอบ” อันเป็นเอกลักษณ์ เมื่อได้ลิ้มลองแล้วจะติดใจจนวางไม่ลง

เกษตรกรอำเภอเชียงกลางปลูกลำไยด้วยความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลบำรุงรักษาต้นลำไยอย่างพิถีพิถัน การให้น้ำให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าลำไยทุกลูกที่ออกจากสวนของเราเป็นลำไยที่มีคุณภาพ พร้อมส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

….สำนักงานเกษตรอำเภอเชียงกลาง ขอเชิญชวนทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นชาวเชียงกลางเอง หรือผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เข้ามาลิ้มลองความอร่อยของลำไยสดๆ จากสวนของเกษตรกรได้แล้ววันนี้! การสนับสนุนของท่านไม่เพียงแต่จะทำให้ได้สัมผัสกับลำไยคุณภาพดีเยี่ยมในราคาที่เป็นธรรม แต่ยังเป็นการช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องเกษตรกรของเราอีกด้วย

สามารถสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยได้ที่แปลงใหญ่ลำไยตำบลพญาแก้ว แปลงใหญ่ลำไยบ้านตึ๊ดใหม่ แปลงใหญ่ลำไยตำบลเชียงกลาง และแปลงใหญ่ลำไยตำบลพระพุทธบาท หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอเชียงกลาง 054-797103/เครดิต/ชาตรี ทำงาม สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/บุญ ยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรสนธิ​กำลัง​นรข.สกัดจับรถกระบะขนอะโวคาโดเถื่อน 140 ลัง​ น้ำหนัก​ 3,500 กิโลกรัม​ กลางปั๊มดังมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ศุลกากรฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ภายใต้การอำนวยการของนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร และการสั่งการของนายภาคภูมิ เลิศวัฒนารักษ์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนฯ และนางสาวกัญญูณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนฯ ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในพื้นที่ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมานายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร จึงได้มอบหมายให้นายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ส่วนสืบสวนและปราบปราม ๑ กองสืบสวนและปราบปราม สนธิกำลังกับ นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ออกตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้รับ

เมื่อไปถึงบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาผึ่งแดด เจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บน 6275 นครพนม ซึ่งมีคอกเหล็กบรรทุกสิ่งของต้องสงสัยอยู่ด้านท้ายรถ โดยมีนายเจษฎา พุทธรักษา ชาวอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นผู้ขับขี่

เจ้าหน้าที่จึงขอเข้าตรวจค้น พบผลไม้ชนิดอะโวคาโดจำนวน​ 1​40​ ลัง น้ำหนักประมาณ 3,500 กิโลกรัม ไม่มีเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรที่ถูกต้อง และมีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้น นายเจษฎาให้การว่าได้รับว่าจ้างให้ขนสินค้าจากตัวเมืองมุกดาหาร ไปส่งยังตลาดในเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยไม่ทราบว่าของดังกล่าวมีแหล่งที่มาอย่างไร

เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมรถกระบะที่ใช้ในการกระทำความผิด ส่งมอบให้ด่านศุลกากรมุกดาหารดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากรต่อไป

ศุลกากร​มุกดาหาร​ #นรข. #สถานีเรือมุกดาหาร #จับของเถื่อน #อะโวคาโดเถื่อน #ของกลาง #นำเข้าไม่ได้เสียภาษี #ข่าวมุกดาหาร #จับกลางปั๊ม #ขนของผิดกฎหมาย #ข่าวภาคอีสาน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของวิทยุชุมชนมึน ระเบียบ กสทช ออกอากาศมาตลอด ถูกหมายค้น ยึดเครื่องส่ง ตัดสาย นำตัวส่งโรงพักดำเนินคดี

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. นางสาวรัชฎาพร ทรัพย์มี ตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วน บังคับใช้กฎหมายและนิติการ (ผู้จัดการตามหมายค้น) นายวสันต์ เริงสมุทร ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. เขต ๔๕ ร่วมกับ พนักงานเจ้าหน้าที่ กสทช. ที่ทำการตรวจค้นตามหมายค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม

โดยมี ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย เหยียบสูญ รอง สวป. ร.ต.อ.ปัญญา คำพิทุม รอง สว.(ป) ร.ต.ท.สัมพันธ์ ทิพย์ทอง รอง สว.(ป) ได้ร่วมกันตรวจค้นสถานที่ ตั้งสถานี วิทยุสมัชชาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ทุ่งสวรรค์เรดิโอ Fm 94 mhz กระจายเสียง อ.ละแม จ.ชุมพร

ตามหมายค้นของศาลจังหวัดหลัง สวน ที่ ค.19/2568 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าวัตถุนั้นใช้ในการ กระทำความผิด หรือมีไว้เป็นความผิด หรือจะนำไปใช้กระทำความผิด โดยมี นายคณาวุฒิ ดวงสวัสดิ์ อายุ 39ภ ปี ผู้บริหาร กระจายเสียง เจ้าหน้าที่ผู้จัดการตามหมายค้น ได้แสดงหมายค้นและอ่านหมายค้นให้นายคณาวุฒิฯได้ทราบและยินยอมเป็นผู้นำตรวจค้น โดยจุดตรวจค้น เป็นห้องเก็บเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงมี ลักษณะเป็นการกั้นด้วยสังกะสี มีปะตูด้านหน้า ล็อกด้วยกุญแจ ไม่สามารถเปิดเข้าไปตรวจค้นภายในห้องดังกล่าว

ได้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ลักษณะเป็นสวนปาล์มภายในวัดทุ่งสวรรค์ บ้านเลขที่ 75/1 หมู่ที่ 12 ถนนตลาดใหม่-เขาชะมด ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร และมีการตั้งเสาทาวเวอร์ซึ่งติดตั้งสายอากาศและสายนำสัญญาณ ความสูงประมาณ 45 เมตร ติดตั้งใกล้กับห้องเก็บเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงดังกล่าว ซึ่งนายคณาวุฒิ ฯ ผู้นำตรวจค้น แจ้งว่าตนไม่มีกุญแจในการเปิดห้องดังกล่าว แต่ได้ยินยอมให้ตัดกุญแจออกได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ ช่างทำการตัดกุญแจออกและสามารถเข้าตรวจค้นภายในห้องดังกล่าวได้ ผลการตรวจค้นปรากฏว่า

พบห้องมีลักษณะทรงสี่เหลี่ยมกั้นด้วยสังกะสี ภายในมีการออกอากาศวิทยุกระจายเสียง โดยการใช้เครื่องส่ง กระจายเสียงเชื่อมต่อกับสายอากาศและสายนำสัญญาณ ออกอากาศที่คลื่นความถี่ 94.00 MHz โดยใช้ เครื่องปรับอากาศระบายความร้อนให้แก่เครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงและอุปกรณ์ดังกล่าว และจากการตรวจค้น ดังกล่าว พบของกลางจำนวนทั้งสิ้น 16 รายการ ส่วนของกลางลำดับที่ 16 ที่เป็นสายอากาศ ชนิด Circular 4 Stacks ช่างที่ทำการรื้อถอนแจ้งว่าไม่สามารถปืนเพื่อทำการรื้อถอนออกมาได้

เนื่องจาก เสาทาวเวอร์ มีลักษณะชำรุด ไม่แข็งแรง อาจเสี่ยงอันตรายได้รับบาดเจ็บในการรื้อถอนใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดสายอากาศ ดังกล่าวไว้ที่เกิดเหตุ รายละเอียดตามบัญชีวัตถุที่แนบท้ายบันทึกการตรวจค้นนี้ นายคณาวุฒิฯ ผมยอมรับผมผิดพลาดการลงทะเบียนในระบบแอพพลิเคชั่น ของ กสทช. ผมไม่กล้าทำเพราะในช่วงนั้นมีคนมาแอบอ้างเป็น กสทช.ทำทีโทรมาโทรศัพท์มาเรียกเก็บก็ให้ไปทำเอกสารก็ไม่เคยเห็นตัวตนก็เลยมีความกังวลว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ผมจึงได้เขียนจดหมายและ

ได้นำส่ง เอกสารยื่นไปยัง กสทช.แล้วโดยเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรลายมือของตัวเองส่งไปขณะนี้ได้รับแจ้งว่าเอกสารฉบับดังกล่าวได้อยู่ที่หน้าห้อง ของสำนักงาน กสทช.ส่วนการดำเนินการของ สถานี่ได้ดำเนินการมาร่วม 20 ปี และตนได้มารับช่วงการบริหารเป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว จึงอยากขอโอกาสได้ดำเนินการเพื่อสังคมด้วยจิตสาธารณะต่อไปครับ

ผมยอมรับผิดที่ไม่ได้ส่งเอกสารในรูปแบบ ระบบแอพ ของ กสทช. ผมกลัวเรื่องของมิจฉาชีพเพราะในช่วงปลายปี 2567มิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดมากให้โอนเงินในรูปแบบต่างๆ แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนอะไรจนวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจยึดเครื่องส่งสายอากาศสัญญาณแต่ผมก็ได้รับแจ้งให้หยุดการออกอากาศแต่ผมก็ดำเนินการทางด้านข่าวสารให้กับประชาชนได้รับรู้รับทราบและวิงวอนขอความเห็นใจทางสถานีวิทยุก็ไม่มีรายได้อะไรมากมายจึงต้องดำเนิน

การโดยที่รู้ว่ายังผิด แต่ก็ขอให้เจ้าหน้าที่เมตตาตรวจสอบเจตนารมณ์ ของทางสถานีและอยากให้ตรวจสอบหรือตักเตือนโดยวาจาเสียก่อนก่อนที่จะทำการตรวจยึดทรัพย์สินต่างๆครับเพราะตัวผมก็เป็นบุคคลอยู่ในองค์กรอิสระของสื่อก็ได้นำสื่อและข่าวสารเพื่อจะประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นข้อมูลเบื้องต้นและช่องทางที่สามารถให้ประชาชนรับรู้รับทราบได้โดยไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากเพราะสถานีวิทยุจะมีประชาชนรับรู้รับและเฝ้าฟังข่าวสารอยู่ตลอดเวลาครับ

นางสาวรัชฎาพร ทรัพย์มี กล่าวว่า สำนักงานกสทช. ภาคสี่แล้วก็สำนักงาน กสทช. เขต 45 มาดำเนินการตรวจค้นแล้วก็ยึดของกลางสำหรับผู้ที่ยังออกอากาศและก็ยังมีการประกอบโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ในวันนี้ได้เดินทางมาตรวจสอบที่ อำเภอละแม และฝากเตือนถึงสถานีวิทยุที่เคยทดลองออกอากาศแต่ว่าที่ยังไม่ได้ดำเนินการยื่นขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตั้งแต่วันที่การออกอากาศได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567

ฝากเตือนว่าทุกสถานีให้หยุดออกอากาศไปก่อนแล้วก็ห้ามใช้เครื่องวิทยุคมนาคม พวกเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงจนกว่า กสทช. จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงและในขณะนี้การออกทะเบียนให้กับสถานีวิทยุเรายังต้องนโยบาย กสทช.ครั้งเพราะว่าตอนนี้กลุ่มที่ดำเนินการขอรับใบอนุญาต

ในกลุ่มที่ยื่นเข้ามาประมูลการใช้ความถี่เราจะอนุญาตและพิจารณากลุ่มที่ขอเข้ามาก่อนและกลุ่มที่ไม่ได้เข้ามาขอการดำเนินการอนุญาตเข้าประมูลคลื่นความถี่ขอให้หยุดออกอากาศไปก่อนจนกว่าจะมีนโยบายของกสทช.ออกฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยายอายุ 71 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรม!! สมาคม อสมช.ภาคประชาชน หลานยื้มรถคนอื่นไปซื้อยา โดนผู้ใหญ่บ้าน ดักซ้อมกลางทาง

วันนี้ (14 ก.ค.68) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางทองมา แกว่นไกร อายุ 71 เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) เนื่องจาก นายเจริญชัย อาทิตย์วงศ์ อายุ 33 ปี เป็นผู้บาดเจ็บ จากการโดน ผู้ช่วยและผู้ใหญ่บ้าน ได้รุมซ้อมตีในพื้นที่ บ้านหนองไผ่ หมู่ 5 ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว

สืบเนื่องมาจากวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. นายเจริญชัย อาทิตย์วงศ์ (นายเข้ม) ได้ยืมรถ..นายจวน ได้ขับรถไปซื้อยาเสพติด จำนวน 14 เม็ด โดยไม่บอกว่าจะยืมรถไปใช้อะไร ทางเจ้าของรถได้แจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้าน ว่านายเจริญชัย หรือ เข้ม ได้ขับรถออกไปซื้อยา เสร็จแล้วได้เอารถไปคืนยังบ้าน ออกมาจากบ้านนายจวน ถึงสามแยก ทางผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วย จึงดักจับรุมซ้อมตี จนบาดเจ็บที่หลังช้ำตามร่างกาย นายจวน ได้เอาไม้ตีพลาดไปโดน แขนข้างซ้ายของผู้ช่วย ทางผู้เป็นย่าบอกว่า ถ้าผู้ช่วยไม่เอาแขนรับไว้อาจจะบาดเจ็บสาหัสมากกว่านี้.ยายเล่าว่า หลานได้ยอมรับสารภาพผิดจริง ว่าได้ยืมรถเขาไปไม่ได้บอก เพื่อขับไปซื้อยาจำนวน 14 เม็ด แล้วตอนนี้ หลานตนก็ได้ถูกฝากขังเพื่อรอสืบสวนสอบสวนที่เรือนจำสระแก้วแล้ว จึงอยากมาร้องขอความเป็นธรรมกับสมาคมฯ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมดังกล่าว

ทางนายกสมาคมฯ ได้เปิดเผยว่า ทางเราได้จะทำเอกสารส่งถึงสำนักนายกรัฐมนตรี และถึงผู้ว่าฯจังหวัดสระแก้ว เพื่อได้สืบหาข้อเท็จจริงต่อไป เพราะเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าราชการทางการเมือง ไม่มีสิทธิ์ที่จะซ้อมตีหรือลงมือทำร้ายร่างกายกับประชาชน จึงส่งผลเกิดการเจ็บตัวและช้ำตามร่างกาย ทางสมาคมฯเราจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย อย่างแน่นอนสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) “ศูนย์ช่วยเหลือ เป็นสื่อกลาง ให้คำปรึกษา ปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน” โทร.087-054-9954

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ค้าสายเขียวปิ๊งไอเดียทำสินค้าที่ระลึกจากพืชกัญชา สร้างจุดขายต่อยอดรายได้ช่วงกระแสกำลังป่วน

จากกระแสการแก้ไขกฎหมายให้พืชกัญชาจากสมุนไพรควบคุมกลับสู่ยาเสพติด จนสร้างความสับสนให้สังคมถึงความชัดเจนต่อเรื่องดังกล่าว ส่งผลให้เปิดผลกระทบกับผู้ประกอบการธุรกิจพืชกัญชาเป็นอย่างมากในตอนนี้ ซึ่งหลายคนได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการกันเพื่อเอาตัวรอด

นางเกษสุดา เพทเทอร์เซ่น เจ้าของร้าน Mighty MINIMART ผู้ประกอบการธุรกิจพืชกัญชาถูกกฎหมายที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ให้จำหน่ายหรือแปรรูปสมนุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 เปิดเผยว่า จากกระแสการนำพืชกัญชากลับมาเป็นสิ่งกฎหมายทำให้เกิดความสับสนในกลุ่มผู้ประกอบการทำให้รายได้ลดลง

ทั้งนี้ จึงได้เกิดไอเดียต่อยอดธุรกิจช่วงกระแสพืชกัญชาปั่นป่วนด้วยการนำพืชกัญชามาแปรรูปเป็นสินค้าที่ระลึกเพื่อสร้างจุดขาย โดยจะมีทั้ง สร้อย ต่างหู กำไล จี้หอยคอ เครื่องประดับ พวงกุญแจ ที่เขี่ยบุหรี่ ที่เปิดขวด และอื่นๆ โดยอยู่ในช่วงของการดำเนินการผลิตและจะจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้ เพราะจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อนในทุกๆ ปี

อย่างไรก็ดี สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ตั้งเป้าไว้นั้นจะเป็นกลุ่มลูกค้าสายเขียว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะมาใช้บริการมากในช่วงไฮซีซั่น จะเป็นฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าหลักของร้าน Mighty MINIMART เชื่อว่าจะสร้างความน่าสนใจและสร้างจุดขายใหม่ๆ ได้ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างแน่นอน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เกษตรจังหวัดน่าน เตรียมพร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม”

วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายธนัย บุญมาธิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ลงพื้นที่สำรวจ ติดตามสถานการณ์พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเวียงสา ได้แก่ ตำบลกลางเวียง ตำบลส้าน ตำบลขึ่ง ตำบลน้ำมวบ และตำบลไหล่น่าน โดยในขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตำบลประสานผู้นำ ดำเนินการสำรวจและรายงานความเสียหายเบื้องต้นให้ทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อให้การช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน งาน “ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวาวัง” (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4

ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน งาน “ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวาวัง” (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

ในวันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.40 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3, นายเย็นดี มณฑีรรัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 , น.อ.ปรธร จีนะวัฒน์ ผบ.บน.41

พร้อมข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานทหาร บน.41 อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ จากนั้นได้นั่งตำแหน่งเฝ้า ในงาน”ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวาวัง” (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4

ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ และส่งเสด็จ การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ และการถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ปกติ และสมพระเกียรติ เป็นไปตามพระราชประสงค์..

สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / FAIRTEX เปิดสาขาใหม่ MBK CENTER รุกตลาดนักท่องเที่ยว เสริมทัพนักมวยดังร่วมกิจกรรม พร้อมเปิดตัวความร่วมมือรายการ “MBK Center Fight Night”

(12 ก.ค.68)​ แฟร์เท็กซ์ (FAIRTEX) แบรนด์มวยไทยและอุปกรณ์ศิลปะการต่อสู้ระดับโลก เปิดตัวร้าน FAIRTEX PROSHOP สาขาใหม่ ณ MBK CENTER อย่างยิ่งใหญ่กลางกรุงเทพฯ จัดกิจกรรมสุดคึกคัก พร้อมขบวนนักมวยชื่อดังร่วมโปรโมทร้าน ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ภายในงานนำโดยสองผู้บริหารแห่งค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เสี่ยบรรจง บุษราคัมวงศ์ และคุณเปรม บุษราคัมวงศ์ ผู้ขับเคลื่อนแบรนด์ไทยสู่ระดับสากล ทั้งในด้านค่ายมวยระดับโลกและอุปกรณ์ฝึกซ้อมมาตรฐานมืออาชีพ

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยสีสัน ด้วยขบวนแห่นักมวยดังทั้งฝ่ายชายและหญิง ได้แก่ สแตมป์, นักรบ, เสมาเพชร, เชียร์โคเฮน, เฟอรารี่, จีฮิน, แอนดี้ สนูปปี้, กัสจังพร้อมเทรนเนอร์ระดับแถวหน้า แชมป์เล็ก และ Y2K (ยอดไก่แก้ว แฟร์เท็กซ์) รวมถึงพิธีกรสุดพิเศษโดย น้องตุ้ม ปริญญา The Beautiful Boxer ร่วมสร้างความคึกคักด้วยกิจกรรมประชาสัมพันธ์กลางศูนย์การค้า

ภายในงานยังเปิดพื้นที่ให้ชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ร่วมทดลองเตะ–ชกซ้อมเป้ากับนักมวยตัวจริง เรียนรู้แม่ไม้มวยไทยอย่างใกล้ชิด สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความประทับใจจากประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นFAIRTEX PROSHOP ปัจจุบันมีมากถึง 28 สาขาทั่วประเทศ และกำลังอยู่ระหว่างการวางแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เพื่อส่งออกแบรนด์ไทยคุณภาพสูงสู่ระดับโลกอุปกรณ์จากแฟร์เท็กซ์ยังได้รับการยอมรับในเวทีต่อสู้ระดับโลก โดยถูกเลือกใช้จริงในรายการ ONE Championship ยืนยันมาตรฐานระดับสากลจากนักสู้มืออาชีพทั่วโลก

นอกจากนี้ ในอนาคต FAIRTEX เตรียมจับมือร่วมกับบริษัท PN Fighter Club โดย เดอะน้อย พีเอ็น จัดการแข่งขันมวยไทยภายใต้ชื่อรายการ “MBK Center Fight Night” เพื่อเป็นการเผยแพร่ ห้องศิลปะมวยไทยของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกที่มาเที่ยวเมืองไทยรับเข้าชมฟรี​ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม MBK CENTER เปิดเวทีให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้รับชมศิลปะการต่อสู้แบบใกล้ชิด ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและตารางการแข่งขันได้ทาง Facebook Page: MBK Center Fight Night

คุณเปรม บุษราคัมวงศ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า​ “เราสร้าง FAIRTEX ให้เป็นแบรนด์ของนักสู้ทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากตรงนี้ เราเชื่อในพลังของศิลปะการต่อสู้ที่จะเปลี่ยนชีวิตคนได้”ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชม และเลือกซื้ออุปกรณ์มวยมาตรฐานระดับมืออาชีพได้แล้ววันนี้ที่ FAIRTEX PROSHOP สาขา MBK CENTER โซน A At First ชั้น G ร้านเปิดทุกวัน 10.00 – 22.00 น. ไม่มีวันหยุด หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ https://th.fairtex.com/

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากดินสไลด์

13 กรกฎาคม2568 เวลา 08.30. พล.ม.1 โดย ม.2 พัน.15 ได้จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย เข้าดำเนินการตรวจสอบ และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ เป็นเหตุให้สะพานทางเข้าหมู่บ้านขาด จึงไม่สามารถสัญจรหรือเดินทางเข้าออกได้ โดยมอบข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มและยาสามัญประจำบ้าน พร้อมทั้งปรับพื้นที่ทำทางเข้าออกชั่วคราวให้กับชาวบ้าน เบื้องต้นชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวน 172 คน 52 หลังคาเรือน โดยมีผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 2 ราย จึงให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ณ บ้านห้วยเลา ม.7 ต.เชียงของ อ.นาน้อย จ.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม มอบกองทุนสาธารณกุศลให้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน พม. ร่วมส่งเสริมพัฒนาเด็ก-เยาวชน-ประชาชน-หน่วยงาน ส่งต่อพลังความปรารถนาดีสู่สังคม

10 ก.ค.68 ณ ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ , มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำโดย นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นประธานในพิธี

1.งานจัดตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงาน “พระประชาบดี” ที่ชำรุด หักโค่นไป เนื่องจากเหตุการณ์วาตภัย เพื่อเป็นสิริมงคลและศูนย์รวมใจในการทำดีของ เด็ก เยาวชน เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ประชาชน

2.งานกิจกรรมพัฒนาเยาวชนสร้างสรรค์ ให้กับเด็กการบรรยาย กิจกรรมพัฒนาเยาวชนสร้างสรรค์ ในหัวข้อ “เด็กดี มีน้ำใจ ใคร ๆ ก็รัก” เพื่อเป็นการสร้างความ ตระหนักรู้ แนะนำแนวทางการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเหมาะสมแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อมุ่งไปสู่ การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติต่อไป

ในการนี้ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้สนับสนุนกองทุนสาธารณกุศลให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน จำนวน 54,950 บาท เพื่อเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เด็ก-เยาวชน-หน่วยงาน-ประชาชน

ขอส่งต่อพลังบุญนี้ ให้เป็นกำลังใจแห่งแผ่นดิน และให้พลังบุญนี้หนุนนำให้กัลยาณมิตรผู้ร่วมสนับสนุนทุกท่าน เจริญด้วยปัญญาบารมี สมบูรณ์พร้อมด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติ เทอญ… สามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้อย่างต่อเนื่องสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / -​PEA จับมือสมาคมวอลเลย์บอลฯ เตรียมจัดแข่งเยาวชนระดับประเทศ – มุกดาหารเจ้าภาพภาคอีสานตอนล่าง พร้อมจัดโครงการ “ทีมชาติวอลเลย์บอล PEA สอนน้อง” ปีที่ 21

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล จ.มุกดาหาร นายวีระศักดิ์ กนกหงษ์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร นายเอกอมร ศรีลาศักดิ์ นายกสมาคมกีฬา แห่งจังหวัดมุกดาหาร นายวิษณุกร จันทรา ผู้อำนวยการโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล พร้อมด้วยผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร และสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

รวมแถลงข่าว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ร่วมกับสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าวการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชนรายการ PEA – DOMESTIC POWER ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ รวมถึงโครงการ “ทีมชาติวอลเลย์บอล PEA สอนน้อง” ครั้งที่ 21 ประจำปี 2568

นายวีระศักดิ์ กนกหงษ์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.มุกดาหาร กล่าวว่า กิจกรรมนี้เริ่มจัดตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา เพื่อส่งเสริมสุขภาพเยาวชนไทยให้ห่างไกลยาเสพติด และเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจ ผลิตนักกีฬาทีมชาติตัวจริงหลายคนให้ประเทศ

สำหรับปีนี้จัดแข่งขันรอบคัดเลือกทั้งหมด 7 ภาค เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงกันยายน 2568 โดยจังหวัดมุกดาหารรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ระหว่างวันที่ 13 – 20 กรกฎาคม ใช้สนามแข่งขัน 2 แห่ง ได้แก่ อาคารจงวุฒิเวศย์ สนามกีฬากลางจังหวัด และโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล

ไฮไลต์สำคัญคือ “โครงการทีมชาติวอลเลย์บอล PEA สอนน้อง” ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม เวลา 09.30 – 12.00 น. ณ อาคารจงวุฒิเวศย์ โดยมีนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย อาทิ ปลื้มจิตร์ ถินขาว, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ และอรอุมา สิทธิรัตน์ พร้อมอดีตทีมชาติมาเป็นผู้ฝึกสอนเยาวชนจำนวน 60 คน

จาก 4 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารด้วยกีฬาเยาวชน #วอลเลย์บอลPEA #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #มุกดาหาร #PEADomesticPower #ทีมชาติวอลเลย์บอล #วอลเลย์บอลเยาวชน #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร #สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย #PEAสอนน้อง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ธี่หยด 3” การกลับมาของเสียงเพรียกแห่งความหลอนที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากับความสยองครั้งใหม่สุดสะพรึง!

ปล่อยมาโครมเดียวสะเทือนไปทั้งบาง!!!! เมื่อภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “ธี่หยด 3” จาก ช่อง 3 และ M Studio ปล่อย Hint ทีเซอร์แรก การกลับมาของเสียงเพรียก

แห่งความหลอน ที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากับความสยองครั้งใหม่สุดสะพรึง! ของพี่ยักษ์ และ จ่าปพันธ์ พร้อมด้วย ครอบครัวตัวย.

เตรียมพบกับการเดินทางล่าผีครั้งสำคัญ จากฝีมือการกำกับภาพยนตร์ของ แป๊ป ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ และ ต้อม ธนเดช ประดิษฐ์ นำทีมความเดือดโดย “ณเดชน์ คูกิมิ

ยะ” ที่กลับมาพร้อมกับ แฉะ-องอาจ เจียมเจริญพรกุล, จูเนียร์-กาจบัณฑิต ใจดี, เฟรนด์-พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ, เดนิส-เจลีลชา คัปปุน, และ นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน

เตรียมลงจอเข้าฉาย 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ และยืนยันฉายในระบบ IMAX ด้วยสัดส่วนภาพพิเศษเต็มจอตลอดเรื่องพร้อมด้วยระบบเสียง 12 Channel ให้ระทึกขั้นสุด *สัดส่วนภาพ IMAX 1.9:1 และ DOLBY ATMOS ที่ไม่ควรพลาด

จุดเริ่มต้น และจุดจบของความสยองในครั้งนี้ จะสะพรึงทุกโสตประสาทขนาดไหน ธี่หยด 3 l 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ใกล้บ้านคุณ!!!

ธี่หยด #ธี่หยด2 ณเดชน์ #จูเนียร์กาจบัณฑิต #เฟรนด์พีระกฤตย์ #เดนิสเจลีลชา #มิ้มรัตนวดี #นีน่าณัฐชา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มอบอาหาร เครื่องดื่ม ประชาชน ที่อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

วันที่ 12 กรกฎาคม 2568 ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มและแผ่นดินไหว องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ได้รับมอบ อาหารและน้ำดื่ม เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่จังหวัดน่าน

โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นำไปมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน
โรงแรมน่านกรีนเลควิวรีสอร์ท มอบ มาม่า ปลากระป๋อง น้ำดื่ม 50 แพ็ค และข้าวสาร 50

มูลนิธิสว่าง นครน่านร่วมใจ มอบข้าวกล่อง จำนวน 200 กล่อง พร้อมน้ำดื่มศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มและแผ่นดินไหวองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจ เฝ้าระวัง อันตราย จากอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ตลอด 24 ชั่วโมง

ศูนย์ กู้ภัย อบจ.น่าน ☎ 054-773888 ศูนย์ กู้ชีพ อบจ.น่าน ☎ 054-059855 องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.น่าน ผอ.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ของรร.ในสังกัดน่าน

อบจ.น่าน ทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน น่านหนึ่งเดียว #น่านน่ากิน #น่านน่าอยู่ #น่านน่าเที่ยว #น่านน่าเรียน #น่านน่าธรรม

วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน 2 (ศรีสระวงศ์) อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นางผกามาศ นันทจีวรวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ผู้รับมอบอำนาจ

ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา โดยมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 คณะผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ อำเภอปัว ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ในพื้นที่ตำบลไชยวัฒนา คณะครูโรงเรียน อบจ.น่าน 1(ตาลชุมพิทยาคม) และ อบจ.น่าน 2 (ศรีสระวงศ์) ร่วมเป็นเกียรติในพิธีบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ด้วย

บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาขีดความสามารถของการจัดการศึกษาของโรงเรียน ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และเพื่อพัฒนา ส่งเสริม และเติมเต็มศักยภาพของนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านมีเจตนารมณ์ที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาและคุณภาพของนักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาทุกระดับ โดยได้พัฒนากระบวนการรับนักเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตร ตลอดจนการวัดผลและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อพัฒนา ส่งเสริม และเติมเต็มศักยภาพของนักเรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านได้ตระหนักถึงความสำคัญในการปลูกฝั่ง การสร้างคนทุก ด้านอย่างมีคุณภาพ และมีเจตจำนงอย่างแน่วแน่วแน่ในการสนับสนุนทางวิชาการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาขีดความสามารถของการจัดการศึกษา อีกทั้งเพื่อยกระดับและคุณภาพของนักเรียนสู่การศึกษาใน


ระดับอุดมศึกษาในอนาคตองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านน่านหนึ่งเดียว นพรัตน์ ถาวงศ์น่านหนึ่งเดียว #NAN 🇹🇭น่านน่าอยู่ #น่านน่าเที่ยวน่านน่ากิน #น่านน่าเรียน #น่านน่าธรรม

เพื่อน่านหนึ่งเดียว NAN⛰🌳💦/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อใวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง