สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ รับฟังปํญหา ชาวอำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2568 เวลา 15.30 น. ณ ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ รับฟังปัญหา ประชาชน ชาว ต.ท่าอ่างอำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา

โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายอำเภอโชคชัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวอำเภอโชคชัยให้การต้อนรับ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่มาในวันนี้ เพื่อรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน ถ้ามีปัญหาอะไรให้บอก สส. และสส.ต้องบอกหัวหน้า

พรรคแน่นอน เรายังมีรองนายกฯโคราชของเรา ที่ดูแลในเรื่องของน้ำ โดยเฉพาะ ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง

ซึ่งอยู่ในความดูแลของท่านอยู่แล้ว เรามีคนที่ดูแลตรงนี้ครบถ้วนอยู่แล้ว เพราะฉนั้นปัญหาของเราต้องถูกรับฟังแน่นอน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร กล่าวต่อไป

อีกว่า ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่ไหน ตำแหน่งไหน ก็ยินดีทำเพื่อพี่น้องประชาชนเสมอ วันนี้ขอมารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ในฐานะพรรคเพื่อไทย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดิฉันพร้อมรับฟัง และประสานงานผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแก่พี่น้องประชาชนค่ะ

วันนี้ดิฉันลงพื้นที่ บ้านไร่ หมู่ 1 ตำบลท่าอ่าง อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับท่านประเสริฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ

ท่านสุดาวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และคณะ ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับฟังปัญหาเรื่องน้ำและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ค่ะ

ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ชาวนาในพื้นที่ต้องเผชิญกับน้ำมูลล้นตลิ่งและไหลแรง จนทำให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นข้อเสนอของพี่น้องประชาชนเพื่อป้องกันปัญหา

เช่น การสร้างผนังกั้นการกัดเซาะตลิ่ง และการขยายสะพานข้ามแม่น้ำ เป็นแนวทางที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดิฉันได้หารือกับท่านประเสริฐ ซึ่งดูแลด้านการบริหารจัดการน้ำโดยตรง และท่านจะนำข้อมูลและข้อเสนอเหล่านี้ไปประสานกับท่านภูมิธรรม รักษาการนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

เสียงของประชาชนต้องได้รับการรับฟัง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ให้การต้อนรับและส่งกำลังใจอย่างอบอุ่นในวันนี้ค่ะ

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ยึดอาโวคาโดเถื่อนกว่า 4 ตัน คนขับเรือไหวตัวทันกระโดดน้ำหนีั

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตนครพนม) โดย นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้จัดชุดลาดตระเวนทางน้ำ ออกตรวจการณ์บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ชุมชนศรีบุญเรือง ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ในเวลาต่อมา ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนสามารถใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน (Night Vision) ตรวจพบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ มีบุคคลขับขี่ 1 คน พร้อมสิ่งของต้องสงสัยจำนวนมากบรรทุกใส่ลังพลาสติกอยู่ภายในเรือ กำลังแล่นเรือข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เข้ามาที่ริมฝั่งจังหวัดมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดระยะเข้าใกล้เพื่อขอตรวจสอบ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว คนขับเรือได้อาศัยความมืดกระโดดน้ำว่ายหลบหนีขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบเรือลำดังกล่าว พบผลไม้อาโวคาโดบรรจุในลังพลาสติกจำนวน 170 ลัง น้ำหนักประมาณลังละ 25 กิโลกรัม

คิดเป็นน้ำหนักรวมประมาณ 4,250 กิโลกรัม จึงได้ทำบันทึกการตรวจยึดและนำของกลางส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ข่าวมุกดาหาร #อาโวคาโดเถื่อน #ข้ามโขง #ลอบขนผลไม้ #สินค้าหนีภาษี #สถานีเรือมุกดาหาร #นรข #ด่านศุลกากรมุกดาหาร #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /อัญเชิญผ้าพระราชทาน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นห่มพระบรมธาตุสวี

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สำนักพระราชวังสวนจิตรลดากทม. 10303 ที่พ.ว. 0206. 1.4 / 1958 วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เรื่องพระราชทานพระมหากรุณา เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร อ้างถึงหนังสือจังหวัดชุมพรที่ ชพ. 0032 / 6282 ลงวันที่ 29 เมษายน 2568

ตามที่มีหนังสือขอให้นำความกราบบางคนทูล สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระราชทานพระมหากรุณาในงานประเพณีแห่ผ้าพระราชทานขึ้นห่มพระบรมธาตุสวี ประจำปี 2568 ณ วัดพระบรมธาตุสวี ระหว่างวันที่ 9 ถึง 11 กรกฎาคม 2568

ดังนี้ 1.ขอพระราชทานพระราชาอนุญาตจัดทำผ้าห่มพระบรมธาตุสวีประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. ขนาดกว้าง 45 นิ้วยาว 20 เมตร จำนวนหนึ่งผืนเพื่อถวายเป็นพุทธะบูชา 2.ขอพระราชทานผ้าไตร 15 ไตรถวายพระสงฆ์จัดถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ความแจ้งอยู่แล้วนั้น

ได้นำความกราบบังคมทูลทรงทราบกว่าละอองพระบาทแล้วพระราชทานมหากรุณาตามที่ขอจึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถือคุณหญิงอารยา พิบูลนครินทร์ เลขานุกาลในพระองค์ สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

วันนี้ (11 ก.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร, ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ

รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ข้าราชการ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ร่วมในพิธีอัญเชิญผ้าพระราชทาน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นห่มพระบรมธาตุสวี ณ วัดพระบรมธาตุสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีสมโภช

ผ้า และแห้ผ้าพระราชทาน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, การรำถวายสักการะพระบรมธาตุสวี, และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน

สำหรับพระบรมธาตุสวี เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ของจังหวัดชุมพร มีลักษณะรูปแบบพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุง

ศรีอยุธยา และได้บูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง โดยกรมศิลปากร มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสองชั้น

มีตำนานเล่าถึงประวัติการสร้างพระบรมธาตุสวี ว่าเมื่อครั้งที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราช แห่งนครศรีธรรมราช เสด็จยกทัพนำรี้พลมาที่วัดแห่งนี้ (ในเขตอำเภอสวีใน

ปัจจุบัน) ได้พบกาเผือกและกาฝูงหนึ่งเกาะอยู่บนกองอิฐ กระพือปีกและส่งเสียงร้อง พระองค์จึงทรงให้รื้อกองอิฐที่กองทับกันออกจากฐานเจดีย์ใหญ่เมื่อขุดลึกลงไป

ได้พบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจึงให้แม่ทัพนายกอง ไพร่พลช่วยกันสร้างเจดีย์ขึ้นมาใหม่แทนที่เดิม แล้วจัดงานสมโภชเป็นการใหญ่ เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน จากนั้นพระราชทานชื่อว่า

พระบรมธาตุกาวีปีก (วีปีก แปลว่า กระพือปีก) ต่อมาเรียกกันว่าพระบรมธาตุกาวี และคำว่า กาวี ได้เพี้ยนจนกลายเป็น สวี ในปัจจุบัน โดยบริเวณใกล้เคียงกัน มีศาลพระเสื้อเมืองตั้งอยู่

ซึ่งมีความเป็นมาว่าก่อนที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราช จะเสด็จยกทัพกลับ ทรงห่วงใยพระบรมธาตุว่าจะไม่มีผู้ดูแลรักษา จึงสั่งเรียกบรรดาทหารในกองทัพที่

กำลังนอนหลับสนิท ในขณะนั้นมีทหารคนหนึ่งชื่อเมืองขานรับ พระองค์จึงมีรับสั่งให้ทหารตัดศีรษะนายเมือง เซ่นสรวงบูชาไว้ในศาลเพียงตา ศาลนี้จึงได้ขนานนามว่า ศาลพระเสื้อเมือง อยู่คู่พระบรมธาตุสวีสืบมาในปัจจุบัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้กำกับฯ วิลเลียม คอฟแมน สรรค์สร้างความแปลกใหม่ให้กับภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่นใน “Osiris – โอซิริส มฤตยูล้างพันธุ์มนุษย์“/เปิดโปสเตอร์ “พี่ยักษ์ – น้องยี่” พร้อมประจันหน้า เสียงเพรียกแห่งความตาย ปลุกผีร้ายให้กลับมา! ใน “ธี่หยด 3” 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

“วิลเลียม คอฟแมน” เป็นทั้งผู้กำกับฯ , ผู้เขียนบท และผู้อำนวยการสร้างชาวอเมริกัน ผลงานของเขาส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นเช่น The Marine 4 : Moving Target – เดอะ มารีน 4 ล่านรกเป้าสังหาร , Jarhead 3 – จาร์เฮด 3 พลระห่ำสงครามนรก ฯลฯ

“Osiris เป็นหนังไซไฟ-แอ็คชั่นที่ฟอร์มไหญ่ที่สุดตั้งแต่ผมเคยทำมา” คอฟแมน กล่าว “เพราะคราวนี้เราได้ตำนานหนังไซไฟ-แอ็คชั่นอย่าง ลินดา แฮมิลตัน (จาก The Terminator – คนเหล็ก 2029) มาร่วมงานด้วย นอกเหนือไปจากยังได้ ‘ท็อดด์ มาสเตอร์’ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์ทางด้านการออกแบบสัตว์ประหลาดในตำนานมาทำงานให้

รวมไปถึงทีมงานนักแสดงที่ยอดเยี่ยมคนอื่นๆ ในการสรรค์สร้างให้ Osiris เป็นภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่นที่มีความแตกต่างไปจากหนังประเภทเดียวกัน อีกทั้งเรายังทำให้ผู้รุกรานจากต่างดาวเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต จึงนำมาสู่ฉากแอ็คชั่นผาดโผนมากมายที่อยู่ในเรื่อง ซึ่งถือเป็นประสบการณ์การรับชมแบบใหม่ของหนังในแนวนี้ และเรามั่นใจว่าจะต้องเป็นที่ชื่นชอบของคนดูอย่างแน่นอน“

เตรียมพบกับความตื่นเต้นระทึกใจของ ”Osiris – มฤตยูล้างพันธุ์มนุษย์“ โดย Movie Copyright (Thailand) 12 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

เปิดโปสเตอร์ “พี่ยักษ์ – น้องยี่” พร้อมประจันหน้า เสียงเพรียกแห่งความตาย ปลุกผีร้ายให้กลับมา! ใน “ธี่หยด 3” 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ใกล้เข้ามาทุกทีกับความสยอง ที่คอยตามหลอกหลอนไม่รู้จบ ของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “ธี่หยด 3” จาก ช่อง 3 และ M Studio กำกับภาพยนตร์โดย แป๊ป ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ และ ต้อม ธนเดช ประดิษฐ์
เมื่อเสียงเพรียกแห่งความตาย…ปลุกผีร้ายให้กลับมา! ล่าสุดเปิดภาพโปสเตอร์ “พี่ยักษ์“ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ”น้องยี่” นีน่า ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน ที่ครั้งนี้พร้อมเข้าป่าประจันหน้ากับผีร้ายแบบเต็มสูบ

เตรียมพบกับการเผชิญหน้าความสยองครั้งใหม่สุดสะพรึง! 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ และยืนยันฉายในระบบ IMAX ด้วยสัดส่วนภาพพิเศษเต็มจอตลอดเรื่องพร้อมด้วยระบบเสียง IMAX 12-Channel Sound ให้ระทึกขั้นสุด *สัดส่วนภาพ IMAX 1.9:1 และ DOLBY ATMOS ที่ไม่ควรพลาด
 

ธี่หยด3 | 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ธี่หยด #ธี่หยด2

ณเดชน์ #จูเนียร์กาจบัณฑิต #เฟรนด์พีระกฤตย์ #เดนิสเจลีลชา #นีน่าณัฐชา

MStudio

Link YouTube : Teaser
https://youtu.be/GRV0CKDmw5c?si=Ur6XkFd-sL0ekx9P

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เฟี้ยวสุด! โปสเตอร์คาแร็คเตอร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก”นับถอยหลังเปิดต่อมฮา 24 ก.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์

เตรียมก้าวสู่จักรวาลตำนานรักบทใหม่ของแม่นากสุดโซ๊ะแห่งปี 2568 กับภาพยนตร์โรแมนติกม๊ากมาก คอมเมดี้ม๊ากมาก “นากรักมาก ม๊ากมาก” โปรเจ็กต์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด ผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ “โหน่ง ชะชะช่า” นำแสดงโดย โหน่ง ชะชะช่า, หม่ำ จ๊กมก, เท่ง เถิดเทิง, ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร และ คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์
ทยอยปล่อยของออกมาให้คอหนังได้ชมกันเรื่อย ๆ กับภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้อย่าง “นากรักมาก ม๊ากมาก” ล่าสุดเผยโปสเตอร์คาแร็คเตอร์ของนักแสดงนำมาให้ได้ชม นำทีมโดย ญดา-นริลญา ที่มาในมาด “นางนาก” สุดจึ้ง ฉีกทุกภาพจำของนากนากที่ทุกคนคุ้นชิ้น ขณะที่พระเอกของเรื่องอย่าง คริส-พีรวัส ก็สวมมาด “พ่อมาก” หล่อครบเครื่อง ปิดท้ายด้วยแก๊ง “หม่ำ-เท่ง-โหน่ง” ที่มาพร้อมใบหน้าฮาปนผวาเมื่อต้องปะทะกับความเฮี้ยนปนขี้เล่นของแม่นาก

ผู้กำกับ โหน่ง ชะชะช่า เผยว่า “เรื่องนี้เป็นการกลับมาร่วมเล่นหนังด้วยกันในรอบ 15 ปี ของ ผม, พี่หม่ำ และ พี่เท่ง เรา 3 คนต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเติบโตกันหลายปีแล้ว มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกันไป การกลับมารวมตัวกันเลยค่อน ข้างยาก เวลามาเจอกันในกองเป็นอะไรที่สนุกมาก เราได้มารวมตัวกันเราก็มีความสุขเหมือนวันเก่า ๆ ผมว่าความรู้สึกเหล่านี้ น่าจะส่งไปถึงหนังได้ ผู้ชมน่าจะได้สัมผัสความสนุกจากหนังเรื่องนี้ มีความรักอมตะของนากและมากที่ไม่มีวัน จางหาย ความรักเป็นสิ่งสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนเรา ความรักของบางคู่บางคน เราเห็นมันอยู่ตรงหน้าแต่เราเอื้อมไม่ถึง มันก็เศร้านะ แล้วมันก็มีความสนุกของนักแสดงตลกหลาย ๆ รุ่น ไม่ว่าจะเป็น นุ้ย เชิญยิ้ม, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, เฟิร์น-พัสกร พลบูรณ์, นาย เดอะ คอมเมเดี้ยน, ซัน-วงศธร สมศรี, ฟอร์ม-ชลพิพรรธน์ ชูแสง และ กัส เชียงกง ก็อยากให้มาลองดูครับ”
ต่อกันด้วย ญดา-นริลญา แสดงเป็น “นาก” กล่าวว่า “ตอนแรกที่ดีไซน์ตัวละคร ก็มองว่าแม่นากเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ มีความรัก แต่ที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นอื่น ๆ คือ เวอร์ชั่นนี้จะมีความขี้เล่น ซน ๆ โก๊ะ ๆ และต้องเล่นแบบพอดีออกมาเป็น ธรรมชาติ หลังจากที่ฟังบรีฟจากพี่โหน่ง เขาก็ให้โจทย์มาว่าต้องทำให้เป็นเวอร์ชั่นที่ใหม่เลย เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ เวอร์ชั่นที่ผ่านมาเลย ญดาก็ลองเล่นให้พี่โหน่งดูหลายแบบเลยค่ะ เพราะอยากให้ได้คาแร็คเตอร์อย่างที่พี่โหน่งเขามองเอาไว้ค่ะ”

ด้าน คริส-พีรวัส รับบทเป็น “มาก” เผยถึงการทำงานครั้งนี้ว่า “ผมเล่นเป็น 2 ตัวละคร ในพาร์ทอดีตเป็น พี่มาก ส่วนพาร์ทปัจจุบัน พี่หม่ำบอกว่า ให้ผมเป็นตัวเองได้เลย เพราะตัวละครชื่อ “คริส” เป็นนักแสดงและศิลปิน พอได้อ่านบทผมกังวลน้อยลง เพราะบทเล่าในมุมมองใหม่ มีความตลก น่ารัก ความสัมพันธ์ของ ‘นาก’ กับ ‘มาก’ ในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแบบเดิมที่เราเคยเห็นกัน เป็นความรักของคนสองคนที่เคยมีบางอย่างร่วมกันในอดีตครับ แต่กลับมาพบกันอีกครั้งโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าเคยรักกันมากแค่ไหน มันเลยมีทั้งความน่ารัก ความสงสัย ความหวังผสมกัน และค่อนข้างแฟนตาซี มีสีสันเยอะครับ”
ด้าน หม่ำ จ๊กมก แสดงเป็น “เคน” กล่าวถึงคาแร็คเตอร์ว่า “เคน เป็น นักแสดงโนเนม นักแสดงสมทบรายวัน ที่อยากจะเป็นดารา แต่เล่นอะไรไปก็ไม่ถูกใจผู้กำกับสักที (หัวเราะ) ถามว่ารู้ตัวไหมว่าถูกโหน่งเอาคืน น้องก็กำกับให้เราเล่นไปตามบทแหละ เพียงแต่จะสั่งให้เราทำโน่นนี่เพิ่มบ้าง แต่เราไปขัดเขาไม่ได้เพราะเขาเป็นผู้กำกับไง ต้องไว้ใจเขา การกลับมาทำงานครั้งนี้ ก็ดีนะ ไม่เคยเล่นหนังกันสามคนมานานแล้วนะ พวกเรามันรู้กันอยู่แล้ว จะเล่นมุกอะไรคุยกันนิดเดียวก็เก็ทเลย”


ปิดท้ายที่ เท่ง เถิดเทิง กล่าวว่า “เรื่องนี้รับบทเป็น “อังเกิล” ผู้ช่วยผู้กำกับ เล่นเป็นตัวเราเลย ก็จะสนุก ๆ กวน ๆ ไม่มีอะไรมาตีกรอบเรา และเราไม่ได้อยู่ในเส้นเรื่องของมากและนาก เราอยู่เส้นนอกเรื่อง ค่อนข้างเล่นได้ฟรีสไตล์ การกลับมาร่วมงานครั้งนี้ แค่ไปถึงหน้ากองก็สนุกแล้ว เพราะเราสามคนไม่ค่อยได้เจอกันเลย ตั้งแต่ไม่ได้ถ่ายชิงร้อยฯ เราก็ต่างคนต่างมี รายการอื่น ๆ ที่ต้อง ทำ นาน ๆ จะเจอกันครบที พอเจอกันในหนังเรื่องนี้ ได้เจอกันบ่อย มีความสุขเฮฮากันทุกวัน”
แฟน ๆ เตรียมตัวไปพิสูจน์ความโรแมนติกม๊ากมากและคอมเมดี้ม๊ากมาก ใน “นากรักมาก ม๊ากมาก” เข้าฉายวันที่ 24 กรกฏาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”ทวี“ เตรียมลงใต้ ติดตามวาระกระท่อม กำชับผู้นำศาสนาและท้องถิ่น ร่วมมือคุมเข้มยาเสพติด โดยเฉพาะพืชกระท่อม / ปอเนาะกว่า 100 แห่ง เตรียมรวมพลังไม่เอากระท่อม ใช้ศาสนาบำบัด ”ฮะรอม“ ไม่ ”ฮาลาล“ ทุกบ้านพร้อมใจปฏิเสธ ”กระท่อม – สี่คูณร้อย“

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมเดินทาง
ติดตามวาระกระท่อม 120 วัน ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ปัตตานี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 12 กรกฎาคม 2568)โดยช่วงเช้า จะเดินทางไปยัง ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ ถือว่ามีความเข็มแข้ง กล้า ขึ้นป้าย ประกาศ ไม่เอากระท่อม จนทำให้ร้านค้าที่วางจำหน่ายตามถนน สาย 42 นราธิวาส ปัตตานี พัง ขนำเลิกขายมาเป็นเวลา เกือบ1 เดือนแล้วหลังผู้นำในพื้นที่ร่วมกันรณรงค์ และสร้างความเข้าใจตลอดจนขึ้นป้ายประกาศ ห้ามขาย และ ปฏิเสธพื้ชกระท่อมแปรรูป สำหรับภารกิจแรก พ.ต.อ.ทวีฯ จะเดินทางไป ที่ วัดควนนอก เพื่อเข้ากราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสวัดควนนอก และร่วมกิจกรรมเวที “รวมพลังจิตอาสา เอาชนะยาเสพติด” และการรณรงค์ไม่เอาน้ำกระท่อม ของประชาชนจิตอาสาตำบลควน อ.ปะนะเระ จ.ปัตตานี บริเวณ วัดควนนอก
ช่วงเทียง พ.ต.อ.ทวีฯ จะเดินทางไปยัง โรงแรมปาร์ควิว อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อเข้าร่วมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาหนี้ภาคประชาชน กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี  นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวีฯ จะ เดินทางไปยัง สนามกีฬากลางบ้านข่าลิง ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และเดินทางกลับก

อำเภอยะหาเอาจริง!! กำชับผู้นำศาสนาและท้องถิ่น ร่วมมือคุมเข้มยาเสพติด โดยเฉพาะพืชกระท่อม

เมื่อ 7 กรกฎาคม 2568 – นายมนตรี เสฏฐปัญโญ นายอำเภอยะหา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอยะหา (ผอ.ศปก.อ.ยะหา) ได้เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนกรกฎาคม 2568 ร่วมกับอิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาอิสลามในพื้นที่

โดยมีข้อราชการสำคัญที่เน้นย้ำถึงมาตรการควบคุมยาเสพติด โดยเฉพาะพืชกระท่อม เพื่อขอความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ และผู้นำท้องถิ่นในชุมชน ให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้

ในการประชุมครั้งนี้ นายอำเภอยะหาได้เน้นย้ำถึง “มาตรการควบคุมพืชกระท่อม” และแนะนำแนวทางปฏิบัติให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ และผู้นำท้องถิ่นในชุมชน เพื่อให้การควบคุมพืชกระท่อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจากพืชกระท่อมยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังและควบคุมการใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ การประชุมยังได้หารือถึงสถานการณ์ความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติด การหารือเกี่ยวกับมาตรการควบคุมพืชกระท่อม ถือเป็นความพยายามของอำเภอยะหาในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

โดยเฉพาะผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน และสร้างความตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิด หรือนำไปแปรรูปเป็นสารเสพติดอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสังคม ในภาพรวมของการควบคุมยาเสพติด อำเภอยะหายังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมการใช้สารเสพติดทุกชนิด รวมถึงการใช้กัญชาให้เป็นไปตามกฎหมายและป้องกันการใช้ในทางที่ผิด


การประชุมครั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยกำลังทหาร ตำรวจในพื้นที่ ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอยะหา จังหวัดยะลา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอำเภอยะหาในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน.

ปอเนาะกว่า 100 แห่ง เตรียมรวมพลังไม่เอากระท่อม ใช้ศาสนาบำบัด ”ฮะรอม“ ไม่ ”ฮาลาล“ ทุกบ้านพร้อมใจปฏิเสธ ”กระท่อม – สี่คูณร้อย“


วันนี้ (10 ก.ค.68) ที่ สถาบันศึกษาปอเนาะพัฒนาเยาวชน (ปอเนาะปาแด) หมู่ที่ 7 ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี โต๊ะครูสถาบันปอเนาะฯ ร่วมกับ นายนูรุดดีน โตะตาหยง ปลัดอำเภอรับชอบยาเสพติด จ.ส.อ พงษ์พิษณุ วิระกา ชุดสันติสุขที่ 104 ชุดควบคุมที่ 951 ฉก.สันติสุข นาย อัชฮา เจะดาโฮะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานในพื้นที่อำเภอหนองจิกทุกภาคส่วนนักเรียนปอเนาะและประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันขึ้นป้ายไวนิล รวมพลังไม่เอากระท่อม

พืชกระท่อมทำให้มึนเมา เป็นสิ่งฮะรอม สิ่งต้องห้าม ตามหลักศาสนา
ขณะเดียวกันนี้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบให้ นายธีรวิทย์ เธียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. ลงพื้นที่ให้กำลังใจพร้อม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ เปิดปฏิบัติการ 120 วัน วาระพืชกระท่อม ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ แบบบูรณาการในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การรวมพลังไม่เอากระท่อมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ ไม่เพียงแต่สถาบันปอเนาะนี้แห่งเดียวเท่านั้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังได้รับรายงานว่า สถาบันปอเนาะ ในห้าจังหวัดชายแดนภาค อีก 100 กว่าแห่งเตรียมรวมพลังไม่เอากระท่อม และคาดว่าหลังจากนี้ การแก้ปัญหาวาระกระท่อม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ทางด้าน นายสุเทพ หวันโซ๊ะ ผู้ช่วยบาบอสถาบันศึกษาปอเนาะพัฒนาเยาวชน กล่าวว่า สถาบันปอเนาะแห่งนี้เริ่มแรกได้เปิดการสอนศาสนาแบบดั่งเดิม ต่อมาได้มีเยาวชนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดประมาณ 30 คน เข้ามาศึกษาศาสนาเพื่อบำบัดยาดเสพติด ก็ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ จนมีผู้ประชาชนำบุตรหลานเข้ามาฟื้นฟูที่นี้ จนปัจจุบันมีเยาวชนเข้ามาฟื้นฟูกว่า 100 คน จนได้สถาบันแห่งนี้ได้รับฉายาว่า ปอเนาะฟื้นฟูบำบัด โดยการใช้ศาสนาบำบัดเพื่อเปลี่ยนแปลงให้เยาวชนเป็นคดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และถือว่าเป็นงานของศาสนา ถ้าปอเนาะไม่รับเยาวชนเหล่านี้ไว้แล้ว น้อง ๆจะไปอยู่ที่ไหน จึงพวกเราต้องช่วยกัน และนำหลักศาสนาเข้ามาช่วยในการฟื้นฟู เพราะตนเชื่อว่าศาสนาเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือเยาวชนเหล่านี้ได้

ทางด้านนายนูรุดดีน โตะตาหยง ปลัดอำเภอรับชอบยาเสพติด กล่าวว่า สถาบันปอเนาะที่นี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด และทางอำเภอได้เล็งเห็นว่าต้องเข้ามาร่วมมือช่วยเหลือกันในการขับเคลื่อนในการแก้ปัญหายาเสพติด จึงได้ใช้พื้นที่เป็นพื้นที่นำร่องในการขึ้นป้ายรณรงค์การไม่ใช้ใบกระท่อมในทางที่ผิด นอกจานี้ทางอำเภอหนองจิกก็ได้มีการส่งเสริมการศึกษาให้กับเด็ก

พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์กีฬา ให้เด็กได้เล่นกีฬายามว่าง ตามที่เด็ก ๆ ต้องการ และส่งเสริมการฝึกอาชีพในระหว่างเรียน โดยเน้นในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ส่วนในเรื่องของการปราบปรามผู้ค้าใบกระท่อม ก็ได้ร่วมมือกันในทุกภาคส่วนเพื่อทำความเข้าใจกับร้านค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการค้าใบกระท่อมยังมีความผิดอยู่ เพราะอนุญาตให้เพียงปลูกเพื่อใช้เป็นยาสำหรับตนเองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการจำหน่าย เพราะถือเป็นความผิดตามพรบ.อาหาร

ด้านนาย อัชฮา เจะดาโฮะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 กล่าวว่า ในพื้นที่ในขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นมาก เพราะทางนายอำเภอได้มีการกำชัดให้ควบคุมการจำหน่ายกระท่อม โดยให้ผู้นำท้อที่ ท้องถิ่น สอดส่องดูแลอย่างจริงจังเพราะกระท่อมก็ถือว่าเป็นยาเสพติด เพราะปัจจุบันเยาวชนจะนำมาผสม จนเป็นยาเสพติด เมื่อเป็นยาเสพติดแล้วก็ถือว่าผิดหลักศาสนา จึงได้ร่วมกันรณรงค์สร้างความเข้าใจกับผู้ค้าใบกระท่อมทั้งหลาย ทำให้ในปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเวียงสา”

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 68 เวลา 1300 กองพลทหารม้าที่ 1 โดยกองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ และฟื้นฟูบ้านเรือนที่อยู่อาศัยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ บ้านน้ำมวบ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ได้รับความเสียหาย

เนื่องจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ และทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ปัจจุบันอยู่ในระหว่างเข้าให้การช่วยเหลือ ประชาชนปลอดภัย ระดับน้ำลดลง ทั้งนี้ หน่วยจะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมเข้าร่วมให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

กองพลทหารม้าที่1กรมทหารม้าที่2กองพันทหารม้าที่15กองพันทหารม้าที่15กรมทหารม้าที่2/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมงลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปปส.ภาค7 นำสื่อมวลชน ภาคตะวันตก 8 จังหวัด ศึกษาดูงาน การแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยกลไกร ชรบ. ณ เทศบาลตำบลหนองตากยา ท่าม่วง

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ที่เทศบาลตำบลหนองตากยา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 7 ( ป.ป.ส.ภาค 7 ) มอบหมายให้ นางมนัญญา ไวอัมภา ผอ.ส่วนยุทธศาสตร์และอำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 7

นำคณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 7 และคณะสื่อมวลชนทั้ง สื่อโทรทัศน์ท้องถิ่น สื่อวิทยุ สื่อหนังสือพิมพ์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 8 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด เจ้าหน้าที่จาก ศอ.ปส.ทั้ง 8 จังหวัดภาคตะวันตก มี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ศึกษาดูงาน การแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยกลไกร ชรบ. เทศบาลตำบลหนองตากยา

โดยมี พ.ต.อ.ฐิติกร วันเจริญพันธ์ ผกก.สภ.สำรอง อำเภอท่าม่วง นายธาราพงษ์ ทองจรัส ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอท่าม่วง นายต้อง ว่องไวกริยา นายกเทศมนตรีตำบลหนองตายา นายสายชล ตันมันทอง กำนันตำบลหนองตากยา พร้อม ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และ ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยหมู่บ้าน ( ชรบ.) ให้การต้อนรับ

สำหรับการก่อตั้ง ชรบ.ตำบลหนองตากยา เนื่องจากตำบลหนองตากยาเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดราชบุรี และยังเป็นทางผ่านไปยังหลายพื้นที่ได้ จึงทำให้มียาเสพติดผ่านเข้ามาในพื้นที่ตำบลหนองตากยา รวมทั้งการกระทำผิดตามกฎหมาย เช่น ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว ตำบลหนองตากยา

จึงได้มีการฝึกอบรม ชุดรักษาความปลอดภัยขึ้น ในปี พ.ศ.2558 โดยมีนายอำเภอท่าม่วง ปลัดอำเภอ ทหาร ตำรวจ เข้ามาฝึกอบรมให้กับชุดรักษาความปลอดภัยตำบลหนองตากยา ตำบลหนองตากยาได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากภาครัฐ ภาคเอกชน และกองทุนหมู่บ้านในการฝึกอบรม และตัดชุดให้กับ ชรบ..ทั้ง 16 หมู่บ้าน

สำหรับอำนาจหน้าที่ของ ชรบ.ตำบลหนองตากยา 1.อยู่เวรยามรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน 2.ตรวจตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อย 3.สืบสวนหาข่าว 4.เฝ้าระวังสถานการณ์สำคัญ 5.รายงานการเกิดเหตุ 6.ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา 7.จับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า ตามป.วิอาญา 8.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 9.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุหมู่ “มุกดาหาร “รถพ่วงข้ามเลนพุ่งชนกระบะ คนลาวบาดเจ็บ 9 พบ “ยาบ้า” ตกเกลื่อนถนน! 🇱🇦

เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 11 nรกฎาคม ขณะที่ พ.ต.ต.วัลลพ โพธิวัง ปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามีเหตุรถบรรทุกกึ่งพ่วงเฉี่ยวชนกับ รถยนต์ที่บริเวณทางโค้งบ้านหนองแอก ถนนซยางกูร ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

เมื่อไปถึงพบรถบรรทุกกึ่งพ่วงยี่ห้ออี่ซูชุ สีขาว หมายเลข ทะเบียนพ่วงหน้า 70-1267 มหาสารคาม หมายเลขทะเบียนพ่วงหลัง 70-7333 มหาสารคาม จอดคร่อมเกาะกลางถนนอยู่ ส่วนผู้ขับขี่ชื่อนายธนภัทร โตคําแพง อายุ 47 ปี ที่ยู่ 103/6 หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถูกนําตัวส่งโรงพยาบางมุกดาหาร ใกล้กันพบรถยนต์ยี่ห้อีชูซุ ใส่คอกด้านหลัง สีขาว หมายเลขทะเบียน ผค 3496

จันทบุรี มีนายอัครพงษ์ ต้นตระกูล อายุ 25 ปี ที่อยู่ 3/3 หมู่ 7 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เป็นผู้ซับขี่ ส่วนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บถูกนําตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร จำนวน 9 คน ทั้งหมดเป็นคนสัญชาติลาว ประกอบด้วย 1.นาง

คํากอง แก้วปะสง อายุ 41 ปี 2.ด.ญ.ลัดดา แก้วปะสง อายุ 11 ปี 3.นางวัน แก้วปะสง อายุ 24 ปี 4.นายเบียน แก้วปะสง อายุ 45 ปี 5.ด.ซ.คําพัด แก้วปะสง อายุ 14 ปี 6..นายนัดทะพง แก้วปะสง อายุ 17 ปี 7.นางนาง หน่อพะจัน อายุ 35 ปี 8.นายแพง หน่อพะจัน สัญชาติลาว และ 9.นายสีทอง ละมีไข อายุ 35 ปี

นางวัน เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมครองครัวรวม 11 คน เดินทางมาจากจังหวัดจันทบุรี เพื่อที่จะกลับบ้านไปเยี่ยมญาติในวันหยุดยาว โดยตนเองนั่งด้านหน้าพร้อมกับลูกและสามีที่เป็นคนขับ ส่วนด้านหลัง ก็มีญาติที่ประกอบหลานและลุง

ป้า รวม9คน พอมาถึงจุดเกิดเหตุรถกึ่งพ่วงที่วิ่งมาจาก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้วิ่งตรงเข้ามาหารถของตน โดยแล่นข้ามเกาะกลางถนนจะมาชนกับรถที่ตนเองนั่งมา สามีที่จึงได้หักรถหลบแต่ไม่พ้นทำให้เฉี่ยวชนที่บริเวณท้ายกระบะจนคอกกระเด็นหลุดออกจากรถและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ต่อมาชาวบ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกวาดชิ้นส่วนของรถที่กระจัดกระจายออกจากพื้นถนนเพื่อความปลอดภัย ปรากฏว่าพบยาบ้าตกกระจายอยู่ที่พื้นถนนใกล้กับหัวรถกึ่งพ่วง จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รถกึ่งพ่วงพุ่งชน #อุบัติเหตุ #ยาบ้า #บางทรายใหญ่ #โค้งบ้านหนองแอก #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #คนลาวอุบัติเหตุ #แรงงานข้ามชาติ #ข้ามเลนชน #ข่าวอีสาน #รถชน #สปปลาว #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

https://drive.google.com/file/d/1Ykpwk-cX46Y8MnTgq1bwzXV6413D0QLb/view?usp=sharing

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บิ๊กซี จัดงานแฟนมีท”Simplus x Butterbear Exclusive Edition”ชูคาแรคเตอร์หมีเนยสุดน่ารัก ถูกใจเหล่ามัมหมี พ่อหมี ตอบรับฟีดแบคดี บิ๊กซี

“Simplus x Butterbear Exclusive Edition”ชูคาแรคเตอร์หมีเนยสุดน่ารัก ถูกใจเหล่ามัมหมี พ่อหมี ตอบรับฟีดแบคดี บิ๊กซี ร่วมกับ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Simplus จัดเต็ม! งานแฟนมีท “Simplus x Butterbear Exclusive Edition” เอาใจบรรดามัมหมี – พ่อหมี ร่วมงานกันคับคั่ง พร้อมเดินหน้าส่งสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษลายหมื เนยสุดน่ารัก ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ควบคู่การสร้าง ประสบการณ์ใหม่ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

นายวีระชาติ คำกลัด ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดซื้อสินค้าบริโภค บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บิ๊กซี ผนึก “Simplus” ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า นำโดย นาง โรมี่ ฝัน (Romy Fan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Simplus ประเทศไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมแฟนมีทสุดพิเศษ “Simplus x Butterbear Exclusive Edition” เอาใจกลุ่มลูกค้า

โดยเฉพาะบรรดามัมหมี – พ่อหมี ของ “น้อง หมีเนย” หรือ Butterbear แบบจัดหนักจัดเต็ม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ บรรดาผู้ที่ชื่นชอบน้องหมีเนยได้มีโอกาสสัมผัสความน่ารักสดใสจาก กิจกรรมต่าง ๆ ที่น้องหมีเนยมาร่วมสนุกภายในงานฯ อาทิ กิจกรรม แฟชั่นโชว์ กิจกรรมสาธิตการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า แบรนด์ Simplus โดยมี ผู้สนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ บิ๊กซี สาขาราชดำริ วันที่ 5 กรกฎาคม 2568

ทั้งนี้ ภายในงานฯ ยังมีกิจกรรมพิเศษ คือ การถ่ายรูป Photo Group น้องหมีเนย กับลูกค้า Top Spender โดยเป็นสิทธิพิเศษที่มอบให้ เฉพาะลูกค้าสมาชิกบิ๊กพอยต์ของบิ๊กซี ที่มียอดซื้อสะสมในกลุ่มสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้า Simplus คอลเลคชัน “หมีเนย” จาก 10 รุ่นที่ร่วม รายการ สูงสุด 20 อันดับแรก ภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ระหว่างวัน ที่ 29 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568 พร้อมรับของที่ระลึกสุด Exclusive รวมจำนวนทั้งสิ้น 20 รางวัล โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับการ ตอบรับที่ดีจากตลาดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบคาแรคเตอร์ ของหมีเนย ซึ่งมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก

SimplusxButterbear #SimplusxButterbearatBigC#มัมหมีน้องเนย #หมีเนย #Butterbear #BigC #Simplus #บิ๊กซี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สคล.สวรรคโลก จ.สุโขทัยจัดกิจกรรมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา.

สคล.สวรรคโลก จ.สุโขทัยจัดกิจกรรมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา.
โดย.สำนักงานกองทุนสนับสนุนเสริมสุขภาพ(สสส.)และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.)พร้อมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.สุโขทัย

พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา ผศ.ดร. ผกจ.สุโขทัยเป็นผู้จัดกิจกรรมทั้งนี้เมื่อเวลา 14.30น.ของวันที่ 10กรกฎาคม2568 ณ.ศาลาการเปรียญ ณ. วัดทุ่งพล้อ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย นาย เอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์

นายอำเภอศรีสัชนาลัย มาเป็นประธานพิธี เปิดกิจกรรมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งนี้ได้มี นาย ฉลวย นามกร นายก อบต.ป่างิ้ว นาย วิเชียร นิระโทษะ กำนันตำบลป่างิ้วพร้อมผู้ใหญ่บ้าน

และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมนี้ประมาณ200คนโดยมีพิธีทางสงฆ์คือมีการเทศนาธรรมเรื่องการงดเหล้า1กรรพร้อมการบรรยายพิเศษ เข้าพรรษา ฤดูกาลฝึกสติ ภายใต้สโลแกน ฝึกสติ มีสุข ทุกโอกาส

และร่วมปฏิญาณตนงดเหล้าโดยนายอำเภอได้นำคำปฏิณาญตน จากนั้นได้ร่วมกันเวียนเทียนตามประเพณีณ.พระอุโบสถของวัดเป็นเสร็จพิธีของกิจกรรมทำความดีของอำเภอศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
กิตติ พรดวงจันทร์สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันอาสาฬบูชา ทำบุญใส่บาตรพระ ที่วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ตรงกับวันอาสาฬบูชา ชาวบ้านได้มาร่วมทำบุญใส่บาตรพระที่วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต และช่วงเย็นจะมีการเวียนเทียน 18:00 น

โดยมีพระครูนนทกิจ โกศล ( ศิริชัย สิริโย ) เจ้าอาวาสวัดอ่วมอ่องประชานฤมิต เจ้าคณะอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ได้เทศนาธรรมให้กับชาวบ้านมาร่วมบุญ

ในครั้งนี้ และช่วงเย็นจะมีเวียนเทียนที่โบสถ์ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆแถวนี้หรือที่อื่นอยากจะมาเวียนเทียนที่วัดเชิญได้นะครับช่วงเวลา 18:00 น

( ช่วงเย็นมีโรงทานก๋วยเตี๋ยวราดหน้า และน้ำเครื่องดื่มรับรองให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเวียนเทียนในครั้งนี้
ณ.วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อำเภอทับสะแก ร่วมจัดกิจกรรมประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ พร้อม นายสิทธิพร คำหอม นายอำเภอทับสะแก ร่วมเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568

โดยมี นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางอวยพร คีรีวิเชียร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายกอบต.แสงอรุณ นายเชาว์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายวิบูลย์ เทียนทอง นายกอบต.ทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน และประชาชนชาวทับสะแก ร่วมกิจกรรม

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และสืบทอดประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา พร้อมยกระดับให้เป็น Soft Power ของไทยที่สามารถสื่อสารถึงสากล เพื่อยกระดับเทศกาลประเพณีท้องถิ่น ให้เป็นงานวัฒนที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาในระดับจังหวัด ระดับชาติ และต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ ตามนโยบายจุดเน้นของกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกให้เยาวขนและประชาชนในพื้นที่

ได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น และร่วมเป็นพลังในการสืบสาน และสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว เชิงสร้างสรรค์ ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานรากของอำเภอทับสะแก โดยในปีนี้เราได้เพิ่มจุดเด่นใหม่ คือ “การนำเสนอหลากหลายทางวัฒนธรรมด้านอาหาร”

จากทุกตำบลในอำเภอ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นผ่านมิติอาหาร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เพื่อสร้างความรัก ความผูกพัน และความสามัคคีในชุมชนใช้กิจกรรมวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของประชาชนทุกกลุ่มในอำเภอทับสะแก การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความเมตตา อนุเคราะห์ จากคณะสงฆ์ทับสะแก

ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 27,000 บาท รวมทั้งได้รับความร่วมมือ และสนับสนุนจากหน่วยงาน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาวัฒนธรรมทุกตำบล ตลอดจนภาคเอกชน และประชาชนชาวทับสะแกอย่างดียิ่ง จากนั้น นางอวยพร คีรีวิเชียร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก

ได้มอบต้นเทียนประจำพรรษา ให้กับ นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน และ นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก ในฐานะ กำนันตำบลเขาล้าน พร้อมคณะเพื่อเตรียมนำไปเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ที่ตำบลเขาล้าน
/////////////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไฟเผาวอด! จยย.หนุ่มใหญ่วัย 41 ถูกไฟไหม้ขณะเข้าไปเก็บเห็ดกลางป่าภูหินขัน – ยังไม่ชัดสาเหตุ

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 พ.ต.ท.กิตติวัฒน์ คนหาญ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ถูกไฟไหม้ทั้งคันบริเวณป่าภูหินขัน ใกล้วัดป่าภูหินขัน ใกล้กับสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ช่อง 9 บ้านโค้งสำราญ ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ผู้เสียหายคือ นายจัตุรงค์ อินนอก อายุ 41 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย เล่าว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110i สีแดงดำ ทะเบียน กบย 30 มุกดาหาร ออกจากบ้านพักเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อเข้าไปเก็บเห็ดในป่าภูหินขัน โดยจอดรถไว้ข้างทางขึ้นเขาใกล้สถานีช่อง 9

เมื่อเสร็จจากเก็บเห็ดและกลับมายังจุดจอดรถในช่วงระหว่างเวลา 09.00 น. ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ารถของตนถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งคัน โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือโกรธเคืองกับผู้ใดมาก่อน

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และเก็บพยานหลักฐานเบื้องต้นไว้แล้ว เพื่อดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่น

ไฟไหม้รถ #ภูหินขัน #เมืองมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #จยยไฟไหม้ #ไปเก็บเห็ดเจอไฟไหม้รถ #ข่าวอีสาน #มุกดาหารวันนี้ #ไฟลึกลับ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯพาชม ทีมชาติพาแชร์ ต้อนรับ 8 เซียน วอลเลย์บอลทีมชาติไทย เยือนภูสิงห์ – หินสามวาฬ ชวนคนไทยเที่ยวบึงกาฬ

วันที่ (10 ก.ค.68) ที่ ป่านันทนาการหินสามวาฬ ในเขตป่าสงวน ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ภูสิงห์” บรรยากาศในช่วงวันหยุดยาวเต็มไปด้วยความคึกคักของนักเที่ยว ที่เดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

รวมถึง 8 นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ทั้งชายและหญิง ได้แก่ ปลื้มจิตร์ ถินขาว/ มลิกา กันทอง/ อรอุมา สิทธิรักษ์/ สุพัตรา ไพโรจน์/ ฐาปไพพรรณ ไชยศรี/ วรรณา บัวแก้ว/ สุภชัย จิตจำรูญ และเจริญศรี มั่งมีผล โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายมนัส มะเส ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดบึงกาฬ นายจารุวัต เนียม

เล็ก ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต1 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) อุดรธานี และนายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดบึงกาฬ ร่วมพา 8 เซียนเข้าเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว

โดย 8 นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ได้เข้าสักการะหลวงพ่อพระสิงห์ ที่ลานธรรมภูสิงห์ หลังจากนั้น ได้เยี่ยมชมบริเวณชุดชมวิวถ้ำฤๅษี ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญคือ การถ่ายภาพขณะขี่ไม้กวาด ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องกระโดดเพื่อให้ภาพที่ออกมาคล้ายกับการลอยอยู่บนอากาศจริง ๆ นอกจากนี้ 8 เซียนวอลเลย์บอล ยัง

ได้เข้าชมบรรยากาศ พร้อมถ่ายภาพที่จุดชมวิวหินสามวาฬ จุดแลนด์มาร์กที่สำคัญของจังหวัด จุดสุดท้ายเยี่ยมชมไหว้พระขอพรหลวงพ่อพระพุทธนาคนิมิต

ต์ พระพุทธรูปหน้าทอง ไหว้พระประธานประจำอุโบสถสีทอง สักกสระปู่ศรีสุทโธย่าปทุมมา ด้านหน้าอุโบสถสีทอง แห่งวัดป่าเมืองเหือง ขนานนามว่าเมืองแห่งนาคานคร

การเดินทางมาของ 8 เซียน นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติในครั้งนี้ เพื่อร่วมกิจกรรม “PEA สอนน้อง วอลเลย์บอล” สานฝันเยาวชนสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพ ส่งเสริมและพัฒนาทักษะกีฬาวอลเลย์บอลให้กับเยาวชนในพื้นที่ โดยมีนักกีฬา

ทีมชาติไทย และโค๊ชผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์และฝึกสอนเทคนิคการเล่นวอลเลย์บอลอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเสริมสร้างวินัย ความสามัคคี และจิตวิญญาณนักกีฬา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในภูมิภาค

ซึ่งจะมีพิธีปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชน PEA – DOMESTIC POWER ครั้งที่ 21 โดยจังหวัดบึงกาฬ เป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 นี้ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากจากทั้งในและนอกพื้นที่

ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน เทศบาลตำบลป่งไฮ สืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา

วันที่ (10 กรกฎาคม 2568) ชาวบ้านตำบลป่งไฮ และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมใจร่วมสืบสาน ประเพณีแห่เทียนพรรษา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา ประจำปี 2568 โดยมีพระครูสิทธิธรรมประโชติ เจ้าอาวาสวัดธรรมาธิปไตย เจ้าคณะตำบลโป่งไฮ เขต 1 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

นายปรีชา กุมภิโร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลป่งไฮ เป็นประธานในพิธีนำเทียนพรรษาอันประณีต รวมถึงคณะผู้บริหาร เครือข่ายงดเหล้าตำบลป่งไฮ และพุทธศาสนิกชนร่วมในกิจกรรมแห่เทียนครั้งนี้จำนวนมาก ถวาย ณ วัดธรรมาธิปไตย ต.ป่งไฮ อ.เซกา จ.บึงกาฬ

กิจกรรมในงาน ขบวนแห่เทียนพรรษางดงามประดับด้วยดอกไม้และผ้าไทย คณะขบวนฟ้อนรำอย่างสวยงามเดินขบวนตามถนนกลางชุมชนตำบลป่งไฮ และแห่รอบวัดเพื่อความเป็นสิริมงคล

การจัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีแห่เทียนพรรษา เนื่องในเทศาล วันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ น้อมรำลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย สืบสานพระพุทธศาสนา รักษาประเพณีและวัฒนธรรมที่ดี

งามด้วยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา น้อมนำหลักธรรมที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการดำเนินชีวิต รวมทั้งรักษาศีล ลด ละ เลิกอบายมุข เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาโดยภายในงานได้มีการกล่าวคำปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา พร้อมทั้งได้มีการจัดริ้วขบวนแห่เทียนพรรษาและขบวนรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา

กิจกรรมครั้งนี้นอกจากเป็นการรักษาประเพณีดั้งเดิม ยังช่วยสร้างความสามัคคีภายในชุมชน นำไปสู่ความสงบสุข และต่อยอดศรัทธาต่อพระรัตนตรัยประเพณีแห่เทียนพรรษาที่จัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลป่งไฮถือเป็นการแสดงพลังร่วมใจของคนในชุมชน รวมถึงผลงานศิลป์จากช่างท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายทอดและสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง

นายปรีชา กุมภิโร นายกเทศมนตรี กล่าวว่า “ขอเชิญพ่อแม่พี่น้องร่วมสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา” เพื่อรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นและฟื้นฟูจิตใจด้านศรัทธาให้กลับมาเข้มแข็ง

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.38 จัดกิจกรรม “พบปะสื่อมวลชน” กระชับสัมพันธ์สื่อท้องถิ่นน่าน

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.00 น. มณฑลทหารบกที่ 38 (มทบ.38) จัดกิจกรรม “มทบ.38 พบปะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน” ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการ มทบ.38 อำเภอเมืองน่าน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับสื่อมวลชนในพื้นที่

กิจกรรมเริ่มด้วยการแข่งขันกีฬาเปตองระหว่างทีม มทบ.38 และทีมสื่อมวลชน ณ สนามหน้ากองบัญชาการ สร้างบรรยากาศสนุกสนานและสามัคคี ก่อนจะร่วมกัน ปลูกต้นไม้ 5 ชนิด ได้แก่ อะโวคาโด มะไฟ ขนุน มะปราง และฝรั่ง ข้างร้านกาแฟของหน่วย เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในช่วงค่ำ มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ พร้อมชมคลิปนำเสนอประวัติและภารกิจของหน่วย ตลอดจนผลงานเด่นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดย พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการ มทบ.38 ให้การต้อนรับสื่อมวลชน พร้อมแนะนำคณะผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการของหน่วย

ภายในงานยังมีการประชาสัมพันธ์การแข่งขันยิงปืนรายการ “38th MD Shooting Challenge 2025” ด้วยคลิปโปรโมตเชิญชวนเข้าร่วม พร้อมพิธีสรุปผลการแข่งขันกีฬาและมอบถ้วยรางวัลให้แก่ทีมผู้ชนะ กิจกรรมจบลงด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ

ในการร้องเพลงร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ มทบ.38 และสื่อมวลชน สะท้อนความมุ่งมั่นของ มทบ.38 ในการสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจ เสริมสร้างความร่วมมือ และสานสัมพันธ์กับสื่อมวลชนจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสัชนาลัยโชว์ของขบวนแห่อลังกาลงานสร้าง“วันของดีศรีสัชนาลัย เทศกาลอาหารและผลไม้ ทุเรียนหมอนพระร่วงสุโขทัย ประจำปี 2568

เมื่อเวลา 15.30น.ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 บริเวณปะรำพิธีชมขบวนหน้าศาลเจ้าปึงเฒ่ากง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ร่วมชมขบวนแห่วัฒนธรรม 10 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

วันของดีศรีสัชนาลัย เทศกาลอาหารและผลไม้ ทุเรียนหมอนพระร่วงสุโขทัย ประจำปี 2568 บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย ในการนี้ หัวหน้าส่วน

ราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมงาน โดย นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–13 กรกฎาคม 2568 ซึ่งตรงกับช่วงวันหยุดเทศกาลวันเข้าพรรษา

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน และเผยแพร่ Soft Power วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอศรีสัชนาลัย

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย เทศกาลอาหารอร่อยจากทุกตำบล สินค้า OTOP และผลไม้ขึ้นชื่อของศรีสัชนาลัย โดยเฉพาะ ทุเรียนหมอนพระร่วงสุโขทัย

การแสดงวิถีชีวิตชาติพันธุ์ของชาวศรีสัชนาลัย การประกวด “เทพีศรีสัชนาลัย” ประจำปี 2568 การแสดงดนตรีสุดพิเศษจากศิลปินอารมณ์ดี “พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง” และ “พี่นิค ลายสือ”

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีถิ่นศรีสัชนาลัย ในงาน “วันของดีศรีสัชนาลัย เทศกาลอาหารและผลไม้ ทุเรียน

หมอนพระร่วงสุโขทัย ประจำปี 2568 ตลอดระยะเวลา 5 วันเต็ม บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยเป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นในทุกๆปี.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จนท.ลงพื้นที่จัดระเบียบสังคมในสถานบริการและสถานประกอบคล้ายสถานบริการ จำนวน 4 แห่งของ จ.ลพบุรี

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ ปลัดจังหวัดลพบุรี มอบหมายให้ที่ทำการปกครองจังหวัดลพบุรี (กลุ่มงานความมั่นคง)

นำโดย นายยศวิน บำรุงเวช ป้องกันจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยผู้ช่วยป้องกันจังหวัดลพบุรี นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี และที่ทำการปกครองอำเภอเมืองลพบุรี ลงพื้นที่จัดระเบียบสังคมในสถานบริการและสถานประกอบคล้ายสถานบริการ จำนวน 4 แห่ง ดังนี้ ยุ้งข้าว สุขโข สโมสร ฅนกลางคืนพานร บาร์ แอนด์ เรสเตอรอง (เซเลป)

ทั้งนี้ได้มีการแนะนำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายและต้องดำเนินการห้ามมิให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ ห้ามนำอาวุธ และ สิ่งผิดกฎหมาย เข้าไปในสถานบริการ รวมถึงห้ามมิให้มีการเสพหรือจำหน่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาดรวมถึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการที่มีลักษณะเป็นสถานประกอบ

การคล้ายสถานบริการว่าให้ปฏิบัติตามกฏหมายและต้องต่อใบอนุญาต จำหน่ายยาสูบ และใบอนุญาตจำหน่ายสุราก่อนหมดอายุทุกครั้ง ผลการดำเนินการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่พบการ กระทำอันผิดกฏหมาย และจะได้ทำการออกตรวจสอบอยู่เป็นระยะเพื่อป้องกันการกระทำความผิดต่อกฎหมาย

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัยรุ่น 17 ปี ปืนลั่นใส่เพื่อนดับคาวงเหล้า ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าคนโดยเจตนา / แม่ค้าตลาดชุมชนมุกดาหารเจอแบงก์ปลอม 100 บาท หยดน้ำสีหลุดติดมือ

    เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ขณะที่ กลุ่มวัยรุ่นรวมตัวนั่งดื่มสุราภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ได้มีนายธร (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี หยิบปืนที่เพื่อนในกลุ่มนำมาวางไว้ตรงหน้าขึ้นมาเล่น และปืนได้ลั่นใส่นายวัด (นามสมมุติ) บริเวณหน้าอกซ้าย 1 นัด จนล้มฟุบไปเพื่อนในกลุ่มจึงได้ช่วยกันนำขึ้นรถส่งโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย แต่ปรากฏว่าผู้ถูกยิงได้เสียชีวิตแล้ว

    นายธร ให้การยอมรับว่าทำปืนลั่นจนมีผู้เสียชีวิตจริง โดยก่อนเกิดเหตุตนได้ถูกชักชวนไปบ้านเพื่อน ซึ่งภายในบ้านมีการนั่งดื่มเหล้ากัน 5 คน ต่อมาเพื่อนคนหนึ่งนำปืนแบบแมกกาซีนออกมาโชว์ ก่อนนำมาวางไว้ตรงหน้า ตนคิดว่าไม่มีลูกจึงหยิบขึ้นมาเล่น และปืนเกิดลั่นใส่นายวัด บริเวณหน้าอกซ้าย 1 นัด ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนๆในวงเหล้า และได้ช่วยกันนำตัวนายวัด ส่งโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย แต่ปรากฏว่าเสียชีวิตแล้ว

    ขณะที่ นางสาวดาว (นามสมมุติ) มารดาของผู้เสียชีวิตให้สัมภาษณ์ว่าไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะจุดที่โดนยิงคือบริเวณสำคัญ อีกทั้งเพื่อนของลูกชายยังระบุว่า ผู้ก่อเหตุมากับเจ้าของปืน และได้หยิบปืนที่ขึ้นลำไว้แล้วขึ้นมายิงลูกชายตนทันที จนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อนายธร และนำศพของผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

    ยิงกันตาย #วัยรุ่นมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #นิคมคำสร้อย #มุกดาหาร #ปืนลั่นหรือเจตนา #สลดวงเหล้า #ข่าวอาชญากรรม #เสียชีวิต #เด็กวัยรุ่น #ข่าววันนี้ #อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม #ข่าวด่วนวันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

    มุกดาหาร​ -​เตือนภัย! แม่ค้าตลาดชุมชนมุกดาหารเจอแบงก์ปลอม 100 บาท หยดน้ำสีหลุดติดมือ

    เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางนงลักษณ์ แม่ค้าขายอาหารในตลาดชุมชนบ้านหนองแวงน้อย ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ว่าถูกมิจฉาชีพนำธนบัตรปลอมชนิดราคา 100 บาท มาซื้อของ โดยอาศัยช่วงเวลาเย็นที่มีลูกค้าจำนวนมาก

    นางนงลักษณ์เผยว่า เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีลูกค้ารายหนึ่งมาซื้อของราคาหลักสิบบาท แล้วจ่ายด้วยธนบัตร 100 บาท ซึ่งตนก็ทอนเงินตามปกติ กระทั่งช่วงหลังร้านเริ่มว่าง ขณะนับเงินที่เปียกน้ำ สีแดงจากธนบัตรหลุดติดมือ และเมื่อลองหยดน้ำซ้ำลงบนธนบัตร พบว่าสีจางและหลุดอีกครั้ง ทำให้มั่นใจว่าเป็น “แบงก์ปลอม”

    หลังเกิดเหตุ ได้นำธนบัตรปลอมใส่ถุงพลาสติก พร้อมเขียนข้อความ “เงินปลอม” แปะไว้ให้ลูกค้ารายอื่นเห็น เพื่อให้รู้เท่าทัน และไม่ตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก

    เตือนภัยแบงก์ปลอม #แม่ค้าตลาดชุมชน #โชคชัย #นิคมคำสร้อย #มุกดาหาร #ข่าวท้องถิ่น #ระวังเงินปลอม #มิจฉาชีพ #ตลาดชุมชนบ้านหนองแวงน้อย #เงินปลอม100บาท #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดขบวนแห่เทียนพรรษาพระราชทาน ถวาย วัดศรีเมืองใหม่ ตำบลนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี

    พสกนิกร และพุทธศาสนิกชน ชาวอำเภอศรีเมืองใหม่ ต่างปลื้มปิติยินดี เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ที่ได้รับพระราชทาน เทียนพรรษา จากทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตน์ ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งพระราชทาน ให้วัดศรีเมืองใหม่

    ตำบลนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี โดย ท่านพระครูโสภณนพรัตน์ ได้ รับพระราชทานพัดรอง เชิญพระนามย่อ อร. ปักบนพัดรองจากพระหัตถ์ ของพระองค์

    ในวันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 ณ มณฑลพิธีหน้าองค์หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายกิตติศักดิ์ ประดับศรี นางนงนุช ประดับศรี และ นาย

    เด่นชัย สุขแสวง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชาด ทำหน้าที่เป็น ผู้แทนกองงานเผยแผ่และส่งเสริมประเพณี ถวายเทียนพรรษาพระราชทานวัดอินทรวิหาร อารามหลวง แขวงบางพรหมกรุงเทพมหานคร

    เป็นผู้เชิญต้นเทียนพระราชทานมา ถึงวัดศรีเมืองใหม่เพื่อทำพิธีถวายเทียนเข้าพรรษาพระราชทาน ในวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2568 โดยมี นายโกวิท แก้วสุขอยู่เจริญ นายอำเภอศรีเมืองใหม่มาเป็นประธานในพิธี นาย ธวัชชัย รุ่งเรืองชัย

    ทอง นายกเทศมนตรี อำเภอศรีเมืองใหม่ ประธานจัดพิธีถวาย เทียนพรรษาพระราชทาน จัดขบวนแห่ และกล่าวรายงาน มีนางสาว วาทินี โภคกุลกานนท์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด

    พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชนและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมขบวนแห่ อย่างพร้อมเพียง สมพระเกียรติพระองค์ท่าน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา นายสุนทร สืบแก้ว ไวยกรณ์ วัดศรีเมืองใหม่ เล่าว่าเป็นครั้งแรกที่อำเภอ

    ศรีเมืองใหม่ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ อย่างล้นพ้น ที่ได้รับเทียนพระราชทานครั้งนี้ ซึ่งเป็นวัดเดียวในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ ได้รับเลือก อำเภอศรีเมืองใหม่จึงขออนุโมทนา สาธุ บุญ กับพิธีมงคลดังกล่าว

    ภาพ : ข่าว ผ่านเลนส์ 4343 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอุบลราชธานี รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมมอบรถวีลแชร์-สามล้อโยก 30 คัน/ถุงยังชีพ 30 ถุง และค่าพาหนะเดินทางให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ

    9 กรกฎาคม 2568 : 10.00-12.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,นางจุไร ชำนาญ ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 8

    สภาสังคมสงเคราะห์,น.ส.จริยา คงพูลศิลป์ รอง หส.ผศ.เขตเชียงใหม่ และคณะ,เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.เมือง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่,ผู้แทนสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะ,ร.ท.สรวิชญ์ เที่ยงสกุล สัสดี อ.ดอยสะเก็ด,ร.ต.ท.มนต์สิษฐ์ เยาวภักดิ์ ผู้แทนตำรวจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ และคณะ,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ

    ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ,นางอุดมลักษณ์ คำแผ่นชัย แม่ดีเด่นเชียงราย และคณะ,สโมสรโรตารี่เชียงใหม่ใต้ และคณะ,ทีมงานจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ”,ทีมงานจิตอาสา รร.มงฟอร์ตวิทยาลัย/รร.สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่/

    รร.วีรยาเชียงใหม่ และผู้ปกครอง,กำนัน ต.แม่ฮ้อยเงิน,ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบริเวณใกล้เคียง,นายพงษ์อภิรักษ์ บุญเพิ่มพูล ผู้ประสานงาน จ.เชียงใหม่ :

    ร่วมจัดกิจกรรมมอบรถวีลแชร์-สามล้อโยก จำนวน 30 คัน/ถุงยังชีพ จำนวน 30 ถุง และค่าพาหนะเดินทางให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ ซึ่งมี นายนิติปกรณ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอดอยสะเก็ด เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม ทต.แม่ฮ้อยเงิน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

    *** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาครถวีลแชร์-สามล้อโยก จำนวน 30 คัน นางจุไร ชำนาญ ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 8 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ : บริจาคถุงยังชีพ จำนวน 30 ถุงสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนางอุดมลักษณ์ คำแผ่นชัย แม่ดีเด่นเชียงราย : บริจาคค่าพาหนะเดินทาง

    สโมสรโรตารีเชียงใหม่ใต้ : บริจาคน้ำดื่ม จำนวน 30 โหลสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกใน

    พระบรมราชูปถัมภ์สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

    7 กรกฎาคม 2568 : 14.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : ให้ตัวแทนบริษัท Interpharma Value Your Life ซึ่งมี คุณณิชชาพัญ์ รพีพัทธ์ธาริน Product Manager,Business Development เข้าพบเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการจัดกิจกรรมให้คนพิการ ณ ที่ทำการสมาคมฯ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษเตรียมประมูลทะเบียนรถเลขสวยหมวด กบ การเงินมั่งมี บารมีเพิ่มพูน 19 ก.ค.นี้ ตั้งเป้ารายได้ 10 ล้านบาท ถ้าพลาดการประมูลหมวด กบ ครั้งนี้จะต้องรออีก 70 ปี ถึงจะมีให้ประมูลอีก

    ***เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 68 ที่โรงแรมแกลลอรี่ ดีไซน์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษได้จัดแถลงข่าวเตรียมประมูลทะเบียนรถเลขสวย “กบ” การเงินมั่งมี บารมีเพิ่มพูน ในวันที่ 19 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยมี นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้วาราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และ ผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังรายละเอียดการเข้าร่วมประมูล

    ***ซึ่งป้ายทะเบียนเลขสวย หมวดอักษร “กบ”มีความหมายว่า “การเงินมั่งมี บารมีเพิ่มพูน”ได้ทำพิธีอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคล และ เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย โดยพระครูโกศลสิกขกิจ หรือ หลวงพ่อพุฒวายาโม เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ) นั่งอธิษฐานจิตปลุกเสกด้านหน้าโลงสรีระสังขารของ “หลวงปู่สรวง” อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งอีสานใต้ พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของคนไทยและกัมพูชา แม้หลวงปู่จะละสังขารมาแล้วกว่า 20 ปีแล้ว แต่สรีระของท่านยังคงสภาพสมบูรณ์ ไม่เน่าเปื่อย

    ***นายสมพงษ์ เทียนชัยเกิดศิลป์ ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ กำหนดจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง หรือ ที่เรียกว่ารถเก๋ง หมวดอักษร “กบ” ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ผ่านระบบประมูลแบบเคาะเสนอราคาสูงสุด และ ผ่านระบบออนไลน์ โดยรายได้จากการประมูลจะนำเข้าสู่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน คาดว่าน่าจะมีรายได้ประมาณ 10 ล้าน

    ซึ่งเลขทะเบียนที่คาดว่าราคาจะสูงและเป็นที่ต้องการของคนทั่วไปคือ 9999 เบื้องต้นราคาอาจสูงถึง 1 ล้านบาท นอกจากนี้หมวดตัวอักษร “กบ” ถือหมวดชื่อ กบ ที่เป็นสัตว์ชนิดเดียว กระโดดไปหน้าหน้าอย่างเดียว ไม่มีกระโดดถอยหลัง เปรียบเสมอใครที่ได้ครอบครองจะก้าวหน้าอย่างเดียว และหมวด กบ นี้จะมีให้ประมูลอรีกครั้งก็ประมาณอีก 70 ปี ข้างหน้า จึงเชิญชวนผู้สนใจได้ร่วมจับจองประมูลหมายเลขทะเบียนสวยเพื่อเป็นเจ้าของ แม้จะยังไม่มีรถยนต์ก็สามารถประมูลได้
    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาประทานเทียนประทีปวิจิตร ศรีอทิตยประทีปาทร ให้แด่ พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2568

    ***เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 68 ที่วัดไพรพัฒนา ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูโกศลสิกขกิจ หรือ หลวงพ่อพุฒ วายาโม ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ.) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ได้นำคณะพุทธศาสนิกชนชาว ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จัดขบวนแห่อัญเชิญเทียนพรรษา ซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาประทานเทียนประทีปวิจิตร “ศรีอทิตยประทีปาทร” ประดับตราประจำพระองค์ เพื่อถวายแด่วัดไพรพัฒนา

    เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2568 และขบวนแห่พัด(ตาลปัตร) เสาเสมา และเกียรติบัตร โดยขบวนแห่จัดอย่างยิ่งใหญ่สวยงาม เริ่มแห่จากสนามกีฬาวิทยาลัยเทคโนโลยีหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา ไปยังวัดไพรพัฒนา มีคณะข้าราชการแต่งกายด้วยชุดปกติขาว พร้อมด้วย พ่อค้า ประชาชนชาว ต.ไพรพัฒนา และคณะอาจารย์ นักศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีหลวงปู่สรวงมาร่วมขบวนแห่จำนวนมาก

    ***เมื่อขบวนแห่มาถึงบริเวณหน้าศาลาทม วัดไพรพัฒนา นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นผู้อัญเชิญเทียนพรรษาประทานเทียนประทีปวิจิตร”ศรีอทิตยประทีปาทร”เข้าไปภายในศาลาทม โดยนำเข้าไปตั้งเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ จากนั้น นายทวีศักดิ์ ทรงอยู่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และประกอบพิธีทางศาสนา

    พิธีเปิดกรวยถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ พิธีถวายเทียนพรรษาประทานแด่ พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พิธีถวายเทียนพรรษา และจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมี นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ นายก อบต.ไพรพัฒนา หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ แต่งกายชุดปกติขาวมาร่วมพิธีจำนวนมาก

    ***ทั้งนี้เนื่องด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาประทานเทียนประทีปวิจิตร “ศรีอทิตยประทีปาทร”เพื่อถวายแด่วัดไพรพัฒนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2568 แด่ พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา นำความปลาบปลื้มปิติยินดีเป็นล้นพ้นให้กับชาวอำเภอภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และคณะศิษยานุศิษย์วัดไพรพัฒนา อันหาที่สุดมิได้ ซึ่งนับว่า เป็นเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่ของวัดไพรพัฒนา เป็นอย่างยิ่ง

    ***ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเสร็จพิธี พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ได้นำเหรียญพระเครื่องของ หลวงปู่สรวง เทพวดาเดินดิน ที่ทั้งชาวไทย และชาวกัมพูชาเคารพ ศรัทธา มามอบให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิตต่อไป
    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทิ้งเปลือกทุเรียนลงแม่น้ำสายสำคัญที่ใช้แข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน / คนขับหลับในชนท้ายรถจอดติดไฟแดงเต็มแรง ดับ1 เจ็บสาหัส 1

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ตรวจสอบบริเวณ สะพานบ้านด่าน ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จุดที่มีกลุ่มชาย นำตะกร้าเปลือกทุเรียน ทิ้ง ลงแม่น้ำหลังสวน สายน้ำธารแห่งวัฒนธรรม แข่งเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ชิงถ้วยพระราชทาน แถมคึกคะนองถ่ายคลิปโพสต์โชว์ลงสื่อโซเชียลมีคลิปจากรถยนต์กระบะ บรรทุกขยะเปลือกทุเรียนจำนวนมาก ใส่เข่งพลาสติก แล้วขับมาจอดบริเวณกลางสะพานบ้านด่าน แล้วมีชาย 2 คนลงมา ช่วยกันยกเข่งแล้วเทขยะและเปลือกทุเรียนลงไปในแม่น้ำหลังสวน ซึ่งทำอย่างสนุกสนาน โดยจะมี 1 ในกลุ่มคนดังกล่าว คอยถ่ายคลิปมือถือไว้ด้วย โดยมีหน้าตาระรื่น ไม่แคร์ ไม่สนใจ สายตาของชาวบ้านที่ขับตามหลังมา ต้องจอดรอเสียเวลา และรถที่ขับสวนเลนผ่านมาแต่อย่างใด และเมื่อทิ้งทุเรียนจนหมดแล้ว ก็ได้ขับรถออกไปจากสะพาน

    ส่วนคลิปที่ 2 เป็นเวลากลางคืน มีชาย 3 คน ขับรถยนต์กระบะมาจอดบนสะพานจุดเดียวกัน แล้วช่วยกันขนเปลือกทุเรียนจำนวนมากท้ายรถยนต์กระบะโยนทิ้งลงไปในแม่น้ำหลังสวน อย่างสนุกสนามอย่างไม่มีจิตสำนึก โดยมีชายอีกคนยืนถ่ายคลิปมือถือ แล้ว นำไปโพสต์ลงในสื่อออนไลน์ติ๊กต๊อกชื่อ “@12eak มีคนเข้าไปดูแล้วคอมเม้นต่อว่าจำนวนมากผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม่น้ำหลังสวน ถือว่าเป็นแม่น้ำที่ใหญ่และกว้างที่สุดของจังหวัดชุมพร เป็นลุ่มน้ำสานธารแห่งวัฒนธรรม อดีตที่ผ่านมาในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสผ่าน ถือเป็นแม่น้ำสายวัฒนธรรมของอำเภอหลังสวน และจากอดีตมาถึงปัจจุบัน แม่น้ำหลังสวน ในเป็นแม่น้ำจัดการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ชิงถ้วยพระราชทาน เป็นทั้งศิลป์และศาสตร์ ที่มีเฉพาะลุ่มน้ำแห่งนี้แห่งเดียวของโลก

    และได้เดินไปพบกับ นายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองสวน สอบถามถึงเหตุที่เกิดขึ้น ทางเทศบาลเมืองหลังสวนได้ดำเนินการจัดการอย่างไร ในเหตุที่มีกลุ่มชายนำขยะ(เปลือกทุเรียน)ทิ้งลงในแม่น้ำ ที่เป็นข่าวดังในขณะนี้
    นายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ กล่าวว่า มาตรการการรักษาความสะอาดของเทศบาลเมืองหลังสวนยึดหลักกฏหมายพรบรักษาความสะอาดพ.ศ. 2535ได้ดำเนินการจับกุมบุคคลที่มาทิ้งขยะลงในแม่น้ำโดยนำมาปรับโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทและในทุกๆปีเราจะปรับผู้กระทำความผิดได้ทุกปีไม่ได้ละเลยและทอดทิ้งในการรักษาความสะอาด ของบ้านเมืองของเราและทางเทศบาลก็มีสถานที่ที่ทิ้งขยะโดยมากจะมาจากลงทุเรียนที่เอามาทิ้งเราก็เปิดโอกาสให้ไปทิ้ง ขยะไซขยะของทางเทศบาลเราก็เปิดโอกาสให้ไปทิ้งเสียค่ารักษาความสะอาดในเรื่องทิ้งขยะของเราไม่ว่าจะเป็นเวลาราชการหรือถ้านอกราชการโทรหาให้นายกให้อนุญาตได้ทุกเวลา

    ส่วนคลิปที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตทางเทศบาลก็กำลังดำเนินการติดตามหาตัวคนร้ายโดยได้นำ ทะเบียนรถไปสืบที่กรมขนส่งเพื่อตรวจสอบว่าเป็นรถของบุคคลใดโดยได้รูปลักษณ์มาจากกล้องวงจรปิดทั่วเมืองหลังสวนจะประสานกับตำรวจให้แน่ชัดว่าคนร้ายคือใครจะนำมาปรับโทษก็คือการปรับ 10,000 บาท โดยใช้มาตรา 57 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 วรรคหนึ่งมาตรา 19 มาตรา 23 มาตรา 30 มาตรา 33 วรรคหนึ่งหรือมาตรา 34 ต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

    จากมาตรา 33 ห้ามมิให้ผู้ใดเทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูลมูลฝอยน้ำโสโครกหรือสิ่งอื่นใดลงบนถนนหรือในทางน้ำความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่เจ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือหรืออาคารประเภทเรือแพซึ่งจอดหรืออยู่ในท้องที่ที่เจ้าหน้าที่ทำงานท้องถิ่นยังไม่ได้จัดส้วมสาธารณะหรือภาชนะสำหรับทิ้งปฏิกูลหรือมูลฝอยคุณลุง ชาวบ้าน ฝากถึงหน่วยงานให้เข้ามาดูแลด้วย ในแม่น้ำลำคลองเขาเลี้ยงปลาหาปลามาทิ้งขยะลงแบบนี้น้ำก็เน่าเสียหมด พวกมักง่ายชอบนำขยะมาทิ้ง ทำให้แม่น้ำเน่าเสียแล้วก็ทำให้เสียชื่อกับชาวอำเภอหลังสวนเพราะคลองเค้าไม่แข่งเรือเป็นหน้าชูตาให้กับอำเภอหลังสวนมาทำแบบนี้เสียชื่อคนหลังสวนหมด

    คนขับหลับในชนท้ายรถจอดติดไฟแดงเต็มแรง ดับ1 เจ็บสาหัส 1

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 9 ก.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลาประมาณ 22.35 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าแซะ ได้รับแจ้งมีเหตุรถบรรทุกสิบล้อชนกับรถ บรรทุกพ่วงสิบแปดล้อมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงแจัง พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.ท่าแซะผู้บังคับบัญชาทราบจึงเดินทางพร้อมแพทย์โรงพยาบาลท่าแซะ ปภ.ชุมพร กู้ภชีพกู้ภัยสาย ชลชุมพรตรวจสอบ

    ที่เกิดเหตุ บริเวณแยกท่าแซะ ม. 16 ต.ท่าแซะ อ.ท่าแซะ ชุมพร ถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ พบมีผู้บาดเจ็บติดภายใน ไม่รู้สึก ตัว ไม่มีชีพจร หน่วยกู้ภัยสายชลชุมพร ปภ.ชุมพร หน่วยกู้ชีพอาสารพ.ท่าแซะ รถกู้ชีพ โรงพยาบาลท่าแซะ พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างจึง เร่งรัดไปยังจุดเกิดเหตุ ที่เกิดเหตุตรวจสอบพบ รถบรรทุก ทะเบียน 75-0937 กรุงเทพมหานคร รุ่น FF ยี่ห้อ HINO สี ขาว,ฟ้า,แดง มี นายนันทพงศ์ มีหล้า เป็นผู้ขับขี่ และนายรัฐศาสตร์ มีหล้า เป็นผู้โดยสาร ขับรถมุ่งหน้า

    ลงใต้ เมื่อมาถึงแยกไฟแดงท่าแซะได้ชนท้าย รถบรรทุก ทะเบียน 700-1649 กรุงเทพมหานคร รุ่น FM1AKIB-SHT ยี่ห้อ HINO สี เขียว,แดง,เหลือง ที่จอดติดไฟแดงอยู่ หน่วยกู้ภัยสายชลชุมพร ปภ.ชุมพร หน่วยกู้ชีพอาสารพ.ท่าแซะ รถกู้ชีพ โรงพยาบาลท่าแซะ พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างจึง เร่งรัดไปยังจุดเกิดเหตุ ที่เกิดเหตุตรวจสอบพบ ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย 1 ใน 3 ราย มี 1 รายติดอยู่ในตัวรถบรรทุกสิบล้อ ไม่รู้สึกตัว ไม่มี ชีพจร

    (ได้รับการยืนยันจากทีมกู้ชีพโรง พยาบาลท่าแซะผู้บาดเจ็บเสียชีวิต) หน่วยกู้ภัย จึงเร่งรัดใช้เครื่องตัดถ่าง นำร่างผู้เสียชีวิตออก มา เป็นเพศชาย อายุ 55 ปีทราบชื่อภายหลัง นายนันทพงศ์ มีหล้า ผู้ขับขี่เสียชีวิต หน่วยกู้ภัยกู้ภัยสาย ชลนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลท่าแซะ เพื่อทำการชันสูตรตามคำสั่งแพทย์ต่อไป และ

    นายรัฐศาสตร์ มีหล้า ผู้โดยสาร ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง รพ.ท่าแซะ
    เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าแซะ รวบรวมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งสอบถามพยานคนเห็นเหตุการณ์ อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชนวนเหตุยิงพี่สาววัย 72 ปี กลัวโดนฮุบที่ดินสวนปาล์ม 5 ไร่

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 จับแล้วน้องชายวัย 69 รัวยิงพี่สาววัย 72 ปี ดับหน้าร้านอาหารตามสั่ง ปมมรดกที่ดิน สารภาพแค้นแม่ตายกว่า 3 ปี ไม่ยอมแบ่งที่ให้ ปฏิเสธทำแผนกลัวไม่ปลอดภัย ส่วนลูกสาวผู้ตายผวากลัวผู้ต้องหาโหดได้ประกันตัวออกมายิงล้างครัว

    วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบสวนปาล์ม 5 ไร่ชนวนการก่อเหตุ อยู่บริเวณ ซอย บ้านดอนทราย ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร อยู่ห่างจากบ้านหลังเกิดเหตุประมา 9-10 กิโลเมมร พบสวนปาล์มและในบริเวณมีสุนัขดุมากวิ่งอยู่ภายในสวนและมีพืชอยู่หลายอย่าง

    จากกรณี นายศุภชัย โพธิ์คีรี หรือตุ้ม อายุ 69 ปี น้องชาย ใช้อาวุธปืนสั้นขนาด .22 แม็กนั่ม รัวยิง นางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปี พี่สาวตายอนาถหน้าบ้นตนเองที่เปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งและขายของชำ แล้วยิงนางปราณี กุหลาบสี อายุ 68 ปี พี่สะไภ้

    ของผู้ก่อเหตุ ที่มาช่วยพี่สะไภ้ที่ถูกยิงตายขายของที่บ้านหลังเกิดเหตุ ถูกกระสุนแถลบเข้าที่แขนขวาบาดเจ็บเล็กน้อย และนายศุภัย ยังลั่นกระสุนใส่ นางสาวนัฎ โพธิ์คีรี อายุ 53 ปี ลูกสาวผู้ตายซึ่งเป็นหลานสาวของผู้ก่อเหตุด้วย แต่วิ่งหนีรอดตายทั้ง 2 คน สามารถวิ่งออกมาได้

    เหตุเกิดช่วงสายวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่ร้านอาหารตามสั่ง เลขที่ 7/8 ม.4 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ส่วนมือปืนหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีเขียว ทะเบียน บว.2763 ชุมพร หลบหนี วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส สภ.มาบอำมฤติ ภายใต้สั่งการของ พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.มาบอำมฤต ได้นำกำลังออกสอบปากคำพยานบุคคล พยานแวดล้อม จนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของผู้ตายนั่นเอง และบ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร

    โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลจังหวัดชุมพร ออกหมายจับในช่วงเย็นวันเดียวกัน ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น , ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน”

    กระทั่งช่วงสามทุ่มของเมื่อคืนที่ผ่านมาตำรวจชุมดสืบสวน สภ.มาบอำมฤต นำโดย พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส สภ.มาบอำมฤติ ได้ติดตามจับกุม นายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี ผู้ก่อเหตุได้ขณะหลบหนีซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร พร้อมตัวมาสอบสวน และคุมขังไว้ที่ สภ.มาบอำมฤต โดยมีบรรดาเครือญาติมาเยี่ยมและนำอาหาร น้ำ เครื่องดื่ม มาให้ผู้ต้องหาอยู่เรื่อยๆ

    ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.มาบอำมฤต หลังเกิดเหตุตำรวจก็ได้ขอศาลจังหวัดชุมพร อนุมัติหมายจับและติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านของผู้ต้องหาเอง พร้อมของกลางรถยนต์ที่ใช้หลบหนี อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ และผู้ต้องหาก็รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยปมเหตุมาจากเรื่องที่ดินมรดก เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ร้อน ค่อนข้างรุนแรง และเข้าใจว่าแม่ตายมานาน 3 ปีแล้ว แต่พี่สาวตนเองจะฮุบที่ดินทั้งหมด 5 ไร่ เป็นของตนเองแต่เพียงผู้เดียว แต่ความจริงแล้วได้มีการพูดคุยจะแบ่งให้กับพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 5 คน แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นอารมณ์ร้อน ในร้อนค่อนข้างรุนแรง จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

    พ.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า ผู้ต้องหามีความประสงค์จะไม่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากกังวลและกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัย ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาอยู่แล้ว และจำนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชุมพร ในวันพรุ่งนี้ต่อไปขณะที่ นางจรรยา ใสสะอาด 67 เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกับนายศุภชัย โพธิ์คีรี หรือตุ้ม อายุ 69 ปี เป็นญาติ ลูกพี่ลูกน้องและมาเยี่ยม นายศุภชัย โพธิ์คีรี ได้สอบถามว่ารู้สึกยังไงแกก็ตอบว่าก็ยอมรับในการกระทำเกิดจากบันดาลโทสะยอมรับในการตัดสินใจของแกเอง เป็นลูกผู้ชายตัวผู้ก่อเหตุปกติแล้วอยู่ที่จังหวัดระนองไม่ได้อยู่ที่ชุมพรเพิ่งจะเดินทางกลับมาที่ชุมพรก็มาก่อเหตุในครั้งนี้

    นางสาวนัฎ โพธิ์คีรี อายุ 54 ปี ลูกสาวผู้ตายและเป็นหลานสาวของผู้ก่อเหตุ ตำรวจได้เชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.มาบอำมฤต ก่อนจะหลับไม่ที่วัดดอนยางซึงเป็นสถานที่ตั้งศพ นางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปี ผู้เป็นแม่โดย นางสาวนัฎ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า แม่ตนที่ถูกยิงตายร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเพราะเพิ่งจะไปทำกายภาพที่โรงพยาบาลมา จึงเดินไม่สะดวกมากนัก จนมาถูกน้องชายตัวเองยิงตาย ซึ่งนายศุภชัยผู้ก่อเหตุนั้นทราบว่าวันเกิดเหตุได้คิดและไตร่ตรองไว้แล้วเนื่องจากมีชาวบ้านเห็นว่าคนร้ายขับรถตามหาแม่ตนมาตั้งแต่ตอนไปทำบุญที่วัดจนมาถึงบ้านแล้วก่อเหตุ

    นางสาวนัฎกล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนกลัวเรื่องความปลอดภัยมาก เพราะนายศุภชัยผู้ต้องหาเขาต้องการฆ่าตนกับแม่ล้างครัวเลย ตอนเกิดเหตุแม่ตะโกนบอกให้ตนวิ่งหนีได้ทัน ว่าไอ้ “ตุ้ม” มันมาดักยิงแม่”
    ถ้านายศุภชัยผู้ต้องหา ได้ประกันตัวออกมาเขาต้องมาฆ่าตนแน่นอน และอยากให้รับโทษอย่างสาสมที่ได้ฆ่าพี่สาวของตนเอง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการปศุสัตว์ร่วมใจ กำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (8 ก.ค. 68) ณ ลานอเนกประสงค์หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร เวลา 09.00 น. นายอภิชาต สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีสดุดีเทิดพระเกียรติและพิธีเปิดโครงการโครงการปศุสัตว์ร่วมใจ กำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ

    กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

    ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ร่วมด้วย นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร นายยศวริศ เขตอนันต์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดชุมพร

    นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมตรีเมืองชุมพร นายวิบูลย์ศักดิ์ โพธารส รองนายกเทศมนตรีเมืองชุมพร และหัวหน้าส่วนการงานเทศบาลเมืองชุมพร พร้อมด้วย อสม. เทศบาลเมืองชุมพร ร่วมเป็นเกียรตินายสัตวแพทย์เดชา จิตรภิรมย์

    ปศุสัตว์จังหวัดชุมพร กล่าวว่า เนื่องจากวันที่ 4 กรกฎาคม ของทุกปี ถือเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานเกี่ยวที่ข้องในการควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

    ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จึงได้จัดโครงการปศุสัตว์ร่วมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖8 ขึ้น เพื่อร่วม

    เทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกร การดำเนินการตามโครงการฯ ในครั้งนี้ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ร่วมกับสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร

    และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว การให้คำปรึกษา การเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธีและการรักษาสัตว์ป่วยเบื้องต้น คาดว่าจะมีประชาชนนำสัตว์เลี้ยงมารับบริการ จำนวนไม่

    น้อยกว่า 300 ราย โดยในวันนี้มีเป้าหมายการดำเนินการผ่าตัดทำหมัน 50 ตัว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สุนัขและแมวจำนวน 100 ตัว และให้บริการในพื้นที่อื่นๆ ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568

    โครงการดังกล่าวนี้จะเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค และลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะส่งผลให้ไม่พบผู้เสียชีวิต ด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ทั้งยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชนเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมลดปัญหาการนำสุนัขและแมวไปปล่อยในที่สาธารณะ จนกลายเป็นสุนัขและแมวจรจัด

    ภายในงานได้จัดให้มีนิทรรศการการดำเนินงานของหน่วยงาน และภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กิจกรรมประกอบด้วย
    1.การผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว
    2.ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์
    3.การรักษาพยาบาลสัตว์ การให้ความรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าและกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

    ในส่วนของเทศบาลเมืองชุมพร โดยนายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ได้มอบหมายให้งานสัตวแพทย์ ฝ่ายบริการสาธารณสุข กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ในสุนัขและ

    แมว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคพิษสุนัขบ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย ในพื้นที่ชุมชนทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ ให้ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 80 เพื่อเป็นการป้องกันโรคในพื้นที่ โดยการออกสำรวจและขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวในพื้นที่เทศบาลเมืองชุมพร

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แรงงานลาว-กัมพูชาแห่ข้ามแดนมุกดาหาร” หลังกองทัพใช้มาตรการควบคุมด่านชายแดนกัมพูชายัง ขณะที่​ตม.มุกดาหาร ตรวจเข้มคัดกรองสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ

    เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร และด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีแรงงานข้ามชาติจาก สปป.ลาว และกัมพูชา เดินทางมาจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เดิน

    ทางมาจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดจันทบุรี และตราด เพื่อใช้บริการรถโดยสารระหว่างประเทศ (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เข้าด่านพรมแดนสะหวันนะเขต สปป.ลาว และข้ามกลับเข้ามาประเทศไทยโดยผ่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เพื่อกลับเข้ามาอยู่และทำงานต่อในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    พันตำรวจเอก พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีปริมาณผู้เดินทางสัญชาติลาวและกัมพูชาเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยเฉลี่ยวันละ 1,200-1,300 คนสำหรับแรงงานชาวลาว และประมาณ 45 คนสำหรับแรงงานชาวกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาด้วยวีซ่า Non L-A และบางส่วนได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา

    สำหรับเหตุผลที่มีการข้ามแดนผ่านมาทางจังหวัดมุกดาหารเพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากมาตรการควบคุมชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้ กองทัพบกและกองทัพเรือได้กำหนดมาตรการควบคุม การเปิด-ปิด จุดผ่านแดน ทุกประเภทตลอดแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา อาทิ จังหวัดจันทบุรี ตราด และสระแก้ว อัน

    เนื่องมาจากสถานการณ์ ชายแดน ไทย – กัมพูชา โดยให้งดการเดินทางผ่านเข้า – ออก ของประชาชน การค้าขายทุกประเภท นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ งดการผ่านเข้า – ออก ของยานพาหนะทุกประเภท แต่ยังคงอนุญาตให้อํานวยความสะดวกด้านมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม ทำให้แรงงานกัมพูชาจำนวนหนึ่งต้องเดินทางมาข้ามแดนทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ที่มุกดาหารแทน

    ทั้งนี้ ผู้เดินทางที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไม่เกิน 60 วัน เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการท่องเที่ยว การทำงาน หรือธุรกิจระยะสั้น

    ปัจจุบัน ตม.มุกดาหาร ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านบุคลากร สถานที่ และระบบเทคโนโลยี พร้อมยกระดับมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาจแฝงตัวเข้ามา

    พันตำรวจเอก พิทักษ์พงษ์ ยืนยันว่า แม้ผู้เดินทางจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพร้อมรับมือและให้บริการตามมาตรฐานอย่างเต็มที่แรงงานข้ามชาติ #ด่านพรมแดนมุกดาหาร #สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่2 #แรงงานลาว

    #แรงงานกัมพูชา #เขมร #มาตรการควบคุมด่านตรวจคนเข้าเมือง #ตมมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #อาชญากรรมข้ามชาติ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ชายแดนไทยลาว #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แม่ทัพภาคที่ 2 ต้อนรับ อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย”

    เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

    ให้การต้อนรับ คุณ เจสซี่ โอดัม ในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่ง อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ

    โดย อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการต่อต้านยาเสพติดและสืบสวนเกี่ยวกับองค์กรค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนสาร

    ควบคุมเข้าสหรัฐอเมริกา และตลาดโลก และ พร้อมที่จะประสานความร่วมมือในการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดกับ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)


    กองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ขับเคลื่อนแผนการสกัด กั้น และปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ตามนโยบายของรัฐบาล ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสกัด กั้นการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ ชายแดน

    โดยจัดตั้งกลไกบูรณาการร่วมกับหน่วย งานความมั่นคง และพลเรือน อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปกองบัญชาการกองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #พลโทบุญสินพาดกลาง​ #อุปทูตด้านการปราบปรามยาเสพติด #สำนักงานด้านการปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกามิสเตอร์เจสซี่โอดํา​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ฝาก ขาย – ซื้อ หรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด จ.ชลบุรี

    วันที่ 8 กรกฎาคม 2568บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นาย ภูวดล พุทธ์เทศน์ะ ( เฮง )กรรมการผู้จัดการบริษัทฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดรับทรัพย์เข้าระบบอีก 1 หลัง บ้านเดี่ยวพลอยเพลินแหลมฉบังสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

    สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ ( แถวศรีราชา ) เสี่ย ( เฮง เฮง ) จัดให้มีทีมงานครบวงจรสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรมจังหวัดน่าน ประจำปี พ.ศ. 2568

    วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรมจังหวัดน่าน ประจำปี พ.ศ. 2568 โดย

    สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และกรมการศาสนา ร่วมกับศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ภาคีเครือข่ายทั้ง 6 เครือข่าย ขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่จังหวัดคุณธรรม มีเป้าหมายการขับเคลื่อนต่อเนื่อง 3 ปี (พ.ศ.2566-2568) ประกอบด้วย เครือข่ายภาครัฐ เครือข่ายภาคการศึกษา เครือข่ายภาคศาสนา เครือข่ายภาคสื่อสารมวลชน เครือข่ายภาคชุมชนและประชาสังคม เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เข้าร่วมกิจกรรม

    โดยปีที่ผ่านมา จังหวัดน่าน ได้มีการเจตนารมณ์ความร่วมมือของหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ เกิดการปรึกษาหารือการจัดกิจกรรมสมัชชาคุณธรรม การจัดตั้งกลไกเครือข่ายทางสังคมเพื่อรองรับการขับเคลื่อนสู่การเป็นจังหวัดคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการทำงานต่างๆ มีการยกระดับการประเมินชุมชนองค์กร อำเภอ

    คุณธรรมต้นแบบทำให้เกิดชุมชนคุณธรรมต้นแบบจำนวน 241 ชุมชน องค์กรคุณธรรมต้นแบบจำนวน 261 องค์กร อำเภอคุณธรรม จำนวน 15 แห่ง และมีการค้นหา ยกย่อง เชิดชู บุคคล หน่วยงาน องค์กร เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ เช่น ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม รางวัลวัฒนคุณาธร รางวัลวัฒนธรรมวินิต รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา รางวัลคนดีศรีจังหวัด และมีการประเมินชุมชน องค์กรต้นแบบโดดเด่น

    สำหรับวัตถุประสงค์การจัดสมัชชาคุณธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนดี องค์กรดี ได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ของกันและกัน เป็นเวที “ชม แชร์ เชียร์” เป็นการสร้างบรรยากาศ สภาพแวดล้อมให้เกิดแรงจูงใจ ในการขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับองค์กร ชุมชน อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ที่

    สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติระยะที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) ส่งเสริมให้คนไทยมี “พฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรม” เพิ่มขึ้น สู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และคุณธรรม 5 ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู”

    โดยรูปแบบการจัดงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนงานวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ด้านการส่งเสริมคุณธรรม การแสดงพลังขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมจังหวัดน่านกว่า 100 หน่วยงาน และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการนำเสนอผลงานนิทรรศการองค์ความรู้ ผลสำเร็จการส่งเสริมคุณธรรมของภาคีเครือข่าย ในรูปแบบ “ตลาดนัดคุณธรรม ชม แชร์ เชียร์” จำนวนกว่า 20 บูธ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ และสนับสนุนวิทยากรจากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อสมท จับมือ MVTV สานฝันเวทีระดับโลก! เปิดตัวยิ่งใหญ่ “MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND 2025” เฟ้นหาสุดยอดสาวหมวยอินเตอร์สู่สากล

    📣เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – วงการประกวดสาวงามไทยได้ฤกษ์คึกคักเป็นประวัติการณ์ เมื่อ บริษัท เอ็มวีทีวี ไทยแลนด์ จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจบันเทิงและสื่อดิจิทัล ผู้ผลิตและออกอากาศสถานีโทรทัศน์ MVTV 75 ผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดอย่างเป็นทางการจาก TVBI เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดงาน Semi Press Release เปิดตัวเวทีประกวดสาวงามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี “MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND 2025” (MCIT 2025) อย่างเป็นทางการ ณ บางกอกเวิลด์ สยามอะเมซิ่งพาร์ค ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม🇨🇳🇹🇭

    🌟งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มวี ทีวี ไทยแลนด์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของ MVTV อาทิ พลเอกสุนทร โสภณศิริ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สถานีโทรทัศน์ MVTV และนายแพทย์ วิชัย ทวีปวรเดช ที่ปรึกษาสถานีโทรทัศน์ MVTV เป็นหัวเรือใหญ่ในงานนี้ โดยมี นายผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารจาก อสมท มาร่วมแสดงความยินดีในฐานะพันธมิตรการจัดประกวด การผนึกกำลังครั้งสำคัญนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่น ที่จะผลักดัน Soft Power ไทยผ่านเวทีประกวดสาวงามเชื้อสายจีน และเปิดประตูสู่โอกาสบนเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง🇨🇳🇹🇭

    🌟ตลอดปีที่ผ่านมา ทีมงานของ MVTV และคณะผู้จัดงานภายใต้การนำคุณไก่ ปิฏษฎา ผู้อำนวยการกองประกวด MCIT 2025 ได้ทำงานอย่างหนักในการเดินสายเฟ้นหาสาวงามเชื้อสายจีนมากความสามารถจาก 5 ภูมิภาคทั่วไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งล้วนแต่เป็นสุดยอดตัวแทนจากจังหวัดต่าง ๆ

    อาทิ เบล สุธาริณี ภัทรสุปรีดิ์ (ภาคกลาง), เฟริส ศกุลพัตร์ ไชยประทุม (ภาคตะวันออก), เอิร์นรัน รัญชน์รวี นัยนิตย์ (ภาคเหนือ), โปเต้ อริสา ประเสริฐสิทธิ์ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และ นาเดีย กัณฑ์ปะภัส ยาชมภูยงทิพย์ (ภาคใต้) โดยสาวงามเหล่านี้ได้ผ่านการคัดเลือกและฝึกฝนอย่างเข้มข้น เตรียมพร้อมประชันความงาม ไหวพริบ และความสามารถรอบด้าน เพื่อคว้าตำแหน่งอันทรงเกียรติเป็น “Miss Chinese International

    Thailand 2025″ ของประเทศ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร.ประสงค์ เบญจวรธรรม, มิสเตอร์หลินเหว่ย จากสภาอุตสาหกรรมไทยจีน, ผู้บริหารบางกอกเวิลด์, ดร.พัชราภา ภักดีรัตน์ ผู้จัดการกองประกวด MCIT2025, คุณบงกช ศรีมังคละ ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ MVTV, คุณเกตน์ศิรนี บุญมา เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ NINE STAR DIAMONDS, .คุณธีระ ทรงจิตร เจ้าของโรงงานปั๊มพระธีระทรงจิตร, อาจารย์ต้น ตรีศูล 🇨🇳🇹🇭

    🌟บรรยากาศการเปิดตัวสาวงามผู้เข้ารอบจากทั้ง 5 ภาค ณ บางกอกเวิลด์ สยามอะเมซิ่งพาร์ค เป็นไปอย่างคึกคักและสร้างสีสันอย่างมาก ด้วยการต้อนรับจากแฟนนางงามและกองเชียร์ที่มาร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความสนใจที่ประชาชนมีต่อเวทีนี้ โดยมีแขกผู้มีเกียรติและผู้สนับสนุนรางวัลจากหลากหลายภาคส่วนร่วมเป็นสักขีพยานความสำเร็จครั้งนี้

    🌟การแข่งขันในรอบตัดสินที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ นับเป็นไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย ผู้ที่ได้รับมงกุฎอันทรงเกียรติ จะได้เป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดในเวที “MISS CHINESE INTERNATIONAL 2025” ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศชาติ MVTV ขอเชิญชวนแฟนนางงามทั่วประเทศร่วมลุ้นและส่งแรงเชียร์ให้สาวงามที่คุณชื่นชอบไปพร้อมกันได้

    🌟คุณผู้ชมสามารถติดตามข่าวสารการประกวดได้ที่เพจ Facebook Miss Chinese International Thailand 👑ใครจะได้ครองมงกุฎ และก้าวสู่เวทีระดับโลก! ร่วมเป็นกำลังใจให้สาวงามไทยเชื้อสายจีนคนต่อไปกับ
    Miss Chinese International Thailand 2025 ในเดือนสิงหาคม 2568
    📣โดยมีถ่ายทอดสดได้ที่ช่อง MVTV กดเลข 75 และไลฟ์สดทาง YouTube: TVB Thailand และ Facebook: Miss Chinese International

    ThailandMCOTHD #MVTV #TVBI #MissChineseInternationalThailand2025 #MCIT2025 #ตัวแทนภาคเหนือ #ตัวแทนภาคอีสาน #ตัวแทนภาคกลาง #ตัวแทนภาคตะวันออก #ตัวแทนภาคใต้ #นางงาม #เชื้อสายจีน #MissPageant2025 #มิสไชนีสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์2025 #ประกวดนางงาม #SemiPressRelease #SiamAmazingPark

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.แถลงผลงาน จับกุมยาเสพติด 12,245 คดี ผู้ต้องหา 12,400 คน หมายจับ ตรวจยึด ยาบ้า 112 ล้านเม็ด ไอซ์ 4,136 กก. เคตามีน 230 กก. ทรัพย์สิน 1,310 ล้านบาท

    วันที่ 8 กรกฎาคม เวลา09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.(ปป)/ประธานอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้

    แถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 6/2568 และการจับกุมขบวนการผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างครบวงจร

    โดยมี พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ปส. 2 พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส. 3

    พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.ปส. พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส นายบัณฑิต ลีลาพตะ นักสืบสวนฯ

    สำนักงานป.ป.ส.พล.ต.ฉกาจ ขันตี รอง ผอ.ศปป.2 กอ.รมน. พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณผบ.ขกท.ศปก.นสศ. ร.ต.นิรันดร์ ขวัญบุรี ผอ.ส่วนฯ กรมการปกครอง ในปฏิบัติ

    การฯ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.- 8 ก.ค.68 ตรวจค้น 1,268 เป้าหมาย จับกุม 12,245 คดี ผู้ต้องหา 12,400 คน หมายจับ 695 หมาย ตรวจยึด ยาบ้ากว่า 112 ล้านเม็ด

    ไอซ์ 4,136 กก. เคตามีน 230 กก. ทรัพย์สินกว่า 1,310 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 9 คดี จับกุมผู้ต้องหา 22 คน ตรวจยึดยาบ้า 31,800,000 เม็ด ไอซ์ 1,105 กก. เฮโรอีน 173 กก. ณ บช.ปส

    สมจิต รแสงบัลลังก์ ภาพ-ข่าว รายงาน

    ครบรอบ 7 ปี 13 หมูป่าติดถ้ำฯ วัดพระธาตุดอยเวา เชียงราย และ พิธีบวงสรวง วัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่

    ในงานครบรอบ 7 ปี ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน 13 หมูป่าติดถ้ำ ทำพิธีบวสรวง วัดพระธาตุดอยเวา เชียงราย และ พิธีบวงสรวง วัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา มาเป็นประธานจัดงานนี้ ทั้งสองวัด

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มรดกเลือด! สลดน้องชายวัย 69 ปี รัวยิงดับพี่สาววัย 72 ปี คาหน้าบ้าน ส่วนพี่สะใภ้บาดเจ็บ

    ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 7 มิถุนายน 2568 พ.ต.ต.สุรพงษ์ ภักดีศรี สว.(สอบสวน)สภ.บ้านมาบอำมฤต ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 7/8 ม.4 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบด้วย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย

    ผกก.สภ.มาบอำมฤต พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส. และตำรวจชุดสายสืบสายตรวจ แพทย์เวร รพ.มาบอำมฤต หน่วยกู้ชีพกู้ภัยดอนยาง หน่วยกู้ชีพกู้ภัยปะทิ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวกว้างขวาง เป็นร้านขายอาหารตามสั่งและของชำ อยู่ติดถนนลาดยางในหมู่บ้าน พบศพทราบชื่อคือ นางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน สภาพนอนหงายจมกองเลือด

    เสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านใกล้กับโต๊ะวางตู้ทำอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่กลางหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานนอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ นางปราณี กุหลาบสี อายุ 68 ปี เป็นน้องสะใภ้ของผู้ตาย ถูกยิงเข้าที่แขนขวา ชาวบ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว

    ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี เป็นน้องชายแท้ๆของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีเขียว ทะเบียน บว.2763 ชุมพร ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดทุกเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี

    รวบแล้ว มือปืนโหดรัวยิงพี่สาววัย 72 ปี ดับหน้าบ้าน

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.30 น พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.มาบอำมฤตสั่งให้ชุดสืบ .สภ.มาบอำมฤต ออกติดตามนายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ225/2568 ทีก่อเหตุใช้ปืนยิงนางนางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปีผู้เป็นพี่สาวเสียชีวิต

    จากกรณีเมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 7 มิถุนายน 2568 พ.ต.ต.สุรพงษ์ ภักดีศรี สว.(สอบสวน)สภ.บ้านมาบอำมฤต ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 7/8 ม.4 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบด้วย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.มาบอำมฤต พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส. และตำรวจชุดสายสืบสายตรวจ แพทย์เวร รพ.มาบอำมฤต หน่วยกู้ชีพกู้ภัยดอนยาง หน่วยกู้ชีพกู้ภัยปะทิว
    ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวกว้างขวาง เป็นร้านขายอาหารตามสั่งและของชำ อยู่ติดถนนลาดยางในหมู่บ้าน พบศพทราบชื่อคือ นางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน สภาพนอนหงายจมกองเลือด  เสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านใกล้กับโต๊ะวางตู้ทำอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่กลางหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ นางปราณี กุหลาบสี อายุ 68 ปี เป็นน้องสะใภ้ของผู้ตาย ถูกยิงเข้าที่แขนขวา ชาวบ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี เป็นน้องชายแท้ๆของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีเขียว ทะเบียน บว.2763 ชุมพร ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดทุกเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี
    เจ้าหน้าทีตำรวจชุดสืบออกติดตามและได้จับกุมผู้ต้องได้ในเวลา 21.30 น และได้นำตัวนายศุภชัย โพธิ์คีรีผู้ต้องหาตามหมายจับมาสอบสวนต่อที่ สภ.มาบอำมฤต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา โดนไตร่ตรองไว้ก่อน  และพยามฆ่าผู้อื่น  มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  ได้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนโดยใช้ดินระเปิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกรน่าน สนับสนุนเกษตรกร “เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ “เลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์”อ.นาน้อย จ.น่าน

    วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายภัคพงศ์ ทองฟู นางสาววันทนีย์ นันศิริ ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจังหวัดและนายภัทร์ศรุต ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการ ลงพื้นที่ อำเภอนาน้อย เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

    1.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตการเกษตรบ้านป่ากล้วย
    ชื่อโครงการ”เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 16 คน ณ หอประชุมบ้านป่ากล้วย หมู่ 8 ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

    2.กลุ่มพัฒนาเกษตรกรบ้านนาราบ
    ชื่อโครงการ”เลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ณ หอประชุมบ้านนาราบ หมู่ 1 ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

    โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการฯจังหวัดน่าน ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯคนที่ 2 นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ และนายศักดิ์ จุงประดิษฐ์ ปศุสัตว์อำเภอนาน้อยร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สกสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / Fairtex บุกเอเชียทีค เปิดช็อปใหญ่ริมเจ้าพระยา

    มีรายงานว่า Fairtex แบรนด์อุปกรณ์มวยไทยระดับโลก ภายใต้การบริหารของ เสี่ยบรรจง บุษราคัมวงศ์ และคุณเปรม บุษราคัมวงศ์ ทายาทคนเก่งแห่งตระกูล Fairtex ทั้งในสนามแข่งขันและในตลาดโลก เดินหน้ารุกตลาดสายหมัดอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวช็อปใหม่ Fairtex Equipment สาขา Asiatique The Riverfront ใจกลางกรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 15.00–24.00 น.

    สำหรับงาน Grand Opening จัดเต็มวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00–19.00 น. ขบวนแห่นักมวยชื่อดังแน่นเอเชียทีค สร้างความคึกคักตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีนักมวยชาย-หญิงชื่อดังร่วมโปรโมทร้าน อาทิ ฝ่ายหญิง ประกอบด้วย สแตมป์ แฟร์เท็กซ์, เชียร์, โคเฮน, กัสจัง, น้องแอ้ม และพี่ตุ้ม ปริญญา และ ฝ่ายชาย ประกอบด้วย นักรบ, เสมาเพชร, ซ่อนรัก, เฟอรารี่, ยอดไก่แก้ว (Y2K), ครูเหิน

    ภายในงานยังเปิดเวทีให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลองเตะ-ชกซ้อมเป้า ด้วยแม่ไม้มวยไทยแบบใกล้ชิดกับนักมวยตัวจริง สร้างรอยยิ้ม เสียงฮา และประสบการณ์สุดประทับใจแบบที่หาที่ไหนไม่ได้ พร้อมทั้งยังแจก คูปองส่วนลดพิเศษฉลองเปิดร้านใหม่ พร้อมเปิดโซนต้อนรับสื่อมวลชนที่หลั่งไหลมาร่วมงานไม่ขาดสาย

    Fairtex เดินหน้าขยายอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง โดยประกาศเปิด สาขาใหม่กลาง MBK Center วันที่ 12 กรกฎาคม 2568 นี้ เจาะกลุ่มคนเมืองและนักท่องเที่ยวกลางใจกรุง เตรียมระเบิดความมันอีกรอบในแบบฉบับ “แฟร์เท็กซ์สไตล์” ที่ทุกคนรอคอย เพราะ Fairtex ไม่ใช่แค่แบรนด์อุปกรณ์มวย แต่คือไลฟ์สไตล์นักสู้ที่ส่งต่อจิตวิญญาณของมวยไทยไปทั่วโลก

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดพลังบุญเกราะแก้ว ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ในพิธีทำบุญถวายแผ่นดินสยาม มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำถวายองค์ พระพุทธอัมรินทรบูชา

    พระครูสิทธิสังวร ประสิทธิ์สร้างยันต์ หลวงปู่ทวด นำเข้าในพิธี
    เปิดพลังบุญเกราะแก้ว ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ในพิธีทำบุญถวายแผ่นดินสยาม มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำถวายองค์ พระพุทธอัมรินทรบูชา (องค์พระพุทธมหาจักรพรรดิชนะมาร) อธิษฐานให้แผ่นดินไทยร่มเย็น

    6 ก.ค.68 มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร ร่วมพลังบุญในการเจริญพระพุทธมนต์สมโภช ครั้งที่สอง และถวาย พระพุทธรูป พระพุทธอมรินทรบูชา (พระพุทธมหาจักรพรรดิชนะมาร) ประดิษฐานในเขตสถานที่อันเป็นมงคลแห่งชัยชนะของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บรรพชนไทยในอดีต ณ สถานปฏิบัติธรรมนเรศราชาวาส ศาลเจ้าพ่องาแซง จังหวัดกาญจนบุรี

    โดย มูลนิธิฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดสร้างและถวายองค์พระพุทธรูปฯ
    โดยได้จัดพิธีสมโภช ครั้งแรก เมื่อ 28 มิ.ย.68 ณ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร โดยวันนี้ ได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์ในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นองค์เจริญพระพุทธมนต์และอธิษฐานจิต พร้อมทั้ง พุทธศาสนิกชน ร่วมพลังบุญโดยพร้อมเพรียง ในพิธีบังเกิดละอองฝนประพรมเป็นระยะ เกิดนิมิตมงคลแห่งความชุ่มเย็น ด้วยเมตตาธรรม พระบารมีแห่งพระรัตนตรัย และบุญญาธิษฐาน

    ขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานให้ผืนแผ่นดินไทยร่มเย็น และให้ กัลยาณมิตรทุกท่าน ปรารถนามงคลใด จงสำเร็จสูงสุด ได้อานิสงส์สมบัติพระจักรพรรดิ ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…สามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้ที่ Line Official Account กด :
    https://lin.ee/AlxR8Xf Line ID : @bbdf Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม https://web.facebook.com/bbdf.org สาธุๆๆอนุโมทามิฯ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม พุทธภูมิธรรมนำสุข ทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญ ให้ทาน #ธรรมทาน

    5 กรกฎาคม 2568 : 13.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : นัดทำสัญญาว่าจ้างคนพิการทำงาน มาตรา 35 ตาม พ.ร.บ.50 ณ บ้านพักสระบุรี ต.กุดนกเปล้า อ.เมือง จ.สระบุรีสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ใหญ่บ้านแจกฟรีหมวกกันน๊อคให้กับลูกบ้าน รณรงค์การขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย100เปอร์เซ็นต์”.

    สุโขทัย ผู้ใหญ่บ้านแจกฟรีหมวกกันน๊อคให้กับลูกบ้าน รณรงค์การขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยเพื่อลดอุบัติเหตุจราจรทางบก สนับสนุนการสวมหมวกนิรภัย100เปอร์เซ็นต์

    6 ก.ค.2568 ที่ศาลาประชาคมหมู่ที่ 9 บ้านคุกเหนือ นายธนกฤต ท้าวบุญยืน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เป็นประธานในพิธีมอบหมวกนิรภัยให้กับราษฎรที่เข้าร่วมประชุม การแจกหมวกกันน็อคให้กับราษฎรนี้เป็น”โครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100%”

    ของชุมชน จุดประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนได้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่มีวินัยจราจรโดยการสวมหมวกนิรภัยไม่ขับขี่ย้อนศรไม่ครับคีย์ด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเป็นสังคมต้นแบบในการปฏิบัติตามกฎจราจรสวมหมวกนิรภัย 100% รู้รับผิดชอบต่อสังคมเป็นการป้องกันการสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุ

    นายธนกฤต ท้าวบุญยืน กล่าวว่าตามที่อำเภอศรีสัชนาลัยมีการขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ)โดยมีคณะกรรมการ คณะทำงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อกำหนดประเด็น และร่วมจัดทำแผนงานขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ของอำเภอศรีสัชนาลัย

    โดยยึดพื้นที่เป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทุกภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ผมจึงจัดประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านปรึกษาหารือในการสนองนโยบายของหน่วยงานราชการประกอบกับพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 122 ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือโดยสาร

    หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และหากผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัย คนขับจะถูกปรับเพิ่มเป็น 2 เท่า เริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชนผมและคณะกรรมการหมู่บ้านได้อนุมัติเงินจัดซื้อหมวกกันน๊อคสนับสนุน”โครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100%” ของชุมชน นายธนกฤต ท้าวบุญยืน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 บ้านคุกเหนือ ต.สารจิตร

    รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมการหมู่บ้านได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหมวกกันน็อคและเป็นการสนับสนุนการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนและการสูญเสียจากอุบัติเหตุของพี่น้องในชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้านทุกคนให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพของคนในชุมชนอยากให้ทุกครอบครัวมีการกินอยู่ที่ดีชีวีปลอดภัยจากอุบัติเหตุ
    กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทควันโดไทยผงาด! ‘ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม‘ ซิวแชมป์คว้าเหรียญทอง การแข่งขันเทควันโดนานาชาติที่มาเลเซีย

    ตามที่ได้มีการจัดการแข่งขันเทควันโดรายการ 14th RTS Remaja Invitational Taekwondo Championship 2025 ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2568 ที่เมือง Kepala Batas ประเทศมาเลเซีย โดย ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่งจากประเทศไทย ได้เดินทางไปเข้าร่วมทำการแข่งขันในประเภทเยาวชนชาย อายุ 15-17 ปี รุ่น bantamweight น้ำหนัก 48-51 กิโลกรัม

    ปรากฏว่า ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม โชว์ฟอร์มเด็ด สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศเหรียญทองในประเภทดังกล่าวได้ สร้างความภูมิใจให้ตัวเองและครอบครัว รวมถึงสร้งชื่อชื่อเสียงให้ประเทศชาติ เพราะรายการดังกล่าวถือเป็นรายการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีนักกีฬาจาก 15 ประเทศเข้าร่วมชิงชัย และสร้างคว้าเหรียญทองมาได้สำเร็จตามที่ตั้งใจ หลังได้ทำการฝึกซ้อมอย่างหนัก

    นอกจาก ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม เทควันโดไทย จะคว้าที่หนึ่งมาครองแล้ว รางวัลผู้ชนะอันดับ 2 และ 3 ในประเภทเยาวชนชาย อายุ 15-17 ปี รุ่น bantamweight น้ำหนัก 48-51 กิโลกรัม เป็นของนักกีฬาเจ้าภาพประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นนักกีฬาตัวแทนรัฐต่างๆ ในประเทศมาร่วมทำการแข่งขันในรายการนี้ด้วยเช่นกัน

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง