สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลำไย-ฟิวส์ กิตติกร ไหทองคำ สร้างความสุขในงาน “SKY ONLINE วันแห่งเกียรติยศ”


ถือเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของครอบครัว SKY ONLINE ที่มีโต้โผใหญ่อย่าง คุณรณกฤต ดวงสุวรรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สกายออนไลน์กรุ๊ป จำกัด และ คุณพลอยรัศญ์ สาคะรินทร์ ประธานที่ปรึกษา ร่วมกันจัดงาน ประดับเข็มเกียรติยศ หรือ “วันแห่งเกียรติยศ” ให้กับผู้บริหารในตำแหน่งต่างๆ อาทิ Sky Star, Super Star, Manager, Director และ President

พร้อมจับรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมงาน ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตของนักร้องลูกทุ่งสุดฮอต ลำไย ไหทองคำ และ ฟิวส์ กิตติกร ไหทองคำ ซึ่งนอกจากจะมามอบความสุขด้วยเสียงเพลงแล้ว ยังทำหน้าที่ “พิธีกรดำเนินรายการ” ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 ที่ผ่านมาส่วนใครที่สนใจและอยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว SKY ONLINE สามารถติดต่อผ่าน SKY ONLINE ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้เลย!!!

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมปศุสัตว์ ตรวจยึด วัวควายจากพม่า 20 ตัว ไม่ได้รับอนุญาต เฝ้าระวังโรคระบาด ปากและเท้าเปื่อย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายแพทย์สมชวนรัตนมังคลานนท์ตามที่เป็นข่าวในสื่อมวลชนหรือโลกโซเชียลนั้นเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายวัวควายจากพม่าเข้ามายังประเทศไทยมีประชาชนกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามาโดยถูกต้องหรือไม่มีพิธีการแบบไหนโดยเฉพาะโรคติดต่อมีมาตรการป้องกันอย่างไรอธิบดีกรมปศุสัตว์ได้กล่าวว่าตน

ได้ส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรกรมปศุสัตว์ด่านกักกันสัตว์จังหวัดตากร่วมลาดตระเวรกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 3501 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ระมาดเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายบริเวณบ้านห้วยนกแลหมู่ 2 ตำบลแม่ระมาดจังหวัดตากโดยคณะปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ได้พบกลุ่มบุคคลกำลังเคลื่อนย้ายโคมีชีวิตเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบแต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวอาศัยความมืดหลบหนีไปทิ้งโคมีชีวิตเพศผู้จำนวน 20 ตัวไว้ในพื้นที่ดังกล่าว

นายสัตวแพทย์สมชวนกล่าวต่อว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโคเหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชนิดปากและเท้าเปื่อยโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดโคทั้งหมดไว้และดำเนินการกักโรคตามมาตรการของกรมปศุสัตว์พร้อมเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์การติดเชื้อโรคระบาดสัตว์ตามขั้นตอนในส่วนของคดีความอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ศุลกากรดำเนินการในชั้นทุนและการซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์อย่างเข้มงวดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงแนวชายแดนปฏิบัติการขั้นนี้เป็นผลจากความ

ร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์กรมศุลกากรกรมทหารพรานที่ 3501 และฝ่ายปกครองอำเภอแม่ระมาดซึ่งเป็นไปตามนโยบายของดอกเตอร์นฤมลภิญโญศิลป์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายอิทธิสิริรัทน์พยากรณ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการป้องกันโรคระบาดสัตว์จากสัตว์และคุ้มครองปลอดภัยทางอาหารเพื่อความปลอดภัยของคนและสัตว์และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลติดตามโดยสามารถแจ้งได้ที่ application old 4.0 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายอย่างท่วงที..ครับ

สำหรับเรื่องนี้มีปัญหามายาวนานโดยเฉพาะวัวจากแม่ฮ่องสอนหรือจังหวัดตากมาข้างทางรถบรรทุกและไล่มาเดินตามสันเขาเพื่อมายังจังหวัดเชียงใหม่แล้วก็มีพ่อค้าจากต่างจังหวัดมารับซื้อเพื่อกระจายไปยังแทบจะทุกภาคของประเทศไทยโดยมีตลาดนัดแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นตลาดวัวควายใหญ่มากทางภาคเหนือก็ฝากมายังท่านปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ปศุสัตว์อำเภอคงไม่ต้องบอกนะครับว่าอยู่อำเภออะไรช่วยสอดส่องดูแลหน่อยครับตามหลักแล้ววัวควายพวกนี้ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ต่างๆนั้นต้องกักกันก่อนใช่หรือไม่หรืออย่างไรตามหลักน่าจะมีกักกันระวังโรคไม่ต่ำกว่า 15 วัน

แต่นี้พอลงรถก็เอาขึ้นรถไปเลย.เสี่ยงนะครับเรื่องโรคติดต่อส่วนความคืบหน้าจะเป็นอย่างไรนั้นทีมข่าวจะไปนำข้อมูลมาเสนอประชาชนในพื้นที่อีกทีนะครับโคจากพม่าควายจากพม่าทำให้เกษตรกรไทยที่เลี้ยงโคเลี้ยงควายพวกนี้ราคาก็แทบจะไม่มีเลยเพราะถูกวัวนำเข้าจากเพื่อนบ้านที่ถูกกว่า.ทำให้ราคาตกต่ำมากๆ.สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกพื้นที่.
..#สมจิตรแสงบัลลังก์บกข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เต๊ะ-แก้มบุ๋ม-พีท-แน๊ก ชาลี” จับมือเหล่าอินฟลูฯ ชื่อดังร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ

“Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ”
บริษัท Social Life Republic (SLR) โดย คุณกระทรวง จารุศิระ ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ” ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยการสร้างความรู้และอาชีพให้กับคนไทย ผ่านมือถือเพียงเครื่องเดียว

ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สภาเอสเอ็มอี) เป็นประธานเปิดโครงการฯ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพคนไทยในยุคดิจิทัล สร้างโอกาสทางอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารจาก SLR และวิทยากรรับเชิญ ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาสังคมด้วยเทคโนโลยี

ในงานนี้ทาง นายก่อพงศักดิ์ ตันติศิริรักษ์ สมาคมการค้าอินฟลูเอนซ์เซอร์ไทย (TITA) จะทำ MOU ร่วมกับ สภาคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องการสร้างมาตราฐานและจริยธรรมด้วย โดยมีเหล่าอินฟลูฯ ชื่อดัง อาทิ โค็ชเบล, เอ้ King Of Air และดารานักแสดง เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร, แก้มบุ๋ม-พีท, แน๊ก ชาลี ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ Sky Lobby at SF World Cinema ณ ศูนย์การค้า CentralWorld ชั้น 8

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด ได้ยาบ้า กว่า 3,000 เม็ด อาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน 56 นัด/รองผู้ว่า ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถีท้องถิ่นบางสะพานน้อย

วันที่ 26 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ได้สั่งการให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ( ป.อาวุโส ) นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ อส. สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอทับสะแกที่ 6 นาย อรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง และนายสุพจน์ ทองมี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง

โดยขยายผลจากการจับกุมผู้กระทำผิด สามารถตรวจค้นเป้าหมาย เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ที่ จับกุม ผู้กระทำได้ 2 ราย และของกลางยาเสพติดให้โทษประเกท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,331 เม็ด อาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 56 นัด สามารถตรวจค้นได้ที่บ้านพัก

อีกราย ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ออกตรวจสอบการลักลอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลนาหูกวาง พบเห็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องยาเสพติดริมทางสาธารณะในหมู่บ้าน และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้โยนสิ่งของบางอย่างทิ้งข้างทางและได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้มด้านหนึ่งมีผิวเรียบอีกด้านหนึ่งปรากฏอักษร WY บรรจุอุยู่ในถุงพลาสติกสีขาวใสชนิดแบบกดปิดดึงเปิดได้ จำนวน 98 เม็ด ณ บริเวณข้างทางสาธารณะ หมู่ที่ 9 บ้านหนองกางดง

โดยทราบชื่อผู้หลบหนีภายหลัง คือ นายกฤษดาหรือบอย สมสร้าง อายุ 38 ปีอยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง และนางสาวสุนารีหรือสอง สายน้ำ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/40 หมู่ที่ 2 ตำบลบางบอน อำเภอเมืองระนอง เจ้าพนักงานตามรายชื่อผู้ตรวจยึด จึงได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของกลางและมาจัดทำบันทึกการตรวจยึด ณ ที่ว่าการอำเภอทับสะแกและต่อมาได้นำของกลางพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อจะได้ดำเนินการรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหาทั้งสองชุด เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มเดียวกันในพื้นที่ ได้ส่งตัวพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ทับสะแก ต่อไป

////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

รองผู้ว่า ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถี สร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่นบางสะพานน้อย

เมื่อเวลา 10:00 น. วันที่ 26 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ บ้านทุ่งสะท้อน ม.6 ต.ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส. กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำในพื้นที่ ฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นายปรีดา สุขใจ รอง ผวจ.ประจวบฯ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน กิจกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ที่จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน มุ่งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้ รวมถึงส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน โดยนําเอาจุดเด่น อัตลักษณ์ และความน่าสนใจของชุมชนมาเป็นจุดขายนําเสนอสู่ภายนอก ให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ ส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว สินค้า และบริการที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป

นายสถาพร สมจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย กล่าวว่า กิจกรรมในงานมี นิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน (Champ) ตามแนวทาง D – HOPE โดยให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จำนวน 10 โปรแกรม ได้แก่ 1. ดอกไม้แห่งความหวัง ไหว้พระวัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ 2. ไม้กวาดก้านมะพร้าว 3. ข้าวเหนียวกวนแก้ว

4. อาหารพื้นถิ่นแกงเหมงมะพร้าวหมูย่าง 5. ขนมโก๋โบราณสูตรคุณย่า 6. สบู่น้ำมันมะพร้าว 7. ทองม้วนแป้งมะพร้าว 8. กล้วยฉาบหลากรส ส่วนการออกบูธของผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน (OTOP) จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1. ผ้ามัดย้อมฝั่งแดง ต.ทรายทอง 2.กลุ่มโกโก้บ้านหินปิด ต.ช้างแรก 3.กลุ่มแปรรูปอาหารทะเลบ้านปากคลอง ต.บางสะพาน 4.วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเห็ดเศรษฐกิจบ้านธรรมรัตน์ ต.ช้างแรก และ 5.สมบัติไหมไทย ต.ช้างแรก
//////////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐนิวส์ / อุทยานสวรรค์มีเฮ!! นายก สนตอ. เชิญชวนครอบครัวปิ่นหทัย จังหวัดรอบๆนครสวรรค์ มาร่วมสนุกใน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ครั้งแรกของ สนตอ. ที่ไปทำกิจกรรมกับพี่น้องนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯนครสวรรค์วันอาทิตย์นี้ ตี5 ไม่อยากให้พลาด สมัครวันงานได้เลย!

CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v62), quality = 82


  รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย นายกสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “งานวิ่งครั้งแรกที่ออกมาจัดที่ต่างจังหวัดนี้ มุ่งหวังที่จะสร้างความสามัคคี สนับสนุนการออกกำลัง สร้างสุขภาพแข็งแรง และCONNECT เติมเต็มมิตรภาพนักเรียนเก่าในภูมิภาคต่างๆ พร้อมยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์”

  งาน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ระยะทาง 5 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสความงามของอุทยานสวรรค์ ขณะเดียวกันจะมีนักวิ่งระดับวีไอพีมาร่วมงานและสร้างสีสันตลอดเส้นทาง วิ่ง (พา)สาน สุข(ภาพ) … ปลุกสายสัมพันธ์ชาวปิ่นหทัยภูมิภาค   ยกพลชาวเตรียมอุดมฯ บุกอุทยานสวรรค์  สานไมตรีให้แน่นปึ้ก เริ่มต้นวันใหม่ด้วยใจเดียวกัน  
“เพื่อนเก่า… พลังใจใหม่… นครสวรรค์คือจุดหมายของการรวมกัน”

“วิ่งด้วยกัน… ผูกพันด้วยใจ… เตรียมอุดมฯ ไม่ว่าไกลแค่ไหนก็คือบ้าน”

“5K… ไม่ใช่แค่เลข… แต่คือพลังแห่งมิตรภาพที่กำลังจะเบ่งบาน”

งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เหงื่อ แต่มี “ใจ” ที่พร้อม Connect ทุกรุ่น ทุกภาคส่วน เชิญพบกันที่อุทยานสวรรค์ สูดอากาศบริสุทธิ์ เติมพลังกายใจ แล้วมาสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน

ใครพร้อม… เจอกัน! อาทิตย์ 27 เมษายน นี้ ที่อุทยานสวรรค์ นครสวรรค์ ตั้งแต่ตีห้าเป็นต้นไป
สนใจสอบถามที่ไลน์ @dektriam

#ปิ่นหทัยรันCityRun #เตรียมอุดม #นครสวรรค์ #วิ่งสานสัมพันธ์ #เพื่อนเราไม่เก่าเลย

ขอบพระคุณที่ให้ความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของ สนตอ.
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สนตอ.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.แม่สะเรียง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ “คนร้ายยิงราษฎรเสียชีวิต” บ้านแม่กองคา ต.แม่ยวม

วันนี้ 23 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 07:00 น. ตามที่ได้รับแจ้ง”มีคนร้ายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธอื่นลูกซองยาว ยิงราษฎรเสียชีวิต จำนวน 1 ราย และยังตามหาตัวไม่พบ อีก 1 ราย ท้องที่เกิดเหตุ หมู่ที่ 10 บ้านแม่กองคา ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอแม่สะเรียงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ตั้งแต่เวลา 13:30 น. ซึ่งยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้

ผู้ถูกยิงเสียชีวิต นายดิเก สุกุลกิจ อายุ 65 ปี ราษฎรหมู่ที่ 10 บ้านแม่กองคา ตำบลแม่ยวมราษฎรที่คาดว่าจะถูกยิง 1 ราย แต่ยังหาตัวไม่พบ ชื่อ กมล สุกุลกิจ อายุ 41 ปี ราษฎรหมู่ที่ 10 แม่กองคา ตำบลแม่ยวมผู้กระทำความผิด/ผู้ก่อเหตุ ชื่อ ยุทธนา จตุพรสีวลี อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ครอบครัวแจ้งความหายออกจากบ้านเมื่อประมาณ 10 กว่าวันที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการติดตามค้นหาของเจ้าหน้าที่

วันนี้ 23 เมษายน 2568 เวลา 18:30 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมทั้ง ร่วมวางแผนวางกำลังเจ้าหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในหมู่บ้าน โดยบูรณาการหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารพรานที่สาม 36 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าตาฝั่งร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านท้องที่ และผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวนมากกว่า 50 นาย

จัดกำลังรักษาความปลอดภัยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในพื้นที่ จนกว่าจะติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยศัพท์เปลี่ยนหมุนเวียนกำลังรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการกระทำความผิดเพิ่มเติม ประกอบกับได้รับแจ้งจากราษฎรในพื้นที่ว่าผู้กระทำความผิดอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด และมีการประกาศว่าจะกลับมาทำร้ายราษฎรในหมู่บ้านอีก

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว ทีมข่าว บก. รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับหนุ่มเมืองจำพอน ลักลอบนำแลน-คอลลาเจน เข้าไทย/ตะลึง! เสาไฟ อบจ.มุกดาหาร ใช้เศษไม้เสียบแก้ไขงานมาตรฐานต่ำ/​ตร.มุกดาหาร​ ปิดจ๊อบโจร ใช้ปืนจี้ร้านทองยโสธร

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 เมษายน เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 2015 ประจำด่านพรมแดนมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่จุดตรวจร่วมช่องทางขาเข้า ตรวจ

ค้นรถกระบะ 4 ประตู ฟอร์ด เรนเจอร์ ทะเบียน กส 6866 สะหวันนะเขต ซึ่งขับข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) มาจากเมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต พบตะกวดหรือแลน จํานวน 1 ตัว

ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังพบคอลลาเจน จํานวน 6 ซอง นํ้าหนัก 90 กรัม ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมตัวนายวีละพง พิมมะสอน อยู่บ้านแก้งกอกทุ่ง เมืองจําพอน แขวงสะหวันนะเขต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับหนุ่มเมืองจำพอนลักลอบนำแลนและคอลลาเจนเข้าไทย #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ตะลึง! เสาไฟ อบจ.มุกดาหาร ใช้เศษไม้เสียบแก้ไขงานมาตรฐานต่ำ

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีประชาชนพบการก่อสร้างติดตั้งเสาไฟแอลอีดีที่ไม่ได้มาตรฐานในการก่อสร้างและวัสดุที่นำมาใช้ก่อสร้าง ที่บริเวณถนนหน้าอาคารร่วมใจ กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร(อบจ.มุกดาหาร) บ้านดานคำ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

โดยอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนและผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ผ่านบริเวณดังกล่าว และจากการลงพื้นที่สอดส่องโครงการดังกล่าวของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าเป็นโครงการจัดซื้อและติดตั้งเสาไฟพร้อมโคมไฟถนนแอลอีดีประกอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์การประจุแบตเตอรี่ในตัวแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์

งบประมาณ 2,208,000บาท ของ อบจ.มุกดาหาร จากการตรวจดูพบว่าที่บริเวณฐานเสาบางต้นมีการนำเศษไม้มาใช้ในงานก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานโดยใช้เศษไม้เสียบเข้าไปในช่องว่างระหว่างเสาไฟและฐานเสาคอนกรีตเพื่อแก้ไขงานก่อสร้างฐานตั้งเสาที่ไม่ได้ระดับ บิดเบี้ยว เสี่ยงอันตราย ให้เสามีสภาะตั้งตรง และยังพบว่าบริเวณกลางท่อเสาไฟมีการเชื่อมต่อท่อและการทาสีบริเวณโคนเสาที่ดูไม่เรียบร้อย

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาได้มีการเข้าไปซ่อมแซมแก้ไขงานก่อสร้างที่บริเวณฐานเสาไฟ แต่ประชาชนก็ยังคงวิตกกังวลว่าการแก้ไขก่อสร้างจะได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยหรือไม่ จึงอยากให้จังหวัดมุกดาหาร ปปช. สตง. ปปท. และหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบว่างงานก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ การควบคุมงานและการตรวจรับงานจ้างเป็นไปตามระเบียบ ข้อกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนโดยเร่งด่วนต่อไปด้วย

เสาไฟแอลอีดีองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร #ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน #ปปท #จังหวัดมุกดาหาร #ปปช #สตง #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น #กระทรวงมหาดไทย #บันทึกไว้เป็นพยานหลักฐานให้หน่วยงานตรวจสอบ​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​ตร.มุกดาหาร​ ปิดจ๊อบโจร ใช้ปืนจี้ร้านทองจังหวัดยโสธร

เมื่อวันที่​ 23 เมษายน 2568​ เวลาประมาณ 12.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ​ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ​ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง​ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร​ สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมชุดสืบสวนสภ.เมืองมุกดาหาร​ ร่วมกับ พ.ต.อ.ภูมิ ทองโพธิ์ ผกก. สืบสวน ภ.จว.ยโสธร พ.ต.ท.ภณภัทร รัตนศรี รอง ผกกฯ พ.ต.ท.โชตินันต์ โชติเนตร รอง ผกก. พ.ต.ท.วรวุฒิ นามมั่น

สว. พ.ต.ต. หญิง ภัคพร ทองสลับ สว.ฯ “สารวัตรหญิงกองสืบ” กก.สส.ภ.จว.ยโสธร และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองยโสธร จับกุมนายยศธนา เกาะน้ำใส อายุ 29 ปี ที่อยู่ 30 หมู่ที่8 ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด​ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยโสธร ที่ จ.58/2569 ลง 22 เม.ย.68

กระทำความผิดฐาน “ พยายามชิงทรัพย์โดยปิดบังใบหน้าเพื่อไม่ให้เห็น หรือจำใบหน้าได้โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดเพื่อ การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม“ โดยสามารถจับกุมได้ที่ หลังปั้มคาลเท๊ก บ.กุดแข้ ต.กุดแข้ อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร​ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยโสธร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลา 14:41 น ภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในร้านทองแห่งหนึ่งจังหวัดยโสธร สามารถบันทึกภาพขณะที่ มีชายสวมกางเกงขายาว สวมเสื้อแขนยาวสีขาวสวมหมวกกันน็อคสีดำ และสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ที่เตรียมมา พร้อมกับขู่เจ้าของร้านบอกขอทอง 5 บาท เจ้าของร้านบอกให้เอาปืนลงถ้าอยากได้​ ระหว่างนั้น หลานของเจ้าของร้าน ที่นั่งอยู่ใกล้กันได้พยายามเดินเข้าไปประชิดตัว ชายที่ก่อเหตุก่อนจะพยายามเข้าแย่งปืน จนชายคนก่อเหตุถอยออกห่างและวิ่งหลบหนีออกจากร้านไปทันที

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เดินหน้าสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สากล

วันที่ (25 เม.ย.68)  เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมสิรินธรวัลลี ชั้น ๔ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ  นายจุมพฏ  วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประกอบพิธีถวายราชสักการะเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ และกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ  เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” ตามโครงการสร้างการรับรู้ ภูมิปัญญาผ้าไทยและผ้าลายพระราชทาน ให้แก่ เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ  ชมรมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และผู้แทนกลุ่มทอผ้า 16 กลุ่มจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำแบบลายผ้าพระราชทานอันทรงคุณค่ามาประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบ พัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์พื้นถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้า ด้วยการออกแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน เป็นการฟื้นฟูและสืบทอดภูมิปัญญาตั้งเดิมควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพงานหัตถศิลป์ไทย ตลอดจนเป็นการน้อมนำแนวพระดำริฯ ในการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทย นำแบบลายผ้าพระราชทานมาใช้เป็นต้นแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรม เพื่อขับเคลื่อนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แบบลายผ้าพระราชทานอย่างแพร่หลาย  สำหรับ “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เป็นลายผ้าที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบจากการศึกษาลวดลายไทยดั้งเดิม ผสานแนวคิดร่วมสมัย สะท้อนเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของไทย โดยทรงพระราชทานแบบลายประเภทผ้ามัดหมี่ ยก จก บิด แพรวา และบาติก ให้แก่ช่างทอผ้าทั่วประเทศ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ สู่เวทีสากลต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน” ลงพื้นที่ บึงกาฬ ติดตามการพัฒนาผังเมืองรวม เสริมการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ชุมชน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (20 เม.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ จ.นครพนม และ จ.บึงกาฬ ตลอดทั้งวัน

โดยในช่วงเช้า ได้ติดตามมาตรการป้องกันไฟป่าหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน ณ ถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

ในการนี้ นายอนุทิน ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายอำเภอบึงโขงหลง ให้ความสำคัญกับการต่อยอดเส้นทางการท่องเที่ยวให้ดึงดูดความสนใจทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

ที่แสวงหาสถานที่ท่องเที่ยวลักษณะ trekking คือการเที่ยวที่ต้องเดินเท้าไปในสถานที่ธรรมชาติไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ควบคู่การส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

ในช่วงบ่าย นายอนุทิน ได้เดินทางติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย บริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ (Landmark) นายอนุทิน

ได้กล่าวแสดงความชื่นชมประชาชนชาว จ.บึงกาฬ ที่ได้ร่วมกันพัฒนาจังหวัดมาตลอดเวลา 15 ปี นับแต่ได้มีการตั้ง จ.บึงกาฬ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบนให้มีมูลค่าการค้าชายแดนได้ถึง 4 แสน – 5 แสนล้านบาท

“ภาครัฐยังคงเดินหน้าพัฒนาความเจริญ ความสะดวก และรายได้ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ทั้งด้านคุณภาพชีวิต การคมนาคมขนส่ง ควบคู่การเป็นเมืองวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพัฒนาผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และ Landmark แห่งใหม่ นั่นคือ อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี ที่จะทำให้ จ.บึงกาฬ

เป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวดินแดนอีสานเหนือในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงโครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ธรรมะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

ซึ่งมี วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) เป็นจุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก อันจะยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่เพิ่มพูนมากขึ้นต่อไป”นายอนุทิน

สำนักความมั่นคง ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไทย-กัมพูชา ร่วมสรงน้ำพระ ตักบาตร 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์แน่นแฟ้นรับปีใหม่ 2568

***เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ น.ส. ชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชจังหวัดศรีสะเกษ

พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ร่วมกันเปิดกิจกรรมสรงน้ำพระ ทำบุญตักบาตร สงกรานต์ไทย – กัมพูชา สืบสานประเพณี เชื่อมสัมพันธไมตรี ไทย – กัมพูชา

โดยมี นายอุน โซเพียก รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา พ.อ.ชิน เมา รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 และส่วนราชการฝั่งกัมพูชา ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

มีโดยได้นิมนต์พระสงฆ์ไทยและกัมพูชา จำนวน 100 รูป นำโดย พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พระครูเตโช สีนาน เจ้าคณะอำเภออัลลองเวง จ.อดุดรมีชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชา จำนวนร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

***ทั้งนี้กิจกรรมมีพิธีสรงน้ำพระประธาน รดน้ำขอพรพระสงฆ์ และผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งไทย-กัมพูชา และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ทั้งฝั่งไทย-กัมพูชา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ด้วยความสัมพันธภาพที่ดีงามต่อกัน เนื่องจากทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาล้วนนับถือพุทธศาสนา

***พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ กล่าวว่า การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ เป็นกิจกรรมที่จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา จัดขึ้น โดยเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือ

วันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นการส่งเสริมสัมพันธไมตรีด้วยมิติทางพระพุทธศาสนา และเป็นการสร้างความเชื้อมั่นให้กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีปัญหาความรุนแรงแต่อย่างใด เหมือนที่เป็นข่าวออกไป และยังคงรักเคารพกันดั่งพี่กับน้อง

ภาพ/ข’าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์โคราช เร่งพ่นน้ำคลายร้อน ลดความเคลียดของสัตว์จากสภาพอากาศร้อนจัด

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาแล้วหลายวัน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา ในช่วงเวลากลางวัน วัดอุณหภูมิเฉลี่ยได้ประมาณ 36-38 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์ชนิดต่างๆ อาจจะทำให้เกิดอาการหงุดหงิด ไม่ยอมกินอาการ และอาจจะเจ็บป่วยได้ ดังนั้นทางสวนสัตว์นครราชสีมาจึงมีการพ่นน้ำและติดสปริงเกอร์ฉีดน้ำ คลายร้อนให้กับสัตว์ โดยให้เจ้าหน้าที่ ดูแลสุขภาพของสัตว์ทุกตัวอย่างใกล้ชิด ทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาทิ เต่ายักษ์อัลดาบรา งูเห่า งูทับสมิงคลา นกเงือก พญาแร้ง แรดขาว ฮายีนา และสัตว์อื่นๆ ที่ชอบอาศัยอยู่กลางแจ้ง อีกทั้ง มีการทำซุ้มบังแดดเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัตว์เข้าไปหลบแดดในร่มเงาคลายร้อนได้

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ที่ค่ายจุฬาภรณ์ นราธิวาส

วันนี้ (24 เมษายน 2568) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ณ หาดบ้านทอน ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ และผู้บังคับบัญชาในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และชมการสาธิตการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งมีการประกอบกำลังจากหน่วยกำลังรบ และหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ ในกองทัพเรือมาเข้าร่วมการปฏิบัติการสาธิตฯ

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกในวันนี้ เป็นการปฏิบัติการต่อต้านกำลังรบยกพลขึ้นบก กำลังปฏิบัติการพิเศษ และอาวุธจากเรือผิวน้ำและอากาศยาน โดยจะมีการสาธิตของหน่วยกำลังรบยกพลขึ้นบกนาวิกโยธิน ซึ่งประกอบกำลังจากกรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน เป็นส่วนควบคุมการฝึก กองพันทหารรราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 2 เป็น กองพันยกพลขึ้นบก สนับสนุนด้วยส่วนต่าง ๆ คือ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพันรถถัง กองพันทหารช่าง กองพันลาดตระเวน กองร้อยสนับสนุนการยกพลขึ้นบก กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน ร่วมด้วยกำลังทางเรือจากกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ และอากาศยานจาก กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ

โดยลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญ ประกอบด้วย – การแทรกซึมทางน้ำ เข้าสู่พื้นที่ด้วยเรือยางของชุดปฏิบัติการพิเศษ โดยกำลังพลนักทำลายใต้จู่โจม หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ เข้าทำลายสิ่งกีดขวางหน้าหาด เพื่อสร้างช่องทางในการเคลื่อนที่จากเรือสู่ฝั่ง ให้กับกำลังรบยกพลขึ้นบก
– การขัดขวางทางอากาศในพื้นที่การรบ (BAI : Battlefield Ari
Interdiction) โจมตีต่อเป้าหมายที่สำคัญบนฝั่งด้วยกำลังทางอากาศ
– การระดมยิงฝั่งด้วยปืนเรือในกองเรือเฉพาะกิจสะเทินน้ำสะเทินบก จาก เรือหลวงทยานชล เพื่อทำลายสิ่งกีดขวาง ที่ตั้งและการวางกำลังข้าศึก
– การขัดขวางทางอากาศในพื้นที่การรบ (BAI : Battlefield Ari
Interdiction) โจมตีต่อเป้าหมายที่สำคัญบนฝั่งด้วยกำลังทางอากาศ
– การระดมยิงฝั่งด้วย ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN-16 เพื่อทำลายสิ่งกีดขวาง ที่ตั้ง และการวางกำลังของข้าศึก
– การเคลื่อนที่จากเรือสู่ฝั่ง ของกำลังรบยกพลขึ้นบก โดย คลื่นที่ 1 ประกอบด้วย ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN-16 จำนวน 1 ลำ
และรถสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ AAV จำนวน 3 ลำ พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก คลื่นที่ 2 ประกอบด้วย รถหุ้มเกราะล้อยาง 8×8 ชนิดลำเลียงพล AWAV จำนวน 4 คัน


พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก คลื่นที่ 3 เป็นคลื่นโจมตีทางอากาศ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพล จำนวน 2 ลำ
พร้อมกำลังรบของ กองพันลาดตระเวน กองพลนาวิกโยธิน ปฏิบัติการยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ
Fast Rope เข้ายึดที่หมาย
– การขอรับการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดสนับสนุนกำลังรบยกพลขึ้นบกเพื่อทำลายที่ตั้ง และการวางกำลังของข้าศึก
– การปฏิบัติของคลื่นตามคำขอ ของหน่วยสนับสนุนกำลังพลยกพลขึ้นบก
ด้วยเรือลำเลียง จากเรือหลวงมันใน (LCU) และ เรือลำเลียงพลขนาดกลาง (LCM) เพื่อลำเลียงอาวุธ
ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ขึ้นฝั่ง ประกอบด้วย รถฮัมวี่ (HMWWVw) ติดตั้งอาวุธต่อสู้รถถังนำวิถีโทว์ (TOW)
จำนวน 1 คัน ยานเกราะล้อยาง (First win 4×4) จำนวน 1 คัน และรถตักหน้าขุดหลังเจซีบี (JCB) จำนวน 1 คัน
– การปฏิบัติสุดท้ายของวันนี้ เป็นการส่งกลับทางสายแพทย์ (Medivac)
ด้วยเฮลิคอปเตอร์

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ทะเล ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2568  ซึ่งเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ โดยใช้แนวความคิดในการฝึกว่า “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” 
นอกจากการฝึกที่เกิดขึ้นในในวันนี้แล้ว จะมีการฝึกที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศแบบ Mistral ของเรือหลวงจักรีนฤเบศร การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศ   การฝึกต่อต้านการก่อการร้ายบนแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) และการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ในทะเล (Oil and chemical spill) การฝึกเป็นหน่วยกรมผสมนาวิกโยธิน และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) การฝึกของหน่วยวิชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่และการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี โดยมีการเชิญกำลังพลจากกองทัพบกกองทัพอากาศรวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้  ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2568 นั้น นอกจากกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกจะได้รับความรู้ ความชำนาญเพิ่มขึ้นจากการฝึกแล้ว ยังทำให้กองทัพเรือได้รับทราบถึงขีดความสามารถและข้อจำกัดของกำลังทางเรือที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกันกับ ศรชล. และเหล่าทัพ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาขีดความสามารถสำหรับการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะในการป้องกันประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยขีดความสามารถของกำลังทางเรือที่เตรียมไว้สำหรับการทำสงคราม ยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในยามปกติได้อีกด้วย
 ///////////////////

ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 3 โครงการจัดทำรายงาน EIA และสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ บึงกาฬ

วันที่ 24 เมษายน 2568 ที่โรงแรมเดอะวัน อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้จัด การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 3

โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และสำรวจออกแบบ ถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212 อ.เมือง จ.บึงกาฬ

โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมจังหวัดบึงกาฬ ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนที่มีศักยภาพสูง เป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว

ซึ่งส่งผลให้การขยายตัวของเมืองและการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ กรมทางหลวงชนบท จึงได้ดำเนินโครงการออกแบบถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ พร้อมศึกษาส่วนต่อขยายจาก ทล.222 ถึง ทล.212

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการคมนาคม แก้ไขปัญหาการจราจร และ ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับโครงการนี้ อยู่ในรัศมีใกล้แหล่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ จึงต้องจัดทำรายงาน EIA โดยมีบริษัทที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่
• บริษัท เอพซิลอน จำกัด
• บริษัท อาร์มมี่เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เอ็นไวโรนเมนท์ จำกัด
• บริษัท เอเชีย แล็ป แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
นำเสนอผลการศึกษาโครงการในแต่ละด้าน
รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน
นำข้อมูลไปประกอบการศึกษาให้เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

รวมกันพัฒนาเมืองบึงกาฬให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“เสียงของประชาชน คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.ที่4 ตรวจสอบเหตุลอบวางระเบิดและกราดยิงในพื้นที่ จ.นราธิวาส เด็กและประชาชนบาดเจ็บหลายราย

วันที่22เม.ย.68 พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดบริเวณสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน และเหตุกราดยิงในพื้นที่บ้านฆอเลาะทูวอ อำเภอแว้ง ส่งผลให้เด็กและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวมหลายรายเหตุการณ์แรกเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.45 น. คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณริมกำแพงหลังแฟลตตำรวจ สภ.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส แรงระเบิดส่งผลให้เด็กและเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 3-13 ปี ซึ่งเป็นบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะกำลังเดินทางไปเรียนอัลกุรอ่าน เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างประกอบระเบิดแสวงเครื่องมาวางไว้บริเวณหลังรั้วแฟลต และหลบหนีไปก่อนก่อเหตุโดยมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ยังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดกราดยิงใส่ประชาชนที่กำลังนั่งรับประทานอาหารหน้าบ้านเลขที่ 229/11 บ้านฆอเลาะทูวอ หมู่ที่ 7 ต.แว้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแว้งและโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อรับการรักษา
ด้านภรรยาของ ดาบตำรวจ อนุชา ศรีสุวรรณ์ หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “เมื่อทราบข่าวว่าสามีของตน

ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิง ตนตกใจและแอบกลัวว่าสามีจะเกิดอันตราย ตนและลูกจึงได้รีบเดินทางมายังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อติดตามอาการของสามี และเมื่อทราบว่าอาการของสามีได้พ้นขีดอันตรายก็รู้สึกโล่งใจ พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้จะยุติลงเสียที โดยอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยปรองดองกัน หยุดความรุนแรง เพราะแม้ว่าเราจะมีวิถีชีวิตหรือความเชื่อที่ต่างกัน แต่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ เพราะเราก็คือคนไทยด้วยกัน

อยากให้รักกัน เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต”อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความรุนแรงที่สร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 จึงได้กำชับและเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้น พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-1732999 หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับประชาชนทุกคน
//////////////////////////////////////////////

ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จเรตำรวจ ฉก.88 ร่วมกับ 32 เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายใน 3 เดือน เน้นใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด

วันนี้ (21 เมษายน 2568) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ฉก.88) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 , ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล , ผู้บัญชาการสำนักงบประมาณและการเงิน , ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

, ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ , ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย/รอง ผอ.ฉก.88 , นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ฝ่ายความมั่นคง/รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท./รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/ผู้ช่วย ผอ.ฉก.88 , ผู้แทนฝ่ายตำรวจทุกหน่วย และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 32 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2568 เรื่อง การจัดตั้งกลไกอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งตำรวจ ทหาร ภาครัฐ เอกชน ฝ่ายปกครอง โดยตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (คณะกรรมการ ปชด.) มีศูนย์ปฏิบัติเฉพาะกิจ 4 ศูนย์ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) มี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นผู้อำนวยการฯ ทำหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาและประเทศกัมพูชา

ในที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์ภาพรวมของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ตามพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา และแนวชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา และแนวทางการดำเนินการในการป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไทยจะไม่ยอมให้กลุ่มคนไทยที่เดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อถูกจับกุมแล้วอ้างว่าตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

โดยล่าสุดจากปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชามีการกวาดล้าง 2 ครั้ง จับกุมคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่งกลับประเทศรวมจำนวน 175 คน พบว่าทุกคนไม่ใช่เหยื่อการค้ามนุษย์ แต่เป็นคนที่มีส่วนร่วมกับอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกคน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในไทยใน 4 ข้อหาใหญ่พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมทุกหน่วยงานครั้งแรก โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเน้นการใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด ได้แก่

  1. ป้องกันการลักลอบส่งเสา สาย ซิม โดยการตัดสายเคเบิ้ลผิดกฎหมาย ตัดเสาสัญญาณผิดกฎหมาย ปราบปรามซิมผี วิเคราะห์จุดที่ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จาก IP address และที่ตั้งทางกายภาพ
  2. ตรวจสอบป้องกันการใช้บัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี โดยตรวจสอบสาขาของธนาคารที่มีการเปิดบัญชีม้าจำนวนมาก การถอนเงินจากธนาคารและตู้กดเงินสดตามแนวชายแดน การลักลอบขนเงินสดข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติและด่านศุลกากร และการวิเคราะห์เส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี
  3. ป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศไทยของชาวไทยและชาวต่างชาติตามแนวชายแดน เพื่อปิดกันไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยความมั่นคงของชาติรูปแบบใหม่ เรียกว่า Cyber War ที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันทุกหน่วยงาน เชื่อว่าหากทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจกันทำจริง และเด็ดขาดพอ จะทำให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เห็นผลสัมฤทธิ์ภายใน 3 เดือน สมจิตร แสงบัลังก์ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.นิคมคำสร้อย จับยาบ้า 4 แสนเม็ด พร้อม 2 นักบิน มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผกก.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ท.มงคล แวงวรรณ รอง ผกก.ป.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ต.ไพรบูรณ์ เทพนา สวป.สภ.นิคมคำสร้อย มอบหมายให้ ร.ต.อ.ภูเบชร์ แจ่มจันทร์ รอง สวป.ฯ ร.ต.ท.อิทธิฤทธิ์ แซ่ลิ้ม รอง สว.ป.ฯ พร้อมชุดสายตรวจตำบลโชคชัย ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจกวดขันดำเนินตามแผนสกัดกั้น

เพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด อาวุธปืน ผู้มีอิทธิพล และการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมาย ที่หน้าวิทยาลัยการอาชีพนิคมคำสร้อย ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจดังกล่าว พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีเทา ทะเบียน ญฐ 5275 กรุงเทพมหานคร วิ่งเข้ามาจากเส้นทางอำเภอนิคมคำสร้อย เมื่อมาพบด่านตรวจได้เลี้ยวกลับรถอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ขับรถไล่ติดตาม

เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ขับรถไล่ติดตามจึงได้กลับอีกครั้งแต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าสกัดได้ทันและหยุดคนร้ายไว้ได้ เมื่อตรวจผลภายในรถยนต์พบถุงสีดำขนาดใหญ่บรรจุสิ่งของ 3 ถุง วางอยู่บริเวณที่นั่งด้านหลัง เจ้าหน้าที่เปิดถุงดำดังกล่าว พบว่าเป็นห่อยาบ้าจำนวน 67 ก้อน รวมประมาณ 400,000 เม็ด และยาไอซ์ ประมาณ 0.6 กิโลกรัม (6 ขีด) จึงได้ควบคุมตัวนายวัทธิกร ฯ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี อยู่ ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และนายคเนตร (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี อยู่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งนั่งมาในรถและตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีและทำการขยายผลต่อไป

ตำรวจนิคมคำสร้อยจับยาบ้าสี่แสนเม็ดไอซ์หกขีดพร้อมสองนักบิน​ #จังหวัดมุกดาหาร​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุณยาย อายุ 86 ปี คนจังหวัดนครราชสีมา ออกตลาดขายขนม ช่วยเบาภาระครอบครัว

คุณยายมีชื่อว่า นางฝ่าย หลุนกระโทก อายุ 86 ปีอีกสี่เดือนจะครบ 87 ปี มีสัมโนครัวที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน คุณยายไม่มีบ้าน ได้ เช่าห้องอยู่ที่ ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา อยู่กับ ลูกสาว 2 คน หลานชาย 1 คน ลูกสาวอายุ 40 กว่าชื่อนาง(ก)นามสมมุติ และอีกคนอายุ 50 กว่าชื่อนาง(ข)นามสมมุติ ส่วนหลานชาย อีก 1 คน อายุ 26 ปี ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีอาชีพติดตัว จึงหาเงินได้น้อย คุณยายเล่าว่า ลูกสาวทำงานเป็นแม่บ้านที่ รพ.มหาราช ลูกสาวอีกคน ช่วยทำขนมที่บ้าน ลูกสาวทั้งสองคนเลิกกับสามีนานแล้ว และลูกสาวทั้งสองคนป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้น ทำงานได้ไม่เต็มร้อย รายได้จึงไม่เพียงพอ

คุณยาย หู ไม่ค่อยได้ยิน และ จะปวดขาบ่อยๆ เพราะเดินมาก บางวันปวดมากทนไม่ไหว ก็นอนลงไปตรงที่นั่งขายของ คุณยายเล่าต่อไปว่า ตัวเองนั้น สมัยยังสาว ทำงานเป็นลูกจ้างที่ กทม. หลังจากนั้น กลับมาอยู่ โคราช เมื่ออายุได้ 30กว่า จากนั้นจึงขายขนมเรื่อยมา จนถึงวันนี้ คุณยายได้ขายขนมมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว ขนมที่คุณยายขายคือ ขนมไทย ใส่ไส้ห่อใบตอง ขนมกล้วย ขนม ตาล สมัยนั้นคุณยายจะเอาขนมใส่ตะกร้าใบใหญ่และหิ้วสองมือ ปัจจุบันใส่ตะกร้าใบเล็กขาย ขนมที่คุณยายขาย จะเป็นขนมที่ทำสำเร็จมาแล้ว เช่น บ๊วย ท๊อฟฟี่ ขนมปังกรอบสอดไส้ ขนมเหล่านี้ หลานสาวคุณยายซึ่งเป็นลูกของนาง(ก)จัดหามาให้ คุณยายได้ขายทุกวันนี้

สถานที่คุณยายขายมีสองที่ คือ ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย (ที่อยู่ปัจจุบัน)และในตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา คุณยายเล่าต่อไปว่า ได้นั่งรถประทาง สาย โชคชัย – นครราชสีมา เข้าไปขายในเมือง บริเวณ กรมที่ดิน เดินต่อไป ธ.ออมสิน เดินต่อไป ศาลากลางจังหวัด และ รพ.มหาราช อาจจะนั่งรถเมย์บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเดิน เพราะได้ขายไปด้วย หากวันไหนขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย(ที่อยู่ปัจจุบัน) คุณยายจะนั่งวินไปขาย บางวันก็เดินไป ระยะทางประมาณ เกือบครึ่งกิโลเมตร จากที่พัก ไปยัง ตลาดไนท์กระโทก ขายขนมเสร็จ เวลา 20.00 น.หากคุณยายไม่มีรถกลับบ้าน หาวินมอไซค์ไม่ได้ ก็จะมีแม่ค้าใจบุญที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย ขับรถมอไซค์พ่วงมาส่งยังที่พัก

ส่วนรายได้จากการขายขนม คุณยายเล่าว่า ขายในเมืองนครราชสีมาโดยเฉลี่ย ได้วันละ 1000 บาท หักค่ารถ และต้นทุน เหลือกำไรวันละ ร้อยกว่า ถึง สองร้อยกว่าบาท หากขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย รายได้โดยเฉลี่ย วันละ 200 บ.รวมต้นทุน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พอ.สว. หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ บำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาชน และกิจกรรมปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

วันนี้( 23 เม.ย.68 ) เวลา 09.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ ปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยมีนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายประเสริฐ บินตะคุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอ ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบึงโขงหลง เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ได้รวมพลังกล่าวคำปฏิญาณถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดบึงกาฬ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัติยราชนารี ให้เป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 54 ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จังหวัดบึงกาฬ

จึงได้จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

เพื่อให้ความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัย รวมถึงการนำบริการต่าง ๆ จากภาครัฐและภาคเอกชน ไปให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ได้รับบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และทั่วถึง

โดยมีกิจกรรม เช่น การมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การออกหน่วยบริการแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยบริการของส่วนราชการ/หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน การออกเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและฐานะยากจนในพื้นที่

นายประเสริฐ บินตะคุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ในนามของหัวหน้าชุดหน่วยแพทย์ พอ.สว. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ในวันนี้ เป็นการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อให้บริการประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ห่างไกลสถานบริการสาธารณสุข ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยให้บริการ ด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค บริการทันตกรรม และการแพทย์แผนไทย

การเข้าถึงบริการสาธารณสุข ประชาชนในพื้นที่ตำบลดงบัง และหมู่บ้านใกล้เคียงเมื่อมีการเจ็บป่วย จะเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลบึงโขงหลง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงบัง ปัญหาด้านสุขภาพส่วนใหญ่ของประชาชน พบว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไข้หวัด โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ปัญหาสุขภาพช่องปาก และฟัน เป็นต้น ซึ่งการออกปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนสนใจรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 49 ราย

บริการทันตกรรม 32 ราย บริการแพทย์แผนไทย 24 ราย และกายภาพบำบัด 16 ราย รวมผู้รับบริการทั้งหมด 121 ราย และมีเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย ประชาชนทุกคน มีความซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาให้ปวงประชามีสุขภาพดี ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎร โดยทรงจัดให้มีหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปบำบัดความทุกข์จากโรคภัยและดูแลสุขภาพของประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่าย สินค้า OTOP สินค้าการเกษตรจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรมอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.นครปฐม เข้ารับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นยนต์ตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0”

วันพุธที่ 23 เมษายน 2568 พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิด ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0” ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธร ภาค 7 อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยในจังหวัดนครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้อง CCTV ในเขตชุมชน, การต่อต้านปราบปรามเสพยาติด และโครงการอื่นๆ ที่ได้รับการร้องขอ เพื่อจะมาส่งเสริมการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อันจะเป็นการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 4/2568

วันที่ 23 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 4/2568

โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น 6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 7 มีนาคม 2568 – 22 เมษายน 2568 จำนวน 142 ราย จำนวน 447 บัญชี มูลหนี้ 80,287,422.64 บาท (แปดสิบล้านสองแสนแปดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยยี่สิบสองบาทหกสิบสี่สตางค์)

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (องค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 53 ราย

3.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 2 องค์กร

4.พิจารณาการอุทธรณ์การขึ้นทะเบียนหนี้ จำนวน 2 ราย/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ประจวบฯ รวบผู้ต้องหากระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันที่ 21 เมษายน 2568 สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ พร้อมด้วย นายวรวุฒิ ใบแย้ม พนักงานขับรถยนต์ ได้บูรณาการประสานความ

ร่วมมือกับ กองกำกับการตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.อธิธัช นิยมดี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.มานิตย์ ปลอดโปร่ง สว.สส.ภ.จว.จังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ ร.ต.อ.สุเทพ เขียวประชุม ร.ต.อ.ณรงค์ บุญตามทัณฑ์ รอง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ส.ต.รัชตะ กรุดจันทร์ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ประจวบฯ

ได้ประสานความร่วมมือ นำหมายค้นของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ค. 134 / 2568 ลงวันที่ 19 เมษายน 2568 เพื่อค้นบ้านเลขที่ 80 / 3 หมู่ 9 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบ

นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง อายุ 35 ปี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงหมายค้นและหมายจับ ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และได้แสดงหมายจับให้บุคคลดังกล่าวดู ซึ่งรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกลุ่มในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่า

โดยการจับกุมได้ดำเนินจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 314 / 2567 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 คดีอาญาหมายเลขดำที่ ย 449 / 2566 คดีอาญาหมายเลขแดง ที่ ย 495 / 2566 ในความผิดเรื่องต้องหาว่ากระทำผิดฐานมีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน โดยฝ่าฝืนตามกฎหมาย ซึ่ง นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง ผู้ถูกจับกุม ได้กระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ จึงมีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกจับกุมส่ง สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

/////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารยึดยาบ้า 2 กระสอบ !! 330,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ (21เม.ย.68) ที่หมวดสกัดกั้นยาเสพติดที่2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และฝ่ายปกครอง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดย ร.ท.ศุภนิจ อุดมทรัพย์ ผบ.หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2108, มว.ตชด244

ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง, บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) กกล.สุรศักดิ์มนตรี นบ.ยส.24, กก.3 บก.ป, นรข.เขตนครพนม สน.เรือบ้านแพง โดยมีนายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอบึงโขงหลง เป็นประธานการตรวจนับ/ตรวจยึด ยาเสพติดประเภท (ยาบ้า)

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 เม.ย.68 จนท.ได้ทำการขยายผลเพื่อเพื่อกวาดล้างยาเสพติดตามโครงการ SEAL STOP SAFE หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่โดย

ได้รับรายงานจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านและจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่โซนใน จนท.มว.สกัดกั้นฯที่ 2 และหน่วยงานในพื้นที่จึงได้ทำการวางกำลังบริเวณลานซื้อขายยางพารา ตามที่ได้รับแจ้งข่าว ครั้นเมื่อเวลา 2130

ได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 I ไม่ติดแผนป้ายทะเบียน ได้ขับเข้ามาบริเวณลานยางพาราและมีคนเดินเข้ามาบริเวณหลังห้องน้ำ หยิบกระสอบสีขาว 1 กระสอบและสีเหลือง1กระสอบจนท.จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น กลุ่มคนดังกล่าวซึ่งได้ตื่นตกใจและได้ขับรถจักรยายยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบ กระสอบ จำนวน 2 กระสอบ และห่างจากจุดดังกล่าว 200 เมตร พบจักรยานยนต์จอดคว่ำอยู่บริเวณข้างถนน

จนท.ได้ทำการตรวจยึดและนำมาตรวจสอบเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการ มว.สกัดกั้นฯที่ 2 เมื่อวันที่ 21เม.ย.68 หมวดสกัดกั้นฯที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรีและหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้ร่วมทำการตรวจนับของกลาง โดยทำการตรวจสอบของกลางโดยละเอียดแล้วพบ ยาเสพติดประเภท (ยาบ้า)

จำนวน 53 แพ็ค (ใหญ่) 318,000 เม็ด และอีก 3 แพ็ค (เล็ก) จำนวน 12,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 330,000 เม็ด และรถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน จากนั้นได้ร่วมกันบันทึกภาพและวิดีโอพร้อมนำของกลางทั้งหมด นำส่งให้กับ สภ.เหล่าหลวงเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สท.ทต.ทุ่งโฮ้ง “เข้มข้น” วชิรพงศ์ โกสิน”ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ท.กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ/ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ แพร่ เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์

เลือกนายกและสท.ทต.ทุ่งโฮ้ง “เข้มข้น” วชิรพงศ์ โกสิน”ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ท.กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ ออกเดินพบปะพี่น้องประชาชนฯตั้งแต่เช้ามืด ได้รับกำลังใจมากมายตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาล ในส่วนจังหวัดแพร่มีการเลือกตั้ง 26 แห่ง

ที่เทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เป็นอีกหนึ่ง ที่มีการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย ทางกลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ นำโดย นายวชิรพงศ์ โกสิน ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 และส.ท. เบอร์ 7-12 ที้งสองเขต ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน

“วันนี้พวกเราทีมผู้สมัครนายกและส.ท. กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ ออกเดินพบปะพี่น้องประชาชนชาวบ้านทุ่งโฮ้งใต้ หมู่ 1 และหมู่ 5 ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงสาย รวมถึงเดินตลาดสดทั้ง 2 แห่ง และเข้ากราบพระที่วัดทุ่งโฮ้งใต้ ได้รับกำลังใจกลับมามากมาย ต้องขอขอบพระคุณจากใจครับ”

ช่วงเย็น พวกเราลุยต่อที่ หมู่ 5 เดินครบทุกซอย พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้อง เพื่อแนะนำตัวผู้สมัคร ขอแรงสนับสนุนในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ด้วยทีมงานคุณภาพโปรดให้โอกาสพวกเราได้เข้าไปทำงาน พวกเรา กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ มีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง ต่อยอด การพัฒนาให้บ้านทุ่งโฮ้งมีความเจริญ เป็นเมืองน่าอยู่พวกเรามีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ ไม่ต้องเสียเวลาศึกษางานใหม่ ทำงานต่อได้ทันที ประสานงานไวใส่ใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวบ้านทุ่งโฮ้ง

ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ขอแรงใจจากพี่น้องทุกท่านเลือก บัตรสีเหลือง เลือกนายก เบอร์ 2 “นายวชิรพงศ์ โกสิน” พร้อมทีมบริหารที่พร้อมลุยงานทันที
เลือก สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) บัตรสีเขียว เลือก ส.ท.ยกทีม เบอร์ 7-12
เขต 1 เบอร์ 7 – จำรัส เสนาธรรม เบอร์ 8 – เรวัต (แม้ว)

หมื่นโฮ้ง เบอร์ 9 – คาร ข้ามหนึ่ง เบอร์ 10 – ชัยวัฒน์ (อ๊อด) วงศ์ศิริ เบอร์ 11 – ศุภกิจ (ตี๋) เสนาธรรม เบอร์ 12 – จรัญ (รัญ) หมื่นโฮ้งเขต 2 เบอร์ 7 – สามารถ วงค์ฉายา เบอร์ 8 – สรณ์สิริ (เบิร์ด) วรินทร์ เบอร์ 9 – ภูบดินทร์ (แก่ง) ยอดเมือง
เบอร์ 10 – อรุโณทัย (ส้ม) จิตรใจ เบอร์ 11 – จุฑาทิพย์ (เบอะ) พลแหลม
เบอร์ 12 – ดำรง (นาท) ทองคำโฮ้ง “กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ” ทำต่อไม่หยุดพัฒนาต่อเนื่อง

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

ชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่ เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์ เพื่อติดตามงานของชมรมฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 เมษายน 2568 ณ.ห้องปฎิบัติธรรมวัดนํ้าบ่อ ตำบลเวียงทอง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่โดยมี นายเจษฎา แก้วศล ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคเหนือ/ผู้จัดการจังหวัดแพร่ นายไพศาล จินดามณี ผู้ช่วยผู้จัดการจังหวัดแพร่ และ น.ส.สุธาสินี ตันศิริ ผู้ช่วยผู้จัดการจังหวัดแพร่ ได้เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่

นายเจษฎา แก้วศล ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคเหนือ/ผู้จัดการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ทางชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่ มีการประชุมฯ เพื่อทำความเข้าใจในการขอรับทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุดที่ 1

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แขวงทางหลวงน่านที่ 1 จัดการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างทางจักรยาน ทางหลวง 1168 ตอน น่าน – น้ำใส

วันนี้ (22 เมษายน 2568) เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างทางจักรยาน ในทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน – น้ำใส

โดยมี พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และ นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอภูเพียง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ท่านผู้แทนภาคเอกชน

ท่านผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมี นายมงคปิ่นสกุล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงน่านที่ 1 เป็นผู้กล่าวรายงาน

การประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับ การท่องเที่ยว น่านสู่ท่องเที่ยวคุณภาพสูง ในโครงการก่อสร้างทางจักรยาน

ในทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน – น้ำใส รวมระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนสองข้างทาง นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ สามารถมาออกกำลังกาย

ทั้งการปั่นจักรยานและการวิ่งที่ปลอดภัยและใกล้บ้าน ใกล้ที่พัก เป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพของคนน่าน และส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในเขตเมืองน่าน โดยผู้เข้าร่วมการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันนี้ จะช่วยให้ทุกภาคส่วนในท้องถิ่น

ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการฯ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการดำเนินการโครงการฯ และลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด ยายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนน่าน ร่วมพิธีสูมาคารวะ สรงน้ำขอพร เจ้าคณะจังหวัดน่าน และพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ วันสงกรานต์ ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่วัดพญาภู พระอารามหลวง วัดมิ่งเมือง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง วัดช้างค้ำวรวิหาร อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วยร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม พ.ต.ธนกฤต นันทชัยศรี นางพรรณี ณ น่าน นางรจนา วัวคำ นางปรานอม กุมภา

คณะกรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังวัดน่าน ได้ร่วมสรงน้ำสูมาคารวะ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัด พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน พระวชิราภินันท์ เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำวรวิหาร เพื่อแสดงความเคารพ และขอพรเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์

นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ได้นำกล่าวคำสูมาคารวะปี๋ใหม่เมือง และถวายสักการะแด่พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พร้อมนี้ เจ้าคณะจังหวัดน่าน รองเจ้าคณะตังวัดร่าน เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง กล่าวสัมโมนียกถา

ให้คติเตือนใจในการใช้ชีวิต ประพฤติชอบ อยู่ในศีลธรรม และมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อ เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ อันจะทำให้เกิดความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อากาศร้อนจัด.ตาวัย 88 ควบจักรยานยนต์พ่วงข้างเป็นลม รถคว่ำหมดสติข้างถนน

วันที่21 เมษายน2568นายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอศรีสัชนาลัย พร้อมกับ น.ส.สิริรัตน์ วันทอง(ป.จอย) น.ส.ณัชชา คำพยอม(เสมียนตราอำเภอ)ออกเดินทางลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานราชการในพื้นที่ ระหว่างการเดินทางมาถึงยัง วัดเกาะน้อยตะวันออก ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6ตำบลหนองอ้อ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

นายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอคนได้มองเห็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน สพบ-155 พระนครศรีอยุธยา พ่วงข้างจอดคว่ำอยู่จึงบอกให้คนขับรถจอดอย่างเร่งด่วน เพราะตนมองเห็นชายสูงอายุนอนสลบอยู่ เมื่อรถจอดนิ่งทุกคนต่างรีบลงจากรถเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ ที่สำคัญ นายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอฯ ก็ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและสั่งทีมงานให้หาร่มมากลางหายาดมมาให้คนชายสูงวัยที่ประสพเหตุด้วยความห่วงใยพร้อมโทรประสานแจ้งรถกู้ภัยเทพนิมิตรจุดศรีสัชนาลัยอย่างเร่งด่วนด้วยตนเอง พร้อมนำตัวชายสูงวัยส่งไปยังโรงพยาบาลศรีสัชนาลัยอย่างเร่งด่วนทำการรักษา

จากการสอบถามนายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอ ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอศรีสัชนาลัย กล่าวว่าตนเองพร้อมด้วย ภรรยา และน.ส.สิริรัตน์ วันทอง(ป.จอย) น.ส.ณัชชา คำพยอม(เสมียนตราอำเภอ)มาจากอำเภอออกเดินทางไปลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานราชการในเขตพื้นที่ศรีสัชนาลัย พอมาถึงหน้าวัดเกาะน้อยตะวันออก ตนมองเห็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคว่ำอยู่และใช้สายตามองไปบริเวณที่เกิดเหตุก็รู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นชายสูงอายุ สวมกางเกงขายาวสีเทา สวมเสื้อลายสีขาวม่วง นอนนิ่ง อยู่จึงบอกให้คนขับรถหยุดรถเพื่อดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน เพราะกลัวคุณตาจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้

จากการตรวจสอบทราบว่าคุณตาชื่อนายสำเนียง จันทร์มา อายุ 88 ปี เป็นคนอำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย หลงทางมา ระหว่างทางเป็นลมรถเสียหลักล้มคว่ำ ดีที่ตนเองและทีมงานมาพบช่วยคุณลุงได้ทัน ส่วนตัวนั้นรู้สึกตื่นเต้นและสงสารคุณลุงมาก ดีใจที่สุด ที่ได้ช่วยคุณลุงสูงวัยและขอขอบคุณทีมงานกู้ภัยที่ได้ช่วยคุณลุงส่งถึงมือหมอ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
นายนิรันดร์ พรมละ ปลัดอำเภอกล่าวทิ้งท้าย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์ -เสาทางหลวงมุกดาหารจุดเสี่ยงภัยสุดๆ ใช้เศษปูนยัดรองให้เสาตรง หวั่นเกิดอันตรายเนื่องจากเป็นถนนสายหลักของจังหวัด

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ภายหลังจากที่พบเสาไฟฟ้าแขวงทางหลวงมุกดาหารหักโค่นล้มใส่กลางถนนกลางถนนที่บริเวณโค้งพันล้าน ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา โดยสาเหตุคาดว่าอาจจะเกิดจากการก่อสร้างฐานรองรับเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน นั้น

จากการสำรวจเสาไฟฟ้าที่บริเวณถนนเส้นเดียวกัน ยังพบว่ามีเสาไฟฟ้าที่น่าจะก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานอีกหลายต้น โดยมีทั้งการก่อสร้างฐานเสาที่ไม่ได้ระดับแล้วใช้เพียงเศษปูนยัดใส่เข้าไปในช่องว่างระหว่างเสากับฐานคอนกรีต และบางเสายังเห็นสายไฟโผล่ออกมา อีกทั้งยังพบคอนกรีตแตกร้าวหลายแห่ง จึงกลายเป็นจุดเสี่ยงภัยที่เสาไฟอาจจะโค่นล้มลงมาได้ทุกเวลา ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้ถนนเส้นดังกล่าวจึงมีเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากเป็นถนนสายหลักของจังหวัดมุกดาหารที่เชื่อมต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร นครพนมและสกลนคร เสี่ยงต่อการถูกไฟช็อต ไฟดูด หรือเสาไฟล้มทับ จนเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบงานก่อสร้างดังกล่าวว่ามีการควบคุมงานและตรวจรับงานอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยเร่งด่วนต่อไปด้วย

เสาไฟฟ้าแขวงทางหลวงมุกดาหารหัก #ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน #กรมทางหลวง #จังหวัดมุกดาหาร #ปปช #สตง #กระทรวงคมนาคม​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง มทภ.2 (1)รอง ผบ.นบ.ยส.24 (1) ตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ / โจรแสบรับรถจักรยานยนต์ร้านจินางข้าวเปียก / พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร

วันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 0945 ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรีวีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รับฟังบรรยายสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง ปัจจุบัน ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติดในห้วงต่อไป แผนการปฏิบัติในห้วงต่อไปของหน่วย พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย

ตามที่รัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ

มีภารกิจวางแผนบูรณาการอำนวยการประสานงานในการสกัดกั้น การลักลอบนำเข้ายาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด บำบัดผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆในพื้นที่ชายแดน โดยได้ดำเนินการตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งมีผลจากการดำเนินงานด้านยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – ปัจจุบัน ในพื้นที่รับผิดชอบ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ จำนวน 666 ครั้ง ผู้ต้องหา 920 ราย ของกลาง ยาบ้า 95,918,351 เม็ด,ไอซ์ 3,786 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม เคตามีน 777 กิโลกรัม และอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง หกพันห้าร้อยล้านบาทเศษ (6,584,787,950 บาท)

จากนั้นรองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล ถือเป็นการขอบคุณและตอบแทนในความทุ่มเท เสียสละในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาโดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับผู้บังคับบัญชาทุกระดับตลอดมา

​โจรแสบตีเนียนลัก จยย. ร้านจินางข้าวเปียก หน้า บขส.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพโจรลักรถจักรยานยนต์ ทำท่าตีเนียนเห็นรถจักรยานยนต์ร้านจิข้าวเปียก สามแยกปากทางเข้า บขส.จังหวัดมุกดาหาร เสียบกุญแจคาไว้อยู่จึงได้เดินทำทีเข้ามานั่งอยู่ที่หน้าร้านข้างรถจักรยานยนต์ เมื่อไม่เห็นมีใครอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงได้เดินไปหยิบหมวกแก๊ปสีดำของสามีเจ้าของร้านขึ้นมาสวม จากนั้นได้เดินไปถอยรถจักรยานยนต์ออกจากร้านแล้วสตาร์ทเครื่องขับขี่หลบหนีไป

โดยต่อมานางนาง เหงียนถิ ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท. พงษ์วิศิษฎ์ สุวรรณไตรย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ารถจักรยานยนด์ ยี่ห้อ YAMAHA สีแดง หมายเลขทะเบียน กตจ 170 มุกดาหาร

ได้ถูกคนร้ายลักเอาไปจึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อติดตามรถจักรยานยนต์และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โจรแสบรับรถจักรยานยนต์ร้านจินางข้าวเปียก #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร หลังคาบ้านปลิวตกกลางถนน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงอย่างมาก พัดถล่มในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะที่ชุมชนแสงอรุณ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีบ้านเรือน

ได้รับผลกระทบหลายหลัง รวมทั้งที่หลังคาปลิวหลุดออกไปจากแรงลมแต่ยังโชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ ในเวลาต่อมานายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมรถกู้ภัยออกให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยและเคลื่อนย้ายหลังคาบ้านที่ถูกแรงลมพัดตกลงมาขวางถนนออกจากถนนเพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ

พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดการท่องเที่ยวสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ณ ศาลหลักเมืองปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่ ในระหว่างวันที่ 18-24 เมษายน 2568 โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ นำหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการอำเภอปรางค์กู่ ผู้บริหาร อปท. ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่ ร่วมให้การต้อนรับและเปิดโครงการในครั้งนี้

นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ กล่าวว่า ศาลหลักเมืองปรางค์กู่ ทำการก่อสร้างเมื่อปี 2559 โดยความเห็นชอบของกรมการอำเภอปรางค์กู่ ได้จัดหางบประมาณในการก่อสร้าง บนที่ดินเนื้อที่ จำนวน 2 งาน 24 ตารางวา บริเวณสามแยกไฟแดงของอำเภอปรางค์กู่ และทำการก่อสร้างสำเร็จเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล ใช้เวลา 4 ปี ในระหว่างการก่อสร้าง ได้มีการประกอบพิธีต่างๆเพื่อความเป็นสิริมงคล ยึดถือตามฤกษ์อันเป็นมงคล และเกิดความอัศจรรย์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งผู้ร่วมพิธี และสาธุขนผู้ผ่านไปมา ได้สัมผัสรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธี ดังนี้ คือวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกเสา ยกเสาโท

วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกช่อฟ้า และวันที่ 19 กรกฎาคม2566 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นประดิษฐาน ซึ่งความอัศจรรย์ดังกล่าว ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่เทวดาฟ้าดินได้รับรู้ถึงความสามัคคีศัทธาของชาวอำเภอปรางค์กู่
นายอำเภอปรางค์กู่ กล่าวต่อไปว่า อำเภอปรางค์กู่ ก่อนปีพุทธศักราช 2481 เป็นเพียงส่วมหนึ่งของอำเภอท้วยเหนือ จังหวัดขุขันธ์ ในเดือนธันวาคม 2502 กระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบให้ตั้งชื่อกิ่งอำเภอปรางค์กู่ โดยเหตุที่มีกู่เป็นโบราณสถานอยู่ที่ตำบลกู่ และอนุมัติให้ตั้งกิ่งอำเภอปรางค์กู่ ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่องยกฐานะตำบลขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2504 เป็นต้นไป ประกอบด้วย ตำลพิมาย ตำบลสมอ ตำบลกู่ และตำบลหนลหนองเชียงทูน มีเนื้อที่สำหรับที่ราชการ ประมาณ 3.32 ตารางกิโลเมตร ต่อมา ได้มีพระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอปรางค์กู่

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2506 และในปีนี้ เป็นปีที่ครบรอบ 62 ปี อำเภอปรางค์กู่ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนอาทิเช่น คณะสงฆ์ ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสถาบันการศึกษา สภาวัฒนธรรมอำเภอ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าชน ชาวอำเภอปรางค์กู่ จึงได้กำหนดจัดงานสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับอำเภอเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft power) ให้เกิดการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับอำเภอ ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าของชุมชน

เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้เกิดสูงสุดและเพื่อสร้างความรักความสามัคคีของชาวอำเภอปรางค์กู่ ซึ่งในงานมีการจัดแสดงบูธนิทรรศการของดีบ้านฉัน การประกวดด้านการปศุสัตว์ ด้านการเกษตร ด้านงานฝีมือ และความสามารถด้านดนตรีและการร้องเพลงของเยาวชน อีกทั้งยังมีการประกวดการทำเมนูอาหารพื้นถิ่น เพื่อรักษาอัตลักษณ์ด้านการทำอาหารแบบดังเดิมให้คงอยู่ต่อไป และอำเภอปรางค์กู่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ปราสาทปรางค์กู่ ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ หมู่ที่ 1 ตำบลกู่ อยู่ห่างจากอำเภอปรางค์กู่ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 5 กิโลเมตร และปราสาททามจาน หรือปราสาททินบ้านสมอ หมู่ที่ 12 ตำบลสมอ อยู่ห่างจากอำเภอไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 8 ก็โลมตร

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; algolist: 0; multi-frame: 0; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (0.71753937, 0.51388377);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 49;

สื่อรัฐทีวี-สื่้อรัฐนิวส์ / ปะทะเดือด!!! ชายแดนฝาง เชียงใหม่วิสามัญ 2 ศพ ยึดยาบ้า 5 เป้ รวมกว่า 5 แสนเม็ด

วันที่ 20 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 02.30 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ

ร่วมกับ หมวดสกัดกั้นกองกำลังผาเมือง และ ชุดปฏิบัติการหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมทำลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย

บริเวณเส้นทางบ่อปูนซีเมนต์ บ้านขอบด้ง ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสะพายเป้ ประมาณ 6 – 8 คน

จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันประมาณ 30 นาที สิ้นเสียงอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ปลอดภัย

จากนั้น หน่วยจึงได้จัดกำลังพลเข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่ จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบกลุ่มขบวนการเสียชีวิต จำนวน 2 ราย

ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 5 เป้ รวมทั้งสิ้น 500,000 เม็ด, ลูกระเบิดขว้าง จำนวน 1 ลูก, กระเป๋าสัมภาระ , โทรศัพท์มือถือ และกุญแจรถจักรยานยนต์อีกด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 นาฬิกา พลตรี กิดากร จันทรา ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวย

การศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว และได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้ สภ.ฝาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อีกทั้งยังได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง////

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

 สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /  “ชะอำ” รวบ 2 หนุ่มสาวเอเย่นต์ยาบ้าพร้อมของกลาง กว่า 6 พันเม็ด

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.68 พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พ.ต.ท.ธีระพงษ์ รักษาเวียง รอง ผกก.สส.สภ.ชะอำ พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายเจษฎาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาว จ.ราชบุรี พร้อมแฟนสาว นางสาวปวีณา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาว อ.ชะอำ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3 มัด รวม 6,059 เม็ด คิดเป็นมูลค่าราว 6 แสนบาท รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กภ 2070 เพชรบุรี 1 คัน

นำตัวมาสอบสวน โดยก่อนหน้านั้นตำรวจสืบทราบว่าจะมีเอเย่นต์นำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าที่บริเวณถนนคันคลองชลประทาน ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี (ขาล่องใต้) อ.ชะอำ จึงนำกำลังดักซุ่ม

จนกระทั่งมีนายเจษฏาพร ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว นางสาวปวีณา นั่งซ้อนท้ายผ่านมา จึงแสดงตนขอตรวจค้น เมื่อเห็นตำรวจทั้งคู่ถึงกลับหน้าซีด ก่อนพบยาบ้าดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ นำตัวทั้ง 2 คน ไปตรวจสารเสพติดที่โรงพยาบาลชะอำ พบฉี่เป็นสีม่วง

เบื้องต้นนายเจษฎาพรให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้มีคนชื่อบอยได้ติดต่อว่าจ้างตนเป็นเงิน 3,000 บาท ให้ไปรับยาบ้าดังกล่าวที่มีคนนำไปวางทิ้งไว้บริเวณเสาไฟฟ้าถนนคันคลองชลประทาน ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ห่างจากปั๊ม PT ประมาณ 2 กม.

จึงชวนแฟนสาวนั่งซ้อนท้ายไปเป็นเพื่อนจนถูกจับกุม ส่วนนางสาวปวีณายังให้การปฏิเสธแต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จึงสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมพรรคพวกที่เหลือ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศาลเจ้าพ่อพระปรง (บ้านหนองผูกเต่า) จัดพิธีเลี้ยงเพลพระฉลองสมโภชศาลฯ งานประจำปี ๒๕๖๘ ปีที่ ๔๙

วันนี้ (18 เม.ย.68) เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แก้วสุทธิ ประธานศาลฯ จ.ส.อ.ชริน อยู่ถาวร รองประธานฯ จ.ส.อ.สมบัติ แสวงดี กรรมการ นางเบญจาภัทร แก้วเจริญ กรรมการและเหรัญญิก นายพัลลภ บุณยตุลย์ กรรมการ-ผู้ช่วยเลขานุการ นายวงศกร ศรีสวัสดิ์ กรรมการและประชาสัมพันธ์ นางจิญณพัต ทำทรัพย์ กรรมการ พร้อมคณะกรรมการ ร่วมกันจัดพิธีเลี้ยงเพลพระฉลองสมโภชน์ ศาลเจ้าพ่อพระปรง (บ้านหนองผูกเต่า) เนื่องในประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย และครบรอบงานประจำปี “ประเพณีวันไหล สรงน้ำเจ้าพ่อพระปรง” ประจำปี ๒๕๖๘ และในวันที่ 19 เมษายน ทุกๆปี จะเป็นการเฉลิมฉลองสมโภชแห่ “เจ้าพ่อพระปรง” รอบเมืองจังหวัดสระแก้ว โดยมีประชาชนมาร่วมเล่นน้ำกันมากกว่า 30,000 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมพิธีสูมาการวะดำน้ำดำหัวขอพรจาก ผู้ว่าราชการ จ.น่าน ในพิธีสงกรานต์ 2568

วันที่ 19 เมษายน 2568 จังหวัดน่านได้จัด พิธีสูมาการวะรดน้ำดำหัวขอพรจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568

ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน,

นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ, ทหาร, ตำรวจ,

ตัวแทนภาคเอกชน, พ่อค้า และประชาชนชาวน่าน รวมถึงสื่อมวลชนจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงขับซอจากศิลปินพื้นบ้าน ขบวนกลองยาวจากสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

และกลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่าน การจัดซุ้มอาหารจากหน่วยงานต่าง ๆ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลหุ่นระดับโลก ‘Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025’/สภ.หัวหิน สรงน้ำพระขอพรผู้บังคับบัญชา มอบเกียรติบัตรดีเด่น


เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานเทศกาลเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม นี้ พร้อมร่วมแสดงความยินดี ที่ จ.เพชรบุรี ได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival Tangible Heritage ประจำปี 2025 จาก สมาคมเทศกาลและงานอีเวนต์นานาชาติแห่งภูมิภาคเอเชีย IFEA Asia นับว่า เป็นการยกระดับเทศกาล Softpower ของประเทศไทย ตามนโยบายส่งเสริมของรัฐบาล ที่ได้นำเทศกาลอันโดดเด่นของเพชรบุรี สู่การได้รับความยอมรับและประกาศสู่สากล


เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 เกิดขึ้นจากการฟื้นฟูศิลปะหุ่นหนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยศิลปะหนังใหญ่นี้ได้สืบทอดมาและได้เคยจัดแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ณ พระรามราชนิเวศน์ หรือ วังบ้านปืน ที่สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยในปี 2568 นี้ เทศกาลได้รับเกียรติให้จัดขึ้นในรูปแบบของมหรสพหลวง แสดงหนังใหญ่อย่างงามสง่าหน้าพระที่นั่ง

พร้อมด้วยการเชิดชู การแสดงหนังตะลุง ซึ่งเป็นต้นแบบของหนังตะลุงเมืองเพ็ชร และ คณะหนังตะลุงจากบรมครู นายหนังจากภาคใต้ สมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดสงขลา นำโดย 3 ศิลปินดีเด่นจังหวัดสงขลาที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ให้สมกับที่เพชรบุรี เป็น “เมืองหนัง” ที่เป็นศูนย์รวมของหนังใหญ่ และ หนังตะลุง ซึ่งปีนี้มีให้ชมถึง 37 คณะ ตลอด 3 วัน จัดบนถนนดำรงรักษ์ ถนนที่มีความงดงาม กว้างขวาง และสร้างขึ้นเป็นถนนสายศิลปะทีมีภาพเขียน Street Art งดงามโดดเด่นด้วยความทันสมัย

พร้อมต้อนรับการแสดงจากคณะหุ่นจากต่างประเทศซึ่งเป็นหุ่นเงานานาชาติ International Shadow Puppet และหุ่นร่วมสมัย ทั้งสิ้นถึง 12 ประเทศ อาทิ Ty Chean Sbek Thom หนังใหญ่ สแบกธม จาก กัมพูชา, Kohamkulov puppet troupe หุ่นเงาดั้งเดิม จาก คาซัคสถาน, Utervision Company Japan หุ่นเงาร่วมสมัย จากญี่ปุ่น, Theatrical Association of Artists Animating the Shadow TOXOT หุ่นเงาผสมผสานเทคโนโลยี จาก รัสเซีย, Paper Monkey Theatre หุ่นเงาเพื่อการศึกษา จาก สิงคโปร์, Gnayaw Puppets หุ่นเงาแนวศิลปะผสมผสาน ผลงานร่วมสร้างสรรค์ จาก เม็กซิโก-อินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมีการแสดงหุ่นนานาชาติในรูปแบบแปลกใหม่ทันสมัย Viet Lotus Group จาก เวียดนาม, Sky Bird Puppet Group จาก ฮ่องกง, Wanlu and his Puppets จาก ฟิลิปปินส์, การแสดงหุ่นสายร่วมสมัย Nicov botelladearroz จาก โคลัมเบีย, การแสดงผสมผสานระหว่างหุ่นเงาวายัง และนักแสดงระบำพื้นเมือง Sena Wangi (Indonesia National Wayang Secretariat) จาก อินโดนีเซีย นิทรรศการภาพถ่าย A Life In shadow และการ Workshop การถ่ายภาพหุ่นเงา โดย Constantine Korsovitis จาก ออสเตรเลีย ในการจัดงานเทศกาลครั้งนี้ ยังมีการจัดประชุมสัมมนานานาชาติ Unima SoutEast Asia On line อย่างยิ่งใหญ่ในระดับสากล จาก จ.เพชรบุรี โดยความร่วมมือของสมาพันธุ์หุ่นนานาชาติ Unima World


การจัดแสดงบนถนนสายศิลปะที่สวยสดงดงาม ของ จ.เพชรบุรี ถนนดำรงรักษ์ และจัดแสดงมหรสพอันสง่างาม ณ พระรามราชนิเวศน์ ด้วยการจัดแสดงหุ่นที่มุ่งเน้นเรื่องราวจากวรรณกรรมรามเกียรติ์หลากหลายให้ได้ชมกัน โดยตลอดทั้งวัน มีการจัดรถรางนำชมศิลปะสกุลช่างเมืองเพ็ชร งานปูนปั้นรามเกียรติ์ ที่ประดับตลอดเส้นทางของการจัดงานเทศกาล งานนิทรรศการภาพถ่าย พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย วันที่ 2-4 พ.ค.68 ขอเชิญชมความงามแห่งศิลปะหุ่นของไทย และนานาชาติได้ที่ จ.เพชรบุรี ในเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 ร่วมสร้างสรรค์งานเทศกาลหุ่นนานาชาติ ยกระดับ Softpower เทศกาลไทยสู่สากล โดยการรับรองของสมาพันธ์หุ่นนานาชาติ Unima ในความรับรองของ UNESCO ลิขสิทธิ์การจัดเทศกาลหุ่นโลก Harmony Puppet Thailand จาก มูลนิธิหุ่นสายเสมา
จัดโดยจังหวัดเพชรบุรี มณฑลทหารบกที่ 15 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมือง สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี Amazing Thailand การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี YEC เพชรบุรี สมาพันธุ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดเพชรบุรี สานพลังประชารัฐ ชุมชนคลองกระแชง พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดพลับพลาชัย สมาคมช่างภาพเพชรบุรี ส่งเสริมการจัดงาน โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สภ.หัวหิน แต่งธีมสงกรานต์สรงน้ำพระขอพรผู้บังคับบัญชา พร้อมมอบเกียรติบัตรดีเด่นให้กับตำรวจที่มีผลงาน

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 ที่ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน เป็นประธานประชุมประจำเดือนมีนาคมพร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามดีเด่น จำนวน 5 นาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยมี นายวรพจน์ ลิมาคม ประธาน กต.ตร.สภ.หัวหิน

พร้อมคณะ กต.ตร. พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน และตำรวจในสังกัดเกือบ 200 เข้าร่วมประชุมในธีมเสื้อสดใสลายดอกวันสงกรานต์สร้างสีสันและลดความตึงเครียดให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว ตำรวจ สภ.หัวหินได้ร่วมสรงน้ำขอพรพระพุทธรูปเพื่อความเป็นสิริมงคล และรดน้ำขอพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในวันสงกรานต์ เป็นการสานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในหน่วยงานด้วยบรรยากาศชื่นมื่น

พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมประจำเดือนที่เราทำกันทุกเดือนอยู่แล้ว เป็นการมอบนโยบายจากผู้บังคับบัญชา จากนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 7 และกองบังคับการภูธรจังหวัดประจวบฯ ก็ได้มอบนโยบายต่างๆ ทั้งหมด ทั้งการจับกุม การระดมการกวาดล้างต่างๆ ตามผลงานตั้งแต่ก่อนวันสงกรานต์ การทำงานในช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผลการปฏิบัติงาน

มีการถอดบทเรียนให้กับผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร หรือต้องปรับปรุงการแก้ไขอย่างไร ช่วงเทศกาลสงกรานต์หัวหินของเราก็ผ่านไปด้วยดี มีประชาชนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคืนวันที่ 12 และวันที่ 13 เม.ย. เราได้จัดการจัดระเบียบในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของการจราจร มีเรื่องร้องเรียนน้อยมาก และไม่มีเหตุการณ์ร้ายใด ๆ เกิดขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ร่วมกันดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว” ภายใต้โครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (SAVE ZONE NO DRUGS)

อ.ศรีสัชนาลัยลุยเข้มตรวจปัสสาวะพระสงฆ์พบสารเสพติด.อนึ่งเป็นการขานรับนโ ยบ ายขับเคลื่อนโครงการ“ศรีสัชนาลัย สีขาว” หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567อำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม”ร่วมปรึกษา ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ นอ.ศรีสัชนาลัยสนธิกำลังจู่โจมตรวจปัสสาวะพระสงฆ์วัดเกาะระเบียง และวัดท่าโพธิ์ ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568 เวลา 13.00 น. อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย โดย นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย มอบหมายปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ปกครอง และ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีสัชนาลัยที่ 6 บูรณาการความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีสัชนาลัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ พร้อมด้วยผู้นำฝ่ายปกครองตำบลแม่สำ ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว”

ภายใต้โครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (SAVE ZONE NO DRUGS) โดยดำเนินการตรวจปัสสาวะหาเสพติดในปัสสาวะพระสงฆ์ จำนวน 2 วัด ได้แก่วัดเกาะระเบียง จำนนวน 3 รูป ผลตรวจปัสสาวะเป็นลบทั้ง3รูป และวัดท่าโพธิ์ จำนวน 2 รูป ผลตรวจปัสสาวะเป็นผลบวก 1 รูป พระสงฆ์ที่มีผลบวกได้ดำเนินการตามขั้นตอนของสงฆ์ต่อไป อนึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันระหว่างนายอำเภอ เจ้าคณะอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่ดำเนินการ

จัดทำพิธีลงนาม MOU แก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้พระสงฆ์ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัดของหน่วยงานและองค์กรภาคีในพื้นที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ในทุกรูปแบบ และเป็นการรวมพลังเชิงสัญลักษณ์ กวาดบ้านตนเอง สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นการแสดงเจตจำนงค์ในการร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์-สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน มุกดาหาร

วันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 10.10 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรผลการดำเนินงาน

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และบ้านเกษตรกรต้นแบบ นายพงษ์ไพร ศรีพงค์พยอม ที่ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหนึ่งในศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538

ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการร่วมกัน

เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ พัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม และศิลปาชีพ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 184,000 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้านในตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง 3 หมู่บ้าน 2 ชุมชน

ในตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ภายในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

พร้อมระบบส่งน้ำ แล้วเสร็จจำนวน 7 แห่ง ถือเป็นการดำเนินการตามพระราชปณิธานที่จะพัฒนาป่าไม้ควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ และได้ดำเนินการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนน ไฟฟ้า การจัดอบรม การส่งเสริมให้ความรู้แก่ราษฎรในด้านการบริหารจัดการน้ำ

จัดสรรพื้นที่ให้แก่ราษฎร จัดระเบียบชุมชน และกำหนดแนวทางการพัฒนาอาชีพในด้านต่างๆทางด้านเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ ประมง และการฝึกอบรมอาชีพ เพื่อให้ราษฎรสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วันไหล!!ประเพณีแห่น้ำจั้นทิพย์-ขอขมาคารวะสรงน้ำ”หลวงพ่อพระใหญ่”ปิดท้ายสงกรานต์ จ.บึงกาฬ

เมื่อเวลา 09.49 น. วันที่ 19 เม.ย. 68 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ, นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 3, นายสยาม เพ็งทอง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 1, หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ได้ร่วมกันหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ และขบวนแห่ทางบกและทางน้ำเพื่อนำไปประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และสรงน้ำองค์หลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งประดิษฐาน ณ วัดโพธาราม (หรือ วัดท่าไคร้) ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบึงกาฬทุกหมู่เหล่า ทำพิธีบวงสรวงและแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของบรรพบุรุษ โดยนำเอาน้ำจั้นหรือน้ำจากบ่อซึมที่มีความสูงจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงในหน้าแล้ง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตลอด

ทั้งปีไม่มีเหือดแห้ง ซึ่งน้ำบ่อซึมนี้เมื่อครั้งในอดีตผ่านมาชาวบ้านได้ใช้เป็นแหล่งน้ำดื่มสำหรับคนในตำบลบึงกาฬ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ และทุกๆ ปีหลังจากวันสงกรานต์ จะมีพิธีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งในทางบกและทางน้ำ และเมื่อไปถึงหน้าวัดท่าไคร้หรือวัดโพธารามก็

จะอัญเชิญน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ในอุโบสถ ปีนี้จังหวัดได้จัดขบวนแห่ฟ้อนรำอันสวยงาม มีชาวจังหวัดบึงกาฬจากหลายเชื้อชาติ หลายชนเผ่า จำนวนกว่า 200 คน ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดฟ้อนรำตามขบวนแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ เพื่ออัญเชิญน้ำไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดบึงกาฬ

ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อ.เมืองบึงกาฬ ที่นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวลาว เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำโขงต่างให้ความเคารพศรัทธา มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือหรือไปทำงานในต่างจังหวัดจะต้องกลับมาบ้านบึงกาฬ เพื่อมาเข้าร่วมพิธีนี้ทุกคนและถือปฏิบัติกันมาเป็นประเพณีทุกปี

ในพิธีหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำมาสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ โดยภายในพิธีในพระอุโบสถได้รับเกียรติจากนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ประธานประกอบพิธีฝ่ายฆารวาส มีพระเดชพระคุณ พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติราม(พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายมหานิกาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระเถระและพุทธศาสนิกชนกล่าวนำคารวะขอขมาและร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่

จากนั้น พ่อเมืองบึงกาฬ ประธานพิธีตีฆ้องเปิดงานประเพณีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์สรงน้ำขอพร“หลวงพ่อพระใหญ่” วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ และนำคณะผู้บริหารจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน รดน้ำขอพระคณะสงฆ์พระเถรานุเถระ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์68อีกด้วย

ส่วนประวัติหลวงพ่อพระใหญ่ ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เล่าขานต่อๆ กันว่าราว 200 กว่าปีก่อน ชาวบ้านอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองยศ หรือยโสธร มาปักหลักแผ้วถางบุกเบิกป่าทึบ

ริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วพบหลวงพ่อพระใหญ่ ในสภาพมีเถาวัลย์ปกคลุมรกรุงรังก็พบว่าพระเกศของหลวงพ่อหักเพราะถูกช้างป่ากระชากเถาวัลย์ลงมาเพื่อหากินตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และเห็นเป็นรูปร่างของสถานที่บำเพ็ญบุญ

หรือสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา อีกทั้งยังพบซากเครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ รวมทั้งเครื่องใช้อีกหลายอย่างองค์พระพุทธรูปนั้นตั้งแต่ได้พบมาถึงปัจจุบันจึงช่วยกันบูรณะเสริมพระเกศขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์ และฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสร้างเป็นวัดขึ้น หลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว สูง 3 ศอก 1 คืบ ศิลปะสมัยล้านช้าง แสดงถึงสายสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง

พุทธศาสนิกชนมักไปกราบไหว้บูชาตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอให้ทำสิ่งใดๆ ได้สำเร็จ เช่น การสอบเข้าเรียน การเข้าทำงานหรือแม้การขอมีบุตร เมื่อได้สมหวังตามที่ขอหรือบนบานเอาไว้ ก็จะมาแก้บนด้วยการจุดบั้งไฟเล็กจำนวน 9 ดอกเป็นการถวายบูชาหลวงพ่อพระใหญ่

ณ จุดที่เตรียมไว้ข้างอุโบสถด้านติดแม่น้ำโขง สำหรับพิธีกรรมสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่นั้น ผู้ชายสามารถเข้าไปสรงน้ำได้ภายในอุโบสถ ส่วนผู้หญิงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการเข้าไปในอุโบสถไม่ว่ากรณีใดๆ หรือเวลาไหน

แต่การสรงน้ำพระครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำบันไดเทียบข้างอุโบสถไว้ให้ขึ้นไปสรงน้ำผ่านท่อหรือรางน้ำที่จัดเตรียมไว้ให้ หรือจะสรงน้ำที่องค์หลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลอง ที่ประดิษฐานอยู่นอกอุโบสถก็ได้ ซึ่งในปีนี้การจัดงานได้ทำขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 เม.ย. 2568

โดยให้ถือปฏิบัติในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังสงกรานต์เป็นประเพณีทุกปี และจัดให้มีงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 คืนเป็นงานปิดท้ายวันสงกรานต์ของจังหวัดบึงกาฬนั่นเอง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมนรา ปราศรัยแรกชิงนายกเล็กเมืองนราฯ ชูนโยบายสามารถทำได้จริง ประชาชน ตรวจสอบได้

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณถนนยะกัง 2 ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส พร้อมด้วยนายสมโชติ เสาร์ศรีอ่อน (พี่อิ๋วร้านฟิล์ม)น.ส.บุษรา เบนอะสาร (ดีเจ นา) นายเจ๊ะอิสมาแอ เบญเจ๊ะอาลี (แบแอ) นายอนันต์ มะมิง (แบยี)

นายพรชัย โต๊ะกะหรีม) บังหมัด ตลอดจน สมาชิกสภาเทศบาลเมืองนราธิวาส ทีมนราโปร่งใส ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ด้านงานบริหาร โดยเวทีนี้เป็นเวทีแรกของ ด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส เบอร์ 1 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนแห่ไปฟังการปราศรัยในครั้งนี้โดยด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ได้ขึ้นปราศรัยแนะนำทีมบริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยอาสารับใช้ประชาชนภายใต้หลักการที่เน้นความ โปร่งใสประชาชนสามารถตรวจสอบได้ พัฒนา แก้ปัญหา เข้าหาได้ง่าย และในส่วนของการขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ ได้พูดถึงแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ หากได้รับการเลือกเข้ามา โดยมีนโยบายที่ชัดเจนประกอบด้วย การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน นราต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว สนับสนุนอุปกรณ์กีฬาชุมชน พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ (ผ่าน อสม.)

สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือ ในการปฏิบัติหน้าที่ของ อสม. ขยะ เศรษฐกิจ และในด้านการศึกษา พัฒนาทักษะด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปรรรมและยั่งยืน พัฒนาและสนับสนุนบุคลากรครูสู่ครูมืออาชีพ โรงเรียนกีฬาเทศบาล รถรับส่งนักเรียน และศูนย์การเรียนรู้อัลกุอ่านกีรออาตี โดยเฉพาะในการบริหารงานจะต้องไม่มีการกู้เงินมาบริหารเพราะจะทำให้เกิดหนี้สินตามมา โดยจะต้องมีการของบประมาณเพื่อมาบริหารให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และจะไม่มีการสนับสนุนการพนันทุกรูปแบบ

ด้านด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส กล่าวว่าหากได้รับการเลือกเข้ามาสิ่งแรกที่อยากทำเลยก็คือในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่จะมาเชื่อมกับเศรษฐกิจ จะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวดีขึ้น เพราะฉะนั้นต้องทำเลย ทีมนราโปร่งใส่สามารถเข้าไปทำได้เลย เรื่องที่ทำโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างเช่น ลานวัฒนธรรมต่างๆ เราก็พร้อมที่จะทำได้เลย และที่สำคัญถ้าเราได้เข้าไป 11 พฤษภาคม กว่าจะรับรองอะไรต่างๆ พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ช่วงนั้นเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือเรื่องของปัญหาน้ำท่วม เราต้องมาดูเรื่องของคูระบายน้ำ เรื่องของการแก้ปัญหาน้ำท่วม ทำอย่างไรให้น้ำไม่ท่วมในปีนี้

ซึ่งเราต้องมาดูตรงนั้นก่อน เรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วมก่อน เพราะว่าพอน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ เช่นบางร้านเขาเสียหายเป็นล้าน เราต้องดูตรงนี้ก่อนเลย ถ้าหากว่าเข้าไปได้ในเรื่องของการศึกษาก็ต้องไปพูดไปคุยกัน มีการวางนโยบายอะไรต่างๆให้ไว้ อาจจะไม่ทำได้ทันที แต่ว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า ให้โอกาสกับทางโรงเรียนได้เตรียมในการที่จะปรับเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการศึกษาให้ได้ในหลาย ๆ ด้านที่ต้องเข้าไปทำ
ด.ต.มโณ วารีวะนิช ยังกล่าวอีกว่าในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวเมืองนราธิวาสมีจุดเด่นๆของเราในวันนี้คือหาดนราทัคน์ซึ่งจริงๆแล้ว เรามีธรรมชาติที่สวยงามเราเป็นเทศบาลที่อยู่ในเมือง โดยที่อื่นเขาไม่ได้มีแบบเรา ซึ่งมูลค่าของหเนี่หาดนราทัศน์มีมากมายมหาศาล แต่วันนี้เราใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่ แล้วจะทำอย่างไรที่เราจะใช้ให้มันเต็มที่ โดยเราจะต้องมีการทำคอนทัวร์ก่อน คือการปรับพื้นที่เราต้องมีการปรับภูมิทัศน์ตัดแต่งต้นไม้ให้มันลงมาก่อน ให้มันลดต่ำให้มันเกิดวัฒนธรรม เกิดที่ละหมาด เกิด ห้องน้ำ เกิดสุขา และอื่นๆ อย่างน้อย 2-3 จุด แล้วหาดนราทัศน์ต้องเปิดตลอดไม่ใช่เปิด-ปิดแค่ตอนเย็น และแสงสว่างตลอดทาง ทำจัดระบบให้ดี และมีที่จอดรถ โดยเฉพาะสินค้ามือสองทำอย่างไร จัดแบ่งเป็นโซนให้เรียบร้อยเพื่อที่มาถ้าจะซื้อสินค้ามือสองต้องไปตรงนี้ และมีการเชื่อมประมงกับการท่องเที่ยวให้ได้เรามีเรือเราก็ต้องมีตลาดที่เป็นของชุมชน

โดยในส่วนของตรงนี้ซึ่งเราก็ทำได้เลยเพราะมองว่ามันไม่ได้ยาก แต่ถ้าเราทำตลาดปลาได้ ก็สามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประมงได้เยอะแยะมากมายเลย และในเรื่องของการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเราก็จะลงไปดูพื้นที่ต่างๆต้องสะอาด ซึ่งถ้าเราได้ความสะอาดนักท่องเที่ยวมาเยอะก็สามารถเดินไปและชมวิถีชีวิตของชาวประมงภายในตัว และเราสามารถมีสินค้ามีอะไรสามารถขายหน้าบ้านตนเองได้เลย ถ้าเราทำการท่องเที่ยวให้คนมาเที่ยวดี แต่ความสะอาดคือสิ่งสำคัญ และความปลอดภัยเรื่องคือเรื่องของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ในเมื่อนักท่องเที่ยวต้องมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่หาดนราทัศน์สำคัญอย่างน้อยกลางค่ำในช่วงกลางคืนถ้าเรามีศูนย์บริการอยู่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และการเข้า-ออกให้สองทางให้ได้สะพานที่มันชำรุดอยู่ต้องมีการซ่อมให้มันเสร็จให้เร็วที่สุดเพื่อจะใช้สัญจรไปมาได้สะดวก ด.ต.มโณ วารีวะนิช กล่าว
////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โชคชัย รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ ป้องกันเหตุอาชญากรรม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 18.00น. ณ ปั๊ม ปตท. ต.กอโจทย์ ถ.24 อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ภายใต้การอำนวยของพ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัยได้มอบหมาย

ให้พ.ต.ต.คุณากร วรเมธานนท์ พร้อมชุดชุมชนสัมพันธ์ รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร เมาไม่ขับ การป้องกันและระมัดระวังเหตุอาชญากรรมในช่วงเทศการสงกรานต์

และอำนวยความสะดวกจราจร และมีประชาชนร่วมมอบอาหารและเครื่องดื่มเป็นกำลังใจให้กับชุดชุมชนสัมพันธ์ ณ ปั๊มปตท. อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ เน้นขับขี่ปลอดภัย ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่16 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมจุดบริการและตรวจความเรียบร้อยในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยมี นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน

นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พ.ต.ท.ธีระพงษ์ วงค์ทาฟั่น สว.จร.สภ.เมืองน่าน นายเอกฉันท์ มูลศรี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ร่วมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับรถตาม Checklist ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ทั้งนี้มีประชาชนมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน เป็นจำนวนมาก

สำหรับการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับ ประกอบด้วย ตรวจสภาพตัวรถทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องครบถ้วน และมีความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ เป็นต้น ด้านพนักงานขับรถ ต้องมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่มีสารเสพติด ชั่วโมงการทำงานขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้ตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 บริเวณจุดตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน ซึ่งจุดนี้จะมีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดของพนักงานขับรถและการเฝ้าระวังการใช้ความเร็ว ในการขับรถ

โดยสารให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางถึงที่หมายโดยสะดวก สบาย ปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ โอกาสรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและคณะ ยังได้มอบของที่ระลึก ให้กับผู้ที่เดินทางมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พร้อมพบปะพูดคุย และอวยพรขอให้เดินทางสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง