สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​แรงงานลาวเริ่มเดินทางกลับ แน่น บขส.มุกดาหาร ตรวจเข้มแอลกอฮอล์-สารเสพติด คนขับทุกราย

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร (บขส.มุกดาหาร)

แน่นขนัดไปด้วยแรงงานชาวลาวและประชาชนจำนวนมากที่มารอต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วโดยสารและรอขึ้นรถยนต์โดยสาร เพื่อจะกลับเข้ากรุงเทพฯและจังหวัดทางภาคตะวันออก ภายหลังจากที่สิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย-ลาว

โดยประชาชนเริ่มทยอยเดินมาตั้งแต่ในช่วงบ่ายและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร นำโดยนางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล

หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารโดยนายอนุชิต พิกุลศรี นางสาวขวัญตา สารธิตย์

นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เข้ามาอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารด้วย

นางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางกลับทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด

ได้เตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือ รถเสริม 30 ไว้รองรับการเดินสำหรับการเดินทางเที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ อย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้มีผู้ใดตกค้าง พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัย

ให้กับผู้โดยสารเจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดกับผู้ขับขี่รถโดยสารทุกรายอีกด้วย

แรงงานลาวเริ่มเดินทางกลับแน่นสถานีขนส่งมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชลบุรีเต้น! อนุทิน สั่งตรวจสอบเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวอินเดียที่พัทยา / อ.เมย์ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568

สืบเนื่องจาก เกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ปากทางเข้าวอล์คกิ้งสตรีทพัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยาเสียหาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

  ล่าสุด เวลา 13.30 น. วันที่ 15 เมษายน 2568 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการป้องกันเหตุเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีพ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปรามปราม ตำรวจสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา เข้าร่วมประชุมฯ เบื้องต้น ได้เชิญตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มาเปิดเผยรายละเอียดขณะเกิดเหตุให้สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ และยืนยันว่า เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี เป็นมีที่มีความปลอดภัย แต่ในบางครั้งอาจจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันบ้าง เนื่องกันอาการมึนเมาและสื่อสารกันไม่เข้าใจ ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกับชาวไทย ซึ่งทางฝ่ายปกครอง และ สภ.เมืองพัทยา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมจัดระเบียบกับ ผู้ประกอบการวิน จยย.รับจ้าง และรถสองแถว อยู่อย่างต่อเนื่อง หากมีการกระทำผิดจะมีโทษตามกฎหมาย และดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากกระทำผิดซ้ำ

ด้าน นายเอ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้เดินมาสอบถามหารถโดยสาร เพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล หลังจากตกลงราคาเรียบร้อยตนจึงให้ น้องชาย พากลุ่มนักท่องเที่ยวไปส่งที่รถสองแถว แต่ผ่านไปสักพักก็แปลกใจว่า ทำไมยังไม่ไปสักที จึงเดินตามไปกลับพบว่า 1 ในชาวอินเดียกำลังมีปากเสียงกับน้องชาย จากนั้นกลุ่มอินเดียจึงเริ่มด่าทอให้ของลับ และจะเข้ามารุมทำร้าย น้องชายจึงเริ่มถอยหนี ตนจึงเข้าไปห้ามปราม ก่อนจะบานปลายถึงขั้นชกต่อยกันคนละหมัด จากนั้นคนที่อยู่ใกล้เคียงจึงกรูกันเข้ามาห้ามเพื่อให้แยกกัน แต่บุคคลที่ใส่เสื้อวิน ที่ผ่านมาและเข้ามาทำร้ายนักท่องเที่ยวเสริม พวกตนไม่รู้จักแต่อย่างใด สุดท้ายอยากขอโทษสังคมและเมืองพัทยา ซึ่งตนเองไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่เป็นเพราะอารมณ์ที่ถูกด่าทอ และจะถูกรุมทำร้ายก่อน จึงต้องป้องกันตัวเอง

อย่างไรก็ตาม อยากขอแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ใช่เหตุรุนแรง หรือกลุ่มแก๊ง มาเฟียรุมทำร้ายนักท่องเที่ยว ตามที่ข่าวนำเสนอไป เป็นเพียงเหตุกระทบกระทั่งกันส่วนบุคคลซึ่งเกิดจากการสื่อสารไม่เข้าใจ เบื้องต้น จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนชาวไทยทั้ง 2 ราย ว่า หากนักท่องเที่ยวกริยาไม่ดี ก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ไม่ควรชกต่อยหรือตัดสินเอง ส่วนผู้เสียหายชาวอินเดียนั้นเจ้าหน้าที่ยังติดต่อไม่ได้และยังไม่มาแจ้งความในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงได้สั่งการให้จัดประชุมหารือวางมาตรการร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเกิดขึ้นอีก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี ต่อไป

มีรายงานว่า ณ วัดโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2568 ได้มีการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568 ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเนื่องด้วยในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ เด็กๆและเยาวชน ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จาก 30 หมู่บ้าน 4 ตำบล ทั่วอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เข้าร่วม โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน โดยได้รับความเมตตาจากพระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดโคกมน และเจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว ที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของการใช้เวลาช่วงปิดเทอมอย่างมีความหมาย

เด็ก ๆ ได้ฝึกวินัย ฝึกความอดทน ตื่นตีห้าสวดมนต์ เดินบิณฑบาตโดยไม่สวมรองเท้าช่วยกันทำความสะอาดวัด ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีระเบียบ และไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือตลอดระยะเวลา เพื่อฝึกสมาธิอย่างแท้จริง โดยบางคนมาจากครอบครัวที่ไม่มีโอกาส บางคนอยู่กับปู่ย่า บางคนไม่เคยได้กินอาหารดี ๆแต่เมื่อมาบวชกลับมีรอยยิ้ม ได้เพื่อน ได้กำลังใจ ได้สัมผัสความเมตตา และสิ่งดี ๆ จากสังคมเด็กบางคนถึงกับร้องไห้ ไม่อยากสึกเมื่อครบกำหนดเด็กๆหลายคน คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย สนับสนุนให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ในช่วงเวลาปิดเทอมที่วัด มากกว่าปล่อยให้เล่นอยู่ที่บ้าน ติดมือถือ ติดเพื่อน ติดทีวี ติดเกมหรืออาจเสี่ยงในการคบเพื่อนไม่ดี ติดยาเสพติด​ ​

ทั้งนี้ พิธีมอบทุนการศึกษาสามเณรและถวายภัตตาหารแด่ภิกษุ สามเณร 13 เมษายน 2568 ณ วัดโคกมน จุดประสงค์​เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแรงจูงใจให้แก่กับสามเณรน้อยที่ฝึกปฏิบัติตน ด้วยความมานะอดทน เพียรพยายาม ขันติบารมี วิริยะบารมี มาตลอดระยะเวลาในการบรรพชา ภาคฤดูร้อน​

ซึ่งในงานได้รับเกียรติจากอาจารย์​เมย์ ซินแสฮวง​จุ้ยชื่อดัง ประธานโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น” ดร.จินต์วยา เบญญจิ​นดาพิศุทธ์​ นักธุรกิจหญิง​ที่ได้รับรางวัลเกียรติ​คุณนานาชาติ รางวัลคชจักร ประเภทองค์กรเพื่อสังคมดีเด่น เดินทางมาเป็นเจ้าภาพ​ ในการมอบทุนการศึกษา และถวายภัตตาหาร ร่วมกับ คุณวรากุล ภัคธัญญานนท์ อดีตจิตอาสาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในวัดไทย และต่างประเทศที่เคยร่วมงานกับวัดไทยกว่า 848 แห่ง ใน 9 ประเทศทั่วโลก ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะลูกศิษย์​อาจารย์เมย์ กัลยาณมิตร​สายบุญ ร่วมด้วยช่วยกัน สร้างความสุขให้สามเณรน้อย ด้วยความอิ่มใจ

ชลบุรีแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568

 วันที่ 15 เม.ย.68 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ
ด้วยเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จังหวัดชลบุรีได้กำหนดให้มีงานประเพณีวันไหลในหลายพื้นที่ โดยจัดรูปแบบงานการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสร้างความสนุกสนาน เพิ่มสีสันในช่วงเทศกาลวันไหลในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น วันไหลนากลือ วันที่ 18 เมษายน 2568 วันไหลเมืองพัทยา วันที่ 19 เมษายน 2568 วันไหลบ้านบึง วันที่ 20 แมษายน 2568 และวันไหลบางเสร่ วันที่ 20 แงชายน 2568 โดยมีการกำหนดให้ปิดการจราจรในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจากที่ต่างๆ มาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมากในห้วงดังกล่าว เพื่อรักษาความปลอดภัย และอำนวยความละดวกในการจราจร ผู้ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ ผู้ที่มาท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ ในการนี้จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลดังกล่าว






สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย ฝ่าสายฝน ลงตรวจพื้นแม่สรวยแพเปียก สั่งเข้มด่านเป่า เมาขับถูกจับขึ้นศาล


เมื่อเวลา14.00น.วันที่ 23เมษายน 2568นายชรินทร์ ทองสุข พร้อมด้วยนางสินีนาฎ ทองสุขนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และป้องกันจังหวัดเชียงราย และคณะ 
ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร บริเวณปากทางเข้าเขื่อนแม่สรวย  ซึ่งเป็นจุดทางเข้าออกการท่องเที่ยวแพเปียกอำเภอแม่สรวยโดยมีนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ อำเภอแม่สรวย และพ.ต.อ. กฤษฎา งามจิตต์ ผกก.สถานีตำรวจอำเภอแม่สรวยให้การต้อนรับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ตรวจแถวและได้กำชับนโยบายเข้มการตั้งด่าน เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชียงราย  ยังได้มอบสิ่งของให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ได้สนธิกำลังระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านตรวจครั้งนี้ด้วยหลังจากมีการตรวจด่านกวดขันวินัยจราจรแล้วยังได้ตรวจเยี่ยมบริเวณจุดล่องแพเปียกที่มีคนเล่นน้ำเป็นจำนวนมากท่ามกลางสายฝน โดยกำชับให้ผู้ประกอบการร้านค้าห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนต่ำกว่า18ปี และขายตามเวลากฎหมายกำหนดเท่านั้น สำหรับการตรวจพื้นที่อำเภอแม่สรวยครั้งนี้เกิดจากภายหลังรัฐบาลมีคำสั่งให้ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นการป้องปรามตามมตรการ7วันอันตราย ที่อยู่ในช่วงสงกรานต์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการตั้งด่านจุดดังกล่าวทำให้มีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ และเดินทางกลับออกจากจุดการล่องแพโดนจับกุมดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก โดยถูกควบคุมตัวไปที่สภ.แม่สรวย และถูกคุมขังเพื่อส่งศาลแขวงจังหวัดเชียงราย บางรายที่สามารถประกันตัวด้วยวงเงิน20,000 บาท ก็จะส่งตัวขึ้นศาลในวันทำการศาลแต่หากวันใดถูกจับก็จะต้องถูกส่งฟ้องศาลวันถัดไป แต่รายใดที่ไม่มีเงินค่าประกันตัวก็จะถูกนอนในห้องควบคุมผู้ต้องหาไปจนกว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถส่งตัวฟ้องศาล หลังจากจ่าวนี้ได้แพร่กระจายตามสื่อโซเซียล ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหวั่นถูกจับกุมดำเนินคดี เนื่องจากได้ดื่มเหล้า เบียร์ ในบริเวณโซนท่องเที่ยวดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลิกจองแพเป็นจำนวนมากอีกด้วย อย่างไรก็ตามจุดการท่องเที่ยวล่องแพเปียกมีการ จำหน่าย เหล้า เบียร์กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็จะนำจากบ้านไปดื่มกิน ในซุ้มอาหาร และบนแพเปียกอย่างสนุกสนาน แต่ละรายมีแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน 50มิลกรัมเปอร์เซ็น ถ้าหากดื่มเบียร์เพียงกระป๋องเดียวก็ตาม ดังนั้นการตั้งด่านเป่าแอลกอฮอล์เข้มมีผลให้นักท่องเที่ยวบางราย ถึงกับยกเลิกและบอกว่าไม่อยากไปแล้ว นั่งดื่มกินที่บ้านดีกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวที่ยังอยากจะไปล่องแพและดื่มกินก็จะยอมจ้างรถตู้และรถโดยสาร เพราะไหนๆก็เสีย ค่าค่าซุ้มนั่ง ค่าล่องแพ รวมทั้งหากเอาอาหารและเครื่องดื่มไปก็จะถูกปรับ รวมรายการเที่ยวก็จะเสียเงินหลายพันบาทแต่ถ้าหากเมาแล้วขับ ถูกจับก็จะเสียเงินเป็นจำนวนมากถือว่าท่องเที่ยวในราคาแพง ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลสภาพภาพผู้ประกอบการมียอดขายอาหารเครื่องดื่มลดลงบางรายยอมถอนตัวสละซุ้มขายของเนื่องจากประกอบการไปแล้วไม่คุ้มทุน ดังนั้นปีต่อไปหากผู้จัดไม่มีมาตรการควบคุมระเบียบการค้าขาย อาจเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวแพเปียกปิดตัวลงเร็วขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ประสพปัญหาหลายด

สงกรานต์เมืองแพร่สนุกฉ่ำทุกเวทีNon-Stop 4 วัน 4 อำเภอยกระดับสู่เมืองหลักสงกรานต์เฟสติวัล จนลืมไปเลยว่าที่นี่คือเมืองรอง!! ” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ”IndigoBlueCity:PhraeSplashFestival 2025″

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เปิดเผยถึง การจัดงานสงกรานต์เมืองแพร่ปี 2568 ว่างาน” สงกรานต์สีสัน
มหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ” Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025″ พร้อมแล้วที่จะปลดล็อคเมืองแพร่ให้กลายเป็นเมืองหลักในการจัดเทศกาลสงกรานต์ ชูจุดเด่นด้วยการนำเสนอเสน่ห์เมืองแพร่กับเรื่องราวความสร้างสรรค์แห่งวัฒนธรรมพลังซอฟต์พาวเวอร์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานความดั้งเดิมและความนำสมัย อันควรค่าต่อการมาเยือนสู่กิจกรรม
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองในรูปแบบเฟสติวัล

สำหรับการจัดงาน” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ ในปีนี้เตรียมมอบประสบการณ์ความสนุกฉ่ำระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน2568 นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์GrandPhrae… GrandMomentนำเสนอเรื่องราวความงดงามของเมืองที่น่าค้นหา 3อำเภอ 3 ธีมได้แก่ ชนเผ่าแห่งขุนเขาอำเภอวังชิ้น เมืองแห่งมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมล้ำค่า (ไทลี้อไทใหญ่)พร้อมขบวนแห่อลังการสะท้อนวิถีชนเผ่าในวันที่ 13 เมษายน2568 ณ.บริเวณหน้าวัดใหม่กลาง มรดกแห่งเส้นใยล้านนา อ.ลองเมืองแห่งผ้าจกโบราณตำนานทอผ้าของชาวลอง

ในวันที่ 15 เมษายน 2568รื่นรมย์กับขบวนแห่พลังแห่งผ้าทอโบราณที่ผ่านการบูรณาการสู่แฟชั่นผ้าพื้นเมืองร่วมสมัยไปตลอดเส้นทางถนนสายเทศบาล 1 เริงระบำคาร์นิวัลอ.เด่นชัยประตูสู่ล้านนา เส้นทางแห่งศิลปะประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความโรแมนติกบริเวณริมถนนสายเด่นชัยพร้อมเวทีคอนเสิร์ตใจกลางเมืองบนถนนสายหลักของการเล่นนำสงกรานต์เมืองเด่นชัยในวันที่ 16 เมษายน 2568 รูปแบบการจัดงานในปีนี้ จึงเป็นความมหัศจรรย์ของเมืองแพร่ ที่เชิญชวนทุกคนได้มาสัมผัสความตระการตาของขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์ชุมชน โดยกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ล้านนา ขบวนแห่มหาสงกรานต์เฟสติวัล

ภายใต้ธีมเมืองแห่งผ้าโบราณ ตำนานล้านนา สู่ศิลปะบนผืนผ้าและแฟชั่นดีไซน์ร่วมสมัยและขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์เริงระบำคาร์นิวัลเปิดประตูสู่ล้านนารวมถึงพลาดไม่ได้กับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตนำโดยSEKLOSOSOPOTATO
กระแตอาร์สยาม เป๊กกี้ศรีธัญญา TG TIGER และยูกิไหทองคำในส่วนการจัดงาน” Indigo BlueCity: Phrae Splash Festival 2025″ ปีนี้ชูแนวคิดการร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นด้วยความหลากหลายของกิบ 9 กรรมพลังแห่ง Soft Power-Food Fashion Festival

พบกับกิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลาย ควบคู่กับความเท่าเทียมกันของกลุ่ม
LGBTQ การเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศเฟสติวัล เปิดเมืองเล่นน้ำสาดความสุขตระการตากับขบวนรถแห่เสน่ห์ไทย คาร์นิวัลโชว์พลังแห่งผ้าไทยแฟชั่น Indigofabricพร้อมด้วยขบวนแห่ LGBTQนอกจากนี้ ยังตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งสีสันเวทีใหญ่กลางแจ้งแลนด์มาร์คสงกรานต์เฟสติวัลที่เต็มไปด้วยดีไซน์ร่วมสมัย เชื่อมโยงเรื่องราวของศิลปะ และผ้าIndigoอัตลักษณ์เมืองแพร่ บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล จัดกันเต็มถึง 2 เวทีใหญ่บริเวณช่วงน้ำคือและวงเวียนประตูชัยพร้อมเสิร์ฟสนุกฉ่ำกับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตโดยศิลปินชั้นชั้นนำ

Fellow Fellow MEAN อม วิทวัล MILLIURBOYTJและยีนส์TheVoice เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เปิดเมืองจัดเฟสติวัลขนาดใหญ่ของจังหวัดที่เปิดโอกาสผู้คนในจังหวัดแพร่ได้มีส่วนร่วมในทุกอำเภอและเปิดเมืองเชื่อมโยงให้นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศเดินทางมาร่วมสนุกกับการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ไทยใน
จ.แพร่ได้อย่างหลากหลายสถานที่สงกรานต์สีส้นมหัศจรรย์เมืองแพร่2568 และ Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025 ภายใต้การสนับสนุนหลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่13-17 เมษายน2568 นี้
นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยจุดประกายส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและตอกย้ำความเป็น’เมืองสร้างสรรค์’ของจังหวัดแพร่ประตูสู่ภาคเหนือของประเทศไทยที่นำเอาต้นทุนทางวัฒนธธรรมพลังแห่งซอฟต์พาวเวอร์มาต่อยอดด้านการท่องเที่ยว ด้วยเป้าหมายในการยกระดับสู่เทศกาลระดับโลก

สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ #PhraeSplashFestival2025

สมจิตรแสงบัลลังก์กินข้าวภาคเหนือ
ธีรพงษ์ ธงออนแพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 ตรวจเยี่ยม อาชีวะ อาสาดูแลประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์จังหวัดบึงกาฬ

วันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ จุดบริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ รวม 3 จุด ประกอบด้วย

จุดบริการหน้าบริษัทอีซูซุ สาขาบึงกาฬ, จุดบริการ “Fix It – อาชีวะขนส่งร่วมใจช่วยประชาชน” และจุดบริการหน้าสถานีตำรวจภูธรศรีวิไล โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนร่วมให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนร่วมกันบูรณาการ

ในการลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน พร้อมเน้นย้ำว่า “ดื่มไม่ขับ ขับไม่เร็ว” และ “สวมหมวกกันน็อก” โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในทุกปี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการผ่อนผัน หากพบผู้กระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

เพื่อให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด”

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้อวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยและชาวจังหวัดบึงกาฬเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ

ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อพระใหญ่ เจ้าแม่สองนาง และหลวงปู่ทองพูล ประทานพรให้ประชาชนประสบแต่ความสุข ความเจริญ สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิด “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นรับ นทท. ช่วงสงกรานต์ และ ชมรมศิษย์เก่า มุกดาหารรุ่น 24 จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ในวันสงกรานต์

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568​ จังหวัดมุกดาหารยกระดับ Soft Power เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดมุกดาหารที่ว่า “เมืองการค้าทันสมัย เกษตรคุณภาพสูง ท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงสู่สากล”

ประกอบกับเป็นห้วงเวลาช่วงเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดมุกดาหารจึงได้ขานรับนโยบาย Soft Power ผลักดันอาหาร ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ด้วยการจัดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) และ งานมหาสงกรานต์ 2568 ขึ้นในระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน​นี้

ที่บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (หลังเก่า) อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร รวบรวมร้านค้าร้านอาหารปลอดภัย ของคนเมืองมุก มากกว่า 50 ร้านค้า รวมถึงการแข่งขันประกวด ทำอาหาร รวม 52 ตำบล 52 ทีม

กับการประกวดหมูหัน การประกวดส้มตำลีลา และการประกวด สำรับอาหารจากปลาแม่น้ำโขง รวมเงินรางวัล กว่า 72,000 บาท พร้อมการจัดงานแบบบูรณาการสุดยิ่งใหญ่ ” เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์​ Muk-Savan Fun & Fin Festival “

นายวรญาณ​ บุญณราช เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) ประจำปี 2568 พร้อมขานรับนโยบาย Soft Power หนึ่งในนั้นคือด้านอาหารที่ทางจังหวัดมุกดาหาร มีความหลากหลาย และมีของดีประจำเมืองมากมาย เช่นหมูหันขึ้นชื่อ

สำหรับอาหารปลาน้ำโขง ส้มตำเลิศรส และอื่นๆอีกมากมาย ที่เป็นอัตลักษณ์ประจำเมืองมุกดาหาร อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม รวมทั้งแหล่งรวมศรัทธามนต์ขลังพญานาค 3 พิภพ

ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร เป็นพื้นที่ติดริมแม่น้ำโขงที่มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับพญานาคที่เกี่ยวพันกับแม่น้ำโขงมาอย่างช้านาน ด้วยความพร้อมพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการของจังหวัดมุกดาหาร

จึงผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาค และที่สำคัญได้มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมโยงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

และประเทศเวียดนาม เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ การสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชน ให้มีความอยู่ดีกินดีต่อไป

มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนมุกดาหารรุ่น 24 จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ในวันสงกรานต์

ณ ร้านอาหารริเวอร์วิว นายปรีดา​ ชุติพร ประธานชมรม ศิษย์เก่าโรงเรียนมุกดาหาร รุ่น 24 คณะกรรมการ และ พระอาจารย์ประชุม สำนักสงฆ์ส่างโดน แจกวัตถุมงคลและของดี ผู้มาร่วมงาน

จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ ที่เคยสั่งสอนมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย และไปศึกษาต่อ จนจบการศึกษาออกมาทำงาน บางคนก็เป็นครู ตำรวจ ทหาร และรับราชการในหน่วยงานต่างๆ

จึงรู้สึกสำนึกในบุญคุณครูบาอาจารย์ที่เคยสั่งสอนมา จึงจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรเนื่องในวันสงกรานต์เป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดต่อกันมา โดยลูกศิษย์แต่ละคนมอบมาลัยกร รดน้ำขอพร ครูอาจารย์

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และถวายอาหารพระเพล ณ วัดศรีบุญเรือง อำเภอเมือง​ จังหวัดมุกดาหาร เสร็จ กิจกรรมรับประทานอาหารร่วมกัน ที่จัดขึ้น โดยมีน้ำเป็นสัญลักษณ์ของความชุ่มชื่นเย็นฉ่ำ เด็กๆ รดน้ำผู้ใหญ่​เพื่อแสดงความรำลึก ความกตัญญูกตเวทิตา และผู้ใหญ่ก็จะให้พรกลับไป

นายสมบูรณ์ พรหมสุ้ย ตัวแทนครูอาจารย์กล่าว ให้พรอันประเสริฐใดๆ ในหล้าโลก ขอจงมีแก่ลูกศิษย์ทุกคน ทั้งตัวแทนและคนที่ไม่ได้มาในวันนี้ ขอให้ทุกหนทางที่ก้าวเดินไป ราบรื่น สุข สมหวัง สมดังใจปรารถทุกๆ ประการ และทุกๆ คนเทอญ​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.บึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุแห่งชาติและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเทศบาลเมืองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เทศบาลเมืองบึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 พร้อมร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ โดยได้รับเกียรติจาก

นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธี มีนางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศบาลเมืองบึงกาฬ

กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสุพรรณี กุลสุวรรณ รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองบึงกาฬ และผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ เข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุแสดงบทบาทสูงวัยอย่างมีพลัง แสดงศักยภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทั้ง24ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จำนวน 350 คน

อันเป็นการส่งเสริมและแสดงความเคารพ แสดงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อผู้สูงอายุ รณรงค์ให้สังคมตระหนักเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุ ตลอดจนการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้สูงอายุที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการเผยแพร่ บำรุงศิลปะ และส่งเสริมวัฒนธรรมจารีตประเพณีอันดีของท้องถิ่น ให้คงอยู่สืบไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โคกสำโรงจัดยิ่งใหญ่ “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568” พร้อมประกวดเทพีสงกรานต์และคอนเสิร์ต EDM ลพบุรี

วันที่ 13 เมษายน 2568 ณ สนามที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมเทศกาล “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568”

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต 4 นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ สภ.โคกสำโรง พ.ต.อ.มาโนช จันทร์เที่ยง

ผกก.สภ.เพนียด นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พร้อมประชาชนร่วมงานมากกว่าหนึ่งพันคน โดยร่วมขบวนแห่งานเทศกาลมหาสงกรานต์บ้านโคก 2568

มีกิจกรรมตลอดทั้งวัน อาทิ การประกวดเทพีสงกรานต์ ขบวนแห่สรงน้ำพระ และคอนเสิร์ต EDM จากดีเจชื่อดัง ไฮไลต์ของงาน เวลา 13.00 น. เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าประกวดเทพีสงกรานต์ประจำปี 2568

กิจกรรมการประกวดเทพีสงกรานต์ และพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการขบวนแห่สรงน้ำพระเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ไปยังตลาดโคกสำโรง เวลา 19.00 – 23.00 น.

สนุกสุดมันส์กับคอนเสิร์ต EDM โดย DJ Baslay และ DJ Fronk Frank
หลักเกณฑ์การประกวดเทพีสงกรานต์รับสมัครผู้เข้าประกวดที่มีคุณสมบัติเป็นเพศหญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป มีสุขภาพแข็งแรง

และไม่จำกัดสัญชาติ โดยจะต้องแต่งกายด้วยชุดไทยจักรี หรือชุดไทยประยุกต์ที่สุภาพ ค่าสมัคร 300 บาท ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินสดมูลค่า 6,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนน์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

ลพบุรี รองผวจ.ลพบุรี ออกเยี่ยมจุดตรวจและสำนักทะเบียนอำเภอที่เปิดให้บริการประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568

วันที่ 13 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจและจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่กำลังเดินทาง ณ จุดบริการประชาชน อำเภอโคกสำโรง

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง รอให้การต้อนรับ และอำเภอบ้านหมี่ โดยนำน้ำดื่ม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง มอบให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละจุดตรวจและจุดบริการประชาชน โดยแต่ละจุดได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ มูลนิธิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร. มาคอยอำนวยความสะดวก การจราจร และเฝ้าระวังผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน

โดยได้พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานประจำจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน ให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำการอำนวยความสะดวกการจราจรให้น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จากนั้น ได้ไปตรวจเยี่ยม สำนักทะเบียนอำเภอโคกสำโรง และอำเภอพัฒนานิคม ที่ได้เปิดให้บริการด้านทะเบียนและบัตรประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2568 เพื่อมอบนโยบาย แนวทางในการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เน้นย้ำประชาสัมพันธ์ รณรงค์ เมาไม่ขับ โทษของการเมาแล้วขับหลังถูกจับกุม นอกจากนี้ให้สร้างการตระหนักรู้ในด่านตรวจต่าง ๆ ในเรื่องอุบัติเหตุให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ถึงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงมารยาทในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงของ

การเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งจะมีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณรถหนาแน่นมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง ที่มีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี / จนท.ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาสงกรานต์โคราช อัญเชิญพระคันธารราฐ อายุกว่า 300 ปี แห่ไปประดิษฐานลานย่าโม ให้ปชช.ได้สรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญพระคันธารราฐ พระคู่บ้านคู่เมืองนครราชสีมา อายุกว่า 300 ปี ออกจากพระเจดีย์ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เคลื่อนลงมาบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประดิษฐานบนราชรถ

โดยมีริ้วขบวนแห่อัญเชิญพระคันธารราฐ ขบวนแห่สงกรานต์ แห่ไปตามเส้นทางถนนจอมพล เลี้ยวซ้ายเข้าถนนชุมพล เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนิน เพื่อไปประดิษฐานยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม ให้พี่น้องประชาชนได้กราบสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพระคันธารราฐจะประดิษฐานอยู่ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถึงวันที่ 13 เม.ย.68 เพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะ

ในเวลาต่อมา 17.00 น ได้แห่อัญเชิญลอดซุ้มประตูชุมพล กลับไปประดิษฐานที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร โดยในขบวนแห่อัญเชิญกลับจะมีผ้าเงินผ้าทองขนาดความยาว 557 เมตร ให้ประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมกันลากจูงไปตามถนนสายต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

มูลนิธิการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จ.นครราชสีมา จัดสร้างเหรียญมงคล รุ่น รวยพิเศษ ปลุกเสกโดย หลวงปู่ศิลา ศิริจน์โท

มูลนิธิการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา นำโดย ดร.รังสิสวุฒิ สุวรรณ์โรจน ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา จัดสร้างเหรียญมงคลรุ่นรวยพิเศษ ปลุกเสกโดยพระราชวัชธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา ศิริจน์โท) พระวชิรญาณวิศิษฎ์ วิ. (หลวงพ่อสุริยันต์ โฆสปญโญ) พร้อมด้วยพระสงฆ์สมณศักดิ์ เมตตาอธิษฐานจิต และมอบเหรียญรุ่นรวยพิเศษด้านหน้าเป็นรูปท้าวสุรนารี(ย่าโม)ยืนเต็มองค์ ด้านหลังเป็นรูปครุฑ มีทองแดง 399 ลองเช่าบูชา 399บาท ทองแดงเลขเหรียญมงคล 599บาท จัดสร้าง 500เหรียญ เหรียญกะไหล่เงิน เลขเหรียญมงคล 799บาท จัดสร้าง 500เหรียญ เหรียญทองแดงชุบทองคำแท้เลขเหรียญมงคล 1,099บาท จัดสร้าง 500เหรียญ ชุดไตรมงคล เลขเหรียญมงคลประกอบด้วย เหรียญทองแดง เหรียญกะไหล่เงิน เหรียญทองแดงชุบทองคำแท้ 1,999 บาท จัดสร้าง 500เหรียญพิธีกรรมปลุกเสก วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่า เพื่อการศึกษาสร้างความตระหนักรู้ สู่การพัฒนาเด็กพิเศษ และร่วมออกร้านโรงบุญหมายเหตุ ลำดับที่ 2,3,4 พร้อมกล่องกำมะหยี่ ส่วนลำดับที่ 1 กล่องพลาสติก เหรียญที่ได้และเลขเหรียญทุกเหรียญ ค่าจัดส่ง 49บาท/ 1-5เหรียญ สอบถามลายละเอียด โทร 044-952078 / 081-7907400

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล เทศกาลสงกรานต์ 2568

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 07.00 น. นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีสรงน้ำพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ เนื่องในงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 ณ วัดสวนตาล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน คณะศรัทธาชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ เข้าร่วมพิธีฯ

โดยในช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เทศบาลเมืองน่าน จัดพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมกันนี้ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพญาภู พระอารามหลวง กล่าวอวยพรปีใหม่ไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2568 โดยพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในวันสงกรานต์ 13 เมษายน เป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณให้คงสืบไว้ต่อไป

สำหรับพระเจ้าทองทิพย์ มีอายุกว่า 575 ปี พงศาวดารเมืองน่าน บันทึกว่า ปี พ.ศ.1993 พญาติโลกราชแห่งนครพิงค์เชียงใหม่ได้ยกทัพมาตีเมืองน่าน โดยตั้งค่ายอยู่นอกกำแพงเมือง บริเวณวัดสวนตาลที่มีดงป่าต้นตาลขนาดใหญ่ และยึดเมืองน่านได้ในเวลาต่อมา พระองค์จึงดำริสร้างพระพุทธรูปให้เป็นอนุสรณ์สักขีพยานในชัยชนะจากทองคำ และโลหะมีค่าทั้งหลาย หนักกว่า 12 ตื้อ พระประธานองค์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และสร้างด้วยน้ำหนักทองคำมากที่สุด

ในยุคล้านนาของพระองค์ ในพิธีหลอมทองหล่อเทองค์พระ ช่างได้เททองเข้าเบ้าพิมพ์หลายหนก็ไม่สำเร็จ เบ้าพิมพ์แตกเสียทุกครั้ง จวบจนมีชายแปลกหน้า นุ่งขาวมาช่วยเททองหล่อองค์พระ จึงสำเร็จ ส่วนชายชราผู้นั้นก็หายไปไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย ชาวเมืองต่างโจษขานกันว่าเป็นเทวดา จึงขนานนามพระพุทธรูปว่า พระเจ้าทองทิพย์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2568

***เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2568 ที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมน์ จังหวะดศรีสะเกษ นายวิจิตร บัวจูม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม เปิดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยให้คงอยู่สืบไป เพื่อส่งเสริมการแสดงออกถึงความเคารพ ความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ

เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เพื่อให้ชุมชนเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและมีการแสดงออกในสิ่งที่ดี

และเพื่อส่งเสริมให้ผู้สงอายุมีปฏิสัมพันธ์ ได้พบปะพูดคุยและได้ร่วมแสดงออก ทำให้เกิดการผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการพัฒนาจิตใจผู้สูงอายุ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุในตำบลเดินทางมาร่วมกิจกรรม และร่วมแสดงกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน

***ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานมีสรงพระพุทธรูป รดน้ำผู้สูงอายุเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ นอบน้อมแก่ผู้สูงอายุ การแสดงความสามารถต่างจากผู้สูงอายุในตำบล ทั้งร้อง ทั้งรำ ทั้งเต้น และมีหมอแคนวัย 76 ปี มาเป่าแคนให้นักร้องหอมลำ วัย 70 กว่าปี ได้ขับร้อง

ให้ผู้มาร่วมงานได้ชมได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปิดตาผู้สูงอายุแต่งหน้า ปิดตาผู้สูงอายุตีหม้อ วัดพลังผู้สูงอายุ เตะปี๊บโชว์อีกด้วย ซึ่งสร้างความบันเทิง ความสนุกสนาน ให้กับคนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 4; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 43;

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สงกรานต์ศรีนครจัดงานถนนคนเดินต้อนรับปีใหม่ไทย2568.

เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่12เมษายน2568ณ. บริเวณตลาดหลังสถานีรถไฟคลองมะพลับ ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานถนนคนเดินของเทศบาลตำบลศรีนคร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568

โดยมี นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมในพิธีเปิดในการนี้ นายนิพัฒน์ เปรมพล นายอำเภอศรีนคร กล่าวต้อนรับ นายสมาน สาสิงห์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีนคร กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์การจัดงาน เทศบาลตำบลศรีนคร จัดโครงการถนนคนเดิน ประจำปีงบประมาณ 2568 ครั้งแรก

ในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2568 เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ช่วยเหลือประชาชน

ให้สามารถลดรายจ่ายจากการซื้อสินค้าราคาประหยัด รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด) จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค (ราคาต้นทุน)

จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย) การจัดจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 40 ร้าน

กิจกรรมก่อเจดีย์ทราย การแสดงดนตรี และศิลปินรับเชิญ เกมส์ อภิวัฒน์ ไมค์หมดหนี้
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์ / สื่อรัฐทีวี / กองทัพภาค2 จัดการประชุมแก้ไขปัญหาโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครโคราช / จัดงานพืชสวนโลก KORAT EXPO 2029 – 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมระยะเวลา 110 วัน

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ณ ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

เพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการดำเนินชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้.-
1. ความเป็นมา : เทศบาลนครนครราชสีมา และกองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง การใช้พื้นที่ในครอบครองของกองทัพบก เพื่อจัดทำโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 โดยแบ่งพื้นที่ ออกเป็น 4 ส่วน

– พื้นที่ A1 พื้นที่กองขยะและฝังกลบเดิม ขนาดพื้นที่ 41-0-58 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ. 2550 – 2567 และ เทศบาลฯ จะดำเนินการดูแลพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2589- พื้นที่ A2 พื้นที่ตั้งโรงงานปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานเดิม ขนาดพื้นที่ 31-3-42 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2550 – 2589 – พื้นที่ B พื้นที่ตั้งโรงงานเตาเผาขยะเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดพื้นที่ 121-0-58 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2561 – 2589 – พื้นที่ C พื้นที่บ่อฝังกลบขยะมูลฝอยชั่วคราว ขนาดพื้นที่ 50-0-0 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2561 – 2567 และเทศบาลฯ จะดำเนินการดูแลพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2589 2. สาเหตุที่ทางกองทัพภาคที่ 2 ให้เทศบาลนครนครราชสีมา งดเว้นการนำขยะมาทิ้ง (ในพื้นที่ C)

เนื่องจากการดำเนินโครงการฯ ของเทศบาลนครนครราชสีมา ไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง และในพื้นที่ C มีปริมาณขยะสะสม 334,863 ตัน ซึ่งเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในด้านสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ จากกลิ่นอันไม่พึงประสงค์และน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากขยะ และเทศบาลฯ ยังไม่มีแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ชัดเจน (ซึ่งไม่เป็นไปตามการประชุมหารือในวันที่ 17 ม.ค. 68) อีกทั้ง กองทัพภาคที่ 2 ได้มีหนังสือขอให้เทศบาลฯ เร่งรัดในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วนั้น กองทัพภาคที่ 2 จึงขอให้เทศบาลดำเนินการดังนี้

1) พื้นที่ A1.1 และ A1.2 ให้เทศบาลฯ รีบดำเนินการให้เรียบร้อย
2) พื้นที่ A2 ยังสามารถดำเนินโครงการฯ ได้เหมือนเดิมตามบันทึกข้อตกลงฯ รถขนขยะอินทรีย์ สามารถนำขยะอินทรีย์มาส่งให้แก่โรงงานได้ แต่ขยะที่นอกเหนือจากขยะอินทรีย์ ให้เทศบาลฯ วางแผนขนย้ายขยะไปพื้นที่อื่น ที่ไม่ใช่พื้นที่ C
3) พื้นที่ B หลังจากศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งจนถึงที่สุดแล้ว เทศบาลฯ และกองทัพภาคที่ 2 จะมาหารือร่วมกันอีกครั้ง 4) พื้นที่ C

– ให้งดเว้นการนำขยะมูลฝอยมาทิ้งในพื้นที่ C ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 68 เป็นต้นไป
– ให้เทศบาลฯ ดำเนินการในการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ C เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฯ และสรุปประชุมในวันที่ 17 ม.ค.68 – ให้เทศบาลฯ ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และประชาชนให้งดเว้นการเข้ามาทิ้งขยะในพื้นที่ C พร้อมทั้งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ฯ 3. สรุปการประชุมหารือในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน จังหวัดนครราชสีมา และกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงการดำเนินชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ซึ่งสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ดังนี้.- 1) พื้นที่ C

– ให้เทศบาลฯ งดเว้นการนำขยะมาทิ้ง ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 68 เวลา 1800 เป็นต้นไป- ให้เทศบาลฯ ดำเนินการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ C เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง2) พื้นที่ B อนุโลมให้เทศบาลฯ นำขยะมาทิ้งพักไว้ในพื้นที่ B ได้ ไม่เกินวันละ 350 ตัน- เริ่มนำขยะมาทิ้งได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 21 เม.ย. 68 (อนุโลมให้ยังไม่ต้องขนขยะออก เนื่องจากติดเรื่องการห้ามรถบรรทุกวิ่ง ช่วงสงกรานต์)- ตั้งแต่วันที่ 22–30 เม.ย.68 สามารถนำขยะมาทิ้งได้และต้องดำเนินการขนขยะออกจากพื้นที่ B (รวมถึงขยะที่นำมาทิ้งในห้วงวันที่ 12-21 เม.ย.68) ให้หมดภายในวันที่ 30 เม.ย. 68- ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 68 สามารถนำขยะมาพักในพื้นที่ B ได้ แต่ต้องดำเนินการขนย้ายขยะออกให้หมดเป็นประจำทุกวัน

ภาพ/ข่าว :กองทัพภาคที่ 2 กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

งานพืชสวนโลก KORAT EXPO 2029 จัดงาน ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมระยะเวลา 110 วัน

การมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดย นายนพวิทย์ ควรขุนทด ส.อบจ.จังหวัดนครราชสีมา 1.จัดตั้งศูนย์อุบัติเหตุ รพ.สต.บ้านวัด 2.ระบบโครงสร้างพื้นฐานบริเวณงาน 3.การประชาสัมพันธ์พื้นที่จัดงาน อยู่พื้นที่สาธารณประโยชน์ โคกหนองรังกา ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา เนื้อที่จัดงาน 678 ไร่การแบ่งพื้นที่จัดงาน

  1. พื้นที่ลานจอดรถและพื้นที่บริการ 2.พื้นที่ลานพืชพันธุ์นานาชาติ 3.พื้นที่ลานพืชพันธุ์ของไทย 4.พื้นที่ลานแกนหลักเชื่อมโยงพื้นที่การจัดงานทั้งหมด
  2. การเดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมา ระบบขนส่งสาธารณะ

1.รถไฟรางคู่ ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 1 ชม.2 นาที ระยะทาง 68.7 กม.
2.รถโดยสารประจำทางใช้เวลาในการเดินทาง 57 นาที ระยะทาง 67.7 กม.
3.รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางไปยังพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 68 กม.ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที 4.จากท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ไปยังพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 135 กม.ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. 5. จากท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ไปพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 120 กม.ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. 40 นาที

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดบริการ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

วันนี้ (12 เม.ย 68) เวลา 10.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำคณะทำงานตรวจติดตามการปฏิบัติงานและออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจหลัก จุดบริการและด่านชุมชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จังหวัดมุกดาหาร ณ เทศบาลตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นช่วงรณรงค์ควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 (รวม 7 วัน)

โดยมีการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จัดตั้งจุดตรวจหลัก จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของจุดตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ของสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้รณรงค์เรื่องความปลอดภัยทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเยาวชน และประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยนำบทเรียนจากการรณรงค์ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา

มาปรับใช้ในการทำงาน เน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจรในช่วงเทศกาลให้ได้รับความสุขและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568

ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 เพื่อสรุปและติดตามผลการดำเนินงาน

ในวันที่ 11 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการควบคุมเข้มข้นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ซึ่งจังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุขึ้น 11 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 12 คน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นรถจักรยานยนต์ รองลงมาเป็นรถเก๋ง สาเหตุเกิดจากการเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ตัดหน้ากระชั้นชิดและไม่สวมหมวกนิรภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำบทเรียนจากการดำเนินงานในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา นำมาปรับแผนการดำเนินงาน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดกวดขันเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และวินัยจราจร บูรณาการทุกภาคส่วนในจุดตรวจหลัก จุดตรวจรอง

จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน ในการป้องปรามผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568​ ภาพ/ข่าว​ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​แทงผู้บ่าวนักเต้นหน้ารถแห่ รับงานสงกรานต์มุกดาหาร

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 17.30 น.นาย หง่อย หรือ นายสัญญา ไชยยยงค์ อายุ 28 ปี ถูกแทงบริเวณเอวด้านซ้าย หน้ารถแห่ในงานบุญประเพณีวัดบ้านเหล่าคราม ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยผู้บาดเจ็บขณะนี้รักษาตัวที่ ห้องไอซียูตึกฉุกเฉินชั้น 7 โรงพยาบาลมุกดาหาร

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณที่เกิดเหตุพบมีรอยเลือดของผู้บาดบริเวณริมถนน พร้อมกับร่องรอยขวดแตกกระจายอยู่บริเวณรอบๆ นายชัย อายุ 35 ปี เป็นพี่ชายของผู้บาดเจ็บ ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมกับเปิดเผยว่าปกติน้องชายของตนเองไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านสักพักแล้ว

เนื่องจากไปทำงานที่กรุงเทพฯ พึ่งกลับมาก่อนวันเกิดเหตุได้เพียง 2 วัน และได้ออกจากบ้านมาเต้นที่หน้ารถแห่จากนั้นน้องชายได้แยกตัวออกมาและถูกแทงดังกล่าว ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าใช้อะไรแทง และตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ วอนใครที่มีคลิปตอนเกิดเหตุส่งมาที่ทางญาติ เพื่อเป็นเบาะแสในการตามหาตัวคนก่อเหตุด้วย

พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหารได้เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุ ชุดสืบสวนพร้อมกับร้อยเวรได้ลงพื้นที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาพร้อมกับเก็บหลักฐานและสอบถามพยานบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นตอนนี้จะได้เรียกกลุ่มเพื่อนหรือบุคคลในที่เกิดเหตุมาสอบสวนอีกครั้ง

แทงหนุ่มหน้ารถแห่งานบุญบ้านเหล่าคาม #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานนมัสการพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ และพิธีสรงน้ำพระพุทธโสภณ (หลวงพ่อพระสุก) ประจำปี 2568

วันที่ 12 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่วัดศรีโสภณธรรมทาน (วัดใต้) ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ จัดงานนมัสการพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ และพิธีสรงน้ำพระพุทธโสภณ (หลวงพ่อพระสุก) ประจำปี 2568

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมพิธี

ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ต่อพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ และร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่

ทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน และจุดประกายจิตสำนึก ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมชลประทาน ร่วมงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ จ.พะเยา ประจำปี 2568”

วันที่ 12 เมษายน 2568 #นายสุริยพล #นุชอนงค์ #อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายนพดล น้อยไพโรจน์

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 ผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการโครงการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน”เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ จังหวัดพะเยา ประจำปี 2568″ โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงาน

ภายในงานได้จัดกิจกรรม ต่างๆ มากมาย อาทิเช่น กิจกรรมมอบโคและไข่ไก่ กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ กิจกรรมมอบเมล็ดพันธุ์พืช เป็นต้น

พร้อมกันนี้นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นำทีมข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ บริเวณลานอเนกประสงค์หลังเทศบาลเมืองพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา////

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมนราโปรงใส ตัวเต็งชิงเก้าอี้นายกเล็กฯเมืองนราฯ เบอร์ 1 ลุยหาเสียงอ้อนคะแนน แบบเคาะประตูบ้าน พร้อมชูนโยบายเด็ดมัดใจชาวบ้านโปร่งใสพัฒนาแก้ปัญหาไม่โกงตรวจสอบได้

วันนี้ 12 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดนราธิวาสได้มีประกาศการสิ้นสุดวาระการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลง และให้เปิดรับสมัครนายก และสมาชิกเทศบาล ในวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2568 และมีกำหนดการเลือกในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 นั้น

ด้านด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส พร้อมทีมงานทีมนราโปร่งใส ได้เดินทางหาเสียงในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส เดินเท้าหาเสียงตามบ้านเรือน แนะนำตัวขอคะแนนจากพี่น้องประชาชนพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งเป็นการเข้าถึงพี่น้องประชาชนแบบเคาะประตูบ้าน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีและอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนพร้อมชูนโยบายโปร่งใสพัฒนาแก้ปัญหาเข้าหาได้ง่าย โดยระหว่างที่ทีมนราโปร่งใสกำลังหาเสียงอยู่นั้น ชาวบ้านบางคนถึงกับลั่นว่า“ผมไม่รับเงิน”ถ้าใครเอาเงินมาให้เพื่อให้เลือกผมจะไม่เอาคนนั้น ซึ่งตรงกับนโยบายของทีมนราโปร่งใสเพราะไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยเด็ดขาด

สำหรับทีมนราโปร่งใสมีนโยบายที่ชัดเจนคือการไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อทีมว่าทีมนราโปร่งใส โปร่งใส ไม่โกง ไม่ฮั้ว และมีนโยบายหลักในการพัฒนาเมืองนราธิวาสให้เป็นเมืองท่องเที่ยว แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน พัฒนาทักษะด้านการศึกษา อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน สนับสนุนอุปกรณ์ส่งเสริมกีฬาชุมชน ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุ

ด้านด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส กล่าวว่าสำหรับนโยบาบแรกของผมคือคือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยังยืน ซึ่งหลายพื้นที่ในนราธิวาสเกิดน้ำท่วม บางพื้นที่ไม่สมควรที่จะท่วมเราจะทำอย่างไรให้น้ำลงสะดวก นโยบายที่2คือ นราธิวาสต้องเป็นเมืองท่องเที่ยวมองเศรษฐนราธิวาส มี 3 เรื่องคือ 1.เรื่องการท่องเที่ยว 2.เรื่องการค้าขาย และ 3.เรื่องการประมง ถ้าการท่องเที่ยวดีการค้าขายย่อมดีตามและเราจะเชื่อมการประมงกับการค้าขายให้ได้ ทั้งนี้เพื่อยกระดับประมงให้อาชีพประมงมีรายได้มากขึ้น เราต้องมีการเตรียมสถานที่รับนักท่องเที่ยว นโยบายการจอดรถสองแถวที่มาจากตากใบ บาเจาะ สุไหงปาดี

ต้องมีที่จอดรถที่หาดนราทัศน์เราต้องมีตลาดสินค้ามือสอง ซึ่งตลาดมีลานวัฒนธรรม ตลาดปลาเชื่อมกับประมงและท่องเที่ยวให้ได้มีห้องน้ำห้องละหมาด และเรามีนโยบายการศึกษามีทักษะโรงเรียนกีฬาของเทศบาล ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เน้นภาษเน้นศิลปะ พอเรามีโรงเรียนกีฬาต้องมีรถรับส่งนักเรียนของเทศบาล โดยเด็กที่เรียนโรงเรียนกีฬาที่อยู่ชายทะเล กำปงบารู และอื่นๆสามารถรับส่งนักเรียน เราจะมีการส่งเสริมศาสนาแต่ละศาสนาไม่ว่าศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลามและ ศาสนาคริสต์ โดยเราไม่เลือกปฎิบัติศาสนาอิสลามก็มีศูนย์เรียนรู้กีรออาตี ส่วนศาสนาอื่นเรามีทีมงานของศาสนาอื่น และ 3 นโยบายขยะเศรษฐกิจเราเห็นขยะในชุมชนเยอะมากทำอย่างไรให้เป็นขยะเศรษฐกิจทำอย่างไรให้ขยะมีมูลค่า ซึ่งเราสามารถขายหรือจำหน่ายได้ อย่างน้อยเศรษฐกิจจะดึขึ้นและลดขยะในชุมชนและสะอาดมากขึ้นได้อีกด้วย

ด.ต.มโณ วารีวะนิช ยังกล่าวต่ออีกว่าสำหรับทีมนราโปร่งใส ทีมเราไม่มีนโยบายซื้อสิทธิ์ขายเสียง เราทำงานการเมืองด้วยความโปร่งใส เพราะถ้ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ไม่ใช่เพราะว่าทีมเราไม่มีเงิน แต่ถ้ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็เท่ากับว่าต้องมีการลงทุนซึ่งเท่ากับว่าถ้าลงทุนไปแล้ว เป็นทุนนิยมทางการเมือง สุดท้ายผมเองก็ต้องเข้าไปทุจริตโกงกินเพื่อดึงทุนกลับมาและในส่วนของนโยบายที่เราตั้งใจจะทำให้พี่น้องประชาชนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเราต้องมีการคิดว่าเราต้องมีการถอนทุน

แต่ถ้าผมได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนด้วยพลังอันบริสุทธิ์ ซึ่งนโยบายทั้งหมดที่ออกมานั้นผมสามารถดำเนินการได้เลยเพราะเราไม่ต้องคิดคำนวณในเรื่องของการคืนทุน ซึ่งต่อไปนั้นในการทำถนน 10 เซนฯ ก็ต้องทำ 10 เซนฯ ถนน 15 เซนฯ ก็ต้องทำ 15 เซนฯ ซึ่งแบบแปลออกมาแบบไหนนั้นก็ต้องทำตามแบบแปลงนั้น ซึ่งเป็นที่มาของทีมนราโปร่งใส เปิดเผยโปร่งใสตรวจสอบได้เพราะต่อไปเราจะมีแอพพลิเคชั่น ในการที่พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบทีมบริหารของทีมนราโปร่งใส
/////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สงกรานต์ ขนทรายเข้าวัด-ปักตุงทำบุญปีใหม่เพื่อเสริมสิริมงคลในช่วงปี๋ใหม่เมือง วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อ.เมืองน่าน

จังหวัดน่าน สงกรานต์เริ่มแล้ว ประชาชน นักท่องเที่ยว ขนทรายเข้าวัด-ปักตุงทำบุญปีใหม่เมือง บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดน่านเริ่มคึกคัก วัดหลายแห่งเตรียมความพร้อมต้อนรับประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญเสริมสิริมงคลในช่วงปี๋ใหม่เมือง อย่างที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อ.เมืองน่าน

ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน จัดกิจกรรมสรงน้ำพระ บูชาตุง ข่วงสะหรีปี๋ใหม่เมืองน่าน จัดทำเจดีย์ทรายโดยใช้ไม้ไผ่สานมาขดให้เป็นวงกลม เพื่อให้ประชาชนชาวน่าน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ได้ขนทรายมาใส่ให้เต็มเป็นชั้น ๆ และปักตุง 12 ราศี และสรงน้ำพระพุทธรูป

เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีที่ชาวเหนือ ชาวล้านนายึดถือกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยมีความเชื่อว่าการปักตุงจะเป็นการช่วยเหลือญาติที่อยู่ในภพภูมิชั้นที่ต่ำกว่า ให้สามารถเกาะชายตุงขึ้นมาชั้นภพภูมิที่ดีกว่า ส่วนการขนทรายเข้าวัด เป็นการนำทรายมาทดแทนส่วนที่ติดเท้าออกไปจากวัด

เพื่อให้วัดได้ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างต่างๆ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดและปฏิบัติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ ปี๋ใหม่เมือง นายโยธิน ทับทิมทอง ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์หรือปี๋ใหม่เมืองชาวเหนือ ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สามารถสะท้อนอัตลักษณ์

ประเพณี และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาสากล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่รัฐบาลไทยต้องการนำเสนอสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก หลังจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เป็นมรดกโลกวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 เป็นประเพณีที่ทรงคุณค่าที่ขอเชิญชวนชาวไทยทุกท่านร่วมกันอนุรักษ์รักษาไว้

สำหรับจังหวัดน่านจัดงานมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568 ตั้งแต่วันที่ 11 -16 เมษายน 2568 ทั้งภาครัฐและเอกชนได้จัดกิจกรรมหลากหลาย เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีและวัฒนธรรมของไทย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และการกระจายตัวของการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของเพณีสงกรานต์

ที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเหนือต่างๆ มากมาย อาทิเช่น การทำบุญไหว้พระสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิกดิ์สิทธิ์, การปักตุงก่อเจดีย์ทรายเสริมสิริมงคล ,พิธีสงเคราะห์สะตวงหลวงเมืองน่าน ชมขบวนน้ำสรงพระราชทานฯ สรงน้ำพระหลักเมืองน่าน และขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียงน่าน ขบวนนางสงกรานต์ ชมการแสดงตีกลองปูจา กลองแอว ประชันจิสะโป็ก กิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์การแสดงดนตรี ของเยาวชนจังหวัดน่าน และการแสดงมินิคอนเสิร์ต ที่ถนนข้าวแต๋น

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมกิจกรรมต่างๆ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของชาวเหนือ ความสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจจากการแสดงดนตรีสด ดนตรีพื้นบ้าน ได้เติมเต็มความสุขและผ่อนคลาย ในช่วงประเพณีสงกรานต์ ปี๋ใหม่เมืองนี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฤาษีตาไฟหาคนไม่เจอ เลยจุดไฟเผาบ้านเรียก

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ศูนย์รับแจ้งเหตุ สภ.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มกดาหาร ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้บ้านที่บ้านไม่มีเลขที่บ้านตาเปอะ ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินไปตรวจสอบพบบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงกำลังถูกไฟไหม้โดยมีนายสุรชัย พันธ์ชัย อายุ 47 ปี ฉายาฤาษีตาไฟ ผู้ก่อเหตุเดินวนไปมาพร้อมกับท่องคาถาอยู่บริเวณรอบบ้าน จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน โดยนายสุรชัย ยอมรับว่าตนเองเป็นคนจุดไฟเผาบ้านหลังดังกล่าวเอง สืบเนื่องจากต้องการหาตัวนายสมปอง อาจหาญ หรือนายกระแต ซึ่งเอาสว่านไฟฟ้าของตนไปขาย และเมื่อตนนั่งทางในดูเห็นภาพนายกระแต อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้จุดไฟเผาบ้านเพื่อให้นายกระแตออกมา เจ้าหน้าที่จริงได้ควบคุมตัวฤาษีตาไฟไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฤๅษีตาไฟจุดไฟเผาบ้านเรียกคน #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้ว.ประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568


เมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่11เมษายน2568 ณ. บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เขตเทศบาลเมืองสวรรคโลกตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568

โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา นางนงลักษณ์ ก้านเขียว สมาชิกวุฒิสภา นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น

บุคลากรเทศบาลเมืองสวรรคโลก และประชาชนเข้าร่วมในพิธี ในการนี้ นายชาตรีวัฏฐ์ อินทร์บุหรั่น ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองสวรรรคโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

งานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ

ในการอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในอำเภอสวรรคโลก บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก

มีประชาชนชาวสวรรคโลกและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะครอบครัวและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้งนี้ภายในงานได้จัดเป็นซุ้มขายอาหารและจัดโต๊ะทานอาหารไว้บริการประชาชนที่เข้ามาเที่ยวชมงานชมการแสดงบนเวทีในทุกค่ำคืนอีกด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี/มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ มอบอาหารกล่องให้ทีมกู้ภัย และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ

10 เมษายน 2568 : 15.30-16.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/ประธานมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์,พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ทีมงาน พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ : ลงพื้นที่มอบอาหารกล่องให้กับหน่วยงานทีมกู้ภัย และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ที่ได้มาร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐนิวส์ – สื่อรัฐทีวี/ มหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ พระสงฆ์-ประชาชนร่วมใจฟื้นประเพณีโบราณ แห่พระพุทธรูปสำคัญ เสริมสิริมงคล/ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ 2568

จังหวัดน่าน เตรียมพร้อมประเพณีมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568 อัญเชิญพระสิงห์หลวง อายุกว่า 500ปี พร้อมเข้าร่วมขบวนแห่น้ำสรงพระราชทานพระหลักเมืองน่าน ขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียง เสริมสิริมงคลบ้านเมือง และประชาชนชาวน่าน

จังหวัดน่าน โดยสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่ายด้านวัฒนธรรม นำโดย พระเดชพระคุณพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน และเจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง ทำพิธีอัญเชิญพระสิงห์หลวง อายุกว่า 500 ปี ที่ประดิษฐานอยู่ในกุฎิ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ไปประดิษฐาน ณ วิหารหลวง เพื่อเตรียมพร้อมร่วมขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียง ขบวนแห่น้ำสรงพระราชทานพระหลักเมืองน่าน พร้อมกับพระพุทธรูปสำคัญทั่วเมืองน่าน ในงานประเพณีมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568

ทั้งนี้ พระเดชพระคุณพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน และเจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง กล่าวเจริญพรว่า จังหวัดน่าน ทั้งภาครัฐ คณะสงฆ์ และประชาชนชาวน่าน ได้พร้อมใจกันฟื้นฟูวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณกาล ในการแห่พระพุทธรูปสำคัญรอบเมืองในวันสำคัญ อย่างเช่นวันสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับบ้านเมือง ประชาชนที่ต่างร่วมใจกันมาทำบุญ ซึ่งในปีนี้จะได้อัญเชิญพระพุทธสิงห์หลวง เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สำคัญ สันนิษฐานอายุกว่า 500 ปี

ประดิษฐานอยู่ในกุฎิ ในวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร มาประดิษฐาน ณ วิหารหลวงตลอดไป เพื่อให้ประชาชนได้เข้ากราบไหว้ และเตรียมพร้อมเพื่ออัญเชิญขึ้นบุษบก ร่วมขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียง ขบวนแห่นำสรงพระราชทานพระหลักเมืองน่าน พร้อมกับพระพุทธรูปสำคัญทั่วเมืองน่านอีก 30 กว่าวัด เพื่อให้ประชาชนชาวน่าน และนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในวันมหาสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่เมือง

สำหรับประเพณีมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568 จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 11-16 เมษายน วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จะได้มีการจัดงานสรงน้ำพระบูชาตุง ข่วงสุขสรีปี๋ใหม่เมือง 2568 โดยในวันที่13 เมษายน 2568 ในเวลา 15.00 น. ประกอบพิธีสงเคราะห์สะตวงหลวงเมืองน่าน ลั่นกลองปูจา กลองแอว ประชันจิสะโป็กและ

ในวันที่ 15 เมษายน 2568 เวลา ประกอบพิธีบวงสรวงแก้มเลี้ยงอาลักษณ์ พระหลักเมืองนครน่าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง ลงสรงเสพรับเสวยเครื่องบวงสรวงและเครื่องแก้ม และพิธีสืบชะตาหลวงเมืองน่าน นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประเพณี พร้อมด้วยภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชน พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดน่านเข้าร่วมพิธี โดยในเวลา 13.00 น.

จะมีการเคลื่อนขบวนน้ำสรงพระราชทานฯและขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียงน่าน ขบวนนางสงกรานต์ ณ ถนนผากองหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (หอคำ) จังหวัดน่านเคลื่อนขบวนตามเส้นทางที่กำหนดผ่านถนนอนันตวรฤิทธิเดช นำริ้วขบวนเคลื่อนผ่านไปยังถนนสมุนเทวราช (ถนนวัฒนธรรมสายข้าวแต๋น) มุ่งหน้าแยกวัดกู่คำ ณ ประตูไชย (วัดกู่คำ) และเวลา 16.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระราชทานและพวงมาลัย ถวายผ้าดิ้นทอง ณ พระหลักเมือง วัดมิ่งเมือง ทั้งนี้นายอำเภอทั้ง 15 อำเภอจะได้สรงน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำอำเภอ และให้ประชาชนเข้าสรงน้ำพระหลักเมืองน่าน และสรงน้ำพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดน่านจนกว่าจะเสร็จพิธี/ภาพข่าวรพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาเ นายกสมาตมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ ลงพื้นที่อำเภอท่าวังผา เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ และภารกิจของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและด้านการจัดการหนี้ของเกษตรกร

ตามโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่สาขาจังหวัด โดยมี นายสนิท มณเฑียร รองประธานอนุกรรมการฯ จังหวัดน่านคนที่ 1 นายสุบรรณ นรินทร์และนายสมบูรณ์ ขอคำ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน เข้าร่วมด้วย ณ หอประชุมบ้านสบขุ่น หมู่ 7 ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ 2568 ยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 17.00 น. ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนช่วงวันหยุดยาว

โดยมี พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พ.ต.ท.สีหราช สุคันธมาลา สว.ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. ร.ต.ท.เสน่ห์จร สมจิตต์ พลขับ และ ร.ต.ท.ธงชัย พุ่มอรัญ พนักงานสอบสวน เข้าร่วมการปล่อยแถว
สำหรับพิธีปล่อยแถวในครั้งนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับนโยบายชัดเจนและพร้อมออกปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน ทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเทศกาลสงกรานต์ หรือ “ปี๋ใหม่เมือง” ของจังหวัดน่าน โดยตำรวจภูธรจังหวัดน่านบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน ตำรวจท่องเที่ยว มณฑลทหารบกที่ 38 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน (กอ.รมน.)

โรงพยาบาลน่าน เจ้าหน้าที่ ปภ.น่าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ.น่าน เพื่อป้องกันอาชญากรรม ควบคุมการจราจร และดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.สวรรคโลกจัดโครงการดีๆปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิด จ.สุโขทัย


เมื่อเวลา18.00น.ของวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ.ชานชาลาสถานีรถไฟ สวรรคโลก ที่มีอายุร่วม100กว่าปีเขตเทศบาลเมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้มีการจัดนิทรรศการภาพเก่าชุมชนไทย-จีนเมืองสวรรคโลก กลุ่มสาน สร้าง สรร สวรรคโลกตั้งแต่

วันที่10-16เมษายน2568โดยมีนาย สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นประธานพิธีเปิดพร้อมนาย เอนก วิทยาพิรุณทองอำเภอสวรรคโลก

ทั้งนี้ คุณ สุธินี ทรงมณี ประธานกลุ่มสาน-สร้าง-สรร สวรรคโลกได้กล่าวต้อนรับประธานและแขกผู้มีเกียรติมีการแสดงดนตรีจีนการแสดงการเชิดสิงโตของกลุ่มลูกพระพุทธเรืองฤทธิ์ที่ดำเนินงานสร้างโดยกลุ่มคนสวรรคโลกแสดงเปิดงาน. ทั้งนี้เวลา19.10น.นาย นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

ได้เดินทางมาเยี่ยมชมงานโดยมีนาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำสวรรคโลกพร้อมนาย พิพัฒน์พงษ์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัยเขต2ได้มาต้อนรับและพาเยี่ยมชมแผงภาพที่โชว์หน้าชานชาลารถไฟภายในงานพร้อมร่วมชิมอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองสวรรคโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นคือก๋วยเตี๋ยวสวรรคโลกไทย-จีนที่ใช้สูตรต้นตำหรับทำมากว่า100ปี.

ทั้งนี้วัตถุประสงค์การจัดงาน อนึ่งอำเภอสวรรคโลกด้านประวัติศาสตร์อดีตเคยเป็นจังหวัดมาก่อนเมื่อปี(พ.ศ.2437-2482.)เป็นหนึ่งในอำเภอที่มีศักดิ์ภาพหลายๆด้านเช่นการท่องเที่ยวมี่ระบบขนส่งมวลชนทั้งรถไฟ รถเมล์รถโดยสาร เครื่องบินอดีตเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้าฝ้ายของประเทศมีธนาคารพาณิชย์มากที่สุดในประเทศ และยังเป็นชุมชนจีนที่ใหญ่ที่สุด

ในจังหวัด.สำหรับวัตถุประสงค์การจัดงาน นิทรรศการภาพเก่าชุมชนไทย-จีนสวรรคโลกครั้งนี้ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ความเป็นชุมชนไทย-จีนรวบรวมภาพเก่าในชุมชนสวรรคโลกซึ่งมีคุณค่าในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองสวรรคโลกให้ภาพเล่าเรื่องเผยแพร่วิถีของดีชุมชนส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและปลูกฝังจิตสำนึกคนในพื้นที่อำเภอสวรรคโลกให้รักบ้านเกิดด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่โขงหาดมโนภิรมย์เฮี้ยน คร่าชีวิตหนุ่มลงเล่นน้ำดับ 1/รพ.มุกดาหารป่วน ตู้คีออสลงทะเบียนเสีย ผู้ป่วยนับ 100 ยืนรอบัตรคิว/ตู้คีออสโรงพยาบาลมุกดาหารเสียผู้ป่วยยืนรอบัตรคิวนับรอย/แรงงานชาวลาวแห่กลับบ้านสงกรานต์ปีใหม่

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2568 พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีคนจมน้ำโขงเสียชีวิตที่หาดมโนภิรมย์ ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่

จึงสั่งการให้​พ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง พนักงานสอบสวนเวรสภ.หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุบริเวณซุ้มนั่งรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขงที่ 28 หาดมโนภิรมย์ โดยร่างของผู้จมน้ำเสียชีวิต ถูกนำส่งโรงพยาบาลหว้านใหญ่ ทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า คือ นายอภิสิทธิ์ แก้วพวง อยู่บ้านทรายทอง ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่

เพื่อนที่มาด้วยกันกับนายอภิสิทธิ์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ พร้อมเพื่อนๆ ประมาณ 6-7 คน ได้เดินทางมาเที่ยวเล่นหาดมโนภิรมย์ และนั่งดื่มกินกันที่ซุ้ม 28 จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เดินลงไปเล่นน้ำโขงบริเวณด้านหน้าซุ้ม แล้วได้หายไปเป็นระยะเวลานาน

จนกระทั่งเพื่อนที่มาด้วยผิดสังเกตที่ไม่เห็นนายอภิสิทธิ์กลับมาที่ซุ้ม จึงได้พากันออกตามหา เป็นเวลานานก็ไม่พบ​จึงได้แจ้งหน่วยกู้ภัยร่วมตามหา จนกระทั่งในเวลาต่อมาได้พบร่างนายอภิสิทธิ์ จมน้ำอยู่ห่างจากซุ้มรับประทานอาหารประมาณ 100 เมตร จึงรีบนำส่ง ร.พ.หว้านใหญ่ เพื่อช่วยเหลือชีวิต แต่ปรากฎว่านายอภิสิทธิ์ ได้เสียชีวิตแล้ว

หนุ่มจมน้ำหาดมโนภิรมย์มุกดาหารดับ #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

รพ.มุกดาหารป่วน ตู้คีออสลงทะเบียนเสีย ผู้ป่วยนับ 100 ยืนรอบัตรคิว

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่บริเวณหน้าตู้รับลงทะเบียนยื่นรับบัตรคิวผู้ป่วยที่จะเข้ารับบริการรักษาพยาบาล บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมุกดาหาร ตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีผู้ป่วยจำนวนมากมายืนต่อคิวเข้าแถวเพื่อรอรับบัตรคิวจากตู้คีออส

ซึ่งโรงพยาบาลตั้งไว้ให้บริการจำนวน 3 ตู้ แต่ปรากฏว่าระบบเครื่องขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมดอ่ะ จนทำให้มีผู้ป่วยต้องมายืนรอเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับ 100 คน กระทั่งเวลาประมาณ 07.10 น.

จึงได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการแก้ไข จนกระทั่งเครื่อง สามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ยอดสะสมของผู้ป่วยที่มารองรับบัตรคิวก็ยังคงมีจำนวนมากเช่นเดิม กระทั่งเวลาผ่านไประยะหนึ่ง สถานการณ์จึงได้เข้าสู่สภาวะปกติ

ตู้คีออสโรงพยาบาลมุกดาหารเสียผู้ป่วยยืนรอบัตรคิวนับรอย #โรงพยาบาลมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

บขส.มุกดาหารทะลัก แรงงานลาวแห่กลับบ้าน โอดโดนรถสามล้อโขกค่าโดยสารหัวละ 200 บาท

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร (บขส.มุกดาหาร) ได้มีรถโดยสารจำนวนมากรับแรงงานชาว สปป.ลาว มาส่ง เพื่อที่จะต่อรถโดยสารระหว่างประเทศ(มุกดาหาร -สะหวันนะเขต)

กลับบ้านไปเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ลาวที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยมีรถโดยสารวิ่งเข้าออกตลอดทั้งวัน

ขณะเดียวกัน ได้มีรถสามล้อรับจ้างหรือสกายแล็ปจำนวนมากมารอรับแรงงานชาวลาวไปส่งที่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร เพื่อขึ้นรถโดยสารข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

กลับบ้าน โดยรถสามล้อนรับจ้างเรียกเก็บค่าโดยสารคนละ 200 บาท ไม่รวมสัมภาระซึ่งจะเรียกเก็บตามขนาด ทำให้แรงงานชาวลาวต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก บางคนถูกเรียกเก็บในราคาสูงมากถึง 400-500 บาท

ทั้งที่จาก บขส .มุกดาหาร ไปยังด่านพรมแดนมุกดาหารมีระยะทางเพียง 7 กิโลเมตร ทำให้แรงงานชาวลาว ต่างพากันบ่นว่าเสียค่าใช้จ่ายแพงมากจนทำให้ได้รับความเดือดร้อน

เนื่องจากต้องเสียเงินให้กับรถโดยสารเป็นจำนวนมากจนทำให้เหลือเงินกลับบ้านเพียงเล็กน้อย แต่ก็ต้องจำยอมจ่ายเพราะไม่มีทางเลือก เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสำคัญที่ชาวลาวจะต้องกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าในช่วงสงกรานต์ของทุกปี

แรงงานชาวลาวแห่กลับบ้านสงกรานต์ปีใหม่ลาว #สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไทบ้าน สตูดิโอ ตั้งโต๊ะบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์ 3 เรื่องรวด สัปเหร่อ ภาค 2 เทยไทบ้าน และ ผีเข้า ด้านผู้กำกับ ต้องเต คาดหนังจะเข้าฉายปลายปี 68 นี้


เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2568 ที่หน้าศาลหลักเมือง ถนนเทพา อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ น.ส. ชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชจังหวัดศรีสะเกษ นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ทีมงานไทบ้าน สตูดิโอ ได้ประประกอบพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง “จักรวาลไทบ้าน เทยไทบ้าน” เรื่อง “สัปเหร่อ 2 โลกหลังความตาย” และเรื่อง “ผีเข้า” เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้การถ่ายทำเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสำเร็จตามวัตถุประสงค์ มีเข้าไปชมภาพกันอย่างแพร่หลาย โดยมีทีมงานผู้จัด ผู้กำกับภาพยนตร์ ดารา นักแสดงภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องร่วมในพิธีกันคึกคัก


***นายธิติ ศรีนวล หรือ ต้องเต ผู้กำกับหนังสัปเหร่อ ที่เป็นกระแสรายได้ทะลุ 700-800 ล้านบาท เปิดเผยว่า หนังสัปเหร่อ ภาค 2 ในครั้งนี้เป็นเรื่องราวภาคต่อของสัปเหร่อ และยังเป็นเรื่องราวโลกหลังความตายเหมือนเดิม แต่รอบนี้จะมีเส้นเรื่องอีกมิติหนึ่ง ส่วนนักแสดงเรื่องสัปเหร่อ2 รอบนี้จะเป็นนักแสดงทั้งกลุ่มใหม่ และกลุ่มเดิม ในเรื่องคนที่รับบทเป็นนางเอกใหม่ คือ น้องอุ้ม นักแสดงจากช่อง 3 โดยความคาดหวังกับ เรื่องสัปเหร่อภาค 2 ทีมผู้จัดคาดหวังว่าขอให้รายได้เท่าทุน หรือไม่เจ๊งก็เพียงพอแล้ว จะให้ยอดทะลุ 800 ล้านบาท เหมือนภาคแรก ทางตนก็ไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น ตนอยากฝากหนังเรื่องสัปเหร่อ 2 ให้มาชมกันเยอะๆหนังจะเข้าประมาณวันที่ 6 พฤศจิกายน2568 นี้ไปดูไปชมกันถ้าไม่ดีไม่สนุกด่าได้


***ด้าน น้องอุ้ม อิษยา ฮอสุวรรณ เปิดเผยว่า รอบนี้ตนได้รับบทแสดงเป็นนางเอก ชื่อ ขวัญข้าว ในเรื่องสัปเหร่อ 2 ตนรู้สึกตื่นเต้นและดีใจ ในครั้งนี้ที่ได้โอกาสมาร่วมแสดงในหนัง สัปเหร่อ 2 แล้วรู้สึกสนุกมาก ตนหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆกับหนังเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังได้ร่วมแสดงในหนังเรื่อง ผีเข้า โดยรับบทเป็น พยาบาลสาว ชื่อ นัท ทั้งนี้ตนขอฝากภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ 2 เรื่องผีเข้า และเรื่องเทยไทบ้าน ทั้ง 3 เรื่อง ที่มีทั้ง 3 รสชาติให้แฟนภายยนต์ได้ติดตามชมกันด้วย


***ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในพิธีบวงสรวงได้มีการจุดูปเลขเสี่ยงทายให้กับเหล่าผู้จัด ผู้กำกับ นักแสดง และผู้ที่ร่วมในพิธี ได้ลุ้น และนำไปเสี่ยงโชคอีกด้วย ซึ่งเลขที่ได้คือ เลข 339
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีสรงน้ำพระราชทาน พระพุทธมหามุนี หรือ หลวงพ่อโต พระคู่เมืองศรีสะเกษ

วันนี้ (10 เม.ย. 68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำสรง เพื่อเชิญไปสรงพระพุทธมหามุนี (หลวงพ่อโต) ในงานนมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อโต “บูชาพระใหญ่ ไหว์ตรุษสงกรานต์ สนานธรรมราช” ประจำปี 2568 ณ วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2568 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อโต เป็นการรักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีของชุมชน วัด และส่วนราชการ

โดยมี พระพรหมวชิรดม เจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายฆาราวาส นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม นายธาตรี สิริรุ่งวนิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธีเป็นเจ้านวนมาก

พระพุทธมหามุนี หรือ หลวงพ่อโต เป็นพระนามของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ชาวบ้านชาวเมืองศรีสะเกษและพุทธบริษัททั่วไปเรียกขานจนติดปากถึงทุกวันนี้ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ปางมารวิชัย ศิลปะแบบนครจำปาสัก สกุลช่างเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก สร้างเมื่อราวปี พ.ศ. 2328 สร้างด้วยก่ออิฐฉาบปูน

หรือหล่อด้วยปูน หรือแกะสลักหิน ยังสันนิษฐานไม่ถนัดนัก มีขนาดตั้งแต่รากฐานถึงยอดพระเมาลีสูง 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.5 เมตร เฉพาะพระพาหา (แขน) ไม่สามารถจะโอบรอบได้ พุทธลักษณะงดงามตามยุคสมัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดมหาพุทธารามหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการเคารพ สักการะบูชา และยกย่องเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ มาตั้งแต่สมัยเมืองศรีนครเขต จนถึงปัจจุบัน มีอายุราว 240 ปี (พ.ศ.2568)

ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส่องเลขเด็ด!! พิธีไหว้ครู สำนักพรหมมหาญาณ ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว

วันนี้ (9 เม.ย.68) เวลา 09.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สำนักพรหมมหาญาณ บ.222 หมู่ 11 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว (ละลุดินแดนมหัศจรรย์) อาจารย์จุฬามุณี พรหมญาณพยากรณ์ องค์ประธานพระโพธิสัตว์กวนอิม

โหราจารย์พรหมมุนีศรีวโลโพธิญาณ องค์ประธานปู่ฤาษีเศรษฐีนวโกฏิ ประธานในพิธี ได้ร่วมกันจัดพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ประจำปี ๒๕๖๘ โดยมี คณะหมอพราห์มผู้ประกอบพิธี หมอนัดวัดโบสถ์ พิณแคน ขวัญใจคนเดิม วันชาติ ได้มาร่วมพิธีในครั้งนี้

โดยในพิธี..มีนางรำสายญาณมากมาย และ อาคันตุกะมาร่วมพิธีทั่วสารทิศ ช่วงสุดท้ายพิธีก็มีพิธีการสู่ขวัญบายศรีให้แก่เจ้าภาพ และลูกศิษย์ลูกหาลูกหลานได้ร่วมผูกแขนอวยพรให้ เจ้าตำหนักเจ้าภาพในพิธีต่อไปอีกด้วย.

ช่วงกลางคืนวันที่ 8 เมษายน เวลา 22:30 น ก่อนวันงานช่วงเวลาลูกศิษย์ร่วมด้วยช่วยกันจัดตั้งปรำพิธีบายศรีได้มีปรากฏก็มี “พระจันทร์เกิดการทรงกลด” ตรงหน้าบนยอดปรำพิธี สื่อถึงความหมายที่ดีมาก.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมสืบสานประเพณีไทย เล่นน้ำกับสัตว์ป่าน่ารัก 12-16 เมษายน ศกนี้ /อธิบดีอัยการ สนง.คดีปกครอง นำคณะร่วมรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส

ชมการแสดงแมวน้ำแสนรู้ทุกรอบ ฟรี!!! ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา จัดกิจกรรมวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 เมษายน 2565 เพื่อร่วมสืบสานประเพณีไทย กับกิจกรรมสรงน้ำพระเสริมสร้างสิริมงคล ทำบุญพระประจำวันเกิด เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย

กิจกรมร่วมรณรงค์การแต่งกายแบบไทย กิจกรรมกองทุนอุปถัมภ์สัตว์ป่า สนุกสนานรื่นเริงกับขบวนมาสคอทเริงร่า ยกทัพสร้างสีสันตลอดทั้งวัน กิจกรรมชุ่มฉ่ำกับเส้นทางอุโมงค์น้ำ, กิจกรรมภายในห้องสมุดมีชีวิต, นิทรรศการข้อมูลความรู้สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม, กิจกรรม DIY ศิลปะเพื่อการอนุรักษ์, กิจกรรมเกมบิงโก สัตว์ป่าและธรรมชาติ การละเล่นพื้นบ้านสืนสานวัฒนธรรมไทย

ชมการแสดงความสามารถของสัตว์นานาชนิด ร่วมสนุกเล่นน้ำสงกรานต์กับสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ฮิปโปแคระ, ส่วนแสดง Mini Zoo, ช้างแอฟริกา, คาปิบาร่า, แรดขาว, และฮิปโปโปเตมัส พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ เข้าชมการแสดงแมวน้ำแสนรู้ 12-16 เมษายน 2568 ฟรี ทุกรอบการแสดง

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ กับสมาชิกใหม่ 3 สายพันธุ์และพร้อมที่จะให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ม้าแคระ สายพันธุ์เชตแลนด์ เพศเมีย ชื่อน้องใบเฟิร์น เกิดวันที่ 1 เมษายน 2568 / อีแลนด์ เพศผู้ ชื่อน้องสงกรานต์ เกิด วัน 5 เมษายน 2568 และ แพะจิ๋ว เพศผู้ ชื่อน้องเมษา เกิด วันที่ 4 เมษายน 2568

จึงขอเชิญชวน ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ส่งเสริม อนุรักษ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย พร้อมทั้งร่วมกิจรรมและรับโปรโมชั่นอีกมากมาย ที่สวนสัตว์นครราชสีมา
สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายรายได้ ธุรกิจและสารสนเทศ 083-3720404 หรือทางแฟนเพจ สวนสัตว์นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

อธิบดีอัยการ สนง.คดีปกครองนครราชสีมา นำคณะข้าราชการในสังกัดร่วมรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส

เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ น. นายเอกคม ด้วงชะเอม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา นำคณะข้าราชการฝ่ายอัยการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา ร่วมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรท่านอัยการอาวุโส (อดีตอธิบดีอัยการภาค ๓ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค ๓ และอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค ๓ )

จากนั้นข้าราชการฝ่ายอัยการและเจ้าหน้าที่ร่วมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา และรองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครราชสีมา เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ๒๕๖๘ กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมงานประเพณีแห่พระคันธารราฐ ลอดซุ้มประตูเมือง “มหาสงกรานต์โคราช”12-15 เมย.2568 ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน ๒๕๖๘ ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสวนสุรนารี (สวนรัก) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา๙ เมษายน ๑๘.๐๐ น. เชิญร่วมแถลงข่าวการจัดงานสืบสานประเพณีแห่พระคันธารราฐ ลอดซุ้มประตูเมือง “มหาสงกรานต์โคราช” ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร

๑๒ เมษายน ๑๐.๐๐ น. ชมการประกวดเจดีย์ทราย ณ สวนสุรนารี (ส่วนรัก)
๑๖.๓๐ น. พิธีอัญเชิญพระคันธารราฐ ออกจากพระเจดีย์ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร
๑๗.๐๐ น. เชิญร่วมขบวนแห่อัญเชิญพระคันธารราฐ เดินทางตามเส้นทางถนนจอมพล ประชาชนร่วมโปรยดอกไม้ตลอดสองข้างทาง เดินทางไปยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

ชมริ้วขบวนอัญเชิญพระคันธารราฐแบบประเพณีไทยอีสาน และชมขบวนแห่สงกรานต์ (Songkran Carnival) สุดตระการตา
๑๘.๐๐ น. ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระคันธารราฐ ร่วมสรงน้ำพระคันธารราฐ เขียนคำอธิษฐานบนผ้าทองผ้าเงิน และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ณ ศาลาไทย ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

๑๓ เมษายน ๐๗.๐๙ น. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ ๒๙ รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
๑๔.๐๐ น. ชมการแข่งขันประกวดขั่วหมี่โคราช และตำส่มโคราช ๒๔ กระทะเหล็ก ณ สวนสุรนารี (สวนรัก) ๑๖.๐๐ น. ชมการขั่วหมี่โคราชกระทะยักษ์ บนถนนเล่นสงกรานต์จังหวัดนครราชสีมา “ถนนขั่วหมี่” มากิ๋นขั่วหมี่โคราชกันเด้อ ณ สวนสุรนารี (สวนรัก)

๑๗.๐๐ น. พบกับพิธีเปิดงานสุดอลังการ ร่วมต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ๑๗.๒๐ พิธีสวดขอขมา พิธีสรงน้ำพระคันธารราฐ สรงน้ำพระสงฆ์ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ กิจกรรมไฮไลท์พิธีแห่พระคันธารราฐลอดซุ้มประตูเมือง (ประตูชุมพล) เพื่ออัญเชิญกลับวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ร่วมจับชายผ้าทองผ้าเงิน ความยาว ๕๕๗ เมตร และสรงน้ำพระคันธารราฐตลอดสองข้างทางถนนจอมพล ๑๙.๓๐ น.

ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของเด็ก เยาวชน และศิลปินพื้นบ้าน ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ๑๔ เมษายน ๑๐.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. สรงน้ำพระคันธารราฐ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ๑๕ เมษายน ๑๘.๐๐ น. พิธีอัญเชิญพระคันธารราฐเข้าสู่พระเจดีย์ และพิธีห่มผ้าพระเจดีย์ ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร

๑๓-๑๕ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๑.๓๐ น. ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสวนสุรนารี (สวนรัก) พบกับกิจกรรมจัดเต็ม เล่นน้ำเสริมมงคลบนถนนราชดำเนิน อุโมงค์น้ำมนต์ ๙ วัด สรงน้ำพระพุทธรูปประจำวันเกิด ถ่ายภาพจุดเช็คอินโคราชเมืองน่าเที่ยว ร่วมกิจกรรมการประกวดทางศิลปวัฒนธรรม ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรีร่วมสมัย

กันตินันท์ เรืองประโคน / รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ จัดงาน”นาหูกวาง สตรีทอาร์ต 2025″ (Na HuKwang Street Art 2025) หาดแหลมกุ่ม 14 – 15 เมษายน 2568 ประจวบฯ

วันที่ 10 เม.ย. 2568 ที่หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง ได้จัดงานแถลงข่าวการจัดโครงการ “นาหูกวาง สตรีทอาร์ต 2025” (Na Hu Kwang Street Art 2025) โดยมี นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว

พร้อม นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขต 3 อำเภอทับสะแก นายเชาว์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายสายชล ชนะภัย น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ รองนายก อบต.นาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง น.ส.แอนนา ศิลปินชาวรัสเซีย นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาอบต.ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชน พนักงาน เข้าร่วมกิจกรรม

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นงานศิลปะมหาชนที่ตื่นตาตื่นใจ โดยนำเอาศิลปะร่วมสมัยมาผสมผสานกับแนวคิดการรีไซเคิลและ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีหาดแหลมกุ่มเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ ภายใต้ธีม “นาหูกวาง อัพไซเคิล” เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน สร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาขยะและความสำคัญของการรึไซเคิล

กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวและการจำหน่ายสินค้า สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทาดแหลมกุ่มและตำบลนาหูกวาง ซึ่งกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2568 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก โดยพิธีเปิดช่วงเย็นวันที่ 14 เมษายน มีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด

ไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน1) การออกร้านจำหน่ายลาหารที่สด สะอาด และอร่อย พบกับร้านอาการหลากหลายที่คัดสรรเมนูคุณภาพ ทั้งอาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้านรสเด็ด และของหวานท้องถิ่นสุดอร่อย ทุกเมนูผ่านการคัดเลือกเพื่อความสะอาด ปรุงสดใหม่ พร้อมเสิร์ฟให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลองรสชาติที่หลากหลายและประทับใจ ไปกับความอร่อยแบบต้นตำรับของตำบลนาหูกวาวาง
2) ร่วมลงสีสันบนสตรีทอาร์ตใหญ่ที่สุดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ : ภาพ Street Art ออกแบบโดย “Miss Anna” ศิลปินอิสระชาวรัสเซีย รังสรรค์ผลงงานที่สร้าง

จากเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ของตำบลนาหูกวาง ศิลปินจะทำการร่างโครงแล้วให้นักท่องเที่ยว ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ศิลปินพื้นที่ร่วมกันลงสีเพื่อแสดงถึงพลังความสามัคคี ที่พร้อมต้อนรับการท่องเที่ยวตำบลนาหูกาง 3) ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน นั่งฟังสบาย ๆ ริมทะเล ผ่อนคลายไปกับเพลงที่คุณชื่นชอบในบรรยากาศชิลล์ ๆ ริมทะเล รับลมเย็น ๆ เพลิดเพลินกับบทเพลงสบาย ๆ ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะมากับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนฝูงก็สามารถนั่งฟังและตื่นด่ำไปกับช่วงเวลาพิเศษได้

4) ชมประติมากรรมจากขยะพลาสติก ประติมากรรมสุดสร้างสรรค์ที่รังสรรค์ขึ้นจากขยะพลาสติกในชุมชน เปลี่ยนสิ่งของไร้ค่าให้กลายเป็นผลงานทรงคุณค่า แฝงแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกระตุ้นจิตสำนึกในการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

5) มุมถ่ายภาพเก๋ ๆ จากขยะเป็นงานศิลป์ พบกับจุดถ่ายภาพสุดครีเอทีฟที่นำขยะมาเปลี่ยนเป็นงานศิลป์สุดชิค ไม่ว่าจะเป็นฉากหลัง หรือโครงสร้างที่สร้างจากวัสดุเหลือใช้ กลายเป็นสถานที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มาถ่ายรูป เช็คอิน และแชร์ความประทับใจลงโชเชียล พร้อมทั้งเรียนรู้แนวคิดรีไซเคิลและเห็นคุณค่าของสิ่งของรอบตัวในมุมมองใหม่ ซึ่งกิจกรรมจะมีทุกเย็น
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

รถพ่วงวูบหลับใน เสียหลักพลิกคว่ำขวางถนน รถติดยาวนับ 10 กิโล

เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 10 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำขวางถนนเหตุเกิด ช่วงระหว่าง หลัก กม.ที่ 352 – 353 หมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จึงพร้อมด้วยสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทับสะแก กู้ภัยทางหลวง หมวดการทางทับสะแก มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทับสะแก รุดไปตรวจสอบ

พบที่เกิดเหตุ บริเวณขาขึ้น กทม.ช่วงก่อนถึงโค้ง โรงพยาบาลทับสะแก พบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ สีแดงชมพู ตัวแม่ หมายเลขทะเบียน 70-0684 พังงา ตัวลูก 80-6689 พังงา บรรทุก พลิกคว่ำขวางถนน กะลาปาล์มสับที่บรรทุกมาตกกะจายเกลื่อนถนน โดยตัวลูกหลุดจากหางลากตัวแม่ ข้างทางพบลอยรถเสียหลักชนเสาไฟขาดสะบั้น ด้านหน้ารถกระจกแตกได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องประสานรถแบคโฮมากวาดไกล่เกลี่ยกะลาปาล์มและยกรถขึ้นลากไปโรงพักเพื่อเปิดการจราจรให้รถวิ่งเพียง 1 ช่องทางก่อน

จากการสอบถาม นายจักรกฤษ มากละม้าย อายุ 31 ชาว ต.รัชฎา อ.เมือง ภูเก็ต ผู้ขับขี่ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่า ตนเองขับรถบรรทุกคันดังกล่าวบรรทุกกะลาปาล์มจากจังหวัดกระบี่จะไปส่งที่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดอาการวูบหลับในทำให้รถเสียหลักตกลงข้างทางและชนเสาไฟฟ้าจากถนนตนจึงหักรถขึ้นมาพลิกคว่ำอยู่บนถนนกีดขวางการจราจรซึ่งหลังจากเกิดอุบัติเหตุพบว่าบนถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้น กทม.มีรถสัญจรจำนวนมากทำให้รถติดสะสมยาวนับ 10 กิโล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รีบยกรถออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อเร่งระบายรถดังกล่าว

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรฯ ไปร่วมงานเปิดงาน ตามไปดูกัน ธารน้ำใจหลั่งไหลร่วมบริจาคของรางวัลงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15”

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานงานวันรวมน้ำใจให้กาชาดจังหวัดประจวบฯ เพื่อรับสิ่งของและเงินสดสนับสนุนในการออกร้านกาชาด ในงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15” ประจำปี 2568

โดยมี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ปลัดจังหวัดฯ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน

เข้าร่วมกิจกรรมฯ พร้อมทั้งร่วมรดน้ำขอพรจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เนื่องในวันสงกรานต์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นตามแบบประเพณีไทย สำหรับงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 เม.ย. – 4 พ.ค.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดฯ และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

และหารายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของสำนักงานเหล่าชาดจังหวัดฯ ภายในงานมีการจัดโซนแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ 20 กระทรวง ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ”

เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้รับทราบถึงแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็น ส่วนในวันเปิดงาน 25 เม.ย.68 จะมีการจัดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมของทั้ง 8 อำเภอ

เคลื่อนออกจากกองบิน 5 ตั้งแต่เวลา 16.00 น.มาตามเส้นทาง ถ.สละชีพ เข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงานสวนสาธารณ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 พร้อมด้วยชุดการแสดงประกอบขบวน

ขณะที่ในพิธีเปิดงานบนเวทีกลาง จะมีการแสดงแสง สี เสียง ชุด “ผีพุ่งไต้” ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวหัวหิน พร้อมการจุดพลุสวยงามตระการตา
นอกจากนี้ ในแต่ละค่ำคืนของการจัดงาน ทั้ง 8 อำเภอจะมีการจัดชุดการแสดงมินิไลต์ แอนด์ ซาวน์ บนเวทีกลาง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 คืนละ 1 ชุดการแสดง เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอให้ผู้ร่วมงานได้รับชม

พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว / การประกวดสินค้าเกษตร / การแข่งขันกีฬามวยไทย ตะกร้อลอดบ่วง / กิจกรรมเดินแบบผ้าไทย ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ / กิจกรรม Night Run เดิน-วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว / กิจกรรมการออกร้านกาชาด รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน

คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน โดยในวันสุดท้ายของการจัดงานจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ 3 คัน

พร้อมของรางวัลอื่นๆ มากมาย จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าเพชรฯ นำทีมบุกค้นเรือนจำกลางเพชรบุรี หาสิ่งผิดกฎหมายโดยเฉพาะยาเสพติด

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เปิดปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกลางเพชรบุรี อ.แก่งกระจาน เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด รวมถึงสิ่งของผิดกฎหมายหรือของต้องห้ามภายในเรือนจำ โดยได้สนธิกำลังร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภาค 7 ฝ่ายปกครอง อ.แก่งกระจาน สภ.แก่งกระจาน สาธารณสุข อ.แก่งกระจาน และ จนท.ราชทัณฑ์ กว่า 100 นาย โดยมี นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี นำเข้าตรวจค้นจุดต่างๆ ภายในเรือนจำ อาทิ ล็อกเกอร์เก็บของของผู้ต้องขัง

ห้องนอน ห้องน้ำ และตามจุดสุ่มเสี่ยงต่างๆ ซึ่งผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายหรือสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังได้สุ่มทำการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องขัง จำนวน 150 คน ผลปรากฎว่าไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะผู้ต้องขังแต่อย่างใด

ร้อยตำรวจโท ภพชนกฯ กล่าวว่า จ.เพชรบุรีได้รับการประสานจากเรือนจำกลางเพชรบุรี โดยได้บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานในการปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้นภายในที่พักของผู้ต้องขัง เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายและสิ่งของต้องห้ามต่างๆ ที่เล็ดลอดเข้ามาในเรือนจำ

ไม่ว่าจะเรื่องของยาเสพติด อาวุธ หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามเด็ดขาด ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องห้ามหรือสิ่งของผิดกฎหมาย ส่วนผลการตรวจปัสสาวะก็ไม่พบปัสสาวะสีม่วงในกลุ่มผู้ต้องขัง สำหรับเรือนจำกลางเพชรบุรี เป็นเรือนจำขนาดกลาง

มีผู้ต้องขังรวมทั้งสิ้น 2,530 คน เป็นผู้ชาย จำนวน 2,177 คน เป็นผู้หญิง จำนวน 323 คน เป็นกลุ่มที่รอการตรวจพิสูจน์ความผิด รวมถึงกลุ่มที่ถูกตัดสินโทษแล้วและมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ตั้งเป้าเสียชีวิตน้อยกว่า 5 คน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หลังใหม่) นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 โดยมีนายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ คณะกรรมการและคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล และช่วงวันหยุด พ.ศ. 2568

จังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ตชด. มูลนิธิ อาสาสมัคร อปพร. จิตอาสาพระราชทาน เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานร่วมพิธี ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กล่าวเปิดศูนย์ฯ พร้อมรับมอบของสนับสนุนจุดตรวจจุดบริการช่วงเทศกาลสงกรานต์จากภาคเอกชนแล้ว ได้ชมการสาธิตการใช้เครื่องมือ การช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนจากองค์กรการกุศล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิกู้ภัย ร่วมกันออกปฏิบัติงานในช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.68 พร้อมตั้งจุดตรวจจุดบริการประชาชนริม ถ.เพชรเกษม เพื่อให้บริการประชาชนที่สัญจรผ่านพื้นที่ จ.ประจวบฯ ตลอดระยะทางกว่า 200 กม. เดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

นายธนวัฒน์ เรืองเดช กล่าวว่า การเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ในวันนี้ ใช้ชื่อการรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” มีการกำหนดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. มาตรการด้านการบริหารจัดการ 2. มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3. มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4. มาตรการ

ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 5. มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนมุ่งเน้นลดสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดดื่มไม่ขับ การสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ การคาดเข็มชัดนิรภัย และการรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม โดยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาชน อาสาสมัคร จิตอาสาพระราชทานและองค์กรสาธารณกุศล เพื่อลดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ในระดับประเทศ มีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ 2,044 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิต 287 ราย และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) 2,060 ราย ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ของจังหวัดประจวบฯ มีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ 58 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิต 9 ราย และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) 55 ราย ซึ่งเป้าหมายในการดำเนินการของจังหวัดประจวบฯ คือ

จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) ของจังหวัดลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ทำให้จังหวัดประจวบฯ มีเป้าหมาย ดังนี้ การเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า 41 ครั้ง ผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 5 ราย และผู้บาดเจ็บ (Admit) น้อยกว่า 41 ราย. นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เจ้าคณะภาค 15 เปิดงาน “เดือนห้านมัสการหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี” ครบรอบ 154 ป


เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่วัดกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเปิดงานเดือนห้านมัสการหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี ครบรอบ 154 ปี โดยมี พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย)

เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางอรษา โอ่เอี่ยม รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดฯ นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติและ พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน โดยก่อนเปิดงานมีขบวนแห่อัญเชิญหลวงพ่อในกุฏิ เพื่อให้ชาวบ้านกราบนมัสการบูชาพร้อมเครื่องสักการะ ซึ่งงานดังกล่าวทางวัดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มานมัสการปิดทองรูปหล่อ “หลวงพ่อในกุฏิ” ในระหว่างวันที่ 10-18 เมษายน 2568 เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน


“หลวงพ่อในกุฏิ” เดิมชื่อมาก หรือบุญมาก ท่านเกิดในราวปีมะเส็ง สมัยแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศ กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นน้องคนสุดท้องของ 3 พี่น้อง คือ ท่านอินทร์ ท่านม่วง และท่านมาก ท่านมีพี่น้องสี่คน น้องคนสุดท้องเป็นผู้หญิง ท่านเป็นคนปักษ์ใต้โดยกำเนิดน่าจะอยู่จังหวัดชุมพร ตระกูลของหลวงพ่อเป็นตระกูลที่มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก เมื่ออายุครบบวชท่านและพี่ชายได้ออกบวชและครองสมณเพศตลอดชีวิต หลวงพ่อทั้งสามเชี่ยวชาญเรื่องเวชกรรม ไสยศาสตร์ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน

เมื่อบวชเป็นเวลาพอสมควรแล้วจึงชวนกันออกธุดงค์ มีความแตกฉานในสรรพวิชาทั้ง 3 องค์ เมื่อได้อยู่จำพรรษาที่วัดเดิมกันมาตามสมควรแล้วจึงได้ชักชวนกันเดินธุดงค์โดยหลวงพ่ออินทร์ เลือกมาจำพรรษาที่เมืองกำเนิดนพคุณ หรือเมืองบางสะพาน ปัจจุบันมีรูปเหมือนของท่านประดิษฐานอยู่ที่วัดเขาโบสถ์ อำเภอบางสะพาน หลวงพ่อม่วง น้องคนกลาง เลือกจำพรรษาที่ถ้ำแห่งหนึ่งระหว่างบ้านกรูดและทับสะแก ถ้ำแห่งนั้น คือ ถ้ำคีรีวงศ์ และกลายเป็นวัดถ้ำคีรีวงศ์ ในปัจจุบัน ส่วนหลวงพ่อมาก หรือหลวงพ่อในกุฏิ เลือกจำพรรษาที่เมืองกุยบุรี ที่วัดกุยบุรี วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมีแม่น้ำกุยบุรีไหลผ่านทางด้านหลังวัดและตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน

ที่พระภิกษุจะต้องออกไปบิณฑบาตในเวลาเช้า นับเป็นสับปายะของผู้อยู่อาศัยถึงจะไม่ไกลจากหมู่บ้านแต่ก็ปราศจากเสียงอื้ออึงเข้ามารบกวน สมเป็นที่หลีกอยู่ของสมณะผู้ใคร่หาความสงบ หลวงพ่อในกุฏิเป็นผู้ที่ใฝ่ใจในด้านหาความสงบทางจิตยู่แล้ว จึงได้รับอาราธนาจากเจ้าเมืองและชาวกุยบุรี ปกครองวัดกุยบุรีตลอดมา ปฏิปทาของหลวงพ่อในกุฏิ ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน และชำนิชำนาญคล่องแคล่วด้านไสยศาสตร์คาถานับว่าหลวงพ่อเป็นผู้มีอาคมขลังพร้อมทั้งเป็นผู้มีเมตตาจิตอย่างสูง ทั้งเป็นผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย คือเมื่อพูดคำใดแล้วจะต้องเป็นอย่างนั้น

เมื่อเป็นดังนี้ชาวเมืองกุยบุรี เมืองคลองวาฬ เมืองปราณ ตลอดจนถึงเมืองใกล้เคียงจึงได้ศรัทธาเลื่อมใสในบุญบารมีเป็นอันมาก เมื่อใดได้รับทุกข์ก็จะต้องหาโอกาสมาบนบานศาลกล่าว ขอให้ช่วยปัดเป่าให้ผ่อนคลายหายจากทุกข์นั้นๆ ครั้นเมื่อได้รับความสำเร็จแล้วหรือสมความปรารถนาจากที่ตนได้บอกกล่าวกับหลวงพ่อไว้แล้วก็จะต้องนมัสการและปิดทองที่ตัวท่านเป็นจำนวนมาก แม้ในปัจจุบันรูปเหมือนหลวงพ่อในกุฏิก็ยังมีคนมาปิดทองท่านอยู่ตลอดมา.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

พ่อเมืองประจวบฯ นำทีม “ลงแขก – ลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำให้หมดจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่คลองบางนางรม

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมร่วมด้วย ช่วยกัน “ลงแขก – ลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” ที่คลองบางนางรม บริเวณด้านหลังสำนักงานประมงจังหวัดประจวบฯ อ.เมืองประจวบฯ โดยมี นายสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ นายบรรพต รัตนจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดฯ

นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ และชาวประมงพื้นบ้านร่วมกิจกรรม เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำให้กับทุกภาคส่วน ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานประมง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชาวประมงพื้นบ้าน และผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดฯ

มาร่วมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากคลองบางนางรม พร้อมมีกิจกรรมสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพโดยสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันทำน้ำหมักชีวภาพด้วย ก่อนร่วมกันปล่อยปลากะพงขาว ขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งเป็นปลาผู้ล่าลงสู่คลองบางนางรมเพื่อไปกินลูกปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ

นายสมนึก พรหมศร กล่าวว่า จ.ประจวบฯ พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ 8 อำเภอ ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดฯ ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของกรมประมง เพื่อควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำจัดโดยการ “ลงแขก ลงคลอง” และการนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 67 ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 68 และยังต้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในทุกอำเภอ อย่างน้อยอำเภอละ 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำให้เหลือน้อยที่สุด ให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ ไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำประจำถิ่น ซึ่งที่คลองบางนางรมนี้ได้มีการทำกิจกรรมลงแขกลงคลองไปแล้ว 4 ครั้ง

พบว่าปลาหมอคางดำเริ่มลดน้อยลง จึงได้ปล่อยปลากะพงผู้ล่าลงไป ทั้งนี้ จากการดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำมากว่า 1 ปี พบความชุกชุมในแหล่งน้ำลดลงชัดเจน เหลือเพียงลำคลองไม่กี่แห่งที่ยังมีความชุกชุม ส่วนการระบาดในบ่อเลี้ยงของเกษตรกรที่เลี้ยงแบบบ่อธรรมชาติ หลังจากที่ได้มีการรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรเพื่อนำไปทำน้ำหมักชีวภาพก็พบว่าไม่ค่อยมีปลาหมอคางดำหลงเหลือแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ จ.ประจวบฯ ได้รับโควต้ารับซื้อปลาหมอคางดำจากกรมประมงเพิ่มอีก 104 ตัน เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดด่าน 7 วันอันตราย 10 เมษายน 2568 – 17 เมษายน 2568 อ.แม่ออน จ. เชียงใหม่

วันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 9:00 น. ทางตำบลบ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ. เชียงใหม่ ได้มีพิธีเปิดด่าน 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 ถึง วันที่ 17 เมษายน 2568

โดยมี นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ ซึ่งในงานพิธีได้รับเกียรติจากนายสิทธิชัย ตรีศิลป์สัตย์ นายอำเภอแม่ออน มาเป็นประธานในการเปิดโครงการ 7 วันอันตรายของตำบลบ้านสหกรณ์ และ

ได้มีนายประพัฒน์ วงศ์ชมภู ปลัดอาวุโส อำเภอแม่ออนน้ำพุร้อนสันกำแพง มอบเงินสนับสนุนด่าน 5,000 บาท พร้อมกับนายดำรงชัย สุขติ๊บ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลบ้านสหกรณ์ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนในการตั้งด่าน เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท สหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง ได้มอบเครื่องดื่มและน้ำดื่ม

พร้อมกันนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนในการตั้งด่าน 7 วันอันตรายปี 2568 เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ขอให้ทุกท่านเที่ยวให้สนุก เมาไม่ขับเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคน ที่สัญจรและใช้บริการเดินทางด้วยยานพาหนะบนท้องถนน

วันที่ 8 เมษายน 2568 นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ ได้ดำเนินการประสานงานไปยัง นายประเสริฐตันคำ นายกองค์การบริหารตำบลบ้านสหกรณ์ หัวหน้าชุด ชปแม่ลาย อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้และศูนย์ควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่

โดยได้นำกำลังพร้อมทีมงานชาวบ้านจิตอาสา เข้าร่วมปฏิบัติการจัดทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกันจัดทำแนวเขตป้องกันไฟป่า บริเวณระหว่างบ้านสหกรณ์ 6 บ้านแม่รวมหมู่ 1 ออนเหนือ อ. แม่ออน จ. เชียงใหม่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สืบสานประเพณี กฟภ.บึงกาฬ จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร และรดน้ำดำหัวขอพรผู้บริหารและผู้อาวุโส เพื่อเป็นสิริมงคล

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการฯ นำคณะผู้บริหารและพนักงาน

จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และรดน้ำดำหัวขอพรอดีตผู้บริหารและพนักงานที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย ประจำปี 2568

เพื่อยึดโยงสายใยสัมพันธ์ลูกหม้อ กฟภ. หรือ PEA ที่ยึดถือกันเป็นธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและอัตลักษณ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่สืบทอดต่อกันมา โดยมอบหมายให้ นางจุฬารัตน์ สุทธิพงษ์

ได้เรียนเชิญอดีตผู้บริหาร นายนิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี อดีตพนักงานบัญชี และพนักงานอาวุโส นั่งให้น้องๆได้รดน้ำดำหัวขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล

โดยเบื้องต้นได้อันเชิญพระพุทธรูปที่ประดิษฐานตามห้องและแผนกต่างๆ ลงมาสรงน้ำอบน้ำหอม ตามด้วยผู้เกษียณอายุราชการและคณะผู้บริหารตามลำดับต่อไป ประกอบด้วย

นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการฯ นายองอาจ หัตถแสน รองผู้จัดการฯ นางจุฬารัตน์ สุทธิพงษ์ รองผู้จัดการฯ และสุดท้ายพนักงานทุกคนก็ร่วมรดน้ำดำหัวกันเองอย่างสนุกสนาน




สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ” เป็นปลื้ม “น.ส.เกตน์ศิรณี บุญมา ฮ.นกเอี้ยงตาโตผู้จัดละคร ผู้กำกับโทรทัศน์ MV TV

ได้รับ การแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วย น.ส. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่างเป็นทางการ โดยได้เป็นข้าราชการการเมือง ผ่านการพิจารณาเห็นชอบและ อนุมัติ จากรัฐสภา ถูกต้องตามกฏหมาย น.ส.เกตน์ศิรณี บุญมา ( ฮ.นกเอี้ยงตาโต ) กล่าว ” ตนดีใจมาก ที่ ท่าน สว. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ได้คัดเลือก ตนเอง เข้ารับมอบตำแหน่ง หน้าที่ผู้ช่วย สว. ซึ่งเล็งเห็นถึง ความสามารถ ศักยภาพ ในการทำงาน การเสียสละตนเพื่อสังคม และ แผ่นดิน ในกิจกรรม ต่างๆ ที่ตนได้ทำมา อาทิ โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งปีนี้ เข้าสู่ปีที่13. ที่ตนได้ อุทิศตน

โดย ปณิธาน ส่วนหนึ่งของชีวิตขออุทิศตนเพื่อสังคม พร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน เพราะเราคือคนของแผ่นดิน และ ที่สำคัญ ที่ผ่านมา ตนก็ ลงพื้นที่ ไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย สร้างสรรค์ ส่งเสริมด้านการศึกษาในท้องถิ่นทุรกันดารแก่ เยาวชน ได้เสริมสร้าง สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆแก่ผู้สูงอายุ จัดหาอุปกรณ์เครื่องทางการแพทย์ สนับสนุนให้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยติดบ้าน ร่วมถึง ส่งเสริม ด้านการอาชีพที่ยั่งยืน แก่พ่อแม่พี่น้องประชาชน ในทุกๆ พื้นที่ที่ได้ลงจัดกิจกรรม
มาตลอดระนะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา อย่างจริงจัง และ จริงใจ

ตนขอ ปฏิญาณตน จะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ขออุทิศตน ต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ก้าวตาม สนับสนุน
นโยบายที่สร้างสรรค์ ตามที่ สว. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ที่มอบหมายหน้าที่ให้ตน เป็นอย่างดีด้วยความรัก ความซื่อสัตย์ ความตั้งใจ ที่จะทำต่อแผ่นดิน ” ขอกราบขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจที่มอบให้แก่ น.ส.เกตศิรณี บุญมา ( ฮ.นกเอี้ยงตาโต ) กราบขอบคุณคุณแม่สุมาลี ตันตยกุล และ พี่ๆ น้องๆ ลูกๆ ครอบครัวที่สนับสนุน เป็นกำลังใจให้ตลอดมา

จุฬาเฮิร์บเปิดแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์
“เสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีทั่วไทย
พร้อมลุ้นรางวัลรวมกว่า 1.5 ล้านบาท

จุฬาเฮิร์บมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการดูแลผิวที่เข้าถึงคนไทยทุกพื้นที่ พร้อมเดินหน้าสร้างสุขภาพผิวที่ดีผ่านการกระตุ้นการป้องกันแสงแดดอย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ บริษัท เจแอลซี กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เมคอัพสกินแคร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ภายใต้แบรนด์ “จุฬาเฮิร์บ” แบรนด์ไทยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน เปิดตัวแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์ “จุฬาเฮิร์บเสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” แจกกันแดดฟรีทั่วไทย ภายใต้แนวคิดที่ต้องการมอบสุขภาพผิวที่ดีให้คนไทยทั่วประเทศ ผ่านตู้กดครีมกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรี กว่า 100 ตู้ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดตัวล่าสุดของจุฬาเฮิร์บ “กันแดดแตงโม 3D Aura” กันแดดหน้าพุ่ง พร้อมปกป้องผิวทุกมิติ รวมทั้งสามารถแสกน QR CODE

เพื่อร่วมสนุกพร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท โดยภายในงานพบกับ คุณแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ พรีเซ็นเตอร์แบรนด์จุฬาเฮิร์บ เป็นตัวแทนร่วมรณรงค์การดูแลผิวหน้าท้าแดดในแคมเปญนี้ด้วย
การจัดแคมเปญนี้ขึ้นนับเป็นการขับเคลื่อนแบรนด์จุฬาเฮิร์บให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการ “ทาครีมกันแดด” ก่อนออกจากบ้าน นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย โดยสนับสนุนให้มีการจัดตั้งตู้แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บไว้ตามจุดต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ พร้อมกันนี้ยังผลักดันแนวคิดการเข้าถึงการดูแลผิวอย่างเท่าเทียม ได้จัดตั้งตู้แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บในช่วงวันแรงงานอีกด้วย
โดยประชาชนทั่วไปสามารถทดลองใช้กันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีได้ง่าย ๆ เพียงไปที่ตู้แจกกันแดดของแบรนด์จุฬาเฮิร์บ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลผ่านการสแกน QR Code ที่ตู้ หรือจากหลังซองสินค้าจุฬาเฮิร์บที่ร่วมรายการ

โดยแคมเปญ “เสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” นี้ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 35 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเตรียมมอบของรางวัลให้กับผู้ร่วมสนุกมากมาย อาทิเช่น iPhone 16, ทองคำหนัก 1 สลึง, บัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท, รถจักรยานยนต์ Honda Scoopy และของรางวัลใหญ่ Toyota Yaris Cross รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท
นายอาทิตย์ สีตาไว ผู้บริหารแบรนด์จุฬาเฮิร์บ กล่าวว่า “เรามุ่งหวังให้แคมเปญนี้เป็นมากกว่าการทำการตลาด แต่คือภารกิจเพื่อสังคม เราอยากให้คนไทยใส่ใจการปกป้องผิวด้วยวิธีที่ง่าย เข้าถึงได้ และสามารถสนุกกับกิจกรรมในแบบที่จุฬาเฮิร์บตั้งใจจัดแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อตอบแทนลูกค้าจุฬาเฮิร์บรวมถึงคนไทยทั่วประเทศ จึงเป็นที่มาของการทำตู้แจกกันแดดฟรีทั่วประเทศ”

โดยการเปิดตัวแคมเปญนี้จะมีขึ้นในวันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ บริษัท คัดไว้ มีเดีย จำกัด & บริษัท ธรรมตา แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด พร้อมทั้งเรียนเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานพร้อมเก็บภาพบรรยากาศ และสัมภาษณ์ คุณแพนเค้ก รวมถึงรับฟังข้อมูลรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ณ วันดังกล่าว พร้อมสามารถทดลองใช้ตู้กดกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีภายในงาน
ซึ่งแคมเปญนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์จุฬาเฮิร์บ ในการเดินหน้าสู่การเป็น แบรนด์ที่เข้าใจคนไทย และใส่ใจในสุขภาพผิวของทุกคนอย่างแท้จริง “จุฬาเฮิร์บ สวยจบ..ครบทุกสภาพผิว”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว แห่นาคมหาโหด หนึ่งในพิธีกรรมที่แปลกที่สุดแห่งเดียวในภาคอีสาน

พิธีจัดแถลงข่าวแห่นาคมหาโหดหนึ่งในพิธีกรรมที่แปลกที่สุดแห่งเดียวในภาคอีสาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อการบวชซึ่งเอกลักษณ์อันลือชื่อแห่งบ้านโนนเสลาและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นมายาวนาน โดยนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธาน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอภูเขียว พ.ต.อ.สมิต นันท์นฤมิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูเขียว

นายวิษณุ ชัยมีเขียว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองตูม น.ส.วรวรรณ ปราณีตพลกรัง รองผู้อำนวยการ ททท.นครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผอ.รพ.สต.โนนเสลาและนางธิดารัตน์ อากรตน ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ

ร่วมกันจัดแถลงข่าวประเพณีแห่นาคมหาโหดซึ่งเป็นพิธีกรรมเก่าแก่ซึ่งสืบทอดกันมายาวนาน การแห่นาคของหมู่บ้านโนนเสลาเป็นการทดสอบกำลังใจ ความอดทนสุขภาพร่างกายของนาคก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

โดยนาคจะนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ซึ่งมีเพื่อนฝูงแบกหามแคร่ไปตามถนนในหมู่บ้าน ระหว่างทางจะมีการโยนนาคขึ้นลงเป็นระยะอย่างรุนแรงเป็นที่น่าหวาดเสียวและเป็นการฝึกจิตใจของนาคให้แข็งแกร่งพร้อมจะละทิ้งทางโลก

เพื่อเข้าสู่เพศสมณะและเป็นการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ กำหนดงานระหว่าง 1-2 พฤษภาคม 2568 ณ.วัดตาแขก บ้านโนนเสลา ตำบลหนองตูม อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “หมอมาร์ท” เปิดเวที ‘MUT นครนายก 2025’ชูคอนเซ็ปต์ซินเดอเรลล่ายุคใหม่สู่เส้นทางจักรวาล

นับว่าเป็นเวทีระดับจังหวัดแรก ๆ ที่เสือปืนไวในการเปิดตัวการประกวดก่อนใคร สำหรับ “MUT นครนายก 2025” (Miss Universe Nakhon Nayok 2025) โดย “หมอมาร์ท-นพ.ชัยพล บัณฑิตสิงห์” ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส นครนายก ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ SIAM PARAGON NEXT TECH x SCBX ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณคมสันต์ สุมะนาถ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก คุณราเมศ ลิ่มสกุล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก สื่อมวลชน และสาวงามผู้สมัครเข้าร่วมชิงมงกุฎ กันอย่างคับคั่ง
หมอมาร์ท-นพ.ชัยพล บัณฑิตสิงห์ แพทย์ด้านความงามและผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส นครนายก เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการจัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 มาจากการที่ได้เคยปรับรูปหน้าให้กับนางงาม ศิลปินนักแสดงมาแล้วหลายท่าน โดยเฉพาะนางงามไทยมีโครงหน้าที่สวยเป็นเอกลักษณ์มาก อีกทั้งยังเคยเป็นสปอนเซอร์เวทีการประกวดนางงามมาก่อน จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้อยากจะลองเข้ามาจัดเวทีประกวดบ้าง เพราะเป็นเรื่องท้าทายความสามารถมาก จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้นางงามที่สวยครบเครื่องเป็นตัวแทนในระดับจังหวัดไปประกวดเวทีใหญ่ระดับประเทศ ที่เลือกเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพราะเห็นถึงศักยภาพของผู้จัดอย่าง “คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ที่การันตีว่าหยิบจับอะไรไม่เคยผิดหวัง นอกจากนี้เวทีมิสยูนิเวิร์สยังมีคนไทย “คุณแอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” เป็นเจ้าของเวที โดยในปีนี้ประเทศไทยยังเป็นเจ้าภาพในการจัดประกวด “มิสยูนิเวิร์ส 2025” ครั้งที่ 74 อีกด้วย เรียกว่าทุกอย่างลงตัวจึงขอซื้อลิขสิทธิ์การจัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 ที่เลือกนครนายก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ผมมีความผูกพันเป็นการส่วนตัว และเป็นจังหวัดไม่ไกลจากกรุงเทพฯ พร้อมทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิต ที่น่าสนใจมากมาย

“ผมวางคอนเซ็ปต์การจัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 ไว้คือ ‘New era of Cinderella’ ซินเดลเรลล่า ในยุคสมัยใหม่ไม่ต้องพึ่งนางฟ้าและไม่ต้องรอเจ้าชาย ผมต้องการส่งเสริมและสนับสนุนผู้หญิงไทยให้ลุกขึ้นยืนด้วยลำแข้งและพึ่งตนเองได้ ซึ่งมีทั้งความเก่งกล้า เฉลียวฉลาดและมีความสามารถรอบด้าน เหมาะสม ที่ไม่เพียงจะเป็นตัวแทน มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 เท่านั้น ผมยังมองการณ์ไกลไปถึงเวทีระดับจักรวาลด้วยครับ อยากให้ทุกคนติดตามการประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 ต่อไป รับรองว่าจะมีเซอร์ไซส์ โดยเฉพาะการเก็บตัวสาวงามผู้เข้าประกวด ที่ไม่เหมือนใคร”
ทางด้าน คริส ปัญญา ผู้จัดการกองประกวด กล่าวว่า การจัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการส่งเสริมและสนับสนุนที่ดีจาก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชนทุกแขนง และแฟนนางงาม อยากให้ผู้หญิงที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาสมัครกันเยอะ ๆ เวทีนี้เปิดกว้าง มาชิงมงกุฎเพชรที่เลอค่า Rio Bright Dimond และที่สำคัญคือ เวทีเราจะช่วยตอกย้ำความเป็น Soft Power อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วยครับ

สำหรับแขกคนสำคัญที่มาร่วมงาน อาทิ บิวตี้-วรัญชนา ระดมเล็ก รองผู้จัดการกองประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์,เรย์-อิสรียาร์ มาลัยศรี Miss Thailand World 1991 , ณฉัตร-วัลเณซ่า แฮร์มันน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี2012 , ทารีน่า โบเทส มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2022 , แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง รองอันดับ 1 Miss Supranational 2022 , นิพนธ์ สนธิ , ชายแฮ็คส์-ดร.วโรดม ศิริสุข , เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย,แสตมป์-พรวศิน เรืองนุกูล จากซีรีส์วาย ลอยแก้ว , ชยเวฐน์ สมวงษ์, ปภพ ด่านชัยวิโรจน์, พิมพ์ฬวีร์ เปรมเกษม, สุรเกียรติ ยาวะโนภาส, ธนากร นาคสวัสดิ์, ชัญญาภัสร์ ก่อพาราภิรมย์, กานติมา นาคสวัสดิ์, รัฐพล มุกดาสนิท, วรกร วงศกรเมือง , ดร.จุมพล โพธิสุวรรณ, ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ, ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์, ดร.ปุณิกา เพ็ญสุวรรณ และ ธงดนัย แตงอวบ โดยมี ตวง-สาวิกา กาญจนมาศ, ซีเกมส์-อาทิตย์ เมฆอากาศ และ ฟองเบียร์-ศศิธร สติใหม่ ดำเนินรายการงานแถลงข่าว

“MUT นครนายก 2025”ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยม จาก ท่องเที่ยวและกีฬานครนายก ,วัฒนธรรมจังหวัด นครนายก, RIO BRIGHT DIAMOND ,Z-RO, ASLAN WEALTH , AMERIS CLINIC , มิตรมาร์เก็ต ดอนเมือง, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงเส้นผม CALI, สบู่ AMOUR, บรรพบุรุษหมูกรอบ, SCB NEXTTECH, CHANNEL 8 และ RBK ORGANIZATION
ทั้งนี้ “MUTนครนายก 2025”เปิดรับสมัครสาวงามตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 เมษายน 2568 และวันที่ 21 เมษายน 2568 จะประกาศสาวงามที่เข้ารอบ จากนั้น เข้าร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่จังหวัดนครนายกในระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2568 และรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2568
แฟนนางงามสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ FB : มิสยูนิเวิร์สนครนายก (https://www.facebook.com/photo/?fbid=122094541172808489&set=a.122094541202808489)MissUniverseNakhonNayok #MissUniverseNakhonNayok2025 #มิสยูนิเวิร์สนครนายก #นครนายก #The74thMissUniverse #MissUniverse #TheNewEraofMUT #MGIxMUT #MissUniverseThailand #คุณหมอมาร์ท #PDชัยพล #ชัยพลบัณฑิตสิงห์ #MissUniverseThailand2025

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568​ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”

เมื่อวันนี้ 9 เมษายน​ 2568​ เวลา 10.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 จังหวัดมุกดาหาร

ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก (หนองนาบึง) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร

ในฐานะคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ บูรณาการการทำงานเพื่อลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมุกดาหาร

ได้บูรณาการผนึกกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ในระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 จังหวัดมุกดาหาร

จัดตั้งจุดตรวจพลัก 14 จุดตรวจหรือจุดสกัดในหมู่บ้าน รวม 57 จุด และจุดบริการประชาชน 11 จุด เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้


โดยใช้ชื่อรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เพื่อสร้างความตระหนัก รับรูระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีวินัยจราจร รวมทั้งลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

ลดอุบัติเหตุ #สงกรานต์2568

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนเมษายน 2568

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น.องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
ได้จัดการประชุมประจำเดือนเมษายน 2568

ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางโดยมีนายสุรศักดิ์ กิตติวิริยะการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางเป็นประธานในการประชุม

นายบุญมี สุขเร่ห์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง นายสุรชาติ คำจุ้ย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง

นางวาณี เหลืองสมานกุล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
นายจอมใจ กองเกตุใหญ่ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางคณะผู้บริหาร,

พร้อมด้วยนายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง สมาชิกสภาฯ, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, ตำรวจชุมชน, เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งขวาง, ตัวแทน อสม.,

ตัวเเทนสตรีแม่บ้าน, ตัวแทนคุณครู, ตัวแทนผู้สูงอายุ,กศน.ตำบลทุ่งขวาง,หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯนายกสมาคมคนพิการ สากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม,สนง.สงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรี

7 เมษายน 2568 : 11.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม,สนง.สงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรี

โดย พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หศ.ผศ.ล.บ. มอบหมายให้ น.ส.ชุลีพร แก้วพรหม หน.ปฏิบัติการ,น.ส.วิลาสินี บุตรคำโชติ พนักงานสวัสดิการ,ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.สิงห์บุรี

และคณะ,ผู้แทนเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.อ่างทอง และคณะ,จิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” นำโดย กำนัน ต.โพสังโฆ,ที่ปรึกษา สว.ชีวภาพ จ.สิงห์บุรี,คณะผู้บริหาร อบต.โพสังโฆ

โดย นายอำนาจ แก้วเลิศ รองนายก อบต.,ส.อบต.,ร.ต.ชรัช ปานบุญ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดยังชีพ และบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์คนพิการ จำนวน 21 ราย ณ ห้องประชุม อบต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี

*** ขอขอบคุณ ผู้บริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***

  • ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช : บริจาคชุดยังชีพ จำนวน 11 ราย [#ทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด 7 เมษายน 2568]
  • นางจิรภา รัตนศิลา ทรัพย์ศิริ : บริจาคชุดยังชีพ จำนวน 10 ราย [#ทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด 7 เมษายน 2568]
  • สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่2ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ จัดงานบ้านเกิดถิ่นกำเนิดพระยาพิชัยดาบหักประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่

วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณอนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก บ้านห้วยคา หมู่ที่ 9 ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุบผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานบ้านเกิดถิ่นกำเนิดพระยาพิชัยดาบหัก ประจำปี 2568

พร้อมด้วยนางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และหน่วยานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยอำเภอพิชัย และส่วนราชการในท้องที่อำเภอพิชัยร่วมจัดงานขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหักทหารเอกคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเป็นวีรบุรุษร่วมกอบกู้เอกราชของชาติไทย

นายนิตย์นิชัย บุญสุวรรณ นายอำเภอพิชัย กล่าวว่า พระยาพิชัยดาบหัก มีถิ่นกำเนิดที่บ้านห้วยคา อำเภอพิชัยจังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาได้รับราชการจนเป็นทหารเอกคู่พระทัยของ

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเป็นวีรบุรุษร่วมกอบกู้เอกราชของชาติไทย ด้วยความกล้าหาญ และเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง โดยต่อสู้กับข้าศึกแบบตะลุมบอนจนดาบในมือหัก

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2315 และต่อมาประชาชนชาวอำเภอพิชัยได้ร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์ขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของพระยาพิชัยดาบหัก เพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญรักชาติ เสียสละของพระยาพิชัยดาบหัก

ในการจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหัก การอนุรักษ์สืบสานประเพณีท้องถิ่น การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอพิชัยและจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจัดขึ้นระหว่าง

วันที่ 7 – 9 เมษายน 2568 รวม 3 วัน 3 คืนภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การรำมงคละ ,รำมวยไทย, การประกวดไก่เขียวพาลีและไก่พื้นเมือง, การจัดประกวดสาวงามเมืองพิชัย ,การประกวดร้องเพลงท้องที่ท้องถิ่นเสียงทอง, การจัดแสดงของดีประจำตำบลและ

การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนอำเภอพิชัย ทุกภาคส่วน
นาคา คะเลิศรัมย์/รายงา

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯมุกดาหารนำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 7 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำสรงให้จังหวัดมุกดาหาร เชิญไปสรงน้ำพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (พระใหญ่)

ในงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์พิธีสรงน้ำพระราชทาน พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร ประจำปี 2568 ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ในโอกาสนี้นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระราชทาน

โดยมีพระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกตาหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการและพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้ประกอบพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พิธีถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

จากนั้นพระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และพระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ได้ร่วมประกอบพิธีกรรมดึงสายชักรอกขึ้นสรงน้ำพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร และจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร

ผู้ว่าฯมุกดาหารนำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนสรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​

ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง