สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / คัดเลือกครู ได้รับพระราชทาน ครั้งที่ 6 ปี 2568 โรงเรียนบ้านปรางค์อ.ปัวจ.น่าน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ณ โรงเรียนบ้านปรางค์ อำเภอปัว โดยมีดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ รองศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธานประเมิน และเก็บข้อมูลเชิงลึก

ในครั้งนี้มีบุคคล และหน่วยงานเสนอรายชื่อครู ผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568 โดยเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ ครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายศุภนิตย์ สิทธิชัย โรงเรียนวรนคร (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) นางวิมลรัตน์ ทักษิณ โรงเรียนไตรเขตประชาวิทยา (หน่วยงานเสนอชื่อ)

นางวาสนา นันทเสน โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย (หน่วยงานเสนอ) และนางสาวมัญชรี ศรีเวียงฟ้า โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม (หน่วยงานเสนอชื่อ) เพื่อเข้ารับการคัดเลือกผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดการออกประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2567

วันนี้เป็นการลงพื้นที่ประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ของนายศุภนิตย์ สิทธิชัย (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) โรงเรียนบ้านปรางค์ (โดยได้รับการเสนอชื่อขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงเรียนวรนคร อ.ปัว) ซึ่งมีลูกศิษย์ คณะครู ผู้ปกครองเข้าร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คณะอนุกรรมการเป็นจำนวนมาก

สำหรับ นายศุภนิตย์ สิทธิชัย ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านปรางค์ ปฏิบัติการสอนมาเป็นเวลา 17 ปี ในรายวิชาศิลปะ เป็นครูผู้ได้รับการยกย่องจากทั้งลูกศิษย์ คณะครู และผู้ปกครอง ทั้งด้านเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และด้านผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีความมานะพยายามในการดูแลลูกศิษย์ทั้งในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน สามารถนำพาลูกศิษย์เข้าร่วมการแข่งขันด้านศิลปะ จนสามารถคว้ารางวัลทั้งระดับภาคและระดับประเทศหลายรายการ นอกจากนี้ครูศุภนิตย์ ยัง

ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เป็นผู้เข้าร่วมเผยแพร่การจัดการเรียนรู้ Active Learning กิจกรรม 129 สุดยอด Best Practice
การจัดการเรียนรู้ Active Learning ของสพฐ. ปีการศึกษา 2564 จากการทำโครงการวาดน่านบ้านฉัน ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับภาคเหนือ รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ครั้งที่ 12
ปีการศึกษา 2565 – 2566เป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดระดับชาติ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโรงเรียนวรนคร

ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาคเหนือ การแข่งขันสร้างสรรค์จินตนาการผ่านศิลปะ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ธนาคารไทยพาณิชย์ ปีการศึกษา 2566 ได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติหนึ่งแสนครูดี เป็นผู้จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อสังคม ถนนศิลปะปัว เป็นต้น/ข่าว/ กัมปนาท พอจิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ -วางกฎเหล็กจัดระเบียบใหม่ชายหาดพัทยา สร้างความปลอดภัยรีบไฮซีซั่น/นักวิ่งครึ่งหมื่นกระหึ่ม Bikini Run 24 ท้าลมหนาวอ่าวพัทยา/นายกเมืองพัทยาทอดกฐินสามัคคี วัดบุญสัมพันธ์ ยอดกฐินแตะ 3 ล้านบาท

วันที่ 2 พ.ย.67 นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวชายหาดพัทยาเพื่อเตรียมพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว หลังจากมีการบูรณาการวางแนวทางจัดระเบียบผู้ประกอบการชายหาดเมืองพัทยาใหม่ทั้งหมด

โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ให้ข้อมูลว่า ด้วยเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น ประจำปี 2567 และบรรยากาศการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาได้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนทำกิจกรรมและใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ โดยที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้วางแนวทางจัดระเบียบทางบกไปจนมีผลเป็นรูปธรรมที่ดีขึ้นแล้ว จึงได้ดำเนินการจัดระเบียบทางน้ำต่อ

ทั้งนี้ ชายหาดพัทยาไม่มีท่าเทียบเรือ ทำให้ผู้ประกอบการเรือเร็วหรือเรือสปีดโบ้ทที่มีกว่า 200 ลำ ขึ้นฝั่งได้ตลอดชายหาดพัทยา แล้วช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นจึงจำเป็นต้องวางกฎระเบียบให้ผู้ประกอบการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่มาทำกิจกรรมทางน้ำมากขึ้น

เมืองพัทยา กรมเจ้าท่า และป้องกัยภัยพิบัติทางทะเล จัดร่วมกันจัดระเบียบชายหาดเมืองพัทยาครั้งใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่มำกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวที่มาชายหาดพัทยามากขึ้น ด้วยการขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือเร็วห้ามขับเรือเข้าชายฝั่ง ให้จอดลอยลำตามแนวทุ่นที่เมืองพัทยาจัดระเบียบการจอดเรือ โดยสามารถรับส่งผู้โดยสารขึ้นลงเรือได้ 2 จุดเท่านั้น คือ

ต้นหาดพัทยาเหนือและสุดหาดพัทยาใต้ ไม่ให้มารับผู้โดยสารระหว่างหาดพัทยากลางโดยเด็ดขาด โดยได้เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 พ.ย.67 เป็นวันแรก ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการต่างให้ความร่วมมือดีเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักท่องเที่ยว และจะไม่กระทบโครงการถมทรายชายหาดเมืองพัทยา แต่หากเรือยังเข้าหน้าหาดอยู่ จะส่งผลต่อสภาพธรรมชาติทางทะเลแน่นอน

นักวิ่งครึ่งหมื่นกระหึ่ม Bikini Run 24 ท้าลมหนาวอ่าวพัทยา

วันที่ 2 พ.ย.67 ที่บริเวณชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในกิจกรรมการจัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024

ด้วยเมืองพัทยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้าร่วม ผ่านกิจกรรมวิ่งชายหาดระยะทาง 5 กิโลเมตร

ซึ่งเป็นกิจกรรมงานวิ่งที่มีผู้เข้าร่วมมากติดอันดับโลก ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาในด้านการเป็น Sports City และ Sports Tourism โดยในปีนี้พบว่ามีนักวิ่งตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน สร้างความคึกคักให้กับเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยาเป็นเจ้าภาพจัดทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ สมทบทุนสร้างวิหารหลวงปู่อาด “เทพยดาแห่งท้องทะเลพัทยา” เกจิดังภาคตะวันออก ยอดกฐินแตะ 3 ล้านบาท

วันที่ 3 พ.ย.67 ที่วัดบุญสัมพันธ์ จ.ชลบุรี นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา และครอบครัว เป็นเจ้าภาพฝ่ายฆราวาส ในงานทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ ประจำปี 2567 โดยภายในงานบุญดังกล่าวมีประชาชนและพุทธศาสนิกชนนับหมื่นเข้าร่วม

และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก อาทิ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายรัฐกิจ เฮงตระกูล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ และนายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ นักธุรกิจชื่อดังเมืองพัทยา

ทั้งนี้ การจัดงานทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ ประจำปี 2567 นี้ มียอดทำบุญกฐินรวมล่าสุดจำนวน 2,924,440 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้น โดยจะได้สมทบทุนในการสร้างวิหารหลวงปู่อาด ปิยธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดบุญสัมพันธ์ เกจิดังภาคตะวันออก เพื่อให้ประชาชนและสาธุชนได้กราบสักการะต่อไป

อนึ่ง หลวงปู่อาด ปิยธัมโม หรือ “พระครูวิสุทธิ์ปิยากร” อดีตเจ้าอาวาสวัดบุญสัมพันธ์ ถือเป็นพระเกจิที่ชาวบ้านต่างห้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ถือเป็นพระอีกรูปหนึ่งที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย และมีเมตตาธรรมอย่างสูง

นอกจากนี้ ยังเป็นพระเกจิผู้สืบทอดพุทธาคมสายกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา เป็นศิษย์สายตรงหลวงพ่อยิ้ม วัดเจ้าเจ็ด ผู้เป็นเพื่อนกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก สามเสือกรุงเก่า (ยิ้ม-ปาน-จง) และกับเกจิอีกหลายท่าน ตลอดวิทยาคมสายภาคตะวันออกจนชาวบ้านเรียกขานว่า “เทพยดาแห่งท้องทะเลพัทยา”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช้างป่ากุยบุรีขณะผสมพันธุ์ท่ามกลางธรรมชาติ/ผู้ว่าประจวบฯ นำทีมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เมืองหัวหิน

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.67 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการบันทึกภาพช้างป่าวัยเจริญพันธุ์ขณะกำลังเกี้ยวพาราสีและผสมพันธุ์กันภายในผืนป่ากุยบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยากและสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ จากการศึกษาพบว่า การผสมพันธุ์ของช้างป่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

โดยช้างเพศเมียจะเริ่มพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 18-20 ปี และจะสิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุราว 40-50 ปี ทั้งนี้ ช้างเพศเมียจะตั้งท้องนานประมาณ 19-21 เดือน และมักให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว โดยจะมีระยะห่างระหว่างการตั้งท้องแต่ละครั้งประมาณ 3 ปี ตลอดช่วงชีวิตของช้างเพศเมีย 1 ตัว จะสามารถให้กำเนิดลูกได้เฉลี่ย 3-4 ตัว

ซึ่งภาพความประทับใจครั้งนี้นับเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่านานาชนิด
ผืนป่ากุยบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการอนุรักษ์ช้างป่าในประเทศไทย

ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าจำนวนมาก การพบเห็นพฤติกรรมการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติเช่นนี้ จึงเป็นความหวังของการดำรงอยู่และการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของช้างป่าไทยต่อไปในอนาคต.

อช.กุยบุรี เร่งช่วยชีวิตช้างป่าตกบ่อโคลนจนปลอดภัย
เมื่อวันที่ 2 พ.ย.67 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้รับแจ้งจากชาวไร่ว่าพบเห็นช้างป่าตกอยู่ในบ่อน้ำภายในไร่ของชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านหนองเป่าปี่ ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ไม่สามารถขึ้นจากบ่อได้ จึงพร้อมด้วย นายนพพร อัคคมณี ผช.หน.อช.กุยบุรี และนายสนธยา หอมทั่ว หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ กร.4 บ้านหุบมะซาง นำกำลังเจ้าหน้าที่รีบไปช่วยเหลือจุดที่ช้างป่าตกบ่ออยู่นอกเขตอุทยานฯ บริเวณพิกัด E0577131 N1356072 เป็นช้างป่าตัวผู้กำลังรุ่นมีงา อายุประมาณ 5-10 ปี ยืนนิ่งจมอยู่ในบ่อน้ำลักษณะโคลนสูงประมาณ 1 เมตร จนเกือบมิดตัวต้องใช้งวงชูหายใจ คาดว่าเหนื่อยจากดิ้นทุรนทุรายพยายามขึ้นจากบ่อ

ตรวจโดยรอบพบร่องรอยการลื่นไถลของช้างป่าบริเวณขอบบ่อที่มีความชันเกือบ 90 องศา จากนั้น คณะเจ้าหน้าที่ฯ ได้ประสานรถไถพร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยกันขุดขอบบ่อเพื่อเปิดทางน้ำออกและปรับความชันของขอบบ่อให้มีความชันน้อยลง ใช้เวลานานเกือบ 3 ชม. จนในที่สุดช้างป่าตัวดังกล่าวสามารถขึ้นจากบ่อได้อย่างปลอดภัย สร้างความดีใจให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนผลักดันช้างกลับเข้าสู่ป่าเป็นที่เรียบร้อยต่อไป.

ผู้ว่าประจวบฯ นำทีมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน


เมื่อวันที่ 4 พ.ย.67 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ เลาหวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบฯ นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรเมืองหัวหิน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่บริเวณคลองตะเกียบ (คลองพระราชดำริ) ข้างวัดเขาไกรลาศ อ.หัวหิน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ในพื้นที่ จ.ประจวบฯ และ จ.เพชรบุรี ในช่วงวันที่ 4-6 พ.ย.นี้ โดยเฉพาะที่ อ.หัวหิน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มเคยประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมขังเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ถ้าสถานการณ์เป็นไปตามที่พยากรณ์ไว้ปริมาณน้ำอาจจะมีมากขึ้น โอกาสที่น้ำจะท่วมขังในบริเวณพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองหัวหินนานขึ้น จึงได้ประสานกับท่านนายกเมืองหัวหิน นายอำเภอหัวหิน รวมทั้งบรูณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ปภ.จังหวัด ปภ.เขต 4 และชลประทาน วางแผนเตรียมความพร้อมโดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมเจ้าหน้าที่

เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เทศบาลเทศบาลหัวหินได้ติดตั้งไว้แล้ว
“โดยคลองตะเกียบที่เป็นจุดรับน้ำ มีโอกาสที่น้ำจะเอ่อท่วมในบริเวณชุมชนก็เลยมาติดตั้ง 2 เครื่องมือ เครื่องมือแรกก็คือเครื่องมือผลักดันน้ำ โดยประสานทางชลประทานมาติดตั้งเครื่อง จุดนี้เป็นจุดที่จะมาเสริมเครื่องมือของ ปภ.4 เป็นเครื่องสูบน้ำที่มีกำลังแรงสูงสุด 28,000 ลิตรต่อนาที เชื่อว่าการบูรณาการร่วมกันจะช่วยไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังหรือถ้ามีกรณีท่วมขังก็จะท่วมขังน้อยที่สุด

ใช้เวลาน้อยสุดในการระบายน้ำลงทะเล และอีกจุดที่บริเวณสวนหลวงราชินี 19 ไร่ ก็จะไปดูตรงจุดนั้นด้วย นอกจากนี้ ที่ อ.บางสะพาน และ อ.ทับสะแก ก็มีโอกาสน้ำท่วมขังในชุมชนเพราะว่าดูตามแนวทางที่อุตุฯ พยากรณ์ไว้ว่าจะมีฝนตกหนัก น่าจะเป็นในเรื่องของพวกน้ำที่ลงมาจากภูเขา อาจจะมีในเรื่องของดินสไลด์หรือว่าเกิดความเสียหายได้เช่นเดียวกัน ก็มีการเตรียมพร้อมรับมือแล้ว” นายสมคิด กล่าว.

Night Market On The Beach ตลาดนัดกลางคืนริมทะลคลองวาฬนักท่องเที่ยวคึกคัก กินอาหารบรรยากาศสุดชิล บนหาดทรายมองทะเลชมจันทร์ ไม่ตกกระแสขนมอาลัวหมูเด้งก็มา

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 ที่ริมทะเลคลองวาฬ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ภัทรทิรา สุวรรณศิริ ผู้ประกอบการร้านรศนาคาเฟ่ ร่วมกับ น.ส.ลภา บัวประดิษฐ์ ผู้ประกอบการโคโค้มาร์เก็ต จ.เพชรบุรี จัดกิจกรรม Night Market On The Beach ตลาดนัดยามค่ำคืน ในพื้นที่เอกชน โคโค้มาร์เก็ตและรศนาคาเฟ่ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นการรวมกลุ่มร้านอาหารพื้นถิ่นของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรีกว่า 60 ร้านค้า จัดในธีมบรรยากาศสีขาวและแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ ด้วยการให้ร้านค้าตกแต่งร้านเป็นสีขาวใช้ผ้าฝ้ายดิบ ใช้วัสดุภาชนะใส่อาหารเป็นกระดาษชานอ้อย มีกองฟางไว้ให้นั่ง

โดยร้านค้าจะต้องจำหน่ายสินค้าไม่ซ้ำชนิดกัน มีอาหารคาวเช่น เนื้อโคขุนย่าง ขนมจีนน้ำเงี้ยว ทอดมัน หอยจ้อ หอยเชลล์ย่างเนย สปาเก็ตตี้ พิซซา ไส้กรอกเยอรมัน แซลมอนย่าง อาหารหวานเช่น น้ำมะนาวตาลโตนดเพชรบุรี ไอติมกะทิสดกะลา โรตี เครื่องดื่มชาไทยและกาแฟสด และเพื่อไม่ให้ตกกระแสนิยม ขนมอาลัวเมืองเพชรบุรีในรูปสีสันต่างๆ พร้อมกับอาลัวรูปร่างหมูเด้ง อย่างน่ารักน่าชัง และอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับลูกค้ากว่าครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ที่ตั้งใจเดินทางมาพักผ่อนในตำบลคลองวาฬเมืองทะเลที่เงียบสงบ จับจ่ายใช้สอยซื้ออาหารรับประทานในยามค่ำคืน ด้วยบรรยากาศนั่งริมหาด ฟังคลื่น มองทะเล ชมจันทร์ ซึ่งผู้จัดใช้ข้อได้เปรียบทางธรรมชาติที่มี ประกอบด้วย Sun Sand Sea Smile หรือ พระอาทิตย์ ทราย ทะเล และรอยยิ้ม เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวทุกราย

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.1 ติดตาม ก่อสร้างโครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน /พิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถและพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดเทพโลกอุดร

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (3 พ.ย. 67) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายพงษ์นรา เย็นยิ่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินโครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก บริเวณที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ นน 405 (บางส่วน) ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน โดยมีนายบัณฑูร ล่ำซำ รองประธานกรรมการมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำชม

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก มีเนื้อที่ 9 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา แต่เดิมเป็นที่ตั้งของอาคารศาลากลางจังหวัดน่าน (หลังเก่า) ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 48 เห็นชอบประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเมืองเก่าน่าน และเห็นชอบแผนแม่บทและผังแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเมืองเก่าน่าน ส่วนหนึ่งของแผนแม่บท กำหนดให้ปรับปรุงการใช้พื้นที่อาคารส่วนราชการเดิใเพื่ออนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองน่าน พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้

ทั้งนี้ วันที่ 14 ก.ย. 66 กระทรวงมหาดไทยได้ลงนามสัญญาอนุญาตให้มูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ ดำเนินโครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านฯ ซึ่งประกอบด้วย 1. หอศิลปวัฒนธรรม 2. อาคารหอประชุมอเนกประสงค์ 3. อาคารบริการ 4. สวนพฤกษศาสตร์ และ 5. ลานกิจกรรม

เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ภายในอาคารจะมีการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนต้นทุนทางวัฒนธรรมต่อยอดปัญญาของบรรพชน และพื้นที่ศูนย์สร้างสรรค์ทางปัญญา NAN’S CREATIVE CENTER ได้แก่ พื้นที่เรียนรู้โดยสื่อดิจิทัล ลานเรียนรู้สำหรับเด็กเล็ก ลานกิจกรรมสัมมนา ห้องประชุมสำหรับทั้งแบบส่วนบุคคลและแบบกลุ่ม และห้องสมุดดิจิทัล

“ที่นี่จะเป็นแหล่งให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์เมืองน่านให้กับเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป ตามแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ สืบสาน รักษา และต่อยอดรากเหง้า ความเป็นชนชาติไทย ที่ได้รับการแบ่งเบาพระราชภาระโดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวจังหวัดน่าน” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

การตรวจติดตามในครั้งนี้มีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พลตรี วรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมลงพื้นที่

จากนั้นรองนายกรัฐมนตรี และคณะเยี่ยมชม สักการะองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง อ.ภูเพียง จ.น่าน องค์พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดน่าน เป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ปีนักษัตรพระราชสมภพในหลวง รัชกาลที่ 9 ปัจจุบันมีอายุกว่า 671 ปี/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่าน พิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถและพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ณ วัดเทพโลกอุดร

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ณ วัดเทพโลกอุดร บ้านมงคลนิมิต ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พลเรือเอกพิเชฐ ตานะเศรษฐเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถ และพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก

โดยมีพระราชศานาภิบาลเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน พระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน พระครูนิเทศนันทกิจ เจ้าคณะตำบลผาสิงห์ –บ่อ พระอาจารย์นิรัช จัตตสัลโล เจ้าอาวาสวัดเทพโลกอุดร พระอาจารย์สุรวงศ์ ปัญญาวโร คณะสงฆ์วัดเทพโลกอุดร ทุกรูป ผู้บริหารกลุ่มบริษัทพัทยา พล.ต.รุศมนตรี จิณเสน คุณแม่มาลัย จันทะเสน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายก อบจ.น่าน นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน

พล.ท.สามารถ โพธิสระ อ.พูลศรี เกียรติกำจาย พ.ต.อ.หญิง ศิริพรรณ พูลสุข พ.อ.ดร.พงศ์ศิริ พงศ์อาริยะมงคล ทหารจาก มทบ.ที่ 38 กองพันทหารม้าที่ 10 กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 ตำรวจภูธรน่าน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านและ ทุกสารทิศ ร่วมพิธีและร่วมปวารณาถวายจตุปัจจัยเพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถหลังแรก ด้วยวัดเทพโลกอุดร ได้รับการแต่งตั้งเป็นวัดตามมติของมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจึงประกาศเรื่องการตั้งในพระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีอุโบสถในการทำสังฆกรรมต่างๆของคณะสงฆ์ ดังนั้นคณะสงฆ์ คณะกรรมการและศิษยานุศิษย์วัดเทพโลกอุดร จึงได้กำหนดจัดพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถและพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถหลังแรกขนาด 22X39 เมตร ซึ่งเป็นอุโบสถแบบศิลปะล้านนา เพื่อเป็นสถานที่สำหลับทำสังฆกรรมของคณะสงฆ์และสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้คงสืบไป และท้ายนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าภาพโรงทาน ทุกท่านที่นำอาหารหวานคาวและน้ำดื่มมาร่วมโรงทานในครั้งนี้ ขอบคุณเจ้าของรถราง พนักงานขับรถรางทุกท่าน

ที่คอยรับส่งผู้มาร่วมงานทำบุญในครั้งนี้ ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมทั้งอานิสงส์บุญบารมีที่ท่านได้ร่วมพิธีทำวางศิลาฤกษ์อุโบสถหลังแรกและพิธีถวายผ้าพระกฐินประทานในครั้งนี้ โปรดอำนวยอวยพรให้ท่านและครอบครัวประสพแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยจตุพิธพรชัย คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิฎาณ ธนสารสมบัติ มีความสุข ความเจริญรุ่งเรืองและสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนา ทุกประการเทอญ/

บุญยงค์ สดสะอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน DJ ม้าศึก/DJ ป๋วย รายงาน

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นำผ้าพระกฐินพระราชทาน ร.10 ทอดถวาย ณ วัดใหญ่อินทาราม อ.เมือง จ.ชลบุรี

นำผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายพระสงฆ์ จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดใหญ่อินทาราม เป็นอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดมหานิกาย โดยมีพระราชวัชรสิทธิสุนทร เจ้าอาวาส เป็นประธานสงฆ์รับผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ด้วย

โดยมีนางสาวฐิติลักษณ์ คำพา รอง ผวจ.ชลบุรี ร่วมเชิญผ้าไตรพระราชทานในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ โดยเสด็จเป็นพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ มีผู้จิตศรัทธาและพุทธศาสนิกชนชาวพุทธ ร่วมทำบุญสมทบ เป็นจำนวนเงิน 5 ล้าน กว่าบาท

ซึ่งการนำผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ซึ่งผู้ที่จะขอพระอนุญาตไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นหน่วยงานราชการ ขอให้เป็นผู้ที่ตั้งมั่นในบวรพระพุทธศาสนาและเป็นสุจริตชน ไม่ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติพระองค์ท่านก็จะพระราชทานให้นำผ้ากฐินพระราชทาน

ไปทอดถวายพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ได้ ซึ่งได้มีข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง ของ สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมป์ และ พนักงาน บริษัท ฉวีวรรณกรุ๊ป ตลอดจนประชาชนทั่วไปจำนวนมาก ได้มาร่วมกันทอดผ้ากฐินพระราชทานเพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

การทอดกฐิน คือ การถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่วัดใดวัดหนึ่งหรือสถานที่ใดที่หนึ่งครบ 3 เดือน เพื่อให้พระได้มีผ้าเปลี่ยนใหม่ โดยใน 1 ปี แต่ละวัดจะมีการรับกฐินเพียง 1 ครั้ง และจะต้องทำภายในเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันออกพรรษา

ผู้ทอดกฐินมีความเชื่อว่า การทอดกฐินเป็นพิธีบุญที่อานิสงส์แรง ได้บุญมาก เชื่อ่วาจะทำให้เกิดความมั่งคั่ง มั่นคงในโภคทรัพย์สมบัติและหน้าที่การงาน เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป และเป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส

สำหรับ กฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งในปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ พิชัย ประชุมบอร์ดกองทุนฯ อนุมัติ งบปี 68 กว่า 1,579 ลบ. ช่วยเหลือเกษตรกร ฟื้นฟู อาชีพหนี้เร่งด่วน

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 20 ตึก 150 ปี กระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 3/2567 พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศ. ดร. นฤมล ภิญโญสินวัตน์ รองประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เข้าร่วมประชุม โดยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้นำเสนอวาระที่สำคัญต่อที่ประชุม ดังนี้

วาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมเห็นชอบและอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณตามกรอบและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 วงเงินรวม 1,579,968,000 บาท เพื่อใช้จ่ายในการบริหารสำนักงาน การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การจัดการหนี้ของเกษตรกร การซื้อทรัพย์ NPA คืนตามมติคณะรัฐมนตรี การใช้จ่ายเพื่อภารกิจฉุกเฉินของ กฟก. หรือตามคำพิพากษาถึงที่สุด รายจ่ายที่มีภาระผูกพันและเงินคงเหลือเพื่อดำเนินการอื่น ๆ

เห็นชอบปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง และมอบหมายให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รายงานผลการดำเนินงานและขอปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและมีมติต่อไปโดยเร็ว

เห็นชอบให้คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ตามอำนาจหน้าที่ให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2567 จำนวน 6,014 ราย 16,586 บัญชี มูลหนี้ 4,660,819,477.14 บาทเห็นชอบรายชื่อเกษตรกรที่เป็นหนี้ NPA (เพิ่มเติม) และอนุมัติซื้อทรัพย์ NPA คืนให้เกษตรกรจำนวน 24 ราย จำนวนทรัพย์สิน 33 แปลง ยอดเงินรวม 37,025,000 บาท

เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้โครงการส่งเสริมของรัฐ โดยให้เกษตรกรสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทหนี้โครงการปรับโครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตร (คปร.) และโครงการแผนฟื้นฟูการเกษตร (ผกก.) เข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้ตามแนวทางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอดำเนินการ และให้สำนักงานแจ้งเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้รับทราบและเตรียมเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัด จัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 หวังสร้างและพัฒนานักออกแบบป้อนวงการแฟชั่นล้านนาตะวันออก เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคปัจจุบัน


เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น. ณ บริเวณลานข่วงน้อย ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน นางจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงานจัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 จัดโดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย หรือเรียกว่ากลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก มีกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าท้องถิ่นอันเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด ซึ่งจำเป็นจะต้องพัฒนายกระดับการผลิตดังกล่าวในกลุ่มล้านนาตะวันออกให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต นักออกแบบ นักการตลาด สถาบันการศึกษา ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก โดยการสร้างขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มีความหลากหลาย ให้เกิดความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสู่ตลาดสากล ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline

การที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย ได้ร่วมกันทำโครงการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออกสู่ตลาดสากล กิจกรรมการสร้างนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก จึงเป็นการเสริมสร้างความเข็มแข็งและขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก ทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาภาคเหนือ พ.ศ. 2566-2570
ด้านนางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า กิจกรรมการสร้างนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก มี

วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักออกแบบสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจ ให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มาตรฐานสู่ตลาดสากล ปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ตามความต้องการของตลาด ซึ่งมีกิจกรรมของโครงการ ได้แก่ 1) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนาองค์ความรู้และออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นล้านนาตะวันออก และกิจกรรมเข้าค่ายพัฒนาสร้างนักออกแบบ 2) กิจกรรมออกแบบ และพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก โดยการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ และจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3) จัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ และจัดประกวดผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ พร้อมทดสอบตลาด ซึ่งได้แก่การจัดงานในครั้งนี้


สำหรับการจัดกิจกรรมแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมทดสอบตลาดในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณลานข่วงเมืองน่าน ทั้งนี้เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบแฟชั่นล้านนาตะวันออก ทั้งเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบจังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 41 ราย/ผลงาน มาจัดแสดงเพื่อทำการทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 โดยการจัดทำแบบสอบถามผู้เข้าร่วมชมงานเป็นรายผลิตภัณฑ์ และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลวิเคราะห์ในเชิงสถิติ และสรุปผลนำเสนอแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดต่อไป

นอกจากนี้ยังกิจกรรมในงาน ได้แก่ การจัดประกวดผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผู้เข้าร่วมโครงการ/ การจัดแสดงแฟชั่นโชว์ผลงานที่ได้รับการพัฒนา โดยนายแบบนางแบบมืออาชีพ / กิจกรรม Business Matching ซึ่งจะเป็นการพบปะเจรจาระหว่างนักออกแบบของโครงการ กับผู้ประกอบการที่ต้องการหานักออกแบบสินค้าแฟชั่น เพื่อร่วมมือสร้างสรรค์งานแฟชั่นล้านนาในอนาคต ซึ่งได้แก่กิจกรรม Meet the Designer /การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของนักออกแบบ และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 บูธ / และการแสดง ดนตรีเพื่อความบันเทิงเป็นประจำทุกวันนางจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญเพราะจะเป็นการพบปะระหว่างนักออกแบบรุ่นใหม่ กับกลุ่มผู้ประกอบการ Meet The Designer นักออกแบบจะได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสอบถามถึงผลงานที่ตัวเองได้สร้างสรรค์ จากองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเมื่อนำผลงานมาทำการทดสอบตลาดจาก ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคที่มาร่วมชมงาน

จะทำให้ทราบว่าาผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามา ตรงกับความต้องการหรือไม่ และ/หรือจะมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาอย่างไรหรือไม่ ซึ่งข้อมูลจากการทดสอบตลาดที่ได้ สามารถนำไปประกอบการพัฒนาการออกแบบและพัฒนาแฟชั่นของตนเองต่อไป นอกจากนี้การจัดแสดงผลงานและทดสอบตลาดในครั้งนี้ ยังจะเป็นการประชาสัมพันธ์แฟชั่นล้านนาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และขยายช่องทางการตลาดให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายต่อไปอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / สสจ.จัดงานมหกรรมสุขภาพ ครั้งที่ 2 “Buengkan Health Fair II : Herbs for Health & Well-being 2024” ตรวจสุขภาพให้ประชาชนฟรี

วันที่ 1 พ.ย. เวลา 10.30 น. ที่บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง บึงกาฬ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ จัดงานมหกรรมสุขภาพ ครั้งที่ 2 “วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” ปี 2567 “Buengkan Health Fair II : Herbs for Health & Well-being 2024 พร้อมเปิดเวทีเสวนาวิชาการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้การแพทย์แผนไทยการแพทย์พื้นบ้าน โดยมี ดร.นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดงาน และประธานกล่าวราชสดุดี เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาลที่ ๓ “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย”

มีนางไกรษร จุลโยธา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์สุรพงษ์ ลักษวุธ นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายประเสริฐ บินตะคุ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์กฤษณพงษ์ ชุมพล นายแพทย์เชี่ยวชาญ ปฏิบัติหน้าที่รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ดร. คำไฝ พลสงคราม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงสาธารสุข เจ้าหน้าที่ และประชาชน ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมรูป พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย และพิธีเปิด

ดร.นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2558 เห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา“พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย” แด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า และกําหนดให้วันที่ 29 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” นอกจากนี้ พระองค์ได้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร มีการจารึกตำราการแพทย์แผนไทยติดประดับไว้ตามศาลกราย และจัดสร้างรูปฤษีดีดัดตน ตั้งไว้ศาลาละ 4-5 รูป รวม 36 หลัง และยัง

จารึกตำรายาต่างๆ ติดประดับไว้ในศาลา ทั้ง 16 หลัง ซึ่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศรับรองให้ ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2555 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้การแพทย์แพทย์แผนไทยมีความเจริญ รุ่งเรือง เกิดคุณปการแก่ประชาชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายงานด้านการแพทย์แผนไทยแพทย์พื้นบ้าน จัดงานมหกรรมสุขภาพ ครั้งที่ 2 “Buengkan Health Fair II : Herbs for Health & Well-being 2024”

ระหว่างวันที่ 1 – 2 พฤศจิกายน 2567 เพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬและคนไทยได้ร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ที่มีต่อการคุ้มครองรักษาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย รวมถึงการสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น ยกระดับ และนำไปใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และสมุนไพรไทย

นอกจากกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน ปีนี้ยังมีเวทีเสวนาวิชาการ อาทิ เสวนาวิชาการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้การแพทย์แผนไทยการแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านด้วยตนเอง ภูมิปัญญาไทยสู่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ การยกระดับมาตรฐานการนวดไทย การแพทย์แผนไทยกับสถานการณ์ประเทศไทยในปัจจุบัน การผลิตยาสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน GMP การนำภูมิปัญญาสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมชิม ชอป ใช้ สมุนไพรและภูมิปัญญาล้ำค่ามากมาย

ปีนี้งานจัดขึ้นภายใต้รูปแบบภายใต้แนวคิดการจัดงาน “ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย นวดไทย มรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม” มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ตลอดทั้ง 2 วัน ได้แก่ ให้บริการตรวจสุขภาพฟรี ชมบูธนิทรรศการแพทย์แผนไทย นำเสนองานวิจัย จาก 8 อำเภอ การสาธิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร กิจกรรม Work Shop จากโรงพยาบาลบึงกาฬ และเครือข่ายวิชาชีพการแพทย์แผนไทยแพทย์พื้นบ้าน จึงขอเชิญชวนชาวบึงกาฬทุกท่าน อย่ารอช้า! มาร่วมสร้างสุขภาพดีไปด้วยกัน เพื่อหลีกหนีจากความเสี่ยงของโรคและการเจ็บป่วย พร้อมรับความรู้และบริการทางการแพทย์ครบวงจร
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.สคร.9 นครราชสีมาแนะวิธีการป้องกันอุบัติเหตุเมื่อเดินทางไปทอดกฐิน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ณ สคร.9 นครราชสีมา โดย นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา จัด
การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนในเขตสุขภาพที่ 9 ด้านการสื่อสารความเสี่ยงเรื่องโรคและภัยสุขภาพ ปี 2568 กล่าวในที่ประชุมว่า

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางไปทอดกฐิน และเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง สถานการณ์อุบัติเหตุในเขตสุขภาพที่ 9 ในช่วงเทศกาลออกพรรษานี้ ประชาชนมักเดินทางไปทำบุญทอดกฐินตามวัดต่างๆ ที่ตนเองมีความเลื่อมใสศรัทธา ในต่างจังหวัด ซึ่งรูปแบบการเดินทางที่นิยมคือ ใช้รถบัสโดยสาร ซึ่งเหมาะกับการเดินทางเป็นหมู่คณะ ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุจากการเดินทางไปทอดกฐินเกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิต

ในส่วนของเขตสุขภาพที่ 9 ในปี 2566 ที่ผ่านมาพบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน สูงสุดอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา มากถึง 769 ราย รองลงมาคือจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และชัยภูมิ ตามลำดับ ส่วนใหญ่พบมากที่สุดคือในเพศชาย ช่วงกลุ่มอายุ 15-19 ปี และพบการเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุดคือ การไม่สวมหมวกนิรภัย

วิธีการในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปทำบุญทอดกฐินสคร.9 มีข้อแนะนำประชาชนในการเดินทางไกลเป็นหมู่คณะ
โดยวางแผนและศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทาง และวิธีเช่าเหมารถโดยสารไม่ประจำทาง เพื่อการเดินทางไปทำบุญทอดกฐินที่ปลอดภัย ดังนี้
การคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถ
1.เลือกบริษัทที่เป็นนิติบุคคล ทำประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ ผ่านการตรวจสอบสภาพรถและต่อภาษี
2.เลือกใช้รถแบบชั้นเดียว ไม่ควรใช้รถแบบ 2 ชั้น โดยเฉพาะทางภูเขาลาดชัน

3.ควรมีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งและใช้การได้
4.เบาะที่นั่งยึดติดตั้งแข็งแรง ไม่ควรเลือกรถที่มีการดัดแปลง
ที่นั่ง เพื่อให้ได้พื้นที่นั่งมากขึ้น
5.มีอุปกรณ์นิรภัยติดตั้งบนรถ เช่น ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง เป็นต้น
6.ต้องไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง
7.พนักงานขับรถควรมีใบอนุญาตขับขี่ประเภท 2 สามารถขับรถส่วนบุคคลหรือรถสาธารณะได้

สคร.9 นครราชสีมา มีความห่วงใยประชาชนในช่วงทำบุญทอดกฐินนี้ และขอให้คณะเดินทาง สังเกตความปลอดภัยในรถ เช่น มองหาทางเข้าออก ประตูฉุกเฉิน และสังเกตุอากัปกิริยาของพนักงานขับรถว่ามีการดื่มสุรา พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออยู่ในสภาพที่พร้อมขับขี่หรือไม่ ที่สำคัญผู้โดยสารตั้งคาดเข็มขัดนิรภัยขนะเดินทางตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และอิ่มใจได้บุญ

กันตินันท์ เรืองประโคน นครราชสีมา รายงาน/ 061-768-8210

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบฯจัดกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ

วันนี้ (2 พ.ย. 67) เวลา 6.00 น. ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตฯ ในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการรวมพลังของประชาชน ทุกหมู่เหล่า ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงส่งเสริมสนับสนุนให้คนไทยทุกเพศทุกวัย ได้ออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน ในการดูแลป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

ตลอดจนให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว ให้มากขึ้น ตลอดจนมีการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง และการจัดกิจกรรมประสบความสำเร็จด้วยดีจากการได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จากภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยในครั้งนี้จัดขึ้นที่สนามอำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,500 คน โดยผู้ร่วมกิจกรรมได้ออกเดิน วิ่ง จากจุดปล่อยตัวสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ไปตามเส้นทาง ถนนสละชีพ , ถนนสู้ศึก , ถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ กลับมาเข้าเส้นชัยที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) รวมเป็นระยะทางทั้งสิ้น 5.2 กิโลเมตร

ปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมอง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ และถือเป็นภัยร้ายใกล้ตัวเรา อีกทั้งนับวันจะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากจะส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วยแล้ว ยังมีผู้ที่รอดชีวิตอีกเป็นจำนวนมาก ที่ต้องกลายเป็นผู้พิการ ต้องพึ่งพิงผู้อื่น รวมถึงมีภาระค่ารักษาพยาบาล ยังส่งผลกระทบต่อคนในครอบครัว ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และผู้ดูแลได้รับผลกระทบตามไปด้วย จากข้อมูลรายงานการศึกษาโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย ปี พ.ศ.2567 โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตจาก

โรคหลอดเลือดสมองประมาณ 5.5 ล้านคนต่อปี ในประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 1,880 คน ต่อแสนประชากร หรือร้อยละ 2 ซึ่งถือเป็นสาเหตุ การเสียชีวิตอันดับหนึ่งในเพศหญิง และอันดับสามในเพศชาย รองจากอุบัติเหตุและโรคมะเร็ง นอกจากนั้นโรคนี้ยังมีอัตราความพิการสูง อีกทั้งพบว่าในผู้ป่วย 100 คน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จะเสียชีวิตร้อยละ 5 และพิการร้อยละ 70 นอกจากความพิการทางกาย อาการของโรคยังมีผลทำให้ความจำเสื่อมภายหลังอีกด้วย
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อาคันตุกะเจ้าเมืองบางแก้ว นานาชาติ เทศบาลเมืองบางแก้ว ร่วมกับ PTT Park Mall หนามแดง สมุทรปราการ


นายบุญชู กรานรอด รองนายกเทศมนตรีรักษาการ นายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว และนายกฤษฏากรณ์ หวังพาณิชย์สกุล ผู้บริหารPTT Parkmall ร่วมตอบสนองนโยบายSoft Powerส่งเสริมประเพณีลอยกระทง กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยววิถีพุทธ จัดโครงการ ^งานประเพณีลอยกระทงนานาชาติ เทศบาลเมืองบางแก้ว ร่วมกับPTT ปาร์คมอลล์^

ในวันที่15-24 พฤศจิกายน(10วัน) โดยมีไฮไลท์ 7 กิจกรรม 2 คอนเสริ์ท กล่าวคืองาน 4 วัน 15,16,17,23 พฤศจิกายน2567 สมัครล่วงหน้า😇ประกวดหนูน้อยนพมาศ ชิงมงกุฎ สายสะพาย ถ้วยรางวัล เงินรางวัล เกียรติบัตรจากเทศบาลเมืองบางแก้วและptt park mall ,วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน2567
ประกวดหนูน้อยนพมาศ( Junior4-9 ปี(senior10-16ปี) ,วันที่16 พย ประกวดนพมาศนานาชาติได้รับการตอบรับอาทิประเทศต่างๆดังนี้ ไชปรัสเหนือ อิตาลี่ อินโดนีเชีย เกาหลี เนปาล อินเดีย ศรีลังกา กัมพูชา บังกลาเทศ ตุรกี พร้อมการแสดงทางวัฒนธรรมนานาชาติ ,

วันที่17 พย ประกวดนพมาศสาวน้อย(นพมาศอาวุโสอายุ 45-90ปี )+ประกวดนพมาศสัตว์เลี้ยง ( น้องหมาแมว) ,วันที่23 พย ประกวดเทพบุตรหนุ่มนพมาศ( ชายแท้+ชายทอมบอย อายุ 13-45 ปี) ทั้งนี้ได้ชิงเงินรางวัล เงินสดมงกุฎสายสะพายและรางวัลอื่นๆรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท ทั้งนี้ ยังมีคอนเสิร์ตในวันที่ 20 พย ศิลปินเนสกาแฟ ศรีนคร,ในวันที่ 22 พย ศิลปินวงเสียงอีสาน
ภายในงาน ยังมีการออกบูธจากร้านผลิตภัณฑ์โอท๊อป ของดีจากบางแก้ว อาหารและเครื่องดื่มและช้อปปิ้งต่างๆ นักแสดงนำจากค่ายมหามงคลฟิล์ม , แพรว AF , สิตางคุ์ บัวทอง กรรมการตัดสิน น้องหมาแมวนพมาศ มากมาย

ท่านนายบุญชู กรานรอด นายกเทศมนตรีรักษาราชการนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ‘‘รู้สึกเป็นเกียรติที่ทางบางแก้วจะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประเพณีลอยกระทงซึ่งในปีนี้ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายนถึงวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนโดยมีไฮไลท์กิจกรรมหลักๆทั้งหมด7 กิจกรรมและ2 คอนเสิร์ต กล่าวคือมีทั้งกิจกรรมด้านการออกร้านผลิตภัณฑ์ โอท๊อปของชาวบางแก้วและคอนเสิร์ตและมีกิจกรรมการประกวดต่างๆอาทิการประกวดหนูน้อยนพมาศ การประกวดกระทงสวยงาม

การประกวดนพมาศสัตว์เลี้ยง การประกวดนพมาศสาวน้อย การประกวดเทพบุตรหนุ่มนพมาศและยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมจากนานาชาติ ได้เข้าร่วมกว่า 10 ประเทศ ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีอันดีงามที่มีมาตามพุทธประวัติ และถือเป็นประเพณีที่ทั่วโลกรู้จัก ในปีนี้ เทศบาลเมืองบางแก้วจะจัดยิ่งใหญ่และเป็นกิจกรรมที่จะจัดหลักทุกปีเพื่อให้สืบสานประเพณีด้านวัฒนธรรมลอยกระทงนั้นเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกตลอดไป ’’

   นายกฤษฎากรณ์ หวังพาณิชย์สกุล กล่าวอีกว่า ‘ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ทางท่านรองนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้วได้ตอบรับและสนับสนุน กิจกรรมของทางโครงการพีทีทีปาร์คมอลล์ โครงการเราเป็นคอมมูลนิตี้มอล์ลที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางแก้ว เป็นศูนย์รวมกิจกรรมในย่านนี้มีทั้งปั๊มน้ำมัน ปตท ตลาดสด สวนสาธารณะ ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต เซเว่น คาเฟ่อเมซอน รวมถึงแลนด์มาร์คต่างๆ และร้านอาหารแอร์บัสเครื่องบินที่มีความน่าสนใจ เราเคยจัดงานลอยกระทง ประกวดหนูน้อยและนางนพมาศปีก่อนๆ ก็ได้รับความสนใจจากชาวบางแก้วและคนต่างพื้นที่ ในโครงการเรามีพื้นที่ในการจัดกิจกรรมลอยกระทงที่พร้อม ต้อนรับแขกท้องถิ่นและขอเชิญทุกท่านเป็นอาคันตุกะร่วมกับโครงการในการต้อนรับนานาชาติกว่า 300 คน
ที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย และในปีนี้เราได้จัดงานขึ้นอีกครั้งโดยได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ซึ่งผมคาดคะเนว่าในแต่ละวัน คนจะเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 2,000 ถึง 3000 คน ส่วนด้านการดูแลความปลอดภัยก็จะมีหน่วยงานของรัฐเช่นสภ. บางแก้วมาดูแล และเรายังจัดสถานที่จอดรถกว่า9 ไร่ข้างปั้ม ไว้สำหรับรถที่เข้ามาร่วมงานลอยกระทงในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานในครั้งนี้จะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนจะจดจำความประทับใจและร่วมภาคภูมิใจกับการจัดงานโครงการประเพณีลอยกระทงนานาชาติเมืองบางแก้วด้วยครับ
    
ซึ่งงานในครั้งนี้ได้มอบหมายให้กับบริษัท มหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่นจำกัด ผู้ผลิตละครเทิดพระเกียรติ ฯทางช่อง9Mcot เป็นผู้จัดกิจกรรมในงานส่วนไฮไลท์ ^ผมได้รับเกียรติจาก คุณ กฤษฎากรณ์ หวังพานิชย์สกุล ผู้บริหารที่ไว้วางใจในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งปีก่อนๆ ผมเคยร่วมกิจกรรมและนำกองถ่าย ผลิตละครเทิดพระเกียรติและละครธรรม ทางช่อง9 MCOT มาถ่ายทำที่โครง

PTT Park mall มากกว่า 10 โลเคชั่น และ ผมก็เคยได้เข้ามาร่วมกิจกรรมของการประกวดนพมาศที่นี่ในปีก่อนๆ และในปีนี้ผมได้รับการไว้วางใจที่จะมาดูกิจกรรมของโครงการในครั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ที่สุด และเรายังเป็นแมวมองที่จะพิจารณาคนเข้าประกวดในทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนูน้อย หนุ่มหล่อ สาวสวย หรือแม้แต่ สาวน้อยอาวุโส ที่มาปรากฏทั้งหมดในการมีส่วนร่วมกับการทำละครของบริษัทในครั้งต่อๆไป
ในครั้งนี้ได้แต่งตััง นักแสดงต้นแบบจากค่ายมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่น ทั้งหมดเป็นระดับพระเอกนางเอกของละครเทิดพระเกียรติ และละครสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางช่อง9 MCOT ทั้ง4 ท่านได้แก่ น้องคากิ ชนชญา งามเจริญ , น้องแอนโทนี่ แอนโทนีโอ จุลพงษ์ โกเมซ, น้องแพรไหม ศิวาพัชญ์ เบญจไตรพัฒน์ , น้องนักรบ ก้องภพ สว่างเรือง สนใจสอบถามรายละเอียดการประกวดได้ที่ 083-0055-484 id-line Harajuku999 หรือรับใบสมัคร ได้ที่เทศบาลเมืองบางแก้ว 02-7102784ฝ่ายกิจกรรม / โครงการพีทีทีปาร์คมอลล์ หนามแดง 062-0497774
น้อง ปุ๊กกี้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนพรรษา 6 รอบ 28 กค. 2567

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 08.30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์งานวิ่ง สิงห์คูยาง Running วิ่งเพื่อโรงพยาบาลโคกสำโรง ประจำปี 2567

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประชุมเตรียมความพร้อมและมอบหน้าที่รับผิดชอบ รวมทั้งขอให้กำนันทุกตำบล ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านในอำเภอโคกสำโรง เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานเดิน วิ่ง ปั่น เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบันทึกสถิติโลก กิจกรรมโครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จังหวัดลพบุรี

ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2567 เวลา 05.00 น. พร้อมเพียงกันที่สนามโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา คาดว่าประชาชนอำเภอโคกสำโรง เดินทางร่วมงานไม่น้อย การเดิน วิ่ง ปั่น ทางจังหวัดลพบุรี ได้จัดให้มีการเดิน วิ่ง ปั่นทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี 11 สนามของการเดิน วิ่ง ปั่น ที่แต่ละอำเภอได้กำหนดไว้ ส่วนอำเภอโคกสำโรง กำหนดจะเดิน วิ่ง ปั่น ออกจากโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา ตามจุดเส้นทางที่ได้กำหนดไว้แล้ว

และในโอกาสเดียวกันนี้ นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ก็ได้เชิญชวนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรม “สิงห์คูยางค์ Running 3 วิ่งเพื่อโรงพยาบาลโคกสำโรง” โดยจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม 2567 จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์ฟอกไต ให้แก่โรงพบาลโคกสำโรง เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องได้รับการรักษาด้วยการฟอกไต ในอำเภอโคกสำโรง ตลอดทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดลพบุรี ได้เข้าถึงบริการได้รับการดูแลรักษาที่ดี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกคน ในส่วนของความพร้อมในการต้อนรับผู้ร่วมงานวิ่งในวันอาทิตย์ ที่8 ธันวาคม 2567 สิงคูยาง Running วิ่งเพื่อโรงพยาบาลโคกสำโรง

ทุกท่านที่จะมาร่วมงาน ขอให้ทุกท่านได้มั่นใจได้ว่าทุกภาคส่วนและชาวอำเภอโคกสำโรง มีความยินดีอย่างยิ่งในการต้อนรับ และได้เตรียมการอย่างเต็มที่ในเรื่องความสะดวก และปลอดภัย นอกจากผู้ร่วมวิ่งทุกท่านจะได้ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ทัศนียภาพตลอดสองฝั่งเส้นทางในที่วิ่งแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในตำนานเล่าขานมานานที่น่าสนใจของอำเภอโคกสำโรง และจังหวัดลพบุรี อีกมากมายที่นักวิ่งจะวิ่งผ่านได้ชมเห็นเทือกเขาที่สวยงามยามเช้า เช่น เขาวงพระจันทร์ เขานมนาง เขาตะเภา เขาจระเข้ สถานที่วัด ธรรมชาติ ทุ่งทานตะวัน วิธีชีวิตชุมชน ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติของท้องถิ่นอำเภอโคกสำโรง

ซึ่งจะทำให้การมาวิ่งครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งในด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติท้องถิ่น ให้ทุกท่านประทับใจไปอีกนาน โดยโครงการนี้ยังจะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมากในการสร้างศูนย์ฟอกไต จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมวิ่ง เพื่อสร้างสุขภาพ และสร้างบุญไปด้วยกัน เพราะยังต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมากจึงจะเกิดผลสำเร็จได้ เปิดรับสมัครวิ่งตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป วิ่งในระยะทาง 3 กม. 400 บาทรับเสื้อ1ตัว ระยะทาง 5 กม. 400 บาทรับเสื้อ 1 ตัว ระยะทาง 10 กม. 500 บาทรับเสื้อ 1 ตัว ระยะทางวิ่ง 23 กม. 700 บาทรับเสื้อ 1ตัว และวีไอพี 1,000 บาทรับเสื้อ 2 ตัว ท่านสามารถ สแกน QR Code สมัครได้ทันที่ และรับเสื้อได้ที่โรงพยาบาลโคกสำโรง
“สิงห์คูยางค์ Running 3 วิ่งเพื่อโรงพยาบาลโคกสำโรง” ในวันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม 2567
โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เพื่อระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์ฟอกไต โรงพยาบาลโคกสำโรง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีมีคุณภาพและสะดวก ลดภาระค่าใช้จ่ายและความลำบากในการเดินทางไปรักษาที่อื่น
  2. เพื่อส่งเสริมสุขภาพและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไตในชุมชม
    เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย และใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น
  3. สร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของชุมชน การจัดงามวิ่งครั้งนี้ เปิด
    โอกาสให้ทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการทำบุญและสนับสนุน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และร่วมกันสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่สังคม

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! Pattaya International Tattoo Festival 2024 รับไฮซีซั่น / งานวิ่งได้บุญ SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดเด็กป่วยโรคหัวใจ

วันที่ 1 พ.ย.67 นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา ในฐานะผู้แทนนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงาน Pattaya International Tattoo Festival 2024 ที่ปาร์ตี้เฮ้าส์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ร่วมงาน

นายชาตรี สุขสวัสดิ์ ประธานกลุ่มช่างสักระหว่างประเทศประจำประเทศไทย World Tattoo Event เผยว่า สำหรับงาน Pattaya International Tattoo Festival 2024 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย.67 นี้ โดยจัดเป็นเทศกาลงานสักที่รวบรวมช่างสักชื่อดังจากทั่วโลกกว่า 1,000 ชีวิต ในหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส เซอร์เบีย ไอแลนด์ เกาหลีใต้ เวียดนามและไทย

ทั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือกันจัดขึ้นของกลุ่มช่างสักระหว่างประเทศและผู้ชื่นชอบศิลปะการสักลายบนเรือนร่าง ที่มีเมืองพัทยาและ ททท.ร่วมสนับสนุน โดยในงานจะมีการประกวดรอยสักกว่า 22 รายการ ฟรีคอนเสิร์ตจาก Bulletguyz และครั้งแรกกับการจัดประกวด Miss Bikini Tattoo ที่จะมีขึ้นในวันสุดท้ายของการจัดงาน ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกหนึ่งงานที่จะสร้างสีสันรับไฮซีซั่นของปี

ผลักดันให้สังคมน่าอยู่..สายวิ่งเตรียมระเบิดความมันส์ งานวิ่งได้บุญ SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดเด็กป่วยโรคหัวใจ

วันที่ 1 พ.ย.67 โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี โดย ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช ได้จัดงานแถลงข่าวงานวิ่งการกุศลครั้งที่ 7 ของโรงเรียน ภายใต้ชื่องาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS STEPPING TO THE HEARTS.

โดยในพิธีการได้รับเกียรติจากตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีแถลงข่าว ประกอบด้วย เทศบาลตำบลบางละมุง เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย สภ.บางละมุง คลังก๊าซบ้านโรงโป๊ะ ท่าเรือแหลมฉบัง รพ.กรุงเทพพัทยา รพ.วิภาราม แหลมฉบัง สถานตากอากาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ The Cop Resort ท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ

สำหรับงาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS เป็นการวิ่งระยะ 8 กิโลเมตร ในปีนี้กำหนดจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.67 โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 6 รุ่น คือ รุ่น KIDS SPIRIT อายุไม่เกิน 6 ปี, รุ่น ALPHA อายุ 7-15 ปี, รุ่น Z-RUN อายุ 16-29 ปี, รุ่น Y-RUN อายุ 30-39 ปี, รุ่น X-RUN อายุ 40-49 ปี และรุ่น XL-RUN อายุ 50 ปีขึ้นไป

โดยรายได้จาการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายจะได้ร่วมสมทบทุนบริจาคให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิธีช่วยเหลือในการผ่าตัดหัวใจดวงเล็กๆ ให้เด็กๆ ที่เป็นโรคหัวใจได้มีโอกาสมีชีวิตต่อไปได้ โดยทางโรงเรียนศรีสุวิชหวังว่าจะเป็นแรงผลักดันเล็กๆ เพื่อให้สังคมนี้น่าอยู่ต่อไป สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อร่วมกิจกรรมได้ที่โรงเรียนศรีสุวิช หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ SrisuvitNewsletter

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.น้ำ มุกดาหาร จับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับ​ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

กองบังคับการตำรวจน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ​ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.​ พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก,
พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้สังการให้ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจน้ำ3 กองกำกับการ10 กองบังคับการตำรวจน้ำ​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย ร.ต.ต.คมเด็ด อ่อนพฤกษ์ภูมิ รอง สว. (ป.ทางน้ำ)​ส.รน.3 กก.10 บก.รน., ชุดสืบสวนตำรวจน้ำ

ร่วมกันจับกุม นางแสงสุริยา อุระ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร​ จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 217/2567 ลงวันที่ 19 เมษายน 2567​ ความผิดฐาน ฉ้อโกง,เรียกค่าเสียหาย​หกหมื่นบาท​ จับกุมที่บริเวณบ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 06.30 น. ร.ต.ต.คมเด็ด อ่อนพฤกษ์ภูมิ รอง สว. (ป.ทางน้ำ)ส.รน.3 กก.10 บก.รม. ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) แจ้งว่า นางแสงสุริยา อุระ ซึ่งเป็นบคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 217/2567 ลงวันที่ 19 เมษายน 2567 ได้พักอาศัยที่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร​ จ.มุกดาหาร ต่อมาเมื่อเวลา 07.30 น.

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ส.รน.3 กก.10 บก.รน.,ชุดสืบสวนกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นพื้นที่ได้เดินทางไปตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวปรากฏว่าตรวจพบจำเลยซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับจำเลยตามหมายจับดังกล่าวปรากฏตัวอยู่จริง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวให้ทราบและแสดงหมายจับ

ให้เจ้าของบ้านและจำเลยดู โดยจำเลยยอมรับว่า ตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยตามหมายจับนี้ และยังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดี มาก่อน พนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบทันทีในที่เกิดเหตุ และควบคุมตัวนำส่งศาลจังหวัดมุกดาหาร ในวันเดียวกันเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีไทยร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีวัดขวัญไม้งามสืบสานประเพณี

วันนี้ (20 ตุลาคม 2567) ที่วัดขวัญไม้งาม ม.10 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นธ.93 มอบหมายให้
พ.ต.ท.สุเทพ สังวรกิตติวุฒิ รองผบ.ฉก.ตร.นธ.93 ผบ.ร้อย932 ผบ.ร้อย933 ชป.กร. ร่วมกิจกรรมกิจกรรมทอดกฐิน โดยมีพระครูสิทธิคุณาทร เจ้าอาวาสวัดขวัญไม้งาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

คุณพ่อเล็ก ผุดผ่อง / คุณเเม่ปิ่น ผุดผ่อง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและประชาชนทั่วไปทอดกฐินสามัคคีเพื่อถวายปัจจัยบูรณะโบสถ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการบำรุงพระพุทธศาสนา สร้างอุโบสถให้กับทางวัดได้ใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามประเพณีชาวพุทธที่ถือปฏิบัติกันมาทุกปีหลังออกพรรษา

ด้วยพุทธบริษัทบ้านไม้งาม และพุทธบริษัททั้งหลายได้นำผ้ากฐินมาทอดถวาย เพื่อให้พระภิกษุได้รับอานิสงค์แห่งการจำพรรษาตามพระวินัยบัญญัติ และเพื่อนำปัจจัยที่ได้รับจากการอนุโมทนาร่วมบุญในการทอดกฐินในครั้งนี้ นำไปสร้างอุโบสถที่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมงานบุญทอดกฐิน โดยความพร้อมเพรียงกัน

โดยการทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธ และส่งเสริมอัตลักษณ์ในพื้นถิ่น สำหรับวัดขวัญไม้งามเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวพุทธในพื้นที่มาอย่างยาวนาน เพื่อเป็นการสืบทอดอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการทำบุญทอดกฐิน และเป็นการปลูกฝัง สร้างจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่และประชาชนเกิดความรักความหวงแหนในวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามตลอดจนเพื่อจรรโลงไว้ให้ชนรุ่นลูกรุ่นหลานได้นับถือสืบทอดตลอดไป

สำหรับการทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี เพื่อร่วมกันสืบทอดอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการทำบุญและปลูกฝัง สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความรักความหวงแหนในวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม โดยปัจจัยที่ได้จากบริวารกฐิน ทั้งนี้ทางวัดจะนำปัจจัยดังกล่าวไปใช้พัฒนาวัดต่อไป
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เรือภูพยัคฆ์วัดป่าสักได้แชมป์เรือใหญ่ครองถ้วยพระราชทาน / น่าน ทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เทศกาลออกพรรษา

และธงรางวัลเงินสด 20,000 บาท ผลการแข่งขันเรือชิงถ้วยพระราชทานงานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษาตานก๋วยสลากวัดบุญยืนพระอารามหลวง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ประจำปี 2567 สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ณ สะพานข้ามแม่น้ำน่าน (ท่าน้ำบ้านป่ากล้วย) อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มีพิธีเปิดงานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง อำเภอเวียงสา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลอดเหล้า-เบียร์ ประจำปี 2567 โดยมี ท่านนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเวียงสา เป็นประธานมอบรางวัล นายพงศ์นรินทร์ สุทธารักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสา กล่าวรายงาน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขตอำเภอเวียงสา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอเวียงสา คณะกรรมการจัดงานประเพณีแข่งเรือชมรมเรือแข่งอำเภอเวียงสา และประชาชนชาวอำเภอเวียงสา ร่วมกันจัดงาน


โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบต่อไป ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ส่งเสริมประเพณีการแข่งเรือวันออกพรรษา ปลอดเหล้า-เบียร์ และส่งเสริมสนับสนุนและสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนได้ ออกกำลังกายและห่างไกลยาเสพติด นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาล ให้อำเภอเวียงสาและจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั่วไปและชาวต่างชาติ

ผลการแข่งขันเรือ วันออกพรรษาตานก๋วยสลาก วัดบุญยืนพระอารามหลวง อำเภอเวียงสา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระขนิษฐาธิราชกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลอดเหล้า-เบียร์ ประจำปี 2567
ประเภทเรือเล็กชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานและธงรางวัลเงินสด10,000 บาท เรือมินตะยากายรัตนา มทร.ล้านนา อำเภอเมืองน่าน ประเภทเรือกลาง ชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานและธงรางวัลเงินสด15,000 บาท เรือเทพศรัทธาศรีกลางเวียง บ้านกลางเวียง อำเภอเวียงสา ประเภทเรือใหญ่

ชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานและธงรางวัลเงินสด 20,000 บาท เรือภูพยัคฆ์ วัดป่าสัก อำเภอเวียงสา และประเภทเรือใหญ่เอกลักษณ์น่าน ชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานและธงรางวัลเงินสด 20,000 บาทเรือเทพธารทิพย์ บ้านไชยสถาน อำเภอเวียงสา/ข่าว/ ฐาปนี ชาวพรอน/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมลชนจังหวัดน่าน รายงาน

จังหวัดน่าน ทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในเทศกาลออกพรรษาเพื่อ อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งเวียงภูเพียงแช่แห้ง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ขณะนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ในสุดยอด 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ประจำปี 2024

วันที่ 18 ตุลาคม 2567 เวลา 0700 น. พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว ทุกหมู่เหล่า ร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในเทศกาลออกพรรษาเพื่อ อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ณ วัดพระธาตุ เขาน้อย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน อีกทั้งยังเป็นการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สืบทอดประเพณีอันดีงามทางพุทธศาสนาที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล และแสดงออกซึ่งการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาวน่านอีกด้วย

ส่วนที่วัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง ท่านพระชยานันทมุนี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวงได้นำพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว ร่วมกันทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เหมือนกับทุกๆปีทีผ่านมา เพื่อเพื่อ อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้สืบต่อไป เวียงภูเพียงแช่แห้ง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ขณะนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ในสุดยอด 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ประจำปี 2024 (Green Destination 2024 Top 100 Stories)

การตักบาตรเทโว ซึ่งปรากฏอยู่ในพุทธตำนานเรื่อง วันเทโวโรหณสูตร เทโวโรหณะ หมายถึง การเสด็จลงจากดาวดึงส์(สวรรค์) ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงดำริที่จะสนองพระคุณพระพุทธมารดา พระพุทธองค์จึงเสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทศนาพระ อภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดา ตลอดพรรษา(3เดือน) จนพระพุทธมารดาบรรลุอริยมรรคอริยผลเป็นพระอรหันตภูมิ ครั้นถึงวันปวารณาออกพรรษาวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 พระพุทธองค์จึงเสด็จลงสู่โลกมนุษย์หรือ

วันพระเจ้าเปิดโลก บรรดาพุทธซาสนิกชนจึงได้จัดประเพณี ตักบาตรเทโว ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีพระสงฆ์จากวัดต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองน่าน ได้เดินมารับ บิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน และ นักท่องเที่ยว ตามเส้นทางหน้าพิพิธภัณฑ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติด้วย/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วัดคลองกะพั้วจัดพิธีบวงสรวงพระนารายบรรทมสินประทับบนปู่อนันตนาคราช 1,000 เศียร/ท่าปลาแถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรมของดีอำเภอท่าปลาครั้งที่ 8 ประจำปี 2567 ช่วงเทศกาลออกพรรษา “แห่ผีตลก หนึ่งเดียวในโลก

วันที่ 24 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดคลองกะพั้ว ต.บ้านโคน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พระอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ สีลโตโช เจ้าอาวาสวัดคลองกะพั้ว นำผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สื่อมวลชนและชาวบ้านเข้าชมการดำเนินงานก่อสร้างพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ประทับบนปู่อนันตนาคราช 1,000 เศรียร ซึ่งอยู่ภายในบริเวณวัดคลองกะพั้ว ซึ่งมีขนาด ความกว้าง 15 เมตรลึก 2เมตร 50 เซนติเมตร ขณะนึ้การก่อสร้างไกล้จะแล้วเสร็จ และจะได้มีการประกอบพิธีบวงสรวงในวันที่ 9 ตุลาคม 2567 เวาลา 19.09 น.โดยจะมีพิธีบวงสรวงโดยพิธิกรรมจากพราห์มมและการร่ายรำถวายบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าโดยคณะพราห์มและนางรำที่เดินทางมาจากคำชโนด จ.อุดธานี

สำหรับการสร้างรูปปั้นจำลองพระนารายบรรทมสินธิ์ุ ประทับบนพ่อปู่อนันตนาคราช 1,000เศียร ซึ่งจะมีความสูงประมาณ 6 เมตรรวมฐานที่ตั้ง ประดิษสถานบริเวณภายในวัดคลองกะพั้ว เพื่อให้สาธุชนผู้มีจิตศรัทธาต่อพระนารายณ์บรรทมสินธิ์และปู่อนันตนาคราช ตลอดถึงสาธุชนทั่วไปได้เข้ามากราบไว้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล

พระอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ สีลเตโช เจ้าอาวาสวัดคลองกะพั้ว กล่าวว่า ภายหลังจากพิธีบวงสรวงองค์พระนารายบรรทมสินธ์ประทับบนพ่อปู่อนันตนาคราช 1,000 เศียร ในช่วงค่ำของวันที่ 9 ตุลาคม เสร็จสิ้น ในช่วงเช้าของวันที่ 10 ตุลาคม ก็จะได้มีพิธีในการทอดกฐินสามัคคี จากคณะศรัทธาและพุทธศาสนิกชนมาร่วมกันทอดกฐินในครั้งนี้ จึงอยากจะขอบอกบุญไปยังผู้มีจิตศรัทธาขอเชิญร่วมบุญทอดกฐินในครั้งนี้

สำหรับอานิสงส์ของการทอดกฐิน
-ทำให้เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์สินมาก ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
-ทำให้เป็นผู้มีจิตใจแจ่มใส บริสุทธิ์ และผ่องใสอยู่เสมอ
-ทำให้เป็นผู้มีจิตใจตั้งมั่น เป็นสมาธิ และเข้าถึงธรรมได้ง่าย
ได้ชื่อว่าเป็นผู้สามารถใช้สร้างบุญกุศล ให้ติดตัวไปในภพเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่
-ทำให้เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่รักของคนทั่วไป
-ทำให้เป็นผู้มีชื่อเสียง เกียรติคุณ น่ายกย่องสรรเสริญ เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา น่าเคารพนับถือ
ทั้งนี้ยังเป็นการสงเคราะห์พระภิกษุที่จำพรรษา

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

อุตรดิตถ์-อำเภอท่าปลาแถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรมของดีอำเภอท่าปลาครั้งที่ 8 ประจำปี 2567 ช่วงเทศกาลออกพรรษา “แห่ผีตลก หนึ่งเดียวในโลก

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมโรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ นายจักรพรรณ สุวรรณภักดี นายอำเภอท่าปลา นายกิตติกานต์ ทองแตง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาเลือด นายสุรินทร์ ปริมาณ นายกเทศมนตรีตำบลท่าปลา นายนันทสิทธิ์ โพธิ์งาม รองปลัด อบจ.อุตรดิตถ์ นางสาวภัททิรา คำอภิวงศ์รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแพร่ ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์

พร้อมด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมของดีอำเภอท่าปลา ครั้งที่ 8 ประจำปี 2567 ชึ่งกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 4-10 พฤศจิกายน 2567 ณ ที่ว่าการอำเภอท่าปลา จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมประเพณีประจำท้องถิ่นผลิตภัณฑ์ของดีอำเภอท่าปลาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในขนและสร้างรายได้ใต้ไห้แก่ประซาชนและชุมชน เพื่อพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ OTOP ของอำเภอท่าปลาให้มีควนภาพเพิ่มมากขึ้น.เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกร มีรายได้ จาการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น โดยความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 9 แห่ง ,องค์กรปกครองส่วนท้องที่ทั้ง 7 ตำบล ของอำเภอท่าปลา และการสนับสนุนงบประมาณจาก

องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์และองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าเชื่อนสิริกิติ์ เพื่อให้การสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของดีอำเภอท่าปลาที่เป็นขบวนวัฒนธรรมประจำถิ่นที่มีความโดดเด่นแต่ละท้องถิ่น ในงานมีการจัดบูธวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น ลานวัฒนธรรม การจัดเวทีเสวนาภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้านอำเภอท่าปลา การจัดบูธผ้าทอมือ จกด้วยขนเม่น “มรดกล้ำค่าของคนท่าปลาลายงูเหลือม” การจัดเดินแบบผ้าทอท่าปลาในลานวัฒนธรรมท่าปลา ประเพณีแห่มีตลกอำเภอทำปลา ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมากว่าสองร้อยปี สภาวัฒนธรรมได้ขอนำเสนอผีตลก ชาวทำปลามีการละเล่น 2 แบบ คือ คนท่าปลาเดิม ขาวตำบลท่าแฝก เรียกประเพณีแห่ฝีขน นำมาละเล่นในการแห่นาดไปในชุมชน

เพื่อไปขอกราบลากับผู้อาวุโสโนชุมชน มีการแต่งผีตลก นำวิธีแห่ฝีตลกมาใช้ในช่วงเทศการออกพรรษา คือก่อนออกพรรษา ชาวอำเภอปลาจะเข้าในป่าเพื่อตัดไม้ไผ่มาจักเป็นตอก เพื่อมาสานเป็นหัวผีลกและประดับประดาตกแต่งหัวผีให้น่ากลัว รวมถึงขอใช้ผ้าเหลืองพระเก่ามาทำหัวผีตลก การดำเนินการทำหัวก่อนออกพรรษา 1วัน จะมีขบวนแห่หัวผีตลก

วิธีปฏิบัติของคนที่จะสวมหัวผีก็จะนำหมากคำพลูใบ และไข่ต้ม 1 ฟอง เข้าไปอัญเชิญผีมาเข้าเพื่อแห่ไปในหมู่บ้านเพื่อ ชาวบ้านเห็นขบวนแห่ผีตลก จะช่วยกัน ตัดต้นกลัวย ต้นอ้อย ตันข่า ต้นกุ๊ก ตันดอกไม้มากองไว้ที่หน้าบ้านข้างทางเพื่อคณะกรรมการที่ไปร่วมขบวนแห่เก็บเอามาที่วัดเพื่อนำมาประดับประดาศาลาการเปรียญให้เป็นป่าหิมพานต์และเทศน์มหาชาติ

ชมขบวนรถแห่ทั้ง 9 ขบวน 7 ตำบล ได้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ในวันที่ 8 พย.นี้ และเพลิดเพลินไปกับขบวนผีตลก ชมการประกวดนางงามวัฒนธรรม การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น (แสง สี เสียง)

และอย่าลืมเลือกซื้อสินค้าชุมชน อาหารท้องถิ่น ของฝากสินค้า OTOP ติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย.

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โชคชัย โคราชตรวจจับยาบ้าหลายพันเม็ด พร้อมอาวุธสงคราม ระเบิด ปืน

สภ.โชคชัยจว.นครราชสีมา ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ตามคำสั่ง ศอ.ปส./8186 ลง 26 กันยายน 67 และ ศอ.ปส.ภ.3/147 ลง 26 เมษายน 2567 ประจำวันที่ 29 ต.ค.67 เวลา 03.00 – 06.00 น. ปจว.ข้อ 2

โดยการอำนวยการของ นายธรรมธรรศ ทองสำโรง นายอำเภอโชคชัย , นายชยานนท์ สุวรรณทรัพย์ ปลัดอำเภออาวุโส , นายชาญณรงค์ สุขชาติ ปลัดอำเภอ และ พ.ต.อ.จรินทร์ จินตพละ ผกก.สภ.โชคชัย , พ.ต.ท.อ้ครคมฆ์ ญาติเจริญ รอง ผกก.สภ.โชคชัย พ.ต.ท.สิรภพ แย้มศรี สวป.สภ.โชคชัย

ตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตั้งจุดตรวจเพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด บนถนนหลวงหมายเลข 24 หลักกิโลเมตร 60 หมู่ที่ 6 ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พบรถยนต์กระบะบรรทุกส่วนบุคคล ขนาด 4 ล้อ สีดำ รุ่นรีโว เลขทะเบียน บล 2965 บุรีรัมย์ จึงเรียกเพื่อตรวจสอบ โดยมีนายเกียรติศักดิ์ รุ่งสว่าง (ทราบชื่อภายหลัง) อายุ 27 ปี เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะบรรทุกส่วนบุคคล ขนาด 4 ล้อ มาบนถนนเส้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้สัญญาณมือหยุดรถ ในขณะนั้นตำรวจชุดจับกุมสังเกต

นายเกียรติศักดิ์ รุ่งสว่าง มีอาการมือสั่นคล้ายคนเสพยาเสพติด ตำรวจชุดจับกุมจึงค้นบริเวณช่องใส่ของตรงกลางระหว่างคนขับและคนนั่ง พบ ถุงพลาสติกสีน้ำเงิน จำนวน 2 ห่อ ภายในบรรจุยายาบ้า สีส้ม-แดงและเสีเขียว จำนวน 3,910 เม็ด พร้อมทั้งพบลูกระเบิดขว้าง ห่อหุ้มด้วยแผ่นฟรอยด์สีเงิน จำนวน 1 ลูก ,ปลอกแท่งดินระเบิด TNT ขนาด ¼ ปอนด์ (สีเขียว) จำนวน 1 ลูก,พร้อมเครื่องกระสุน ขนาด .22 จำนวน 2 นัด และเครื่องกระสุนลูกซอง ขนาด เบอร์ 12 จำนวน 5 นัด บริเวณช่องเก็บของด้านคนนั่งข้าง และเมื่อค้นใต้เบาะรถช่องเก็บอุปกรณ์เครื่องมือรถ พบอาวุธ ปืนลูกซองยาวเดียว จำนวน 1 กระบอก

ภาพ/ข่าว: พ.ต.อ.จรินทร์ จินตพละ/
กันตินันท์ เรืองประโคน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “น้องวันวาฬ” มาสคอตสุดน่ารักประจำจังหวัดบึงกาฬ!

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 จังหวัดบึงกาฬได้มีการเปิดตัวมาสคอตประจำจังหวัดในชื่อ “วันวาฬ” อย่างเป็นทางการ มาสคอตสุดน่ารักที่จะมาเป็นตัวแทนเผยแพร่เสน่ห์และความเป็นเอกลักษณ์ของบึงกาฬให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ


น้องวันวาฬ ถูกออกแบบมาให้สื่อถึงความเป็นตัวแทนของชาวบึงกาฬ มีดีไซน์ที่โดดเด่นและความหมายซ่อนอยู่มากมาย โดยน้องวันวาฬได้แรงบันดาลใจจากหินสามวาฬ สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด สีม่วงขาวที่เป็นสีประจำจังหวัด หรือลวดลายบนมือและเท้าที่สื่อถึงแม่น้ำโขง สายน้ำแห่งชีวิตของชาวบึงกาฬ


นอกจากนี้ น้องวันวาฬยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของชาวบึงกาฬ เช่น กระติ๊บข้าวเหนียว ผ้าคาดเอวลายพื้นเมือง กระเป๋าที่เป็นรูปภูทอก ดอกสรินทรวัลลี และหูฟังที่สื่อถึงความทันสมัย


น้องวันวาฬเป็นตัวแทนที่สะท้อนความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนและนักท่องเที่ยวในอนาคต

เราหวังว่าน้องวันวาฬจะได้รับความรักและเป็นที่ชื่นชอบจากทุกคนตลอดจนช่วยสร้างการจดจำและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงดงามของจังหวัดบึงกาฬมากขึ้น
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบหนุ่มใหญ่ส่งยาเสพติดผ่านขนส่งเอกชนทั้งยาอี และแฮปปี้วอเตอร์ /จับ 2 ผัวเมียค้ายาบ้า 44,158 เม็ดยึดปืนสั้น 2 กระบอกเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 ต.ค. พ.ต.ท.กำพล บัวจันทร์ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม)ประสงค์รางวัลสินบนนำจับว่ามี นายบุญมี ญวน แปลง อายุ 59 ปี ราษฎรบ้านกลาง บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 8 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยจะมีการลักลอบน้ำยาบ้าและยาเสพติดจากบริเวณริมแม่น้ำโขงมาส่งต่อให้ลูกค้าเป็นประจำ ทั้งส่งไปขายต่อทางไปรษณีย์ขนส่งทั้งของรัฐและเอกชน ยาบ้าและยาเสพติดภายในตัวอำเภอเมืองจังหวัดบึงกาฬ และมักมีวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่ประเป็นประจำที่บริเวณบ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 11 ตำบลชัยพร อำเภอเมือง ซึ่งเป็นบ้านที่นายบุญมีเช่าพักอาศัยอยู่ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบเพื่อจับกุม จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รอง ผบก.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ทราบ และได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ สนธิกำลังกับว่าที่ พ.ต.อ. จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ พ.ต.ท.กฤษฏิ์ ศรีหาบุญทัน สว.ส.ทล.3กก.4 บก.ทล.นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว

พบนายบุญมี หรือมี ญวนแปลง นั่งอยู่บริเวณบ้าน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้น จึงแสดงกิริยาท่าทางตกใจคล้ายกับคนมีสิ่งของผิดกฎหมาย จึงสอบถามว่านำพัสดุอะไรไปส่งและนำไปส่งที่ใดจากนั้น นายบุญมี หรือมี ได้ยอมรับสารภาพว่า ใต้รับการว่าจ้างจากท้าวยา ชาว สปป.ลาว เป็นเงินจำนวน 3,000 บาท ให้นำกล่องกระดาษ จำนวน 4 กล่อง ไปส่งให้ลูกค้าของท้าวยาตามที่อยู่ที่ท้าวยาส่งมาให้ทางโปรแกรม Facebook Messenger ตนจึงนำกล่องพัสดุดังกล่าวไปส่งที่ร้านรับจัดส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง สาชาชัยพร หมู่ที่ 11 ตำบลชัยพร จึงพาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบกล่องดังกล่าวทั้ง 4 กล่อง เมื่อไปถึงร้านรับจัดส่งพัสดุดังกล่าว พบของกลางสำคับที่ 2-5 กล่องกระดาษ จำนวน 4 กล่อง แยกเป็น กล่องกระดาษ ขนาดใหญ่ จำนวน 2 กล่อง กล่องกระดาษ ขนาดกลาง 1 กล่อง ,กล่องกระดาษ ขนาดเล็ก 3 กล่อง จึงทำการตรวจสอบภายในกล่องกระดาษ ทั้ง 4 กล่อง

พบภายในกล่องขนาดใหญ่ จำนวน 2 กล่อง มีซองอาหารเสริมคอลาเจนยี่ห้อ คูมิโกะสีชมพู ซุกซ่อนอยู่ภายใน รวม 410 ซอง กล่องขนาดกลาง จำนวน 1 กล่อง พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นก้อนสีขาวซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 2 ถุง ซึ่งเป็นถุงยาอี และกล่องขนาดเล็ก จำนวน 1 กล่อง พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นก้อนสีน้ำตาลดำ ซุกช่อนอยู่ในถุงพลาสติกใสจำนวน 1 ถุง ซึ่งเป็นยาอีเชนกัน น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัมกว่าๆ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำตัว นายบุญมี หรือมีฯ พร้อมของกลางทั้งหมดมาที่ กก.สส.ก.จว.บึงกาฬ ตรวจสอบปัสสาวะเบื้องต้นเพื่อหาสารเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีน โดยความยินยอมของ นายบุญมี หรือมีฯ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นมีผลบวก นายบุญมี หรือมีฯ ให้การว่าตนได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จริง และเคยรับจ้างส่งของจากชาวลาวมาแล้ว 5 ครั้ง ที่ผ่านมาไม่มีปัญหา พึ่งเคยถูกจับครั้งนี้ครั้งแรก

จากนั้นได้นำตัวอย่างน้ำปัสสาวะของ นายบุญมี หรือมีฯ ส่งตรวจที่โรงพยาบาลบึงกาฬ ปรากฏผลเป็นบวก ตามเอกสารที่แบบมาชั้นจับกุม จึงแจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้นายบุญมี หรือมีฯ ทราบว่าจะต้องถูกจับกุม ตัวในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้าหรือเมทแอฟเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ,มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย” ให้ นายบุญมี หรือมีฯ ทราบแล้ว ให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหาจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

จับ 2 ผัวเมียค้ายาบ้า 44,158 เม็ดยึดปืนสั้น 2 กระบอกเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง

เมื่อเวลา 11.00 วันที่ 24 ต.ค.หน้าห้องสืบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รรท.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ว่าที่ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.สืบพงษ์ วิสุตรธนาวิทย์ รอง ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.กรชน์ แสงกนึก รอง ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ ปฏิบัติราชการ สภ.เมืองบึงกาฬ
พ.ต.ท.นิคสันต์ ดียา สว.สส.สภ.เมืองบึงกาฬ ว่าที่ พ.ต.ท.รชต สว่างจิตต์ สว.ตม.จว.บึงกาฬ แถลงข่าวจับกุม 2 ผัวเมียค้ายาบ้า ได้ของกลางหลายรายการ คือ นายนัทวัฒน์ หรือนัท ศรีเพ็ญรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.ดลฤทัย หรือปาล์ม ศรีจันทร์ อายุ 20 ปี ภายในบ้านพักในสวนทุเรียน เขตบ้านคำภู ม.5 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.วัลลภ ภูผานี รอง สว.(ป).สภ.เมืองบึงกาฬ ,ร.ต.ต.สุวิทย์ เย็นวัฒนา ,ด.ต.สุริยนด์ แก้วนารี,ด.ต.บัณฑิต พระราช ,ด.ต.ไมตรี ภูเป็ว ,ส.ต.อ.ชาณุพันธ์ ไขมีเพ็ชร ,ส.ต.ท.ปฏิพัทธ์ เทียมตามา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ ว่าที่ร.ต.ต.ประวิทย์ คำแข็งขวา รอง สว.ตม.จว.บึงกาฬ,ค.ต. คชาชาญ ทิพยนตรี,ค.ต.ณัทพสิษฐ์ ศิริลักษณ์ ผบ.หมู่ ตม.จว.บึงกาฬ ตรวจค้นจุดพบของกลาง จุดที่ 1 พบยาบ้า 1,200 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอนบ้านพักในสวนของผู้ต้องหา จุดที่ 2 พบยาบ้า 800 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอนภายในบ้านพักของผู้ต้องหา จุดที่ 3 พบยาบ้า 158 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอน จุดที่ 4 พบยาบ้าจำนวน 7 แพ็ค ห่อหุ้มด้วยกระดาษเทียนไข

มีอักษรภาษาอังกฤษ Y-1 ภายในห่อหุ้มด้วยกระดาษสีขาว มีอักษรภาษาอังกฤษ A ภายในมียาบ้าจำนวน 10 ถุง ยาบ้า 1 ถุง มีจำนวน 200 เม็ด นับรวมยาบ้าได้ 42,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกหูหิ้วสีฟ้า ซุกซ่อนอยู่ภายในพุ่มไม้ภายในสวนทุเรียน รวมยาบ้าของกลางจุดที่ 1-4 ทั้งหมด จำนวน 44,158 เม็ด พบอาวุธปืนสั้นชนิดประดิษฐ์ ใช้กระสุนขนาด จุด380 มม. จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาด จุด380 จำนวน 3 นัด และกระสุนปืนขนาด จุด 22 จำนวน 15 นัด แต่ไม้พบอาวุธปืน นอกจากนี้ยังพบเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Black Bull สีเขียว ความยาวบาร์ 25 นิ้ว พร้อมใช้งาน จำนวน 1 เครื่อง และเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Arto สีส้ม ความยาวบาร์ 25 นิ้ว พร้อมใช้งาน จำนวน 1 เครื่อง วางอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านพักของผู้ต้องหา พบโทรศัพท์ยี่ห้อ เรียลมี่ สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของนายนัท ผู้ต้องหาที่ 1 โทรศัพท์ยี่ห้อ Vivo สีแดง-ดำ จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของน.ส.ปาล์ม ผู้ต้องหาที่ 2 พบกระดาษบันทึกรายการซื้อขายยาเสพติด จำนวน 1 ฉบับ และเงินสดไทย จำนวน 10,800 บาท ซึ่งผู้ต้องหาที่ 1 รับว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด (ตรวจยึดตามพรบ.ยาเสพติดฯ) พบกระเป๋าสะพายข้าง สีดำ-เทา จำนวน 1 ใบอยู่บริเวณภายในบ้านพักในสวนทุเรียนของผู้ต้องหา ในเขตบ้านคำภู ม.5 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่ายาบ้าที่พบอยู่ข้างที่นอนเป็นของตนจริงและก็ได้ร่วมกันเสพกับแฟนสาว ส่วนยาบ้าที่พบอยู่ในสวนตนพึ่งสั่งซื้อมาเมื่อคืนแฟนสาวไม่รู้เรื่องด้วย และตนยังไม่ได้จ่ายเงินค่ายาบ้าที่สั่งมาใหม่และก็ยังไม่ได้นำไปจำหน่ายที่ไหน ตำรวจเข้ามาตรวจค้นได้เสียก่อน ทั้งอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนและเลื่อยโซ่ยนต์ก็เป็นของตนซื้อไว้เพื่อตัดแต่กิ่งต้นโค่นต้นไม้ภายในสวน

โดยแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1 1.ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยผิดกฎหมาย 2.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย และกระทำเพื่อการค้า 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า )โดยผิดกฎหมาย 4.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้ต้องหาที่ 2 1.ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยผิดกฎหมาย 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า )โดยผิดกฎหมาย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมใจชาวหนองปรือ และ ศึกวัน อบต.พีท + จิตรเมืองนนท์

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 ศึกรวมใจชาวหนองปรือ ประธานจัดการแข่งขัน นายสุเมธ วิทยะประสาท(ผู้ใหญ่โขง) และผู้สนับสนุน นายกมล ธันยาวาท และนายพิสิษฐ์ ธนบุญเกียรติ และขาดไม่ได้ถ้าไม่มี 2โปรโมเตอร์ อบต.พีท คิวโชควิทยา จัดมวยมันๆ15คู่ให้ชมฟรี ศึกรวมใจชาวหนองปรือ และทีมงานผู้ใหญ่บ้านได้นำกับข้าวขนมจีนมาให้รับประทานเฟรีอีกด้วย ณ ตลาดหนองปรือ ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

วันที่ 25 ตุลาคม 2567
ศึกวัน อบต.พีท + จิตรเมืองนนท์
นายจิรวัฒน์ ลออรุ่งเรืองกิจ (กำนันตำบลหนองไผ่แก้ว)
ประธานจัดการแข่งขัน และผู้สนับสนุน นายทนงศักดิ์ ผลเจริญสมบูรณ์ นายก อบต.หนองไผ่แก้วและ สมจิตร แว่นแก้ว เจ้าของค่ายมวยจิตเมืองนนท์ และซ้อเอ๋ จิตเมืองนนท์ ได้นำมวยดีๆมาชกในรายการนี้ให้แฟนมวยรับชม และศึกครั้งนี้ขาดไม่ได้ถ้าไม่มี 2 โปรโมเตอร์นี้ คิว โชควิทยา และอบต พีท จัดรายการมวยดีๆให้(ชมฟรี 15 คู่)ให้แฟนมวยได้รับชมกันอย่างจุใจและแฟนมวยมาชมศึกนี้กันอย่างมากมายในการจัดงานในครั้งนี้ ณ.เวทีมวยชั่วคราวป่ายุบนอก ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
เอ คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือพรรคเสรีรวมไทย

เมื่อวันที่ 27​ ตุลาคม 2567​ เวลา 08.30 น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบหมายให้​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดมุกดาหารเขต 1 และคณะกรรมการบริหารสาขาพรรค จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมสวนปาล์มรีสอร์ท บ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาพรรคและสัมมนาให้ความรู้สมาชิกพรรคและประชาชนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่สมาชิกพรรคการเมือง ครั้งที่ 1/2567 ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม​ 2567​ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 นาฬิกา มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 300 คน โดยมี​ พ.ต.ท.​ ดร.คเชนท์ พันนุมา​ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร​ เป็นวิทยากรอบรมสัมมนา และนางสาวมยุรี วงศ์ศรีธนกุล เจ้าหน้าที่กกต.จ.มุกดาหาร เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป

2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสัมมนาให้ความรู้สมาชิกสาขาพรรคและประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

“สุเทียน”!! จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบ จนท. ปล่อยให้ทรัพย์สินศาลากลาง จ. ถูกทำลายเสียหาย

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่เข้าไปในบริเวณที่มีการจัดงานขายสินค้าหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร และพบเห็นว่าผู้รับเหมาจัดงานได้มีการตอกหมุดและใช้น็อตขนาดใหญ่เจาะลงบนพื้นถนนคอนกรีตและทางเดินเท้าของศาลากลางจังหวัดมุกดาหารเพื่อขึงเชือกดึงอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งยังทำแผ่นป้ายโฆษณาที่ไม่เป็นความจริงจนทำให้ประชาชนหลงเชื่อเข้าใจผิด ข้าฯ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบยังบริเวณพื้นที่จัดงานหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหารและพบว่าข้อร้องเรียนของประชาชนดังกล่าวเป็นความจริง โดยมีรายละเอียด คือ

ได้มีการตอกหมุดและน็อตลงบนทางเดินเท้าและพื้นถนนคอนกรีตเพื่อใช้ผูกขึงเชือกยึดกับโครงเหล็กนั่งร้านติดตั้งไฟประดับงานจำนวนหลายแห่งรอบบริเวณที่จัดงานในศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร จนทำให้ทรัพย์สินของราชการได้รับความเสียหายและเสื่อมค่ามีการติดป้ายโฆษณาที่หน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวังโดยในแผ่นป้ายมีภาพตราสัญลักษณ์จังหวัดมุกดาหารและข้อความว่า จังหวัดมุกดาหารเชิญเที่ยวงานประเพณีออกพรรษาประจำปี 2567 , 21-30 ตุลาคม 2567 ณ หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร พบและชมนิทรรศการการออกร้านของหน่วยงานราชการอำเภอต่างๆ การแสดงพื้นเมือง เลือกซื้อสินค้า “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์”

ประกวดผลิตผลทางการเกษตร สวนสนุกชุดใหญ่ เลือกซื้อสินค้าราคาถูกจากโรงงานโดยตรง แต่เมื่อเข้าไปเดินสำรวจดูทั่วบริเวณพื้นที่จัดงานในศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร กลับไม่พบเห็นว่ามีนิทรรศการการออกร้านของหน่วยงานราชการอำเภอต่างๆ การประกวดผลิตผลทางการเกษตร และอื่นๆ ตามที่โฆษณาไว้แต่อย่างใด โดยลักษณะเป็นแค่เพียงคาราวานจำหน่ายสินค้าทั่วไป

  1. ร้อยตำรวจตรี สุเทียน กล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวจึงน่าเชื่อได้ว่าอาจมีการกระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือเป็นการดำเนินการอย่างใดในหน่วยงานราชการอันอาจนำไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต และทำให้เกิดความเสียหายและเสื่อมค่าต่อทรัพย์สินของทางราชการ

“ดังนั้น ตนจะนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดอนุญาตหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่และทรัพย์สินของราชการ ซึ่งจะต้องใช้เพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือพวกพ้อง หรือมีการใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องหรือผู้อื่น หรือไม่ โดยขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป” ร้อยตำรวจตรี สุเทียนกล่าว

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลป้องกันชายแดนไทย-ลาว

​แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังป้องกันชายแดน เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเลย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ที่อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังป้องกันชายแดน เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน”ป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเลยในพื้นรับผิดชอบของ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยมี พันเอก ปราโมทย์ เนียมสำเภา เสนาธิการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทน พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ฐานปฏิบัติการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา เพื่อรับทราบข้อมูลการปฏิบัติงาน ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย พร้อมทั้งกล่าวพบปะให้กำลังใจ มอบนโยบายของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เจตนารมณ์นโยบายที่สำคัญ ประจำปี 2568 ต้องยึดถือใน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. การพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. การนำกองทัพสู่ความทันสมัย 3. การฝึกให้พร้อมต่อทุกภัยคุกคาม 4. พร้อมทุกยามเมื่อเกิดพิบัติภัย และ 5. การเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล

โดยให้ยึดถือการทำงานตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงกลาโหม เรื่องการเตรียมกำลังและการใช้กำลัง ให้กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกเข้มงวดสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามแนวชายแดน อย่างเต็มที่ ในฐานะที่กองทัพบกเป็นกลไกหลักของรัฐบาล ในภารกิจปกป้องอธิปไตยและป้องกันชายแดน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน ที่ทุกส่วนรวมถึงประชาชนให้ความสำคัญ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน

เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการดูแลแนวชายแดนไทย- ลาว ซึ่งมีความทุ่มเท เสียสละ ปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคาม โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งแสดงถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ภารกิจดูแลแนวชายแดนเป็นความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติ ครั้งหนึ่งได้ทำเพื่อประเทศชาติ ของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี รวมทั้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ตามแนวชายแดนไทย-ลาว

ในพื้นรับผิดชอบในทุกสถานการณ์ จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และ“ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” ในการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด บริเวณด่านภูซาง ตำบลหนองผือ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน ตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน เคร่งครัด

พร้อมทั้ง มอบนโยบายปัญหายาเสพติด ไม่มีคำว่า “รอนับหนึ่งแล้วค่อยเริ่ม” การป้องกัน ป้องปราม ปัญหายาเสพติด ถือเป็นนโยบายสำคัญนโยบายหนึ่งของกองทัพภาคที่ 2 จึงขอความร่วมมือ“ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” และกำลังพลป้องกันชายแดน ถือเป็นพันธกิจสำคัญ ร่วมมือ ร่วมใจ ป้องกันยาเสพติด เพื่อให้พื้นที่รับผิดชอบปลอดจากการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ไม่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ประชาชนเกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ศูนย์ข่าว​มุกดาหาร​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ฉก.ทหารพราน​มุกดาหาร ยึดบุหรี่หนีภาษี 2.53 พันซอ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม​ 2567​ พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบขนสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บริเวณชุมชนบางทรายใหญ่ ม.1 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105​ ฉก.ทพ.21

ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร และชุดสุนัขทหาร ร่วมทำการลาดตระเวนในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง โดยได้เข้าตรวจค้นบ้าน 2 หลัง คือ บ้านเลขที่ 217 ม.1 ต.บางทรายใหญ่ มี นางมัธฌญา พาลึก เป็นเจ้าบ้าน และ บ้านบ้านเลขที่ 122 ม.1 ต.บางทรายใหญ่ มีนางจิรภัทร ขันอาสา เป็นเจ้าบ้าน ผลการตรวจค้นภายในตัวบ้านทั้ง สองหลัง

ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ชุดปฎิบัติการร่วมจึงได้ทำการตรวจค้นพื้นที่โดยรอบบริเวณ พบโรงเก็บของลักษณะคล้ายเป็นโกดังขนาดเล็ก ตั้งอยู่ระหว่างบ้านทั้งสองหลังดังกล่าว จึงทำการตรวจค้นพบบุหรี่ต่างประเทศบรรจุอยู่ในลังกระดาษจำนวน 253 แท่ง หรือ 2,530 ซอง ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

สื่อรัฐนิวส์ – สื่อรัฐทีวี / พบศพหญิงเร่ร่อน ถูกฆ่าตายในห้องน้ำร้าง ข้างหลังศูนย์เด็กเล็กเทศบาลทับสะแก ประจวบฯ

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 29 ต.ค.67 ร.ต.ท.วิษณุ สังมัน รอง สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่บริเวณห้องน้ำร้างข้างตลาดนัด หน้าสถานีรถไฟติดกับศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแกจึงรายงานให้ พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผกก.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ สว.สส.สภ.ทับสะแก พร้อมชุดสืบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราบ สพฐ.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ อาสามูลนิธิฯสว่างรุ่งเรืองทับสะแก แพทย์เวร รพ.ทับสะแก รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

บริเวณที่เกิดเหตุติดลานที่จอดรถตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟ ด้านหลังศูนย์เด็กเล็กเทศบาลทับสะแกพบศพหญิงสาวทราบชื่อภายหลัง น.ส.สร้อยประดับ ทองสุข อายุประมาณ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 6 ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร สภาพนอนหงานอยู่บนหมอน ซึ่งไว้รองศีรษะ ข้างห้องน้ำเก่าที่ยังไม่ได้รื้อโคนต้นมะขามขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพร่างกายเบื้องต้นมีบาดแผลบริเวณใบหน้าและลำตัว แพทย์คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ตำ กว่า 3 ชม.

จากการสอบถาม นายสมหวัง ใสสะอาด อายุ 62 เป็นชาวตำบลทับสะแก ที่ยังให้การวกวน จากการดื่มสุราตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เล่าว่าตนเองอยู่กินกับผู้ตายมาประมาณ 20 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คนเป็นผู้ชาย และอ้างว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน เข้ามาทำร้ายภรรยาตนเอง พอตนเองจะเข้าไปช่วยคนร้ายก็วิ่งหายไป แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากยังอยู่ในสภาพเมา ให้การวกวนอยู่ และทราบว่าทั้งคู่ชอบดื่มเหล้าเมาแล้วทะเลาะกันเป็นประจำ ต่างคนต่างไม่ค่อยยอมกันเวลาพูด

โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรายละเอียด และรายนิ้วมือแฝง ตรวจ DNA ส่งตรวจพิสูจน์ จากนั้นได้ให้มูลนิธิสว่างรุ่งเรือง นำร่างผู้ตายส่งตรวจพิสูจน์ ที่สถาบันนิติเวชฯ ต่อไป
////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแก จัดโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ

ประจวบคีรีขันธ์ _ อำเภอทับสะแก จัดโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ สนาม 2 โซนใต้ รณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของโรคหลอดเลือดสมอง

วันที่ 26 ต.ค. 67 ที่ลานกิจกรรมอ่างเก็บน้ำคลองช่องลม นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฏาคม 2567 ที่อ่างเก็บน้ำคลองช่องลม สนามที่ 2 โซนใต้

โดยมี นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นพ.สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทรภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว กำนันตำบลเขาล้าน พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ชาวทับสะแก ร่วมออกกำลังกายเดิน วิ่ง

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ได้มีการจัดกิจกรรมสนามแรก โซนเหนือไปแล้วบนเส้นทางเลียบชายหาดสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของโรคหลอดเลือดสมอง

โดยกิจกรรมในวันนี้มีการเดิน วิ่ง ระยะทาง 5 กม. เส้นทางบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองช่องลม เพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลโรค โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองที่พบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ขณะที่ในวันที่ 2 พ.ย.67 จ.ประจวบฯ จะมีการจัดกิจกรรมโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติฯ สนามจังหวัด พร้อมกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้เส้นทางเลียบอ่าวประจวบฯ และในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ซึ่งประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยขอให้สวมใส่เสื้อสีเหลืองมาร่วมกิจกรรม

/////////////////////////ขอบคุณ Cr.ภาพ พันธศักดิ์ ตั้งสุขสันต์
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ยึดยาบ้าข้ามโขง 3.6 ล้าน เม็ดพร้อมรถยนต์

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม​ 2567​ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง(นรข.) และ พล.ต.ต.ชัชชัย วงค์สุนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าว จับกุมยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) จำนวน 3,600,000 เม็ด ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม น.ท.เตชธร ฉิมพาลี หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในพื้นที่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมทั้งประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อบูรณาการปฏิบัติร่วมกัน

วางแผนในการสกัดกั้นและจับกุมโดยการเฝ้าสังเกตการณ์ และจัดวางกำลังตามเส้นทางคมนาคมที่คาดว่าผู้กระทำผิดจะใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ชุดเฝ้าตรวจบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงได้ยินเสียงเรือแล่นเข้ามาบริเวณฝั่งระยะห่างจากจุดซุ่ม ประมาณ 300 เมตร พร้อมกับได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งมาบริเวณดังกล่าว ชุดซุ่มเฝ้าตรวจจึงได้นำกำลังเข้าไปบริเวณดังกล่าว และสังเกตเห็นว่ามีการลำเลียงกระสอบขึ้นรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU รุ่น MU X สีขาวทะเบียน ขก 7917 อุดรธานี

จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เรือลำเลียงก็ได้วิ่งกลับฝั่ง สปป.ลาว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามรถยนต์เพื่อจะขอตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งเครื่องขับหลบหนี กระทั่งต่อมาได้ติดตามพบรถต้องสงสัยคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้บริเวณริมถนนติดกับสวนยางพารา ริมทางสาธารณะบ้านหนองโจด ม.13 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

จึงได้เข้าเข้าตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบกระสอบสีขาว จำนวน 9 กระสอบ อยู่ที่ด้านหลังตัวรถ เมื่อเปิดกระสอบบอกดูพบยาบ้าจำนวน 3,600,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กฐินน้ำบูชาพญานาค สืบสานประเพณีลุ่มน้ำโขง/เทนนิสเชื่อมความสัมพันธ์ 2 ฝั่งโขง ไทย-ลาว มุกดาหาร​-สะหวันนะเขต ครั้งที่ 37

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 เวลา 12.00 น. นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร รับมอบหมายจาก ผวจ.มุกดาหาร ให้เป็นประธานในพิธีทำบุญกฐินน้ำบูชาพญานาค ครั้งที่ 17 โดยความร่วมมือของ ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร

ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เทศบาลเมืองมุกดาหาร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม โดยมีบริษัทห้างร้านเอกชน ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในองค์พญานาค

และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธี บริเวณใต้สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต
หลังจากพิธีบวงสรวงเสร็จสิ้น ได้มีการนำเครื่องบวงสรวงถวายใส่กระทงขนาดใหญ่เพื่อลอยลงแม่น้ำโขงเพื่อเป็นการบูชาองค์ปู่พญาอนันตนาคราช เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับประเพณีกฐินน้ำบูชาพญานาค จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลออกพรรษา เป็นการแสดงความกตัญญูต่อแม่น้ำคงคา และบูชาองค์พญานาค นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เผยแพร่ประเพณีอันดีงามนำพาผู้คนมาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมริมฝั่งโขง ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยว บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 และไหว้พญานาค บริเวณที่จัดงานและทำให้เห็นถึงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดมุกดาหารด้วย

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​ เทนนิสเชื่อมความสัมพันธ์ 2 ฝั่งโขง ไทย-ลาว มุกดาหาร​-สะหวันนะเขต ครั้งที่ 37

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567นายรังสิฐ ลือพาณิชย์กุลประธานชมรมกีฬาเทนนิสจังหวัดมุกดาหาร นำนักกีฬา เทนนิสจังหวัดมุกดาหาร รุ่นทั่วไป​ และรุ่นอาวุโส จำนวน 40 คน​ ข้ามไปเล่นกีฬาเทนนิสมิตรภาพเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ลาว​ ที่เมืองไกสอนพรมวิหาร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยได้รับการอนุเคราะห์และอำนวยความสะดวกในการเดินทางจากทางท่านวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และหน่วยงานต่างๆ อาทิ ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ศุลกากรมุกดาหาร แขวงการทางมุกดาหาร ในการนี้

ท่านกิลือไช จันโท ประธานสหพันธ์กีฬาเทนนิส แขวงสะหวันนะเขต นำคณะกรรมการและนักกีฬาให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวชื่นชมยินดีในมิตรภาพของนักกีฬาทั้งสองประเทศที่มีมาช้านาน ซึ่งการจัดการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 37 แล้ว จัดแข่งขันกีฬากันปีละ 2 ครั้ง สลับกันเป็นเจ้าภาพ หลังจากการแข่งขันเสร็จแล้ว นักกีฬาทั้งสองประเทศร่วมรับประทานอาหาร​ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ในกีฬาเทนนิส
ก่อนจะเดินทางกลับ

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ/ข่าว​ กำพล​ ศรีมณีพันธ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ส่งมอบเรือกู้ภัย Wi-Fi จำนวน 8 ลำ ให้มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้


วันที่ 18 ต.ค.67 รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ พลาศัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วย รมว.กระทรวง อว. และคณะผู้บริหาร แถลงข่าวส่งมอบเรือกู้ภัย Wi-Fi เพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ บริเวณด้านหน้าห้องแถลงข่าว สำนักงานปลัดกระทรวง อว.

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.67 ที่ผ่านมา “ ซึ่งเรือกู้ภัย Wi-Fi เป็นผลงานที่เกิดจากการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อของหน่วยงานในสังกัด อว. คือ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นพื้นที่ (บพท.) มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) โดยการสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ซึ่งเป็นความสำเร็จของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีจากภูมิปัญญานักวิชาการไทย

ในการจัดการภัยพิบัติ เป็นเรือที่ต้นทุนไม่สูง การใช้งานไม่ซับซ้อน ดูแลรักษาง่าย และมีคุณลักษณะพิเศษของเรือท้องแบนที่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่น้ำตื้น 20-30 เซ็นติเมตร สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ 40 กิโลกรัม การติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมโยงสัญญาณ Wi-Fi ในรัศมีไม่เกิน 30 เมตร มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน 4 -6 ชั่วโมง มีอุปกรณ์เก็บประจุไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ ที่สามารถจ่ายไฟสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือได้ 12 เครื่อง พร้อมกับชุดสวิตซ์เซฟตี้

เพื่อความปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้ไฟฟ้าช่วงน้ำท่วม ซึ่งมีภาวะติดขัดเรื่องการจำหน่ายไฟฟ้า ให้สามารถสื่อสารกับผ่านนอกได้ เรือกู้ภัย Wi-Fi ที่จะส่งมอบแก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มีจำนวน 8 ลำ สำหรับจัดสรรกระจายยังเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) 8 ชุมชน ใน 7 จังหวัด เพื่อนำไปใช้บรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือที่ สุโขทัยและพิษณุโลก จำนวน 2 ลำ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ชัยภูมิและสกลนคร จำนวน 2 ลำ และทางภาคใต้ ที่พัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี จำนวน 4 ลำ “ รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ “ กล่าว

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ ยักล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ที่มาของเรือกู้ภัย Wi-Fi เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแก้จนเร่งด่วนจากผลกระทบภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ โดยบูรณาการร่วมกันของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เรื่องภัยพิบัติแก้ไขปัญหาอุทกภัย และฟื้นฟูชีวิตครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ

จากภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังถูกนำไปใช้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยอีกด้วย ทั้งนี้ การบูรณาการระบบเทคโนโลยีเข้ากับเรือกู้ภัย Wi-Fi เป็นการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาและปรับใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาในระดับประเทศอีกด้วย
///////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สส.อุตรดิตถ์เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะสัญจร


.วันที่ 18 ตค.67 นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.อุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะสัญจร ประจำปี 2567 หรือ “งานแห่เปรต” ที่วัดดอยสวรรค์ (วัดเขาไก่เขี่ย) อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ โดยเริ่มขบวนแห่ ณ ตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลหัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ มีพระครูประจักษ์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดดอยสวรรค์ (เขาไก่เขี่ย) ต.วังแดง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ออกรับบิณฑบาตไปตามถนนสายวังกะพี้ – ตรอน ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร และมีขบวนแห่พระพุทธรูปจำลอง เทวดา นางฟ้า เปรต กระหัง อสูรกาย และขบวนมหรสพ เช่น ลิเก มวยการกุศล ซึ่งตลอด 2 ข้างทางมีประชาชนมารอใส่บาตรข้าวสาร อาหารแห้ง และปัจจัยเป็นจำนวนมาก เมื่อขบวนแห่เปรต ไปมาถึงยังวัดดอยสวรรค์ เป็นที่เรียบร้อยได้มีการนำจตุปัจจัยถวายแด่พระสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

พระครูประจักษ์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดดอยสวรรค์ กล่าวว่า การจัดงานสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะสัญจร เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีการทำบุญเนื่องในวันเทโวโรหณะให้คงอยู่ต่อไป และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลในการนำข้าวสาร อาหารแห้ง มาทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในการจัดงานประเพณีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2567พระครูประจักษ์กิตติคุณ กล่าวอีกว่า วัดดอยสวรรค์ (วัดเขาไก่เขี่ย)

จัดงานประเพณีสารทเดือนสิบ หรืองานแห่เปรต เป็นประจำทุกปีต่อเนื่องมากว่า 20 ปี เพื่อรักษาประเพณีสืบทอดพระพุทธศาสนา มีการจำลองนรก สวรรค์ และเมืองมนุษย์เพื่อสอนให้คนเกรงกลัวต่อบาป หันมาทำความดีตามหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาและให้ชาวพุทธได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ ซึ่งจากการจัดงานมาอย่างต่อเนื่องได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็จะได้อนุรักษ์สืบสานประเพณีนึ้ไว้ต่อไป


.
นาคา คะเลิศรัมย์ /รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าว การขับเคลื่อนการพัฒนา จ.น่าน งานตามนโยบายและแผนพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว เยี่ยวยาผู้ประสบอุทกภัย


วันที่ 17 ตุลาคม 2567 ที่ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตรวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ สัสดีแพง ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน เป็นประธานในการแถลงข่าวประจำเดือนตุลาคม 2567 ต่อสื่อมวลชนทุกแขนงเพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในแต่ละเดือน พร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และการให้ความช่วยเหลือเยี่ยวยาผู้ประสบอุทกภัยด้านนางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน ได้นำเสนอการจัดการประกวดเรือสวยงาม การประกวดเรือแข่งจำลอง ในงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน 26 – 27 ตุลาคม 2567 หลักเกณฑ์การตัดสินเรือสวยงาม ประจำปี 2567คุณสมบัติเรือที่จะส่งเข้าร่วมประกวดเรือประเภทสวยงาม

ต้องเป็นเรือแข่งเมืองน่าน ที่มีองค์ประกอบตามประกาศของสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน การตัดสินเรือแข่งจำลองเมืองน่าน ประจำปี 2567 คุณสมบัติเรือแข่งจำลองเมืองน่านที่จะส่งเข้าร่วมประกวด เรือแข่งจำลองเมืองน่านที่ส่งเข้าประกวดต้องส่งเป็นลำ มีขนาดความยาวไม่เกิน 1.50 เมตร โดยมีองค์ประกอบ เช่น ทำจากไม้ (วัสดุธรรมชาติ) ห้ามใช้ไม้สังเคราะห์ เรือแข่งจำลองเมืองน่าน ต้องแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของเรือแข่งเมืองน่าน มีหัวเรือ หางเรือ แกะสลักลวดลายให้มีความประณีตงดงาม มีองค์ประกอบครบตามแบบเรือน่าน เป็นต้น และกิจกรรมตักบาตรเติมบุญ หน้าคุ้มหลวงนครน่าน ทุกเช้าวันศุกร์ โดยจะเริ่มกิจกรรม ครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม

และวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2567 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดน่าน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้ร่วมทำบุญตักบาตร เพื่อการสืบทอดพระพุทธศาสนา การอนุรักษ์สืบสานวิถีชีวิต ชาวน่านในอดีต ที่จะทำบุญตักบาตรหน้าบริเวณคุ้มหลวงนครน่านแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ใจกลางเมืองเก่าน่าน พื้นที่ประวัติศาสตร์หน้าคุ้มเจ้าหลวงเมืองน่านเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดน่าน กิจกรรม ทำบุญตักบาตร เติมบุญ หน้าคุ้มหลวงนครน่าน ในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ทางจังหวัดได้กำหนดจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองเก่าน่าน ที่จะขับเคลื่อนเมืองเเก่าน่าน สู่เมืองมรดกโลก ควบคู่กับ สปป.ลาว จัดโดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน


ด้านนางศุภรดา กานดิศยยากุล ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน กล่าวถึง จังหวัดน่าน "เมืองเก่าที่มีชีวิต" คว้าเหรียญทองแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก Green Destinations Award 2024 เหรียญทองแรกของอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ของเอเชีย. พร้อมทั้งเร็วๆนี้ทาง อพท.จัดกิจกรรมเชิญชวนชาวน่าน มาชิม มาช๊อป เชื่อมโยงกับเหล่า CREATORS อาหาร ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมหลากหลายไอเดียของเมืองน่าน NAN CONNECT : ป๊ะกั๋น ปั้นเมือง ในวันเสาร์ - อาทิตย์ 26 - 27 ตุลาคม 2567 เวลา 13.00 - 18.00 น ณ ลานต่อสุข (ข้างเฮือนฮังต่อ) 
นายแพทย์ภุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวถึง สถานการณ์โรคสเตรปโตคอกคัส ซูอิส จ.น่าน หรือสถานการณ์โรคไข้หูดับในพื้นที่จังหวัดน่าน สถานการณโรคสเตรปโตคอกคัส ซูอิส จ.น่าน ปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 16 ตุลาคม 2567 สสจ.น่าน ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคนี้ จํานวน ทั้งสิ้น 8 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.67 ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย (อ.ภูเพียง) ทั้งนี้สาเหตุการเกิดโรค การรับประทานลาบหมูดิบ ลาบเนื้อดิบ(ควาย) และรับประทานเนื้อหมูสุกๆดิบๆ ผลการสอบสวนโรคผู้ป่วยสเตรปโตคอกคัส ซูอิส จ.น่าน ปี 2567 (ผู้ป่วยเสียชีวิต) ผู้ป่วยเพศชาย อายุ 65 ปี มีโรคประจําตัวคือโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง อาชีพรับจ้าง (ช่างทาสี) บ้านหัวเวียงเหนือ ตําบลฝายแก้ว อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

คําแนะนำสําหรับประชาชนทั่วไปหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ หมูที่ป่วยหรือตายจากโรค การปรุงอาหาร ควรนําเนื้อสุกรมาปรุงสุกเท่านั้นไม่ควรบริโภคเนื้อสุกร เลือด และอวัยวะภายในที่ดิบๆ หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้ เป็นต้น เลือกบริโภคเนื้อหมูที่มาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน หมูที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ปลอดจากเชื้อโรคไม่ใช้เขียงหมูดิบในการหั่นอาหารอื่นที่จะรับประทานโดยไม่ปรุงสุกเพิ่ม เช่น ผักสด ผลไม้สด หรืออาหารอื่นที่สุกแล้ว เพราะจะทําให้มีการปนเปื้อนเชื้อโรค การเลือกซื้อเนื้อสุกรเพื่อบริโภคควรเป็นเนื้อสุกรที่สด ไม่มีสีแดงคลํ้าหรือมีเลือดคั่งมากๆหรือเนื้อแดงมีเลือดปนผิดปกติ โดยล้างมือก่อนและหลังสัมผัสเนื้อหรืออวัยวะของสุกรที่จําหน่าย โดยเฉพาะหากมีบาดแผลบริเวณที่สัมผัส
นอกจากนี้ทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่านกล่าวเชิญชวนชาวน่าน ร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่นป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่2 พฤศจิกายน 2567ณ หนองน้ำครก ตำบลลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านรีบสมัครก่อน วันที่ 25 ตุลาคม 2567 โดยสมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

   ด้านนายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวถึง เรื่องเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 9,000 บาท ทั้งนี้ได้มีการสรุปข้อมูลผู้ประสบภัยจังหวัดน่านยื่นขอรับความช่วยเหลือตามมติ ครม. ข้อมูล ณ 16 ต.ค.67 มีผู้ประสบภัยยื่นคำขอ ทั้งหมด 17,708 หลัง ตรวจเอกสารครบถ้วน 11,517 หลัง อยู่ระหว่างตรวจ 5,715 หลัง รอดำเนินการ 156 หลัง ในรอบที่ 1 อำเภอที่ไม่มีผู้อื่นคำขอรับการช่วยเหลือ ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอนาหมื่น อำเภอบ่อเกลือ อำเภอแม่จริม และอ๋าเภอสันติสุข
ด้านผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน กล่าวถึงประเด็นความคืบหน้าการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางจากอุทกภัยที่ผ่านมา พร้อมแจ้งช่องทางรับ (เอกสารหลักฐานประกอบ)  เบื้องต้นช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์แล้ว จำนวน 188 ราย
ด้านนายสายัณห์ ไชยยศ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาน่าน กล่าวถึงคาดการณ์สภาพภูมิอากาศการเข้าสู่ฤดูหนาว คาดหมายลักษณะอากาศประเทศไทยตอนบนและจังหวัดน่าน แต่ละช่วงในฤดูหนาว ช่วงปลายสัปดาห์ที่3ของเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับมีอากาศหนาว บางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาค และมีหมอกในตอนเข้า โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 20 ของ พื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน สำหรับช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม อากาศจะหนาวเย็นมากขึ้น โดยมีอากาศหนาวเย็น เกือบทั่วไป และมีอาศหนาวจัดโดยเฉพาะบริเวณตอนของภาค
  ด้านนายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานน่าน รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวน่าน หลังช่วงฟื้นฟู และการเตรียมพร้อมช่วงไฮซีชัน ประมาณการสถานการณ์ช่วงวันหยุดยาววันที่ 12 - 14 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา อัตราการพักเฉลี่ย 80% ผู้เยี่ยมเยือนประมาณ 23,000 คน รายได้ประมาณ 40.57 ล้านบาท  ประมาณการจำนวนผู้เยี่ยมเยือนในปี 2567 แนวโน้มการเติบโตคงที่ประมาณการ : 1,589,295 (คน-ครั้ง) ประมาณการรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 แนวโน้มการเติบโตคงที่ ประมาณการ : 4,621.58 ล้านบาท
โอกาสด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่านอยู่ในกระแสหลักของการท่องเที่ยวเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วง High Season นี้น่านมีความพร้อมในการฟื้นตัวของสถานที่ท่องเที่ยว ที่พักและเส้นทางเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วง High Season นี้ในช่วง High Season มีการเพิ่มเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกเป็นจำนวน 10 เที่ยวบิน/วัน
มาตรการ 'แอ่วเหนือคนละครึ่ง'เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหลังภาคเหนือเผชิญน้ำท่วมหนัก ขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อยู่ระหว่างรวบรวมสินค้าและแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างๆ ลงบนแอปพลิเคชันเบส (Application Base) ของ ททท. เพื่อให้โรงแรม
ที่พัก และร้านค้าต่างๆ สามารถเข้าร่วมโครงการแอ่วเหนือคนละครึ่งได้โดยประชาชนที่สนใจสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชันเบสเพื่อรับสิทธิได้เลย ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในวันที่ 1 พ.ย. 2567 ซึ่งถือว่าเป็นโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภาคเหนือหลังน้ำลด โดยรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนด้วยการจ่ายค่าสินค้าท่องเที่ยว 400 บาท/คน/ทริป ส่วนประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจ่ายอีก 400 บาท/คน/ทริป หากใช้จ่ายมากกว่านั้น ประชาชนจะต้องเป็นผู้จ่ายเอง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/

ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รรท.สภ.สามกระทาย มอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานข้าราชการ ตำรวจ/ทำบุญออกพรรษา ขับรถประสานงากัน เสียชีวิต 1 ราย

วันที่ 18 ตุลาคม 2567 พ.ต.อ.พสิษฐ์ ก้อนสิน รักษาราชการแทน ( รรท. ) .สภ.สามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “วันตำรวจ” พ.ต.อ.พสิษฐ์ ก้อนสิน รรท.สภ.สามกระทาย  จัดให้มีการอ่านสารของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรและธิดาของข้าราชการตำรวจ สภ.สามกระทาย จำนวน 10 ทุนๆ ละ 1,000 บาท โดยได้รับการสนับสนุน จาก ร้อยตำรวจโท ทนงศักดิ์ ทองแก้ว รอง สว (ป)กก.5 บก.ปทส.เป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจ

นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการทำบุญเลี้ยงพระ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เคารพศรัทธาของตำรวจ และประชาชน ในพื้นที่ สภ.สามกระทาย

ทำบุญออกพรรษา ขับรถประสานงากัน เสียชีวิต 1 ราย

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 ตุลาคม 2567 ร.ต.ท.ณัฐพร จุลเพ็ชร รอง สวส.สภ.ห้วยยาง ช่วยราชการ สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม – ตะแบกโพรง โค้งปากทางเข้าวัดวังยาง หมู่ที่ 4 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จึงพร้อมด้วยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบ รถยนต์ กระบะโตโยต้า ตอนครึ่ง สีดำ หมายเลขทะเบียน บท 4561 ประจวบฯ ชนประสานงากับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าคลิก สีขาวดำ ทะเบียน 1 กข 4800 ประจวบฯ จนรถจักรยานยนต์ มุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถกระบะได้รับความเสียหายยับเยินฝั่งซ้ายขาออกถนนเพชรเกษม ผู้บาดเจ็บกระเด็นไปห่างกว่า 5 เมตร ทราบชื่อภายหลัง น.ส.อารีย์ หนูถึง อายุประมาณ 52 ปี โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าบวมปูด ขาข้างซ้ายหักผิดรูป มีเลือดไหลนองพื้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทำ CPR เนื่องจากผุ้ได้รับบาดเจ็บมีชีพจรอ่อนลง จากนั้นเร่งนำตัวส่งยัง รพ.ทับสะแก แต่เสียชีวิตระหว่างทาง

จากการสอบถาม นายปราโทย์ ทองห่อ อายุ 64 ปี ให้การว่า ตนเองได้ไปทำบุญตักบาตรที่วัดบ้านตะแบกโพรงมา กำลังจะออกไปทำบุญอีกวัดหนึ่ง ก็ขับรถมาปกติ เมื่อมาถึงทางโค้งหักศอก ผู้บาดเจ็บซึ่งจะเข้าไปทำบุญที่วัดวังยาง ได้เลี้ยวขวาจะเข้าไปทางวัดวังยาง ตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด ทำให้เกินประสานงากันจนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงโค้งแยกเข้าวัดวังยาง เป็นโคงหักศอกอันตรายมาก มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วหลายราย ผู้ที่มาจากถนนเพชรเกษม จะเลี้ยวขวาเข้าไปทางวัดวังยางจะต้องเลยไปให้เห็นรถทางฝั่งตรงข้ามก่อนแล้วค่อยเลี้ยว เพื่อความปลอดภัย

///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมฟุตซอล อนุบาลหนองปรือ ขอพรศาลตายาย สู้ศึกกีฬา นร.ท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก

เมื่อเวลา 09:00 น. วันนี้ ( 17 ต.ค. ) ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ เตรียมตัวออกเดินทางไปสู้ศึกการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 39 ที่ อำเภอวังน้ำเย็นน้ำ จังหวัดสระแก้ว ในรายการ “ วังน้ำเย็นเกมส์” โดยก่อนออกเดินทางนักกีฬาฟุตซอลได้จุดธูปเทียน กราบขอพรศาลตายาย ไหว้พระประจำโรงเรียนเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางตลอดจนการแข่งขันในครั้งนี้

นอกจากนั้นนายประวิทย์ สอนลา รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้ให้ โอวาทและ กำลังใจ ให้กับนักกีฬาฟุตซอลทั้งประเภทชายและหญิง รวมถึงนักกีฬาประเภทอื่นๆอีกด้วย โดยเน้นย้ำการแข่งขันต้องมีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะให้อภัย และขอให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อก้าวต่อไประดับประเทศที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะแข่งขันประมาณปลายเดือนมกราคม 2568 

นักกีฬาฟุตซอลที่ส่งเข้าร่วมแข่งขันมีนักกีฬาทั้งสิ้น 46 คน โดยส่งแข่งขันระดับอายุ 12 ปี 14 ปี ทั้งชายและหญิง โดยมีนายวิศรุต เย็นฉ่ำ หรือครูบาส นำทีมไปสู้กันครั้งนี้ นอกจากนั้นยังมีโค้ชจุ๋ม  ครูมานะ และอาจารย์ท่านอื่นร่วมเดินทางไปดูแลตลอดการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นท่าดาวออกครั้งที่ 39 วังน้ำเย็นเกมส์ จังหวัดสระแก้ว ทางโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวนกว่า 80ฑา แบตมินตัน และ กีฬาสาธิต

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) พาผู้เสียหาย ร้องเรียนอัยการ!!เปิดประวัติ “ครูปู” ทีมงาน Thitipu รำพื้นบ้าน จ.สระแก้ว

วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) นายสมพงษ์ มีน้อย เลขาฯสมาคม ร.ต.ท บรรดิษฐ์ ชมผาสาท รองนายกสมาคมฯ ได้นำตัว นางปราณี เจ้าทุกข์ที่ถูกถอนเงินโอนจากบัญชีถูกลักทรัพย์ เข้าพบอัยการ คุ้มครองสิทธิฯ จ.ปราจีนบุรี สอบถามเพิ่มเติมแจ้งข้อเท็จจริงพร้อมยื่นเอกสารเพิ่มเติมประกอบ

ทั้งนี้ สมาคมฯเพียงเป็นสื่อกลางให้ประชาชนและภาครัฐ เข้าใจตรงกันสังคมจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข.

เปิดประวัติ “ครูปู” ทีมงาน Thitipu รำพื้นบ้าน จ.สระแก้ว ที่ใครๆในสระแก้ว ก็รู้จักกัน ขึ้นชื่อว่าที่ 1 ในสระแก้วที่ไม่แพ้ใคร เกี่ยวกับ “รำพื้นบ้าน” ภูมิปัญญาชาวบ้าน ก่อตั้งมาเกือบ 7 ปี เปิดประวัติ “ครูปู” ที่ใครๆในสระแก้ว ก็รู้จักกัน ขึ้นชื่อว่าที่ 1 ในสระแก้วที่ไม่แพ้ใคร เกี่ยวกับ “รำพื้นบ้าน” ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สานต่อจาก “ครูแอ้” มาเกือบ 7 ปี ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมของไทยที่มีมาแต่ยาวนาน

โดยครูปู..เล่าว่า การที่มาเปิดสอนเพราะใจรักและอยากสอนชาวบ้าน ได้สานต่อจาก “ครูแอ้” ซึ่งเป็นคนริเริ่มรำอยู่แล้วในพื้นที่ บ้านหนองกะพ้อ ด้วยอายุมากครูแอ้เลยพักผ่อน และ ได้มอบเรื่องการรำพื้นบ้าน ให้กับ “ครูปู” ได้สานต่อเพื่อไว้ออกงานรำเอาบุญแต่ไม่นึกว่าจะรำแบบเป็นมืออาชีพรับงาน จนมีคนรู้จักเยอะและมาติดต่อจนปัจจุบันงานมีตั้งแต่ต้นปี 2567 จนถึงสิ้นปีนี้ คาดว่าผ่านมาแล้วกว่า 100 งาน ปัจจุบันมีทั้ง งานบวงสรวงพิธีต่างๆ งานรำแห่งานมงคลทุกประเภท งานรำหน้าไฟ งานรำงานบวช งานนำงานแต่ง เป็นต้น.

สามารถติดต่อจองคิวรำได้ที่
โทร.089-010-0342 (ครูปู)

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานวันตำรวจ เชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละฯ

ที่สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี เมื่อวันนี้ 17 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 07.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อภิชาติ ทอแพ ผกก.สภ.โคกสำโรง
พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิม รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.อนันต์ ปานทอง รอง ผกก.(สอบสวน) ฯ
พ.ต.ท.เสริญราษฎร์ แก้วปนทอง สารวัตอำนวยการฯ ข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง ทุกนาย พร้อมด้วยคณะ กต.ตร. สภ.โคกสำโรง

เนื่องด้วย ในวันที่17 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันตำรวจ สภ.โคกสำโรง จึงได้จัดพิธี โดยเริ่มจากการร่วมกันเคารพธงชาติ การรับฟังสารจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ การร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตนและกล่าวอุดมคติตำรวจ นอกจากนี้ยังได้มีพิธีมอบใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติและเสื้อคลุมให้กับข้าราชการตำรวจที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในปีที่ตผ่านมา

 รวมทั้งมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร ธิดา ของข้าราชการตำรวจที่เรียนดี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเยาวชน จากนั้นได้ประกอบพิธีทางศาสนาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตในการปฏิบัติและเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการตำรวจทุกคน รวมทั้งมีกิจกรรมสันทนาการเพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีความรักและความสามัคคีในหน่วยงาน

สำหรับ “วันตำรวจไทย” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2458 โดยเป็นวันประกาศรวม “กรมพลตระเวน” กับ “กรมตำรวจภูธร” เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า “กรมตำรวจ” ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ซึ่งมีการโอนกรมตำรวจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2541 อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ข้าราชการตำรวจทุกนาย ได้ทุ่มเทกำลัง สติปัญญา ความสามารถในปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละอดทน เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สามารถนำความสงบสุขมาสู่สังคม รับใช้ประชาชนบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และให้ข้าราชการตำรวจร่วมกันกระทำความดีให้เป็นที่ยกย่องสืบไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำ จว.ลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลอากาศเอก ชัยนาท ผลกิจ รองผบ.ทหารอากาศ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 พลอากาศเอก ชัยนาท ผลกิจ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสให้การต้อนรับพระเดชพระคุณพระพรหมวชิรมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม

และร่วมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ณ ศาลาเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลรางจระเข้ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสิ่งของประกอบด้วย ข้าวสาร จำนวน 800 ถุง พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 800 แพ็ค

สำหรับพื้นที่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นประจำทุกปี ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ได้ดำเนินการช่วยเหลือมาโดยตลอด

โดยในปีนี้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ได้สนับสนุนเรือท้องแบน พร้อมเครื่องยนต์สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภัยในพื้นที่ดังกล่าว

กองทัพอากาศ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ซีน่า พิซซ่า เบอร์เกอร์ เเอนด์ ฮาลาล ฟู๊ด เลี้ยงต้อนรับเยาวชน จชต.โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 43

มีรายงานว่า ร้านซีน่า พิซซ่า เบอร์เกอร์ เเอนด์ ฮาลาล ฟู๊ด ในเครือโบว่ากรุ๊ป พัทยา โดย นายสงบ โซ๊ะเฮง ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน ผู้บริหารโบว่ากรุ๊ป พัทยา และนางวิภารัตน์ ปาทาน ผู้บริหารร้านซีน่า พิซซ่า เบอร์เกอร์ เเอนด์ ฮาลาล ฟู๊ด

ร่วมให้การตอนรับและจัดเลี้ยงอาหารให้กับเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 43 ที่มาพักอาศัยในเขตพื้นที่เมืองพัทยา ระหว่าง 2-16 ตุลาคม 2567 รวม 15 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมในภาคตะวันออกสู่การพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งมี 8 ครอบครัวอุปถัมภ์ นำคณะเยาวชนภาคใต้ จำนวน 20 คน ร่วมรับประทานอาหารในครั้งนี้

ทั้งนี้ทางร้านซีน่า พิซซ่า เบอร์เกอร์ เเอนด์ ฮาลาล ฟู๊ด ได้จัดทำเมนูอาหารฮาลาลหลากหลายมาต้อนรับเยาวชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ ปลาทอด ซุปเนื้อ พิซซ่าฮาลาล สเต็ก ต้มยำกุ้ง ขนมจีบ เป็นต้น สร้างความอิ่มเอมและร้อยยิ้มให้กับน้องๆ เยาวชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 43 เป็นอย่างมาก

สำหรับการดำเนินการโครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ เกิดขึ้นโดยดำริของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ โดยการสนับสนุนจากคณะกรรมการของมูลนิธิรัฐบุรุษ นำเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์

ในกรุงเทพมหานครฯ และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวอุปถัมภ์ และชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ทำให้เยาวชนได้รับประสบการณ์ตรง และมีความรู้ ความเข้าใจต่อบริบทของสังคมไทยมากยิ่งขึ้น โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประเพณีแข่งเรือ ชิงถ้วยพระราชทาน วันออกพรรษา ตานก๋วยสลาก วัดบุญยืน พระอารามหลวง อ.เวียงสา จ.น่าน


16/10/2567 จังหวัดน่าน จัดงานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง อำเภอเวียงสา ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี พ.ศ. 2567

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 ณ สะพานข้ามแม่น้ำน่าน (ท่าน้ำบ้านป่ากล้วย) อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณี แข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง อำเภอเวียงสาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี พ.ศ. 2567

โดยมี นายอำเภอเวียงสา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสา นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน นายกสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน ประธานชมรมเรือแข่งอำเภอเวียงสา คณะกรรมการจัดงาน ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมพิธีฯ

งานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง อำเภอเวียงสาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี พ.ศ. 2567 ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาในวันออกพรรษาเป็นระยะเวลายาวนานนับร้อยปี มีเอกลักษณ์เป็นลักษณะเรือขุดจากไม้ท่อนแกะสลักหัวเป็นรูปพญานาค อ้าปาก ชูคอ มีเขี้ยวโง้งอน สง่างาม การแข่งเรือและทานสลากภัตจึงถือเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดน่าน และเป็นความภาคภูมิใจของชาวอำเภอเวียงสา ที่ได้จัดให้มีขึ้นทุกๆ ปี

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป และเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ความมีวินัย ในหมู่คณะ ส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี และมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ซนะ รู้อภัย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเสริมสร้างเอกลักษณ์ของอำเภอเวียงสา ตลอดจนจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปและชาวต่างชาติ

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งมีหมู่บ้านในเขตอำเภอเวียงสาและอำเภอใกล้เคียง ได้ส่งเรือยาวเข้าร่วมแข่งขันรวมทั้งสิ้น 18 ลำ โดยแยกประเภทการแข่งขันออกเป็น ประเภทเรือเล็ก 5 ลำ ประเภทเรือกลาง จำนวน 4 ลำ ประเภทเรือใหญ่ จำนวน 5 ลำ และประเภทเรือเอกลักษณ์น่าน จำนวน 4 ลำ นอกจากนี้ ยังมีการโชว์เรือสวยงาม จำนวน 4 ลำ และกองเชียร์ 3 หมู่บ้าน

โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงาน เทศบาลตำบลเวียงสา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สสส. และพ่อค้า ประชาชน หน่วยงานอื่นๆ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1,000,000 บาท/บุญยวค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมทำบุญถวายสังฆทาน เนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ / รองผอ.ศรชล.นราธิวาส เยี่ยมลูกเรือประมง สัญชาติเมียนมา “เรือเพชรมงคล 15” ประสบอุบัติเหตุ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2567 ที่หน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส 93 ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส 93 เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการประกอบพิธีทำบุญเนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2566 และร่วมกันประกอบพิธีสงฆ์

โดยได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จากวัดพรหมนิวาสจำนวน 5 รูป นำโดยพระครูวิสิฐพรหมคุณ (สมชาย โชติวโร) เจ้าอาวาสวัดพรหมนิวาส มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความเป็นศิริมงคลให้แก่หน่วยงานรวมถึงผู้เกี่ยวข้อง และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

รวมถึงเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แห่งนี้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ เนื่องในงานวันตำรวจแห่งชาติ โดยมีข้าราชการตำรวจในสังกัด ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับวันตำรวจ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2458 โดยเป็นวันประกาศรวม กรมพลตระเวนกับกรมตำรวจภูธเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า กรมตำรวจซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมตำรวจจึงได้ยึดถือเอาวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปีเป็น วันตำรวจ และได้มีการประกอบพิธี วันตำรวจ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2492 ซึ่งในขณะนั้น พล.ต.อ. หลวงชาติ ตระการโกศล เป็นอธิบดีกรมตำรวจและ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีกระทั่งเมื่อปี 2560 พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงวันตำรวจไทย ให้เป็นวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากวันที่ 13 ตุลาคม

ตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นการแสดงความเคารพเทิดทูนพระองค์ จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงวันตำรวจเป็นวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปี โดยยึดตามวันที่มีการเปลี่ยนแปลงจากกรมตำรวจเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

//////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดนราธิวาส เยี่ยมให้กำลังใจลูกเรือประมง สัญชาติเมียนมา “เรือเพชรมงคล 15” หลังประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ 16 ต.ค.67 นาวาเอก กาจ บุญวิทยา รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดนราธิวาส พร้อมผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนราธิวาส เดินทางไปเยี่ยมนายมิน มิน อู อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา ลูกเรือประมง “เรือเพชรมงคล 15” ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขาเข้าเครื่องโม้น้ำแข็ง ขณะนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส

โดยเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด่านตรวจประมงปัตตานีได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือเพชรมงคล 15 (ทบ. 220918673) ประเภทเครื่องมืออวนลากคู่ ว่า มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ ขาเข้าเครื่องโม้น้ำแข็ง ขณะเกิดอุบัติเหตุเรือกำลังทำการประมง ห่างจาก ศรชล.จังหวัดนราธิวาส ประมาณ 10 ไมล์ทะเล ทาง ศรชล.จังหวัดนราธิวาส จึงได้ประสานขอสนับสนุนเรือตรวจประมง 226 จากหน่วยปราบปรามประมงทะเลจังหวัดนราธิวาส

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมตตาธรรมนราธิวาส ได้ให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลฯ นายชาติชาย ลิ้มกุล ผู้จัดการ บริษัทเรือเพชรมงคล กล่าวว่า ในนามตัวแทนบริษัทฯ เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมจะเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ นายมิน มิน อู อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา หมายเลขประจำตัว 009401 128172 7 ไปรักษาต่อที่จังหวัดปัตตานี

เนื่องจากมีเพื่อนแรงงานสัญชาติเมียนให้การดูแล และสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จะสะดวกกับการดูแลรักษา ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลได้ใช้สิทธิประกันสังคม และทางบริษัทฯ พร้อมดูแลในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่อไป
//////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / การประชุม สรุปสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมรับน้ำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา / โครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 ลพบุรี

วันที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุมพระปรางค์สามยอด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม การประชุมสรุปสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมจังหวัดในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม จาก ห้องประชุม 108 ชั้น 1 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยจังหวัดลพบุรีได้รับแจ้งจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลืออุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ว่าต้องการทราบข้อมูลอุทกภัยและการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 9 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และ กรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ในวันอังคารที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 14.30 น.

โดยนายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า สำหรับในส่วนของจังหวัดลพบุรี มีแม่น้ำสาขาที่แยกออกแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ 2 เส้น ได้แก่ แม่น้ำลพบุรีและคลองชัยนาท – ป่าสัก ซึ่งจากสถานการณ์น้ำภาพรวมของจังหวัดอยู่ในสภาวะปกติ ทั้ง 11 อำเภอไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังในพื้นที่ ทั้งนี้ก็ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยจังหวัดได้บูรณาการทุกภาคส่วนในการร่วมกันกำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำลพบุรี เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลผ่านสะดวก โดยกำหนด Kick off พร้อมกัน ในวันที่ 16 ตุลาคม 2567 (พรุ่งนี้) โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2567 นี้

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

ลพบุรี- บรรยากาศการรับเสื้อวันแรก โครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 จังหวัดลพบุรี คึกคักผู้รักสุขภาพรอคิวรับเสื้อหนาแน่น

วันที่ 15 ตุลาคม 2567 บรรยากาศการรับเสื้อวันแรก ในโครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดลพบุรี เป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนและส่วนราชการต่าง ๆ ผู้รักสุขภาพรอคิวรับเสื้อกันอย่างหนาแน่น โดยจังหวัดลพบุรีได้กำหนดรับเสื้อในวันที่ 15 และ 16 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00- 16.000 น. ณ. เต้นท์บริการด้านหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดลพบุรี ฝั่งธนาคารกรุงเทพ โดยนำสำเนาบัตรประชาชน และตั๋วสมัครเดินวิ่ง ปั่น มายื่นให้กับเจ้าหน้าที่ มีข้อสงสัยติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดลพบุรี กลุ่มงานอำนวยการ โทร. 0 3677 0150

โดย นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า ด้วยคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราชร่วมกับศิริราชมูลนิธิ ได้จัดโครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นดังแสงนำใจ

และทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทยในการรักษาสุขภาพ และการออกกำลังกาย รวมทั้งสร้างความตระหนักและให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมองแก่ประชาชน ตลอดจนรณรงค์เชิญชวนคนไทยทั้งประเทศให้หันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกาย และสุขภาพสมองที่แข็งแรง โดยมีกิจกรรมต่างๆประกอบด้วย 1. กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 2. กิจกรรมให้ความรู้โลกหลอดเลือดสมอง และ 3. กิจกรรมออกกำลังกำลังกาย เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตเฉลิมพระเกียรติ

โดยจังหวัดลพบุรี พร้อมกัน ทั้ง 11 อำเภอ กำหนดจัดกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2567 เวลา 05.30 น. สถานที่ประกอบด้วย 1. อำเภอเมืองลพบุรี จัดกิจกรรมที่สนามกระโดดร่มพัชรกิติยาภา 2. อำเภอบ้านหมี่ จัดกิจกรรมที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองบ้านหมี่ 3. อำเภอโคกสำโรง จัดกิจกรรมที่สนามกีฬาโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา 4. อำเภอพัฒนานิคมจัดกิจกรรมที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 5. อำเภอชัยบาดาล

จัดกิจกรรมที่ลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล 6. อำเภอท่าวุ้งจัดกิจกรรมที่ลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอท่าวุ้ง 7. อำเภอหนองม่วงจัดกิจกรรมที่ สนามที่ว่าการอำเภอหนองม่วง 8. อำเภอสระโบสถ์จัดกิจกรรมที่สนามที่ว่าการอำเภอสระโบสถ์. 9. อำเภอโคกเจริญจากกิจกรรมที่สนามที่ว่าการอำเภอโคกเจริญ 10. อำเภอท่าหลวงจัดกิจกรรมที่สันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และ11. อำเภอลำสนธิจัดกิจกรรมที่อ่างเก็บน้ำกุตตาเพชร ทั้งนี้ประชาชนผู้สนใจร่วมงานวิ่งในครั้งนี้สามารถสวมเสื้อเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยพร้อมเพรียงกัน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯมุกดาหาร.​เปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ลาว​ 2 ฝั่งโขง มุกดาหาร-สะหวันนะเขต

จังหวัดมุกดาหารเปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา เชื่อความสัมพันธ์ 2 ฝั่งโขง (ตีช้างน้ำนอง แข่งเรือยาวโบราณ สานประเพณีสองฝั่งโขง เชื่อมโยงไหลกะจู้) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 08.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน แข่งเรือยาวออกพรรษาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2567 ภายใต้วลี “ตีช้างน้ำนอง แข่งเรือยาวโบราณ สานประเพณีสองฝั่งโขง เชื่อมโยงไหลกระจู้”

ที่ ณ บริเวณลานหน้าท่าเทียบเรือ ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยมีคณะจากแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนำโดย ท่านนางหลิงทอง แสงตาวัน รองเจ้าแขวงสะหวันนะเขต นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตพร้อมคณะ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า ประเพณีแข่งเรือออกพรรษา เป็นงานประเพณีประจำปีที่สำคัญอันดับหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร ที่เทศบาลเมืองมุกดาหารได้จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำนุบำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงาม ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและกีฬาเรือพายของจังหวัดมุกดาหาร และที่สำคัญยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวแขวงสะหวันนะเขต สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกับชาวจังหวัดมุกดาหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในพิธีเปิดงาน (15 ตุลาคม 2567) ยังมีพิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทานทางบก โดยประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารชาวเรือและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร และพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อันได้แก่ศาลหลักเมืองมุกดาหารศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องและพระเจ้าองค์หลวง และพิธีเบิกน่านน้ำ

ทั้งนี้การแข่งเรือยาวประเพณีออกพรรษาจังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 -17 ตุลาคม 2567 นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนให้คึกคัก และยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์จังหวัดชายแดนสองฝั่งโขงให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรฟุตบอลซีเนียร์ไทยแลนด์ VIP SENIOR THAILAND เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอล เกาหลีโลกครั้งที่ 17 ณ เมืองฮงชอนกุน คังวอนโดเกาหลีใต้


วันที่ 1-6 ตุลาคม 2567 นายบุญเลิศ ผลอุดม ผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลซีเนียร์ Thailand ได้นำคณะนักกีฬาฟุตบอล ไทยเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอล พร้อมคณะ โดยมี นายยรรยง ทองประยูร อดีตนักบอลทีมชาติไทย เป็นเฮทโค้ช ในรายการ แข่งขันฟุตบอล VIP เกาหลีโลก ครั้งที่ 17

กำหนดเดินทาง วันที่ 1 ตุลาคม 2567 นำคณะโดยมิสเตอร์คิม นัดพบรับตั๊วเครื่องบิน เช็คเอกสารพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 21.00 น ขึ้นเครื่อง เวลา 01.20 น สายการบิน.ทีดับเบิลยู ทีเวย์แอร์ ช่อง G ถึงอินชอน เช้า เวลา 08.30 นตามเวลาเกาหลี วันที่ 2 ตุลาคม 2567 ทานอาหารเช้า ขึ้นรถทัวร์ที่มารอรับที่สนามบินอินชอนเดินทางไปยัง ที่พักAlps Motel ในฮงชอน จังหวัดคังวอนโด ทานอาหารเย็นเสร็จ

เข้าร่วมชมการแสดงพิธีเปิดการต้อนรับนักกีฬาทุกประเทศ เช้าวันที่ 3 ตุลาคม ทานอาหารเช้า ขึ้นรถทัวร์เดินทาง เข้าสนามทำการแข่งขันฟุตบอล World Overseas Korean Football Federaation2024 WORLD FOOTBALL FESTIVAL “2024” 전 세계 한민족 축구대회 대회기간 : 2024, 10.3 ~ 10.6 (4일간)장 소 : 강원도 종합운동장 외4개 구장
참가국 : 35 개

주최:사)세계한민족축구협회
후 원 : 문화체육관광부. 국민체육진흥공단.
강원도 홍천군.대한체육회 WKFA2024 ฟุตบอลโลก งานเทศกาล “2024” ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเกาหลีทั่วโลก ระยะเวลาการแข่งขัน: 2024, 10.3 ~ 10.6 (4 วัน) สถานที่: สนามกีฬาคังวอนโด และสนามกีฬาอื่นอีก 4 สนาม
ประเทศที่เข้าร่วม: 35 ประเทศ เจ้าภาพ : สมาคมฟุตบอลเกาหลีโลก
ผู้สนับสนุน: กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว มูลนิธิส่งเสริมกีฬาเกาหลี ฮงชอนกุน คังวอนโด สภากีฬาเกาหลี

ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 รุ่นอายุ รุ่นประชาชนทั่วไป จำนวน 8 ทีม รุ่นอายุ 40 ปี จำนวน 16 ทีม ขึ้นรุ่นอายุ 50 ปีขึ้น จำนวน 8 ทีม วัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ไทยเกาหลี และประเทศสมาชิก ที่เข้าร่วมทำการแข่งขัน ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการออกกำลังกายมีประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมทำการแข่งขันทั้งโซนเอเซียและยุโรป ทำการแข่งขันพร้อมกันสี่สนาม ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2567

สรวัชร สรรเพ็ชร์
รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง