สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โคราชเปิด “ซิตี้แล็บ” ไทย–เยอรมัน ทดลองคมนาคมพลังงานสะอาด ปั้นเมืองอัจฉริยะยั่งยืน

เมื่อวันที่ (12 มกราคม 2569) ที่สวนสาธารณะ Art Gallery ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ TGC-EMC หรือความร่วมมือไทย–

เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับ GIZ โดยมี Dominika Kalinowska ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย สำนักงานองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการ “ซิตี้แล็บ” หรือห้องทดลองเมือง มุ่งทดสอบนวัตกรรมด้านพลังงานและการคมนาคมในพื้นที่จริง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นมหานครหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความมุ่งมั่นชัดเจนในการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการซิตี้แล็บ

สำหรับระยะเวลาดำเนินโครงการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยกิจกรรมแรกคือ โครงการรถรับส่งนักเรียนพลังงานสะอาด ซึ่งเริ่มทดลองใช้งานแล้ว เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง จนถึงกลางเดือนมีนาคม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินผล เพื่อพิจารณาการขยายผลในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีแผนทดลอง รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า และนวัตกรรมด้านการคมนาคมรูปแบบอื่น ๆ ตามมาในอนาคต โดยจะดำเนินการเป็นลำดับขั้น พร้อมประเมินผลอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ผู้บริหารโครงการยังเชิญชวนประชาชนชาวโคราชร่วมติดตามและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้โครงการ TGC-EMC ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา ในการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต นาย อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการทดลองระบบขนส่งด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่องเพื่อทดสอบการนำระบบรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้แก้ไขปัญหาการจราจร

โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าออกสถานศึกษา ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นระบบเครื่องยนต์ที่สะอาด จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในเมืองได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง เพื่อศึกษารูปแบบที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะไม่ใช่การตัดสินใจโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายด้านการขนส่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และขับเคลื่อนโครงการไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานสะอาดของรัฐบาลที่มีการออกกฎหมายรองรับแล้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาเมืองสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ ตามเป้าหมายของจังหวัดและเทศบาลนครนครราชสีมา โดยระยะเวลาการทดลองจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงช่วงปิดภาคการศึกษา เพื่อเก็บข้อมูล ประเมินผล และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงและเหมาะสมเพียงใด ก่อนจะพิจารณาแนวทางดำเนินการในระยะต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประเดิมระดมสมอง กต.ตร.จว.ชลบุรี ‘ผู้ว่าฯ นริศ‘ ชื่นชมความร่วมมือภาคเอกชนช่วยงานตำรวจทำสังคมชลบุรีปลอดภัย

วันที่ 9 ม.ค.69 ที่โรงแรมคริสตัลพาเลส พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดประชุม กต.ตร.จว.ชลบุรี ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะ ปธ.กต.ตร.ชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 1 น.ส.บุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 2 น.ส.บุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 3 และนายสุรินทร์ บุญท้วม ปธ.อนุกรรมการขับเคลื่อน กต.ตร.จว.ชลบุรี (ภาคประชาชน) รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 4 ร่วมประชุมท่ามกลางคณะ กต.ตร.จากทุกสถานีตำรวจทั้งจังหวัดชลบุรี

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ปธ.กต.ตร.ชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีมีความเข้มแข็งเพราะทุกภาคส่วนร่วมใจกันช่วยงานตำรวจ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม พี่น้อง กต.ตร.ที่รวมตัวกันวันนี้ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่มาจากหลากหลายธุรกิจมารวมกันทุกสถานีทุกอำเภอทั้งจังหวัด ถ้านับมูลค่าก็เป็นแสนล้านบาท ดังนั้นการสนับสนุนของภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยดูแลปราบปรามป้องกันอาชญากรรมและดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้สังคมชลบุรีสงบสุขอันจะทำให้เศรษฐกิจการค้าขายก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ปธ.กต.ตร.ชลบุรี ยังได้ให้แนวทางในการทำงานแก่คณะ กต.ตร.ทั้งหมดที่เข้าร่วมในวันนี้ โดยระบุว่า ดัชนีมวลรวมจีดีพีของจังหวัดชลบุรีถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพมหานครฯ ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ขอฝากในเรื่องของการักษาความมั่นคงไปกับตำรวจทั้ง 23 สถานี

ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนปกป้องดูแลรักษาบ้านเมืองให้คิดว่าจังหวัดชลบุรีเป็นบ้านของทุกคน เหมือนคนชลบุรีเป็นพี่น้องของท่าน ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ช่วยช่วยสามารถดูแลพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และถือโอกาสอวยพรปีใหม่ให้ทุกคนมา ณ โอกาสนี้ด้วย ขอให้ร่วมมือกันพัฒนาจังหวัดชลบุรีร่วมกันต่อไปจา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

วันนี้ (7 ม.ค. 69) ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 เป็นประธานเปิด “โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยมี นพ.วุฒิชัย ดิลกธราดล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก กล่าวรายงาน ซึ่งมี นพ.กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส, นพ.เอกวิทย์ จินดาเพ็ชร นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)รองนายแพทย์

สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส, นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์, คณะผู้บริหาร สาธารณสุขอำเภอ ผอ.โรงพยาบาลชุมชน และบุคลากรสาธารณสุข คณะครู นักเรียน บุคลกรทางการศึกษา เข้าร่วม สำหรับกิจกรรม “การส่งมอบแว่นสายตาแก่นักเรียน” ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินงานของ โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนในจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะในด้าน สุขภาวะทางการมองเห็น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาการการเรียนรู้ และคุณภาพทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนราธิวาส ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรม เช่น การคัดกรองสายตาเบื้องต้นของนักเรียนอายุ 3-15 ปี โดยใช้แผ่นทดสอบสายตา Snellen Chart ดำเนินการโดยครูอนามัยโรงเรียน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ (รพ.สต.) การตรวจยืนยันสายตานักเรียนที่สงสัยว่ามีปัญหาสายตา โดยทีมจักษุแพทย์ พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา และนักทัศนมาตร การตัดแว่นสายตา โดยโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก สําหรับเด็กนักเรียนอายุ 3-21 ปี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กลุ่มเปราะบาง การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ในเด็กอายุเกิน 12-15 ปี

สำหรับผลการดำเนินงานในส่วนของโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก พบว่าในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน และอำเภอเจาะไอร้อง มีนักเรียนเข้ารับการตรวจยืนยัน สายตาทั้งสิ้น หนึ่งพันสามร้อยสี่สิบเจ็ดคน จากผู้ที่ได้รับการตรวจยืนยันรวม 1,540 คน ในจํานวนนี้พบความผิดปกติทางสายตา 1,112 คน โดยมีนักเรียนจำนวน 1,088 ได้รับการตัดแว่นสายตาเพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็น และอีก 31 คน ได้รับการส่งต่อเพื่อพบจักษุแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโรคทางตาเพิ่มเติม

นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 กล่าวว่า โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านสาธารณสุข การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพตาของเด็กและเยาวชน ในจังหวัดนราธิวาสอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรอง การตรวจยืนยัน การตัดแว่น และการส่งต่อรักษาอย่างเหมาะสม สุขภาพการมองเห็นถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็ก หากเด็ก

สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ย่อมส่งผลให้เกิดโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ โครงการ จึงนับเป็นโครงการที่มีคุณค่า สะท้อนถึงการดูความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ ประชาชนเชิงรุก และเป็นรูปธรรมของการ อีกทั้ง “โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นของขวัญวันเด็ก 480 อัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” แสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับแว่นสายตาในวันนี้ จํานวน 480 ราย และร่วมพิธีส่งมอบแว่นสายตาให้แก่ตัวแทนนักเรียนร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์
////////////////
ข่าวกรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม MOU เปิดตลาดใหม่ ขนาดใหญ่สินค้าไทย สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย-ไทย (Saudi–Thai Business Council) กับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

วันที่ 9 มกราคม 2569 ณ ชั้น 19 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ราชดำริ กรุงเทพฯ สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย จับมือ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ลงนาม MOU เชิงยุทธศาสตร์ เสริมความร่วมมือการค้า–การลงทุนเปิดประตู SME ไทยสู่ตลาดซาอุดีอาระเบีย ผ่าน “คลัสเตอร์ SIE (ธุรกิจชุมชนร่วม)” รับโอกาส Vision 2030 กรุงเทพมหานคร – 9 มกราคม 2569

สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย (Saudi–Thai Business Council) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญภายใต้สหพันธ์หอการค้าซาอุดีอาระเบีย ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (Federation of Thai SMEs) นำโดย ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เชิงยุทธศาสตร์ ณ อาคารเกษรทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน และเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าสู่ตลาดราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “คลัสเตอร์ SIE (Social Integrated Enterprise)”

พิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม อาทิ คณะผู้บริหารสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และผู้แทนจากสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมพลังให้ผู้ประกอบการ SME และส่งเสริมการเติบโตของการค้าและการลงทุนอย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ
Mr. Osama Kokandy ประธานสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน เป้าหมายร่วม และความมุ่งมั่นในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียและประเทศไทย โดยธุรกิจไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐานการทำงาน และความยืดหยุ่น ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเป็นพันธมิตรทางการค้าในตลาดโลก

ด้าน ดร.ณพพงศ์ ธีระวร กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยในการผลักดัน SME ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ ผ่านการพัฒนาเชิงระบบ การสร้างเครือข่าย และการเชื่อมโยงกับตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยซาอุดีอาระเบียถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ภายใต้นโยบาย Vision 2030 ที่เปิดกว้างต่อการค้า การลงทุน และความร่วมมือจากนานาประเทศ

ขณะที่ คุณสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และหัวหน้าโครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการคลัสเตอร์ SIE มีแนวคิดจากงานวิจัย โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้สนับสนุนทุนแก่สมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย โดยได้ออกแบบให้ SIE เป็นกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เชื่อมโยงงานวิจัย องค์ความรู้ และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับศักยภาพ SME ไทยให้สามารถรวมกลุ่ม สร้างมาตรฐาน และขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือภายใต้ MOU ฉบับนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่สมาชิกของทั้งสองฝ่าย อาทิ การเพิ่มการเข้าถึงตลาด การจับคู่ธุรกิจ การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ การพัฒนาองค์ความรู้ และการส่งเสริมการลงทุนในสาขาสำคัญ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพ โลจิสติกส์ การผลิต บริการดิจิทัล และการท่องเที่ยว

การลงนามครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ในฐานะกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ และสนับสนุน SME ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของนวัตกรรมและการสร้างงานในเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ พร้อมปูทางสู่ความร่วมมือเชิงลึกและยั่งยืนในอนาคต

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวนริมโขงบึงกาฬรวมตัวร้องสื่อ คัดค้านเทศบาลขึ้นทะเบียนที่ทำกินกว่า 100 ปี เป็นที่สาธารณประโยชน์ (นสล.)

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านบึงกาฬใต้ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ว่า ตัวแทนชาวบ้านประมาณ 30 คน ได้รวมตัวเชิญสื่อมวลชนลงพื้นที่ พร้อมถือป้ายแสดงจุดยืนคัดค้านกรณีเทศบาลเมืองบึงกาฬ เตรียมนำที่ดินชายหาดริมแม่น้ำโขง เนื้อที่กว่า 700 ไร่ ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ (นสล.)

ชาวบ้านระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ทำกินที่สืบทอดกันมานานกว่าร้อยปี ลักษณะพื้นที่บางปีน้ำหลากท่วมถึง บางปีน้ำไม่ท่วม ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกพืชถาวร เช่น ยางพารา ทำนาข้าว และในช่วงฤดูน้ำลดจะปลูกพืชผักระยะสั้นหมุนเวียนส่งขายตลาด เพื่อเลี้ยงชีพและส่งเสียบุตรหลานจนจบการศึกษา มีงานทำ ขณะที่ผู้สูงอายุยังคงทำการเกษตรเลี้ยงชีพต่อไป

ชาวบ้านแสดงความกังวลว่า หากเทศบาลเมืองบึงกาฬนำพื้นที่ดังกล่าวขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ จะทำให้ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินได้เหมือนเดิม หรืออาจถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก จึงรวมตัวกันร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อคัดค้านการขึ้นทะเบียน นสล. ดังกล่าวด้าน นายวิทยา เสนจันทร์ธิไชย อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กล่าวว่า

พื้นที่บริเวณนี้ไม่ใช่ที่ว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทำกินมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี สมัยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ระหว่างปี 2555–2563 ได้กันพื้นที่ริมแม่น้ำโขงให้ห่างจากแนวโฉนดประมาณ 100 เมตร เพื่อให้ประชาชนใช้ทำกิน ต่อมาทางเทศบาลมีหนังสือถึงสำนักงานที่ดิน เพื่อขอรังวัดพื้นที่ขึ้นทะเบียนเป็น นสล. ซึ่งชาวบ้านไม่ยินยอม ส่งผลให้การรังวัดไม่สำเร็จมาแล้วถึง 3 ครั้ง

ล่าสุด ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือผ่านกำนันตำบลบึงกาฬ นายอาทิตย์ สิริวงศ์ เพื่อส่งเรื่องร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หากยังไม่ได้รับการแก้ไข จะตั้งตัวแทนยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรม สำนักนายกรัฐมนตรีต่อไปขณะที่ นางเล็ก ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นแหล่งทำกินของครอบครัวมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ รวมเวลากว่า 100 ปี และตนเองทำกินต่อเนื่องมากว่า 70 ปี ไม่เคยปล่อยให้พื้นที่รกร้าง น้ำลดก็ปลูกพืชผักทุกชนิด ทั้งพริก มะเขือ ฟักทอง

กล้วย รวมถึงเพาะกล้ามะเขือเทศเพื่อปลูกลงดิน ส่งขายตลาดเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว นางเล็กกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเลี้ยงดูลูก 5 คน โดย 4 คนรับราชการ อีก 1 คนยังไม่มีงานทำ ต้องอาศัยรายได้จากการกรีดยางพาราในพื้นที่ดังกล่าว หากถูกยึดคืน ต้นยางพาราอาจถูกตัดโค่น ทำให้ขาดรายได้เลี้ยงชีพ จึงอยากวิงวอนหน่วยงานรัฐขอให้แบ่งพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ทำกินต่อไป ไม่ปฏิเสธความเจริญ แต่ไม่อยากให้การพัฒนาสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองบึงกาฬ โดยมีรองนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้หารือร่วมกับตัวแทนชาวบ้านในเบื้องต้น และได้ข้อสรุปว่าจะนำประเด็นดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุมในระดับจังหวัด โดยจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน ผู้บริหารเทศบาล หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเชิญตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /โคราช เจ้าภาพหลักแถลงข่าว มหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

ศักยภาพ “โคราชเมืองกีฬา” เจ้าภาพหลัก เปิดบ้านรับทัพนักกีฬา 11 ประเทศกลุ่มอาเซียน “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” กีฬาคนพิการ “อาเซียนพาราเกมส์” ครั้งที่ 13 โคราช โชว์ศักยภาพเมืองกีฬา แถลงข่าวเปิดบ้าน ในฐานะเจ้าภาพจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” แล้วมาร่วมชม ร่วมเชียร์ ร่วมให้กำลังใจทัพนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราช นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา นายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ กรรมการสมาคมกีฬาแห่ง จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ตร.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ที่จะจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 โดยมี นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ปฏิบัติการ บ.เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด

กล่าวต้อนรับผู้ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมากการได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งนี้ 13 เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดย จ.นครราชสีมา จังหวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” นั้น มีความพร้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านคมนาคม การท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือ แม้กระทั่งอาหารพื้นถิ่น ที่พักและโรงแรม โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่จะทำหน้าที่ต้อนรับทัพนักกีฬาคนพิการจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย

ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ประเทศไทย (เจ้าภาพ), ติมอร์-เลสเต และ เวียดนาม เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์และส่งเสริมศักยภาพของ “เมืองกีฬาแห่งอีสาน” ให้ประจักษ์แก่สายตาประชาคมโลก เชื่อว่าจะสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา ให้กลับมาคึกคัก ส่วนชนิดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันจำนวน 19 ชนิดกีฬาหลัก และ 2 กีฬาสาธิต ครอบคลุมทั้งกีฬาสากลยอดนิยมและกีฬาที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัวสูง โดยสนามที่ใช้ทำการแข่งขันแต่ละชนิดกีฬา ประกอบด้วย

สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, ฟุตบอลคนตาบอด (5 คน), วอลเลย์บอลนั่ง, บอคเซีย, จักรยาน (ประเภทลู่), ยิงปืน, แบดมินตัน รวมถึงกีฬาสาธิตอย่าง วีลแชร์รักบี้ และลอนโบวล์สห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โคราช ทำการแข่งขันกีฬายูโด และ วีลแชร์ฟันดาบศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำการแข่งขันกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลโรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ทำการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ทำการแข่งขันกีฬาโกลบอล และ ยิงธนู

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ทำการแข่งขันกีฬา เทเบิลเทนนิส
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลผู้พิการทางสมอง (7 คน) และ กีฬาหมากรุกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทำการแข่งขันกีฬาจักรยาน (ประเภทถนน)
ส่วนกีฬา สำหรับกีฬาโบว์ลิ่ง ทำการแข่งขัน ที่กรุงเทพมหานคร ณ เอสพลานาด รัชดา (Esplanade Ratchada) โดยได้มีการวางระบบการจัดการสนามแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬา ซึ่งทุกสนามแข่งขันได้รับการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสากล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับนักกีฬาผู้พิการได้อย่างเท่าเทียมทุกสนามนอกจากนี้ ในส่วนของ อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อบจ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก จ.นครราชสีมา ดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ในการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดีของ จ.นครราชสีมา ให้สมกับที่ได้รับการประกาศให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” Korat Sport City
“ขอเชิญชวนชาว จ.นครราชสีมา ร่วมส่งแรงเชียร์ แรงใจ

ให้กับทัพนักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี พร้อมต้อนรับทุกภาคส่วนด้วยความอบอุ่น มีไมตรี อย่างสมเกียรติ เพื่อให้การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นี้ เป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจและรอยยิ้มสู่พี่น้องชาวอาเซียนทุกคนอย่างแท้จริง”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร – “มนพร” ปลุกพลังมุกดาหาร เลือก นนทภูมิ เพื่อไทย

เพื่อไทย รุกหนัก มนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม แม่ทัพหาเสียงอีสานโซนเหนือ ควง เอกพร รักความสุข อดีต สส.เพื่อไทย นำทีมลุยปราศรัยปลุกพลังคนมุกดาหาร เลือก นนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 เพื่อไทย ยกจังหวัดทั้ง 2 เขต ชูนโยบายล้างหนี้ มั่นใจเป็น ฟื้นเศรษฐกิจ เชื่อมั่นเพื่อไทย พรรคเดียวที่นโยบายเข้าถึงประชาชน คนยากคนจน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่เวทีปราศรัย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ความเคลื่อนไหวหาเสียงพรรคเพื่อไทย ยังเดินหน้าหาเสียงเชิงรุก ในพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะ พื้นที่ 3 จังหวัดกลุ่มสนุก นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร มี นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ในฐานะแม่ทัพหาเสียงโซนอีสานเหนือ พร้อมด้วย นายเอกพร รักความสุข

อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นำทีมแกนนำครอบครัวเพื่อไทย ลุยปราศรัยในพื้นที่ เขต 1 มุกดาหาร รวมถึง 3 เวที ประกอบด้วย อ.หว้านใหญ่ อ.ดอนตาล และ อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อหาเสียงสนับสนุน เลือกเพื่อไทยยก จ.มุกดาหาร ทั้ง 2 เขต คือ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย และสนับสนุนเลือก นางสาวปิยธิดา บุตรกาล เบอร์ 4 ผู้สมัคร สส เขต 2 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ถือเป็นการรวมพลังคนมุกดาหาร เลือกเพื่อไทย เข้าไปตั้งรัฐบาล เสียงข้างมาก

ด้าน นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยว่า ยอมรับว่าพื้นที่ จ.มุกดาหาร 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนา ทำให้ตนพร้อมที่จะเข้ามาเป็น ผู้แทนของพรรคเพื่อไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนา ลงสู่พื้นที่ การเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่านโยบายสำคัญที่จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มากที่สุด คือ

การล้างหนี้ แก้หนี้นอกระบบ พักหนี้เกษตรกร เพราะเชื่อว่าประชาชน ประสบปัญหาเศรษฐกิจมานาน ต้องแบกภาระค่าใช้จ่าย การแก้หนี้จะเป็นการฟื้นฟูสภาพคล่อง ให้ประชาชน สามารถ ลงทุนค้าขาย รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า อีกนโยบายคือ อยากผลักดันให้ มุกดาหาร มหาวิทยาลัย เพื่อรองรับสร้างโอกาสด้านการศึกษา ลูกหลานเยาวชน รวมอีกหลายนโยบาย เชื่อมั่นเกิดประโยชน์ต่อประชาชน แน่นอน

ด้าน นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้ง ครั้งนี้ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นการชี้ชะตาคนยากคนจน เพราะที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย มาจากเสียงประชาชนรากหญ้า แต่ถูกกระทำด้วยนิติสงคราม ถูกปลดนายก ล้มรัฐบาลเสียงข้างมาก จากปัญหาการเมืองบิดเบี้ยว ซ้ำร้ายรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยุบสภาหนีการตรวจสอบ ถือว่าไม่สง่างาม วันนี้จึงมาปลุกพลังคนมุกดาหาร ปลุกพลังคนอีสาน รวมพลังเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค

ให้ถล่มทลายทุกจังหวัด เข้าไปตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก แสดงพลังให้รับรู้ว่า เสียงประชาชนมีความหมาย เพราะที่ผ่านมาเสียงประชาชนถูกมองข้าม พรรคการเมืองเสียงข้างมากไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ การเลือกตั้งที่จะมาถึงต้องชนะทุกจังหวัด ส่วนนโยบายสำคัญ มั่นใจพรรคเพื่อไทย เข้าใจความต้องการประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการแก้หนี้สิน การพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน แก้ปัญหายาเสพติด การดูแลสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค รักษาทุกที่ กองทุนหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกนโยบายประชาชนได้ประโยชน์
เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเปิดลานกีฬา “ลานพญานาค” อำเภอปากคาด จัดคลินิกสอนฟุตบอล–ฟุตซอล สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชน

จังหวัดบึงกาฬ ขับเคลื่อนโครงการ “จังหวัดบึงกาฬ 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” โดยกำหนดให้ ลานพญานาค อำเภอปากคาด เป็นลานสร้างสรรค์ด้านกีฬา จัดกิจกรรม คลินิกสอนฟุตบอลและฟุตซอล ให้แก่เด็ก เยาวชน และอนุชนในพื้นที่

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโครงการ พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน SDN FUTSAL NO-L 2026

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.68 เวลา 16.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอลงพื้นที่จัดกิจกรรมสอนฟุตบอลและฟุตซอลด้วยตนเอง ณ ลานพญานาค อำเภอปากคาด พร้อมถ่ายทอดเทคนิคพื้นฐานด้านกีฬา ปลูกฝังทัศนคติที่ดี และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก่อนเข้าสู่พิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน ฟุตซอล SDN FUTSAL NO-L 2026 รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 มกราคม 2569 ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนปากคาดพิทยาคม

ทั้งนี้ การจัดคลินิกฟุตซอลมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างค่านิยมป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด และการพนัน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตซอลอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างการทำงานเป็นทีม วินัย และภาวะผู้นำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกและสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน พร้อมขยายความร่วมมือเครือข่ายโค้ช โรงเรียน และชุมชน เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการป้องกันปัญหาสังคม และขับเคลื่อนแนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ให้เป็นวัฒนธรรมในกลุ่มเยาวชนอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘สว.มาเรีย” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ของ เทศบาลทับสะแก ประจำปี 2569

วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่หน้าเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จัวหวัดประจวบคีรีจันธ์ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน ( สมาชิกวุฒิสภา ) สว.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ( สท. ) หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน เด็ก และผู้ปกครอง มาร่วมจำนวนมาก

เทศบาลตำบลทับสะแก ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ และตระหนักในสิทธิหน้าที่ของตนเอง

สร้างความมีระเบียบวินัยมีความรับผิดชอบ ต่อตนเองและต่อสังคม 2. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน มีพัฒนาการเต็มศักยภาพ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 3. เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ และส่งเสริมให้เด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์และสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน ประชาชนในพื้นที่และบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัล ทุนการศึกษา และจัดบูธกิจกรรม ร่วมกับทางเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมีเด็กๆ และผู้ปกครอง มาร่วมงานกว่า 1,500 คน.

นอกจากนี้ น.ส.มาเรีย (สมาชิกวุฒิสภา) ยังได้อ่านสารของ
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ดังนี้.ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคน จงเตรียมตัวให้

พร้อมด้วยการตั้งใจขยันศึกษาเล่าเรียน หมั่นฝึกฝนตนเอง ตลอดจนปฏิบัติกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ให้เกิดทักษะและมีประสบการณ์ เพื่อที่จะนำความรู้ความสามารถไปใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และมั่นคง ต่อไป ตามคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

/////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันครบรอบวัน ก่อตั้ง รพ.บางเลน และพิธีส่งมอบอาคารวันรัต/กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ รพ.นครปฐม 2569

รพ.บางเลน จัดพิธีทำบุญครบรอบวันก่อตั้ง พร้อมรับมอบ “อาคารวันรัต” เตรียมเปิดศูนย์ฟอกไตครบวงจรเพื่อชาวบางเลน
นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน
ให้การต้อนรับ นายอนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ประธานในพิธีฯ

พร้อมด้วยนพ.วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มิสเตอร์ลี อาร์บาร์ ประธานบริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด กำนันยงยุทธ เพชรดี ประธานบริษัท ยงยุทธ ก่อสร้างและการโยธา (2499) จำกัด และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภาครัฐและภาคเอกชน

เนื่องในวันครบรอบวันก่อตั้งโรงพยาบาลบางเลน และพิธีส่งมอบอาคารวันรัต วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมเพชรไพลิน ชั้น 4 โรงพยาบาลบางเลน ซึ่งการทำบุญครบรอบวันก่อตั้งโรงพยาบาลบางเลน ในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล และ สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ)

ซึ่งเป็นนามจารึกของอาคารวันรัตหลังนี้ ตลอดจนผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงพยาบาลตลอดมาแล้ว ยังเป็นการเสริมสิริมงคล สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้บริหาร และบุคลากรทุกท่าน ให้มีพลังในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยความเสียสละและความเมตตาต่อไป

นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน กล่าวว่า ​“กราบขอบพระคุณท่านอนุชา สะสมทรัพย์ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธาน รวมถึงภาคเอกชนและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนโรงพยาบาลด้วยดีเสมอมา เราขอให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาโรงพยาบาลบางเลนให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวอำเภอบางเลนและผู้รับบริการทุกท่านต่อไป”
สมคิด พรมมี ผู้ข่าวนครปฐม

กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ โรงพยาบาลนครปฐม ประจำปี 2569

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี แพทย์หญิง ประภัสสินี สันติปราน์รนต์ หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม กล่าวรายงาน

พร้อมด้วย คุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม วัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็ก และเยาวชนที่มารับบริการ ส่งเสริมการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

ให้เด็กเป็นอนาคตที่ดีของชาติ เเละคณะผู้บริหารมอบของขวัญให้กับผู้ป่วยเด็ก หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม ชั้น 3 อาคารพระร่วงโรจนฤทธิ์ โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นครปฐม จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จังหวัดนครปฐม ร่วมกับ เทศบาลนครนครปฐม จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก ตระหนักถึงคุณค่า บทบาท และความสำคัญของตนเอง

วันที่ 10 มกราคม 2568 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่บริเวณสนามคลี องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครองและเยาวชน

ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก ตระหนักถึงคุณค่า บทบาท และความสำคัญของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก ให้การ

คุ้มครอง เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็ก เป็นพิเศษ ตลอดจนปลูกฝังให้เด็ก ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

นายสมโชค พงษ์ขวัญ นายกเทศมนตรีนครนครปฐม กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดในงานฉลองวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ มีกิจกรรม และนิทรรศการ การให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม การจัดกิจกรรมเพื่อแจกของขวัญของรางวัล การแสดงกลางแจ้ง และการแสดงบนเวทีของเด็กนักเรียน

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า เด็ก และเยาวชน ควรระลึกอยู่เสมอว่าผู้ใหญ่ได้เห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กเป็นประจำทุกปี ดังนั้น ควรปฏิบัติตน ให้เป็นเด็กดี ของบิดามารดา ครูอาจารย์ บุคคลทั่วไปในสังคนและประเทศชาติ เป็นผู้มีระเบียบวินัย รู้จักสิทธิ หน้าที่

มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประพฤติตน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบสิ่งของร่วมงานวันเด็ก ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ

อบอุ่นวันเด็กที่ปากน้ำ “แนนซี่” ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล นำทีมชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา มอบของเล่น ตุ๊กตา และน้ำดื่ม ร่วมสนับสนุนงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก เด็ก ๆ แห่ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับครอบครัวในชุมชนอย่างทั่วถึง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ (สุสานท้ายบ้าน) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล หรือ “แนนซี่” ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน ได้นำ จักรยาน ตุ๊กตา ของเล่น และน้ำดื่ม มาร่วมสนับสนุน

งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ ภายในงานมีผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดซุ้มอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม พร้อมกิจกรรมเล่นเกมและจับรางวัลแจกของขวัญ อาทิ ของเล่น ตุ๊กตา และจักรยาน สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ อย่างทั่วถึง

นาย นิพนธ์ จังภัทรกุล ประธานศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ กล่าวว่า วันนี้ไต้ฮงกง เราได้จัดงานวันเด็กร่วมกับชุมชนร่วมสามัคคี ชมรมโฮปฯ และยังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่าน ได้มอบ อาทิจักรยาน ของแล่น และตุ๊กตา กันเข้ามาเยอะ เราก็รู้สึกดีใจและมีความสุข ด้วยการทำงานปีต่อ ๆ ไป ก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวสมุทรปราการ ชุมชนต่าง ๆ มาร่วมกันจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ มีความสุข ก็ขอเชิญ

ชวน เพราะว่าเราเคยเป็นเด็กมาก่อนเราไม่เคยได้รับแบบนี้ เราก็อยากจัดให้เด็กมีความสุข ก็ในวันนี้ มีทั้งท่านประธานชุมชน และประธานชมรมโฮปฯ มาร่วมตนก็รู้สึกดีใจที่ได้รับความร่วมมือจากส่วนงานราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ชุมชน แม้แต่บ้านเรื่องใกล้เคียงศาลเจ้าพ่อ ก็มาร่วม เพราะฉะนั้นโอกาสหน้าก็เชิญชวนทุกท่านที่ได้เสียงประชาสัมพันธ์นี้ก็เชิญชวนปีหน้าและปีต่อ ๆ ไปมาพบกันครับ

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล หรือแนนซี่ ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า ชมรมโฮปฯ ก็ยินดีร่วมสนับสนุนมูลนิธิสุสานไต้ฮงกงท้ายบ้าน ในทุก ๆ กิจกรรม และก็ขอให้ทุกท่านที่อยู่บริเวณท้ายบ้านหรือรอบ ๆ สมุทรปราการ เข้า

มาร่วมบุญกันได้ที่มูลนิธิสุสานไต้ฮงกงท้ายบ้าน
ประธานชุมชนร่วมสามัคคี กล่าวว่า ตนก็รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรม กับทางศาลเจ้าไต้ฮงกง เพราะถ้าทางชุมชนจัดเอง ก็ไม่น่าจะจัดได้ใหญ่ขนาดนี้ ต้องขอบคุณทางศาลเจ้าไต้ฮงกงด้วยค่ะ

นาย นิพนธ์ จังภัทรกุล ประธานศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ กล่าวเพิ่มอีกว่า ไต้ฮงกง เราเป็นทั้งสุสานก็มีศพผู้ยากไร้ ถ้าท่านใดไม่มีโลงก็มารับจากอากงได้ครับ ขอให้นำใบมรณะบัตรมาทำเรื่องรับ เรายินดีสนับสนุนเรื่องที่ไม่มีโลง แม้แต่ชมรมโฮปฯ ก็ได้เข้ามาสนับสนุนเรา และก็อยากให้ร่วมกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้สมุทรปราการ เพราะเราเป็นคนท้ายบ้าน เป็นคนสมุทรปราการ ก็อยากจะเห็นสมุทรปราการมีสิ่งที่ดี แล้วทำให้คนสมุทรปราการมีความดีมากขึ้น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เด็กบางพลีไม่ผิดหวัง แห่รับเงินขวัญถุงวันเด็กแน่นวัดบางพลีใหญ่กลาง วันเด็กแห่งชาติ

บรรยากาศวันเด็กแห่งชาติที่วัดบางพลีใหญ่กลางคึกคัก เด็กและผู้ปกครองนับพันแห่ร่วมกิจกรรมรับของขวัญและเงินขวัญถุง สร้างรอยยิ้มและความสุขทั่วชุมชน

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ปกครองพาบุตรหลานจำนวนมากกว่า 1,000 คน

เดินทางมาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ และจับจองพื้นที่รอรับของขวัญและเงินขวัญถุงจากทางวัด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้ม

โดย พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมด้วยคณะกรรมการวัด ได้ร่วมกันมอบเงินขวัญถุงให้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม คนละ 200 บาท ขณะที่เด็กทารกอายุ 1 ขวบ ได้รับเงินขวัญถุงคนละ 300 บาท สร้างความดีใจให้กับเด็กๆ และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

เด็กหลายคนเปิดเผยว่า จะนำเงินที่ได้รับไปหยอดกระปุกออมสิน บางรายตั้งใจนำไปมอบให้พ่อแม่ เพื่อเป็นการแบ่งปันและแสดงความกตัญญู

ด้าน พระวชิรคณาทร เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมวันเด็กในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากลูกศิษย์และผู้มีจิตศรัทธานำปัจจัยมาถวายเพื่อแจกจ่ายแก่เด็กๆ รวมเป็นเงินกว่า 500,000 บาท

จึงนำมามอบให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนบางพลี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และปลูกฝังให้เด็กเติบโตเป็นคนดีของสังคม รู้จักการให้และการแบ่งปันในอนาคต


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เต้ 007” ลงพื้นที่บางพลี ชูนโยบายพาคนไทยทัวร์โลก–ตั้งกองทัพอวกาศ ขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พบปะประชาชน นำเสนอนโยบายเชิงวิสัยทัศน์ ตั้งแต่การท่องเที่ยวระดับโลก เทคโนโลยีอวกาศ ไปจนถึงสุขภาพประชาชน

เมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 10 มกราคม 2569นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังความคิดเห็น พร้อมนำเสนอนโยบายและแนวคิดในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

โดย “เต้ 007” ได้นำเสนอนโยบายเชิงสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ด้วยแนวคิด “พาคนไทยทัวร์โลก” เพื่อเปิดมุมมองและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการขยายวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ตั้งเป้าให้ประเทศไทยก้าวสู่การท่องอวกาศในอนาคต ทั้งการเดินทางไปดวงจันทร์และดาวอังคาร

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการจัดตั้ง “กองทัพอวกาศ” เพื่อเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและการป้องกันประเทศในยุคใหม่ พร้อมประกาศเป้าหมายยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศอันดับหนึ่งของโลก

ขณะเดียวกัน “เต้ 007” ยังกล่าวถึงนโยบายด้านความมั่นคง โดยระบุว่า หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะมีการจัดหายุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องปรามภัยคุกคามในอนาคต
ในด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต พรรคทางเลือกใหม่ยังให้

ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพประชาชน โดยรณรงค์ให้การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน พร้อมเสนอให้ “การวิดพื้น” เป็นกิจกรรมพื้นฐาน เพื่อสร้างพลเมืองที่แข็งแรง มีระเบียบวินัย และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะยาว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.ชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้าลัย จำนวนหลายท่ าน อาทิ

นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิขย์ ประธานสภา

เมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด

ชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8

พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

นายเรวัติ ผลลูกอินทร์ อดีตรอง นายกอบจ.ชลบุรี นายสกล ผลลูกอินทร์ รองนายก อบจ.ชลบุรี

นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายไพโรจน์ ประวัติเลิศอุดม ประธานที่ปรึกษากต.ตร.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยผู้นำ

องค์กรปกครองท้องถิ่น คณะผู้บริหารเมืองพัทยา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน เข้าร่วมพิธีฯ เป็นจำนวนมาก

“ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ” ได้ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาธรรมสังเวช 2 วัดบุญสัมพันธ์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.อ.รังษี หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ บุก อ.ชายแดน ขอคะแนนเสียง ทำลายบ่อ ปราบสแกมเมอร์ ตัดเส้นทางเงิน ฮุนเซ็น

***ผู้สื่อข่าวรางาน เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 9 มกราคม 2569 พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ลงพื้นที่อำเภอกันทนลักษ ช่วยลูกพรรคอย่า นายอนุบาล ขันทอง ผู้สมัคร สส. เขต 4 และผู้สมัครเขตอื่นๆ หาเสียงขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน

โดยก่อนจะไปขอคะแนนเสียงได้มาที่ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ เพื่อไว้สิ่งศํกดิ์สิทธิประจำอำเภอ และเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางไปยังปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันที่ถูกลูกระเบิด BM-21 ของกัมพูชาตักใส่ร้านสะดวกซื้อ จนมีทั้งคนเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย ก่อนจะเดินทางไปยังตลาดทันใจ ซึ่งเป็นยามเย็นของึคนอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อเดินเท้าของคะแนนกับพี่น้องชาวอำเภอกันทรลักษ์

***โดย พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เนี่ยผมได้ไปที่บริเวณช่องจอบ จ.สุรินทร์ และมาที่อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพราะผมเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ชายแดน เพราะว่าอย่างที่เรายืนอยู่ ณ ปัจจุบันก็คือเซเว่นที่ไอ้ ฮุนเซ็น มายิงกระสุนเข้ามาแล้วทำให้แม่ลูกเสียชีวิตอ่ะนะครับ เซเว่นข้างหลังเนี่ย เพิ่งปรับปรุงเสร็จ คือวันนี้ผมมองแล้วว่า

ประชาชนเขตชายแดนเนี่ยลำบากมาก ไหนจะต้องระวังว่าไอ้ ฮุนเซ็น จะยิงกระสุนอะไรมาอีก เศรษฐกิจเองก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นผมว่ามันต้องหาวิธีการที่ปิดแก๊ง ฮุนเซ็น ให้เร็วที่สุด คือเราปล่อยให้ ฮุนเซ็น มันดึงเกมส์ยาวแบบนี้ไม่ได้ต่อไป เพราะว่าประชาชนเริ่มที่จะเป็นหนี้เป็นสิน ไม่มีเงินซื้อกินซื้อใช้ แล้วผมเชื่อว่าการจัดการ ฮุนเซ็น คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่ามันมีผู้สมคมคิดเท่านั้นเอง ที่มันเลยทำให้ ฮุนเซ็น มันกล้ากับเราขนาดนี้

***แต่เพราะว่ายังดีใจที่ว่าวันนี้เราได้ข่าวว่า ทางการเนี่ยเค้าจะดำเนิน 10 นักการเมืองที่เกี่ยวพันกับสแกมเมอร์ และจะจับตัว แล้วโดยเฉพาะนักการเมือง ที่จะเลือกตั้งปี 69 ประชาชนต้องตื่นตัว ไอ้พวกจ่ายเงินอย่าไปเลือกมัน เพราะอาจจะเป็นเงินสแกมเมอร์ ก็เป็นได้ แล้วถ้ามันซื้อเสียงได้เกินมาครึ่งสภา มันก็จะไปเป็นทาสรับใช้ ฮุนเซ็น เมื่อที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้

***พล.อ. รังสี กล่าวต่อไปว่า ผมจะใช้มาตรการทางเชิงรุก ทั้งทางการทูตและการทหาร คำว่าเชิงรุกทางการทูต คือว่า เราจะปล่อยให้ทั้ง มาลี ฮุนเซ็น ฮุนมาเน็ต มาโกหกแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้ามันพูดโกหกเราจะต้อง ดำเนินการเอาความจริงให้ชาวโลกรู้ว่ามันโกหกยังไง และมันทำอะไรกับเราบ้าง อย่างที่มันยิงปืนคอมามันก็พูดแบบหน้าๆด้านว่าทำปืนลั่น

ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นราจะต้องดำเนินการมันขั้นเด็ดขาด และโดยเฉพาะมาตรการทางทหารเชิงรุก ถ้า พรรค เราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ถ้าเมื่อไหร่ที่มันยิง BM 21 เข้ามา แล้วโดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน เหมือนร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. เราควรจะต้องจัดการกับบ่อนคาสิโนตลอดแนวชายแดนตั้งแต่ปอยเปต จนถึง ท่าสงัด เราไม่ควรปล่อยทิ้งแล้ว

***ทำลายคาสิโนมัน เราจะได้สองอย่าง คือหนึ่ง ปราบสแกมเมอร์ และตัดเส้นเงินของไอ้ ฮุนเซ็น มันจะได้ไม่มีแรงไปซื้ออาวุธมาสู้กับเรา เพราะว่า GDP ของมันเนี่ย 60% มันมาจากการบ่อ มาจากสแกมเมอร์ มั่นใจว่านโยบายของเราเนี่ยจะถูกประชาชน

***พล.อ. รังสี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายข้อ 1 ข้อ 2 ที่เราจะสร้างให้กับโปรเจกต์ ซึ่งจะทำให้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดนใจประชาชนเพราะจะสามารถทำให้ประชาชนหลุดจากกับดักหนี้ นักธุรกิจ และพ่อค้าแม่ขาย จะหลุดจากกับดักหนี้ และรัฐบาลหลุดจากกับดักหนี้ ถ้าพรรคเศรษฐกิจ เป็นผู้นำรัฐบาลเมื่อไหร่ ผมจะเซ็น MOU กับรัฐบาลจีนภายใน 1 เดือน ในการที่เข้ามาสำรวจความเป็นไปได้ที่จะสร้างโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูง กับโครงการโอเชียนลิงค์

ซึ่ง 2 โครงการนี้เป็นโครงการระดับโลก ไม่ใช่โครงการระดับภูมิภาค และตรงกับยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทางเศรษฐกิจดับ 1 ของโลก คือจีน แล้วใน MOU นี้ผมจะมีพ่วงอยู่ 2 ใบก็คือ MOU ที่เป็นความร่วมมือรัฐบาลไทย กับ จีน ในเรื่องการท่องเที่ยว และร่วมซื้อสินค้าทางการเกษตร ตนมั่นใจว่าเมื่อ 2 โครงการเริ่มได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “กสทช-สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย” จัดโครงการ “K-Script Lab”สร้างโอกาสนักเขียนไทยร่วมเวิร์คช็อปทีมผู้เชี่ยวชาญเกาหลี

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ร่วมกับ สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มุ่งต่อยอดศักยภาพทักษะการเขียนบทเยาวชนไทย จัดงานแถลงข่าวเปิด โครงการ “K-Script Lab”

เพื่อยกระดับทักษะการเขียนบทและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ให้ก้าวสู่ระดับสากล โดย คุณอรรณพ ตรึกตรอง ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์และติดตามประเมินผล 3 สำนักงานกองทุนวิจัยและพัฒนา สำนักงาน กสทช. เป็นประธานในพิธี เมื่อวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 ณ ลานกิจกรรม โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท (เอกมัย)

คุณศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ ในฐานะผู้ดำเนินโครงการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการครั้งนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของ โครงการ K–Script Lab เกิดขึ้นจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ร่วมกับ สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือ กสทช ได้เล็งเห็นถึงการทำโครงการพิเศษ

ซึ่งไม่ซ้ำรูปแบบเดิม คือการสอนเขียนบท แต่เป็นการนำไอเดียที่มีอยู่ของนักเขียนหรือ นักสร้างสรรค์แต่ละคน นำมาปรับปรุง พัฒนา ให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยครั้งนี้จะเป็นการนำไอเดียของผู้เข้าอบรม ที่ผ่านกา คัดเลือกจำนวน 60 เรื่อง จะได้รับซอฟต์แวร์ final draft เป็นระยะเวลา 1 ปี จากนั้นทีมผู้เชี่ยวชาญจาก สถาบันนักเขียนบทมืออาชีพของประเทศเกาหลี (Screenwriters Guild of Korea) จะคัดเลือกรอบสุดท้ายที่จะะได้เวิร์คช็อปกับผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนักเขียนบทมืออาชีพ ของประเทศ เกาหลี

เพื่อช่วยยกระดับทักษะการเขียนบทของนักเขียนไทยอย่างเป็นระบบและนำไปสู่การสร้างผลงานภาพยนตร์ และซีรีส์ไทยที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่ตลาดสากลครับ
คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ กล่าวว่าสืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล ที่ผ่านมาที่สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ของไทยโดยการจัดสรรงบประมาณใน การ Research, Develop และ Training

ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนและบุคคลที่สนใจงานด้านนี้ ตนมองว่าโครงการนี้จะช่วยต่อ ยอดคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีความต้องการที่จะสร้างสรรค์ผลงาน ช่วยสร้างนักเขียนรุ่นใหม่ และให้มุมมองที่มากขึ้น ต่อกลุ่มนักเขียนเดิมด้วย การนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาถ่ายทอดประสบการณ์, วิธีการคิด และมุมมอง

จะช่วยเติมเต็ม ปรับปรุงและพัฒนาให้คอนเทนต์ไทยมีบทที่หลากหลายและดีขึ้น เพื่อสื่อสารและเจาะตลาดต่างประเทศ ได้มากขึ้นครับ
สำหรับโครงการ “K-Script Lab” เปิดรับสมัคร นักเขียนบทมืออาชีพและมือสมัครเล่น, นักเรียน, นักศึกษา, เยาวชน และบุคคลที่สนใจจำนวน 500 คน สามารถลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 7-29 ม.ค.นี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลทหารเรืองศักดิ์ กลับบ้านสู่อ้อมกอดครอบครัว พร้อมโชว์ของดีประจำกาย

จากกรณี พลทหารเรืองศักดิ์ รัตนพันธ์ หน่วยทหารราบ (หน่วยเฉพาะกิจ) ซึ่งประจำการ บริเวณ ช่องตาเฒ่าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 และได้รับการผ่าตัดหลายครั้ง

ปัจจุบันทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งพลทหารเรืองศักดิ์ รัตนพันธ์ ทหารแนวหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้าห้องผ่าตัดถึง 5 ครั้ง จากเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้าห้องผ่าตัดถึง 5 ครั้ง บาดแผลกระจายตั้งแต่ลำคอด้านหลัง ใกล้แนวกระดูกสันหลัง คิ้ว ขมับ ใต้ตา แก้ม ฟันกรามแตกถึง 6 ซี่ ซึ่งหลังจากกลับมาทางชาวบ้านและญาติได้ทำการผูกข้อมือสู่ขวัญเมื่อว่านที่ผ่านมาก (7 มกราคม 69)

ผู้สื่อข่าวได้พบกับครอบครัวและพลทหารเรืองศักดิ์ ซึ่งวันนี้ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวที่บ้านเกิด คือบ้าน บ้านเลขที่ 107 หมู่ 2 บ้านหนองน้ำเต้า ตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดหาร โดยทางพลทหารเรืองศักดิ์ เปิดเผยว่าตนเองเป็นทหารสกัด ร.3 พัน3. ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าร่วมการต่อสู้กับเขมรทั่ง2 ครั้ง

ซึ่งครั้งที่หนักสุดก็เป็นครั้งที่ 2 เพราะตนเองถูกฝ่ายเขมรยิงปืนคอมาตกตรงหน้าบังเกอร์ซึ่งขนาดนั้นกำลังวิ่งออกไปเอาปืนจนทำให้ตนเองโดนสะเก็ดปืนคอบาดเจ็บสาหัส จนต้องนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

ซึ่งระหว่างนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของ ซึ่งตนเองอยู่รักษาอาการบาดเจ็บ และได้กลับมาที่บ้านเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายในช่องปาก เมื่อหายดีแล้วก็จะกลับไปทำหน้าที่ของทหารต่อ พร้อมกับเตรียมตัวสอบเป็นนายสิบ เพราะรักในอาชีพของทหารและเลือกทางนี้แล้ว ปล่อยเสียง

ด้านนายกองศิลป์ รัตนพันธ์ อายุ 59 ปี พ่อของพลทหารบอกกับผู้สื่อข่าวว่า อยากให้ลูกชายมีอาชีพเป็นทหารเพราะเขาชอบ พ่อก็เลยพาลูกไปสมัครโดย ร้องขอผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นมากก็รู้สึกเลยว่าลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัวแบ่งเงินที่เป็นเงินเดือนมาช่วยเหลือครอบครัวตลอดตอนนี้ก็หวังว่าลูกชายจะได้เป็นนายสอบต่อไป

นอกจากนี้ทางพลทหารเรืองศักดิ์ ได้บอกกลับผู้สื่อข่าวตนเองเชื่อว่าที่ตนเองรอดมาได้ในครั้งนี้นอกจากการได้รับความช่วยเหลือจากทางหมอแล้วยังมีสิ่งที่ยึด ยึดเหนี่ยวจิตใจ คือตะกรุดที่ทำจากลูกปืนพร้อมเหรียญหลวงปู่เจียม อติสโย ที่ แม่ทัพเติ่ง พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นคนมอบให้โดยตนเองเชื่อว่าสิ่งของเหล่านี้ปกปักรักษาให้ปลอดภัยในการรบแต่ละครั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯนครปฐม สั่งเปิดปฏิบัติการ ตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่ย้าน ใน อ.นครชัยศรี

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 11.30 น. อำเภอนครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ ตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่ย้าน ในสังกัดอำเภอนครชัยศรีภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ

หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ” ของอำเภอนครชัยศรี บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ในสังกัดอำเภอนครชัยศรี จำนวน 403 ราย ผลการปฏิบัติ “ไม่พบสารเสพติด” ในผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด

ปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายจังหวัดนครปฐม กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย อย่างเคร่งครัด
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายประสูติ 8 มกราคม 2569

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ศาลาอปฏิบัติธรรม 101 ปี หลวงพ่อสงัด วัดบางช้างเหนือ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2569 โดยมีพระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนร่วมพิธี

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีพระวิริยอุตสาหะ และพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำเพ็ญพระกรณียกิจด้วยพระหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณา เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ล้วนเป็นที่ประจักษ์อยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กล่าวราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป

เจริญพระพุทธมนต์ ประธานสงฆ์กล่าวนำเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระกุศล จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและผู้เข้าร่วมพิธี ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ภัตตาหาร พระสงฆ์อนุโมทนา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2559

วันที่ 7 มกราคม 2567 เวลา 18.00 น. ที่เวทีกลางงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569 หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569

โดยได้รับเกียรติจากท่านอนุชา ไกสอน รองประธานคณะกรรมการปกครองนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต พร้อมคณะจากแขวงสะหวันนะเขตให้เกียรติมาร่วมงาน

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า “งานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ถือ

เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกุศลของจังหวัดมุกดาหาร สำหรับปี 2569 นี้ กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 7-15 มกราคม 2569 เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน

เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร

และนำเสนอผลงานของส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดมุกดาหารให้เป็น

ที่รู้จักแพร่หลาย กว้างขวางมากขึ้น และเพื่อจัดหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศล และสาธารณประโยชน์ต่างๆในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากสาธารณภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ร่วมลั่นฆ้องชัยพร้อมด้วย รองประธานคณะกรรมการปกครองนครไกสอนพมวิหาน สปป.ลาว และกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต

เพื่อเป็นมงคลชัยแก่การเปิดงานให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ และความสุขแก่พี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร และนักท่องเที่ยวทั้งสองฝั่ง ที่ได้มาร่วมงานนี้อีกด้วย

ในพิธีเปิดงานมีการแสดงแสง สี เสียง “แสงศรัทธาลีลานาคาศิลป์”และการประกวดฟ้อนรำ การแสดงศิลปะวัฒนธรรมจาก 7 อำเภอ ของจังหวัดมุกดาหาร

ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ อำเภอคำชะอี โดยตลอด 9 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 7 – 15 มกราคม 2569 ยังมีการออกร้านนิทรรศการของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน

และมีการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ OTOP จากท้องถิ่นและชุมชน การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง การแสดงของศิลปินที่มีชื่อ

เสียง และยังร่วมทำบุญกุศลพร้อมลุ้นรับรางวัลมากมายในร้านนาวาพาโชคและการออกรางวัลสลากกาชาดด้วย เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยกกองทัพไดโนเสาร์บุกศาลาว่าการเมืองพัทยา สร้างสีสันวันเด็กPNBA/ จัดเลี้ยงปีใหม่ สร้างความกลมเกลียว ผู้ประกอบการธุรกิจ พัทยา

ตามที่เมืองพัทยากำหนดจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ที่บริเวณลานปู่ตาก หน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อเปิดพื้นที่ต้อนรับเด็กและเยาวชนโดยมีหน่วยงานต่างๆ มาร่วมออกร้านบริการสร้างความสุขให้เด็กๆ ในวันเสาร์ที่ 10 ม.ค.69 นี้นั้น

มีรายงานว่า ทางสวนไดโนเสาร์พัทยา ได้เตรียมความพร้อมร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 โดยร่วมกับหน่วยงานราชการต่างๆ ภายในพื้นที่ท้องถิ่น ศาลาว่าการเมืองพัทยา, ที่ว่าการอำเภอบางละมุง

และเทศบาลตำบลหนองปรือ ยกกำลังไดโนเสาร์บุกให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกับไดโนเสาร์ขยับได้ขนาดยักษ์ใหญ่อย่างใกล้ชิด มุ่งเน้นเสริมสร้างจินตนาการและความรู้ให้กับเด็กๆ ที่ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติในปีนี้

ที่ผ่านมาสวนไดโนเสาร์พัทยาได้ดำเนินการตอบแทนสังคมในโอกาสและวาระต่างๆ มาโดยตลอด และกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติก็ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทางสวนไดโนเสาร์พัทยาได้ให้ความสำคัญสนับสนุนเมืองพัทยาในทุกๆ ปีด้วยเช่นกัน

PNBA จัดเลี้ยงปีใหม่ สร้างความกลมเกลียวในหมู่ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา

ค่ำวันที่ 8 มกราคม 2569 สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา Pattaya Nightlife Business Association (PNBA) โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้จัดเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในวันปีใหม่ 2569 ที่ร้านลิซ่า เกสต์เฮ้าส์ หาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ในงานได้มีการจัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ทั้ง กระเพาะปลา ขนมจีน ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวผัด แซนวิส ผัดซีอิ้ว และเนื้อทอดพริกไทย พร้อมเครื่องดื่มให้บริการผู้เข้าร่วมงาน โดยบรรยากาศเป็นการพบปะสังสรรค์ พูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารธุรกิจแบบอบอุ่นและเป็นกันเอง

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เผยว่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาได้จัดเลี้ยงปีใหม่ให้เพื่อนพี่น้องสมาชิกได้ผ่อนคลาย เป็นการพบปะพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อต่อยอดธุรกิจอันเป็นการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองพัทยาให้คึกคักยิ่งขึ้นไปด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุมสามีภรรยา ยาบ้า 740,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง 1 คัน เงินสด 32,000 บาท สภ.ชุมแพ และ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

เมื่อเวลา 23.10 น.วันที่ 7 ม.ค.68 นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ในนาม ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอชุมแพ นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจาก กก.3 บก.ปส.2 (บช.ปส.) ตชด.ภาค 2

ร่วมกันจับกุมตัวนายชัยวัฒน์ เต็มใจ อายุ 40 ปี และ น.ส.ศรัณย์พร เต็มใจ อายุ 27 ปี 2 สามีภรรยา พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 740,000 เม็ดรถยนต์เก๋ง พาหนะที่ใช้กระทำความผิด จำนวน 1 คัน เงินสด จำนวน 32,000 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ในพื้นที่ตำบลโนนสะอาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังผู้ต้องหาจอดรถทิ้งวิ่งหลบหนี ก่อนติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.2) ได้สืบสวนและสะกดรอยติดตามรถยนต์เป้าหมายซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดมาจากจังหวัดอุดรธานี จนกระทั่งรถคันดังกล่าวได้แวะจอด ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. (หนองตุ้มนก) อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยฝ่ายหญิง น.ส.ศรัณย์พร ได้ลงจากรถเพื่อเข้าห้องน้ำ

ในระหว่างนั้น นายชัยวัฒน์ สามีผู้ขับขี่ สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่จึงไหวตัวทันและรีบขับรถหลบหนีออกจากสถานีบริการน้ำมันไปโดยไม่รอภรรยา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวฝ่ายหญิงไว้ และจัดกำลังอีกส่วนเร่งติดตามรถคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อถึงเขตพื้นที่ตำบลโนนสะอาด นายชัยวัฒน์

ได้ตัดสินใจทิ้งรถยนต์และวิ่งหลบหนีเข้าพื้นที่ป่าข้างทาง เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ปูพรมค้นหาบริเวณจุดที่พบรถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้ จนกระทั่งพบตัวนายชัยวัฒน์ ซ่อนตัวห่างจากจุดทิ้งรถประมาณ 100 เมตร จึงได้เข้าทำการควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี พร้อมของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ได้

ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยัง หน่วยปราบปรามยาเสพติดอุดรธานี เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม สอบปากคำเพื่อขยายผลเครือข่าย และจัดเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จากนั้นจะดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บช.ปส. กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม จัดโครงการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้ แพทย์หญิงบุญเพ็ญ จงเสรีจิตต์ รองผู้อำนวยการด้านตรวจอบภายใน

เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบอรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) ภายใต้กิจกรรม “รวมพลังแห่งความดี”

เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี้พันปีหลวง โดยมี คุณสุรักขณา คงคา

เพชร รองหัวหน้าพยาบาลด้านยุทธศาสตร์และสารสนเทศ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพ ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

สำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลนครปฐมให้ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตได้เหมาะสมกับผู้รับบริการ เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ทั้งในและ

นอกโรงพยาบาล สมารถนำไปใช้ได้ ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้ข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.น่านจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ การเลือกตั้ง ที่จะถึง /นายกเทศมนตรีเมืองน่าน รับมอบข้าวสารและผ้าอ้อมผู้ใหญ่จากคณะสงฆ์จังหวัดน่าน

วันนี้ 6 ม.ค. 2568 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่านจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติในการเลือกตั้งแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง

สร้างการยอมรับเรื่องการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี การรักษาความเป็นมิตรก่อนและหลังการเลือกตั้งแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเพื่อลดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และรณรงค์ป้องปรามการไม่ซื้อสิทธิขายเสียง การใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้ตระหนักและมีจิตสำนึกในการหาเสียงเลือกตั้งที่ถูกต้อง ไม่กระทำนิดกฎหมาย ส่งแลให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดน่าน เขต รวมถึงผู้ติดตาม ผู้สนับสนุน สื่อมวลชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่าการเลือกตั้งเป็นกระบวนการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน การเลือกตั้งจะบรรลุเจตนารมณ์ของประชาชนได้ ต้องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการฝ่าฝืนหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การเสริมสร้างความรู้ให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ช่วยหาเสียง และผู้สนับสนุน จะช่วยป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ลดปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง การใส่ร้ายป้ายสี และส่งเสริมการยอมรับในหลัก “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” สร้างความสามัคคีและความเป็นมิตรทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ผู้แทนของประชาชนที่มีคุณธรรม จริยธรรม และทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง

ด้าน นายประธาน พรมเผ่า ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง กฎหมาย ระเบียบ และวิธีปฏิบัติแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการยอมรับกติกาการเลือกตั้ง ลดข้อพิพาทและการร้องคัดค้าน อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดน่าน มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 29 คน จากเขตเลือกตั้งที่ 1–3 โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่านมุ่งหวังให้การเลือกตั้งเป็นไปตามนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมืองไทย เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติในระยะยาว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

นายกเทศมนตรีเมืองน่าน รับมอบข้าวสารและผ้าอ้อมผู้ใหญ่จากคณะสงฆ์จังหวัดน่าน ส่งต่อผู้ป่วยติดเตียงในโครงการ “ไรเดอร์ อีป้อ อีแม่”

วันที่ 6 มกราคม 2568 ณ วัดมิ่งเมือง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ผู้แทนคณะสงฆ์จังหวัดน่าน มอบข้าวสารเจ้า ขนาดถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 25 ถุง พร้อมด้วยผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ไซส์ L จำนวน 20 แพ็ก และไซส์ M จำนวน 20 แพ็ก ให้แก่เทศบาลเมืองน่าน โดยมีนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในเขตเทศบาลเมืองน่าน จำนวน 16 ราย ภายใต้โครงการ “ไรเดอร์ อีป้อ อีแม่” ของเทศบาลเมืองน่าน

ทั้งนี้ คณะสงฆ์จังหวัดน่าน โดยฝ่ายกำกับดูแลงานสาธารณสงเคราะห์ และฝ่ายเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้นำเงินที่ได้จากการจัดพิธีส่งเคราะห์หลวงนครน่าน ในงานทำบุญใหญ่สืบชะตาหลวงนครน่าน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน ซึ่งมีพระครูธรรมธรจิระพงษ์ ชยาลงฺกาโร (ครูบาเค) เจ้าอาวาสวัดศรีกู่เสี่ยว พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ เป็นผู้ดำเนินการจัดพิธี โดยมียอดเงินจากการบูชาช่อตุงส่งเคราะห์หลวง จำนวน 10,955 บาท (หนึ่งหมื่นเก้าร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน) เพื่อนำมาจัดซื้อสิ่งของดังกล่าว

เทศบาลเมืองน่านให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ จึงได้ดำเนินโครงการ “ไรเดอร์ อีป้อ อีแม่” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน สังคม และภาคีเครือข่าย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “เทศบาลเมืองน่าน เมืองแห่งคนอายุยืน”
//////////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครูบาบุญชุ่ม ทำพิธีเปิดหอประวัติ ครูบาบุญชุ่ม ณ ศาลาอนุสรณ์55ปี วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

วันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี ร่วมกับ พล.ต.อ.ดร.มนตรี – คุณพัชระภรณ์ ยิ้มแย้ม ประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว (พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ อุปถัมภ์)

พิธีเปิดอาคารหอประวัติ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ ณ ศาลาอนุสรณ์ ๕๕ปี และได้ทำ พิธีถวายความอาลัย เจริญจิตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกับประชาชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

จากทำพิธีเสร็จ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ ได้เดินทางมา สวดมนต์ ทำวัตรเย็น ณ ลานพระคันธาระองค์ปฐม วัดพระครูบาบุญชุ่ม (วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไพรม์มัส กรุ๊ป มอบเงินปรับปรุงห้องผ่าตัดมูลค่า 1 ล้านบาท ให้ รพ.ศิริราช

มีรายงานว่า บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป นำโดย นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน, นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และนายศราวุธ ไชยมังกร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ได้มอบเงินสมทบทุนจำนวน 1,000,000 บาท จากการจัดกิจกรรมการกุศลในกลุ่มลูกค้ารถยนต์ เครือไพรม์มัส กรุ๊ป ประจำปี 2568 ให้แก่ กองทุนห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราช

โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธวัชชัย อัครวิพุธ รองคณบดีและผู้อำนวยการ โรงเรียนแพทย์ศิริราช, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นริศ กิจณรงค์ รองหัวหน้า ฝ่ายบริการ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.วิปร วิประกษิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาขาโลหิตวิทยาและอองโคโลยี (มะเร็งวิทยา) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ ที่ห้องรับรองงานองค์กรสัมพันธ์และกิจการพิเศษ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช

บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรมการกุศลร่วมกับกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี เพื่อระดมทุนและนำรายได้มอบให้แก่หน่วยงานสาธารณกุศลต่างๆ ซึ่งการมอบเงินสมทบทุนในครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการปรับปรุงห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลศิริราช ให้มีประสิทธิภาพและสามารถรองรับปริมาณผู้ป่วยได้มากขึ้น อันเป็นการรองรับนโยบายหลักของ ไพรม์มัส กรุ๊ป ที่จะร่วมสร้างประโยชน์และตอบแทนสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.นครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ”

วันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร/ผู้แทน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 25 แห่ง

ธรรมาภิบาลอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ” ของอำเภอนครชัยศรี บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติดตรวจหาสารเสพติดในบุคลากร หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. และ ลูกจ้าง

ในสังกัดอำเภอนครชัยศรี จำนวน 100 ราย ผลการปฏิบัติ “ไม่พบสารเสพติด” ในผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด ปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายจังหวัดนครปฐม กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย อย่างเคร่งครัด
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่องเที่ยวและกีฬาบึงกาฬ ประชุมผู้จัดการทีมฟุตซอล U15 จับสลากประกบคู่ SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 รอบคัดเลือกจังหวัด

วันที่ 7 มกราคม 2569 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดประชุมผู้จัดการทีมกีฬาฟุตซอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รายการ SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ครั้งที่ 8 เพื่อเตรียมความพร้อมการแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ สู่การแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมดำเนินการจับสลากประกบคู่การแข่งขัน ซึ่งมีทีมจากสถานศึกษาภายในจังหวัดบึงกาฬเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 12 ทีม โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ ตลอดจนผู้นำท้องที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้นโยบายของจังหวัดบึงกาฬ ตามแนวทางของผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ภายใต้โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ ลานกีฬา เพื่อส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ของเยาวชน

สำหรับการแข่งขันฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ครั้งที่ 8 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนกันมันสโนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ระดับจังหวัด รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ประจำปี 2569 ณ สนามฟุตซอลโรงเรียนปากคาดพิทยาคม อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ

โดยมีทีมที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 12 ทีม ได้แก่
โรงเรียนศรีวิไลวิทยา, โรงเรียนประชานิมิตพิทยานุกูล, โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม, โรงเรียนโพธิ์ทองวิทยานุสรณ์, โรงเรียนบ้านห้วยลึก, โรงเรียนศรีชมภูวิทยา, โรงเรียนพรเจริญวิทยา, ทีม KP FC, โรงเรียนปากคาดพิทยาคม, โรงเรียนโนนคำพิทยาคม, โรงเรียนสมสนุกพิทยาคม และโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก

ทั้งนี้ การจัดการแข่งขันมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเยาวชนด้านทักษะกีฬา เสริมสร้างวินัยและน้ำใจนักกีฬา ตลอดจนเป็นเวทีคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมการแข่งขันในระดับประเทศต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โพธิ์กลาง บุกมหาวิทยาลัย เตือนภัยไซเบอร์ 1,000 นศ. หลังสถิติถูกโกงออนไลน์พุ่ง

นครราชสีมา – สถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาเริ่มน่าเป็นห่วง หลังพบว่านักศึกษาถูกหลอกลวงทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุด สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ผนึกกำลังภาคการศึกษา เดินหน้าเชิงรุกจัดกิจกรรมให้ความรู้ ปิดช่องโหว่อาชญากรรมไซเบอร์ถึงรั้วมหาวิทยาลัย

พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.มารุต สันติเศรษฐสิน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) และ พ.ต.ท.อนนท์ สาจันทึก สารวัตร (สอบสวน) นำข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าบรรยายให้ความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จำนวนกว่า 1,000 คน ณ อาคารเรียนรวม 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถิติการแจ้งความของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พบการตกเป็นเหยื่อ คดีฉ้อโกงออนไลน์ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนเงิน การชักชวนลงทุน หลอกซื้อ–ขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงภัยจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการ แฮกบัญชีโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อีเมล แอปพลิเคชันธนาคาร ตลอดจนกลโกงการหลอกให้กดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแฝง ที่อาจนำไปสู่การดูดข้อมูลส่วนตัวหรือควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง ระบุว่า การสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับนักศึกษา ถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมยุคดิจิทัล พร้อมย้ำให้นักศึกษาตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน ไม่หลงเชื่อข้อความหรือสายโทรศัพท์ที่สร้างความตื่นตระหนก และหากพบความผิดปกติสามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เพื่อหยุดยั้งความเสียหายก่อนจะสายเกินไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าวจ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาร์ท” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ลุยสมุทรปราการ หนุน “วา” ชิง สส.เขต 1 ชูแก้ปัญหาปากท้อง–ลดเหลื่อมล้ำ

อาร์ท เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ–ท้ายบ้าน ช่วย “วา” วชิราภรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 สมุทรปราการ เบอร์ 1 หาเสียง พบปะประชาชน รับฟังปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พร้อมประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ และปราบสแกมเมอร์อย่างจริงจัง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หรือ “อาร์ท” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ช่วย นางสาววชิราภรณ์ สุระหิรัญพล หรือ “วา” ผู้สมัคร สส. เขต 1 สมุทรปราการ เบอร์ 1 หาเสียงและพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่
โดยเริ่มขบวนรถประชาสัมพันธ์จากวงเวียนท้ายบ้าน ผ่านตลาดปากน้ำ ก่อนวนกลับมาจอดที่ตลาดเชิงท่องเที่ยวท้ายบ้าน เพื่อพูดคุย แนะนำตัวผู้สมัคร และรับฟังปัญหาจากประชาชน จากนั้นเดินทางต่อไปหาเสียงที่ตลาดแบล็คมาร์เก็ต

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หรือ “อาร์ท” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย กล่าวว่า วันนี้ได้พาผู้สมัคร สส.จังหวัดสมุทรปราการ เขต1 เบอร์ 1 มาลงพื้นที่ วนรอบเมือง และตลาดปากน้ำ ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ซึ่งตนก็เป็นคนสมุทรปราการ ต้องการมานำเสนอตัวเอง ในการนำสส.ที่ดี เข้ามาทำงานบ้านเมือง เพื่อจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะเจอ สส. ที่ยังไม่ถูกใจมากนัก แต่ครั้งนี้พวกตนพร้อมที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น เพราะยุคนี้มีปัญหาเศรษฐกิจมากมาย คิดว่าถ้ารออีก3-4 ข้างหน้าคงไม่ทัน พรรคปวงชนไทยจึงเสนอตัวเข้ามาแก้ไข เพราะตนมี ประสบการณ์มากมายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือจะเป็นการเมือง

เพื่อมาดูแลพี่น้องต่อไป วันนี้ปัญหาปากท้องคือเรื่องเร่งด่วน ที่จะต้องเร่งแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต จึงมีนโยบาย สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ และในวันนี้ที่ลงพื้นที่มีพี่น้องมาเล่าปัญหาให้ฟังมากมาย บางคนเป็นแรงงานนอกระบบ ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้คือคนที่เสียภาษีตลอด แต่ขาดการดูแลเพราะเป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ ต้องทำให้เขาเข้าถึงเงินกู้ และมีสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างเต็มร้อย ซึ่งตนจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องแต่วันแรกที่ได้เข้ามาทำงาน ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมมีมาก หลายคนขาดโอกาส วันนี้คนที่ขาดโอกาสต้องได้รับโอกาส ที่ผ่านมารัฐบาลอาจจะดูแลไม่ทั่วถึง

ผู้สูงอายุต้องดูแลเขาให้ดีดีที่สุด เงินที่ให้เดือนละ 600-700 อาจจะไม่พอเพียง นี่คือจุดที่ต้องพิจารณา ซึ่งเป็นจุดเล็ๆน้อย ที่อาจหลงลืมไป พรรคปวงชนไทยพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา ทุกรูปแบบ บ้านปัญหาความมั่นคง ต้องขอชมเชยทหาร ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ต่อมาต้องใช้การเจรจาด้านการทูตเบื้องต้น ถ้าเจรจาไม่จบด้านความมั่นคงก็ต้องตอบโต้ไปตามความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดีเยี่ยม และได้มีการกดดันทางด้านเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่าดีมาก

ทางพรรคส่งเสริมอยู่แล้ว อยากให้จบปัญหาได้โดยเร็วที่สุด โดยที่สูญเสียน้อยที่สุด เพื่อพี่น้องประชาชน อยากให้รัฐบาลรีบจบปัญหาที่มันลุกลาม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้าน สแกมเมอร์ ต้องรีบปราบปรามจริงจัง ตนมองว่าประเทศไทยต้องเอาจริงกับเรื่องนี้ ซึ่งพรรคตนมีนโยบายต้องปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ที่เป็นต้นตอของปัญหาทุกอย่าง ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะดูแลซับพอร์ททหารแนวหน้า แต่จริงๆที่ผ่านมาดูแลทหารอย่างดี โดยเฉพาะทหารที่ประสบอุบัติเหตุ หลังการสู้รบ ต้องดูแลเขาเป็นอย่างดี ซึ่งตนก็มีแผนที่จะเข้าไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ซึ่งตนจะดูแลทั้งทหารและครอบครัวเขาต่อๆไป

นางสาววชิราภรณ์ สุระหิรัญพล หรือ วา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 1 สมุทรปราการ บอกว่า แรงผลักดันจริงๆ เพราะตยได้มามานั่งคุยกับพี่อาร์ต ได้ฟังทัศนคติ ถึงเศรษฐกิจบ้านเมือง ตนจึงได้ถามกลับ ”ว่าชีวิตพี่สบายอยู่แล้วจะมาการเมืองทำไม“ ตนได้คำตอบว่า “ พี่เห็นบ้านเมืองไปต่อไม่ได้ “ เพราะฉะนั้นต้องมาช่วยคนไทยด้วยกันให้อยู่ได้แบบยั่งยืนและมั่นคง เปิดโอกาสให้ทุกคนเท่าเทียมกัน สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับคนไทยทุกคน

คนไทยมีภูมิคุ้มกัน คนไทยมีโอกาส คนไทยเป็นคนเก่ง มีจริยธรรมคุณธรรม ประเทศชาติเดินไปได้แน่นอน ไอดอลของตนคือพี่อาร์ต ขอฝากตัวด้วยนะคะ “วา” วชิราภรณ์ สุระหิรัญพล ผู้สมัคร สส.เขต1 สมุทรปราการ เบอร์ 1 ขอโอกาสเป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการ ขอโอกาสเปลี่ยน ให้สมุทรปราการดีขึ้นกว่านี้ เพราะว่าพี่น้องชาวสมุทรปราการเป็นคนเก่ง แต่รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ขอโอกาสให้พรรคปวงชนไทยมาเป็นกระบอกเสียง ช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องทุกคน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผช.ราชเลขานุการในพระองค์ ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จฯ ไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระ

มหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ณ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ในวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น.

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย, ผกก.สภ.ในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ร่วมให้การต้อนรับ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผช.ราชเลขานุการในพระองค์ และคณะ เนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจพื้นที่เสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย

และร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย เพื่อให้การถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสื้อแดง ขาวคึกคัก เพื่อไทยลุยตลาดเมืองโคราช“เทวัญ–ประเสริฐ” เดินชนประชาชน ชูนโยบายแก้หนี้ ฟื้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 ที่อาร์.เอ็น.ยาร์ด ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย ประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 11 จาก พรรคเพื่อไทย นำทีมงานสวมเสื้อสีแดง–ขาว ลงพื้นที่เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน แจกใบปลิวแนะนำตัวผู้สมัครและนโยบาย ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและการตอบรับอย่างอบอุ่น

นายเทวัญ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตลอดทั้งวันเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 06.00 น. ตามจุดสำคัญ อาทิ ตลาดประปา ตลาดหัวรถไฟ ตลาดแม่กิมเฮง ก่อนลงพื้นที่ต่อเนื่องในช่วงเย็น เขตโพธิ์กลาง และพื้นที่ใกล้เคียง ปิดท้ายภารกิจที่ตลาดบ้านเกาะ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยพบว่าประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง และรับทราบกำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์เป็นอย่างดี

สำหรับประเด็นปัญหาที่ประชาชนสะท้อนชัดเจน คือ ปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ลด ขายของยาก และภาระหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยสูง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต นายเทวัญ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนาระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ทันสมัย การต่อยอดกองทุนหมู่บ้าน การแก้ไขปัญหาหนี้ในและนอกระบบ การดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” เพื่อการออมในระยะยาว

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ตนคลุกคลีกับพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เสียงสะท้อนจากประชาชนต้องการผู้แทนที่เป็นกระบอกเสียง แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงในชีวิต พร้อมย้ำจุดยืนพรรคเพื่อไทยว่าเป็นพรรคที่ “ทำได้ ทำมาแล้ว และทำให้เห็น”

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมามี 16 เขตเลือกตั้ง ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจแล้ว 12 เขต หากได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม จะช่วยผลักดันงบประมาณและนโยบายเพื่อพัฒนา นครราชสีมา ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยผู้สมัครทั้งสองฝากเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศและจังหวัดต่อไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอกำแพงแสนเป็นประธานประชุมประจำเดือนชี้แจงและมอบนโยบายสำคัญให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เข้าประชุม

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น.นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานการประชุมประจำเดือน หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

พร้อมด้วยนางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตีตำบลกำแพงแสน
เข้าร่วมประชุมอำเภอกำแพงแสน ครั้งที่ 1/2569 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ เข้าร่วมการประชุม ประจำเดือนมกราคม 2569

โดยที่ประชุมชี้แจงข้อราชการดังนี้
1.ประชุมชี้แจงมอบนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และจังหวัดนครปฐม
2.ประชุมชี้แจงนโยบายสำคัญของรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรี และข้อสั่งการกระทรวงมหาดไทย

3.การลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือการขับเคลื่อนวาระตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มวลชน ร่วมอวยพรวันเกิด “สมพันธ์ เพ็ชรตระกูล” ตำนานอัลคาซาร์ พัทยา ครบรอบ 82 ปี อย่างเนืองแน่น

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้า อัลคาซ่าร์โชว์ พัทยา กลุ่มพลังมวลชนหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งภาครัฐ เอกชน ข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ตลอดจนองค์กรภาคต่าง ๆ

ต่างทยอยเข้าร่วม มอบกระเช้าของขวัญและกระเช้าดอกไม้ อวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 82 ปี นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล ประธานบริหาร บริษัท อัลคาซ่าร์ จำกัด และประธานชมรมคนดีศรีเมืองชล ซึ่งมีครอบครัวเพ็ชรตระกูล ร่วมให้การต้อนรับ

โดยภายในงานมีแขกผู้เกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดี คับคั่ง อาทิ นายอนุชา เพียรใจ นายกเทศมนตรีตำบลโป่ง พร้อมด้วยรองนายกและสมาชิกสภา, นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา

พร้อมด้วย นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา และผู้ช่วยเลขานายกฯ, นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา, นายธีรศักดิ์ จตุพงษ์ รองปลัดเมืองพัทยา, นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 พรรคเพื่อไทย, นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ ผู้บริหารโครงการ เอสพีกรุ๊ป พัทยา,

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้สมัคร ส.ส. เขต 9 พรรคเพื่อไทย, นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายก อบจ.ชลบุรี พร้อมด้วย สมาชิก อบจ.ชลบุรี, นายวิชา เบ้าพิมพา ประธานผู้บริหารตลาดรันเวย์ เดอะมาร์เก็ต พัทยา,

นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา, นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา, ผู้บริหาร โรงแรม Ygm

pattaya, ผู้แทนนางอำพร แก้วแสง ประธานกต.ตร.สภ.เมืองพัทยา และ ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงค์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) จังหวัดชลบุรี ร่วมยินดี

ซึ่งในโอกาสนี้ทางเจ้าภาพได้ทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ จำนวน 11 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นบรรดาแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันตัดเค้กอวยพรวันเกิด พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

นอกจากนี้ ยังได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนวัดโป่ง จำนวน 40,000 บาท ซึ่งมี นายอนุชา เพียรใจ นายกเทศมนตรีตำบลโป่ง เป็นผู้รับมอบ สำหรับนายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล ปัจจุบัน ดำรง

ตำแหน่งกรรมการบริหารและเจ้าของกิจการ บริษัท อัลคาซ่าร์ จำกัด เป็นทายาทผู้ร่วมก่อตั้งคาบาเร่ต์โชว์แห่งแรกของเมืองพัทยา อีกทั้งยังอุทิศตน เพื่อสังคมด้วยการดำรงตำแหน่งประธานชมรมคนดีศรีเมืองชล..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.ป. – สวป. 16 สภ. ยึดหลักกฎหมาย ไม่รับเคลียร์ เพื่อภาพลักษณ์ ตร.ยุคใหม่ / ตม. จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบคำขอบคุญ แทนกำลังใจเจ้าหน้าที่

วันที่ 4 มกราคม 2569 พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดประจวบฯ (ประจวบ 2) ส่งสารถึงผู้บริหารงานป้องกันปราบปราม (รอง ผกก.ป. และ สวป.) ทั้ง 16 สถานีตำรวจในสังกัด เน้นย้ำนโยบายการปรากฏกายอย่างเข้มแข็ง ยึดถือระเบียบกฎหมายเป็นที่ตั้ง พร้อมประกาศกร้าว “หัวหน้าชุดต้องกล้าปกป้องลูกน้อง”

เพื่อเรียกคืนศรัทธาจากประชาชน
โดยมี กลยุทธ์ 3 ประสาน: ตรวจเข้ม – มีเป้าหมาย – ไร้เคลียร์
ซึ่งในข้อความสื่อสารถึงผู้ใต้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าชุด มีใจความสำคัญ 3 ด้านที่ต้องเร่งดำเนินการทันทีเพื่อยกระดับการตรวจการณ์ให้สายตรวจปรากฏกาย (Show of Force) อย่างเข้มแข็งครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงต้องเพิ่มความถี่และมีเป้าหมายในการตรวจที่ชัดเจน ไม่ใช่การตรวจไปตามวงรอบเพียงอย่างเดียว

ให้ยึดมั่นหลักการ “หัวหน้าชุด” ที่พึ่งได้ เมื่อมีการจับกุมผู้กระทำผิด มักมีการเจรจาขอผ่อนปรนหรือ “ขอเคลียร์” หัวหน้าชุดต้องมีหลักการที่มั่นคง อ้างอิงข้อกฎหมายและคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างชัดเจน เพื่อเป็นเกราะป้องกันทีมงานสร้างศักดิ์สิทธิ์ให้กฎหมายยุติค่านิยม “นายสั่งจับ แต่จับแล้วนายขอให้ปล่อย” เพราะจะทำให้ลูกน้องเสียกำลังใจและกฎหมายเสื่อมความขลังหากมีหลักในการตอบและการเจรจาที่ชัดเจน คนผิดจะไม่กล้าขอ ผลที่ตามมาคือลูกน้องจะเชื่อมั่น ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เขาจะกล้าทำ กล้าจับ และผลงานฝ่ายป้องกันปราบปรามจะประจักษ์แก่สายตาประชาชน” – ประจวบ (2) กล่าว

นโยบายนี้มุ่งหวังให้ทั้ง 16 สภ. ดำเนินการเป็นต้นแบบ (Model) เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้และทำให้เป็นนิสัยปกติ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตำรวจให้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ตรงไปตรงมา โดยเชื่อมั่นว่าหากผู้นำเริ่มเปลี่ยน ลูกทีมจะเปลี่ยนตาม และศรัทธาของประชาชนจะกลับมาอย่างแน่นอน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตม. รวมใจจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบคำขอบคุญ แทนของขวัญสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา18.00น.ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ประจวบ จัดกิจกรรมสังสรรค์และขอบคุณเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อสร้างความรักความสามัคคีและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
ภายในกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานได้กล่าวถ้อยคำขอบคุณและให้โอวาทแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้มีการมอบกระเช้าของขวัญและของที่ระลึก เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและแทนคำขอบคุณในความ

ร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรทุกระดับ
เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมนำพลังใจจากกิจกรรมครั้งนี้ ไปต่อยอดในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและบริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับ “ทรัพยากรบุคคล” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมืองให้ประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากสังคมสืบไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว Top news ทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไอซ์ รักชนก นำขบวนเดียร์ วีรภัทร คันธะ ผู้สมัครเขต 6 ปั่นสามล้อเข้าตลาดพระประแดง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2569 ที่ ตลาดเทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นางสาวรักชนก (ไอซ์) ศรีนอก นำทีมพร้อมด้วย นายวีรภัทร คันธะ (เดียร์) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 6 ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยได้ปั่นรถสามล้อ เข้าพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองพระประแดง เพื่อแนะนำตัวและขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครพรรคประชาชน
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเข้ามาทักทาย พูดคุย และให้กำลังใจ นางสาวรักชนกและนายวีรภัทรอย่างอบอุ่น ตลอดระยะทาง ขณะเดียวกันมีประชาชนจำนวนไม่น้อย ขอถ่ายภาพร่วมตลอดเส้นทางการหาเสียงในครั้งนี้

ไฮไลท์กลางตลาด ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาพูดคุย และขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก (ไอซ์) รักชนก ได้ทำการปราศรัย แสดงจุดยืน วิสัยทัศน์ และนโยบายเด่นของพรรค ที่นอกจากปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ การปฏิรูปตำรวจแล้ว ยังเน้นด้านการปราบปรามทุจริต คอรัปชั่น ด้วยการนำเทคโนโลยี Ai เข้ามาใช้ให้เกิดประสิทธิผล พร้อมทิ้งท้ายขอโอกาสให้พรรคประชาชน ได้เข้าไปบริหาร และพัฒนาประเทศในครั้งนี้ด้วย

นางสาวรักชนก ศรีนอก (ไอซ์) กล่าวว่า เช้าวันนี้ ตนเองมาขอคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวสมุทรปราการ ซึ่งครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้คะแนนเสียงยกทั้งจังหวัด วันนี้ก็ได้การต้อนรับที่ดี ทุกคนแวะเข้ามาขอถ่ายรูปและทักทาย พร้อมกับจับไม้จับมือให้กำลังใจ และการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตนเองก็อยากจะให้พี่น้องชาวสมุทรปราการได้ดูผลงาน ที่ผ่านมาของ สส.เขตสมุทรปราการ ขอความไว้วางใจ จากพ่อพ่อแม่พี่น้องชาวสมุทรปราการอีกครั้ง เพื่อให้รอบนี้เราได้มีโอกาสไปเป็นรัฐบาล ส่วนที่มีข่าวว่า บ้านใหญ่มีผู้สมัครของ ส.ส. คนดังนั้น ตนเองไม่หนักใจ เพราะคิดว่าความความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนได้เปลี่ยนไป

การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มีการเปลี่ยนผู้ทำงาน วันนี้บ้านเราต้องการคนมีความสามารถไปเปลี่ยนประเทศ เพื่อให้เกิดสิทธิ สวัสดิการต่อพี่น้องประชาชนโดยโดยแท้จริง วันนี้ได้มีคนเข้ามาทักทาย แล้วก็แวะมาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม และพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่บอกว่า เจอหน้า สส.เดียร์ เป็นประจำ หลายหลายท่านก็ได้ฝากเรื่องให้ไปจัดการ ตนเองก็รับปากและจะตอบสนองให้เป็นอย่างดี

ส่วนเรื่องโพลแห่งปี ตนเองขอขอบคุณ คาดว่าน่าจะเป็นคะแนนนิยมของตัวเอง เพราะสองปีที่ผ่านมา ตนเองได้ตรวจสอบคดีทุจริตคอรัปชั่น ในหลายหลายหน่วยงาน เช่น ประกันสังคมหรือ กสทช. จึงเป็นกระจกสะท้อน ผ่านคะแนนของตัวเอง ทำให้เพิ่มขึ้นมา ซึ่งปัจจุบัน พี่น้องให้คะแนนความนิยมเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งตนเองคิดว่า พรรคประชาชนให้ความสำคัญในเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ทั้งในระบบราชการ หรือการเมือง แกนกลางของการปฏิรูปรัฐ คือปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นทุนเทา

การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นที่ดีที่สุด หากการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐยังเป็นแบบนี้ ก็ไม่สามารถจับใครมาลงโทษได้ ควรเปิดเผยข้อมูลให้มันโปร่งใส ในโครงการภาครัฐต่างๆจะทำให้โปร่งใส ตั้งแต่ต้นทางและประหยัดเงิน ไม่ต้องไปตรวจจับปลายทาง ซึ่งพรรคประชาชนมองเห็นว่า สามารถที่จะทำให้ประหยัดงบประมาณและยั่งยืนได้มากกว่า ที่จะไปตรวจจับทุจริตคอรัปชั่นปลายทาง

พี่น้องประชาชนจะสนับสนุนพรรคประชาชนหรือไม่ ท่านรู้ดีว่า พรรคประชาชนไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ ถ้าเราไม่ได้เสียงสนับสนุนจากพ่อพี่น้องประชาชนมากที่สุดก่อน ซึ่งที่ผ่านมา พรรคของตนเองโดนขัดขวางทุกวิถีทาง จึงทำให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเราร้องขอความไว้วางใจและโอกาสจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องที่พ่อแม่ร้องขอตนเองก็ยังไม่ทราบว่าจะทำได้หรือเปล่า เพราะยังไม่เคยเป็นรัฐบาลแต่ทุกพรรคการเมืองที่เคยสัญญาที่ผ่านมา

เคยมีโอกาสทำมาหมดแล้ว และท่านสามารถประเมินได้ว่าเขาสามารถทำได้ตามที่สัญญาเอาไว้หรือไม่ พวกเราขอโอกาสสักครั้ง ขอโอกาสที่จะได้มาถืออำนาจรัฐ เพื่อบริหารจัดการงบประมาณปีละ สี่ล้านล้านบาท ขอโอกาสพวกเราเข้ามาบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน ทรัพยากร ขอโอกาสเข้ามาปฏิรูประบบงบประมาณ ปฏิรูประบบตำรวจ และอีกหลายหลายอย่างที่พวกเราได้สัญญาไว้ ถ้าทำไม่ได้ ครั้งหน้า ท่านก็ไม่ต้องเรียกพวกเรา หากท่านผิดหวังพรรคการเมืองไหน ก็ไม่ต้องสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น ซึ่งครั้งนี้ขอโอกาสพวกเราให้เข้าถึงอำนาจรัฐสักครั้งจะทำให้ดีที่สุด

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชนส่งนายวีรภัทร คันธะ หรือ เดียร์ ลงสมัครรับเลือกตั้งในหมายเลข 7 ขณะที่พรรคประชาชนมีหมายเลขพรรค 46 โดยหลังการเดินพบปะประชาชน ทีมผู้สมัครได้ขึ้นรถขยายเสียงแนะนำตัว พร้อมกล่าวถึงแนวนโยบายของพรรคในการพัฒนาประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคดูแล


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานหน่วยกำลังพลป้องกันชายแดนไทย-ลาว

ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดนไทย-ลาว พร้อมอวยพรปีใหม่ และมอบนโยบาย เน้นย้ำคุมเข้ม ยกระดับการป้องกันเข้มงวดการเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน” ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม

ที่ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติงานของ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ณ ห้องประชุม ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

โดยมี พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี , นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนม , พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 , นาวาเอก แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย ข้อเน้นย้ำ และข้อห่วงใย โดยเน้นการปฏิบัติงานเชิงรุกทั้งด้านการข่าว ด้านยุทธวิธี และด้านกิจการพลเรือน อย่างประสานสอดคล้อง เพื่อให้สามารถขจัดเงื่อนไข การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล อันจะส่งผลให้พื้นที่เกิดความเข้มแข็ง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ต้องการ

ขับเคลื่อนในการป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนทุกรูปแบบ ซึ่งได้ดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร โดยเป็นการบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการป้องกันสกัดกั้นและปราบปราม การกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน อย่างเต็มขีดความสามารถ และมีประสิทธิภาพต่อไป

จากนั้น ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยัง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภารกิจและผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม และของ กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้พบปะให้โอวาท อวยพรปีใหม่ แก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย แนวทางการปฏิบัติภารกิจ เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันเข้มงวดการเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน” ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยเน้นย้ำให้กำลังพลบูรณาการด้านการข่าวกับทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด

เพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง การลักลอบนำเข้ายาเสพติด จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่อาจลักลอบช่วงเทศกาลปีใหม่ และสิ่งของผิดกฎหมาย ตลอดจนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย คุมเข้มการป้องกันเฝ้าระวัง ทั้งทางบกและทางน้ำ ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม ช่องทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดน ตลอด 24 ชั่วโมง และ

พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนในทุกมิติ ในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ให้กับกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนรับผิดชอบ และกล่าวชื่นชมในความเสียสละทั้งกายและจิตใจมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและเป็นกำลังใจให้กำลังป้องกันชายแดนทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยสืบไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม

วันที่ 4 ม.ค.2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม

พร้อมด้วยพ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณีรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพรานพ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน

พ.ต.ท.ฉัตรธวัชร์ ศักดิ์ดรินทร์รอง ผกก.สส.สภ.สามพรานพ.ต.ท.พนม ประทุมแสง สวป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.มานะ ศิริเขตรกรณ์ สวป.(ชส.) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ไพรัตน์ เกษตรศรี สว.(สอบสวน)หน.

ห้องคดี สภ.สามพรานพ.ต.ต.สมเกียรติ บูชาวงศ์ภิวัฒน์ สว.อก.สภ.สามพราน พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยม ได้ตรวจแถวข้าราชการตำรวจ

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบนโยบายให้ยึดมั่นในความมีวินัย ความสุภาพเรียบร้อย และการให้บริการประชาชนด้วยความจริงใจ

จากนั้นได้ตรวจจุดให้บริการประชาชน One Stop Service ซึ่งจัดให้มีการให้บริการหลายด้านในจุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ และตรวจสอบ ห้องควบคุมผู้ต้องหา

ซึ่งมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย พร้อม มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งในสภาพใช้งานได้ดี สามารถดูภาพได้ทั้งปัจจุบันและย้อนหลังจากข้อมูลที่บันทึกไว้ เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยในการควบคุมดูแล

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยม บ้านพักข้าราชการตำรวจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสะอาด ปลอดภัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเน้นการปรับปรุงและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย

รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นผู้เดินทาง
รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจความพร้อมทุกมิติรับเทศกาลปีใหม่ 2569

ตามนโยบายรองนายกฯ “พิพัฒน์” เน้นย้ำความสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เดินทางและนักท่องเที่ยว

วันนี้ (31 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อตรวจความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารผู้โดยสารทั้งขาออกและขาเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะได้รับความสะดวก และได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


ในโอกาสนี้ นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ได้ตรวจความเรียบร้อยจุดให้บริการผู้โดยสารที่สำคัญ อาทิ เคาน์เตอร์เช็กอิน จุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โถงสายพานรับกระเป๋า และพื้นที่โถงผู้โดยสารขาเข้า ฯลฯ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และยึดหลักการให้บริการด้วยหัวใจ (Hospitality)

นางสาวปวีณา เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ AOT คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการ ณ ทสภ. เฉลี่ยประมาณ 192,500 คนต่อวัน จึงได้กำชับให้ ทสภ. เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ทราบว่า ทสภ. ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ Airport Ambassador คอยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และสนับสนุนการใช้ระบบอัตโนมัติ อาทิ CUSS, CUBD และระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric) เพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร ลดความแออัด และเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการขาออก รวมถึงอำนวยความสะดวกผู้โดยสารขาเข้า ในการผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น


ด้านความปลอดภัย ทสภ. เพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เฝ้าระวังผ่านระบบกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ สายการบิน และผู้ประกอบการ เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด

การลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำชับให้หน่วยงานด้านคมนาคมดูแลการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


นางสาวปวีณา กล่าวทิ้งท้ายว่า AOT และ ทสภ. มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และได้รับประสบการณ์การบริการที่อบอุ่น สอดคล้องกับแนวคิด “World Class Hospitality” พร้อมตอกย้ำบทบาทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชาวบางพลี ร่วมสวดมนต์ข้ามปี ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ขึ้น บริเวณมณฑลพิธีหน้าวิหารพระนอน

โดยมี พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกา พร้อมพุทธสานิกชนกรวมกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม

สวดมนต์ข้ามปี โดยต่างพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีอย่างตั้งใจนอกจากนั้นทันทีที่เริ่มเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง

โดยคณะสงฆ์ได้สวดชยันโต และประชาชนที่ร่วมกิจกรรมต่างพากันขับร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยให้กับเหล่าทหารกล้าที่

ชายแดนไทย-กัมพูชา และยังร่วมกันยืนตรงสะดุดีแก่หารหาญที่เสียชีวิตจากเหตุวามไม่สงบที่ชายแดน อีกด้วย

โดยมี นาย ขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นผู้นำในการขับร้องเพลงชาติไทยเพื่อเหล่าทหารหาญในครั้งนี้ โดยหลังเสร็จพิธีทางวัดได้แจกนำมนต์

พระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราช มอบให้กับผู้ร่วมงานพร้อมหนังสือสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ชาวบางพลีร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

ประชาชนชาวอำเภอบางพลีจำนวนมาก พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ พ.ศ.2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ


วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. (เจ้าคุณแจ้) พระวชิรคณาทร ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ บริเวณหน้าวิหารพระนอน วัดบางพลีใหญ่กลาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตเนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ 2569 และพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนค่าน้ำมันเผาศพอนาถา หรือศพผู้ยากไร้ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ โดยบรรยากาศภายในงาน มี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง อดีตนายก อบต.บางพลีใหญ่

พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นางสุมลฑา เจริญศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะไวยาวัจกร นายภูมินันท์ ขวัญเมือง นายโสภณ มหาบุญ นายดำรงค์รักษ์ บุญประเสริฐ ตลอดจนคณะกรรมการ อุบาสก อุบาสิกา วัดบางพลีใหญ่กลาง

คณะครู โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี และพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอบางพลี ต่างเดินทางมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2569 กันอย่างเนื่องแน่น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง