สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฝึกซ้อมแผนการจัดการอุบัติเหตุและการกู้ภัยทางทะเล เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางทะเล

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้(13 ส.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44, น.อ.ชำนาญ สอนแพง รอง ผอ.ศรชล.จว. ชพ.

ร่วมในพิธีเปิดการฝึกซ้อมแผนการจัดการอุบัติเหตุและการกู้ภัยทางทะเลจังหวัดชุมพร โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดชุมพร จัดขึ้น ระหว่าง วันที่ 13 – 15 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมมรกตทวิน อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุทางทะเลในพื้นที่

เรือโท ณัฐพล สนธิโพธิ์ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ศรชล. จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ศรชล.จังหวัดชุมพร จัดการฝึกซ้อมแผนการจัดการอุบัติเหตุและการกู้ภัยทางทะเลจังหวัดชุมพร มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการฝึกซ้อมทบทวนแผนการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน

ให้มีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งตรวจสอบ อุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องใช้ต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุในทะเล เพื่อนำข้อมูลมาใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนเผชิญเหตุของจังหวัดชุมพร รวมทั้งจัดให้มีการฝึกการปฏิบัติการในทะเล

โดยแบ่งการฝึกออกเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย การอบรมให้ความรู้จากวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถของสำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ ศรชล.ภาค 1 และช่วงที่ 2 เป็นการฝึกภาคสนาม ภาคทะเล เป็นการฝึกจำลองจากสถานการณ์จริง ที่เคยเกิดเหตุ

ในทะเลพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อให้หน่วยงานและผู้เข้าร่วมการฝึก ได้ทบทวนแผนเผชิญเหตุการบัญชาการเหตุการณ์ รวมทั้งการประสานสอดคล้อง ระหว่าง หน่วยปฏิบัติภาคทะเลกับภาคพื้น ตลอดจนเสริมสร้างประสิทธิภาพ การทำงาน แบบบูรณาการ ณ บริเวณพื้นที่ทางทะเลหน้าหาดปากน้ำชุมพร ต.ปากน้ำชุมพรฯ

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า จังหวัดชุมพรมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลความยาว กว่า 200 กิโลเมตร ที่ผ่านมามีภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุทางทะเล เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มีเหตุการณ์ที่สำคัญอาทิ พายุเกย์ หรือเรือขนส่งสินค้าอับปาง รวมทั้งเรือประมงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ในการฝึกครั้งนี้ มีทั้งการอบรมให้ความรู้ การฝึกเชิงปฏิบัติการ และการฝึกภาคสนาม การทบทวนแผนปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งตรวจสอบเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อนำมาเป็นข้อมูล จัดทำเป็นแผนเผชิญเหตุของจังหวัด เตรียมความพร้อมในการรับมือกับอุบัติภัยหรือภัยพิบัติทางทะเลของจังหวัดชุมพรต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลุงพลอ่วม” ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ตัดสินลุงพลข้อหาหนัก ฆ่าโดยเจตนา – พรากเด็ก จำคุกรวม 26 ปี

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร นายอนามัย และนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อกับแม่น้องชมพู่ได้เดินออกมาจากศาล แล้วให้สัมภาษณ์

ผู้สื่อข่าว รู้สึกดีใจและขอบคุณศาลอุทธรณ์ภาค 4 มากที่ได้ให้ความเป็นธรรมกับน้องชมพู่ โดยมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกลุงพลในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและมีอัตราโทษโทษสูงขึ้น

นายพิสิษฐ์ ตรัยเจริญเมธากุล ทนายความโจทก์ร่วม เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษา ว่าจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลงโทษจำคุก 15 ปี พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ลงโทษจำคุกกระทงละ 10 ปี และกระทำการต่อศพหรือสภาพแวดล้อมก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 26 ปี และให้

ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 เดี๋ยวแม่น้องชมพู่ จำนวน 1,350,000 บาท โจทก์ร่วมที่ 2 หรือพ่อน้องชมพู่ จำนวน 1,200,000 บาท

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ร่วมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ตรวจค้นหาผู้เสพยาเสพติด

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ. โคกสำโรง พร้อมข้าราชการตำรวจ และคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ภจ.ว.ลพบุรี คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการคุ้ม ทุกคุ้ม ร่วมดำเนินโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อ “แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยการบำบัด”

ด้วยสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ได้ดำเนินการโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไข ปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ถึง 10 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้านท่าม่วง หมู่ที่ 1 และบ้านใหม่พัฒนา

หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแขม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และได้ทำการสำรวจกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วป่วยติดเตียง) ปรากฏว่า มีจำนวน 4 ราย และจะมีการมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงดังกล่าวให้ผู้ป่วย จึงเดินทางพร้อมคณะฯ เพื่อมอบสิ่งของหลายรายการให้กับทางผู้ป่วยในพื้นที่ดังนี้

  1. พื้นที่ บ้านท่าม่วง หมู่ที่ 1 จำนวน 2 ราย
  2. พื้นที่บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 2 จำนวน 2 ราย. และหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สุข แก่ผู้ป่วยบ้างไม่มากก็น้อย ผลการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดไม่พบสารเสพติดในจำนวน 21 คน และได้นำผู้บำบัดส่งต่อความยั่งยืนสู่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม อบต.หนองแขม โดยมี นางพิมพ์พรรณี มีสุดเพียร นายก อบต.หนองแขม พร้อมคณะผู้บริหาร รับมอบไว้ดูแล และนัดหมายการร่วมทำกิจกรรมต่างๆหลังจากนี้ไปอีกให้ครบ 1 เดือน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวฯ /คณะกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จังหวัดลพบุรี. ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทีมเยาวชนศรีตรัง คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันฟุตบอล 7 คน โครงการคนละลูกคัพ ครั้งที่ 9 ฟุตบอลทำความดีเพื่อแม่

ทีมเยาวชนศรีตรัง คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันฟุตบอล 7 คน โครงการคนละลูกคัพ ครั้งที่ 9 ฟุตบอลทำความดีเพื่อแม่ ถ้วยเกียรติยศ คุณสุปราณี คุปตาสา อนุกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร อดีตผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สนามพอเพียงพอ จังหวัดตรัง นางวิณารัตน์ สุวรรรณมงคล ครูชำนาญการพิเศษ ประธานมอบรางวัล ผลการแข่งขัน

ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเยาวชนศรีตรัง ทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมสิเกาสตาร์คิดส์ ทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมโรงเรียนธาดานุสรณ์ ทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 3 ได้แก่ ทีมพอเพียงพอ และนายวิโรจน์ นิตย์ใหม่ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดตรัง มอบรางวัล ดาวซัลโว และรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมตำแหน่งดาวซัลโว ได้แก่ เด็กชายกรวิชญ์ แก้วศรี

ตำแหน่งนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ได้แก่ เด็กหญิงจิติภา บุญเต็ม การแข่งขันฟุตบอล 7 คน โครงการคนละลูกคัพ ครั้งที่ 9 รุ่นอายุ 13 ปี ชาย จัดการแข่งขันวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ จังหวัดตรังและจังหวัดปัตตานี โดยจัดการแข่งขันในรุ่น อายุ 13 ปี ชาย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนสนใจการเล่นฟุตบอล ห่างไกลยาเสพติด หวังเป็นอย่างยิ่งฟุตบอลรายการนี้

จะเป็นที่สนใจสำหรับเยาวชน ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุน
คุณสุปราณี คุปตาสา บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท ยาขมตราใบห่อ จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด บริษัท มิกาซ่าอินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เอเคพี ฟุตแวร์ จำกัด ผลิตภัณฑ์สนับแข้งJBN ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด Triple PJ และสำนักข่าวสื่อมวลชน ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 12 สิงหาคม 2568 พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ พรรคเพื่อไทย และภรรยา ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ณ บริเวณพิธีหอประชุมอำเภอชุมแพ โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานฯ

พร้อมนี้มีส่วนราชการในพื้นที่และองค์กรต่างๆ ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อธิ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมแพ อัยการจังหวัดชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภออาวุโส

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายโยธิน สิทธิ พัฒนาการอำเภอชุมแพ นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ พร้อมด้วยนายเกรียงไกร วิริยะอาชา นางสาวรติมา ศิริวรพิทักษ์

นายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ นายไตรภพ โฮมหงษ์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ พันจ่าตรีวัชกร หาญปราบ หัวหน้าสำนักปลัด

เทศบาล นางขาวเวียง เจียมศักดานุวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ, ผู้อำนวยการ รพ.สต.,ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีทำบุญตักบาตร วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (12 ส.ค.68) เวลา 07.30 น. นาย เธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร และผู้บริหาร นำข้าราชการพลเรือน ศาล

ตุลาการ ทหาร ตำรวจ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พุทธศาสนิกชน ชาวชุมพรทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จ

พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 วันแม่แห่งชาติ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงถึงความจงรักภักดี พร้อมตั้งจิตอธิษฐานแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ซึ่งมีประชาชนแต่งกายชุดโทนสีฟ้า ร่วมทำบุญตักบาตร โดยพระภิกษุสงฆ์และสามเณร ออกรับบิณฑบาต ข้าวสาร

อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค บริโภค ของใช้ต่างๆ ณ บริเวณถนนปรมินทรมรรคา หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร นอกจากนี้ จังหวัดชุมพร ได้เชิญผู้นำทั้ง 3 ศาสนาในจังหวัดชุมพรร่วมประกอบพิธีทางศาสนา ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ

พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ , ศาสนาอิสลาม ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร และศาสนาคริสต์ ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร เพื่อถวายพระราชกุศล และสร้างความสมานฉันท์ ระหว่างศาสนิกชนทุกศาสนา ในครั้งนี้อีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ภูมิธรรม” นำข้าราชการ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล 12 สิงหาคม 2568

วันนี้ (12 ส.ค. 68) เวลา 07:00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 94 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568

ณ มณฑลพิธี ท้องสนามหลวง โดยมี รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ร่วมพิธี

ต่อมาในเวลา 08:00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ในนามนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี โดยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมทูลเกล้าฯ และลงนามถวายพระพรฯ ตามลำดับ

และในเวลา 08:30 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะ

กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ wellwishes.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2568

“ภูมิธรรม” เปิดงาน “OTOP ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” ภายใต้แนวคิด จากสองมือคนไทย…สู่หัวใจคนทั้งโลก (From Hand To Heart) พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย วันที่ 9-17 ส.ค. 68 ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

.วันนี้ (11 ส.ค. 68) เวลา 15.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “OTOP ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” โดยมี รศ.อภิญญา เวชยชัย รองประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

คณะทูตานุทูตจากประเทศต่าง ๆ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม

ผู้ว่าราชการจังหวัด อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนผู้เที่ยวชมงานกว่า 2,000 คน ร่วมพิธี ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

โอกาสนี้ นายภูมิธรรม และคณะ ร่วมรับชมการแสดงชุด “ศิลปาชีพมรดกภูมิปัญญาเหนือกาลเวลานิรันดร์กาล” บอกเล่าเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยและหัตถกรรมไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนถึงปัจจุบัน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า งาน “OTOP ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด จากสองมือคนไทย… สู่หัวใจคนทั้งโลก (From Hand To Heart) เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา โดยทรงอุทิศทุ่มเทพระวรกายประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ

เพื่ออนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์ของไทยให้ดำรงเป็นความภาคภูมิใจของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย โดยมี “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เป็นมูลนิธิที่ทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ราษฎรไทยในภูมิภาคต่าง ๆ ผลิตงานศิลปหัตถกรรมเป็นอาชีพเสริม ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ชนบท และท้องถิ่นทุรกันดาร อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาฝีมือและรังสรรค์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้ดียิ่งขึ้นจนเป็นที่รู้จักในวงกว้างและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

เพื่อสนองพระราชปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนชาวไทย รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะดำเนินการโครงการต่าง ๆ เพื่อขจัดความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นในทุกมิติ ด้วยการสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอภาคกัน ซึ่ง OTOP เป็นโครงการที่เห็นผลความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในด้านการสร้างงานเพื่อขจัดความยากจน และสร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน สะท้อนผ่านตลอดระยะเวลาของโครงการที่ผ่านมา เราได้เห็นพี่น้องในชนบทตั้งใจสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นตนเองให้มีคุณภาพมาตรฐาน และมีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการขยายผลโครงการ OTOP ด้วยการสนับสนุนและยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ตลอดจนเพิ่มช่องทางการตลาดให้มากยิ่งขึ้น สินค้า OTOP บางประเภทที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับงานฝีมือแบบโบราณ เช่น ผ้าทอมือ เครื่องเงินหรือเครื่องทองโบราณ ซึ่ง OTOP ก็มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์งานศิลปะอันเกิดจากภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบต่อไป และขณะเดียวกัน ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายประเทศที่จำเป็นต้องมีการพัฒนารูปลักษณ์ สีสันหรือการออกแบบให้ทันสมัย เพื่อให้สินค้านั้นมีความร่วมสมัย

ซึ่งโครงการ OTOP ก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาต่อยอดสินค้าเหล่านั้นให้สามารถตอบสนองความต้องการและรสนิยมของคนรุ่นใหม่” นายภูมิธรรม กล่าว นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า OTOP เป็นโครงการที่นอกจากจะช่วยอนุรักษ์และสืบสานงานของคนในชุมชนและท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญงาน OTOP ถือเป็นตลาดที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากทั่วทุกภาคของประเทศไทยและชาวต่างชาติได้เลือกซื้อ อันจะเป็นการสร้างรายได้ สร้างรอยยิ้ม และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้ผลิตงาน

อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้แสดงให้ทั่วโลกได้เห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ของประเทศไทย เป็นการแสดงความตั้งใจในการสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ (Soft Power) ของประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย สามารถสร้างมูลค่าและสร้างรายได้ให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทย กรมการพัฒนาชุมชน คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ได้ระดมทุกสรรพกำำลังเพื่อขับเคลื่อนโครงการ OTOP รวมถึงการจัดงานในครั้งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเหล่าผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ตลอดมา

“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงาน “OTOP ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ระหว่างวันที่ 9-17 ส.ค. 68 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อร่วมกันสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นไทย และเป็นกำลังใจให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของดีของไทยอันเป็นการกระจายเม็ดเงินเข้าไปสู่ชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยอย่างยั่งยืน” นายภูมิธรรม กล่าวในช่วงท้าย

ด้านนางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนผ่านโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมผลักดัน Soft Power เพื่ออนุรักษ์ พื้นฟู และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล จึงเป็นที่มาของการจัดงาน “OTOP ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ระหว่างวันที่ 9-17 ส.ค. 68 รวม 9 วัน ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

“ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ 1) โซนเฉลิมพระเกียรติ ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 2) โซน OTOP คัดสรรและชวนชิม ผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับ 3-5 ดาวกว่า 2,000 ราย พร้อมอาหารและเครื่องดื่มขึ้นชื่อกว่า 160 ร้านค้าจากประเทศ 3) โซน OTOP ออนไลน์ – Modern Trade และ OTOP Trader แสดงผลงานและพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ 4) โซนศูนย์ศิลปาชีพและศิลปิน OTOP ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และผลงานศิลปินผู้สืบสานภูมิปัญญาไทย 5) โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก

ผ้าและเสื้อผ้าดีไซน์ร่วมสมัยจากทุกภูมิภาครวมถึงผลิตภัณฑ์จากเส้นไหม และเส้นใยธรรมชาติ 6) เวทีกิจกรรมและการแสดง การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมส่งเสริมการขาย และการแสดงจากศิลปินดารา ตลอดรายการ และที่สำคัญเป็นพิเศษ คือ โซนเครือข่าย OTOP ของผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ทุกครั้ง เราจะเปิดพื้นที่ให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆได้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นในการกระจายสินค้าและสร้างรายได้ โดยมียอดจำหน่ายในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 147 ล้านบาทเศษ จากเป้าที่กำหนดไว้ที่ 600 ล้านบาท สะท้อนถึงพลังการตลาดที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น

สำหรับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ที่ร่วมในพิธีเปิดฯ ได้แก่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านกรมการปกครอง นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาด และนางสุจิตรา ศรีนาม ที่ปรึกษานายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

.กองสารนิเทศ สป.มท.ครั้งที่ 520/2568 วันที่ 11 ส.ค. 2568

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ดิอาท” ร่วมกับ VATANIKA CLASS จัดคลาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เสริมศักยภาพทีมผู้บริหารและทีมแพทย์สู่ระดับสากล

สั่งสมประสบการณ์จากการเปิดคลินิก “ดิอาท” ทั้ง 3 สาขา มาตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี สู่โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งดิอาท (The Art Plastic Surgery Hospital) ย่านดอนเมือง

ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการมา 3 เดือน และได้รับผลตอบรับจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ภายใต้สโลแกน “อย่าติดกับดักความสวยปานกลาง” เพราะทุกคนสามารถสวย หล่อ ได้อีกไม่มีวันสิ้นสุด

และเพื่อเป็นการยกระดับการบริการในก้าวสำคัญของโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งความงามดิอาท The Art Plastic Surgery Hospital ได้ร่วมกับ VATANIKA CLASS จัดคลาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The Art of Presence – Boost

your confidence and communication skills” คลาสพิเศษที่ออกแบบขึ้นเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ เพิ่มเสน่ห์ และทักษะการสื่อสาร เพิ่อเสริมความมั่นใจให้กับผู้บริหารและทีมแพทย์ ของ The Art Hospital ในการส่งมอบการบริการแบบมืออาชีพ มาตรฐานสากล ให้กับผู้รับบริการ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการร่วมงานกับ แบรนด์ VATANIKA ในการออกแบบ “ผ้าพันคอ The Art x Vatanika Limited Edition” ที่ถ่ายทอดแนวคิด “ความงาม

ที่ออกแบบได้ (Beauty by Design)” อันเป็นหัวใจสำคัญของ The Art Hospital มาโดยตลอด โดยแรงบันดาลใจของลวดลายผ้าพันคอ มาจาก “Facade” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของอาคาร

The Art Plastic Surgery Hospital ลวดลายที่ปรากฏบนผืนผ้าถูกถอดรหัสจากเส้นสายของ Facade หลากหลายรูปแบบที่ถักทอรวมกันอย่างพิถีพิถัน สะท้อนถึงพลังความงามที่หลากหลาย ที่ไม่ว่าคุณจะก้าวสู่ประตูบานไหน ก็ล้วนพาไปสู่ความงามในแบบเฉพาะตัว

นี่คือ “Doorways of Grace” จาก The Art และแบรนด์ VATANIKA ที่ต้องการให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความงามที่หลากหลาย และเชื่อมั่นในความสวยที่เป็นตัวตนของตนเอง หากใครกำลังมองหาข้อมูลหรือคำแนะนำเกี่ยวกับการศัลยกรรม โดย

ทีมแพทย์ระดับมืออาชีพ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งความงามดิอาท ย่านดอนเมือง “ดิอาทคลินิก” สาขาลาดพร้าว (ระหว่างซอยลาดพร้าว 85 และ 87) และสาขาพัทยา เปิดบริการทุกวัน 09.00-20.00 น.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ลงพื้นที่น่าน ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย มอบเงินและเครื่องมือช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย น้ำท่วม มอบเงินสมทบซื้อเครื่องมือทางการแพทย์แก่ รพ.น่าน

วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พร้อมคณะ เดินทางมายังจังหวัดน่าน เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงมอบอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยกิจกรรมที่วัดพญาภู ประกอบด้วย การกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ, การถวายเครื่องสักการะ, การกล่าวถวายการต้อนรับโดยคณะสงฆ์จังหวัดน่าน และการถวายรายงาน

โดยพระสุมนฺฑมุนี เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ซึ่งรายงานผลงานด้านสาธารณสงเคราะห์ เช่น การมอบพระกัณฑ์เทศน์, การช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย 13 ครัวเรือน และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยก่าว100 หลังคาเรือนในโอกาสนี้ พระธรรมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 6 พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ ได้มอบเงินจำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) เพื่อสมทบจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลน่าน สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นอกจากนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ยัง

ได้มอบถุงยังชีพและปัจจัยแก่ประชาชนผู้ประสบภัย รวมกว่า 200 ชุด พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจถึงพื้นที่ประสบปัญหา โดยมีพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง คณะสงฆ์จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

นายสุเมษ สายสูง ประธานมูลนิธิพระหลักเมืองน่าน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน พร้อมคณะ นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมคณะสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ประธานชุมชนบ้านมิ่งเมืองให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ ทั้งจากคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมต้อนรับและรับมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ /

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร/รต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ลงพื้นที่น่าน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัย น้ำท่วมมอบปิยภัณฑ์ให้คณะสงฆ์จังหวัดน่าน มอบเงินสมทบซื้อเครื่องมือทางการแพทย์แก่ รพ.น่าน พร้อมร่วมกิจกรรมคณะสงฆ์จังหวัดน่าน

วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พร้อมคณะ เดินทางมายังจังหวัดน่าน เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงมอบอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยกิจกรรมที่วัดพญาภู ประกอบด้วย การกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ, การถวายเครื่องสักการะ, การกล่าวถวายการต้อนรับโดยคณะสงฆ์จังหวัดน่าน และการถวายรายงานโดยพระสุนทรมุนี เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ซึ่งรายงานผลงานด้านสาธารณสงเคราะห์ เช่น

การมอบปิยภัณฑ์ให้กับคณะสงฆ์จังหวัดน่าน การช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย 13 ครัวเรือน และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกว่า100 หลังคาเรือน
ในโอกาสนี้ พระธรรมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 6 พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ ได้มอบเงินจำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) เพื่อสมทบจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลน่าน สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นอกจากนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ยังได้มอบถุงยังชีพและปัจจัยแก่ประชาชนผู้ประสบภัย รวมกว่า 200 ชุด

พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจถึงพื้นที่ประสบปัญหา โดยมีพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง คณะสงฆ์จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสุเมษ สายสูง ประธานมูลนิธิพระหลักเมืองน่าน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน พร้อมคณะ นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมคณะสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

ประธานชุมชนบ้านมิ่งเมืองให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ ทั้งจากคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมต้อนรับและรับมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร/รต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนมตราไก่ย่าง – เมล็ดฟักทองตรามือ ร่วม มูลนิธิพุทธภูมิธรรม สนับสนุนทหารช่วยชายแดน ไทย – กัมพูชา

บริษัท บี.เค.วาย. จำกัด ผู้ผลิต ขนมตราไก่ย่าง เป็ดย่าง – เมล็ดฟักทองตรามือ นำโดย คุณชาตรี – คุณมณีรัตน์ เหล่าวณิชย์วิทย์ พร้อมผู้บริหาร พนักงาน ร่วมทำบุญ 105,670 บาท เพื่อจัดซื้อตาข่ายป้องกัน เครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมด้วยบริจาค เมล็ดฟักทองตรามือ ขนมตราไก่ย่าง-เป็ดย่าง รวม 50 ลัง

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมมอบผ้ายันต์และวัตถุมงคล อธิษฐานจิตจาก หลวงพ่อวีระ วัดราชสิทธารามฯ (วัดพลับ) , ร่วมกองทุนช่วยทหารบาดเจ็บ (ก่อนหน้านี้)

ร่วมพลังบุญกับ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ นำโดย พลตรีกิตติ ประพิตรไพศาล ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ได้เดินทางไปมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค ตาข่ายป้องกัน และวัตถุมงคล ที่ได้รับการสนับสนุน ให้กับกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ป้องกัน ชายแดน ที่ จ.สุรินทร์ และ จ.สระแก้ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสิริมงคล

ขออนุโมทนาบุญ และ ส่งผลบุญ ให้แด่กัลยาณมิตร สมปรารถนาในมงคล
และ ขอให้แผ่นดินไทย ขอให้ร่มเย็นเป็นสุข เป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา เผยแผ่ธรรม ช่วยมนุษย์สรรพสัตว์พ้นทุกข์ เทอญ…ข่าวสาร ธรรมทาน งานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรมสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา จัดดื่มน้ำชาการกุศล ในงานสานสัมพันธ์มัสยิดฯ /รูดม่านปิดฉากแข่งเทควันโด เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8

วันที่ 10 ส.ค.68 มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี พัทยา โดย อิหม่ามสุมาน สุไลมาน อิหม่ามประจำมัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี พัทยา และฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน ประธานจัดงานฯ ได้ให้การต้อนรับพี่น้องมุสลิมและแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมพิธีดื่มน้ำชาการกุศล ในงานสานสัมพันธ์มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา ประจำปี 2568 โดยบรรยากาศในปีนี้เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางพี่น้องชายไทยมุสลิมในพื้นที่ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับงานสานสัมพันธ์มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา ประจำปี 2568 นี้ จัดขึ้นเพื่อหารายได้บำรุงการศึกษาและกิจการของมัสยิด โดยในงานมีการจำหน่ายอาการฮาลาลการกุศล กิจกรรมของนักเรียนมุสลิม การดื่มน้ำชาการกุศล การอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน การดุอาขอพร และการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “ละหมาดคือพลังแห่งชีวิต นำไปสู่การพัฒนาตนเองและสังคม“

ในงานยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกุศลเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา รวมทั้งตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ และอีกมากมายเข้าร่วมงานด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

ฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน ประธานจัดงานสานสัมพันธ์มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา ประจำปี 2568 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายมุสลิมที่อาศัยในเมืองพัทยาจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน จนกลายเป็นกิจกรรมหลักที่ได้รับการตอบที่ดีจากทุกภาคส่วน ซึ่งในฐานะคณะจัดงานก็จะได้ตั้งใจทำในปีต่อๆ ไปเพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวมุสลิมทุกคนได้มาพบปะพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันต่อไป

รูดม่านปิดฉากแข่งเทควันโด เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 ชื่นชมงานจัดยิ่งใหญ่ ประทับใจไม่รู้ลืม

ตามที่สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ Heroes Taekwondo เลือกเมืองพัทยาจัดการแข่งขันเทควันโดรายการ เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 (The 8th Heroes Taekwondo International Championchip) ระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2568 โดยมีนักกีฬาจาก 29 ประเทศ มีนักกีฬาร่วมแข่งขันกว่า 4,000 รายการ

ล่าสุด ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน วันที่ 10 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของงานยังเป็นไปอย่างคึกคักไม่ต่างจากวันแรก มีทั้งนักกีฬา ทีมงาน ทีมสตาร์ฟ ผู้ฝึกสอน รวมถึงครอบครัว เดินทางมาให้นักกีฬากันอย่างล้นหลามจนเต็มสเตเดี่ยมของอาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยวันสุดท้ายของการแข่งขัน ในภาคเช้าจะเป็นการแข่งขันประเภทการต่อสู้ Kyorugi และ Poomsae ในรุ่นต่างๆ ตามช่วงอายุที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกำหนด ส่วนในภาคบ่ายจะพ่วงมาด้วยการแข่งขันประเภท Taekwondo Dance โดยแต่ละประเทศต่างส่งนักกีฬาตัวทีเด็ดลงมาร่วมชิงชัยกันอย่างสนุกสนาน

ในวันสุดท้ายของการแข่งขันเทควันโด เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 (The 8th Heroes Taekwondo International Championchip) ได้รีบเกียรติจากนายไพโรจน์ มาอยู่ดี ผู้แทนจากสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ร่วมมอบเหรียญรางวัลให้ผู้ชนะเลิศการแข่งขันในประเภทต่างๆ ตลอดทั้งวัน ด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรีที่ดี

ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้เข้าร่วมงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดงานแข่งขันเทควันโดที่ได้มาตรฐานและใหญ่ที่สุดที่เคยมีการจัดการแข่งขันมาในประเทศไทย ด้วยความพร้อมพร้อมของสถานที่ ระบบการดำเนินการของคณะผู้จัด ตลอดจนการวางแผนงานในเรื่องต่างๆ ทำให้งานออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างที่สุด แสดงให้เห็นว่าเมืองพัทยาคือเมืองท่องเที่ยวทางด้านกีฬาระดับโลกอย่างชัดเจน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.1 สั่งการ ตร.ภาค 1 รับผิดชอบ 9 จ. กวาดล้างสถานบริการผิดกฎหมายยาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ ที่เป็นภัยต่อประชาชน

ผบช.ภ.1 สั่งการตำรวจภูธรภาค 1 ในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้ง 9 จังหวัด ระดมกวาดล้างสถานบริการผิดกฎหมายยาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ และการกระทำผิดกฎหมายที่เป็นภัยต่อประชาชน ทุกกฏหมายทุกประเภทกฎหมายพิเศษเฉพาะทาง

พร้อมเป็นเจ้าภาพหลักและสนับสนุนร่วมในการตรวจระดมกวาดล้างแบบบูรณาการหน่วยงานร่วมกัน รวมใจหน่วยงานความมั่นคงเป็นหนึ่งเดียวกัน จับมือไว้แล้วทำงานไปด้วยกัน พร้อมสายด่วนเเจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 กับระบบควบคุมสั่งการตรวจสอบด้วยระบบเทคโนโยลี เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรภาค 1 และหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุม งานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าวตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า 1เปิดเผยว่า

ทางด้าน พลตำรวจโท สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ คณะผู้บริหารระดับสูง ได้สั่งการให้ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ก็คือ สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรีพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรีสระบุรี สิงห์บุรี

และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ระดมกวาดล้างและ จับกุม เป้าหมาย ที่มีการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 โดยเฉพาะ สถานบริการต่างๆ ซึ่งเปิดอย่างผิดกฎหมายและ มีเรื่องของยาเสพติดซึ่งทำลาย สุขภาพ ของประชาชน และเศรษฐกิจตลอดจนความมั่นคงของประเทศไทย

โดย หา ดประชาชน ท่านใด พบแต่ความผิดหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับ การกระทำความผิดต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางภาค 1 สามารถแจ้งได้ที่ที่ทำการของ ตำรวจ ภูธร ณ สถานีนั้นๆหรือจังหวัดนั้นๆหรือสามารถโทรแจ้ง

สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้ทุกที่ทุกจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในระบบจะมีการบันทึกการแจ้ง การกระทำความผิดต่างๆไว้ ด้วยเทคโนโลยีที่จะสามารถ

ตอบรับ การทำงานเข้าช่วยเหลือ เหตุต่างๆของประชาชนหรือรับ เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการแจ้งเบาะแสเพื่อดำเนินการ สืบสวนสอบสวนหาข่าวเข้าไปจับกลุ่ม อย่าง โดยด่วนที่สุดต่อไป

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรมุกดาหาร ตรวจยึดยาอี 5 ถุง น้ำหนัก 8 กิโลกรัม

ตามนโยบาย นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 ให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผอ.สคศ.และนายชวลิต จิระชนากุล ผอ.สบศ. ดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568​ เจ้าหน้าที่ ฝคต. สคศ. ด่านศุลกากรมุกดาหาร นำโดย นายปริญญา ผลมั่ง หน.ฝคต. ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2​ ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม ร้อย.ทพ.2105​ ฉก.ทพ.21 ชปข.กอ.รมน.ภาค 2 ชุด สท.ที่ 8 (มุกดาหาร) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร้อย.ตชด.234 ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร  ได้ร่วมกันตรวจสอบกล่องกระดาษ จำนวน 1 กล่อง วางอยู่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ผลการตรวจสอบพบ วัตถุชนิดผง สีส้มแดง จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 8 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษดังกล่าว ซึ่งต้องสงสัยว่าอาจเป็นสิ่งของที่มีส่วนผสมหรือมีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ จึงได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาตรวจสอบสารเสพติด ผลการตรวจสอบเชื่อได้ว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี) กรณีเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252  แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาชิก”สุมหัวรักบ้านพ่อ“ร่วม ส่งกำลังใจให้ทหารที่อยู่แนวหน้าปลอดภัยทุกคน จัดกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดบ้านพ่อ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30น. นายพิทยา วงศ์สัมฤทธิ์ และ นางสุมิตา วงศ์สัมฤทธิ์เจ้าของบ้านสวยเฟอร์นิเจอร์จังหวัดชุมพร ได้นำกลุ่มสุมหัวทำความดีจำนวน 120 คนจัดกิจกรรมทำความดี ”สุมหัวรักบ้านพ่อ“ประจำเดือนสิงหาคม

ที่ ครัวพอเพียง โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ จังหวัดชุมพร โดยกลุ่มสุมหัวรักบ้านพ่อจะร่วมตัวจัดกิจกรรมทำความดี วันนี้มาทำความสะอาดที่บ้านพ่อเป็นประจำทุกเดือนเพื่อความสวยงามและปรับภูมิทัศน์ให้บ้านพ่อให้มีความสง่าและเชิญชวนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปได้เข้ามาท่องเที่ยวยังบ้านพ่ออยู่ตลอด

นางสุมิตา วงศ์สัมฤทธิ์ กลุ่มซุ้มหัวรักบ้านพ่อได้จัดกิจกรรมประจำเดือนวันนี้รวมตัวมาทำความดีที่บ้านพ่อจำนวน 120 คนโดยมาทำความสะอาดที่บ้านพ่อและในวันนี้ได้จัดกิจกรรมส่งกำลังใจให้ทหารที่อยู่แนวหน้าปลอดภัยจากภยันอันตรายทุกคนและ
กลุ่มสมหัวทำความดีพร้อมประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ขอสดุดีให้กับทหารกล้าทุกคนที่ เสียสละชีพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยให้ประชาชนที่อยู่แนวหลังได้อยู่อย่างสุขสบายขอขอบคุณมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าฯ.จ.ชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดกิจกรรมกิจกรรม Chumphon Night Run Lighting in the City

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2568 เวลา 18.50 น. ณ บริเวณเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดกิจกรรมกิจกรรม Chumphon Night Run Lighting in the City

ร่วมกับ นายกรวิทย์ ช่วยดู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร พ.อ.สิทธิชัย โกศล รอง เสธ. มณฑลทหารบกที่ 44 ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นายจาฏุพจน์. ไกรมาก ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร นางสุนทรี โพธิ์ทักษิณ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร , หัวหน้าส่วนราชการ

นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำชุมพร นักกีฬาผู้เข้าร่วม และสื่อมวลชน
นายกรวิทย์ ช่วยดู กล่าวการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ1. เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม น่าสนใจ มีเอกลักษณ์โดดเด่นของจังหวัดชุมพร และความปลอดภัยด้านสุขอนามัยด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร 2. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเมือง ช่วยเพิ่มระยะเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยว 3. เพื่อใช้กิจกรรมกีฬากระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดชุมพร

โดยนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 1,000 คน จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท Fun Run และประเภท Fancy ระยะทาง 5 กิโลเมตร ประเภท Mini Marathon ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร กิจกรรมครั้งนี้ ประสบความสำเร็จด้วยดี ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ประกอบด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,เทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร องค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำ,

สถานีตำรวจภูธรปากน้ำชุมพร,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร,องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร,โรงพยาบาลวิรัชศิลป์, โรงพยาบาลธนบุรี-ชุมพร,อาสาสมัครทุกท่าน ในครั้งนี้และหน่วยงานที่มิได้เอ่ยนาม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันและ พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวที่มาร่วมเชียร์และให้กำลังใจในครั้งนี้ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์เปิดเผยว่า งานกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้ประชาชนรักสุขภาพผ่านการออกกำลังกาย แต่ยังเป็นเวทีที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความสามัคคีในชุมชนอีกด้วยจังหวัดชุมพรเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรมที่หลากหลาย และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่น่าหลงใหล งานไนท์รัน

ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้แสดงศักยภาพของจังหวัดชุมพร ทั้งในด้านการจัดกิจกรรม การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร การต้อนรับนักท่องเที่ยว และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้

ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงอาสาสมัครและพี่น้องประชาชนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จของกิจกรรมนี้ สุดท้ายนี้ ขอให้นักวิ่งทุกท่านมีความสุขกับการวิ่งในค่ำคืนนี้ ปลอดภัยตลอดเส้นทาง และเก็บเกี่ยวความประทับใจกลับไปอย่างเต็มเปี่ยม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คืบหน้า “ส.ส.อรอุมา” จับมือไฟฟ้าเซกา แก้ปัญหาไฟฟ้าทางการเกษตร

วันที่ 9 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 2 พร้อมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สาขาเซกา ลงพื้นที่บ้านโชคอำนวย หมู่ 16 ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา เพื่อเร่งติดตั้งและขยายระบบไฟฟ้าบริเวณเส้นทางสัญจรในพื้นที่เกษตรกรรม ตามข้อร้องขอของประชาชน

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการสัญจร และสนับสนุนการทำเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ชาวบ้านจากบ้านศรีอำนวยพร หมู่ 8 และบ้านโชคอำนวย หมู่ 18 ได้ร้องขอให้ ส.ส. ช่วยผลักดันการขยายเขตไฟฟ้าทางการเกษตร นำไปสู่การลงพื้นที่สำรวจร่วมกันระหว่าง ส.ส., กฟภ.สาขาเซกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายรามิล ปฐมบงกฎสกุล หัวหน้าแผนกบริการลูกค้า กฟภ.สาขาเซกา เปิดเผยว่า ถนนเส้นนี้ไม่เคยมีการยื่นเรื่องมาก่อน ขณะนี้ผู้นำชุมชนและ ส.ส. จะเร่งรวบรวมเอกสารจากผู้เดือดร้อนส่งให้ กฟภ. ภายในวันที่ 15 สิงหาคม หลังจากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขออนุมัติงบประมาณโดยเร็วที่สุด

ด้านนางอรอุมา บุญศิริ ส.ส.บึงกาฬ เขต 2 กล่าวว่า อันดับแรกต้องขอบคุณความร่วมมือทุกฝ่าย การไฟฟ้าเซกา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่สะท้อนปัญหามา รู้สึกดีใจและการไฟฟ้าเซกาก็ตอบรับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที จากการได้พูดคุยกับทางไฟฟ้าเซกาทำให้เราเข้าใจในระบบของการทำงานของการไฟฟ้ามากขึ้นจุดไหนคือจุดไหน

จะได้นำการทำงานในลักษณะนี้มาชี้แจงให้ผู้นำชุมชนพี่น้องประชาชนทราบ ถ้าต้องการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว จะให้ความร่วมมืออย่างไรจัดเตรียมเอกสารอย่างไร หากทำตามที่การไฟฟ้าแนะนำจัดทำเอกสารให้ครบถ้วนตามขั้นตอน ปัญหาต่างๆจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. สั่งการผู้บัญชาการศึกษาดูแลการสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ คุมเข้มทุกหน่วยสอบโปร่งใส ไร้ทุจริต

วันนี้ (10 สิงหาคม 2568) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยัง พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ให้ดูแลตรวจสอบการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ประจำปี พ.ศ. 2568

ที่จัดขึ้นในวันนี้ เวลา 13.30 น. ให้คุมเข้มทุกหน่วยสอบทั่วประเทศไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด เน้นย้ำต้องเป็นการสอบคัดเลือกที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน หากพบการทุจริตให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกราย

พล.ต.ท.นิธิธรฯ ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและกำกับดูแลการเตรียมความพร้อมการสอบคัดเลือก ฯ ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี พร้อมประชุมมอบนโยบาย ข้อห่วงใย และกำชับการปฏิบัติแก่ทุกหน่วยสอบ มติดตามสถานการณ์การสอบผ่านระบบ Zoom Meeting จากกองอำนวยการร่วมฯ

ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ย้ำมาตรการเข้มป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าสอบและสังคม และได้กำชับไปยังทุกหน่วยสอบให้จัดจุดปฐมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อดูแลอย่างทันท่วงทีกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากแต่ละหน่วยสอบมีผู้เข้าร่วมสอบจำนวนมาก โดยการสอบครั้งนี้จัดโดยกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.)

ครอบคลุมหน่วยสอบ บช.ศ., ตำรวจภูธรภาค 1-9 และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) รวมทั้งสิ้น 11 หน่วยสอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี หรือวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า เข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ทั้งในชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน รวมจำนวน 155 อัตรา โดยมีผู้สนใจสมัครสอบในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 65,203 คน

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ผบ.ตร. ได้กำชับเข้มงวดให้ บช.ศ.กำกับดูแลการจัดการสอบคัดเลือกในทุกหน่วยสอบต้องโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เข้าสู่การเป็นตำรวจมืออาชีพ ซึ่ง บช.ศ.รับนโยบายมาขับเคลื่อนอย่างเคร่งครัด จะไม่ยอมให้มีการทุจริตหรือการเอื้อประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงยืนยันมาตรการเข้มข้นในการคัดเลือกบุคลากร พร้อมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการสอบแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้าราชการตำรวจที่มีคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และอุทิศตนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

สมจิตร แสงบัลลังลค์ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมต.พงศ์กวิน ระดมทีมช่างกรมพัฒน์ 18 จังหวัด จัดหน่วยบริการ “ซ่อม สร้าง สุข” หลังน้ำลดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน่าน

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่ วัดดอนมูล ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกิจกรรม “ซ่อม สร้าง สุข” พร้อมพบปะและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน

โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดน่าน ว่าที่ร้อยตรีสุเทพ วงศ์วิเศษ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน นายเดชา สงค์ประเสริฐ ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ร่วมให้การต้อนรับ

นายพงศ์กวิน เปิดเผยว่า จากเหตุพายุโซนร้อน “วิภา” ทำให้ฝนตกหนัก น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน 14 อำเภอ 84 ตำบล 695 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 33,681 ครัวเรือน รวม 90,208 คน พื้นที่เกษตรเสียหายประมาณ 141,795 ไร่ และเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน กระทรวงแรงงานได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งช่วยเหลือ และเมื่อสถานการณ์น้ำลด

จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดทีมช่างจากทั่วประเทศลงพื้นที่ซ่อมแซมบ้านเรือน รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และตรวจเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมได้รับการสนับสนุนน้ำมันหล่อลื่นจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน และวัสดุไฟฟ้าจากบริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด สำหรับภารกิจในวันนี้ ทีมช่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ให้บริการตรวจเช็กและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นรถจักรยานยนต์จำนวน 300 คัน

ซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตรจำนวน 100 เครื่อง ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวน 300 รายการ และส่งมอบอุปกรณ์ที่ซ่อมเสร็จแล้วให้แก่ประชาชน รวมถึงสาธิตการประกอบอาหารจานด่วนเพื่อมอบให้ผู้ประสบภัย และลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ประสพภัยซึ่งเป็นผู้พิการพร้อมมอบถุงยังชีพและตรวจเช็กความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดทีมช่างจากสถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 หน่วยงาน ครอบคลุม 18 จังหวัด ได้แก่ น่าน นครสวรรค์ พิษณุโลก ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย ตาก พะเยา ลำพูน อุทัยธานี เพชรบูรณ์ แพร่ กำแพงเพชร แม่ฮ่องสอน พิจิตร สุโขทัย และอำนาจเจริญ โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่านยังได้จัดตั้งโรงครัวทำอาหารกล่องเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครแรงงาน และประชาชน

โดยได้เปิดรับลงทะเบียนซ่อมอุปกรณ์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 และได้ดำเนินการซ่อมระหว่างวันที่ 8–9 สิงหาคม 2568 ซึ่งการออกหน่วยบริการครั้งนี้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดค่าใช้จ่ายซ่อมแซมอุปกรณ์ สร้างรายได้เสริมจากการฝึกอบรม และเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าภายในบ้านของผู้ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบ “หัวเผือกบ้านนา” นักค้ายารายใหญ่พร้อมยึดทรัพย์สินกว่า 5 ล้านบาท / สนธิกำลังสแกนยาเสพติด ตามมาตรการสัปดาห์สีแดง

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 9 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง ชุมพร สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน

ภาค 8 ร่วมกันเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ ต.บ้านนา โดยสามารถจับกุม นายหัวเผือก (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ค้ายาเสพติดตัวการสำคัญ พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท

ข่าวแจ้งว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากนายหัวเผือก หรือที่รู้จักในฉายา “หัวเผือกบ้านนา” เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับเยาวชนอายุระหว่าง 16-20 ปีในพื้นที่ จ.ชุมพรมาเป็นเวลานาน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามเข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลายครั้งแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากนาย

หัวเผือกไม่ได้เสพยาเสพติดจึงไม่สามารถจับกุมได้ พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับในข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” ซึ่งศาลจังหวัดชุมพรได้อนุมัติหมายจับในที่สุด

จากนั้นใน เวลาประมาณ 06.00 น.วันที่ 9 สิงหาคม 2568 พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี พร้อมชุดสืบสวนภาค 8 ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมนายหัวเผือกได้ที่บ้านพักหลังใหม่ในพื้นที่ ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมยึดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่า

ได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบด้วย บ้าน 1 หลังพร้อมที่ดิน รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน ทองคำหนัก 5 บาท เงินสด 120,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้กว่า 5 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่จะนำตัวนายหัวเผือกพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพรดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สนธิกำลังสแกนยาเสพติด ตามมาตรการสัปดาห์สีแดง


ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร นายปารเมศ เห้งสวัสดิ์ นายอำเภอพะโต๊ะ

นายกิตติพงศ์ อินทรสุวรรณ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันมอบหมายให้ นายจักรกฤษณ์ มุณีน้อย เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.นายศุกรกานต์ ทิพย์บุญ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.พะโต๊ะ 8

กำนันต.ปังหวาน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติการค้นหาผู้เสพ ผู้ติด และผู้ค้ายาเสพติด (Re X-ray) ในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน ตามมาตรการ “สัปดาห์สีแดง” (Intensive Days Screening Week) และการขับเคลื่อนนโยบายร่วมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

เพื่อสร้างชุมชนปลอดภัยห่างไกลยาเสพติด ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่ ต.ปังหวาน อ.พะโต๊ะ พบผู้เสพยาติดจำนวน 6 ราย จึงร่วมกันนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำ ต.ปังหวานต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนง.ตำรวจแห่งชาติ จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดคอร์ส “รู้ทันภัยไซเบอร์” บน Thai MOOC เรียนฟรี พร้อมรับ 1 หน่วยกิต / ผบช.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ประชุมมอบนโยบาย แก่รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ หัวหน้า สภ. ในสังกัด

ภารกิจผู้บังคับบัญชาวันนี้ ( 9 ส.ค. 68 )เวลา 13.00 น.ภ.จว.ปทุมธานีพล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติรอง ผบช.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานีประชุมมอบนโยบายบริหารราชการ แก่รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ หัวหน้า สภ. ในสังกัด ภ.จว.ปทุมธานี โดยได้มีข้อราชการกำชับการปฏิบัติของกำลังพล ดังนี้

🔸1. ให้ผู้บังคับบัญชากำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบระเบียบวินัย ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ และให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดมีความรัก สามัคคี ในหมู่คณะ

🔸2. กวดขันจับกุมและป้องกันลักลอบเล่นการพนัน สถานบริการ กำชับตำรวจไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือ เรียกรับผลประโยชน์

🔸3. ให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัด เร่งรัดและเข้มงวดกวดขันการตรวจสอบสถานบริการ ให้กำหนดเวลาปิด–เปิด ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ,ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด เข้าใช้บริการโดยเด็ดขาด และหากมีการมั่วสุมยาเสพติดทุกประเภท ภายในสถานบริการ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนทั้งผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้อง

🔸4. ให้ดำเนินการตามนโยบาย “No Drugs No Dealers” ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในทุกมิติ และทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด

“บิ๊กหน่อง/พล.ต.ต..ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เรียกประชุมมอบนโยบายการปฎิบัติ งานของตำรวจในสังกัด หลัง มารักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ” พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 และหัวหน้าฝ่าย อำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งรับผิดชอบงานแถลงข่าว และประชาสัมพันธ์ข่าวเปิดเผยว่า

สนง.ตำรวจแห่งชาติ จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดคอร์ส “รู้ทันภัยไซเบอร์” บน Thai MOOC เรียนฟรี พร้อมรับ 1 หน่วยกิต

วันนี้ (9 สิงหาคม 2568) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบ Thai MOOC ภายใต้ชื่อ “รู้ทันภัยไซเบอร์” เพื่อยกระดับความรู้และทักษะในการป้องกันภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการหลอกลวงในรูปแบบคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจพฤติกรรมของมิจฉาชีพออนไลน์ วิเคราะห์รูปแบบการโจมตี และเรียนรู้วิธีการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับใบประกาศนียบัตร และนับเป็นหน่วยกิตทางวิชาการได้ 1 หน่วยกิต โดยหลังสูตรดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รองผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ตอท. บช.สอท.) , พ.ต.อ.เกรียงไกร พุทไธสง ผู้กำกับการ กลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท.บช.สอท. และ พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรฝ่ายอำนวยการ บก.สอท.2

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่สามารถนำไปเทียบโอนเป็นหน่วยกิตในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้กับตนเองและครอบครัว สมัครเรียนฟรีผ่านระบบ Thai MOOC เว็บไซต์ https://thaimooc.ac.th คลิกเลือกหมวดหมู่รายวิชา “ทักษะชีวิตและการพัฒนาตนเอง” จากนั้นคลิกเลือกวิชา “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเบื้องต้น” หรือคลิกลิงก์ https://learn.thaimooc.ac.th/courses/course-v1:CU+00868+0/about

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก.อบจ. ส่งแบคโฮ 3 คัน ผลักดันเรือมุกดาหารปริ้นท์เซสที่เกยตื้น กลับลงแม่น้ำโขง สำเร็จ / พี่ชายคลั่ง! ยิงดับน้องชายแท้ ๆ 5 นัด เหตุ “เมาแล้วชอบหาเรื่องขัดแย้ง”

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 สืบเนื่องจากเกิดเหตุเรือ “มุกดาหารปริ้นท์เซส” เกยตื้นบริเวณบันไดอาคารท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร ต่อมา นายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร จึงได้ประสานความร่วมมือกับนายว

รายุทธ สงวนพวก เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ขอสนับสนุนรถแบคโฮของ อบจ.มุกดาหาร จำนวน 3 คัน เข้าทำการผลักดันเรือที่ติดอยู่กับพื้นถนนคอนกรีตเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง หน้าตลาดอินโดจีนมุกดาหาร

การปฏิบัติงานดำเนินไปในช่วงกลางคืน ท่ามกลางการทำงานอย่างระมัดระวังของเจ้าหน้าที่ โดยมีนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหารร่วมปฏิบัติการด้วย

จนสามารถดันเรือหลุดออกจากฝั่งและลอยกลับลงสู่แม่น้ำโขงได้สำเร็จ ก่อนเคลื่อนย้ายไปจอดที่ท่าเทียบเรือถนนสำราญชายโขงเหนือ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อความปลอดภัย

มุกดาหาร #เรือมุกดาหารปริ้นท์เซส #แม่น้ำโขง #กู้เรือ #ข่าวมุกดาหาร #องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

พี่ชายคลั่ง! ยิงดับน้องชายแท้ ๆ 5 นัด เหตุ “เมาแล้วชอบหาเรื่องขัดแย้ง”

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 พ.ต.อ.ประยุทธ​ เรือน​ทองคำ​ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งว่า มีเหตุยิงกันตาย ที่บ้านเลขที่ 124 หมู่ 8 บ้านโคกสูงน้อย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงสั่งการให้

พ.ต.ท.กิตติวัฒน์ คนหาญ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบศพ นายอาทิตย์ อินธิแสน อายุ 42 ปี นอนตายใต้ถุนบ้าน บนโต๊ะแคร่ ถูกยิงด้วยปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด .32 จำนวน 5 นัด เข้าที่ลำตัว เสียชีวิตคาที่ ในลักษณะนอนหงาย

ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายวุธ อินธิแสน อายุ 48 ปี พี่ชายแท้ ๆ ของผู้ตาย นั่งรอมอบตัวพร้อมอาวุธปืนของกลาง เบื้องต้นรับสารภาพว่าเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากผู้ตายมักดื่มสุราจนเมาและก่อเหตุทะเลาะวิวาทบ่อยครั้งแล้วเอาอาวุธ

ปืนออกมาโชว์ ตนจึงบอกให้เอาไปเก็บโต้เถียงกันไปมา แล้วแย่งปืนกัน จนบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนยิงน้องชายจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จัดกิจกรรมการประสานเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อพัฒนาความมั่นคงในพื้นที่ชุมชนชายแดนมุกดาหาร

พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้ พันเอก จักรพงษ์ โพธิ์นาแค รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทนในการเป็นประธานในกิจกรรมการประสานเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อพัฒนาความ

มั่นคงในพื้นที่ชุมชนชายแดน จังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ 2568 ภายใต้ชื่อกิจกรรม “รวมพลังประชาชน” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจัดจาก เครือข่ายมวลชน ในพื้นที่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร รวม 500 คน

ตามแผนงานโครงการของฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ประจำปี 2568 เป็นการดำเนินการประสานเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อพัฒนาความมั่นคงในพื้นที่ ด้านการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงไปสู่ประชาชนใน

พื้นที่ชายแดน โดยมี พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) , นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล , ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยา ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

  โดย รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันปลูกจิตสำนึกให้การช่วยเหลือกันเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต จากปัญหาภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่ต้องเผชิญ อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนพื้นที่ชายแดนเป็นเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความมั่นคง ครอบคลุมถึงการป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงปลอดภัยและการเป็นพลเมืองที่ดี โดยประชาชน ชุมชน องค์กรเอกชน และองค์กรของรัฐเข้ามามีส่วนร่วมสร้างความตระหนักรู้ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รวมถึงผลกระทบจากปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีต่อประเทศชาติ และยึดมั่น ในสถาบันหลักของชาติ และตั้งปณิธานในการมีส่วนร่วม ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดน อันจะสร้างเกราะคุ้มกันให้กับประเทศชาติ 

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับชมการแสดง การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน “สร้างคนดีด้วยประวัติศาสตร์ สร้างชาติด้วยอุดมการณ์” ซึ่งเป็นการแสดงของ ชุดปฏิบัติการพลเรือน กองพลทหารราบที่ 3 (ขุนศึก 21) ร่วมกับคณะครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นการให้ความรู้กับนักเรียน และประชาชน โดยการ

บรรยายประกอบการแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้เป็นการสร้างการรับรู้ถึงความเป็นมาของการก่อสร้างบ้านเมือง อันจะนำไปสู่ความภาคภูมิใจ และหวงแหนแผ่นดิน ที่บรรพบุรุษของเราได้เสียสละเลือด เนื้อเพื่อพิทักษ์ปกป้องรักษา อีกทั้งพระปรีชาสามารถ ของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ และพวกเราทุกคนจะต้องดูแลรักษาแผ่นดินผืนนี้สืบไป

จากนั้น รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันมอบถุงยังชีพ สิ่งของอุปโภค-บริโภค และไม้เท้า ให้กับ ประชาชน และผู้สูงอายุ พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา , อุปกรณ์กีฬา , อุปกรณ์การเรียนการสอน ให้กับ โรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยา ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนตามหลักสูตรของโรงเรียน ปลูก

ฝังให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ให้กับประชาชน และผู้ปกครองนักเรียน ได้อีกทางหนึ่ง กองทัพบกพร้อมอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกโอกาส และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชุมชน สังคมให้มีความเข้มแข็งต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.ในเครือ BDMS ภาคตะวันออก จัดประชุมวิชาการ BDMS Eastern Trauma Network’25 ภายใต้หัวข้อ “The Trauma Code: Mass Casualty Incident and Disaster”

ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ภาคตะวันออก โดยโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดการประชุมวิชาการ “BDMS Eastern Trauma Network’25” ในหัวข้อ “The Trauma Code: Mass Casualty Incident and Disaster” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์ภัยพิบัติและอุบัติเหตุหมู่ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และทีมฉุกเฉินในภาคตะวันออก การประชุมจะจัดขึ้นในวันที่ 7 – 8 สิงหาคม 2568 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุม Space 1-2 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ จังหวัดชลบุรี

โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงและภาครัฐร่วมเป็นประธานในพิธี ได้แก่ นพ.สุทร บวรรัตนเวช ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์อุบัติเหตุและออร์โธปิดิกส์ในเครือบริษัท และผู้อำนวยการอาวุโสศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 3 และกลุ่ม 6 นางสุภัทรา ชลพนารักษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานภายในสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และ นพ.รชติ ทองประยูร ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลผู้บาดเจ็บ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เข้าร่วม

การประชุมวิชาการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพของบุคลากรในเครือข่าย BDMS ภาคตะวันออก ให้มีความพร้อมสูงสุดในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่รุนแรงและซับซ้อน เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ อุบัติเหตุหมู่ และสถานการณ์ Mass Casualty Incident โดยมีการบรรยาย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา พร้อมทั้งการเน้น

การทำงานร่วมกันในเครือข่ายโรงพยาบาลต่างๆ เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี โรงพยาบาลกรุงเทพตราด โรงพยาบาลศรีระยอง โรงพยาบาลจอมเทียน โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี และโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา เป็นต้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในภูมิภาค

การบรรยายครอบคลุมหัวข้อสำคัญ อาทิ การจัดการผู้ป่วยอุบัติเหตุทางกระดูกและข้อ การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้และสารพิษ การสนับสนุนทางด้านสุขภาพจิตสำหรับผู้ประสบภัย การเตรียมความพร้อมของชุมชน การช่วยชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการและดูแลผู้ป่วยในเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ถือเป็นศูนย์กลางหลักของเครือข่าย BDMS Eastern Trauma Network และได้รับการรับรองมาตรฐาน CAMTS และ CAMTS EU ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด ในการเคลื่อนย้ายและดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 38-259 999

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันแม่แห่งชาติ 93 พรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ.2568 ณ .รร.ชุมชนโนนหันวันครู อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

วันศุกร์ ที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น.นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน ประธานในพิธีกิจกรรมวันแม่แห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘

ณ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนชุมชนโนนหันวันครู อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ดร.สุขวัชร เทพปิน ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนโนนหันวันครู นางวีระญา บ้านเหล่า รองผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนโนนหันวันครู ให้การต้อนรับ หัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น

หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ใกล้เคียง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลโนนหัน องค์กรต่างๆ พร้อมผู้ปกครอง และร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกมะลิ นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน

ประกอบพิธีถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถวายพานพุ่มดอกมะลิ เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ กล่าวคำถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล

เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีพระแม่ไทย ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เสร็จพิธีเทิดพระเกียรติ เวลาต่อเนื่องชมการแสดงของนักเรียนโรงเรียนชุมชนโนนหันวันครู ประกาศเกียรติคุณคุณแม่ดีเด่น มอบทุนการศึกษา

มีผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้จำนวนมาก อธิ นายอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายสงวน สีน้ำอ้อม เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายสัญญพงศ์ จงแจ้ง ปลัดเทศบาลตำบลโนนหัน

(นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับกลาง) ผู้แทน นางพยงค์ ศรีภา ประธานพัฒนาสตรีระดับอำเภอชุมแพ/ประธานพัฒนาสตรีระดับตำบลโนนหัน ร่วมกิจกรรมครั้งนี้

นายอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน ในฐานะประธานคณะกรรมการสถานศึกษา กล่าวขอบคุณ ผู้ปกครอง องค์กรภาครัฐ ภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมวันแม่ครั้งนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ห่วงใย ตำรวจที่ประสบอุทกภัย ภาคเหนือตอนบน มอบเงิน 1,339,000 บาท “ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน”


คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,339,000 บาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของ เครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับข้าราชการตำรวจรวมจำนวน 1,339 นาย ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ น่าน เชียงราย พะเยา และแพร่ ที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพายุ“วิภา” แม้ว่าครอบครัวตำรวจก็ประสบปัญหาอุทกภัยเช่นเดียวกัน

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มอบหมายให้ คุณพจนารถ กรึงไกร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ
พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วย คุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย

พร้อมด้วย แพทย์หญิงทรงพร เสนากูล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย คุณมลธิชา ไชยบาล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ,

พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย คุณศุภรัตน์ การะเกตุ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ นำคณะข้าราชการตำรวจ – แม่บ้านตำรวจ

ร่วมดำเนินการบรรจุถุงยังชีพ และ ดำเนินการส่งมอบสิ่งของดังกล่าวให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวในสังกัด ทั้งสิ้น 1,339 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 2 – 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวมีขวัญกำลังใจมากขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป
..สมจิตร แสงบัลลังค์ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ชุมพร โครงการฝึกอบรมครูฝึกยิงปืน (ครู ค) ทหารเมียนม่า ปะทะ ทหารกระเหรี่ยง ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ด้าน อ.อท่าแซะ ช่องหินดาด

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมครูฝึกยิงปืนต้นแบบระดับสถานีตำรวจ (ครู ค) สำหรับการฝึกทักษะการยิงปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฎิบีตหน้าที่ป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจรในสถานีตำรวจ

ณ สนามยิงปืนชุมพร ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร โดยมี หน.สภ.ในสังกัด พร้อมด้วย ผกก.ฝอ.ภ.จว.ชุมพร และข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการเข้าร่วมพิธี มีครูฝึกต้นแบบระดับสถานีตำรวจ (ครู ค.) เข้าร่วมฝึกอบรม จำนวน 34 นา

มีการปะทะระหว่าง กองกำลังทหารเมียนมากับกองกำลังทหารกระเหรี่ยงในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านด้านอำเภอท่าแซะ ช่องหินดาด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 ได้รับรายงานจาก ชุดเฝ้าตรวจชายแดน ที่ 4102 ทราบว่าได้ยินเสียงการใช้อาวุธเครื่องยิงหนัก (ไม่ทราบชนิด) ยิงปะทะกันประมาณ ๒๐ นาที ในพื้นที่ระหว่าง บ.ยัวฮินลู กับ บ.เยยันตะ ๑ ต./ กิ่ง อ.กะระตุริ จว.ปกเปียน ด้านตรงข้าม ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จว.ช.พ. ทั้งนี้คาดว่าเป็นการยิงก่อกวนจากฝ่าย กกล.กอทูเล ( KTLA ) ดังนั้น ทมม.ฐานปฏิบัติการยัวฮินลู จึงยิงตอบโต้ ปัจจุบันสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ และไม่ได้รับรายงานการสูญเสียอย่างใด

ในขณะเดียวกัน นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ สั่งการกำนัน ทุกตำบล และผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน ติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับราษฎรไทยและติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอท่าแซะจึงให้ บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงาน ความมั่นคงในพื้นที่ให้เป็นเอกภาพในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในพื้นที่อย่าตื่นตระหนก และหลงเชื่อข่าวเท็จที่อาจจะเกิดขึ้น

จากบุคคลไม่หวังดี และขอให้รับฟังข่าวสารจากหน่วยงานราชการเท่านั้น กรณีเกิดสถานการณ์ปะทะที่รุนแรงหรืออาจส่งผลกระทบขอให้อพยพราษฎรในพื้นที่เสี่ยง ไปอยู่ในที่ปลอดภัยและรายงานให้นายอำเภอท่าแซะ หรือปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทราบโดยทันที กรณีปรากฏข่าวสารสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงบริเวณชายแดน ด้านอำเภอท่าแซะ ให้รายงานนายอำเภอท่าแซะ หรือปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทราบโดยทันที หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑-๘๖๗๑๐๑๒, ๐๖๓-๙๐๓๔๘๙๐ และรายงานเป็นเอกสารให้อำเภอทราบด้ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 ร่วมถวายราชสักการะ-ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบรมราชินีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิม 12 สิงหา

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (8 สค. 68) เวลา 7.30 น. หน้าสโมสรนายทหารสัญญาบัตร มทบ. 44(ค่ายเขตอุดมศักดิ์จังหวัดชุมพร) ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก ที่ 44 นำ ผอ. กองกำลังฝ่ายต่างๆ

ตลอดจนเหล่าข้าราชการทหารในสังกัด มทบ. 44(ค่ายเขตรอุดมศักดิ์) ร่วมถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ จากนั้น ได้ร่วมพิธีถวายสักการะ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมให้ ผอ.กองกำลังฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้า ปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก ที่ 44 พร้อมด้วย สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑล ทหารบก ที่ 44 และกำลังพลของค่ายเขตอุดมศักดิ์/ ที่มาชุมนุมพร้อม เพรียงกัน ณ สถานที่แห่งนี้/ ต่างมีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้แสดง ความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ/ เนื่องในโอกาส/ วัน เฉลิมพระชนมพรรษา/บรรจบอีกคำรบหนึ่ง/ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท/ ที่ได้เวียนมา
ปวงข้าพระพุทธเจ้า ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ/ล้นเกล้า ล้นกระหม่อม อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท/ทรงปฏิบัติบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุข/ของอาณาประชาราษฎร์ และความอุดมสมบูรณ์/ ของประเทศชาติ ตลอดมาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของใต้ฝ่าละอองธุลี พระบาท ทั้งในด้านการสังคมสงเคราะห์ อันเปี่ยมด้วยพระเมตตา เพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คน อยู่คู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ด้านการ ส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม และงานศิลปะช่างฝีมือทุกแขนง ให้ดำรงคงอยู่คู่ประเทศไทย สืบทอดถึงอนุชนคนรุ่นหลัง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อปวงประชา ประดุจดัง “แม่ของแผ่นดิน” จารึกแนบแน่นอยู่ในใจ/ของปวง ข้าพระพุทธเจ้า สืบไป
ในศุภวาระอันเป็นมิ่งมหามงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 ปี ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทาน พระราชานุญาต น้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความ จงรักภักดี และร่วมตั้งจิตอธิษฐาน ขออานุภาพแห่ง คุณพระศรี รัตนตรัย พระบารมีแห่งพระสยามเทวาธิราช ตลอดจน พระบรม เดชานุภาพ แห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ทุกพระองค์ ได้โปรดบันดาลอภิบาลประทานพร ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จงทรง พระเจริญ ด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ พระราชหฤทัย ชื่นบาน/ มีพระราชประสงค์ จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ ดั่งพระ ราชหฤทัยปรารถนา มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระเกียรติคุณ แผ่ไพศาล เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ตราบกาลนิรันดร์เทอญ พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

จากนั้น พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก ที่ 44 เป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ที่จะมาบรรจบคำรบหนึ่งในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / SVL Group จัดซ้อมแผนฉุกเฉินประจำปี 2568 ย้ำมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในการขนส่งและโลจิสติกส์ / วิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบฯ จัดกิจกรรม “PTECH BARTENDER STAR CHALLENGE 2025 ค้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องดื่ม”

กลุ่มธุรกิจเอสวีแอล (SVL Group) ผู้นำด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ครบวงจร จัดโครงการ “ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินประจำปี 2568” โดยมีส่วนงานความปลอดภัย-แผนกบริหารอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ส่วนบริหารมาตรฐานและเทคโนโลยี พร้อมด้วยหน่วยงานทรัพยากรบุคคลพันธมิตร – ธุรกิจขนส่ง และส่วนงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการหลัก เพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

โดยมีการอบรมทบทวนความรู้ พร้อมฝึกซ้อมตลอด 2 วัน ด้วยการจัดทีมจำลองสถานการณ์ฉุกเฉิน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ กรณีอุบัติเหตุ, สารเคมีรั่วไหล และอัคคีภัย โดยมีพนักงานจากทุกส่วนงานกว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ สถานีบริการน้ำมันภายในสำหรับรถบรรทุกขนส่งสินค้าทางบก ของ SVL Group อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

วัตถุประสงค์หลักของการฝึกซ้อมครั้งนี้ คือการทบทวนความรู้ความเข้าใจ ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้พนักงานสามารถควบคุมสถานการณ์และปฏิบัติการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัยตามบทบาทหน้าที่ของตนเองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งสอดคล้องตามกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยว

กับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 SVL Group มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติของการดำเนินงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงาน คู่ค้า และชุมชนโดยรอบ ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญด้าน “ความปลอดภัยมาเป็นที่ 1”
/////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

วิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบฯ จัดกิจกรรม “PTECH BARTENDER STAR CHALLENGE 2025 ค้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องดื่ม” ถ่ายทอดความรู้และทักษะเชิงวิชาชีพให้แก่นักเรียน

วันที่ 7 ส.ค.68 ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมชาย ทิพย์ประเสริฐ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นางสาวนงนุช พุทธคุณบวร ผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ ร่วมจัดกิจกรรม “PTECH BARTENDER STAR CHALLENGE 2025 ค้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องดื่ม” ถ่ายทอดความรู้และทักษะเชิงวิชาชีพให้แก่นักเรียน

โดยมี พันตำรวจเอก เอกราช หุ่นงาม ผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายสมชาย ปี่แก้ว นายกอบต.คลองวาฬ นายสรานนท์ ใยบำรุง ผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภา
นายพลสิต เวที สาธารณสุขอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายอนันต์ ผิวคำ บาร์เทนเดอร์ อันดับที่ 4 ของโลก วิทยากรผู้ฝึกสอน และผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และนักศึกษา ร่วมกิจกรรม

นายสมชาย ทิพย์ประเสริฐ ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตามที่วิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดการเรียนการสอนในประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กลุ่มอาชีพการโรงแรม โดยมีการบูรณาการเรียนรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน โดยทางวิทยาลัยเรียนเชิญ Mr. Anan Phiwkam ผู้เชี่ยวชาญด้าน Mixology ซึ่งได้รับรางวัล อันดับ 4 ของโลกจากการแข่งขัน World Championship มาร่วมถ่ายทอดความรู้และทักษะเชิงวิชาชีพให้แก่นักเรียนของวิทยาลัยในครั้งนี้ 

วิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ ได้กำหนดจัดกิจกรรม “PTECH BARTENDER STAR CHALLENGE 2025 ค้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องดื่ม” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพด้านการรังสรรค์เครื่องดื่มนวัตกรรม

ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดองค์ความรู้ด้านธุรกิจบริการ และเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม และยกระดับความน่าสนใจของกิจกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการผลักดันผู้เรียนและเยาวชนให้มีทักษะความคิดสร้างสรรค์และเป็นมืออาชีพในอนาคตพร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการพัฒนาทักษะอาชีพของเยาวชนไทยในอนาคตต่อไป

//////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.อก.ภ.1 นำทีม บก.อก.ภ.1 ออกตรวจประเมินโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191พื้นที่ภ.จว.สมุทรปราการ

วันที่ 8 ส.ค.68 เวลา 10.00 น. นำโดย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.ฉัตรชัย จันอ้น ผกก.ฝอ.6 บก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจฯ ได้เดินทางตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภ.จว.สมุทรปราการ ตามแผนละกรอบระยะเวลาที่ ตร. กำหนด

พบ พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาด รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ปริยพล แสนเสน สว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 และเจ้าหน้าที่ รอรับการตรวจประเมิน จากคณะตรวจฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหตุการณ์ปกติ ประโยชน์ของการรับแจ้งเหตุตำรวจ 191 มีหลายด้าน ทั้งต่อประชาชนและต่อการทำงานของตำรวจดังนี้

  1. เพื่อความปลอดภัยและช่วยเหลือเร่งด่วนประชาชนสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที เช่น เหตุทะเลาะวิวาท, ลักทรัพย์, อุบัติเหตุ, เหตุเพลิงไหม้, การพบวัตถุต้องสงสัยทำให้ตำรวจสามารถจัดกำลังเข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุได้รวดเร็ว ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  1. เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารที่ง่ายและจำง่ายเบอร์ 191 เป็นหมายเลขกลางที่ประชาชนจำได้ง่าย ใช้ได้ทั่วประเทศไม่ต้องค้นหาหมายเลขสถานีตำรวจเฉพาะพื้นที่
  2. การประสานงานอย่างเป็นระบบศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 มีระบบบันทึกข้อมูล, ระบุตำแหน่ง, และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจจราจร, สืบสวน, สายตรวจ, หน่วยกู้ภัยช่วยให้การทำงานเป็นขั้นตอนและไม่ซ้ำซ้อน
  1. เก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนป้องกันอาชญากรรมข้อมูลการแจ้งเหตุจาก 191 สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อดูพื้นที่เสี่ยง, ช่วงเวลาที่เกิดเหตุบ่อย, และวางแผนป้องกันในอนาคต
  2. เพิ่มความมั่นใจและสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนทำให้ประชาชนรู้ว่ามีช่องทางขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมงสร้างความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของรัฐ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส.มุกดาหาร ขับเคลื่อนมาตรการตัดอ้อยสด ลดฝุ่น PM 2.5 จ่ายเงินสนับสนุนเกษตรกรแล้วกว่า 37 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดมุกดาหาร นายอติพิชญ์ จันทร์เพ็ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร แถลงข่าวยกระดับมาตรการสนับสนุนการตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ที่มุ่งสู่การผลิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ในการนี้มีนายชัยวัฒน์ โภคสวัสดิ์ ผู้บริหารโรงงานน้ำตาลสหเรืองมุกดาหาร และนายวิละ สุดวิเศษ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าวด้วย

นายอติพิชญ์ เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดในอัตรา 69 บาทต่อตัน ในฤดูการผลิตปี 2567/2568 ภายใต้กรอบ Green Box ตามพันธกรณี WTO ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตอย่างยั่งยืน

โดยปัจจุบัน ธ.ก.ส. ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้วจำนวน 4,326 ราย รวมปริมาณอ้อยสดทั้งสิ้น 541,582.190 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 37,369,171.11 บาท ซึ่งนับเป็นความสำเร็จเชิงรูปธรรมในการลดการเผาอ้อยที่เป็นต้นตอของฝุ่น PM 2.5

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร ยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท สหเรือง จำกัด ในการรับซื้ออ้อยปลายฝน และสนับสนุนการตัดอ้อยสดในเชิงพาณิชย์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่ธนาคารให้ความสำคัญในการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

ด้านนายชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงงานน้ำตาลสหเรืองมุกดาหารได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดในอัตรา 40 บาทต่อตัน สำหรับฤดูการผลิตที่จะถึงนี้ทางโรงงานจะจำกัดการรับซื้ออ้อยเผาไม่เกิน 15% ของปริมาณอ้อยเข้าหีบในแต่ละวัน เพื่อร่วมลดปัญหาฝุ่น PM 2.5

“อ้อยไฟไหม้นั้นจะต้องเข้าคิวรอนานถึง 48 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาตัดอ้อยสดมากขึ้น” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ธกส #มุกดาหาร #อ้อยสดลดฝุ่น #PM25 #เกษตรปลอดการเผา #BCGmodel #ตัดอ้อยสด #ลดฝุ่นพิษ #อ้อยมุกดาหาร #เกษตรยั่งยืน #ข่าวมุกดาหาร #สิ่งแวดล้อม #โรงงานน้ำตาลสหเรืองมุกดาหาร #สมาคมชาวไร่อ้อยมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“พีค-พิชญะ ชัยวรากุล” 1 ในนักแสดงนำของทีวีซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” โชว์ศักยภาพคว้าตำแหน่งกองหน้าทีมชาติไทย

ข่าวดีล่าสุดของนักฟุตบอลที่ก้าวเข้ามาเป็น 1 ในนักแสดงนำของทีวีซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” ผู้ได้รับคัดเลือกให้มาสวมบทเป็น ทีน นักฟุตบอลเยาวชนตัวหลักของทีมในต่างจังหวัด ที่มีความฝันจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะทีมชาติไทย ถึงแม้ว่าในซีรีส์ จะเป็นเพียงฝันที่เด็กๆอยากก้าวไปให้ถึง แต่ในชีวิตจริงนั้น ล่าสุดชื่อของ พีค-พิชญะ ชัยวรากุล ก็สามารถโชว์ศักยภาพจนก้าวมาเป็นหนึ่งใน 30 แข้ง ที่ได้รับการคัดเลือกให้มาเป็นนักฟุตบอลชายทีมชาติไทย U17 เพื่อเข้าไปเก็บตัวครั้งที่ 2 เตรียมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก

โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อ 30 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการแข่งขันฟุตบอลชายชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (AFC U-17 Asian Cup 2025 Qualification) ระหว่างวันที่ 22-30 พฤศจิกายน 2568 สำหรับ ช้างศึก U17 ภายใต้การคุมทัพของ มาร์โค ก็อคเคิ่ล หัวหน้าผู้ฝึกสอน โดย พีค-พิชญะ ชัยวรากุล

ซึ่งเป็นนักฟุตบอลจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว และเป็น 1 ในนักแสดงนำจากทีวีซีรีส์ คู่เตะแข้งบิน สำหรับการเก็บตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทีมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบคัดเลือก ซึ่งจะมีการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2568 นี้ นอกจากจะเห็นบทบาทนักแสดงของ พีค-พิชญะ ในบท “ทีน” ในซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน”แล้ว ยังจะได้เห็นนักฟุตบอลดาวรุ่งดวงใหม่ ที่จะมาเปล่งประกายในวงการกีฬาของไทยต่อไป

​”คู่เตะแข้งบิน” เป็นทีวีซีรีส์ส์ที่นำเอาเรื่องราวของเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่กล้าจะก้าวเพื่อไปตามหาและคว้าความฝันในกีฬาฟุตบอลที่เขารัก กำกับฯ โดย บอมบ์ อัศจรรย์ สัตโกวิท ผู้กำกับมากฝีมือที่เคยฝากผลงานเด่นอย่าง “ถอดรหัสวิญญาณ” และ “มึง กู เพื่อนกันจนวันตาย” โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

มากกว่าความสนุก คือแรงบันดาลใจ “คู่เตะแข้งบิน” ไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์กีฬาทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวของความฝัน ความพยายาม และการต่อสู้ของเยาวชนไทยที่มุ่งมั่นเดินตามเส้นทางของตัวเอง “เพราะทุกความฝันมีค่า และทุกความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จ” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 นี้เวลา 22.25-23.25 นาที ทางช่อง 3HD กด 33

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แจ็ค” เอาจริง! กำกับ “ฟู้ดทรัค ลัก(รัก)หมูเด้ง”ขอปั้น “แจ๊ส-หม่ำ” ฉีกทุกคาแร็คเตอร์ที่เคยเล่น

ถึงจะชวนเพื่อนที่น้องที่สนิทอย่าง พระเอกตัวท็อป มาริโอ้ เมาเร่อ, ตลกขวัญใจคนรุ่นใหม่ แจ็ส-ผดุง ทรงแสง และตลกซุป’ตาร์ระดับตำนาน หม่ำ จ๊กมก มาร่วมแสดงภาพยนตร์ไทย “ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง” ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท แม็คโก กรุ๊ป ลิมิเต็ด จำกัด,บริษัท คุณแม่แจ็ค จำกัด, บริษัท เอ็น ชานเนล (ไทยแลนด์) จำกัด และ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำกับโดย แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ หรือ แจ็ค แฟนฉัน และ เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ปัทมะ แต่งานนี้แจ็คขอไม่จำเจ จับรุ่นพี่และเพื่อนพลิกคาแร็คเตอร์มาเล่นในบทที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนแน่นอน แจ็ค แฟนฉัน เผยว่า “ในส่วนของนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นนางเอก ชเว ยูริ หรือนักแสดงเด็กทั้ง 3 คน  น้องชุณห์-ด.ช.ปัชชุน หิรัญประทีป, น้องดีดี-ด.ญ.ดีดีด์ เปี่ยมวิริยะกุล และ น้องโทลเวย์-ด.ช.วราวิชญ์ จันทะเมนชัย ทุกคนตั้งใจและทุ่มเทมาก อย่างคุณยูริ ถึงจะเป็นชาวเกาหลี แต่การแสดงของเขาเล่นออกมาได้ดีมาก ตอนแรกก็กังวลว่าจะมีอุปสรรคด้านภาษาและการสื่อสาร แต่ไม่เลยครับ ก่อนจะมาเวิร์คช็อปก็มีการเตรียมตัวศึกษาบททำการบ้านมาอย่างดี เขาทำได้เกินกว่าที่เราคาดไว้ไปเยอะมาก ส่วนเด็ก ๆ ถึงจะซนวิ่งเล่น ต้องใช้พลังในการเรียกเข้าฉากเยอะหน่อย แต่พอพวกเขาเข้าฉากคือได้ดังใจ อย่างพี่เบียร์ บัฟฟ์ ทอล์ก ที่แสดงเรื่องนี้แบบเต็มตัว เขาเติมสิ่งที่ผมต้องการไปเยอะมาก มีการช่วยดีไซน์คาแร็คเตอร์และเปลี่ยนชื่อตัวละครให้ด้วย พี่เขาสนุกกับงานชิ้นนี้มากครับ”
“ในส่วนเพื่อนรักอย่าง มาริโอ้ และพี่ชายที่รักอย่าง พี่แจ๊ส จะมาในบทพ่อครั้งแรก เขาเล่นคุ้มค่าตัวมากครับ ผมบอกเขาเลยที่เคยขายของเพื่อนราคาแรง ๆไป เพื่อนเอาคืนจากเงินค่าตัวได้เลยนะ (หัวเราะ) สำหรับพี่หม่ำกับพี่แจ๊ส ผมขอปั้นเขาเลย อย่างพี่แจ๊สคุณจะเห็นเขาในบทบาทที่ไม่มีวันจะได้เห็นใน “ก็มาดิคร้าบ” หรือในหนังเรื่องอื่น ๆ ที่เขาเล่นแน่นอน เรื่องอื่นเขาเล่นเป็นตัวเอง แต่ในฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง เขาต้องเล่นเป็นพ่อที่ยอมให้ลูกทุกอย่าง ในส่วนของ น้าหม่ำ เล่นเป็นมัคทายกวัด ตัวซีเครทเลยครับ เขาไม่เคยเล่นบทแบบนี้มาก่อน ผมเชื่อว่าทุกคนจะว้าว!กับคาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้ของน้าหม่ำแน่นอนครับ” 

ติดตามชมตัวอย่างแรก “ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง” ได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=on5ygtFpDgg
และเตรียมเหยียบคันเร่งผจญภัยไปทั้งคัน แล้วกอดกันให้แน่นกว่าที่เคย วันที่ 28 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สงวนวงษ์อุตสาหกรรม” โชว์ศักยภาพมันสำปะหลังไทยในเวทีโลก ในงาน WTC 2025

เดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากกลุ่มบริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศไทย บนเวทีระดับนานาชาติ ด้วยการเข้าร่วมงาน World Tapioca Conference 2025 (WTC 2025) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Thailand Tapioca Next: Go Global Go Together”

งานประชุมในครั้งนี้จัดโดย กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับดูแลของ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และได้รับเกียรติจาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จาก 16 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก

กลุ่มบริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม โดย คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ และ คุณโชติมา ลีอังกูร กรรมการผู้จัดการ ได้นำเสนอศักยภาพและเทคโนโลยีการแปรรูปมันสำปะหลังของบริษัท ผ่านนิทรรศการสุดล้ำ พร้อมลงนาม สัญญาซื้อขายและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติ รวมมูลค่าการค้ากว่า 10,900 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณมันสำปะหลังกว่า 1.48 ล้านตัน และสามารถใช้หัวมันสดในประเทศได้สูงถึง 3.57 ล้านตัน

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การลงนามความร่วมมือระหว่าง บริษัท สงวนวงษ์สตาร์ช จำกัด โดย คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ กับคู่ค้าต่างชาติ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดของผลิตภัณฑ์แปรรูปมันสำปะหลังไทยสู่ระดับสากล

การเข้าร่วม WTC 2025 ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทสงวนวงษ์ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมผลักดันเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง และยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลาย สิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมระดับจ.น่าน ประจำปี 2568

วันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ห้องกัลปพฤกษ์ น่านกรีนเลควิว รีสอร์ท ตำบลไชสถาน อำเภอเมืองน่านจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมประเภทต่าง ๆ

ระดับจังหวัด ประจำปี 2568 โดยมีนางณัฐนรี ศรีชัยยะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และผู้ประกอบการ ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม เข้าร่วม

จังหวัดน่านมีผลงานที่ส่งคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งประกอบด้วยผ้าทอ ผ้าปัก ผ้ามัดย้อม เทคนิคต่างๆ และงานหัตถกรรม จำนวนรวมทั้งสิ้น 81 ชิ้นงาน สะท้อนถึงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และทักษะฝีมือของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และช่างหัตถกรรมในพื้นที่จังหวัดน่านได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นการน้อมนำพระราชดำริอันทรงคุณค่าของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาหัตถกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผ้าไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน” ให้

สามารถดำรงอยู่ในสังคมไทยได้อย่างมั่นคง และมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

วันที่ 7 ส.ค.68 นำโดย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.ฉัตรชัย จันอ้น ผกก.ฝอ.6 บก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจฯ ได้เดินทางตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191

ภ.จว.ปทุมธานี พบ พ.ต.อ.ชุมวร ชมะทัต รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ช่วยราชการ ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.ต.ชิต จันท่าม่วงสว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 ภ.จว.นนทบุรี พบ พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.จิรายุส

วานิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รองผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.จิรัตน์เดช ภุมรินทร์ สว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 และเจ้าหน้าที่ รอรับการตรวจประเมิน จากคณะตรวจฯ ตามแผนละกรอบระยะเวลาที่ ตร. กำหนด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สืบเนื่องจากมีการแพร่ระบาดเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีจึงได้ทำการสืบสวนพบเครือข่ายของนายตี๋หน้าพระลานได้มีการนำยาเสพติดจากเทพเพื่อนบ้านเข้ามาแพร่กระจายอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีจึงได้ทำการสืบสวนหาที่ลำเลียงจนสามารถจับกุมได้ครับ

ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

ตามนโยบายของรัฐบาลเน้นแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งระบบด้วยการสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเครือข่ายของนักค้ายาเสพติด อย่างรู้เท่าทัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ,พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., จึงสั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจากกรณีจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ

ทุกราย รวมถึงวิเคราะห์ความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้ผลิต นำเข้า ผู้ลำเลียง ผู้จัดเก็บ ผู้จำหน่าย และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามาถึงพื้นที่ตอนในของประเทศตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1, และพล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1, บช.ปส. โดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง

ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบช.ปส., ขกท. โดย พล.ต.ธีรนันท์ นันทขว้าง ผบ.ขกท. , ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ., ภ.จว.สระบุรี โดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ผบก.ภ.จว.สระบุรี , พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี , พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และ พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท , บก.สส.ภ.1 โดยพล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1

โดย นายทิพเมษฐ์ สังขะวรรณะ ผอ.ปปส.ภาค 1 และว่าที่ร้อยตรีอากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และจังหวัดสระบุรี โดย นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกนายในสังกัดบูรณาการร่วมกันสืบสวนจับกุมบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด พฤติการณ์ในการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 และเจ้าหน้าที่ทหาร

จากหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้สืบสวนขยายผล จากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวนหลายคดี จนนำไปสู่การจับกุมนักค้ายาเสพติด รวมไปถึงทีมลำเลียงยาเสพติดได้จำนวนมาก และจากประสานข้อมูลผู้ค้ ายาเสพติดรายสำคัญกับ ภ.จว.บึงกาฬทำให้ทราบว่ามีนายมณเฑียร หรือต๋องน.ส.ชนันธิดา หรือเค้ก และนายไชยรัตน์ หรือกบ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สระบุรี นั้นมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียง ยาเสพติดจากบริเวณภาคอีสานตอนบนลงมายังพื้นที

ภาคกลาง โดย จะมีรถสำรวจเส้นทางขับนำหน้ารถขนยาเสพติดจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยได้รับคำสั่งให้สืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท – 2 –ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบบุคคล รถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไปจับกุมและบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้กระทำผิดมาโดยตลอด

*** ต่อมาในวันที่ 6 สิงหาคม 2568 จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดได้เดินทางไปรับยาเสพติดบริเวณภาคอีสานตอนบน โดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีดำ เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ภาคกลาง และมีรถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอทราจ สี แดง เป็นรถคอยสังเกตการ์ด่านตรวจ โดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 3334ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.พระพุทธบาท จึงประสานให้ สภ.พระพุทธบาท ตั้งจุดสกัดรถลำเลียงยาเสพติดที่บริเวณหน่วยบริการประชาชน ต.ธารเกษม ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เหลือ ได้วางกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์ตามเส้นทางหลัก

และรองเพื่อจะสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ และเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ วันที่ 6 สิงหาคม2568 นายมณเฑียรฯ และน.ส.ชนันธิดาฯ ได้ขับรถลำเลียงยาเสพติดมาถึงจุดสกัดของ สภ.พระพุทธบาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเรียกให้หยุดและแสดงตนเข้าตรวจ ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางจำนวน 5 ใบ วางอยู่บริเวณเบาะด้านหลังคนขับ และสามารถติดตามไปจับกุมนายไชยรัตน์ ฯ ที่ขับรถนำสำรวจเส้นทางซึ่งอยู่ห่างจากรถขนยาเสพติดประมาณ 3 กม. อีก ๑ ราย ได้ทันที

โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางดังนี้1. ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง จำนวน 5 ใบ โดยกระเป๋าแต่ละใบบรรจุยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด รวมจำนวนยาบ้าทั้งหมด 2,000,000 เม็ด2. ผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำผิด จำนวน 3 ราย2.1) นายมณเฑียร หรือต๋อง (ขับรถขนยาเสพติด)2.2) น.ส.ชนันธิดา หรือเค้ก (โดยสารมาด้วยกันกับรถขนยาเสพติด)2.3) นายไชยรัตน์ หรือกบ (ขับรถนำสำรวจเส้นทาง)3. รถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 2 คัน3.1) รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน3.2) รถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอทราจ สี แดง จำนวน 1 คัน

โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปเหตุเกิดที่ บริเวณริมถนนพระพุทธบาทเขาสูง ม.๒ ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ต่อเนื่องบริเวณริมถนนสาธารณะ ม.๘ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม 256๘ เวลาประมาณ ๑๖.๓0 น

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาท) และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดโดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่าย ยาเสพติดต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศาล จ.ชุมพร จัดพิธีทางศาสนาและถวายพวงมาลา เนื่องในวันรพี

วันนี้ 7 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30 น. ที่ศาลจังหวัดชุมพร ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ศาลจังหวัดชุมพร ได้จัดกิจกรรม เนื่องในวันรพี “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” ซึ่งตรงกับวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและคุณูปการของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

โดยมีนายมงคล ฌายีเนตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.อ.สิทธิชัย โกศล รอง เสธ.มทบ.44 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร และข้าราชการตำรวจในสังกัด นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร และ

หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ศาล อัยการ ทนาย หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นเกียรติในพิธี สำหรับกิจกรรม “เนื่องในวันรพี” เริ่มจากพิธีทางศาสนา เสร็จแล้ว พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

นายมงคล ฌายีเนตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมพร ได้กล่าวถวายสดุดี และยืนสงบนิ่งเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของพระองค์ท่าน พระผู้มีคุณูปการในการพัฒนาปฏิรูปประเทศไทยยุคเปลี่ยนผ่านในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนา ปรับปรุงการเรียนการสอนวิชากฎหมาย ระบบกฎหมาย และระบบ

การศาลยุติธรรมของประเทศไทย ให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมอานารยประเทศในยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก เป็นรากฐานให้ระบบการศึกษากฎหมาย และระบบงานศาลไทยมีความเจริญ ก้าวหน้ามั่นคง เป็นที่ศรัทธาเชื่อมั่นของประชาชนในหลักนิติธรรมตราบจนถึงทุกวันนี้

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 ปีจอ จุลศักราช 1236 ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2417 มีพระนามเมื่อแรกประสูติว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 2 ในเจ้าจอมมารดาตลับ พระองค์ทรงพัฒนาระบบงานยุติธรรมทั้งระบบ และมีการจัดทำประมวลกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร

เพื่อให้ศาลสามารถตัดสินคดีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีฝ่ายธุรการคอยให้ความสะดวก และทรงได้วางนโยบายให้ศาลสามารถตัดสินคดีโดยปราศจากการแทรกแซงของฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับอารยประเทศ ด้วย

คุณาณุปการอันล้นพ้น เนติบัณฑิตยสภาจึงได้ถวายการยกย่องพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็น “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” เมื่อปี 2497 ทั้งเริ่มต้นเรียกวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันรพี” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่าน
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส. ยกหนี้ให้ครอบครัว “จ่าโต๋” ทหารกล้า – ภรรยาเผย “จะเลี้ยงลูกชายให้โตขึ้นเป็นทหารอย่างพ่อ เพื่อรับใช้ชาติ”

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องประชุม ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร นายอติพิชญ์ จันทร์เพ็ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร แถลงข่าวการยกหนี้ให้แก่ครอบครัวของทหารผู้เสียสละ

โดยมีครอบครัวของจ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” เข้าร่วมประกอบด้วย นายเฉลิมชัย บุสภา บิดา, นางวิไล บุสภา มารดา, นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา และเด็กชายธนดล บุสภา บุตรชาย พร้อมด้วย พ.อ.อำนวย ยอดพันธ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ร่วมเป็นสักขีพยาน

จ่าโต๋ สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ณ ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสร้างความเสียใจแก่ครอบครัวและประชาชนทั้งประเทศ

มารดาของจ่าโต๋เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. สาขาคำชะอี ได้กู้เงินประกอบอาชีพเลี้ยงโคขุน 11 ตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสีย ธ.ก.ส. ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยอนุมัติ “การยกหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด” ตามนโยบายช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ

นายอติพิชญ์ กล่าวว่า นโยบาย “ช่วยเหลือด้วยหัวใจ” ของ ธ.ก.ส. ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่สะท้อนถึงการยืนหยัดในฐานะสถาบันที่เคียงข้างประชาชนในทุกมิติของชีวิต

นางวิไล บุสภา มารดาจ่าโต๋กล่าวทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า “ลูกชายคือความภูมิใจของครอบครัว รู้สึกซาบซึ้งใจและขอขอบคุณที่ ธ.ก.ส. และทุกหน่วยงานช่วยเหลือไม่ทอดทิ้ง”

ขณะที่ นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยาจ่าโต๋ก็เผยว่า จะเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวให้ดีที่สุดในแบบที่พ่อของเขาหวังไว้ “ทุกครั้งที่จ่าโต๋โทรมา ต้องวิดีโอคอลหาลูกก่อนเสมอ… ลูกจะโตขึ้นเป็นคนดีและจะให้เดินตามรอยพ่อเป็นทหารรับใช้แผ่นดินไทย”

ธวัชชัยบุสภา #ธกส #ธกสมุกดาหาร #ทหารกล้า #ยกหนี้ #ชายแดนไทยกัมพูชา #เพื่อชาติ #จ่าโต๋ #มุกดาหาร #ช่วยเหลือด้วยหัวใจ #NewsUpdate #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ ธวัชชัย​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภจ.ว.ลพบุรี ประชุมชี้แจงการบริหารงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ครั้งที่ 3 /2568

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง โดยมี พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ. โคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

นายณัฎพงษ์ อารยางกูร ประธาน กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พร้อมด้วยคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง และที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง เข้าร่วมประชุมรับฟังการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอโคกสำโรง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมการปกครอง สั่งการด่วน ถึงนายอำเภอทั่วประเทศ X-Ray “โดรน” เชิงรุกสืบหาความเคลื่อนไหว การนำเข้าโดรนในพื้นที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการนายอำเภอทั่วประเทศ X-Ray โดรน เชิงรุก สืบหาความเคลื่อนไหว

การนำเข้าโดรนในพื้นที่ โดยให้เร่งประสานการปฏิบัติกับผู้กำกับการทุกสถานีตำรวจภูธร หาข่าวการนำเข้า การมีอยู่ การเตรียมนำไปใช้ของโดรน และอุปกรณ์ควบคุมที่ผิดสังเกตทุกกรณี พร้อมเร่งตรวจสอบหน่วยควบคุมการใช้งานโดรนผิดกฎหมาย และได้ชี้แจงเกี่ยวกับชุด ชรบ.หมู่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอโคกสำโรง ให้ที่ประชุมรับทราบ

จากนั้นประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบตามระเบียบวาระประชุม พร้อมทั้งรายงานสถานภาพอาชญากรรมของ สภ.โคกสำโรง งานป้องกันปราบปราม การจับกุมอาวุธปืน ( พร้อมภาพนำเสนอโดย) พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอ ผกก.ป.สภ.โคกสำโรง งานสืบสวน สถิติการจับอาวุธปืน,ยาเสพติด ( พร้อมภาพนำเสนอโดย) พ.ต.ท.ณฐรัช สินธุโคตร รอง ผกก.สส.สภ.โคกสำโรง

งานสอบสวน พ.ต.ท.อนันต์ ปานทอง รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.โคกสำโรง) การดำเนินการตามโครงการและนโยบายต่าง ๆ และรายงานผลการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น อำเภอ อบต. สาธารณสุข เทศบาล เป็นต้น ร่วมกับเทศบาลตำบลโคกสำโรง

จัดระเบียบการวาง “ขายของ” ในเขตเทศบาลโคกสำโรง รวมถึงการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนข้าราชการตำรวจเรื่องทั่วไป เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น และการได้รับความร่วมมือหรือสนับสนุนจากประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นหน่วยงานอื่นๆ
ทั้งนี้ในที่ประชุม

ได้ยกย่องชมเชยข้าราชการตำรวจที่มีผลการงานดีเด่นในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ส.ต.ท.สุรชัย พลเทพ ผบ.หมู่(ป.)สภ.โคกสำโรง ข้าราชการตำรวจดีเด่น ด้านงานป้องกันปราบปราม ประจำปี 2568

รวมถึงการรับฟังปัญหาข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการให้บริการประชาชน และปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดยิ่งๆขึ้นต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ชลบุรี แถลงข่าวกวาดล้างยาเสพติดอำเภอบางละมุง ภายใต้ปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ก่อนเป็นเชฟทอดไข่ให้ จนท. รับประทาน

 วันที่ 6 ส.ค.68 ที่สถานีตำรวจภูธรบางละมุง จ.ชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดรายสำคัญ ตามโครงการของรัฐบาลภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การแถลงข่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และสถานีตำรวจภูธรบางละมุง โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง, พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมในพิธี พร้อมด้วยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมทำข่าวอย่างคับคั่ง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่ามีการซื้อขายยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ชื่อ “เจริญ...” เป็นช่องทางในการติดต่อซื้อขาย โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่าง ๆ และมีการวางยาเสพติดตามจุดนัดหมายต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 3 มัด ประมาณ 6,000 เม็ด และยาไอซ์ 200 กรัม เพื่อล่อซื้อ

 ต่อมาได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายบริเวณซอยเขามะกอก 1/1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง และสามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายวัฒน์ ซึ่งให้การว่านำยาเสพติดมาจากบ้านพักของผู้ร่วมขบวนการอีก 2 รายที่ซอยหนองหิน 1 ถึง 1/1 ต.หนองปรือ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่ นายมนตรี และนายศุภพัฒน์ พร้อมของกลางประกอบด้วยยาบ้า 24,440 ยาไอซ์ 751 กรัม อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco สีดำ 1 กระบอก

 รวมของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย: ยาบ้า จำนวน 30,440 เม็ด, ยาไอซ์น้ำหนักรวม 951 กรัม, อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco สีดำ จำนวน 1 กระบอก ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย 1. นายวชิระ หรือวัฒน์ อายุ 33 ปี, 2. นายมนตรี หรือนุ๊ก อายุ 28 ปี และ3. นายศุภพัฒน์ หรือตี๋ อายุ 27 ปี

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) โดยการขายอันเป็นการกระทำเพื่อ การค้า โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้ายาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อ จำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และนายมนตรีหรือบุ๊ก (ผู้ถูกจับที่ 2) มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ใน ความครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ภายหลังการแถลงข่าว นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอบางละมุง (ศอ.ปส.อ.บางละมุง) ณ อาคารกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 5 ที่ว่าการอำเภอบางละมุง เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และร่วมประกอบอาหารกลางวันมอบแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องด้วยมิตรไมตรีที่ดีร่วม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุม2ผัวเมียตกงานผันตัวมาเป็นเอเย่นต์ขายยาบ้า

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 วันที่ 6 สิงหาคม 2568 ในช่วงระดมกวาดล้างยาเสพติด ระยะตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.68-30 ก.ย.68 ภายใต้อำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealer

นายเอนกชำนาญนา นายอำเภอละแม พร้อมด้วย พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบอินทร์ รอง สว.สส.สภ.ละแม, ร.ต.ต.ธานินทร์ ทองแดง รอง สว.(สส.)สภ.ละแม, ด.ต.ทินกร ทองอ่อน และ ส.ต.ท.สุวพันธ์ ดำวรรณ ร่วมกันจับกุมตัว 1.นายณัฐพงษ์หรือนัทสงวนนามสกุล อายุ 26 ปี ชาว ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร 2.น.ส.พรไพลินหรืออันปัน สงวนนามสกุล ชาว ต.ทุ่งคาวัด อ.ละแม จว.ชุมพร

ที่ บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 6 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร เป็นที่พักอาศัย ของทั่ง 2 คน ได้พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาบ้า จำนวน 53 เม็ด 2.ไอซ์ หนัก 0.16 กรัม 3.กระดาษฟรอนด์ใชเสพ จำนวน 44 ชิ้น 4.ถุงแบ่ง ขนาด 4X6 จำนวน 53 ถุง 5.กระเป๋าซิปลายพรางทหาร จำนวน 1 ใบ 6.กระเป๋าลายการ์ตูนสีเขียว จำนวน 1 ใบ 7.พวงกุญแจสีน้ำเงิน ลักษณะเป็นแก้วเล็กๆ จำนวน 1 พวง 8.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การว่าเคยถูกจับกุมมาแล้วในคดีเสพยาเสพติดและได้พ้นโทษออกมาก็กลับมาเสพอีก และรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา หลังจากที่เสพยาแล้วไม่ได้ทำงานก็เลยหารายได้โดยนำยาเสพติดไปจำหน่ายเพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติเพื่อจำหน่ายและเสพ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า

ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ก่อนได้นำตัวทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง